แผนการจัดการเรียนรู้
วิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม 1 ว32101
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การเคลื่อนที่แนวตรง
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านเชียงวิทยา
นายกฤษฎา ปุณปิตตา
รหัสประจำตัวนักศึกษา 61100143117
สาขาวิทยาศาสตร์ (เน้นฟิสิกส์)
การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1
รหัสวิชา ED18501 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1)
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
แผนการจดั การเรยี นรู้
วิชาฟิสกิ ส์เพ่ิมเตมิ 1 ว32101
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง การเคลอื่ นทีแ่ นวตรง
ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 โรงเรียนบา้ นเชยี งวิทยา
นายกฤษฎา ปณุ ปติ ตา
รหัสประจาตวั นักศึกษา 61100143117
สาขาวิทยาศาสตร์ (เนน้ ฟสิ ิกส์)
การฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศึกษา 1
รหัสวิชา ED18501 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1)
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏอดุ รธานี
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
คานา
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม 1 รหัสวิชา ว31201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
เล่ม 1 นี้ จัดทาขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ และให้นักเรียน
บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ผจู้ ัดทาจงึ ศึกษาสาระการเรยี นรู้ เทคนิค วธิ ีการสอน การวัด
และประเมนิ ผล มาจดั ทาแผนการจัดการเรียนรู้ครง้ั น้ี
แผนการจัดการเรยี นรใู้ นเลม่ 2 นี้ ประกอบไปดว้ ย แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้
ท่ี 2 เร่อื ง การเคล่ือนท่ีแนวตรง เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นบรรลมุ าตรฐานการเรยี นรู้ไดเ้ ต็มศักยภาพอยา่ งแทจ้ รงิ
จึงหวังเป็นอย่างยิง่ วา่ แผนการจดั การเรยี นรู้ฉบบั นี้ จะสามารถนาไปใชป้ ระกอบการจดั การ
เรยี นการสอนรายวชิ าฟสิ กิ ส์เพิ่มเติม 1 นาไปสู่การพัฒนาท่ีถูกต้องและเกดิ ผลแกผ่ ู้เรยี นเปน็ อยา่ งดี
กฤษฎา ปุณปิตตา
7 ตลุ าคม 2565
สารบัญ ข
เรอื่ ง หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 เร่อื ง การเคลอื่ นทีแ่ นวตรง
1
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 6 เรอ่ื ง ตำแหนง่ ระยะทางและการกระจดั 18
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 7 เร่ือง อัตราเรว็ ความเรว็ 34
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง ความเรง่ 49
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 9 เรอ่ื ง กราฟของการเคลอ่ื นทีแ่ นวตรง 65
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 10 เรอื่ ง สมการสำหรับคำนวณหาปริมาณต่าง ๆ 84
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 11 เรอื่ ง สมการการเคลื่อนที่ในแนวด่ิงอยา่ งเสรี
1
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 6
รหสั วิชา ว31201 วชิ า ฟิสกิ สเ์ พิ่มเตมิ 1 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 เร่ือง การเคล่อื นที่แนวตรง เวลา 21 ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรยี นร้เู รอ่ื ง ตาแหนง่ ระยะทางและการกระจดั เวลา 2 ชั่วโมง
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ผู้สอน นายกฤษฎา ปุณปติ ตา
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นเชยี งวิทยา
_________________________________________________________________________
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้วี ัด / ผลการเรียนรู้
สาระที่ 6 สาระฟสิ กิ ส์
1. เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรง แรงและกฎการ
เคลอ่ื นท่ีของนวิ ตัน กฎความโนม้ ถ่วงสากล แรงเสียดทานสมดลุ กลของวตั ถุ งาน และกฎ การอนุรักษ์พลังงาน
กล โมเมนตัมและกฎการอนรุ กั ษ์ โมเมนตมั การเคล่อื นทแี่ นวโค้ง รวมท้งั นาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้
3. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตาแหน่ง การกระจัด ความเร็ว และความเร่งของ
การเคลื่อนที่ของวัตถุในแนวตรงที่มีความเร่งคงตัวจากกราฟและสมการ รวมทั้งทดลองหาค่าความเร่งโนม้ ถว่ ง
ของโลก และคานวณปรมิ าณต่าง ๆ ทเี่ กีย่ วข้อง
2. สาระสำคญั
การบอกตาแหน่งที่ชัดเจนจะต้องเทียบกับตาแหน่งหนึ่งที่เราเรียกว่า ตาแหน่งอ้างอิงหรือจุดอ้างอิง
เช่น คนยืนห่างจากเสาไฟฟ้า 10 เมตรไปทางขวา สาหรับการบอกตาแหน่งของวัตถุ เช่น รถ ลูกบอล เป็นต้น
ในแนวเส้นตรงนิยมเขียนเส้นตรงแลว้ กาหนดจดุ อา้ งอิงพร้อมกับสเกลแสดงระยะทาง
ระยะทาง (distance) คือ ความยาวตามเส้นทางที่วัตถุเคล่ือนท่ีไปได้ทั้งหมด เป็นปริมาณสเกลาร์ คือ
มีแต่ขนาดอย่างเดยี ว มหี น่วยเปน็ เมตร (m) โดยทั่วไปเราใช้สญั ลักษณ์ S
การกระจัด (displacement) คือ เส้นตรงที่เชื่อมโยงระหว่างจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้ายของการ
เคล่ือนทีเ่ ปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์ คือ ต้องคานึงถึงทศิ ทางดว้ ย มีหน่วยเป็นเมตร (m)
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายการระบตุ าแหน่งของวตั ถุได้
2. อธบิ ายและคานวณการกระจัดและระยะทางการเคล่ือนท่ีของวตั ถุได้
2
3.2 ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
1. วเิ คราะห์และคานวณเกีย่ วกบั ตาแหนง่ ของวัตถไุ ด้
2. วเิ คราะหแ์ ละคานวณเกี่ยวกับการกระจดั และระยะทางการเคล่ือนที่ของวตั ถุได้
3.3 ดา้ นคุณลักษณะ (A)
1. นักเรยี นมีความม่งุ ม่ันในการทางาน
2. นักเรียนมคี วามรบั ผิดชอบตอ่ งานท่ีได้รบั มอบหมายและสามารถทางานร่วมกับ
ผู้อน่ื ได้
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ตาแหนง่
4.2 ระยะทาง
4.3 การกระจดั
5. สมรรถนะ
5.1 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน (เฉพาะทีเ่ กิดในแผนการจัดการเรยี นรูน้ ี้)
1) ความสามารถในการส่ือสาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) (เฉพาะท่ีเกิดในแผนการจัดการเรียนร้นู ี้)
1) รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 5) อยอู่ ย่างพอเพียง
2) ซื่อสตั ย์ สจุ รติ 6) มงุ่ มน่ั ในการทางาน
3) มีวนิ ัย 7) รักความเปน็ ไทย
4) ใฝเ่ รยี นรู้ 8) มจี ิตสาธารณะ
3
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ โดยออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบ 5E
7.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement)
7.1.1 ครกู ล่าวทกั ทายและตรวจสอบรายช่อื ของนักเรียน
7.1.2 นักเรยี นและครรู ่วมกันสนทนาเกีย่ วกับการเคลอื่ นทขี่ องวตั ถุ โดยครตู ้ังคาถามวา่ “เรารู้ได้
อย่างไรวา่ วตั ถุมีการเคลื่อนทเี่ กดิ ขึน้ และการเคล่ือนท่ีของวัตถุนนั้ มีปริมาณใดเกี่ยวขอ้ ง”
7.1.3 นกั เรยี นตอบข้อซกั ถามของครวู ่า “เมื่อวัตถุมีการเปล่ยี นตาแหนง่ จากที่หนง่ึ ไปยังอีกท่ี
หนึ่ง แสดงว่าวัตถุมกี ารเคล่ือนท”ี่
7.1.4 แจง้ ให้นกั เรียนทราบวา่ ในช่ัวโมงน้ีจะไดศ้ ึกษาเกีย่ วกบั ตาแหน่ง ระยะทางและการ
กระจดั
7.2 ข้นั สารวจและคน้ หา (Exploration)
7.1.5 นกั เรยี นแตล่ ะคนใบงาน เรอ่ื ง ตาแหน่ง ระยะทางและการกระจัด โดยใหน้ ักเรยี นสืบคน้
ขอ้ มลู จากอินเทอรเ์ นต็ หรือหนงั สอื เรียนวชิ าฟิสกิ ส์ ซงึ่ มีหัวขอ้ ที่ต้องสบื คน้ ดงั นี้
- ตาแหนง่
- ระยะทาง
- การกระจดั
7.3 ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explain)
7.3.1 ครอู ธบิ ายเพม่ิ เติม เรื่อง ตาแหน่ง ระยะทางและการกระจัด
7.3.2 นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ ผลการทาใบงานเก่ยี วกับตาแหน่ง ระยะทางและการกระจัดดังนี้
การบอกตาแหนง่ ท่ชี ดั เจนจะต้องเทียบกับตาแหนง่ หน่ึงท่เี ราเรยี กวา่ ตาแหน่งอา้ งองิ หรือ จดุ อา้ งองิ เช่น
คนยืนห่างจากเสาไฟฟ้า 10 เมตรไปทางขวา สาหรบั การบอกตาแหน่งของวตั ถุ เช่น รถ ลูกบอล เปน็ ตน้ ใน
แนวเส้นตรงนิยมเขียนเสน้ ตรงแลว้ กาหนดจุดอา้ งองิ พร้อมกบั สเกลแสดงระยะทาง
ตาแหน่ง (position) คอื การแสดงออกหรือการบอกให้ทราบวา่ วตั ถสุ ิง่ ของทเ่ี ราพิจารณาอยทู่ ี่ใด พจิ ารณา
วตั ถทุ ีม่ ขี นาดเลก็ ก่อน ซึ่งจะสามารถบอกได้ชดั เจนว่าตาแหนง่ อย่ทู ี่ใด โดยเฉพาะบนเสน้ ตรงเส้นหนง่ึ เมอ่ื เทียบ
กับจดุ อา้ งอิง ทีจ่ ุดอ้างอิงเปน็ ปจั จยั จาเป็นเพ่อื ความชดั เจน
4
ระยะทาง (distance) คือ ความยาวตามเส้นทางท่ีวัตถเุ คล่อื นทไ่ี ปได้ทง้ั หมด เป็นปรมิ าณ สเกลาร์ คือ มี
แตข่ นาดอยา่ งเดยี ว มหี นว่ ยเป็นเมตร(m) โดยท่ัวไปเราใช้สัญลักษณ์ S
การกระจัด (displacement) คอื เสน้ ตรงทเ่ี ชื่อมโยงระหว่างจดุ เร่ิมตน้ และจดุ สดุ ทา้ ยของ การเคล่ือนท่ี
เปน็ ปริมาณเวกเตอร์ คือ ต้องคานงึ ถงึ ทศิ ทางดว้ ย มีหน่วยเป็นเมตร (m)
7.4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
7.4.1 นกั เรียนและครูช่วยกันทาแบบฝึกหัด เรอ่ื ง การหาระยะทางและการกระจดั
1. วตั ถชุ ้นิ หนึง่ เคล่อื นที่เปน็ วงกลมได้ครงึ่ รอบเปน็ ระยะทาง 314 เมตร อยากทราบว่าการกระจดั ของ
วัตถุ มีค่าเทา่ ใด (กาหนดให้ค่า มคี ่าเท่ากบั 3.14)
2. นาย D เดนิ ทางไปตาบล ก ทางทศิ ตะวนั ออกเปน็ ระยะ 3 กิโลเมตร แล้วเดินทางตอ่ ไปตาบล ข ที่อยู่
ทางทศิ เหนือของตาบล ก เป็นระยะ 4 กิโลเมตร อยากทราบว่าการเดนิ ทางของนาย D ครัง้ นี้ ได้ระยะทางและ
การกระจดั ทง้ั หมดเทา่ ใด
3. นาย E เดินทางจากบา้ นไปโรงเรียนระหวา่ งทางได้แวะบา้ นเพ่อื นซ่ึงอยู่ทางทิศใตข้ องบ้านนาย E เป็น
ระยะทาง 150 เมตร แลว้ เดินไปโรงเรยี นทางทิศใต้เปน็ ระยะทาง 200 เมตร ระยะทางและการกระจดั ของ
นาย E ในการเดนิ ทางคร้งั นเ้ี ทา่ ใด
7.5 ขั้นประเมนิ ผล (Evaluation)
7.5.1 สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรูและการรวมกิจกรรมของนักเรยี น
7.5.2 นักเรียนเขียนส่ิงท่ไี ด้เรียนรูใ้ นวันน้ีลงสมดุ
7.5.3 นกั เรยี นทาใบงานเรื่อง การหาระยะทางและการกระจัด
8. สอ่ื การเรียนรู้และแหล่งการเรยี นรู้
8.1 หนังสอื เรยี นรายวิชาเพ่มิ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 4 ฟิสิกส์ เลม่ 1 ตามผลการเรยี นรู้
กลุ่มสาระวทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551 สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร
8.2 Microsoft PowerPoint เรื่อง ตาแหน่ง ระยะทางและการกระจดั
8.3 ใบงานเร่ือง ตาแหนง่ ระยะทางและการกระจัด
5
9. การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวดั เครื่องมือวัด เกณฑ์
ผ่านเกณฑ์
จดุ ประสงค์ การตอบ คำถาม รอ้ ยละ 80
1. ดา้ นความรู้ (K: Knowledge) คำถาม
ผา่ นเกณฑ์
1. อธบิ ายการระบุตาแหน่งของวตั ถุได้ ตรวจจาก แบบ รอ้ ยละ 80
2. อธบิ ายและคานวณการกระจดั และระยะทาง แบบฝึกหัด ประเมิน
การเคลอื่ นที่ของวัตถุได้ แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑ์
2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (P: Process) รอ้ ยละ 80
1. วเิ คราะห์และคานวณเกยี่ วกับตาแหน่งของวตั ถุได้ สงั เกต แบบสงั เกต
2. วิเคราะห์และคานวณเก่ียวกบั การกระจดั และระยะ พฤติกรรม พฤติกรรม
ทางการเคลือ่ นท่ีของวัตถุได้
3. ด้านคณุ ลักษณะ (A: Attribute)
1. นกั เรียนมคี วามมุ่งมั่นในการทำงาน
2. นกั เรียนมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานที่ได้รับมอบหมาย
และสามารถทำงานรว่ มกับผอู้ ื่นได้
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมินพฤตกิ รรมระหวา่ งเรียนตามคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเด็นการประเมิน คําอธบิ ายระดับคุณภาพ/ระดบั คะแนน
3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน
ให้ความร่วมมือในการตอบ ใหค้ วามร่วมมือในการตอบ ให้ความรว่ มมือในการตอบ
การตอบคำถาม คำถามอยา่ งเตม็ ท่ี ตอบได้ดี คำถามอยา่ งเตม็ ท่ี ตอบไดด้ ี คำถามอย่างเตม็ ท่ี ตอบได้ดี
ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้องบางคำถาม แตถ่ กู ต้องน้อยมาก
ตง้ั ใจเรียน เอาใจใส่และมี ตัง้ ใจเรียน เอาใจใส่และมี ตง้ั ใจเรียน เอาใจใสแ่ ละมี
ใฝ่เรยี นรู้ ความพยายามในการเรียนรู้ ความพยายามในการเรียนรู้ ความพยายามในการเรยี นรู้
ดีเยีย่ ม ปานกลาง พอใช้
เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ัติหน้าท่ี เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าท่ี เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ตั ิหน้าที่
มงุ่ มั่นในการทำงาน ที่ไดร้ ับมอบหมาย ตั้งใจและ ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย ต้ังใจและ ทไี่ ด้รบั มอบหมาย ตั้งใจและ
รับผิดชอบในการทำงานให้ รับผิดชอบในการทำงานให้ รบั ผดิ ชอบในการทำงานให้
สำเรจ็ ดีเยีย่ ม สำเรจ็ ปานกลาง สำเร็จพอใช้
เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
0 - 4 ควรปรบั ปรงุ อยา่ งยงิ่
5 - 6 ควรปรับปรงุ
7 - 8 พอใช้
9 – 10 ดี
11 - 12 ดมี าก
เกณฑก์ ารผา่ น ระดบั พอใช้ข้ึนไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
11
12
13
เกณฑ์การประเมนิ ผลการแบบฝึกหดั
ประเด็นการประเมนิ คาํ อธิบายระดบั คุณภาพ/ระดบั คะแนน
4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน
ความถกู ต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง
รอ้ ยละ 80 ขึ้นไป รอ้ ยละ 65 – 79 รอ้ ยละ 50 - 64 น้อยกว่ารอ้ ยละ 50
ทำแบบฝึกหัดมีความ ทำแบบฝึกหัดมคี วาม ทำแบบฝึกหดั เป็น ทำแบบฝึกหดั เป็น
ความเป็นระเบยี บ เป็นระเบยี บ สะอาด เป็นระเบียบ สะอาด ระเบยี บ สะอาด ระเบียบ สะอาด
เรยี บร้อยดมี าก เรยี บรอ้ ยดี เรยี บรอ้ ยปานกลาง เรียบร้อยพอใช้
ส่งแบบฝึกหัดทนั ตาม สง่ แบบฝึกหัดลา่ ช้ากวา่ ส่งแบบฝกึ หัดลา่ ชา้ ส่งแบบฝึกหัดล่าชา้
ความตรงต่อเวลา เวลาท่ีกำหนด เวลาท่ีกำหนดไป 1 วนั กวา่ เวลาท่ีกำหนดไป กวา่ เวลาที่กำหนด
3 วนั มากกวา่ 3 วัน
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ระดับคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ควรปรบั ปรงุ อยา่ งย่ิง
0-4 ควรปรบั ปรุง
5-6 พอใช้
7-8 ดี
9 – 10 ดมี าก
11 - 12
เกณฑก์ ารผา่ น ระดบั พอใช้ขึ้นไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
14
ใบงานเร่อื ง
ตาแหน่ง ระยะทางและการกระจัด
คาส่งั ใหน้ ักเรียนตอบคาถามตอ่ ไปนี้
1. ตาแหน่งของวตั ถุมีความหมายว่าอยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ระยะทางในการเคล่ือนที่ของวัตถุมคี วามหมายว่าอยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. การกระจดั ในการเคลอ่ื นทขี่ องวตั ถุมีความหมายว่าอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ระยะทางและการกระจัดมีความแตกต่างกนั อยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. ขอ้ ความทีว่ ่า “การกระจัดมขี นาดนอ้ ยกว่าหรือเท่ากบั ระยะทางเสมอ” เป็นจรงิ หรือไม่อย่างไร
จงอธิบาย
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
15
6. วตั ถุชน้ิ หนึง่ เคลอ่ื นท่เี ปน็ วงกลมได้ครงึ่ รอบเป็นระยะทาง 314 เมตร อยากทราบวา่ การกระจดั ของ
วตั ถุ มีคา่ เทา่ ใด (กาหนดใหค้ ่า มีค่าเท่ากบั 3.14)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. นาย D เดนิ ทางไปตาบล ก ทางทศิ ตะวนั ออกเปน็ ระยะ 3 กิโลเมตร แลว้ เดินทางต่อไปตาบล ข ทอ่ี ยู่
ทางทศิ เหนือของตาบล ก เป็นระยะ 4 กิโลเมตร อยากทราบว่าการเดินทางของนาย D ครั้งน้ี ได้
ระยะทางและการกระจัดทั้งหมดเท่าใด
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. นาย E เดนิ ทางจากบ้านไปโรงเรยี นระหว่างทางได้แวะบา้ นเพอ่ื นซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของบ้านนาย E เป็น
ระยะทาง 150 เมตร แลว้ เดินไปโรงเรยี นทางทิศใตเ้ ปน็ ระยะทาง 200 เมตร ระยะทางและการกระจัด
ของนาย E ในการเดินทางครั้งนเ้ี ท่าใด
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
16
เฉลย ใบงานเร่อื ง
ตาแหน่ง ระยะทางและการกระจดั
คาสั่ง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามตอ่ ไปนี้
1. ตาแหน่งของวตั ถุมีความหมายวา่ อยา่ งไร
การบอกตาแหน่งท่ชี ัดเจนจะต้องเทยี บกบั ตาแหน่งหนึง่ ทเี่ ราเรยี กวา่ ตาแหน่งอ้างองิ หรอื จดุ อา้ งองิ
เชน่ คนยนื หา่ งจากเสาไฟฟ้า 10 เมตรไปทางขวา สาหรับการบอกตาแหนง่ ของวตั ถุ เช่น รถ ลกู บอล
เป็นต้น ในแนวเส้นตรงนยิ มเขียนเส้นตรงแล้วกาหนดจุดอ้างอิงพร้อมกบั สเกลแสดงระยะทาง
2. ระยะทางในการเคลื่อนทข่ี องวตั ถุมคี วามหมายวา่ อยา่ งไร
ระยะทาง (distance) คือ ความยาวตามเสน้ ทางท่วี ตั ถเุ คล่ือนท่ีไปได้ทั้งหมด เป็นปริมาณสเกลาร์
คอื มีแตข่ นาดอย่างเดยี ว มีหนว่ ยเปน็ เมตร (m) โดยท่วั ไปเราใชส้ ัญลักษณ์ S
3. การกระจัดในการเคล่อื นที่ของวตั ถมุ คี วามหมายว่าอย่างไร
การกระจัด (displacement) คอื เส้นตรงทเี่ ช่ือมโยงระหวา่ งจุดเริม่ ต้นและจุดสดุ ทา้ ยของ การ
เคล่อื นทเ่ี ปน็ ปริมาณเวกเตอร์ คอื ต้องคานงึ ถึงทิศทางด้วย มีหน่วยเปน็ เมตร (m)
4. ระยะทางและการกระจัดมีความแตกต่างกนั อย่างไร
แตกต่างกนั โดย ระยะทาง คือ ระยะท่ีวดั ตามแนวการเคล่อื นที่ของวตั ถทุ ีเ่ คล่ือนท่ีได้ทง้ั หมด เป็น
ปริมาณสเกลาร์มหี นว่ ยเป็นเมตร การกระจัด คอื ระยะห่างระหว่างตาแหน่งเร่ิมต้นกบั ตาแหนง่
สดุ ทา้ ยตามแนวเสน้ ตรงมีทศิ จากตาแหน่งเร่ิมต้น ไปยงั ตาแหน่งสดุ ทา้ ยเสมอ เป็นปริมาณเวกเตอร์ มี
หนว่ ยเปน็ เมตร
5. ข้อความทว่ี า่ “การกระจัดมขี นาดนอ้ ยกว่าหรือเทา่ กบั ระยะทางเสมอ” เปน็ จรงิ หรอื ไม่อย่างไร
จงอธบิ าย
เปน็ จริงเพราะ ขนาดของระยะทางจะมากกวา่ การกระจดั เสมอ ถา้ วัตถุนั้นไมไ่ ดเ้ คลื่อนทีใ่ นแนว
เส้นตรงตลอด
6. วัตถชุ ้นิ หนง่ึ เคลื่อนทเ่ี ป็นวงกลมได้ครึ่งรอบเปน็ ระยะทาง 314 เมตร อยากทราบวา่ การกระจัดของ
วัตถุ มีคา่ เทา่ ใด (กาหนดใหค้ ่า π มคี ่าเทา่ กบั 3.14)
…………………………………ห…า…กา…ร…กร…ะ…จ…ัด…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………3…1…4…=…(…3.…14…)…R………………………………………………………………
……………………………………………………………R …=…1…0…0 …เม…ต…ร………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
17
7. นาย D เดินทางไปตาบล ก ทางทิศตะวันออกเปน็ ระยะ 3 กโิ ลเมตร แล้วเดินทางต่อไปตาบล ข ทอ่ี ยู่
ทางทศิ เหนือของตาบล ก เป็นระยะ 4 กโิ ลเมตร อยากทราบว่าการเดนิ ทางของนาย D ครงั้ นี้ ได้
ระยะทางและการกระจัดท้ังหมดเทา่ ใด
ระยะทาง = 3 + 4 = 7 เมตร
การกระจดั = √32 + 42 = 5 เมตร
8. นาย E เดินทางจากบา้ นไปโรงเรียนระหว่างทางไดแ้ วะบา้ นเพอื่ นซ่ึงอยู่ทางทิศใต้ของบ้านนาย E เป็น
ระยะทาง 150 เมตร แล้วเดินไปโรงเรียนทางทิศใตเ้ ปน็ ระยะทาง 200 เมตร ระยะทางและการกระจัด
ของนาย E ในการเดินทางครั้งนเ้ี ท่าใด
150 เมตร ระยะทาง = 150 + 200 = 350
200 เมตร การกระจดั = 150 + 200 = 350
18
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 7
รหัสวชิ า ว31201 วชิ า ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 1 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 เรื่อง การเคล่อื นทแ่ี นวตรง เวลา 12 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรเู้ รอ่ื ง อตั ราเร็ว ความเรว็ เวลา 2 ชัว่ โมง
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 ผ้สู อน นายกฤษฎา ปุณปิตตา
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนบา้ นเชียงวทิ ยา
_________________________________________________________________________
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชีว้ ัด / ผลการเรียนรู้
สาระที่ 6 สาระฟิสิกส์
1. เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรง แรงและกฎการ
เคลื่อนทีข่ องนวิ ตัน กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสยี ดทานสมดุล กลของวตั ถุ งาน และกฎ การอนุรักษ์พลังงาน
กล โมเมนตมั และกฎการอนรุ กั ษ์ โมเมนตัม การเคลอ่ื นทแ่ี นวโคง้ รวมทง้ั นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
3. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตาแหน่ง การกระจัด ความเร็ว และความเร่งของ
การเคลื่อนท่ีของวตั ถใุ นแนวตรงที่มคี วามเร่งคงตวั จากกราฟและสมการ รวมทั้งทดลองหาค่าความเรง่ โน้มถว่ ง
ของโลก และคานวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เก่ยี วข้อง
2. สาระสาคัญ
อัตราเร็วเฉลี่ย คือ อัตราส่วนระหว่างระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ได้กับช่วงเวลาที่ที่ใช้ในการเคลื่อนท่ี
หน่วยในระบบเอสไอคือ เมตรตอ่ วนิ าที (m/s) เป็นปรมิ าณสเกลาร์
อัตราเร็วขณะหนึ่ง มีค่าเท่ากับขนาดของความเร็วขณะหนึ่ง หน่วยในระบบเอสไอ คือเมตรต่อวินาที
(m/s) เปน็ ปรมิ าณสเกลาร์
ความเร็วเฉลี่ย คืออัตราส่วนระหว่างการกระจัดที่วัตถุเคลื่อนที่ได้กับช่วงเวลาที่ที่ใช้ในการเคลื่อนที่
หนว่ ยในระบบเอสไอคือ เมตรตอ่ วนิ าที (m/s) เปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์
ความเร็วขณะหน่งึ เป็นการหาคาความเร็วในชวงเวลาสัน้ ๆ ชวงใดชวงหนึง่ ของการเคลื่อนที่
19
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธบิ ายและคานวณเกย่ี วกับอัตราเร็ว ความเรว็
3.2 ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
1. วิเคราะห์และคานวณเก่ยี วกบั อตั ราเรว็ ความเร็ว
3.3 ด้านคุณลักษณะ (A)
1. นกั เรียนมีความมุ่งมนั่ ในการทางานและใฝ่เรียนรู้
2. นักเรยี นมีความรบั ผิดชอบต่องานท่ไี ด้รบั มอบหมายและสามารถทางานรว่ มกบั
ผู้อน่ื ได้
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 อัตราเร็วและอตั ราเร็วเฉล่ีย
4.2 ความเรว็ และความเรว็ เฉลี่ย
5. สมรรถนะ
5.1 สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน (เฉพาะท่เี กดิ ในแผนการจัดการเรยี นร้นู ้ี)
1) ความสามารถในการส่ือสาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา
4) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) (เฉพาะท่ีเกิดในแผนการจัดการเรียนรนู้ ี)้
1) รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 5) อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
2) ซ่ือสัตย์ สจุ ริต 6) มงุ่ มั่นในการทางาน
3) มวี ินยั 7) รักความเป็นไทย
4) ใฝ่เรยี นรู้ 8) มจี ติ สาธารณะ
20
7. กจิ กรรมการเรียนรู้ โดยออกแบบกิจกรรมการเรียนร้ตู ามรปู แบบ 5E
7.1 ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement)
7.1.1 ครูกลา่ วทกั ทายและตรวจสอบรายชือ่ ของนักเรียน
7.1.2 นักเรียนและครรู ่วมกันทบทวนความรเู้ ดิมเก่ียวกบั เร่ือง ตาแหน่ง ระยะทางและ
การกระจดั เพ่ือเปน็ ความรูพ้ ้นื ฐานนาไปสู่เนื้อหา เรื่อง อตั ราเรว็ และความเรว็
7.1.3 นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสนทนาเกีย่ วกบั การเคลอื่ นทีข่ องวตั ถุ โดยครตู ง้ั คาถามว่า “นักเรยี นเคย
สังเกตเวลาทรี่ ถเคลื่อนท่หี รือไม่ ปริมาณทจี่ ะบอกวา่ วัตถเุ คล่ือนทเ่ี ร็วมากหรือนอ้ ยคืออะไร” (แนวคาตอบ
ข้ึนอยู่กับนกั เรยี น)
7.1.4 นักเรียนตอบข้อซักถามของครูวา่ “ปริมาณทจ่ี ะบอกวา่ วัตถเุ คล่อื นทเี่ รว็ มากหรือนอ้ ย คือ อัตราเร็ว”
7.1.5 แจง้ ใหน้ กั เรียนทราบว่า ในช่ัวโมงน้จี ะไดศ้ ึกษาเกี่ยวกับอตั ราเรว็ และความเรว็
7.2 ขนั้ สารวจและคน้ หา (Exploration)
7.2.1 นกั เรียนสบื คน้ ข้อมูลเก่ยี วกบั อตั ราเร็ว และความเรว็ จากหนังสอื เรยี นรายวชิ าเพ่ิมเติม ฟิสกิ ส์ เลม่
1 และหรอื สืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เนต็
7.3 ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป (Explain)
7.3.1 นักเรียนและครูร่วมกนั สรุปความร้ทู ีไ่ ด้ตามหัวขอ้ ทค่ี รกู าหนด ดงั นี้
อตั ราเรว็ (speed) คอื ระยะทางท่ีวัตถเุ คลอื่ นที่ได้ท้งั หมดในหนง่ึ หนว่ ยเวลา
ใชส้ ัญลักษณ์ v เป็นปรมิ าณสเกลาร์ มีหน่วยเปน็ เมตร/วนิ าที (m/s)
อัตราเร็วเฉลี่ย (average speed) คือ อัตราส่วนระหว่างระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ได้ต่อ
ชว่ งเวลาทีใ่ ช้ในการเคลอ่ื นท่ี ใช้สัญลกั ษณ์ vav เปน็ ปริมาณสเกลาร์ มหี น่วยเปน็ เมตรตอ่ วินาที (m/s)
อตั ราเร็วเฉลีย่ = ระยะทางท่ีวตั ถเุ คลื่อนที่ได้
ช่วงเวลาที่ใช้
vav = d
∆t
ความเร็ว (velocity) คือ การกระจัดที่วัตถุเคลื่อนที่ได้ทั้งหมดในหนึ่งหน่วยเวลา ใช้
สัญลกั ษณ์ตวั ⃑v เปน็ ปริมาณเวกเตอร์ มหี น่วยเป็น เมตร/วนิ าที (m/s)
21
ความเร็วเฉลี่ย (average velocity) คือ อัตราสว่ นระหว่างการกระจัดทวี่ ัตถุเคลื่อนที่ได้ต่อ
ช่วงเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ ความเรว็ เฉลี่ยมีทิศเดยี วกับการกระจดั ใช้สัญลักษณ์ ⃑vav เปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์ มี
หนว่ ยเป็น เมตร/วินาที (m/s)
ความเรว็ เฉล่ีย = การกระจดั ทีว่ ตั ถุเคลอื่ นท่ีได้
ชว่ งเวลาทีใ่ ช้
⃑vav = ∆x
∆t
7.4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
7.4.1 ครอู ธบิ ายเพมิ่ เติมเกีย่ วกับการคานวณการหาอัตราเรว็ และความเรว็
1. มารโิ อว้ ิ่งจาก A ไป B ไดร้ ะยะทาง 120 m แล้ววิง่ จาก B ไป C ได้ระยะทาง 90 m ใชเ้ วลา
15 วินาที ดังรปู มารโิ อว้ ง่ิ จาก A ไปถึง C ดว้ ย อัตราเร็วและความเร็วเทา่ ไร
จากรูป ระยะทางจาก A ไป C คอื 90 + 120 = 210 เมตร แต่การกระจัดจาก A
ไป C คอื 150 เมตร
หาอตั ราเร็ว
อตั ราเรว็ = ระยะทางที่วตั ถุเคล่ือนทไ่ี ด้
ช่วงเวลาท่ีใช้
อัตราเรว็ = 210 m
15 s
อตั ราเร็ว = 14 m/s
หาความเร็ว
ความเร็ว = การกระจัดท่วี ัตถุเคล่ือนทไี่ ด้
ชว่ งเวลาท่ีใช้
22
ความเรว็ = 150 m
10
s
ความเรว็ = 10 m/s
7.4.2 ครูขยายความรเู้ พ่ิมเตมิ คือ โดยให้นกั เรยี นท่องว่า อตั ราเร็วคู่กับระยะทาง สว่ นความเร็วค่กู ับการ
กระจัด เพ่อื ทจ่ี ะไม่ให้เด็กสบั สนในการแทนค่าในสมการ
7.5 ขั้นประเมนิ ผล (Evaluation)
7.5.1 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรูและการรวมกิจกรรมของนักเรียน
7.5.2 นักเรียนเขยี นสงิ่ ที่ได้เรียนร้ใู นวันน้ีลงสมดุ
7.5.3 นกั เรียนทาใบงานเรือ่ ง การหาอัตราเรว็ และความเรว็
8. สื่อการเรียนร้แู ละแหล่งการเรยี นรู้
8.1 หนงั สอื เรียนรายวชิ าเพิม่ เติมวทิ ยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ฟิสิกส์ เล่ม 1 ตามผลการเรยี นรู้กลุ่ม
สาระวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร
8.2 Microsoft PowerPoint เรอ่ื ง อตั ราเร็วและความเร็ว
8.3 ใบงานเรื่อง อัตราเรว็ และความเร็ว
9. การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวดั เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์
จดุ ประสงค์ การตอบ ผา่ นเกณฑ์
คำถาม คำถาม ร้อยละ 80
1. ด้านความรู้ (K: Knowledge)
1. อธบิ ายและคานวณเก่ียวกบั อตั ราเรว็ ความเรว็ ได้ ตรวจจากใบ แบบ ผา่ นเกณฑ์
งาน ประเมิน ร้อยละ 80
2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (P: Process) แบบฝกึ หดั
1. วิเคราะห์และคานวณเกี่ยวกบั อัตราเร็ว ความเร็วได้ สังเกต ผา่ นเกณฑ์
พฤติกรรม แบบสงั เกต รอ้ ยละ 80
3. ดา้ นคุณลกั ษณะ (A: Attribute) พฤติกรรม
1. นักเรยี นมคี วามม่งุ มนั่ ในการทางานและใฝเ่ รยี นรู้
2. นักเรยี นมีความรับผดิ ชอบตอ่ งานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
และสามารถทำงานรว่ มกบั ผู้อ่ืนได้
23
24
25
26
27
เกณฑก์ ารประเมินพฤตกิ รรมระหวา่ งเรียนตามคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเด็นการประเมิน คําอธบิ ายระดับคุณภาพ/ระดบั คะแนน
3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน
ให้ความร่วมมือในการตอบ ใหค้ วามร่วมมือในการตอบ ให้ความรว่ มมือในการตอบ
การตอบคำถาม คำถามอยา่ งเตม็ ท่ี ตอบได้ดี คำถามอยา่ งเตม็ ท่ี ตอบไดด้ ี คำถามอย่างเตม็ ท่ี ตอบได้ดี
ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้องบางคำถาม แตถ่ กู ต้องน้อยมาก
ตง้ั ใจเรียน เอาใจใส่และมี ตัง้ ใจเรียน เอาใจใส่และมี ตง้ั ใจเรียน เอาใจใสแ่ ละมี
ใฝ่เรยี นรู้ ความพยายามในการเรียนรู้ ความพยายามในการเรียนรู้ ความพยายามในการเรยี นรู้
ดีเยีย่ ม ปานกลาง พอใช้
เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ัติหน้าท่ี เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าท่ี เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ตั ิหน้าที่
มงุ่ มั่นในการทำงาน ที่ไดร้ ับมอบหมาย ตั้งใจและ ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย ต้ังใจและ ทไี่ ด้รบั มอบหมาย ตั้งใจและ
รับผิดชอบในการทำงานให้ รับผิดชอบในการทำงานให้ รบั ผดิ ชอบในการทำงานให้
สำเรจ็ ดีเยีย่ ม สำเรจ็ ปานกลาง สำเร็จพอใช้
เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
0 - 4 ควรปรบั ปรงุ อยา่ งยงิ่
5 - 6 ควรปรับปรงุ
7 - 8 พอใช้
9 – 10 ดี
11 - 12 ดมี าก
เกณฑก์ ารผา่ น ระดบั พอใช้ข้ึนไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
28
29
30
เกณฑ์การประเมนิ ผลการแบบฝึกหดั
ประเด็นการประเมนิ คาํ อธิบายระดบั คุณภาพ/ระดบั คะแนน
4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน
ความถกู ต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ทำแบบฝกึ หัดถูกต้อง
รอ้ ยละ 80 ขึ้นไป รอ้ ยละ 65 – 79 รอ้ ยละ 50 - 64 น้อยกวา่ รอ้ ยละ 50
ทำแบบฝึกหัดมีความ ทำแบบฝึกหัดมคี วาม ทำแบบฝึกหดั เป็น ทำแบบฝึกหดั เป็น
ความเป็นระเบยี บ เป็นระเบยี บ สะอาด เป็นระเบียบ สะอาด ระเบยี บ สะอาด ระเบียบ สะอาด
เรยี บร้อยดมี าก เรยี บรอ้ ยดี เรยี บรอ้ ยปานกลาง เรียบร้อยพอใช้
ส่งแบบฝึกหัดทนั ตาม สง่ แบบฝึกหัดลา่ ช้ากวา่ ส่งแบบฝกึ หัดลา่ ชา้ ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า
ความตรงต่อเวลา เวลาท่ีกำหนด เวลาท่ีกำหนดไป 1 วนั กวา่ เวลาท่ีกำหนดไป กวา่ เวลาที่กำหนด
3 วนั มากกวา่ 3 วนั
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ระดับคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ควรปรบั ปรงุ อยา่ งย่ิง
0-4 ควรปรบั ปรุง
5-6 พอใช้
7-8 ดี
9 – 10 ดมี าก
11 - 12
เกณฑก์ ารผา่ น ระดบั พอใช้ขึ้นไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
31
แบบฝกึ หดั
อัตราเรว็ และความเรว็
1. นาย ก. ขบั รถจากหาดใหญ่ไปสงขลาดว้ ยอัตราเรว็ 60 km/h แลว้ ทาธรุ ะอยู่ สงขลา 1 h จากนั้นขบั รถกลับ
หาดใหญ่ดว้ ยอัตราเรว็ 80 km/h ถ้าถนนจาก หาดใหญถ่ ึงสงขลาเปน็ เสน้ ตรงยาว 30 m นาย ก. ขบั รถด้วย
อตั ราเรว็ เฉลี่ย กี่ km/h
1. 70 km/h 2. 52 km/h
3. 40 km/h 4. 32 km/h
2. รถไฟขบวนหนง่ึ แลน่ ดว้ ยอัตราเรว็ เฉลยี่ 80 km/h จากกรุงเทพ ฯ ไปนครสวรรค์ ท่ีอยู่ห่างกนั 300 km ถ้า
ออกเดนิ ทางเวลา 08.00 น. จะถึงปลายทางเวลาเทา่ ใด
1. 11.15 น. 2. 11.30 น.
3.11.45 น. 4. 11.75 น.
3. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถกู ตอ้ งเก่ียวกบั อตั ราเร็วเฉลย่ี
1. อตั ราเร็วเฉลยี่ คือระยะทางท่วี ัตถุเคลอื่ นท่ีได้ในหน่ึงหนว่ ยเวลา
2. อตั ราเรว็ เฉลี่ยมีคา่ มากกวา่ อัตราเรว็ ขณะหนึ่งเสมอ
3. อัตราเร็วเฉล่ยี เป็นปรมิ าณสเกลาร์
4. ถกู ทง้ั ขอ้ 1 และ ข้อ 3
4. วัตถุหนึง่ เคล่อื นท่จี ากตาแหน่ง X = +1.0 m ไปทางซา้ ยจนถึงตาแหนง่ X = - 3.0 m ใช้เวลา 4 s หลังจาก
นน้ั เคล่ือนท่ีไปทางขวาจนถงึ ตาแหนง่ X = -1.0 m ใชเ้ วลา 2 s จงหาอตั ราเร็วเฉลย่ี ของการเคลื่อนที่
1. 3/2 m/s
2. 1 m/s
3. 1/2 m/s
4. 1/3 m/s
32
5. จากรูปจุด x และจดุ y อยู่ใกล้กนั ท่ีสุด 3000 m ถ้าวง่ิ ตามเส้นทางที่กาหนดให้ ได้ระยะทาง 6000 m ใช้
เวลา 10 min จงหาอัตราเร็วเฉล่ียและความเร็วเฉลี่ย เป็นเทา่ ใด
1. 10 m/s , 5 m/s มที ิศจาก x ไป y
2. 5 m/s , 5 m/s มีทศิ จาก x ไป y
3. 15 m/s , 30 m/s มที ิศจาก x ไป y
4. 30 m/s , 15 m/s มีทศิ จาก x ไป y
6. ขณะขับรถยนตบ์ นถนนสายหนง่ึ คนขับเหลือบเห็นเขม็ บนหน้าปัดมาตรวัดความเร็ว ชี้ที่เลข 80 km/h ใน
เวลาขณะนัน้ ข้อใดใหค้ วามหมายได้ถกู ต้องทางฟสิ ิกส์
1. รถยนตม์ คี วามเร็วขณะหนงึ่ เท่ากบั 80 km/h
2. รถยนตม์ อี ัตราเร็วขณะหน่งึ เท่ากบั 80 km/h
3. รถยนต์มคี วามเรว็ เฉลยี่ เทา่ กับ 80 km/h
4. รถยนต์มีอตั ราเรว็ เฉล่ียเท่ากับ 80 km/h
7. ข้อใดบอกความแตกต่างของอัตราเรว็ และความเรว็ ได้ถูกต้อง
1. อตั ราเรว็ เป็นปริมาณสเกลาร์ ความเร็วเป็นปริมาณเวกเตอร์
2. อัตราเร็วเปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์ ความเร็วเปน็ ปรมิ าณสเกลาร์
3. อัตราเรว็ หาจากความสัมพันธข์ องการกระจัดเทียบกับเวลาแต่ ความเรว็ หาจากระยะทางเทยี บกับเวลา
4. ถกู ทั้งขอ้ 1 และ ข้อ 3
8. ขนาดความเรว็ เฉล่ยี ในหน่วย m/s ของการวิ่งเปน็ แนวตรงไปทางขวา 40 m ในเวลา 6 s แล้วหนั กลบั มาว่งิ
เป็นแนวตรงไปทางซา้ ยอกี 10 m ในเวลา 4 s เปน็ เท่าใด
1. 2.5 m/s 3. 6.7 m/s
2. 3.0 m/s 4. 9.2 m/s
33
9. รถยนต์คนั หนึ่งเคล่ือนทใี่ นแนวตรงโดยมีระยะทาง และเวลาสมั พันธก์ นั ดังตาราง อตั ราเร็วเฉล่ยี ในช่วง 0 ถึง
10 s เป็นเท่าใด
1. 1.5 m/s 2. 3.0 m/s
3. 4.5 m/s 4. 6.0 m/s
10. เดก็ คนหนึ่งเดนิ ไปทางทิศเหนือได้ระยะทาง 400 m จากนัน้ เดินไปทางทิศ ตะวันออกได้ระยะทาง 300 m
ใช้เวลาเดินทางท้งั หมด 250 s เด็กคนน้ีเดินด้วย อัตราเร็วเฉล่ยี ก่ี m/s
1. 0.2 m/s 3. 2.8 m/s
2. 1.0 m/s 4. 4.0 m/s
11. ขบั จักรยานด้วยอัตราเร็วดังนี้ (เฉลย -2)
อตั ราเรว็ (m/s) 10 8 6 4 2 0
เวลา (S) 0 1 2 3 4 5
จงหาอตั ราเร่ง
12. รถกนั หนงึ วิงด้วยความเร็ว 10 เมตร/วนิ าที จนกระทัง่ มีความเรว็ 15 เมตร/วนิ าที ใน เวลา 1.5 วนิ าที ใน
แนวเส้นตรง จงหาความเรง่ เฉลย่ี ของรถ (เฉลย 3.3 เมตร/วินาที2)
34
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 8
รหัสวิชา ว31201 วชิ า ฟิสกิ ส์เพิม่ เติม 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เร่อื ง การเคล่ือนที่แนวตรง เวลา 21 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้เร่ือง ความเร่ง เวลา 3 ช่วั โมง
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ผสู้ อน นายกฤษฎา ปุณปติ ตา
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านเชยี งวทิ ยา
_________________________________________________________________________
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชีว้ ัด / ผลการเรียนรู้
สาระท่ี 6 สาระฟิสกิ ส์
1. เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรง แรงและกฎ
การเคลื่อนที่ของนิวตัน กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสียดทานสมดุล กลของวัตถุ งาน และกฎการอนุรักษ์
พลังงานกล โมเมนตัมและกฎการอนุรักษ์ โมเมนตัม การเคล่อื นท่แี นวโคง้ รวมท้ังนาความร้ไู ปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
3. ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตาแหน่ง การกระจัด ความเร็ว และความเร่งของ
การเคลื่อนที่ของวัตถุในแนวตรงที่มีความเร่งคงตัวจากกราฟและสมการ รวมทั้งทดลองหาค่าความเร่งโน้ม
ถ่วงของโลก และคานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้
2. สาระสาคัญ
การเคลื่อนที่ของวัตถุใด ๆ มีการเคลื่อนที่เร็วขึ้นหรือช้าลง และบางครั้งมีการเปลี่ยนแปลงทิศ
ทางการเคลอ่ื นท่ี การเคล่ือนท่ีทม่ี ีขนาดหรือทิศทางของความเร็วเปลี่ยนแปลงไป เรยี กว่า การเคล่ือนที่แบบ
มีความเร่ง
ความเร่ง เป็นความเร็วที่เปล่ียนไปในหนึ่งหน่วยเวลา หรืออัตราการเปลี่ยนแปลงความเรว็ ซึ่งเป็น
ปริมาณเวกเตอร์ แต่ถ้าถ้าหากพิจารณาเฉพาะขนาดของความเร่ง โดยไม่คานึงถึงทิศทางของการเคลื่อนท่ี
แล้ว จะเรียกวา่ อัตราเร่ง ซ่ึงเป็นปรมิ าณสเกลาร์
ความเร่งเฉลี่ย เป็นอัตราส่วนระหว่างความเร็วที่เปลี่ยนไปทั้งหมด กับช่วงเวลาที่เกิดการ
เปล่ียนแปลงความเร็วนั้น
35
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธบิ ายและคานวณความเรง่ เฉลี่ย ความเรง่ ขณะหนง่ึ ของวัตถุได้
3.2 ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
1. วิเคราะหแ์ ละคานวณเก่ยี วกับความเร่งเฉลย่ี ความเร่งขณะหนึ่งของวัตถไุ ด้
3.3 ด้านคุณลกั ษณะ (A)
1. นกั เรียนมคี วามรบั ผิดชอบต่องานท่ีได้รับมอบหมายและสามารถทางานร่วมกับผู้อนื่ ได้
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความเรง่ เฉล่ยี
4.2 ความเรง่ ขณะหนง่ึ
5. สมรรถนะ
5.1 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะท่เี กดิ ในแผนการจัดการเรียนรนู้ ี้)
1) ความสามารถในการส่ือสาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา
4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) (เฉพาะท่ีเกิดในแผนการจดั การเรยี นรูน้ ้)ี
1) รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 5) อยู่อย่างพอเพียง
2) ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 6) มุ่งมน่ั ในการทางาน
3) มีวนิ ยั 7) รักความเปน็ ไทย
4) ใฝ่เรยี นรู้ 8) มจี ิตสาธารณะ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้ โดยออกแบบกิจกรรมการเรียนรตู้ ามรปู แบบ 5E
7.1 ข้ันสร้างความสนใจ (Engagement)
7.1.1 ครกู ลา่ วทักทายและตรวจสอบรายชอื่ ของนักเรียน
7.1.2 ครทู บทวนความรู้เดิมเก่ียวกับ ระยะทาง การกระจัด อัตราเร็วและความเร็ว
36
7.1.3 ครูนาเสนอแถบกระดาษซ่งึ แสดงการ เคล่ือนท่ดี ว้ ยอตั ราเรว็ ไม่คงตัวจะเห็นวา่ ความเร็วของ
การเคลื่อนทีม่ ีค่าไมส่ ม่าเสมอ เพราะระยะห่างระหวา่ ง จุดบนแถบกระดาษมีคา่ เปลี่ยนแปลงตลอดการ
เคลอื่ นท่ี
7.1.4 แจง้ ให้นักเรยี นทราบว่า ในชั่วโมงนจี้ ะได้ศึกษาเกี่ยวกับความเร่ง
7.2 ข้ันสารวจและคน้ หา (Exploration)
7.2.1 ครใู ห้นักเรียนศกึ ษาคน้ คว้าหาความรู้จากแหล่งความร้ตู ่าง ๆ ตามหวั ข้อ ดังนี้
- ความเรง่ เฉลี่ย
- ความเร่งขณะหนงึ่
7.3 ขนั้ อธิบายและลงข้อสรปุ (Explain)
7.3.1 นกั เรียนและครูรว่ มกันสรปุ ความรทู้ ่ีไดต้ ามหัวข้อที่ครกู าหนด ดงั นี้
ความเร่ง (acceleration) คือ อัตราการเปลี่ยนแปลงความเร็ว ใช้สัญลักษณ์ a⃑ เป็น
ปรมิ าณเวกเตอร์ มหี น่วยเป็น เมตร/วินาที (m/s2)
ความเร่งเฉลี่ย (average acceleration) คือ ความเร็วท่ีเปล่ียนไปในช่วง เวลาหนึ่ง ใช้
สญั ลกั ษณ์ ⃑ av เปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์ มหี นว่ ยเปน็ (m/s2)
ความเร่งเฉล่ีย = ความเร็วทีเ่ ปลี่ยนไป
ชว่ งเวลาทีใ่ ช้
⃑ av = ∆ v⃑
∆t
ความเร่งขณะหนึ่ง (instantaneous acceleration) คือ โดยการพิจารณาจาก
ความเร่งเฉลี่ยในช่วงเวลา ∆t ที่สั้นมาก ๆ เกือบจะเป็นศูนย์ ถือได้ว่าเป็นความเร่ง ณ ขณะนั้น ค่าที่ได้จะ
เป็นความเร่งขณะหนึ่ง ส่วนทิศของความเร่งขณะหนึ่งพิจารณาจากทิศของ ∆ v⃑ (ความเร็วที่เปลี่ยนไป)
ในชว่ งเวลาทสี่ น้ั มาก ๆ ใชส้ ญั ลักษณ์ ⃑ av เปน็ ปริมาณเวกเตอร์ มีหนว่ ยเปน็ (m/s2)
ความเร่งขณะหน่ึง ( ⃑⃑ av) = ความเรว็ ทเ่ี ปลยี่ นไปในช่วงแคบๆ
ชว่ งเวลาทใ่ี ช้ในช่วงแคบๆ
a⃑av = ∆ ⃑v
∆t
37
7.4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)
7.4.1 ครูอธิบายเพม่ิ เติมเกย่ี วกบั การคานวณการหาความเร่ง
ตวั อยา่ งท่ี 1 วัตถุหน่งึ มคี วามเรว็ 10 เมตรต่อวินาที ตอ่ มาทาใหว้ ตั ถุมีความเร็วเปน็ 4 เมตรตอ่
วินาที ภายในเวลา 3 วนิ าที ความเร่งของวตั ถนุ ี้มีคา่ เป็นเทา่ ใด
วิธีทา a= −
a= 4−10
3
a= −6
3
a= - 2 เมตร/วินาที2
ตัวอยา่ งท่ี 2 รถยนต์คันหนึง่ เคลอื่ นที่ออกจากจุดหยุดน่งิ ดว้ ยความเรว็ เพ่ิมขึ้นอยา่ งสม่าเสมอ
เมื่อผา่ นไป 1 นาที พบวา่ รถยนตม์ ีความเร็วเปน็ 20 เมตรตอ่ วินาที จงหาความเร่งของรถยนตค์ นั น้ี
ก. 0.3 เมตรตอ่ วนิ าที2
ข. 0.2 เมตรต่อวินาที2
ค. 1.0 เมตรตอ่ วนิ าที2
ง. 0.05 เมตรต่อวนิ าที2
ตวั อยา่ งท่ี 3 รถยนต์กาลงั แล่นด้วยความเร็ว 72 km/hr การเหยยี บเบรคท่ีทาใหร้ ถหยุดได้ใน
เวลา 10 s ทาให้เกิดความเรง่ เทา่ ใด
ก. 0.5 m/s2
ข. -0.5 m/s2
ค. 2.0 m/s2
ง. -2.0 m/s2
ตวั อยา่ งท่ี 4 รถยนต์คนั หนึง่ กาลงั แลน่ มาดว้ ยความเรว็ 25 m/s พอดีมเี ด็กวง่ิ ตัดหน้า คนขบั จึง
เหยียบเบรก ทาให้ความเรว็ ลดลงเหลอื 5 m/s ในเวลา 2 s จงหาความเรง่ ของรถขณะเบรก
ก. 10 m/s 2 ทศิ ตรงขา้ มการเคลอื่ นท่ีของรถยนต์
ข. 10 m/s2 ทิศเดยี วกบั การเคลอื่ นท่ีของรถยนต์
ค. 15 m/s2 ทิศตรงข้ามการเคลือ่ นที่ของรถยนต์
ง. 15 m/s2 ทศิ เดยี วกับการเคล่อื นท่ีของรถยนต์
38
7.5 ข้นั ประเมนิ ผล (Evaluation)
7.5.1 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรูและการรวมกิจกรรมของนักเรยี น
7.5.2 นกั เรียนเขียนส่งิ ท่ไี ดเ้ รยี นร้ใู นวนั น้ีลงสมุด
7.5.3 นกั เรยี นทาใบงานเรื่อง การหาความเร่ง
8. สื่อการเรยี นรู้และแหล่งการเรยี นรู้
8.1 หนังสือเรียนรายวชิ าเพิ่มเตมิ วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ฟสิ ิกส์ เล่ม 1 ตามผลการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระวทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2551 สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร
8.2 Microsoft PowerPoint เรือ่ ง ความเร่ง
8.3 ใบงานเร่ือง ความเร่ง
9. การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์ วิธกี ารวดั เครื่องมอื วดั เกณฑ์
ผา่ นเกณฑ์
1. ดา้ นความรู้ (K: Knowledge) การตอบ คำถาม รอ้ ยละ 80
1. อธิบายและคานวณความเร่งเฉลี่ย ความเร่งขณะใด คำถาม
ใบงานเรือ่ ง ผา่ นเกณฑ์
ขณะหนึ่งของวัตถุได้ ความเรง่ ร้อยละ 80
2. ด้านทกั ษะกระบวนการ (P: Process) ตรวจจากใบ แบบสังเกต ผ่านเกณฑ์
พฤติกรรม ร้อยละ 80
1. วเิ คราะห์และคานวณเกยี่ วกบั ความเรง่ เฉลี่ย งาน เรือ่ ง
ความเรง่ ขณะใดขณะหนง่ึ ของวตั ถุได้ ความเรง่
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ (A: Attribute)
1. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย สังเกต
และสามารถทำงานรว่ มกับผู้อ่นื ได้ พฤติกรรม
39
40
41
42
43
เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมระหวา่ งเรียนตามคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ประเดน็ การประเมิน คําอธบิ ายระดับคุณภาพ/ระดบั คะแนน
3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน
ให้ความร่วมมือในการตอบ ใหค้ วามรว่ มมือในการตอบ ให้ความร่วมมือในการตอบ
การตอบคำถาม คำถามอย่างเต็มที่ ตอบไดด้ ี คำถามอยา่ งเต็มท่ี ตอบไดด้ ี คำถามอย่างเตม็ ท่ี ตอบได้ดี
ถกู ต้องครบถว้ น ถูกต้องบางคำถาม แตถ่ กู ต้องน้อยมาก
ตัง้ ใจเรียน เอาใจใส่และมี ตง้ั ใจเรยี น เอาใจใสแ่ ละมี ต้ังใจเรียน เอาใจใสแ่ ละมี
ใฝ่เรยี นรู้ ความพยายามในการเรยี นรู้ ความพยายามในการเรยี นรู้ ความพยายามในการเรยี นรู้
ดเี ยย่ี ม ปานกลาง พอใช้
เอาใจใสต่ ่อการปฏิบตั ิหนา้ ท่ี เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหนา้ ที่ เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ัตหิ น้าที่
มุ่งมัน่ ในการทำงาน ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย ตั้งใจและ ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย ต้ังใจและ ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย ต้ังใจและ
รบั ผดิ ชอบในการทำงานให้ รบั ผดิ ชอบในการทำงานให้ รบั ผิดชอบในการทำงานให้
สำเรจ็ ดีเยย่ี ม สำเร็จปานกลาง สำเรจ็ พอใช้
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
0 - 4 ควรปรบั ปรุงอย่างยิ่ง
5 - 6 ควรปรบั ปรุง
7 - 8 พอใช้
9 – 10 ดี
11 - 12 ดีมาก
เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
44
45
46
เกณฑ์การประเมินผลการแบบฝึกหดั
ประเดน็ การประเมิน คําอธบิ ายระดบั คุณภาพ/ระดบั คะแนน
4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน
ความถูกตอ้ ง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ทำแบบฝกึ หัดถูกต้อง ทำแบบฝกึ หัดถูกต้อง
รอ้ ยละ 80 ข้ึนไป รอ้ ยละ 65 – 79 รอ้ ยละ 50 - 64 น้อยกวา่ รอ้ ยละ 50
ทำแบบฝึกหดั มีความ ทำแบบฝึกหัดมคี วาม ทำแบบฝึกหัดเป็น ทำแบบฝึกหัดเป็น
ความเปน็ ระเบียบ เป็นระเบยี บ สะอาด เป็นระเบียบ สะอาด ระเบยี บ สะอาด ระเบียบ สะอาด
เรียบร้อยดีมาก เรียบรอ้ ยดี เรียบร้อยปานกลาง เรียบร้อยพอใช้
ส่งแบบฝกึ หัดทนั ตาม ส่งแบบฝึกหัดลา่ ชา้ กว่า ส่งแบบฝกึ หัดลา่ ชา้ ส่งแบบฝกึ หัดลา่ ช้า
ความตรงต่อเวลา เวลาท่ีกำหนด เวลาที่กำหนดไป 1 วนั กวา่ เวลาที่กำหนดไป กวา่ เวลาท่ีกำหนด
3 วนั มากกวา่ 3 วัน
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ ระดับคุณภาพ
ช่วงคะแนน ควรปรับปรุงอย่างย่ิง
0-4 ควรปรบั ปรงุ
5-6 พอใช้
7-8 ดี
9 – 10 ดมี าก
11 - 12
เกณฑก์ ารผา่ น ระดบั พอใช้ข้ึนไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์