กจิ กรรมการเรียนรูเชิงรกุ
Active Learning
สสู มรรถนะสำคัญของผเู รียน
ระดับมธั ยมศกึ ษา
กลุมสาระการเรียนรู
ภาษาไทย
สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน
คำนำ
เอกสาร “กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน” เป็นเอกสาร
ท่สี ำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานพัฒนาขนึ้ สำหรับครู โดยมเี ป้าหมายเพอื่ พัฒนาครู สนับสนุนครู
ให้สามารถออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๕ ประการ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) และสร้าง
การเปลย่ี นแปลงการเรยี นรู้ของผู้เรยี น อนั เปน็ พ้ืนฐานสำหรับการพฒั นาคุณภาพผู้เรยี นตอ่ ไป
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นได้ออกแบบกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการจัดการ
เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย ใน ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
ต้งั แต่ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑ ถงึ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขอขอบคุณคณะทำงานทุกท่าน ประกอบด้วยทรงคุณวุฒิ
ศึกษานเิ ทศก์ ผู้บริหารโรงเรยี น และครูผู้สอนทชี่ ว่ ยให้เอกสารชุดน้ีมีความสมบูรณ์ มีคุณภาพตามหลักวิชาการ
ถูกต้องและเหมาะสมกับการจัดกิจกรรมในแต่ละระดับชั้น และหวังว่าจะช่วยส่งเสริมให้ครูผู้สอนมีกระบวนการ
จัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะไปใช้ในสถานการณ์จริงได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็น
ประโยชนต์ อ่ ครผู ู้สอน ผเู้ รียน และผู้เกีย่ วขอ้ ง ในการนำไปพฒั นาคุณภาพผูเ้ รยี นตอ่ ไป
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน
สารบัญ หน้า
เนอ้ื หา ๔
คำชแี้ จง 6
การออกแบบกจิ กรรมการจัดการเรยี นร้เู ชงิ รกุ (Active Learning) 8
เพือ่ พฒั นาสมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน 9
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 - 6
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ สรา้ งคาไทยให้บรรเจิด 21
23
ผงั มโนทศั นก์ ระบวนการจัดกิจกรรม 24
กระบวนการจัดกิจกรรม
สื่อและแหลง่ เรยี นรู้ 29
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ นกั ประสานผ่านจดหมายกิจธุระ 31
32
ผังมโนทัศนก์ ระบวนการจดั กิจกรรม
กระบวนการจดั กิจกรรม 44
สื่อและแหล่งเรยี นรู้ 46
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ นกั อา่ นข่าวข้นั เทพ 47
ผงั มโนทศั นก์ ระบวนการจัดกิจกรรม 58
กระบวนการจัดกจิ กรรม 61
สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้ 62
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ฉลาดรเู้ ท่าทันส่ือ
65
ผังมโนทศั นก์ ระบวนการจัดกิจกรรม 68
กระบวนการจดั กิจกรรม 69
สอ่ื และแหล่งเรียนรู้
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๕ ทป่ี รึกษาปญั หาชีวติ
ผงั มโนทัศนก์ ระบวนการจดั กิจกรรม
กระบวนการจัดกิจกรรม
สื่อและแหลง่ เรยี นรู้
ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๖ นักรวี ิวดาวเด่น
ผงั มโนทัศนก์ ระบวนการจัดกิจกรรม
กระบวนการจดั กจิ กรรม
สอ่ื และแหลง่ เรียนรู้
การออกแบบกิจกรรมการจัดการ
(Active Learning) เพื่อพัฒนา
ผลการวิเคราะห์ภาวะถดถอย หัวเรื่อง (Theme)
ทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ม.๑ สร้างคำไทยให้บรรเจิด
ม.๑ ภาวะถดถอยทางพัฒนาการ ม.๒ นักประสานผ่านจดหมาย
ด้านหลักการใช้ภาษาไทย กิจธุระ
ม.๒ ภาวะถดถอยด้านการเขียนโดย ม.๓ นักอ่านข่าวขั้นเทพ
ม.๔ ฉลาดรู้เท่าทันสื่อ
ไม่สามารถเขียนจดหมาย ม.๕ ที่ปรึกษาปัญหาชีวิต
กิจธุระและนำไปประยุกต์ใช้ใน ม.๖ นักรีวิวดาวเด่น
ชีวิตประจำวันได้
ม.๓ ภาวะถดถอยด้านการอ่านและ O
การคิดวิเคราะห์
ม.๔ ภาวะถดถอยด้าOนการรับสาร
อย่างมีวิจารณญาณ
ม.๕ ภาวะถดถอยการแสดงแนวคิด
ทรรศนะเพื่อแก้ปัญหาในชีวิต
ประจำวันได้
ม.๖ ภาวะถดถอยทางด้านการใช้
ภาษาในการเขียนและการพูด
สื่อสาร ความรู้ ความคิดให้
เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับมัธยมศึกษา
เรียนรู้เชิงรุก
าสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
รูปแบบการจัดกิจกรรม กำหนดการวัดและ
การเรียนรู้ ประเมินผลการเรียนรู้
ม.๑ การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ม.๑ สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
(Co-operative Learning) / ตรวจผลงาน / ประเมินหลังเรียน
ม.๒ การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ม.๒ สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
(Co-operative Learning) / ตรวจผลงาน
ม.๓ กระบวนการเรียนรู้ ๕ ขั้นตอน ม.๓ สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
(๕ steps) เทคนิคหมวกหกใบ / ตรวจผลงาน / ประเมินหลังเรียน
ม.๔ เทคนิคการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ม.๔ สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
(Participatory Learning) และการทำงานกลุ่ม / ตรวจผลงาน
ม.๕ การเรียนรู้โดยใช้Oปัญหาเป็นฐาน ม.๕ สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
(Problem - based learning) และการทำงานกOลุ่ม / ตรวจผลงาน
/ ประเมินการแสดง
ม.๖ วิธีการแบบเปิด
(Open Approach) ม.๖ การสะท้อนผลผลงาน
/ ตรวจชิ้นงาน
๕
๖
info
๗
หวั ข้อเรอ่ื ง : สรา้ งคาไทยให้บรรเจดิ
ผลการวิเคราะห์ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss)
ภาวะถดถอยทางพฒั นาการด้านหลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด
ท ๔.๑ ม ๑/๒
รปู แบบการจัดกิจกรรม
การจัดการเรียนรูแ้ บบรว่ มมอื (Co-operative learning)
เป้าหมายในการพัฒนาผูเ้ รียน
สาระการเรียนรู้
๑. ลกั ษณะของค้าประสม คา้ ซ้า คา้ ซ้อน
๒. การจ้าแนกและสร้างค้าประสม คา้ ซ้า คา้ ซ้อน.
๓. ความส้าคญั ของการสร้างคา้ และการนา้ ไปใชใ้ นการสือ่ สารได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
ทักษะสงั คม
๑. ทกั ษะการสอื่ สารเบืองตน้ .
๒. ทักษะเกยี่ วกบั การยอมรับภาระและความรับผดิ ชอบ
๓. ทักษะการอยรู่ ว่ มกับผู้อ่นื
สมรรถนะสาคญั สาหรบั ผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
ละลำยพฤติกรรม ๘
และทบทวนควำมรู้
กระบวนการจดั กิจกรรม
๑. ท้าแบบทดสอบก่อนเรยี น เมอื่ เสรจ็ แล้วเลน่ เกมใครนะคือเพื่อนฉัน
โดยศกึ ษาวิธกี ารเลน่ จากใบกิจกรรมท่ี ๑
ฝกึ ฝนกำรคดิ ๒. แบง่ กลุม่ แลว้ รว่ มกนั ศึกษาใบความรูท้ ี่ ๑ และทา้ ใบงานที่ ๑
และกระบวนกำรกลุ่ม พรอ้ มเฉลย
๓. แตล่ ะคนทา้ ใบงานที่ ๒ และครสู ุ่มเพ่อื เฉลยค้าตอบ
เสรมิ ควำมเข้ำใจ ๔. รว่ มกันสรา้ งคา้ เรยี กสิง่ ของทค่ี รูกา้ หนดใหใ้ หม่
และทักษะกำรจำแนกคำ เช่น พัดลม ดินสอ ไอแพด
๕. นา้ ค้าท่สี รา้ งขนึ แตง่ ประโยคคนละหนงึ่ ประโยค
แลว้ น้าเสนอหน้าชนั เรียน
๖. ประเมนิ ความรดู้ ้วยแบบทดสอบหลงั เรียน
๗. ร่วมกนั สรปุ ความรู้
ข้อควรคานึง
ดา้ นผเู้ รียน – ควรคา้ นงึ ถงึ ความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล
ดา้ นผสู้ อน – เตรยี มส่ือการเรยี นรใู้ บงานใหเ้ หมาะสมกับเนือหา
ดา้ นเนือหา – เหมาะสมกบั ช่วงวยั
ส่อื และแหล่งเรียนรู้
๑. บัตรค้า
๒. ใบกจิ กรรมที่ ๑ เรื่อง ใครนะคือเพอ่ื นฉัน
๓. ใบงานที่ ๑ เร่ือง การสรา้ งคา้ ในภาษาไทย
๔. ใบงานท่ี ๒ เร่ือง คา้ ประสม ค้าซา้ คา้ ซ้อน
๕. ใบความรทู้ ี่ ๑ เรอ่ื ง การสร้างค้าในภาษาไทย
๖. แบบทดสอบ
การวัดและประเมนิ ผล
๑. ประเมินจากการทดสอบกอ่ นและหลงั เรยี น
๒. สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
๓. ตรวจใบงาน
๙
ใบกิจกรรมท่ี ๑
ใครนะคอื เพอื่ นฉัน
๑. ผู้เรียนรับบตั รค้าคนละ ๑ ใบ ซ่ึงบัตรค้าประกอบดว้ ย ค้าประสม ค้าซ้า คา้ ซ้อน ปะปนกนั
๒. ผู้เรียนสังเกตความเหมอื นความแตกต่างของค้า แลว้ จบั กลมุ่ กบั เพื่อนที่มีค้าลักษณะเหมือนกนั
๓. จัดกลุ่มใหม่เปน็ ๓ กลุ่ม ตามลักษณะของค้าประสม ค้าซา้ ค้าซอ้ น จากนนั นา้ เข้าสูบ่ ทเรยี น
เร่ืองการสรา้ งค้า
๑๐
บตั รคา (เกมใครนะคือเพ่ือนฉัน)
คาประสม คาซ้า คาซ้อน
พิมพ์ดีด อกหัก หัวเสยี
โคลงเคลง ช่ัวดี นกั รอ้ ง
ดดี ี หมน่ หมอง
ถ่หี า่ ง นอ้ งนอ้ ง ทุบตี
เท็จจรงิ กลางกลาง การเมอื ง
ทรัพย์สนิ นา้ ตา รถไฟ
ปลดปล่อย
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
ใบงานท่ี ๑
เร่ือง การสร้างคาในภาษาไทย
คาชีแ้ จง ผู้เรียนแยกค้าที่ก้าหนดใหต้ อ่ ไปนีว่าเป็นคา้ ประสม ค้าซ้า หรอื ค้าซอ้ น
กนิ ใจ ถว้ ยชาม แพงแพง เบือ่ หนา่ ย ปา่ ดง รถม้า
เสียหนา้ ได้เสยี แมเ่ ลี้ยง ของเล่น ลกู จา้ ง หมอ้ หุงข้าว
เบาเบา คุณโทษ เล็กเล็ก อยุ้ อ้าย แมวมอง โหดร้าย
คาประสม ได้แก่
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................. .....................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
คาซ้า ได้แก่
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................ ......................................
............................................................................................................................. ....................
คาซ้อน ไดแ้ ก่
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................................ ......
........................................................................................................................... .......................
๑๕
ใบงานท่ี ๒
เรอ่ื ง คาประสม คาซา้ คาซอ้ น
๑. เรอ่ื งคาประสม
คาช้ีแจง พจิ ารณาขอ้ ความต่อไปนี้ แลว้ ขดี เส้นใตค้ าประสมให้ถูกต้อง
๑. เขารู้สกึ ใจหายเมอ่ื เธอจากไป
๒. ปรานเี ปน็ คนหัวดอื มาก
๓. ในสระแห่งนมี ีลูกนา้ เตม็ ไปหมด
๔. เมือ่ เรียนจบ ฉันจะไปเมอื งนอก
๕. ฉันเสยี ใจมากที่ไม่ได้ไปเท่ียว
๒. เรอ่ื งคาซ้า
คาช้ีแจง พิจารณาวา่ ประโยคตอ่ ไปนี้ มีคาซา้ หรือไม่ ถ้ามีให้ระบุคาซา้ น้ันด้วย
๑. ให้พจิ ารณารบั เป็นรายรายไป ...…………………………………………..
๒. เขาซอื ที่ท่จี งั หวัดอุดรธานี ...…………………………………………..
๓. ทานอาหารว่างไปพลางพลางกอ่ นนะ ...…………………………………………..
๔. หนุ่มหนุม่ สาวสาวเลน่ น้าสงกรานต์อยา่ งสนกุ สนาน ...…………………………………………..
๕. ท้าให้เสร็จเสร็จไปกอ่ นเถอะ ...…………………………………………..
๓. เรือ่ งคาซ้อน
คาช้ีแจง พิจารณาวา่ คาซอ้ นต่อไปน้เี กดิ จากคาชนิดใดมาซ้อนกันบา้ ง
๑. เนอื ตวั ...................................
๒. ลูกหลาน ...................................
๓. ชมเชย ...................................
๔. ทดแทน ...................................
๕. แขง็ แกร่ง ...................................
๑๖
เฉลยใบงานที่ ๑
เร่ือง การสรา้ งคาในภาษาไทย
คาช้ีแจง ผู้เรียนแยกคา้ ท่กี า้ หนดให้ตอ่ ไปนีวา่ เป็นค้าประสม ค้าซา้ หรอื ค้าซอ้ น
กนิ ใจ ถว้ ยชาม แพงแพง เบอื่ หน่าย ป่าดง รถม้า
เสียหนา้ ได้เสยี แมเ่ ลยี้ ง ของเล่น ลกู จ้าง หม้อหงุ ข้าว
เบาเบา คณุ โทษ เลก็ เลก็ อุ้ยอ้าย แมวมอง โหดรา้ ย
คาประสม ไดแ้ ก่ กินใจ รถมา้ แม่เลยี ง ของเลน่ ลกู จ้าง หม้อหุงข้าว แมวมอง เสียหนา้
คาซ้า ได้แก่ แพงแพง เบาเบา เล็กเล็ก
คาซอ้ น ได้แก่ ถว้ ยชาม เบ่อื หน่าย ปา่ ดง ได้เสยี คุณโทษ อุย้ อ้าย โหดรา้ ย
๑๗
เฉลยใบงานท่ี ๒
เรือ่ ง คาประสม คาซา้ คาซอ้ น
๑. เร่อื งคาประสม
คาช้ีแจง พิจารณาขอ้ ความต่อไปน้ี ให้ขีดเส้นใต้คาประสมใหถ้ กู ต้อง
๑. เขารูส้ ึกใจหายเมื่อเธอจากไป
๒. ปรานีเปน็ คนหวั ดือมาก
๓. ในสระแห่งนีมีลูกนา้ เตม็ ไปหมด
๔. เมื่อเรยี นจบ ฉนั จะไปเมอื งนอก
๕. ฉันเสยี ใจมากทีไ่ มไ่ ด้ไปเทีย่ ว
๒. เร่อื งคาซา้
คาชี้แจง พิจารณาวา่ ประโยคตอ่ ไปน้ี มีคาซ้าหรือไม่ ถ้ามีให้ระบุคาซา้ นนั้ ด้วย
๑. ใหพ้ จิ ารณารบั เป็นรายรายไป มี (รายราย)
๒. เขาซอื ทท่ี จี่ ังหวัดอดุ รธานี ไม่มี
๓. ทานอาหารว่างไปพลางพลางก่อนนะ มี (พลางพลาง)
๔. หนุ่มหนมุ่ สาวสาวเล่นนา้ สงกรานตอ์ ยา่ งสนุกสนาน มี (หน่มุ หน่มุ สาวสาว)
๕. ท้าใหเ้ สรจ็ เสรจ็ ไปกอ่ นเถอะ มี (เสรจ็ เสรจ็ )
๓. เร่อื งคาซ้อน
คาชี้แจง พจิ ารณาวา่ คาซอ้ นตอ่ ไปนเี้ กดิ จากคาชนิดใดมาซอ้ นกนั บ้าง
๑. เนือตวั ค้านาม + คา้ นาม
๒. ลูกหลาน คา้ นาม + คา้ นาม
๓. ชมเชย คา้ กริยา + คา้ กริยา
๔. ทดแทน ค้ากรยิ า + คา้ กริยา
๕. แข็งแกร่ง คา้ วิเศษณ์ + คา้ วเิ ศษณ์
๑๘
แบบทดสอบก่อน/หลงั เรียน
ค้าชีแจง นักเรียนเลือกค้าตอบทีถ่ ูกต้องทส่ี ดุ เพียงขอ้ เดียว
๑. ข้อใดเป็นค้ามลู
ก. นารี ข. ดอกเบยี ค. หอไตร ง. ทรัพย์สนิ
๒. คา้ มลู ข้อใดไม่เกดิ จากการกรอ่ นเสยี ง
ก. มะมว่ ง ข. ตะขบ ค. ตะโพก ง. อะไร
๓. ข้อใดเป็นค้าประสม
ก. พดั ลม ข. ถ้วยชาม ค. ข้าวปลา ง. เจ็บไข้
๔. การสร้างคา้ ประสมข้อใดต่างจากพวก
ก. หม้อหุงข้าว ข. กาตม้ นา้ ค. เครือ่ งซกั ผา้ ง. เรอื หางยาว
๕. คา้ ทพี่ ิมพ์ตัวหนาในข้อใดเป็นคา้ ซ้า
ก. นักเรียนใชย้ างลบลบคา้ ผิด ข. เขามที ท่ี ่ีบางซ่ือ ๒ แปลง
ค. เขาเดนิ มาแตไ่ กลไกล ง. นายดาดาลงไปลึกถึงกน้ สระ
๖. ขอ้ ใดไม่มีค้าซ้อน
ก. เขาท้าตัวน่าเบ่ือมาก ข. คนทม่ี คี วามทุกขห์ นา้ ตาจะหมองคลา้
ค. เดก็ คนนเี ป็นลูกหลานคนมีเงนิ ง. บ้านฉนั อยู่ห่างไกลความเจรญิ
๗. ข้อใดเปน็ ค้าซอ้ นเพื่อเสยี ง
ก. ขอ้ เขียน ข. คิดเหน็ ค. สุ้มเสียง ง. ขอ้ คดิ
๘. ค้าซา้ ในขอ้ ใดท้าหน้าที่เป็นค้าสรรพนาม
ก. ใน ๆ บน ๆ ข. ขาว ๆ ด้า ๆ ค. เรา ๆ ท่าน ๆ ง. นั่ง ๆ นอน ๆ
๙. ค้าซ้าในขอ้ ใดมีความหมายเป็นพหพู จน์
ก. เขาจะมาราว ๆ ปลายเดอื น
ข. ช้า ๆ หน่อย เดยี๋ วจะล้มนะ
ค. ฉันอาศัยอยูใ่ กล้ ๆ โรงเรียน
ง. วันนีพี่ ๆ ของฉนั ไปท้างานกนั หมด
๑๐. ค้าประสมในข้อใดสร้างจากค้าวิเศษณ์กบั ค้าวเิ ศษณ์
ก. วาดเขียนเปน็ วชิ าที่นักเรียนชอบ ข. ขัดเบาเปน็ โรคเกยี่ วกับทางเดินปัสสาวะ
ค. เขาชอบทานแกงส้ม ง. เปร้ียวหวานเปน็ อาหารประเภทผัด
๑๙
เฉลยแบบทดสอบกอ่ น/หลงั เรยี น
๑. ก
๒. ค
๓. ก
๔. ง
๕. ค
๖. ก
๗. ค
๘. ค
๙. ง
๑๐. ง
๒๐
๒๑
info
๒๒
หวั ข้อเรอื่ ง : นกั ประสานผา่ นจดหมายกิจธรุ ะ
ผลการวิเคราะหภ์ าวะถดถอยทางการเรยี นรู้ (Learning Loss)
ภาวะถดถอยทางด้านการเขียนโดยผเู้ รียนไมส่ ามารถเขยี นจดหมายกิจธรุ ะได้
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ัด
ท ๒.๑ ม.๒/๖ ม.๒/๘
รูปแบบการจดั กิจกรรม
รูปแบบการจดั การเรียนรูแ้ บบร่วมมือ (Co - operative Learning)
เป้าหมายในการพฒั นาผ้เู รยี น
สาระการเรยี นรู้
๑. หลกั การเขยี นจดหมายกจิ ธรุ ะได้
๒. การเขยี นจดหมายกิจธรุ ะจากเร่ืองที่ก้าหนดได้
๓. มารยาทในการเขียนจดหมายกิจธุระ
ทักษะทางสังคม
การทา้ งานร่วมกนั เปน็ ทมี
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
ข้อควรคานงึ – ความแตกตา่ งระหว่างบุคคล
ดา้ นผูเ้ รียน – เตรียมเนือหาและสถานการณป์ ญั หาใหเ้ หมาะสม
ด้านผู้สอน – เหมาะสมกับบริบทและความสนใจแก่ผเู้ รยี น
ดา้ นเนือหา – จัดบรรยากาศชันเรยี นให้เอือตอ่ การเรียนรู้ การแสดงความคดิ เหน็ และมพี นื ที่
ดา้ นการจัดบรรยากาศ ในการน้าเสนองานของผู้เรียน
ทบทวนความรู้ ๒๓
องค์ประกอบจดหมายกจิ ธุระ
กระบวนการจัดกจิ กรรม
สงั เคราะห์
หลักการเขียนจดหมายกิจธรุ ะ ๑. แบง่ กลมุ่ ท้ากิจกรรม “ชินส่วนนอี ยตู่ รงไหน” เรยี งล้าดบั
ชนิ สว่ นของจดหมายกจิ ธรุ ะน้ามาติดทหี่ นา้ กระดาน
คิดตอ่ ยอด ตามองคป์ ระกอบของจดหมายกจิ ธุระในต้าแหน่งท่ีถูกต้อง
ประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจาวัน
๒. รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้องของการเรยี งลา้ ดบั ชินส่วน
ของเพ่อื น
๓. อภปิ รายว่าจดหมายกจิ ธรุ ะแต่ละส่วนมลี ักษณะอยา่ งไร
๔. แตล่ ะกลมุ่ พิจารณาสถานการณ์ปญั หาในใบกจิ กรรมที่ ๑
ระดมความคิดเขียนจดหมายกิจธรุ ะ
๕. น้าเสนอผลงานใบกิจกรรมท่ี ๑ หน้าชันเรียน โดยร่วมกัน
พิจารณาว่า เม่ือได้อ่านจดหมายฉบับใดแล้วจะพิจารณาให้
ความชว่ ยเหลือกอ่ นเปน็ ล้าดบั แรก
๖. อภิปรายลักษณะท่ีดีและข้อควรปรับปรุงของเนือหาจดหมาย
แตล่ ะฉบับ และร่วมกันสงั เคราะหล์ ักษณะและแนวทาง
การเขียนส่วนเนอื หาจดหมายกิจธรุ ะทีด่ ี
๗. ตวั แทนกลุ่มจับสลากชุดข้อมลู ในใบกจิ กรรมที่ ๒
เขยี นจดหมายกจิ ธุระและนา้ เสนอผลงาน
๘. รว่ มกนั อภิปรายสรปุ หลักการเขียนจดหมายกิจธุระและ
ประโยชนข์ องการเขยี นจดหมายกิจธรุ ะในชีวติ ประจ้าวนั
๒๔
ขอ้ ควรคานงึ
๑. ผู้สอนสามารถปรบั สถานการณป์ ัญหาในใบกจิ กรรมให้มีความสอดคล้องกบั บรบิ ทของพนื ท่ี
๒. ตัวอย่างจดหมายกิจธรุ ะท่ีนา้ มาใชใ้ นกจิ กรรมข้อที่ ๑ สามารถปรับให้สอดคล้องกับ
ความสนใจและบรบิ ทของพนื ท่ี โดยอาจเปน็ ปัญหาทีผ่ ูเ้ รียนน้ามาจากปัญหาจรงิ ในชมุ ชนท่อี าศัยอยู่
๓. การต่อยอดกจิ กรรมการเรียนรสู้ กู่ ารน้าไปใชจ้ รงิ
ส่ือและแหลง่ เรียนรู้
๑. ตวั อยา่ งจดหมายกจิ ธรุ ะ สามารถพจิ ารณาได้จากเว็บไซต์ https://drive.google.com/
drive/folders/1ON6MSxMjZ0pn4I7H9cNgbVB_z54GZu8V?usp=sharing
๒. ใบกิจกรรมที่ ๑ เร่ือง จดหมายจากก้านัน
๓. ใบกจิ กรรมที่ ๒ เรือ่ ง นกั ประสานผา่ นจดหมายกจิ ธรุ ะ
การวัดและประเมินผล
๑. สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
๒. การตรวจใบกจิ กรรม
๒๕
ตวั อย่าง จดหมายกิจธรุ ะ
ท่ี ๕/๒๕๖๕ ที่อยู่ ๕๖/๒๐๐ ต. ในเมอื ง
อ. เมือง จ. ขอนแก่น
๔๐๐๐๐
๒๔ กันยายน ๒๕๖๔
เร่ือง ขอใชอ้ าคารอเนกประสงค์
เรยี น ผูใ้ หญ่บ้านบ้านดอนแท่น
สิ่งทสี่ ง่ มาดว้ ย ตารางการอบรม
เน่อื งดว้ ยเยาวชนของหม่บู า้ นดอนคอ้ จะจดั อบรมเกย่ี วกับการใช้รถใชถ้ นนให้กับเยาวชน
ในหม่บู ้าน ในวันท่ี ๒๗ – ๒๙ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ แตย่ ังขาดสถานทใ่ี นการอบรม
ในการนีกล่มุ เยาวชนบา้ นดอนคอ้ ขออนญุ าตใช้อาคารอเนกประสงค์ของหมบู่ ้าน
บา้ นดอนแทน่ เพอ่ื จดั กิจกรรมตามวันเวลาดงั กล่าว
จงึ เรยี นมาเพอ่ื โปรดพจิ ารณาและขอขอบคณุ เป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี
ขอแสดงความนบั ถอื
ปลา ตวั ใหญ่
( เด็กหญิงปลา ตวั ใหญ่ )
ประธานกลมุ่ เยาวชนดอนค้อ
ติดต่อประสานงาน
เด็กหญิงปูดี มีความสุข
โทร ๐๐ - ๐๐๐๐ - ๐๐๐๐
๒๖
ใบกิจกรรมที่ ๑
เรอ่ื ง จดหมายจากกานนั
สถานการณ์ สมมติให้ผู้เรียนเปน็ กา้ นันตา้ บลบ้านค้อ บรเิ วณสองฝัง่ ถนนในต้าบลมหี ลอดไฟริมทาง
ช้ารดุ เป็นจา้ นวนมาก อีกทงั บริเวณเส้นทางทเ่ี ปลีย่ วไม่มีไฟส่องสวา่ ง ก้านันตอ้ งเขียนจดหมายกิจธุระขอความ
อนุเคราะหจ์ ากการไฟฟา้ สว่ นภมู ิภาคจังหวัดนครพนม
คาช้แี จง เขยี นจดหมายกจิ ธุระเฉพาะสว่ นเนื้อหาลงในช่องว่างตอ่ ไปนี้
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
.......................
๒๗
ใบกจิ กรรมที่ ๒
เรอื่ ง นกั ประสานผา่ นจดหมายกิจธรุ ะ
คาชี้แจง พจิ ารณาชุดข้อมลู ที่ได้รับแลว้ เขียนจดหมายกจิ ธรุ ะใหถ้ ูกตอ้ งทงั ในสว่ นของรปู แบบเนอื ความ
และการใช้ภาษา
ตวั อยา่ งสลากชดุ ขอ้ มลู
ชุดที่ ๑
ช่ือผูร้ บั : ผู้อา้ นวยการโรงเรียนบ้านหนองบัว
เรอื่ ง : ยืมอุปกรณก์ ีฬา
สถานทีผ่ ู้สง่ สาร : องค์การบริหารส่วนต้าบลบ้านหนองบวั อ.เมอื งฯ
จ.หนองบัวลา้ ภู
วัน-เวลา : วนั จนั ทร์ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๘.๐๐ น.
ชดุ ท่ี ๒
ช่ือผู้รับ : ผู้อา้ นวยการการประปาส่วนภมู ภิ าค
เรื่อง : ขอรถนา้ ส้าหรบั ล้างอาคารอเนกประสงค์
สถานทผ่ี ูส้ ่งสาร : โรงเรียนบา้ นหวา้ นใหญ่ อ.หวา้ นใหญ่ จ.มุกดาหาร
วนั -เวลา : วนั อังคารที่ ๑๖ กนั ยายน ๒๕๖๕ เวลา ๐๘.๐๐ น.
ชุดที่ ๓
ชื่อผู้รบั : คุณสลา คณุ วุฒิ
เรือ่ ง : เชญิ เป็นวทิ ยากร
สถานที่ผูส้ ่งสาร : โรงเรียนสารคามพิทยาคม อ.เมืองฯ จ. มหาสารคาม
วัน-เวลา : ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เวลา ๐๘.๐๐ น.
ชุดท่ี ๔
ชอ่ื ผรู้ บั : คุณปลาหยุด ปารีณานเุ คราะห์
เรอ่ื ง : ขอใชล้ านอเนกประสงค์
สถานท่ผี ู้ส่งสาร : ผใู้ หญบ่ า้ นหนองท่ม ต.บ้านคอ้ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม
วนั -เวลา : ๑๖ ตลุ าคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๘.๐๐ น.
๒๘
๒๙
๓๐
หัวขอ้ เรอื่ ง : นักอ่านข่าวข้นั เทพ
ผลการวเิ คราะหภ์ าวะถดถอยทางการเรยี นรู้ (Learning Loss)
ภาวะถดถอยทางพัฒนาการด้านการอ่านและการคิดวเิ คราะห์
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ดั
ท ๑.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๓ ม.๓/๕ ม.๓/๘
รูปแบบการจัดกิจกรรม
๑. กระบวนการเรยี นรู้ ๕ ขนั ตอน (๕ steps)
๒. เทคนิคหมวกความคิดหกใบ
เปา้ หมายในการพัฒนาผูเ้ รยี น
สาระการเรยี นรู้
๑. ความหมาย องค์ประกอบ และประเภทของข่าว .
๒. การวิเคราะห์เนือหาและระบุแนวคดิ สา้ คญั ของขา่ วท่ีอา่ น .
๓. การมีวิจารณญาณในการรับข้อมูลขา่ วสาร
ทกั ษะทางสงั คม
๑. การสอื่ สารเบอื งต้น .
๒. การยอมรบั ภาระและความรบั ผิดชอบ
๓. การอยรู่ ว่ มกบั ผู้อื่น
สมรรถนะสาคญั สาหรบั ผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
ข้อควรคานงึ – ความแตกต่างระหวา่ งบุคคล
ด้านผู้เรียน – เปลี่ยนบทบาทจาก Teacher - centered มาเป็น Student - centered
ดา้ นผู้สอน – เหมาะสมกับเวลาและช่วงวัย
ดา้ นเนือหา – สถานท่ีเหมาะสม
ด้านการจดั บรรยากาศ
ทักษะกำรวิเครำะห์ ๓๑
ประยกุ ตใ์ ชค้ วำมรู้
ทกั ษะกำรสื่อสำร กระบวนการจดั กิจกรรม
๑. สืบค้นตัวอย่างขา่ วสัน้ ๆ แล้วนามาอ่านใหเ้ พ่อื นในห้องฟัง
(ผสู้ อนเสริมตัวอยา่ งขา่ วให้เพ่อื เปน็ แนวทางการสืบคน้ ).
๒. รว่ มกนั วเิ คราะหว์ ่าขา่ วทนี่ ามานั้นเปน็ ข่าวประเภทใด และหาคาตอบ
ทถ่ี กู ต้องรว่ มกัน (แนวคาตอบ – ขา่ วการศึกษา, ข่าวสังคม, ข่าวบนั เทิง,
ข่าวกฬี า).
๓. แบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ ๖ คน จากนัน้ ศกึ ษาใบกิจกรรมท่ี ๑ การคิดวิเคราะห์
ด้วยเทคนคิ หมวกความคิดหกใบ
๔. ศกึ ษาใบความรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง ขา่ ว จากนัน้ ทาใบงานที่ ๑
เรอ่ื ง การวเิ คราะหข์ า่ ว โดยสมาชกิ กลุ่มตอบคาถามตามสีของหมวก
ทต่ี นเองได้
๕. ร่วมกนั อภปิ รายเหตผุ ลในการตอบคา้ ถาม โดยใช้
เทคนคิ หมวกหกใบ เลขานุการกลมุ่ บนั ทึกไว้ ผู้เรียนในกล่มุ ตดั สินใจเลอื ก
ทางเลอื กร่วมกัน ผสู้ อนคอยแนะน้าเชื่อมโยงความรู้สู่ค้าตอบท่ีถกู ต้อง
๖. สรุปและบันทกึ ผลการอภปิ ราย ลงใบงานท่ี ๑
จากนนั สง่ ตวั แทนน้าเสนอคา้ ตอบที่ไดจ้ ากการอภิปรายหน้าชันเรียน
๗. กนั เสนอแนวคดิ การน้าความรทู้ ไ่ี ด้ไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจา้ วัน
และคัดเลอื กข่าวท่ีเปน็ ประโยชน์ เหมาะสม
สา้ หรับน้าเสนอผา่ นเสยี งตามสาย
๘. ฝึกจัดรายการข่าวออกเสียงตามสาย โดยสืบค้นข่าวประจ้าวันท่ี
เปน็ ประโยชน์ จากหนังสอื พิมพ์ เว็บไซต์ เพจ ชอ่ งส่ือสารมวลชน
ตา่ ง ๆ เช่น หนังสือพิมพไ์ ทยรัฐ เดลินิวส์ ขา่ วสด ฯลฯ
มานา้ เสนอจดั เสยี งตามสายช่วงพกั กลางวนั และจดั ท้าวดี ิทศั น์
การอ่านข่าวลงชอ่ ง Youtube ของห้องเพ่ือนา้ เสนอขา่ ว
อยา่ งสรา้ งสรรค์
๙. ท้าแบบทดสอบหลงั เรียน
๓๒
ด้านผเู้ รียน ข้อควรคานึง
ดา้ นผสู้ อน – ควรคา้ นงึ ถึงความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล
– เตรยี มเนือหาขา่ วที่สามารถนา้ ไปใช้จัดกิจกรรมหมวกความคิดหกใบได้
ด้านเนือหา และจดั สรรเวลาให้เหมาะสม
ดา้ นการจัดบรรยากาศ – เหมาะสมกบั ช่วงวยั
– อาจนา้ แอปพลิเคชันหรือเว็บไซตส์ ุ่มชอ่ื มาใชใ้ นการจดั กลุ่ม เพอื่ เพ่มิ
ความสนกุ สนาน เชน่ Group maker, Abcya, Inwquiz
สอื่ และแหล่งเรยี นรู้
๑. ตวั อย่างข่าว
๒. ใบความร้ทู ี่ ๑ เรอื่ ง ข่าว
๓. ใบงานท่ี ๑ เรอื่ ง การวิเคราะหข์ ่าว
๔. หนังสือพิมพ์ เวบ็ ไซต์ เพจ ช่องส่อื สารมวลชน
๕. หมวกคา้ ถามหกสี
๖. แบบทดสอบหลังเรียน
การวัดและประเมนิ ผล
๑. ประเมินจากการทดสอบหลงั เรยี น
๒. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้
๓. ตรวจผลงาน / ภาระงาน
๓๓
ใบกิจกรรมท่ี ๑
เร่อื ง การคดิ วเิ คราะหด์ ้วยเทคนคิ หมวกความคิดหกใบ
๑. ผเู้ รยี นแบง่ กลมุ่ ออกเปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๖ คน
๒. สมาชิกในกลุ่มจับสลากเลือกสีหมวกทงั ๖ ใบ
๓. แตล่ ะกลุ่มกา้ หนดหน้าท่ขี องสมาชกิ ในกล่มุ ได้แก่ ประธานกลุม่ ด้าเนินการอภิปราย รองประธาน
เลขานกุ ารกลุ่มท้าหน้าทบี่ ันทกึ ข้อมูล ผู้นา้ เสนอ และม้าเรว็ (มา้ เร็ว คือ คนท่ีจะมารบั ใบความรู้และ
ใบงานไปแจกเพ่อื นในกลมุ่ )
๔. ผ้เู รียนแตล่ ะคนศึกษาบทบาทหนา้ ที่ การน้าเสนอแนวคดิ ตามหมวกความคิดหกใบ ดังนี
(๑) สมาชิกคนที่ ๑ หมวกสีขาว เสนอข้อมูลขอ้ เทจ็ จริงที่เป็นกลาง
(๒) สมาชกิ คนที่ ๒ หมวกสีแดง เสนออารมณ์ความรสู้ ึกจะไม่มเี หตุผล
ประกอบ
(๓) สมาชกิ คนที่ ๓ หมวกสดี า เสนอข้อบกพร่อง จดุ อ่อน ขอ้ เสีย
(๔) สมาชกิ คนท่ี ๔ หมวกสเี หลือง เสนอด้านจดุ เด่น หรือโอกาส
(๕) สมาชิกคนที่ ๕ หมวกสีเขยี ว เสนอความเปน็ ไปได้ หรอื แนวทางที่
จะพัฒนาต่อไป
(๖) สมาชิกคนที่ ๖ หมวกสีนา้ เงิน ให้สรุปทีเ่ ป็นภาพรวม ความเป็นไปได้
ของแนวความคดิ และใหข้ ้อคิดเห็นแนวโน้มในอนาคต
๓๔
ใบความรู้ท่ี ๑
เรื่อง ข่าว
ควำมหมำยของข่ำว
ข่าว หมายถึงเหตกุ ารณท์ คี่ นในสังคมกาลังให้ความสนใจ และตพี ิมพเ์ ผยแพรท่ างหนังสอื พมิ พ์หรือ
นิตยสาร เหตกุ ารณ์ทน่ี ามาเขียนเป็นข่าวจะต้องเปน็ เร่ืองที่ทนั เหตกุ ารณ์ และสง่ ผลกระทบตอ่ บุคคลในสังคม
องค์ประกอบของข่ำว
๑. พาดหัวขา่ ว เปน็ ส่วนท่สี ร้างความสนใจ โดยใช้คาพูดสะดุดตา และตวั อักษรใหญ่กว่าเน้ือข่าว
๒. ความนา คือ เนื้อเร่ืองย่อของขา่ ว เป็นการเขยี นอธิบายให้ผอู้ า่ นทราบโดยสรุปวา่ เหตกุ ารณ์
ที่นามาเขยี นข่าวมีเนื้อความว่าอยา่ งไร ความนาที่ดตี อ้ งชัดเจน และทาใหผ้ ู้อา่ นเข้าใจเรื่องราวโดยไม่จาเป็น
ต้องอ่านสว่ นตอ่ ไป
๓. สว่ นเชอื่ ม คือ ส่วนทอี่ ยูร่ ะหว่างความนากับเนือ้ เรอ่ื ง ทาหน้าทขี่ ยายความหรือให้รายละเอียด
เพมิ่ เติมจากความนา องค์ประกอบสว่ นนไ้ี ม่มีความจาเปน็ มากนกั บางข่าวอาจจะมสี ว่ นน้ีและบางข่าวอาจจะ
ไม่มีก็ได้
๔. เนือ้ ข่าว คือ รายละเอียดท้ังหมดของข่าว ส่วนใหญ่นิยมเขียนเป็นยอ่ หนา้ ส้ัน ๆ หากมรี ายละเอยี ด
กจ็ ะเขยี นแยกออกเปน็ หลายย่อหน้า โดยเรยี งลาดับเหตกุ ารณ์ที่เกดิ ขนึ้ หรือเรียงลาดับความสาคัญจากมาก
ไปหาน้อย
๓๕
ประเภทของขา่ ว
๑. ข่าวการเมอื ง เป็นขา่ วทีเ่ กย่ี วกบั ความเคล่อื นไหวทางด้านการบรหิ ารของรัฐบาลหรือ
เจ้าหน้าทร่ี ะดบั บริหารของหน่วยงานต่าง ๆ
๒. ข่าวการศึกษา เป็นการรายงานข่าวเกย่ี วกบั การจดั ระบบการศึกษาของรฐั ในระดบั ตา่ ง ๆ
และสภาพแวดลอ้ มของการศึกษา รวมถึงความก้าวหนา้ ของระบบการศึกษาวจิ ัยต่าง ๆ และ
การรายงานขา่ วทเี่ กี่ยวข้องกับการคิดค้น และพัฒนาด้านคอมพิวเตอรแ์ ละสอื่ สารโทรคมนาคม
๓. ขา่ วเกษตร เป็นข่าวที่เก่ยี วกบั ความเคลื่อนไหวทุก ๆ อย่างท่เี กิดขนึ ในกระทรวงเกษตร
และสหกรณก์ ารเกษตร รวมทังบรษิ ัทเอกชนท่ีด้าเนินธุรกิจดา้ นการเกษตร
๔. ขา่ วเศรษฐกจิ เป็นการรายงานข่าวเกีย่ วกับเร่ืองปากท้องของประชาชนจากภาวะเศรษฐกิจ
ซงึ่ สง่ ผลกระทบตอ่ วิถีชวี ิตของประชาชนทว่ั ไป
๕. ขา่ วกฬี าและขา่ วสุขภาพ เปน็ การรายงานขา่ วเกยี่ วกับการแขง่ ขันกีฬาประเภทต่าง ๆ
รวมไปถงึ ความกา้ วหน้าและความเคลื่อนไหวของการกีฬาและการดูแลสุขภาพอนามัย
๖. ขา่ วอาชญากรรม เปน็ การรายงานขา่ วการฆาตกรรม ปล้น จี ลกั พาตวั กอ่ วินาศกรรม
การปลอมแปลง เป็นขา่ วที่มักเกดิ ขนึ ตามภาวะสภาพของสงั คม
๗. ข่าวสังคม จะเป็นข่าวทเ่ี ก่ียวข้องกับบุคคลท่ีเป็นทจี่ บั ตามองของสงั คม เช่น กลมุ่ ไฮโซ
นักธุรกจิ
๘. ขา่ วปัญหาสังคมและภยั สังคม เป็นการรายงานข่าวเกยี่ วกับความเคล่ือนไหวภาวะสภาพ
ท่ีส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ ส่วนข่าวภยั สงั คมเป็นการรายงานข่าวเกย่ี วกับการหลอกลวง ต้มตนุ๋
ท่ีสง่ ผลกระทบต่อคนในสังคมปจั จุบนั
๙. ขา่ วบันเทิง เปน็ ข่าวยอดนยิ มของคนไทย เนอื่ งจากจะเป็นเร่ืองราวในวงการบนั เทงิ
ของดารา นกั รอ้ ง ศิลปนิ ผทู้ ี่เป็นท่ชี น่ื ชอบ รวมถงึ เร่ืองด้านลบของวงการดว้ ย
๑๐. ข่าวภัยธรรมชาติ เป็นขา่ วทีร่ ายงานเกีย่ วกับภยั ธรรมชาติต่าง ๆ ทเ่ี กดิ ขนึ บนโลก
เช่น นา้ ท่วม ไฟป่า พายุพดั ถลม่ เปน็ ต้น
๓๖
ใบงานท่ี ๑
เรือ่ ง การวิเคราะห์ข่าว
คาช้ีแจง ผู้เรยี นอา่ นข่าวตอ่ ไปนี แลว้ ตอบคา้ ถามด้วยวิธีคดิ แบบหมวกความคดิ หกใบ
ฝนตกหนกั -ดินถลม่ คร่าชวี ิตในกัวเตมาลาแลว้ ๒๒ ราย
พบผเู้ สยี ชีวติ แล้ว ๒๒ ราย หลงั ดนิ ถลม่ ซ้าระลอก ๒ ฝังร่างประชาชนท่กี ้าลังเขา้ ให้การชว่ ยเหลอื
รถโดยสารทถ่ี กู ดินถล่มกอ่ นหนา้ ในกัวเตมาลา คาดใช้เวลาอีก ๒ วนั ค้นหาผู้เสียชีวติ ทงั หมด
ส้านักข่าวต่างประเทศรายงานวา่ เมื่อวนั ที่ ๕ ก.ย. (ตามเวลาทอ้ งถนิ่ ) เกิดดนิ ถล่มซ้าในกัวเตมาลา
ฝังรา่ งประชาชนท่ีพยายามเข้าช่วยเหลอื รถโดยสาร ทถ่ี ูกดินถล่มทบั ก่อนหนา้ นี เป็นเหตุใหม้ ผี ูเ้ สียชวี ติ แล้ว
อยา่ งน้อย ๒๒ คน
เจ้าหน้าที่หน่วยก้ภู ยั กู้รา่ งของผู้เสียชวี ติ ออกมาไดแ้ ล้ว ๒๒ ราย จากเหตุดินถลม่ ทางหลวง
สายหลักทางตะวนั ตกเฉยี งเหนอื ของเมืองหลวง และคาดวา่ จะต้องใชเ้ วลาอกี ๒ วัน ในการคน้ หาร่าง
ผเู้ สียชีวิตท่ตี ิดอยใู่ ต้ดนิ ที่ถล่มลงมา
"ดินถลม่ ลงมาทบั รถโดยสาร รวมถึงคนท่ีกา้ ลังเข้าไปชว่ ยเหลอื ในบรเิ วณนนั กว่า ๑๐๐ คน
ซง่ึ เราตอ้ งค้นหารา่ งของเหยือ่ ออกมาใหไ้ ด้ทงั หมด" เจา้ หน้าทห่ี นว่ ยกู้ภัยกล่าว
ทังนเี หตุการณด์ ังกล่าวนบั เป็นโศกนาฏกรรมครังร้ายแรง อยา่ งไรกต็ ามเจา้ หน้าทห่ี น่วยกู้ภยั
ยงั ประกาศเตือนประชาชนให้ระวงั ภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องในวันอาทิตย์และวนั จันทร์
“ขา่ วตา่ งประเทศ”.[ออนไลน์]. เข้าถึงไดจ้ าก : http://www.thairath.co.th/content/oversea/108959
๓๗
๑. ข่าวทผ่ี ู้เรยี นอ่านเป็นขา่ วประเภทใด (คดิ แบบหมวกสีขาว)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๒. ผู้เรยี นมีความรสู้ กึ อย่างไรหลังจากทอี่ ่านขา่ วนีจบ คดิ วา่ ขา่ วนมี ีความนา่ เช่ือถือหรอื ไม่
(คิดแบบหมวกสแี ดง)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๓. ผู้เรียนคิดวา่ สงิ่ ที่เกดิ ขึนในขา่ วมสี าเหตุมาจากอะไร (คิดแบบหมวกสีด้า)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๔. ผู้เรียนมีแนวทางอยา่ งไรทจ่ี ะลดปญั หาท่ีเกดิ ขึน (คิดแบบหมวกสเี ขียว)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๕. ประโยชนห์ รือข้อคดิ ท่ีได้จากข่าวนีคืออะไร แนวโน้มในอนาคตจะเป็นอย่างไร (คดิ แบบหมวกสนี ้าเงนิ )
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๖. ผู้เรียนจะนา้ ขอ้ คดิ ที่ไดจ้ ากขา่ วนีไปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจ้าวนั ไดอ้ ย่างไร (คิดแบบหมวกสีเหลือง)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๓๘
หมวกคาถาม ๖ สี
ขา่ วทผ่ี ู้เรียนอ่าน
เปน็ ข่าวประเภทใด
ผู้เรียนมีความรู้สึกอย่างไร
หลงั จากทอ่ี ่านขา่ วนจี บ คิดวา่
ข่าวนีมีความน่าเชื่อถือหรือไม่
ผู้เรียนคดิ วา่ สิ่งท่ีเกดิ ขึนในข่าว
มีสาเหตมุ าจากอะไร
๓๙
หมวกคาถาม ๖ สี
ผู้เรียนมีแนวทางอย่างไร
ทจ่ี ะลดปญั หาท่ีเกดิ ขึน
ประโยชนห์ รือขอ้ คิดที่ได้
จากขา่ วนคี ืออะไร แนวโน้ม
ในอนาคตจะเปน็ อย่างไร
ผู้เรยี นจะนา้ ข้อคดิ ท่ีได้
จากข่าวนีไปปรับใช้
ในชวี ติ ประจา้ วันได้อย่างไร
๔๐
แบบทดสอบหลงั เรียน
เรอื่ ง นักอ่านขา่ วข้นั เทพ
คาชี้แจง ผ้เู รยี นอา่ นข่าวและตอบค้าถามต่อไปนี
วางระเบิดรถเกง๋ ป้ายแดง นศ. ศิลปากร ไร้คนเจบ็
วนั ที่ ๒๕ กนั ยายน ๒๕๕๓ ตา้ รวจวิทยาการตรวจสอบรถยนต์ทะเบยี น ปา้ ยแดง ศ ๗๙๓๐
กรุงเทพมหานคร หลงั ถูกคนร้ายลอบวางระเบดิ ขณะน้าไปจอดไว้ ภายในซอยชกั พระ ๑๖ เขตตลิง่ ชัน
ท้าใหก้ นั ชนหลงั พังเสียหาย นอกจากนแี รงระเบิดยังท้าให้กระจกชันลอยและกันสาดอาคารพาณิชย์
๔ ชนั ครึง่ ๕ คหู า ซงึ่ เปน็ บริษัทผลิต จา้ หนา่ ยอุปกรณแ์ ละแว่นตาวา่ ยนา้ ซ่ึงอยรู่ ะหวา่ งตกแตง่ ยงั ไม่เปิด
ใหบ้ ริการ พังเสยี หายด้วย จากการสอบสวนนายวรกร เทพาสติ ธนา เจา้ ของรถซ่ึงเป็นนักศกึ ษาชนั ปีท่ี ๑
มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ตลง่ิ ชัน ทราบว่ามาส่งเพื่อนภายในซอย โดยจอดรถไวบ้ ริเวณเกดิ เหตุตังแต่เวลา
ประมาณ ๒๑.๐๐ น. จนกระทงั่ เวลาประมาณ ๒๓.๐๐ น. เกดิ เสียงดังขนึ จึงออกมาดูพบรถถกู ระเบิด
เสียหาย เบืองต้นต้ารวจคาดว่านา่ จะเป็นระเบดิ แสวงเครื่อง สว่ นสาเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบ เนื่องจาก
เจา้ ของรถให้การว่าไม่เคยมีเร่ืองกับใคร พร้อมทงั ประสานขอกล้องวงจรปดิ บรษิ ัทซ่งึ อยู่ใกล้เคียงบริเวณ
เกดิ เหตมุ าตรวจสอบแต่ภาพไมช่ ดั เจน เนอื่ งจากเจ้าของอาคารนา้ ถุงพลาสติกไปคลมุ กล้องไวเ้ นื่องจาก
ชว่ งเย็นเกดิ ฝนตก
ทีม่ า : ส้านกั ขา่ วไทย
๔๑
๑. ข่าวนีจดั อยู่ในขา่ วประเภทใด
ก. ขา่ วสังคม
ข. ข่าวการเมอื ง
ค. ขา่ วเศรษฐกิจ
ง. ข่าวอาชญากรรม
๒. หากเจ้าของอาคารไมน่ า้ พลาสติกไปคลมุ กลอ้ งวงจรปิด จะเกดิ เหตุการณ์ใด
ก. อาจมองเห็นตัวผูว้ างระเบิด
ข. คนร้ายอาจจะไม่กล้าวางระเบิด
ค. รถท่ีจอดไว้จะมคี วามปลอดภยั
ง. ความรุนแรงของระเบิดจะนอ้ ยลง
๓. ข้อใดเปน็ ประโยชน์สูงสดุ ของการอา่ นข่าวนี
ก. ควรจอดรถในท่ปี ลอดภัย
ข. ไม่ควรกลบั บา้ นดึกจนเกินไป
ค. ควรติดกลอ้ งวงจรปิดใหท้ ั่วถึง
ง. ควรชว่ ยกันสอดส่องการวางระเบิด
๔. นกั เรยี นมีวธิ ปี อ้ งกนั ตวั เองจากเหตรุ ะเบดิ อยา่ งไร
ก. ไม่เทย่ี วกลางคืน
ข. ไมอ่ อกจากบ้านถ้าไม่จา้ เป็น
ค. นา้ สงิ่ ของผดิ สงั เกตไปให้ไกลจากบา้ น
ง. พบเห็นสงิ่ ของผิดสงั เกตแจ้งเจา้ หนา้ ท่ี
๕. ขอ้ สรุปของข่าวนีคอื อะไร
ก. นักศกึ ษาไม่ควรมีรถขับเพราะอาจเกดิ อนั ตรายได้
ข. ตา้ รวจตอ้ งให้ความส้าคัญกับปญั หาระเบิดมากขนึ
ค. การกลับบ้านดกึ อาจก่อให้เกดิ อันตรายแกต่ นเองได้
ง. ปัญหาระเบดิ เปน็ เรือ่ งทค่ี นในสงั คมต้องชว่ ยกันระวงั
๔๒
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น
นกั อ่านข่าวขนั้ เทพ
๑. ขา่ วนจี ัดอยใู่ นข่าวประเภทใด
ก. ขา่ วสงั คม
ข. ข่าวการเมอื ง
ค. ขา่ วเศรษฐกจิ
ง. ขา่ วอาชญากรรม
๒. หากเจา้ ของอาคารไมน่ า้ พลาสติกไปคลุมกล้องวงจรปิด จะเกดิ เหตุการณ์ใด
ก. อาจมองเห็นตัวผู้วางระเบิด
ข. คนรา้ ยอาจจะไม่กล้าวางระเบิด
ค. รถท่ีจอดไว้จะมีความปลอดภัย
ง. ความรุนแรงของระเบดิ จะนอ้ ยลง
๓. ขอ้ ใดเป็นประโยชนส์ งู สดุ ของการอา่ นข่าวนี
ก. ควรจอดรถในที่ปลอดภยั
ข. ไมค่ วรกลบั บา้ นดึกจนเกินไป
ค. ควรตดิ กล้องวงจรปดิ ให้ทั่วถึง
ง. ควรช่วยกันสอดส่องการวางระเบิด
๔. นักเรยี นมีวิธีปอ้ งกนั ตวั เองจากเหตุระเบิดอยา่ งไร
ก. ไม่เที่ยวกลางคนื
ข. ไมอ่ อกจากบา้ นถา้ ไมจ่ า้ เป็น
ค. นา้ สงิ่ ของผิดสงั เกตไปให้ไกลจากบา้ น
ง. พบเห็นส่งิ ของผิดสังเกตแจ้งเจา้ หนา้ ที่
๕. ข้อสรปุ ของข่าวนีคอื อะไร
ก. นักศกึ ษาไม่ควรมรี ถขบั เพราะอาจเกดิ อันตรายได้
ข. ต้ารวจต้องให้ความสา้ คัญกบั ปญั หาระเบิดมากขนึ
ค. การกลับบ้านดกึ อาจก่อให้เกดิ อันตรายแกต่ นเองได้
ง. ปญั หาระเบิดเปน็ เร่ืองท่ีคนในสงั คมต้องช่วยกนั ระวงั
๔๓
๔๔
info
๔๕
หัวข้อเรื่อง : ฉลาดรเู้ ทา่ ทันสื่อ
ผลการวเิ คราะห์ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss)
ปญั หากระบวนการรบั สาร การคดิ วเิ คราะห์ วจิ ารณ์และการใช้ภาษาในการเขียนและการพดู สอื่ สาร
ความรู้ ความคิดให้เหมาะสมกับบคุ คลและกาลเทศะ
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ดั
ท ๓.๑ ม.๔-๖/๒ ม.๔-๖/๔
รปู แบบการจดั กิจกรรม
การจัดการเรยี นรูด้ ว้ ยการเรียนรูแ้ บบมสี ่วนร่วม (Participatory Learning) โดยแบ่งเป็น
๔ ขันตอน ได้แก่
ขนั ที่ ๑ ขันประสบการณ์
ขันที่ ๒ ขนั การสะท้อน
ขันที่ ๓ ขนั ความคิดรวบยอด
ขนั ที่ ๔ ขันการทดลอง/การประยกุ ตแ์ นวคดิ
เป้าหมายในการพฒั นาผู้เรยี น
สาระการเรยี นรู้
๑. ความหมาย หลกั การสังเกตข้อเท็จจริง ข้อคิดเหน็ จากส่ือ
๒. หลักการรับสารอย่างมีวิจารณญาณ
๓. แนวทางการใช้ภาษาใหเ้ หมาะสมแก่ผู้รบั สาร
๔. วิเคราะห์ข้อเทจ็ จรงิ ข้อคิดเห็น
๕. การรบั สารอย่างมีวิจารณญาณ
๖. การใชภ้ าษาในการพูดเพ่ือแกป้ ัญหา
๗. ตระหนักถงึ คุณค่าการใช้ภาษาไทยใหเ้ หมาะสมตามสถานการณ์
ทักษะทางสังคม
๑. การท้างานร่วมกนั เปน็ ทีม
๒. การใชเ้ ทคโนโลยเี พื่อการสื่อสาร
สมรรถนะสาคญั สาหรบั ผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔๖
กระบวนการจัดกิจกรรม
เรยี นรู้ความน่าเชื่อถอื ๑. ศึกษาสถานการณส์ ง่ ต่อข้อความผา่ นสังคมออนไลน์ (Call
จากสอื่ call center Center) เว็บไซต์ https://www.youtube.com/
watch?v=NdhGJi3DS-Y
วเิ คราะห์
ขอ้ เทจ็ จรงิ ข้อคิดเหน็ ๒. วิเคราะห์ความน่าเช่อื ถือของสื่อโดยพิจารณาความเปน็ ไปได้
ข้อเทจ็ จรงิ ขอ้ คดิ เห็น และท่ีมาของส่อื
ประเมนิ คา่ ๓. ผู้เรยี นอภิปรายความรู้เดมิ เร่อื ง หลักการสงั เกตข้อเท็จจรงิ
ความนา่ เชอื่ ถือของสื่อ และข้อคิดเห็น พรอ้ มทงั ร่วมกันศกึ ษาใบความรู้ท่ี ๑
เร่ืองข้อเทจ็ จริง ข้อคิดเห็น เพิ่มเตมิ
คดิ แกป้ ัญหาสถานการณ์ ๔. แบง่ กล่มุ วเิ คราะห์ข้อมูลท่เี ป็นข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นจากสอื่
เมื่อถูกล่อลวงจากส่ือ สถานการณ์การสง่ ข้อมูลผา่ นสังคมออนไลน์ (Call Center)
ท่ีผู้เรยี นแตล่ ะกลุ่มเตรยี มมา
๕. น้าเสนองานหนา้ ชนั พร้อมวิพากษ์ความถกู ต้องของ
ข้อเทจ็ จริง ขอ้ คดิ จรงิ และประเมนิ ความนา่ เช่อื ถือของสื่อร่วมกนั
๖. อภปิ รายความร้เู ดิม เร่อื ง หลกั การรับสารอย่างมี
วิจารณญาณ พร้อมทังรว่ มกนั ศกึ ษาใบความรู้ท่ี ๒
เรื่อง วจิ ารณญาณในการฟงั และดู
๗. สร้างสถานการณว์ ่าหากผเู้ รยี นพบสถานการณล์ อ่ ลวงจากส่อื
ข้อ ๑ - ๖ ผเู้ รยี นจะมวี ธิ กี ารแก้ปัญหาอย่างไร
๘. ร่วมกันสรุปความรู้ เรื่อง วธิ กี ารวเิ คราะห์ความน่าเช่อื ถือของ
สารและการพดู เพ่ือแกป้ ัญหาในสถานการณต์ ่าง ๆ
๔๗
ขอ้ ควรคานงึ
๑. ข้อมลู ลวงจากแหลง่ ขา่ วต่าง ๆ ในกิจกรรม ผสู้ อนควรนัดหมายให้ผู้เรยี นได้ค้นคว้าและเตรียมล่วงหน้า
ขณะเดียวกันผสู้ อนควรเตรียมสอื่ สา้ รองตามสถานการณ์และบริบทของท้องถน่ิ
๒. กิจกรรมการเรยี นรสู้ ามารถปรบั ใชไ้ ดท้ ังสถานการณ์การเรียนร้แู บบ on site และ online
ส่ือและแหล่งเรยี นรู้
๑. สือ่ สง่ิ พิมพต์ า่ ง ๆ ท่เี กย่ี วข้องกบั การล่อลวง การน้าเสนอขอ้ มูลเทจ็
๒. สอ่ื ออนไลน์ท่เี ก่ยี วข้องกับการลอ่ ลวง การนา้ เสนอข้อมูลเทจ็
จากเว็บไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=NdhGJi3DS-Y
๓. ใบความรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง ข้อเท็จจรงิ ขอ้ คดิ เห็น
๔. ใบความรู้ท่ี ๒ เรอ่ื ง วจิ ารณญาณในการฟงั และดู
การวัดและประเมินผล
๑. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้
๒. สงั เกตพฤติกรรมการท้างานกลุ่ม
๔๘
ใบความรทู้ ี่ ๑
เร่ือง ข้อเทจ็ จริง ขอ้ คดิ เห็น
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๐ ใหค้ วามหมายของค้าวา่ ข้อเท็จจริง ข้อคิดเหน็ ว่า
“ข้อเท็จจริง”
หมายถึง ข้อความหรือเหตุการณ์ที่เปน็ มา
หรือท่ีเปน็ อยตู่ ามจริง
“ข้อคดิ เห็น”
หมายถงึ ความเหน็
ลักษณะของขอ้ เทจ็ จรงิ
1 มคี วามเป็นไปได้
2 มคี วามสมจรงิ
3 มหี ลกั ฐานเช่อื ถือได้
4 มีความสมเหตุสมผล
ลักษณะของขอ้ คดิ เหน็
1 ความเชอ่ื
2 เป็นขอ้ ความทแี่ สดงความรสู้ ึก
3 เป็นขอ้ ความทแี่ สดงการคาดคะเน
4 เป็นขอ้ ความทแ่ี สดงการเปรยี บเทยี บ
5 เปน็ ข้อความทเี่ ปน็ ขอ้ เสนอแนะหรอื เป็นความคดิ ของผู้พดู และผูเ้ ขียนเอง