The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีพ.ศ. 2565-2569 ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศว.ยะลา แผน, 2021-09-03 05:23:22

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปี พ.ศ. 2565-2569

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีพ.ศ. 2565-2569 ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา

คำนำ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมาย
การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้อง
และสามารถบูรณาการการดำเนินงานไปสู่เป้าหมายในการพัฒนาประเทศ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา
ในฐานะหน่วยงานที่จดั และบริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม แก่นักเรยี น นักศึกษา
ทั้งในและนอกระบบโรงเรียน และประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ จึงจำเป็นต้องจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา (พ.ศ. 2565 – 2569) เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ
และแผนแมบ่ ทภายในยทุ ธศาสตรช์ าติ แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา ได้จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของศูนย์วิทยาศาสตร์
เพื่อการศึกษายะลา (พ.ศ. 2565 - 2569) สำหรับเป็นแผนการดำเนินงานระดับหน่วยงาน เพื่อวางกรอบ
เป้าหมายและทิศทางการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ให้สามารถขับเคลื่อนการ
ดำเนินงานไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการจัดและบริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม แก่นักเรียน นักศึกษาทั้งในและนอกระบบโรงเรียน และประชาชนในพื้นท่ี
ที่รับผิดชอบ พัฒนาระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรให้มีสมรรถนะ
ในการปฏิบัติงานทส่ี อดคล้องกับความตอ้ งการของกลุม่ เป้าหมายผู้รับบริการ

ศูนยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พอื่ การศกึ ษายะลา

…/สารบัญ

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | ก

สารบัญ

หน้า

คำนำ ก
สารบญั ข
สารบญั (ต่อ) ค
สารบญั ตาราง ง

ส่วนท่ี 1 บรบิ ทของการจดั การเรียนรู้ดา้ นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดล้อม 1
1.1 ข้อมูลพ้ืนฐานของสถานศึกษา 1
1.2 สภาพบรบิ ทพื้นท่ใี ห้บรกิ าร 11
1.3 แนวโน้มของการศกึ ษาและการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 19
1.4 ทศิ ทางการพฒั นาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - พ.ศ. 2579) 23
1.5 ทศิ ทางการพัฒนาประเทศตามแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 12 26
1.6 ทศิ ทางการศึกษาตามแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 28

ส่วนท่ี 2 สภาพการดำเนนิ งานการจัดการเรยี นรดู้ า้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม 34
2.1 ดา้ นประสิทธภิ าพการจัดการเรยี นรู้ 34
2.2 ด้านการประเมนิ คุณภาพของสถานศึกษาในภาพรวม 34
2.3 ด้านการจดั สรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี
เพื่อสนับสนุนการจดั การเรียนรู้ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม 35
2.4 ด้านบุคลากรท่ีเกี่ยวข้องกับการจัดการเรยี นรู้ 35
2.5 ประเด็นทต่ี ้องเร่งพฒั นา 36

ส่วนท่ี 3 การวเิ คราะหก์ ารดำเนินงานของสถานศึกษา 37

3.1 ผลการวิเคราะหส์ ถานการณ์ของหนว่ ยงานเพอ่ื กำหนดแนวทางการดำเนินงาน (SWOT) 37

3.2 สภาพแวดลอ้ มท่ตี ้องเผชิญในระยะ 20 ปี ขา้ งหน้า 41

…/สารบัญ (ต่อ)

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | ข

สารบัญ (ต่อ)

ส่วนที่ 4 แนวทางการพฒั นาคุณภาพการศึกษา หนา้
4.1 วิสยั ทศั น์ 42
4.2 อัตลกั ษณ์ 42
4.3 เอกลักษณ์ 42
4.4 พนั ธกิจ 42
4.5 เปา้ ประสงคแ์ ละตัวชวี้ ัดความสำเรจ็ 42
4.6 ยทุ ธศาสตรก์ ารดำเนินงาน 43
4.7 แนวทางการพฒั นาตามยุทธศาสตรก์ ารดำเนินงาน 43
4.8 แนวทางการดำเนนิ งานโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 – 2569 44
44
ส่วนท่ี 5 แนวทางการขับเคล่อื นแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา 53
(พ.ศ. 2565 – 2569) สู่การปฏิบัติ
5.1 ความเชอื่ มโยงระหวา่ งแผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาของศนู ย์วทิ ยาศาสตร์ 53
เพือ่ การศึกษายะลา (พ.ศ. 2565 – 2569) กบั แผนระดบั ตา่ ง ๆ
ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งสกู่ ารปฏบิ ตั ิ 53
5.2 ระบบและกลไกเพื่อการขบั เคลอ่ื นแผนสู่การปฏิบัติ 54
5.3 การตดิ ตาม ประเมินผลการขบั เคลื่อนแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ฯ ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ 55
5.4 ปจั จยั และเงื่อนไขความสำเรจ็ 56
ผังความเชื่อมโยงระหวา่ งแผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
ของศนู ย์วิทยาศาสตร์เพอื่ การศกึ ษายะลา 57
58
บรรณานุกรม

คณะผู้จดั ทำ

…/สารบัญตาราง

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | ค

สารบญั ตาราง

ตารางท่ี 1 รายละเอยี ดประวตั ิความเป็นมาของสถานศึกษา หนา้
ตารางท่ี 2 จำนวนประชากรในพน้ื ทใ่ี ห้บริการ 2
ตารางท่ี 3 ข้อมูลทำเนียบผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา 5
ตารางท่ี 4 คณะกรรมการสถานศึกษา 7
ตารางที่ 5 ข้อมลู อาคารสถานที่ อำนวยความสะดวกในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรดู้ า้ นวทิ ยาศาสตร์ 8
10
เทคโนโลยี และสงิ่ แวดล้อม
ตารางท่ี 6 ข้อมลู ยานพาหนะของศูนยว์ ทิ ยาศาสตร์เพอ่ื การศึกษายะลา 10
ตารางท่ี 7 การแบง่ เขตการปกครองของจงั หวดั ยะลา 12
ตารางที่ 8 การแบ่งเขตการปกครองของจังหวดั สงขลา 15
ตารางที่ 9 การแบ่งเขตการปกครองของจังหวดั สตูล 18
ตารางที่ 10 จำนวนผรู้ ับบริการกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม
34
จำแนกตามประเภทกจิ กรรม 35
ตารางท่ี 11 การจัดสรรงบประมาณรายจา่ ยประจำปี 35
ตารางท่ี 12 รายละเอียดจำนวนบุคลากรแตล่ ะประเภท จำแนกตามปีงบประมาณ 39
ตารางที่ 13 ผลการวิเคราะห์สถานการณ์ของหนว่ ยงานเพ่ือกำหนดแนวทางการดำเนินงาน (SWOT) 43
ตารางที่ 14 รายละเอยี ดเป้าประสงคแ์ ละตวั ชว้ี ดั ความสำเร็จ 44
ตารางที่ 15 รายละเอียดแนวทางการพฒั นาตามยทุ ธศาสตร์การดำเนนิ งาน
ตารางที่ 16 รายละเอยี ดแนวทางการดำเนินงานโครงการตาม 45

ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 พัฒนาคุณภาพผู้เรียน/ ผูร้ ับบรกิ าร 46
ตารางที่ 17 รายละเอียดแนวทางการดำเนินงานโครงการตาม
48
ยุทธศาสตร์ที่ 2 พฒั นาคุณภาพการจัดการศึกษา/การใหบ้ ริการ
ตารางท่ี 18 รายละเอยี ดแนวทางการดำเนนิ งานโครงการตาม 49

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 พฒั นาภาคีเครือขา่ ยการจดั การศกึ ษา 51
ตารางท่ี 19 รายละเอยี ดแนวทางการดำเนนิ งานโครงการตาม

ยทุ ธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาระบบการบรหิ ารองค์กรใหม้ ปี ระสิทธภิ าพ
ตารางท่ี 20 รายละเอยี ดแนวทางการดำเนินงานโครงการตาม

ยุทธศาสตร์ท่ี 5 พัฒนาองคก์ ร สถานศกึ ษา เพ่ือเข้าสูม่ าตรฐาน

…/สว่ นที่ 1

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | ง

สว่ นที่ 1

บรบิ ทของการจัดการเรียนร้ดู ้านวทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569

ส่วนท่ี 1
บรบิ ทของการจดั การเรียนรู้
ดา้ นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดล้อม

1.1 ข้อมูลพน้ื ฐานของสถานศกึ ษา Google Maps
1) ช่อื สถานศึกษา
ศนู ยว์ ิทยาศาสตรเ์ พ่ือการศึกษายะลา

2) สถานทีต่ งั้

ตัง้ อยู่ : 1/29 ถนนอาคารสงเคราะห์ ตำบลสะเตง
อำเภอเมือง จงั หวัดยะลา รหสั ไปรษณีย์ 95000

โทรศพั ท์ : 073-214920
โทรสาร : 073-216755
E-mail : [email protected]
Website : gg.gg/yalascience
Facebook : เพจศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์เพื่อการศกึ ษายะลา

3) ประวตั ิความเปน็ มาของสถานศกึ ษา
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา เป็นสถานศึกษาขึ้นตรงในสังกัดสำนักงานสง่ เสริมการศึกษา

นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ จัดตั้งขึ้นตาม
มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2537 ในส่วนการดำเนินงานเกี่ยวกับศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
และเครือข่ายให้จัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดในทุกเขตการศึกษา เขตการศึกษาละ 1 แห่ง
ซึ่งในวันที่ 16 มีนาคม 2538 กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาเห็นว่า จังหวัดยะลา เป็นจังหวัดที่มีความพร้อม
ในการจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัด จึงให้จัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังงหวัดยะลา
โดยเรียกชื่อว่า “ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดยะลา” ซึ่งประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ณ วันที่ 8
พฤศจิกายน 2538 โดยนายสขุ วชิ รุ้งสิตพล รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธกิ าร

ปัจจุบัน ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา เรียกโดยย่อว่า “ศว. ยะลา” ตั้งอยู่บริเวณพื้นท่ี
ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจงั หวัดยะลา ศูนย์การศกึ ษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมือง และสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษาจังหวัดยะลา รายละเอยี ดดังตารางท่ี 1

…./ตารางท่ี 1

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 1

ตารางท่ี 1 รายละเอียดประวัติความเป็นมาของสถานศึกษา

วัน เดือน ปี รายละเอยี ด
8 พฤศจิกายน 2538
ให้จดั ต้ังศนู ย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดยะลา เป็นสถานศึกษาอยู่ในความดูแล
10 ตลุ าคม 2539 ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดยะลา โดยเรียกชื่อว่า “ศูนย์วิทยาศาสตร์
17 มถิ ุนายน 2540 เพือ่ การศึกษาจังหวดั ยะลา” ต้งั อยู่ ตำบลสะเตง อำเภอเมอื ง จังหวัดยะลา
14 กรกฎาคม 2543 ดำเนนิ การก่อสรา้ งในวงเงินงบประมาณก่อสรา้ ง 5,000,000 บาท
10 มีนาคม 2551 เปิดให้บรกิ ารกลุ่มเป้าหมาย
นางสาวกัญจนา ศิลปะอาชา รฐั มนตรีช่วยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธิการ
9 สงิ หาคม 2556 เป็นประธานในพธิ เี ปดิ ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พือ่ การศึกษายะลาอย่างเป็นทางการ
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การกำหนดอำนาจและหน้าที่ของสถานศึกษา
กำหนดให้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา รับผิดชอบพื้นที่บริการ 4 จังหวัด
คอื นราธวิ าส ปตั ตานี สตลู และยะลา
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง แก้ไขพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์วิทยาศาสตร์
เพ่ือการศึกษา กำหนดให้ ศูนยว์ ิทยาศาสตรเ์ พ่ือการศึกษายะลา รบั ผิดชอบพ้ืนท่ีบริการ
3 จังหวดั คอื สตลู สงขลา และยะลา

4) วัตถุประสงค์ของการจัดตัง้

1. เพื่อเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
จากส่วนกลางไปสู่ส่วนภูมิภาค สำหรับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน ตลอดจน
เยาวชนและประชาชนทัว่ ไป

2. เพื่อเป็นแหล่งวิทยาการเพื่อการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม โดยผ่าน
การจัดกิจกรรมการศึกษาหลากหลายรูปแบบ เช่น ฐานการเรียนรู้ ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ค่ายวิทยาศาสตร์
นิทรรศการเคลื่อนที่การแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) การพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์
การประกวดส่ิงประดษิ ฐ์ทางวิทยาศาสตร์ การประชุมสมั มนาทางวชิ าการ เป็นตน้

3. เพ่ือส่งเสริมใหผ้ ้รู ับบริการมคี วามรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดล้อม อยา่ งกว้างขวาง
มีความสนใจและติดตามวิทยาการใหม่ ๆ ทางวิทยาศาสตร์ มีจิตวิทยาศาสตร์หรือมีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์
ตลอดจนสามารถนำความรทู้ างวทิ ยาศาสตรม์ าใช้ให้เกิดประโยชน์ในชวี ิตประจำวนั

…/5) ตราสัญลกั ษณ์

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 2

5) ตราสัญลกั ษณ์ สัญลกั ษณ์ และรูปแบบสญั ลักษณ์

ตราสัญลักษณ์ (Emblem)

วงกลมวงแรก มีเส้นรอบวงสีน้ำเงิน ภายในล้อมรอบชื่อศูนย์วิทยาศาสตร์
เพื่อการศึกษายะลาอยู่ด้านบน และคั่นกลางด้วยรูปดอกประจำยามทั้งด้านซ้าย
และดา้ นขวา และมีคำวา่ สว่ นกลางอยดู่ ้านล่างด้วยสีนำ้ เงิน บง่ บอกสถานะสถานศึกษา
ข้นึ ตรง ภายใตก้ ารกำกับของสำนักงาน กศน.

วงกลมวงที่สอง มีเส้นรอบวงที่สองเป็นสีน้ำเงิน ภายในวงกลมมีตราเสมา
ธรรมจักร สีเขียว ตั้งอยู่บนเครื่องหมาย (Infinity) ล้อมรอบตัวชื่อสำนักงานส่งเสริม
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอยู่ด้านบน สำนักงานปลัดกระทรวง
ศึกษาธิการอยู่ด้านล่างตัวอักษรสีน้ำเงิน คั่นด้วยรูปดอกประจำยามสีเดียวกัน และ
รองรบั ด้วยรปู รวงข้าว สเี หลืองทอง

ตราเครื่องหมายนี้แสดงถึง “การส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ตลอดชีวิต เพือ่ ความผาสุขของประชาชน

สญั ลกั ษณ์ (Logo)

สัญลักษณ์ (Logo) ได้แนวคิดมาจากสูตรเคมี หมายถึง วิทยาศาสตร์ทั้ง 3
แขนง คือ สีแดง แทนฟสิ กิ ส์ สเี หลอื ง แทนเคมี สเี ขยี ว แทนชวี วทิ ยา หรืออีกนัยหน่ึงมี
ความหมายว่า “รังผึ้ง” คือความเป็นองค์กรที่มีความสามัคคี และพร้อมที่จะพัฒนา
องค์กรเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม แกนกลางเป็นรูปอะตอมแทนความเป็น
วทิ ยาศาสตร์ทกุ แขนง และมีลกู อะตอมสีดำ แทนความเข้มขน้ ของอะตอมน้ัน

รูปแบบสญั ลักษณ์ (Mascot)

“เจ้าหนูถามจัง” เกิดจากการให้ความสำคัญกับการสร้างระบบ
ความคิด เกิดจากการประดิษฐ์คดิ ค้นโดยวิทยาศาสตร์ มีลักษณะคล้าย
มนุษย์ เขาเปน็ เดก็ ช่างสงสัย รู้จักสังเกต มีความอยากรู้อยากเห็น และ
ต้องการค้นหาคำตอบอยู่ตลอดเวลาเจ้าหนูถามจังเสมือนเป็นทูตแห่ง
วิทยาศาสตรท์ ี่จะนำพาทุกคนไปรจู้ กั โลกของวิทยาศาสตร์

…./6) อำนาจและหน้าที่

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 3

6) อำนาจและหน้าที่
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การกำหนดอำนาจและหน้าที่ของสถานศึกษา ประกาศ

ณ วันที่ 10 มีนาคม 2551 ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 60 ง หน้า 5 ข้อ 6 ลงวันที่ 25 มีนาคม
2551 กำหนดให้ ศนู ย์วิทยาศาสตรเ์ พ่ือการศึกษา เรยี กโดยยอ่ วา่ ศว. มีอำนาจและหน้าที่ ดังตอ่ ไปนี้

1. จัดและบริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม แก่นักเรียน นักศึกษา
ทง้ั ในและนอกระบบโรงเรียน และประชาชนในพน้ื ทที่ รี่ บั ผดิ ชอบ

2. ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนารูปแบบกิจกรรม หลักสูตร สื่อและกระบวนการเรียนรู้
ดา้ นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม อาทิ ธรรมชาติวทิ ยา เทคโนโลยีท่เี หมาะสม ดาราศาสตร์

3. เผยแพร่และบริการรูปแบบกิจกรรม หลักสูตร สื่อ และกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ดา้ นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม

4. พัฒนาครู อาจารย์ วิทยากร และบุคลากรทางการศึกษา ผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม

5. ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ดา้ นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม

6. ปฏิบตั ิงานอ่นื ๆ ตามทไ่ี ด้รบั มอบหมาย

7) พ้ืนที่ให้บริการ
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง แก้ไขพื้นที่รับผิดชอบ

ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 9 สิงหาคม
2556 ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 ตอนพิเศษ 113 ง หน้า 19 ข้อ
11 ลงวันที่ 5 กันยายน 2556 กำหนดให้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือ
การศึกษายะลา รับผิดชอบพื้นท่ีบริการ 3 จังหวัด คอื สตูล สงขลา และ
ยะลา ใหบ้ ริการการเรยี นรู้ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม
ให้แก่ นักเรียน นักศึกษาทั้งในและนอกระบบโรงเรียน และประชาชน
ในพื้นทท่ี ่ีรับผิดชอบ

…/ ตารางท่ี 2

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 4

ตารางท่ี 2 จำนวนประชากรในพื้นที่ให้บริการ

จงั หวดั จำนวน ประชากร (คน)
(อำเภอ) ชาย หญงิ รวม

ยะลา 8 268,471 271,106 539,577

สงขลา 16 696,443 732,360 1,428,803

สตูล 7 161,360 162,856 324,216

รวม 31 1,126,274 1,166,322 2,292,596

ทมี่ า : สำนกั บริหารการทะเบยี น กรมการปกครอง. (2564). สถิตจิ ำนวนประชากร. สืบคน้ 21 เมษายน 2564,
จาก https://stat.bora.dopa.go.th

8) กจิ กรรมท่ีให้บรกิ าร
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา จัดตั้งขึ้นตามตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

พ.ศ. 2542 แกไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2553 และแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 4)
พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญตั ิส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 ในลักษณะ
แหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัยที่ให้บริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ให้แก่ นักเรียน
นักศึกษาทั้งในและนอกระบบโรงเรียน และประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ โดยมีกิจกรรมที่ให้บริการ 4 รูปแบบ
ได้แก่ การเรียนรู้ผ่านนิทรรศการ ค่ายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม กิจกรรมการศึกษา และบริการ
วิชาการ ซง่ึ มีรายละเอยี ดดังนี้

1. การเรียนรผู้ ่านนิทรรศการ หมายถงึ การใหบ้ รกิ ารการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ
สิ่งแวดล้อม ผ่านนิทรรศการ สื่อประสมที่ทันสมัย น่าสนใจ ทั้งสื่อแสง สี เสียง ของเล่น หุ่นจำลอง เกม ฯลฯ
ซึ่งผู้รับบริการสามารถมีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติ หรือหาคำตอบจากการปฏิบัติ ซึ่งผู้รับบริการจะได้รับ
ทง้ั ความสนกุ สนานและสาระความรไู้ ปพร้อม ๆ กัน โดยมีการจัดแสดงการเรยี นรนู้ ิทรรศการ ดงั น้ี

› นิทรรศการถาวร เป็นการจัดแสดงนทิ รรศการภายในอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพือ่ การศึกษา
ยะลา ซึ่งผู้รับบริการสามารถเขา้ ชม เรยี นรู้ไดใ้ นเวลาทำการ

› นทิ รรศช่วั คราว เปน็ การจัดแสดงนิทรรศการเป็นคร้งั คราวในวาระโอกาส หรอื วาระในวันสำคัญ
โดยกำหนดห้วงเวลาในการจัดแสดง

› นทิ รรศการเคล่อื นที่ เป็นนทิ รรศการที่จดั ทำขึน้ เป็นชุดสำเรจ็ สามารถหมุนเวยี นการให้บริการ
กลุ่มเป้าหมายในพนื้ ทร่ี ับผิดชอบ

…/2. ค่ายวทิ ยาศาสตร์

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 5

2. คา่ ยวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม หมายถึง การใหบ้ รกิ ารการเรียนร้ดู า้ นวทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งเน้นให้ผู้รับบริการเกิดความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ตลอดทั้งการเรียนรู้ด้านการดำเนินชีวิต โดยใช้กระบวนการกลุ่ม
เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์ โดยมีการให้บริการในลักษณะ ค่ายไป – กลับ
และคา่ ยพกั แรม

3. กิจกรรมการศึกษา หมายถึง การให้บริการกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
และสิ่งแวดล้อม และอื่น ๆ แก่ผู้รับบริการทั้งในลักษณะกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา กิจกรรม
การประกวดแข่งขันทางวิทยาศาสตร์ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เคลื่อนที่สู่ชุมชน รวมถึงกิจกรรมฝึกอบรม
ประชุมสัมมนา และบรรยายพิเศษแก่ผู้รับบริการ ซึ่งจัดในลักษณะการเรียนรู้นอกระบบและการเรียนรู้
ตามอัธยาศยั ประกอบด้วยกิจกรรม ดังน้ี

› ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะของห้องเรียนวิทยาศาสตร์
เพื่อการเสริมสร้างการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยจัดให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายนั กเรียน
นักศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งจัดกิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ตามหลกั สตู รการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน และวทิ ยาศาสตร์เพื่อชีวิต

› การอบรม/ สัมมนา เป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูทั้งในระบบและนอกระบบ
บุคลากรทางการศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ เกิดทักษะ สามารถพัฒนาสื่อการเรียนรู้ในการจัดกิจกรรม
ทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้รับบริการมีการศึกษา ค้นคว้าเชิงวิชาการ
และมขี อ้ มูลท่ที ันสมัยทางวทิ ยาศาสตรท์ มี่ คี วามเจรญิ กา้ วหน้าอยา่ งรวดเรว็

› กิจกรรมเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม

› กิจกรรมงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของ
ทกุ ปี เพือ่ รำลกึ ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว รัชกาลที่ 4 และเพือ่ ส่งเสริมให้
ผู้รับบริการเกิดกระบวนการทักษะทางวิทยาศาสตร์ โดยร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ด้านวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดล้อม

› กิจกรรมวิทยาศาสตร์สัญจรหรือวิทยาศาสตร์น่ารู้สู่ชุมชน เป็นกิจกรรมการเรียนรู้
ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม เคลื่อนที่ไปสู่ชุมชน หรือหน่วยงานสถานศึกษา โดยเน้นการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต เทคโนโลยีที่เหมาะสม ร่วมกับหน่วยงานภาคี
เครอื ขา่ ย

› การแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) เป็นกิจกรรมที่นำหลักการทฤษฎีทาง
วิทยาศาสตร์พื้นฐาน มาประยุกต์เป็นการแสดงที่เข้าใจง่าย โดยใช้สื่อและอุปกรณ์ต่าง ๆ ประกอบการแสดง
เพื่อกระตนุ้ ความสนใจ เกิดเจตคติท่ีดีต่อการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์

…/การประกวด

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 6

› การประกวดและการแข่งขันทางวิทยาศาสตร์ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริม สนับสนุน
การแสดงความสามารถ การพัฒนาความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์
โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

4. บริการวิชาการ หมายถึง การให้บริการความรู้ ข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลการจัดกิจกรรม
ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบต่าง ๆ โดยการให้ความรู้ผ่านสื่อเอกสาร อินโฟกราฟิก
(Infographic) แผ่นพับ เว็ปไซต์ gg.gg/yalascience Facebook : เพจศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา
YouTube : ศูนย์วิทย์ ยะลา รายการวิทยุ : Hi School ฮารียัน สารการรับรู้ บทเรียนออนไลน์ และรวมถึง
การเป็นวิทยากรในการฝึกอบรม ประชุม สมั มนา บรรยายพิเศษ และคณะกรรมการตดั สินตา่ ง ๆ

9) ทำเนยี บผบู้ ริหาร
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา มีผู้บริหารสถานศึกษาดำรงตำแหน่ง จำนวนทั้งสิ้น 14 ราย

รายละเอียดดังตารางที่ 3

ตารางท่ี 3 ขอ้ มูลทำเนียบผบู้ ริหารสถานศกึ ษา

ที่ ช่อื – สกลุ ตำแหน่ง ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 ดร. วชิ ัย สงั ขรัตน์ ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา พ.ศ. 2540 – พฤศจิกายน 2545
2 นายอุทยั พงศจ์ นั ทรเสถียร ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา พฤศจิกายน 2545 – มกราคม 2549
3 นายวิรตั น์ มะลิสุวรรณ รก.ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา มกราคม 2549 – สิงหาคม 2549
4 นางวรรญา ทพิ ยด์ นตรี รก.ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา สิงหาคม 2549 – กันยายน 2549
5 ว่าท่ี ร.อ. ทิพยา ทิพยด์ นตรี ผู้อำนวยการสถานศึกษา กันยายน 2549 – กันยายน 2551
6 นายชัยฤทธิ์ เบญญากาจ ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา ตลุ าคม 2551 – กนั ยายน 2556
7 นางดวงแกว้ อัลภาชน์ รก.ผู้อำนวยการสถานศึกษา ตลุ าคม 2556 – มกราคม 2557
8 นางสิริกาญจน์ จนั ทรสงค์ ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา กุมภาพนั ธ์ 2557 – พฤษภาคม 2557
9 นางดวงแกว้ อลั ภาชน์ รก.ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา มถิ ุนายน 2557 – กุมภาพนั ธ์ 2558
10 นายสุชาติ ถาวระ ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา กมุ ภาพนั ธ์ 2558 – พฤศจิกายน 2558
11 นางดวงแก้ว อัลภาชน์ รก.ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา พฤศจิกายน 2558 – กันยายน 2559
12 นายอุดร สิทธพิ าที รก.ผู้อำนวยการสถานศึกษา กันยายน 2559 – มกราคม 2560
13 นายธนกร เกือ้ กูล รก.ผ้อู ำนวยการสถานศกึ ษา มกราคม – สงิ หาคม 2560
14 นายณัฐภมู ินทร์ สังข์พงศ์ ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา กนั ยายน 2560 – ปัจจบุ ัน

…./10) คณะกรรมการ

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 7

10) คณะกรรมการสถานศึกษา
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา มีคณะกรรมการสถานศึกษา ตามคำสั่งสำนักงานส่งเสริม

การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่ 124/2562 ลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เรื่อง แต่งตั้ง
คณะกรรมการสถานศึกษาศนู ย์วทิ ยาศาสตรเ์ พื่อการศึกษายะลา รายละเอียดดังตารางที่ 4

ตารางท่ี 4 ขอ้ มลู คณะกรรมการสถานศกึ ษา

ที่ ชอื่ – สกลุ ตำแหน่ง

1 นายพงษ์ศักด์ิ ยิ่งชนม์เจริญ ประธานกรรมการ ผทู้ รงคุณวฒุ ดิ ้านการเมือง การปกครอง

2 รองศาสตร์จารยเ์ ฉลิมยศ อทุ ยารตั น์ กรรมการ ผ้ทู รงคณุ วุฒดิ า้ นการศกึ ษา

3 ร้อยตำรวจตรี กริยา ตระกลู ศึกษา กรรมการ ผู้ทรงคณุ วุฒดิ า้ นศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม

4 นายปกรณ์ ปรีชาวุฒเิ ดช กรรมการ ผทู้ รงคณุ วุฒิดา้ นการพฒั นาสงั คม ชมุ ชน

และส่งิ แวดลอ้ ม

5 พนั เอก ทรงชยั สมเคหา กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิดา้ นความม่นั คง

6 ดร.ลลิ ลา อดุลยศาสน์ กรรมการ ผทู้ รงคุณวฒุ ิด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี

และสารสนเทศ

7 นายสงกรานต์ ใหมช่ ุม กรรมการ ผูท้ รงคุณวฒุ ดิ ้านสาธารณสขุ

8 นางดวงแกว้ อลั ภาชน์ กรรมการ ผทู้ รงคณุ วุฒิด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น

9 นายณัฐภมู นิ ทร์ สงั ข์พงศ์ กรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการสถานศึกษามีอำนาจหน้าที่ ดงั นี้
1. ให้คำปรึกษาและพิจารณาให้ข้อเสนอแนะแผนพัฒนา แผนปฏิบัติการ การศึกษานอกระบบและการศึกษา

ตามอธั ยาศยั และใหค้ วามเห็นชอบหลกั สูตรของสถานศึกษา
2. ส่งเสริมให้มีการระดมทุนทางสังคมและทรัพยากรจากชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กร

อ่ืนท้งั ภาครฐั และเอกชนให้มีสว่ นรว่ มในการจดั การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย
3. ติดตามและเสนอแนะผลการดำเนินงานการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ

สถานศกึ ษา
4. ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการส่งเสริม สนับสนุน และประสานความร่วมมือการศึกษานอกระบบและ

การศึกษาตามอัธยาศัย

…/11) โครงสร้างการบรหิ าร

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 8

11) โครงสรา้ งการบริหารงาน
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา แบ่งโครงสร้างการบริหารงานตามประกาศสำนักงาน

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การจัดโครงสร้างศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 1 มิถุนายน
2561 โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีหน้าท่ีและความรบั ผิดชอบ ดงั นี้

ผูอ้ ำนวยการสถานศึกษา

คณะกรรมการสถานศึกษา

กลมุ่ อำนวยการ กลุ่มวิชาการ กลุ่มส่งเสริมและบริการ ท้องฟ้าจำลอง

● งานธุรการและสารบรรณ ● งานวิจยั สาธติ ทดลอง ● งานนทิ รรศการ ● งานแสดง
● งานบุคลากร ● งานนวัตกรรมและเทคโนโลยี ● งานกิจกรรมคา่ ย ● งานพฒั นาสอ่ื
● งานการเงนิ และบญั ชี ● งานประกันคณุ ภาพการศึกษา ● งานกจิ กรรมการศกึ ษา ● งานจดั และให้บริการทอ้ งฟา้ จำลอง
● งานพสั ดุ ● งานหลักสตู ร สอื่ กระบวนการ ● งานบรกิ ารวิชาการและฝกึ อบรม
● งานแผนงานและโครงการ ● งานผลิตและเผยแพร่
● งานการตลาดและประชาสมั พนั ธ์ เรยี นรู้ ● งานส่งเสริมมาตรฐานการศกึ ษา
● งานอาคารสถานทแ่ี ละยานพาหนะ ● งานพัฒนารูปแบบกิจกรรม ● งานส่งเสริมและสนบั สนุนเครือข่าย
● งานเทคนิคและซ่อมบำรงุ

…/12) สิง่ อำนวยความสะดวก

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 9

12) ส่งิ อำนวยความสะดวก
ศูนย์วิทยาศาสตรเ์ พื่อการศึกษายะลา มีอาคารสถานที่ และยานพาหนะ สำหรับส่งเสรมิ สนับสนุน

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดล้อม รายละเอยี ดดงั ตารางที่ 5 และ 6

ตารางที่ 5 ข้อมูลอาคารสถานที่ อำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
และส่ิงแวดลอ้ ม

ท่ี อาคารสถานท่ี จำนวน (หนว่ ย)
1 อาคารสำนักงานและจัดแสดงนิทรรศการ 1 หลัง
2 อาคารนิทรรศการพลงั งานและไฟฟ้าในชีวิตประจำวนั 1 หลัง
3 อาคารห้องปฏิบตั กิ ารทางวิทยาศาสตร์ 1 หลงั
4 นิทรรศการเมอื งเด็ก 1 หลงั
5 อาคารจัดกิจกรรมการแสดงทางวิทยาศาสตร์ 1 หลัง
6 อาคารจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3 ชัน้ 1 หลัง
7 คอมพวิ เตอร์ 14 เครือ่ ง
8 หอ้ งสุขา หอ้ งอาบน้ำ 2 หลงั

ตารางที่ 6 ข้อมูลยานพาหนะของศนู ยว์ ิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา

ท่ี ประเภท ทะเบียน หมายเหตุ
1 รถตู้ (นทิ รรศการพลังงาน) นข 1061 ยะลา งปม. (TOR) ปี 2552
2 รถยนตบ์ รรทุก บง 4263 ยะลา
3 รถนทิ รรศการเคล่ือนที่ 6 ลอ้ 80-5046 ยะลา -
งปม. (TOR) ปี 2548
(ความหลากหลายทางชีวภาพ)

…./1.2 สภาพบรบิ ท

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 10

1.2 สภาพบรบิ ทพืน้ ทใ่ี ห้บริการ
1) สภาบริบทจังหวดั ยะลา

› ลกั ษณะท่ัวไป

จังหวัดยะลา เป็นจังหวัดหนึ่งในชายแดนภาคใต้ ที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย อยู่ระหว่างเส้นรุ้งท่ี
5 – 7 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 100 – 102 องศาตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครตามทางรถไฟสายใต้
1,039 กิโลเมตร และตามถนนเพชรเกษมสายเก่า 1,395 กิโลเมตร หรือสายใหม่ 1,084 กิโลเมตร มีพื้นที่
ประมาณ 4,521 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2.8 ล้านไร่ คดิ เป็นร้อยละ 6.4 ของพนื้ ทีภ่ าคใต้

› อาณาเขต

จังหวดั ยะลา มอี าณาเขตติดตอ่ กบั จงั หวัด และประเทศใกลเ้ คียง ดังนี้

ทิศเหนอื ตดิ ต่อกบั จังหวดั สงขลา และจงั หวดั ปตั ตานี

ทิศใต้ ติดต่อกบั รฐั เปรคั ประเทศมาเลเซยี

ทิศตะวนั ออก ติดตอ่ กับ จงั หวัดนราธิวาส และรัฐเปรคั ประเทศมาเลเซีย

ทศิ ตะวันตก ติดตอ่ กับ จังหวัดสงขลา และรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย

…/ภาพท่ี 1

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 11

ภาพที่ 1 แสดงท่ตี ้ังและอาณาเขตของจังหวดั ยะลา

› เขตการปกครอง
จังหวัดยะลา แบ่งเขตการปกครอง ออกเป็นอำเภอ จำนวน 8 แห่ง ตำบล จำนวน 58 แห่ง หมู่บ้าน

จำนวน 381 แห่ง เทศบาล จำนวน 16 แห่ง และ อบต. จำนวน 47 แห่ง รายละเอยี ดดงั ตารางที่ 7

ตารางที่ 7 การแบง่ เขตการปกครองของจังหวดั ยะลา

ท่ี อำเภอ เขตการปกครอง
ตำบล หมู่บ้าน เทศบาล อบต.
1 เมอื งยะลา 14 81 6 9
2 รามัน 16 90 3 14
3 กรงปินัง
4 ยะหา 4 23 - 4
5 กาบงั 7 49 2 6
6 บันนงั สตา 2 19 - 2
7 ธารโต 6 50 2 5
8 เบตง 4 37 1 4
5 32 2 3
รวม 58 381 16 47

…/ลกั ษณะภมู ิประเทศ

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 12

› ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
ภมู ิประเทศโดยทวั่ ไปของจงั หวดั ยะลา มลี ักษณะเป็นภูเขา เนนิ เขาและหุบเขา ต้ังแตต่ อนกลางจนถึง
ใต้สุดของจงั หวดั มีที่ราบบางส่วนทางตอนเหนอื ของจังหวัด ได้แก่ บริเวณทีร่ าบแมน่ ้ำปัตตานี และแม่น้ำสายบรุ ี
ไหลผ่าน อยู่สูงกว่าระดับน้ำมันทะเลปานกลางถึงสูงมาก โดยเฉลี่ยระหว่ าง 100 – 200 เมตร พื้นท่ี
ส่วนใหญ่ ปกคลุมด้วยป่าดงดิบ และสวนยางพารา มีเทือกเขาที่สำคัญอยู่ 2 เทือกเขา คือ เทือกเขาสันกาลาคีรี
เริ่มจากอำเภอเบตง เป็นแนวยาวกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย และเทือกเขาปิโล ซึ่งเป็น
เทอื กเขาอยู่ภายในจงั หวัดในเขตตำบลบุดี ตำบลบนั นังสาเรง ของอำเภอเมืองยะลา อำเภอกรงปนิ ัง และอำเภอรามัน
› ลักษณะภมู อิ ากาศ
จังหวัดยะลา ตั้งอยู่ในเขตมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มีสภาพ
อากาศแบบร้อนชื้น มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม และฤดูฝน เริ่มต้นตั้งแต่เดือน
พฤษภาคม – กุมภาพันธ์ อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 28.20 องศาเซลเซียส และสูงสุดเฉลี่ย 34.50 องศาเซลเซียส
ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,712.1 มิลลิเมตรต่อปี มีฝนตกเฉลี่ย 14.8 วันต่อปี เดือนตุลาคม - พฤศจิกายน มีฝนตกชุกที่สดุ

(ที่มา : สำนักงานจังหวัดยะลา. (2562). แผนพัฒนาจังหวัดยะลา (พ.ศ. 2561 - 2565) ฉบับทบทวน. สืบค้น 21
พฤษภาคม 2564, จาก www.yala.go.th)

2) สภาพบริบทจังหวดั สงขลา
› ลกั ษณะท่ัวไป

จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของภาคใต้ตอนล่าง ระหว่างละติจูดที่ 6 17' - 7 56' องศาเหนือ
ลองจจิ ูด 100 01' - 101 06' องศาตะวันออก สงู จากระดับน้ำทะเลปานกลาง 4 เมตร อย่หู ่างจากกรุงเทพมหานคร
ตามเส้นทางรถไฟ 947 กิโลเมตร และทางหลวงแผ่นดนิ 950 กิโลเมตร จังหวัดสงขลามีพื้นท่ี 7,393.889 ตาราง
กิโลเมตร หรอื ประมาณ 4,621,180 ไร่ มขี นาดเปน็ อนั ดับ 27 ของประเทศ และใหญ่เป็นอนั ดับท่ี 3 ของภาคใต้

…/อาณาเขต

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 13

› อาณาเขต
จงั หวดั ยะลา มีอาณาเขตตดิ ตอ่ กับจงั หวดั และประเทศใกล้เคียง ดังน้ี

ทิศเหนือ ติดต่อกับ จงั หวดั นครศรธี รรมราช และจงั หวัดพทั ลุง
ทศิ ใต้ ตดิ ตอ่ กับ จังหวดั ยะลา จงั หวัดปัตตานี รัฐเคดาร์และรัฐเปอรล์ ิสของมาเลเซีย
ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กบั อ่าวไทย
ทศิ ตะวนั ตก ติดตอ่ กับ จงั หวัดพัทลุง และจังหวัดสตูล

ภาพท่ี 2 แสดงท่ีตั้งและอาณาเขตของจงั หวดั สงขลา
› เขตการปกครอง

จังหวัดสงขลา แบ่งเขตการปกครอง ออกเป็นอำเภอ จำนวน 16 แห่ง ตำบล จำนวน 127 แห่ง
หมบู่ า้ น จำนวน 1,023 แหง่ เทศบาล จำนวน 48 แหง่ และ อบต. จำนวน 92 แห่ง รายละเอยี ดดงั ตารางท่ี 8

…/ตารางท่ี 8

แผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 14

ตารางท่ี 8 การแบ่งเขตการปกครองของจังหวัดสงขลา

ท่ี อำเภอ เขตการปกครอง อบต.
ตำบล หมู่บ้าน เทศบาล 2
11
1 เมืองสงขลา 6 47 4 12
9
2 สทิงพระ 11 79 1 6
8
3 จะนะ 14 139 3 10
2
4 นาทวี 11 92 2 3
6
5 เทพา 7 67 2 5
4
6 สะบา้ ยอ้ ย 9 62 2 3
2
7 ระโนด 13 73 3 7
2
8 กระแสสินธุ์ 4 22 2 92

9 รัตภูมิ 5 63 4

10 สะเดา 8 66 6

11 หาดใหญ่ 12 93 10

12 นาหม่อม 4 29 -

13 ควนเนยี ง 4 46 2

14 บางกลำ่ 4 36 2

15 สงิ หนคร 11 77 3

16 คลองหอยโข่ง 4 32 2

รวม 127 1,023 48

› ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
ทางตอนเหนือเป็นคาบสมุทร และยาวยื่นลงมาทางใต้เรียกว่า คาบสมุทรสทิงพระกับส่วนที่เป็น

แผ่นดินรูปสีเ่ หลี่ยมผนื ผ้าทางตอนใต้ แผ่นดินทัง้ สองส่วนเช่ือมต่อกันโดยสะพานติณสูลานนท์ พื้นที่ทางทศิ เหนือ
ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ทิศตะวันออกเป็นที่ราบริมทะเล ทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นภูเขา และที่ราบสูง ซึ่งเป็น
แหล่งกำเนดิ ต้นลำธารที่สำคญั

…/ ลักษณะภูมิอากาศ

แผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 15

› ลักษณะภมู อิ ากาศ
จงั หวดั สงขลา ต้ังอยู่ในเขตอิทธพิ ลของมรสุมเขตร้อน มีมรสมุ พัดผา่ นประจำทุกปี คือ
1) มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เรมิ่ ตั้งแตก่ ลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม
2) มรสุมตะวันออกเฉียงเหนอื เรม่ิ ตงั้ แตก่ ลางเดือนตุลาคมถงึ กลางเดือนกมุ ภาพันธ์
จากการพัดผ่านของมรสุมที่มีแหล่งกำเนิดจากบริเวณแตกต่างกัน ทำให้จังหวัดสงขลา มี 2 ฤดู คือ
1) ฤดูรอ้ น เร่มิ ตัง้ แตก่ ลางเดือนกุมภาพนั ธถ์ ึงกลางเดือนพฤษภาคม ระยะนี้เป็นชอ่ งว่างระหว่างฤดู

มรสุมหลังจากสิ้นฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือหรือฤดูหนาวแล้ว อากาศจะเริ่มร้อนและมีอากาศร้อนจัดที่สุดใน
เดือนเมษายน

2) ฤดูฝน แบ่งออกเปน็ 2 ระยะ
(1) ฤดูฝน จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ปกคลุมตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือน

ตุลาคม โดยกลุ่มฝนเคลื่อนตัวมาจากด้านตะวันตก (ทะเลอันดามัน) ส่วนมากฝนตกในช่วงบ่ายถึงค่ำปริมาณและ
การกระจายของฝนจะนอ้ ยกว่าชว่ งมรสมุ ตะวันออกเฉยี งเหนือ

(2) ฤดูฝน จากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปกคลุมตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือน
กุมภาพันธ์ โดยกลุ่มฝนเคลื่อนตัวมาจากด้านตะวันออก (อ่าวไทย) ซึ่งปริมาณและการกระจาย จะมากกว่า
มรสุมตะวนั ตกเฉยี งใต้

อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 33.7 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเฉล่ีย
23.3 องศาเซลเซียส มีความชนื้ สมั พนั ธ์ เฉลย่ี ตลอดท้ังปี 80.3 %

(ที่มา : ศาลากลางจังหวัดสงขลา. (2562). แผนพัฒนาจังหวัดสงขลา (พ.ศ. 2561 - 2565) ฉบับทบทวน ประจำปี
งบประมาณ พ.ศ. 2564. สืบค้น 21 พฤษภาคม 2564, จาก [email protected])

…/ สภาพบริบท

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 16

3) สภาพบริบทจังหวัดสตลู
› ลกั ษณะท่วั ไป

จังหวัดสตูล เป็นจังหวัดสุดเขตแดนใต้ของประเทศไทย ด้านฝั่งทะเลอันดามัน ห่างจากกรุงเทพมหานคร
973 กิโลเมตร มเี นื้อทปี่ ระมาณ 2,807.52 ตารางกิโลเมตร หรอื ประมาณ 1,754,701 ไร่ (นับรวมพ้ืนทที่ ีเ่ ป็นส่วน
ของนำ้ ทะเล) เป็นลำดบั ที่ 63 ของประเทศ และลำดบั ท่ี 12 ของภาคใต้ รองลงมา คือ จงั หวัดปัตตานีและจังหวัด
ภูเก็ต ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 6 องศา 4 ลิปดาตะวันออก ถึง 7 องศา ลิปดาเหนือ และเส้นแวงที่ 99 องศา 5
ลิปดาตะวันออก ถึง 100 องศา 3 ลิปดาตะวันออก มีพื้นที่ตดิ ต่อกับประเทศมาเลเซยี ตลอดแนวชายแดนทางบก
ยาวประมาณ 56 กิโลเมตร ติดฝง่ั ทะเล อันดามันมีชายฝ่ังทะเลยาวประมาณ 144.8 กโิ ลเมตร

› อาณาเขต
จงั หวัดยะลา มอี าณาเขตติดตอ่ กบั จังหวดั และประเทศใกล้เคียง ดังน้ี

ทศิ เหนือ ติดต่อกับ อำเภอรตั ภมู ิ จงั หวัดสงขลา อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลงุ
และอำเภอปะเหลียน จงั หวัดตรงั

ทศิ ใต้ ตดิ ต่อกบั รัฐเคดาร์และรัฐเปอรล์ ิส ประเทศมาเลเซีย
ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กับ อำเภอสะเดา จังหวดั สงขลาและรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย
ทิศตะวนั ตก ติดต่อกับ ทะเลอันดามัน มหาสมุทรอนิ เดีย
โดยพื้นที่บนบกมีเทือกเขาบรรทัดและสันกาลาคีรีเป็นเส้นกั้นอาณาเขตระหว่างจังหวัดสตูล
กับจงั หวดั อื่น ๆ และประเทศมาเลเซยี

…/ภาพที่ 3

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 17

ภาพที่ 3 แสดงทต่ี ้ังและอาณาเขตของจังหวัดสตูล

› เขตการปกครอง
จังหวัดสตูล แบ่งเขตการปกครอง ออกเป็นอำเภอ จำนวน 7 แห่ง ตำบล จำนวน 127 แห่ง หมู่บ้าน
จำนวน 1,023 แหง่ เทศบาล จำนวน 48 แหง่ และ อบต. จำนวน 92 แหง่ รายละเอยี ดดงั ตารางที่ 9

ตารางที่ 9 การแบ่งเขตการปกครองของจังหวดั สตลู

ท่ี อำเภอ เขตการปกครอง

1 เมืองสตลู ตำบล หมู่บา้ น เทศบาล อบต.
2 ละงู
3 ควนกาหลง 12 70 4 10
4 ทุ่งหวา้
5 ควนโดน 6 61 1 6
6 ทา่ แพ
7 มะนงั 3 32 - 3

รวม 5 35 1 5

4 30 1 4

4 28 - 4

2 19 - 2

36 275 7 34

…/ลกั ษณะภูมิประเทศ

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 18

› ลกั ษณะภูมิประเทศ
จังหวัดสตูล มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบสลับกับภูเขา พื้นที่ทางทิศเหนือและทิศตะวันออกเป็นเนินเขา
และภูเขาสูง โดยมีเทือกเขาสำคัญ คือ ภูเขาสันกาลาคีรี พื้นที่ค่อยๆ ลาดเอียงลงสู่ทะเลด้านตะวันตก และทิศใต้
มที รี่ าบแคบ ๆ ขนานไปกับชายฝัง่ ทะเล ถัดจากทรี่ าบลงไปเป็นป่าชายเลน น้ำเค็ม ข้ึนถงึ มีป่าแสมหรือป่าโกงกาง
อยู่เป็นจำนวนมาก เป็นจังหวัดที่มีลำน้ำสายสั้นๆไหลผ่านพื้นที่ทางตอนเหนือ และทิศตะวันออกของจังหวัด
ประกอบด้วยภูเขามากมายสลับซับซ้อนโดยมีทิวเขานครศรีธรรมราชแบ่งเขตจังหวัดสตู ลกับจังหวัดสงขลา
และทิวเขาสันกาลาคีรีแบ่งเขตประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย และยังมีภูเขาน้อยใหญ่อยู่กระจัดกระจาย
ในตอนล่างและชายฝั่งตะวันตก ภูเขาที่สำคัญได้แก่ เขาจีน เขาพญาบังสา เขาหัวกาหมิง เขาใหญ่ เขาทะนาน
เขาควนกาหลง และเขาโต๊ะพญาวงั

› ลกั ษณะภมู อิ ากาศ
พื้นที่จังหวัดสตูลได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดอ่าวไทยและลมมรสุมตะวันตก
เฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดีย ลักษณะภูมิประเทศ เป็นแบบร้อนชื้น มี 2 ฤดู ฤดูร้อนกับฤดูฝน โดยมี ช่วงฤดูฝน
ยาวนาน ระหวา่ งเดือน พฤษภาคม ถึงเดอื นธันวาคม และมีฤดรู ้อนเพียง 4 เดือน เดอื น มกราคม ถึงเดือนเมษายน

(ที่มา : สำนักงานจังหวัดสตูล. (2562). แผนพัฒนาจังหวัดสตูล (พ.ศ. 2561 - 2565) ฉบับทบทวน. สืบค้น 21
พฤษภาคม 2564, จาก [email protected])

1.3 แนวโนม้ ของการศึกษาและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
1) แนวโน้มการศกึ ษาไทย
1.1) แนวโนมดานบวก
(1) หลักสูตรใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก จากการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันในด้านเศรษฐกิจ

และอุตสาหกรรม ทำให้คนในสังคมต้องการเพิ่มความรู้ ความสามารถให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง จึงหันมาสนใจ
ศึกษาต่อในหลักสูตรที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ ดังนั้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการ
ของคนในสังคม สถาบันการศึกษาจึงมุ่งพัฒนาหลักสูตรใหม่ ๆ เช่น หลักสูตรที่บูรณาการระหว่างสองศาสตร์
ขึ้นไป หลักสตู รทใ่ี ห้ปริญญาบตั ร 2 ใบ และมกี ารพัฒนาหลกั สตู รให้ทนั สมัยตลอดเวลา รวมถึงหลกั สูตรนานาชาติ
มีแนวโนม้ มากขึ้น เนื่องจากสภาพยคุ โลกาภวิ ัตน์ ที่มีการเช่ือมโยงด้านการค้าและการลงทุน ทำให้ตลอดแรงงาน
ในอนาคตต้องการคนที่มีความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ สง่ ผลให้ความต้องการการศึกษาทเ่ี ป็นภาษาสากล
มีมากขึ้น ที่สำคัญการเปิดเสรีทางการศึกษา ยังเป็นโอกาสให้สถาบันการศึกษาจากต่างประเทศเข้ามาจัด
การศกึ ษาในประเทศไทย และเปดิ หลกั สตู รภาษาต่างประเทศ เชน่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญ่ีปุ่น ซ่ึงมีส่วน
กระตุ้นให้หลักสูตรการศึกษานานาชาติมีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้น แต่เนื่องจากหลักสูตรนานาชาติ
มคี ่าใชจ้ ่ายสงู ดังน้ัน การเรยี นในหลักสตู รน้จี ึงยังคงจำกดั อย่ใู นกลุ่มผ้เู รียนทม่ี ีฐานะดี

…/(2) การจัดการศกึ ษา

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 19

(2) การจัดการศึกษามีความเป็นสากลมากขึ้น สังคมยุคดิจิทัลที่มีการเชื่อมโยงในทุกด้าน ร่วมกัน
ทั่วโลก ส่งผลให้เกิดการเคล่ือนย้ายองค์ความรู้ กฎกติกา การดำเนินการด้านต่าง ๆ ทั้งการค้า การลงทุน การศึกษา
เศรษฐกิจ สัง และวัฒนธรรมที่เชื่อมต่อถึงกัน ประกอบกับการเปิดเสรีทางการศึกษา ส่งผลให้เกิดการหลั่งไหล
หลักสูตรการเรียนการสอน บุคลากรด้านการสอน หลักสูตร จากสถาบันการศึกษาต่างประเทศเข้าสู่ไทย อันมีผล
ทำให้เกิดการเปรียบเทียบและผลักดันให้สถาบันการศึกษาของไทยต้องการพัฒนาการจัดการศึกษาที่มีความเป็น
สากลให้เป็นที่ยอมรับ อีกทั้งการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนกับนานาประเทศของไทย ได้ส่งผลให้เกิด
ความต้องการการศึกษาที่มีคุณภาพทัดเทยี มกันในระดบั สากล

(3) ความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการศึกษาลดลง เนื่องจากสภาพการเรียกร้องสิทธิมนุ ษยชน
ทเ่ี ป็นกระแสระดบั โลกเกิดขึ้นควบคู่กบั คล่ืนประชาธิปไตยที่แผ่ขยายวงกว้างถงึ ไทย รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560 ส่งเสริมการเพิ่มสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน อีกทั้งสภาพการใช้เทคโนโลงยี ส่งเสริมการเรียน
การสอน ทำให้เกิดช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เข้าถึงคนได้อย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม อาจเป็นไปได้
ว่าความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการศึกษาจะลดลงในกลุ่มสถาบันการศึกษาของรัฐ ส่วนการจัดการศึกษา
โดยสถาบันการศึกษาเอกชน ผู้เรียนที่ครอบครัวมีรายได้น้อย อาจเข้ารับบริการทางการศึกษาได้ลดลง เนื่องจาก
ค่าเล่าเรียนแพง ดังนั้น โอกาสรับบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น เมื่อเปิดเสรีทางการศึกษาจะก่อเกิด
การแข่งขันในการจัดการศึกษาทั้งสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น หากพิจารณาในแง่บวกการเปิด
เสรีทางการศึกษา เป็นการสร้างโอกาสให้คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เนื่องด้วยสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง
จะแข่งขันด้านคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันอุดมศึกษา ทำให้คุณภาพการศึกษาเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก
เนื่องจากการเปิดเสรีภาพทางการศึกษาได้เปิดโอกาสให้สถาบันอุดมศึกษาต่างชาติเข้ามาเปิดการเรียนการสอน
จงึ เปน็ แรงกดดันให้สถาบันอุดมศึกษาไทยต้องพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สงู ขึ้น

1.2) แนวโนมดา้ นลบ
(1) การเพิม่ ช่องว่างด้านคุณภาพในการจดั การศึกษา แม้ว่าสภาพการแขง่ ขันทางการศึกษาจะเป็น

แรงผลักดันให้สถาบันการศึกษาต่าง ๆ เร่งพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนเพิ่มมากขึ้น แต่เนื่องจาก
ทรัพยากรตั้งต้นของแต่ละสถาบันการศึกษามีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ความสามารถ และปริมาณ
ของบุคลากรทางการศึกษา งบประมาร เงินทุน เทคโนโลยี สถานที่ ความมีชื่อเสียง และส่งผลให้โอกาสในการ
พัฒนาคุณภาพการศึกษาแตกต่างกันด้วย โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาขนาดเล็ก หรือสถาบันการศึกษาที่ยังไม่มี
ความพรอ้ ม/ทรพั ยากรตั้งต้นไม่มาก ย่อมไม่มีศักยภาพเพยี งพอในการพฒั นาคุณภาพมากนัก การผลติ บัณฑิตเกิน
ความต้องการของตลาด เนอื่ งจากความต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามีสูงข้นึ และการพัฒนาไปสู่การเป็น
มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่ต้องหาเลี้ยงตนเอง มีอิสระในการบริหารและเปิดหลักสูตรเพื่อหาผู้เรียนเข้าเรียน
ให้ได้จำนวนมาก สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบระยะยาวคือ มีบัณฑิตจบเป็นจำนวนมากเข้าสู่ตลาดแรงงาน
แต่ไม่สามารถรองรับได้หมด โดยกลุ่มแรงงานระดับอุดมศึกษาที่ไม่มีคณุ ภาพหรือไม่จบจากสาขาที่ตลาดแรงงาน
ต้องการจะถูกผลักสู่แรงงานนอกระบบ หรือหาทางออกโดยเรียนต่อระดับสูงขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะแรงงาน

…/ ระดับปริญญา

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 20

ระดับปริญญาโทและเอกไม่มีคุณภาพและล้นตลาดตามมาเช่นกัน การสอนทักษะการคิดและทักษะทางอารมณ์
ยังไม่มีคุณภาพ สภาพเศรษฐกิจที่มุ่งแข่งขัน ทำให้การจัดการศึกษามุ่งพัฒนาทางวิชาการเป็นสำคัญ ในขณะที่
ระบบการศึกษาไทยยังไม่สามารถพัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียนได้เท่าที่ควร เนื่องจากการเรียนการสอน
ยังมุ่งสอนให้ผูเ้ รียนคิดตามสิ่งท่ีผูส้ อนป้อนความรู้มากกว่าการคดิ สิ่งใหม่ ๆ ประกอบกับครูผู้สอนมีภาระงานมาก
จนส่งผลตอ่ การพฒั นาบุคคลในด้านอ่ืน เช่น การพัฒนาเชิงสังคมรวมถึงการพัฒนาทกั ษะทางอารมณ์ นอกจากนี้
การใช้เทคโนโลยีในกิจวัตรประจำวันหรือใช้ในการเรียนการสอน ทำให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ลดลง
สง่ ผลให้ชอ่ งทางการพฒั นาทักษะทางอารมณ์และทักษะทางสังคมของผูเ้ รียนลดลงด้วย

(2) การสอนคุณธรรมจริยธรรมยังไม่มีคุณภาพ แนวคิดของทุนนิยมที่มุ่งแข่งขันได้แพร่กระจาย
ไปทั่วโลก ส่งผลให้ผู้คนต่างมุ่งแข่งขันและพัฒนาความรู้ความสามารถ เพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประกอบกับสถาบันทางการศึกษาจำนวนมากต่างมุ่งพัฒนาความรู้ทางวิชาการ
และประเมินผลการเรียนที่ความสามารถทางวิชาการ จนอาจละเลยการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม
นอกจากนี้การไม่ได้มีผู้สอนที่รู้เชี่ยวชาญด้านการสอนคุณธรรม จริยธรรมโดยตรงหรือมีคุณภาพ ย่อมส่งผล
ตอ่ คณุ ภาพการสอนของวิชาคณุ ธรรม จรยิ ธรรมได้

(3) การสอนภาษาต่างประเทศยังไม่มีคุณภาพ ยิ่งก้าวสู่โลกไร้พรมแดนมากขึ้นเท่าใด ผู้มีความรู้
ด้านภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีนที่ผู้คนส่วนใหญ่ในโลกใช้ติดต่อสื่อสาร เจรจา ต่อรอง
อย่างไรก็ตามปัญหาที่พบ คือ การสอนภาษาอังกฤษ ภาษาต่างประเทศของไทยยังไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร
เนื่องจากครูผู้สอนมีความสามารถด้านภาษาต่างประเทศค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะครูผู้สอนในระดับการศึกษาขึ้น
พื้นฐาน ครูส่วนใหญ่ไม่ได้จบเอกภาษาอังกฤษโดยตรง และมีแนวโน้มว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า การพัฒนาการสอน
ทักษะภาษาตา่ งประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษในปัจจบุ ันจะตนื่ ตวั มากข้ึน แตก่ ย็ ังไม่ก้าวหน้าไปมากเท่าที่ควร
เพราะทรพั ยากรด้านบคุ บากรสอนภาษาต่างประเทศน้ขี าดแคลนมาก

(4) ผลกระทบของโลกไร้พรมแดนต่อการศึกษาไทยมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งหลีกเลี่ยง
ได้ยาก แต่การพัฒนาระบบการศึกษาไทยให้พร้อมต่อสภาพไร้พรมแดนได้นั้น จำเป็นต้องเตรียมพร้อมเชิงรุก
ตั้งแต่วันนี้ โดยรัฐควรเน้นการบริหารจัดการในส่วนที่ไทยได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยการพัฒนาศักยภาพ
ของบุคลากรภายในสถาบันการศึกษา สนับสนุนทุนวิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษา และสร้างเครือข่ายภาคประชาชน
เพือ่ ให้เกดิ ความรว่ มมือในการพฒั นาการศกึ ษารองรบั โลกไร้พรมแดนและสังคมแห่งการเรียนรู้

(ที่มา : เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. แนวโน้มการศึกษาไทยในครึ่งทศวรรษหน้า. สืบค้น 21
พฤษภาคม 2564, จาก http://www.kriengsak.com/node/77)

…/2) ทักษะของประชากร

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 21

2) ทักษะของประชากรในศตวรรษที่ 21 : ทั่วโลกตั้งเป้าหมายสร้างให้ได้และไปให้ถึงความต้องการ
กำลังคนยุค 4.0

ผลจากการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจ สังคม และสถานการณ์สังคมสูงวัยได้ส่งผลให้ทุกประเทศ
ทั่วโลก กำหนดทิศทางการผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศตน ให้มีทักษะและสมรรถนะระดับสูง
มีความสามารถเฉพาะทางมากขึ้น ส่วนความต้องการกำลังแรงงานที่ไร้ฝีมือและมีทักษะต่ำจะถูกแทนท่ี
ด้วยหุ่นยนต์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากขึ้น การจัดการศึกษาในปัจจุบันจึงต้องปรับเปลี่ยนให้ตอบสนองกับ
ทิศทางการผลิตและการพัฒนากำลังคนดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะ
ศตวรรษที่ 21 เพ่ือใหไ้ ด้ทงั้ ความรู้และทักษะทจ่ี ำเปน็ ต้องใช้ในการดำรงชวี ิต การประกอบอาชีพ และการพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ทา่ มกลางกระแสแห่งการเปล่ียนแปลง ทักษะสำคัญจำเปน็ ในโลกศตวรรษท่ี 21
ประกอบดว้ ยทกั ษะที่เรียกตามคำย่อวา่ 3Rs + 8Cs

3Rs ประกอบด้วย
- อา่ นออก (Reading)
- เขยี นได้ (Writing)
- คิดเลขเปน็ (Arithmetics)
8Cs ประกอบด้วย
- ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
- ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
- ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross – cultural Understanding)
- ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration Teamwork and
Leadership)
- ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT Literacy)
- ทกั ษะอาชพี และการเรียนรู้ (Career and Learning Skills)
- ความมเี มตตา กรณุ า วนิ ัย คณุ ธรรม จริยธรรม (Compassion)

3) การเรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21
ประเทศสหรัฐอเมริกา มแี นวคิดเร่ือง “ทกั ษะแห่งอนาคตใหม่ : การเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21” ทกั ษะดงั กล่าว

เกิดจากภาคส่วนทางการศึกษา ประกอบด้วย บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ องค์กรวิชาชีพระดับประเทศ และสำนักงาน
ด้านการศึกษาของรัฐ มีความกังวลและเห็นความจำเป็นที่เยาวชนต้องมีทักษะ สำหรับการออกไปดำรงชีวิตในโลก
แห่งศตวรรษที่ 21 หรือเรียกว่า เครือข่าย P21 ซึ่งเด็กและเยาวชนควรได้เรียนรู้ในความรู้และทักษะที่สำคัญ
สอดแทรกไว้ในทุกวิชาหลัก ได้แก่ ความรู้เรื่องโลก (Global Awareness) เรื่องการเงิน เศรษฐกิจ ธุรกิจ

…/ และการเป็นผปู้ ระกอบการ

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 22

และการเป็นผู้ประกอบการ (Financial, Economic, Business and Entrepreneurial Literacy) เรื่องการเป็นพลเมือง
ที่ดี (Civic Literacy) เรื่องสุขภาพ (Health Literacy) และเรื่องสิ่งแวดล้อม (Environmental Literacy) ซึ่งเป็นทักษะ
การเรียนรูป้ ระกอบดว้ ย

3.1) ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม การคิดอย่างมีวิจารญาณ
และการแกป้ ัญหา และการสอ่ื สารและความร่วมมอื

3.2) ทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี ไดแ้ ก่ สารสนเทศ สอ่ื เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร
3.3) ทกั ษะชีวิตและอาชีพ ได้แก่ ความยืดหยุน่ และความสามารถในการปรับตวั และการริเริ่มและกำกับดูแล
ตนเองได้
3.4) ทักษะด้านสังคมและทักษะข้ามวัฒนธรรม การมีผลงานและความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้
และการมีภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ ดังนั้น ภาคการศึกษาจึงต้องพัฒนาระบบการศึกษาและการบริหาร
จัดการให้สอดคล้องเชื่อมโยงกับสภาพความเปลี่ยนแปลงของสังคมในอนาคต ทั้งสังคมแห่งการแข่งขันที่ต้อง
ใช้ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นฐาน สังคมพอเพียงเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและสังคมสิทธิมนุษยชน เป็นสิทธิ
ที่เด็กทุกคนต้องได้รับสิทธิพื้นฐานเสมอกัน ไม่ว่าจะเด็กไทยหรือต่างชาติ รวมถึงสิทธิในการใช้ภาษาทั้งภาษาไทย
และภาษาถิ่น นอกจากนั้น การบริหารจัดการศึกษาต้องคำนงึ ถึงในเรื่องของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างประชากร
ที่จะมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น เด็กลดลง การอพยพถิ่นและเสริมสร้างให้เด็กและเยาวชนมีจิตสำนึก คุณธรรม
จรยิ ธรรม มที กั ษะการเรยี นรู้นวัตกรรม ทักษะสารสนเทศ สอื่ เทคโนโลยี ตลอดจนทักษะชีวติ และอาชีพ

1.4 ทศิ ทางการพฒั นาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - พ.ศ. 2579)
1) วิสยั ทศั น์
“ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญา

ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง”
เพื่อให้ประเทศไทยสามารถยกระดับการพัฒนาให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง

ย่งั ยนื เป็นประเทศพัฒนาแลว้ ด้วยการพฒั นาตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง” และเปา้ หมายการพัฒนา
ประเทศข้างต้น จงึ จำเปน็ ตอ้ งกำหนดยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาประเทศระยะยาวทจี่ ะทำใหป้ ระเทศไทยมีความมั่งคง
ในเอกราชและอธิปไตย มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศในทุกมิติ
ทุกรูปแบบและทุกระดับ ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการของประเทศได้รับการพัฒนา
ยกระดับไปสู่การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนากลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อน
เศรษฐกิจใหม่ที่จะสร้างและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ เพื่อยกระดับฐานรายได้ของประชาชน
ในภาพรวม และกระจายผลประโยชนไ์ ปสู่ภาคสว่ นต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม คนไทยได้รับการพัฒนาให้เป็นคนดี
เก่ง มีวินยั คำนึงถงึ ผลประโยชนส์ ่วนรวม และมศี ักยภาพในกการคิดวิเคราะห์ สามารถ “รู้ รับ ปรับใช้เทคโนโลยี
ให้ไดอ้ ยา่ งต่อเน่ือง สามารถเข้าถึงบริการพ้ืนฐาน ระบบสวัสดิการ และกระบวนการยุตธิ รรมได้อย่างเท่าเทียมกัน
โดยไม่มใี ครถูกทงิ้ ไวข้ า้ งหลงั

…/การพฒั นาประเทศ

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 23

การพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ จะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนา
ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในรูปแบบ “ประชารัฐ”
โดยประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ (1) ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง (2) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้าง
ความสามารถในการแข่งขัน (3) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
(4) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม (5) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้าง
การเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่มิตรกับสิ่งแวดล้อม และ (6) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบ
การบรหิ ารจัดการภาครฐั

2) ยุทธศาสตร์ตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) โดยแต่ละยุทธศาสตร์มีเป้าหมาย
และประเด็นการพัฒนา ดังนี้

(1) ยุทธศาสตร์ชาตดิ ้านความมั่นคง
มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญ คือ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เน้นการบริหาร

จัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัย เอกราชอธิปไตย และมีความสงบเรียบร้ อย
ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ สังคม ชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนาคน เครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบฐานข้อมูล
ขนาดใหญ่ให้มีความพร้อม สามารถรับมือกับภัยคุกคามและภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ และทุกระดับความรุนแรง
ควบคู่ไปกับการป้องกนั และแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงท่มี ีอยู่ในปัจจุบัน และท่อี าจจะเกิดข้นึ ในอนาคตใช้กลไก
การแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการทั้งกับส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาสังคม และองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ รวมถึง
ประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศทั่วโลกบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล เพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการ
ดำเนนิ การของยุทธศาสตร์ชาตดิ ้านอื่น ๆ ใหส้ ามารถขับเคลือ่ นไปไดต้ ามทิศทางและเป้าหมายที่กำหนด

(2) ยุทธศาสตร์ชาตดิ า้ นการสรา้ งความสามารถในการแข่งขนั
มีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ

บนพื้นฐานแนวคิด 3 ประการ ได้แก่ (1) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปที่รากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์
วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบ
เชิงเปรียบเทียบของประเทศในด้านอื่น ๆ นำมาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้สอดรับ
กับบรบิ ทของเศรษฐกิจและสังคมโลกสมยั ใหม่ (2) “ปรบั ปจั จบุ นั ” เพอ่ื ปทู างสู่อนาคต ผา่ นการพัฒนาโครงสร้าง
พน้ื ฐานของประเทศในมติ ิต่าง ๆ ทง้ั โครงขา่ ยระบบคมนาคมและขนสง่ โครงสรา้ งพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี
และดิจิทัล และการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต และ
(3) “สรา้ งคณุ ค่าใหม่ในอนาคต” ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พฒั นาคนรนุ่ ใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบ
ธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับอนาคต บนพื้นฐานของ
การตอ่ ยอดอดตี และปรับปัจจุบนั พร้อมทัง้ การสง่ เสริมและสนับสนุนจากภาครัฐให้ประเทศไทยสามารถสร้างฐาน
รายได้และการจ้างงานใหม่ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนในเวทีโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับรายได้
และการกนิ ดีอยู่ดี รวมถึงการเพม่ิ ขึน้ ของคนชน้ั กลางและลดความเหลอื่ มล้ำของคนในประเทศได้ในคราวเดยี วกนั

…/(3) ยุทธศาสตร์

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 24

(3) ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้ นการพัฒนาและเสรมิ สร้างศกั ยภาพทรพั ยากรมนุษย์
มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง

และมีคุณภาพ โดยคนไทยมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดี
ในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม
และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษ
และภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิ ต
สู่การเป็นคนไทยทีม่ ีทกั ษะสงู เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่น ๆ โดยมีสมั มาชีพตาม
ความถนัดของตนเอง

(4) ยุทธศาสตรช์ าติดา้ นการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม
มีเป้าหมายพัฒนาที่สำคัญการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม

ชุมชนท้องถิ่น มาร่วมขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชนในการร่วมคิดร่วมทำเพื่อส่วนรวม
การกระจายอำนาจและความรับผิดชอบไปสู่กลไกการบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้าง
ความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการตนเอง และการเตรียมความพร้อมของประชากรไทยทั้งในมิติสุขภาพ
เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ สามารถพึ่งตนเองและทำประโยชน์
แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้นานที่สุด โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึงบริการและสวัสดิการท่ี มีคุณภาพ
อย่างเปน็ ธรรมและทั่วถึง

(5) ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ ้านการสรา้ งการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่เี ปน็ มิตรกับสิ่งแวดล้อม
มีเป้าหมายพัฒนาที่สำคัญเพื่อนำสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งมิติ

ด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกันทั้งภายในและ
ภายนอกประเทศอย่างบูรณาการ ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการกำหนดกลยุทธ์และแผนงาน และการให้ทุกฝ่าย
ที่เกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในแบบทางตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเป็นการดำเนินการบนพื้นฐาน
การเตบิ โตร่วมกนั ไม่ว่าจะเปน็ ทางเศรษฐกจิ สิ่งแวดลอ้ ม และคุณภาพชีวติ โดยใหค้ วามสำคัญกับการสร้างสมดุล
ทั้ง 3 ดา้ น อนั จะนำไปสู่ความยง่ั ยนื เพื่อคนรนุ่ ต่อไปอยา่ งแทจ้ ริง

(6) ยทุ ธศาสตร์ชาตดิ ้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจดั การภาครัฐ
มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อปรับเปลี่ยนภาครัฐที่ยึดหลัก “ภาครัฐของประชาชน

เพื่อประชาชน และประโยชน์ส่วนรวม” โดยภาครัฐต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แยกแยะบทบาท
หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการกำกับหรือในการให้บริการในระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขัน มีขีดสมถรรถนะ
สูง ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม มีความทันสมัย
และพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำนวัตกรรม
เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่า และปฏิบัติงานเทียบ
ได้กับมาตรฐานสากล รวมทั้งมีลักษณะเปิดกว้าง เชื่อมโยงถึงกันและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในสังคม

…/รว่ มกันปลกู ฝัง

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 25

ร่วมกันปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์ สุจริต ความมัธยัสถ์ และสร้างจิตสำนึกในการปฏิเสธ ไม่ยอมรับการทุจริต
ประพฤตมิ ิชอบอย่างส้นิ เชิง นอกจากนน้ั กฎหมายต้องมีความชดั เจน มีเพียงเทา่ ทีจ่ ำเปน็ มคี วามทันสมัย มีความ
เป็นสากล มีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและเอื้อต่อการพัฒนา โดยกระบวนการยุติธรรมมี
การบริหาร ที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ และการอำนวยความยุติธรรม มีการบริหารที่มี
ประสิทธิภาพ เปน็ ธรรมไม่เลือกปฏิบตั ิ และการอำนวยความยุติธรรมตามหลักนิตธิ รรม

1.5 ทศิ ทางการพัฒนาประเทศตามแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 12
1) ยทุ ธศาสตร์การเสริมสรา้ งและพฒั นาศักยภาพทนุ มนุษย์
ทุนมนุษย์ของประเทศไทยยังมีปัญหาในด้านคุณภาพคนในแตล่ ะชว่ งวัย โดยผลลัพธ์ทางการศึกษา

ของเด็กวัยเรียนค่อนข้างต่ำ การพัฒนาความรู้และทักษะของแรงงานไม่ตรงกับตลาดงาน ในขณะ
ทค่ี นไทยจำนวนไม่น้อยยงั ไมส่ ามารถคดั กรองและเลือกรบั วัฒนธรรมได้อย่างเหมาะสม ซ่งึ ส่งผลต่อวิกฤตค่านิยม
ทัศนคติ และพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต การพัฒนาในระบบต่อไป จึงต้องให้ความสำคัญกับการวางรากฐาน
การพัฒนาคนให้สมบูรณ์ เพื่อให้คนไทยมีทัศนคติ และพฤติกรรมตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม ได้รับการศึกษา
ที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล และสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องมีสุขภาวะที่ดีขึ้นคนทุกวัย
มีทักษะความรู้ และความสามารถเพิ่มขึ้น รวมทั้งสถาบันทางสังคมมีความเข้มแข็งและมีส่วนร่วมในการพัฒนา
ประเทศเพิ่มขึ้น

2) ยุทธศาสตรก์ ารสรา้ งความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมลำ้ ในสังคม
การพฒั นาในชว่ งท่ีผ่านมาทำให้สังคมไทยก้าวหนา้ ไปหลายด้าน แต่การแก้ไขปญั หาความเหลื่อมล้ำ

และสร้างความเป็นธรรม ในสังคมไทยมีความคืบหน้าช้า ทั้งเรื่องความแตกต่างของรายได้ระหว่าง
กลุ่มประชากร ความแตกต่างของคุณภาพการบริการภาครัฐ รวมทั้งข้อจำกัดในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
และเทคโนโลยขี องกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและกลุม่ ที่อยใู่ นพ้ืนทหี่ า่ งไกล ดังนนั้ การพฒั นาในระยะต่อไป จงึ จำเป็นต้อง
มุ่งลดปญั หาความเหลื่อมลำ้ ดา้ นรายได้ของกลุ่มคนท่ีมฐี านะทางเศรษฐกิจ สังคมท่ีแตกต่างกัน แก้ไขปัญหาความ
ยากจน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการพื้นฐานทางสังคมของภาครัฐ รวมทั้งเพิ่มศักยภาพชุมชน และเศรษฐกิจ
ฐานรากให้มีความเข้มแข็งเพอื่ ให้ชุมขนพง่ึ พาตนเองและไดร้ ับส่วนแบ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากขึ้น

3) ยุทธศาสตรก์ ารสรา้ งความเขม้ แข็งทางเศรษฐกิจ และแขง่ ขนั ไดอ้ ย่างยง่ั ยนื
เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ทั้งจากผลกระทบของ

เศรษฐกิจโลกซบเซา และข้อจำกัดภายในประเทศเองที่เป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถ
ในการแขง่ ขัน รวมท้ังฐานเศรษฐกิจภายในประเทศขยายตวั ชา้

…/ (4) ยุทธศาสตร์การเตบิ โต

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 26

4) ยทุ ธศาสตร์การเตบิ โตท่ีเปน็ มิตรกบั สิง่ แวดลอ้ มเพอ่ื การพัฒนาท่ีย่ังยืน
ปัจจุบันสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นจุดอ่อนสำคัญต่อการรักษาฐาน

การผลิตและการให้บริการ รวมทั้งการดำรงชีวิตของคนไทย ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดจากการลดลงของพื้นที่ป่าไม้
ทรัพยากรดินเสื่อมโทรม ความหลากหลายทางชีวภาพถูกคุกคาม ความเสี่ยงในการขาดแคลนทรัพยากรน้ำ
ในอนาคต ปัญหาสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและชุมชนเมือง การเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติมีความผันผวนและรุนแรงมากขึ้น และข้อตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับ
การเปลีย่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศทวีความเขม้ ข้น ซึ่งจะส่งผลตอ่ แนวทางการพฒั นาประเทศในอนาคต

5) ยุทธศาสตรก์ ารเสรมิ สรา้ งความมั่นคงแห่งชาตเิ พ่ือการพฒั นาประเทศสู่ความมั่งค่ังและย่ังยนื
กระแสโลกาภิวัตน์และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน มีแนวโน้มส่งผลกระทบ

ต่อความม่นั คงและเสถียรภาพของประเทศไทยในหลายมิติ ท้ังภยั คุกคามภายนอก ในเร่ืองการขยายอิทธิพลและ
การเพิ่มบทบาทของประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก อาชญากรรมข้ามชาติและการก่อการร้าย
และภัยคุกคามในประเทศ ได้แก่ ความเห็นต่างทางความคิดและอุดมการณ์ของคนในชาติ การสร้างสถานการณ์
ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ และการคุกคามทางเศรษฐกจิ โดยอาชญากรรมคอมพวิ เตอร์

6) ยุทธศาสตรก์ ารบริหารจดั การในภาครัฐ การป้องกันการทุจรติ ประพฤตมิ ชิ อบ และธรรมาภิบาล
ในสังคมไทยระบบการบริหารจัดการในภาครัฐที่ขาดประสิทธิภาพเป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อการ

พัฒนาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้บริการประชาชนยังไม่ได้มาตรฐานสากล การบังคับใช้กฎหมาย
ที่ขาดประสิทธิภาพ การบริหารจัดการและการให้บริการของท้องถิ่นขาดความโปร่งใส ระบบและกระบว นการ
ยุติธรรมไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมได้อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม รวมทั้งการทุจริต ประพฤติมิชอบ
ในสังคมไทย

7) ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาโครงสรา้ งพนื้ ฐานและระบบโลจสิ ตกิ ส์
ที่ผ่านมาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ประสบปัญหาด้านความ

ต่อเนื่องในการดำเนินการ และปัญหาเชิงปริมาณ คุณภาพ และการบริหารจัดการการให้บริการที่สอดคล้องกับ
มาตรฐานสากล ทำใหม้ ีขอ้ จำกัดในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศให้มปี ระสทิ ธภิ าพ

8) ยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม
การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาอาศัยการเพิ่มประสิทธิภาพ

จากปัจจัยความได้เปรียบด้านแรงงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และการนำเทคโนโลยีสำเร็จรูปจากต่างประเทศ
มากกว่าการสะสมองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง ทำให้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ทางด้านเทคโนโลยี
ซึ่งมีมูลค่าเพิ่งสูงตกอยู่ประเทศผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยี อีกทั้งการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนายังไม่
เพยี งพอท่ีจะขบั เคล่ือนประเทศส่สู ังคมนวตั กรรม

…/(9) ยทุ ธศาสตร์การพฒั นา

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 27

9) ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาภาค เมอื งและพื้นท่ีเศรษฐกิจ
ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ประเทศไทยต้องใช้ประโยชน์จากศักยภาพและภูมิสังคมเฉพาะพ้นื ที่

และการดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุก เพื่อเสริมจุดเด่นในระดับภาคและจังหวัดในการเป็นฐานการผลิต
และบริการที่สำคัญ ประกอบกับการขยายตัวของประชากรในเขตเมืองจะเป็นโอกาสในการกระจายความ เจริญ
และยกระดับรายได้ของประชาชน โดยการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองน่าอยู่ และมีศักยภาพในการรองรับการค้า
การลงทุน รวมทั้งลดแรงกดดันจากการกระจุกตัวของการพัฒนาในกรุงเทพฯ และภาคกลางไปสู่ภูมิภาค
นอกจากนี้ การเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนยังสร้างโอกาสในการเปิดพื้นที่เศรษฐกิจใหม่บริเวณ
ชายแดน เช่ือมโยงการคา้ การลงทุนในภูมปิ ระเทศของไทยกับประเทศเพื่อนบา้ นอกี ด้วย

10) ยทุ ธศาสตร์ความร่วมมอื ระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนา
การพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศของไทยในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ยึดหลัก คิดเสรี

เปิดเสรี และเปิดโอกาส โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและขยายความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง
และอื่น ๆ กับมิตรประเทศและเป็นการขับเคลื่อนต่อเนื่องจากการดำเนินการภายใต้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11
โดยกำหนดเป็นแนวทางการดำเนินนโยบายการค้าและการลงทุนที่เสรี เปิดกว้าง และเป็นธรรม ดำเนิน
ยุทธศาสตร์เชิงรุกในการแสวงหาตลาดใหม่ ๆ ส่งเสริมให้ผูป้ ระกอบการไทยไปลงทุนในต่างประเทศ และส่งเสรมิ
ความรว่ มมือ เพื่อการพัฒนากบั ประเทศในอนภุ มู ภิ าครวมท้งั ประเทศนอกภูมิภาค

1.6 ทิศทางการศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579
1) วสิ ยั ทัศน์
“คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่ามีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข

สอดคลอิ งกับหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และการเปลยี่ นแปลงของโลกศตวรรษท่ี 21”
2) ยทุ ธศาสตรต์ ามแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560 – 2579
2.1) การจัดการศกึ ษาเพอ่ื ความมน่ั คงของสังคมและประเทศชาติ
(1) เปา้ หมาย
(1.1) คนทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบ

ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น การจัดกิจกรรมของสถานศึกษา
ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ที่สะท้อนความรักและการธำรงรักษาสถาบันหลักของชาติ และการยึดมั่นในการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การจัดการเรียนการสอน/กิจกรรมเพื่อเสริมสร้าง
ความเป็นพลเมือง (Civic Education) และสง่ เสรมิ การอย่รู ่วมกันในสงั คมพหุวฒั ธรรม เป็นตน้

(1.2) คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่พเิ ศษ
ได้รับการศึกษาและเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น นักเรียนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด
ชายแดนภาคใต้และพื้นที่พิเศษมีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) แต่ละวิชา
ผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น สถานศึกษาจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา

…/และวัฒนธรรม

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 28

และวัฒนธรรม กลุ่มชนชายขอบ และแรงงานต่างด้าวเพ่ิมขึ้น และสถานศึกษาในพื้นทีพ่ ิเศษท่ีจดั อยู่ในมาตรการ
จงู ใจ มรี ะบบเงินเดอื น คา่ ตอบแทนที่สงู กว่าระบบปกติเพม่ิ ขนึ้ เปน็ ตน้

(1.3) คนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษา การดูแลและป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบ
ใหม่ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น สถานศึกษาที่จัดกระบวนการเรียนรู้และปลูกฝังแนวทางการจัดการความขัดแย้ง
โดยแนวทางสันติวิธีเพิ่มขึ้น มีการจัดการเรียนการสอน/กิจกรรม เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
เกี่ยวกับภัยคุกคามในรูปแบบใหม่เพิ่มขึ้น มีระบบ กลไก และมาตรการที่เข้มแข็งในการป้องกันและแก้ปัญหา
ภยั คุกคามในรปู แบบใหม่ เป็นตน้

(2) แนวทางการพฒั นา
พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และ

การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยกระดับคุณภาพ และส่งเสริมโอกาส
ในการเขา้ ถึงการศึกษาในเขตพัฒนาพเิ ศษเฉพาะกิจจังหวดั ชายแดนภาคใตแ้ ละพ้ืนที่พิเศษ ทง้ั ทเี่ ป็นพนื้ ทส่ี งู พ้ืนที่
ตามแนวตะเขบ็ ชายแดน และพืน้ ท่ีเกาะแก่งชายฝั่งทะเล ทั้งกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวฒั นธรรม กลุ่มชน
ชายขอบ และแรงงานต่างด้าว พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อการจัดระบบการดูแลและป้องกันภัยคุกคาม
ในรูปแบบใหม่ อาทิ อาชญากรรมและความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติ ภัยจาก
โรคอุบัติใหม่ ภัยจากไซเบอร์ เป็นต้น และมีแผนงานและโครงการสำคัญ เช่น โครงการยกระดับคุณภาพ
การศกึ ษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกจิ จงั หวดั ชายแดนภาคใตแ้ ละพ้นื ท่ีพิเศษ เป็นต้น

2.2) การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถใน
การแข่งขันของประเทศ

(1) เปา้ หมาย
(1.1) กำลังคนมีทักษะที่สำคัญจำเป็น และมีสมรรถะตรงตามความต้องการของตลาด

งานและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น มีฐานข้อมูลความต้องการกำลังคน
(Demand) จำแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วน สัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาสูงขึ้น เมื่อเทียบกับผู้เรียน
สามัญศึกษา และสัดส่วนผู้เรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสูงขึ้น เมื่อเทียบกับผู้เรียน
สังคมศาสตร์ กำลงั แรงงานในสาขาอาชีพต่าง ๆ ที่ได้รับการยกระดับคุณวฒุ วิ ชิ าชพี เพมิ่ ขน้ึ เปน็ ต้น

(1.2) สถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่จัดการศึกษา ผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญ
และเป็นเลิศเฉพาะด้าน มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น สัดส่วนการผลิตกำลังคนระดับกลางและระดับสูง จำแนกตาม
ระดับ/ประเภทการศึกษาในสาขาวิชาท่สี อดคล้องกบั ความต้องการของตลาดงาน และการพฒั นาประเทศเพ่ิมขึ้น
ร้อยละของสถาบันการศึกษาจัดการศึ กษารูป แบบทวิภาคี /สห กิจศึ กษา /หลั กสูตรโรงเรียนในโรงงาน ต า ม
มาตรฐานที่กำหนดเพิ่มขึ้น ภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน สถานประกอบการ สมาคมวิชาชีพ
และหนว่ ยงานท่ีจัดการศกึ ษาเพ่ิมข้ึน เปน็ ต้น

…/(1.3) การวิจัย

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 29

(1.3) การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิต และ
มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น สัดส่วนเงินลงทุนวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชน เมื่อเทียบ
กับภาครัฐเพิ่มขึ้น สัดส่วนค่าใช้จ่ายการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวม
ภายในประเทศ (GDP) ของประเทศเพิ่มขึ้น โครงการ/งานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้/นวัตกรรมที่นำไปใช้
ประโยชน์ ในการพัฒนาประเทศเพิ่มขึ้น บุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาต่อประชากร 10,000 คนเพิ่มขึ้น
นวัตกรรม/สิ่งประดิษฐ์ที่ได้จดสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มขึ้น และผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์
ในระดับนานาชาตเิ พิ่มขึน้ เป็นต้น โดยได้กำหนดแนวทางการพัฒนา คือ ผลิตและพัฒนากำลงั คนให้มีสมรรถนะ
ในสาขาที่ตรงตามความตอ้ งการของตลาดงานและการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ ส่งเสริมการผลติ
และพัฒนากำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศเฉพาะด้าน ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้
และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิต และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และมีแผนงานและโครงการสำคัญ เช่น โครงการ
จดั ทำแผนผลติ และพฒั นากำลงั คนให้ตรงกบั ความต้องการของตลาดงานในกลุม่ อตุ สาหกรรมเปา้ หมาย เป็นต้น

2.3) การพฒั นาศักยภาพคนทุกชว่ งวัย และการสรา้ งสงั คมแหง่ การเรียนรู้
(1) เปา้ หมาย
(1.1) ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทย ทักษะ และคุณลักษณะ

ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น ผู้เรียนที่มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
เพมิ่ ขึ้น ผเู้ รียนทุกระดับการศึกษามีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความมีวินัย และมจี ติ สาธารณะเพิ่มข้ึน สถานศึกษา
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่าขึ้นไปที่จดั กิจกรรมสะท้อนการสร้างวินัย จิตสาธารณะ และคุณลักษณะ
ที่พึงประสงค์เพ่ิมขึน้ เปน็ ต้น

(1.2) คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถ และสมรรถนะตามมาตรฐาน
การศกึ ษาและมาตรฐานวิชาชพี และพฒั นาคุณภาพชวี ิตได้ตามศักยภาพ มตี ัวช้วี ดั ท่สี ำคัญ เช่น นกั เรียนมคี ะแนน
ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไป
ผู้สูงวัยที่ได้รับบริการการศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะชีวิตเพิ่มขึ้น และมีสาขาวิชาชีพที่เปิดโอกาส
ให้ผูส้ ูงวัยได้รบั การสง่ เสรมิ ใหท้ ำงานและถ่ายทอดความรู้/ประสบการณเ์ พ่ิมขึน้ เป็นต้น

(1.3) สถานศึกษาทุกระดับการศึกษา สามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตาม
หลักสูตรอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น สถานศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัด
การศึกษาตามหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะ และทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพิ่มขึ้น และ
สถาบันการศึกษาในระดับอาชีวศึกษา และอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรที่มุ่งพั ฒนาผู้เรียนให้มี
สมรรถนะทส่ี อดคล้องกบั ยุทธศาสตรป์ ระเทศไทย 4.0 เพมิ่ ขึ้น เป็นต้น

(1.4) แหล่งเรียนรู้ สื่อ ตำราเรียน นวัตกรรม และสื่อการเรียนรู้ มีคุณภาพและ
มาตรฐาน รวมทั้งประชาชน สามารถเข้าถึงได้โดยไม่จำกัดเวลา และสถานที่ มีตัวชี้ที่สำคัญ เช่น แหล่งเรียนรู้
ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถจัดการศึกษา/จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น สื่อสารมวลชน
ที่เผยแพร่ หรือจัดรายการเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น สื่อ ตำราเรียนและสื่อการเรียนรู้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน
คุณภาพจากหน่วยงานท่รี ับผดิ ชอบ และได้รับการพฒั นาโดยการมีสว่ นร่วมจากภาครฐั และเอกชนเพิ่มขึน้ เป็นต้น

…/(1.5) ระบบและกลไล

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 30

(1.5) ระบบและกลไกการวัด การติดตาม และประเมินผลมีประสิทธิภาพ มีตัวชี้วัด
ทสี่ ำคญั เช่น มรี ะบบและกลไกการทดสอบการวดั และประเมนิ ความรู้ ทกั ษะ และสมรรถนะของผเู้ รยี นทุกระดับ
การศึกษา และทุกกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพ มีระบบติดตามประชากรวัยเรียนที่ขาดโอกาสหรือไม่ได้
รบั การศกึ ษา และผเู้ รยี นท่ีมีแนวโน้มจะออกกลางคนั เปน็ ต้น

(1.6) ระบบการผลติ ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ได้มาตรฐานระดับสากล
มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น มีฐานข้อมูลความต้องการใช้ครู แผนการผลิตครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา
ในระยะ 10 ปี (พ.ศ. 2560 - 2569) จำแนกตามสาขาวิชา ขนาดสถานศึกษา และจังหวัด สัดส่วนของการบรรจุ
ครูที่มาจากการผลิตครูในระบบปิดเพิ่มขึ้น มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เอื้อให้ผู้สำเร็จการศึกษาและผู้เรียนที่มี
แนวโน้มจะออกกลางคัน เป็นต้น

(1.7) ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการพัฒนาสมรรถนะตาม
มาตรฐาน มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ และประถมศึกษาได้รับ
การพัฒนาตามมาตรฐานวิชาชีพ และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้รับการพัฒนา
ให้สอดคล้องกับความต้องการและยุทธศาสตร์ของหน่วยงานเพิ่มขึ้น และระดับความพึงพอใจของครู อาจารย์
และบุคลากรทางการศึกษาที่มีต่อการพัฒนา และการใช้ประโยชน์จากการพัฒนาเพิ่มขึ้น เป็นต้น โดยได้กำหนด
แนวทางการพัฒนา คือ ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สื่อ ตำราเรียน และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้มีคุณภาพ
มาตรฐาน และประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ สร้างเสริมและปรับเปลี่ยน
ค่านิยมของคนไทยให้มีวินัย จิตสาธารณะ และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และพัฒนาระบบและกลไกการติดตาม
การวัดและประเมินผลผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพ และมีแผนงานและโครงการที่สำคัญ เช่น โครงการผลิตครู
เพือ่ พัฒนาทอ้ งถนิ่ เปน็ ตน้

2.4) การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทียมทางการศกึ ษา
(1) เป้าหมาย
(1.1) ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มี

คุณภาพ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น ดัชนีความเสมอภาคของอัตราการเข้าเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามฐานะ
ทางเศรษฐกิจและพื้นที่ลดลง ความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ
ขั้นพน้ื ฐาน (O-NET) ของนักเรียนระหว่างพนื้ ท่ี/ภาคการศึกษาในวิชาคณิตศาสตรแ์ ละภาษาองั กฤษลดลง เป็นตน้

(1.2) การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับคน
ทุกช่วงวัย มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น มีระบบเครือข่ายเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการศึกษาที่ทันสมัย สนองต่อความ
ต้องการของผู้เรียนและผใู้ ช้บริการอย่างทวั่ ถึง มีประสทิ ธิภาพ และสถานศกึ ษาทุกแห่งมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
และมคี ุณภาพ เปน็ ตน้

…/(1.3) ระบบข้อมูล

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 31

(1.3) ระบบข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุมถูกต้องเป็น
ปัจจุบัน เพื่อการวางแผนการบริหารจัดการศึกษา การติดตามประเมินผล และรายงาน มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น
มีระบบฐานข้อมูลรายบุคคลที่อ้างอิงจากเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่สามารถเชื่อมโยงและ
แลกเปลีย่ นฐานขอ้ มูล รวมทงั้ ใชป้ ระโยชน์ร่วมกันระหว่างกระทรวงศกึ ษาธกิ ารและหน่วยงานอนื่ ด้านสาธารณสุข
สังคมสารสนเทศแรงงาน และการศึกษา มีระบบสารสนเทศด้านการศึกษาและด้านอื่นที่เกี่ยวข้องที่เป็นระบบ
เดียวกันทงั้ ประเทศ ครอบคลุมถกู ตอ้ ง และเปน็ ปัจจบุ ัน สามารถอา้ งองิ ได้ เปน็ ตน้

(2) แนวทางการพัฒนา
เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบ

เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวยั พัฒนาฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่มีมาตรฐานเชื่อมโยงและ
เข้าถึงได้ และมีแผนงาน โครงการสำคัญ เช่น โครงการจัดทำฐานข้อมูลรายบุคคลทุกช่วงวัยทั้งด้านสาธารณสุข
และการศึกษา เป็นตน้

2.5) การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคณุ ภาพชวี ิตท่เี ปน็ มติ รกับสิ่งแวดลอ้ ม
(1) เปา้ หมาย
(1.1) คนทุกช่วงวัยมีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิด

ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น ครู บุคลากรทางการศึกษาได้รับ
การอบรมพัฒนาในเรื่องการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ผู้เรียนทุกระดับการศึกษา
มีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความตระหนักในความสำคัญของการดำรงชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม และการประยกุ ตใ์ ชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการดำเนนิ ชีวิตเพิ่มข้นึ

(1.2) หลักสูตรแหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ
สงิ่ แวดลอ้ ม คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และการนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งสู่การปฏิบตั ิ มีตัวชี้วัด
ที่สำคัญ เช่น สถานศึกษาจัดการเรยี นการสอน และกิจกรรม เพื่อปลูกฝังคณุ ธรรม จริยธรรม และการนำแนวคิด
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติเพิ่มขึ้น และสื่อสารมวลชนที่เผยแพร่หรือให้ความรู้เกี่ยวกับ
การสร้างเสริมคุณภาพชีวติ ท่ีเป็นมติ รกับสิง่ แวดล้อมเพม่ิ ขนึ้ เป็นตน้

(1.3) การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิต
ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีตัวช้ีวัดที่สำคัญ เช่น มีฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง
ภูมิอากาศในสาขาต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เป็นต้น โดยได้กำหนดแนวทางการพัฒนา คือ ส่งเสริม สนับสนุนการสร้าง
จิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่
การปฏิบัติในการดำเนินชีวิต ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ
และพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
และมีแผนงานและโครงการสำคัญ เช่น โครงการน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพคน
ทุกชว่ งวยั โครงการโรงเรยี นคุณธรรม โครงการโรงเรยี นสเี ขียว เป็นต้น

…/2.6) การพฒั นาประสิทธิภาพ

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 32

2.6) การพฒั นาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา
(1) เป้าหมาย
(1.1) โครงสร้าง บทบาท และระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัว

ชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น มีการปรับปรุงโครงสร้างและระบบบริหารราชการ
ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสถานศึกษาให้มีเอกภาพ สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และการบริหารจัดการ
ตามหลกั ธรรมาภบิ าล เป็นต้น

(1.2) ระบบการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ส่งผลต่อ
คุณภาพและมาตรฐานการศึกษา มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น สถานศึกษาขนาดเล็ก/สถานศึกษาที่ต้องการความ
ชว่ ยเหลือและพฒั นาเปน็ พิเศษอยา่ งเร่งด่วน ท่ไี ม่ผ่านเกณฑ์การประเมินคณุ ภาพภายนอกลดลง คะแนนเฉลี่ยผล
การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานของผู้เรียนที่เรียน ในกลุ่มสถานศึกษาที่เข้าสู่ระบบการบริหาร
จดั การแนวใหม่สูงข้นึ เป็นตน้

(1.3) ทกุ ภาคส่วนของสังคมมีส่วนรว่ มในการจัดการศกึ ษาที่ตอบสนองความต้องการ
ของประชาชนและพื้นที่ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น จำนวนองค์กร สมาคม มูลนิธิหรือหน่วยงานอื่นที่เข้ามาจัด
การศกึ ษาหรอื รว่ มมอื กบั สถานศึกษาทั้งของรัฐ เอกชน และองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเพิ่มขึ้น และสัดส่วนการมี
ส่วนร่วม สนับสนุนการศึกษาของภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคีเครือข่าย เมื่อเทียบกับรัฐ จำแนกตาม
ระดับการศึกษาสูงขึ้น

(1.4) กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับ
ลกั ษณะท่ีแตกตา่ งกันของผเู้ รียน สถานศึกษา และความต้องการกำลังแรงงานของประเทศ มีตัวช้วี ัดท่ีสำคัญ เช่น
มีกฎหมาย กฎระเบียบ และระบบการจัดสรรเงิน เพื่อการศึกษาที่เอื้อและสนองตอบคุณลักษณะที่แตกต่างกัน
ของผู้เรียน ความต้องการกำลังแรงงาน และสภาพปัญหาที่แท้จริงของประเทศ มีรูปแบบ/แนวทาง กลไก
การจดั สรรงบประมาณผ่านดา้ นอปุ สงค์ และอปุ ทานในสดั ส่วนที่เหมาะสม เปน็ ต้น

(1.5) ระบบการบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
มีความเป็นธรรม สร้างขวัญกำลังใจ และส่งเสริมให้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มศักยภาพ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น
สถานศึกษาที่มีครูเพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น ครู/ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน/ผู้ประกอบการ
ที่ปฏิบัติงานสนับสนุนการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น เป็นต้น โดยกำหนดแนวทางการพัฒนา คือ ปรับปรุงโครงสร้าง
การบรหิ ารจดั การศกึ ษา

(2) แนวทางการพฒั นา
เพมิ่ ประสทิ ธิภาพการบรหิ ารจดั การสถานศกึ ษา สง่ เสรมิ การมสี ว่ นร่วมของทุกภาค

ส่วน ในการจัดการศึกษา ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับระบบการเงินเพื่อการศึกษา พัฒนาระบบบริหารงานบุคคล
ของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษา และมีแผนงานและโครงการสำคัญ เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพ
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก โครงการพัฒนาระบบจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา และโครงการ
ทดลองนำร่องระบบการจัดสรรเงนิ ผ่านด้านอุปสงคแ์ ละอปุ ทาน เปน็ ตน้

…/ส่วนท่ี 2

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 33

ส่วนที่ 2

สภาพการดำเนนิ งานการจัดการเรียนรู้
ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดลอ้ ม

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569

สว่ นท่ี 2
สภาพการดำเนนิ งานการจัดการเรยี นรู้
ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา พ.ศ. 2565 – 2569 จัดทำขึ้น
ภายใต้กรอบทิศทางของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 โดยสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560 – 2564 และยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ตลอดจนสภาพปัญหา
จากการจัดและพัฒนาการศึกษาของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา โดยในปี พ.ศ. 2561 – 2563
ศูนยว์ ิทยาศาสตรเ์ พือ่ การศึกษายะลา มผี ลการดำเนินงาน ดังนี้

2.1 ดา้ นประสทิ ธิภาพการจัดการเรียนรู้

ตารางที่ 10 จำนวนผู้รบั บริการกจิ กรรมการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม จำแนกตามประเภท
กิจกรรม

ประเภทกจิ กรรม จำนวนผู้รับบริการ (คน)

1. การเรยี นรู้ผ่านนทิ รรศการ 2561 2562 2563
2. คา่ ยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม 16,273
3. กิจกรรมการศึกษา 57,021 78,456 5,722
4. บริการวชิ าการ 37,860
10,102 31,956 49,626
รวม 109,481
51,476 36,307

38,322 27,534

156,921 174,253

2.2 ด้านการประเมนิ คุณภาพของสถานศึกษาในภาพรวม
ผลการประเมนิ คณุ ภาพสถานศึกษาดว้ ยตนเองของศูนยว์ ทิ ยาศาสตร์เพอื่ การศึกษายะลา พ.ศ. 2561 –

2563 พบว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 สถานศึกษา ได้ประเมินตนเองตามมาตรฐาน และตัวบ่งชี้การศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จำนวน 6 มาตรฐาน 23 ตัวบ่งชี้ มีผลการประเมินในภาพรวมของ
สถานศึกษา ร้อยละ 90.65 ซึ่งอยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 สถานศึกษาได้ประเมิน
ตนเองตามมาตรฐาน และตัวบ่งชี้การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จำนวน 6 มาตรฐาน 23 ตัว
บ่งชี้ มีผลการประเมินในภาพรวมของสถานศึกษา 91.63 ซึ่งอยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก และในปีงบประมาณ
พ.ศ. 2563 สถานศึกษา ได้ประเมนิ ตนเองตามมาตรฐาน และประเด็นพจิ ารณา จำนวน 3 มาตรฐาน 14 ประเด็น
พจิ ารณา มผี ลประเมินในภาพรวมของสถานศกึ ษา 78 ซ่ึงอย่ใู นระดบั คณุ ภาพ ดีเลศิ

…/3. ดา้ นการจดั สรร

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 34

2.3 ด้านการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม

ตารางท่ี 11 การจดั สรรงบประมาณรายจา่ ยประจำปี

ประเภทงบประมาณ การจดั สรรงบประมาณรายจ่ายประจำปงี บประมาณ (บาท)

งบบคุ ลากร 2561 2562 2563
งบดำเนินงาน
งบลงทุน 1,019,940 2,688,350 2,871,960
งบรายจ่ายอื่น
5,246,620 5,681,865 4,926,360
รวม
1,801,600 340,000 540,400

2,850,000 - -

10,918,160 8,710,215 8,338,720

2.4 ด้านบุคลากรท่ีเกย่ี วข้องกบั การจัดการเรยี นรู้
ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 – 2563 จำนวนบุคลากรของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา

ไดส้ รรหาบุคลากรเพ่ือเปน็ การส่งเสรมิ สนบั สนนุ การจดั การเรยี นรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม
ทปี่ ฏบิ ตั ิงานจริง ดังรายละเอียดตารางที่ 12

ตารางท่ี 12 รายละเอียดจำนวนบคุ ลากรแต่ละประเภท จำแนกตามปีงบประมาณ

ประเภทบคุ ลากร จำนวนบุคลากร (คน)
2561 2562 2563
ข้าราชการครู
- ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา 655
- บคุ ลากรครู
พนกั งานราชการ 899
จา้ งเหมาบริการ 10 12 11
24 26 25
รวม

…/5. ประเดน็ ท่ีต้องเรง่ พฒั นา

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 35

2.5 ประเดน็ ทต่ี ้องเร่งพัฒนา
จากการประเมินคณุ ภาพสถานศึกษาด้วยตนเองของศูนยว์ ิทยาศาสตรเ์ พอ่ื การศึกษายะลา ดังน้ี
1) สถานศกึ ษาควรมีการแต่งตั้งคณะกรรมการในการพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษา/โปรแกรมการเรียนรู้

ที่เป็นไปตามโครงสร้างของหลักสูตร มีการประเมินการใช้หลักสูตร และกระบวนการพัฒนาหลักสูตรผ่าน
คณะกรรมการสถานศึกษาเห็นชอบ โดยการมีส่วนรว่ มของบคุ ลากร มีหลักฐาน เอกสารประกอบการดำเนินงาน
ของกระบวนการทำงานเปน็ ขน้ั ตอนตาม PDCA

2) สถานศึกษาควรมีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับครูผู้สอน วิทยากร
ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ และการจดั ทำแผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ นำไปสกู่ ารปฏบิ ัติอยา่ งจริงจัง ซึง่ มีผล
ตอ่ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ และบนั ทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพฒั นาการจัดกิจกรรม

3) ควรมีการจัดอบรมให้ความรู้แก่ครู และบุคลากรทางการศึกษาในเรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และผลิตสื่อการเรียนรู้ที่มี
ประสิทธภิ าพ

4) ควรนำขอ้ มลู การนเิ ทศติดตาม ประเมนิ ผล มาใชใ้ นการพัฒนา ปรับปรุงการปฏบิ ตั ิงานของกลุ่มงาน
และการดำเนินการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ของสถานศกึ ษา

5) ควรประสานงานภาคีเครือข่ายในการสร้างการรับรู้และร่วมออกแบบการให้บริการการจัดการ
เรียนร้ดู า้ นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม

…/สว่ นท่ี 3

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 36

สว่ นที่ 3

การวิเคราะห์การดำเนนิ งานของสถานศึกษา

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569

สว่ นที่ 3
การวิเคราะหก์ ารดำเนนิ งานของสถานศึกษา

3.1 ผลการวิเคราะห์สถานการณ์ของหน่วยงานเพ่อื กำหนดแนวทางการดำเนนิ งาน (SWOT)
การวิเคราะห์สถานการณ์จากสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกของศนู ย์วิทยาศาสตรเ์ พื่อการศึกษา

ยะลา โดยใช้ SWOT Analysis เป็นเครอ่ื งมือในการวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ ม ซง่ึ ประกอบดว้ ย 2S-4M (Structure
Service Man Money Material and Management) และ PESTE Analysis (Political and Legal Economics
Social – Culture and Technological)

โดยผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน (จุดแข็งและจุดอ่อน) โดยใช้ 2S-4M สรุปได้ดังนี้
สถานศึกษามีโครงสร้างการบริหารจัดการชัดเจน และมีคณะกรรมการสถานศึกษาที่มีความรู้ในการส่งเสริม
การดำเนินงาน มีการกระจายอำนาจการบริหาร มีคำสั่งในการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ มีแผนปฏิบัติการ
มีช่องทางในการประชาสัมพันธ์ สามารถเผยแพร่ข้อมูลที่หลากหลาย มีงบประมาณจากแหล่งเงินที่ชัดเจน
เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ บุคลากรมีแนวคิดสร้างสรรค์ ทำงานเป็นทีมในการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้
ทางวิทยาศาสตร์ และมีความเต็มใจในการให้บริการ แต่พบว่า กรอบอัตรากำลังไม่ครบตามโครงสร้าง
การบริหารงาน บุคลากรที่จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์มีจำนวนไม่เพียงพอ ยังขาดทักษะในการพัฒนา
ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และขาดความมั่นคงทางสายงาน ไม่มีการจัดระบบการให้บริการ เช่น การจองค่าย
กิจกรรม 4 รูปแบบ และการพัฒนาระบบการสืบค้นข้อมูลแหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ การพัฒนาสื่อการจัด
กจิ กรรมยังไมม่ ีความเปน็ มาตรฐาน สื่อด้านเทคโนโลยีไม่ครอบคลมุ ความตอ้ งการ ไม่ทนั สมัยทท่ี ันตอ่ สถานการณ์
และชำรุด และการนำกระบวนการจัดการความรู้ (KM) และการบริหารความเสี่ยง ยังไม่มีประสิทธิภาพ
ในการนำไปใช้ การบูรณาการงานวิจัยกับการจัดกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ ยังไม่การดำเนินการเท่าที่ควร
การบรู ณาการองค์ความรู้ ในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครอื ขา่ ย ไมม่ กี ารดำเนินการอย่าง
ต่อเนื่องละครอบคลุมทุกด้าน การดำเนินงานไม่เป็นไปตามการดำเนินงานตามวงจร PDCA และนำเทคโนโลยี
สารสนเทศมาใชใ้ นการบรหิ ารจดั การ ยงั ไม่เต็มประสิทธิภาพ

จากการวเิ คราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก (โอกาสและอุปสรรค) โดยใช้ PESTE Analysis สรปุ ไดด้ ังนี้
นโยบายของรฐั บาล กระทรวงศึกษาธิการ และนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของสำนักงาน กศน. ส่งเสรมิ
การจัดการเรียนรู้รูปแบบออนไลน์ตามอัธยาศัย และตลอดชีวิต สถานศึกษาได้รับค่าใช้จ่ายจากกลุ่มเป้าหมาย
ที่มาใช้บริการ และมีเงินสนับสนุนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์จากหน่วยงานภายนอก พื้นท่ี
รับผิดชอบมีความหลากหลายทางพหวุ ฒั นธรรม ตั้งอยู่กลางใจเมอื ง รองรับการเรียนรูไ้ ด้ตลอดเวลา และชุมชน
มีทรัพยากรที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และสถานศึกษาได้รับการสนับสนุนระบบเครือข่าย
ต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการองค์กรในรปู แบบออนไลน์ (TKP) จากหน่วยงานต้นสังกัด
แตพ่ บวา่ ดา้ นนโยบายมกี ารเปล่ียนแปลงเพ่ิมเติมไม่มีห้วงเวลาท่ีชัดเจน ส่งผลต่อการนำสู่การดำเนินงานโครงการ

…/กจิ กรรม

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หน้า | 37

กิจกรรม กลุ่มเป้าหมายที่มาใช้บริการมีจำนวนลดลง ทั้งปริมาณและระดับการศึกษา ชุมชนบางพื้นที่ห่างไกล
ยากตอ่ การเข้าถึงในการจดั กจิ กรรม และสถานศึกษามพี ้ืนที่จำกัด ไม่เปน็ เอกภาพ ไม่เออ้ื ตอ่ การพัฒนาขยายฐาน
การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และหน่วยงาน เครือข่ายที่เกี่ยวข้องบางแห่งไม่สะดวกต่อการมีส่วนร่วมในการ
ส่งเสริม สนบั สนุนทางเทคโนโลยี เพือ่ การจดั การเรยี นรู้ในพ้นื ท่จี งั หวัดชายแดนภาคใต้

…/ตารางท่ี 13

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 38

ตารางท่ี 13 ผลการวเิ คราะหส์ ถานการณ์ของหน่วยงานเพ่อื กำหนดแนวทางการดำเนินงาน

ภายนอก (External) โอก
1. นโยบายของรัฐบาล กระทรวงศกึ ษา
ภายใน (Internal) ดำเนินงานของสำนกั งาน กศน. ส่งเสริม
ตามอธั ยาศัย และตลอดชวี ิต
จดุ แขง็ (S) 2. สถานศึกษาไดร้ ับค่าใช้จ่ายจากกลุม่ เ
1. สถานศกึ ษามโี ครงสรา้ งการบรหิ ารจัดการชดั เจน และมีคณะกรรมการ ในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ด้านวทิ ยา
สถานศึกษาทม่ี คี วามรู้ในการสง่ เสรมิ การดำเนนิ งาน 3. พ้นื ท่ีรบั ผิดชอบมคี วามหลากหลายท
2. มชี ่องทางในการประชาสมั พันธ์ และเผยแพร่ขอ้ มูลทหี่ ลากหลาย รองรบั การเรียนรไู้ ด้ตลอดเวลา
3. บุคลากรมีแนวคิดสร้างสรรค์ ทำงานเป็นทีมในการพฒั นากิจกรรมการเรยี นรู้ และชมุ ชน มที รพั ยากรท่ีเออ้ื ตอ่ การจัด
ทางวทิ ยาศาสตร์ และมีความเต็มใจในการใหบ้ ริการ 4. สถานศึกษาไดร้ บั การสนบั สนุนระบบ
4. สถานศึกษามีงบประมาณจากแหลง่ เงินทีช่ ัดเจน มวี สั ดสุ นบั สนุนการจดั เพื่อการบริหารจัดการองค์กรในรูปแบบ
กจิ กรรม และมีการเกบ็ ค่าใช้จา่ ยเงนิ รายได้ เพอ่ื สนับสนนุ การบริหารจดั การ
5. สถานศึกษามกี ารกระจายอำนาจการบรหิ าร มคี ำสง่ั ในการแบง่ หนา้ ที่ความ SO Strategy :
รับผดิ ชอบ มีแผนปฏบิ ัติการ การกำหนดมาตรฐานเป็นแนวทางในการ
ปฏบิ ัติงาน และการสอื่ สารภายในหลากหลายชอ่ งทาง 1. สง่ เสริม สนบั สนนุ การดำเนินงานขอ
รฐั บาล
2. คณะกรรมการสถานศึกษาเป็นที่ป
จัดกิจกรรมการเรียนรใู้ หแ้ ก่กล่มุ เปา้ หม
รองรับการเรียนรู้ตลอดเวลา ผ่านการป
3. การพัฒนาแหลง่ เรียนรใู้ นพื้นที่ที่มคี
การจดั การเรียนร้ดู า้ นวิทยาศาสตร์ เทค
4. สถานศกึ ษานำเงนิ รายได้มาใชใ้ นการ

(SWOT)

กาส (O) อปุ สรรค (T)
าธกิ าร และนโยบายและจุดเนน้ การ 1. ด้านนโยบายมกี ารเปล่ยี นแปลงเพิม่ เติมไม่มีหว้ งเวลาทีช่ ัดเจน ส่งผลต่อการ
มการจัดการเรียนรู้รูปแบบออนไลน์ นำสกู่ ารดำเนนิ งานโครงการ กจิ กรรม
2. กลมุ่ เป้าหมายทม่ี าใชบ้ รกิ ารมจี ำนวนลดลง ท้ังปริมาณและระดบั การศกึ ษา
เปา้ หมายทมี่ าใชบ้ ริการ และมีเงินสนับสนุน 3. ชุมชนบางพน้ื ทหี่ า่ งไกล ยากตอ่ การเขา้ ถงึ ในการจัดกิจกรรม และ
าศาสตร์จากหนว่ ยงานภายนอก สถานศึกษามีพืน้ ทจ่ี ำกดั ไมเ่ ปน็ เอกภาพ ไม่เออื้ ต่อการพฒั นาขยายฐานการ
ทางพหวุ ฒั นธรรม ตัง้ อยูก่ ลางใจเมอื ง เรียนรูด้ ้านวิทยาศาสตร์
4. หนว่ ยงาน เครือขา่ ยทเ่ี ก่ยี วขอ้ งบางแหง่ ไม่สะดวกต่อการมสี ่วนร่วมในการ
ดการเรยี นรู้ด้านวทิ ยาศาสตร์ สง่ เสริม สนบั สนุนทางเทคโนโลยี เพือ่ การจัดการเรยี นรใู้ นพ้นื ที่จังหวดั
บเครอื ข่ายตอ่ การพฒั นาระบบสารสนเทศ ชายแดนภาคใต้
บออนไลน์ (TKP) จากหน่วยงานตน้ สงั กัด
ST Strategy : ชะลอ ปรบั ปรุง
: ส่งเสรมิ พฒั นา ขยาย

องสถานศึกษาให้สอดคล้องกบั นโยบายของ 1. การปรบั ปรุง พัฒนา ส่อื นวัตกรรม และเทคโนโลยีท่ีมมี าตรฐาน ทนั สมยั
ในการจดั กจิ กรรมการเรียนร้ดู ้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม
ปรึกษา ให้คำแนะนำ ในการสนับสนุนการ 2. การเผยแพร่ และให้บริการข้อมลู เพือ่ ใหแ้ ก่กลมุ่ เป้าหมายในพน้ื ท่หี ่างไกล
มายในพ้นื ทรี่ ับผิดชอบ ท่มี คี วามหลากหลาย ไดร้ ับข้อมูล ข่าวสารที่ทั่วถึงอย่างตอ่ เนื่อง
ประชาสัมพนั ธ์ทกุ ชอ่ งทาง ทุกรปู แบบ 3. สรา้ งความสมั พันธ์ท่ดี กี บั หน่วยงานที่เกย่ี วข้อง เพ่ือร่วมจดั กจิ กรรมการ
วามหลากหลายทางพหุวัฒนธรรม มาใช้ใน เรียนรูด้ า้ นวิทยาศาสตร์ในพ้ืนท่ี
คโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม
รพัฒนาคณุ ภาพการจดั การเรียนรู้

…/ตารางท่ี 13 (ต่อ)

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาศว.ยะลา พ.ศ. 2565 – 2569 หนา้ | 39


Click to View FlipBook Version