1) สภาพปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา (COVID-19)
ตารางท่ี 3.31 จำ� นวนผปู้ ระสบปญั หาสงั คมกรณกี ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั
โคโรนา (COVID-19) จ�ำแนกตามสภาพปัญหาความเดือดร้อน
ของจงั หวัดสมุทรสาคร
(หนว่ ย : คน)
กลุม่ เป้าหมาย สภาพปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณโ์ รคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา (COVID-19) รวม
กลุ่มเด็ก 7
กลุ่มผู้สูงอายุ กลมุ่ เส่ยี ง ตดิ เช้ือ COVID-19 ถกู เลกิ จ้าง ว่างงาน รายไดล้ ดลง อืน่ ๆ 197
กลมุ่ เยาวชน 9
กลุ่มสตรี 00 0 2 23 209
กลุ่มผู้พกิ าร 0 0 4 57 73 63 120
กลุ่มผดู้ ้อยโอกาส 00 1 4 40 220
กลุ่มครอบครัว 0 0 8 56 81 64 108
รวม 0 0 4 40 33 43 870
0 0 5 77 61 77
0 0 0 28 55 25
0 0 22 264 309 275
จากตารางที่ 3.31 และภาพที่ 3.31 สะท้อนให้เห็นถึงสภาพปัญหาความ
เดอื ดรอ้ นของประชาชนในพนื้ ทจ่ี งั หวดั สมทุ รสาคร ทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจากสถานการณ์
การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา (COVID-19) พบวา่ มกี ลมุ่ ผไู้ ดร้ บั ผลกระทบ
จ�ำนวนมากท่ีสุด คอื กล่มุ ผูด้ ้อยโอกาส มีจำ� นวน 220 คน มผี ลกระทบด้านว่างงาน/
ขาดรายได้และกระทบด้านอ่ืน ๆ เท่ากัน ร้อยละ 35.00 รองลงมา คือ กลุ่มสตรี
มจี ำ� นวน 209 คน มีผลกระทบด้านรายได้ท่ีลดลงมากท่สี ุด รอ้ ยละ 38.76 ถดั มา คอื
กลุ่มผู้สูงอายุ มีจ�ำนวน 197 คน มีผลกระทบด้านด้านรายได้ลดลงมากที่สุด
ร้อยละ 37.06 กลุ่มผู้พิการ ได้รับผลกระทบจ�ำนวน 120 คน มีผลกระทบอ่ืน ๆ
รอ้ ยละ 35.83 และกระทบด้านว่างงาน/ขาดรายได้ รอ้ ยละ 33.33 กลมุ่ ครอบครัว
ท่ีได้รับผลกระทบมีจ�ำนวน 108 คน มีผลกระทบด้านรายได้ท่ีลดลงมากท่ีสุด
ร้อยละ 50.93 กลุ่มเยาวชน ได้รับผลกระทบจ�ำนวน 9 คน มีผลกระทบจาก
การว่างงาน/ขาดรายได้ และผลกระทบด้านอื่น ๆ ในอัตราเท่ากัน ร้อยละ 44.44
สว่ นกลุ่มเดก็ ได้รบั ผลกระทบ 7 คน โดยมผี ลกระทบด้านอืน่ ๆ ร้อยละ 42.86
100 รายงานสถานการณ์ทางสังคม
ในพ้นื ที่ สสว.3 ประจำ� ปี 2563
73
73
จําแภ นากภพตภาาทพามี่พทส3ท่ีภ. 33่ีา31. พ3.3ป1 จแ1แญั�ำสแสแดหสดนงาดงรคกงร้อวตรอ้ ยาอ้ายมลมยลเะลสดะผะภอืผผปู้ ดาู้ปู้ปรพรรระ้อะปะสนสญัสบขบบหอปปปงาญั ญัจญัคหงัหวหหาาาวสมสสดั ังเงังั ดสคคคมือมมมทุดจจจรราาาส้อกกกานสสสคถถถขราาาอนนนงกจกกางัาารหรรณณณวโ์ดั ์โ์โรรสรคคคมตตตทุดิ ดิ ิดรเเชสเชชอื้ า้อื ้ือไคไวไวรรวรสัรสั โสั คโโคโครโโรนรนาน(าCา(C O(OCVOVIDIVD-1I-D91)-91)9)
จําโตแราน ในรนากา(งตสC ท2าOถี่ม)23Vสา)อ. 3IภนอาD2าชา-กพ1ช ีพจา9ปพีําปร)นญัปัจ ณวจัหจน2จาบุแ์โคบุ)รันลวนั ะคข าอขรอมตอ้าองเยิดงดชผผลอืเูป้พี ะู้ปชดรผรประ้ือู้ปะ้อสจัสไรนบะวบจขสปปรอบุ บญั ญัสังปนัจหโหัญังขคาาหหสสอโวาังังรดังสคคนสผังมมคมาปู้ มทุใในนรร(ใกกสCะนรารกสOณคณรบรณVกีกี ปาีกาIรDารญั แรแ-แพพห1พรรา9รร่ ร่ ร่ะส)ะะบบงั บาาคาดดดมใในขนอสใสงนถถโารกานคนรกตกณาดิ ารเชรณกี ณอื้ าโ์ ไรโ์รวครรแคตัสพตดิโคิดเรชโเรร่ช้อื นไะอ้ื าวไบรวสัารโสัดคโค
โร(นCาตO(VาCIรODา-V1งI9Dท)จ-1่ีํา39แ)น.3ก2ตาม จอา�ำชนพี วปนัจจแบุ ลนั ะหรรือ้อกยารลปะระผกู้ปอบรอะาสชีพบกปอ่ ัญนไดหร้ าบั สผลังกครมะทบใขนอกงรณีการแพร่ระบาด
(กตCลากOรมุ่ล าVเุม่ ปงIเDทา้ป-ห่ีา้13หม9.3าม)จย2า ําใยแนจใ นนาํจนจ กงั หังวต หนวาวัดมแ ัดสลอใขหสมะาอนมอชรุทราทุอ้จพีชรงือรยสปังพีโสกลารหัจปาคะาคจคัจวผรบุรรตจดัู้ปันปบุดิรสหนัะรเมรสชะอืทุบือ้ กกปรไาอญัวสรปบรหารัสาคอะสโรกางัค อคชโบมีพรอนใากนชาก่อีพ ร(นกณCอ่ ไีกOนดาไVร้รดจแIั้รบDาํพบั นรผ-ผว่ร1ลละน9กบก)ราระจดทะขำ� บทอแขง(บนโหอรงนกขค่วตตอยดิาง:เมกชครอื้อลนอ้ ไาุยว่มแชรลลเัสะพีะปโคปร้าโอ้ รหัจยนจลมาะุบา)ันย
187 (หน่ว(หยน:่ว5ยค7.น:5ค4แน%ลแะละรอ้ ร้อยยลละะ))
ไมม่ ีอาชพี /ว่างงาน
นักเรยี น/นกั ศกึ ษาอาชพี ปจั จบุ ัน จาํ 5นวน 1ร.5อ้ 4ย%ละ
ไมคม่ า้ ีอขาชยพี/ธ/ุรวกา่ จิงสงา่วนตวั 13827 95.785.5%4%
นกัเกเษรียตนรก/นรกั (ทศึกําไษรา่/นา/สวน/เล้ียงสตั ว์/ประมง) 55 11.5.544%%
คา้รขบั าจยา้ /งธรุ กิจสว่ นตัว 7352 239..0885%%
เกพษนตกั รงการนบ(ทราํิษไัทร่/นา/สวน/เล้ียงสัตว์/ประมง) 25 01.6.524%%
รบั อจน่ื า้ ๆง 1795 52.385.0%8%
พรนวกั มงานบรษิ ัท 3225 1000..0602%%
อน่ื ๆ 19 5.85%
รวม 325 100.00%
101สำ� นกั งานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ย์
ผู้ที่ได้รับจผากลตการระาทงบทเี่น3่ือ.ง3จ2ากแกลาะรแภพารพ่รทะ่ีบ3า.ด3ใ2นสจถาากนกกาารรวณิเค์โรราคะตหิด์ขเช้อื้อมไูลวอรัสาชโคีพโขรนอาง74
(COVID-19) ในจังหวัดสมุทรสาคร พบว่า อาชีพท่ีได้รับผลกระทบจ�ำนวนมากสุด
จากคตือารากงลทุ่ี่ม3ผ.3ู้ไ2มแ่มลีอะาภชาีพพท/่ีว3่า.3ง2งาจนากกจาร�ำวนิเควรนาะห1์ข8้อ7มูลคอานชรีพ้อขอยงลผะู้ท่ีได5้ร7ับ.ผ5ล4กระถทัดบมเนา่ือเงปจ็นากอกาาชรแีพพร่
เจรรป้อะํา็นนบยรรเกอลวับา้อนาะดษจยชมใ2ตีพน้าลา3กอสรงะ.ส0น่ืถจก8ดุา�ำรๆ9นนอคก(.อาอืท8วาาชรนช5กำ�ีพณพีลไครุม่เ์โา้7จกรผ/่ขษ5�คำน้ไูามตตนยาม่ิรดค/ว/กธอีเนสชนุรราื้กอชว(ิจไพทีรน7วสํา/อ้ ร/ว่วไัสรยเา่นคล่/โงตลคนงนยี้ัวาโะารนง/จนสสรํา2จวานตั้อําน3(วCนวย/.นOวเ0/์ ลลนปV83้ียะI21งDรส8อ-ะค1ัต72นาม9ว.คช)์/ง4รในป)ีพน้อ2รรยพจอ้คะลังยมนแา้หะลงขวกัล)ะ9ัดางพะ.58สยานท75มน/ัก.ุท่ี5เจธงบห4รําารุ สนนรลถกาวบษิดัือคิจนรมทัรเิษสา7ปัทเพว่แปค็นบนแน็ลนวอลอตะ่าระาาัวน้อนชอชยีพักกัาจีพลเรชเระ�ำบัรีพอียนจยี2ทน่ืนา้.นว่ีไน4งดจนกั2้รนๆาํศับแนึกกั3ลผวษอศะนล2ากากึจท7รชคําี่ษเ5ะหนีพนทาคลวบนนือ
31จคำ� นนรว้อนยละ319.5ค4น รอ้ ยละ 9.54
ภาพที่ 3.32 แสดงรอ้ ยละผู้ไดร้ ับผลกระทบ จำ� แนกตามกลมุ่ อาชพี ในจังหวัดสมทุ รสาคร
ภาพที่ 3.32แสดงรอ้ ยละผูไ้ ดร้ บั ผลกระทบ จําแนกตามกลุม่ อาชีพในจังหวัดสมทุ รสาคร
102 รายงานสถานการณ์ทางสงั คม
ในพืน้ ที่ สสว.3 ประจำ� ปี 2563
3) ความช่วยเหลอื ท่ีต้องการ
ตารางที่ 3.33 จ�ำนวนความช่วยเหลือท่ีต้องการของผู้ท่ีได้รับผลกระทบเน่ืองจาก
การแพรร่ ะบาดในสถานการณโ์ รคติดเช้ือไวรัสโคโรนา (COVID-19)
ของกลมุ่ เปา้ หมายในจงั หวัดสมุทรสาคร
(หนว่ ย : จ�ำนวน)
จำ� นวนผตู้ อ้ งการความช่วยเหลือ
กลมุ่ เป้าหมาย เงินอดุ หนุน/ การ การจา้ งงาน เงนิ ทนุ เงินซอ่ มแซม การจัดหา รวม
เงินสงเคราะห์ ประกอบอาชพี ประกอบอาชพี ปรบั ปรุง ท่พี กั อาศัย 15
ที่อยูอ่ าศัย 331
0 15
กลมุ่ เดก็ 72 2 2 2 8 335
กลมุ่ ผูส้ งู อายุ 196 27 28 24 48 0 215
กลุม่ เยาวชน 9 4 2 0 0 5 439
กลมุ่ สตรี 208 28 28 24 42 3 205
กลมุ่ ผู้พิการ 120 21 21 17 33 5 1555
กลมุ่ ผู้ดอ้ ยโอกาส 219 128 25 16 46 6
กลมุ่ ครอบครัว 108 22 21 19 29 27
รวม 867 232 127 102 200
จากตารางท่ี 3.33 และภาพท่ี 3.33 จากการวเิ คราะหจ์ �ำนวนความช่วยเหลือ
ทตี่ อ้ งการของผทู้ ไี่ ดร้ บั ผลกระทบเนอื่ งจากการแพรร่ ะบาดในสถานการณโ์ รคตดิ เชอื้
ไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในจังหวัดสมุทรสาคร พบว่า กลุ่มผู้ด้อยโอกาสเป็น
กลมุ่ ทแ่ี จง้ ความประสงคต์ อ้ งการความชว่ ยเหลอื สงู สดุ จำ� นวน 439 ราย และตอ้ งการ
ความช่วยเหลือเป็นเงินอุดหนุน/เงินสงเคราะห์มากสุด ร้อยละ 49.89 ถัดมา คือ
กลุ่มสตรี มีความประสงค์ต้องการความช่วยเหลือ จ�ำนวน 335 ราย และต้องการ
ความช่วยเหลือเป็นเงินอุดหนุน/เงินสงเคราะห์มากสุดร้อยละ 62.09 กลุ่มผู้สูงอายุ
มคี วามประสงคต์ อ้ งการความชว่ ยเหลอื จำ� นวน 331 ราย และตอ้ งการความชว่ ยเหลอื
เป็นเงินอุดหนุน/เงินสงเคราะห์มากสุดร้อยละ 59.21 กลุ่มผู้พิการมีความต้องการ
ความช่วยเหลือจ�ำนวน 215 ราย และต้องการความช่วยเหลือเป็นเงินอุดหนุน/
เงินสงเคราะห์มากสุดร้อยละ 55.81 กลุ่มครอบครัว มีความประสงค์ต้องการ
ความช่วยเหลือจ�ำนวน 205 ราย และต้องการความช่วยเหลือเป็นเงินอุดหนุน/
เงินสงเคราะห์มากสุด ร้อยละ 52.68 กลุ่มเยาวชนมีความประสงค์ต้องการ
103ส�ำนกั งานส่งเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์
ความช่วยเหลือจ�ำนวน 15 ราย และต้องการความช่วยเหลือเป็นเงินอุดหนุน/
เงินสงเคราะห์มากสุดร้อยละ 60.00 และกลุ่มเด็กมีความต้องการความช่วยเหลือ 76
จร้อ�ำยนลวะน601.050 รแลาะยกแลลุ่มเะดต็กม้อีคงวกามาตร้อคงวกาารมคชวา่วมยชเ่วหยลเหอื ลเือปจํา็นนเวงนนิ 1อ5ดุ ราหยนแุนล/ะเตง้อินงกสางรเคควารมาชะ่วหยเ์มหาลกือเสปุด็นเงิน
รออุ้ดหยนลุนะ/เง4นิ 6สง.6เค7ราะหม์ ากสุดรอ้ ยละ 46.67
ภาพทภี่า3พ.3ท3่ี 3แ.3ส3ดแงสรด้องยรลอ้ ยะลผะู้ไดผ้รู้ไดบั ้รผับลผกลรกะรทะทบบททต่ี ีต่อ้ อ้งงกกาารรคคววาามมชช่ว่วยยเเหหลลอืือใในนจจงั งั หหววดั ัดสสมมทุ ทุรสราสคารคร
3.3.9 จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี
ส3ถ.3าน.9กา จรงัณห์ทวาดังสสังุพครมรทณ่ีเกบิดุรจี ากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
ไจ((1(21Cว9ำ�)O))รแอแVัสสานลIชDโภะกีพค-า1 เ(ปโ3พป9จัร) )ปจน็ นคุบัท ญวาัน3่ีาก หมขรดชอา(สะCว่งก้าถผยทOนาู้ปาเบหรรนVไลไตะดดกIอืส่Dอ้ทร้แบากั-ี่ตบรปก1ลอ้ณัญคุ่่9งม(หวก1ท์)เาาา)ปสารมท้สังงาดเคส่ีหกภดงั มตืงัอมรา่อใคะดพานไมปยรทกป้นทอรใบัญณี้นนเี่ ตกีกพจหา่ดิ้ือนาารจกกแทกพสา่ีลจากรถัุร่มง่รสาไหะเนดถบปวกา้รัาด้าดบัานสหใรนุกคพมณสาวรถา์โรารารยณมนณคใกเก์นตบดาิาุรดรพือณรีเดื้นชแจ์โร้ืํรอาทพคอ้แไต่ีจรวนนดิร่ังรเจกะหัชสาบเ้ือโวปไกคาวัด็นสดรโสัสรถโ3โุนพรคาคาโรนดร(ตร้นCกาดิณาOนา(เVCรบชไIOณDอ้ืดุรV-้1ี์แID9ก-)่
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) (2) อาชีพปัจจุบันของผู้ประสบปัญหาสังคม
ในกรณ1ีก) าสรภแาพพปรัญ่รหะาบคาวดามใเนดือสดถร้อานนจกากาสรถณาน์โกราครตณิด์โรเคชตื้อดิ เไชวอ้ื รไัวสรโสั คโคโรโรนนาา( C(OCVOIDV-1ID9)-19) และ
(จต3าําแ)รนาคงกทวต่ีาา3มม.3สช4ภว่าจพยําปนเหัญวนลหผาือ้ปูคทรวะาต่ี สมอ้บเดปงอื ัญกดหรา้อารสนังขดคอังมงตจกัง่อรหณไวปัดกี สนารุพ้ีแรพรณร่รบะุรบี าดของโรคตดิ เชอื้ ไวรัสโคโรนา(COVID-19)
104 รายงานสถานการณ์ทางสงั คม
ในพื้นท่ี สสว.3 ประจำ� ปี 2563
1) สภาพปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา (COVID-19)
ตารางที่ 3.34 จ�ำนวนผู้ประสบปัญหาสังคม กรณีการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือ
ไวรสั โคโรนา (COVID-19) จำ� แนกตามสภาพปญั หาความเดอื ดร้อน
ของจงั หวัดสพุ รรณบรุ ี
(หนว่ ย : คน)
กลุ่มเป้าหมาย สภาพปญั หาความเดือดร้อนจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) รวม
กลุ่มเดก็ 84
กลุ่มผสู้ งู อายุ กลุ่มเสยี่ ง ติดเช้ือ COVID-19 ถกู เลิกจ้าง วา่ งงาน รายไดล้ ดลง อนื่ ๆ 1,775
กลุ่มเยาวชน 109
กลมุ่ สตรี 0 0 2 21 39 22 2,041
กลุ่มผู้พิการ 0 0 28 541 871 335 1,054
กลมุ่ ผู้ด้อยโอกาส 0 0 8 35 55 11 1,895
กลุ่มครอบครวั 0 0 63 553 1,124 301 1,158
รวม 0 0 16 348 504 186 8,116
0 0 26 636 829 404
0 0 41 309 681 127
0 0 184 2,443 4,103 1,386
จากตารางที่ 3.34 และภาพที่ 3.34 สะท้อนให้เห็นถึงสภาพปัญหาความ
เดอื ดรอ้ นของประชาชนในพน้ื ทจี่ งั หวดั สพุ รรณบรุ ี ทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจากสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา (COVID-19) พบว่ามีกลุ่มผู้ได้รับ
ผลกระทบจำ� นวนมากที่สดุ คือ กล่มุ สตรมี ีจำ� นวน 2,041 คน ท่ีกระทบด้านรายได้
ทล่ี ดลงมากท่สี ุดร้อยละ 55.07 รองลงมา คอื กลุม่ ผดู้ ้อยโอกาส มีจำ� นวน 1,895 คน
มีผลกระทบด้านรายได้ที่ลดลงร้อยละ 43.75 ถัดมาคือ กลุ่มผู้สูงอายุ มีจ�ำนวน
1,775 คน มีผลกระทบด้านรายได้ลดลงมากที่สุด ร้อยละ 49.07 กลุ่มครอบครัว
ท่ีได้รับผลกระทบมีจ�ำนวน 1,158 คน มีผลกระทบด้านรายได้ท่ีลดลงมากท่ีสุด
รอ้ ยละ 58.81 กลมุ่ ผู้พิการไดร้ บั ผลกระทบจำ� นวน 1,054 คน และได้รับผลกระทบ
ด้านรายได้ท่ีลดลงมากที่สุดร้อยละ 47.82 กลุ่มเยาวชนได้รับผลกระทบจ�ำนวน
109 คน มีผลกระทบด้านรายได้ท่ีลดลงมากที่สุด ร้อยละ 50.46 ส่วนกลุ่มเด็ก
ได้รบั ผลกระทบ 84 คน ผลกระทบดา้ นรายได้ทล่ี ดลงมากที่สดุ รอ้ ยละ 46.43
105ส�ำนกั งานส่งเสรมิ และสนบั สนุนวิชาการ 3
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนษุ ย์
78
ภภาาพพทท่ี ่ี33.3.344 แแสสดดงงรรอ้้อยยลละะผผู้ปปู้ รระะสสบบปปญััญหหาาสสงังั คคมมจจาากกสสถถาานนกกาารรณณ์โโ์ รรคคตตดิดิ เเชช้อือื้ ไไววรรสัสั โโคคโโรรนนาา (C(COOVVIDID--1199))
จาํ แนก ตามสภาพ ป ญั จหำ� าแคนวกาตมาเมดอืสดภราอ้พนปขญั อหงาจคงั หวาวมดั เสดพุ ือรดรรณ้อนบขุรีองจงั หวัดสพุ รรณบุรี
2 ) อา ชีพ ปัจจ บุ 2ัน)ข อองาผชู้ปพี ระปสจั บจปบุญั นัหาขสอังงคผมปู้ ในรกะรสณบกี ปารญั แหพราร่ สะงับคาดมในใสนถการนณกากี ราณรโ์ แรคพตรดิ ร่เชะ้อืบไวารดสั โค
โรนา(ใCนOสVถIDา-น19ก)ารณ์โรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)
(ตกCลาOรมุ่ าVเปงI ต Dท้าา-หี่13รม9.า3า)งย5จใทาํ นจแี่ําจ น3นังก.ห ว3ตนว 5าัดแมสล อุพะโจหารรรชำ�อ้รรคพีนณยือตปลวบกจัะินดุราจผีเแบุรู้ปชลันปรื้อะะหรไสรระวบอือ้ รกปกยัสาัญอลรโหบะปคารผอสโะปู้รังากคนรชอมะบีาพส ใอกนาบ(กCช่อปรพี OนณญักไVีกอ่ หดานIDาร้รไแดสั-บพร้1งั บัผรค9ร่ผลม)ะลกบกใจารรน�ดำะะกขแททรอบนงณบขโกอรขกี ตคงอาตารงดิมแกเชอพลอ้ื ารุไ่มชวร่ เรีพะปสั บปโ้าคาัจหโดรจมนขุบาาอันยง
ในจงั หวดั สุพรรณบรุ ี 79
อาชีพปัจจุบนั จาํ นวน (หน(ว่หยนว่:ยค:นคแนลแะลระอ้ รย้อลยะล)ะ)
ไม่มอี าชพี /ว่างงาน 1,394 ร้อยละ
นกั เรียน/นกั ศึกษา 36 42.80%
ค้าขาย/ธรุ กจิ สว่ นตวั 396 1.11%
ภกิ ษุ/สามเณร/แมช่ ี 12.16%
เกษตรกร (ทาํ ไร/่ นา/สวน/เลย้ี งสตั ว/์ ประมง) 5 0.15%
รับจ้าง 151 4.64%
พนักงานรฐั วสิ าหกิจ 946 29.05%
พนกั งานบริษัท 2 0.06%
อนื่ ๆ 32 0.98%
รวม 295 9.06%
3,257 100.00%
106การแใรนาพพย้นืรงา่ทรน่ีะสสจบสถาวาาก.ด3นตใปกานรราสะจารถ�ำงณปาที น2่ี ์ท35กา6.า33งร5สณังแ์โคลรมะคตภิดาเพชท้ือี่ ไ3ว.ร3ัส5โจคาโรกนกาาร(CวOิเคVรIาDะ-1ห9์ข)้อในมจูลังอหาชวัีดพสขุพองรผรู้ทณ่ีไบดุร้รีับพผบลวก่าระอทาบชเีพนทื่อ่ีไงดจ้ราับก
ผ ล ก ร ะ ท บ จํ า น ว น ม า ก สุ ด คื อ ก ลุ่ ม ผู้ ไ ม่ มี อ า ชี พ / ว่ า ง ง า น จํ า น ว น 1, 394 ค น ร้ อ ย ล ะ 4 2 . 8 0
จากตารางท่ี 3.35 และภาพท่ี 3.35 จากการวิเคราะห์ข้อมูลอาชีพของ
ผู้ที่ได้รับผลกระทบเน่ืองจากการแพร่ระบาดในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
(COVID-19) ในจังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า อาชีพท่ีได้รับผลกระทบจ�ำนวนมากสุด
คอื กลมุ่ ผไู้ มม่ อี าชพี /ว่างงาน จำ� นวน 1,394 คน รอ้ ยละ 42.80 ถดั มาเป็นอาชีพ
รับจ้าง จ�ำนวน 946 คน ร้อยละ 29.05 อาชีพค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว จ�ำนวน 396 คน
ร้อยละ 12.16 อาชีพเกษตรกร (ท�ำไร/่ นา/สวน/เลีย้ งสัตว/์ ประมง) จำ� นวน 151 คน
รอ้ ยละ 4.46 และทเ่ี หลอื เปน็ อาชพี อนื่ ๆ พนกั งานบรษิ ทั พนกั งานรฐั วสิ าหกจิ ภกิ ษ/ุ
สามเณร/แมช่ ี และนักเรยี น/นกั ศึกษา จำ� นวน 370 คน รอ้ ยละ 11.36
80
ภภาพาพทท่ี 3ี่ 3.3.355แแสสดดงงรรอ้อ้ ยยลละะผผไู้ไู้ ดด้ร้รบัับผผลลกกรระะททบบจจาํ �ำแแนนกกตตาามมกกลลุม่ ุ่มออาาชชีพพี ในในจจังหังหวัดวัดสสุพุพรรรณรณบรุบี ุรี
3) ความชว่ ยเหลอื ทีต่ อ้ งการ
ตารางที่ 3.36จํานวนความชว่ ยเหลือทตี่ อ้ งการของผทู้ ีไ่ ดร้ บั ผลกระทบเน่ืองจากการแพรร่ ะบาดใน
สถานการณ์โรคตดิ เชอื้ ไวรัสโคโรนา (COVID-19)ของกลุม่ เป้าหมายในจังหวดั สพุ รรณบรุ ี
107ส�ำนกั งานส่งเสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ 3
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์
3) ความช่วยเหลือทีต่ ้องการ
ตารางท่ี 3.36 จ�ำนวนความช่วยเหลือท่ีต้องการของผู้ที่ได้รับผลกระทบเน่ืองจาก
การแพร่ระบาดในสถานการณ์โรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา (COVID-19)
ของกลุ่มเป้าหมายในจังหวัดสุพรรณบรุ ี
(หนว่ ย : จ�ำนวน)
จำ� นวนผตู้ อ้ งการความช่วยเหลอื
กลุ่มเปา้ หมาย เงนิ อุดหนุน/ การ การจา้ งงาน เงนิ ทุน เงินซอ่ มแซม การจัดหา รวม
กลมุ่ เดก็ เงนิ สงเคราะห์ ประกอบอาชีพ ประกอบอาชพี ปรับปรุง ทีพ่ ักอาศยั 151
กลุ่มผสู้ งู อายุ ท่ีอยอู่ าศัย 3,483
กลุ่มเยาวชน 4 182
กลมุ่ สตรี 84 14 12 16 21 147 3,999
กลุ่มผ้พู ิการ 1,715 361 358 363 539 3 2,161
กลมุ่ ผู้ดอ้ ยโอกาส 107 15 15 19 23 155 3,804
กลมุ่ ครอบครวั 1,982 465 417 422 558 67 2,188
รวม 1,026 234 224 260 350 161 15,968
1,841 396 397 408 601 73
1,119 248 225 231 292 610
7,874 1,733 1,648 1,719 2,384
จากตารางที่ 3.36 และภาพท่ี 3.36 จากการวเิ คราะหจ์ ำ� นวนความชว่ ยเหลอื
ทต่ี อ้ งการของผทู้ ไ่ี ดร้ บั ผลกระทบเนอื่ งจากการแพรร่ ะบาดในสถานการณโ์ รคตดิ เชอื้
ไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในจังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า กลุ่มสตรีเป็นกลุ่มที่แจ้ง
ความประสงค์ต้องการความช่วยเหลือสูงสุด จ�ำนวน 3,999 ราย และต้องการ
ความชว่ ยเหลอื เปน็ เงนิ อดุ หนนุ /เงนิ สงเคราะหม์ ากสดุ รอ้ ยละ 49.56 กลมุ่ ผดู้ อ้ ยโอกาส
มีความประสงค์ต้องการความช่วยเหลือจ�ำนวน 3,804 ราย และต้องการ
ความช่วยเหลือเป็นเงินอุดหนุน/เงินสงเคราะห์มากสุดร้อยละ 48.40 ถัดมา คือ
กลุ่มผู้สูงอายุ มีความประสงค์ต้องการความช่วยเหลือ จ�ำนวน 3,483 ราย
และต้องการความช่วยเหลือเป็นเงินอุดหนุน/เงินสงเคราะห์มากสุด ร้อยละ
49.24 กลมุ่ ครอบครวั มีความประสงค์ตอ้ งการความช่วยเหลอื จำ� นวน 2,188 ราย
และต้องการความช่วยเหลือเป็นเงินอุดหนุน/เงินสงเคราะห์มากสุดร้อยละ 51.14
กลมุ่ ผพู้ กิ าร มคี วามประสงคต์ อ้ งการความชว่ ยเหลอื จำ� นวน 2,161 ราย และตอ้ งการ
ความช่วยเหลอื เปน็ เงนิ อุดหนุน/เงนิ สงเคราะห์มากสุด ร้อยละ 47.48 กลมุ่ เยาวชน
108 รายงานสถานการณ์ทางสงั คม
ในพื้นที่ สสว.3 ประจำ� ปี 2563
82
ตมเจกอปํุลาดคี้อนุ่ม็นหวงวเนเายกนงุนามาินว/2ปรชเอ,งค1รนิุดน6ะวส1มหสารงีคนงมเาวคคยุนาชรมต์ /า่แวปเอ้ะลยงรหงะินะเก์มตหสส้าาองลกงรคงือเสก์คตคุดา้อวรรงจารคากม�ำ้อะวานยชราหคลมว่วม์วะชยนาา่วเ5มหกย8ช1เสล.่วห75ยดุอืล91เือหจรแเล้อำ�ปรลือน็ายะนจยวเลงํานกะินนลแอว15ุ่มลุนด88เหะด21.็7นกต8รุน29้อมาร/ีงคายแเงยกวลินแาาแะสมลรลกงปะคะเลรตคตวะมุ่้รออ้ าสางเงมงะกดกคหาช็ก์ตาร์ม่ว้คอรมายวคงกคีากเวสมหาวาุดชราลม่ควมรือยชว้อปเาวเ่ หยปมรยลลชะ็นเือะ่วหสเเยป4ลงงเ็น7ินหคอื .เล4์งิืนอ8
อจําดุ นหวนน1ุน5/1เรงานิย สแลงะเตค้อรงากะารหค์มวาามกช่วสยดุ เหรลอือ้ เยป็นลเะงินอ5ุด5ห.6นนุ3/เงนิ สงเคราะห์มากสดุ รอ้ ยละ 55.63
ภาพทภา่ี 3พ.ท36ี่ 3.แ3ส6ดแงสรด้องยรอ้ลยะลผะไู้ ผดูไ้้รดบั ้รผับลผกลรกะระททบบทท่ีตตี่ ้ออ้ งงกกาารรคคววาามมชช่วว่ ยยเเหหลลอื อื ใในนจจงั หังหวัดวัดสุพสุพรรรณรณบรุ บี รุ ี
3.4 ถอดบทเรยี นสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา(COVID – 19)
3โคขคอณ.ง4โกะร รทะนถําทกงารอระาวทดงน(กรCถวบางอรOกพทาดรัฒVบพเนรัทฒIาDียนเสราังนีสยค–ังมนสคแ1มสถลแถ9ะลาาคะ)คนวนวากามกมามมรา่ัน่ันณครคง์งกณขขาออรงง์กมมแนานพุษุษรรยย่ร์แแ์ ตะโดพ่งบตยาม้ัรงใดีหห่รขัว้สะหอํานนบง้าักโผงาราู้ตคนดรสตวข่งิจดเสรอเราชิชมงื้อแกโลาไะรรวสกรคนรัสัะบตโทสคินดรโวุนเรงวกชนิชาาา้ือรก(พาCไรัฒOว1นV-1ราI1Dสัส-ังเ1ปค9็นม)
และควากมรม่ัะนทคงรขวองงกมานรุษพย์ัฒเป็นนปาสระังธคามนแคณละะทคําวงาามนมเั่นพื่อคดงําขเอนิงนมกานรุษรวยบ์แรตว่งมตจั้งัดใทหํา้สแ�ำลนะักเผงายนแพร่
สกา่งรเบสรริหิมารแจลัดะกสารนแับลสะกนาุนรดวําิชเนาินกกาารรช1่วย-1เห1ลือเปปร็นะชคาณชนะกทลุ่ม�ำเงปา้านหมถาอยดในบภทาวเะรวียิกนฤสตใถหา้เปน็นกไาปรอณย่า์งมี
สกสโรสปรับนรัังงาคผะับคครตดิสสิดแมมชิทนเพอชแแนุธบ้ือิภวรลลกไิชา่รวะะลาพระกมุ่คคขัสบาจวอวโรังคางา3าหโกดมมรวไรนดัดขมมะา้ดอทด่ัน(ั่นําCงัรงเคนคOนวโ้ีนิงVงรงกงIขขคDาาออ-นตร1พถงงิด9อัฒมม)เดขชนนนบอาื้อุษทุษงสไสเัยงยรวําคีย์น์เรมนปโักัสแกดง็นโลาายคระนปปมคโพรฏรวัฒีหะิบานนัวมัธตาามหิงา สา่ันนนังน(คคCใค้างนมOขผณแภอูล้ตVาะงวะรIมะทคDวนวว�ำ-ิกจุษา1งฤมยร9าตม์สาภนั่น)ู่สชาคายกขงธเใขาอาพตอรร้สง่ืณงอกถกมดะานรรนโ�ำุษะะดกเยยททาน์จสรรรังินณําหววน์กกวงงักาัดากกรงราแ(าาพนพรรรมสวรพพจ่ร่งบะเ.ัฒัฒ)สบรใราวนนนิมดพมาาแขื้นลอทะงี่
จัดท�ำ และเผยแพร่การบริหารจัดการ และการด�ำเนินการช่วยเหลือประชาชน
กลุ่มเป้าหมายในภาวะวิกฤตให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพของกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์สู่สาธารณะโดยส�ำนักงานส่งเสริมและสนับสนุน
109สำ� นักงานส่งเสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์
วชิ าการ 3 ไดด้ ำ� เนนิ งานถอดบทเรยี นการปฏบิ ตั งิ านในภาวะวกิ ฤตภายใตส้ ถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ของส�ำนักงานพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ในพ้ืนที่รับผิดชอบกลุ่มจังหวัด
ดังนี้
3.4.1 รปู แบบ (Model) และกระบวนการท�ำงาน (Process) ในภาวะ
วกิ ฤตภายใตส้ ถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา (COVID-19)
การทำ� งานระดับจังหวดั การทำ� งานระดบั หนว่ ยงาน พม.
1) จดั ตง้ั คณะกรรมการโรคตดิ ตอ่ แต่งตั้งคณะท�ำงานเพ่ือเตรียมความ
จงั หวดั โดยแตง่ ตงั้ คณะอนกุ รรม พรอ้ มทง้ั พรอ้ มบรหิ ารราชการในภาวะวกิ ฤต ไดแ้ ก่
ก�ำหนดมาตรการป้องกันและเฝ้าระวัง 1) ส่วนอ�ำนวยการ ประกอบด้วย
ป้องกนั การระบาดในพ้ืนที่ หัวหน้าส่วนราชการภายในจังหวัด
2) จัดตง้ั ศูนยบ์ ริหารสถานการณ์ ท�ำหน้าที่ในการขับเคล่ือนนโยบายจาก
แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา กระทรวง พิจารณาส่ังการให้เป็นไปตาม
(COVID-19) เพื่อติดตามสถานการณ์ แผนงาน
ความเคล่ือนไหว 2) ส่วนภารกิจยุทธศาสตร์และ
3) จัดตั้งคณะกรรมการและ วิชาการ มหี นา้ ทีใ่ นการเสนอยทุ ธศาสตร์
คณะท�ำงาน ระดับจังหวัด อ�ำเภอ และ มาตรการในการปฏิบัติงาน สนับสนุน
ต�ำบล เพ่ือก�ำกับติดตามการด�ำเนินงาน ข้อมูลวิชาการให้แก่กลุ่มภารกิจต่าง ๆ
เฝา้ ระวงั ป้องกัน และแก้ไขปญั หา ตลอดจนการจัดท�ำรายงานเสนอผู้บังคับ
4) จัดให้มีจุดบริการคัดกรอง บัญชา
อณุ หภมู ิ เจลแอลกอฮอล์ และ QR Code 3) ส่วนปฏิบัติการ มีหน้าที่ในการ
“ไทยชนะ” เพ่ือคัดกรองตามสถานที่ ปฏบิ ตั งิ านชว่ ยเหลือ ส่งตอ่ ประสานงาน
ตา่ ง ๆ ภายในจงั หวัด และจดั ระบบการปฏบิ ตั งิ านในภาวะฉกุ เฉนิ
5) จัดให้มีสถานที่กักตัว หรือ 4) สว่ นสนบั สนนุ และสง่ กำ� ลงั บำ� รงุ
สถานทพี่ กั ชว่ั คราว แกผ่ ทู้ เ่ี ดนิ ทางมาจาก มีหน้าท่ีในการจัดท�ำแผน จัดหา และ
ประเทศกลุม่ เสย่ี ง หรอื สถานทีเ่ สี่ยง สนับสนุนการดำ� เนนิ งานของกลุม่ ภารกจิ
อนื่ ๆ ดา้ นวสั ดุ อปุ กรณ์ และยานพาหนะ
งบประมาณ
110 รายงานสถานการณ์ทางสงั คม
ในพนื้ ท่ี สสว.3 ประจ�ำปี 2563
3.4.2 บทเรียนความส�ำเร็จท่ีเกิดจากการด�ำเนินงานสถานการณ์
การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา (COVID-19)
ส�ำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 ได้คัดเลือกจังหวัด
ในเขตรบั ผดิ ชอบที่มผี ลการปฏบิ ตั ิงานในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เช้ือ
ไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่ประสบความส�ำเร็จ สามารถเปน็ ตน้ แบบการปฏบิ ตั งิ าน
ในภาวะวิกฤตให้แก่หน่วยงานอ่ืน ๆ ได้ โดยได้ด�ำเนินการถอดบทเรียนที่ดีของ
จงั หวดั ราชบุรี และจังหวดั ประจวบคีรีขันธ์ รายละเอียดดังนี้
จังหวดั ประจวบคีรขี ันธ์
ผลการดำ� เนินงานท่เี ปน็ ปัจจัยแหง่ ความสำ� เร็จ
Best practice
● ผู้บริหารให้ความส�ำคัญกับการ
● การจัดระบบการรับแจ้งผู้ประสบ ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา โดยให้
ปญั หาความเดอื ดรอ้ น ผ่าน Google เป็นไปอย่างรวดเร็วทส่ี ุด
Form ● การประสานความร่วมมือเป็นอย่างดี
เปา้ หมาย จากภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เช่น อปท.
ผ้ใู หญ่บา้ น กำ� นนั เปน็ ต้น
● จัดเก็บข้อมูลเชิงรุกในพ้ืนท่ี เพื่อให้ ● บุคลากรมี Service Mind
หน่วยงานสามารถให้ความช่วยเหลือ ● การท�ำงานเป็นทีม โดยยึดเป้าหมาย
และบรรเทาความเดือดร้อนของ ในการท�ำงาน/องคก์ ร
ผปู้ ระสบปญั หาได้อย่างรวดเรว็
ภาคเี ครือขา่ ยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
ขัน้ ตอนดำ� เนินงาน ● ผนู้ ำ� ทอ้ งถน่ิ เจา้ หนา้ ทอี่ งคก์ รปกครอง
● ออกแบบ Google Form ให้ง่าย ส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครพัฒนาสังคม
ต่อการจัดเก็บ กรอกรายละเอียด และความม่ันคงของมนุษย์ (อพม.)
เทา่ ทจ่ี �ำเป็น เครือข่ายองค์กรด้านผู้สูงอายุ และ
● ประชาสัมพันธ์การลงทะเบียนผ่าน คนพกิ าร
LINE เครอื ขา่ ย อพม.จงั หวดั เพอื่ สรา้ ง
กลไกการจัดเกบ็ ขอ้ มลู ระดับพ้นื ท่ี
111ส�ำนกั งานส่งเสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์
● ประสานงานอปท. ในพ้ืนท่ี หรือ
กลมุ่ กำ� นนั /ผใู้ หญบ่ า้ น เพอ่ื ตรวจสอบ
ข้อมลู ส่งกลบั ให้ พมจ.
● ประมวลผลขอ้ มลู จากระบบ
● ประสานอปท.ในการลงพน้ื ท่ีเยย่ี มบา้ น
สอบข้อเทจ็ จรงิ
● ด�ำเนินการให้ความช่วยเหลือตาม
มาตรการเยียวยา
● ติดตาม ปรับปรุง และจัดเก็บข้อมูล
เพือ่ น�ำไปพฒั นาระบบตอ่ ไป
จังหวดั ราชบรุ ี
ผลการดำ� เนนิ งานทีเ่ ป็น ปจั จัยแหง่ ความสำ� เรจ็
Best practice
● ผู้บริหารให้ความส�ำคัญกับการ
● การลงทะเบียน OR Code ช่วยเหลอื ชว่ ยเหลือผู้ประสบปญั หา โดยให้เปน็
กลุ่มเปราะบางท่ีได้รับผลกระทบ ไปอย่างรวดเร็วท่ีสุด มอบนโยบาย
โรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา (COVID-19) และกำ� กับติดตามอย่างตอ่ เนอื่ ง
เปา้ หมาย ● การประสานความร่วมมือด้าน
บคุ ลากร ขอ้ มูล และงบประมาณของ
● มีข้อมูลในการเยียวยาช่วยเหลือ หน่วยงานราชการ
ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ● ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน
การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส เป็นอย่างดี ในการบริจาคสิ่งของ
โคโรนา (COVID-19) เคร่ืองอุปโภค บรโิ ภค
ขน้ั ตอนดำ� เนินงาน ● มีการก�ำกับติดตาม และแก้ไขปัญหา
การดำ� เนนิ งานอย่างตอ่ เนอ่ื ง
● ก�ำหนดโครงสร้างข้อมูลท่ีต้องการ
จัดเกบ็ /ออกแบบส�ำรวจ
112 รายงานสถานการณ์ทางสงั คม
ในพนื้ ที่ สสว.3 ประจ�ำปี 2563
● ตรวจสอบโครงสร้างข้อมูลโดย ภาคเี ครือข่ายท่ีเกีย่ วขอ้ ง
ผูท้ รงคณุ วุฒิ
● สร้างแบบส�ำรวจในระบบ Google ● สำ� นักงานจังหวัด
Form ● ส�ำนักงานทอ้ งถนิ่ จงั หวดั
● ทดสอบระบบในการใชง้ าน ● ส�ำนักงานโยธาธิการและผังเมือง
● ปรบั ปรงุ แกไ้ ขระบบบนั ทกึ ขอ้ มลู จังหวัด
● ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ● สำ� นกั งานสถติ จิ ังหวดั
ผา่ นสอ่ื ตา่ ง ๆ ● สำ� นักงานเกษตรจังหวดั
● เปิดระบบให้ประชาชนกรอกข้อมูล ● สำ� นักงานพัฒนาชมุ ชนจงั หวัด
ประมวลผลและส่งต่อข้อมูลให้แก่ ● ส�ำนักงานประชาสมั พันธจ์ ังหวัด
หนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วขอ้ ง ● ส�ำนกั งานสาธารณสุขจังหวัด
● ส�ำนักงานประกนั สงั คมจงั หวดั
หลักเกณฑผ์ ้มู ีสทิ ธไิ ดร้ บั การช่วยเหลือ ● สำ� นักงานคลังจงั หวัด
● ศนู ย์ด�ำรงธรรมจังหวดั
● มีภูมิล�ำเนาและประกอบอาชีพใน ● ส�ำนักงานเหล่ากาชาดจังหวดั
จงั หวัดราชบรุ ี ● ศูนย์บริหารทะเบียนภาค 7 จังหวัด
● ได้รับผลกระทบจากการปิดพ้ืนท่ี ราชบรุ ี
ชว่ั คราวมรี ายไดไ้ มเ่ กนิ 10,000 บาท/ ● ท่ีท�ำการปกครองจังหวดั
เดอื น ● อำ� เภอทกุ อ�ำเภอ
● ไมเ่ ปน็ ผปู้ ระกนั ตนตาม พ.ร.บ.ประกนั
สงั คม พ.ศ. 2533 มาตร 33, 39, 40
● ไม่เป็นผู้ได้รับการช่วยเหลือเงิน
เยียวยา 5000 บาท, เงินเยียวยา
เกษตรกร
113ส�ำนักงานส่งเสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3
กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนษุ ย์
3.5 มาตรการช่วยเหลือในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา (COVID-19)
นโยบายกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย์
กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ย์ โดยรฐั มนตรวี า่ การ
กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย์ และปลัดกระทรวงการพฒั นา
สังคมและความม่ันคงของมนุษย์ ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนมาตรการป้องกัน
การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา (COVID-19) ส�ำหรับบุคลากร
และประชาชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่แก่หน่วยงานกระทรวง พม. ทุกระดับ
โดยด�ำเนินกิจกรรมส�ำคัญและประกาศมาตรการเยียวยาเพ่ือเร่งช่วยเหลือ
กลุ่มเปา้ หมายทุกชว่ งวัย อาทิ เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผูด้ ้อยโอกาส
กล่มุ เปราะบาง อย่างทันถว่ งที ภายใตก้ จิ กรรม “พม. เราไมท่ ้งิ กัน”
การด�ำเนินงานช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู ผู้ได้รับผลกระทบจาก
สถานการณก์ ารแพร่ระบาดโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา (COVID-19) ของสำ� นกั งาน
ส่งเสรมิ และสนบั สนุนวิชาการ 3
ส�ำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 ปฏิบัติงานตามภารกิจ
ภายใต้แผนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน โดยแบ่งระดับการด�ำเนินงาน 3 ระยะ
4 มาตรการ ดงั นี้
ระยะท่ี 1 แผนต้ังรับ ศึกษา รวบรวม และรายงานสถานการณ์ข้อมูล
ผู้ติดเชื้อ พนื้ ท่ีเส่ยี ง
ระยะท่ี 2 แผนเผชิญเหตุ แต่งต้ังทีมรับผิดชอบประสานงานจังหวัด
ในเขตพื้นท่ีรับผิดชอบ 8 จังหวัด (สนับสนุนบุคลากร องค์ความรู้ ทรัพยากร
และพรอ้ มให้การช่วยเหลอื การปฏิบตั ิงาน ทีม One Home พม.)
ระยะที่ 3 แผนการเยียวยาและฟื้นฟู มอบเคร่ืองอุปโภคบริโภค
เงินสงเคราะห์ และจัดอบรมฝึกอาชีพแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง 4 กลุ่ม
(คนตกงาน/ว่างงาน นกั ศกึ ษาจบใหม่ แมเ่ ลย้ี งเดยี่ ว แม่วยั ใส)
114 รายงานสถานการณท์ างสังคม
ในพ้ืนที่ สสว.3 ประจำ� ปี 2563
82 82
มาตรการที่ 4 มาตรการที่ 4
มาตรการที่ 1 มาตรการที่ 1มาตรการท่ี 2 มาตรการท่ี 2มาตรการที่ 3 มาตรการที่ 3 ด้านการให้ ด้านการให้
ด้านสาธารณสุข ด้านสาธารณสดุข้านเวชภัณฑ์ ดา้ นเวชภณั ฑด์า้ นการปอ้ งกัน ดา้ นการป้องกคันวามชว่ ยเหลือ ความช่วยเหลือ
เยียวยา เยียวยา
มมาาตรตกรารกกาารร4 ม4ดา้ ตนดรกา้ านรการ 4 ด้าน
1 . ดา้ นสา1ธา.รณ ดส1้าขุ.นด้าสนาสธาธาารรณณสสขุ ขุ
รว บรรววมขบ้อรมูลวแมลรขะวรบ้อารยมวงมูลาขนแ้อผมลลูลสะแถลราะนารกยาายงรงณาาน์กนาผผรลแสลพถสรา่รนถะกาบาานรดณกข์กอาางรรโแรณคพตร์ก่ริดะาเชบร้ือาแไดวขพรอัสรงโโค่รรโคะรตนบิดาเา(ชCด้ือOไขวVรอIDัสง-โคโรนา (COVID-
โรคติดเชื้อไว1ร9ัส)ปโคระโจรํานวัาน ใ(น1C9เขO)ปตVรพะI้ืนDจทํา-่ีรว1ับน9ผใ)ิดนชเปอขรบตะพ8้ืจนทจ�ำังี่รวหับันวผัดิดใช(นนอคเบขร8ปตฐพจมัง้ืนหรทวาัดชี่รบับ(ุนรีผคกิดราปญชฐจอมนบรบาุรช8ี สบุพรจีรกังราหณญวบจัุดรนี บุรี สุพรรณบุรี
2(ปน. รดคะา้ รนจปเววชฐบภมณัคฑีรร2์สโีาข.ดมชยดันุทกา้บรธนาสุรรเ์)าวตี คชิดกรเภตพาาณัสมญม่ือฑสุท์ถสโเจรดาฝมสนยนุทง้กาบครารสรรณุราตะีมคอ์ิดวรยสตเั่าพงาสุพงมชแมใสกรรุทลบถลรรา้ชุระสณนีดิ งปปกคบราร้อะณุราจมงอ์ีวยกบสเ่าพคันงมชีรใกุรีทขกบลันราชุ้รธีสิดร์)ปเาแรพะคพ่ือจรเวฝรบ้า่รสรคะะีรมวีขบังุทนแธาลร์)ดะสเปพโง้อื่ดคงเฝกยร้าันากรกะมาาวรัรงแแเตพพลริะดช่รปะตร้อบงบาากดมุรันีการแพร่ระบาด
เจหลโส พงัรถน้่อืหางนาวว่งพดัํานยมไนยปกงคือมาา 2ราอปบนร.บ ฐณเทใา มหดพลมีอ์โ้โจเา้ผจพรรื่อหงัยัดลงงนอื่หO พพทิตนา่ลนวเยยหาํดัจงnําว�วำสาานไนใดับบeปชบงไ้ากคาามทู่เกพปภรหลลลอาHปำ�สลหกัณ่บอช้มฐสง่oวลทใมเิดลเวหอสบาฑmป้างงโ้โรงผจพบเ่รรูเมิ์ิมลห่นeดังง่อสอืพพือใทติเลุขกปยยหหาํจรภวจิ่นสาาน่ว(oังาบบ้หลบโมัา้ดพจหาานูเ่กรกา้ ัดตหลลทา้บัวงอทงทําสลหกหม�ดับบำาํา่งวพลาทนงเสลลจกอสืวนสากว่บใา้.ยงผงรนาบยคงพเจู่เร้ามิรมหลพาง)ัง่อว่รูแส่เาืออืลหื้นโเบพุขหมนปกปดววทรภททลยน่ิกัดาฐล่ว่ี(oา้ายีมหรนมบัพมลจงวว่จ์นคกมOัดตมังา้ับรือหอททํามnกปหบบวาอืําeาฐนงัดสลจกมกHนว่บใ.ับผนายoคจูเ่้าอรหพงm)ังรดงแาลหนื้ปคโทพนeดววทฐ์กําททลยัดมรี่หา้ยีมรนภนงว่์จคามO้มางั ครอืกหมnปเี าควือeฐกดัรกมHทอืนบั oาขคจองmา่รัดงเยปคลทeตฐือก์ําา่มกรหงภนๆเาพ้าคกื่อเี าคมกรอทอืบาขใงา่หเย้ลบตือุค่ากลงาๆเกพรื่อมอบให้บุคลากร
สง่ เสริมสุขภาพตำ� บลในพืน้ ท่ี
ผลิตหน้ากากทางเลือก (หน้ากากผ้า) โดยร่วมมือกับองค์กรภาคี
เครอื ข่ายตา่ ง ๆ
115สำ� นักงานสง่ เสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย์
o องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั นครปฐม
จดั ทำ� หนา้ กากทางเลอื ก เพอื่ มอบใหบ้ คุ ลากร
ทางการแพทยจ์ ังหวดั นครปฐม
o ส�ำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด
นครปฐม จัดท�ำหน้ากากทางเลือก เพื่อ
มอบแก่สาธารณสุขอ�ำเภอ น�ำไปแจกจ่าย
ให้กับ อสม. และอพม. จังหวดั นครปฐม
3. ด้านมาตรการป้องกัน
จดั ตงั้ ศนู ยข์ อ้ มลู ขา่ วสารเกย่ี วกบั โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา (COVID-19)
บนเว็บไซต์ของ สสว.3 http://tpso-3.m-society.go.th เพื่อเผยแพร่
ประชาสมั พนั ธ์ข้อมลู ข่าวสาร
จัดท�ำแผ่นพับประชาสัมพันธ์ “คนไทยเข้มแข็ง ร่วมแรงต้านภัย
ห่างไกล COVID-19” มอบให้แกอ่ าสาสมคั รพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
จังหวัดนครปฐม (อพม.) เพ่ือให้ อพม.น�ำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในเขตพ้ืนท่ี
รบั ผิดชอบอย่างทวั่ ถงึ
4. ด้านการให้ความช่วยเหลอื เยียวยา
กจิ กรรมจติ อาสา รว่ มกบั อพม.
พมจ. และสำ� นกั งานเหลา่ กาชาดจงั หวดั นครปฐม
มอบเคร่ืองอุปโภค บริโภค และยาสามัญ
ประจำ� บ้าน
เย่ียมบ้านสอบข้อเท็จจริง
ผู้ประสบปัญหาทางสังคม ในพ้ืนที่ อ�ำเภอ
นครชัยศรี จงั หวดั นครปฐม
มอบเครื่องอุปโภค บริโภค
แก่ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ประสบปัญหา
ทางสังคม
116 รายงานสถานการณ์ทางสงั คม
ในพนื้ ท่ี สสว.3 ประจ�ำปี 2563
ร่วมกับส�ำนักงานเหล่ากาชาด
จังหวัดนครปฐมเพอ่ื มอบเครอื่ งอุปโภค บรโิ ภค
และเงินสงเคราะห์ แกม่ ารดาเล้ียงเด่ียวทีม่ อี ายุ
ต่�ำกว่า 18 ปี
โครงการสร้างทักษะอาชีพ
ของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส เข้าสู่อาชีพใหม่ เพื่อ
สร้างรายได้ ภายหลังสถานการณ์โคโรนา
(COVID-19) ในจังหวดั นครปฐม
117ส�ำนักงานส่งเสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 3
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนษุ ย์
118
4สว่ นที่
การคาดการณ์แนวโนม้ สถานการณ์ทางสงั คมกลมุ่ จังหวดั
4.1 การคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ทางสงั คมเชิงกลมุ่ เปา้ หมาย
เคร่ืองมือหนึ่งท่ีควรน�ำมาใช้ในการช่วยให้ฝ่ายบริหารและผู้ท่ีเก่ียวข้องกับ
การใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเพื่อให้ทราบถึงสภาพการณ์การเปล่ียนแปลงและ
แนวโน้ม ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และ ประชากร เคร่ืองมือนั้น คือ
เทคนิควิธีการวิเคราะห์ทางสถิติ ซ่ึงการวิเคราะห์สภาพการณ์การเปลี่ยนแปลงและ
แนวโน้มน้ันต้องอาศัยข้อมูลเชิงปริมาณท่ีมีการเก็บรวบรวมโดยวิธีการทาง
ทะเบียน หรือโดยวิธีการสํารวจแจงนับ (สํามะโน) อย่างต่อเนื่องในระยะเวลา
5 ปีข้ึนไป ซึ่งการคาดการณ์จํานวนประชากร และสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ
และสังคมในอนาคตจะเป็นพ้ืนฐานสําคัญในการวางแผนปรับเปล่ียนนโยบาย
รวมถึงการจัดสรรงบประมาณเพ่ือรองรับจํานวนประชากรกลุ่มเป้าหมายทางสังคม
ตามการเปล่ียนแปลงทจ่ี ะเกดิ ข้ึนได้อย่างเหมาะสมและมปี ระสิทธิภาพ
การคาดการณ์การเปล่ียนแปลงเป็นการประมาณการจํานวนประชากร
ในอนาคตท่ีคาดการณ์ได้ด้วยวิธีการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้น (Linear
Regression Model) ท่ีอยู่ภายใต้ข้อสมมติว่า สภาพการเปลี่ยนแปลงในอดีต
มีลักษณะเป็นเชิงเส้นตรงที่ค่อนข้างคงที่ และการเปลี่ยนแปลงในอนาคตคงที่
ตามลักษณะรูปแบบของข้อมูลท่ีมีการสะท้อนออกมาเป็นแนวโน้มที่มองเห็น
ได้จากข้อมูลในอดีต
สมการถดถอยหรือสมการท�ำนาย ท่ีใช้เป็นตัวแบบการประมาณการ
การเปลีย่ นแปลง เป็นดงั น้ี
Yt = a + bXt
เม่อื XYt คอื ขอ้ มูลจ�ำนวนประชากรในปที ี่ t
คือ ปที ี่ t
119สำ� นักงานสง่ เสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3
กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนษุ ย์
;t = 0, 1, 2, 3, . . . นบั จากปีท่ีเริม่ ตน้ มีข้อมูล
a คือ ค่าคงทหี่ รือจุดตดั แกน Y ของสมการถดถอย
b คือ ค่าการเปลย่ี นแปลงประชากรเฉล่ยี ต่อปี
; b เป็น + แสดงว่ามีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปีในลักษณะ
เพ่มิ ข้ึน
; b เป็น - แสดงว่ามีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปีในลักษณะ
ลดลง
นอกจากนั้น ในการบ่งบอกถึงความแม่นย�ำของสมการท่ีได้ สามารถใช้ค่า
R2 เป็นค่าบ่งชี้ได้ ค่า R2 หรือ สัมประสิทธิ์การตัดสินใจ (Determination
coefficient) คือ ตัวสถิติท่ีใช้วัดว่าตัวแบบสมการท่ีได้นี้มีความสมรูปกับข้อมูล
มากน้อยอย่างไร ใช้บอกความผันแปรของข้อมูลท่ีสามารถอธิบายจากตัวแบบ
สมการน้ีก่ีเปอร์เซ็นต์ ทั้งน้ีค่า R2 จะมีค่าระหว่าง 0 - 1 และการอ่านความหมาย
จะอา่ นเป็นเปอร์เซน็ ต์ (%)
ตัวอย่าง ตวั แบบสมการส�ำหรับการคาดการณ์การเปล่ียนแปลง ดงั นี้
จำ� นวนเด็กt = 195,000 - 2,000Xt, R2 = 0.800 (ปีเรม่ิ ตน้ หรอื t = 0 ณ ปี
2553) มคี วามหมายดังตอ่ ไปน้ี
1) จ�ำนวนเดก็ มีแนวโน้มลดลงอตั ราปลี ะประมาณ 2,000 คน (b = -2,000)
2) ตัวแบบสมการข้างต้นมีความแม่นย�ำประมาณ 80% ในการใช้
ประมาณการจำ� นวนเด็ก (R2 = 0.800)
3) ถา้ ต้องการประมาณการจ�ำนวนเด็กในปี พ.ศ. 2565
จากตวั แบบ t = 0 ในปี 2553, ดงั นนั้ t = 12 ในปี 2565
คาดการณ์จ�ำนวนเด็กในปี พ.ศ. 2565(t = 12) = 195,000 - (2,000x12) =
193,012 คน
ผลการวิเคราะห์การคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ทางสังคมของ
กล่มุ เปา้ หมาย มรี ายละเอียดดงั ต่อไปน้ี
120 รายงานสถานการณ์ทางสังคม
ในพ้นื ที่ สสว.3 ประจำ� ปี 2563
3) ถ้าตอ้ งการประมาณการจํานวนเด็กในปี พ.ศ. 2565
จากตวั แบบ t = 0 ในปี 2553, ดงั นัน้ t = 12 ในปี 2565
คาดการณจ์ ํานวนเด็กในปี พ.ศ. 2565(t = 12) = 195,000 – (2,000x12) = 193,012 คน
4ผล.1กา.ร1วิเ คกราละมุ่หก์เดารก็ คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ทางสังคมของกลุ่มเป้าหมาย มรี ายละเอียดดงั ตอ่ ไปนี้
ตารางท4ี่.14.1.1ก ลุ่มกเาดก็รคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนเด็ก จ�ำแนกตามจังหวัด
ตารางที่ 4. 1 กา รคราาดกยาปรณี (แ์ หนนวโว่นยม้ ส:ถาคนนกา)รณ์จาํ นวนเดก็ จําแนกตามจังหวดั รายปี
(หนว่ ย:คน) (หน่วย : คน)
จังหวดั สมการทํานาย ณ เวลา t R2 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565
กาญจนบรุ ี จํานวนเดก็ t = 195,689.13 – 2,071.47Xt 0.984 174,975 172,903 170,832
นครปฐม จาํ นวนเด็กt = 201,875.16 - 2,601.45Xt 0.989 175,861 173,259 170,658
ประจวบครี ขี ันธ์ จาํ นวนเดก็ t = 124,790.42 - 970.91Xt 0.982 115,081 114,110 113,139
เพชรบุรี จาํ นวนเดก็ t = 107,267.43 - 1,342.23Xt 0.996 93,846 92,504 91,161
ราชบุรี จํานวนเดก็ t = 194,253.62 - 3,113.52Xt 0.995 163,119 160,005 156,892
สมุทรสงคราม จาํ นวนเดก็ t = 42,945.75 - 876.12Xt 0.996 34,185 33,309 32,432
สมุทรสาคร จาํ นวนเด็กt = 123,594.69 - 917.24Xt 0.967 114,422 113,505 112,588
สุพรรณบรุ ี จาํ นวนเดก็ t = 190,512.13 - 3,196.47Xt 0.996 158,548 155,351 152,155
ปปีเรีเริม่ มิ่ ตตน้น้ ((tt==00) )ณณปี ป25ี 255353
จจาากกข้อขม้อูลทม่รี ูาลยทงา่ีรนสาถยางนกาานรณสแ์ ถนาวโนน้มกจาํานรวณนเ์แดก็ นในวเขโตนพ้มื้นทจี่ค�ำวนามวรนับผเิดดช็กอบใขนอเงขสําตนพักงื้นานทส่ง่ีคเสวราิมแมละ
ร2ภสสใับ5านํานผนแพ6ับตักดิ ส2ท่ลงนชาะ่ี นุนอปท3สวีบ่งิ.ดช่ีท1เัขงาสตกรรอาาิมแางรรแลบาสล3งะะำ�แแใสนสลนลนะ�ักำรับภ้วะหงสาหวานพรวนุ่นาทับ่าวี่สงมิผ3ชปง่ี.าลีล1กเพัสกกาแ.รศรลษา.ิม3ะรณ2สแรว5ําะลิ5เหะหค3ระวแับร่าสนผงานปละวีกบั พหโา–ส.นรศ์ขวน.้ิเ้มอ2คนุ 5มรทว6าูล3่ีละชิ 2หเา5ดพ์ข–6กล้อ2่ือามง2ทหรูล5ใ่ีทเา63พนร5สื่อาแใจบหมนึงตแากมรสล่ีแลาม้ะวนวกระหว่าาทโปวมรน�ทำีลา่้มี ัํากนงทดนษปี่ลาาัณงดียยพลตะจจงแํา.าตศ�ำนนารนว.วมนาโ2ตวนเงัว5ดน้มแแ็ก5ทบเใลด3่ีลบนดข็กเะ-ขลอตงง
ในเขตส�ำนกั งานส่งเสรมิ และสนับสนุนวิชาการ 3 ระหว่างปี พ.ศ. 2563-2565 จึงมี
แนวโน้มท่ีลดลงตามตัวแบบของสมการท�ำนายที่วิเคราะห์ได้ ดังตารางท่ี 4.1
และภาพท่ี 4.1 โดยพบว่าจ�ำนวนเด็กในจังหวัดสุพรรณบุรีจะมีอัตราการลดลง
ในแต่ละปีมากที่สุดในกลุ่มจังหวัด (b = -3,196.47) รองลงมาคือ จังหวัดราชบุรี
(b = -3,113.52) และจังหวัดท่ีมีจ�ำนวนเด็กลดลงในอัตราต่อปีต�่ำสุด คือ จังหวัด
สมุทรสงคราม (b = -876.12) ทั้งนี้สมการท�ำนายที่ได้ดังตารางที่ 4.1 สามารถ
ใช้ท�ำนายสถานการณ์จ�ำนวนเด็กได้แม่นย�ำ 96.7% - 99.6% โดยจังหวัดที่มี
ตัวแบบการท�ำนายที่แม่นย�ำมากท่ีสุด คือ จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัด
สุพรรณบรุ ี (R2 = 0.996) และจงั หวดั ท่มี ีตวั แบบการท�ำนายทแี่ มน่ ย�ำน้อยทส่ี ุด คอื
จงั หวัดสมทุ รสาคร (R2 = 0.967)
121สำ� นกั งานส่งเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์
ส�ำหรับภาพรวมของจ�ำนวนเด็กในกลุ่มจังหวัดของพื้นที่ สสว.3 เมื่อน�ำ
มาวิเคราะห์หาตัวแบบเพ่ือคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนเด็ก ปรากฏ
ดังภาพที่ 4.2 ซึ่งจากภาพเห็นได้ชัดเจนว่า ในภาพรวมของจ�ำนวนเด็กในกลุ่ม
จังหวัดของพ้ืนท่ี สสว.3 มีแนวโน้มท่ีลดลงอย่างต่อเนื่อง และจากสมการท�ำนาย
ท�ำให้ประมาณการได้ว่า จ�ำนวนเด็กในกลุ่มจังหวัดของพ้ืนที่ สสว.3 มีแนวโน้ม
ลดลงอัตราปีละประมาณ 15,089.424 คนและสมการท�ำนายน้ีมีความแม่นย�ำ
ประมาณ 99.4% ในการใช้ประมาณการจำ� นวนเด็ก (R2 = .994)
จากแนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนเด็กท่ีมีจ�ำนวนลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี
ย่อมส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ เม่ือจ�ำนวนเด็กลดลง
ย่อมส่งผลต่อไปยังประชากรวัยท�ำงานก็จะลดลง และท�ำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ของสัดส่วนอายุประชากร คือ มีสัดส่วนกลุ่มเด็กท่ีจะเติบโตเป็นเยาวชนและ
เป็นวัยท�ำงานที่สร้างเศรษฐกิจของประเทศในสัดส่วนท่ีต่�ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบ
ด้านอ่ืน ๆ ตามมาอีกหลายอย่าง เช่น อาจจะเกิดสภาวะที่ขัดขวางการเติบโต
ทางเศรษฐกิจของประเทศ จะส่งผลต่อการเข้าใช้บริการในสถานท่ีและส่ิงอ�ำนวย
ความสะดวกต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนทีเ่ กยี่ วขอ้ งกับเดก็ ที่จะหดตัวลดลงไปด้วย
เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน สถานศึกษา ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมท่ีผลิตสินค้า
เพอ่ื กลมุ่ เด็ก เปน็ ตน้
122 รายงานสถานการณ์ทางสงั คม
ในพื้นท่ี สสว.3 ประจ�ำปี 2563
87
ภาพที่ 4.1แสดงการประมาณการและแนวโนม้ สถานการณ์จาํ นวนเด็ก (หนว่ ย:คน)
จาํ แนกตามจงั หวดั แภลาภพะาปทพี่ทพ4ี่ .41ศ.1. แ2แส5สด6ดง3งกกา–ารรป2ปร5ระ6ะม5มาาณณกกาารรแแลละะแแนนววโนโน้มม้ สสถถาานนกกาารรณณ์จจ์ําำ�นนววนนเดเด็ก็ก(ห(หนนว่ ่วยย:ค:คนน) )
จาํ แนกตามจงั ห วดั และป ี พ .ศจ.�ำแ2น56ก3ตา–ม2จ5ังห65วดั และปี พ.ศ. 2563 - 2565
จํานวนเด็กรายปี เส้นเสแ้นนแวนโนวม้ โนม้
จํานวนเด็กรายปี
ภาพภทภาี่าพ4พ.ทท2ี่ ี่แ44ส..22ดแแงสแสดนดงงวแแโนนนววม้ โโนสนม้ถม้ สาสถนถากานนากกราณารรณแ์ณลแ์ ์และละสะสมสมกมกกาารารรทททาํําำ�นนนาาายยยจจจาํ ํา�ำนนนวววนนนเดเเดด็กก็ ็กใในในนกกลกลุ่มลมุ่ จมุ่จังจังหหังวหวัดัดวขขัดอองขงพอพ้นื งื้นทพที่ืน้ ส่ี สทสสวี่ วส.3.ส3ว.3
123สำ� นกั งานสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ 3
กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์
88
4.1.2 กลมุ่ เยาวชน
ต ตาารราางงทที่ 44.ี่ .1 24.2. ก2าก รล คมุ่กจาเดงัยากหาราววครชณัดนาแ์รดนากวยโานป้มรีสณถา์แนกนาวรณโนจ์ าํ ้มนวสนถเยาาวนชกนาจราํ แณนก์จต�ำามนจวงั หนวดัเยราายปวีชน จ�ำแนกตาม
(หนว่ ย:คน) (หน่วย : คน)
จังหวัด สมการทาํ นาย ณ เวลา t R2 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565
กาญจนบุรี จํานวนเยาวชนt = 102,189.72 -833.62Xt 0.853 93,854 93,020 92,186
นครปฐม จาํ นวนเยาวชนt = 107,400.38 +123.05Xt 0.015 108,631 108,754 108,877
ประจวบคีรีขันธ์ จาํ นวนเยาวชนt = 65,016.98 - 354.75Xt 0.585 61,469 61,115 60,760
เพชรบรุ ี จาํ นวนเยาวชนt = 53,615.47 - 262.99Xt 0.502 50,986 50,723 50,460
ราชบุรี จํานวนเยาวชนt = 98,507.58 - 378.15Xt 0.275 94,726 94,348 93,970
สมทุ รสงคราม จํานวนเยาวชนt = 20,142.49 - 136.04Xt 0.757 18,,782 18,646 18,510
สมุทรสาคร จาํ นวนเยาวชนt = 56,330.87 + 522.94Xt 0.646 61,560 62,083 62,606
สพุ รรณบุรี จาํ นวนเยาวชนt = 96,393.65 -1,033.55Xt 0.834 86,058 85,025 83,991
ปปีเรีเริม่ ิม่ ตตน้้น ((tt==00) )ณณปี ป25ี 253553
จจาากกขอ้ ขม้ลูอทมร่ี าูลยงทาน่ีรสาถยานงกาานรณสแ์ ถนวาโนน้มกจําานรวนณเย์แาวนชนวใโนนเข้มตพจ้ืน�ำทน่ีคววามนรัเบยผิดาชวอชบขนอใงสนํานเขักงตานพสื้น่งเสทริม่ี
คแวลาะสมนรับับสนผุนิดวิชชากอาบร 3ขใอนงระสห�ำวนา่ งักปี งพา.ศน. 2ส5่ง53เส–ร2ิม56แ2ลทะีท่ รสานบแับล้วสวน่าหุนลาวยิชจังาหกวัดามรลี กั 3ษณใะนแนรวะโนห้มทว่ีล่าดงลปงในี
ใพแนจแใแลน.ังตแศลหเะล่ ขตวะ.ะตจัดป่ลสัสงสี2ําะไํุพหนดา5ปรัแ้กวหณ5กงีัดไาบ่3รจนดสัุรังบสี้แหุพส่ง-ผวก่เวสรัดน่ลร2กรจจิมาัง5กณังแญหห6ลาวจบะัดวน2รสุรนบัดนวคีุริกับทีรเสจสปาค่ีทังน่วฐญหรุนมรนวจวดัาาแจิชนปลบะาังระกบหะหแาจจุร์รลวขังวี ห้3บปัด้วอวครรนวัดรีมะะสีขู่าคหลมนัจวหรุทธ่าวเ์ปรงลจพบสปงัฐื่าาีคหอพคมยวีรร.หดัศจมขี เ.าีลพแังนั2ักชสหล5ธษร6มะบ์วณ3เรุัจพดกะี จแัง–มชาังนหหรีลรว2ววโบั5ทกนัดัด6ุรํร้มษา5าสีเรพชนณจมบาิ่มึงารุขุชมทะี้ึนีแยจบแรนงั ดจุรสหนวังํ วโีาาตสนวดั าคน้มสมโรทมรนาวุททุง่ีตม้แมนรารลีลมสสทเะงตักงคภยัว่ีลครษาแาาพดบรมณวทบลาี่แขชมะ3งลอ.น2ะง
แสนมวกโานรท้มําเนพาย่ิมทขี่ว้ึินเครดาะังหต์ไดา้รดาังงตแารลาะงทภี่ า4.พ2 ที่ 3.2 แแลละะสภ�ำาหพทรี่ับ4.ผ3ลโดกยาพรบววิเ่าคจรํานาวะนหเย์ขา้อวชมนูลใน
วเพจจจิชััังงงื่าอหหหกวววหัััดดดาาสสกรุพมาสญุทร3มรรจณสนกรงบบาคะุุรรรรีีจหาทะมวม�ำ่าีอ((bนงbัตปราาียกพา=จ=ร.�ลำศดน.ลว-ง2-1ใ8นน3536แเ36.ตย0.36่ล42า)ะ)ว-ปโดชีมย2านจก5แําทใล6นน่ีสะ5วุดจนเใังขเนหจยกตวาึงลัดวมสุ่มชทีแ�ำนจ่ีมังนทนีจหี่ํทาวักวนําโัดวนงนนา(าb้มยเนยไทาดสว้จี่ตช่าง=านกเมลตสดัวตรแลัว-ิมบง1แใบ,นแ0บส3อลม3บัตก.ะร5ขาา5สรตอ)ทน่องร่ีวปอัสบิเีตคงมลสํ่ารงสกานมะุดาาหุนรคค์ไืืดออ้
ทท�ำั้งนสาามยจังทหี่ววัดิเคมีครวาาะมแหม์ไ่นดย้ําด83ัง.ต4%าร, าง8ท5.3่ี %4.2แลแะล7ะ5ภ.7%าพ(Rท2ี่ 4=.3 0โ.ด83ย4พ, บ0ว.8่า5จ3,�ำน0ว.7น5เ7ย)ตาาวมลชํานดับ
ใสน่วจนจังังหหววัดัดสมสุทุพรสราครรณพบบว่าุรมีจีอัตะรมากีอารัตเพร่ิมาขก้ึนขาอรงเลยาดวลชนงใในนแตแ่ละตป่ลีประะปมาีมณา5ก22ท.9ี่ส4ุดคนใน(bก=ลุ่5ม2จ2.ัง94ห) วโดัดยมี
(bควา=มแม-่น1ย,ํา0ข3อ3งก.า5ร5ท)ํานรายอ6ง4ล.6ง%มา(Rค2ือ= จ0ัง6ห46ว)แัดลกะจาังญหวจัดนนคบรุรปีฐม(bมีอัต=ราก-า8รเ3พ3่ิม.ข6้ึน2ขอ)งเแยาลวะชนจใังนหแตว่ลัดะปี
ทม่ี จี ำ� นวนเยาวชนลดลงในอตั ราตอ่ ปตี ำ�่ สดุ คอื จงั หวดั สมทุ รสงคราม (b = -136.04)
โดยจ�ำนวนเยาวชนท่ีท�ำนายได้จากตัวแบบสมการที่วิเคราะห์ได้ทั้งสามจังหวัด
มีความแม่นย�ำ 83.4%, 85.3% และ 75.7% (R2 = 0.834, 0.853, 0.757)
ตามล�ำดับ ส่วนจังหวัดสมุทรสาครพบว่ามีอัตราการเพ่ิมข้ึนของเยาวชนในแต่ละปี
124 รายงานสถานการณท์ างสงั คม
ในพื้นท่ี สสว.3 ประจำ� ปี 2563
ประมาณ 522.94 คน (b = 522.94) โดยมีความแม่นย�ำของการท�ำนาย 64.6%
(R2 = 0646) และจังหวัดนครปฐมมีอัตราการเพิ่มขึ้นของเยาวชนในแต่ละปี
ประมาณ 123.05 คน (b = 123.05) แต่อย่างไรก็ตามตัวแบบสมการท่ีใช้
ท�ำนายจ�ำนวนเยาวชนในจังหวัดนครปฐมมีความแม่นย�ำเพียง 1.5% เท่าน้ัน
(R2 = 0.015)
ส�ำหรับภาพรวมของจ�ำนวนเยาวชนในกลุ่มจังหวัดของพื้นที่ สสว.3
เมื่อน�ำมาวิเคราะห์หาตัวแบบเพ่ือคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนเยาวชน
ปรากฏดังภาพที่ 4.4 ซึ่งจากภาพสะท้อนให้เห็นว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2554 - 2558
มีแนวโน้มของจ�ำนวนเยาวชนสูงข้ึนแต่หลังจากปี พ.ศ. 2558 พบว่ามีแนวโน้ม
ที่ลดลงต่อเน่ืองมาจนถึงปี พ.ศ. 2562 และเมอ่ื ได้ใชเ้ ทคนคิ การวิเคราะห์การถดถอย
ซึ่งอาศัยข้อตกลงเบ้ืองต้นว่าข้อมูลต้องเป็นเชิงเส้นตรงจึงจะท�ำนายได้แม่นย�ำสูง
ทั้งน้ีผลการวิเคราะห์ในคร้ังน้ีได้ความแม่นย�ำของสมการท�ำนายร้อยละ 41.2
(R2 = 0.412) ในการใช้ประมาณการจ�ำนวนเยาวชนและจากสมการท�ำนาย
ท�ำให้ประมาณการไดว้ า่ จ�ำนวนเยาวชนในกลุ่มจงั หวดั ของพืน้ ท่ี สสว.3 มแี นวโนม้
ลดลงอตั ราปีละประมาณ 2,353.115 คน
จากแนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนเยาวชนที่มีจ�ำนวนลดลง ย่อมส่ง
ผลกระทบต่อโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ เมื่อจ�ำนวนเยาวชนลดลง
ย่อมส่งผลต่อไปยังประชากรวัยท�ำงานก็จะลดลง และท�ำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ของสัดส่วนอายุประชากร คือ มีสัดส่วนกลุ่มเยาวชนในสัดส่วนท่ีต�่ำลง
กลุ่มเยาวชนเป็นวัยศึกษาเล่าเรียนในระดับอุดมศึกษา และส่วนหน่ึงก�ำลัง
เป็นวัยท�ำงานตอนต้น และก�ำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์เม่ือมีแนวโน้มที่ลดลงก็จะ
ส่งผลกระทบด้านอ่ืน ๆ ตามมาอีกหลายอย่าง เช่น เกิดสภาวะท่ีขัดขวางต่อการ
เติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ขัดขวางการเพิ่มข้ึนของประชากรวัยเด็กที่มี
คุณภาพ ขาดแรงงานท่ีมีคุณภาพท่ีจะอยู่ในภาคการผลิตและภาคบริการ ส่งผล
ต่อการเข้าใช้บริการในสถานที่และส่ิงอ�ำนวยความสะดวกท้ังภาครัฐและเอกชน
ก็จะหดตัวลดลงไปด้วย เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน สถานศึกษา ภาคธุรกิจ
ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนตลาดแรงงาน เป็นต้น
125สำ� นกั งานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนษุ ย์
90
90
จาํ แนกตจาาํ มแจนงักหภต ภวาาามดัพพจแททงั ลหภ่ี่ี ะ44วาัดปพ.. 33แที แพล ่ี สะ4.แจศป.ด3�ำส.ีงแพแด2กส.นงศ5าดกก.ร6งา2กตป3ร5าารปร6–มะป3รจมร2ะ–ังะา5มหมณ26าวา5ณ5กณัด6าแ5กกรลาาแรระแลแปละลี ะพแะแแน.ศนว.โว2นนโ5น้มม้ 6ส้มส3ถสถาถ–นาานก2นาก5รกา6ณาร5รจ์ณณาํ น์จ์จวาํ ำ�นนนเวยวนานวเเชยยนาาวว(หชชนนน่วย((หห:คนน่วว่)ยย::คคนน))
จํานวนเยาวชนรายปี
จาํ นวนเยาวชนรายปี
เส้นแนวโน้ม
เส้นแนวโน้ม
ภาพที่ 4.4ภแาสพดทงแี่ 4น.ว4โน ม้ แสสถาดนงกแานรวณโแ์นล้มะสสถมากนารกทาาํ รนณายแ์ จลําะนสวมนกเยาารวทชำ�นนในากยลจมุ่ �ำจนงั วหนวัดเยขาอวงชพน้ืนท่ี สสว.3
ในกลมุ่ จังหวัดของพน้ื ที่ สสว.3
ภาพที่ 4.4แสดงแนวโนม้ สถานการณ์และสมการทาํ นายจาํ นวนเยาวชนในกลุ่มจงั หวดั ของพื้นท่ี สสว.3
126 รายงานสถานการณ์ทางสงั คม
ในพืน้ ที่ สสว.3 ประจ�ำปี 2563
4.1.3 กลมุ่ สตรี 91
ตารางท4่ี.14.3.3กล ุม่กสาตรรคี าดการณ์แนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนสตรี จ�ำแนกตามจังหวัด
ตารางท่ี 4. 3 กา รคราาดกยาปรณี แ์ นวโน้มสถานการณจ์ ํานวนสตรี จําแนกตามจงั หวัดรายปี
(หน่วย:คน) (หน่วย : คน)
จังหวัด สมการทํานาย ณ เวลา t R2 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565
กาญจนบุรี จํานวนสตรtี = 413,340.15 +3,823.81Xt 0.899 451,578 455,402 459,226
นครปฐม จํานวนสตรtี = 447,510.53 +3,713.13Xt 0.991 484,642 488,355 492,068
ประจวบคีรีขนั ธ์ จาํ นวนสตรtี = 253,425.76 +2,958.09Xt 0.989 283,007 285,965 288,923
เพชรบรุ ี จาํ นวนสตรtี = 239,312.07 +1,307.53Xt 0.982 252,387 253,695 255,003
ราชบุรี จํานวนสตรtี =429,768 + 2,260.46Xt 0.936 452,373 454,633 456,894
สมทุ รสงคราม จํานวนสตรtี = 100,775.75 + 11.48Xt 0.157 100,891 100,902 100,913
สมุทรสาคร จํานวนสตรtี = 252,634.24 +5,708.90Xt 0.996 309,723 315,432 321,141
สพุ รรณบุรี จํานวนสตรtี = 435,873.49 + 361.62Xt 0.606 439,490 439,851 440,213
ปปีเรเี ร่มิ ม่ิ ตต้นน้ ((tt == 00)) ณณปปี 2ี 2555533
จากข้อมูลท่ีรายงานสถานการณ์แนวโน้มจ�ำนวนสตรีในเขตพ้ืนที่
ความรจับากผขิด้อมชูลอทร่ีบายขงอานงสสถา�ำนนกาักรณงาแ์ นนวสโน่ง้มจเสาํ นรวิมนสแตลรีใะนเสขตนพับืน้ ทสคี่ นวาุนมรวบั ิชผิดาชกอบาขรองส3าํ นใักนงารนสะ่งหเสรวิม่าแงละ
แปสตใลีนนพาะเับรข.ภสศตานาสง.ุนําพแ2นวลทิช5ักะาง5ี่ กภา33านา.รส3พ-่ง32ทเแสใ5ี่ นรล63ิมระะ.2แ3หสลวทะ�ำแ่าสหท่ีงลนปรระับี บัพาสส.ํบนาผศุนห.แลว2รลกิช5ับ้วา5ากผ3วราลา่วรกม–เิ 3คาลี รรร2กั ะวา5หษิเ6ะคว2ณห่ารทง์ขาะปี่ทอ้ะแีรพหามน.บ์ศขลูวแ้.อเโล2พมน้ว5ูวลือ่6้ม่า3เมหทพีลา่ื่ีเอักพสษห–มมิ่ณากขะสแาึ้นมนร2กใว5ทนาโ6นรำ�ท5้มทนกุทจําาึง่ีเพนมๆยิ่มีแาจขนปยำ�ึ้นวจดีนใโํนนาังวท้มนตนุกทวา่ีเสนๆพรตส่ิามปรขตงีด้ึนีรังี
ในตาเมขตตัวสแบ�ำบนขักองสามนกสาร่งทเําสนราิมยทแี่วลิเคะรสาะนหับ์ไดส้ นดังุนตาวริชางาทกี่ า4.ร3 3 ระแหละวภ่าางพปที ี่ 4พ.5.ศโด. ย2พ5บว6่า3จํ-า2นว5น6ส5ตรี
จใึงนมจงัีแหนวัดวสโมนุท้มรสทาคี่เพรจิ่มะมขีอึ้นตั ตราากมารตเพัวิ่มแขบ้ึนใบนแขตอ่ลงะสปีมมากกทา่ีสรุดทใน�ำกนลาุ่มยจังทห่ีววัดิเค(bรา=ะ5ห,7์ไ0ด8.้90ด)ังรตองาลรงมาางคทือ่ี จ4ังห.3วัด
ใแนจกตลังัาวแะหญแตบวภจัดบ่ลนาทสบะพ่ีมมุรปีจกที ําามี ี่นรา(ท4วbก่ีไน.ด5ทส้มตี=คี่สรโวุดีเดาพมใยิ่ม3นแขพ,ม8ก้ึน2่นบใล3ยนว.ํา่มุ8ออ่า1ัตจย)จรแู่ังท�ำาลห่ี ต9นะ่อว9วจป.ัด6ังนีต%ห่ําส(ว,สbัดต8ุดน9ร=คค.9ี รือ%ใป5นจฐ,แัง7มจหล0ะัง(วb8ัดห9ส.9ว9ม.1ัด=0ุท%สร)สม(รงR3ุคทอ2,7รง=ร1าล3สม0.ง1.า(93มbค9)า6รแ,คลจ0อืะะ.=8ทม9้ังจ9สีองั,าัตห0ม1.1จร9ว.ัง94าัดห18กวก))ัาดตซาทรา่ึงญม่ีทเเปพลําจ็นําน่ิมนดจาับังขยบหแดึ้นรุวล้วัดียะ
(bทีม่ ีต=วั แบ3บ,8กา2รท3ํา.น8า1ยท) ีม่ แคี วลามะแจมังน่ หยําวตัดํ่าสนดุ คครือปมีคฐวมามแ(มbน่ ย=ําเพยี3ง,7151.73%.1(R32)= แ.1ล57ะ)ทั้งสามจังหวัดท่ี
ท�ำนายดสํา้วหยรตับภัวาแพบรบวมสขมองกจาํารนทวนี่ไสดต้มรีีใคนวกาลมุ่มจแังมห่นวัดยข�ำอองพย้ืนู่ทที่ ่ี ส9ส9ว..63%เม,ื่อน8ํา9ม.า9วิเ%คราแะหล์หะาต9ัว9แบ.1บ%เพ่ือ
(Rค2าด=การ0ณ.9์แน9ว6โ,น้ม0ส.ถ8า9น9ก,าร0ณ.์จ9ํา9น1วน) สตตารีมปลรา�ำกดฏับดังแภลาพะทจี่ ัง4ห.6วซัด่ึงจทาี่มกภจี าำ� พนเหว็นนไดส้ชตัดรเจีเพนว่มิ ่าขใน้ึนภใานพอรวตั มรขาอง
ต่อปีต�่ำสุด คือ จังหวัดสมุทรสงคราม (b = 11.48) ซ่ึงเป็นจังหวัดท่ีมีตัวแบบ
การท�ำนายท่มี คี วามแม่นยำ� ตำ่� สุด คอื มีความแม่นย�ำเพียง 15.7% (R2 = .157)
127ส�ำนกั งานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3
กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย์
ส�ำหรับภาพรวมของจ�ำนวนสตรีในกลุ่มจังหวัดของพื้นท่ี สสว.3 เมื่อน�ำ
มาวิเคราะห์หาตัวแบบเพื่อคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนสตรี ปรากฏ
ดงั ภาพท่ี 4.6 ซง่ึ จากภาพเหน็ ไดช้ ดั เจนวา่ ในภาพรวมของจำ� นวนสตรใี นกลมุ่ จงั หวดั
ของพ้ืนที่ สสว.3 มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเน่ือง และจากสมการท�ำนายท�ำให้
ประมาณการได้ว่า จ�ำนวนสตรีในกลุ่มจังหวัดของพื้นท่ี สสว.3 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
อัตราปลี ะประมาณ 20,145.048 คน และสมการทำ� นายน้ีมีความแม่นยำ� ประมาณ
97.9% ในการใช้ประมาณการจ�ำนวนสตรี (R2 = 0.979)
จากแนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนสตรีในกลุ่มจังหวัดพื้นที่ สสว.3 ที่มีจ�ำนวน
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีย่อมส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ
กล่าวคือ การด�ำเนินชีวิตของสตรีได้มีการเปล่ียนแปลงไปเพื่อให้สอดคล้องกับ
สภาพสังคมที่เปลีย่ นไป เชน่ ในปจั จุบันสตรีไมไ่ ดเ้ ป็นแมบ่ ้านอยา่ งเดียว แตอ่ อกมา
ท�ำงานนอกบ้านมากข้ึน มีการเข้าสู่ภาคแรงงานของกลุ่มสตรีในระดับท่ีสูงขึ้น
ซ่ึงแนวโน้มนี้จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจมีครอบครัวและมีบุตรของกลุ่มสตรี
อกี ปจั จยั หนง่ึ ดว้ ย และเมอื่ ระบบการใชช้ วี ติ ของสตรใี นสงั คมไดม้ กี ารเปลย่ี นแปลงไป
ดังที่กล่าวว่าสตรีได้ออกมาท�ำงานนอกบ้านมากขึ้นส่งผลให้ชั่วโมงการท�ำงานบ้าน
และการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านลดน้อยลง ดังน้ันสตรีจึงมีอัตราการซ้ือเคร่ืองอ�ำนวย
ความสะดวกและเทคโนโลยที จี่ ะประหยดั เวลาการทำ� งานในบา้ นเชน่ เครอ่ื งลา้ งจาน
เครื่องซักผ้า หุ่นยนต์ดูดฝุ่น มากข้ึน เป็นต้น ประเด็นดังกล่าวน้ีจึงเป็นผลกระทบ
ต่อเศรษฐกิจที่วัดด้วยค่าผลิตภัณฑ์ (Gross Domestic Product-GDP) ท่ีอาศัย
หลักเกณฑ์หลกั ๆ ในการวดั ได้แก่ การว่าจา้ งงานที่เพิ่มมากขึ้น อัตราค่าแรงต่อหวั
และการเพิ่มผลิตผลการท�ำงานต่อแรงงานหนึ่งคน รวมไปถึงการลงทุนในแรงงาน
ท่ีมากข้ึนโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ดังนั้นการท่ีสตรีมีจ�ำนวนมากข้ึนและมีการเข้าสู่
ตลาดแรงงานมากขน้ึ กม็ ผี ลทง้ั ทางบวกและทางลบตอ่ โครงสรา้ งสงั คมและเศรษฐกจิ
ดังกลา่ วข้างต้น
128 รายงานสถานการณ์ทางสงั คม
ในพ้ืนท่ี สสว.3 ประจ�ำปี 2563
9933
จจาํ แําแนนกกตตาามมจจงั ังหหวภวภัด ภาดั แาาพแพพลทละททะี่ ปี่ี4่ ป44ี.พี5.. 5พ5แ.ศแ . สศส.ดจแ.ด2ำ�สง25งแกด5ก6นาง6า3กรก3รปาต–ป–รรารป2มะ2ะร5มจ5มะ6งัา6ามหณ5ณ5าวณกัดกาแการลราแแระลแลปะลี พแะแน.ศนว.วโ2นโ5น้ม6้มส3สถถ-าา2นน5กก6าา5รรณณจ์จ์ ํา�ำนนววนนสสตตรรีี ((หหนนว่ ว่ ยย::คคนนน)))
จจาํ ํานนววนนสสตตรรีรรี าายยปี
เส้นนแแนนววโโนนม้ ม้
ภภาาพพทท่ี 4่ี 4.6.6แแสสดดงภงแแานพนววทโโนี่ น4ม้ ม้.6สสถ ถาาแนนสกกดาางรแรณณน์แว์แโลลนะะ้มสสมมถกาานรกทาํารนณาแ์ ยลจะําสนมวกนาสรทตำ�รนใี นายกจล�ำมุ่ นจวงั นหสวตัดรขี องพนื้ ทท่ี ่ี สสสสวว..33
ในกลุ่มจังหวัดของพน้ื ที่ สสว.3
129ส�ำนกั งานส่งเสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ 3
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย์
4.1.4 กลุม่ ครอบครวั 94
ตารางท4.่ี 14.4.4กล ุ่มกคารอรบคคารวัดการณ์แนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนการจดทะเบียนสมรส
ตารางที่ 4. 4 ก าร คจาดำ� กแารนณกแ์ ตนวาโมน้มจสังถหานวกัดารรณา์จยําปนวี นการจดทะเบียนสมรส จาํ แนกตามจังหวัดรายปี
(หนว่ ย:ค)ู่ (หน่วย : คู่)
จงั หวัด สมการทาํ นาย ณ เวลา t R2 ปี 2563 ปี 2564 ปี
2565
กาญจนบรุ ี จาํ นวนการจดทะเบยี นสมรสt = 2,943.31 + 4.24Xt 0.007 2,986 2,990 2,994
นครปฐม จาํ นวนการจดทะเบียนสมรสt = 3,591.22 + 64.62Xt 0.278 4,237 4,302 4,367
ประจวบคีรขี ันธ์ จาํ นวนการจดทะเบยี นสมรสt = 2,162.67 + 31.54Xt 0.445 2,478 2,510 2,541
เพชรบุรี จํานวนการจดทะเบยี นสมรสt = 1,748.15 + 26.61Xt 0.389 2,014 2,041 2,067
ราชบรุ ี จาํ นวนการจดทะเบยี นสมรสt = 3,035.07 + 56.67Xt 0.426 3,602 3,658 3,715
สมุทรสงคราม จํานวนการจดทะเบียนสมรสt = 638.89 + 13.42Xt 0.514 773 787 800
สมทุ รสาคร จํานวนการจดทะเบยี นสมรสt = 2,455.35 + 58.75Xt 0.562 3,043 3,102 3,160
สุพรรณบรุ ี จํานวนการจดทะเบยี นสมรสt = 2,709 + 53.93Xt 0.570 3,248 3,302 3,356
ปปีเรเี ริม่ ิม่ ตต้นน้ ((tt==0)0ณ) ณปี 2ป5ี 523553
จจาากกข้อขม้อูลทมี่รูลายทง่ีารนาสยถงานากนาสรณถ์แานนวโกน้มาเรกณ่ียว์แกับนควรอโบนค้มรัวเกโด่ียยวเปก็นับกาครรราอยบงาคนสรถัวานกโดารยณเ์ขปอง็นกการาจรด
รทาะยเบงียานนสมสรถสขาอนงแกตา่ละรจณังห์ขวัดอในงเกขตาพรื้นจทด่ีควทาะมรเับบผียิดชนอสบขมอรงสสําขนักองงานแสต่งเ่ลสระิมจแลังะหสนวับัดสในนุนวเิชขาตกาพรื้น3ใทนี่
พครสใวน.ะํศาหเาขห.วมต่า2รสงรั ปบ5ําับนี 5ผพักผ3.ลงศิดา.กน-2ชาส52อ่งร5เ53วบส6ิร–เขิม2ค2แอร5ลท6งาะ2ท่ีสสะทน�ำรหี่ทับาน์ ขรสบ้ัากนอบแุนงมแลวูาลลิชว้้วนาเววกพ่สา่าามื่ อ่รงมีลเักห3ลี สษาักรณระสษิมะหมแณวแน่กางลวะาปโแะนรี พ้มนสทท.ํศวนา่ีเ.พโนับ2นมิ่ 5าขส้ม6้ึนย3นทใจนุนํ่เี าทพวกุนิม่–ิชวๆขานปึ้นกีกด2ใาาังน5ตร6รทา5จรกุ3าจดงึงแทมๆลใีแะะนนปภเวรบาีโพะีดนยท้มหงั น่ีทต3วส่ีเ.า4พ่ามริ่มแงราขลปึ้นงสะี
แตลาะมตภัวาแพบบทข่ี อ3งส.4มกาแรลทะํานสา�ำยหที่วริเับครผาละหก์ไาดร้ ดวังิเตคารราางะทหี่ 4์ข.4้อมูลเพ่ือแลหะาภสามพกทาี่ 4ร.7ทโ�ำดนยพายบวจ่า�ำจนํานววนน
กกาารรจจดดททะเะบียเบนสียมนรสสในมจรังสหวใัดนนเคขรตปฐสม�ำจนะมักีองัตารานกสาร่งเพเส่ิมขร้ึนิมใแนแลตะ่ลสะปนีมับากสทน่ีสุดุนในวกิชลาุ่มกจังาหรวัด3(b ระ=หว6่า4.ง6ป2)ี
ดพรแงั.อบศตงบล.าสง2รมม5กาาแคา6งลรือท3ทะจไี่ี่จ-ดงั ั4งห้ม2ห.วคี 54วดัวั6ดสามมทแ5แทุ่ีมลมจรีจะน่สงึําายมนคาํ ภแรอีวยานน(bูท่พกวี่ า=2ทโร7น5ี่จ.88ม้ด4%.7ทท.57,ะ)เี่5เพแ6บโ.ลม่ิ2ดียะ%ขนยจสน้ึพแังมหลตบรวะาัดสว4มรเา่2าพต.จช6ิ่มบวั�ำ%ขุรแน้ึนี ((บRวbใ2นบน==อขกั5ต0อา6ร.2.รงา67ตสจ78่)อดม,แป0ทกล.ีต5ะาะ่ํ6าทร2เสง้ั บท,ุดส0ายีำ� .มค4นนืจอ2าัง6สหยจ)มวัตงทัดรหาทวี่มสวี่ทลเิัดใคําํานกดนราบัาจาญยังะดจหห้วนยวไ์บตดดั ุัวร้ี
น(bครปฐ=มจะ4.ม24ีอ)ัตซึ่งรเาป็นกจาังรหเวพัดท่ิมี่มขีตัึ้วนแใบนบแกาตรท่ลําะนปายีมท่ีามีคกวทาม่ีสแุดม่นในยํากตํ่าลสุ่มุดจคังือหมวีควัดาม(แbม่นย=ําเพ6ีย4ง .06.72%)
5รแ((5อ6bลR72ง..ะ=20ล%ท%5=ง3ั้งม(.R9สแา023าค.ล)0ม0ือะ7จ=)4แังจล2หังะ.หวผ6ลั0ดว%ก.5ดัทา7รส่ีท(0ทR)ม�ํำา2โนทุ นดา=ยรายเสจปย0ําา็นดน.คจ2ว้วังร7นหยก8วตา(ัด,รbัทวจ0ี่มดแ.=ีจท5บําะ6นบเ5บ2วสีย8น,นกม.07สาก.มร54จรา)2สดรขท6แทอะ)ลงเ่ีไบจตะดังียาห้มนมจวสีคัดลงัมสวหร�ำุพสาดวรทมรัดับี่เณแพรบ่ิมมาุรขช่นีม้ึนบีคปยวีลรุ�ำาะีมอปแ(ยbรมะ่นู่ทมย=่ีาําณม2า575ก63.ส8..ุด96%3ค7ืคอ),ู่
และจังหวัดท่ีมีจ�ำนวนการจดทะเบียนสมรสเพ่ิมขึ้นในอัตราต่อปีต�่ำสุด คือ
จังหวัดกาญจนบุรี (b = 4.24) ซึง่ เปน็ จังหวัดทีม่ ตี ัวแบบการทำ� นายทีม่ คี วามแมน่ ยำ�
130 รายงานสถานการณท์ างสังคม
ในพื้นท่ี สสว.3 ประจำ� ปี 2563
ต่�ำสุด คือ มีความแม่นย�ำเพียง 0.7% (R2 = 0.007) และผลการท�ำนายจ�ำนวน
การจดทะเบียนสมรสของจังหวัดสุพรรณบุรีมีความแม่นย�ำมากสุด คือ 57.0%
(R2 = 0.570) โดยเปน็ จงั หวดั ทม่ี จี ำ� นวนการจดทะเบยี นสมรสทเี่ พมิ่ ขน้ึ ปลี ะประมาณ
53.93 คู่ (b = 53.93) สำ� หรบั ภาพรวมของจำ� นวนการจดทะเบยี นสมรสในกลมุ่ จงั หวดั
ของพ้ืนที่ สสว.3 เม่ือน�ำมาวิเคราะห์หาตัวแบบเพื่อคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์
จ�ำนวนการจดทะเบียนสมรส ปรากฏดังภาพที่ 4.8 ซ่ึงจากภาพเห็นได้ชัดเจนว่า
ในภาพรวมของจ�ำนวนการจดทะเบียนสมรสในกลุ่มจังหวัดของพื้นท่ี สสว.3
มีแนวโน้มท่ีเพ่ิมขึ้นอย่างต่อเน่ือง และจากสมการท�ำนายท�ำให้ประมาณการได้ว่า
จ�ำนวนการจดทะเบยี นสมรสในกลมุ่ จงั หวัดของพ้นื ที่ สสว.3 มแี นวโนม้ เพิม่ ข้ึนอัตรา
ปีละประมาณ 309.788 คู่ และสมการท�ำนายนี้ มีความแม่นย�ำประมาณ 49.9%
ในการใชป้ ระมาณการจำ� นวนการจดทะเบียนสมรส (R2 = 0.499)
ครอบครัวเป็นสถาบันทางสังคมข้ันพ้ืนฐานที่มีความส�ำคัญเป็นอันดับแรก
ถอื ไดว้ า่ เปน็ หนว่ ยยอ่ ยทเ่ี ลก็ ทสี่ ดุ ของสงั คม แตม่ คี วามสำ� คญั ทสี่ ดุ เนอ่ื งจากครอบครวั
เป็นเบ้าหลอมคุณค่าชีวิตและบ่มเพาะคุณลักษณะท่ีงดงามของความเป็นมนุษย์
ให้กับสังคม ท่ีเป็นปัจจัยขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศให้มีความก้าวหน้าได้เป็น
อย่างดี โดยสะท้อนผ่านความเข้มแข็ง ภาวะเศรษฐกิจ และสังคมของครอบครัว
ในสังคมไทย ทั้งนี้จากแนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนการจดทะเบียนสมรสท่ีมี
จ�ำนวนโดยรวมค่อนข้างเพ่ิมขึ้น หากแต่เป็นการเพ่ิมข้ึนเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับ
จ�ำนวนประชากรในกลุ่มจังหวัดทั้งหมด ซ่ึงแสดงถึงการเปล่ียนแปลงทางสังคม
ท่ีจะตามมา ทั้งนี้ปัจจัยการท�ำงานนอกบ้าน รายได้ของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจ
และความมน่ั คงทางการเงนิ กเ็ ปน็ สว่ นทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ การตดั สนิ ใจสรา้ งครอบครวั
และการจดทะเบียนสมรสของบุคคลกันมากข้ึน ประกอบกับวิถีการด�ำเนินชีวิต
ของคนไทยในปจั จบุ ันเปล่ยี นแปลงไป มภี าวะของการแข่งขนั กันมากข้นึ คนรุน่ ใหม่
ให้ความส�ำคัญกับการศึกษาในระบบยาวนานขึ้น ใช้เวลาในการท�ำงานและ
หาเงินเลีย้ งครอบครัวมากข้นึ ทำ� ใหม้ กี ารชะลอการแตง่ งาน หรือเร่มิ สร้างครอบครัว
ใหมช่ า้ ลง รวมถึงการใช้ชีวติ โสดอยา่ งถาวรมากขน้ึ ซึ่งพฤตกิ รรมดงั กล่าวน้จี ะส่งผล
กระทบตอ่ การมบี ุตรทีน่ อ้ ยลงและการกา้ วสกู่ ารเปน็ ผู้สงู อายุทโี่ ดดเดย่ี วมากขึน้
131สำ� นักงานส่งเสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 3
กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์
96
96
ภาพทภ่ีภา4าพ. พ7ทท ่ี 4ี่ จแ4.7ำ�ส.แ7แดสแนงดสกกงดากตงราากปรมาปรรจระปังะมหรมะาจวาณมาํณัดจแาแกกาํณนลาาแกกรระนตแแาปกาลรลีมตแะพะจาแลแ.ังมนศะหนจวแ.ววังโน2ดันหโว5แน้มวโ6ลส้มัดน3ะถสแ้มปาลถ-สนี ะพาถ2กปน.า5าศนีกร6.พณกา52.ราศ5์จณร.6ําณน32จ์ ว5์จ�ำ–น6าํน2กน3ว5าวน–ร6นจก52กดา5าทรร6จะจ5เดดบททียะนะเเสบบมียียรนนสสส(มหมรนรสส่วย((:หหคนู่)น่วว่ ยย:ค:ค)ู่ ู่)
จําจนาํ วนนวกนากรจาดรจทดะทเบะยี เนบสยี มนรสสมรราสยรปาี ยปี
เส้นเสแ้นนวแโนนวม้ โน้ม
ใในนกกลลุม่ ุม่ จจงั ภงัหหาววพดั ดัขทภขอภ่ีาอง4พาพง. พพ8ทน้ื ที่้นืท 4่ี่ีท.ส4ใแ8ี่นส.สสแ8วกสสดแ.ลด3วงส.ุ่มงแด3แนจงนงัแววหโนโนวนว้มัดม้โนสขสม้ถถอสาางนถพนกากื้นนาาทรกรณี่าณสร์แสณ์แลวะลแ์ .สะ3ลมสะกมสากมรากทราาํ ทรนทำ�ายนาํ จนาาํายนยจวจำ� นํานกนวาวนรนจกกดาาทรระจจเดดบทยี ะนเสบมยี รนนสสสมมรรสส
132 รายงานสถานการณ์ทางสังคม
ในพ้ืนที่ สสว.3 ประจ�ำปี 2563
4.1.5 กล่มุ ผ้สู งู อายุ 97
ตารางท4.่ี 14.5.5กล มุ่ กผาสู้ รงู อคายาุ ดการณ์แนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนผู้สูงอายุ จ�ำแนกตาม
ตารางท่ี 4. 5 ก าร คจาดังกหารวณดั แ์ รนาวโยนป้มสี ถานการณ์จํานวนผู้สงู อายุ จาํ แนกตามจังหวัดรายปี
(หนว่ ย:คน) สมการทาํ นาย ณเวลา t (หน่วย : คน)
จงั หวดั จาํ นวนผู้สูงอายtุ = 84,565.65 + 5,074.45Xt R2 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565
จํานวนผู้สูงอายtุ = 100,304.55 + 6,106.75Xt
กาญจนบรุ ี จาํ นวนผ้สู ูงอายtุ = 56,456.73 + 3,522.13Xt 0.995 135,310 140,385 145,459
นครปฐม จํานวนผ้สู งู อายtุ = 62,514.2 + 3,018.07Xt 0.996 161,372 167,479 173,585
ประจวบคีรีขนั ธ์ จํานวนผู้สงู อายtุ = 111,321.16 + 5,389.83Xt 0.996 91,678 95,200 98,722
เพชรบรุ ี จาํ นวนผูส้ งู อายtุ = 31,731.78 + 1,260.78Xt 0.996 92,695 95,713 98,731
ราชบุรี จาํ นวนผู้สงู อายtุ = 51,906.38 + 3,762.52Xt 0.993 165,219 170,609 175,999
สมทุ รสงคราม จํานวนผสู้ ูงอายtุ = 122,511.78 + 5,145.98Xt 0.990 44,340 45,600 46,861
สมทุ รสาคร 0.997 89,532 93,294 97,057
สพุ รรณบรุ ี 0.986 173,972 179,118 184,264
ปปเี รีเร่มิ ่ิมตตน้ ้น ((tt == 00))ณณปปี 2ี 5255353
จจาากกข้อขม้อูลทมี่รูลายทง่ีารนาสยถงานากนารสณถ์แานนวโกน้มาเรกณี่ยวก์แับนผู้วสูงโอนาย้มุ โเดกยี่ยเปว็นกกัาบรผราู้สยงูงาอนสาถยาุนกโดารยณเ์ขปอง็นแกต่ลาะร
รจางั ยหวงัดาในนเสขตถพา้นื นท่คี กวาามรรณบั ผ์ขิดชอองบแขอตง่สลาํ ะนจักงังาหนสวง่ เัดสรใิมนแเลขะสตนพับส้ืนนทนุ วี่คิชวากาามร 3รับในผระิดหชวา่ องปบี พข.ศอ.ง2ส55�ำ3น–ัก2ง56า2น
มสทเ2่งีลพ5่ีทเ่ือั6กสรห5าษราบจสมิ แณึงมลมแก้วีแะลาวนแร่าะวทมนโสําีลนนนัวก้มาษทโับยณน่ีเจพสะํา้มิ่มนนแขทนวุน้ึนนวี่เตวโผพนาู้สิชม้มูง่ิมาตทอัวกขา่ีเพแย้ึาน่ิบมุในรขบใเ้ึนนขข3ใอตนทงสทสําุใกุกมนนกักๆราๆงระาปทนหี ําดสปนวัง่งีตเาา่สยาดงรรทิมปาังี่วแงิเตีแลคพละราะาสร.ะภศนาหาับ.พ์งไสดทแ2น้ ี่ดุน5ล3ังว.5ะต5ิชา3าภแรกลาาาง-ะรพทส่ี23ําท4ห5.ร5รี่ะ6ับห32ผว.ลแ่า5กลงทปาะรท่ีีแภพวริเาล.คศพาระ.ทบา2สี่ะ54แห�ำ6.9ล์ข3ห้อ้วโมรดวูลย–ับา่
ผพลบกว่าาจรํานววิเนคผู้สรูงาอะายหุใน์ขจัง้อหมวัดูลนคเพรป่ือฐมหจะามสีอมัตรกากาารรเทพิ่ม�ำขนึ้นใานยแตจ่ล�ำะนปีมวานกทผ่ีสูุด้สใูงนกอลาุ่มยจังุใหนวัดเข(bตส= �ำ6น,1ัก06ง.7า5น)
สร่งอเงสลรงมิมาแคลือ ะจสังหนวับัดรสานชบุนุรวี ิชาการ(b3 ระหว=่างปี พ.5ศ,3.892.853)63 - 25แล6ะ5จังจหึงวมัดกีแานญวจนโนบุร้มี
ทภจ(9่ีbาเั9งพพห.5=ว่ิ%มทัดขส่ี 5(Rม้ึ,น402ุท7.ตร49ส=.า4ง5มคโ)รด0ตแา.ยล9มั ว9ะพแ(6ทb,ั้งบบส0ว.บา9ม่9าขจ3จ=ัง,อห�ำ0วง.น9ัดส9ทว5ม่ีท1น)ํา,กต2นผ6าาาู้ม0สยร.ลด7ูงทํา้ว8อดย)� ำับตาซนแัวึ่ยงแลเาุปใบะนย็นจบังจสทจหังมัวง่ีหวกัดหวาิ เทัดรควี่มททรัีจด่ีไี่มดําาีตน้มนัะวีควคแนวหบราผมบ์ไู้สปแดกูงมฐอา้ ่นรามยทยดจุเําําพั งอนะ่ิมยตามขู่ทยาึ้นี่ทีอ9รใี่มน9ัตาีค.อ6รงวัต%าาทรม,าก่ี แต9า่มอ49่ปนร..3ีตยเ5%่ํําพาสส่ิมุดูงแแขคคลลืืออะ้ึนะ
ในมคี แวตาม่ลแมะน่ ปยีมํา 9า9ก.0ท%่ีส(ุดR2ใ=น0ก.9ล9ุ่ม0)จังหวัด (b = 6,106.75) รองลงมาคือ จังหวัดราชบุรี
ท(bคใ่ทีนาภ�ำด=านกพาาร5รวสยณม,ําด3ขห์แอว้8รนงับย9วจภตําโ.าน8นวัพ้วม3แรนสว)ผบถมู้สาขบแูงนออลสงกาจมะยาําุใรจกนนณักงวา์ลนจหรุ่มํผาทวจู้สนัไ่ีงัดูงวหดอนกวาม้ ผัดยาู้ีคขสุใญนูองวกงอจาพลามนุ่ื้นมยจทุแบังปี่ มสหุรรสว่นีาวัดก(ย.ข3bฏอ�ำมดงอีแัพง=ยนภื้นวูท่าทโพ5่ีน่ี สท้ม,9ส0่ีทว947ี่เ.พ.3.461ิ่มเ0.%ขม4้ึนื่อซ5,เน่ึปง)ําจ็น9มาเ9แสากว้น.ลภ3ิเตคาะ%รรพงทาอเะหย้ังหแ่า็นส์หงลไตาาดะต่อม้ชัวเนัแจด9ื่อบเัง9งจบห.นแเ5พลวว%่ือ่ะาัด
(R2 = 0.996, 0.993, 0.995) ตามล�ำดับและจังหวัดที่มีจ�ำนวนผู้สูงอายุเพิ่มข้ึน
ในอัตราต่อปีต�่ำสุด คือ จังหวัดสมุทรสงคราม (b = 1,260.78) ซ่ึงเป็นจังหวัด
ทม่ี ตี วั แบบการทำ� นายท่มี คี วามแมน่ ยำ� สูง คือ มคี วามแม่นยำ� 99.0% (R2 = 0.990)
133ส�ำนกั งานส่งเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3
กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมัน่ คงของมนษุ ย์
ส�ำหรับภาพรวมของจ�ำนวนผู้สูงอายุในกลุ่มจังหวัดของพื้นท่ี สสว.3 เมื่อน�ำ
มาวิเคราะห์หาตัวแบบเพ่ือคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนผู้สูงอายุ ปรากฏ
ดงั ภาพท่ี 4.10 ซง่ึ จากภาพเหน็ ไดช้ ัดเจนวา่ ในภาพรวมของจำ� นวนผ้สู ูงอายุในกลุ่ม
จังหวัดของพ้ืนที่ สสว.3 มีแนวโน้มท่ีเพิ่มขึ้นเป็นเส้นตรงอย่างต่อเน่ือง และจาก
สมการท�ำนายท�ำให้ประมาณการได้ว่า จ�ำนวนผู้สูงอายุในกลุ่มจังหวัดของพื้นที่
สสว.3 มแี นวโนม้ เพมิ่ ขนึ้ อตั ราปีละประมาณ 33,280.503 คน และสมการท�ำนายนี้
มีความแม่นยำ� ประมาณ 99.5% ในการใชป้ ระมาณการจ�ำนวนผ้สู ูงอายุ (R2 = .995)
ท้ังน้ีจากแนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนผู้สูงอายุที่มีจ�ำนวนเพ่ิมข้ึนเป็นเส้นตรง
อยา่ งตอ่ เนือ่ งทุกปี ย่อมส่งผลกระทบต่อสงั คมและเศรษฐกจิ ดังน้ี
ผลกระทบทางด้านสังคม การที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นท�ำให้ผู้ที่อยู่ใน
วัยท�ำงานจะต้องท�ำงานมากข้ึนและต้องรับภาระดูแลผู้สูงอายุในสัดส่วนที่เพิ่มข้ึน
บางครั้งอาจท�ำให้ผู้สูงอายุขาดความอบอุ่นหรืออาจถูกทอดทิ้งได้ ซึ่งจะกลายเป็น
ปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดท้ิง นอกจากนี้แล้ว ตามปกติผู้สูงอายุจะมีสุขภาพร่างกาย
เสื่อมโทรมไม่แข็งแรง จึงจ�ำเป็นต้องมีผู้ดูแลเอาใจใส่และจะต้องใช้จ่ายในการรักษา
พยาบาลท�ำให้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นขณะท่ีไม่มีรายได้ จึงท�ำให้ผู้สูงอายุมีความเป็นอยู่
ที่ล�ำบากหากไม่มีการวางแผนสะสมเงินออมเพ่ือเก็บไว้ใช้จ่ายในวัยชราจึงจ�ำเป็น
ทจี่ ะเตรยี มพรอ้ มรบั การเขา้ สสู่ งั คมผสู้ งู อายุ จะตอ้ งมกี ารวางแผนการออม การลงทนุ
และการบริโภคเพื่อที่จะเตรียมพร้อมเม่ือเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ เนื่องจากเม่ือสูงอายุแล้ว
จะต้องหยุดท�ำงานและขาดรายได้ จึงจ�ำเป็นต้องเตรียมสะสมเงินออมหรือวางแผน
การลงทนุ เพอ่ื จะไดม้ รี ายไดห้ รอื เงนิ สะสมไวใ้ ชใ้ นชว่ งทสี่ งู อายหุ รอื สามารถนำ� เงนิ ออม
ที่สะสมไว้มาใชใ้ นชว่ งบ้ันปลายชวี ติ ซึ่งก็จะเปน็ ปัญหาสขุ ภาพรา่ งกาย
ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ เช่น การส่งผลกระทบต่อการผลิต กล่าวคือ
เม่ือโครงสร้างของประชากรเปล่ียนไปมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากข้ึนขณะที่มีวัยท�ำงาน
เท่าเดิมหรือลดลงจะมีผลกระทบโดยตรงต่อการผลิต ท�ำให้การผลิตและก�ำลัง
แรงงานน้อยลงผลิตภาพการผลิตลดน้อยลงหรืออุปทานแรงงานลดลง ซึ่งอาจจะ
ส่งผลท�ำให้ค่าแรงสูงข้ึนได้หรือเกิดการขาดแคลนแรงงาน ทั้งน้ีอาจแก้ไขปัญหา
ขาดแคลนแรงงานโดยการใช้เครื่องมือเคร่ืองจักรหรือน�ำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทน
แรงงานคน หรอื การนำ� เขา้ แรงงานตา่ งดา้ ว ซง่ึ จะสง่ ผลทำ� ใหม้ กี ารเคลอื่ นยา้ ยแรงงาน
134 รายงานสถานการณท์ างสังคม
ในพน้ื ท่ี สสว.3 ประจ�ำปี 2563
ตา่ งด้าวมากข้ึน มผี ลกระทบด้านการลงทนุ และการออม กลา่ วคอื เม่อื มีวยั ผ้สู ูงอายุ
เพิ่มข้ึนท�ำให้ความต้องการลงทุนน้อยลง วัยสูงอายุหรือวัยเกษียณขาดรายได้หรือ
มีรายได้น้อยลงท�ำให้มีการออมลดลง ในขณะที่วัยท�ำงานต้องรับภาระมากข้ึน
ท�ำให้มีการใช้จ่ายเพ่ิมข้ึนจึงส่งผลให้มีเงินออมน้อยลงและ เงินลงทุนลดลง ส�ำหรับ
ภาครัฐบาลจ�ำเป็นต้องเพ่ิมค่าใช้จ่ายทางด้านสวัสดิการมากข้ึนเพ่ือบริการสังคม
ทางด้านสุขภาพแก่ผู้สูงอายุ ท�ำให้การลงทุนและการออมของประเทศลดลง
และส่งผลกระทบต่อผลผลิตหรือรายได้ประชาชาติ เม่ือสัดส่วนผู้สูงอายุมากขึ้น
ท�ำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GNP) หรือรายได้ประชาชาติน้อยลง และ
รายได้เฉล่ียต่อบุคคลลดลง ผลิตภาพการผลิตจึงลดลง รวมถึงผลกระทบในด้าน
การคลัง ท่ีต้องมีงบประมาณรายจ่ายเพ่ิมขึ้นจากการท่ีภาครัฐจ�ำเป็นต้องเพิ่ม
ค่าใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุข การแพทย์ บริการสังคมแก่ผู้สูงอายุมากข้ึนและ
ต้องเพ่ิมงบประมาณรายจ่าย เพ่ือสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ยากไร้ถูกทอดท้ิง
มากขนึ้ ขณะทงี่ บประมาณรายไดล้ ดลง เกบ็ ภาษรี ายไดน้ อ้ ยลงเนอ่ื งจากมวี ยั ผสู้ งู อายุ
ซงึ่ ไมม่ ีรายได้มีสดั สว่ นทม่ี ากข้นึ
ดังนั้นในการเตรียมความพร้อมการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุควรจะร่วมมือกัน
ท้ังภาครัฐและเอกชนตั้งแต่ระดับบุคคล ชุมชนและประเทศ โดยเฉพาะการร่วมกัน
กระตุ้นเพื่อให้ตระหนักถึงความส�ำคัญของการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีการเตรียม
วางแผนการออม การใช้ชีวิตในบั้นปลาย การร่วมมือกันในชุมชน การจัดกิจกรรม
เผยแพร่ความรู้ทางด้านสุขภาพอนามัยของผู้สูงอายุ การปรับตัวทางด้านสังคม
และจิตใจของผู้สูงอายุ รวมท้ังการอบรมให้ความรู้เก่ียวกับการลงทุนและการ
ออมเพ่ือเตรียมพร้อมเมื่อถึงวัยผู้สูงอายุ ซึ่งส�ำหรับบางประเทศได้มีการขยายอายุ
ผู้เกษียณอายุและเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมีงานท�ำมากขึ้นเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าตนเองไร้
คณุ ค่าและเป็นภาระกบั สงั คมเพอ่ื สรา้ งความภาคภมู ใิ จให้กบั ผูส้ ูงอายุ
135สำ� นักงานสง่ เสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 3
กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย์
ซึ่งสําหรับบางประเทศได้มีการขยายอายุผู้เกษียณอายุและเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมีงานทํามากข้ึนเพ่ือไม่ให้รู้สึกว่า
ตนเองไร้คุณค่าและเป็นภาระกับสงั คมเพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับผูส้ ูงอายุ
จําแนกตาภ มาจพังภหทาว่ี พ4ัดแ.ท 9ล่ี 4ะ .ป9จแีแ�ำสพสแด.ศดนง.งกกก2าตา5ราร6ปมป3รจระ–ะังมหม2าาว5ณณดั6แ5กกลาารระแแปลลี ะพะแแ.ศนน.ววโ2นโ5นม้ 6้มส3สถถา-นา2นก5าก6รา5ณรณจ์ าํ ์จนำ� วนนวผนูส้ ผงู อูส้ าูงยอุา(หยนุ (่วหยน:คว่ นย):คน) 100
จาํ นวนผู้สูงอายุรายปี
เสน้ แนวโน้ม
ภาภพาพทที่ 4่ี .41.01 0แแสดงแนวโนม้ สถานการณแ์ ละสมการทาํ�ำนายจจํา�ำนนววนนผผสู้ ู้สูงงู ออาายยุ ุ
ในกลมุ่ จงั หวดั ของพ ้นื ที่ สสว .3 ในกลุ่มจังหวัดของพื้นท่ี สสว.3
4.1.6 กลมุ่ ผพู้ กิ าร
ตารางที่ 4.6การคาดการณแ์ นวโนม้ สถานการณ์จาํ นวนคนพิการท่มี ีบตั รประจาํ ตวั คนพกิ าร จําแนกตามจังหวดั รายปี
รายงานสถานการณท์ างสังคม
136
ในพื้นที่ สสว.3 ประจ�ำปี 2563
(หนว่ ย:คน)
R2 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565
จังหวัด สมการทาํ นาย ณเวลา t
ภาพที่ 4.10แสดงแนวโนม้ สถานการณแ์ ละสมการทํานายจํานวนผสู้ ูงอายุ
ในกลุ่มจงั4ห.ว1ดั .ข6อง พก้นื ลท่ีมุ่ สสผวู้พ.3ิการ
ตารางท4.่ี14.6.6ก ลมุ่ กผาพู้ รกิ คาราดการณแ์ นวโนม้ สถานการณจ์ ำ� นวนคนพกิ ารทม่ี บี ตั รประจำ� ตวั
ตารางที่ 4. 6ก ารค าดคกนารณพแ์ ิกนาวโรนม้ จสถ�ำานแกนารกณตจ์ ําานมวนจคงันพหิกวารัดทรม่ี าีบยตั รปปรี ะจาํ ตัวคนพิการ จาํ แนกตามจงั หวดั รายปี
(หน่วย:คน) สมการทาํ นาย ณเวลา t (หน่วย : คน)
จังหวัด จาํ นวนคนพกิ ารt = 12,982.55 + 884.47Xt
จาํ นวนคนพิการt = 11,410.35 + 1,043.41Xt R2 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565
กาญจนบรุ ี จํานวนคนพกิ ารt = 7,514.35 + 637.41Xt 0.967 21,827 22,712 23,596
นครปฐม จาํ นวนคนพกิ ารt = 7,169.02 + 429.68Xt 0.964 21,844 22,888 23,931
ประจวบครี ีขนั ธ์ จาํ นวนคนพิการt = 14,729.04 + 1,226.56Xt 0.925 13,888 14,526 15,163
เพชรบุรี จาํ นวนคนพกิ ารt = 2,782.4 + 340.33Xt 0.950 11,466 11,896 12,325
ราชบุรี จาํ นวนคนพกิ ารt = 5,959.44 + 699.96Xt 0.902 26,995 28,221 29,448
สมุทรสงคราม จํานวนคนพิการt = 11,506.96 + 1,372.76Xt 0.964 6,186 6,526 6,866
สมุทรสาคร 0.978 12,959 13,659 14,359
สุพรรณบุรี 0.978 25,235 26,607 27,980
ปปีเรเี รมิ่ มิ่ ตต้น้น ((tt == 00))ณณปปี 2ี 5255353
จากข้อมูลท่ีรายงานสถานการณ์แนวโน้มเกี่ยวกับจ�ำนวนคนพิการที่มี
บัตรประจ�ำตัวคนพิการ โดยเป็นการรายงานสถานการณ์ของแต่ละจังหวัดในเขต
พื้นท่ีความรับผิดชอบของส�ำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 ในระหว่างปี
พ.ศ. 2553 - 2562 ท่ที ราบแล้ววา่ มีลกั ษณะแนวโน้มท่เี พม่ิ ข้ึนในทกุ ๆ ปี ดังตาราง
และภาพที่ 3.6 และส�ำหรับผลการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาสมการท�ำนายจ�ำนวน
คนพกิ ารทมี่ บี ตั รประจำ� ตวั คนพกิ าร ในเขตสำ� นกั งานสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3
ระหวา่ งปี พ.ศ. 2563 - 2565 จึงมีแนวโน้มที่เพ่มิ ขึ้นตามตัวแบบของสมการทำ� นาย
ท่ีวิเคราะห์ได้ ดังตารางท่ี 4.6 และภาพที่ 4.11 โดยพบว่าจ�ำนวนคนพิการที่มี
บัตรประจ�ำตัวคนพิการในจังหวัดสุพรรณบุรีจะมีอัตราการเพ่ิมขึ้นในแต่ละปีมาก
ท่ีสดุ ในกลมุ่ จังหวัด (b = 1372.76) รองลงมาคอื จงั หวัดราชบุรี (b = 1226.56)
และจงั หวดั นครปฐม (b = 1043.41) และทง้ั สามจงั หวดั ทท่ี ำ� นายดว้ ยตวั แบบสมการ
ท่ีได้มีความแม่นย�ำอยู่ท่ี 97.8%, 90.2% และ 96.4% (R2 = 0.978, 00.902,
0.964) ตามล�ำดบั และจงั หวัดท่มี จี ำ� นวนคนพิการทีม่ ีบัตรประจ�ำตัวคนพิการเพิม่ ข้ึน
ในอตั ราตอ่ ปตี ำ่� สดุ คอื จงั หวดั สมทุ รสงคราม (b = 340.33) ซง่ึ เปน็ จงั หวดั ทม่ี ตี วั แบบ
การท�ำนายทีม่ ีความแมน่ ย�ำสูง คอื มคี วามแม่นยำ� 96.4% (R2 = 0.964)
137สำ� นกั งานสง่ เสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนษุ ย์
ส�ำหรับภาพรวมของจ�ำนวนคนพิการท่ีมีบัตรประจ�ำตัวคนพิการในกลุ่ม
จังหวัดของพื้นที่ สสว.3 เมื่อน�ำมาวิเคราะห์หาตัวแบบเพ่ือคาดการณ์แนวโน้ม
สถานการณ์จ�ำนวนคนพิการที่มีบัตรประจ�ำตัวคนพิการ ปรากฏดังภาพท่ี 4.12
ซึ่งจากภาพเห็นได้ชัดเจนว่า ในภาพรวมของจ�ำนวนคนพิการที่มีบัตรประจ�ำตัว
คนพิการในกลุ่มจังหวัดของพื้นท่ี สสว.3 มีแนวโน้มท่ีเพิ่มข้ึนอย่างต่อเนื่อง และ
จากสมการท�ำนายท�ำให้ประมาณการได้ว่า จ�ำนวนคนพิการที่มีบัตรประจ�ำตัว
คนพิการในกลุ่มจังหวัดของพ้ืนที่ สสว.3 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอัตราปีละประมาณ
6,634.642 คน และสมการท�ำนายน้ีมีความแม่นย�ำประมาณ 96.2% ในการใช้
ประมาณการจ�ำนวนคนพิการท่มี บี ตั รประจำ� ตวั คนพกิ าร (R2 = .962)
ท้ังนี้จากแนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนคนพิการท่ีมีบัตรประจ�ำตัวคนพิการ
ท่ีมีจ�ำนวนเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเน่ืองทุกปีเป็นการสะท้อนของกระบวนการท�ำงานท่ีดี
ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้พิการ ในมิติทั้งทางด้านการแพทย์
สาธารณสุขการศึกษา การประกอบอาชีพ และความเป็นอยู่ด้านสังคมของ
ผู้พิการด้วย ซึ่งเมื่อผู้พิการได้เข้าถึงสิทธิการถือบัตรประจ�ำตัวผู้พิการได้มากขึ้น
ผู้พิการในสังคมก็จะมีโอกาสเข้าถึงสิทธิและโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
อย่างท่ัวถึง สามารถขอใช้สิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากส่ิงอํานวยความสะดวก
อันเป็นสาธารณะตลอดจนสวัสดิการและความช่วยเหลืออื่น เช่น การบริการฟื้นฟู
สมรรถภาพทางด้านการแพทย์ การศึกษา การประกอบอาชีพและการมีงานทํา
การเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางสงั คมและบรกิ าร สวสั ดกิ ารสงั คม ขอ้ มลู ขา่ วสารการสอ่ื สาร
เทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยี สิ่งอํานวยความสะดวก บริการล่าม
ภาษามือ การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย การมีผู้ช่วยเหลือคนพิการการจัด
ให้มีสิ่งอํานวยความสะดวกที่คนพิการเข้าถึงได้ การขจัดการเลือกปฏิบัติโดย
ไม่เป็นธรรมต่อคนพิการ ดังน้ันจ�ำนวนการจดทะเบียนคนพิการเพ่ือให้คนพิการ
มีบัตรประจําตัวคนพิการท่ีมีจ�ำนวนท่ีมากขึ้น จึงถือเป็นบันไดสําหรับคนพิการ
ท่ีจะก้าวเข้าสู่การรับสิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ จากภาครัฐอันเป็นการลด
ความเหลือ่ มล้ำ� ในสังคมได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
138 รายงานสถานการณ์ทางสังคม
ในพ้นื ที่ สสว.3 ประจำ� ปี 2563
กา้ วเทขะ้าสเบกู่ ยี านรครนับพสิกิทาธรแิ เพลอื่ะใสหวค้ ัสนดพกิ ิกาารรตมา่ ีบงัตๆรปจราะกจภาํ ตาัวคครนฐั พอิกนั าเรปท็นม่ี กจี าาํ รนลวดนคทวม่ี าามกเขหึ้นลจ่อื ึงมถลอื าํ้ เปในน็ สบงั ันคไมดสไดาํ หอ้ รยบัา่ คงมนปีพริกะาสรทิที่จธะภิ าพ
ก้าวเขา้ สกู่ ารรับสิทธิและสวสั ดกิ ารต่าง ๆ จากภาครฐั อนั เปน็ การลดความเหลอื่ มลํ้าในสงั คมไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ภาพภทา่ี พ4ท.1่ี 144.แ.11ส11ดแงส แกดสางดรกงปากรรปาะรมปะามรณาะณกมาากรณาแรกแลาละระแแแนลนวะวโแโนนน้มม้ วสสโถนถาา้มนนสกกถาาารรนณณกจ์ จ์าาํ รํานณนววนจ์ นค�ำคนนพวนพกิ คาิกรนาทรพ่ีมทิกบี ่มี าัตบีรรทัตป่ีมรรปบีะจรตั าํะรตจปัวํารคตะนวัจพค�ำกิ นตาวัพรกิ าร
(หน่ว(ยห:นค่วนย ):จคํานแ)จนาํ กแตน าก มตจาคมงั นหจพังวหิกัดวาแัดรลแะ(ลหปะนีปพว่ ี ยพ.ศ:.คศ. น.225) 56จ63ำ� 3แ–น–ก225ต56าม5จังหวดั และปี พ.ศ. 2563 - 2565
จาํ นจวํานนควนนคพนกิ พากิ ราทร่มีทบี่มี ัตบี รตั ปรปรระะจจาํ าํตตัววั คคนนพพิกกิ าารรรราายยปปี ี
เเสส้น้นแแนนววโโนนม้ ้ม
ภาพที่ 4.12 แสดงแนวโนม้ สถานการณแ์ ละสมการท�ำนายจำ� นวนคนพิการทม่ี บี ตั รประจำ� ตวั คนพกิ าร
ในกลมุ่ จังหวัดของพนื้ ที่ สสว.3
139สำ� นกั งานสง่ เสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3
กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย์
103
ในกลุ่มจภัง4าหพ.ว1ทดั .่ีข74อ. 1งพ2กแื้นลสทดมุ่ี่ สงผแสนวูด้ .ว3้อโนย้มโสอถากนากาสรณแ์ ละสมการทํานายจาํ นวนคนพกิ ารที่มีบตั รประจาํ ตัวคนพกิ าร
ตารางท4ี่.14.7.7ก ลมุ่กผาดู้ รอ้ คยโาอดกากสารณ์แนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนคนยากจน จ�ำแนกตาม
ตารางที่ 4. 7 กา รคจาดงั กหาวรณัดแ์ รนาวยโนปม้ ีสถานการณ์จํานวนคนยากจน จาํ แนกตามจังหวดั รายปี
(หนว่ ย: พันคน) สมการทาํ นาย ณเวลา t (หน่วย : พนั คน)
จังหวดั จาํ นวนคนยากจนt = 163.44 - 6.01Xt R2 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565
จาํ นวนคนยากจนt = 52.41 - 4.88Xt
กาญจนบุรี จาํ นวนคนยากจนt = 72.24 - 6.52Xt 0.157 103.3 97.3 91.3
นครปฐม จํานวนคนยากจนt = 58.71 - 5.16Xt 0.408 3.6 0.0 0.0
ประจวบคีรีขนั ธ์ จาํ นวนคนยากจนt = 183.01 - 13.41Xt 0.434 13.1 6.6 0.1
เพชรบุรี จาํ นวนคนยากจนt = 9.77 - 0.25Xt 0.577 7.1 2.0 0.0
ราชบุรี จํานวนคนยากจนt = 60.72 - 4.90Xt 0.578 48.9 35.5 22.0
สมทุ รสงคราม จาํ นวนคนยากจนt = 230.93 - 16.89Xt 0.017 7.3 7.0 6.8
สมทุ รสาคร 0.385 11.7 6.8 1.9
สพุ รรณบรุ ี 0.626 62.1 45.2 28.3
ปปีเรีเริ่มมิ่ ตต้นน้ ((tt == 00)) ณณปปี 2ี 2555353
จจาากกข้อขม้อูลมท่ีรูลายทงี่รานาสยถงานากนาสรณถ์แานนวโกนา้มจรําณนว์แนนคนวยโานกจ้มนจใน�ำเนขตวพน้ืนคที่คนวยามารกับผจิดนชอในบขเอขงตสําพน้ืันกงทาน่ี
คสว่งเาสมริมรแับละผสิดนับชสอนุนบวขิชาอกงารส3�ำในนักระงหาว่านงปสี ่พง.เศส. ร25ิม5แ3 ล–ะ2ส5น62ับทส่ีทนราุนบแวลิช้ววา่ากมีลาักรษณ3ะแนใวนโนร้มะทห่ีลดวล่างใงนปแตี ่
พล.ะศป.ี ด2ังต5า5ร3างแ-ละ2ภ5าพ6ท2่ี 3.ท7ี่ทแลระาสบําหแรลับ้วผวลก่าามรีลวิเักครษาณะหะ์ข้อแมนูลวเพโื่อนห้มาสทม่ีลกดารลทงําในนายแจตําน่ลวะนปคนี ยดาังกตจนาใรนาเขงต
แคสสใลนนํามจนะยกังักภาาหงรกวาาทนัดจพําสสนน่ทุงพเาใรสี่ยนรรท3ณิมเี่วข.แบ7ิเลตุรคะีจรสสะแานำ�มะลับนีอหะสัต์ไกั นดรสงาุ้น�ำดกาวหัางินชรตารสลกาัดบราง่ ลารเผงงส3ใทลรนี่รกแมิ4ะต.หาแ1่ลวรละ่าวปงะปิเีมสคี าพนกร.ศทบัาแ.่ีสละส2ุดะห5นใน6ภ์ขนุ3กา้อลวพุ่ม–ชิมทจ่ีาูลัง42กหเ.51วพา6ัดร5่ือ(จbห3ึงามรีแสะ=นมโหวดโกวยนาพ-่า้มรบงทปที่ลว1่าดี�ำ6จลพ.นําง8ต.น9าศา)วยม.นรตจอ2คัวง�นำ5แลยนบ6งามบ3วกาขนจคอ-นือง
2จ5ัง6หว5ัดรจาชึงบมุรแีี น(bวโ=นม้ -1ท3.ีล่41ด)ลแงลตะาจมังหตววััดปแรบะจบวขบคอีรงีขสันมธ์ ก(bารท= ำ� -นา6.ย52ท)่ีวิเแคละรทาั้งะสหาม์ไจดังห้ วดัดงั ทตี่ทาํานราายงดท้วยี่
4ต.1ัวแบแบลสะมกภาราทพ่ีไดท้ม่ีีค4ว.า1มแโมด่นยยําพอบยู่ทว่ี า่62จ.6�ำ%น,ว5น7.ค8%นยแาละกจ43น.4ใ%นจ(Rัง2ห=ว0ดั .6ส2ุพ6,ร0ร.5ณ78บ, 0ุร.4จี 3ะ4ม) ตอี าตัมลรําาดกบั าแลระ
ล(bจแดังบหลบ=วงกัดาใทรน-ท่ีม1แีจาํ 3นําต.นา4ล่ยวท1นะมี่ค)ปคีนมีวยแาาาลมกกแจะมทนจ่นลส่ี ังยดดุหําลตงใว่ําในนมัดกาอปกัตลรรคุ่มาะอื ตจจ่อมังปคีวหีตวบา่ําวมสคดั ุดแีรมคีข(่นbือยันาํจธ=เังพห์ ียว-(งัดb11ส.ม67=ุท%.8รส9(-Rง)2ค6ร=รา.อ5ม0.ง20(bล1)7ง=)แม-ลา0คะ.2ือท5)ั้งจซส่ึังงาเหปม็นวจจัดังังรหหวาัดวชทัดบ่ีมทีุรตัวี่ี
ท�ำนายด้วย ตัวแบบสมการที่ได้มีความแม่นย�ำอยู่ที่ 62.6%, 57.8% และ 43.4%
(R2 = 0.626, 0.578, 0.434) ตามล�ำดับและจังหวัดท่ีมีจ�ำนวนคนยากจนลดลง
ในอตั ราตอ่ ปตี ่�ำสุด คอื จงั หวดั สมทุ รสงคราม (b = - 0.25) ซง่ึ เป็นจังหวัดทีม่ ีตวั แบบ
การทำ� นายทม่ี ีความแมน่ ย�ำต่ำ� มาก คือ มีความแม่นย�ำเพยี ง 1.7% (R2 = 0.017)
140 รายงานสถานการณท์ างสงั คม
ในพืน้ ท่ี สสว.3 ประจำ� ปี 2563
ส�ำหรับภาพรวมของจ�ำนวนคนยากจนในกลุ่มจังหวัดของพื้นที่ สสว.3
เม่ือน�ำมาวิเคราะห์หาตัวแบบเพื่อคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนคนยากจน
ปรากฏดังภาพที่ 4.14 ซึ่งจากภาพสะท้อนเส้นแนวโน้มให้เห็นว่า ในภาพรวม
ของจำ� นวนคนยากจนในกลมุ่ จังหวัดของพน้ื ที่ สสว.3 มแี นวโนม้ ทีล่ ดลง แต่อย่างไร
ก็ตาม ตามลักษณะเส้นที่เกิดข้ึนจริงของจ�ำนวนคนยากจนในพ้ืนที่มีลักษณะหักเห
ในช่วงปี พ.ศ. 2554 และ ชว่ งปี พ.ศ. 2560 กล่าวคอื จากปี พ.ศ. 2554 - 2557
มแี นวโนม้ ของจำ� นวนคนยากจนลดลงอยา่ งตอ่ เนอื่ งชดั เจน แตห่ ลงั จากปี พ.ศ. 2557 -
2559 พบว่ามีลักษณะค่อนข้างเพ่ิมข้ึนในอัตราเล็กน้อย และปีพ.ศ. 2560 ก็มี
จ�ำนวนท่กี ลับตัวน้อยลงจากปี พ.ศ. 2559 และหลงั จากปี พ.ศ. 2560 พบว่าจำ� นวน
คนยากจนมีจ�ำนวนที่เพ่ิมขึ้น ด้วยเหตุน้ีท�ำให้ภาพรวมของการประมาณการด้วย
เทคนิคการวิเคราะห์การถดถอยที่อาศัยข้อตกลงเบื้องต้นว่าข้อมูลต้องมีลักษณะ
เป็นเส้นตรงจึงจะมีความสามารถในการท�ำนายได้แม่นย�ำสูง ด้วยเหตุนี้และ
ประกอบกบั ข้อมูลทีก่ ลา่ วข้างตน้ จงึ ท�ำใหป้ ลายทางของเสน้ ท่เี กดิ ข้ึนจริง (red line)
กบั เสน้ แนวโนม้ ทปี่ ระมาณการ (blue line) ไม่ได้ลู่ไปในแนวทางเดยี วกัน
ท้ังนี้จากสมการท�ำนายท�ำให้ประมาณการได้ว่า จ�ำนวนคนยากจนใน
กลุ่มจังหวัดของพ้ืนที่ สสว.3 มีแนวโน้มลดลงอัตราปีละประมาณ 58.02 พันคน
หรือประมาณ 58,020 คน และสมการท�ำนายน้ีมีความแม่นย�ำประมาณ 66.4%
ในการใชป้ ระมาณการจำ� นวนคนยากจน (R2 = 0.664)
ท้ังน้ีจากแนวโน้มสถานการณ์ในภาพรวมของกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ สสว. 3
ที่พบว่า จ�ำนวนคนยากจนมีแนวโน้มลดลงย่อมสะท้อนถึงสภาพทางสังคม
และเศรษฐกิจ เนื่องจาก เส้นความยากจน (Poverty line) ที่น�ำมาระบุบุคคลว่า
เป็นคนยากจนนั้น ค�ำนวณจากต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการด�ำรงชีวิตเฉลี่ยของ
ปจั เจกบคุ คลในระดบั ครวั เรอื น ประกอบดว้ ยคา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นอาหาร และสนิ คา้ บรกิ าร
จ�ำเป็นพื้นฐานข้ันต�่ำท่ีไม่ใช่อาหารท่ีท�ำให้สามารถด�ำรงชีพอยู่ได้ ซ่ึงวิธีการจัดท�ำ
เส้นความยากจนนี้อิงตามมาตรฐานสากล โดยมีแนวคิดว่าครัวเรือนต่างขนาด
ต่างพ้ืนที่จะมีแบบแผนการบริโภคและมาตรฐานการครองชีพที่แตกต่างกัน
แต่ได้รับอรรถประโยชน์เท่ากัน ท�ำให้เส้นความยากจนน้ีมีคุณลักษณะส�ำคัญคือ
มีความจ�ำเพาะตามคุณลักษณะของครัวเรือน ดังน้ันเส้นความยากจนจึงสะท้อน
141ส�ำนักงานส่งเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 3
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย์
มาตรฐานการครองชีพขั้นต�่ำของสังคม ซ่ึงเส้นความยากจนมีหน่วยเป็น บาท/
คน/เดือน ทั้งน้ีบุคคลใดท่ีมีรายจ่ายเพ่ือการอุปโภคบริโภคเฉล่ียต่อคนต่อเดือน
ต่�ำกว่าเส้นความยากจนจะถือว่าบุคคลนั้นเป็นคนจน ดังน้ันเม่ือจ�ำนวนคนยากจน
ของกลมุ่ จงั หวดั ในพน้ื ที่ สสว. 3 มแี นวโนม้ ของภาพรวมทลี่ ดลงจงึ เปน็ การสะทอ้ นวา่
ประชาชนในพน้ื ทมี่ มี าตรฐานการครองชพี ทส่ี งู ขน้ึ กวา่ มาตรฐานขนั้ ตำ่� จำ� นวนมากขนึ้
ประชาชนมคี วามสามารถในการใชจ้ า่ ยสนิ คา้ บรกิ ารจำ� เปน็ ไดม้ ากขนึ้ มคี วามสามารถ
ในการลดภาระหนสี้ ิน ลดความยากล�ำบากในการดำ� เนินชีวิตและเปน็ เคร่ืองมือชวี้ ดั
การลดความเหล่อื มล้ำ� ทางรายไดข้ องประชาชนได้อีกทางหนง่ึ
105
จาํ แนก ภตาามภพจาทังพี่ห4ทว.ี่ ดั14แ3. 1ล 3จแะแำ�สปสแดี พดนงง.กกศกาต.ารา2รปมป5รจ6ระงั3ะมหม–าวาณัดณ2แ5กก6ลาา5ระรแแปลลี พะะแแ.ศนน.วว2โโน5น6้มม้ 3สสถถ-าา2นน5กก6าา5รรณณจ์ จ์ าํ �ำนนววนนคคนนยยากาจกนจน(ห(นห่วนย่ว:ยพ: นั พคันนค)น)
จํานวนคนยากจนรายปี
เสน้ แนวโนม้
142 รายงานสถานการณท์ างสังคม
ในพ้ืนท่ี สสว.3 ประจำ� ปี 2563
ภาพที่ 4.13แสดงการประมาณการและแนวโน้มสถานการณจ์ ํานวนคนยากจน (หน่วย: พันคน)
จาํ แนกตามจงั หวัดและปี พ.ศ. 2563 – 2565
จาํ นวนคนยากจนรายปี
เสน้ แนวโน้ม
ภาพที่ 4.14แสภดางพแทนี่ ว4โ.น1้ม4ส แถสานดกงแารนณวโแ์ นลม้ ะสสถมากนากราทราํ ณน์แายลจะําสนมวกนาครนทยำ� นากาจยนจ�ำในนกวลนุ่มคจนังยหาวกัดจขนองพื้นท่ี สสว.3
ในกลมุ่ จงั หวดั ของพืน้ ที่ สสว.3
143ส�ำนักงานส่งเสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ย์
144
5ส่วนที่
บทสรปุ และข้อเสนอแนะ
ในบทสรุปของรายงานสถานการณ์ในคร้ังน้ีเป็นการสรุปในภาพรวมกลุ่ม
จังหวัดในแต่ละประเด็นท่ีท�ำการวิเคราะห์ที่ปรากฏรายละเอียดแล้วในส่วนที่ 3
และสว่ นที่ 4 ดังนั้นบทสรุปและขอ้ เสนอแนะจงึ มีดังตอ่ ไปนี้
5.1 บทสรปุ
5.1.1 สถานการณท์ างสังคมท่ีเกิดขน้ึ ในพื้นท่ีกลุ่มจงั หวดั
(1) สถานการณ์ทางสงั คมเชิงกลมุ่ เปา้ หมาย
(1.1) กลุม่ เดก็
ประชากรเด็กหรือบุคคลท่ีมีอายุต่�ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
ท่อี ยูใ่ นกลมุ่ จงั หวัดพ้นื ทส่ี �ำนักงานส่งเสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 ในปี พ.ศ. 2562
มีจ�ำนวนรวม 1,049,043 คน ซงึ่ มแี นวโน้มจ�ำนวนประชากรเด็กรวมในกลุม่ จงั หวัด
ลดลงอยา่ งต่อเนอ่ื งมาตัง้ แต่ปี พ.ศ. 2553 - 2562 และในปี พ.ศ. 2562 จำ� นวนเด็ก
ในจังหวัดสมุทรสงครามมีจ�ำนวนต�่ำที่สุดในกลุ่มจังหวัด และจังหวัดนครปฐม
เป็นจังหวัดท่ีมีจ�ำนวนเดก็ สงู สดุ ในกลุม่ จงั หวดั
(1.2) กลุม่ เยาวชน
ประชากรเยาวชนหรอื บุคคลทีม่ อี ายตุ ้ังแต่ 18 ปบี รบิ ูรณ์
ถงึ 25 ปบี ริบูรณท์ ีอ่ ย่ใู นกลุ่มจงั หวัดพน้ื ท่สี �ำนักงานสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ 3
ในปี พ.ศ. 2562 มจี ำ� นวนรวม 565,907 คน ซง่ึ มแี นวโนม้ จำ� นวนรวมจำ� นวนเยาวชน
ลดลงอยา่ งตอ่ เนอื่ งมาตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2558 - 2562 และในปี พ.ศ. 2562 จำ� นวนเยาวชน
ในจงั หวดั สมทุ รสงครามจำ� นวนตำ�่ สดุ ในกลมุ่ จงั หวดั และจงั หวดั นครปฐมเปน็ จงั หวดั
ที่มีจ�ำนวนเยาวชนสงู สุดในกล่มุ จังหวัด
145สำ� นักงานส่งเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์
(1.3) กลุ่มสตรี
ประชากรสตรี หรือบุคคลท่ีเป็นเพศหญิงทุกช่วงวัย
ทีอ่ ยูใ่ นกล่มุ จงั หวัดพนื้ ท่สี ำ� นักงานส่งเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3 ในปี พ.ศ. 2562
มีจ�ำนวนรวม 2,740,831 คน ซึ่งมีแนวโน้มจ�ำนวนรวมจ�ำนวนสตรีเพิ่มข้ึนอย่าง
ตอ่ เน่อื งมาตั้งแตป่ ี พ.ศ. 2553 - 2562 และในปี พ.ศ. 2562 จำ� นวนสตรใี นจังหวดั
สมุทรสงครามมีจ�ำนวนต่�ำสุดในกลุ่มจังหวัด และจังหวัดนครปฐมเป็นจังหวัด
ท่ีมีประชากรสตรีสงู สดุ ในกลมุ่ จังหวัด
(1.4) กลมุ่ ครอบครัว
จ�ำนวนการจดทะเบียนสมรสของประชาชนที่อยู่ในกลุ่ม
จงั หวดั พน้ื ทส่ี ำ� นกั งานสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3 ระหวา่ งปี พ.ศ. 2553 - 2562
มีลักษณะขึ้น ๆ ลง ๆ และในปี พ.ศ. 2562 มีจ�ำนวนการจดทะเบียนสมรส
รวมทั้งหมด 23,820 คู่ และมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึนจากปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา และ
ในปี พ.ศ. 2562 จังหวัดสมุทรสงครามมีจ�ำนวนการจดทะเบียนสมรสต่�ำสุด
ในกลุ่มจังหวัด และจังหวัดนครปฐมเป็นจังหวัดท่ีมีจ�ำนวนการจดทะเบียนสมรส
สงู สุดในกลุม่ จังหวัด
(1.5) กลมุ่ ผ้สู ูงอายุ
ประชากรผู้สูงอายุ หรือบุคคลท่ีมีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่อยู่
ในกลุ่มจังหวัดพื้นที่ส�ำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 ในปี พ.ศ. 2562
มีจ�ำนวนรวม 925,511 คน ซ่ึงมีแนวโน้มจ�ำนวนรวมจ�ำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่าง
ต่อเน่ืองมาตง้ั แต่ปี พ.ศ. 2553 - 2562 และในปี พ.ศ. 2562 จังหวดั สมุทรสงคราม
มีประชากรผู้สูงอายุจ�ำนวนต่�ำสุดในกลุ่มจังหวัด และจังหวัดนครปฐมเป็นจังหวัด
ทีม่ ปี ระชากรผู้สูงอายุจำ� นวนสูงสดุ ในกล่มุ จังหวัด
(1.6) กลมุ่ ผพู้ กิ าร
ประชากรคนพิการ หรือ คนท่ีจดทะเบียนเป็นผู้พิการ
หรอื ทุพพลภาพ ตามความหมายของ พรบ.สง่ เสรมิ และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพกิ าร
พ.ศ. 2550 ท่ีอยู่ในกลุ่มจังหวัดพื้นท่ีส�ำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3
ในปี พ.ศ. 2562 มีจ�ำนวนรวม 131,212 คน ซึ่งมีแนวโน้มจ�ำนวนรวมผู้พิการ
เพิม่ ข้ึนอยา่ งตอ่ เน่ืองมาต้งั แต่ปี พ.ศ. 2559 - 2562 และในปี พ.ศ. 2562 จังหวดั
146 รายงานสถานการณท์ างสงั คม
ในพื้นที่ สสว.3 ประจ�ำปี 2563
สมทุ รสงคราม มปี ระชากร คนพกิ ารจำ� นวนต่�ำสดุ ในกลมุ่ จังหวัด และจังหวัดราชบรุ ี
เปน็ จงั หวดั ทีม่ ีประชากรคนพิการจำ� นวนสูงสุดในกลุ่มจงั หวดั
(1.7) กลมุ่ ผู้ด้อยโอกาส
จ�ำนวนคนยากจน (ตามเส้นแบ่งความยากจนของ
ส�ำนักงานสถิติแห่งชาติ) ของประชาชนท่ีอยู่ในกลุ่มจังหวัดพื้นที่ส�ำนักงานส่งเสริม
และสนับสนนุ วชิ าการ 3 ระหว่างปี พ.ศ. 2553 - 2562 มีลกั ษณะขนึ้ ๆ ลง ๆ และ
ในปี พ.ศ. 2562 มีจ�ำนวนคนยากจน รวมทงั้ หมด 519.8 พันคนหรือ 519,800 คน
ซงึ่ ในภาพรวมของการประมาณการแนวโนม้ จะมลี กั ษณะลดลง และในปี พ.ศ. 2562
จงั หวดั สมทุ รสงครามมจี ำ� นวนคนยากจนตำ�่ สดุ ในกลมุ่ จงั หวดั และจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
เป็นจังหวัดที่มจี ำ� นวนคนยากจนสูงสุดในกลุ่มจงั หวดั
(2) สถานการณ์ทางสังคมเชิงประเด็น
(2.1) ผู้สงู อายทุ ีอ่ ยลู่ �ำพงั คนเดยี ว
กลุ่มจังหวัดในพื้นที่ส�ำนักงานส่งเสริมและสนับสนุน
วิชาการ 3 มีผู้สูงอายุที่อยู่ล�ำพังคนเดียวในภาพรวมทั้งหมดของปี พ.ศ. 2561
รอ้ ยละ 6.93 มลี ักษณะขนึ้ ๆ ลง ๆ ระหวา่ งปี พ.ศ. 2555 - 2561 แตห่ ากพจิ ารณา
ภาพรวมในลักษณะการคาดการณ์แนวโน้มจะพบว่า มีแนวโน้มเพ่ิมขึ้นในปริมาณ
เล็กน้อย และในปี พ.ศ. 2561 จังหวัดสมุทรสาครมีจ�ำนวนผู้สูงอายุท่ีอยู่ล�ำพัง
คนเดียวจ�ำนวนร้อยละต่�ำสุดในกลุ่มจังหวัด และจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นจังหวัด
ท่ีมีจำ� นวนร้อยละผู้สูงอายทุ ีอ่ ยลู่ �ำพังคนเดยี วสูงสดุ ในกลุ่มจงั หวัด
(2.2) ผสู้ งู อายุในภาวะยากลำ� บาก
ผูส้ ูงอายใุ นภาวะยากล�ำบากเปน็ ประชากรทมี่ ีอายุ 60 ปี
ขึ้นไป ท้ังเพศชายและหญิง สัญชาติไทย ที่ประสบปัญหาด้านท่ีพักอาศัย อาหาร
และเคร่ืองนุ่งห่ม หรือได้รับอันตรายจากการถูกทารุณกรรมหรือถูกแสวงหา
ผลประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือถูกทอดทิ้ง ในกลุ่มจังหวัดในพ้ืนที่ความ
รบั ผดิ ชอบของสำ� นกั งานสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 3 ในภาพรวมของกลมุ่ จงั หวดั
มีปริมาณท่ีแสดงถึงแนวโน้มที่เพ่ิมข้ึนอย่างต่อเนื่องระหว่างปี พ.ศ. 2559 - 2562
โดยเฉพาะในจงั หวดั กาญจนบรุ ี มปี รมิ าณผสู้ งู อายใุ นภาวะยากลำ� บากจำ� นวนมากสดุ
และจ�ำนวนต่�ำสดุ คือ จังหวัดสมทุ รสงคราม
147ส�ำนกั งานส่งเสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 3
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์
(3) สถานการณ์ทางสังคมท่ีเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาด
โรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา (COVID-19)
(3.1) สภาพปญั หาความเดอื ดรอ้ นจากสถานการณโ์ รคตดิ เชอื้
ไวรัสโคโรนา (COVID-19)
สภาพปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นท่ี
กลุ่มจังหวัดส�ำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 ที่ได้รับผลกระทบจาก
สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) พบว่า มีกลุ่ม
ผู้ได้รับผลกระทบจ�ำนวนมากที่สุด คือ กลุ่มสตรี รองลงมาตามล�ำดับ ได้แก่
กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มครอบครัว กลุ่มผู้พิการ กลุ่มเยาวชน
และกลุ่มเด็ก และทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับผลกระทบมากที่สุดในด้านรายได้ท่ีลดลง
มากทีส่ ดุ
(3.2) อาชีพปัจจุบันของผู้ประสบปัญหาสังคม ในกรณี
การแพรร่ ะบาดในสถานการณ์โรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา (COVID-19)
ผู้ที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากการแพร่ระบาดใน
สถานการณ์โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในพ้ืนที่กลุ่มจังหวัดส�ำนักงาน
สง่ เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3 พบว่า อาชีพทไ่ี ด้รบั ผลกระทบจำ� นวนมากสดุ คอื
กลุ่มผู้ไม่มีอาชีพ/ว่างงาน รองลงมาตามล�ำดับ ได้แก่ อาชีพรับจ้าง อาชีพค้าขาย/
ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเกษตรกร (ท�ำไร่/นา/สวน/เล้ียงสัตว์/ประมง) อาชีพอ่ืน ๆ
ได้แก่ นักเรียน/นักศึกษา พนักงานบริษัท ข้าราชการ/พนักงานของรัฐ พนักงาน
รัฐวิสาหกจิ ภิกษุ/สามเณร/แม่ชี
(3.3) ความชว่ ยเหลอื ทีต่ อ้ งการ
จากการวิเคราะห์จ�ำนวนความช่วยเหลือท่ีต้องการของ
ผู้ทไี่ ด้รับผลกระทบ เนื่องจากการแพร่ระบาดในสถานการณโ์ รคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา
(COVID-19) ในพ้ืนที่กลุ่มจังหวัดส�ำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 พบว่า
กลุ่มสตรีเป็นกลุ่มท่ีแจ้งความประสงค์ต้องการความช่วยเหลือสูงสุด โดยต้องการ
ความช่วยเหลือเป็นเงินอุดหนุน/เงินสงเคราะห์มากสุด รองลงมาตามล�ำดับ ได้แก่
กลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มครอบครัว กลุ่มผู้พิการ กลุ่มเยาวชนและ
สดุ ท้าย คือ กลมุ่ เด็ก ทง้ั นีท้ กุ กลุ่มเปา้ หมายมคี วามประสงคต์ อ้ งการความช่วยเหลือ
เป็นเงินอดุ หนนุ /เงินสงเคราะห์มากสุด
148 รายงานสถานการณ์ทางสงั คม
ในพืน้ ที่ สสว.3 ประจ�ำปี 2563
5.1.2 การคาดการณแ์ นวโนม้ สถานการณท์ างสงั คมและผลกระทบในพนื้ ท่ี
กลมุ่ จงั หวดั
(1) กลมุ่ เดก็
ส�ำหรับการคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ภาพรวมของจ�ำนวน
เด็กในกลุ่มจังหวัดของพื้นที่ส�ำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 พบว่า
โดยรวมของจำ� นวนเดก็ ในกลมุ่ จงั หวดั มแี นวโนม้ ลดลงอยา่ งตอ่ เนอื่ ง และประมาณการ
ไดว้ า่ จำ� นวนเดก็ ในกลมุ่ จงั หวดั ของพนื้ ที่ สสว.3 มแี นวโนม้ ลดลงอตั ราปลี ะประมาณ
15,089.424 คน (ประสิทธภิ าพการทำ� นาย หรือ R2 = 0.994) จึงทำ� ใหค้ าดการณ์ว่า
ในปี พ.ศ. 2563 2564 และ 2565 จะมจี ำ� นวนเด็กโดยรวมในพื้นท่ี สสว.3 ประมาณ
1,030,035 คน 1,014,946 คน และ 999,856 คน ตามล�ำดับ
ท้ังน้ีจากแนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนเด็กท่ีมีจ�ำนวนลดลง
อย่างต่อเน่ืองทุกปีย่อมส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ
เม่ือจ�ำนวนเด็กลดลงย่อมส่งผลต่อไปในอนาคตต่อจ�ำนวนประชากรวัยท�ำงานก็จะ
ลดลงตามล�ำดับ ซ่ึงจะส่งผลกระทบต่อสภาวะขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ของประเทศ เนื่องจากการเข้าใช้สินค้าและบริการในสถานที่และส่ิงอ�ำนวย
ความสะดวกทั้งภาครัฐและเอกชนที่เก่ียวข้องกับเด็กจะหดตัวลดลงไปด้วย
อีกท้ังจะมีผลกระทบต่อปัจจัยการผลิตในภาคธุรกิจเพราะกลุ่มเด็กในปัจจุบันก็คือ
ปจั จยั แรงงานในอนาคตน่ันเอง
(2) กลุม่ เยาวชน
ส�ำหรับการคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ภาพรวมของจ�ำนวน
เยาวชนในกลุ่มจังหวัดของพ้ืนท่ี ส�ำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 พบว่า
โดยรวมของจ�ำนวนเยาวชนในกลุ่มจังหวัด มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และ
ประมาณการไดว้ า่ จ�ำนวนเยาวชนในกลุ่มจงั หวดั ของพ้ืนที่ สสว.3 มีแนวโนม้ ลดลง
อตั ราปีละประมาณ 2,353.115 คน (ประสทิ ธิภาพการทำ� นาย หรือ R2 = 0.422)
จงึ ทำ� ใหค้ าดการณ์วา่ ในปี พ.ศ. 2563 2564 และ 2565 จะมีจำ� นวนเยาวชนโดยรวม
ในพ้ืนที่ สสว.3 ประมาณ 576,066 คน 573,713 คน และ 571,360 คน ตามลำ� ดบั
ทั้งน้ีจากแนวโน้มสถานการณ์จ�ำนวนเยาวชนท่ีมีจ�ำนวนลดลง
ย่อมส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ เม่ือจ�ำนวนเยาวชนลดลง
149ส�ำนกั งานสง่ เสริมและสนับสนุนวิชาการ 3
กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย์