The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการจัดวางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายในศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา โดยกลุ่มอำนวยการ งานแผนงานและโครงการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศว.ยะลา แผน, 2021-09-03 05:47:10

คู่มือการจัดวางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายใน

คู่มือการจัดวางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายในศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา โดยกลุ่มอำนวยการ งานแผนงานและโครงการ

คำนำ

ด้วยพระราชบัญญัติวินับการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 หมวด 4 การบัญชี การรายงาน
และการตรวจสอบ มาตรา 79 บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการตรวจสอบภายใน การควบคุมภายใน
และการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐาน และหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด
ซึ่งการควบคุมภายในถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การดำเนินงานตามภารกิจมีประสิทธิผล ประสิทธิภาพ
ประหยัด และช่วยป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากการผิดพลาด ความเสียหาย ความสิ้นเปลือง ความสูญเปล่า
ของการใช้ทรพั ย์สิน หรอื การกระทำอนั เปน็ ทจุ ริต

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา จึงจัดทำคู่มือการจัดวางระบบและการประเมินผล
การควบคุมภายใน โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐาน และหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุม
ภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับระบบควบคุมภายใน
และสามารถนำไปใชใ้ นการจัดวางระบบการควบคุมภายในของสถานศึกษา ซึ่งเป็นการช่วยใหก้ ารบริหารจัดการ
ของสถานศึกษามีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น หวังเป็นอย่างว่าคู่มือเล่มนี้จะช่วยสนับสนุนให้กลุ่มงาน
ภายในสถานศกึ ษามกี ารจัดวางระบบกการควบคมุ ภายในที่ดตี อ่ ไป

ศนู ย์วทิ ยาศาสตรเ์ พอ่ื การศกึ ษายะลา
งานแผนงานและโครงการ

…/สารบญั

คมู่ อื การจัดวางระบบและการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หนา้ | ก

สารบัญ

คำนำ หนา้
สารบัญ
สารบญั ตาราง ก
สารบญั ภาพ ข

ส่วนท่ี 1 บทนำ ง
1.1 หลักการและเหตผุ ล
1.2 วัตถุประสงคข์ องการควบคมุ ภายใน 1
1.3 ความหมายของการควบคุมภายใน 1
1.4 แนวคิดพ้ืนฐานของการควบคมุ ภายใน 2
1.5 องค์ประกอบของมาตรฐานการควบคุมภายใน 3
1.6 ประเภทของความเสย่ี ง 4
5
สว่ นท่ี 2 การจดั วางระบบการควบคมุ ภายในของหนว่ ยงานในสังกัดสำนกั งาน กศน. 20
2.1 แนวทางการควบคุมภายใน
2.2 ข้ันตอนการกำหนด และออกแบบระบบการควบคุมภายใน 25
25
ส่วนท่ี 3 การประเมินผล และรายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน 25
3.1 เครอ่ื งมือประเมินผลการควบคมุ ภายใน
3.2 หนว่ ยงานทมี่ ีหนา้ ทรี่ ายงานตามหลักเกณฑก์ ระทรวงการคลงั ฯ กำหนด 31
3.3 หนา้ ที่ผ้ตู รวจสอบภายใน 31
3.4 ขน้ั ตอนการจัดทำรายงานองคป์ ระกอบของการควบคุมมภายใน (แบบ ปค. 4) 31
3.5 ขั้นตอนการจดั ทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 5) 32
3.6 ข้อสงั เกตจากการสอบทานรายงานการควบคมุ ภายใน 34
37
ภาคผนวก 44

บรรณานกุ รม 46

คณะผูจ้ ัดทำ 78

79

…/สารบญั ตาราง

คูม่ ือการจัดวางระบบและการประเมินผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หนา้ | ข

สารบัญตาราง

หนา้

ตารางท่ี 1 เกณฑร์ ะดับโอกาสท่จี ะเกดิ ความเสีย่ ง (Likelihood) เชงิ คณุ ภาพ 21
ตารางท่ี 2 เกณฑร์ ะดับความรุนแรงของผลกระทบ (Impact) ทส่ี ง่ ผลกระทบดา้ นกลยทุ ธ์ 21
ตารางท่ี 3 เกณฑร์ ะดับความรนุ แรงของผลกระทบ (Impact) ทีส่ ่งผลกระทบดา้ นการดำเนินงาน 22

(บุคลากร) 22
ตารางท่ี 4 เกณฑร์ ะดับความรนุ แรงของผลกระทบ (Impact) ที่สง่ ผลกระทบดา้ นการรายงาน
22
(งบประมาณ)
ตารางท่ี 5 เกณฑร์ ะดับความรนุ แรงของผลกระทบ (Impact) ทส่ี ง่ ผลกระทบด้านการปฏบิ ตั ติ ามกฎ 23
23
ระเบยี บ หรือขอ้ กำหนดทเี่ กยี่ วขอ้ ง 44
ตารางท่ี 6 ระดบั ความเสย่ี ง (Degree of Risk) 44
ตารางท่ี 7 การกำหนด Risk Profile
ตารางที่ 8 ขอ้ สงั เกตรายงานการประเมนิ องค์ประกอบของการควบคุมภายใน
ตารางที่ 9 ขอ้ สังเกตรายงานการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน

…/สารบัญภาพ

คมู่ ือการจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หนา้ | ค

สารบัญภาพ

หน้า

ภาพที่ 1 องค์ประกอบของมาตรฐานการควบคมุ ภายใน 4

ภาพที่ 2 การควบคมุ ภายใน และการบริหารความเสี่ยง ตามแนวคิดของ COSO 20

ภาพท่ี 3 ระดบั ความเสี่ยง (Degree of Risk) 24

ภาพท่ี 4 ขั้นตอนการประเมินผลการควบคุมภายในและการจดั ทำรายงาน 33

ภาพที่ 5 ตวั อย่างการประเมินองค์ประกอบของการควบคมุ ภายในตามแบบประเมนิ องค์ประกอบ 35

ของการควบคมุ ภายใน

ภาพท่ี 6 ตัวอย่างสรปุ ผลการประเมนิ ตามแบบประเมนิ องคป์ ระกอบของงการควบคมุ ภายใน 35

ภาพที่ 7 ตวั อยา่ งข้อมลู ที่ระบคุ อลัมนท์ ่ี 1 “องคป์ ระกอบของการควบคุมภายใน” 36

ภาพท่ี 8 ตวั อย่างการระบุคอลมั น์ที่ 1 และ 2 ของแบบ ปค. 4 36

ภาพท่ี 9 ตวั อย่างผลการประเมินโดยรวมของรายงานการประเมินองคป์ ระกอบของการควบคุมภายใน 37

ภาพที่ 10 ตวั อยา่ งแบบรายงานการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน (แบบ ปค. 5) 37

ภาพท่ี 11 ตวั อยา่ งการกรอกขอ้ มลู ของแบบ ปค. 5 คอลัมนท์ ่ี 1 39

ภาพท่ี 12 ตวั อยา่ งการกรอกขอ้ มลู ของแบบ ปค. 5 คอลมั นท์ ี่ 2 39

ภาพท่ี 13 ตัวอยา่ งการกรอกขอ้ มลู ของแบบ ปค. 5 คอลัมนท์ ี่ 3 40

ภาพที่ 14 ตัวอยา่ งการกรอกข้อมลู ของแบบ ปค. 5 คอลมั นท์ ่ี 4 41

ภาพท่ี 15 ตัวอยา่ งการกรอกขอ้ มูลของแบบ ปค. 5 คอลัมนท์ ่ี 4 และ 5 42

ภาพท่ี 16 ตัวอยา่ งการกรอกข้อมูลของแบบ ปค. 5 คอลมั น์ที่ 6 42

ภาพที่ 17 ตวั อยา่ งการระบุแบบรายงานการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน (แบบ ปค. 5) 43

…/ส่วนที่ 1 บทนำ

คมู่ อื การจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หนา้ | ง

ส่วนท่ี 1

บทนำ

คู่มือการจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา

ส่วนท่ี 1
บทนำ

1.1 หลกั การและเหตุผล
ตามแนวการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ได้ให้ความสำคัญกับ “การบริหารความเสี่ยง” ซึ่งเป็น

เครื่องมือสำคัญต่อการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ในการผลักดันให้ภาครัฐมีผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศ
เป็นหน่วยงานที่มีสมรรถนะสูง (High Performance Organization : HPO) และเป็นกระบวนการที่สำคัญ
ในการเน้นความสำคัญ หรือชี้ใหเ้ ห็นความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทีห่ น่วยงานต้องดำเนินการใหบ้ รรลุ
ตามเป้าประสงค์ และประเดน็ ยทุ ธศาสตรท์ ี่วางไว้

ระบบการควบคุมภายใน เป็นกลไกที่สำคัญ และเป็นเครื่องมือในการบริหารงานในหน่วยงาน
ไมว่ า่ จะเปน็ การจดั การในภาครัฐหรอื เอกชนทงั้ ขนาดเลก็ และขนาดใหญ่ ระบบการควบคุมภายในจะช่วยควบคุม
หรือลดความเสี่ยงของหน่วยงานให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติงาน และการจัดการของ
หน่วยงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ ในอดีตที่ผ่านมาการบริหารงานของหน่วยงานของภาครัฐ ได้มีการควบคุม
ภายในตามที่กระทรวงการคลังประกาศให้ใช้เป็นเรื่อง ๆ ไป ซึ่งอาจอยู่ในรูปของกฎหมาย ระเบียบ ระบบบัญชี
หนังสือสั่งการ และหนังสือตอบข้อหารือต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ควบคุมด้านการเงินและบัญชี และ
การปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบหรือกฎเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดไว้ ซึ่งไม่ครอบคลุมถึงการจัดการด้านอื่น ๆ
นอกเหนือจากด้านการเงินและบัญชี ในหน่วยงาน จงึ ไมส่ ามารถสะทอ้ นภาพถงึ ผลการดำเนนิ งานในภาพรวมของ
หน่วยงานได้ ระบบการควบคุมภายในที่ดี ควรเป็นระบบการควบคุมที่ครอบคลุมงานทุกด้าน และสามารถ
สะท้อนภาพให้เห็นเป็นองค์รวมของหน่วยงานนั้น ๆ การที่ระบบการควบคุมภายในของรัฐยังไม่ครอบคลุมทุก
ระบบงาน อาจเป็นช่องทางรั่วไหล ทำให้เกิดความเสียหายในหน่วยงาน และการดำเนินงานไม่สัมฤทธิ์ผล ทั้งน้ี
สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการกำหนดหน้าที่ และมอบหมายงานในหน่วยงานไม่เหมาะสม การมอบหมายการ
ปฏิบัติงานทั้งกระบวนการให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเพียงคนเดียว การควบคุมสอบทาน และการตรวจสอบยังไม่มี
ประสิทธิภาพเพียงพอ ตลอดจนขาดการประเมิน และการบริหารความเสี่ยง ความเสี่ยงเป็นสถานการณ์
ทไี่ มแ่ น่นอน (Uncertainty) อาจกอ่ ใหเ้ กิดผลลพั ธท์ งั้ ในเชิงบวกหรือเชิงลบได้ ถา้ สามารถบรหิ ารความเสี่ยงอย่าง
ถูกต้องแล้ว ความเสี่ยงจะก่อให้เกิดโอกาส และนำไปสู่นวัตกรรมหรือช่วยเพิ่มประสิทธิผลในการดำเนินงาน
ของส่วนราชการได้ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ตระหนัก และมุ่งมั่นที่จะวางระบบ และพัฒนา
กระบวนการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้ทราบถึงเหตุการณ์ความเสี่ยงที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการดำเนินงาน
ตามเปา้ หมาย การจัดตัง้ สว่ นราชการ และแผนปฏบิ ตั ริ าชการในส่วนของการพัฒนาหน่วยงาน ซ่งึ บุคลากรทุกคน
จะต้องร่วมกันปฏิบัติตามกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดขึ้น รวมทั้งช่วยกันพัฒนาให้มีความทันสมัย
และสามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง จนเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ต้องถือปฏิบัติของทุกหน่วยงานในสังกัด

…./ท้งั น้ีในปัจจบุ นั

คู่มอื การจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 1

ทั้งนี้ในปัจจุบัน การบริหารความเสี่ยงจำเป็นจะต้องดำเนินการให้ครอบคลุมตามหลักการบริหาร
กิจการบ้านเมืองที่ดี หรือหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ประกอบด้วย 10 หลัก คือ หลักการ
ตอบสนอง (Responsiveness) หลกั ประสทิ ธิผล (Effectiveness) หลักประสิทธิภาพ/ค้มุ ค่า (Efficiency/Value
for money) หลักความเสมอภาค (Equity) หลักมุ่งเน้นฉันทามติ (Consensus Oriented) หลักการตรวจสอบ
ได้/มีภาระรับผิดชอบ (Accountability) หลักเปิดเผย/โปร่งใส (Transparency) หลักการกระจายอำนาจ
(Decentralization) หลักการมีส่วนร่วม (Participation) หลักนิติธรรม (Rule of Law) เป็นหลักที่นำมาใช้
บริหารงานในปัจจุบันอย่างแพร่หลาย ช่วยส่งเสริมให้หน่วยงานดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างศรัทธา
และความเชอ่ื มั่นหน่วยงานใหแ้ ก่บคุ คลภายนอก และทำใหเ้ กิดการพฒั นาหนว่ ยงานอยา่ งตอ่ เนื่อง

ดังนั้น ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา กลุ่มอำนวยการ งานแผนงานและโครงการ จึงได้
จัดทำคู่มือการจัดวางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายใน เพื่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการกำกับ ดูแล
โดยจะช่วยให้การบริหารงาน และการตัดสินใจด้านต่าง ๆ เช่น การวางแผน การกำหนดกลยุทธ์ การติดตาม
ควบคุม และวัดผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลดการสูญเสีย และโอกาสที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงาน อันส่งผลให้การปฏิบัติงานตามโครงการ
กิจกรรม และภารกิจบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การจัดทำการจัดวางระบบและ
การประเมินผลการควบคุมภายในยังมีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานและภายใน
หน่วยงาน นำมาซึ่งการประสานการทำงาน การติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และความร่วมมือในการดำเนินการ
ตา่ ง ๆ เพ่อื ใหส้ ามารถบรรลเุ ปา้ หมายในการบริหารราชการแผนดินต่อไป

1.2 วตั ถุประสงค์ของการควบคุมภายใน
หนว่ ยงานของรฐั ตอ้ งให้ความสำคัญกบั วัตถุประสงค์ของการควบคุมภายในแต่ละดา้ น ดังน้ี
1) วัตถุประสงค์ด้านการดำเนินงาน (Operation Objectives) เป็นวัตถุประสงค์เกี่ยวกับความ

มีประสิทธิผล และประสิทธิภาพของการดำเนินงาน รวมถึงการบรรลุเป้าหมายด้านการดำเนินงาน ด้านการเงิน
ตลอดจนใช้ทรัพยากร การดูแลรักษาทรัพย์สิน การป้องกันหรือลดความผิดพลาดของหน่วยงาน ตลอดจนความ
เสยี หาย การรั่วไหล การส้ินเปลือง หรอื การทจุ รติ ในหน่วยงาน

2) วัตถุประสงค์ด้านการรายงาน (Reporting Objectives) เป็นวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการรายงานทาง
การเงิน และไม่ใช่การเงิน ที่ใช้ภายในและภายนอกหน่วยงาน รวมถึงการรายงานที่เชื่อถือได้ ทันเวลา โปร่งใส
หรอื ข้อกำหนดอ่นื ของทางราชการ

3) วัตถุประสงค์ด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับ (Compliance Objectives)
เป็นวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับ
การดำเนินงาน รวมทั้งขอ้ กำหนดอื่นของทางราชการ

…/1.3 ความหมาย

คูม่ อื การจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 2

1.3 ความหมายของการควบคมุ ภายใน
คณะกรรมการตรวจสอบและสำนักตรวจสอบภายในองค์กร (The Committee of Sponsoring

Organizations of the Treadway Commission (COSO)) ได้ให้ความหมายของการควบคุมภายใน หมายถึง
กระบวนการที่คณะผู้บริหาร และบุคลากรในองค์กรกำหนดขึ้น ซึ่งเป็นการออกแบบในระดับที่สมเหตุสมผล
เพื่อใหเ้ กดิ ความเชอื่ มนั่ ในการบรรลุวัตถุประสงค์ในเร่อื งความมปี ระสิทธภิ าพ และประสทิ ธผิ ลของการดำเนินงาน
ความเชื่อถือได้ของข้อมูล และรายงานทางการเงิน การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ (กรมบัญชีกลาง,
2544)

สนุ ิตา เจรญิ ศิลป์ ให้ความหมายการควบคุมภายใน หมายถงึ กระบวนการทผี่ ูบ้ ริหาร และบคุ ลากรของ
องค์กร จัดให้มีขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานขององค์กรจะบรรลุผลสำเร็จตาม
วัตถุประสงคท์ ีก่ ำหนดไว้

สำนักงานการตรวจเงินแผน่ ดิน ให้ความหมายของการควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการปฏบิ ัติงาน
ที่ผู้กำกับดูแล ฝ่ายบริหาร และบุคลากรของหน่วยรับตรวจจัดให้มีขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่า
การดำเนินงานของหน่วยรับตรวจจะบรรลุวัตถุประสงค์ของการควบคมุ ภายในดา้ นประสิทธผิ ล และประสิทธภิ าพ
ของการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงการดูแลรักษาทรัพย์สิน การป้องกันหรือลดความผิดพลาด ความเสียหาย
การรั่วไหล การสิ้นเปลือง หรือการทุจริตในหนว่ ยรับตรวจ ด้านความเชื่อถือได้ของรายงานทางการเงิน และด้าน
การปฏิบัตติ ามกฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ บงั คับ และมติคณะรฐั มนตรี

กรมบัญชีกลาง ได้ใหค้ วามหมายการควบคุมภายในสำหรับใช้ในราชการ หมายถึง กระบวนการท่ีคณะ
ผู้บริหาร และบุคลากรในองค์กรกำหนดขึ้น ซึ่งเป็นการออกแบบในระดบั ทีส่ มเหตุสมผล เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น
ในการบรรลุวัตถุประสงค์ ความมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการดำเนินงาน ความเชื่อถือได้ของข้อมูล
และรายงานทางการเงิน การปฏิบตั ติ ามกฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั

พรรณนิภา รอดวรรณะ ได้ให้ความหมายของการควบคุมภายใน หมายถึง นโยบาย และวิธีการ
ที่กำหนดขึ้น โดยฝ่ายบริหาร เพื่อที่จะให้เกิดความมั่นใจว่ากิจการจะสามารถดำเนินการมีประสิทธิภาพ
และประสิทธิผลของการดำเนินการ มีความเชื่อถือได้ของการรายงานทางการเงิน การปฏิบัติตามกฎหมาย
กฎระเบยี บ และขอ้ บังคับท่ีเกี่ยวข้อง การปอ้ งกันรักษาทรัพย์สนิ และการปอ้ งกันคน้ พบทุจริตหรือข้อผดิ ชอบ

สรุปได้ว่า การควบคุมภายใน เป็นกระบวนการในการปฏิบัติงานของหน่วยงานหรือองค์กรที่สร้างข้ึน
โดยอาศยั ระเบยี บข้อบงั คับ เพอ่ื ใหเ้ กิดประสทิ ธิภาพ และมปี ระสิทธิผลในการปฏบิ ัตงิ านภายในองคก์ ร

…/1.4 แนวคดิ พื้นฐาน

คมู่ ือการจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 3

1.4 แนวคดิ พ้ืนฐานของการควบคุมภายใน
1) การควบคุมภายใน เป็นกลไกที่จะทำให้หน่วยงานของรัฐบรรลุวัตถุประสงค์การควบคุมภายในด้าน

ใดด้านหนึ่ง หรือหลายด้าน ได้แก่ ด้านการดำเนินงาน ด้านการรายงาน และด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย
ระเบียบ และขอ้ บงั คบั

2) การควบคุมภายใน เป็นส่วนประกอบที่แรกอยูใ่ นการปฏิบตั งิ านตามปกติของหน่วยงานของรฐั การ
ควบคุมภายในเป็นสงิ่ ท่ตี ้องกระทำอยา่ งเป็นข้นั ตอน และตอ่ เนือ่ ง มใิ ช่ผลสุดทา้ ยของการกระทำ

3) การควบคุมภายในเกิดขึ้นได้โดยบุคลากรของหน่วยงานของรัฐ โดยผู้กำกับดูแล ฝ่ายบริหาร
ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ตรวจสอบภายใน เป็นผู้มีบทบาทสำคญั ในการทำให้มีการควบคุมภายในเกิดข้ึน ซึ่งไม่ใช่เพียง
การกำหนดนโยบาย ระบบงาน คู่มือการปฏิบัติงาน และแบบฟอร์มดำเนินงานเท่านั้น หากแต่ต้องมีการปฏิบัติ
ดว้ ย

4) การควบคมุ ภายในสามารถให้ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลว่าจะบรรลุตามวตั ถุประสงค์ที่กำหนด
ของหน่วยงานของรัฐ อย่างไรกต็ าม การควบคมุ ภายในที่กำหนดก็อาจจะไมส่ ามารถให้ความม่ันใจแก่ผู้กำกับดูแล
และฝา่ ยบริหาร ว่าการดำเนนิ งานจะบรรลุตามวัตถปุ ระสงคอ์ ย่างสมบูรณ์

5) การควบคมุ ภายใน ควรกำหนดให้เหมาะสมกับโครงสร้างองค์กร และภารกิจของหนว่ ยงานของรฐั
องค์ประกอบของมาตรฐานการควบคมุ ภายใน

ภาพที่ 1 องค์ประกอบของมาตรฐานการควบคมุ ภายใน

…/1.5 องคป์ ระกอบของมาตรฐาน

คมู่ ือการจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หน้า | 4

1.5 องคป์ ระกอบของมาตรฐานการควบคมุ ภายใน
กลุ่มพัฒนายุทธศาสตร์ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ได้กำหนดองคป์ ระกอบที่สำคัญของการควบคุม

ภายใน จำแนกเป็น 8 องคป์ ระกอบ ที่สำคัญตามแนวทางของ COSO2 ประกอบด้วย
1) สภาพแวดล้อมภายใน องค์ประกอบนี้เก่ียวขอ้ งกับแนวคิดความเชื่อในการบริหารระดับสูง (Tone

at the Top) ซึ่งมีอิทธิพลต่อสภาพบรรยากาศภายในองค์กร ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการบริหาร
ความเสี่ยงและการควบคุม และเป็นพื้นฐานของการบริหารความเสี่ยงและองค์ประกอบอื่น ๆ ทั้งหมด
องค์ประกอบยอ่ ยท่สี ำคญั ได้แก่ 1) นโยบาย และปรัชญาแนวคิดการบรหิ ารความเสย่ี ง 2) ความเสีย่ งทีย่ อมรับได้
3) บทบาทของคณะกรรมการองค์กร 4) ความซื่อตรง และจริยธรรมองค์กร 5) ความมุ่งมั่นด้านความสามารถ
6) การจัดโครงสร้างองคก์ ร 7) การมอบหมายอำนาจ และความรบั ผดิ ชอบ 8) มาตรฐานของทรพั ยากร

2) การกำหนดวัตถุประสงค์ คือ สร้างความมั่นใจว่า มีการเลือกวัตถุประสงค์สำคัญที่เชื่อมโยง
จากวิสยั ทัศนห์ รอื ภารกจิ ขององคก์ รกับกลยทุ ธ์ และแผนงานทรี่ องรับในระดับตา่ ง ๆ เพอื่ นำมาบริหารความเส่ียง
ให้อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้ การกำหนดวัตถุประสงค์ และกำหนดตัววัดเป้าหมายความสำเร็จเป็นเงื่อนไข
สำคัญที่ใช้ในการระบุเหตุการณ์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และกำหนดระดับความคลาดเคลื่อนจากตัววัด
ความสำเร็จที่ยอมรับได้ องค์ประกอบย่อยที่สำคัญ ได้แก่ 1) กลยุทธ์ 2) วัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์
3) การกำหนดวตั ถปุ ระสงค์ และเป้าหมายท่ีดี 4) ความเสี่ยง และความคลาดเคลอ่ื นท่ียอมรบั ได้

3) การระบุเหตุการณ์ เกี่ยวข้องกับการระบุเหตุการณ์ความไม่แน่นอนที่อาจเกิดจากปัจจัย
ทั้งภายนอก/ ภายใน เหตุการณ์ที่เคยเกิด และไม่เคยเกิด การแยกเหตุการณ์ที่เป็นโอกาสออกจากความเสี่ยง
การระบุเหตุการณ์ในการบริหารความเสี่ยง ควนเลือกเหตุการณ์สำคัญที่สังเกตเห็นได้ (Observable Event)
และเกี่ยวข้อง (Relevance) กับวัตถุประสงค์ที่กำลังพิจารณาองค์ประกอบย่อยของการระบุเหตุการณ์
องค์ประกอบย่อยที่สำคัญ ได้แก่ 1) แหล่ง และปัจจัยทั้งภายนอก และภายในท่ีมีอิทธิพล 2) เทคนิคในการระบุ
เหตุการณ์ 3) การวิเคราะห์ความเป็นอิสระ และความสัมพันธ์ของความเสี่ยง 4) การจัดประเภทเหตุการณ์
5) การแยกโอกาสจากความเส่ียง

4) การประเมิน วิเคราะห์ และจัดระดับความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง คือ การประเมินระดับ
ความเสี่ยงของเหตุการณ์ทั้งจากปัจจัยภายใน และภายนอก ประเมินระดับความเสี่ยงจากระดับความน่าจะเกิด
(Likelihood) เช่น 1 - 5 และระดับผลกระทบ (Impact) เช่น ระดับ 1 – 5 เพื่อใช้พิจารณาวิธีการจัดการ
ตอบสนองความเสย่ี งให้มนั่ ใจวา่ ความเสีย่ งหลังจากจัดการอยใู่ นระดบั ที่ยอมรบั ไดอ้ ย่างเหมาะสม

5) วิธีจัดการตอบสนองความเสี่ยง โดยวิธีพื้นฐาน 4 วิธี (4 T of Risk Responses) คือ 1) การยอมรบั
ความเสี่ยง 2) การหลีกเล่ียง 3) การกระจาย 4) การควบคมุ องค์ประกอบย่อยที่สำคัญได้แก่ 1) ประเภทของวิธกี าร
จัดการตอบสนอง 2) การเลือกวิธีการจัดการตอบสนองกับระดับความน่าจะเกิด และผลกระทบ 3) การประเมิน
ต้นทุนกบั โชประโยชน์ 4) การหาโอกาสจากการจัดการตอบสนองความเสยี่ ง 5) การพิจารณาในภาพรวม

…/6) กิจกรรมการควบคุม

ค่มู ือการจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 5

6) กิจกรรมการควบคุม หมายถึง นโยบาย วิธีการ และการกระทำที่ฝ่ายบริหาร คณะกรรมการ และ
ผทู้ เ่ี กีย่ วข้องกำหนดขึ้น เพอ่ื สรา้ งความมน่ั ใจว่ามีการปฏบิ ัติตามวิธหี รอื แผนการจดั การความเส่ียงทีก่ ำหนดขนึ้ ทำให้
ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้อย่างมีประสิทธิผล และในเวลาที่กำหนด องค์ประกอบท่ีสำคัญของกิจกรรม
ควบคมุ ประกอบด้วย 1) การพจิ ารณารวมกับวธิ กี ารจัดการตอบสนองความเสยี่ ง 2) การกำหนดนโยบาย และวิธกี าร
ปฏิบัติงาน 3) ประเภทของกิจกรรมควบคุม 4) การควบคุมระบบสารสนเทศ 5) การควบคุมเฉพาะแต่ละกิจการ
(Hard Formal Controls) การควบคุมทางการที่มองเห็นได้เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ กำหนดนโยบาย/ วิธีการ/
กฎเกณฑ์ การจัดโครงสร้างองค์กร (Soft Informal Controls) การควบคุมด้วยใจ และจิตสำนึก ได้แก่ ความมุ่งม่ัน
ความเชอื่ ถอื ได้ การเปิดเผย/ ความโปร่งใส จริยธรรม ภาวะผู้นำ

7) สารสนเทศและการสื่อสาร ระบบสารสนเทศเกี่ยวข้องกับความเสี่ยง การควบคุม ในรูปแบบ
และระยะเวลาท่ีจะช่วยให้พนกั งาน สามารถปฏบิ ัติงานทีร่ ับผดิ ชอบได้อยา่ งเหมาะสม การสื่อสารให้เกิดความเขา้ ใจ
ทั้งภายใน และภายนอก องค์ประกอบย่อยของระบบสารสนเทศที่ควรพิจารณา ได้แก่ 1) ระบบสารสนเทศในการ
บริหารความเสี่ยง 2) ความสัมพันธ์ของระบบสารสนเทศกับกลยุทธ์ 3) การบูรณาการร่วมกับการปฏิบัติงาน
4) คุณภาพของสารสนเทศ 5) การสือ่ สารทงั้ ภายใน และภายนอก

8) การติดตาม และประเมินผล การมีระบบการติดตามผล ทำให้มั่นใจว่ากรอบงาน และองค์ประกอบ
ที่ใช้เหมาะสม ทันสมัย และมีประสิทธิผลอยู่เสมอ ได้แก่ การติดตามผล การประเมินผลตนเอง การรายงาน
ข้อบกพร่อง และการสง่ั การแก้ไขท่มี ปี ระสิทธิผล

กรมบัญชีกลาง ได้กำหนดองค์ประกอบการควบคุมภายในภาคราชการไว้ 5 ส่วน คือ 1) สภาพแวดล้อม
การควบคุม (Control Environment) 2) การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) 3) กิจกรรมการควบคุม
(Control Activities) 4) สารสนเทศ และการสื่อสาร (Information and Communication) และ 5) การติดตาม
และประเมนิ ผล (Monitoring and Evaluation) โดยมรี ายละเอยี ดดงั นี้

1) สภาพแวดลอ้ มการควบคมุ เปน็ สภาวการณ์หรอื ปจั จัยต่าง ๆ ท่ีสง่ ผลใหเ้ กดิ ระบบการควบคมุ ภายใน
หน่วยงาน ในการดำเนินงาน ส่งผลให้เกิดมาตรการการควบคุมภายในขึ้นในหน่วยงาน ซึ่งฝ่ายบริหารจะมีอิทธิพล
สำคัญต่อการสร้างบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมการควบคุมภายในในหน่วยงาน เช่น จริยธรรมของการทำงาน
ความซื่อสัตย์ ความไว้ใจได้ ความโปร่งใส และการมีภาวะผู้นำที่ดี ซึ่งรวมทั้งการกำหนดนโยบาย โครงสร้าง
และระเบยี บวธิ ปี ฏิบตั ทิ ่เี หมาะสม สำหรับตวั อย่างสภาพแวดลอ้ มการควบคมุ ในหนว่ ยงาน เชน่ ปรชั ญา และลักษณะ
การทำงานของผู้บริหาร ความซื่อสัตย์ และจริยธรรมในการบริหาร และการปฏิบัติงานโครงสร้างของหน่วยงาน
นโยบายการบรหิ าร และการพัฒนาด้านบุคลากร การกำหนดอำนาจ หนา้ ที่ความรับผดิ ชอบคณะกรรมการตรวจสอบ
และการตรวจสอบภายใน

…/2) การประเมนิ ความเสีย่ ง

ค่มู ือการจัดวางระบบและการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 6

2) การประเมินความเสี่ยง เป็นการระบุความเสี่ยง การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการกำหนดแนวทาง
การควบคุม เพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยงในหน่วยงานจะเป็นการประเมินการปฏิบัติงาน
ในภาพรวมของหน่วยงาน เพื่อให้ทราบเหตุการณ์ของความเสี่ยง และหาทางแก้ไข และควบคุมให้ความเสี่ยงอยู่ใน
ระดบั ทเี่ กดิ ความเสียหายน้อยทสี่ ดุ กระบวนการในการประเมนิ ความเสยี่ ง และการควบคุมความเส่ียงให้อยู่ในระดับ
ทีห่ น่วยงานยอมรับได้ สามารถดำเนินการเปน็ 4 ขั้นตอน ดังนี้

1. ศึกษาวตั ถปุ ระสงค์ และเปา้ หมายของหน่วยงาน
วัตถุประสงค์ และเป้าหมายของหน่วยงานจะต้องสอดคล้องกับภารกิจ (Mission) ของหน่วยงาน

น้ัน ๆ ซง่ึ โดยท่วั ไปวัตถุประสงค์ของหน่วยงานจะแบ่งออกเปน็ 2 ระดบั คอื
1.1 วัตถุประสงค์ในระดับหน่วยงาน (Entity – Level Objectives) เป็นวัตถุประสงค์ของการ

ดำเนินงานในภาพรวมของหน่วยงาน โดยทั่วไปจะระบุไว้ในแผนกลยุทธ์ และแผนการปฏิบัติงานประจำปีของ
หน่วยงาน เช่นเดียวกับภารกิจ (Mission) และกลยุทธ์ในภาพรวมของหน่วยงาน เช่น ภารกิจหลักของหน่วยงาน
โครงสร้างของหน่วยงาน แนวโน้มการดำเนินงานของหน่วยงานในอนาคต นโยบายการบริหารงานหรือนโยบาย
การเงินการคลัง เปน็ ตน้

1.2 วัตถุประสงค์ในระดับกิจกรรม (Activity – Level Objectives) เป็นวัตถุประสงค์ของการ
ดำเนินงานที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละกิจกรรมที่หน่วยงานกำหนด เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน
ซึ่งวัตถุประสงค์ของแต่ละกิจกรรมจะต้องสนับสนุน และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในระดับหน่วยงาน เช่น ระบบ
การประมวลข้อมลู ทางการเงนิ และบัญชี

2. ระบุปัจจัยเสี่ยง
ปัจจัยเสี่ยงของหน่วยงานสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก ซึ่งปัจจัย

เหล่านี้จะส่งผลกระทบถึงวัตถุประสงค์ เป้าหมาย หรือผลการดำเนินงานในหน่วยงาน เช่น การเปลี่ยนตัวผู้บริหาร
และผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่สำคัญ ๆ บ่อยครั้ง การเปลี่ยนแปลงกฎหมายใหม่ ๆ ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการ
ปฏิบัติงานของหน่วยงาน เนื่องจากปัจจยั เส่ียงแต่ละชนิดมีผลกระทบต่อการดำเนินงาน และการบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์
ของหน่วยงานไม่เท่ากัน บางชนิดมีผลกระทบทันที บางชนิดมีผลกระทบในระยะยาว ดังนั้น ผู้บริหารต้องติดตาม
พจิ ารณา และระบปุ ัจจยั ความเสี่ยงทเ่ี กดิ ข้นึ ให้ครอบคลมุ ทุกประเด็นปญั หาทค่ี าดว่าจะเกดิ ซงึ่ ควรครอบคลุม ดงั น้ี

1. ผลกระทบจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อมต่อการ
ดำเนนิ งานของหนว่ ยงาน

2. ปจั จยั ความเสยี่ งทไ่ี ด้ระบุไวใ้ นการวางแผน และการประมาณการของหน่วยงาน
3. ขอ้ ตรวจพบท่ีไดร้ ับจากการตรวจสอบ การสอบทาน การติดตาม และประเมนิ ผล
4. ปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน เช่น ปัจจัยที่ทำให้
การดำเนินงานในอดตี ที่ผ่านมาไม่บรรลุตามวตั ถุประสงค์ คุณภาพของบุคลากร การเปลี่ยนแปลงบุคลากรที่รบั ชอบ
ในการบริหารหรือปฏิบัติงาน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเงื่อนไขตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดต่าง ๆ
ทีม่ ผี ลกระทบต่อการดำเนนิ งานของหน่วยงาน

…/3. การวิเคราะห์

คูม่ อื การจัดวางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 7

3. การวเิ คราะห์ และจัดระดับความเสย่ี ง
การวิเคราะห์ถึงผลกระทบของปัจจัยเสี่ยงที่มีต่อหน่วยงาน ซึ่งโดยปกติปัจจัยเสี่ยงแต่ละปัจจัย

มีผลกระทบต่อหน่วยงานมากน้อย ไม่เท่ากัน การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงมีหลายวิธีแตกต่างกัน ผู้บริหารควรให้
ความสำคัญกับความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ และมีโอกาสเกิดขึ้นบ่อย จึงควรพิจารณาเลือกใช้วิธีการหรือเทคนิคที่ใช้
วิเคราะห์ให้เหมาะสมกับขนาดลักษณะการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถประเมินระดับความสำคัญของความเสี่ยงได้
ทั้งในเชิงปริมาณลุณภาพ รวมทั้งผลเสียหายที่อาจเกิดจากความเสี่ยงนัน้ โดยทั่วไปขั้นตอนการวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง
ดงั น้ี

3.1 ประเมินระดับความสำคัญของปัจจัยเสี่ยง คือ การนำปัจจัยเสี่ยงแต่ละปัจจัยมาพิจารณา
ถงึ ความสำคญั ว่าหากเกิดขน้ึ แล้วมผี ลกระทบตอ่ หน่วยงานมากน้อยแค่ไหน โดยอาจวดั เป็นระดบั นอ้ ย ปานกลาง สงู

3.2 ประเมินความถี่ที่ปัจจัยเสี่ยงจะเกิดขึ้น คือ การพิจารณาว่าปัจจัยเสี่ยงที่ได้เรียงลำดับ
ความสำคัญไว้แล้ว มีโอกาสที่จะเกิดปัจจัยเสี่ยงนั้นในระดับน้อยมาก น้อย ปานกลาง สูง การวิเคราะห์โดยการ
ประเมนิ ความสำคญั และการประเมินความถ่ีท่ีปจั จัยเสี่ยงจะเกิดขึ้น อาจใชผ้ สมผสานกัน เชน่ ปจั จัยเส่ียงบางอย่างมี
อัตราคววามถี่สูง เมื่อเกิดขึ้นแต่ละครั้งสูญเสียเงินน้อย แต่ถ้าเกิดบ่อย ๆ เข้า โดยรวมอาจมีจำนวนเงินสูงก็จะทำให้
เกิดความสำคัญได้

3.3 เลือกใช้เทคนิคการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยบางครั้งอาจไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์
ในรูปตัวเลข แต่อาจวิเคราะหอ์ อกมาเป็นระดบั ตา่ ง ๆ เชน่ สำคัญมาก ปานกลางหรือนอ้ ย

4. กำหนดวธิ กี ารควบคมุ ความเสีย่ ง
เมื่อหน่วยงานสามารถวิเคราะห์ และจัดลำดับความเสี่ยงแล้ว ฝ่ายบริหารควรพิจารณาหาวิธี

เพื่อป้องกันความเสี่ยงนั้น ๆ โดยต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ว่าคุ้มกับประโยชน์ที่จะได้รับหรือไม่ ซึ่งในการ
กำหนดแนวทางในการปอ้ งกันหรือลดความเสย่ี ง

ผ้บู รหิ ารควรพิจารณาว่าความเสย่ี งท่ีเกิดขึน้ นั้นเปน็ ความเสย่ี งในลกั ษณะใด เชน่
4.1 กรณีที่เป็นความเสี่ยงเกี่ยวกับหน่วยงานโดยรวม ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยภายนอก
ที่มิได้อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้บริหาร การป้องงกันหรือลดความเสี่ยงกระทำได้โดยการบริหารความเสี่ยง
ซ่งึ มีกลยทุ ธ์ ดังนี้

1. กำหนดโครงสรา้ งพน้ื ฐานของการบริหารความเสย่ี ง กำหนดผรู้ บั ผดิ ชอบกระบวนการบริหาร
ความเสี่ยง และกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การบริหารความเส่ียงกับหน้าที่การประเมินความเสี่ยง
การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพจะเริ่มต้นด้วยการกำหนดวัตถุประสงค์ ซึ่งสัมพันธ์กับกลยุทธ์ และโอกาส
ที่จะเกิดความเสี่ยงที่มีนับสำคัญ เราจะประเมินความเสี่ยงด้วยการระบุผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น การจัดลำดับ
ความสำคัญ และการวัดผลกระทบของความเส่ยี งเหลา่ นน้ั ทอ่ี าจเกิดข้นึ ตอ่ หน่วยงาน

2. ประเมินความเสี่ยงของหน่วยงาน กำหนดกรอบแนวคิด ซึ่งจะใช้ระบุความเสี่ยงทั้งหมด
ทเี่ ป็นไปได้ เพ่อื ใช้เปน็ จุดเริม่ ต้นในการประเมนิ ความเสีย่ ง มองภาพรวมของความเสี่ยงทม่ี ีความสำคัญทสี่ ุดกอ่ น และ
จดั สรรทรัพยากรให้อยา่ งเหมาะสม

…/3. พฒั นากลยทุ ธ์

ค่มู อื การจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 8

3. พัฒนากลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่จะประสบความสำเร็จ
ต้องมีความเกี่ยวเนื่องหรือสอดคล้องกับกลยุทธ์ของหน่วยงานโดยตรง กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงต้องได้รับการ
พฒั นาให้เหมาะสมกับความเส่ียงแตล่ ะประเภท เชน่ กลยุทธ์การหลีกเลยี่ งความเสย่ี ง การลดความเสีย่ ง การกระจาย
ความเส่ียงและการถา่ ยโอนความเสย่ี ง เปน็ ตน้

4. พัฒนา และปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง หน่วยงานต้องพัฒนาเทคนิค
การบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติของหน่วยงาน โดยเฉพาะการบริหารความเสี่ยง
ในกจิ กรรมท่ีมคี วามเส่ียงเฉพาะเร่ือง

5. การตดิ ตาม ประเมินผลกระบวนการบรหิ ารความเส่ยี ง เป็นข้ันตอนของหน่วยงาน ต้องอาศัย
ด้านตรวจสอบภายใน โดยในขั้นตอนนี้รวมถึงการติดตามการปฏิบัติงานในหน้าที่อื่น ๆ เช่น การปฏิบัติตามกฎหรอื
ระเบียบ และการให้ความสำคัญต่อสภาพแวดล้อม และปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การบริหารความเสี่ยงที่สัมฤทธิ์ผล
หมายถึง การเสาะแสวงหาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การเชื่อมโยงการประเมินผลตอบแทนที่เพิ่มค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น
(สำหรับธุรกจิ ) และหนว่ ยงาน หน้าท่ีการตดิ ตาม ประเมินผลจะมีความสัมพนั ธ์ใกลช้ ดิ กบั การประเมนิ ความเส่ียงของ
หนว่ ยงาน

6. การพัฒนาหรอื ปรับปรุงกระบวนการบริหารความเสยี่ ง การปรบั ปรุง และพฒั นาการบริหาร
ความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประสบความสำเร็จของหน่วยงาน แหล่งข้อมูลที่สามารถ
นำมาใช้ในการปรับปรุงการบริหารความเสี่ยงนั้น รวมถึงข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และข้อมูลที่เกิดจาก
การสะท้อนความเสี่ยงของหน่วยงาน การปรับปรุงต้องรวมถึงระบบการวัดเป็นจำนวนหน่วยที่ใช้ได้ในระยะยาว
เช่น จำนวน และผลกระทบจากความเสี่ยงที่ได้รับการจัดการภายในกระบวนการ ฯลฯ ในการปรับปรุงพัฒนา
การบริหารความเสี่ยงนั้น ระบบการวัดผลที่เชื่อถือได้จึงเป็นสิ่งจำเป็น และจะทำให้หน่วยงานสามารถทราบขนาด
ความเสย่ี ง และผลกระทบท่หี น่วยงานจะสามารถรับได้หรือไมเ่ พียงใด

4.2 กรณีที่เป็นความเสี่ยงเกี่ยวกับการควบคุมภายใน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยภายใน
และอยูภ่ ายใต้การควบคมุ ของผู้บริหาร การป้องกันหรือลดความเสี่ยง กระทำได้โดยจัดให้มีกิจกรรมการควบคมุ อยา่ ง
เพียงพอ และเหมาะสม

การกำหนดวิธีการควบคุมเพื่อจัดการให้ความเสี่ยงอยู่ในสภาพที่เป็นผลดีกับหน่วยงานมีลักษณะ
การจัดการได้ 5 ลักษณะ คือ (1) ลักษณะที่ยอมรับในความเสี่ยงนั้น (2) ลักษณะที่ทำให้ลดความเสี่ยงจากระดับ
ความเสี่ยงสูงไปสู่ระดับความเสี่ยต่ำ (3) ลักษณะที่เป็นการกระจายความเสี่ยง (4) ลักษณะที่เป็นการถ่ายโอนความ
เสย่ี งหรือโยกยา้ ยความเสี่ยง และ (5) ลกั ษณะทีเ่ ป็นการหลกี เล่ียงความเสย่ี ง

การจะใช้วิธีการใดในการจัดการความเสี่ยงดังกล่าวขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และความเหมาะสม
ของการดำเนินงานในหน่วยงาน การจัดการความเสี่ยงจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน ต้องปรับเปลี่ยนระบบ
การบริหาร และระบบปฏิบัติงานในหน่วยงาน กระบวนการจัดการความเสี่ยงต้องดำเนินการให้เกิดความชัดเจน
และต้องสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในหน่วยงานทราบ ต้องมีการรายงานผล เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว หน่วยงานจึง
ต้องจัดให้มกี ารประเมินความเสยี่ งอยเู่ สมอ และสร้างกลไกช่วยบริหารความเส่ยี งให้อยูใ่ นระดับท่ีสามารถยอมรับได้

…/3) กจิ กรรมการควบคุม

ค่มู ือการจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หน้า | 9

3) กิจกรรมการควบคุม เป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบบการควบคุมภายในที่หน่วยงานต้องจัดให้มีข้ึน
เพื่อลดความเสี่ยง และทำให้เกิดความคุ้มค่า ตลอดจนให้ฝ่ายบริหารเกิดความมั่นใจในประสิทธิผลของระบบการ
ควบคมุ ภายในที่มอี ยู่

ประเภทการควบคมุ กิจกรรมการควบคุมอาจแยกตามความจำเปน็ และลักษณะของการควบคุม ท้ังน้ี
ข้นึ อยู่กบั ความเหมาะสมในการดำเนนิ งานของหนว่ ยงานน้ัน ๆ เชน่

1. การควบคุมในลักษณะการป้องกันการผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในทางปฏิบัติ (Preventive Control)
เป็นวิธีการควบคมุ ที่กำหนดขึน้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสี่ยง และข้อผิดพลาดตั้งแต่แรก โดยเหตุกาณ์ที่ก่อใหเ้ กดิ
ความเสี่ยงยังไม่เกิดขึ้น เช่น การแบ่งแยกหน้าที่ผู้รับเงิน ผู้จ่ายเงิน และผู้บันทึกบัญชี การกำหนดวงเงินสำหรับผู้มี
อำนาจอนุมัตเิ งินในแตล่ ะระดับช้ัน เป็นต้น

2. การควบคุมในลักษณะของการค้นพบข้อผิดพลาด (Detective Control) เป็นการควบคุมทีก่ ำหนด
ขน้ึ เพ่อื คน้ พบขอ้ ผดิ พลาดท่อี าจเกิดขนึ้ ในการปฏิบตั งิ าน เช่น การทำงบกระทบยอดเงินผฝากธนาคาร การตรวจนับ
พสั ดุประจำปี การทบทวนการปฏบิ ตั ิงานของหนว่ ยงานในภาพรวม เป็นต้น

3. การควบคุมในลักษณะการเสนอแนะ (Suggestive Control) เป็นการควบคุมที่กำหนดขึ้น
เพื่อเสนอแนะ ปรบั ปรงุ และพัฒนาระบบการดำเนนิ งานและระบบการควบคมุ ภายในให้เหมาะสมกับสถานการณ์

4. อ่นื ๆ ตามความจำเป็น และเหมาะสมในการดำเนินงานของหน่วยงาน

3.1 นโยบาย และวธิ ีปฏบิ ตั ิ
ผู้บริหารทุกระดับมีบทบาทในการกำหนดนโยบาย แผนปฏิบัติงาน แผนงบประมาณ แนวทางการ

ปฏิบัติงาน อำนาจในการอนุมัติ ฯลฯ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการควบคุม เพื่อป้องกันความเสี่ยง
ที่อาจเกิดขึ้น และควรระบุผลลัพธ์ และตัวชี้วัดที่คาดหมายไว้อย่างชัดเจน เพื่อสามารถใช้ในการติดตามประเมินผล
ต่อไป

3.2 การกระจายอำนาจความรบั ผิดชอบ และการแบ่งแยกหนา้ ท่ี
ผู้บริหารควรจัดให้มีการกระจายอำนาจ และแบ่งแยกหน้าที่ความรับชอบระหว่างหน่วยต่าง ๆ

หรือบุคคลให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความคล่องตัว และชัดเจนในการปฏิบัติงาน สามารถสอบยันกันได้ เช่น อำนาจใน
การอนุมัติ การกำหนดขอบเขตของงาน เพราะเมื่อผู้บริหารได้กระจายอำนาจไปแล้วก็จำต้องสร้างวิธีการควบคุม
เพอ่ื ให้การปฏบิ ตั ิงานเป็นไปตามนโยบาย และวัตถปุ ระสงค์ทว่ี างไว้

3.3 การสอบยัน และการกระทบยอด
ผู้บริหารในแต่ละระดับควรจัดให้มีการสอบยัน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในระดับต่าง ๆ

เพื่อให้ทราบปัญหาในการปฏิบัติงาน และหาแนวทางในการแก้ไข ซึ่งในแต่ละระดบั อาจกำหนดวิธีการสอบยัน และ
กระทบยอดได้หลายวิธี ดงั นี้

1. ผู้บริหารระดับสูงอาจสอบยันการปฏิบัติงาน โดยการวิเคราะห์เปรียบเทียบเป้าหมาย แผน และ
ผลการดำเนินงานในภาพรวมกับข้อมูลในอดีตที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถทราบปัญหา และแนวทางการแก้ไข และ
เตรยี มรบั สถานการณ์ในอนาคตต่อไป

…/2. ผู้บรหิ ารระดับกลาง

คูม่ ือการจัดวางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หน้า | 10

2. ผู้บริหารระดับกลาง อาจสอบยัน และกระทบยอดการปฏิบัติงานเฉพาะด้าน จากรายงานผล
การปฏบิ ตั ิงานจรงิ กบั เปา้ หมายท่กี ำหนด รวมทง้ั การปฏิบตั ิตามกฎหรอื ระเบียบท่ีวางไว้ โดยอาจทำการสอบยันและ
หรอื กระทบยอดบ่อยคร้ังตามลักษณะงาน และความเสี่ยงทคี่ าดวา่ จะเกิดขนึ้

3.4 การควบคมุ ระบบสารสนเทศ และการประมวลผล
การจัดใหม้ ีกระบวนการประมวลผลข้อมลู อยา่ งเป็นระบบ ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารไดข้ ้อมลู ข่าวสาร

ที่ถูกต้องสมบูรณ์ ทันเวลา และเชื่อถือได้ สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจในการบริหารงานได้ทันต่อเหตุกาณ์ และ
มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การจัดให้มีระบบการควบคุมระบบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพจะเป็นการป้องกันการ
เข้าถึงขอ้ มูล และป้องกนั ความเสยี หายทอ่ี าจเกดิ ขนึ้ ในการนำข้อมลู ไปใช้ในทางที่ไมส่ มควร

3.5 การควบคุมทรัพยส์ ินทมี่ ตี ัวตน และเอกสารหลักฐาน
ทรัพย์สินทมี่ ีตวั ตน และเอกสารหลกั ฐาน เช่น เคร่ืองใช้สำนกั งาน วัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ เงินสด

และเอกสารสิทธิต่าง ๆ ควรจัดให้มีการควบคุม เช่น การกำหนดสถานที่เก็บรักษา การเข้าถึงทรัพย์สินนั้น ๆ และ
การจดั ใหท้ ำทะเบยี นคมุ และการตรวจนบั อย่างเป็นระบบ เปน็ ต้น

3.6 กำหนดดัชนวี ัดผลการดำเนินงาน
ดัชนีวัดผลการดำเนนิ งาน เป็นเคร่อื งมอื ที่ผู้บริหารสามารถใช้ในการตดิ ตามผลการปฏบิ ัติ เพ่ือให้

ทราบว่าการปฏิบัติงานบรรลุตามเปา้ หมายที่วางไว้อย่างมีประสทิ ธิภาพ กิจกรรมการควบคมุ ตอ้ งทำอย่างสม่ำเสมอ
ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องสอดคล้องกับนโยบาย และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการ
ควบคุมภายในของหนว่ ยงาน เป็นไปอย่างเหมาะสม และเพียงพอ การจะใช้การควบคมุ ลักษณะใดลักษณะหน่ึงหรือ
หลายลกั ษณะรวมกนั ขึน้ อยกู่ บั ดจุ พินจิ ในการพิจารณาความเหมาะสม และความซับซอ้ นของงานในแต่ละหน่วยงาน

4) สารสนเทศและการส่ือสาร
สารสนเทศ หมายถึง ขอ้ มูลขา่ วสารทใ่ี ช้ในการบริหาร ซง่ึ เปน็ ขอ้ มลู เกี่ยวกับการเงิน และไม่ใช่การเงิน

รวมทัง้ ขอ้ มูลขา่ วสารอื่น ๆ ท้ังจากแหล่งภายในและภายนอก
การสื่อสาร หมายถึง การรับ และส่งข่าวสารระหว่างกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างบุคคล

ที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบในงานที่สัมพันธ์กัน การสื่อสารจะเกิดได้ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน ระบบการ
สื่อสารที่ดี และมปี ระสิทธภิ าพควรเป็นการสือ่ สารแบบสองทาง และติดต่อระหว่างหน่วยงานอย่างทั่วถงึ ครบถว้ น

หน่วยงานควรจัดใหม้ รี ะบบสารสนเทศทสี่ ามารถสนองความต้องการของผูใ้ ช้ขอ้ มูลอย่างเพยี งพอ และ
เหมาะสม ทันต่อการปฏิบัติงาน ตลอดจนการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ข่าวสารที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ทัน
เหตุการณ์ และสะดวกในการเข้าถึงทั้งมีการจัดลำดับความสำคัญ และมีระบบกการสื่อสารที่ดีจะส่งผลถึงการ
บริหารงานของผู้บริหาร โดยเฉพาะข่าวสารที่เป็นสัญญาณบอกเหตุ อันจะทำให้ผู้บริหารสามารถแก้ไขปัญหาได้ทัน
กาล และบรหิ ารงานใหบ้ รรลุวตั ถุประสงค์ของหนว่ ยงาน การส่อื สารจึงเป็นเรอ่ื งสำคัญท่ผี บู้ รหิ ารตอ้ งจัดให้มขี ้นึ และ
ควรเป็นระบบการส่อื สารสองทาง การสอ่ื สารภายในหนว่ ยงานทีช่ ัดเจนไมว่ า่ จะเป็นทางการหรอื ไม่กต็ ามจะเป็นผลดี
ต่อการปฏิบัติงานให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้การสื่อสารเป้นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
และประสทิ ธผิ ล คือ

…/4.1 เจ้าหนา้ ท่ีทกุ คน

คมู่ อื การจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 11

4.1 เจ้าหน้าที่ทุกคน ต้องไดร้ ับข้อมลู ขา่ วสารท่ีเกีย่ วข้องกับการปฏิบตั ิงานของตนอย่างชัดเจน และ
ทนั กาล ท้ังจากภายในหรอื ภายนอกหนว่ ยงาน รวมทง้ั ข้อมลู ข่าวสารท่ีมีผลต่อความเสี่ยงทีอ่ าจเกดิ กับหน่วยงาน เช่น
นโยบายของรฐั บาล การเปลีย่ นแปลงด้านกฎหมายใหม่ ๆ เป็นต้น

4.2 การกำหนดภาระหน้าที่ และความรับชอบในแต่ละตำแหน่งงาน ต้องชัดเจน เจ้าหน้าที่ทุกคน
ตอ้ งเขา้ ใจถึงบทบาทที่เกยี่ วข้องกบั งานของตน และของผูอ้ ่นื รวมท้ังความรว่ มมือในการปฏิบตั ิตามระบบการควบคมุ
ทกี่ ำหนดไว้

4.3 การจัดให้มีช่องทางการสื่อสารข้อมูลที่ดีระหว่างผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน ทำให้สามารถทำ
ความเข้าใจ และประสานงานกันได้เป็นอย่างดี ควรให้ความสำคัญกับการสื่อสารภายนอกหน่วยงาน ซึ่งจะมี
ผลกระทบตอ่ การบริหารงานของหนว่ ยงาน ดังน้ัน ประเดน็ สำคญั ที่ควรดำเนนิ การ คอื

1. กำหนดช่องทางการสือ่ สารกับบุคคลภายนอกท่ีเกย่ี วขอ้ งให้งา่ ยขนึ้
2. เจ้าหน้าทที่ ่ีเกี่ยวขอ้ งกบั หนว่ ยงานภายนอก ตอ้ งเรยี นรวู้ ัฒนธรรมของหน่วยงานท่เี ก่ียวข้องดว้ ย
3. ผูบ้ รหิ ารควรให้ความสนใจในขอ้ สังเกตหรือขอ้ เสนอแนะของผูต้ รวจสอบภายนอก
4. การติดตอ่ สอ่ื สารกับบคุ คลภายนอก ตอ้ งมขี อ้ มูลขา่ วสารที่เพียงพอ และสัมพนั ธ์กนั ทำให้เกิด
ความเขา้ ใจอันดตี ่อกัน และเข้าใจถึงสภาพความเส่ยี งที่อาจเกดิ ขึ้น
สำหรับการควบคุมภายในของระบบสารสนเทศ โดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับการควบคุมการนำข้อมูล
เข้าสู่ระบบ การแบ่งแยกงาน การสอบทานความถูกต้องในการประมวลผล การควบคุมการรับส่งข้อมูลระหว่าง
ระบบงาน และการควบคุมทางด้านผลผลิต เป็นต้น

5) การตดิ ตามและประเมนิ ผล
การติดตามและประเมินผล เป็นกระบวนการประเมินความีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของ

ระบบงานต่าง ๆ ของหน่วยงาน ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ และการปฏิบัติงานตาม
ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ ในหน่วยงาน ทั้งนี้เนื่องจากมาตรการต่าง ๆ และระบบการ
ควบคุมภายในมีการเปลี่ยนแปลงหรือต้องพัฒนาตลอดเวลา ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องมีการติดตามและประเมินผล
เพื่อให้ทราบประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายในว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมสอดคล้อง
กับสถานการณ์ปัจจุบัน สำหรับความถี่ในการติดตามประเมินผลจะมีมากน้อยเพียงใดขึ้นกับผลการประเมินความ
เสี่ยงในเบื้องต้น และผลที่ไดจ้ ากการติดตามประเมนิ ผลการดำเนินงานของหน่วยงานนัน้ เอง การติดตามประเมินผล
จะไดผ้ ลดีควรมีการปฏบิ ตั ิ ดังน้ี

5.1 มีการสอบทาน และรายงานผลเกี่ยวกับประสิทธิผลของแต่ละองค์ประกอบของการควบคุมภายใน
ในทุก ๆ ด้าน อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการรายงานจากภายใน และจากบุคคลภายนอก เช่น ผู้ตรวจสอบ ผู้ตรวจ
ราชการ ผูม้ าตดิ ตอ่ โดยเปรยี บเทยี บกบั ข้อมูลทป่ี ฏิบตั งิ านจริง

5.2 จำแนกเรื่องที่จะประเมินผล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมภายในเฉพาะจุด เช่น
การประเมินประสิทธิภาพภายในหน่วยงาน การประเมินระบบงาน การประเมินการบรรลุตามวัตถุประสงค์
การประเมนิ บุคคล เปน็ ตน้

…/ซง่ึ การประเมิน

คมู่ ือการจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หน้า | 12

ซ่ึงการประเมนิ ควรพิจารณาขอบเขต และความถ่ขี องการประเมนิ ด้วย เพ่อื ให้มนั่ ใจถงึ ประสทิ ธภิ าพของ
ระบบการควบคมุ ภายในในเร่ืองนน้ั ๆ วา่ สามารถปอ้ งกนั ความเส่ียงทอี่ าจเกดิ ขึน้ ได้ โดยเครอ่ื งมือการประเมินผล
รวมถึงการตรวจเช็คการตอบแบบสอบถาม และการวิเคราะห์เชิงปริมาณ นอกจากนี้ ตัวชี้วัดและการเปรียบเทียบกับ
ผลงานของหนว่ ยงานอื่น หรือมาตรฐานท่ยี อมรับกันโดยทั่วไป ก็เป็นเครือ่ งมือชว่ ยในการประเมินผลไดเ้ ชน่ กัน

5.3 รายงานผลตามขอ้ เทจ็ จริงอย่างเปน็ อิสระ ไม่ปดิ บงั ส่ิงผิดปกติ
5.4 สั่งการใหม้ กี ารแก้ไข และติดตามผลอยเู่ สมอ
สำหรับการกำหนดรูปแบบการติดตามประเมินผล ควรมีอยู่ในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน
และควรทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกำหนด กฎหมาย ระเบียบ การบริหารงาน
และท่ีปรึกษาต่าง ๆ โดยวิธีการ เช่น การเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน การตรวจสอบ การกระทบยอด สำหรับ
บางโครงการอาจกำหนดรูปแบบการติดตามประเมินผลโดยเฉพาะ แยกต่างหากจากที่ได้กำหนดการติดตาม
ประเมินผลโดยปกติ การติดตามประเมินผลโครงการที่เป็นกรณีเฉพาะ อาจใช้แบบประเมินตนเอง การออกแบบ
ควบคุมโดยเฉพาะ การทดสอบ หรอื อาจจ้างผู้เช่ียวชาญหรือผู้ตรวจสอบภายนอกมาดำเนนิ การได้
การติดตามประเมินผลจะมีประสทิ ธภิ าพมากข้นึ หากมกี ารสื่อสารกบั บุคลากรทีร่ บั ผิดชอบงานนัน้ ๆ ใน
หน่วยงาน และกรณีมเี ร่ืองทีส่ ำคัญ ควรรายงานต่อผู้บังคับบัญชาระดับสงู ด้วย นอกจากน้ีการติดตามประเมนิ ผล
ในระบบการควบคุมภายใน ควรหมายรวมถึงการประเมินผลนโยบาย กฎระเบียบ ระบบงานต่าง ๆ ของ
หนว่ ยงานดว้ ย เพ่อื ให้ม่นั ใจวา่
1. ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาการปฏิบัติงานที่เหมาะสมและถูกต้อง และเป็นผลดีต่อ
การบรหิ ารงานของหนว่ ยงาน
2. ได้มีการตรวจสอบ และติดตามผล รวมทั้งรายงานของผู้ตรวจสอบที่ได้สอบทานงาน และตั้งข้อสังเกต
ไว้ต่อผูบ้ ริหารของหนว่ ยงาน ขอ้ สังเกตเหล่าน้นั ไดม้ กี ารแก้ไขปฏบิ ตั ติ ามในระยะเวลาทีเ่ หมาะสม
3. การดำเนนิ งานตา่ ง ๆ สามารถบรรลวุ ัตถุประสงคท์ ี่หนว่ ยงานตง้ั ไว้
4. การจัดทำรายงานทางการเงินเป็นไปอยา่ งถกู ต้องเช่ือถือได้
เมื่อติดตามและประเมินผลแล้ว ผู้ประเมินผลจะต้องจัดทำรายงานเสนอผู้บริหารที่รับผิดชอบ
โดยการจัดทำรายงานแสดงผลความคลาดเคลื่อนของการดำเนินงานเป็นระยะ ๆ โดยควรจัดทำคำชี้แจงหรือ
อธิบายให้ทราบว่าความแตกต่างระหว่างผลการดำเนินงานจริง กับตัวเลขตามประมาณการเกิดขึ้นเพราะเหตุใด
และผ้ใู ดจะต้องรบั ผดิ ชอบกบั การท่เี กดิ ผลต่างน้นั และหาวิธีการแกไ้ ขท่ีเหมาะสมต่อไป
การติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องและเป็นประจำ และมีการสั่งการให้แก้ไขข้อผิดพลาด
อยู่เสมอ เป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมทางการบริหาร ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบการควบคุมภายในของ
หน่วยงานประสบความสำเร็จ ระบบการควบคมุ ภายในของหนว่ ยงานจำสำเรจ็ ได้ ตอ้ งมปี ัจจัยเกือ้ หนุนและปัจจัย
ผลักดัน ดงั นี้

…/1. ปัจจัยเกอ้ื หนนุ

คู่มอื การจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 13

1. ปัจจยั เก้ือหนนุ
1.1 ผูบ้ ริหารระดับสูงต้องเป็นผู้ริเรม่ิ ในการจัดให้มรี ะบบการควบคุมภายในข้ึนในหนว่ ยงาน และ

ระบบการควบคมุ ภายในนัน้ ต้องได้รบั การยอมรบั ในระดบั ปฏบิ ตั ิ
1.2 มีการประเมนิ ความเส่ยี ง และบริหารความเสี่ยงอยา่ งสม่ำเสมอ
1.3 มีการจดั การเกีย่ วกบั ทรพั ยากรบคุ คลอยา่ งเปน็ ระบบ และเหมาะสม
1.4 ผปู้ ฏิบัติงานทกุ ระดับมีความซือ่ สตั ย์ รบั ผิดชอบในหนา้ ท่ีการงาน

2. ปัจจัยผลักดัน ปัจจัยที่เป็นแรงผลักดันให้ระบบการควบคุมภายในเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ย่ิงขน้ึ ไดแ้ ก่

2.1 วัตถปุ ระสงค์ (Purpose) หน่วยงานจะต้องมวี ัตถุประสงคท์ ีช่ ัดเจนว่ากำลังจะทำอะไร เพ่ือให้
สามารถกำหนดทศิ ทางการทำงาน และความก้าวหนา้ ของหนว่ ยงานได้

2.2 ข้อตกลงร่วมกัน (Commitment) เจ้าหน้าที่ทุกระดบั ควรมีการตกลงร่วมกันที่จะปฏิบัติงาน
ตามระบบทีว่ างไว้ เพ่ือบรรลุตามวตั ถปุ ระสงค์ และเพ่มิ คณุ ค่าแก่หน่วยงาน

2.3 ความสามารถในการบริหารงาน (Capability) เพื่อให้หน่วยงานมีระบบการควบคุมภายใน
ที่มีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้ ผู้บริหารของหน่วยงานควรเพิ่มขีดความสามารถในด้านต่าง ๆ เช่น
การบริหารงบประมาณ การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีการนำไปใช้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ เปน็ ตน้

2.4 ปฏบิ ัตกิ าร (Action) เจา้ หน้าท่ีผ้รู ับผิดชอบต้องลงมอื ปฏบิ ตั ิอยา่ งจริงจงั และสม่ำเสมอ
2.5 การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Learning) หน่วยงานต้องเสริมสร้างหรือสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ทุก
ระดับให้มีการศกึ ษาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เพือ่ ใหม้ ีการเรยี นรทู้ ี่จะพฒั นางานให้ดขี ึ้น

สำนกั งานตรวจเงนิ แผน่ ดิน ไดแ้ บง่ มาตรฐานการควบคุมภายในเป็น 5 ประการ ดงั น้ี
1) สภาพแวดล้อมของการควบคมุ หมายถึง ปจั จยั ต่าง ๆ ซึ่งรว่ มกันส่งผลใหม้ กี ารควบคมุ ขน้ึ ในหนว่ ย
รับตรวจหรือทำให้การควบคมุ ที่มีอยู่ไดผ้ ลดีขึ้นหรอื ในทางตรงขา้ มสภาพแวดลอ้ ม อาจทำให้การควบคมุ ย่อหย่อน
ลงได้ ปัจจัยเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการควบคุมภายใน เช่น ปรัชญาและรูปแบบการทำงานของผู้บริหาร
ความซื่อสัตย์และจริยธรรม ความรู้ทักษะและความสามารถของบุคลากร โครงสร้างการจัดองค์กร การมอบ
อำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบนโยบายและวิธีบริหารด้านบุคลากร ในการดำเนินการเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม
ของการควบคุมผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหาร และบุคลากรของหน่วยรับตรวจต้องสร้างบรรยากาศของการควบคุม
เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อการควบคุมภายใน โดยส่งเสริมให้บุคลากรทุกคนในหน่วยรับตรวจ เกิดจิตสำนึกที่ดี
ในการปฏิบัติงานในความรับผิดชอบ และตระหนักถึงความจำเป็น และความสำคัญของการควบคุมภายใน
รวมทั้งดำรงรักษาไว้ซ่ึงสภาพแวดลอ้ มของการควบคมุ ท่ีดี

…/2. การประเมินความเสยี่ ง

ค่มู ือการจัดวางระบบและการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หน้า | 14

2) การประเมินความเสี่ยง หมายถึง กระบวนการที่ใช้ในการระบุ และการวิเคราะห์ความเสี่ยง
ที่มีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยรับตรวจ รวมทั้งการกำหนดแนวทางที่จำเป็นต้องใช้ในการ
ควบคุมความเสี่ยง หรือการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยง ฝ่ายบริหารต้อง
ประเมินความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกที่มีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุ ประสงค์ของหน่วยรับตรวจ
อยา่ งเพยี งพอ และเหมาะสม

3) กิจกรรมการควบคุม หมายถึง นโยบาย และวิธีการต่าง ๆ ที่ฝ่ายบริหารกำหนดให้บุคลากรของ
หน่วยรับตรวจปฏิบัติเพื่อลดหรือควบคุมความเสี่ยง และได้รับการสนองตอบโดยมีการปฏิบัติตามตัวอย่าง
กิจกรรมการควบคุม เช่น การสอบทานงาน การดูแลปอ้ งกันทรัพยส์ นิ การแบ่งแยกหน้าที่งาน ในการดำเนินการ
เกี่ยวกับกิจกรรมการควบคุม ฝ่ายบริหารต้องจัดให้มีกิจกรรมการควบคุมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
เพื่อป้องกันหรือลดความเสียหาย ความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น และให้สามารถบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ของ
การควบคุมภายใน สำหรับกิจกรรมการควบคุมภายในจะต้องแบ่งแยกหน้าที่งานภายในอย่ างเหมาะสม
ไม่มอบหมายให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานที่สำคัญหรืองานที่เสี่ยงต่อความเสียหาย
ตงั้ แต่ต้นจนจบ

4) สารสนเทศและการสื่อสาร หมายถึง ข้อมูลข่าวสารทางการเงิน และข้อมูลข่าวสารอืน่ ๆ เกี่ยวกับ
การดำเนินงานของหน่วยรับตรวจไม่ว่าเป็นขข้อมูลจากแหล่งภายในหรือภายนอก ในการดำเนินการเกี่ยวกับ
สารสนเทศและการสื่อสาร ฝ่ายบริหารต้องจัดให้มีสารสนเทศอย่างเพียงพอ และสื่อสารให้ฝ่ายบริหาร และ
บุคลากรอื่น ๆ ที่เหมาะสมทั้งภายในและภายนอกหน่วยรับตรวจ ซึ่งจำเป็นต้องใช้สารสนเทศนั้นในรูปแบบท่ี
เหมาะสมและทันเวลา

5) การติดตามประเมินผล หมายถึง กระบวนการประเมินคุณภาพการปฏิบัติงาน และประเมิน
ประสิทธิผลของการควบคุมภายในที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ โดยการติดตามผลในระหว่างการ
ปฏิบัติงาน (Ongoing Monitoring) และการประเมินผลเป็นรายครั้ง (Separate Evaluation) ซึ่งแยกเป็น
การประเมินการควบคุมด้วยตนเอง (Control Self-Assessment) เช่น การประเมินการควบคุมโดยกลุ่ม
ผู้ปฏิบัติงานภายในส่วนงานนั้น ๆ และการประเมินการควบคุมอย่างเป็นอิสระ (Independent Assessment)
การดำเนินการเกี่ยวกับการติดตามประเมินผล ฝ่ายบริหารต้องจดั ใหม้ ีการตดิ ตามประเมินผล โดยการติดตามผล
ในระหว่างการปฏิบัติงาน และการประเมินผลเป็นรายครั้งอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ เพื่อให้ความมั่นใจว่า
ระบบการควบคุมภายในที่วางไว้เพียงพอ เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และมีการปฏิบัติจริง การควบคุมภายใน
ดำเนินไปอย่างมปี ระสิทธิผล ขอ้ ตรวจพบจากการตรวจสอบและการสอบทานอ่ืน ๆ ได้รบั การปรบั ปรงุ แกไ้ ขอย่าง
เหมาะสม และทนั เวลา การควบคมุ ภายในไดร้ ับการปรับปรงุ แก้ไขใหส้ อดคล้องกับสถานการณ์ท่ีเปลย่ี นแปลงไป

…/งานควบคมุ ภายใน

คมู่ อื การจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 15

งานควบคุมภายในและตรวจสอบภายใน สำนักงาน กศน. ได้แบ่งมาตรฐานการควบคุมภายใน
ประกอบดว้ ย 5 องคป์ ระกอบ 17 หลักการ ดงั น้ี

1) สภาพแวดลอ้ มการควบคุม (Control Environment)
2) การประเมินความเสย่ี ง (Risk Assessment)
3) กิจกรรมการควบคมุ (Control Activities)
4) สารสนเทศและการสือ่ สาร (Information and Communication)
5) การตดิ ตามผลประเมินผล (Monitoring Activities)

1) สภาพแวดลอ้ มการควบคมุ (Control Environment)
สภาพแวดล้อมการควบคุม เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำเนินงานที่ส่งผลให้มีการนำการควบคุม

ภายในมาปฏิบัติทั่วทั้งหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ผู้กำกับดูแล และฝ่ายบริหารจะต้องสร้างบรรยากาศให้ทุกระดับ
ตระหนกั ถึงความสำคญั ของการควบคมุ ภายใน รวมทั้งการดำเนนิ งานทคี่ าดหวังของผกู้ ำกับดูแล และฝ่ายบริหาร
ทั้งนี้ สภาพแวดล้อมการควบคุมดังกล่าวเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อองค์ประกอบของการควบคุม
ภายในอน่ื ๆ

สภาพแวดลอ้ มของการควบคมุ ประกอบด้วย 5 หลักการ ดงั น้ี
หลักการที่ 1 หน่วยงานของรัฐแสดงให้เห็นถึงความยึดมั่นนในคุณค่าของความซื่อตรง และ
จรยิ ธรรม
หลักการที่ 2 ผกู้ ำกับดแู ลของหน่วยงานของรัฐแสดงให้เห็นถงึ ความเป็นอสิ ระจากฝา่ ยบริหาร และ
มีหน้าที่กำกับดูแลให้มีการพัฒนาหรือปรับปรุงการควบคุมภายใน รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุม
ภายใน
หลักการที่ 3 หวั หนา้ หนว่ ยงานของรฐั จัดให้มีโครงสรา้ งองคก์ ร สายการบงั คับบญั ชา อำนาจหน้าท่ี
และความรบั ชอบทเี่ หมาะสมในการบรรลวุ ตั ถุประสงค์ของหน่วยงานของรับภายใตก้ ำกับดแู ลของผุก้ ำกบั ดแู ล
หลักการที่ 4 หน่วยงานของรัฐแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างแรงจูงใจ พัฒนาและรักษา
บุคลากรท่มี ีความรู้ความสามารถท่สี อดคลอ้ งกับวัตถุประสงคข์ องหนว่ ยงานของรฐั
หลักการที่ 5 หน่วยงานของรัฐกำหนดให้บุคลากรมีหน้าที่ และความรับผิดชอบต่อผลการ
ปฏิบัตงิ านตามระบบการควบคุมภายใน เพ่อื ให้บรรลุวัตถปุ ระสงคข์ องหนว่ ยงาน

2) การประเมินความเส่ียง (Risk Assessment)
การประเมินความเสี่ยง เป็นกระบวนการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเป็นประจำ เพื่อระบุ

และวิเคราะห์ความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงานของรัฐ รวมถึงกำหนดวิธีการ
จัดการความเสี่ยงนั้น ฝ่ายบริหารควรคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอก และภารกิจภายใน
ทัง้ หมดทมี่ ผี ลตอ่ การบรรลุวัตถปุ ระสงค์ของหนว่ ยงานของรัฐ

…/การประเมินความเสย่ี ง

คู่มอื การจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หน้า | 16

การประเมนิ ความเสย่ี ง ประกอบด้วย 4 หลักการ ดงั น้ี
หลักการที่ 6 หน่วยงานของรัฐระบุวัตถุประสงค์การควบคุมภายในของการปฏิบัติงาน
ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ขององค์กรไว้อย่างชัดเจน และเพียงพอที่จะสามารถระบุ และประเมินความเสี่ยง
ท่เี กยี่ วข้องกับวัตถปุ ระสงค์
หลักการที่ 7 หน่วยงานของรับระบุความเสี่ยงที่มีผลต่อการบรรลุวัตถุประสงค์การควบคุมภายใน
อยา่ งครอบคลมุ ท้ังหน่วยงานของรัฐ และวเิ คราะหค์ วามเสีย่ ง เพือ่ กำหนดวิธกี ารจัดการความเสี่ยงน้ัน
หลักการท่ี 8 หนว่ ยงานของรฐั พิจารณาโอกาสที่อาจเกดิ การทจุ ริต เพ่อื ประกอบการประเมินความ
เส่ยี งที่ส่งผลต่อการบรรลุวตั ถุประสงค์
หลักการที่ 9 หน่วยงานของรัฐระบุ และประเมินการเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบอย่างมี
นัยสำคญั ต่อระบบการควบคุมภายใน

ขัน้ ตอนการประเมนิ ความเสย่ี ง
➢ ศึกษาทำความเข้าใจภารกิจตามกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานของรัฐ หรือภารกิจตามแผน
การดำเนินงานที่สำคัญของหน่วยงานของรัฐ วัตถุประสงค์ของภารกิจ กิจกรรมที่ทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์
ของหนว่ ยงานของรฐั และโครงสร้างของหนว่ ยงานของรัฐ
➢ การระบุความเสี่ยงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ซึ่งเป็นการทำความเข้าใจกับสาเหตุของการเกิด
ความเสี่ยง ระบุถึงเหตุการณ์หรือกิจกรรมของกระบวนการปฏิบัติงานที่อาจเกิดความผิดพลาดความเสียหาย
และการไม่บรรลุตามวตั ถปุ ระสงคข์ องหน่วยงานของรฐั ท่ีกำหนด
➢ การประเมินความเสี่ยงว่าแต่ละความเสี่ยงนั้น มีโอกาสที่จะเกิดมากน้อยเพียงใด และหาก
เกิดขึ้นแล้วจะส่งผลกระทบต่อองค์กรรุนแรงเพียงใด โดยทั่วไปจะวิเคราะห์ความเสี่ยงด้วยการประเมินความถ่ี
ท่ีจะเกดิ หรือโอกาสทจี่ ะเกดิ ความเสยี่ ง (Likelihood) และผลกระทบของความเสย่ี ง (Impact) และนำความเสี่ยง
นัน้ มาพิจารณาเพื่อจัดลำดบั ความเสี่ยง
➢ การจัดลำดับความเสี่ยง ระดับความเสี่ยงที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างระดับผลกระทบกับ
ระดบั โอกาสท่จี ะเกดิ โดยแต่ละระดบั จะมคี วามหมายของความเส่ียงแตกตา่ งกัน และนำมาจดั ลำดับวา่ ความเส่ยี ง
ใดมีความสำคญั มากนอ้ ยกวา่ กัน เพอ่ื จะไดก้ ำหนดกจิ กรรมการควบคุมกบั ความเสี่ยงเหล่านัน้ ได้อยา่ งเหมาะสม
➢ การบริหารจดั การความเสีย่ ง เป็นกระบวนการทใี่ ช้ในการบรหิ ารจดั การให้โอกาสทีจ่ ะเกิดความ
เสี่ยงลดลง หรือผลกระทบของความเสียหายจากความเสี่ยงลดลงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ซึ่งการจัดการความ
เสย่ี งมีหลายวธิ ี ดังน้ี

(1) การยอมรับ (Take) ความเสี่ยงที่เหลืออยู่ปัจจุบันอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยไม่ต้องมีการ
ดำเนนิ การเพม่ิ เติม เพ่อื ลดโอกาสหรือผลกระทบทอี่ าจเกิดข้นึ ได้อีก

(2) การลดหรือควบคุม (Treat) การดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อลดโอกาสที่อาจเกิดขึ้นหรือ
ความรนุ แรงของความเสีย่ งใหอ้ ยูใ่ นระดบั ที่ยอมรบั ได้

…/(3) การถา่ ยโอนหรอื กระจาย

คู่มือการจัดวางระบบและการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หน้า | 17

(3) การถ่ายโอนหรือกระจาย (Transfer) การโอนหรือการกระจายความรับผิดชอบกับ
ผู้อ่ืนในการจัดการความเสีย่ ง

(4) การหยุดหรือการหลีกเลี่ยง (Terminate) เป็นการจัดการความเสี่ยงที่อยู่ในระดับ
สูงมาก และไม่อาจยอมรับได้ ควรหยุดหรือดำเนินการหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิด
ความเส่ยี งนั้น

3) กิจกรรมการควบคุม (Control Activities)
กิจกรรมการควบคุม เป็นการปฏิบัติที่กำหนดไว้ในนโยบาย และกระบวนการดำเนินงาน เพื่อให้มั่นใจ

ว่าการปฏิบัติตามคำสั่งการของฝ่ายบริหารจะลดหรือควบคุมความเสี่ยงให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์กิจกรรม
การควบคุมได้รับการนำไปปฏิบัติทั่วทุกระดับของหน่วยงานของรัฐ ในกระบวนการปฏิบัติงาน ขั้นตอน
การดำเนนิ งานต่าง ๆ รวมถงึ การนำเทคโนโลยมี าใชใ้ นการดำเนนิ งาน

กิจกรรมการควบคุม ประกอบดว้ ย 3 หลกั การ ดังน้ี
หลักการที่ 10 หน่วยงานของรัฐระบุ และพัฒนากิจกรรมการควบคุม เพื่อลดความเสี่ยงในการบรรลุ
วัตถุประสงค์ให้อยใู่ นระดับทย่ี อมรับได้
หลักการที่ 11 หน่วยงานของรัฐระบุและพัฒนากิจกรรมการควบคุมทั่วไปด้านเทคโนโลยี
เพอ่ื สนับสนนุ การบรรลุวัตถุประสงค์
หลักการที่ 12 หน่วยงานของรัฐจัดให้มีกิจกรรมการควบคุม โดยกำหนดไว้ในนโยบาย ประกอบด้วย
ผลสำเรจ็ ทคี่ าดหวัง และขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงาน เพ่ือนำนโยบายไปสู่การปฏิบัตจิ รงิ

4) สารสนเทศและการสอื่ สาร (Information and Communication)
สารสนเทศเปน็ สง่ิ ทจี่ ำเปน็ สำหรับหนว่ ยงานของรฐั ที่จะช่วยใหม้ ีการดำเนินการตามการควบคุมภายใน

กำหนด เพื่อสนับสนุนให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงานภาครัฐ การสื่อสารเกิดขึ้นได้ทั้งจากภายในและภายนอก
เป็นช่องทางเพื่อให้ทราบถึงสารสนเทศที่สำคัญในการควบคุมการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ การสื่อสาร
จะช่วยให้บุคลากรในหน่วยงานมีความเข้าใจถึงความรับผิดชอบ และความสำคัญของการควบคุมภายในที่มีต่อการ
บรรลุวตั ถุประสงค์ สารสนเทศและการส่ือสาร ประกอบด้วย 3 หลกั การ ดังนี้

หลักการที่ 13 หน่วยงานของรัฐจัดทำหรือจัดหา และใช้สารสนเทศที่เกี่ยวข้อง และมีคุณภาพ
เพ่อื สนบั สนนุ ให้มกี ารปฏิบัตติ ามการควบคมุ ภายในทก่ี ำหนด

หลักการที่ 14 หน่วยงานของรัฐมีการสื่อสารภายในเกี่ยวกับสารสนเทศ รวมถึงวัตถุประสงค์
และความรับผิดชอบที่มีต่อการควบคุมภายใน ซึ่งมีความจำเป็นในการสนับสนุนให้มีการปฏิบัติตามการควบคุม
ภายในที่กำหนด

หลักการที่ 15 หน่วยงานของรัฐมีการสื่อสารกับบุคคลภายนอกเกี่ยวกับเรื่องที่มีผลกระทบต่อ
การปฏิบตั ติ ามการควบคุมภายในที่กำหนด

…/5) การตดิ ตามประเมนิ ผล

ค่มู อื การจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หน้า | 18

5) การติดตามประเมนิ ผล (Monitoring Activities)
กิจกรรมการติดตามผลเป็นการประเมินผลระหว่างปฏิบัติงาน การประเมินผลเป็นรายครั้งหรือเป็น

การประเมินผลทงั้ สองวธิ รี ว่ มกัน เพ่อื ใหเ้ กิดความม่ันใจว่ามไี ด้ การปฏบิ ัติตามหลกั การในแตล่ ะองค์ประกอบของการ
ควบคุมภายในทัง้ 5 องค์ประกอบ กรณีที่ผลการประเมินการควบคมุ ภายในจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงาน
ของรัฐ ให้รายงานตอ่ ฝา่ ยบรหิ าร และผ้กู ำกบั ดูแลอยา่ งทันเวลา

กิจกรรมติดตามประเมินผล ประกอบดว้ ย 2 หลักการ ดงั น้ี
หลักการที่ 16 หน่วยงานของรัฐระบุ พัฒนา และดำเนินการประเมินผลระหว่างการปฏิบัติงาน
และหรือการประเมินผลเป็นรายครั้งตามกำหนด เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าได้มีการปฏิบัติตามองค์ประกอบของ
การควบคมุ ภายใน
หลักการที่ 17 หน่วยงานของรัฐประเมินผล และสื่อสารข้อบกพร่อง หรือจุดอ่อนของการควบคุม
ภายในอย่างทันเวลาตอ่ ฝ่ายบรหิ าร และกำกบั ดูแล เพ่ือให้ผรู้ บั ผดิ ชอบสามารถสัง่ การแก้ไขได้อย่างเหมาะสม
สรุปได้ว่าการควบคุมภายในมี 5 องค์ประกอบด้วยกันดังนี้ 1) สภาพแวดล้อมภายใน (Internal
Environment) 2) การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) 3) กิจกรรการควบคุม (Control Activities)
4) สารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication) และ 5) การติดตามผลและประเมินผล
(Monitoring and Evaluation)

…/1.6 การประเมนิ

ค่มู ือการจัดวางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หน้า | 19

1.6 ประเภทของความเสี่ยง
1. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk) คือ เหตุการณ์ทางลบที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ของ

องค์กร เช่น เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการกำหนดแผนกลยุทธ์/ แผนดำเนินงานที่ไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับ
สภาพแวดล้อมทีเ่ กี่ยวขอ้ ง และการนำไปปฏิบตั ไิ ม่เหมาะสม หรอื การวางแผนกลยทุ ธ์แลว้ ไม่สามารถนำไปปฏิบัติ
จรงิ ได้

2. ความเส่ียงด้านการดำเนินงาน (Operational Risk) คือ เหตุการณ์ทางลบที่เกิดจากความ
ผิดพลาดของบุคลากร กระบวนการปฏบิ ตั งิ านหรอื ระบบงานต่าง ๆ ซ่ึงส่งผลกระทบตอ่ การดำเนินงานขององคก์ ร
รวมไปถึงเหตุการณ์ทางลบที่เกิดจากปัจจัยภายนอกองค์กรด้วย เช่น ภัยธรรมชาติ เหตุจลาจลทางการเมือง
เปน็ ต้น

3. ความเสี่ยงด้านการรายงาน (Reporting Risk) คือ ความผิดพลาดของรายงานประเภทตา่ ง ๆ
ที่ใช้ในองค์กร เช่น งบการเงิน รายงานยอดขาย รายงานต้นทุนการผลิต เป็นต้น ความเสี่ยงด้านการรายงาน
อาจจะอยู่ในรูปของข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่น่าเชื่อถือ ไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ข้อมูล รวมไปถึงการ
รายงานไม่ทนั เวลาด้วย

4. ความเสี่ยงด้านการปฏิบตั ติ ามกฎ ระเบียบ หรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง (Compliance Risk)
ความเส่ยี งดา้ นการปฏบิ ัติตามกฎ ระเบยี บ หรอื ข้อกำหนดทเ่ี กย่ี วขอ้ ง คอื การดำเนนิ งานของธรุ กิจไม่เป็นไปตาม
กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะเป็นทั้งข้อกำหนดจากภายนอกองค์กร เช่น กฎหมาย
ข้อบังคับ ข้อกำหนดต่าง ๆ หรือข้อกำหนดภายในองค์กร เช่น นโยบาย แนวทางการปฏิบัติงาน คู่มือการ
ปฏบิ ตั งิ าน เปน็ ตน้

ภาพท่ี 2 การควบคุมภายใน และการบริหารความเสีย่ ง ตามแนวคดิ ของ COSO
(Committee of Sponsoring Organization of The Treadway Commission)

…/1.7 การประเมิน

คู่มือการจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หน้า | 20

1.7 การประเมินและวเิ คราะห์ความเสยี่ ง
การประเมินและวิเคราะห์ความเสี่ยง เป็นการวิเคราะห์ระดับโอกาสที่จะเกิดผลกระทบของความ

เสี่ยงต่าง ๆ เพื่อประเมินโอกาส และผลกระทบของความเสี่ยง และดำเนินการวิเคราะห์ และจัดลำดับความเส่ยี ง
โดยกำหนดเกณฑ์การประเมินมาตรฐานที่ใช้ในการประเมินความเสี่ยง ได้แก่ ระดับโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง
(Likelihood) และความรุนแรงของผลกระทบ (Impact) และระดับความเสี่ยง ทั้งนี้กำหนดเกณฑใ์ นเชิงคุณภาพ
เน่ืองจากเป็นข้อมลู เชิงพรรณนาทีไ่ มส่ ามารถระบุเป็นตัวเลข หรอื จำนวนเงินทชี่ ัดเจนได้ รายละเอยี ดดงั นี้

ตารางท่ี 1 เกณฑ์ระดับโอกาสที่จะเกิดความเส่ยี ง (Likelihood) เชิงคุณภาพ

ระดับ โอกาสที่จะเกดิ คำอธิบาย

5 สงู มาก มีโอกาสเกดิ ข้ึนเปน็ ประจำ

4 สูง มโี อกาสเกดิ ขน้ึ บอ่ ยคร้ัง

3 ปานกลาง มโี อกาสเกิดขน้ึ บางครง้ั

2 น้อย มโี อกาสเกดิ ขึ้นนอ้ ยครัง้

1 นอ้ ยมาก มีโอกาสเกิดข้ึนยาก

ตารางท่ี 2 เกณฑร์ ะดบั ความรนุ แรงของผลกระทบ (Impact) ท่ีส่งผลกระทบดา้ นกลยทุ ธ์

ระดับ โอกาสท่ีจะเกดิ คำอธบิ าย

5 สงู มาก สำเร็จตามแผน 1 - 60 %

4 สูง สำเร็จตามแผน 61 - 70 %

3 ปานกลาง สำเร็จตามแผน 71 - 80 %

2 น้อย สำเรจ็ ตามแผน 81 - 90 %

1 นอ้ ยมาก สำเร็จตามแผน 91 - 100 %

…/ตารางที่ 3

คมู่ อื การจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หน้า | 21

ตารางท่ี 3 เกณฑ์ระดบั ความรุนแรงของผลกระทบ (Impact) ทส่ี ่งผลกระทบดา้ นการดำเนนิ งาน (บุคลากร)

ระดบั โอกาสที่จะเกิด คำอธบิ าย

5 สงู มาก ถูกลงโทษทางวนิ ัยร้ายแรง

4 สูง ถูกลงโทษทางวินยั อยา่ งไมร่ ้ายแรง

3 ปานกลาง สรา้ งบรรยากาศในการปฏบิ ัตงิ านทีไ่ มเ่ หมาะสม

2 นอ้ ย สร้างความไม่สะดวกตอ่ การปฏบิ ตั ิงานบ่อยคร้ัง

1 น้อยมาก สรา้ งความไม่สะดวกต่อการปฏิบัตงิ านนาน ๆ ครงั้

ตารางท่ี 4 เกณฑร์ ะดบั ความรนุ แรงของผลกระทบ (Impact) ท่สี ่งผลกระทบด้านการรายงาน (งบประมาณ)

ระดบั โอกาสทีจ่ ะเกดิ คำอธิบาย

5 สงู มาก มากกว่า 10 ล้านบาท

4 สูง มากกว่า 2.5 แสนบาท – 10 ลา้ นบาท

3 ปานกลาง มากกว่า 50,000 – 2.5 แสนบาท

2 น้อย มากกว่า 10,000 – 50,000 บาท

1 นอ้ ยมาก ไม่เกิน 10,000 บาท

ตารางท่ี 5 เกณฑ์ระดับความรุนแรงของผลกระทบ (Impact) ที่ส่งผลกระทบด้านการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ
หรอื ข้อกำหนดทีเ่ ก่ยี วข้อง

ระดบั โอกาสทจี่ ะเกดิ คำอธบิ าย

5 สูงมาก การฟ้องร้องดำเนินคดี และเรียกร้องค่าเสียหายที่

สำคัญ ซึ่งเป็นคดีที่สำคัญมากรวมถึงการฟ้องร้องท่ี

เกดิ จากการรวมตวั กันของผ้ทู ไ่ี ดร้ บั ความเสยี หาย

4 สูง การละเมดิ ขอ้ กฎหมายท่ีสำคญั

3 ปานกลาง การฝ่าฝืนข้อกฎมายที่สำคัญที่มีการสอบสวน หรือ

รายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการ

ดำเนินคดี และหรือเรยี กร้องคา่ เสยี หายหากเป็นไปได้

2 น้อย การละเมดิ ข้อกฎหมายที่ไม่มีนยั สำคญั

1 น้อยมาก การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ หรือข้อกำหนดที่

เกยี่ วข้องท่ีไม่มีนยั สำคัญ

…/ระดับความเสยี่ ง

คูม่ ือการจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 22

ระดับความเสี่ยง (Degree of Risk) แสดงถึงระดับความสำคัญในการบริหารความเสี่ยง โดย
พิจารณาจากผลคูณของระดับโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง (Likelihood) กับระดับความรุนแรงของผลกระทบ
(Impact) ของความเส่ยี งแต่ละสาเหตุ (โอกาส x ผลกระทบ) กำหนดเกณฑไ์ ว้ 4 ระดบั ดงั นี้

ตารางที่ 6 ระดบั ความเส่ยี ง (Degree of Risk) คำอธบิ าย
15 – 25 คะแนน
ลำดบั ระดบั ความเสยี่ ง 9 – 14 คะแนน
1 ความเสีย่ งระดับสงู มาก (Extreme Risk : E) 4 – 8 คะแนน
2 ความเสี่ยงระดับสงู (High Risk : H) 1 – 3 คะแนน
3 ความเสี่ยงระดบั ปานกลาง (Moderate Risk : M)
4 ความเสี่ยงระดบั ตำ่ (Low Risk : L)

ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงจะต้องมีการกำหนดแผนภูมิความเสี่ยง (Risk Profile) ที่ได้จากการ
พิจารณาจัดระดับความสำคัญของความเสี่ยงจากโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง (Likelihood) และผลกระทบ
ท่เี กดิ ข้นึ (Impact) และขอบเขตของระดับความเสยี่ งที่สามารถยอมรบั ได้ (Risk Appetite Boundary)

ระดับความเส่ียง = โอกาสในการเกดิ เหตกุ ารณต์ ่าง ๆ x ความรนุ แรงของเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ
(Likelihood x Impact)

ซ่ึงจดั แบง่ 4 ระดบั สามารถแสดงเป็น Risk Profile แบง่ พื้นทีเ่ ป็น 4 สว่ น (4 Quadrant) ใช้เกณฑ์
ในการจดั แบ่ง ดงั น้ี

ตารางที่ 7 การกำหนด Risk Profile

ระดับความเสยี่ ง คะแนนระดบั ความเสย่ี ง มาตรการกำหนด การแสดงสี
สญั ลักษณ์
ต่ำ (Low) 1 – 3 คะแนน ยอมรบั ความเสยี่ ง สีเขยี ว
ปานกลาง 4 – 9 คะแนน ยอมรบั ความเส่ยี ง แต่มีมาตรการควบคมุ สีเหลอื ง
(Medium) ความเส่ยี ง
เส่ยี งสงู (High) 10 – 16 คะแนน มมี าตรการลดความเสย่ี ง สีส้ม
เสี่ยงสงู มาก 20 – 25 คะแนน มมี าตรการลด และประเมินซ้ำ หรอื ถา่ ย สแี ดง
(Extreme) โอนความเส่ยี ง

…/ภาพท่ี 2

คมู่ อื การจัดวางระบบและการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 23

ความรุนแรงของผลกระทบ (Consequence/Impact) 5 10 15 20 25
4 8 12 16 20
3 6 9 12 15
2 4 6 8 10
12345

โอกาสทจี่ ะเกิด (Likelihood)

ระดับความเสี่ยงตำ่ คา่ คะแนนระหว่าง 1 - 3
ระดบั ความเสีย่ งปานกลาง ค่าคะแนนระหวา่ ง 4 - 9
ระดับความเสย่ี งสูง คา่ คะแนนระหวา่ ง 10 - 16
ระดบั ความเสี่ยงสูงมาก คา่ คะแนนระหวา่ ง 20 - 25

ภาพท่ี 3 ระดับความเสยี่ ง (Degree of Risk)

…/ส่วนท่ี 2 การจัดวางระบบ

คูม่ อื การจัดวางระบบและการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หน้า | 24

ส่วนท่ี 2

การจัดวางระบบการควบคมุ ภายใน
ของหนว่ ยงานในสังกัดสำนกั งาน กศน.

คู่มือการจัดวางระบบและการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา

ส่วนท่ี 2
การจัดวางระบบการควบคมุ ภายในของหน่วยงานในสงั กัดสำนักงาน กศน.

ตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับ
หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 ข้อ 2 ให้หน่วยงานของรัฐจัดวางระบบการควบคุมภายใน โดยใช้มาตรฐาน
การควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐที่กระทรวงการคลัง กำหนดเป็นแนวทางในการจัดวางระบบการ
ควบคุมภายในให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน และข้อ 11 ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ผู้กำกับ
ดูแล กระทรวงเจ้าสังกัด ใช้ข้อมูลรายงานผลการประเมินการควบคุมภายใน เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้
หนว่ ยงานของรัฐสามารถขับเคล่ือนการปฏิบัตงิ านให้บรรลุตามวัตถุประสงคท์ ก่ี ำหนด หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้
มกี ารประเมนิ การควบคมุ ภายในอยา่ งต่อเนอื่ ง จึงมีความจำเป็นใหห้ นว่ ยงานมคี วามเข้าใจ และสามารถปฏิบัติตาม
หลกั เกณฑ์ ฯ ให้ถูกต้องต่อไป

2.1 แนวทางการควบคมุ ภายใน
1. ประชุมผู้แทนหน่วยงาน/ คณะทำงานประเมินผลการควบคุมภายในของหน่วยงาน โดย

ประกอบด้วยหัวหน้าหน่วยงาน และผู้ปฏิบัติงานของแต่ละกลุ่ม/ งาน/ ฝ่าย เพื่อทบทวน และเป็นแกนหลัก
ในการกำหนดระบบการควบคมุ ภายใน ในการจดั ทำแผนการจดั วางระบบการควบคุมภายใน

2. หน่วยงานดำเนินการจัดวางระบบการควบคุมภายใน และติดตามประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน
โดยต้องรายงานตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายใน
สำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดแบบรายงานให้หน่วยงานต้องจัดทำ ได้แก่ รายงานการประเมิน
องค์ประกอบของการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 4) และแบบรายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน
(แบบ ปค. 5)

2.2 ข้ันตอนการกำหนด และออกแบบระบบการควบคมุ ภายใน
1. กำหนดวัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน มีข้นั ตอนดังน้ี
1.1 กำหนดภารกิจตามกฎหมายที่จัดตั้งหน่วยงานของรัฐ ภารกิจตามแผนการดำเนินงาน หรือ

ภารกิจอื่น ๆ ที่สำคัญของรัฐ
1.2 กำหนดวัตถุประสงค์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับภารกิจตามกฎหมายที่จัดตั้งหน่วยงาน

ของรฐั ภารกจิ ตามแผนการดำเนินงาน หรือภารกิจอ่นื ๆ ทีส่ ำคัญของรฐั
1.3 กำหนดกิจกรรมที่ทำใหบ้ รรลตุ ามวัตถุประสงค์การดำเนนิ งานท่วี างไว้

2. ระบคุ วามเสยี่ งท่มี นี ยั สำคัญ ที่อาจทำใหก้ ารดำเนินงานไม่บรรลุวัตถปุ ระสงค์

…/3. พจิ ารณาการควบคุม

คู่มือการจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 25

3. พิจารณาการควบคุมทม่ี ีอยูว่ ่าสามารถป้องกนั หรือลดความเสย่ี งไดใ้ นระดับใด หากยงั ไม่สามารถ
ป้องกันหรือลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ให้ระบุกิจกรรมการควบคุมขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้ในการบริห าร
ความเสี่ยง ปอ้ งกนั หรอื ลดความเสย่ี งให้อยใู่ นระดับทย่ี อมรับได้ ทงั้ นีต้ ้องพจิ ารณาต้นทุนที่ใช้กับประโยชน์ที่ได้รับ
ด้วย

4. จดั ทำแผนในการนำกิจกรรมการควบคุมภายในมาใช้
5. นำกิจกรรมการควบคุมภายในไปปฏิบัติ เพื่อจัดการความเสี่ยงให้อยู่ระดับที่ยอมรับได้
และติดตามผลอยา่ งต่อเนื่อง

…/เปรียบเทยี บความแตกตา่ ง

คู่มอื การจัดวางระบบและการประเมินผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หน้า | 26

เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของการควบคุมภายใน

ระเบยี บคณะกรรมการตรวจเงนิ แผ่นดนิ วา่ ดว้ ยการ หลกั เกณฑก์ ระทรวงการคลงั วา่ ด้วยมาตรฐานและ

ควบคุมภายใน พ.ศ. 2544 หลกั เกณฑก์ ารปฏบิ ัตกิ ารควบคุมภายในสำหรบั

หนว่ ยงานของรัฐ พ.ศ. 2561

1. ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วย 1. พระราชบัญญัตวิ ินยั การเงินการคลังของรฐั

การควบคมุ ภายใน พ.ศ. 2544 ข้อ 5 พ.ศ. 2561 มาตรา 97

ให้หน่วยรับตรวจจัดวางระบบการควบคุมภายใน ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการตรวจสอบภายใน

โดยใช้มาตรฐานการควบคุมท้ายระเบียบนี้เป็น การควบคมุ ภายใน และการบริหารจัดการความเส่ียง

แนวทาง ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ระเบียบ โดยถือปฏิบัติตามาตรฐานและหลักเกณฑ์ท่ี

นใ้ี ชบ้ งั คับ กระทรวงการคลงั กำหนด

2. แนวคดิ เกีย่ วกับการควบคุมภายใน 2. แนวคดิ เกยี่ วกับการควบคมุ ภายใน

1) เป็นส่วนประกอบที่แทรกอยู่ในการปฏิบัติงาน 1) เป็นกลไกที่จะทำให้หน่วยงานของรัฐบรรลุ

ปกติของหน่วยงาน เป็นสิ่งที่ต้องกระทำอย่างเป็น วัตถุประสงค์การควบคุมในด้านใดด้านหนึ่งหรือ

ขั้นตอน มิใช่เป็นผลสุดท้ายของการกระทำแต่เป็น หลายด้าน

กระบวนการทต่ี อ่ เนือ่ ง 2) เป็นส่วนประกอบที่แทรกอยู่ในการปฏิบัติงาน

2) เกิดขึ้นได้โดยบุคลากรของหน่วยรับตรวจฝ่าย ตามปกติของหน่วยงาน เป็นสิ่งที่ต้องกระทำอย่าง

บริหารเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดให้มีระบบการ เป็นขั้นตอนและต่อเนื่อง มิใช้ผลสุดท้ายของการ

ควบคุมภายในที่ดี ส่วนบุคลากรอื่นรับผิดชอบต่อการ กระทำ

ปฏิบตั ติ ามระบบการควบคุมภายในท่ีกำหนดขนึ้ 3) เกิดขึ้นได้โดยบุคลากรของหน่วยงานของรัฐ

3) ให้ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลว่าจะบรรลุ ไม่ใช่เพียงการกำหนดนโยบาย ระบบงาน คู่มือการ

ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด อย่างไรก็ตามการควบคุม ปฏิบัติงาน และแบบฟอร์มเท่านั้น แต่ต้องมีการ

ภายในที่กำหนดก็อาจจะไม่สามารถให้มั่นใจได้ว่าการ ปฏิบตั ิด้วย

ดำเนินงานจะบรรลตุ ามวัตถปุ ระสงคอ์ ย่างสมบูรณ์ 4) ให้ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลว่าจะบรรลุ

ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดของหน่วยงานของรัฐ

อยา่ งไรกต็ ามการควบคุมภายในท่กี ำหนดก็อาจจะไม่

สามารถให้ความมั่นใจได้ว่าการดำเนินงานจะบรรลุ

ตามวัตถุประสงค์อยา่ งสมบรู ณ์

5) การควบคุมภายใน ควรกำหนดให้เหมาะสมกับ

โครงสร้างองค์กร และภารกิจของหนว่ ยงานของรฐั

…/เปรียบเทยี บความแตกตา่ ง (ตอ่ )

คู่มอื การจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 27

เปรียบเทียบความแตกตา่ งของการควบคมุ ภายใน (ต่อ)

ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดินว่าดว้ ยการ หลักเกณฑ์กระทรวงการคลงั ว่าดว้ ยมาตรฐานและ

ควบคมุ ภายใน พ.ศ. 2544 หลักเกณฑ์การปฏิบัติการควบคมุ ภายในสำหรบั

หนว่ ยงานของรฐั พ.ศ. 2561

3. วัตถุประสงคข์ องการควบคมุ ภายใน 3. วตั ถุประสงคข์ องการควบคมุ ภายใน

1) เพื่อให้เกิดประสิทธิผล และประสิทธิภาพของ 1) วัตถุประสงค์ด้านการดำเนินงาน (Operation

การดำเนินงาน (Operation Objectives) Objectives) เป็นวัตถุประสงค์เกี่ยวกับความมี

2) เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเชอ่ื ถอื ได้ของรายงานทางการเงิน ประสิทธิผล และประสิทธิภาพของการดำเนินงาน

(Financial Reporting Objectives) รวมถึงการบรรลุเป้าหมายด้านการดำเนินงาน ด้าน

3) เพื่อให้เกิดการปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบ การเงิน ตลอดจนใช้ทรัพยากร การดูแลรักษา

ขอ้ บังคบั ท่เี กย่ี วข้อง (Compliance Objectives) ทรัพย์สินการป้องกันหรือลดความผิดพลาดของ

หน่วยงานของรัฐ ตลอดจนความเสยี หาย การร่วั ไหล

การส้ินเปลือง หรือการทกุ จริตในหน่วยงานของรัฐ

2) วัตถุประสงค์ด้านการรายงาน (Reporting

Objectives) เป็นวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการรายงาน

ทางการเงิน และไม่ใช่การเงิน ที่ใช้ภายในและ

ภายนอกหน่วยงานของรัฐ รวมถึงการรายงานท่ี

เชื่อถือได้ ทันเวลา โปร่งใส หรือข้อกำหนดอื่นของ

ทางราชการ

3) วัตถุประสงค์ด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย

ระเบียบ และข้อบังคับ (Compliance Objectives)

เป็นวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย

ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

กับการดำเนินงาน รวมทั้งข้อกำหนดอื่นของทาง

ราชการ

…/เปรียบเทยี บความแตกต่าง (ต่อ)

คู่มอื การจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หน้า | 28

เปรียบเทียบความแตกต่างของการควบคุมภายใน (ต่อ)

ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดินว่าด้วยการ หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและ

ควบคมุ ภายใน พ.ศ. 2544 หลกั เกณฑ์การปฏบิ ัติการควบคมุ ภายในสำหรบั

หนว่ ยงานของรัฐ พ.ศ. 2561

4. องค์ประกอบของมาตรฐานการควบคุมภายใน 4. องค์ประกอบของมาตรฐานการควบคุมภายใน

การควบคุมภายใน ประกอบด้วยองค์ประกอบ การควบคุมภายใน ประกอบด้วยองค์ประกอบ

5 องค์ประกอบ ดงั น้ี 5 องค์ประกอบ 17 หลักการ ดังน้ี

1) สภาแวดล้อมการควบคุม (Control 1) สภาแวดลอ้ มการควบคุม (Control

Environment) Environment) 5 หลกั การ

2) การประเมนิ ความเสี่ยง (Risk Assessment) 2) การประเมินความเสีย่ ง (Risk Assessment)

3) กิจกรรมควบคมุ (Control Activities) 4 หลกั การ

4) สารสนเทศ และการสอื่ สาร (Information 3) กิจกรรมควบคุม (Control Activities) 3

and Communication) หลักการ

5) กิจกรรมการตดิ ตามผล (Monitoring) 4) สารสนเทศ และการสอื่ สาร (Information

and Communication) 3 หลักการ

5) กิจกรรมการตดิ ตามผล (Monitoring) 2

หลกั การ

5. รูปแบบรายงาน 5. รปู แบบรายงาน

ระดับหนว่ ยงานย่อย รายงานการจัดวางระบบการควบคุมภายใน

- รายงานผลการประเมินองค์ประกอบของการ สำหรับหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นใหม่หรือปรับ

ควบคุมใน (แบบ ปย. 1) โครงสรา้ งใหม่

- รายงานการประเมินผล และการปรับปรุงการ - หนังสือรับรองการจัดวางระบบการควบคุม

ควบคมุ ภายใน (แบบ ปย. 2) ภายใน (แบบ วค. 1)

ระดับหน่วยรบั ตรวจ - รายงานการจัดวางระบบการควบคุมภายใน

- หนังสือรับรองการประเมินผลการควบคุม (แบบ วค. 2)

ภายใน (แบบ ปอ. 1) แบบรายงานการประเมินผลการควบคมุ ภายใน

- รายงานผลการประเมินองค์ประกอบของการ - หนังสือรับรองการประเมินผลการควบคุม

ควบคมุ ภายใน (แบบ ปอ. 2) ภายใน (ระดับหนว่ ยงานของรฐั ) (แบบ ปค. 1)

- รายงานแผนการปรับปรุงการควบคุมภายใน - หนังสือรับรองการประเมินผลการควบคุม

(แบบ ปอ. 3) ภายใน (กรณีกระทรวงเจ้าสังกัดส่งรายงานต่อ

กระทรวงการคลงั ) (แบบ ปค. 2)

…/เปรียบเทียบความแตกตา่ ง (ตอ่ )

คู่มือการจัดวางระบบและการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 29

เปรยี บเทยี บความแตกต่างของการควบคมุ ภายใน (ตอ่ )

ระเบยี บคณะกรรมการตรวจเงินแผน่ ดนิ วา่ ด้วยการ หลกั เกณฑ์กระทรวงการคลงั วา่ ด้วยมาตรฐานและ

ควบคมุ ภายใน พ.ศ. 2544 หลกั เกณฑก์ ารปฏบิ ตั กิ ารควบคุมภายในสำหรบั

หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561

ผ้ตู รวจสอบภายใน - หนังสือรับรองการประเมินผลการควบคุม

- รายงานผลการสอบทานการประเมินผลการ ภายใน (กรณีหน่วยงานของรัฐไม่อยู่ในสังกัด

ควบคมุ ภายในของผตู้ รวจสอบภายใน (แบบ ปส.) กระทรวง) (แบบ ปค. 3)

- รายงานการประเมินองค์ประกอบของการ

ควบคุมภายใน (สำหรับหน่วยงานของรฐั )

(แบบ ปค. 4)

- รายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน

(สำหรบั หนว่ ยงานของรัฐ) (แบบ ปค. 5)

- รายงานการสอบทานการประเมินผลการ

ควบคุมภายในของผู้ตรวจสอบภายใน (สำหรับ

หนว่ ยงานของรัฐ) (แบบ ปค. 6)

6. ระยะเวลาในการรายงาน 6. ระยะเวลาในการรายงาน

1) รายงานผลการประเมินองค์ประกอบของการ รายงานการประเมินองคป์ ระกอบของการควบคุม

ควบคุมภายใน (แบบ ปย. 1) รายงานผลปีละ 1 ครั้ง ภายใน (แบบ ปค. 4) และรายงานการประเมินผล

คือ สำหรบั สน้ิ สุดวนั ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 25XX การควบคุมภายใน (แบบ ปค. 5) รายงานผลปีละ 1

2) รายงานการประเมินผล และการปรับปรุงการ คร้งั คือ สำหรับส้ินสุดวันท่ี 30 กันยายน พ.ศ. 25XX

ควบคุมภายใน (แบบ ปย. 2) รายงานผลปีละ 2 คร้ัง

คือ ณ วันที่ 31 มีนาคม และวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.

25XX

…/สว่ นที่ 3 การประเมินผล

คู่มือการจัดวางระบบและการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 30

สว่ นท่ี 3

การประเมนิ ผล และรายงานการประเมินผล
การควบคมุ ภายใน

ค่มู อื การจดั วางระบบและการประเมินผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา

ส่วนท่ี 3
การประเมนิ ผล และรายงานการประเมินผลการควบคมุ ภายใน

หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับ
หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 กำหนดให้หน่วยงานมีการประเมินผลการควบคุมภายในอย่างน้อยปีละหนึ่งคร้ัง
และรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในตามระยะเวลาที่กำหนด โดยใช้เครื่องมือดังต่อไปนี้ ในการ
ประเมินผลการควบคุมภายใน เพื่อให้การรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในเป็นไปตามหลักเกณฑ์
ทีก่ ระทรวงการคลงั กำหนด

3.1 เครอ่ื งมือประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน
1. แบบประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน (ภาคผนวก) เป็นเครื่องมือที่สำนักงาน

ปลดั กระทรวงศึกษาธิการกำหนดขน้ึ สำหรับการบรหิ ารการควบคุมภายใน เพื่อช่วยให้ผบู้ รหิ าร และผู้ประเมินตัด
สอนใจได้ว่าระบบการควบคุมภายในของหน่วยงานที่มีอยู่เหมาะสมเพียงพอหรือควรแก้ไขปรับปรุงใน จุดใด
แบบประเมิน ฯ แยกเป็น 5 องค์ประกอบของการควบคุมภายใน และแต่ละองค์ประกอบจะประกอบไปด้วย
หัวข้อหลัก และหัวข้อย่อยที่เกี่ยวเนื่องกัน เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการจัดทำรายงานการประเมินองค์ประกอบ
ของการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 4)

2. แบบรายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 5) เป็นเครื่องมือที่ใช้ระบุและ
วเิ คราะห์ความเส่ยี งทม่ี ีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน ในการระบคุ วามเสี่ยง ต้องตั้งคำถาม
ว่ามีเหตุการณ์หรือกิจกรรมใดของกระบวนการปฏิบัติงานที่อาจเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การสูญเปลา่
การรั่วไหล หรือเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานไม่ให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่กำหนด
รวมทั้งกำหนดหรือเสนอแนะแนวทางปรับปรุงการควบคุมภายในของภารกิจที่มีจุดอ่อนหรือความเสี่ยง
เพอื่ ปอ้ งกนั หรอื ลดความเสี่ยงให้อย่ใู นระดบั ทีย่ อมรบั ได้

3.2 หน่วยงานทมี่ หี นา้ ท่รี ายงานตามหลกั เกณฑ์กระทรวงการคลงั ฯ กำหนด
หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับ

หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 กำหนดแบบรายงานใหห้ นว่ ยงานตอ้ งจัดทำ ดังนี้ รายงานการประเมนิ องค์ประกอบ
ของการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 4) และแบบรายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 5)
หน่วยงานที่มหี น้าทีร่ ายงานตามแบบท่ีกำหนด คอื หนว่ ยงานในสงั กดั สำนักงาน กศน. ได้แก่ สถาบนั กศน. ภาค
สำนกั งานกศน. จังหวัด/กรุงเทพมหานคร กศน.อำเภอ/เขต ศูนย์ฝกึ และพฒั นาอาชพี ราษฎรไทยบริเวณชายแดน
ศนู ย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษา สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนอ่ื งสริ นิ ธร อทุ ยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า
ณ หว้ากอ ศนู ย์วิทยาศาสตร์นอกโรงเรียนกาญจนาภเิ ษก ศูนยว์ งเดือน อาคมสรุ ทัณฑ์ และกลุ่ม/ศูนยส์ ว่ นกลาง

…/3.3 หนา้ ทผ่ี ้ตู รวจสอบ

คู่มอื การจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 31

3.3 หน้าทผ่ี ตู้ รวจสอบภายใน
ผู้ตรวจสอบภายใน มีหน้าที่ในการสอบทานและประเมินผลการควบคุมภายในของหน่วยงาน

เพื่อให้หน่วยงานสามารถพัฒนาระบบการควบคุมภายในให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานด้านต่าง ๆ
ให้บรรลวุ ตั ถุประสงค์ และสอดคลอ้ งกับภารกิจของหน่วยงานได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผล

…/การประเมินผล

คมู่ ือการจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หน้า | 32

การประเมินผลการควบคุมภายในและการจัดทำรายงาน
แต่งตง้ั คณะทำงานประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน

ขน้ั ตอนการจดั ทำ แบบ ปค. 4 ขน้ั ตอนการจัดทำ แบบ ปค. 5

วิเคราะห์ความเสีย่ งจากการ ประเมินและวิเคราะห์ สัมภาษณ์ สงั เกตการณก์ าร
ประเมนิ องค์ประกอบของการ ความเส่ยี งจากภารกจิ ท่ี ปฏบิ ตั งิ าน สอบทานเอกสาร
ควบคมุ ภายใน ตามแบบประเมิน สำคัญของหน่วยงาน
องคป์ ระกอบของการควบคุมภายใน หลกั ฐานทเ่ี ก่ยี วข้อง

รายงานองคป์ ระกอบของการ รายงานการประเมนิ ผล
ควบคมุ ภายใน (แบบ ปค. 4) การควบคมุ ภายใน (แบบ ปค. 5)

ผู้อำนวยการสถาบันภาค, สำนักงานกศน. จังหวัด/กทม., กศน.อำเภอ/เขต,
ศฝช., ศว., สถาบนั สิรินธร, อทุ ยานวิทยาศาสตร์ ณ หวา้ กอ, วทิ ยาลัยในวงั ,

ศนู ยว์ งเดอื น กลมุ่ /ศนู ย์สว่ นกลาง ลงนาม

สง่ แบบ ปค. 4 และ ปค. 5 ใหส้ ำนักงาน กศน.
ตามเวลาทก่ี ำหนด เพื่อสรปุ เป็นรายงานการ
ควบคุมภายในในภาพรวมของสำนกั งาน กศน.

ภาพท่ี 4 ข้นั ตอนการประเมนิ ผลการควบคุมภายในและการจดั ทำรายงาน

…/ขนั้ ตอนการจดั ทำรายงาน

คมู่ อื การจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หน้า | 33

3.4 ขนั้ ตอนการจัดทำรายงานองคป์ ระกอบของการควบคมุ มภายใน (แบบ ปค. 4)
การจัดทำรายงานการประเมินองคป์ ระกอบของการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 4) เปน็ การประเมนิ

องค์ประกอบการควบคุมภายใน 5 องค์ประกอบ ประกอบด้วย สภาพแวดล้อมการควบคุม การประเมินความ
เสี่ยง กิจกรรมการควบคมุ สารสนเทศและการสื่อสาร และกิจกรรมการติดตามผล โดยคณะทำงานประเมินผล
การควบคมุ ภายในดำเนินการ ดงั น้ี

1. ประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายในตามแบบประเมินองค์ประกอบของการควบคุม
ภายใน เพ่อื ชว่ ยใหผ้ บู้ ริหาร และผปู้ ระเมินพจิ ารณาตดั สินได้ว่าระบบการควบคุมภายในของหนว่ ยงานได้รับการ
ออกแบบอย่างเหมาะสม และเพยี งพอหรือไม่ ควรปรับปรุงแก้ไขในจุดใด อย่างไร ซงึ่ แบบประเมิน ฯ แยกเป็น 5
องค์ประกอบของการควบคุมภายใน ในแต่ละองคป์ ระกอบจะประกอบดว้ ยขอ้ ความภายใต้หวั ข้อหลัก และหัวข้อ
ยอ่ ยทเ่ี ก่ยี วเน่อื งกบั หวั ขอ้ หลัก

2. ประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน 5 องค์ประกอบตามแบบประเมิน ฯ ในแต่ละ
องค์ประกอบ จะประกอบดว้ ยหวั ขอ้ หลกั 17 หลกั การ และหัวขอ้ ย่อยที่เกี่ยวเน่ืองกัน เพอ่ื ประเมินว่าหน่วยงาน
ให้ความสำคัญ และมีการดำเนินการอย่างไรในแต่ละหัวข้อย่อย (ภาพที่ 4) โดยในตอนท้ายของแต่ละ
องค์ประกอบต้องนำผลการประเมินในแต่ละข้อ มาให้ข้อสรุป และระบุวิธีการที่ควรปฏิบัติโดยรวมของ
องค์ประกอบนน้ั ๆ เพื่อสนับสนุนให้การควบคุมภายในมปี ระสทิ ธภิ าพเพยี งพอ (ภาพท่ี 5)

ตัวอย่าง การประเมินองค์ประกอบที่ 1 ด้านสภาพแวดล้อมการควบคุม “หลักการที่ 2 : ผู้กำกับ
ดูแลของหน่วยงาน แสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร และมีหน้าที่กำกับดูแลให้มีการพัฒนา
หรือปรับปรุงการควบคุมภายใน รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมภายใน” หน่วยงานต้องประเมิน
ว่าในปัจจุบันให้ความสำคัญหรือดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับด้านสภาพแวดล้อมการควบคุม บ้าง โดยระบุ
รายละเอียดใน “ช่องคำอธิบาย” ตามแบบประเมิน ฯ (ภาพที่ 4) ทั้งนี้ เมื่อประเมินองค์ประกอบด้าน
สภาพแวดล้อมการควบคุม หลักการที่ 1 – 5 ครบทั้งหมดแล้ว ให้สรุปผลการประเมินของด้านสภาพแวดล้อม
การควบคุม โดยใช้ข้อความที่ระบุไว้ใน “ช่องคำอธิบาย” มาเรียบเรียงเป็นผลการประเมินด้านสภาพแวดล้อม
การควบคุมใส่ในตอนท้ายของแบบประเมนิ ฯ (ภาพที่ 5)

…/ตัวอย่างแบบประเมิน

คูม่ ือการจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 34

ตวั อย่างแบบประเมนิ องคป์ ระกอบของการควบฃคุมภายใน
ด้านสภาพแวดล้อมการควบคมุ (Control Environment)

หลัก คำถาม ใช/่ มี ไมใ่ ช/่ คำอธบิ าย
การท่ี ไม่มี

2 ผ้กู ำกบั ดูแลของหนว่ ยงาน แสดงใหเ้ ห็นถงึ ความเปน็ อิสระจากฝ่ายบริหาร และมหี น้าทีก่ ำกบั ดแู ลใหม้ ี

การพฒั นาหรอื ปรบั ปรงุ การควบคุมภายใน รวมถึงการดำเนินการเก่ียวกบั การควบคมุ ภายใน

2.1 ผู้กำกับดูแลให้มีการกำหนด ✓ ผบู้ รหิ ารได้กำหนดนโยบายใหห้ นว่ ยงานจัดทำ

เป้าหมายการดำเนินงานตาม แผนงาน/โครงการตามภารกิจขององคก์ รท่ี

ภารกิจขององค์กรที่ชัดเจน และ ชัดเจน และวัดผลได้ รวมท้ังการรายงานผล

วัดผลได้ เพื่อเป็นแนวทางในการ ตามขน้ั ตอน

ปฏิบัติงานของผู้บริหาร และ

พนักงาน

2.2 ผู้กำกับดูแล ได้กำกับดูแล ✓ ผู้บริหารได้กำกับดูแลการพัฒนา และการ

การพัฒนาและการปฏิบัติเรื่อง ปฏิบัติเรื่องการควบคุมภายในให้เป็นไปตาม

การควบคุมภายในในองค์กร หลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง โดยมีการ

ซึ่งครอบคลุมทั้งการสร้าง แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการควบคุม

สภาพแวดล้อมควบคุม การ ภายใน ประชุมคณะทำงาน และสรุปผลการ

ประเมินความเสี่ยง กิจกรรมการ ประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน

ควบคุมสารสนเทศและการ ของหน่วยงาน รวมทง้ั จดั ทำรายงานตามแบบท่ี

สอื่ สาร และการติดตามผล กระทรวงการคลงั กำหนด

ภาพท่ี 5 ตัวอย่างการประเมนิ องค์ประกอบของการควบคมุ ภายในตามแบบประเมนิ องค์ประกอบ
ของการควบคุมภายใน

สรุปผลการประเมินด้านสภาพแวดล้อมการควบคุม
สภาพแวดล้อมการควบคุมของหน่วยงานในภาพรวมเหมาะสม ผู้บริหารได้กำกับดูแลการปฏิบัติเรื่องการ

ควบคุมภายในให้สอดคล้องกับมาตรฐานการควบคุมภายในของกระทรวงการคลัง มีการส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากร
ได้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์ มีการฝึกอบรมให้แก่บุคลากรในหลาย ๆ ด้าน และมีการปฏิบัติงาน
โดยปฏิบัติตามระเบยี บ กฎหมายกำหนดอย่างเครง่ ครัด อย่างไรกต็ ามยังคงต้องปรบั ปรุงระบบการติดตาม ประเมินผล
การปฏิบัตงิ านของแตล่ ะงานให้ชดั เจนมากย่งิ ข้นึ เพ่อื กำกบั ให้การควบคมุ ภายในมปี ระสทิ ธิภาพเพียงพอ

ภาพท่ี 6 ตวั อยา่ งสรุปผลการประเมินตามแบบประเมินองค์ประกอบของงการควบคุมภายใน
…/3. ประมวลขอ้ มลู

คู่มือการจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หน้า | 35

3. ประมวลข้อมูลในแต่ละองค์ประกอบของแบบประเมิน ฯ มาระบุในรายงานการประเมิน
องค์ประกอบของการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 4) ดังนี้

คอลมั น์ท่ี 1 “องคป์ ระกอบของการควบคมุ ภายใน” ให้ระบขุ ้อมลู องค์ประกอบการควบคุมภายใน
ของแต่ละองค์ประกอบทไ่ี ด้จากแบบประเมนิ ฯ เชน่ องค์ประกอบด้านสภาพแวดลอ้ มการควบคมุ จะนำคำถาม
จากหลกั การท่ี 1 – 5 มาสรุปสาระสำคัญ (ภาพที่ 7)

คอลัมน์ที่ 2 “ผลการประเมิน/ ข้อสรุป” ให้ระบุผลการประเมิน/ข้อสรุปของแต่ละองค์ประกอบ
ทไี่ ด้จากแบบประเมนิ ฯ พร้อมกับความเสย่ี งทย่ี ังเหลอื อย่หู รอื จดุ ออ่ นของหนว่ ยงาน (ภาพท่ี 8)

ภาพท่ี 7 ตวั อยา่ งข้อมลู ท่ีระบคุ อลมั น์ที่ 1 “องค์ประกอบของการควบคมุ ภายใน”

นำขอ้ ความมาจากภาพท่ี 5

ภาพที่ 8 ตัวอยา่ งการระบคุ อลมั นท์ ่ี 1 และ 2 ของแบบ ปค. 4
…/4. สรุปผลการประเมินโดยรวม

คู่มอื การจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ศว.ยะลา หน้า | 36

4. สรุปผลการประเมินโดยภาพรวมของ 5 องค์ประกอบลงในตอนท้ายของแบบรายงาน ฯ และ
เสนอหวั หน้าหน่วยงานลงนาม พร้อมทั้งตำแหนง่ และวันเดอื นปีที่รายงาน

ภาพที่ 9 ตัวอย่างผลการประเมนิ โดยรวมของรายงานการประเมนิ องคป์ ระกอบของการควบคุมภายใน
5. จดั ส่งรายงานการประเมินองคป์ ระกอบของการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 4) ให้สำนักงาน กศน.

ภายในระยะเวลาท่กี ำหนด เพื่อสรุปเป็นรายงาน ฯ ในภาพรวมของสำนักงาน กศน. ต่อไป
3.5 ขั้นตอนการจัดทำรายงานการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน (แบบ ปค. 5)

การจดั ทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 5) เพ่อื ให้หน่วยงานทราบจุดอ่อน
หรือความเสี่ยงที่ยังมีอยู่ สาเหตุ แนวทางการปรับปรุงความเสี่ยงนั้น และหน่วยงานดำเนินงานได้ตาม
วตั ถุประสงค์ โดยคณะทำงานประเมนิ ผลการควบคมุ ภายในดำเนนิ การ ดังนี้

แบบ ปค. 5

ภาพที่ 10 ตัวอยา่ งแบบรายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 5)
…/1. คอลมั นท์ ่ี 1

ค่มู อื การจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 37

1. คอลัมน์ที่ 1 “ภารกิจตามกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานของรัฐ หรือภารกิจตามแผนการ
ดำเนนิ งาน หรอื ภารกจิ อ่ืน ๆ ท่สี ำคญั ของหน่วยงานของรฐั /วัตถุประสงค์” ใหร้ ะบุภารกิจตามกฎหมายจัดตั้ง
หน่วยงานของรัฐ หรือภารกิจตามแผนการดำเนินงาน หรือภารกิจอื่น ๆ ที่สำคัญของหน่วยงาน และระบุ
วตั ถุประสงคข์ องภารกิจ ทั้งน้ีหนึ่งภารกจิ อาจมไี ด้หลายวัตถปุ ระสงค์

ตัวอย่าง การระบุข้อมูลในคอลัมน์ที่ 1 ให้ระบุภารกิจตามกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานของรัฐ หรือภารกิจตาม
แผนการดำเนินงาน หรอื ภารกิจอน่ื ๆ ทีส่ ำคัญของหนว่ ยงานของรัฐ เชน่
สำนักงาน กศน. จงั หวดั : ภารกิจตามกฎหมายจัดตัง้
1. เป็นหน่วยงานธรุ การของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวัด และ
มีอำนาจหน้าทบ่ี รหิ ารจัดการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยภายในจงั หวัด
2. จัดทำยุทธศาสตร์ แผนพัฒนา และมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในจังหวัด
ให้สอดคลอ้ งกบั นโยบาย มาตรฐานการศึกษา แผนการศกึ ษาชาติ แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอธั ยาศัย และความต้องการของท้องถิ่น และชมุ ชน
3. ศึกษา วเิ คราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมลู สารสนเทศด้านการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
4. ประสาน สง่ เสรมิ สนับสนุนการจดั การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั และภาคีเครือข่าย
5. พฒั นาหลกั สตู ร สือ่ นวตั กรรม และเทคโนโลยีทางการศกึ ษา ร่วมกับสถานศกึ ษา และภาคเี ครือขา่ ย

ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์เพ่อื การศึกษายะลา : อำนาจและหนา้ ท่ตี ามกฎหมาย
1. จัดและบริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม แก่นักเรียน นักศึกษาทั้งในและนอก
ระบบโรงเรียน และประชาชนในพืน้ ท่ที ี่รับผดิ ชอบ
2. ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนารูปแบบกิจกรรม หลักสูตร สื่อและกระบวนการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และส่งิ แวดล้อม อาทิ ธรรมชาตวิ ทิ ยา เทคโนโลยีท่ีเหมาะสม ดาราศาสตร์
3. เผยแพร่ และบริการรูปแบบกจิ กรรม หลักสูตร สื่อ และกระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม
4. พฒั นาครู อาจารย์ วทิ ยากร และบคุ ลากรทางการศกึ ษา ผ้รู บั ผิดชอบการจัดกิจกรรมการเรียนรูด้ ้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และส่งิ แวดลอ้ ม
5. ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และส่งิ แวดล้อม
6. ปฏบิ ัติงานอืน่ ๆ ตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย

…/ภาพท่ี 11 ตวั อย่าง

ค่มู อื การจัดวางระบบและการประเมินผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หนา้ | 38

ภาพที่ 11 ตวั อย่างการกรอกขอ้ มูลของแบบ ปค. 5 คอลัมนท์ ี่ 1
2. คอลมั น์ที่ 2 “ความเส่ียง” ใหร้ ะบเุ หตกุ ารณ์หรือสถานการณ์ทม่ี ีความไม่แน่นอน ทีไ่ ม่พึงประสงค์
ทำให้เกิดความผิดพลาด เสียหาย รั่วไหล สูญเปล่า ไม่สามารถดำเนินงานตามภารกิจได้บรรลุผลสำเร็จตาม
วัตถุประสงคห์ รอื เปา้ หมาย

ภาพที่ 12 ตวั อย่างการกรอกขอ้ มูลของแบบ ปค. 5 คอลมั น์ท่ี 2
…/อยา่ งไรกด็ ี

คมู่ ือการจดั วางระบบและการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน ศว.ยะลา หน้า | 39


Click to View FlipBook Version