The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 2 วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Siwaporn Thumpat, 2023-11-24 10:03:24

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 2 วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 2 วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนวัดผลาหาร ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์ ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ สารละลาย ป.๖


ค ำอธิบำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชำ ว16101 วิทยำศำสตร์พื้นฐำน 6 ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 เวลำ 80 ชั่วโมง/ปี ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน บอก แนวทางในการเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้ง ความปลอดภัยต่อสุขภาพ ตระหนักถึงความส าคัญของสารอาหาร โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มี สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งปลอดภัยต่อสุขภาพ สร้างแบบจ าลองระบบ ย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร รวมทั้งอธิบายการย่อยอาหารและการดูดซึม สารอาหาร ตระหนักถึงความส าคัญของระบบย่อยอาหาร โดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะใน ระบบย่อยอาหารให้ท างานเป็นปกติ อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอนโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาในชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับ การแยกสาร อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถูโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าที่ของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบาย วิธีการและผลของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบ อนุกรม โดยบอกประโยชน์และการประยุกต์ใช้ในชีวิต ประจ าวัน ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่ เหมาะสมในการอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของ การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน โดยบอกประโยชน์ ข้อจ ากัด และการประยุกต์ใช้ ใน ชีวิตประจ าวัน อธิบายการเกิดเงามืดเงามัวจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิด เงามืดเงามัว สร้างแบบจ าลองที่อธิบายการเกิด และเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคา อธิบาย พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอย่างการน าเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันจาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และอธิบายวัฏจักรหินจาก แบบจ าลอง บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจ าวันจากข้อมูลที่รวบรวมได้ สร้างแบบจ าลองที่อธิบายการเกิดซากดึกด าบรรพ์และคาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีตของซากดึกด าบรรพ์ เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม รวมทั้งอธิบายผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม จาก แบบจ าลอง อธิบายผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทยจากข้อมูลที่รวบรวมได้ บรรยายลักษณะและ ผลกระทบของน้ าท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึนามิ ตระหนักถึงผลกระทบของภัยธรรมชาติ และธรณีพิบัติภัย โดยน าเสนอแนวทางในการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณี พิบัติภัยที่อาจเกิดในท้องถิ่น สร้างแบบจ าลองที่อธิบายการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก และผลของ ปรากฏการณ์เรือนกระจกต่อสิ่งมีชีวิต ตระหนักถึงผลกระทบของปรากฏการณ์เรือนกระจก โดยน าเสนอแนว ทางการปฏิบัติตนเพื่อลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือนกระจก


รหัสตัวชี้วัด ว 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5 ว 2.1 ป.6/1 ว 2.2 ป.6/1 ว 2.3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8 ว 3.1 ป.6/1, ป.6/2 ว 3.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9 รวมทั้งหมด 26 ตัวชี้วัด


โครงสร้ำงรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชำ ว16101 วิทยำศำสตร์พื้นฐำน 6 ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 จ ำนวน 80 ชั่วโมง/ปี ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ จ ำนวน (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน หน่วยที่ 1 ร่ำงกำยของเรำ - ว 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 , ป.6/4, ป.6/5 • สารอาหารที่อยู่ในอาหารมี 6 ประเภท ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ วิตามิน และ น้ า • อาหารแต่ละชนิดประกอบด้วย สารอาหารที่แตกต่างกัน อาหารบางอย่างประกอบด้วย สารอาหารประเภทเดียว อาหารบางอย่างประกอบด้วย สารอาหารมากกว่าหนึ่งประเภท • สารอาหารแต่ละประเภทมี ประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่างกัน โดยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และ ไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้พลังงาน แก่ร่างกาย ส่วนเกลือแร่ วิตามิน และน้ า เป็นสารอาหารที่ไม่ให้ พลังงานแก่ร่างกายแต่ช่วยให้ ร่างกายท างานได้เป็นปกติ • การรับประทานอาหาร เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโต มีการ เปลี่ยนแปลงของร่างกายตามเพศ และวัย และมีสุขภาพดี จ าเป็นต้อง รับประทานให้ได้พลังงานเพียงพอ กับความต้องการของร่างกาย และ ให้ได้สารอาหารครบถ้วน ใน สัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งต้องค านึงถึงชนิดและ ปริมาณของวัตถุเจือปนในอาหาร เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ • ระบบย่อยอาหารประกอบด้วย อวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ ปาก 12 15


ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ จ ำนวน (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ล าไส้เล็ก ล าไส้ใหญ่ ทวารหนัก ตับ และตับอ่อน ซึ่งท าหน้าที่ร่วมกัน ในการย่อยและดูดซึมสารอาหาร - ปากมีฟันช่วยบดเคี้ยวอาหาร ให้มีขนาดเล็กลง และมีลิ้นช่วย คลุกเคล้าอาหารกับน้ าลาย ในน้ าลายมีเอนไซม์ย่อยแป้ง ให้เป็นน้ าตาล - หลอดอาหารท าหน้าที่ล าเลียง อาหารจากปากไปยังกระเพาะอาหาร ภายในกระเพาะอาหาร มีการย่อยโปรตีนโดยกรดและ เอนไซม์ที่สร้างจากกระเพาะอาหาร - ล าไส้เล็กมีเอนไซม์ที่สร้างจาก ผนังล าไส้เล็กเอง และจากตับอ่อน ที่ช่วยย่อยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน โดยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันที่ผ่านการ ย่อยจนเป็นสารอาหารขนาดเล็ก พอที่จะดูดซึมได้ รวมถึงน้ า เกลือ แร่ และวิตามิน จะถูกดูดซึมที่ผนัง ล าไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อ ล าเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของ ร่างกาย ซึ่งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน จะถูกน าไปใช้เป็นแหล่ง พลังงานส าหรับใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ส่วนน้ า เกลือแร่และวิตามิน จะ ช่วยให้ร่างกายท างานได้เป็นปกติ - ตับสร้างน้ าดีแล้วส่งมายัง ล าไส้เล็กช่วยให้ไขมันแตกตัว - ล าไส้ใหญ่ท าหน้าที่ดูดน้ า และเกลือแร่ เป็นบริเวณที่มีอาหาร ที่ย่อยไม่ได้หรือย่อยไม่หมดเป็น กากอาหาร ซึ่งจะถูกก าจัดออกทาง ทวารหนัก


ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ จ ำนวน (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน • อวัยวะต่าง ๆ ในระบบย่อย อาหารมีความส าคัญ จึงควรปฏิบัติ ตน ดูแลรักษาอวัยวะให้ท างานเป็น ปกติ หน่วยที่ ๒ กำรแยกสำรผสม - ว 2.1 ป.6/1 • สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน เช่น น้ ามัน ผสมน้ า ข้าวสารปนกรวดทราย วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสาร ผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติ ของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบ ของสารผสมเป็นของแข็งกับ ของแข็งที่มีขนาดแตกต่างกันอย่าง ชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบออกหรือ การร่อนผ่านวัสดุที่มีรู ถ้ามีสารใด สารหนึ่งเป็นสารแม่เหล็กอาจใช้ วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด ถ้าองค์ประกอบเป็นของแข็งที่ ไม่ละลายในของเหลว อาจใช้วิธี การรินออก การกรอง หรือ การตกตะกอน ซึ่งวิธีการแยกสาร สามารถน าไปใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจ าวันได้ 12 15 หน่วยที่ 3 ไฟฟ้ำ - ว 2.2 ป.6/1 - ว 2.3 ป.6/1ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6 • วัตถุ 2 ชนิดที่ผ่านการขัดถูแล้ว เมื่อน าเข้าใกล้กันอาจดึงดูดหรือ ผลักกัน แรงที่เกิดขึ้นนี้เป็น แรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นแรงไม่สัมผัส เกิดขึ้นระหว่างวัตถุที่มี ประจุไฟฟ้าบวกและประจุไฟฟ้าลบ วัตถุที่มีประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกัน ผลักกัน ชนิดตรงข้ามกันดึงดูดกัน • วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ประกอบด้วย แหล่งก าเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ ไฟฟ้า แหล่งก าเนิดไฟฟ้า เช่น ถ่านไฟฉาย หรือแบตเตอรี่ 16 15


ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ จ ำนวน (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน ท าหน้าที่ให้พลังงานไฟฟ้า สายไฟฟ้าเป็นตัวน าไฟฟ้า ท าหน้าที่ เชื่อมต่อระหว่างแหล่งก าเนิดไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน เครื่องใช้ไฟฟ้ามีหน้าที่เปลี่ยน พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่น • เมื่อน าเซลล์ไฟฟ้าหลายเซลล์ มาต่อเรียงกันโดยให้ขั้วบวกของ เซลล์ไฟฟ้าเซลล์หนึ่งต่อกับขั้วลบ ของอีกเซลล์หนึ่งเป็นการต่อแบบ อนุกรม ท าให้มีพลังงานไฟฟ้า เหมาะสมกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งการ ต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมสามารถ น าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน เช่น การต่อเซลล์ไฟฟ้าในไฟฉาย • การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม เมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่ง ออกท าให้หลอดไฟฟ้าที่เหลือดับ ทั้งหมด ส่วนการต่อหลอดไฟฟ้า แบบขนาน เมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวง ใดดวงหนึ่งออก หลอดไฟฟ้าที่เหลือ ก็ยังสว่างได้ การต่อหลอดไฟฟ้าแต่ ละแบบสามารถน าไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น การต่อหลอดไฟฟ้าหลายดวง ในบ้านจึงต้องต่อหลอดไฟฟ้าแบบ ขนาน เพื่อเลือกใช้หลอดไฟฟ้าดวง ใดดวงหนึ่งได้ตามต้องการ หน่วยที่ 4 ปรำกฏกำรณ์ ของโลก - ว 2.3 ป.6/7, ป.6/8 - ว 3.1 ป.6/1 • เมื่อน าวัตถุทึบแสงมากั้นแสง จะเกิดเงาบนฉากรับแสงที่อยู่ ด้านหลังวัตถุ โดยเงามีรูปร่างคล้าย วัตถุที่ท าให้เกิดเงา เงามัวเป็น บริเวณที่มีแสงบางส่วนตกลง บนฉาก ส่วนเงามืดเป็นบริเวณที่ ไม่มีแสงตกลงบนฉากเลย • เมื่อโลกและดวงจันทร์ โคจรมาอยู่ ในแนวเส้นตรงเดียวกันกับดวงอาทิตย์ 8 10


ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ จ ำนวน (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน ในระยะทางที่เหมาะสม ท าให้ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ เงาของ ดวงจันทร์ทอดมายังโลก ผู้สังเกตที่อยู่ บริเวณเงาจะมองเห็นดวงอาทิตย์ มืดไป เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา ซึ่งมีทั้งสุริยุปราคาเต็มดวง สุริยุปราคาบางส่วน และสุริยุปราคาวงแหวน • หากดวงจันทร์และโลกโคจรมา อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันกับ ดวงอาทิตย์ แล้วดวงจันทร์เคลื่อนที่ ผ่านเงาของโลก จะมองเห็น ดวงจันทร์มืดไป เกิดปรากฏการณ์ จันทรุปราคา ซึ่งมีทั้งจันทรุปราคา เต็มดวง และจันทรุปราคาบางส่วน หน่วยที่ 5 เทคโนโลยี อวกำศ - ว 3.1 ป.6/2 • เทคโนโลยีอวกาศเริ่มจาก ความต้องการของมนุษย์ในการ ส ารวจวัตถุท้องฟ้าโดยใช้ตาเปล่า กล้องโทรทรรศน์ และได้พัฒนาไปสู่ การขนส่งเพื่อส ารวจอวกาศด้วย จรวดและยานขนส่งอวกาศและ ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการน าเทคโนโลยีอวกาศ บางประเภทมาประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจ าวัน เช่น การใช้ดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร การพยากรณ์อากาศ หรือการส ารวจทรัพยากรธรรมชาติ การใช้อุปกรณ์วัดชีพจร และการเต้นของหัวใจ หมวกนิรภัย ชุดกีฬา 10 15 หน่วยที่ 6 หินในท้องถิ่น - ว 3.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 • หินเป็นวัสดุแข็งเกิดขึ้นเองตาม ธรรมชาติประกอบด้วย แร่ตั้งแต่ หนึ่งชนิดขึ้นไป สามารถจ าแนกหิน ตามกระบวนการเกิดได้เป็น 3 14 15


ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ จ ำนวน (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน ประเภท ได้แก่ หินอัคนี หินตะกอน และหินแปร • หินอัคนีเกิดจากการเย็นตัวของ แมกมา เนื้อหินมีลักษณะเป็นผลึก ทั้งผลึกขนาดใหญ่และขนาดเล็ก บางชนิดอาจเป็นเนื้อแก้วหรือ มีรูพรุน • หินตะกอน เกิดจากการทับถม ของตะกอนเมื่อถูกแรงกดทับและ มีสารเชื่อมประสานจึงเกิดเป็นหิน เนื้อหินกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีลักษณะ เป็นเม็ดตะกอนมีทั้งเนื้อหยาบ และเนื้อละเอียด บางชนิดเป็นเนื้อ ผลึกที่ยึดเกาะกันเกิดจากการตก ผลึกหรือตกตะกอนจากน้ า โดยเฉพาะน้ าทะเล บางชนิดมี ลักษณะเป็นชั้น ๆ จึงเรียกอีกชื่อว่า หินชั้น • หินแปร เกิดจากการแปรสภาพ ของหินเดิม ซึ่งอาจเป็นหินอัคนี หินตะกอน หรือหินแปร โดยการ กระท าของความร้อน ความดัน และปฏิกิริยาเคมี เนื้อหินของ หินแปรบางชนิดผลึกของแร่เรียงตัว ขนานกันเป็นแถบ บางชนิดแซะ ออกเป็นแผ่นได้ บางชนิดเป็น เนื้อผลึกที่มีความแข็งมาก • หินในธรรมชาติทั้ง 3 ประเภท มีการเปลี่ยนแปลงจากประเภท หนึ่งไปเป็นอีกประเภทหนึ่ง หรือ ประเภทเดิมได้ โดยมีแบบรูป การเปลี่ยนแปลงคงที่และต่อเนื่อง เป็นวัฏจักร • หินและแร่แต่ละชนิดมีลักษณะ และสมบัติแตกต่างกัน มนุษย์ใช้ ประโยชน์จากแร่ในชีวิตประจ าวัน


ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ จ ำนวน (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน ในลักษณะต่าง ๆ เช่น น าแร่มาท า เครื่องส าอาง ยาสีฟัน เครื่องประดับ อุปกรณ์ทาง การแพทย์ และน าหินมาใช้ในงาน ก่อสร้างต่าง ๆ เป็นต้น • ซากดึกด าบรรพ์เกิดจากทับถม หรือการประทับรอยของสิ่งมีชีวิต ในอดีต จนเกิดเป็นโครงสร้างของ ซากหรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่ ปรากฏอยู่ในหิน ในประเทศไทย พบ ซากดึกด าบรรพ์ที่หลากหลาย เช่น พืช ปะการัง หอย ปลา เต่า ไดโนเสาร์ และรอยตีนสัตว์ • ซากดึกด าบรรพ์สามารถใช้เป็น หลักฐานหนึ่งที่ช่วยอธิบาย สภาพแวดล้อมของพื้นที่ในอดีต ขณะเกิดสิ่งมีชีวิตนั้น เช่น หากพบ ซากดึกด าบรรพ์ของหอยน้ าจืด สภาพแวดล้อมบริเวณนั้นอาจเคย เป็นแหล่งน้ าจืดมาก่อน และ หากพบซากดึกด าบรรพ์ของพืช สภาพแวดล้อมบริเวณนั้นอาจเคย เป็นป่ามาก่อน นอกจากนี้ ซากดึกด าบรรพ์ยังสามารถใช้ระบุ อายุของหิน และเป็นข้อมูลใน การศึกษาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต หน่วยที่ 7 ลม ภัยธรรมชำติ และ ปรำกฏกำรณ์ เรือนกระจก - ว 3.2 ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9 • น้ าท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว และสึนามิ มีผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม แตกต่างกัน • มนุษย์ควรเรียนรู้วิธีปฏิบัติตน ให้ปลอดภัย เช่น ติดตามข่าวสาร อย่างสม่ าเสมอ เตรียมถุงยังชีพ ให้พร้อมใช้ตลอดเวลา และ ปฏิบัติตามค าสั่งของผู้ปกครอง 10 15


ชื่อหน่วยกำร เรียนรู้ มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระกำรเรียนรู้ จ ำนวน (ชั่วโมง) น้ ำหนัก คะแนน และเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เมื่อเกิดภัยธรรมชาติและ ธรณีพิบัติภัย • ปรากฏการณ์เรือนกระจกเกิด จากแก๊สเรือนกระจกในชั้น บรรยากาศของโลกกักเก็บความ ร้อนแล้วคายความร้อนบางส่วน กลับสู่ผิวโลก ท าให้อากาศบนโลกมี อุณหภูมิเหมาะสมต่อการด ารงชีวิต • หากปรากฏการณ์เรือนกระจก รุนแรงมากขึ้นจะมีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก มนุษย์จึงควรร่วมกันลดกิจกรรมที่ ก่อให้เกิดแก๊สเรือนกระจก รวม 26 - 80 100


แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6 รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 16๑01 หน่วยการเรียนรู้ที่ ที่ 2 การแยกสารผสม เวลา ๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ความหมายของสารผสม ครูผู้สอน นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์ สอ นวันที่………………………………..…… มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป. 6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาใน ชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับการแยกสาร จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด ๑. อธิบายความหมายของสารผสมได้(K) ๒. สืบสอบข้อมูลเกี่ยวกับความหมายของสารผสม (P) ๓. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างานและเจตคติทางวิทยาศาสตร์(A) สาระส าคัญ สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน สาระการเรียนรู้ สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี


คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้) เขียนความหมายของสารผสม ลงในสมุดวิทยาศาสตร์ ค าถามท้าทาย สารผสมคืออะไร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่างสารต่าง ๆ ในชีวิตประจ าวันที่รู้จัก คนละ 1 ชนิด ผู้แทนนักเรียนบันทึก ค าตอบบนกระดาน ในแบบแผนภาพความคิด (ตัวอย่างแผนภาพความคิด) แผนภาพความคิด สารในชีวิตประจ าวัน 2. นักเรียนร่วมกันสนทนาประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับสารผสม โดยร่วมกันตอบค าถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ 2.1 นักเรียนรู้จักสารผสมหรือไม่ ยกตัวอย่างสารผสมที่รู้จัก (รู้จัก/ไม่รู้จัก ตัวอย่างสารผสมที่รู้จัก เช่น น้ าเชื่อม พริกกับเกลือ ส้มต า) สารในชีวิตประจำ วนั น้ าตาลทราย น้ าเกลือ น้ า น้ าเชื่อม ลอดช่อง น้ ากะทิ น้ าคลอง


3. แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน โดยคละความความสามารถ โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีท า และปฏิบัติกิจกรรม ตามขั้นตอน ดังนี้ 3.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องท าหน้าที่อย่างไรบ้างในการด าเนินการ ด้วยกระบวนการท างานกลุ่ม เช่น - หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ อ่านกิจกรรมใบงานให้สมาชิกฟัง - ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ บันทึกผลการท ากิจกรรม - ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ น าเสนอข้อมูลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน - สมาชิกอื่น ๆ มีหน้าที่ รับอุปกรณ์จับเวลาในการท ากิจกรรม 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังศึกษา อ่านเนื้อหา สืบสอบและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ความหมายของสารผสม จากหนังสือเรียน และแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย พร้อมทั้งออกแบบการน าเสนอ ผลการสืบสอบในแบบที่น่าสนใจ 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มบันทึกผลการศึกษาค้นคว้าในรูปผังกราฟิกแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของ ข้อมูล และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับความหมายของสารผสมว่า สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน การจัดบรรยากาศเชิงบวก ให้นักเรียนได้มีโอกาสในการสอบถาม แสดงความคิดเห็น และลงมือปฏิบัติจริง โดยครูคอยเสริมแรง ทางบวกอย่างสม่ าเสมอ สื่อการเรียนรู้ รูปภาพสารผสม การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม - ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน


๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๑๐ - ๑๒ ระดับ ดีมาก คะแนน 7 – ๙ ระดับ ดี คะแนน 4 – 6 ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ – ๓ ระดับ ควรปรับปรุง กิจกรรมเสนอแนะ ให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในการท ากิจกรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ในสิ่ง ที่ตนเอง อยากศึกษา เพื่อเสริมสร้างเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้น


แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม (ในชั้นเรียน) ค าชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลขที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การประเมิน อธิบาย ความหมายของ สารผสมได้ สืบสอบข้อมูล เกี่ยวกับ ความหมายของ สารผสม ร่วมมือในการ ท ากิจกรรมใน ห้องเรียน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ด.ช. คมสิทธิ์ รัตนวัน ๒ ด.ช. ชัชชัย หยวกขาวดี ๓ ด.ช. ธีระพงษ์ ไพเราะ ๔ ด.ช. ปรเมธฐ์ กระจายกลิ่น ๕ ด.ช. ปรัชญา กวงปาโคตร ๖ ด.ช. ภูวดล แก่นเพ็ชร์ ๗ ด.ช. ยุทธภูมิ ไพศาล ๘ ด.ช. วัชรพงษ์ ภู่ระมาด ๙ ด.ช. สายชล - ๑๐ ด.ญ. ชญานุช กล่อมบาง ๑๑ ด.ญ. โชคดี - ๑๒ ด.ญ. ณัฐพร แตงเผือก ๑๓ ด.ญ. รติญา ทาจิตร ๑๔ ด.ช. รภีพัทร กัณษา ๑๕ ด.ช. อดิศักดิ์ สอดแจ่ม ๑๖ ด.ญ. ชิดชนก บุญติ๊บ ๑๗ ด.ช. ฉัตรมงคล เหมือนจีน ๑๘ ด.ช. รัฐวุฒิ เสาวภา เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมิน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ............./............../..............


ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ (นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ) ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนวัดผลาหาร บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ K (Knowledge) จากการสอน เรื่อง...................................................................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีที่ ....... วันที่………………………………………………………………………………………. ปรากฎว่า มีนักเรียนทั้งหมด.............................คน เมื่อวัดผลประเมินผลแล้ว มีนักเรียน อยู่ในระดับดี จ านวน.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปานกลาง.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปรับปรุง.........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ด้านทักษะและการปฏิบัติ P (Practice) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ A (Attitude) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ ครูผู้สอน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย ………/…………/………….


แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6 รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 16๑01 หน่วยการเรียนรู้ที่ ที่ 2 การแยกสารผสม เวลา ๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง รู้จักสารผสม : 1 ครูผู้สอน นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์ สอ นวันที่………………………………..…… มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป. 6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาใน ชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับการแยกสาร จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด ๑. อธิบายความหมายของสารผสมได้ (K) ๒. ปฏิบัติกิจกรรมรู้จักสารผสม (P) ๓. ส ารวจสารผสมที่อยู่รอบตัวได้ (P) ๔. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างานและเจตคติทางวิทยาศาสตร์(A) สาระส าคัญ สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน เช่น น้ ามันผสมน้ า ข้าวสารปนกรวดทราย สาระการเรียนรู้ สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน เช่น น้ ามันผสมน้ า ข้าวสารปนกรวดทราย สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี


คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ เรื่อง รู้จักสารผสม หน้าที่ 31-34 ค าถามท้าทาย สารผสมคืออะไร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนร่วมกันบอกชื่อสารที่คิดว่าเป็นสารผสมที่นักเรียนรู้จัก ผู้แทนนักเรียนเขียนค าตอบบน กระดานในแบบแผนภาพความคิด (ตัวอย่างแผนภาพความคิด) แผนภาพความคิด ตัวอย่างสารผสมที่รู้จัก 2. นักเรียนเข้าสู่กิจกรรม รู้จักสารผสม โดยร่วมกันตอบค าถามส าคัญกระตุ้นความคิด ดังนี้ 2.1 สารผสมคืออะไร (ตัวอย่างค าตอบ สารผสม ประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน) น้ าเกลือ น้ าส้มสายชู น้ าคลอง ข้าวสารกับ ข้าวเปลือก น้ ากับน้ ามัน ทรายกับ กรวด ลอดช่อง น้ ากะทิ ตัวอย่างสารผสมที่รู้จัก


3. แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน โดยคละความความสามารถ โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีท า และปฏิบัติกิจกรรมที่ 2.1 เรื่อง รู้จักสารผสม ในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ หน้า 31-34 ตามขั้นตอน ดังนี้ 3.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องท าหน้าที่อย่างไรบ้างในการด าเนินการ ด้วยกระบวนการท างานกลุ่ม เช่น - หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ อ่านกิจกรรมใบงานให้สมาชิกฟัง - ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ บันทึกผลการท ากิจกรรม - ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ น าเสนอข้อมูลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน - สมาชิกอื่น ๆ มีหน้าที่ รับอุปกรณ์จับเวลาในการท ากิจกรรม 4. ตรวจสอบความพร้อมของสื่อ วัสดุอุปกรณ์ ส าหรับการปฏิบัติกิจกรรมว่าครบถ้วนเหมาะสมที่จะใช้ ในการปฏิบัติกิจกรรมเพียงใด 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบค าถามก่อนท า กิจกรรม ดังนี้ 5.1 ค าถามส าคัญในการท ากิจกรรมคืออะไร (สารผสมคืออะไร) 5.2 สารที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจ าวันมีอะไรบ้าง (ตัวอย่างค าตอบ น้ าเต้าหู้ น้ าส้มปั่น) 5.3 สารที่พบนั้นจัดเป็นสารที่มีองค์ประกอบเพียงชนิดเดียวหรือมากกว่า 1 ชนิดขึ้นไปมาผสมกัน มีอะไรบ้าง (น้ าเต้าหู้ มีองค์ประกอบมากกว่า 1 ชนิด คือ น้ า ถั่วเหลือง น้ าตาล น้ าส้มปั่น มีองค์ประกอบ มากกว่า 1 ชนิด คือ น้ า เนื้อส้ม น้ าแข็ง) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังลงมือท ากิจกรรมตามขั้นตอนที่ก าหนดในแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ หน้า 31-34 เรื่อง รู้จักสารผสม และบันทึกผลการท ากิจกรรม 7. หลังจากนักเรียนท ากิจกรรมและบันทึกผลการท ากิจกรรม ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมา น าเสนอผลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบค าถามหลังท ากิจกรรม ดังนี้ 8.1 สารผสมที่นักเรียนส ารวจพบมีอะไรบ้าง ทราบได้อย่างไรว่าสารนั้นเป็นสารผสม (น้ าปลา น้ าเชื่อม เต้าเจี้ยว นมข้นหวาน น้ าโคลน น้ าจิ้มสุกี้และน้ าเต้าหู้เพราะมี องค์ประกอบของสารมากกว่า 1 ชนิด มารวมกัน) 8.2 สารผสมที่มองเห็นเป็นเนื้อเดียวกันมีอะไรบ้าง (น้ าปลา น้ าเชื่อม นมข้นหวาน น้ าเต้าหู้) 8.3 สารผสมที่มองเห็นเป็นเนื้อผสมกันมีอะไรบ้าง (เต้าเจี้ยว น้ าโคลน และน้ าจิ้มสุกี้) 8.4 สรุปผลการท ากิจกรรมนี้ได้ว่าอย่างไร (สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน)


10. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันคิดวิเคราะห์เพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะส าคัญด้านการคิด โดยร่วมกันตอบค าถาม ดังนี้ 10.1 ก าหนดสารต่อไปนี้ จัดจ าแนกสารที่เป็นสารผสม กับสารที่ไม่เป็นสารผสม น้ าแป้ง เกลือ น้ าโซดามะนาว น้ า น้ าตาลทราย น้ าส้มสายชู ตะกอนในน้ า อากาศ ข้าวต้ม 11. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการท ากิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับ สารผสมว่า สารผสม ประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน การจัดบรรยากาศเชิงบวก ให้นักเรียนได้มีโอกาสในการสอบถาม แสดงความคิดเห็น และลงมือปฏิบัติจริง โดยครูคอยเสริมแรง ทางบวกอย่างสม่ าเสมอ สื่อการเรียนรู้ 1. สื่อสารผสม ได้แก่ น้ าปลา น้ าเชื่อม เต้าเจี้ยว นมข้นหวาน น้ าโคลน น้ าจิ้มสุกี้ และน้ าเต้าหู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม - ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน (น้ าแป้ง น้ าโซดามะนาว น้ าส้มสายชู ตะกอนในน้ า อากาศ ข้าวต้ม) สารผสม (เกลือ น้ า น้ าตาลทราย) สารที่ไม่ใช่สารผสม


๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๑๐ - ๑๒ ระดับ ดีมาก คะแนน 7 – ๙ ระดับ ดี คะแนน 4 – 6 ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ – ๓ ระดับ ควรปรับปรุง กิจกรรมเสนอแนะ ให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในการท ากิจกรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ในสิ่ง ที่ตนเองอยากศึกษา และเพื่อเสริมสร้างเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้น


แบบบันทึกกิจกรรม กิจกรรมที่ 2.1 รู้จักสารผสม ชื่อ-สกุล.........................................................................................เลขที่..................ชั้น...................... ค าชี้แจง : นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติ ดังนี้ 1. อ่านวิธีท ากิจกรรมให้เข้าใจ 2. ตอบค าถามก่อนท ากิจกรรม 3. ท ากิจกรรมและบันทึกผล 4. ตอบค าถามหลังท ากิจกรรม วิธีท า 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันส ารวจสารผสมที่พบเห็นในชีวิตประจ าวัน อย่างน้อย กลุ่มละ 10 ชนิด 2. ผู้แทนแต่ละกลุ่มน าเสนอผลการส ารวจหน้าชั้นเรียน เพื่อนในชั้นเรียนร่วมกันตรวจสอบ ความถูกต้อง ค าถามก่อนท ากิจกรรม 1. ค าถามส าคัญในการท ากิจกรรมคืออะไร (ขณะที่ก ำลังเคี้ยวอำหำรนักเรียนคิดว่ำอำหำรถูกย่อยหรือไม่อย่ำงไร) จำกกำรทดลองเพื่ออธิบำยเกี่ยวกับโครงสร้ำงภำยในของอะตอม) 2. สารที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจ าวันมีอะไรบ้าง (ยกตัวอย่าง 2 ชนิด) (ขณะที่ก ำลังเคี้ยวอำหำรนักเรียนคิดว่ำอำหำรถูกย่อยหรือไม่อย่ำงไร) จำกกำรทดลองเพื่ออธิบำยเกี่ยวกับโครงสร้ำงภำยในของอะตอม) 3. สารที่พบนั้นจัดเป็นสารที่มีองค์ประกอบเพียงชนิดเดียว หรือมากกว่า 1 ชนิดขึ้นไปมาผสมกัน มีอะไรบ้าง (ขณะที่ก ำลังเคี้ยวอำหำรนักเรียนคิดว่ำอำหำรถูกย่อยหรือไม่อย่ำงไร) จำกกำรทดลองเพื่ออธิบำยเกี่ยวกับโครงสร้ำงภำยในของอะตอม)


บันทึกผลการท ากิจกรรม ตาราง องค์ประกอบของสารผสม และลักษณะที่มองเห็นของสารผสมบางชนิด สารผสม องค์ประกอบของสารผสม ลักษณะที่มองเห็น 1. มองเห็นเป็นเนื้อเดียวกัน มองเห็นเป็นเนื้อผสมกัน 2. มองเห็นเป็นเนื้อเดียวกัน มองเห็นเป็นเนื้อผสมกัน 3. มองเห็นเป็นเนื้อเดียวกัน มองเห็นเป็นเนื้อผสมกัน 4. มองเห็นเป็นเนื้อเดียวกัน มองเห็นเป็นเนื้อผสมกัน 5. มองเห็นเป็นเนื้อเดียวกัน มองเห็นเป็นเนื้อผสมกัน 6. มองเห็นเป็นเนื้อเดียวกัน มองเห็นเป็นเนื้อผสมกัน 7. มองเห็นเป็นเนื้อเดียวกัน มองเห็นเป็นเนื้อผสมกัน


ค าถามหลังท ากิจกรรม 1. สารผสมที่ส ารวจพบมีอะไรบ้าง ทราบได้อย่างไรว่าสารนั้นเป็นสารผสม (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) 2. สารผสมที่มองเห็นเป็นเนื้อเดียวกันมีอะไรบ้าง (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) 3. สารผสมที่มองเห็นเป็นเนื้อผสมกันมีอะไรบ้าง (ก๋วยเตี๋ยว น ้ำโคลน น ้ำพริกกะปิ ลอดช่องน ้ำกะทิ น ้ำจิ้มไก่) (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) 4. สรุปผลการท ากิจกรรมได้ว่าอย่างไร (ก๋วยเตี๋ยว น ้ำโคลน น ้ำพริกกะปิ ลอดช่องน ้ำกะทิ น ้ำจิ้มไก่) (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) จงท ากิจกรรมอย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ


แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม (ในชั้นเรียน) ค าชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลขที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การประเมิน อธิบาย ความหมายของ สารผสมได้ ปฏิบัติกิจกรรม รู้จักสารผสม ส ารวจสารผสม ที่อยู่รอบตัวได้ ร่วมมือในการ ท ากิจกรรมใน ห้องเรียน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ด.ช. คมสิทธิ์ รัตนวัน ๒ ด.ช. ชัชชัย หยวกขาวดี ๓ ด.ช. ธีระพงษ์ ไพเราะ ๔ ด.ช. ปรเมธฐ์ กระจายกลิ่น ๕ ด.ช. ปรัชญา กวงปาโคตร ๖ ด.ช. ภูวดล แก่นเพ็ชร์ ๗ ด.ช. ยุทธภูมิ ไพศาล ๘ ด.ช. วัชรพงษ์ ภู่ระมาด ๙ ด.ช. สายชล - ๑๐ ด.ญ. ชญานุช กล่อมบาง ๑๑ ด.ญ. โชคดี - ๑๒ ด.ญ. ณัฐพร แตงเผือก ๑๓ ด.ญ. รติญา ทาจิตร ๑๔ ด.ช. รภีพัทร กัณษา ๑๕ ด.ช. อดิศักดิ์ สอดแจ่ม ๑๖ ด.ญ. ชิดชนก บุญติ๊บ ๑๗ ด.ช. ฉัตรมงคล เหมือนจีน ๑๘ ด.ช. รัฐวุฒิ เสาวภา เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมิน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ............./............../..............


ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ (นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ) ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนวัดผลาหาร บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ K (Knowledge) จากการสอน เรื่อง...................................................................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีที่ ....... วันที่………………………………………………………………………………………. ปรากฎว่า มีนักเรียนทั้งหมด.............................คน เมื่อวัดผลประเมินผลแล้ว มีนักเรียน อยู่ในระดับดี จ านวน.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปานกลาง.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปรับปรุง.........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ด้านทักษะและการปฏิบัติ P (Practice) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ A (Attitude) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ ครูผู้สอน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย ………/…………/………….


แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6 รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 16๑01 หน่วยการเรียนรู้ที่ ที่ 2 การแยกสารผสม เวลา ๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง รู้จักสารผสม : 2 ครูผู้สอน นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์ สอ นวันที่………………………………..…… มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป. 6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาใน ชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับการแยกสาร จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด ๑. อธิบายความหมายของสารผสมได้ (K) ๒. ส ารวจสารผสมที่อยู่รอบตัวได้ (P) ๓. จัดท ารายงานและสมุดภาพ สารผสมที่พบในชีวิตประจ าวันได้ (P) ๔. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างานและเจตคติทางวิทยาศาสตร์(A) สาระส าคัญ สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน เช่น น้ ามันผสมน้ า ข้าวสารปนกรวดทราย สาระการเรียนรู้ สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน เช่น น้ ามันผสมน้ า ข้าวสารปนกรวดทราย สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี


คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ เรื่อง รู้จักสารผสม ค าถามท้าทาย สารผสมคืออะไร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนเข้าสู่กิจกรรม รู้จักสารผสม โดยร่วมกันตอบค าถามส าคัญกระตุ้นความคิด ดังนี้ 1.1 สารผสมคืออะไร (ตัวอย่างค าตอบ สารผสม ประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน) 2. แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน โดยคละความความสามารถ โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีท า และปฏิบัติกิจกรรมที่ 2.1 เรื่อง รู้จักสารผสม ในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ตามขั้นตอน ดังนี้ 2.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องท าหน้าที่อย่างไรบ้างในการด าเนินการ ด้วยกระบวนการท างานกลุ่ม เช่น - หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ อ่านกิจกรรมใบงานให้สมาชิกฟัง - ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ บันทึกผลการท ากิจกรรม - ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ น าเสนอข้อมูลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน - สมาชิกอื่น ๆ มีหน้าที่ รับอุปกรณ์จับเวลาในการท ากิจกรรม 3. ตรวจสอบความพร้อมของสื่อ วัสดุอุปกรณ์ ส าหรับการปฏิบัติกิจกรรมว่าครบถ้วนเหมาะสมที่จะใช้ ในการปฏิบัติกิจกรรมเพียงใด 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังวางแผน ศึกษา สืบสอบข้อมูลเกี่ยวกับสารผสมและส ารวจ สารผสมที่พบเห็นในโรงเรียนหรือบ้าน ลองท ากิจกรรมเหมือนกับกิจกรรมที่ 2.1 รู้จักสารผสม 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังวางแผน ออกแบบ และจัดท าสมุดภาพ สารผสมที่พบ ในชีวิตประจ าวัน พร้อมระบุองค์ประกอบของสารผสมนั้น 6. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน เช่น น้ ามันผสมน้ า ข้าวสารปนกรวดทราย 7. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอรายงาน และสมุดภาพ สารผสมที่พบในชีวิตประจ าวัน โดย จัดแยกให้สมาชิกกลุ่มของตนกระจายไปทุกกลุ่มไปรับฟังการน าเสนอ และตอบข้อซักถามของกลุ่มอื่น 8. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการท างานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการท างานที่มี แบบแผน 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการท ากิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับ สารผสมว่า สารผสม ประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน


การจัดบรรยากาศเชิงบวก ให้นักเรียนได้มีโอกาสในการสอบถาม แสดงความคิดเห็น และลงมือปฏิบัติจริง โดยครูคอยเสริมแรง ทางบวกอย่างสม่ าเสมอ สื่อการเรียนรู้ 1. สื่อสารผสม ได้แก่ น้ าปลา น้ าเชื่อม เต้าเจี้ยว นมข้นหวาน น้ าโคลน น้ าจิ้มสุกี้ และน้ าเต้าหู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม - ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๑๐ - ๑๒ ระดับ ดีมาก คะแนน 7 – ๙ ระดับ ดี คะแนน 4 – 6 ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ – ๓ ระดับ ควรปรับปรุง กิจกรรมเสนอแนะ ให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในการท ากิจกรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ในสิ่ง ที่ตนเองอยากศึกษา และเพื่อเสริมสร้างเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้น


แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม (ในชั้นเรียน) ค าชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลขที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การประเมิน อธิบาย ความหมายของ สารผสม ส ารวจสารผสม ที่อยู่รอบตัว จัดท ารายงาน และสมุดภาพ สารผสมที่พบ ใน ชีวิตประจ าวัน ร่วมมือในการ ท ากิจกรรมใน ห้องเรียน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ด.ช. คมสิทธิ์ รัตนวัน ๒ ด.ช. ชัชชัย หยวกขาวดี ๓ ด.ช. ธีระพงษ์ ไพเราะ ๔ ด.ช. ปรเมธฐ์ กระจายกลิ่น ๕ ด.ช. ปรัชญา กวงปาโคตร ๖ ด.ช. ภูวดล แก่นเพ็ชร์ ๗ ด.ช. ยุทธภูมิ ไพศาล ๘ ด.ช. วัชรพงษ์ ภู่ระมาด ๙ ด.ช. สายชล - ๑๐ ด.ญ. ชญานุช กล่อมบาง ๑๑ ด.ญ. โชคดี - ๑๒ ด.ญ. ณัฐพร แตงเผือก ๑๓ ด.ญ. รติญา ทาจิตร ๑๔ ด.ช. รภีพัทร กัณษา ๑๕ ด.ช. อดิศักดิ์ สอดแจ่ม ๑๖ ด.ญ. ชิดชนก บุญติ๊บ ๑๗ ด.ช. ฉัตรมงคล เหมือนจีน ๑๘ ด.ช. รัฐวุฒิ เสาวภา เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมิน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ............./............../..............


ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ (นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ) ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนวัดผลาหาร บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ K (Knowledge) จากการสอน เรื่อง...................................................................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีที่ ....... วันที่………………………………………………………………………………………. ปรากฎว่า มีนักเรียนทั้งหมด.............................คน เมื่อวัดผลประเมินผลแล้ว มีนักเรียน อยู่ในระดับดี จ านวน.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปานกลาง.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปรับปรุง.........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ด้านทักษะและการปฏิบัติ P (Practice) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ A (Attitude) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ ครูผู้สอน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย ………/…………/………….


แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6 รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 16๑01 หน่วยการเรียนรู้ที่ ที่ 2 การแยกสารผสม เวลา ๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง วิธีการแยกสารผสม ครูผู้สอน นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์ สอ นวันที่………………………………..…… มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป. 6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาใน ชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับการแยกสาร จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด ๑. อธิบายวิธีการแยกสารผสมได้(K) ๒. สืบสอบข้อมูลเกี่ยวกับการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน (P) ๓. เปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอนได้ (P) ๔. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างานและเจตคติทางวิทยาศาสตร์(A) สาระส าคัญ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบ ของสารผสมเป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบออกหรือการร่อนผ่าน วัสดุที่มีรู ถ้ามีสารใดสารหนึ่งเป็นสารแม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด ถ้าองค์ประกอบเป็นของแข็งที่ไม่ ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการรินออก การกรอง หรือการตกตะกอน สาระการเรียนรู้ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบ ของสารผสมเป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบออกหรือการร่อนผ่าน วัสดุที่มีรู ถ้ามีสารใดสารหนึ่งเป็นสารแม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด ถ้าองค์ประกอบเป็นของแข็งที่ไม่ ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการรินออก การกรอง หรือการตกตะกอน


สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้) บันทึกงานในสมุดวิทยาศาสตร์ ค าถามท้าทาย วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับสิ่งใด การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวนประสบการณ์เกี่ยวกับวิธีการแยกสารผสม โดยร่วมกันตอบค าถาม ส าคัญกระตุ้นความคิด ดังนี้ 1.1 นักเรียนเคยแยกสารผสมหรือไม่ อย่างไร ด้วยวิธีการใด (ตัวอย่างค าตอบ เคย โดยแยกน้ ากะทิออกจากมะพร้าวขูด โดยใช้วิธีการกรอง) 1.2 ถ้านักเรียนต้องการแยกเข็มเย็บผ้าออกจากกองเศษด้าย ต้องเลือกใช้สิ่งใดมาช่วย (ตัวอย่างค าตอบ ใช้แม่เหล็กมาดึงดูดเข็มเย็บผ้าออก) 1.3 วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับสิ่งใด (ตัวอย่างค าตอบ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสาร ที่ผสมกัน) 2. แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน โดยคละความความสามารถ โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีท า และปฏิบัติกิจกรรม ตามขั้นตอน ดังนี้ 2.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องท าหน้าที่อย่างไรบ้างในการด าเนินการ ด้วยกระบวนการท างานกลุ่ม เช่น - หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ อ่านกิจกรรมใบงานให้สมาชิกฟัง - ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ บันทึกผลการท ากิจกรรม - ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ น าเสนอข้อมูลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน - สมาชิกอื่น ๆ มีหน้าที่ รับอุปกรณ์จับเวลาในการท ากิจกรรม


4. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มจับสลากเลือกหัวข้อกลุ่มเกี่ยวกับวิธีการแยกสารผสม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 การหยิบออก กลุ่มที่ 2 การร่อน กลุ่มที่ 3 การใช้แม่เหล็กดึงดูด กลุ่มที่ 4 การรินออก กลุ่มที่ 5 การกรอง กลุ่มที่ 6 การตกตะกอน 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังศึกษา อ่านเนื้อหา สืบสอบและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ วิธีการแยกสารผสม ตามหัวข้อกลุ่มที่ผู้แทนกลุ่มจับสลากได้ จากหนังสือเรียน และแหล่งการเรียนรู้ ที่หลากหลาย พร้อมทั้งออกแบบการน าเสนอผลการสืบสอบในแบบที่น่าสนใจ 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มบันทึกผลการศึกษาค้นคว้าในรูปผังกราฟิกแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของ ข้อมูล และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าข้อมูลที่ได้จากการศึกษา สืบสอบมาร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย เปรียบเทียบ วิธีการแยกสารผสม เพื่อฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีความรู้อย่างเข้าใจและมีทักษะ แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสังเกตและอ่านบัตรค าเกี่ยวกับการแยกสารผสมและข้อความบน กระดาน แล้วผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์ และเลือกบัตรค าวิธีการแยกสารผสมที่เตรียมไว้น าไปติดใกล้ ข้อความบนกระดานให้สัมพันธ์กัน จนครบทุกข้อความ โดยเพื่อนในชั้นเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ดังนี้ (ตัวอย่างบัตรค าและข้อความ) 8.1 การแยกของแข็งที่มีขนาดไม่เท่ากันออกจากกันโดยใช้ตะแกรง (การร่อน) 8.2 การแยกของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลวออกจากของเหลวนั้น โดยค่อย ๆ เทของเหลว อย่างระมัดระวัง (การรินออก) 8.3 การแยกสารที่แม่เหล็กดึงดูดติดออกจากสารผสมอื่น ๆ (การใช้แม่เหล็กดึงดูด) 8.4 การแยกของแข็งกับของแข็งที่มีลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจน (การหยิบออก) 8.5 การแยกของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลวออกจากของเหลวนั้น (การกรอง) การร่อน การหยิบออก การกรอง การตกตะกอน การรินออก การใช้แม่เหล็กดึงดูด


8.6 การท าให้อนุภาคเล็ก ๆ ที่แขวนลอยอยู่ในน้ าตกลงสู่ก้นภาชนะเร็วขึ้น (การตกตะกอน) 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับวิธีการแยกสารผสมว่า วิธีการ ที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน โดยมีทั้งวิธีการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน 10. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้า องค์ประกอบของสารผสมเป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบออก หรือการร่อนผ่านวัสดุที่มีรู ถ้ามีสารใดสารหนึ่งเป็นสารแม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด ถ้าองค์ประกอบ เป็นของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการรินออก การกรอง หรือการตกตะกอน การจัดบรรยากาศเชิงบวก ให้นักเรียนได้มีโอกาสในการสอบถาม แสดงความคิดเห็น และลงมือปฏิบัติจริง โดยครูคอยเสริมแรง ทางบวกอย่างสม่ าเสมอ สื่อการเรียนรู้ 1. บัตรค าวิธีการแยกสารผสม การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม - ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๑๐ - ๑๒ ระดับ ดีมาก คะแนน 7 – ๙ ระดับ ดี คะแนน 4 – 6 ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ – ๓ ระดับ ควรปรับปรุง


กิจกรรมเสนอแนะ ให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในการท ากิจกรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ในสิ่ง ที่ตนเองอยากศึกษา และเพื่อเสริมสร้างเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้น


แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม (ในชั้นเรียน) ค าชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลขที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การประเมิน อธิบายวิธีการ แยกสารผสม สืบสอบข้อมูล เกี่ยวกับการ แยกสารผสม เปรียบเทียบ การแยกสาร ผสม ร่วมมือในการ ท ากิจกรรมใน ห้องเรียน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ด.ช. คมสิทธิ์ รัตนวัน ๒ ด.ช. ชัชชัย หยวกขาวดี ๓ ด.ช. ธีระพงษ์ ไพเราะ ๔ ด.ช. ปรเมธฐ์ กระจายกลิ่น ๕ ด.ช. ปรัชญา กวงปาโคตร ๖ ด.ช. ภูวดล แก่นเพ็ชร์ ๗ ด.ช. ยุทธภูมิ ไพศาล ๘ ด.ช. วัชรพงษ์ ภู่ระมาด ๙ ด.ช. สายชล - ๑๐ ด.ญ. ชญานุช กล่อมบาง ๑๑ ด.ญ. โชคดี - ๑๒ ด.ญ. ณัฐพร แตงเผือก ๑๓ ด.ญ. รติญา ทาจิตร ๑๔ ด.ช. รภีพัทร กัณษา ๑๕ ด.ช. อดิศักดิ์ สอดแจ่ม ๑๖ ด.ญ. ชิดชนก บุญติ๊บ ๑๗ ด.ช. ฉัตรมงคล เหมือนจีน ๑๘ ด.ช. รัฐวุฒิ เสาวภา เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมิน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ............./............../..............


ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ (นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ) ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนวัดผลาหาร บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ K (Knowledge) จากการสอน เรื่อง...................................................................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีที่ ....... วันที่………………………………………………………………………………………. ปรากฎว่า มีนักเรียนทั้งหมด.............................คน เมื่อวัดผลประเมินผลแล้ว มีนักเรียน อยู่ในระดับดี จ านวน.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปานกลาง.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปรับปรุง.........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ด้านทักษะและการปฏิบัติ P (Practice) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ A (Attitude) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ ครูผู้สอน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย ………/…………/………….


แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6 รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 16๑01 หน่วยการเรียนรู้ที่ ที่ 2 การแยกสารผสม เวลา ๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูด : 1 ครูผู้สอน นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์ สอ นวันที่………………………………..…… มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป. 6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาใน ชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับการแยกสาร จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด ๑. อธิบายการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูดได้ (K) ๒. ปฏิบัติกิจกรรมการแยกสารผสมโดยการร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูด (P) ๓. เปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูดได้ (P) ๔. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างานและเจตคติทางวิทยาศาสตร์(A) สาระส าคัญ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบ ของสารผสมเป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบออกหรือการร่อนผ่าน วัสดุที่มีรู ถ้ามีสารใดสารหนึ่งเป็นสารแม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด วิธีการแยกสารสามารถน าไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้ สาระการเรียนรู้ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบ ของสารผสมเป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบออกหรือการร่อนผ่าน วัสดุที่มีรู ถ้ามีสารใดสารหนึ่งเป็นสารแม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด วิธีการแยกสารสามารถน าไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้


สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ เรื่อง การแยกสารผสมโดยการร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูด หน้าที่ 37-39 ค าถามท้าทาย ถ้ามีของแข็งขนาดเล็ก 2 ชนิด ผสมกันอยู่ จะแยกออกจากกันได้อย่างไร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการแยกสารผสม โดยสารบางชนิดต้องแยกออกจากกันก่อน จึงจะน าไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น แยกน้ ากะทิออกจากเนื้อมะพร้าว แยกน้ ามันออกจากถั่วเหลือง และน าไปสู่ ประเด็นปัญหาว่า จะแยกทรายออกจากสารผสมระหว่างทรายกับผงตะไบเหล็ก และสารผสมระหว่างทราย กับข้าวสารได้อย่างไร 2. นักเรียนเข้าสู่กิจกรรม รู้จักสารผสม โดยร่วมกันตอบค าถามส าคัญกระตุ้นความคิด ดังนี้ 2.1 ถ้ามีของแข็งขนาดเล็ก 2 ชนิด ผสมกันอยู่จะแยกออกจากกันได้อย่างไร (ตัวอย่างค าตอบ ใช้วิธีการหยิบออก การร่อน หรือถ้าสารหนึ่งเป็นสารแม่เหล็กให้ใช้แม่เหล็ก ดึงดูด) 3. แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน โดยคละความความสามารถ โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีท า และปฏิบัติกิจกรรมที่ 2.2 เรื่อง การแยกสารผสมโดยการร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูด ในแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ หน้า 37-39 ตามขั้นตอน ดังนี้ 3.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องท าหน้าที่อย่างไรบ้างในการด าเนินการ ด้วยกระบวนการท างานกลุ่ม เช่น - หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ อ่านกิจกรรมใบงานให้สมาชิกฟัง - ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ บันทึกผลการท ากิจกรรม - ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ น าเสนอข้อมูลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน - สมาชิกอื่น ๆ มีหน้าที่ รับอุปกรณ์จับเวลาในการท ากิจกรรม 4. ตรวจสอบความพร้อมของสื่อ วัสดุอุปกรณ์ ส าหรับการปฏิบัติกิจกรรมว่าครบถ้วนเหมาะสมที่จะใช้ ในการปฏิบัติกิจกรรมเพียงใด


5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบค าถามก่อนท า กิจกรรม ดังนี้ 5.1 ค าถามส าคัญในการท ากิจกรรมคืออะไร (ถ้ามีของแข็งขนาดเล็ก 2 ชนิด ผสมกันอยู่ จะแยกออกจากกันได้อย่างไร) 5.2 นักเรียนคิดว่าจะใช้วิธีการใดในการแยกสารผสมระหว่างทรายกับข้าวสาร (ตัวอย่างค าตอบ วิธีการร่อน) 5.3 นักเรียนคิดว่าจะใช้วิธีการใดในการแยกสารผสมระหว่างทรายกับผงตะไบเหล็ก (ตัวอย่างค าตอบ วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังลงมือท ากิจกรรมตามขั้นตอนที่ก าหนดในแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ หน้า 37-39 เรื่อง การแยกสารผสมโดยการร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูด และบันทึกผลการท า กิจกรรม 7. หลังจากนักเรียนท ากิจกรรมและบันทึกผลการท ากิจกรรม ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมา น าเสนอผลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบค าถามหลังท ากิจกรรม ดังนี้ 8.1 นักเรียนมีล าดับขั้นตอนในการแยกสารผสมระหว่างทราย ข้าวสาร และผงตะไบเหล็กอย่างไร (ขั้นที่ 1 แยกผงตะไบเหล็กออกก่อน ขั้นที่ 2 แยกทรายและข้าวสารออกจากกัน) 8.2 นักเรียนใช้วิธีการใดในการแยกสารผสมระหว่างทรายกับข้าวสาร และทรายกับผงตะไบเหล็ก (ทรายกับข้าวสาร แยกด้วยวิธีการร่อน ทรายกับผงตะไบเหล็ก แยกด้วยวิธีการใช้แม่เหล็ก ดึงดูด) 8.3 เพราะเหตุใดจึงเลือกใช้วิธีการดังกล่าวในการแยกสารผสม (ใช้วิธีการร่อน เพราะทรายและข้าวสารมีขนาดแตกต่างกันผสมกัน จึงสามารถแยกกันด้วย การร่อนผ่านรูของตะแกรงเพื่อแยกสารออกจากกัน และใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด เพราะแม่เหล็กสามารถ ดึงดูดผงตะไบเหล็ก แต่ไม่สามารถดึงดูดทรายและข้าวสาร จึงสามารถแยกผงตะไบเหล็กออกก่อนได้) 8.4 สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร (การแยกสารโดยวิธีการร่อนใช้ส าหรับแยกสารที่เป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดแตกต่างกัน ผสมกันอยู่ เช่น ทรายกับข้าวสาร ส่วนวิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูดใช้ส าหรับแยกสารที่มีองค์ประกอบเป็นสารที่ แม่เหล็กดึงดูดได้ผสมกันอยู่ เช่น การใช้แม่เหล็กดึงดูดผงตะไบเหล็กออกจากทรายและข้าวสาร) 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันคิดวิเคราะห์เพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะส าคัญด้านการคิด โดย ร่วมกันตอบค าถาม ดังนี้ ก าหนดข้อมูลของสารให้ ดังนี้ สาร ลักษณะของสาร A ของแข็ง ขนาดเท่าเม็ดข้าวโพด ไม่ละลายน้ า B โลหะขนาดเล็ก C ของแข็ง ละลายน้ าได้ D ของแข็งขนาดเล็ก ไม่ละลายน้ า


10.1 ถ้าต้องการแยกสารผสมระหว่าง A กับ B จะใช้วิธีการอย่างไร เพราะเหตุใด (การแยกสารผสมระหว่าง A กับ B สามารถใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด เนื่องจากสาร B เป็น โลหะ จึงสามารถใช้แม่เหล็กดึงดูดสาร B ออกจากสาร A) 10.2 ถ้าต้องการแยกสารผสมระหว่าง A กับ D จะใช้วิธีการอย่างไร เพราะเหตุใด (การแยกสารผสมระหว่าง A กับ D สามารถใช้วิธีการร่อน เนื่องจากสาร D เป็นของแข็งที่มี ขนาดเล็ก ไม่ละลายน้ า จึงสามารถใช้การร่อนผ่านอุปกรณ์ที่มีรูเพื่อแยกสาร D ออกจากสาร A) 10.3 ถ้าต้องการแยกสารผสมระหว่าง B กับ C จะใช้วิธีการอย่างไร เพราะเหตุใด (การแยกสารผสมระหว่าง B กับ C สามารถใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด เนื่องจากสาร B เป็น โลหะ จึงสามารถใช้แม่เหล็กดึงดูดสาร B ออกจากสาร C) 11. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการท ากิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับ การแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูดว่า การแยกสารโดยวิธีการร่อน ใช้ส าหรับแยกสารที่เป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดแตกต่างกันผสมกันอยู่ เช่น ทรายกับข้าวสาร ส่วนวิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูดใช้ส าหรับแยกสารที่มีองค์ประกอบเป็นสารแม่เหล็กดึงดูดได้ผสมกันอยู่ เช่น การใช้แม่เหล็กดึงดูดผงตะไบเหล็กออกจากทรายและข้าวสาร การจัดบรรยากาศเชิงบวก ให้นักเรียนได้มีโอกาสในการสอบถาม แสดงความคิดเห็น และลงมือปฏิบัติจริง โดยครูคอยเสริมแรง ทางบวกอย่างสม่ าเสมอ สื่อการเรียนรู้ 1. สารผสมระหว่างทรายกับข้าวสาร 2. สารผสมระหว่างทรายกับผงตะไบเหล็ก 3. ตะแกรงที่ใช้ส าหรับการร่อน 1 ใบ 4. ถาดพลาสติก 1 ใบ 5. แม่เหล็ก 1 แท่ง การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม - ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม


๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๑๐ - ๑๒ ระดับ ดีมาก คะแนน 7 – ๙ ระดับ ดี คะแนน 4 – 6 ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ – ๓ ระดับ ควรปรับปรุง กิจกรรมเสนอแนะ ให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในการท ากิจกรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ในสิ่ง ที่ตนเองอยากศึกษา และเพื่อเสริมสร้างเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้น


แบบบันทึกกิจกรรม กิจกรรมที่ 2.1 การแยกสารผสมโดยการร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูด ชื่อ-สกุล.........................................................................................เลขที่..................ชั้น...................... ค าชี้แจง : นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติ ดังนี้ 1. อ่านวิธีท ากิจกรรมให้เข้าใจ 2. ตอบค าถามก่อนท ากิจกรรม 3. ท ากิจกรรมและบันทึกผล 4. ตอบค าถามหลังท ากิจกรรม วิธีท า 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ออกแบบการทดลองเพื่อแยกสารผสมระหว่าง ทรายกับข้าวสาร และทรายกับผงตะไบเหล็กออกจากกัน โดยใช้อุปกรณ์ที่ก าหนด 2. แต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติกิจกรรมการแยกสารผสมตามที่ได้วางแผน ออกแบบไว้ และบันทึกผล ค าถามก่อนท ากิจกรรม 1. ค าถามส าคัญในการท ากิจกรรมคืออะไร (ขณะที่ก ำลังเคี้ยวอำหำรนักเรียนคิดว่ำอำหำรถูกย่อยหรือไม่อย่ำงไร) จำกกำรทดลองเพื่ออธิบำยเกี่ยวกับโครงสร้ำงภำยในของอะตอม) 2. นักเรียนคิดว่าจะใช้วิธีการใดในการแยกสารผสมระหว่างทรายกับข้าวสาร (ขณะที่ก ำลังเคี้ยวอำหำรนักเรียนคิดว่ำอำหำรถูกย่อยหรือไม่อย่ำงไร) จำกกำรทดลองเพื่ออธิบำยเกี่ยวกับโครงสร้ำงภำยในของอะตอม) 3. นักเรียนคิดว่าจะใช้วิธีการใดในการแยกสารผสมระหว่างทรายกับผงตะไบเหล็ก (ขณะที่ก ำลังเคี้ยวอำหำรนักเรียนคิดว่ำอำหำรถูกย่อยหรือไม่อย่ำงไร) จำกกำรทดลองเพื่ออธิบำยเกี่ยวกับโครงสร้ำงภำยในของอะตอม)


ตาราง ผลการแยกสารผสมระหว่างทรายกับข้าวสาร และทรายกับผงตะไบเหล็ก สารผสม ลักษณะของสารผสม ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง 1. ทรายกับข้าวสาร (ทรายส่วนใหญ่จะอยู่ด้านล่าง ภาชนะ มีบางส่วนติดที่ข้าวสาร) (ทรายส่วนใหญ่จะอยู่ด้านล่าง ภาชนะ มีบางส่วนติดที่ข้าวสาร) 2. ทรายกับผงตะไบเหล็ก (ทรายปนกับผงตะไบเหล็ก) (ทรายส่วนใหญ่จะอยู่ด้านล่าง ภาชนะ มีบางส่วนติดที่ข้าวสาร) ค าถามหลังท ากิจกรรม 1. นักเรียนใช้วิธีการใดในการแยกสารผสมระหว่างทรายกับข้าวสาร และทรายกับผงตะไบเหล็ก (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) 2. เพราะเหตุใดจึงเลือกใช้วิธีการดังกล่าวในการแยกสารผสม (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) 3. สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร (ก๋วยเตี๋ยว น ้ำโคลน น ้ำพริกกะปิ ลอดช่องน ้ำกะทิ น ้ำจิ้มไก่) (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) จงท ากิจกรรมอย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ บันทึกผลการท ากิจกรรม


แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม (ในชั้นเรียน) ค าชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลขที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การประเมิน อธิบายการแยก สารผสมโดย การหยิบออก การร่อน และ การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด ปฏิบัติกิจกรรม การแยกสาร ผสมโดยการ ร่อน และการ ใช้แม่เหล็ก ดึงดูด เปรียบเทียบ การแยกสาร ผสมโดยการ หยิบออก การ ร่อน และการ ใช้แม่เหล็ก ดึงดูด ร่วมมือในการ ท ากิจกรรมใน ห้องเรียน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ด.ช. คมสิทธิ์ รัตนวัน ๒ ด.ช. ชัชชัย หยวกขาวดี ๓ ด.ช. ธีระพงษ์ ไพเราะ ๔ ด.ช. ปรเมธฐ์ กระจายกลิ่น ๕ ด.ช. ปรัชญา กวงปาโคตร ๖ ด.ช. ภูวดล แก่นเพ็ชร์ ๗ ด.ช. ยุทธภูมิ ไพศาล ๘ ด.ช. วัชรพงษ์ ภู่ระมาด ๙ ด.ช. สายชล - ๑๐ ด.ญ. ชญานุช กล่อมบาง ๑๑ ด.ญ. โชคดี - ๑๒ ด.ญ. ณัฐพร แตงเผือก ๑๓ ด.ญ. รติญา ทาจิตร ๑๔ ด.ช. รภีพัทร กัณษา ๑๕ ด.ช. อดิศักดิ์ สอดแจ่ม ๑๖ ด.ญ. ชิดชนก บุญติ๊บ ๑๗ ด.ช. ฉัตรมงคล เหมือนจีน ๑๘ ด.ช. รัฐวุฒิ เสาวภา เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมิน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ............./............../..............


ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ (นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ) ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนวัดผลาหาร บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ K (Knowledge) จากการสอน เรื่อง...................................................................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีที่ ....... วันที่………………………………………………………………………………………. ปรากฎว่า มีนักเรียนทั้งหมด.............................คน เมื่อวัดผลประเมินผลแล้ว มีนักเรียน อยู่ในระดับดี จ านวน.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปานกลาง.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปรับปรุง.........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ด้านทักษะและการปฏิบัติ P (Practice) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ A (Attitude) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ ครูผู้สอน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย ………/…………/………….


แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6 รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 16๑01 หน่วยการเรียนรู้ที่ ที่ 2 การแยกสารผสม เวลา ๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง การแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูด : 2 ครูผู้สอน นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์ สอ นวันที่………………………………..…… มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป. 6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาใน ชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับการแยกสาร จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด ๑. อธิบายการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูดได้ (K) ๒. จัดท ารายงาน ผลการทดลองเลือกสารที่สนใจมาศึกษาการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูด (P) ๓. เปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูดได้ (P) ๔. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างานและเจตคติทางวิทยาศาสตร์(A) สาระส าคัญ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบ ของสารผสมเป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบออกหรือการร่อนผ่าน วัสดุที่มีรู ถ้ามีสารใดสารหนึ่งเป็นสารแม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด วิธีการแยกสารสามารถน าไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้ สาระการเรียนรู้ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบ ของสารผสมเป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบออกหรือการร่อนผ่าน วัสดุที่มีรู ถ้ามีสารใดสารหนึ่งเป็นสารแม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด วิธีการแยกสารสามารถน าไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้


สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ เรื่อง การแยกสารผสมโดยการร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูด หน้าที่ 37-39 ค าถามท้าทาย ถ้ามีของแข็งขนาดเล็ก 2 ชนิด ผสมกันอยู่ จะแยกออกจากกันได้อย่างไร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยวิธีการหยิบออก การร่อน และการใช้ แม่เหล็กดึงดูด โดยเขียนในแบบแผนภาพความคิด ในกระดาษฟลิปชาร์ต (ตัวอย่างแผนภาพความคิด) แผนภาพความคิดเปรียบเทียบ การแยกสารผสมโดยวิธีการร่อนกับการใช้แม่เหล็กดึงดูด การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด 1. แยกสารผสมของแข็ง กับของแข็งที่ไม่ใช่ สารแม่เหล็ก 2. ใช้ตะแกรง การแยก สารผสม 1. แยกสารผสมของแข็ง กับของแข็งที่เป็น สารแม่เหล็ก 2. ใช้แม่เหล็ก


Click to View FlipBook Version