คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ SD-LAB-04 คณะกรรมการความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า มีนาคม 2566
ค าน า ความปลอดภัยถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินการต่างๆในห้องปฏิบัติการ บุคลากรที่ทำงานใน ห้องปฏิบัติการจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ห้องปฏิบัติการอย่างถูกต้องเหมาะสมตามมาตรฐานความ ปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ อีกทั้งยังต้องรู้จักป้องกันตนเอง ผู้ร่วมงานและการรักษาสภาพแวดล้อมสถานที่ปฏิบัติงาน ให้มีความปลอดภัยต่อบุคคลอื่นด้วย ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันพบว่ายังมีการระบาดของโรคใหม่ๆเพิ่มขึ้น ความรู้ในการ ใช้อุปกรณ์เครื่องมือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นจึงมีความสำคัญ หากมีอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นจาก การปฏิบัติงานจะส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานและคุณภาพชีวิตของบุคลากรได้ จึงต้องมีแนวทางในการดำเนินงาน ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน โดยมีเป้าหมายที่ความปลอดภัยของทุกคน คณะกรรมการความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกแกล้า มีนาคม 2566
สารบัญ หน้า คำนำ สารบัญ บทที่ 1 หลักการบริหารจัดการความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ 1 1.1 จัดทำแผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการ 1.2 การฝึกอบรมบุคลากร 1.3 การตรวจสอบอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย 1.4 การตรวจสอบระบบการดำเนินงานด้านความปลอดภัย 1.5 การแก้ไขและพัฒนางานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง บทที่ 2 มาตรฐานความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ 2.1 วิธีปฏิบัติ/ เทคนิคที่ดีทางห้องปฏิบัติการ (Good Laboratory Practice; GLP) 2.2 ระดับความปลอดภัยทางชีวภาพของห้องปฏิบัติการ (Biosafety level. BSL) 2.3 การจัดแบ่งพื้นที่ภายในห้องปฏิบัติการ 4 บทที่ 3 อุปกรณ์เครื่องมือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 16 3.1 ด้านห้องปฏิบัติการ/สภาพแวดล้อม 3.2 ด้านบุคลากร (PPE/Training) 3.3 ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First aid kit) 3.4 ชุดทำความสะอาด กำจัด/ทำลายสารเคมี (Spill kit)และสารชีวภาพติดเชื้อ บทที่ 4 ความปลอดภัยด้านสารเคมี 49 บทที่ 5 ความปลอดภัยด้านอัคคีภัยและไฟฟ้า 59 บทที่ 6 การจัดการขยะและการทำลายเชื้ออันตราย/ของเสียทางห้องปฏิบัติการ 77 บทที่ 7 ความปลอดภัยสำหรับงานบริการทางเทคนิคการแพทย์ ในสถานการณ์การ ระบาดของโรค Coronavirus Disease 2019(COVID-19) 83 บทที่ 8 การตรวจติดตามระบบความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 92 เอกสารอ้างอิง ภาคผนวก I แผนดำเนินการด้านความปลอดภัยกลุ่มงานเทคนิคการแพทย์
สารบัญ หน้า ภาคผนวก II แผนผังห้องปฏิบัติการกลาง (Central Lab) ชั้น5 กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ III แผนผังห้องเจาะเลือด ชั้น2 กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ IV แผนผังห้องปฏิบัติการศูนย์ความเป็นเลิศด้านมะเร็ง ตึกมะเร็งชั้น2 V เส้นทางหนีไฟกลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ชั้น5 VI เส้นทางหนีไฟห้องเจาะเลือด ชั้น2 VII เส้นทางหนีไฟห้องปฏิบัติการศูนย์ความเป็นเลิศด้านมะเร็ง ตึกมะเร็งชั้น2 VIII ตารางตรวจสอบอุปกรณ์ภายในกล่อง First Aid Kit IX ตารางตรวจสอบอุปกรณ์ภายในกล่อง Chemical spill kit X ตารางตรวจสอบอุปกรณ์ภายในกล่อง Biological spill kit XI แผน/กิจกรรมป้องกันและระงับอัคคีภัย
1 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ บทที่1 หลักการบริหารจัดการความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ ห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์เป็นสถานที่ทำงานที่มีทั้งบุคลากร เครื่องมือและสิ่งอำนวยความสะดวก ต่างๆทางห้องปฏิบัติการเป็นจำนวนมาก ซึ่งการปฏิบัติงานนั้นแยกเป็นหน่วยงานต่างๆตามภารกิจของงาน การใช้ แนวทางการปฏิบัติร่วมกันทำให้การดำเนินงานต่างๆด้านความปลอดภัยบรรลุเป้าหมาย เพื่อให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ของนโยบายคุณภาพความเสี่ยงและความปลอดภัยของผู้รับบริการและผู้ให้บริการของโรงพยาบาล พระปกเกล้า ขั้นตอนการด าเนินการ 1.1 จัดท าแผนการด าเนินงานด้านความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการ 1.1.1 การแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ได้จัดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของ ห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์(LSO) ตอบสนองภารกิจในการดูแลและควบคุมระบบงานด้านความปลอดภัย ในหน่วยงาน ให้เป็นไปตามนโยบายคุณภาพความเสี่ยงและความปลอดภัยของผู้บริหารระดับสูงของ โรงพยาบาล ในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของบุคลากรทาง ห้องปฏิบัติการ 1.1.2 การจัดทำแผนการดำเนินงานประจำปี เพื่อให้การดำเนินการด้านความปลอดภัยมีการบริหารจัดการที่เป็นไปตามเป้าหมาย จึงได้จัดให้มี แผนการดำเนินงานประจำปีและมีการทบทวนนโยบายนี้อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ดังนี้
2 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 1.2 การฝึกอบรมบุคลากร 1.2.1 การฝึกอบรมบุคลากรด้านความปลอดภัย บุคลากรทุกคนในหน่วยงานควรจะได้รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยเป็นประจำทุกปี เพื่อ ส่งเสริมให้บุคลากรได้ตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและสามารถปรับตัวให้เข้ากับ ภาวการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาในปัจจุบัน ซึ่งพบได้ในสถานการณ์การเกิดโรคอุบัติใหม่ จึงมี ความจำเป็นที่บุคลากรที่ปฏิบัติงานภายในห้องปฏิบัติการจะต้องมีการทบทวนทักษะในการป้องกันตนเอง อยู่เสมอ ดังนี้ การป้องกันตนเองโดยใช้หลัก Universal precaution การสวมใส่และการถอดอุปกรณ์ป้องกันร่างกาย(PPE) เช่น หน้ากากอนามัย ชุด Cover all การบรรจุและการนำส่งสิ่งส่งตรวจอันตราย โดยใช้หลักการบรรจุตัวอย่างตรวจในภาชนะ 3 ชั้น(The triple packing system) การปฏิบัติงานตามระบบ(Work flow)ความปลอดภัยของแต่ละงาน การใช้งานเครื่องมือต่างๆภายในห้องปฏิบัติการ การกำจัดและทำลายสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ การแก้ไขปัญหาเมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น 1.2.2 ทบทวนการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินประจำปี เช่น การซ้อมแผนอัคคีภัยของโรงพยาบาลหรือการซ้อมแผน หนีไฟของหน่วยงานย่อยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
3 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 1.3 การตรวจสอบอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย(จป.) ต้องคอยตรวจสอบความพร้อมใช้ของอุปกรณ์เครื่องมือด้านความ ปลอดภัยที่เกี่ยวข้องเป็นประจำ เพื่อพร้อมรับกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนี้ o ป้ายเตือนช่องทางหนีไฟ o สัญญาณเตือนระบบป้องกันอัคคีภัย o ห้องล้างตัว ล้างตา o ถังดับเพลิง o ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น o ชุดทำความสะอาดเมื่อมีการหกหล่นของสารเคมีหรือสารชีวภาพ 1.4 การตรวจสอบระบบการด าเนินงานด้านความปลอดภัย 4.1 การเยี่ยมสำรวจจากหน่วยงานภายนอก เช่น งานเกี่ยวกับโรคติดเชื้อ(IC) งานอาชีวอนามัย และงาน สิ่งแวดล้อม 4.2 การตรวจสอบโดยหน่วยงานภายใน เช่น หน่วยงานต่างๆที่อยู่ในสายงานเดียวกันในลักษณะไขว้กันตรวจ 1.5 การแก้ไขและพัฒนางานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง นำผลจากการทบทวนและติดตามแก้ไขการดำเนินงานของระบบความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ มา พัฒนาปรับปรุงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าและมีการควบคุมดูแลระบบความปลอดภัย ทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ต่อผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการและเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม
4 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ บทที่2 มาตรฐานความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 2.1 วิธีปฏิบัติ/ เทคนิคที่ดีทางห้องปฏิบัติการ (Good Laboratory Practice; GLP) 2.1.1 ระเบียบ/วิธีปฏิบัติมาตรฐานในห้องปฏิบัติการ(Standard Practices) ห้าม! ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้า-ออก และประตูห้องปฏิบัติงานควรปิดอยู่เสมอขณะปฏิบัติงาน ห้าม! ดื่ม กิน สูบบุหรี่ ใช้เครื่องสำอาง หรือใส่คอนแทคเลนส์ในห้องปฏิบัติการ ห้าม! ใช้ปากดูดไปเปตในการดูดสารละลายทุกชนิด ห้าม! สวมเครื่องประดับที่รุงรัง ห้าม! สวมเครื่องแต่งกายที่รุ่มร่าม ห้าม! ปล่อยผมยาว ต้องรวบหรือสวมหมวกคลุมผม ห้าม! เล่นหรือหอกล้อกันขณะปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ ห้าม! ใส่PPE ออกนอกห้องปฏิบัติการ ห้าม! จับตา จมูก ฯลฯ หรืออุปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น ประตู โทรศัพท์ ขณะสวมถุงมือ ต้อง ทำความสะอาดลดการปนเปื้อนพื้นที่ปฏิบัติงาน/ เครื่องมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลังการทำงาน ต้อง เลือกและใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล(PPE)ที่เหมาะสมทุกครั้งขณะปฏิบัติงาน ต้อง ใส่แว่นตาป้องกัน ในกรณีที่ใส่คอนแทคเลนส์ ต้อง เปลี่ยนถุงมือทุกครั้งหลังเปื้อน/ ขาด และทิ้งเป็นขยะติดเชื้อ ต้อง ต้องปฏิบัติงานในตู้ปราศจากเชื้อ (Biological safety cabinet; BSC) สำหรับทุกขั้นตอนที่อาจ ก่อให้เกิดการฟุ้งกระจายของสิ่งปนเปื้อนเชื้อ ต้อง! ล้างมืออย่างเหมาะสม/ ใช้แอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ หลังถอดถุงมือ
5 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ วิธีการล้างมือ ที่มา : https://www.bing.com/images/blob?bcid=r0gvDHERZRUFdK5m4j6pDIuzHqc0.....xg 2.1.2 ระเบียบ/วิธีปฏิบัติเฉพาะ ในห้องปฏิบัติการ(Special Practices) o ต้อง ปฏิบัติการเข้า-ออกห้องปฏิบัติการ(Access control)อย่างเหมาะสม o ต้อง สวมใส่-ถอด PPEอย่างเหมาะสม o ต้อง จัดการกับของมีคมอย่างเหมาะสม o ต้อง ใช้เครื่องมือที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม o ต้อง จัดการกรณีเกิดการหกกระเด็นของจุลชีพอย่างเหมาะสม(Biological Spill Decontamination) o ต้อง จัดการขยะติดเชื้ออย่างเหมาะสม o ต้อง จัดการทำลาย/ ลดการปนเปื้อนเชื้ออย่างเหมาะสม(Disinfection& Sterilization) o ต้อง จัดการขนส่งวัสดุติดเชื้ออย่างเหมาะสม
6 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 2.2 ระดับความปลอดภัยทางชีวภาพของห้องปฏิบัติการ (Biosafety level, BSL) แบ่งออกได้4 ระดับตาม การดำเนินการกับกลุ่มเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์เพื่อเป็นมาตรการในการป้องกันหรือลดโอกาสการติดเชื้อ ของผู้ปฏิบัติงาน ผู้เกี่ยวข้องและการแพร่กระจายเชื้อสู่สิ่งแวดล้อม 2.2.1 Biosafety level 1 (BSL1) เหมาะสําหรับการเรียน การสอน และงานวิจัยพื้นฐานเกี่ยวกับจุลชีพ ที่ไม่ก่อให้เกิดโรคต่อผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม 2.2.2 Biosafety level 2 (BSL2) เหมาะสําหรับงานวิจัยการตรวจวินิจฉัยและการตรวจวิเคราะห์ เบื้องต้นที่เกี่ยวกับจุลชีพก่อโรคในมนุษย์หรือในสัตว์แต่ไม่รุนแรง 2.2.3 Biosafety level 3 (BSL3) เหมาะสําหรับการปฏิบัติงานตรวจวินิจฉัย งานสอน งานค้นคว้าวิจัย เกี่ยวกับจุลชีพที่เป็นสาเหตุก่อโรคที่รุนแรง อาจทำให้เสียชีวิต 2.2.4 Biosafety level 4 (BSL4) ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลของหน่วยงานระดับชาติ เนื่องจากเป็นอันตราย มีความเสี่ยงต่อบุคคลและสิ่งแวดล้อมสูงมาก การจ าแนกจุลชีพตามกลุ่มเสี่ยง(Risk group; RG) ได้แบ่งเชื้อโรคออกเป็น 4 กลุ่มคือ กลุ่มที่1. กลุ่มเสี่ยงน้อยหรืออันตรายน้อย กลุ่มที่2. กลุ่มเสี่ยงปานกลางหรืออันตรายปานกลาง กลุ่มที่3. กลุ่มเสี่ยงสูงหรืออันตรายสูง กลุ่มที่4. กลุ่มเสี่ยงสูงมากหรืออันตรายสูงมาก ความสัมพันธ์ระหว่าง Risk group จะสอดคล้องกับ BSL RG Biosafety level Laboratory Type RG-1 BSL-1 Basic teaching, research RG-2 BSL-2 Primary health services, diagnostic/ research RG-3 BSL-3containment Special diagnostic services, research RG-4 BSL-4 Max.containment Dangerous pathogens ที่มา : บุญช่วย เอี่ยมโชคลาภ. Laboratory Biosafety.การอบรมความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ.2559.
7 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 2.3 การจัดแบ่งพื้นที่ภายในห้องปฏิบัติการ การจัดวางผังห้องและการกำหนดขนาดของห้อง/พื้นที่ปฏิบัติงานนั้น กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ ได้แบ่งแยกพื้นที่ปฏิบัติการตามภารกิจหลักเป็นหน่วยงานต่างๆดังนี้ 2.3.1 พื้นที่ปฏิบัติการ 2.3.1.1 ห้องปฏิบัติการชั้น5 ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการกลาง : มีการปฏิบัติงานของงานรับสิ่งส่งตรวจ งานภูมิคุ้มกันวิทยาและเคมีคลินิก งานจุล ทรรศนศาสตร์และโลหิตวิทยา อยู่ตึกประชาธิปกศักดิเดชน์ชั้น5 ให้บริการแลปทั่วไปและแลปพิเศษ งานจุลชีววิทยา : อยู่ตึกประชาธิปกศักดิเดชน์ชั้น5 (รวมทั้งห้องขูดเชื้อรา) งานอณูชีววิทยา : อยู่ตึกประชาธิปกศักดิเดชน์ชั้น5 รวมกับห้องตรวจViral load,CD4และ แลปส่งต่อ ภายนอก งานคลังพัสดุกลาง กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์: อยู่ตึกประชาธิปกศักดิเดชน์ชั้น5 ห้องส านักงาน กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ อยู่ตึกประชาธิปกศักดิเดชน์ชั้น5 ประกอบด้วย -ห้องหัวหน้ากลุ่มงาน - ห้องธุรการ (เวียนหนังสือ จัดเก็บรายได้จากโรงพยาบาลลูกข่าย ถ่ายและทำสำเนาเอกสาร) - ห้องประชุม
8 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ ห้องล้างอุปกรณ์ อยู่ตึกประชาธิปกศักดิเดชน์ชั้น5 ห้องเตรียมน้ ายาเคมี(Toxicologyเดิม) สำหรับเตรียมน้ำยางานตรวจบางชนิด เช่น เตรียมภาชนะ สำหรับเก็บตัวอย่างสารน้ำชนิดต่างๆของร่างกาย, น้ำยาตรวจไขกระดูก, น้ำยาตรวจหาปรสิตในเลือดและ น้ำเหลือง ฯลฯ 2.3.1.2 งานเจาะเลือดชั้น 2 ประกอบด้วย 2.3.1.2.1 งานเจาะเลือด ชั้น2 หมายเลข 224 : อยู่ตึกประชาธิปกศักดิเดชน์ชั้น2 (ให้บริการเจาะเลือด มี จุดพักรอของผู้ป่วย จุดเจาะเลือด ห้องน้ำสำหรับเก็บตัวอย่างตรวจอื่นจากผู้ป่วยนอกและงาน เจาะเลือดแลปนอก) 2.3.1.2.2 งานเจาะเลือด ชั้น2 หมายเลข 237อยู่ด้านหน้าตึกประชาธิปกศักดิเดชน์ชั้น2 ใกล้กับ หน่วยงานรังสีให้บริการเจาะเลือดผู้ป่วยรถนั่ง รถนอน = ต าแหน่งที่อยู่ 2.3.1.3 ห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์โรงพยาบาลเมือง : อยู่ด้านหลังโรงพยาบาล บริการแลปทั่วไป ในเขตอำเภอเมือง แผนผังพื้นที่ห้องปฏิบัติการ ชั้น2
9 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 2.3.1.4 ห้องปฏิบัติการศูนย์ความเป็นเลิศด้านมะเร็ง :อยู่อาคารมะเร็งชั้น2 ให้บริการด้านการแพทย์แม่นยำ แลป ทั่วไปสำหรับผู้ป่วยในตึกมะเร็ง และเป็นจุดเจาะเลือดนอกเวลา(วันเสาร์)เพื่อลดความแออัดตามนโยบายของ รัฐบาล 2.3.2 พื้นที่สันทนาการ เป็นพื้นที่เอนกประสงค์ สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานนอกเวลาราชการและพักผ่อนในเวลา กลางวัน มี lockers สำหรับเจ้าหน้าที่และนักศึกษาฝึกงาน มีห้องน้ำแยกสำหรับเพศชายและเพศหญิง มีห้องพักชั่วคราวสำหรับผู้เตรียมพร้อมขึ้นปฏิบัติการนอกเวลาราชการ หมายเหตุ : 1. ทุกพื้นที่ในกลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ได้ใช้ระบบจัดการ 5ส เพื่อให้หน่วยงานเป็นสถานที่พร้อมสำหรับการ ให้บริการ มีความสะอาด สะดวก ปลอดภัยและผู้รับบริการพึงพอใจ 2. การจัดวางผังห้องปฏิบัติการ - มีการจัดวางเครื่องมือให้สัมพันธ์กับทิศทางการไหลของงาน - ระบบไฟฟ้า ต้องต่อกับระบบสายดิน และมีระบบสำรองไฟฟ้าสำหรับเครื่องมือสำคัญ 3. มีการแยกพื้นที่บริเวณปฏิบัติงานและบริเวณเก็บเอกสารจากกัน เป็นเขตติดเชื้อและเขตสะอาด แผนผัง
10 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 4. นำระบบLEAN มาใช้เพื่อให้เกิดคล่องตัวในงานและลดเวลาที่ไม่จำเป็นลง 5. พื้นที่ปฏิบัติงานมีสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ดีต่อการปฏิบัติงาน ปราศจากแสง เสียงและอุณหภูมิที่ไม่ เหมาะสม และบริเวณพื้นที่ต่างระดับ มีการทำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ให้เห็นชัดเพื่อป้องกันการเกิด อุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน 2.4 Ergonomics ใช้หลักการยศาสตร์(Ergonomics)หรือปัจจัยมนุษย์วิศวกรรม (Human Factors Engineering) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมในสภาวะการทำงานต่างๆ โดยการประยุกต์หลักการทาง วิทยาศาสตร์ชีวภาพของมนุษย์มาประสานเข้ากับองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมและกลศาสตร์เพื่อนำมา ออกแบบและจัดสภาพการปฏิบัติงานให้เกิดความเหมาะสมกับความสามารถและข้อจำกัดของร่างกาย ผู้ปฏิบัติงาน ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและ สุขภาพอนามัยของผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญเพื่อให้เกิดความสะดวกสบายและมีคุณภาพชีวิตในการ ทำงานที่ดีไม่เกิดความเมื่อยล้าและลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงานลง การปรับระบบ สิ่งแวดล้อมและเครื่องมือการทำงาน ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหา สุขภาพแก่เจ้าหน้าที่ได้ เช่น สภาพการทำงานที่ไม่เหมาะสม จากแสงสว่าง, เสียงดัง, อุณหภูมิ, ความ สั่นสะเทือน, ความเร็วของเครื่องจักร, งานซ้ำซากจำเจ เป็นสาเหตุที่นำไปสู่การบาดเจ็บจากการทำงาน ปัญหาที่พบได้ เช่น การประสบอันตรายจากการยกหรือเคลื่อนย้ายของหนัก การประสบอันตรายจาก ท่าทางการทำงาน อาการเจ็บป่วยจากการเคลื่อนย้ายของหนักหรือจากท่าทางการทำงาน การจัดท่าทางการท างานที่เหมาะสมกับงาน ลดอาการปวดคอ ปวดหลังที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรค Office syndrome ท่านั่งที่ถูกวิธี ที่มา: https://www.elifegear.com/wp-content/uploads/2021/08/111-800x418.jpg
11 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ ที่มา : https://th.bing.com/th/id/OIP.nVsoxUH9hOfM8v4XN_L0TgHaEH?pid=ImgDet&rs=1 การถนอมสายตาเมื่อต้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ในช่วงเวลาการทำงานทุก 2ชั่วโมงให้พักสายตาอย่างน้อย 15 นาทีโดยการปฏิบัติดังนี้ 1.พักงานที่ทำไว้ แล้วออกไปรับอากาศสดชื่นข้างนอกห้อง 2.พื้นที่สบายตา หาอะไรก็ได้ที่เป็นสีเขียว เช่น ต้นไม้เล็กๆ หรือรูปภาพ ที่มองแล้วสบายตา มาไว้ที่โต๊ะ ทำงาน เพื่อเป็นจุดพักสายตา 3.หลับตา แล้วเกลือกตาไป-มา สักพักหนึ่ง เพื่อเป็นการพักสายตา 4.อย่าขาดน้ำ ให้ดื่มน้ำตามหลักที่ควรจะดื่มต่อวัน เป็นผลดีต่อสุขภาพ และทำให้ดวงตาเราสดชื่นด้วย 5.นวดตาแก้ปวด โดยการนวดแบบทวนเข็มนาฬิกาทีละข้าง 5-10 นาที ช่วยคลายกล้ามเนื้อ จากการ มองจอเป็นเวลานาน การยืดกล้ามเนื้อแก้ปวดเมื่อย 5 ท่ายืดเส้น คลายกล้ามเนื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดที่เกิดจากการนั่งทำงานนานๆ 1. ยืดกล้ามเนื้อไหล่
12 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ ที่มา:https://static.thairath.co.th/media/ ลุกขึ้นมายืนตัวตรง จากนั้นยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นเหนือศีรษะ ประสานมือไว้ด้วยกันด้านบนแล้วเอนศีรษะมาด้านหน้า จนรู้สึกตึงที่คอ ไหล่ ค้างไว้ 15 วินาทีค่อยคลาย ทำประมาณ 3 รอบ 2. ยืดข้างล าตัว ที่มา:https://static.thairath.co.th/media/
13 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ ยืนตัวตรง จากนั้นยกมือขึ้นสุดแขน 1 ข้าง แล้วเอียงตัวให้สุดจนรู้สึกตึง ค้างไว้ 15 นาที แล้วคลาย จากนั้นค่อยเปลี่ยนข้าง ทำสลับกันข้างละ 3 รอบ 3. ยืดหลัง-เอว ที่มา: https://static.thairath.co.th/media/ ก่อนอื่นเริ่มจากยืนตัวตรง กางขาออกเล็กน้อยประมาณช่วงไหล่ จากนั้นเอามือจับที่เอว แล้วเอนตัวไปด้านหลัง ค้างไว้ 15 วินาที แล้วคลายออกกลับมายืนตัวตรง ทำ 3 รอบ
14 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 4. ยืดกล้ามเนื้อคอ ที่มา: https://static.thairath.co.th/media/ สำหรับคนที่นั่งทำงานจนปวดคอ เริ่มจากยืนหลังตรง เอามือทั้ง 2 ข้างจับไว้ที่ต้นคอ แล้วก้มหน้าลงให้สุดพร้อมกับเอามือกดไว้ ค้างไว้ 15 วินาที แล้วคลายออก 5. ยืดคอ-ไหล่ ที่มา:https://static.thairath.co.th/media/ เมื่อต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ อาจจะมีอาการปวดคอ ปวดไหล่ ให้นั่งหลังตรง แล้วยกแขนอ้อมไปจับที่บริเวณหูอีกข้าง สมมติว่าใช้แขนขวาให้เอื้อมไปแตะหูซ้าย
15 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ กดศีรษะไปให้มากที่สุดนรู้สึกตึง แล้วคลายออกเพื่อเปลี่ยนข้าง ทำข้างละ 15 วินาที ข้างละ 3 รอบ
16 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ บทที่3 อุปกรณ์เครื่องมือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 3.1 ด้านห้องปฏิบัติการ/สภาพแวดล้อม 3.1.1 ระบบระบายอากาศ (Ventilation) ห้องปฏิบัติการที่มีการใช้สารเคมีควรมีการระบายอากาศที่ดี การระบายอากาศในห้องปฏิบัติการ โดยทั่วไปไม่ควรน้อยกว่า 6 เท่า ของขนาดห้องต่อชั่วโมง 3.1.2 ตู้ดูดควัน (Fume hood) ใช้สำหรับสารเคมีทำให้เกิดอันตราย มีไอระเหย โดยจะดูดไอสารเคมีออกทางระบบท่อหรือแบบไม่ มีท่อ (ducting system / ductless) ไม่มี HEPA filter ไม่เหมาะกับการทำงานกับเชื้อจุลชีพ ตู้ดูดควันต้องสามารถดูดอากาศได้ไม่น้อยกว่า 80-120 ฟุต ต่อนาทีเมื่อฝาตู้(Sash) เปิดที่ระดับ 18 นิ้ว การใช้ตู้ดูดควันควรมีข้อพึงปฏิบัติดังนี้ - ระหว่างปฏิบัติงาน ฝาตู้ดูดควัน ต้องเปิดไม่เกิน 18 นิ้ว - อุปกรณ์/สารเคมีที่ใช้ปฏิบัติงานในตู้ดูดควัน ควรอยู่ห่างจากขอบฝาตู้เข้าไปด้านใน อย่างน้อย 6 นิ้ว - ควรเปิดพัดลมของตู้ดูดควันให้ทํางานตลอดเวลาที่มีสารเคมีอยู่ภายในตู้ดูดควัน - ไม่ควรใช้ตู้ดูดควันเป็นที่เก็บสารเคมี 3.1.3 Laminar flow มี 2 ชนิดแบ่งตามทิศทางการไหลของอากาศในตู้ (Vertical and Horizontal ) อัตรา การไหลของอากาศอย่างน้อย 90 ฟุตต่อนาที อากาศสกปรกจะวิ่งผ่าน HEPA filter ถูกกรองเป็นอากาศ สะอาดและเป่าออกมาบริเวณพื้นที่ทำงาน ปกป้องชิ้นงานแต่ไม่ปกป้องผู้ปฏิบัติงาน เหมาะสำหรับ ชิ้นงานที่ไม่ต้องการให้ปนเปื้อน ไม่ควรใช้กับเชื้อจุลชีพหรือสารเคมีอันตราย 3.1.4 อ่างล้างตา และที่ล้างตัวฉุกเฉิน (Emergency eyewash fountain and safety shower) อ่างล้างตา และที่ล้างตัวฉุกเฉินเป็นอุปกรณ์จําเป็นสําหรับทุกห้องปฏิบัติการ ใช้ในกรณีเกิด อุบัติเหตุสารเคมีอันตรายหกราดตัว หรือกระเด็นเข้าตา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตหรือทุ พลภาพต่อผู้ปฏิบัติงานได้ - สถานที่ติดตั้งอ่างล้างตาและที่ล้างตัวควรอยู่ในระยะห่างไม่เกิน 10 วินาทีจากจุดปฏิบัติงาน ไม่ควร วางสิ่งของกีดขวางเส้นทาง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ควรใช้ระยะเวลาการล้าง ตาหรือล้างตัวไม่ต่ ากว่า 15 นาทีเพื่อให้แน่ใจว่าสารเคมีได้ถูกชะล้างจนหมด อ่างล้างตาควรมีการ ตรวจสอบอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง และควรตรวจสอบที่ล้างตัวอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 3.1.5 อ่างล้างอุปกรณ์(Laboratory sink) ผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการต้องล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด ทุกครั้งภายหลังจากการถอดถุงมือและเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน รวมทั้งเมื่อผิวหนังสัมผัสกับสารเคมี
17 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ อ่างล้างมือยังใช้ในการล้างอุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการที่เปื้อนสารเคมีอีก จึงควรแยกเป็นอ่างล้างมือ สะอาดและอ่างล้างอุปกรณ์แยกกัน 3.1.6 ตู้ชีวนิรภัย (Biosafety cabinet; BSC) ทำงานโดยอาศัยหลักการออกแบบควบคุมทิศทางการไหลของ อากาศภายในตู้มีอุปกรณ์หลักคือ มอเตอร์และ HEPA filter 1. HEPA filter (High Efficiency Particulate Air filter): แผ่นกรองที่มีประสิทธิภาพสูงในการดักจับ อนุภาคเชื้อโรค 2. Blower/fan/motor: พัดลมเพื่อควบคุมการไหลเวียนของอากาศภายในตู้และอากาศที่ไหลผ่าน HEPA filter 3. Laminar flow: ม่านอากาศภายในตู้ที่เคลื่อนที่เป็นแบบทิศทางเดียว ทิศทางการไหลของอากาศ ช่วยในการปกป้องได้ 3 ทางคือ A. Inward airflow เพื่อปกป้องผู้ปฏิบัติงาน B. Downward HEPA filtered laminar flow เพื่อปกป้องสิ่งที่อยู่ในตู้ชีวนิรภัยไม่ให้ปนเปื้อน C. HEPA filtered exhausted air เพื่อป้องกันเชื้อจุลชีพที่อยู่ภายในตู้ไม่ให้ออกไปสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก การใช้ BSC สามารถปกป้องชิ้นงาน ปกป้องผู้ปฏิบัติงาน และปกป้องสิ่งแวดล้อม สามารถใช้ปฏิบัติงานกับ เชื้อจุลชีพก่อโรคได้ สถานที่ติดตั้ง ควรห่างจากแหล่งกำเนิดลม เช่น ประตู หน้าต่าง ทางสัญจร หัวจ่ายลม หัวจ่ายเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น HEPA filter (High Efficiency Particulate Air Filter) แผ่นกรองอากาศทำด้วย ที่เคลือบสารกันน้ำ โดยแผ่นกรองจะถูกพับกลับไปกลับมา ทำหน้าที่ดักจับอนุภาคที่ มีขนาดเล็กกว่ารูของแผ่นกรอง HEPA filter สำหรับใช้ในตู้ชีวนิรภัยจะต้องมีประสิทธิภาพในการกรอง อนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนได้ 99.99% HEPA filter กรองได้แต่อนุภาค ไม่สามารถกรองแก๊สและไอระเหยได้
18 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ ชนิดของตู้ชีวนิรภัย(BSC) มีดังนี้ BSC Class I ปกป้องผู้ใช้งาน (Operator protection) และสิ่งแวดล้อม (Environment protection) เท่านั้นแต่ไม่ ปกป้องชิ้นงาน (Product) ด้วยเหตุนี้จึงไม่ค่อยนิยมใช้กัน มีHEPA filter 1ชุดสำหรับกรองอากาศก่อนออกจากตู้ BSC Class II (นิยมใช้มากที่สุด) ปกป้องผู้ใช้งาน (Operator protection) สิ่งแวดล้อม (Environment protection) และปกป้องชิ้นงาน (Product protection) ตู้Class II ใช้ทํางานกับเชื้อในห้องปฏิบัติระดับความปลอดภัยได้ทั้ง BSL1 BSL2 และBSL3 และยังสามารถ ใช้ทํางานกับเชื้ออันตรายที่ต้องทําในห้องปฏิบัติการ BSL4 โดยต้องสวมชุด Positive pressure personnel suit ร่วมด้วย มีHEPA filter 2 ชุดบริเวณกรองอากาศที่ปล่อยออกจากตู้(Exhaust filter) และกรองอากาศที่จะไหลไป ยังพื้นที่ปฏิบัติงาน(Supply filter) ใช้งานกับเชื้อจุลชีพ ไม่นิยมใช้กับสารเคมีที่ระเหยได้ สามารถใช้กับงานที่ต้องใช้สารเคมีเป็นพิษที่มีปริมาณเล็กน้อย หรือสารกัมมันตรังสีที่มีปริมาณน้อยมาก ซึ่ง ต้องไม่ส่งผลเสียต่องานจากอากาศที่หมุนเวียนมาใช้ แต่ต้องเชื่อมต่อกับระบบระบายอากาศออกผ่านชุดฝา ครอบดูดควัน (Canopy) BSC Class II Type A1 : มีHEPA filter 2 ชุด: Exhaust air และ Supply air ความเร็วลมผ่านหน้าตู้อย่างน้อย 75 ฟุตต่อนาที Blower(พัดลม) ติดตั้งบริเวณด้านล่างตู้ อากาศที่ปนเปื้อนอยู่ภายใต้ Positive air pressure ต้องตรวจสอบการรั่วทุกปี BSC Class II Type A2 : มีHEPA filter 2 ชุด: Exhaust air และ Supply air ความเร็วลมผ่านหน้าตู้อย่างน้อย 100 ฟุตต่อนาที Blower(พัดลม) ติดตั้งบริเวณส่วนบนของตู้ อากาศที่ปนเปื้อนถูกล้อมรอบด้วย Nagative air pressure ป้องกันการรั่วไหลของเชื้อออกนอกตู้
19 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ BSC Class II Type B จำเป็นต้องต่อท่อแบบ Hard-ducted เสมอ เนื่องจากอาศัยพัดลมระบายของอาคารช่วย เพราะ พัดลมภายในตู้ทำหน้าที่ดูดอากาศเข้ากรองผ่าน HEPAปล่อยสู่พื้นที่ปฏิบัติงานเท่านั้น เหมาะกับงานที่มีความเสี่ยงทั้ง Biohazard และChemical Hazard BSC Class II Type B1 มีHEPA filter 2 ชุด: Exhaust air และ Supply air ความเร็วลมผ่านหน้าตู้อย่างน้อย 100 ฟุตต่อนาที Blower(พัดลม) ติดตั้งบริเวณด้านล่างตู้ ต่อท่อแบบ Hard-ducted ปริมาณอากาศออกนอกตู้ 70% BSC Class II Type B2 มีHEPA filter 2 ชุด: Exhaust air และ Supply air ความเร็วลมผ่านหน้าตู้อย่างน้อย 100 ฟุตต่อนาที Blower(พัดลม) ติดตั้งบริเวณส่วนบนของตู้ ต่อท่อแบบ Hard-ducted ปริมาณอากาศออกนอกตู้ 100% BSC Class II Type A1,A2,B1,B2 ที่มา : สิริลดา. เครื่องมือที่มีผลต่อความปลอดภัย.กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์,2565.
20 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ BSC Class III : มีHEPA filter 3 ชุด: Exhaust air(2) และ Supply air(1) ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับเชื้ออันตรายสูง เน้นการปกป้องสิ่งแวดล้อมและผู้ใช้งาน มีโครงสร้างตู้ ที่ปิดสนิทไม่มีการรั่วซึมของแก๊สได้(Gas-tight) และตัวตู้ปิดมิดชิดไม่มีช่องเปิดด้านหน้าตู้มี ช่องเปิดที่มีถุงมือยางที่คงทนพิเศษติดตั้ง ไว้แบบ Gas-tight ด้วยตู้มีส่วนเชื่อมต่อของ Double-doored autoclave สําหรับฆ่าเชื้อเครื่องมือที่จะใช้ภายในตู้โดยที่สิ่งของ ภายในตู้ที่ต้องการทําลายจะถูกส่งผ่าน ภาชนะสําหรับวางเครื่องมือ (Dunk tank) ไปทําลายนอกตู้หรือการนําสิ่งของไปยังพื้นที่ ทํางานภายในตู้ได้ สามารถพ่วงเครื่องมือต่างๆให้เป็นพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่ได้เช่นการต่อพ่วงตู้เย็นชั้นวางสําหรับ Rack ใส่ กรงสัตว์เล็ก กล้องจุลทรรศน์Incubator เป็นต้น เป็นตู้ชีวนิรภัยแบบเดียวที่มีการปิดกั้นทางกายภาพระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับชิ้นงาน (Physical Barrier) โดย สมบูรณ์ สามารถใช้กับเชื้ออันตรายที่ถูกจัดให้ทำงานใน BSL1-4 ได้ ข้อควรปฏิบัติในการใช้งานตู้ชีวนิรภัย ก่อนใช้งาน BSC ควรปรึกษากับหัวหน้างานหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของหน่วยงานเพื่อประเมินความเสี่ยง ของงาน, ศึกษาคู่มือการใช้งานเครื่อง, สวมใส่PPE ที่เหมาะสม, ตรวจสอบว่าตู้ชีวนิรภัยได้รับการตรวจรับรอง และ ตรวจสอบว่า Drain Valve อยู่ในตำแหน่งปิด จากนั้น 1. ล้างมือให้สะอาดสวมถุงมือ 2. เปิดเครื่อง แล้วเปิดกระจกนิรภัยให้สูงตามที่บริษัทผู้ผลิตกำหนด เปิดพัดลม เปิดไฟไว้อย่างน้อย 5-10 นาที ก่อนใช้งาน แล้วตรวจสอบสัญญาณเตือนและทิศทางการไหลของอากาศ 3. ทําความสะอาดพื้นผิวโต๊ะบริเวณใช้งานผนังตู้ภายในด้านข้างและด้านหลังด้วยนํ้ายาฆ่าเชื้อ 70% Alcohol 4. เช็ดพื้นผิวอุปกรณ์ทุกชิ้นด้วยนํ้ายาฆ่าเชื้อ 70% Alcohol ก่อนนําเข้าตู้และวางอุปกรณ์สิ่งของต่างๆทุกชิ้นที่ ต้องการใช้งาน เข้าภายในตู้ 5. แบ่งพื้นที่การทำงานออกเป็น 3ส่วน 5.1 ส่วนที่1 เป็นส่วนสะอาด(วางบริเวณด้านซ้าย) อุปกรณ์จากบริเวณสะอาด (เช่น Steriled test tube, Tip, Plate) 5.2 ส่วนที่ปฏิบัติงานกับตัวอย่างทำงาน(วางตรงกลาง)
21 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 5.3 ส่วนของปนเปื้อน/ขยะ (วางบริเวณด้านขวา) วางถุงแดงทิ้งขยะติดเชื้อ ข้อควรปฏิบัติระหว่างการใช้งาน BSC 1. ก่อนเริ่มงานให้หยุดการเคลื่อนมือ/แขนภายในตู้ไว้ประมาณ 1 นาทีเพื่อให้อากาศที่ไหลเวียนในตู้เป็นม่าน อากาศก่อนหรือ ลดการไหลเวียนของอากาศที่ไม่มีทิศทาง 2. ไม่วางสิ่งของขวางช่องลมด้านหน้าตู้(Front grille) และภายในตู้ด้านหลัง (Rear grille) 3. จัดพื้นที่ทํางานให้อยู่ในตําแหน่งกึ่งกลางตู้หรือประมาณ 4 นิ้วจาก Front grille 4. ลดการเคลื่อนที่มือหรือให้เคลื่อนมืออย่างช้าๆเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนการไหลของอากาศในตู้( Cabinet airflow) 5. เมื่อจะเคลื่อนมือออกมานอกตู้ควรฆ่าเชื้อทําความสะอาดพื้นผิวถุงมือด้านนอกที่สวมอยู่ก่อนและให้เคลื่อนมือ ช้าๆ โดยให้แขนตั้งฉากกับด้านหน้าตู้ 6. ลดการรบกวน Airflow ของตู้จากด้านนอกเช่นการเปิดพัดลมข้างตู้ 7. จัดวางสิ่งของที่จะใช้งานให้แยกส่วนที่ฆ่าเชื้อ (Clean) ออกจากส่วนที่ติดเชื้อ (Dirty) 8. ควรวางถุงแดงทิ้งขยะติดเชื้อหรือถาดทิ้งไปเปตไว้ด้านเหนือภายในตู้ 9. ไม่ควรใช้ตะเกียงแก๊สในตู้เพราะเปลวไฟจะไปรบกวน Supply airflow 10. เมื่อจะเปิด Plate/dish ให้ถือฝา Plate บังไว้เหนือ Plate หรือเอียง Tube/flask ไม่ให้ปากขวดตั้งฉากกับ พื้นที่ทํางาน เป็นเทคนิคที่สามารถป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการปนเปื้อนเชื้อในอากาศที่ไหลจากด้านบน (Downward air) ลงมาปะทะ 11. เมื่อต้องใช้เครื่องมือที่จะรบกวน Airflow เช่น Centrifuge, Blender ควรวางในตําหน่งที่ค่อนไปด้านใน 1/3 ของตู้ ข้อปฏิบัติหลังเลิกใช้BSC 1. เช็ดทําความสะอาดถุงมือที่สวมใส่อยู่ด้วย 70% Alcohol 2. เช็ดพื้นผิวอุปกรณ์ฯทุกชิ้นด้วยนํ้ายาฆ่าเชื้อ 70% Alcohol ก่อนนําออกจากตู้ 3. ถอดถุงมือทิ้งในถุงแดง (อยู่ภายในตู้) 4. สวมถุงมือใหม่และปิดปากถุงขยะติดเชื้อ/ปิดฝาภาชนะทิ้งไปเปตก่อนนําออกมาทิ้งนอกตู้
22 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 5. ทําความสะอาดพื้นผิวโต๊ะบริเวณใช้งานผนังตู้ภายในด้านข้างและด้านในด้วยนํ้ายาฆ่าเชื้อ 70% Alcohol 6. ปล่อยให้เครื่องทํางานต่อไป 3-5 นาทีจึงปิดเครื่อง 7. ปิดกระจกหน้าต่างตู้(Sash) ลงมาให้สนิท 8. นําถุงขยะติดเชื้อ (ถุงแดง) ไป Autoclave และนําอาหารเลี้ยงเชื้อที่ปนเปื้อนเชื้อไปทําลายเชื้อเบื้องต้นด้วย Clorox ก่อนที่ จะนําไป Autoclave ต่อไป 9. ถอดถุงมือทิ้งในถังขยะติดเชื้อนอกตู้ 10. ล้างมือให้สะอาดที่อ่างล้างมือ ข้อควรระวังในการใช้หลอดยูวี(UV) การฆ่าเชื้อด้วยหลอดยูวี ไม่สามารถนำมาใช้แทนการทำความสะอาดพื้นผิวการทำงานได้ ควรปิดพัดลม และปิดกระจกนิรภัยก่อนใช้งานหลอดยูวี ควรเปิดหลอดยูวีเมื่อไม่มีผู้อื่นอยู่ในห้อง การจัดการเมื่อเชื้อหกหล่นกระเด็น (Spills) ในตู้BSC เมื่อเกิดเหตุเชื้อหกกระเด็นภายในตู้BSC ต้องรีบจัดการฆ่า เชื้อในตู้ทันทีดังนี้ 1. ให้เปิดเครื่องให้ตู้ทํางานต่อไป 2. เทนํ้ายาฆ่าเชื้อความเข้มข้น 0.05% Clorox (เจือจาง 5.25% Clorox 1:100) ลงบนบริเวณเชื้อที่หกทันที ทิ้งไว้นาน 30 นาทีกรณีเชื้อมีปริมาณมากให้ซับเชื้อด้วยกระดาษซับอย่างหนาก่อนและให้นําไปแช่ใน Clorox 1:10 (0.5% Clorox) หรือที่มีความ เข้มข้นมากกว่า 3. หลังจากนั้นให้เช็ดตามด้วยสําลีที่ชุบ 70% Alcohol ซับและเช็ดทําความสะอาดบริเวณที่ปนเปื้อนเชื้อ (ถ้า ต้องการเปิด UV เพื่อฆ่าเชื้อควรเช็ดฝุนทําความสะอาดหลอด UV ก่อนและเปิดไว้นาน 30 นาที) สามารถ ศึกษาข้อมูลตู้ชีวนิรภัยเพิ่มเติมจากลิงค์http://nih.dmsc.moph.go.th/aboutus/media/nih58_2.pdf เรื่อง“คู่มือการ ใช้ตู้ชีวนิรภัยอย่างถูกต้องปลอดภัย” 3.1.7. เครื่องนึ่งไอน้ าความดันสูง (Autoclave) เป็นเครื่องมือสําหรับใช้นึ่งฆ่าเชื้อของเสียทางชีวภาพเพื่อ กําจัดและป้องกันการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม หรือเพื่อทําให้ตัวอย่างปราศจากเชื้อจุลชีพก่อนนํามา ทดลอง อาศัยไอน้ำเดือดเข้าไปแทนที่อากาศในภาชนะปิดเมื่อความดันไอน้ําเพิ่มขึ้นอุณหภูมิไอน้ำจะ
23 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ สูงขึ้น (ความดัน15ปอนด์/ตารางนิ้วมีผลทําให้อุณหภูมิไอน้ำสูงขึ้นถึง 121-134 °C) ความร้อนและ ความดันสูงทําให้โปรตีนภายในเซลล์ของเชื้อเสีย หน้าที่20 สภาพ หลักการนี้สามารถทําลายจุลินทรีย์ ได้ทุกชนิดรวมทั้งสปอร์ของแบคทีเรียนิยมใช้เครื่อง Autoclave สําหรับทําลายเชื้อในอาหารเลี้ยง จุลินทรีย์หรือ กําจัดวัตถุปนเปื้อนเชื้อจุลชีพ สถานที่ติดตั้ง ขนาดพื้นที่ตั้งเหมาะสม ขึ้นกับขนาดเครื่อง การระบายความร้อน หลีกเลี่ยงการวางในที ชื้นหรือวางใต้ fire detector มีcontainer/ drainage สำหรับรวบรวมน้ำทิ้งที่เหมาะสม การติดตั้ง ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต ข้อควรระวังในการใช้เครื่อง Autoclave 1. ใช้ความดัน15ปอนด์/ตารางนิ้ว ที่อุณหภูมิคงตัว 121 °C ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที 2. เมื่อครบเวลาต้องลดความดันลงก่อนเปิดฝาอย่างระมัดระวังเพื่อนําตัวอย่างออก 3. ไม่ใส่ของหรือตัวอย่างในเครื่องแน่นเกินไปและควรวางของเรียงขนาน 4. กรณีSterile ของเหลวในภาชนะที่เป็นหลอดฝาเกลียว ต้องเปิดคลายฝาหลอดให้หลวม 5. หลีกเลี่ยงการนึ่งของมีคมเพราะไอน้ำทําให้เสียความคม 6. ไม่ใช้กับของหรือตัวอย่างที่เสียหายหรือเสื่อมสภาพเมื่อถูก น้ำความชื้นหรือความร้อน 3.1.8 เครื่องหมุนเหวี่ยง(Centrifuge) ใช้แยกตัวอย่างของเหลวออกจากของแข็งอนุภาคขนาดเล็ก หรือใช้เพื่อแยกของเหลวที่มีความ ถ่วงจำเพาะต่างกันให้เกิดการแยกชั้น โดยอาศัยหลักการเร่งให้อนุภาคตกตะกอนเร็วขึ้น ภายใต้สนามแรงเหวี่ยง หนีศูนย์กลาง มี 3 ประเภทคือ 3.1.8.1 เครื่องหมุนเหวี่ยงความเร็วรอบต่ำ (low speed centrifuge) มีความเร็วรอบ <6,000 rpm (1,800-7,000 xg) 3.1.8.2 เครื่องหมุนเหวี่ยงความเร็วรอบสูง (high speed centrifuge) มีความเร็วรอบ <28,000 rpm (80,000 xg) 3.1.8.3 เครื่องหมุนเหวี่ยงความเร็วรอบสูงมาก (ultra speed centrifuge) มีความเร็วรอบสูงถึง 150,000 rpm (800,000 xg)
24 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ หัวหมุน(Rotor) ที่ใช้กับเครื่องหมุนเหวี่ยงมี2 แบบคือ หัวหมุนแบบแกว่ง(Swing-out Rotor) และหัวหมุน แบบคงที่(Fixed Angle Rotor) การใช้งานและการบ ารุงรักษาเครื่องหมุนเหวี่ยง ศึกษาวิธีการใช้งานจากคู่มือใช้งาน(operating manual) ตรวจสภาพความพร้อมของเครื่องหมุนเหวี่ยงก่อนใช้งาน ทำความสะอาดทุกครั้ง ก่อน-หลังใช้งาน ไม่ควรขัดหรือใช้สารละลายที่มีฤทธิ์กัดกร่อนในการทำความสะอาด ใส่น้ำหนักให้สมดุล(Balance) และใช้หลอดตัวอย่างที่มีขนาดพอดีกับกระบอกใส่หลอดปั่น ปิดฝาให้สนิท เครื่องหมุนเหวี่ยงความเร็วสูงหรือความเร็วสูงมาก ควรเปิดเครื่องให้ความเย็นถึงระดับที่ต้องการก่อนเริ่มใช้ งาน ไม่ควรเปิดฝา ขณะที่หัวหมุนกำลังหมุนด้วยความเร็วสูง 3.2 ด้านบุคลากร (PPE/Training) 3.2.1 อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment, PPE) เป็นเครื่องแต่งกายพิเศษและอุปกรณ์ประกอบที่บุคคลใช้สวมใส่ปกปิดร่ายกาย เพื่อป้องกันร่างกาย จากการสัมผัสกับที่เป็นอันตรายจากสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน เช่น เชื้อโรค สารเคมี ความร้อน เป็น ต้น ซึ่งแบ่งอุปกรณ์ตามประเภทการปกป้องได้ดังนี้ 3.2.1.1 อุปกรณ์ปกป้องนัยน์ตาและใบหน้า อุปกรณ์ป้องกันใบหน้าและตา (Eye and face protection) ใช้เมื่อต้องปฏิบัติงานที่เสี่ยง อันตรายจากสารเคมี ผู้ปฏิบัติงานควรสวมอุปกรณ์ป้องกันใบหน้าและตาตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน ซึ่งประกอบด้วย แว่นตานิรภัย (Safety glasses or spectacles) ซึ่งสามารถทนทานต่อสารเคมีได้ดีเป็นพิเศษ ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment).การอบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความ ปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity).2565.
25 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ แว่นครอบตารูปถ้วย (Safety goggles) สามารถใช้ป้องกันสารเคมีได้ ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment).การอบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความ ปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity).2565. ชนิดป้องกันใบหน้าและตา (face shield) ใช้ป้องกันใบหน้า ตา หูคอจากสารพิษชีวภาพ (hazard) หรือจากการกระเด็นของ สารชีวภาพ เช่น ตัวอย่างเลือดที่ติดเชื้อ มี2 ชนิด คือชนิดที่เป็นหมวกครอบ ใช้ในป้องกันการฉีดพ่น สารกําจัดแมลง และชนิดที่ครอบหน้า ใช้ในป้องกันการกระเด็นของสารชีวภาพ เช่น ตัวอย่างเลือดที่ ติดเชื้อ เป็นต้น ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment).การอบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความ ปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity).2565. 3.2.1.2 อุปกรณ์ปกป้องร่างกาย อุปกรณ์ป้องกันมือ 1. ถุงมือป้องกันเชื้อโรคและสารเคมี (Biological & Chemical-resistant gloves) - ชนิดที่ใช้กับการเคมีไม่ได้ ทำจากยางธรรมชาติ
26 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ - ชนิดที่ใช้กับการเคมีได้ ทำจากยางเทียม เช่น นีโอพรีน บิสไทล์ ไนไตรล์ ไวนิล พีวีซี เป็นต้น 2. ถุงมือป้องกันอุณหภูมิ (Temperature-resistant gloves) ทำจากแร่ใยหิน อลูมิเนียม หนัง ผ้าฝ้าย 3. ถุงมือป้องกันไฟฟ้า (Electrical-resistant gloves) ทำจากยางชนิดพิเศษต้องสวมถุงมือหนังด้วยทุก ครั้ง 4. ถุงมือป้องกันการขีดข่วน (Abrasive-resistant gloves) ทำจาก ผ้า หนัง ตาข่ายลวด 3.2.1.3 อุปกรณ์ป้องกันเท้า 1. รองเท้าป้องกัน (Protective Boots/ Protective shoe) รองเท้าที่ใช้สวมใส่ในห้องปฏิบัติการต้องเป็นรองเท้าที่ปิดนิ้วเท้า และควรทำจากวัสดุที่สามารถ ทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมี ตัวทำละลายหรือการซึมผ่านของน้ำได้ รองเท้าหนังสามารถดูดซับ สารเคมีได้จึงไม่ควรนำมาใช้
27 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 2. ถุงหุ้มรองเท้า (Shoe cover/ Boot cover) ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment).การอบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความ ปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity).2565. 3.2.1.4 อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย 1. เสื้อผ้าป้องกัน (Protective Clothing) 2. หมวกคลุมผม (Surgical Cap)
28 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment). การอบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity).2565. 3.2.2 อุปกรณ์ปกป้องระบบหายใจ(Respiratory protective devices) ใช้เมื่อต้องปฏิบัติงานในสภาพที่ มีไอสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อระบบ ทางเดินหายใจ 3.2.2.1 หน้ากากกรองอากาศ (air purifying respirators) ทำหน้าที่กรองอนุภาคที่แขวนลอยในอากาศ เช่น ฝุ่นละออง จุลชีพ แต่ไม่สามารถกรองก๊าซและไอสารเคมี - หน้ากากอนามัย(Surgical mask) กรองอนุภาคได้เล็กสุด 5 ไมครอน เพื่อป้องกันไม่ให้ละออง หรือของเหลว เสมะ น้ำมูก น้ำลาย แพร่กระจาย แต่ไม่สามารถป้องกันจุลชีพก่อโรคเข้าสู่ระบบ ทางเดินหายใจ ข้อดี มีน้ำหนักเบา สวมถอดง่าย ราคาถูก หาซื้อได้ทั่วไป ข้อเสีย ไม่สามารถกรองจุลชีพได้ทุกชนิด สวมได้ไม่แนบสนิท - หน้ากากกรองอากาศชนิดที่ ใช้แล้วทิ้ง (Particulate respirator) กรองอนุภาคที่มีขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน
29 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ ข้อดี ไม่จำเป็นต้องดูแลรักษาหลังการใช้งาน ทิ้งเมื่อเสียรูปทรงหรือมีสิ่งบ่งชี้ว่าไม่เหมาะสมที่จะใช้งาน ต่อไป มีน้ำหนักเบา สวมถอดง่าย เช่น N95 ซึ่งเป็นหน้ากากที่สามารถกรองอนุภาคที่ไม่ใช่ ละอองน้ำมัน ขนาด 0.3 ไมครอนด้วยประสิทธิภาพของการกรอง 95 % ข้อเสียคือ ไม่สามารถสวมให้แนบสนิทได้ตลอดเวลาเนื่องจากกิจกรรมขณะสวมใส่ ทำให้อากาศที่อาจ ปนเปื้อนจุลชีพเล็ดลอดเข้าได้และราคาแพง หน้ากากพร้อมเครื่องกรองอากาศแบบครอบครึ่งใบหน้าและเต็มใบหน้า (Half-face or full-face elastomeric respirator) เป็นหน้ากากที่สามารถกรองอนุภาค และ/หรือดูดซับก๊าซและไออันตรายได้ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้แต่ต้องมีวิธีการจัดการลดการปนเปื้อน มีอายุการใช้งานค่อนข้างนาน เป็น แบบแรงดันลบ(Negative pressure) กรองจุลชีพก่อโรคได้ทุกชนิด สวมแนบสนิทกับใบหน้า แต่อาจรู้สึก อึดอัดและสื่อสารลำบาก ราคาค่อนข้างแพงและต้องการการบำรุงรักษา ทำความสะอาดด้วยวิธีที่เหมาะสม
30 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment). การอบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความปลอดภัยทาง ชีวภาพ (Biosecurity).2565. เครื่องกรองอากาศที่จัดส่งอากาศ (Powered Air Purifying Respirator; PAPR เป็นอุปกรณ์ชนิดกรอง อนุภาค ดูดซับก๊าซและไอสารเคมีอันตราย มีแรงดันบวก(positive pressure) มีประสิทธิภาพในการ ป้องกันสูง หายใจสะดวก ทำความสะอาดแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แต่ราคาแพง อาจเป็นอุปสรรคต่อการ ทำงานและการสื่อสาร ระยะเวลาใช้งานจำกัดด้วยแบตเตอรี่ ระบบการจัดการลดการปนเปื้อนหลังการใช้ งานยุ่งยาก ผู้ใช้ต้องได้รับการฝึกให้สวมและถอดอย่างถูกวิธี และต้องมีช่างซ่อมบำรุงทำหน้าที่ดูแลรักษา ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment).การอบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความ ปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity).2565. 3.2.2.2 ชุดจัดส่งอากาศ (Supplied air respirator) ทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายอากาศสะอาดสำหรับผู้สวม หายใจโดยตรง ที่ไม่ใช้ระบบเครื่องกรองอากาศจากอากาศในบริเวณที่ปฏิบัติงานเพื่อจ่ายให้ผู้สวม เครื่องช่วยหายใจชนิดมีสายส่งอากาศ มีใช้ในห้องปฏิบัติการชีวนิรภัย/สถานปฏิบัติการระดับ4(BSL-4) เครื่องช่วยหายใจชนิดมีถังอากาศ (Self-contained breathing apparatus; SCBA) ผู้สวมหาใจโดยได้รับ อากาศสะอาดจากถังอากาศที่สะพายติดไปกับตัว โดยมีข้อจำกัดในเรื่องระยะเวลาในการปฏิบัติงาน
31 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment). การอบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity).2565. การเลือกใช้Respirator แต่ละชนิดต้องประเมินความเสี่ยงของงานที่เกี่ยวข้อง ทดสอบความแนบสนิท(Fit Testing) และประเมินผลด้านสุขภาพก่อนใช้ ที่มา :https://th.bing.com/th/id/R.a0e22ec0ae191da9f783dd0e32a40abb?rik
32 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ Fit check ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment). การอบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความปลอดภัยทาง ชีวภาพ (Biosecurity).2565.
33 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ การสวมใส่และถอดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ในห้องปฏิบัติการ/ สถานบริการระดับ2 (ควรล้างมือ 7 ขั้นตอนก่อนสวม PPE และหลังถอด PPE โดยทุกขั้นตอนทำ 5 ครั้งสลับกันสองข้าง) ล าดับการสวม ล้างมือ 1. เสื้อกาวน์ 2. หน้ากากอนามัย /.N95 3. แว่นตานิรภัย/ ครอบตานิรภัย 4. หมวกคลุมผม 5. กระบังป้องกันใบหน้า(หากจ าเป็น) 6. ถุงหุ้มรองเท้า(หากจ าเป็น) 7. ถุงมือ (กรณีปนเปื้อนสูงใส่ 2 ชั้น) ล าดับการถอด 1. ถุงมือ 2. กระบังป้องกันใบหน้า(ถ้าสวม) 3. เสื้อกาวน์ 4. ถุงหุ้มรองเท้า(ถ้าสวม) 5. หมวกคลุมผม 6. แว่นตานิรภัย/ ครอบตานิรภัย 7. หน้ากากอนามัย /.N95
34 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ การใส่หน้ากากอนามัย
35 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ การถอดหน้ากากอนามัย ข้อควรระวังในการใส่หน้ากากอนามัย ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment).การ อบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity).2565. การใส่หน้ากากอนามัยชนิด N95
36 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ ที่มา : ความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) . สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์,2565.
37 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ การถอดหน้ากากอนามัยชนิด N95 ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment).การ อบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity).2565. . ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment).การ อบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity).2565.
38 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ เส ้ ื อกาวน ์ การถอดเสื้อกาวน์ ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment).การ อบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity).2565.
39 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ
40 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment).การ อบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity).2565. ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment).การ อบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity).2565.
41 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ
42 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ การถอดถุงมือ ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีคำ.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment).การ อบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity).2565.
43 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ ที่มา : ชณัฐกานต์ แสงศรีค า.การเลือกใช้อุปกรณ์ปกป้องส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment).การ อบรมเชิงปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความปลอดภัยทาง ชีวภาพ (Biosecurity).2565.
44 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 3.3 ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First aid kit) ทีมงานความปลอดภัยของกลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ได้จัดเตรียมของใช้ที่จำเป็นสำหรับการปฐม พยาบาลเบื้องต้นตามตารางที่แนบมา โดยทำการเบิกจ่ายของใช้จากหน่วยงานเภสัชกรรมโรงพยาบาล พระปกเกล้า และได้จัดทำตารางสำหรับการตรวจสอบของใช้ในแต่ละเดือนเพื่อควบคุมการใช้จ่ายและ ตรวจสอบความคงสภาพของยา
45 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ ล ำดบัรำยกำร จ ำนวน ข้อบง่ชี้ 1 Paracetamol 500 mg 10 เม็ด ยาบรรเทาปวด/ลดไข้ 2 NSS 1,000 ml 1 ขวด ใช้สำหรับล้างแผลเพื่อฆ่าเชื้อโรค 3 Povidone-Iodine 10% Solution 25 ml 1 ขวด ใส่แผลสำหรับฆ่าเชื้อโรค 4 Burnova Gel 1 หลอด ใช้สำหรับรักษาอาการแผลไฟไหม้/พุพอง 5 70% Alcohol 30 ml 1 ขวด ใช้สำหรับล้างแผลเพื่อฆ่าเชื้อโรค 6 ชุดทำแผลปลอดเชื้อ 2 ชุด ใช้สำหรับปิดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ 7 พลาสเตอร์ปิดแผล 1 แผง ใช้สำหรับปิดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ 8 Transpore 1 ม้วน ใช้สำหรับปิดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ *ข้อบ่งใช้ชุดFirst Aid kit ใช้เพื่อปฐมพยาบาล/บรรเทาอาการเบื้องต้นในกรณีเกิดอุบัติเหตุกับผู้ปฏิบัติงาน *เมื่อมีการนำอุปกรณ์ในชุดFirst Aid Kit ไปใช้ให้นำของใหม่มาทดแทนของเดิม (เบิกจากคลังพัสดุกลุ่มงาน) ปรับปรุงล่าสุด7ธันวาคม 2565 รำยกำรอปุกรณ์ภำยในกลอ่ง First Aid Kit *แนวทางปฏิบัติและวิธีใช้ชุดFirst Aid kit แสดงในเอาการด้านหลัง (อ้างอิง WI-LAB-01:การป้องกันการติดเชื้อและความ *ควรกำหนดผู้รับผิดชอบตรวจสอบความสมบูรณ์และความพร้อมใช้งานของชุดFirst Aid kit ในแต่ละพื้นที่พร้อมบันทึกการ *เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นให้แจ้งหัวหน้างานรับทราบ และบันทึกในHRMS(Healthcare Risk Management System) ผ่านทาง https://ppk.thai-nrls.org/
46 SD-LAB-04 คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการ 3.4 ชุดท าความสะอาด ก าจัด/ท าลายสารเคมี (Spill kit) ชุดทำความสะอาดบริเวณที่มีการหกหล่นของสารเคมีหกหล่น (Chemical spill kit)