8 3.2 แนวความคิดในการแก้ปัญหา 1) ออกแบบและก่อสร้างจุดรับน้ำใหม่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบเนื่องจากการสะสม ของตะกอน/ทราย ในจุดรับน้ำและไหลเข้าไปสู่ระบบท่อส่งน้ำ 2) การใช้ชั้นหินกรวดล้างและทรายล้างจากในบริเวณพื้นที่ กรองน้ำก่อนที่เข้าหัวกรองน้ำ (Nozzle) สภาพดี ที่การประปานครหลวงยกเลิกการใช้งานมาใช้ป้องกัน ตะกอน/ทรายไม่ให้เข้าไปในระบบท่อส่งน้ำ 3) ปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำ โดยการเพิ่มจุดระบายตะกอน ในบริเวณที่ท่อส่งน้ำเป็นแอ่งกระทะหรือตกท้องช้างเพื่อลด การสะสมของตะกอน/ทรายภายในท่อส่งน้ำที่ทำให้เกิด การอุดตันและเพิ่มจุดระบายอากาศเพื่อป้องกันการเกิด Air Lock ภายในท่อส่งน้ำในบริเวณที่มีการวางท่อส่งน้ำ ข้ามเนินเขาที่เป็นหลังเต่า ซึ่งจะส่งผลทำให้น้ำไหลอ่อน หรือไม่สามารถไหลผ่านจุดดังกล่าว 3.3 การดำเนินการแก้ปัญหาบริเวณจุดรับน้ำ 3.3.1 แนวคิดในแก้ปัญหาการสะสมของตะกอน/ทราย ณ จุดรับน้ำ หลังจากรับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชน ในพื้นที่จึงดำเนินการแก้ไขปัญหาข้างต้นโดย ทำย้ายจุดรับน้ำใหม่ ก่อสร้างขึ้นในตำแหน่งที่ไม่ได้อยู่ในร่องน้ำหลักของลำธาร โดยใช้ วิธีการผันน้ำจากร่องน้ำ หลักเข้ามาในตำแหน่งจุดรับน้ำ เพื่อลดผลกระทบจากตะกอน/ทรายที่ไหลมาตามลำธารเข้าไปใน
9 ท่อส่งน้ำ โดยออกแบบให้มีบ่อดักตะกอน/ทรายไว้ถึง 2 ชั้น ก่อนไหล เข้าสู่บ่อรับน้ำที่ก่อสร้างที่แบ่งออกเป็น 2 บ่อ ประกอบด้วย บ่อรับน้ำ 1 (บ่อกรอง) เป็นบ่อรับน้ำที่มีการติดตั้งหินกรวดล้างและ ทรายล้างก่อนที่น้ำจะเข้าสู่ หัวกรองน้ำที่มีช่องลอดขนาดเล็กสำหรับ ให้น้ำซึมผ่านไว้เพื่อป้องกันตะกอน/ทรายที่มีขนาดใหญ่กว่าช่อง ไม่ให้ผ่านเข้าไปในท่อส่งน้ำของระบบประปาภูเขา ซึ่งเป็นสาเหตุ สำคัญที่ทำให้ท่อส่งน้ำอุดตัน และบ่อรับน้ำ 2 (บ่อ Bypass) เป็นบ่อรับน้ำที่มีลักษณะคล้ายกับระบบเดิมที่เคยใช้งาน แต่จะได้รับ ผลกระทบจากตะกอน/ ทรายที่ไหลเข้าไปในท่อส่งน้ำลดลงกว่าเดิม เนื่องจากจุดรับน้ำไม่ได้อยู่ในร่องน้ำหลักของลำธาร ดังในแสดงใน รูปที่ 4 รูปที่4 ผังแสดงจุดรับน้ำและวาล์ว ต่าง ๆ
10 3.3.2 เลือกจุดผันน้ำใหม่ จุดผันน้ำใหม่ถูกวางไว้ในตำแหน่งที่ไม่ขวางลำน้ำหลัก ตามแนวความคิดที่แสดงในรูปที่ 4 เพื่อลด ความเร็วของน้ำทำให้เกิด การตกตะกอนของตะกอนดินหรือทรายที่จะไหลเข้าบ่อกรอง โดยใช้ วิธีการผันน้ำจาก ร่องน้ำหลักเข้ามาในตำแหน่งจุดรับน้ำดังแสดงใน รูปที่ 5 รูปที่5 (ก) แสดงจุดผันน้ำจากร่องน้ำหลัก
11 รูปที่5 (ข) แสดงร่องน้ำรองเพื่อลำเลียงน้ำเข้าสู่จุดรับน้ำ 3.3.3 สร้างจุดรับน้ำแห่งใหม่ จุดรับน้ำแห่งใหม่ถูกสร้างขึ้นให้มีความแข็งแรงมั่งคงโดยใช้ คอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) โดยได้รับความร่วมแรงร่วมใจจาก ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมในการก่อสร้าง ดังแสดงใน รูปที่6
12 รูปที่6 การก่อสร้างจุดรับน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กโดยได้รับความร่วมแรงร่วมใจ จากประชาชนในพื้นที่ 3.3.4 การติดตั้งระบบกรองน้ำ หลังจากบ่อกรอง คสล. ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ ได้ทำ การติดตั้งหัวกรองน้ำ (Nozzle) บนแผงท่อ PVC ดังแสดงใน รูปที่ 7 และ รูปที่ 8
13 รูปที่7 แสดงหัวกรองน้ำที่ติดตั้งอยู่บนแผงท่อรับน้ำ PVC รูปที่8 การติดตั้งหัวกรอง (Nozzle)
14 หลังจากนั้นนําหินกรวดล้างสะอาดซึ่งหาได้ในบริเวณนั้น ถูกโปรยลงทับ บนแผงหัวกรองหนาประมาณ 20 เซนติเมตร ดังแสดง ใน รูปที่ 9 รูปที่9 ขั้นตอนการติดตั้งชั้นหินกรวดล้าง ซึ่งมีชั้นบนสุดเป็นทรายหยาบล้างสะอาดซึ่งหา ได้ในบริเวณ นั้นเช่นเดียวกับหินกรวดเททับหนาประมาณ 15 เซนติเมตร เพื่อกรอง เศษวัชพืช ดิน เพื่อยืดอายุการบำรุงรักษาหัวกรองจากการอุดตัน ได้นานขึ้น ดังแสดงใน รูปที่ 10
15 รูปที่10 ขั้นตอนการติดตั้งชั้นทรายล้าง 3.4 การติดตั้งจุดระบายตะกอน/ทรายและจุดระบายอากาศ แม้ว่าน้ำที่ผ่านชั้นทรายล้าง ชั้นหินกรวดล้าง จนกระทั่งผ่าน หัวกรองมาแล้วแต่ก็ยังอาจจะมีตะกอน/ทรายขนาดเล็กที่หลุดลอด เข้ามาสะสมภายในท่อส่งน้ำได้บ้าง ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการเพิ่ม จุดระบายตะกอน/ทรายในตำแหน่งที่ท่อส่งน้ำที่เป็นแอ่งกระทะหรือ มีการตกท้องช้างและเพิ่มจุดระบายอากาศในจุดที่เป็นยอดเนินเขา เพื่อป้องกันการเกิด Air Lock ในเส้นท่อด้วย โดยแนวคิดตำแหน่งใน การติดตั้งจุดระบายตะกอน/ทรายและจุดระบายอากาศนั้นสามารถ อธิบายเป็นรูปภาพอย่างง่ายดังแสดงในรูปที่ 11 และ รูปที่ 12 โดยที่
16 รูปที่ 12 และ รูปที่ 13 แสดงการติดตั้ง valve เพื่อระบายตะกอน/ ทราย และ ระบายอากาศตามลำดับ รูปที่11 แสดงแนวคิดจุดในการติดตั้งจุดระบายตะกอน/ทราย และจุดระบายอากาศ รูปที่12 แสดงจุดในการติดตั้ง Valve ระบายตะกอน/ทราย
17 รูปที่ 13 แสดงจุดในการติดตั้ง valve ระบายอากาศ 3.5 การบำรุงรักษา ความรู้ความเข้าใจในการใช้งานและบำรุงรักษาโดย ประชาชนในพื้นที่ผู้ซึ่งเป็นผู้ใช้น้ำเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ระบบประปา ที่ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงสามารถให้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน การให้ความรู้โดยการแสดงให้ดูสอนให้ปฏิบัติตามด้วย ตัวของผู้ใช้งานเอง (on the job training) จึงถูกนํามาใช้ซึ่งจุดที่ต้อง ได้รับการบำรุงรักษาในระบบมีอยู่หลายจุดดังนี้ 3.5.1 จุดผันน้ำจากร่องน้ำหลัก การผันน้ำจากร่องน้ำหลักเข้ามายังจุดรับน้ำ (ดังแสดงใน รูปที่ 5) จะต้องควบคุมให้น้ำไหลเข้าในปริมาณที่เหมาะสมกับ
18 ความต้องการ การผันน้ำเข้ามาในปริมาณที่มากเกินไปก็จะทำให้น้ำ พัดเอาตะกอน/ทรายไหลเข้ามายังจุดรับน้ำมากด้วยเช่นกัน โดย ในช่วงฤดูฝน น้ำในร่องน้ำหลักมีปริมาณมากอาจใช้กระสอบทราย เพื่อกั้นร่องน้ำรองเพื่อควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลเข้าบ่อกรองน้ำ แต่ในช่วงฤดูแล้งร่องน้ำหลักมีปริมาณน้ำน้อย อาจจะทดน้ำเข้า จุดรับน้ำด้วยกระสอบทรายกั้นลำน้ำหลักเพื่อควบคุมปริมาณน้ำไหล เข้าบ่อกรองน้ำ 3.5.2 บ่อดักตะกอน/ทราย การลดปริมาณตะกอน/ทรายที่จะเข้าสู่บ่อกรองเป็น การลดความถี่ในการบำรุงรักษาระบบกรอง การออกแบบจึงออกแบบ ให้มีบ่อดักตะกอน/ทราย 2 แห่ง ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วในหัวข้อ 3.3.1 (1) บ่อดักตะกอน/ทราย1 เป็นจุดดักตะกอน/ทรายชั้นแรกที่ไหลมากับน้ำที่ไหล เข้ามายังบ่อดักตะกอน/ทราย 1 เมื่อทำการควบคุมปริมาณและ ความแรงของน้ำให้เหมาะสมได้แล้ว น้ำในบริเวณนี้นิ่งก็จะทำให้ ตะกอน/ทรายขนาดใหญ่ตกตะกอนอยู่ก้นบ่อ โดยน้ำที่ผิวบนจะมี ความใสกว่าด้านล่างจะไหลข้ามทำนบคอนกรีตผ่านไปยังบ่อดัก ตะกอน/ทราย 2 ต่อไป ดังแสดงใน รูปที่ 14
19 รูปที่14 แสดงบ่อดักตะกอน/ทราย 1 การบำรุงรักษา เมื่อสังเกตุเห็นระดับตะกอน/ทรายมีปริมาณ มากเกินไปให้หยุดการผันน้ำเข้าและทำการระบายน้ำและตะกอน/ ทรายบางสวนออกจากบ่อดักตะกอน/ทราย 1 ผ่านช่องระบายน้ำและ ตะกอน/ทรายที่กั้นไว้ด้วยกระสอบทราย (ดูแผนผัง รูปที่ 4) แล้วจึง ทำการลอกตะกอนออกด้วยวิธีการตัก (2) บ่อดักตะกอน/ทราย2 บ่อดักตะกอน/ทราย 2 จะมี Stop Log ติดตั้งไว้สำหรับ ควบคุมระดับน้ำให้มีความเหมาะสมนอกจากนี้ Stop Log แผ่น ล่างสุดให้บากรูให้มีขนาดเหมาะสม เพื่อไว้สำหรับระบายตะกอน/ ทรายที่สะสมภายในบ่อให้ไหลไปกับน้ำที่ไหลออกไป และด้านบนของ ช่อง Stop Log ควรควบคุมให้มีน้ำไหลล้นด้านบนด้วยเพื่อกําจัดใบไม้ แมลงหรือเศษฝุ่นที่ลอยมากับน้ำ ดังแสดงใน รูปที่15
20 รูปที่15 แสดงบ่อดักตะกอน/ทราย 2 การบำรุงรักษา เมื่อสังเกตุเห็นระดับตะกอน/ทรายในบ่อดัก ตะกอน/ทราย 2 มีปริมาณมาก ให้ทำการระบายตะกอนทิ้งด้วยการ ถอดแผ่น Stop Log ออก เพื่อป้องกันให้ตะกอนด้านล่างไหล ข้ามกําแพงเข้ามาในบ่อรับน้ำโดยไม่ต้องหยุดการผันน้ำการที่มีน้ำไหล อยู่จะช่วยให้ระบายตะกอนได้อย่างรวดเร็ว 3.5.3 บ่อรับน้ำ 1 (บ่อกรอง) (1) หัวกรองน้ำ (Nozzle) หัวกรองน้ำ (ดังแสดงรูปที่ 7) ถูกติดตั้งไว้ที่พื้นบ่อที่ซึ่ง ตัวหัวกรองน้ำจะมีช่องลอดขนาดเล็กโดยรอบสำหรับให้น้ำไหลผ่าน เพื่อป้องกันตะกอน/ทราย ใบไม้เศษวัชพืช สัตว์ต่าง ๆ ฯลฯ ที่ไหลมา กับน้ำไม่ให้เข้าไปในท่อส่งน้ำ
21 การใช้งาน ก่อนที่จะปล่อยน้ำเข้ามายังจุดรับน้ำให้ทำการปิดวาลวทุกตัว ไว้ก่อน เมื่อน้ำไหลเข้ามาในบ่อรับน้ำ 1 (บ่อกรอง) ลำดับแรกให้ทำการเปิดวาล์วหมายเลข 4 ระบายน้ำทิ้งเพื่อ ล้างทำความสะอาดหินกรวดและทรายในบ่อจนกว่าน้ำจะใสแล้ว ให้เปิดวาล์วหมายเลข 1 และ 6 ระบายน้ำทิ้งเช่นกัน เพื่อทำ ความสะอาดภายในท่อส่งน้ำ เมื่อสังเกตุเห็นว่าน้ำจากทั้งสองท่อใสแล้วค่อยปิดวาล์ว หมายเลข 4 และ 6 จากนั้นเมื่อต้องการจ่ายน้ำเข้าระบบท่อส่งน้ำทำได้โดย การเปิดวาล์วหมายเลข 3 และ 7 (ดูรูปที่ 4 ประกอบ) การบำรุงรักษา หัวกรองน้ำ เมื่อมีการใช้งานไปเรื่อย ๆ ก็จะมีเศษตะกอนหรือทรายขนาดเล็กหรือตะไคร่น้ำมาเกาะบริเวณ ช่องที่ให้น้ำซึมเข้าในปริมาณที่มากขึ้นจะส่งผลให้ประสิทธิภาพ ในการทำงานของหัวกรองน้ำต่ำลง จึงทำให้มีปริมาณน้ำที่ไหลออก จากบ่อรับน้ำ 1 (บ่อกรอง) เข้าท่อส่งน้ำลดลงซึ่งจะสังเกตได้จาก การปิดวาล์วหมายเลข 7 แล้วเปิดวาล์วหมายเลข 6 เพื่อดูปริมาณน้ำ (ดูรูปที่ 4 ประกอบ) ดังนั้น จําต้องมีการบำรุงรักษาด้วยการถอดหัว ออกมาล้างร่วมกับการใช้คัตเตอรเซาะร่องให้สะอาด (หัวกรองออกมา
22 เพื่อนํามาทำความสะอาดให้นําหัวกรองสํารองอีกหนึ่งชุดมาสลับใช้ งานได้ทันที) (2) ชั้นหินกรวด บ่อรับน้ำ 1 (บ่อกรอง) จะใสหินกรวดที่ผ่านการล้าง ทำความสะอาดไว้เพื่อประโยชน์ในการกดทับและล็อคหัวกรองและ ท่อไว้ไม่ให้ไหลไปกับกระแสน้ำ นอกจากนี้ชั้นหินกรวดจะมีช่องว่างไว้ สำหรับเป็นที่สะสมน้ำที่ซึมผ่านจากชั้นทรายมาแล้วเพื่อให้น้ำสามารถ ไหลผ่านเข้าไปยังหัวกรองได้ดี การบำรุงรักษา เมื่อใช้งานไปสักระยะก็อาจจะมีตะกอน/ ทรายเข้ามาสะสมในชั้นหินกรวดมากขึ้น ก็จะทำให้เกิดสิ่งสกปรก เข้ามาเกาะหัวกรองได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้หัวกรองมี ประสิทธิภาพการกรองน้ำได้ลดลง จึงต้องทำการบำรุงรักษาด้วย การตักหินออกมาล้างทำความสะอาด และควรทำหัวกรองควบคู่ไป กับการถอดหัว กรองมาทำความสะอาดด้วย หมายเหตุ ควรใช้ความระมัดระวังไม่ให้หัวกรองเกิด การชํารุดเสียหาย (3) ชั้นทราย ทรายที่จะนํามาใช้งานต้องเป็นทรายหยาบที่มีขนาด เหมาะสมและสะอาดปราศจากฝุ่นผงและสิ่งสกปรก ชั้นทราย จะทำหน้าที่ในการกรองตะกอนหรือสารแขวนลอยที่ลอยมากับน้ำ ทำให้ได้น้ำที่คุณภาพดีขึ้น การใช้ทรายกรองจะเหมาะกับน้ำที่มี
23 ความขุ่นน้อย หากน้ำจากลำธารมีความขุ่นมากก็จะทำให้เกิด การสะสมของตะกอนหรือสิ่งสกปรกด้านหน้าผิวทรายในปริมาณมาก ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลทำให้น้ำไหลผ่านชั้นทรายได้ช้าลง เรื่อย ๆ จนทำให้น้ำไม่สามารถไหลผ่านลงไปเข้าหัวกรองน้ำได้ การดูแลบำรุงรักษา ทำการลอกผิวหน้าทรายมาล้าง ทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ และควรจะทำการเปลี่ยนทราย เมื่อเห็นว่าทรายมีความสกปรกมาก การหยุดเพื่อบำรุงรักษา ให้ทำการปิดวาล์วทุกตัวจากนั้น จึงทำการถอดแผ่น Stop Log ออกระดับปริมาณน้ำก็จะลดต่ำกว่า ขอบบ่อแล้วจึงทำการเปิดวาล์วหมายเลข 4 ระบายน้ำในบ่อรับน้ำ 1 (บ่อกรอง) ทิ้งในกรณีที่ทำการถอดแผ่น Stop Log ออกแล้วระดับน้ำ ยังไม่ลดต่ำกว่าขอบบ่อให้ทำการระบายออกทางช่องระบายน้ำของ บ่อดักตะกอน/ทราย 1 หรือหยุดการผันน้ำร่วมด้วย (ดูรูปที่ 4 ประกอบ) ข้อแนะนํา การใช้ทรายกรองจะมีประสิทธิภาพดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำในลำธารเป็นสำคัญ โดยการพิจารณาเลือกใช้ ทรายในการกรองน้ำหรือไม่นั้น ต้องคำนึงถึงความขุ่นของน้ำในลำธาร ควบคู่ไปกับปัจจัยการใช้น้ำและการบำรุงรักษาด้วยการใช้ทรายใน การกรองน้ำจะทำให้ได้น้ำที่ใสสะอาดขึ้นแต่จะส่งผลให้หน้าผิวทราย มีตะกอนและสิ่งเจือปนจำนวนมากอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลทำให้ น้ำในท่อไหลอ่อนและต้องทำการลอกผิวหน้าทรายมาล้างบ่อยขึ้น
24 3.5.4 บ่อรับน้ำ 2 (บ่อBypass) บ่อรับน้ำ 2 (บ่อ Bypass) เป็นบ่อรับน้ำที่จะรับน้ำเข้า ผ่านทางปลายท่อโดยตรงเช่นเดียวกับจุดรับน้ำเดิม โดยปากท่อรับน้ำ มีการติดตั้งตาข่ายไนล่อนไว้เพื่อป้องกันเศษวัชพืช ใบไม้สัตว์ต่าง ๆ ฯลฯ แต่จะไม่สามารถป้องกันตะกอน/ทราย ขนาดเล็กกว่า ช่องตาข่ายที่ไหลมาตามน้ำได้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นบ่อรับน้ำ ทางเลือกในยามที่น้ำในลำธารมีคุณภาพดีหรือใช้แทนบ่อรับน้ำ 1 (บ่อกรอง) ในช่วงที่ต้องหยุดจ่ายน้ำเพื่อรอการบำรุงรักษาโดย ทำการติดตั้งให้เหนือพื้นบ่อเพื่อป้องกันตะกอน/ทรายไหลเข้าอีก ชั้นหนึ่งด้วยดังแสดงในรูปที่ 16 ซึ่งที่พื้นบ่อจะติดตั้งท่อพร้อมวาล์ว เพื่อระบายตะกอน/ทราย โดยให้เปิดวาล์วทิ้งไว้เพื่อระบายตะกอน ตลอดเวลา (วาล์วหมายเลข 5 ดังแสดงใน รูปที่ 4) รูปที่16 แสดงบ่อรับน้ำ 2 (บ่อ Bypass)
25 การใช้งาน เมื่อต้องการจ่ายน้ำเข้าระบบท่อผ่านทาง บ่อรับน้ำ 2 (บ่อ Bypass) ให้ทำการปิดวาล์ว ทุกตัวแล้ว ทำการเปิดวาล์วหมายเลข 5 ไว้(ปรับตามความเหมาะสม) เพื่อระบายตะกอนให้ไหลออกไปตามน้ำอยู่ตลอดเวลาและให้ เปิดวาล์วหมายเลข 2 และ 3 เพื่อจ่ายน้ำเข้าระบบท่อส่งน้ำ (ดูรูปที่ 4 ประกอบ) การดูแลบำรุงรักษา ตรวจสอบตาข่ายที่ปากท่อรับน้ำไม่ให้ ชํารุดเสียหายและดูแลทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอพร้อมสังเกต ระดับตะกอนในบ่อไม่ให้มีปริมาณมากจนล้นเข้าไปในปากท่อรับน้ำ โดยควบคุมการเปิดวาล์วหมายเลข 5 เพื่อระบายตะกอนให้ไหล ออกไปตามน้ำตลอดการใช้งาน หากตะกอนในบ่อรับน้ำ 2 (บ่อ Bypass) มีมากเกินไปหรือไม่สามารถระบายออกทางวาล์ว หมายเลข 5 ได้ให้ใช้วิธีการตักออกโดยการนําพลาสติกมัดปากท่อไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ตะกอน/ทราย ไหลเข้าไปในท่อแล้วค่อยตัก ตะกอน/ทราย ออกโดยไม่ต้องหยุดน้ำ หากต้องการหยุดน้ำให้ ทำการปิดวาล์วทุกตัวจากนั้นจึงทำการถอดแผ่น Stop Log ออก ระดับน้ำก็จะลดต่ำกว่าขอบบ่อแล้วจึงทำการเปิดวาล์วหมายเลข 5 ระบายน้ำในบ่อรับน้ำ 2 (บ่อ Bypass) ทิ้งในกรณีที่ทำการถอดแผ่น Stop Log ออกแล้วระดับน้ำยังไม่ลดต่ำกว่าขอบบ่อให้ทำการระบาย ออกทางช่องระบายน้ำของบ่อดักตะกอน/ทราย 1 หรือหยุดการผัน น้ำร่วมด้วย (ดูรูปที่ 4 ประกอบ)
26 3.5.5 ระบบท่อส่งน้ำ ระบบประปาของหมู่บ้านทุ่งกลางใช้ท่อส่งน้ำ 2 ชนิด คือ ท่อเหล็กชุบสังกระสีกับท่อ PVC โดยช่วงต้นจากจุดรับน้ำท่อส่งน้ำ มีขนาด 3 นิ้ว แล้วจึงลดขนาดลงเป็น 2.5 นิ้ว โดยท่อส่งน้ำสวนใหญ่ ถูกวางลอยบนพื้นดินไปตามความลาดเอียงของพื้นที่ ซึ่งท่อส่งน้ำ บางช่วงที่วางไว้เป็นแอ่งกระทะหรือตกท้องช้างและข้ามเนินเขาอยู่ หลายจุด ซึ่งในจุดที่เป็นแอ่งกระทะหรือตกท้องช้างเป็นแหล่งที่สะสม ของตะกอน/ทรายที่ไหลเข้ามากับน้ำ (ดังแสดงในรูปที่ 11) ซึ่งเป็น สาเหตุสำคัญที่ทำให้ท่อส่งน้ำตันต้องมีการซอมแซมอยู่เป็นประจำ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงต้องมีจุดระบายตะกอนไว้ในตำแหน่ง ที่เป็นแอ่งกระทะหรือตกท้องช้างสำหรับระบายตะกอน/ทรายออก จากท่อส่งน้ำอย่างสม่ำเสมอ สวนท่อส่งน้ำที่มีการวางข้ามเนินเขาบริเวณจุดสูงสุดของ เนินเขาก็จะเป็นจุดรวมของอากาศภายในเส้นท่อเมื่อมีการสะสมของ อากาศในจุดดังกล่าวเป็นปริมาณมากก็จะทำให้เกิดสภาวะ Air Lock ซึ่งจะส่งผลทำให้น้ำไหลอ่อนหรือไม่สามารถไหลผ่านจุดดังกล่าวได้ เช่นกันดังนั้นจึงต้องมีการติดตั้งวาล์วไว้เพื่อระบายอากาศในเส้นท่อ เพื่อให้น้ำไหลได้ดีด้วย การดูแลบำรุงรักษา ทำการเปิดวาล์วระบายตะกอนและ วาล์วระบายอากาศอยู่เป็นประจำโดยเปิดวาล์วระบายตะกอนที่อยู่ ภายในทิ้งจนสังเกตุเห็นว่าไม่มีตะกอนออกมาแล้วจึงค่อยปิดวาล์ว สวนวาล์วระบายอากาศให้เปิดไว้จนกว่าน้ำที่ไหลออกจากท่อไม่มี อากาศออกมาด้วย ดังแสดงในรูปที่ 12 และ รูปที่13
27 4. ผลสำเร็จของการดำเนินการ 4.1 ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น 1) ชาวบ้านทุ่งกลาง หมู่ที่ 4 ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน มีน้ำสะอาดกว่าที่เคยใช้กันอยู่ประจำมาใช้อุปโภคภายใน ครัวเรือน 2) ลดปัญหาการที่ตะกอนและทรายที่ไหลมาตามลำธารเข้าไป อุดตันในระบบท่อประปาภูเขา 4.2 ปัจจัยความสำเร็จ 1) การลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลในช่วงก่อนเริ่มโครงการทำความ เข้าใจถึงความต้องการของชุมชนที่แท้จริงนําไปสู่ การแก้ปัญหาที่ตรงจุด 2) การมีสวนร่วมของชาวบ้านในชุมชนในการก่อสร้างและแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งในขณะก่อสร้างและช่วงการบำรุงรักษา 3) ความสามัคคี การร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านในการก่อสร้าง ที่ดี 4) การประปานครหลวงสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้าง กลุ่มพนักงานนําเอาความรู้และประสบการณจากการผลิต น้ำประปาไปปรับใช้ให้มีความเหมาะสมกับชุมชน 4.3 แนวทางสู่ความยั่งยืน 1) การสร้างจิตสํานึกในการเป็นเจาของร่วมกันของคนชุมชน
28 2) การถ่ายทอดความรู้ในการใช้งานและการดูแลบำรุงรักษา ให้กับชุมชนนําไปสู่การพึ่งพาตนเองได้ 3) การบริหารจัดการระบบประปาที่ดี การแบ่งหน้าที่ ความรับผิดชอบดูแลการใช้งานอย่างถูกต้องและ การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
29 5. สรุปบทเรียน / ข้อเสนอแนะ 1) การทำงานในเรื่องที่เกี่ยวข้องชุมชน การเข้าใจบริบท ของชุมชนนั้น ๆ ในเรื่องวิถีชีวิต สังคม และวัฒนธรรมเป็น เรื่องที่สำคัญมากในด้านการให้ความร่วมมือในการทำ โครงการของชุมชุน 2) การลงพื้นที่หาข้อมูลถึงความต้องการปัญหาที่ต้องการให้ แก้ไขอย่างแท้จริงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรละเลยในการทำ โครงการเกี่ยวกับการตอบแทนคืนสู่สังคม เพื่อให้โครงการ นั้น ๆ ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน
30 เอกสารอ้างอิง (n.d.). Retrieved from https://en.wikipedia.org/wiki/Stokes%27_law Larock, B. E., W. Jeppson, R., & Z. Watters, G. (n.d.). Hydraulics of Pipeline Systems ISBN 9780849318061. กรมชลประทาน. (n.d.). คู่มือ การกําหนดรูปแบบ ก่อสร้าง ซ่อม ปรับปรุง บำรุงรักษา และเพิ่มประสิทธิภาพ ฝายชะลอน้ำ พอเพียง ตามแนวพระราชดําริ. กรมชลประทาน. กรมชลประทาน. (n.d.). คู่มือการปฏิบัติงาน (Work Manual) การออกแบบระบบประปาภูเขา. กรมชลประทาน. กรมชลประทาน. (n.d.). คู่มือประปาภูเขา. กรมชลประทาน. เจียมมีปรีชา, ผ. (n.d.). การออกแบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก: วิธีหน่วยแรงใช้งานและวิธีกําลัง ISBN978-974-625-802-9. วังไพศาล, ท. (n.d.). วิศวกรรมการประปา (WATER SUPPLY ENGINEERING) ISBN : 9789740328414.
31
ถอดบทเรียนเพื่อการเรียนรู้(LESSON LEARNED) Pipe Asset Management อำนวยการผลิตโดย : องค์ความรู้นี้จัดทำขึ้นภายใต้โครงการ ถ่ายทอดแบ่งปันความรู้จากผู้บริหารและถอดบทเรียนที่เป็นเลิศ (KM Leader and Decoding Best Practice) ดำเนินการโดย กองบริหารจัดการองค์ความรู้ฝ่ายพัฒนาวิชาการประปา สถาบันพัฒนาวิชาการประปา (M-WIT) ถ่ายทอดบทเรียนโดย คุณสุพิเชฐ ถาวรทวีวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการน้ำสูญเสีย ถอดบทเรียนโดย : คุณสราวุฒิ พันธุชงค์ คุณชมภู พลสมบัติ บรรณาธิการโดย : คุณสราวุฒิ พันธุชงค์ ออกแบบรูปเล่มโดย : คุณชมภู พลสมบัติ
จัดพิมพ์โดย : สถาบันบริหารสารสนเทศและการจัดการความรู้ โดย บริษัท ครีเอเทียร์ คอร์ปอเรชัน จำกัด 16/40 ลาดพร้าว 1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 08-9900-3944 ฉบับพิมพ์ครั้งแรก : กันยายน 2563 หนังสือนี้เป็นลิขสิทธิ์ของการประปานครหลวง การพิมพ์ซ้ำหรือนำ ข้อมูลทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ไปเผยแพร่ไม่ว่า จะเป็นวิธีการใดก็ตาม จะต้องได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร จาก การประปานครหลวง
สารบัญ บทนำ..................................................................................................... 1 1. เนื้อหาโดยสรุป (Executive Summary)..........................................3 2. ภูมิหลังความเป็นมา วิสัยทัศน์ พันธกิจ ของ การลดน้ำสูญเสียด้วย Pipe Asset Management............................................................................ 5 1. หลุมพรางและอุปสรรคในการลดน้ำสูญเสีย.........................................8 2. กลยุทธ์/การดำเนินการที่นำมาใช้.....................................................13 5. การนำเทคโนโลยี หรือ นวัตกรรม มาใช้ในการปฏิบัติงาน ....................16 6. ขั้นตอนหรือกระบวนการทำงานที่โดดเด่น...........................................18 7. ความท้าทายในการบริหารจัดการน้ำสูญเสีย....................................... 21
1 บทนำ องค์การอนามัยโลกได้ให้คำจำกัดความว่า น้ำสูญเสีย คือ น้ำ ที่สูญหายไปในระบบประปาโดยไม่สามารถระบุจำนวน เวลา สถานที่ หากทราบว่า หายไปที่ไหน เท่าใด แม้ว่าจะเป็นท่อรั่วก็ไม่ถือ ว่าเป็นน้ำสูญเสีย สำหรับการประปาคำจำกัดความของคำว่า น้ำสูญเสีย คือ ปริมาณน้ำสูญจ่ายหักด้วยปริมาณน้ำที่ออกบิลและน้ำ ใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น น้ำใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ซึ่งสามารถวัด หรือคำนวณได้ กล่าวโดยสรุปก็คือ น้ำสูญเสีย หมายถึง น้ำที่ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในระบบจำหน่ายน้ำประปา การประปานครหลวง (กปน.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญใน การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำด้วยการลดน้ำสูญเสีย ซึ่งเป็นน้ำในระบบ จ่ายน้ำประปาที่ต้องสูญเสียไปโดยไม่เกิดประโยชน์การลดน้ำสูญเสีย ในระบบจ่ายน้ำประปาเป็นกระบวนการหนึ่งที่ช่วยให้การใช้น้ำ มีความคุ้มค่าและเป็นตัวชี้วัดที่แสดงถึงประสิทธิภาพใน การดำเนินงานด้านระบบจ่ายน้ำประปา นอกจากนี้การลดน้ำสูญเสีย เป็นการลดต้นทุนในการผลิต จ่ายน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ การประปานครหลวงอีกทางหนึ่ง เช่น เป็นการชะลอการลงทุนด้าน ระบบผลิตและการหาแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่ รวมไปถึงเป็นการยกระดับ การให้บริการแก่ประชาชนซึ่งเป็นผู้ใช้น้ำอีกด้วย ซึ่งหนึ่งในมาตรการ ลดน้ำสูญเสียที่การประปานครหลวงดำเนินการอยู่ ก็คือ การคัดเลือก เส้นทางปรับปรุงท่อเพื่อการลดน้ำสูญเสียด้วย Pipe Asset Management ซึ่งถือได้ว่าเป็น มาตรการปรับปรุงป้องกัน (Preventive Measures) เพื่อปรับปรุง/เปลี่ยนท่อที่ชำรุดและ
2 เสื่อมสภาพ โดยได้ประสานความร่วมมือกับกองสารสนเทศภูมิศาสตร์ ในการเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ GIS เพื่อให้สามารถวางแผนและ ดำเนินงานลดน้ำสูญเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝ่ายบริหารจัดการน้ำสูญเสีย
3 1. เนื้อหาโดยสรุป (Executive Summary) ในอดีตการปฏิบัติงานของพนักงาน กปน. ในการจัดการน้ำ สูญเสียเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากต้องค้นหาท่อน้ำที่ฝังอยู่ ใต้ดินและไม่ทราบตำแหน่งที่ชัดเจน อีกทั้งข้อมูลท่อน้ำและประตู น้ำประปาที่มีอยู่จะอยู่ในแผนที่กระดาษ ทำให้ยากลำบาก ในการค้นหาตำแหน่งของท่อน้ำ เกิดความไม่สะดวก และใช้ระยะ เวลานานในการแก้ไขปัญหา ส่งผลให้เกิดการสูญเสียน้ำ ดังนั้ นการจัดทำฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศของท่อน้ำและประตูน้ำประปา บนอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบพกพาจึงมีความสำคัญ เนื่องจากผู้ปฏิบัติงาน สามารถใช้ฐานข้อมูลดังกล่าวบนอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบพกพาได้ ส่งผล ให้การทำงานเกิดความรวดเร็วถูกต้อง และลดความสูญเสียน้ำ ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างดี ความสำคัญและที่มาของปัญหาเกี่ยวกับน้ำประปาอันเป็น สาธารณูปโภคพื้นฐานที่จ้าเป็นในปัจจุบัน เนื่องจากประชาชนใช้น้ำ สำหรับอุปโภคและบริโภค โดยน้ำประปาผลิตมาจากน้ำดิบ สูบเข้าไป ยังถังพักเพื่อตกตะกอน และผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อโรคจากนั้นจึงเพิ่ม แรงดันและส่งไปยังท่อน้ำต่าง ๆ ในบ้านของผู้ใช้น้ำ ซึ่งในปัจจุบัน ถือว่าน้ำประปาเป็นน้ำสะอาดได้ผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพ และในปัจจุบันมีการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่าง รวดเร็ว ทำให้เกิดการขยายตัวของเมืองและเกิดชุมชนต่าง ๆ ส่งผลให้ ความต้องการใช้น้ำประปามีมากขึ้นการประปานครหลวงมีหน้าที่ ในการให้บริการผู้ใช้น้ำในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การบริการซ่อมท่อประปา การสำรวจติดตั้งแนวท่อเพื่องานขยายเขต งานสำรวจมาตรวัดน้ำ
4 การระบายตะกอนน้ำ และการตรวจสอบคุณภาพน้ำประปา โดยการดำเนินงานดังกล่าวต้องใช้ข้อมูลแนวเส้นของท่อน้ำและ ประตูน้ำประปา เป็นข้อมูลในการปฏิบัติงาน แต่ข้อมูลดังกล่าวอยู่ใน แผนที่ที่เป็นเอกสารส่งผลให้การดำเนินงานเกิดความล่าช้า เพื่อให้ ดำเนินงานมีความถูกต้องและรวดเร็ว สามารถใช้เทคโนโลยี ภูมิสารสนเทศมาจัดทำฐานข้อมูลท่อน้ำและประตูน้ำประปา โดยการบูรณาการระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) การรับรู้จากระยะไกล (Remote Sensing: RS) และระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (Global Positioning System: GPS) ซึ่งมีการใช้อย่างแพร่หลาย เนื่องจาก สามารถวิเคราะห์และแสดงผลการศึกษาเป็นแผนที่ได้ ทั้งนี้ระบบ สารสนเทศภูมิศาสตร์ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับระบบประปา เช่น ใช้เป็นระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการดูแลระบบ ท่อส่งน้ำจ่ายน้ำประปา เป็นต้น การใช้ข้อมูลสารสนเทศ GIS สามารถนำวิธีการดังกล่าวไป บูรณาการเพื่อใช้กับงานด้านอื่น ๆ เช่น การติดตามตรวจสอบคุณภาพ ประตูน้ำประปา การประยุกต์ใช้กับระบบฐานข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา ขณะเกิดหน้างาน การตรวจสอบคุณภาพน้ำตามจุดต่าง ๆ รวมถึง การระบายตะกอน เป็นต้น
5 2. ภูมิหลังความเป็นมา วิสัยทัศน์ พันธกิจ ของ การลดน้ำสูญเสียด้วย Pipe Asset Management ในอดีตการปฏิบัติงานของพนักงาน กปน. ในการจัดการน้ำ สูญเสียเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากต้องค้นหาท่อน้ำที่ฝังอยู่ ใต้ดินและไม่ทราบตำแหน่งที่ชัดเจน แม้ว่าจะมีระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์หรือระบบ GIS อยู่แล้วก็ยังไม่ได้ใช้ระบบอย่างเต็ม ประสิทธิภาพเท่าที่ควร กปน. มีการบำรุงรักษาท่อมาเป็นเวลานานตั้งแต่ก่อนที่จะมี ระบบ GIS เพราะฉะนั้น กปน. ก็จะมีหลักเกณฑ์ในการประเมินความ เสื่อมท่อ ตัวอย่างเช่น หากเป็นท่อปูนก็ต้องมีการใช้งานมามากกว่า 20 ปี หากเป็นท่อพีวีซีอายุการใช้งานมากกว่า 25 ปี ท่อที่มีสถิติการ
6 แตกรั่วหรือขาดต่อกิโลเมตรเท่าไหร่จุดในระยะเวลากี่ปีถึงเรียกว่าถี่ หรือเรียกว่าเสื่อม ท่อที่มีความลึกหลังท่อลึกเกินกว่าเท่าไหร่ถึงจะ เรียกได้ว่าท่อเส้นนั้นไม่สามารถบำรุงรักษาได้เป็นต้น ซึ่งหลักเกณฑ์ ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้ในอดีตก่อนที่จะมีระบบ GIS กปน. มีการใช้ระบบ GIS มาก่อนปี2560 แต่เป็นการใช้ ระบบ GIS ยังเป็นแบบกึ่ง Manual อยู่ กล่าวคือ ผู้ปฏิบัติงานใช้ ความรู้สึกและจินตนาการไปก่อนจากนั้นจึงใช้ข้อมูลจากระบบ GIS เป็นข้อมูลปลายทาง ซึ่งตามหลักการแล้วจะต้องใช้ข้อมูลจากระบบ GIS เป็นข้อมูลต้นทาง และในปี2560 ก็ได้มีการนำหลักเกณฑ์การประเมินความ เสื่อมท่อมาเชื่อมโยงกับการใช้ระบบ GIS เพื่อคัดกรองหา Section ท่อเสื่อมสภาพขึ้นมา ซึ่งในปี2560 ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ กปน. ได้นำ ข้อมูลเหล่านี้ขึ้นมาไว้ยังฐานข้อมูลหนึ่งก่อนเพื่อที่จะมาทำเส้นทาง (Routing) การที่จะไปปรับปรุงเปลี่ยนท่อ อันนี้เป็นสิ่งที่ กปน. ได้ดำเนินการ
7 ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและเห็นได้อย่างชัดเจนในปี 2560 ก็คือ หน่วยงานกลาง ก็คือ ฝ่ายบริหารจัดการน้ำสูญเสีย ซึ่งเป็นหน่วยงานวางแผนร่วมกันกับกองสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ ซึ่งดูแลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ช่วยกันกวาดข้อมูลท่อประปาทุก Section ที่อยู่ในกลุ่ม ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นมาไว้บนฐานข้อมูล และ Share ข้อมูลทั้งหมดไปให้ User ที่เป็นผู้รับผิดชอบเขต เพื่อให้ เห็นข้อมูลเดียวกัน จากนั้นก็จัดทำเส้นทาง (Routing) ขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องใช้ความรู้สึกหรือไม่ต้องใช้ ประสบการณ์ส่วนตัว กปน. ได้ตระหนักรู้อย่างแท้จริงว่า Section ท่อที่มี ความเสื่อมสภาพที่มีคะแนนการประเมินสูง ๆ หรือ จำเป็นต้องปรับปรุงเปลี่ยนท่อจริงนั้นมีทั้งหมด กี่กิโลเมตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ กปน. ได้ใช้ ประโยชน์จากข้อมูลในระบบ GIS และนำมาวิเคราะห์ ร่วมกับข้อมูลจากระบบจัดการน้ำสูญเสียเพื่อวิเคราะห์ ช่องว่าง (Gap) และโอกาส (Opportunity) ของ การจัดการน้ำสูญเสียของฝ่ายที่ผ่านมาได้อย่างแท้จริง 1 2
8 1. หลุมพรางและอุปสรรคในการลดน้ำสูญเสีย หลุมพรางและอุปสรรคในการลดน้ำสูญเสีย มีหลายประเด็น หลัก ๆ ดังนี้ ความผิดพลาดในการการคัดเลือกท่อเสื่อมสภาพ หลักเกณฑ์ในการประเมินและการคัดเลือก ท่อเสื่อมสภาพ กปน. ทำมากว่า 20 ปีแล้ว และ กปน. ก็เริ่มทราบว่าจะต้องเปลี่ยนท่อประปาที่ 1
9 เสื่อมสภาพออกเพื่อการลดน้ำสูญเสีย หลักเกณฑ์มี มานานแล้ว แต่ในอดีตผู้ปฏิบัติงานพึ่งพาข้อมูลจาก GIS ยังไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร ไม่ได้มีการ กวาดข้อมูลขึ้นมาให้เห็นทั้งกระดานก่อน แต่ผู้ใช้งาน กลับใช้ความรู้สึกของตัวเองที่อยู่ในพื้นที่บวกกับ ประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงานไป และชี้จุดว่าตรงนี้ ท่อประปาอาจจะชำรุดหรือเสื่อมสภาพ แล้วจึง เปิดดูระบบ GIS เพื่อดูเฉพาะท่อ Section นี้ แล้วนำข้อมูลที่ได้จากระบบ GIS มาประเมินร่วมกับ ตารางหลักเกณฑ์การประเมินความเสื่อมท่อ ไม่ว่าจะเป็นในมิติของ ชนิดท่อและอายุการใช้งาน อัตราการแตกรั่วของท่อจ่ายน้ำ อัตราการไหลในเส้น ท่อ ปริมาณน้ำสูญเสีย และอัตราน้ำสูญเสียในพื้นที่ เฝ้าระวังหรือพื้นที่จ่ายน้ำย่อยหรือ District Metering Area (DMA) เป็นต้น เมื่อคะแนนผ่าน เกณฑ์ จึงออกไปทำการบำรุงรักษาท่อเสื่อมสภาพ เฉพาะ Section ซึ่งการปฏิบัติงานในลักษณะ ดังกล่าวทำให้เกิดความผิดพลาด (Missing) กล่าวคือ “จริง ๆ แล้วอาจจะมีท่อเสื่อมสภาพในพื้นที่ A อยู่ มากกว่า 200 Section ก็เป็นได้ แต่การประเมินท่อ เสื่อมสภาพด้วยความรู้สึกหรือการใช้ความจำของ ผู้ปฏิบัติงาน อาจจำได้เพียง 15 Section เท่านั้น จึงทำให้ท่อประปาใน Section อื่น ๆ ที่สำคัญถูก ละเลยไป”
10 ความล่าช้าในการเปลี่ยนท่อเพื่อลดน้ำสูญเสีย ในการปฏิบัติงานโดยใช้ประสบการณ์นั้นจะขึ้นอยู่ กับผู้ปฏิบัติงานเป็นหลัก ระบบ GIS เป็นเพียง เครื่องมือ (Tool) เท่านั้น หากตั้งสมมติฐานว่า ผู้ปฏิบัติงานหรือ User มีความเก่งและมีความ เชี่ยวชาญในงานเนื่องจากปฏิบัติงานอยู่ใน กปน. เป็นเวลานานแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่ ๆ ก็คือ ช้า ทุกครั้งที่มีงานใหม่ ปริมาณงานเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น 2
11 “ในพื้นที่ A จะต้องบริหารจัดการน้ำสูญเสีย ระยะทาง 40 กิโลเมตร หากเป็นรูปแบบการทำงาน เดิม ผู้ปฏิบัติงานจะต้องระลึกความทรงจำและคิด ก่อนว่าจะทำพื้นที่ไหน กว่าจะเริ่มสำรวจพื้นที่ (Survey) กว่าจะกลับมาทำเขียนแบบ (Drawings) และกว่าจะได้เริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement) ก็ใช้ระยะเวลานานมาก และ ผู้ปฏิบัติงานเองก็ไม่สามารถจำเส้นท่อได้ทั้งหมด นี่คือปัญหาที่เคยเกิดขึ้น และแนวทางแก้ไขปัญหา ณ ขณะนั้น คือ ผู้ปฏิบัติงานจึงต้องคาดเดาเอาเอง หรือภาษาบ้าน ๆ เรียกว่า ดำน้ำ นั่นเอง อะไรที่อยู่ ใกล้มือหรือทำได้ง่ายก็ทำไปก่อน ซึ่งส่งผลทำให้เสีย ประโยชน์ทั้งต่อ กปน. เองและผู้ใช้น้ำด้วย”
12 ความไม่ทันสมัยของข้อมูล ในอดีต จาก Feedback ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงจาก ภาคสนาม กลับไปยังระบบ GIS น้อยมาก เพราะว่า ข้อมูลที่จะ Feedback ได้ก็คือข้อมูลจากงานซ่อม ท่อ กล่าวคือ เกิดท่อแตกและมีเจ้าหน้าที่ไป ปฏิบัติงานที่หน้างานและขุดลงไปจนเห็นท่อ ถึงจะ ทราบได้ว่าสภาพหน้างานท่อมันอยู่ลึกลงไปและ ไม่ได้อยู่ในแนวที่ระบบ GIS ระบุไว้แต่ปรากฏว่า งานซ่อมท่อประปามีการใช้ Outsource ซึ่งน้อยครั้ง มากที่ผู้ปฏิบัติงานของ Outsource จะ Feedback ข้อมูลกลับมายังผู้ดูแลหรือผู้รับผิดชอบเขต เพื่อที่ ผู้รับผิดชอบเขตนำข้อมูลที่ได้กลับไป Update ในระบบ GIS 3
13 2. กลยุทธ์/การดำเนินการที่นำมาใช้ การประปานครหลวง (กปน.) ได้เล็งเห็น ถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำด้วย การลดน้ำสูญเสีย ซึ่งเป็นน้ำในระบบจ่าย น้ำประปาที่ต้องสูญเสียไปโดยไม่เกิดประโยชน์ การลดน้ำสูญเสียในระบบจ่ายน้ำประปาเป็น กระบวนการหนึ่งที่ช่วยให้การใช้น้ำมีความคุ้มค่า และเป็นตัวชี้วัดที่แสดงถึงประสิทธิภาพในการ ดำเนินงานด้านระบบจ่ายน้ำประปา นอกจากนี้ การลดน้ำสูญเสียเป็นการลดต้นทุนในการผลิต จ่ายน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ กปน. อีกทางหนึ่ง เช่น เป็นการชะลอการลงทุนด้าน ระบบผลิตและการหาแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่ รวมไป ถึงเป็นการยกระดับการให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งเป็นผู้ใช้น้ำอีกด้วย ซึ่งหนึ่งใน มาตรการ ลดน้ำสูญเสียที่การประปานครหลวงดำเนินการอยู่ ก็คือ การคัดเลือกเส้นทางปรับปรุงท่อเพื่อการลด น้ำสูญเสียด้วย Pipe Asset Management ซึ่งถือ ได้ว่าเป็นมาตรการปรับปรุงป้องกัน (Preventive Measures) เพื่อปรับปรุง/เปลี่ยนท่อที่ชำรุดและ เสื่อมสภาพ โดยได้ประสานความร่วมมือกับกอง สารสนเทศภูมิศาสตร์ในการเชื่อมโยงข้อมูลจาก ระบบ GIS เพื่อให้สามารถวางแผนและดำเนินงาน ลดน้ำสูญเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
14 โดยหลังจากที่ได้มีการ Implement ระบบ GIS ซึ่งมีการ จัดทำฐานข้อมูลขึ้นมา ทำให้มีข้อมูล Section ท่อประมาณ 4,800 กิโลเมตรสิ่งที่ดำเนินการต่อ ก็คือ หน่วยงานกลางที่เป็นผู้กำหนด วิธีการคัดเลือกเส้นทางปรับปรุงท่อเพื่อลดน้ำสูญเสีย ได้กำหนด หลักเกณฑ์การคัดเลือกขึ้นมาใหม่ โดยเปลี่ยนจากวิธีการเดิมที่ใช้ ความรู้สึกตัดสินว่าปีนี้จะเปลี่ยนเส้นทางใดบ้าง เปลี่ยนเป็นวิธีการใหม่ ดังนี้ การเลือก Cluster เป้าหมาย ผู้ปฏิบัติงานต้องดูในพื้นที่ก่อน ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะมี พื้นที่ย่อย ๆ อยู่ที่เรียกว่า Cluster โดยดูว่า Cluster ไหนเป็น Cluster ที่มีปัญหาหนักสุดในพื้นที่ การกำหนดเส้นทางปรับปรุง/เปลี่ยนท่อ หลังจากเลือก Cluster เป้าหมายได้แล้วก็กลับมาดู ข้อมูลในฐานข้อมูลว่าท่อที่เสื่อมใน Cluster หรือพื้นที่ เป้าหมายอยู่ใน Route ที่เท่าไหร่บ้าง แล้วเลือก เส้นทางเหล่านั้นขึ้นมาเพื่อปรับปรุงท่อก่อน 1 2
15 ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ไม่มีการพิจารณาพื้นที่เป้าหมาย ประกอบกับการเลือกงานปรับปรุงท่อ เนื่องจากการปรับปรุงท่อใน อดีตนั้นมีเพียงวิศวกรสาขาหรือ User ใช้ความรู้สึกว่าท่อนี้แตกบ่อย ท่อเก่าเสื่อมสภาพ ท่อมีปัญหาต้องซ่อมแซมบ่อยครั้งโดยไม่ได้สนใจว่า ในพื้นที่นั้นเป้าประสงค์คืออะไร สิ่งที่คาดหวังจากความเปลี่ยนแปลง ดังกล่าว ก็คือ คาดหวัง Output Outcome กล่าวคือ OUTPUT OUTCOME การได้เปลี่ยนท่อที่เสื่อมสภาพ ท่อทุกชิ้นที่ถูกเลือกขึ้นมานั้น เสื่อมสภาพอยู่แล้ว ก็ได้ทำ การเปลี่ยนท่อที่เสื่อมสภาพ เพื่อลดการแตกของท่อซึ่งเป็น สาเหตุของการเกิดน้ำสูญเสีย ถือว่าเป็นตัวแถมพ่วง คือ ถ้า หากจังหวะดีและสามารถไป แก้ไขปัญหาท่อรั่วที่มอง ไม่เห็นใน Section ท่อที่เสื่อม นั้นด้วย การเกิดน้ำสูญเสียก็ จะลดลงตามไปด้วยในพื้นที่ เป้าหมายที่มีความเสี่ยงเกิด น้ำสูญเสียสูง
16 5. การนำเทคโนโลยี หรือ นวัตกรรม มาใช้ในการปฏิบัติงาน ระบบ Pipe Asset Management ไม่ใช่ระบบสารสนเทศ เหมือนอย่างระบบ GIS แต่เป็นเพียงฐานข้อมูลที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่าง ง่าย ๆ ที่ไปเชื่อมโยงกับระบบ GIS โดยฝ่ายบริหารจัดการน้ำสูญเสียมี การใช้ข้อมูล Attribute ของระบบ GIS ก็คือ ในส่วน Section ท่อที่ ลงไว้ในระบบ GIS ทุก Section จะถูกระบุว่าท่อเส้นนี้ถูกติดตั้งลงไป บนดินตั้งแต่ปีไหนและยังมีข้อมูลอีกชุดหนึ่ง ก็คือ ข้อมูลที่มาจาก ระบบจัดการน้ำสูญเสียจะระบุว่ามีงานซ่อมท่ออยู่ในท่อเส้นนั้นกี่จุด จากนั้นก็นำข้อมูลจาก 2 ระบบนี้มาใช้ กล่าวคือ นำข้อมูลที่เป็น
17 พื้นฐานของระบบ GIS มาเข้าสมการและหลักเกณฑ์ในการประเมิน ความเสื่อมของท่อ
18 6. ขั้นตอนหรือกระบวนการทำงานที่โดดเด่น กระบวนการทำงานฝ่ายบริหารจัดการน้ำสูญเสียที่โดดเด่น สรุปได้ดังนี้ Design ฝ่ายบริหารจัดการน้ำสูญเสียเป็นหน่วยงานที่ กำหนดวิธีทำงาน งบประมาณ หลักการทำงาน รวมไปถึงรูปแบบการทำงานเกี่ยวกับการบริหาร จัดการน้ำสูญเสีย Cooperation หลังจากหน่วยงานได้กำหนดสิ่งต่าง ๆ แล้ว ก็ ประสานงานกับกองสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อที่จะเตรียมข้อมูลท่อประปาไว้ให้ระบบ GI 1 2
19 Development พัฒนาฐานข้อมูล Pipe Asset Management ที่ ไปเชื่อมโยงกับระบบ GIS เพื่อใช้ในการบริหาร จัดการน้ำสูญเสีย Training ฝ่ายบริหารจัดการน้ำสูญเสียมีหน้าที่ให้ความรู้ และอบรม การใช้งานระบบและการคัดเลือก เส้นทางปรับปรุงท่อเพื่อการลดน้ำสูญเสียด้วย Pipe Asset Management ให้กับUser ที่อยู่ที่ เขต โดยหลังจากปี 2560 อบรมผู้ปฏิบัติงานหรือ User เกี่ยวกับหลักการคัดเลือกท่อในลักษณะ ตามที่กำหนด และต้องนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้ไป จัดทำเส้นทาง (Routing) รวมไปถึงต้องออกไปดู พื้นที่ก่อนที่จะเลือกเส้นทางเพื่อนำมาจัดทำ แผนการปรับปรุงท่อเพื่อการลดน้ำสูญเสีย กล่าวโดยสรุปคือ ฝ่ายบริหารจัดการน้ำสูญเสีย มีหน้าที่ วางแผนและถ่ายทอดแผนการดำเนินงานไปยังผู้ปฏิบัติงานเพื่อ ดำเนินงานตามแผน ซึ่งจากกระบวนการทำงานที่โดดเด่นของฝ่ายบริหารจัดการ น้ำสูญเสีย ส่งผลทำให้ 3 4
20 อย่างน้อย กปน. จะไม่หลุดการสำรวจและเปลี่ยน ท่อเสื่อมสภาพเส้นใดเส้นหนึ่งไป กล่าวคือ จะไม่เกิด เหตุการณ์ที่ว่าลืมเปลี่ยนท่อที่ควรเปลี่ยน เมื่อก่อนเคยเปลี่ยนท่อปีละ 200-300 กิโลเมตร ทุก ครั้งที่จะทำ 1 เมตร User ต้องคิดว่าจะปรับปรุง เปลี่ยนท่อระยะ 1 เมตรนี้ที่ไหนดี ท่อบริเวณใดที่ แตกบ่อย ๆ จากความจำประสบการณ์ที่ผ่านมาก่อน จากนั้นจึงไปเลือกเส้นทางจากระบบ GIS เพื่อมา การเขียนแบบ (Drawings) ต่อไป 1 2
21 7. ความท้าทายในการบริหารจัดการน้ำสูญเสีย ความท้าทายในการบริหารจัดการน้ำสูญเสีย สรุปเป็น ประเด็นหลัก ๆ ได้ดังนี้ การสร้างความตระหนักและความเข้าใจให้แก่ ผู้ปฏิบัติงาน ทำให้ผู้รับผิดชอบแต่ละเขตได้ตระหนักว่าปัญหา ในพื้นที่ที่รับผิดชอบนั้นอยู่ตรงไหนบ้างด้วย กระบวนการที่ฝ่ายบริหารจัดการน้ำสูญเสียได้ กำหนดและได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดเลือก เส้นทางปรับปรุงท่อเพื่อการลดน้ำสูญเสียด้วย Pipe Asset Management ให้กับผู้ปฏิบัติงาน หรือ User ที่อยู่ที่เขต ซึ่งปัจจุบันก็ได้ตระหนักและ รับรู้ปัญหาอย่างกระจ่างแจ้งเรียบร้อยแล้ว ยกตัวอย่างเช่น “งานบริหารจัดการน้ำสูญเสียระยะทาง 40 กิโลเมตรเช่นเดิม จากเดิมที่จะต้องระลึกความ ทรงจำและคิดก่อนว่าจะทำพื้นที่ไหน ก็เปลี่ยนเป็น การเปิดดูข ้ อ มูลจ า กร ะ บบ GIS จากนั้ น การคัดเลือกและกำหนดเส้นทางปรับปรุงท่อเพื่อ ก า ร ล ด น ้ ำ ส ู ญ เ ส ี ย ด ้ ว ย Pipe Asset Management ได้จนครบ 40 กิโลเมตรภายใน 1
22 ระยะเวลาเพียง 2 วันนับจากวันที่ได้รับมอบหมาย งาน ทำให้สามารถมอบหมายงานให้ผู้สำรวจ (Survey Man) ออกไปสำรวจเส้นทางตามที่ คัดเลือกไว้ได้อย่างรวดเร็ว หลังจากสำรวจพื้นที่ เสร็จก็กลับมาดำเนินการเขียนแบบ (Drawings) ซึ่งการแก้ไขปัญหาด้วยการใช้ข้อมูลจากระบบ GIS มาใช้ในการคัดเลือกและกำหนดเส้นทางปรับปรุง ท่อเพื่อการลดน้ำสูญเสียสามารถช่วยย่น ระยะเวลาจากการคิด วิเคราะห์ จนไปถึง กระบวนการที่ก่อสร้างได้จริงได้เร็วขึ้น” การวัดประสิทธิผล (Productive) ของการ บริหารจัดการน้ำสูญเสียหลังจาก Implement ระบบ โดยในปี2560 ซึ่งเป็นปีที่เริ่ม Implement เต็มระบบเป็นครั้งแรกซึ่งยังทำการเปลี่ยนท่อได้ยัง ไม่ทัน ปี2560 เปลี่ยนท่อได้ประมาณ 270 กิโลเมตร และต่อมาในปี2561 ดำเนินการเปลี่ยน ท่อได้เพิ่มขึ้น โดยเปลี่ยนท่อได้ประมาณ 300 กว่า กิโลเมตร ซึ่งมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อย ๆ ปี2562 เปลี่ยนท่อได้ประมาณ 780 กว่ากิโลเมตร และใน ปี2563 มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนท่อได้ถึง 1,000 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นไปตามแผนการดำเนินงาน ที่กำหนดไว้ ถ้าหาก กปน. ไม่มีข้อมูลจากระบบ 2