The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้1/2565
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แสงสี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by waraponhempo, 2022-10-20 05:34:19

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แสงสี

แผนการจัดการเรียนรู้1/2565
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แสงสี

แผนการจดั การเรยี นรู้

วชิ าวทิ ยาศาสตร์กายภาพ 2 ว33261
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 แสงสี
ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรยี นกมุ ภวาปี

นางสาววราภรณ์ เหมโพธิ์
รหสั ประจำตวั นักศึกษา 61100143107

สาขาวชิ าวิทยาศาสตร์ (เนน้ ฟิสกิ ส)์

การปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศึกษา 1
รหัสวชิ า ED18501 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1)

คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุดรธานี
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565



คำนำ

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาวิทยาศาสตรก์ ายภาพ 2 รหัสวิชา ว32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
นี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ และให้นักเรียนบรรลุตาม
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง 2560) ผู้จัดทำจึงได้ศึกษาสาระการเรียนรู้ เทคนิค วิธีการสอน การวัดและประเมินผลมา
จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ในครั้งน้ี

แผนการจัดการเรียนรู้ในเล่ม 2 นี้ ประกอบไปด้วย แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6
แสงสี เพื่อให้ผู้เรียนบรรลมุ าตรฐานการเรยี นรไู้ ดเ้ ตม็ ศกั ยภาพอยา่ งแทจ้ รงิ

ผู้จัดทำหวังเปน็ อย่างย่ิงว่าแผนการจดั การเรยี นรู้ฉบับนี้ จะสามารถนำไปใช้ประกอบการจัดการ
เรียนการสอนรายวชิ าวิทยาศาสตรน์ ำไปสู่การพฒั นาท่ถี ูกต้อง และเกดิ ผลแกผ่ ู้เรยี นเปน็ อย่างดี

วราภรณ์ เหมโพธิ์
30 กนั ยายน 2565

สารบญั ข

เรอื่ ง หนา้
คำนำ ก
สารบญั ข
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 6 แสงสี
2
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 8 เรื่อง การมองเหน็ สขี องวัตถุ 15
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 9 เรื่อง การบอดสี 25
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 เรอ่ื ง แผน่ กรองแสงสี 36
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 11 เร่อื ง การผสมแสงสี 48
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 12 เรอื่ ง การผสมสารสี 60
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 13 เรื่อง การมองเห็นสวี ตั ถุภายใต้แสงสตี ่าง ๆ

แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 6 แสงสี

2

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 8

กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์กายภาพ 2 ภาคเรยี นท่ี 1/2565 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6 แสงสี เวลา 12 ช่วั โมง

เรอื่ ง การมองเห็นสีของวัตถุ เวลา 2 ชั่วโมง

ครผู สู้ อน นางสาววราภรณ์ เหมโพธิ์ ปฏบิ ัติการสอน วนั ท่ี ...... เดือน ............. พ.ศ. .......

1. มาตรฐานและตวั ช้ีวัด

มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปล่ยี นแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน
ปฏิสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสสารและพลังงาน พลังงานในชวี ติ ประจำวนั ธรรมชาติ ของคล่ืน ปรากฏการณท์ ่ี
เก่ียวขอ้ งกับเสียง แสง และคล่นื แม่เหล็กไฟฟ้า รวมท้งั นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์

ตัวชว้ี ัด ม.5/9 สังเกต และอธิบายการมองเห็นสีของวัตถุ และความผิดปกตใิ นการมองเหน็ สี

2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
เม่อื แสงตกกระทบวัตถุวัตถจุ ะดูดกลืนแสงสีบางสี โดยขน้ึ กับสารสีบนผิววัตถุและสะทอ้ นแสงสที ี่

เหลือออกมา ทำใหม้ องเห็นวตั ถเุ ป็นสตี า่ ง ๆ ข้ึนกับแสงสที ี่สะท้อนออกมา

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. สงั เกตและอธิบายการมองเหน็ สขี องวัตถุ
2. อธิบายตากบั การเหน็ สีของมนษุ ย์
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการคิด (P)
1. สบื คน้ ขอ้ มูลและนำเสนอความรู้เกย่ี วกบั การมองเหน็ สขี องวัตถุได้
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. มีความรับผดิ ชอบตอ่ งานท่ีได้รบั มอบหมายและสามารถทำงานร่วมกับผ้อู ื่นได้

3

4. สาระการเรียนรู้
6.1 การมองเห็นสขี องวัตถุ
6.2 ตากบั การมองเห็นสี

5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ

6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 มีวินยั
6.2 ใฝ่เรียนรู้
6.3 มุง่ มัน่ ในการทำงาน

7. กิจกรรมการเรียนร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขน้ั ตอน (5E)
ขนั้ ที่ 1 สร้างความสนใจ
1. ครูแจง้ จุดประสงค์ และนักเรยี นรว่ มกนั ตอบคำถาม
1.1 ใหน้ กั เรียนสงั เกตภาพ

จากภาพ มสี ีสันสวยงามหรือไม่ นักเรียนเหน็ ภาพแลว้ มคี วามรสู้ กึ อย่างไร
(แนวคำตอบ : ใหต้ อบอย่างอสิ ระ)

1.2 นกั เรยี นคิดว่าเราสามารถมองเห็นแสงสีและสีสนั ท่มี ากมายหลากหลายได้อยา่ งไร
(แนวคำตอบ : ใหต้ อบอยา่ งอสิ ระ)

4

1.3 การท่ตี าของเราสามารถเห็นสีต่าง ๆ ของวัตถุไดน้ ัน้ เม่อื มแี สงจากวตั ถมุ าเข้าตาเรา
แลว้ ตาของเราทำหน้าที่ในการรับรูแ้ สงสีต่าง ๆ ได้อย่างไร

(แนวคำตอบ : ใหต้ อบอย่างอสิ ระ)
ขน้ั ที่ 2 สำรวจและค้นหา

2. นักเรียนจบั คู่
3. นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการมองเห็นสีของวัตถุ และตากับการเห็นสี จากหนังสือเรียน
และแหล่งเรียนรอู้ อนไลน์
4. นกั เรียนทำใบงานเรือ่ งการมองเหน็ สขี องวัตถุและตากบั การเหน็ สี และทำแผนผงั เร่อื งตากับ
การเห็นสี
ขนั้ ที่ 3 สรปุ และอภิปรายผล
5. สุม่ นกั เรียน 3-4 คู่ นำเสนอผลงาน
6. ครูและนกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายเพ่ือนำไปสกู่ ารสรุปผล ดังนี้

6.1 การทเี่ รามองเหน็ ดอกต้อยต่ิงมีสีมว่ งและใบไม้มสี ีเขยี วเกย่ี วข้องกบั สงิ่ ใดบ้าง
(แนวคำตอบ : เมือ่ แสงขาวตกกระทบดอกตอ้ ยติ่งทมี่ ีสารสีมว่ งและใบไมท้ มี่ ีสารสี

เขยี ว สารสีม่วงในดอกต้อยติ่งและสารสเี ขียวในใบไม้ จะดูดกลืนแสงสอี น่ื เอาไว้ และสะทอ้ นแสงสีม่วงจาก
ดอกต้อยต่ิง และแสงสีเขยี วจากใบไม้ออกมาเข้าตาเรา)

6.2 เมอ่ื เห็นวตั ถเุ ป็นสีขาว แสดงว่ามแี สงสีใดสะท้อนออกมา และวตั ถุดูดกลืนแสงสใี ดไว้
อธบิ าย

(แนวคำตอบ : เมอ่ื เห็นวตั ถเุ ปน็ สีขาว แสดงวา่ สารสีในวัตถดุ ูดนนั้ สะทอ้ นแสงสี
ออกมาทกุ สี โดยไม่ดดู กลนื แสงสใี ด จงึ เหน็ วตั ถเุ ป็นสขี าว)

6.3 นยั นต์ าสามารถมองเหน็ วตั ถุตา่ ง ๆ ไดเ้ พราะมีแสงจากวตั ถมุ าเข้าตาเรา ในธรรมชาติ
เรามองเหน็ วัตถไุ ดโ้ ดยอาศัยแสงอาทิตยห์ รือแสงขาวที่ตกกระทบวัตถุนนั้ ซง่ึ ประกอบไปดว้ ย แสงสีต่าง ๆ
ไดแ้ ก่ สมี ่วง สีน้ำเงนิ สเี ขียว สเี หลือง สแี สด และสีแดง

5

เมอื่ แสงขาวตกกระทบวตั ถุ วตั ถุจะดดู กลืนแสงสีบางสีเอาไว้ และสะทอ้ นแสงสีบางสี
ออกมา จึงสามารถมองเห็นวตั ถุเป็นสีนนั้ ๆ ได้ เนื่องจากสารสี (pigment) ในวัตถดุ ูดกลืนแสงสอี ่นื ๆ เอาไว้
ไดม้ ากกวา่ แสงสีทเี่ ปน็ สีเดียวกับวตั ถุทำให้แสงสเี ดียวกบั วัตถุสะทอ้ นออกมาเขา้ ตาเรามากกว่าแสงสีอน่ื ๆ
จึงเห็นวัตถุเปน็ สีน้นั เชน่ การเหน็ ดอกกหุ ลาบเปน็ สแี ดง เมือ่ แสงขาวตกกระทบท่ีดอกกุหลาบ ดอกกุหลาบ
จะดูดกลืนแสงสอี ่นื ๆ ไดม้ ากกว่าสแี ดงเนือ่ งจากในดอกกุหลาบมสี ารสีแดงท่ีทำหน้าที่ในการดดู กลืนแสงสี
อ่นื ไวจ้ งึ สะทอ้ นแสงสีแดงออกมาไดด้ ีกวา่ แสงสีอ่ืน ทำให้มองเห็นดอกกหุ ลาบสแี ดง

สำหรับวตั ถุท่มี องเหน็ เป็นสีขาว แสดงว่าสารสีของวตั ถนุ ้นั สามารถสะท้อนแสงสที กุ สี
ออกมาโดยดูดกลืนแสงสีใดเลยเราจงึ เหน็ วัตถุเป็นสขี าว

6.4 เห็นวตั ถุเป็นสีขาวเพราะเหตใุ ด และเซลล์รูปกรวยชนดิ ใดทำงานบ้าง
(แนวคำตอบ : การเหน็ วตั ถเุ ปน็ สขี าว เนื่องจากมีแสงขาวตกกระทบโดยวัตถนุ ั้นไม่ได้

ดูดกลนื แสงสีใดในสเปกตรัมของแสงขาวไวส้ ะท้อนทุกแสงสีออกมา จงึ กระตนุ้ เซลล์รปู กรวยทั้ง 3 ชนิดให้
ทำงาน)

6.5 การทีต่ าของมนุษย์มองเหน็ สตี ่าง ๆ ได้นัน้ เกดิ จากแสงจากวตั ถมุ าเขา้ ตา ผา่ นเลนส์
ตาและถกู ทำใหเ้ กดิ ภาพไปตกทีจ่ อตา (retina) ซ่งึ ประกอบด้วยเซลล์สองชนิดทำหน้าท่ีรับแสง คอื เซลลร์ ูป
แทง่ และเซลล์รูปกรวย เมื่อมีแสงมาตกกระทบท่ีจอตา เซลล์รปู กรวยจะทำหน้าทีร่ ับรูเ้ ก่ียวกบั การเห็นสี
และเซลล์จะทำงานไดด้ ใี นท่ีแสงสว่างเพยี งพอ แต่ความสามารถในการรับรู้สีต่าง ๆ จะลดลงในท่ีมีแสง
สว่างไม่เพยี งพอ สว่ นเซลลร์ ูปแทง่ จะทำหนา้ ที่รบั รู้ความมืดและความสวา่ ง โดยทำหนา้ ทไี่ ดใ้ นท่ีมีแสงน้อย
และไม่เกยี่ วขอ้ งกับการเหน็ สี

6

เซลล์รปู กรวยมี 3 ชนดิ คือ ชนิดที่มีความไวสงู สุดต่อแสงสนี ้ำเงนิ ชนิดท่ีมีความไวสูงสุด
ต่อแสงเขยี ว และชนดิ ท่ีมีความไวสงู สุดตอ่ แสงสีแดง ดงั นั้นเมือ่ แสงสีใดสหี นึ่งในสามสดี งั กล่าวมาเขา้
นัยน์ตาเซลล์รปู กรวยท่ไี วต่อแสงสีนนั้ จะถกู กระต้นุ ใหเ้ ห็นเป็นสีน้ัน เช่น เมื่อแสงสนี ้ำเงินสีเดียวจากวตั ถุ
เข้าตาและไปตกทจ่ี อตา เซลลร์ ปู กรวยทไ่ี วตอ่ แสงสนี ำ้ เงินจะถูกกระตนุ้ แลว้ สง่ สัญญาณจากการกระตุน้
ผ่านเสน้ ประสาทตาไปสู่สมองให้แปลผลเปน็ การเหน็ สนี ำ้ เงิน แตถ่ ้ามแี สงสอี ื่น ๆ นอกจากน้แี สงสีนำ้ เงิน สี
เขียว และสแี ดงมาเข้าตา เซลล์รบั แสงรปู กรวยมากกว่าหนงึ่ ชนดิ จะถกู กระตุ้นใหท้ ำงานรว่ มกนั จากน้นั
สัญญาณการกระตนุ้ จะถูกส่งไปสู่สมอง เพ่อื แปลผลออกมาเป็นการมองเหน็ สีนนั้

ขน้ั ที่ 4 ขยายความรู้
7. ครูให้ความรูเ้ พิ่มเติมโดยใช้คำถาม ดงั นี้
- ทำไมชุดหมอผ่าตดั จงึ เปน็ สีเขยี ว
(แนวคำตอบ : การใส่ชุดผ่าตดั เปน็ สีเขยี วหรอื สีฟ้า ช่วยใหด้ วงตาของทมี แพทย์ผ่าตดั

มุ่งเนน้ ไปที่สีแดง และการได้มองเห็นสีเขียวหรอื สฟี ้ายงั ทำให้ดวงตาได้ผอ่ นคลายขน้ึ ไม่เมอ่ื ยล้าจากการ
มองสเี ดิม ๆ ตลอดเวลา)

- เมอื่ ขับรถตอนกลางวันบนถนนปกติ แลว้ ต้องเปล่ยี นเสน้ ทางไปเขา้ อุโมงค์เหตุใดจึง ตอ้ ง
เปิดไฟหน้ารถตลอดเวลา

(แนวคำตอบ : เนอื่ งจากดวงตาปรับไม่ทันระหว่างบรเิ วณสวา่ งกับมืด   เซลล์รปู แทง่
ยงั ปรับไมท่ ันตอ้ งใชเ้ วลาสักพัก)

ข้ันที่ 5 การประเมนิ ผล
8. ครูตรวจใบงาน เร่ือง การมองเหน็ สีของวตั ถุและตากบั การเห็นสี และแผนผงั เรือ่ ง ตากบั การ

เห็นสี

7

8. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
8.1 หนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์กายภาพ ม.5 เล่ม 2
8.2 ใบงาน เร่อื ง การมองเหน็ สขี องวัตถุและตากบั การเห็นสี
8.3 แผนผัง เร่อื ง ตากับการเห็นสี
8.4 แหลง่ เรยี นรอู้ อนไลน์
8.5 สื่อ power point

9. การวัดและประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั และ เครื่องมือท่ีใช้วัด เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล
ประเมินผล และประเมนิ ผล

ด้านความรู้ (K) 1. การตอบคำถาม 1. แบบการ 1. นักเรยี นสามารถตอบ

1. สงั เกตและอธิบายการ ประเมนิ กิจกรรม คำถามไดร้ ะดับดีผ่านเกณฑ์

มองเห็นสีของวัตถุ ร้อยละ 70

2. อธบิ ายตากบั การเห็น

สีของมนษุ ย์

ดา้ นทักษะ/กระบวน 1. ตรวจคำตอบใบ 1. แบบการ 1. นักเรยี นสามารถทำใบงาน
ประเมนิ กจิ กรรม ไดร้ ะดับดีผ่านเกณฑ์ร้อยละ
การคดิ (P) งาน 2. ตรวจคำตอบใบ 70
งาน
1. สืบค้นขอ้ มูลและ
1. แบบการ 2. นักเรียนทำภาระงานที่
นำเสนอความรเู้ ก่ียวกบั ประเมนิ กิจกรรม ได้รับมอบหมายไดร้ ะดบั ดี

การมองเหน็ สีของวัตถุได้ ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 80

ด้านคุณลกั ษณะอนั พึง 1. การสังเกตการ

ประสงค์ (A) เปล่ยี นแปลง

1. มคี วามรบั ผิดชอบตอ่ พฤติกรรม

งานที่ได้รบั มอบหมาย

และสามารถทำงาน

ร่วมกับผู้อน่ื ได้

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ ผลงานนกั เรียน

ประเดน็ ค่าน้ำหนกั แนวทางการให้คะแนน
การประเมิน คะแนน
ตอบคำถามถูกตอ้ งครบถว้ นทกุ ขอ้
ด้านความรู้ 3 ตอบคำถามถูกต้องครบได้เปน็ สว่ นมาก
(K) 2 ตอบคำถามถกู ตอ้ งครบไดน้ ้อย
1 ทำใบงาน และแผนผังได้ครบถว้ นทุกข้อ
ดา้ นทักษะ 3 ทำใบงาน และแผนผังได้ถูกตอ้ งครบเปน็ ส่วนมาก
กระบวนการ 2 ทำใบงาน และแผนผงั ได้ถูกต้องครบเปน็ สว่ นนอ้ ย
1 ทำภาระงานท่ีไดร้ บั มอบหมายเสร็จภายในเวลาที่กำหนด
(P) 3 และถูกตอ้ ง
ทำภาระงานทไี่ ด้รับมอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาที่กำหนดแต่
ดา้ นคุณลกั ษณะ 2 งานยงั ผดิ พลาด
(A) ทำงานท่ไี ด้รับมอบหมายเสร็จแต่ส่งลา่ ช้า และมขี อ้ ผดิ พลาด
1

ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ดมี าก
คะแนน 2 หมายถึง ดี
คะแนน 1 หมายถึง พอใช้
คะแนน

11

12

13

ใบงาน เรอื่ ง การมองเห็นสขี องวัตถุและตากับการเหน็ สี
1. การท่เี รามองเหน็ ดอกดาวเรืองมสี ีเหลืองและใบไม้มีสเี ขียวเกี่ยวขอ้ งกับสิง่ ใดบา้ ง
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................ ..............................................................
2. ในแสงขาวเมอ่ื เห็นวตั ถเุ ปน็ สดี ำ แสดงว่ามีแสงสใี ดสะท้อนออกมา และวตั ถุดูดกลนื แสงสใี ดไว้ อธิบาย
............................................................................................................................. .................................................
...................................................... ............................................................................................................................. ...........
3. เหน็ วตั ถเุ ปน็ สีขาวเพราะเหตใุ ด และเซลล์รูปกรวยชนดิ ใดทำงานบา้ ง
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................................
4. เหน็ วตั ถุเป็นสดี ำ เพราะเหตใุ ด และเซลล์รปู กรวยชนิดใดทำงานบ้าง
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................................
5. เมื่อเราอยูใ่ นทม่ี ดื หรือมีแสงสว่างนอ้ ย   เพราะเหตใุ ดจงึ แยกแยะสขี องวัตถุได้ไมช่ ดั เจน
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................................
6. ในคืนเดือนเพ็ญข้ึน 15 ค่ำ แสงสว่างจากดวงจนั ทรท์ ำให้เราเหน็ วตั ถุเปน็ สีดำ เข้ม-จาง หรอื มืด-สว่าง โดยไม่
สามารถแยกแยะสีได้เพราะเหตุใด
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................................
7. เมื่อขบั รถตอนกลางวันบนถนนปกติ แลว้ ต้องเปลย่ี นเส้นทางไปเขา้ อโุ มงค์ เหตุใดจึงต้องเปิดไฟหน้ารถ
ตลอดเวลา
........................................................................................................................................................................ ......
............................................................................................................................. .................................................................

14

แนวคำตอบ ใบงาน เรอ่ื ง การมองเหน็ สขี องวัตถุและตากบั การเห็นสี
1. การที่เรามองเห็นดอกดาวเรืองมีสีเหลืองและใบไมม้ สี เี ขยี วเกี่ยวข้องกับสิง่ ใดบา้ ง
(เมื่อแสงขาวตกกระทบดอกดาวเรอื งท่ีมสี ารสเี หลืองและใบไม้ท่มี ีสารสีเขียว สารสเี หลืองในดอกดาวเรืองและ
สารสีเขียวในใบไม้จะดูดกลืนแสงสีอืน่ เอาไว้ และสะทอ้ นแสงสีเหลอื งจากดอกดาวเรอื ง และแสงสีเขยี วจากใบไม้ออกมา
เข้าตาเรา)
2. ในแสงขาวเม่อื เห็นวัตถเุ ป็นสดี ำ แสดงว่ามีแสงสีใดสะท้อนออกมา และวัตถุดดู กลืนแสงสีใดไว้ อธบิ าย
(ในแสงขาวเมือ่ เหน็ วัตถุเปน็ สดี ำ แสดงว่าวัตถุดูดกลนื แสงสตี ่าง ๆ ไว้ ท้งั หมดจงึ ไม่มแี สงสใี ดสะทอ้ นออกมา)
3. เห็นวตั ถเุ ปน็ สขี าวเพราะเหตใุ ด และเซลล์รปู กรวยชนิดใดทำงานบ้าง
(การเห็นวตั ถุเปน็ สีขาว เน่อื งจากมีแสงขาวตกกระทบโดยวตั ถุนนั้ ไม่ได้ดูดกลืนแสงสใี ดในสเปกตรัมของแสงขาว
ไว้ สะท้อนทกุ แสงสอี อกมา จึงกระตนุ้ เซลลร์ ปู กรวยทัง้ 3 ชนิดให้ทำงาน)
4. เหน็ วตั ถเุ ป็นสีดำ เพราะเหตใุ ด และเซลล์รปู กรวยชนิดใดทำงานบา้ ง
(การเห็นวัตถุเป็นสดี ำ เน่ืองจากเม่อื มแี สงขาวตกกระทบ โดยวตั ถุนั้นดดู กลนื ทุกแสงสไี ว้จงึ ไมส่ ะท้อนแสงสีใด
ออกมา ไม่มแี สงสีใดไปกระตนุ้ เซลลร์ ูปกรวยทงั้ 3 ชนิดให้ทำงาน)
5. เมือ่ เราอย่ใู นทม่ี ืดหรือมีแสงสว่างนอ้ ย   เพราะเหตุใดจงึ แยกแยะสีของวัตถไุ ด้ไม่ชดั เจน
(เพราะเซลลร์ ปู กรวยทำงานไดด้ ใี นทีม่ ีแสงสวา่ งเพยี งพอ เมอื่ อยู่ในทม่ี ืดมีแสงสว่างน้อยเซลล์รปู กรวยจึงไมถ่ ูก
กระตนุ้ )
6. ในคนื เดอื นเพ็ญข้ึน 15 คำ่  แสงสวา่ งจากดวงจันทรท์ ำใหเ้ ราเห็นวัตถุเปน็ สดี ำ เข้ม-จาง หรือมดื -สว่าง โดยไม่
สามารถแยกแยะสีได้เพราะเหตใุ ด
(ในท่ีมแี สงสวา่ งไมเ่ พียงพอ เช่น แสงจากดวงจันทรข์ น้ึ 15 คำ่ เซลลร์ ปู กรวยจะไม่ถกู กระตุ้น แตเ่ ซลลร์ ปู แทง่ จะ
มีหน้าท่รี ับรู้ความมดื และความสว่าง จึงเหน็ วตั ถุเป็นสดี ำ เขม้ -จาง)
7. เมอื่ ขับรถตอนกลางวันบนถนนปกติ แลว้ ตอ้ งเปลยี่ นเส้นทางไปเขา้ อุโมงค์ เหตใุ ดจึงตอ้ งเปดิ ไฟหน้ารถ
ตลอดเวลา
(เน่ืองจากดวงตาปรับไม่ทันระหว่างบรเิ วณสวา่ งกบั มดื    เซลลร์ ปู แทง่ ยงั ปรบั ไมท่ นั ตอ้ งใชเ้ วลาสักพัก)

15

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 9

กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2 ภาคเรยี นที่ 1/2565 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 6

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 แสงสี เวลา 12 ชั่วโมง

เรือ่ ง การบอดสี เวลา 2 ชั่วโมง

ครผู ู้สอน นางสาววราภรณ์ เหมโพธ์ิ ปฏบิ ตั ิการสอน วนั ที่ ...... เดอื น ............. พ.ศ. .......

1. มาตรฐานและตัวชี้วัด

มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลยี่ นแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลงั งาน พลงั งานในชวี ิตประจำวัน ธรรมชาติ ของคลน่ื ปรากฏการณ์ท่ี
เกยี่ วข้องกับเสียง แสง และคลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ รวมท้งั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวชว้ี ัด ม.5/9 สงั เกต และอธบิ ายการมองเหน็ สีของวัตถุ และความผิดปกติในการมองเหน็ สี

2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
สสี ันจากวตั ถุและแสงสีทีเ่ รามองเหน็ ไดน้ ัน้ เกิดจากแสงสีทส่ี ะท้อนจากวัตถุมาเข้าตาเรา โดยสารสี

ของวตั ถดุ ดู กลนื บางแสงสไี ว้ ซ่งึ จะไปกระตุ้นการทำงานของเซลลร์ ูปกรวย 3 ชนิดให้ทำงานเพอ่ื แปลผล
การรับรูส้ ี สำหรบั ตาทีม่ ีอาการมองเหน็ สีผดิ ไปจากความเปน็ จรงิ เน่ืองจากเซลลร์ ปู กรวยทำงานผิดปกติ
เรยี กว่า การบอดสี

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. สงั เกตและอธบิ ายการบอดสี
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการคิด (P)
1. สบื คน้ ขอ้ มลู และนำเสนอความรเู้ กย่ี วกบั การบอดสไี ด้
3.3 ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. มคี วามรบั ผิดชอบต่องานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและสามารถทำงานรว่ มกับผอู้ ่ืนได้

16

4. สาระการเรยี นรู้
6.3 การบอดสี

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด

6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
6.1 มวี ินัย
6.2 ใฝเ่ รียนรู้
6.3 มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

7. กจิ กรรมการเรียนร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5E)
ขนั้ ที่ 1 สรา้ งความสนใจ
1. ครแู จ้งจดุ ประสงค์ และนักเรียนร่วมกนั ตอบคำถาม
1.1 อาชีพใดบ้าง ทม่ี ีการตรวจตาบอดสี
(แนวคำตอบ : แพทย์พยาบาล ทหาร ตำรวจ นกั บนิ ชา่ งศิลป์ ตอ้ งสามารถแยกสี

ตา่ ง ๆ ได้ถูกต้องทั้งเพือ่ ความปลอดภัยและเพอ่ื การใชส้ ใี ห้ตรงตามความตอ้ งการ)
ข้นั ท่ี 2 สำรวจและคน้ หา
2. นกั เรยี นสืบคน้ ข้อมลู เก่ียวกบั การบอดสี จากหนังสือเรยี นและแหลง่ เรียนรอู้ อนไลน์ ดงั น้ี
ในการสอบใบขับขร่ี ถจักรยานยนต์ และรถยนต์ จะพบวา่ ตอ้ งผา่ นการทดสอบการ

มองเห็นสขี องวตั ถุ ทง้ั น้เี พ่อื ความปลอดภัยในการขบั ข่ี นอกจากน้ี อาชีพบางประเภท เช่น แพทย์พยาบาล
ทหาร ตำรวจ นักบิน ช่างศิลป์ ต้องสามารถแยกสตี า่ ง ๆ ได้ถูกตอ้ งทัง้ เพอื่ ความปลอดภยั และเพ่อื การใช้สี
ให้ตรงตามความตอ้ งการ ความบกพรอ่ งในการมองเห็นสีเปน็ อุปสรรคในการประกอบอาชพี เหล่านี้

สำหรับตาท่มี องเห็นไดไ้ ม่ตรงความเปน็ จรงิ เนอ่ื งจากเกดิ ความบกพร่องของเซลล์รบั แสง
รปู กรวยทไี่ วตอ่ แสงสใี ดสหี น่ึง เรยี กว่า การบอดสี (color blindness) เช่น ถา้ เซลลร์ ับแสงรูปกรวยทีไ่ วตอ่
แสงสีเขียวบกพร่อง แตเ่ ซลลร์ บั แสงรูปกรวยทีไ่ วต่อแสงสีแดงและสนี ้ำเงนิ สามารถทำงานไดต้ ามปกติจะไม่
สามารถมองเห็นแสงสเี ขยี วไดต้ ามความเป็นจริง มองเหน็ ได้แต่แสงสแี ดงและแสงสีน้ําเงนิ รวมถงึ แสงสที ี่

17

ผสมกันระหวา่ งสแี ดงและสนี ้ำเงิน เน่ืองจากเซลลร์ ปู กรวยทีไ่ วต่อแสงสีเขยี วไมต่ อบสนองการกระต้นุ ของ
แสงสีเขียว สำหรบั คนทีม่ ีการบอดสีของแสงสีใด เรียกวา่ คนตาบอดสแี สงสนี ้นั

สำหรบั วิธีตรวจสอบการบอดสีทำไดโ้ ดยการใชแ้ ผ่นตรวจตาบอดสี โดยให้ผ้รู ับการตรวจ
อา่ นหมายเลขทีอ่ ย่บู นแผน่ ตรวจถ้าอ่านได้ถูกตอ้ งแสดงวา่ ตาไมบ่ อดสีในเบ้อื งตน้

3. นกั เรียนทำผังความคดิ เร่ืองการบอดสี และกิจกรรม 6.1 การทดสอบการบอดสี

กจิ กรรม 6.1 การทดสอบการบอดสี

ตอนท่ี 1 1. ให้จอ้ งมองไปท่วี ตั ถุสีแดงทีว่ างอยูใ่ นบรเิ วณทม่ี ีแสงสว่างจ้า หรอื จอ้ งมองหนา้
จอคอมพิวเตอร์ท่ปี รับให้มพี นื้ สีหน้าจอเป็นสีแดงสกั คร่หู นงึ่ ประมาณ 1 นาทแี ลว้ หันไปมอง
ท่ีกระดาษขาวหรือผนงั ห้องสขี าวทันที สงั เกตสีภาพวตั ถุท่ีจอ้ งมองท่ีปรากฏบนพ้นื ขาว

2. เมอื่ พกั สายตาสักครแู่ ล้วมองกระดาษขาวหรอื ผนงั หอ้ งสีขาวเดมิ อกี ครง้ั จะ
เห็นสใี ดปรากฏขนึ้

ตอนที่ 2 1. ให้อ่านตัวเลขในแต่ละวงกลมจากแผน่ ตรวจตาบอดสี ถ้าอ่านตวั เลขไดถ้ ูกตอ้ ง
แสดงวา่ ตาอาจไม่บอดสใี นเบ้ืองตน้

ขนั้ ที่ 3 สรุปและอภิปรายผล
4. สุม่ นักเรยี น 3-4 คน นำเสนอผลงาน
5. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายเพอื่ นำไปส่กู ารสรปุ ผล ดงั นี้
5.1 เมือ่ จอ้ งสแี ดงนานพอสมควรแลว้ เปล่ียนไปมองบนฉากขาวทันที จะเห็นเปน็ สีใด

และเมอื่ พักสายตาสักคร่แู ล้วมองกระดาษขาวหรอื ผนังหอ้ งสีขาวเดมิ อีกคร้งั จะเหน็ สีใด
(แนวคำตอบ : มองเหน็ เป็นสีน้ำเงนิ เขียวเนื่องจากเซลลร์ ูปกรวยท่ไี วต่อแสงสีแดงออ่ นลา้ ลง

และเม่ือพกั สายตาสักครู่แล้วมองผนังหอ้ งสขี าวเดิมอกี ครั้ง จะเหน็ สีขาวได้ปกติ)
5.2 กจิ กรรมตอนท่ี 1 เมื่อตอ้ งดูสใี ดสีหนง่ึ เปน็ เวลานาน เช่น สีแดงจะทำให้เซลล์รับแสง

รปู กรวยท่ีไวตอ่ แสงสแี ดงอ่อนลา้ ลงได้ ทำให้เซลล์รับแสงรปู กรวยชนิดอ่นื ทำงานรับรูแ้ สงได้ดกี ว่า เมอ่ื มอง
ไปทฉี่ ากขาวซึ่งสะทอ้ นทกุ แสงสีออกมา จงึ ไปกระตนุ้ การทำงานของเซลล์รับแสงรปู กรวยทไ่ี วตอ่ แสงสนี ้ำ
เงนิ และแสงสเี ขียวไดด้ กี ว่า จงึ มองเห็นภาพวัตถบุ นฉากขาวเปน็ สีนำ้ เงินเขยี ว แตเ่ ม่ือพกั สายตาสักครู่หนึง่ ก็
จะกลบั มามองเหน็ ไดต้ ามปกติ เรยี กว่า ตาบอดสีช่ัวคราว

5.3 การทำกจิ กรรมตอนที่ 2 เป็นการตรวจสอบความบกพรอ่ งการมองเห็นในเบอื้ งตน้
โดยมีชุดแผ่นตรวจสอบความบกพรอ่ งการมองเหน็ สมี าให้อ่านตัวเลข ถา้ อ่านตัวเลขไดถ้ กู ตอ้ งแสดงว่าอาจ

18

ไม่มคี วามบกพร่องการมองเหน็ ในเบ้อื งตน้ แตถ่ ้าอ่านตวั เลขผดิ ไปจากความจรงิ อาจมีความบกพรอ่ งการ
มองเหน็ ได้ซ่ึงจะตอ้ งได้รับการวนิ จิ ฉัยจากจักษุแพทย์

ขน้ั ท่ี 4 ขยายความรู้
6. ครใู ห้ความรู้เพ่มิ เติม ดังน้ี
- ผมู้ ีอาการตาบอดสีส่วนมากมักจะมอี าการบอดสีแดงหรอื สีเขยี ว หรอื อาจมีอาการบอด

ได้ทง้ั สีแดงและสีเขยี ว มคี นจำนวนนอ้ ยทม่ี อี าการตาบอดสนี ้ำเงนิ คนทต่ี าบอดสมี าแตก่ ำเนดิ เนอื่ งจาก
ได้รบั พนั ธุกรรมทถี่ า่ ยทอดมาจากพ่อแมไ่ มส่ ามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้ พบวา่ ในเพศชายมโี อกาส
แสดงลกั ษณะตาบอดสมี ากกวา่ เพศหญิงเนอ่ื งจากเป็นโรคทีถ่ ูกควบคมุ โดยยนี ทอ่ี ยบู่ นโครโมโซมเพศ

ข้นั ที่ 5 การประเมนิ ผล
7. ครตู รวจผังความคิด เรอื่ ง การบอดสี

8. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตรก์ ายภาพ ม.5 เล่ม 2
8.2 สอื่ power point
8.3 แหลง่ เรยี นรูอ้ อนไลน์
8.4 ผงั ความคิด เร่อื ง การบอดสี

19

9. การวัดและประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี ารวัดและ เครื่องมอื ที่ใช้วดั เกณฑ์การวัดและประเมินผล
ประเมนิ ผล และประเมินผล
1. แบบการ 1. นักเรยี นสามารถตอบ
ดา้ นความรู้ (K) 1. การตอบคำถาม ประเมนิ กจิ กรรม คำถามได้ระดับดีผ่านเกณฑ์
รอ้ ยละ 70
1. สังเกตและอธบิ ายการ 1. แบบการ 1. นกั เรยี นสามารถสรุป
ประเมนิ กิจกรรม เนื้อหาท่ไี ด้จากการศกึ ษา
บอดสี 2. ตรวจผัง ค้นคว้าได้ระดบั ดผี ่านเกณฑ์
ความคดิ รอ้ ยละ 70
ด้านทกั ษะ/กระบวน 1. ตรวจผังความคิด
1. แบบการ 2. นักเรยี นทำภาระงานท่ี
การคดิ (P) ประเมินกิจกรรม ได้รบั มอบหมายไดร้ ะดบั ดี
ผา่ นเกณฑ์
1. สบื ค้นข้อมูลและ ร้อยละ 80

นำเสนอความรเู้ กย่ี วกบั

การบอดสไี ด้

ด้านคณุ ลักษณะอนั พึง 1. การสังเกตการ

ประสงค์ (A) เปลย่ี นแปลง

1. มีความรบั ผดิ ชอบต่อ พฤตกิ รรม

งานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย

และสามารถทำงาน

ร่วมกบั ผูอ้ น่ื ได้

20

21

22

เกณฑ์การประเมินผลงานนักเรยี น

ประเดน็ คา่ นำ้ หนัก แนวทางการให้คะแนน
การประเมิน คะแนน
ตอบคำถามถกู ต้องครบถ้วนทกุ ขอ้
ดา้ นความรู้ 3 ตอบคำถามถกู ต้องครบได้เป็นสว่ นมาก
(K) 2 ตอบคำถามถกู ต้องครบได้น้อย
1 สรปุ เนอ้ื หาการบอดสีได้อยา่ งถกู ต้องสมบรู ณ์
ด้านทักษะ 3 สรุปเนอื้ หาการบอดสไี ด้ถกู ต้องเปน็ ส่วนมาก
กระบวนการ 2 สรปุ เน้ือหาการบอดสไี ด้น้อย
1 ทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จภายในเวลาที่กำหนด
(P) 3 และถกู ต้อง
ทำภาระงานท่ีไดร้ ับมอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาที่กำหนดแต่
ดา้ นคุณลักษณะ 2 งานยังผดิ พลาด
(A) ทำงานทไี่ ดร้ บั มอบหมายเสร็จแต่ส่งลา่ ช้า และมีขอ้ ผดิ พลาด
1

ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ดมี าก
คะแนน 2 หมายถึง ดี
คะแนน 1 หมายถงึ พอใช้
คะแนน

23

24

25

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 10

กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2 ภาคเรียนที่ 1/2565 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 แสงสี เวลา 12 ชัว่ โมง

เรื่อง แผ่นกรองแสงสี เวลา 2 ช่ัวโมง

ครผู ูส้ อน นางสาววราภรณ์ เหมโพธ์ิ ปฏิบตั กิ ารสอน วันท่ี ...... เดือน ............. พ.ศ. .......

1. มาตรฐานและตัวชีว้ ัด

มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปล่ยี นแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งาน
ปฏิสมั พนั ธร์ ะหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชวี ิตประจำวนั ธรรมชาติ ของคล่นื ปรากฏการณ์ท่ี
เก่ยี วข้องกบั เสยี ง แสง และคลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟา้ รวมทั้งนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

ตวั ช้วี ัด ม.5/10 สังเกต และอธบิ ายการทำงานของแผน่ กรอง แสงสกี ารผสมแสงสีการผสมสารสี
และ การนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจำวนั

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
แผ่นกรองแสงสเี ป็นแผ่นโปร่งแสงทีย่ อมใหแ้ สงสีที่มสี เี ดยี วกบั แผ่นกรองแสงสผี ่านออกมาได้ แสง

สีอ่นื จะถูกก้ันเอาไวท้ ำใหเ้ ราได้แสงสีทตี่ อ้ งการผ่านออกมา

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. สงั เกตและอธิบายการผสมแสงสี
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการคิด (P)
1. ทดลองแผน่ กรองแสงสไี ด้
3.3 ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ งานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและสามารถทำงานรว่ มกบั ผูอ้ ่นื ได้

4. สาระการเรยี นรู้
6.4 แผ่นกรองแสงสี

26

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ

6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
6.1 มวี ินยั
6.2 ใฝเ่ รยี นรู้
6.3 มุ่งม่นั ในการทำงาน

7. กิจกรรมการเรยี นรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้นั ตอน (5E)
ขนั้ ที่ 1 สรา้ งความสนใจ
1. ครูแจง้ จุดประสงค์ และนักเรียนร่วมกนั ตอบคำถาม
1.1 นักเรียนเคยนำแผน่ พลาสตกิ หรือกระจกท่ีมีลกั ษณะโปรง่ แสงสีทมี่ ีต่าง ๆ มารับแสง
ขาว เพ่ือทำใหไ้ ด้เป็นแสงสตี า่ ง ๆ หรือมองผ่านแลว้ เหน็ เปน็ สนี น้ั หรือไม่
(แนวคำตอบ : ใหต้ อบอยา่ งอิสระ)
1.2 จากที่รู้มาแล้วว่าแสงขาวประกอบด้วยแสงสีต่าง ๆ เหตุใดแสงขาวที่ผ่านแผ่น
พลาสตกิ หรอื กระจกท่ีมีสตี ่าง ๆ จงึ เหลอื สีทคี่ ล้ายกบั สขี องแผ่นวสั ดุเหล่านี้ได้
(แนวคำตอบ : ใหต้ อบอยา่ งอสิ ระ)
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจและค้นหา
2. นักเรียนร่วมกนั คาดคะเนคำตอบ และทำกจิ กรรมการทดลอง แผน่ กรองแสงสี ดงั นี้

กจิ กรรม 6.2 แผ่นกรองแสงสี

นำแผ่นกรองแสงสี สีแดง มารบั แสงจากดวงอาทิตย์หรอื แสงสขี าว ให้แสงผ่านแผ่นกรอง
แสงสีตกกระทบลงบนฉากขาว สังเกตสที เี่ กิดขึ้น และเปลี่ยนเปน็ แผน่ กรองแสงสนี ำ้ เงนิ
และสเี ขียว ตามลำดบั

3. นกั เรียนสรปุ ผลการทดลอง และทำใบกิจกรรม 6.2 แผ่นกรองแสงสี

27

ข้นั ที่ 3 สรุปและอภิปรายผล
4. สุ่มนกั เรียน 3-4 คน นำเสนอผลการทดลอง
5. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายเพอื่ นำไปส่กู ารสรปุ ผล ดังน้ี
5.1 แสงท่ีผา่ นออกมามีความเกย่ี วข้องกับสขี องแผ่นกรองแสงสีอย่างไร
(แนวคำตอบ : แสงสที ผี่ ่านออกมาจะมีสคี ลา้ ยกบั สขี องแผน่ กรองแสงสี)
5.2 จากกจิ กรรม แผน่ กรองแสงสีมกี ารทำงานอย่างไร
(แนวคำตอบ : แผน่ กรองแสงสีจะยอมใหแ้ สงสีเดยี วกับแผ่นกรองแสงสีผา่ นไดแ้ ละกน้ั

แสงสีอื่นไว้)

5.3 ในแสงขาวแผ่นกรองแสงสียอมให้แสงสีเดียวกับสีของแผ่นกรองแสงสีทะลุผ่าน
ออกมาได้ เราจึงมองเห็นแสงสีทีผ่ ่านแผ่นกรองแสงสีออกมาเป็นสีตามแผ่นกรองแสงสีนั้น โดยแผ่นกรอง
แสงสีจะกนั้ แสงสีอ่นื ๆ เอาไว้ แผ่นกรองแสงสมี าตรฐานท่ีใชใ้ นงานตา่ ง ๆ ท่ีต้องการความถูกต้องสูง เช่น
งานวิจยั ทางวทิ ยาศาสตร์ งานถา่ ยรปู จะมสี มบตั ิดังกลา่ ว สำหรบั วัสดุใสที่มสี ที วั่ ไป อาจไมส่ ามารถกนั แสง
สอี ่ืนไว้ไดท้ ง้ั หมดโดยยังมแี สงสีอื่นบางสว่ นผ่านมาได้ แต่มปี รมิ าณนอ้ ย ดังรปู

แผ่นกรองแสงสีแดงจะกั้นแสงสีอื่นไว้ ยกเว้นแสงสีแดงที่ผ่านออกมาได้โดยอาจมีแสงสีแสดและแสงสี
เหลืองผา่ นออกมาบางส่วนดว้ ย

ขน้ั ท่ี 4 ขยายความรู้
6. ครใู หค้ วามร้เู พ่มิ เตมิ โดยใช้คำถาม ดงั น้ี
- แผน่ กรองแสงสีสามารถนำมาประยุกตใ์ ชป้ ระโยชน์ได้อยา่ งไรบา้ ง

28

(แนวคำตอบ : แผน่ กรองแสงสสี ามารถนำมาประยุกตใ์ ชป้ ระโยชน์เพ่ือกัน้ บางแสงสี
เอาไวแ้ ละใหแ้ สงสีบางสีเท่าน้ันท่ผี ่านออกมาไดต้ ามทีต่ อ้ งการ เชน่ แผ่นกรองแสงกลอ้ งถ่ายรปู แผ่นกรอง
แสงสีไฟบนเวทใี หเ้ ปลี่ยนแสงสไี ดต้ ามตอ้ งการ)

ขน้ั ท่ี 5 การประเมนิ ผล
7. ครตู รวจใบกิจกรรม 6.2 แผน่ กรองแสงสี

8. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
8.1 หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์กายภาพ ม.5 เลม่ 2
8.2 ส่ือ power point
8.3 แหลง่ เรียนรู้ออนไลน์
8.4 ใบกจิ กรรม 6.2 แผ่นกรองแสงสี

9. การวัดและประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั และ เคร่ืองมอื ทใี่ ช้วดั เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล
ประเมนิ ผล และประเมนิ ผล

ด้านความรู้ (K) 1. การตอบคำถาม 1. แบบการ 1. นกั เรียนสามารถตอบ

1. สงั เกตและอธบิ ายการ ประเมนิ กิจกรรม คำถามได้ระดบั ดีผา่ นเกณฑ์

ผสมแสงสี รอ้ ยละ 70

ด้านทกั ษะ/กระบวน 1. ตรวจใบกิจกรรม 1. แบบการ 1. นกั เรียนสามารถสรุป

การคิด (P) ประเมนิ กจิ กรรม เนอ้ื หาทไ่ี ด้จากการศกึ ษา

1. ทดลองแผน่ กรอง 2. ตรวจใบ ค้นควา้ และทดลองไดร้ ะดบั ดี

แสงสไี ด้ กจิ กรรม ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70

ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ 1. การสงั เกตการ 1. แบบการ 2. นักเรียนทำภาระงานท่ี

ประสงค์ (A) เปลยี่ นแปลง ประเมนิ กิจกรรม ไดร้ บั มอบหมายไดร้ ะดับดี

1. มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์

งานทไ่ี ด้รับมอบหมาย รอ้ ยละ 80

และสามารถทำงาน

ร่วมกับผ้อู นื่ ได้

29

30

31

เกณฑก์ ารประเมินผลงานนักเรยี น

ประเด็น คา่ นำ้ หนกั แนวทางการใหค้ ะแนน
การประเมิน คะแนน
ตอบคำถามถูกต้องครบถว้ นทกุ ข้อ
ดา้ นความรู้ 3 ตอบคำถามถูกตอ้ งครบไดเ้ ปน็ สว่ นมาก
(K) 2 ตอบคำถามถกู ต้องครบได้น้อย
1 ทำใบกิจกรรม 6.2 ครบถ้วนทกุ ขอ้
ด้านทกั ษะ 3 ทำใบกิจกรรม 6.2 และใบงานถกู ตอ้ งครบเปน็ ส่วนมาก
กระบวนการ 2 ทำใบกิจกรรม 6.2 และใบงานถูกต้องครบได้น้อย
1 ทำการทดลอง และสรุปเนื้อหาแผน่ กรองแสงสีได้อยา่ ง
(P) 3 ถกู ต้องสมบรู ณ์
ทำการทดลอง และสรุปเน้อื หาแผน่ กรองแสงสไี ด้ถูกต้อง
ดา้ นคุณลักษณะ 2 เป็นสว่ นมาก
(A) ทำการทดลอง และสรปุ เน้ือหาแผ่นกรองแสงสถี ูกตอ้ งได้
1 น้อย
ทำภาระงานท่ไี ดร้ บั มอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาที่กำหนด
3 และถูกตอ้ ง
ทำภาระงานทไ่ี ด้รับมอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาท่ีกำหนดแต่
2 งานยงั ผิดพลาด
ทำงานทีไ่ ด้รับมอบหมายเสรจ็ แต่สง่ ลา่ ช้า และมขี อ้ ผิดพลาด
1

ระดบั คะแนน 3 หมายถงึ ดมี าก
คะแนน 2 หมายถึง ดี
คะแนน 1 หมายถงึ พอใช้
คะแนน

32

33

34

ใบกจิ กรรม 6.2 แผน่ กรองแสงสี

ให้นักเรียนปฏิบตั ิการทดลอง และบันทึกผล

วสั ดุและอปุ กรณ์ วิธีทำกิจกรรม

1. แผ่นกรองแสงสี สีแดง สนี ำ้ เงิน สเี ขยี ว นำแผ่นกรองแสงสี สแี ดง มารบั แสงจากดวงอาทิตย์หรอื แสงสขี าว
2. ฉากขาว ให้แสงผ่านแผ่นกรองแสงสตี กกระทบลงบนฉากขาว สังเกตสีที่
3. แหลง่ กำเนดิ แสงสีขาว หรือดวงอาทิตย์ เกดิ ขึน้ และเปล่ยี นเป็นแผ่นกรองแสงสนี ้ำเงิน และสีเขียว
ตามลำดับ

สมมติฐาน

.............................................................................................................................................................. ................................
..............................................................................................................................................................................................

ตารางบันทึกผล

แผน่ กรองแสงสี แสงที่เกดิ ขนึ้

สรุปผลการทดลอง

............................................................................................................................. .................................................................
..............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................................

35

แนวคำตอบ ใบกิจกรรม 6.2 แผน่ กรองแสงสี

ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิการทดลอง และบนั ทกึ ผล

วัสดุและอุปกรณ์ วิธที ำกจิ กรรม

1. แผน่ กรองแสงสี สแี ดง สีนำ้ เงนิ สเี ขยี ว นำแผน่ กรองแสงสี สแี ดง มารับแสงจากดวงอาทติ ย์หรือแสงสีขาว
2. ฉากขาว ให้แสงผา่ นแผน่ กรองแสงสตี กกระทบลงบนฉากขาว สงั เกตสที ี่
3. ยแหล่งกำเนิดแสงสขี าว หรือดวงอาทิตย์ เกิดขึน้ และเปล่ียนเป็นแผน่ กรองแสงสีน้ำเงิน และสเี ขยี ว
ตามลำดับ

สมมติฐาน แสงทเ่ี กดิ ขึ้น
แสงสแี ดง
แสงสที ี่ผ่านออกมาจะมสี ีคลา้ ยกับสขี องแผ่นกรองแสงสี แสงสีนำ้ เงนิ
แสงสีเขียว
ตารางบนั ทึกผล

แผน่ กรองแสงสี
แผ่นกรองแสงสี สีแดง
แผน่ กรองแสงสี สนี ำ้ เงิน
แผน่ กรองแสงสี สเี ขยี ว

สรุปผลการทดลอง
แผน่ กรองแสงสจี ะยอมใหแ้ สงสเี ดียวกบั แผน่ กรองแสงสผี า่ นไดแ้ ละก้ันแสงสอี ืน่ ไว้

36

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 11

กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2 ภาคเรียนที่ 1/2565 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 6 แสงสี เวลา 12 ชั่วโมง

เรอื่ ง การผสมแสงสี เวลา 2 ชั่วโมง

ครผู สู้ อน นางสาววราภรณ์ เหมโพธิ์ ปฏิบัติการสอน วันท่ี ...... เดอื น ............. พ.ศ. .......

1. มาตรฐานและตัวชีว้ ัด

มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปลีย่ นแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธร์ ะหว่างสสารและพลงั งาน พลงั งานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติ ของคลนื่ ปรากฏการณท์ ่ี
เกย่ี วขอ้ งกับเสยี ง แสง และคลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมทั้งนำความร้ไู ปใช้ประโยชน์

ตวั ชีว้ ัด ม.5/10 สังเกต และอธิบายการทำงานของแผ่นกรอง แสงสีการผสมแสงสีการผสมสารสี
และ การนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจำวัน

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
แสงสปี ฐมภูมิ 3 สี คือ สีแดง สีเขียว และสีนำ้ เงิน ซึง่ จะไปกระตนุ้ เซลล์รปู กรวยทีไ่ วตอ่ แสงสนี น้ั ๆ

ให้ทำงาน การผสมแสงสีปฐมภมู ิทั้ง 3 สีในสัดส่วนท่พี อเหมาะจะไดแ้ สงขาว เมือ่ นำแสงสีปฐมภมู มิ าผสมกนั
จะไดแ้ สงสใี หม่ทนี่ อกเหนือจาก 3 สีนเี้ ราสามารถมองเห็นแสงสีอน่ื ๆ ไดน้ ั้น เกิดจากการทำงานร่วมกันของ
เซลล์รูปกรวยท้งั 3 ชนิด

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. สังเกตและอธิบายการผสมแสงสี
2. อธิบายแสงสปี ฐมภมู ิ
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการคดิ (P)
1. ทดลองกำรผสมแสงสไี ด้
3.3 ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. มีความรบั ผิดชอบตอ่ งานที่ได้รบั มอบหมายและสามารถทำงานรว่ มกบั ผอู้ นื่ ได้

37

4. สาระการเรียนรู้
6.5 การผสมแสงสี

5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคิด

6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
6.1 มวี นิ ัย
6.2 ใฝเ่ รยี นรู้
6.3 มุง่ ม่นั ในการทำงาน

7. กิจกรรมการเรยี นรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขน้ั ตอน (5E)
ข้นั ท่ี 1 สร้างความสนใจ
1. ครแู จ้งจุดประสงค์ และนกั เรยี นร่วมกนั ตอบคำถาม
1.1 นักเรียนเคยสังเกตแสงสีต่าง ๆ ที่ส่องมาบนเวทีการแสดงหรือไม่ แสงที่ตกบนเวที
เปล่ียนสไี ปจากสเี ดิมไดห้ รอื ไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ : ใหต้ อบอย่างอสิ ระ)
1.2 แสงบนเวทีคนละแสงสีมาทับซ้อนกัน เปลี่ยนสีไปจากสเี ดิมไดห้ รือไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ : ใหต้ อบอย่างอสิ ระ)
ขั้นที่ 2 สำรวจและคน้ หา
2. นักเรียนจบั กล่มุ กลมุ่ ละ 3 คน
3. ร่วมกนั คาดคะเนคำตอบ และทำกิจกรรมการทดลอง การผสมแสงสี ดังน้ี

กิจกรรม 6.3 การผสมแสงสี

1. นำชดุ กลอ่ งผสมแสงสไี ปรับแสงขาวแล้วปรับแสงสีทลี ะคู่ใหฉ้ ายไปผสมกนั บนฉากสีขาวอาจ
ใช้แสงจากแหล่งกำเนิดแสงอ่ืนแทนเช่นหลอดไฟท่ีให้แสงสเี ขียวสีน้ำเงนิ สีแดงหรือแสงที่ผา่ น
แผ่นกรองแสงสีสงั เกตสที เ่ี กิดขน้ึ

2. ฉายแสงสีทั้งสามแสงสผี สมกันบนฉากสีขาวสังเกตสีท่เี กิดข้นึ

38

4. นักเรียนสรุปผลการทดลอง และทำใบกจิ กรรม 6.3 การผสมแสงสี
ขน้ั ท่ี 3 สรปุ และอภิปรายผล

5. สุ่มนักเรยี น 3-4 กล่มุ นำเสนอผลการทดลอง
6. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั อภิปรายเพอื่ นำไปสกู่ ารสรุปผล ดงั น้ี

6.1 เมอ่ื ฉายแสงสีแดงกับสีเขียว แสงสีแดงกบั สนี ํ้าเงนิ และแสงสนี ํ้าเงนิ กบั สเี ขียวไปผสม
กันบนฉากขาว จะเห็นเป็นแสงสีใด ตามลำดับ

(แนวคำตอบ : แสงสีเหลอื ง แสงสนี ำ้ เงินเขียว แสงสแี ดงมว่ ง)
6.2 เมอ่ื ฉายแสงสีเขยี วสแี ดงและสนี ำ้ เงินไปผสมกันบนฉากขาวจะเหน็ เปน็ แสงสีใด

(แนวคำตอบ : แสงสีขาว)
6.3 แสงสีปฐมภูมิ ได้แก่ แสงสีเขียว แสงสีแดง และแสงสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นแสงสีที่กระต้นุ
เซลลร์ ปู กรวยทไ่ี วต่อแสงสเี ขียว แสงสแี ดง และแสงสีนำ้ เงิน เพียงแสงสเี ดยี ว ตามลำดับ เม่อื นำแสงสีปฐม
ภมู ิมาผสมกัน จะไดแ้ สงสีใหม่ ดังรูป 6.6 เชน่ แสงสีเขียวผสมกบั แสงสแี ดงได้เปน็ แสงสีเหลอื ง เพราะการ
มองเหน็ แสงสเี หลอื ง เซลล์รูปกรวยที่ไวตอ่ แสงสแี ดงและแสงสเี ขยี วจะถูกกระตุ้นให้ทำงานร่วมกนั จากนั้น
สญั ญาณการกระตุน้ ทัง้ หมดจะถูกสง่ ไปสสู่ มอง เพือ่ แปลผลออกมาเป็นการมองเหน็ สีเหลือง และเมื่อผสม
แสงสีปฐมภมู ทิ ้ัง 3 สใี นสัดส่วนท่ีเหมาะสมจะได้แสงขาว

แสงสีคู่ใดเมื่อผสมกันแล้วเป็นแสงขาว เรียกแสงสีคู่นั้นว่า แสงสีเติมเต็ม เช่น แสงสีแดงกับแสงสีนํ้าเงิน
เขียวผสมกนั จะได้แสงขาว

6.4 แสงสแี ดงผสมกบั แสงสีเขยี วจะเห็นเป็นแสงสีใด จะอธบิ ายการเห็นแสงสนี ั้นอยา่ งไร
(แนวคำตอบ : แสงสีเหลือง เมอื่ แสงผสมตกลงบนจอตา แสงสแี ดงจะไปกระตนุ้ เซลลร์ ปู กรวย

ที่ไวต่อแสงสีแดง และแสงสีเขียวจะไปกระตุ้นเซลล์รูปกรวยที่ไวต่อแสงสีเขียวให้ทำงานร่วมกันแล้ว
สัญญาณการกระตุ้นจะถกู สง่ ไปสู่สมอง ให้แปลผลเป็นการเห็นแสงสีเหลือง)

39

ขัน้ ที่ 4 ขยายความรู้
6. ครูใหค้ วามร้เู พิ่มเติมโดยใชค้ ำถาม ดงั นี้
- การผสมแสงสีสามารถนำมาประยุกต์ใชป้ ระโยชน์ได้อย่างไรบ้าง
(แนวคำตอบ : สสี นั มากมายทเ่ี ราเหน็ บนหนา้ จอแสดงผลสมารท์ โฟนหนา้

จอคอมพิวเตอรเ์ ป็นระบบสี RGB ซง่ึ แสดงแสงสีหลกั คือ Red Green Blue โดยหนา้ จอจะมพี กิ เซลจำนวน
มากแตล่ ะพิกเซลจะสามารถผสม แสงสี RGB ดว้ ยปรมิ าณตา่ ง ๆ กันทำให้ได้เฉดสอี ่ืน ๆ นับไม่ถว้ น)

ขั้นท่ี 5 การประเมินผล
7. ครูตรวจใบกจิ กรรม 6.3 การผสมแสงสี

8. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ ม.5 เลม่ 2
8.2 ส่อื power point
8.3 แหลง่ เรยี นรู้ออนไลน์
8.4 ใบกจิ กรรม 6.3 การผสมแสงสี

40

9. การวดั และประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี ารวัดและ เครอื่ งมือท่ใี ชว้ ดั เกณฑ์การวัดและประเมินผล
ประเมินผล และประเมินผล

ดา้ นความรู้ (K) 1. การตอบคำถาม 1. แบบการ 1. นักเรียนสามารถตอบ

1. สังเกตและอธบิ ายการ ประเมินกจิ กรรม คำถามไดร้ ะดบั ดีผ่านเกณฑ์

ผสมแสงสี ร้อยละ 70

2. อธบิ ายแสงสีปฐมภมู ิ

ดา้ นทกั ษะ/กระบวน 1. ตรวจใบกจิ กรรม 1. แบบการ 1. นักเรยี นสามารถสรปุ
ประเมินกจิ กรรม เนอ้ื หาท่ีได้จากการศกึ ษา
การคดิ (P) 2. ตรวจใบ คน้ ควา้ และทดลองไดร้ ะดบั ดี
กิจกรรม ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 70
1. ทดลองกำรผสมแสง 1. แบบการ 2. นกั เรยี นทำภาระงานท่ี
ประเมนิ กิจกรรม ไดร้ ับมอบหมายไดร้ ะดบั ดี
สไี ด้ ผา่ นเกณฑ์
รอ้ ยละ 80
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึง 1. การสงั เกตการ

ประสงค์ (A) เปล่ยี นแปลง

1. มคี วามรับผิดชอบตอ่ พฤตกิ รรม

งานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย

และสามารถทำงาน

รว่ มกับผ้อู ื่นได้

41

42

43

เกณฑก์ ารประเมินผลงานนักเรียน

ประเดน็ ค่าน้ำหนัก แนวทางการใหค้ ะแนน
การประเมิน คะแนน
ตอบคำถามถกู ต้องครบถ้วนทุกขอ้
ด้านความรู้ 3 ตอบคำถามถกู ตอ้ งครบไดเ้ ป็นสว่ นมาก
(K) 2 ตอบคำถามถูกตอ้ งครบไดน้ ้อย
1 ทำใบกิจกรรม 6.3 ครบถว้ นทกุ ข้อ
ด้านทักษะ 3 ทำใบกิจกรรม 6.3 และใบงานถกู ตอ้ งครบเป็นส่วนมาก
กระบวนการ 2 ทำใบกิจกรรม 6.3 และใบงานถูกต้องครบได้นอ้ ย
1 ทำการทดลอง และสรุปเนอ้ื หาการผสมแสงสีได้อย่าง
(P) 3 ถกู ตอ้ งสมบรู ณ์
ทำการทดลอง และสรปุ เน้อื หาการผสมแสงสีได้ถูกต้องเปน็
ดา้ นคณุ ลักษณะ 2 ส่วนมาก
(A) ทำการทดลอง และสรปุ เน้อื หาการผสมแสงสีถกู ต้องได้นอ้ ย
1 ทำภาระงานทไ่ี ด้รับมอบหมายเสร็จภายในเวลาท่ีกำหนด
3 และถกู ตอ้ ง
ทำภาระงานท่ีไดร้ ับมอบหมายเสร็จภายในเวลาที่กำหนดแต่
2 งานยังผดิ พลาด
ทำงานท่ีได้รบั มอบหมายเสร็จแต่สง่ ล่าช้า และมีขอ้ ผดิ พลาด
1

ระดับคะแนน 3 หมายถึง ดีมาก
คะแนน 2 หมายถงึ ดี
คะแนน 1 หมายถึง พอใช้
คะแนน

44

45

46

ใบกจิ กรรม 6.3 การผสมแสงสี

ใหน้ ักเรียนปฏิบัตกิ ารทดลอง และบนั ทกึ ผล

วสั ดแุ ละอปุ กรณ์ วธิ ีทำกจิ กรรม

1. ชดุ กล่องผสมแสงสี หรือแหล่งกำเนดิ แสงสีอ่ืน 1. นำชดุ กล่องผสมแสงสีไปรับแสงขาวแลว้ ปรบั แสงสีทลี ะคู่ใหฉ้ ายไป
ทใ่ี หส้ ีเขยี ว สนี ำ้ เงนิ สแี ดง 1 ชดุ ผสมกันบนฉากสขี าว อาจใช้แสงจากแหล่งกำเนิดแสงอื่นแทน เช่น
2. ฉากขาว หลอดไฟทใ่ี ห้แสงสีเขยี วสีน้ำเงิน สีแดงหรอื แสงทผ่ี า่ นแผน่ กรองแสงสี
สงั เกตสีที่เกดิ ข้ึน

2. ฉายแสงสที ั้งสามแสงสผี สมกนั บนฉากสีขาวสงั เกตสที ีเ่ กิดขึน้

สมมติฐาน

.............................................................................................................................................................. ................................
..............................................................................................................................................................................................

ตารางบนั ทกึ ผล

ผสมแสงสี แสงสที ีเ่ กดิ ข้ึน
1. แสงสีแดง+แสงสีเขยี ว
2. แสงสนี ้ำเงิน+แสงสีเขียว
3. แสงสนี ำ้ เงิน+แสงสแี ดง
4. แสงสีแดง+แสงสีเขยี ว +แสงสีน้ำเงิน

สรุปผลการทดลอง

............................................................................................................................. .................................................................
..............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................................


Click to View FlipBook Version