ถอดบทเรียนวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (BEST PRACTICE) ปฎิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River อำนวยการผลิตโดย : องค์ความรู้นี้จัดทำขึ้นภายใต้โครงการ ถ่ายทอดแบ่งปันความรู้จากผู้บริหารและถอดบทเรียนที่เป็นเลิศ (KM Leader and Decoding Best Practice) ดำเนินการโดย กองบริหารจัดการองค์ความรู้ฝ่ายพัฒนาวิชาการประปา สถาบันพัฒนาวิชาการประปา (M-WIT) ถอดบทเรียนโดย : คุณสราวุฒิ พันธุชงค์ คุณชัชวาล สมานสุข บรรณาธิการโดย : คุณสราวุฒิ พันธุชงค์ ออกแบบรูปเล่มโดย : คุณชมภู พลสมบัติ
จัดพิมพ์โดย : สถาบันบริหารสารสนเทศและการจัดการความรู้ โดย บริษัท ครีเอเทียร์ คอร์ปอเรชัน จำกัด 16/40 ลาดพร้าว 1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 08-9900-3944 ฉบับพิมพ์ครั้งแรก : ตุลาคม 2563 หนังสือนี้เป็นลิขสิทธิ์ของการประปานครหลวง การพิมพ์ซ้ำหรือนำ ข้อมูลทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ไปเผยแพร่ไม่ว่า จะเป็นวิธีการใดก็ตาม จะต้องได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร จาก การประปานครหลวง
สารบัญ บทนำ..................................................................................................1 1. เนื้อหาโดยสรุป (Executive Summary).......................................... 2 2. ที่มาปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River................................................................................................. 5 3. ขั้นตอนการดำเนินการ .....................................................................11 3.1 การเข้าใจลักษณะปัญหาและระบุสาเหตุของปัญหา...................... 11 3.2 การกำหนดประเด็นของปัญหาและแนวความคิดในการแก้ปัญหา..13 3.3 แนวคิดสร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหา...............................................15 3.4 กระบวนการปฏิบัติการ...........................................................16 3.5 ผลการดำเนินการแก้ปัญหา ....................................................19 4. ผลสำเร็จของการดำเนินงาน ...........................................................21 4.1 ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น.................................................................. 28 4.2 ปัจจัยความสำเร็จ ................................................................. 28 4.3 แนวทางสู่ความยั่งยื่น .............................................................29 5.สรุปบทเรียน/ข้อเสนอแนะ...............................................................30 เอกสารอ้างอิง.....................................................................................31
1 บทนำ ในโลกปัจจุบันและอนาคต การพัฒนานวัตกรรมด้าน ซอฟต์แวร์จะถูกนำมาใช้กับทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อ การปรับตัวเข้าสู่ในยุคดิจิทัลที่กำลังมีบทบาทที่สำคัญกับผู้คนทั่วโลก และทุกวงการกำลังตื่นตัวกับการนำ Big Data มาใช้ประโยชน์เพื่อ ประมวลผลในการวิเคราะห์ สังเคราะห์และบริหารจัดการข้อมูลให้มี ประสิทธิภาพ ช่วยในการตัดสินใจและสามารถสร้างองค์ความรู้เชิงลึก จากข้อมูลขนาดใหญ่ การประปานครหลวง (กปน.) ในฐานะหน่วยงานจัดหาและ ให้บริการน้ำประปาที่ได้มาตรฐานเพื่อการอุปโภคบริโภค จำเป็นต้อง นำเทคโนโลยี Big Data มาใช้ประโยชน์เพื่อแก้ไขปัญหาและให้บริการ ประชาชนอย่างบูรณาการ โดยนำเข้ามูลจำนวนมากทั้งภายในและ ภายนอกองค์กร มาวิเคราะห์ประมวลผลและแสดงผลช่วยในการ ตัดสินใจอย่างเป็นระบบ ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของ ประเทศ กิจกรรมหนึ่งที่ประสบผลสำเร็จจากการนำข้อมูล Big Data มาช่วยในการบริหารจัดการปัญหาการรุกล้ำจากน้ำเค็ม ของ กปน. คือ ปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River จากการร่วมมือระหว่าง กปน. และกรมชลประทาน นำข้อมูล Big Data มาใช้ในการติดตามและวางแผนบริหารจัดการเชิงรุก เกิด เป็นปฏิบัติการ Water Hammer ด้วยหลักการสร้างมวลน้ำก้อนใหญ่ เพื่อผลักน้ำเค็มลงสู่ทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2 1. เนื้อหาโดยสรุป (Executive Summary) จากปัญหาภัยแล้งในประเทศไทยที่มีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มี ปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนลดลง โดยเฉพาะเขื่อนฝั่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่เป็นแม่น้ำสายหลักของประเทศที่ใช้ในการอุปโภคและบริโภค ซึ่งมี ความเสี่ยงที่จะขาดแคลนน้ำจากการรุกล้ำของน้ำเค็มเนื่องจาก บางครั้งปริมาณน้ำจืดไม่เพียงพอในการผลักดันน้ำเค็ม ส่งผลกระทบ กับชุมชนริมฝั่งแม่น้ำทางด้านการเกษตร การประมงพื้นบ้าน และ ระบบนิเวศน์ การประปานครหลวงได้รับผลกระทบจากการรุกล้ำของ น้ำเค็มเนื่องจากน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปามีความเค็มสูงขึ้น ทางการประปานครหลวง จึงได้มีการได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพ น้ำดิบ สถานีตรวจวัดระดับน้ำ และสถานีตรวจวัดอัตราการไหล ไว้ใน แม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 11 สถานี ตั้งแต่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปจนถึงอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการเคลื่อนตัว ของน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาแบบ Real Time สร้างเว็บไซต์แสดง ข้อมูลบูรณาการในรูปแบบตัวเลขและกราฟ เพื่อให้ง่ายกับการเฝ้า ติดตามและการตัดสินใจเพื่อบริหารจัดการการสูบน้ำดิบจากแม่น้ำ เจ้าพระยาเข้าสู่คลองประปา ให้ได้น้ำดิบที่ใช้ในการผลิตน้ำประปา มีค่าความเค็มน้อยที่สุด โดยใช้เครื่องมือ ANSAT (Anti Salinity Tools) เป็นการบูรณาการข้อมูลโดยการเก็บข้อมูล Big Data จาก เครื่องมือวัดของการประปานครหลวง
3 นอกจากเป็นการบริหารจัดการการสูบน้ำดิบแล้ว กปน. ยังมีการต่อยอดในการใช้ข้อมูล โดยพัฒนาสร้างแบบจำลอง พยากรณ์ค่าความเค็มล่วงหน้า 1-3 วันในการเฝ้าติดตามพฤติกรรม ของการเกิดน้ำเค็มจากข้อมูลในระบบ รวมถึงขอคำปรึกษาจาก หน่วยงานที่เกี่ยวกับด้านน้ำ เช่น กรมชลประทาน. กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ และศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องเรื่องน้ำเค็มรุกล้ำ พบว่า ปัจจัยที่ทำให้น้ำเค็มรุกล้ำ คือ มวลน้ำจืดไม่เพียงพอที่จะผลักดัน น้ำเค็ม โดยมีปัจจัยเสริมที่ทำให้การรุกล้ำของน้ำเค็มเปลี่ยนแปลงไป คือ ปริมาณการสูบน้ำออกจากแม่น้ำ, ระดับน้ำทะเลหนุน (Surge), ปริมาณน้ำระบายเพื่อบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานและ ลักษณะการขึ้น-ลงของน้ำที่เปลี่ยนแปลงทุกวันตามข้างขึ้นข้างแรม จากปัจจัยที่พบทางการประปานครหลวงร่วมกับ กรมชลประทานได้คิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการสร้างกระบวนการใหม่ เรียกว่าปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River เพื่อวางแผนผลักดันน้ำเค็มให้ลงห่างจากสถานีสูบน้ำดิบ สำแล และรักษาคุณภาพน้ำดิบให้เป็นไปตามมาตรฐานและมีปริมาณ เพียงพอสำหรับผลิตน้ำประปาตามความต้องการของผู้ใช้น้ำและ ลดผลกระทบอันเนื่องจากน้ำเค็มของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำ โดยมีหลักการ ของปฏิบัติการนี้คือ การสร้างมวลน้ำก้อนใหญ่ผลักดันความเค็ม ที่รุกล้ำสูงขึ้นมาด้วยปริมาณน้ำที่ลดลงเพื่อแก้ปัญหารการรุกล้ำของ น้ำเค็ม โดยมีการวางแผนงานร่วมกันของการประปานครหลวงกับ กรมชลประทาน ทำให้การแก้ไขปัญหาน้ำเค็มมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และช่วงปฏิบัติการมีการเฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิด ทำให้ลด ผลกระทบลงได้อย่างเป็นรูปธรรม
4
5 2. ที่มาปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River จากประเด็นปัญหาของการรุกล้ำน้ำเค็มที่สถานีสูบน้ำดิบ สำแล ทางการประปานครหลวงได้มีการสร้างเครื่องมือเฝ้าติดตาม คุณภาพน้ำ ระดับน้ำและอัตราการไหลของน้ำ โดยการเก็บข้อมูลของ Big Data มีการแสดงผลและวิเคราะห์ผลใช้ในการบริหารการสูบน้ำที่ สถานีสูบน้ำดิบสำแล ผลการปฏิบัติงานจากการใช้เครื่องมือนี้ทำให้ การสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำดิบสำแลมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น แต่ปัญหา การรุกล้ำของน้ำเค็มนับวันมีความถี่เกิดบ่อยขึ้น อันเนื่องมาจาก สถานการณ์ภัยแรงที่เกิดขึ้นในประเทศ ทำให้มีการกักเก็บน้ำจืดได้ น้อย ส่งผลทำให้มีมวลน้ำน้อยที่จะผลักดันน้ำเค็มลงสู่ทะเล การวางแผนการบริหารการสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำดิบสำแลจึง มีความจำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลคุณภาพน้ำนำมาวิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อบริหารการสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำดิบสำแลอย่างต่อเนื่องหลีกเลี่ยง จากปัญหาน้ำเค็มที่รุกล้ำเข้ามา เครื่องมือ ANSAT (Anti Salinity Tools) เป็นการบูรณาการข้อมูลโดยการเก็บข้อมูลของ Big Data จากเครื่องมือวัดของการประปานครหลวงและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ทรัพยากรน้ำจากองค์กรภายนอก เข้ามาช่วยในการเฝ้าติดตามและ บริหารการสูบน้ำของสถานีสูบน้ำดิบสำแล ควบคุมความเค็มของ น้ำดิบที่จะสูบไปใช้ในระบบผลิตน้ำประปาให้มีค่าความเค็มตาม มาตรฐานที่กำหนดไว้
6 รูปที่ 1 ระบบการเฝ้าติดตามและบริหารการสูบน้ำของสถานีสูบน้ำดิบสำแล แต่ปัญหาการรุกล้ำของน้ำเค็มที่สถานีสูบน้ำดิบสำแล มีการเปลี่ยนแปลงอยู่อย่างต่อเนื่อง การเฝ้าติดตามความเค็มของน้ำ เพื่อการบริหารการสูบน้ำ ยังไม่เพียงพอที่จะควบคุมปัญหาได้ จึงมี แนวคิดในการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำจากน้ำเค็มเชิงรุก (Proactive Action) โดยการประสานงานกับกรมชลประทานเพื่อแก้ไขปัญหา น้ำเค็มที่ส่งผลกระทบกับชุมชนริมแม่น้ำและการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากปัญหาภัยแล้ง ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปันความรู้ ประสบการณ์และสำรวจหน้างานเพื่อร่วมมือกันในการรับมือกับ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรุกล้ำของน้ำเค็มจึงเกิดปฏิบัติการที่ชื่อว่า ปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River
7 รูปที่ 2 การแสดงผลของ ANSAT (Anti Salinity Tools) ANSAT (Anti Salinity Tools) เป็นเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นมา เพื่อให้สถานีสูบน้ำดิบสำแลใช้ในการหลบเลี่ยงน้ำเค็ม โดยใช้ข้อมูล จากระบบตรวจวัดของฝ่ายทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม (ฝนส.) มาแสดงตามรูปที่ 2 ให้เห็นถึงภาพรวมของสถานการณ์การส่งน้ำดิบ ในคลองประปาฝั่งตะวันออกทั้งระบบ มีส่วนประกอบ 3 ส่วนคือ ส่วนแสดงข้อมูลพยากรณ์ค่าความเค็ม เทียบกับ ข้อมูล Real Time ส่วนแสดงข้อมูลคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าสถานีสูบน้ำดิบสำแล ส่วนแสดงระดับน้ำในคลองประปา บริเวณจุดเฝ้า ระวังระดับน้ำ การเฝ้าติดตามและบริหารการสูบน้ำของสถานีสูบน้ำดิบ สำแล โดยการรวบรวมข้อมูลของสถานีเครื่องวัดที่ติดตั้งตรวจวัด 1 2 3
8 คุณภาพน้ำดิบ ตรวจวัดระดับน้ำ และตรวจวัดอัตราการไหล ไว้ใน แม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 11 สถานี ตั้งแต่ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปจนถึงอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการเคลื่อนตัว ของน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาแบบ Real Time ในช่วงฤดูแล้งที่ น้ำเค็มรุกล้ำถึงสถานีสูบน้ำดิบสำแล การประปานครหลวงจะใช้ข้อมูล จากสถานีตรวจวัดเหล่านี้ในการบริหารจัดการการสูบน้ำดิบจากแม่น้ำ เจ้าพระยาเข้าสู่คลองประปา เพื่อรักษาระดับคุณภาพน้ำดิบที่ใช้ใน การผลิตน้ำประปา ค่าความเค็มเป็นไปตามมาตรฐาน และมีปริมาณ เพียงพอสำหรับผลิตน้ำประปาตามความต้องการใช้น้ำของผู้ใช้น้ำ รูปที่ 3 จุดติดตั้งสถานีตรวจวัดต่างๆ ของการประปานครหลวง
9 การบริหารการสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำดิบสำแล จะสูบน้ำในช่วง ของค่าความเค็มต่ำและจะลดการสูบน้ำเมื่อค่าความเค็มสูง ก่อนที่จะ ลดการสูบน้ำดิบต้องเพิ่มปริมาณน้ำสำรองในคลองประปาไว้ล่วงหน้า ก่อนที่ค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าสถานีสูบน้ำดิบ สำแลจะขึ้นสูงสุด เนื่องจากในช่วงที่ลดการสูบน้ำดิบกระบวนการผลิต น้ำประปาจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อให้มีน้ำประปาเพียงพอต่อ ความต้องการใช้น้ำตลอดเวลา แต่ด้วยข้อจำกัดของขนาด คลองประปาทำให้สามารถเก็บน้ำสำรองไว้ในคลองประปาได้เพียง 4 ชั่วโมง จากนั้นจะต้องเริ่มการสูบน้ำดิบที่ค่าความเค็มเริ่มลดลงเติม เข้าสู่คลองประปาเพื่อชดเชยปริมาณน้ำที่ถูกใช้ไป และควบคุม ปริมาณการสูบน้ำดิบ ในปริมาณปกติให้สอดคล้องกับปริมาณ การผลิตของโรงงานผลิตน้ำไปจนกว่าถึงเวลาน้ำขึ้นสูงสุดอีกครั้ง รูปที่ 4 กราฟเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำ และค่าความเค็ม บริเวณหน้าสถานีสูบน้ำดิบสำแล จากการบริหารการสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำดิบสำแลและ การติดตามข้อมูลการเกิดพฤติกรรมของน้ำเค็มรุกล้ำจากข้อมูล ในระบบ ANSAT ควบคุมการสูบน้ำดิบที่สถานีสูบน้ำดิบสำแลให้มี การหลีกเลี่ยงการสูบน้ำดิบในช่วงที่มีน้ำเค็มรุกล้ำ ลดผลกระทบด้าน คุณภาพน้ำดิบที่จะส่งผลต่อระบบผลิตน้ำประปาของ กปน. จากผล
10 ที่ผ่านมายังมีการควบคุมได้ไม่เพียงพอ และยังเป็นปัญหาเรื้อรังอยู่ ตลอดมา ทำให้ต้องควบคุมอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันและลดปัญหาที่ อาจจะเกิดขึ้นกับระบบผลิตน้ำประปา นอกจากน้ำเค็มจะส่งผล กระทบกับการประปานครหลวงแล้วยังมีผลกระทบกับประชาชนหรือ ชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำอันเนื่องมาจากน้ำเค็ม รวมไปถึงการบริหารน้ำ ของกรมชลประทานที่จะต้องจัดสรรและบริหารทรัพยากรน้ำให้เกิด ประโยชน์สูงสุด จึงเป็นประเด็นปัญหาที่จะต้องหาทางแก้ไขการรุกล้ำ ของน้ำเค็มร่วมกัน
11 3. ขั้นตอนการดำเนินการ 3.1 การเข้าใจลักษณะปัญหาและระบุสาเหตุของปัญหา จากความต้องการคุณภาพน้ำดิบที่ดีที่สำหรับสูบเข้าสู่ระบบ ผลิตของการประปานครหลวง เพื่อผลิตน้ำประปาให้แก่ประชาชนได้ อย่างมีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยระบบผลิตน้ำประปาของการประปานครหลวงนั้นมีการออกแบบ มาสำหรับน้ำดิบที่เป็นน้ำจืด ดังนั้นถ้าน้ำดิบที่เข้ามาในระบบผลิต มีค่าความเค็มที่สูงเกินจะทำให้ระบบผลิตมีปัญหาและน้ำประปาไม่ได้ คุณภาพ ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ใช้น้ำ ดังนั้นจะต้องมีการควบคุมระบบ ผลิตตั้งแต่ต้นทางคือ น้ำดิบที่เข้ามา ซึ่งจุดสูบน้ำดิบหลักที่จะนำน้ำ มาใช้ผลิตน้ำประปาอยู่ที่สถานีสูบน้ำดิบสำแล และส่งน้ำดิบมาตาม คลองประปามุ่งสู่โรงผลิตน้ำประปา การสูบน้ำดิบของสถานีสูบน้ำดิบ สำแลจะมีการบริหารจัดการโดยใช้เครื่องมือ ANSAT ของสถานีจาก ข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพน้ำ 11 จุด จากสถานีตรวจวัดเหนือสุดที่ สถานีวัดบ้านแป้ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงมาถึงสถานีโรงไฟฟ้า พระนครใต้ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อที่นำข้อมูลมาวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์และพยากรณ์ความเค็ม ที่จะเกิดขึ้นและส่งผลต่อ คุณภาพน้ำดิบ นำผลมาเพื่อบริหารการสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำดิบสำแล จากความต้องการของการบริหารน้ำของกรมชลประทานที่ จะบริหารทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้ข้อจำกัดของ ปริมาณน้ำจืดที่มีน้อยจากสภาวะภัยแล้งและการรุกล้ำของน้ำเค็มที่ ส่งผลกระทบกับประชาชนผู้ใช้น้ำตามริมแม่น้ำอันเนื่องมาจากปัญหา
12 น้ำเค็มรุกล้ำ และส่งผลกระทบกับระบบนิเวศน์ของแม่น้ำและริมฝั่ง แม่น้ำ ประเด็นจากปัญหาการรุกล้ำของน้ำเค็มที่ส่งผลกระทบใน วงกว้างและที่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นอีก ทำให้ทางกรมชลประทาน ร่วมมือกับการประปานครหลวงและองค์กรที่เกี่ยวข้องได้ประชุม หารือร่วมกัน สอบถามถึงปัญหาและลงพื้นที่สำรวจเพื่อเก็บรวบรวม ข้อมูลและศึกษาข้อมูลที่มีอยู่ในระบบของแต่ละส่วน นำข้อมูลมา วิเคราะห์หาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน จากข้อมูลที่รวบรวมและข้อมูล ของระบบ ANSAT ช่วยในการวิเคราะห์คาดการณ์การเกิด สถานการณ์รุกล้ำของน้ำเค็ม ค้นหาสาเหตุ สามารถสรุปประเด็น สาเหตุของปัญหาได้ดังนี้ ปริมาณมวลน้ำจืดไม่เพียงพอที่จะผลักดันน้ำเค็ม ตลอดทั้งปีอันเนื่องมาจากปัจจัยหลักคือสถานการณ์ ภัยแล้งที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและปริมาณน้ำที่ กักเก็บของเขื่อนมีปริมาณน้ำน้อย ปริมาณน้ำจืด มีการสูบน้ำออกจากแม่น้ำเพื่อ นำไปใช้อุปโภค บริโภค ของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำและ ภาคอุตสาหกรรม ปริมาณน้ำและการระบายน้ำเพื่อบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ำของกรมชลประทานให้มีความสมดุล และเกิดประโยชน์สูงสุด หลีกเลี่ยงผลกระทบจาก การบริหารทรัพยากรน้ำ 1 2 3
13 ลักษณะการขึ้น-ลงของน้ำที่เปลี่ยนแปลงทุกวันตาม ข้างขึ้นข้างแรม ระดับน้ำทะเลหนุน (Surge) ระบบการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำจากน้ำเค็มระบบ ผลิตยังไม่เสถียร ปัจจุบันเป็นการแก้ไขปัญหาแบบ เฉพาะหน้า ลดการสูบน้ำดิบ ลดผลกระทบได้ ไม่มาก โดยเฉพาะปัญหาจากน้ำเค็ม 3.2 การกำหนดประเด็นของปัญหาและแนวความคิดในการ แก้ปัญหา ลักษณะและสาเหตุของปัญหา จะเห็นว่าปัญหามีผลกระทบ ทั้งทางภาครัฐ เอกชน และธรรมชาติ ทางการประปานครหลวงและ ทางกรมชลประทานจึงได้บูรณาการณ์ข้อมูล ประชุมหารือร่วมกับ ภายในและภายนอกองค์กร เพื่อสรุปประเด็นหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน บนข้อมูลระบบ ANSAT ที่แสดงพฤติกรรมการเกิดปรากฏการณ์ของ ทรัพยากรน้ำได้เป็นอย่างดี ร่วมกับข้อมูลการบริหารทรัพยากรน้ำของ กรมชลประทาน ทำให้เห็นว่าประเด็นปัญหาหลักที่ทำให้เกิด ปรากฏการณ์การรุกล้ำของน้ำเค็ม มีดังนี้ 4 5 6
14 ปริมาณมวลน้ำจืดไม่เพียงพอที่จะผลักดันน้ำเค็ม ตลอดทั้งปี ปริมาณการสูบใช้น้ำออกมาใช้งานของ ภาคอุตสาหกรรมและชุมชน ระดับน้ำทะเลหนุน (Surge) แนวความคิดในการแก้ปัญหาที่มีการรวบรวมเพื่อเป็น แนวทางปฏิบัติ จากการระดมสมองในการปรึกษาหารือ ทำให้มี แนวทาง ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาเชิงรุก ดังนี้ 1 2 3
15 เมื่อพิจารณาปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำที่มีโอกาสเกิดขึ้นและยังไม่มี กระบวนการที่จะจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างถาวรในปัจจุบัน ทางการประปานครหลวงร่วมกับกรมชลประทานจึงได้คิด กระบวนการใหม่ที่จะนำมาใช้แก้ปัญหากับสถานการณ์การรุกล้ำของ น้ำเค็มขึ้นมาใหม่บนพื้นฐานของข้อมูลระบบ ANSATเป็นกระบวนการ ต่อยอดจากการใช้งานระบบเพื่อจุดมุ่งหมายแรกคือการผลักดัน น้ำเค็มที่รุกล่ำขึ้นมา โดยใช้หลักการสร้างมวลน้ำขนาดใหญ่ จากการวิเคราะห์ข้อมูล พยากรณ์ของระบบและวางแผนบริหารงาน สูบน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปาของการประปานครหลวงและ การบริหารการเพิ่มลดการระบายน้ำของกร มชลประทาน เพื่อสร้างมวลน้ำก้อนใหญ่ผลักดันน้ำเค็มในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยให้มีการใช้ทรัพยากรน้ำที่น้อยและสามารถผลักดันน้ำเค็มลงไปได้ ไกลที่สุด ภายใต้ภารกิจที่ชื่อว่าปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River โดยเป็นการทำงานร่วมกันของ การประปานครหลวงกับกรมชลประทาน 3.3 แนวคิดสร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหา ปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River เป็นแนวคิดสร้างสรรค์ให้เกิดกระบวนการใหม่เพื่อ มาช่วยในการลดปัญหาการรุกล้ำของน้ำเค็ม ถือเป็นแนวคิดนวัตกรรม เชิงกระบวนการ(Process Innovation) โดยแนวความคิดของ ปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River มีกระบวนการหลัก 3 กระบวนการ ที่จะช่วยผลักดันน้ำเค็ม ให้ลงสู่ทะเล ด้วยหลักการสร้างมวลน้ำก่อนใหญ่ผลักน้ำเค็ม คือ
16 กรมชลประทานวางแผนเพิ่มการระบายน้ำ/ผันน้ำ จากเขื่อนในช่วงเวลาปฏิบัติการ เพื่อสร้างมวลน้ำ ก้อนใหญ่จากช่วงบนเหนือสถานีสูบน้ำดิบสำแล ให้มีการผลักดันน้ำลงมาจากเขื่อนด้านบน การประปานครหลวงหยุดสูบน้ำดิบที่สถานีสูบน้ำ ดิบสำแลที่ส่งน้ำเข้าในคลองประปา ลดการนำน้ำ ออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้มีมวลน้ำก้อนใหญ่ เกิดขึ้นจากการสะสมปริมาณน้ำช่วงบนเหนือ สถานีสูบน้ำดิบสำแล กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ในช่วงเวลาน้ำลง เพื่อให้มีการระบายน้ำเร็วขึ้น เกิดการผลักน้ำเค็มลงสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็วและ ช่วงเวลาน้ำขึ้นให้ปิดเพื่อให้ระยะทางของน้ำเค็ม ที่จะรุกล้ำขึ้นไปด้านบนเพิ่มขึ้น การเดินทางของ น้ำเค็มก็จะมีระยะทางที่ไกลขึ้นและช้าลง การรุกล้ำ ของน้ำเค็มที่สถานีสูบน้ำดิบสำแลก็จะลดลง 3.4 กระบวนการปฏิบัติการ จากแนวคิดสร้างสรรค์ให้เกิดกระบวนการใหม่เพื่อช่วยใน การลดปัญหาการรุกล้ำของน้ำเค็ม แนวคิดและปฏิบัติการที่จะทำให้ เกิดมวลน้ำก้อนใหญ่ผลัดดันน้ำเค็มลงไปนั้น จะต้องมีการวางแผนงาน ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างครอบคลุมทุกส่วนงาน โดยใช้ข้อมูล 1 2 3
17 Real Time ของระบบ ANSAT มาเป็นเครื่องมือหลักในการวางแผน งาน พยากรณ์และติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบต่อ ประชาชนผู้ใช้น้ำและชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโดยตรง โดยมีแนวคิด กระบวนการปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River ดังนี้ ▪ วิเคราะห์ข้อมูลระบบ ANSAT จำลองพยากรณ์ค่าความเค็ม ล่วงหน้า 1-3 วัน ▪ ประเมินสถานการณ์การรุกล้ำของน้ำเค็ม ▪ เตรียมการและวางแผนก่อนการปฏิบัติการ อย่างน้อย 4 วัน o กรมชลประทานวางแผนการบริหารเพิ่มการระบายน้ำที่ เขี่อนเหนือสถานีสูบน้ำดิบสำแลและการเปิดประตู ระบายน้ำของประตูน้ำคลองลัดโพธิ์และสื่อสารให้ผู้ที่ เกี่ยวข้องรับทราบ o การประปานครหลวงวางแผนการสำรองน้ำของสถานี สูบน้ำดิบสำแลและโรงงานผลิตน้ำประปาทุกแห่ง ให้เพียงพอในการผลิตในช่วงของการทำปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River และสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ ▪ จัดทำแผนปฏิบัติการและติดตามผลในช่วงของการทำ ปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River เพื่อตรวจดูผลของการปฏิบัติและผลกระทบที่ อาจจะเกิดขึ้นโดยมีการประเมินความเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบ ดังนี้
18 o การสำรองน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปาไม่เพียงพอกับ ผู้ใช้น้ำ จะมีแผนปฏิบัติการรองรับ o ริมคลองประปาทรุดหรือเสียหายได้ อันเนื่องมาจาก เมื่อมีการหยุดการเติมน้ำเข้าแต่มีการสูบออก จะทำให้ระดับน้ำของคลองประปาลดลงมี ความเสี่ยงที่จะทำให้ริมคลองประปาทรุดหรือ เสียหายได้ ▪ จัดทำคู่ มื อก าร ปฏ ิบ ั ติก าร Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River และให้ความรู้กับทีมงาน สร้างความพร้อมในการปฏิบัติงาน ▪ จัดทำกระบวนการติดตามผลการปฏิบัติแต่ละครั้งโดย การประปานครหลวงร่วมกับกรมชลประทาน สำรวจผล ทั้งพื้นที่หน้างานและระบบ ANSAT o การประปานครหลวงร่วมกับกรมชลประทานออกสำรวจ พื้นที่หน้างานเพื่อตรวจดูทางกายภาพของแม่น้ำ เจ้าพระยาและคลองประปาถึงความเสียหายที่อาจจะ เกิดขึ้น เช่น การทรุดตัวของริมฝั่งคลอง เพื่อจะได้สั่งการ ดำเนินการแผนสำรองที่จะจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น o การประปานครหลวงจะเฝ้าดูผลการตรวจวัดของระบบ ANSAT ซึ่งจะมีการแสดงค่าความเค็มของน้ำ ระดับของ น้ำ และอัตราการไหลของน้ำที่ส่งมาจากทุกสถานี เพื่อติดตามผลที่เกิดขึ้นแบบ Real Time และที่ คลองประปาจะมีการควบคุมระดับน้ำโดยที่ จุดตรวจสอบหลัก 2 สถานี ที่สถานีบางเขนและสถานี
19 บางซื่อ เพื่อควบคุมระดับน้ำ หากมีแนวโน้มที่ลดลงต่ำ กว่าจุดควบคุมจะมีผลอาจทำให้ริมคลองประปาทรุดตัว ลงได้ จะมีการส่งข้อมูลให้กับสถานีสูบน้ำดิบสำแลเพื่อ เติมน้ำเข้าคลองประปา ลดโอกาสเกิดความเสี่ยง ริมคลองประปาทรุดตัว ▪ สรุปผลการดำเนินการปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ รับทราบ 3.5 ผลการดำเนินการแก้ปัญหา ปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River เป็นกระบวนใหม่ต่อยอดจากการใช้งานของระบบ ANSAT และการประสานงานกับกรมชลประทานร่วมแก้ไขปัญหา ด้วยกันเพื่อจุดมุ่งหมายแรกคือการผลักดันน้ำเค็มที่รุกล้ำขึ้นมา โดยการใช้หลักการที่เรียกว่า Water Hammer สร้างมวลน้ำก้อนใหญ่ ผลักดันน้ำเค็มลงสู่ทะเล ผลจาการดำเนินการสำเร็จตามเป้าหมาย สามารถผลักดันน้ำเค็มลงไปได้จากสถานีสูบน้ำดิบสำแลลงไปถึง 17 กิโลเมตร ตามรูปที่ 5 ทำให้การแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้สามารถลดปัญหาจาก การรุกล้ำของน้ำเค็มได้
20 รูปที่ 5 ผลการดำเนินการปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River
21 4. ผลสำเร็จของการดำเนินงาน จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นของปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River ทางการประปานครหลวงสามารถ แก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำที่สถานีสูบน้ำดิบสำแลได้ตามเป้าหมายที่วาง ไว้แล้ว ทางกรมชลประทานก็บรรลุเป้าหมายการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ำได้มีประสิทธิภาพ ใช้ปริมาณน้ำน้อยลงกว่าปกติใน การผลักดันน้ำเค็มของแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยให้ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำ ลดปัญหาเนื่องจากการรุกล้ำของน้ำเค็ม รวมไปถึงระบบนิเวศน์ของ ริมฝั่งแม่น้ำดีขี้น
22 การแก้ปัญหาความเค็มรุกล้ำนั้น จะต้องมีการเฝ้าติดตามสถานการณ์การ รุกล้ำของน้ำเค็มตลอดเวลา เพื่อควบคุม ปัญหาที่อาจเกิดโดยใช้ปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation in Chao Praya River และนอกเหนือจากการ แ ก ้ ป ั ญ ห า น ้ ำ เ ค ็ ม ร ุ ก ล ้ ำ ไ ด ้ แ ล้ ว กระบวนการนี้ยังสามารถนำแนวทางการ ปฏิบัติไปปรับใช้ในการผลักดันน้ำเสีย ลดปัญหาน้ำเสีย ปัญหาจากสาหร่าย โดยการใช้หลักการ Water Hammer ได้ และทางฝ่ายทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม สายงานผลิตและส่งน้ำ กปน. ได้จัดทำ คู่มือในการปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation เพื่อเป็นระเ บ ี ย บ ปฏิบัติของทุกส่วนที่เกี่ยวข้องไว้ในคู่มือ ตามรูปที่ 6
23 รูปที่ 6 (ก) คู่มือปฏิบัติงาน Water Hammer Flow Operation
24 รูปที่ 6 (ข) คู่มือปฏิบัติงาน Water Hammer Flow Operation
25 คู่มือนี้กล่าวถึงครอบคลุมขั้นตอน ดังต่อไปนี้ การวางแผนปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation การเฝ้าระวัง การตรวจสอบคุณภาพน้ำและปริมาณน้ำ (ด้วยเครื่องวัดทางไกลอัตโนมัติ) การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายนอก ที่เกี่ยวข้อง การนำเสนอ/การรายงานข้อมูล การจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานในช่วง ฤดูแล้งของทุกปี พร้อมข้อเสนอแนะสำหรับการ ดำเนินการปรับปรุงเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นใน การปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมา ซึ่งตัวอย่างผลจากการ นำปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation ตามรูปที่ 7 1 2 3 4 5
26 รูปที่ 7 (ก) ผลจากการนำปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation
27 รูปที่ 7 (ข) ผลจากการนำปฏิบัติการ Water Hammer Flow Operation
28 4.1 ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น 1. ลดผลกระทบจากน้ำเค็มที่จะเข้าสู่ระบบผลิตน้ำประปาของ การประปานครหลวง 2. เกิดกระบวนการใหม่ที่ใช้ลดปัญหาการรุกล้ำของน้ำเค็ม 3. ลดปริมาณการใช้น้ำจืดในการผลักดันน้ำเค็ม 4. ลดผลกระทบระบบนิเวศของชุมชนที่อยู่ตามริมแม่น้ำ 5. ใช้ประโยชน์ข้อมูลของ ANSAT ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 6. บูรณาการร่วมพัฒนากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภายนอก 7. การประปานครหลวงมีข้อมูลและแนวทางที่จะแก้ไขปัญหา เรื่องน้ำเค็มรุกล้ำ 4.2 ปัจจัยความสำเร็จ 1. การทำงานอย่างมีระบบ 2. การทำงานแบบสร้างสรรค์ใช้ประโยชน์สิ่งที่มีอยู่ให้เต็ม ประสิทธิภาพ 3. ความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและไม่ยอมแพ้กับอุปสรรค 4. ความสามารถของทีมงานในการวิเคราะห์ข้อมูลและ พยากรณ์ 5. การมีทัศนคติและวิสัยทัศน์ไปในทิศทางเดียวกัน 6. ความสามารถในการใช้เครื่องมือ 7. การพัฒนาตนเองตลอดเวลา 8. การสร้างความเชื่อมั่น ไว้ไจกับผู้ร่วมงาน
29 4.3 แนวทางสู่ความยั่งยื่น 1. การบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบทุก ส่วนงานและเฝ้าระวังผลกระทบอย่างต่อเนื่อง 2. แหล่งน้ำดิบต้องมีการเชื่อมกันของแหล่งน้ำดิบฝั่งตะวันตก และฝังตะวันออก 3. ระบบผลิตของการประปานครหลวงต้องสามารถรองรับ น้ำเค็มได้ โดยใช้ระบบผลิตแบบ Reverse Osmosis (RO)
30 5.สรุปบทเรียน/ข้อเสนอแนะ 1. การมีข้อมูลที่ดีและเชื่อถือได้ เป็นทรัพยากรที่สำคัญใน การบริหารจัดการ ซึ่งระบบ ANSAT เป็นแหล่งข้อมูลที่นำมาต่อยอด ในการดำเนินงานอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี 2. ทีมงานที่มีความรู้ทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงระบบ สามารถทำให้พยากรณ์ คาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพื่อเตรียมการรับมือและบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ 3. ทัศนคติและวิสัยทัศน์ไปในทิศทางเดียวกัน ความมุ่งมั่นใน การแก้ไขปัญหาและการไม่ยอมแพ้กลับอุปสรรคของทีมงาน ส่งผลให้ สามารถแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี และสามารถสร้างระบบการทำงาน ที่ดี 4. การทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภายนอก ที่มีลักษณะสาเหตุ ของปัญหาเดียวกัน หากมีการบูรณาการทำงานร่วมกันจะทำให้แก้ไข ปัญหาง่ายและได้รับผลลัพธ์ที่ดีร่วมกัน 5. การลงพื้นที่ในหน้างาน จะต้องมีการวางเป้าหมายที่ชัดเจน ของแต่ละส่วนงาน ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้ ข้อมูลมาใช้ในการบริหารจะต้องทำให้ถูกต้องและทันเวลาเพื่อลด ผลกระทบกับภาคประชาชนผู้ใช้น้ำ ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร
31 เอกสารอ้างอิง การประปานครหลวง. (ม.ป.ป.). คู่มือปฏิบัติงาน Water Hammer Flow Operation เพื่อผลักดันลิ่มความเค็มในช่วงน้ำทะเล หนุนสูง. กรุงเทพมหานคร: การประปานครหลวง. การประปานครหลวง. (ม.ป.ป.). เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไข ปัญหาน้ำเค็มของการประปานครหลวง. กรุงเทพมหานคร: การประปานครหลวง.
32
ถอดบทเรียนวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (BEST PRACTICE) การปรับปรุงระบบประปาภูเขา อำนวยการผลิตโดย : องค์ความรู้นี้จัดทำขึ้นภายใต้โครงการ ถ่ายทอดแบ่งปันความรู้จากผู้บริหารและถอดบทเรียนที่เป็นเลิศ (KM Leader and Decoding Best Practice) ดำเนินการโดย กองบริหารจัดการองค์ความรู้ฝ่ายพัฒนาวิชาการประปา สถาบันพัฒนาวิชาการประปา (M-WIT) ถ่ายทอดบทเรียนโดย คุณมานิต ปานเอม ผู้ช่วยผู้ว่าการ (สำนักบริหารโครงการ) คุณศิกวัส คงธนธีระ ผู้อำนวยการกองสิ่งแวดล้อม ฝนส. คุณสุริยันต์ วงศ์เมืองแก่น ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบงานผลิตและวิศวกรรม ฝพท. คุณวัศจักร์ ทองศรี วิศวกร 7 กองออกแบบระบบท่อจ่ายน้ำ ฝอจ.
คุณเฉลิมเกียรติ ทับทิมศรี นักวิทยาศาสตร์ 7 กองบูรณาการคุณภาพน้ำ ฝคภ. คุณสุรชาติ นิสัยกล้า หัวหน้าส่วนก่อสร้างระบบส่งน้ำ กผส.ฝกผ. คุณมนตรี มัสกุล หัวหน้าส่วนก่อสร้างสถานีสูบส่งและจ่ายน้ำ กผส.ฝกผ. คุณอนุชา วงษ์เลิศ วิศวกร 5 ส่วนก่อสร้างระบบน้ำดิบ 2 กกด.ฝกผ. คุณกานต์ ถีระวงษ์ วิศวกร 5 ส่วนก่อสร้างระบบส่งน้ำ กผส.ฝกผ. คุณชัยยศ แต่พิพัฒน์พงษ์ วิศวกร 5 ส่วนออกแบบงานโยธา กอย.ฝอผ. คุณมานิตย์ ศิริธัญพงศ์ วิศวกร 5 ส่วนไฟฟ้า 2 กบฟ.ฝบฟ. คุณกฤษณะ มะโนนึก วิศวกร 3 ส่วนโครงการสถานีสูบจ่ายน้ำ 2 กสจ.ฝคป.
บรรณาธิการโดย : คุณสราวุฒิ พันธุชงค์ ออกแบบรูปเล่มโดย : คุณชมภู พลสมบัติ จัดพิมพ์โดย : สถาบันบริหารสารสนเทศและการจัดการความรู้ โดย บริษัท ครีเอเทียร์ คอร์ปอเรชัน จำกัด 16/40 ลาดพร้าว 1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 08-9900-3944 ฉบับพิมพ์ครั้งแรก : กันยายน 2563 หนังสือนี้เป็นลิขสิทธิ์ของการประปานครหลวง การพิมพ์ซ้ำหรือนำ ข้อมูลทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ไปเผยแพร่ไม่ว่า จะเป็นวิธีการใดก็ตาม จะต้องได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร จาก การประปานครหลวง
สารบัญ บทนำ..................................................................................................1 1. เนื้อหาโดยสรุป (Executive Summary).......................................... 3 2. สภาพปัญหาในพื้นที่ก่อนดำเนินโครงการ ........................................... 5 3. ขั้นตอนการดำเนินการ ..................................................................... 7 3.1 ระบุสาเหตุของปัญหา ............................................................... 7 3.2 แนวความคิดในการแก้ปัญหา.................................................... 8 3.3 การดำเนินการแก้ปัญหาบริเวณจุดรับน้ำ................................... 8 3.4 การติดตั้งจุดระบายตะกอน/ทรายและจุดระบายอากาศ ..............15 3.5 การบำรุงรักษา.......................................................................17 4. ผลสำเร็จของการดำเนินการ........................................................... 27 4.1 ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น.................................................................. 27 4.2 ปัจจัยความสำเร็จ ................................................................. 27 4.3 แนวทางสู่ความยั่งยืน ............................................................. 27 5. สรุปบทเรียน / ข้อเสนอแนะ...........................................................29 เอกสารอ้างอิง....................................................................................30
1 บทนำ พระไพศาล วิสาโล กล่าวไว้ว่า “เนื้อแท้ของความเป็น อาสาสมัครนั้นอยู่ที่จิตใจ คือมี จิตอาสา ที่ต้องการช่วยเหลือผู้อื่น หรือนึกถึงสวนรวม จะเป็นครู พ่อค้า นักธุรกิจ ขาราชการ ก็สามารถ เป็นอาสาสมัครได้ตลอดเวลาหากมีจิตใจ ที่คำนึงถึงสวนรวมอยู่เสมอ เราจำเป็นต้องตระหนักอยู่เสมอว่า อาสาสมัคร นั้นไม่ใชเป็นอาชีพ หากคือ สํานึกที่สมควรมีอยู่คู่กับความเป็นมนุษย์ของเราจนกว่าชีวิต จะหาไม่” จิตอาสาจาก กปน. ซึ่งประกอบไปด้วย นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร ช่าง นักบัญชี ฯลฯ ได้รวมตัวกันในโครงการ “กปน. รักษป่า ต้นน้ำ” เพื่อช่วยปรับปรุงระบบประปาภูเขาในพื้นที่ป่าต้นน้ำเพื่อให้ ประชาชนในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประปาภูเขาเป็นระบบลำเลียงน้ำจากลำธารที่อยู่สูงบนภูเขา ลงมาสู่บ้านเรือน โรงเรียน หรือชุมชนผู้ใช้น้ำเพื่อการบริโภคอุปโภค โดยการสร้างฝายหรือแนวทดน้ำและน้ำท่อน้ำมาต่อเพื่อลำเลียง น้ำลงมาหรืออาจเพียงแค่นําท่อน้ำวางเพื่อรับน้ำโดยตรงจากนั้น วางท่อส่งน้ำตามแนวทางและภูมิประเทศ โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงจาก ที่สูงลงมาที่ต่ำลำเลียงน้ำมาใช้งาน ปัญหาการสะสมของตะกอนดิน หรือทรายหน้าฝายทดน้ำและตะกอนดิน หรือทรายที่เข้าไปในท่อ ทำให้ประสิทธิภาพของประปาภูเข้าใช้งานได้เทาที่ควร การเลือก จุดรับน้ำที่เหมาะสม การวางระบบเพื่อดักตะกอนดินหรือทราย การใช้หัวกรองน้ำและการวางระบบระบายตะกอนทรายและอากาศ
2 ในเส้นท่อล้วนเป็นแนวที่จะทำให้ประปาภูเขาใช้งานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ
3 1. เนื้อหาโดยสรุป (Executive Summary) น้ำถือเป็นหนึ่งใน ปัจจัย 4 ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ที่สุดเลยก็ว่าได้ที่สิ่งมีชีวิตทุกชีวิตต้องใช้ใน การดำรงชีพ โดยมี แหล่งที่มาที่สำคัญคือน้ำฝนที่ตกลงมาสะสมในที่ต่าง ๆ เช่น ห้วย หนอง คลอง บึง แม่น้ำ ลำธาร โดยพื้นที่ป่าถือเป็นแหล่งสะสม น้ำฝนต้นทางที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นต้นกำเนิดของน้ำที่สะสม รวมตัวกันจาก ลำธารเล็ก ๆ รวมกันจนเป็นแม่น้ำ ซึ่งต่อมาอาจถูก กักเก็บไว้ในเขื่อนเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ต่างกันไป เช่น เพื่อ การอุปโภคบริโภค เพื่อการเกษตร เพื่อผลิตพลังงาน หรือเพื่อรักษา สมดุลของธรรมชาติ แหล่งน้ำที่สำคัญที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคของ ประชาชนที่อาศัยในบริเวณรอบ ๆ หรือใกล้เคียงภูเขาที่เป็นพื้นที่ ป่าต้นน้ำ คือ ลำธารที่ เกิดจากการสะสมของน้ำฝนในช่วงหน้าฝน โดยอาศัยการส่งน้ำจากลำธารที่เรียกกันว่าประปาภูเขา ส่งน้ำไปยัง บ้านเรือนของประชาชน ในปี2560 โครงการ “กปน.รักษป่าต้นน้ำฯ จังหวัดน่าน ปีที่ 2” ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสนับสนุน วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ที่ SO-6 Social & Environment - กลยุทธที่ 3.3 ส่งเสริมกิจกรรม เชิงสังคมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในแผนวิสาหกิจ กปน. ฉบับที่ 5 ได้มีโครงการปรับปรุงระบบประปาภูเขาเพื่อเข้าไป ช่วยแก้ปัญหาโดย การปรับปรุง ถ่ายทอดองคความรู้ในการใช้งาน การบำรุงรักษา รวมถึงแนะนําระบบการ จัดการระบบประปาภูเขาให้ยั่งยืนให้กับ ประชาชนที่หมู่บ้านทุ่งกลาง หมู่ที่ 4 ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งมีปัญหาน้ำที่รับมาจากฝายทดน้ำผ่านท่อส่งน้ำซึ่งหาง
4 ออกไป 1.5 กม. จากหมู่บ้าน มีตะกอน/ทรายจาก ลำธารอุดตัน ท่อส่งน้ำโดยเฉพาะในช่วงฤดูน้ำหลากหรือมีฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ จะทำให้น้ำในลำธารไหลแรง และมีความขุ่นมากกว่าปกติ ตะกอน/ ทรายจะเข้าไปสะสมภายในท่อส่งน้ำในบริเวณที่เป็นแอ่งกระทะหรือ ตกท้องช้างทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนที่ไม่มีน้ำใช้อุปโภค ในครัวเรือน การแก้ปัญหาข้างต้น คือ การสร้างจุดรับน้ำใหม่โดยเลี่ยง ไม่ให้ขวางเส้นทางน้ำหลักของลำธาร โดยเลือกเส้นทางน้ำสายเล็กๆ ที่มีความเร็วของการไหลที่ช้าแต่มีปริมาณน้ำเพียงพอเพื่อลดปริมาณ ตะกอน/ทราย ลำเลียงเข้าสู่บ่อกรอง จากนั้นสร้างบ่อดักตะกอน 2 แห่งเพื่อให้ตะกอน/ทราย ตกตะกอนก่อนเข้าสู่บ่อกรอง และ ดำเนินการสร้างบ่อกรองใหม่โดยใช้ชั้นหินกรวดล้าง ทรายสะอาด และหัวกรอง (Nozzle) เป็นตัวกรองตะกอน/ทราย ก่อนส่งน้ำเข้าไป ในท่อส่งน้ำไปยังหมู่บ้าน และยังสร้างจุดระบายตะกอน/ทราย ตามเส้นท่อส่งน้ำในจุดที่ท่อตกท้องช้างอีกด้วย โดยผลของการดำเนิน ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ประชาชนในพื้นที่ได้มีน้ำที่ใส ไม่มีตะกอน/ทราย ปนมากับน้ำ ปัญหาตะกอน/ทราย ลดน้อยลง อย่างมาก ส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ก่อให้เกิดภาพลักษณที่ดีต่อ กปน. โดยโครงการดังกล่าวยังได้รับรางวัลแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการบริหารทรัพยากรน้ำ ตามแนวทาง "ศาสตร์พระราชา นําพาน้ำยั่งยืน" ซึ่งจัดโดยสำนักงานทรัพยากรน้ำ แห่งชาติ (สทนช.)
5 2. สภาพปัญหาในพื้นที่ก่อนดำเนินโครงการ หมู่บ้านทุ่งกลาง หมู่ที่ 4 ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นชุมชนซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ราบใกล้ภูเขา ประชาชนในพื้นใช้น้ำ อุปโภคบริโภคจากประปาภูเขาที่นําน้ำจากลำธารที่บนภูเขาใกล้เคียง ลำเลียงผ่านท่อส่งน้ำ ระยะทางประมาณ 1.5 กม. มาใช้ในการ อุปโภคบริโภคภายในชุมชน โดยการสร้างฝายกั้นลำธารเพื่อเป็น จุดรับน้ำ (แสดงในรูปที่ 1 และ รูปที่2) รูปที่1 จุดรับน้ำของระบบประปา ของหมู่บ้านเดิมบริเวณ ด้านหน้าฝายเป็นที่สะสม ตะกอน/ทราย ใบไม้เศษ วัชพืช ฯลฯ ที่ไหลมากับน้ำ รูปที่2 จุดรับน้ำที่อยู่ในร่องน้ำหลัก จุดรับน้ำอยู่ใน ร่องน้ำหลัก ทำให้ตะกอน/ทราย ใบไม้ เศษวัชพืช ฯลฯ ที่ถูกพัดพา มาตามลำธารไหลเข้าไปใน ท่อส่งน้ำ
6 แต่น้ำที่ไหลมานั้นพบว่ามีการพัดพาเอาตะกอน/ทราย มาตามลำธารด้วย จึงทำให้มีตะกอน/ทรายไหลเข้าไปอุดตันภายในท่อ ส่งน้ำส่งผลทำให้ไม่สามารถใช้น้ำประปาอยู่เป็นประจำ เนื่องจากเป็น การนําท่อไปรับน้ำหน้าฝายโดยตรง ซึ่งมีการสะสมของตะกอน/ทราย ที่หน้าฝายทดน้ำจนทำให้ตะกอน/ทรายเหลานั้นเข้าไปในท่อแสดงใน รูปที่ 3 รูปที่3 แสดงปากท่อที่ใช้รับน้ำเดิม โดยเฉพาะในช่วงฤดูน้ำหลากหรือมีฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ จะทำให้น้ำในลำธารไหลแรงและมีความขุ่นมากกว่า ตะกอน/ทราย จะเข้าไปสะสมภายในท่อส่งน้ำในบริเวณที่เป็น แอ่งกระทะหรือ ตกท้องช้าง ทำให้ต้องทำการตัด-ต่อท่อส่งน้ำเพื่อทำความสะอาด ในบริเวณที่ตะกอน/ทรายอุดตันอยู่เป็นประจำชาวบ้านได้รับ ความเดือดร้อนที่ไม่มีน้ำใช้อุปโภคในครัวเรือน
7 3. ขั้นตอนการดำเนินการ 3.1 ระบุสาเหตุของปัญหา การประชุมหารือร่วมกับผู้นําชุมชนเพื่อรับทราบข้อมูลและ สอบถามถึงปัญหาและลงพื้นที่สํารวจเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลมา วิเคราะห์หาแนวทางแก้ปัญหาโดยสามารถสรุปสาเหตุของปัญหาได้ ดังนี้ 1) ตำแหน่งของจุดรับน้ำถูกสร้างไว้ในตำแหน่งที่เป็นทางผ่าน ของน้ำที่มีการพัดพาตะกอน/ทรายเข้า มาได้เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ตะกอน/ทรายไหลเข้าไปในท่อส่งน้ำได้ง่าย แสดง ในรูปที่ 1 และ รูปที่ 2 2) จุดรับน้ำเป็นการรับน้ำเข้าสู่ท่อส่งน้ำโดยตรงไม่มีระบบกรอง เพื่อป้องกันตะกอน/ทราย ดังแสดงใน รูปที่ 3 3) แนวการวางท่อส่งน้ำในแนวดิ่ง (profile) ถูกวางไว้ตาม ภูมิประเทศที่สูงต่ำของพื้นที่มีเนินเขาและหุบเขาเป็น แอ่งกระทะโดยไม่สามารถวางให้ลาดเอียงไปในทางเดียว ตลอดแนวได้จึงทำตะกอน/ทรายที่ไหลเข้า มาในท่อสะสม ในบริเวณที่ท่อส่งน้ำเป็นแอ่งกระทะหรือตกท้องช้างและ การเกิด Air Lock ในจุดสูงสุดบนยอดเนินเขา