The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยเรื่องพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ทับทิม ทองเเสง, 2023-03-14 07:21:34

วิจัยเรื่องพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

วิจัยเรื่องพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

39 จากตารางที่4.1 พบว่า กลุ่มตัวอย่างนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผู้ตอบ แบบสอบถาม ส่วนมากเป็นนักศึกษาเพศหญิง จำนวน 204 คน คิดเป็นร้อยละ 56.2 ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาอายุ 20 ปี จำนวน 117 คน คิดเป็นร้อยละ 32.2 อยู่ในระดับชั้นปีที่ 2 จำนวน 135 คน คิดเป็นร้อยละ 37.2 ลักษณะที่อยู่ อาศัยเป็น บ้านส่วนตัว จำนวน 141 คน คิดเป็นร้อยละ 38.8 รายรับที่ได้จากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอก เวลาต่อเดือน ต่ำกว่า 5,000 บาท จำนวน 143 คน คิดเป็นร้อยละ 39.4 4.1.3 การวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัย ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง การวิเคราะห์ความคิดเห็นของนักศึกษาต่อด้านข้อมูลการประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงการวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (̅ ) ค่าเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D) แล้วนำเสนอในรูปตารางประกอบการบรรยาย ดังตารางที่ 4.2– 4.9 ตารางที่ 4.2 แสดงค่าเฉลี่ย (̅ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการ บริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวม ลำดับ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ระดับความคิดเห็น ( ̅ ) (S.D) แปลผล 1 ใครอยู่ในตลาดเป้าหมาย 3.55 0.757 มาก 2 ผู้บริโภคซื้ออะไร 3.47 0.747 ปานกลาง 3 ทำไมผู้บริโภคจึงซื้อ 3.47 0.777 ปานกลาง 4 ใครมีส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้อ 3.36 0.807 ปานกลาง 5 ผู้บริโภคซื้อเมื่อใด 3.47 0.744 ปานกลาง 6 ผู้บริโภคซื้อที่ไหน 3.33 0.810 ปานกลาง 7 ผู้บริโภคซื้ออย่างไร 3.54 0.735 มาก รวม 3.45 0.581 ปานกลาง จากตารางที่4.2 พบว่า ความคิดเห็นของนักศึกษาต่อด้านข้อมูลการประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.45, S.D. = 0.581) เมื่อพิจารณา เป็นรายด้านพบว่า ด้านใครอยู่ในตลาดเป้าหมายมีค่าสูงสุด (̅ = 3.55, S.D. = 0.757) และด้านผู้บริโภคซื้อที่ไหนมีค่าต่ำที่สุด (̅ = 3.33, S.D. = 0.810)


40 ตาราง 4.3 แสดงค่าเฉลี่ย (̅ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการ บริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านใครอยู่ในตลาด เป้าหมาย ลำดับ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ระดับความคิดเห็น (̅ ) (S.D) แปลผล 1 นักศึกษาคิดว่าอาหารที่มีการค้าขายโดยรอบมหาวิทยาลัย ตรง ตามความต้องการของนักศึกษา 3.52 0.874 มาก 2 นักศึกษาคิดว่าอาหารที่มีการค้าขาย มีคุณภาพมากพอสำหรับ นักศึกษา 3.57 0.839 มาก รวม 3.55 0.757 มาก จากตารางที่ 4.3 พบว่า ความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านใครอยู่ในตลาดเป้าหมายอยู่ในระดับมาก (̅ = 3.55, S.D. = 0.757) ข้อ 2 นักศึกษาคิดว่าอาหารที่มีการค้าขายมีคุณภาพมากพอสำหรับนักศึกษามีค่าสูงที่สุด (̅ = 3.57, S.D. = 0.839) และข้อ 1 นักศึกษาคิดว่าอาหารที่มีการค้าขายโดยรอบมหาวิทยาลัย ตรงตามความต้องการ ของนักศึกษามีค่าต่ำที่สุด (̅ = 3.52, S.D. = 0.874) ตาราง 4.4 แสดงค่าเฉลี่ย (̅ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการ บริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านผู้บริโภคซื้ออะไร ลำดับ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ระดับความคิดเห็น (̅ ) (S.D) แปลผล 1 นักศึกษามีการเลือกซื้ออาหารที่มีราคาย่อมเยาว์กว่าร้านอื่น 3.40 0.813 ปานกลาง 2 นักศึกษามีการซื้ออาหารโดยคำนึงถึงคุณภาพและบริการที่ได้รับ 3.53 0.874 มาก รวม 3.47 0.747 ปานกลาง จากตารางที่ 4.4 พบว่า ความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านผู้บริโภคซื้ออะไรอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.47, S.D. = 0.747) ข้อ 2 นักศึกษามีการซื้ออาหารโดยคำนึงถึงคุณภาพและบริการที่ได้รับ มีค่าสูงที่สุด (̅ = 3.53, S.D. = 0.874) ข้อ 1 นักศึกษามีการเลือกซื้ออาหารที่สามารถรับประทานได้ด้วยความรวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวนานมีค่า ต่ำสุด (̅ = 3.40, S.D. = 0.813)


41 ตารางที่ 4.5 แสดงค่าเฉลี่ย (̅ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดการประเมินพฤติกรรมการ บริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านทำไมผู้บริโภคจึง ซื้อ ลำดับ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ระดับความคิดเห็น (̅ ) (S.D) แปลผล 1 นักศึกษามีการเลือกซื้ออาหารจากงบประมาณหรือ ทุน ทรัพย์ในการซื้ออาหารที่ตนเองมี 3.42 0.880 ปานกลาง 2 นักศึกษามีความต้องการในการเลือกบริโภคอาหาร ต่างๆ จากร้านค้าใกล้ที่พักหรือใกล้มหาวิทยาลัย 3.53 0.896 มาก รวม 3.47 0.777 ปานกลาง จากตารางที่ 4.5 พบว่า ความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านทำไมผู้บริโภคจึงซื้ออยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.47, S.D. = 0.777) ข้อ 2 นักศึกษามีความต้องการในการเลือกบริโภคอาหาร ต่างๆ จากร้านค้าใกล้บ้านที่พักหรือใกล้ มหาวิทยาลัยมีค่าสูงที่สุด (̅ = 3.53, S.D. = 0.896) ข้อ 1 นักศึกษามีการเลือกซื้ออาหารจากงบประมาณหรือ ทุนทรัพย์ในการซื้ออาหารที่ตนเองต้องการมีค่าต่ำที่สุด (̅ = 3.42, S.D. = 0.880) ตารางที่ 4.6 แสดงค่าเฉลี่ย (̅ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดการประเมินพฤติกรรมการ บริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านใครมีส่วนร่วมใน การตัดสินใจซื้อ ลำดับ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ระดับความคิดเห็น (̅ ) (S.D) แปลผล 1 นักศึกษาเลือกรับซื้ออาหารจากข้อมูลที่ได้รับจากสื่อ โซเชียล มีเดีย 3.31 0.913 ปานกลาง 2 นักศึกษาตัดสินใจในการเลือกซื้ออาหารหลังจาก ได้รับ คำแนะนำจากคนรอบตัว 3.41 0.916 ปานกลาง รวม 3.36 0.807 ปานกลาง จากตารางที่ 4.6 พบว่า ความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านใครมีส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้ออยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.36, S.D. = 0.807) ข้อ 2 นักศึกษาตัดสินใจในการเลือกซื้ออาหารหลังจาก ได้รับคำแนะนำจากคนรอบตัวมี


42 ค่าสูงที่สุด (̅ = 3.41, S.D. = 0.916) ข้อ 1 นักศึกษาเลือกรับประทานจากข้อมูลที่ได้รับจากสิ่ง โซเชียลมีเดียมี ค่าต่ำที่สุด (̅ = 3.31, S.D. = 0.913) ตารางที่ 4.7 แสดงค่าเฉลี่ย (̅ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดการประเมินพฤติกรรมการ บริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านผู้บริโภคซื้อ เมื่อใด ลำดับ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ระดับความคิดเห็น (̅ ) (S.D) แปลผล 1 นักศึกษามีการซื้ออาหารเพื่อรับประทานตามเวลาปกติเช้า กลางวัน เย็น 3.41 0.794 ปานกลาง 2 นักศึกษามีการซื้ออาหารเมื่อรู้สึกมีความต้องการโดย ไม่คำนึงถึงเวลา และจำนวนครั้งในการรับประทานอาหาร 3.52 0.893 มาก รวม 3.47 0.744 ปานกลาง จากตารางที่ 4.7 พบว่า ความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านผู้บริโภคซื้อเมื่อใดอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.47, S.D. = 0.744) ข้อ 2 นักศึกษามีการซื้ออาหารเมื่อรู้สึกมีความต้องการโดย ไม่คำนึงถึงเวลาและจำนวนครั้งในการ รับประทานอาหารมากที่สุด (̅ = 3.52, S.D. = 0.893) ข้อ 1 นักศึกษามีการซื้ออาหารเพื่อรับประทานตาม เวลาปกติเช้า กลางวัน เย็น ต่ำที่สุด (̅ = 3.41, S.D. = 0.794) ตารางที่4.8 แสดงค่าเฉลี่ย (̅ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดการประเมินพฤติกรรมการ บริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านผู้บริโภคซื้อที่ ไหน ลำดับ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ระดับความคิดเห็น (̅ ) (S.D) แปลผล 1 นักศึกษาเลือกซื้ออาหารจากช่องทางออนไลน์หรือ โซเชียลมิเดีย เช่น ฟู๊ดแพนด้า (Foodpanda), ไลน์แมน (Line Man), แกร๊บ (Grab), เซเว่น (7-Delivery) 3.25 1.015 ปานกลาง 2 นักศึกษามีการเลือกซื้อวัตถุดิบจากตลาดสดแล้ว นำมาประกอบ อาหารทาน 3.41 0.919 ปานกลาง รวม 3.33 0.810 ปานกลาง


43 จากตารางที่ 4.8 พบว่า ความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านผู้บริโภคซื้อที่ไหนอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.33, S.D. = 0.810) ข้อ 2นักศึกษามีการเลือกซื้อวัตถุดิบจากแล้วตลาดสดแล้ว นำมาประกอบอาหารทานมากที่สุด (̅ = 3.41, S.D. = 0.919) ข้อ 1 นักศึกษาเลือกซื้ออาหารจากช่องทางออนไลน์หรือ โซเชียลมิเดีย เช่น ฟู๊ด แพนด้า (Foodpanda), ไลน์แมน (Line Man), แกร๊บ (Grab), เซเว่น (7-Delivery) มีค่าต่ำที่สุด ตารางที่ 4.9 แสดงค่าเฉลี่ย (̅ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดการประเมินพฤติกรรมการ บริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านผู้บริโภคซื้อ อย่างไร ลำดับ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ระดับความคิดเห็น (̅ ) (S.D) แปลผล 1 นักศึกษาเลือกซื้ออาหารที่มีการจ่ายเงินผ่านช่องทางต่างๆ ได้ หลากหลาย 3.47 0.868 ปานกลาง 2 นักศึกษาเลือกซื้ออาหารเฉพาะร้านค้าที่มีการจ่ายเงินสดเพียงช่องทาง เดียว 3.60 0.820 มาก รวม 3.54 0.735 มาก จากตารางที่ 4.9 พบว่า ความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านผู้บริโภคซื้ออย่างไรอยู่ในระดับมากที่สุด (̅ = 3.54, S.D. = 0.735) ข้อ 2 นักศึกษาเลือกซื้ออาหารเฉพาะร้านต้าที่มีการจ่ายเงินสดเพียงช่องทางเดียว มีค่าสูงที่สุด (̅ = 3.60, S.D. = 0.802) ข้อที่ 1 นักศึกษาเลือกซื้ออาหารที่มีการจ่ายเงินผ่านช่องทางธนาคารผ่าน โทรศัพท์มือถือ มีค่าต่ำที่สุด (̅ = 3.47, S.D. = 0.868) 4.1.4 การวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง การวิเคราะห์ความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการประเมินปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการ บริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง การวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (̅ ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) แล้วนำเสนอในรูปตารางประกอบการบรรยาย ดังตารางที่ 4.10 – 4.17


44 ตารางที่ 4.10 แสดงค่าเฉลี่ย (̅ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวม จากตารางที่4.10 พบว่า ความคิดเห็นด้านปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวัน ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.24 , S.D. = 0.671) ด้านปัจจัยจิตวิทยามีค่าสูงสุด (̅ = 3.44 , S.D. = 0.816) และด้านปัจจัยทางวัฒนธรรมมีค่า ต่ำสุด (̅ = 3.02 ,S.D. = 0.922) ตารางที่ 4.11 แสดงค่าเฉลี่ย (̅ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมปัจจัย ทางวัฒนรรม จากตารางที่ 4.11 พบว่า ความคิดเห็นด้านปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวัน ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านปัจจัยทางวัฒนธรรมอยู่ในระดับ มาก (̅ = 3.02 , S.D. = 0.922) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่ 2 นักศึกษามีการเลือกรับประทาน อาหารตามคำแนะนำของคนในพื้นที่ มีค่าสูงที่สุด (̅ = 3.09 , S.D. = 0.959) ข้อที่ 1 นักศึกษามีการเลือก รับประทานอาหารตามคำแนะนำของคนในพื้นที่ ต่ำที่สุด (̅ = 2.94 , S.D. = 1.036) ลำดับ ปัจจัยที่มีอิทธิพล ระดับปัจจัยที่มีอิทธิพล (̅ ) (S.D) แปลผล 1 ปัจจัยทางวัฒนธรรม 3.02 0.922 ปานกลาง 2 ปัจจัยด้านสังคม 3.14 0.807 ปานกลาง 3 ปัจจัยส่วนบุคคล 3.35 0.759 ปานกลาง 4 ปัจจัยด้านจิตวิทยา 3.44 0.816 ปานกลาง รวม 3.24 0.671 ปานกลาง ลำดับ ปัจจัยที่มีอิทธิพล ระดับปัจจัยที่มีอิทธิพล ปัจจัยทางวัฒนรรม (̅ ) (S.D) แปลผล 1 นักศึกษามีการเลือกรับประทานอาหารที่สื่อถึงความเป็นวัฒนธรรมบ่อยครั้ง 2.94 1.036 ปานกลาง 2 นักศึกษามีการเลือกรับประทานอาหารตามคำแนะนำของคนในพื้นที่ 3.09 0.959 ปานกลาง รวม 3.02 0.922 ปานกลาง


45 ตารางที่ 4.12 แสดงค่าเฉลี่ย (̅ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมปัจจัย ด้านสังคม ลำดับ ปัจจัยที่มีอิทธิพล ระดับปัจจัยที่มีอิทธิพล ปัจจัยด้านสังคม (̅ ) (S.D) แปลผล 1 นักศึกษามีการเลือกรับประทานอาหารตามความนิยมของสังคมของ คนในพื้นที่ 3.09 0.871 ปานกลาง 2 นักศึกษามีการเลือกรับประทานตามกลุ่มเพื่อนส่วนมากที่รับประทาน 3.20 0.921 ปานกลาง รวม 3.14 0.807 ปานกลาง จากตารางที่ 4.12 พบว่า ความคิดเห็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านปัจจัยด้านสังคมอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.14 , S.D. = 0.807) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่ 2 นักศึกษามีการเลือกรับประทานกับกลุ่มเพื่อนเพื่อ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการเลือกรับประทานอาหาร มีค่าสูงที่สุด (̅ = 3.20 , S.D. = 0.921) ข้อที่ 1 นักศึกษามีการเลือกรับประทานอาหารตามความนิยมของสังคมของคนในพื้นที่มีค่าต่ำที่สุด (̅ = 3.09 , S.D. = 0.871) ตารางที่ 4.13 แสดงค่าเฉลี่ย (̅ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมปัจจัย ส่วนบุคคล ลำดับ ปัจจัยที่มีอิทธิพล ระดับปัจจัยที่มีอิทธิพล ปัจจัยส่วนบุคคล (̅ ) (S.D) แปลผล 1 นักศึกษามีการเลือกซื้ออาหารโดยคำนึงถึงรายรับ รายจ่าย และความ เหมาะสมของราคาอาหาร 3.36 0.809 ปานกลาง 2 นักศึกษามีการเลือกซื้ออาหารตามความชื่นชอบโดยไม่คำนึงถึงรายรับ รายจ่าย และความเหมาะสมของราคาอาหาร 3.35 0.875 ปานกลาง รวม 3.35 0.759 ปานกลาง จากตารางที่4.13 พบว่า ความคิดเห็นด้านปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวัน ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านปัจจัยส่วนบุคคลอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.35 , S.D. = .759) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่ 1นักศึกษามีการเลือกซื้ออาหารโดยคำนึงถึงรายรับ


46 รายจ่าย และความเหมาะสมของราคาอาหารมีค่าสูงที่สุด (̅ = 3.36 , S.D. = .809) ข้อที่ 2 นักศึกษามีการ เลือกซื้ออาหารตามความชื่นชอบโดยไม่คำนึงถึงรายรับ รายจ่าย และความเหมาะสมของราคาอาหาร มีค่า ต่ำสุด (̅ = 3.35 , S.D. = .875) ตารางที่ 4.14 แสดงค่าเฉลี่ย (̅ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความคิดเห็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมปัจจัย ด้านจิตวิทยา ลำดับ ปัจจัยที่มีอิทธิพล ระดับปัจจัยที่มีอิทธิพล ปัจจัยด้านจิตวิทยา (̅ ) (S.D) แปลผล 1 นักศึกษาเลือกซื้ออาหาร โดยเลือกอาหารที่มีสีสันดึงดูด ภาพลักษณ์ที่ ดี กลิ่นหอม รสชาติถูกใจ รวมถึงความน่าสนใจจากผู้ซื้อคนก่อนหน้า 3.46 0.886 ปานกลาง 2 นักศึกษามีการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารตามคำแนะนำของคนใน ครอบครัวหรือคนรอบข้างที่มีอยู่ให้คำแนะนำชักจูงให้เลือกซื้ออาหาร 3.43 0.962 ปานกลาง รวม 3.44 0.816 ปานกลาง จากตารางที่4.14 พบว่า ความคิดเห็นด้านปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวัน ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านปัจจัยด้านจิตวิทยาอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.44 , S.D. = .816) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่ 1 นักศึกษาเลือกซื้ออาหาร โดยเลือกอาหารที่มี สีสันดึงดูด ภาพลักษณ์ที่ดี กลิ่นหอม รสชาติถูกใจ รวมถึงความน่าสนใจจากผู้ซื้อคนก่อนหน้า มีค่าสูง ที่สุด (̅ = 3.46 , S.D. = .886) ข้อที่ 2 นักศึกษามีการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารตามคำแนะนำของคนใน ครอบครัวหรือคนรอบข้างที่มีอยู่ให้คำแนะนำชักจูงให้เลือกซื้ออาหาร มีค่าต่ำสุด (̅ = 3.43 , S.D. = .962) 4.1.5 การวิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคลมีผลต่อข้อมูลพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวัน ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผู้วิจัยได้ตั้งสมมติฐานการวิจัยไว้ว่านักศึกษาที่ปัจจัยส่วนบุคคลมีผลต่อข้อมูลระดับพฤติกรรม การบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงที่มีเพศ อายุ ระดับชั้นปี ลักษณะที่อยู่อาศัย รายรับที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อดือน รายจ่ายที่เกิดขึ้นระหว่าง เรียน อาชีพครอบครัว มีความคิดเห็นต่อข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกัน ซึ่งผลการวิเคราะห์ปรากฏดังตารางที่ 4.15 – 4.21


47 ตารางที่ 4.15 เปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลมีผลต่อข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวัน ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามเพศ พฤติกรรม เพศ ชาย หญิง เพศทางเลือก F Sig. ( ̅ ) (S.D) ( ̅ ) (S.D) ( ̅ ) (S.D) ใครอยู่ในตลาดเป้าหมาย 3.60 0.722 3.52 0.752 3.46 0.977 0.606 0.546 ผู้บริโภคซื้ออะไร 3.41 0.730 3.51 0.731 3.37 0.958 0.975 0.378 ทำไมผู้บริโภคจึงซื้อ 3.42 0.775 3.51 0.748 3.46 1.021 0.520 0.595 ใครมีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจซื้อ 3.31 0.817 3.39 0.791 3.40 0.897 0.471 0.625 ผู้บริโภคซื้อเมื่อใด 3.40 0.659 3.48 0.760 3.71 0.999 1.781 0.170 ผู้บริโภคซื้อที่ไหน 3.27 0.779 3.37 0.792 3.31 1.102 0.699 0.498 ผู้บริโภคซื้ออย่างไร 3.46 0.67 3.59 0.739 3.56 1.003 1.294 0.275 รวม 3.41 0.538 3.48 0.571 3.47 0.848 0.641 0.527 * มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ** มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จากตารางที่ 4.15 พบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งเพศชาย เพศหญิง และเพศทางเลือก มีความเห็นว่าข้อมูลระดับ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกัน จำแนกตามเพศโดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีเพศที่แตกต่างกันมีความเห็นที่ไม่แตกต่างกัน (F = 0.641, Sig = 0.527)


48


49


50


51


52


53 * มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ** มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จากตารางที่ 4.20 พบว่า กลุ่มตัวอย่างลักษณะรายจ่ายที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อ เดือน ต่ำกว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท 15,001 – 20,000 บาท มี รายรับมากกว่า 20,001 บาท มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามรายจ่ายที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การ ทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มี นัยสำคัญทางสถิติ(F 0.749, Sig = 0.559) ด้านทำไมผู้บริโภคจึงซื้อมีค่าความแตกต่างสูงที่สุด (F =1.637, Sig = 0.164) และด้านใครอยู่ในตลาดเป้าหมายมีค่าความแตกต่างต่ำสุด (F =0.427, Sig = 0.789)


54


55


56


57


58


59


60


61


62


63 * มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ** มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 หมายเหตุ : X แทนปัจจัยด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ หมู่บ้านจอมบึง Y แทนปัจจัยด้านปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จากตารางที่4.29 พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .01 ซึ่งหากพิจารณาเป็นรายด้านจะพบความแตกต่างในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านพฤติกรรม การบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมีนัยสำคัญที่ ระดับ .01 2. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านผู้บริโภคซื้ออะไร มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 3. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านทำไมผู้บริโภคจึงซื้อ มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 4. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านใครมีส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้อ มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ต่อปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้าน จอมบึงด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง สูงสุดอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 5. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านผู้บริโภคเมื่อใด มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี


64 อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 6. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านผู้บริโภคซื้อที่ไหน มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 7. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านผู้บริโภคซื้ออย่างไร มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 4.1.8 สรุปผลการวิจัยและทดสอบสมมติฐานของการวิจัย 1. พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พบว่า ความคิดเห็นของนักศึกษาต่อด้านข้อมูลการประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.45, S.D. = 0.581) เมื่อพิจารณา เป็นรายด้านพบว่า ด้านใครอยู่ในตลาดเป้าหมายมีค่าสูงสุด (̅ = 3.55, S.D. = 0.757) และด้าน ผู้บริโภคซื้อที่ไหนมีค่าต่ำที่สุด (̅ = 3.33, S.D. = 0.810) ตามลำดับ 2. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ หมู่บ้านจอมบึง พบว่า ความคิดเห็นด้านปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.24 , S.D. = 0.671) ด้านปัจจัยจิตวิทยามีค่าสูงสุด (̅ = 3.44 , S.D. = 0.816) และ ด้านปัจจัยทางวัฒนธรรมมีค่า ต่ำสุด (̅ = 3.02 ,S.D. = 0.922) 3. ปัจจัยส่วนบุคคลมีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราช ภัฏหมู่บ้านจอมบึง พบว่า โดยภาพรวมปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกันไม่มีผลต่อความพึงพอใจ หากพิจารณา เป็นรายด้าน พบว่า เพศ กลุ่มตัวอย่างทั้งเพศชาย เพศหญิง และเพศทางเลือก มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการ บริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามเพศ โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีเพศที่แตกต่างกันมีความเห็นที่ไม่แตกต่างกัน (F = 0.641, Sig = 0.527)


65 อายุ กลุ่มตัวอย่างทั้งอายุต่ำกว่า 18 ปีอายุ 19 ปี อายุ 20 ปี อายุ 21 ปี อายุ 22 ปีและมากกว่า 22 ปีมีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ หมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามอายุ โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (F =3.321, Sig = 0.006**) ระดับชั้น กลุ่มตัวอย่างทั้งระดับชั้นปีที่ 1 ระดับชั้นปีที่ 2 ระดับชั้นปีที่ 3 ระดับชั้นปีที่ 4 มีความเห็น ว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง แตกต่างกันจำแนกตามระดับชั้น โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มี นัยสำคัญทางสถิติ(F 1.062, Sig = 0.365) ลักษณะที่อยู่อาศัย กลุ่มตัวอย่างลักษณะที่อาศัยอยู่ บ้าน/ห้องเช่า คอนโด/ตึกแถว/อาคารพาณิชย์ บ้านส่วนตัว อาศัยอยู่กับญาติ หอพักในมหาวิทยาลัย มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจจำแนกตามลักษณะที่อาศัยอยู่ โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยมีนัยสำคัญทางสถิติ.01 (F 0.791, Sig = 0.531) รายรับที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน กลุ่มตัวอย่างลักษณะรายรับที่ ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน ต่ำกว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท 15,001 – 20,000 บาท มีรายรับมากกว่า 20,001 บาท มีความเห็นว่าข้อมูลระดับ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกัน จำแนกตามรายรับที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่ แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ(F 1.775, Sig = 0.133) รายจ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างเรียนต่อเดือน พบว่า กลุ่มตัวอย่างรายจ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างเรียนต่อเดือน ต่ำกว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท 15,001 – 20,000 บาท มีรายรับ มากกว่า 20,001 บาท มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามรายจ่ายที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอก เวลาต่อเดือน โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (F 0.749, Sig = 0.559) อาชีพของครอบครัว กลุ่มตัวอย่างลักษณะอาชีพของครอบครัว ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว เกษตรกร รับจ้าง (ทั่วไป) อื่นๆ มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามลักษณะอาชีพของ ครอบครัว โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (F 0.942, Sig = 0.439)


66 4. ปัจจัยส่วนบุคคลมีผลต่ออิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พบว่า โดยภาพรวมปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกันไม่มีผลต่อความพึงพอใจ หากพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า เพศ กลุ่มตัวอย่างลักษณะเพศ ชาย หญิง เพศทางเลือก มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการ บริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตาม ลักษณะเพศ โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (F 2.148, Sig = 0.118) อายุ กลุ่มตัวอย่างลักษณะอายุ ต่ำกว่า 18 ปี19 ปี 20 ปี 21 ปี 22 ปี มากกว่า 23 ปี มีความเห็นว่า ข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง แตกต่างกันจำแนกตามลักษณะอายุ โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยมี นัยสำคัญทางสถิติ.01 (F 2.620, Sig = 0.024*) ระดับชั้น กลุ่มตัวอย่างลักษณะระดับชั้น ชั้นปีที่ 1ชั้นปีที่ 2 ชั้นปีที่3 ชั้นปีที่ 4 ความเห็นว่าข้อมูลระดับ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกัน จำแนกตามลักษณะเพศ โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มีนัยสำคัญ ทางสถิติ(F 1.138, Sig = 0.334) ลักษณะที่อาศัยอยู่ กลุ่มตัวอย่างลักษณะที่อาศัยอยู่ บ้าน/ห้องเช่า คอนโด/ตึกแถว/อาคารพาณิชย์ บ้านส่วนตัว อาศัยอยู่กับญาติ หอพักในมหาวิทยาลัย ความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามลักษณะที่อาศัยอยู่ โดย ภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยนัยสำคัญทางสถิติ.05 (F 2.741, Sig = 0.029*) รายรับที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน กลุ่มตัวอย่างลักษณะรายรับที่ ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน ต่ำกว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท 15,001 – 20,000 บาท มีรายรับมากกว่า 20,001 บาท มีความเห็นว่าข้อมูลระดับ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกัน จำแนกตามรายรับที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่ แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยมีนัยสำคัญทางสถิติ .05 (F 2.527, Sig = 0.040*) รายจ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างเรียนต่อเดือน กลุ่มตัวอย่างลักษณะรายรับที่ได้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างเรียน ต่อเดือน ต่ำกว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท 15,001 – 20,000 บาท มีรายรับมากกว่า 20,001 บาท มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามรายรับที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงาน เสริมนอกเวลาต่อเดือน โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยมีนัยสำคัญทาง สถิติ.01 (F 3.337, Sig = 0.011**)


67 อาชีพของครอบครัว กลุ่มตัวอย่างลักษณะอาชีพของครอบครัว ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว เกษตรกร รับจ้าง (ทั่วไป) อื่นๆ มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามลักษณะอาชีพของ ครอบครัว โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (F 1.563, Sig = 0.184) 5. ปัจจัยส่วนบุคคลมีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัย ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ที่แตกต่างกัน พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 และมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .01 ซึ่งหากพิจารณาเป็นรายด้านจะพบความแตกต่างในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี 1. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านพฤติกรรม การบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมีนัยสำคัญที่ ระดับ .01 2. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านผู้บริโภคซื้ออะไร มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 3. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านทำไมผู้บริโภคจึงซื้อ มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 4. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านใครมีส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้อ มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ต่อปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้าน จอมบึงด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง สูงสุดอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 5. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านผู้บริโภคเมื่อใด มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน


68 พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 6. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านผู้บริโภคซื้อที่ไหน มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 7. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านผู้บริโภคซื้ออย่างไร มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 4.1.9 ข้อคิดเห็น ปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวัน ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ด้านใครอยู่ในตลาดเป้าหมาย อาหารที่มีการค้าขายโดยรอบมหาวิทยาลัย ตรงตามความต้องการของ นักศึกษาแต่อาหารโดยรอบมหาลัยส่วนใหญ่เป็นอาหารจำพวกสตรีทฟู้ด ทำให้ส่งผลกระผลต่อสุขภาพร่ายกาย เนื่องจากอาหารที่ได้รับนั้นไม่มีสารอากาที่รครบถ้วนตามโภชนาการ ด้านผู้บริโภคซื้ออะไร การเลือกซื้ออาหารโดยคำนึงถึงคุณภาพและบริการที่ได้รับ เพราะจะได้รับ สารอาหารที่มีคุณภาพ และรวมไปถึงการได้รับบริการที่ดี ด้านทำไมผู้บริโภคจึงซื้อ นักศึกษาส่วนมากเลือกซื้ออาหารที่อยู่ใกล้ที่พักของนักศึกษา ร้านค้าโดยรอบ ควรค้าขายอาหารที่หลากหลายที่มีคุณภาพและโภชณษการที่ถูกต้อง ปลอดภัยถูกหลักอนามัย ด้านใครมีส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้อ นักศึกษาเลือกรับประทานอาหารจากคำแนะนำจากคนรอบข้าง และจากสื่อโซเชียล อาจทำให้นักศึกษาไม่ได้รับสารอาหารที่ที่ตนต้องการในแต่ละวัน ด้านผู้บริโภคซื้อเมื่อใด นักศึกษามีความต้องการในการบริโภคอาหาร โดยไม่คำนึงถึงเวลา และจำนวน ครั้ง ควรส่งเสริมให้ตัวนักศึกษามีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคให้ตรงเวลา เพื่อลดปัญหาด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นโภคกระเพราะ หรือโภคอ้วน ที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย และลดปัญหาด้านค่าใช้จ่ายจำนวนครั้งในการ ซื้ออาหารมาบริโภค ด้านผู้บริโภคซื้อที่ไหน ส่งเสริมการการเลือกซื้อวัตถุดิบจากตลาดสด ในการนำมาประกอบอาหารกิน เอง ทำให้เราเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และมีสารอาหารครบถ้วน ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย และยังส่งเสริมการค้าขายของคนในท้องถิ่นที่อาศัยอยู่อีกด้วย


69 ด้านผู้บริโภคซื้ออย่างไร ควรให้มีการใช้จ่ายผ่านทางช่องทางธนาคารเพิ่มขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงด้าน เชื้อโรค หรือโรคติดต่อที่มาจากเงินสด พร้อมเป็นการเข้าสู่สังคมยุคดิจิทัลทางอ้อม ส่งเสริมนักศึกษาและผู้ค้าสู่ การพัฒนา สรุป ควรที่จะส่งเสริมพฤติกรรมการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัย ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ไปในทางที่ดีขึ้นและมีการพัฒนาในด้านการเลือกรับประทานอาหารที่มีผลต่อสุขภาพ ร่างกาย และด้านการเงินที่ดีขึ้น ส่งเสริมการค้าโดยรอบมหาวิทยาลัยและการเข้าสู่การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ 4.2 ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก การประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่เป็นตัวแทนกลุ่มนักศึกษา เพื่อค้นหาคำตอบเกี่ยวกับพฤติกรรม การบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และแนวทางในการ ปรับปรุงพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษาให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในวัตถุประสงค์ สำคัญของการศึกษาครั้งนี้ ทั้งนี้รายละเอียดผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 4.2.1 นักศึกษามีพฤติกรรมการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันในรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏ หมู่บ้านจอมบึงอย่างไรบ้าง ความคิดเห็นที่หนึ่ง เลือกทำแบบบริโภคเอง เพราะว่า สามารถเลือกตวัตถุดิบตามใจชอบ และปรุง รสชาติอาหารตามความต้องการได้ ความคิดเห็นที่สอง ส่วนมากรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เพราะช่วงนี้เล่นเวทออกกำลังกายรักษา สุขภาพ ก็จะเลือกกินพวกอกไก่ ผัก และผลไม้ ไม่ค่อยรับประทานขนมขบเคี้ยวเพราะรู้สึกว่ามันสิ้นเปลืองไม่มี ประโยชน์หรือคุณค่าทางโภชนาการที่ร่างกายต้องการ และส่วนมากก็เลือกที่จะทำกินเองเพราะว่าเราจะได้ ปริมาณอาหารและเครื่องปรุงได้ตามต้องการค่ะ ความคิดเห็นที่สาม ผมชอบกินอาหารที่รสจัดจ้าน เลือกอาหารที่จัดจ้าน ส่วนมากจะซื้อสำเร็จมาเลย เช่นซื้อจากตามตลาด ความคิดเห็นที่สี่ เลือกอาหารที่กินง่ายๆ หาซื้อง่ายตามนัดหรือที่ใกล้ๆหอพัก ส่วนมากจะซื้อกินไม่ทำ เองเพราะทำเองยุ่งยาก ความคิดเห็นที่ห้า เลือกซื้ออาหารแห้งที่ทำเองที่หอได้ง่ายๆ ทำกินเองง่ายๆเช่นมาม่า ความคิดเห็นที่หก ชอบกินของทอด หมูทอด ไก่ทอด ส่วนมากซื้อกินครับง่ายๆ ความคิดเห็นที่เจ็ด ผมกินน้อยนะ กินไม่ค่อยเป็นเวลาด้วย วันละประมาณหนึ่งถึงสองมื้อ ส่วนมากก็จะ ซื้อกินครับไม่อยากทำเองมันใช้เวลาเยอะ ความคิดเห็นที่แปด รับประทานวันละ 2 มื้อ จะรับประทาน มื้อเช้าเพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงาน เพียงพอในการไปเรียน และจะเลือกรับประทาน อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีน เพราะ


70 เป็นคนที่ออกกำลังกายเเละต้องการที่จะซ่อมแซมส่วนที่ขาดไป แต่จะไม่ได้จำกัดเรื่องการกินเพราะส่วนตัวชอบ กินขนมขบเคี้ยว ตลอดทั้งวัน มีดื่มน้ำอัดลม 1 ลิตรเป็นอย่างน้อยต่อวัน ไม่ค่อยสนโภชนาการมากเพราะเน้น ออกกำลังกาย เพื่อคาดิโอเเทน ความคิดเห็นที่เก้า จะเลือกซื้ออาหารที่ถูกและอิ่มเช่นพวกขนมปัง ความคิดเห็นที่สิบ ส่วนใหญ่ 90% ซื้อกิน 50% กินข้าว/ก๋วยเตี๋ยว (ของที่กินแล้วอิ่มเลย) 30% ของ กินเล่นทั่วไป 10% มาม่า ความคิดเห็นที่สิบเอ็ด ผมกินครบสามมื้อครับ ส่วนมากก็จะซื้อกินครับไม่อยากทำเองมันใช้เวลาเยอะ แล้วก็ต้องทำความสะอาดเยอะด้วย ความคิดเห็นที่สิบสอง ส่วนใหญ่มักจะซื้อของมาทำกินเองแต่ถ้าจะซื้อกินมักจะเป็นข้าว ความคิดเห็นที่สิบสาม เรากินทุกอย่างนะไม่เลือกกิน แต่ก็เลือกอาหารที่ดูสะอาด ถ้าเป็นอาหารแห้งก็ จะดูอย.หรือว่าดูฐานลูกค้าว่าซื้อเยอะไหม เพราะถ้าคนซื้อเยอะก็มีโอกาศอร่อยกว่าร้านคนน้อย ความคิดเห็นที่สิบสี่ ผมเลือกอาหารที่กินแล้วดีต่อร่างกายครับ ไม่กินของทอด แล้วก็กินเป็นเวลา ส่วนมากทำกินเองเพราะว่าดูคลิปทำอาหารในเน็ตแล้วอยากทำตามด้วยส่วนนึง ความคิดเห็นที่สิบห้า ก็กินตามเวลาค่ะ เช้า กลางวัน เย็น ซื้อกินเป็นส่วนมากเพราะว่ารวดเร็วค่ะไม่ ต้องรอนาน ความคิดเห็นที่สิบหก ส่วนมากถ้ามีงานเยอะเรียนหนักก็จะกินข้าวไม่ตรงเวลาค่ะ บางครั้งกินเยอะ กินน้อยต่างกันไปค่ะ ส่วนมากซื้อกินค่ะเนื่องจากเวลาที่จำกัด ก็จะเลือกอาหารที่กินจากความชอบ ความ สะดวกรวดเร็วเป็นต้นค่ะ ความคิดเห็นที่สิบเจ็ด การกินก็จะปรับเปลี่ยนไปแล้วแต่ช่วงค่ะ ช่วงสอบหรือช่วงที่งานเยอะก็จะกิน เยอะเป็นพิเศษเพราะต้องใช้แรง สมอง พลังงานเยอะมากในการทำงานก็ส่งผลให้กินเพิ่มขึ้นไปอีกค่ะ ก็กินไม่ ตรงเวลา แล้วส่วนมากก็เลือกซื้อแทนทำเองค่ะตัดความยุ่งยากในการทำอาหาร สรุปความคิดเห็นด้านการเลือกซื้อเพื่อบริโภค พฤติกรรมโดยรวมคือ นักศึกษาส่วนมากมีการเลือกซื้ออาหารทาน มากกว่าการทำเองเพื่อลดความ ยุ่งยากในการ ลดการทำความสะอาดและความยุ่งยาก และเลือกทานอาหารที่มีความสะดวกรวดเร็วไม่ได้ คำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับและโภชนาการเท่าที่ควร


71 4.2.2 พฤติกรรมการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษาที่ส่งผลกระทบต่อตัว นักศึกษา และมีแนวทางการปรับปรุงแก้ไขอย่างไร ความคิดเห็นที่หนึ่ง ปกติกินประเภทอาหารคาว เช่น ผัดผัก , หมูทอด,ไก่ทอด อาหารจำพวกนี้ ก่อให้เกิดไขมันสะสม โรคอ้วน และเนื้อสัตว์มีราคาแพงทำให้ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอีกด้วย คิดว่าจะแก้ไขโดยการ ลดการกินของทอดแล้วเปลี่ยนเป็นแบบต้มหรือนึ่งแทน ความคิดเห็นที่สอง เนื่องจากเป็นช่วงที่รักษาสุขภาพจึงมีการระมัดระวังเรื่องการเลือกกินเป็นพิเศษก็ จะกินพวกโปรตีน ผัก ผลไม้และสารอาหารดีๆให้กับร่างกาย พอกินไปแล้วเราก็จะรักษาสุขภาพและรูปร่างที่ดี เอาไว้ได้ ส่วนเรื่องเงินก็แล้วแต่เราบริหาร ถ้าเลือกอาหารที่คุณภาพสูงหน่อยตามห้างสรรพสินค้าของที่ซื้อมาก็ จะมีราคาสูง แต่ส่วนมากก็ไม่ได้เดือดร้อนทางการเงินก็จะซื้อของจากห้างมาทำอาหารกินเองเป็นประจำ เพราะเลือกทำอาหารดีๆจึงไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อร่างกาย ความคิดเห็นที่สาม ส่วนมากกินอาหารไทยมากสุด พวกผัดเนื้อ ผัดเผ็ด เวลากินก็ไม่นึกอะไรนะ แค่เพื่อไม่ให้หิวเฉยๆ แต่เพราะผมซื้อกินมันก็ค่อนข้างแต่ว่าราคาที่จ่ายไปก็เท่าๆเดิมในแต่ละวัน แต่เพราะการ กินเนื้อสัตว์ก็เลยย่อยยาก รู้สึกอ้วนขึ้น ก็คงจะแก้ไขโดยการกินผักมากขึ้นแล้วก็ลดเนื้อสัตว์ ความคิดเห็นที่สี่ เป็นอาหารอีสาน ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบเผ็ดๆ รสชาติจัดๆ อาจจะไม่ดีต่อสุขภาพแต่เป็น อาหารที่กินแล้วรู้สึกดีแต่บางทีกินรสจัดก็รู้สึกตัวบวมๆ ต่อไปน่าจะแก้ไขโดยลดความจัดจ้านของรสชาติลง แล้วก็ไม่มีปัญหาด้านการเงินอะไร ที่กินไม่ค่อยแพง ความคิดเห็นที่ห้า อาหารที่ทำบ่อยๆคือมาม่าค่ะ ก็ทำร่างกายขาดสารอาหารแต่ว่ามีเงินเก็บนะคะ ถือว่าประหยัดดีต่อไปคงติองกินผักบ้างเพิ่มสารอาหาร ความคิดเห็นที่หก อาหารทอดตามที่บอกไปครับ กินเยอะๆผมรู้สึกอ้วนขึ้นนะครับ คงต้องลดของทอด ก็ไม่มีปัญหาเรื่องเงินนะครับส่วนมากคิดเผื่อไว้แล้ว ความคิดเห็นที่เจ็ด ส่วนมากกินอาหารจานเดียวครับ สั่งตามร้านข้าว ไม่ได้คิดเรื่องสุขภาพครับ อนาคตคงคิดจะกินสารอาหารอย่างอื่นเพิ่มเอา เรื่องเงินก็ไม่ส่งผลอะไรเพราะไม่ค่อยได้ซื้อกินครับ ความคิดเห็นที่แปด เนื่องจากไม่ได้ใส่ใจเรื่องโภชนาการมากนักจึงเลือกรับประทานอาหารที่ต้องการ แต่จะเลี่ยงรับประทานอาหารที่มีรสจัด เพราะไม่ดีต่อลำไส้ เพราะส่วนตัวเเล้วที่ไม่สนใจเรื่องโภชนาการนั่นเป็น คนที่ระบบเผาพลาญดีอยู่เเล้วและเล่นกีฬาเเละออกกำลังกายเป็นประจำ ส่วนเรื่องเงิน จะหมดกับการซื้อ เครื่องดื่มน้ำอัดลม กับขนมเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่เป็นปัญหากับการใช้ชีวิตเพราะว่า ถือคติENJOY EATING ความคิดเห็นที่เก้า ส่วนมักจะกินข้าวเป็นมื้อหลักและกินขนมเป็นอาหารวางแต่กินบ่อยส่งผลกระทบ ให้อ้วนและเงินไม่ค่อยมีเก็บเพราะกินหมด อนาคตคงลดขนมเพราะก็กลัวอ้วนเหมือนกัน ความคิดเห็นที่สิบ ถ้าที่กินบ่อยจะเป็นก๋วยเตี๋ยวมากกว่า กับพวกของกินเล่นทั่วไป เพราะส่วนมากกิน ก๋วยเตี๋ยวสารอาหารน่าจะไม่ครบไม่พออนาคตคงกินอาหารที่หลากหลาย ความคิดเห็นที่สิบเอ็ด ส่วนมากกินอาหารตามตลาดนัดที่เลือกได้ครับ ผมคิดว่ากินแล้วไม่อ้วนเกินก็พอ ครับ เรื่องเงินก็ไม่ส่งผลอะไรครับ


72 ความคิดเห็นที่สิบสอง มักจะกินข้าวเป็นมื้อหลักไม่ค่อยกินขนมแต่จะกินผลไม้ทุกมื้อค่ำทำให้มีเงินเก็บ และสุขภาพแข็งแรง ความคิดเห็นที่สิบสาม เลือกกินอาหารที่หลากหลายถูกสุขอนามัยแล้วก็ราคาจับต้องได้ไม่แพงมากเลย มีสุขภาพแข็งแรงตามปกติและมีเงินเก็บ ความคิดเห็นที่สิบสี่ ผมกินอาหารประเภทต้มครับเลยทำให้ร่างกายไม่ค่อยอ้วน เพราะไม่ค่อยกินของ ทอดด้วย ร่างกายก็ดีขึ้น พอไม่กินของทอดของขบเคี้ยวก็มีเงินเก็นเพิ่มครับ ความคิดเห็นที่สิบห้า ข้าวจานเดียวค่ะ ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องโภชนาการเลยไม่รู้ส่วนทางการเงินก็แล้วแต่วัน ค่ะ วันไหนเหนื่อยๆก็กินเยอะกว่าปกตินิดหน่อย อนาคตคงกินอย่างอื่นบ้างเพื่อเพิ่มโภชนาการบางอย่าง ความคิดเห็นที่สิบหก มื้อหลักเป็นอาหารจานเดียวค่ะเพราะว่าข้าวอิ่มนาน ไม่กินจุกจิกให้เปลืองเงิน ระหว่างวัน ก็จะอ้วนค่ะ น้ำหนักขึ้น โภชนาการ พลังงาน สารอาหารไม่เพียงพอต่อร่างกายบางครั้ง เพราะว่า กินไม่ตรงเวลากินระหว่างทำงานบ้างก็จะควบคุมการกินให้เหมาะสมได้ยาก และการที่กินเยอะขึ้นก็ส่งผล กระทบมากเกี่ยวกับการเงิน มีการใช้จ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการกินที่เพิ่มขึ้นระหว่างช่วงที่ทำงานดึก จะแก้ไขโดยการกินอาหารเป็นมื้อมากขึ้น ลดการกินจุกจิกลดการเกิดโรคอ้วน ความคิดเห็นที่สิบเจ็ด อาหารที่กินบ่อยๆส่วนมากเป็นอาหารรสชาติจัดจ้านค่ะ เพราะว่าไม่ค่อยได้คิด เรื่องโภชนาการค่ะก็เลยมีผลกระทบต่อร่างกายบ้างเช่น น้ำหนักขึ้น ขับถ่ายยาก เป็นต้นค่ะ ส่วนเรื่องการเงิน ค่อนข้างมีปัญหานะคะกินเยอะก็เลยใช้เงินเยอะตามค่ะ ต่อไปก็จะลดการกินที่รสชาติจัดจ้านและคิดเรื่อง สารอาหารเพิ่มขึ้น สรุปแนวทางการปรับปรุงแก้ไข 1. นักศึกษาส่วนมากมีแนวโน้มแก้ไขการรับประทานอาหารไปในทางที่ดีขึ้น คำนึงถึงสารอาหาร รูปร่าง สุขภาพร่างกาย และการเพิ่มโภชนาการต่างๆ 2. นักศึกษาส่วนมากมีแนวโน้มในการแก้ไขด้านการเงินที่ดีขึ้น ลดการซื้ออาหารขนมขบเขี้ยวในส่วนที่ ไม่จำเป็นเหมือนกับมื้อหลัก เช้า กลางวัน เย็น ผลสรุปโดยรวม พบว่า นักศึกษาส่วนมากเลือกรับประทานอาหารที่รสชาติจัดจ้าน และไม่คำนึงถึง สารอาหารและโภชนาการที่ควรได้รับ ทางด้านสุขภาพนักศึกษาส่วนมากเนื่องจากไม่ได้เลือกรับประทาน อาหารที่ดีพอส่งผลกระทบในเรื่องของน้ำหนัก รูปร่าง สัดส่วน และการขาดสารอาหาร เป็นต้น ทางด้าน การเงินเนื่องจากมีการกินไม่ตรงเวลาและกินขนมนอกเหนืออาหารหลัก ทำให้นักศึกษาบางส่วนหมดเงินไปกับ ส่วนนี้มาก จากคำตอบโดยรวมของนักศึกษามีแนวโน้มแก้ไขพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันโดย คำนึงถึงปัจจัยต่างๆ รวมถึงสุขภาพและการเงิน


73 บทที่5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่องพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวัน ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้าน จอมบึง ผู้วิจัยตั้งวัตถุประสงค์ไว้3 ประการ คือ (1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมในการเลือกบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง (2) พื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมใน การเลือกบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง (3) เพื่อเปรียบเทียบ ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อพฤติกรรมในการเลือกบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราช ภัฏหมู่บ้านจอมบึง ในการวิจัยครั้งนี้กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จำนวนทั้งสิ้น 363 คน การกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างจากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ตั้งแต่ระดับชั้นปีที่ 1 - 4 โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบตามสะดวก (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็น แบบสอบถาม จากนั้นนำแบบสอบถามที่รวบรวมได้มาดำเนินการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลด้วย คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ เพื่อคำนวณหาค่าสถิติสำหรับตอบวัตถุประสงค์และสมมติฐานการ วิจัยให้ครบถ้วนตามที่ตั้งไว้ ลำดับขั้นตอนดังนี้ 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.2 อภิปรายผลการวิจัย 5.3 ข้อเสนอแนะจากการวิจัย 5.1 สรุปผลการวิจัย ผลการวิจัยเชิงปริมาณ 5.1.1 การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ในการวิจัยเรื่องนี้กลุ่มตัวอย่างที่วิจัยคือ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ซึ่งมีข้อมูลทั่วไป ของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ ระดับชั้นปีลักษณะที่อยู่อาศัยของนักศึกษา รายรับที่ได้รับต่อเดือน ของนักศึกษา รายจ่ายที่เกิดระหว่างการซื้อของนักศึกษา ฐานะทางบ้านของนักศึกษา โดยใช้การวิเคราะห์โดย การแจกแจงค่าความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ เพศ พบว่า กลุ่มตัวอย่างนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผู้ตอบแบบสอบถามเพศชาย จำนวน 135 คน คิดเป็นร้อยละ 37.2 เพศหญิง จำนวน 204 คน คิดเป็นร้อยละ 56.2 เพศทางเลือก จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 6.6 อายุพบว่า กลุ่มตัวอย่างนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผู้ตอบแบบสอบถามอายุต่ำกว่า 18 ปีจำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 5.8 อายุ19 ปี จำนวน 85 คน คิดเป็นร้อยละ 23.4 อายุ20


74 ปีจำนวน 117 คน คิดเป็นร้อยละ 32.2 อายุ 21 ปี จำนวน 96 คน คิดเป็นร้อยละ 26.4 อายุ 22 ปี จำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 9.6 อายุมากกกว่า 22 ปี จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 2.5 ระดับชั้น พบว่า กลุ่มตัวอย่างนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผู้ตอบแบบสอบถามชั้นปี ที่ 1 จำนวน 54 คน คิดเป็นร้อยละ 14.9 ชั้นปีที่ 2 จำนวน 135 คน คิดเป็นร้อยละ 37.2 ชั้นปีที่ 3 จำนวน 134 คน คิดเป็นร้อยละ 36.9 ชั้นปีที่ 4 จำนวน 40 คน คิดเป็นร้อยละ 11.0 ลักษณะที่อยู่อาศัยของนักศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผู้ตอบแบบสอบถามมีลักษณะที่พักอาศัยเป็นแบบบ้านเช่า/ห้องเช่า จำนวน 68 คน คิดเป็นร้อยละ 18.7 คอนโด/ตึกแถว/อาคารพาณิชย์ จำนวน 49 คน คิดเป็นร้อยละ 13.5 บ้านส่วนตัว 141 คน คิดเป็นร้อยละ 38.8 อาศัยอยู่กับญาติ จำนวน 61 คน คิดเป็นร้อยละ 16.8 หอพักในมหาวิทยาลัย จำนวน 44 คน คิดเป็นร้อย ละ 12.1 รายรับที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำ+งานเสริมนอกเวลาต่อเดือน พบว่า กลุ่มตัวอย่างนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผู้ตอบแบบสอบถามมีรายรับ ต่ำกว่า 5,000 บาท จำนวน 143 คน คิดเป็น ร้อยละ 39.4 ผู้มีรายรับ 5,001 – 10,000 บาท จำนวน 125 คน คิดเป็นร้อยละ 34.4 ผู้มีรายรับ 10,001 – 15,000 บาท จำนวน 77 คน คิดเป็นร้อยละ 21.2 ผู้มีรายรับ 15,001 – 20,000 บาท จำนวน 15 คน คิดเป็น ร้อยละ 4.1 และผู้มีรายรับมากกว่า 20,000 บาท จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 0.8 รายจ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างเรียนต่อเดือน พบว่า กลุ่มตัวอย่างนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้าน จอมบึง ผู้ตอบแบบสอบถามมีรายจ่าย ต่ำกว่า 5,000 บาท จำนวน 157 คน คิดเป็นร้อยละ 43.3 ผู้มีรายจ่าย 5,001 – 10,000 บาท จำนวน 123 คน คิดเป็นร้อยละ 33.9 ผู้มีรายจ่าย 10,001 – 15,000 บาท จำนวน 62 คน คิดเป็นร้อยละ 17.1 ผู้มีรายจ่าย 15,001 – 20,000 บาท จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 4.1 และผู้มี รายจ่ายมากกว่า 20,000 บาท จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 1.7 อาชีพของครอบครัว พบว่า กลุ่มตัวอย่างนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผู้ตอบ แบบสอบถามมีอาชีพ ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ จำนวน 77 คน คิดเป็นร้อยละ 21.2 ค้าขาย/ธุรกิจ ส่วนตัว จำนวน 114 คน คิดเป็นร้อยละ 31.4 เกษตรกร จำนวน 102 คน คิดเป็นร้อยละ 28.1 รับจ้าง (ทั่วไป) จำนวน 56 คน คิดเป็นร้อยละ 15.4 อื่นๆ จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 3.9 5.1.2 การวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมในการเลือกบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง การวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมในการเลือกบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัย ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พบว่า ความคิดเห็นของนักศึกษาต่อด้านข้อมูลการประเมินพฤติกรรมการบริโภค อาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (̅̅= 3.45, S.D. = 0.581) เมื่อพิจารณา เป็นรายด้านพบว่า ด้านใครอยู่ในตลาดเป้าหมายมีค่าสูงสุด (̅̅= 3.55, S.D. = 0.757) และด้านผู้บริโภคซื้อที่ไหนมีค่าต่ำที่สุด (̅̅= 3.33, S.D. = 0.810) ตามลำดับ


75 ใครอยู่ในตลาดเป้าหมาย พบว่า ความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านใครอยู่ในตลาดเป้าหมายอยู่ในระดับมาก (̅ = 3.55, S.D. = 0.757) ข้อ 2 นักศึกษาคิดว่าอาหารที่มีการค้าขายมีคุณภาพมากพอสำหรับนักศึกษามีค่าสูงที่สุด (̅̅= 3.57, S.D. = 0.839) และข้อ 1 นักศึกษาคิดว่าอาหารที่มีการค้าขายโดยรอบมหาวิทยาลัย ตรงตามความ ต้องการของนักศึกษามีค่าต่ำที่สุด (̅ = 3.52, S.D. = 0.874) ตามลำดับ ผู้บริโภคซื้ออะไร พบว่า ความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านผู้บริโภคซื้ออะไรอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.47, S.D. = 0.747) ข้อ 2 นักศึกษามีการซื้ออาหารโดยคำนึงถึงคุณภาพและบริการที่ได้รับ มีค่าสูงที่สุด (̅ = 3.53, S.D. = 0.874) ข้อ 1 นักศึกษามีการเลือกซื้ออาหารที่สามารถรับประทานได้ด้วยความรวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวนานมีค่า ต่ำสุด (̅ = 3.40, S.D. = 0.813) ตามลำดับ ทำไมผู้บริโภคจึงซื้อ พบว่า ความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านทำไมผู้บริโภคจึงซื้ออยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.47, S.D. = 0.777) ข้อ 2 นักศึกษามีความต้องการในการเลือกบริโภคอาหาร ต่างๆ จากร้านค้าใกล้บ้านที่พัก หรือใกล้มหาวิทยาลัยมีค่าสูงที่สุด (̅ = 3.53, S.D. = 0.896) ข้อ 1 นักศึกษามีการเลือกซื้ออาหารจาก งบประมาณหรือ ทุนทรัพย์ในการซื้ออาหารที่ตนเองต้องการมีค่าต่ำที่สุด (̅ = 3.42, S.D. = 0.880) ตามลำดับ ใครมีส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้อ พบว่า ความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านใครมีส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้อ อยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.36, S.D. = 0.807) ข้อ 2 นักศึกษาตัดสินใจในการเลือกซื้ออาหารหลังจาก ได้รับ คำแนะนำจากคนรอบตัวมีค่าสูงที่สุด (̅ = 3.41, S.D. = 0.916) ข้อ 1 นักศึกษาเลือกรับประทานจากข้อมูลที่ ได้รับจากสิ่ง โซเชียลมีเดียมีค่าต่ำที่สุด (̅ = 3.31, S.D. = 0.913) ตามลำดับ ผู้บริโภคซื้อเมื่อใด พบว่า ความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านผู้บริโภคซื้อเมื่อใดอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.47, S.D. = 0.744) ข้อ 2 นักศึกษามีการซื้ออาหารเมื่อรู้สึกมีความต้องการโดย ไม่คำนึงถึงเวลาและจำนวนครั้งใน การรับประทานอาหารมากที่สุด (̅ = 3.52, S.D. = 0.893) ข้อ 1นักศึกษามีการซื้ออาหารเพื่อรับประทานตาม เวลาปกติเช้า กลางวัน เย็น ต่ำที่สุด (̅ = 3.41, S.D. = 0.794) ตามลำดับ ผู้บริโภคซื้อที่ไหน พบว่า ความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านผู้บริโภคซื้อที่ไหนอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.33, S.D. = 0.810) ข้อ 2นักศึกษามีการเลือกซื้อวัตถุดิบจากแล้วตลาดสดแล้ว นำมาประกอบอาหารทานมากที่สุด (̅ = 3.41, S.D. = 0.919) ข้อ 1 นักศึกษาเลือกซื้ออาหารจากช่องทางออนไลน์หรือ โซเชียลมิเดีย เช่น ฟู๊ด แพนด้า (Foodpanda), ไลน์แมน (Line Man), แกร๊บ (Grab), เซเว่น (7-Delivery) มีค่าต่ำที่สุด ตามลำดับ


76 ผู้บริโภคซื้ออย่างไร พบว่า ความคิดเห็นด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านผู้บริโภคซื้ออย่างไรอยู่ในระดับมากที่สุด (̅ = 3.54, S.D. = 0.735) ข้อ 2 นักศึกษาเลือกซื้ออาหารเฉพาะร้านต้าที่มีการจ่ายเงินสดเพียงช่องทางเดียว มีค่าสูงที่สุด (̅ = 3.60, S.D. = 0.802) ข้อที่ 1 นักศึกษาเลือกซื้ออาหารที่มีการจ่ายเงินผ่านช่องทางธนาคารผ่าน โทรศัพท์มือถือ มีค่าต่ำที่สุด (̅ = 3.47, S.D. = 0.868) ตามลำดับ 5.1.3 การวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง การวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พบว่า ความคิดเห็นด้านปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( ̅ = 3.24 , S.D. = 0.671) ด้านปัจจัยจิตวิทยามีค่าสูงสุด (̅ = 3.44 , S.D. = 0.816) และด้านปัจจัยทาง วัฒนธรรมมีค่าต่ำสุด (̅ = 3.02 ,S.D. = 0.922) ตามลำดับ ปัจจัยทางวัฒนธรรม พบว่า ความคิดเห็นด้านปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านปัจจัยทางวัฒนธรรมอยู่ในระดับ มาก (̅ = 3.02 , S.D. = 0.922) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่ 2นักศึกษามีการเลือกรับประทานอาหาร ตามคำแนะนำของคนในพื้นที่ มีค่าสูงที่สุด (̅ = 3.09 , S.D. = 0.959) ข้อที่ 1นักศึกษามีการเลือกรับประทาน อาหารตามคำแนะนำของคนในพื้นที่ ต่ำที่สุด (̅ = 2.94 , S.D. = 1.036) ตามลำดับ ปัจจัยด้านสังคม พบว่า ความคิดเห็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวัน ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านปัจจัยด้านสังคมอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.14 , S.D. = 0.807) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่ 2 นักศึกษามีการเลือกรับประทานกับกลุ่มเพื่อน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการเลือกรับประทานอาหาร มีค่าสูงที่สุด (̅ = 3.20 , S.D. = 0.921) ข้อที่ 1 นักศึกษามีการเลือกรับประทานอาหารตามความนิยมของสังคมของคนในพื้นที่มีค่าต่ำที่สุด (̅ = 3.09 , S.D. = 0.871) ตามลำดับ ปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ความคิดเห็นด้านปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านปัจจัยส่วนบุคคลอยู่ในระดับปาน กลาง (̅ = 3.35 , S.D. = .759) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่ 1นักศึกษามีการเลือกซื้ออาหารโดย คำนึงถึงรายรับ รายจ่าย และความเหมาะสมของราคาอาหารมีค่าสูงที่สุด (̅ = 3.36 , S.D. = .809) ข้อที่ 2 นักศึกษามีการเลือกซื้ออาหารตามความชื่นชอบโดยไม่คำนึงถึงรายรับ รายจ่าย และความเหมาะสมของราคา อาหาร มีค่าต่ำสุด (̅ = 3.35 , S.D. = .875) ตามลำดับ


77 ปัจจัยด้านจิตวิทยา พบว่า ความคิดเห็นด้านปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมด้านปัจจัยด้านจิตวิทยาอยู่ในระดับ ปานกลาง (̅ = 3.44 , S.D. = .816) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่ 1 นักศึกษาเลือกซื้ออาหาร โดย เลือกอาหารที่มีสีสันดึงดูด ภาพลักษณ์ที่ดี กลิ่นหอม รสชาติถูกใจ รวมถึงความน่าสนใจจากผู้ซื้อคนก่อนหน้ามี ค่าสูงที่สุด (̅ = 3.46 , S.D. = .886) ข้อที่ 2 นักศึกษามีการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารตามคำแนะนำของคนใน ครอบครัวหรือคนรอบข้างที่มีอยู่ให้คำแนะนำชักจูงให้เลือกซื้ออาหาร มีค่าต่ำสุด (̅ = 3.43 , S.D. = .962) ตามลำดับ 5.1.4 การวิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคลมีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง การวิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคลมีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงที่มีเพศ อายุ ระดับชั้น ลักษณะที่อยู่อาศัย รายรับที่ได้รับจากผู้ปกครอง/ การทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน รายจ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างเรียนต่อเดือน อาชีพของครอบครัว หากพิจารณา เป็นรายด้าน พบว่า เพศ กลุ่มตัวอย่างทั้งเพศชาย เพศหญิง และเพศทางเลือก มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการ บริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามเพศ โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีเพศที่แตกต่างกันมีความเห็นที่ไม่แตกต่างกัน (F = 0.641, Sig = 0.527) อายุ กลุ่มตัวอย่างทั้งอายุต่ำกว่า 18 ปีอายุ 19 ปี อายุ 20 ปี อายุ 21 ปี อายุ 22 ปีและมากกว่า 22 ปีมีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ หมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามอายุ โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (F =3.321, Sig = 0.006**) ระดับชั้น กลุ่มตัวอย่างทั้งระดับชั้นปีที่ 1 ระดับชั้นปีที่ 2 ระดับชั้นปีที่ 3 ระดับชั้นปีที่ 4 มีความเห็น ว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง แตกต่างกันจำแนกตามระดับชั้น โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มี นัยสำคัญทางสถิติ(F 1.062, Sig = 0.365) ลักษณะที่อยู่อาศัย กลุ่มตัวอย่างลักษณะที่อาศัยอยู่ บ้าน/ห้องเช่า คอนโด/ตึกแถว/อาคารพาณิชย์ บ้านส่วนตัว อาศัยอยู่กับญาติ หอพักในมหาวิทยาลัย มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจจำแนกตามลักษณะที่อาศัยอยู่ โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยมีนัยสำคัญทางสถิติ.01 (F 0.791, Sig = 0.531) รายรับที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน กลุ่มตัวอย่างลักษณะรายรับที่ ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน ต่ำกว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001


78 – 15,000 บาท 15,001 – 20,000 บาท มีรายรับมากกว่า 20,001 บาท มีความเห็นว่าข้อมูลระดับ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกัน จำแนกตามรายรับที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่ แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ(F 1.775, Sig = 0.133) รายจ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างเรียนต่อเดือน พบว่า กลุ่มตัวอย่างรายจ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างเรียนต่อเดือน ต่ำกว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท 15,001 – 20,000 บาท มีรายรับ มากกว่า 20,001 บาท มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามรายจ่ายที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอก เวลาต่อเดือน โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (F 0.749, Sig = 0.559) อาชีพของครอบครัว กลุ่มตัวอย่างลักษณะอาชีพของครอบครัว ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว เกษตรกร รับจ้าง (ทั่วไป) อื่นๆ มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามลักษณะอาชีพของ ครอบครัว โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (F 0.942, Sig = 0.439) 5.1.5 การวิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคลมีผลต่ออิทธิพลพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวัน ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง การวิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคลมีผลต่ออิทธิพลพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงที่มีเพศ อายุระดับชั้น ลักษณะที่อยู่อาศัย รายรับที่ได้รับจาก ผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน รายจ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างเรียนต่อเดือน อาชีพของครอบครัว หากพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า เพศ กลุ่มตัวอย่างลักษณะเพศ ชาย หญิง เพศทางเลือก มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการ บริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตาม ลักษณะเพศ โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ(F 2.148, Sig = 0.118) อายุ กลุ่มตัวอย่างลักษณะอายุ ต่ำกว่า 18 ปี19 ปี 20 ปี 21 ปี 22 ปี มากกว่า 23 ปี มีความเห็นว่า ข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง แตกต่างกันจำแนกตามลักษณะอายุ โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยมี นัยสำคัญทางสถิติ.01 (F 2.620, Sig = 0.024*) ระดับชั้น กลุ่มตัวอย่างลักษณะระดับชั้น ชั้นปีที่ 1ชั้นปีที่ 2 ชั้นปีที่3 ชั้นปีที่ 4 ความเห็นว่าข้อมูล ระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่าง


79 กันจำแนกตามลักษณะเพศ โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มี นัยสำคัญทางสถิติ(F 1.138, Sig = 0.334) ลักษณะที่อาศัยอยู่ กลุ่มตัวอย่างลักษณะที่อาศัยอยู่ บ้าน/ห้องเช่า คอนโด/ตึกแถว/อาคารพาณิชย์ บ้านส่วนตัว อาศัยอยู่กับญาติ หอพักในมหาวิทยาลัย ความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามลักษณะที่อาศัยอยู่ โดย ภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยนัยสำคัญทางสถิติ.05 (F 2.741, Sig = 0.029*) รายรับที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน กลุ่มตัวอย่างลักษณะรายรับที่ ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน ต่ำกว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท 15,001 – 20,000 บาท มีรายรับมากกว่า 20,001 บาท มีความเห็นว่าข้อมูลระดับ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกัน จำแนกตามรายรับที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงานเสริมนอกเวลาต่อเดือน โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่ แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยมีนัยสำคัญทางสถิติ .05 (F 2.527, Sig = 0.040*) รายจ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างเรียนต่อเดือน กลุ่มตัวอย่างลักษณะรายรับที่ได้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างเรียน ต่อเดือน ต่ำกว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท 15,001 – 20,000 บาท มีรายรับมากกว่า 20,001 บาท มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามรายรับที่ได้รับจากผู้ปกครอง/การทำงาน เสริมนอกเวลาต่อเดือน โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยมีนัยสำคัญทาง สถิติ.01 (F 3.337, Sig = 0.011**) อาชีพของครอบครัว กลุ่มตัวอย่างลักษณะอาชีพของครอบครัว ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว เกษตรกร รับจ้าง (ทั่วไป) อื่นๆ มีความเห็นว่าข้อมูลระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงแตกต่างกันจำแนกตามลักษณะอาชีพของ ครอบครัว โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างที่มีที่แตกต่างกันมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (F 1.563, Sig = 0.184) 5.1.6 การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 และมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .01 ซึ่งหากพิจารณาเป็นรายด้านจะพบความแตกต่างในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้


80 1. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านพฤติกรรม การบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมีนัยสำคัญที่ ระดับ .01 2. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านผู้บริโภคซื้ออะไร มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 3. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านทำไมผู้บริโภคจึงซื้อ มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 4. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านใครมีส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้อ มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ต่อปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้าน จอมบึงด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง สูงสุดอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 5. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านผู้บริโภคเมื่อใด มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 6. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านผู้บริโภคซื้อที่ไหน มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 7. การวิเคราะห์ค่าความสัมประสิทธิ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้านผู้บริโภคซื้ออย่างไร มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อปัจจัยที่มี


81 อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสูงสุดอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก การประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่เป็นตัวแทนกลุ่มนักศึกษา เพื่อค้นหาคำตอบเกี่ยวกับพฤติกรรม การบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และแนวทางในการ ปรับปรุงพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษาให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในวัตถุประสงค์ สำคัญของการศึกษาครั้งนี้ ทั้งนี้รายละเอียดผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1. นักศึกษามีพฤติกรรมการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันในรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอม บึงอย่างไรบ้าง ความคิดเห็นที่หนึ่ง เลือกทำแบบบริโภคเอง เพราะว่า สามารถเลือกตวัตถุดิบตามใจชอบ และปรุง รสชาติอาหารตามความต้องการได้ ความคิดเห็นที่สอง ส่วนมากรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เพราะช่วงนี้เล่นเวทออกกำลังกายรักษา สุขภาพ ก็จะเลือกกินพวกอกไก่ ผัก และผลไม้ ไม่ค่อยรับประทานขนมขบเคี้ยวเพราะรู้สึกว่ามันสิ้นเปลืองไม่มี ประโยชน์หรือคุณค่าทางโภชนาการที่ร่างกายต้องการ และส่วนมากก็เลือกที่จะทำกินเองเพราะว่าเราจะได้ ปริมาณอาหารและเครื่องปรุงได้ตามต้องการค่ะ ความคิดเห็นที่สาม ผมชอบกินอาหารที่รสจัดจ้าน เลือกอาหารที่จัดจ้าน ส่วนมากจะซื้อสำเร็จมาเลย เช่นซื้อจากตามตลาด ความคิดเห็นที่สี่ เลือกอาหารที่กินง่ายๆ หาซื้อง่ายตามนัดหรือที่ใกล้ๆหอพัก ส่วนมากจะซื้อกินไม่ทำ เองเพราะทำเองยุ่งยาก ความคิดเห็นที่ห้า เลือกซื้ออาหารแห้งที่ทำเองที่หอได้ง่ายๆ ทำกินเองง่ายๆเช่นมาม่า ความคิดเห็นที่หก ชอบกินของทอด หมูทอด ไก่ทอด ส่วนมากซื้อกินครับง่ายๆ ความคิดเห็นที่เจ็ด ผมกินน้อยนะ กินไม่ค่อยเป็นเวลาด้วย วันละประมาณหนึ่งถึงสองมื้อ ส่วนมากก็จะ ซื้อกินครับไม่อยากทำเองมันใช้เวลาเยอะ ความคิดเห็นที่แปด รับประทานวันละ 2 มื้อ จะรับประทาน มื้อเช้าเพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงาน เพียงพอในการไปเรียน และจะเลือกรับประทาน อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีน เพราะ เป็นคนที่ออกกำลังกาย และต้องการที่จะซ่อมแซมส่วนที่ขาดไป แต่จะไม่ได้จำกัดเรื่องการกินเพราะส่วนตัว ชอบกินขนมขบเคี้ยว ตลอดทั้งวัน มีดื่มน้ำอัดลม 1 ลิตรเป็นอย่างน้อยต่อวัน ไม่ค่อยสนโภชนาการมากเพราะ เน้น ออกกำลังกาย เพื่อคาดิโอเเทน ความคิดเห็นที่เก้า จะเลือกซื้ออาหารที่ถูกและอิ่มเช่นพวกขนมปัง


82 ความคิดเห็นที่สิบ ส่วนใหญ่ 90% ซื้อกิน 50% กินข้าว/ก๋วยเตี๋ยว (ของที่กินแล้วอิ่มเลย) 30% ของกินเล่นทั่วไป 10% มาม่า ความคิดเห็นที่สิบเอ็ด ผมกินครบสามมื้อครับ ส่วนมากก็จะซื้อกินครับไม่อยากทำเองมันใช้เวลาเยอะ แล้วก็ต้องทำความสะอาดเยอะด้วย ความคิดเห็นที่สิบสอง ส่วนใหญ่มักจะซื้อของมาทำกินเองแต่ถ้าจะซื้อกินมักจะเป็นข้าว ความคิดเห็นที่สิบสาม เรากินทุกอย่างนะไม่เลือกกิน แต่ก็เลือกอาหารที่ดูสะอาด ถ้าเป็นอาหารแห้งก็ จะดูอย.หรือว่าดูฐานลูกค้าว่าซื้อเยอะไหม เพราะถ้าคนซื้อเยอะก็มีโอกาศอร่อยกว่าร้านคนน้อย ความคิดเห็นที่สิบสี่ ผมเลือกอาหารที่กินแล้วดีต่อร่างกายครับ ไม่กินของทอด แล้วก็กินเป็นเวลา ส่วนมากทำกินเองเพราะว่าดูคลิปทำอาหารในเน็ตแล้วอยากทำตามด้วยส่วนนึง ความคิดเห็นที่สิบห้า ก็กินตามเวลาค่ะ เช้า กลางวัน เย็น ซื้อกินเป็นส่วนมากเพราะว่ารวดเร็วค่ะไม่ ต้องรอนาน ความคิดเห็นที่สิบหก ส่วนมากถ้ามีงานเยอะเรียนหนักก็จะกินข้าวไม่ตรงเวลาค่ะ บางครั้งกินเยอะ กินน้อยต่างกันไปค่ะ ส่วนมากซื้อกินค่ะเนื่องจากเวลาที่จำกัด ก็จะเลือกอาหารที่กินจากความชอบ ความ สะดวกรวดเร็วเป็นต้นค่ะ ความคิดเห็นที่สิบเจ็ด การกินก็จะปรับเปลี่ยนไปแล้วแต่ช่วงค่ะ ช่วงสอบหรือช่วงที่งานเยอะก็จะกิน เยอะเป็นพิเศษเพราะต้องใช้แรง สมอง พลังงานเยอะมากในการทำงานก็ส่งผลให้กินเพิ่มขึ้นไปอีกค่ะ ก็กินไม่ ตรงเวลา แล้วส่วนมากก็เลือกซื้อแทนทำเองค่ะตัดความยุ่งยากในการทำอาหาร สรุปความคิดเห็นด้านการเลือกซื้อเพื่อบริโภค พฤติกรรมโดยรวมคือ นักศึกษาส่วนมากมีการเลือกซื้ออาหารทาน มากกว่าการทำเองเพื่อลดความ ยุ่งยากในการ ลดการทำความสะอาดและความยุ่งยาก และเลือกทานอาหารที่มีความสะดวกรวดเร็วไม่ได้ คำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับและโภชนาการเท่าที่ควร 2. พฤติกรรมการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา ส่งผลกระทบอย่างไรต่อตัว นักศึกษา และมีแนวทางการปรับปรุงแก้ไขอย่างไร ความคิดเห็นที่หนึ่ง ปกติกินประเภทอาหารคาว เช่น ผัดผัก , หมูทอด,ไก่ทอด อาหารจำพวกนี้ ก่อให้เกิดไขมันสะสม โรคอ้วน และเนื้อสัตว์มีราคาแพงทำให้ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอีกด้วย คิดว่าจะแก้ไขโดยการ ลดการกินของทอดแล้วเปลี่ยนเป็นแบบต้มหรือนึ่งแทน ความคิดเห็นที่สอง เนื่องจากเป็นช่วงที่รักษาสุขภาพจึงมีการระมัดระวังเรื่องการเลือกกินเป็นพิเศษก็ จะกินพวกโปรตีน ผัก ผลไม้และสารอาหารดีๆให้กับร่างกาย พอกินไปแล้วเราก็จะรักษาสุขภาพและรูปร่างที่ดี เอาไว้ได้ ส่วนเรื่องเงินก็แล้วแต่เราบริหาร ถ้าเลือกอาหารที่คุณภาพสูงหน่อยตามห้างสรรพสินค้าของที่ซื้อมาก็ จะมีราคาสูง แต่ส่วนมากก็ไม่ได้เดือดร้อนทางการเงินก็จะซื้อของจากห้างมาทำอาหารกินเองเป็นประจำ เพราะเลือกทำอาหารดีๆจึงไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อร่างกาย


83 ความคิดเห็นที่สาม ส่วนมากกินอาหารไทยมากสุด พวกผัดเนื้อ ผัดเผ็ด เวลากินก็ไม่นึกอะไรนะ แค่เพื่อไม่ให้หิวเฉยๆ แต่เพราะผมซื้อกินมันก็ค่อนข้างแต่ว่าราคาที่จ่ายไปก็เท่าๆเดิมในแต่ละวัน แต่เพราะการ กินเนื้อสัตว์ก็เลยย่อยยาก รู้สึกอ้วนขึ้น ก็คงจะแก้ไขโดยการกินผักมากขึ้นแล้วก็ลดเนื้อสัตว์ ความคิดเห็นที่สี่ เป็นอาหารอีสาน ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบเผ็ดๆ รสชาติจัดๆ อาจจะไม่ดีต่อสุขภาพแต่เป็น อาหารที่กินแล้วรู้สึกดี แต่บางทีกินรสจัดก็รู้สึกตัวบวมๆ ต่อไปน่าจะแก้ไขโดยลดความจัดจ้านของรสชาติลง แล้วก็ไม่มีปัญหาด้านการเงินอะไร ที่กินไม่ค่อยแพง ความคิดเห็นที่ห้า อาหารที่ทำบ่อยๆคือมาม่าค่ะ ก็ทำร่างกายขาดสารอาหารแต่ว่ามีเงินเก็บนะคะ ถือว่าประหยัดดีต่อไปคงติองกินผักบ้างเพิ่มสารอาหาร ความคิดเห็นที่หก อาหารทอดตามที่บอกไปครับ กินเยอะๆผมรู้สึกอ้วนขึ้นนะครับ คงต้องลดของทอด ก็ไม่มีปัญหาเรื่องเงินนะครับส่วนมากคิดเผื่อไว้แล้ว ความคิดเห็นที่เจ็ด ส่วนมากกินอาหารจานเดียวครับ สั่งตามร้านข้าว ไม่ได้คิดเรื่องสุขภาพครับ อนาคตคงคิดจะกินสารอาหารอย่างอื่นเพิ่มเอา เรื่องเงินก็ไม่ส่งผลอะไรเพราะไม่ค่อยได้ซื้อกินครับ ความคิดเห็นที่แปด เนื่องจากไม่ได้ใส่ใจเรื่องโภชนาการมากนักจึงเลือกรับประทานอาหารที่ต้องการ แต่จะเลี่ยงรับประทานอาหารที่มีรสจัด เพราะไม่ดีต่อลำไส้ เพราะส่วนตัวเเล้วที่ไม่สนใจเรื่องโภชนาการนั่นเป็น คนที่ระบบเผาพลาญดีอยู่เเล้วและเล่นกีฬาเเละออกกำลังกายเป็นประจำ ส่วนเรื่องเงิน จะหมดกับการซื้อ เครื่องดื่มน้ำอัดลม กับขนมเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่เป็นปัญหากับการใช้ชีวิตเพราะว่า ถือคติENJOY EATING ความคิดเห็นที่เก้า ส่วนมักจะกินข้าวเป็นมื้อหลักและกินขนมเป็นอาหารวางแต่กินบ่อยส่งผลกระทบ ให้อ้วนและเงินไม่ค่อยมีเก็บเพราะกินหมด อนาคตคงลดขนมเพราะก็กลัวอ้วนเหมือนกัน ความคิดเห็นที่สิบ ถ้าที่กินบ่อยจะเป็นก๋วยเตี๋ยวมากกว่า กับพวกของกินเล่นทั่วไป เพราะส่วนมากกิน ก๋วยเตี๋ยวสารอาหารน่าจะไม่ครบไม่พออนาคตคงกินอาหารที่หลากหลาย ความคิดเห็นที่สิบเอ็ด ส่วนมากกินอาหารตามตลาดนัดที่เลือกได้ครับ ผมคิดว่ากินแล้วไม่อ้วนเกินก็พอ ครับ เรื่องเงินก็ไม่ส่งผลอะไรครับ ความคิดเห็นที่สิบสอง มักจะกินข้าวเป็นมื้อหลักไม่ค่อยกินขนมแต่จะกินผลไม้ทุกมื้อค่ำทำให้มีเงินเก็บ และสุขภาพแข็งแรง ความคิดเห็นที่สิบสาม เลือกกินอาหารที่หลากหลายถูกสุขอนามัยแล้วก็ราคาจับต้องได้ไม่แพงมากเลย มีสุขภาพแข็งแรงตามปกติและมีเงินเก็บ ความคิดเห็นที่สิบสี่ ผมกินอาหารประเภทต้มครับเลยทำให้ร่างกายไม่ค่อยอ้วน เพราะไม่ค่อยกินของ ทอดด้วย ร่างกายก็ดีขึ้น พอไม่กินของทอดของขบเคี้ยวก็มีเงินเก็นเพิ่มครับ ความคิดเห็นที่สิบห้า ข้าวจานเดียวค่ะ ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องโภชนาการเลยไม่รู้ส่วนทางการเงินก็แล้วแต่วัน ค่ะ วันไหนเหนื่อยๆก็กินเยอะกว่าปกตินิดหน่อย อนาคตคงกินอย่างอื่นบ้างเพื่อเพิ่มโภชนาการบางอย่าง ความคิดเห็นที่สิบหก มื้อหลักเป็นอาหารจานเดียวค่ะเพราะว่าข้าวอิ่มนาน ไม่กินจุกจิกให้เปลืองเงิน ระหว่างวัน ก็จะอ้วนค่ะ น้ำหนักขึ้น โภชนาการ พลังงาน สารอาหารไม่เพียงพอต่อร่างกายบางครั้ง เพราะว่า


84 กินไม่ตรงเวลากินระหว่างทำงานบ้างก็จะควบคุมการกินให้เหมาะสมได้ยาก และการที่กินเยอะขึ้นก็ส่งผล กระทบมากเกี่ยวกับการเงิน มีการใช้จ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการกินที่เพิ่มขึ้นระหว่างช่วงที่ทำงานดึก จะแก้ไขโดยการกินอาหารเป็นมื้อมากขึ้น ลดการกินจุกจิกลดการเกิดโรคอ้วน ความคิดเห็นที่สิบเจ็ด อาหารที่กินบ่อยๆส่วนมากเป็นอาหารรสชาติจัดจ้านค่ะ เพราะว่าไม่ค่อยได้คิด เรื่องโภชนาการค่ะก็เลยมีผลกระทบต่อร่างกายบ้างเช่น น้ำหนักขึ้น ขับถ่ายยาก เป็นต้นค่ะ ส่วนเรื่องการเงิน ค่อนข้างมีปัญหานะคะกินเยอะก็เลยใช้เงินเยอะตามค่ะ ต่อไปก็จะลดการกินที่รสชาติจัดจ้านและคิดเรื่อง สารอาหารเพิ่มขึ้น สรุปแนวทางการปรับปรุงแก้ไข 1. นักศึกษาส่วนมากมีแนวโน้มแก้ไขการรับประทานอาหารไปในทางที่ดีขึ้น คำนึงถึงสารอาหาร รูปร่าง สุขภาพร่างกาย และการเพิ่มโภชนาการต่างๆ 2. นักศึกษาส่วนมากมีแนวโน้มในการแก้ไขด้านการเงินที่ดีขึ้น ลดการซื้ออาหารขนมขบเขี้ยวในส่วนที่ ไม่จำเป็นเหมือนกับมื้อหลัก เช้า กลางวัน เย็น ผลสรุปโดยรวม พบว่า นักศึกษาส่วนมากเลือกรับประทานอาหารที่รสชาติจัดจ้าน และไม่คำนึงถึง สารอาหารและโภชนาการที่ควรได้รับ ทางด้านสุขภาพนักศึกษาส่วนมากเนื่องจากไม่ได้เลือกรับประทาน อาหารที่ดีพอส่งผลกระทบในเรื่องของน้ำหนัก รูปร่าง สัดส่วน และการขาดสารอาหาร เป็นต้น ทางด้าน การเงินเนื่องจากมีการกินไม่ตรงเวลาและกินขนมนอกเหนืออาหารหลัก ทำให้นักศึกษาบางส่วนหมดเงินไปกับ ส่วนนี้มาก จากคำตอบโดยรวมของนักศึกษามีแนวโน้มแก้ไขพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันโดย คำนึงถึงปัจจัยต่างๆ รวมถึงสุขภาพและการเงิน 5.2 อภิปรายผลการวิจัย ความคิดเห็นของนักศึกษาต่อด้านข้อมูลการประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.45, S.D. = 0.581) เมื่อ พิจารณา เป็นรายด้านพบว่า ด้านใครอยู่ในตลาดเป้าหมายมีค่าสูงสุด (̅ = 3.55, S.D. = 0.757) และด้าน ผู้บริโภคซื้อที่ไหนมีค่าต่ำที่สุด (̅ = 3.33, S.D. = 0.810) ซึ่งสอดคล้องกับ มัณฑินา จ่าภา (2557) ศึกษา ความรู้ทางโภชนาการ ทัศนคติต่ออาหาร พฤติกรรมการ รับประทานอาหาร และภาวะโภชนาการของนักเรียน พยาบาลทหารอากาศ พบว่า นักเรียนพยาบาล ทหารอากาศมีความรู้ทางโภชนาการ มีทัศนคติต่ออาหารโดย รวมอยู่ในระดับปานกลาง และมี19 พฤติกรรมการรับประทานอาหารโดยรวมไม่เหมาะสม ในด้านภาวะ โภชนาการพบว่ามีดัชนีมวลร่างกายอยู่ในเกณฑ์ผอม ร้อยละ 14.76 และน้ำหนักเกินจนถึงอ้วน ร้อยละ 9.53 ส่วนเส้นรอบเอว พบว่า ร้อยละ 99.05 มีเส้นรอบเอวอยู่ในเกณฑ์ ปกติ และค่าเฉลี่ยเส้นรอบเอว 70.61 เซนติเมตร ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า ทัศนคติต่ออาหารและพฤติกรรมการรับประทานอาหารมี ความสัมพันธ์เชิงลบกับเส้นรอบเอวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและสอดคล้องกับ ธีรพัฒน์ แสงนวกิจ (2549) ได้ ทำการศึกษาปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ การโฆษณาและการ ส่งเสริมการขายที่มีต่อพฤติกรรมการซื้อน้ำชาเขียวของ


85 ผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ 25-30 ปี มี การศึกษาระดับปริญญาตรีประกอบอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001- 10,000 บาท ความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์มีค่าสูงสุด โดยด้านความมีชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับดี ผู้บริโภคส่วนใหญ่ มีความคิดเห็นต่อระดับความน่าสนใจของโฆษณาโดยรวม อยู่ใน ระดับน่าสนใจ โดยด้านสื่อ โทรทัศน์มีค่าสูงที่สุด และผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความคิดเห็นต่อระดับ แรงกระตุ้นของการส่งเสริมการขาย โดยรวม อยู่ในระดับค่อนข้างมาก โดยด้านการชิงโชค ชิงรางวัล มีค่ามากที่สุด มีระดับแรงกระตุ้นอยู่ในระดับ ค่อนข้างมาก ผู้บริโภคส่วนใหญ่ซื้อน้ำชาเขียวเพื่อดื่ม เพื่อความอร่อย นิยมซื้อน้ำชาเขียวที่ร้านสะดวกซื้อหรือ มินิมาร์ท ยี่ห้อน้ำชาเขียวที่ผู้บริโภคพบเห็น และซื้อบ่อยที่สุด คือ ยี่ห้อโออิชิ เฉลี่ย 2 ขวดต่อครั้ง โดยเฉลี่ย 2 ครั้งต่อสัปดาห์มีแนวโน้มการซื้อ ซ้ำและปริมาณการซื้อในอนาคต ในระดับปานกลาง ผลการทดสอบสมมติฐาน การวิจัย พบว่า เพศของผู้บริโภคไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม การซื้อน้ำชาเขียวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 ขณะที่ด้านอายุ อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ของผู้บริโภคมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการซื้อน้ำชา เขียว ด้านปริมาณการซื้อต่อครั้ง ความถี่ใน การซื้อต่อสัปดาห์และปริมาณการซื้อในอนาคต อย่างมีนัยสำคัญที่ ระดับ .01 โดยที่ระดับการศึกษา ของผู้บริโภค มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการซื้อน้ำชาเขียว ด้านความถี่ใน การซื้อต่อสัปดาห์และ ปริมาณการซื้อในอนาคต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ .05 ตามลำดับ ปัจจัยด้าน ความรู้สึก ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านโฆษณา และด้านการส่งเสริมการขาย สามารถพยากรณ์พฤติกรรม การซื้อน้ำชาเขียว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 การส่งเสริมการขาย ด้านการให้ทดลองชิมฟรี การจัด แสดงสินค้า และการชิงโชค ชิงรางวัล ไม่สามารถพยากรณ์พฤติกรรมการซื้อน้ำชาเขียว ด้านปริมาณในการซื้อ ต่อครั้ง แต่ในขณะที่การ ส่งเสริมการขาย ด้านการชิงโชค ชิงรางวัล สามารถพยากรณ์พฤติกรรมการซื้อน้ำชา เขียวด้านความถี่ ในการซื้อต่อสัปดาห์ ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .01 และสอดคล้องกับ ชุติมา เพ็งปรีชา (2550) ได้ทำการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคโยเกิร์ต ยี่ห้อเมจิในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบ ถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 21-30 ปี สถานภาพโสด ระดับการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า เป็นนักเรียน/นักศึกษา รายได้ต่อเดือนต่ำกว่าหรือ เท่ากับ 5,000 บาท ทัศนคติต่อส่วนประสมทางการตลาดของผู้บริโภคโยเกิร์ตยี่ห้อเมจิ พบว่า ผู้บริโภคมีทัศนคติต่อส่วน ประสมทางการตลาดโดยรวมอยู่ในระดับดี โดยด้านผลิตภัณฑ์ ในเรื่องประโยชน์หลักคุณภาพ และบรรจุภัณฑ์ ด้านการจัดจำหน่าย และการส่งเสริมทางการตลาดอยู่ในระดับดี ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ ในเรื่องความคาดหวังใน ผลิตภัณฑ์ และด้านราคาอยู่ในระดับปานกลาง บุคลิกภาพของผู้บริโภคโยเกิร์ตยี่ห้อเมจิ พบว่า ผู้บริโภคมีบุคลิกภาพโดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง และมีบุคลิกภาพอยู่ในระดับดีในเรื่องการบำรุงรักษาผิวพรรณ ระบบการขับถ่าย การกิน เพื่ออยู่ และการ บำรุงรักษาสุขภาพ


86 พฤติกรรมการบริโภคโยเกิร์ต ยี่ห้อเมจิของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ เลือกรสสตรอเบอร์รี่ ซื้อในปริมาณ 1-2 ถ้วย เป็นจำนวนเงินน้อยกว่าหรือเท่ากับ 50 บาท รับประทานเพราะ รสชาติอร่อย รับประทานช่วงเวลาเย็น ซื้อที่ร้านสะดวกซื้อ และมีแนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคโยเกิร์ต ยี่ห้อ เมจิในอนาคตอยู่ในระดับไม่แน่ใจ และพฤติกรรมการ บริโภคโยเกิร์ต ยี่ห้อเมจิเมื่อเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นอยู่ ในระดับปานกลาง การทดสอบสมมติฐานการวิจัย พบว่าอายุ สถานภาพ อาชีพ และรายได้ต่อเดือนมีผลต่อ พฤติกรรมการบริโภคโยเกิร์ตยี่ห้อเมจิเมื่อเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น และแนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคโยเกิร์ต ยี่ห้อเมจิในอนาคต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความคิดเห็นด้านปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (̅ = 3.24 , S.D. = 0.671) ด้านปัจจัย จิตวิทยามีค่าสูงสุด (̅ = 3.44 , S.D. = 0.816) และด้านปัจจัยทางวัฒนธรรมมีค่าต่ำสุด (̅ = 3.02 ,S.D. = 0.922) ซึ่งสอดคล้องกับ มัณฑินา จ่าภา (2557) ศึกษาความรู้ทางโภชนาการ ทัศนคติต่ออาหาร พฤติกรรมการ รับประทานอาหาร และภาวะโภชนาการของนักเรียนพยาบาลทหารอากาศ พบว่า นักเรียนพยาบาล ทหาร อากาศมีความรู้ทางโภชนาการ มีทัศนคติต่ออาหารโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง และมี19 พฤติกรรมการ รับประทานอาหารโดยรวมไม่เหมาะสม ในด้านภาวะโภชนาการพบว่ามีดัชนีมวลร่างกายอยู่ในเกณฑ์ผอม ร้อย ละ 14.76 และน้ำหนักเกินจนถึงอ้วน ร้อยละ 9.53 ส่วนเส้นรอบเอว พบว่า ร้อยละ 99.05 มีเส้นรอบเอวอยู่ใน เกณฑ์ ปกติ และค่าเฉลี่ยเส้นรอบเอว 70.61 เซนติเมตร ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า ทัศนคติต่อ อาหารและพฤติกรรมการรับประทานอาหารมีความสัมพันธ์เชิงลบกับเส้นรอบเอวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และสอดคล้องกับ ธีรพัฒน์ แสงนวกิจ (2549) ได้ทำการศึกษาปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ การโฆษณาและการ ส่งเสริมการขายที่มีต่อพฤติกรรมการซื้อน้ำชาเขียวของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ 25-30 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรีประกอบอาชีพเป็นพนักงาน บริษัทเอกชน และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์มีค่าสูงสุด โดยด้านความมีชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับดี ผู้บริโภค ส่วนใหญ่ มีความคิดเห็นต่อระดับความน่าสนใจของโฆษณาโดยรวม อยู่ใน ระดับน่าสนใจ โดยด้านสื่อโทรทัศน์ มีค่าสูงที่สุด และผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความคิดเห็นต่อระดับ แรงกระตุ้นของการส่งเสริมการขายโดยรวม อยู่ใน ระดับค่อนข้างมาก โดยด้านการชิงโชค ชิงรางวัล มีค่ามากที่สุด มีระดับแรงกระตุ้นอยู่ในระดับค่อนข้างมาก ผู้บริโภคส่วนใหญ่ซื้อน้ำชาเขียวเพื่อดื่ม เพื่อความอร่อย นิยมซื้อน้ำชาเขียวที่ร้านสะดวกซื้อหรือมินิมาร์ท ยี่ห้อ น้ำชาเขียวที่ผู้บริโภคพบเห็น และซื้อบ่อยที่สุด คือ ยี่ห้อโออิชิ เฉลี่ย 2 ขวดต่อครั้ง โดยเฉลี่ย 2ครั้งต่อสัปดาห์มี แนวโน้มการซื้อ ซ้ำและปริมาณการซื้อในอนาคต ในระดับปานกลาง ผลการทดสอบสมมติฐานการวิจัย พบว่า เพศของผู้บริโภคไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม การซื้อน้ำชาเขียวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ขณะที่ด้านอายุ อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ของผู้บริโภคมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการซื้อน้ำชาเขียว ด้าน ปริมาณการซื้อต่อครั้ง ความถี่ใน การซื้อต่อสัปดาห์และปริมาณการซื้อในอนาคต อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 โดยที่ระดับการศึกษา ของผู้บริโภค มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการซื้อน้ำชาเขียว ด้านความถี่ในการซื้อต่อ


87 สัปดาห์และ ปริมาณการซื้อในอนาคต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ .05 ตามลำดับ ปัจจัยด้าน ความรู้สึก ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านโฆษณา และด้านการส่งเสริมการขาย สามารถพยากรณ์พฤติกรรม การซื้อน้ำชา เขียว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 การส่งเสริมการขาย ด้านการให้ทดลองชิมฟรี การจัดแสดงสินค้า และการชิงโชค ชิงรางวัล ไม่สามารถพยากรณ์พฤติกรรมการซื้อน้ำชาเขียว ด้านปริมาณในการซื้อต่อครั้ง แต่ ในขณะที่การ ส่งเสริมการขาย ด้านการชิงโชค ชิงรางวัล สามารถพยากรณ์พฤติกรรมการซื้อน้ำชาเขียวด้าน ความถี่ ในการซื้อต่อสัปดาห์ ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .01 และสอดคล้องกับ ชุติมา เพ็งปรีชา (2550) ได้ ทำการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคโยเกิร์ต ยี่ห้อเมจิในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบ ถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 21-30 ปี สถานภาพโสด ระดับการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า เป็นนักเรียน/นักศึกษา รายได้ต่อเดือนต่ำกว่าหรือเท่ากับ 5,000 บาท ทัศนคติต่อส่วนประสมทางการตลาดของผู้บริโภคโยเกิร์ตยี่ห้อเมจิ พบว่า ผู้บริโภคมีทัศนคติต่อส่วน ประสมทางการตลาดโดยรวมอยู่ในระดับดี โดยด้านผลิตภัณฑ์ ในเรื่องประโยชน์หลักคุณภาพ และบรรจุภัณฑ์ ด้านการจัดจำหน่าย และการส่งเสริมทางการตลาดอยู่ในระดับดี ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ ในเรื่องความคาดหวังใน ผลิตภัณฑ์ และด้านราคาอยู่ในระดับปานกลาง บุคลิกภาพของผู้บริโภคโยเกิร์ตยี่ห้อเมจิ พบว่า ผู้บริโภคมีบุคลิกภาพโดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง และมีบุคลิกภาพอยู่ในระดับดีในเรื่องการบำรุงรักษาผิวพรรณ ระบบการขับถ่าย การกิน เพื่ออยู่ และการ บำรุงรักษาสุขภาพ พฤติกรรมการบริโภคโยเกิร์ต ยี่ห้อเมจิของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ เลือกรสสตรอเบอร์รี่ ซื้อในปริมาณ 1-2 ถ้วย เป็นจำนวนเงินน้อยกว่าหรือเท่ากับ 50 บาท รับประทานเพราะ รสชาติอร่อย รับประทานช่วงเวลาเย็น ซื้อที่ร้านสะดวกซื้อ และมีแนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคโยเกิร์ต ยี่ห้อ เมจิในอนาคตอยู่ในระดับไม่แน่ใจ และพฤติกรรมการ บริโภคโยเกิร์ต ยี่ห้อเมจิเมื่อเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นอยู่ ในระดับปานกลาง การทดสอบสมมติฐานการวิจัย พบว่าอายุ สถานภาพ อาชีพ และรายได้ต่อเดือนมีผลต่อ พฤติกรรมการบริโภคโยเกิร์ตยี่ห้อเมจิเมื่อเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น และแนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคโยเกิร์ต ยี่ห้อเมจิในอนาคต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 5.3 ข้อเสนอแนะจากการวิจัย 5.3.1 ข้อเสนอที่ได้จากการศึกษาวิจัย 1) ควรเน้นเรื่องสุขภาพที่ได้รับจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารนั้นด้วย เพราะในยุค ปัจจุบันควรส่งเสริมให้ทุกคนหันมารักษาสุขภาพและการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับตนเอง 2) จากแบบสอบถาม นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มีการเลือกรับประทาน อาหารส่วนมากอยู่ในระดับปานกลาง จึงแนะนำให้ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในสิ่งต่างๆเกี่ยวกับการเลือก


88 รับประทานอาหารให้ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพโภชนาการต่างๆ รวมถึงการเลือกรับประทานอาหารโดย คำนึงถึงปัจจัยต่างๆด้วย 5.3.2 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 1) มหาวิทยาลัยควรการจัดอบรมส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคและโภชนาการที่ดีให้กับ นักศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเลือกบริโภคอาหารให้แก่นักศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 2) ปรับเปลี่ยนทัศนติในการบริโภคอารหารที่ไม่ส่งผลดีต่อร่างกายภาย ให้กับนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 5.3.3 ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป 1) ควรมีการศึกษาประเมินผลที่ได้จากงานวิจัยการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ที่ได้จากการศึกษาเพื่อจะเป็นประโยชน์ในการ ปรับปรุงและพัฒนาแนวทางต่อไป 2) ควรมีการศึกษาผลที่ได้รับจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา เพื่อจะได้นำผลที่ได้รับนั้นไปปรับปรุงแก้ไข 3) ควรมีการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของนักศึกษา ให้มีความ ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งจะได้นำเอาข้อมูลที่ได้รับนั้นไปปรับปรุงแก้ไขในส่วนของพฤติกรรมการบริโภคอาหารของ นักศึกษาให้ดียิ่งขึ้น


Click to View FlipBook Version