38
บทที่ 4
ผลการศกึ ษา
การศึกษาแนวทางการพฒั นาเน้ือโคขุนโพนยางคำจังหวัดสกลนคร ที่ไดรบั การรับรองสิ่งบงชี้ทาง
ภูมิศาสตร ไดทำการรวบรวมขอมูลจากการสัมภาษณเกษตรกร สหกรณ และผูที่เกี่ยวของนำมาวิเคราะห
อธิบายถึงหวงโซอุปทานและหวงโซคุณคาในการประกอบธุรกิจเนื้อโคขุนโพนยางคำ และแนวทางการ
พัฒนาสินคา เนอ้ื โคขนุ โพนยางคำจังหวัดสกลนคร ที่ไดร บั รองสิ่งบงช้ที างภูมิศาสตร สรุปไดดงั นี้
4.1 โซอ ุปทานและหว งโซคณุ คา ในการประกอบธุรกจิ เนื้อโคขุนโพนยางคำ
4.1.1 โซอุปทานเน้ือโคขุนโพนยางคำ
โซอุปทานในการประกอบธุรกิจเนื้อโคขุนโพนยางคำเริ่มจากเกษตรกรผูเลี้ยงโคขุนและเปน
สมาชิกสหกรณฯ โพนยางคำทำหนา ทเ่ี ปนผูข ายปจ จัยการผลติ คอื โคขุน และสหกรณฯโพนยางคำทำหนา ท่ี
เปน ผูผลิตเนอื้ โคขุนโพนยางคำและจำหนา ยตามชองทางตางๆ สูผูบริโภค มรี ายละเอยี ดดังน้ี
1) เกษตรกร เปนผูเกี่ยวของในสวนตน นำ้ ทำหนาที่ผลิตและขายโคขุนพรอมเชอื ด จำหนาย
โดยตรงใหสหกรณฯโพนยางคำรอยละ 100 เพื่อใชเปนวัตถุดบิ ในการผลิตเนื้อโคขุนโพนยางคำ สวนใหญ
เปนเกษตรกรที่มีฐานะดีและมีการลงทุนทำฟารมเลี้ยงโคขุน เพื่อเปนการคาอยางจริงจัง และมักจะมีการ
เลี้ยงพอแมพ ันธุโคเนื้อควบคูไ ปกับการเล้ียงโคขนุ เปนสมาชิกสหกรณฯ ซึ่งสหกรณฯมีการจดทะเบียนเปน
นิติบุคคลในรูปของสหกรณ และประกอบกิจการแบบครบวงจร มีโรงฆาชำแหละที่ทันสมัย รวมทั้งเปนผู
จำหนายหรือขายสงเนื้อโคชำแหละดวย สว นโคที่ไมไดคุณภาพจะถูกคัดทิ้ง และนำไปเลี้ยงเปนโคทั่วไป
จำหนายใหแ กพ อคา โคเนอื้ ทองถน่ิ
2) สหกรณการเลย้ี งปศุสัตว กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด เปนผูเกี่ยวของในสวนกลางนำ้
ทำหนาท่ีรวบรวมและแปรรปู เนื้อโคขนุ โพนยางคำ โดยดำเนนิ การผลติ เชน เชอื ด ชำแหละ บม ซาก ตดั แตง
ซาก เก็บรักษา จัดทำบรรจุภัณฑเนื้อโคขุนโพนยางคำเพื่อจำหนาย โดยใชตราสัญลักษณสิ่งบงชี้ทาง
ภูมิศาสตรไทยแสดงบนบรรจุภัณฑ/มาตรฐาน ฮาลาล โดยสหกรณเปนผูร ับซ้ือโคขุน จากเกษตรกรที่เปน
สมาชิก โดยราคารับซื้อคดิ เปนมลู คาซากโคขุน ดังนั้น โคทีส่ มาชิกตองการขายจะตอ งถูกนำเขาโรงฆาสัตว
และผาน กระบวนการชำแหละและการบม เพ่อื ใหไดเนอ้ื โคทม่ี ีคณุ ภาพดตี ามความตองการของตลาด
3) ผูจัดจำหนาย เปนผูเกี่ยวของในสวนปลายน้ำ เปนสหกรณฯโพนยางคำจำหนายดวย
ตนเอง ผานชองทางออนไลน และจำหนายผานหนาราน / การออกบูธ รอยละ 50 ใหผูแทนจำหนาย
Modern Trade รอยละ 30 พอคาสงคิดเปนรอยละ 10 และพอคา ปลีกคิดเปน รอยละ 10 ตามลำดับ เม่อื ผูคา
สงเนื้อโคขุนซื้อซากโคขุนแลว จึงนำมาชำแหละแบงชั้นตามคุณภาพเนื้อตัดแตงและบรรจุภณั ฑโดยเฉพาะ
ชิ้นสวนเนื้อที่มีคุณภาพ แลวสงไปจำหนายตามตลาดชั้นสูง ไดแก ซูเปอรมารเก็ต ภัตตาคาร และโรงแรม
ช้ันหนึง่ สวนเน้ือบางสว นที่ไมเปนสวนท่ีตองการของตลาดช้ันสงู เชน เน้ือนอง เนือ้ สวนพื้นทอง และพนื้ อก
เนื้อคุณภาพต่ำจะสงไปจำหนายในตลาดขายปลีกทั่วไป หรือบางสวนอาจจะวางขายตามซูเปอรมารเก็ต
เชนกัน แตเนื้อเหลานจ้ี ะมรี าคาต่ำกวาราคาเนื้อหรอื ชิ้นสว นเนือ้ ทีม่ คี ุณภาพดี (เชน สันนอก สันใน เนื้อเสอื
39
รองไห เปนตน) นอกจากนี้เนื้อบางสวนจะนำไปขายสงเปนเนื้อบด (Ground beef) ผูคาสงเนื้อโคขุน
สวนมากจะประกอบการเปนผูคาปลีกเนือ้ โคขุนคณุ ภาพดีดวย รายละเอียดตาม ภาพที่ 4.1 หวงโซอ ุปทาน
เนอ้ื โคขุนโพนยางคำ
โซอุปทานตน น้ำ 4
โซอ ุปทานกลางน
(แรกเกดิ ถงึ โคขุนพรอมเชือด)
(รวบรวมและแปร
100%
1
เกษตรกรผูเ ล้ยี ง
โคขนุ โพนยางคำ สหกรณฯโพ
โรงฆา สัตวม าตรฐา
โคกอนขนุ
จากแมพันธตุ นเอง 36.30 % ภาพท่ี 4.1 โซอ ปุ ทา
ซ้อื หามา 63.70 %
ท่มี า: จากการสำรวจ
40 โซอุปทานปลายน้ำ 40
นำ้
(จัดจำหนายและการตลาด)
รรปู )
สหกรณฯ โพนยางคำ 50%
100% ผแู ทนจำหนาย 30%
พอ คา สง 10%
พนยางคำ พอคา ปลกี 10%
าน
านเนือ้ โคขุนโพนยางคำ
41
4.1.2 หวงโซคุณคาในการประกอบธุรกิจเนื้อโคขุนโพนยางคำของสหกรณการเลี้ยงปศุสัตว
กรป.กลางโพนยางคำ จำกดั
หวงโซคณุ คาการวเิ คราะหโซคุณคาในการประกอบธุรกจิ เนื้อโคขุนโพนยางคำของสหกรณฯ
โพนยางคำแบงการวิเคราะหอ อกเปน 2 กิจกรรม ตามหลกั ของแนวคิดโซคุณคา คือ กิจกรรมหลัก (Primary
Activities) และกจิ กรรมสนบั สนุน (Support Activities )
กิจกรรมหลัก(Primary Activities) เปนกจิ กรรมที่เกี่ยวของกับการผลิตหรือสรางสรรค
สินคา หรอื บรกิ าร การตลาด และการขนสงสนิ คา ไปยังผบู รโิ ภค มี 5 กิจกรรมประกอบดว ย ประกอบดวย
1) โลจิสติกสขาเขา (Inbound Logistics) กิจกรรมทีเ่ กีย่ วของกับการไดรับ การ
ขนสง การจดั เก็บ การแจกจายวัตถุดิบ การควบคุมระดับของวัตถุดิบ โดยสหกรณฯโพนยางคำ เปนผูผลิต
เนอ้ื โคขุนโพนยางคำ และบรกิ ารจดั หา อาหารขน และกากนำ้ ตาล เพื่อจำหนา ยแกส มาชกิ สหกรณ
1.1) แหลงที่มาของปจจยั การผลิตเนือ้ โคขุน พบวา สหกรณมีการนำเขาโคขุน
อายุครบพรอมชำแหละ จากเกษตรกรผูเลี้ยงโคขุนซึ่งเปนสมาชิกสหกรณ รอยละ 100 ( จำนวนโคขุน
12,000 ตัว/ป) การเลี้ยงโคขนุ เกษตรกรจะเล้ียงตามมาตรฐานของสหกรณ โดยสมาชิกสหกรณที่ตองการ
เล้ียงโคขุนเพื่อสงจำหนายใหสหกรณ ตองเตรียมโครุนพรอมขุน แลวแจงความจำนงค ผานประธานกลุม
ประธานกลุมแจงสหกรณ สหกรณสงเจาหนาที่เพื่อประเมินความพรอม และแจงผลอนุมัติใหเลี้ยงได
กระบวนการเล้ียง เชน การใหอ าหาร การใหย าบำรงุ และยารกั ษาโรค อยูในการควบคมุ ของสหกรณท ้ังหมด
และเพือ่ ใหส หกรณเ พ่ิมมูลคา ใหก บั เน้ือโคไดโดยจัดทำมาตรฐานการเล้ยี ง GAP เปนการนั ตีคณุ ภาพ
อยางไรก็ตามเมื่อโคครบอายุเชือด สหกรณจะแจงสมาขิกทราบและลงพื้นท่ี
ตรวจสอบอีกคร้งั เพอ่ื นำสงโคขุนครบอายุใหส หกรณ ซงึ่ การขนสง โคขนุ หรอื การเคลื่อนยายโคขุน เกษตรกร
เปนผรู ับผดิ ชอบคา ใชจ ายทั้งหมด บางครั้งอาจเกิดความเสียหาย ซึ่งกอใหเกิดความสญู เสยี ทางเศรษฐกิจที่
ซอนอยู เชน การบาดเจ็บลมตายขณะขนสง สัตวเสียเลือดจากการตอสูหรือการรวมสัตวแปลกหนาเขา
ดวยกัน ผลทำใหคุณภาพเนื้อโคต่ำ เชน เกิดเลือดออกในใยกลามเน้ือ (blood splash), DFD meat
เสียเวลา เพิ่มงาน และตองใชความ พยายามมากข้ึน สัตวที่ตกในสภาวะเครียด จะยากในการจัดการ
(Schultz a Kaster,1998) ฉะนั้นการขนสง ท่ีดตี องพิจารณาถึงดานสวัสดภิ าพเปนสำคญั มีความระมัดระวัง
ทุกขั้นตอนในการขนสง ลดผลกระทบที่จะเกิดกับตวั สตั วใ หม ากทีส่ ุด สหกรณควรควบคุมการขนสงท้งั หมด
มีการตรวจสอบและประเมินสัตวสม่ำเสมอในการขนสง การขนสงที่ดีมีประสิทธิภาพก็จะนำมาซึ่ง ความ
ปลอดภัยของสตั ว คุณภาพซากและคณุ ภาพเนอ้ื สตั วท่ดี ี และระบบการผลิตทีม่ ีประสิทธิภาพ
1.2) การเก็บรักษาหรือสินคาคงคลังปจจัยการผลติ เนื้อโคขุน พบวา สหกรณมี
สถานที่จัดเก็บ(โรงเรือน/คลังสินคา) มีการตรวจสอบคุณภาพโคขุนกอนชำแหละตามกระบวนการหรือ
มาตรฐานของสหกรณ สถานที่จัดเก็บโคขุนไดมาตรฐานสากลในการแปรสภาพกอนการตกแตงตาม
ขอกำหนดของสหกรณทีไ่ ดมาตรฐานและสะอาดปลอดภยั
42
2) การปฏิบัติการ (Operation) กิจกรรมที่เกี่ยวของกับการเปลี่ยนหรือแปรรูป
วัตถุดบิ ใหออกมาเปนสินคา ประกอบดว ย กระบวนการผลติ วัตถดุ ิบ เครื่องจักรและเครอ่ื งมือ (ภาพท่ี 4.2)
2.1) การเตรียมโคขุนกอนฆา พบวา สหกรณมีการเตรียมโคขุน กอนฆา 2-3 วนั
เพอ่ื ใหโคขนุ ไดผ อนคลาย โดยใชหลกั มาตรฐานการผลิตโคขนุ คณุ ภาพสูง
ทม่ี า: สำนกั พฒั นาระบบและรับรองมาตรฐานสนิ คาปศสุ ัตว กรมปศุสตั ว (2549)
ภาพที่ 4.2 แผนผงั การผลติ เนอ้ื โค
43
ที่มา: กรมตรวจบญั ชสี หกรณ
ภาพท่ี 4.3 การคดั โค
ทมี่ า: กรมตรวจบัญชสี หกรณ
ภาพท่ี 4.4 การจดแจงฆา โค
44
ที่มา: กรมตรวจบญั ชสี หกรณ
ภาพท่ี 4.5 การตรวจรบั โค
2.2) การเชือด บมซาก และชำแหละ พบวา สหกรณชำแหละโคขุน ปละ
12,000 ตัว โดยดำเนินการสัปดาหละ 2 ครั้ง กระบวนการชำแหละ เริ่มจากการทำสลบโค การเชือดเอา
เลือดออก การเลาะหนัง การผาซากเปน 2 ซีก การลางเครือ่ งใน หลังจากน้ันซากโคจะถูกนำเขาหองเย็น
ทันทีหลังผานการลางซากหลังกระบวนการฆา การวัดความยาวซาก ซากโคถูกบมที่อุณหภูมิ 3 องศา
เซลเซียส ตองบม ซาก 7 วัน กอ นประเมินไขมันแทรก และถกู บมตอท่อี ณุ ภูมิ 3 องศาเซลเซยี ส อีกประมาณ
7 วัน แลวนำมาตัดแตง พรอ มจำหนายใหลูกคา เนื้อโคขุนโพนยางคำเปน สินคาที่ไดรับมาตรฐานสากลและ
เปน ท่ีนิยมของผูบรโิ ภคเน้ือโคขนุ มีรสชาติอรอ ย มรี ะบบการเชอื ด การบม การชำแหละ ทไ่ี ดมาตรฐานสากล
(ภาพที่ 4.6 -4.7)
ท่ีมา: สหกรณการเลย้ี งปศุสตั วกรป.กลางโพนยางคำ จำกดั ,สำนักงานตรวจบญั ชีสหกรณ
ภาพที่ 4.6 กระบวนการฆาโค
45
ที่มา: กรมตรวจบัญชสี หกรณ
ภาพที่ 4.7 การชำแหละโค
2.3) การแปรรูปผลผลิตภัณฑ พบวา สินคาที่ผลิต คือซากโคขุนเย็น และ
ผลติ ภัณฑแ ปรรปู (ภาพท่ี 4.8 )
46
ทม่ี า: กรมตรวจบัญชสี หกรณ
ภาพท่ี 4.8 การตัดแตงซากโค
3) โลจิสติกสขาออก (Outbound Logistics) กิจกรรมที่เกี่ยวของกับการจัดเก็บ
รวบรวม จัดจำหนา ย การขนสง การส่อื สาร สนิ คา และบรกิ ารไปยังลูกคา (ภาพที่ 4.9)
3.1) การจัดหาพาหนะที่ขนสงเนื้อโคขุนไปยังผูจัดจำหนาย พบวา มีการ
ตรวจสอบคุณภาพกอนจัดสง มีการบริหารจัดการโดยใชหลักสินคาเขาออกตามวันที่ผลิต การขนสงโดย
รถบรรทกุ หอ งเย็น บรรจภุ ณั ฑใชถ ุงพลาสติกและถุงสญุ ญากาศ จะเห็นไดวา สหกรณมศี นู ยรวบรวม ตดั แตง
เนื้อโคและกระจายสินคา เพ่ือใหก ารเลย้ี งโคเนื้อและอุตสาหกรรมตอเนือ่ งมมี าตรฐาน แตย ังขาดศนู ยร วมใน
การกระจายสินคา เพ่อื สงออกและตัวแทนจำหนายยังมไี มม ากนักจึงไมสามารถกระจายสนิ คาไดท ว่ั ถงึ
3.2) ปริมาณเนื้อโคขุนที่ขนสงใหผ ูจัดจำหนาย พบวา สหกรณฯมีการเชือดและ
ชำแหละ ปล ะ 12,000 ตัว เม่อื ผานกระบวนการ เชอื ด
47
ทมี่ า: สหกรณก ารเลยี้ งปศุสตั วกรป.กลางโพนยางคำ จำกดั , กรมตรวจบัญชสี หกรณ
ภาพที่ 4.9 การจดั การ Stock เนอื้
4) การตลาดและการขาย (Marketing and Sales) กิจกรรมที่เกี่ยวกับการชักจูง
ใหลูกคาซ้ือสนิ คา และบริการ การโฆษณา ชอ งทางการจัดจำหนา ย ประชาสมั พนั ธ
4.1) สินคา (Product) พบวา สินคาเนื้อโคขนุ เปนสินคา ที่ตลาดภายในประเทศ
มีความตองการสูง และมีการขยายตัวตอเนื่องโดยเฉพาะเน้ือโคคุณภาพ โดยในชวงป 2556-2560 การ
บริโภคเนื้อโคและผลิตภัณฑของไทยขยายตวั ทร่ี อ ยละ 4.80 ตอ ป สินคาทุกช้นิ มีคณุ ภาพตามมาตรฐานสากล
ควบคมุ การผลติ ในทกุ ขั้นตอน ต้ังแตก ระบวนการเล้ียงในฟารม การผลติ ตัดแตง และขนสงถึงผูบรโิ ภค โดย
ไดรับการสนับสนุนจากหนวยงานภาครัฐ เชน สำนักงานปศุสัตวจังหวัดสกลนคร จัดทำโครงการพัฒนา
มาตรฐานฟารม (GAP : Good agricultural practice) เพื่อพัฒนาการเลี้ยงจากฟารมใหมีคุณภาพ และ
สรางโรงชำแหละ และตัดแตง หลังใหมมลู คามากกวา 10 ลานบาท เพือ่ ยกระดบั การชำแหละใหไดมาตรฐาน
GMP (Good manufacturing practice) และสหกรณฯ ไดพฒั นาระบบตรวจสอบยอนกลบั (Traceability)
รวมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร เพื่อใหผูบริโภคสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑโพนยางคำ ผานทาง QR-
Code บนฉลากผลิตภัณฑ เพือ่ การันตีในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑไดทุกชิ้น สหกรณมี
สินคาที่จำหนาย ประกอบดวย ขายซากอุน และผลผลติ ภัณฑแปรรูป เปน ชิ้นเนื้อสด และเนื้อปรุงรส บรรจุ
ภัณฑใ ชถุงพลาสตกิ และถงุ สญุ ญากาศ ตราสหกรณฯโพนยางคำ (ภาพท่ี 4.10 และ ภาพที่ 4.12)
48
ที่มา: สหกรณการเลย้ี งปศุสัตวก รป.กลางโพนยางคำ จำกดั
ภาพที่ 4.10 เกรดเนื้อโคขุนโพนยางคำ
ทมี่ า: สหกรณการเลย้ี งปศสุ ัตวกรป.กลางโพนยางคำ จำกดั
ภาพท่ี 4.11 ชนิ้ สวนและการใชประโยชนเนอื้ โคขนุ โพนยางคำ
49
ท่ีมา: สหกรณการเลยี้ งปศสุ ตั วกรป.กลางโพนยางคำ จำกัด
ภาพที่ 4.12 บรรจุภัณฑส นิ คาเน้ือโคขุนโพนยางคำ
4.2) ราคา (Price) พบวา สหกรณเปนผูกำหนดราคาจำหนายโดยคำนึงราคา
ตน ทนุ และสภาวะตลาด ไดร าคายตุ ิธรรม ในป 2562 ดว ยคณุ ภาพเน้อื โคขุนระดับพรีเมยี่ ม สงผลใหสหกรณ
สามารถจำหนายเน้อื สนั ใน กิโลกรมั ละ 1,300 บาท ซ่งึ เมื่อเปรียบเทียบกบั ราคาเนอ้ื สันใน ทว่ั ไป ราคา 360
บาท จะเห็นไดวามีราคาท่ีสงู กวาราคาเนื้อสนั ในท่ัวไป รอยละ 261.11 แตอยางไรก็ตามยังไมมีนักการตลาด
มอื อาชีพในการขยายตลาด ยังไมม กี ารจำหนา ยในตางประเทศ (ตารางท่ี 4.1)
ตารางท่ี 4.1 ราคาเนอ้ื โคขนุ โพนยางคำ ป 2562
รหัส Name ชื่อเน้อื ราคา/กโิ ลกรัม
2101 T-bone เนอื้ ที-โบน 600
1,300
2111 Tenderloin / Filet เนื้อสันใน 750
460
2112 Striploin เน้อื สนั นอก 400
2102 Sirloin / Rump เนื้อสันเอว / เนอื้ ตะเข 500
740
2123 Aguillette เนอ้ื หางตะเข 820
350
2103 Rib Set เนอ้ื สันกลาง 370
350
2131 Ribeye เน้ือสนั กลางถอดกระดกู 600
370
2131 Ribeye เนือ้ สันกลางถอดกระดกู (เปด หลัง) 690
730
2201 Top Round เนื้อสะโพกบน
2202 Sirlointip เนอื้ ลกู มะพราว
2203 Bottom Round เนอ้ื สะโพกลาง
2301 Chuck เนอ้ื สันหนา
2302 Beef Steak เนือ้ ไหล
2304 Paleron เนอื้ ใบพาย
2304 Paleron เนอ้ื ใบพาย (แตง )
50
ตารางท่ี 4.1 (ตอ) ชื่อเนื้อ ราคา/กิโลกรมั
รหัส Name เนอ้ื นอ ง/ขาลาย 370
2401 Shank เนอ้ื เสอื รอ งไห 380
2404 Brisket เน้อื ซ่ีโครง 570
2405 Short ribs เนือ้ นองแกว 420
2411 Silver shank เน้อื พิเศษ 400
2601 Bavette Aloyau
2602 Bavette flanchet เนอื้ พิเศษ 380
2605 Hampe เนือ้ หางวาว 470
2606 Onglet
2607 Ox teil เนือ้ สนั ลอย/เน้ือขัว้ ตบั 390
2700 Stew หาง 295
2705 Hamburger เนอ้ื รวม 300
2766 Scraps เนอ้ื บด 320
2901 Bone
2903 Fat เศษเน้ือ 195
2907 Gold tendon กระดกู 470
3150 Beef liver ไขมัน 195
3159 Gall sauce
400 เอ็น 145
ตับโค 250
ทีม่ า: สหกรณฯ โพนยางคำ
นำ้ ดีปรงุ 75
นำ้ จ้ิมขม,หวาน,น้ำหมัก 45
4.3) ชองทางการจัดจำหนาย (Place) พบวา สหกรณมีแหลงจำหนายหลาย
ชองทาง มีการจำหนายผูบริโภคโดยตรง รอยละ 25 จำหนา ยใหโรงชำแหละรอยละ 10 ตลาดตางจังหวัด
โดยสหกรณส าขา รอ ยละ 50 ตลาดในจังหวัดโดยสหกรณสาขา รอยละ 10 หางคา ปลกี /คา สงสมยั ใหม(เชน
แมคโคร/บ๊ิกซี/เทสโกโลตัส) รอ ยละ 10 และหางสรรสนิ คา (เชน เดอะมอลล/เซน็ ทรัล) รอ ยละ 5 มแี นวคดิ
จำหนา ยผา นระบบออนไลน และออกรา นตา งๆ สนิ คาของสหกรณผ านการรับรองเขยี งสะอาด
51
ท่ีมา: สหกรณก ารเล้ยี งปศสุ ัตว กรป.กลางโพนยางคำ จำกัด,นางสาวจันทรพร เจา ทรัพย และคณะ(2562)
ภาพท่ี 4.13 การจำหนา ยหนารา น
4.4) การโฆษณา (Promotion) พบวา สหกรณม กี ารประชาสัมพันธ ผานระบบ
ออนไลน และออกรานตางๆ สินคาของสหกรณผานการรับรองเขียงสะอาด ขึ้นทะเบียนสินคา GI ไดฮา
ลาลประจำจังหวดั และ GMP กำลังดำเนนิ การ
5) การบริการ (Services) กิจกรรมที่ครอบคลุมถึงการใหบริการเพื่อเพิ่มคุณคา
ใหกับสินคา รวมถึงการบริการหลังการขาย การแนะนำการใช พบวา สหกรณฯโพนยางคำมีการบริการ
เกย่ี วกับการจดั สงสินคา โดยมีบริการจัดสง ตา งจงั หวัดประจำสปั ดาห มกี ารรับคืนสนิ คาเปน ระบบ และเคลม
ลูกคา ท่ีไดร บั ผลกระทบจะเหน็ ไดว ามสี ถานทีจ่ ัดจำหนายสินคา ผานรานตัวแทนจำหนาย สหกรณ และมีการ
จัดทำ QR CODE ตดิ สินคา ที่ลูกคา สามารถตรวจสอบกลับได แตอยางไรก็ตามการเขาตรวจสอบแหลงทม่ี า
ของผลติ ภัณฑตัวสินคา อาจสรา งความยุงยากใหผูบ ริโภค
เม่ือพจิ ารณากจิ กรรมหลกั ทัง้ 5 กจิ กรรม พบวา กิจกรรมโลจิสติกสขาเขา (Inbound
Logistics) เปนกิจกรรมที่สหกรณมีระบบจัดการที่ดีมากแลว กิจกรรมการปฏิบัติการ (Operation) มี
ขั้นตอนการดำเนินงานเปนระบบ กิจกรรมโลจสิ ตกิ สข าออก (Outbound Logistics) เปนกิจกรรมที่สงผล
กระทบตอตนทุนการผลิต และรายไดของสหกรณ เพราะมีคาใชจายขนสงคอนขางสูง สวนกิจกรรม
52
การตลาดและการขาย (Marketing and Sales) และการบริการ (Services) ยังถือเปนปญหาใหญของ
สหกรณ คงตอ งมีการจัดทีมการตลาดมอื อาชพี ใหม
กิจกรรมสนับสนุน (Support Activities) เปนกจิ กรรมที่ชวยสนับสนุนใหกิจกรรมหลัก
สามารถดำเนนิ ไปได ประกอบดวย
1) โครงสรางพ้ืนฐาน (Company Infrastructure) โครงสรา งพน้ื ฐานขององคกร
ไดแ ก ระบบบัญชี ระบบการเงิน การบรหิ ารจดั การขององคกร
1.1) การเงินและบัญชี พบวา แหลงที่มาของเงินทนุ เปนทุนของสหกรณ และกู
เงินลงทุนจากธนาคารบางสวน มีการทำบัญชีรายรับ-รายจาย แตระบบการบัญชี บางอยางยังมีความ
ผิดพลาดตองปรับปรุงใหสมบูรณมากขึ้น แตอยางไรก็ตามไดรับการปรึกษาและตรวจสอบอยางดีจาก
สำนักงานตรวจบญั ชีสหกรณจ งั หวดั
1.2) ระบบขอ มลู ขาวสาร พบวา สหกรณฯไดรบั ขอ มลู ขา วสารตา งๆ ในการผลิต
เนื้อโคขุนจากคูค าทางธุรกิจ หนวยงานราชการ เชน สำนักงานปศุสัตวจังหวัด สำนักงานพาณิชยจังหวัด
สำนักงานสหกรณจังหวัด และสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณจ ังหวัด เปนตน โดยสหกรณนำขอมูลที่ไดรบั ไป
เพิ่มทักษะและความรูใ นการผลิตเนือ้ โคขุนใหดียิ่งขึ้น โดยสหกรณฯมีการเก็บรวบรวมขอมูลในการผลิตเน้อื
โคขนุ แบบเปน ระบบจากอดีตถึงปจจบุ ัน เชน ราคาโคขนุ ทไี่ ดรับ ตนทนุ การผลติ และรายไดส ุทธิจาการผลิต
เน้อื โคขนุ เปน ตน
1.3) การจัดการทั่วไป พบวา สหกรณฯดำเนินธุรกิจในรูปแบบสหกรณ
การเกษตร การบริหารจัดการของกลุมมกี ารเลือกตั้งตัวแทนของกลุม เพื่อเปนตัวแทนในการเขาประชุมรับ
ฟงปญ หาของกลุม
2) การบริหารทรัพยากรบุคคล (Organization People and Methods)
กิจกรรมทีเ่ กี่ยวของกับการบริหารทรัพยากรบุคคล ตั้งแตวิเคราะหงาน สรรหาและคัดเลือก ประเมินผล
พฒั นา ฝกอบรม ระบบเงินเดอื นคา จาง และแรงงานสมั พนั ธ
2.1) การสรรหาและคัดเลือก พบวา สหกรณฯมีการแรงงานจางทั้งหมด 182
คน ซึ่งเปนคนในพื้นที่ คนนอกพื้นที่ และคนจากตางจังหวัด แรงงานจางหายาก ลักษณะการจาง มี 2
ประเภท คอื จางรายวนั ในกิจกรรมเสียบไม แพ็คสินคา และจางรายเดือน ในกิจกรรมตัดแตง ชำแหละโค
และขายเน้ือโค
2.2) การพัฒนาบุคลากร พบวามีการใหอบรมความรู ดานการผลิต การผสม
เทยี ม อาหารสตั ว การตดั แตงเน้อื การแปรรูปผลิตภณั ฑ แกพ นกั งานสหกรณ และสมาชกิ อยางตอ เนื่อง แต
อยางไรก็ตามมคี า ใชจ ายสงู ในการสงเจา หนาทแ่ี ละบุคลากรเพ่อื อบรม เน่อื งจากบุคลากรมีมาก
3) การพัฒนาเทคโนโลยี (Technology Development) กิจกรรมที่เกี่ยวกับการ
พัฒนาเทคโนโลยีที่ชวยในการเพิ่มคุณคาใหสินคาและบริการหรือกระบวนการผลิต พบวาการวิจัยและ
พัฒนา (Technology Development) ของสหกรณมีการนำแปรรูปและนำเทคโนโลยีมาชวย มีการใช
53
เคร่ืองซลี สุญญากาศมาใชในการบรรจุภัณฑ จะเห็นวามีหนวยงานภาครัฐ ใหการสนับสนุนเทคโนโลยดี าน
การชำแหละ แปรรูปตดั แตง ผลิตภัณฑ แตอ ยางไรกต็ ามบคุ ลากรบางคนอาจไมมีความเช่ียวชาญ
4) การจัดซื้อ (Procurement) กิจกรรมในการจัดซื้อจดั หา เพื่อมาใชในกิจกรรม
หลัก พบวา การจัดซื้อ (Procurement)ของสหกรณมีการกำหนดจัดหา จัดซ้ือจัดหาวัตถดุ ิบ มีหลักเกณฑใน
การจดั หา จดั ซื้อเครื่องจกั ร และอปุ กรณต า งๆ ทีเ่ หมาะสมกบั งานและปริมาณการผลิต จะเห็นไดว าสหกรณ
เปนศูนยกลางแหลงวัตถุดิบอาหารสัตว วัคซีนเพื่อบริการเกษตรกรที่เปนสมาชิกในราคาที่เหมาะสม แต
ราคาวัตถุดบิ เพือ่ ผลิตอาหารสัตวมีราคาสูงข้ึนตามสภาพเศรษฐกจิ
เมื่อพิจารณากิจกรรมสนับสนุนทั้ง 4 กิจกรรม พบวา กิจกรรมการจัดหา/จัดซื้อ
(Procurement) สงผลกระทบตอ ตนทุนการผลิต และรายไดข องสหกรณและสง ผลกระทบถึงการปนผลของ
สมาชกิ สหกรณ ถอื วา เปนกิจกรรมทมี่ ีความสำคัญมากควรบรหิ ารจดั การอยา งเปนระบบ กจิ กรรมโครงสราง
พ้ืนฐานขององคกร (Company Infrastructure) ของสหกรณฯโพนยางคำ มีความเหมาะสมและดีอยูแลว
กิจกรรมการวิจัยและพัฒนา (Technology Development) ควรมีการพัฒนาอยา งตอ เนื่องทั้งปจจัยการ
ผลิต โคตนน้ำ โคกลางน้ำ และการแปรรูปผลิตภัณฑ เพื่อขยายตลาดในตางประเทศ และกิจ
กรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล (Organization People and Methods) ยังถือวาเปนปญหาที่สหกรณ
ตอ งแกไขแบบเรง ดวน ควรจัดบุคลากรใหเ หมาะสมกับภาระงานท่ที ำ
กิจกรรมหลักท้ัง 5 กิจกรรม จะทำงานประสานกันไดดี จนกอใหเกิดคุณคาไดน้ัน
จะตองอาศัยกิจกรรมสนับสนุนทั้ง 4 กิจกรรม นอกจากกิจกรรมสนับสนุนจะทำหนาท่ีสนับสนุนกิจกรรม
หลักแลว กจิ กรรมสนบั สนนุ ยังจะตองทำหนาที่สนับสนุนซ่งึ กันและกนั อีกดวย
สรุปกจิ กรรมหลักและกจิ กรรมสนบั สนนุ ของหวงโซค ณุ คาเน้อื โคขนุ ของสหกรณ
ฯโพนยางคำ รายละเอยี ดตาม ภาพที่ 4.14
5
Firm Infrastructure(โครงสรางพน้ื ฐานขององคก ร)
รปู แบบสหกรณการเกษตร มกี ารจัดการโครงสรา งบคุ ลากรทีเ่ หมาะสม
Organization People and Methods/Human Resource Management(การบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล)
การพฒั นาทกั ษะการทำงานและการควบคมุ คุณภาพสม่ำเสมอ
กิจกรรมสนับสนุน
Technology Development(การวิจัยและพฒั นา)
การปรับปรุงกระบวนการผลิตใหท ันสมยั / มีแนวคิดเพม่ิ นวัตกรรมใหมด านการผลติ และการตลาด
Procurement(การจดั ซอ้ื /จัดหา)
ระบบการตรวจสอบคุณภาพวตั ถดุ บิ /ปรบั ปรงุ มาตรฐานการผลติ และวตั ถดุ ิบ
Inbound Logistics Operation(การปฏบิ ตั งิ าน) Outbound Logistics
(โลจิสตกิ สขาเขา ) (กลางนำ้ ) (โลจสิ ติกสขาออก)
(ตน น้ำ) การจดั เตรียมวัตถดุ ิบ/ระบบการจดั การ
การตรวจสอบโคขนุ พรอ มเชอื ด ดา นสุขอนามยั /การตรวจสอบวตั ถุดิบ รูปแบบ/การปรับปรงุ การ
และระบบฐานขอ มูลแหลงผลติ และการจดั เก็บวตั ถดุ ิบ/การจดั การ เคล่ือนยายสินคา ตามหลกั สากล/
โคขนุ บรรจุภัณฑแปรรปู /การกำหนดรปู แบบ การบรหิ ารจัดการสนิ คา คงคลัง/
และการควบคมุ อุณหภมู ิ/มาตรฐานการ การจัดเกบ็ การสั่งซอื้ /ผลิตภัณฑ
ปฏิบตั ิงาน เนอื้ โค
หนวยงานสนับสนนุ : หนวยงานภาครัฐ กระทรวงเกษตรและสหกรณ กระ
ปจ จัยแหงความสำเรจ็ เน้อื โคขุนโพนยางคำคุณภ
สำนักงานปศสุ ัตวจ ังหวดั สกลนคร กิจกรรมหลัก
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตรว ิทยาเขตสกลนคร สำนักงา
สนบั สนนุ องคค วามรูด านการผลิต และการพัฒนา สนบั สนุนงานวจิ ัยดานการผลติ และการพฒั นา สง เสริมการร
สายพันธุโ คขนุ ผลิตและใหคว
สายพันธุโคขนุ
ท่มี า: จากการสำรวจ ภาพที่ 4.14 หว งโซคณุ
กิจกรรมท่สี ามารถสรา ง Value ใหเน้อื โคขนุ โพนยางคำมากที่สุด
54 มีผลติ ภณั ฑห ลากหลาย และจัดเกบ็ ไดนาน
)
Marketing and Sales (การขาย Services(การใหบรกิ าร) เนือ้ โคขนุ
และการตลาด) โพนยางคำ
คุณภาพสูง
(ปลายนำ้ ) ตรงตาม
ระบบการขายหนา ราน/บรรจภุ ณั ฑ ระบบตรวจสอบยอ นกลับดวยระบบ มาตรฐาน GI
/ สวยงามจดั เก็บสินคา ตาม คิวอารโ คด/การรับประกนั สินคา สสู ากล
มาตรฐาน/เครอ่ื งหมายแสดงถงึ พรอ มตรวจสอบกอนสงมอบ/กำหนด 54
ฑ คุณภาพและมาตรฐาน/การโฆษณา มาตรฐานการขนสง สนิ คา ทีถ่ กู ตอง/
ประชาสัมพันธผา นชองทางตา งๆ กำหนดเง่ือนไขการสงั่ ซ้อื ทีเ่ ปนธรรม
ะทรวงพาณชิ ย และมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร
ภาพสงู มาตรฐาน GI
านสหกรณจ งั หวดั สกลนคร สำนักงานพาณิชยจ ังหวดั สกลนคร Cost Leader ผลติ เน้ือโคขนุ ไม
รวมกลมุ การใหความรูดา นการ สงเสริมดา นการตลาดใหความรู และ เสียบคุณภาพ พรีเมี่ยม ราคาถกู
วามรดู า นการแปรรูปผลิตภณั ฑ อำนวยความสะดวกในการขอรบั GI Differentiate ปรมิ าณไขมนั
แทรกมากกวา 3.5 เนอ้ื โคขนุ แดด
เดยี วมาตรฐาน GI
ณคา ของเน้อื โคขุนโพนยางคำ
55
4.1.3 การเปรียบเทียบตน ทนุ การผลิตและผลตอบแทนโคขนุ โพนยางคำ
โคขุนโพนยางคำเปน วตั ถดุ บิ หลักในการผลติ เนื้อโคขนุ โพนยางคำ มีตนทุนรวมตอ ตัวเฉลี่ยของ
การผลิตโคขุนโพนยางคำเทากับ 78,965.57 บาท สูงกวาตนทุนโคขุนทั่วไปที่มีตนทุนรวม 39,679.57 บาท
เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นรอยละ 50.25 แบง เปน ตนทุนผันแปรตอตัวเทากับ 78,557.83 บาท ตำ่ กวาตนทุนผัน
แปรโคขุนท่วั ไปที่มีตน ทนุ 39,435.83 บาท เปล่ียนแปลงเพม่ิ ขึ้นรอยละ 50.19 เนื่องจากเกษตรกรผูเลย้ี งโคขุน
โพนยางคำตองเล้ียงตามมาตรฐานของสหกรณฯ โพนยางคำ เนนปรมิ าณไขมนั แทรกสูงสงใหต น ทุนการผลิตสูง
คาการเลี้ยงโคขุนทั่วไป ตนทุนคงที่ตอตัวเทากับ 387.74 บาท สูงกวาตนทุนคงที่โคขุนทั่วไปที่มีตนทุน
143.00 บาท เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นรอยละ 63.12 เนื่องจากเกษตรกรผูเล้ียงโคขุนตองคำนึงถึงสุขลักษณะโดย
เนน สตั วส ขุ ภาพดี ตองเตรยี มโรงเรอื นมาตรฐานเลีย้ งโค สถานท่ีจดั เก็บวัตถดุ บิ เปน ตน
โคขุนโพนยางคำ มีน้ำหนักตอตัว 704.68 กิโลกรัม สูงกวาโคขุนทั่วไปท่ีมีน้ำหนักตอตัว 550
กิโลกรัม เปล่ยี นแปลงเพิ่มขน้ึ รอยละ 21.95 เนื่องจากเกษตรกรผูเล้ียงโคขนุ โพนยางคำเนน ขนุ โคเพอ่ื สง ตลาดชน้ั สงู
ราคาท่ีเกษตรกรไดรับ โคขุนโพนยางคำ ขายผลผลิตไดเฉลี่ยกิโลกรัมละ 141.54 บาท สงู กวาโค
ขนุ ทวั่ ไปท่ีขายผลผลติ ได 100.00 บาท เปลีย่ นแปลงเพ่มิ ข้ึนรอยละ 29.35 เน่อื งจาก เกษตรกรมีกระบวนผลิต
ที่ดีไดมาตรฐานใหอาหารขนตามมาตรฐานสหกรณ ขายใหสหกรณเพื่อทำเนื้อโคขุนโพนยางคำโดยสามารถ
ขายไดสูงกวาราคาตลาด 41.54 บาทตอ กิโลกรัมสง ผลใหราคาเฉล่ียรวมสูงกวา โดยเมื่อพิจารณาผลตอบแทน
สุทธิที่ไดรับพบวา โคขุนโพนยางคำ ไดรับผลตอบแทนสุทธิตอตัวจำนวน 20,775.91 บาท และตอกิโลกรัม
29.48 บาท สงู กวาโคขนุ ท่ัวไปที่ไดรบั ผลตอบแทนสุทธิตอตัวจำนวน 15,214.00 บาท และตอ กโิ ลกรัม 27.66
บาท เปล่ยี นแปลงเพิ่มขนึ้ คดิ เปนรอ ยละ 26.77 และ 6.17 ตามลำดับ (ตารางท่ี 4.2)
ตารางท่ี 4.2 การเปรยี บเทียบตน ทุนการผลิตและผลตอบแทนโคขนุ ป 2562
รายการ โคขนุ โพนยางคำ1 โคขุนท่ัวไป2 หนวย : บาทตอตวั
รอยละการ
1. ตน ทุนผันแปร 78,577.83 39,142.00 เปลีย่ นแปลง
143.00 50.19
2. ตนทนุ คงท่ี 387.74 39,286.00 63.12
50.25
3. ตนทนุ รวมตอตวั 78,965.57 71.43
36.26
4. ตน ทนุ รวมตอกิโลกรมั 112.06 550.00
100.00 21.95
5. ผลผลติ ตอตวั (กิโลกรัม) 704.68 54,500.00 29.35
45.36
6. ราคาที่เกษตรกรขายได (บาท / กโิ ลกรัม) 141.54 15,214.00 26.77
7. ผลตอบแทนตอตัว 99,741.48 27.66 6.17
8. ผลตอบแทนสุทธิตอตัว 20,775.91
9. ผลตอบแทนสทุ ธิตอกิโลกรัม 29.48
หมายเหตุ : 1ใชเ วลาขุน 16 เดือน/จำนวนวัน 485 วัน
ท่ีมา : จากการสำรวจ
56
4.1.4 การเปรียบเทยี บตนทนุ การผลิตและผลตอบแทนการผลิตเนอื้ โคขนุ โพนยางคำ
ตนทุนรวมเฉลี่ยของการผลิตเนื้อโคขุนโพนยางคำเทากับ 227.60 บาทตอกิโลกรัม คิดเปนรอย
ละ 99.19 ของตนทนุ รวม โดยสูงกวา การผลิตเน้ือโคขุนทวั่ ไปท่ีมีตน ทุน 171.17 บาท เปลย่ี นแปลงเพิ่มข้นึ รอย
ละ 24.79 เน่อื งจากมตี น ทุนรบั ซอื้ วัตถดุ บิ สงู กวา โดยสว นใหญรับซื้อจากสมาชิกของสหกรณและคา ใชจายการ
ผลิตทส่ี ูงกวา โดยเฉพาะกระบวนการบม ซากที่ไดม าตรฐาน และสนิ คา ไดร บั การรบั รองมาตรฐานท่ีชดั เจน และ
สามารถตรวจสอบยอนกลับได เปนตน ดานคาใชจ า ยในการบริหารจดั การท่วั ไปเทากับ 1.87 บาทตอกิโลกรัม
คิดเปนรอยละ 0.81 โดยสงู กวาโคขุนท่ัวไปที่มี 1.50 บาทตอ กิโลกรัมเปล่ยี นแปลงเพ่มิ ขึน้ รอยละ 19.79
ดานราคา พบวา ราคาจำหนายเนอ้ื โคขนุ โพนยางคำ(ซากโค) ขายแบบครง่ึ ตวั หรอื ยกตัว กโิ ลกรมั
ละ 254 บาท สูงกวาเนื้อโคขุนทั่วไป(ซากโค) ขายแบบครึ่งตัวหรือยกตัว ที่ขายผลผลิตได 180.00 บาท
เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นรอยละ 29.13 เนื่องจาก เนื้อโคขุนโพนยางคำถือเปนสินคาพรีเมียมที่มีขั้นตอน
กระบวนการผลติ ที่มีคุณภาพสงู โดยเมื่อพิจารณาผลตอบแทนสุทธิที่ไดรับพบวา เนือ้ โคขุนโพนยางคำไดรับ
ผลตอบแทนสุทธิตอกิโลกรัมจำนวน 24.53 บาท สูงกวาเนื้อโคขุนทั่วไปจำนวน 7.33 บาท เปลี่ยนแปลง
เพิ่มข้นึ คิดเปนรอยละ 70.12 (ตารางท่ี 4.3)
ตารางที่ 4.3 การเปรยี บเทยี บตน ทนุ การผลิตและผลตอบแทนการผลิตเนื้อโคขนุ โพนยางคำ(ซากโค)
หนว ย : บาทตอ 1 กิโลกรัมเน้ือโคขนุ โพนยางคำ
รายการ เนอื้ โคขนุ โพนยางคำ เน้อื โคขนุ (ทั่วไป) รอ ยละการ
เปลี่ยนแปลง
1. ตน ทนุ การผลติ สนิ คา 227.60 171.17 24.79
1.1 คาวตั ถดุ บิ 141.54 100.00 29.35
1.2 คา แรงงาน 31.83 28.32 11.03
1.3 คาใชจา ยการผลติ 54.23 42.85 20.98
2. คา ใชจ า ยในการบรหิ าร 1.87 1.50 19.79
จัดการท่ัวไป
ตน ทนุ รวม 229.47 172.67 24.75
ราคาทไ่ี ดรับ 254.00 180.00 29.13
ผลตอบแทนสทุ ธิ 24.53 7.33 70.12
ทม่ี า: จากการสำรวจ
4.1.5 สวนตางของราคาเนื้อโคขนุ โพนยางคำในแตละระดบั
สวนตางระหวางราคาที่เกษตรกรไดกับราคาท่ีผูคาปลีก โดยแยกการวิเคราะหผูแปรรูป
(สหกรณฯโพนยางคำ) โดยเกษตรกรจำหนายโคขุนเพื่อใชผลิตเนื้อโคขุนโพนยางคำ 1 กิโลกรัม ราคา
กิโลกรัมละ 141.54 บาท เมอื่ สหกรณฯโพนยางคำนำไปผลติ เน้อื โคขุนฌพนยางคำไดราคากโิ ลกรัมละ 254
57
บาท และจดั จำหนายสงใหผูบริโภครวมคาขนสง เฉล่ียราคากิโลกรัมละ 300.90 บาท เมื่อเทียบสัดสวนของ
ผลตอบแทนสุทธิตอตนทุนพบวาการผลิตโคขุนมีสัดสวน 20.83 รองลงมาการผลิตเนื้อโคขุนโพนยางคำ
และการจัดจำหนายมสี ัดสวน 9.66 และ 8.11 ตามลำดับ แสดงใหเห็นวา เกษตรกรมีผลตอบแทนสทุ ธิตอ
ตนทุนมากกวาสหกรณฯ โพนยางคำผูผ ลติ เน้ือโคขุนโพนยางคำ โดยขายโคขนุ คุณภาพดมี ไี ขมันแทรกสูง ซึ่ง
จะทำใหไ ดร ับผลตอบแทนมากขึน้
มูลคาเพิ่มของราคาขายระหวางเกษตรกรกับสหกรณฯโพนยางคำเทากับ 112.46 บาท
ระหวางสหกรณฯโพนยางคำกบั ผูคาปลกี เทากับ 46.90 บาท และมูลคา เพ่มิ ของรายไดร ะหวา งเกษตรกรกับ
สหกรณฯโพนยางคำเทากับ -16,490,100.11 บาท ระหวางสหกรณฯโพนยางคำกับผูคาปลีกจำนวน
151,654,902.09 บาท มูลคาเพิ่มรวม เทากับ 972,984,222.60 บาท แสดงใหเห็นวาการผลิตโคขุนที่มี
คุณภาพ และการผลติ เนือ้ โคขนุ โพนยางคำเปน ข้ันตอนทที่ ำใหเ กดิ มูลคา เพ่ิมสงู ข้ึน (ตารางท่ี 4.4)
ตารางที่ 4.4 แสดงสวนตา งของเน้ือโคขุนโพนยางคำราคาในแตล ะระดับ
หนว ย : บาทตอ 1 กิโลกรัมเน้ือโคขนุ โพนยางคำ
รายการ หนว ย การผลติ การรวบรวม/แปร จัดจำหนา ย
(เกษตรกร) รูป(สหกรณ) (สหกรณ/ ผูแทน
จำหนา ย)
1. ตนทนุ เฉลย่ี ตอหนว ย บาท/กก. 112.06 229.47 276.50
300.90
2. ราคาขายตอ หนวย บาท/กก. 141.541 254.00 24.40
3,233,580.002
3. ผลตอบแทนสุทธิ บาท/กก. 29.48 24.53 8.11
4. ปริมาณผลผลติ กโิ ลกรมั 5,919,312.001 3,233,580.002 46.90
151,654,902.09
5. ผลตอบแทนสุทธิตอตน ทนุ 20.83 9.66
6. มูลคาเพม่ิ ของราคาขาย บาท 141.54 112.46
7. มลู คา เพมิ่ บาท 837,819,420.62 (16,490,100.11)
8. มลู คาเพ่ิมรวม บาท 972,984,222.60
หมายเหตุ : 1ปริมาณนำ้ หนักเม่ือฆา เฉลย่ี 704.68 กก./ตัว จำนวน 8,400 ตัว/ป =5,919,312.00 กก.
2ปริมาณนำ้ หนักซากเย็นเฉล่ีย 384.95 กก./ตวั จำนวน 8,400 ตัว/ป =3,233,580.00 กก.
ท่ีมา : จากการสำรวจ
58
4.2 แนวทางการพฒั นาเน้อื โคขนุ โพนยางคำที่ไดรับการรบั รองสิ่งบง ชีท้ างภูมศิ าสตร
4.2.1 ผลการวิเคราะหส ภาพแวดลอ ม
การวิเคราะหสภาพแวดลอมดำเนินการจากการเก็บขอมูลการสัมภาษณผูที่เกีย่ วของ และ
การจัดประชุม Focus Group โดยกำหนดประเด็นจากการนำแนวคิดหวงโซคุณคา Value Chain มา
วิเคราะหสภาพแวดลอมภายใน และแนวคิด PESTEL ANALYSIS มาวิเคราะหสภาพแวดลอมภายนอก
นำมาจดั ลำดบั ความสำคัญโดยการใหคะแนน จากนน้ั นำผลเบื้องตน มาพิจารณาในท่ีประชุม Focus Group
ใหผ ูทเ่ี ก่ียวขอ งพจิ ารณาอีกคร้ัง พรอ มท้งั จดั ทำแนวทางการพัฒนาเน้ือโคขนุ โพนยางคำที่ไดรับการรับรองสิ่ง
บง ชี้ทางภูมศิ าสตร
4.2.1.1 ผลการวิเคราะหสภาพแวดลอมภายใน เปนการตรวจสอบความสามารถและ
ความพรอมที่ทำใหทราบถงึ จดุ แข็ง (Strengths) และจุดออ นขององคก ร (Weakness) ซ่ึงจะชว ยใหสามารถ
ใชประโยชนจากโอกาส (Opportunities) และหลบหลกี จากอุปสรรค (Threats) ที่เกิดจากสภาพแวดลอม
ภายนอกได การวิเคราะหจุดแข็งและจดุ ออนยังชว ยระบถุ ึงจุดแข็งทซี่ อนอยู และจุดออนทถ่ี ูกละเลย องคกร
จะตองสามารถระบุปจจัยภายในขององคกรที่เปนจุดแข็งและจุดออนได เนื่องจากจุดแข็งนำไปสูการ
ไดเปรียบทางการแขงขันเปนสิ่งซึง่ องคกรมีอยูหรือสามารถทำไดดีกวาคูแขงขนั จุดออน คือ สิ่งซึ่งองคกรมี
หรอื ไมม เี ลย ซึ่งในขณะที่คแู ขงขนั สามารถทำไดดีกวา การพจิ ารณาจุดออนและจุดแข็งสามารถเปรียบเทยี บ
ไดกับปจจัย 3 ประการ ไดแก ผลการดำเนินงานที่ผานมาในอดีตขององคกร (Past Performance) คู
แขงขันที่สำคัญขององคกร (Key Competition) และอุตสาหกรรมท้ังหมด ในครั้งน้ีไดใ ชการวิเคราะห การ
วิเคราะหสภาพแวดลอมภายใน (S,W) ดวย Value Chain Analysis ในภาพรวมวิเคราะหสภาพแวดลอม
ภายในของสินคาเน้ือโคขุนโพนยางคำ สรปุ ไดด งั นี้
1) โลจิสติกสขาเขา (Inbound Logistics)
จดุ แข็ง
(1) สหกรณฯ มสี ถานทจี่ ดั เก็บโคขนุ กอนเขาโรงเชือดทไี่ ดมาตรฐานสากลในการ
แปรสภาพกอนการตกแตงตามขอกำหนดของสหกรณทไี่ ดมาตรฐานและสะอาดปลอดภยั
(2) สหกรณฯมีแหลง ผลติ โคขนุ ทไี่ ดมาตรฐานสหกรณ มีคณุ ภาพสงู
(3) สหกรณม ีความเชี่ยวชาญดานการเคล่อื นยา ยสตั ว (โคขนุ ) คอ นขา งดีมาก
จดุ ออ น
(1) สหกรณใหทางเลอื กเกษตรกรสามารถการเคลื่อนยา ยโคขุนครบอายุเชอื ด
นำสงสหกรณไ ดเองบางครั้งเกดิ ความเสียหาย
2) การปฏบิ ตั ิการ (Operations)
จุดแข็ง
(1) มีระบบการเชือด การบม การชำแหละ ท่ีไดมาตรฐานสากล
(2) สามารถผลิตเนือ้ โคขนุ ท่มี ีคณุ ภาพปลอดจากสารตกคา งและสามารถตรวจสอบ
ยอนกลับได
59
จดุ ออ น
(1) ปริมาณเนื้อบางสว นเหลือคอนขางมาก เชน เศษเนื้อ เปนตน ทำใหไมสามารถ
เพิม่ จำนวนการชำแหละได
(2) การพัฒนาการแปรรูปผลติ ภัณฑย งั มนี อย
3) โลจิสตกิ สขาออก (Outbound Logistics)
จุดแขง็
(1) มีระบบโลจิสติกสขนสง หองเย็นทีด่ ี สามารถเคลื่อนยายสินคาและกระจายสินคา
ไดในระยะไกล ไมเกดิ ความเสยี หาย
จุดออน
(1) ศูนยร วมในการกระจายสินคาเพื่อสงออกและตัวแทนจำหนายยงั มไี มมากนักจงึ ไม
สามารถกระจายสนิ คาไดทัว่ ถึง
4) การตลาดและการขาย (Marketing and Sales)
จุดแข็ง
(1) สินคา เนื้อโคขุนโพนยางคำ มชี อ่ื เสยี ง เปน ทร่ี ูจกั
จดุ ออน
(1) ขาดนักการตลาดมืออาชพี ในการขยายตลาด ยงั ไมมีการจำหนา ยในตา งประเทศ
(2) ขาดการประชาสมั พนั ธผ ลติ ภณั ฑส นิ คา
5) การบริการ (Services)
จุดแขง็
(1) มีสถานทจี่ ัดจำหนายสินคา หลายชอ งทาง เชน ผานรา นคา ตัวแทนจำหนาย จำหนา ย
ท่ีรา นคา ของสหกรณ สอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส และหา งสรรพสนิ คาตางๆ
จดุ ออน
(1) การตรวจสอบแหลงที่มาของของแหลงกำเนิดโคบางรายยุงยาก เพราะการเปด
โอกาสใหเกษตรกรจดั หาโคเพ่อื ขุนจากแหลงอ่ืนๆ
6) การจัดหา / จดั ซอ้ื (Procurement)
จุดแข็ง
(1) ระบบการจัดซือ้ จัดหาปจจัยการผลิตโคขุนเพื่อบริการสมาชิกสหกรณผูเลี้ยงโคขุน ได
มาตรฐานที่ดี
จุดออ น
(1) การสรางเครือขา ยเพื่อใหเ กิดความเชอ่ื มโยงระหวางการผลิต และการตลาดมีคอ นขา งนอ ย
(2) ตน ทุนราคาวตั ถุดิบมีราคาสูงขน้ึ ตามสภาพเศรษฐกิจ
60
(3) เครอื ขายไมสามารถผลิตลูกโคไดตามเปาหมายที่ตองการ
7) การวจิ ยั และพัฒนา (Technology Development)
จดุ แขง็
(1) มีการพฒั นาผสมพันธุโ คดว ยวิธีการผสมเทียม เพ่ือผลติ โคเนอ้ื ใหต รงความตองการของ
ตลาด
(2) มีการพัฒนาใชเทคโนโลยีสำหรับการชำแหละ แปรรปู ตัดแตงผลิตภัณฑที่ทันสมัยอยู
เสมอ
จดุ ออน
(1) ขาดการสนบั สนนุ ดานวิชาการข้ันสูง และงานวจิ ัยพัฒนาพอ แมพ นั ธุ
(2) ขาดเทคโนโลยสี ารสนเทศทสี่ ะทอนใหเ หน็ ถงึ พ้นื ฐานโค เชน การตลาด ราคา
โรงฆา สัตว รวมถึงการเชอื่ มโยงขอมูลอื่นๆ
8) การบริหารทรพั ยากรบุคคล (Organization People and Methods)
จุดแขง็
(1) มีการอบรมความรู ดานกระบวนการผลติ การแปรรปู ผลติ ภณั ฑ อยา งตอเนื่อง
(2) มกี ารบรหิ ารจดั การบคุ ลากรเปน อยา งดี
จุดออ น
(1) สหกรณมีคาใชจายสูงในการสง เจาหนา ที่และบคุ ลากรเพื่ออบรม เน่ืองจากบุคลากรมี
มาก
9) โครงสรา งพน้ื ฐานขององคก ร (Company Infrastructure)
จดุ แข็ง
(1) มีงบประมาณ เงินทุนหมนุ เวียน ในการดำเนินงาน
(2) มฟี ารม โคขุนที่ดี และโรงฆา สัตวท่ีไดม าตรฐาน
จดุ ออ น
(1) สหกรณมีการจดั การระบบบญั ชยี งั ไมด เี ทา ท่ีควร
4.2.1.2 ผลการวเิ คราะหสภาพแวดลอ มภายนอก
เปนการประเมินสภาพแวดลอมในการดำเนินธุรกิจที่สหกรณฯโพนยางคำไมสามารถ
ควบคุมหรอื เปล่ยี นแปลงได ดังนนั้ จึงตองศึกษาสถานการณป จ จุบันและแนวโนมการเปล่ยี นแปลงในอนาคต
ของสภาพแวดลอมดังกลาว วาเปนไปในลักษณะที่เปนโอกาสหรืออุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งการ
เปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอมภายนอกก็สงผลตอองคกรธุรกิจแตละแหงในลักษณะที่แตกตางกนั การ
เปลี่ยนแปลงทก่ี อ ใหเกดิ โอกาสสำหรบั องคก รบางแหลงอาจจะกลายเปนขอกำหนดขององคกรอ่ืนหรือถึงแม
องคกรธุรกิจหลายแหงอาจจะไดรับประโยชนจากโอกาสที่เกิดขึ้นคลายๆกัน แตบางแหงก็อาจไดรับ
ประโยชนมากกวาแหง อื่น เนื่องจากลักษณะที่แตกตางกันขององคกรธุรกิจและความสามารถของผูบริหาร
ในการที่กำหนดกลยุทธใหไดรับประโยชนจากโอกาสที่เกิดข้ึน การวิเคราะหสภาพแวดลอมภายนอก (O,T)
61
ในครั้งนี้ใชรูปแบบ PESTEL Analysis ในภาพรวมวิเคราะหสภาพแวดลอมของสินคาเนื้อโคขนุ โพนยางคำ
แตละบริบท มีผลการวิเคราะหดงั ตารางที่ 4.5
ตารางท่ี 4.5 ผลการวเิ คราะหสภาพแวดลอ มภายนอกโดยใชเคร่ืองมือ PESTEL ANALYSIS
PESTEL บรบิ ท โอกาส อุปสรรค
P : ปจ จัยดานการเมือง 1.รัฐบาลมีนโยบาย ปน 1.ไมมขี อขัดแยง ทาง 1.มกี ารลักลอบนำเขา
(Political) “โคเนื้อไทย”เปนสินคา การเมอื งกบั กลมุ เน้อื โคจากตา งประเทศ
(เนือ้ เถื่อน) เขา มา
อุ ต ส า ห ก ร ร ม ร ะ ดั บ ประเทศมสุ ลมิ ทำให ภายในประเทศ และยัง
คุณภาพสูง ดวยการแปร มีโอกาสสงออกเนื้อ ไมมมี าตรการควบคมุ
ปราบปรามอยา ง
รูปและพฒั นา คณุ ภาพ ไดท ัว่ โลก จรงิ จัง
2.น โ ย บ า ย ก า ร ล ด อ ั ต ร า 2.ภาวะทางการเมอื ง
ภาษีนำเขาเนื้อโคจาก ของประเทศไมสงบ
ประเทศออสเตรเลียและ สงผลตอปริมาณ
นักทอ งเที่ยว
นิวซีแลนดอาจสงผล
กระทบราคาโคเนื้อและ
เนื้อโคคุณภาพดีใน
ประเทศลดลง
4. นโยบายในการเปดเขต
การคาเสรี และ
ความสัมพันธที่ดีทางการ
ทูต และการคาระหวาง
ป ร ะ เ ท ศ ข อ ง ไ ท ย กั บ
ประเทศมุลสิม
5. เ ส ถ ี ย ร ภ า พ ท า ง
การเมือง ทำใหเกิดความ
ไมแนนอนและความ
ตอเนื่องของการดำเนิน
นโยบาย
6. นโยบายปองกันและ
ปราบปรามการลักลอบ
นำเขาเน้อื จากตา งประเทศ
โดยเฉพาะตามแนว
ชายแดน ยังไมม ีการ
62
ตารางที่ 4.5(ตอ ) บรบิ ท โอกาส อปุ สรรค
PESTEL
ดำเนนิ การอยางจริงจงั
P : ปจ จัยดา นการเมือง
(Political) สง ผลใหมเี นือ้ โคคุณภาพ
E: ปจจัยดานเศรษฐกจิ ตำ่ เขามาจำหนายใน
(Economic)
ประเทศ เปนการทำลาย
ระบบตลาด
1.ประเทศไทยมีชือ่ เสยี ง 1.ประเทศไทยมี 1.อาหารขนสำหรับ
ดา นอาหารไทยเปน ที่ ชอ่ื เสยี งดา นอาหาร เลยี้ งโคขุนราคาแพง
รูจักกนั ท่วั โลก ไทยเปนท่รี จู ักกันทัว่ เน่อื งจากสภาวะ
2.ประเทศเพ่ือนบา นและ โลก ทำใหม ีโอกาส เศรษฐกจิ โลก
ประเทศในเขตอาเซยี นมี พฒั นาเนือ้ โคเพ่ือ
ความตอ งการโคเนื้อและ การสงออกประเภท
เนอ้ื โคเพ่ิมมากขึ้น พรอ มบรโิ ภค (ready
เน่อื งจากมกี ารขยายตวั to eat)
ทางเศรษฐกิจ และมี 2. ความตอ งการ
นักทองเท่ียวมากขนึ้ บรโิ ภคเนอ้ื โค
3.นักทอ งเที่ยว และ คณุ ภาพดีมีปริมาณ
ผบู ริโภค ภายในประเทศ สูงข้ึนตลอดเวลา
หนั มาบริโภคเนอ้ื ไดแ ก นักทองเทย่ี ว
คณุ ภาพและสะอาด และผูบ รโิ ภค ภายใน
ปลอดภยั มากข้ึน ประเทศหันมาบรโิ ภค
4. ความตอ งการอาหาร เนอ้ื คุณภาพและ
ทีเ่ พิม่ มากขนึ้ สง ผลให สะอาดปลอดภยั
เกดิ การแยงชิงปจ จัยการ 3. ประเทศเพอ่ื นบาน
ผลติ ทางการเกษตร ทำ และประเทศในเขต
ใหร าคาวัตถดุ ิบอาหาร อาเซียนมคี วาม
สตั วเพิม่ สงู ข้ึน ตองการโคเนื้อและ
เนื้อโคเพ่ิมมากข้ึน
เน่ืองจากมกี าร
ขยายตวั ทาง
เศรษฐกจิ และมี
นกั ทอ งเทย่ี วมากขึน้
63
ตารางท่ี 4.5(ตอ ) บรบิ ท โอกาส อปุ สรรค
PESTEL
4.ผลิตผลพลอยได
E: ปจ จัยดา นเศรษฐกิจ
(Economic) (By product)
S: ปจจยั ดา นสังคมและ สามารถนำไปผลติ
วฒั นธรรม (Socio-
cultural) สนิ คา อ่ืนได เชน หนงั
ดบิ ฯลฯ
1. คา นิยม ความเช่ือและ 1. เอื้อประโยชน 1. การยอมรับข อง
ทัศนคติของเกษตรกรใน สำหรับเกษตรกรผู ผบู รโิ ภคเนือ้ โคยังอยูใน
การทำการเกษตรแบบ เลี้ยงโคทั้งทางดาน ระดับต่ำ โดยมีทัศนะ
ดั้งเดิมทำใหเปลี่ยน การผลิต มีพืน้ ทีเ่ ลี้ยง คติวาเนื้อโคเหนียว มี
วิธีการปฏิบัติท่ีเหมาะสม เ พ ี ย ง พ อ อ า ห า ร กลน่ิ เหม็น
ทำไดย าก หยาบหาไดงายและ 2.ความเชื่อทางศาสนา
2.พฤติกรรมการใชชีวิต กา รตล าดมี แห ลง ไมยอมรับคุณภาพของ
ของผูบริโภคชาวมสุ ลิมที่ จำหนา ยในพ้ืนท่ี เ น ื ้ อ โ ค ไ ท ย เ ล ื อ ก
มีความเชื่อทางศาสนา 2. ผูบริโภคใหความ บร ิโ ภคแต เ น ื ้ อ โ ค
เกี ่ยวกับ การบริโภค น ิ ย ม ส ู ง มี ค ว า ม ตา งประเทศ
อาหารฮาลาล สงผลให ต อ ง ก า ร ส ิ น ค า 3. ภูมิประเทศของไทย
เนื้อโคของไทยซึ่งเปน คุณภาพมีมาตฐาน มี มีความสมบูรณดาน
ประเทศเมืองพุทธ ไมได ความปลอดภัย ซ่ึง อ า ห า ร ส ง ผ ล ใ ห
รับการยอมรับจากชาว เนื้อโพนยางคำ GI มี ประชาชนมีโอกาสใน
มสุ ลิมเทา ทีค่ วร มาตรกฐานการผลิต การเลือกบริโภคเนื้อ
3. ผบู ริโภคใหความสนใจ ในระดับฟารม และ ประเภทอน่ื ที่มีราคาถูก
เรื่องคุณภาพของสินคา ก า ร ร ั บ ร อ ง ต า ม กวาได เชน เน้อื ไก เน้ือ
ม า ก ข ึ ้ น โ ด ย ใ ห มาตรฐาน GI ซึ่งมี สกุ ร รวมทั้งอาหารตาม
ความสำคัญ ใน เรื ่อ ง คุ ณภ าพป ลอดภัย ธรรมชาติ เชน กุง ปลา
อาหารปลอดภัย ดีตอ ต ร ง ต า ม ค ว า ม หอย เปน ตน
สุขภาพและเปนมิตรตอ ตองการของผูบริโภค
ส่งิ แวดลอม ทั้ ง ต ล า ด
ภายในประเทศและ
ตลาดโลก
3.ผูที่เคยบริโภคมี
ความเชือ่ ม่ันในสินคา
64
T: ปจจัยดา นเทคโนโลยี 1.ระบบขอมูลทะเบียน 1. มีระบบการผลิต 1. การสื่อสารกันใน
(Technological)
เกษตรกรมีการจัดทำ เนื้อโคคุณภาพสูง บางพื้นที่ไมมีความ
E : สงิ่ แวดลอม
(Environmental) อยางตอเนื่อง ขอมูล อยางเปนรูปธรรม เ ห ม า ะ ส ม ข า ด
สมบรู ณ โ ด ย ม ี ค ุ ณ ภ า พ โครงสรางพื้นฐาน ไมมี
2. เ ท ค โ น โ ล ยี IOT เทยี บเทากับโคเนื้อที่ สั ญญาณโทรศัพท/
(AppSmart Farm) ผ ล ิ ต ไ ด ใ น อนิ เทอรเน็ต
3.เ ท ค โ น โ ล ย ี ก า ร ตางประเทศ (Grain
ต ร ว จ ส อ บ ส ภ า พ ดิ น fed beef)
ประชาชนสามารถเขา ถึง 2.ไดรับการสนับสนุน
ได ด า น ค ว า ม ร ู แ ล ะ
4.Appพยากรณอ ากาศ เงินทุนจากกรมการ
5.ปจจุบันเทคโนโลยี คา ระหวางประเทศ
โดยเฉพาะดานการ
สื่อสาร มีความทันสมัย
หลากหลายชองทาง
6.ปจจุบันมีการ
เปลี่ยนแปลงทางดาน
เทคโนโลยีการผลิต การ
แปรรูปที่สามารถลด
ตน ทุนการผลติ ได
1.สภาพภมู ิอากาศภาวะ 1.สภาพพื้นที่มีความ 2. เกิดโรคระบาดและ
ภัยแลง เปนเอกลักษณเ ฉพาะ ภัยธรรมชาติ
2.พื้นที่ของประเทศสวน มี ส ภ า พ แ ว ด ล อ ม
ใ ห ญ เ ป น พ ื ้ น ท่ี เหมาะสมในการเลี้ยง
เกษตรกรรม เหมาะสม โคพื้นเมืองที่มีขนาด
ตอการเพาะปลูก ตัวเล็ก สามารถ
3.ทรัพยากรธรรมชาติ สงเสริมและพัฒนาโค
แ ล ะ ส ิ ่ งแ ว ด ล อ ม ถู ก เ น ื ้ อ ไ ท ย (New
ทำลาย เกดิ ความไม Brand) ที่ไดเนื้อจาก
โคพื้นเมืองที่มีขนาด
ตัวเล็ก โตไดดีใน
สภาพเล้ยี งปลอ ยตาม
65
ตารางท่ี 4.5(ตอ ) บริบท โอกาส อุปสรรค
PESTEL
สมดุลและความเสียหายตอ ธ ร ร ม ช า ต ิ อ า จ
E : สง่ิ แวดลอม
(Environmental) ระบบ จ ั ดเ ป น Organic
L: กฎหมาย (Legal)
beef หรือ Natural
ทม่ี า: จากการวิเคราะห
beef)
1.การยกเลิกการใช กำจัด 1 . ผ ล ก า ร ท ำ 1. การลงทุนขามชาติ
ศตั รูพืช/วชั พชื บางชนดิ ขอตกลงเขตการคา ของประเทศพัฒนา
2.คาแรงงานขั้นต่ำประจำ เสรีอาเซยี น (AFTA) แลว เชน ออสเตรเลีย
จังหวัด ทำใหประเทศไทยมี มาลงทุนในมาเลเซีย
3. กฎหมาย/กฎระเบียบที่ โอกาสสงเนื้อโคไป และอินโดนีเซีย เปน
เ ก ี ่ ย ว ข อ ง ก ั บ ภ า ค จ ำ ห น า ย ตน เพื่อเลี้ยงโคขุนโดย
การเกษตร ตางประเทศเพ่ิม มองตนทุนต่ำ ทำให
4. ม า ต ร ก า ร ค ว บ คุ ม มากขน้ึ เกิดการแขงขันสูงใน
คุณภาพมาตรฐานสินคา ตลาดสงออกของ
อุตสาหกรรมและความ ประเทศไทย
ปลอดภยั ของประเทศไทย โดยเฉพาะในแถบ
5. กฎหมาย/กฎระเบียบท่ี เอเชียตะวันออกเฉียง
เกี่ยวของกับภาค ใต และในตะวันออก
การเกษตร กลาง
6 . ม า ต ร ก า ร ค ว บ คุ ม 2. การเปดการคาเสรี
คุณภาพมาตรฐานสินคา (FTA) ทำใหประเทศ
อุตสาหกรรมและความ ไทยไมสามารถกำหนด
ปลอดภัยของประเทศไทย ภ า ษ ี ศ ุ ล ก า ก ร เ พื่ อ
เปนที่ยอมรับของตลาดโลก ปองกันการนำเขาเน้ือ
การพัฒนารูปแบบ โคจากตางประเทศ
มาตรการกีดกันทางการคา โดยเฉพาะจาก
ของประเทศคคู า ออสเตรเลีย นิวซแี ลนด
3.กฎหมายที่เกี่ยวของ
ไมเ อื้อตอการสง ออก
66
4.2.2 การเรียงตามลำดบั ความสำคญั สภาพแวดลอม
1) ปจจัยภายใน
1.1) จุดแข็ง พบวา สหกรณฯมีสถานที่จัดเก็บโคขุน กอนเขาโรงเชือดที่ได
มาตรฐานสากล และสะอาดปลอดภัย มคี าคะแนนสูงที่สุด เทากับ 3.95 คะแนน รองลงมา ไดแก สหกรณฯมี
แหลงผลิตโคขุนที่ไดม าตรฐานสหกรณ มีคุณภาพสูง มีคา คะแนน 3.93 ตามมาดว ย มรี ะบบการเชือด การ
บม การชำแหละ ท่ไี ดมาตรฐานสากล มีคา คะแนน 3.85 และ สามารถผลติ เนื้อโคขุนทีม่ ีคณุ ภาพปลอดจาก
สารตกคางและสามารถตรวจสอบยอนกลับได มคี าคะแนน 3.55 ตามลำดับ
1.2) จุดออน พบวา สหกรณใหทางเลือกเกษตรกรสามารถการเคลื่อนยายโคขุนครบ
อายุเชือดนำสงสหกรณไดเองบางครั้งเกิดความเสียหาย มีคาคะแนนเทากับ 4.59 รองลงมา ไดแก ปริมาณ
เนื้อบางสวนเหลือคอนขางมาก(เนื้อ G) ทำใหไมสามารถเพิ่มจำนวนการชำแหละได มีคาคะแนนเทากับ
4.55 ตามาดวย การพัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑยังมีนอย มีคาคะแนนเทากับ 4.30 และ สหกรณมีการ
จัดการระบบบัญชยี งั ไมด ีเทาที่ควร มีคาคะแนนเทา กับ 3.75 ตามลำดบั รายละเอียดตามตารางท่ี 4.6
ตารางท่ี 4.6 สรุปปจจยั สภาพแวดลอ มภายในโดยการเรียงตามลำดบั ความสำคัญ
ปจจยั คาคะแนน จดุ แข็ง/
จุดออน
จุดแข็ง 3.95
1) สหกรณฯ มสี ถานที่จดั เก็บโคขุน กอนเขา โรงเชอื ดท่ีได S1
3.93
มาตรฐานสากล และสะอาดปลอดภยั 3.85 S2
2) สหกรณฯมีแหลงผลติ โคขุนที่ไดม าตรฐานสหกรณ มีคุณภาพสูง 3.55 S3
S4
3) มีระบบการเชือด การบม การชำแหละ ที่ไดม าตรฐานสากล 3.52
4) สามารถผลิตเนื้อโคขุนที่มีคุณภาพปลอดจากสารตกคางและ 3.45 S5
สามารถตรวจสอบยอ นกลับได S6
5)สินคาเน้ือโคขนุ โพนยางคำ มีชอื่ เสยี ง เปนทร่ี ูจกั 3.40
S7
6) สหกรณมีความเช่ียวชาญในการเคลอ่ื นยายสัตว(โคขนุ )คอนขา ง 3.38
ดี S8
7) มรี ะบบโลจสิ ติกสหองเย็นท่ีดี สามารถเคลอื่ นยายสนิ คา และ 2.88
S9
กระจายสนิ คา ไดในระยะไกลไมเกิดความเสยี หาย
8) มสี ถานทจ่ี ดั จำหนายสนิ คา หลายชองทาง เชน ผานรานคาตวั แทน
จำหนาย จำหนา ยทีร่ านคา ของสหกรณ สอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส และ
หางสรรพสนิ คาตางๆ
9) ระบบการจดั ซ้ือจัดหาปจจัยการผลิตโคขุนเพื่อบริการสมาชกิ ผู
เลีย้ งโคขุน ไดมาตรฐานท่ีดี
ตารางที่ 4.6(ตอ) 67
ปจจัย
คาคะแนน จุดแข็ง/
จุดออน
10) มีการพัฒนาการผสมพันธุโคดวยวิธีผสมทียม เพื่อผลิตโคขุนให 2.78 S10
ตรงตามความตองการของตลาด
11) มกี ารพฒั นาปรับใชเทคโนโลยสี ำหรับการชำแหละ แปรรปู ตัด 2.68 S11
แตงผลติ ภัณฑท่ีทนั สมัยเสมอ
2.54 S12
12) มกี ารสง เสริมการอบรมเพิ่มความรู กระบวนการผลติ อยาง
ตอเน่ือง 2.32 S13
2.54 S14
13) มีการบริหารจัดการบุคลากรเปน อยา งดี 2.32 S15
14) มีงบประมาณ เงนิ ทุนหมุนเวียน ในการดำเนนิ งาน เพยี งพอ
15) มีฟารม โคขุนทดี่ ี และมโี รงฆา สัตวที่ไดมาตรฐาน 4.59 W1
จุดออน 4.55 W2
1) สหกรณใ หท างเลือกเกษตรกรสามารถการเคล่อื นยายโคขนุ ครบ 4.30 W3
อายเุ ชือดนำสงสหกรณไดเ องบางครง้ั เกิดความเสยี หาย 3.75 W4
3.56 W5
2) ปริมาณเน้ือบางสว นเหลือคอ นขางมาก(เนอ้ื G) ทำใหไมสามารถ
เพ่มิ จำนวนการชำแหละได 3.52 W6
3) การพฒั นาการแปรรปู ผลติ ภณั ฑย ังมีนอย 3.50 W7
4) สหกรณม ีการจัดการระบบบัญชียงั ไมดีเทา ท่คี วร
3.25 W8
5) ขาดเทคโนโลยีสารสนเทศที่สะทอนใหเห็นถึงพื้นฐานโค เชน
การตลาด ราคา โรงฆา สัตวร วมถงึ การเชือ่ มโยงขอ มลู อ่ืนๆ 3.12 W9
6) ขาดการประชาสมั พันธสนิ คา 3.00 W10
7) ขาดนักการตลาดมืออาชพี ในการขยายตลาด ยังไมมกี ารจำหนาย
ในตา งประเทศ 2.37 W11
8) สหกรณฯมคี า ใชจ ายสูงในการสง เจา หนา ทแี่ ละบุคลากรเพื่ออบรม 2.35 W12
เน่อื งจากบคุ ลากรมีมาก
9) ศูนยร วมในการกระจายสนิ คาเพือ่ สง ออกและตวั แทนจำหนายยัง
มไี มม ากนกั จงึ ไมส ามารถกระจายสนิ คา ไดทว่ั ถงึ
10) การตรวจสอบแหลงที่มาของแหลงกำเนิดโคบางรายยุงยาก
เพราะการเปด โอกาสใหเกษตรกรจดั หาโคเพ่ือขนุ จากแหลง อ่นื ๆ
11) เครอื ขายไมส ามารถผลิตลูกโคไดตามเปา หมายท่ีตองการ
12) ขาดการสนบั สนุนดา นความรวู ชิ าการขนั้ สงู และงานวจิ ัยการ
พฒั นาพอแมพันธุ
68
ตารางที่ 4.6(ตอ)
ปจจัย คา คะแนน จุดแข็ง/
จุดออน
13) การสรางเครอื ขา ยเพือ่ ใหเกิดการเช่ือมโยงระหวางการผลิตและ 2.31
การตลาดมคี อนขา งนอย W13
ท่มี า: จากการสำรวจ และประชุมระดมความคิดเหน็ Focus Group
2) ปจ จยั ภายนอก
2.1) โอกาส คือ ไมม ีขอ ขัดแยงทางการเมืองกบั กลมุ ประเทศมุสลิม ทำใหมโี อกาสสงออกเน้ือ
ไดทัว่ โลก มีคา คะแนนเทากับ 4.21 รองลงมา ไดแก ประเทศไทยมีชือ่ เสียงดานอาหารไทยเปนท่ีรูจักกัน
ทั่วโลก ทำใหมีโอกาสพฒั นาเนื้อโคเพ่ือการสงออกประเภทพรอมบริโภค (ready to eat) มีคาคะแนน
เทากับ 4.20 ตามมาดวย สามารถสรา งเอกลักษณข องโคเน้ือไทย (New Brand) ท่ีไดเ นอื้ จากโคพ้ืนเมือง
ที่มีขนาดตัวเล็ก โตไดดีในสภาพเล้ียงปลอยตามธรรมชาติ อาจจัดเปน Organic beef หรือ Natural
beef) มีคาคะแนนเทากับ 3.97 และ มีระบบการผลิตเน้ือโคคุณภาพสูงอยา งเปนรูปธรรม โดยมีคุณภาพ
เทียบเทากับโคเนอื้ ทีผ่ ลติ ไดใ นตางประเทศ (Grain fed beef) มคี าคะแนนเทากับ 2.83 ตามลำดบั
2.2) อุปสรรค คอื การยอมรับของผูบริโภคเนื้อโคยังอยูในระดับต่ำ โดยมีทัศนะคติวาเนื้อโค
เหนียว มีกลิ่นเหม็น ความเชื่อทางศาสนา ไมยอมรับคุณภาพของเนื้อโคไทย เลือกบริโภคแตเนื้อโค
ตางประเทศ มคี าคะแนนเทากับ 4.12 รองลงมา การเปดการคา เสรี (FTA) ทำใหป ระเทศไทยไมสามารถ
กำหนดภาษีศุลกากรเพื่อปองกันการนำเขาเนื้อโคจากตางประเทศ โดยเฉพาะจากออสเตรเลีย
นวิ ซีแลนด และอินเดยี ทม่ี ีตนทุนการผลิตที่ตำ่ กวา มีคา คะแนนเทา กับ 3.53 ตามมาดว ย การลงทุนขา ม
ชาติของประเทศพัฒนาแลว เชน ออสเตรเลยี มาลงทุนในมาเลเซีย และอินโดนีเซีย เปน ตน เพื่อเลีย้ งโค
ขุนโดยมองตนทุนต่ำ ทำใหเกิดการแขงขันสงู ในตลาดสงออกของประเทศไทย โดยเฉพาะในแถบเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต และในตะวันออกกลาง มีคาคะแนนเทากับ 3.48 และ คนไทยมีโอกาสในการเลือก
บรโิ ภคเนื้อประเภทอื่นที่มีราคาถูกกวา เชน เนื้อไก เนื้อสุกร รวมทัง้ อาหารตามธรรมชาติ เชน กุง ปลา
หอย เปนตน มีคา คะแนนเทากบั 3.39 ตามลำดับ รายละเอยี ดตามตารางท่ี 4.7
69 โอกาส /
ตารางท่ี 4.7 สรุปปจจัยสภาพแวดลอ มภายนอกโดยการเรียงตามลำดบั ความสำคัญ อุปสรรค
ปจจยั คา คะแนน O1
O2
โอกาส 4.21
1) ไมมีขอขัดแยงทางการเมืองกับกลุมประเทศมุสลิม ทำใหมี 4.20 O3
โอกาสสง ออกเนอ้ื ไดท ั่วโลก 3.97 O4
2) ประเทศไทยมีชื่อเสียงดานอาหารไทยเปน ที่รูจักกันทั่วโลก ทำ
3.83 O5
ใหมีโอกาสพัฒนาเนื้อโคเพื่อการสงออกประเภทพรอมบริโภค
(ready to eat) 3.82 O6
3) สามารถสรางเอกลักษณของโคเนือ้ ไทย (New Brand) ทีไ่ ดเนื้อ O7
จากโคพื้นเมืองที่มีขนาดตัวเล็ก โตไดดีในสภาพเลี้ยงปลอยตาม 3.76
3.64 O8
ธรรมชาติ อาจจัดเปน Organic beef หรือ Natural beef) O9
4) มีระบบการผลิตเนอ้ื โคคุณภาพสูงอยางเปนรปู ธรรม โดยมี 3.60
3.50 O10
คณุ ภาพเทยี บเทากับโคเนื้อทผ่ี ลิตไดในตางประเทศ (Grain fed O11
beef) 3.48 O12
5) ความตอ งการบริโภคเนือ้ โคคุณภาพดมี ปี ริมาณสงู ขนึ้ 3.35
ตลอดเวลา ไดแก นกั ทองเท่ยี ว และผบู รโิ ภค ภายในประเทศหัน 3.20
มาบรโิ ภคเน้อื คณุ ภาพและสะอาดปลอดภยั
6) ผลการทำขอตกลงเขตการคา เสรอี าเซยี น (AFTA) ทำให
ประเทศไทยมโี อกาสสงเน้ือโคไปจำหนายตางประเทศเพ่ิมมากขนึ้
7)ประเทศเพือ่ นบานและประเทศในเขตอาเซยี นมคี วามตอ งการโค
เนื้อและเน้ือโคเพม่ิ มากขึ้นเน่อื งจากมีการขยายตวั ทางเศรษฐกจิ
และมีนักทอ งเทีย่ วมากข้นึ
8) เออ้ื ประโยชนท้ังทางดานการผลติ และการตลาดของเกษตรกร
9) สง เสรมิ การผลิตท่ีมีคณุ ภาพปลอดภัย เพ่ือสรางความนา เชอื่ ถอื
ของสินคาเกษตรและอาหารของประเทศไทยท้ังตลาด
ภายในประเทศและตลาดโลก
10) ไดรับการสนับสนุนดานความรูและเงินทุนจากกรมเจรจรา
ระหวางประเทศ
11) ผทู เ่ี คยบรโิ ภคมคี วามเช่อื มั่นในสินคา
12) ผลิตผลพลอยได (By product) สามารถนำไปผลติ สินคาอ่ืนได
เชน หนังดิบ ฯลฯ
70
ตารางที่ 4.7(ตอ)
ปจ จยั คาคะแนน โอกาส /
อุปสรรค
อุปสรรค 4.12
1) การยอมรับของผูบรโิ ภคเน้ือโคยังอยูใ นระดบั ต่ำ โดยมีทัศนะคติ T1
วาเนื้อโคเหนียว มีกลิ่นเหม็น ความเชื่อทางศาสนา ไมยอมรับ 3.53
คุณภาพของเนื้อโคไทย เลือกบรโิ ภคแตเ นื้อโคตางประเทศ T2
3.48
2) การเปด การคาเสรี (FTA) ทำใหป ระเทศไทยไมสามารถกำหนด T3
ภาษีศุลกากรเพื่อปอ งกันการนำเขา เน้ือโคจากตา งประเทศ 3.39
T4
โดยเฉพาะจากออสเตรเลยี นิวซีแลนด และอนิ เดีย ที่มตี น ทุนการ 2.80
ผลิตทต่ี ่ำกวา 2.23 T5
3) การลงทุนขามชาติของประเทศพัฒนาแลว เชน ออสเตรเลียมา 2.15
ลงทุนในมาเลเซีย และอนิ โดนีเซีย เปนตน เพือ่ เลยี้ งโคขุนโดยมอง 2.10 T6
2.05 T7
ตนทุนตำ่ ทำใหเกิดการแขงขันสงู ในตลาดสง ออกของประเทศไทย 2.00 T8
โดยเฉพาะในแถบเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต และในตะวนั ออกกลาง T9
4) คนไทยมีโอกาสในการเลือกบริโภคเนื้อประเภทอื่นที่มีราคาถูก T10
กวา เชน เนื้อไก เนื้อสุกร รวมทั้งอาหารตามธรรมชาติ เชน กุง
ปลา หอย เปน ตน
5) มีการลักลอบนำเขาเนื้อโคจากตางประเทศ (เนื้อเถ่ือน) เขามา
ภายในประเทศ และยังไมมีมาตรการควบคุมปราบปรามอยาง
จริงจงั
6) เกิดโรคระบาดและภยั ธรรมชาติ
7) การสื่อสารกนั ในบางพ้นื ที่ไมม คี วามเหมาะสม ขาดโครงสรา ง
พน้ื ฐาน ไมมสี ัญญาณโทรศพั ท/ อินเทอรเ นต็
8) ภาวะทางการเมืองของประเทศไมส งบ สงผลตอปรมิ าณ
นกั ทอ งเที่ยว
9) อาหารขน สำหรบั เลย้ี งโคขุนราคาแพงเนือ่ งจากสภาวะเศรษฐกจิ
โลก
10) กฎหมายท่เี กี่ยวของไมเอื้อตอการสงออก
ที่มา: จากการสำรวจ และประชุมระดมความคดิ เหน็ Focus Group
71
4.2.3 ผลการวเิ คราะห TOWS Matrix สนิ คา เนอื้ โคขุนโพนยางคำ
ผลการวิเคราะห TOWS Matrix เปนแมทริกซทีแ่ สดงถึงโอกาสและอุปสรรคจากภายนอก
องคกรท่ีสัมพันธกับจุดแข็งและจุดออนภายในองคกร โดยมีทางเลือกของกลยุทธ 4 ทางเลือก ซึ่งเกิดจาก
การจบั คูระหวา งปจ จยั ภายนอกและปจ จยั ภายใน ดงั นี้
4.2.3.1 กลยุทธ SO (SO Strategy)หรือเรียกวา กลยุทธจุดแข็งกับโอกาส ไดแก กลยุทธ
ที่องคกรจะใชจ ุดแขง็ ภายในองคกรอาศัยประโยชนจ ากโอกาส ณ ภายนอกที่เปด โอกาสใหซึ่งทกุ องคกรตา ง
มคี วามตอ งการจะสรางความเขมแข็งภายในเพื่อสามารถอาศยั ประโยชนจ ากสถานการณและส่ิงแวดลอม ณ
ภายนอก กลยุทธเชิงรุก ของเนอ้ื โคขุนโพนยางคำ สามารถสรปุ กลยุทธเชงิ รกุ ได 6 กลยุทธ เพ่ือเปนแนวทาง
ในการพัฒนาศักยภาพ ดานการบริการจัดการ ดานการผลิตและดานการตลาดเนื้อโคขุนโพนยางคำ โดย
กำหนดเปนกลยทุ ธ ไดดังน้ี (ตารางที่ 4.8)
1) กลยุทธพัฒนาและสรางมูลคาจากโคขุนแปรรูปเปนผลิตภัณฑอาหารและไมใช
อาหารบรกิ ารทั่วโลก
2) กลยุทธเ พ่มิ ผลผลติ พัฒนาคุณภาพและลดตน ทนุ การผลติ เล้ยี งโคขนุ คณุ ภาพสงู
3) กลยุทธสง เสริมการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมการผลิต พัฒนาเกษตรกร ผู
เลยี้ งโคขุนคณุ ภาพสงู
4) กลยุทธสง เสริมงานวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ปจจัยการผลิตดานพนั ธุ
โคขุนคณุ ภาพสูงและอาหารสัตวค ุณภาพดี
5) กลยุทธสงเสริมพัฒนาระบบการจัดจำหนายเนื้อโคขุนทั้งระบบเชื่อมโยงกลุมผู
เลยี้ งโคขนุ และระบบตลาด
6) กลยุทธเพิม่ ศกั ยภาพดานการผลิตของกลุมเกษตรกรผูเลีย่ งโคขนุ เนน เขา ถึงความ
ตอ งการผบู ริโภคทวั่ โลก
ตารางท่ี 4.8 กลยุทธเชงิ รกุ (SO Strategy):TOWS Matrix ของสนิ คา เน้ือโคขนุ โพนยางคำ
กลยทุ ธเชงิ รุก (SO Strategy)
การจับคู จุดแข็ง โอกาส
S1S2S3S4 S1 สหกรณฯมสี ถานที่จัดเกบ็ โคขนุ กอนเขา O1 ไมมขี อ ขัดแยงทางการเมืองกบั กลุม
S5O1O2O5 โรงเชือดทไี่ ดมาตรฐานสากล และสะอาด ประเทศมสุ ลิม ทำใหมีโอกาสสงออก
ปลอดภยั เนอ้ื ไดท่วั โลก
S2 สหกรณฯ มีแหลงผลติ โคขุนท่ีไดม าตรฐาน O2 ประเทศไทยมีชื่อเสียงดา นอาหาร
สหกรณ มคี ุณภาพสงู ไทยเปนทร่ี ูจักกนั ท่วั โลก ทำใหมโี อกาส
S3 มีระบบการเชือด การบม การชำแหละ ท่ี พฒั นาเน้ือโคเพ่ือการสง ออกประเภท
ไดมาตรฐานสากล พรอมบริโภค (ready to eat)
O5 ความตองการบริโภคเนื้อโค
คณุ ภาพดมี ปี รมิ าณสงู ขน้ึ ตลอดเวลา
72
ตารางที่ 4.8 (ตอ )
กลยุทธเ ชิงรุก (SO Strategy)
การจับคู จดุ แข็ง โอกาส
S4 สามารถผลติ เน้อื โคขุนท่มี ีคณุ ภาพ ไดแก นักทองเทย่ี ว และผูบ รโิ ภค
ปลอดจากสารตกคางและสามารถ ภายในประเทศหันมาบรโิ ภคเนอ้ื คณุ ภาพ
ตรวจสอบยอนกลบั ได และสะอาดปลอดภัย
S5 สนิ คา เนอื้ โคขุนโพนยางคำ มี
ชื่อเสียง เปนท่รี จู กั
กลยุทธพัฒนาและสรางมูลคาจากโคขุนแปรรูปเปนผลติ ภณั ฑอาหารและไมใ ช
อาหารบริการทั่วโลก
S10O4O9 S10 มีการพัฒนาการผสมพันธุโคดวยวิธี O4 มีระบบการผลติ เนอื้ โคคณุ ภาพสูง
ผสมเทียม เพื่อผลติ โคขุนใหต รงตามความ อยางเปน รปู ธรรม โดยมีคณุ ภาพเทยี บเทา
ตองการของตลาด
กับโคเนอื้ ทีผ่ ลติ ไดในตางประเทศ (Grain
fed beef)
O9 สงเสรมิ การผลติ ทม่ี คี ุณภาพปลอดภัย
เพ่ือสรา งความนา เช่อื ถือของสินคา เกษตร
และอาหารของประเทศไทยทง้ั ตลาด
ภายในประเทศและตลาดโลก
กลยทุ ธเพิ่มผลผลติ พฒั นาคุณภาพและลดตนทุนการผลิตเลี้ยงโคขนุ คุณภาพสงู
S1S2S3S10O3 S1 สหกรณฯ มีสถานท่ีจัดเก็บโคขุน กอน O4 มีระบบการผลิตเนื้อโคคุณภาพสูง
O4O5O9O10 เขา โรงเชือดท่ีไดม าตรฐานสากล และ อยางเปน รปู ธรรม โดยมคี ุณภาพ
สะอาดปลอดภยั เทยี บเทา กับโคเน้ือท่ผี ลิตไดใ น
S2 สหกรณฯ มีแหลงผลติ โคขุนทไ่ี ด ตางประเทศ (Grain fed beef)
มาตรฐานสหกรณ มีคณุ ภาพสูง O5 ความตอ งการบรโิ ภคเนอื้ โคคุณภาพ
S3 มีระบบการเชือด การบม การ ดมี ปี รมิ าณสูงขนึ้ ตลอดเวลา ไดแก
ชำแหละ ทไี่ ดมาตรฐานสากล นักทอ งเทยี่ ว และผบู รโิ ภค
S6 สหกรณมีความเชี่ยวชาญในการ ภายในประเทศหันมาบรโิ ภคเน้ือ
เคลื่อนยา ยสตั ว(โคขนุ )คอ นขางดี คุณภาพและสะอาดปลอดภัย
S10 มกี ารพัฒนาการผสมพันธุโคดว ยวิธี O9 สง เสรมิ การผลติ ทีม่ ีคุณภาพปลอดภยั
ผสมเทียม เพื่อผลิตโคขุนใหตรงตาม เพื่อสรางความนา เช่ือถือของสนิ คา เกษตร
และอาหารของประเทศไทยทงั้ ตลาด
ความตองการของตลาด
ภายในประเทศและตลาดโลก
73
ตารางที่ 4.8 (ตอ )
กลยทุ ธเ ชิงรกุ (SO Strategy)
การจบั คู จุดแข็ง โอกาส
O10 ไดรบั การสนบั สนนุ ดานความรูและ
เงนิ ทุนจากกรมเจรจราระหวางประเทศ
กลยุทธส ง เสรมิ การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี นวตั กรรมการผลิต พฒั นาเกษตรกร ผู
เลยี้ งโคขุนคณุ ภาพสูง
S1S2S3S10 S1 สหกรณฯ มีสถานทจ่ี ดั เก็บโคขนุ กอน O3 สามารถสรา งเอกลักษณข องโคเนอื้
O3O4O9 เขาโรงเชอื ดท่ีไดม าตรฐานสากล และ ไทย (New Brand) ท่ีไดเนื้อจากโค
สะอาดปลอดภยั พ้นื เมืองท่ีมีขนาดตัวเล็ก โตไดดีใน
S2 สหกรณฯมแี หลงผลิตโคขุนที่ได สภาพเลย้ี งปลอ ยตามธรรมชาติ อาจ
มาตรฐานสหกรณ มีคุณภาพสงู จัดเปน Organic beef หรอื Natural
S3 มีระบบการเชือด การบม การ beef)
ชำแหละ ทไี่ ดมาตรฐานสากล O4 มีระบบการผลิตเน้ือโคคุณภาพสงู
S10 มีการพัฒนาการผสมพันธโุ คดวยวิธี อยางเปน รูปธรรม โดยมีคุณภาพ
ผสมเทียม เพื่อผลิตโคขุนใหตรงตาม เทียบเทากับโคเน้อื ทผ่ี ลิตไดใ น
ความตองการของตลาด ตางประเทศ (Grain fed beef)
O9 สงเสรมิ การผลิตท่มี ีคณุ ภาพ
ปลอดภยั เพอ่ื สรางความนา เช่ือถือของ
สินคา เกษตรและอาหารของประเทศ
ไทยทงั้ ตลาดภายในประเทศและ
ตลาดโลก
กลยุทธสงเสริมงานวจิ ยั พัฒนาเทคโนโลยแี ละนวัตกรรม ปจ จยั การผลติ ดานพันธุ
โคขุนคณุ ภาพสูงและอาหารสัตวค ณุ ภาพดี
S6S10O1O5 S6 สนิ คา เน้ือโคขนุ โพนยางคำ มี O1 ไมมีขอขัดแยงทางการเมืองกบั กลุม
O6O7O11 ชือ่ เสยี ง เปนท่รี จู ัก ประเทศมุสลมิ ทำใหมีโอกาสสงออกเน้อื ไดท ว่ั
S10 มกี ารพัฒนาการผสมพนั ธุโ ค โลก
ดวยวิธผี สมเทยี ม เพอื่ ผลติ โคขนุ ให O5 ความตอ งการบรโิ ภคเนอื้ โคคณุ ภาพดมี ี
ตรงตามความตอ งการของตลาด ปรมิ าณสูงขนึ้ ตลอดเวลา ไดแก นักทองเทยี่ ว
และผูบริโภค ภายในประเทศหันมาบรโิ ภค
เน้ือคณุ ภาพและสะอาดปลอดภยั
74
ตารางท่ี 4.8(ตอ)
กลยทุ ธเชงิ รกุ (SO Strategy)
การจับคู จุดแข็ง โอกาส
S6S10O1O5 S6 สนิ คาเนอื้ โคขนุ โพนยางคำ มี O6ผลการทำขอตกลงเขตการคา เสรีอาเซยี น
O6O7O11 ช่ือเสียง เปนทร่ี จู ัก (AFTA) ทำใหป ระเทศไทยมีโอกาสสงเน้ือโค
S10 มกี ารพฒั นาการผสมพนั ธุโ ค ไปจำหนายตางประเทศเพ่มิ มากขน้ึ
ดวยวธิ ผี สมเทียม เพอ่ื ผลิตโคขนุ ให O7 ประเทศเพ่ือนบานและประเทศในเขต
ตรงตามความตอ งการของตลาด อาเซยี นมคี วามตองการโคเนื้อและเนอ้ื โคเพิม่
มากขึ้นเน่ืองจากมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
และมีนักทองเทย่ี วมากขน้ึ .
O11 ผทู เี่ คยบรโิ ภคมคี วามเชอื่ มน่ั ในสินคา
กลยุทธสงเสริมพัฒนาระบบการจดั จำหนา ยเนื้อโคขุนทั้งระบบเชือ่ มโยงกลุมผู
เลีย้ งโคขนุ และระบบตลาด
S6S10O1O9 S6 สนิ คา เนื้อโคขุนโพนยางคำ มี O1 ไมม ขี อขัดแยงทางการเมืองกบั กลุม
ช่อื เสยี ง เปนที่รูจ ัก ประเทศมสุ ลิม ทำใหมโี อกาสสง ออกเนอ้ื ไดท่วั
S10 มีการพฒั นาการผสมพันธุโ ค โลก
ดวยวธิ ผี สมเทียม เพอ่ื ผลติ โคขุน O9 สงเสรมิ การผลติ ทีม่ ีคุณภาพปลอดภยั
ใหต รงตามความตอ งการของ เพ่ือสรางความนาเช่ือถือของสนิ คาเกษตรและ
ตลาด อาหารของประเทศไทยท้งั ตลาด
ภายในประเทศและตลาดโลก
กลยุทธเ พิ่มศกั ยภาพดานการผลติ ของกลุม เกษตรกรผเู ล้ียงโคขนุ เนนเขาถึง
ความตองการผูบ ริโภคทั่วโลก
ทมี่ า: จากผลวิเคราะห
4.2.3.2) กลยุทธ WO (WO Strategy):หรือเรียกวา กลยุทธจุดออนกับโอกาส ไดแ ก กล
ยุทธที่องคกรจะปรับปรุงแกไขความออนแอภายในองคกรโดยอาศัยประโยชนจากโอกาสภายนอกที่เปด
โอกาสใหถ งึ แมว าสงิ่ แวดลอ มภายนอกดีมาก แตหากองคก รมีปญหาภายในเองกอ็ าจทำใหไ มไดรับประโยชน
จากโอกาสภายนอกที่มีอยู เพราะจุดออนอาจทำใหองคกรไมสามารถอยูได จึงควรหาวิธีในการเปลี่ยน
จดุ ออนใหเปนจุดแข็ง เพราะยังมีโอกาสหรือชองทางในการดำเนนิ งานในองคกรตอไปได กลยุทธเชงิ แกไข
ของเนื้อโคขุนโพนยางคำ สามารถสรุปกลยุทธเชิงแกไข ได 1 กลยุทธ เพื่อเปนแนวทางในการพัฒนา
ศักยภาพ ดานการบริการจัดการ ดานการผลิตและดานการตลาดเนื้อโคขุนโพนยางคำ ไดดังนี้
(ตารางที่ 4.9)
75
ประเทศมุสลมิ 1) กลยุทธพัฒนาผลิตภัณฑอาหารพรอมบริโภคจากเนื้อโค เพื่อการสงออกใน
ตารางท่ี 4.9 กลยุทธเชิงแกไข (WO Strategy):TOWS Matrix ของเนื้อโคขุนโพนยางคำ
กลยุทธเชิงแกไข (WO Strategy)
การจบั คู จุดออ น โอกาส
W2W3O1O2O11 W2 ปรมิ าณเนื้อบางสวนเหลือ O1 ไมม ขี อขัดแยง ทางการเมืองกบั กลุม
คอ นขางมาก(เน้ือ G) ทำใหไมสามารถ ประเทศมสุ ลมิ ทำใหมีโอกาสสง ออกเนือ้
เพิ่มจำนวนการชำแหละได ไดท่ัวโลก
W3 การพัฒนาการแปรรปู ผลิตภณั ฑ O2 ประเทศไทยมชี ื่อเสียงดานอาหารไทย
ยังมีนอย เปนที่รจู ักกันทั่วโลก ทำใหมีโอกาสพฒั นา
เนือ้ โคเพ่ือการสงออกประเภทพรอม
บรโิ ภค (ready to eat)
O11 ผูท่เี คยบรโิ ภคมีความเช่ือม่ันใน
สินคา
กลยุทธพัฒนาผลิตภัณฑอาหารพรอมบริโภคจากเนื้อโค เพื่อการสงออกใน
ประเทศมุสลิม
ทมี่ า: จากผลวิเคราะห
4.2.3.3) กลยุทธ ST (ST Strategy) หรือเรียกวา กลยุทธจุดแข็งกับอุปสรรค ไดแก กล
ยุทธทจ่ี ะใชความเขมแข็งภายในองคกร หลีกเลี่ยงหรือลดอุปสรรค ณ ภายนอกท้ังจากคูแ ขงขันหรือปจจัย
อื่นๆ กลยุทธเชิงปองกันของเนื้อโคขุนโพนยางคำ สามารถสรุปกลยุทธเชิงปองกันได 5 กลยุทธ เพื่อเปน
แนวทางในการพฒั นาศกั ยภาพ ดา นการบรกิ ารจัดการ ดานการผลิตและดานการตลาดเนื้อโคขุนโพนยางคำ
ไดดงั น้ี (ตารางที่ 4.10)
1) กลยุทธพ ัฒนาระบบการตลาดและประชาสัมพันธส รา งองคค วามรูผูบ รโิ ภคเน้อื โคขุน
2) กลยทุ ธเพ่มิ ขีดความสามารถในการแขงขนั ทางการตลาด
3) กลยทุ ธป รบั ปรุง/จัดตัง้ ศูนยกระจายสินคา และขนสง ซากท่ีถกู สขุ ลกั ษณะ
4) กลยุทธพัฒนารูปแบบการจัดจำหนายเนื้อโคขุน และพัฒนาระบบตรวจสอบ
ยอ นกลบั
5) กลยุทธปรับปรุงระบบการคาเน้ือโคขุนและผลิตภัณฑ เนนการใชนวัตกรรมดาน
การบรกิ ารในตางประเทศ
76
ตารางท่ี 4.10 กลยทุ ธเชิงปอ งกัน (ST Strategy):TOWS Matrix ของสนิ คา เนอื้ โคขนุ โพนยางคำ
กลยุทธเ ชิงปอ งกนั (ST Strategy)
การจบั คู จดุ แข็ง อปุ สรรค
S4T1 S4 สามารถผลิตเนื้อโคขุนที่มี T1 การยอมรับของผูบรโิ ภคเนื้อโคยงั อยูในระดับ
คุณภาพปลอดจากสารตกคาง ต่ำ โดยมีทศั นะคติวาเนื้อโคเหนียว มีกลิ่นเหม็น
และสามารถตรวจสอบยอนกลับ ความเชื่อทางศาสนา ไมย อมรับคุณภาพของเน้ือ
ได โคไทย เลือกบริโภคแตเ น้อื โคตางประเทศ
กลยุทธพัฒนาระบบการตลาดและประชาสัมพันธสรา งองคค วามรผู บู ริโภค
เนื้อโคขุน
S8T3 S8 มีสถานทจ่ี ัดจำหนายสนิ คา T3 การลงทุนขามชาตขิ องประเทศพฒั นาแลว
หลายชอ งทาง เชน ผานรานคา เชน ออสเตรเลยี มาลงทุนในมาเลเซีย และ
ตวั แทนจำหนา ย จำหนายทีร่ า นคา อินโดนเี ซยี เปนตน เพ่ือเล้ียงโคขนุ โดยมองตน ทนุ
ของสหกรณ ส่ืออิเลก็ ทรอนิกส ต่ำ ทำใหเกดิ การแขง ขนั สงู ในตลาดสง ออกของ
และหางสรรพสนิ คา ตางๆ ประเทศไทย โดยเฉพาะในแถบเอเชยี ตะวนั ออก
เฉียงใต และในตะวันออกกลาง
กลยทุ ธเพ่ิมขีดความสามารถในการแขง ขนั ทางการตลาด
S7T4 S7 มีระบบโลจิสติกสหองเย็นที่ดี T4 การเปดการคาเสรี (FTA) ทำใหประเทศไทย
สามารถเคลื่อนยายสินคา และ ไมสามารถกำหนดภาษีศุลกากรเพื่อปองกันการ
กระจายสินคา ไดในระยะไกลไม นำเขาเนื้อโคจากตางประเทศ โดยเฉพาะจาก
เกิดความเสียหาย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด และอนิ เดยี ท่ีมตี น ทนุ การ
ผลิตที่ตำ่ กวา
กลยุทธป รับปรงุ /จัดตัง้ ศนู ยก ระจายสนิ คา และขนสงซากทีถ่ กู สุขลักษณะ
S4T2 S4 สามารถผลิตเนื้อโคขุนที่มี T2 คนไทยมีโอกาสในการเลือกบริโภคเนื้อ
คุณภาพปลอดจากสารตกคางและ ประเภทอื่นที่มีราคาถูกกวา เชน เนื้อไก เน้ือ
สามารถตรวจสอบยอ นกลบั ได สุกร รวมทั้งอาหารตามธรรมชาติ เชน กุง ปลา
หอย เปน ตน
กลยุทธพัฒนารูปแบบการจัดจำหนา ยเนอ้ื โคขุน และพฒั นาระบบตรวจสอบ
ยอ นกลบั
S12T5 S12 มีการพัฒนาปรับใชเทคโนโลยี T5 มีการลักลอบนำเขาเนื้อโ คจาก
สำหรบั การชำแหละ แปรรปู ตดั แตง ต า ง ป ร ะเ ทศ ( เ น ื้ อ เ ถ ื่ อ น ) เ ข า ม า
ผลติ ภัณฑท่ีทันสมยั เสมอ ภายในประเทศ และยังไมมีมาตรการ
ควบคมุ ปราบปรามอยางจริงจัง
77
ตารางที่ 4.10 (ตอ) กลยุทธเชงิ ปอ งกัน (ST Strategy)
การจบั คู
จดุ แข็ง อปุ สรรค
ท่ีมา: จากผลวิเคราะห
กลยุทธปรับปรุงระบบการคาเนื้อโคขุนและผลิตภัณฑ เนนการใชนวัตกรรม
ดานการบรกิ ารในตางประเทศ
4.2.3.4) กลยทุ ธ WT (WT Strategy) หรือเรยี กวา กลยุทธจ ดุ ออ นกบั อุปสรรค ไดแก กล
ยทุ ธทปี่ กปององคก รอยางทสี่ ุด คอื พยายามลดความออ นแอภายใน และหลกี เลีย่ งสภาวะแวดลอมภายนอก
ที่เปน อุปสรรคใหไดม ากท่ีสุด หากองคกรเผชญิ กับอุปสรรคภายนอกและภายในก็ยังออนแอ องคกรก็จะตก
อยูในสถานการณที่ไมด ี อาจตองเลิกกิจการ กลยุทธเชิงรับ ของเนื้อโคขุนโพนยางคำ สามารถสรุปกลยุทธ
เชิงรบั ได 15 กลยุทธ เพอ่ื เปนแนวทางในการพฒั นาศักยภาพ ดา นการบริการจดั การ ดา นการผลิตและดาน
การตลาดเนอ้ื โคขุนโพนยางคำ ไดดังน้ี (ตารางท่ี 4.11)
1) กลยุทธสงเสริมและประชาสัมพันธใหเกษตรกรเลี้ยงโคขุนคุณภาพสูงและ
ประชาชนหนั มาบรโิ ภคเนื้อโคขนุ ในประเทศ
2) กลยทุ ธส งเสรมิ การรวมกลุม เชอื่ มโยงเครอื ขา ย และพัฒนาระบบการตลาดชัน้ สูง
3) กลยทุ ธส ง เสริมการจัดการฟารม แบบมาตรฐานสงู
4) กลยุทธรณรงคการบรโิ ภคสนิ คาไดมาตรฐาน GI
5) กลยทุ ธร ณรงคการสรางเครอื ขายผูผ ลิตโคขุนคุณภาพสูง
6) กลยทุ ธป รบั ปรุงการบริหารจดั การการผลิตอยางมีคณุ ภาพทั้งระบบ
7) กลยทุ ธสรางระบบพ่ีเลยี้ งการผลิตโคขนุ ตลอดโซก ารผลติ เนน คณุ ภาพสงู สูตลาดสากล
8) กลยทุ ธป รบั ปรงุ ระบบการตลาด เพิ่มศกั ยภาพการแขง ขนั สสู ากล
9) กลยุทธส นับสนุนกองทนุ สง เสริมเกษตรกรผูเล้ยี งโคขุนผลิตโคตน นำ้ คุณภาพดี
10) กลยทุ ธพ ฒั นาระบบควบคุมคณุ ภาพการผลิต และการตลาดตลอดโซอ ุปทาน
11) กลยุทธเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจสอบและควบคุมคุณภาพกระบวนการ
เชอื ด ชำแหละใหไดม าตรฐานสากล
12) กลยุทธเพิม่ ประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารจดั การสนิ คา และปรบั ปรุงระบบเครือขายการตลาด
13) กลยุทธป รับปรุงระบบการเฝาระวังและเตือนภัยโรคระบาดสัตวด วยเทคโนโลยสี มัยใหม
14) กลยุทธพัฒนาระบบการบริหารจัดการซากหลังการฆา และการเก็บรักษา การ
ตัดแตง แยกชิน้ สวนตามการใชประโยชน การบมเนื้อ สนิ คา สอดคลองระบบเครอื ขา ยการตลาดสมัยใหม
15) กลยุทธพฒั นาระบบการแปรรูปและการบรหิ ารจัดการสินคาคณุ ภาพสูง
78
ตารางท่ี 4.11 กลยุทธเชงิ รับ (WT Strategy):TOWS Matrix ของสินคา เนือ้ โคขนุ โพนยางคำ
กลยุทธเชงิ รับ (WT Strategy)
การจับคู จุดออน อุปสรรค
W6T1 W6 ขาดการประชาสมั พันธสนิ คา T1 การยอมรับของผูบริโภคเน้อื โคยงั อยูในระดบั
ต่ำ โดยมีทัศนะคติวาเนื้อโคเหนียว มีกลิ่นเหม็น
ความเช่ือทางศาสนา ไมยอมรับคณุ ภาพของเน้ือ
โคไทย เลอื กบรโิ ภคแตเ นื้อโคตา งประเทศ
กลยุทธส งเสริมและประชาสมั พันธใ หเกษตรกรเลีย้ งโคขุนคุณภาพสูงและประชาชน
หันมาบรโิ ภคเน้อื โคขนุ ในประเทศ
W13T3 W13 เครือขายไมสามารถผลิตลูก T3 การลงทุนขามชาติของประเทศพัฒนาแลว
โคไดตามเปา หมายทีต่ องการ เชน ออสเตรเลียมาลงทุนในมาเลเซีย และ
อินโดนีเซีย เปนตน เพื่อเลี้ยงโคขุนโดยมอง
ตนทุนต่ำ ทำใหเ กิดการแขงขันสูงในตลาดสงออก
ของประเทศไทย โดยเฉพาะในแถบเอเชีย
ตะวันออกเฉยี งใต และในตะวันออกกลาง
กลยทุ ธสงเสรมิ การรวมกลุม เช่ือมโยงเครือขา ย และพัฒนาระบบการตลาดช้นั สูง
W8T4 W8 ปญหาโรคปากเปอ ยและเทา T4 การเปด การคาเสรี (FTA) ทำใหประเทศไทย
เปอ ย สง ผลกระทบตอ ยอดการ ไมส ามารถกำหนดภาษีศลุ กากรเพ่ือปองกนั การ
จำหนายโค นำเขา เนือ้ โคจากตางประเทศ โดยเฉพาะจาก
ออสเตรเลยี นวิ ซีแลนด และอินเดยี ท่ีมตี น ทนุ
การผลติ ท่ีต่ำกวา
กลยทุ ธสงเสริมการจดั การฟารมแบบมาตรฐานสูง
W11T5 W11 การตรวจสอบแหลงที่มาของ T5 มีการลักลอบนำเขาเนื้อโคจากตางประเทศ
แหลงกำเนิดโคบางรายยุงยาก (เนื้อเถื่อน) เขามาภายในประเทศ และยังไมมี
เพราะการเปดโอกาสใหเกษตรกร มาตรการควบคุมปราบปรามอยา งจรงิ จัง
จดั หาโคเพ่อื ขนุ จากแหลงอ่นื ๆ
กลยุทธรณรงคก ารบริโภคสินคา ไดมาตรฐาน GI
W10T4 W10 ศนู ยร วมในการกระจายสินคา T4 การเปดการคาเสรี (FTA) ทำใหประเทศไทย
เพื่อสงออกและตัวแทนจำหนายยัง ไมสามารถกำหนดภาษีศุลกากรเพื่อปองกันการ
มีไมมากนักจึงไมสามารถกระจาย นำเขาเนื้อโคจากตางประเทศ โดยเฉพาะจาก
สินคาไดท ่ัวถึง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด และอินเดีย ที่มีตนทุน
การผลติ ท่ตี ่ำกวา
กลยุทธรณรงคการสรางเครอื ขา ยผูผลิตโคขนุ คุณภาพสงู
79
ตารางที่ 4.11 (ตอ )
กลยทุ ธเชิงรับ (WT Strategy)
การจบั คู จดุ ออ น อุปสรรค
W15T7T9 W15 การสรางเครือขาย T7 การสื่อสารกันในบางพื้นที่ไมมีความเหมาะสม
เพื่อใหเกิดการเชื่อมโยง ขาดโครงสรางพื้นฐาน ไมมีสัญญาณโทรศัพท/
ร ะ ห ว า ง ก า ร ผ ล ิ ต แ ล ะ อินเทอรเ น็ต
การตลาดมคี อนขางนอย T9 อาหารขนสำหรับเลี้ยงโคขุนราคาแพงเนื่องจาก
สภาวะเศรษฐกิจโลก
กลยทุ ธปรบั ปรงุ การบริหารจดั การการผลิตอยางมีคณุ ภาพท้ังระบบ
W11T1T6 W11 การตรวจสอบแหลงท่ีมา T1 การยอมรับของผูบริโภคเนื้อโคยังอยูในระดับต่ำ
ของแหลงกำเนิดโคบางราย โดยมีทัศนะคติวาเนื้อโคเหนียว มีกลิ่นเหม็น ความ
ยุงยาก เพราะการเปด โอกาส เชื่อทางศาสนา ไมยอมรับคุณภาพของเนื้อโคไทย
ใหเกษตรกรจัดหาโคเพื่อขุน เลือกบริโภคแตเ นอ้ื โคตางประเทศ
จากแหลง อ่นื ๆ T6 เกิดโรคระบาดและภัยธรรมชาติ
กลยุทธสรางระบบพีเ่ ลี้ยงการผลิตโคขุนตลอดโซก ารผลิต เนนคณุ ภาพสูงสูตลาด
สากล
W7T1T2T3 W7 ขาดน ักการตลาดมือ T1 การยอมรับของผูบริโภคเนื้อโคยังอยูในระดับต่ำ
อาชพี ในการขยายตลาด ยังไม โดยมีทัศนะคติวาเนื้อโคเหนียว มีกลิ่นเหม็น ความ
มีการจำหนายในตา งประเทศ เชื่อทางศาสนา ไมยอมรับคุณภาพของเนื้อโคไทย
เลือกบรโิ ภคแตเ น้ือโคตา งประเทศ
T2 คนไทยมีโอกาสในการเลือกบริโภคเนื้อประเภท
อื่นที่มีราคาถูกกวา เชน เนื้อไก เนื้อสุกร รวมท้ัง
อาหารตามธรรมชาติ เชน กงุ ปลา หอย เปนตน
T3 การลงทุนขามชาติของประเทศพัฒนาแลว เชน
ออสเตรเลียมาลงทุนในมาเลเซีย และอินโดนีเซีย
เปนตน เพื่อเลี้ยงโคขุนโดยมองตนทุนต่ำ ทำใหเกิด
การแขงขันสูงในตลาดสงออกของประเทศไทย
โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต และใน
ตะวันออกกลาง
กลยุทธปรบั ปรุงระบบการตลาด เพิม่ ศกั ยภาพการแขงขันสสู ากล
W12T1T4T6 W12 ตนทุนราคาวัตถุดิบมี T1 การยอมรับของผูบรโิ ภคเนื้อโคยังอยูในระดับต่ำ
ร า ค า ส ู ง ข ึ ้ น ต า ม ส ภ า พ โดยมีทัศนะคตวิ าเนื้อโคเหนียว มกี ลน่ิ เหม็น ความ
เศรษฐกจิ เชอ่ื ทางศาสนา ไมย อมรับคณุ ภาพของเนอื้ โคไทย
80
ตารางที่ 4.11 (ตอ)
กลยุทธเชิงรับ (WT Strategy)
การจบั คู จุดออ น อุปสรรค
เลอื กบรโิ ภคแตเนื้อโคตางประเทศ
T4 การเปดการคาเสรี (FTA) ทำใหประเทศไทยไม
สามารถกำหนดภาษีศลุ กากรเพ่ือปองกันการนำเขา
เนื้อโคจากตางประเทศ โดยเฉพาะจากออสเตรเลีย
นวิ ซแี ลนด และอนิ เดีย ท่มี ตี นทนุ การผลิตที่ต่ำกวา
T6 เกดิ โรคระบาดและภัยธรรมชาติ
กลยทุ ธสนับสนนุ กองทนุ สงเสริมเกษตรกรผูเ ลยี้ งโคขุนผลิตโคตนนำ้ คุณภาพดี
W5T1T3T4T6 W5 T1 การยอมรับของผูบริโภคเนื้อโคยังอยูในระดับ
T10 ต่ำ โดยมีทัศนะคติวาเนื้อโคเหนียว มีกลิ่นเหม็น
ความเชื่อทางศาสนา ไมย อมรับคุณภาพของเนอ้ื โค
ไทย เลือกบริโภคแตเ นอื้ โคตา งประเทศ
T3 การลงทนุ ขา มชาตขิ องประเทศพัฒนาแลว เชน
ออสเตรเลียมาลงทุนในมาเลเซีย และอินโดนีเซีย
เปนตน เพือ่ เลีย้ งโคขุนโดยมองตนทุนต่ำ ทำใหเกดิ
การแขงขันสูงในตลาดสงออกของประเทศไทย
โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต และใน
ตะวันออกกลาง
T4 การเปดการคาเสรี (FTA) ทำใหประเทศไทยไม
สามารถกำหนดภาษีศุลกากรเพอ่ื ปอ งกันการนำเขา
เนื้อโคจากตางประเทศ โดยเฉพาะจากออสเตรเลีย
นิวซแี ลนด และอนิ เดยี ท่ีมตี นทุนการผลิตทตี่ ่ำกวา
T6 เกดิ โรคระบาดและภยั ธรรมชาติ
กลยุทธพัฒนาระบบควบคมุ คณุ ภาพการผลิต และการตลาดตลอดโซอ ุปทาน
W15T1T9 กา W15 การสรางเครือขายเพื่อให T1 การยอมรับของผูบริโภคเนื้อโคยังอยูในระดับ
เกิดการเชื่อมโยงระหวางการ ต่ำ โดยมีทัศนะคติวาเนื้อโคเหนียว มีกลิ่นเหม็น
ผลิตและการตลาดมีคอนขาง ความเชื่อทางศาสนา ไมย อมรับคุณภาพของเน้อื โค
นอย ไทย เลือกบริโภคแตเ นอ้ื โคตางประเทศ
T9 อาหารขนสำหรบั เลี้ยงโคขุนราคาแพงเน่ืองจาก
สภาวะเศรษฐกิจโลก
81
ตารางที่ 4.11 (ตอ)
กลยทุ ธเชงิ รับ (WT Strategy)
การจบั คู จุดออน อปุ สรรค
กลยุทธเพิม่ ประสิทธิภาพการบรหิ ารจัดการสนิ คา และปรับปรุงระบบเครอื ขาย
การตลาด
W8T6T9 W8 ปญ หาโรคปากเปอ ยและ T6 เกิดโรคระบาดและภัยธรรมชาติ
เทา เปอ ย สง ผลกระทบตอยอด T9 อาหารขนสำหรับเล้ียงโคขุนราคาแพงเนื่องจาก
การจำหนา ยโค สภาวะเศรษฐกิจโลก
กลยุทธปรบั ปรุงระบบการเฝาระวงั และเตอื นภัยโรคระบาดสตั วด วยเทคโนโลยี
สมยั ใหม
W2T1T9 W2 ปริมาณเนื้อบางสวนเหลือ T1 การยอมรับของผูบริโภคเนื้อโคยังอยูในระดับ
คอนขางมาก(เนื้อ G) ทำใหไม ต่ำ โดยมีทัศนะคติวาเนื้อโคเหนียว มีกลิ่นเหม็น
ส า ม า ร ถ เ พ ิ ่ ม จ ำ น ว น ก า ร ความเชื่อทางศาสนา ไมย อมรับคุณภาพของเนื้อโค
ชำแหละได ไทย เลือกบรโิ ภคแตเ นอ้ื โคตา งประเทศ
T9 อาหารขนสำหรับเล้ียงโคขุนราคาแพงเน่ืองจาก
สภาวะเศรษฐกจิ โลก
กลยุทธพัฒนาระบบการบริหารจัดการซากหลังการฆา และการเก็บรักษา การตัด
แตงแยกชิน้ สวนตามการใชป ระโยชน การบมเนื้อ สนิ คา สอดคลอ งระบบเครือขาย
การตลาดสมัยใหม
ท่มี า: จากผลวเิ คราะห
4.2.4 แนวทางการพัฒนาเน้อื โคขนุ โพนยางคำที่ไดรับการรับรองสิ่งบงช้ีทางภูมิศาสตร
จากการวิเคราะหสภาพแวดลอม และใช TOWS Matrix กำหนดกลยุทธ จะไดกลยุทธ SO
WO ST และ WT รวม 28 กลยุทธ จากนั้นจึงนำมาจัดทำแนวทางการพัฒนาได 3 แนวทาง ดังน้ี
1) แนวทางที่ 1 การยกระดับผลติ ภัณฑสสู ากล
1.1) สงเสริมใหกลุมเกษตรกร / สหกรณ ที่ผลิตเนื้อโคขุนโพนยางคำในพื้นที่ตระหนัก
และรบั รูคุณคา ของสินคาทไี่ ดรบั รองส่งิ บงช้ีทางภูมศิ าสตร
1.2) สง เสรมิ ใหเกษตรกร/สหกรณ ที่ผลิตเนื้อโคขนุ โพนยางคำในพื้นที่ตระหนกั และรับรู
คุณคาของการรับรองมาตรฐานสากล และคำนึงถึงความจำเปน เชน เครื่องหมายฮาลาล การรับรอง
มาตรฐาน GMP เปน ตน
2) แนวทางท่ี 2 การยกระดับกระบวนการผลติ
82
2.1) สงเสริมการใชเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อลดตนทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพ
การผลิตแกเกษตรกรและสหกรณ เชน ใชระบบตรวจสอบการต้งั ครรภของโค ระบบตรวจสอบโรค ระบบ
ตรวจสอบไขมนั แทรก เปนตน
2.2) การพัฒนากระบวนการบมซากท่ีทันสมัยรวมถงึ กระบวนการตรวจสอบยอนกลบั ให
ครอบคลุมถึงแหลง กำเนดิ พอ พนั ธุและแมพ ันธุโคเพอื่ สรางความม่ันใจใหแกผูบ รโิ ภค
2.3) สงเสรมิ การแปรรปู ผลิตภัณฑท หี่ ลากหลาย
3) แนวทางที่ 3 การขยายธุรกิจโซคุณคา
3.1) สงเสรมิ การประชาสัมพันธเพือ่ ใหผูบรโิ ภคทราบและสรางคุณคาใหผลิตภัณฑอยาง
ตอ เนอ่ื ง
3.2) แสวงหากลุมลูกคา / ตลาดใหมทีม่ ีศกั ยภาพสูง เชน ตลาดตางประเทศ และ Niche
Market
3.3) ฝก อบรมใหความรูดา นการตลาด เชน ศกึ ษาขอมูลและแนวโนมการตลาด การตลาด
สมัยใหม เชน ตลาด Online และขยายตลาดสูแหลง ทองเท่ียว
ตารางที่ 4.12 แนวทางการพฒั นาเนอ้ื โคขุนโพนยางคำที่ไดรบั การรบั รองส่ิงบงชที้ างภูมศิ าสตร
แผนงาน แนวทางการพฒั นาเนอื้ โคขุนโพนยางคำ
การยกระดบั ผลติ ภัณฑสสู ากล การยกระดบั กระบวนการผลิต การขยายธรุ กิจโซค ณุ คา
-สงเสริมใหเ กษตรกร/สหกรณ -การพัฒนากระบวนการบมซาก -ฝกอบรมใหความรูดาน
ที่ผลิตเนื้อโคขุนโพนยางคำใน ที่ทันสมัยรวมถึงกระบวนการ การตลาด เชน ศึกษา
แผนเรง ดวน พื้นที่ตระหนักและรับรูคุณคา ตรวจสอบยอ นกลับใหครอบคลุม ข อ ม ู ล แ ล ะ แ น ว โ น ม
ข อ ง ก า ร ร ั บ ร อ ง ถึงแหลงกำเนิดพอพันธุและแม ก า ร ต ล า ด ก า ร ต ล า ด
มาตรฐานสากล และคำนึงถึง พันธโุ คเพอื่ สรา งความม่ันใจใหแก ส ม ั ย ใ ห ม เ ช น ต ล า ด
ความจำเปน เชน เครอ่ื งหมาย ผบู รโิ ภค Online และขยายตลาดสู
ฮาลาล การรับรองมาตรฐาน แหลง ทอ งเทีย่ ว
GMP เปนตน
-สงเสริมใหกลุมเกษตรกร / -ส งเสริมการใชเทคโนโ ลยี -แสวงหากลุมลูกคา /
แผนระยะกลาง (2-5 ป) สหกรณ ที่ผลิตเนื้อโคขุนโพน นวัตกรรมเพื่อลดตนทุนการผลิต ตลาดใหมที่มีศักยภาพสูง
ยางคำในพื้นที่ตระหนักและ และเพ่ิมประสทิ ธิภาพการผลิตแก เชน ตลาดตางประเทศ
รับรูคุณคาของสินคาที่ไดรับ เกษตรกรและสหกรณ เชน ใช และ Niche Market
รองส่ิงบง ชท้ี างภมู ศิ าสตร ระบบตรวจสอบการตั้งครรภของ
โค ระบบตรวจสอบโรค ระบบ
ตรวจสอบไขมันแทรก เปนตน
83
ตารางท่ี 4.12(ตอ)
แผนงาน แนวทางการพฒั นาเนอ้ื โคขุนโพนยางคำ
การยกระดับผลิตภัณฑสสู ากล การยกระดบั กระบวนการผลิต การขยายธรุ กจิ โซค ณุ คา
แผนระยะยาว (มากกวา 5 ป) -สงเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑที่ - ส ง เ ส ร ิ ม ก า ร
หลากหลาย ป ร ะ ช า ส ั ม พ ั น ธ เ พ ื ่ อ ใ ห
ผูบริโภคทราบและสราง
คุณคาใหผลิตภัณฑอยาง
ตอเนื่อง
ที่มา: จากผลวิเคราะห และการจัดสนทนากลมุ วันที่ 16 กันยายน 2563 ณ สหกรณฯ โพนยางคำ จำกดั
84
บทที่ 5
สรปุ และขอเสนอแนะ
5.1 สรุป
การศึกษาแนวทางการพัฒนาเนื้อโคขุนโพนยางคำที่ไดรับการรับรองสิ่งบงชี้ทางภูมิศาสตร
ไดรวบรวมขอมูลจากการสัมภาษณเกษตรกรผูเลีย้ งโคขุน สหกรณฯโพนยางคำ และผูที่เกี่ยวของตลอดโซ
อุปทานในพื้นที่จังหวัดสกลนคร นครพนม และบึงกาฬ นำขอมูลที่รวบรวมไดมาอธิบายขอมูลทั่วไป การ
วิเคราะหหว งโซอ ปุ ทานและหว งโซคุณคาในการประกอบธุรกจิ เน้ือโคขุนโพนยางคำ และแนวทางการพัฒนา
สนิ คา เนอ้ื โคขุนโพนยางคำท่ไี ดรบั รองส่งิ บง ชี้ทางภมู ศิ าสตร สรุปไดดงั น้ี
5.1.1 ขอ มูลเกษตรกรผเู ล้ยี งโคขนุ
เกษตรกรที่เลี้ยงโคขุนสวนใหญมีอายุระหวา ง 51-60 ป รอยละ 42.42 มีอายุเฉลี่ย 55.61 ป
การศึกษาระดับประถมศึกษา รอ ยละ 67.42 มีประสบการณในการเลี้ยงโคขุนเฉลีย่ 13.14 ป ลกั ษณะการ
ใชที่ดินเพื่อเลี้ยงโคขุน เฉลี่ยครัวเรือนละ 1.44 ไร ณ วันที่ 1 มกราคม 2562 มีจำนวนโคขุน
ครัวเรือนละ 9.34 ตวั ราคาตัวละ 54,301.59 บาท น้ำหนักตัวละ 583.52 กิโลกรัม ซื้อเขามาระหวา งป
ครวั เรือนละ 1.85 ตัว ราคาตวั ละ 40,259.84 บาท นำ้ หนกั ตวั ละ 425.58 กโิ ลกรมั จำหนา ยออกระหวางป
ครัวเรือนละ 2.46 ตัว ราคาตัวละ 65,258.28 บาท น้ำหนักตัวละ 455.52 กิโลกรัม สงผลให ณ วันที่ 1
มกราคม 2563 มีจำนวนโคขนุ ครัวเรือนละ 7.15 ตัว ราคาตัวละ 51,561.22 บาท น้ำหนักตัวละ 477.57
กิโลกรมั
เกษตรกรมีการใชแรงงานครัวเรือนในการเลี้ยงโค รอยละ 100.00 จำนวนแรงงานที่ใชเฉลี่ย
2.01 คน คาจางเฉลี่ย 300.00 บาทตอคนตอวัน จำนวนวันที่ใชในรอบปเฉลี่ย 364.67 วัน เวลาทีใ่ ชเฉลี่ย
4.60 ชั่วโมงตอวัน ปริมาณ และมูลคาอาหารที่ใชเลี้ยงโคขุน ในรอบป 2562 อาหารหยาบ
เฉลี่ย 1,742.18 บาท อาหารขน ประกอบดวย หัวอาหาร กากน้ำตาล กากมัน กากเบียร และรำขาว
ละเอียด เฉล่ีย 25,600.09 บาท เมื่อรวมมูลคาอาหารที่ใชเลี้ยงโคทั้งอาหารหยาบและอาหารขน ในรอบป
2562 มีมลู คา อาหารทีใ่ ชเ ล้ียงโคเฉลีย่ 27,342.27 บาท
5.1.2 ขอมูลท่ัวไปสหกรณการเลย้ี งปศุสตั ว กรป.กลาง โพนยางคำ จำกดั
สหกรณการเลี้ยงปศุสัตว กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด ประกอบธุรกิจในรูปแบบสหกรณ
การเกษตร ในป 2562 มีสมาชิก 6,242 ราย มีพนักงาน 182 คน พื้นที่โรงงาน/สถานประกอบการ 8 ไร มี
สมาชิกที่เปนเกษตรกรผูเลี้ยงโคขุนผลติ และจำหนายใหสหกรณ จำนวน 3,260 ราย (+-แลวแตป ) ขอบเขต
พน้ื ท่ีการเลย้ี งโคขนุ อยูใ นพน้ื ที่จังหวดั สกลนคร จังหวดั นครพนมใน 8 อำเภอ ไดแ ก อำเภอนาแก อำเภอวัง
ยาง อำเภอปลาปาก อำเภอเรณูนคร อำเภอธาตุพนม อำเภอนาหวา อำเภอโพนสวรรค อำเภอเมือง
นครพนม จังหวดั มุกดาหารใน 4 อำเภอ ไดแก อำเภอเมอื งมุกดาหาร อำเภอดงหลวง อำเภอคำชะอี อำเภอ
85
หนองสูง และจังหวัดบึงกาฬ 1 อำเภอ ไดแก อำเภอเซกา โดยตอ งชำแหละในโรงฆาที่ไดมาตรฐานของ
สหกรณฯโพนยางคำ ผลการดำเนินงานของสหกรณฯโพนยางคำ ป 2561 ( ปดบัญชี 31 มีนาคม 2562) มี
คาใชจายทั้งหมด 1,200,611,028.48 บาท ประกอบดวย คาใชจายสวนกลาง 20,227,267.34 บาท คิด
เปนรอ ยละ 1.68 ของคา ใชจา ยทง้ั หมด และคา ใชจ ายเฉพาะธุรกิจแปรรูป 1,180,383,761.14 บาท รอยละ
98.32 มรี ายไดทงั้ หมด 1,344,765,661.06 บาท และมรี ายไดส ทุ ธิ 144,154,632.58 บาท
5.1.3 หว งโซอุปทานและหวงโซค ุณคาในการประกอบธุรกิจเนอ้ื โคขุนโพนยางคำ
1) หวงโซอ ปุ ทานในการประกอบธุรกจิ เนือ้ โคขนุ โพนยางคำ
หวงโซอุปทานในการประกอบธุรกิจเนื้อโคขุนโพนยางคำเริ่มจากเกษตรกรผูเลี้ยงโคขุน
และเปนสมาชิกสหกรณฯโพนยางคำทำหนาที่เปนผูขายปจจัยการผลิต และสหกรณฯ โพนยางคำทำหนา ที่
เปนผูผลิตเนื้อโคขุนโพนยางคำและจำหนายตามชองทางตาง ๆ สูผูบริโภค โดยเริ่มท่ีเกษตรกร เปน
ผูเกี่ยวของในสวนตนนำ้ ทำหนาที่ผลิตและขายโคขุนพรอมเชอื ด จำหนายโดยตรงใหสหกรณฯโพนยางคำ
รอยละ 100 เพื่อใชเ ปนวัตถุดบิ ในการผลิตเนื้อโคขุนโพนยางคำ สหกรณการเลี้ยงปศุสัตว กรป.กลาง โพน
ยางคำ จำกัด เปนผูเกี่ยวของในสวนกลางน้ำ ทำหนาที่รวบรวมและแปรรูปเนื้อโคขุนโพนยางคำ โดย
ดำเนินการผลิต เชน เชือด ชำแหละ บมซาก ตัดแตงซาก เก็บรักษา จัดทำบรรจภุ ัณฑเน้ือโคขนุ โพนยางคำ
เพือ่ จำหนาย โดยใชตราสัญลักษณสิ่งบงชี้ทางภมู ิศาสตรไทยแสดงบนบรรจุภณั ฑ/มาตรฐาน ฮาลาล และผู
จัดจำหนาย เปนผูเกี่ยวของในสวนปลายน้ำ เปนสหกรณฯโพนยางคำจำหนายดวยตนเอง ผานชองทาง
ออนไลน และจำหนายผานหนาราน / การออกบูธ รอยละ 50 ใหผูแทนจำหนา ย Modern Trade รอยละ
30 พอ คา สงคดิ เปนรอยละ 10 และพอ คาปลีกคิดเปน รอ ยละ 10 ตามลำดับ
2) หวงโซคณุ คา ในการประกอบธุรกิจเนือ้ โคขนุ โพนยางคำของสหกรณฯ โพนยางคำ
กิจกรรมหลัก สหกรณฯโพนยางคำรับซ้ือโคขุนพรอมเชือดจากสมาชกิ สหกรณฯ มีคุณภาพตาม
คูมือการปฏิบัติงานสิ่งบงชี้ทางภูมิศาสตรเนื้อโคขุนโพนยางคำ กระบวนการและวิธีการผลิตเนื้อโคขุนโพน
ยางคำ จะดำเนินการทั้งปตั้งแตเดือนมกราคม– ธันวาคมของทุกป การผลิตมกี ระบวนการเตรียมโคขุนกอน
เชือดและกระบวนการเชือดท่ีไดมาตรฐานและบมซากโดยใชอณุ หภูมิระหวาง -10 องศาเซลเซยี ส ใชเวลาไม
นอยกวา 7 วัน การควบคุมคุณภาพระหวางผลิต และมาตรฐานในการทดสอบคุณภาพ โรงงานที่แปรรูปมี
มาตรฐาน HACCP ตรวจรับรอง และการตรวจสอบขั้นตอนการควบคุมตามหลักสุขาภิบาล มีการการ
ตรวจสอบวัตถุดิบและระบบฐานขอมูลแหลงผลิตโคขุน การตรวจสอบและการคัดเลือกโคขุนพรอมเชอื ด
การจัดเตรยี มวัตถุดิบ ระบบการจัดการดา นสุขอนามัย การตรวจสอบวัตถุดิบและการจัดเก็บวัตถุดบิ การ
จัดการบรรจุภัณฑแปรรปู การกำหนดรูปแบบและการควบคมุ อุณหภูมิ/มาตรฐานการปฏิบัติงานรูปแบบ
การปรับปรุงการเคลื่อนยายสนิ คาตามหลักสากล การบริหารจัดการสินคาคงคลัง/การจัดเก็บ การสั่งซื้อ/
ผลติ ภัณฑเ น้ือโค ในการจดั จำหนา ยมีระบบการขายหนารานบรรจภุ ัณฑส วยงามจัดเก็บสินคา ตามมาตรฐาน
เครื่องหมายแสดงถึงคณุ ภาพและมาตรฐาน การโฆษณาประชาสัมพันธผานชองทางตางๆ ระบบตรวจสอบ