สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การเลนลูกสองมือลาง
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การเลนลูกสองมือลางตองคํานึงถึงการจับมือหรือ การใหนิ้วหัวแมมือชิดกัน ซึ่งมี ๓ ลักษณะ ดังนี้ ๔.๑ วิธีซอนมือ เปนวิธีที่นิยมกันมาก โดยเอา มือหนึ่งวางซอนทับอีกมือหนึ่งแลวใหนิ้วหัวแมมือชิดติดกัน
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๔.๒ วิธีโอบมือ ใชมือใดมือหนึ่งกําหมัด แลวใชอีกมือหนึ่งโอบหมัด นิ้วหัวแมมือทั้งสองชิดติดกัน
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๔.๓ วิธีกํามือทั้งสองขางชิดกัน กํามือทั้งสองขาง แลวนํามาชิดกัน พยายามใหนิ้วหัวแมมือทั้งสองขาง เสมอกัน
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑)ยืนแยกเทาออกประมาณชวงไหลหรือกวางกวา เล็กนอย ปลายเทาทั้งสองขางเสมอกันหรือเทาใด เทาหนึ่งอยูขางหนา การยืนเตรียมพรอมเพื่อเลนลูกสองมือลาง (อันเดอร) ๒)ยอเขาลงใหหัวเขาเลยปลายเทาเล็กนอย หัวไหล อยูในแนวเดียวกับเขา ๓)ยกสนเทาขึ้นเล็กนอย น้ําหนักตัวอยูที่ปลายเทา ทั้งสองขาง ยกมือทั้งสองขึ้นเหนือเขา ตามองที่ ลูกวอลเลยบอล
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๔) เหยียดแขนใหตึง ใชบริเวณทอนแขนดานหนา ทั้งสองขางตีลูกวอลเลยบอล ขณะตีใหยกลําตัวและ แขนขึ้นดวย ๕)การเคลื่อนที่เพื่อตีลูกวอลเลยบอล ใหหยุดและ ยอเขาลง ขณะลูกกําลังตกลงมาใหเหยียดแขนใหตึง พรอมยกแขนและเหยียดเขาขึ้นตีลูก
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การยืนเตรียมพรอม ทอนแขนดานหนาเปนสวนที่ สัมผัสลูกวอลเลยบอล เหยียดแขนตึงเพื่อตีลูก วอลเลยบอล
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๕. การเลนลูกมือบน การเลนลูกมือบนหรือการเซต (Set) เปนการ เลนลูกดวยนิ้วมือ ซึ่งสามารถเลนไดดวยมือเดียวหรือ สองมือ และถือเปนหัวใจของการสรางเกมรุกในการเลน วอลเลยบอล
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ หลักการเซตโดยทั่วไป มีดังนี้ ๕.๑ ยกมือทั้งสองขึ้นอยูประมาณหนาผาก มือทั้งสองหางจากใบหนา ประมาณ ๑ ฝามือ กางนิ้วมือออก กางขอศอก เล็กนอย โดยอยูระดับ เสมอไหลหรือสูงกวาเล็กนอย ยกมือขึ้น การนิ้วมือและกางขอศอก
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๕.๒ กางนิ้วมือออกงอเปนรูปครึ่งวงกลม ปลายนิ้วกอยอยูขางหนา นิ้วหัวแมมือเปนนิ้วที่รองรับ ลูกบอล นิ้วนางเปนนิ้วที่ใช ออกแรงและชวยควบคุม ทิศทางของลูกบอลโดยมีนิ้วชี้ และนิ้วกลางคอยชวย โดยทํางานสัมพันธกับขอมือ การวางมือเพื่อเซต
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๕.๓ ยืนใหเทาทั้งสองแยกหางกันประมาณ ชวงไหล หรือกวางกวาเล็กนอย โดยใหปลายเทาทั้งสอง เสมอกันหรือเทาใดเทาหนึ่งเปนเทานํา ยกสนเทาเล็กนอย ยอเขา แขมวทอง โนมตัวไปขางหนาเล็กนอย ปลอยไหล ตามสบาย การเคลื่อนที่เขาหาลูกวอลเลยบอลจะตอง พยายามเคลื่อนที่ไปยังตําแหนงที่ลูกจะตก โดยใหลูก อยูเหนือศีรษะบริเวณหนาผาก
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ยืนยอเขาเปนสนเทาเล็กนอย
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๕.๔ เมื่อยอเขาแลว ยกมือขึ้น ขณะที่ลูกสัมผัส นิ้วมือ สงแรงสปริงนิ้วมือ พรอมกับสงแรงจากขอมือ ขอศอก เหยียดแขนและเขา เซตลูกออกไป การสงแรงสปริงนิ้วมือ เหยียดแขนเซตลูกออกไป
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๖. การตบลูกวอลเลยบอล การตบลูก เปนวิธีการรุกที่รุนแรงของฝาย ครอบครองลูก ลูกตบที่ประสบความสําเร็จตองมาจากลูก จังหวะแรกและจังหวะที่สองสัมพันธกัน รวมทั้งความเร็ว ความคลองตัว และทาทางที่ใชตบของผูเลน
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การตบลูกวอลเลยบอล สามารถฝกปฏิบัติได ดังนี้ ๖.๑ วิ่งเขาหาจุดที่ลูกจะตก งอเขาเล็กนอย โนมตัวไปขางหนา กระโดดขึ้นเหวี่ยงแขนไปดานหลัง ๖.๒ แอนลําตัวไปขางหนา เหยียดแขนตบลูก ดวยฝามือ และหักขอมือลง
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ กระโดดแอนลําตัวไปขางหนา ตบลูกบอลโดยหักขอมือลง เหยียดแขนเตรียมตบลูก ๖.๓ ลงสูพื้นดวยปลายเทาทั้งสองขางพรอม งอเขาพับตัวเล็กนอย เพื่อชวยในการทรงตัวเตรียมพรอม ในการรับ
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑๗) การฝกทักษะการเลนวอลเลยบอล ๑. การเสิรฟ การเสิรฟลูกมือบน การเสิรฟลูกมือลาง
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๒. การฝกลูกสองมือลาง (อันเดอร) การฝกลูกสองมือลาง (อันเดอร) เดี่ยวกระทบผนัง การฝกลูกสองมือลาง (อันเดอร) เดี่ยว
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การฝกลูกสองมือลาง (อันเดอร) กับคู
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การฝกลูกสองมือลาง (อันเดอร) โต แลววิ่งไปตอทายแถว
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การฝกลูกสองมือลาง (อันเดอร) เปนวง
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๓. การเซต การเซตเดี่ยว การเซตกับคู
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๔. การตบลูกวอลเลยบอล การกระโดดตบลูกดวยมือเปลา
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การกระโดดตบลูกดวยการโยนลูกจากคู
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑๘) หลักการเลนเปนทีม การแขงขันจะเริ่มจากผูเลนฝายที่มีสิทธิเสิรฟ โดยผูเลนตําแหนงเสิรฟคนที่ ๑ ตําแหนง “หลังขวา” ทําการเสิรฟในบริเวณเขตเสิรฟ (ตลอดความยาว ของเสนหลัง) ใหลูกบอลขามตาขายไปยังเขตสนาม ของฝายรับ ซึ่งฝายตรงขามตองพยายามเลนลูก ใหขามกลับคืนมาใหได โดยมีสิทธิเลนลูกบอลของทีมได
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ไมเกิน ๓ ครั้ง ทั้ง ๒ ฝายพยายามเลนลูกบอลในลักษณะ และวิธีการเชนนี้ จนกวาฝายหนึ่งฝายใดจะกระทําผิดพลาด จึงยุติการเลน จะเสียคะแนนใหฝายตรงขาม ๑ คะแนน และฝายที่ไดคะแนนเปนฝายเสิรฟ โดยผูเลนตําแหนงที่ ๒ “หนาขวา” เปลี่ยนตําแหนงไปเปน “หลังขวา” เปนผูเสิรฟ สวนผูเลนอื่น ๆ ก็หมุนวนเปลี่ยนตําแหนงตามลักษณะการ หมุนตามเข็มนาฬิกา การเลนดําเนินไปเชนนี้จนกวาจะมี ฝายใดฝายหนึ่งที่ไดคะแนนถึง ๒๕ คะแนนกอน เปนฝาย ชนะในเซตนั้น เมื่อจบเซตหนึ่ง ๆ แลวตองเปลี่ยนแดนกัน
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ (๑) การรุก (Attack Hit) เปนการกระทํา โดยทีมที่มีลูกบอลครอบครองอยูรวมถึงการเสิรฟลูก การหยอดลูก การเลนลูกมือบน และการตบลูก ซึ่งตอง อาศัยวิธีการและความสัมพันธในทีม โดยใชหลักในการ รุกคือ การควบคุมลูก ใหแตละทีมกําหนดวาผูเลนคนไหน เลนลูกแบบใด และฝกซอมเพื่อใหเกิดความ สัมพันธ ในทีม หลักการควบคุมลูกมี ๒ แบบ คือ
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑. โดยการกําหนดคน คือ กําหนดวา ผูเลนคนใดมีความเหมาะสม หรือมีความถนัดเลน แบบใด เชน คนใดเปนคนตั้งบอล คนใดเปนผูตบลูกบอล ๒. โดยการกําหนดตําแหนง คือ กําหนด วาผูเลนคนใดอยูในตําแหนงใดก็จะเลนแบบนั้น เชน ผูเลนที่อยูแดนหนาเปนผูตบหัวเสา
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ สวนเทคนิคในการรุก คือ ๑. เสิรฟลูกใหแมนยําและถูกตองตามกติกา ๒. เสิรฟลูกลงตรงบริเวณจุดออนของคูตอสู ๓. การตบลูกพยายามตบลงบริเวณที่วาง ระหวางคน ๔. การตบลูกควรตบใหมีความรุนแรงและ แนนอน
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ (๒) การตั้งรับ (Defense) เปนการกระทํา โดยทีมที่ไมไดครอบครองลูกอยู หลักในการตั้งรับที่ จําเปนและสําคัญที่สุด คือ การชวยเหลือกันในทีม พยายามอยาใหมีที่วางเกิดขึ้น ทุกคนตองรับผิดชอบ เนื้อที่ในตําแหนงของตน และคอยชวยเหลือคนอื่น ในทีมดวยการตั้งรับที่มีประสิทธิภาพ คือ การสกัดกั้น ลูกตบของฝายตรงขามอยางไดผล รูปแบบของการตั้งรับ ทั่ว ๆ ไปมีดังนี้
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ แบบตัว W แบบตัว M แบบตัว V
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๓. การเลนกีฬาไทย
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ตะกรอวง ตะกรอวง เปนกีฬาไทยที่ใหความสนุกสนาน ใชอุปกรณการเลนนอย เลนไดหลายคน และไมมี อุบัติเหตุหรืออันตรายรายแรงจากการปะทะกัน
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การเลนตะกรองวง
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การสรางความคุนเคยกับลูกตะกรอ คือ การได สัมผัส และเรียนรูถึงความเร็วของลูกตะกรอทั้งในขณะ ลอยในอากาศและกระดอนกับพื้น สรางความคุนเคยทั้ง ขนาดและน้ําหนักของลูกตะกรอ การสรางความคุนเคย กับลูกตะกรอ ทําไดดังนี้
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑) โยนลูกตะกรอขึ้นในอากาศแลวเอามือรับ ๒๐ ครั้ง โยนลูกตะกรอขึ้นในอากาศแลวรับ
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ โยนลูกตะกรอขึ้นในอากาศและใหตกลงกระดอน กับพื้น ๑ ครั้ง แลวเอามือรับ ๒๐ ครั้ง ๒) โยนลูกตะกรอกระดอนพื้นแลวรับ
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ โยนลูกตะกรอไปใหคู แลวเอามือรับ สลับกัน ๒๐ ครั้ง ๓) โยนลูกตะกรอรับ-สงกับคู
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ฝกเดาะหรือเตะ ๑ ครั้ง แลวจับใหทันดวยทา ตาง ๆ คือ ทาขางเทาดานใน หลังเทา เขา และโหมง ๔) เดาะหรือเตะแลวจับลูกตะกรอ
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ทาพื้นฐาน เปนทาหลักในการเลนตะกรอเกือบ ทุกประเภท ทาพื้นฐานการเลนตะกรอ มีดังนี้ ทาขางเทาดานใน (ลูกแป) มีขั้นตอนการฝก ดังนี้ ๑. ยืนเตรียมพรอมดวยเทา คูขนาน ยอเขา ตามองลูก ๑) ทาขางเทาดานใน (ลูกแป)
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๒.การกาวเทาเพื่อหาจังหวะเตะ ใหกาวดวยเทา ขางที่ไมถนัดเขาหาตําแหนงการยืนที่เหมาะสมในการเตะ ๓. เมื่อไดจังหวะใหยกเทาที่ถนัดขึ้นเตะดวยขางเทา ดานใน ใหตะกรอกระทบบริเวณใตตาตุม เกร็งขอเทา พยายามใหปลายเทาและสนเทาขนานกับพื้น แบะเขาออก ดานขางเพื่อใหเตะลูกตะกรอไดงายขึ้น
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ทาหลังเทา มีขั้นตอนการฝก ดังนี้ ๑. ยืนเตรียมพรอมดวยเทา คูขนาน ยอเขา ตามองลูก ๒. การกาวเทาเพื่อหาจังหวะ เตะ ใหกาวดวยเทาขางที่ไมถนัดเขาหา ตําแหนงการยืนที่เหมาะสมในการเตะ ๒) ทาหลังเทา
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ทาเขา มีขั้นตอนการฝก ดังนี้ ๑. ยืนเตรียมพรอมดวยเทาคูขนาน ยอเขา ตามองลูก ๒. การกาวเทาเพื่อหาจังหวะเลนลูก ใหกาวดวยเทา ขางที่ไมถนัดเขาหาตําแหนงการยืนที่เหมาะสมแลวยอเขา ๓. เมื่อไดจังหวะใหยกเขาขึ้นกระทบลูกตะกรอทันที ใหลูกตะกรอกระทบเหนือเขาขึ้นมาประมาณ ๑ ฝามือ ๔. หลังจากนั้นใหกลับเขาสูทาเตรียมพรอมในทันที ๓)
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ทาเขา
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ทาโหมง มีขั้นตอนการฝก ดังนี้ ๑. ยืนเตรียมพรอมดวยเทาคูขนาน ยอเขา ตามองลูก ๒. การกาวเทาเพื่อหาจังหวะเลนลูก ใหกาวเทา ทั้งคูเขาไปยังบริเวณที่ลูกตะกรอจะตกแลวยอเขา ๓. เมื่อไดจังหวะใหยืดตัวขึ้น โหมงลูกทันทีดวย หนาผากดานบน เกร็งคอ และควรหันหนาเขาหา เปาหมายเสมอ ๔)
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ทาโหมง
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การเลนตะกรอสามารถเลนกันเปนวง มีทั้งวงเล็กและ วงใหญ ขึ้นอยูกับจํานวนผูเลน โดยเลนกันในสนามหรือพื้นที่ ที่มีความเหมาะสมกวางพอกับการขยายวงตามจํานวนผูเลน ซึ่งตะกรอวงเล็กจะมีจํานวนผูเลน ๒-๔ คน และตะกรอวงใหญ จะมีจํานวนผูเลนตั้งแต ๕ คนขึ้นไป ลักษณะและรูปแบบ การเลนเหมือนกัน แตตางกันตรงพื้นที่สนามและจํานวนผูเลน ไมเทากัน
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ จํานวนผูเลน : ตั้งแต ๕ คนขึ้นไป สนาม : สนามหรือพื้นที่กวางพอสมควร วิธีการเลน : สามารถเลนได ดังนี้ ๑) เตะตะกรอภายในวง ถาใครเปนคนทําลูกเสียตอง ออกจากวง การเลนดําเนินไปเรื่อย ๆ จนเหลือผูเลน คนสุดทายเปนผูชนะ ๒) แบงผูเลนเปน ๒ วงจํานวนคนเทากันทําการเตะ ตะกรอภายในวง โดยนับจํานวนครั้ง วงใดทําลูกตกเสียกอน หรือเตะไดจํานวนครั้งนอยกวาเปนฝายแพ การเลนตะกรอวงใหญ
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การเลนตะกรองวงใหญ
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๔. การประเมินทักษะการเลน ของตนเองเพื่อพัฒนาศักยภาพ ในการเลนกีฬา