คู่มอุ แบบฝืกสมรรถนะ
วชิ ำ ประวตั ิศำสตร์
ระดบั ชนั๊ มธั ฝมศกึ ผำปีถี่ 2
โดฝ
ตำแหน่ง ครู
โรงเรีฝนบ้ำนสนั ปำ่ สัก อำเภอหำงดง จังหวัดเชฝี งใหม่
สำนักงำนเขตพุ๊นถีก่ ำรศึกผำประถมศกึ ผำเชฝี งใหม่ เขต 4
วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์
หลักฐานทางประวัติศาสตร์
การประเมินคณุ คา่ ของหลักฐาน
การตีความหลกั ฐาน
การวเิ คราะหแ์ ละสังเคราะหข์ อ้ มลู
หนว่ ย1 ความสาคัญของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
คาชแี้ จง: ให้นกั เรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1.ข้อใดเป็นขัน้ ตอนแรกของวิธีการทางประวตั ิศาสตร์
ก. การรวบรวมหลกั ฐาน ข. การกาหนดหัวเร่อื งที่จะศกึ ษา
ค. การประเมนิ คุณค่าของหลักฐาน ง. การเรยี บเรียงหรือการนาเสนอ
2.เพราะเหตุใด จึงตอ้ งมกี ารประเมินคุณคา่ หลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์
ก. หลักฐานอาจเกา่ หรือใหม่ ข. หลักฐานอาจจรงิ หรือเทจ็
ค. หลักฐานอาจมีหรอื ไม่มี ง. หลักฐานอาจมากหรือนอ้ ย
3.ถา้ มนี ักท่องเท่ียวชาวตา่ งชาตเิ ดินทางเข้ามาประเทศไทย แล้วเขียนหนังสือบรรยายวา่ ประเทศไทยลา้
หลงั ดอ้ ยพฒั นา เพราะยงั มกี ารกนิ อาหารดว้ ยมอื หรอื ไมส่ วมเสื้อผา้ นกั เรียนคดิ ว่า ข้อความนีจ้ ะใช้เปน็
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในอนาคตไดห้ รอื ไม่
ก. ไม่ได้ เพราะเปน็ หลกั ฐานเท็จ ข. ไม่ได้ เพราะผ้เู ขยี นไม่ใชค่ นไทย
ค. ได้ เพราะเป็นหลกั ฐานช้นั ตน้ ง. ได้ แต่ต้องมีการตีความหลักฐาน
4.บันทึกเหตกุ ารณ์ของ วนั วลิต ชาวต่างชาติท่ีเดนิ ทาง เข้ามาในสมยั อยธุ ยา เป็นหลกั ฐานประเภทใด
ก. หลกั ฐานชน้ั ต้น-เปน็ ลายลกั ษณ์อักษร ข. หลกั ฐานชนั้ รอง-เปน็ ลายลักษณ์อกั ษร
ค. หลกั ฐานชั้นต้น-ไม่เป็นลายลกั ษณ์อกั ษร ง. หลกั ฐานชนั้ รอง-ไมเ่ ป็นลายลักษณ์อกั ษร
5.หลักฐานทีเ่ ด่นมากในเรอื่ งของรายละเอียดและความถูกต้องของเวลา คือหลกั ฐานใด
ก. จารึก ข. ตานาน ค. จดหมายเหตุ ง. พงศาวดาร
6.เรอื่ งราวทีป่ รากฏในพงศาวดารจะเปน็ เรื่องราวเกย่ี วกบั อะไรเป็นสว่ นใหญ่
ก. สงครามกบั เพอื่ นบา้ น ข. ความเป็นอย่ขู องไพร่ฟา้
ค. การเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา ง. พระราชกรณยี กิจของกษตั ริย์
7.เรอ่ื งราวของมะกะโทท่ีเขา้ มารบั ราชการในสมัยพระร่วง จัดเปน็ หลักฐานประเภทใด
ก. พงศาวดาร ข. บนั ทกึ ชาวต่างชาติ
ค. หลกั ฐานโบราณคดี ง. ตานานหรือนทิ านพน้ื บ้าน
8.ลักษณะนิสยั ใด ท่ีมคี วามจาเป็นนอ้ ยสาหรับนักประวตั ิศาสตร์
ก. ชอบสงั เกต ข. ชอบคน้ หา ค. ชอบจดบันทกึ ง. ชอบวาดภาพ
9.เรอ่ื งราวในประวัติศาสตร์ทเี่ กิดขนึ้ มาแล้วจะมีความน่าเช่อื ถอื หากเป็นกรณใี ด
ก. ผเู้ ขียนเป็นราชนิกูล ข. มหี ลักฐานอา้ งองิ สนบั สนุน
ค. มกี ารเรียบเรยี งอย่างสละสลวย ง. ผ้เู ขียนเป็นบุคคลทมี่ ีความรู้ ความสามารถ
10. บิดาแห่งประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย คอื ใคร
ก. ศาสตราจารย์ขจร สุขพานชิ ข. สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ
ค. พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ง. พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพนั ธ์
หน่วยท่ี 1 ความสาคญั ของหลักฐานทาง ชอ่ื ………………………………………………………………………….
เลขท่ี………………………………..ชั้น………………………………..
ประวตั ิศาสตร์
ครูผสู้ อน…………………………………………………………………
กระดาษคาตอบ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 ความสาคญั ของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
คาสง่ั จงเลือกคาตอบที่ถูกทส่ี ุดเพียงข้อเดียว ใช้เวลาในการสอน 15 นาที
ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ก
ข
ค
ง
เฉลย: แบบทดสอบ หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1
ข้อ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
เฉลย ข ข ง ก ค ง ก ง ข ข
หนว่ ยท่ี 1 ความสาคัญของหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ ชอ่ื …………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 1.1 เลขที่………………………………..ชนั้ …………………………………..
เรื่อง: ความหมายและความสาคญั ของประวตั ศิ าสตร์ ครผู ู้สอน……………………………………………………………………
คาชแ้ี จง: ให้นกั เรยี นตอบคาถามท่ีกาหนดใหถ้ ูกต้อง
ประวัตศิ าสตร์ หมายถงึ อะไรให้นักเรียนอธบิ าย ประวัติศาสตร์ ในรูปแบบ Mind Map
2.เพราะเหตใุ ด การศึกษาประวัติศาสตร์จาเป็นต้องอาศยั ความร้ทู างด้านโบราณคดี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.การศกึ ษาประวตั ิศาสตรม์ ีความสาคัญอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
จากการศกึ ษา QR Code สรุปไดว้ า่
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
ประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย ใน11นาที
หนว่ ยท่ี 1 ความสาคญั ของหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ ชื่อ…………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 1.1 เลขที่………………………………..ชั้น…………………………………..
เรอื่ ง: ความหมายและความสาคญั ของประวตั ศิ าสตร์ ครูผู้สอน……………………………………………………………………
คาชีแ้ จง: ใหน้ กั เรียนตอบคาถามที่กาหนดให้ถูกต้อง
ให้นักเรียนอธิบาย ประวตั ิศาสตร์ ในรปู แบบ Mind Map ประวัติศาสตร์ หมายถึงอะไร
พจิ ารณาตามความเหมาะสมของครผู ู้สอน
ประวัตศิ าสตร์ คอื การศึกษาเรอ่ื งราวหรอื ประสบการณ์ของมนุษย์ในอดตี โดยอาศยั จากหลักฐานต่างๆ
ทั้งทเ่ี ป็นลายลกั ษณอ์ ักษรและไมเ่ ป็นลายลักษณ์อักษร แล้วนามาวิเคราะหต์ ีความเพือ่ สรา้ งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ซึง่ ครอบคลมุ
ทกุ เรือ่ งทุกดา้ น ทั้งน้ี เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกับเรอื่ งราวหรอื ประสบการณ์ของมนุษยไ์ ด้ถกู ต้องชัดเจนทสี่ ุด
2.เพราะเหตใุ ด การศึกษาประวัตศิ าสตร์จาเป็นตอ้ งอาศยั ความรู้ทางดา้ นโบราณคดี
เน่ืองจากหลักฐานท่ีเป็นลายลักษณ์อักษรมีน้อย ไม่เพียงพอต่อการศึกษา ซ่ึงอาจเกิดจากมนุษย์ไม่ได้
จดบันทึกเร่ืองราวไว้ หรือหลักฐานเกิดการสูญหาย หรือถูกทาลาย ดังน้ันนักประวัติศาสตร์จึงต้องอาศัย
หลักฐานทางโบราณคดี เช่น โบราณวัตถุ โบราณสถาน ภาพวาดบนฝาผนัง เคร่ืองประดับ เครื่องป้ันดินเผา
โครงกระดกู มนุษย์ เป็นตน้ และตอ้ งพึง่ พาความร้จู ากนกั โบราณคดีด้วย
3.การศึกษาประวตั ศิ าสตรม์ ีความสาคญั อยา่ งไร
ทาให้ทราบความเป็นมาของมนุษย์ทุกเรอื่ ง ซง่ึ จะเป็นบทเรียน เป็นตัวอย่างให้คนรุ่นหลังได้ปฏิบัติตาม
ในเรื่องท่ีดีและละเว้นเร่ืองที่ไม่ดี ประวัติศาสตร์ยังเป็นรากฐานความเจริญของมนุษย์ในปัจจุบัน ท้ังยังทาให้
มนุษย์มีวิธีการคิดอย่างฉลาด มีเหตุมีผล มีความละเอียดรอบคอบในการศึกษาค้นคว้าและเขียนงานทาง
ประวตั ศิ าสตร์
จากการศึกษา QR Code สรุปไดว้ า่
พจิ ารณาตามความเหมาะสมของครูผ้สู อน
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
ประวัตศิ าสตรช์ าติไทย ใน11นาที
หนว่ ยที่ 1 ความสาคญั ของหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ ชื่อ…………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 1.2 เลขท่ี………………………………..ชน้ั …………………………………..
เร่อื ง: การประเมินคุณคา่ ของหลกั ฐาน ครผู ้สู อน……………………………………………………………………
คาชี้แจง: ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี (ตกแต่งใหเ้ รียบร้อย)
1.การประเมินความน่าเชอื่ ถือของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์สามารถทาไดด้ ้วยวิธีใดบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.หลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ท่ีเป็นลายลักษณอ์ ักษร เปน็ ข้อมูลทางประวตั ศิ าสตรท์ ตี่ ้องนามาดาเนินการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.ขอ้ มูลที่ปรากฏอยู่ในหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรล์ ายลักษณอ์ กั ษร เรียกวา่ อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4.ข้อมูลทางประวตั ิศาสตร์ที่ผู้เขียนได้แสดงความคิดเห็นในเรอื่ งราวท่ีบันทึกข้อมูล เรียกวา่ อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5.ทาไมต้องแยกแยะข้อมลู ระหว่างข้อเท็จจรงิ กับความคดิ เห็น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6.ในปจั จุบนั การรบั ร้ขู ้อมูลข่าวสารจากแหล่งตา่ งๆ ของนักเรียนต้องใหค้ วามสาคัญในเรอื่ งใด เพือ่ ไมใ่ ห้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7.พธิ ีกรในรายการโทรทัศน์เสนอข่าวประจาวันด้วยการอ่านขา่ วจากหนา้ หนงั สือพิมพแ์ ละขยายความ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8.ขอ้ มูลทางประวัติศาสตร์เปน็ ข้อเท็จจรงิ หมายถงึ อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
9.การเสียกรงุ ศรอี ยุธยาแกพ่ ม่าครง้ั ที่ 1 จัดเปน็ ข้อมูลชนิดใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
10.การเสียกรุงศรอี ยุธยาแกพ่ ม่าคร้ังท่ี 1 เปน็ เพราะคนไทยขาดความสามคั คี จัดเปน็ ข้อมูลชนิดใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
หนว่ ยท่ี 1 ความสาคัญของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ ช่ือ…………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 1.2 เลขท่ี………………………………..ชน้ั …………………………………..
เรื่อง: การประเมนิ คุณคา่ ของหลกั ฐาน ครผู ้สู อน……………………………………………………………………
คาชีแ้ จง: ให้นักเรียนตอบคาถามต่อไปนี้ (ตกแต่งให้เรียบร้อย)
1.การประเมินความน่าเชื่อถือของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรส์ ามารถทาไดด้ ้วยวิธีใดบ้าง
1) เปน็ ของแทห้ รือของปลอม 4) ชว่ งระยะเวลาทจ่ี ัดทา
2) ศึกษาภูมิหลังของผ้ทู าหลกั ฐานหรือผู้เกย่ี วขอ้ ง 5) รปู ร่างลักษณะของหลกั ฐาน
3) วตั ถปุ ระสงค์ในการทา
2.หลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ท่ีเปน็ ลายลักษณ์อักษร เปน็ ข้อมลู ทางประวตั ิศาสตรท์ ี่ต้องนามาดาเนินการ
นามาแยกแยะหาข้อเท็จจริง
3.ข้อมูลทปี่ รากฏอยูใ่ นหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรล์ ายลักษณ์อกั ษร เรียกวา่ อะไร
ข้อเทจ็ จริง
4.ขอ้ มูลทางประวัติศาสตรท์ ี่ผูเ้ ขียนไดแ้ สดงความคิดเห็นในเรอื่ งราวทบี่ นั ทึกข้อมลู เรียกว่าอะไร
ความคดิ เหน็
5.ทาไมต้องแยกแยะข้อมูลระหว่างข้อเท็จจริงกับความคดิ เห็น
เพือ่ ให้ได้ความจริงหรือใกล้เคียงกับความจรงิ มากท่สี ดุ
6.ในปัจจบุ นั การรับร้ขู ้อมูลขา่ วสารจากแหล่งตา่ งๆ ของนักเรียนต้องให้ความสาคัญในเรอื่ งใด เพอ่ื ไมใ่ ห้
การแยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ กบั ความคดิ เหน็
7.พธิ กี รในรายการโทรทัศน์เสนอข่าวประจาวันด้วยการอา่ นข่าวจากหนา้ หนงั สือพิมพแ์ ละขยายความ
การใหข้ อ้ มลู ดา้ นความคดิ เหน็
8.ขอ้ มูลทางประวัติศาสตรเ์ ปน็ ข้อเทจ็ จริง หมายถงึ อะไร
มีท้ังความจริงและขอ้ เทจ็ จริง
9.การเสียกรุงศรีอยุธยาแกพ่ ม่าครงั้ ที่ 1 จดั เปน็ ข้อมูลชนดิ ใด
ขอ้ มลู ที่เป็นความจรงิ
10.การเสียกรงุ ศรอี ยุธยาแก่พม่าครัง้ ที่ 1 เปน็ เพราะคนไทยขาดความสามัคคี จัดเป็นข้อมูลชนดิ ใด
ข้อเท็จจรงิ
หนว่ ยท่ี 1 ความสาคัญของหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ ชือ่ …………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 1.3 เลขท่ี………………………………..ชั้น…………………………………..
เรอ่ื ง: การตีความทางประวตั ิศาสตร์ ครูผู้สอน……………………………………………………………………
คาชแี้ จง: ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี
1.การตคี วามทางประวตั ิศาสตร์ของนกั ประวตั ิศาสตรท์ ี่ดี ควรมีคณุ ลักษณะอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.จดหมายเหตุลาลูแบร์ มคี วามสาคัญอย่างไรในการตีความทางประวตั ิศาสตร์ของกรุงศรอี ยธุ ยา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.“การตคี วามทางประวัติศาสตร์ มคี วามสาคญั ต่อการคน้ หาความจริงทางประวตั ิศาสตร์”
นกั เรียนเหน็ ด้วยกบั ข้อความดังกลา่ วหรือไม่ อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4.หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรท์ ี่สรา้ งขึ้นโดยคนไทยและชาวต่างชาติ มคี วามสาคัญแตกตา่ งกันหรอื ไม่
อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5.นกั เรยี นสามารถนาวธิ ีการตีความทางประวัติศาสตร์มาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจาวันไดอ้ ย่างไร จงอธิบาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
จากการศึกษา QR Code เรือ่ ง FIN | ถ้าเอ็งเปลี่ยนมานับถือศาสนาขา้ เม่ือใด ข้าจะถือว่าเอง็ เป็นคนโกง
บพุ เพสนั นวิ าส | Ch3Thailand ตามจดหมายเหตุลาลูแบร์ สรุปได้วา่
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
หนว่ ยท่ี 1 ความสาคัญของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ ชอ่ื …………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 1.3 เลขที่………………………………..ชัน้ …………………………………..
เร่ือง: การตคี วามทางประวตั ศิ าสตร์ ครูผสู้ อน……………………………………………………………………
คาชีแ้ จง: ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามต่อไปนี้
1.การตคี วามทางประวตั ศิ าสตรข์ องนักประวตั ิศาสตรท์ ่ดี ี ควรมคี ุณลักษณะอยา่ งไร
ไม่ตคี วามบิดเบือนหลักฐาน มีใจเปน็ กลาง ปราศจากอคติ ไม่นาคา่ นยิ มของตนไปตดั สนิ อดตี ไม่นาความรขู้ อง
ตนเองเขา้ ไปปะปนกับการตคี วาม มวี จิ ารณญาณในการกลั่นกรองความจรงิ อยา่ งรอบคอบ
2.จดหมายเหตุลาลแู บร์ มีความสาคัญอยา่ งไรในการตีความทางประวตั ศิ าสตร์ของกรุงศรอี ยธุ ยา
ไดศ้ ึกษาประวตั ิศาสตรข์ องกรงุ ศรอี ยุธยาผ่านมมุ มองของชาวตา่ งชาตจิ ากหลักฐานทเ่ี ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร
โดยเฉพาะวถิ ชี ีวติ ความเป็นอยู่ สงั คม ประเพณี และวัฒนธรรมของชาวกรุงศรีอยุธยา
3.“การตคี วามทางประวัตศิ าสตร์ มีความสาคญั ต่อการค้นหาความจริงทางประวตั ศิ าสตร์”
นักเรยี นเห็นด้วยกับขอ้ ความดังกลา่ วหรือไม่ อยา่ งไร
พิจารณาตามความเหมาะสมของครผู สู้ อน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4.หลักฐานทางประวตั ศิ าสตรท์ ่ีสรา้ งขึ้นโดยคนไทยและชาวต่างชาติ มีความสาคญั แตกต่างกันหรือไม่
อย่างไร
หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรท์ สี่ ร้างข้ึนโดยคนไทย จะเข้าใจวิถีชวี ิต ความเป็นอยู่ ลกั ษณะสังคม ประเพณี และวัฒนธรรมของ
คนไทย แต่มักจะเขียนในแงด่ ี สื่อถงึ ความอดุ มสมบูรณข์ องทรัพยากร ความยง่ิ ใหญเ่ กรยี งไกรของพระมหากษตั รยิ ์
ส่วนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทสี่ รา้ งขึน้ โดยชาวชาติ อาจเขยี นด้วยความไม่เข้าใจในความเปน็ ไปของสังคมไทยในดา้ นต่างๆ
แต่สอื่ ถึงมมุ มองของชาวต่างชาตทิ ่ีมีตอ่ สงั คมไทยในขณะน้ัน
5.นกั เรยี นสามารถนาวิธีการตคี วามทางประวตั ิศาสตร์มาประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาวันได้อย่างไร จงอธบิ าย
พิจารณาตามความเหมาะสมของครผู สู้ อน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
จากการศึกษา QR Code เร่ือง FIN | ถ้าเอง็ เปล่ียนมานับถือศาสนาข้าเม่อื ใด ข้าจะถือว่าเอ็งเปน็ คนโกง
บพุ เพสนั นวิ าส | Ch3Thailand ตามจดหมายเหตุลาลูแบร์ สรปุ ได้ว่า
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
พิจารณาตามความเหมาะสมของครผู สู้ อน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
หนว่ ยที่ 1 ความสาคัญของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ ชอื่ …………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 1.4 เลขท่ี………………………………..ชน้ั …………………………………..
เร่อื ง: การวิเคราะหแ์ ละสงั เคราะหข์ ้อมลู ครูผสู้ อน……………………………………………………………………
คาชแ้ี จง: ให้นกั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
“ไม่มชี นชาตใิ ดทจี่ ะบรโิ ภคอาหารอดออมเทา่ คนสยาม สามญั ชนด่มื แต่น้อยเทา่ นั้น แล้วก็กนิ ข้าวหงุ ,
ผลไม,้ ปลาแห้งบา้ งเล็กน้อย แล้วยงั กนิ ไม่ค่อยอิ่มทอ้ งเสยี ด้วย ชนชน้ั สงู กม็ ไิ ดบ้ ริโภคดีไปกว่าน้ี
ท้งั ๆ ที่สามารถจะซื้อหามาบริโภคไดต้ ามปรารถนา”
นโิ กลสั แชร์แวร์
ที่มา: Gervaise,Nicolas.1688. Histoire Naturelle et Politique du Royaume de Siam. Paris: Chez Claude
Barbin.
“สารบั กบั ข้าวคนชาวสยามน้ันไมส่ จู้ ะฟุ่มเฟอื ยนัก ท่ีพวกเราบรโิ ภคอาหารกันน้อยในฤดูร้อนกวา่ ในฤดู
หนาวนั้น ชาวสยามยงั บริโภคอาหารน้อยกวา่ พวกเราลงไปเสียอกี
เน่อื งดว้ ยมฤี ดูรอ้ นตดิ ต่อกนั อย่ตู ลอดกาลนน่ั เอง อาหารหลักของเขา คือ ขา้ วกบั ปลา”
ซมิ ง เดอ ลาลูแบร์
ที่มา : ซิมง เดอ ลาลแู บร์. 2548. จดหมายเหตุลาลูแบร์ ราชอาณาจกั รสยาม. แปลโดยสันต์ ท. โกมลบุตร.
กรุงเทพมหานคร : ศรีปัญญา.
คาถาม
จากข้อมลู หลกั ฐานท้งั 2 เร่อื ง นักเรยี นสามารถวเิ คราะหข์ ้อมลู ไดอ้ ย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ถ้านักเรยี นเปน็ “แม่การะเกด ในละครบพุ เพสนั นิวาส นักเรียนจะนาส่งิ ประดษิ ฐ์ในปัจจุบันกลบั ไปในอดีต
คอื ส่งิ ใดเพราะเหตุใด (พร้อมวาดรปู ประกอบหรือติดรูป)
…………………………………….…………………………. ติดรูป
………………………………………………..………………
……………………………………………..…………………
……………………………………….…………………….…
……………………………………………………..…………
…………………………………………………..……………
………………………………………………………………..
หน่วยท่ี 1 ความสาคัญของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ ช่ือ…………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 1.4 เลขท่ี………………………………..ชน้ั …………………………………..
เรือ่ ง: การวเิ คราะหแ์ ละสังเคราะหข์ ้อมูล ครผู ู้สอน……………………………………………………………………
คาชแ้ี จง: ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามต่อไปนี้
“ไมม่ ีชนชาตใิ ดทจี่ ะบริโภคอาหารอดออมเทา่ คนสยาม สามัญชนดม่ื แต่น้อยเทา่ นน้ั แลว้ ก็กินขา้ วหงุ ,
ผลไม,้ ปลาแห้งบ้างเลก็ น้อย แลว้ ยงั กนิ ไม่ค่อยอิม่ ท้องเสียด้วย ชนชั้นสงู กม็ ิได้บรโิ ภคดไี ปกว่านี้
ทั้งๆ ท่สี ามารถจะซื้อหามาบริโภคไดต้ ามปรารถนา”
นิโกลสั แชรแ์ วร์
ทม่ี า: Gervaise,Nicolas.1688. Histoire Naturelle et Politique du Royaume de Siam. Paris: Chez Claude
Barbin.
“สารบั กบั ข้าวคนชาวสยามนั้นไม่สู้จะฟ่มุ เฟือยนัก ท่ีพวกเราบริโภคอาหารกันน้อยในฤดรู ้อนกว่าในฤดู
หนาวนนั้ ชาวสยามยังบรโิ ภคอาหารนอ้ ยกว่าพวกเราลงไปเสียอีก
เนื่องด้วยมฤี ดรู ้อนตดิ ตอ่ กันอยตู่ ลอดกาลนัน่ เอง อาหารหลกั ของเขา คือ ข้าวกบั ปลา”
ซิมง เดอ ลาลูแบร์
ทม่ี า : ซิมง เดอ ลาลแู บร์. 2548. จดหมายเหตุลาลูแบร์ ราชอาณาจกั รสยาม. แปลโดยสันต์ ท. โกมลบุตร.
กรุงเทพมหานคร : ศรปี ัญญา.
คาถาม
จากข้อมลู หลักฐานท้งั 2 เรอื่ ง นักเรียนสามารถวิเคราะหข์ ้อมูลได้อย่างไร
1) แสดงใหเ้ หน็ ถึงวัฒนธรรมการรับประทานอาหารในสังคมไทย ไมว่ ่าจะเป็นสามญั ชนหรอื ชนชนั้ สงู ก็บรโิ ภคไมไ่ ดแ้ ตกต่างกนั
2) ชาวสยามกินข้าวเปน็ อาหารหลัก ปลาเปน็ สัตวท์ น่ี ิยมรบั ประทาน อาจเพราะมีอยู่ทั่วไป หาได้ง่าย และมีอย่างอุดมสมบูรณ์
ในแมน่ า้ ลาคลอง จนมีคาพดู ท่ีติดปากกันวา่ กินขา้ วกินปลา
3) ปลาทแี่ ชร์แวรบ์ นั ทกึ ไวค้ อื ปลาแหง้ ไม่ใชป่ ลาสด แสดงถงึ ภมู ิปญั ญาการถนอมอาหารของคนไทย
4) แชร์แวร์มองว่าชาวสยามบริโภคอย่างประหยัด เนื่องด้วยวัฒนธรรมการกินของชาวฝร่ังเศสนั้นมีความแตกต่างจาก
วฒั นธรรมการกนิ ของชาวสยาม โดยในมอื้ หน่งึ ชาวฝรัง่ เศสจะรับประทานอาหารหลายจาน
ถา้ นักเรียนเป็น “แมก่ าระเกด ในละครบุพเพสนั นวิ าส นักเรียนจะนาสิ่งประดษิ ฐใ์ นปัจจุบนั กลับไปในอดีต
คอื สง่ิ ใดเพราะเหตุใด (พร้อมวาดรูปประกอบหรือติดรูป)
พจิ ารณาตามความเหมาะสมของครผู ้สู อน ติดรปู
………………………………………………..………………
……………………………………………..…………………
……………………………………….…………………….…
……………………………………………………..…………
…………………………………………………..……………
………………………………………………………………..
หน่วยท่ี 1 ความสาคัญของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ ชื่อ…………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 1.5 เลขท่ี………………………………..ช้นั …………………………………..
เรอื่ ง: ความสาคัญของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ ครผู สู้ อน……………………………………………………………………
คาชีแ้ จง: ให้นกั เรยี น สรปุ ความสาคัญของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ เป็น Mind Map
หนว่ ยท่ี 1 ความสาคญั ของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ ชอื่ …………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 1.6 เลขท่ี………………………………..ช้ัน…………………………………..
เรื่อง: วิธกี ารทางประวัติศาสตร์ ครูผูส้ อน……………………………………………………………………
คาชแ้ี จง: ใหน้ กั เรียนอธิบาย “วิธีการทางประวตั ิศาสตร์” ตามความเข้าใจของนักเรียน
……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
หนว่ ยท่ี 1 ความสาคัญของหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ ช่ือ…………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 1.6 เลขที่………………………………..ช้ัน…………………………………..
เร่อื ง: วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ ครผู ู้สอน……………………………………………………………………
ขั้นตอนที่ 1 การต้ังประเด็นท่ีจะศึกษา นับว่าเป็นขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร์ที่นัก
ประวัติศาสตร์ หรือผู้สนใจทางประวัติศาสตร์มีความสนใจอยากรู้ เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ตอนใดตอนหนึ่ง
โดยตั้งประเดน็ คาถามวา่ ศกึ ษาเร่ืองอะไรในช่วงเวลาใด ทาไมจึงต้องศึกษา
ขั้นตอนท่ี 2 สืบค้นและรวบรวมข้อมูล ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ คือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่
สามารถสอบสวนเข้าไปให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงท่ีเกิดข้ึนได้ ประกอบด้วยหลักฐานท่ีไม่ เป็นลายลักษณ์
อักษร เช่น โบราณสถาน โบราณวัตถุ คาบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์ และหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร
เช่น ศิลาจารึก จดหมายเหตุ บันทึกและเอกสารต่างๆ ในการสะสม และรวบรวมข้อมูล ต่าง ๆ เหล่าน้ี นัก
ประวัติศาสตร์จาเป็นต้องใช้วิจารณญาณของตนสารวจ เน่ืองจากข้อมูลแต่ละประเภทเป็นผลิตผลท่ีมนุษย์
สรา้ งสรรค์ขนึ้ โดยมีจดุ ประสงคท์ ่แี ตกตา่ งกันดังน้ันตอ้ งค้นหาต้นตอหรอื สาเหตุของข้อมูลอย่างลึกซ้ึงเท่าที่จะทา
ได้ เพือ่ ปอ้ งกนั มใิ ห้ข้อเท็จจริงทางประวัตศิ าสตร์ถกู บดิ เบอื น
ขั้นตอนที่ 3 การวิเคราะห์และตีความข้อมูลทางประวัติศาสตร์ โดยการนาข้อมูลที่ได้สืบค้นรวบรวม
คัดเลือก และประเมินไว้แล้วนามาพิจารณาในรายละเอียดทุกด้าน ซึ่งนักประวัติศาสตร์ต้องใช้เหตุผลเป็น
แนวทางในการตีความเพ่ือนาไปสูก่ ารค้นพบข้อเท็จจรงิ ทางประวตั ศิ าสตร์ทีถ่ ูกตอ้ ง
ขั้นตอนที่ 4 การคัดเลือกและประเมนิ ขอ้ มลู นักประวัติศาสตร์จะต้องนาข้อมูลที่ได้รวบรวมไว้มาคัดเลือก
และประเมนิ เพอื่ คน้ หาความเก่ียวข้องสมั พนั ธ์ระหวา่ งข้อมลู กับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ต้องการทราบ
ข้ันตอนท่ี 5 การเรียบเรียงรายงานข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ท่ีได้รับอันเป็นผลมาจากการวิเคราะห์
และการตีความข้อมูล หรืออธิบายข้อสงสัย เพื่อนาเสนอข้อมูลในลักษณะท่ีเป็นการตอบ ตลอดจนความรู้
ความคดิ ใหมท่ ีไ่ ด้จากการศึกษาคน้ คว้าในรูปแบบการรายงาน อยา่ งมเี หตผุ ล
หน่วยที่ 1 ความสาคัญของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ ชือ่ …………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 1.6 เลขท่ี………………………………..ชั้น…………………………………..
เร่อื ง: ความหมายและความสาคญั ของประวตั ศิ าสตร์ ครผู สู้ อน……………………………………………………………………
หนังสอื จดหมายเหตุ
BANGKOKRECORDER.
ความหมายและความสาคญั ของประวัตศิ าสตร์
คาชแ้ี จง: ให้นกั เรยี นตอบคาถามที่กาหนดให้ถูกต้อง
1.ประวัติศาสตร์ หมายถึงอะไร 2.เพราะเหตใุ ด การศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์จาเปน็ ตอ้ งอาศัย
………………………………………………………..………………. ความรู้ทางดา้ นโบราณคดี
………………………………………..………….…………………… ………………………………………………………..……………….…………
……………………..…………………………………………………. ……………………………..………….…………………………………………
…….……………………..…………………………………………… ..………………………………………………….…….……………..….…..…
……..……….……………………………………………..…………. ………………………………………………..……….………………..………
…….………………………………………..………………………… ……………………..………….…….………………………………………..…
…………………………….………………………….....…………… …………………………………………………….………………..…………...
……………………………..…………………………………………. ..…………………………………………..……………………………………
3….ก…า…รศ…ึก…ษ.…าป…ร…ะว…ตั …ศิ …า…สต…ร.์ม.…ีค…วา…ม…ส…าค…ญั …อ…ย…า่ …งไ…ร……… …….………………………………………………………..…..…………….…
…….……………………..…………………………………………… ……………………………………..………….…………………………………
……..……….……………………………………………..………….
…….………………………………………..…………………………
…………………………….………………………….....……………
…………………………….………………………….....……………
……………………………..………………………………………….
……………………………..………………………………………….
หนว่ ยท่ี 1 ความสาคญั ของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ช่อื …………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 1.6 เลขท่ี………………………………..ชั้น…………………………………..
เรอ่ื ง: ความหมายและความสาคญั ของประวัติศาสตร์ ครูผสู้ อน……………………………………………………………………
หนังสอื จดหมายเหตุ
BANGKOKRECORDER.
ความหมายและความสาคัญของประวตั ศิ าสตร์
คาชี้แจง: ให้นกั เรยี นตอบคาถามที่กาหนดให้ถูกต้อง
1.ประวัตศิ าสตร์ หมายถึงอะไร 2.เพราะเหตุใด การศึกษาประวตั ศิ าสตรจ์ าเปน็ ต้องอาศัย
ความรู้ทางดา้ นโบราณคดี
ประวัตศิ าสตร์ คือ การศกึ ษาเรือ่ งราวหรือประสบการณ์ของ
มนษุ ยใ์ นอดตี โดยอาศัยจากหลกั ฐานต่างๆ ทงั้ ทเี่ ป็น ลาย เน่อื งจากหลักฐานที่เปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษรมีน้อย ไมเ่ พยี งพอต่อการศึกษา
ลกั ษณอ์ กั ษรและไมเ่ ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร แลว้ นามาวิเคราะห์ ซ่งึ อาจเกิดจากมนษุ ยไ์ มไ่ ด้จดบนั ทกึ เรื่องราวไวห้ รือหลักฐานเกดิ การสญู
ตคี วามเพื่อสร้างเรือ่ งราวทางประวัติศาสตร์ ซง่ึ ครอบคลมุ ทุก หาย หรือถูกทาลาย ดังนน้ั นักประวัติศาสตรจ์ งึ ตอ้ งอาศัยหลักฐานทาง
เรอ่ื งทกุ ดา้ น ทงั้ น้ี เพื่อใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเข้าใจเกีย่ วกับเรือ่ งราว
โบราณคดี เชน่ โบราณวตั ถุ โบราณสถาน ภาพวาดบนฝาผนงั
หรือประสบการณข์ องมนษุ ยไ์ ดถ้ ูกต้องชดั เจนที่สุด เครอื่ งประดบั เครื่องปน้ั ดนิ เผา โครงกระดูกมนุษย์ เป็นต้น และตอ้ ง
พึ่งพาความรู้จากนกั โบราณคดีด้วย
3.การศึกษาประวตั ศิ าสตร์มีความสาคัญอย่างไร
ทาให้ทราบความเปน็ มาของมนษุ ยท์ กุ เรอื่ ง ซงึ่ จะเปน็ บทเรยี น
เปน็ ตวั อย่างใหค้ นรุ่นหลังไดป้ ฏิบตั ติ ามในเร่ืองทด่ี ี
และละเว้นเรอ่ื งทไ่ี ม่ดี ประวัตศิ าสตรย์ ังเป็นรากฐานความเจรญิ
ของมนษุ ยใ์ นปัจจบุ นั ทงั้ ยงั ทาให้มนษุ ยม์ วี ธิ กี ารคดิ อยา่ งฉลาด
มเี หตมุ ีผล มีความละเอยี ดรอบคอบในการศึกษาคน้ ควา้ และ
เขยี นงานทางประวตั ศิ าสตร์
หนว่ ยท่ี 1 ความสาคญั ของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ ช่ือ…………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 1.7 เลขท่ี………………………………..ช้ัน…………………………………..
เรอ่ื ง: หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ ครูผสู้ อน……………………………………………………………………
คาช้ีแจง: หาภาพหรอื วาดภาพหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ทเ่ี ป็นลายลกั ษณ์อักษร และไมเ่ ป็นลายลักษณ์อักษร
มาอย่างน้อย 2 ช้นิ แลว้ เขียนอธบิ ายลกั ษณะสาคัญมาพอสังเขป
1.หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรท์ เ่ี ป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
หลกั ฐานน้ี คอื
มีลกั ษณะสาคญั ดงั นี้
หลักฐานน้ี คอื
มีลักษณะสาคัญ ดังนี้
2.หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ที่ไม่เปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษร
หลักฐานนี้ คอื
มลี กั ษณะสาคัญ ดังนี้
หลกั ฐานนี้ คือ
มีลักษณะสาคญั ดังน้ี
หนว่ ยท่ี 1 ความสาคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ชอื่ …………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 1.7 เลขท่ี………………………………..ช้นั …………………………………..
เรือ่ ง: หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ ครผู ูส้ อน……………………………………………………………………
คาชแ้ี จง: หาภาพหรอื วาดภาพหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ทเ่ี ปน็ ลายลกั ษณ์อักษร และไมเ่ ป็นลายลกั ษณ์อักษร
มาอย่างน้อย 2 ชิ้น แล้วเขยี นอธิบายลักษณะสาคัญมาพอสังเขป
1.หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรท์ ่เี ป็นลายลกั ษณ์อักษร
หลักฐานนี้ คือ ตานาน
มีลักษณะสาคัญ ดังนี้ การจดบันทึกและ พิมพ์เผยแพร่ ดังน้ันเรื่องท่ี
อยู่ในตานานจึงอาจถูกเปล่ียนแปลงจากเรื่องเดิมได้เพราะการลืม ความไม่
แม่นยาในการจดจาการแต่งเตมิ เรือ่ ง การไม่ให้ความสาคัญในเร่ืองการเวลา
จึงมีการกล่าวถึงเวลาอย่างกว้างๆ เรื่องท่ีปรากฏในตานานมักจะกล่าวถึง
เร่ืองในพระพทุ ธศาสนา เร่ืองราวของบุคคล
หลกั ฐานนี้ คือ
มีลักษณะสาคญั ดังน้ี
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
2.หลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ท่ีไมเ่ ปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษร
หลกั ฐานน้ี คือ วัด
มีลักษณะสาคญั ดังนี้ หลกั ฐานทีไ่ มเ่ ป็นลายลกั ษณ์อักษรมหี ลายประเภท
เชน่ พระราชวงั เก่าท่ีพระนครศรีอยุธยา ที่ลพบรุ ี วัด ศลิ ปวัตถุ และ
หมู่บ้านชาวตา่ งชาติ ซ่ึงสามารถใช้ประกอบกับหลกั ฐานทเ่ี ปน็ ลายลกั ษณ์
อักษรในการศึกษาค้นคว้า
หลกั ฐานน้ี คือ
มีลักษณะสาคัญ ดังนี้
หนว่ ยที่ 1 ความสาคญั ของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ ช่ือ…………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 1.8 เลขท่ี………………………………..ชน้ั …………………………………..
เรอ่ื ง: หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ ครูผู้สอน……………………………………………………………………
คาช้ีแจง: ยกตัวอยา่ งหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์และบอกลกั ษณะสาคัญมาพอสงั เขป
ลกั ษณะสาคัญ ลักษณะสาคญั
ลกั ษณะสาคญั ลกั ษณะสาคญั
ลักษณะสาคัญ ลักษณะสาคญั
หน่วยที่ 1 ความสาคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ชอื่ …………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 1.8 เลขท่ี………………………………..ชน้ั …………………………………..
เรื่อง: หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ ครูผ้สู อน……………………………………………………………………
คาช้ีแจง: ยกตวั อย่างหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์และบอกลักษณะสาคัญมาพอสังเขป
จำรกึ ลกั ษณะสาคญั ลักษณะสาคัญ บนั ทกึ คาบอกเลา่
ของผู้ทไ่ี ม่ได้อยใู่ น
จดหมายเหตุ บันทึกเร่ืองราวเหตุการณ์ที่ เป็นบันทึกหรอื หนงั สือที่
เกดิ ข้นึ ในสังคมลงบนวสั ดุ เขยี นข้ึนภายหลงั จากที่ เหตุการณ์
โบราณสถาน ทม่ี ีความคงทน เช่น แผ่น เหตกุ ารณล์ ว่ งเลยมานาน
โบราณวัตถุ แล้ว ซงึ่ อาศยั ข้อมูลจาก
ศิลา โลหะ
จงึ ไมส่ ญู สลายไป หลักฐานชั้นตน้
ลกั ษณะสาคญั ลกั ษณะสาคัญ ตำรำทำง
วิชำกำร
บันทึกรว่ มสมยั ที่บอก จดั เปน็ ผลงานทส่ี ร้างสรรค์
เกย่ี วกบั วนั เวลา ที่มี ข้นึ โดยนกั ประวตั ศิ าสตร์
เหตุการณเ์ กดิ ขึน้ และมี และนกั วิชาการสาขาอ่ืน
การแทรกความคดิ เห็นของ
โดยผา่ นการคน้ ควา้
ผู้บนั ทกึ ลงไปด้วย วิเคราะหแ์ ละเรียบเรียง
ลกั ษณะสาคัญ ลักษณะสาคญั ตานาน
จัดเป็นหลักฐานทไี่ ม่เปน็ นิทานพื้นบ้านท่ีบอกเล่า
ลายลกั ษณ์อกั ษร สามารถ ต่อ ๆ กันมา รวบรวมเรียบ
เรียงเป็นลายลักษณ์อักษร
ใช้ศึกษาเปน็ หลกั ฐาน เน้นเรือ่ งความเชอื่ ศรัทธา
ชน้ั ตน้ เพราะเปน็ ส่ิงทผี่ ู้คน
ในสมัยกอ่ นไดท้ าหรือสร้าง
ข้นึ
หนว่ ยท่ี 1 ความสาคัญของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ ชื่อ…………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 1.9 เลขที่………………………………..ช้ัน…………………………………..
เรอ่ื ง: ความหมายของวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ ครผู ู้สอน……………………………………………………………………
คาช้ีแจง: ให้นกั เรียนตอบคาถามท่ีกาหนดใหถ้ ูกต้อง
ความหมายของวิธีการทางประวัติศาสตร์
............................................................................................................................. .......................................................
.1... การกาหนดประเดน็ ปญั หา (WH Question)
การศึกษาประวตั ศิ าสตรเ์ รม่ิ จากการตัง้ คาถามพ้ืนฐานหลัก 5คาถาม คือ
1. เกิดเหตุการณ์อะไรข้ึนในอดีต ..............................................................
2. เหตุการณน์ ้นั เกดิ ข้ึนเม่อื ไหร่ ..............................................................
3. เหตกุ ารณน์ ั้นเกดิ ขน้ึ ทีไ่ หน ..............................................................
4. ทาไมจงึ เกิดเหตกุ ารณ์นัน้ ขน้ึ ..............................................................
5. เหตุการณน์ ้นั เกดิ ขึ้นได้อยา่ งไร ..............................................................
ให้นักเรยี นเขียนประวัติชีวติ ตนเอง 1 กรณี โดยอธบิ ายตามหลกั คาถามพื้นฐาน (WH Question)
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
...
2. การรวบรวมขอ้ มลู เปน็ การสืบคน้ ข้อมลู ต่างๆ โดยใช้หลักฐานทางประวัตศิ าสตร์
3. การวิเคราะห์ ตีความ ประเมนิ คุณคา่ ของหลักฐาน คือ ……………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3.1 การประเมนิ ภาย.....................คอื การประเมินผูบ้ นั ทึกหลกั ฐาน และ ประเมนิ ตวั หลกั ฐาน
3.2 การประเมนิ ภาย.....................คือ การการตรวจสอบความถูกต้องของหลกั ฐานทจ่ี ะศึกษาควบคู่
กับหลกั ฐานอน่ื ๆ ที่เกีย่ วข้องกันในชว่ งเวลานน้ั
4. การสรปุ สงั เคราะห์ เช่อื มโยงขอ้ เท็จจริง คือ ……………………………………………………………………………………
5. การนาเสนอขอ้ มูล คอื …………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………..……………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
หนว่ ยท่ี 1 ความสาคญั ของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ ช่ือ…………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 1.9 เลขที่………………………………..ช้นั …………………………………..
เรื่อง: ความหมายของวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ ครูผู้สอน……………………………………………………………………
คาช้แี จง: ให้นักเรยี นตอบคาถามท่ีกาหนดใหถ้ ูกต้อง
ความหมายของวธิ ีการทางประวัติศาสตร์ การรวบรวม พจิ ารณาไตรต่ รอง วิเคราะห์และตคี วามจากหลักฐานแลว้ นามา
เปรยี บเทยี บอย่างเปน็ ระบบเพือ่ อธิบายเหตุการณส์ าคญั ทีเ่ กิดข้ึนในอดีตวา่ เหตใุ ดจึงเกิดขน้ึ หรอื เหตกุ ารณใ์ นอดตี นั้นไดเ้ กดิ และ
คล่ีคลายอยา่ งไร ซ่ึงเป็นความมงุ่ หมายท่ีสาคญั ของการศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์
1. การกาหนดประเดน็ ปญั หา (WH Question)
การศึกษาประวัตศิ าสตร์เรม่ิ จากการตั้งคาถามพ้ืนฐานหลัก 5คาถาม คือ
1.เกิดเหตกุ ารณ์อะไรขึน้ ในอดีต what
2.เหตกุ ารณน์ ั้นเกดิ ข้ึนเมื่อไหร่ when
3.เหตกุ ารณ์นนั้ เกดิ ข้นึ ทีไ่ หน where
4.ทาไมจึงเกิดเหตกุ ารณ์นั้นขึ้น why
5.เหตกุ ารณน์ ั้นเกดิ ขึ้นไดอ้ ยา่ งไร how
ใหน้ กั เรียนเขียนประวตั ิชวี ิตตนเอง 1 กรณี โดยอธบิ ายตามหลกั คาถามพน้ื ฐาน (WH Question)
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินิจของครูผู้สอน)
2. การรวบรวมข้อมูล เป็นการสบื คน้ ขอ้ มูลตา่ งๆ โดยใช้หลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์
3. การวิเคราะห์ ตีความ ประเมินคุณค่าของหลักฐาน คือ การตรวจสอบหลักฐานและข้อมูลในหลักฐาน
เหลา่ น้นั ว่า มีความนา่ เชอื่ ถอื หรอื ไม่ ถอื ว่าเปน็ ขัน้ ตอนทีม่ คี วามสาคญั มากท่สี ุดในการศึกษาประวตั ศิ าสตร์
3.1 การประเมินภายใน คือ การประเมินผู้บนั ทกึ หลักฐาน และ ประเมินตวั หลักฐาน
3.2 การประเมนิ ภายนอก คอื การการตรวจสอบความถูกต้องของหลกั ฐานท่จี ะศึกษาควบคู่
กับหลกั ฐานอนื่ ๆ ท่ีเกย่ี วข้องกันในชว่ งเวลานน้ั
4. การสรุป สังเคราะห์ เช่ือมโยงข้อเทจ็ จริง คอื การนาขอ้ มลู ทผี่ า่ นการวิเคราะหข์ องหลักฐานแตล่ ะชิน้ มา
เชือ่ มโยงกัน
5. การนาเสนอข้อมูล คือ จัดเป็นข้ันตอนสุดท้ายของวิธีการทางประวัติศาสตร์ ซึ่งผู้ศึกษาค้นคว้าจะต้องเรียบ
เรียงเรื่อง หรือนาเสนอข้อมูลในลักษณะที่เป็นการตอบหรืออธิบายความรู้ความคิดใหม่ท่ีได้จากการศึกษา
คน้ ควา้ มวี ธิ กี ารนาเสนอมากมาย
หนงั สอื จดหมายเหตุ
BANGKOKRECORDER.
การตรวจสอบและประเมินหลักฐาน
การประเมินคุณค่าของหลักฐาน คือ การประเมินหลักฐานผู้ศึกษาประวัติศาสตร์จะใช้ในการตรวจหลักฐานว่ามี
คณุ คา่ และความน่าเชอ่ื ถือเพียงพอหรือไม่กอ่ นที่จะนามาใชศ้ ึกษาประวตั ศิ าสตร์
วิธกี ารประเมนิ ความนา่ เช่ือถอื ของหลักฐานแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ
1. การประเมนิ ภายนอก
การพิจารณาจากลักษณะภายนอกของหลักฐาน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้รู้จักตัวหลักฐานน้ันเป็นอย่างดี รวมท้ังรู้ว่า
เป็นหลักฐานจรงิ หรือปลอม สงิ่ ท่คี วรพิจารณาได้แก่
1. อายุของหลักฐาน การรู้ว่าหลักฐานสร้างหรือเขียนข้ึนเม่ือไร ทาให้เราตีความสานวนภาษาที่ใช้ได้ถูกต้อง
และเข้าใจส่งิ ท่ีหลกั ฐานกล่าวถงึ โดยอาศยั สภาพแวดล้อมทางประวัติศาสตรข์ องยคุ สมยั นนั้ มาประกอบ
2. ผู้สร้างหรือผู้เขียนหลักฐาน การรู้ว่าใครเป็นผู้สร้างหรือผู้เขียนหลักฐานทาให้เราสืบค้นได้ว่า ผู้นั้นมีภูมิหลัง
อย่างไร เก่ยี วข้องใกล้ชิดกับเหตุการณห์ รือไม่ มีอคตติ ่อสงิ่ ท่ีสรา้ งหรือเขยี นหรอื ไม่
3. จุดมุ่งหมายของหลักฐาน การรู้จุดมุ่งหมายของหลักฐานช่วยให้ประเมินความน่าเช่ือถือได้ เช่น โคลงที่แต่งขึ้น
เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ย่อมหลีกเลี่ยงที่จะไม่กล่าวถึงด้านลบของพระมหากษัตริย์องค์น้ัน จากหลักฐานที่
ยกตวั อยา่ งมาน้ัน เมื่อนามาใชจ้ ะต้องแยกแยะข้อเทจ็ จริงออกมาใหไ้ ด้
4. รูปเดิมของหลักฐาน หลักฐานเป็นจานวนมาไม่ใช่หลักฐานด้ังเดิม แต่ผ่านการคัดลอกต่อๆ กันมาจึงเกิดความ
คลาดเคลื่อนได้ หลักฐานประเภทพระราชพงศาวดารที่ผ่านการชาระมักมีการตัดทอนหรือเพ่ิมเติมเน้ือความ แก้ไขสานวน
โวหาร รวมท้ังแทรกทศั นคตขิ องยคุ สมัยท่ีมกี ารชาระพระราชพงศาวดารน้นั ลงไปด้วย ทาให้ผดิ ไปจากหลักฐานเดมิ
2. การประเมินภายใน
เป็นการประเมนิ สิ่งทป่ี รากฏบนหลักฐาน อาทิ ตัวอักษร รูปภาพ ร่องจารกึ ตาหนิ ว่ามีความนา่ เชือ่ ถือเพยี งใด มี
ขอ้ ความใดท่นี ่าสงสัย หรือกล่าวไว้ไม่ถูกต้อง
ตวั อย่าง ปีทส่ี มเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถทรงสร้างพระวหิ ารวัดจุฬามณี เมอื งพษิ ณุโลก ในพระราชพงศาวดารฉบับ
ต่างๆ ระบุไวต้ รงกนั บา้ งไม่ตรงกนั บา้ ง เช่น
พระราชพงศาวดารกรงุ สยามจากต้นฉบับของบรติ ชิ มิวเซียม และ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุ
มาศ (เจมิ ) วา่ สรา้ งเมือ่ ศกั ราช 810 ปมี ะโรงสัมฤทธิศก (ตรงกบั พ.ศ. 1991)
พระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐฯ ว่าสร้างเมื่อศักราช 826 วอกศก (ตรงกับพ.ศ. 2007) จะเห็นว่า
หลักฐานชนิ้ หลงั ระบุเวลาหา่ งจากหลักฐาน 2 ชิ้นแรก 16 ปี
หลักฐานท้ังหมดที่ยกมาเป็นหลักฐานช้ันรอง ควรหาหลักฐานช้ันต้นมาเทียบ คือ ศิลาจารึกวัดจุฬามณี ปรากฏว่า
จารึกระบุว่า พระวิหารวัดจุฬามณีสร้างเมื่อ “ศักราช 826 ปีวอกนักษัตร” ตรงกับพระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวง
ประเสรฐิ ฯ
หลกั ฐานท่ใี ชใ้ นการศึกษาประวัตศิ าสตร์ ตอ้ งเปน็ หลกั ฐานทใ่ี ห้ขอ้ มลู ทีเ่ ป็นจริง หลักฐานที่ให้ข้อมูลจริงบ้างเท็จบ้าง
นาส่วนทเี่ ป็นจริงไปใชไ้ ด้ ส่วนหลกั ฐานทเ่ี ปน็ เท็จทง้ั หมดไมน่ าไปใช้ในการศึกษา
หนว่ ยท่ี 1 ความสาคัญของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ ชื่อ…………………………………………………………………………….
ใบงานความรู้ เลขท่ี………………………………..ชั้น…………………………………..
เรอื่ ง: หลักฐานทางประวตั ิศาสตรส์ มยั อยุธยา ครผู สู้ อน……………………………………………………………………
1.พระราชพงศาวดาร
เป็นบนั ทึกเกยี่ วกบั พระราชกรณยี กิจของพระมหากษัตริย์ในดา้ นต่างๆ อาจแบ่งไดเ้ ป็น 2 ประเภท คอื
1.พระราชพงศาวดารท่ยี งั ไมผ่ ่านกระบวนการชาระให้ข้อมูลตามที่ผู้บันทึกเดิมเขียนไว้ เช่น พระราชพงศาวดาร
กรุงเกา่ ฉบบั หลวงประเสริฐฯ พระราชพงศาวดารความเก่า จ.ศ. 113
2.พระราชพงศาวดารท่ีผ่านการกระบวนการชาระ คือ มีการตรวจสอบแก้ไขในสมัย
ธนบรุ ีและรัตนโกสินทร์ ทาให้เน้อื ความและจดุ ประสงคแ์ ตกต่างไปจากเดมิ เช่น
พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนมุ าศ (เจิม)
พระราชพงศาวดารกรงุ เก่าฉบับพระจักรพรรดิพงศเ์ จ้ากรม (จาด)
พระราชพงศาวดารกรงุ ศรีอยุธยาฉบบั สมเด็จพระพนรตั น์
พระราชพงศาวดารกรุงสยามจากต้นฉบบั ของบรติ ิชมิวเซยี ม กรุงลอนดอน
พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหตั ถเลขา
2. จดหมายเหตโุ หร เป็นงานของโหรประจาราชสานัก
บันทึกพระราชกรณียกิจและเหตุการณ์สาคัญใน
บา้ นเมอื งตามลาดับวนั ทเ่ี กิดเหตุการณ์ โดยสรุปสนั้ ๆ
3. จดหมายเหตุชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็น
เอกสารท่ชี าวยโุ รปทเี่ ดินทางเขา้ มาในอาณาจักรอยุธยา
เขียนขึ้น เช่น จดหมายเหตุฟานฟลีต ของเยเรเมียส
ฟาน ฟลตี ชาวฮอลันดา
4. วรรณกรรม สมัยอยธุ ยามีวรรณกรรมหลายเรื่องที่
ให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เช่น ลิลิตโองการแช่น้า
ลิลิตยวนพา่ ย
5. หลกั ฐานทางโบราณคดีและศิลปกรรม เช่น
โบราณสถาน โบราณวตั ถุ ศลิ ปวตั ถทุ สี่ รา้ งในสมยั
อยุธยา ซ่งึ มจี านวนมาก
หนว่ ยที่ 1 ความสาคญั ของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ ช่ือ…………………………………………………………………………….
ใบงานความรู้ เลขท่ี………………………………..ชั้น…………………………………..
เรอ่ื ง: หลักฐานทางประวตั ิศาสตรส์ มยั อยุธยา ครูผสู้ อน……………………………………………………………………
พระราชพงศาวดาร เช่น พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรีฉบับพัน
จันทนุมาศ บางฉบับอยู่ต่อเป็นส่วนท้ายของพระราชพงศาวดารกรุงศรี
อยธุ ยา เช่น ในฉบบั กรงุ สยามฯ ฉบับพระราชหัตถเลขา
เอกสารชาวต่างชาติ เช่น ชิงสื่อลู่ กล่าวถึงการติดต่อระหว่าง
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกับราชสานักราชวงศ์ชิงของจีน มีข้อมูล
เกี่ยวกับสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
บันทึกจากเรื่องบอกเล่า เช่น จดหมายเหตุความทรงจากรม
หลวงนรินทรเทวี กล่าวถึงเร่ืองราวก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 และ
เหตุการณส์ มยั ธนบุรจี นถึงสมัยรตั นโกสินทร์
คาชี้แจง: ให้นักเรียนเล่าเหตุการณ์ เรอ่ื งราวท่ผี ่านมาในวันน้กี อ่ นมาเรียนประวัตศิ าสตร์ เป็น Timeline
การสถาปนาอาณาจักรอยธุ ยาและปจั จัยทมี่ ีผลต่อความเจริญรุง่ เรือง
พฒั นาการดา้ นการเมอื งการปกครอง
พัฒนาการดา้ นเศรษฐกิจและสังคม
พัฒนาการด้านความสมั พันธร์ ะหวา่ งประเทศ
การเสือ่ มอานาจของอาณาจกั รอยธุ ยา
ภูมปิ ญั ญาและวัฒนธรรมไทยสมยั อยุธยา
หนว่ ย 2 พฒั นาการของอาณาจกั รอยุธยา
คาช้ีแจง: ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1.ความสมั พันธ์กับตา่ งประเทศโดยเฉพาะชาตติ ะวนั ตกมีความเจรญิ สงู สดุ ในสมัยใด
ก. สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั บรมโกศ ข. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
ค. สมเด็จพระนารายณม์ หาราช ง. สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
2.หนว่ ยงานสาคัญท่ีทาหน้าท่ใี นการติดต่อค้าขายกบั ต่างชาติ คอื หนว่ ยงานใด
ก. พระคลังมหาสมบตั ิ ข. กองสาเภาหลวง
ค. พระคลังสินค้า ง. กรมพาณชิ ย์
3.กรงุ ศรอี ยุธยาใชก้ ารค้ารปู แบบใดในการตดิ ต่อคา้ ขายกับประเทศจนี
ก. การค้าแบบแลกเปล่ียนสนิ คา้ ระหว่างกัน ข. การคา้ แบบใชท้ องคาเป็นส่ือกลาง
ค. การค้าแบบต่างตอบแทน ง. การคา้ แบบบรรณาการ
4.ขอ้ ใดไม่ถือเปน็ ปจั จัยทางภูมิศาสตรท์ ่สี าคญั ซ่ึงมีผลต่อพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา
ก. พระมหากษัตริย์ทรงส่งเสริมใหร้ าษฎรประกอบอาชพี ได้อย่างเสรี
ข. เปน็ เมอื งทสี่ าคัญทางการค้ากับตา่ งประเทศ
ค. มีทาเลท่ตี งั้ เหมาะสมแก่การเพาะปลูก
ง. ต้ังอยใู่ นชัยภูมิทด่ี ี
5.ความสัมพันธข์ องอยธุ ยากบั ประเทศใดมีลักษณะของการผูกมิตร และเชื่อมสมั พันธไมตรี
ก. พม่า ข. ญวน ค. ล้านนา ง. ล้านช้าง
6.ข้อใดกล่าวไดถ้ ูกต้องเกี่ยวกับวัฒนธรรมในสมัยอยุธยา
ก. ชาวอยธุ ยานิยมความสนุกสนานจงึ มกั สรา้ งสรรค์ประเพณีทรี่ นื่ เริง
ข. วัฒนธรรมจากตา่ งชาติไม่ไดร้ ับการยอมรับจากคนในกรุงศรอี ยุธยา
ค. วฒั นธรรมส่วนใหญ่ในสมยั อยุธยามักเกยี่ วข้องกบั ชนชนั้ สูงเปน็ หลกั
ง. อาชพี หลักในสมยั อยธุ ยาคือเกษตรกรรม ประเพณีส่วนใหญจ่ ึงเก่ียวขอ้ งกบั การเกษตร
7.ศลิ ปกรรมของไทยสมัยอยธุ ยาท่ีตกทอดมาจนถงึ ปจั จุบันไดแ้ กอ่ ะไร
ก. เคร่อื งถว้ ยชามเบญจรงค์ ข. เคร่อื งถ้วยชามสังคโลก
ค. ภาพวาดสนี ้ามนั ง. การทอผ้าไหม
8.ข้อใดคอื ชนชั้นพิเศษท่ีได้รบั ความเคารพจากทุกชนช้นั ในสมยั อยุธยา
ก. พระบรมวงศานวุ งศ์ ข. พระมหากษัตรยิ ์
ค. พระสงฆ์ ง. ขนุ นาง
9.สาเหตุสาคัญทีท่ าให้สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถทรงแบ่งแยกหน้าท่รี ะหวา่ งฝ่ายทหารกับฝา่ ยพลเรอื น
ออกจากกนั คอื ขอ้ ใด
ก. เพอื่ ใหร้ าษฎรจดจาหนา้ ที่ของทั้งสองฝ่ายได้งา่ ยและถูกต้อง
ข. เพอื่ ป้องกนั ไม่ให้ฝา่ ยใดฝ่ายหนงึ่ มีอานาจมากจนเกนิ ไป
ค. เพือ่ ป้องกนั เหตกุ ระทบกระท่งั กนั ระหวา่ งสองฝ่าย
ง. เพื่อให้หนา้ ท่ีของทั้งสองฝ่ายชดั เจนขนึ้
10. กรุงศรอี ยธุ ยาทาสงครามคร้ังแรกกบั พม่าในกรณที ่สี บื เนือ่ งมาจากเมืองใด
ก. ลา้ นชา้ ง ข. มลายู ค. มอญ ง. ญวน
11.“โกษาธิบดี” ถอื เป็นส่ิงใดที่กาหนดไวใ้ นพระราชกาหนดศกั ดินา
ก. ราชทนิ นาม ข. บรรดาศักดิ์ ค. ตาแหนง่ ง. ยศ
12.อาณาจกั รอยธุ ยาเกดิ จากการรวมตัวกันระหว่างแคว้นสาคัญ 2 แคว้น ไดแ้ ก่แควน้ ใด
ก. แควน้ สุพรรณภมู ิ กบั แคว้นสโุ ขทยั ข. แควน้ สุพรรณภูมิ กับแคว้นไทรบรุ ี
ค. แควน้ ละโว้ กับแควน้ สพุ รรณภูมิ ง. แคว้นละโว้ กบั แควน้ ไทรบุรี
13.ปัจจัยท่ีมีอิทธพิ ลต่อการสร้างสรรค์ภูมปิ ญั ญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยธุ ยามหี ลายประการยกเว้นข้อใด
ก. การมีรายไดจ้ ากการเกบ็ ภาษบี างประเภท ข. ลกั ษณะทางภูมิศาสตรแ์ ละสง่ิ แวดล้อม
ค. ลกั ษณะทางสังคมและวฒั นธรรม ง. การตดิ ต่อกบั ชาวต่างชาติ
14.หัวเมืองระดับใดในการปกครองส่วนภูมภิ าคทเ่ี จ้าเมืองมอี านาจปกครองตนเอง แต่จะต้องส่งเครือ่ งราช
บรรณาการมาถวายพระมหากษตั ริย์ตามเวลาทีก่ าหนด
ก. หัวเมอื งประเทศราช ข. หวั เมืองชนั้ นอก
ค. หัวเมอื งช้นั ใน ง. เมอื งลกู หลวง
15.ขอ้ ใดเปน็ ความสัมพนั ธท์ ีเ่ ห็นได้ชดั เจนทสี่ ดุ ระหว่างกรุงศรีอยุธยากับเขมร
ก. ความสัมพนั ธ์ทางการปกครอง ข. ความสัมพนั ธ์ทางวัฒนธรรม
ค. ความสมั พนั ธท์ างการเมือง ง. ความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจ
ช่อื ………………………………………………………………………….
หน่วยท่ี 2 พัฒนาการของอาณาจกั รอยธุ ยา เลขท่ี………………………………..ช้นั ………………………………..
ครผู ูส้ อน…………………………………………………………………
กระดาษคาตอบ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 พัฒนาการของอาณาจกั รอยธุ ยา
คาสง่ั จงเลือกคาตอบท่ถี ูกที่สุดเพยี งข้อเดียว ใช้เวลาในการสอน 15 นาที
ข้อท่ี 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15
ก
ข
ค
ง
เฉลย: แบบทดสอบ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1
ข้อ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
เฉลย ค ค ง ก ง ง ก ค ข ค
ข้อ 11 12 13 14 15
เฉลย ก ค ก ก ข
หนว่ ยที่ 2 พฒั นาการของอาณาจักรอยุธยา ชอ่ื …………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 2.1 เลขที่………………………………..ชน้ั …………………………………..
เรื่อง: การสถาปนาอาณาจักรอยธุ ยาและปัจจยั ที่มผี ลตอ่ ความเจรญิ ร่งุ เรือง ครูผ้สู อน……………………………………………………………………
คาชแ้ี จง: ให้นักเรยี นตอบคาถามต่อไปน้ีให้ถกู ต้อง
1.ผ้สู ถาปนาอาณาจักรอยธุ ยา คือใคร……………………………………………………………………………………………………
2.อาณาจักรอยธุ ยามีทาเลท่ีตง้ั เหมาะสม อย่างไร…………………………………………………………………………………..
………….…………………………………………………………………………………………………………………………….………………………
…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3.อาณาจกั รและแคว้นใดท่อี ยู่กอ่ นการสถาปนา อาณาจกั รอยธุ ยา…………………………………….……..…………….
4.กษตั ริย์พระองคแ์ รกของกรงุ ศรอี ยุธยาทรงพระนามว่า..................................................................................
5.กรงุ ศรอี ยธุ ยาสถาปนาขึ้นในปี พ.ศ.................................................................................................................
6.กรุงศรีอยุธยาเปน็ ราชธานขี องไทยได้ยาวนานถงึ ........................................................................................ปี
7.กรุงศรีอยธุ ยามีแม่น้าล้อมรอบ ได้แก่………………………………………………………………………………………………….
8.นามของราชธานใี หม่ คือ…………………………………………………………………………………………………………………..
9.การที่กรุงศรีอยุธยามแี ม่นา้ ไหลผา่ นทาใหเ้ กิดประโยชน์ คือ…………………………………………………………………
10.เพราะเหตใุ ดประชากรจึงอพยพจากหัวเมืองต่างๆเข้ามาอาศัยบรเิ วณกรุงศรอี ยุธยา จานวนมาก
………….…………………………………………………………………………………………………………………………….…………………
………….…………………………………………………………………………………………………………………………….…………………
11.หากขา้ ศึกยกทัพมารกุ รานกรุงศรีอยุธยาจะประสบปัญหาอยา่ งไรบา้ ง
………….…………………………………………………………………………………………………………………………….…………………
………….…………………………………………………………………………………………………………………………….…………………
12.เพราะเหตุใดคนไทยจงึ นิยมสร้างบา้ นเรอื นอยู่ริมแม่น้า………………………………………………………………........
13.เพราะเหตใุ ดอยุธยาจึงเป็นเมืองท่ีมง่ั คั่งรา่ รวย.............................................................................................
………….…………………………………………………………………………………………………………………………….…………………
หนว่ ยที่ 2 พัฒนาการของอาณาจกั รอยธุ ยา ช่ือ…………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 2.1 เลขที่………………………………..ชน้ั …………………………………..
เรอ่ื ง: การสถาปนาอาณาจกั รอยธุ ยาและปัจจัยทมี่ ีผลต่อความเจรญิ รุ่งเรือง ครผู สู้ อน……………………………………………………………………
คาชี้แจง: ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง
1.ผ้สู ถาปนาอาณาจกั รอยธุ ยา คือใคร สมเด็จพระรามาธบิ ดที 1่ี (พระเจ้าอทู่ อง)
2.อาณาจักรอยธุ ยามที าเลที่ตง้ั เหมาะสม อย่างไร
1.พื้นทีม่ ีความอุดมสมบูรณ์ 2.เป็นศนู ยก์ ลางการคมนาคม 3.มคี วามม่ันคงทางยุทธศาสตร์
3.อาณาจักรและแควน้ ใดทอ่ี ยู่ก่อนการสถาปนา อาณาจกั รอยุธยา อาณาจักรสุโขทัย อาณาจักรล้านนา
แควน้ ละโว้ แควน้ สุพรรณภมู
4.กษตั ริย์พระองค์แรกของกรงุ ศรอี ยุธยาทรงพระนามว่า สมเด็จพระรามาธบิ ดีที่1
5.กรงุ ศรีอยุธยาสถาปนาข้ึนในปี พ.ศ 1893
6.กรงุ ศรีอยุธยาเป็นราชธานขี องไทยได้ยาวนานถึง 417 ปี
7.กรุงศรีอยุธยามแี ม่น้าล้อมรอบ ได้แก่ 1.แมน่ ้าเจา้ พระยา 2.แมน่ ้าปา่ สกั 3.แมน่ า้ ลพบุรี
8.นามของราชธานีใหม่ คอื กรงุ เทพทวาราวดศี รอี ยธุ ยา
9.การท่ีกรงุ ศรอี ยุธยามแี ม่น้าไหลผา่ นทาใหเ้ กดิ ประโยชน์ คือ
1. เหมาะแก่การเกษตรกรรม
2. เหมาะแก่การค้าขายกับตา่ งประเทศ
10.เพราะเหตุใดประชากรจึงอพยพจากหวั เมืองต่างๆเข้ามาอาศัยบริเวณกรุงศรอี ยุธยา จานวนมาก
เนือ่ งจากความอุดมสมบรู ณข์ องพน้ื ทีส่ ามารถทาการเกษตรกรรมไดด้ ีและการทีม่ ีแม่น้าลาคลองไหลผา่ น
11.หากขา้ ศกึ ยกทพั มารกุ รานกรงุ ศรีอยธุ ยาจะประสบปัญหาอยา่ งไรบา้ ง
1. ในฤดนู ้าหลากน้าจะทว่ มขงั รอบตัวเมืองทาใหข้ า้ ศึกยกทพั เขา้ มาไม่สะดวก
2. การกกั ตุนเสบยี งอาหารของข้าศกึ ทาไดล้ าบาก
3. ขา้ ศกึ ต้องยกทพั ขา้ มแม่น้าลาคลองซ่งึ ทาได้ยากลาบาก ทางอยุธยาสามารถเตรยี มตวั ต้องรับข้าศกึ ได้ทัน
12.เพราะเหตุใดคนไทยจงึ นิยมสร้างบา้ นเรอื นอยู่ริมแม่น้า สะดวกแก่การคมนาคมขนส่งเพราะในสมยั นั้นส่วนใหญ่ใช้
การคมนาคมทางนาเปน็ หลัก
13.เพราะเหตใุ ดอยุธยาจงึ เป็นเมอื งท่ีมั่งค่ังร่ารวย เพราะเปน็ ศูนยก์ ลางการคา้ ขายกบั ต่างชาตซิ ึ่งมีนานาชาติเขา้ มาคา้ ขาย
มากมายประกอบกับกรงุ ศรีอยุธยามสี นิ ค้าท่ีตา่ งชาติต้องการมากมาย
หน่วยที่ 2 พัฒนาการของอาณาจักรอยธุ ยา ชื่อ…………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 2.2 เลขที่………………………………..ชนั้ …………………………………..
เร่ือง: การสถาปนาอาณาจักรอยธุ ยาและปัจจัยท่ีมีผลต่อความเจริญรงุ่ เรือง ครผู สู้ อน……………………………………………………………………
คาชแ้ี จง: ใหน้ กั เรียนอธบิ าย “การสถาปนาอาณาจักรอยธุ ยา และการเมอื งการปกครองสมัยอยธุ ยา” ตามความเข้าใจของนักเรยี น
1. เปรยี บเทียบลักษณะการเมืองการปกครองสมัยอยุธยาตอนต้น ตอนกลางและตอนปลาย ว่ามคี วามแตกตา่ งกันอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. การเมอื งการปกครองสมัยอยุธยาตอนตน้ มีลกั ษณะอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. การปฏิรปู การปกครองในสมัยสมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ มีความสาคญั อย่างไรต่อประวตั ศิ าสตรก์ ารเมอื งไทย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. การเมอื งการปกครองสมัยอยุธยาตอนปลายมลี ักษณะอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
หนว่ ยท่ี 2 พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา ชือ่ …………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 2.2 เลขที่………………………………..ชนั้ …………………………………..
เรือ่ ง: การสถาปนาอาณาจักรอยธุ ยาและปจั จยั ทมี่ ผี ลต่อความเจริญรุง่ เรอื ง ครผู ูส้ อน……………………………………………………………………
คาชีแ้ จง: ใหน้ ักเรียนอธิบาย “การสถาปนาอาณาจักรอยธุ ยา และการเมืองการปกครองสมัยอยุธยา” ตามความเข้าใจของนักเรยี น
1. เปรียบเทียบลักษณะการเมืองการปกครองสมัยอยุธยาตอนต้น ตอนกลางและตอนปลาย ว่ามคี วามแตกต่างกันอยา่ งไร
การเมืองการปกครองสมัยอยุธยาตอนต้น แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การปกครองส่วนกลางจัดการปกครองแบบจตุสดมภ์ตามอย่างเขมร และ
การปกครองหัวเมืองแบ่งเปน็ เมอื งลูกหลวง เมืองชั้นใน เมืองชั้นนอก และประเทศราช
การเมอื งการปกครองสมยั อยธุ ยาตอนกลาง สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงปฏิรปู การปกครองส่วนกลางใหม่ ฝ่ายทหารให้
สมุหพระกลาโหมดูแล ฝา่ ยพลเรือนให้สมหุ นายกดูแล ปรบั ปรงุ ชอ่ื เรยี กและหน้าท่ีของจตุสดมภ์ และใหข้ ึ้นกบั สมหุ นายก
การปกครองหวั เมืองแบ่งเป็นเมืองช้นั ใน เมอื งช้นั นอก ประเทศราช การเมืองการปกครองสมัยอยุธยาตอนปลาย สมุหพระกลาโหมถูกลดบทบาทลง
ไม่ได้ดูแลหัวเมือง สมหุ นายกดแู ลหัวเมืองฝ่ายเหนือ พระคลังดแู ลหวั เมืองชายทะเลตะวันออก หวั เมอื งฝ่ายใต้ทโ่ี อนมาจากสมุหพระกลาโหม
2. การเมืองการปกครองสมัยอยุธยาตอนตน้ มลี กั ษณะอย่างไร
มกี ารปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีอานาจเด็ดขาด ในการปกครองอาณาจักร รูปแบบการปกครอง
เป็นแบบจตุสดมภ์ ซึ่งสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงนาแบบอย่างมาจากสุโขทัยและเขมรแล้วมาปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับ
อาณาจักรอยธุ ยา
3. การปฏิรูปการปกครองในสมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ มีความสาคญั อยา่ งไรตอ่ ประวัตศิ าสตรก์ ารเมืองไทย
เปน็ รากฐานการปกครอง ซ่งึ มกี ารนามาปรบั ใชใ้ นสมัยตอ่ ๆ มาจนถงึ สมัยรัชกาลท่ี 5 แห่งกรงุ รตั นโกสนิ ทรจ์ ึงไดม้ ี การเปลย่ี นแปลงไป โดย
มกี ารจัดการปกครองตามแบบอย่างตะวนั ตก
4. การเมอื งการปกครองสมยั อยธุ ยาตอนปลายมีลกั ษณะอยา่ งไร
ในสมัยนี้ได้มีการเปล่ียนแปลงอานาจดูแลทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนในหัวเมืองฝ่ายใต้ของสมุหพระกลาโหมได้ถูกโอนไปให้พระคลังหรือ
โกษาธบิ ดี ทาใหพ้ ระคลงั หรือโกษาธบิ ดมี อี านาจมากขนึ้ เพราะนอกจากจะไดด้ แู ลหวั เมอื งชายทะเลตะวนั ออก และรบั ผดิ ชอบดแู ลการค้ารวมถึงการ
ติดตอ่ กับตา่ งประเทศแลว้ ยังได้ดูแลหวั เมืองฝ่ายใตท้ รี่ ับโอนอานาจมาจากสมหุ พระกลาโหมอีกด้วย
หนว่ ยที่ 2 พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา ชื่อ…………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 2.3 เลขที่………………………………..ช้ัน…………………………………..
เรือ่ ง: การสถาปนาอาณาจักรอยธุ ยา ครูผสู้ อน……………………………………………………………………
คาชีแ้ จง: ใหน้ กั เรียนพิจารณาขอ้ ความตอ่ ไปนแ้ี ลว้ ใส่เคร่ืองหมายถูก หรือ X ลงในชอ่ งว่างทกี่ าหนดให้
หมายเหตุ : ข้อที่คาตอบผิดให้นักเรียนแก้ไขคาตอบใหถ้ ูกตอ้ ง ลงในสมดุ ในเรียบรอ้ ย
การสถาปนาอาณาจกั รอยธุ ยา
………………….. 1.ก่อนท่ีจะสถาปนาอาณาจักรอยุธยา มีรัฐของคนไทยต้ังอยู่ก่อนแล้วหลายรัฐ ได้แก่ อาณาจักร
………………….. สุโขทยั อาณาจักรลา้ นนา แคว้นละโว้ และแคว้นสพุ รรณภูมิ
………………….. 2.ความอุดมสมบูรณ์ของพ้ืนที่ ตั้งอยู่บริเวณท่ีราบลุ่มภาคกลาง มีแม่น้า 2 สายไหลผ่าน คือ
………………….. แม่นา้ เจ้าพระยา แม่นา้ ลพบรุ ี จงึ เหมาะแกก่ ารเพาะปลูก และสรา้ งบ้านเรือน
………………….. 3.ความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ มีสภาพเป็นเกาะ มีแม่น้าลาคลองล้อมรอบ เป็นแนวป้องกันการ
………………….. บกุ รกุ ของข้าศกึ และเมอื่ ถงึ ฤดนู ้าหลากนา้ จะท่วมฝัง่ นอกพระนคร ข้าศึก ไมส่ ามารถต้ังทพั ได้
4.การเมืองการปกครองในช่วงท่ีพระเจ้าอู่ทองทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา เป็นเวลาที่อาณาจักร
………………….. สุโขทัยและเขมรเสอ่ื มอานาจลง
………………….. 5.ด้านเศรษฐกิจของสมัยอาณาจักรอยุธยา เนื่องจากมีแม่น้า 3 สายไหลผ่าน และตั้งอยู่ไม่ไกล
………………….. จากทะเล ทาให้เปน็ ศนู ยก์ ลางการคมนาคมทางน้าและการค้า
………………….. 6.ปัจจัยที่เอ้ือต่อความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรอยุธยา ประกอบด้วยลักษณะทางกายภาพ,
ทาเลท่ีต้ัง, การรับอารยธรรมเดิมจาก อาณาอังกฤษหรือชาวตะวันออก, พระปรีชาสามารถของ
พระมหากษตั ริย์สมัยอยธุ ยา
7.พระมหากษัตริย์สมัยอยุธยาทรงเป็นสมมติเทพ ตามความเชื่อของอาร ยธรรมจีน
พระมหากษตั รยิ ป์ กครอง 34 พระองค์
8.การสถาปนาอาณาจักรอยุธยา ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว พ.ศ. 1893 มีพระเจ้าอู่ทองเป็นปฐมกษัตริย์
มีพระมหากษัตรยิ ป์ กครอง 6 ราชวงศ์ 33 พระองค์ ฯลฯ
9.หน้าท่ีของพระมหากษัตริย์ ของอาณาจักรอยุธยา ประกอบด้วย 1. ป้องกันขยายอาณาจักร
2. คุ้มครองชีวติ และทรัพย์สินของราษฎร 3. บารุงพระพุทธศาสนาและศลิ ปวัฒนธรรม
10.พระเจ้าอู่ทองมีความสาคัญต่ออาณาจักรอยุธยาเป็นผู้ก่อตั้งหรือสถาปนาอาณาจักรอยุธยา
และทรงต้ังราชธานีกรุงศรีอยุธยา
หนว่ ยที่ 2 พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา ช่ือ…………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 2.3 เลขท่ี………………………………..ชั้น…………………………………..
เรอื่ ง: การสถาปนาอาณาจกั รอยธุ ยา ครผู ู้สอน……………………………………………………………………
คาชีแ้ จง: ใหน้ ักเรียนพิจารณาข้อความตอ่ ไปนแี้ ลว้ ใส่เครื่องหมายถกู หรือ X ลงในชอ่ งวา่ งทก่ี าหนดให้
หมายเหตุ : ข้อที่คาตอบผดิ ให้นักเรียนแก้ไขคาตอบใหถ้ ูกตอ้ ง ลงในสมุดในเรยี บรอ้ ย
การสถาปนาอาณาจกั รอยธุ ยา
………………….. 1.ก่อนท่ีจะสถาปนาอาณาจักรอยุธยา มีรัฐของคนไทยต้ังอยู่ก่อนแล้วหลายรัฐ ได้แก่ อาณาจักร
สโุ ขทยั อาณาจกั รล้านนา แคว้นละโว้ และแควน้ สพุ รรณภูมิ
…………X……….. 2.ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ต้ังอยู่บริเวณท่ีราบลุ่มภาคกลาง มีแม่น้า 2 สายไหลผ่าน คือ
………………….. แม่นา้ เจ้าพระยา แม่นา้ ลพบุรี จึงเหมาะแกก่ ารเพาะปลกู และสร้างบ้านเรอื น
………………….. 3.ความม่ันคงทางยุทธศาสตร์ มีสภาพเป็นเกาะ มีแม่น้าลาคลองล้อมรอบ เป็นแนวป้องกันการ
………………….. บกุ รกุ ของขา้ ศกึ และเมือ่ ถึงฤดูนา้ หลากน้าจะท่วมฝัง่ นอกพระนคร ขา้ ศึก ไม่สามารถตงั้ ทัพได้
…………X……….. 4.การเมืองการปกครองในช่วงที่พระเจ้าอู่ทองทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา เป็นเวลาที่อาณาจักร
สโุ ขทยั และเขมรเสอื่ มอานาจลง
…………X……….. 5.ด้านเศรษฐกิจของสมัยอาณาจักรอยุธยา เน่ืองจากมีแม่น้า 3 สายไหลผ่าน และต้ังอยู่ไม่ไกล
X จากทะเล ทาใหเ้ ป็นศนู ย์กลางการคมนาคมทางนา้ และการค้า
6.ปัจจัยท่ีเอ้ือต่อความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรอยุธยา ประกอบด้วยลักษณะทางกายภาพ,
………………….. ทาเลที่ตั้ง, การรับอารยธรรมเดิมจาก อาณาอังกฤษหรือชาวตะวันออก, พระปรีชาสามารถของ
พระมหากษตั ริยส์ มัยอยุธยา
7.พระมหากษัตริย์สมัยอยุธยาทรงเป็นสมมติเทพ ตามความเชื่อของอาร ยธรรมจีน
พระมหากษตั ริย์ปกครอง 34 พระองค์
………………….. 8.การสถาปนาอาณาจักรอยุธยา ก่อต้ังข้ึนเมื่อราว พ.ศ. 1893 มีพระเจ้าอู่ทองเป็นปฐมกษัตริย์
มีพระมหากษัตรยิ ป์ กครอง 6 ราชวงศ์ 33 พระองค์ ฯลฯ
9.หน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ของอาณาจักรอยุธยา ประกอบด้วย 1. ป้องกันขยายอาณาจักร
2. คุ้มครองชวี ติ และทรัพย์สินของราษฎร 3. บารงุ พระพทุ ธศาสนาและศลิ ปวัฒนธรรม
………………….. 10.พระเจ้าอู่ทองมีความสาคัญต่ออาณาจักรอยุธยาเป็นผู้ก่อต้ังหรือสถาปนาอาณาจักรอยุธยา
และทรงตัง้ ราชธานกี รงุ ศรอี ยุธยา
หน่วยที่ 2 พัฒนาการของอาณาจกั รอยุธยา ช่ือ…………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 2.4 เลขท่ี………………………………..ชั้น…………………………………..
เร่อื ง: ปัจจยั ทเ่ี อือ้ ตอ่ การสถาปนากรงุ ศรอี ยธุ ยา ครผู สู้ อน……………………………………………………………………
คาชี้แจง: ใหน้ ักเรียนอธบิ าย “ปัจจยั ทเ่ี อ้ือต่อการสถาปนากรุงศรีอยุธยา” ตามความเขา้ ใจของนักเรยี น
……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..
…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..…………..…………..…
………..…………..…………..……………..…………..…………..…………..…………..…………..……
……..……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………....…………..……
……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..
…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..…………..…………..…
………..…………..…………..……………..…………..…………..…………..…………..…………..……
……..……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………....…………..……
…………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..…
………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..…………..…………..……
……..…………..…………..……………..…………..…………..…………..…………..…………..………
…..……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………....…………..……….
…………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..…
………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..…………..…………..……
……..…………..…………..……………..…………..…………..…………..…………..…………..………
…..……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………....…………..……….
คาชแ้ี จง: ใหน้ กั เรียนวาดแผนทแ่ี สดงอาณาจกั รอยธุ ยา
หนว่ ยท่ี 2 พฒั นาการของอาณาจักรอยธุ ยา ชือ่ …………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 2.4 เลขท่ี………………………………..ชั้น…………………………………..
เรอ่ื ง: ปจั จยั ท่ีเออื้ ต่อการสถาปนากรงุ ศรอี ยธุ ยา ครผู ้สู อน……………………………………………………………………
คาชี้แจง: ใหน้ กั เรียนอธบิ าย “ปจั จัยที่เอ้ือต่อการสถาปนากรุงศรีอยธุ ยา” ตามความเข้าใจของนักเรยี น
ตั้งอยู่บรเิ วณท่ีราบลุ่มภาคกลาง มแี ม่น้า 3 สายไหลผา่ น
คอื แมน่ า้ เจา้ พระยา แม่น้าลพบรุ ี และแมน่ า้ ปา่ สกั จึงเหมาะแก่การเพาะปลกู
และสร้างบ้านเรือน
เนอื่ งจากมแี มน่ ้า 3 สายไหลผา่ น และต้งั อยไู่ มไ่ กลจากทะเล
ทาใหเ้ ปน็ ศนู ย์กลางการคมนาคมทางน้าและการคา้
มสี ภาพเปน็ เกาะ มีแม่น้าลาคลองลอ้ มรอบ เปน็ แนวป้องกนั การบุกรกุ ของขา้ ศึก และเม่อื
ถึงฤดนู า้ หลากนา้ จะทว่ มฝ่ังนอกพระนคร ข้าศึกไมส่ ามารถต้งั ทพั ได้
ชว่ งท่ีพระเจ้าอู่ทองทรงสถาปนากรงุ ศรอี ยธุ ยา
เปน็ เวลาทอ่ี าณาจักรสุโขทัยและเขมรเส่ือมอานาจลง
คาช้ีแจง: ใหน้ ักเรียนวาดแผนท่ีแสดงอาณาจกั รอยุธยา
หน่วยท่ี 2 พัฒนาการของอาณาจักรอยธุ ยา ชื่อ…………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 2.5 เลขท่ี………………………………..ชัน้ …………………………………..
เรอ่ื ง: ปัจจยั ท่ีเออื้ ต่อความเจริญรงุ่ เรืองของอาณาจักรอยธุ ยา ครูผู้สอน……………………………………………………………………
คาชี้แจง: ใหน้ กั เรียนอธิบาย “ปัจจัยท่ีเอ้ือต่อความเจรญิ รงุ่ เรืองของอาณาจักรอยธุ ยา” ตามความเข้าใจของนักเรียน
……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..
…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..…………..…………..…
………..…………..…………..……………..…………..…………..…………..…………..…………..……
……..……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………....…………..……
……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..
…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..…………..…………..…
………..…………..…………..……………..…………..…………..…………..…………..…………..……
……..……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………....…………..……
…………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..…
………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..…………..…………..……
……..…………..…………..……………..…………..…………..…………..…………..…………..………
…..……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………....…………..……….
…………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..…
………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..…………..…………..……
……..…………..…………..……………..…………..…………..…………..…………..…………..………
อยธุ ยามพี ระมหากษัตรยิ ์ 33 พระองค์ จาก 5 ราชวงศ์ ดงั น้ี
คาชแ้ี จง: ให้นกั เรยี นระบุจานวน “ราชวงศ์อยุธยา”แต่ละราชวงศ์
อ่ทู อง สุพรรณภมู ิ สโุ ขทยั ปราสาททอง บา้ นพลหู ลวง
หนว่ ยที่ 2 พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา ชือ่ …………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 2.5 เลขท่ี………………………………..ชนั้ …………………………………..
เร่ือง: ปัจจยั ที่เอื้อต่อความเจรญิ รงุ่ เรอื งของอาณาจกั รอยธุ ยา ครผู ้สู อน……………………………………………………………………
คาช้ีแจง: ให้นกั เรยี นอธบิ าย “ปจั จยั ทเ่ี อื้อต่อความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรอยุธยา” ตามความเข้าใจของนักเรยี น
มคี วามอุดมสมบรู ณเ์ หมาะแกก่ ารตัง้ ถน่ิ ฐาน มคี นเข้ามาอย่อู าศยั มาก ทาให้มีกาลงั คนในการ
สร้างกองทพั และแรงงานการผลติ
ตงั้ อยใู่ นเส้นทางการคา้ เมื่อการคา้ ขยายตวั ข้นึ จงึ กลายเปน็ ศนู ยก์ ลางการค้าระหวา่ งตะวันออก
และตะวนั ตก ทาให้อาณาจกั รมรี ายได้จากการเก็บภาษีการคา้ และการค้าสาเภา
ตง้ั อย่บู นพ้ืนท่ีทีม่ ีอารยธรรมเกา่ แก่ อารยธรรมเหลา่ นี้ได้สืบทอดเขา้ มาผสมผสานกบั
ศลิ ปวัฒนธรรมอยธุ ยาและปรบั ปรงุ ใหเ้ หมาะสม ทาใหอ้ ยธุ ยามีความเจริญรุ่งเรืองด้าน
ศิลปวฒั นธรรม
พระมหากษตั รยิ ์อยุธยาทรงปกครองอยา่ งมรี ะเบียบ ใช้กฎหมายควบคมุ สงั คม ดาเนินนโยบาย
การต่างประเทศอยา่ งเหมาะสม ทาใหไ้ ดร้ ับผลประโยชนท์ างการคา้ และไดร้ ับวิทยาการใหม่ ๆ
อยุธยามพี ระมหากษัตรยิ ์ 33 พระองค์ จาก 5 ราชวงศ์ ดงั นี้
คาชีแ้ จง: ใหน้ กั เรยี นระบุจานวน “ราชวงศ์อยุธยา”แต่ละราชวงศ์
อู่ทอง สพุ รรณภมู ิ สโุ ขทัย ปราสาททอง บ้านพลหู ลวง
3 13 7 4 6
หนว่ ยที่ 2 พัฒนาการของอาณาจักรอยธุ ยา ชือ่ …………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 2.6 เลขท่ี………………………………..ชั้น…………………………………..
เรอ่ื ง: ความเส่อื มของอาณาจักรอยุธยา ครผู ู้สอน……………………………………………………………………
คาช้แี จง: ใหน้ ักเรียนพจิ ารณาขอ้ ความต่อไปน้แี ลว้ ใสเ่ ครื่องหมายถกู หรอื X ลงในช่องวา่ งทีก่ าหนดให้ถูกต้อง
หมายเหตุ : ขอ้ ท่ีคาตอบผิดใหน้ กั เรยี นแก้ไขคาตอบให้ถูกตอ้ ง ลงในสมดุ ในเรยี บรอ้ ย
ความเสอ่ื มของอาณาจกั รอยธุ ยา
…………………………. 1.ลางรา้ ยบอกเหตุก่อนเสยี กรงุ ศรอี ยธุ ยาครง้ั ที่ 2 เมือ่ ใกล้จะเสียพระนครศรีอยุธยาน้ัน เกิดลางร้ายต่าง ๆ
คือ พระพทุ ธปฏิมากรใหญ่ในวัดพนัญเชิงมีนา้ พระเนตรไหล
…………………………. 2.ความเส่ือมของอาณาจักรอยุธยา เกิดการแย่งชิงอานาจของราชวงศ์พระมหากษัตริย์และเจ้านายของ
อาณาจักรอยุธยา
…………………………. 3.ความขัดแย้งเร่ืองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของอาณาจักรอยุธยา ทาให้เกิดความเข้มแข็งของ
อาณาจกั รพมา่ จึงนาไปส่กู รุงศรอี ยุธยาครัง้ ท่ี 2
…………………………. 4.ปจั จยั ทเี่ ปน็ สาเหตุแหง่ ความเส่ือมการเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 1 พ.ศ.2113 สมัยสมเด็จพระมหินทราธิ
ราชทรงมอบหมาย ใหพ้ ระนเรศวร พระราชโอรสยกทัพไปชว่ ยพม่าปราบเมอื งอังวะ
…………………………. 5.พระเจา้ กรงุ หงสาวดีทรงเห็นว่า กองทพั ของ พระนเรศวรยกมาชา้ ทรงเกิดความระแวง จึงสั่งให้พระมหา
อปุ ราชาหาทางกาจดั พระนเรศวร
…………………………. 6.กรุงศรีอยุธยาอ่อนแอ จึงทาให้ตกเป็นประเทศราชของพม่า 15 ปี ต่อมาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ประกาศอสิ รภาพทเ่ี มืองแครง
…………………………. 7.สงครามเสยี กรงุ ศรีอยุธยา ครง้ั ท่ี 2 พ.ศ.2310 สมยั สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมทาสงครามกับพม่า
…………………………. 8.สมยั สมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวพระท่นี ั่งสุริยาศน์อมรนิ ทร์พระเจ้าอลองพญาแห่งพม่าเห็นว่าไทยกาลังอ่อนแอ
จึงยกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา แต่เกิดเหตุปืนใหญ่แตก ถูกพระเจ้าอลองพญาบาดเจ็บสาหัสและ
สิ้นพระชนมร์ ะหว่างทาง หลงั จากน้ันเกดิ เหตกุ ารณว์ ุ่นวายขนึ้ ในพมา่ จนเสียเวลาปราบอย่รู ะยะหน่ึง
…………………………. 9.กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเป็นคร้งั ที่ 2 พ.ศ.2314
…………………………. 10.ในการตีกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ.2307 พม่ายกกองทัพ มาทางด้านไหนทางเหนือ ทางตะวันตกและ
ทางใต้
หน่วยท่ี 2 พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา ชอื่ …………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 2.6 เลขท่ี………………………………..ช้ัน…………………………………..
เร่อื ง: ความเส่อื มของอาณาจักรอยธุ ยา ครูผู้สอน……………………………………………………………………
คาชแ้ี จง: ใหน้ ักเรยี นพจิ ารณาข้อความตอ่ ไปนีแ้ ลว้ ใส่เครื่องหมายถกู หรอื X ลงในชอ่ งว่างท่ีกาหนดให้ถูกตอ้ ง
หมายเหตุ : ขอ้ ที่คาตอบผดิ ใหน้ กั เรยี นแก้ไขคาตอบใหถ้ ูกตอ้ ง ลงในสมดุ ในเรียบรอ้ ย
ความเสอื่ มของอาณาจกั รอยธุ ยา
…………………………. 1.ลางรา้ ยบอกเหตุก่อนเสียกรงุ ศรอี ยุธยาครงั้ ท่ี 2 เมื่อใกล้จะเสียพระนครศรีอยุธยาน้ัน เกิดลางร้ายต่าง ๆ
……………X……………. คอื พระพุทธปฏมิ ากรใหญ่ในวดั พนญั เชิงมีน้าพระเนตรไหล
2.ความเส่ือมของอาณาจักรอยุธยา เกิดการแย่งชิงอานาจของราชวงศ์พระมหากษัตริย์และเจ้านายของ
อาณาจักรอยุธยา
…………………………. 3.ความขัดแย้งเร่ืองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของอาณาจักรอยุธยา ทาให้เกิดความเข้มแข็งของ
……………X……………. อาณาจักรพมา่ จึงนาไปสู่กรงุ ศรอี ยุธยาคร้งั ที่ 2
4.ปัจจยั ที่เปน็ สาเหตุแหง่ ความเสื่อมการเสียกรุงศรีอยุธยา คร้ังท่ี 1 พ.ศ.2113 สมัยสมเด็จพระมหินทราธิ
ราชทรงมอบหมาย ให้พระนเรศวร พระราชโอรสยกทัพไปชว่ ยพม่าปราบเมืองอังวะ
…………………………. 5.พระเจ้ากรงุ หงสาวดที รงเห็นวา่ กองทัพของ พระนเรศวรยกมาชา้ ทรงเกิดความระแวง จึงส่ังให้พระมหา
อปุ ราชาหาทางกาจัดพระนเรศวร
…………………………. 6.กรุงศรีอยุธยาอ่อนแอ จึงทาให้ตกเป็นประเทศราชของพม่า 15 ปี ต่อมาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ประกาศอิสรภาพทเ่ี มอื งแครง
…………………………. 7.สงครามเสยี กรงุ ศรีอยุธยา ครงั้ ที่ 2 พ.ศ.2310 สมัยสมเด็จพระเจา้ ทรงธรรมทาสงครามกับพม่า
…………………………. 8.สมัยสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวพระท่ีนัง่ สุริยาศน์อมรนิ ทรพ์ ระเจา้ อลองพญาแห่งพม่าเห็นว่าไทยกาลังอ่อนแอ
จึงยกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา แต่เกิดเหตุปืนใหญ่แตก ถูกพระเจ้าอลองพญาบาดเจ็บสาหัสและ
………………………………XX…………………….. สิน้ พระชนมร์ ะหว่างทาง หลังจากน้นั เกดิ เหตกุ ารณ์ว่นุ วายขนึ้ ในพม่า จนเสียเวลาปราบอยู่ระยะหน่งึ
9.กรงุ ศรีอยุธยาเสียแกพ่ มา่ เป็นครั้งท่ี 2 พ.ศ.2314
10.ในการตีกรุงศรีอยุธยาเม่ือ พ.ศ.2307 พม่ายกกองทัพ มาทางด้านไหนทางเหนือ ทางตะวันตกและ
ทางใต้
หน่วยท่ี 2 พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา ชอ่ื …………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 2.7 เลขท่ี………………………………..ช้นั …………………………………..
เรือ่ ง: จตสุ ดมภ์ ครูผ้สู อน……………………………………………………………………
คาช้แี จง: เขียนหนา้ ที่ของเสนาบดที ง้ั 4 หนว่ ยงาน ในการปกครองแบบจตุสดมภใ์ ห้ถกู ต้องการเมือง
จตสุ ดมภ์
การปกครองสมยั อยุธยาตอนตน้ (พ.ศ. 1893–1991)
ขนุ เวยี ง ขนุ วัง
…………………………………………………………… ……………………………………………………………
……………………………………………………………
…………………………………………………………… ……………………………………………………………
……………………………………………………………
ขนุ คลงั ขนุ นา
……………………………………………………………
……………………………………………………………
……………………………………………………………
คาชแี้ จง: ให้นกั เรียนอธิบายการเมอื งการปกครองสมยั อยธุ ยาตอนต้น (พ.ศ. 1893–1991)
หนว่ ยที่ 2 พฒั นาการของอาณาจักรอยุธยา ชือ่ …………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 2.7 เลขที่………………………………..ชน้ั …………………………………..
เร่ือง: จตสุ ดมภ์ ครผู ู้สอน……………………………………………………………………
คาชแ้ี จง: เขยี นหนา้ ท่ีของเสนาบดที ง้ั 4 หน่วยงาน ในการปกครองแบบจตุสดมภใ์ ห้ถูกต้องการเมือง
จตสุ ดมภ์
การปกครองสมัยอยธุ ยาตอนตน้ (พ.ศ. 1893–1991)
ขุนเวียง ขุนวัง
ปกครองท้องทดี่ ูแลทกุ ขส์ ุขของราษฎร
ปราบปรามโจรผรู้ า้ ย
ขนุ คลงั ขุนนา
ดแู ลรักษานาหลวงเกบ็ คา่ เชา่ จากราษฎรจดั ซ้อื
ขา้ วขน้ึ ฉางหลวง ดูแลการทานาของราษฎร
คาช้แี จง: ใหน้ กั เรียนอธิบายการเมืองการปกครองสมยั อยุธยาตอนต้น (พ.ศ. 1893–1991)
หน่วยที่ 2 พัฒนาการของอาณาจกั รอยุธยา ชอ่ื …………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 2.7 เลขที่………………………………..ชั้น…………………………………..
เรอ่ื ง: พัฒนาการด้านการเมืองการปกครองของอาณาจักรอยธุ ยา ครูผูส้ อน……………………………………………………………………
คาช้ีแจง: ให้นักเรียนศึกษาความรูเ้ ร่อื ง พฒั นาการด้านการเมอื งการปกครองของอาณาจักรอยธุ ยา แลว้ สรุปองค์ความรู้
เขยี นเปน็ ผังมโนทศั น์
พัฒนาการด้านการเมอื ง
การปกครองของ
อาณาจักรอยธุ ยา
หนว่ ยท่ี 2 พัฒนาการของอาณาจกั รอยุธยา ชอ่ื …………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 2.8 เลขท่ี………………………………..ช้ัน…………………………………..
เร่อื ง: ลักษณะการเมอื งการปกครองของอาณาจกั รอยุธยา ครผู ู้สอน……………………………………………………………………
คาช้แี จง: ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี
1. อาณาจักรอยุธยาปกครองด้วยพระมหากษตั รยิ ์ 33 พระองค์ ประกอบด้วยราชวงศใ์ ดบ้าง
……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..……………..…………..…………..…………..
2. หลักฐานท่ีแสดงว่า สมเดจ็ พระรามาธบิ ดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) รับรปู แบบการปกครองมาจากสุโขทัยและเขมร คือ
……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..……………..…………..…………..…………..
3. การสืบทอดตาแหนง่ ผูป้ กครองหัวเมืองชัน้ นอกหรอื เมืองพระยามหานคร มหี ลกั เกณฑอ์ ยา่ งไร
……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..……………..…………..…………..…………..
4. การยอมรับอานาจของอยุธยาดว้ ยการสง่ บรรณาการมาถวายตามวาระ และมีอิสระในการปกครองตนเอง
เปน็ การจัดการปกครองแบบใด
……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..……………..…………..…………..…………..
5. เหตใุ ดจงึ มกี ารแบ่งราชการส่วนกลาง ออกเป็น 2 ฝา่ ย คือ สมุหนายก และสมุหพระกลาโหม
……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..……………..…………..…………..…………..
6. เหตุใดสมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถจึงต้องปรบั ปรุงการปกครองส่วนหัวเมืองใหม่
……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..……………..…………..…………..…………..
7. ตาแหนง่ ท่ีมีหนา้ ทดี่ ูแลหวั เมืองในวงราชธานีหรือเมืองชนั้ จัตวาโดยขนึ้ ตรงตอ่ ราชธานี คือตาแหนง่ ใด
……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..……………..…………..…………..…………..
8. สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถใช้หลกั การใด ในการจดั การปกครองหัวเมืองออกเป็นชนั้ เอก ชนั้ โท ชัน้ ตรี
……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..……………..…………..…………..…………..
9. สมเด็จพระรามาธิบดีท่ี 2 ได้มีการจัดระเบียบไพร่พลอย่างไร เพ่ือประโยชนใ์ นการปกครอง
……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..……………..…………..…………..…………..
10. สมัยอยธุ ยาตอนปลายมีหน่วยงานใด ทดี่ ูแลหัวเมืองฝ่ายใต้
……………..…………..…………..…………..…………..…………..…………..……………..…………..……………..…………..…………..…………..
หน่วยท่ี 2 พัฒนาการของอาณาจกั รอยธุ ยา ชอื่ …………………………………………………………………………….
ใบงานที่: 2.8 เลขที่………………………………..ชนั้ …………………………………..
เรอื่ ง: ลักษณะการเมืองการปกครองของอาณาจักรอยธุ ยา ครผู ้สู อน……………………………………………………………………
คาชี้แจง: ให้นักเรยี นตอบคาถามต่อไปนี้
1.อาณาจักรอยุธยาปกครองดว้ ยพระมหากษตั รยิ ์ 33 พระองค์ ประกอบด้วยราชวงศ์ใดบ้าง
ราชวงศ์อทู่ อง ราชวงศส์ ุพรรณภมู ิ ราชวงศส์ ุโขทัย ราชวงศ์ปราสาททอง และราชวงศบ์ ้านพลหู ลวง
2.หลักฐานทีแ่ สดงวา่ สมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี 1 (พระเจ้าอทู่ อง) รับรปู แบบการปกครองมาจากสโุ ขทัย และเขมร คอื
กษตั รยิ ์ทรงเปน็ ธรรมราชา-อิทธิพลสโุ ขทยั และจตสุ ดมภ-์ อิทธพิ ลของเขมร
3.การสืบทอดตาแหนง่ ผูป้ กครองหัวเมืองช้ันนอกหรือเมอื งพระยามหานคร มีหลักเกณฑ์อย่างไร
สืบทอดตามสายโลหิตจากพ่อไปลกู
4.การยอมรบั อานาจของอยุธยาด้วยการส่งบรรณาการมาถวายตามวาระ และมอี ิสระในการปกครองตนเองเปน็ การ
จัดการปกครองแบบใด
หัวเมืองประเทศราช
5.เหตุใดจงึ มกี ารแบ่งราชการส่วนกลาง ออกเปน็ 2 ฝา่ ย คือ สมุหนายก และสมหุ พระกลาโหม
แบง่ ตามหน้าที่ฝา่ ยทหารและพลเรือน
6.เหตใุ ดสมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถจงึ ต้องปรับปรุงการปกครองส่วนหัวเมืองใหม่
ผนวกอาณาจักรสโุ ขทัยเป็นสว่ นหนึ่งของอาณาจกั รอยธุ ยา
7.ตาแหนง่ ทม่ี ีหน้าที่ดูแลหัวเมอื งในวงราชธานหี รอื เมอื งชั้นจตั วาโดยขน้ึ ตรงตอ่ ราชธานี คอื ตาแหนง่ ใด
ผรู้ ั้ง และกรมการเมือง
8.สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถใชห้ ลักการใด ในการจัดการปกครองหัวเมืองออกเปน็ ชั้นเอก ชน้ั โท ชนั้ ตรี
ขนาด และความสาคญั ของเมือง
9.สมเด็จพระรามาธิบดีท่ี 2 ได้มีการจดั ระเบียบไพรพ่ ลอย่างไร เพือ่ ประโยชน์ในการปกครอง
จดั ตั้งกรมสรุ สั วดี (สสั ดี) เพื่อขน้ึ ทะเบยี นไพร่พล และพิธีการเกณฑไ์ พร่พล
10.สมยั อยธุ ยาตอนปลายมหี นว่ ยงานใด ที่ดูแลหัวเมืองฝ่ายใต้
กรมคลงั
หน่วยท่ี 2 พัฒนาการของอาณาจกั รอยุธยา ชือ่ …………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 2.9 เลขที่………………………………..ชั้น…………………………………..
เรื่อง: พฒั นาการด้านเศรษฐกจิ และสังคมของอาณาจักรอยธุ ยา ครูผู้สอน……………………………………………………………………
คาชี้แจง: ให้นักเรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี
1.ลกั ษณะทตี่ ้งั ทางภมู ศิ าสตรข์ องอยุธยาเรอ่ื งใดทสี่ ่งเสรมิ การค้ากบั ชาตติ ะวันตก……………..…………..…………..………………..…
……………..…………..…………..…………..……………..…………..…………..…………..…………………..…………..…………..…………..………………
2.สินค้าใดทีช่ าตติ ะวนั ตกต้องการในการเข้ามาคา้ ขายกบั อยุธยา……………………………………………………………..……………………
3.เศรษฐกิจของอยธุ ยาข้ึนอยกู่ บั อาชพี ใด……………………………………………………………………………………………………..……………..
4.ชาติตะวนั ตกชาตใิ ดบา้ งทเี่ ดินทางโดยเรือกาปน่ั เข้ามาค้าขายกบั อยธุ ยา…………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
5.ก่อนทีจ่ ะมีการค้าขายกับชาติตะวันตกอยธุ ยาเองมกี ารค้าเรอื สาเภาโดยบคุ คลใดบา้ ง…………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6.พระเจา้ ปราสาททองมีวธิ กี ารใดในการเพ่มิ รายไดใ้ นการซอื้ อาวุธเพือ่ ปราบกบฏและทาสงคราม……………….………………….
………………………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
7.เพราะเหตใุ ด การคา้ ขายกับชาติตะวันตกเร่มิ ตกต่าลงในสมยั ราชวงศ์บา้ นพลูหลวง…………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8.สนิ ค้าต้องห้ามตา่ งจากสินค้าผกู ขาดอย่างไร……………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
9.จงั กอบ 10 หยิบ 1 คอื อะไร……………………………………………………………………………………………………………………………………..
10.แหลง่ รายได้ท่สี าคญั ของอยธุ ยามาจากแหลง่ ใด………………………………………………………..…………………………………………….
11.ศกั ดนิ า หมายถึงอะไร……………………………………………………………………………………………………………………………………………
12.กฎหมายศักดนิ าตราขึน้ ในรัชสมัยใด………………………………………………………………………………………………………………………
13.บคุ คลใดในสงั คมอยุธยาทไี่ ม่มศี กั ดินา…………………………………………………………………………………………………………………….
14.คนในสังคมสมยั อยธุ ยามีศกั ดินาทแ่ี ตกตา่ งกันเนื่องมาจากสาเหตุใด…………..………..…………………………………………………..
15.ระบบศักดินามปี ระโยชน์อย่างไร………………………………………………………………………………….………………………………………..
16.การปรับไหม เป็นการลงโทษบุคคลท่ีทาความผิด มจี ดุ ประสงคใ์ ด……………………………………….…………………..………………
17.เพราะเหตใุ ด จึงใชศ้ กั ดินาในการกาหนดหน้าท่แี ละความรับผิดชอบ………………………………………………………………………..
18.โครงสรา้ งทางสงั คมไทยสมยั อยธุ ยา ประกอบด้วยบุคคลใดบ้าง……………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
19.ไพรห่ ลวงต่างจากไพร่สมอย่างไร……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
20.การรับราชการของไพร่หลวง เรยี กวา่ อะไร……………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
หน่วยท่ี 2 พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยา ช่ือ…………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 2.9 เลขที่………………………………..ช้ัน…………………………………..
เรื่อง: พฒั นาการดา้ นเศรษฐกจิ และสงั คมของอาณาจกั รอยธุ ยา ครผู ้สู อน……………………………………………………………………
คาช้ีแจง: ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามต่อไปนี้
1.ลกั ษณะทีต่ ัง้ ทางภูมิศาสตรข์ องอยธุ ยาเร่อื งใดท่ีส่งเสริมการค้ากบั ชาติตะวนั ตก อยุธยาต้งั อยูใ่ กล้อ่าวไทย ทาใหส้ ะดวกในการคา้
ขายกับชาติตา่ งๆ
2.สนิ คา้ ใดท่ีชาตติ ะวนั ตกต้องการในการเข้ามาค้าขายกับอยธุ ยา สินค้าของปา่
3.เศรษฐกิจของอยุธยาข้ึนอยกู่ ับอาชพี ใด เกษตรกรรม และพาณิชยกรรม
4.ชาติตะวันตกชาติใดบา้ งท่ีเดินทางโดยเรอื กาป่นั เขา้ มาค้าขายกบั อยุธยา โปรตเุ กส สเปน ฮอลันดา องั กฤษ เดนมารก์ ฝรง่ั เศส
5.กอ่ นทจ่ี ะมกี ารคา้ ขายกับชาตติ ะวนั ตกอยุธยาเองมีการคา้ เรอื สาเภาโดยบคุ คลใดบา้ ง พระมหากษัตรยิ ์ พระราชวงศ์ ขุนนาง
และพ่อค้าจีน
6.พระเจา้ ปราสาททองมีวธิ กี ารใดในการเพิ่มรายได้ในการซื้ออาวุธเพ่ือปราบกบฏและทาสงคราม ดาเนินนโยบายผกู ขาดการ
คา้ ขายกับชาตติ ะวนั ตกโดยกรมพระคลังสนิ คา้
7.เพราะเหตุใด การคา้ ขายกับชาตติ ะวนั ตกเริ่มตกตา่ ลงในสมยั ราชวงศ์บา้ นพลหู ลวง การกวาดลา้ งอทิ ธพิ ลของฝร่งั เศส และเกดิ
สงครามกลางเมืองในกรุงศรีอยธุ ยา
8.สนิ คา้ ต้องหา้ มต่างจากสินค้าผูกขาดอย่างไร - สินค้าผกู ขาด คือ สินค้าทที่ างราชการต้องการและคดิ วา่ มีอันตรายหากพ่อค้าจะทาการ
ติดตอ่ ซ้อื ขายกนั โดยตรงได้แก่ อาวุธ กระสนุ ปนื ดังนนั้ รัฐจงึ ผูกขาดการซื้อขายเสียเอง
สินคา้ ต้องห้าม คือ สินค้าท่ีหายากและมีราคาแพง ราษฎรตอ้ งนามาขายใหท้ างราชการ เพอ่ื ทางราชการจะได้นาไปขายใหพ้ อ่ คา้ ตา่ งประเทศ
จะไดเ้ ปน็ การเพ่มิ รายไดใ้ ห้แก่รฐั สนิ คา้ ตอ้ งห้าม เช่น งาชา้ ง รงั นก ฝาง กฤษณา
9.จงั กอบ 10 หยบิ 1 คอื อะไร การเกบ็ ภาษี 1 ส่วน ใน 10 ส่วน ของผลประโยชน์ทีไ่ ด้
10.แหลง่ รายไดท้ ส่ี าคัญของอยธุ ยามาจากแหล่งใด จงั กอบ ฤชา อากร สว่ ย
11.ศกั ดนิ า หมายถงึ อะไร เครื่องกาหนดสทิ ธิและหน้าที่ของบุคคลในสังคม
12.กฎหมายศกั ดินาตราข้ึนในรัชสมยั ใด สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ
13.บคุ คลใดในสังคมอยุธยาท่ีไม่มีศักดนิ า พระมหากษัตรยิ ์
14.คนในสงั คมสมัยอยุธยามีศักดินาท่ีแตกต่างกนั เนื่องมาจากสาเหตุใด ฐานะ อานาจ และหนา้ ทค่ี วามรบั ผิดชอบ
15.ระบบศกั ดนิ ามปี ระโยชน์อย่างไร ควบคุมคน ปรบั ไหม
16.การปรับไหม เปน็ การลงโทษบคุ คลท่ีทาความผดิ มีจดุ ประสงค์ใด ป้องกันผู้ใหญ่รังแกผนู้ อ้ ย และปอ้ งกนั มใิ หผ้ นู้ ้อยละเมดิ ผู้ใหญ่
17.เพราะเหตุใด จึงใชศ้ ักดนิ าในการกาหนดหนา้ ท่ีและความรับผิดชอบ คนไทยในสมัยอยธุ ยามีที่นา เปน็ เครอื่ งมอื ในการประกอบ
อาชีพ
18.โครงสรา้ งทางสังคมไทยสมัยอยธุ ยา ประกอบด้วยบุคคลใดบา้ ง พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนาง ไพร่ และทาส
19.ไพรห่ ลวงต่างจากไพร่สมอย่างไร ไพร่หลวง เป็นไพร่ของกษตั รยิ ์ท่สี ังกดั กรมกองต่างๆ สว่ นไพรส่ ม เป็นไพรท่ ี่กษัตริยพ์ ระราชทาน
ให้กบั เจ้านายและขุนนาง เพอ่ื เป็นการตอบแทนความดคี วามชอบท่ที าคุณประโยชน์แกบ่ ้านเมือง
20.การรับราชการของไพร่หลวง เรยี กวา่ อะไร การเข้าเดือน ออกเดอื น
หนว่ ยท่ี 2 พัฒนาการของอาณาจักรอยธุ ยา ช่ือ…………………………………………………………………………….
ใบงานท่ี: 2.10 เลขที่………………………………..ช้ัน…………………………………..
เร่ือง: ความสัมพันธร์ ะหว่างประเทศของอาณาจักรอยุธยา ครผู สู้ อน……………………………………………………………………
คาช้ีแจง: ให้นักเรียนสรุปความร้เู ร่ือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของอาณาจกั รอยุธยา แล้วเขยี นเปน็ ผังมโนทัศน์
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งประเทศของอาณาจกั รอยธุ ยา