Oogenesis
• การสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย มีกระบวนการที่
ซับซ้อนมากกว่าของเพศชาย โดยจะเริ่มต้นจากเซลล์
โอโอโกเนียม (2n) ในรังไข่ของทารก จะมีการไมโท
ซสิ เพม่ิ จานวนอยา่ งมาก และพัฒนาไปเปน็ เซลล์โอโอ
ไซต์ระยะแรก (Primary oocyte: 2n) จากนั้นเมื่อ
ทารกคลอด เซลล์โอโอไซต์ระยะแรกจะแบง่ เซลล์แบบ
Meiosis โดยเข้าสู่ระยะ Prophase I แล้วหยุดอยู่ที่
ระยะนี้จนกว่าจะเข้าสู่วัยรุ่น
Oogenesis
• เมือ่ ผู้หญิงเข้าสู่วัยรุ่น ฮอรโ์ มน FSH จากตอ่ มใต้สมอง
ส่วนหน้าจะกระตุ้นให้เซลล์โอโอไซต์ระยะแรกมีการ
แบ่งเซลล์ตอ่ จนจบ Meiosis I จะได้เซลล์ลูก 2 เซลล์ที่
มีขนาดต่างกันเนื่องจากเกิด Cytokinesis ไม่เทา่ กัน
โดยเซลล์ลูกที่มีขนาดใหญ่จะเรียกว่า เซลล์โอโอไซต์
ระยะที่ 2 (Secondary oocyte: n) และเซลล์ลูกทีม่ ี
ขนาดเล็กจะเรียกว่า เซลล์ โพลาร์บอดีขั้นที่ 1 (First
polar body: n)
Oogenesis
• ในระยะนี้จะเป็นช่วงเวลาที่เกิดการตกไข่ (Ovulation)
พอดี จากนั้นถ้ามีการปฏิสนธิเกิดข้ึน เซลล์ที่ได้จะถูก
กระตุ้นใหแ้ บง่ เซลล์ในระยะ Meiosis II ต่อจนจบโดย
จะเกิด Cytokinesis ไม่เท่ากันอีกครั้ง ทาให้ได้เซลล์
ขนาดใหญ่ 1 เซลล์เรียกว่า เซลลโ์ อโอทิด (Ootid: n)
ซึ่งจะพัฒนาไปเปน็ เซลล์ไข่ (Ovum: n) และเซลล์ขนาด
เล็กอีก 3 เซลล์เรียกว่า โพลาร์บอดีขั้นที่ 2 (Second
polar body: n) ซ่งึ จะสลายตัวไปในที่สุด
Menstruation cycle
• การมีประจาเดือนของผู้หญิงนั้นมีความสัมพันธ์กับรอบของ
การตกไข่ (Ovulation) โดยกินระยะเวลาแต่ละรอบ
ประมาณ 28 – 30 วัน และมีฮอร์โมนที่มาเก่ยี วข้อง 4 ชนิด
คือ FSH (Follicle stimulating hormone) และ LH
(Lutinizing hormone) จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า
(Pituitary gland), Estrogen จากเซลล์ทีคาอินเทอร์นา
ของฟอลลิเคิลเซลล์ และ Progesterone จากคอร์ปัสลู
เทียม การมีประจาเดือนของผู้หญิงมีกระบวนการแบ่ง
ออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
Menstruation cycle
• ระยะก่อนตกไข่ (Follicle stage) เร่ิมตน้ จากวันแรกที่
มีประจาเดือน (นับเป็นวันที่ 0) ฮอร์โมน FSH จะไป
กระตุ้นฟอลลิเคิลเซลล์เจริญและพัฒนาไปเป็นกรา
เฟียนฟอลลิเคิลทาให้เซลล์ทีคาอินเทอร์นาสร้าง
ฮอรโ์ มน Estrogen ซ่งึ ไปกระตุ้นใหผ้ นังมดลูกชั้นเอน
โดมีเทรียมมีการเจริญจนหนาตัวข้ึนและมีเส้นเลือดมา
เลี้ยงมากขึ้น, กระตุ้นต่อมใต้สมองให้หลั่งฮอร์โมน LH
และยับยั้งการหลั่งฮอร์โมน FSH
Menstruation cycle
• ระยะตกไข่ (Ovulation stage) ฮอร์โมน LH ที่หลั่ง
จากการกระตุ้นของฮอร์โมน Estrogen จะไป
กระตุ้นกราเฟียนฟอลลิเคิลให้มีการเจริญมากขึ้นและ
ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมน Estrogen ชั่วขณะ ฮอร์โมน
LH จะหลั่งในปริมาณทีม่ ากขึน้ จนถึงวันที่ 13 (นับจาก
วันแรกที่มีประจาเดือน) กระตุ้นให้กราเฟียนฟอลลิเคิล
เจริญเต็มที่และแตกออก ส่งผลให้เซลล์โอโอไซต์ระยะ
ที่ 2 หลุดออกมาและเข้าไปสูท่ ่อนาไข่ต่อไปในวันที่ 14
Menstruation cycle
• ระยะหลังตกไข่ (Corpus luteum stage) หลังจากตกไข่
กราเฟียนฟอลลิเคิลจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นคอร์ปัสลูเทียม
และสร้างฮอร์โมน Progesterone ซึ่งจะยับยั้งการหลั่ง
ฮอร์โมน LH และส่งผลให้เซลล์ทีคาอินเทอร์นาหลั่ง
ฮอร์โมน Estrogen ได้อีกครั้งหนึ่ง ฮอร์โมน
Progesterone และ Estrogen จะกระตุน้ ให้ผนังมดลูกชั้น
เอนโดมีเทรียมมีการเจริญและหนาตัวมากข้ึนกว่าเดิม ซึ่ง
จะทาให้มีความพร้อมต่อการฝังตัวของเอมบริโอถ้าหากมี
การปฏสิ นธเิ กดิ ข้นึ
Menstruation cycle
• แต่หากมีการปฏิสนธิของไข่และอสุจิเกิดข้ึน เอมบริโอ
ที่เคลื่อนตัวมาฝังที่เนื้อเยื่อเอนโดมีเทรียมในวันที่ 7
นับจากวันปฏิสนธิจะสร้างฮอร์โมน HCG (Human
chorionic gonadotropin) ซง่ึ จะกระตุน้ ให้คอร์ปัสลู
เทียมคงสภาพและหลั่งฮอร์โมน Progesterone และ
Estrogen เพื่อรักษาสภาพของเนื้อเยื่อเอนโดมีเทรียม
ให้คงสภาพอยูต่ ่อไป
Fertilization
• เมื่ออสุจิเคลื่อนตัวเข้าไปในโพรงมดลูก จะเกิด
กระบวนการคาพาซิเทชัน (Capacitation) คือมีการ
เปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีของอะโครโซมและเยื่อหุ้ม
เซลล์ของอสุจิเพื่อให้มปี ระสิทธิภาพในการปฏสิ นธิมาก
ข้ึน จากนั้นเมื่ออสุจิเคลื่อนตัวถึงท่อนาไข่และเจอกับ
เซลลโ์ อโอไซต์ระยะแรก
Fertilization
• อะโครโซมของอสุจิจะเกิดปฏิกิริยา (Acrosome
reaction) โดยการปล่อยเอนไซม์หลายชนิดออกมา
ย่อยสลายชัน้ ต่างๆ ของเซลล์โอโอไซต์ระยะแรกจนถึง
ชัน้ โซนาเพลลูซดิ า แล้วอสุจจิ ะเจาะผา่ นชั้นโซนาเพลลู
ซิดาและเกิดการรวมตัวของเมมเบรนของอสุจิและ
เซลลโ์ อโอไซต์ระยะแรก สง่ ผลให้เกิดการหลั่งเอนไซม์
กระตุ้นให้ชั้นโซนาเพลลูซิดาแข็งตัวซึ่งจะทาให้อสุจิตัว
อื่นๆ ไม่สามารถเจาะผา่ นเขา้ มาผสมกับไขไ่ ดอ้ ีก
Fertilization
• เมือ่ เมมเบรนของโอโอไซต์และอสุจิรวมตัวกันแล้ว เซลล์โอ
โอไซต์จะแบ่งเซลล์ต่อจนได้เซลล์ไข่ที่สมบูรณ์ จากนั้น
นิวเคลียสของเซลล์อสุจิ (n) และเซลล์ไข่ (n) จะเกิดรวมตัว
กันกลายเป็นไซโกต (Zygote: 2n) และจะเริ่มแบ่งเซลล์
แบบ Mitosis จนเพมิ่ จานวนเซลล์และพัฒนาเปน็ เอมบรโิ อ
(Embryo: 2n) และเคลื่อนตัวไปตามท่อนาไข่เรื่อยๆ จนถึง
มดลูก จากนั้นเอมบริโอซ่ึงอยู่ในระยะบลาสโทซิส
(Blastosis) จะฝังตัวลงในเนื้อเยื่อเอนโดมีเทรียม
(Implantation) และพัฒนาเป็นทารกต่อไป กระบวณการ
ดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 7 วันหลังจากการปฏสิ นธิ
Pregnancy test
• การตรวจสอบการตั้งครรภ์ ใช้การตรวจหาปริมาณ
ฮอร์โมน HCG (Human Chorionic Gonadotrophin) ใน
ปัสสาวะ (เชื่อถือได้ 95%) โดยใน 4 เดือนแรกของการ
ตั้งครรภ์ รกจะทาหน้าที่สร้างฮอร์โมน HCG (เพื่อกระตุ้นให้
คอร์ปัสลูเทียมคงสภาพอยูต่ ่อไป) ขับออกมาในปัสสาวะ ซึ่ง
สามารถตรวจสอบได้ ภายใน 8 - 12 วัน หลังการตกไข่และ
มีปรมิ าณสูงสุดใน 6 - 7 สัปดาห์แรกของการตัง้ ครรภ์ โดย
ในปัจจุบันสามารถหาซื้อชุดทดสอบการตั้งครรภ์ได้ทั่วไป
และทดสอบโดยใหผ้ ลดังภาพ
Twins
• การตั้งครรภ์แฝด หมายถึงการตั้งครรภ์ที่มีลูกเกิดข้ึน
มากกว่า 1 คนพร้อมกัน สาเหตุของการเกิดแฝดนั้น
ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่อาจเกิดจากหลากหลายสาเหตุ
เช่น กรรมพันธุ์ เชื้อชาติ การกระตุ้นทางฮอร์โมน
บางอย่าง อายุครรภ์ การรับประทานยาคุมกาเนิด
เป็นระยะเวลานานมากกว่า 3 ปี เป็นต้น การเกิด
แฝดนัน้ มีอยู่ 2 ประเภท
Twins
• แฝดแท้ (Identical twins) เป็นแฝดที่เกิดจากอสุจิ 1
เซลล์ปฏิสนธิกับไข่ 1 เซลล์ แต่มีการแบ่งตัวมากกว่า
ปกตใิ นชว่ ง 3 – 4 วันแรกหลังจากการปฏิสนธิ ทาให้
เกิดเป็นตัวอ่อน 2 ตัว เมื่อตัวอ่อนเคลื่อนตัวไปฝังใน
มดลูกแล้วมีการเจริญพัฒนาเป็นทารก จะเป็นทารกที่
มีพันธุกรรมเหมือนกัน เนื่องจากเกิดจากเซลล์อสุจิ
และไข่เดียวกัน จึงส่งผลให้แฝดประเภทนี้มีเพศที่
เหมือนกัน และมีรูปร่างหนา้ ตาที่เหมือนกัน
Twins
• แฝดเทียม (Fraternal twins) เป็นแฝดทีเ่ กดิ จากการ
ที่ไข่ตกมากกว่า 1 ใบ ทาให้อสุจิมากกว่า 1 เซลล์เข้า
ผสมกับไข่ทั้งหมดและเจริญเป็นตัวอ่อนมากกว่า 1 ตัว
เมื่อตัวอ่อนเคลื่อนตัวไปฝังในมดลูกแล้วมีการเจริญ
พัฒนาเป็นทารก จะเป็นทารกที่มีพันธุกรรมแตกต่าง
กัน เนื่องจากเกิดจากเซลล์อสุจิและไข่คนละเซลล์
ส่งผลให้แฝดประเภทนี้อาจจะมีเพศเหมือนกันหรือ
ตา่ งกันกไ็ ด้ และจะมีรูปรา่ งและหน้าตาทีไ่ ม่เหมือนกัน
ภาวการณม์ ีบุตรยากและการแก้ไข
• ในบางครั้งพบว่ามีบางสาเหตุที่ทาให้เพศชายหรือเพศ
หญงิ มีบุตรได้ยาก ซงึ่ อาจจะเกดิ จากความผดิ ปกติของ
เซลล์สืบพันธุ์ ระบบสืบพันธุ์ หรือฮอร์โมน เป็นต้น
ภาวการณ์มีบุตรยากในเพศชายและเพศหญิงนั้น
สามารถสรุปไดด้ ังนี้
ภาวการมีบุตรยากและการแกไ้ ข
• สาเหตุของการมีบุตรยากในเพศชายนั้นอาจเกิดได้
จาก
• ไม่มี sperm, มี sperm < 30 ล้านเซลล์/ลบ.ซม. หรือ
sperm ผิดปกติ
• ท่อนา sperm ตัน
• น้าอสุจิขาด fructose, pH ผิดปกติ หรือติดเชื้อทาให้
sperm ตาย
ภาวการณ์มีบุตรยากและการแก้ไข
• สาเหตุของการมีบุตรยากในเพศหญิงนัน้ อาจเกดิ ไดจ้ าก
• ไม่มีช่องคลอด หรือช่องคลอดตีบตัน เป็นแผลหรือเป็นเนื้อ
งอก
• การอักเสบเนื่องจากติดเชื้อ เช่น พยาธิ รา แบคทีเรีย
ไวรัส ทาให้ pH ของช่องคลอด เปลี่ยนแปลง ทาให้ sperm
ตาย
• กล้ามเนือ้ มดลูกเกิดเนือ้ งอกทาใหแ้ ท้งลูก
• ขาดฮอร์โมน Progesterone ทาให้ Endometrium ผิดปกติ
และ Embryo ฝังตัวไมไ่ ด้