2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังวางแผน ส ารวจสารผสมในชีวิตประจ าวันที่พบเห็นใน โรงเรียน หรือบ้านที่สนใจ ออกแบบ และลองท าการทดลองเหมือนกับกิจกรรมที่ 2.2 เรื่อง การแยกสารผสม โดยการร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูด บันทึกผล พร้อมเขียนรายงานพอสังเขป จัดท าเป็นชิ้นงาน 3. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบของสารผสมเป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบออก หรือการร่อนผ่านวัสดุที่มีรู ถ้ามีสารใดสารหนึ่งเป็นสารแม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด วิธีการแยกสาร สามารถน าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้ 4. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอแผนภาพความคิด และรายงาน ผลการทดลองเลือกสารที่สนใจ มาศึกษาการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน และการใช้แม่เหล็กดึงดูด โดยจัดแยกให้สมาชิกกลุ่มของ ตนกระจายไปทุกกลุ่มไปรับฟังการน าเสนอ และตอบข้อซักถามของกลุ่มอื่น 5. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการท างานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการท างานที่มี แบบแผน การจัดบรรยากาศเชิงบวก ให้นักเรียนได้มีโอกาสในการสอบถาม แสดงความคิดเห็น และลงมือปฏิบัติจริง โดยครูคอยเสริมแรง ทางบวกอย่างสม่ าเสมอ สื่อการเรียนรู้ 1. กระดาษฟลิปชาร์ต การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม - ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๑๐ - ๑๒ ระดับ ดีมาก คะแนน 7 – ๙ ระดับ ดี คะแนน 4 – 6 ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ – ๓ ระดับ ควรปรับปรุง
กิจกรรมเสนอแนะ ให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในการท ากิจกรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ในสิ่ง ที่ตนเองอยากศึกษา และเพื่อเสริมสร้างเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้น
แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม (ในชั้นเรียน) ค าชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลขที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การประเมิน อธิบายการแยก สารผสมโดย การหยิบออก การร่อน และ การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด จัดท ารายงาน ผลการทดลอง เลือกสารที่ สนใจมาศึกษา การแยกสาร ผสม เปรียบเทียบ การแยกสาร ผสมโดยการ หยิบออก การ ร่อน และการ ใช้แม่เหล็ก ดึงดูด ร่วมมือในการ ท ากิจกรรมใน ห้องเรียน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ด.ช. คมสิทธิ์ รัตนวัน ๒ ด.ช. ชัชชัย หยวกขาวดี ๓ ด.ช. ธีระพงษ์ ไพเราะ ๔ ด.ช. ปรเมธฐ์ กระจายกลิ่น ๕ ด.ช. ปรัชญา กวงปาโคตร ๖ ด.ช. ภูวดล แก่นเพ็ชร์ ๗ ด.ช. ยุทธภูมิ ไพศาล ๘ ด.ช. วัชรพงษ์ ภู่ระมาด ๙ ด.ช. สายชล - ๑๐ ด.ญ. ชญานุช กล่อมบาง ๑๑ ด.ญ. โชคดี - ๑๒ ด.ญ. ณัฐพร แตงเผือก ๑๓ ด.ญ. รติญา ทาจิตร ๑๔ ด.ช. รภีพัทร กัณษา ๑๕ ด.ช. อดิศักดิ์ สอดแจ่ม ๑๖ ด.ญ. ชิดชนก บุญติ๊บ ๑๗ ด.ช. ฉัตรมงคล เหมือนจีน ๑๘ ด.ช. รัฐวุฒิ เสาวภา เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมิน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ............./............../..............
ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ (นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ) ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนวัดผลาหาร บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ K (Knowledge) จากการสอน เรื่อง...................................................................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีที่ ....... วันที่………………………………………………………………………………………. ปรากฎว่า มีนักเรียนทั้งหมด.............................คน เมื่อวัดผลประเมินผลแล้ว มีนักเรียน อยู่ในระดับดี จ านวน.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปานกลาง.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปรับปรุง.........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ด้านทักษะและการปฏิบัติ P (Practice) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ A (Attitude) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ ครูผู้สอน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย ………/…………/………….
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6 รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 16๑01 หน่วยการเรียนรู้ที่ ที่ 2 การแยกสารผสม เวลา ๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง การแยกสารผสมโดยการรินออก และการกรอง : 1 ครูผู้สอน นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์ สอ นวันที่………………………………..…… มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป. 6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาใน ชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับการแยกสาร จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด ๑. อธิบายการแยกสารผสมโดยการรินออก และการกรองได้ (K) ๒. ปฏิบัติกิจกรรม การแยกสารผสมโดยการกรองได้ (P) ๓. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างานและเจตคติทางวิทยาศาสตร์(A) สาระส าคัญ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบเป็น ของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการรินออก การกรอง วิธีการแยกสารสามารถน าไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจ าวันได้ สาระการเรียนรู้ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบเป็น ของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการรินออก การกรอง วิธีการแยกสารสามารถน าไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจ าวันได้ สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ เรื่อง การแยกสารผสมโดยการกรองหน้าที่ 40-43 ค าถามท้าทาย ถ้ามีสาร 2 ชนิดผสมกันอยู่ โดยสารชนิดหนึ่งไม่ละลายน้ า ส่วนสารอีกชนิดละลายน้ าได้ จะสามารถ แยกสารผสมทั้ง 2 ชนิดนี้ ออกจากกันได้อย่างไร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนร่วมกันทบทวนเกี่ยวกับการแยกสารผสม โดยใช้การหยิบออก การร่อน และการใช้ แม่เหล็กดึงดูด แล้วน าเข้าสู่ประเด็นปัญหาใหม่เพื่อนักเรียนเกิดความสงสัยและต้องการหาค าตอบด้วย กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับการแยกสารผสมโดยการรินออก และการกรอง โดยร่วมกันตอบค าถาม 1.1 การแยกสารผสมโดยการรินออกหมายความว่าอย่างไร (ตัวอย่างค าตอบ การรินออก เป็นการแยกสารผสมที่เป็นของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลวออก จากของเหลว โดยค่อย ๆ เทออก) 1.2 การแยกสารผสมโดยการกรองหมายความว่าอย่างไร (ตัวอย่างค าตอบ การกรอง เป็นวิธีแยกสารผสมของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลวออก โดยมี วัสดุที่ใช้ในการกรอง) 1.3 ถ้ามีสาร 2 ชนิดผสมกันอยู่ โดยสารชนิดหนึ่งไม่ละลายน้ า ส่วนสารอีกชนิดละลายน้ าได้จะ สามารถแยกสารผสมทั้ง 2 ชนิดนี้ ออกจากกันได้อย่างไร (ตัวอย่างค าตอบ อาจใช้วิธีการรินออก การกรอง หรือการตกตะกอนได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะ และสมบัติของสารทั้ง 2 ชนิดด้วย) 2. แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน โดยคละความความสามารถ โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีท า และปฏิบัติกิจกรรมที่ 2.3 เรื่อง การแยกสารผสมโดยการกรอง ในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ หน้า 40-43 ตาม ขั้นตอน ดังนี้ 2.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องท าหน้าที่อย่างไรบ้างในการด าเนินการ ด้วยกระบวนการท างานกลุ่ม เช่น - หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ อ่านกิจกรรมใบงานให้สมาชิกฟัง - ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ บันทึกผลการท ากิจกรรม - ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ น าเสนอข้อมูลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน - สมาชิกอื่น ๆ มีหน้าที่ รับอุปกรณ์จับเวลาในการท ากิจกรรม 3. ตรวจสอบความพร้อมของสื่อ วัสดุอุปกรณ์ ส าหรับการปฏิบัติกิจกรรมว่าครบถ้วนเหมาะสมที่จะใช้ ในการปฏิบัติกิจกรรมเพียงใด 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังศึกษาวิธีการท ากิจกรรมที่ 2.3 เรื่อง การแยกสารผสมโดย การกรองหน้าที่ 40-43
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบค าถามก่อนท า กิจกรรม ดังนี้ 5.1 ค าถามส าคัญในการท ากิจกรรมคืออะไร (ถ้ามีสาร 2 ชนิดผสมกันอยู่ โดยสารชนิดหนึ่งไม่ละลายน้ า ส่วนสารอีกชนิดละลายน้ าได้ จะสามารถแยกสารผสมทั้ง 2 ชนิดนี้ ออกจากกันได้อย่างไร) 5.2 นักเรียนคิดว่าสารผสมระหว่างทรายกับเกลือจะแยกออกจากกันได้อย่างไร (ตัวอย่างค าตอบ เมื่อเติมน้ าลงไปเพื่อให้เกลือละลายน้ า ส่วนทรายไม่ละลายน้ า จากนั้นเมื่อ น าไปกรองผ่านกระดาษกรอง จะพบว่ามีทรายติดอยู่บนกระดาษกรอง ส่วนของเหลวสามารถผ่านกระดาษ กรองได้ จึงท าให้ไม่สามารถแยกสารทั้งสองออกจากกันได้) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังลงมือท ากิจกรรมตามขั้นตอนที่ก าหนดในแบบบันทึก กิจกรรม เรื่อง การแยกสารผสมโดยการกรอง และบันทึกผลการท ากิจกรรม 7. หลังจากนักเรียนท ากิจกรรมและบันทึกผลการท ากิจกรรมหน้า 40-43 ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่ม ออกมาน าเสนอผลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบค าถามหลังท ากิจกรรม ดังนี้ 8.1 วิธีการกรองสามารถแยกสารผสมระหว่างน้ าตาลทรายกับเกลือได้หรือไม่ อย่างไร (ไม่ได้ เพราะเมื่อเติมน้ าลงไปปรากฏว่าน้ าตาลทรายและเกลือละลายน้ าทั้งคู่ จึงท าให้ไม่ สามารถแยกสารทั้งสองออกจากกันได้) 8.2 วิธีการกรองสามารถแยกสารผสมระหว่างน้ าตาลทรายกับข้าวสารได้หรือไม่ อย่างไร (ได้ เพราะเมื่อเติมน้ าลงไป ปรากฏว่าน้ าตาลทรายละลายน้ า ส่วนข้าวสารไม่ละลายน้ า จากนั้นเมื่อน าไปกรองผ่านกระดาษกรอง พบว่ามีข้าวสารติดอยู่บนกระดาษกรอง ส่วนของเหลวสามารถ ผ่านกระดาษกรองได้ จึงท าให้สามารถแยกสารทั้งสองออกจากกันได้) 8.3 วิธีการกรองสามารถแยกสารผสมระหว่างทรายกับเกลือได้หรือไม่ อย่างไร (ได้ เพราะเมื่อเติมน้ าลงไป ปรากฏว่า เกลือละลายน้ า ส่วนทรายไม่ละลายน้ า จากนั้นเมื่อ น าไปกรองผ่านกระดาษกรอง พบว่ามีทรายติดอยู่บนกระดาษกรอง ส่วนของเหลวสามารถผ่านกระดาษกรอง ได้ จึงท าให้สามารถแยกสารทั้งสองออกจากกันได้) 8.4 สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร (การกรองสามารถแยกสารผสมระหว่างน้ าตาลทรายกับข้าวสาร และทรายกับเกลือได้ ดังนั้น วิธีการกรองจึงเหมาะสมส าหรับการแยกสารที่ละลายน้ าได้ ออกจากสารที่ละลายน้ าไม่ได้) 8.5 วิธีการกรองเหมาะสมที่จะแยกสารผสมที่มีลักษณะและสมบัติอย่างไร (วิธีการกรองเหมาะสมส าหรับการแยกสารผสมที่ละลายน้ าได้ ออกจากสารที่ละลายน้ าไม่ได้ เช่น ทรายกับเกลือ)
9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันคิดวิเคราะห์เพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะส าคัญด้านการคิด โดยร่วมกันตอบค าถาม ดังนี้ ก าหนดข้อมูลของสารให้ ดังนี้ สาร ลักษณะของสาร A ของแข็ง ละลายน ้าได้ B โลหะขนาดเล็ก C ของแข็ง ไม่ละลายน ้า 9.1 ถ้ามีสารผสมระหว่าง A B และ C จะแยกสารทั้ง 3 ชนิด ออกจากกันได้อย่างไร (ขั้นที่ 1 ใช้แม่เหล็กดึงดูดแยก B ออกจากสาร A และ C ก่อน ขั้นที่ 2 น าสารที่เหลือไป ละลายน้ า จะพบว่า สาร A ละลายน้ า ส่วนสาร C ไม่ละลายน้ า จากนั้นน าไปกรองจะแยกสาร C ออกจากสาร A ได้) 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการท ากิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับ การแยกสารผสมโดยการรินออก และการกรองว่า การกรองสามารถแยกสารผสมระหว่างน้ าตาลกับข้าวสาร และทรายกับเกลือได้ ดังนั้น วิธีการกรองจึงเหมาะสมส าหรับการแยกสารที่ละลายน้ าได้ ออกจากสารที่ละลาย น้ าไม่ได้ การจัดบรรยากาศเชิงบวก ให้นักเรียนได้มีโอกาสในการสอบถาม แสดงความคิดเห็น และลงมือปฏิบัติจริง โดยครูคอยเสริมแรง ทางบวกอย่างสม่ าเสมอ สื่อการเรียนรู้ 1. สารผสมระหว่างทรายกับเกลือ 2. สารผสมระหว่างน้ าตาลทรายกับเกลือ 3. สารผสมระหว่างน้ าตาลทรายกับข้าวสาร 4. ขาตั้งพร้อมที่จับหลอดทดลอง 1 ชุด 5. แท่งแก้วคนสาร 1 แท่ง 6. กระดาษกรอง 3 แผ่น 7. กรวยแก้ว 1 อัน 8. บีกเกอร์ ขนาด 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร 6 ใบ 9. ช้อนตักสารเบอร์ 2 1 คัน 10. น ้ากลั่น 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม - ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๑๐ - ๑๒ ระดับ ดีมาก คะแนน 7 – ๙ ระดับ ดี คะแนน 4 – 6 ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ – ๓ ระดับ ควรปรับปรุง กิจกรรมเสนอแนะ ให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในการท ากิจกรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ในสิ่ง ที่ตนเองอยากศึกษา และเพื่อเสริมสร้างเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้น
แบบบันทึกกิจกรรม กิจกรรมที่ 2.3 การแยกสารผสมโดยการกรอง ชื่อ-สกุล.........................................................................................เลขที่..................ชั้น...................... ค าชี้แจง : นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติ ดังนี้ 1. อ่านวิธีท ากิจกรรมให้เข้าใจ 2. ตอบค าถามก่อนท ากิจกรรม 3. ท ากิจกรรมและบันทึกผล 4. ตอบค าถามหลังท ากิจกรรม วิธีท า 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันตักสารผสมระหว่างน้ าตาลทรายกับเกลือ 3 ช้อน เบอร์ 2 ลงในบีกเกอร์ สังเกตลักษณะของสารผสม และบันทึกผล 2. เติมน้ าลงไป 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร แล้วใช้แท่งแก้วคนสาร 3. พับกระดาษกรองดังภาพ แล้วใส่ในกรวยแก้ว การแยกสารผสมโดยการกรอง 4. เทสารผสมในบีกเกอร์ลงในกรวยแก้วที่ใส่กระดาษกรองไว้ 5. หลังจากเทสารผสมเรียบร้อยแล้ว สังเกตสิ่งที่อยู่บนกระดาษกรอง และของเหลวที่ผ่าน การกรอง และบันทึกผล 6. ท าซ ้าข้อ 1-5 โดยเปลี่ยนเป็นน ้าตาลทรายกับข้าวสาร และทรายกับเกลือตามล าดับ
ค าถามก่อนท ากิจกรรม 1. ค าถามส าคัญในการท ากิจกรรมคืออะไร (ขณะที่ก ำลังเคี้ยวอำหำรนักเรียนคิดว่ำอำหำรถูกย่อยหรือไม่อย่ำงไร) จำกกำรทดลองเพื่ออธิบำยเกี่ยวกับโครงสร้ำงภำยในของอะตอม) 2. นักเรียนคิดว่าสารผสมระหว่างทรายกับเกลือแยกออกจากกันได้อย่างไร (ขณะที่ก ำลังเคี้ยวอำหำรนักเรียนคิดว่ำอำหำรถูกย่อยหรือไม่อย่ำงไร) จำกกำรทดลองเพื่ออธิบำยเกี่ยวกับโครงสร้ำงภำยในของอะตอม) ตาราง ลักษณะของสารก่อนและหลังการทดลอง สารผสม ลักษณะของสาร ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง สิ่งที่อยู่บนกระดาษ กรอง สิ่งที่อยู่ในบีกเกอร์ 1. น้ าตาลทรายกับเกลือ (น ้ำตำลทรำยกับเกลือปนกันอยู่) ---------- ---------------------------- (น ้ำตำลทรำยกับเกลือปนกันอยู่) ---------- --------------------------- (น ้ำตำลทรำยกับเกลือปนกันอยู่) ---------- ---------------------------- 2. น้ าตาลทรายกับ ข้าวสาร ((น ้ำตำลทรำยกับเกลือปนกันอยู่) ---------- ---------------------------- (น ้ำตำลทรำยกับเกลือปนกันอยู่) ---------- --------------------------- (น ้ำตำลทรำยกับเกลือปนกันอยู่) ---------- ---------------------------- 3. ทรายกับเกลือ (น ้ำตำลทรำยกับเกลือปนกันอยู่) ---------- ---------------------------- (น ้ำตำลทรำยกับเกลือปนกันอยู่) ---------- --------------------------- (น ้ำตำลทรำยกับเกลือปนกันอยู่) ---------- ---------------------------- บันทึกผลการท ากิจกรรม
ค าถามหลังท ากิจกรรม 1. วิธีการกรองสามารถแยกสารผสมระหว่างน้ าตาลทรายกับเกลือได้หรือไม่ อย่างไร (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) 2. วิธีการกรองสามารถแยกสารผสมระหว่างน ้าตาลทรายกับข้าวสารได้หรือไม่ อย่างไร (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) 3. วิธีการกรองสามารถแยกสารผสมระหว่างทรายกับเกลือได้หรือไม่ อย่างไร (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) 4. สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) 5. วิธีการกรองเหมาะสมที่จะแยกสารผสมที่มีลักษณะและสมบัติอย่างไร (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) จงท ากิจกรรมอย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ
แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม (ในชั้นเรียน) ค าชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลขที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การประเมิน อธิบายการแยก สารผสมโดย การรินออก และการกรอง ได้ ปฏิบัติกิจกรรม การแยกสาร ผสมโดยการ กรองได้ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ท างานและเจต คติทาง วิทยาศาสตร์ ร่วมมือในการ ท ากิจกรรมใน ห้องเรียน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ด.ช. คมสิทธิ์ รัตนวัน ๒ ด.ช. ชัชชัย หยวกขาวดี ๓ ด.ช. ธีระพงษ์ ไพเราะ ๔ ด.ช. ปรเมธฐ์ กระจายกลิ่น ๕ ด.ช. ปรัชญา กวงปาโคตร ๖ ด.ช. ภูวดล แก่นเพ็ชร์ ๗ ด.ช. ยุทธภูมิ ไพศาล ๘ ด.ช. วัชรพงษ์ ภู่ระมาด ๙ ด.ช. สายชล - ๑๐ ด.ญ. ชญานุช กล่อมบาง ๑๑ ด.ญ. โชคดี - ๑๒ ด.ญ. ณัฐพร แตงเผือก ๑๓ ด.ญ. รติญา ทาจิตร ๑๔ ด.ช. รภีพัทร กัณษา ๑๕ ด.ช. อดิศักดิ์ สอดแจ่ม ๑๖ ด.ญ. ชิดชนก บุญติ๊บ ๑๗ ด.ช. ฉัตรมงคล เหมือนจีน ๑๘ ด.ช. รัฐวุฒิ เสาวภา เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมิน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ............./............../..............
ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ (นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ) ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนวัดผลาหาร บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ K (Knowledge) จากการสอน เรื่อง...................................................................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีที่ ....... วันที่………………………………………………………………………………………. ปรากฎว่า มีนักเรียนทั้งหมด.............................คน เมื่อวัดผลประเมินผลแล้ว มีนักเรียน อยู่ในระดับดี จ านวน.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปานกลาง.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปรับปรุง.........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ด้านทักษะและการปฏิบัติ P (Practice) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ A (Attitude) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ ครูผู้สอน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย ………/…………/………….
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6 รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 16๑01 หน่วยการเรียนรู้ที่ ที่ 2 การแยกสารผสม เวลา ๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง การแยกสารผสมโดยการรินออก และการกรอง : 2 ครูผู้สอน นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์ สอ นวันที่………………………………..…… มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป. 6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาใน ชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับการแยกสาร จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด ๑. อธิบายการแยกสารผสมโดยการรินออก และการกรองได้ (K) ๒. จัดท ารายงาน ผลการทดลอง เลือกสารที่สนใจมาศึกษาการแยกสารผสม โดยการกรองได้ (P) ๓. เปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการรินออก และการกรองได้ (P) ๔. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างานและเจตคติทางวิทยาศาสตร์(A) สาระส าคัญ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบเป็น ของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการรินออก การกรอง วิธีการแยกสารสามารถน าไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจ าวันได้ สาระการเรียนรู้ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบเป็น ของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการรินออก การกรอง วิธีการแยกสารสามารถน าไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจ าวันได้ สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ เรื่อง การแยกสารผสมโดยการกรองหน้าที่ 40-43 ค าถามท้าทาย ถ้ามีสาร 2 ชนิดผสมกันอยู่ โดยสารชนิดหนึ่งไม่ละลายน้ า ส่วนสารอีกชนิดละลายน้ าได้ จะสามารถ แยกสารผสมทั้ง 2 ชนิดนี้ ออกจากกันได้อย่างไร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยวิธีการรินออก การกรอง โดยเขียน ในแบบแผนภาพความคิด ในกระดาษฟลิปชาร์ต (ตัวอย่างแผนภาพความคิด) แผนภาพความคิดเปรียบเทียบ การแยกสารผสมโดยวิธีการรินออกกับการกรอง 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังวางแผน ส ารวจสารผสมในชีวิตประจ าวันที่พบเห็น ในโรงเรียน หรือบ้านที่สนใจ ออกแบบ และลองท าการทดลองเหมือนกับกิจกรรมที่ 2.3 เรื่อง การแยกสาร ผสมโดยการกรอง บันทึกผล พร้อมเขียนรายงานพอสังเขป จัดท าเป็นชิ้นงาน 3. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบเป็นของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการรินออก การกรอง วิธีการแยกสาร สามารถน าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้ การรินออก การกรอง ค่อย ๆ เทของเหลวออกจาก สารผสม โดยของเหลว ไม่ต้องไหลผ่านอุปกรณ์ แยกสารผสม ของแข็งที่ ไม่ละลาย ในของเหลว เทของเหลวออกจาก สารผสม โดยให้ของเหลว ไหลผ่านอุปกรณ์การกรอง เช่น กระดาษกรอง ผ้าขาวบาง
การจัดบรรยากาศเชิงบวก ให้นักเรียนได้มีโอกาสในการสอบถาม แสดงความคิดเห็น และลงมือปฏิบัติจริง โดยครูคอยเสริมแรง ทางบวกอย่างสม่ าเสมอ สื่อการเรียนรู้ 1. กระดาษฟลิปชาร์ต การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม - ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๑๐ - ๑๒ ระดับ ดีมาก คะแนน 7 – ๙ ระดับ ดี คะแนน 4 – 6 ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ – ๓ ระดับ ควรปรับปรุง กิจกรรมเสนอแนะ ให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในการท ากิจกรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ในสิ่ง ที่ตนเองอยากศึกษา และเพื่อเสริมสร้างเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้น
แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม (ในชั้นเรียน) ค าชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลขที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การประเมิน อธิบายการแยก สารผสมโดย การรินออก และการกรอง ได้ จัดท ารายงาน ผลการทดลอง เลือกสารที่ สนใจมาศึกษา การแยกสาร ผสม โดยการ กรองได้ เปรียบเทียบ การแยกสาร ผสมโดยการริน ออก และการ กรองได้ ร่วมมือในการ ท ากิจกรรมใน ห้องเรียน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ด.ช. คมสิทธิ์ รัตนวัน ๒ ด.ช. ชัชชัย หยวกขาวดี ๓ ด.ช. ธีระพงษ์ ไพเราะ ๔ ด.ช. ปรเมธฐ์ กระจายกลิ่น ๕ ด.ช. ปรัชญา กวงปาโคตร ๖ ด.ช. ภูวดล แก่นเพ็ชร์ ๗ ด.ช. ยุทธภูมิ ไพศาล ๘ ด.ช. วัชรพงษ์ ภู่ระมาด ๙ ด.ช. สายชล - ๑๐ ด.ญ. ชญานุช กล่อมบาง ๑๑ ด.ญ. โชคดี - ๑๒ ด.ญ. ณัฐพร แตงเผือก ๑๓ ด.ญ. รติญา ทาจิตร ๑๔ ด.ช. รภีพัทร กัณษา ๑๕ ด.ช. อดิศักดิ์ สอดแจ่ม ๑๖ ด.ญ. ชิดชนก บุญติ๊บ ๑๗ ด.ช. ฉัตรมงคล เหมือนจีน ๑๘ ด.ช. รัฐวุฒิ เสาวภา เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมิน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ............./............../..............
ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ (นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ) ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนวัดผลาหาร บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ K (Knowledge) จากการสอน เรื่อง...................................................................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีที่ ....... วันที่………………………………………………………………………………………. ปรากฎว่า มีนักเรียนทั้งหมด.............................คน เมื่อวัดผลประเมินผลแล้ว มีนักเรียน อยู่ในระดับดี จ านวน.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปานกลาง.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปรับปรุง.........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ด้านทักษะและการปฏิบัติ P (Practice) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ A (Attitude) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ ครูผู้สอน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย ………/…………/………….
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6 รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 16๑01 หน่วยการเรียนรู้ที่ ที่ 2 การแยกสารผสม เวลา ๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เรื่อง การกรอง : 1 ครูผู้สอน นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์ สอ นวันที่………………………………..…… มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป. 6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาใน ชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับการแยกสาร จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด ๑. อธิบายการแยกสารผสมโดยวิธีการกรองได้ (K) ๒. ปฏิบัติกิจกรรมการกรองได้ (P) ๓. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างานและเจตคติทางวิทยาศาสตร์(A) สาระส าคัญ วิธีการกรองใช้แยกสารที่ไม่ละลายในของเหลวออกจากของเหลวนั้น สาระการเรียนรู้ วิธีการกรองใช้แยกสารที่ไม่ละลายในของเหลวออกจากของเหลวนั้น สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน
ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้) แบบบันทึกกิจกรรม เรื่อง การกรอง ค าถามท้าทาย ถ้าทรายผสมกับเกลือ นักเรียนจะแยกสารผสมเหล่านี้ออกจากกันได้อย่างไร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวนประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับการแยกสารผสม โดยการรินออก และการกรอง โดยนักเรียนยกตัวอย่างเหตุการณ์ในชีวิตประจ าวันที่เคยพบเห็น ผู้แทนนักเรียนบันทึกค าตอบ บนกระดาน แล้วร่วมกันตอบค าถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ 1.1 นักเรียนทราบหรือไม่ว่า เราจะแยกสารที่ไม่ละลายน้ าออกจากสารที่ละลายน้ าได้อย่างไร (ตัวอย่างค าตอบ เราสามารถแยกสารที่ไม่ละลายน้ าออกจากสารที่ละลายน้ าได้ โดยวิธีการ กรอง) 1.2 ถ้าทรายผสมกับเกลือ นักเรียนจะแยกสารเหล่านี้ออกจากกันได้อย่างไร (ตัวอย่างค าตอบ ใช้วิธีการกรอง) 2. แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน โดยคละความความสามารถ โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีท า และปฏิบัติกิจกรรมเรื่อง การกรอง ในแบบบันทึกกิจกรรม เรื่อง การกรอง ตามขั้นตอน ดังนี้ 2.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องท าหน้าที่อย่างไรบ้างในการด าเนินการ ด้วยกระบวนการท างานกลุ่ม เช่น - หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ อ่านกิจกรรมใบงานให้สมาชิกฟัง - ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ บันทึกผลการท ากิจกรรม - ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ น าเสนอข้อมูลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน - สมาชิกอื่น ๆ มีหน้าที่ รับอุปกรณ์จับเวลาในการท ากิจกรรม 3. ตรวจสอบความพร้อมของสื่อ วัสดุอุปกรณ์ ส าหรับการปฏิบัติกิจกรรมว่าครบถ้วนเหมาะสมที่จะใช้ ในการปฏิบัติกิจกรรมเพียงใด 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังศึกษาวิธีการท ากิจกรรมเรื่อง การกรอง 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบค าถามก่อนท า กิจกรรม ดังนี้ 5.1 ค าถามส าคัญในการทดลองคืออะไร (ถ้าทรายผสมกับเกลือ นักเรียนจะแยกสารเหล่านี้ออกจากกันได้อย่างไร) 5.2 วัตถุประสงค์ของการทดลองนี้คืออะไร (เพื่อแยกสารที่ไม่ละลายน้ าออกจากน้ า) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังลงมือท ากิจกรรมตามขั้นตอนที่ก าหนดในแบบบันทึก กิจกรรม เรื่อง การกรอง และบันทึกผลการท ากิจกรรม 7. หลังจากนักเรียนท ากิจกรรมและบันทึกผลการท ากิจกรรมแล้ว ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมา น าเสนอผลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบค าถามหลังท ากิจกรรม ดังนี้ 8.1 สารที่ติดอยู่ที่กระดาษกรองคือสารใด (ทราย) 8.2 สารที่อยู่ในบีกเกอร์คือสารใด (น้ าเกลือ) 8.3 สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร (วิธีการแยกสารผสมท าได้โดยการแยกองค์ประกอบของสารผสมที่ไม่ละลายน้ าออกโดยวิธี การกรอง) 8.4 สารผสมระหว่าง นมสดผสมน้ าตาลทราย ลูกเหม็นผสมน้ า ใบชาในน้ าชาเขียว น้ าหวานสี แดง สารผสมชนิดใดที่สามารถแยกได้ด้วยวิธีการนี้ (ลูกเหม็นผสมน้ า ใบชาในน้ าชาเขียว) 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันคิดวิเคราะห์เพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะส าคัญด้านการคิด โดยร่วมกันตอบค าถาม ดังนี้ 9.1 วิธีการกรองสามารถแยกสารผสมชนิดใดได้บ้าง อย่างไร ทรายและเกลือ ทรายและผงตะไบเหล็ก น้ าตาลและเกลือ (การกรอง สามารถใช้แยกสารผสมระหว่างทรายและเกลือ เพราะทรายไม่ละลายน้ าจึงติดอยู่ บนกระดาษกรอง ส่วนเกลือละลายน้ าได้ ของเหลวในบีกเกอร์จึงน่าจะเป็นน้ าเกลือ ส่วนทรายและผงตะไบ เหล็ก ไม่สามารถแยกโดยใช้วิธีการกรอง เพราะทรายและผงตะไบเหล็กไม่ละลายน้ าจึงติดอยู่บนกระดาษกรอง ส่วนน้ าตาลและเกลือ ไม่สามารถแยกได้โดยวิธีการกรอง เพราะทั้งเกลือและน้ าตาลละลายน้ าได้) 9.2 นักเรียนจะเลือกใช้การกรองในการแยกสารผสมที่มีสมบัติอย่างไร (การกรองใช้แยกสารผสมที่ไม่ละลายในของเหลวออกจากของเหลวนั้น) 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการท ากิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับ การแยกสารผสม โดยการกรองว่าวิธีการแยกสารผสมท าได้โดยการแยกองค์ประกอบของสารผสมที่ไม่ละลาย น้ าออก โดยวิธีการกรอง การจัดบรรยากาศเชิงบวก ให้นักเรียนได้มีโอกาสในการสอบถาม แสดงความคิดเห็น และลงมือปฏิบัติจริง โดยครูคอยเสริมแรง ทางบวกอย่างสม่ าเสมอ
สื่อการเรียนรู้ 1. กระดาษกรอง 1 แผ่น 2. กรวยแก้ว 1 อัน 3. บีกเกอร์ขนาด 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร 2 ใบ 4. น้ ากลั่น 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร 5. ทราย 10 กรัม 6.เกลือ 10 กรัม 7. แท่งแก้วคนสาร 1 แท่ง 8. ใบกิจกรรม เรื่อง การกรอง การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม - ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๑๐ - ๑๒ ระดับ ดีมาก คะแนน 7 – ๙ ระดับ ดี คะแนน 4 – 6 ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ – ๓ ระดับ ควรปรับปรุง กิจกรรมเสนอแนะ ให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในการท ากิจกรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ในสิ่ง ที่ตนเองอยากศึกษา และเพื่อเสริมสร้างเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้น
แบบบันทึกกิจกรรม เรื่อง การกรอง ชื่อ-สกุล.........................................................................................เลขที่..................ชั้น...................... ค าชี้แจง : นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติ ดังนี้ 1. อ่านวิธีท ากิจกรรมให้เข้าใจ 2. ตอบค าถามก่อนท ากิจกรรม 3. ท ากิจกรรมและบันทึกผล 4. ตอบค าถามหลังท ากิจกรรม อุปกรณ์ 1. กระดาษกรอง 1 แผ่น 2. กรวยแก้ว 1 อัน 3. บีกเกอร์ขนาด 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร 2 ใบ 4. น้ ากลั่น 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร 5. ทราย 10 กรัม 6. เกลือ 10 กรัม 7. แท่งแก้วคนสาร 1 แท่ง 8. ใบกิจกรรม เรื่อง การกรอง วิธีท า 1. แบ่งกลุ่มแต่ละกลุ่มร่วมกันน าทรายและเกลือชนิดละ 10 กรัม ผสมกันในบีกเกอร์ขนาด 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร สังเกตลักษณะเนื้อสาร แล้วบันทึกผล 2. เติมน้ ากลั่นลงในบีกเกอร์ในข้อ 1 ปริมาตร 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร คนให้สารละลายเข้ากัน สังเกต แล้วบันทึกผล 3. น าสารในข้อ 2 ไปกรองด้วยกระดาษกรอง สังเกตสิ่งที่เหลือติดอยู่ที่กระดาษกรอง แล้วบันทึกผล 4. แต่ละกลุ่มน าเสนอผลการทดลอง ค าถามก่อนท ากิจกรรม 1. ค าถามส าคัญในการทดลองคืออะไร (ขณะที่ก ำลังเคี้ยวอำหำรนักเรียนคิดว่ำอำหำรถูกย่อยหรือไม่อย่ำงไร) จำกกำรทดลองเพื่ออธิบำยเกี่ยวกับโครงสร้ำงภำยในของอะตอม)
2. วัตถุประสงค์ของการทดลองนี้คืออะไร (ขณะที่ก ำลังเคี้ยวอำหำรนักเรียนคิดว่ำอำหำรถูกย่อยหรือไม่อย่ำงไร) จำกกำรทดลองเพื่ออธิบำยเกี่ยวกับโครงสร้ำงภำยในของอะตอม) ตาราง ลักษณะของสารที่แยกได้จากการทดลอง สิ่งที่สังเกต ลักษณะของสาร 1. ลักษณะเนื้อสารหลังผสมรวมกัน (มีลักาณะเป็นของแข็งสีน้ าตาล และสีขาวผสม-- ปนกัน)------------------------------------------------ 2. สารผสมเมื่อผสมในน้ ากลั่น (มีลักาณะเป็นของแข็งสีน้ าตาล และสีขาวผสม-- ปนกัน)------------------------------------------------ 3. สิ่งที่ติดอยู่ที่กระดาษกรอง (มีลักาณะเป็นของแข็งสีน้ าตาล และสีขาวผสม-- ปนกัน)------------------------------------------------ 4. สิ่งที่อยู่ในบีกเกอร์ (มีลักาณะเป็นของแข็งสีน้ าตาล และสีขาวผสม-- ปนกัน)------------------------------------------------ ค าถามหลังท ากิจกรรม ตอบค ำถำม และเขียนเครื่องหมำย ✓ ใน หน้ำค ำตอบที่ถูกต้อง 1. สิ่งที่ติดอยู่ที่กระดาษกรองคือสารใด (ทรำย) 2. สารที่อยู่ในบีกเกอร์คือสารใด (ทรำย) 3. สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร (ทรำย) 4. สำรผสมชนิดใดที่สำมำรถแยกได้ด้วยวิธีกำรนี้ นมสดผสมน ้ำตำลทรำย ลูกเหม็นผสมน ้ำ ใบชำในน ้ำชำเขียว น ้ำหวำนสีแดง (น ้ำปลำ น ้ำเชื่อม ซอสมะเขือเทศ นมข้นหวำน น ้ำส้มปั่น) บันทึกผลการท ากิจกรรม
แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเข้ำร่วมกิจกรรม (ในชั้นเรียน) ค ำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลขที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การประเมิน อธิบายการแยกสาร ผสมโดยวิธีการ กรองได้ ปฏิบัติกิจกรรม การกรองได้ ร่วมมือในการ ท ากิจกรรมใน ห้องเรียน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ด.ช. คมสิทธิ์ รัตนวัน ๒ ด.ช. ชัชชัย หยวกขาวดี ๓ ด.ช. ธีระพงษ์ ไพเราะ ๔ ด.ช. ปรเมธฐ์ กระจายกลิ่น ๕ ด.ช. ปรัชญา กวงปาโคตร ๖ ด.ช. ภูวดล แก่นเพ็ชร์ ๗ ด.ช. ยุทธภูมิ ไพศาล ๘ ด.ช. วัชรพงษ์ ภู่ระมาด ๙ ด.ช. สายชล - ๑๐ ด.ญ. ชญานุช กล่อมบาง ๑๑ ด.ญ. โชคดี - ๑๒ ด.ญ. ณัฐพร แตงเผือก ๑๓ ด.ญ. รติญา ทาจิตร ๑๔ ด.ช. รภีพัทร กัณษา ๑๕ ด.ช. อดิศักดิ์ สอดแจ่ม ๑๖ ด.ญ. ชิดชนก บุญติ๊บ ๑๗ ด.ช. ฉัตรมงคล เหมือนจีน ๑๘ ด.ช. รัฐวุฒิ เสาวภา เกณฑ์กำรประเมิน ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่ำน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่ำน ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมิน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ............./............../..............
ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ (นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ) ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนวัดผลาหาร บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ K (Knowledge) จากการสอน เรื่อง...................................................................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีที่ ....... วันที่………………………………………………………………………………………. ปรากฎว่า มีนักเรียนทั้งหมด.............................คน เมื่อวัดผลประเมินผลแล้ว มีนักเรียน อยู่ในระดับดี จ านวน.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปานกลาง.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปรับปรุง.........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ด้านทักษะและการปฏิบัติ P (Practice) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ A (Attitude) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ ครูผู้สอน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย ………/…………/………….
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6 รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 16๑01 หน่วยการเรียนรู้ที่ ที่ 2 การแยกสารผสม เวลา ๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง การกรอง : 2 ครูผู้สอน นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์ สอ นวันที่………………………………..…… มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป. 6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาใน ชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับการแยกสาร จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด ๑. อธิบายการแยกสารผสมโดยวิธีการกรองได้ (K) ๒. ประดิษฐ์เครื่องกรองน้ าอย่างง่าย จากวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่นได้ (P) ๓. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างานและเจตคติทางวิทยาศาสตร์(A) สาระส าคัญ วิธีการกรองใช้แยกสารที่ไม่ละลายในของเหลวออกจากของเหลวนั้น สาระการเรียนรู้ วิธีการกรองใช้แยกสารที่ไม่ละลายในของเหลวออกจากของเหลวนั้น สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน
ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้) เครื่องกรองน้ าอย่างง่าย ค าถามท้าทาย จะมีวิธีใดที่สามารแยกน้ าโคลนให้ใสสะอาดได้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนเชื่อมโยงความรู้กับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยนักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่าง รวมพลังวางแผน ออกแบบ และประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ เครื่องกรองน้ าอย่างง่าย จากวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น จัดท าเป็นชิ้นงาน (ตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์) เครื่องกรองน้ าอย่างง่ายสามารถท าให้น้ าใสสะอาด 2. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ วิธีการกรองใช้แยกสารที่ไม่ละลายในของเหลวออกจากของเหลวนั้น 3. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอสิ่งประดิษฐ์ เครื่องกรองน้ าอย่างง่าย โดยจัดแยกให้สมาชิกกลุ่ม ของตนกระจายไปทุกกลุ่ม ไปรับฟังการน าเสนอและตอบข้อซักถามของกลุ่มอื่น 4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการท างานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการท างานที่มี แบบแผน ทรายละเอียด กรวดละเอียด ส าลี น ้าคลอง ทรายหยาบ ถ่าน น ้าที่กรองได้
การจัดบรรยากาศเชิงบวก ให้นักเรียนได้มีโอกาสในการสอบถาม แสดงความคิดเห็น และลงมือปฏิบัติจริง โดยครูคอยเสริมแรง ทางบวกอย่างสม่ าเสมอ สื่อการเรียนรู้ 1. อุปกรณ์ประดิษฐ์เครื่องกรองน้ า การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม - ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๑๐ - ๑๒ ระดับ ดีมาก คะแนน 7 – ๙ ระดับ ดี คะแนน 4 – 6 ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ – ๓ ระดับ ควรปรับปรุง กิจกรรมเสนอแนะ ให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในการท ากิจกรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ในสิ่ง ที่ตนเองอยากศึกษา และเพื่อเสริมสร้างเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้น
แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม (ในชั้นเรียน) ค าชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลขที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การประเมิน อธิบายการแยกสาร ผสมโดยวิธีการ กรองได้ ประดิษฐ์เครื่อง กรองน้ าอย่างง่าย จากวัสดุเหลือใช้ใน ท้องถิ่นได้ ร่วมมือในการ ท ากิจกรรมใน ห้องเรียน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ด.ช. คมสิทธิ์ รัตนวัน ๒ ด.ช. ชัชชัย หยวกขาวดี ๓ ด.ช. ธีระพงษ์ ไพเราะ ๔ ด.ช. ปรเมธฐ์ กระจายกลิ่น ๕ ด.ช. ปรัชญา กวงปาโคตร ๖ ด.ช. ภูวดล แก่นเพ็ชร์ ๗ ด.ช. ยุทธภูมิ ไพศาล ๘ ด.ช. วัชรพงษ์ ภู่ระมาด ๙ ด.ช. สายชล - ๑๐ ด.ญ. ชญานุช กล่อมบาง ๑๑ ด.ญ. โชคดี - ๑๒ ด.ญ. ณัฐพร แตงเผือก ๑๓ ด.ญ. รติญา ทาจิตร ๑๔ ด.ช. รภีพัทร กัณษา ๑๕ ด.ช. อดิศักดิ์ สอดแจ่ม ๑๖ ด.ญ. ชิดชนก บุญติ๊บ ๑๗ ด.ช. ฉัตรมงคล เหมือนจีน ๑๘ ด.ช. รัฐวุฒิ เสาวภา เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมิน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ............./............../..............
ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ (นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ) ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนวัดผลาหาร บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ K (Knowledge) จากการสอน เรื่อง...................................................................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีที่ ....... วันที่………………………………………………………………………………………. ปรากฎว่า มีนักเรียนทั้งหมด.............................คน เมื่อวัดผลประเมินผลแล้ว มีนักเรียน อยู่ในระดับดี จ านวน.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปานกลาง.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปรับปรุง.........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ด้านทักษะและการปฏิบัติ P (Practice) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ A (Attitude) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ ครูผู้สอน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย ………/…………/………….
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6 รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 16๑01 หน่วยการเรียนรู้ที่ ที่ 2 การแยกสารผสม เวลา ๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 เรื่อง การแยกสารผสมโดยการตกตะกอน : 1 ครูผู้สอน นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์ สอ นวันที่………………………………..…… มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป. 6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาใน ชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับการแยกสาร จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด ๑. อธิบายการแยกสารผสมโดยการตกตะกอนได้ (K) ๒. ปฏิบัติกิจกรรม การแยกสารผสมโดยการตกตะกอน (P) ๓. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างานและเจตคติทางวิทยาศาสตร์(A) สาระส าคัญ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบเป็น ของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการตกตะกอน โดยท าให้อนุภาคเล็ก ๆ ของสารที่แขวนลอยอยู่ใน น้ าตกลงสู่ก้นภาชนะเร็วขึ้น ซึ่งวิธีการแยกสารสามารถน าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้ สาระการเรียนรู้ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบเป็น ของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการตกตะกอน โดยท าให้อนุภาคเล็ก ๆ ของสารที่แขวนลอยอยู่ใน น้ าตกลงสู่ก้นภาชนะเร็วขึ้น ซึ่งวิธีการแยกสารสามารถน าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้ สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้) แบบบันทึกกิจกรรม เรื่อง การแยกสารผสมโดยการตกตะกอน ค าถามท้าทาย ถ้ามีของแข็งขนาดเล็กมากลอยอยู่ในของเหลว จะมีวิธีการแยกของแข็งขนาดเล็กมากนั้นออกจาก ของเหลวอย่างไร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวนประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับการแยกสารผสม โดยวิธีการรินออก และการกรอง แล้วน าเข้าสู่ประเด็นปัญหาใหม่เพื่อนักเรียนเกิดความสงสัยและต้องการหาค าตอบด้วย กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการแยกสารผสม โดยการตกตะกอน โดยร่วมกันตอบค าถามส าคัญ กระตุ้นความคิด ดังนี้ 1.1 ถ้ามีของแข็งขนาดเล็กมากลอยอยู่ในของเหลว จะมีวิธีการแยกของแข็งขนาดเล็กมากนั้นออก จากของเหลวอย่างไร (ตัวอย่างค าตอบ สามารถท าได้โดยน าสารส้มไปแกว่ง หรือใส่ลงไปในน้ าที่มีตะกอนลอยอยู่ สารส้มจะท าให้ตะกอนที่แขวนลอยอยู่ในน้ าตกตะกอนลงสู่ก้นภาชนะได้เร็วขึ้น) 2. แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน โดยคละความความสามารถ โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีท า และปฏิบัติกิจกรรมเรื่อง การแยกสารผสมโดยการตกตะกอน ในแบบบันทึกกิจกรรม เรื่อง การแยกสารผสม โดยการตกตะกอน ตามขั้นตอน ดังนี้ 2.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องท าหน้าที่อย่างไรบ้างในการด าเนินการ ด้วยกระบวนการท างานกลุ่ม เช่น - หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ อ่านกิจกรรมใบงานให้สมาชิกฟัง - ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ บันทึกผลการท ากิจกรรม - ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ น าเสนอข้อมูลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน - สมาชิกอื่น ๆ มีหน้าที่ รับอุปกรณ์จับเวลาในการท ากิจกรรม 3. ตรวจสอบความพร้อมของสื่อ วัสดุอุปกรณ์ ส าหรับการปฏิบัติกิจกรรมว่าครบถ้วนเหมาะสมที่จะใช้ ในการปฏิบัติกิจกรรมเพียงใด 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังศึกษาวิธีการท ากิจกรรมเรื่อง การแยกสารผสม โดยการตกตะกอน 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบค าถามก่อนท า กิจกรรม ดังนี้
5.1 ค าถามส าคัญในการท ากิจกรรมการทดลองคืออะไร (ถ้ามีของแข็งขนาดเล็กมากลอยอยู่ในของเหลว จะมีวิธีการแยกของแข็งขนาดเล็กมากนั้น ออกจากของเหลวอย่างไร) 5.2 นักเรียนคิดว่าจะท าให้น้ าคลองที่มีลักษณะขุ่นให้มีลักษณะใสขึ้นได้อย่างไร (ตัวอย่างค าตอบ ตั้งทิ้งไว้สักระยะหนึ่งตะกอนจะตกลงสู่ก้นภาชนะ หรือใส่สารส้มลงไป เพื่อ ช่วยให้เกิดการตกตะกอนเร็วขึ้น) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังลงมือท ากิจกรรมตามขั้นตอนที่ก าหนดในแบบบันทึก กิจกรรม เรื่อง การแยกสารผสม โดยการตกตะกอน และบันทึกผลการท ากิจกรรม 7. หลังจากนักเรียนท ากิจกรรมและบันทึกผลการท ากิจกรรมแล้ว ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมา น าเสนอผลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ อภิปราย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบค าถามหลังท ากิจกรรม ดังนี้ 8.1 น้ าในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ ก่อนการทดลองเหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (น้ าในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ มีลักษณะเหมือนกัน คือ ขุ่น มีตะกอนลอยอยู่ในน้ า) 8.2 น้ าในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ เมื่อตั้งทิ้งไว้ 10 นาทีเหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (น้ าในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ มีลักษณะแตกต่างกัน คือ บีกเกอร์ใบที่ 1 น้ าใสขึ้น มีตะกอนตกอยู่ ก้นภาชนะ ส่วนบีกเกอร์ใบที่ 2 น้ ายังคงขุ่น และมีตะกอนตกอยู่ก้นภาชนะเล็กน้อย) 8.3 สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร (เมื่อเติมสารส้มลงไปในน้ า จะช่วยให้เกิดการตกตะกอนสู่ก้นภาชนะได้เร็วขึ้น จึงท าให้น้ าใน บีกเกอร์ใบที่ 1 มีความใสมากกว่าน้ าในบีกเกอร์ใบที่ 2) 8.4 สารผสมระหว่าง นมสดผสมน้ าตาลทราย ลูกเหม็นผสมน้ า ใบชาในน้ าชาเขียว น้ าหวานสี แดง สารผสมชนิดใดที่สามารถแยกได้ด้วยวิธีการนี้ (ลูกเหม็นผสมน้ า ใบชาในน้ าชาเขียว) 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันคิดวิเคราะห์เพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะส าคัญด้านการคิด โดยร่วมกันตอบค าถาม ดังนี้ 9.1 สารใดเมื่อตั้งทิ้งไว้จะเกิดตะกอนที่ก้นภาชนะ น้ าอบ น้ าผึ้ง นมสด น้ าโคลน น้ าทะเล น้ าผลไม้ปั่น (น้ าอบ น้ าโคลน น้ าผลไม้ปั่น) 9.2 แรงโน้มถ่วงของโลกเกี่ยวข้องกับการตกตะกอนของสารอย่างไรบ้าง (ตะกอนของสารเป็นสิ่งที่มีมวลและอยู่ภายใต้แรงโน้มถ่วงของโลก ดังนั้น ตะกอนของสาร จึงถูกกระท าด้วยแรงโน้มถ่วงของโลกให้ตะกอนตกลงสู่ก้นภาชนะ จึงเกิดกระบวนการตกตะกอน) 9.3 สารส้มช่วยให้เกิดการตกตะกอนเร็วขึ้นได้อย่างไร (สารส้มจะเข้าไปจับกับตะกอนขนาดเล็กนั้น ท าให้สารมีน้ าหนักมากขึ้น จึงตกตะกอนลงมา ที่ก้นภาชนะภายใต้แรงโน้มถ่วงของโลกได้เร็วขึ้น)
10. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการท ากิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับ การแยกสารผสมโดยการตกตะกอนว่า วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของ สารที่ผสมกัน การตกตะกอน เป็นการแยกสารผสมที่เป็นของแข็งออกจากของเหลว โดยท าให้อนุภาคเล็ก ๆ ของสารที่แขวนลอยอยู่ในน้ าตกลงสู่ก้นภาชนะเร็วขึ้น อาจท าได้โดยการตั้งภาชนะที่บรรจุสารผสมนั้นไว้นิ่ง ๆ หรือการใช้สารบางชนิดเพื่อช่วยท าให้ตกตะกอนเร็วขึ้น 11. นักเรียนคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า โดยนักเรียนร่วมกันคิดว่า การแยกสารโดยวิธีการตกตะกอน สามารถน าไปประยุกต์ได้กับสถานการณ์ใด (ขณะเกิดเหตุการณ์น้ าท่วม อาจท าให้น้ าประปามีความขุ่นจากตะกอน ถ้าต้องการท าน้ าประปา ให้ใส สามารถน าน้ าประปามาท าให้เกิดการตกตะกอนได้) การจัดบรรยากาศเชิงบวก ให้นักเรียนได้มีโอกาสในการสอบถาม แสดงความคิดเห็น และลงมือปฏิบัติจริง โดยครูคอยเสริมแรง ทางบวกอย่างสม่ าเสมอ สื่อการเรียนรู้ 1. น้ าคลอง 800 ลูกบาศก์เซนติเมตร 2. สารส้ม 4 กรัม 3. บีกเกอร์ ขนาด 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร 4 ใบ 4. แท่งแก้วคนสาร 2 อัน 5. ช้อนตักสารเบอร์ 2 1 คัน 6. แบบบันทึกกิจกรรม เรื่อง การแยกสารผสมโดยการตกตะกอน การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม - ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๑๐ - ๑๒ ระดับ ดีมาก คะแนน 7 – ๙ ระดับ ดี คะแนน 4 – 6 ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ – ๓ ระดับ ควรปรับปรุง
กิจกรรมเสนอแนะ ให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในการท ากิจกรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ในสิ่ง ที่ตนเองอยากศึกษา และเพื่อเสริมสร้างเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้น
แบบบันทึกกิจกรรม เรื่อง การแยกสารผสมโดยการตกตะกอน ชื่อ-สกุล.........................................................................................เลขที่..................ชั้น...................... ค าชี้แจง : นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติ ดังนี้ 1. อ่านวิธีท ากิจกรรมให้เข้าใจ 2. ตอบค าถามก่อนท ากิจกรรม 3. ท ากิจกรรมและบันทึกผล 4. ตอบค าถามหลังท ากิจกรรม อุปกรณ์ 1. น้ าคลอง 400 ลูกบาศก์เซนติเมตร 2. สารส้ม 2 กรัม 3. บีกเกอร์ ขนาด 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร 2 ใบ 4. แท่งแก้วคนสาร 1 แท่ง วิธีท า 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันรินน้ าคลองใส่บีกเกอร์ จ านวน 2 ใบ ใบละ 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร สังเกตน้ าในบีกเกอร์ และบันทึกผล 2. ใส่สารส้มบดละเอียดจ านวน 2 กรัม ลงในบีกเกอร์ใบที่ 1 แล้วคนจนสารส้มละลายหมด 3. น าบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ ตั้งทิ้งไว้เป็นเวลา 10 นาที สังเกตน้ าในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบอีกครั้ง และบันทึกผล ค าถามก่อนท ากิจกรรม 1. ค าถามส าคัญในการท ากิจกรรมคืออะไร (ขณะที่ก ำลังเคี้ยวอำหำรนักเรียนคิดว่ำอำหำรถูกย่อยหรือไม่อย่ำงไร) จำกกำรทดลองเพื่ออธิบำยเกี่ยวกับโครงสร้ำงภำยในของอะตอม) 2. นักเรียนคิดว่า จะท าให้น้ าคลองที่มีลักษณะขุ่นให้มีลักษณะใสขึ้นได้อย่างไร (ขณะที่ก ำลังเคี้ยวอำหำรนักเรียนคิดว่ำอำหำรถูกย่อยหรือไม่อย่ำงไร) จำกกำรทดลองเพื่ออธิบำยเกี่ยวกับโครงสร้ำงภำยในของอะตอม)
ตาราง ผลการสังเกตน้ าในบีกเกอร์ก่อนการทดลอง และเมื่อตั้งทิ้งไว้ 10 นาที บีกเกอร์ ผลการสังเกต ก่อนการทดลอง เมื่อตั้งทิ้งไว้ 10 นาที ใบที่ 1 เติมสารส้ม (ไม่มี) -- (ไม่มี) -- (ไม่มี) (ไม่มี) ใบที่ 2 ไม่เติมสารส้ม (ไม่มี) -- (ไม่มี) -- (ไม่มี) -- (ไม่มี) -- ค าถามหลังท ากิจกรรม 1. น้ าในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ ก่อนการทดลองเหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (ทรำย) (ทรำย) 2. น้ าในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ เมื่อตั้งทิ้งไว้ 10 นาที เหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (ทรำย) (ทรำย) 3. สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร (ทรำย) (ทรำย) บันทึกผลการท ากิจกรรม
แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม (ในชั้นเรียน) ค าชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลขที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การประเมิน อธิบายการแยกสาร ผสมโดยการ ตกตะกอนได้ ปฏิบัติกิจกรรม การ แยกสารผสมโดย การตกตะกอน ร่วมมือในการ ท ากิจกรรมใน ห้องเรียน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ด.ช. คมสิทธิ์ รัตนวัน ๒ ด.ช. ชัชชัย หยวกขาวดี ๓ ด.ช. ธีระพงษ์ ไพเราะ ๔ ด.ช. ปรเมธฐ์ กระจายกลิ่น ๕ ด.ช. ปรัชญา กวงปาโคตร ๖ ด.ช. ภูวดล แก่นเพ็ชร์ ๗ ด.ช. ยุทธภูมิ ไพศาล ๘ ด.ช. วัชรพงษ์ ภู่ระมาด ๙ ด.ช. สายชล - ๑๐ ด.ญ. ชญานุช กล่อมบาง ๑๑ ด.ญ. โชคดี - ๑๒ ด.ญ. ณัฐพร แตงเผือก ๑๓ ด.ญ. รติญา ทาจิตร ๑๔ ด.ช. รภีพัทร กัณษา ๑๕ ด.ช. อดิศักดิ์ สอดแจ่ม ๑๖ ด.ญ. ชิดชนก บุญติ๊บ ๑๗ ด.ช. ฉัตรมงคล เหมือนจีน ๑๘ ด.ช. รัฐวุฒิ เสาวภา เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมิน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ............./............../..............
ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ (นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ) ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนวัดผลาหาร บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ K (Knowledge) จากการสอน เรื่อง...................................................................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีที่ ....... วันที่………………………………………………………………………………………. ปรากฎว่า มีนักเรียนทั้งหมด.............................คน เมื่อวัดผลประเมินผลแล้ว มีนักเรียน อยู่ในระดับดี จ านวน.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปานกลาง.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปรับปรุง.........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ด้านทักษะและการปฏิบัติ P (Practice) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ A (Attitude) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ ครูผู้สอน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย ………/…………/………….
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6 รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 16๑01 หน่วยการเรียนรู้ที่ ที่ 2 การแยกสารผสม เวลา ๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 เรื่อง การแยกสารผสมโดยการตกตะกอน : 2 ครูผู้สอน นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์ สอ นวันที่………………………………..…… มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป. 6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาใน ชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับการแยกสาร จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด ๑. อธิบายการแยกสารผสมโดยการตกตะกอนได้ (K) ๒. เปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการรินออก การกรอง และการตกตะกอนได้ (P) ๓. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างานและเจตคติทางวิทยาศาสตร์(A) สาระส าคัญ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบเป็น ของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการตกตะกอน โดยท าให้อนุภาคเล็ก ๆ ของสารที่แขวนลอยอยู่ใน น้ าตกลงสู่ก้นภาชนะเร็วขึ้น ซึ่งวิธีการแยกสารสามารถน าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้ สาระการเรียนรู้ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบเป็น ของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการตกตะกอน โดยท าให้อนุภาคเล็ก ๆ ของสารที่แขวนลอยอยู่ใน น้ าตกลงสู่ก้นภาชนะเร็วขึ้น ซึ่งวิธีการแยกสารสามารถน าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้ สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้) แผนภาพความคิดเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยวิธีการรินออก การกรอง และ การตกตะกอน ค าถามท้าทาย ถ้ามีของแข็งขนาดเล็กมากลอยอยู่ในของเหลว จะมีวิธีการแยกของแข็งขนาดเล็กมากนั้นออกจาก ของเหลวอย่างไร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยวิธีการรินออก การกรอง และ การตกตะกอน โดยเขียนในแบบแผนภาพความคิด ในสมุดวิชาวิทยาศาสตร์ (ตัวอย่างแผนภาพความคิด) แผนภาพความคิดเปรียบเทียบ การแยกสารผสมโดยวิธีการกรองกับการตกตะกอน 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังวางแผน ส ารวจสารผสมในชีวิตประจ าวันที่พบเห็นใน โรงเรียน หรือบ้านที่สนใจ ออกแบบ และลองท าการทดลองเหมือนกับกิจกรรมที่ 2.4 การแยกสารผสมโดย การตกตะกอน บันทึกผล พร้อมเขียนรายงานพอสังเขป จัดท าเป็นชิ้นงาน 3. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ วิธีการที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน การกรอง การตกตะกอน ใช้อุปกรณ์การกรอง เช่น กระดาษกรอง ผ้าขาวบาง แยกสารผสม ของแข็งที่ไม่ ละลายใน ของเหลว ท าให้อนุภาคเล็ก ๆ ที่ แขวนลอยอยู่ในน้ าตกสู่ก้น ภาชนะเร็วขึ้น เช่น ใช้สารส้ม
ถ้าองค์ประกอบเป็นของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการตกตะกอน โดยท าให้อนุภาคเล็ก ๆ ของสาร ที่แขวนลอยอยู่ในน้ าตกลงสู่ก้นภาชนะเร็วขึ้น ซึ่งวิธีการแยกสารสามารถน าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้ 4. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอแผนภาพความคิด และรายงาน ผลการทดลองเลือกสารที่สนใจ มาศึกษาการแยกสารผสมโดยการตกตะกอน โดยวิธีจัดกิจกรรม Team Game Tournament: TGT โดยจัดแยกให้สมาชิกกลุ่มของตนกระจายไปทุกกลุ่มไปรับฟังการน าเสนอ และตอบข้อซักถามของกลุ่มอื่น 5. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการท างานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการท างาน ที่มีแบบแผน การจัดบรรยากาศเชิงบวก ให้นักเรียนได้มีโอกาสในการสอบถาม แสดงความคิดเห็น และลงมือปฏิบัติจริง โดยครูคอยเสริมแรง ทางบวกอย่างสม่ าเสมอ สื่อการเรียนรู้ - การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม - ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๑๐ - ๑๒ ระดับ ดีมาก คะแนน 7 – ๙ ระดับ ดี คะแนน 4 – 6 ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ – ๓ ระดับ ควรปรับปรุง กิจกรรมเสนอแนะ ให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในการท ากิจกรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ในสิ่ง ที่ตนเองอยากศึกษา และเพื่อเสริมสร้างเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้น
แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม (ในชั้นเรียน) ค าชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลขที่ ชื่อ - สกุล รายการ สรุปผล การประเมิน อธิบายการแยกสาร ผสมโดยการ ตกตะกอนได้ เปรียบเทียบการ แยกสารผสม โดย การรินออก การ กรอง และการ ตกตะกอนได้ ร่วมมือในการ ท ากิจกรรมใน ห้องเรียน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ ด.ช. คมสิทธิ์ รัตนวัน ๒ ด.ช. ชัชชัย หยวกขาวดี ๓ ด.ช. ธีระพงษ์ ไพเราะ ๔ ด.ช. ปรเมธฐ์ กระจายกลิ่น ๕ ด.ช. ปรัชญา กวงปาโคตร ๖ ด.ช. ภูวดล แก่นเพ็ชร์ ๗ ด.ช. ยุทธภูมิ ไพศาล ๘ ด.ช. วัชรพงษ์ ภู่ระมาด ๙ ด.ช. สายชล - ๑๐ ด.ญ. ชญานุช กล่อมบาง ๑๑ ด.ญ. โชคดี - ๑๒ ด.ญ. ณัฐพร แตงเผือก ๑๓ ด.ญ. รติญา ทาจิตร ๑๔ ด.ช. รภีพัทร กัณษา ๑๕ ด.ช. อดิศักดิ์ สอดแจ่ม ๑๖ ด.ญ. ชิดชนก บุญติ๊บ ๑๗ ด.ช. ฉัตรมงคล เหมือนจีน ๑๘ ด.ช. รัฐวุฒิ เสาวภา เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมิน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ............./............../..............
ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ (นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ) ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนวัดผลาหาร บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ K (Knowledge) จากการสอน เรื่อง...................................................................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีที่ ....... วันที่………………………………………………………………………………………. ปรากฎว่า มีนักเรียนทั้งหมด.............................คน เมื่อวัดผลประเมินผลแล้ว มีนักเรียน อยู่ในระดับดี จ านวน.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปานกลาง.......................คน คิดเป็นร้อยละ........................... อยู่ในระดับปรับปรุง.........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ด้านทักษะและการปฏิบัติ P (Practice) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ A (Attitude) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ_________________________ ครูผู้สอน (นางสาวศิวพร ทุมพัฒน์) ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย ………/…………/………….
แผนการจัดการเรียนรู้ โรงเรียนวัดผลาหาร ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ