23
ก็อยากได้งานเหมือนกัน เขาก็จะต้องหาวิธีท่ีพูดคุยกับเพื่อนเขาก็จะเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาทะเลาะกันในส่วนของ
การที่ความคิดเห็นไม่ตรงกันสุดท้ายแล้วเขาก็จะหาข้อสรุปท่ีดีที่สุดได้เพื่อทําให้งานน้ีมันเดินต่อไปได้
เพราะฉะนน้ั เนย่ี สง่ิ ทเ่ี ดก็ เรยี นรูค้ ่ะน่าจะเรยี นรู้การทํางานกิจกรรมละครสร้างสรรค์และเน่ียเด็กได้เรียนรู้ในเร่ือง
ของการการเปน็ ผูน้ าํ เปน็ ผู้ตามประชาธปิ ไตยที่เกิดจากงานนนี้ ะคะอนั นกี้ ็จะเปน็ ในส่วนของข้อที่4 และข้อท่ี5 ก็
คือข้ันนําเสนอผลงาน เด็กก็จะต้องนําเสนอผลงานแต่ด้วยความที่อาจารย์ไม่อยากให้เขาเราอยากให้เขาเห็น
คุณคา่ ของงานน้ี เรากแ็ ค่หาเวทใี นการนาํ เสนอผลงานให้เขาก็คือเปน็ เวที Open House เดก็ ขา้ งนอกเขาก็จะมี
เด็กข้างนอกมาดูด้วยแล้วก็ชาวบ้านบางคนก็อาจจะเข้ามาดูว่าโรงเรียนนี้มีความน่าสนใจอะไรบ้างมีอะไรเราก็
หาเวทีใหเ้ ขาได้นําเสนอผลงานเขากร็ ูส้ ึกว่าเขาต้องทําให้เตม็ ท่ีมนั ย่งิ ใหญม่ นั ไม่ได้แค่โรงเรียนแล้วนะผลงานของ
เขาเน่ียทางโรงเรียนจะได้เห็นแล้วก็เด็กนอกโรงเรียนก็จะได้เห็นด้วยนะคะ และสุดท้ายแล้วก็คือมีการวัดผล
ประเมินผลในการวัดผลประเมินผลอันนี้เขาไม่ได้แค่อาจารย์เป็นคนวัดผลประเมินผลแตว่ ่าเขาจะต้องมีการวัด
ประเมินผลงานของเขาเองด้วยความพึงพอใจต่องานของเขา เขาต้องตอบได้ค่ะว่าเขามีความพึงพอใจของงาน
เขามากน้อยแค่ไหนแล้วเขามีวิธีการแก้ไขปรับปรุงอย่างไร ถ้าสมมุติว่าเขาจะต้องทําในคร้ังต่อไปเนี่ยเขาจะมี
วิธีการแก้ไขปรับปรุงอย่างไรบ้างอนั นี้เขาก็ต้องสรุปออกให้เป็นเล่ม 1 เล่มมาค่ะจะไม่ไดห้ นามากแต่ว่าเขาก็จะ
สรุปการทาํ งานของเขาจนกระทัง่ การประเมินผลใสไ่ วใ้ นเล่มให้นะคะอันนกี้ ็เป็นในส่วนของกระบวนการนะคะ
ภาพที่ 13 : การให้คะแนนจากการจดั การเรียนสอนแบบบูรณาการ กิจกรรมละครสรา้ งสรรค์
ท่มี า : อาจารยญ์ าดา จุลเสวก
วิทยากร : คราวน้ีละครสร้างสรรค์บรู ณาการกับอะไรนะคะอาจารย์เปน็ ผู้รับผิดชอบหลักก็คือกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ศิลปะนะคะนาฏศิลป์การบูรณาการกับกลุ่มสาระอีก 5 กลุ่มก็มีกะกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยการ
เรียนรูภ้ าษาต่างประเทศสขุ ศึกษาและพลศึกษาการงานอาชีพและเทคโนโลยีสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
แปลวา่ ในการทเ่ี ขาทําโปรเจคอันเน้ีย 1 Project เขาจะได้คะแนนจาก 6 รายวิชานะคะเขาจะไดค้ ะแนนจาก 6
รายวชิ าตรงนีซ้ ่งึ เขาจะไดค้ ะแนนในส่วนไหนบ้างกลุ่มกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยนะคะเขาก็จะได้คะแนนใน
ส่วนของบทละครซ่ึงบทละครเน้ียะเราอาจจะดูให้แค่คร่าวๆแต่ว่าเม่ือบทละครอ่ะค่ะเริ่มเข้าท่ีเราก็จะโยนให้
ให้กับอาจารย์ที่รับผิดชอบวิชาภาษาไทยอาจารย์เขาก็จะรู้เองว่าอัตโนมัติว่าเด็กจะเอาบุตรละครไปส่งนะแล้ว
เขาจะต้องดูว่าภาษาที่เขียนจะเป็นอย่างไรแต่ว่าเราจะต้องทําความเข้าใจกับอาจารย์ทั้ง 6 คนน้ีให้ชัดเจนว่า
คะแนนตรงนเ้ี ป็นคะแนนท่ีเด็กจะไดท้ ้งั หอ้ งต่อใหท้ ีมเขียนบทเอาค่ะกลุ่มสาระเรียนรู้ภาษาต่างประเทศอาจารย์
ให้เขาทําเป็นโปรชัวเป็นการประชาสัมพันธ์แปลภาษาที่เขาเรียนเช่นเขาเรียนศิลป์จีนเขาก็จะทําเป็นภาษาจีน
24
ในสว่ นตรงนเ้ี นยี่ อาจารย์ผู้สอนเขากจ็ ะไปดแู ลรายละเอียดใหเ้ รานะคะในเรื่องของการแปรในเรื่องของการเรยี บ
เรียงคําไม่ว่าจะเป็นภาษาจีนญี่ปุ่นเยอรมันฝรั่งเศสนะคะเขาถามว่าถ้าสมมุติว่าเดก็ ไม่ไดเ้ รียนศิลป์ภาษาล่ะเด็ก
เรียนวิทย์คณิตเราจะให้เขาทําเป็นภาษาใดบอกให้ทําเป็นภาษาอังกฤษค่ะเพราะว่าภาษาอังกฤษเนี่ยเป็นเบส
หนักท่ีเขาจะตอ้ งเรียนอยู่แล้วในทุกห้องนะคะต่อมาในกลุ่มของสุขศึกษาและพลศึกษาแต่ว่าอันนี้เป็นกิจกรรม
ละครสร้างสรรคก์ ิจกรรมละครสรา้ งสรรคเ์ ขากจ็ ะมกี ิจกรรมสนั ทนาการนันทนาการอะไรท่ีมันแทรกอยู่ในละคร
ตรงน้ีอยู่แล้วสุขศึกษาและพลศึกษาโคตรจะให้คะแนนในส่วนของตรงนี้นะคะต่อมาท่ีการงานอาชีพและ
เทคโนโลยีจากว่าเป็นกลุ่มสาระที่ค่อนข้างเขาก็จะให้คะแนนในหลายส่วนไม่ว่าจะเป็นเปล่าแต่งกายซ่ึงอาจจะ
ต้องทําเองทุกอย่างตรงน้ีนะคะในส่วนของสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมอนั น้ีเนี่ยอาจารย์เขาRequest มา
เลยวา่ เขาจะให้คะแนนเขาต้องการให้คะแนนในกระบวนการทํางานกลุ่มเนื่องจากว่าใกระบวนการทํางานกลุ่ม
เขาจะไปตีอีกเป็นเรื่องยอ่ ยๆในกล่มุ ในกลมุ่ สาระของเขาในเรอ่ื งของความเป็นประชาธปิ ไตยการแก้ปัญหาการมี
ภาวะผู้นําผู้ติดตามและก็มีอีกหลายอย่างเลยท่ีเขาตั้งโจทย์มานะคะแต่ว่าเขาจะดูในเร่ืองของกระบวนการ
ทํางานกลุ่มนักนะเน่ียในบางกลุ่มสาระค่ะเขาก็จะไม่ได้ดูแค่ผลปลายทางอย่ากลุ่มสาระสังคมอย่างเง้ียเขาก็จะ
ถ้าสมมุตวิ ่ามีการตดิ ตามงานหรอื อะไรเนีย่ เขาก็จะเข้าไปอยู่ในนั้นดว้ ยเข้าไปอยู่ในการจัดการเรียนการสอนของ
เราด้วยว่าเราอยากรู้ว่าเด็กมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไรหรือแม้กระท่ังเด็กประชุมอย่างนี้ค่ะอาจารย์เขาก็จะมีการ
แบบคือเขาก็อาจจะไม่ได้เข้าไปประชุมเลยเด๋ียวเขาก็จะมีการไปสังเกตการณ์อ่ะค่ะว่าเด็กทะเลาะกันไหมมี
วิธีการแก้ปัญหาอย่างไรมีความเป็นประชาธิปไตยหรือเปล่าหรือว่าเฮ้ยไม่เลยเอาความคิดของคนน้ีคนเดียว
อะไรอย่างเงี้ยเขาก็จะให้คะแนนในส่วนตรงน้ีนะคะซึ่งคะแนนนะคะในภาษาไทยจะให้ 10 คะแนน
ภาษาต่างประเทศ 10 คะแนนสุขศึกษาและพลศึกษาก็ให้ 10 คะแนนสังคมศาสนาและวัฒนธรรมก็ให้ 10
คะแนนจะมีการงานอาชีพและเทคโนโลยีค่ะให้ 20 คะแนนเพราะถือว่าเด็กทําค่อนข้างเยอะในเรื่องของชา
เคร่ืองแต่งกายนะคะส่วนอาจารย์เองสาระนาฏศิลป์อาจารย์ให้ 30 คะแนนนะคะอาจารย์ให้สติคะแนน
เพราะว่าอาจารย์จะให้ในภาพรวมในภาพรวมในที่น้ีก็คือตั้งแต่คันท่ีเขาดําเนินการการแบ่งหน้ าท่ีจะถึง
ปลายทางเลยแล้วก็ให้ในส่วนของการแสดงบนเวทีด้วยนะคะรวมกันนะคะเด็กจะได้จากโปรเจคน้ีทั้งหมด 90
คะแนนจาก 6 รายวิชาเส้นทางว่าสมมุติว่าสาขาเราอย่างเดียวคําเขาจะได้ 20 คะแนน 10 คะแนนเขาก็ถือว่า
โอเคก็แค่น้ันแหละแต่วิชาเดียวไม่เป็นไรแต่พ่อมันมีการโยงอีก 5 รายวิชามันคือคะแนนท่ีเขาจะต้องเก็บเก่ียว
แล้วเขาก็จะทาํ ทกุ อย่างอย่างเตม็ ท่นี ะคะเนอื่ งจากวา่ การ 90 คะแนนไมน่ ้อยเลยสําหรับการทํางานกลุ่มนะผลท่ี
เกิดข้ึนน่ะค่ะอนั น้เี ปน็ ผลทส่ี ะทอ้ นมาด้วยนะคะกค็ ือทกุ คร้ังทีเ่ ราทํากิจกรรมเสรจ็ เนี่ยเราจะถามเด็กดว้ ยวา่ ผลท่ี
เกิดข้ึนกับเขาเน่ียคืออะไรบ้างเขาก็บอกว่าเขาได้ลดภาระตัวของเขาเองเพราะว่ายางรายวิชาที่ให้ 10 คะแนน
10 คะแนนนะคะในส่วนของตรงน้ันเนี่ยเขาก็มาจากตรงน้ีเขาก็ไม่ต้องไปทําในอีก 10 คะแนนมันก็เป็นการลด
อาหารในขณะน้ี 21 ตรงน้ันนะคะในชีวิตจริงเนื่องจากว่าเด็กพวกน้ีค่ะไม่ใช่เด็กที่อยู่ในชมรมของเราก็อาจจะ
ไม่ได้มีพ้ืนฐานในเร่ืองของนาฏศิลป์เรื่องการแสดงแต่การที่เราทํางานนี้เขาสามารถเอาทุกส่ิงทุกอย่างท่ีเขาทํา
ตรงนค้ี ะ่ ไปใชจ้ ริงหนา้ เด็กบางคนเร่มิ จากการทาํ เคร่อื งแต่งกายนะคะทุกวนั น้ีตัดชุดขายก็มีนะคะเดก็ บางคนเขา
บอกเลยว่าสิ่งที่เขาได้เรียนรู้คือเขาเรียนรู้จากเพื่อนในห้องแล้วพอปัญหามันลดน้อยลงอ่ะค่ะทะเลาะตบตีไม่มี
เลยหลังจากท่ีเขาได้ทําวันนี้ก็จะเรียนรู้แล้วว่าทุกอย่างเนี่ยเขาจะต้องหาจุดที่มันที่สุดสําหรับเขาไม่ได้ขณะนี้ก็
25
ค่อนข้างประสบความสําเร็จค่ะมีการส่งเสริมกระบวนการคิดการจัดการการเผชิญหน้าสถานการณ์ต่างๆก็ต้อง
แก้ไขปัญหาด้วยตัวเองส่งเสริมการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตยรู้จักเคารพสิทธิเสรีภาพรู้จักเคารพ
ความคิดของผู้อ่นื นะคะแล้วก็ส่งเสริมทักษะความสามารถในการแก้ปัญหาทั้งผู้เรียนและผู้สอนเราก็ต้องเรียนรู้
ไปพร้อมกับเด็กนะคะแปลว่าการบูรณาการเน่ียมันค่อนข้างใหม่มากเด๋ียวก็ตอ้ งแก้ปัญหาในส่วนที่เราทําไดแ้ ล้ว
ก็แนะนําเขาในส่วนท่ีเราจะต้องทํานะคะแต่เราจะไม่แก้ปัญหาให้เขาท้ังหมดนะคะก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้ทั้ง
ผเู้ รยี นและผู้สอนดว้ ย
วิทยากร : มใี ครสงสยั ตรงไหนไหมคะอยากให้ถามเขา้ ใจไหมคะ นกั ศึกษาเขา้ ใจไหม
นักศึกษา : เขา้ ใจครบั อาจารยเ์ ข้าใจค่ะอาจารย์
วทิ ยากร : ว่าเขา้ ใจวา่ อยา่ งไรบ้างไหนลองสะท้อนออกมาสวิ ่าเขา้ ใจอะไรบ้างในเร่ืองของการบรู ณาการ
นักศึกษา : เข้าใจว่าในการบูรณาการก็สามารถนําเอาหลายวิชามารวมให้ให้เข้ากันกับสาระของเราครับ
อาจารย์
ภาพท่ี 14 : ผู้เข้าร่วมสมั มนาแลกเปลี่ยนประสบการณก์ ับท่านวทิ ยากร
ท่ีมา : นางสาวรงุ่ ทิวา เบญจาธกิ ลุ
วิทยากร : ก็หวังว่านักศึกษาที่จะเป็นอนาคตครูนาฏศิลป์ในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้านักศึกษาจะได้เอาในส่ิง
ตรงน้ีเป็นแรงบันดาลใจไปเป็นแนวทางในการใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนนาฏศิลป์ให้พัฒนาตลอดเวลา
เกษตรนั้นคือในอนาคตกูมันจะพูดเสมอว่าเราเป็นครูนาฏศิลป์ถ้าเรารอแต่ตอบคําถามเด็กว่าทําไมต้องเรียน
นาฏศลิ ปเ์ ราจะตอบคําถามแบบนี้ไม่รจู้ บแต่วา่ ถ้าเม่ือไหร่กต็ ามท่ีเราทําให้นาฏศิลป์เป็นกลุ่มสาระหน่ึงที่เขาเห็น
ว่าเฮ้ยมันมีประโยชน์กับชีวิตเขามันสามารถใช้ในการดําเนินชีวิตได้จริง แล้วก็ไม่ต้องตอบคําถามว่าทําไมเรา
ต้องเรียนวิชานาฏศิลป์เพราะว่าเม่ือไหร่ก็ตามท่ีเขาให้ความสนใจแล้วก็พร้อมที่จะเดินไปกับเราอ่ะค่ะมันก็จะ
ยังคงอยู่ไปเรือ่ ยๆโดยท่ีเราไม่ตอ้ งพูดเราไม่ตอ้ งว่าเขาว่าทําไมไม่อนุรักษ์ทําไมไม่สนใจทําไมไม่อะไรแตส่ ่ิงเหล่าน้ี
มันจะอยู่ไปได้เร่ือยๆขอเพียงแค่ว่าการท่ีเราเป็นครูนาฏศิลป์เดี๋ยวพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาเด็กเขาก็จะเห็น
คุณค่าในตรงน้ีเขาจะไม่ถามเรากลับมาเขาว่าทําไมจะต้องเรียนนาฏศิลป์ก็วันนี้ขอบคุณอาจารย์ธีรวัฒน์มากๆ
คะ่ ทใ่ี หเ้ กียรตมิ าเป็นวทิ ยากรให้ความรูก้ ับเด็กๆในวนั นี้ค่ะขอบคณุ ค่ะ
26
หัวหน้าโครงการกล่าวขอบคุณ : ข่าววันน้ีนะคะในฐานะหัวหน้าโครงการนะคะก็รู้สึกดีใจแล้วก็ประทับใจ
มากๆค่ะการท่ีวิทยากรให้เกียรตมิ าบรรยายความรู้ในคร้ังนี้นะคะซึ่งหนูเชื่อว่าทุกๆคนเข้ามาร่วมสัมมนาก็ได้รับ
ความรเู้ กย่ี วกบั การบูรณาการแผนการสอนกบั ศาสตร์วชิ าตา่ งๆคะ่ ซ่ึงวันนก้ี ็ขอบคณุ มากๆจริงๆค่ะขอบคุณคะ่
จากที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ หมายถึง การผสมผสานกระบวน
ความรู้หรือศาสตร์องค์ความรู้ในส่วนของรายวิชาต้ังแต่ 2 แขนงขึ้นไปนํามาจัดประสบการณ์การเรียนรู้ท่ี
เช่ือมโยงหัวข้อหรือเนื้อหาสาระสาขาวิชาต่างๆท่ีมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันมาผสมผสานเข้าด้วยกันเพ่ือให้
ผู้เรยี นเกิดความรู้แบบองคร์ วมมคี วามหลากหลายและสามารถนําไปประยุกต์ใช้ได้จริง เปา้ หมายของการเรียนรู้
แบบบูรณาการ มี 2 ประเดน็ หลักๆคือ 1.ตอ้ งการให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนกับสิ่งท่ีเกิดขึ้นในชีวิต
จริงได้ คือในแต่ละห้องจะมีนักเรียนบางคนที่ในเรื่องของวิชาการมากๆแต่อาจจะไม่เก่งในศาสตร์ของชีวิตจริง
ไม่เก่งในเรื่องของการแก้ปัญหาในชีวิตจริงที่ และเป้าหมายท่ี 2. เพื่อขจัดความซํ้าซ้อน ของเน้ือหาต่างๆเป็น
การลดภาระของผู้เรียนและเพื่อเป็นการลดภาระของผู้สอน ในทางกลับกันในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ
จะได้ผลที่มากกว่าแค่การท่องจําแล้วก็ความเข้าใจเพราะสุดท้ายแล้วเด็กจะต้องนําไปใช้ในชวี ิตจริงได้ ลักษณะ
ของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการมีท้ังหมด 4 ประเด็นหลักๆ คือ 1. การบูรณาการภายในสาขาวิชา 2.
การบรู ณาการระหว่างสหวทิ ยาการ เป็นการผสมผสานเนื้อหาองค์ความรู้ระหวา่ ง 2 สาขาวิชา แต่จะยึดสาขา
ใดสาขาหน่ึงเปน็ หลัก 3. การบูรณาการแบบพหุวทิ ยาการ จะเปน็ การผสมผสานตงั้ แต่ 2 สาขาวิชาหรือ 2 องค์
ความรู้ขึ้นไปโดยที่ให้ยึดสาขาใดสาขาหนึ่งเป็นแกนหลัก และ 4. การบูรณาการแบบข้ามสาขาวิชา การบูรณา
การในลักษณะน้ีนะคะเราจะไม่ยึดสาขาใดสาขาหน่ึงเป็นแกนหลัก เพราะทุกสาขาจะมีความสําคัญเท่าๆ เช่น
ครูผู้สอนทั้ง4 คน ซ่ึงแต่ละคนสอนคนละวิชามาร่วมกันวางแผนและมอบหมายงานให้นักเรียน โดยงานช้ินน้ี
คะแนนเต็ม 100 คะแนน คะแนนในแต่ละวิชาก็จะต้องแบ่งเป็น 25 คะแนนเท่าๆกัน รูปแบบของการจัดการ
เรียนรู้แบบบูรณาการ ท่ีสําคัญๆสามารถแยกออกได้เป็น 2 ประเด็นใหญ่ๆก็คือ 1.การบูรณาการภายในกลุ่ม
วิชาหรือว่าสาขาวิชาเดียวกันกับ 2. การบูรณาการระหว่างรายวิชา เช่นการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการกับ
แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นต้น ข้ันตอนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสามารถสรุปได้เป็น 6 ขั้นได้แก่ 1.
การกําหนดหัวข้อเลือกหัวเรื่องท่ีเราจะสอน 2. การพัฒนาหัวเร่ืองโดยท่ีเรากําหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ 3.
กําหนดเนื้อหาย่อย 4. วางแผนเตรียมส่ือทรัพยากรสําหรับการเรียนรู้ 5. การดําเนินกิจกรรม 6. การ
ประเมินผลปรับปรุงแล้วก็พัฒนา การจัดการเรียนรูแบบบูรณาการท่ีดีต้องประกอบด้วย 5 ลักษณะได้แก่ 1
จะต้องมีความรูแ้ ละกระบวนการเรียนรู้ คือเด็กจะต้องเกิดความรู้เดก็ จะตอ้ งเกิดกระบวนการเรียนรู้โดยที่เขาว่า
จะเรยี นรูเ้ องแลว้ ใหเ้ ราเป็นโคช้ ในการแนะนาํ ส่งิ ต่างๆในส่งิ ท่เี ขาจะทํา 2.มีพฒั นาการทางจติ ใจ 3. มีการกระทํา
ของผู้เรียนร่วมด้วยคือเด็กทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการคิดในการทําแล้วก็ในการประเมินผลด้วย 4.เชื่อมโยง
สิ่งท่ีเรียนกับสิ่งที่อยู่ในชีวิตจริงได้และ 5.มีเน้ือหาวิชาต่างๆ และการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ
อย่างไรก็ตามประโยชน์และข้อดีของการจัดการเรียนแบบบูรณาการเป้าหมายหลักๆของการจัดการเรียนรู้ใน
ลักษณะนี้เพื่อเป็นการลดภาะระงานของนักเรียนและเพื่อลดภาระงานของครู เพื่อให้นักเรียนสามารถนําเอา
ความรู้จากสาขาวิชาต่างๆมาเชื่อมโยงเข้ากับชีวิตจริงและทําให้นักเรียนสามารถแก้ไขปัญหาในชีวิตได้ ทําให้
นกั เรยี นเกดิ การสร้างสรรคก์ ารทาํ งานมกี ระบวนการทํางานและมสี ่วนรว่ มในประสบการณ์ชีวติ จริง
27
บทที่ 3
วธิ ดี าเนนิ การ
วธิ ีดําเนินการจดั กิจกรรมสัมมนาทางวิชาการเรอ่ื งการจัดการเรยี นรแู้ บบบูรณาการ ผศู้ กึ ษามี
วิธีดําเนินการ ดังน้ี
1. ขั้นการเตรยี มการ
2. ขั้นการดําเนินงาน
3. ขัน้ สรปุ
1. ขั้นเตรยี มการ
การเตรยี มการเพอ่ื การดาํ เนินโครงการสมั มนาเชงิ ปฏิบัติการเรอื่ งการจดั การเรยี นร้แู บบบรู ณาการ
ดังน้ี
1. ประชมุ เสนอหัวข้อโครงการสมั มนา
2. รา่ งโครงการสมั มนาและเสนอขออนุมัติโครงการ
3. ประชมุ คณะกรรมการแตล่ ะฝ่ายเพือ่ รบั ผิดชอบงานโครงการ
4. ประชุมคณะกรรมการเพอ่ื วางแผนการดําเนนิ งาน
4.1 การประชาสัมพันธโ์ ครงการสมั มนา
4.2 การเชญิ ประธาน วิทยากร และแขกผู้มเี กียรติ
4.3 การจดั ทําเอกสารประกอบการสัมมนา
4.4 การวางแผนกาํ หนดการดาํ เนนิ งานโครงการสมั มนา
4.5 การจดั ทาํ แบบประเมนิ โครงการสมั มนา
4.6 การวางแผนการดําเนินงาน เช่น งานปฏิคม การลงทะเบียนเข้าสัมมนา การจัดลําดับพิธีการ
การเตรียมตัวพิธีกร จัดเตรียมเอกสารและอุปกรณ์ให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาแบบสอบถาม และการประเมินผลการ
ดําเนนิ โครงการสัมมนา
2. ขน้ั ดาเนนิ การ
ข้ันดาํ เนนิ การการสมั มนาเรอื่ งการจัดการเรยี นรแู้ บบบูรณาการ มีรายละเอยี ดนา่ สนใจ ดังน้ี
1. ขัน้ เตรียมการ
ข้นั เตรยี มการเป็นการเตรียมสาระประเด็นสําหรับการจดั การสมั มนา ตามรายละเอียดดงั น้ี
1.1 อาจารย์ประจําวิชาจัดประชุมกลุ่มในชั้นเรียนรายวิชาสัมมนาการพัฒนาองค์ความรู้และ
นวัตกรรมทางด้านนาฏศิลป์ รหัสวิชา2053904 โดยเปิดประเด็นให้นักศึกษานําเสนอในส่ิงท่ีตนเองมีความ
คาดหวังจะพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้ ในประเด็นของผู้ศึกษาสนใจจะพัฒนาองค์ความรู้เร่ืองการจัดการ
เรียนรแู้ บบบรู ณาการ จงึ มีการนาํ เสนอในประชมุ ในหลายประเดน็ อาทิ ประเด็นวิทยากร การรับผิดชอบของ
28
แตล่ ะฝ่ายเพื่อใหเ้ กดิ การสัมมนา วันและเวลาในการจัดสมั มนา โดยให้เวลาไปแตล่ ะคนที่สนใจสัมมนาไปติดตอ่
รายละเอยี ดของแต่ละประเด็น
1.2 สาระสาํ คัญของการประชมุ ครั้งที่ 2 ได้รายละเอียด ดงั น้ี
1.2.1 วิทยากร อาจารย์ญาดา จุลเสวก ประธานหลักสูตรสาขานาฏศิลป์ คณะมนุษย์ศาสตร์
และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช โดยมีนางสาวปวริศา อินทร์เก้ือ เป็นผู้รับผิดชอบ
ติดต่อประสานงานและเชิญวทิ ยากร
1.2.2 การรบั ผดิ ชอบของแตล่ ะฝ่าย ประกอบดว้ ย
1)ฝ่ายพิธีการ รับผิดชอบติดต่อประสานงาน เชิญวิทยากรโดยการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์
ประสานงานเพื่อช้ีแจงรายละเอยี ดและขั้นตอนการดาํ เนินงาน เพอื่ ให้วทิ ยากรเข้าใจกระบวนการทช่ี ดั เจนในวัน
จัดสัมมนา จากนั้นการทําบันทึกข้อความเชิญวิทยากร (รายละเอียดมีใน ภาคผนวก) โดยมีนางสาวปวริศา
อินทร์เกื้อ เปน็ ผูร้ ับผดิ ชอบ
2)ฝ่ายเชิญผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ประสานงานกับหัวหน้ากลุ่ม
นักศึกษาช้ันปีที่2 เพื่อช้ีแจงรายละเอียด คือเรื่องท่ีจะสัมมนาและวันเวลาในการสัมมนา จากนั้นทําบันทึก
ข้อความเชิญผเู้ ขา้ รว่ มสัมมนา(รายละเอยี ดมีในภาคผนวก) โดยมี นางสาวสดุ ารตั น์ ฝั่งขวาเป็นผู้รับผดิ ชอบ
3)กําหนดการ ช้ีแจงรายละเอียดวันและเวลาในการจัดกิจกรรมเรื่องการจัดการเรียนรู้แบบ
บรู ณาการ (รายละเอยี ดมใี นภาคผนวก) โดยมี นางสาวขวัญหทัย หญตี อัมฤทธิ์ เป็นผู้รบั ผิดชอบ
4)ฝ่ายเอกสาร ทําหน้าที่ติดต่อประสานงานเพื่อขอรายละเอียดเน้ือหาประกอบการสัมมนา
เร่ืองการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ จากวิทยากรอาจารย์ญาดา จุลเสวก โดยมีนางสาวศรันย์พร บุญเมือง
เป็นผรู้ บั ผิดชอบ
5)ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ทําหน้าท่ีทําแบบประชาสัมพันธ์แบบออนไลน์(โปสเตอร์) เร่ืองการ
จัดการเรียนรูแ้ บบบูรณาการ โดยมี นายธนายทุ ธ แซต๋นั เป็นผูร้ ับผิดชอบ (รายละเอียดมใี นภาคผนวก)
6)ฝ่ายลงทะเบียน จัดทําลิงค์สําหรับการลงทะเบียนการเข้าร่วมการสัมมนาในรูปแบบของ
Google Form โดยมี นางสาวพัณณิตา กจิ คาม เป็นผ้รู บั ผดิ ชอบ
7)ฝ่ายพิธีกร กล่าวต้อนรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมสัมมนา กล่าวเปิดและปิดโครงการจัดการ
เรยี นรูแ้ บบบรู ณาการ โดยมีนางสาวรุ่งทวิ า เบญจาธิกุล เปน็ ผ้รู ับผดิ ชอบ
8)ฝ่ายจัดทําแบบประเมินความพึงพอใจ เรื่องการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ จัดทําใน
รปู แบบของ Google Formโดยแบ่งข้อคําถามเปน็ 3 ตอน คือ ตอนที่1เป็นสถานภาพของผู้ตอบ ประกอบดว้ ย
29
เพศ อายุ และอาชีพ ตอนที่ 2 เป็นประเด็นการประเมินความพึงพอใจตอ่ การจัดสัมมนาโครงการการจัดการ
เรยี นรแู้ บบบูรณาการและตอนที่ 3 เปน็ ขอ้ เสนอแนะ โดยมนี างสาวศิริกมล จติ รา เป็นผ้รู ับผดิ ชอบ
9)การถอดเทป ดาํ เนนิ งานโดยการอดั วิดโิ อหน้าจอในการสัมมนา และนาํ ไปสรปุ ถอดเทป
โดยมนี างสาวสนั ตฤ์ ทัย พรหมชยั ศรแี ละนางสาวกติ ติยา ชุมทอง เป็นผรู้ บั ผิดชอบ
10)แคปหนา้ จอ-ถา่ ยรปู ดาํ เนนิ งานโดยการแคปหนา้ จอและถา่ ยรปู ในการสมั มนา โดยมี
นางสาวอรพรรณ เพชรคงทอง เป็นผรู้ บั ผิดชอบ
11)บทความวิชาการ สรุปและรายงานการสัมมนาวิชาการเร่ืองจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการ
โดยมนี างสาวรุง่ ทวิ า เบญจาธิกลุ เป็นผูร้ ับผิดชอบ
1.3 จัดการสัมมนา จดั ในวนั พฤหสั บดี ท่ี 16 กนั ยายน 2564 ต้ังแต่เวลา 16.30 น.- 18.30 น.
(รายละเอียดกําหนดการในภาคผนวก)
2. ขนั้ ดาเนนิ งาน
ขนั้ ดําเนินงานมรี ายละเอยี ดสําคญั ดังนี้
2.1 ฝ่ายเชญิ วทิ ยากร เชิญวิทยากรโดยการตดิ ตอ่ ผ่านทางโทรศัพท์ประสานงานเพื่อช้ีแจงรายละเอียด
และขั้นตอนการดําเนินงาน เพื่อให้วิทยากรเข้าใจกระบวนการท่ีชัดเจนในวันจัดสัมมนา จากน้ันการทําบันทึก
ข้อความเชิญวิทยากร (รายละเอียดมใี นภาคผนวก) โดยมีนางสาวปวรศิ า อนิ ทรเ์ ก้ือ เปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบ
2.2 ฝ่ายเชิญผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ประสานงานกับหัวหน้ากลุ่มนักศึกษา
ช้ันปีที่2 เพ่ือชี้แจงรายละเอียด คือเร่ืองท่ีจะสัมมนาและวันเวลาในการสัมมนา จากนั้นทําบันทึกข้อความเชิญ
ผเู้ ข้ารว่ มสมั มนา (รายละเอียดมีในภาคผนวก) โดยมี นางสาวสุดารตั น์ ฝ่งั ขวา เป็นผรู้ ับผิดชอบ
2.3 กําหนดการ ช้ีแจงรายละเอียดวันและเวลาในการจัดกิจกรรมเรื่องการจัดการเรียนรู้แบบบูรณา
การ (รายละเอียดมใี นภาคผนวก) โดยมี นางสาวขวัญหทยั หญตี อัมฤทธิ์ เป็นผู้รับผดิ ชอบ
2.4 รายละเอียดของเนื้อหาประกอบการสัมมนาเร่ืองการเรียนรู้แบบบูรณาการ ติดต่อประสานงาน
เพ่ือขอรายละเอียดเนื้อหาประกอบการสัมมนาจากวิทยากรอาจารยญ์ าดา จุลเสวก โดยมนี างสาวศรันย์พร บุญ
เมอื ง เปน็ ผรู้ ับผิดชอบ
2.5 ประชาสัมพันธ์ โดยการทําประชาสัมพันธแ์ บบออนไลน์ (โปสเตอร์) เร่ืองการจัดการเรียนรู้แบบ
บูรณาการ โดยมี นายธนายทุ ธ แซตน๋ั เปน็ ผรู้ บั ผิดชอบ (รายละเอียดมใี นภาคผนวก)
2.6 ลิงค์ลงทะเบียน ลิงค์ลงทะเบียนการเข้าร่วมการสัมมนาจัดทําในรูปแบบของ Google Form โดย
มี นางสาวพณั ณิตา กิจคาม เป็นผู้รับผิดชอบ
2.7 พิธีกร กล่าวต้อนรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมสัมมนา กล่าวเปิดและปิดโครงการจัดการเรียนรู้แบบ
บูรณาการ โดยมีนางสาวรุ่งทิวา เบญจาธกิ ุล เปน็ ผู้รบั ผดิ ชอบ
2.8 ลิงค์แบบประเมินความพึงพอใจ เรื่องการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ จัดทําในรูปแบบของ
Google Form โดยแบ่งข้อคําถามเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่1 เป็นสถานภาพของผู้ตอบ ประกอบด้วย เพศ อายุ
30
และอาชีพ ตอนที่ 2 เป็นประเดน็ การประเมินความพงึ พอใจต่อการจัดสัมมนาโครงการการจัดการเรียนรู้แบบ
บูรณาการและตอนท่ี 3 เป็นข้อเสนอแนะ โดยมีนางสาวศิริกมล จติ รา เปน็ ผ้รู บั ผดิ ชอบ
2.9 การถอดเทป ดําเนินงานโดยการอัดวิดิโอหน้าจอในการสัมมนา และนําไปสรุปถอดเทป โดยมี
นางสาวสนั ต์ฤทยั พรหมชยั ศรีและนางสาวกติ ตยิ า ชุมทอง เปน็ ผ้รู บั ผิดชอบ
2.10 แคปหน้าจอ-ถ่ายรูป ดาํ เนินงานโดยการแคปหน้าจอและถ่ายรูปในการสัมมนา โดยมีนางสาวอร
พรรณ เพชรคงทอง เป็นผรู้ ับผิดชอบ
2.11 บทความวิชาการ สรุปและรายงานการสัมมนาวิชาการเรื่องการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ
โดยมีนางสาวรุง่ ทวิ า เบญจาธิกุล เปน็ ผ้รู บั ผิดชอบ
3. ขั้นสรุป
การแบ่งหนา้ ที่ความรับผิดชอบการจดั สัมมนา มรี ายละเอยี ด ดงั นี้
หัวหน้าโครงการสัมมนาโดยนางสาวรุ่งทวิ า เบญจาธกิ ุล จัดประชุมและแบง่ หนา้ ทใ่ี หแ้ ตล่ ะฝา่ ย
รับผิดชอบดงั น้ี
3.1 เชญิ วิทยากร อาจารยญ์ าดา จลุ เสวก รบั ผิดชอบโดยนางสาวปวรศิ า อนิ ทร์เกอื้ เป็นผูเ้ ชญิ
วิทยากร
3.2 เชญิ ผ้เู ขา้ ร่วมสัมมนา รบั ผิดชอบโดยนางสาวสดุ ารตั น์ ฝั่งขวา
3.3 กาํ หนดการ รบั ผิดชอบโดยนางสาวขวญั หทัย หญตี อมั ฤทธิ์
3.4 รายละเอียดของเนอื้ หาประกอบการสัมมนา รบั ผิดชอบโดยนางสาวศรนั ย์พร บญุ เมอื ง
3.5 ประชาสมั พันธ์ รับผิดชอบโดยนายธนายทุ ธ แซต๋ัน (รายละเอียดมใี นภาคผนวก)
3.6 ลงิ คล์ งทะเบียน รบั ผดิ ชอบโดยนางสาวพัณณิตา กิจคาม
3.7 พิธีกร รับผิดชอบโดยนางสาวรงุ่ ทิวา เบญจาธิกลุ
3.8 จดั การสมั มนา จดั ในวันพฤหสั บดี ท่ี 16 กันยายน 2564 ตั้งแต่เวลา 16.30 น.- 18.30 น.
(รายละเอียดกาํ หนดการในภาคผนวก)
3.9 ลิงคแ์ บบประเมินความพึงพอใจ รับผดิ ชอบโดยนางสาวศิริกมล จติ รา
3.10 การถอดเทป รบั ผดิ ชอบโดยนางสาวสันต์ฤทัย พรหมชยั ศรีและนางสาวกติ ตยิ า ชมุ ทอง
3.11 แคปหนา้ จอ-ถา่ ยรปู รบั ผดิ ชอบโดยนางสาวอรพรรณ เพชรคงทอง
3.12 บทความวิชาการ สรุปและรายงานการสัมมนาวชิ าการเรือ่ งการจดั การเรียนรู้แบบบรู ณาการ
รบั ผิดชอบโดยนางสาวร่งุ ทวิ า เบญจาธิกุล
การสัมมนาจัดในวันพฤหัสบดี ท่ี 16 กันยายน 2564 ตั้งแต่เวลา 16.30 น.- 18.30 น. โดยมี
อาจารย์ญาดา จุลเสวก เป็นวทิ ยากรในการสัมมนาคร้ังน้ี ผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็นนักศึกษาช้ันปีท่ี2 และนักศึกษา
ช้นั ปีที่ 3 ซงึ่ เปน็ ผู้จดั โครงการสัมมนาเข้ารว่ มดว้ ย
ผศู้ ึกษาสรุปผลโครงการเรอื่ งการเรียนรแู้ บบบรู ณาการ โดยการสรปุ เป็นเอกสารรายงานผลการจัด
กจิ กรรมทงั้ ทีเ่ ปน็ เอกสารในเชงิ คณุ ภาพและเชิงปรมิ าณ ดังน้ี
31
1. การสรปุ เชิงคุณภาพ ผศู้ กึ ษาสรปุ รายงานผลเอกสารเปน็ 5 บท ประกอบด้วย
1.1 บทที่ 1 บทนํา ประกอบด้วย หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ ขอบเขตการศึกษา คํา
สําคญั และประโยชนท์ ี่คาดว่าจะได้รบั
1.2 บทที่ 2 ทบทวนวรรณกรรม ประกอบด้วย ความหมายของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ
ลักษณะและรูปแบบของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ จุดมุ่งหมายของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ
ข้ันตอนของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ คุณค่าและประโยชน์ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ
และการประเมินผลจากการจัดการเรียนรแู้ บบบรู ณาการ
1.3 บทท่ี 3 วธิ ดี าํ เนนิ การ ประกอบด้วย ขัน้ เตรยี มการ ขน้ั ดําเนินการ และข้นั สรปุ
1.4 บทที่ 4 รายงานผลการจดั โครงการสมั มนา ประกอบด้วย ผลความพงึ พอใจ
1.5 บทที่ 5 สรุปและขอ้ เสนอแนะ
2. การสรปุ เชงิ ปรมิ าณ ผูศ้ กึ ษามีวธิ ีการดาํ เนนิ การ ดังน้ี
ผู้ศึกษาได้พัฒนารูปแบบของแบบสอบถามเพ่ือวัดความพึงพอใจโครงการสัมมนาเรื่องการจัดการ
เรียนรู้แบบบูรณาการ แบบสอบถามในลักษณะ google form แบ่งข้อคําถามเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่1
สถานภาพของผู้ตอบ ประกอบด้วย เพศ อายุ และอาชีพ ตอนที่ 2 คําถามวัดความพึงพอใจต่อการจัดสัมมนา
โครงการการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ประกอบด้วย1. เนื้อหาสาระในการสัมมนามี
ความสําคัญต่ออาชีพผู้เข้าร่วมการสัมมนามากน้อยเพียงใด 2.การถ่ายทอดความรู้ของวิทยากรเหมาะสมมาก
น้อยเพียงใด 3.ก่อนเข้าร่วมสัมมนาผู้เข้าร่วมสัมมนามีความรู้เรื่องการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการมากน้อย
เพียงใด 4.หลังเข้าร่วมสัมมนาผู้เข้าร่วมสัมมนามีความรู้เร่ืองการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการมากน้อยเพียงใด
5. การจัดสัมมนาออนไลน์มีความเหมาะสมกับหัวข้อการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการมากน้อยเพียงใด 6.
ผู้เขา้ ร่วมสมั มนาทราบข่าวการประชมสัมพันธ์จากแผ่นโปสเตอร์ออนไลน์มากน้อยเพียงใด 7. ผู้เข้าร่วมสัมมนา
มีความสะดวกในการลงทะเบียนออนไลน์มากน้อยเพียงใด 8. ควรเพ่ิมช่องทางการประชาสัมพันธ์โครงการ
สัมมนาออนไลน์ มากน้อยเพียงใด 9. หัวข้อสัมมนากับระยะเวลาในการสัมมนามีความเหมาะสม และ10.
เนอ้ื หาการสมั มนาในครัง้ นม้ี ปี ระโยชนใ์ นการนาํ ไปปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจําวนั และตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ผู้ศึกษา
ได้นําแบบสอบถามเพื่อวัดความพึงพอใจดังกล่าวไปทดลองเก็บข้อมูล จากผู้เข้ารับการสัมมนาท่ีไม่ใช่กลุ่ม
ตัวอย่างเพ่ือตรวจสอบปัญหาความไม่เข้าใจในข้อคําถาม หากมีปัญหาจะได้ตรวจสอบและแก้ไขเพ่ือปรับแต่ง
ข้อมลู ใหแ้ บบสอบถามดงั กลา่ วสมบูรณ์ถูกต้อง จากน้ันจึงได้นําแบบสอบถามไปเก็บข้อมูลจากแหล่งเก็บข้อมูล
จริง จากผู้เข้ารบั การสัมมนา ในวนั ที่ 16 กนั ยายน 2564 โดยมีผ้เู ข้ารับการอบรม จาํ นวน 32 คน จากนนั้ นําได้
นําแบบสอบถาม แบบสอบถามท่ีเก็บได้ท้ังหมดป้อนข้อมูลแบบสอบถามลงโปรแกรมสําเร็จรูป SPSS FOR
WINDOWS เพอ่ื หาคา่ ร้อยละของสถานภาพ คือ คา่ ร้อยละของประเด็นการประเมนิ ความพงึ พอใจ ดงั นี้
1. กลุม่ เป้าหมายหรือผูเ้ ข้ารว่ มโครงการ
กลมุ่ เป้าหมาย/ผเู้ ข้าร่วมโครงการ นักศึกษาสาขานาฏศิลป์ คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครศรีธรรมราช จํานวน 32 คน
2. ระยะเวลาการดาํ เนินโครงการ
32
วันที่ กันยายน 2564
3. สถานทด่ี าํ เนนิ โครงการ
ณ หอ้ ง classroom รายวชิ าสัมมนาการพัฒนาองคค์ วามรู้และนวตั กรรมทางด้านนาฏศลิ ป์ /
ระหว่างวนั ที่ วันท่ี 9 - 16 กันยายน 2564
4. ข้นั ตอนการประเมนิ โครงการ
4.1 สรปุ การผลการดําเนินโครงการ/แบบประเมินโครงการ
4.2 รปู ถา่ ยโครงการ
5. เครอ่ื งมือทีใ่ ชใ้ นการศึกษา
เครื่องมือที่ใชใ้ นการศกึ ษา โครงการสัมมนาการจดั การเรียนรูแ้ บบบรู ณาการคือ
สว่ นท่ี 1 ขอ้ มลู ท่วั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
1.1 เพศ
1.2 อายุ
1.3 อาชพี
สว่ นท่ี 2 ความคดิ เห็นของผเู้ ข้าร่วมโครงการสมั มนา
2.1 ด้านเนื้อหาสาระและการนําไปใช้ประโยชน์
สว่ นท่ี 3 ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม
3.1 ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
การแปลความหมายของระดับคะแนนในตอนท่ี2 ได้แปลผลระดับความพึงพอใจของผ้เู ข้าร่วมโครงการ
โดยใช้ค่าเฉล่ยี ของผลคะแนนเป็นตวั ชี้วดั ตามเกณฑใ์ นการวิเคราะหร์ ะดับความพงึ พอใจ วัดเปน็ 5 ระดับ ดังน้ี
ค่าเฉลีย่ ความหมาย
4.51 - 5.00 ระดับความพงึ พอใจ มากทส่ี ดุ
3.51 - 4.50 ระดับความพงึ พอใจ มาก
2.51 - 3.50 ระดับความพงึ พอใจ ปานกลาง
1.51 - 2.50 ระดับความพึงพอใจ น้อย
0.00 - 1.50 ระดับความพงึ พอใจ น้อยทสี่ ุด
6. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
1) เก็บข้อมูลจากแบบประเมินความพึงพอใจโครงการการจัดการเรียนรูแ้ บบบรู ณาการ
2) นําขอ้ มูลมาวเิ คราะห์ในโปรแกรม SPSS for Window version 16.0
7. วิธกี ารวิเคราะห์ข้อมลู
วเิ คราะห์ขอ้ มลู โดยใชส้ ถิติพน้ื ฐาน
1) การแจกแจงความถ่ขี องข้อมูล (Frequency Distribution)
2) การหาค่าเฉลย่ี (Mean)
33
3) การหาค่าความเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
4) การหาคา่ ร้อยละ (Percentage)
8. ขน้ั ตอนการดําเนนิ การ
10.1 ขั้นเตรยี มงาน
1) ประชมุ เตรยี มงานภายในกลุ่มงานการประชุม เพื่อพจิ ารณาโครงการฯ
2) ติดตอ่ ประสานงานในสว่ นทเี่ ก่ยี วข้อง
3) ร่างโครงการฯเพอ่ื เสนอ
4) จัดเตรยี มเอกสาร ขอ้ มลู ท่ีเกย่ี วขอ้ ง
5) ประสานผทู้ ม่ี ีส่วนเก่ียวข้องในโครงการ
10.2 การดําเนินงานในวันจดั โครงการ
1) นางสาวรุ่งทิวา เบญจาธิกุล หัวหน้าโครงการสัมมนา กล่าวตอ้ นรับวิทยากรและผู้เข้าร่วม
สัมมนา
2) อาจารยญ์ าดา จุลเสวก วิทยากรบรรยายหวั ข้อการจดั การเรียนรูแ้ บบบรู ณาการ
3) วทิ ยากรและผ้เู ขา้ รวมสมั มนา รว่ มกันอภปิ ราย
10.3 การดําเนินการหลงั ฝึกอบรม
1) นาํ แบบประเมนิ ความพึงพอใจมาวิเคราะห์และสรปุ รายงานผลการดําเนนิ โครงการ
2) รายงานผลการดาํ เนินงาน
34
บทที่ 4
รายงานผลการดาเนินการสมั มนาทางวิชาการ
เรอ่ื งการจัดการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ
โครงการสัมมนา เรอื่ งการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ปีการศกึ ษา 2564 ในคร้ังน้ี ผลการประเมนิ
สรุปได้ดังน้ี
ตอนท1ี่ สถานภาพของผู้ตอบ
ตารางที1่ แสดงจาํ นวนและร้อยละของกลมุ่ ตัวอย่างจาํ แนกตามเพศ
Gender (เพศ)
เพศ จานวน ร้อยละ
ชาย 6 18.8
หญิง 26 81.3
รวม 32 100.0
จากตารางที่1 เป็นข้อมูลแสดงจํานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามเพศ พบว่ามีผู้ตอบ
แบบสอบถามทั้งหมด 32 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100.0 ส่วนใหญ่เปน็ เพศหญิง จํานวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ
81.3 รองลงมา คือ เพศชาย จํานวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 18.8 ตามลําดับ ซึ่งทั้งเพศหญิงและชายเป็น
นกั ศกึ ษาสาขานาฏศลิ ป์
ตารางท2่ี แสดงจาํ นวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจาํ แนกตามอายุ
Age (อายุ)
อายุ จานวน ร้อยละ
Valid 19-23 ปี 32 100.0
จากตารางที่2 เป็นข้อมูลแสดงจํานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามอายุ พบว่ามีผู้ตอบ
แบบสอบถามท้งั หมด 32 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100.0 สว่ นใหญ่ อายุ 18-23 ปี
ตารางที่ 3 แสดงจํานวนและรอ้ ยละของกล่มุ ตัวอย่างจําแนกตามอาชีพ
Occupation (อาชพี )
อาชพี จํานวน ร้อยละ
Valid 1.00 32 100.0
จากตารางที่ 3 เป็นขอ้ มลู แสดงจาํ นวนและร้อยละของกลมุ่ ตัวอยา่ งจาํ แนกตามอาชพี พบว่ามีผู้ตอบ
แบบสอบถามทง้ั หมด 32 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100.0 ส่วนใหญ่เปน็ นักศกึ ษา
35
จากตารางท1ี่ ,2และ 3 สรปุ ได้วา่ ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 32 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100.0 ส่วนใหญ่
เป็นเพศหญิง จํานวน 26 คน คิดเปน็ ร้อยละ 81.3 รองลงมา คือ เพศชาย จํานวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 18.8
ตามลําดับ ซึ่งท้ังเพศหญิงและชายจํานวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 100.0 ส่วนใหญ่อายุ 18-23 ปี และผู้ตอบ
แบบสอบถามจาํ นวน 32 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100.0 เป็นนกั ศกึ ษาสาขานาฏศิลป์ทั้งหมด
ตอนท2ี่ ประเดน็ คาํ ถามการประเมินและระดับความพงึ พอใจการเขา้ รว่ มสัมมนาการพฒั นาแผนการจดั การ
เรียนรู้แบบบูรณาการ
ตารางท่ี 4 ค่าเฉลีย่ และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานของความพงึ พอใจการเข้าร่วมสมั มนาการพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบรู ณาการ
ประเดน็ คาถามการประเมนิ ความพึงพอใจ S.D. x ระดบั ความ
พงึ พอใจ
1. เนื้อหาสาระในการสัมมนามีความสําคัญต่ออาชีพ .49 4.62 มากทสี่ ดุ
ผู้เข้าร่วมการสัมมนามากนอ้ ยเพียงใด
2. วิทยากรมีความเหมาะสมกับหัวข้อท่ีบรรยายมากน้อย .48 4.65 มากทส่ี ุด
เพยี งใด
3. ก่อนเข้าร่วมการสัมมนาผู้เข้าร่วมมีความรู้ ความเข้าใจ .84 4.43 มากทส่ี ดุ
เรือ่ งการจัดการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการมากน้อยเพยี งใด
4. หลังเข้าร่วมการสัมมนาผู้เข้าร่วมมีความรู้ ความเข้าใจ .48 4.65 มากท่ีสดุ
เรื่องการจัดการเรยี นร้แู บบบูรณาการมากน้อยเพียงใด
5. การสัมมนาออนไลน์มีความเหมาะสมกับหัวข้อท่ี .48 4.65 มากทส่ี ดุ
บรรยายมากนอ้ ยเพยี งใด
6.ผู้เข้าร่วมการสัมมนาทราบข่าวจากแผ่นโปสเตอร์ .48 4.65 มากท่ีสุด
ประชาสมั พันธม์ ากนอ้ ยเพียงใด
7. ท่านมีความสะดวกในเร่ืองของการลงทะเบียนกับการ .49 4.62 มากทีส่ ุด
สัมมนาครง้ั นี้มากน้อยเพยี งใด
8. ควรเพม่ิ ช่องทางการประชาสัมพนั ธ์ในการสัมมนามาก .55 4.59 มากทีส่ ุด
น้อยเพียงใด
9. หัวข้อสัมมนากับระยะเวลาในการสัมมนามีความ .49 4.62 มากท่ีสุด
เหมาะสมมากนอ้ ยเพียงใด
10. เนื้อหาการสัมมนาในครั้งน้ีมีประโยชน์ในการนําไป .49 4.62 มากที่สุด
ปรับใชใ้ นชวี ิตประจําวนั มากนอ้ ยเพียงใด
ภาพรวม =(4.65+4.62+4.
43+...)/10
36
จากตารางที่4 สรุปผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจได้ว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในด้าน
เน้ือหาสาระในการสัมมนามีความสําคัญต่ออาชพี ผู้เข้าร่วมการสัมมนาอยู่ในระดบั ความพงึ พอใจมากที่สุดมาก
ทีส่ ุด โดยมีคะแนนเฉลย่ี 4.62 อยู่ในระดบั ความพึงพอใจมากท่ีสุดมากที่สุด วทิ ยากรมีความเหมาะสมกับหัวข้อ
ที่บรรยาย อยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4.65 ก่อนเข้าร่วมการสัมมนาผู้เข้าร่วมมี
ความรู้ ความเข้าใจเร่ืองการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ อยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีคะแนน
เฉลี่ย 4.43 หลังเข้าร่วมการสัมมนาผู้เข้าร่วมมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการ อยู่ใน
ระดับความพึงพอใจมากท่ีสุด โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4.65 การสัมมนาออนไลน์มีความเหมาะสมกับหัวข้อที่
บรรยายอยู่ในระดับความพึงพอใจมากท่ีสุด โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4.43 ผู้เข้าร่วมการสัมมนาทราบข่าวจากแผ่น
โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์อยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4.65 ผู้เข้าร่วมการสัมมนามี
ความสะดวกในเรือ่ งของการลงทะเบยี นอยใู่ นระดับความพงึ พอใจมากที่สุด โดยมีคะแนนเฉล่ีย 4.62 ควรมีการ
เพ่ิมช่องทางการประชาสัมพันธ์ในการสัมมนาอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4. 59
หัวข้อสัมมนากับระยะเวลาในการสัมมนามีความเหมาะสมอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีคะแนน
เฉล่ีย 4.62 และเนอ้ื หาการสัมมนาในครัง้ นี้มปี ระโยชน์ในการนําไปปรับใช้ในชีวิตประจาํ วันอยู่ในระดับความพงึ
พอใจมากทีส่ ดุ โดยมคี ะแนนเฉลี่ย 4.62 ตามลาํ ดบั
ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ
ขอ้ เสนอแนะจากแบบประเมนิ ความพึงพอใจประเดน็ ท่ี 3 ดมี าก อยากให้มีกิจกรรมแบบนอี้ กี เปน็
กจิ กรรมทส่ี นุกและได้ความรู้ เปน็ การอบรมที่สนุกและควรให้มกี ารอมบรมเเบบนอ้ี กี
37
บทที่ 5
สรปุ และข้อเสนอแนะ
สรุป
การจัดโครงการสัมมนาการการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการ
เรยี นรแู้ บบบรู ณาการกับนักศึกษาและเพ่อื ตรวจสอบความพงึ พอใจของการสัมมนาเรื่องการจัดการเรียนรู้แบบ
บูรณาการสําหรับนําใช้เป็นแนวทางพัฒนา ปรับปรุงการปฏิบัติกิจกรรมการจัดสัมมนาทางวิชาการในลําดับ
ตอ่ ไป ดาํ เนินการจัดสัมมนาเมื่อวันท่ี 16 กันยายน 2564 ต้งั แต่เวลา 16.30 น.-18.30 น. โดยมีวทิ ยากรคือ
อาจารย์ญาดา จุลเสวก ประธานหลักสูตรนาฏศิลป์ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครศรีธรรมราช
การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ หมายถึง การผสมผสานกระบวนความรู้หรือศาสตร์องค์ความรู้ใน
ส่วนของรายวิชาต้ังแต่ 2 แขนงขึ้นไปนํามาจัดประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีเชื่อมโยงหัวข้อหรือเน้ือหาสาระ
สาขาวิชาต่างๆที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันมาผสมผสานเข้าด้วยกันเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้แบบองค์รวมมี
ความหลากหลายและสามารถนําไปประยุกต์ใช้ได้จริง เป้าหมายของการเรียนรู้แบบบูรณาการ มี 2 ประเด็น
หลักๆคือ 1.ต้องการให้ผู้เรียนสามารถเช่ือมโยงส่ิงท่ีเรียนกับส่ิงท่ีเกิดขึ้นในชีวิตจริงได้ คือในแต่ละห้องจะมี
นักเรียนบางคนท่ีในเรื่องของวิชาการมากๆแต่อาจจะไม่เก่งในศาสตร์ของชีวิตจริง ไม่เก่งในเร่ืองของการ
แก้ปัญหาในชีวิตจริงท่ี และเป้าหมายที่ 2. เพื่อขจัดความซํ้าซ้อน ของเน้ือหาต่างๆเป็นการลดภาระของผู้เรียน
และเพ่ือเป็นการลดภาระของผู้สอน ในทางกลับกันในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจะได้ผลที่มากกว่าแค่
การท่องจําแล้วก็ความเข้าใจเพราะสุดท้ายแล้วเดก็ จะต้องนําไปใช้ในชวี ิตจริงได้ ลักษณะของการจัดการเรียนรู้
แบบบูรณาการมที ง้ั หมด 4 ประเด็นหลักๆ คือ 1. การบูรณาการภายในสาขาวิชา 2. การบูรณาการระหวา่ งสห
วิทยาการ เป็นการผสมผสานเน้ือหาองค์ความรู้ระหว่าง 2 สาขาวิชา แต่จะยึดสาขาใดสาขาหนึ่งเป็นหลัก 3.
การบูรณาการแบบพหุวิทยาการ จะเปน็ การผสมผสานตง้ั แต่ 2 สาขาวิชาหรือ 2 องค์ความรู้ขึ้นไปโดยท่ีให้ยึด
สาขาใดสาขาหนง่ึ เป็นแกนหลกั และ 4. การบรู ณาการแบบขา้ มสาขาวิชา การบูรณาการในลักษณะน้ีนะคะเรา
จะไม่ยึดสาขาใดสาขาหนึ่งเป็นแกนหลัก เพราะทุกสาขาจะมีความสําคัญเท่าๆ เช่น ครูผู้สอนท้ัง4 คน ซ่ึงแต่ละ
คนสอนคนละวิชามาร่วมกันวางแผนและมอบหมายงานให้นักเรียน โดยงานชิ้นนี้คะแนนเต็ม 100 คะแนน
คะแนนในแต่ละวิชาก็จะต้องแบ่งเป็น 25 คะแนนเท่าๆกัน รูปแบบของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ท่ี
สําคัญๆสามารถแยกออกได้เป็น 2 ประเด็นใหญ่ๆก็คือ 1.การบูรณาการภายในกลุ่มวิชาหรือว่าสาขาวิชา
เดียวกันกับ 2. การบูรณาการระหว่างรายวิชา เช่นการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการกับแนวคิดเศรษฐกิจ
พอเพียงเป็นต้น ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสามารถสรุปได้เป็น 6 ขั้นได้แก่ 1.การกําหนดหัวข้อ
เลอื กหัวเร่ืองทเ่ี ราจะสอน 2. การพัฒนาหัวเร่ืองโดยท่เี รากาํ หนดวัตถปุ ระสงค์การเรียนรู้ 3. กําหนดเนื้อหาย่อย
4. วางแผนเตรียมสื่อทรัพยากรสําหรับการเรียนรู้ 5. การดําเนินกิจกรรม 6. การประเมินผลปรับปรุงแล้วก็
พัฒนา การจัดการเรียนรูแบบบูรณาการท่ีดีต้องประกอบด้วย 5 ลักษณะได้แก่ 1 จะต้องมีความรู้และ
38
กระบวนการเรยี นรู้ คือเด็กจะตอ้ งเกิดความรเู้ ด็กจะต้องเกิดกระบวนการเรียนรู้โดยที่เขาว่าจะเรียนรู้เองแล้วให้
เราเปน็ โคช้ ในการแนะนาํ สิ่งตา่ งๆในสง่ิ ท่ีเขาจะทํา 2.มพี ฒั นาการทางจิตใจ 3. มีการกระทําของผู้เรียนร่วมดว้ ย
คือเดก็ ทกุ คนจะต้องมีส่วนร่วมในการคิดในการทําแล้วก็ในการประเมินผลด้วย 4.เชื่อมโยงสิ่งท่ีเรียนกับส่ิงท่ีอยู่
ในชีวิตจริงได้และ 5.มีเนื้อหาวิชาต่างๆ และการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการประโยชน์และข้อดีของ
การจัดการเรียนแบบบูรณาการเป้าหมายหลักๆของการจัดการเรียนรู้ในลักษณะน้ีเพื่อเป็นการลดภาะระงาน
ของนักเรียนและเพื่อลดภาระงานของครู เพื่อให้นักเรียนสามารถนําเอาความรู้จากสาขาวิชาต่างๆมาเชื่อมโยง
เข้ากับชีวิตจริงและทําให้นักเรียนสามารถแก้ไขปัญหาในชีวิตได้ ทําให้นักเรียนเกิดการสร้างสรรค์การทํางานมี
กระบวนการทํางานและมีสว่ นร่วมในประสบการณช์ ีวติ จริง
ผลการวัดความพึงพอใจ โครงการสมั มนาการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ สรุปผลการวเิ คราะห์ความ
พงึ พอใจได้ว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามท้ังหมด 32 คน คิดเป็นร้อยละ 100.0 ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จํานวน 26
คน คดิ เปน็ ร้อยละ 81.3 รองลงมา คือ เพศชาย จาํ นวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 18.8 ตามลําดับ ซึ่งท้ังเพศหญิง
และชายจํานวน 32 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100.0 สว่ นใหญ่อายุ 19-23 ปี และผูต้ อบแบบสอบถามจํานวน 32 คน
คิดเป็นร้อยละ 100.0 เป็นนักศึกษาสาขานาฏศิลป์ท้ังหมด ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในด้าน เน้ือหา
สาระในการสัมมนามีความสําคัญต่ออาชีพผู้เข้าร่วมการสัมมนาอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุดมากที่สุด
โดยมีคะแนนเฉล่ีย 4.62 อยู่ในระดับความพึงพอใจมากท่ีสุดมากที่สุด วิทยากรมีความเหมาะสมกับหัวข้อท่ี
บรรยาย อยู่ในระดับความพึงพอใจมากท่ีสุด โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4.65 ก่อนเข้าร่วมการสัมมนาผู้เข้าร่วมมี
ความรเู้ ร่ืองการเรยี นรู้แบบบรู ณาการอยู่ในระดับความพงึ พอใจมากท่ีสุด โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4.43 หลังเข้าร่วม
การสัมมนาผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจเรื่องการเรียนรู้แบบบูรณาการ อยู่ในระดับความพึงพอใจมากท่ีสุด โดยมี
คะแนนเฉลี่ย 4.65 การสัมมนาออนไลน์มีความเหมาะสมกับหัวข้อที่บรรยายอยู่ในระดับความพึงพอใจมาก
ท่ีสุด โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4.43 ผู้เข้าร่วมการสัมมนาทราบข่าวจากแผ่นโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์อยู่ในระดับ
ความพึงพอใจมากท่ีสุด โดยมีคะแนนเฉล่ีย 4.65 ผู้เข้าร่วมการสัมมนามีความสะดวกในเรื่องของการ
ลงทะเบียนอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4. 62 ควรมีการเพิ่มช่องทางการ
ประชาสัมพันธ์ในการสัมมนาอยู่ในระดับความพึงพอใจมากท่ีสุด โดยมีคะแนนเฉล่ีย 4.59 หัวข้อสัมมนากับ
ระยะเวลาในการสัมมนามีความเหมาะสมอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4.62 และ
เน้ือหาการสัมมนาในคร้ังนี้มีประโยชน์ในการนําไปปรับใช้ในชวี ิตประจําวันอยู่ในระดบั ความพึงพอใจมากที่สุด
โดยมคี ะแนนเฉลีย่ 4.62 ตามลําดบั
ขอ้ เสนอแนะ
ขอ้ เสนอแนะผศู้ กึ ษาจะนําเสนอเปน็ ประเดน็ ดงั น้ี
1. ขอ้ เสนอแนะจากแบบสอบถาม
1.1 ดมี าก
1.2 อยากใหม้ ีการจดั กิจกรรมแบบน้ีข้นึ อกี เปน็ กจิ กรรมท่ีสนกุ และไดค้ วามรู้
39
1.3 เปน็ การอบรมท่ีสนุกและควรใหม้ กี ารอมบรมเเบบน้อี กี
2. ข้อเสนอแนะจากปัญหาของผ้จู ัด
2.1 ปญั หาการทํางานของฝา่ ยตา่ ง ๆ
2.1.1 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ แบบประชาสัมพันธ์ออนไลน์หรือโปสเตอร์ ยังมีรายละเอียดไม่
ชัดเจน แก้ปญั หาโดยการส่งตรวจสอบและขอคาํ แนะนาํ จากอาจารย์ประจําวชิ า
2.1.2 ฝ่ายพิธีกร ยังไม่มีพิธีกรในการต้อนรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมสัมมนา ทําให้หัวหน้า
โครงการจัดสัมมนาต้องรับผิดชอบในหน้าท่ีส่วนนี้ แก้ปัญหาโดยการจัดสัมมนาครั้งต่อไปจะต้องหาตัวแทน
รบั ผิดชอบหนา้ ท่ีพิธกี ร
2.2 ปญั หาของผเู้ ขา้ รว่ มการสัมมนา
-
3. การสัมมนาคร้งั ตอ่ ไป
การสัมมนาครั้งต่อไปควรจัดเรื่องการจัดการความรู้แบบองค์รวม KM เพราะเป็นประเด็นปัญหา
สาํ คัญท่ีทุกคนควรไดร้ บั ความรู้ เพอื่ นาํ ไปใช้ในการประกอบวิชาชพี ในอนาคต
40
บรรณานกุ รม
41
บรรณานุกรม
ธรี ชยั ปุรณโชต.ิ (2540). “การสอนแบบบูรณาการ ทัศนะการเรียนของผู้เช่ียวชาญ”. คู่มือ ฝึกอบรมเพ่ือ
พฒั นาการเรียนการสอนแบบหน่วยบูรณาการวิชาการคณิตศาสตร์และ วิทยาศาสตร์. หน้า 82-83.
กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.
ธํารง บัวศรี. (2532). ทฤษฎีหลกั สูตรการออกแบบและพัฒนา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรสุ ภา ลาดพร้าว.
ไพโรจน์ เนียมนาค. (2554).การจัดสัมมนา.เข้าถึงเมื่อ 2564,กันยายน : 28จาก
https://coggle.it/diagram/YJvaZUneslllISPC
พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดสี ุข. (2551). ทักษะ 5C เพ่ือการพัฒนาหน่วยการเรียนรู้และการจัดการ
การสอนแบบบูรณาการ. กรุงเทพฯ. โรงพิมพจ์ ฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วฒั นาพร ระงบั ทุกข.์ (2542). แผนการสอนที่เน้นผเู้ รยี นเปน็ ศนู ย์กลาง. กรุงเทพฯ : แอลพี เพรส.
วเิ ศษ ชนิ วงศ.์ (2544). “การจัดการเรียนการสอนแบบบรู ณาการ”. วารสารวิชาการ. 4(5) : 22-29.
สริ ิพัชร์ เจษฎาวิโรจน์. (2546).การจัดการเรยี นการสอนแบบบูรณาการ.กรุงเทพฯ : บคุ๊ พอยท์.
สุมานนิ รงุ่ เรืองธรรม. (2522).กลวธิ กี ารสอน. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์รุ่งเรอื งธรรม.
สํานักคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2540:7). แผนงานหลักที่ 4 การผลิตและพัฒนา กาลังคน ด้าน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านสังคมศาสตร์ในแผนพัฒนา การศึกษาแห่งชาติ ฉบับท่ี 4
(พ.ศ.2540-2544).
สงดั อทุ รานันท์. (2529). การจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ. พิมพ์คร้ังที่ 5. กรุงเทพฯ : ภาควิชาการ
บริหารการศึกษา. จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.
อัจฉรา สารัตนะ. (2542). การศึกษาแบบบูรณาการ (Integration Education). วารสารส่งเสริม
ประสทิ ธิภาพการสอน. 8(3), 36-37
อัจฉรา ชวี พนั ธ.์ (2538). “สอนอย่างไรให้บรู ณาการ”. การศกึ ษา กทม. 19(2): 27-31.
อรทัย มูลคํา และคณะ. (2542). การบูรณาการหลักสูตรและการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียน เป็น
ศนู ยก์ ลาง. พิมพค์ รง้ั ที่ 3. กรงุ เทพฯ : ทีพี พริ้นท์จํากดั .
Lardizabal, Amparo S. and other. (1970:142). Methods and Principles of Teaching. Quezon
City:Alemar-Phoenix.
42
ภาคผนวก
43
ภาคผนวก ก. ประวัติของผู้ศกึ ษา
ประวตั สิ ว่ นตวั
นางสาวรุ่งทวิ า เบญจาธิกลุ ชือ่ เลน่ ปอ๊ ป เกดิ วันอังคารท่2ี 3 พฤษภาคม 2543
บ้านเลขท่3ี 09 หมู่9 ตําบลท่าศาลา อําเภอทา่ ศาลา จังหวดั นครศรีธรรมราช 80160
การศกึ ษา
กําลงั ศึกษาระดบั ปรญิ ญาตรีชน้ั ปที ี่ 3 รหสั นกั ศกึ ษา 6211120013 สาขานาฏศิลป์ ครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราช
ภัฏนครศรธี รรมราช
44
ภาคผนวก ข. เอกสารสาํ คญั ท่เี ก่ียวข้อง
45
46
47
48
49
ภาคผนวก ค. ภาพบรรยากาศการสัมมนา
50
1
1
การจดั การเรยี นรู้แบบบูรณาการ
Developing an integrated learning management plan.
นางสาวรุ่งทิวา เบญจาธิกุล
Miss Roongtiwa Benjatikul
หลักสตู รนาฏศิลป์ คณะครศุ าสตร์
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครศรธี รรมราช อาเภอเมือง จังหวดั นครศรธี รรมราช 80280
Program in Bachelor of Education (Dramatic Arts).
Nakhon Si Thammarat Rajabhat University, Muang, Nakhon Si Thammarat 80280. Thailand
*Corresponding Author, E-mail: [email protected]
บทคัดยอ่
การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการกับ
นักศึกษา เพ่ือตรวจสอบความพึงพอใจของการสัมมนาเร่ืองการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสาหรับนาใช้เป็น
แนวทางพัฒนา ปรับปรุงการปฏิบัติกิจกรรมการจัดสัมมนาทางวิชาการในลาดับต่อไปโดยการสัมมนาทาง
วิชาการในครง้ั นี้ จะบรรยายเร่ืองของการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการ ซึ่งประกอบไปด้วย ความหมายของการ
จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ลักษณะและรูปแบบของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจุดมุ่งหมายของการ
จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการข้ันตอนของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการคุณค่าและประโยชน์ท่ีได้จากการ
จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ และการประเมินผลจากการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ จากการจัดกิจกรรม
สัมมนาทางวิชาการในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมท้ังหมด 32 คน ใช้แบบประเมินความพึงพอใจเรื่องการจัดการเรียนรู้
แบบบรู ณาการเป็นเคร่ืองมือเก็บรวบรวมข้อมูล โดยวเิ คราะห์ข้อมูลจากค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่าผู้ทาแบบประเมินความพึงพอใจทั้งหมด 32 คนส่วนใหญ่เพศหญิง ร้อยละ83.3
เพศหญิงและเพศชายส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 18-23 ปี ร้อยละ100.0 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาสาขานาฏศิลป์
จากรายงานผลแบบประเมนิ ความพึงพอใจ สรปุ ไดว้ า่ ประเด็นทีอ่ ยู่ในระดบั มากท่ีสดุ มี 1 ประเดน็ คือ วทิ ยากร
มีความเหมาะสมกับหวั ขอ้ ที่บรรยาย ความรู้ ความเข้าใจเร่ืองการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการหลังเข้าร่วมการ
สัมมนา การสัมมนาออนไลน์มีความเหมาะสมกับหัวข้อที่บรรยาย และการทราบข่าวจากแผ่นโปสเตอร์
ประชาสัมพันธ์ มีค่า x=4.65 อยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด รองลงมาคือประเด็น เนื้อหาสาระในการ
สัมมนา ความสะดวกในเรอ่ื งของการลงทะเบยี น ความเหมาะสมของหวั ขอ้ สัมมนากับระยะเวลาในการสัมมนา
และเนื้อหาการสัมมนามีประโยชน์ในการนาไปปรับใช้ในชีวิตประจาวัน มีค่า x=4.62 และประเด็นท่ีมีความพึง
พอใจน้อยที่สุดคือ การเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ มีค่า x=4.59 และความรู้ ความเข้าใจเรื่องการจัดการ
เรียนรู้แบบบรู ณาการกอ่ นเขา้ ร่วมการสมั มนา การเพ่ิมชอ่ งทางการประชาสัมพันธ์ มคี า่ x=4.43 ตามลาดบั
คาสาคัญ: การจดั การ การเรียนรู้ บรู ณาการ
2
บทนา
โลกแหง่ การเรียนรใู้ นปัจจบุ ันมีสิ่งต่างๆ ท่ีเกิดข้ึนในชวี ิตประจาวันนั้นจะเป็นสิ่งท่ีเกี่ยวเน่ืองสัมพนั ธก์ ัน
กับศาสตร์ในสาขาต่างๆ ผสมผสานกันทาให้ผู้เรียนที่เรียนรู้ศาสตร์เดย่ี วๆมา ไม่สามารถนาความรู้มาใชใ้ นการ
แก้ปญั หาได้ ดังนน้ั การจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการจะชว่ ยให้สามารถนาความรู้ ทักษะจากหลายๆ ศาสตร์มา
แก้ปัญหาได้กับชีวิตจริง การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจึงทาให้เกิดความสัมพันธ์เชอ่ื มโยงความคิดรวบยอด
ของศาสตร์ตา่ งๆ เข้าด้วยกัน ทาให้เกิดการถ่ายโอนการเรียนรู้ (Transfer of learning) ของศาสตร์ต่างๆ เข้า
ดว้ ยกัน ทาให้ผู้เรยี นมองเหน็ ประโยชน์ของส่ิงท่เี รยี นและนาไปใช้ไดจ้ ริง
การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ คือ การจัดกิจกรรมเพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้หรือตอบปัญหาที่
สงสัยด้วยการผสมผสานสาระกระบวนการวิธีสอน เทคนิคที่เน้นให้ผู้เรียนปฏิบัติด้วยการสอดแทรกสาระ
ความรู้อื่นๆและคุณธรรมจริยธรรมอย่างเหมาะสม เกิดความสมบูรณ์อย่างสมดุลเสมือนเป็นชีวิตของผู้เรียน
รวมถงึ การเช่อื มโยงรวมทงั้ สอดแทรกเน้อื หาทักษะกระบวนการ ทกั ษะปฏบิ ตั ขิ องสาระการเรียนรู้ตา่ ง ๆ กับหัว
เร่ืองที่ต้องการสอนอย่างเหมาะสม หรืออย่างสมดุล หรืออย่างสมบูรณ์ การเชื่อมโยงดังกล่าวทาให้ผู้เรียนได้
พฒั นาปัญญาด้านต่าง ๆ หรือกล่าวว่าเป็นพัฒนาของปัญญา (Multiple Intelligences) พิมพันธ์ เดชะคุปต์
และพเยาว์ ยนิ ดีสุข (2551: 12-15)
การจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการมีความสาคัญอย่างย่ิงสาหรับผู้เรียน เพราะการเรียนรู้แบบบรู ณาการ
เป็นการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ เป็นการเรียนรู้ท่ีเช่ือมโยงเน้ือหาสาระหลายศาสตร์เข้า
ด้วยกันอย่างมีความหมายและสามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง เป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเช่ือมโยง
ความรู้กับประสบการณ์ในการท่ีจะไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริงผ่านกระบวนการการเรียนรู้แบบลงมือทา
ด้วยเหตุนี้ผู้จัดการสมาในครั้งนี้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการมีความสาคัญอย่างยิ่ง เพราะ
เป็นการเชื่อมโยงความรู้ความคิดรวบยอดหรือทักษะเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้แบบองค์รวมท้ังทางดา้ น
พุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย ซ่ึงสอดคล้องตามแนวการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษา
แห่งชาติพ.ศ. 2542 มาตรา 23 ท่ีเน้นความสาคัญทั้งความรู้คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตาม
ความเหมาะสมซ่งึ เป็นไปตามสภาพจริงของของสงั คม
บทความน้ีนาเสนอเร่ืองการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือ ศึกษาการจัดการ
เรียนรู้แบบบูรณาการกับนักศึกษา เพื่อตรวจสอบความพึงพอใจของการสัมมนาเร่ืองการจัดการเรียนรู้แบบ
บูรณาการสาหรับนาใช้เป็นแนวทางพัฒนา ปรับปรุงการปฏิบัติกิจกรรมการจัดสัมมนาทางวิชาการในลาดับ
ต่อไป คาดการณ์เป็นเบื้องต้นว่าจะได้สาระความเข้าใจในเรื่องการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสาหรับการ
เรียนการสอน และเพือ่ เป็นประโยชนต์ ่อตนเองและครูผสู้ อนจึงได้เรียบเรยี งบทความในคร้ังนีข้ ึ้น
3
ความรเู้ ร่ืองการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการ
ความรเู้ รอ่ื งการจดั การเรียนรู้แบบบรู ณาการทีจ่ ะนาเสนอน้เี ปน็ สาระสาคัญเพื่อทาความเข้าใจเกี่ยวกับ
การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการท่ีถูกต้อง ผู้ศึกษาจึงได้รวบรวมองค์ความรู้เร่ือง ความหมายของการจัดการ
เรียนรู้แบบบูรณาการ ลักษณะและรูปแบบของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ จุดมุ่งหมายของการจัดการ
เรียนรู้แบบบูรณาการ ข้ันตอนของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการคุณค่าและประโยชน์ที่ได้จากการจัดการ
เรียนร้แู บบบูรณาการ และการประเมินผลจากการจัดการเรยี นรู้แบบบูรณาการ ดงั น้ี
ความหมายของการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการ
เร่ืองความหมายของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการหรือวิธีการสอนแบบบูรณาการ มีผู้ทรงคุณวุฒิ
และนกั วิชาการศึกษาได้ใหค้ วามหมายไวม้ ากมาย ดังตอ่ ไปน้ี
พมิ พันธ์ เดชะคปุ ต์ และพเยาว์ ยินดสี ุข (2551: 12-15) ไดใ้ ห้ความหมาย การบูรณาการการเรียนการ
สอน หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้หรือตอบปัญหาที่สงสัยด้วยการผสมผสานสาระ
กระบวนการวธิ ีสอน เทคนิคท่ีเน้นให้ผู้เรียนปฏิบัติดว้ ยการสอดแทรกสาระความรู้อ่ืนๆและคุณธรรมจริยธรรม
อย่างเหมาะสม เกิดความสมบูรณ์อย่างสมดุลเสมือนเป็นชีวิตของผู้เรียนสาหรับการจักการเรียนรู้แบบบูรณา
การ คือการเชื่อมโยงรวมท้ังสอดแทรกเนื้อหาทักษะกระบวนการ ทักษะปฏิบัติของสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ กับ
หวั เร่อื งทต่ี ้องการสอนอย่างเหมาะสม หรืออย่างสมดลุ หรืออย่างสมบูรณ์ การเช่ือมโยงดังกล่าวทาให้ผู้เรียนได้
พัฒนาปัญญาด้านต่าง ๆ หรือกลา่ วว่าเป็นพัฒนาของปญั ญา (Multiple Intelligences)
สงัด อุทรานนท์ (2532:221) ได้ให้ความหมายของ หลักสูตรบูรณาการว่าเป็นหลักสูตรท่ีมีการ
ผสมผสานกนั ระหว่างเนอ้ื หาวชิ ามากทสี่ ุด ไม่ปรากฏเดน่ ชัดวา่ วิชาใดวิชาหน่ึงเป็นหลักสาคัญของหลักสูตร การ
จัดหลักสูตรแบบบูรณาการ เป็นการหนีจากการเน้นเน้ือหาวิชาเป็นอย่างมาก การจัดหลักสูตรแบบบูรณาการ
อาจทาไดโ้ ดยลักษณะหนง่ึ หรือหลายลกั ษณะรวมกัน
สุมานิน รุ่งเรื่องธรรม (2552:32) กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ หมายถึง การจัด
ประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับผู้เรียน เพ่ือการเรียนรู้ที่มีความหมาย ให้เข้าใจความเป็นไป ท่ีสาคัญของสังคม
เพ่อื ดัดแปลงพฤติกรรมของผเู้ รยี นใหเ้ ขา้ กับสภาพชีวิตจนได้ยิง่ กวา่ เพมิ่
ดังน้ันการเรียนการสอนแบบบูรณาการหรือการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ หมายถึงการจัดการ
เรียนการสอนที่เช่ือมโยงผสมผสานศาสตร์ต่างๆ ให้ผู้เรียนเกิดแนวคิดแบบองค์รวม ซึ่งเป็นประสบการณ์ตรง
ให้แก่ผู้เรียน เน้นความสนใจ ความสามารถ และความต้องการของผู้เรียน โดยใช้กิจกรรมการเรียนการสอนท่ี
สอดคล้องกับจุดประสงค์และชีวิตประจาวัน ทาให้เกิดความสมบูรณ์ท้ังด้านความรู้ ทักษะ และคุณธรรม
จริยธรรม
ลกั ษณะและรูปแบบของการจดั การเรยี นรแู้ บบบูรณาการ
นักวิชาการศึกษาหลายท่านได้กล่าวถึงลักษณะสาคัญและรูปแบบของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณา
การไว้ดงั ตอ่ ไปน้ี
สริ ิพัชร์ เจษฎาวิโรจน์ (2546: 25-31) กล่าววา่ การบูรณาการมีหลายลักษณะ หลายแนวคิด ข้ึนอยู่กับ
ครูแตล่ ะคนและความเหมาะสม ซ่งึ แบง่ ลักษณะออกได้ดังน้ี
4
1.การบูรณาการเชิงเนื้อหาสาระ เป็นการผสมเชื่อมโยงเนื้อหาสาระในลักษณะการหลอมรวมกันโดย
ตง้ั เปน็ หน่วยหรอื หวั เรื่องเนอ้ื หาทน่ี ามารวมก็ตอ้ งมีความสมั พันธ์กนั และคล้ายคลงึ กัน
2.การบูรณาการเชงิ วิธกี าร เป็นการผสมวิธีการสอนแบบตา่ งๆ โดยการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนท่ี
ใช้วธิ สี อนหลายๆวิธี ใช้ส่อื การสอนแบบประสม ใช้เทคนิคทหี่ ลากหลายเพือ่ ใหน้ ักเรียนมีโอกาสได้เรยี นรแู้ ละฝกึ
ปฏิบัติอย่างสัมพันธ์กันมากที่สุด โดยอาจใช้เทคนิคการสนทนา การอภิปราย การใช้คาถาม การบรรยาย การ
ค้นควา้ ทางานกลุ่ม การไปศึกษานอกหอ้ งเรียน การนาเสนอขอ้ มลู เปน็ ตน้
3.การบรู ณาการความรกู้ ับกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนพฒั นาวิธีการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
โดยมีกระบวนการเรียนรู้ที่มีข้ันตอนอยู่ในใจแต่สามารถยืดหยุ่นได้ซ่ึงอาจใช้กระบวนการ เช่น กระบวนการ
แสวงหาความรู้ กระบวนการแก้ปญั หา กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด เป็นตน้
4.การบูรณาการความรู้ ความคิดกับคุณธรรม ใช้การสอดแทรกคุณธรรมเข้าไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่ง
เกิดการซึมซับเป็นธรรมชาติ เช่นการสอนเรื่องสิทธิหน้าที่และเสรีภาพ เพื่อให้นักเรียนจะได้เป็นผู้ท่ีมีความรู้คู่
คณุ ธรรม
5.การบูรณาการความรู้กับการปฏิบัติเป็นการเชื่อมโยงความรู้ไปกับการปฏิบัติซ่ึงจะทาให้ความรู้น้ัน
ติดตัวไปยาวนานไม่ลืมง่าย
6. การบูรณาการความรู้ในโรงเรียนกับชีวิตจริงของนักเรียน ความรู้ท่ีครูจัดให้นักเรียน ไม่ควรแปลก
แยกกบั ชีวิตจรงิ เพราะจะทาให้นักเรียนไม่เห็นคุณค่า ไม่มีความหมาย และไม่เกิดประโยชน์ ดงั น้ันส่ิงท่ีครูสอน
ควรเชื่อมโยงกบั ชวี ิตของนกั เรยี น เพอ่ื นาไปปรับปรุงพฒั นาคณุ ภาพชีวติ
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2540: 7) ไดแ้ บง่ ลักษณะการสอนแบบ บรู ณาการมี 2
แบบคือ การบูรณาการภายในวชิ าและการบูรณาการระหว่างวิชา การบรู ณาการภายในวิชา มีจุดเน้นอยู่ภายใน
วิชาเดยี วกัน สว่ นการบรู ณาการระหวา่ งวชิ า เป็นการเชื่อมโยงหรอื รวมสาสตรต์ า่ ง ๆตงั้ แต่สองวิชาข้ึนไปภายใต้
หัวเร่ือง (Therme) เดียวกัน เป็นการเรียนรู้โดย ใช้ความรู้ความเข้าใจและทักษะในศาสตร์หรือความรู้ในวิชา
ต่างๆมากกว่า 1 วิชาข้ึนไปเพื่อการ แก้ปญั หาหรือแสวงหาความรู้ความเข้าใจในเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง การเช่ือมโยง
ความรู้หรือระหว่าง วิชาต่าง ๆ มากกว่า 1 วิชาข้ึนไป เพ่ือการแก้ปัญหาหรือแสวงหาความรู้ ความเข้าใจ ใน
เร่ืองใด เรื่องหน่ึง การเชื่อมโยงความรู้และทักษะระหว่างวิชาต่าง ๆ จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ลึกซ้ึง
ไม่ใช่เพียงผิวเผินและมีลักษณะใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากข้ึน การสอนแบบบูรณาการท้ังสองแบบมีหลักการ
เช่นเดียวกันกล่าวคือ มีการกาหนดหัวเร่ืองเช่อื มโยงความคิดรวบยอดต่างๆ มีการวางแผนการจัดกิจกรรมและ
โครงการตา่ ง ๆ ท่ผี ูเ้ รยี นจะตอ้ งศึกษา ลงมือปฏบิ ตั ิ และได้นาไปจัดการสอนแบบบรู ณาการ 4 รปู แบบคอื
1.การสอนแบบบรู ณาการการสอดแทรก (Infusion Instruction) การสอนรูปแบบนี้ครูผู้สอนวชิ าหน่ึง
สอดแทรกเนอื้ หาวิชาอืน่ ๆ เขา้ ไปในการสอนของตนเป็นการวางแผนการสอน และเป็นการสอนโดยครูคนเดียว
2.การสอนบูรณาการแบบขนาน (Parallel Instruction) การสอนตามรูปแบบน้ี ครูตั้งแต่ 2 คนข้ึนไป
สอนตา่ งวชิ ากัน ตา่ งคนต่างสอนแตต่ ้องวางแผนการสอนร่วมกัน โดยมุ่งสอนหัวเรื่อง/ความคิดรวบยอด/ปัญหา
เดียวกัน (Theme/ConceptProblem) ระบสุ ่ิงท่ีร่วมกันและตัดสินใจร่วมกันว่าจะสอนหัวเร่ือง ความคิดรวบ
5
ยอด/ปญั หานน้ั ๆ อยา่ งไรในวชิ าของแตล่ ะคน งานหรือการบา้ นทม่ี อบหมายใหน้ กั เรียนทาจะแตกตา่ งกันไปแต่
ละวชิ า แต่ท้ังหมดจะตอ้ งมหี ัวเรอื่ ง/ความคดิ รวบยอด/ปญั หารว่ มกนั
3.การสอนบูรณาการแบบสหวิทยาการ (Multidisciplinary Instruction) การสอนตามรูปแบบนี้
คล้ายๆกับการสอนบูรณาการแบบขนาน กล่าวคือครูต้ังแต่ 2 คนขึ้นไปสอนต่างวิชากัน มุ่งสอนหัวเรื่อง
ความคิดรวบยอด/ปัญหาเดียวกันต่างคนต่างแยกกันสอนส่วนใหญ่ แต่มีการมอบหมายงานหรือโครงงาน
(Project) ร่วมกัน ซ่ึงจะช่วยเชื่อมโยงสาขาวิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ครูทุกคนจะต้องวางแผนร่วมกันเพื่อท่ีจะ
ระบุว่าจะสอนหัวเรื่อง ความคิดรวบยอด/ปัญหานั้น ๆ อย่างไรและวางแผนร่วมกัน (หรือกาหนดงานที่จะ
มอบหมายให้นักเรียนร่วมกันท่า) และกาหนด ว่าจะแบ่งโครงงานน้ันออกเป็นโครงงานย่อย ๆ ให้นักเรียน
ปฏบิ ัติแต่ละรายวชิ าอย่างไร
4.การสอนบูรณาการขา้ มวิชาหรือเปน็ คณะ (Transdisciplinary Instruction) การสอนตามรูปแบบน้ี
ครูที่สอนวิชาต่างๆ จะร่วมกันสอนเป็นคณะหรือเป็นทีมร่วมกันวางแผน ปรึกษาหารือและกาหนดหัวเรื่อง
ความคิดรวบยอด/ปัญหาร่วมกนั แล้วร่วมกนั ดาเนนิ การสอนนกั เรียนกลุม่ เดียวกนั
จดุ มงุ่ หมายของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ
มนี กั วิชาการศึกษาหลายทา่ นได้กลา่ วถึงจุดมุง่ หมายของการจัดการเรยี นรู้แบบบูรณา การดงั น้ี
สิริพัชร์ เจษฎาวิโรจน์ (2546: 16-17) ได้กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของการบูรณาการ หลักสูตรและการ
สอนแบบบรู ณาการดังนี้
1.เพือ่ ให้นักเรียนเกิดความตระหนักว่าการเรียนรู้ทุกสิ่งมีความสัมพนั ธ์ซ่ึงกันและกัน ในชีวิตคนเราทุก
สิ่งทุกอย่างจะเก่ียวข้องกันอยู่เสมอ หลักสูตรบูรณาการจะมีความสัมพันธ์กับชีวิตของนักเรียนมากกว่าและ
นกั เรยี นจะเกดิ แรงจงู ใจในการเรยี นมากกวา่ หลักสตู รแบบเดมิ
2.เพื่อให้นักเรียนเป็นผู้ท่ีสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง ซ่ึงในการแก้ปัญหานักเรียน จะต้องอาศัย
ความรจู้ ากหลายสาขาวิชาในเวลาเดียวกัน
3.เพ่ือใหน้ กั เรียนได้มีสว่ นร่วมในการเรียนรโู้ ดยตรงอยา่ งมีจดุ หมายและมคี วามหมาย นกั เรยี นมสี ว่ น
ร่วมในการตัดสินใจ การแสดงความคิดเหน็ ในการจดั การเรียนการสอนและชว่ ย สร้างความเขา้ ใจใหน้ ักเรียน
อย่างลึกซงึ้
4.เพอ่ื สนองความสนใจของนกั เรียนแต่ละคน โดยการเรยี นรู้โดยตามเอกตั ภาพออกแบบกิจกรรมให้
นกั เรยี นไดเ้ รยี นรูต้ ามทต่ี อ้ งการจะรู้ บรรยากาศในชน้ั เรยี นจะไมเ่ ครยี ด สามารถกระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นเรยี นอยา่ ง
สนุกสนานและบรรลุผลในการเรยี นให้มากข้นึ
5.มีการถา่ ยโอนและคน้ ควา้ ความสมั พันธร์ ะหว่างเนือ้ หา ความคดิ ทกั ษะและเจตคติ ช่วยให้ผเู้ รยี น
เข้าใจความคดิ รวบยอดทเ่ี รียนไดอ้ ยา่ งลกึ ซ้ึงเปน็ ระบบ และถา่ ยโอนความเข้าใจจากเรอ่ื งหน่ึงไปสู่อกี เรือ่ งหน่งึ
ไดด้ ี
6.สง่ เสริมการเรียนรูท้ ี่จะทางานรว่ มกนั ให้นกั เรียนรู้สึกปลอดภยั มีความพงึ พอใจ มีความรู้สึกเป็น
สว่ นหน่งึ ของหมูค่ ณะและยอมรบั ผอู้ ่ืน เตม็ ใจทจ่ี ะทางานรว่ มกับกลมุ่ และเปน็ สมาชิกที่ดีของกลุ่ม
6
7.ช่วยพัฒนาค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม มาตรฐานการทางาน วินัยในตนเอง ส่งเสริมความสามารถ
ในการทางาน และการควบคมุ อารมณ์ของผูเ้ รยี น
8.ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาการแสดงออกทางศิลปะดนตรีไปพร้อม ๆกับทางด้าน
ความรเู้ นอื้ หาสาระ อกี ทั้งให้ผเู้ รียนมโี อกาสได้ร่วมกิจกรรมในสังคม
ธารง บัวศรี (2536: 180-182 ) กล่าวถึง การกาหนดจุดมุ่งหมายของการสอนแบบบูรณาการนั้น ควร
คานงึ ถึงลกั ษณะสาคญั ดงั ต่อไปนี้
1.เป็นการบรู ณาการระหวา่ งความรู้และกระบวนการเรียนรู้ เพราะในปจั จุบันมีปริมาณความรู้มากขึ้น
เปน็ ทวีคูณ รวมทัง้ มคี วามสลบั ซบั ซอ้ นขน้ึ เปน็ ลาดับการเรยี นการสอนดว้ ยวิธเี ดมิ เชน่ การบอกเล่า การบรรยาย
การท่องจา อาจจะไม่เพียงพอท่ีจะก่อให้เกิดการเรียนรู้ท่ีมีประสิทธิภาพได้ ผู้เรียนควรเป็นผู้สารวจความสนใจ
ของตนเองว่าความรู้ท่ีหลากหลายนั้นอะไร คือส่ิงท่ีตนเองสนใจอย่างแท้จริง ตนเองจะแสวงหาความรู้เพ่ือ
ตอบสนองความสนใจเหล่านไ้ี ด้ อย่างไร เพยี งใด และด้วยกระบวนการอะไร
2.เป็นการบูรณาการระหว่างพัฒนาการทางความรู้และการพัฒนาการทางจิตใจน่ันคือ การให้
ความสาคัญแก่จิตพิสัย เจตคติ ค่านิยม ความสนใจในและสุนทรียภาพแก่ผู้เรียนในการแสวงหาความรู้ด้วย
ไม่ใช่เน้นแตเ่ พยี งองค์ความรู้หรอื พทุ ธิพิสยั แตเ่ พียงอยา่ งเดยี ว
3.เป็นการบูรณาการระหว่างความรู้และการกระทาความสัมพันธ์ของการบูรณาการ ระหว่างความรู้
และการกระทาในข้อน้ยี งั มนี ยั แห่งความสาคัญ และความสัมพนั ธ์ดังได้กล่าวไว้ แล้วในข้อที่สองเพียงแตเ่ ปล่ียน
จติ พิสยั เป็นทักษะพิสยั เท่านนั้
4.การบูรณาการระหว่างสิ่งท่ีเรียนในโรงเรียนกับส่ิงท่ีเป็นอยู่ในชีวิตประจาวันของผู้เรียน คือการ
ตระหนักถึงความสาคัญแห่งคุณภาพชีวิตของผู้เรียน เม่ือได้ผ่านกระบวนการการ เรียนการสอนตามหลักสูตร
แล้ว ส่ิงที่เรียนท่ีสอนในห้องเรยี นจะต้องมคี วามหมายและมคี ณุ ค่าต่อชีวิตผู้เรียนอยา่ งแท้จรงิ
5.เป็นการเรียนรู้ระหว่างวิชาต่าง ๆ เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความรู้ เจตคติ และการกระทาท่ีเหมาะสมกับ
ความตอ้ งการและความมั่นใจของผู้เรียนอย่างจริงจัง ตอบสนองต่อคุณค่าในการดารงชีวิตของผู้เรียนแต่ละคน
การบูรณาการความรู้ของวิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพ่ือตอบสนองความต้องการและเพ่ือตอบปัญหาท่ีผู้เรียน
สนใจ จึงเปน็ ขั้นตอนสาคัญท่ีควรจะกระทาในข้นั ตอนของการบรู ณาการหลักสูตรการเรยี นการสอน
Lardizabal and others. (1970: 142) ได้กล่าวถึงจุดมุง่ หมายใน การสอนแบบบรู ณาการไว้ดงั นี้
1.เพ่ือพัฒนาและส่งเสริมให้เด็กรู้สึกปลอดภัย มีความพึงพอใจ มีความรู้สึกเป็นส่วนหน่ึงของหมู่คณะ
และยอมรับผอู้ ื่น
2.ส่งเสรมิ การเรยี นรทู้ ีจ่ ะทางานรว่ มกันระหว่างครูกับนกั เรียน
3.ช่วยพัฒนาค่านยิ มบรรยากาศในชนั้ เรียน ส่งเสริมให้ผู้เรียนไดพ้ ัฒนาจริยธรรม มาตรฐานการทางาน
มาตรฐานของกลุ่ม ความซาบซ้งึ ในการทางานและความซือ่ สัตย์
4.ช่วยพัฒนาวินัยในตนเอง โดยส่งเสริมความสามารถในการทางานและการควบคุมอารมณ์ของ
นกั เรยี น
7
5.สง่ เสรมิ ความคิดสรา้ งสรรค์ พฒั นาความสามารถทางด้านการแสดงออกดา้ นศิลปะ ดนตรี การละคร
ฯลฯ เชน่ เดียวกันกบั ทางด้านสังคม วทิ ยาศาสตร์ และวรรณคดี
6.เพ่อื นักเรียนมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมในสังคม เต็มใจที่จะทางานร่วมกับกลุ่มและเป็นสมาชิกท่ีดีของ
กล่มุ
7.ชว่ ยวัดผลการเรียนรู้โดยการนาวิธกี ารตรวจสอบความก้าวหน้าในการเรียนรู้แก่ผู้เรียนทั้งรายบุคคล
และกลุ่ม
จากท่นี ักวชิ าการศกึ ษาหลายทา่ นไดก้ ล่าวถงึ จดุ มงุ่ หมายของการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการ สามารถ
สรุปได้ว่า จุดมุ่งหมายของการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการ เพ่ือพฒั นาและส่งเสริม ให้นักเรียนได้ฝึกทักษะใน
การคิด การแก้ปัญหาต่าง ๆ จากการฝึกปฏิบัติประสบการณ์ตรงตามกระบวนการท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามท่ีตนเองต้องการ มีส่วนร่วมในการเรียนการสอน ได้ฝึกทักษะตามความสามารถ
รวมท้ังพัฒนาทักษะในหลายด้านด้วยกัน ทั้งด้านการยอมรับตนเอง การควบคุมอารมณ์ วินัยในตนเอง การ
ทางานกลุม่ คา่ นยิ ม คุณธรรม จรยิ ธรรม
ขน้ั ตอนของการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการ
มนี กั วิชาการศึกษาหลายท่านไดก้ ล่าวถงึ ข้นั ตอนการจดั การเรียนรู้แบบบรู ณาการ ดังต่อไปนี้
อจั ฉรา ชีวพันธ์ (2538: 27-31) ไดเ้ สนอแนวทางในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการหรือข้ันตอนไว้
ดงั นี้
1.วเิ คราะห์เนอ้ื หา ในการสอนแต่ละครง้ั ผูส้ อนจะตอ้ งวเิ คราะห์เน้ือหาให้ถ่องแท้ เพื่อจัดหาแนวทางใน
การจดั ทาสอ่ื กิจกรรมใหเ้ หมาะสม ตลอดจนนกึ ดูว่าเน้อื หาใดสามารถบรู ณาการกบั กลุ่มประสบการณ์ใดได้บ้าง
และจะใชว้ ธิ ีการใด
2.เลือกลีลาให้เหมาะสม การเลือกหาวิธกี ารในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้บูรณาการไดอ้ ย่าง
เหมาะสมจะช่วยให้การดาเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น และประสมผสานกันระหว่างกลุ่มประสบการณ์ต่าง ๆ
ดังนน้ั ผ้สู อนควรพจิ ารณาให้ได้ว่าเนอื้ หาควรใชก้ จิ กรรมใด
3.จัดให้กลมกลืน หลังจากผู้สอนสามารถเลือกหากิจกรรมและวิธีการจัดการเรียนการสอนที่มีความ
สมบูรณ์ได้แล้ว ผู้สอนควรคานึงถึงความกลมกลืนของเนื้อหาและกิจกรรมว่าเหมาะสมสอดคล้องเพียงใด ใช้
เวลามากนอ้ ยแคไ่ หน เหมาะกบั กาลเทศะหรอื ไม่
4.สร้างความนิยมชื่นชมในกิจกรรมการเรียนการสอนซ่ึงจะบรรลุเป้าหมายท่ีต้ังไว้ ข้ึนอยู่กับ
องค์ประกอบอย่างหนงึ่ คือความประทับใจและเจตคติของผู้เรยี น ดงั น้นั การท่ผี ูส้ อนสามารถจัดกิจกรรมให้สร้าง
ความนิยมชื่นชอบให้ผู้เรียน จึงนับว่าสาคัญอย่างยิ่งเพราะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจอย่างท่อง
แท้ ตลอดจนเห็นคุณค่าของสิง่ ท่ีเรียน
5.จดจาได้อย่างดี การเรียนการสอนท่ีมีกฎเกณฑ์ท่ีช่วยให้ผู้เรียนจดจาได้ดีขึ้น มีผลดี กับผู้เรียนอย่าง
ย่ิง ถา้ ผ้สู อนได้มีความพยายามใหผ้ ู้เรยี นไดม้ ีการจดจาอย่างมเี หตผุ ล มหี ลกั เกณฑ์ไมจ่ า้ แบบนกแกว้ นกขุนทอง
สามารถนาความรคู้ วามเข้าใจไปใชใ้ นชีวิตประจาวันได้อย่างดีด้วย ไม่อยู่ในลักษณะที่ “ความรู้ท่วมหัว
เอาตัวไมร่ อด”
8
อรทัย มลู คา และคนอนื่ ๆ (2542) ได้กาหนดข้ันตอนการสอนให้ผู้เรียนเกิดบูรณาการที่มีชอ่ื วา่ สตอริ
ไลน์ เมททอด (Story Line Method) ไว้ดงั ต่อไปนี้
แนวทางการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ Story Line Method
1.สังเคราะห์และวิเคราะห์เน้ือหาของรายวิชา หรือกลุ่มประสบการณ์แล้วก้าหนดองค์รวมแห่งองค์
ความรูท้ ี่พงึ ประสงคไ์ ว้ให้ชัดเจนในรปู ของหัวเร่ือง
2.เขียนแผนการสอนโดยใช้เส้นทางการเดินเร่ือง (Topic Line) เป็นกรอบในการเขียน โดยมีหัวเร่ือง
เป็นตัวกาหนดเนอ้ื หา
3.จัดกิจกรรมตามหัวเร่ืองท่ีกาหนดและจัดเรียงเป็นตอน ๆ (Episode) ด้วยการใช้คาถามหลักเป็น
ตัวกาหนดกิจกรรมการเรียนรู้
4. เส้นทางเดินเรื่องท่ีใชเ้ ป็นกรอบดาเนินการโดยวิธี Story Line Method ประกอบด้วย ขั้นตอน
สาคัญ 4 องค์ ก็คือ ฉาก ตวั ละคร วิถีชีวิตและเหตุการณ์ ซึ่งเหตกุ ารณ์แต่ละองค์จะประกอบดว้ ยประเดน็ หลัก
บางประเด็นท่ียกข้ึนมาพจิ ารณาเป็นพเิ ศษ โดยการต้ังคาถามแล้วให้นักเรียนไปค้นคว้าหาคาตอบ คาถามน้ีจะ
โยงไปยังคาตอบท่ีสมั พันธก์ ับเนอ้ื หาวชิ าตา่ งๆ
จากข้ันตอนในการสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการบูรณาการ ทั้งหมดท่ีกล่าวมาพอสรุปเป็นขั้นตอนได้ 4
ข้นั ตอน ดงั น้ี
1.ข้ันนา ครูเป็นผู้สร้างประเด็นหรือนานักเรียนเข้าสู่ปัญหา โดยนานักเรียนเข้าสู่สถานการณ์จริงที่
เกีย่ วข้องกับชีวติ ประจาวันของตวั นกั เรยี นเอง
2.ขั้นปฏิบัติ นักเรียนนาผลจากการได้รับประสบการณ์จริงที่ได้จากข้ันนามาวิเคราะห์เพ่ือหาแนว
ทางแก้ไขปัญหา หรือพฒั นางานโดยกระบวนการกลมุ่ แล้วบรู ณาการเน้ือหาวชิ าอ่นื ๆ ท่เี กย่ี วข้องกนั ไวด้ ้วยกัน
3.ข้ันสรุป นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาผลการวเิ คราะห์มาแก้ไขปญั หาหรือการพัฒนานั้นไปสู่การปฏิบตั ิจริง
ตามข้ันตอนการแก้ไข หรือพัฒนาจนเปน็ ที่ยอมรับของกลมุ่ โดยมีผูส้ อนเปน็ ผู้แนะแนวทาง
4.ขั้นประเมินผล ทุกกลุ่มนาเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาชิ้นงานท่ีได้รับการแก้ไขหรือ
ปรับปรุงแล้วต่อทุกกลุ่มร่วมกัน ผู้สอนเป็นผู้ชี้แนะแนวทางท่ีถูกต้องและเชื่อมโยง การแก้ไขปัญหาหรือพัฒนา
งานแตล่ ะกลุ่มใหเ้ กดิ การบูรณาการระหวา่ งกัน
คุณค่าและประโยชน์ที่ได้จากการจดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ
วัฒนาพร ระงับทุกข์ (2542 : 51-52) ได้กล่าวถงึ ประโยชน์ของการบรู ณาการดังต่อไปนี้
1.เป็นการเรียนรู้อย่างมีความหมาย ผู้เรียนสามารถจดจาความรู้ที่เรียนไปได้นาน (Retention) ซ่ึงจะ
เร่ิมตน้ ดว้ ยการทบทวนความรเู้ ต็มและประสบการณ์เดมิ ของผูเ้ รยี น
2.ผเู้ รยี นมีส่วนร่วมในการเรียน (Participate) ทัง้ ทางด้านร่างกาย จติ ใจ สติปญั ญา และสังคมเป็นการ
พัฒนาในทุกด้าน
3.ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการทากิจกรรมตามประสบการณ์ชีวิตของตนและเป็นประสบการณ์ในชีวิตจริง
ของผูเ้ รยี น
4.ผเู้ รยี นได้ฝึกทักษะต่าง ๆ ซา้ กันหลายครัง้ โดยไม่ร้สู กึ เบ่อื หน่าย
9
5.ผู้เรียนได้พัฒนาความคิดระดับสูง คิดไตร่ตรอง คิดอย่างมีวิจารณญาณ คิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหา
คิดริเรม่ิ สร้างสรรค์
6.ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการทางานกลุ่มตั้งแต่สองคนข้ึนไป จนถึงเพื่อนท้ังชั้นเรียนตามท่ีกาหนดใน
กจิ กรรมเพอ่ื พัฒนาทกั ษะมนุษย์สมั พันธ์
7.ผู้เรียนสร้างเรื่องตามจินตนาการท่ีกาหนดเป็นการเรียนรู้ด้านธรรมชาติ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม
การเมอื ง วถิ ชี ีวิตผสมผสานกันไป
8.ผเู้ รียนได้เรียนรู้จากสง่ิ ใกลต้ วั ไปยงั สิ่งไกลตวั เรยี นเก่ยี วกบั ตัวเรา บา้ น ชุมชน ประเทศไทย ประเทศ
เพ่ือนบา้ นและโลกตามระดับความซับซ้อนของเน้ือหาและสตปิ ญั ญาของผูเ้ รียน
9.ผเู้ รยี นได้เรียนรอู้ ยา่ งมีความสุข สนุกสนาน เหน็ คุณค่าของงานทที่ าและงานทจ่ี ะนาไปเสนอต่อเพอ่ื น
ชุมชน ทาให้เกดิ ความตระหนกั เหน็ ความสาคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง
สิริพัชร์ เจษฎาวโิ รจน์ (2546: 22-23) ได้กล่าวถึงประโยชน์ของการบรู ณาการหลักสูตรและการเรียน
การสอนดงั นี้
1.ทาให้ผูเ้ รยี นเขา้ ใจเน้อื หาในลกั ษณะองค์รวม มองเห็นความสาคัญระหว่างเน้ือหาวิชา ทาให้นักเรียน
ระลึกถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว กระตุ้นให้นักเรียนมีความรู้ท้ังลึกและกว้าง ทาให้เป็นผู้ที่มีทัศนะกว้างไกล ลด
ความซับซอ้ นของเนื้อหาแต่ละวิชา และทาให้มีเวลาเรียนมากขน้ึ
2.ทาใหผ้ ้เู รยี นไดเ้ รียนรูจ้ ากประสบการณจ์ ริง โดยผสมผสานความรู้ คุณธรรม ค่านิยม คุณลักษณะอัน
พึงประสงค์และมีเจตคติท่ีดี เป็นการเพ่ิมศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการการเรียนรู้
ตลอดชีวิตและสามารถนาความรูท้ ี่ไดไ้ ปใช้ในชีวิตจริงอยา่ งเหมาะสมและมปี ระสิทธภิ าพ
3.ส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการเรียนรู้หลายรูปแบบที่เน้นนักเรียนเป็นสาคัญ ส่งเสริมกระบวนการคิด
การจัดการ การเผชิญหน้าสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ปั ญหาและการ
ประยกุ ตใ์ ช้ทักษะต่าง ๆ
4.ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย รู้จักเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น โดยคานึงถึงความ
คิดเห็นและผลประโยชนข์ องสว่ นรวมเป็นหลัก
5.ชว่ ยแก้ปัญหาดา้ นขาดครูสอนในแตล่ ะรายวชิ า
6.ชว่ ยทาให้ผู้เรียนเข้าใจสภาพและปัญหาสังคมได้ดีกว่า สามารถพิจารณาปัญหาและที่มาของปัญหา
อย่างกวา้ ง ๆ ใช้ความรูอ้ ยา่ งหลากหลายสัมพนั ธก์ ัน ส่งเสรมิ ใหเ้ กดิ ทกั ษะและความสามารถในการแก้ปัญหาทั้ง
ผูเ้ รยี นและผสู้ อน รวมทั้งส่งเสรมิ การค้นควา้ วจิ ยั
7.ชว่ ยทาให้การสอนและการศึกษามีคุณค่ามากขึ้น สามารถช่วยเน้นการพัฒนาทักษะที่จาเป็นให้เกิด
การคิดทรี่ วบยอดที่กระจ่างข้นึ ถกู ต้องและสามารถปลกู ฝังคา่ นยิ มทพ่ี ึงประสงค์ ไดอ้ กี ด้วย
8.สง่ เสรมิ ให้นกั เรยี นมีความพึงพอใจ การยอมรบั ผอู้ ่นื การรสู้ ึกเป็นส่วนหน่ึงของหมู่ คณะและเกิดการ
เรียนร้จู ากการกระทารว่ มกัน
9.ผู้เรยี นไดเ้ รยี นรู้อยา่ งมีความสขุ สนุกสนาน เห็นคณุ ค่าของงานทท่ี าและงานที่จะไปนา่ เสนอต่อเพื่อน
ชมุ ชน ทาให้เกดิ ความตระหนกั เหน็ ความสาคญั ของการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง
10
ธีรชัย ปุรณโชติ (2540: 82) ได้ให้เหตผุ ลท่ีสนับสนุนคุณค่าและประโยชน์ของการสอนแบบบรู ณาการ
วา่
1.จะช่วยให้ผู้เรียนนน้ั ได้เข้าใจถึงความสัมพนั ธ์ระหว่างวชิ าตา่ ง ๆความสัมพนั ธ์ระหว่างวชิ ากับชวี ติ จริง
2.จะช่วยให้เกิดความสัมพันธ์เชื่อมโยงความคิดรวบยอดในศาสตร์ต่าง ๆทาให้เกิดการเรียนรู้ท่ีมี
ความหมาย
3.ช่วยให้เกิดการถ่ายโอนการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงสิ่งท่ีเรียนกับชีวิตจริงและชีวิตนอกห้องเรียนกับส่ิงที่
เรยี น
จากคุณค่าและประโยชน์จากการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการทั้งหมด สรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้
แบบบูรณาการนั้น เป็นการจัดการเรียนการสอนท่ีสมดุลกับการใช้ชีวิตจริงของผู้เรียนเป็นอย่างยิ่ง เป็นการ
เรียนการสอนที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่มากไปด้วย เทคโนโลยีต่าง ๆท่ีจาเป็นต่อการดารงชีวิต
ของมนุษย์ และเป็นการทาให้เหน็ คณุ คา่ ในการที่จะจดั การเรยี นการสอนเพ่อื ความสมดลุ อย่างแท้จรงิ
การประเมนิ ผลจากการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการ
วิเศษ ชินวงศ์ (2544: 27-28) การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการน้ันสอดคล้องกับ การจัด
กระบวนการเรียนรู้ตามแนวปฏริ ูปท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ กล่าวคือนักเรียนได้เรียนรู้จากการได้คิดและปฏิบัติ
จริงตามความสนใจและความถนัดของตนเองอย่างมีความสุข เรียนรู้จากกลุ่มและเพ่ือน เรียนรู้อย่างเป็นองค์
รวม (บรู ณาการเข้าดว้ ยกนั ) และเรยี นรตู้ าม กระบวนการเรียนรูข้ องตนเอง
การวัดและการประเมินผลการเรียนการสอนดังกล่าวต้องสอดคล้องกับสภาพจริง คือการประเมิน
ความสามารถเร่ิมตั้งแต่การประเมินการคิดวางแผน กระบวนการทางาน คุณธรรม จริยธรรมระหว่างการ
ทางาน ความตั้งใจ จนมีผลงานท่ีสาเรจ็ เป็นชิน้ งานตามเป้าหมาย
นอกจากน้ี ควรมีการประเมินแบบอิงการปฏิบัติ (Performance - Based) และการประเมินแบบอิง
การสังเกต (Observation - Based) ซ่ึงช่วยให้ครูและนักเรียนสามารถบรู ณาการการเรียนการสอนกับการ
ประเมินผลเข้าด้วยกัน เพ่ือปรับปรุงและพัฒนาการจัดกิจกรรมให้ สมบรู ณ์ย่ิงขึ้น และการสอนกับการประเมิน
จะไม่แยกจากกัน ท้ังครูและนักเรียนมีส่วนร่วมในการ สอนและการประเมินจึงทาให้การจัดการเรียนรู้แบบ
บูรณาการสมั พันธ์กบั ชีวติ จรงิ มากท่ีสดุ
ดังน้ันสรุปได้ว่า วิธีการประเมินจะต้องมีความหลากหลายต่อเน่ือง โดยอาจจะมีการประเมิน
ตลอดเวลาตามกิจกรรมการเรียนรู้ ใช้วิธีการสังเกต ตรวจสอบรายงาน บันทึกการปฏิบัติงาน การให้ความ
รว่ มมอื ภายในกลุ่ม การประเมนิ ช้ินงานหรือบางครงั้ อาจมีมกี ารประเมนิ ความรู้ควบคกู่ ันไปด้วย
11
รายงานผลความพึงพอใจการจัดสมั มนาการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ
รายงานผลความพึงพอใจการจัดสัมมนาการการเรียนรู้แบบบูรณาการ ผู้รายงานนาเสนอ3ประเด็น
ตามแบบสอบถาม คือ ตอนท่ี1 สถานภาพของผู้ตอบ ประกอบด้วย เพศ อายุ และอาชีพ ตอนท่ี 2 ประเด็น
คาถามวัดความพึงพอใจต่อการจัดสัมมนาโครงการการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ และตอนที่ 3
ข้อเสนอแนะ ดงั น้ี
ตารางท1่ี แสดงจานวนและรอ้ ยละของกลุ่มตวั อย่างจาแนกตามเพศ
Gender (เพศ)
เพศ จานวน รอ้ ยละ
ชาย 6 18.8
หญงิ 26 81.3
รวม 32 100.0
จากตารางท่ี1 เป็นข้อมูลแสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจาแนกตามเพศ พบว่ามีผู้ตอบ
แบบสอบถามทั้งหมด 32 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100.0 ส่วนใหญ่เปน็ เพศหญิง จานวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ
81.3 รองลงมา คือเพศชายจานวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ18.8ตามลาดับ ซ่ึงทั้งเพศหญิงและชายเป็นนักศึกษา
สาขานาฏศิลป์
ตารางท2ี่ แสดงจานวนและร้อยละของกล่มุ ตัวอย่างจาแนกตามอายุ
Age (อายุ)
อายุ จานวน ร้อยละ
Valid 19-23 ปี 32 100.0
จากตารางท่ี2 เป็นข้อมูลแสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจาแนกตามอายุ พบว่ามีผู้ตอบ
แบบสอบถามท้ังหมด 32 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100.0 ส่วนใหญ่ อายุ 18-23 ปี
ตารางที่ 3 แสดงจานวนและรอ้ ยละของกลมุ่ ตัวอยา่ งจาแนกตามอาชีพ
Occupation (อาชีพ)
อาชีพ จานวน ร้อยละ
Valid 1.00 32 100.0
จากตารางท่ี 3 เป็นข้อมลู แสดงจานวนและรอ้ ยละของกล่มุ ตัวอย่างจาแนกตามอาชพี พบว่ามีผตู้ อบ
แบบสอบถามทงั้ หมด 32 คน คดิ เป็นร้อยละ 100.0 สว่ นใหญ่เปน็ นกั ศกึ ษา
จากผลของตวั เลขตามตรางท่ี1,2และ3 ผรู้ ายงานเหน็ วา่ มีความสอดคล้องกับจานวนผู้รับการอบรม ซึ่ง
เป็นนักศึกษา รวมทั้งหมด 32 จากท่ีส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จานวน 26 คน คิดเปน็ ร้อยละ 81.3 รองลงมา คือ
เพศชาย จานวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 18.8 ตามลาดับ จากผลดังกล่าวเห็นว่ามีความสอดคล้องกับ
ปรากฏการณข์ องผู้เข้ารับการอบรมเพราะเปน็ นักศึกษาสาขานาฏศลิ ปท์ ้งั 2 ชน้ั ปี ซ่ึงมผี หู้ ญงิ มากกว่าผู้ชายจริง
12
ตอนท่ี 2 ประเด็นคาถามการประเมนิ และระดับความพงึ พอใจการเขา้ ร่วมสมั มนาการจดั การเรียนรู้
แบบบูรณาการ
ตารางที่ 4 ค่าเฉล่ยี และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานของความพงึ พอใจการเข้าร่วมสมั มนาการจัดการ
เรยี นรแู้ บบบรู ณาการ
ประเดน็ คาถามการประเมินความพงึ พอใจ S.D. x ระดบั ความ
พึงพอใจ
1. เน้ือหาสาระในการสัมมนามีความสาคัญต่ออาชีพผู้เข้าร่วม .49 4.62 มากทส่ี ุด
การสมั มนามากนอ้ ยเพียงใด
2. วิทยากรมีความเหมาะสมกับหัวข้อท่ีบรรยายมากน้อย .48 4.65 มากที่สดุ
เพียงใด
3. ก่อนเข้าร่วมการสัมมนาผู้เข้าร่วมมีความรู้ ความเข้าใจเร่ือง .84 4.43 มากที่สดุ
การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการมากน้อยเพยี งใด
4. หลังเข้าร่วมการสัมมนาผู้เข้าร่วมมีความรู้ ความเข้าใจเร่ือง .48 4.65 มากที่สุด
การเรยี นร้แู บบบรู ณาการมากนอ้ ยเพียงใด
5. การสัมมนาออนไลน์มีความเหมาะสมกับหัวข้อที่บรรยาย .48 4.65 มากที่สุด
มากน้อยเพียงใด
6. ผู้เข้าร่วมการสัมมนาทราบข่าวจากแผ่นโปสเตอร์ .48 4.65 มากทส่ี ุด
ประชาสัมพนั ธม์ ากน้อยเพยี งใด
7. ท่านมีความสะดวกในเร่ืองของการลงทะเบียนกับการ .49 4.62 มากที่สดุ
สมั มนาครัง้ นมี้ ากนอ้ ยเพยี งใด
8. ควรเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ในการสัมมนามากน้อย .55 4.59 มากทส่ี ุด
เพียงใด
9. หัวข้อสัมมนากับระยะเวลาในการสัมมนามีความเหมาะสม .49 4.62 มากที่สดุ
มากน้อยเพียงใด
10. เน้ือหาการสัมมนาในคร้ังนี้มีประโยชน์ในการนาไปปรับใช้ .49 4.62 มากที่สดุ
ในชวี ิตประจาวันมากน้อยเพยี งใด
ภาพรวม =(4.65+4.62
+4.43+...)/10
จากตารางที่ 4 สรุปผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจได้วา่ ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพงึ พอใจในดา้ น
เน้ือหาสาระในการสัมมนามีความสาคัญต่ออาชพี ผู้เข้าร่วมการสัมมนาอยู่ในระดบั ความพึงพอใจมากที่สุดมาก
ที่สดุ โดยมคี ะแนนเฉลยี่ 4.62 อยใู่ นระดับความพึงพอใจมากท่ีสุดมากท่ีสุด วทิ ยากรมีความเหมาะสมกับหัวข้อ
ที่บรรยาย อยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีคะแนนเฉล่ีย 4.65 ก่อนเข้าร่วมการสัมมนาผู้เข้าร่วมมี
13
ความรู้ ความเข้าใจเร่ืองการเรียนรู้แบบบูรณาการอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีคะแนนเฉล่ีย 4.43
หลังเขา้ ร่วมการสมั มนาผูเ้ ขา้ รว่ มมคี วามรู้ ความเขา้ ใจเรอ่ื งการเรียนรูแ้ บบบูรณาการ อยูใ่ นระดบั ความพึงพอใจ
มากท่ีสุด โดยมีคะแนนเฉล่ีย 4.65 การสัมมนาออนไลน์มีความเหมาะสมกับหัวข้อที่บรรยายอยู่ในระดับความ
พึงพอใจมากท่สี ุด โดยมคี ะแนนเฉลีย่ 4.43 ผู้เขา้ รว่ มการสัมมนาทราบข่าวจากแผ่นโปสเตอร์ประชาสัมพนั ธอ์ ยู่
ในระดับความพงึ พอใจมากที่สุด โดยมีคะแนนเฉล่ีย 4.65 ผู้เข้าร่วมการสัมมนามีความสะดวกในเรื่องของการ
ลงทะเบียนอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีคะแนนเฉล่ีย 4. 62 ควรมีการเพ่ิมช่องทางการ
ประชาสัมพันธ์ในการสัมมนาอยู่ในระดับความพึงพอใจมากท่ีสุด โดยมีคะแนนเฉล่ีย 4.59 หัวข้อสัมมนากับ
ระยะเวลาในการสัมมนามีความเหมาะสมอยู่ในระดับความพึงพอใจมากท่ีสุด โดยมีคะแนนเฉล่ีย 4.62 และ
เน้ือหาการสัมมนาในคร้ังน้ีมีประโยชน์ในการนาไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันอยู่ในระดบั ความพึงพอใจมากท่ีสุด
โดยมคี ะแนนเฉล่ีย 4.62 ตามลาดับ
ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะจากแบบประเมินความพึงพอใจประเด็นที่ 3 ดีมาก อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้อีก เป็น
กิจกรรมท่ีสนกุ และได้ความรู้ เป็นการอบรมท่ีสนกุ และควรให้มกี ารอมบรมเเบบนอี้ ีก
บทสรปุ
การจัดโครงการสัมมนาวิชาการ เร่ืองการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการ
จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการกับนักศึกษาและเพื่อตรวจสอบความพึงพอใจ ของการสัมมนาเร่ืองการ จัดการ
เรียนรู้แบบบรู ณาการสาหรับนาใช้เป็นแนวทางพัฒนา ปรับปรุงการปฏิบัตกิ ิจกรรมการจัดสัมมนาทางวิชาการ
ในลาดับต่อไป ดาเนินการจัดสัมมนาเม่ือวันที่ 16 กันยายน 2564 ต้งั แตเ่ วลา 16.30 น.-18.30 น. โดยมี
วิทยากรคืออาจารย์ญาดา จุลเสวก ประธานหลักสูตรนาฏศิลป์ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรธี รรมราช ผลจากการจดั กจิ กรรมผรู้ ายงานจะสรุปเป็น2ประเดน็ คือ
ประเด็นท่ี1 การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ คือ การผสมผสานกระบวนความรู้หรือศาสตร์องค์
ความรู้ของรายวิชาตั้งแต่ 2แขนงข้ึนไปนามาจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงหัวข้อหรือเนื้อหาสาระ
สาขาวิชาต่างๆที่มีความสัมพันธ์เก่ียวข้องกันมาผสมผสานเข้าด้วยกันเพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความรู้แบบองค์รวมมี
ความหลากหลาย ซ่ึงเปา้ หมายในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ เพื่อต้องการให้ผู้เรียนสามารถนาความรู้ท่ี
ได้มาเชื่อมโยงเข้ากับชีวิตจริงและเพ่ือขจัดความซ้าซ้อนของเนื้อหาต่างๆเป็นการลดภาระของผู้เรียนและลด
ภาระของผู้สอน รูปแบบการบูรณาการกิจกรรมต่าง ๆ ในการเรียนการสอนที่สาคัญๆสามารถแยกออกได้เป็น
2ประเด็นใหญ่ๆก็คือ การบูรณาการภายในกลุ่มวิชาหรือว่าสาขาวิชาเดียวกันและการบูรณาการระหว่าง
รายวิชา เช่นการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นต้น แนวทางการจัดการเรียนรู้
แบบูรณาการนจ้ี ะสะทอ้ นให้เห็นการเชอ่ื มโยงผลการเรยี นร้ขู องผู้เรียนในภาพรวมของการจดั การเรียนรไู้ ดอ้ ย่าง
มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากข้ึน โดยสนองตอบเป้าหมายที่สาคัญคือ เพื่อเป็นการลดภาะระงานของ
นักเรียนและเพ่ือลดภาระงานของครูและเพ่ือให้นักเรียนสามารถนาเอาความรู้จากสาขาวิชาต่างๆมาเช่ือมโยง
14
เข้ากับชีวิตจริงและทาให้นักเรียนสามารถแก้ไขปัญหาในชีวิตได้ ทาให้นักเรียนเกิดการสร้างสรรค์การทางานมี
กระบวนการทางานและมสี ว่ นรว่ มในประสบการณ์ชวี ิตจริง
ประเด็นที่2 สรุปและรายงานผลจากแบบประเมินความพึงพอใจ พบว่าผู้เข้าร่วมท้ังหมด32คนส่วน
ใหญ่เป็น เพศหญิงมากกว่าเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 83.3 ซ่ึงอยู่ในช่วงอายุ 19-23 ปี ร้อยละ 100 ประเด็น
ดงั กลา่ วมคี วามสอดคลอ้ งกบั ปรากฏการณ์ของผู้เข้ารับการอบรมเพราะเป็นนักศึกษาสาขานาฏศิลป์ทั้ง 3 ชนั้ ปี
ซึ่งมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายจริง ผลการวัดความพึงพอใจ จากข้อคาถาม 10 ข้อ ประกอบด้วย 1.เนื้อหาสาระใน
การสัมมนา 2.วิทยากรมีความเหมาะสมกับหัวข้อที่บรรยาย 3.ความรู้ ความเข้าใจเร่ืองการจัดการเรียนรู้แบบ
บูรณาการก่อนเข้าร่วมการสัมมนา 4.ความรู้ ความเข้าใจเร่ืองการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ หลังเข้าร่วม
การสัมมนา 5.การสัมมนาออนไลน์มีความเหมาะสมกับหัวข้อที่บรรยาย 6.การทราบข่าวจากแผ่นโปสเตอร์
ประชาสัมพันธ์ 7. ความสะดวกในเร่ืองของการลงทะเบียน 8.การเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ 9.ความ
เหมาะสมของหัวข้อสัมมนากับระยะเวลาในการสัมมนา 10. เน้ือหาการสัมมนามีประโยชน์ในการนาไปปรับใช้
ในชีวิตประจาวัน ผลการวัดความพุงพอใจพบว่า ประเด็นท่ีอยู่ในระดับมากท่ีสุดมี 1 ประเด็น คือ วิทยากรมี
ความเหมาะสมกับหัวข้อท่ีบรรยาย ความรู้ ความเข้าใจเร่ืองการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการหลังเข้าร่วมการ
สัมมนา การสัมมนาออนไลน์มีความเหมาะสมกับหัวข้อท่ีบรรยาย และการทราบข่าวจากแผ่นโปสเตอร์
ประชาสัมพันธ์ มีค่า x=4.65 อยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด รองลงมาคือประเด็น เน้ือหาสาระในการ
สัมมนา ความสะดวกในเรือ่ งของการลงทะเบียน ความเหมาะสมของหัวข้อสมั มนากับระยะเวลาในการสัมมนา
และเนื้อหาการสัมมนามีประโยชน์ในการนาไปปรับใชใ้ นชวี ิตประจาวัน มีค่า x=4.62 และประเดน็ ท่ีมีความพงึ
พอใจน้อยที่สุดคือ การเพ่ิมช่องทางการประชาสัมพันธ์ มีค่า x=4.59 และความรู้ ความเข้าใจเรื่องการจัดการ
เรียนรู้แบบบูรณาการกอ่ นเขา้ ร่วมการสัมมนา การเพิ่มช่องทางการประชาสมั พันธ์ มคี า่ x=4.43
References
ธรี ชยั ปุรณโชติ. (2540). “การสอนแบบบูรณาการ ทัศนะการเรียนของผู้เช่ียวชาญ”. คู่มือ ฝึกอบรมเพื่อ
พัฒนาการเรียนการสอนแบบหน่วยบูรณาการวิชาการคณิตศาสตร์และ วิทยาศาสตร์.หน้า 82-83.
กรงุ เทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.
ธารง บัวศรี. (2532). ทฤษฎหี ลกั สตู รการออกแบบและพฒั นา. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ครุ สุ ภา ลาดพรา้ ว.
ไ พ โ ร จ น์ เ นี ย ม น า ค .( 2 5 5 4 ) .ก า ร จั ด สั ม ม น า .เ ข้ า ถึ ง เ ม่ื อ 2564,กั น ย า ย น : 28จ า ก
https://coggle.it/diagram/YJvaZUneslllISPC
พมิ พันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดสี ุข. (2551). ทักษะ 5C เพ่ือการพัฒนาหน่วยการเรียนรู้และการจัดการ
การสอนแบบบรู ณาการ. กรุงเทพฯ. โรงพมิ พจ์ ฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
วัฒนาพร ระงับทกุ ข.์ (2542). แผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง. กรุงเทพฯ : แอลพี เพรส.
วเิ ศษ ชนิ วงศ์. (2544). “การจดั การเรยี นการสอนแบบบูรณาการ”. วารสารวชิ าการ. 4(5) : 22-29.
15
สริ พิ ัชร์ เจษฎาวิโรจน์. (2546).การจัดการเรยี นการสอนแบบบูรณาการ.กรงุ เทพฯ : บุค๊ พอยท.์
สมุ านนิ รุง่ เรืองธรรม. (2522).กลวธิ ีการสอน. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์รุง่ เรอื งธรรม.
สานักคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2540:7). แผนงานหลักที่ 4 การผลิตและพัฒนา กาลังคน ด้าน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านสังคมศาสตร์ในแผนพัฒนา การศึกษาแห่งชาติ ฉบับท่ี 4
(พ.ศ.2540-2544).
สงดั อุทรานันท์. (2529). การจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : ภาควิชาการ
บรหิ ารการศกึ ษา. จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
อัจฉรา สารัตนะ. (2542).การศึกษาแบบบูรณาการ (Integration Education). วารสารส่งเสริม
ประสทิ ธภิ าพการสอน. 8(3), 36-37
อัจฉรา ชวี พันธ์. (2538). “สอนอย่างไรใหบ้ รู ณาการ”. การศึกษา กทม. 19(2): 27-31.
อรทัย มูลคา และคณะ. (2542). การบูรณาการหลักสูตรและการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียน เป็น
ศูนย์กลาง. พิมพ์ครั้งท่ี 3. กรุงเทพฯ : ทีพี พร้ินท์จากัด.Lardizabal, Amparo S. and other.
(1970:142). Methods and Principles of Teaching. Quezon City:Alemar-Phoenix.
ผเู้ ขยี น
นางสาวร่งุ ทวิ า เบญจาธิกลุ
นกั ศึกษาปริญญาตรี คณะครุศาสตร์
สาขาวชิ านาฏศลิ ป์
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั นครศรีธรรมราช
เลขที่ 1 หมทู่ ่ี 4 ตาบลท่างิ้ว อาเภอเมอื ง
จงั หวดั นครศรีธรรมราช 80280
E-mail: [email protected]
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธีรวัฒน์ ช่างสาน
อาจารยผ์ ูส้ อนรายวิชาการสัมมนาทางวชิ าการนาฏศิลป์
มหาวิทยาลัยราชภฏั นครศรธี รรมราช
เลขท่ี 1 หมทู่ ี่ 4 ตาบลท่างว้ิ อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรธี รรมราช 80280
E-mail:
16
17