30
3.2) จำนวนสถานศึกษาที่มีความร่วมมือกับต่างประเทศด้านการวิจัย
และพัฒนาที่เก่ยี วขอ้ งกับการสรา้ งเสรมิ คณุ ภาพชีวติ ทีเ่ ป็นมิตรกบั สิง่ แวดลอ้ มเพม่ิ ข้ึน
3.3) จำนวนฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง
ภูมิอากาศในสาขาตา่ ง ๆ เพิ่มขึน้
1.4.5.2 แนวทางการพัฒนา
1) ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม
จริยธรรมและนำแนวคดิ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งส่กู ารปฏิบัตใิ นการดำเนนิ ชีวติ
2) ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และสื่อ
การเรยี นรูต้ า่ ง ๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับการสร้างเสรมิ คุณภาพชวี ิตท่เี ปน็ มติ รกบั สิ่งแวดลอ้ ม
3) พัฒนาองคค์ วามรู้ งานวิจยั และนวตั กรรม ดา้ นการสร้างเสริมคุณภาพ
ชีวติ ที่เป็นมติ รกับส่งิ แวดลอ้ ม
1.4.6 การพฒั นาประสทิ ธภิ าพของระบบบริหารจัดการศึกษา
1.4.6.1 เปา้ หมายและตวั ชวี้ ดั
1) โครงสร้าง บทบาท และระบบการบริหารจัดการศกึ ษา มีความคล่องตัว
ชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้
ตัวชี้วดั
1.1) มีการปรับปรุงโครงสร้างและระบบบริหารราชการส่วนกลาง ส่วน
ภูมิภาค และสถานศึกษาให้มีเอกภาพ สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และการบริหารจัดการตามหลัก
ธรรมาภบิ าล
1.2) มีการปรับปรุง แก้ไขและบังคับใช้กฎหมาย กฎ ระเบียบที่
เกี่ยวข้องกับการปรับบทบาทและภารกิจของรัฐ ความเป็นอิสระและความรับผิดรับชอบของสถานศึกษา
และการระดมทนุ และร่วมสนับสนนุ การจัดการศกึ ษา
1.3) มีกลไกในการรายงานและตรวจสอบผลการดำเนินงานของ
สถานศึกษาทร่ี องรับการกระจายอำนาจในการบรหิ ารจดั การศกึ ษา
2) ระบบการบริหารจดั การศึกษามีประสิทธิภาพและประสทิ ธิผล ส่งผลต่อ
คุณภาพและมาตรฐานการศกึ ษา
ตัวช้ีวัด
2.1) ร้อยละของสถานศึกษาขนาดเล็ก/สถานศึกษาที่ต้องการความ
ชว่ ยเหลอื และพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งดว่ นทไ่ี มผ่ า่ นเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกลดลง
2.2) ร้อยละของสถานศึกษาที่มีคุณภาพตามเกณฑ์ประกันคุณภาพ
การศกึ ษาเพ่ิมข้ึน
2.3) ร้อยละของสถานศึกษาที่มีความพึงพอใจต่อระบบการประกัน
คุณภาพการศึกษาเพม่ิ ขึน้
2.4) คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ
ขัน้ พน้ื ฐาน (O-NET)ของผู้เรียนท่ีเรยี นในกลุ่มสถานศึกษาที่เขา้ สูร่ ะบบการบริหารจัดการแนวใหม่สูงขึ้น
31
2.5) ระดับความพึงพอใจของผู้ปกครองและชุมชนในการให้บริการ
การศกึ ษาของกลมุ่ สถานศกึ ษาท่ีเขา้ สรู่ ะบบการบริหารจัดการสูงข้ึน
2.6) จำนวนสถานศึกษาท่ีบรหิ ารงานตามหลกั ธรรมาภิบาลเพ่ิมขน้ึ
2.7) อัตราค่าใชจ้ ่ายด้านบุคลากรต่อนักเรยี นลดลง
3) ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความ
ตอ้ งการของประชาชนและพนื้ ที่
ตัวชี้วดั
3.1) จำนวนเครือข่ายการศึกษาที่มีศักยภาพและความพร้อมในการ
ส่งเสรมิ สนบั สนนุ การจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในพ้ืนทีเ่ พม่ิ ขนึ้
3.2) จำนวนองค์กร สมาคม มูลนิธิหรือหน่วยงานอื่นที่เข้ามาจัด
การศึกษาหรือรว่ มมอื กับสถานศกึ ษา ท้งั ของรัฐ เอกชน และองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นเพิม่ ข้ึน
3.3) จำนวนสถานประกอบการที่เข้าร่วมการจัดการศึกษากับ
สถานศึกษา สถาบนั การศึกษา จำแนกตามระดับ ประเภทการศึกษา และสาขาวชิ าเพ่ิมขน้ึ
3.4) สัดสว่ นผเู้ รียนเอกชนสงู ข้นึ เมอ่ื เทยี บกบั รัฐ
3.5) สัดส่วนการมีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาของภาคเอกชน ภาค
ประชาชนและภาคีเครือข่ายเมอ่ื เทยี บกบั รัฐ จำแนกตามระดับการศึกษาสงู ขนึ้
3.6) จำนวนมาตรการ/แนวทางการสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษา
เพ่ือสร้างแรงจูงใจในการมสี ว่ นร่วมของทกุ ภาคสว่ นในสงั คมเพ่มิ ขน้ึ
4) กฎหมายและรูปแบบการบริหารจดั การทรัพยากรทางการศึกษารองรับ
ลกั ษณะท่แี ตกต่างกนั ของผู้เรยี น สถานศึกษา และความต้องการกำลังแรงงานของประเทศ
ตวั ช้วี ดั
4.1) มีรูปแบบกองทุนเพื่อการศึกษารองรับลักษณะที่แตกต่างกันของ
ผู้เรียนความต้องการกำลงั แรงงาน และสภาพปัญหาทแี่ ทจ้ ริงของประเทศ
4.2) มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ และระบบการจัดสรรเงินเพื่อการศึกษา
ที่เอื้อและสนองตอบคุณลักษณะที่แตกต่างกันของผู้เรียน ความต้องการกำลังแรงงาน และสภาพปัญหาท่ี
แท้จรงิ ของประเทศ
4.3) มีรูปแบบ/แนวทาง กลไกการจัดสรรงบประมาณผ่านด้านอุปสงค์
และอุปทานในสัดส่วนที่เหมาะสม ตามลักษณะที่แตกต่างกันของผู้เรียน ความต้องการกำลังแรงงานและ
สภาพปญั หาทแี่ ท้จริงของประเทศ
4.4) ร้อยละของสถานศึกษาที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ
ทเี่ หมาะสมตามลักษณะท่แี ตกตา่ งกันของสถานศึกษาเพ่ิมขนึ้
4.5) ร้อยละของสถานศึกษาที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อการ
ผลติ กำลงั แรงงานตามความต้องการกำลงั คนของประเทศ จำแนกตามระดับการศกึ ษาเพ่ิมข้นึ
32
4.6) ร้อยละของผู้เรียนที่เข้ารับการศึกษาผ่านการจัดสรรงบประมาณ
ในรูปแบบทีเ่ หมาะสมตามคุณลกั ษณะท่ีแตกตา่ งกันของผูเ้ รียน อาทริ ายได้ครัวเรือน (ผู้เรียนทั่วไป/ผู้เรียน
ยากจน) สภาพร่างกาย (ผู้เรียนทั่วไป/ผู้เรียนพิการเรียนร่วม) ความสามารถ (ผู้เรียนทั่วไป/ผู้เรียนที่มี
ความสามารถพเิ ศษ) เพิ่มขึ้น
4.7) ร้อยละของผู้เรียนที่เข้ารับการศึกษา ผ่านการจัดสรรงบประมาณ
ตามความต้องการกำลงั คนของประเทศเพมิ่ ขน้ึ
4.8) สัดส่วนงบประมาณตามประเด็น (Agenda) สูงขึ้น เมื่อเทียบกับ
งบประมาณตามภารกจิ (Function)
4.9) มีรูปแบบวิธีการจัดสรรเงินอุดหนุนการศึกษาเอกชนที่สะท้อน
คณุ ภาพและประสิทธภิ าพการจดั การศึกษา
4.10) จำนวนสถานศึกษาที่มีระบบบัญชีที่สามารถรายงานการเงินท่ี
เป็นปัจจุบันและตรวจสอบได้เพิ่มขน้ึ
4.11) จำนวนสถานศึกษาที่มีระบบบัญชีที่เป็นไปตามมาตรฐานการ
บญั ชีภาครฐั เพมิ่ ข้ึน
5) ระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษามี
ความเปน็ ธรรม สรา้ งขวญั กำลงั ใจ และส่งเสรมิ ให้ปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ยา่ งเต็มตามศกั ยภาพ
ตวั ชว้ี ัด
5.1) มรี ะบบการสรรหาและแต่งต้งั ผู้บริหารสถานศึกษาตามหลักเกณฑ์
ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์การจัดการเรียนการสอน การบริหารการศึกษา และความสำเร็จใน
วิชาชพี
5.2) รอ้ ยละของสถานศึกษาที่มีครูเพยี งพอต่อการจัดการเรียนการสอน
เพ่มิ ขึน้
5.3) ร้อยละของครู/ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน/ผู้ประกอบการท่ี
ปฏบิ ตั งิ านสนับสนนุ การเรียนการสอนเพิม่ ขน้ึ
5.4) จำนวนสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร เสี่ยงภัย พื้นท่ี
พเิ ศษ ทจี่ ัดอยูใ่ นมาตรการจงู ใจมรี ะบบเงินเดอื น คา่ ตอบแทนที่สูงกว่าระบบปกตเิ พิ่มขึน้
5.5) ร้อยละของครูอาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงาน
ตรงกบั ความรู้ความสามารถเพ่มิ ขึน้
5.6) ร้อยละของครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณวุฒิ
การศกึ ษา/การฝึกอบรมเพิม่ ขน้ึ
5.7) ร้อยละของสถานศึกษาที่มีบุคลากรทางการศึกษาทำหน้าที่
ปฏบิ ตั งิ านสนับสนนุ การเรียนการสอนเพ่มิ ขึ้น
33
5.8) จำนวนผบู้ รหิ ารสถานศึกษา ครู และบคุ ลากรทางการศึกษาท่ีผ่าน
การประเมินทักษะ ความรู้ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐานตำแหน่งและวิทย
ฐานะเพิ่มขึน้
5.9) จำนวนครูทีม่ ีคณุ สมบัติและสมรรถนะตามมาตรฐานตำแหนง่ เพ่ือ
การพัฒนาและเตรียมเข้าส่กู ารเป็นครแู กนนำ และครมู ืออาชพี เพิ่มขน้ึ
1.4.6.2 แนวทางการพัฒนา
1) ปรับปรุงโครงสรา้ งการบรหิ ารจัดการศกึ ษา
2) เพิ่มประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารจัดการสถานศกึ ษา
3) สง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ มของทุกภาคส่วนในการจดั การศึกษา
4) ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับระบบการเงินเพื่อการศึกษาที่ส่งผลต่อ
คุณภาพและประสทิ ธิภาพการจดั การศกึ ษา
5) พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากร
ทางการศึกษา
2. แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ
ฉบับที่สิบสอง (พ.ศ. 2560 – 2564) และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579
ปัจจุบันประเทศไทยมีการจัดระดับของแผนตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2560
ที่เห็นชอบการจำแนกแผนเป็น 3 ระดับ แผนระดับที่ 1 ได้แก่ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนระดับที่ 2
ประกอบด้วย 4 แผน ได้แก่ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนความมั่นคง แผนระดับที่ 3 เป็นแผนสนับสนุนการดำเนินงานของ
แผนระดับที่ 1 และ แผนระดับที่ 2 สู่การปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ หรือจัดทำขึ้นตามที่
กฎหมายกำหนด หรือจัดทำขึ้นตามพันธกรณีหรอื อนุสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งจะกล่าวถึงแผนระดับที่ 2
บางแผนและแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2560-2579 ดงั น้ี
2.1 แผนแม่บทภายใต้ยทุ ธศาสตรช์ าติ
ตามพระราชบัญญัตกิ ารจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 10 บัญญัติว่า 1) เมื่อมี
พระบรมราชโองการประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติแล้วให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแต่ละด้าน
จัดทำแผนแม่บทเพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติเสนอคณะกรรมการพิจารณา
ให้ความเห็นชอบก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี 3) แผนแม่บทที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบและประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้มีผลผูกพันธ์หน่วยงานของรัฐที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น รวมท้ัง
การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปตี ้องสอดคล้องกับแผนแม่บทด้วย โดยแผนแมบ่ ทภายใต้ยุทธศาสตร์
ชาติ ประกอบดว้ ย 6 ด้าน 37 ประเด็น (ขอ้ มูล ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2561) ดงั นี้
2.1.1 ด้านความมนั่ คง
2.1.1.1 การรักษาความสงบภายในประเทศ
2.1.1.2 การป้องกันและแก้ไขปัญหาทม่ี ผี ลกระทบต่อความม่ันคง
34
2.1.1.3 การพัฒนาศักยภาพของประเทศให้พร้อมเผชิญภัยคุกคามที่กระทบต่อความ
มั่นคงของชาติ
2.1.1.4 การบูรณาการความร่วมมือด้านความมั่นคงกับอาเซียนและนานาชาติ
รวมถึงองคก์ รภาครัฐและมใิ ชภ้ าครฐั
2.1.1.5 การพฒั นากลไกการบรหิ ารจัดการความม่ันคงแบบองค์รวม
2.1.2 ดา้ นการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
2.1.2.1 การเกษตรสรา้ งมลู คา่
2.1.2.2 อตุ สาหกรรมและบรกิ ารแหง่ อนาคต
2.1.2.3 สร้างความหลากหลายดา้ นการทอ่ งเท่ยี ว
2.1.2.4 โครงสรา้ งพนื้ ฐาน เช่อื มไทย เชื่อมโยง
2.1.2.5 พัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานผ้ปู ระกอบการยคุ ใหม่
2.1.3 ด้านการพฒั นาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
2.1.3.1 การปรับเปลย่ี นคา่ นยิ มและวัฒนธรรม
2.1.3.2 การพฒั นาศกั ยภาพคนตลอดช่วงชีวติ
2.1.3.3 ปฏริ ปู การเรียนร้ทู ่ีตอบสนองต่อการเปลยี่ นแปลงในศตวรรษท่ี 21
2.1.3.4 การตระหนกั ถึงพหุปัญหาของมนุษย์ท่ีหลากหลาย
2.1.3.5 การเสรมิ สรา้ งให้คนไทยมสี ุขภาวะทีด่ ี
2.1.3.6 การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ
ทรัพยากรมนษุ ย์
2.1.3.7 การเสริมสร้างศกั ยภาพการกฬี าในการสร้างมลู ค่าทางสงั คมและพฒั นา
ประเทศ
2.1.4 ด้านการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม
2.1.4.1 การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก
2.1.4.2 การปฏริ ปู ระบบภาษแี ละการคมุ้ ครองผบู้ ริโภค
2.1.4.3 การสร้างหลักประกันสังคม (รวมประเด็นแรงงาน การศึกษา และ
สาธารณสขุ )
2.1.4.4 เรือ่ งกระบวนการยตุ ิธรรม
2.1.4.5 การกระจายศูนยก์ ลางความเจรญิ ทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี
2.1.4.6 การเสริมสร้างพลังทางสังคม
2.1.4.7 การเพิ่มขดี ความสามารถของชุมชนท้องถ่ินในการพฒั นาตนเองและจัดการ
ตนเอง
2.1.5 ด้านการสร้างเติบโตบนคณุ ภาพชวี ติ ทเี่ ป็นมิตรต่อสงิ่ แวดลอ้ ม
2.1.5.1 สร้างการเติบโตอยา่ งยงั่ ยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขยี ว
2.1.5.2 สรา้ งการเติบโตอยา่ งย่งั ยนื บนสงั คมเศรษฐกจิ ภาคทะเล
2.1.5.3 สร้างการเติบโตอย่างยั่งยนื บนสังคมท่เี ป็นมติ รตอ่ สภาพภูมิอากาศ
2.1.5.4 พฒั นาพ้นื ที่เมอื ง ชนบท เกษตรกรรมและอตุ สาหกรรมเชิงนเิ วศ ม่งุ เนน้
35
ความเปน็ เมืองทีเ่ ติบโตอย่างย่งั ยืน
2.1.5.5 พัฒนาความมัน่ คงทางน้ำ พลงั งาน และเกษตรท่ีเปน็ มิตรต่อสิ่งแวดล้อม
2.1.5.6 ยกระดับกระบวนทัศนเ์ พื่อกำหนดอนาคตประเทศ
2.1.6 ดา้ นการปรับสมดลุ และพฒั นาระบบการบรหิ ารจัดการภาครัฐ
2.1.6.1 การพัฒนาระบบบรกิ ารประชาชน
2.1.6.2 การปรบั สมดลุ ภาครัฐ
2.1.6.3 การพฒั นาระบบบรหิ ารงานภาครัฐ
2.1.6.4 การพฒั นาบคุ ลากรภาครัฐ
2.1.6.5 การต่อต้านการทจุ ริตประพฤตมิ ชิ อบ
2.1.6.6 การแก้ไขกฎหมาย
2.1.6.7 การปรับปรุงกระบวนการยุตธิ รรม
2.2 แผนการปฏริ ูปประเทศ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 กำหนดให้รัฐจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เพ่ือ
เปน็ เป้าหมายระยะยาวในการพฒั นาประเทศ ประกอบกับมาตรา 257 และมาตรา 259 กำหนดให้ทำการ
ปฏิรูปประเทศเพื่อวางรากฐานการพัฒนาไปสู่ประเทศที่มีความสามัคคีปรองดอง มีการพัฒนาอย่างยั่งยนื
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีความสมดุล ประชาชนในสังคมมีโอกาสทัดเทียมกันและ
มีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยจะต้องดำเนินการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องในช่วงห้าปีข้างหน้า เพื่อให้
บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนการปฏิรูปแต่ละด้าน คือ 1) ด้านการเมือง 2) ด้านการบริหารราชการ
แผน่ ดนิ 3) ด้านกฎหมาย 4) ด้านกระบวนการยุติธรรม 5) ดา้ นเศรษฐกจิ 6) ดา้ นทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม 7) ด้านสาธารณสุข 8) ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ 9) ด้านสังคม 10) ด้าน
พลังงาน 11) ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ
ภารกิจของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 7 ด้าน ดังน้ี
2.2.1 แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการเมือง
การธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุขที่มีความมั่นคง มีความชอบธรรม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่
ประเทศชาติ บ้านเมืองและประชาชน สร้างการมีส่วนร่วม รู้จักยอมรับความเห็นที่แตกต่างกัน พรรค
การเมืองดำเนินกิจกรรมโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้และพัฒนาเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และรับผิดชอบต่อประชาชนในการ
ปฏบิ ัตหิ นา้ ทข่ี องตน และสร้างใหเ้ กิดการแกไ้ ขปญั หาความขัดแย้งทางการเมืองโดยสนั ติวิธี โดยมเี ปา้ หมาย
และประเดน็ การปฏริ ูปที่เกย่ี วข้องกับสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดงั น้ี
เป้าหมายที่ 1 ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมในการดำเนนิ กิจกรรมทางการเมือง
36
รวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ รู้จักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกต่างกนั
และให้ประชาชนใช้สทิ ธิเลือกตง้ั และออกเสียงประชามตโิ ดยอสิ ระปราศจากการครอบงำไม่ว่าดว้ ยทางใด
ประเด็นปฏิรูปที่ 1 การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของ
ประชาชนในระบอบประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
พันธกิจที่ 1 การให้การศึกษาและเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองการ
ปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ ของพลเมือง
กลยุทธ์ที่ 1 การให้การศึกษาและเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองการ
ปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุขของพลเมือง
กลยุทธ์ท่ี 2 จัดใหม้ ีการให้ความรู้ทางด้านการเมืองการปกครอง (Political
Education) วฒั นธรรมทางการเมอื งในระบอบประชาธิปไตยฯ
2.2.2 แผนการปฏิรูปประเทศด้านการบรหิ ารราชการแผน่ ดิน
ม่งุ สร้าง “ภาครฐั ของประชาชนเพื่อประชาชน” บนหลักธรรมาภบิ าลเพื่อให้ภาครัฐ
ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน (Public Trust) โดยมีเป้าหมายและประเด็นการปฏิรูป
ท่เี ก่ียวขอ้ งกับสำนักงานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร ดงั นี้
เป้าหมายท่ี 1 จดั องค์กรภาครัฐให้เปดิ กวา้ งและเชอื่ มโยงขอ้ มลู กันด้วยระบบดิจทิ ัล
ประเด็นปฏริ ูปท่ี 2 : ระบบข้อมูลภาครฐั มีมาตรฐาน ทันสมัย และเชื่อมโยงกัน ก้าว
สรู่ ัฐบาลดิจิทลั
กลยทุ ธท์ ี่ 2 นำระบบดิจทิ ัลมาใช้ในการปฏิบัติงาน และการบรหิ ารราชการ
แผนงานที่ 1 การพัฒนาหรือนำระบบดิจิทัลมาใช้ปฏิบัติงานและการบริหาร
ราชการ
- พัฒนาหรือนำระบบดิจิทัลเพื่อรองรับทำงานตามภารกิจเฉพาะของ
หน่วยงาน
- พัฒนาหรือนำระบบดิจิทัลเพื่อรองรับงานพื้นฐานของหน่วยงานเช่น
งานสารบรรณ งานแผนและงบประมาณ งานพัสดุ งานบรหิ ารบคุ คล เปน็ ตน้
กลยุทธ์ที่ 3 บูรณาการข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐเพื่อการบริหารราชการ
แผ่นดิน
แผนงานที่ 1 การปรับปรุงพัฒนา การจัดทำ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
ดิจิทัลของหน่วยงานภาครฐั
กจิ กรรม
- จัดทำชุดข้อมูลสำคัญของหน่วยงานให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลที่เป็นไปตาม
มาตรฐานที่กำหนด
- เชื่อมโยงข้อมูลสำคัญของต้นเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลกลางภาครัฐเพื่อให้
ผู้บริหารระดบั สงู สามารถนำไปใช้ในการตดั สนิ ใจและการบรหิ ารราชการแผ่นดินได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
37
เป้าหมายที่ 2 จัดโครงสร้างองค์กรให้เพรียว กะทัดรัดแต่ แข็งแรง เพื่อให้ สามารถ
บรู ณาการความรว่ มมอื ของทุกภาคส่วน ในการทำงานเพือ่ ประชาชน โดยยดึ พน้ื ท่เี ปน็ หลัก
ประเด็นการปฏิรูปที่ 3 โครงสร้างภาครัฐกะทัดรัด ปรับตัวได้เร็วและระบบงานมี
ผลสมั ฤทธิ์สงู
กลยุทธ์ที่ 1 ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและระบบบริหารงานของรัฐ และ
ลด/ละลายความเป็นนติ ิบคุ คลของกรม
แผนงานท่ี 1 การดำเนนิ การจัดทำแผนปฏริ ปู องคก์ าร
กิจกรรม การดำเนนิ การจัดทำแผนปฏิรปู องคก์ าร
แผนงานที่ 2 การปฏริ ปู ระบบราชการ (Government Reform)
กิจกรรม การปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการภาครัฐ (Service
Reform)
เป้าหมายท่ี 3 จดั ระบบบรหิ ารและบรกิ ารประชาชนให้เปน็ ดิจทิ ัล เพ่ือความโปร่งใส
ทนั สมยั ปรบั ตวั ได้รวดเรว็ และเปดิ โอกาสให้ประชาชนไดม้ ีส่วนร่วมในการดำเนินงานไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ประเด็นปฏริ ูปที่ 2 : ระบบข้อมูลภาครัฐมีมาตรฐาน ทันสมัย และเชื่อมโยงกัน ก้าว
สรู่ ฐั บาลดจิ ิทลั
กลยุทธ์ที่ 2 นำระบบดิจิทัลมาใช้ในการปฏิบัติงานและการบริหารราชการ
การบูรณาการและยกระดบั โครงสรา้ งพนื้ ฐานรฐั บาลดจิ ิทลั
แผนงานที่ 1 การพัฒนาหรือนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการปฏิบัติงานและการ
บริหารราชการ
กิจกรรม พัฒนาหรือนำระบบดิจิทัลเพื่อรองรับงานพื้นฐานของ
หนว่ ยงาน
เป้าหมายท่ี 4 จัดระบบบุคลากรภาครฐั ให้มีมาตรฐานกลาง เพอ่ื สรรหา และรักษา
ไว้ซึ่งกำลังคนที่มีคุณภาพสูง มีคุณธรรม และจริยธรรมในการทำงานอย่างมืออาชีพ เป็นที่ไว้วางใจของ
ประชาชน
กลยุทธ์ที่ 3 บูรณาการข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐเพื่อการบริหารราชการ
แผ่นดนิ
แผนงานที่ 3 สนับสนุนให้นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการบริหารราชการ
แผ่นดิน การบรกิ ารประชาชน และการมีส่วนรว่ มของภาคประชาชน
กิจกรรม พัฒนาสมรรถนะบุคลากรภาครัฐในด้านการบริหารจัดการ
ขอ้ มูลการวิเคราะหแ์ ละนำเสนอขอ้ มลู และการใช้ประโยชน์ร่วมกัน
2.2.3 แผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย
กฎหมายเป็นเครือ่ งมือสนับสนนุ การเพิ่มความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ
ให้ทันต่อการพัฒนาตามกระแสโลกาภิวัตน์ เป็นธรรม และขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยมีเป้าหมาย
และประเดน็ การปฏิรปู ที่เก่ียวข้องกับสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร ดงั น้ี
38
เป้าหมายที่ 1 มีกลไกให้การออกกฎหมายเป็นกฎหมายท่ีดีและเท่าที่จำเป็น
รวมทั้ง มีกลไกในการทบทวนกฎหมายท่ีมผี ลบังคับแล้วเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการ ตามมาตรา 77 ของ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย
ประเด็นการปฏิรูปที่ 1 มีกลไกให้การออกกฎหมายเป็นกฎหมายที่ดีและเท่าที่
จำเป็น รวมทั้งมีกลไกในการทบทวนกฎหมาย ที่มีผลบังคับแล้วเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการ ตามมาตรา
77 ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย
กิจกรรม จัดทำกฎหมายเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดทำร่าง
กฎหมาย การกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการตรวจสอบความจำเป็นในการตรากฎหมาย การรับฟังความ
คดิ เห็นของผู้เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ผลกระทบทีอ่ าจเกิดข้ึนจากกฎหมาย เพ่อื เปน็ หลักเกณฑป์ ระกอบการ
จัดทำร่างกฎหมายรวมทงั้ กำหนดหลักเกณฑ์การประเมนิ ผลสัมฤทธิข์ องกฎหมายทีม่ ผี ลใชบ้ ังคับแล้ว
2.2.4 แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมได้รบั การรกั ษา ฟื้นฟูให้สมบรู ณแ์ ละยัง่ ยืนเปน็
รากฐานในการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มีการใช้ประโยชน์
ทรัพยากรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสังคม เกิดความสมดุลระหว่างการคุ้มครองรักษาและการใช้
ประโยชน์อย่างยั่งยืน รวมทั้งมีระบบการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพบนพื้นฐานการมีส่วน
ร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายและประเด็นการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานปลัดกระทรวง
ศึกษาธิการ ดงั น้ี
เป้าหมายที่ 1 ระบบบริหารจัดการมลพิษที่แหล่งกำเนิดมีประสิทธิภาพส่งผลต่อ
คุณภาพสงิ่ แวดล้อมและคณุ ภาพชวี ติ ทด่ี สี ำหรับประชาชน
ประเด็นการปฏิรูปที่ 1 เสริมสร้างระบบบริหารจัดการมลพิษที่แหล่งกำเนิดให้มี
ประสทิ ธิภาพ
กิจกรรมที่ 2 ให้ความรู้และทักษะกับชุมชนและโรงเรียนในการคัดแยกขยะ
แต่ละประเภท รวมทั้งผนวกความร้เู ร่ืองการคดั แยกขยะเข้าไปในหลักสูตรการเรยี นการสอน
2.2.5 แผนการปฏิรูปประเทศด้านสอื่ สารมวลชน เทคโนโลยสี ารสนเทศ
การสร้างดุลยภาพระหว่างเสรีภาพของการทำหน้าที่ของสื่อบนความรับผิดชอบ
กับการกำกับที่มีความชอบธรรม และการใช้พื้นที่ดิจิทัลเพื่อการสื่อสารอย่างมีจรรยาบรรณ ดำรงรักษา
เสรีภาพของการแสดงออก การรับรู้ของประชาชน ด้วยความเชื่อว่าเสรีภาพของการสื่อสาร คือ เสรีภาพ
ของประชาชนตามแนวทางของประชาธิปไตย สื่อเป็นโรงเรียนของสังคม ในการให้ความรู้แก่ประชาชน
ปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติ และปลูกฝังทัศนคติที่ดี โดยมีเป้าหมายและประเด็นการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกับ
สำนักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ ดงั น้ี
เป้าหมาย
1. การมุ่งเน้นการสร้างดุลยภาพระหว่างเสรีภาพของการทำหน้าที่ของสื่อบนความ
รับผิดชอบกับการกำกับที่มีความชอบธรรม และการใช้พื้นที่ดิจิทัลเพื่อการสื่อสารอย่างมีจรรยาบรรณ
39
ดำรงรักษาเสรีภาพของการแสดงออก การรับรู้ของประชาชน ด้วยความเชื่อว่าเสรีภาพของการสื่อสาร
คอื เสรีภาพของประชาชนตามแนวทางของประชาธิปไตย
2. สื่อเป็นโรงเรียนของสังคม ในการให้ความรู้แกป่ ระชาชน ปลูกฝังวฒั นธรรม
ของชาติ และปลูกฝงั ทศั นคติทีด่ ี
ประเด็นการปฏริ ูปท่ี 1 การปฏิรปู การรเู้ ทา่ ทนั สื่อของประชาชน
กิจกรรม การจัดสัมมนาเรื่อง “การรู้เท่าทันสื่อ” ในโรงเรียนและใน
มหาวิทยาลัยและในสถานท่ีสาธารณะสำหรับกลุม่ เป้าหมายที่อยู่นอกสถานศกึ ษาในกรุงเทพมหานครและ
ตา่ งจังหวัดอย่างต่อเนอื่ ง
2.2.6 แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นสังคม
คนไทยมีหลักประกันทางรายได้ในวัยเกษียณที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างมี
คุณภาพและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่การมีจิตสาธารณะเพิ่มขึ้น สังคมไทยเป็นสังคมแห่งโอกาส
และไม่แบ่งแยก ภาครัฐมีข้อมูลและสารสนเทศด้านสังคมที่บูรณาการทุกหน่วยงานและเปิดโอกาสให้
ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และให้ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง โดยสามารถบริหารจัดการชุมชนได้ด้วย
ตนเอง โดยมเี ป้าหมายและประเด็นการปฏิรูปที่เกยี่ วขอ้ งกบั สำนกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ ดงั น้ี
เป้าหมาย คนไทยมีการปรบั เปลยี่ นพฤติกรรมไปสู่การมีจิตสาธารณะเพมิ่ ขึน้
ประเด็นการปฏิรูปท่ี 5 การมีสว่ นร่วม การเรียนรู้ การรับรูแ้ ละการส่งเสริมกิจกรรมทาง
สังคม
กจิ กรรมท่ี 2 สรา้ งพลังแผ่นดนิ
2.2.7 แผนการปฏิรปู ประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจรติ และประพฤติมิชอบ
ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับการทุจริต มีมาตรการควบคุมการบริหารจัดการของ
หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และยกระดับการบังคับใช้มาตรการทางวินัยและกฎหมายต่อเจ้าพนักงาน
ของรฐั โดยมเี ปา้ หมายและประเดน็ การปฏิรูปทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้
เป้าหมาย ประเทศไทยมีระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption
Perceptions Index : CPI) อยใู่ น 20 อันดบั แรกของโลกในปี 2579
ประเดน็ การปฏิรูปท่ี 1 ด้านการป้องกันและเฝ้าระวัง
กลยุทธ์ที่ 1 เร่งสร้างการรับรู้และจิตสำนึกของประชาชนในการต่อต้านการ
ทุจรติ ประพฤตมิ ชิ อบ โดยความร่วมมอื ระหว่างภาครฐั ภาคเอกชน และภาคประชาสงั คม
กิจกรรมที่ 1.9 สร้างทัศนคติ ความรู้และปลูกฝังเยาวชนในสถานศึกษาทกุ
ระดบั ให้รังเกยี จการทุจรติ และตระหนักถึงโทษภัยของการทุจริตคอร์รัปชั่นตอ่ ประเทศชาติ
ประเด็นการปฏริ ูปที่ 2 ด้านการปอ้ งปราม
กลยุทธ์ที่ 2 ให้หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ หรือ
ผู้บังคับบัญชา มีมาตรการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ
ประพฤตมิ ิชอบและเป็นตัวอย่างในการบริหารงานดว้ ยความซื่อตรงและรับผิดชอบ กรณีปล่อยปละละเลย
ไม่ดำเนนิ การให้ถอื เป็นความผิดวนิ ัยหรอื ความผดิ อาญา
40
กิจกรรมที่ 2.2 ปลุกจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีคุณธรรมความซื่อตรง
(Integrity) โดยเน้นความซื่อตรงต่อหน้าที่ (ซื่อสัตย์สุจริตตามเป้าหมายอย่างดีที่สุด) และซื่อตรงต่อ
ประชาชน
กลยุทธ์ที่ 3 เสริมสร้างหน่วยงานตรวจสอบภายในใหเ้ ป็นกลไกอิสระและมีการ
เฝา้ ระวังการทจุ รติ ในหน่วยงาน
กิจกรรมที่ 3.3 วางระบบการประเมินความเสี่ยงต่อการทุจริตประพฤติมิ
ชอบในส่วนราชการเป็นประจำทุกปี และรายงานผลการปฏบิ ัติต่อผู้บังคับบัญชาเหนือตนตามระยะเวลาท่ี
กำหนด
กลยุทธ์ที่ 4 ทำให้การให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเรื่องทีน่ ่ารังเกียจไม่พงึ
กระทำ
กิจกรรมที่ 4.3 พัฒนาแนวทางการกำหนดมาตรการควบคุมภายในท่ี
เหมาะสมเพื่อใช้ในองค์กรภาครัฐและเอกชนในการป้องกันการให้สินบนและการเรียกรับสินบนของ
เจ้าหนา้ ท่ขี องรัฐในทกุ รปู แบบ
2.3 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับท่สี ิบสอง (พ.ศ. 2560 – 2564)
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้จัดทำแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564 สำหรับใช้เปน็ แผนพัฒนาประเทศไทยในระยะ
5 ปี ซึ่งเป็นการแปลงยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเตรียมความพร้อม
และวางรากฐานในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วย
การพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซ่งึ การพัฒนาประเทศในระยะของแผนพฒั นาเศรษฐกิจและ
สังคมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564) มหี ลกั การทส่ี ำคัญ คือ
2.3.1 ยึด “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”เพื่อให้เกิดบูรณาการการพัฒนาในทุกมิติ
อยา่ งสมเหตสุ มผล มีความพอประมาณ และมรี ะบบภมู คิ ุ้มกันและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี ซึ่งเป็น
เงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาคน มีความเป็นคนที่สมบูรณ์ สังคมไทย
เป็นสังคมคุณภาพ มีที่ยืนและเปิดโอกาสให้กับทุกคนในสังคมได้ดำเนินชีวิตที่ดีมีความสุข และอยู่ร่วมกัน
อยา่ งสมานฉันท์
2.3.2 ยึด “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา”มุ่งสร้างคุณภาพชีวิต และสุขภาวะที่ดี สำหรับ
คนไทย พัฒนาคนให้มีความเป็นคนที่สมบูรณ์ มีวินัย ใฝ่รู้ มีความรู้ มีทักษะ มีความคิดสร้างส รรค์
มที ศั นคตทิ ดี่ ี รับผิดชอบตอ่ สังคม มจี ริยธรรมและคุณธรรม พัฒนาคนทุกช่วงวัยและเตรียมความพร้อมเข้า
สู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ รวมถึงการสร้างคนให้ใช้ประโยชน์และอยู่กับส่ิงแวดล้อมอย่างเกื้อกูล
อนรุ ักษ์ ฟื้นฟูใช้ประโยชนท์ รพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ มอยา่ งเหมาะสม
2.3.3 ยึด “วิสยั ทัศน์ภายใต้ยุทธศาสตรช์ าติ ระยะ 20 ปี” มาเป็นกรอบของวสิ ยั ทัศน์ประเทศ
ไทยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง
ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเป็นคติพจน์
ประจำชาตวิ า่ “มัน่ คง มง่ั ค่ัง ยั่งยนื ”
41
2.3.4 ยึด “เป้าหมายอนาคตประเทศไทย ปี 2579” ที่เป็นเป้าหมายในยุทธศาสตร์ชาติ
ระยะ 20 ปี มาเป็นกรอบในการกำหนดเป้าหมายที่จะบรรลุใน 5 ปีแรกและเป้าหมายในระดับย่อยลงมา
ควบคู่กบั กรอบเปา้ หมายทยี่ ัง่ ยนื (SDGs)
2.3.5 ยึด “หลักการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดความเหลื่อมล้าและขับเคลื่อนการ
เจริญเตบิ โต จากการเพิม่ ผลติ ภาพการผลติ บนฐานของการใชภ้ ูมิปัญญาและนวัตกรรม”
2.3.6 ยึด “หลักการนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างจริงจังใน 5 ปีที่ต่อยอดไปสู่
ผลสัมฤทธิ์ท่ีเปน็ เปา้ หมายระยะยาว”
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพื่อวางรากฐานให้คนไทยเป็นคนที่สมบูรณ์ มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบวินัย
ค่านิยมที่ดี มีจิตสาธารณะ และมีความสุข โดยมีสุขภาวะและสุขภาพที่ดี ครอบครัวอบอุ่น ตลอดจนเป็น
คนเก่งที่มที กั ษะความรคู้ วามสามารถและพฒั นาตนเองได้ต่อเน่ืองตลอดชีวิต
2. เพื่อให้คนไทยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ได้รับความเป็นธรรมใน
การเข้าถึงทรัพยากรและบริการทางสังคมทมี่ ีคุณภาพ ผู้ดอ้ ยโอกาสไดร้ ับการพัฒนาศักยภาพ รวมท้ังชุมชนมีความ
เข้มแขง็ พ่ึงพาตนเองได้
3. เพื่อใหเ้ ศรษฐกิจเขม้ แข็ง แข่งขันได้ มีเสถียรภาพ และมีความยัง่ ยืน สร้างความ
เข้มแข็งของฐานการผลิตและบริการเดิมและขยายฐานใหม่โดยการใช้นวัตกรรมที่เข้มข้นมากขึ้น สร้าง
ความเข้มแขง็ ของเศรษฐกจิ ฐานราก และสร้างความมนั่ คงทางพลงั งาน อาหาร และน้ำ
4. เพื่อรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้สามารถ
สนบั สนุน การเตบิ โตทเ่ี ปน็ มติ รกบั สิง่ แวดลอ้ มและการมีคุณภาพชีวิตทดี่ ีของประชาชน
5. เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ทันสมัย และมีการ
ทำงานเชิงบูรณาการของภาคีการพัฒนา
6. เพื่อให้มีการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคโดยการพัฒนาภาคและเมืองเพ่ือ
รองรับ การพัฒนายกระดับฐานการผลิตและบริการเดมิ และขยายฐานการผลิตและบริการใหม่
7. เพือ่ ผลักดนั ใหป้ ระเทศไทยมีความเชื่อมโยง (Connectivity) กับประเทศต่าง ๆ
ทั้งในระดับอนุภูมิภาค ภูมิภาค และนานาชาติได้อย่างสมบรู ณ์และมีประสิทธภิ าพ รวมทั้งให้ประเทศไทย
มีบทบาทนำและสร้างสรรค์ในด้านการค้า การบริการ และการลงทุนภายใต้กรอบความร่วมมือต่าง ๆ ท้ัง
ในระดบั อนุภูมภิ าค ภมู ภิ าค และโลก
เป้าหมายรวม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ได้กำหนดเป้าหมายรวมการ
พัฒนาของแผนพฒั นาฯ ฉบับที่ 12 ประกอบดว้ ย
1. คนไทยมีคุณลักษณะเป็นคนไทยที่สมบูรณ์ มีวินัย มีทัศนคติและพฤติกรรม
ตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม มีความเป็นพลเมืองต่ืนรู้ มีความสามารถในการปรับตัวได้อย่างรู้เท่าทัน
สถานการณ์มีความรับผิดชอบและทำประโยชน์ต่อส่วนรวม มีสุขภาพกายและใจท่ีดี มีความเจริญงอกงาม
ทางจติ วญิ ญาณมีวิถชี ีวิตทพ่ี อเพียง และมคี วามเป็นไทย
42
2. ความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้และความยากจนลดลง เศรษฐกิจฐานราก
มคี วามเข้มแข็งประชาชนทุกคนมีโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร การประกอบอาชีพ และบริการทางสังคม
ทม่ี ีคุณภาพอย่างทัว่ ถึงและเปน็ ธรรม
3. ระบบเศรษฐกิจมีความเข้มแข็งและแข่งขันได้ โครงสร้างเศรษฐกิจปรับสู่
เศรษฐกิจฐานบรกิ ารและดจิ ิทัล มผี ปู้ ระกอบการรุ่นใหม่และเปน็ สังคมผปู้ ระกอบการ ผูป้ ระกอบการขนาด
กลางและขนาดเล็กท่ีเข้มแขง็ สามารถใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยดี ิจิทัลในการสร้างสรรค์คุณค่าสินค้าและ
บริการมีระบบการผลิตและให้บริการจากฐานรายได้เดิมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น และมีการลงทุนในการผลิต
และบริการฐานความรู้ชั้นสูงใหม่ๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมทั้งกระจายฐานการผลิตและ
การใหบ้ รกิ ารสภู่ ูมภิ าคเพ่ือลดความเหล่ือมล้ำ โดยเศรษฐกจิ ไทยมเี สถยี รภาพ
4. ทุนทางธรรมชาติและคุณภาพสิ่งแวดล้อมสามารถสนับสนุนการเติบโต
ทเ่ี ป็นมติ รกับส่งิ แวดลอ้ ม มีความมน่ั คงทางอาหาร พลังงาน และน้ำ
2.4 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 เป็นแผนที่วางกรอบเป้าหมายและทิศทางการ
จัดการศึกษาของประเทศ โดยมุ่งจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาค
ในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ พัฒนาคนให้มีสมรรถนะ
ในการทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ แนวคิดการจัด
การศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ยึดหลักสำคัญในการจัดการศึกษาประกอบด้วย หลักการจัดการศึกษา
เพื่อปวงชน (Education for All) หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียม และทั่วถึง (Inclusive Education)
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) และหลักการมีส่วนร่วมของสังคม (All For
Education) อีกทั้งยึดตามเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน (Sustainable Development Goals : SDGs
2030) ประเด็นภายในประเทศ (Local Issues) อาทิ คุณภาพของคนช่วงวัย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง
ประชากรของประเทศ ความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ และวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม โดยนำ
ยทุ ธศาสตรช์ าติมาเป็นกรอบความคดิ สำคญั ในการจัดทำแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ โดยมีสาระสำคญั ดงั น้ี
วิสัยทัศน์ : คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิต
อย่างเป็นสขุ สอดคล้องกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษท่ี 21
วตั ถุประสงค์
1. เพือ่ พัฒนาระบบและกระบวนการจดั การศึกษาท่ีมีคณุ ภาพและมปี ระสิทธิภาพ
2. เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะที่
สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
และยทุ ธศาสตร์ชาติ
3. เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรม จริยธรรม รู้รัก
สามคั คี และรว่ มมือผนกึ กำลังมุง่ สกู่ ารพฒั นาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
43
4. เพื่อนำประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อม
ลำ้ ภายในประเทศลดลง
3. นโยบาย
นโยบายเปน็ แนวทางปฏิบตั ิของรัฐบาลทมี่ ุ่งเน้นสร้างผลประโยชน์ให้กับประชาชนเปน็ หลัก เพื่อ
ตอบสนองความต้องการของประชาชน และพัฒนาชีวิตประชาชนให้ดียิ่งขึ้น โดยนโยบายแบ่งออกเป็น
หลายประเภทด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเภทนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป ตามความเหมาะสม ส่วนการนำไปใช้
บริหารประเทศนั้นก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลแต่ละชุดว่าจะกำหนดและปฏิบัติตามนโยบายแบบไหน เพ่ือ
ตอบสนองความต้องการของ ประชาชนมากที่สุด โดยจะกล่าวถึงนโยบายรัฐบาล นโยบายของ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและนโยบายและจุดเน้นการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
ปีงบประมาณ 2562 ในสมัยการบริหารประเทศของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
ดังตอ่ ไปนี้
3.1 นโยบายรัฐบาล
นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557
โดยได้กำหนดนโยบายไว้ 11 ด้าน โดยมีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของสำนักงานปลัดกระทรวง
ศึกษาธิการ 9 นโยบาย ดังน้ี15
3.1.1 การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็น
องค์ประกอบสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยรัฐบาล จึงถือเป็นหน้าที่สำคัญยิ่งยวดในอันที่จะ
เชิดชูสถาบันนี้ไว้ด้วยความจงรักภักดี และปกป้องรักษาพระบรมเดชานุภาพ เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ
ทถ่ี ูกตอ้ งและเป็นจริงเกยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์และพระราชกรณยี กิจเพ่ือประชาชน ทง้ั จะสนับสนุน
โครงการทั้งหลายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่สถานศึกษา ตลอดจนหน่วยงาน
ทงั้ หลายของรัฐเรียนรู้เข้าใจหลักการทรงงาน สามารถนำหลักดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการและ
การพฒั นา ตลอดจนเร่งขยายผลตามโครงการและแบบอยา่ งทท่ี รงวางรากฐานไวใ้ หแ้ พร่หลาย
3.1.2 การรักษาความมั่นคงของรัฐและการต่างประเทศ โดยเร่งแก้ไขปัญหาการใช้ ความ
รุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนำยุทธศาสตร์เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา มาใช้ตามแนวทาง
กัลยาณมิตรแบบสันติวิธี ส่งเสริมการพูดคุย สันติสุขกบั ผู้มีความคิดเห็นต่างจากรัฐ สร้างความเชือ่ มั่น ใน
กระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ ควบคู่กับการพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ซึ่งเป็นพหุสังคม ขจัดการฉวย
โอกาสกอ่ ความรุนแรงแทรกซ้อนเพื่อซ้ำเติมปัญหาไมว่ ่าจากผู้มีอทิ ธิพลในท้องถิน่ หรอื เจา้ หน้าที่ฝ่ายบ้านเมือง
ทั้งจะเพิ่มระดับปฏิสัมพันธ์กับต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศที่อาจช่วยคลี่คลายปัญหาได้
รวมทั้ง เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศ เช่น การคุ้มครองดูแลคนไทยและผลประโยชน์ของคน
ไทยในต่างแดนการแลกเปลี่ยนทางการศึกษา วัฒนธรรม การค้า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการเปิดโลก
ทศั น์ใหม้ ลี กั ษณะสากล เปน็ ตน้
15 นโยบายรฐั บาล (พลเอก ประยุทธ์ จนั ทร์โอชา นายกรัฐมนตรี)
44
3.1.2.1 ในระยะเร่งด่วน รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อม
สู่ประชาคมการเมือง และความมั่นคงอาเซียนในกิจการ 5 ด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการชายแดน การสร้างความ
มั่นคงทางทะเล การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การสร้างความไว้วางใจกับประเทศเพื่อนบ้าน และ
การเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพในการปฏิบัติการทางทหารร่วมกันของอาเซียน โดยเน้นความร่วมมือเพ่ือป้องกัน แก้ไข
ข้อพิพาทต่าง ๆ และการแก้ไขปัญหาเส้นเขตแดนโดยใช้กลไก ทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี ทั้งจะจัด
ระเบียบการพัฒนาตามกรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น และการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนทั้งทางบกและ
ทางทะเล รองรบั การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามแนวชายแดน โดยใช้ระบบเฝ้าตรวจท่ีมีเทคโนโลยีทันสมัย
กำหนดให้ปัญหายาเสพติด การค้าอาวุธ การค้ามนุษย์ การกระทำอันเป็นโจรสลัด การก่อการร้ายสากล
และอาชญากรรมข้ามชาติเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องได้รับการป้องกันและแก้ไขโดยการบังคับใช้
กฎหมายที่เข้มงวด และจัดการปัญหาอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงต่อเนื่องให้เบ็ดเสร็จ เช่น ปัญหาสถานะและสิทธิ
ของบุคคล การปรับปรงุ ระบบ การเขา้ เมือง การจดั ระเบยี บแรงงานต่างดา้ ว เป็นตน้
3.1.2.2 เร่งแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนำ
ยุทธศาสตร์เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนามาใช้ตามแนวทางกัลยาณมิตรแบบสันติวิธี ส่งเสริมการพูดคุย สันติ
สุขกับผู้มีความคิดเห็นต่างจากรัฐ สร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติธรรมและหลัก
สิทธมิ นุษยชนโดยไมเ่ ลือกปฏบิ ัติ ควบคู่กบั การพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมท่ีสอดคล้องกับความตอ้ งการของ
ประชาชนในพื้นที่ซึ่งเป็นพหุสังคม ขจัดการฉวยโอกาสก่อความรุนแรงแทรกซ้อน เพื่อซ้ำเติมปัญหาไม่ว่า
จากผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ ฝ่ายบ้านเมือง ทั้งจะเพิ่มระดับปฏิสัมพันธ์กับต่างประเทศ และ
องคก์ ารระหวา่ งประเทศที่อาจชว่ ยคล่คี ลายปัญหาได้
3.1.2.3 เสรมิ สรา้ งความสัมพันธ์อันดกี ับนานาประเทศบนหลักการทว่ี ่านโยบายการ
ต่างประเทศเป็นส่วนประกอบสำคัญของนโยบายองค์รวมทั้งหมดในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ว่าใน
ด้านการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม โดยจะนำกลไกทางการทูตแบบบูรณาการมาใช้ให้เกิดประโยชนส์ ูงสดุ
แก่ประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การคุ้มครองดูแลคนไทยและผลประโยชน์ของคนไทย
ในตา่ งแดน การแลกเปล่ียนทางการศึกษา วัฒนธรรม การคา้ การพฒั นาทรัพยากรมนุษย์ และการเปิดโลก
ทัศนใ์ หม้ ลี กั ษณะสากล เปน็ ตน้
3.1.3 การลดความเหล่ือมลำ้ ของสังคม และการสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ
3.1.3.1 ในระยะเฉพาะหน้าจะเร่งสร้างโอกาสอาชีพและการมีรายได้ที่มั่นคงแก่ผู้ท่ี
เข้าสู่ตลาดแรงงาน รวมทั้งสตรี ผู้ด้อยโอกาสและแรงงานข้ามชาติที่ถูกกฎหมาย พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพ
แรงงาน โดยให้แรงงานทั้งระบบมีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้และพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานในทุกระดับ
อย่างมีมาตรฐาน ทั้งจะเชื่อมโยงข้อมูลและการดำเนินการระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชน เพื่อให้ตรง
กับความต้องการของพื้นที่และของประเทศโดยรวม นอกจากนี้จะส่งเสริมให้แรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบที่ถูก
กฎหมายมากข้ึน
3.1.3.2 เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการมีงาน
หรือกิจกรรมที่เหมาะสม เพื่อสร้างสรรค์และไม่ก่อภาระต่อสังคม ในอนาคตโดยจัดเตรียมระบบการดูแล
45
ในบ้าน สถานพักฟื้น และโรงพยาบาล ที่เป็นความร่วมมือของภาครัฐภาคเอกชน ชุมชน และครอบครัว รวมทั้ง
พฒั นาระบบการเงินการคลงั สำหรบั การดูแลผู้สูงอายุ
3.1.3.3 เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมที่มีความหลากหลาย เนื่องจากการเข้าสู่ประชาคม
อาเซียน โดยสร้างความเข้มแข็งและความพร้อมแก่แรงงานไทยและร่วมพัฒนาระบบความคุ้มครองทางสังคมของ
แรงงานอาเซยี น
3.1.3.4 จัดระเบียบสงั คม สร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลให้แก่
เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนทั่วไป โดยใช้ค่านิยมหลัก 12 ประการ ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบ
แหง่ ชาติที่ไดป้ ระกาศไว้แลว้
3.1.4 การศกึ ษาและเรยี นรู้ การทะนบุ ำรุงศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรม
3.1.4.1 การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ โดยให้ความสำคัญทั้งการศึกษาในระบบ
และการศึกษาทางเลือกไปพร้อมกัน เพื่อสร้างคุณภาพของคนไทยให้สามารถเรียนรู้ พัฒนาตนได้เต็มตาม
ศักยภาพ ประกอบอาชีพและดำรงชีวิตได้โดยมีความใฝ่รู้และทักษะที่เหมาะสม เป็นคนดีมีคุณธรรม สร้าง
เสริมคุณภาพการเรียนรู้ โดยเน้นการเรียนรู้เพื่อสร้างสัมมาชีพในพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนา
กำลังคนใหเ้ ป็นที่ต้องการเหมาะสมกบั พนื้ ท่ี ทั้งในดา้ นการเกษตร อุตสาหกรรม และธุรกิจบรกิ าร
3.1.4.2 ในระยะเฉพาะหน้า จะปรับเปลี่ยนการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน
การศึกษา ใหส้ อดคล้องกบั ความจำเป็นของผู้เรยี นและลักษณะพ้ืนทขี่ องสถานศกึ ษา และปรับปรงุ และบูรณาการ
ระบบการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสแก่ผู้ยากจนหรือด้อยโอกาส จัดระบบ
การสนับสนุนให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปมีสทิ ธเิ ลือกรับบรกิ ารการศึกษา ทั้งในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน
โดยจะพิจารณาจดั ให้มคี ูปองการศึกษาเป็นแนวทางหน่งึ
3.1.4.3 ให้องค์กรภาคประชาสังคม ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ
ประชาชนทั่วไปมีโอกาสร่วมจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ทั่วถึง และร่วมในการปฏิรูปการศึกษา การเรียนรู้ กระจาย
อำนาจการบรหิ ารจดั การศึกษาสู่สถานศึกษา เขตพื้นทีก่ ารศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามศักยภาพ
และความพรอ้ ม โดยให้สถานศึกษาสามารถเปน็ นติ ิบุคคล และบริหารจัดการได้อย่างอสิ ระและคล่องตัวขึน้
3.1.4.4 พัฒนาคนทุกช่วงวัยโดยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้มีความรู้และ
ทักษะใหม่ที่สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายตามแนวโน้มการจ้างงานในอนาคต ปรับกระบวนการ
เรียนรู้และหลักสูตรให้เชื่อมโยงกับภูมิสังคม โดยบูรณาการความรู้และคุณธรรมเข้าด้วยกันเพื่อให้เอื้อต่อการ
พัฒนาผู้เรียน ทั้งในด้านความรู้ ทักษะ การใฝ่เรียนรู้ การแก้ปัญหา การรับฟังความเห็นผู้อื่น มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม และความเป็นพลเมอื งดี โดยเน้นความรว่ มมือระหวา่ งผ้เู กี่ยวข้องทั้งในและนอกโรงเรียน
3.1.4.5 พฒั นาระบบการผลติ และพัฒนาครูที่มีคุณภาพและมีจติ วญิ ญาณของความเป็นครู
เน้นครูผู้สอนให้มีวุฒิตรงตามวิชาที่สอน นำเทคโนโลยีสารสนเทศและเครื่องมือที่เหมาะสมมาใช้ในการ
เรียนการสอน เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยครูหรือเพ่ือการเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น การเรียนทางไกล การเรียนโดย
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น รวมทั้งปรับระบบการประเมินสมรรถนะที่สะท้อนประสิทธิภาพการจัดการ
เรียนการสอนและการพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียนเป็นสำคัญ
46
3.1.5 การเพม่ิ ศกั ยภาพทางเศรษฐกจิ ของประเทศ
3.1.5.1 ชักจูงให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย โดยพิจารณา
มาตรการ ลดผลกระทบจากการประกาศใช้กฎอัยการศึกในบางพื้นที่ที่มีต่อการท่องเที่ยวในโอกาสแรก
ที่จะทำได้ และสร้างสิ่งจูงใจและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกื้อกูลต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว ส่งเสริมการ
ท่องเที่ยวที่ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวอันมีลักษณะโดดเด่นร่วมกันหรือจัดเป็นกลุ่มได้ เช่น กลุ่มธรรมชาติ
ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสุขภาพ เช่น น้ำพุร้อนธรรมชาติ ทั้งจะให้เชื่อมโยง
กับผลิตภัณฑ์ท่ีพัฒนาจากวิถชี ีวิตชุมชน รวมทั้งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในประเทศท้ังที่เป็นแหล่งท่องเทีย่ ว
เดมิ และแหลง่ ท่องเทย่ี วใหม่ โดยเน้นการให้ความรู้และเพม่ิ มาตรฐานความปลอดภัยในชวี ิต และทรัพย์สิน
การควบคุมสนิ ค้าและบริการให้มีคุณภาพ ราคาเป็นธรรม ตลอดจนการอำนวยความสะดวก ในดา้ นต่าง ๆ
แกน่ ักท่องเท่ียว
3.1.5.2 ดา้ นอตุ สาหกรรม ส่งเสรมิ การพัฒนาอุตสาหกรรมท่ีสอดคล้องกับศักยภาพ
พื้นฐานของประเทศ เช่น ส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดย
การพัฒนาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริม
การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อาหารไทยบนฐานความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และ
ภูมิปัญญา ส่งเสริมการวิจัยเกษตรแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และแก้ไขปัญหาที่สำคัญของ
ประเทศ เป็นต้น ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้การออกแบบและ
สร้างสรรค์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อปรับกระบวนการผลิตสู่ระบบ
อัตโนมตั ิ และก่ึงอัตโนมตั ิ
3.1.5.3 ส่งเสริมภาคเศรษฐกิจดิจิทัลและวางรากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล ให้เริ่ม
ขับเคลื่อนได้อย่างจริงจังซึ่งจะทำให้ทุกภาคเศรษฐกิจก้าวหน้าไปได้ทันโลกและส ามารถแข่งขันในโลก
สมัยใหมไ่ ด้ ซงึ่ หมายรวมถงึ การผลิตและการค้าผลติ ภัณฑ์ดจิ ิทัลโดยตรงท้ังผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ ผลิตภัณฑ์
ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์สื่อสารดิจิทัล อุปกรณ์โทรคมนาคมดิจิทัลและการใช้ดิจิทัลรองรับการให้บริการของ
ภาคธรุ กิจการเงนิ และธุรกิจบริการอ่นื ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคส่ือสารและบันเทิง ตลอดจนการใช้ดิจิทัล
รองรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและการพัฒนา เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ปรับปรุงบทบาทและภารกิจของ
หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงให้ดูแลและผลักดันงานสำคัญของประเทศชาติในเรื่องนี้และจะจัดให้มี
คณะกรรมการระดบั ชาติ เพือ่ ขับเคลื่อนอยา่ งจรงิ จัง
3.1.6 การส่งเสรมิ บทบาทและการใช้โอกาสในประชาคมอาเซยี น
3.1.6.1 พัฒนาแรงงานของภาคอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ท้ังแรงงานวชิ าชีพ แรงงานมีทกั ษะ และแรงงานไมม่ ีทักษะ โดยการเรง่ รัดและขยายผลการใช้ระบบคุณวุฒิ
วิชาชีพให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยคำนงึ ถงึ ความเป็นเอกภาพกับระบบมาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐาน
วิชาชีพ ใน 8 กลุ่มที่มีข้อตกลงการเปิดเสรีในอาเซียนควบคู่ไปกับการวางแผนด้านการผลิตให้เพียงพอ
การยกระดับฝีมือแรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น การส่งเสริม
การพัฒนาระบบ การทดสอบมาตรฐานฝีมอื แรงงานเพ่ือใชใ้ นการประเมินคา่ จ้างแรงงาน
47
3.1.7 การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา
และนวัตกรรม
3.1.7.1 เร่งเสริมสร้างสังคมนวัตกรรม โดยส่งเสริมระบบการเรียนการสอน
ที่เชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ การผลิตกำลังคนในสาขา
ที่ขาดแคลน การเชื่อมโยงระหว่างการเรียนรู้กับการทำงาน การให้บุคลากรด้านการวิจัยของภาครัฐ
สามารถไปทำงานในภาคเอกชน และการให้อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมมชี ่องทางได้เทคโนโลยี
โดยความร่วมมอื จากหน่วยงานและสถานศึกษาภาครัฐ
3.1.8 การรักษาความม่นั คงของฐานทรัพยากร และการสร้างสมดลุ ระหว่างการอนุรักษ์กับ
การใช้ประโยชนอ์ ย่างยงั่ ยนื
3.1.8.1 เร่งรัดการควบคุมมลพิษทั้งทางอากาศ ขยะ และน้ำเสีย ที่เกิดจากการผลิต และ
บริโภค เพื่อสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ประชาชน โดยให้ความสำคัญในการเร่งรัดแก้ไขปัญหาการ
จัดการขยะเป็นลำดับแรก ส่งเสริมให้เกิดกลไกการคัดแยกขยะเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ให้มากที่สุดเร่งกำจัดขยะ
มูลฝอยตกค้างสะสมในสถานที่กำจัดขยะในพ้ืนที่วิกฤติซึ่งจะใช้ท่ีดินของรัฐเป็นหลักในพื้นทีใ่ ดทีส่ ามารถจัดการ
ขยะมูลฝอยโดยการแปรรูปเป็นพลังงาน กจ็ ะสนับสนุนให้ดำเนินการ สว่ นขยะอตุ สาหกรรมน้ัน จะวางระเบียบ
มาตรการการบรหิ ารจัดการเปน็ พเิ ศษ โดยกำหนดใหท้ ้ิงในบ่อขยะอตุ สาหกรรมทสี่ รา้ งขึ้นอยา่ งถูกต้องตาม
มาตรฐานและให้แยกเป็นสัดส่วนจากบ่อขยะชุมชน สำหรับขยะของเสียอันตราย ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และ
ขยะติดเชื้อจะพัฒนาระบบกำกับติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังไม่ให้มีการลักลอบทิ้ง รวมทั้งจัดการสารเคมี
โดยลดความเสีย่ งและอันตรายที่เกิดจากการรั่วไหล และการเกิดอุบัติเหตุให้ความสำคัญในการจัดการอยา่ ง
ครบวงจรและใช้มาตรการทางกฎหมายและการบงั คบั ใชก้ ฎหมายอย่างเดด็ ขาด
3.1.9 การส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล และการป้องกัน ปราบปราม
การทุจริต และประพฤตมิ ชิ อบในภาครัฐ
3.1.9.1 ปรับปรุงระบบราชการในด้านองค์กรหรือหน่วยงานภาครัฐทั้งในระดับ
ประเทศ ภูมิภาค และท้องถิ่น ทบทวนการจัดโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่ซ้ำซ้อนหรือ
ลักลั่นกันหรือมีเส้นทางการปฏิบัติงานที่ยืดยาว ปรับปรุงวิธีปฏิบัติราชการให้ทันสมัย โดยนำเทคโนโลยี
มาใช้ แก้ไขกฎระเบียบให้โปร่งใส ชัดเจน สามารถบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจน
จัดระบบอัตรากำลังและปรับปรุงค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐให้เหมาะสมและเป็นธรรม ยึดหลักการ
บริหารกิจการบ้านเมืองทีด่ ี การบริหารจัดการภาครฐั แบบใหมก่ ารตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน
ในฐานะที่เป็นศูนย์กลาง และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นวางใจในระบบ
ราชการลดต้นทุนดำเนินการของภาคธุรกิจเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับนานาประเทศ และการรักษา
บุคลากรภาครัฐท่ีมีประสิทธภิ าพไว้ในระบบราชการ โดยจะดำเนินการตัง้ แต่ระยะเฉพาะหนา้ ไปตามลำดับ
ความจำเป็น และตามที่กฎหมายเอ้ือใหส้ ามารถดำเนินการได้
3.1.9.2 ใช้มาตรการทางกฎหมาย การปลูกฝังค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม และ
จิตสำนึกในการรักษาศักดิศ์ รขี องความเป็นข้าราชการและความซื่อสตั ย์สุจริต ควบคู่กับการบริหารจัดการ
ภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
48
ทุกระดับอย่างเคร่งครัด ยกเลิก หรือแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น สร้างภาระแก่
ประชาชนเกินควร หรือเปดิ ชอ่ งโอกาสการทุจรติ เช่น ระเบียบการจัดซ้ือ จดั จ้าง การอนุญาต อนุมัติ และ
การขอรับบริการจากรัฐ ซึ่งมีขั้นตอนยืดยาวใช้เวลานาน ซ้ำซ้อน และเสียค่าใช้จ่ายทั้งของภาครัฐและ
ประชาชน
3.1.9.3 ปรับปรุงและจัดให้มีกฎหมายเพื่อให้ครอบคลุมการป้องกันและปราบปราม
การทุจริตประพฤติมิชอบ และการมีผลประโยชน์ทับซ้อนในภาครัฐทุกระดับ โดยถือว่าเรื่องนี้เป็นวาระ
สำคัญเร่งด่วนแห่งชาติและเป็นเรื่องที่ต้องแทรกอยู่ในการปฏิรูปทุกด้านทั้งจะเร่งรัดการดำเนินการต่อ
ผู้กระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในด้านวินัยและคดี รวมทั้งให้ผู้ใช้บริการมีโอกาสประเมินระดับ
ความน่าเชื่อถือของหน่วยงานของรัฐ และเปิดเผยผลการประเมินต่อประชาชน ทั้งจะนำกรณีศึกษาที่เคย
เป็นปัญหา เช่น การจัดซื้อจัดจา้ ง การร่วมทนุ การใช้จ่ายเงินภาครัฐ การปฏิบตั ิหรือละเว้นการปฏบิ ัติโดย
มิชอบ การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ การมีผลประโยชน์ขัดแย้งหรือทับซ้อน ซึ่งได้มีคำวินิจฉัยขององค์กร
ต่าง ๆ เป็นบรรทัดฐานแล้วมาเป็นบทเรียนให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และประมวลเป็นกฎระเบียบ
หรอื ค่มู ือในการปฏบิ ัติราชการ
3.2 นโยบายของรฐั มนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธกิ าร
นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์)
มีสาระสำคญั ดังน้ี
3.2.1 น้อมนำแนวพระราชดำริ สืบสานพระราชปณิธานและพระบรมราโชบายด้าน
การศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร มาขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาให้เกิดเป็นรูปธรรม เพราะ
พระราชปณิธานของพระองค์ท่าน ถือเป็นพรอันสูงสุด และมอบเป็นนโยบาย เพื่อเป็นแนวทางในการ
ปฏบิ ัติงานแกห่ น่วยงานในสังกดั
3.2.2 การดำเนินการตามแผนยทุ ธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี
กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี
(พ.ศ. 2561 -2580) ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วย
การพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฯ โดยยึดยุทธศาสตร์ชาติ
เป็นจุดเนน้ ดา้ นการศกึ ษาท่จี ะดำเนินการ 6 ด้าน คอื
3.2.2.1 ความมน่ั คง
3.2.2.2 การสร้างความสามารถในการแข่งขนั
3.2.2.3 การพฒั นาและเสริมสรา้ งศักยภาพคน
3.2.2.4 การสร้างโอกาสความเสมอภาคและความเทา่ เทียมกนั ทางสงั คม
3.2.2.5 การสรา้ งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ทเ่ี ปน็ มติ รต่อสงิ่ แวดลอ้ ม
3.2.2.6 การปรบั สมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจดั การภาครฐั
3.2.3 จุดเน้นสำคัญ นโยบาย แนวทางหลักการดำเนินงานและโครงการสำคัญของ
กระทรวงศึกษาธิการ
49
นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบ
จุดเน้นเชิงนโยบาย แนวทางการดำเนินงาน และโครงการสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการโดยยึดกรอบ
ยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน เป็นหลักในการดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ดงั นี้
3.2.3.1 ดา้ นความมั่นคง
แนวทางหลัก
1) พฒั นาหลักสูตร กระบวนการเรยี นการสอน
1.1) การเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลัก น้อมนำพระราชปณิธาน
และพระราชกระแสดา้ นการศึกษา พฒั นาหลกั สูตร การเรียนการสอนวชิ าที่มีเน้อื หาเก่ียวกบั ประวัติศาสตร์
และสถาบันพระมหากษัตริย์
1.2) พัฒนากระบวนการเรียนการสอน เพื่อความปรองดองและสมานฉันท์
เชน่ กจิ กรรมเพือ่ นช่วยเพ่ือน
2) การบรหิ ารจดั การ
2.1) การศึกษาจังหวดั ชายแดนภาคใต้และพืน้ ท่ีชายขอบ/ชายแดน
2.2) ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา
3.2.3.2 ดา้ นการผลติ พฒั นากำลงั คนและสร้างความสามารถในการแขง่ ขนั
แนวทางทางหลัก : ผลิต พัฒนากำลังคนและงานวิจัยที่สอดคล้องกับการพัฒนา
ประเทศ
1) การยกระดับมาตรฐาน พฒั นาหลกั สูตร ส่อื และครูดา้ นภาษา
1.1) ยกระดับวิชาภาษาอังกฤษรองรับ Thailand 4.0 ในสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษา โดยจัดทำ Echo English Vocational ซึ่งเป็น Application ภาษาอังกฤษ สำหรับ
นักเรียนอาชีวศึกษา และการอบรมโดย Boot Camp ตลอดจนพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของประชาชน
ในรูปแบบตา่ ง ๆ อาทิ หลกั สตู รภาษาองั กฤษระยะส้ัน Application และสือ่ ต่าง ๆ ทีห่ ลากหลาย
1.2) พัฒนาวิชาภาษาจีน โดยหลักการเดียวกับวิชาภาษาอังกฤษ โดย
ปี 2560 จะดำเนินการเป็นกลุม่ เลก็ โดยการสนบั สนุนของสถานทตู สาธารณรัฐประชาชนจนี
1.3) ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education)
เพอื่ แก้ปัญหาขาดแคลนบคุ ลากรสายวทิ ยาศาสตรข์ องประเทศ
1.4) พัฒนาโรงเรียนวิทยาศาสตร์ ห้องเรียนหลักสูตรพิเศษเพื่อเสริมสร้าง
ศกั ยภาพการแข่งขนั
2) ผลิตกำลังคนรองรับ New S-Curve โดยสานพลังประชารัฐด้านการศึกษา
และจัดการศึกษาทวิภาคีอีกรูปแบบหนึ่ง โดยใช้สถานการณ์จริงจากสถานประกอบการและชุมชน “ปรับ
โรงงาน เป็นโรงเรียน” โดยมุ่งเน้นให้นักเรียน นักศึกษาได้ฝึกทักษะฝีมอื ควบคู่กับการฝกึ ทักษะการทำงาน
รว่ มกบั ผ้อู นื่ เพ่ือใหม้ สี มรรถนะท่เี ป็นไปตามความตอ้ งการของสถานประกอบการ
50
3) ปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอน เร่งรัดการพัฒนาอาจารย์ เพื่อผลิต
นวตั กรรมและเทคโนโลยีรองรับอตุ สาหกรรมเป้าหมาย 10 อุตสาหกรรมใหม่
3.2.3.3 ดา้ นการพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศักยภาพคน
แนวทางหลกั
1) การพัฒนาหลักสตู ร กระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมนิ ผล
1.1) การจัดการศกึ ษาเดก็ ปฐมวยั
1.1.1) กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบดูเด็กระดับชั้นอนุบาล 1 ถึง
ระดับชั้นอนุบาล 3 (เด็กอายุ 3 - 5 ปี) และจัดทำมาตรฐานผู้เรียน ครู สถานศึกษาและผู้บริหารเพ่ือ
ประกันคุณภาพให้แกเ่ ด็กปฐมวัยทกุ สังกดั
1.1.2) หน่วยงานอนื่ อาทิ กระทรวงมหาดไทย รบั ผดิ ชอบดูแลเด็ก
ของศูนยพ์ ฒั นาเด็กเล็ก
1.2) การสง่ เสริม ปลกู ฝงั คุณธรรม จริยธรรม
1.2.1) เรื่องคุณธรรม จริยธรรมเน้นการพัฒนาคุณลักษณะที่
พึงประสงค์ในเด็ก เยาวชน และต่อยอดการสร้างความดี ซึ่งโมเดลการสร้างความดีมีหลายทางทั้ง
กระบวนการลูกเสอื -เนตรนารี รวมท้ังรูปแบบโรงเรียนคณุ ธรรม โรงเรยี นวิถพี ทุ ธ และโครงการยวุ ทูตความดี
1.2.2) รณรงค์ใหเ้ ดก็ “เกลยี ดการโกง ความไมซ่ ือ่ สัตย”์
1.3) การพัฒนา ปรบั ปรงุ หลกั สตู ร การเรียนการสอน
1.3.1) หลักสูตรมีความยืดหยุ่น ชุมชนท้องถิ่นสามารถออกแบบ
หลักสตู รเองได้
1.3.2) ปรบั ปรุงหลกั สูตร โดยเพิ่ม 3 วชิ า ซง่ึ อยใู่ นกรอบเดิม
ได้แก่ วชิ าภูมศิ าสตร์ ICT และ Design and Technology โดยวิชา ICT และ Design and Technology เป็น
การสนับสนุน ช่วยเหลือจากประเทศองั กฤษและประเทศสหรฐั อเมริกา
1.3.3) แก้ไขปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เน้นกิจกรรมการอ่าน
โดยเฉพาะการอา่ นใหเ้ ด็กอนุบาลฟังและการปรับปรุงห้องสมุด
1.3.4) เน้นการจัดการเรียนการสอน การคิดวิเคราะห์ตาม
รูปแบบ Active Learning ในห้องเรียนปกติและกิจกรรมเสริม โดยกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เป็น
กจิ กรรม/ วธิ ีการยอ่ ย รวมทงั้ การรองรับผลการทดสอบ PISA และ STEM Education
1.4) การวดั และประเมินผล
1.4.1) การวางแผนการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA)
เพ่ือให้ผลคะแนนสงู ขึ้น
1.4.2) การประเมินผล O - Net ในวิชาสงั คมศึกษาให้สำนกั งาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นผู้ประเมิน สำหรับวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ให้สถาบัน
ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปน็ ผูอ้ อกขอ้ สอบ
51
1.4.3) การออกข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
ดำเนินการในรูปคณะทำงานออกข้อสอบ
2) การผลิต พฒั นาครู คณาจารย์และบคุ ลากรทางการศึกษา
2.1) การสรรหาครู
2.1.1) โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น มอบให้สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นหน่วยงานหลัก
ดำเนนิ การสรรหาครู (การผลติ รูปแบบการสรรหา การบรรจุแต่งตง้ั การตดิ ตามพรอ้ มการพฒั นา)
2.1.2) เปิดโอกาสใหค้ นเกง่ มาเปน็ ครู
2.2) ปรับเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะครูให้เป็นการเชื่อมโยงกับการ
เรยี นการสอนเพื่อใหค้ รูอยใู่ นห้องเรียน
2.3) การพัฒนาครู การอบรมครู
2.3.1) หลักสูตรในการอบรมครูให้มีความเชื่อมโยงกับการได้รับ
วิทยฐานะ และการได้รับใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี ครู โดยต้องเป็นหลักสูตรทีไ่ ด้รับการอนุมัติ/เห็นชอบ
รวมท้งั การพฒั นาครูดว้ ยระบบ TEPE Online
2.3.2) หน่วยดำเนินการ ให้หน่วยงานกลางในการพัฒนาครู
คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ได้แก่ สถาบันอุดมศึกษา มหาวิทยาลัย และสถาบันพัฒนาครู
คณาจารยแ์ ละบุคลากรทางการศึกษา
3.2.3.4 ดา้ นการสรา้ งโอกาส ความเสมอภาค และการลดความเหลือ่ มล้ำทางการศกึ ษา
แนวทางหลกั : โอกาสและความเสมอภาคทางการศกึ ษา
1) สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาโดยยกระดับคุณภาพ
สถานศึกษา ที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอยา่ งเรง่ ดว่ น (ICU) รวมทั้งการดำเนินการตาม
แนวทาง No Child Left Behind คอื จัดทำข้อมูลเพ่ือส่งต่อผู้เรียน การป้องกัน การติดตามเด็กออกกลางคัน
โดยชมุ ชน ผู้ปกครองร่วมรับผดิ ชอบ และคดั กรองเด็กท่ีมีความจำเปน็ และต้องการเป็นพิเศษ
2) เพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยบูรณาการ
เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบ
เครือข่าย ด้านระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษา ด้านสื่อและองค์ความรู้ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้ใช้
เทคโนโลยีดจิ ิทัลอยา่ งสรา้ งสรรคแ์ ละรู้เทา่ ทันการเปลยี่ นแปลง
3) จัดระบบการคัดเลือกเข้าเรียนมหาวิทยาลัย (Admission) เพื่อสร้าง
ความเทา่ เทยี มในการใชส้ ิทธิเ์ ขา้ ศกึ ษาตอ่ ระดับอุดมศึกษาผ่านระบบ Clearing-House
3.2.3.5 ดา้ นการเสรมิ สรา้ งคุณภาพชวี ติ ประชาชนท่เี ปน็ มิตรกับสิง่ แวดลอ้ ม
แนวทางหลกั : พฒั นาหลักสูตร กระบวนการเรยี นการสอน
1) โครงการธนาคารขยะ โดยโรงเรียนและชุมชนร่วมคัดแยกขยะ นำ
กลับมาใช้ประโยชน์
2) การสร้างจิตสำนึกการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น โรงเรียนตาม
พระราชดำริ : ตน้ แบบการจดั การสง่ิ แวดล้อม
52
3) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยขยายผลบรรจุในหลักสูตร
ทกุ ระดับ
3.2.3.6 ดา้ นการพฒั นาระบบและการบริหารจัดการ
แนวทางหลัก : พฒั นาระบบบริหารจัดการ
1) เรอ่ื งกฎหมาย
2) ปรบั ปรงุ ระบบการบริหารงานบคุ คลของขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการ
ศึกษา
3) การจดั ตงั้ กระทรวงอุดมศึกษาทีเ่ ปน็ รปู ธรรม ชดั เจน
4) การขับเคลื่อนนโยบายระดับพื้นที่ให้สำนักงานศึกษาธิการภาคและ
สำนกั งานศึกษาธกิ ารจงั หวดั เป็นฐานในการขับเคล่ือนนโยบายเพือ่ พัฒนาคุณภาพการศกึ ษา
5) บรหิ ารจัดการโรงเรียนแม่เหล็กและโรงเรียนขนาดเล็ก
3.3 นโยบายและจุดเน้นการจดั การศกึ ษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ 256216
3.3.1 หลักการ
3.3.1.1 ประชาชนทุกกลุ่มทุกวัย ได้รับการศึกษาในระบบต่าง ๆ และการเรียนรู้
ตลอดชีวติ
3.3.1.2 เด็ก เยาวชน ผู้เรียน มีทศั นคติทถี่ ูกต้อง มีพืน้ ฐานชีวิตท่เี ข้มแขง็ (สุขภาพ
และอุปนสิ ยั )
3.3.1.3 จัดการศึกษาให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศและการ
เปลีย่ นแปลงของสังคมโลก
3.3.2 หลักการจุดเนน้ การจัดการศึกษา
ระดบั กอ่ นอนบุ าล ระดับอนุบาล ระดบั ประถมศกึ ษา/มธั ยมศึกษา ระดบั อาชวี ศกึ ษา
และระดบั อุดมศึกษา ดงั น้ี
3.3.2.1 ระดับก่อนอนบุ าล เนน้ ประสานหน่วยงานอนื่ ในการเตรยี มความพร้อม
ผู้เรียนในด้านสขุ ภาพและโภชนาการ
3.3.2.2 ระดับอนบุ าล เน้นความร่วมมือ รฐั ท้องถ่ิน เอกชน พอ่ แมแ่ ละผูป้ กครอง
ในการจดั ศึกษาระดับอนุบาล โดยมีจดุ เนน้
1) พฒั นาผู้เรียนใหม้ ีความพร้อมทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญาอารมณ์
และสังคม
2) จัดประสบการณ์การเรยี นรู้ เนน้ การเรียนปนเล่น เรียนรู้อย่างมีความสุข
และสรา้ งกิจกรรมเสริม
3.3.2.3 ระดับประถมศึกษา/มัธยมศึกษา ครูและผู้เรียนสร้างกระบวนการเรียนรู้
ร่วมกัน และจัดการเรียนรู้แบบองค์รวม จดั แหล่งเรียนร้เู พื่อพัฒนาผูเ้ รยี นให้มคี ณุ ภาพ โดยมจี ดุ เนน้
16 ธีระเกยี รติ เจริญเศรฐศลิ ป์, “นโยบายและจุดเนน้ การจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ 2562”, ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ,
2562.
.
53
1) เรยี นภาษาไทย เนน้ เพอ่ื การสื่อสาร และใชเ้ ปน็ เครอื่ งมือเพื่อเรยี นวิชา
อน่ื
2) เรียนภาษาองั กฤษ เนน้ เพ่ือการสื่อสาร
3) เรียนรู้ด้วยวิธีการ Active Learning เน้นพัฒนาทักษะกระบวนการ
คิด การเรียนรู้จากสถานการณ์จริง สถานการณ์จำลอง กิจกรรมการเรียนรู้จากปัญหาและการลงมือ
ปฏบิ ัติ สามารถเรยี นรไู้ ดท้ กุ ท่ที ุกเวลา และเรยี นร้อู ย่างมคี วามสขุ
4) เรยี นรู้ Digital และใช้ Digital เป็นเครอ่ื งมือการเรียนรู้
5) ส่งเสรมิ การเรียนวทิ ยาศาสตร์เพ่อื สรา้ งนวตั กรรม
6) จัดการเรียนรู้ทหี่ ลากหลาย ท่ีเช่ือมโยงสูอ่ าชีพและการมงี านทำ
7) พฒั นาครูตามความต้องการของครูและสถานศกึ ษา (คูปองครู)
8) จดั ให้มีโครงการ 1 ตำบล 1 โรงเรียนคณุ ภาพ
3.3.2.4 ระดับอาชีวศึกษา จดั การศึกษาเพื่อการมีงานทำใหส้ อดคล้องกับนโยบาย
รฐั บาล และความตอ้ งการของสังคม ท้งั ภาคอตุ สาหกรรม พาณชิ ยกรรม บริการ และเป็นผู้ประกอบการ
เอง โดยมจี ดุ เน้น
1) จัดการศึกษาระบบทวภิ าคี พัฒนาผเู้ รยี นใหม้ ที ักษะและความเชย่ี วชาญ
ในอาชีพเฉพาะดา้ น เรียนรจู้ ากสถานการณ์จริงและสถานการณ์จำลอง และเรยี นรจู้ ากกิจกรรม
2) เรียนภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสาร และใช้เพ่ือการประกอบอาชีพ
3) เรียนรู้ Digital และใช้ Digital เปน็ เครอ่ื งมอื การเรยี นรู้
4) จัดตั้งศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา
ในภูมิภาค
3.3.2.5 ระดับอุดมศึกษา เน้นการวิจัยและค้นหาแนวทางการพัฒนา การสร้าง
นวัตกรรมเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และมีการเชื่อมโยงองค์ความรู้ที่หลากหลายทั้งภายในประเทศและ
ต่างประเทศ เพอื่ พฒั นาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมจี ุดเนน้
1) เรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และมีทักษะภาษาในระดับสูง ใช้
เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้เพื่อสร้างองค์ความรู้ และเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงความรู้ทั้งในและ
ตา่ งประเทศ
2) เรียนรู้ Digital และใช้ Digital เป็นเครอ่ื งมือการเรียนรู้
3) ผเู้ รยี นมีศักยภาพและมีองค์ความรู้ที่หลากหลายท้ังในและต่างประเทศ
สามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ของสังคมโลก
3.3.3 การขับเคล่ือนนโยบายและจุดเน้นไปสกู่ ารปฏิบตั ิ
เพื่อเกิดผลสัมฤทธิ์ในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ สามารถตอบสนอง
เป้าหมาย เจตนารมณ์ และวัตถปุ ระสงค์ ดังน้ี
3.3.3.1 ใชก้ ระบวนการพัฒนาคุณธรรม บรู ณาการในทุกกระบวนการเรยี นรู้
3.3.3.2 สอดแทรกเรื่องความโปร่งใส ยุติธรรม และป้องกันการทุจริต ให้มีในทุก
มิติ ทงั้ การเรียนการสอน การนเิ ทศ และการบรหิ าร
54
3.3.3.3 ให้องค์กรหลักนำไปกำหนดนโยบายขององค์กรสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และ
ขบั เคลอื่ นสกู่ ารปฏิบตั ิขององค์กร
3.3.3.4 เน้นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับทุกกลุ่มบุคคล ทุกระดับ ทุก
ประเภท สู่การลดความเหลอ่ื มลำ้ ในการรับการศึกษาทีม่ ีคณุ ภาพในทุกหนว่ ยงาน
3.3.3.5 ให้ศึกษาธิการจังหวัด นำเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด จัดทำ
แผนและขบั เคลื่อนสู่การปฏบิ ัติในการจดั การศกึ ษาในแตล่ ะจงั หวัดใหเ้ ป็นรปู ธรรม
3.3.3.6 ใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงข้อมูล (Big Data) สำหรับเป็นเครื่องมือในการ
เรยี นรู้ และเคร่ืองมือในการบรหิ าร
3.3.3.7 ใหห้ น่วยงานทางการศกึ ษา จัดให้มกี ารพัฒนาหลกั สูตรใหม้ ีความเชื่อมโยง
ทั้งระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน อาชีวศกึ ษา และอดุ มศึกษา
3.3.3.8 ให้สำนกั บริหารงานการศึกษาพิเศษ เป็นหนว่ ยงานประสานงาน ดูแลเด็ก
ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในทุกระดับ เพื่อให้เด็กพิเศษได้รับการพัฒนา สามารถเรียนรู้ และพึ่งพา
ตนเองได้
3.3.3.9 ให้สำนกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เป็น
หน่วยงานหลัก และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลเด็กที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา และ
การศกึ ษาของผู้สงู อายุ
3.3.3.10 ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และศึกษาธิการภาค มีบทบาท
และหนา้ ที่ตรวจราชการ ตดิ ตาม ประเมนิ ผลท้ังในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ
4. การตดิ ตามและประเมนิ ผล
ความหมายของการติดตาม
การติดตาม เป็นองค์ประกอบที่สำคัญประการหนึ่งของระบบการบริหารของหน่วยงานหรือ
องค์การ เป็นกลไกในการควบคุมคุณภาพการทำงานเพื่อประกันให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนงาน
โครงการและบรรลุจุดมุ่งหมายที่วางไว้ เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในบางครั้งยังเป็นการช่วยให้มี
การปรับปรุงแก้ไขแผนงาน โครงการและวิธีปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความ
ต้องการยิ่งขึ้น การติดตามและประเมินผล จึงเป็นส่วนสำคัญที่ต้องระบุในแผนงานการติดตามและ
ประเมนิ ผล และจะไดท้ ราบวา่ สิ่งทท่ี ำไปแล้วได้รบั ผลตอบแทนคุ้มกบั ค่าใชจ้ ่ายเพียงไร
การติดตาม เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลการปฏิบัติงานตามแผนที่มีการกำหนดไว้แล้ว เพื่อนำ
ข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจ แก้ไข ปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผน หรือกำหนดวิธีการ
ดำเนนิ งานให้เกิดผลดียิ่งขึน้ ดงั นน้ั จุดทส่ี ำคัญของการตดิ ตาม คือการปฏิบตั ิการต่าง ๆ เพ่ือการตรวจสอบ
ควบคุม กำกับ การปฏิบัติงานของโครงการ การติดตามจะเกิดขึ้นในขณะที่โครงการกำลังดำเนินงานตาม
แผนทกี่ ำหนด
การประเมินผล เปน็ กระบวนการเก็บรวบรวมขอ้ มูล วเิ คราะหข์ อ้ มูลอย่างเปน็ ระบบ และนำผล
มาใช้ในการเพิ่มคุณภาพและประสิทธภิ าพของการดำเนินโครงการ การประเมนิ ผลจะเกดิ ขน้ึ ในทุกขั้นตอน
ของโครงการ นับตั้งแต่ก่อนตัดสินใจจัดทำโครงการ ในขณะดำเนินงานในช่วงระยะต่าง ๆ และเม่ือ
โครงการดำเนินงานเสร็จแล้ว หรือประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ บางมิตินำมาใช้
55
ในการประเมินความสำเร็จของโครงการว่า บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการที่ตั้งไว้หรือไม่
มีปัญหา อุปสรรคอะไรบา้ ง
ความหมายและขอบขา่ ยการติดตามและประเมนิ ผล
ความหมายของการติดตามและประเมินผล17 ได้ให้ความหมายของการติดตามผล หมายถึง
กระบวนการที่ให้ได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนงานโครงการ เพื่อบริหารแผนงาน/
โครงการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเป็นเทคนิคที่สำคัญในการเร่งรัดให้แผนงาน โครงการดำเนินการได้
แล้วเสรจ็ ทันเวลา
ขอบขา่ ยของการติดตามและประเมินผล
โดยหลักการ การติดตามเป็นมาตรการที่จะกำกับและสนับสนุนในการปฏิบัติงานตามแผนงาน
โครงการ มีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้และทันตามกำหนดเวลา โดยมีขอบข่ายงาน
ตดิ ตามและประเมนิ ผลทั้งด้านปจั จัย กจิ กรรมและผลการดำเนินงาน ดงั น้ี18
การปฏบิ ตั ิงาน การติดตามและ ด้านปจั จัย ผลการดำเนินงาน
ตามแผนงาน/ ประเมินผล ปญั หาและอปุ สรรค
โครงการ ดา้ นกจิ กรรม
ด้านผลการ
ดำเนินงาน
การปรับปรงุ และ
พัฒนางาน
ภาพท่ี 2 แผนภูมขิ อบขา่ ยการตดิ ตามและประเมินผล
ทม่ี า : สำนกั งานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, 2541: 477
การติดตามด้านปจั จยั เปน็ การตรวจสอบวา่ งาน/โครงการนั้นได้รับปัจจัยหรือทรัพยากรทั้งด้าน
ปริมาณและคุณภาพภายในเวลาที่กำหนดหรือไม่ การติดตามด้านกิจกรรมเป็นการตรวจสอบว่า ได้
ปฏบิ ัตงิ านตามกจิ กรรม ขั้นตอนทก่ี ำหนดไว้ในแผนหรือปฏทิ ินการปฏิบตั งิ านท่กี ำหนดไวห้ รือไม่ ส่วนการ
ติดตามด้านผลการดำเนินงานเป็นการตรวจสอบการดำเนินงานนั้นได้ผลงานตามที่ตั้งเป้าหมายหรือตรง
17 สำนักงานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแห่งชาติ. รายงานผลการประเมนิ โครงการการสัมมนาการปรับปรุง ตำแหนง่ ผบู้ ริหารสถานศึกษาใหส้ ูงขึน้
ปีงบประมาณ 2541. กรุงเทพฯ: สปช., 2541. น.476
18 สำนักงานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแห่งชาต.ิ รายงานผลการประเมินโครงการการสมั มนาการปรบั ปรุง ตำแหน่งผ้บู ริหารสถานศึกษาใหส้ ูงขน้ึ
ปีงบประมาณ 2541. กรุงเทพฯ: สปช., 2541. น.477
56
ตามแผนหรือไม่ ข้อมูลที่ได้จากการติดตามผลจะนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนางาน ช่วยเหลือแก้ไข
ปญั หา อุปสรรคใหล้ ลุ ว่ งไปดว้ ยดี
จากความหมายของการติดตามและประเมินผล พอสรุปได้ว่า การติดตาม เป็นการเก็บรวบรวม
ข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า ได้มีการดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ของโครงการที่กำหนดได้อย่างไร ข้อมูลที่ได้
จะนำมาประกอบเป็นเครื่องมือ ควบคุม กำกับ การดำเนินงานในขณะปฏิบัติโครงการโดยตรง ทั้งในด้าน
ปัจจัย (Input) ด้านกระบวนการดำเนินงาน (Process) และด้านผลผลิต (Output) สำหรับการประเมนิ
มีขอบข่ายกว้างขวาง ขึ้นอยู่ว่าจะประเมินในข้ันตอนใดของโครงการ เช่น ก่อนเริ่มโครงการ ขณะดำเนิน
โครงการซึ่งอาจดำเนินการเป็นช่วง เป็นระยะต่าง ๆ เช่น ทุก 3 เดือน ทุก 6 เดือน ทุกปี ประเมินเมื่อ
โครงการดำเนนิ งานไประยะครง่ึ โครงการ เป็นต้น หรอื เป็นการประเมนิ ผลเมือ่ โครงการดำเนินการเสร็จส้ิน
การตดิ ตามผลการขบั เคล่อื นยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาการศึกษาส่กู ารปฏบิ ัตริ ะดับภาค และจังหวัด
ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาค 4 จึงเป็นขั้นตอนการตรวจสอบกลไกการขับเคลื่อน
ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา การสร้างการรับรู้ การขับเคลื่อนแผน การแปลงแผนสู่การปฏิบัติของ
หน่วยงานทางการศึกษา โดยพจิ ารณาความสอดคล้อง ความเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์ ตลอดจนการติดตาม
ประเมินผลการดำเนินงานของแผนงานโครงการตามแผนยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาการศึกษา วา่ ไดป้ ฏิบตั ติ าม
ขั้นตอน กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผนงานโครงการหรือไม่ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
อยู่ในระยะเวลางบประมาณที่ใช้ในการดำเนินงานตามที่กำหนดไว้ ตลอดจนมีข้อมูลเพื่อประกอบการ
ตัดสินใจและทบทวนเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาในพื้นที่ให้มีความเชื่อมโยงและสอดคล้อง
กับทิศทางการพัฒนาประเทศนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์การพัฒน า
กลมุ่ จงั หวัดและบริบทอื่น ๆ ที่เกย่ี วข้อง
5. ระบบกลไก
ระบบ หมายถึง ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่มีการกำหนดอย่างชัดเจนว่าต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้
ได้ผลออกมาตามทีต่ ้องการ ขั้นตอนการปฏิบัติงานจะตอ้ งปรากฏให้ทราบโดยทัว่ กัน ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของ
เอกสารหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือโดยวิธีอื่น ๆ องค์ประกอบของระบบ ประกอบด้วย ปัจจัยนำเข้า
กระบวนการ ผลผลติ และข้อมลู ป้อนกลับ ซึง่ มคี วามเชอ่ื มโยงกนั 19
กลไก หมายถึง สิ่งที่ทำให้ระบบมีการขับเคลื่อนหรือดำเนินอยู่ได้ โดยมีการจัดสรรทรัพยากร
มีการจัดองคก์ าร หนว่ ยงาน หรือกลุ่มบุคคลเป็นผู้ดำเนินงาน เพ่อื ใหเ้ ป็นแนวปฏบิ ตั ิของข้ันตอนหรือระบบ
สอดคล้องกับการดำเนินงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาสู่การปฏิบัติระดับภาค จึงได้
กำหนดรูปแบบ เอกสารที่แสดงขั้นตอนของระบบและกลไกต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน และ
สอดคล้องกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาสู่การปฏิบัติระดับภาค สำหรับกลไกที่
แต่ละส่วน อาจเขียนเพิ่มเติมตามบริบทและการดำเนินงานจริง เพื่อสนับสนุนให้ระบบที่แต่ละระดับ
เกีย่ วขอ้ งดำเนินงานไดส้ ำเร็จตามเป้าหมาย ไดแ้ ก่
19 สำนักมาตรฐานและคณุ ภาพอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศกึ ษา. คู่มือการประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศกึ ษา ฉบับปี
การศกึ ษา 2557. กรงุ เทพฯ : หา้ งหุ้นสว่ นจำกัด ภาพพิมพ์, 2558. น.39
57
5.1 การจัดบุคลากร (Man) เช่น คำสั่งคณะกรรมการดำเนินงานหรือคณะกรรมการผู้รับผิดชอบ
ผู้บรหิ ารทีร่ บั ผดิ ชอบ
5.2 การจัดทรัพยากรหรือวัสดุ (Materials) ได้แก่ การจัดสถานที่ สภาพแวดล้อม หรือ
ทรพั ยากร วัสดุ อปุ กรณ์ ในการดำเนินงานในระบบ
5.3 การจัดงบประมาณ (Money) ได้แก่ การกำหนดแผน โครงการหรือกิจกรรม โดยสนับสนนุ
งบประมาณเพ่อื ดำเนินงานระบบ
5.4 การบริหารจัดการ (Management) ได้แก่ การประชุมกรรมการ การอบรม การเผยแพร่
หรอื ประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมตามแผนงานหรือโครงการ การตดิ ตามและประเมนิ ผล
6. งานวิจัยทเี่ กีย่ วข้อง
ผู้ดำเนินการศึกษาได้ค้นคว้าผลงานวิจัยที่เกี่ยวกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนา
การศกึ ษาในพน้ื ท่ี ดงั นี้
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (บทคัดย่อ : 2557) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง แนวทางการพัฒนา
การศึกษาไทยกับการเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 ผลการวิจัยพบว่า บริบทที่สำคัญในการออกแบบ
การศึกษาในปัจจุบันคือ พลวัตการเปลี่ยนแปลงในโลกศตวรรษที่ 21 เนื่องจากกระแสการเปลี่ยนแปลง
ทางดา้ นเศรษฐกจิ การเมอื ง เทคโนโลยี สงั คม สงิ่ แวดล้อม และการเปน็ โลกดิจติ อลทีส่ ถานการณ์และการ
เปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของโลกมีการส่งผ่านข้อมูลและเชื่อมต่อกันอย่างรวดเร็ว ปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อการ
วางแผนและกำหนดแนวทางการพัฒนาประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การสร้างความ
ม่ันคง และการพัฒนาท่ยี ่ังยืน การศกึ ษาจึงต้องมีการออกแบบเพ่ือเพ่ิมความสามารถของมนุษย์สำหรับการ
เปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยกำหนดเป้าประสงค์หลักของการจัดการศึกษาและกลไกการขับเคลือ่ นที่ชัดเจน
เพื่อให้การศึกษามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ เป็นกลไกหลักในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
สง่ เสริม ปลูกฝงั ความคดิ ความรู้ ทัศนคติ และทักษะแก่ประชาชนในสังคมโดยรวมเพื่อนำไปสู่การพัฒนา
ประเทศในระยะยาว สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จึงได้จัดทำโครงการวิจัยเรื่อง การกำหนด
แนวทางการพัฒนาการศึกษาไทยกับการเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 เพื่อให้สามารถจัดเตรียม
การศกึ ษาของประเทศให้มีความสมบูรณ์พร้อมในทุก ๆ ดา้ น พลวตั การเปลี่ยนแปลงโลกจากการก้าวเข้าสู่
ศตวรรษที่ 21 ได้ส่งผลกระทบทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการเมืองของทุกประเทศ
ในประชาคมโลก การปรับแนวทางการศึกษาเพื่อพัฒนาประชากรให้มีความพร้อมสู่ศต วรรษใหม่
ถูกกำหนดเป็นวาระแห่งชาติของหลายประเทศ ความท้าทายในการปรับแต่งการศึกษาจากแนวทางของ
ศตวรรษท่ี 20 ท่ีมีกระบวนทศั นแ์ ตกต่างอย่างสิ้นเชงิ จงึ เปน็ ความท้าทายหลักของการปฏิรูปการศึกษาไทย
ของศตวรรษที่ 21 ด้วยเช่นกัน แนวทางการพัฒนาการศึกษาไทยเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21
จะประกอบไปด้วยแนวทางในการดำเนนิ การที่สำคัญ ทั้งการ “ซ่อม” และการ “สร้าง” ควบคู่กันไป เพ่ือ
เป็นการปรับแต่ง ซ่อมแซมกลไกการศึกษาเดิมให้ดียิ่งขึ้น และสร้างเสริมกลไกใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นเพื่อ
ตอบสนองพลวัตการเปลี่ยนแปลงแห่งศตวรรษที่ 21 รวมถึงสร้างพลังของการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย
เพื่อก้าวสู่การสร้างสังคมแห่งปัญญาการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดผลในการพัฒนา
58
การศึกษาเรียนรู้ของไทยในทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนและสมดุล เป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศอย่าง
แท้จริง
รุจิรา เจียมอมรรัตน์ และคณะ (2559) ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาระบบและกลไกการ
ส่งเสริมการผลิตผลงานวิจัย ของวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ผลการวิจัยพบว่า ความ
ต้องการการส่งเสริมการผลิตผลงานวิจัยของวิทยาลัยฯ มากกว่าตามสภาพจริงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ที่ระดับ .001 การส่งเสริมการผลิตผลงานวิจัยของวิทยาลัยฯ ตามสภาพจริงในภาพรวมอยู่ในระดับ
ปานกลาง ( =3.17, S.D.=0.64) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าด้านนโยบายและแผนกลยุทธ์การผลิต
ผลงานวิจัยและด้านการสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานวิจัยมีการส่งเสริมอยู่ในระดับมาก ( =3.72,
S.D.=0.64 และ ( =3.62, S.D.=0.77) ส่วนการส่งเสริมการผลิตผลงานวิจัยของวิทยาลัยฯ ตามความ
ต้องการในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.32, S.D.=0.56) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าทุกด้านมี
ความต้องการอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.24, S.D.=0.68 ถึง =4.35, S.D.=0.54) ผลการใช้
แนวทางการพัฒนาระบบและกลไกการส่งเสริมการผลิตผลงานวิจัยของวิทยาลัยฯ พบว่าวิทยาลัย ทั้ง 37
แห่ง ได้นำแนวทางดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ ทั้งนี้วิทยาลัยที่ดำเนินการครบถ้วนสมบูรณ์ (ในระดับ
ความสำเร็จ 5) จำนวน 20 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 54.05 ดังนั้น จึงควรมีการติดตามประเมินผลและพัฒนา
ระบบและกลไกการสง่ เสริมการผลิตผลงานวจิ ัยของวิทยาลยั ฯ อยา่ งต่อเนอ่ื ง20
นินุช บุณยฤทธานนท์ และคณะ (2559) ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาระบบและกลไกบริหาร
งานวิจัย ของมหาวิทยาลัยเอกชนที่เอื้อต่อการวิจัย เชิงพื้นที่ : มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น
กับ งานวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท (ตำบลสารภี) ผลการดำเนินงานของโครงการฯ จนถึง
ปัจจุบันกับการพัฒนาระบบและกลไกมหาวิทยาลัยในช่วงเวลา 1 ปีกับ 6 เดือน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นเดือน
ตุลาคม 2558 พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบบริหารงานวิจัยระดับสถาบัน คือ เกิดคณะทำงาน
เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์และการลดขั้นตอนระเบียบทางการเงิน มีการจัดตั้งคณะกรรมการด้านการวิจัย
เพื่อภารกิจเฉพาะด้าน มีการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยในโครงการอย่างต่อเนื่อง ในส่วนการพัฒนาพื้นท่ี
ตำบลสารภี ได้มีการดำเนินงานวิจัยเป็นเวลา 1 ปีเต็มกับการทำงานผ่านโครงการวิจัยชุดย่อย ทั้งส้ิน
6 โครงการ พบว่า เกิดการศึกษาบริบทชุมชนเป็นองค์รวม เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
ระหว่างนกั วจิ ยั และประชาคมในพื้นท่ี มกี ารปรับกระบวนการทำงาน พฒั นาชุมชนที่เหน็ ชดั เจน รวมถึงได้
ค้นพบแนวทางแก้ไขปัญหาผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในทุกชุดโครงการที่เกี่ยวข้องกับ
ลักษณะความเป็นชุมชนก่ึงเมอื ง กึ่งชนบทโดยตรง เช่น การสืบค้นและรวบรวมประวตั ิศาสตร์ท้องถิน่ เพ่ือ
ค้นหาชุมชน การพัฒนากลุ่มอาชีพที่เข้มแข็ง การพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนด้วยเวทีชุมชน
ที่เน้นการสร้างความร่วมมือมากกว่าการสั่งการ เป็นต้น ทำให้เกิดความเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกัน
มากขึ้น และปัจจุบันโครงการย่อยทั้ง 6 โครงการ ยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์
โครงการฯ เพือ่ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชงิ พ้ืนท่เี ปน็ รูปธรรมตามเปา้ หมายของโครงการฯ ตอ่ ไป21
20 รุจิรา เจยี มอมรรัตน์ และคณะ. (2559). การพฒั นาระบบและกลไกการสง่ เสรมิ การผลติ ผลงานวจิ ยั ของวทิ ยาลัยในสงั กัดสถาบันพระบรมราชชนก.
วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. (ออนไลน์)
21 นนิ ชุ บณุ ยฤทธานนท์ และคณะ. (2559). การพัฒนาระบบและกลไกบรหิ ารงานวิจยั ของมหาวทิ ยาลัยเอกชนทีเ่ อ้อื ตอ่ การวิจัย เชงิ พื้นที่ :
มหาวทิ ยาลยั ฟารอ์ ีสเทอร์นกับ งานวิจยั เพื่อพฒั นาพ้นื ที่กงึ่ เมืองกึ่งชนบท (ตำบลสารภี). วารสารวจิ ัยเพ่อื การพัฒนาเชิงพนื้ ท่ี ปีที่ 8 ฉบับท่ี 2 เมษายน-มิถุนายน 2559.
(ออนไลน)์
59
พรชัย เจดามาน และคณะ (บทคัดยอ่ : 2559) ได้ศึกษาวจิ ยั เรือ่ ง การพัฒนาการศกึ ษาภายใต้
กรอบประเทศไทย 4.0 สู่ศตวรรษที่ 21 ผลการวิจัยพบว่า กระบวนทัศน์การพัฒนาทางการศึกษาภายใต้
ประเทศไทย 4.0 สู่ศตวรรษที่ 21 คือ การเป็นจุดเริ่มต้นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การขับเคลื่อนไปสู่ความ
มั่นคง มั่งคั่ง พอเพียงและยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรม การขับเคลือ่ นเชิงปฏบิ ัติการที่มกี ารผลักดันการปฏิรูป
โครงสร้างการวิจัยและการพัฒนาการศึกษา การผนึกกำลังภายใต้แนวคิดประชารัฐ การวิจัยพัฒนา
บุคลากรการศึกษา และผู้เรียนภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจากการรู้จักเติมเต็ม พอเพียง
แบ่งปัน รับผิดชอบและให้คุณค่า การหาความรู้อย่างต่อเนื่อง การมีคุณธรรม วัฒนธรรมภิบาลเพ่ื อเป็น
เกราะคุ้มกัน และการเรยี นรู้ในทักษะศตวรรษท่ี 2122
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (บทสรุปสำหรับผู้บริหาร : 2559) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การ
ออกแบบระบบการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการศึกษา ผลการวิจัยพบว่า ระบบการติดตามและ
ประเมินผลการพฒั นาการศกึ ษาของประเทศไทยควรครอบคลมุ เนือ้ หา 4 ส่วน ไดแ้ ก่
ก) การติดตามและประเมินผลตาม “แผนการศึกษาแห่งชาติ” เป็นการติดตามและประเมินผล
ตามตวั ช้ีวดั ท่ีกำหนดไวใ้ นแผนการศึกษาแห่งชาติ ซ่ึงสภาการศึกษาและสำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา
มีหน้าที่ตามกฎหมายในการติดตามและประเมินผล ในส่วนนี้การติดตามผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด
77 ตัว ในยทุ ธศาสตร์ 8 ดา้ น ท่กี ำหนดในแผนการศึกษาแห่งชาติ (2560 - 2574) (ปจั จุบันเป็นฉบบั ร่าง)
ข) การติดตามและประเมินผลระบบการศึกษา เป็นการติดตามและประเมินผลตามตัวชี้วัด
ที่สะท้อนความก้าวหน้าของผลลัพธ์และผลสัมฤทธิ์ของระบบการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งวัดจากข้อมูล
เชงิ ประจกั ษ์ ทั้งขอ้ มลู จากองค์กรภายในประเทศและองค์กรตา่ งประเทศ ซงึ่ ประกอบด้วยตวั ชวี้ ัดทงั้ ส้ิน 27
รายการ ซง่ึ จะไดก้ ล่าวถึงในรายละเอยี ดในส่วนถดั ไป
ค) การติดตามและประเมินผลความก้าวหนา้ ของการขับเคล่ือนนโยบายสำคัญ เป็นการติดตาม
และประเมินผลความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของระบบการศึกษาไทย (Policy
Milestone) ซึ่งจะทำให้ผู้กำกับการขับเคลื่อนนโยบายสามารถทราบความก้าวหน้าของการขับเคลื่อน
นโยบายสำคัญดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในชั้นนี้คณะผู้วิ จัยเห็นว่ามีนโยบายสำคัญ
ที่ระบบการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการศึกษานี้ควรมุ่งเน้น ได้แก่ 1) การกระจายอำนาจการ
บริหารไปสู่สถานศึกษา 2) การปฏิรูประบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา 3) ระบบข้อมูลและ
สารสนเทศเพอ่ื การจดั การการศกึ ษา และ 4) กรอบคณุ วฒุ ิแหง่ ชาติ และ
ง) การตดิ ตามและประเมินผลเชิงลึกด้วยการวจิ ัยเชงิ ประเมินผล เปน็ การตดิ ตามและประเมนิ ผล
แบบเชิงลึกด้วยการดำเนนิ การวิจยั ซ่ึงจะทำใหผ้ ลการประเมินในภาพรวมมีความครบถ้วน โดยการติดตาม
และประเมินผลเชิงลึกด้วยการวิจัยเชิงประเมินผลนั้นควรทำใน 2 กรณี ได้แก่ 1) การติดตามและ
ประเมินผลเชิงคุณภาพโดยเฉพาะในประเด็นที่ไม่สามารถสะท้อนได้ด้วยตัวชี้วัด และ 2) การวิจัยเพื่อหา
สาเหตุของปัญหาในเชิงลึกซึ่งจะเป็นส่วนที่สะท้อนจากการติดตามและประเมินผลระบบการศึกษา
22 พรชยั เจดามาน และคณะ. (บทคัดย่อ : 2559). การพัฒนาการศกึ ษาภายใต้กรอบประเทศไทย 4.0 สศู่ ตวรรษท่ี 21. (ออนไลน์)
60
(ตามตัวชี้วัด) หากมีตัวชี้วัดใดสะท้อนว่ามีปัญหาก็ควรจะนำมาเป็นโจทย์ในการติดตามและประเมินผล
ด้วยการวิจยั ตอ่ ไป23
มนต์นภัส มโนการณ์ (บทคัดย่อ : 2561) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การปฏิรูปการศึกษา
ขั้นพื้นฐานกับการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ผลการวิจัยพบว่า การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นเครื่องมือ
สำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จึงมีความ
จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องศึกษาวิเคราะห์และทำความเข้าในประเด็นสำคัญอย่างลึกซึ้ง โดยการปฏิรูป
การศกึ ษาทีผ่ ่านมา สว่ นใหญ่เป็นการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการของหนว่ ยงาน การกำหนดนโยบาย
และการบริหารจัดการ เป็นการตัดสินใจและสั่งการจากส่วนกลาง การกระจายอำนาจไปสู่พื้นที่และ
โรงเรียนยังมีน้อย ในขณะที่แต่ละพื้นที่มีความหลากหลายและมีโจทย์ของการจัดการศึกษาที่แตกต่างกัน
ผลที่เกิดขึ้นจึงทำให้คุณภาพของ ผู้เรียนต่ำกว่าเป้าหมายและไม่ตอบสนองต่อความต้องการของพื้นท่ี
การปฏริ ูปการศึกษาของหลายประเทศและในหลายจงั หวัดของประเทศไทย ไดน้ ำแนวคดิ การจัดการศึกษา
เชิงพื้นที่มาใช้ โดยการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา มีอำนาจใน การ
ตัดสินใจ ออกแบบการจัดการศึกษาที่มุ่งแก้โจทย์ปัญหาของพื้นที่ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นท่ีอย่างมี
ประสิทธภิ าพ รวมถงึ ความรับผิดชอบต่อผลของการจัดการศึกษาเชิงพน้ื ท่ี สามารถผลิตผู้เรียนท่ีมีคุณภาพ
เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของบริบทพื้นที่ การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยควรนำ
แนวคิดการจัดการศึกษาเชงิ พนื้ ที่มาประยุกต์ใช้โดยเร่มิ ต้นจากการปรับกระบวนทัศน์ของการศึกษาให้เป็น
การเรียนรู้ชีวิต ใช้พื้นที่หรือจังหวัดเป็นหน่วยสำคัญของการปฏิรูป แนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูป
การศึกษาด้วยการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จ ควรมี 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1) กระจายอำนาจ ใหค้ วามอสิ ระและเพ่ิมอำนาจการตัดสนิ ใจให้กับผ้รู บั ผดิ ชอบหลกั ในพื้นท่ี 2) เสรมิ สร้าง
วฒั นธรรมการเรียนรู้ และจติ สำนึกรบั ผิดชอบของทุกภาคสว่ นท่เี กี่ยวข้อง 3) พฒั นาระบบความรับผิดชอบ
ต่อการศึกษา ทั้งด้านปัจจัย กระบวนการและผลผลิตที่มีความสัมพันธ์กัน 4) พัฒนาระบบข้อมูลและ
สารสนเทศ แหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ให้พร้อมใช้ 5) ปรับระบบการพัฒนาผู้บริหาร ครูและบุคลากร
ทางการศึกษา เสริมสร้างวัฒนธรรมการทำงานเชิงรุก และ 6) เปิดพื้นที่ร่วมพัฒนา เสริมสร้างการมีส่วน
ร่วมจากทุกภาคส่วน แนวคิดนี้จะสัมฤทธิ์ผลได้ต้องเริ่มจากการปรับชุดความคิดของคนไทยทุกคนให้
ตระหนักถึงความสำคัญและร่วมกันรับผิดชอบ โดยการวางแผนให้ชัดเจนและเริ่มกระบวนการ
เปลี่ยนแปลงให้เร็วที่สุด เพื่อให้การศึกษาเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย
ไปสูค่ วามมนั่ คง มง่ั คง่ั และยั่งยืน24
กระทรวงศึกษาธิการ25 (2561) ได้จัดทำรายงานผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนแผน
บูรณาการด้านการศึกษาระดับภาคของกระทรวงศึกษาธิการ พบว่า กลไกการขับเคลื่อนแผนบูรณาการ
23 สำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา, กระทรวงศึกษาธกิ าร, รายงานการวิจัยการออกแบบระบบการตดิ ตามละประเมินผลการพัฒนาการศึกษา, กรงุ เทพฯ
: 2559.
24 มนตน์ ภสั มโนการณ์. (บทคัดย่อ : 2561). การปฏิรูปการศกึ ษาขัน้ พื้นฐานกับการจัดการศึกษาเชิงพนื้ ท่ี. วารสารวชิ าการศึกษาศาสตร์: ปที ่ี 19 ฉบับที่ 1
เดอื นมกราคม – มถิ ุนายน 2561. (ออนไลน)์
25 กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. รายงานผลการดำเนินงานการขับเคลอ่ื นแผนบรู ณาการด้านการศึกษาระดับภาคของกระทรวงศึกษาธกิ าร. โรงพมิ พ์
ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. สำนักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร. 2561.
61
ด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ 3 คณะ ประกอบด้วย
1) คณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแผนบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค โดยมีรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน และผู้บริหารระดับสูงของส่วนราชการหลักเป็นคณะกรรมการ
2) คณะกรรมการดำเนินงานขับเคลื่อนฯ โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเอกสุรเชษฐ์
ชัยวงศ์) เป็นประธาน และมีรองเลขาธิการส่วนราชการหลักเป็นกรรมการ 3) คณะกรรมการขับเคลื่อน
แผนบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค (6 ภาค) ของกระทรวงศึกษาธิการ 6 คณะ ได้แก่ ภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวนั ออก ภาคใต้ และภาคใตช้ ายแดน ซึ่งคณะกรรมการท้ัง
3 คณะได้กำหนดให้มีความเชื่อมโยงสอดคล้องเชิงนโยบาย เชิงกฎหมายการบริหารงานเชิ งพื้นท่ี
แบบบรู ณาการ กรอบทิศทางการพฒั นาภาค ประเด็นการพัฒนาภาค ท้งั 6 ภาค มกี ารประชุมปฏิบัติการ
ซึ่งมีส่วนร่วมของภาคส่วนทั้งส่วนราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและประชารัฐในระดับภาค 6 ภาค
เพื่อมอบนโยบายในการขับเคลื่อนแผนบูรณาการด้านการศึกษา เพื่อจัดทำของบประมาณประจำปี และ
ชี้แจงแนวทางการดำเนินการจัดทำแผนและจัดทำคำของบประมาณบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค
สำหรับการติดตามผลการดำเนินงาน มีข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ พบว่า หน่วยงานเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี
ท่ไี ดร้ บั ทราบนโยบายและทิศทางการพัฒนาภาค (6 ภาค) ของประเทศและทิศทางการพัฒนาเป็นรายภาค
ซึ่งเป็นกรอบในการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนบุคลากรในระดับพื้นที่ทีเ่ กี่ยวข้องได้รับ
ความรู้ประสบการณ์ในการจัดทำโครงการอย่างเป็นระบบ Value Chain ทั้งต้นทาง กลางทาง และ
ปลายทาง สำหรับส่วนที่มีปัญหา และอุปสรรค พบว่า สำนักงานศึกษาธิการภาค (ภาคเจ้าภาพ) ที่ได้รับ
มอบหมายให้ทำหน้าที่หน่วยงานหลักในการขับเคล่ือนการบรู ณาการพ้ืนที่ระดับภาค (6 ภาค) ได้รับอนุมัติ
งบประมาณน้อยมาก ทำให้ไม่สามารถทำหน้าท่ีขับเคลือ่ นการศึกษาในระดับภาค ที่ตอบโจทย์ทศิ ทางการ
พฒั นาภาคได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ขอ้ เสนอแนะ 1) ควรสร้างการรบั รู้อย่างกว้างขวาง 2) ควรมีการอบรม
และพัฒนาบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการวางแผนและงบประมาณระดับภาค ระดับจังหวัดให้มีความ
เข้มแข็งยิ่งขึ้น 3) ควรมีการประชุมกำหนดนโยบาย แนวทางร่วมกันของส่วนราชการหลัก หน่วยงาน
ในส่วนกลางเกี่ยวกับการจัดทำแผนปฏิบัติการภาค และการมอบหมายให้หน่วยงานระดับพื้นที่ดำเนิน
โครงการตามภารกิจระดับภาค 4) ควรมีการประสานเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและ
ตอ่ เนอ่ื ง
บทที่ 3
วธิ ีการดำเนินการวจิ ยั
การศึกษาการติดตามการขับเคล่ื อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค
เป็นการศึกษาที่ใช้ระเบียบวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed - Methods Research) ระหว่างการวิจัย
เชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์
การพัฒนาการศึกษาระดับภาค และติดตามผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
การศึกษาระดับภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 โดยผู้วิจัยได้แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ตอน
ประกอบดว้ ย ตอนท่ี 1 ศกึ ษากระบวนการขบั เคล่ือนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค และ
ตอนที่ 2 ศึกษาผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาการศึกษาระดับภาค ประจำปี
งบประมาณ พ.ศ. 2562 ดงั น้ี
ตอนท่ี 1 ศกึ ษากระบวนการขบั เคลื่อนแผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาการศึกษาระดบั ภาค
เป็นการศึกษาสภาพการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค 4 ด้าน
ประกอบดว้ ย ด้านกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ดา้ นการขบั เคลื่อนแผน ด้านการแปลงแผนสู่การปฏิบัติ
และด้านการติดตามและรายงานผล โดยจัดทำแบบสอบถามกระบวนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การ
พฒั นาการศึกษาระดบั ภาค ผู้ศกึ ษาได้ดำเนินการตามข้นั ตอน ดังน้ี
1. ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ ง
ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการศึกษากระบวนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับ
ภาค คือ ผู้บริหารการศึกษา ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา ในพื้นท่ี
สำนกั งานศกึ ษาธิการภาค 4 จำนวน 50 คน ประกอบด้วยหน่วยงานทางการศึกษา ดังนี้
1.1 สำนกั งานศึกษาธิการจังหวัด จำนวน 4 จงั หวดั ประกอบด้วย
1) ศกึ ษาธิการจงั หวัด จำนวน 1 คน
2) ผอู้ ำนวยการกลมุ่ นโยบายและแผน จำนวน 1 คน
3) ผู้อำนวยการกลุ่มนเิ ทศตดิ ตามและประเมินผล จำนวน 1 คน
4) ผู้อำนวยการกลุม่ พัฒนาการศึกษา จำนวน 1 คน
1.2 สำนกั งานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย จำนวน 4 จงั หวัด
ประกอบด้วย
1) ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. จงั หวัด จำนวน 1 คน
2) หวั หนา้ กลุม่ ยทุ ธศาสตรแ์ ละการพฒั นา จำนวน 1 คน
1.3 สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษา จำนวน 6 เขต ประกอบด้วย
1) ผอู้ ำนวยการสำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา จำนวน 1 คน
2) ผอู้ ำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน จำนวน 1 คน
1.4 สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 1 เขต ประกอบดว้ ย
1) ผอู้ ำนวยการสำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษามัธยมศึกษา จำนวน 1 คน
2) ผู้อำนวยการกลมุ่ นโยบายและแผน จำนวน 1 คน
63
1.5 สำนกั งานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 4 จงั หวัด ประกอบด้วย
- ประธานคณะกรรมการประสานและสง่ เสรมิ การศกึ ษาเอกชน (ปส.กช.) จำนวน 4 คน
1.6 สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจังหวัด (อศจ.) จำนวน 4 จงั หวดั ประกอบดว้ ย
1) ประธานกรรมการอาชีวศึกษาจงั หวดั จำนวน 1 คน
2) เลขากรรมการอาชวี ศึกษาจงั หวัด จำนวน 1 คน
2. การสรา้ งเครื่องมือทใ่ี ชใ้ นการวิจยั
ขั้นตอนนี้ เป็นการศึกษาสภาพการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค
4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ด้านการขับเคลื่อนแผน ด้านการแปลงแผน
สู่การปฏิบัติ และด้านการติดตามและรายงานผล โดยการสำรวจกระบวนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์
การพฒั นาการศกึ ษาระดบั ภาค โดยมีรายละเอยี ดการหาคุณภาพของเครือ่ งมอื ในการวิจัย ดังนี้
2.1 การประเมนิ องค์ประกอบและเน้อื หา
การประเมินองค์ประกอบและเนื้อหาของการศึกษาสภาพการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์
การพัฒนาการศึกษาระดับภาค 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ด้านการ
ขับเคลื่อนแผน ด้านการแปลงแผนสู่การปฏิบัติ และด้านการติดตามและรายงานผล ดำเนินการโดย
ผู้ศึกษานำร่างแบบสอบถามการติดตามการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค
ท้งั 4 ดา้ น ให้ผู้เช่ยี วชาญด้านบริหารการจัดการศึกษา ด้านการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา ด้วยวิธีเจาะจง
จำนวน 3 คน ประเมินความเหมาะสมขององค์ประกอบและเนื้อหาของแบบสอบถาม แล้วนำข้อคำถามมา
ปรบั ปรงุ แก้ไขตามขอ้ เสนอแนะ
2.2 เครอื่ งมือทใ่ี ช้ในการศึกษา
แบบสอบถามที่ใช้ในการศึกษา เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามวิธีของ
ลิเคิร์ท (Likert Scale) เป็นข้อคำถามเกี่ยวกับกระบวนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา
ระดับภาค 4 ด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 2. ด้านการขับเคลื่อนแผน
3. ดา้ นการแปลงแผนสกู่ ารปฏบิ ัติ และ 4. ด้านการตดิ ตามและรายงานผล แบ่งออกเป็น 3 ตอน ดงั นี้
ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา สถานะ
ผตู้ อบแบบสอบถาม และหนว่ ยงานท่ีสงั กัด
ตอนที่ 2 คำถามเกี่ยวกับกระบวนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค
มีลักษณะเป็นคำถามเลือกตอบ (Check list) ประกอบด้วย 4 ประเด็น รวมจำนวน 20 ข้อ โดยใช้แบบ
มาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ตามกรอบแนวคิดของลิเคิร์ท (Likert Scale) โดยมี
เกณฑก์ ารให้คะแนนคำตอบ ดงั นี้
ระดับ 5 หมายถึง มีการปฏบิ ัติอยูใ่ นระดบั มากท่ีสดุ
ระดับ 4 หมายถึง มกี ารปฏิบัติอยใู่ นระดบั มาก
ระดับ 3 หมายถงึ มกี ารปฏบิ ตั ิอยู่ในระดบั ปานกลาง
ระดับ 2 หมายถึง มกี ารปฏิบัติอย่ใู นระดับนอ้ ย
ระดับ 1 หมายถึง มีการปฏิบัติอยใู่ นระดบั น้อยทสี่ ดุ
64
เกณฑก์ ารแปลความหมายใช้เกณฑ์ของ ชศู รี วงศร์ ัตนะ (2553:69) ดงั ตอ่ ไปนี้
คะแนนเฉลย่ี 4.50 – 5.00 แปลความหมายว่า มีการปฏิบัติมากที่สดุ
คะแนนเฉลี่ย 3.50 – 4.49 แปลความหมายวา่ มีการปฏิบัติมาก
คะแนนเฉล่ีย 2.50 – 3.49 แปลความหมายว่า มกี ารปฏิบตั ิปานกลาง
คะแนนเฉล่ยี 1.50 – 2.49 แปลความหมายว่า มีการปฏบิ ตั นิ ้อย
คะแนนเฉล่ีย 1.00 – 1.49 แปลความหมายวา่ มกี ารปฏิบัตนิ ้อยท่สี ดุ
ตอนท่ี 3 คำถามเกย่ี วกับขอ้ เสนอแนะและกระบวนการขบั เคลอ่ื นยุทธศาสตร์การพฒั นา
การศกึ ษาระดับภาค ท่ีนอกเหนือจากแบบสอบถามในตอนท่ี 2 เป็นคำถามปลายเปดิ จำนวน 4 ขอ้
2.3 การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ
เพ่อื ใหก้ ารรายงานการติดตามการขบั เคล่อื นแผนยุทธศาสตร์การพฒั นาการศึกษาระดับ
ภาค ในครงั้ นี้ สามารถตรวจสอบไดต้ รงกับกรอบการวิจยั และบรรลุวตั ถุประสงคท์ ี่กำหนด ผู้ศกึ ษาจงึ ได้
ดำเนินการสรา้ งและพฒั นาเคร่ืองมือรวบรวมข้อมูล โดยมีข้ันตอน ดังน้ี
2.3.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แนวคิดทฤษฎีและงานวิจัย
ที่เกี่ยวข้องในเรื่องการจัดทำแผน ระเบียบกฎหมาย ภารกิจอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ รวมท้ัง
ยทุ ธศาสตรท์ ีเ่ กย่ี วข้อง
2.3.2 นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาสังเคราะห์ วิเคราะห์ ประมวลเพื่อกำหนดโครงสร้าง
ขอบเขตเนอ้ื หาและสรา้ งแบบสอบถามตามโครงสร้างและขอบเขตของเนื้อหา
2.3.3 นำร่างแบบสอบถามการติดตามการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา
ระดับภาค จำนวน 20 ข้อ และข้อคำถามปลายเปิด จำนวน 4 ข้อ ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญ ด้านบริหารการจัด
การศกึ ษา ดา้ นแผนพัฒนาการศึกษา ด้วยวธิ เี จาะจง จำนวน 3 คน ตรวจสอบความตรงเชงิ เนื้อหา (content
validity) และภาษาที่ใช้ แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ ได้ข้อคำถาม จากแบบสอบถาม 20 ข้อ
และขอ้ คำถามปลายเปิด จำนวน 4 ข้อ
3. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
การเก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในการรายงานการติดตามการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
การศกึ ษาระดบั ภาค ในครงั้ น้ี ผู้ศึกษาดำเนนิ การจดั ส่งแบบสอบถามไปยงั กลมุ่ ตวั อย่าง
4. การวิเคราะหข์ ้อมลู
4.1 การวิเคราะหข์ ้อมลู และสถิตทิ ีใ่ ช้ในการวจิ ัย ดำเนนิ การโดย นำข้อมูลจากแบบสอบถาม
ทเี่ ก็บรวบรวมได้ มาดำเนินการวิเคราะห์และคำนวณค่าสถติ ิ ดงั น้ี
4.1.1 ตรวจนับแบบสอบถามและตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ของแบบสอบถาม
ที่ได้รับกลับคืนมาจากแบบสอบถามที่ส่งไปยังประชากร จำนวน 50 คน ได้รับแบบสอบถามกลับคืน
จำนวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 60.00 แล้วนำแบบสอบถาม ตอนที่ 1 ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพ
ของผู้ตอบแบบสอบถาม มาแจกแจงความถี่ (frequency) หาค่าร้อยละ (percentage) และนำเสนอ
ในรปู แบบตารางประกอบคำบรรยาย
65
4.1.2 นำแบบสอบถามตอนที่ 2 ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการขับเคลื่อนแผน
ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านกลไกการขับเคลื่อน
ยุทธศาสตร์ 2. ด้านการขับเคลื่อนแผน 3. ด้านการแปลงแผนสู่การปฏิบัติ และ 4. ด้านการติดตามและ
รายงานผล เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (rating scale) มาตรวจนับคะแนนแต่ละข้อ
วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (µ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ) เป็นรายข้อรายด้านและโดยภาพรวม แล้วนำเสนอ
ในรูปแบบตารางประกอบคำบรรยาย
4.1.3 นำแบบสอบถามตอนท่ี 3 แบบสอบถามแบบปลายเปดิ มาวเิ คราะห์ โดยผู้ศกึ ษาใช้
วธิ กี ารวเิ คราะห์เนอ้ื หา (Content Analysis)
4.1.4 การแปลผล การติดตามการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับ
ภาค ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ 1. ด้านกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 2. ด้านการขับเคลื่อนแผน
3. ด้านการแปลงแผนสู่การปฏิบัติ และ 4. ด้านการติดตามและรายงานผล กำหนดเกณฑ์ในการวิเคราะห์
การแปลความหมาย ใชเ้ กณฑข์ อง ชูศรี วงศร์ ัตนะ (2553:69) ดังต่อไปนี้
คะแนนเฉลย่ี 4.50 – 5.00 แปลความหมายวา่ มีการปฏิบัตมิ ากที่สดุ
คะแนนเฉลย่ี 3.50 – 4.49 แปลความหมายวา่ มกี ารปฏิบัตมิ าก
คะแนนเฉลีย่ 2.50 – 3.49 แปลความหมายวา่ มีการปฏบิ ตั ปิ านกลาง
คะแนนเฉล่ีย 1.50 – 2.49 แปลความหมายวา่ มีการปฏิบัติน้อย
คะแนนเฉลี่ย 1.00 – 1.49 แปลความหมายวา่ มกี ารปฏิบัตินอ้ ยทสี่ ดุ
ตอนที่ 2 ศึกษาผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
เป็นการติดตามผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ตามประเด็นยุทธศาสตร์ 6 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1) การศึกษาเพื่อ
ความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ 2) การผลติ และพัฒนากำลังคน การวิจยั และนวัตกรรม เพื่อสร้าง
ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 3) การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่ง
การเรียนรู้ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา 5) การจัดการศึกษาเพื่อ
สรา้ งเสรมิ คุณภาพชีวติ ทเี่ ป็นมติ รกับสง่ิ แวดลอ้ ม 6) การพฒั นาประสทิ ธภิ าพของระบบบริหารจดั การศึกษา
ผู้วิจยั ไดด้ ำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
1. การกำหนดประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ ง
ประชากร
ประชากรท่ใี ช้ในการติดตามผลการขับเคลอ่ื นแผนยุทธศาสตร์การพฒั นาการศกึ ษาระดับภาค ได้
จากการเลอื กแบบเจาะจง โดยประชากรที่ตอบเป็นบุคลากรที่ทำหน้าทผี่ ู้อำนวยการกลุม่ นโยบายและแผน
หวั หน้ากลุม่ ยทุ ธศาสตร์และการพัฒนาของหน่วยงานการทางศึกษา และผบู้ ริหารสถานศึกษาเอกชน ซึ่งมี
ส่วนเกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาในพื้นที่สำนักงานศึกษาธิการภาค 4
จำนวน 23 คน ประกอบด้วย
66
- สำนักงานศึกษาธิการจงั หวัดสมุทรสาคร
- สำนกั งานศึกษาธิการจงั หวัดสมุทรสงคราม
- สำนกั งานศกึ ษาธกิ ารจังหวดั เพชรบุรี
- สำนกั งานศึกษาธิการจังหวัดประจวบครี ขี ันธ์
- สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยจังหวดั สมทุ รสาคร
- สำนกั งานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จังหวัดสมทุ รสงคราม
- สำนกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยจังหวดั เพชรบุรี
- สำนักงานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จังหวดั ประจวบคีรีขันธ์
- สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาจังหวดั สมุทรสาคร
- สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาจงั หวดั สมทุ รสงคราม
- สำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาจงั หวัดเพชรบุรี เขต 1
- สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาจงั หวัดเพชรบรุ ี เขต 2
- สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาจงั หวัดประจวบครี ีขันธ์ เขต 1
- สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาจงั หวดั ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2
- สำนกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 10
- สำนกั งานคณะกรรมการส่งเสรมิ การศึกษาเอกชนจังหวดั สมทุ รสาคร
- สำนกั งานคณะกรรมการสง่ เสรมิ การศึกษาเอกชนจังหวดั สมทุ รสงคราม
- สำนกั งานคณะกรรมการส่งเสริมการศกึ ษาเอกชนจังหวัดเพชรบุรี
- สำนักงานคณะกรรมการสง่ เสรมิ การศกึ ษาเอกชนจงั หวัดประจวบคีรีขันธ์
- สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษาจงั หวดั จงั หวัดสมทุ รสาคร
- สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษาจงั หวัดจงั หวดั สมุทรสงคราม
- สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษาจงั หวัดจงั หวัดเพชรบรุ ี
- สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษาจังหวดั จังหวดั ประจวบคีรีขันธ์
2. การสรา้ งเครือ่ งมือทีใ่ ช้ในการวิจัย
ขน้ั ตอนน้ี เปน็ การติดตามผลการขบั เคล่ือนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค ตาม
ประเด็นยุทธศาสตร์ 6 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1. ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของ
สังคมและประเทศชาติ 2. ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างขีด
ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้าง
สังคมแห่งการเรียนรู้ 4. ยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา
5. ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 6. ยุทธศาสตร์
การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา โดยประเมินองค์ประกอบและเนื้อหาการติดตาม
การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค ตามประเด็นยุทธศาสตร์ 6 ยุทธศาสตร์
ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารการจัดการศึกษา ด้านการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา ด้วยวิธีเจาะจง จำนวน
3 คน ประเมินความเหมาะสมขององค์ประกอบและเนื้อหาของแบบสอบถาม แล้วนำข้อคำถามมาปรับปรุง
แก้ไขตามข้อเสนอแนะ ไดข้ ้อคำถามจำนวน 12 ข้อ
67
3. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
การเก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในการรายงานการติดตามการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
การศึกษาระดบั ภาค ในครงั้ นี้ ผู้ศกึ ษาดำเนนิ การจดั สง่ แบบสอบถามให้กลุ่มตัวอย่าง
4. การวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้ศกึ ษานำข้อมูลที่ได้จากแบบตดิ ตามการขบั เคล่ือนแผนยทุ ธศาสตร์การพฒั นาการศึกษาระดับ
ภาค มาดำเนินการวิเคราะห์ โดยใช้วธิ ีการวิเคราะห์เน้ือหา (Content Analysis) แล้วนำเสนอในรปู แบบ
การบรรยาย
บทที่ 4
ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
การศึกษา การติดตามการขับเคล่ื อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค
เป็นการศึกษาที่ใช้ระเบียบวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed - Methods Research) ระหว่างการวิจัย
เชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์
การพัฒนาการศึกษาระดับภาค และติดตามผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
การศึกษาระดับภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 โดยผู้วิจัยได้แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ตอน
ประกอบด้วย ตอนที่ 1 ศึกษากระบวนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค
พ.ศ. 2562 – 2564 สู่การปฏิบตั ิ และตอนท่ี 2 ศกึ ษาผลการดำเนนิ งานการขบั เคลือ่ นแผนยุทธศาสตร์การ
พัฒนาการศกึ ษาระดบั ภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ผลการศึกษา ดงั น้ี
ตอนที่ 1 ศกึ ษากระบวนการขับเคลอื่ นแผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาการศึกษาระดับภาค
การศึกษากระบวนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค ในขั้นตอนน้ี
มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค ผู้ศึกษา
ขอเสนอผลการวิเคราะห์ ดังนี้
1.1 สถานภาพและข้อมูลสว่ นตวั ของผ้ตู อบแบบสอบถาม
1.2 กระบวนการขบั เคลื่อนยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาการศึกษาระดบั ภาค
1.3 ข้อเสนอแนะกระบวนการขับเคลอ่ื นยุทธศาสตร์การพัฒนาการศกึ ษาระดบั ภาค
1.1 สถานภาพและข้อมูลสว่ นตวั ของผู้ตอบแบบสอบถาม
การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ตอบ
ตามรายการของแบบสอบถาม ตอนที่ 1 จำนวน 30 คน ประกอบด้วย เพศ อายุ ระดับการศึกษา และ
สถานะของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยการหาค่าความถี่ (frequency) และค่าร้อยละ (percentage)
รายละเอยี ดตามตารางท่ี 1
ตารางที่ 1 แสดงสถานภาพและข้อมูลส่วนตวั ของผู้ตอบแบบสอบถาม
ข้อมูลสว่ นตัวของผูต้ อบแบบสอบถาม จำนวน ร้อยละ (%)
(N=30) (frequency) 43.33
56.67
เพศ
3.33
1. ชาย 13 10.00
10.00
2. หญิง 17 76.67
อายุ
1. ตำ่ กว่า 30 ปี 1
2. 30-39 ปี 3
3. 40 – 49 ปี 3
4. สูงกว่า 50 ปี 23
69
ตารางที่ 1 (ต่อ) จำนวน รอ้ ยละ (%)
(frequency)
ขอ้ มูลส่วนตวั ของผตู้ อบแบบสอบถาม 0.00
(N=30) 0 23.33
7 70.00
ระดบั การศึกษา 21 6.67
1. ต่ำกว่าปรญิ ญาตรี 2
2. ปรญิ ญาตรี 43.33
2. ปรญิ ญาโท 13 40.00
3. ปริญญาเอก 12 13.33
4 3.33
สถานะผู้ตอบแบบสอบถาม 1
1. ผบู้ ริหารการศึกษา 53.33
2. ผอู้ ำนวยการกลุม่ /หัวหน้ากลุ่ม 16 13.33
3. ผปู้ ฏบิ ัติงานแผน 4 20.00
4. อน่ื ๆ 6 0.00
0 0.00
สงั กัด 0 13.33
1. สำนกั งานศึกษาธกิ ารจังหวัด 4 100
2. สำนกงาน กศน. 30
3. สำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศึกษา
4. สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษามัธยมศึกษา
5. สำนกั งานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
6. สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
รวม
ตารางที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ประชากรส่วนใหญ่ เป็น เพศหญิง
จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 56.67 อายุสูงกว่า 50 ปี จำนวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 76.67 ระดับ
การศึกษาปริญญาโท จำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 70.00 สถานภาพผูต้ อบแบบสอบถามดำรงตำแหน่ง
ผู้บริหารการศึกษา จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 43.33 สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด จำนวน
16 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 53.33
1.2 กระบวนการขับเคล่ือนยทุ ธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค
การวิเคราะห์กระบวนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค เป็น
การวิเคราะห์กระบวนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค ใน 4 ด้าน
ประกอบด้วย 1. ด้านกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 2. ด้านการขับเคลื่อนแผน 3. ด้านการแปลงแผน
สู่การปฏิบัติ และ 4. ด้านการติดตามและรายงานผล จากแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (rating
scale) ตรวจนับคะแนนแต่ละข้อ นำมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (µ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ) เป็นรายข้อ
รายด้านและโดยภาพรวม แล้วนำเสนอในรูปแบบตารางประกอบคำบรรยาย รายละเอียด
ตามตารางท่ี 2
70
ตารางที่ 2 แสดงคา่ เฉลย่ี ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน กระบวนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
การศกึ ษาระดับภาค จำแนกเป็นรายด้านและโดยรวม
กระบวนการขบั เคล่ือน ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู
µ σ แปลผล
1. ดา้ นกลไกการขบั เคลื่อนยุทธศาสตร์ 4.05 0.97 มาก
2. ดา้ นการขบั เคลอื่ นแผน 3.86 0.99 มาก
3. ด้านการแปลงแผนสู่การปฏิบตั ิ 3.97 0.86 มาก
4. ด้านการตดิ ตามและรายงานผล 4.13 0.92 มาก
โดยภาพรวม 3.99 0.95 มาก
ตารางท่ี 2 กระบวนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค จำแนกเป็น
4 ด้าน ได้แก่ ด้านกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา ด้านการขับเคลื่อนแผน
ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา ด้านการแปลงแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาสกู่ ารปฏิบตั ิ และดา้ น
การติดตามและรายงานผลการขบั เคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศกึ ษา โดยภาพรวม พบว่า หน่วยงาน
ทางการศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาค 4 มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (µ=3.99
σ=0.95) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่ามีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยมีการปฏิบัติด้านการ
ติดตามและรายงานผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด (µ=4.13
σ=0.92) รองลงมา คือด้านกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา (µ=4.05 σ=0.97)
รองลงมา คือ ด้านการแปลงแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาสู่การปฏิบัติ (µ=3.97 σ=0.86) และ
ดา้ นการขับเคลอื่ นแผนยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาการศึกษามีค่าเฉล่ียนอ้ ยที่สดุ (µ=3.86 σ=0.99)
ตารางท่ี 3 แสดงค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน กระบวนการขับเคลอ่ื นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
การศกึ ษาระดบั ภาค ดา้ นกลไกการขับเคลอื่ นยุทธศาสตร์ จำแนกเป็นรายข้อและโดยรวม
ดา้ นกลไกการขบั เคลือ่ นยทุ ธศาสตร์ ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
µ σ แปลผล
1. การจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา และแผนปฏิบตั ิการทช่ี ัดเจนและ 4.10 1.03 มาก
เป็นรูปธรรม
2. การนำเทคโนโลยี มาใช้เป็นเครื่องมือหลกั ในการขับเคล่ือน 3.57 0.94 มาก
ยุทธศาสตร์
3. การบริหารจัดการศกึ ษาแบบมีส่วนรว่ ม 4.27 0.91 มาก
4. การสรา้ งเครอื ขา่ ยหน่วยงานการศกึ ษา 4.17 0.95 มาก
5. การพฒั นาการศึกษาแบบบรู ณาการ เพ่ือให้การขับเคลื่อน 4.07 1.01 มาก
ยุทธศาสตรบ์ รรลุเป้าหมาย
6. การจดั ระบบกำกบั ตดิ ตาม ประเมนิ ผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 4.13 0.90 มาก
โดยภาพรวม 4.05 0.97 มาก
71
ตารางท่ี 3 การปฏิบัติด้านกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา
โดยภาพรวม พบว่า หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาค 4 มีการ
ปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (µ=4.05 σ=0.97) เมื่อพิจารณาเป็นรายประเด็นพบว่าอยู่ในระดับมาก
ทุกประเด็น โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การบริหารจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม (µ=4.27 σ=0.91)
รองลงมา คือการสร้างเครือข่ายหน่วยงานการศึกษา (µ=4.17 σ=0.95) รองลงมา คือ การจัดระบบ
กำกับ ติดตาม ประเมินผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ (µ=4.13 σ=0.90 รองลงมา คือ การจัดทำ
แผนพัฒนาการศึกษาและแผนปฏบิ ัตกิ ารท่ีชัดเจนและเปน็ รูปธรรม (µ=4.10 σ=1.03) รองลงมา คอื การ
พฒั นาการศกึ ษาแบบบรู ณาการ เพ่ือใหก้ ารขบั เคล่ือนยุทธศาสตร์บรรลุเป้าหมาย (µ=4.07 σ=1.01) และ
ด้านการนำเทคโนโลยี มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด (µ=3.57
σ=0.94)
ตารางท่ี 4 แสดงคา่ เฉล่ีย สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน กระบวนการขับเคลอ่ื นแผนยุทธศาสตร์การพฒั นา
การศกึ ษาระดบั ภาค ดา้ นการขบั เคลือ่ นแผน จำแนกเปน็ รายข้อและโดยรวม
ด้านการขับเคลื่อนแผน ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
µ σ แปลผล
1. การสรา้ งความรู้ ความเข้าใจให้กับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง 4.07 1.02 มาก
2. การสรา้ งความรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกบั วสิ ัยทศั น์ วธิ ีคดิ และวธิ ี 3.90 0.96 มาก
ปฏบิ ัติแกผ่ ู้ปฏิบตั ิงาน
3. การจดั การความรู้ และแลกเปล่ยี นเรยี นร้จู ากประสบการณ์ 3.90 0.96 มาก
เพอื่ ใหผ้ ู้ปฏิบัติสามารถออกแบบแผนงาน/โครงการ
4. การเปิดโอกาสใหภ้ าครฐั ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมแสดง 3.90 0.92 มาก
ความคิดเหน็ และให้ข้อเสนอแนะในการจดั ทำแผน
5. การพฒั นาระบบข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นทเ่ี พื่อใช้เป็นข้อมูล 3.80 1.06 มาก
ในการจัดทำแผนและการตดั สินใจเชิงบรหิ ารในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษา
6. การแสวงหาและระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนท่ีเกย่ี วข้อง 3.60 1.04 มาก
โดยภาพรวม 3.86 0.99 มาก
ตารางที่ 4 การปฏิบัติด้านการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา
โดยภาพรวม พบว่า หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาค 4 มีการ
ปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (µ=3.86 σ=0.99) เม่ือพิจารณาเป็นรายประเด็น พบว่าอยู่ในระดับมาก
ทุกประเด็น โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ การสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง (µ=4.07 σ=1.02) รองลงมาคือ การเปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
แสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะในการจัดทำแผน การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิสัยทัศน์
วิธคี ดิ และวธิ ีปฏบิ ตั ิแกผ่ ู้ปฏิบัติงาน และการจัดการความรู้ และแลกเปลีย่ นเรียนรูจ้ ากประสบการณ์เพ่ือให้
ผู้ปฏิบัติสามารถออกแบบแผนงาน/โครงการ (µ=3.90 σ=0.92 , 0.96 และ 0.96 ตามลำดับ) รองลงมา
72
คือ การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำแผนและการตัดสินใจ
เชิงบริหารในการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา (µ=3.80 σ=1.06) และ การแสวงหาและระดมทรัพยากรจาก
ทุกภาคสว่ นท่ีเกีย่ วข้อง มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สดุ (µ=3.60 σ=1.04)
ตารางท่ี 5 แสดงคา่ เฉลยี่ ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน กระบวนการขบั เคล่ือนแผนยุทธศาสตร์การพฒั นา
การศึกษาระดับภาค ด้านการแปลงแผนสกู่ ารปฏบิ ัติ จำแนกเป็นรายข้อและโดยรวม
ดา้ นการแปลงแผนสู่การปฏบิ ัติ ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล
µ σ แปลผล
1. การวางแผนดำเนนิ งานสอดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตร์พัฒนาการศึกษา 3.90 0.80 มาก
กลมุ่ จังหวดั
2. การจัดอันดับความสำคัญของเป้าหมาย กำหนดแนวทางการ 3.83 0.87 มาก
ดำเนนิ งาน ระยะเวลา ผรู้ บั ผดิ ชอบของแผนปฏบิ ตั ิการท่ีชดั เจน
3. การดำเนินการตามแผนงาน/โครงการทกี่ ำหนด 4.10 0.92 มาก
4. การดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม ในรปู แบบขององคค์ ณะบุคคล 4.03 0.85 มาก
โดยภาพรวม 3.97 0.86 มาก
ตารางที่ 5 ด้านการแปลงยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาสู่การปฏิบัติ โดยภาพรวม พบว่า
หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาค 4 มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก
(µ=3.97 σ=0.86) เมื่อพิจารณาเป็นรายประเด็นพบว่าอยู่ในระดับมากทุกประเด็น โดยประเด็นที่มี
ค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือการดำเนินการตามแผนงาน/โครงการที่กำหนด (µ=4.10 σ=0.92) รองลงมา คือ
การดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม ในรูปแบบขององค์คณะบุคคล (µ=4.03 σ=0.85) รองลงมา คือ การ
วางแผนดำเนินงานสอดคล้องกบั ยทุ ธศาสตร์พฒั นาการศึกษากลุ่มจังหวัด (µ=3.90 σ=0.80) และการจัด
อันดับความสำคัญของเป้าหมาย กำหนดแนวทางการดำเนินงาน ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบของแผน
ปฏิบัตกิ ารทชี่ ัดเจน มคี า่ เฉลี่ยนอ้ ยท่สี ุด (µ=3.83 σ=0.87)
ตารางท่ี 6 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน กระบวนการขบั เคลื่อนแผนยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนา
การศึกษาระดับภาค ดา้ นการติดตามและรายงานผล จำแนกเปน็ รายขอ้ และโดยรวม
ด้านการตดิ ตามและรายงานผล ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
µ σ แปลผล
1. การแต่งต้ังคณะกรรมการในการติดตาม ประเมินผล 4.23 0.90 มาก
2. การติดตามความก้าวหนา้ ของโครงการ/กิจกรรม เปน็ ระยะ 4.23 0.86 มาก
3. การประเมินผลการดำเนนิ งานตามแผน 4.07 0.83 มาก
4. การนำผลการประเมนิ มาปรับปรุงและพฒั นาแผนในปตี ่อไป 3.97 1.10 มาก
โดยภาพรวม 4.13 0.92 มาก
73
ตารางที่ 6 ด้านการติดตามและรายงานผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา
โดยภาพรวมพบว่า หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาค 4 มีการ
ปฏบิ ัติอยใู่ นระดบั มาก (µ=4.13 σ=0.92) เม่ือพจิ ารณาเป็นรายประเดน็ พบวา่ อยู่ในระดับมากทุกประเด็น
โดยประเด็นท่ีมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การติดตามความก้าวหน้าของโครงการ/กิจกรรม และ การแต่งต้ัง
คณะกรรมการในการติดตาม ประเมินผล (µ=4.23 σ=0.86 และ 0.90 ตามลำดับ) รองลงมา คือ การ
ประเมินผลการดำเนินงานตามแผน (µ=4.07 σ=0.83) และการนำผลการประเมนิ มาปรับปรงุ และพัฒนา
แผนในปีต่อไป มีคา่ เฉล่ยี นอ้ ยท่ีสุด (µ=3.97 σ=1.10)
1.3 ข้อเสนอแนะกระบวนการขับเคล่อื นยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาการศึกษาระดับภาค
คำถามเกี่ยวกับข้อเสนอแนะกระบวนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับ
ภาค เป็นขอ้ คำถามปลายเปิดท่ีนอกเหนือจากแบบสอบถามในตอนที่ 2 จำนวน 4 ข้อคำถาม ประกอบด้วย
ข้อเสนอแนะกระบวนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค ด้านกลไกการขับเคลื่อน
ยุทธศาสตร์ ด้านการขับเคลื่อนแผน ด้านการแปลงแผนสู่การปฏิบัติ ด้านการติดตามและรายงานผล
ผลการวเิ คราะหเ์ น้ือหา (Content Analysis) ดงั นี้
1. ข้อเสนอแนะกระบวนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาระดับภาค ด้านกลไกการ
ขับเคลอ่ื นยทุ ธศาสตร์
- การส่งเสรมิ ให้ทกุ ภาคส่วนมีสว่ นร่วมในการจดั ทำแผนพัฒนาการศกึ ษา
- ควรมีการสร้างความรู้ความเขา้ ใจกับทุกภาคส่วนเพือ่ ให้การขบั เคลื่อนเป็นไปในแนวทาง
เดยี วกนั และใหเ้ กดิ การตอ่ เน่ืองไปสูค่ วามยั่งยนื
- การสร้างเครอื ขา่ ยหนว่ ยงานทางการศกึ ษาอย่างตอ่ เน่ือง
- สรา้ งความรู้ความเข้าใจแก่ผปู้ ฏบิ ตั งิ านด้านแผนของหน่วยงานทางการศึกษาใหช้ ดั เจน
- ควรนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบูรณาการ ตั้งแต่ระดับกระทรวง กรม จังหวัด และเขต
พื้นที่การศึกษา เพื่อลดภาระการปฏิบัติ ได้ข้อมูลที่เที่ยงตรง กับทุกระดับ โดยเฉพาะ
ระบบกำกบั ตดิ ตามประเมินผล
2. ขอ้ เสนอแนะกระบวนการขับเคล่ือนยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาการศกึ ษาระดับภาค ด้านการขบั เคล่ือน
แผน
- สรา้ งเครอื ข่ายความร่วมมือกับหนว่ ยงานทางการศึกษา
- ส่งเสรมิ และสนับสนุนในการแสวงหาหรือระดมทรัพยากรจากทกุ ภาคส่วนให้มากขึ้น
- สร้างความชัดเจนในการจัดทำแผน เช่นการจัดทำปฏิทินการทำงานที่ชัดเจน เพื่อการ
วางแผนการปฏบิ ัตงิ าน
- กำหนดให้แผนพัฒนาการศกึ ษาเปน็ ส่วนหนงึ่ ของการพัฒนาจงั หวดั
- การบูรณาการงานนโยบาย กรอบความคิด ปฏิทินงานไม่สามารถส่งต่อการขับเคลื่อน
อย่างเปน็ ระบบได้ ควรประสานงานในเชงิ นโยบายกับกลุ่มจงั หวดั เพ่ือการพฒั นาคุณภาพ
การศึกษาทสี่ อดคลอ้ งในเชงิ พ้นื ที่
74
3. ข้อเสนอแนะกระบวนการขับเคล่อื นยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาการศกึ ษาระดบั ภาค ด้านการแปลงแผน
สู่การปฏิบัติ
- ควรสง่ เสริมใหผ้ ้ปู ฏบิ ัตงิ านไดม้ ีส่วนร่วมในการนำแผนสู่การปฏบิ ตั ใิ ห้ครอบคลุม
- การแปลงแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาสู่การปฏิบัติในระดับต่าง ๆ ต้องมีความ
สอดคล้องเชอ่ื มโยงกัน โดยสอดคลอ้ งกับตัวชวี้ ดั และเปา้ ประสงคข์ องแผน
- ควรกำหนดปฏทิ ินการดำเนนิ งานใหเ้ ป็นไปในทศิ ทางเดียวกนั
- ภาคควรตงั้ งบประมาณโดยตรงเพอ่ื เสรมิ จุดแข็ง ซ่อมจดุ ออ่ นในพ้ืนที่
- สนบั สนนุ งบประมาณในการดำเนินการ
4. ขอ้ เสนอแนะกระบวนการขบั เคลื่อนยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาการศึกษาระดบั ภาค ดา้ นการติดตามและ
รายงานผล
- ควรมีระบบติดตามประเมินผลทีม่ รี ปู แบบอยา่ งเปน็ ระบบ
- สร้างความรู้ความเข้าใจของการตดิ ตาม รายงานผลและนำผลทไ่ี ด้ไปปรับปรงุ แก้ไขอย่าง
แท้จรงิ และคมุ้ ค่ากบั งบประมาณ ซ่ึงผลตอบแทนคือตวั ผูเ้ รียน
- สรุปรายงานการขบั เคลอื่ นเพ่ือนำผลมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาแผนต่อไป
- ควรมีการประชมุ ติดตามผลการขบั เคลอ่ื นทกุ ไตรมาส
- ลดความซำ้ ซอ้ นในการตดิ ตามและเก็บข้อมูล
ตอนที่ 2 ศกึ ษาผลการดำเนินงานการขับเคล่อื นแผนยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาการศึกษาระดบั ภาค
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2562
ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 การจัดการศึกษาเพ่อื ความมัน่ คงของสังคมและประเทศชาติ
ประเด็น : การสง่ เสริมสนบั สนุนผ้เู รยี นใหม้ คี วามรักในสถาบันหลกั ของชาติ และยึดมน่ั การปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมขุ
โครงการทีด่ ำเนินการ ไดแ้ ก่ โครงการจัดงานชุมนมุ ลูกเสอื สำรองแห่งชาติ คร้งั ท่ี 1 (ครบรอบ
61 ปี ลูกเสือสำรองประเทศไทย) โดยจัดฝึกอบรมลกู เสือสำรองเตรียมความพรอ้ มของเยาวชนลูกเสอื ไทย
รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ผู้เข้าร่วมชุมนุมมีจิตสำนึกรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โครงการ
น้อมนำพระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 สกู่ ารปฏบิ ตั ิ เพอื่ เปน็ การส่งเสริมให้
บุคลากรในสงั กัดมีเจตคติที่ดีตอ่ บา้ นเมือง มีโอกาสทำหน้าที่เปน็ พลเมอื งดี และมพี ้นื ฐานชีวิตท่ีม่ันคงและมี
คุณธรรมส่งเสริมให้นักเรียน ครู บุคลากรในสังกัดมีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์ และจิตอาสาพัฒนาการ
เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ให้สถานศึกษาในสังกัดจัดการเรียนการสอนตามตัวชี้วัด ส.4 ประวัติศาสตร์ (ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาในสังกัดพัฒนาการ
จัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ตามแนวทางที่ สพฐ.กำหนด จัดสรรเอกสาร/สื่อ/หนังสือส่งเสริมการจัดการ
เรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ส่งเสริมสนับสนุนให้โรงเรียนสามารถจัดกิ จกรรมการเรียนรู้
75
ประวัติศาสตร์ โครงการส่งเสริม สนับสนนุ การนอ้ มนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงสู่การปฏิบัติ
ในสถานศึกษา โดยสง่ เสรมิ สนับสนุนใหโ้ รงเรียนเขา้ รับการประเมินสถานศึกษาพอเพียง โดยการจัดการ
ประชุมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารเพื่อเตรยี มความพร้อมในการประเมินสถานศึกษาพอเพียง จดั ประชุมเชิงปฏิบัติการ
การจัดทำแผนการเรียนรู้บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียงและการศึกษาดูงานโรงเรียนที่เป็นศูนย์การ เรียนรู้
เศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา นิเทศ กำกับ ติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษาจนได้ผ่านการ
ประเมินเป็นสถานศึกษาพอเพียง ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงมาบูรณาการในการจัดการเรียนการสอนและจัดกิจกรรมต่าง ๆ โครงการศึกษาเพื่อสร้างความ
เป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองใน
ระบอบประชาธิปไตยในสถานศึกษา จัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551
โดยเฉพาะในสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์และตามแนวทางการ
พัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน จัดกิจกรรมเสริมสร้างความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ทั้ง
กิจกรรมในหลักสูตรและกิจกรรมเสริมหลักสูตร โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคล่ือนหลักสูตรด้าน
ทจุ รติ ทบทวนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาพร้อมทั้งการขับเคลื่อนหลักสูตรด้านทจุ รติ สู่การจัดกิจกรรม
การเรียนในสถานศึกษา จัดประชุมผู้บริหารโรงเรียนในโครงการโรงเรียนสุจริต เรื่องสถาบัน
พระมหากษัตริย์กับประเทศไทย โดยวิทยากรจากหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรหลักประจำ” รุ่นที่ 1
“เป็นเบ้า เป็นแม่พิมพ์” โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยจัดกิจกรรมการปลูกฝัง
และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ โครงการสร้างความเข้มแข็งองค์กร
สภานักเรียน โดยจัดอบรมนักเรียนที่เป็นสมาชิกสภานักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาส ให้มีความรู้ความ
เข้าใจมีทักษะการดำเนินชีวิต ได้รับการพัฒนามีคุณลักษณะที่พึงประสงค์และค่านิยมหลัก 12 ประการ
โครงการศึกษา เรียนรู้โครงการตามพระราชดำริ โดยการศึกษาดงู านโครงการชั่งหัวมัน โครงการลูกเสือ
เพื่อปลูกจิตสำนึกสร้างจิตอาสา โดยการจัดค่ายลูกเสือ โครงการชุมนุมลูกเสือบำเพ็ญประโยชน์
เฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลพระราชพิธีราชาภิเษก โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและ
ชุมชน โดยจัดอบรมประชาชนด้านประชาธิปไตย โครงการอบรมศึกษาแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์
ชาติไทยและบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ให้กับนักศึกษาและบุคลากร กศน. เพื่อให้ได้ศึกษาเรียนรู้
ประวัติศาสตร์ชาติไทย มีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และสามารถเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้อง
ให้กับคนในครอบครัวได้ โครงการคนรุ่นใหม่ ร่วมใจต้านภัยยาเสพติด และอบายมุข โดยอบรมให้
ความรู้ นักศึกษา กศน. เพื่อให้มีพฤติกรรมที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถปฏิบัติตนในแนวทาง ที่
ถูกต้องเหมาะสม มีภูมิคุ้มกันทางด้านร่างกาย จิตใจ ไม่ตกเป็นทาสของยาเสพติดและอบายมุข โครงการ
สถานศึกษาคุณธรรม โดยดำเนินกิจกรรมตามหลักของโรงเรียนคุณธรรม นำความสุข เพื่อให้ผู้เรียนและ
บุคลากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีและนำไปในการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพโครงการวันปิยมหาราช 23
ตุลาคม ดำเนินการถวายพวงมาลาและถวายบังคมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หวั จดุ เทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
76
เจ้าอยู่หัว โครงการ 5 ธันวา วันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดลุ ยเดช รัชกาลที่ 9 โดยดำเนินกจิ กรรมทำบุญตักบาตร ถวายพานพ่มุ ราชสักการะ ถวายราชสดุดี และ
ถวายบังคม จัดประกวดนิทรรศการโครงการตามพระราชดำริโครงการวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า
ดำเนินการเดินสวนสนามเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โครงการรณรงค์
เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง โดยจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ แจกสติ๊กเกอร์ อบรมให้ความรู้
โครงการยุวชนประชาธิปไตย รนุ่ ที่ 2 โครงการสานไทยใจหน่งึ เดียว สรา้ งความสามคั คปี รองดอง โดย
การจัดอบรมให้ความรู้ ผ้บู ริหาร ครู บุคลากร ผู้นำชมุ ชน นกั เรียน นักศึกษาโครงการส่งเสริมการป้องกัน
ปราบปรามการทจุ ริตด้านอาชีวศึกษาด้วยจิตพอเพียง โดยจัดกิจกรรมอบรมใหค้ วามรู้และแสดงแนวคิด
ต่าง ๆ ให้นกั เรยี น
ปัญหา อุปสรรค
1. ขาดการนเิ ทศแบบต่อเนื่อง
2. โรงเรยี นขนาดเลก็ ครูมีภาระงานมาก
3. ผู้ผา่ นการอบรมเปน็ ผู้ประเมินมีจำนวนน้อย
4. นโยบายระดบั กรมไม่ชดั เจน
5. ครูยังขาดความเช่ียวชาญในการดำเนินงาน
6. ผู้ปกครองยังขาดการมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนา
ผู้เรียน
7. นักเรียนบางคนอาจขาดความเข้าใจในการแสดงออกถึงความรักในสถาบัน ต้องใช้เวลา
ในการฝกึ ฝน
8. มีนักเรียนต่างสัญชาติมากขึ้น ต้องใช้เวลาในการรณรงค์ปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของคนใหเ้ ดก็ ต่างสญั ชาติ
9. โครงการสร้างความเข้มแข็งองค์กรสภานักเรียน มิได้จัดสรรงบประมาณให้ตามโครงการ
แก้ปญั หาโดยการนำไปบรู ณาการกับโครงการอน่ื ท่เี กี่ยวขอ้ ง
ข้อเสนอแนะ
1. โรงเรียนควรได้รับการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีความเข้มแข็งด้านหลักสูตรและการ
บรหิ ารวิชาการ
2. ผู้บริหารโรงเรียนควรได้รบั การพฒั นาระบบการนิเทศภายในอย่างเปน็ ระบบ
3. หนว่ ยงานระดับกรม ไมค่ วรมีโครงการพเิ ศษ ที่เป็นนโยบายให้โรงเรยี นดำเนนิ การรายวัน
4. ส่งเสริม สนับสนุนให้ครูจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้นักเรียน
มคี วามค้นุ เคย เขา้ ใจ ตระหนกั และแสดงออกอย่างจรงิ ใจ
5. สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้มีความ
เข้มแขง็ มสี ว่ นรว่ มรบั ผดิ ชอบต่อผลการจัดการศกึ ษาและการขับเคลอ่ื นคุณภาพการจดั การศกึ ษา
77
6. นิเทศ ติดตามนำการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน กรอบหลักสตู รระดับท้องถ่นิ และความต้องการของสถานศึกษาอยา่ งต่อเน่ือง การจัด
กิจกรรมสง่ เสริมพฒั นาผเู้ รียน
7. ส่งเสรมิ พร้อมสร้างขวัญกำลงั ใจ นิเทศติดตามการพัฒนาหลกั สตู รสถานศึกษาอยา่ งต่อเนื่อง
8. โครงการสร้างความเขม้ แข็งองค์กรสภานักเรียน เป็นโครงการทีด่ ี รัฐบาลควรให้ความสำคัญ
จดั สรรงบประมาณให้โรงเรยี นดำเนนิ การครบทุกโรงเรยี น
ประเดน็ : การส่งเสริมสนบั สนนุ ผู้เรียนใหไ้ ดร้ บั การศกึ ษา การดูแลและป้องกนั จากภัยคุกคามในชีวิต
รปู แบบใหม่
โครงการที่ดำเนินการ ได้แก่ โครงการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อป้องกัน
และแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา โดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการขับเคลื่อนสถานศึกษา
สีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขในจังหวัด รายงานผลการดำเนินงานสารสนเทศยาเสพติด (NISPA)
ระบบดูแลและติดตามการใช้สารเสพติดในสถานศึกษา (CATAS) การรายงานผลการดำเนินการป้องกัน
และแก้ไขปัญหายาเสพติด และการดำเนินงานกิจกรรม To Be Number One โครงการสถานศึกษา
สีขาว ปลอดยาเสพติด และอบายมุข โดยส่งเสรมิ ใหโ้ รงเรียนในสังกัดขับเคล่ือนการดำเนินการโครงการ
สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข เพื่อปลูกจิตสำนึกร่วมกันไม่ให้เยาวชนไปเกี่ยวข้องกับ
ยาเสพติด พร้อมประเมินผลการดำเนินโครงการ โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดใน
สถานศึกษา (TO BE NUMBER ONE) โดยพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเยาวชนที่เป็นสมาชิก
ชมรม TO BE NUMBER ONE ของสถานศึกษา สร้างและพัฒนาเครือข่ายชมรม ของสถานศึกษาให้เกิด
การแลกเปลยี่ นเรียนรู้ประสบการณ์ การดำเนนิ งานแบบรว่ มมือ รว่ มใจ รว่ มปอ้ งกนั แก้ไขปัญหายาเสพติด
สร้างเครือข่ายในการดูแล เฝ้าระวัง คุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียนครอบคลุมทุกพื้นที่ในจังหวัด
โครงการสร้างความเข้มแข็งองค์กรสภานักเรียน โดยจัดอบรมนักเรียนที่เป็นสมาชิกสภานักเรียน
ในโรงเรียนขยายโอกาส ให้มีความรู้ความเข้าใจมีทักษะการดำเนินชีวิตรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของ
บ้านเมือง การนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต ได้รับการพัฒนาให้มีคุณลักษณะ
ที่พึงประสงค์และค่านิยมหลัก 12 ประการ โครงการแข่งขันกีฬานักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา
เพื่อให้นักเรียนมีทักษะในการเล่นกีฬา สามารถนำไปใช้แข่งขันสร้างความสามัคคี มีสุขภาพร่างกาย
แขง็ แรง สุขภาพจติ ดี และใช้เวลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์ โครงการจัดการศึกษาเพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพผู้เรียน
โดยจดั กจิ กรรมพัฒนาทกั ษะชีวิตให้กับผเู้ รยี นเพ่ือให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ มีเจตคติ คา่ นิยมที่ถกู ตอ้ ง และมี
ทักษะหรือความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นในการเผชิญปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต เช่น ปัญหายาเสพติด การ
ต้งั ครรภไ์ ม่พงึ ประสงค์ ทะเลาะววิ าท ครอบครวั แตกแยก ความรุนแรง ความเครยี ด ภัยพิบตั ิ โครงการ
ส่งเสริมการอ่านของ กศน.ตำบล โดยส่งเสริมการอ่านบ้านหนังสือชุมชน ส่งเสริมการอ่านรถโมบาย
เคล่อื นท่ี อาสาสมคั รส่งเสริมการอ่าน ห้องสมดุ เคลื่อนท่สี ำหรบั ชาวตลาด โครงการอบรมส่งเสริมสร้าง
จิตอาสาพัฒนานักศึกษา กศน.ด้านกีฬาต้านภัยยาเสพติด โดยการจัดอบรมกีฬาต้านภัยยาเสพติด
โครงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน “เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิต” โดยการให้ความรู้นักศึกษา กศน.ให้มี
ความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะชีวิตเกี่ยวกับพัฒนาการของมนุษย์ ความหลากหลายทางเพศ การป้องกัน
78
ตนเองจากความรุนแรงทางเพศและสามารถน ำทั กษะชีวิตมาปฏิบัติ ให้ตนเ องมี ความปล อดภั ย จ า ก
พฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมและป้องกันตนเองจากโรคติดต่อได้ โครงการเยาวชนแกนนำสดใส
ห่างไกลยาเสพติด โดยดำเนินการอบรมแนวทางป้องกันและแก้ไข มุ่งสร้างกลุ่มแกนนำการป้องกันและ
แก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้รู้จักวิธีป้องกันตนเองให้พ้นจากยาเสพติด รู้จักหลีกเลี่ยงกลุ่มเสี่ยง และ
สามารถเผยแพร่ความรู้ให้ผู้อื่นได้ โครงการรณรงค์ ป้องกันและลดอุบัติเหตุภายในสถานศึกษาช่วง
เทศกาลปีใหม่ โดยจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎ จราจร การป้องกันอุบัติเหตุ กิจกรรมการรณรงค์
ในการสวมหมวกกันน็อคในการขับรถจักรยานยนต์ โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพตดิ
โดยการประชาสัมพันธ์ให้ความรเู้ กย่ี วกบั ยาเสพติดให้โทษ
ปญั หา อุปสรรค
1. ครูทร่ี ับผดิ ชอบงานดา้ นยาเสพตดิ เปล่ยี นบอ่ ยทำใหก้ ารดำเนินงานขาดความต่อเน่ือง
2. โรงเรียนมีโครงการที่ต้องปฏิบัตติ ามนโยบายหลายโครงการ ทำให้ไม่ได้รับความร่วมมือจาก
ทกุ ฝา่ ย
3. หนว่ ยงานต้นสงั กัดไมค่ อ่ ยสนบั สนุนการดำเนินงาน
ขอ้ เสนอแนะ
1. ควรมีการอบรมให้ความรู้ด้านยาเสพติดให้มากขน้ึ
2. ควรจัดสรรงบประมาณเพ่อื จดั อบรมพัฒนาครรู ะบบดูแลให้มีความเข็มแขง็
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถ
ในการแข่งขันของประเทศ
ประเด็น : การสง่ เสริม สนับสนนุ การพฒั นาผูเ้ รียนให้มสี มรรถนะตรงตามความตอ้ งการของตลาดแรงงาน
โครงการที่ดำเนินการ ได้แก่ โครงการประชุมปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพครูแนะแนวใน
สถานศึกษา เป็นการสร้างเสริมผู้เรียนให้มีคุณภาพ รู้จักและเข้าใจตนเอง รู้ความสนใจ ความถนัดของ
ตนเอง มีเจตคตทิ ีด่ ตี ่อการประกอบอาชีพ ซง่ึ ครแู นะแนวจะเป็นผู้ท่มี ีบทบาทสำคญั โดยการพัฒนาครูแนะ
แนวโรงเรียนขยายโอกาส สร้างความรู้ความเข้าใจในกระบวนการแนะแนวการศึกษาต่อให้กับนักเรียน
สร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายครูแนะแนว โครงการจัดการทดสอบทักษะการใช้ภาษาอังกฤษตาม
มาตรฐานความสามารถทางภาษาของครู (CEFR) โดยส่งเสริม สนับสนุนให้ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ
ที่ผ่านการทดสอบ CEFR และที่ยังไม่สอบ เข้ารับการอบรมครแู กนนำภาษาอังกฤษระดับภูมิภาค (Boot
Camp) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการขยายผลการอบรมครูแกนนำภาษาอังกฤษระดับภูมิภาค (Boot Camp)
โดยครูผู้สอนภาษาอังกฤษที่ผ่านการอบรมในระดับภูมิภาค เป็นวิทยากรแกนนำขยายผลให้กับครูที่ยัง
ไม่ผ่านการอบรม สร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาตนเอง ระหว่างครูผู้สอนภาษาอังกฤษ
เก่ยี วกับเทคนิควิธกี ารจดั กิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบ Active Learning โครงการนิเทศ
ครูผู้สอนภาษาอังกฤษที่ผ่านการอบรมพัฒนาครูแกนนำในระดับภูมิภาค Boot Camp โครงการ
ศูนยฝ์ ึกอาชพี ชุมชน โดยจัดกจิ กรรมฝกึ อาชีพ 1 อำเภอ 1 อาชีพ กิจกรรมฝึกอาชีพพัฒนาอาชีพระยะสั้น
79
ไม่เกิน 30 ชั่วโมง กิจกรรมฝึกอาชีพชั้นเรียนวชิ าชีพ 31 ชั่วโมงขึ้นไป โครงการศูนย์ฝึกอาชีพ โดยการ
จัดการเรียนการสอนอาชีพทหี่ ลากหลายตามความต้องการให้ประชาชนในพื้นที่เพ่ือพฒั นาอาชีพ ต่อยอด
อาชีพ โครงการภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสารด้านอาชีพ โดยจัดหลกั สตู รภาษาอังกฤษสำหรับผู้ทำงาน
ในสถานพยาบาลและสถานประกอบการ หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับพนักงานขาย หลักสูตร
ภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพพนักงานขายสินค้า หลักสูตรภาษาอังกฤษด้านการบริการโรงแรม หลักสูตร
ภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยวและบริการ หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยวและการขายสินค้า
โครงการ Smart ONIE เพื่อสร้าง Smart Farmer โดยการอบรมให้ความรู้และเรียนรู้สถานที่จริงเพื่อให้
เป็น Master Trainer โครงการภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้านอาชีพ โดยจัดหลักสูตรภาษาอังกฤษ
สำหรับผู้ทำงานในสถานพยาบาลและสถานประกอบการ หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับพนักงานขาย
หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพพนักงานขายสินค้า หลักสูตรภาษาอังกฤษด้านการบริการโรงแรม
หลักสตู รภาษาองั กฤษเพ่ือการท่องเท่ยี วและบริการ หลักสตู รภาษาองั กฤษเพ่ือการท่องเทีย่ วและการขาย
สินค้า โครงการจัดทำฐานข้อมูล Big Data System โดยจัดเก็บข้อมูลอุปสงค์และอุปทานด้านแรงงาน
(Demand Side and Supply Side) เพื่อเป็นฐานข้อมูลความต้องการกำลังคนในจังหวัด โครงการ
แนะนำสถานประกอบการให้นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังจะออกฝึกงานและฝึกประสบการณ์ทักษะ
วิชาชีพ โดยให้ครูฝึกในสถานประกอบการแนะนำการฝึกงานและฝึกอาชีพให้กับนักเรียน นักศึกษา
โครงการตรวจความพร้อมของรถโดยสารและรถประจำทางและพนักงานขับรถช่วงเทศกาลปีใหม่และ
สงกรานต์ โดยการออกตรวจความพร้อมของรถโดยสารประจำทางร่วมกับกรมการขนส่งทางบก
โครงการลงนามบันทึกความตกลง (MOU) ในการจัดอบรมสำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถและผู้ขอ
ต่ออายุใบอนญุ าตขับรถตามกฎหมายวา่ ด้วยรถยนต์ โดยเปน็ ศูนย์ในการอบรมสำหรับผ้ขู อรับใบอนุญาต
ขับรถและผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ โครงการร่วมลงนามกับสถานประกอบการภาครัฐและเอกชน
ในการขับเคลื่อนสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมอาชีวศึกษาเข้าสู่ระบบพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม ระดับ
ภาคกลาง โดยการลงนามความร่วมมือในการนำนวัตกรรมจำหน่ายเชิงพาณิชย์กับบริษัท โครงการ
กิจกรรมบม่ เพาะนักประดิษฐส์ ายอาชีวศกึ ษา ภาคกลางและภาคตะวันออก โดยการนำเสนอเอกสารเชิง
แนวคิด และผลงานสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรม โครงการปฐมนิเทศนักเรียน นักศึกษา ก่อนออกฝึก
ประสบการณ์ ทักษะวิชาชีพ ฝึกอาชีพในสถานประกอบการ โครงการสัมมนาหลังฝึกประสบการณ์
ทักษะวิชาชีพและฝึกอาชีพของนักเรียน นักศึกษา โดยให้นักเรียน นักศึกษานำเสนอผลการฝึก
ประสบการณ์ทักษะวิชาชีพที่ได้ออกฝึกประสบการณ์ โครงการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
(MOU) ระหว่างวิทยาลัยกับสถานประกอบการและสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อจัดการเรียนการสอนหลักสูตรระยะสั้นกับโรงเรียนและสถานประกอบการ
โครงการอบรมครูฝึกในสถานประกอบการ เพื่อร่วมการจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคี โดยการจัด
อบรมให้ความรู้ครูฝึกในถานประกอบการและจัดทำแผนการฝึกอาชีพ พร้อมจัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติ
สถานประกอบการ โครงการฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นฐานสมรรถนะ Education to
Employment : Vocational Boot Camp (E to E) หลักสูตรสร้างหุ่นยนต์เดินตามเส้นในโรงงาน
อุตสาหกรรม โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อยกระดับการจัดการสอนระบบทวิภาคี โดยการ