The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by peaw.2749, 2022-07-05 10:09:23

10_CI22502_นิติวิทยา

10_CI22502_นิติวิทยา

๑๐๑

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๑๐ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานุเบกษา

ใหผูรับอนุญาตผลิตหรือนําเขาซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิ ขายวัตถุออกฤทธ์ิดังกลาวที่ตนผลิต
หรอื นาํ เขา ไดโ ดยไมตอ งขออนุญาตขายอีก

มาตรา ๒๓ ใบอนญุ าตตามมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๒๐ มาตรา ๘๘
และมาตรา ๑๐๐ ใหค มุ กนั ถงึ ลกู จางหรอื ตวั แทนของผรู บั อนุญาตดวย

ใหถ อื วา การกระทาํ ของลกู จา งหรอื ตวั แทนของผรู บั อนญุ าตทไี่ ดร บั การคมุ กนั ตามวรรคหนง่ึ
เปนการกระทําของผูรับอนุญาตดวย เวนแตผูรับอนุญาตจะพิสูจนไดวาการกระทําดังกลาวเปนการ
สุดวิสัยท่ีตนจะลว งรูห รอื ควบคุมได

มาตรา ๒๔ ใบอนญุ าตตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๘ (๑) และมาตรา ๘๘
ใหใ ชไ ดจ นถงึ วนั ท่ี ๓๑ ธนั วาคมของปท อ่ี อกใบอนญุ าต ถา ผรู บั อนญุ าตประสงคจ ะขอตอ อายใุ บอนญุ าต
ตอ งยน่ื คาํ ขอกอ นใบอนญุ าตสน้ิ อายุ เมอ่ื ไดย นื่ คาํ ขอแลว จะประกอบกจิ การตอ ไปกไ็ ดจ นกวา ผอู นญุ าต
จะสั่งไมอนญุ าตใหตออายุใบอนญุ าตน้นั

ผรู บั อนญุ าตซงึ่ ใบอนญุ าตของตนสนิ้ อายไุ มเ กนิ สามสบิ วนั จะยนื่ คาํ ขอผอ นผนั พรอ มแสดง
เหตผุ ลการขอผอ นผันการตออายใุ บอนุญาตกไ็ ด แตก ารยนื่ ขอผอ นผนั น้ไี มเปน เหตุใหพ น ความรบั ผดิ
สําหรับการประกอบกจิ การในระหวา งใบอนญุ าตส้ินอายุ ซง่ึ ไดกระทําไปกอ นขอตอ อายุใบอนุญาต

การขอตออายุใบอนุญาตและการอนุญาต ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วิธกี ารและเงื่อนไข
ท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๕ ในกรณีผูอนุญาตไมออกใบอนุญาตหรือไมอนุญาตใหตออายุใบอนุญาต
ผขู ออนญุ าตหรอื ผขู อตอ อายใุ บอนญุ าตมสี ทิ ธอิ ทุ ธรณเ ปน หนงั สอื ตอ รฐั มนตรภี ายในสามสบิ วนั นบั แต
วันทีไ่ ดร ับหนังสอื ของผอู นญุ าตแจงการไมอ อกใบอนญุ าตหรอื ไมอนุญาตใหตอ อายุใบอนุญาต

ใหร ฐั มนตรวี นิ จิ ฉยั อทุ ธรณใ หแ ลว เสรจ็ ภายในสามสบิ วนั นบั แตว นั ทไี่ ดร บั หนงั สอื อทุ ธรณ
คาํ วนิ จิ ฉยั ของรัฐมนตรใี หเปนที่สดุ

ในกรณมี กี ารอทุ ธรณก ารขอตอ อายใุ บอนญุ าตตามวรรคหนง่ึ กอ นทรี่ ฐั มนตรจี ะมคี าํ วนิ จิ ฉยั
อุทธรณ รฐั มนตรีจะสงั่ อนุญาตใหประกอบกิจการไปพลางกอนเมื่อมีคําขอของผอู ุทธรณก ไ็ ด

มาตรา ๒๖ ใหผูรับอนุญาตตามพระราชบัญญัติน้ีไดรับยกเวนไมตองปฏิบัติการ
ตามกฎหมายวา ดวยยาอีก

หมวด ๓
หนาที่ของผูรับอนุญาต

มาตรา ๒๗ หา มผรู บั อนญุ าตผใู ด ผลติ ขาย นาํ เขา หรอื เกบ็ ไวซ งึ่ วตั ถอุ อกฤทธทิ์ กุ ประเภท
นอกสถานท่ีท่ีระบไุ วในใบอนญุ าต

๑๐๒

เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๐๗ ก หนา ๑๑ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานเุ บกษา

มาตรา ๒๘ ผอู นญุ าตอาจออกใบอนญุ าตใหผ รู บั อนญุ าตขายวตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๓
หรอื ประเภท ๔ นอกสถานทท่ี ร่ี ะบุไวใ นใบอนญุ าตไดใ นกรณดี ังตอ ไปน้ี

(๑) การขายสงตรงแกผูรับอนุญาตอ่ืนตามพระราชบัญญัตินี้ หรือแกผูประกอบวิชาชีพ
เวชกรรม ผูป ระกอบวชิ าชพี ทนั ตกรรมหรือผปู ระกอบวิชาชีพการสัตวแพทยช นั้ หนง่ึ

(๒) การขายในบรเิ วณสถานทที่ ี่มีการประชุมของผูป ระกอบวิชาชพี เวชกรรม ผปู ระกอบ
วิชาชีพทนั ตกรรม ผปู ระกอบวชิ าชีพเภสชั กรรมหรือผูประกอบวชิ าชีพการสัตวแพทยชน้ั หนึง่

การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไข
ทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๙ ผรู บั อนญุ าตขายวตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๒ จะขายวตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๒
ได โดยมเี ง่ือนไขดังตอ ไปนี้

(๑) ขายเฉพาะสาํ หรบั คนไขท ผี่ ปู ระกอบวชิ าชพี เวชกรรมหรอื ผปู ระกอบวชิ าชพี ทนั ตกรรม
ใหก ารรกั ษาพยาบาล ณ สถานพยาบาลตามกฎหมายวา ดว ยสถานพยาบาลหรอื สถานพยาบาลของรฐั
หรอื ขายเฉพาะสาํ หรบั ใชก บั สตั วท ผ่ี ปู ระกอบวชิ าชพี การสตั วแพทยช นั้ หนงึ่ ทาํ การบาํ บดั หรอื ปอ งกนั โรค
ณ สถานพยาบาลสตั วตามกฎหมายวาดว ยสถานพยาบาลสัตว และ

(๒) ขายเฉพาะวัตถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๒ ทีผ่ ูอ นุญาตไดอนุญาตใหผลิตหรอื นําเขา
ความใน (๑) ไมใชบังคับแกผ ูรบั อนุญาตตามมาตรา ๑๙ (๒) และ (๓) แตตองปฏิบัติตาม
เง่อื นไขการขายที่เลขาธิการประกาศกาํ หนดโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ
มาตรา ๓๐ ผรู บั อนญุ าตผลติ นาํ เขา หรอื สง ออกซงึ่ วตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๒ ตามมาตรา ๑๕
ผรู บั อนญุ าตขายวัตถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๒ ตามมาตรา ๑๙ (๓) และผูรับอนุญาตผลิต ขาย นําเขา
หรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ตามมาตรา ๒๐ ตองจัดใหมีเภสัชกร
อยปู ระจาํ ควบคมุ กจิ การตามเวลาทีเ่ ปดทําการซ่ึงระบไุ วใ นใบอนุญาต
ในระหวางที่เภสัชกรมิไดอยูประจําควบคุมกิจการ หามผูรับอนุญาตดําเนินการผลิต
หรือขายวตั ถุออกฤทธิใ์ นประเภท ๒ ประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔
ในกรณีท่ีเภสัชกรพนจากหนาท่ีหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดเปนการช่ัวคราว ใหผูรับ
อนุญาตจัดใหมีเภสัชกรอื่นเขาปฏิบัติหนาท่ีแทนไดเปนระยะเวลาไมเกินเกาสิบวันโดยแจงเปนหนังสือ
ตอผอู นุญาตและใหถือวา เภสัชกรผทู ําหนาท่ีแทนมหี นาทเี่ หมอื นผูทตี่ นแทน
ในกรณที ผี่ รู บั อนญุ าตตามวรรคหนง่ึ ประสงคจ ะเปลยี่ นตวั เภสชั กรใหย น่ื คาํ ขอตอ ผอู นญุ าต
และจะเปลีย่ นตัวไดเมอื่ ไดรบั อนุญาตแลว
มาตรา ๓๑ ใหผรู ับอนญุ าตผลิตวตั ถอุ อกฤทธ์ิในประเภท ๒ ปฏิบตั ิดงั ตอไปนี้
(๑) จัดใหมีการวิเคราะหวัตถุออกฤทธ์ิที่ผลิตขึ้นกอนนําออกจากสถานที่ผลิตโดยตองมี
การวิเคราะหทุกคร้ังและมีหลักฐานแสดงรายละเอียดของการวิเคราะหซ่ึงตองเก็บรักษาไวไมนอยกวา
สบิ ปน บั แตว นั วิเคราะห

๑๐๓

เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๐๗ ก หนา ๑๒ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานุเบกษา

(๒) จัดใหมีฉลากสําหรับวัตถุออกฤทธิ์ท่ีผลิต หรือจัดใหมีฉลากและเอกสารกํากับวัตถุ
ออกฤทธส์ิ ําหรับวตั ถตุ ํารบั ที่ผลติ ทงั้ นี้ ใหเปน ไปตามหลักเกณฑ วธิ ีการและเง่อื นไขทค่ี ณะกรรมการ
กาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

(๓) จดั ใหม กี ารแยกเกบ็ วัตถอุ อกฤทธิเ์ ปนสวนสดั จากยาหรือวัตถอุ ่ืน
(๔) จดั ใหม กี ารทาํ บญั ชเี กยี่ วกบั การผลติ วตั ถอุ อกฤทธต์ิ ามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอ่ื นไข
ท่ีคณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๕) ดําเนินการผลิตวัตถุออกฤทธ์ิตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขในการผลิตยา
ตามกฎหมายวาดว ยยา
มาตรา ๓๒ ใหผูรับอนุญาตผลิตวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ปฏิบัติ
ดงั ตอไปน้ี
(๑) จัดใหมีปายแสดงวาเปนสถานท่ีผลิตวัตถุออกฤทธิ์ กับปายแสดงช่ือและเวลาทําการ
ของเภสัชกรไวใ นทเ่ี ปด เผยเหน็ ไดงายจากภายนอกอาคาร ณ สถานที่ผลิต ลกั ษณะและขนาดของปา ย
และขอความทแี่ สดงในปายใหเปนไปตามท่ีคณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
(๒) จัดใหมีการวิเคราะหวัตถุออกฤทธิ์ท่ีผลิตข้ึนกอนนําออกจากสถานที่ผลิตโดยตองมี
การวิเคราะหทุกครั้งและมีหลักฐานแสดงรายละเอียดของการวิเคราะหซ่ึงตองเก็บรักษาไวไมนอยกวา
สิบปน บั แตวนั วเิ คราะห
(๓) จัดใหมีฉลากสําหรับวัตถุออกฤทธิ์ท่ีผลิต หรือจัดใหมีฉลากและเอกสารกํากับ
วัตถุออกฤทธ์ิตามที่ไดข้ึนทะเบียนวัตถุตํารับไว ทั้งน้ี ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไข
ท่ีคณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๔) จดั ใหม กี ารแยกเกบ็ วัตถุออกฤทธเิ์ ปนสวนสัดจากยาหรอื วัตถอุ น่ื
(๕) จัดใหมีการทําบัญชีเก่ียวกับการผลิตและการขายวัตถุออกฤทธิ์ตามหลักเกณฑ
วธิ ีการและเงอื่ นไขทีค่ ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๖) ดําเนินการผลิตวัตถุออกฤทธ์ิตามหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขในการผลิตยา
ตามกฎหมายวา ดวยยา
มาตรา ๓๓ ใหผ รู ับอนุญาตขายวตั ถอุ อกฤทธ์ิในประเภท ๒ ปฏิบัติดังตอ ไปน้ี
(๑) ดแู ลใหม ฉี ลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธซ์ิ งึ่ มขี อ มลู ครบถว นตามทผี่ รู บั อนญุ าต
ผลิตหรอื นาํ เขา จัดไว
(๒) จัดใหมกี ารแยกเก็บวตั ถอุ อกฤทธเ์ิ ปนสวนสดั จากยาหรือวตั ถุอื่น
(๓) จดั ใหม กี ารทาํ บญั ชเี กย่ี วกบั การขายวตั ถอุ อกฤทธติ์ ามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอื่ นไข
ที่คณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

๑๐๔

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๑๓ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานเุ บกษา

มาตรา ๓๔ ใหผูรับอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ปฏิบัติ
ดังตอ ไปนี้

(๑) จัดใหมีปายแสดงวาเปนสถานที่ขายวัตถุออกฤทธิ์กับปายแสดงชื่อและเวลาทําการ
ของเภสชั กรไวใ นทเ่ี ปด เผยเหน็ ไดง า ยจากภายนอกอาคาร ณ สถานท่ขี าย ลกั ษณะและขนาดของปา ย
และขอ ความท่แี สดงในปายใหเ ปน ไปตามทคี่ ณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา

(๒) ดแู ลใหม ฉี ลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธซ์ิ งึ่ มขี อ มลู ครบถว นตามทผี่ รู บั อนญุ าต
ผลติ หรอื นําเขา จดั ไว

(๓) จัดใหมีการแยกเก็บวตั ถุออกฤทธิ์เปน สว นสดั จากยาหรอื วตั ถอุ ่นื
(๔) จดั ใหม กี ารทาํ บญั ชเี กยี่ วกบั การขายวตั ถอุ อกฤทธติ์ ามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอื่ นไข
ทีค่ ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
มาตรา ๓๕ ใหผ รู บั อนญุ าตนาํ เขา ซงึ่ วตั ถอุ อกฤทธ์ิในประเภท ๒ ปฏบิ ัติดงั ตอ ไปน้ี
(๑) จัดใหมใี บรบั รองของผผู ลติ ซ่งึ แสดงรายละเอยี ดการวิเคราะหวตั ถอุ อกฤทธิท์ น่ี ําเขา
(๒) จัดใหมฉี ลากสําหรับวัตถอุ อกฤทธิ์ทน่ี ําเขา หรอื จัดใหมีฉลากและเอกสารกาํ กับวตั ถุ
ออกฤทธส์ิ าํ หรบั วตั ถตุ าํ รบั ทนี่ าํ เขา ทง้ั น้ี ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอ่ื นไขทคี่ ณะกรรมการ
กําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
(๓) จดั ใหม กี ารแยกเก็บวัตถอุ อกฤทธิ์เปนสว นสดั จากยาหรือวัตถุอนื่
(๔) จัดใหมีการทําบัญชีเกี่ยวกับการนําเขาวัตถุออกฤทธ์ิตามหลักเกณฑ วิธีการ
และเงอื่ นไขท่ีคณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
มาตรา ๓๖ ใหผ รู บั อนญุ าตนําเขา ซึ่งวัตถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ ปฏบิ ัติ
ดังตอไปน้ี
(๑) จดั ใหม ปี า ยแสดงวา เปน สถานทน่ี าํ เขา วตั ถอุ อกฤทธิ์ กบั ปา ยแสดงชอื่ และเวลาทาํ การ
ของเภสชั กรไวใ นทเ่ี ปด เผยเหน็ ไดง า ยจากภายนอกอาคาร ณ สถานทน่ี าํ เขา ลกั ษณะและขนาดของปา ย
และขอความทแี่ สดงในปา ยใหเ ปนไปตามทค่ี ณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
(๒) จดั ใหม ใี บรบั รองของผผู ลิตซ่งึ แสดงรายละเอียดการวเิ คราะหวตั ถอุ อกฤทธทิ์ ีน่ าํ เขา
(๓) จัดใหมีฉลากสําหรับวัตถุออกฤทธ์ิที่นําเขา หรือจัดใหมีฉลากและเอกสารกํากับ
วัตถุออกฤทธิ์ตามท่ีไดข้ึนทะเบียนวัตถุตํารับไว ท้ังนี้ ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไข
ทคี่ ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
(๔) จดั ใหม กี ารแยกเก็บวตั ถอุ อกฤทธเ์ิ ปนสว นสัดจากยาหรือวตั ถุอ่นื
(๕) จัดใหมีการทําบัญชีเก่ียวกับการนําเขาและการขายวัตถุออกฤทธ์ิตามหลักเกณฑ
วิธีการและเงอ่ื นไขที่คณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

๑๐๕

เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๐๗ ก หนา ๑๔ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานเุ บกษา

มาตรา ๓๗ ใหผ รู ับอนุญาตสงออกซง่ึ วัตถอุ อกฤทธ์ใิ นประเภท ๒ ปฏิบตั ิดังตอ ไปน้ี
(๑) ดแู ลใหม ฉี ลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธซิ์ งึ่ มขี อ มลู ครบถว นตามทผ่ี รู บั อนญุ าต
ผลิตหรือนําเขาจดั ไว
(๒) จัดใหม ีการแยกเกบ็ วตั ถุออกฤทธ์ิเปนสว นสัดจากยาหรือวัตถุอื่น
(๓) จัดใหมีการทําบัญชีเก่ียวกับการสงออกวัตถุออกฤทธิ์ตามหลักเกณฑ วิธีการและ
เงอ่ื นไขท่คี ณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๓๘ ใหผ รู บั อนญุ าตสง ออกซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ ปฏบิ ตั ิ
ดงั ตอ ไปน้ี
(๑) จดั ใหม ปี า ยแสดงวา เปน สถานทส่ี ง ออกวตั ถอุ อกฤทธ์ิ กบั ปา ยแสดงชอ่ื และเวลาทาํ การ
ของเภสัชกรไวใ นทเ่ี ปด เผยเหน็ ไดง ายจากภายนอกอาคาร ณ สถานท่สี ง ออก ลกั ษณะและขนาดของ
ปา ยและขอ ความทแี่ สดงในปา ยใหเ ปน ไปตามทคี่ ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
(๒) ดแู ลใหม ฉี ลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธซ์ิ งึ่ มขี อ มลู ครบถว นตามทผ่ี รู บั อนญุ าต
ผลติ หรือนําเขาจัดไว
(๓) จดั ใหม กี ารแยกเกบ็ วตั ถอุ อกฤทธเิ์ ปนสว นสดั จากยาหรือวตั ถุอน่ื
(๔) จัดใหมีการทําบัญชีเก่ียวกับการสงออกวัตถุออกฤทธิ์ตามหลักเกณฑ วิธีการ
และเง่ือนไขท่ีคณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๓๙ บทบัญญัติมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๕
มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๓๘ ไมใชบังคับแกผรู บั อนญุ าตผลิต นําเขา หรอื สงออกเพ่อื การ
ศกึ ษาวจิ ยั หรอื กรณอี นื่ ตามความจาํ เปน เพอ่ื ประโยชนข องทางราชการตามทเี่ ลขาธกิ ารประกาศกาํ หนด
โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ
มาตรา ๔๐ ในกรณีท่ีใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทําลายในสาระสําคัญ ใหผูรับอนุญาต
ยื่นคําขอรับใบแทนใบอนุญาตตอผูอนุญาตภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีไดทราบถึงการสูญหาย
หรือถกู ทาํ ลายดงั กลา ว
การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ
วธิ ีการและเงื่อนไขที่กาํ หนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๔๑ ผูรับอนุญาตตองแสดงใบอนุญาตของตนไวโดยเปดเผยและเห็นไดงาย ณ
สถานที่ท่รี ะบไุ วในใบอนุญาต
มาตรา ๔๒ หามผูรับอนุญาตยาย เปล่ียนแปลงหรือเพ่ิมสถานที่ผลิต สถานท่ีขาย
สถานท่นี ําเขา หรอื สถานท่เี กบ็ ซง่ึ วัตถอุ อกฤทธิ์ทุกประเภท เวน แตไดรับอนญุ าตจากผูอนุญาต
การขออนญุ าตและการอนญุ าต ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอ่ื นไขทก่ี าํ หนดใน
กฎกระทรวง

๑๐๖

เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๐๗ ก หนา ๑๕ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานเุ บกษา

มาตรา ๔๓ ภายใตบังคับมาตรา ๔๒ ในกรณีที่มีการเปล่ียนแปลงขอมูลตามรายการ
ในใบอนุญาตตามมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๘๘
ใหผูรับอนุญาตย่ืนคําขอตอผูอนุญาตเพื่อแกไขรายการในใบอนุญาตดังกลาวภายในสามสิบวันนับแต
วันทีม่ ีการเปลีย่ นแปลงขอมลู นั้น

การขออนญุ าตและการอนญุ าต ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอื่ นไขทเี่ ลขาธกิ าร
กาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๔๔ ผรู บั อนญุ าตผใู ดจะเลกิ กจิ การทไี่ ดร บั อนญุ าตตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ ใหแ จง
การเลิกกิจการเปนหนังสือใหผูอนุญาตทราบลวงหนา และใหถือวาใบอนุญาตสิ้นอายุต้ังแตวันท่ีเลิก
กจิ การตามทีแ่ จงไวน นั้

ผรู บั อนญุ าตทเ่ี ลกิ กจิ การโดยมไิ ดป ฏบิ ตั ติ ามวรรคหนงึ่ ตอ งแจง การเลกิ กจิ การเปน หนงั สอื
ใหผ อู นญุ าตทราบภายในสบิ หา วนั นบั แตว นั ทเี่ ลกิ กจิ การ และใหถ อื วา ใบอนญุ าตสน้ิ อายตุ งั้ แตว นั ทเ่ี ลกิ
กจิ การ

มาตรา ๔๕ ใหผ รู บั อนญุ าตซง่ึ ไดแ จง การเลกิ กจิ การ ไมต อ อายใุ บอนญุ าตหรอื ผอู นญุ าต
ไมอ นญุ าตใหต อ อายใุ บอนญุ าต ทาํ ลายหรอื ขายวตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๒ ประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔
ของตนที่เหลืออยูในสวนท่ีเกินกวาท่ีกฎหมายใหมีไวในครอบครอง ในกรณีท่ีขายใหขายแก
ผูรับอนุญาตอ่ืนตามประเภทน้ัน หรือแกผูซึ่งผูอนุญาตเห็นสมควร ทั้งน้ี ภายในหกสิบวันนับแต
วนั เลกิ กจิ การ วนั ทใ่ี บอนญุ าตสน้ิ อายหุ รอื วนั ทผี่ อู นญุ าตไมอ นญุ าตใหต อ อายใุ บอนญุ าต แลว แตก รณี
เวน แตผอู นุญาตจะผอนผนั ขยายระยะเวลาตอไปอกี แตตอ งไมเ กินหกสบิ วนั

ในกรณีท่ีผูรับอนุญาตไมปฏิบัติตามวรรคหน่ึง ใหวัตถุออกฤทธ์ิที่เหลืออยูตกเปนของ
กระทรวงสาธารณสุข และใหกระทรวงสาธารณสุขหรือผูซ่ึงกระทรวงสาธารณสุขมอบหมายทําลาย
หรอื นําไปใชประโยชนไ ดต ามระเบยี บทกี่ ระทรวงสาธารณสขุ กาํ หนด

มาตรา ๔๖ ถาผูรับอนุญาตตาย และทายาทหรือผูท่ีไดรับความยินยอมจากทายาท
แสดงความจาํ นงตอ ผอู นญุ าตเพอ่ื ขอประกอบกจิ การทไ่ี ดร บั อนญุ าตนน้ั ตอ ไปภายในสามสบิ วนั นบั แต
วนั ทผี่ รู บั อนุญาตตาย เมอื่ ผูอนุญาตตรวจสอบแลว เหน็ วาผูน นั้ มีคณุ สมบัตติ ามมาตรา ๑๙ (๔) หรอื
มาตรา ๒๒ แลวแตกรณี ใหผูแสดงความจํานงน้ันประกอบกิจการตอไปไดจนกวาใบอนุญาตส้ินอายุ
และใหถ ือวาผแู สดงความจาํ นงเปน ผรู บั อนญุ าตตามพระราชบัญญตั นิ ้ีต้งั แตว ันทผ่ี รู ับอนุญาตตาย

การแสดงความจํานงและการตรวจสอบ ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไข
ท่ีคณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

ในกรณีท่ีไมมีการแสดงความจํานงเพ่ือขอประกอบกิจการตามวรรคหน่ึง ใหทายาท
ผคู รอบครองวตั ถุออกฤทธน์ิ ้นั มหี นาที่ดาํ เนนิ การตามมาตรา ๔๕ ตอ ไป

๑๐๗

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๑๖ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานเุ บกษา

มาตรา ๔๗ ผูรับอนุญาตตามมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๒๐ หรือ
มาตรา ๘๘ ผปู ระกอบวชิ าชพี เวชกรรม ผปู ระกอบวชิ าชพี ทนั ตกรรม หรอื ผปู ระกอบวชิ าชพี การสตั วแพทย
ชนั้ หน่ึง ซง่ึ มีวัตถุออกฤทธใ์ิ นประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ ไวในครอบครองในปรมิ าณไมเ กนิ ท่รี ัฐมนตรี
ประกาศกําหนดตามมาตรา ๙๐ รวมทั้งกระทรวง ทบวง กรม และสภากาชาดไทยหรือหนวยงาน
ของรัฐตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด ที่ไดดําเนินกิจการเก่ียวกับการผลิต การขาย การนําเขา
การสงออก การนําผาน หรือการมีไวในครอบครองซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิที่มิใชวัตถุตํารับยกเวน
ตองเสนอรายงานเกีย่ วกบั การดาํ เนนิ กิจการดงั กลาวตอเลขาธกิ าร

รายงานตามวรรคหนงึ่ ใหเ ปน ไปตามแบบและระยะเวลาทเี่ ลขาธกิ ารกาํ หนดโดยประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา

หมวด ๔
หนาทข่ี องเภสชั กร

มาตรา ๔๘ ใหเภสัชกรผูมีหนาท่ีควบคุมการผลิตวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๒ ปฏิบัติ
ดงั ตอ ไปน้ี

(๑) ควบคมุ การผลิตวัตถอุ อกฤทธิใ์ หเ ปน ไปตามพระราชบัญญตั ินี้
(๒) ควบคมุ ใหมฉี ลากและเอกสารกาํ กบั วัตถอุ อกฤทธ์ิตามมาตรา ๓๑ (๒)
(๓) ควบคมุ ใหมกี ารแยกเก็บวตั ถุออกฤทธเิ์ ปนสว นสดั จากยาหรอื วตั ถุอ่นื
(๔) ควบคมุ การทาํ บญั ชเี กย่ี วกบั การผลติ วตั ถอุ อกฤทธต์ิ ามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอ่ื นไข
ที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
(๕) ตองอยูประจําควบคมุ กิจการตลอดเวลาทเี่ ปดทําการ
มาตรา ๔๙ ใหเ ภสชั กรผมู หี นา ทค่ี วบคมุ การผลติ วตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔
ปฏิบัติดังตอไปนี้
(๑) ควบคมุ การผลติ วัตถอุ อกฤทธิใ์ หเปน ไปตามพระราชบัญญตั ินี้
(๒) ควบคุมใหม ฉี ลากและเอกสารกํากับวตั ถอุ อกฤทธ์ติ ามมาตรา ๓๒ (๓)
(๓) ควบคมุ ใหมกี ารแยกเกบ็ วัตถอุ อกฤทธิเ์ ปนสว นสดั จากยาหรือวัตถอุ นื่
(๔) ควบคมุ การทาํ บญั ชเี กยี่ วกบั การผลติ วตั ถอุ อกฤทธต์ิ ามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอื่ นไข
ที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
(๕) ตอ งอยปู ระจาํ ควบคมุ กิจการตลอดเวลาทีเ่ ปด ทําการ
มาตรา ๕๐ ใหเภสัชกรผูมีหนาท่ีควบคุมการขายวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๒ ปฏิบัติ
ดงั ตอ ไปนี้

๑๐๘

เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๐๗ ก หนา ๑๗ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานุเบกษา

(๑) ควบคมุ การขายวตั ถอุ อกฤทธิ์ใหเ ปน ไปตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
(๒) ควบคมุ การปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั ฉลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธต์ิ ามมาตรา ๓๓ (๑)
(๓) ควบคุมใหม กี ารแยกเกบ็ วัตถอุ อกฤทธิ์เปน สวนสดั จากยาหรอื วัตถอุ นื่
(๔) ควบคมุ การทาํ บญั ชเี กยี่ วกบั การขายวตั ถอุ อกฤทธติ์ ามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอ่ื นไข
ที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
(๕) ตอ งอยูป ระจําควบคุมกจิ การตลอดเวลาทเี่ ปดทําการ
มาตรา ๕๑ ใหเ ภสชั กรผมู หี นา ทค่ี วบคมุ การขายวตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔
ปฏิบตั ิดังตอ ไปนี้
(๑) ควบคมุ การขายวตั ถอุ อกฤทธิใ์ หเ ปนไปตามพระราชบัญญตั นิ ้ี
(๒) ควบคมุ การปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั ฉลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธติ์ ามมาตรา ๓๔ (๒)
(๓) ควบคมุ ใหมกี ารแยกเกบ็ วัตถอุ อกฤทธิ์เปนสว นสัดจากยาหรือวัตถอุ น่ื
(๔) ควบคมุ การปรงุ หรอื การแบง บรรจวุ ตั ถอุ อกฤทธใ์ิ หเ ปน ไปตามใบสง่ั ยาของผปู ระกอบ
วชิ าชพี ตาม (๕)
(๕) ดูแลใหมีฉลากสําหรับวัตถุออกฤทธิ์ท่ีปรุงหรือแบงบรรจุตามใบสั่งยาของผูประกอบ
วิชาชีพเวชกรรม ผูประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือผูประกอบวิชาชีพการสัตวแพทยช้ันหน่ึง ท้ังน้ี
ตามหลักเกณฑ วธิ ีการและเงื่อนไขทคี่ ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
(๖) ควบคุมการสงมอบวัตถุออกฤทธิ์ใหถูกตองตามใบสั่งยาของผูประกอบวิชาชีพ
ตาม (๕)
(๗) ควบคมุ การทาํ บญั ชเี กย่ี วกบั การขายวตั ถอุ อกฤทธติ์ ามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอ่ื นไข
ทคี่ ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
(๘) ควบคุมมิใหมีการขายวัตถุออกฤทธ์ิแกผูซ่ึงไมมีใบสั่งยาของผูประกอบวิชาชีพ
ตาม (๕) หรอื แกผซู งึ่ ไมไดร บั ใบอนุญาตผลิต ขายหรือนาํ เขาซ่ึงวตั ถอุ อกฤทธิ์
(๙) ตองอยปู ระจาํ ควบคมุ กิจการตลอดเวลาทีเ่ ปด ทําการ
มาตรา ๕๒ ใหเ ภสชั กรผมู หี นา ทค่ี วบคมุ การนาํ เขา ซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๒ ปฏบิ ตั ิ
ดงั ตอ ไปนี้
(๑) ควบคุมการนําเขา วตั ถุออกฤทธ์ิใหเปน ไปตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
(๒) ควบคมุ การปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั ฉลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธติ์ ามมาตรา ๓๕ (๒)
(๓) ควบคมุ ใหมกี ารแยกเก็บวตั ถอุ อกฤทธเิ์ ปนสวนสดั จากยาหรือวตั ถุอน่ื
(๔) ควบคุมการทําบัญชีเก่ียวกับการนําเขาวัตถุออกฤทธ์ิตามหลักเกณฑ วิธีการ
และเงอื่ นไขท่คี ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา

๑๐๙

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๑๘ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานุเบกษา

(๕) ตองอยปู ระจาํ ควบคมุ กจิ การตลอดเวลาท่ีเปดทําการ
มาตรา ๕๓ ใหเภสัชกรผูมีหนาที่ควบคุมการนําเขาซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๓ หรือ
ประเภท ๔ ปฏิบัติดังตอไปนี้
(๑) ควบคมุ การนําเขาวัตถอุ อกฤทธ์ใิ หเ ปน ไปตามพระราชบัญญตั นิ ี้
(๒) ควบคมุ การปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั ฉลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธติ์ ามมาตรา ๓๖ (๓)
(๓) ควบคุมใหม ีการแยกเกบ็ วัตถอุ อกฤทธิ์เปนสวนสดั จากยาหรอื วตั ถอุ ่นื
(๔) ควบคุมการทําบัญชีเก่ียวกับการนําเขาวัตถุออกฤทธ์ิตามหลักเกณฑ วิธีการ
และเง่อื นไขทีค่ ณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๕) ตอ งอยูป ระจาํ ควบคุมกิจการตลอดเวลาทเ่ี ปดทาํ การ
มาตรา ๕๔ ใหเ ภสชั กรผมู หี นา ทค่ี วบคมุ การสง ออกซงึ่ วตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๒ ปฏบิ ตั ิ
ดงั ตอ ไปน้ี
(๑) ควบคุมการสง ออกวัตถอุ อกฤทธิใ์ หเปนไปตามพระราชบัญญตั นิ ี้
(๒) ควบคมุ การปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั ฉลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธติ์ ามมาตรา ๓๗ (๑)
(๓) ควบคมุ ใหมีการแยกเก็บวัตถุออกฤทธเ์ิ ปน สวนสัดจากยาหรือวตั ถุอื่น
(๔) ควบคุมการทําบัญชีเก่ียวกับการสงออกวัตถุออกฤทธ์ิตามหลักเกณฑ วิธีการ
และเง่อื นไขที่คณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๕) ตอ งอยปู ระจาํ ควบคมุ กิจการตลอดเวลาทเี่ ปดทาํ การ
มาตรา ๕๕ ใหเภสชั กรผมู ีหนา ท่คี วบคมุ การสง ออกซึ่งวัตถุออกฤทธิใ์ นประเภท ๓ หรอื
ประเภท ๔ ปฏิบตั ดิ งั ตอไปนี้
(๑) ควบคมุ การสงออกวัตถอุ อกฤทธ์ใิ หเปน ไปตามพระราชบญั ญตั ินี้
(๒) ควบคมุ การปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั ฉลากและเอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธติ์ ามมาตรา ๓๘ (๒)
(๓) ควบคุมใหม กี ารแยกเกบ็ วตั ถอุ อกฤทธิ์เปนสวนสดั จากยาหรอื วัตถุอืน่
(๔) ควบคุมการทําบัญชีเก่ียวกับการสงออกวัตถุออกฤทธิ์ตามหลักเกณฑ วิธีการ
และเงอ่ื นไขทคี่ ณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
(๕) ตองอยูประจําควบคุมกิจการตลอดเวลาที่เปด ทาํ การ
มาตรา ๕๖ ในกรณีที่เภสัชกรผูมีหนาที่ควบคุมกิจการไมประสงคจะปฏิบัติหนาที่ตอไป
ใหเภสัชกรผูมีหนาที่ควบคุมกิจการน้ันแจงเปนหนังสือใหผูอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันท่ีพน
หนาที่

๑๑๐

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๑๙ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานุเบกษา

หมวด ๕
วตั ถอุ อกฤทธิท์ ห่ี า มผลติ ขาย นาํ เขา หรือสงออก

มาตรา ๕๗ หา มผูใดผลิต ขาย นาํ เขาหรือสง ออกซึ่งวัตถุออกฤทธ์ิ ดังตอไปนี้
(๑) วัตถอุ อกฤทธป์ิ ลอม
(๒) วัตถอุ อกฤทธิ์ผิดมาตรฐาน
(๓) วตั ถุออกฤทธ์เิ สื่อมคุณภาพ
(๔) วัตถุออกฤทธ์ทิ ่ตี องข้นึ ทะเบยี นวัตถตุ าํ รบั แตม ิไดข ้ึนทะเบยี นไว
(๕) วัตถอุ อกฤทธท์ิ รี่ ฐั มนตรีส่งั เพกิ ถอนทะเบยี นวตั ถุตํารบั
มาตรา ๕๘ วัตถอุ อกฤทธิห์ รอื สิ่งตอไปน้ี ใหถ ือวาเปน วตั ถอุ อกฤทธ์ปิ ลอม
(๑) สงิ่ ทท่ี ําเทียมวตั ถุออกฤทธิ์ทัง้ หมดหรอื แตบ างสวน
(๒) วัตถุออกฤทธิ์ท่ีแสดงช่ือวาเปนวัตถุออกฤทธิ์อ่ืนหรือแสดงเดือนปท่ีวัตถุออกฤทธิ์
สน้ิ อายุ ซง่ึ ไมใชความจริง
(๓) วตั ถอุ อกฤทธทิ์ แี่ สดงชอื่ หรอื เครอ่ื งหมายของผผู ลติ หรอื ทต่ี งั้ ของสถานทผ่ี ลติ ซง่ึ ไมใ ช
ความจริง
(๔) วัตถุออกฤทธิ์หรือสิ่งที่แสดงวาเปนวัตถุออกฤทธ์ิตามที่กําหนดไวในประกาศของ
รฐั มนตรีตามมาตรา ๗ (๑) หรือตามตาํ รบั ของวัตถตุ ํารับทข่ี ึ้นทะเบยี นไวซ่งึ ไมใชค วามจริง
(๕) วัตถุออกฤทธ์ิท่ีผลิตข้ึนไมถูกตองตามมาตรฐานถึงขนาดสารออกฤทธิ์ขาด
หรอื เกนิ กวา รอ ยละสบิ ของปรมิ าณทก่ี าํ หนดไวไ ปจากเกณฑต าํ่ สดุ หรอื สงู สดุ ตามทก่ี าํ หนดไวใ นประกาศ
ของรฐั มนตรตี ามมาตรา ๗ (๒) หรือตามตํารบั ของวัตถตุ าํ รบั ท่ขี ้ึนทะเบียนไว
มาตรา ๕๙ วตั ถอุ อกฤทธ์ิตอไปนี้ ใหถือวา เปน วัตถอุ อกฤทธิ์ผดิ มาตรฐาน
(๑) วตั ถุออกฤทธทิ์ ผี่ ลิตข้นึ ไมถูกตองตามมาตรฐานโดยมสี ารออกฤทธข์ิ าดหรอื เกินจาก
เกณฑตา่ํ สดุ หรือสงู สุด ตามทก่ี าํ หนดไวในประกาศของรฐั มนตรตี ามมาตรา ๗ (๒) หรอื ตามตาํ รบั ของ
วัตถตุ ํารับทข่ี น้ึ ทะเบยี นไว แตไ มถ ึงขนาดทีร่ ะบุไวในมาตรา ๕๘ (๕)
(๒) วตั ถอุ อกฤทธทิ์ ผี่ ลติ ขน้ึ โดยมคี วามบรสิ ทุ ธห์ิ รอื ลกั ษณะอน่ื ซง่ึ มคี วามสาํ คญั ตอ คณุ ภาพ
ของวตั ถอุ อกฤทธผ์ิ ดิ ไปจากเกณฑท กี่ าํ หนดไวใ นประกาศของรฐั มนตรตี ามมาตรา ๗ (๒) หรอื ตามตาํ รบั
ของวัตถตุ ํารบั ทีข่ น้ึ ทะเบยี นไว
มาตรา ๖๐ วัตถุออกฤทธิ์ตอไปน้ี ใหถือวา เปนวัตถุออกฤทธเ์ิ ส่อื มคุณภาพ
(๑) วัตถุออกฤทธ์ิท่สี ้ินอายุตามท่แี สดงไวใ นฉลากซงึ่ ขึ้นทะเบยี นวตั ถุตํารับไว
(๒) วัตถุออกฤทธ์ิที่แปรสภาพจนมีลักษณะเชนเดียวกับวัตถุออกฤทธ์ิปลอมตาม
มาตรา ๕๘ (๕) หรอื วตั ถุออกฤทธิผ์ ดิ มาตรฐานตามมาตรา ๕๙

๑๑๑

เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๐๗ ก หนา ๒๐ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๖๑ หามผูใดขายวัตถุออกฤทธิ์ต้ังแตสองชนิดข้ึนไปหรือขายวัตถุออกฤทธิ์
และยารวมกนั หลายขนาน โดยจดั เปนชุดไวลวงหนา เพ่ือประโยชนทางการคา

หมวด ๖
การข้นึ ทะเบยี นวัตถุตํารบั

มาตรา ๖๒ ผรู บั อนญุ าตผลติ หรอื นําเขาซึง่ วัตถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔
จะผลติ หรอื นาํ เขา ซง่ึ วตั ถตุ าํ รบั ทมี่ วี ตั ถอุ อกฤทธด์ิ งั กลา ว ตอ งขอขน้ึ ทะเบยี นวตั ถตุ าํ รบั นน้ั ตอ ผอู นญุ าต
กอนและเมอื่ ไดร บั ใบสาํ คญั การขนึ้ ทะเบียนวัตถุตาํ รบั แลวจงึ จะผลติ หรอื นาํ เขา ซ่งึ วัตถตุ าํ รับนน้ั ได

การขอข้ึนทะเบียนวัตถุตํารับและการออกใบสําคัญการข้ึนทะเบียนวัตถุตํารับ ใหเปนไป
ตามหลักเกณฑ วธิ ีการและเง่อื นไขทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง

ความในวรรคหนงึ่ ไมใ ชบ งั คบั แกผ รู บั อนญุ าตผลติ หรอื นาํ เขา ซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๓
หรอื ประเภท ๔ ทไ่ี ดร บั อนญุ าตใหผ ลติ หรอื นาํ เขา ตวั อยา งของวตั ถตุ าํ รบั ทจ่ี ะขอขนึ้ ทะเบยี นวตั ถตุ าํ รบั
การขออนุญาตและการอนุญาตใหผลิตหรือนําเขาตัวอยางของวัตถุตํารับ ใหเปนไปตามหลักเกณฑ
วธิ กี ารและเงอ่ื นไขที่กาํ หนดในกฎกระทรวง

การพจิ ารณาออกใบสาํ คัญตามวรรคหนึ่ง ใหผขู อข้นึ ทะเบียนวัตถตุ ํารบั เปน ผรู บั ผิดชอบ
ชาํ ระคา ใชจ า ยในการตรวจวเิ คราะหห รอื ประเมนิ เอกสารทางวชิ าการ ตามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอื่ นไข
ทคี่ ณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา

มาตรา ๖๓ การขอขน้ึ ทะเบียนวัตถุตํารบั ตามมาตรา ๖๒ ตองแจง รายการ ดงั ตอ ไปนี้
(๑) ชอ่ื วัตถตุ าํ รบั
(๒) ช่ือและปรมิ าณของวัตถตุ า ง ๆ อันเปนสว นประกอบของวตั ถุตํารบั
(๓) ขนาดบรรจุ
(๔) วธิ วี ิเคราะหมาตรฐานของสว นประกอบของวัตถตุ าํ รับ
(๕) ฉลาก
(๖) เอกสารกาํ กบั วตั ถอุ อกฤทธ์ิ
(๗) ชื่อผผู ลติ และประเทศท่ีสถานท่ผี ลติ ต้ังอยู
(๘) รายการอื่นตามทร่ี ัฐมนตรปี ระกาศกาํ หนด
การแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับฉลากหรือเอกสารกํากับวัตถุออกฤทธ์ิ ใหเปนไปตาม
หลักเกณฑ วธิ ีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๖๔ การแกไ ขรายการทะเบียนวัตถุตาํ รบั ที่ข้ึนทะเบียนไวแลว ตอ งไดรบั อนญุ าต
เปน หนงั สอื จากผูอ นญุ าต

๑๑๒

เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๐๗ ก หนา ๒๑ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานเุ บกษา

การขอแกไขรายการและการอนุญาตแกไขรายการทะเบียนวัตถุตํารับ ใหเปนไปตาม
หลกั เกณฑ วธิ กี ารและเง่ือนไขท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๖๕ ผูอนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอํานาจไมรับขึ้นทะเบียน
วตั ถตุ ํารับในกรณดี งั ตอ ไปนี้

(๑) การขอขนึ้ ทะเบยี นวตั ถตุ าํ รบั ทไี่ มเ ปน ไปตามมาตรา ๖๓ หรอื ตามกฎกระทรวงทอ่ี อก
ตามมาตรา ๖๒

(๒) วตั ถตุ ํารับท่ีขอขึน้ ทะเบยี นไมเปน ที่เชือ่ ถือในสรรพคณุ หรืออาจไมป ลอดภยั แกผ ูใช
(๓) วัตถุตํารับที่ขอข้ึนทะเบียนใชชื่อในทํานองโออวด ไมสุภาพหรืออาจทําใหเขาใจผิด
จากความจรงิ
(๔) วัตถุตํารับที่ขอขึ้นทะเบียนเปนวัตถุออกฤทธ์ิปลอมตามมาตรา ๕๘ หรือเปน
วัตถตุ ํารบั ท่ีรัฐมนตรสี งั่ เพิกถอนตามมาตรา ๖๘
คําส่งั ไมร บั ขนึ้ ทะเบียนวตั ถุตาํ รบั ของผูอนุญาตใหเปน ทีส่ ุด
มาตรา ๖๖ บทบัญญัติมาตรา ๖๕ ใหใชบังคับแกการแกไขรายการทะเบียนวัตถุตํารับ
โดยอนโุ ลม
มาตรา ๖๗ ใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุตํารับใหมีอายุหาปนับแตวันท่ีออกใบสําคัญ
ถาผูรับใบสําคัญประสงคจะขอตออายุใบสําคัญ จะตองย่ืนคําขอกอนใบสําคัญส้ินอายุ เมื่อไดยื่น
คําขอแลว จะประกอบกิจการตอไปกไ็ ดจ นกวา จะไดม ีคาํ ส่งั ไมตอ อายุใบสาํ คญั นนั้
การขอตออายุและการตออายุใบสําคัญ การข้ึนทะเบียนวัตถุตํารับ ใหเปนไปตาม
หลักเกณฑ วิธกี ารและเงอ่ื นไขที่กําหนดในกฎกระทรวง
ในกรณีท่ีผูขอตออายุใบสําคัญไมไดรับอนุญาตใหตออายุใบสําคัญ ใหนําความใน
มาตรา ๒๕ มาใชบงั คบั โดยอนุโลม
มาตรา ๖๘ เม่ือคณะกรรมการเห็นวาวัตถุตํารับใดท่ีไดข้ึนทะเบียนไวแลวน้ัน ตอมา
ปรากฏวา ไมม สี รรพคณุ ตามทขี่ น้ึ ทะเบยี นไว หรอื อาจไมป ลอดภยั แกผ ใู ช หรอื เปน วตั ถอุ อกฤทธป์ิ ลอม
หรือใชช่ือผิดไปจากที่ข้ึนทะเบียนไว ใหคณะกรรมการเสนอตอรัฐมนตรี และใหรัฐมนตรีมีอํานาจ
ส่งั เพิกถอนทะเบยี นวตั ถุตาํ รับนนั้ โดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
คําสัง่ ของรัฐมนตรีใหเ ปน ท่สี ุด
มาตรา ๖๙ ในกรณที ใ่ี บสาํ คญั การขน้ึ ทะเบยี นวตั ถตุ าํ รบั สญู หายหรอื ถกู ทาํ ลายในสาระ
สําคัญ ใหผูรับอนุญาตย่ืนคําขอรับใบแทนใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุตํารับตอผูอนุญาตภายใน
สิบหา วันนบั แตวนั ท่ไี ดท ราบถึงการสญู หายหรอื ถูกทาํ ลายดงั กลาว
การขอรบั ใบแทนใบสาํ คญั การขน้ึ ทะเบยี นวตั ถตุ าํ รบั และการออกใบแทนใบสาํ คญั การขน้ึ
ทะเบียนวตั ถุตํารับ ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วธิ กี ารและเง่อื นไขท่ีกําหนดในกฎกระทรวง

๑๑๓

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๒๒ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานเุ บกษา

หมวด ๗
การโฆษณา

มาตรา ๗๐ หามผใู ดโฆษณาวตั ถุออกฤทธ์ิ เวน แต
(๑) เปนฉลากหรือเอกสารกํากับวัตถุออกฤทธิ์ที่ภาชนะหรือหีบหอบรรจุวัตถุออกฤทธ์ิ
หรือ
(๒) เปนการโฆษณาซ่ึงกระทําโดยตรงตอผูประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผูประกอบวิชาชีพ
ทนั ตกรรม ผูประกอบวิชาชพี เภสชั กรรมหรือผปู ระกอบวิชาชีพการสัตวแพทยชัน้ หนึ่ง
การโฆษณาตาม (๒) ในกรณีท่ีเปนเอกสาร ภาพ ภาพยนตร ส่ืออิเล็กทรอนิกส
หรือการบนั ทึกเสยี งหรอื ภาพ ตองไดร ับใบอนญุ าตจากผูอนุญาตกอ นจงึ จะใชโ ฆษณาได
การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคสอง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ
และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
มาตรา ๗๑ ในกรณีท่ีผูอนุญาตเห็นวาการโฆษณาใดฝาฝนมาตรา ๗๐ วรรคสอง หรือ
มีการใชขอความโฆษณาซ่ึงไมเปนไปตามท่ีไดรับอนุญาตจากผูอนุญาต ใหผูอนุญาตมีอํานาจออก
คําส่งั อยา งหนงึ่ อยางใด ดงั ตอไปน้ี
(๑) หามการโฆษณาหรือหามใชวธิ ีการนัน้ ในการโฆษณา
(๒) หา มการใชขอความบางอยางท่ปี รากฏในการโฆษณา
(๓) ใหแกไขขอ ความหรือวิธีการในการโฆษณา
(๔) ใหโฆษณาเพอ่ื แกไขความเขาใจผิดท่อี าจเกดิ ขน้ึ
ในการออกคําสั่งตาม (๔) ใหผูอนุญาตกําหนดหลักเกณฑและวิธีการโฆษณา
โดยคาํ นึงถึงประโยชนข องประชาชนกบั ความสจุ ริตในการกระทําของผูทาํ การโฆษณา
มาตรา ๗๒ ในกรณีที่ผูไดรับคําส่ังของผูอนุญาตตามมาตรา ๗๑ ไมเห็นดวยกับคําสั่ง
ดงั กลาวใหม ีสทิ ธอิ ทุ ธรณต อคณะกรรมการได
มาตรา ๗๓ การอุทธรณตามมาตรา ๗๒ ใหยื่นตอคณะกรรมการภายในสิบส่ีวันนับแต
วนั ท่ีผูอทุ ธรณไดรับทราบคาํ สัง่ ของผูอนญุ าต
หลกั เกณฑก ารยน่ื อทุ ธรณแ ละวธิ พี จิ ารณาอทุ ธรณ ใหเ ปน ไปตามทรี่ ฐั มนตรปี ระกาศกาํ หนด
การอทุ ธรณค าํ สงั่ ตามวรรคหนงึ่ ไมเ ปน การทเุ ลาการบงั คบั ตามคาํ สงั่ ของผอู นญุ าต เวน แต
คณะกรรมการจะสง่ั เปน อยา งอน่ื เปนการช่วั คราวกอ นการวนิ จิ ฉยั อุทธรณ
คาํ วนิ จิ ฉยั ของคณะกรรมการใหเ ปน ทีส่ ุด

๑๑๔

เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๐๗ ก หนา ๒๓ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานุเบกษา

หมวด ๘
พนักงานเจาหนาที่

มาตรา ๗๔ ในการปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ ใหพ นกั งานเจา หนา ทมี่ อี าํ นาจหนา ท่ี
ดงั ตอ ไปนี้

(๑) เขา ไปในสถานทที่ าํ การของผรู บั อนญุ าตนาํ เขา หรอื สง ออก สถานทผี่ ลติ สถานทข่ี าย
สถานท่ีเก็บวัตถุออกฤทธิ์หรือสถานที่ท่ีตองไดรับอนุญาตตามพระราชบัญญัติน้ี ในเวลาทําการของ
สถานท่นี ้นั เพ่อื ตรวจสอบการปฏบิ ัติตามพระราชบัญญัตินี้

(๒) เขาไปในเคหสถานหรือสถานที่ใด ๆ เพ่ือตรวจคนเมื่อมีเหตุเช่ือไดตามสมควรวา
มีทรัพยสิน ซ่ึงมีไวเปนความผิดหรือไดมาโดยการกระทําความผิด หรือไดใชหรือจะใชในการกระทํา
ความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี หรือซ่ึงอาจใชเปนพยานหลักฐานได ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อวา
เน่ืองจากการเนิ่นชากวาจะเอาหมายคนมาได ทรัพยสินน้ันจะถูกโยกยาย ซุกซอน ทําลายหรือ
ทําใหเปล่ียนสภาพไปจากเดมิ

(๓) คนบุคคลหรือยานพาหนะใด ๆ ที่มีเหตุอันควรสงสัยวามีวัตถุออกฤทธ์ิซุกซอนอยู
โดยไมช อบดว ยกฎหมาย

(๔) ยึดหรืออายัดวัตถุออกฤทธ์ิท่ีมีไวโดยไมชอบดวยกฎหมาย หรือทรัพยสินอื่นใดที่ได
ใชหรือจะใชใ นการกระทาํ ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ี้

(๕) มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาใหถอยคํา หรือใหสงเอกสารหรือวัตถุใดมาเพื่อประกอบ
การพิจารณา

การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหพนักงานเจาหนาท่ีผูคนปฏิบัติตามระเบียบท่ี
คณะกรรมการกําหนดและแสดงความบริสุทธิ์กอนการเขาคน รายงานเหตุผลและผลการตรวจคนตอ
ผูบังคบั บัญชาและผอู นุมตั ติ ามวรรคสาม บนั ทึกเหตุอนั ควรเช่ือตามสมควร และใหพนกั งานเจา หนา ท่ี
แสดงเอกสารเพื่อแสดงตนและเอกสารท่ีแสดงอํานาจในการตรวจคน รวมทั้งเหตุอันควรเช่ือที่ทําให
สามารถเขา คน ไดเ ปน หนงั สอื ใหไ วแ กผ คู รอบครองเคหสถาน สถานทค่ี น เวน แตไ มม ผี คู รอบครองอยู ณ
ท่นี ัน้ ใหพนักงานเจาหนา ท่ีผูคน สงมอบสาํ เนาเอกสารและหนงั สอื นัน้ ใหแ กผคู รอบครองดงั กลา วทันที
ท่ีกระทําได และหากเปนการเขาคนในเวลากลางคืนพนักงานเจาหนาท่ีผูเปนหัวหนาในการเขาคน
ตอ งเปน ขา ราชการพลเรอื นตงั้ แตร ะดบั ชาํ นาญการขน้ึ ไป หรอื ขา ราชการตาํ รวจตาํ แหนง ตงั้ แตส ารวตั ร
หรอื เทียบเทา ซ่งึ มยี ศตง้ั แตพ นั ตํารวจโทขึ้นไป

พนักงานเจาหนาที่ตําแหนงใดหรือระดับใดจะมีอํานาจหนาท่ีตามท่ีไดกําหนดไวตาม
วรรคหนง่ึ ทง้ั หมดหรือแตบางสว น หรอื จะตองไดรับอนมุ ัตจิ ากบุคคลใดกอ นดาํ เนนิ การ ใหเ ปนไปตาม

๑๑๕

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๒๔ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานุเบกษา

ที่รัฐมนตรีกําหนดโดยคําแนะนําของคณะกรรมการ โดยมีเอกสารมอบหมายใหไวประจําตัวพนักงาน
เจา หนา ท่ผี ไู ดรบั มอบหมายนัน้

มาตรา ๗๕ ในการปฏิบัติการของพนักงานเจาหนาท่ีตามมาตรา ๗๔ (๑) และ (๒)
ใหพ นกั งานเจา หนา ทมี่ อี าํ นาจนาํ วตั ถอุ อกฤทธจิ์ ากสถานทน่ี น้ั ในปรมิ าณพอสมควรไปเพอ่ื เปน ตวั อยา ง
ในการตรวจสอบหรอื วเิ คราะห และหากปรากฏวา วตั ถอุ อกฤทธใ์ิ ดเปน วตั ถอุ อกฤทธทิ์ ไี่ มป ลอดภยั หรอื
อาจเปน อนั ตรายตอผใู ช ใหป ระกาศผลการตรวจสอบหรอื วิเคราะหค ุณภาพของวตั ถุออกฤทธิท์ ่นี าํ ไป
ตรวจสอบหรือวิเคราะหน้ันใหประชาชนทราบตามวิธีการที่เห็นสมควร โดยไดรับความเห็นชอบ
จากเลขาธิการ

เพื่อประโยชนแกการคุมครองความปลอดภัยของผูใชวัตถุออกฤทธ์ิ ในกรณีท่ีปรากฏตอ
พนักงานเจาหนาท่ีอันเช่ือไดวาวัตถุออกฤทธ์ิใดเปนวัตถุออกฤทธิ์ที่ไมปลอดภัยหรืออาจเปนอันตราย
ตอผูใช ใหพนักงานเจาหนาที่เก็บวัตถุออกฤทธ์ิดังกลาวไว หรือส่ังใหผูรับอนุญาตงดผลิต ขาย
นาํ เขา หรอื สง ออกซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธิ์ จดั เกบ็ วตั ถอุ อกฤทธด์ิ งั กลา วกลบั คนื มาภายในระยะเวลาทพ่ี นกั งาน
เจาหนาท่ีกําหนด และอาจสั่งทําลายวัตถุออกฤทธิ์ดังกลาวเสียได ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑ วิธีการ
และเง่ือนไขท่ีคณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๗๖ ในการปฏบิ ตั หิ นา ทต่ี ามพระราชบญั ญตั นิ ี้ พนกั งานเจา หนา ทตี่ อ งแสดงบตั ร
ประจาํ ตวั ตอ ผูร ับอนุญาตหรือบุคคลทีเ่ กี่ยวของ

บตั รประจาํ ตัวพนกั งานเจา หนา ทใ่ี หเปนไปตามแบบท่ีรฐั มนตรีประกาศกาํ หนด
มาตรา ๗๗ ในการปฏิบตั กิ ารของพนักงานเจาหนา ท่ีตามมาตรา ๗๔ มาตรา ๗๕ และ
มาตรา ๗๙ วรรคสาม ใหผ ูรบั อนญุ าตและบุคคลทเ่ี ก่ยี วขอ งอํานวยความสะดวกตามสมควร
มาตรา ๗๘ ในการปฏิบัติหนาท่ีตามพระราชบัญญัติน้ี ใหพนักงานเจาหนาที่เปน
เจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

หมวด ๙
การพกั ใชใ บอนญุ าตและการเพกิ ถอนใบอนุญาต

มาตรา ๗๙ ผรู บั อนญุ าตผใู ดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญตั นิ ห้ี รอื กฎกระทรวง
หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติน้ี ผูอนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอํานาจ
สงั่ พกั ใชใ บอนญุ าตไดโ ดยมกี าํ หนดครง้ั ละไมเ กนิ หนงึ่ รอ ยแปดสบิ วนั แตใ นกรณมี กี ารฟอ งผรู บั อนญุ าต
ตอศาลวาไดกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี ผูอนุญาตจะส่ังพักใชใบอนุญาตไวรอคําพิพากษา
ถงึ ทสี่ ุดก็ได

๑๑๖

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๒๕ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานเุ บกษา

ในกรณที ผี่ รู บั อนญุ าตผลติ ขาย หรอื นาํ เขา ซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔
แลวแตกรณี ถูกส่ังพักใชใบอนุญาตตามกฎหมายวาดวยยา ใหผูอนุญาตสั่งพักใชใบอนุญาตตาม
พระราชบัญญตั ินีข้ องผูร บั อนญุ าตดว ย แลว แตกรณี

ใหพนกั งานเจา หนา ท่ีอายัดวตั ถุออกฤทธิ์ที่เหลือของผูถ ูกพกั ใชใบอนุญาตไว ณ สถานท่ี
ทําการของผรู บั อนุญาต

ผูถูกสั่งพักใชใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตใด ๆ ในระหวางถูกส่ังพักใชใบอนุญาต
อกี ไมได

มาตรา ๘๐ ผูรับอนุญาตผูใดขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๙ (๔) หรือมาตรา ๒๒ (๑)
หรือไมจัดใหมีเภสัชกรอยูประจําควบคุมกิจการตลอดเวลาท่ีเปดทําการตามมาตรา ๓๐ วรรคหน่ึง
ผูอ นุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอํานาจสัง่ เพิกถอนใบอนุญาตได

ผูถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตใด ๆ อีกไมไดจนกวาจะพนสองปนับแต
วนั ท่ถี ูกส่งั เพกิ ถอนใบอนุญาต

มาตรา ๘๑ คาํ สง่ั พกั ใชใ บอนญุ าตและคาํ สงั่ เพกิ ถอนใบอนญุ าตใหท าํ เปน หนงั สอื แจง ให
ผรู บั อนญุ าตทราบ ในกรณไี มพ บตวั ผรู บั อนญุ าตหรอื ผรู บั อนญุ าตไมย อมรบั คาํ สง่ั ดงั กลา ว ใหป ด คาํ สง่ั
ไวในที่เปดเผยและเห็นไดงาย ณ สถานท่ีซึ่งระบุไวในใบอนุญาต และใหถือวาผูรับอนุญาตไดทราบ
คําสั่งนัน้ แลวตัง้ แตว ันท่รี บั หรอื ปดคาํ ส่งั แลวแตกรณี

คาํ สงั่ พกั ใชใ บอนญุ าตและคาํ สง่ั เพกิ ถอนใบอนญุ าตตามวรรคหนงึ่ จะโฆษณาในหนงั สอื พมิ พ
หรอื โดยวธิ อี นื่ อีกดวยกไ็ ด

มาตรา ๘๒ ผูอนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอํานาจสั่งยกเลิกคําส่ัง
พกั ใชใ บอนญุ าตกอ นกาํ หนดเวลาได เมอ่ื เปน ทพ่ี อใจวา ผรู บั อนญุ าตซงึ่ ถกู สง่ั พกั ใชใ บอนญุ าตไดป ฏบิ ตั ิ
ตามพระราชบัญญัตนิ ี้ หรือกฎกระทรวงหรอื ประกาศท่อี อกตามพระราชบัญญัติน้แี ลว

มาตรา ๘๓ ผรู บั อนญุ าตซง่ึ ถกู สงั่ พกั ใชใ บอนญุ าตหรอื เพกิ ถอนใบอนญุ าตมสี ทิ ธอิ ทุ ธรณ
ตอ รฐั มนตรภี ายในสามสบิ วนั นบั แตว นั ทท่ี ราบคาํ สง่ั รฐั มนตรมี อี าํ นาจสง่ั ใหย กอทุ ธรณ ยกเลกิ คาํ สง่ั พกั
ใชใ บอนญุ าตหรอื คาํ สงั่ เพกิ ถอนใบอนญุ าต หรอื แกไ ขคาํ สง่ั ของผอู นญุ าตในทางทเ่ี ปน คณุ แกผ อู ทุ ธรณไ ด

คาํ วนิ จิ ฉยั ของรัฐมนตรีใหเปน ที่สดุ
การอทุ ธรณต ามวรรคหนงึ่ ไมเ ปน การทเุ ลาการบงั คบั ตามคาํ สงั่ พกั ใชใ บอนญุ าตหรอื คาํ สง่ั
เพกิ ถอนใบอนญุ าต
มาตรา ๘๔ ผูถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตองทาํ ลายหรือขายวัตถุออกฤทธิ์ของตน
ทเี่ หลอื อยใู นสว นทเ่ี กนิ กวา ทก่ี ฎหมายใหม ไี วใ นครอบครอง ในกรณที ข่ี ายใหข ายแกผ รู บั อนญุ าตอนื่ หรอื
แกผูซ่ึงผูอนุญาตเห็นสมควร ท้ังน้ี ภายในหกสิบวันนับแตวันท่ีไดทราบคําส่ังเพิกถอนใบอนุญาตหรือ
วนั ทไ่ี ดท ราบคาํ วนิ จิ ฉยั ของรฐั มนตรี เวน แตผ อู นญุ าตจะผอ นผนั ขยายระยะเวลาตอ ไปอกี แตต อ งไมเ กนิ
หกสบิ วัน

๑๑๗

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๒๖ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานุเบกษา

ในกรณีท่ีผูถูกส่ังเพิกถอนใบอนุญาตไมปฏิบัติตามวรรคหน่ึง ใหวัตถุออกฤทธิ์ที่เหลืออยู
ตกเปน ของกระทรวงสาธารณสขุ และใหก ระทรวงสาธารณสขุ หรอื ผซู ง่ึ กระทรวงสาธารณสขุ มอบหมาย
ทาํ ลายหรอื นาํ ไปใชประโยชนไ ดตามระเบยี บทีก่ ระทรวงสาธารณสุขกําหนด

หมวด ๑๐
มาตรการควบคมุ พเิ ศษ
มาตรา ๘๕ ใหถือวาวัตถุตาํ รับที่มีวัตถุออกฤทธ์ิในประเภทหนึ่งประเภทใดปรุงผสมอยู
เปนวัตถุออกฤทธใ์ิ นประเภทน้นั ดว ย
มาตรา ๘๖ ในกรณที ว่ี ตั ถตุ าํ รบั มวี ตั ถอุ อกฤทธอิ์ นั ระบอุ ยใู นประเภทตา งกนั มากกวา หนง่ึ
ประเภทผสมอยู ใหถ อื วา วตั ถตุ ํารบั นน้ั เปน วตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภททม่ี กี ารควบคมุ เขม งวดทส่ี ดุ ในบรรดา
วตั ถอุ อกฤทธิ์ทผ่ี สมอยูน้ัน
มาตรา ๘๗ รฐั มนตรอี าจประกาศกาํ หนดใหว ตั ถตุ าํ รบั ใดซงึ่ มลี กั ษณะดงั ตอ ไปนเี้ ปน วตั ถุ
ตาํ รบั ยกเวน ได ทง้ั นี้ ใหเปน ไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขที่กาํ หนดในกฎกระทรวง
(๑) มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ อยางหนึ่งอยางใด
หรอื หลายอยางปรงุ ผสมอยู
(๒) มลี กั ษณะท่ีไมอาจกอ ใหเกิดการใชที่ผดิ ทาง
(๓) ไมสามารถจะแยกสกัดเอาวัตถุออกฤทธิ์ที่มีอยูในวัตถุตํารับนั้นกลับมาใชในปริมาณ
ทจี่ ะทาํ ใหเ กิดการใชท ี่ผิดทาง และ
(๔) ไมก อใหเ กิดอันตรายทางดานสุขภาพและสงั คมได
วตั ถตุ ํารบั ยกเวน ทปี่ ระกาศตามวรรคหนงึ่ รฐั มนตรอี าจประกาศเพกิ ถอนไดเ มอ่ื ปรากฏวา
วตั ถุตาํ รบั นนั้ ไมต รงลกั ษณะท่ีกาํ หนดไว
มาตรา ๘๘ หามผูใดมีไวในครอบครองหรือใชประโยชนซ่ึงวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภท
เวน แตไ ดรับใบอนุญาตจากผอู นุญาต
การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไข
ทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง
การมวี ตั ถอุ อกฤทธช์ิ อื่ และประเภทใดไวใ นครอบครองซงึ่ คํานวณเปน สารบรสิ ทุ ธเิ์ กนิ ปรมิ าณ
ที่กําหนดในกฎกระทรวง ใหส นั นษิ ฐานวามไี วในครอบครองเพ่ือขาย
มาตรา ๘๙ บทบัญญตั มิ าตรา ๘๘ วรรคหนง่ึ ไมใ ชบ งั คบั แก
(๑) การมไี วใ นครอบครองหรอื ใชป ระโยชนซ ง่ึ วตั ถอุ อกฤทธทิ์ กุ ประเภทสําหรบั กจิ การของ
ผรู บั อนุญาตผลิต ขาย นําเขา สง ออกหรือนาํ ผานซ่งึ วัตถุออกฤทธิ์ประเภทนั้น ๆ

๑๑๘

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๒๗ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานเุ บกษา

(๒) การมไี วใ นครอบครองของบคุ คลในปรมิ าณพอสมควรเพอ่ื การเสพ การรบั เขา รา งกาย
หรอื การใชด ว ยวธิ อี น่ื ใดซงึ่ วตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๒ ประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ ทงั้ นี้ ตอ งเปน ไปตาม
คาํ สงั่ ของผปู ระกอบวชิ าชพี เวชกรรม ผปู ระกอบวชิ าชพี ทนั ตกรรมหรอื ผปู ระกอบวชิ าชพี การสตั วแพทย
ช้ันหนึ่ง ท่ีเกี่ยวกับการวิเคราะห บําบัด บรรเทา รักษาหรือปองกันโรคหรือความเจ็บปวยของบุคคล
หรอื สัตวน้ัน

(๓) การมไี วใ นครอบครองหรอื ใชป ระโยชนต ามหนา ทซี่ งึ่ วตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๓ หรอื
ประเภท ๔ ของกระทรวง ทบวง กรม และสภากาชาดไทย หรอื หนว ยงานของรฐั ตามทรี่ ฐั มนตรปี ระกาศ
กาํ หนด

(๔) การมีไวในครอบครองซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔
ในปริมาณเทาที่จําเปนตองใชประจําในการปฐมพยาบาลหรือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในยานพาหนะ
ทใ่ี ชในการขนสง สาธารณะระหวา งประเทศ ซ่ึงไมไ ดจดทะเบยี นในราชอาณาจักร

มาตรา ๙๐ ในกรณที เี่ หน็ สมควรรฐั มนตรจี ะประกาศกาํ หนดวตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๓
หรือประเภท ๔ ท่ีใหผูประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผูประกอบวิชาชีพทันตกรรมหรือผูประกอบวิชาชีพ
การสตั วแพทยช น้ั หนง่ึ มไี วใ นครอบครองในปรมิ าณทรี่ ฐั มนตรกี าํ หนดโดยคาํ แนะนาํ ของคณะกรรมการ
โดยไมตองขออนญุ าตกไ็ ด

มาตรา ๙๑ หา มผูใ ดเสพวัตถอุ อกฤทธ์ิในประเภท ๑
มาตรา ๙๒ หา มผูใดเสพวัตถุออกฤทธใ์ิ นประเภท ๒ เวนแตเปน การเสพตามคําส่งั ของ
ผปู ระกอบวิชาชพี เวชกรรมหรือผูป ระกอบวิชาชีพทนั ตกรรม เพื่อประโยชนใ นการรกั ษาพยาบาลผนู ้นั
มาตรา ๙๓ หา มผใู ดจงู ใจ ชกั นาํ ยยุ งสง เสรมิ ใชอ บุ ายหลอกลวง ขเู ขญ็ ใชอ าํ นาจครอบงาํ
ผดิ คลองธรรมหรือใชวธิ ีขม ขืนใจดวยประการอนื่ ใดใหผ อู ่ืนเสพวัตถอุ อกฤทธิ์
ผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผูประกอบวิชาชีพทันตกรรมอาจแนะนําหรือส่ังใหผูอ่ืน
เสพวัตถุออกฤทธ์ิเพอ่ื ประโยชนใ นการรักษาพยาบาลผนู นั้ ได
มาตรา ๙๔ ในกรณจี าํ เปน และมเี หตอุ นั ควรเชอื่ ไดว า มบี คุ คลหรอื กลมุ บคุ คลใดเสพวตั ถุ
ออกฤทธใ์ิ นประเภท ๑ หรอื ประเภท ๒ อนั เปน ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ใี้ นเคหสถาน สถานทใ่ี ด ๆ
หรือยานพาหนะ ใหพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจหรือพนักงานเจาหนาท่ีตามพระราชบัญญัติน้ี
มีอํานาจตรวจหรือทดสอบ หรือสั่งใหรับการตรวจหรือทดสอบวาบุคคลหรือกลุมบุคคลน้ันมีวัตถุ
ออกฤทธิ์ดังกลาวอยใู นรา งกายหรอื ไม
พนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจหรอื พนกั งานเจา หนา ทตี่ ามพระราชบญั ญตั นิ ี้ ตาํ แหนง ใด
ระดับใด หรือช้ันยศใด จะมีอํานาจหนาที่ตามท่ีไดกําหนดไวตามวรรคหน่ึงทั้งหมดหรือแตบางสวน
หรือจะตองไดรับอนุมัติจากบุคคลใดกอนดําเนินการ ใหเปนไปตามท่ีรัฐมนตรีประกาศกําหนดตาม

๑๑๙

เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๐๗ ก หนา ๒๘ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานุเบกษา

คาํ แนะนาํ ของคณะกรรมการโดยมเี อกสารทไี่ ดร บั มอบหมายประจาํ ตวั พนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจ
หรือพนกั งานเจา หนาทผี่ ไู ดร ับมอบหมายนนั้

วธิ กี ารตรวจหรือการทดสอบตามวรรคหนงึ่ ใหเ ปน ไปตามหลักเกณฑ วธิ กี ารและเง่อื นไข
ท่ีคณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งน้ี ในประกาศดังกลาวอยางนอยตองมี
มาตรการเกยี่ วกบั การแสดงความบรสิ ทุ ธข์ิ องพนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจหรอื พนกั งานเจา หนา ท่ี
ในการปฏิบัติหนาที่ และมาตรการเก่ียวกับการหามเปดเผยผลการตรวจหรือทดสอบแกผูท่ีไมมีหนาที่
เก่ียวของในกรณีท่ีปรากฏผลในเบื้องตนเปนที่สงสัยวามีวัตถุออกฤทธ์ิอยูในรางกายจนกวาจะไดมีการ
ตรวจยืนยนั ผลเปน ที่แนน อนแลว

มาตรา ๙๕ ผูรับอนุญาตผลิต ขาย นําเขา สงออก นําผานหรือมีไวในครอบครอง
หรือใชประโยชนซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิ ตองจัดใหมีการปองกันตามสมควรเพ่ือมิใหวัตถุออกฤทธ์ิสูญหาย
หรือมีการนาํ ไปใชโดยมิชอบ

มาตรา ๙๖ หา มผใู ดซง่ึ มใิ ชเ ภสชั กรทอี่ ยปู ระจาํ ควบคมุ กจิ การของสถานทผ่ี ลติ สถานทขี่ าย
หรอื สถานทนี่ าํ เขา ซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธขิ์ ายวตั ถอุ อกฤทธใิ์ หแ กผ อู น่ื ในสถานทนี่ นั้ เวน แตอ ยใู นความควบคมุ
ดูแลอยา งใกลชดิ ของเภสัชกรประจาํ สถานที่นนั้

มาตรา ๙๗ ภายใตบังคับมาตรา ๙๘ เภสัชกรจะขายวตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๓ หรอื
ประเภท ๔ ใหไดเฉพาะแกกระทรวง ทบวง กรม และสภากาชาดไทย หรือหนวยงานของรัฐตามที่
รัฐมนตรีประกาศกําหนด ผูประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผูประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือผูประกอบ
วิชาชีพการสตั วแพทยชัน้ หนง่ึ ผูที่มใี บส่ังยาของผปู ระกอบวชิ าชีพดังกลา ว หรอื ผูรบั อนญุ าตผลติ ขาย
หรือมีไวในครอบครองซ่ึงวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ เทาน้ัน และตองจัดใหมีการ
ลงบญั ชรี ายละเอยี ดการขายทกุ ครง้ั ตามแบบทค่ี ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา

ใบสั่งยาตามวรรคหนึ่งใหใชไดคร้ังเดียว เวนแตผูสั่งจะไดกําหนดไววาใหจายซ้ําได
แตรวมกันตองไมเกินสามคร้ัง และจํานวนยาท่ีส่ังแตละครั้งตองไมเกินจํานวนที่จําเปนตองใชในเวลา
ไมเ กนิ สามสิบวัน

ใบส่ังยาแตละฉบบั ใหใชไดไ มเ กินเกาสิบวนั นบั แตวนั ท่อี อก
มาตรา ๙๘ ในกรณที ไี่ มม สี ถานพยาบาลตามกฎหมายวา ดว ยสถานพยาบาล สถานพยาบาล
ของรัฐ สถานพยาบาลสัตวตามกฎหมายวาดวยสถานพยาบาลสัตว หรือสถานพยาบาลสัตวของรัฐ
ซึ่งมีผูประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผูประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือผูประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย
ชนั้ หนง่ึ ใหก ารรกั ษาพยาบาลผปู ว ยหรอื สตั วป ว ยในปรมิ ณฑลหา กโิ ลเมตรนบั จากสถานทที่ ม่ี ใี บอนญุ าต
ขายวตั ถอุ อกฤทธิ์ เภสชั กรทอี่ ยปู ระจาํ ควบคมุ กจิ การของสถานทขี่ ายนน้ั จะขายวตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๓
หรือประเภท ๔ สําหรับผูปวยหรือสัตวปวยโดยไมตองมีใบสั่งยาของผูประกอบวิชาชีพดังกลาวก็ได

๑๒๐

เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๐๗ ก หนา ๒๙ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานุเบกษา

แตท้ังนี้จะขายสําหรับการใชแตละรายไดจํานวนไมเกินสามวันตอเดือน และตองจัดใหมีการลงบัญชี
รายละเอยี ดการขายทุกคร้ังตามแบบทค่ี ณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๙๙ ในการสงมอบวัตถุออกฤทธ์ิตามมาตรา ๙๗ หรือมาตรา ๙๘ เภสัชกร
ตอ งมอบคําเตือนหรือขอควรระวงั ตามประกาศของรฐั มนตรตี ามมาตรา ๗ (๖) ใหแกผูซ อ้ื ดวย

หมวด ๑๑
การคาระหวา งประเทศ

มาตรา ๑๐๐ การนําเขาหรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธ์ิของผูรับอนุญาตตามมาตรา ๑๔
มาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๐ นอกจากจะตองไดรับใบอนุญาตตามมาตราดังกลาวแลว ในการนําเขา
หรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธ์ิของผูรับอนุญาตในแตละคร้ังตองไดรับใบอนุญาตเฉพาะคราวทุกคร้ัง
ที่นําเขาหรือสงออกอีกดวย ในกรณีที่ผูรับอนุญาตไมสามารถสงออกไดตามปริมาณท่ีระบุไวใน
ใบอนุญาตเฉพาะคราวใหผูรับอนุญาตแจงไปยังเลขาธิการเพ่ือแกไขใบอนุญาตเฉพาะคราวใหถูกตอง
ตามปรมิ าณทส่ี งออกจรงิ

การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไข
ที่กําหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๐๑ ในการนาํ เขา ซึ่งวตั ถุออกฤทธใ์ิ นประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๓
ใหผูรับอนุญาตจัดใหมีสําเนาใบอนุญาตสงออกหรือสําเนาหนังสือแสดงการอนุญาตใหสงออกของ
เจา หนา ทผ่ี มู อี าํ นาจของประเทศทสี่ ง ออกนนั้ สง มาพรอ มกบั วตั ถอุ อกฤทธหิ์ นงึ่ ฉบบั และจดั ใหเ จา หนา ที่
ผูมีอํานาจของประเทศท่ีสงออกสงสําเนาใบอนุญาตหรือสําเนาหนังสือแสดงการอนุญาตใหสงออก
ไปยงั สาํ นักงานคณะกรรมการอาหารและยาดวย

เมื่อเจาหนาที่ผูมีอํานาจของประเทศที่สงออกไดสงสําเนาใบอนุญาตหรือสําเนา
หนังสือแสดงการอนุญาตใหสงออกตามวรรคหน่ึงมายังสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาแลว
ใหเจาหนาท่ีซ่ึงไดรับมอบหมายจากเลขาธิการสลักหลังสําเนาใบอนุญาตหรือสําเนาหนังสือแสดงการ
อนญุ าตใหสง ออกโดยแจง วนั เดอื นปและปรมิ าณที่แทจ รงิ ของวตั ถุออกฤทธิ์ท่นี ําเขา และสง สาํ เนานนั้
กลับไปใหเจาหนาที่ของประเทศผูออกใบอนุญาตหรือหนังสือแสดงการอนุญาตใหสงออก พรอมท้ัง
จัดทาํ สาํ เนาเกบ็ รักษาไวท ส่ี าํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยาหนึง่ ฉบบั

มาตรา ๑๐๒ ในการสง ออกซงึ่ วตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๑ หรอื ประเภท ๒ ใหผ รู บั อนญุ าต
นาํ ใบอนญุ าตนาํ เขา ของเจา หนา ทผี่ มู อี าํ นาจของประเทศนน้ั มามอบใหส าํ นกั งานคณะกรรมการอาหาร
และยากอนจึงจะไดร บั การพิจารณาออกใบอนุญาตเฉพาะคราวเพื่อสง ออก และในการสงออกใหผรู บั
อนญุ าตแนบสําเนาใบอนญุ าตเฉพาะคราวไปพรอ มกบั วตั ถุออกฤทธ์ิท่สี ง ออกดวยหน่งึ ฉบับ

๑๒๑

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๓๐ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานเุ บกษา

ใหส าํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยาจดั สง สาํ เนาใบอนญุ าตเฉพาะคราวเพอ่ื สง ออก
ซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธไิ์ ปยงั เจา หนา ทผ่ี มู อี าํ นาจของประเทศผรู บั นน้ั ดว ย เพอ่ื ใหเ จา หนา ทผ่ี มู อี าํ นาจของประเทศ
ผูรบั จดั สงกลับมาและใหเ ลขาธกิ ารจัดใหม ีการตรวจสอบสําเนาใบอนุญาตเฉพาะคราวท่สี งกลับมาน้นั

มาตรา ๑๐๓ ในการนําผานซ่ึงวตั ถอุ อกฤทธิใ์ นประเภท ๑ หรอื ประเภท ๒ ผรู ับอนุญาต
ตองมีใบอนุญาตสงออกของเจาหนาท่ีผูมีอํานาจของประเทศที่สงออกนั้นมาพรอมกับวัตถุออกฤทธ์ิ
และตอ งแจง ใหผ คู วบคมุ ยานพาหนะทใ่ี ชบ รรทกุ ทราบกอ นผา นเขา มาในราชอาณาจกั ร และใหผ คู วบคมุ
ยานพาหนะน้ันจัดใหมีการปองกันตามสมควรเพ่ือมิใหวัตถุออกฤทธ์ิสูญหายหรือมีการนําเอาวัตถุ
ออกฤทธิ์ที่อยูในยานพาหนะนนั้ ไปใชโ ดยมิชอบ

ในกรณที ม่ี กี ารขนถา ยวตั ถอุ อกฤทธอิ์ อกจากยานพาหนะทใ่ี ชบ รรทกุ ไปยงั ยานพาหนะอน่ื
ใหผ คู วบคมุ ยานพาหนะทใี่ ชบ รรทกุ มานนั้ แจง ใหเ จา หนา ทศี่ ลุ กากร ณ ทนี่ น้ั ทราบกอ น และใหเ จา หนา ที่
ศุลกากรน้ันมีหนาท่ีควบคุมวัตถุออกฤทธ์ิในระหวางขนถาย เม่ือขนถายเสร็จใหผูควบคุมยานพาหนะ
ทร่ี ับขนถายวตั ถอุ อกฤทธ์นิ น้ั มหี นาทีเ่ ชนเดียวกบั ผคู วบคมุ ยานพาหนะตามวรรคหน่งึ

มาตรา ๑๐๔ ผรู บั อนญุ าตนาํ เขา สง ออกหรอื นาํ ผา นซงึ่ วตั ถอุ อกฤทธท์ิ กุ ประเภท จะตอ ง
นาํ วตั ถอุ อกฤทธทิ์ ตี่ นนาํ เขา สง ออกหรอื นาํ ผา น แลว แตก รณี มาใหพ นกั งานเจา หนา ที่ ณ ดา นตรวจสอบ
วัตถุออกฤทธิ์ที่กําหนดไวในประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา ๗ (๑๒) เพื่อทําการตรวจสอบตาม
หลักเกณฑ วธิ กี ารและเงอ่ื นไขทีร่ ฐั มนตรปี ระกาศกําหนด

มาตรา ๑๐๕ ในการนําผานซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิทุกประเภท หามผูใดเปลี่ยนแปลงการสง
วัตถุออกฤทธิ์ไปยังจุดหมายอ่ืนที่มิไดระบุในใบอนุญาตสงออกท่ีสงมาพรอมกับวัตถุออกฤทธิ์ เวนแต
ไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากเจาหนาท่ีผูมีอํานาจของประเทศผูออกใบอนุญาตนั้น และเลขาธิการ
ใหค วามเหน็ ชอบดวย

ในกรณที ไี่ มอ าจสง วตั ถอุ อกฤทธไ์ิ ปยงั จดุ หมายทกี่ าํ หนดตามวรรคหนงึ่ ได ใหผ รู บั อนญุ าต
สง วตั ถอุ อกฤทธก์ิ ลบั คนื ไปยงั ประเทศทสี่ ง ออกภายในกาํ หนดเวลาสามสบิ วนั นบั แตว นั ทวี่ ตั ถอุ อกฤทธ์ิ
ดงั กลา วเขา มาในราชอาณาจกั ร หากผรู บั อนญุ าตไมด าํ เนนิ การใหแ ลว เสรจ็ ภายในเวลาทกี่ าํ หนดใหว ตั ถุ
ออกฤทธนิ์ นั้ ตกเปน ของกระทรวงสาธารณสขุ และใหก ระทรวงสาธารณสขุ หรอื ผซู ง่ึ กระทรวงสาธารณสขุ
มอบหมายทําลายหรือนาํ ไปใชป ระโยชนไดต ามระเบยี บทกี่ ระทรวงสาธารณสุขกําหนด

มาตรา ๑๐๖ ในกรณีที่มีการเปล่ียนแปลงการสงวัตถุออกฤทธ์ิไปยังจุดหมายอ่ืนตาม
มาตรา ๑๐๕ ใหถ อื วา วตั ถอุ อกฤทธนิ์ นั้ ไดส ง ออกจากประเทศทอ่ี อกใบอนญุ าตเขา มาในราชอาณาจกั ร
และใหเ จา หนา ทซ่ี ง่ึ ไดร บั มอบหมายจากเลขาธกิ ารสลกั หลงั สาํ เนาใบอนญุ าตของเจา หนา ทผ่ี มู อี าํ นาจของ
ประเทศทสี่ ง ออกนน้ั โดยแจง วันเดือนปแ ละปรมิ าณที่แทจริงของวัตถอุ อกฤทธท์ิ นี่ าํ ผาน และสงสําเนา
น้ันกลับไปใหเจาหนาท่ีของประเทศผูออกใบอนุญาต พรอมท้ังจัดทําสําเนาเก็บรักษาไวที่สํานักงาน
คณะกรรมการอาหารและยาหนึง่ ฉบบั

๑๒๒

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๓๑ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานเุ บกษา

ในการสงออกซ่ึงวัตถุออกฤทธิ์ไปยังจุดหมายใหมตามวรรคหน่ึง ผูรับอนุญาตตองนํา
ใบอนุญาตนําเขาของเจาหนาที่ผูมีอํานาจของประเทศผูรับใหมมามอบใหสํานักงานคณะกรรมการ
อาหารและยากอ นจงึ จะไดร บั การพจิ ารณาออกใบอนญุ าตเฉพาะคราวเพอื่ สง ออก และใหผ รู บั อนญุ าต
แนบสาํ เนาใบอนุญาตเฉพาะคราวนน้ั ไปพรอมกบั วัตถุออกฤทธิ์ท่ีสงไปยงั จดุ หมายใหมด ว ยหน่ึงฉบบั

ใหส าํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยาจดั สง สาํ เนาใบอนญุ าตเฉพาะคราวเพอื่ สง ออก
ซ่ึงวัตถุออกฤทธิ์ไปยังเจาหนาที่ผูมีอํานาจของประเทศผูรับใหมดวย เพ่ือใหเจาหนาท่ีผูมีอํานาจของ
ประเทศผูรับจัดสงกลับมาและใหเลขาธิการจัดใหมีการตรวจสอบสําเนาใบอนุญาตเฉพาะคราวที่สง
กลับมาน้นั

มาตรา ๑๐๗ ในระหวางที่มีการนําผานซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๑ หรือประเภท ๒
หรือในระหวางที่วัตถุออกฤทธ์ิอยูในความควบคุมของเจาหนาท่ีศุลกากรตามมาตรา ๑๐๓ วรรคสอง
หามผูใดแปรรูปหรือแปรสภาพวัตถุออกฤทธ์ิใหเปนอยางอื่น หรือเปลี่ยนหีบหอที่บรรจุวัตถุออกฤทธ์ิ
เวนแตไดร ับอนญุ าตเปนหนงั สือจากเลขาธิการ

มาตรา ๑๐๘ ในกรณที มี่ เี หตฉุ กุ เฉนิ หรอื จาํ เปน เลขาธกิ ารมอี าํ นาจผอ นผนั การใชบ งั คบั
มาตรการควบคุมตามมาตรา ๑๐๓ มาตรา ๑๐๔ มาตรา ๑๐๖ และมาตรา ๑๐๗ เกย่ี วกับการนําผา น
ซ่ึงวัตถุออกฤทธไิ์ ดตามท่ีเห็นสมควร

มาตรา ๑๐๙ ในการนาํ เขา ซงึ่ วตั ถอุ อกฤทธท์ิ กุ ประเภท หา มผใู ดสง วตั ถอุ อกฤทธด์ิ งั กลา ว
ไปยังบุคคลอ่ืนหรือสถานที่อื่นนอกเหนือไปจากบุคคลหรือสถานที่ที่ระบุในใบอนุญาตเฉพาะคราว
เพ่ือนําเขา เวนแตในกรณที ่มี ีเหตฉุ ุกเฉนิ หรือจําเปน โดยไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากเลขาธกิ าร

มาตรา ๑๑๐ ในการสงออกแตละคร้ังซ่ึงวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔
ใหผูรับอนุญาตแนบสําเนาใบอนุญาตเฉพาะคราวเพื่อสงออกไปพรอมกับวัตถุออกฤทธ์ิท่ีสงออกนั้น
หนึง่ ฉบบั

ใหส าํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยาจดั สง สาํ เนาใบอนญุ าตเฉพาะคราวเพอื่ สง ออก
ซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธไ์ิ ปยงั เจา หนา ทผี่ มู อี าํ นาจของประเทศผรู บั นน้ั ดว ยเพอ่ื ใหเ จา หนา ทผี่ มู อี าํ นาจของประเทศ
ผรู ับจดั สง กลบั มาและใหเ ลขาธกิ ารจดั ใหม ีการตรวจสอบสาํ เนาใบอนุญาตเฉพาะคราวท่ีสงกลับมานน้ั

มาตรา ๑๑๑ เมอื่ กระทรวงสาธารณสขุ ไดร บั แจง การหา มนาํ เขา ซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท
หนึ่งประเภทใดที่ตางประเทศไดแจงผานเลขาธิการสหประชาชาติระบุหามนําเขาไปยังประเทศนั้น
ใหรฐั มนตรีประกาศกําหนดการหามนาํ เขา ของประเทศนน้ั

มาตรา ๑๑๒ หามผูใดสงออกซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิไปยังประเทศที่ระบุหามนําเขาตาม
มาตรา ๑๑๑ เวนแตไดรับใบอนุญาตพิเศษเฉพาะคราวจากประเทศน้ันและใบอนุญาตพิเศษ
เฉพาะคราวเพอ่ื สงออกจากเลขาธกิ าร

๑๒๓

เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๐๗ ก หนา ๓๒ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานเุ บกษา

การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไข
ทกี่ ําหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๑๓ การมวี ตั ถุออกฤทธ์ิในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ ในปริมาณ
พอสมควรเทาที่จําเปนตองใชประจําในการปฐมพยาบาลหรือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในยานพาหนะ
ท่ใี ชในการขนสงสาธารณะระหวางประเทศ ใหไ ดร บั การยกเวน จากมาตรการควบคมุ สําหรับการนําเขา
สงออก หรอื นําผานตามพระราชบัญญตั ินี้

มาตรา ๑๑๔ ผคู วบคมุ ยานพาหนะตามมาตรา ๑๑๓ ตอ งจดั ใหม กี ารปอ งกนั ตามสมควร
เพ่อื มิใหวัตถุออกฤทธนิ์ น้ั สญู หายหรอื มีการนําไปใชโดยมชิ อบ

หมวด ๑๒
บทกําหนดโทษ

มาตรา ๑๑๕ ผใู ดผลติ นาํ เขา หรอื สง ออกซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๑ อนั เปน การฝา ฝน
มาตรา ๑๔ วรรคหนง่ึ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตห า ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตงั้ แตห า แสนบาทถงึ สองลา นบาท

ถาการกระทําความผดิ ตามวรรคหนึ่งเปน การกระทําเพือ่ ขาย ตอ งระวางโทษจําคุกต้งั แต
เจ็ดปถ งึ ยีส่ บิ ป และปรับตง้ั แตเ จด็ แสนบาทถงึ สองลา นบาท

ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงเปนการผลิตโดยการแบงบรรจุหรือรวมบรรจุ
และมปี รมิ าณคาํ นวณเปน สารบรสิ ทุ ธไิ์ มถ งึ ปรมิ าณทก่ี าํ หนดตามมาตรา ๑๔ วรรคสาม ตอ งระวางโทษ
จําคุกตัง้ แตส ี่ปถ ึงเจด็ ป หรอื ปรบั ตัง้ แตแปดหมน่ื บาทถึงหน่งึ แสนส่หี มื่นบาท หรอื ทงั้ จาํ ทงั้ ปรับ

ถา การกระทําความผดิ ตามวรรคสามเปนการกระทาํ เพ่ือขาย ตองระวางโทษจําคุกตั้งแต
ส่ีปถ ึงยส่ี บิ ป และปรบั ต้ังแตส่ีแสนบาทถึงสองลานบาท

มาตรา ๑๑๖ ผใู ดขายวตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๑ อนั เปน การฝา ฝน มาตรา ๑๔ วรรคหนง่ึ
ตอ งระวางโทษจาํ คุกต้งั แตส ี่ปถึงย่ีสบิ ป และปรับต้ังแตส่แี สนบาทถงึ สองลา นบาท

มาตรา ๑๑๗ ผใู ดผลติ นาํ เขา หรอื สง ออกซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๒ อนั เปน การฝา ฝน
มาตรา ๑๕ วรรคหนงึ่ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตห า ปถ งึ ยสี่ บิ ป และปรบั ตง้ั แตห า แสนบาทถงึ สองลา นบาท

ถา การกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเปนการกระทาํ เพื่อขาย ตองระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แต
เจ็ดปถงึ ยี่สิบป และปรับตง้ั แตเจด็ แสนบาทถึงสองลา นบาท

ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเปนการผลิตโดยการแบงบรรจุหรือรวมบรรจุ
และมปี รมิ าณคาํ นวณเปน สารบรสิ ทุ ธไิ์ มถ งึ ปรมิ าณทก่ี าํ หนดตามมาตรา ๑๕ วรรคสี่ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ
ต้ังแตสีป่ ถ ึงเจด็ ป หรือปรบั ตัง้ แตแปดหมื่นบาทถงึ หน่ึงแสนสหี่ มื่นบาท หรอื ทงั้ จาํ ท้งั ปรับ

๑๒๔

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๓๓ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานเุ บกษา

ถาการกระทําความผดิ ตามวรรคสามเปนการกระทาํ เพ่อื ขาย ตองระวางโทษจาํ คกุ ต้งั แต
สปี่ ถ งึ ยี่สิบป และปรับตั้งแตสี่แสนบาทถึงสองลา นบาท

มาตรา ๑๑๘ ผใู ดขายวตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๒ อนั เปน การฝา ฝน มาตรา ๑๖ วรรคหนงึ่
ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตส ่ปี ถ งึ ย่สี ิบป และปรับตั้งแตส ีแ่ สนบาทถงึ สองลา นบาท

มาตรา ๑๑๙ ผใู ดผลติ นาํ เขา หรอื สง ออกซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔
หรือนําผานซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธิท์ กุ ประเภทอนั เปนการฝาฝนมาตรา ๒๐ วรรคหน่ึง ตอ งระวางโทษจําคกุ
ตง้ั แตส องปถ ึงสบิ ป และปรบั ต้ังแตส องแสนบาทถึงหนึ่งลานบาท

ถา การกระทําความผดิ ตามวรรคหนึ่งเปน การกระทําเพือ่ ขาย ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ต้ังแต
สามปถึงสบิ หา ป และปรับตั้งแตส ามแสนบาทถึงหน่ึงลา นหาแสนบาท

มาตรา ๑๒๐ ผูใดขายวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ อันเปนการฝาฝน
มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสองปถึงสิบป และปรับต้ังแตสองแสนบาท
ถงึ หนึง่ ลานบาท

มาตรา ๑๒๑ ผรู บั อนญุ าตตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๘ (๑) หรือมาตรา ๘๘
ผูใ ดดาํ เนินการภายหลังท่ใี บอนุญาตส้ินอายุแลว โดยมิไดย ืน่ คาํ ขอตอ อายุใบอนญุ าต ตองระวางโทษ
ปรับวันละหารอยบาท นับแตวันถัดจากวันที่ใบอนุญาตส้ินอายุจนถึงวันที่ย่ืนคําขอผอนผันตออายุ
ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๔ วรรคสอง

มาตรา ๑๒๒ ผูร บั อนญุ าตผใู ดฝา ฝนมาตรา ๒๗ หรือมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง ตองระวาง
โทษปรับต้ังแตสองหมื่นบาทถงึ หา หม่ืนบาท

มาตรา ๑๒๓ ผูรบั อนญุ าตขายวตั ถอุ อกฤทธ์ใิ นประเภท ๒ ผูใดฝาฝน มาตรา ๒๙ ตอ ง
ระวางโทษจําคกุ ตงั้ แตห น่ึงปถงึ หาป หรือปรับตั้งแตสองหม่ืนบาทถงึ หน่งึ แสนบาท หรือทั้งจาํ ท้งั ปรบั

มาตรา ๑๒๔ ผรู บั อนญุ าตผใู ดไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๓๐ วรรคหนง่ึ หรอื ฝา ฝน มาตรา ๓๐
วรรคสอง ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกินหนง่ึ ป หรือปรับไมเ กนิ สองหมื่นบาท หรอื ทัง้ จาํ ทง้ั ปรับ

ผูรับอนุญาตผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๐ วรรคสามหรือวรรคส่ี ตองระวางโทษปรับ
ไมเ กนิ หา พันบาท

มาตรา ๑๒๕ ผูรับอนุญาตผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓
มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ หรือมาตรา ๓๘ ตองระวางโทษปรับตั้งแต
สองหม่นื บาทถงึ หนึ่งแสนบาท

มาตรา ๑๒๖ ผูรับอนุญาตผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๔๐ วรรคหน่ึง มาตรา ๔๑ หรือ
มาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง ตอ งระวางโทษปรบั ไมเกินหนงึ่ หมนื่ บาท

มาตรา ๑๒๗ ผรู บั อนญุ าตผูใดไมปฏบิ ัตติ ามมาตรา ๔๓ วรรคหน่ึง ตอ งระวางโทษปรับ
ไมเกินหนึง่ พนั บาท

๑๒๕

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๓๔ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานเุ บกษา

มาตรา ๑๒๘ ผูรบั อนญุ าตผใู ดไมป ฏบิ ัติตามมาตรา ๔๗ วรรคหนึง่ ตองระวางโทษปรับ
ต้ังแตหนึ่งหมืน่ บาทถึงสองหม่ืนบาท

มาตรา ๑๒๙ เภสัชกรผูมีหนาที่ควบคุมกิจการผูใดละท้ิงหนาที่หรือไมปฏิบัติหนาที่
ในการควบคุมกิจการของผูรับอนุญาตโดยไมมีเหตุอันควรตามมาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐
มาตรา ๕๑ มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ หรอื มาตรา ๕๕ ตอ งระวางโทษปรบั ตง้ั แตห นงึ่ หมนื่ บาท
ถึงหา หมน่ื บาท

มาตรา ๑๓๐ เภสชั กรผมู หี นาทค่ี วบคุมกิจการผูใ ดไมป ฏิบัตติ ามมาตรา ๕๖ ตองระวาง
โทษปรบั ไมเ กนิ สามพนั บาท

มาตรา ๑๓๑ ผูใดผลิต นําเขาหรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ปลอมอันเปนการฝาฝน
มาตรา ๕๗ (๑) ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหาปถึงสิบหาป และปรับตั้งแตหาแสนบาทถึงหนึ่งลาน
หาแสนบาท

ผใู ดขายวตั ถอุ อกฤทธ์ปิ ลอมอันเปน การฝาฝนมาตรา ๕๗ (๑) ตองระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แต
หนง่ึ ปถึงสิบป และปรบั ตง้ั แตห น่ึงแสนบาทถงึ หนึง่ ลานบาท

มาตรา ๑๓๒ ผใู ดผลติ นาํ เขา หรอื สง ออกซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธผิ์ ดิ มาตรฐานอนั เปน การฝา ฝน
มาตรา ๕๗ (๒) ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ สามป หรอื ปรบั ไมเ กินหกหมน่ื บาท หรอื ทั้งจาํ ทั้งปรบั

ผใู ดขายวตั ถอุ อกฤทธผิ์ ดิ มาตรฐานอนั เปน การฝา ฝน มาตรา ๕๗ (๒) ตอ งระวางโทษจาํ คกุ
ไมเ กินสองป หรือปรบั ไมเกินสี่หมน่ื บาท หรือท้ังจาํ ท้ังปรับ

มาตรา ๑๓๓ ผใู ดขาย นาํ เขา หรอื สง ออกซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธเิ์ สอื่ มคณุ ภาพอนั เปน การฝา ฝน
มาตรา ๕๗ (๓) ตอ งระวางโทษจาํ คุกไมเ กนิ สองป หรอื ปรับไมเกินสี่หมน่ื บาท หรือทั้งจาํ ทง้ั ปรบั

มาตรา ๑๓๔ ผูใดผลิต ขาย นําเขาหรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ท่ีตองข้ึนทะเบียนวัตถุ
ตาํ รบั แตมไิ ดขึ้นทะเบยี นไวอนั เปน การฝาฝนมาตรา ๕๗ (๔) ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกินสามป หรอื
ปรบั ไมเกินหกหมน่ื บาท หรอื ท้ังจาํ ทงั้ ปรบั

มาตรา ๑๓๕ ผใู ดผลติ นาํ เขา หรอื สง ออกซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธทิ์ ร่ี ฐั มนตรสี ง่ั เพกิ ถอนทะเบยี น
วตั ถตุ าํ รับอันเปนการฝา ฝนมาตรา ๕๗ (๕) ตองระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตหนง่ึ ปถ ึงสิบป และปรับตง้ั แต
หนึง่ แสนบาทถึงหน่ึงลา นบาท

ผูใดขายวัตถุออกฤทธ์ิท่ีรัฐมนตรีส่ังเพิกถอนทะเบียนวัตถุตํารับอันเปนการฝาฝน
มาตรา ๕๗ (๕) ตอ งระวางโทษจําคุกตง้ั แตห กเดอื นถึงหาป และปรบั ต้งั แตหาหมนื่ บาทถงึ หาแสนบาท

มาตรา ๑๓๖ ผูใดขายวัตถุออกฤทธิ์อันเปนการฝาฝนมาตรา ๖๑ ตองระวางโทษจําคุก
ตั้งแตหน่ึงปถ ึงหาป หรือปรบั ตง้ั แตสองหมนื่ บาทถงึ หนึ่งแสนบาท หรือทง้ั จําทง้ั ปรับ

มาตรา ๑๓๗ ผใู ดแกไ ขรายการทะเบยี นวตั ถตุ าํ รบั ทข่ี นึ้ ทะเบยี นไวแ ลว อนั เปน การฝา ฝน
มาตรา ๖๔ วรรคหนง่ึ ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กินสองหมื่นบาท

๑๒๖

เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๐๗ ก หนา ๓๕ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๑๓๘ ผูใดโฆษณาวัตถุออกฤทธิ์อันเปนการฝาฝนมาตรา ๗๐ วรรคหนึ่งหรือ
วรรคสอง หรือไมปฏิบัติตามคําส่ังของผูอนุญาตตามมาตรา ๗๑ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป
หรือปรบั ตั้งแตสองหมืน่ บาทถงึ สองแสนบาท หรือทง้ั จําทง้ั ปรบั

ถาการกระทําตามวรรคหนึ่งเปนการกระทําของเจาของสื่อโฆษณาหรือผูประกอบกิจการ
โฆษณา ผูกระทําตองระวางโทษเชน เดยี วกนั กบั ผูโฆษณา

ผูกระทําความผิดซึ่งตองรับโทษตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ยังตองระวางโทษปรับ
อกี วันละไมเกินหน่งึ หมนื่ บาท ตลอดระยะเวลาทยี่ งั ฝา ฝนหรือจนกวาจะไดปฏิบตั ิใหถ กู ตอง

มาตรา ๑๓๙ ผูรับอนุญาตหรือบุคคลที่เกี่ยวของผูใดตอสูหรือขัดขวางการปฏิบัติหนาท่ี
ของพนกั งานเจา หนาทต่ี ามมาตรา ๗๔ มาตรา ๗๕ หรือมาตรา ๗๙ วรรคสาม ตองระวางโทษจาํ คุก
ไมเ กินหน่งึ ป หรือปรบั ไมเ กินสองหมื่นบาท หรอื ทง้ั จาํ ทัง้ ปรบั

ผูรับอนุญาตหรือบุคคลที่เก่ียวของผูใดไมอํานวยความสะดวกตามสมควรแกพนักงาน
เจาหนา ที่อันเปนการไมปฏบิ ัติตามมาตรา ๗๗ ตองระวางโทษปรับไมเกินสองพนั บาท

มาตรา ๑๔๐ ผใู ดมไี วใ นครอบครองหรอื ใชป ระโยชนซ ง่ึ วตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๑ หรอื
ประเภท ๒ อนั เปน การฝาฝน มาตรา ๘๘ วรรคหน่งึ ตองระวางโทษจาํ คกุ ตัง้ แตห นึ่งปถ งึ หาป หรือปรบั
ตง้ั แตส องหมื่นบาทถึงหนึง่ แสนบาท หรือทั้งจําทง้ั ปรับ

ผูใดมีไวในครอบครองหรือใชประโยชนซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๓ หรือประเภท ๔
อนั เปน การฝา ฝน มาตรา ๘๘ วรรคหนงึ่ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สามป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หกหมน่ื บาท
หรอื ทัง้ จําทง้ั ปรับ

มาตรา ๑๔๑ ผใู ดเสพวตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท ๑ อนั เปน การฝา ฝน มาตรา ๙๑ หรอื ผใู ด
เสพวตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๒ อันเปน การฝาฝน มาตรา ๙๒ ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเกินสามป หรือ
ปรับไมเ กินหกหม่นื บาท หรอื ท้งั จําท้ังปรบั

มาตรา ๑๔๒ ผใู ดใหผ อู นื่ เสพวตั ถอุ อกฤทธอิ์ นั เปน การฝา ฝน มาตรา ๙๓ ตอ งระวางโทษ
จําคกุ ต้ังแตหนงึ่ ปถึงหาป หรือปรบั ตงั้ แตส องหมน่ื บาทถงึ หน่งึ แสนบาท หรือท้งั จําทั้งปรับ

ถาการกระทําตามวรรคหนึ่ง เปนการกระทําโดยใชกําลังประทุษราย หรือโดยใชอาวุธ
ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจําคุกตั้งแตห นง่ึ ปถ งึ สิบป และปรับต้ังแตหนึ่งแสนบาทถงึ หน่งึ ลา นบาท

ถา การกระทําตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง เปน การกระทาํ ตอ หญงิ หรือตอ บุคคลซ่งึ ยงั ไม
บรรลุนิติภาวะ หรือเปนการกระทําเพื่อจูงใจใหผูอื่นกระทําความผิดทางอาญาหรือเพ่ือประโยชนแก
ตนเองหรือผูอ่ืนในการกระทําความผิดทางอาญา ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสามปถึงจําคุก
ตลอดชวี ติ และปรับตงั้ แตส ามแสนบาทถึงหาลา นบาท

๑๒๗

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๓๖ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๑๔๓ ผใู ดขดั ขวางหรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั ของพนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจ
หรอื พนกั งานเจา หนา ทตี่ ามมาตรา ๙๔ วรรคหนงึ่ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หกเดอื น หรอื ปรบั ไมเ กนิ
หน่ึงหม่ืนบาท

มาตรา ๑๔๔ ผูรับอนุญาตผูใดไมจัดใหมีการปองกันตามสมควรเพ่ือมิใหวัตถุออกฤทธิ์
สูญหายหรือมีการนําไปใชโดยมิชอบอันเปนการไมปฏิบัติตามมาตรา ๙๕ ตองระวางโทษปรับตั้งแต
หน่ึงหม่นื บาทถึงหาหม่ืนบาท

มาตรา ๑๔๕ ผใู ดฝา ฝน มาตรา ๙๖ ตอ งระวางโทษปรบั ตงั้ แตห นง่ึ หมนื่ บาทถงึ หา หมน่ื บาท
มาตรา ๑๔๖ เภสชั กรผใู ดขายวตั ถอุ อกฤทธอ์ิ นั เปน การฝา ฝน มาตรา ๙๗ วรรคหนง่ึ หรอื
มาตรา ๙๘ ตอ งระวางโทษปรบั ต้ังแตหนงึ่ หมน่ื บาทถึงหาหมน่ื บาท
มาตรา ๑๔๗ เภสัชกรผูใดไมจัดใหมีการลงบัญชีรายละเอียดการขายตามมาตรา ๙๗
วรรคหน่งึ หรือมาตรา ๙๘ หรอื ไมปฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๙๙ ตองระวางโทษปรับไมเ กินหนึ่งพนั บาท
มาตรา ๑๔๘ ผรู บั อนญุ าตนาํ เขา หรอื สง ออกซงึ่ วตั ถอุ อกฤทธต์ิ ามมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕
หรือมาตรา ๒๐ ผูใดกระทําการนําเขาหรือสงออกในแตละคร้ังซ่ึงวัตถุออกฤทธิ์อันเปนการฝาฝน
มาตรา ๑๐๐ วรรคหนึ่ง ตอ งระวางโทษปรบั คร้ังละไมเ กินหา พันบาท
มาตรา ๑๔๙ ผรู บั อนญุ าตผใู ดไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๑๐๑ วรรคหนงึ่ มาตรา ๑๐๒ วรรคหนง่ึ
มาตรา ๑๐๓ วรรคหน่ึง มาตรา ๑๐๖ วรรคสอง หรือมาตรา ๑๑๐ วรรคหน่ึง ตองระวางโทษปรับ
ไมเกินหน่ึงพันบาท
มาตรา ๑๕๐ ผคู วบคมุ ยานพาหนะผใู ดไมป ฏบิ ตั หิ นา ทต่ี ามมาตรา ๑๐๓ ตอ งระวางโทษ
ปรบั ไมเ กนิ หา หมืน่ บาท
มาตรา ๑๕๑ ผรู ับอนญุ าตนําเขา สงออกหรอื นาํ ผานซง่ึ วัตถุออกฤทธิ์ผใู ดไมป ฏิบัติตาม
มาตรา ๑๐๔ ตอ งระวางโทษปรบั ต้งั แตหนงึ่ หมื่นบาทถึงหา หมืน่ บาท
มาตรา ๑๕๒ ผูใดฝาฝนมาตรา ๑๐๕ มาตรา ๑๐๗ หรือมาตรา ๑๑๒ วรรคหน่ึง
ตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ สามป หรอื ปรบั ไมเกนิ หกหมื่นบาท หรือทั้งจําทง้ั ปรับ
มาตรา ๑๕๓ ผใู ดฝา ฝนมาตรา ๑๐๙ ตอ งระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรอื ปรบั ไมเ กิน
สห่ี ม่ืนบาท หรอื ท้ังจาํ ทงั้ ปรบั
มาตรา ๑๕๔ ผูควบคุมยานพาหนะตามมาตรา ๑๑๓ ผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๑๑๔
ตองระวางโทษปรับไมเกนิ หาหมื่นบาท
มาตรา ๑๕๕ ผูใดเสพ เสพและมีไวในครอบครอง เสพและมีไวในครอบครองเพ่ือขาย
หรอื เสพและขายซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธติ์ ามลกั ษณะ ชนดิ ประเภทและปรมิ าณทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง และ
ไดส มคั รใจขอเขา รบั การบาํ บดั รกั ษาในสถานพยาบาลกอ นความผดิ จะปรากฏตอ พนกั งานฝา ยปกครอง

๑๒๘

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๓๗ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานุเบกษา

หรอื ตาํ รวจหรอื พนกั งานเจา หนา ท่ี และไดป ฏบิ ตั คิ รบถว นตามระเบยี บขอ บงั คบั เพอื่ ควบคมุ การบาํ บดั
รกั ษาและระเบียบวนิ ยั สําหรบั สถานพยาบาลตามมาตรา ๗ (๑๕) จนไดร บั การรบั รองเปน หนงั สอื จาก
ผูอํานวยการหรือหัวหนาสถานพยาบาลนั้น ใหพนจากความผิดตามท่ีกฎหมายบัญญัติไว แตทั้งนี้
ไมรวมถึงกรณีความผิดที่ไดก ระทําภายหลงั การสมัครใจเขา รบั การบําบัดรักษา

การรับเขาบําบัดรักษาในสถานพยาบาลตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ
และวธิ ีการท่ีคณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๑๕๖ ผูใดทําการบําบัดรักษาผูติดวัตถุออกฤทธิ์เปนปกติไมวาโดยวิธีใด
ซง่ึ มไิ ดก ระทําในสถานพยาบาลตามทีก่ าํ หนดไวใ นพระราชบญั ญตั นิ ี้ ไมว าจะไดรบั ประโยชนตอบแทน
หรือไม ตอ งระวางโทษจําคุกตัง้ แตหกเดือนถึงสามป และปรับตั้งแตหาหมนื่ บาทถึงสามแสนบาท

มาตรา ๑๕๗ บรรดาวัตถุออกฤทธิ์ เครื่องมือ เครื่องใช ยานพาหนะหรือทรัพยสินอื่น
ซ่ึงบุคคลไดใชในการกระทําความผิดหรือไดมาโดยการกระทําความผิดเก่ียวกับวัตถุออกฤทธิ์ตาม
พระราชบัญญตั ินี้ ใหริบเสียท้ังสน้ิ

มาตรา ๑๕๘ วตั ถอุ อกฤทธ์ิ ภาชนะหรอื หบี หอ บรรจวุ ตั ถอุ อกฤทธแ์ิ ละเอกสารทเี่ กย่ี วขอ ง
ท่ียดึ ไวต ามมาตรา ๗๔ หรือตามกฎหมายอน่ื รวมท้ังในกรณที ่มี กี ารนาํ เขา สงออก หรือนาํ ผานซ่ึงวตั ถุ
ออกฤทธิ์โดยฝาฝนพระราชบัญญัติน้ี แลวแตกรณี และไมมีการฟองคดีตอศาลเพราะเหตุไมปรากฏ
ผูกระทําความผิดและพนักงานอัยการสั่งงดการสอบสวน หรือเพราะพนักงานอัยการมีคําส่ังเด็ดขาด
ไมฟองคดี หรือเพราะมีการเปรียบเทียบตามมาตรา ๑๖๐ หรือมีการฟองคดีตอศาลและศาลมี
คําพิพากษาถึงท่ีสุดไมริบ ถาไมมีผูใดมาอางวาเปนเจาของภายในกําหนดเกาสิบวันนับแตวันท่ี
พนักงานอัยการมีคําส่ังงดการสอบสวน หรือพนักงานอัยการมีคําสั่งเด็ดขาดไมฟองคดี หรือเพราะมี
การเปรียบเทียบตามมาตรา ๑๖๐ หรือมีการฟองคดีตอศาลและศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดไมริบ
ใหว ตั ถอุ อกฤทธ์ิ ภาชนะหรอื หบี หอ บรรจวุ ตั ถอุ อกฤทธแ์ิ ละเอกสารนน้ั ตกเปน ของกระทรวงสาธารณสขุ
และใหกระทรวงสาธารณสุขหรือผูซ่ึงกระทรวงสาธารณสุขมอบหมายทําลายหรือนําไปใชประโยชน
ไดต ามระเบยี บที่กระทรวงสาธารณสขุ กาํ หนด

ถา มผี ทู อี่ า งวา เปน เจา ของตามวรรคหนง่ึ แสดงตอ คณะกรรมการไดว า เปน เจา ของแทจ รงิ
และมิไดรูเห็นเปนใจดวยในการกระทําความผิด ถาส่ิงท่ีไดยึดไวยังคงอยูในครอบครองของพนักงาน
เจาหนาที่ ใหคณะกรรมการส่งั ใหค นื สง่ิ ทไ่ี ดย ึดแกผ ูเ ปน เจา ของแทจรงิ ได

มาตรา ๑๕๙ ในกรณีที่มีการฟองคดีความผิดเก่ียวกับวัตถุออกฤทธ์ิตอศาลและ
ไมไดมีการโตแยงเร่ืองประเภท จาํ นวนหรือนํ้าหนักของวัตถุออกฤทธ์ิน้ัน ถาศาลชั้นตนมีคาํ พิพากษา
หรอื คาํ สงั่ ใหร บิ วตั ถอุ อกฤทธด์ิ งั กลา วตามมาตรา ๑๕๗ หรอื ตามกฎหมายอนื่ และไมม คี าํ เสนอตอ ศาลวา
ผเู ปน เจา ของแทจ รงิ ไมไ ดร เู หน็ เปน ใจดว ยในการกระทาํ ความผดิ ภายในกาํ หนดสามสบิ วนั นบั แตว นั ทศี่ าล

๑๒๙

เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๐๗ ก หนา ๓๘ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานเุ บกษา

มีคําพิพากษาหรือคําสั่งใหริบวัตถุออกฤทธ์ินั้น ใหกระทรวงสาธารณสุขหรือผูซ่ึงกระทรวงสาธารณสุข
มอบหมายทาํ ลายหรอื นําไปใชป ระโยชนไดต ามระเบียบทก่ี ระทรวงสาธารณสขุ กาํ หนด

มาตรา ๑๖๐ บรรดาความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ซี้ ง่ึ มโี ทษปรบั สถานเดยี ว ใหเ ลขาธกิ าร
หรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากเลขาธิการมีอํานาจเปรียบเทียบไดตามหลักเกณฑหรือเงื่อนไข
ทคี่ ณะกรรมการกาํ หนด

มาตรา ๑๖๑ กรรมการหรือพนักงานเจาหนาท่ีตามพระราชบัญญัติน้ี เจาหนาที่ของรัฐ
ตามกฎหมายวาดวยบัตรประจาํ ตวั เจา หนาที่ของรัฐ หรอื ผูดาํ รงตําแหนง ทางการเมืองผใู ด ผลติ ขาย
นําเขาหรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ หรือสนับสนุนในการกระทําดังกลาวอันเปนการกระทําความผิด
ตามพระราชบัญญัตินี้ ตอ งระวางโทษเปนสามเทาของโทษที่กาํ หนดไวส ําหรับความผิดนนั้

มาตรา ๑๖๒ ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ที้ มี่ โี ทษจาํ คกุ และปรบั ใหศ าลลงโทษจาํ คกุ
และปรบั ดว ยเสมอ โดยคาํ นงึ ถงึ การลงโทษในทางทรพั ยส นิ เพอื่ ปอ งปรามการกระทาํ ความผดิ เกย่ี วกบั
วัตถอุ อกฤทธิ์

มาตรา ๑๖๓ ในกรณที ศ่ี าลเหน็ วา การกระทาํ ความผดิ ของผใู ด เมอ่ื ไดพ เิ คราะหถ งึ ความ
รา ยแรงของการกระทาํ ความผดิ และพฤตกิ ารณท เี่ กยี่ วขอ งประกอบแลว กรณมี เี หตอุ นั สมควรเปน การ
เฉพาะราย ศาลจะลงโทษจาํ คกุ นอ ยกวา อตั ราโทษขนั้ ตา่ํ ทก่ี าํ หนดไวส าํ หรบั ความผดิ นนั้ กไ็ ด และถา เปน
กรณีที่มีอัตราโทษปรับขั้นต่ํา ถาศาลไดพิเคราะหถึงความรายแรงของการกระทําความผิด ฐานะของ
ผูกระทําความผิด และพฤติการณท่ีเก่ียวของประกอบแลว กรณีมีเหตุอันสมควรเปนการเฉพาะราย
ศาลจะลงโทษปรบั นอยกวา อตั ราโทษขนั้ ตาํ่ ที่กําหนดไวส าํ หรบั ความผิดน้ันก็ได

มาตรา ๑๖๔ ถาศาลเห็นวาผูกระทําความผิดผูใดไดใหขอมูลที่สําคัญในช้ันจับกุม
หรือช้ันสอบสวน อันเปนการเปดเผยถึงการกระทําความผิดเก่ียวกับวัตถุออกฤทธ์ิของบุคคล
ที่เปนเครือขายและเปนประโยชนอยางย่ิงตอการปราบปรามหรือดําเนินคดีแกบุคคลเหลานั้น
ศาลจะลงโทษผนู ัน้ นอยกวาอตั ราโทษขัน้ ต่าํ ทกี่ าํ หนดไวส ําหรับความผดิ น้นั ก็ได

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๑๖๕ คําขอใดที่ไดยื่นไวตามพระราชบัญญัติวัตถุท่ีออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท
พ.ศ. ๒๕๑๘ และยงั อยใู นระหวางพิจารณาใหถือวา เปนคําขอตามพระราชบัญญตั ิน้ี ในกรณีท่ีคําขอ
มขี อ แตกตา งไปจากคาํ ขอซงึ่ ตอ งปฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหผ อู นญุ าตมอี าํ นาจสง่ั ใหผ ขู ออนญุ าต
แกไขเพิม่ เตมิ ไดต ามความจําเปน เพื่อใหก ารเปนไปตามพระราชบัญญัตินี้

๑๓๐

เลม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๐๗ ก หนา ๓๙ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานเุ บกษา

มาตรา ๑๖๖ ใหผูรับอนุญาตผลิต ขาย นําเขา สงออกหรือมีไวในครอบครองซ่ึงวัตถุ
ออกฤทธิ์ตามพระราชบัญญัติวัตถุท่ีออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ในวันกอนวันท่ี
พระราชบัญญัติน้ี ใชบังคับยังคงดําเนินกิจการตอไปไดจนกวาใบอนุญาตน้ันส้ินอายุ และถาประสงค
จะดําเนินกิจการตอไปใหย่ืนคําขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติน้ีกอนใบอนุญาตเดิมจะสิ้นอายุ
แตถาผูอนุญาตมีคําสั่งเปนหนังสือไมออกใบอนุญาตให ผูนั้นไมมีสิทธิดําเนินกิจการนับแตวันที่ทราบ
คําสง่ั เปน ตนไป

มาตรา ๑๖๗ ใหคณะกรรมการวัตถุท่ีออกฤทธ์ิตอจิตและประสาทตามพระราชบัญญัติ
วัตถุที่ออกฤทธ์ิตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งดํารงตําแหนงอยูในวันกอนวันที่
พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับปฏิบัติหนาท่ีตามพระราชบัญญัตินี้ตอไปจนกวาจะไดมีคณะกรรมการวัตถุ
ท่ีออกฤทธ์ิตอจิตและประสาทตามพระราชบัญญัตินี้ แตตองไมเกินหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันท่ี
พระราชบัญญัตนิ ใี้ ชบังคับ

มาตรา ๑๖๘ บรรดากฎกระทรวง ระเบยี บหรอื ประกาศทอ่ี อกตามพระราชบญั ญัติวัตถุ
ท่ีออกฤทธต์ิ อจติ และประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ท่ใี ชอยใู นวันกอ นวนั ทพ่ี ระราชบัญญัติน้ใี ชบงั คบั ใหยังคง
ใชบ งั คบั ไดต อ ไปเพยี งเทา ทไี่ มข ดั หรอื แยง กบั บทบญั ญตั แิ หง พระราชบญั ญตั นิ ี้ จนกวา จะมกี ฎกระทรวง
ระเบยี บหรอื ประกาศตามพระราชบัญญตั นิ ้ใี ชบงั คบั

การดําเนินการออกกฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศตามวรรคหน่ึง ใหดําเนินการ
ใหแ ลว เสรจ็ ภายในสองปน บั แตว นั ทพี่ ระราชบญั ญตั นิ ใี้ ชบ งั คบั หากไมส ามารถดาํ เนนิ การได ใหร ฐั มนตรี
รายงานเหตุผลทไ่ี มอ าจดําเนินการไดต อ คณะรัฐมนตรเี พอ่ื ทราบ

ผูรบั สนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ จันทรโ อชา

นายกรัฐมนตรี

๑๓๑

อตั ราคาธรรมเนยี ม

(๑) ใบอนญุ าตผลติ วัตถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๒ ประเภท ๓ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท
หรอื ประเภท ๔
(๒) ใบอนุญาตผลติ เพอ่ื สงออกวตั ถอุ อกฤทธิ์ในประเภท ๒ ฉบบั ละ ๕,๐๐๐ บาท
(๓) ใบอนุญาตนําเขาวตั ถุออกฤทธ์ิในประเภท ๒ ประเภท ๓
หรอื ประเภท ๔ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท
(๔) ใบอนญุ าตสง ออกวตั ถอุ อกฤทธ์ิในประเภท ๒ ประเภท ๓
หรือประเภท ๔ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท
(๕) ใบอนุญาตขายวตั ถุออกฤทธิใ์ นประเภท ๒ ประเภท ๓
หรือประเภท ๔ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท
(๖) ใบอนุญาตนาํ ผานวตั ถุออกฤทธ์ิ ฉบบั ละ ๕๐๐ บาท
(๗) ใบอนุญาตใหม ีไวใ นครอบครองหรอื ใชป ระโยชนวัตถอุ อกฤทธ์ิ ฉบบั ละ ๕๐๐ บาท
(๘) ใบอนุญาตนําเขา หรอื สงออกเฉพาะคราวซงึ่ วตั ถุออกฤทธ์ิ ฉบบั ละ ๕๐๐ บาท
(๙) ใบอนญุ าตโฆษณาวัตถอุ อกฤทธิ์ตามมาตรา ๗๐ ฉบบั ละ ๓,๐๐๐ บาท
(๑๐) ใบสาํ คัญการขึ้นทะเบยี นวัตถตุ ํารับ ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท
(๑๑) การอนุญาตใหแกไขรายการทะเบียนวตั ถุตํารบั ตามมาตรา ๖๔ ฉบบั ละ ๑,๐๐๐ บาท
(๑๒) ใบแทนใบอนญุ าตหรือใบแทนใบสาํ คญั การขนึ้ ทะเบยี นวัตถุตาํ รบั ฉบับละ ๑๐๐ บาท
(๑๓) การตออายใุ บอนุญาตหรอื ใบสาํ คัญการขน้ึ ทะเบยี นวัตถตุ ํารบั ครั้งละไมเ กนิ คา ธรรมเนยี ม
สําหรับใบอนญุ าตหรอื
ใบสําคญั น้ัน

๑๓๒ หนา ๔๐ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
ราชกิจจานเุ บกษา
เลม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๐๗ ก

หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ ระราชบญั ญตั ฉิ บบั น้ี คอื โดยทพี่ ระราชบญั ญตั วิ ตั ถทุ อี่ อกฤทธิ์
ตอ จติ และประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ไดใ ชบ งั คับมาเปน เวลานานแลว บทบัญญัติบางประการไมเ หมาะสม
กับสถานการณในปจจุบันซึ่งมีสภาพปญหาเก่ียวกับวัตถุออกฤทธิ์ที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น สมควร
ปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับองคประกอบของคณะกรรมการวัตถุท่ีออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท
การขออนญุ าตและการออกใบอนญุ าตเกยี่ วกบั วตั ถอุ อกฤทธ์ิ หนา ทขี่ องผรู บั อนญุ าต หนา ทขี่ องเภสชั กร
การโฆษณาและอาํ นาจหนา ทขี่ องพนกั งานเจา หนา ท่ี รวมทง้ั เพม่ิ เตมิ บทบญั ญตั เิ กย่ี วกบั ดา นตรวจสอบ
วตั ถอุ อกฤทธแิ์ ละการใหโ อกาสแกผ เู สพ เสพและมไี วใ นครอบครอง เสพและมไี วใ นครอบครองเพอื่ ขาย
หรอื เสพและขายซงึ่ วตั ถอุ อกฤทธไิ์ ดส มคั รใจเขา รบั การบาํ บดั รกั ษาในสถานพยาบาล ตลอดจนปรบั ปรงุ
บทกาํ หนดโทษและอัตราคา ธรรมเนยี มใหเหมาะสมยิ่งข้ึน จงึ จําเปน ตอ งตราพระราชบัญญัติน้ี

เลม ๑๓๔ ตอนที่ ๕ ก หนา ๘ ๑๓๓
ราชกจิ จานเุ บกษา
๑๕ มกราคม ๒๕๖๐

¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞμÑ Ô

ÂÒàʾμ´Ô ãËŒâ·É (©ººÑ ·èÕ ö)
¾.È. òõöð

ÊÁà´ç¨¾ÃÐ਌ÒÍÂËÙ‹ ÑÇÁËÒǪÔÃÒŧ¡Ã³ º´Ô¹·Ãà·¾ÂÇÃÒ§¡ÃÙ

ãËäŒ ÇŒ ³ Çѹ·èÕ ñô Á¡ÃÒ¤Á ¾.È. òõöð
໚¹»‚·Õè ò ã¹ÃѪ¡ÒÅ»˜¨¨Øº¹Ñ

สมเดจ็ พระเจา อยหู วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู มพี ระราชโองการโปรดเกลา ฯ
ใหป ระกาศวา

โดยทีเ่ ปน การสมควรแกไขเพ่ิมเตมิ กฎหมายวา ดว ยยาเสพตดิ ใหโ ทษ
จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหต ราพระราชบญั ญตั ขิ นึ้ ไวโ ดยคาํ แนะนาํ และยนิ ยอมของ
สภานิตบิ ัญญัติแหง ชาติ ดงั ตอ ไปน้ี
มาตรา ๑ พระราชบัญญัติน้ีเรียกวา “พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ (ฉบับที่ ๖)
พ.ศ. ๒๕๖๐”
มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
เปน ตนไป
มาตรา ๓ ใหยกเลกิ ความในวรรคสามของมาตรา ๑๕ แหงพระราชบญั ญัติยาเสพตดิ
ใหโ ทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซง่ึ แกไ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิยาเสพติดใหโ ทษ (ฉบบั ที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕
และใหใชค วามตอ ไปนแี้ ทน
“การผลิต นาํ เขา สงออก หรือมีไวใ นครอบครองซงึ่ ยาเสพติดใหโทษในประเภท ๑ ตาม
ปรมิ าณดังตอไปน้ี ใหส ันนษิ ฐานวา เปน การผลิต นําเขา สงออก หรอื มไี วในครอบครองเพอื่ จําหนา ย
(๑) เด็กซโตรไลเซอรไยดหรือแอลเอสดี มีปริมาณคํานวณเปนสารบริสุทธ์ิตั้งแต
ศนู ยจ ดุ เจด็ หา มลิ ลกิ รมั ขน้ึ ไป หรอื มยี าเสพตดิ ทม่ี สี ารดงั กลา วผสมอยจู าํ นวนสบิ หา หนว ยการใชข น้ึ ไป
หรอื มนี ํา้ หนักสุทธิ ต้งั แตส ามรอ ยมิลลกิ รัมขึน้ ไป

๑๓๔

เลม ๑๓๔ ตอนที่ ๕ ก หนา ๙ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๐
ราชกจิ จานเุ บกษา

(๒) แอมเฟตามีนหรืออนุพันธแอมเฟตามีน มีปริมาณคํานวณเปนสารบริสุทธิ์ตั้งแต
สามรอยเจ็ดสิบหามิลลิกรัมขึ้นไป หรือมียาเสพติดท่ีมีสารดังกลาวผสมอยูจํานวนสิบหาหนวยการใช
ข้ึนไปหรือมีนํา้ หนักสุทธติ ้งั แตหนึง่ จุดหากรมั ข้ึนไป

(๓) ยาเสพติดใหโทษในประเภท ๑ นอกจาก (๑) และ (๒) มีปริมาณคํานวณเปน
สารบรสิ ทุ ธิ์ ตง้ั แตส ามกรัมข้นึ ไป”

มาตรา ๔ ใหยกเลกิ ความในวรรคสองของมาตรา ๑๗ แหง พระราชบัญญัตยิ าเสพตดิ
ใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความตอ ไปน้แี ทน

“การมียาเสพติดใหโทษในประเภท ๒ ไวในครอบครองคํานวณเปนสารบริสุทธิ์ไดต้ังแต
หนึง่ รอยกรมั ขนึ้ ไป ใหส นั นิษฐานวา มีไวในครอบครองเพ่ือจําหนาย”

มาตรา ๕ ใหยกเลกิ ความในวรรคสองของมาตรา ๒๖ แหง พระราชบัญญตั ิยาเสพติด
ใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชค วามตอไปน้แี ทน

“การมียาเสพตดิ ใหโทษในประเภท ๔ หรือในประเภท ๕ ไวใ นครอบครองมีปริมาณต้ังแต
สบิ กิโลกรมั ข้ึนไป ใหส ันนิษฐานวามีไวในครอบครองเพ่อื จาํ หนา ย”

มาตรา ๖ ใหยกเลิกความในมาตรา ๖๕ แหงพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ
พ.ศ. ๒๕๒๒ ซง่ึ แกไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบัญญัตยิ าเสพติดใหโทษ (ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ และให
ใชความตอ ไปนีแ้ ทน

“มาตรา ๖๕ ผูใดผลิต นาํ เขา หรอื สงออกซ่งึ ยาเสพติดใหโ ทษในประเภท ๑ อันเปนการ
ฝาฝน มาตรา ๑๕ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสิบปถึงจําคุกตลอดชีวิต และปรับต้ังแตหนึ่งลานบาท
ถึงหาลา นบาท

ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงเปนการกระทําเพ่ือจําหนาย ตองระวางโทษจําคุก
ตลอดชีวติ และปรับตัง้ แตห นง่ึ ลานบาทถึงหา ลา นบาท หรอื ประหารชวี ติ

ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงเปนการผลิตโดยการแบงบรรจุ หรือรวมบรรจุ
ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส ปี่ ถ งึ สบิ หา ป หรอื ปรบั ตงั้ แตแ ปดหมนื่ บาทถงึ สามแสนบาท หรอื ทงั้ จาํ ทง้ั ปรบั

ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคสาม เปน การกระทําเพ่ือจาํ หนาย ตองระวางโทษจาํ คุก
ตง้ั แตส ่ีปถงึ จาํ คุกตลอดชีวติ และปรับตัง้ แตส่ีแสนบาทถงึ หา ลา นบาท”

มาตรา ๗ ใหย กเลกิ ความในมาตรา ๖๗ แหง พระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ ทษ พ.ศ. ๒๕๒๒
ซง่ึ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ ทษ (ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ และใหใ ชค วามตอ ไปนแี้ ทน

“มาตรา ๖๗ ผใู ดมไี วใ นครอบครองซงึ่ ยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท ๑ โดยไมไ ดร บั อนญุ าต
ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงสิบป หรือปรับตั้งแตสองหม่ืนบาทถึงสองแสนบาท หรือท้ังจํา
ท้ังปรับ”

๑๓๕

เลม ๑๓๔ ตอนที่ ๕ ก หนา ๑๐ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๐
ราชกจิ จานเุ บกษา

มาตรา ๘ บทบญั ญตั มิ าตรา ๑๕ วรรคสาม มาตรา ๑๗ วรรคสอง และมาตรา ๒๖ วรรคสอง
แหง พระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ ทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซง่ึ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั นิ ้ี ไมใ หใ ชบ งั คบั
แกค ดที ศ่ี าลชน้ั ตน มคี าํ พพิ ากษาแลว กอ นวนั ทพี่ ระราชบญั ญตั นิ ใี้ ชบ งั คบั และใหน าํ กฎหมายซง่ึ ใชบ งั คบั
อยใู นวนั กอ นวันทพี่ ระราชบัญญัตินใี้ ชบงั คบั บังคับแกคดีดงั กลา วตอ ไปจนกวาคดถี งึ ท่ีสุด

คดีซ่ึงคางพิจารณาอยูในศาลชั้นตนในวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ถาคูความฝายใด
ฝายหน่ึง หรือทั้งสองฝายย่ืนคําแถลงขอสืบพยานหลักฐานเพ่ิมเติมวาการกระทําของจําเลยเปนการ
กระทาํ เพ่ือจาํ หนา ยหรอื ไม ก็ใหศาลสบื พยานหลักฐานเพ่มิ เติมไดตามท่ีเหน็ สมควร

มาตรา ๙ ในกรณีท่ีศาลพิพากษาลงโทษผูกระทําความผิดตามมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง
แหง พระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ ทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซง่ึ ใชบ งั คบั อยใู นวนั กอ นวนั ทพ่ี ระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ งั คบั
และคดถี งึ ท่สี ดุ แลว ถา ผูกระทาํ ความผิดยงั ไมไดรับโทษ หรือกําลังรับโทษอยู เม่อื ความปรากฏแกศ าล
หรอื เมอื่ ผกู ระทาํ ความผดิ ผแู ทนโดยชอบธรรมของผนู นั้ ผอู นบุ าลของผนู นั้ หรอื พนกั งานอยั การรอ งขอ
ใหศ าลชนั้ ตน ทพี่ พิ ากษาคดนี น้ั มอี าํ นาจกาํ หนดโทษใหมต ามมาตรา ๖๕ วรรคหนง่ึ แหง พระราชบญั ญตั ิ
ยาเสพตดิ ใหโ ทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซงึ่ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั นิ ้ี ในการทศี่ าลจะกาํ หนดโทษใหมน ี้
ใหศาลมีอํานาจไตสวนผูท่ีเกี่ยวของตามท่ีเห็นวาจําเปน ถาปรากฏวา ผูกระทําความผิดไดรับโทษ
มาบางแลว และศาลเห็นเปนการสมควร ศาลจะรอการลงโทษที่เหลืออยูหรือจะปลอยผูกระทํา
ความผิดไปก็ได

มาตรา ๑๐ ใหป ระธานศาลฎกี า นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีวา การกระทรวงยุติธรรม และ
รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี ในสวนที่เกี่ยวกับอํานาจหนาท่ี
ของตน

ผูรบั สนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ จันทรโ อชา

นายกรฐั มนตรี

๑๓๖

เลม ๑๓๔ ตอนท่ี ๕ ก หนา ๑๑ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา

หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ ระราชบญั ญตั ฉิ บบั น้ี คือ โดยทก่ี ฎหมายปจ จบุ ันมีบทบญั ญตั ิ
บางสวน ท่ีกําหนดวาบุคคลใดซ่ึงกระทําความผิดเก่ียวกับยาเสพติดใหโทษในประเภท ๑ ประเภท ๒
ประเภท ๔ และประเภท ๕ โดยมียาเสพตดิ ใหโ ทษเกนิ ปริมาณท่ีกาํ หนดไว ใหถือเปนเด็ดขาดวา ผูน น้ั
กระทําเพ่ือจําหนาย โดยไมไดเปดโอกาสใหพิจารณาจากพฤติการณหรือคํานึงถึงเจตนาที่แทจริงของ
ผกู ระทาํ ความผดิ และไมไ ดใ หส ทิ ธผิ ตู อ งหาหรอื จาํ เลยในการพสิ จู นค วามจรงิ ในคดี สมควรแกไ ขปรบั ปรงุ
บทบัญญัติดังกลาวใหมีลักษณะเปนเพียงขอสันนิษฐาน เพ่ือใหผูตองหาหรือจําเลยมีโอกาสพิสูจน
ความจรงิ ได นอกจากนี้ อตั ราโทษสาํ หรับความผิดเกี่ยวกับ การผลิต นําเขา หรอื สงออกซึง่ ยาเสพตดิ
ใหโ ทษในประเภท ๑ ทกี่ าํ หนดโทษใหจ าํ คกุ ตลอดชวี ติ และปรบั ตง้ั แต หนง่ึ ลา นบาทถงึ หา ลา นบาท หรอื
ประหารชวี ติ ยังไมเ หมาะสม สมควรแกไขปรับปรุงบทกําหนดโทษดงั กลา ว เพอื่ ใหก ารลงโทษผกู ระทาํ
ความผิดมคี วามเหมาะสมยงิ่ ขน้ึ จึงจําเปนตอ งตราพระราชบัญญัตนิ ้ี

๑๓๗

º··èÕ ó

¡Òû͇ §¡Ñ¹Ã¡Ñ ÉÒʶҹ·Õàè ¡Ô´àËμØ

ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤

๑. เพอื่ ใหท ราบถงึ ความสําคัญของสถานท่ีเกดิ เหตุและวัตถพุ ยาน
๒. เพอื่ ใหม คี วามรคู วามเขา ใจถงึ หลกั การปอ งกนั รกั ษาสถานทเี่ กดิ เหตุ และการตรวจเกบ็
วัตถุพยานตา ง ๆ ในสถานที่เกดิ เหตุ
การตรวจสถานทเ่ี กดิ เหตเุ ปน อาํ นาจหนา ทข่ี องพนกั งานสอบสวน ตามประมวลกฎหมาย
วธิ พี จิ ารณาความอาญา มาตรา ๑๓๐ และ ๑๓๑ ผทู มี่ ไิ ดด าํ รงตาํ แหนง หรอื ทาํ หนา ทพี่ นกั งานสอบสวน
ไมมีอํานาจในการตรวจและเก็บวัตถุพยานในสถานที่เกิดเหตุโดยตรง แตในฐานะเจาพนักงานตํารวจ
เมื่อไดรับแจงเหตุหรือประสบเหตุซึ่งหนาจะตองเขาอํานวยการรักษาสถานที่เกิดเหตุทันที
จงึ ตอ งเรยี นรใู นเร่อื งของการรักษาสถานท่เี กดิ เหตุเปนสําคัญ

ñ. ¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧʶҹ·àèÕ ¡Ô´àËμØ

สถานท่ีเกิดเหตุ (Crime Scene) หมายถึง สถานที่ท่ีมีการกระทําความผิดเกิดข้ึน
และสามารถหาวตั ถพุ ยานไดด ว ย ซงึ่ จะทาํ ใหผ ทู ไี่ ปตรวจสถานทเี่ กดิ เหตุ สามารถอา นสภาพของสถานท่ี
เกิดเหตุไดวาใครควรจะเปนผูกระทําความผิด ทําอยางไร ดวยวิธีใด เม่ือเวลาอะไร และประสงค
ตออะไร ผูกระทําความผิดมักท้ิงรองรอยหรือพยานหลักฐานเหลานั้นไวในสถานที่เกิดเหตุเสมอ
เพราะเหตนุ ี้ สถานที่เกิดเหตุ คือ หวั ใจสําคัญของงานสบื สวนสอบสวน ถา ทาํ การตรวจสถานทเ่ี กิดเหตุ
อยางมีข้ันตอนตามหลักวิชาการแลว จะทําใหสามารถใชประโยชนจากวัตถุพยานตาง ๆ ในสถานที่
เกิดเหตุ รวมถึงจากตวั ผเู สยี หายและคนรายไดอยา งเตม็ ท่ี ซึ่งจะนําไปสคู วามสําเรจ็ ในการคล่คี ลายคดี

นอกจากสถานที่เกิดเหตุตามความหมายขางตนแลว สถานท่ีอื่น ๆ ที่เก่ียวของกับ
การกระทําความผดิ เชน สถานทท่ี คี่ นรา ยรอเวลาเพอื่ ทจี่ ะกระทาํ ความผดิ สถานทที่ ศ่ี พถกู นําไปทงิ้ สถานที่
ทพี่ บวตั ถพุ ยานทคี่ นรา ยนาํ ไปทงิ้ หลงั กอ เหตุ รวมไปถงึ บรเิ วณทเี่ กยี่ วเนอ่ื ง เชน บรเิ วณทพี่ บตวั ผกู ระทาํ ผดิ
บริเวณที่ผูกระทําผิดหลบหนีไปซอนตัว บริเวณที่พักของผูกระทําความผิด และพาหนะที่ใชในการ
กระทาํ ความผดิ กม็ คี วามสาํ คญั ไมแ ตกตา งกนั เพราะเราอาจพบวตั ถพุ ยานทส่ี าํ คญั ทส่ี ามารถเชอื่ มโยง
กับสถานทีเ่ กิดเหตุ และตัวบคุ คลท่ีเกีย่ วกับการกระทาํ ความผดิ ได

๑๓๘

ò. ¤ÇÒÁสาํ ¤ÞÑ ¢Í§Ê¶Ò¹·àèÕ ¡Ô´àËμØ

สถานที่เกิดเหตุมีความสําคัญตองานสืบสวนสอบสวนเปนอยางยิ่ง เนื่องจากเปนแหลง
รวมของวัตถุพยานตา ง ๆ ท่จี ะทําใหท ราบขอมลู ดังตอไปน้ี

๒.๑ บงบอกวามีการกระทําความผิดเกิดขึ้น (Corpus Delicti) ในสถานท่ีเกิดเหตุ
จะตองพบพยานหลักฐานที่แสดงถึงวามีการกระทําความผิดเกิดขึ้นแลว เชน ถาเปนคดีฆาตกรรม
ก็อาจพบศพ หรือช้ินสวนศพ ถาเปนคดีลักทรัพยเราก็อาจพบรองรอยร้ือคนทรัพยสิน และมีการ
แสดงถึงวา ทรัพยนน้ั หายไป เปน ตน

๒.๒ บง บอกถงึ พฤตกิ รรมการกระทาํ ความผดิ ของคนรา ย (Modus Operandi) ในสถานท่ี
เกิดเหตุจะมวี ัตถุพยานท่แี สดงใหทราบถงึ วธิ ีการที่คนรายใชใ นการกระทําความผิด เชน รอยบาดแผล
ซง่ึ บงบอกถึงอาวุธท่ใี ชใ นการกระทาํ ความผิด เปน ตน

๒.๓ บง บอกถงึ ตวั ผกู ระทาํ ความผดิ (Linkage of persons to persons, object or scene/
Associative) รองรอยหลักฐานในสถานท่ีเกิดเหตุท่ีสามารถใชเช่ือมโยงตัวบุคคลกับวัตถุสิ่งของ
และสถานท่เี กิดเหตุ อาจเปนรอ งรอยทีค่ นรา ยท้ิงไวในสถานท่เี กดิ เหตุ เชน อาวธุ ท่ใี ช รอยเทา เปอ น
โลหิต ลายนิ้วมือแฝง เปนตน

ó. ¢éѹμ͹¡ÒÃμÃǨʶҹ·Õèà¡Ô´àËμØ

ในสว นของขนั้ ตอนการตรวจสถานทเ่ี กดิ เหตนุ จ้ี ะขอกลา วใหท ราบถงึ ขน้ั ตอนโดยภาพรวม
ของการตรวจสถานทเี่ กดิ เหตุ ซ่ึีงปจ จบุ ันมี ๑๒ ขน้ั ตอน ตามระบบของ FBI แตจ ะเนน ในสวนของการ
ปองกันรกั ษาสถานทีเ่ กดิ เหตุ ซง่ึ เปนภารกจิ หลกั ของผชู วยพนักงานสอบสวนเปนหลัก และจะเพม่ิ เตมิ
ในสวนของการถายภาพในงานสถานท่ีเกิดเหตุ ซึ่งมีความสําคัญเชนกัน เพราะการถายภาพ
สถานทีเ่ กิดเหตุกเ็ ปน สวนหน่ึงของการรกั ษาสถานท่ีเกดิ เหตุ

¢Ñé¹μ͹¡ÒÃμÃǨʶҹ·Õèà¡Ô´àËμØ ñò ¢é¹Ñ μ͹ μÒÁÃкº FBI
ขั้นตอนที่ ๑ การเตรยี มตวั (Preparation) เปน การตรวจสอบความพรอ มทงั้ เจา หนา ที่
ในการตรวจสถานทเี่ กดิ เหตุ และอปุ กรณเ ครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ นการตรวจสถานทเ่ี กดิ เหตุ รวมถงึ การประเมนิ
สถานการณทอี่ าจเกิดขึน้ ขณะการตรวจสถานท่เี กดิ เหตุ
ขั้นตอนที่ ๒ เมอื่ ใกลถ งึ สถานทเี่ กดิ เหตุ (Approach Scene) เปน การเตรยี มความพรอ ม
คร้ังสดุ ทา ยในทกุ ๆ ดา น เชน จิตใจ เอกสาร อปุ กรณ ฯลฯ เพอ่ื ใหเ จาหนา ที่มีความพรอ มมากทีส่ ุด
ในการเขาตรวจสถานทีเ่ กิดเหตุ
ขัน้ ตอนท่ี ๓ การรักษาความปลอดภัยและการรักษาสถานท่ีเกิดเหตุ (Secure and
Protect Scene) เมื่อถึงสถานท่ีเกิดเหตุตองพิจารณาขอบเขตในการปองกันรักษาสถานท่ีเกิดเหตุ
เพ่ือใหครอบคลุมวัตถุพยานทั้งหมด โดยตองไมลืมถึงความปลอดภัยในสถานท่ีเกิดเหตุ รวมถึง
การจดบนั ทกึ เหตุการณต า ง ๆ ที่เกดิ ขึน้ ในสถานทเี่ กิดเหตุ

๑๓๙

ข้นั ตอนท่ี ๔ การตรวจสถานทเ่ี กดิ เหตเุ บอ้ื งตน (Initiate Preliminary Survey) เปน การ
ตรวจสถานท่ีเกดิ เหตเุ บือ้ งตน โดยหัวหนาทมี เพอ่ื กาํ หนดรูปแบบวธิ กี ารของทีมใหเ หมาะสมกบั สภาพ
ของสถานทีเ่ กิดเหตรุ วมถงึ การบันทกึ สภาพทวั่ ๆ ไป

ขัน้ ตอนที่ ๕ การประเมนิ พยานหลกั ฐานทพี่ บในสถานทเ่ี กดิ เหตุ (Evaluate Physical
Evidence Possibility) เปนการประเมินถึงพยานหลักฐานที่อาจพบในสถานที่เกิดเหตุ เพ่ือจะได
ครอบคลุมในการคนหาวตั ถุพยานและปองกันการทาํ ลายวัตถุพยาน

ข้ันตอนท่ี ๖ การเตรียมบรรยายสรุปสภาพของสถานที่เกิดเหตุ (Prepare Narrative
Description) บรรยายสภาพทั่วไปและลักษณะพิเศษของสถานท่ีเกิดเหตุ ซ่ึงการบันทึกอาจทําได
หลายวธิ ี เชน บนั ทกึ เสียง การเขยี น หรอื บันทึกวดิ โี อ

ขน้ั ตอนที่ ๗ การกําหนดการถา ยภาพ (Depict Scene Photographically) ถา ยภาพ
สภาพของสถานทเ่ี กดิ เหตทุ ง้ั ระยะใกล กลาง และไกล โดยใหครอบคลุมสภาพหรือพฤตกิ ารณท เี่ กิดขนึ้
ในสถานท่ีเกดิ เหตุ โดยเฉพาะวัตถุพยานทีพ่ บในสถานทีเ่ กดิ เหตุ

ขน้ั ตอนที่ ๘ เตรยี มการวาดแผนผงั การสเกต็ ชภ าพสถานทเี่ กดิ เหตุ (Prepare Diagram
/ Sketch of Scene) เปนการสเก็ตชภาพของสถานท่ีเกดิ เหตุ โดยมกี ารกาํ หนด ทิศ มาตราสว น และ
ระยะตา ง ๆ

ข้นั ตอนท่ี ๙ การตรวจสถานที่เกิดเหตุอยางละเอียด (Conduct Detailed Search)
เปนการคนหาพยานหลักฐานท่ีอาจพบในสถานท่ีเกิดเหตุ โดยการคนหาจะใชรูปแบบตาม
ความเหมาะสม เชน แบบตาราง กน หอย ฯลฯ

ข้นั ตอนที่ ๑๐ การบันทกึ และการตรวจเก็บหลักฐาน (Record and Collect Physical
Evidence) เปนการบันทึกตําแหนงและถายภาพพยานหลักฐาน เพ่ือกําหนดตําแหนงของพยาน
หลักฐานกอนการเก็บพยานหลกั ฐาน

ขนั้ ตอนท่ี ๑๑ การตรวจสอบคร้ังสุดทา ย (Conduct Final Survey) เปน การตรวจสอบ
ความสมบรู ณข องขอ มลู ตา ง ๆ รวมถงึ การเกบ็ พยานหลกั ฐานวา ไดก ระทาํ ถกู ตอ งและครบถว นสมบรู ณ
หรือไม

ข้ันตอนท่ี ๑๒ การออกและสงคืนสถานท่ีเกิดเหตุ (Release Scene) การสงมอบคืน
สถานทีเ่ กิดเหตุ ตองมีบนั ทกึ วัน เวลา ท่สี งมอบคืนสถานทีเ่ กดิ เหตุ

ขนั้ ตอนในสว นที่จะเนนใหท า นมีความรคู วามเขาใจ และใชเปน แนวทางในการปฏบิ ตั ิ คอื
ขน้ั ตอนปอ งกันรักษาสถานท่เี กดิ เหตุ ซงึ่ จะไดกลา วในหัวขอ ถัดไป

๑๔๐

ô. ¡Òû‡Í§¡¹Ñ Ã¡Ñ ÉÒʶҹ·Õàè ¡Ô´àËμØ

เมื่อมีการกระทําความผิดเกิดขึ้น สถานท่ีเกิดเหตุเปนสถานที่ท่ีไดรับความสนใจจาก
ประชาชน และสอื่ มวลชนจาํ นวนมาก ปจ จบุ นั อาชญากรรมทเ่ี กดิ ขนึ้ กม็ คี วามรนุ แรงและซบั ซอ นมากขนึ้
เมอื่ มฝี งู ชนหรอื สอ่ื มวลชนจาํ นวนมากเขา มายงั พนื้ ทเ่ี กดิ เหตุ อาจสง ผลตอ วตั ถพุ ยานทก่ี ระจดั กระจาย
ในสถานท่ีเกิดเหตุถูกเหยียบย่ําทําใหเกิดความเสียหายมากขึ้น เจาหนาท่ีตํารวจท่ีเกี่ยวของจึงจําเปน
ตองมีการปองกันรักษาสถานท่ีเกิดเหตุ เพื่อปองกันรักษาวัตถุพยานที่จะนําไปสูการคล่ีคลายคดี
การปองกันรักษาสถานท่ีเกิดเหตุ เปนการท่ีเจาหนาท่ีชุดแรกท่ีไปถึงสถานท่ีเกิดเหตุ รวมถึงเจาหนาที่
ที่ตามไปสมทบในภายหลังระวังปองกันขอเท็จจริงและวัตถุพยานในสถานที่เกิดเหตุ มิใหไดรับ
ความเสียหายหรอื ถูกทาํ ลายจากการกระทําของบคุ คล สัตวหรือธรรมชาติ

โดยกอนท่ีจะทราบถึงหลักการปองกันรักษาสถานที่เกิดเหตุ ก็ควรตองรูถึงปจจัยที่ทําให
สถานทเี่ กิดเหตุไดร ับความเสียหาย และขอบเขตของการรกั ษาสถานทเ่ี กิดเหตุ ซงึ่ มีรายละเอียดดงั นี้

ô.ñ »¨˜ ¨ÂÑ ·èทÕ าํ ãˌʶҹ·àèÕ ¡´Ô àËμäØ ´ŒÃºÑ ¤ÇÒÁàÊÕÂËÒ ไดแ ก
๔.๑.๑ บุคคลภายนอกทไี่ มเกีย่ วของเขาไปในสถานท่เี กิดเหตุ
๔.๑.๒ ผูม าเฝา สถานทเ่ี กิดเหตุชา ไป
๔.๑.๓ มกี ารเปลี่ยนแปลงสถานท่เี กิดเหตุ โดยความตัง้ ใจของคนราย
๔.๑.๔ สภาพภมู ปิ ระเทศหรอื ดนิ ฟา อากาศ
๔.๑.๕ ความพล้ังเผลอของเจาหนา ที่ตํารวจ

ô.ò ÊèÔ§·μèÕ ÍŒ §คาํ ¹§Ö ¶Ö§¢Íºà¢μ¢Í§¡ÒÃÃ¡Ñ ÉÒʶҹ·Õèà¡´Ô àËμØ ไดแก
๔.๒.๑ สภาพภมู ิศาสตร ดนิ ฟา อากาศ
๔.๒.๒ ปริมาณการจราจร
๔.๒.๓ ชนดิ ของเหตุท่ีเกดิ ขนึ้
๔.๒.๔ ลกั ษณะของสถานที่เกดิ เหตุ
๔.๒.๕ ลักษณะท่ีอาศยั ท่ไี ดรับความเสยี หาย
๔.๒.๖ ชอ งทางทผี่ ูกระทาํ ความผดิ บกุ รุกหรือหลบหนี
ฉะนนั้ เมอื่ ไดร บั แจง วา มเี หตเุ กดิ ขนึ้ ในการรกั ษาสถานทเี่ กดิ เหตุ มขี น้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ

ในเบ้อื งตน พอสรปุ ได ดงั นี้
๑. รีบไปถงึ สถานที่เกิดเหตโุ ดยเรว็
๒. ระงบั เหตุ ชวยเหลอื ผบู าดเจบ็
๓. กน้ั สถานท่ีเกดิ เหตุ
๔. เขาสํารวจสถานทีเ่ กดิ เหตุเบื้องตน ถึงทางเขา - ออก ของคนรา ย
๕. ตรวจสอบบริเวณหองเกิดเหตุหลักและแยกบุคคลท่ีอยูในสถานที่เกิดเหตุ

ใหอยูน อกโซนของหอ งเกิดเหตหุ ลกั

๑๔๑

๖. หา มบุคคลเขา - ออกในท่ีเกดิ เหตโุ ดยเด็ดขาด
๗. จดบันทึกรายละเอียดของที่เกิดเหตุ สเก็ตชแผนท่ีเกิดเหตุ และถายรูป
หรอื วิดโี อสถานทเี่ กดิ เหตุ
๘. รักษาสถานที่เกิดเหตุรอพนักงานสอบสวนและผูบงั คบั บญั ชา
ô.ó ÇÔ¸Õ»‡Í§¡¹Ñ ÃÑ¡ÉÒʶҹ·Õèà¡´Ô àËμØ ÁÕ¢ŒÍ¾Ô¨ÒÃ³Ò ดังนี้
๔.๓.๑ กรณสี ถานทเี่ กดิ เหตอุ ยใู นตัวอาคาร

ใหปดล็อกประตูทางเขาทุกบาน ใชเชือกหรือเฟอรนิเจอรก้ันบริเวณ
ท่เี กิดเหตุไว ปดกนั้ ทางเขา - ออก บรเิ วณท่ผี กู ระทําผดิ ผานเขา - ออก และทกุ จุดทผี่ ูกระทําความผิด
เขาไปกออาชญากรรม

๔.๓.๒ กรณสี ถานทเี่ กดิ เหตุอยนู อกตวั อาคาร
ใชเชอื กกน้ั (Police Line) หรอื แผงเหล็กจราจรลอ มบริเวณทเ่ี กดิ เหตไุ ว

ควรก้ันพื้นที่ใหกวางกวาบริเวณท่ีเกิดเหตุ และจัดเจาหนาท่ีเฝาปองกันบุคคลผูไมเก่ียวของเขาไปใน
สถานที่เกิดเหตทุ ่ลี อมไว

๔.๓.๓ กรณีมบี ุคคลผไู มเ กี่ยวของหรือไมมีหนาท่ีเขา ไปในสถานทเ่ี กดิ เหตุ จํากัด
บุคคลเฉพาะผูมีหนาท่ีตรวจสถานท่ีเกิดเหตุเทานั้น ควรใหมีเจาหนาที่จํานวนนอยที่สุดท่ีจะเขาไปใน
สถานท่ีเกดิ เหตุ และจดั สถานทเี่ ฉพาะสําหรับผบู ังคับบัญชา และสือ่ มวลชน

๔.๓.๔ กรณพี บผูบาดเจ็บในสถานทีเ่ กดิ เหตุ
ใหรีบเคลื่อนยายสงโรงพยาบาลกอน (แมวาวัตถุพยานบางอยาง

จะเสยี หายไป แตช วี ติ คนยอ มสาํ คญั กวา ) ทง้ั น้ี ควรจดั เจา หนา ทไ่ี ปพรอ มกบั คนบาดเจบ็ ดว ย รวมไปถงึ
การบนั ทกึ และถา ยภาพสงิ่ ทต่ี อ งมกี ารเคลอื่ นยา ยกอ นพนกั งานสอบสวนหรอื เจา หนา ทพ่ี สิ จู นห ลกั ฐาน
จะมาถึง

๔.๓.๕ กรณีพบศพในสถานที่เกดิ เหตุ
ควรรักษาสภาพเดิมของศพ หามเคลื่อนยายโดยเด็ดขาด ถาจําเปนตอง

เคล่ือนยายศพ ใหบันทึกรายละเอียดของลักษณะท่ีเกิดเหตุ และตําแหนงศพไว โดยการจดบันทึก
ระบุตาํ แหนง และถายภาพ

๔.๓.๖ กรณีพบวตั ถุพยานในสถานทีเ่ กดิ เหตุ
ไมค วรจบั ตอ งหรอื เคลอ่ื นยา ยวตั ถพุ ยานจากตาํ แหนง เดมิ ทพี่ บในตอนแรก

ถาจําเปนตองมีการเคลื่อนยายวัตถุพยาน เพ่ือมิใหรองรอยและวัตถุพยานสูญหายหรือเสียสภาพ
เจาหนาท่ีตํารวจที่ไปถึงสถานที่เกิดเหตุเปนชุดแรก สามารถตรวจเก็บรองรอยวัตถุพยานหลักฐาน
ไดต ามเหตุผลขางตน โดยตองปฏิบตั ิใหถกู ตองตามหลักวชิ าการ คือ

๔.๓.๖.๑ ตองจดบันทึกรองรอยวัตถุพยานหลักฐานถึงความจําเปน
ท่ีตอ งเก็บ

๑๔๒

๔.๓.๖.๒ กอ นการตรวจเกบ็ ตอ งถา ยภาพระยะไกล ระยะกลาง ระยะใกล
และระยะใกลแบบมสี เกล

๔.๓.๖.๓ ตองสเก็ตชภาพสถานท่ีเกิดเหตุ และรองรอยวัตถุพยาน
หลกั ฐาน ในสถานที่เกิดเหตถุ ึงความสมั พนั ธก ัน

õ. ¡Òöҋ ÂÀҾ㹧ҹʶҹ·èàÕ ¡´Ô àËμØ

เปนการบรรยายลักษณะสถานท่ีเกิดเหตุโดยใชภาพถายเพ่ือบันทึกสิ่งที่ตามองเห็น
และอาจลมื ได เพอ่ื แสดงทตี่ งั้ ของพยานหลกั ฐาน ทาํ ใหศ าลมองเหน็ ภาพอยา งชดั เจน หลกั การเบอ้ื งตน
ในการถายภาพสถานท่ีเกิดเหตุ มดี งั น้ี

๕.๑ การถา ยภาพระยะไกล เปน การถา ยภาพรวมแสดงใหเ หน็ ถงึ ตาํ แหนง ทต่ี งั้ ของสถานท่ี
เกดิ เหตุ เชน ถา ยภาพใหเ หน็ ปา ยชอ่ื ถนน ชอื่ ซอย ลกั ษณะอาคารหรอื สงิ่ กอ สรา งทอ่ี ยขู า งเคยี ง เปน ตน

๕.๒ การถายภาพระยะกลาง เปนการถายภาพใหเห็นพยานหลักฐานโดยรวมที่อยูใน
ตําแหนงท่ีต้ังภายในสถานท่ีเกิดเหตุ แสดงใหเห็นความสัมพันธกับพ้ืนที่โดยรอบ ถายภาพทั้งกอน
และหลงั วางปา ยหมายเลข ระบุตําแหนงหลักฐาน

๕.๓ การถายภาพระยะใกล เปนการถา ยภาพหลกั ฐานช้นิ ตาง ๆ ในระยะใกล
๕.๔ การถา ยภาพระยะใกลแ บบมสี เกล เปน การถา ยภาพหลกั ฐานชน้ิ ตา ง ๆ ในระยะใกล
และมสี เกลกํากับไว
¡Òöҋ ÂÀÒ¾ã¹Ã»Ù ẺÍè¹× æ ·àèÕ »š¹»ÃÐ⪹μ‹Í¡ÒÃμÃǨʶҹ·àÕè ¡´Ô àËμØ
๑. การถายภาพในมุมสูง เพื่อใหเห็นรายละเอียดและความเชื่อมโยงของเหตุการณ
และหลักฐาน
๒. การถา ยภาพคนจาํ นวนมาก ทมี่ งุ ดเู หตอุ าชญากรรมทเ่ี กดิ ขนึ้ โดยถา ยภาพจากหลาย ๆ
มมุ ของสถานทเ่ี กิดเหตุ เผ่อื มคี นรา ยยนื ปะปนอยกู ับคนจํานวนมากดงั กลา ว

ö. ¡ÒÃà¡çºÃǺÃÇÁáÅÐÃÑ¡ÉÒÇÑμ¶Ø¾ÂÒ¹ (Collection and Preservation of
Physical Evidence)

สงิ่ สาํ คญั ทจ่ี ะตอ งรวบรวมและระบรุ ายการของหลกั ฐาน รวมไปถงึ การรกั ษาหว งโซห ลกั ฐาน
ทเี่ หมาะสม กด็ ว ยเหตุผลสองประการ ประการแรก คือ ตองสามารถทจ่ี ะพิสูจนว าวตั ถุพยานรายการ
ที่นํามาใชในศาล เปนรายการเดียวกันที่ถูกเก็บรวบรวมไวในสถานท่ีเกิดเหตุ ประการท่ีสอง คือ
ตอ งใหแ นใ จวา รายการจะไมถ กู เปลย่ี นแปลง หรอื การปนเปอ นระหวา งเวลาทเี่ กบ็ รวบรวมและเวลาทถี่ กู
ตรวจสอบ หรือเขามาเปนหลักฐาน วัตถุประสงคท้ังสองประการ จะประสบความสําเร็จไดดี
ก็ดวยบรรจภุ ณั ฑทเ่ี หมาะสม และการปด ผนึกของหลกั ฐาน และทส่ี าํ คญั คอื การรักษาหวงโซข องวตั ถุ
พยานทเี่ หมาะสม

๑๔๓

หลกั การเบอ้ื งตน ในการเก็บรวบรวมวตั ถพุ ยาน
๑. ตอ งเกบ็ วัตถพุ ยานซีึง่ จะสูญหายหรือเสยี หาย เปน ลําดับแรก
๒. ในกรณีที่มีวัตถุพยานหลายชนิด ไมควรเก็บไวในท่ีเดียวกัน เพราะอาจทําใหเกิด
การสบั สน ปนเปอ น และอาจทาํ ใหวัตถุพยานเสียสภาพไป
๓. การตรวจเก็บวัตถพุ ยาน ควรกระทําโดยผูทมี่ ีอํานาจหนา ทโี่ ดยตรงเทาน้ัน
๔. กระบวนการเก็บวัตถุพยาน จนถึงขั้นตอนการตรวจพิสูจนหลักฐาน วัตถุพยาน
ควรผา นมอื คนใหน อยท่ีสุด
๕. ควรมีลกู โซข องการครอบครองหลกั ฐาน
การเก็บรวบรวมและรกั ษาวัตถพุ ยาน ควรดาํ เนนิ การตามหลักการขางตน และจะมคี วาม
แตกตา งกันไป ขึ้นกบั ประเภทหลกั ฐาน ดังน้ี
ö.ñ ¡ÒÃμÃǨà¡çºÇÑμ¶Ø¾ÂÒ¹»ÃÐàÀ·ÅÒ¹éÔÇÁ×Í ½Ò† Á×Í áÅн҆ à·ŒÒ

ควรเกบ็ ในลกั ษณะทไี่ มค วรใหส มั ผสั กบั วตั ถอุ น่ื ไมค วรใชห รอื กระดาษหอ วตั ถพุ ยาน
ที่ตองนํามาตรวจลายนิ้วมือ ฝามือ หรือฝาเทา เพราะอาจทําใหลายน้ิวมือ หรือฝามือแฝงถูกลบได
ในหัวขอน้ีจะนําเสนอการตรวจเก็บลายนิ้วมือ ฝามือ และฝาเทาในสถานที่เกิดเหตุ ตามท่ีไดทราบ
มาแลว วา เราจะพบลายน้ิวมือ ฝา มือ และฝา เทา ในสถานที่เกดิ เหตุ ได ๒ ลกั ษณะ คือ ลายนว้ิ มอื
ที่มองดว ยตาเปลาเห็น และลายนิ้วมอื ที่มองดวยตาเปลาไมเ หน็ หรอื เห็นไมช ดั

การตรวจหาลายนวิ้ มอื ในสถานทเ่ี กดิ เหตุ ในสว นนเ้ี ราจะกลา วถงึ การตรวจหารอย
ลายนวิ้ มอื แฝง ฝา มอื แฝง และฝา เทา แฝง ในสถานทเ่ี กดิ เหตุ ซงึ่ เปน การตรวจหาดว ยตาเปลา ในบรเิ วณ
ท่ีสงสัยวาจะมีลายนิ้วมือประทับและตรวจเก็บลายนิ้วมือที่มองไมเห็นดวยตาเปลา ทําใหมองเห็น
โดยการใชผ งฝนุ บริเวณทีต่ องสงสยั วาจะมลี ายนิว้ มอื ปรากฏ เชน ทางเขา - ออกของคนราย, บริเวณ
ท่มี ีการรอื้ คน ทรพั ยส นิ , บริเวณอาวุธท่ใี ช, บริเวณท่ีมีการขยับหรือเคลอ่ื นยา ยส่งิ ของ เปนตน

ö.ñ.ñ ¡ÒÃμÃǨࡺç ÃÍÂÅÒ¹éÇÔ ÁÍ× ½Ò† ÁÍ× áÅн†Òà·ÒŒ á½§
วิธกี ารตรวจเก็บลายนิว้ มือ ฝา มอื และฝาเทาแฝง สามารถแยกได ๘ วธิ ี

ไดแ ก ๑.วธิ แี หง หรือผงฝุน ๒.วิธเี ปย ก ๓.วธิ ีกา ซ ๔.วิธลี อกลายนวิ้ มอื ๕.วธิ กี ารถา ยภาพ ๖.วิธใี ชแสง
๗.วิธีหลอรองรอย และ ๘.ใชเ ครอื่ งมือ Dust Print Lifter Electrostatic ในสว นน้ีจะกลา วไวเพียง
วิธแี หงหรือการใชป ด ผงฝนุ ดํา และวธิ กี ารหลอรอ งรอย

วธิ ปี ด ผงฝนุ เปน วธิ พี นื้ ฐานทใ่ี ชใ นการปด เกบ็ ลายนวิ้ มอื แฝงหรอื ลายนว้ิ มอื
ทม่ี องไมเ หน็ และใชเ ทปลอกตดิ บนกระดาษรองรบั หรอื โดยการถา ยภาพ วธิ นี ไ้ี ดผ ลกบั การเกบ็ ลายนวิ้ มอื
ทมี่ องไมเ หน็ หรอื ไมช ดั บนพน้ื ผวิ ทเี่ รยี บ เชน กระจก แกว กระเบอื้ ง วตั ถทุ าสี โลหะตา ง ๆ พลาสตกิ ฯลฯ
วิธีนเ้ี ปนวิธที างฟส กิ ส เพอ่ื ใหไ ดล ายนิว้ มอื ทมี่ สี ีแตกตา ง โดยการใชผงฝนุ ปด ผงฝนุ จะตดิ กับความช้นื
และไขมันของสารท่ขี บั ถายออกทางนวิ้ มือ มอี ุปกรณท ่ใี ชแ ละรายละเอยี ด ดังน้ี

๑๔๔

ÍØ»¡Ã³· ãèÕ ªŒ
๑. แปรง แปรงสาํ หรบั ใชใ นการปด ฝนุ มหี ลายชนดิ เชน แปรงขนกระตา ย
แปรงขนอูฐ หรือแปรงขนกระรอก แปรงแมเ หลก็ แปรงขนนก
๒. ผงฝนุ
๓. เทปใสหรือเจลลาติน สาํ หรบั ใชใ นการลอกลายนว้ิ มือ
๔. กระดาษแผนเก็บลายน้ิวมือแฝง ซึ่งตองเลือกใชสีที่ตรงกันขามกับสี
ของผงฝุน
๕. กรรไกรตดั เทป
วธิ ปี ฏบิ ตั ิในการปด ฝุน ใชแปรงขนอูฐ (ขนกระรอกหรอื ขนกระตา ย) จมุ ลง
ในผงฝนุ เลก็ นอย สะบัดแปรงเพอ่ื ใหผงฝุนติดอยปู ลายแปรง แลว ปดแปรงเบา ๆ ไปยงั บริเวณพ้ืนท่ีผวิ
ทเ่ี ราตอ งการหารอยลายนวิ้ มอื แฝง ถา บรเิ วณดงั กลา วมลี ายนว้ิ มอื ผงฝนุ ทปี่ ลายแปรงกจ็ ะไปตดิ ลายนว้ิ มอื
เมื่อเห็นลายเสนแลวใหใชแปรงปดไปตามลักษณะของลายเสนจนมีความคมชัด เพื่อเอาฝุนสวน
ท่ีเกินออกไป หลังจากน้ันใหใชเทปใสมาลอกรอยลายนิ้วมือดังกลาว นําไปติดบนกระดาษแผนเก็บ
ลายนิ้วมือแฝง จากนนั้ ใหเ ขยี นรายละเอยี ดคดีลงบนดานหลังของกระดาษแผน เก็บลายนิ้วมือแฝง
ö.ñ.ò ¡ÒÃËŋͻٹ¾ÅÒÊàμÍÏ
ö.ñ.ò.ñ Í»Ø ¡Ã³ : ๑.ปูนพลาสเตอร, ๒.น้าํ สะอาด, ๓.ภาชนะสาํ หรบั
ผสมปนู เชน ถัง, ๔.อุปกรณส ําหรบั คน เชน แทงแกว, ๕.ไม และ ๖.โครงเหล็กสาํ หรับหลอ ปูน
ö.ñ.ò.ò Ç¸Ô Õทํา

- วางโครงเหล็กสาํ หรบั หลอ ปูนรอบรอยประทับ
- ผสมปูนพลาสเตอรอัตราสวน ๑ สวนตอนํา้ ๑ สวน ในถงุ
พลาสตกิ แบบมซี ปิ หรอื ถงั คนใหเขากนั จนสว นผสมเหนยี วขน (คอ ย ๆ คน อยาใหเ กิดฟองอากาศ)
- เทปูนอยางชา ๆ ลงบนแทนคนบริเวณขางรอยประทับ
หา มเทลงบนรอยประทับโดยตรง โดยเทปนู ลงไปประมาณคร่ึงหนงึ่ ใหเสมอกนั ท่วั ทั้งรอย
- นําไมท ่เี ตรียมไววางเสริมตรงกลางประมาณ ๓ - ๔ อัน
- เทปนู สว นทเี่ หลอื ลงไปใหห มดตง้ั ทงิ้ ไวป ระมาณ ๑๐ - ๑๕ นาที
- เขียนรายละเอียดของคดีไวดานหลังแบบพิมพกอนที่ปูน
จะแขง็ ตัว หรอื ใชป ากกาเขยี นเมื่อปนู แขง็ ตัวแลว
- ทงิ้ แบบพิมพไ วป ระมาณ ๑ ช่ัวโมง เพ่ือใหป นู แขง็ ตัว (ขึ้นกบั
อณุ หภมู )ิ ปลอยใหแ หง ประมาณ ๔๘ ชั่วโมง
ö.ò ¡ÒÃμÃǨà¡çºÇÑμ¶Ø¾ÂÒ¹»ÃÐàÀ·àÍ¡ÊÒÃ
ในการตรวจพิสูจนเอกสารนั้น บางประเด็นเราสามารถตรวจพิสูจนจากเอกสาร
ปญหาไดโดยตรง แตบางประเด็นจะตองมีการตรวจเปรียบเทียบเอกสารปญหากับเอกสารตัวอยาง
ท่ีทราบแหลง ที่มาดวย ซ่งึ เอกสารตัวอยา งนี้จะตอ งมกี ารคัดเลือกและจดั เตรยี มอยางเหมาะสม ดงั นน้ั
การตรวจเกบ็ เอกสารเพ่อื เตรียมสงตรวจพสิ ูจนควรปฏบิ ัตดิ ังน้ี

๑๔๕

๖.๒.๑ สวมถุงมือขณะเก็บเอกสาร เพื่อปองกันการทําลายเอกสาร
และหา มขีดเขยี น หรือขดี เขียนบนซองที่มีเอกสารของกลางบรรจอุ ยู

๖.๒.๒ ควรเก็บเอกสารไวในของกลางท่ีเหมาะสม โดยหา มพบั เอกสาร และหา ม
ขีดเขียน หรอื ขีดเขยี นบนซองท่มี เี อกสารบรรจอุ ยู

๖.๒.๓ หา มขดี เขยี น หรอื ขดู ลบขอ ความ หรอื ทาํ เครอื่ งหมายสญั ลกั ษณใ ด ๆ บน
เอกสารของกลาง หากมีความจําเปน ตอ งทาํ เคร่อื งหมายลงบนพื้นท่วี า ง หลกี เลย่ี งการทาํ เครอ่ื งหมาย
ซอ นทับขอความใด ๆ บนเอกสาร

๖.๒.๔ หา มตัด ฉีก เจาะรู เย็บดวยลวดเยบ็ กระดาษ เขม็ หรอื ตัวหนีบกระดาษ
หรอื พบั เอกสารของกลางตรงบรเิ วณทตี่ อ งการตรวจพสิ จู น รวมถงึ หา มทาํ การซอ มแซมรอยตดั หรอื ตดั
ตกแตงขอบกระดาษ

๖.๒.๕ หา มขดู ลบขอ ความหรอื บรเิ วณใด ๆ บนเอกสารของกลาง
๖.๒.๖ หามทําใหเกิดรอยกดใด ๆ บนเอกสารของกลาง
๖.๒.๗ หามตัดเอกสารของกลางทเี่ ปน ช้ินสว นลงบนแผน กระดาษอ่นื ควรเก็บไว
ในซองปดผนึก
๖.๒.๘ ระวังมิใหเอกสารของกลางเปยกน้ํา ถูกความช้ืน ความรอน สารเคมี
แสงสวางมากเกินไป ตอ งเก็บเอกสารไวในทีท่ เี่ หมาะสม
๖.๒.๙ ควรถือหรือจับเอกสารของกลางใหนอยคร้ังที่สุด และจับอยางเบามือ
เพ่อื หลีกเลย่ี งการทําลายเอกสารใด ๆ ท้ังสิน้
๖.๒.๑๐ หา มบรรจเุ อกสารของกลางที่เปนสาํ เนาภาพถา ยในซองพลาสตกิ
๖.๒.๑๑ หากมคี วามจาํ เปน ตอ งถา ยสาํ เนาเอกสารของกลาง ตอ งระวงั มใิ หเ กดิ การ
ทําลายเอกสารใด ๆ ท้งั สน้ิ
๖.๒.๑๒ หามมใิ หผ ตู อ งสงสัย หรอื บุคคลอนื่ ใดจับตอ งหรือเหน็ เอกสารของกลาง
๖.๒.๑๓ ในกรณีท่ีตองตรวจหารอยลายนิ้วมือแฝง หรือตรวจพิสูจนทางชีววิทยา
หรอื รอยกดบนเอกสารของกลาง ใหส วมถงุ มอื และควรจบั อยา งเบามอื โดยใชด า นขา งของนวิ้ จบั เอกสารในซอง
และระบุหนาซองใหชัดเจนวาตองการตรวจหารอยลายนิ้วมือแฝง หรือตรวจพิสูจนทางชีววิทยา
หรอื รอยกด
๖.๒.๑๔ ในกรณเี อกสารไหมไ ฟ ใหเ ก็บเอกสารดงั นี้

๖.๒.๑๔.๑ ถายภาพเอกสารไหมไ ฟ ท่มี มี าตราสว นกํากับไว
๖.๒.๑๔.๒ สอดกระดาษแขง็ ลงใตเ อกสารทไ่ี หมไ ฟดว ยความระมดั ระวงั
๖.๒.๑๔.๓ ยกเอกสารไหมไฟขึ้น พรอมทั้งสอดแผนไมหรือโลหะใต
กระดาษแข็งอกี ชั้นหนง่ึ
๖.๒.๑๔.๔ ยกแผนไมพรอมกับวางกระดาษ และเอกสารไหมไฟลงใน
กลอ งกระดาษ หรอื วางตรงกลางแผน กระดาษหอ ของแผน ใหญ แลวนํามมุ กระดาษท้งั ส่ีมุมมากลดั ตดิ
กันไว เพือ่ ปองกันเอกสารไหมไ ฟโดนลม และกระทบกระเทือนอืน่ ๆ

๑๔๖

๖.๒.๑๔.๕ นาํ หบี หอ เอกสารไหมไ ฟ มาสง ทหี่ อ งปฏบิ ตั กิ ารดว ยตวั เอง
๖.๒.๑๕ ควรจัดเตรียมและหารายละเอียดตาง ๆ ของเอกสารไวใหครบถวน
สมบรู ณ เชน วันท่ี และแหลงที่มาของเอกสาร เปนตน
ö.ó ¡ÒÃμÃǨà¡çºÇμÑ ¶¾Ø ÂÒ¹»ÃÐàÀ·ÍÒÇØ¸»¹„ áÅÐà¤ÃèÍ× §¡ÃÐÊ¹Ø »„¹
๖.๓.๑ กรณีเปนอาวุธปนใหใชลวดหรือเชือกสอดเขาไปในโกรงไกปนแลวยกข้ึน
หา มใชไ มห รอื ของแขง็ อน่ื ใดสอดเขา ไปทปี่ ากลาํ กลอ งแลว งดั ขน้ึ โดยเดด็ ขาด ควรเกบ็ ใสใ นหบี หอ ทแ่ี ขง็ แรง
เชน กลอ งไม โดยไมใ ชว ตั ถใุ ดหอ หมุ ซงึ่ อาจทาํ ใหร อยลายนว้ิ มอื แฝงทอ่ี าจตดิ อยทู อี่ าวธุ ปน สญู หายได

ÀÒ¾·Õè ó.ñ กลองเกบ็ วตั ถพุ ยานประเภทอาวุธปน
·ÁÕè Ò : การเก็บวตั ถพุ ยานประเภทอาวธุ ปน เขาถึงเม่ือ ๑ พ.ย. ๒๕๕๙ เขาถึงไดจ าก

http://projects.nfstc.org/firearms/module15/images/fir_m15_t07_01.jpg

๖.๓.๒ กรณีเปนปลอกกระสุนปนหรือลูกกระสุนปน ควรเก็บแยกจากกันใสถุง
พลาสติกถงุ ละชน้ิ เพื่อไมใหเกิดรอยครดู หรือบุบยบุ ทีป่ ลอกกระสุนปนหรอื ลูกกระสุนปน

ÀÒ¾·èÕ ó.ò การเกบ็ วตั ถพุ ยานประเภทปลอกกระสนุ ปนและหวั กระสนุ ปน

๑๔๗

ö.ô ¡ÒÃμÃǨࡺç ÇμÑ ¶¾Ø ÂÒ¹»ÃÐàÀ·ªÕÇÇ·Ô ÂÒ
วัตถุพยานทางชีววิทยา เปนวัตถุพยานที่ไดมาจากสวนตาง ๆ ของรางกายคน

ซง่ึ เปน สว นทที่ าํ ใหไ ดด เี อน็ เอ เชน นาํ้ ลาย อสจุ ิ ฟน กระดกู สารคดั หลง่ั จากชอ งคลอด เนอ้ื เยอื่ อวยั วะ
ภายใน ผมทีม่ รี ากผม เซลลผิวหนงั และเหง่อื ทซี่ มึ ผา นเสอื้ ผาสวมใส นํ้ามกู โลหติ อาเจียน อจุ จาระ
และปสสาวะ เปน ตน

หลักการเก็บรวบรวมวัตถุพยานประเภทชีววิทยาและดีเอ็นเอ คือ วัตถุพยาน
ท่ตี รวจเกบ็ ตองอยใู นสภาพแหงและเย็น เชน เสือ้ ผา ของผตู องสงสยั หรอื เสือ้ ผา ในสถานท่ีเกดิ เหตุทีม่ ี
คราบโลหิต หรือมีคราบอสุจติ ดิ อยู ควรผง่ึ ลมใหแ หง แลว เก็บใสในถงุ กระดาษ เพ่ือปอ งกนั ไมใหค ราบ
ดังกลา วเสือ่ มสภาพหรือสญู เสียไป

ÃÒÂÅÐàÍÕ´·è¤Õ Çú¹Ñ ·Ö¡ã¹¡ÒÃࡺç ÇμÑ ¶¾Ø ÂÒ¹
การบันทึกรายละเอียดหากเปนไปไดควรบันทึกไวบนภาชนะท่ีใชในการบรรจุ
วัตถุพยานโดยรวมรายละเอียดตา ง ๆ ท่ีควรบันทกึ ไวดงั นี้
๑. ชอ่ื ผเู ก็บวัตถุพยาน และชอ่ื บุคคลตาง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ งในการเก็บวัตถุพยาน
๒. วัน เดือน ป และเวลาท่เี กดิ เหตุ
๓. วนั เดอื น ป และเวลาทีเ่ กบ็ วตั ถพุ ยาน
๔. ประเภทของคดี
๕. ลักษณะของวัตถพุ ยานที่เก็บ และตําแหนง ที่พบ
๖. รายละเอียดโดยยอของคดี
๗. ท่ตี ้ังของสถานที่เกดิ เหตุ
ö.õ ¡ÒÃμÃǨà¡çºÇÑμ¶Ø¾ÂÒ¹»ÃÐàÀ·¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÏáÅÐÍ»Ø ¡Ã³ÍàÔ Åç¡·Ã͹¡Ô ʏ
วธิ กี ารปฏบิ ตั ติ อ ของกลางประเภทอปุ กรณค อมพวิ เตอร และอปุ กรณอ เิ ลก็ ทรอนกิ ส
เพือ่ นาํ สง ตรวจพสิ จู น มรี ายละเอียดดังน้ี
๖.๕.๑ คอมพิวเตอรส วนบคุ คล

๖.๕.๑.๑ ถา ยภาพใหไ ดอ ปุ กรณข องกลางครบทกุ ชน้ิ และจดบนั ทกึ แผนผงั
ของการเชอื่ มตอ อปุ กรณต า ง ๆ และกอ นทาํ การปลดสายไฟ หรอื สายเชอื่ มตอ อปุ กรณต า ง ๆ ออกจาก
ตวั เครื่อง ควรติดฉลากหมายเลขอา งอิงจุดที่ถอดสายออก

๖.๕.๑.๒ ตรวจสอบในชอง DVD, CD, Floppy disk, Card Reader
หรอื ชอ งตอ USB ตา ง ๆ วามีแผน ซดี ี Thumb Drive หรืออุปกรณใด ๆ คา งอยูหรือไม และควรนํา
สง ไปพรอ มคอมพิวเตอรข องกลางดวย

๖.๕.๑.๓ การนาํ สง ของกลางตรวจพสิ จู นค วรใชผ า เทปคาดกน้ั ฝาปด ชอ ง
ตอ อปุ กรณต า ง ๆ เชน ฝาปด เครอ่ื ง ชอ งใส DVD หรอื USB พรอ มเซน็ ชอ่ื กาํ กบั แลว จงึ บรรจลุ งกลอ งกระดาษ
หรือถงุ กระดาษซงึ่ มวี ัสดุกันกระแทกใหเ รียบรอย

๑๔๘

๖.๕.๒ คอมพวิ เตอรโนต บุก
๖.๕.๒.๑ หากเครื่องคอมพิวเตอรโนตบุกอยูในสภาพ “ปดทํางาน”

หามทําการเปดเครื่อง หากเครื่องคอมพิวเตอรโนตบุกอยูในสภาพ “เปดทํางาน” ใหถายภาพส่ิงที่
ปรากฏบนหนาจอ โปรแกรมท่ีถูกยออยูท่ี Task bar และเวลาที่มุมดานลางขวาของหนาจอ
หากโปรแกรมรกั ษาหนา จอเปด ทาํ งานอยู (หนา จอมดื ) ใหเ คลอื่ นยา ยเมาสห รอื กดแปน พมิ พ Spacebars
เพ่อื ใหปรากฏภาพบนหนา จอแลวจึงถายภาพ

๖.๕.๒.๒ ถอดแบตเตอร่ีออกจากเครื่องคอมพิวเตอรโนตบุก (ปองกัน
การ Remote เขามาลบขอ มูล)

๖.๕.๒.๓ ถอดสายปลั๊กไฟของเครื่องคอมพิวเตอรโนตบุกออกจาก
ตัวเคร่ือง

๖.๕.๒.๔ การนําสงตรวจพิสูจน ควรใสเคร่ืองคอมพิวเตอรโนตบุก
ของกลางในกระเปากันกระแทก หากบรรจุกลองอ่ืน ๆ ควรใสสายชารจ หรืออุปกรณเสริมอ่ืน ๆ
แยกจากกนั เพือ่ ปองกันการกดทบั ซง่ึ อาจทาํ ใหเกิดความเสยี หายกบั ตวั เครือ่ งคอมพิวเตอรโนตบุกได

๖.๕.๓ อาชญากรรมคอมพวิ เตอรใ นระบบเครอื ขา ย หรอื เครอื่ งแมข า ย (Server)
๖.๕.๓.๑ ขอคําปรึกษาจากเจาหนาท่ีกองพิสูจนหลักฐานกลางในการ

เขาไปยังสถานท่ีเกิดเหตุ และแยกผูตองสงสัยออกจากคอมพิวเตอรในทันที เนื่องจากผูตองสงสัย
อาจสามารถเขา ลบขอ มลู ทบ่ี นั ทกึ อยใู นคอมพวิ เตอรข องกลาง โดยใชค าํ สง่ั ผา นอปุ กรณพ กพาขนาดเลก็
เชน โทรศัพทม อื ถือไดอยา งรวดเร็ว

๖.๕.๓.๒ กรณีเครื่องคอมพิวเตอรของผูตองสงสัยเปนระบบเครือขาย
หามตัดไฟจากแหลงจายไฟ หรือกระทําการอ่ืนใด เพราะการกระทําเชนน้ันอาจทําใหระบบไดรับ
ความเสยี หายสญู เสียขอมลู สาํ คัญและทาํ ใหเ จา หนาที่ตาํ รวจตองรับผิดชอบตอความเสียหาย

๖.๕.๔ ฮารดดิสก
กรณีท่ีเปนฮารดดิสกท้ังแบบบรรจุกลองหรือแบบเปลือย ถายภาพ

ภายนอกของอุปกรณ และหมายเลขเครื่อง (SN) จดบันทึกรายละเอยี ดตางๆ เชน ย่ีหอ ความจุ และ
หมายเลขอื่น ๆ ที่ปรากฏ และหยิบจับอุปกรณดวยความระมัดระวัง เนื่องจากเปนอุปกรณท่ีไดรับ
ความเสียหายไดงาย การนําสงตองบรรจุใสกลองกระดาษหรือหอกระดาษแบบมีวัสดุกันกระแทก
กอนปดผนึกใหเรียบรอ ยพรอมทัง้ เซ็นชือ่ กํากบั แลวจึงนําสง ตรวจพสิ จู น

๖.๕.๕ โทรศพั ทมอื ถือ แท็บเล็ต สมารทโฟน
๖.๕.๕.๑ หากโทรศพั ทม อื ถอื อยใู นสภาพ “ปด ทาํ งาน” ใหป ลอ ยไวใ นสภาพ

“ปดทาํ งาน” หา มทาํ การเปดเครอื่ งหรือถอดแบตเตอร่ี เพื่อดซู มิ การด ดว ยตวั เองเดด็ ขาด
๖.๕.๕.๒ หากโทรศัพทม อื ถืออยูในสภาพ “เปดทาํ งาน”
- ถายภาพท่ปี รากฏบนหนาจอรวมถึงวันที่ เวลา ของเครื่อง

และบรรจุไวใ นถุงกนั คลื่นแมเ หลก็ ไฟฟา

๑๔๙

- หากไมมีถุงกันคล่ืนแมเหล็กไฟฟา ใหถายภาพที่ปรากฏ
บนหนา จอ รวมถงึ วนั ที่ เวลา ของเครอ่ื งโทรศพั ทก อ นปด เครอื่ ง (ปอ งกนั การ Remote เขา มาลบขอ มลู )

๖.๕.๕.๓ ถายภาพ และจดบันทกึ รายละเอยี ด เชน ยห่ี อ รนุ กอ นบรรจุ
ลงใสก ลอ ง หรอื หอ กระดาษ แลว ปด ผนกึ ลงลายมอื ชอื่ กาํ กบั แลว นาํ สง ตรวจพสิ จู น ถา เปน ไปไดใ หแ ยก
๑ เครือ่ งตอ ๑ หอ หากมีสง อุปกรณส ายชารจ แบตเตอรี่ หรือสายเชอ่ื มตอขอ มูลใหน าํ สงมาพรอ มดว ย

๖.๕.๖ แผนซดี ี ดวี ดี /ี บัตรอเิ ล็กทรอนกิ ส
ถา ยภาพแผน ดา นหนา /ดา นหลงั ของบตั รและถา เปน แผน ซดี ี หากของกลาง

มีมากกวา ๑ รายการ ควรระบุลําดับ หรือขอความท่ีเขียนอยูบนแผน เพ่ือใชอางอิงกับรายละเอียด
ในหนังสือนําสง ควรจะบรรจุในซองบรรจุแผนซีดีหรือซองกระดาษ เชนเดียวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส
ปด หีบหอ ใหเ รียบรอยกอนนําสง ตรวจพิสูจน

๖.๕.๗ อุปกรณไ ฟฟา หรืออปุ กรณอิเล็กทรอนกิ สอ ื่น ๆ
ถายภาพ บรรจุกลองกระดาษ/ซองกระดาษ แยกรายการใหชัดเจน

หากเปน อปุ กรณข นาดเลก็ ใหป ด ผนกึ ดว ยซองกนั กระแทกใหเ รยี บรอ ย ลงลายมอื ชอื่ กาํ กบั นาํ สง ตรวจพสิ จู น
ในทุกกรณี ถาเปนไปไดควรมีวัสดุรองรับแรงกดทับ หรือแรงกระแทกเพื่อหลีกเล่ียงความเสียหาย
และควรหลกี เล่ยี งความชื้นและแสงแดด

๖.๕.๘ ส่อื บันทกึ ขอ มูลดจิ ิทลั อ่ืน ๆ ท่ีไมไ ดเชือ่ มตอ กบั เครอื่ งคอมพวิ เตอร
สอ่ื บนั ทกึ ขอ มลู ดจิ ทิ ลั อนื่ ๆ เชน แผน ซดี ี ดวี ดี ี ฟลอปปด สิ ก/ Thumb Drive

/Sd Card /MicroSD สามารถนาํ สงโดยบรรจอุ ยใู นซองพลาสติกเดียวกนั หรือถงุ เก็บพยานหลักฐาน
รวมในใบเดยี วกนั ได และควรมวี สั ดุรองรับการกดทับ หรอื แรงกระแทกหอ หุมไว และควรตดิ ฉลากระบุ
ย่ีหอ รนุ ขนาด หรอื จํานวนของกลางแตล ะรายการใหชัดเจน
ËÁÒÂàËμØ ควรบนั ทึกรายละเอยี ดเก่ียวกบั ของกลาง เชน จาํ นวน ยี่หอ หรอื รนุ ใหชัดเจนกอนนําสง

ตรวจพสิ จู น และควรมลี ายมอื ชอ่ื ผนู าํ สง เซน็ กาํ กบั ทห่ี บี หอ ดว ยทกุ ครง้ั กรณคี อมพวิ เตอร
หรือโทรศัพทมือถือที่เปดอยูตองใหแนใจกอนวาไมมีการใสรหัสผาน หากใสรหัสผาน
ใหข อรหสั ผา นหรอื ปลดลอ็ กรหัสผาน
ö.ö ¡ÒÃμÃǨࡺç ÇμÑ ¶¾Ø ÂÒ¹»ÃÐàÀ·Íè×¹ æ

ö.ö.ñ ÇμÑ ¶Ø¾ÂÒ¹ª¹éÔ àÅç¡ æ (Trace Evidence)
เชน เสนผม เสนขน เสนใย หรือเศษแกว ใชปากคีบจับข้ึนมา บรรจุ

ใสถุงกระดาษ ปดปากถุงดวยเทปใส และลงชื่อกํากับ (ปกติใชหอในกระดาษขาวสะอาดแลวพับ
หา มใสภ าชนะทมี่ กี าวแมแ ตซ องหรอื ถงุ แลว จงึ นาํ ไปใสใ นซองหรอื ถงุ อกี ชนั้ หนงึ่ ทาํ เครอื่ งหมายกาํ กบั ไว
นอกซองหรือถุงน้นั ดวยนา้ํ หมกึ ทีไ่ มล ะลายนํา้ )

๑๕๐

ö.ö.ò ÇÑμ¶ÊØ §Ôè ¢Í§Í×è¹ æ
๖.๖.๒.๑ เครื่องมือท่ีคนรายใชในการกระทําความผิด ถาเปนโลหะ

ควรเกบ็ ไวโ ดยปอ งกนั ความชื้น
๖.๖.๒.๒ เศษอาหาร หรือของเหลวท่ีอาเจียนออกมาจากรางกาย

เพ่อื ตรวจพสิ ูจนสารพษิ ตอ งเกบ็ ไวในขวดแกวท่ปี ด สนิท
๖.๖.๒.๓ ยาท้ังชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล ควรเก็บไวในหลอดแกว

อยางหนา แลว ใชฟองนํา้ หรือสําลหี อหุม ไว เพือ่ ปองกันไมใหก ระทบแตกเสียหาย
๖.๖.๒.๓ พวกสารระเหย เชน นา้ํ มันเชื้อเพลิง ควรเก็บไวในหลอดแกว

ท่ีมีปากขวดกวาง และมีฝาปดเปนเกลียว หรือเก็บไวในกระปองโลหะ และมีฝาปดสนิทเพื่อปองกัน
การระเหย ไมค วรเกบ็ ไวใ นถงุ พลาสตกิ เพราะอาจเกดิ การละลาย และทาํ ใหม สี ารอน่ื เจอื ปน การเกบ็ วตั ถุ
พยานควรหลกี เลย่ี งการสมั ผสั ถกู วตั ถพุ ยานโดยตรง และควรใสถ งุ มอื ขณะปฏบิ ตั กิ ารกบั วตั ถพุ ยานทกุ ครง้ั

÷. Ẻ¿ÍÃÁ ºÑ¹·Ö¡ÃÒ¡ÒúÞÑ ªÕÇμÑ ¶Ø¾ÂÒ¹ ËÃ×Íˋǧâ«á‹ Ë‹§¡ÒÃÃÑ¡ÉÒÇÑμ¶¾Ø ÂÒ¹
(Evidence Log / Chain of Custody)

คอื เอกสารทใี่ ชบ นั ทกึ รายการ/บญั ชวี ตั ถพุ ยานทเี่ จา หนา ทต่ี รวจสถานทเี่ กดิ เหตไุ ดท าํ การ
จดบันทึกจํานวนวัตถุพยานท่ีตรวจเก็บไดจากสถานที่เกิดเหตุ ซ่ึงวัตถุพยานบางอยางอาจเก็บไวเปน
หลกั ฐาน แตว ตั ถพุ ยานบางอยา งจะตอ งดาํ เนนิ การสง ตรวจพสิ จู นต อ ไป ซงึ่ บญั ชวี ตั ถพุ ยานในคดอี าญา
ดังกลาว มีความสําคัญอยางยิ่งต้ังแตขั้นการตรวจสถานท่ีเกิดเหตุ การสืบสวนสอบสวนและใชเปน
หลักฐานสําคญั ซ่งึ ตองนาํ แสดงตอ ศาลในชัน้ พิจารณาคดี ไมใชเ ฉพาะขนั้ สบื สวนสอบสวนเทา นั้น

การตรวจเกบ็ จะตอ งบนั ทกึ วนั เวลา ทเ่ี กบ็ จาํ นวน สถานทเี่ กบ็ ผตู รวจเกบ็ ผคู รอบครอง
ผดู แู ลรกั ษาวตั ถพุ ยาน ผรู บั ชว งการดแู ลรกั ษาวตั ถพุ ยาน แลว นาํ ไปตรวจพสิ จู น ตลอดจนผตู รวจพสิ จู น
ดานตาง ๆ ซ่ึงสามารถตรวจสอบยอนหลังความถูกตองของวัตถุพยาน หรือเสนทางการดําเนินการ
ทเ่ี กยี่ วขอ งกบั วตั ถพุ ยานดงั กลา วไดอ ยา งถกู ตอ งตามกฎหมาย (Legal Valid) มกี ารรกั ษาควบคมุ ดแู ล
เปน อยา งดี ไมส ามารถสับเปล่ยี น เปลี่ยนแปลง แกไ ข หรือทําใหเส่ือมคากอนจะมกี ารตรวจพิสูจนฯ

การปฏิบัติการตรวจสถานที่เกิดเหตุถือเปนหัวใจสําคัญในการคลี่คลายคดีอาชญากรรม
โดยเฉพาะคดที ไ่ี มม ปี ระจกั ษพ ยานหรอื หาพยานบคุ คลไมไ ด หากสถานทเ่ี กดิ เหตไุ มม กี ารปอ งกนั รกั ษา
ท่ีดี การตรวจสถานที่เกดิ เหตไุ มล ะเอียดรอบคอบ ยอมสง ผลใหข อ เทจ็ จรงิ บิดเบือนไป ทาํ ใหผูสืบสวน
คดเี กดิ ความสบั สน การสบื สวนตดิ ตามผกู ระทาํ ความผดิ กระทาํ ไดย ากยงิ่ ขน้ึ หรอื อาจปลอ ยใหค นรา ย
ลอยนวลไปได หากการตรวจพสิ จู นมคี วามเหน็ วา เปน การฆา ตัวตาย แตข อ เทจ็ จรงิ เปนการฆาตกรรม
ผูกระทําความผิดน้ันก็จะกลายเปนผบู ริสทุ ธ์ิทนั ที โดยไมต อ งถูกดาํ เนินคดีตามกฎหมายแตอ ยา งใด


Click to View FlipBook Version