The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

19_CI21503_การระเบียนประวัติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by peaw.2749, 2022-07-01 20:18:22

19_CI21503_การระเบียนประวัติ

19_CI21503_การระเบียนประวัติ

๔๘

….……..……..………………………………………………………………………………………………
……………………………………...…………………………..……………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………..…………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………..……………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………..………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………..…………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
..…………………………………………………………………………………………………………….

ลงชอื่ …………………………………………..ผูร ายงาน
ตาํ แหนง…………………..……………………
สถานีตาํ รวจ………………......……………….
วันที่…………….…………..................………

ËÁÒÂàËμØ ชอ่ื บคุ คลพน โทษ ตอ งเขยี นใหช ดั ดว ยตวั บรรจง พรอ มดว ยเลขหมาย บ.ช.ท. คาํ วา “พฤตกิ ารณ
และการเคลอ่ื นไหว” หมายถงึ พฤตกิ ารณห รอื กริ ยิ าใดๆ ของบคุ คลพน โทษทแี่ สดงออกทง้ั ในทางทเี่ ปน
คุณและโทษ และหมายตลอดถงึ อปุ นสิ ัยใจคอ ท่อี าศยั , อาชพี , สถานที่เท่ียวเตร, การคบหา, คคู รอง
หรือกรณีแวดลอมใดๆ อันเปนปจจัยหรืออาจเปนปจจัยใหบุคคลพนโทษนั้นดําเนินการทุจริต
ตอ ไปอีก หรอื งดเวนกลับตัวเปนพลเมอื งดี ซง่ึ จาํ ตอ งรายงานอนั เปน ประโยชนต อการสืบสวนปอ งกัน
และควบคมุ หรอื เลกิ การควบคมุ à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ º¤Ø ¤Å ควรรายงานใหล ะเอยี ดวา ชอื่ อะไร อยทู ไ่ี หน มอี าชพี อะไร
มคี วามประพฤตเิ ปน มาอยา งไร นสิ ยั ใจคอเปน อยา งไร ความสาํ คญั หรอื เรอ่ื งอน่ื ๆ ทเี่ หน็ สมควรรายงาน

๔๙

º¹Ñ ·¡Ö ¢ÍŒ ¤ÇÒÁ
ʋǹÃÒª¡Òà ฝา ยทะเบยี นประวัตอิ าชญากร ๑ กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร โทร. ๐๒ ๒๐๕๑ ๓๔๑
·èÕ ๐๐๓๒.๓๒/ Ç¹Ñ ·èÕ
àÃÍ×è § การสอดสองพฤตกิ ารณและความเคลอ่ื นไหวของคนพน โทษ
เรยี น
ฝทว.๑ ทว. ขอสงประวัติคนพนโทษของ...................................................................
ขอหา……………………………………พนโทษเม่ือ....................................................................
ซงึ่ ตามหลกั ฐานของเรอื นจาํ ปรากฏวา บคุ คลพน โทษนไ้ี ดม าอยทู .ี่ ......................................................
จังหวัด……………………………ซึ่งอยูในเขตพ้ืนที่รับผิดชอบของทาน เพ่ือใหทานส่ังการเจาหนาท่ี
ผูเกี่ยวของดําเนินการสอดสองพฤติการณและความเคล่ือนไหว และโปรดรายงานพฤติการณและ
ความเคลอื่ นไหวของบุคคลพนโทษผนู ี้ ให ฝทว.๑ ทว. ทราบทุกวันท่ี ๕ ของเดอื น ตามระเบยี บการ
ตาํ รวจเกี่ยวกบั คดี ลกั ษณะ ๑๗ บทท่ี ๒ ตอ ไปดว ย

(ลงชอื่ )………………..………………….
(…………………………………)
สว.ฝทว.๑ ทว.

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
(ฉีกสวนลางนส้ี งคืน ฝทว.๑ ทว.)

สวนราชการ………………………………………
ท…่ี ………………………………วนั ท…ี่ …………………………………..
เรียน สว.ฝทว.๑ ทว.

ไดร บั ประวตั คิ นพน โทษของ…………………………………….........…………………….
ไวแลว และจะไดจัดสงรายงานผลการสอดสองพฤติการณและความเคลื่อนไหวของบุคคลพนโทษผูนี้
ให ฝทว.๑ ทว. ทราบตามระเบียบตอไป

๕๐

ท่ี ตช ๐๐๒๖.๓๕๕/ ๑๗๖๕ สาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ
ถนนพระรามที่ ๑ เขตปทุมวนั
กรงุ เทพฯ ๑๐๓๓๐

๗ กรกฎาคม ๒๕๔๒

เรือ่ ง การสง พิมพลายน้ิวมือใหก องทะเบียนประวตั ิอาชญากร ตรวจสอบ
เรยี น อธิบดีกรมราชทณั ฑ
อา งถงึ ขอบังคับกระทรวงมหาดไทย วา ดว ยการพิมพล ายนิ้วมือผูตองหา จาํ เลย ผูตองขงั ผถู กู กักกนั

ผรู บั อบรมและศพ (ฉบับท่ี ๒ ) พ.ศ. ๒๕๒๑
สง่ิ ทส่ี งมาดว ย แบบประวัตบิ คุ คลพน โทษ

ตามทีก่ รมราชทณั ฑไ ดใ หเรือนจํา ทณั ฑสถาน สถานกักกนั และสถานกกั ขัง จดั สงพมิ พ
ลายนวิ้ มอื ผตู อ งขงั ไปทก่ี องทะเบยี นประวตั อิ าชญากร สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เพอ่ื ตรวจสอบประวตั ิ
ผกู ระทาํ ความผิดในกรณีตาง ๆ ความละเอียดแจงแลว นน้ั

ปจจุบันสํานักงานตํารวจแหงชาติไดจัดเก็บและตรวจสอบลายพิมพนิ้วมือดวยระบบ
คอมพิวเตอร ทาํ ใหก ารปฏิบตั งิ านในบางสว นเปล่ียนแปลงไป จงึ ขอประสานงาน เพ่อื ประโยชนในการ
จดั ทาํ ขอ มูลทะเบียนประวัตอิ าชญากรและการจัดทําประวตั ผิ ตู อ งขัง ในรายละเอยี ดดังน้ี

๑. ขอใหหนวยงานของกรมราชทัณฑที่ไดรับตัวผูกระทําผิดที่ศาลช้ันตนไดพิพากษา
แลว จดั พิมพลายน้วิ มือใหกองทะเบียนประวตั ิอาชญากรตรวจสอบ และใชผ ลการตรวจสอบในครง้ั นี้
เปนขอมูลประวัติของผูตองขังไปตลอดระยะเวลาจนกระท่ังผูน้ีไดรับการจําหนายปลอยตัวจาก
ความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑซ่ึงทางสํานักงานตํารวจแหงชาติไดกําชับใหกองทะเบียนประวัติ
อาชญากรเรงดาํ เนนิ การตรวจสอบใหโดยเรว็

เมอ่ื ศาลอทุ ธรณห รอื ศาลฎกี าแกไ ขคาํ พพิ ากษา ทางกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร จะใช
ผลคดีถึงที่สุดท่ีไดรับรายงานจากสถานีตํารวจหรือหนวยงานเจาของคดีทางกรมราชทัณฑจึงไมจําเปน
ตองแจงใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรทราบ

๒. เม่ือมีการปลอยตัวผูตองโทษท่ีครบกําหนดการลงโทษ ขอใหจัดทําขอมูลในแบบ
ประวตั บิ คุ คลพน โทษตามสง่ิ ทสี่ ง มาดว ยน้ี จดั สง ใหก องทะเบยี นประวตั อิ าชญากร เพอ่ื จดั ทาํ เปน ขอ มลู
คนพนโทษ และขอใหกรมราชทัณฑใชประวัติจากผลการตรวจสอบพิมพลายน้ิวมือ ตามขอ ๑.
โดยไมตองสง แผนพมิ พล ายนิ้วมอื ไปตรวจสอบใหม

๕๑

๓. กรณผี ูตองโทษตายในระหวางทอ่ี ยูใ นความควบคมุ ขอใหจดั สงสําเนาใบมรณบัตร
ไปพรอ มกบั แผน พมิ พล ายนวิ้ มอื ศพ เพอ่ื กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรจะไดใ ชเ ปน ขอ มลู ในการจาํ หนา ย
ผนู น้ั ออกจากสารบบ

กรณีประหารชีวิต เม่ือจะดําเนินการประหารชีวิตขอใหแจงกองทะเบียนประวัติ
อาชญากรทราบลว งหนา ใหม เี วลาพอเพยี งสาํ หรบั การเดนิ ทางของเจา หนา ที่ ทงั้ นใี้ นการพมิ พล ายนวิ้ มอื
เพอื่ เปรยี บเทยี บและยนื ยนั กบั แฟม ประวตั ขิ องผทู จ่ี ะถกู ประหารชวี ติ เจา หนา ทขี่ องกองทะเบยี นประวตั ิ
อาชญากรจะดาํ เนนิ การในทนั ที แลว ขอใหก รมราชทณั ฑส ง แผน พมิ พล ายนว้ิ มอื พรอ มสาํ เนาใบมรณบตั ร
ไปยงั กองทะเบยี นประวตั ิอาชญากรเพ่ือจําหนายออกจากสารบบเชน เดียวกนั

๔. กรณผี ตู อ งโทษหลบหนี ใหส ง ตาํ หนริ ปู พรรณ รปู ถา ยและเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ งใหส ถานี
ตาํ รวจทอ งที่ เพอื่ ออกหมายจบั และทางสถานตี าํ รวจทอ งทจ่ี ะจดั สง หมายจบั และตาํ หนริ ปู พรรณใหก บั
หนว ยงานวทิ ยาการออกประกาศสบื จบั ตอ ไป หากผนู น้ั ถกู จบั ไดห รอื เขา มอบตวั และทางกรมราชทณั ฑ
ไมแ นใ จวา เปน บคุ คลเกย่ี วกบั ผหู ลบหนหี รอื ไม กใ็ หพ มิ พล ายนว้ิ มอื ผนู น้ั พรอ มกบั สง แผน พมิ พล ายนว้ิ มอื
เดมิ ตาม ขอ ๑. ให กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ตรวจเปรยี บเทยี บยืนยันให

๕. ขอความรวมมือใหกรอกขอความลงในแบบตางๆ ใหครบถวนโดยเฉพาะขอให
พยายามตดิ ตามขอ มลู เลขประจาํ ตวั ประชาชน (เลข ๑๓ หลกั ) ซงึ่ จะเปน ประโยชนต อ ทง้ั กรมราชทณั ฑ
และสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ในการยนื ยนั ตวั บคุ คลตามระบบทะเบยี นราษฎร รวมทงั้ ขอ มลู สถานตี าํ รวจ
หรือหนวยงานเจาของคดีและขอหาท่ีถูกจับกุมดําเนินคดี เพ่ือท่ีทางกองทะเบียนประวัติอาชญากร
จะไดสามารถเชอ่ื มโยงขอ มลู ผลคดี ขอมลู คนพน โทษ กับประวตั ิการเปนผูตอ งหาได

จงึ เรยี นประสานงานขอความรว มมอื มา ทง้ั นไ้ี ดม อบหมายใหส าํ นกั งานวทิ ยาการตาํ รวจ
และกองทะเบียนประวตั ิอาชญากร ประสานงานกับกรมราชทณั ฑโดยใกลช ิด ตอไปแลว

ขอแสดงความนบั ถือ

( สมั ฤทธิ์ เภตรา )
ผชู วยผูบญั ชาการตาํ รวจแหงชาติ ปฏบิ ตั ิราชการแทน

ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหงชาติ
ตรวจ

กองทะเบียนประวตั ิอาชญากร
โทร. ๒๐๕๑๓๒๙

๕๒

»ÃÐÇμÑ ºÔ ؤ¤Å¾Œ¹â·É

คาํ นาํ หนา ชอ่ื ……….…………..ชอื่ ตวั ……..………………...... ชอื่ สกลุ …………………………………......
ชอ่ื อน่ื ………………..……………....................ชอื่ สกลุ อนื่ ……………………………………………...
เชื้อชาติ…………...…….………..สัญชาติ……….......เพศ…….………พ.ศ. เกิด………..……….....
ภมู ลิ าํ เนาเดมิ ….………….……………………………………………………………………………………
เลขประจาํ ตวั ประชาชน - - --
คด…ี ……………………………………………………………………………………………………………
ทอ งทเ่ี กดิ เหตุ (สน. หรือ สภ.)……………………………..….......…………………………...............
ศาล………………………….........คดดี าํ ……………./………...........คดแี ดง…………../……………......
วนั เดือน ป ท่ีพิพากษา………………………….............กาํ หนดโทษ……………...……….............
ชอ่ื บดิ า…………………………........................ชอื่ มารดา………………………………..…………....
เรอื นจํา……………………………..........วัน เดือน ป ที่พนโทษ………………....…………............
เลขประจาํ ตวั พนโทษ หรือ เลขประจําตัวนกั โทษ…………………….......……………………………
พน โทษจะไปอยทู …ี่ ……………………………………………………………........…………….………

รหสั ภาพถา ย -

ตดิ ภาพถาย ๒ นวิ้

( Ẻ·Õè ·Ç. กํา˹´ )

๕๓

õ. ¡ÒâÍãËŒ»ÃСÒÈÊ׺ËÒ·Ã¾Ñ Â
เมอ่ื มที รพั ยท ต่ี กหาย หรอื ถกู ประทษุ รา ยยงั ตดิ ตามคนื มาไมไ ด ใหด าํ เนนิ การขอใหป ระกาศ
สบื หาทรพั ยห ายหรอื ทรพั ยท ถ่ี กู ประทษุ รา ย โดยใหป ฏบิ ตั ติ ามประมวลระเบยี บการตาํ รวจเกยี่ วกบั คดี
ลกั ษณะ ๑๔ บทที่ ๒ เร่อื ง การออกตําหนริ ปู พรรณทรัพยหายไดค นื ดังนี้
¡ÒÃμ´Ô μÍ‹ ¡ºÑ ¡Í§·ÐàºÂÕ ¹»ÃÐÇμÑ ÍÔ ÒªÞҡà ȹ٠¾ ÊÔ ¨Ù ¹Ë Å¡Ñ °Ò¹ áÅоÊÔ ¨Ù ¹Ë Å¡Ñ °Ò¹¨§Ñ ËÇ´Ñ
กรอกขอความลงในแบบ ขอใหประกาศสืบหาทรัพยท่ีถูกประทุษราย และทรัพยหาย
ไมเกย่ี วกับคดี ซึ่งมี ๒ แบบ ดงั น้ี คอื
๑. รถยนต หรอื รถจกั รยานยนต แบบ วท.๒๗- ต.๗๐๓
๒. ทรพั ยป ระเภทอืน่ ๆ แบบ วท.๘ – ต.๓๒๒

¡ÒÃʧ‹ àÍ¡ÊÒ÷èÕ¨ÐμÍŒ §ดําà¹Ô¹¡Òà มีดังน้ี
๑. ในสว นกลาง สง กองทะเบยี นประวัติอาชญากร จํานวน ๑ ชดุ
๒. ในสว นภมู ิภาค จัดทาํ ๒ ชุด สง ศนู ยพ ิสจู นห ลกั ฐาน จาํ นวน ๑ ชดุ และ พิสูจน
หลกั ฐานจังหวดั จํานวน ๑ ชุด

¡Òû¯ºÔ μÑ Ô㹺ҧ¡Ã³Õ
๑. ทรัพยทห่ี าย ถา เปน ทรัพยท ต่ี องจดทะเบยี นไวก บั เจาหนา ท่ี ใหคดั สาํ เนาทะเบียน
ของทรพั ยน ้ัน สง พรอ มกบั ตําหนิรปู พรรณทรพั ย
๒. โดยเฉพาะสําหรับอาวุธปน ใหพนักงานสอบสวนจัดการสงทะเบียนอาวุธปน
ไปยังนายทะเบยี นอกี สว นหนึ่งดว ย

¡Ã³Õ·Õèä´Œ·Ã¾Ñ ·§Ñé ËÁ´ËÃ×ͺҧÊÇ‹ ¹¤×¹
ถาตองการขอใหถอนประกาศสืบทรัพยท่ีไดคืนน้ัน ตองบันทึกตําหนิรูปพรรณทรัพย
ที่ไดคืนลงในแบบฟอรมตามชนิดหรือประเภทของทรัพย สงไปยังหนวยทะเบียนประวัติอาชญากร
หรอื หนว ยพิสจู นห ลักฐานท่ีสงเรือ่ งขอใหประกาศสบื หาโดยเร็ว พรอมกับแจง เหตุท่ไี ดท รัพยค นื
¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧ»ÃСÒÈตํา˹ÃÔ Ù»¾Ãó
ประกาศตาํ หนริ ปู พรรณ คอื การนาํ เอาขอ มลู รายละเอยี ดทส่ี าํ คญั ของแบบรปู พรรณรถยนต
รถจักรยานยนตที่ถูกโจรกรรม และแบบรายการรูปพรรณทรัพยหายท่ีพนักงานสอบสวนเจาของคดี
สง มายงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื หนว ยพสิ จู นห ลกั ฐานสว นภมู ภิ าคทเี่ กย่ี วขอ งใหอ อกประกาศ
สบื หาและแจกจายใหก ับสถานีตาํ รวจนครบาล สถานตี ํารวจภูธร หนวยงานราชการทีเ่ กี่ยวขอ งทราบ
เพ่อื ชว ยสืบหา ประกาศตาํ หนริ ูปพรรณแบง ออกเปน ๒ ประเภท คือ
๑. ประกาศรูปพรรณทรัพยท ถ่ี กู ประทษุ รา ย
๒. ประกาศรูปพรรณรถยนต หรอื รถจกั รยานยนตทถี่ กู โจรกรรม

๕๔

»ÃÐ⪹¢ ͧ»ÃСÒÈตาํ ˹ÃÔ »Ù ¾Ãó ชว ยสนบั สนนุ ขอ มลู ใหก บั พนกั งานสบื สวนสอบสวน
และปราบปราม ดงั น้ี

ñ. ´ÒŒ ¹¡ÒÃÊº× Êǹ
๑.๑ ประกาศรปู พรรณทรพั ยท ถ่ี กู ประทษุ รา ยและประกาศรถยนต หรอื รถจกั รยานยนต

ทถี่ กู โจรกรรมจะแจกจา ยใหก บั สถานตี าํ รวจและหนว ยงานราชการทเ่ี กยี่ วขอ งทว่ั ราชอาณาจกั รไดท ราบ
เพือ่ ชว ยสืบจบั

๑.๒ กรณีพบรถของกลางไมทราบวาผูใดเปนเจาของ หรือแจงความไวที่สถานี
ตาํ รวจใด ตัง้ แตเ มอ่ื ใด จะชวยคนหาขอมลู นี้ไดจากระบบฐานขอ มูล POLIS

๑.๓ กรณพี บทรพั ยข องกลางไมท ราบวา ผใู ดเปน เจา ของ หรอื แจง ความไวท ส่ี ถานี
ตํารวจใด ตัง้ แตเ ม่อื ใด จะชวยคนหาขอมลู นี้ไดจ ากระบบฐานขอมูล POLIS

๑.๔ ทรัพยที่คนรายนําไปจํานํา ทางโรงรับจํานําก็สามารถตรวจสอบประกาศวา
พบตรงกบั ทรัพยทแ่ี จงหายไวหรือไม

ò. ´ÒŒ ¹¡ÒÃÊͺÊǹ
ตรวจสอบทรัพย หรือยานพาหนะท่ีผูตองหาใชกระทําความผิดเพ่ือตรวจสอบวา

เปน รถยนต หรอื รถจกั รยานยนตท แ่ี จง หายไวหรอื ไม และผใู ดเปน เจา ของ
ó. ´ÒŒ ¹¡Òû‡Í§¡Ñ¹áÅлÃÒº»ÃÒÁ
สนับสนุนเจาหนาท่ีฝายปราบปรามอาชญากรรมในการใหขอมูลเก่ียวกับรถยนต

รถจกั รยานยนต เพื่อเปน การปอ งกนั และปราบปรามแกง ลกั ทรัพย

๕๕

ÃÐàºÕº¡ÒÃตําÃǨà¡ÕèÂÇ¡ºÑ ¤´ÅÕ Ñ¡É³Ð ñô º··èÕ ò
¡ÒÃÍÍ¡ตํา˹ÃÔ »Ù ¾Ãó·ÃѾÂˏ ÒÂáÅÐä´Œ¤¹×
-----------------------------

¢ŒÍ ôðð เมอ่ื มที รพั ยถ กู ประทษุ รา ย จาํ ตาํ หนริ ปู พรรณทรพั ยน น้ั ได และตอ งการแจง ให
พนกั งานฝา ยปกครอง หรอื ตาํ รวจในหนว ยอนื่ ทราบ เพอ่ื ขอใหช ว ยสบื จบั ใหส ถานตี าํ รวจ หรอื หนว ยงาน
ที่ไดร ับแจง ออกตาํ หนิรูปพรรณทรพั ยน ้นั ดงั ตอ ไปนี้

(๑) รถยนตหรือรถจักรยานยนต ออกรูปพรรณ แบบ วท.๙ - ต.๓๒๓
(ดหู มายเหตทุ ายระเบียบฯ)

(๒) รถจักรยาน ๒ ลอ หรือ ๓ ลอ ออกรปู พรรณ แบบ วท.๑๐ - ต.๓๒๔
(ดหู มายเหตุทายระเบียบฯ)

(๓) ทรพั ยอ่ืนๆ ออกรูปพรรณแบบ วท.๘-ต.๓๒๒
แตในกรณีท่ีทรัพยน้ันหายไป โดยแนใจวามิใชเนื่องจากกระทําความผิดอาญา เชน
ลืมท้ิงไว หรอื ตกหลนหายระหวา งเดินทาง เปนตน ใหส ถานีตํารวจ หรอื หนว ยงานทีไ่ ดร ับแจง รายงาน
ดว ย แบบรปู พรรณของหายและไดค ืน แบบ วท.๑๑ - ต.๓๒๕ (ดหู มายเหตุทายระเบียบ ฯ)
การออกตําหนิรูปพรรณในขอน้ี ใหสงออกจากสถานีตํารวจ หรือหนวยงานเจาของคดี
ÀÒÂã¹àÇÅÒ òô ªèÑÇâÁ§ นบั ตัง้ แตเวลาทไ่ี ดรับแจง หรอื ไดทราบการประทษุ รา ยหรอื หาย สุดแตจะได
รับทราบอยางใดกอน
¢ÍŒ ôðñ การจดตําหนิรูปพรรณทรัพยหายทุกชนิด ใหจดใหละเอียดพอที่จะให
บุคคลอื่น ซึ่งมิใชเจาของวินิจฉัยไดวาเปนทรัพยที่หายไปใชหรือไม ในเมื่อไดไปพบทรัพยน้ัน และ
ในกรณที ท่ี รพั ยห ายเปน ทรพั ยท ตี่ อ งจดทะเบยี น เชน รถจกั รยาน รถยนต ปน และเครอื่ งรบั วทิ ยุ เปน ตน
ใหค ดั สาํ เนาทะเบยี นทรพั ยน นั้ ๆ แนบไปพรอ มกบั ตาํ หนริ ปู พรรณ และเฉพาะอาวธุ ปน นน้ั พนกั งานสอบสวน
ทร่ี ับใบทะเบียนปน ทแี่ จง หายนี้แลว จัดสง ไปยังนายทะเบยี นอาวุธปน อีกชั้นหน่ึงดว ย ถา เหน็ วา เทา ท่ี
จดรูปพรรณไว ยังไมช ัดเจนพอ ก็ตอ งสอบถามตาํ หนสิ ําคญั ของส่ิงของสงิ่ น้ันใหชัดเจนยง่ิ ขนึ้ ในกรณี
จะเขยี นรูปภาพสงิ่ ของหายประกอบไวดว ยกไ็ ด

การจดน้ําหนักเงิน ทอง นาก หรือโลหะอยางอ่ืน ใหจดเปนมาตราเมตริก
น้าํ หนกั ๑ บาท เทา กบั ๑๕ กรมั นาํ้ หนกั ของเพชรใหจดเปนกะรตั

¢ŒÍ ôðò เพ่ือประโยชนในการจดตําหนิรูปพรรณของหาย จึงขอนําลักษณะการ
จดตาํ หนริ ปู พรรณมาชีแ้ จงไวเ พอ่ื เปนแนวทางโดยสงั เขป ดงั ตอ ไปน้ี

(๑) แหวน ควรใหท ราบวา เรอื นแหวนทาํ เปน เรอื นชนดิ ใด ทาํ ดว ยโลหะอะไร
รูปพรรณแหวนกลม รี อยา งไร ประดับดว ยเพชรลูกหรอื เพชรซีก นาํ้ เพชรสอี ะไร เพชรมลี ักษณะกลม
หรอื ยาวรี มรี อยแตกราว หรอื ไม เม็ดเดยี วหรือหลายเมด็ เม็ดละก่ีกะรัต ถาประดบั ดวยพลอยตองรวู า

๕๖

เปน พลอยชนดิ ไร เชน ทบั ทมิ ตอ งรวู า เปน ทบั ทมิ ชนดิ ไหน รปู รา งอยา งไรเปน รปู หลงั เบย้ี หรอื เจยี ระไน
นํ้าสีอะไรออนแกอยางไร แตกราวตรงไหนหรือไม เปนทับทิมแทหรือทับทิมชนิดที่เรียกวา พลอยหุง
นํ้าหนักเพชรคะเนเทาใด

(๒) สรอ ย ตอ งใหป รากฏวา เปน สรอ ยขอ มอื หรอื สรอ ยคอ หรอื สรอ ยสาํ หรบั
ใชก ารอยา งไร มรี ปู พรรณสณั ฐานเรยี กกนั วา อยา งไร หรอื คลา ยกบั รปู สง่ิ ของอยา งไร ทาํ ดว ย ทอง นาก
เงนิ หรอื สง่ิ ของอะไรนา้ํ หนกั เทา ไร และมสี รอ ยมอี กั ษรภาษาใด อยตู รงไหน เปน ยห่ี อ ชา งทอง หรอื เปน
อกั ษรทเี่ จา ของขดี เขยี นไวป ระการใด ถา มรี อยขาด หรอื ตอ ตอ งรวู า มอี ยตู รงไหน ถา มเี พชรหรอื พลอย
ยง่ิ ตองเขยี นใหช ัดเจน

(๓) นาฬก าตอ งปรากฏวา เรอื นทาํ ดว ยอะไร หรอื เรอื นมลี วดลายหรอื เกลย้ี ง
ลงยา หรือฝงเพชรที่ใดบาง เครื่องชนิดใด เรือนเล็กโตขนาดไหน ถาเรือนทองเปนทองหนักก่ีกะรัต
ยี่หออะไร หมายเลขประจําเรือนนาฬกาเทาไร อยูตรงไหนมีรอยบุบ หรือรอยขีดเขียนตรงไหน
เปนชนิดฝาปดหรือเปด ถาเปนชนิดฝาปดกระจก เปนวงเล็กบอกช่ัวโมงขางนอก และขางในฝา
ประการใด แมม สี รอ ย และลอ็ กเกต ตอ งแจง ลักษณะใหท ราบโดยละเอยี ด

(๔) ตางหู ตอ งใหป รากฏวา เรียกชอื่ อยา งใด หรอื คลา ยอะไร ทําดวย ทอง
นาก เงนิ หรืออะไร ถามเี พชร พลอย ฝง ตอ งใหไดค วามละเอียดดวย

(๕) อาวธุ ปน ตอ งใหท ราบเครอื่ งหมาย และตาํ หนสิ าํ คญั ตามใบอนญุ าตชนดิ ปน
เปนปนชนิดใด ใชกระสุนก่ีนัด ปนสั้นหรือยาว ขนาดเทาใด เลขทะเบียนที่จด จดตรงไหน เทาใด
ดามปนเปนอยา งไร

(๖) สตั วพ าหนะ ตอ งทราบวา ๑.ชนิดของสัตว เชน ชา ง มา โค กระบือ
๒.ตาบอดหรือดีเหลขางใด ๓.เขารวมหรือกางหรือต้ัง ๔.หูดีหรือฉีกมากนอยอยางใด ๕.หางดี
หรือกุด สั้นยาวเทาใด ๖.สีเผือกดําหรือแดง ๗.สูงประมาณกี่ฟุต กี่นิ้ว ๘.ขวัญมีอยูก่ีแหง ที่ใดบาง
๙.ลกั ษณะพเิ ศษอน่ื ๆ

(๗) เรือ ตองใหทราบวา เปนเรือชนิดใด กวาง ยาวเทาใด บรรทุกของ
หรอื คนเทาใด ตําหนสิ ําคัญ เชน รอยแตก เรอื ชอ่ื วา อยางไร สีอะไร ถา มีโซร อ ยใหบ อกลักษณะของโซ
มาดวยวา โซข นาดใด ยาวเทา ไร เลขหมายทะเบียนเรือเทา ใด การจดเลขหมายทะเบยี นเรือ เขยี นตวั
อกั ษรกาํ กบั ไวดว ย

(๘) เครื่องนุงหม เคร่ืองแตงกาย และเครื่องใชตางๆ ตองใหทราบวา
ชนดิ อะไร มลี ักษณะเปน อยางไร ทําดวยอะไร สหี รอื ลายเปน อยางไร แบบไหน คลา ยกับอะไร มีตําหนิ
สาํ คญั อยตู รงไหนบา ง ถา มเี ครอื่ งหมายเปน ตวั อกั ษร หรอื จาํ นวนเลขวา อยา งไร เขยี นกาํ กบั ไวต รงไหน
ถามีย่ีหอมีมาแตเดิม หรือเจาของเขียนขึ้นเอง ถามีรอยขาด แตก ราวหรือบิ่น ตองรูขนาดแตกราว
หรือบน่ิ น้ันกวา งยาวเทา ใด มสี ัณฐานอยา งใดดวย

๕๗

ถาสิ่งของใดมียี่หอ เครื่องหมายเปนอักษรภาษาอ่ืนนอกจากภาษาไทย ใหจดยี่หอ
เครื่องหมายที่เปนภาษาตางประเทศนั้น ลงในบัญชีของหายเปนอักษรของภาษาน้ัน แลวหมายเหตุ
เปน ภาษาไทยดวยวา อานวา อะไร ถา เปนอักษรจีนใหจ ดคาํ อานเปนสาํ เนยี งแตจ ิว๋

¢ŒÍ ôðó ในทอ งทใี่ ดมโี รงรบั จาํ นาํ ตงั้ อยู ใหพ จิ ารณาวา เมอ่ื พบสง่ิ ของทหี่ ายอาจจะให
เหน็ วาตรง หรือละมายคลา ยคลงึ กบั ของนน้ั แลว ใหพ นักงานสอบสวนรีบคดั ตาํ หนิรูปพรรณนั้นลงใน
บญั ชรี ปู พรรณของหายสาํ หรบั สง โรงรบั จาํ นาํ สง ไปยงั โรงรบั จาํ นาํ ในทอ งที่ และใหโ ทรศพั ทบ อกรปู พรรณ
ไปยังสถานตี าํ รวจใกลเคยี ง ทมี่ ีโรงรับจํานําต้งั อยูขอใหจ ดรปู พรรณนัน้ ๆ ไวใ นบัญชีรปู พรรณของหาย
สง โรงรับจาํ นาํ เพือ่ สงไปยังโรงรับจาํ นําในทอ งที่ของเขาดวย

ทั้งน้ีเพือ่ ใหโ รงรับจํานาํ ท่รี ับรปู พรรณไดค ัดสาํ เนาไวต รวจสอบในเวลาทรี่ ับจาํ นาํ ของเสีย
ชั้นหน่ึงกอนโดยใหโรงรับจํานําประทับตราย่ีหอไวเปนหลักฐานพรอมดวย วัน เดือน ป และเวลาท่ี
โรงรับจํานําไดทราบแลวดวย

¢ÍŒ ôðô เมอ่ื ทรพั ยท สี่ ง ตาํ หนริ ปู พรรณออกไปจากสถานตี าํ รวจ หรอื หนว ยงานเจา ของคดี
ไดกลับคืนมาท้ังหมด หรือเพียงบางสวนไมวาดวยประการใดๆ ใหใชแบบรูปพรรณชนิดเดียวกัน
กับทสี่ งไปในครั้งกอ นนนั้ กรอกรายการรูปพรรณทไี่ ดคนื สงใหแ กก องทะเบียนประวัตอิ าชญากร หรือ
ตํารวจวิทยาการสวนภมู ภิ าค แลว แตกรณีภายใน ๒๔ ชัว่ โมง นับแตเวลาท่ไี ดท ราบวา ทรัพยน น้ั ไดคนื
เพื่อประโยชนในการตรวจสอบกบั บตั รทท่ี ําไวและเพ่อื ถอนการประกาศสืบจับ

---------------------------------------
ËÁÒÂàËμØ แบบ วท.๙ - ต.๓๒๓ ในขอ ๔๐๐ (๑) ตอ มาไดแ กไขเปน Ç·.ò÷ - μ.÷ðó

แบบ วท.๑๐-ต.๓๒๔ ในขอ ๔๐๐ (๒) และ แบบ วท.๑๑-ต.๓๒๕ แกไ ขเปน
แบบ Ç·.ø-μ.óòò

๕๘

ẺÃÒ¡ÒÃตาํ ˹Ôû٠¾Ãó·Ã¾Ñ ¶¡Ù »ÃзØÉÃÒŒ ÂËÃ×ÍËÒÂ/ä´¤Œ ×¹

สวนราชการ สถานตี ํารวจ/แผนก................................ กก. ............................ บก. ........................
ท.ี่ ......................................... วนั ท่ี .............................. เดอื น ........................ พ.ศ. ..............................
เรยี น............................................
สง่ิ ทสี่ ง มาดว ย..................................................................................................................................
ทรัพยถูกประทุษรายหรือหาย ไดค ืน
ÃÒÂÅÐàÍÂÕ ´¡ÒÃËÒ à¡èÕÂÇ¡ºÑ ¤´Õ äÁ‹à¡ÕÂè Ç¡ºÑ ¤´Õ
ผเู สยี หาย..............................................................................................................................................
ทอ่ี ย.ู ....................................................................................................................................................
ผแู จง หาย...............................................................................................................................................
ทอ่ี ย.ู ....................................................................................................................................................
ขอ หา/เหตทุ หี่ าย....................................................................................................................................
สถานทเ่ี กดิ เหต.ุ ....................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………...........…........
วนั ทเี่ กดิ เหต.ุ ...................................................................................................................................
ไดร บั คาํ รอ งทกุ ขไ วต ามเลขคดที .่ี ...........วนั ท.่ี ........เดอื น.............พ.ศ. ................. ป.จ.ว.ขอ ....................
ÃÒÂÅÐàÍÕ´¡ÒÃä´¤Œ ×¹ ¨Ñº¡ÁØ ¼ŒμÙ ŒÍ§ËÒä´Œ......................................................คน
สถานทไ่ี ดค นื ..................................................................................................................................
วนั ทไ่ี ดค นื ........................................................................................ป.จ.ว.ขอ ..................................
วธิ กี ารไดค นื ......................................................................................................................................
ÃÒ¡ÒÃáÅÐตาํ ˹ÃÔ Ù»¾Ãó·Ã¾Ñ ¶Ù¡»ÃÐ·ÉØ ÃŒÒÂËÃ×ÍËÒÂ/ä´Œ¤×¹
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
รวม................................................รายการ มลู คาทงั้ สน้ิ ..................................................บาท
( ŧª×èÍ )
()
ตาํ á˹§‹ .......................................................
Ç·. ø – μ. óòò

๕๙

Ẻตาํ ˹ÔÃÙ»¾Ãóö¹μˏ ÃÍ× Ã¶¨Ñ¡ÃÂÒ¹Â¹μ¶¡Ù â¨Ã¡ÃÃÁ/ä´¤Œ ¹×

สว นราชการ สถานตี าํ รวจ/แผนก ............................. กก. ............................. บก. .................................
ที่ .................................................. วนั ท่ี .............................................................................................
เรยี น ....................................................................................................................................................
สิ่งทสี่ งมาดวย สาํ เนาคมู อื จดทะเบยี นรถ ๑ ฉบบั
รถยนต รถจักรยานยนต ถกู โจรกรรม
ไดค นื
เลขทะเบยี น ...................................................... จงั หวดั ......................................................................
ชอื่ รถ ........................................... แบบ ......................... รนุ ป ค.ศ. ................ สี ..............................
ชอื่ เครอ่ื งยนต ........................................... ชนดิ เชอื้ เพลงิ ....................................................................
เลขหมายเครอ่ื งยนต ................................................................ สบู ............................................... ซซี ี
เลขหมายตวั รถ ..................................................................... เพลา .......................................... ลอ
ลกั ษณะของรถ .......................................... ประเภทของรถ ................................................ ( รย. ๑๒ )
ตาํ หนหิ รอื ลกั ษณะพเิ ศษ ....................................................................................................................
ราคาประเมนิ ขณะทถี่ กู โจรกรรม ............................................................................................................
ชอ่ื เจา ของ ...........................................................................................................................................
บานเลขท่ี ............ หมทู ่ี .............ตรอก/ซอย .................. ถนน ................................
ตาํ บล/แขวง .......................... อาํ เภอ/เขต ............................ จงั หวดั .........................
รายละเอยี ดการถูกโจรกรรม
สถานทเ่ี กดิ เหตุ .........................................................................................................
วันทีเ่ กิดเหตุ .............................................................................................................
ไดร บั คาํ รอ งทกุ ขไ วต ามเลขคดที ่ี ...... วนั ที่ ...... เดอื น ........... พ.ศ. .....ปจว. ขอ .............
พฤตกิ ารณท ถ่ี กู โจรกรรม ............................................................................................
............................................................................................................................................................
รายละเอยี ดการไดคืน
สถานทไ่ี ดค นื ............................................................................................................
วนั ทไี่ ดคืน ................................................................................................................
วธิ กี ารไดค นื ...............................................................................................................
สภาพของรถทไ่ี ดค นื ..................................................................................................
( ลงชื่อ ) .............................................................
()
ตําแหนง .............................................................
Ç·. ò÷ - μ. ÷ðó

๖๐

๖๑

๖๒

๖๓

๖๔

ö. ·Ã¾Ñ Âˏ Ò·èÕäÁà‹ ¡èÂÕ Ç¡ºÑ ¤´Õ

·ÃѾËÒ·Õäè Áà‹ ¡èÂÕ Ç¡Ñº¤´Õ หมายถงึ ทรพั ยท ่ีเกบ็ ตกไดจากการตกหลน หรือหลงลมื ไว
ในที่สาธารณะ เชน ตามถนนหนทาง ในรถ ในเรือ ฯลฯ ซ่ึงทรัพยน้ีจะไมอยูใ นขอบขา ยของการไดมา
โดยเกยี่ วกบั การกระทาํ ผดิ กฎหมาย เชน จากการลกั ขโมย ชงิ ทรพั ยห รอื ในบางกรณที คี่ นรา ยอาจไดม า
โดยการกระทําผิดกฎหมาย แลวแสรงทําเปนของตกหลน และนําไปแจงตอฝายเจาหนาที่วา ตนเปน
ผูเก็บส่ิงของนั้นได ซ่ึงในกรณีหากสืบทราบภายหลังวาเปนทรัพยที่ไดมาผิดกฎหมาย ทรัพยจะตกอยู
ในสภาพทรัพยที่เก่ียวกับคดีและจะตองใหเจาหนาที่เก็บรักษาในฐานะของกลางคดีอาญาไวมีกําหนด
๕ ป หรือรอจนกวาคดีจะถึงที่สุดคือฟองศาลแลวคดีถึงที่สุด ก็ใหดําเนินการตามคําพิพากษา
สวนทรัพยรายใดท่ีไมเกี่ยวกับคดี ใหเก็บรักษาของกลางน้ันไวมีกําหนด ๑ ป นับจากวันเก็บตกได
และหลงั จากประกาศสบื หาเจา ของทรพั ยม าครบกาํ หนด ๑ ปแ ลว ไมม ผี ใู ดแสดงตนเปน เจา ของทรพั ยน นั้
กจ็ ะตกเปน กรรมสทิ ธข์ิ องผเู กบ็ ได ตามมาตรา ๑๓๒๕ วรรคแรก แหง ประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย
อันวาดวยเร่ืองเก่ียวกับทรัพยสินเก็บตกได ฉะน้ันพนักงานสอบสวนจะตองระมัดระวังเรื่องของกลาง
วารายใดเกี่ยวกับคดี รายใดไมเกี่ยวกับคดี โดยจะตองพิจารณาใหรอบคอบและใหทําบันทึกปากคํา
ของผูเ ก็บตกไดใ หแนชัดไวเ ปนหลักฐานดวยทุกครั้ง

ö.ñ á¹Ç·Ò§¡Òû¯ºÔ μÑ μÔ ÒÁÃÐàºÂÕ º¡ÒÃตาํ ÃǨà¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¤´Õ Å¡Ñ É³Ð ñõ
º··èÕ ô ¢Í§μ¡·ÕèÁÕ¼ŒàÙ ¡çºä´Œ

ã¹Ê‹Ç¹¢Í§Ê¶Ò¹ตÕ าํ ÃǨ
๑. เมอื่ มผี เู กบ็ ทรพั ยส นิ หายได และมอบใหส ถานตี าํ รวจ ใหล งรายการในสมดุ ยดึ ทรพั ย

ของกลาง โดยปรากฏช่ือ ท่ีอยูของผูเก็บทรัพยสินหายได ตลอดจนลักษณะตําหนิรูปพรรณทรัพยสิน
และสถานท่ีเก็บได บันทึกถอยคําผูเก็บเพื่อขอทราบถึงการไดของนั้นมา แลวสําเนาเอกสารดังกลาว
พรอมกับทรัพยที่เก็บไดสงใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือหนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค
เพื่อออกประกาศสบื หาเจา ของทรพั ยห รือผูมีสิทธิไ์ ดรับตอไป

ถาเจาพนักงานอ่ืนไดรับทรัพยสินนั้น ซ่ึงผูเก็บไดมามอบไวใหก็ใหปฏิบัติตามระเบียบนี้
โดยอนโุ ลม และใหแ จง หรอื นําสงตํารวจทอ งทีซ่ ึ่งเก็บทรพั ยท ่ีตกหายไดท ราบ แลวแตก รณี

๒. ใหส อบสวนผเู กบ็ ทรพั ยห ายใหช ดั เจนวา จะตอ งการรบั รางวลั หรอื ไม กรณที เี่ จา ของ
หรอื ผมู สี ทิ ธ์มิ ารับของคืน และหากครบกําหนด ๑ ป นบั แตว นั ทเ่ี กบ็ ได ไมปรากฏวา มีเจาของหรือผูม ี
สทิ ธม์ิ ารบั ของคนื ผเู กบ็ จะขอรบั ของนน้ั เปน กรรมสทิ ธห์ิ รอื จะยกเปน สทิ ธแ์ิ กท างราชการ และใหบ นั ทกึ
ความประสงคน ้นั ไว พรอ มท้ังแนะนาํ ผเู กบ็ วาหากยายทีอ่ ยูใ นระหวาง ๑ ป นบั แตว ันท่เี กบ็ ได ใหม า
แจงยังสถานีตํารวจท่ีเก็บไดหรือพนักงานเจาหนาที่รับแจงนั้นไวเดิม ถาไมสามารถจะทําได ก็ใหแจง
ณ สถานีตํารวจท่ีสามารถจะแจงได เพื่อจะไดติดตอใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ

๖๕

หนว ยพสิ ูจนหลกั ฐานสว นภูมภิ าคทราบ ท้ังนี้เพื่อประโยชนของผูเ กบ็ ทรัพยห ายได ในการทจี่ ะรับเงิน
รางวลั หรือขอรับทรัพยทเี่ กบ็ ไดน้นั เปน กรรมสิทธ์ขิ องตน

๓. ทรัพยสินที่ตองสงไปเก็บยัง กองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ หนวยพิสูจน
หลักฐาน ถาเปนทรัพยสินใหญโต หรือมีนํ้าหนักมาก ไมสะดวกตอการขนสงและการเคลื่อนยาย
หรอื สิน้ เปลืองเงนิ คาขนสงเกินสมควร เชน เคร่ืองยนต เรือ แพ ซงุ ปศสุ ตั วห รือสัตวพ าหนะ เปน ตน
ใหส ถานตี าํ รวจนั้นเก็บรกั ษาไวเอง

๔. ถามีผูมาแจงวาทําทรัพยสินตกหาย โดยเปนการหลงลืมทิ้งไว หรือทําตกหลน
ใหสถานีตํารวจสอบสวนช่ือสกุล ที่อยู ตลอดจนสถานท่ีที่ทําใหทรัพยสินหาย และตําหนิรูปพรรณ
โดยละเอยี ดแลว จดั ทาํ หนงั สอื ใหผ แู จง นาํ ไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื หนว ยพสิ จู นห ลกั ฐาน
สว นภมู ภิ าค ตรวจสอบหลกั ฐานแลว เชอ่ื วา เปน เจา ของทแ่ี ทจ รงิ กพ็ จิ ารณาอนญุ าตใหร บั คนื ไปได และ
หมายเหตไุ วใ นบญั ชใี หผ นู น้ั ลงชอ่ื รบั สง่ิ ของไวเ ปน หลกั ฐาน แลว แจง ใหส ถานตี าํ รวจทส่ี ง ทรพั ยห ายนน้ั
จดั การจําหนา ยบญั ชีทรพั ยข องกลางนัน้ ดว ย

๕. ถา ทรพั ยน้นั ยังมิไดสง กองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ หนวยพสิ จู นห ลกั ฐาน
สว นภมู ภิ าค และเกบ็ รกั ษาอยทู ส่ี ถานตี าํ รวจ เมอื่ มเี จา ของมาขอรบั คนื กใ็ หห วั หนา สถานตี าํ รวจตรวจสอบ
หลักฐานและพิจารณาอนุญาตใหรับคืนไดแลวหมายเหตุในบัญชี โดยใหผูนั้นลงช่ือรับสิ่งของไวเปน
หลกั ฐานแลว แจงใหกองทะเบียนประวัตอิ าชญากร และหนวยพิสูจนห ลักฐานสว นภมู ภิ าคทราบ

๖. ทรัพยหายท่ีมีผูเก็บได แลวไมนําสงเจาพนักงานภายในกําหนด เม่ือทรัพยนั้น
เกยี่ วขอ งกบั คดอี าญา ใหส ถานตี าํ รวจดาํ เนนิ การเรอ่ื งนน้ั เกบ็ รกั ษาทรพั ยน น้ั ไวจ นถงึ ทส่ี ดุ โดยใหป ฏบิ ตั ิ
ตามขอ ๑ ดว ยและเมอื่ คดีถึงทีส่ ดุ ใหดําเนินการตามคาํ พพิ ากษา ถา ยังไมม ผี ใู ดขอรับคืนไป ใหนาํ สง
กองทะเบียนประวัตอิ าชญากร หรือ หนว ยพสิ จู นหลักฐานสว นภมู ภิ าค ตามขอ ๑

๗. ทรพั ยห ายมผี เู กบ็ ได และสง มา กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรแลว ภายหลงั ปรากฏ
วาทรัพยน้ันเปนของกลางในคดีอาญาในสถานีตํารวจที่ดําเนินคดีขอรับไปเก็บรักษาไว ตามระเบียบ
เกี่ยวกับของกลางในคดอี าญา

๘. เม่ือครบกําหนด ๑ ป หากเจาของหรือผูมีสิทธ์ิหรือผูเก็บได ไมมาขอรับคืน
ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ หนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค เปนเจาหนาที่จัดการขาย
ทอดตลาด แลว นาํ เงนิ สง กง. เพอื่ ผลประโยชนข องทางราชการตอไป

หากกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ หนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค หรือ
หนวยราชการที่ไดรับทรัพยหายซึ่งมีผูเก็บไดเห็นวาทรัพยน้ันจะเปนประโยชนแกสวนราชการ หรือ
เพอ่ื เปนประโยชนท างอืน่ แลว ใหเสนอขออนมุ ัติ ตร. สัง่ การเปน เฉพาะรายไป

๖๖

ã¹ÊÇ‹ ¹¢Í§¡Í§·ÐàºÂÕ ¹»ÃÐÇμÑ ÍÔ ÒªÞÒ¡Ã
๑. ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๑ กองทะเบียนประวัติอาชญากร เปนหนวยงาน

รบั ผดิ ชอบ นาํ ทรัพยน นั้ ไปตรวจสอบกับฐานขอ มลู ทรพั ยห ายท้ังท่ีเกยี่ วกับคดี และไมเกยี่ วกบั คดีวา
เคยมผี ใู ดแจง หายไวห รอื ไม หากพบวา มผี แู จง หายไวซ ง่ึ เกยี่ วกบั คดี ใหแ จง สถานตี าํ รวจทร่ี บั เรอื่ งไวม ารบั
กลับไปดําเนนิ การ หากไมพบขอ มลู ฝา ยทะเบยี นประวัติอาชญากร ๑ กองทะเบยี นประวตั ิอาชญากร
จะออกประกาศสบื หาเจา ของทรพั ยตอไป

๒. หากมผี มู าอา งกรรมสทิ ธขิ์ อรบั ทรพั ยห ายคนื ใหต รวจสอบหลกั ฐานการเปน เจา ของ
แลวดําเนินการตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย บรรพ ๔ ทรัพยสิน ลักษณะ ๒ กรรมสิทธิ์
หมวด ๑ การไดม าซงึ่ กรรมสทิ ธิ์ มาตรา ๑๓๒๔ โดยเรยี กเกบ็ เงนิ จากเจา ของกรรมสทิ ธเิ์ ปน คา ธรรมเนยี ม
รักษาทรพั ยใ นอตั รา รอยละ ๒ คร่งึ ของราคาทรัพยสนิ แตไ มเ กนิ ๑๐๐ บาท และเงนิ รางวลั เพ่ือมอบ
ใหแ กผเู กบ็ ในอตั รารอยละ ๑๐ ของราคาทรัพยสินภายใน ๑,๐๐๐ บาท ถา ราคาทรัพยส นิ นั้นสงู กวา
๑,๐๐๐ บาท ข้นึ ไป ใหค ดิ อกี รอ ยละ ๕ ในราคาที่เพมิ่ ขน้ึ น้นั

๓. ออกใบเสร็จรับเงินคารักษาทรัพย และใบรับรองขอเงินรางวัลไวเปนหลักฐาน
โดยจาํ นวนเงินคารกั ษาทรัพยใหสง กง.

๔. ภายหลังจากออกประกาศสืบหาเจาของทรัพยครบ ๑ ป ไมม ีผูใดมาอา งกรรมสทิ ธ์ิ
ให ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๑ กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร จดั การขายทอดตลาด แลว นาํ เงนิ
สง กองการเงิน เพือ่ ผลประโยชนของทางราชการตอ ไป

ในสว นภมู ิภาค สถานีตาํ รวจภูธรใหป ฏิบตั ิโดยอนุโลมเชนเดยี วกบั สถานตี าํ รวจนครบาล
หนาที่ใดซึ่งกําหนดใหเปนหนาที่ของ กองทะเบียนประวัติอาชญากร ใหหนวยพิสูจนหลักฐาน
สวนภูมิภาคเปน ผูดาํ เนนิ การ

ö.ò »ÃÐÁÇÅ¡®ËÁÒÂᾋ§áÅоҳªÔ  à¡èÂÕ Ç¡Ñº·Ã¾Ñ Âʏ Ô¹à¡çºμ¡ä´Œ

ÁÒμÃÒ ñóòó บคุ คลเก็บไดซ ่ึงทรพั ยสินหาย ตองทาํ อยา งหน่ึงอยา งใดดังตอ ไปน้ี
(๑) สง มอบทรพั ยส นิ นนั้ แกผ ขู องหาย หรอื เจา ของ หรอื บคุ คลอนื่ ผมู สี ทิ ธจิ ะรบั ทรพั ยส นิ
นัน้ หรือ
(๒) แจงแกผูข องหาย หรอื เจาของ หรอื บุคคลอน่ื ผูมสี ทิ ธิจะรบั ทรัพยส นิ น้ันโดยมชิ กั ชา
หรือ
(๓) สง มอบทรัพยสินน้ันแกตาํ รวจนครบาล หรอื พนักงานเจา หนา ทอ่ี ่นื ภายใน ๓ วัน
และแจง พฤตกิ ารณต ามทท่ี ราบ อนั อาจเปน เครอื่ งชว ยในการสบื หาตวั บคุ คลผมู สี ทิ ธจิ ะรบั ทรพั ยส นิ นนั้
แตถาไมทราบตัวผูของหาย เจาของหรือบุคคลอ่ืนผูมีสิทธิจะรับทรัพยสินก็ดี หรือบุคคลดังระบุน้ัน
ไมรบั มอบทรัพยส นิ ก็ดี ทา นใหรบี ดําเนนิ การตามวิธีอนั บัญญัติไวในอนุมาตรา (๓)

๖๗

ทงั้ นี้ ทา นวา ผเู กบ็ ไดซ งึ่ ทรพั ยห ายตอ งรกั ษาทรพั ยส นิ นนั้ ไวด ว ยความระมดั ระวงั อนั สมควร
จนกวา จะสง มอบ

ÁÒμÃÒ ñóòô ผูเก็บไดซ่ึงทรัพยสินหาย อาจเรียกรองเอารางวัลจากบุคคลผูมีสิทธิ
จะรบั ทรพั ยส นิ นนั้ เปน จาํ นวนรอ ยละสบิ แหง คา ทรพั ยส นิ ภายในราคาพนั บาท และถา สงู กวา นนั้ ขนึ้ ไป
ใหคิดอีกรอยละหา ในจํานวนท่ีเพิ่มข้ึน แตถาผูเก็บไดซึ่งทรัพยสินหายไดสงมอบทรัพยสินน้ันแก
ตํารวจนครบาลหรือพนักงานเจาหนาท่ีอื่นไซร ทานวาใหเสียเงินอีกรอยละสองคร่ึงแหงคาทรัพยสิน
เปนคาธรรมเนียมแกทบวงการนั้นๆ เพิ่มขึ้นเปนสวนหนึ่งตางหากจากรางวัลซ่ึงใหแกผูเก็บได
แตค าธรรมเนยี มนีท้ า นจํากดั ไวไมใหเ กนิ หนงึ่ รอยบาท

ถา ผซู งึ่ เกบ็ ไดซ ง่ึ ทรพั ยส นิ หาย มไิ ดป ฏบิ ตั ติ ามบทบญั ญตั ใิ นมาตรากอ นไซร ทา นวา ผนู น้ั
ไมมีสทิ ธจิ ะรับรางวลั

ÁÒμÃÒ ñóòõ ถา ผเู กบ็ ไดซ ง่ึ ทรพั ยส นิ หายไดป ฏบิ ตั ติ ามบทบญั ญตั มิ าตรา ๑๓๒๓ แลว
และผมู สี ทิ ธจิ ะรบั ทรพั ยส นิ นนั้ มไิ ดเ รยี กเอาภายในหนงึ่ ป นบั แตว นั ทเี่ กบ็ ไดไ ซร ทา นวา กรรมสทิ ธต์ิ กแก
ผูเก็บได

แตถาทรัพยสินซ่ึงไมมีผูเรียกเอาน้ันเปนวัตถุโบราณวัตถุนั้นไซรกรรมสิทธ์ิแหงทรัพยสิน
นน้ั ตกแกแ ผน ดิน แตผูเ กบ็ มสี ทิ ธจิ์ ะไดร บั รางวลั รอยละสบิ แหงคาทรัพยสนิ นน้ั

ÁÒμÃÒ ñóòö การเก็บไดซึ่งทรัพยสินอันตก หรือทิ้งทะเล หรือทางนํ้าหรือน้ําซัด
ขน้ึ ฝง นั้น ทานใหบ ังคบั ตามกฎหมายและกฎขอ บังคบั วา ดวยการนน้ั

ÁÒμÃÒ ñóò÷ ภายในบงั คบั แหงกฎหมายอาญา กรรมสทิ ธแิ์ หง ส่ิงใดๆ ซึง่ ไดใชใ นการ
กระทําผิด หรือไดมาโดยการกระทําผิดหรือเก่ียวกับการกระทําผิดโดยประการอ่ืน และไดสงไวใน
ความรักษาของกรมในรัฐบาลนั้น ทานวาตกเปนของแผนดิน ถาเจาของมิไดเรียกเอาภายในหน่ึงป
นบั แตวันสง หรือถา ไดฟ องคดีอาญาตอศาลแลว หรือนบั แตวันทค่ี าํ พพิ ากษาถงึ ท่ีสดุ แตถา ไมท ราบตวั
เจาของ ทา นใหผอนเวลาออกไปเปน หา ป

ถา ทรพั ยส นิ เปน ของเสยี หายหรอื ถา หนว งชา ไวจ ะเปน การเสยี่ งความเสยี หาย หรอื คา ใชจ า ย
จะเกินสวนกับคาของทรัพยสินน้ันไซร ทานวากรมในรัฐบาลจะจัดใหเอาออกขายทอดตลาดกอนถึง
กําหนดก็ได แตกอนท่ีจะขาย ใหจัดการตามควรเพื่อบันทึกรายการอันเปนเครื่องในบุคคลผูมีสิทธ์ิ
จะรบั ทรพั ยส นิ นนั้ อาจทราบวา เปน ทรพั ยส นิ ของตนและพสิ จู นส ทิ ธไิ ด เมอ่ื ขายแลว ไดเ งนิ เปน จาํ นวน
สทุ ธเิ ทา ใดใหถ อื ไวแ ทนตัวทรัพยส ิน

ÁÒμÃÒ ñóòø สังหาริมทรัพยมีคาซึ่งซอนหรือฝงไวนั้น ถามีผูเก็บไดโดยพฤติการณ
ซงึ่ ไมม ผี ใู ดสามารถอา งไดว า เปน เจา ของไดไ ซร ทา นวา กรรมสทิ ธติ์ กเปน ของแผน ดนิ ผเู กบ็ ตอ งสง มอบ
ทรัพยนั้นแกตํารวจนครบาล หรือพนักงานเจาหนาที่อื่นแลวมีสิทธิจะไดรับรางวัลหนึ่งในสาม
แหงคา ทรัพยน ัน้

๖๘

ÁÒμÃÒ ñóòù สิทธขิ องบุคคลผไู ดมาซ่ึงทรพั ยสินโดยมคี าตอบแทนและโดยสุจรติ นน้ั
ทา นวา มเิ สยี ไป ถงึ แมว า ผโู อนทรพั ยส นิ ใหจ ะไดท รพั ยน น้ั มาโดยนติ กิ รรม อนั เปน โมฆยี ะ และนติ กิ รรม
นน้ั ไดถูกบอกลา งภายหลงั

ÁÒμÃÒ ñóóð สทิ ธขิ องบคุ คลผซู อื้ ทรพั ยส นิ โดยสจุ รติ ในการขายทอดตลาดตามคาํ สง่ั ศาล
หรือคําส่ังเจาพนักงานรักษาทรัพยในคดีลมละลาย ทานวามิเสียไป ถึงแมภายหลังจะพิสูจนไดวา
เงินนัน้ มใิ ชของจาํ เลย หรือลกู หนี้โดยคําพพิ ากษา หรอื ผูล มละลาย

๖๙

»ÃÐÁÇÅÃÐàºÂÕ º¡ÒÃตาํ ÃǨà¡ÕÂè Ç¡ºÑ ¤´Õ
ÅѡɳРñõ

¢Í§¡ÅÒ§áÅТͧʋǹμÑǼٌμÍŒ §ËÒ

º··èÕ ô ·Ã¾Ñ ÂÊ¹Ô ËÒ·èÁÕ Õ¼àŒÙ ¡çºä´Œ
วธิ ีปฏิบัตใิ นสวนทเี่ กยี่ วกับทรพั ยส ินหายท่มี ีผเู กบ็ ได ใหถ อื ปฏิบตั ิดงั นี้
ขอ ๑ สถานีตํารวจนครบาลทองที่ใดท่ีมีผูเก็บทรัพยสินหายได มอบใหสถานีตํารวจ
แหงนั้นรับไว ก็ใหลงรายงานเบ็ดเสร็จประจําวันสมุดยึดทรัพยสินของกลางใหปรากฏชื่อ ท่ีอยูของ
ผูเก็บทรัพยสินหายได ตลอดจนลักษณะตําหนิรูปพรรณทรัพยสินและสถานท่ีท่ีเก็บไดโดยชัดเจนแลว
บันทึกถอยคําผูเก็บใหทราบถึงการไดของน้ันมาโดยละเอียด แลวสําเนาเอกสารดังกลาวพรอมกับ
สง ของกลางนน้ั ไปใหก องทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ภายในกาํ หนด ๓ วนั เพอ่ื สบื หาหรอื ออกประกาศ
สืบหาเจา ของหรือผมู ีสิทธิไ์ ดรบั ตอ ไป
ถา พนกั งานเจา หนา ทอ่ี น่ื ไดร บั ทรพั ยส นิ ซงึ่ ผเู กบ็ ไดม ามอบใหไ วก ใ็ หป ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บน้ี
โดยอนโุ ลม และใหแจงหรือนําสง ตํารวจทอ งท่ีทเ่ี ก็บทรพั ยสินหายไดใ หท ราบ แลวแตก รณี
ขอ ๒ ใหสอบสวนผูเก็บทรัพยสินหายไดทุกรายใหชัดเจนวา จะตองการรับรางวัล
หรอื ไมเ มอื่ ครบกาํ หนด ๑ ป นบั แตว นั ทเ่ี กบ็ ไดแ ลว หากไมป รากฏวา มเี จา ของ หรอื ผมู สี ทิ ธมิ ารบั ของคนื
ผเู กบ็ จะขอรบั ของนน้ั เปน กรรมสทิ ธหิ์ รอื จะยกใหเ ปน สทิ ธแิ กท างราชการ หากผนู น้ั มคี วามประสงคอ ยา งใด
ใหบ นั ทกึ ไวเ ปน หลกั ฐานและแสดงไวใ นหลกั ฐานตามขอ ๑ เพอ่ื กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรไดท ราบ
ไวด ว ย และใหแนะนาํ แกผ เู ก็บไดด วยวาหากยายท่อี ยูในระหวาง ๑ ป นับแตวนั ทเี่ ก็บไดใ หมาแจง ณ
สถานตี าํ รวจทเ่ี กบ็ ไดห รอื พนกั งานเจา หนา ทท่ี ร่ี บั แจง ไวเ ดมิ ถา มสิ ามารถจะทาํ ไดก ใ็ หแ จง ณ สถานตี าํ รวจ
ทส่ี ามารถจะแจง ได เพอื่ จะไดต ดิ ตอ ใหก องทะเบยี นประวตั อิ าชญากรทราบ ทง้ั น้ี เพอื่ ประโยชนข องผเู กบ็
ทรพั ยส นิ หายไดเ องในการทจี่ ะตดิ ตอ รบั รางวลั หรอื ขอรบั ทรพั ยส นิ หายทเี่ กบ็ ไดน น้ั เปน กรรมสทิ ธข์ิ องตน
ขอ ๓ ทรพั ยส นิ ทตี่ อ งสง ไปเกบ็ ยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรตามทกี่ ลา วมาในขอ ๑
ถาเปนส่ิงของท่ีใหญโตหรือมีนํ้าหนักมากไมสะดวกแกการขนสงและการเคลื่อนยายหรือจะเปนการ
สิ้นเปลืองเงินคาขนสงเกินสมควร เชน เคร่ืองยนต เรือ แพ ซุง ปศุสัตวหรือสัตวพาหนะ เปนตน
ใหส ถานตี าํ รวจนนั้ เกบ็ รกั ษาไวเ อง
สวนปศุสัตวหรือสัตวพาหนะสําหรับเขตทองที่อําเภอชั้นใน ใหสารวัตรใหญ สารวัตร
หรือผูรักษาการแทนแลวแตกรณีพิจารณา ถามีเหตุจําเปนก็ใหสงไปยังกองกํากับการตํารวจมา หรือ
โรงเรยี นตาํ รวจนครบาลเลีย้ งรกั ษาไว
ขอ ๔ ใหส ถานตี าํ รวจนครบาล ซงึ่ ไดร บั ทรพั ยส นิ หายทมี่ ผี เู กบ็ ไดจ ดั การสบื หาตวั เจา ของ
หรือผูมีสิทธิไดรับทรัพยสินดวยและใหประกาศหาเจาของหรือผูมีสิทธิไดรับติดไวโดยเปดเผยที่สถานี
ตํารวจ ใหป ระชาชนเห็นไดโ ดยชดั เจน

๗๐

ขอ ๕ ถา มผี มู าแจง วา ทรพั ยส นิ หาย โดยจะเปน การหลงลมื ทงิ้ ไวห รอื ทาํ ตกหลน อยา งไร
ก็ตามใหสถานีตํารวจแหงน้ัน ๆ รับแจงความลงรายงานเบ็ดเสร็จประจําวันไว แลวใหสอบสวนชื่อ
และสกลุ ตลอดจนทอ่ี ยสู ถานทท่ี ท่ี าํ ใหท รพั ยส นิ หายและตาํ หนริ ปู พรรณของสง่ิ นน้ั โดยละเอยี ดและจดั ทาํ
หนังสือใหผูแจงนําไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากรเพ่ือตรวจสอบดูวาไดมีผูเก็บไดและนําสงมอบ
ไวห รอื ไม ในกรณที ม่ี ผี เู กบ็ ไดแ ละนาํ มาสง มอบไว เมอ่ื กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรตรวจสอบหลกั ฐาน
แลวเช่ือแนวา ผูนั้นเปนเจาของท่ีแทจริงก็พิจารณาอนุญาตใหรับคืนไปไดและหมายเหตุไวในบัญชี
ใหผูน ้นั ลงชื่อรบั สงของไวเ ปนหลกั ฐาน แลว แจง สถานตี าํ รวจทสี่ ง ทรพั ยสินน้ันมาจดั การจาํ หนา ยบญั ชี
ทรัพยของกลางนน้ั ดว ย

ถาเปนทรัพยสินท่ียังมิไดสงกองทะเบียนประวัติอาชญากร และยังเก็บรักษาอยูที่สถานี
ตาํ รวจนน้ั ในเมอ่ื ผเู ปน เจา ของมาขอรบั คนื กใ็ หส ารวตั รใหญ สารวตั รหรอื ผรู กั ษาการแทนแลว แตก รณี
ตรวจสอบหลักฐานและพิจารณาอนุญาตใหรับคืนไปได แลวหมายเหตุไวในบัญชีกับใหผูนั้นลงช่ือ
รับส่ิงของไวเปนหลักฐาน แลวแจงใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรทราบ เพ่ือประโยชนในการ
ตอบคําถามและรวบรวมสถิติตอ ไป

ขอ ๖ ทรัพยสินหายท่ีมีผูเก็บไดแลวไมนําสงมอบไวตอเจาพนักงานภายในกําหนด
เม่ือเปนคดีอาญาเก่ียวกับทรัพยสินนั้น ใหสถานีตํารวจที่ดําเนินเรื่องนั้นเก็บรักษาส่ิงของกลางเก็บได
นั้นไวกอนจนกวาคดีจะถึงที่สุด โดยใหปฏิบัติตามขอ ๑ ดวยและคดีถึงที่สุดแลว ใหดําเนินการตาม
คาํ พพิ ากษาถา ยงั ไมม ผี มู ารบั ของคนื ไป กใ็ หน าํ ทรพั ยส นิ นน้ั สง กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ตามขอ ๑

ขอ ๗ ทรพั ยส นิ หายทมี่ ผี เู กบ็ ไดแ ละสง มาเกบ็ รกั ษาไวย งั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร
แลว หากปรากฏในภายหลงั วา ทรพั ยสินนนั้ เปนของกลางในคดอี าญาแลวใหสถานตี าํ รวจทีด่ าํ เนนิ คดี
ขอรับไปเก็บรกั ษาไวตามระเบียบเกย่ี วกับของกลางในคดีอาญา

ขอ ๘ เมอ่ื ครบกาํ หนด ๑ ป แลวหากเจา ของหรือผมู ีสิทธหิ รอื ผูเก็บได ไมม าขอรับของ
คนื ไป ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรเปน เจา หนา ที่จัดการขายทอดตลาดแลวนาํ เงินสงกองการเงนิ
กรมตํารวจ เพื่อผลประโยชนของทางราชการตอไป

หากกองทะเบียนประวัติอาชญากรหรือหนวยราชการอ่ืนที่ไดรับทรัพยสินหายและมี
ผูเก็บไดพิจารณาเห็นวาทรัพยสินสิ่งใดเปนประโยชนแกสวนราชการ กรมตํารวจ หรือเพ่ือประโยชน
ทางอนื่ แลว ใหเ สนอขออนมุ ัตกิ รมตํารวจสั่งการ เปนเฉพาะรายไป

ในสว นภมู ภิ าคนอกจากจะถอื ปฏิบัติตามขอบังคบั การเกบ็ รกั ษาของกลาง ของกระทรวง
มหาดไทยกับระเบียบการเก็บของกลางในประมวลระเบียบการตํารวจเก่ียวกับคดีลักษณะ ๑๕ แลว
ใหสถานีตํารวจภูธรปฏิบัติการโดยอนุโลมเชนเดียวกับสถานีตํารวจนครบาลหนาท่ีใดซ่ึงกําหนดใหเปน
หนาท่ีของกองทะเบยี นประวัติอาชญากร ก็ใหกองกาํ กับการตํารวจ ๑ วทิ ยาการเขตเปน ผูด าํ เนินการ
และตดิ ตอ ประสานงานกบั กองทะเบียนประวตั อิ าชญากรทราบดว ย

(ระเบยี บกรมตาํ รวจ วาดว ยระเบยี บเกี่ยวกบั ทรัพยส นิ หายทม่ี ีผเู กบ็ ได (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๗)

๗๑

÷. ¤¹ËÒ¾ÅÑ´Ëŧ ¤¹μÒÂäÁ‹·ÃÒºªÍ×è

÷.ñ á¹Ç·Ò§¡Òû¯ºÔ μÑ Ô¡Ã³Õ¤¹ËÒÂ¾Å´Ñ Ëŧ
๗.๑.๑ การจัดทําแบบรายงาน
แบบรายงานท่ีเกยี่ วของกับคนหายพลัดหลงมีดังน้ี
๑) แบบแจง คนหาย (แบบ คพศ.๑)
๒) แบบแจงคนหายไดคืน (แบบ คพศ.๕)
๓) แบบขอ มูลรับแจง เหตคุ นหายพลัดหลง (แบบ ศบคน - ๑)
๔) แบบรายงานรับแจง คนหายไดค นื (แบบ ศบคน - ๒)
๕) แบบรายงานสถิตคิ นหายพลดั หลง (แบบ ศบคน - ๕)
๗.๑.๒ การจัดสง แบบรายงาน
ใหห วั หนา สถานตี าํ รวจรายงานขอ มลู เบอ้ื งตน โดยจดั สง แบบขอ มลู รบั แจง

เหตคุ นหายพลดั หลง (แบบ ศบคน-๑) ผานแอปพลิเคชนั LINE ในแตละระดับ ตามแนวทางปฏิบตั ิ
ในการจดั ตั้งกลุม LINE ในการรับแจง ขอ มลู คนหาย ศพนริ นามภายใน ๒๔ ช่วั โมงนบั จากท่ีไดจดั ทาํ
ขอ มลู แลว เสรจ็ ตอ มาภายหลงั หากสามารถตดิ ตามคนหายพบแลว ใหร ายงานเพมิ่ เตมิ ตามแบบรายงาน
รับแจง คนหายไดค ืน (แบบ ศบคน - ๒) ภายใน ๒๔ ชัว่ โมงนับแตวันท่พี บตวั

๗.๑.๓ หนาท่ีของสถานตี าํ รวจ
๑) ใหทุกสถานีตํารวจจัดต้ัง ศูนยบริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม

ระดบั สถานีตาํ รวจเรียกโดยยอ วา “ศบคน.สน./สภ.” โดยมี ผกก./สวญ./สว. เปน ผอ.ศบคน.สน./สภ.
และใหสามารถประกอบกาํ ลังไดต ามความจําเปนและเหมาะสม

๒) เมอ่ื มผี มู าแจง ความเกยี่ วกบั คนหาย คนพลดั หลง พนกั งานสอบสวน
ผูรับแจงตองใหความสําคัญและตอบสนองดําเนินการในทันที หามมิใหยกเหตุอางวาตองรอใหครบ
๒๔ ชวั่ โมงกอ นโดยสอบถามรายละเอยี ด ในเบอื้ งตน จากผแู จง และ/หรอื พยาน แลว รบี แจง ศนู ยว ทิ ยเุ ครอื ขา ย
ในสังกัดและหนวยขางเคียง เชน กองบังคับการตํารวจทางหลวง กองบังคับการตํารวจรถไฟ
กองบงั คบั การตาํ รวจนาํ้ รวมท้งั ดานตรวจคนเขา เมือง เพือ่ สกดั กน้ั ตามดานใกลเ คียงหรือจุดทีค่ าดวา
ผถู กู ลอ ลวงลกั พาจะผา นไปโดยดว น เปน ตน ดาํ เนนิ การตรวจสอบขอ เทจ็ จรงิ ในสถานทเี่ กดิ เหตโุ ดยมชิ กั ชา

๓) หลงั จากทรี่ ายงานขอ มลู เบอ้ื งตน ตาม ๗.๑.๒ แลว ใหด าํ เนนิ การตาม
แนวทางการปฏิบัติกรณีคนหายตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจน
ศพนริ นาม (ค.พ.ศ.) กําหนด โดยใหเ รง รัดพนักงานสอบสวน รบี ดําเนินการบนั ทึกขอมลู คนหาย ตาม
แบบแจง คนหาย (แบบ คพศ.๑) ในระบบงานตามโครงการจดั ทาํ ระบบฐานขอ มลู กลางในการจดั เกบ็ และ
สบื คน ขอ มลู บคุ คลสญู หายและพสิ จู นศ พนริ นาม ของ ค.พ.ศ. ใน website ชอื่ www.thaimissing.go.th
ใหแลวเสร็จภายใน ๒๔ ช่ัวโมงนับแตวันท่ีไดรับแจง หากสามารถติดตามคนหายพลัดหลงพบแลว
ใหร บี ดาํ เนนิ การบนั ทกึ ขอ มลู คนหายไดค นื ตามแบบแจง คนหายไดค นื (แบบ คพศ.๕) ในระบบ ใหแ ลว เสรจ็

๗๒

ภายใน ๒๔ ชั่วโมงนับแตวันที่พบตัว แลวสั่งพิมพรายงานตาม แบบ คพศ.๑ หรือ แบบ คพศ.๕
จากระบบ ตรวจสอบความถูกตองครบถวนแลวลงชื่อพนักงานสอบสวนในแบบรายงานจัดเก็บไวเปน
หลักฐานโดยไมตองจัดสงเอกสารไปยงั กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร ศนู ยพ สิ จู นห ลักฐาน ๑ - ๑๐
และ พิสจู นหลกั ฐานจังหวดั อีกแตอ ยางใดโดยใหถอื วา ขอ มูลท่บี ันทึกในระบบฐานขอมลู กลางในการ
จัดเก็บและสืบคนขอมูลบุคคลสูญหายและพิสูจนศพนิรนามของ ค.พ.ศ. เปนการออกประกาศและ
ถอนประกาศตามระเบยี บของสํานกั งานตํารวจแหงชาติ

การกรอกตําหนิรูปพรรณคนหาย ใหกรอกขอความใหละเอียด
เพยี งพอทีเ่ จาหนาท่ตี าํ รวจ หรอื บุคคลท่พี บเหน็ จะมน่ั ใจไดวาบุคคลน้ันเปน บุคคลท่ไี ดรบั แจงหายไว

๔) กรณที ส่ี ถานตี าํ รวจไดร บั แจง เบาะแสบคุ คลสญู หายจาก กองทะเบยี น
ประวตั อิ าชญากร/ฝา ยเลขานกุ าร คบคน.ตร. ซง่ึ เปน ขอ มลู คนหายทป่ี ระชาชนโทรศพั ทข อความชว ยเหลอื
มายงั ศนู ยร บั แจง ขอ มลู ขา วสาร ๑๕๙๙ หรอื สถาบนั นติ วิ ทิ ยาศาสตร กระทรวงยตุ ธิ รรม หรอื สาํ นกั งาน
ยุติธรรมจังหวัด หรือศูนยดํารงธรรม หรือมูลนิธิกระจกเงา ใหพนักงานสอบสวนท่ีไดรับมอบหมาย
ประสานรายละเอียดกลับไปยังผูแจง โดยแนะนําใหผูแจงมาลงบันทึกประจําวันไวเปนหลักฐาน
แลวดําเนินการบันทึกขอมูลคนหายพลัดหลงในระบบงานตามโครงการจัดทําระบบฐานขอมูลกลาง
ในการจัดเก็บและสืบคนขอมูลบุคคลสูญหายและพิสูจนศพนิรนามของ ค.พ.ศ. ภายใน ๒๔ ชั่วโมง
นับแตวันทีไ่ ดรับแจง

๕) ถาการสอบสวนรับแจงน้ันมีเหตุอันควรสงสัย หรือเชื่อม่ันวา
จะเกยี่ วขอ งกบั การเมอื ง ใหท าํ การสอบสวนมลู กรณโี ดยละเอยี ด และรายงานดว นถงึ ตร. (ผา น บช.ส.)
เพ่ือพิจารณาส่งั การใหดําเนินการสบื สวนตดิ ตามเปนกรณพี เิ ศษ

๖) ใหหัวหนาสถานีตํารวจ มอบหมาย รองหัวหนาหนวยท่ีรับผิดชอบ
งานสบื สวน เปน รอง ผอ.ศบคน. ในระดบั สถานีตาํ รวจ เพือ่ เปน ศนู ยกลางในการสัง่ งาน ประสาน
การปฏบิ ัติ ตดิ ตามคนหาย และหม่นั ไปตดิ ตอ เย่ียมเยยี นเปนระยะๆ โดยใหมีรายละเอียดวัน เดอื น ป
ท่ีสืบสวนติดตามและไดไปเยี่ยมเยียนสอบถามกับผูใด โดยใหผูนั้นลงลายมือชื่อในบันทึกการสืบสวน
ตดิ ตามเปน หลกั ฐานดว ย

๗) ใหพ นกั งานสอบสวนหรอื ผทู ไ่ี ดร บั มอบหมายใหส บื สวนตดิ ตามคนหาย
จัดทํา “บันทึกการสืบสวนบุคคลสูญหาย” โดยมีรายละเอียดท่ีเก่ียวของกับบุคคลผูสูญหาย แนวทาง
การสืบสวนติดตามท่ีไดดําเนินการไว และใหมีการสงมอบบันทึกการสืบสวนดังกลาว ใหผูมีหนาที่
รบั ผดิ ชอบคนใหม เมอื่ มกี ารเปลยี่ นแปลงโยกยา ยตาํ แหนง หรอื เปลย่ี นแปลงงานทรี่ บั ผดิ ชอบ เพอ่ื ใหก าร
สบื สวนตดิ ตามมคี วามตอ เนอ่ื ง แลว รายงานผลการสบื สวนตดิ ตามมายงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร/
ฝา ยเลขานกุ าร คบคน.ตร.ภายในระยะเวลาทก่ี ําหนด

๘) ใหทุกสถานีตํารวจจัดทําสมุดสารบบคนหาย ตามแบบแนบทาย
หนงั สอื สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ท่ี ๐๐๑๑.๒๒/๑๒๒๗ ลงวนั ท่ี ๓๐ มนี าคม ๒๕๕๕ จดั เกบ็ ไวท ส่ี ถานี

๗๓

ตาํ รวจ พรอ มกบั จดั ทาํ แฟม เกบ็ รวบรวมรายงานตาํ หนริ ปู พรรณคนหาย และรายงานการไดต วั คนหายคนื
เพื่อการตรวจสอบ คนหา และเปนขอมูลสนับสนุนการทํางานในงานการบริหารจัดการคนหายและ
ศพนริ นาม

๙) หากตองมีการดําเนินการตามกระบวนการพิสูจนเอกลักษณบุคคล
ของสํานักงานตํารวจแหงชาติ เพ่ือการยืนยันเอกลักษณบุคคลวาผูตายเปนใคร เปนคนหายหรือไม
ใหพ นกั งานสอบสวนประสานขอความรว มมอื โดยใหร ะบใุ นทา ยแบบขอ มลู รบั แจง เหตคุ นหายพลดั หลง
(แบบ ศบคน-๑) หรือแบบขอมูลรับแจงเหตุศพนิรนาม (แบบ ศบคน - ๓) วา “พนักงานสอบสวน
มีความเห็นวา จะตองมีการดําเนินการตามกระบวนการพิสูจนเอกลักษณบุคคลของสํานักงาน
ตํารวจแหงชาติเพื่อการยืนยันเอกลักษณบุคคลวาผูตายเปนใคร จึงประสานขอความรวมมือ
กลมุ งานพสิ จู นเ อกลกั ษณบ คุ คล สาํ นกั งานพสิ จู นห ลกั ฐานตาํ รวจ ในการรวบรวมขอ มลู กอ นการเสยี ชวี ติ
(Ante Mortem - AM)”

๑๐) ใหพนักงานสอบสวนหรือผูท่ีไดรับมอบหมายใหสืบสวนติดตาม
คนหาย รายงานผลการสบื สวนตดิ ตามมายงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร/ฝา ยเลขานกุ าร คบคน.ตร.
ภายใน ๓๐ วัน จนกวา จะพบตวั

๑๑) ใหพ นกั งานสอบสวนรายงานสถติ คิ นหายพลดั หลง ตามแบบรายงาน
สถิตคิ นหายพลดั หลง (แบบ ศบคน - ๕) มายงั กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร/เลขานุการ คบคน.ตร.
ภายในวันท่ี ๕ ของเดอื น

๗.๑.๔ การปฏบิ ตั หิ ลงั พบตวั คนหาย
๑) กรณที ต่ี ดิ ตามพบตวั คนหาย หรอื มผี มู าแจง วา ไดพ บตวั คนหายแลว

ดว ยประการใดกต็ าม ใหพ นกั งานสอบสวนซกั ถามถงึ สาเหตทุ ห่ี ายไปอยา งแทจ รงิ ตลอดจนการใชช วี ติ
ระหวา งทห่ี าย และใหท าํ การอบรมสงั่ สอนมใิ หห ลบหนไี ปอกี แลว ใหร บี ดาํ เนนิ การบนั ทกึ ขอ มลู คนหาย
พลดั หลงในรายทไ่ี ดบ นั ทกึ ในระบบงานตามโครงการจดั ทาํ ระบบฐานขอ มลู กลางในการจดั เกบ็ และสบื คน
ขอมูลบุคคลสูญหายและพิสูจนศพนิรนาม ของ ค.พ.ศ. ตามแบบแจงคนหายไดคืน (แบบ คพศ.๕)
ใหแ ลวเสรจ็ ภายใน ๒๔ ชว่ั โมงนบั แตวันท่พี บตัว และใหรายงานตามแบบรายงานรบั แจงคนหายไดคนื
(แบบ ศบคน - ๒) ผา นแอปพลเิ คชนั LINE ในแตล ะระดบั ตามแนวทางปฏบิ ตั ใิ นการจดั ตงั้ กลมุ LINE
ในการรับแจงขอ มูลคนหาย ศพนริ นาม ภายใน ๒๔ ชั่วโมงนบั แตว ันทพ่ี บตวั

ถา การสอบสวนสาเหตกุ ารหายนน้ั มเี หตอุ นั ควรสงสยั หรอื เชอ่ื มนั่ วา
จะเกี่ยวของกับการกระทําความผิดทางอาญา ใหทําการสอบสวนมูลกรณีโดยละเอียดเพ่ือดําเนิน
คดีอาญากับผกู ระทําความผดิ

ใหพ นกั งานสอบสวนทร่ี บั ตวั คนหายเปน ผนู าํ สง ผปู กครอง หรอื สถานี
ตํารวจที่คนหายมีภูมิลําเนาอยูแลวแตกรณี กอนนําสงใหติดตอญาติหรือผูปกครองของคนหาย หรือ
สถานตี าํ รวจทคี่ นหายมภี มู ลิ าํ เนา เพอ่ื กาํ หนดวนั เวลา สถานทใี่ หม ารบั ตวั คนหาย หากผปู กครองไปรบั
ไมไดหรือมีเหตุขัดของ ใหนําตัวคนหายไปฝากไวที่หนวยงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความม่นั คงของมนุษยประจาํ จงั หวดั นน้ั ๆ

๗๔

๒) กรณีท่ีพนักงานสอบสวนไดรับแจงจากสํานักงานเลขานุการของ
คณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจนศพนิรนาม ซึ่งเปนขอมูลจากการ
ตรวจพสิ จู นอ ตั ลกั ษณบ คุ คลตามระบบของ ค.พ.ศ. หากระบตุ วั ไดว า คนหายตรงกบั ฐานขอ มลู คนนริ นาม
ทอ่ี ยูใ นระบบของ ค.พ.ศ. ใหพ นกั งานสอบสวนดาํ เนนิ การตาม ๑.๔.๑ โดยอนโุ ลม หากคนหายตรง
กับฐานขอมูลศพนิรนามท่ีอยูในระบบของ ค.พ.ศ. ใหพนักงานสอบสวนดําเนินการตามแนวทางการ
ปฏิบัติกรณีศพนริ นาม

๗.๑.๕ หนาท่ขี องกองทะเบยี นประวตั ิอาชญากร
๑) ใหก องทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ดาํ เนนิ การประมวลผลขอ มลู คนหาย

และคนหายไดค นื ในระบบงานตามโครงการจดั ทาํ ระบบฐานขอ มลู กลางในการจดั เกบ็ และสบื คน ขอ มลู
บุคคลสูญหายและพิสูจนศพนิรนามของ ค.พ.ศ. แลวจัดทําเปนสถิติประจําเดือน/ป พรอมสรุปเปน
สถิติเปรยี บเทียบใหเปนปจจบุ นั รายงาน ประธาน คบคน.ตร. ทราบ ทุกวันท่ี ๕ ของเดอื น

๒) กรณีสถานีตํารวจจัดสงแบบขอมูลรับแจงเหตุคนหายพลัดหลง
(แบบ ศบคน-๑) และ แบบรายงานรับแจง คนหายไดค นื (แบบ ศบคน - ๒) ผานแอปพลเิ คชัน LINE
ใหกองทะเบียนประวัตอิ าชญากร ใชเปน ขอ มูลสําหรบั ตรวจสอบกับขอมลู คนหายที่พนกั งานสอบสวน
บนั ทกึ ในระบบงานตามโครงการจดั ทาํ ระบบฐานขอ มลู กลางในการจดั เกบ็ และสบื คน ขอ มลู บคุ คลสญู หาย
และพสิ จู นศ พนริ นามของ ค.พ.ศ. และดาํ เนนิ การประสานพนกั งานสอบสวนใหร ะบบฐานขอ มลู คนหาย
มคี วามครบถว นตอไป

÷.ò á¹Ç·Ò§¡Òû¯ºÔ Ñμ¡Ô óÈÕ ¾¹ÔùÒÁ
๗.๒.๑ การจัดทําแบบรายงาน
แบบรายงานท่ีเกี่ยวขอ งกับศพนริ นาม มีดงั นี้
๑) แบบแจงศพนริ นาม (แบบ คพศ.๓) สําหรับพนักงานสอบสวน
๒) แบบบันทึกขอมูลศพนิรนาม (แบบ คพศ.๔) สําหรับแพทยทาง

นิตเิ วชศาสตร
๓) แบบขอมลู รบั แจง เหตศุ พนิรนาม (แบบ ศบคน - ๓)
๔) แบบรายงานการพสิ จู นท ราบบุคคล (แบบ ศบคน - ๔)
๕) แบบรายงานสถิติศพนิรนาม(แบบ ศบคน - ๖)

๗.๒.๒ การจัดสง แบบรายงาน
เมอื่ มผี มู าแจง ความพบศพนริ นาม หรอื ชน้ิ สว นอวยั วะของมนษุ ยท ที่ าํ ให

เชอ่ื หรอื มเี หตอุ นั ควรสงสยั วา มบี คุ คลเสยี ชวี ติ โดยไมส ามารถระบไุ ดว า ศพหรอื ชน้ิ สว นอวยั วะเปน ผใู ด
ใหหัวหนาสถานีตํารวจรายงานขอมูลเบ้ืองตน โดยจัดสงแบบรายงานขอมูลรับแจงเหตุศพนิรนาม
(แบบ ศบคน-๓) ผานแอปพลเิ คชัน LINE ในแตล ะระดบั ตามแนวทางปฏิบตั ใิ นการจัดตงั้ กลุม LINE

๗๕

ในการรบั แจง ขอ มลู คนหายศพนริ นามภายใน ๒๔ ชว่ั โมงนบั จากทไ่ี ดจ ดั ทาํ ขอ มลู แลว เสรจ็ ตอ มาภายหลงั
หากสามารถระบุไดวาผูตายเปนใครแลว ใหรายงานเพ่ิมเติมตามแบบรายงานการพิสูจนทราบบุคคล
(แบบ ศบคน-๔) ภายใน ๒๔ ชว่ั โมงนบั แตวันทีท่ ราบช่ือ

๗.๒.๓ หนาที่ของสถานตี ํารวจ
๑) ในพ้ืนที่กรุงเทพมหานคร ใหแจงกลุมงานตรวจสถานท่ีเกิดเหตุ

กองพสิ จู นห ลกั ฐานกลาง สาํ นกั งานพสิ จู นห ลกั ฐานตาํ รวจ ทราบ โดยใหเ จา หนา ทกี่ ลมุ งานตรวจสถานท่ี
เกดิ เหตรุ ว มกบั พนกั งานสอบสวนไปทาํ การตรวจทเี่ กดิ เหตุ ถา ยภาพ ตรวจเกบ็ รอ งรอยวตั ถพุ ยานตา ง ๆ
พรอมถา ยภาพไว ถา พนักงานสอบสวนเหน็ วา การตรวจพสิ ูจนศ พไมค วรกระทําในท่ีพบศพ โดยมเี หตุ
อนั สมควรจะสง ศพไปยงั สถาบนั นติ เิ วชวทิ ยา โรงพยาบาลตาํ รวจ หรอื โรงพยาบาลของรฐั ทม่ี แี พทยท าง
นติ เิ วชศาสตรซ ง่ึ ไดร บั วฒุ บิ ตั รหรอื ไดร บั หนงั สอื อนมุ ตั จิ ากแพทยสภาปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี พอื่ ดาํ เนนิ การดงั กลา ว
กไ็ ด โดยใหแ พทยผ ทู าํ การชนั สตู รพลกิ ศพบนั ทกึ ขอ มลู ตามแบบบนั ทกึ ขอ มลู ศพนริ นาม (แบบ คพศ.๔)

ใหพนักงานสอบสวนดําเนินการประสานแพทยผูทําการชันสูตร
พลกิ ศพ เพ่อื จัดเก็บตวั อยา งเลอื ด หรอื สารคัดหลัง่ หรอื สิง่ ท่ีจะใชตรวจสารพันธุกรรม (DNA) จาก
ศพนริ นาม สง ไปยงั สถาบนั นติ เิ วชวทิ ยา โรงพยาบาลตาํ รวจ ทกุ ราย โดยระบไุ วห นา กลอ งพสั ดไุ ปรษณยี 
วา “ตวั อยา งดเี อน็ เอ”

๒) ในพ้ืนท่ีจังหวัดอ่ืนนอกเขตกรุงเทพมหานคร ใหแจงกลุมงานตรวจ
สถานท่เี กดิ เหตุ ศนู ยพ สิ จู นห ลักฐาน ๑ - ๑๐ หรอื พสิ ูจนหลกั ฐานจงั หวดั ทร่ี บั ผิดชอบแลวแตกรณี
เพ่อื ดาํ เนนิ การตาม ๒.๓.๑

๓) หลังจากทีร่ ายงานขอมูลเบอ้ื งตน ตาม ๗.๒.๒ แลว ใหด าํ เนนิ การ
ตามแนวทางการปฏิบัติกรณีศพนิรนามตามท่ีคณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและ
การพสิ จู นศ พนริ นาม (ค.พ.ศ.) กาํ หนด โดยใหเ รง รดั พนกั งานสอบสวน รบี ดาํ เนนิ การบนั ทกึ ขอ มลู พบศพ
นิรนาม ตามแบบแจงศพนริ นาม (แบบ คพศ.๓) ในระบบงานตามโครงการจัดทาํ ระบบฐานขอ มลู กลาง
ในการจัดเก็บและสืบคนขอมูลบุคคลสูญหายและพิสูจนศพนิรนาม ของ ค.พ.ศ.ใน website ช่ือ
www.thaimissing.go.th ใหแลว เสร็จภายใน ๒๔ ชั่วโมงนบั แตว นั ทไ่ี ดร บั แจง แลว ส่ังพิมพแบบแจง
ศพนิรนาม (แบบ คพศ.๓) จากระบบ ตรวจสอบความถูกตองครบถวนแลวลงชื่อพนักงานสอบสวน
ในแบบรายงานจัดเก็บไวเปนหลักฐาน และแนบสําเนาไปกับศพ หรือแจงไปยังหนวยงานชันสูตรวา
ศพดงั กลาวนาจะเปนศพนริ นาม

๔) ใหพ มิ พลายนิ้วมอื ๑๐ น้ิว ของผูตาย จาํ นวน ๓ ฉบับ ติดสํานวน
การสอบสวนและสําเนาสํานวนการสอบสวน ๒ ฉบับ แลวสงไปตรวจสอบยัง กองทะเบียนประวัติ
อาชญากร ๑ ฉบบั พรอ มรายงานชนั สตู รพลกิ ศพ ภาพถา ยศพ รวมทงั้ ภาพถา ยเกยี่ วกบั ทรพั ยส นิ ทกุ ชนดิ
ของผูตาย โดยใหจัดสงในวันท่ีพิมพลายน้ิวมือหรือในวันรุงข้ึน และใหเก็บรักษาทรัพยสินไวโดยให
นาํ ระเบยี บการเก็บรักษาของกลางมาใชโดยอนุโลม เพ่ือมอบแกทายาทหรือญาตขิ องผตู าย

๗๖

๕) หากผลการสอบสวนดําเนินคดีอาญา มีความเห็นวาจะตองมีการ
ดาํ เนนิ การตามกระบวนการพสิ จู นเ อกลกั ษณบ คุ คลของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตเิ พอื่ การยนื ยนั เอกลกั ษณ
บุคคลวาผูตายเปนใคร ใหพนักงานสอบสวนประสานขอความรวมมือโดยใหระบุในทายแบบขอมูล
รบั แจง เหตคุ นหายพลดั หลง (แบบ ศบคน-๑) หรือแบบขอ มูลรบั แจงเหตศุ พนริ นาม (แบบ ศบคน-๓)
วา “พนักงานสอบสวนมีความเห็นวาจะตองมีการดําเนินการตามกระบวนการพิสูจนเอกลักษณ
บุคคลของสํานักงานตํารวจแหงชาติ เพื่อการยืนยันเอกลักษณบุคคลวาผูตายเปนใคร จึงประสาน
ขอความรว มมอื กลมุ งานพสิ จู นเ อกลกั ษณบ คุ คล สาํ นกั งานพสิ จู นห ลกั ฐานตาํ รวจ ในการรวบรวมขอ มลู
กอนการเสยี ชีวติ (Ante Mortem - AM)”

๗.๒.๔ การจัดการศพ
หลงั จากที่ไดมกี ารพสิ ูจนศ พแลว พนักงานสอบสวนตอ งดําเนนิ การ ดังน้ี
๑) กรณีเปนศพท่ีพิสูจนทราบวาผูตายเปนใครแลว ถามีทายาท ญาติ

หรือผูมีสิทธิ มาติดตอขอรับศพไปจัดการตามประเพณี ใหพนักงานสอบสวนมอบศพใหทายาท
ญาติ หรอื ผมู สี ทิ ธิ หลังจากทีไ่ ดมีการตรวจสอบความสัมพันธเ กีย่ วของจนแนช ัดแลว ใหบ นั ทกึ ไวเปน
หลกั ฐานและลงนามรวมกนั

๒) กรณเี ปน ศพทไี่ มม ที ายาท ญาติ หรอื ผมู สี ทิ ธิ มาตดิ ตอ ขอรบั ศพ หรอื
เปนศพทย่ี งั ไมท ราบวาผูต ายเปน ใคร เม่อื รักษาศพไว ณ สถานทีช่ นั สตู รศพอยางนอยเปนเวลา ๓ วัน
แลว ใหแ จง เทศบาลทอ งถนิ่ สมาคม หรอื มลู นธิ เิ พอื่ การน้ี รบั ศพไปจดั การเกบ็ ทส่ี สุ าน และใหด าํ เนนิ การ
ดงั นี้

๒.๑) ใหจดั ทาํ สมดุ ทะเบียนสงศพฝง โดยมีรายละเอยี ด ตามแบบ
แนบทา ยหนังสือสํานักงานตาํ รวจแหงชาติ ที่ ๐๐๑๑.๒๒/๑๒๒๗ ลงวนั ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๕

๒.๒) ประสานเทศบาลทอ งถน่ิ สมาคม หรอื มลู นธิ เิ พอื่ การนี้ กาํ หนด
หมายเลขหลมุ ฝง ศพ

๒.๓) จัดทําแผนปายช่ือศพ (ถาศพยังไมมีชื่อหรือยังไมทราบชื่อ
ใหเ ขียนวาศพ “ชาย” หรือ “หญงิ ” เทา ที่จะทําได) วนั ท่สี ง หมายเลขหลมุ ฝง ศพ เหตุตาย โดยติดไวท ี่
ดา นหนาของหลมุ ศพ แลวถายภาพเก็บไวเพ่อื เปนหลักฐาน

๒.๔) ใหผ เู กยี่ วขอ งจดั การหอ ศพใหเ รยี บรอ ย พรอ มจดั ทาํ ปา ยชอื่ ศพ
ตาม ๒.๓ หมายเลขศพติดไวบนผาหอ ศพ และตัวศพ จากน้นั จงึ สงมอบศพไปเก็บยังสุสาน

๓) การขุดศพ
๓.๑) เมอ่ื ไดร บั การรอ งขอใหข ดุ ศพ ใหพ นกั งานสอบสวนดาํ เนนิ การ

ดงั นี้
๓.๑.๑) เมอ่ื มญี าตมิ าแสดงความจาํ นงในการขอรบั ศพทฝ่ี ง ไว

ใหเจาหนาที่ของหนวยงานตรวจสอบความถูกตองของเอกสารจากพนักงานสอบสวนที่ญาติของ
ผเู สียชีวิตนาํ มาแสดง และตรวจสอบหลักฐานบัตรประจําตวั ของผูมาตดิ ตอขอรับศพ

๗๗

๓.๑.๒) ตรวจสอบจากวันท่ีฝง เลขท่ีหลุมในสมุดทะเบียน
สง ศพฝง

๓.๑.๓) ตรวจสอบขอ มลู รายละเอยี ดของผเู สยี ชวี ติ และญาติ
ผขู อรับศพ

๓.๑.๔) ดําเนินการขุดศพ และใหญาติผูขอรับศพลงช่ือ
รบั ศพในสมดุ ทะเบยี นฝงศพ

๓.๒) การขดุ ศพเพื่อเผาหรือประกอบพิธีทางศาสนา (ทําลาย) เชน
กรณลี า งปาชา

๓.๒.๑) กรณที แี่ พทยร ะบสุ าเหตกุ ารตายวา เปน การตายตาม
ธรรมชาติ จะทาํ ไดเม่อื ฝง ศพไวนานกวาระยะเวลาที่กฎหมายเร่อื งบคุ คลสาบสูญกาํ หนดไว

๓.๒.๒) กรณกี ารตายทเี่ กยี่ วกบั คดี จะทาํ ไดเ มอ่ื ฝง ศพไวน าน
กวาระยะเวลาที่กฎหมายกําหนดอายุความไว

๗.๒.๕ พนกั งานสอบสวนผรู บั ผดิ ชอบ ตอ งรบี ดาํ เนนิ การสบื สวน ใหท ราบวา ผตู าย
เปนใคร รวมท้ังใหความรวมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารจัดการคนหาย
และศพนิรนามสํานักงานตํารวจแหงชาติ เม่ือไดรับการประสาน โดยเฉพาะขอมูลศพไมทราบช่ือ
และการคืนศพใหแกญาติที่มาขอรับศพไปจัดการตามประเพณีซ่ึงเปนอํานาจของพนักงานสอบสวน
ผูรบั ผดิ ชอบ หากพนักงานสอบสวนผรู ับผดิ ชอบยายไปอยสู งั กดั อื่น หรือไมส ามารถติดตอ ได ใหอยูใ น
ความรับผิดชอบของหวั หนา พนกั งานสอบสวนในการดําเนินการแทน

๗.๒.๖ การปฏบิ ตั หิ ลงั ทราบชอ่ื ศพ
เมื่อทราบวาผูตายเปนใครแลวใหรีบดําเนินการบันทึกขอมูลเพ่ิมเติม

ในสว นของศพไมท ราบชอ่ื ทไี่ ดบ นั ทกึ ในระบบงานตามโครงการจดั ทาํ ระบบฐานขอ มลู กลางในการจดั เกบ็
และสืบคนขอมูลบุคคลสูญหายและพิสูจนศพนิรนาม ของ ค.พ.ศ. ใหแลวเสร็จภายใน ๒๔ ช่ัวโมง
นับแตวันที่ทราบชื่อ โดยใหรายงานตามแบบรายงานการพิสูจนทราบบุคคล (แบบ ศบคน-๔) ผาน
แอปพลเิ คชนั LINE ในแตล ะระดบั ตามแนวทางปฏบิ ตั ใิ นการจดั ตง้ั กลมุ LINE ในการรบั แจง ขอ มลู คนหาย
ศพนริ นาม ภายใน ๒๔ ชั่วโมงนับแตว นั ที่ทราบชือ่

๗.๒.๗ หนา ที่ของกองทะเบียนประวตั ิอาชญากร
๑) ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร ดําเนินการประมวลผลขอมูลศพ

นิรนาม ในระบบงานตามโครงการจัดทําระบบฐานขอมูลกลางในการจัดเก็บและสืบคนขอมูลบุคคล
สูญหายและพิสูจนศพนิรนามของ ค.พ.ศ.แลวจัดทําเปนสถิติศพนิรนามประจําเดือน/ป พรอมสรุป
เปนสถิติเปรยี บเทยี บใหเปนปจจุบัน รายงาน ประธาน คบคน.ตร. ทราบ ทุกวนั ท่ี ๕ ของเดือน

๒) กรณีสถานีตํารวจจัดสงแบบขอมูลรับแจงเหตุศพนิรนาม (แบบ
ศบคน-๓) และแบบรายงานการพิสูจนทราบบุคคล (แบบ ศบคน-๔) ผานแอปพลิเคชัน LINE ให

๗๘

กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ใชเ ปน ขอ มลู สาํ หรบั ตรวจสอบกบั ขอ มลู ศพนริ นามทพ่ี นกั งานสอบสวน
บนั ทกึ ในระบบงานตามโครงการจดั ทาํ ระบบฐานขอ มลู กลางในการจดั เกบ็ และสบื คน ขอ มลู บคุ คลสญู หาย
และพิสจู นศ พนิรนามของ ค.พ.ศ. เพ่ือดําเนนิ การใหระบบฐานขอมูลศพนริ นามมคี วามครบถว นตอไป

๓) การตรวจสอบแผน พมิ พล ายนวิ้ มอื ศพไมท ราบชอื่ กองทะเบยี นประวตั ิ
อาชญากร ตรวจสอบแผนพิมพลายนิ้วมือศพไมทราบช่ือในระบบฐานขอมูลลายพิมพน้ิวมือของ
กองทะเบียนประวัติอาชญากร หากพบประวัติ ใหแจงพนักงานสอบสวนทราบเพ่ือแจงทายาท
ญาติหรือผูมีสิทธิมารับศพไปจัดการตามประเพณี แตหากตรวจสอบไมพบประวัติ ใหประสานกับ
กรมการปกครอง เพื่อจัดสงภาพลายพิมพนิ้วมือน้ันเขาตรวจสอบกับฐานขอมูลทะเบียนกลาง
กรมการปกครอง

๓.๑) กรณีตรวจไมพบลายพิมพนิ้วมือในฐานขอมูลทะเบียนกลาง
กรมการปกครอง ใหจัดเก็บลายพิมพน้ิวมือไวในระบบฐานขอมูลลายพิมพน้ิวมือของกองทะเบียน
ประวัตอิ าชญากรสําหรบั ตรวจเปรยี บเทยี บ เมื่อมีการรองขอ

๓.๒) กรณีตรวจพบลายพิมพนิ้วมือตรงกับลายพิมพน้ิวมือในฐาน
ขอมูลของหนวยงานอื่น และไดรับการยืนยันผลการตรวจเปรียบเทียบจากกองพิสูจนหลักฐานกลาง
สํานักงานพิสูจนหลักฐานตาํ รวจ ให กองทะเบยี นประวัตอิ าชญากร ดําเนินการ ดังน้ี

๓.๒.๑) แจง พนกั งานสอบสวนผรู บั ผดิ ชอบทราบ เพอ่ื ดาํ เนนิ การ
คนื ศพใหแ กญาติตอ ไป

๓.๒.๒) ตรวจสอบขอมูลของศพท่ีทราบชื่อแลวกับขอมูล
คนหายในระบบ อาทิ เลขประจําตวั ประชาชน รปู ถาย ฯลฯ หากเปนบคุ คลเดยี วกนั ใหแจงพนกั งาน
สอบสวนทีบ่ นั ทกึ ขอ มลู คนหาย ทราบ เพอื่ ทําการบนั ทึกขอมูลคนหายไดค นื อกี สว นหนึ่ง

๗๙

º¹Ñ ·¡Ö ¢ÍŒ ¤ÇÒÁ

ÊÇ‹ ¹ÃÒª¡ÒÃ..............ต..ร..................โ..ท..ร....๐....๒...๒...๐..๕....๓...๔..๖...๓..................................................................
·.èÕ ..๐...๐..๑..๑....๒...๒../.๑...๔..๒...๙............................................Ç¹Ñ ·.èÕ ....๓...๐...ม...ีน..า..ค..ม.....๒...๕...๕..๕...................................
àÃÍ×è §.....ก..า..ร.จ..ัด...ท..าํ..ส..ม...ดุ ..ส..า..ร..บ..บ...ศ..พ...น..ิร..น..า..ม...แ..ล..ะ..แ..บ...บ..ส..ม...ดุ ..ส..า..ร..บ..บ...ค..น...ห..า..ย.................................................
ผบช.น. ภ.๑-๙ และ ศชต.

ตามหนังสอื ตร. ที่ ๐๐๑๑.๒๒/๓๙๓๓ ลง ๗ ต.ค. ๒๕๕๔ กาํ ชับใหหวั หนา พนกั งาน
สอบสวนและผูมีหนาที่เกี่ยวของถือปฏิบัติเกี่ยวกับการชันสูตรพลิกศพที่ยังไมทราบวาผูตายเปนใคร
และการรับแจงความคนหาย โดยใหจัดทําสมุดทะเบียนสงฝงศพ ตามแบบ เอกสาร ก และ สมุด
รับแจง ความคนหายตามแบบ เอกสาร ข ทแี่ นบทา ยหนังสอื ความละเอียดแจงแลว น้ัน

ตร. พจิ ารณาเหน็ วา เพอ่ื ใหก ารรวบรวมขอ มลู ศพทย่ี งั ไมท ราบวา ผตู ายเปน ใครและขอ มลู
บุคคลสูญหายเปนไปดวยโดยครบถวนและสมบูรณ อันจะเปนประโยชนตอการปฏิบัติงานของ
ศนู ยบ รหิ ารจดั การคนหายและศพนริ นาม สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ (ศบคน.ตร.) สมควรปรบั ปรงุ แกไ ข
รายละเอยี ดในสมุดทะเบียนสง ศพฝง และสมุดรบั แจงความคนหาย ดังนี้

๑. ใหยกเลิกสมุดทะเบียนสงฝงศพตามแบบแนบทา ย เอกสาร ก ในขอ ๑ และ สมดุ
รับแจง ความคนหายตามแบบแนบทาย เอกสาร ข ในขอ ๓ ของหนงั สือ ตร. ท่ี ๐๐๑๑.๒๒/๓๙๓๓
ลง ๗ ต.ค. ๒๕๕๔

๒. ใหใชสมุดทะเบียนสงฝงศพตามแบบ เอกสาร ก และสมุดรับแจงความคนหาย
ตามแบบเอกสาร ข แนบทา ยหนังสอื นี้แทน

จงึ แจง มาเพือ่ ทราบและถอื ปฏิบตั ิตอไป
พล.ต.อ.
(เอก อังสนานนท)
รอง ผบ.ตร.ปรท.ผบ.ตร.

ÊÁ´Ø ·ÐàºÂÕ ¹Ê§‹ ½§˜ Ⱦ ๘๐

สถานีตํารวจ....................................................................... จังหวดั ....................................................................... เอกสาร ก

ผูเกี่ยวของ เหตเุ กดิ /พบศพ ขอ มลู ทรพั ยสินของผตู าย การดาํ เนินการกรณไี มทราบชอ่ื ผูตาย การดาํ เนนิ การกรณีทราบชื่อผตู าย

ลาํ ดับ วนั เดอื นป ผตู าย ผทู ําใหต าย วนั เดอื นป สถานทีพ่ บศพ เหตุและ ผชู นั สตู ร รปู พรรณผูตาย รูปพรรณ การเกบ็ รักษา การคืน เลขคดี เลขคดี หนว ยงานที่ วันเดือนป สถานท่ีฝง หมายเลข ชือ่ ชอื่ สกลุ ผรู บั ศพ วนั เดอื นป พนักงาน หมายเหตุ
รบั แจง (เพศ) พฤตกิ ารณท ีต่ าย พลกิ ศพ ทรัพยสิน ชนั สตู ร อาญา/ นําศพไปฝง ทฝ่ี ง หลุมฝง ศพ ที่รบั ศพ สอบสวน
ปจว.ขอ (เชน ภยั พิบตั ิ พลิกศพ จราจร ปจว.ขอ
และ
อุบตั เิ หตุ) หมายเลขศพ

หมายเหตุ ใชส มดุ ตีตารางหนา ซายมือและหนาขวามือตอ เนื่องกนั

ÊÁ´Ø ·ÐàºÂÕ ¹¤¹ËÒ เอกสาร ข

สถานตี าํ รวจ....................................................................... จงั หวัด.......................................................................

ขอ มลู คนหาย วนั เดอื น ป ขอมูลบคุ คล การแตงกาย
(ถา ไมทราบชอื่ แจง ประกาศ
วันเดอื นป ชอ่ื ที่อยู ใหลง “ชาย” หรือ “หญิง” สถานท่ีเกิดเหตุ เกิดเหตุ/ แจง งด ตาํ หนิ ลักษณะพิเศษ และ เลขท่คี ดอี าญา/ พนกั งานสอบสวน หมายเหตุ
ลาํ ดบั รบั แจง หมายเลขโทรศพั ท เทาท่จี ะทําได) ทราบเหตุ สบื หา/ พบตัว/ ประกาศ รปู พรรณ รูปพรรณ เลขคดีจราจร
เลขประจําตัวประชาชน สงแบบ กลับมา สบื หา ทรัพยส นิ
ปจว.ขอ ผแู จง รายงาน

หมายเหตุ ใชสมดุ ตตี ารางหนา ซา ยมือและหนา ขวามือตอ เนอ่ื งกัน

๘๑

๘๒

ÇÔ·ÂØã¹ÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ
สํา¹¡Ñ §Ò¹ตําÃǨáË‹§ªÒμÔ

¤ÇÒÁà˧´Ç‹ ¹ ´Ç‹ ¹·ÕÊè Ø´ ªé¹Ñ ¤ÇÒÁÅѺ
¨Ò¡ พล.ต.อ.เอก องั สนานนท รอง ผบ.ตร.(กม) / ประธานกรรมการ ศบคน.ตร.
¶§Ö ¼ÙÃŒ Ѻ»¯ºÔ μÑ Ô ผบช.น., ภ.๑-๙, ศชต. และเลขานุการ ศบคน.ตร.
¼ÙŒÃºÑ ·ÃÒº ผูชว ย ผบ.ตร.(กม ๓), พตร.(สบ ๘), ผบช.สพฐ.ตร., ผบช.สทส., ผบช.ก.
ผบก.กม., ผบก.คด., ผบก.ตท., ผบก.สท., ผบก.งป.
·èÕ ศบคน.ตร./๙ Çѹ·Õè ๒๖ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๕๖

๑. ดว ยในการประชมุ ศบคน.ตร. คร้งั ที่ ๑/๒๕๕๔ เม่อื วนั ที่ ๓๐ ส.ค. ๒๕๕๔ ท่ปี ระชมุ
มมี ติใหแตล ะ บช. รายงานสถติ ิขอ มูลคนหาย ศพนิรนามและศพไรญ าตทิ เี่ กดิ ข้ึนในพนื้ ที่ ชว งระหวาง
วนั ท่ี ๑๖ ของเดอื นทผ่ี านมาถงึ วันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป โดยใหร ายงานไปยงั ผบก.ทว./กรรมการและ
เลขานกุ าร ศบคน.ตร.ภายในวนั ท่ี ๒๐ ของทุกเดือน

๒. เพอื่ ใหก ารปฏบิ ตั งิ านของ ศนู ยบ รหิ ารจดั การคนหายและศพนริ นาม สาํ นกั งานตาํ รวจ
แหง ชาติ (ศบคน.ตร.) ซึ่งี เปน ศนู ยอาชญากรรมพเิ ศษ สามารถตอบสนองตอการส่ังการ ประสานงาน
และติดตามผลการปฏบิ ัตขิ องทกุ หนวย ไดอ ยา งมปี ระสิทธิภาพ จงึ ใหแ ตละ บช.ดาํ เนินการ ดงั นี้

๒.๑ การรายงานขอมลู เบือ้ งตน ใหห วั หนาสถานีตาํ รวจดาํ เนนิ การ ดังน้ี
๒.๑.๑ กรณีมีผูมาแจงความเก่ียวกับคนหายพลัดหลง ใหรายงานขอมูล

การรบั แจง คนหายพลดั หลงเบ้ืองตน ตามแบบ “ขอ มลู รบั แจงเหตุคนหายพลดั หลง” (ศบคน.-๑) ไปยัง
ศบคน.ตร.ภายใน ๒๔ ช่ัวโมงนับแตไดรับแจง ตอมาภายหลังหากสามารถติดตามคนหายพบแลว
ใหรายงานเพ่ิมเติมตามแบบ “แบบรายงานไดตัวคนหายพลัดหลงคืน” (ศบคน.-๒) ไปยัง ศบคน.ตร.
ภายใน ๒๔ ชั่วโมงนบั แตว นั ทพี่ บตวั

๒.๑.๒ กรณมี ีผูมาแจง ความวาพบศพนริ นาม หรอื ชิ้นสว นอวัยวะของมนุษย
ทท่ี าํ ใหเชอื่ หรอื มเี หตุอนั ควรสงสัยวา มีบคุ คลเสียชีวติ โดยไมสามารถระบไุ ดว าศพหรอื ช้นิ สว นอวยั วะ
เปนผูใด และในการชันสูตรพลิกศพหากยังไมทราบวาผูตายเปนใคร ใหรายงานขอมูลเบื้องตน
ตามแบบ “ขอ มลู รบั แจง เหตศุ พนริ นาม” (ศบคน.-๓) ไปยงั ศบคน.ตร.ภายใน ๒๔ ชวั่ โมง ตอ มาภายหลงั
หากสามารถระบุไดวาผูตายเปนใครแลว ใหรายงานเพ่ิมเติมตามแบบ “แบบรายงานการพิสูจน
ทราบบคุ คล” (ศบคน.-๔) ไปยัง ศบคน.ตร.ภายในวันทไ่ี ดท ราบช่อื ดวย

๒.๑.๓ หลังจากที่รายงานขอมูลเบ้ืองตน ใหเรงรัดพนักงานสอบสวนจัดทํา
แบบรายงานตามระเบียบฯ ไดแก แบบรายงานตําหนิรูปพรรณคนหายพลัดหลง แบบรายงานศพ
ไมทราบชือ่ และพิมพล ายนิว้ มอื ศพไมทราบชือ่ จัดสง ไปยัง ทว. หรอื ศพฐ.พ้นื ที่ที่รับผิดชอบ ภายใน
วันรุงขนึ้ เพื่อตรวจสอบประวตั ิ บันทึกขอ มลู และออกประกาศ

๘๓

๒.๑.๔ การรายงานตาม ๒.๑.๑ และ ๒.๑.๒ ใหร ายงานทางโทรสารหมายเลข
๐ ๒๒๐๕ ๑๓๔๐, ๐ ๒๒๕๑ ๑๐๒๒ หรือ E-Mail : [email protected]

๒.๒ ใหฝ า ยเลขานกุ าร ศบคน.ตร. รวบรวมสถติ ทิ ไ่ี ดร บั รายงาน ศปก.ตร. ทราบทกุ วนั
๒.๓ การรายงานสถิติขอมูลประจําเดือน ใหปรับเปล่ียนชวงเวลาการรายงานสถิติ
ขอ มูล จากเดิม ระหวา งวนั ที่ ๑๖ ของเดือนท่ีผานมา ถึงวันท่ี ๑๕ ของเดอื นถดั ไป รายงานภายใน
วันที่ ๒๐ ของทุกเดือน เปน รวบรวมสถิติในรอบเดือนท่ีผานมา แลวรายงานมายัง ฝายเลขานุการ
ศบคน.ตร.ภายในวนั ท่ี ๓ ของทกุ เดอื น และใหย กเลกิ แบบฟอรม การรายงานตามวทิ ยใุ นราชการตาํ รวจ
ดวนทสี่ ุด ท่ี ศบ.คน.ตร./๑๒๘ ลง ๑๐ ต.ค. ๒๕๕๔ โดยใชแ บบการรายงาน “แบบรายงานสถิตคิ นหาย
พลดั หลง” (ศบคน-๕) และ “แบบรายงานสถติ ศิ พนริ นามและศพไรญ าต”ิ (ศบคน-๖) ทง้ั นใ้ี หเ รม่ิ รายงาน
ตั้งแตเ ดอื น ม.ค. ๒๕๕๖ เปน ตน ไป
๓. จงึ แจง มาเพ่ือทราบและแจง ใหหนว ยในสังกัดทราบและถอื ปฏบิ ัติ

พล.ต.อ.
(เอก อังสนานนท)

รอง ผบ.ตร.(กม) / ประธานกรรมการ ศบคน.ตร.

¢ÍŒ ÁÅÙ ÃѺᨌ§àËμ¤Ø ¹ËÒÂ¾Å´Ñ Ëŧ ศบคน - ๑ ๘๔
ประจําวันท.ี่ ............เดือน.............................พ.ศ. ............ ¼Å¡Òû¯ÔºÑμÔ§Ò¹

Çѹ à´×͹ »‚ ʶҹตÕ าํ ÃǨ ª×èÍ ª×èÍÊ¡ØÅ ª×Íè - Ê¡ÅØ ÃÒÂÅÐàÍÂÕ ´
àÇÅÒ ·èÃÕ Ñºá¨Œ§ ¾§Ê.¼ÃÙŒ ºÑ ᨧŒ ¼áŒÙ ¨§Œ ¤¹ËÒÂ¾Å´Ñ Ëŧ

ตรวจแลวถกู ตอง
(ลงช่อื )..........................................................

(....................................................)
(ตําแหนง)......................................................

ẺÃÒ§ҹ䴌μÇÑ ¤¹ËÒÂ¾Å´Ñ Ëŧ¤×¹ ศบคน - ๒
ประจาํ วนั ท่ี.............เดือน....................................พ.ศ. ............

ʹ./ÊÀ. ª×èÍ-ªÍ×è Ê¡ÅØ ¤¹ËÒÂ Ç¹Ñ à´×͹ »‚ ¼Å¡ÒÃÊ׺Êǹμ´Ô μÒÁ
·ÃÕè ºÑ á¨Œ§¤ÇÒÁ
Ç¹Ñ à´×͹ »‚ ·Õ辺 ÊÒàËμ¡Ø ÒÃËÒÂμÇÑ

ตรวจแลว ถกู ตอง ๘๕
(ลงช่อื )...........................................................

(....................................................)
(ตําแหนง)......................................................

¢ÍŒ ÁÙÅÃºÑ á¨§Œ àËμÈØ ¾¹ÔùÒÁ ศบคน - ๓ ๘๖
¼Å¡Òû¯ºÔ μÑ §Ô Ò¹
Ç¹Ñ à´×͹ »‚ ʶҹμÕ Òí ÃǨ ªÍè× ªÍè× Ê¡ÅØ ÃÒÂÅÐàÍÂÕ ´
àÇÅÒ ·èÕÃºÑ á¨§Œ ¾§Ê.¼ÃŒÙ ºÑ ᨌ§ ¼áŒÙ ¨Œ§

ตรวจแลว ถูกตอง
(ลงชอ่ื )...........................................................

(....................................................)
(ตําแหนง)......................................................

ẺÃÒ§ҹ¡ÒþÊÔ ¨Ù ¹·ÃÒººØ¤¤Å ศบคน - ๔
ประจําวันท.ี่ ............เดือน....................................พ.ศ. ............

ʹ./ÊÀ. Ⱦ¹ÔùÒÁ ȾäÃÞŒ ÒμÔ Ç¹Ñ à´×͹ »‚ ¼Å¡ÒÃÊ׺ÊǹμÔ´μÒÁ
·äÕè ´ŒÃѺᨧŒ
·ÃÒºª×èÍ ÊÒàËμØ¡ÒÃμÒÂ

ตรวจแลวถูกตอ ง ๘๗
(ลงชือ่ ).............................................................

(....................................................)
(ตําแหนง )......................................................

ẺÃÒ§ҹʶμÔ ¤Ô ¹ËÒÂ¾Å´Ñ Ëŧ ศบคน - ๕ ๘๘
»ÃÐจําà´Í× ¹....................................¾.È. ............ Á¶Ò¨ÂÍËÑ´§Ñ¹¹Ê»§Ñ·§‹ ÃÊáÇÐ×Í.º¡·μºÒÕè ÈÒÁ

ʹ./ÊÀ. ª×èÍ ª×èÍÊ¡ØÅ ¤¹ËÒ ÇÑ¹á¨·àŒ§´¤ÕÃè Í׺ÑǹÒÁ»‚ ʧ‹ ẺÃÒ§ҹ ¼Å¡ÒÃÊ׺Êǹμ´Ô μÒÁ
¤ต¹μาํ ÁÒËËÁÒÒ¹ÂËÂÃÔ §Ñ¹¾»Ù ѧž·ÊÑ´ÃÇÍ× ËÃ.·³ÅèÕ§ äÁ¾‹ ºμÑÇ Ç»¹Ñ ‚ ·à´è¾Õ Í× º¹ ¡ÒÊÃÒËàÒËÂμμØ ÑÇ

ËÁÒÂàËμØ ๑. ขอมลู ท่ีเกดิ ข้ึนในสวนกลาง ใหจ ดั สง มายงั ทว.
๒. ขอ มลู ทีเ่ กดิ ขึน้ ในสวนภูมิภาค ใหจ ดั สงมายัง ศพฐ.๑-๑๐ ในพื้นท่ีท่ีรับผดิ ชอบ
ตรวจแลวถกู ตอ ง
(ลงชื่อ).............................................................
(....................................................)

ẺÃÒ§ҹʶÔμÈÔ ¾¹ÔùÒÁáÅÐȾäÃÞŒ ÒμÔ ศบคน - ๖
»ÃШÒí à´Í× ¹....................................¾.È. ............

ʧ‹ ẺÃÒ§ҹ ¼Å¡ÒÃÊº× ÊǹμÔ´μÒÁ

ʹ./ÊÀ. Ⱦ¹ÔùÒÁ ȾäÃÞŒ ÒμÔ Ç¹Ñ à´Í× ¹ »‚ ตํา˹ÃÔ Ù»¾Ãó¤¹μÒÂäÁ‹·ÃÒºªè×Í ·ÃÒºª×èÍ
·Õèä´ÃŒ ºÑ ᨌ§ ÁÒ处 ·Ç.
μÒÁ˹ѧÊÍ× ·èÕ äÁ·‹ ÃÒºªÍè× ·ÃÒºªèÍ× ÊÒàËμ¡Ø ÒÃμÒ ¨´Ñ ʧ‹ Ẻ¶Í¹»ÃСÒÈ
ÁÒÂѧ ·Ç. μÒÁ˹§Ñ ÊÍ× ·è.Õ ....

ËÁÒÂàËμØ ตาํ หนริ ปู พรรณศพไมท ราบชอื่ ใหจัดสงมายัง ทว. ตรวจแลว ถูกตอง
(ลงชอื่ ).........................................................

(....................................................)

๘๙

๙๐

ÇÔ·ÂØã¹ÃÒª¡ÒÃสํา¹Ñ¡§Ò¹ตาํ ÃǨá˧‹ ªÒμÔ

¤ÇÒÁàç‹ ´Ç‹ ¹ ªÑ¹é ¤ÇÒÁÅѺ
¨Ò¡ พล.ต.อ.จรัมพร สรุ ะมณี ทปี่ รึกษา (สบ ๑๐) ปรท.ผบ.ตร./ผบ.ศบคน.ตร.
¶§Ö ¼ÙÃŒ Ѻ»¯ÔºμÑ Ô ผบช.น., ภ.๑-๙, ศชต., บช.ก. และ สพฐ.ตร.
¼ÃÙŒ ºÑ ·ÃÒº ผบ.ตร.
จตช., รอง ผบ.ตร., ผูชว ย ผบ.ตร. และผดู าํ รงตําแหนง เทยี บเทา
พตร.(สบ ๘), ผบช.ตชด., ผบช.สทส., ผบช.สตม., ผบช.สยศ.ตร./หน.ฝอ.ศปก.ตร.,
ผบก.กม., ผบก.คด., ผบก.ตท., ผบก.สท., ผบก.งป., รอง หน.ฝอ.ศปก.ตร.
และโฆษก ตร.
·Õè ๐๐๐๑(กม ๑)/ ๐๕๑ Ç¹Ñ ·èÕ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๗

เพื่อใหการปฏิบัติหนาที่ของเจาหนาท่ีตํารวจในการติดตามคนหายพลัดหลง การพิสูจน
ทราบบุคคลนิรนาม บุคคลที่มีสติไมสมประกอบหรือความจําเสื่อมและศพนิรนามไมทราบช่ือ
เกดิ ประสทิ ธภิ าพยงิ่ ขน้ึ สามารถชว ยเหลอื ผสู ญู หายพลดั หลงหรอื บคุ คลนริ นามไดอ ยา งรวดเรว็ ทนั ทว งที
รวมทงั้ การพสิ จู นทราบศพนิรนาม ในสํานวนชนั สตู รพลิกศพ จงึ กําชับใหถ ือปฏบิ ัติตามกฎหมาย และ
ประมวลระเบียบการตาํ รวจเกย่ี วกบั คดี ลักษณะ ๑๔ บทท่ี ๓ การดาํ เนนิ การเกยี่ วกบั คนหายพลัดหลง
และไดค นื และใหด าํ เนินการดงั น้ี

๑. เมอื่ มผี มู าแจง ความเกย่ี วกบั คนหาย คนพลดั หลง ใหพ นกั งานสอบสวนหรอื เจา หนา ท่ี
ตาํ รวจผรู บั แจง เหตตุ อ งใหค วามสาํ คญั และตอบสนองดาํ เนนิ การในทนั ที หา มมใิ หย กเหตอุ า งวา ตอ งรอ
ใหครบ ๒๔ ช่ัวโมงกอน โดยสอบถามรายละเอียดในเบ้ืองตนจากผูแจงและ/หรือพยาน แลวรีบแจง
ศูนยวิทยุเครือขายในสังกัดและหนวยขางเคียง เชน ทล., รพ., ป. ฯลฯ ออกอากาศรวมชวยสังเกต
ติดตามหรือแจง สกัดจับคนรา ยดาํ เนนิ การตรวจสอบขอ เท็จจริงในสถานท่ีเกิดเหตุโดยมิชกั ชา แลว แจง
ขอมูลรายละเอียดเพิ่มเติมใหเจาหนาที่งานสายตรวจ งานสืบสวนชวยติดตามสืบหา รวมท้ังใหสง
แบบแจงรูปพรรณคนหาย (แบบ วท.๑๒/๑-ต.๓๒๖) พรอมภาพถา ย ไปยงั ทว. หรอื ศพฐ.๑-๑๐ พ้นื ท่ี
ท่ีรับผิดชอบ เพ่ือทําการบันทึกขอมูลเขาสูระบบฐานขอมูล POLIS และออกประกาศสืบหาโดยเร็ว
เพ่ือเปน อกี ชอ งทางหน่ึงในการชว ยสบื สวนติดตาม

๒. กรณีท่ีมีการรับแจงใหตรวจสอบบุคคลนิรนาม (บุคคลไมทราบช่ือ) เชน ผูสูงอายุท่ี
ความจําเส่ือม ผูปวยทางจิตหรือมีสติไมสมประกอบคนหลงทางใหเจาหนาที่ตํารวจผูที่พบเห็นหรือ
รับทราบรีบดําเนินการตรวจสอบและพิสูจนทราบบุคคล โดยประสานงานกับหนวยงานหรือบุคคล
ทเ่ี กยี่ วขอ ง และ ศบคน.ตร. หากสามารถพสิ จู นท ราบได กใ็ หแ จง ญาตแิ ละผทู เี่ กย่ี วขอ งมารบั ตวั โดยเรว็

๓. กรณกี ารพบศพนริ นาม หรอื ชน้ิ สว นของรา งกายมนษุ ย ใหพ นกั งานสอบสวนรบี ดาํ เนนิ การ
ตรวจสถานที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพตามกฎหมายและระเบียบท่ีเก่ียวของ และให สพฐ.ตร.
และ นต. สนับสนนุ การพสิ ูจนท ราบเอกลกั ษณบ คุ คลโดยเรว็

๙๑

๔. ให บช.น., ภ.๑-๙, ศชต. และ บช.ก. กาํ หนดตวั บคุ คลรบั ผดิ ชอบงาน “ศนู ยบ รหิ ารจดั การ
คนหายและศพนิรนาม” (ศบคน.) ในระดับ บช., บก./ภ.จว., กก. และ สน./สภ. โดยกําหนดมอบหมาย
ระดับรองหัวหนาหนวยงานท่ีรับผิดชอบงานดานสืบสวน เพื่อเปนศูนยกลางในการส่ังงานประสาน
การปฏบิ ตั ิ ตดิ ตามคนหาย พสิ จู นท ราบบคุ คลนริ นาม และศพนริ นาม ของหนว ยงานในทกุ ระดบั โดยให
แจงช่ือ ตําแหนง หมายเลขโทรศพั ท ไปยัง ผบก.ทว./เลขานกุ าร ศบคน.ตร. ภายใน ๒๐ ม.ค. ๒๕๕๗
และเมือ่ มีการเปลย่ี นแปลงตัวบุคคลผูรบั ผดิ ชอบดังกลาวใหแ จง ศบคน.ตร. ทราบดว ย

๕. ใหพ นกั งานสอบสวนหรอื ผทู ไี่ ดร บั มอบหมายใหส บื สวนตดิ ตามคนหายจดั ทาํ “บนั ทกึ
การสบื สวนบคุ คลสญู หาย” โดยมรี ายละเอยี ดทเ่ี กย่ี วขอ งกบั บคุ คลผสู ญู หาย แนวทางการสบื สวนตดิ ตาม
ที่ไดดําเนินการไว และใหมีการสงมอบบันทึกการสืบสวนฯ ดังกลาวใหผูมีหนาท่ีรับผิดชอบคนใหม
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโยกยายตําแหนงหรือเปล่ียนแปลงงานท่ีรับผิดชอบ เพ่ือใหการสืบสวนติดตาม
มีความตอเน่อื ง

๖. ใหรายงานการรับแจงคนหายพลัดหลง/คนหายไดคืน ศพนิรนาม/การพิสูจนทราบ
บคุ คล ตามแบบรายงาน ศบคน.๑-๔ แลว แตก รณตี ามทไ่ี ดเ คยสง่ั การไวต ามหนงั สอื วทิ ยใุ นราชการ ตร.
ดวนทีส่ ุด ที่ ศบคน.ตร./๙ ลง ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๖ ไปยงั ผบก.ทว./เลขานกุ าร ศบคน.ตร. ทางหมายเลข
โทรสาร ๐ ๒๒๐๕ ๑๓๔๐, ๐ ๒๒๕๑ ๑๐๒๒ หรอื E-Mail : [email protected]

จึงแจง มาเพื่อทราบและถือปฏิบัติ

พล.ต.อ.
( จรัมพร สรุ ะมณี )

ทป่ี รึกษา (สบ ๑๐) ปรท.ผบ.ตร./ผบ.ศบคน.ตร.

๙๒ หนา ๑ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๘
ราชกจิ จานเุ บกษา
เลม ๑๓๒ ตอนพเิ ศษ ๙๘ ง

ÃÐàºÕºสาํ ¹¡Ñ ¹ÒÂ¡Ã°Ñ Á¹μÃÕ

NjҴŒÇ¡ÒÃʹºÑ ʹع¡Òû¯ÔºμÑ §Ô Ò¹μ´Ô μÒÁ¤¹ËÒÂáÅоÔÊÙ¨¹È¾¹ÃÔ ¹ÒÁ
¾.È. òõõø

โดยท่ีเปนการสมควรใหมีคณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจน
ศพนิรนาม เพื่อดําเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและใหเกิดความเปนธรรมในสังคมไทย แตการ
ดําเนินการดังกลาว เก่ียวของกับการปฏิบัติงานของหนวยงานตาง ๆ ในกระบวนการยุติธรรม
จงึ สมควรกาํ หนดแนวทาง เพอื่ สนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านตดิ ตามคนหายและพสิ จู นศ พนริ นามในลกั ษณะ
บรู ณาการและเปน ไปอยา งมปี ระสิทธภิ าพ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๑ (๘) แหงพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ
แผนดนิ พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ออกระเบยี บไวดังตอไปนี้

ขอ ๑ ระเบยี บนเ้ี รยี กวา “ระเบยี บสาํ นกั นายกรฐั มนตรี วา ดว ยการสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ าน
ตดิ ตามคนหายและพิสูจนศ พนริ นาม พ.ศ. ๒๕๕๘”

ขอ ๒ ระเบยี บนใี้ หใชบงั คบั ตั้งแตวนั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน ตนไป
ขอ ๓ ในระเบยี บนี้
“คนหาย” หมายความวา บคุ คลทหี่ ายไปจากภมู ลิ าํ เนาหรอื ถน่ิ ทอี่ ยโู ดยไมส ามารถตดิ ตอ ได
เปน เวลาไมน อ ยกวายส่ี ิบส่ีชัว่ โมง หรอื ไมมีใครรูแนชัดวาบคุ คลนัน้ ยงั มีชีวติ อยูห รอื ไม
“ศพนิรนาม” หมายความวา ศพหรือช้ินสวนอวัยวะของมนุษยท่ีทําใหเชื่อหรือมีเหตุ
อันควรสงสัยวามบี คุ คลใดเสียชวี ติ โดยไมสามารถระบไุ ดวาศพหรือชิน้ สวนอวยั วะเปน บคุ คลใด
“หนวยงานของรัฐ” หมายความวา หนวยงานของรัฐซ่ึงตามกฎหมายมีอํานาจหนาท่ี
ในการรบั แจง ติดตาม สืบสวน สอบสวน หรอื พิสจู นเก่ียวกับคนหายและศพนริ นาม
“สํานักงาน” หมายความวา สํานักงานเลขานุการของคณะกรรมการพัฒนาระบบ
การตดิ ตามคนหาย และการพิสจู นศ พนิรนาม
ขอ ๔ การดาํ เนนิ การตามระเบยี บนต้ี อ งไมก ระทบตอ การใชอ าํ นาจหนา ทข่ี องเจา พนกั งาน
ซึง่ ตองปฏิบตั ิตามกฎหมาย
ขอ ๕ ใหมีคณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจนศพนิรนาม
เรยี กโดยยอวา “ค.พ.ศ.” ประกอบดว ย
(๑) รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรมี อบหมาย เปน ประธานกรรมการ

เลม ๑๓๒ ตอนพเิ ศษ ๙๘ ง หนา ๒ ๙๓
ราชกิจจานเุ บกษา
๒๙ เมษายน ๒๕๕๘

(๒) รัฐมนตรีวา การกระทรวงยุตธิ รรม เปนรองประธานกรรมการ
(๓) กรรมการโดยตําแหนงจํานวนสิบเอ็ดคน ไดแก ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความม่ันคงของมนุษย ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ อยั การสงู สดุ อธบิ ดกี รมการปกครอง อธบิ ดกี รมพฒั นาสงั คมและสวสั ดกิ าร
ผูบังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา ผูบัญชาการสํานักงานพิสูจนหลักฐานตํารวจ และผูอํานวยการ
สาํ นกั งานกิจการยุติธรรม
(๔) กรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิ ซง่ึ ประธานกรรมการแตง ตงั้ จากบคุ คลซงึ่ มคี วามรคู วามเชยี่ วชาญ
มีผลงาน และประสบการณด านนิติเวชศาสตร ดานการพสิ ูจนห ลกั ฐาน หรอื ดานกฎหมายท่ีเกย่ี วของ
จาํ นวนไมเ กนิ สามคน เปน กรรมการ
ใหผ อู าํ นวยการสถาบนั นติ วิ ทิ ยาศาสตร เปน กรรมการและเลขานกุ าร และใหผ อู าํ นวยการ
สถาบันนิติวิทยาศาสตรแตงต้ังขาราชการของสถาบันนิติวิทยาศาสตรจํานวนไมเกินสองคนเปนผูชวย
เลขานุการ
ขอ ๖ กรรมการผทู รงคุณวุฒมิ ีวาระการดาํ รงตําแหนงคราวละสามป
ในกรณที กี่ รรมการผทู รงคณุ วฒุ พิ น จากตาํ แหนง กอ นวาระหรอื ในกรณที ป่ี ระธานกรรมการ
แตง ตง้ั กรรมการผทู รงคณุ วฒุ เิ พมิ่ ขนึ้ ในระหวา งทก่ี รรมการผทู รงคณุ วฒุ ซิ ง่ึ แตง ตงั้ ไวแ ลว ยงั มวี าระอยใู น
ตําแหนง ใหผูไดรับแตงต้ังแทนตําแหนงท่ีวางหรือเปนกรรมการผูทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอยูในตําแหนง
เทากับวาระที่เหลอื อยูของกรรมการผทู รงคุณวุฒซิ ึ่งไดแตง ต้งั ไวแลว
เมื่อครบกําหนดตามวาระในวรรคหน่ึง หากยังมิไดมีการแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิ
ข้ึนใหมใหกรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระน้ันอยูในตําแหนงเพื่อดําเนินงานตอไป
จนกวากรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งไดรับแตง ตัง้ ใหมเขารบั หนา ท่ี
กรรมการผูทรงคุณวุฒิซ่ึงพนจากตําแหนงตามวาระอาจไดรับแตงตั้งอีกได แตจะดํารง
ตําแหนงติดตอกันเกนิ สองวาระไมไ ด
ขอ ๗ นอกจากการพน จากตาํ แหนง ตามวาระ กรรมการผทู รงคณุ วฒุ พิ น จากตาํ แหนง เมอื่
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ค.พ.ศ. มมี ตใิ หอ อกดว ยคะแนนเสยี งไมน อ ยกวา กงึ่ หนงึ่ ของจาํ นวนกรรมการทง้ั หมด
เทาทมี่ อี ยู เพราะบกพรองตอหนา ที่ มคี วามประพฤติเสื่อมเสยี หรือหยอ นความสามารถ
(๔) เปนบคุ คลลมละลาย

๙๔ หนา ๓ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๘
ราชกจิ จานุเบกษา
เลม ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๙๘ ง

(๕) เปนคนไรค วามสามารถหรือคนเสมอื นไรความสามารถ
(๖) ไดรับโทษจําคุกโดยคาํ พพิ ากษาถงึ ท่ีสดุ ใหจ าํ คกุ เวนแตเปน โทษสาํ หรบั ความผดิ ทีไ่ ด
กระทาํ โดยประมาทหรอื ความผดิ ลหโุ ทษ
ขอ ๘ ค.พ.ศ. มอี าํ นาจหนาท่ี ดังตอ ไปนี้
(๑) จดั ทาํ นโยบาย ยทุ ธศาสตร และแผนระดับชาติเก่ยี วกบั การพฒั นาระบบการติดตาม
คนหาย และการพิสูจนศพนิรนาม เสนอตอคณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณาอนุมัติใหหนวยงานของรัฐ
ท่เี ก่ียวขอ งนําไปปฏบิ ตั ิ
(๒) ใหค วามเหน็ หรอื ขอ เสนอแนะตอ คณะรฐั มนตรใี นเรอ่ื งทเี่ กยี่ วกบั การดาํ เนนิ การตดิ ตาม
คนหาย และการพสิ ูจนศพนริ นาม
(๓) ศกึ ษาและวเิ คราะหป ญ หาและอปุ สรรคทเ่ี กดิ ขนึ้ ในการดาํ เนนิ การตดิ ตามคนหายและ
การพสิ จู นศ พนริ นามของหนว ยงานของรฐั ตา ง ๆ เพอ่ื ประโยชนใ นการพฒั นาระบบการตดิ ตามคนหาย
และการพิสูจนศพนริ นาม
(๔) กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และแบบในการแจง การจัดเก็บ การรวบรวม
และการประสานขอมูลเกย่ี วกับคนหายและศพนิรนามตามระเบียบนี้
(๕) กําหนดแนวทางใหหนวยงานของรัฐถือปฏิบัติ เพ่ือประโยชนในการรวบรวมขอมูล
เกย่ี วกับคนหายและศพนริ นาม
(๖) สนับสนุนและสงเสริมภาคเอกชนและประชาชนใหเขามามีสวนรวมในการติดตาม
คนหาย และการพิสจู นศพนิรนาม
(๗) แตง ตัง้ คณะอนุกรรมการเพือ่ ปฏิบตั งิ านตามท่ี ค.พ.ศ. มอบหมาย
(๘) ปฏบิ ัติการอื่นใดตามที่คณะรฐั มนตรหี รือนายกรัฐมนตรมี อบหมาย
ขอ ๙ การประชุม ค.พ.ศ. ตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหน่ึงของจํานวน
กรรมการทง้ั หมดจึงจะเปน องคประชมุ
ในการประชุม ถาประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหรอง
ประธานกรรมการเปน ประธานในทปี่ ระชมุ ถา ประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไมม าประชมุ
หรอื ไมอ าจปฏิบตั ิหนา ทไี่ ดใหท ี่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึง่ เปน ประธานในทป่ี ระชมุ
การวินิจฉัยช้ีขาดของที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีเสียงหน่ึงในการ
ลงคะแนน ถา คะแนนเสียงเทากนั ใหประธานในทปี่ ระชุมออกเสียงเพ่ิมขึ้นอกี เสยี งหนงึ่ เปน เสียงช้ขี าด
ขอ ๑๐ การประชมุ คณะอนุกรรมการ ใหน ําขอ ๙ มาใชบ งั คับโดยอนุโลม

เลม ๑๓๒ ตอนพเิ ศษ ๙๘ ง หนา ๔ ๙๕
ราชกิจจานุเบกษา
๒๙ เมษายน ๒๕๕๘

ขอ ๑๑ ในการปฏิบัติหนาที่ตามระเบียบนี้ ค.พ.ศ. หรือคณะอนุกรรมการ อาจขอให
หนวยงานของรัฐหรือเจาหนาที่ของรัฐจัดสงเอกสาร ขอมูล หรือชี้แจงขอเท็จจริงเพ่ือประกอบการ
พิจารณาไดตามความจําเปน

ขอ ๑๒ ใหส ถาบนั นติ วิ ทิ ยาศาสตร กระทรวงยตุ ธิ รรม ทาํ หนา ทเ่ี ปน สาํ นกั งานเลขานกุ าร
ของ ค.พ.ศ. และใหมีอํานาจหนาท่ี ดังตอ ไปนี้

(๑) รบั ผดิ ชอบในงานธรุ การ งานวชิ าการ งานการประชมุ และงานเลขานกุ ารของ ค.พ.ศ.
(๒) รับแจง จัดเก็บ รวบรวม และประสานขอมูลเก่ียวกับคนหายและศพนิรนามจาก
หนว ยงานของรัฐ องคก รเอกชน และประชาชน
(๓) วิเคราะห ประเมนิ ผล และเสนอแนวทางการแกไ ขปญหาในการตดิ ตามคนหายและ
การพสิ ูจนศ พนริ นาม เพ่อื จดั ทํารายงานเสนอตอ ค.พ.ศ.
(๔) ชว ยเหลือ สนับสนนุ และประสานงานการตดิ ตามคนหายและการพิสจู นศ พนริ นาม
แกหนวยงานของรัฐ
(๕) เผยแพรข อ มลู เกย่ี วกบั คนหายและศพนริ นามใหป ระชาชนไดร บั ทราบเพอ่ื เปน ชอ งทาง
ในการชวยเหลอื และสนับสนุนการติดตามคนหายและการพิสจู นศ พนิรนามของหนวยงานของรฐั
(๖) ปฏิบตั ิหนาทอ่ี ื่นตามที่ ค.พ.ศ. มอบหมาย
ขอ ๑๓ ใหหนวยงานของรัฐใหความรวมมือและสนับสนุนการดําเนินงานของ ค.พ.ศ.
คณะอนุกรรมการ และสาํ นักงานตามระเบยี บนี้
ขอ ๑๔ เมอ่ื หนว ยงานของรฐั ใดไดร บั แจง วา มคี นหาย ใหห นว ยงานของรฐั นนั้ แจง ขอ มลู
ดงั กลาวใหสํานักงานทราบโดยเรว็
ในกรณที ม่ี ผี มู าแจง ตอ สาํ นกั งานวา มคี นหาย ใหส าํ นกั งานรบี จดั เกบ็ ขอ มลู นน้ั และจดั สง ตวั
ผูแจงพรอ มขอมูลดงั กลา วไปยังสถานตี าํ รวจใกลเคียงทันที เพอ่ื ดําเนนิ การตามอํานาจหนา ท่ีตอ ไป
ขอ ๑๕ เม่ือหนวยงานของรัฐแหงใดไดพบตัวคนหายแลว ใหหนวยงานของรัฐนั้น
รีบแจง ขอมลู ดงั กลาวใหส าํ นักงานทราบโดยเร็ว เพื่อจาํ หนายช่ือบคุ คลนัน้ ออกจากขอ มลู คนหาย
ในกรณที ส่ี าํ นกั งานเปน ผพู บตวั คนหายกอ น ใหส าํ นกั งานรบี จดั เกบ็ ขอ มลู ดงั กลา วและจดั สง
ตวั บคุ คลทพี่ บพรอ มขอ มลู นน้ั ไปยงั สถานตี าํ รวจใกลเ คยี งทนั ที เพอ่ื ดาํ เนนิ การตามอาํ นาจหนา ทตี่ อ ไป
และใหสาํ นกั งานแจง การพบตัวคนหายตอ หนวยงานของรฐั ที่ไดร บั แจง คนหายตามขอ ๑๔
ขอ ๑๖ เมอื่ หนว ยงานของรฐั ใดไดร บั แจง วา มกี ารพบศพนริ นาม ใหห นว ยงานของรฐั นนั้
แจงขอมูลดังกลาวใหส ํานกั งานทราบโดยเร็ว

๙๖ หนา ๕ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๘
ราชกจิ จานุเบกษา
เลม ๑๓๒ ตอนพเิ ศษ ๙๘ ง

ในกรณีท่ีมีผูมาแจงตอสํานักงานวามีการพบศพนิรนาม ใหสํานักงานรีบจัดเก็บขอมูล
ดังกลาว และจัดสงตัวผูแจงพรอมขอมูลนั้นไปยังสถานีตํารวจใกลเคียงทันที เพื่อดําเนินการตาม
อํานาจหนาที่ตอไป

ขอ ๑๗ ในกรณีท่ีหนวยงานของรัฐใดไมสามารถระบุไดวาศพนิรนามเปนบุคคลใด
หรือศพนิรนามท่ีตองทําการตรวจพิสูจนมีจํานวนมาก หนวยงานของรัฐนั้นอาจรองขอใหสํานักงาน
เปนผดู ําเนินการตรวจพสิ จู นศ พนิรนามดังกลาวก็ได

เมอ่ื สาํ นกั งานไดต รวจพสิ จู นศ พนริ นามตามวรรคหนง่ึ แลว สามารถระบไุ ดว า เปน บคุ คลใด
ใหสํานักงานรีบจัดเก็บขอมูลที่ตรวจพิสูจนไดและแจงขอมูลดังกลาวตอหนวยงานของรัฐท่ีรองขอ
ทราบทันที เพือ่ ดาํ เนนิ การตามอาํ นาจหนาท่ตี อไป

ขอ ๑๘ เพื่อประโยชนในการติดตามคนหายและการพิสูจนศพนิรนาม ใหสํานักงาน
แจง ขอ มูลตามขอ ๑๔ ขอ ๑๕ ขอ ๑๖ และขอ ๑๗ ใหสาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาตทิ ราบดว ย และให
สาํ นักงานและสาํ นักงานตํารวจแหงชาตปิ ระสานงานกันในเรอื่ งขอ มลู เก่ียวกับคนหายและศพนริ นาม

ขอ ๑๙ หลักเกณฑ วิธีการ และแบบในการแจง การจัดเกบ็ การรวบรวม การประสาน
ขอมูล และการดาํ เนินการอน่ื ใดเกีย่ วกบั คนหายหรือศพนิรนามตามขอ ๑๔ ขอ ๑๕ ขอ ๑๖ ขอ ๑๗
และขอ ๑๘ ใหเปน ไปตามท่ี ค.พ.ศ. ประกาศกําหนด

ขอ ๒๐ ใหร ฐั มนตรีวาการกระทรวงยุตธิ รรมเปนผรู กั ษาการตามระเบยี บนี้
ประกาศ ณ วนั ท่ี ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘
พลเอก ประยุทธ จันทรโ อชา
นายกรฐั มนตรี

๙๗


Click to View FlipBook Version