The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rasri anuntamongkonkul, 2023-05-27 02:40:12

พระอภัยมณี

พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ

พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ


รสวรรณคดี รสในวรรณดี มิได้เหมือนกับรสชาติของอาหารที่ สัมผัสลิ้มรสชาติด้วยปลายลิ้นเฉกเช่นเดียวกับอาหาร แต่รสชาติในวรรณคดีนั้น สัมผัสด้วยรสถ้อยคำสำนวน ท่วงทำนองในการแต่ง คติเตือนใจ อารมณ์สะเทือนใจ ต่าง ๆ ที่แฝงอยู่ ซึ่งเป็นรสชาติ ที่น่าลิ้มลอง น่าสัมผัส ยิ่งนักสำหรับผู้ที่รักในวรรณคดีไทย รสทางวรรณคดีที่ มีอยู่ ๔ ชนิด คือ เสาวรจนี นารี ปราโมทย์ พิโรธวาทัง สัลลาปังคพิไสย


๑) เสาวรจนี (เสาว ว. ดี, งาม. + รจนี ก. ตกแต่ง, ประพันธ์; ว. งาม) รสนี้เป็นการชมความงาม ชมโฉม พร ่าพรรณาแลบรรยายถึงความ งามแห่งนาง ทั้งตามขนบกวีเก่าก่อนแลในแบบฉบับส่วนตัว ตัวอย่างเช่น …หนุ่มน้อยโสภาน่าเสียดาย ควรจะนับว่าชายโฉมยง ทนต์แดงดั่งแสงทับทิม เพริศพริ้มเพรารับกับขนง เกศาปลายงอนงามทรง เอวองค์สารพัดไม่ขัดตา… จากบทข้างต้น เป็นการกล่าวชมรูปโฉมของวิหยาสะกำ ซึ่ง ถูกสังคามาระตาสังหาร กล่าวว่าวิหยาสะกำนั้น เป็นชายหนุ่มรูปงาม ฟันนั้นเป็นแสงแวววาวสีแดงราวกับแสงของทับทิม ซึ่งตัดรับกับคิ้ว รวมทั้งปลายเส้นผมซึ่งงอนงามขึ้นเป็นทรงสวยงาม รับกับทรวดทรง องค์เอวของวิหยาสะกำ


๒) นารีปราโมทย์ (นารี น. หญิง + ปราโมทย์ น. ความบันเทิงใจ, ความปลื้มใจ, ปราโมช ก็ว่า) คือ การทำให้ “นารี” นั้น ปลื้ม “ปราโมทย์” ซึ่งรูปแบบหนี่งก็คือ การแสดงความรักผ่านการเกี้ยวแล โอ้โลมปฏิโลม. อันคำว่า “โอ้โลมปฏิโลม” นี้ ความหมายอันแท้จริง ของคำก็คือ การใช้มือลูบไปตาม (โอ้) แนวขน (โลมา) และย้อน (ปฏิ) ขนขึ้นมา เมื่อโอ้โลมไปมา ในเบื้องปลาย นารีก็จักปรีดาปราโมทย์ ใน ตอนที่ศึกษา มีเพียงแค่ตอนที่อิเหนากำลังสั่งลาจากนางจินตะหรา ซึ่งเมื่อ อ่านดูแล้วบางทีอาจจะไม่ถึงกับเป็นการโอ้โลมปฏิโลมเท่าใดนัก เพียงจะจัดไว้ ณ ที่นี้ เนื่องเพราะเป็นบทที่แสดงถึงความรัก กล่าวคือ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์เทวัญอสัญหยา โลมนางพลางกล่าววาจา จง


เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์เทวัญอสัญหยา โลมนางพลางกล่าววาจา จงผินมาพาทีกับพี่ชาย ซึ่งสัญญาว่าไว้กับนวลน้อง จะคงครองไมตรีไม่หนีหน่าย มิได้แกล้งกลอกกลับอภิปราย อย่าสงกาว่าจะวายคลายรัก จากบทข้างต้น ก็คือบทที่อิเหนาได้บอกกล่าวกับจินตะหรา ว่าตนไปก็คงไปเพียงไม่นาน ขอจินตะหราอย่าร้องไห้โศกเศร้าเลย


๓) พิโรธวาทัง (พิโรธ ก. โกรธเกรี้ยว ไม่สบอารามณ์ + วาทัง น. วาทะ คำพูด) คือการแสดงความโกธรแค้นผ่านการ ใช้คำตัดพ้อต่อว่าให้สาใจ ทั้งยังสำแดงความน้อยเนื้อต ่าใจ, ความผิดหวัง, ความแค้นคับอับจิตแลความโกรธกริ้ว ตาม ออกมาด้วย กวีมักตัดพ้อและประชดประเทียดเสียดและสีเจ็บ ดังฝีกลางกระดองใจ ตัวอย่างของรสพิโรธวาทังนี้ก็มีอยู่ มากมาย ที่จะยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างก็จะมี


เมื่อนั้น พระผู้ผ่านไอศูรย์สูงส่ง ประกาศิตสีหนาทอาจอง จะณรงค์สงครามก็ตามใจ ตรัสพลางย่างเยื้องยุรยาตร จากอาสน์แท่นทองผ่องใส พนักงานปิดม่านทันใด เสด็จเข้าข้างในฉับพลันฯ ในบทที่ยกมานี้ เป็นตอนที่ท้าวดาหาได้ฟังความ จากราชทูตของเมืองกะหมังกุหนิง ที่กล่าวไว้ว่าถ้าท้าวดาหา ไม่ยอมยกบุษบาให้กับวิหยาสะกำ ก็ขอให้เตรียมบ้านเมือง ไว้ให้ดี เพราะเมืองกะ-หมังกุหนิงจะยกทัพมารบ เมื่อท้าว ดาหาได้ฟังก็โกรธเดือดดาลทันใด จึงบอกไปว่าจะมารบก็มา แล้วก็ลุกออกไปทันที


๔) สัลลาปังคพิไสย (สัลล น. ความโศกโศกาเศร้าร ่าน ้าตานอง การครวญคร ่ารำพันรำพึง / สัลลาป น. การพูดจากัน + องค์ น. บท, ชิ้น อัน, ตัว + พิไสย น. ความสามารถ ฤาจะแผลงมาจาก วิสัย ซึ่ง แปลว่า ธรรมชาติของสิ่งนั้น ๆ ฤาสันดาน ก็อาจเป็นได้) คือ การ โอดคร ่าครวญ หรือบทโศกอันว่าด้วยการจากพรากสิ่งอันเป็นที่รัก. มีใช้ในบรรดานิราศ (ก. ไปจาก, ระเหระหน, ปราศจาก, ปราศจาก ความหวัง, ไม่มีความต้องการ, หมดอยาก, เฉยอยู่) จำต้องจรจาก นางอันเป็นที่รัก อกจึงหนักแลครวญคร ่าจำนรรจ์ ประหนึ่งหายห่าง กันไปครึ่งชีวิต ในตอนนี้ก็มีเช่นกัน เป็นบทที่อิเหนากำลังชมนกชม ไม้ระหว่างจะไปดาหา


ว่าพลางทางชมคณานก โผนผกจับไม้อึงมี่ เบญจวรรณจับวัลย์ชาลี เหมือนวันพี่ไกลสามสุดามา นางนวลจับนางนวลนอน เหมือนพี่แนบนวลสมรจินตะหรา จากพรากจับจากจำนรรจา เหมือนจากนางสการะวาตี แขกเต้าจับเต่าร้างร้อง เหมือนร้างห้องมาหยารัศมี นกแก้วจับแก้วพาที เหมือนแก้วพี่ทั้งสามสั่งความมา ฯลฯ จากบทข้างบน จะเห็นได้ว่าอิเหนากำลังโศกเศร้าอย่างหนัก จะเรียกว่าอยู่ในขั้นโคม่าเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะมองอะไร ก็นึกถึงแต่ นาง ทั้งสามที่ตนรัก อันได้แก่ จินตะหรา มาหยารัศมี และสการะวาตี มองสิ่งใด ก็สามารถเชื่อมโยงกับนางทั้งสามได้หมด


ผู้แต่ง "พระสุนทรโวหาร" หรือ "สุนทรภู่"


ผู้แต่ง "สุนทรภู่" ได้รับฉายาว่าเป็น “กวีสี่แผ่นดิน” และ “กวีดีเด่นของโลก” ซึ่งสุนทรภู่แต่งเรื่องนี้จากการ อ่านวรรณคดีต่าง ๆ ผสมผสานกับจินตนาการ และเรื่องเล่าที่เคยได้ยินมา


ผู้แต่ง สุนทรภู่แต่งเรื่องพระอภัยมณี๔ ช่วงได้แก่ ช่วงที่ ๑ : เริ่มแต่งในสมัยรัชกาลที่ ๒ (เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องขณะติดคุก)


ผู้แต่ง ช่วงที่ ๒ : แต่งต่อในสมัยรัชกาลที่ ๓ (เพื่อถวายพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ)


ผู้แต่ง ช่วงที่ ๓ : ในสมัยรัชกาลที่ ๓ สุนทรภู่แต่งต่ออีกครั้ง (เพื่อขายเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของตนและบุตร)


ผู้แต่ง ช่วงที่ ๔ : แต่งต่อในสมัยรัชกาลที่ ๓ (เพื่อถวายกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ) พระอภัยมณีจึงมีความยาวทั้งสิ้น ๙๔ เล่มสมุดไทย


ลักษณะคำประพันธ์ "กลอนสุภาพ" หรือ "กลอนแปด"


ลักษณะคำประพันธ์ กลอนสุภาพ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กลอนแปด คือ กลอนประเภทหนึ่งที่เรียบเรียงเข้า เป็นคณะ ใช้ถ้อยคำและทำนองเรียบ ๆ โดยกลอนหนึ่งบทมีสองบาท หนึ่งบาทมีสองวรรค หนึ่ง วรรคมีแปดคำ เป็นที่มาของชื่อเรียกกลอนแปดเพราะหนึ่งวรรคมีแปดคำ ซึ่งนับได้ว่ากลอน สุภาพเป็นกลอนหลักของกลอนทั้งหมด เพราะเป็นพื้นฐานในการเริ่มแต่งกลอน หากเข้าใจ กลอนสุภาพ ก็สามารถเข้าใจกลอนอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น กลอนหนึ่งบทจะมี ๔ วรรค แต่ละวรรคมีชื่อ เรียก ดังนี้ วรรคที่ ๑ วรรคสดับ วรรคที่ ๒ วรรครับ วรรคที่ ๓ วรรครอง วรรคที่ ๔ วรรคส่ง


สัมผัสแบ่งออกเป็น สัมผัสนอกและสัมผัสใน สัมผัสนอก คำสุดท้ายวรรคหน้ากับคำที่สามของวรรคหลังของทุกบาท เป็นการสัมผัส ระหว่างวรรค คำสุดท้ายของวรรคที่สองสัมผัสกับคำสุดท้ายวรรคที่สาม เป็นการสัมผัส ระหว่างบาท ส่วนสัมผัสระหว่างบท กำหนดให้คำสุดท้ายของบทแรก สัมผัสกับคำสุดท้าย วรรคที่สองของบทถัดไป สัมผัสนอกเป็นส่วนที่สำคัญมาก หากขาดสัมผัสนอก กลอนบทนั้น ๆ ก็จะไม่สมบูรณ์ สัมผัสใน ไม่บังคับเรื่องสัมผัส แต่หากจะให้กลอนสละสลวยควรมีสัมผัสระหว่างคำ ภายในวรรค การสัมผัสคำที่สามกับคำที่สี่ เรียกว่าสัมผัสหน้า การสัมผัสระหว่างคำที่ห้ากับคำ ที่หกหรือคำที่เจ็ด เรียกว่าสัมผัสหลัง ในแต่ละวรรคของสัมผัสใน การมีสัมผัสหน้าทำให้ กลอนไพเราะ สัมผัสหลังทำให้กลอนไพเราะมาก หากมีทั้งสัมผัสหน้าและสัมผัสหลังจะทำให้ กลอนมีความไพเราะมากที่สุด


กำหนดเสียงวรรณยุกต์ คำสุดท้ายของวรรคที่ ๑ ใช้เสียง สามัญ เอก โท ตรี จัตวา แต่ไม่นิยมเสียงสามัญ คำสุดท้ายของวรรคที่ ๒ ห้ามใช้เสียง สามัญ หรือ ตรี และนิยมใช้เสียง จัตวา เป็นส่วนมาก คำสุดท้ายของวรรคที่ ๓ ห้ามใช้เสียง เอก โท จัตวา และนิยมใช้เสียง สามัญ หรือ ตรี คำสุดท้ายของวรรคที่ ๔ ห้ามใช้เสียง เอก โท จัตวา และนิยมใช้เสียง สามัญ หรือ ตรี


แนะนำตัวละคร โอรสของ "ท้าวสุทัศน์" กษัตริย์แห่งกรุง รัตนา กับ "นางปทุมเกสร" มีน้องชายชื่อ "ศรีสุวรรณ" และได้ไปเรียนวิชาเป่าปี่ จน เชี่ยวชาญ สามารถทำให้ผู้ที่ได้ยินเสียงปี่ เคลิ้มหลับได้ พระอภัยมณี


"ยักษ์" ที่อาศัยอยู่ในถ ้ากลางทะเล สามารถแปลงร่างเป็นหญิงสาวสวยได้ และเป็นผู้ลักพาตัวพระอภัยมณีมาที่ถ ้า แนะนำตัวละคร นางผีเสื้อสมุทร


"บุตร" ของพระอภัยมณีและนางผีเสื้อสมุทร มีรูปร่างลักษณะเหมือนกับพระอภัยมณี มีเขี้ยวเหมือนแม่ ว่ายน ้าได้อย่างคล่องแคล่ว และได้เรียนรู้วิชาเป่าปี่จากพระอภัยมณี แนะนำตัวละคร สินสมุทร


แนะนำตัวละคร นางเงือก ท่อนบนเป็นมนุษย์ส่วนท่อนล่างมีหางอย่างปลา อาศัยอยู่กับพ่อและแม่ในทะเล ซึ่งครอบครัว ของนางเงือกเป็นผู้ช่วยพาพระอภัยมณีหนี และนางเงือกยังมีลูกกับพระอภัยมณีชื่อ "สุดสาคร"


นักบวชผู้อาศัยอยู่บนเกาะแก้วพิสดาร มีอายุพันปีเศษ กินผลไม้เผือก และมันเป็นอาหาร เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์และเป็นผู้คอยช่วยเหลือ พระอภัยมณีให้รอดพ้นจากเหตุการณ์อันตราย แนะนำตัวละคร พระโยคี


พระอภัยมณีอาศัยอยู่ในถ ้ากับนางผีเสื้อสมุทร จนมีลูกชายนามว่า "สินสมุทร" วันหนึ่งนางผีเสื้อ สมุทรออกจากถ ้าไปหาอาหาร ส่วนสินสมุทรวิ่งเล่น อยู่ในถ ้า สินสมุทรได้ไปเจอแผ่นหินที่ปิดทางอยู่ จึงผลักแผ่นหินนั้นจนพังทลายออก เนื้อเรื่อง


สินสมุทรจึงออกมาว่ายน ้าเล่นในทะเลตลอดทั้งวัน เมื่อเห็นฝูงเงือกอยู่กลางทะเลก็คิดว่าเป็นคน แต่มี หางเหมือนปลา สินสมุทรจึงฉุดกระชากลากเงือก ขึ้นมาที่หาด แล้วมองดูด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะพาไปให้พระอภัยมณีดูในถ ้า เนื้อเรื่อง


เมื่อพระอภัยมณีเห็นเงือกและได้ทราบความจริง ทั้งหมดก็ตกใจมาก รีบเตือนสินสมุทรว่าถ้าแม่รู้ คงโกรธมาก สินสมุทรจึงถามว่าทำไมแม่จึงต้อง ทำเช่นนั้น พระอภัยมณีจึงเล่าความจริงว่า แม่ของสินสมุทรเป็นยักษ์และลักพาตัวพ่อมา เนื้อเรื่อง


เมื่อเงือกได้ยินพระอภัยมณีและสินสมุทรคุยกัน ก็อ้อนวอนขอชีวิต อาสาจะหาทางพาพระอภัยมณี หนีออกจากถ ้า ไปหาโยคีอายุพันกว่าปีที่มี เวทมนตร์คาถา อาศัยอยู่ที่เกาะแก้วพิสดาร ถ้าพระอภัยมณีหนีไปถึงสำนักของพระโยคีได้ ก็คงรอดปลอดภัย เนื้อเรื่อง


ตามกำลังของเงือกต้องใช้เวลา ๗ คืน จึงจะถึงที่หมาย ส่วนนางยักษ์ซึ่งมีกำลังมากราวกับปลาวาฬ จะใช้เวลาเพียง ๓ วัน ก็จะตามทัน แต่ถ้าลวงให้นางยักษ์ออกไปค้างคืนในป่า ก็จะมีเวลาเดินทางล่วงหน้า เนื้อเรื่อง


พระอภัยมณีจึงสั่งให้สินสมุทรยกหินเพื่อเปิดทาง และค่อย ๆ ช่วยกันพยุงเงือกลงน ้า พร้อมปิด ปากถ ้าอย่างมิดชิด เมื่อนางผีเสื้อสมุทรกลับมา ก็แปลงกายเป็นมนุษย์ที่มีหน้าตาสวยงาม และนำผลไม้มาให้สินสมุทรและพระอภัยมณีทาน เนื้อเรื่อง


ในคืนนั้น... นางผีเสื้อสมุทรฝันว่ามีเทวดา มาทำลายถ ้าและเอาค้อนมาทุบตีนางแทบตาย อีกทั้งยังควักลูกตาไปด้วย เมื่อตื่นขึ้น นางผีเสื้อสมุทรก็ตัวสั่นด้วยความกลัว เนื้อเรื่อง


นางจึงเล่าความฝันให้พระอภัยมณีช่วยทำนายฝัน พระอภัยมณีจึงออกอุบายว่า เทวดาในฝันคือ มัจจุราชจะมาเอาชีวิตนางไป มีทางที่จะช่วยได้ คือการไปอยู่ที่ตีนเขาในป่าคนเดียว และอดข้าว อดน ้า เป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน นางผีเสื้อสมุทรก็เชื่อ และออกจากถ ้าไปตามที่พระอภัยมณีบอก เนื้อเรื่อง


เมื่อนางผีเสื้อสมุทรออกจากถ ้า พระอภัยมณี ให้สินสมุทรผลักหินเปิดปากถ ้าเพื่อที่จะออกไป ส่วนเงือกว่ายน ้าในทะเลเพื่อมารอรับพระอภัยมณี และชวนลูกสาวกับภรรยาเงือกมาหาพระอภัยมณี โดยเฒ่าเงือกให้พระอภัยมณีขึ้นนั่งบนบ่า ส่วนสินสมุทรให้ขี่หลังภรรยาของตน เนื้อเรื่อง


ฝ่ายนางผีเสื้อสมุทรนั่งสมาธิอยู่ในป่า เพื่ออธิษฐานวอนขอชีวิต เมื่อครบ ๓ วัน ร่างกาย ของนางอ่อนแรงและหัวใจของนางก็เฝ้าคิดถึงแต่ พระอภัยมณีนางจึงรีบเดินทางกลับเข้าถ ้า แต่ไม่ พบใครและไม่เห็นแม้แต่ปี่ของพระอภัยมณีทำให้ นางรู้ว่าพระอภัยมณีและลูกหนีไปแล้ว เนื้อเรื่อง


นางผีเสื้อสมุทรตกใจแทบสิ้นชีวิต ร้องไห้ฟูมฟาย เหมือนพระอภัยมณีควักเอาหัวใจนางไปด้วย นางผีเสื้อสมุทรจึงกระโดดลงน ้าเพื่อตามหา พระอภัยมณีแต่ก็ไม่พบ ด้วยความโกรธ นางจึงรีบออกตามหาด้วยอย่างไม่หยุดหย่อน เนื้อเรื่อง


เมื่อเงือกได้ยินเสียงคลื่นดังสนั่นหวั่นไหวก็รู้ว่า นางผีเสื้อสมุทรกำลังตามมา สินสมุทรจึงบอกให้ พระอภัยมณีหนีไปก่อน ส่วนเขาจะคอยติดตามไป แบบห่าง ๆ จากนั้นสินสมุทรก็กระโดด ลงไปในทะเลขวางนางผีเสื้อสมุทรกลางน ้า เนื้อเรื่อง


และถามว่า นี่คือตัวอะไร? เป็นสัตว์บกหรือสัตว์น ้า ทำไมตัวถึงมีสีดำ? และตามมาเพราะสาเหตุใด? นางผีเสื้อสมุทรบอกว่า ตนเองไม่ใช่ยักษ์ที่ร้ายกาจ เพียงแต่แปลงกายเพื่อมาตามหาพระอภัยมณี กับสินสมุทร แล้วบอกให้สินสมุทรกลับไปอยู่ถ ้า กับแม่ พร้อมกับถามต่อว่าพระอภัยมณีอยู่ที่ไหน เนื้อเรื่อง


สินสมุทรจึงถ่วงเวลา ด้วยการเสแสร้งว่าไม่เชื่อ พร้อมกับบอกว่า หากเป็นแม่ที่แท้จริงขอจงอย่า ตามมา เพราะพ่อไม่ได้คิดหนีเพียงแต่คิดถึงญาติ และบ้านเกิดเมืองนอน จึงจะกลับไปหา นางไม่เชื่อ คำที่สินสมุทรบอก จึงแกล้งทำเป็นหายโกรธ และ พูดจาอ่อนหวานแต่สินสมุทรก็ไม่ยอมบอกอะไร เนื้อเรื่อง


นางผีเสื้อสมุทรแค้นและตวาดสินสมุทร ด้วยความโกรธ จากนั้นจึงร่ายคาถาทำให้มองเห็น ว่าพระอภัยมณีหนีไปไกลแล้ว นางผีเสื้อสมุทรจึง ออกตามหาพระอภัยมณีต่อ เนื้อเรื่อง


เมื่อไล่ตามมาทัน ก็พบกับเฒ่าเงือกและภรรยา นางจึงตะคอกถามด้วยความโมโหว่า พระอภัยมณี อยู่หนใด และเหตุใดจึงต้องพรากเขาไปจากนาง ส่วนเงือกเองก็เสแสร้งแกล้งบอกว่าพระอภัยมณี อยู่บนเขาที่เดินทางผ่านมา โดยจะอาสาพานาง ผีเสื้อสมุทรไปหาพระอภัยมณี เนื้อเรื่อง


นางผีเสื้อสมุทรเชื่อตามคำบอกของเงือก แล้วออกเดินทางตามเงือกไปได้ครึ่งวัน แต่คำพูดหลอกล่อของเงือกนั้นไม่สำเร็จ ทำให้นาง ผีเสื้อสมุทรเริ่มสงสัยและไม่เชื่อใจเงือกอีก นางจึงจับทั้งเฒ่าเงือกและภรรยาหักขาและฉีกแขน เคี้ยวกินก่อนจะออกเดินตามหาพระอภัยมณีต่อไป เนื้อเรื่อง


ที่เกาะแก้วพิสดาร... ในยามบ่ายเกิดเสียงคลื่นดังสนั่นหวั่นไหวมาจาก หน้าเกาะ เมื่อดูลมก็เงียบสงัดดีพระโยคีจึงนั่ง คำนวณฤกษ์ยามตามตำราแล้วบอกกับลูกศิษย์ว่า วันนี้จะมีผู้ชายที่สูงศักดิ์เข้ามา นั่นก็คือพระอภัยมณี และมีนางผีเสื้อสมุทรเดินทางตามมาเช่นกัน เนื้อเรื่อง


พระอภัยมณีรีบว่ายน ้าเข้าเกาะแก้วพิสดาร และช่วยกันพาเงือกขึ้นมาบนฝั่ง กราบกรานขอให้ พระโยคีช่วยเหลือ ด้วยความเมตตา พระโยคีจึงให้พระอภัยมณีพักอยู่ที่เกาะ เนื้อเรื่อง


ส่วนนางผีเสื้อสมุทรนั้นไม่สามารถขึ้นมาบนหาดได้ เพราะหากสัมผัสกับทราย นางจะรู้สึกทุรนทุราย เนื่องจากพระโยคีได้ลงคาถาคลุมเกาะแก้วพิสดาร ดังเขื่อนเพชร เพื่อไม่ให้ภูตผีปีศาจเข้ามาใกล้ได้ เนื้อเรื่อง


ฝ่ายนางผีเสื้อสมุทรเมื่อมาใกล้เกาะแก้วพิสดาร ก็ได้ ตะโกนร้องเรียก อ้อนวอนพระอภัยมณี ให้ออกมาหา พระอภัยมณีบอกให้นางผีเสื้อสมุทรกลับไป อยู่ที่ถ ้าตามเดิมและอย่าสร้างความเดือดร้อน จงรักษาศีล อย่าฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และขออย่าให้ เกิดความมัวหมองต่อกันอีกเลย เนื้อเรื่อง


ส่วนพระโยคีก็ได้สอนว่า ขอจงตัดบ่วงความห่วงใย และอย่าจองล้างจองผลาญสินสมุทรกับพระอภัย มณีอีกเลย จะได้หมดเวรหมดกรรมต่อกัน หากนางผีเสื้อสมุทรตายไป ก็จะได้ไป อยู่บนสวรรค์อย่างสุขสบาย เนื้อเรื่อง


นางผีเสื้อสมุทรโกรธมาก จึงตอบกลับไปว่า พระโยคีนั้นมาซ่องสุมกันที่เกาะแก้วพิสดารแล้วจะ เกิดศีลได้อย่างไร ที่มาอยู่ที่นี่เพราะต้องการหนี การถูกเกณฑ์เข้าทำงานให้แก่บ้านเมือง ขนาดพระโยคียังไม่อยู่ในศีลและนางเงือกก็มา แย่งสามีของคนอื่น เหตุใดต้องมายุ่งเรื่องของนาง เนื้อเรื่อง


ฝ่ายพระโยคีเมื่อได้ยินดังนั้นก็ต่อว่านางผีเสื้อสมุทร ทั้งรูปร่างที่อัปลักษณ์ปากก็พูดไม่คิด นมทั้งสองข้างก็ ห้อยโตงเตง จนพระอภัยมณีต้องหนีมาอาศัยกับพระโยคี จากนั้นพระโยคีจึงเสกทรายขว้างไปกลางทะเล ราวกับ ใช้ปืนยิงนางผีเสื้อสมุทรนางผีเสื้อสมุทรก็กลัวจนตัวสั่น และหลบหนีไปอยู่ในทะเล เนื้อเรื่อง


• การใช้อุปมาโวหารเพื่อเปรียบเทียบ ไม่คลาดเคลื่อนเหมือนองค์พระทรงเดช แต่ดวงเนตรแดงดูดังสุริย์ฉาย ทรงกำลังดังพระยาคชาพลาย มีเขี้ยวคล้ายชนนีมีศักดา คุณค่าด้านวรรณศิลป์: การใช้โวหารภาพพจน์


• การใช้อุปลักษณ์เพื่อเปรียบเทียบ หนักหรือเบาเยาว์อยู่ไม่รู้จัก เข้าลองผลักด้วยกำลังก็พังผาง เห็นหาดทรายพรายงามเป็นเงินราง ทะเลกว้างข้างขวาล้นป่าดง คุณค่าด้านวรรณศิลป์: การใช้โวหารภาพพจน์


Click to View FlipBook Version