The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ด้วยเทคนิคผังกราฟิก และโปรแกรม Kahoot!

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by f.pavitchaya, 2022-02-07 22:32:16

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ด้วยเทคนิคผังกราฟิก และโปรแกรม Kahoot!

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ด้วยเทคนิคผังกราฟิก และโปรแกรม Kahoot!

42

3.2.2.1 สาหรับการเล่นแบบทีม

1) เขา้ URL https://kahoot.it/
2) ใส่หมายเลข PIN ที่ไดจ้ ากหนา้ จอ อาจารยผ์ สู้ อน เสร็จแลว้ กดป่ ุม Enter
3) ใส่ชื่อทีมสาหรับใชร้ ่วมเลน่ เกมแบบทีม
4) ใส่ช่ือทีมเรียบร้อยแลว้ กดป่ ุม OK, go!

5) ใส่ชื่อสมาชิกในทีม เม่ือใส่ชื่อครบทุกคนแลว้ ใหก้ ดป่ ุม Ready to join

43

3.3 ข้อดี-ข้อจากดั ของโปรแกรม Kahoot

3.3.1 ขอ้ ดีของโปรแกรม Kahoot

สดใส กาพยก์ ลอน, สุรัตน์ ขวญั บุญจนั ทร์, กลั ยาณี เจริญช่าง นุชม และกิตติ จุย้ กา
จร ไดท้ ดลองใชโ้ ปรแกรม Kahoot ในการจดั กิจกรรมในช้นั เรียน ซ่ึงส่งผลดีหลายประการ
โดยมีรายละเอียด ดงั น้ี

1) นกั เรียนมีความรู้สึกสนุก เพราะไดร้ ับการกระตุน้ ดว้ ยเกมท่ีเร้าใจ ทาให้
การเรียนการสอนมีความน่าสนใจ และนกั เรียนมีความใฝ่ เรียนใฝ่ รู้และ
อยากอา่ นหนงั สือเพอ่ื ทบทวนบทเรียนมากยงิ่ ข้นึ

2) นกั เรียนมีผลตอบรับจากการใชโ้ ปรแกรมเป็นอยา่ งดี
3) บรรยากาศในช้นั เรียนน่าสนใจทาใหก้ ารเรียนการสอน มีความสนุกสนาน

และไม่น่าเบ่ือ มีการจูงใจดว้ ยคะแนนจานวนมาก ทา้ ทายความสามารถ
กระตุน้ ความกระต้ือรือร้น ทาให้นักเรียนได้ฝึ กการคิดตัดสินใจอย่าง
รวดเร็วในเวลาท่ีจากดั
4) ครูผูส้ อนสามารถนาโปรแกรมไปใช้สาหรับการทดสอบก่อนและหลงั
เรียน ทาให้สามารถประเมินความรู้ของผูเ้ รียนได้อย่างฉับพลนั และ
ประมวลผลทนั ทีทาใหก้ ารเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ
5) มีการบนั ทึกผลการร่วมกิจกรรมของนกั เรียนอย่างละเอียด ในไฟล์ Excel
และเก็บขอ้ มูลไวอ้ ยา่ งเป็นระบบ ครูผสู้ อนสามารถนาผลการร่วมกิจกรรม
ไปใช้ในการจดั ทารายงานการพฒั นาคุณภาพการเรียน สอนซ่อมเสริม
หรือทาวิจยั ในช้นั เรียนเพือ่ แกป้ ัญหาการเรียนการสอนได้
6) ครูสามารถส่งลิงค์ ให้นักเรียนฝึ กทาแบบทดสอบท่ีบา้ น หรือนอกเวลา
เรียนได้ โดยเลือกส่ง Kahoot รูปแบบ Challenge นกั เรียนจะสามารถเล่น
ได้ทุกที่ทุกเวลา เหมาะสาหรับการให้การบ้านนักเรียนในรูปแบบที่
ทนั สมยั ประหยดั เวลาของครูในการตรวจการบา้ น และจูงใจใหน้ กั เรียน
ฝึ กทบทวนความรู้นอกเวลาเรียน และรับผิดชอบงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
อยา่ งสร้างสรรค์

44

7) ระบบการจับเวลาของ Kahoot ในแต่ละข้อคาถาม ทาให้ผู้เรี ยนมี
ความมุ่งมนั่ ในการคิดและตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง เพราะคนท่ีตอบเร็วท่ีสุด
จะไดค้ ะแนนมากที่สุด ผูเ้ รียนรู้สึกสนุกและต่ืนเตน้ รอคอยคาถามแต่ละ
ขอ้ เมื่อคาถามปรากฎผเู้ รียนจะรีบคิดและตดั สินใจ เป็นการฝึ กทกั ษะทาง
ปัญญาฝึกคิด ฝึกตดั สินใจ

8) รูปแบบของตวั เลือกเป็ นสีและสัญลกั ษณ์ เป็ นตัวช่วยทาให้ผูเ้ รียนเกิด
การต่ืนตวั อยตู่ ลอดเวลา เป็นการฝึ กทกั ษะของการจดจา และการใชส้ มอง
สัง่ การเชื่อมโยงความรู้กบั สีและสญั ลกั ษณ์ของตวั เลือกแต่ละตวั เพ่ือเลือก
คาตอบใหถ้ ูกตอ้ ง

3.3.2 ขอ้ จากดั ของโปรแกรม Kahoot

1) เป็นโปรแกรมที่ตอ้ งอาศยั อุปกรณ์เทคโนโลยใี นการใชง้ าน ซ่ึงผเู้ รียนบาง
คนอาจมีทรัพยากรดา้ นเทคโนโลยีที่ไม่พร้อม อาจทาให้ไม่สามารถร่วม
การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนได้

2) เป็ นโปรแกรมที่ตอ้ งอาศยั อินเทอร์เน็ตท่ีเสถียรในการใชง้ านตลอดเวลา
ซ่ึงความเร็วของอินเตอร์มีผลต่อการส่งคาตอบของผเู้ รียน ซ่ึงอาจจะทาให้
คะแนนในการแข่งขนั มีความคลาดเคลื่อน

จากขอ้ มูลขา้ งตน้ พบว่าโปรแกรม Kahoot มีประสิทธิภาพที่จะนามาใชใ้ นการปรับบรรยากาศใน
ช้นั เรียนใหน้ ่าเรียนรู้มากยงิ่ ข้ึน สามารถทาใหเ้ กิดการเรียนรู้นอกช้นั เรียนไดผ้ า่ นทางระบบอินเตอร์เน็ต และ
เนื่องด้วยสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ทาให้ต้องจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ผูว้ ิจยั จึงนา
โปรแกรม Kahoot ร่วมกับการใช้เทคนิคผงั กราฟิ กในการทบทวนและจดั ระบบองค์ความรู้ มาจัดเป็ น
กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ใหก้ บั ผเู้ รียน เพื่อพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนใหด้ ีข้นึ

45

ตอนที่ 4 งานวจิ ัยท่เี กย่ี วข้อง
สาระส่วนน้ีจะเก่ียวกบั การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ซ่ึงประกอบไปดว้ ย 2 ตอน คือ ตอนที่ 1

งานวจิ ยั การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนดว้ ยเทคนิคผงั กราฟิ ก และตอนที่ 2 งานวจิ ยั การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนดว้ ยโปรแกรม Kahoot โดยมีรายละเอียดดงั น้ี

4.1 งานวจิ ัยการพฒั นาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนด้วยเทคนคิ ผังกราฟิ ก
4.1.1 งานวจิ ัยในประเทศ

จากการศึกษางานวิจยั ในประเทศ พบว่ามีการนาการเทคนิคผงั กราฟิ ก มาประยุกต์ใช้เพ่ือพฒั นา
ผลสัมฤทธ์ิในการเรียนร่วมกบั การจดั การเรียนรู้รูปแบบต่างๆ โดยธิดารัตน์ ศกั ด์ิสุจริต ไดศ้ ึกษาผลการใช้
แผนการจดั การเรียนรู้แบบซิปปาร่วมกบั เทคนิคผงั กราฟิ กที่มีต่อผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ความสามารถใน
การคิดวิเคราะห์และความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรี ยนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 2
จากผลการวิจยั พบว่า ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนที่ได้รับ
การจดั การเรียนรู้แบบซิปปาร่วมกบั เทคนิคผงั กราฟิ ก หลงั เรียนสูงกว่าก่อนเรียน ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั กรีกานต์
คาขาว, วีระศกั ด์ิ ชมภูคาและ พิชญส์ ินี ชมภูคา เพ่ือศึกษาผลการเรียนรู้ของนักเรียนท่ีได้จากการเรียนชุด
กิจกรรมการเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาของโพลยาและผงั กราฟิ ก ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2
ในดา้ นความรู้ ทกั ษะกระบวนการ และคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ทางคณิตศาสตร์ ผลการวิจยั พบว่า มีผล
การเรียนรู้ท้งั ดา้ นความรู้และทกั ษะกระบวนการหลงั เรียนสูงกว่าก่อนเรียนอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั
.01 และมีผลการเรียนรู้เฉล่ียร้อยละ 69.95 ซ่ึงสูงกว่าเกณฑเ์ ฉลี่ยร้อยละ 65 ที่กาหนดไว้ อย่างมีนยั สาคญั ทาง
สถิติท่ีระดบั .01 ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั น้าออ้ ย ไกรภมู ิ, ชนวฒั น์ ตนั ติวรานุรักษ์ และเชษฐ์ ศิริสวสั ด์ิ ไดศ้ ึกษาโดย
ทาการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน การคิดวิเคราะห์ และความคงทนในการเรียนรู้ เร่ือง ระบบ
หมุนเวียนเลือด ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 โดยการจดั การเรียนรู้แบบวฏั จกั รสืบเสาะหาความรู้ 7 ข้นั
ร่วมกับผงั มโนทศั น์ กบั การจดั การเรียนรู้แบบปกติ ผลการวิจยั พบว่า นักเรียนท่ีได้รับการจดั การเรียนรู้
แบบวฏั จกั รสืบเสาะหาความรู้ 7 ข้นั ร่วมกบั ผงั มโนทศั น์มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนสูงกว่านกั เรียน
ที่ไดร้ ับการจดั การเรียนรู้แบบปกติอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั ขนั แกว้ จนั ทรัตน์,
นิตยา สุวรรณศรี และระพินทร์ โพธ์ิศรีไดศ้ ึกษาผลสมั ฤทธ์ิของกิจกรรมการจดั การเรียนรู้แบบ BBL ร่วมกบั
ผงั มโนทศั น์ เพื่อพฒั นาความสามารถในการอา่ นจบั ใจความภาษาองั กฤษ ของนกั เรียน ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 1
ผลการวิจัยพบว่านักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึ กการอ่านรูปแบบ BBL ร่วมกับผงั มโนทัศน์ เพ่ือพัฒนา

46

ความสามารถในการอ่านจบั ใจความภาษาอังกฤษของนักเรียน ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 1 มีผลสัมฤทธ์ิทาง
การเรียนโดยเฉลี่ยเท่ากบั ร้อยละ 70.69 ซ่ึงสูงกว่าเกณฑท์ ่ีกาหนดไวร้ ้อยละ 70 (กรีกานต์ คาขาว, วีระศกั ด์ิ
ชมภูคาและ พิชญ์สินี ชมภูคา,2559; ขนั แก้ว จันทรัตน์, นิตยา สุวรรณศรี และระพินทร์ โพธ์ิศรี ,2563;
ชนวฒั น์ ตนั ติวรานุรักษ์ และเชษฐ์ ศิริสวสั ด์ิ, 2561; ธิดารัตน์ ศกั ด์ิสุจริต,2557)

4.1.2 งานวจิ ยั ต่างประเทศ
จากการศึกษางานวิจัยในต่างประเทศ พบว่ามีการนาเทคนิคผงั กราฟิ กถูกนามาใช้เพ่ือพัฒนา
ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน โดย Ayse Betul Ozkarabak Tunc, Ezgi Aksin Yavuz และ Ozgul Polat ไดศ้ ึกษาผล
การใชเ้ ทคนิคผงั กราฟิ กเพื่อพฒั นาทกั ษะวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ผลการวิจยั พบวา่ ผเู้ รียนที่ใชเ้ ทคนิค
ผงั กราฟิ กมีคะแนนสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนสอบก่อนเรียน ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั Allan Renaldi Saputro,
Basori และ Cucuk Wawan Budiyanto ไดน้ าเทคนิคผงั กราฟิ กมาพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ภายใตต้ วั
แปรทฤษฎีของบลูม โดยผลการวิจยั พบว่า คะแนนทดสอบหลงั เรียนสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียน ซ่ึง
สอดคลอ้ งกบั Siti ZUBAIDAH, Nur Miftahul FUAD, Susriyati MAHANAL และ Endang SUARSINI ได้
ศึกษาการพฒั นาการคิดวิเคราะห์เชิงสร้างสรรค์ โดยทาการเปรียบเทียบระหว่างการจดั การเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้และการใช้เทคนิคผงั กราฟิ กในรายวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาตอนต้น
ผลการวิจยั พบวา่ การใชเ้ ทคนิคผงั กราฟิ กสามารถพฒั นาการคิดวิเคราะห์เชิงสร้างสรรคไ์ ดด้ ีกว่าการจดั การ
เรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (Allan Renaldi Saputro, Basori และ Cucuk Wawan Budiyanto,2559; Ayse
Betul Ozkarabak Tunc, Ezgi Aksin Yavuz และ Ozgul Polat, 2559; Siti ZUBAIDAH, Nur Miftahul FUAD,
Susriyati MAHANAL และ Endang SUARSINI,2559)

4.2 งานวจิ ัยการพฒั นาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนด้วยโปรแกรม Kahoot
4.2.1 งานวจิ ัยในประเทศ
จากการศึกษางานวิจยั ในประเทศ พบวา่ มีการสารวจการใชโ้ ปรแกรม Kahoot การพฒั นานวตั กรรม
ทางการศึกษาโดยโปรแกรม Kahoot และมีการนาโปรแกรม Kahoot มาใช้ในการพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทาง
การเรียนโดย พระมหาสายญั ถิรปญฺโญ (ชาญชาติ) พระมหาสายญั ถิรปญฺโญ (ชาญชาติ), สมศกั ด์ิ บุญป่ ู
และระวิง เรืองสังข์ ไดศ้ ึกษาสภาพปัญหานวตั กรรมการจดั การเรียนการสอนโรงเรียนพระปริยตั ิธรรม แผนก
สามญั ศึกษา พบว่าครูผูส้ อนขาดการพัฒนานวตั กรรมการจัดการเรียนการสอน โดยนวตั กรรมการจัด
การเรียนการสอนมีความตอ้ งการความจาเป็ นมากท่ีสุดคือ 1) ส่ือชุดฝึ กทกั ษะ และ รูปแบบวิธีสอนแบบ

47

กิจกรรม 2) ส่ือชุดนิทาน 3) รูปแบบวิธีการสอนแบบ 4 MAT 4) รูปแบบวิธีสอนแบบซิปปาโมเดล (CIPPA
MODEL) และ 5) สื่อชุดเกม ซ่ึงนวตั กรรมส่ือชุดเกม มีการพฒั นานวตั กรรมดว้ ยโปรแกรม Kahoot เป็นแบบ
ฝึ กทกั ษะ ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั รุจาภา เพชรเจริญ และวรสิทธ์ิ เจริญศิลป์ ไดป้ ระเมินการใช้ Kahoot Program
ในการจดั การเรียนการสอนผ่านเครือข่ายการสอนทางไกล Telemedicine ศึกษาความคิดเห็นของนิสิตแพทย์
ท่ีมีต่อการใช้ Kahoot Program ในการจดั การเรียนการสอนผ่านเครือข่ายการสอนทางไกล Telemedicine
ดาเนินการโดยวิธีวิจัยเชิงสารวจ (Survey Research) พบว่า การประเมินการใช้ Kahoot Program
ในการจดั การเรียนการสอนผ่านเครือข่ายการสอนทางไกล Telemedicine โดยรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด
(x=̅ 4.44) และเมื่อพิจารณารายด้าน ได้แก่ ด้านเน้ือหาของ Kahoot Program, ด้านการออกแบบระบบ
การเรียนการสอน, ดา้ นการแสดงผล Kahoot Program, ดา้ นการประเมินการใช้ Kahoot Program และดา้ น
ภาษา พบว่าการประเมินการใช้ Kahoot Program ในการจดั การเรียนการสอนอยู่ในระดบั มากที่สุดทุกดา้ น
และความคิดเห็นของนิสิตแพทยท์ ี่มีต่อการใช้ Kahoot Program ในการจดั การเรียนการสอนผ่านเครือข่าย
การสอนทางไกล Telemedicineโดยรวมอยู่ในระดบั มากท่ีสุด (x=̅ 4.35) ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั Suthanya Doung-
in ได้ทาการสารวจการรับรู้เครื่องมือประเมินรูปแบบดิจิทลั ของนักศึกษาปริญญาตรี ผลการวิจัยพบว่า
นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้โปรแกรม Kahoot มากที่สุด ซ่ึงสอดคลอ้ งพรรณี อุ่นละมา้ ยและ เดช บุญประจกั ษ์
ได้เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง อัตราส่วนตรีโกณมิติ ของนักเรียนช้ัน
มธั ยมศึกษาปี ที่ 4 หลงั การจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ โดยใชโ้ ปรแกรม Kahoot ผลการวจิ ยั พบวา่ ผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 4 หลงั การจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ โดยใช้
โปรแกรม Kahoot สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติที่ระดับ .01 (พรรณี อุ่นละมา้ ยและ
เดช บุญประจกั ษ,์ 2561; พระมหาสายญั ถิรปญฺโญ (ชาญชาติ), สมศกั ด์ิ บุญป่ ู และระวิง เรืองสังข,์ 2562 ; รุจา
ภา เพชรเจริญ และวรสิทธ์ิ เจริญศิลป์ ,2560)

4.2.2 งานวิจยั ต่างประเทศ
จากการศึกษางานวจิ ยั ในตา่ งประเทศ พบวา่ มีการนาโปรแกรม Kahoot มาปรับใชใ้ นการจดั การเรียน
การสอนท้งั ในห้องเรียน (On-site) และการเรียนแบบออนไลน์ (On-line) โดย Marta Curto Prieto, Lara
Orcos Palma, Pedro Jesús Blázquez Tobías และ Francisco Javier Molina León ไดน้ าโปรแกรม Kahoot มา
ใชใ้ นการประเมินกระบวนการเรียนรู้ของผูเ้ รียนระหวา่ งปี การศึกษา 2560 ถึงปี การศึกษา 2561 ในรายวิชา
วทิ ยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนระดบั มธั ยมศึกษา พบวา่ นกั เรียนส่วนใหญม่ ีกระบวนการเรียนรู้ที่
ดีข้ึน นอกจากน้ีแลว้ โปรแกรม Kahoot เป็นเคร่ืองมือที่มีประสิทธิภาพในการประเมินองคค์ วามรู้ของผเู้ รียน
ไดเ้ ป็นอยา่ งดีท้งั ในช้นั เรียนและออนไลน์ ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั Papia Bawa ไดศ้ ึกษาการนาโปรแกรม Kahoot

48

มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการจดั การเรียนการสอน ผลการวิจยั พบวา่ ผเู้ รียนร้อยละ 96 มีประสิทธิภาพของผเู้ รียนและ
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนที่สูงข้ึน ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั Sherlock A. Licorish, Helen E. Owen, Ben Daniel และ
Jade Li George ไดศ้ ึกษาการนาเกมส์มาเพื่อพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ผลการวิจยั พบว่า โปรแกรม
Kahoot เป็ นโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มพลวตั ในช้ันเรียน การเสริมแรง และผลสัมฤทธ์ิทาง
การเรียน (Marta Curto Prieto, Lara Orcos Palma, Pedro Jesús Blázquez Tobías และ Francisco Javier Molina
León,2561; Papia Baw ,2561; Sherlock A. Licorish, Helen E. Owen, Ben Daniel และ Jade Li George,2561)

ตอนที่ 5 กรอบแนวคดิ ของการวจิ ยั
จากการทบทวนเอกสารและงานวิจยั ท่ีเก่ียวขอ้ งกับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสามารถพฒั นาเป็ น

กรอบแนวคิดการวจิ ยั ได้ ดงั ภาพที่ 20

การจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ผลสัมฤทธ์ ิทางการเรี ยน
ดว้ ยเทคนิคผงั กราฟิ ก และ
โปรแกรม Kahoot!

ภาพท่ี 20 กรอบแนวคดิ ของการวิจยั

49

บทท่ี 3

วิธีดำเนนิ กำร

การวิจยั คร้ังน้ีเป็ นการวิจยั ปฏิบตั ิการในช้นั เรียน (Classroom Action Research) มีวตั ถุประสงค์เพ่ือ
ศึกษาผลของการจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ดว้ ยเทคนิคผงั กราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot! ต่อผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนของผเู้ รียน ซ่ึงมีรายละเอียดของวธิ ีดาเนินการวิจยั ดงั ต่อไปน้ี

กล่มุ ตวั อย่ำง
กลุ่มตวั อย่าง คือ นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 โรงเรียนสันป่ าตองวิทยาคม สังกดั สานกั งานเขต

พ้นื ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 34 จานวน 37 คน ซ่ึงกาลงั ศึกษาอยู่ในภาคเรียนท่ี 2 ปี การศึกษา 2563

ตัวแปรวจิ ยั
ตวั แปรวิจยั ไดแ้ ก่ การจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ดว้ ยเทคนิคผงั กราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot!
ตวั แปรตาม ไดแ้ ก่ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของผเู้ รียน

เครื่องมือวิจยั
เคร่ืองมือท่ีใชว้ จิ ยั คร้ังน้ี ผวู้ ิจยั พฒั นาข้ึนมาจากการศึกษาแนวคดิ ทฤษฎี และงานวิจยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง โดย

เครื่องมือวจิ ยั มี 2 ฉบบั คือ นวตั กรรม และเคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู มีรายละเอียดดงั ต่อไปน้ี
1. นวตั กรรม ประกอบดว้ ย
1.1 กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ เรื่อง แรงโน้มถ่วงระหว่างดวงอาทิตยก์ ับดาวบริวาร โดยใช้
โปรแกรม Kahoot
1.2 กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ เรื่อง ปรากฏการณ์ท่ีเกิดจากการเคลื่อนท่ีของโลกรอบดวงอาทิตย์
และปรากฏการณ์ที่เกิดจากปฏิสัมพนั ธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจนั ทร์ โดยใช้
โปรแกรม Kahoot
2. เครื่องมือท่ีใชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มลู
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เร่ือง ระบบสุริยะของเรา เป็ นขอ้ สอบปรนัย 4
ตวั เลือก จานวน 12 ขอ้

50

กำรสร้ำงเครื่องมือวจิ ัย
โดยผวู้ จิ ยั ไดด้ าเนินการสร้างเครื่องมือตามข้นั ตอน ดงั น้ี
ข้นั ท่ี 1 กำรกำหนดนิยำมเชิงปฏิบัตกิ ำร

ตำรำงที่ 1 นิยำมเชิงทฤษฎีและนิยำมเชิงปฏบิ ัติกำร

นิยำมเชิงทฤษฎี นิยำมเชิงปฏิบัติกำร

ผลสัมฤทธ์ทิ ำงกำรเรียน หมายถึง พฤตกิ รรมกำรเรียนรู้ หมายถึง ระดบั พฤติกรรมในดา้ นพุทธิ

คะแนนจากแบบทดสอบผลสมั ฤทธ์ิ พิสยั อนั เกิดจากการจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ของครูผสู้ อน

ทางการเรียน โดยมงุ่ วดั ระดบั ประกอบดว้ ย 1) ดา้ นความรู้ความจา 2) ดา้ นความเขา้ ใจ 3) ดา้ น

พฤติกรรมในดา้ นพุทธิพสิ ัยต้งั แต่ การนาไปใช้ และ 4) ดา้ นการวิเคราะห์ โดยวดั จากแบบทดสอบ

ระดบั ความจาจนถึงระดบั การ วดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน แบบปรนยั 4 ตวั เลือก

วิเคราะห์ 1) ด้ำนควำมรู้ควำมจำ หมายถึง ความสามารถในการระลึกหรือ

ท่องจาไดใ้ นเน้ือหาต่างๆที่ไดร้ ับจากการจดั กิจกรรมเสริมการ

เรียนรู้

2) ด้ำนควำมเข้ำใจ หมายถึง ความสามารถในการจบั ใจความ

สาคญั การแปลผลจากตวั เลข การสรุปความคิดรวบยอดของ

เน้ือหาต่างๆ ท่ีไดร้ ับจากการจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้

3) ด้ำนกำรนำไปใช้ หมายถึง ความสามารถในการนาความรู้ไป

ปรับใชใ้ นสถานการณ์ใหม่ได้

4) ด้ำนกำรวิเครำะห์ หมายถึง ความสามารถในการแยกแยะ

เน้ือหาตา่ งๆ ใหเ้ ป็นองคป์ ระกอบเลก็ ๆ เขา้ ใจถึงการเช่ือมโยง

เน้ือหาส่วนตา่ งๆได้

ความ ู้รความจา 51
ความเข้าใจ
การนาไปใช้ข้นั ที่ 2 กำรกำหนดเกณฑ์กำรประเมิน
การวิเคราะ ์ห
กาหนดรายการประเมินผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน จากนิยามเชิงปฏิบตั ิการในข้นั ที่ 1 โดยวิเคราะห์จาก
รวมตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
ตำรำงที่ 2 เกณฑ์กำรประเมนิ

ระดบั พฤติกรรม

ตวั ช้ีวดั

1. อธิบายการโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทิตยด์ ว้ ยแรงโนม้ - - 1 2 3
ถว่ งจากสมการ F = (Gm1m2)/r2
2. สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการเกิดฤดู และการเคล่ือนท่ีปรากฏ 1 1 - 2 4
ของดวงอาทิตย์
3. สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการเกิดขา้ งข้ึนขา้ งแรม
การเปล่ียนแปลงเวลาการข้ึนและตกของดวงจนั ทร์ และการเกิด 2 1 1 1 5
น้าข้นึ น้าลง

ข้นั ท่ี 3 กำรจัดทำร่ำงแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียน

จดั ทาร่างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดยใช้เกณฑ์การประเมินในข้นั ท่ี 2 ซ่ึงระดับ
พฤติกรรมในด้านพุทธิพิสัย ได้แก่ ดา้ นความรู้ความจา ดา้ นความเขา้ ใจ ดา้ นการนาไปใช้ และด้านการ
วิเคราะห์ เม่ือไดแ้ บบร่างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน แลว้ นาไปเสนอต่ออาจารยท์ ่ีปรึกษาเพ่ือ
ตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหาของรายการแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน จากน้นั นาแบบประเมิน
มาปรับปรุงแกไ้ ข

52

ข้ันท่ี 4 กำรตรวจสอบคุณภำพของเคร่ืองมือ

นาเคร่ืองมือที่ปรับปรุงแกไ้ ขและโครงร่างวิจยั ใหผ้ ทู้ รงคุณวฒุ ิจานวน 3 ท่าน ตรวจสอบความตรง
เชิงเน้ือหาของรายการประเมิน โดยกาหนดเกณฑค์ ดั เลือกผทู้ รงคุณวุฒิ ดงั น้ี ผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นเน้ือหาสาระ
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฟิ สิกส์) จานวน 2 ทา่ น 3) ผเู้ ช่ียวชาญดา้ นเน้ือหาสาระ กลุม่ สาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์ (ทว่ั ไป) จานวน 1 ท่าน แลว้ นาความคิดเห็นของผทู้ รงคุณวุฒิท้งั หมดมาหาค่าดชั นีความ
สอดคลอ้ ง (Index of Item Objectives Congruence : IOC) โดยกาหนดเกณฑก์ ารพจิ ารณาดงั น้ี

+1 หมายถึง แน่ใจวา่ ขอ้ คาถามน้นั สอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมที่กาหนด
0 หมายถึง ไม่แน่ใจวา่ ขอ้ คาถามน้นั สอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมท่ีกาหนด
-1 หมายถึง แน่ใจวา่ ขอ้ คาถามน้นั ไม่สอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมที่กาหนด

จากน้นั นาความคิดเห็นของผูเ้ ชี่ยวชาญมาหาคา่ IOC แปลความหมายโดยใชเ้ กณฑ์ ดงั น้ี
ค่า IOC ต้งั แต่ 0.50 - 1.00 มีคา่ ความเที่ยงตรง ใชไ้ ด้
ค่า IOC ต่ากวา่ 0.50 มีคา่ ความเท่ียงตรง ตอ้ งปรับปรุง ยงั ใชไ้ ม่ได้

เม่ือได้รับการพิจารณาแบบทดสอบจากผูท้ รงคุณวุฒิแล้ว ผูว้ ิจัยทาการปรับปรุงแบบทดสอบ
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนแลว้ นาเคร่ืองมือดงั กล่าวไปใชก้ บั กลุ่มตวั อยา่ ง

กำรเกบ็ รวบรวมข้อมูล

ผทู้ าการวิจยั ดาเนินการเก็บรวบรวมขอ้ มูล ดงั ข้นั ตอนตอ่ ไปน้ี

1) ผทู้ าวิจยั พฒั นาเคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มลู
2) ลงมือทาปฏิบัติการวิจยั กับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนสันป่ าตองวิทยาคม จังหวดั

เชียงใหม่ จานวน 37 คน โดยให้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียน
เร่ือง ระบบสุริยะของเรา
3) จดั การเรียนการสอนในรายวิชา วิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว23102 เรื่อง ระบบสุริยะของเรา จานวน 12
คาบ คาบละ 50 นาที
4) จดั กิจกรรมเสริมการเรียนการสอน โดยใหผ้ เู้ รียนทาผงั กราฟิ ก เรื่อง โนม้ ถว่ งระหวา่ งดวงอาทิตยก์ บั
ดาวบริวาร และ เรื่อง ปรากฏการณ์ท่ีเกิดจากการเคลื่อนที่ของโลกรอบดวงอาทิตย์และปรากฏการณ์
ท่ีเกิดจากปฏิสมั พนั ธ์ระหวา่ งดวงอาทิตย์ โลก และดวงจนั ทร์ เมื่อสอนเร่ืองน้นั ๆเสร็จสิ้น ตามลาดบั

53

5) จดั กิจกรรมเสริมการเรียนการสอน โดยโปรแกรม Kahoot เรื่อง โนม้ ถ่วงระหวา่ งดวงอาทิตยก์ บั ดาว
บริวาร เร่ือง ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของโลกรอบดวงอาทิตยแ์ ละ เรื่องปรากฏการณ์ท่ี
เกิดจากปฏิสัมพนั ธร์ ะหวา่ งดวงอาทิตย์ โลก และดวงจนั ทร์ เมื่อผูเ้ รียนทาผงั กราฟิ กเรื่องน้นั ๆ เสร็จ
สิ้น ตามลาดบั

6) ใหผ้ เู้ รียนทาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียน เร่ือง ระบบสุริยะของเรา
7) ผูท้ าวิจยั เก็บรวบรวมขอ้ มูลแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรียน เรื่อง

ระบบสุริยะของเราและวิเคราะหข์ อ้ มูลดว้ ยวิธีการทางสถิติ

โดยมีรายละเอียดของข้นั ตอนการดาเนินวิจยั มีดงั ตาราง น้ี

ตำรำงที่ 3 ข้ันตอนกำรดำเนินวิจัย

กำรดำเนนิ กำร ช่วงเวลำ ผลผลติ
เกบ็ ขอ้ มูลก่อนวิจยั 1 กรกฎาคม -22 พฤศจิกายน 2563 ขอ้ มูลก่อนวจิ ยั
การสร้างเครื่องมือ 1-10 มกราคม 2564 เครื่องมือท่ีใชใ้ นการทาวิจยั
ลงมือปฏิบตั ิการวิจยั 1-15 กมุ ภาพนั ธ์ 2564 ขอ้ มูลระหวา่ งการทาวจิ ยั
วิเคราะหข์ อ้ มลู 16-20 กมุ ภาพนั ธ์ 2564 ขอ้ มลู สาหรับการวิเคราะห์
เขียนรายงานการวจิ ยั 21 – 25 กุมภาพนั ธ์ 2564 รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณ์

54

กำรวิเครำะห์ข้อมูล

การวเิ คราะห์ขอ้ มูลแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนท่ี 1 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลเพ่ือตรวจสอบคุณภาพ
และส่วนที่ 2 การวเิ คราะหข์ อ้ มูลจากแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรียน

ส่วนที่ 1 การวิเคราะหข์ อ้ มูลเพือ่ ตรวจสอบคุณภาพ มีรายละเอียด ดงั น้ี

การวิเคราะห์ความตรงเชิงเน้ือหาของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง ระบบ
สุริยะของเรา โดยพจิ ารณาจากดชั นีความสอดคลอ้ งระหวา่ งขอ้ คาถามกบั นิยามเชิงปฏิบตั ิการ (Index of Item
Objectives Congruence : IOC)

IOC = ∑R
n
เม่ือ IOC แทน ดชั นีความสอดคลอ้ งระหวา่ งขอ้ สอบกบั จุดประสงค์

ΣR แทน ผลรวมของคะแนนความคดิ เห็นของผเู้ ช่ียวชาญ

n แทน จานวนผเู้ ช่ียวชาญ

ส่วนที่ 2 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลจากแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรียน

การวิเคราะห์ขอ้ มูลจากแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรียน
เร่ือง ระบบสุริยะของเรา โดยใชค้ ่าเฉลี่ย (x)̅ และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.)

ค่ำเฉลย่ี (Mean) โดยคานวณจากสูตร

x=̅ ∑x
N
เมื่อ x̅ แทน ค่าเฉลี่ยของคะแนน

∑ x แทน ผลรวมของขอ้ มูลท้งั หมด

N แทน จานวนของขอ้ มูลท้งั หมด

ค่ำส่วนเบ่ยี งเบนมำตรฐำน (Standard Deviation) โดยคานวณจากสูตร

S.D.=√n ∑ x2 -(∑ x)2
n(n-1)

เมื่อ S.D. แทน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
X แทน ค่าคะแนน

N แทน จานวนคะแนนในกลุ่ม
Σ แทน ผลรวมของขอ้ มูล

55

บทที่ 4
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

การวิจยั คร้ังน้ีเป็นการวิจยั เรื่องการพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษา
ปี ที่ 3 โดยการจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ดว้ ยเทคนิคผงั กราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot! โดยมีวตั ถุประสงค์เพอ่ื
ศึกษาผลของการจัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ด้วยเทคนิคผงั กราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot! ต่อผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนของนกั เรียนการนาเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู แบ่งเป็น 3 ตอน ไดแ้ ก่ ตอนท่ี 1 การวิเคราะห์ขอ้ มูล
พ้ืนฐานของกลุ่มประชากรในการวิจยั ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ก่อนเรียนและหลงั
เรียนของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 โดยการจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ดว้ ยเทคนิคผงั กราฟิ ก และโปรแกรม
Kahoot! และตอนท่ี 3 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลเชิงคุณภาพผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี
3 หลงั การจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ดว้ ยเทคนิคผงั กราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot! โดยมีรายละเอียดแต่ละตอน
ดงั ต่อไปน้ี

ตอนที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลพืน้ ฐานของประชากรในการวิจยั
กลุ่มเป้าหมายในการทาวิจยั คร้ังน้ี ไดแ้ ก่ นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 จานวนท้งั หมด 37 คน โดยเป็ น

เพศชายจานวน 10 คน (คดิ เป็นร้อยละ 27.03) และเพศหญิงจานวน 27 คน (คิดเป็นร้อยละ 72.97) รายละเอียดดงั
ภาพท่ี 21 และตารางที่ 4
ตารางท่ี 4 ข้อมูลพื้นฐานของประชากรในการวิจยั

เพศ จานวน ร้อยละ
ชาย 10 27.03
หญิง 27 72.97

56

ภาพที่ 21 ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มเป้าหมายในการวจิ ยั

30
20
10
0

เพศ
เพศหญิง เพศชาย

ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษา

ปี ท่ี 3 โดยการจดั กจิ กรรมเสริมการเรียนรู้ ด้วยเทคนคิ ผังกราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot!
ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ก่อนเรียนและหลงั เรียนของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3

โดยการจัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ด้วยเทคนิคผังกราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot! พบว่า คะแนนจาก
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิก่อนเรียนมีค่าเฉล่ีย 4.81 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.76 คะแนนจากแบบทดสอบ
วดั ผลสัมฤทธ์ิหลงั เรียนมีคา่ เฉลี่ย 6.45 มีคา่ ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.57 ซ่ึงค่าเฉล่ียของผลสมั ฤทธ์ิหลงั เรียนมีค่า
มากกวา่ คา่ เฉลี่ยของผลสมั ฤทธ์ิก่อนเรียน เป็นไปตามสมมติฐาน ดงั ภาพที่ 22 และ ตารางที่ 5

ตารางท่ี 5 ผลการเปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน ก่อนเรียนและหลงั เรียน

ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน จานวน คะแนนเตม็ คะแนนเฉลยี่ S.D.
นักเรียน
1.76
ก่อนเรียน 37 12 4.81 1.57

หลงั เรียน 37 12 6.45

57

ภาพที่ 22 ผลการเปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน ก่อนเรียนและหลงั เรียน

ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน

8

6

4

2

0 หลงั เรียน
ก่อนเรียน

ค่าเฉลี่ย S.D.

58

ผลการเปรียบเทียบการทาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนรายขอ้ พบว่า มีขอ้ สอบ
จานวน 3 ขอ้ ที่มีจานวนผทู้ ่ีตอบถูกมากกวา่ และมีขอ้ สอบจานวน 9 ขอ้ ท่ีมีจานวนผทู้ ี่ตอบผิดมากกว่า ดงั ภาพท่ี
23 และ ตารางที่ 6

ตารางท่ี 6 ผลการเปรียบเทยี บการทาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนหลงั เรียนรายข้อ

ข้อท่ี รายละเอยี ดแบบทดสอบ จานวนผ้ตู อบ
ถกู ผดิ

(การวเิ คราะห์,ตชว.1)

การปล่อยดาวเทียมให้โคจรรอบดาวเคราะห์จะเกิดแรง

ดึงดูดระหว่างดาวเทียมกับดาวเคราะห์น้ัน แรงดึงดูดน้ี

ข้ึนอยกู่ บั ปริมาณอะไรบา้ ง

A. ระยะทางระหวา่ งดาวเคราะห์กบั ดาวเทียม

B. มวลของดาวเทียม 4 33

C. มวลของดาวเคราะห์

D. ขนาดความเร่งโนม้ ถ่วงของดาวเคราะห์และ

ดาวเทียม

ก. A และ D

1 ข. ข. A และ B
ค. B และ C

ง. A B และ C

ข้อท่ี รายละเอยี ดแบบทดสอบ 59
จานวนผ้ตู อบ
(การนาไปใช,้ ตชว.1) ถกู ผดิ

จรวดลาหน่ึงปล่อยจากพ้ืนโลกเพื่อออกไปยงั นอกโลกที่ 7 30

ระดับความสูง 10,000 กิโลเมตร ที่ระดับความสูงน้ี 13 24

น้าหนกั ของจรวดมีคา่ เป็นอยา่ งไร

ก. น้าหนกั จรวดเท่าเดิมเน่ืองจากเป็นจรวดลาเดิม

2 ข. น้าหนกั จรวดเพ่ิมข้ึนเนื่องจากจรวดมีความเร็ว

เพิม่ มากข้ึน

ค. น้าหนกั จรวดลดลงเน่ืองจากอยใู่ นบริเวณที่ไม่มี

ความดนั อากาศ

ง. น้ าหนักจรวดลดลงเน่ืองจากอยู่ห่างจากจุด

ศนู ยก์ ลางของโลกมากข้ึน

(การนาไปใช,้ ตชว.1)

ถา้ มวลดวงจนั ทร์เป็ น 1 เท่าของมวลโลก และมีรัศมี

80

เป็ น 1 ของรัศมีโลก วตั ถุท่ีตกอย่างอิสระบนดวงจนั ทร์

4

จะมีขนาดความเร่งโนม้ ถ่วงเป็นกี่เท่าของวตั ถุท่ีตกอย่าง

อิสระบนโลก

ก. 1 เท่า
6
ข. 1 เทา่
3
5

ค. 5 เท่า

ง. 6 เทา่

ข้อท่ี รายละเอยี ดแบบทดสอบ 60
จานวนผู้ตอบ
4 (ความเขา้ ใจ, ตชว.2) ถูก ผดิ
ขอ้ ใดเป็นสาเหตุของการเกิดฤดูกาลตา่ งกนั บนโลก 22 15
E. แกนหมุนของโลกส่าย
F. แกนหมุนของโลกเอียง 13 24
G. พ้ืนที่ตา่ ง ๆ บนโลกมีละติจูดต่างกนั
H. วงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตยเ์ ป็นวงรี
ก. A และ C
ข. B และ C
ค. C และ D
ง. A และ D
(ความจา, ตชว.3)
ข้อความใดต่อไปน้ีอธิบายเก่ียวกับวันข้ึน 15 ค่า ได้
ถูกตอ้ ง
ก. ดวงจนั ทร์โคจรมาต้งั ฉากระหว่างโลกกับดวง
อาทิตย์ เวลาเที่ยงคนื ดวงจนั ทร์มีตาแหน่งอยทู่ าง
ขอบฟ้าตะวนั ออก
ข. โลกมีตาแหน่งอยู่กลางระหว่างดวงจนั ทร์และ
ดวงอาทิตย์ เวลาเที่ยงคืนดวงจนั ทร์มีตาแหน่งอยู่
ทางขอบฟ้าตะวนั ตก

5 ค. ดวงจนั ทร์มีตาแหน่งอยู่กลางระหว่างโลกและ
ดวงอาทิตย์ เวลาเที่ยงคืนดวงจนั ทร์มีตาแหน่งอยู่
เหนือศีรษะ

ง. โลกมีตาแหน่งอยู่กลางระหว่างดวงจนั ทร์และ
ดวงอาทิตย์ เวลาเที่ยงคนื ดวงจนั ทร์มีตาแหน่งอยู่
เหนือศีรษะ

ข้อท่ี รายละเอยี ดแบบทดสอบ 61
จานวนผ้ตู อบ
6 (ความจา, ตชว.2,3) ถูก ผดิ
ข้อใดต่อไปน้ีไม่เกี่ยวข้องกับการท่ีโลกโคจรรอบดวง 23 14
อาทิตยใ์ นลกั ษณะท่ีแกนโลกเอียง
ก. การเกิดฤดูกาล 17 20
ข. การเกิดน้าเกิดน้าตาย
ค. การเปล่ียนตาแหน่งการข้ึนและตกของดวง 12 25
อาทิตย์
ง. ระยะเวลาช่วงกลางวนั ไม่เท่ากบั ระยะเวลาช่วง
กลางคนื
(การนาไปใช,้ ตชว.2)
ถา้ วนั ที่ 21 มีนาคม และ 23 กนั ยายน ดวงอาทิตยข์ ้ึนและ
ตกตรงกบั ทิศตะวนั ออกและทิศตะวนั ตกพอดี วนั ในขอ้
ใดดวงอาทิตยจ์ ะข้ึนทางทิศตะวนั ออกเฉียงไปทางใตม้ าก

7 ที่สุด
ก. 10 มกราคม
ข. 15 มกราคม
ค. 10 ธนั วาคม
ง. 25 ธนั วาคม

(ความเขา้ ใจ, ตชว.3)
ขอ้ ใดเป็ นผลเน่ืองมาจากการที่อตั ราการหมุนรอบตวั เอง
ของดวงจนั ทร์เท่ากับอตั ราการหมุนของดวงจนั ทร์รอบ
โลก
8 ก. การเกิดขา้ งข้ึนขา้ งแรม

ข. ดวงจนั ทร์หนั เขา้ หาโลกเพยี งดา้ นเดียว
ค. ดวงจนั ทร์มีขนาดปรากฏไมเ่ ท่ากนั ในแตล่ ะวนั
ง. ดวงจนั ทร์ข้ึนทางทิศตะวนั ออกและตกทางทิศ

ตะวนั ตก

ข้อที่ รายละเอยี ดแบบทดสอบ 62
จานวนผ้ตู อบ
9 (การนาไปใช,้ ตชว.2,3) ถูก ผดิ
วนั ข้ึน 2 ค่า ดวงจันทร์จะอยู่กลางท้องฟ้าและตกเวลา 18 19
เท่าใด
ก. 07:40 น. และ 13:40 น. 13 24
ข. 05:40 น. และ 11:40 น.
ค. 13:40 น. และ 19:40 น. 34 3
ง. 03:40 น. และ 09:40 น.

(การนาไปใช,้ ตชว.2,3)

ถา้ นกั บินอวกาศนายานอวกาศไปลงจอดบริเวณเส้นศูนย์

สูตรของดวงจนั ทร์ตรงตาแหน่งที่ห่างจากโลกมากที่สุด

ซ่ึงเป็นวนั แรม 8 ค่า และอยทู่ ี่ตาแหน่งน้นั 1 เดือน นกั บิน

10 อวกาศจะเห็นโลกและดวงอาทิตยอ์ ยา่ งไร

ก. ไม่เห็นโลก 15 วนั แรก

ข. ไมเ่ ห็นดวงอาทิตยแ์ ละโลกเลย

ค. เห็นดวงอาทิตยต์ ลอดเวลา แต่ไม่เห็นโลกเลย

ง. เห็นดวงอาทิตย์ 15 วนั แรก แตไ่ มเ่ ห็นโลกเลย

(การวเิ คราะห์, ตชว. 2,3)

ปรากฏการณ์ใดไม่ไดเ้ กิดจากปฏิสัมพนั ธ์ของโลก ดวง

จนั ทร์ และดวงอาทิตย์

ก. ขา้ งข้ึนขา้ งแรม

11 ข. การเกิดลูกเห็บ
ค. น้าข้ึนน้าลง

ง. ฤดูกาล

63

ข้อท่ี รายละเอยี ดแบบทดสอบ จานวนผู้ตอบ
ถูก ผดิ
(ความจา, ตชว.3)
15 22
แรงใดมีผลในการเกิดน้าข้ึนน้าลง

ก. เฉพาะแรงดึงดูดจากดวงจนั ทร์เทา่ น้นั

12 ข. เฉพาะแรงดึงดูดจากดวงอาทิตยเ์ ทา่ น้นั
ค. ส่วนใหญ่เป็ นผลจากแรงดึงดูดจากดวงจนั ทร์

และแรงดึงดูดจากดวงอาทิตยเ์ ลก็ นอ้ ย

ง. ส่วนใหญ่เป็ นผลจากแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์

และแรงดึงดูดจากดาวเคราะหเ์ ลก็ นอ้ ย

ภาพท่ี 23 ผลการเปรียบเทียบการทาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนรายข้อ

ผลการเปรียบเทยี บการทาแบบทดสอบรายข้อ
40
30
20
10
0

ขอ้ ท่ี 1 ขอ้ ท่ี 2 ขอ้ ท่ี 3 ขอ้ ที่ 4 ขอ้ ที่ 5 ขอ้ ท่ี 6 ขอ้ ท่ี 7 ขอ้ ที่ 8 ขอ้ ท่ี 9 ขอ้ ที่ 10 ขอ้ ท่ี 11 ขอ้ ท่ี 12

ถูก ผดิ

64

ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 หลัง
การจัดกจิ กรรมเสริมการเรียนรู้ ด้วยเทคนิคผังกราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot!

จากการทาวจิ ยั คร้ังน้ีแสดงใหเ้ ห็นผลวา่ หลงั จากการจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ดว้ ยเทคนิคผงั กราฟิ ก
3.1 ผเู้ รียนไดม้ ีการทบทวนบทเรียน โดยมีการสรุปองคค์ วามรู้ผา่ นผงั กราฟิ ก ซ่ึงนกั เรียนบางส่วนท่ีทา
ผงั กราฟิ กดว้ ยตนเองจะมีความเขา้ ใจบทเรียน สามารถแยกแยกองคป์ ระกอบของเน้ือหา เขา้ ใจภาพรวม และและ
โปรแกรม Kahoot! สามารถพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 ได้ เน่ืองจาก
สามารถเช่ือมโยงรายละเอียดต่างๆ เขา้ ดว้ ยกนั ได้ ทาให้ผูเ้ รียนดงั กล่าวสามารถทาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนไดด้ ี รวมท้งั ยงั สามารถทาแบบทดสอบในโปรแกรม Kahoot ไดด้ ีดว้ ย แตก่ ็มีผเู้ รียนหลายคนที่ไม่ได้
ทาผงั สรุปกราฟิ กดว้ ยตนเอง ทาใหผ้ เู้ รียนดงั กล่าวขาดองคค์ วามรู้ท่ีถกู ตอ้ ง และขาดความเขา้ ใจเช่นกนั

ภาพท่ี 24 ผลงานของผ้เู รียนทไี่ ม่ได้ทาด้วยตนเอง (1)

65

ภาพที่ 25 ผลงานของผ้เู รียนทีไ่ ม่ได้ทาด้วยตนเอง (2)

3.2 ผเู้ รียนส่วนใหญย่ งั ไมเ่ ขา้ ใจในรูปแบบของผงั กราฟิ ก โดยในการทาสรุป ผเู้ รียนจะเขยี นสรุปในส่วน
ของเน้ือหาท่ีสาคญั แต่ขาดการทาเน้ือหาส่วนต่างๆมาเช่ือมโยงกนั อาจทาให้ผูเ้ รียนมีระดบั พฤติกรรมอยู่แค่ใน
ระดบั รู้จาเทา่ น้นั

66

ภาพท่ี 26 ผลงานของผ้เู รียนที่ขาดความเข้าใจในรูปแบบผังกราฟิ ก

3.3 การใชโ้ ปรแกรม Kahoot เนื่องจากว่าเป็ นการทบทวนบทเรียนด้วยแบบทดสอบปรนยั อาจทาให้
ผเู้ รียนหลายคนท่ีขาดการทบทวนเน้ือหามาก่อน หรือไม่ไดท้ าแบบสรุปผงั กราฟิ กดว้ ยตนเอง ใชก้ ารสุ่มคาตอบ
ในการทบทวนแบบทดสอบผา่ นโปรแกรม Kahoot แต่ละคร้ัง แต่ปฏิกิริยาของผเู้ รียนบางส่วนในห้องมีทา่ ทีท่ีนึก
ได้ หรื อรู้คาตอบของแบบทดสอบในโปรแกรม Kahoot ที่ข้ึนฉายอยู่บนจอโปรเจคเตอร์หน้าช้ันเรียน
ซ่ึงพฤติกรรมของนกั เรียนส่วนน้ีขณะทาการสอน ผเู้ รียนมีความต้งั ใจและสนใจต่อการจดั การเรียนการสอนของ
ครูผสู้ อน นอกจากน้นั แลว้ ยงั มีการทาแบบฝึกหดั ทบทวนดว้ ยตนเอง โดยผเู้ รียนส่วนน้ีสามารถต้งั คาถามท่ีตนเอง
สนใจหรือสงสัยในบทเรียนได้ และผูเ้ รียนส่วนน้ีจะส่งชิ้นงานของสรุปผงั กราฟิ กตรงเวลาทุกคร้ัง ซ่ึงแสดงถึง
ความรับผิดชอบ เอาใจใส่และการทาชิ้นงานดว้ ยตนเอง

67

บทท่ี 5

สรุปผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ

ช่ือเร่ืองวิจยั การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 โดยการจัด
กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ดว้ ยเทคนิคผงั กราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot! มีวตั ถุประสงคก์ ารวิจยั เพื่อศึกษาผล
ของการจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ด้วยเทคนิคผงั กราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot! ต่อผลสัมฤทธ์ิทาง
การเรียนของนกั เรียน

กลุ่มตัวอย่างคือนักเรี ยนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรี ยนสันป่ าตองวิทยาคม ตาบลยุหว่า
อาเภอสนั ป่ าตอง จงั หวดั เชียงใหม่ จานวน 37 คน ดาเนินการเกบ็ วิจยั 1 คร้ัง

นวตั กรรมในการทาวิจัยคร้ังน้ี คือการจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ด้วยเทคนิคผงั กราฟิ ก และ
โปรแกรม Kahoot! ผวู้ ิจยั พฒั นามาจากการศึกษาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจยั ท่ีเก่ียวขอ้ งหลกั ทฤษฎี
การเรียนรู้ที่ใช้การจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ดว้ ยเทคนิคผงั กราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot! โดยเครื่องมือ
วิจยั มี 1 ฉบบั คือ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เร่ือง ระบบสุริยะของเรา เป็ นขอ้ สอบปรนัย 4
ตวั เลือก จานวน 12 ขอ้

ข้ันตอนการดาเนินการ ผูท้ าวิจยั ได้ดาเนินการโดยให้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทาง
การเรียนรายบคุ คล ใชร้ ะยะเวลาในดาเนินการ 50 นาที

ขอ้ มูลพ้ืนฐานของกลุ่มตวั อย่างในการวิจยั มีจานวน 37 คน เป็ นนักเรียนเพศชายจานวน 10 คน
นักเรียนหญิงจานวน 27 คน ช้ันมัธยมมัธยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนสันป่ าตองวิทยาคม ตาบลยุหว่า
อาเภอสนั ป่ าตอง จงั หวดั เชียงใหม่ กลุ่มตวั อยา่ งในการวจิ ยั มีค่าเฉล่ียของผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน เทา่ กบั 6.45
คะแนน

สรุปผลการวจิ ัย

จากการวิเคราะห์ข้อมูล หลังจากการจัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ด้วยเทคนิคผงั กราฟิ ก และ
โปรแกรม Kahoot! ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 โรงเรียนสันป่ าตองวิทยาคม จงั หวดั เชียงใหม่ จานวน
37 คน พบว่าผเู้ รียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนที่ดีข้ึน โดยคะแนนจากแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิก่อนเรียนมี
ค่าเฉลี่ย 4.81 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.76 คะแนนจากแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิหลงั เรียนมีค่าเฉล่ีย
6.45 มีค่าส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.57 ซ่ึงค่าเฉลี่ยของผลสัมฤทธ์ิหลังเรียนมีค่ามากกว่าค่าเฉล่ียของ
ผลสัมฤทธ์ิก่อนเรียน เป็นไปตามสมมติฐาน

68

อภิปรายผลการวจิ ยั

จากศึกษาผลของการพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3
โดยการจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ดว้ ยเทคนิคผงั กราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot! โดยใชเ้ ครื่องมือวดั คือ
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เร่ือง ระบบสุริยะของเรา เป็นขอ้ สอบปรนยั 4 ตวั เลือก จานวน 12
ขอ้ จากค่าเฉล่ียผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนมีค่าเท่ากบั 6.45 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.57 ค่าเฉล่ีย
วดั ผลสัมฤทธ์ิก่อนเรียนมีค่าเท่ากับ 4.81 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.76 พบว่าการจดั กิจกรรมเสริม
การเรียนรู้ ด้วยเทคนิคผงั กราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot! ทาให้ผูเ้ รียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ท่ีดีข้ึน
เป็นไปตามสมมติฐานวิจยั โดยผลการวิจยั สอดคลอ้ งกบั งานวิจยั ของกรีกานต์ คาขาว, วีระศกั ด์ิ ชมภูคาและ
พิชญ์สินี ชมภูคา เพื่อศึกษาผลการเรียนรู้ของนักเรียนท่ีได้จากการเรียนชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้
กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยาและผงั กราฟิ ก ของนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2ในด้านความรู้ ทักษะ
กระบวนการ และคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ทางคณิตศาสตร์ ซ่ึงมีผลการเรียนรู้ท้งั ดา้ นความรู้และทกั ษะ
กระบวนการหลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียนอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .01 และมีผลการเรียนรู้เฉลี่ยร้อยละ
69.95 ซ่ึงสูงกว่าเกณฑเ์ ฉล่ียร้อยละ 65 ที่กาหนดไว้ และยงั สอดคลอ้ งกบั ผลการวิจยั ของอยา่ งมีนยั สาคญั ทาง
สถิติที่ระดบั .01 ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั น้าออ้ ย ไกรภมู ิ, ชนวฒั น์ ตนั ติวรานุรักษ์ และเชษฐ์ ศิริสวสั ด์ิ ไดศ้ ึกษาโดย
ทาการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน การคิดวิเคราะห์ และความคงทนในการเรียนรู้ เร่ือง ระบบ
หมุนเวียนเลือด ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 1 โดยการจดั การเรียนรู้แบบวฏั จกั รสืบเสาะหาความรู้ 7 ข้นั
ร่วมกบั ผงั มโนทศั น์ กับการจดั การเรียนรู้แบบปกติ ผลการวิจยั พบว่า นักเรียนที่ไดร้ ับการจดั การเรียนรู้
แบบวฏั จกั รสืบเสาะหาความรู้ 7 ข้นั ร่วมกบั ผงั มโนทศั น์มีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนสูงกว่านกั เรียน
ท่ีไดร้ ับการจดั การเรียนรู้แบบปกติอย่างมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 เช่นกนั และสอดคลอ้ งกบั Allan
Renaldi Saputro, Basori และ Cucuk Wawan Budiyanto ได้นาเทคนิคผงั กราฟิ กมาพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทาง
การเรียน ภายใตต้ วั แปรทฤษฎีของบลูม โดยผลการวิจยั พบว่า คะแนนทดสอบหลงั เรียนสูงกว่าคะแนน
ทดสอบก่อนเรียน นอกจากน้ีแลว้ ยงั สอดคล้องกับงานวิจยั ของพรรณี อุ่นละมา้ ยและ เดช บุญประจักษ์
ได้เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เร่ือง อัตราส่วนตรีโกณมิติ ของนักเรียนช้ัน
มธั ยมศึกษาปี ที่ 4 หลงั การจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ โดยใชโ้ ปรแกรม Kahoot ผลการวจิ ยั พบวา่ ผลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4 หลงั การจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ โดยใช้
โปรแกรม Kahoot สูงกวา่ เกณฑร์ ้อยละ 70 อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .01 และยงั สอดคลอ้ งกบั Papia

69

Bawa ไดศ้ ึกษาการนาโปรแกรม Kahoot มาประยุกตใ์ ชใ้ นการจดั การเรียนการสอน ผลการวิจยั พบวา่ ผเู้ รียน
ร้อยละ 96 มีประสิทธิภาพของผเู้ รียนและผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนท่ีสูงข้ึน

หลงั จากการจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ดว้ ยเทคนิคผงั กราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot! พบวา่ ผเู้ รียน
มีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนท่ีดีข้ึน เน่ืองจากผเู้ รียนไดม้ ีการทบทวนบทเรียนผา่ นผงั กราฟิ ก ซ่ึงการใชผ้ งั กราฟิ ก
เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้มีพ้ืนฐานมาจากทฤษฎีการเรียนรู้ 4 ประการดว้ ยกนั การแยกแยะขอ้ มลู เพือ่ ใหเ้ ห็น
องค์ประกอบหลกั ที่เช่ือมโยงกนั อยู่อย่างชดั เจนสามารถช่วยให้ผูเ้ รียนเกิดการเรียนรู้มโนทศั น์ได้ง่ายข้ึน
ทาให้ผเู้ รียนมีการจดั โครงสร้างความรู้ไวอ้ ย่างเป็นระบบระเบียบ จะช่วยเรียกความรู้เดิม ท่ีอย่ใู นโครงสร้าง
ทางปัญญาออกมาใชเ้ ช่ือมโยงกับความรู้ใหม่ไดง้ ่ายข้ึน และผงั กราฟิ กท่ีแสดงให้เห็นถึงองคป์ ระกอบหลกั
ของเรื่อง มีลกั ษณะเป็นภาพหรือขอ้ ความส้นั ๆ ซ่ึงง่ายต่อการที่สมองจะจดจามากกวา่ ขอ้ ความท่ีติดต่อกนั ยดื
ยาว (Bromley, De Vitis & Modlo, 1995) แตก่ ารทาผงั กราฟิ กน้นั จาเป็นจะตอ้ งใชเ้ วลาในการทบทวนเน้ือหา
เขียนสรุป และวาดภาพประกอบในส่วนต่างๆ การกาหนดระยะให้ผูเ้ รียนส่งชิ้นงานภายในคาบเรียนจึง
เป็นไปไดย้ าก ดว้ ยเหตุผลน้ีจึงเป็ นโอกาสให้ผูเ้ รียนบางส่วนลอกชิ้นงานของเพ่ือน ทาให้ไม่เกิดการพฒั นา
องคค์ วามรู้ได้ และส่งผลใหผ้ ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนไม่เกิดการเปล่ียนแปลงในทางที่ดีข้ึน

หลังจากที่ผูเ้ รียนทาสรุปผงั กราฟิ กเรียบร้อยแล้ว จึงจัดกิจกรรมทบทวนความรู้ด้วยโปรแกรม
Kahoot! ซ่ึงองค์ประกอบภายในการร่วมกิจกรรมแต่ละคร้ัง จะเป็ นหัวข้อและสาระสาคัญของเน้ือหา
หากผูเ้ รียนท่ีต้งั ใจในการเขา้ ร่วมกิจกรรม และฟังเฉลยของจะเขา้ ใจนโนทศั น์ของเน้ือหาท่ีถูกตอ้ ง และมี
คะแนนผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนที่ดีข้ึน แต่ในการใชโ้ ปรแกรม Kahoot! ไม่สามารถทาใหผ้ เู้ รียนทุกคนสนใจ
ในบทเรียนได้ ซ่ึงระยะเวลาในการตอบคาถามจะมีผลการนับคะแนนเพ่ือเรียงลาดบั และแบบฝึ กหัดใน
โปรแกรม Kahoot! เป็ นแบบขอ้ สอบปรนยั ทาให้มีผูเ้ รียนส่วนใหญ่สุ่มเลือกคาตอบบ่อยคร้ัง นอกจากน้ัน
แลว้ ผเู้ รียนส่วนใหญ่ชอบในการแข่งขนั และความสนุกสนานของโปรแกรม Kahoot! เท่าน้นั จึงสนใจเพียง
แค่การตอบถูกหรือผิดในแตข่ อ้ และมกั ส่งเสียงดงั หลงั จากที่มีการเฉลยคาตอบบนจอโปรเจคเตอร์ เมื่อผสู้ อน
อธิบายคาตอบที่ถูกต้องหลังการทาแบบฝึ กหัด ผูเ้ รียนท่ีไม่ฟังหรือไม่ได้สนใจจะไม่ได้รับการแก้ไข
องคค์ วามรู้ หรือมโนทศั น์ที่ไม่ถูกตอ้ ง จึงทาใหไ้ ม่เกิดการพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนได้

70

ข้อเสนอแนะจากการวจิ ัย

จากการวิจยั เรื่อง การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 โดยการจดั
กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ด้วยเทคนิคผงั กราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot! โรงเรียนสันป่ าตองวิทยาคม
ตาบลยหุ วา่ อาเภอสันป่ าตอง จงั หวดั เชียงใหม่ ผวู้ ิจยั ไดน้ าเสนอขอ้ เสนอแนะโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่
1 ขอ้ เสนอแนะในการนาผลวิจยั ไปใช้ และ ส่วนที่ 2 ขอ้ เสนอแนะในการทาวจิ ยั คร้ังต่อไป

1. ข้อเสนอแนะในการนาผลวจิ ยั ไปใช้

จากผลการวิจยั พบว่าการพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3
โดยการจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ด้วยเทคนิคผงั กราฟิ ก และโปรแกรม Kahoot! ผูเ้ รียนควรมีทักษะ
การคิดวเิ คราะห์ และการสรุปความมาก่อนในระดบั หน่ึง ครูผสู้ อนควรตรวจชิ้นงานผงั กราฟิ กอยา่ งละเอียด
เพ่ือที่ผูเ้ รียนจะไดพ้ ฒั นาการคิดวิเคราะห์ และการสรุปความท่ีดีข้ึน นอกจากน้นั แลว้ การเสริมแรงทางบวก
จาเป็นอย่างมากห้องเรียน สามารถทาให้ผูเ้ รียนมีแจงจูงใจและกระตือรือร้นในการเขา้ ร่วมกิจกรรมไดเ้ ป็ น
อยา่ งดี

2. ข้อเสนอแนะในการทาวิจัยคร้ังต่อไป
2.1 ระยะเวลาในการปฏิบัติวิจยั คร้ังน้ีใช้ท้งั หมด 12 คาบเรียน คาบละ 50 นาที โดยใช้
ระยะเวลาที่ให้ผูเ้ รียนทาสรุปผงั กราฟิ กเพียง 1 คาบเรียน ซ่ึงเป็ นระยะเวลาท่ีค่อนขา้ ง
นอ้ ย ทาใหผ้ เู้ รียนที่ตอ้ งการใหง้ านมีคณุ ภาพนากลบั ไปทาเป็นการบา้ น และดว้ ยเหตุน้ีจึง
ทาใหน้ กั เรียนบางส่วนจึงลอกชิ้นงานของเพื่อน ทาใหไ้ ม่ไดเ้ กิดการสรุปดว้ ยตนเอง
2.2 โปรแกรม Kahoot เป็ นเกมส์แข่งขนั ท่ีจาเป็ นตอ้ งใช้อินเทอร์เน็ตท่ีมีเสถียรภาพ และมี
ความเร็วสูง ซ่ึงอาจเป็นอุปสรรคในการจดั กิจกรรมในบางคร้ัง ครูผูส้ อนควรมีอุปกรณ์
สารองเพื่อให้นักเรียนท่ีลืม หรืออุปกรณ์เสี ยหายได้ยืมใช้ในการร่วมกิจกรรม เช่น
โทรศพั ท์ แทบ็ เลต็ เป็นตน้ นอกจากน้นั แลว้ อาจจะตอ้ งมีการปลอ่ ยสญั ญาณอินเทอร์เน็ต
ใหผ้ เู้ รียนใชใ้ นบางรายที่ไมม่ ีอินเทอร์เน็ตใช้
2.3 มีโปรแกรมอื่นๆ ที่สามารถนามาจดั กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ให้แก่ผูเ้ รียนได้ดี เช่น
Classdojo, Quizlet, Nearpod, Quizziz เป็นตน้ ซ่ึงโปรแกรมเหลา่ มีฟังกช์ นั ท่ีหลากหลาย
และน่าสนใจ

บรรณานุกรม

72

บรรณานุกรม

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน. กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พช์ ุมนุม
สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชีว้ ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบบั
ปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

การศึกษา. (2021, มกราคม 3). TDRI พลิกวิกฤติเป็นโอกาส “โค้ชหน้างาน” ครูพัฒนาการศึกษาไทย. Retrieved
from ประชาชาติธุรกิจ: https://www.prachachat.net/education/news-460839

ไกรเลิศ, น. (2560). “ผงั กราฟิ ก (Graphic Organizers)” กบั การพฒั นาความสามารถด้านการคิด. กระบ่ี:
วิทยาลยั เทคนิคกระบ่ี.

ขวญั บญุ จนั ทร์, ด. (2561). การนา Kahoot ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน. ปทมุ ธานี: ภาควิชาการศึกษา คณะ
ครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.ธญั บุรี.

คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์, ง. (n.d.). การใช้โปรแกรม Kahoot สาหรับช่วยในเร่ืองการเรียนการสอน. งาน
เทคโนโลยสี ารสนเทศ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์.

จุย้ กาจร, อ. (2561). ประโยชน์ของการนา Kahoot Application ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน. ปทมุ ธานี:
ภาควิชาการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.ธญั บุรี.

พรรณี อนุ่ ละมา้ ยและ เดช บุญประจกั ษ.์ (2561). การจัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ เรื่อง อัตราส่วนตรีโกณมิติ.
กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนคร.

พชิ ิต ฤทธ์ิจรูญ. (2545). การวจิ ยั เพ่ือพฒั นาการเรียนรู้ : ปฏิบตั ิการวจิ ยั ในช้นั เรียน. (พิมพค์ ร้ังที่ 3). กรุงเทพฯ :
ครุศาสตร์มหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนคร.

พิมพนั ธ์ เตชะคุปต.์ (2548). การเรียนการสอนท่ีเนน้ ผูเ้ รียนเป็นศนู ยก์ ลาง. กรุงเทพฯ: เดอะมาสเตอร์กรุ๊ป แบเนจ
เมน็ ท.์

สิริพร ทิพยค์ ง. (2545). หลกั สูตรและการสอนคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ : พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ.
สมพร เช้ือพนั ธ์. (2547). การเปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี3

โดยใชว้ ิธีการจดั การเรียนการสอนแบบสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเองกบั การจดั การเรียนการสอน

73

ตามปกติ. วทิ ยานิพนธ์ ค.ม. (หลกั สูตรและการสอน).พระนครศรีอยธุ ยา: บณั ฑิตวทิ ยาลยั สถาบนั ราช
ภฏั พระนครศรีอยธุ ยา.
ปราณี กองจินดา. (2549). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตร์และทกั ษะการ คดิ เลขในใจของ
นกั เรียนที่ไดร้ ับการสอนตามรูปแบบซิปปาโดยใชแ้ บบฝึกหดั ที่เนน้ ทกั ษะการคดิ เลขในใจกบั นกั เรียนท่ี
ไดร้ ับการสอนโดยใชค้ มู่ ือครู. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (หลกั สูตร และการสอน). พระนครศรีอยธุ ยา : บณั ฑิต
วิทยาลยั มหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนครศรีอยธุ ยา.

“สอนอยา่ งไรให้นกั เรียนรู้จกั คิด”. (n.d.). In ผงั กราฟิ กกับการพฒั นาทักษะการคิด (pp. 43-66).

3, ส. เ. (2020, ธนั วาคม 1). การจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด. Retrieved from
https://sites.google.com/site/thinkcon3unit1/title-unit-3/unit-3-3content1-
1?tmpl=%2Fsystem%2Fapp%2Ftemplates%2Fprint%2F&showPrintDialog=1

İNEL-EKİCİ, D. (2020, ธนั วาคม 1). Determination of Middle School Students' Mental Models about Science
through Mind Maps. Retrieved from ebsco information service:
https://web.b.ebscohost.com/abstract?direct=true&profile=ehost&scope=site&authtype=crawler&jrnl
=13081659&AN=141394306&h=3MKQwSYjR6%2bKxhzMb%2feKeJ5B8WXvReU7BG%2fX%2b
5HmZWXaiSmkClN0VpfDZDuCmencF6jn4Rj1Fj%2b0l%2bMQoxWoEA%3d%3d&crl=c&resultN
s=AdminWebAuth&re

Journals of Education system. (2020, ธนั วาคม 1). Retrieved from Sage journals:
https://journals.sagepub.com/doi/abs/10.1177/0047239518804173

Tajularipin Sulaiman, Vickneswary Muniyan, Diwiyah Madhvan, Raidah Hasan and Suzieleez Syrene Abdul
Rahim. (2017). Implementation of Higher Order Thinking Skills in Teaching Of Science: A Case
Study in Malaysia. Malaysia: International Research Journal of Education and Sciences.

ภาคผนวก

75

ภาคผนวก ก
รายชื่อผู้ทรงคณุ วุฒติ รวจเครื่องมือท่ีใช้ในการวิจยั

76

รายชื่อผู้ทรงคุณวฒุ ติ รวจเคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจัย

1. นายสุนทร กูเ้ มือง ครูชานาญการพเิ ศษ (ค.ศ. 3)
2. นายฉทั ทธ์ วชั ฐ์ วรรณสอน โรงเรียนสนั ป่ าตองวทิ ยาคม
3. นายสิทธิชยั จองแดง สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 34
ครูชานาญการ (ค.ศ. 2)
โรงเรียนสนั ป่ าตองวิทยาคม
สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 34
ครู (ค.ศ. 1)
โรงเรียนสันป่ าตองวทิ ยาคม
สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 34

77

ภาคผนวก ข
เคร่ืองมือทีใ่ ช้ในการวิจัย

78

แบบทดสอบเกบ็ คะแนนระหว่างเรียน หน่วยท่ี 4 ระบบสุริยะของเรา

วชิ าวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 5 ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3

1. การปลอ่ ยดาวเทียมให้โคจรรอบดาวเคราะห์จะเกิด 3. ถา้ มวลดวงจนั ทร์เป็น 1 เท่าของมวลโลก และมีรัศมี
แรงดึงดูดระหว่างดาวเทียมกับดาวเคราะห์น้ัน แรง 80

ดึงดูดน้ีข้ึนอยกู่ บั ปริมาณอะไรบา้ ง เป็ น 1 ของรัศมีโลก วตั ถุท่ีตกอย่างอิสระบนดวงจันทร์
4

จะมีขนาดความเร่งโนม้ ถ่วงเป็นก่ีเท่าของวตั ถุที่ตกอย่าง

A. ร ะ ย ะ ท า ง ร ะ ห ว่า ง ด า ว เ คร า ะ ห์กับ อิสระบนโลก
ดาวเทียม
B. มวลของดาวเทียม ก. 1 เท่า
C. มวลของดาวเคราะห์
D. ขนาดความเร่งโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ 6

ข. 1 เท่า

5

ค. 5 เทา่

และดาวเทียม ง. 6 เท่า

ก. A และ D

ข. ข. A และ B

ค. B และ C

ง. A B และ C

2. จรวดลาหน่ึงปล่อยจากพ้ืนโลกเพื่อออกไปยงั นอก 4. ขอ้ ใดเป็นสาเหตุของการเกิดฤดูกาลตา่ งกนั บนโลก

โลกที่ระดบั ความสูง 10,000 กิโลเมตร ท่ีระดบั ความ E. แกนหมนุ ของโลกส่าย
สูงน้ีน้าหนกั ของจรวดมีค่าเป็นอยา่ งไร F. แกนหมุนของโลกเอียง
G. พ้ืนท่ีต่าง ๆ บนโลกมีละติจูดตา่ งกนั
ก. น้าหนักจรวดเท่าเดิมเนื่องจากเป็ นจรวดลา H. วงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตยเ์ ป็นวงรี
เดิม ก. A และ C
ข. B และ C
ข. น้ าหนักจรวดเพ่ิมข้ึนเน่ื องจากจรวดมี ค. C และ D
ความเร็วเพ่ิมมากข้ึน ง. A และ D

ค. น้าหนักจรวดลดลงเนื่องจากอยู่ในบริเวณที่

ไม่มีความดนั อากาศ

ง. น้าหนักจรวดลดลงเนื่องจากอยู่ห่างจากจุด

ศูนยก์ ลางของโลกมากข้ึน

79

5. ขอ้ ความใดตอ่ ไปน้ีอธิบายเกี่ยวกบั วนั ข้ึน 15 ค่า ได้ 7. ถา้ วนั ท่ี 21 มีนาคม และ 23 กนั ยายน ดวงอาทิตยข์ ้ึน

ถูกตอ้ ง และตกตรงกบั ทิศตะวนั ออกและทิศตะวนั ตกพอดี วนั ใน

ก. ดวงจันทร์โคจรมาต้ังฉากระหว่างโลกกับ ขอ้ ใดดวงอาทิตยจ์ ะข้นึ ทางทิศตะวนั ออกเฉียงไปทางใต้
ดวงอาทิตย์ เวลาเที่ยงคืนดวงจันทร์ มี มากที่สุด

ตาแหน่งอยทู่ างขอบฟ้าตะวนั ออก ก. 10 มกราคม
ข. โลกมีตาแหน่งอยู่กลางระหว่างดวงจันทร์ ข. 15 มกราคม
ค. 10 ธนั วาคม
และดวงอาทิตย์ เวลาเที่ยงคืนดวงจันทร์มี ง. 25 ธนั วาคม
ตาแหน่งอยทู่ างขอบฟ้าตะวนั ตก
ค. ดวงจนั ทร์มีตาแหน่งอยู่กลางระหว่างโลก

และดวงอาทิตย์ เวลาเท่ียงคืนดวงจันทร์มี

ตาแหน่งอยเู่ หนือศีรษะ

ง. โลกมีตาแหน่งอยู่กลางระหว่างดวงจันทร์

และดวงอาทิตย์ เวลาเท่ียงคืนดวงจันทร์มี

ตาแหน่งอยเู่ หนือศีรษะ

6. ขอ้ ใดต่อไปน้ีไม่เกี่ยวขอ้ งกบั การที่โลกโคจรรอบ 8. ข้อใดเป็ นผลเนื่องมาจากการท่ีอัตราการหมุนรอบ

ดวงอาทิตยใ์ นลกั ษณะท่ีแกนโลกเอียง ตวั เองของดวงจนั ทร์เท่ากบั อตั ราการหมุนของดวงจนั ทร์

ก. การเกิดฤดูกาล รอบโลก

ข. การเกิดน้าเกิดน้าตาย ก. การเกิดขา้ งข้ึนขา้ งแรม
ค. การเปล่ียนตาแหน่งการข้ึนและตกของดวง ข. ดวงจนั ทร์หนั เขา้ หาโลกเพียงดา้ นเดียว
ค. ดวงจนั ทร์มีขนาดปรากฏไมเ่ ทา่ กนั ในแตล่ ะวนั
อาทิตย์ ง. ดวงจนั ทร์ข้ึนทางทิศตะวนั ออกและตกทางทิศ
ง. ระยะเวลาช่วงกลางวนั ไม่เท่ากับระยะเวลา
ตะวนั ตก
ช่วงกลางคืน

80

9. วนั ข้ึน 2 ค่า ดวงจันทร์จะอยู่กลางทอ้ งฟ้าและตก 11. ปรากฏการณ์ใดไม่ได้เกิดจากปฏิสัมพนั ธ์ของโลก

เวลาเท่าใด ดวงจนั ทร์ และดวงอาทิตย์

ก. 07:40 น. และ 13:40 น. ก. ขา้ งข้นึ ขา้ งแรม
ข. 05:40 น. และ 11:40 น. ข. การเกิดลูกเห็บ
ค. 13:40 น. และ 19:40 น. ค. น้าข้ึนน้าลง
ง. 03:40 น. และ 09:40 น. ง. ฤดูกาล

10. ถา้ นักบินอวกาศนายานอวกาศไปลงจอดบริเวณ 12. แรงใดมีผลในการเกิดน้าข้นึ น้าลง

เส้นศูนยส์ ูตรของดวงจนั ทร์ตรงตาแหน่งที่ห่างจาก ก. เฉพาะแรงดึงดูดจากดวงจนั ทร์เทา่ น้นั
โลกมากที่สุดซ่ึงเป็ นวนั แรม 8 ค่า และอยู่ท่ีตาแหน่ง ข. เฉพาะแรงดึงดูดจากดวงอาทิตยเ์ ท่าน้นั
น้นั 1 เดือน นักบินอวกาศจะเห็นโลกและดวงอาทิตย์ ค. ส่วนใหญ่เป็ นผลจากแรงดึงดูดจากดวงจนั ทร์
อยา่ งไร
และแรงดึงดูดจากดวงอาทิตยเ์ ลก็ นอ้ ย

ก. ไม่เห็นโลก 15 วนั แรก ง. ส่วนใหญ่เป็ นผลจากแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์
ข. ไมเ่ ห็นดวงอาทิตยแ์ ละโลกเลย และแรงดึงดูดจากดาวเคราะห์เลก็ นอ้ ย

ค. เห็นดวงอาทิตย์ตลอดเวลา แต่ไม่เห็นโลก

เลย

ง. เห็นดวงอาทิตย์ 15 วนั แรก แต่ไม่เห็นโลก

เลย

81

ภาคผนวก ค
แบบประเมนิ และผลการประเมนิ ค่าดัชนีความเหมาะสมระหว่าง

ข้อคาถามกบั จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม

82

แบบประเมินค่าดัชนคี วามเหมาะสมระหว่างข้อคาถามกบั จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

ผู้เช่ียวชาญคนที่ 1 ครูสุนทร ก้เู มือง

83

84

85

86

87

88

แบบประเมินค่าดชั นีความเหมาะสมระหว่างข้อคาถามกบั จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

ผ้เู ช่ียวชาญคนท่ี 2 ครูฉัทท์ธวชั ฐ์ วรรณสอน

89

90

91


Click to View FlipBook Version