The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานเรื่อง การพัฒนาบุคลิกภาพในการทำงาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-09-11 00:31:56

รายงานเรื่อง การพัฒนาบุคลิกภาพในการทำงาน

รายงานเรื่อง การพัฒนาบุคลิกภาพในการทำงาน

2. ความสาคญั และสภาพปัญหาของเทคโนโลยแี ละสื่อสารการศึกษา

ในยคุ ศตวรรษที่ 21 กระบวนการเรียนการสอนมีการเปลี่ยนแปลง [12] โดยผเู้ รียนจะ
เรียนดว้ ยเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารท่ีทนั สมยั และสามารถเขา้ ถึงขอ้ มูล
ข่าวสารไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว นอกจากน้ียงั มีปัญหาที่สืบเน่ืองมาจากจานวนนกั เรียนที่
เพิ่มข้ึนต่อหอ้ งเรียน[13] จนทาใหว้ ิธีการสอนแบบเดิมๆ ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
ส่ือท่ีแสดงมีขนาดใหญไ่ ม่เพียงพอสาหรับ ผเู้ รียนที่อยหู่ ลงั หอ้ ง ความจดจ่อกบั ผสู้ อน
ถกู เบี่ยงเบนจากพฤติกรรมและสภาพแวดลอ้ มในช้นั เรียนขนาดใหญ่ ผเู้ รียนมีการ
นาเอาคอมพิวเตอร์พกพาเขา้ มาสืบคน้ ความรู้ในช้นั เรียน และถามคาถามเกี่ยวกบั เร่ืองที่
ครูกาลงั สอน หรือนาขอ้ มลู เหล่าน้นั มาพดู คุย โดยที่ครูตอบไม่ได้ หรือไม่เคยรู้มาก่อน

เม่ือเป็นเช่นน้ี ครูจึงตอ้ งพร้อมท่ีจะปรับตวั และพฒั นาตนเองใหเ้ ท่าทนั เทคโนโลยอี ยู่
เสมอ และตอ้ งมีความกระตือรือร้นท่ีจะพฒั นาทกั ษะและวทิ ยาการใหท้ นั สมยั เพ่ือให้
เกิดการเรียนรู้เทคนิควธิ ีการเรียนการสอนแบบใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพ ทาใหไ้ ดเ้ ดก็ มี
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคต์ ามที่สงั คมไทยและสงั คมโลก
ตอ้ งการ กระทรวงศึกษาธิการ [15] ไดเ้ ลง็ เห็นความสาคญั ของการนาเทคโนโลยี
สารสนเทศและการส่ือสาร (Information and Communications Technology :ICT) มา
ใช้ ซ่ึงเป็นเคร่ืองมือสาคญั และเป็นประโยชนต์ ่อการยกระดบั คุณภาพการศึกษา ช่วย
เพ่ิมประสิทธิภาพการเรียนการสอนและพฒั นาครูไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว รวมท้งั ยงั ช่วย
แกป้ ัญหาการขาดแคลนครู ตลอดจนลดความไม่เท่าเทียมทางการศึกษาในโรงเรียนท่ี
ห่างไกลอีกดว้ ย

ปัจจุบนั มีแนวทางการพฒั นา ICT เพ่ือการศึกษา ดงั น้ี

1) การจดั หาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เพ่ือการเรียนการสอนของสถานศึกษา ท้งั
คอมพิวเตอร์ประจาหอ้ งปฏิบตั ิการ คอมพิวเตอร์ประจาหอ้ งเรียน ไม่วา่ จะเป็น
คอมพิวเตอร์ต้งั โต๊ะและคอมพิวเตอร์พกพา จดั ต้งั ศูนยข์ อ้ มลู Data Center และ
สถานีโทรทศั น์ผา่ นดาวเทียมเพ่ือการศึกษา สาหรับใชใ้ นการเรียนการสอน

2) การพฒั นาโครงข่ายโทรคมนาคมเพ่ือการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน การบูรณาการโครงขา่ ย
MOENet [32] และ NEdNet [33] ใหเ้ ป็นโครงข่ายเดียว โดยใชช้ ่ือวา่ OBEC-NET [12]
สาหรับใชเ้ ป็นเครือข่ายเพ่ือการศึกษาและวจิ ยั โดยเช่ือมต่อโรงเรียนต่างๆ ไวก้ บั ศูนย์
ขอ้ มูลของ สพฐ. OBEC Data Center เพื่อใหง้ ่ายต่อการดูแลและบริหารจดั การ

3) การพฒั นาส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ (Digital Contents) ในรูปแบบสื่อออนไลน์ผา่ น
เวบ็ ไซต์ e-Book หรือ Applications ต่างๆ

3. ครูไทยในอนาคต

เม่ือสงั คมโลกเปลี่ยนไป ผเู้ รียนไม่ไดเ้ รียนรู้จากโรงเรียนเพียงแห่งเดียว แต่สามารถ
เรียนรู้ไดจ้ ากแหล่งเรียนรู้ภายนอกท่ีเป็นสงั คมรอบตวั โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ จาก
อินเตอร์เนต็ บทบาทของครูไทยในศตวรรษท่ี 21[17] จึงตอ้ งเปลี่ยนแปลงตามไปดว้ ย
โดยครูตอ้ งช่วยแกไ้ ข และช้ีแนะความรู้ท้งั ถูก ผดิ ที่ผเู้ รียนไดร้ ับจากส่ือภายนอก
รวมท้งั สอนใหร้ ู้จกั การคิดวิเคราะห์ กลน่ั กรองความรู้อยา่ งมีวจิ ารณญาณ ก่อนนา
ขอ้ มูลมาใชอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม

นอกจากน้ีครูยงั ตอ้ งปรบั เปลี่ยนวิธีการสอนและตอ้ งพฒั นาทกั ษะท่ีจาเป็นสาหรับการ
เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของตนเอง ดงั ท่ี รศ.ดร.ถนอมพร เลาหจรัสแสง [16] ไดเ้ สนอ
ทกั ษะที่จาเป็นสาหรับครูไทยในอนาคต (C-Teacher) ไวอ้ ยา่ งน่าสนใจ 8 ประการคือ

1. Content ครูตอ้ งมีความรู้และทกั ษะในเรื่องท่ีสอนเป็นอยา่ งดี หากไม่รู้จริงในเร่ืองท่ี
สอนแลว้ กย็ ากที่นกั เรียนจะมีความรู้ความเขา้ ใจในเน้ือหาน้นั ๆ

2. Computer (ICT) Integration ครูตอ้ งมีทกั ษะในการใชเ้ ทคโนโลยเี ขา้ มาช่วยในการ
จดั การเรียนการสอน เนื่องจากกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีใชเ้ ทคโนโลยจี ะช่วย
กระตุน้ ความสนใจใหก้ บั นกั เรียน และหากออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนอยา่ งมี
ประสิทธิภาพ จะช่วยส่งเสริมความรู้และทกั ษะท่ีตอ้ งการไดเ้ ป็นอยา่ งดี

3. Constructionist ครูผสู้ อนตอ้ งเขา้ ใจแนวคิดท่ีวา่ ผเู้ รียนสามารถสร้างองคค์ วามรู้ได้
ดว้ ยตวั เอง โดยเช่ือมโยงความรู้เดิมที่มีอยภู่ ายในเขา้ กบั การไดล้ งมือปฏิบตั ิกิจกรรม
ต่างๆ ดงั น้นั ครูจึงควรนาแนวคิดน้ีไปพฒั นาวางแผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้เพ่อื ให้
นกั เรียนเกิดความรู้ท่ีคงทนและเกิดทกั ษะที่ตอ้ งการ

4. Connectivity ครูตอ้ งสามารถจดั กิจกรรมใหเ้ ช่ือมโยงระหวา่ งผเู้ รียนดว้ ยกนั ผเู้ รียน
กบั ครู ครูภายในสถานศึกษาเดียวกนั หรือตา่ งสถานศึกษา ระหวา่ งสถานศึกษา และ
สถานศึกษากบั ชุมชน เพื่อสร้างสภาพแวดลอ้ มในการเรียนรู้ท่ีเป็นประโยชน์ ให้
นกั เรียนไดล้ งมือปฏิบตั ิอนั จะก่อใหเ้ กิดประสบการณ์ตรงกบั นกั เรียน

5. Collaboration ครูมีบทบาทในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ในลกั ษณะการเรียนรู้แบบ
ร่วมมือระหวา่ งนกั เรียนกบั ครู และนกั เรียนกบั นกั เรียนดว้ ยกนั เพ่ือฝึกทกั ษะการ
ทางานเป็นทีม การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง และทกั ษะสาคญั อื่น ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง

6. Communication ครูตอ้ งมีทกั ษะการส่ือสาร ท้งั การบรรยาย การยกตวั อยา่ ง การ
เลือกใชส้ ื่อ และการนาเสนอ รวมถึงการจดั สภาพแวดลอ้ มใหเ้ อ้ือต่อการเรียนรู้ เพ่ือ
ถ่ายทอดความรู้ใหก้ บั นกั เรียนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

7. Creativity ครูตอ้ งออกแบบ สร้างสรรคก์ ิจกรรมการเรียนรู้ จดั สภาพแวดลอ้ มใหเ้ อ้ือ
ต่อการเรียนรู้ดว้ ยตนเองของผเู้ รียนมากกวา่ การเป็นผถู้ ่ายทอดความรู้หนา้ หอ้ งเพียง
อยา่ งเดียว

8. Caring ครูตอ้ งมีมุทิตาจิตต่อนกั เรียน ตอ้ งแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใยอยา่ ง
จริงใจต่อนกั เรียน เพ่อื ใหน้ กั เรียนเกิดความเชื่อใจ ส่งผลใหเ้ กิดสภาพการเรียนรู้ต่ืนตวั
แบบผอ่ นคลาย ซ่ึงเป็นสภาพท่ีนกั เรียนจะเรียนรู้ไดด้ ีท่ีสุด

เมื่อหนา้ ท่ีและบทบาทของครูผสู้ อนไดเ้ ปลี่ยนจากการบรรยายหนา้ ช้นั เรียนเพียงอยา่ ง
เดียวมาเป็นการกล่าวนาเขา้ สู่บทเรียน ทาหนา้ ท่ีเป็นเพียงผแู้ นะนา ใหค้ าปรึกษา และ
แกป้ ัญหาใหแ้ ก่ผเู้ รียน จึงเกิดวิธีการสอนท่ีหลากหลายมากข้ึน [19] มีการนา
คอมพิวเตอร์มาใชใ้ นการเรียนการสอนแบบปฏิสมั พนั ธ์ผา่ นเครือขา่ ย (Network) อยา่ ง
มีประสิทธิภาพ ทาใหค้ รูตอ้ งมีการปรับทศั นคติใหม่ พฒั นาความรู้และทกั ษะ
ความสามารถท่ีจาเป็นตามแนวทาง C-Teacher ท่ีไดก้ ล่าวมาขา้ งตน้

4. ปัญหาและอปุ สรรคของครูไทย

การพฒั นาการศึกษาของชาติ ไม่ใช่เฉพาะภาระหนา้ ท่ีของใครหรือหน่วยงานใด
หน่วยงานหน่ึงเท่าน้นั แต่เป็นเรื่องท่ีสงั คมตอ้ งใหค้ วามตระหนกั และช่วยกนั หาทาง
ออก โดยปัญหาทางการศึกษาท่ีสาคญั กค็ ือ ปัญหาดา้ นครู

จากผลสารวจความคิดเห็นของครู [21] เน่ืองในวนั ครูแห่งชาติ ปี 2555 ที่ผา่ นมาทาให้
ทราบปัจจยั ที่เป็นอุปสรรคของการทาหนา้ ที่ครู และแนวทางการส่งเสริมครูใหส้ ามารถ
ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีไดด้ ียง่ิ ข้ึน ดงั น้ี

4.1. ปัจจยั ท่ีเป็ นอุปสรรคของการทาหน้าทีค่ รู ประกอบด้วย

1) ภาระงานอ่ืนนอกเหนือจากการสอน การทาหนา้ ที่อื่นนอกเหนือจากการสอน จะทา
ใหค้ รูมีเวลาเตรียมการสอนและมีสมาธิในการสอนนอ้ ยลง ซ่ึงโรงเรียนในประเทศไทย
ใหค้ รูผสู้ อนปฏิบตั ิหนา้ ท่ีอ่ืน เช่น พสั ดุ บุคคล ธุรการ ฯลฯ จนทาใหป้ ระสิทธิภาพการ
สอนลดลง

2) จานวนครูไม่เพียงพอ สอนไม่ตรงกบั วฒุ ิ กาหนดตรากาลงั ที่ไม่

เหมาะสม ใชอ้ ตั ราส่วนของจานวนนกั เรียนต่อจานวนครูเป็นเกณฑ์ โดยไม่

คานึงถึงจานวนหอ้ งเรียนน้นั ส่งผล กระทบอยา่ งมากต่อประสิทธิภาพการสอนของครู

3) ขาดทกั ษะทางดา้ นไอซีที โดยครูจานวนมากยงั ขาดทกั ษะดา้ นน้ี จึงทาใหร้ ับรู้ขอ้ มูล
หรือมีแหล่งคน้ ควา้ ขอ้ มลู นอ้ ยกวา่ นกั เรียน นอกจากน้ีส่ือการสอนท่ีมีแค่หนงั สือหรือ
ตาราอาจตอบสนองการรับรู้และความตอ้ งการของนกั เรียนในศตวรรษที่ 21 ไดไ้ ม่
เตม็ ที่

4) ครูรุ่นใหม่ขาดความเช่ียวชาญในการสอนท้งั ทางวชิ าการและคุณลกั ษณะความเป็น
ครู ความเอาใจใส่ต่อเดก็ ลดลง ขาดประสบการณ์ ขณะท่ีครูรุ่นเก่าไม่ปรับตวั ใหเ้ ขา้
กบั ลกั ษณะของผเู้ รียนท่ีเปล่ียนไป ไม่ปรับวธิ ีการสอน ไม่ใชเ้ ทคโนโลยใี หม่ๆ เพอื่
เสริมการจดั การเรียนรู้ ใหม้ ีประสิทธิภาพ

5) ครูสอนหนกั ส่งผลใหเ้ ดก็ เรียนมากข้ึน ผลการทดสอบระดบั ชาติท่ีไม่เป็นที่น่าพอใจ
ทาใหค้ รูแกป้ ัญหาโดยยงั คงยดึ วธิ ีการสอนแบบเดิม พยายามสอนเน้ือหาใหม้ ากข้ึน ใช้
เวลาสอนมากข้ึน เพ่ือหวงั ใหน้ กั เรียนมีความรู้เพิ่มข้ึน ทาใหเ้ ดก็ ตอ้ งใชเ้ วลาเรียนใน
หอ้ งเรียนมาก ซ่ึงจะเห็นไดจ้ ากผลการสารวจของ UNESCO [23] ที่เดก็ ไทยใชเ้ วลา
เรียนในหอ้ งเรียนเฉลี่ย มากกวา่ ประเทศเพ่ือนบา้ น

6) ขาดอิสระในการจดั การ ครูยงั คงตอ้ งปฏิบตั ิตามนโยบายของหน่วยงานตน้ สงั กดั ซ่ึง
นโยบายเหล่าน้นั ไม่ไดถ้ ูกตอ้ งและดีเสมอไป เช่น การเรียนการสอนวชิ าภาษาองั กฤษ
ซ่ึงผลลพั ธท์ ี่ไดค้ ือ นกั เรียนที่เรียนภาษาองั กฤษ 15 ปี แต่ไม่สามารถส่ือสาร
ภาษาองั กฤษได้ เป็นตน้

4.2 ปัจจยั ส่งเสริมการทาหน้าทข่ี องครูให้เกดิ ประสิทธิภาพ ประกอบด้วย

1) การอบรม แลกเปล่ียน และสร้างเครือข่ายความรู้ จะช่วยใหค้ รูไม่จากดั เพียงวิธีการ
สอนของตนเองเทา่ น้นั แต่ยงั เปิ ดใจรับวิธีการสอนอ่ืนๆ มาประยกุ ตใ์ ชก้ บั บริบทของ
ตนเอง

2) การพฒั นาตนเองในเร่ืองไอซีที เพราะการนาไอซีทีมาเป็นเครื่องมือในการจดั การ
เรียนรู้จะช่วยเพิ่มช่องทางการเรียนที่หลากหลาย รวมท้งั ยงั เพิ่มประสิทธิภาพทางการ
เรียนของนกั เรียนดว้ ย

3) การเพ่ิมฝ่ ายธุรการ จะช่วยใหค้ รูมีเวลาในการเอาใจใส่ต่องานวชิ าการ หรือนกั เรียน
มากข้ึน

4) มีการปรับเลื่อนวทิ ยฐานะ โดยประเมินจากผลผลิตและผลลพั ธจ์ ากกระบวนการ
เรียนการสอน คือ นกั เรียน ควบคู่กบั ผลงานทางวิชาการ ซ่ึงจะส่งผลตอ่ ขวญั และ
กาลงั ใจของครูผสู้ อนเป็นอยา่ งดี

5) ลดชวั่ โมงการเรียนการสอนในหอ้ งเรียน พอ่ื เปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนคน้ ควา้ ในส่ิงที่
นกั เรียนสนใจ และพฒั นาทกั ษะท่ีสาคญั ในศตวรรษที่ 21

ปัจจยั ดงั กล่าวสอดคลอ้ งกบั นกั วชิ าการหลายทา่ น [23][24] ท่ีมีความเห็นวา่ การสอน
ของครูในปัจจุบนั ยงั เป็นการสอนแบบด้งั เดิม คือ เป็นการถา่ ยทอดวชิ าในหอ้ งเรียน
ส่งผลใหเ้ ดก็ ขาดภาวะผนู้ า เพราะเดก็ ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง และปัจจุบนั มีการ
พดู ถึงทกั ษะของเดก็ ในศตวรรษที่ 21 แต่ยงั ไม่มีค่มู ือประกอบแนวทางการพฒั นา
ทกั ษะครูใหพ้ ร้อมต่อการเรียนการสอนสมยั ใหม่ ครูไทยจานวนมากจึงเหมือนถูก
ปล่อยอยอู่ ยา่ งโดดเดี่ยวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของกระแสสงั คมโลก

แนวทางและความเป็ นไปได้ในการการพฒั นาครูในศตวรรษท่ี 21

5.1 ด้านนโยบาย

จากสภาพการณ์ที่กล่าวขา้ งตน้ จะเห็นไดว้ า่ การจดั การศึกษาในประเทศไทยตอ้ งมีการ
พฒั นาใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาวะการณ์โลก ไม่เพียงเฉพาะครูเท่าน้นั แตห่ มายรวมถึงการ
พฒั นาท้งั ระบบใหเ้ อ้ือต่อการเรียนรู้ในยคุ สมยั ใหม่ดว้ ย โดยมีแนวทางที่ควรส่งเสริม
และเปิ ดมุมมองของการพฒั นาครูในศตวรรษท่ี 21 ดงั น้ี

1.ในอดีต การพฒั นาครูยงั มีทิศทางที่ไมช่ ดั เจน และไม่คอ่ ยใหค้ วามสาคญั อยา่ งจริงจงั
หากตอ้ งการใหเ้ กิดผลลพั ธ์ท่ีดีต่อเดก็ แลว้ ควรจะมีการกาหนดนโยบายเพ่ือเป็นกรอบ
ในการพฒั นาครูใหต้ รงจุด เพอ่ื สนองตอบต่อปัญหาท่ีเกิดข้ึนในปัจจุบนั โดยควรมีการ

กาหนดหน่วยงานการพฒั นาครูอยา่ งทว่ั ถึงทกุ พ้ืนท่ี ไม่ใช่กาหนดอานาจการพฒั นาครู
ไวท้ ่ีส่วนกลางอยา่ งเดียว

2. ควรมีการกาหนดมาตรฐานอาชีพครู โดยเฉพาะความรู้ความสามารถดา้ นมาตรฐาน
การปฏิบตั ิงานของครู ซ่ึงมาตรฐานเหล่าน้ีสามารถใชเ้ ป็นเกณฑว์ ดั ความเป็นครูและ
เป็นเครื่องมือตรวจสอบกลนั่ กรองผปู้ ระกอบวชิ าชีพครูไดอ้ ยา่ งชดั เจนและมีคุณภาพ

3. ควรมีการพฒั นาระบบการผลิตครูออกสู่ตลาดการศึกษา รวมท้งั หลกั สูตรครูท่ีทนั ต่อ
เปล่ียนแปลงไปของสงั คมโลก

4. ควรมีการใหค้ วามรู้และปรับแนวคิดของครูใหเ้ ขา้ ใจวธิ ีการเรียนรู้ในยคุ สมยั ใหม่ ท่ี
ผเู้ รียนสามารถสร้างความรู้ไดด้ ว้ ยตนเอง จากการสืบคน้ การลงมือปฏิบตั ิ มีอิสระใน
การเรียนรู้ โดยมีครูคอยช้ีแนะในลกั ษณะของผใู้ หค้ าปรึกษา

5. ควรอาศยั ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยสี ารสนเทศ เพื่อใหผ้ เู้ รียนเขา้ ถึงขอ้ มูล ความรู้ได้
แบบไม่มีขีดจากดั เฉพาะในหอ้ งเรียน หรือจากครูเท่าน้นั


Click to View FlipBook Version