The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชานาฏศิลป์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KruKhak Miss. Suttida Kredmee, 2022-03-19 23:52:26

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชานาฏศิลป์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชานาฏศิลป์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565

แผนการจัดการเรียนรู

กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ รายวชิ า นาฏศลิ ป

ปการศกึ ษา 2564

ตําแหนง่ ครู

วิเคราะหห์ ลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ (รายวิชานาฏศิลป)์ ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 1

แบบวิเคราะหห ลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
วิเคราะหห ลักสตู รกลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ (รายวชิ านาฏศลิ ป)

****************************************

ระดับชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๖

สาระท่ี ๓ : นาฏศิลป

สาระท่ี ๓ : นาฏศิลป
มาตรฐาน ศ ๓.๑ เขา ใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ปอยา งสรา งสรรค วเิ คราะห วพิ ากษวิจารณคุณคา

นาฏศิลป ถา ยทอดความรสู กึ ความคิดอยา งอสิ ระ ชืน่ ชมและประยกุ ตใ ชใ นชวี ติ ประจำวนั

หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐานและหลักสตู รทอ งถิ่น

ตวั ชวี้ ัด ความรู(เนอื้ หามอี ะไร) กระบวนการ/การ คุณลกั ษณะอันพงึ
ปฏบิ ัติ ประสงค

๑. สรางสรรคก ารเคลอ่ื นไหวและ • การประดษิ ฐท า ทางประกอบ  การสรางสรรค ใฝเรยี นรู
การแสดงโดยเนน การถายทอดลีลา เพลงปลุกใจหรอื เพลงพื้นเมือง
หรืออารมณ ศ ๓.๑ ป.๖/๑ หรอื ทอ งถิ่นเนน ลลี า หรือ

อารมณ

๒. ออกแบบเครอื่ งแตง กาย หรอื • การออกแบบสรา งสรรค  ออกแบบ มงุ มนั่ ในการทำงาน

อปุ กรณป ระกอบการแสดงอยา ง - เครื่องแตงกาย
งาย ๆ ศ ๓.๑ ป.๖/๒
- อุปกรณ ฉาก

ประกอบการแสดง

๓. แสดงนาฏศิลปและละคร • การแสดงนาฏศิลปแ ละการ  การแสดง ใฝเรยี นรู
งา ยๆ ศ ๓.๑ ป.๖/๓ แสดงละคร

- รำวงมาตรฐาน

- ระบำ

- ฟอน

- ละครสรา งสรรค

วเิ คราะหห์ ลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ิลปะ (รายวชิ านาฏศิลป์)ระดบั ชั้น ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 2

ตวั ชีว้ ัด หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐานและหลักสูตรทอ งถิ่น

๔. บรรยายความรูสึกของตนเอง ความร(ู เนอื้ หามอี ะไร) กระบวนการ/การปฏบิ ัติ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
ทีม่ ีตอ งานนาฏศลิ ปและการละคร
อยา งสรา งสรรค • บทบาทและหนา ท่ีใน  บรรยาย มีจติ สาธารณะ
ศ ๓.๑ ป.๖/๔
๕. แสดงความคดิ เห็นในการชม งานนาฏศิลปและการ
การแสดง
ศ ๓.๑ ป.๖/๕ ละคร

๖. อธบิ ายความสัมพนั ธร ะหวา ง • หลักการชมการแสดง  แสดงความคดิ เห็น ใฝเรยี นรู
นาฏศิลปและการละครกบั ส่งิ ท่ี - การวิเคราะห มงุ มัน่ ในการทำงาน
ประสบในชวี ิตประจำวัน - ความรูสกึ ชืน่ ชม
ศ ๓.๑ ป.๖/๖
• องคประกอบทาง  อธิบาย
นาฏศิลปแ ละการละคร

วิเคราะหห์ ลักสตู รกล่มุ สาระการเรียนรศู้ ิลปะ (รายวชิ านาฏศิลป)์ ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 3

มาตรฐาน ศ ๓.๒ เขา ใจความสัมพนั ธระหวา งนาฏศิลป ประวัตศิ าสตรและวัฒนธรรม เห็นคณุ คา ของ
นาฏศิลปท ่ีเปนมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญ ญาทอ งถ่ิน ภมู ปิ ญ ญาไทยและสากล

ตวั ชี้วัด หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานและหลักสตู รทอ งถนิ่
ความร(ู เนอ้ื หามอี ะไร) กระบวนการ/การปฏบิ ัติ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

๑. อธบิ ายสงิ่ ท่ีมี • ความหมาย ความ  อธบิ าย  รกั ความเปน ไทย

ความสำคัญตอ การ เปน มา ความสำคญั ของ
แสดงนาฏศิลปแ ละ นาฏศลิ ปและละคร
ละคร ศ ๓.๒ ป.๖/๑ - บุคคลสำคัญ
- คุณคา
๒. ระบปุ ระโยชนที่ • การแสดงนาฏศิลปและ  ระบคุ วามรู  รกั ชาติ ศาสน กษัตริย

ไดร ับจากการแสดงหรอื ละครในวนั สำคญั ของ
การชมการแสดง โรงเรียน
นาฏศลิ ปแ ละละคร
ศ ๓.๒ ป.๖/๒

วเิ คราะหห์ ลกั สตู รกล่มุ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ (รายวชิ านาฏศลิ ป)์ ระดบั ช้ัน ประถมศึกษาปที ี่ 6 1

คำอธิบายรายวชิ า

รายวชิ า นาฏศิลป ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 6
กลุม สาระการเรียนรศู ลิ ปะ เวลา 20 ชว่ั โมง

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการประดิษฐทาทางประกอบเพลงพื้นเมือง นาฏยศัพทและภาษา

ทา ทางนาฏศิลปไทย การแสดงนาฏศิลปและละคร มารยาทในการชมการแสดงนาฏศิลปและละคร บทบาทหนาท่ี
งานนาฏศิลปและการละคร ประวตั นิ าฏศลิ ปแ ละการละครของไทย

ใหนักเรียนสังเกตนาฏยศัพท ภาษาทาทางนาฏศิลปไทย การรายรำประกอบเพลงตาง ๆ การเปน
ผูชมที่ดีและไมดี เพื่อวิเคราะหและเขียนอธิบายบทบาทหนาที่งานนาฏศิลปและการละคร การสรุปความรู

ทางดานนาฏศิลป สามารถจำแนก บรรยาย อาน เขียนแสดงความรูสึก อภิปรายแสดงความคิดเห็นไดจาก

ประสบการณ มีการใชความคิดสรางสรรค การใชจินตนาการของตนเองอยางอิสระ สามารถเขาใจและปฏิบัติ
เกีย่ วกับดนตรแี ละนาฏศลิ ปโ ดยใชทักษะกระบวนการตาง ๆ ไดดว ยตนเอง

เห็นคุณคาและความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมไทยทางนาฏศิลป นำความรูที่ไดมาประยุกตใช ใน
ชีวิตประจำวันไดอยางเหมาะสม เกิดความรักและหวงแหนในศิลปวัฒนธรรมไทยที่เปนมรดกของชาติ มีจิต

สาธารณะในการอนุรกั ษศลิ ปวัฒนธรรมไทยใหคงอยสู บื ไป
รหัสตัวชว้ี ัด
ศ 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ศ 3.2 ป.6/1, ป.6/2
รวมทงั้ หมด 8 ตวั ช้ีวดั

วเิ คราะหห์ ลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนรูศ้ ิลปะ (รายวชิ านาฏศิลป)์ ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 1

โครงสรา งรายวชิ า นาฏศลิ ป
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 6 เวลาเรียน 20 ชัว่ โมง
****************************************

ลำดบั ท่ี ชอื่ หนว ยการเรยี นรู มาตรฐานการเรียนร/ู สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
1 ตวั ชี้วดั (ชั่วโมง) คะแนน
2
3 นาฏศิลปส รา งสรรค ศ 3.1 ป.6/1 การประดิษฐทาทางและออกแบบ 3 5

4 ป.6/2 อปุ กรณการแสดงพืน้ เมอื งจะทำใหก ารแสดงดู

สวยงามและนาสนใจ แสดงใหเห็นคุณคาของ

นาฏศิลปท ี่ควรคา แกก ารอนุรกั ษ

นาฏยศัพทและภาษา ศ 3.1 ป.6/3 นาฏยศัพทและภาษาทาทางนาฏศิลป 5

ทาทางนาฏศลิ ปไ ทย ไทยเปนสิ่งที่ทำใหผูชมการแสดงนาฏศิลป 2

เขาใจการแสดงไดงายขึ้น ทำใหการแสดงมี

ความสวยงาม นา สนใจ

การแสดงนาฏศิลป ศ 3.1 ป.6/3 การแสดงนาฏศิลปไทยและละครตาง ๆ 8 10

และละคร เปนการแสดงที่มีความสวยงามเปนศิลปะท่ี

สะทอนใหเห็นถึงความเปนไทยและเปน

เอกลักษณดานศิลปวัฒนธรรมของชาติทีท่ ุกคน

ควรรว มมอื กนั อนุรักษใ หคงอยูค ูช าติไทยสบื ไป

มารยาทในการชมการ ศ 3.1 ป.6/5, การชมการแสดงที่ดี ผูชมการแสดงมี 1 5

แสดงนาฏศิลปแ ละ ศ 3.2 ป.6/2 มารยาทและมีหลักในการชมการแสดงที่ดีจะ

ละคร ทำใหผูชมไดซาบซึ้งและเขาใจการแสดงมาก

ขึ้น

วิเคราะหห์ ลักสตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ (รายวชิ านาฏศลิ ป)์ ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 2

ลำดับที่ ชอื่ หนว ยการเรียนรู มาตรฐานการเรียนร/ู สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
5 บทบาทหนาที่งาน ตวั ชี้วดั (ชั่วโมง) คะแนน
นาฏศิลปแ ละการ
6 ละคร ศ 3.1 ป.6/4 บุคคลที่ไดรับหนาที่งานนาฏศิลปและ 4 10

7 ประวตั ินาฏศลิ ปแ ละ ป.6/6 ละครจะตองมีความรับผิดชอบในหนาท่ี
การละครของไทย
เ ท  า น ั ้ น แ ล ะ ท ำ ห น  า ท ี ่ อ ย  า ง เ ต็ ม
สอบปลายภาคเรียน
ความสามารถ เพราะจะทำใหการแสดงมี

คุณภาพและเปนที่ประทับใจแกผูที่รับชม

ศ 3.2 ป.6/1 น า ฏ ศ ิ ล ป  แ ล ะ ล ะ ค ร ไ ท ย เ ป น 2 5

ศิลปะการแสดงที่มีมาแตอดีต เปนมรดก

ทางวัฒนธรรมที่สะทอนใหเห็นถึงความเปน

ไทย เราคนไทยทุกคนจึงตองรวมมือกัน

อนรุ ักษสืบสานใหคงอยคู ูช าติไทยสืบไป

- 10

รวม 40 50

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 นาฏศลิ ปส์ ร้างสรรค์ 1

แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 1 ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 6
กลมุ สาระการเรียนรศู ิลปะ รหัสวิชา ศ 16101
รายวิชา นาฏศลิ ป เวลา 3 ช่ัวโมง
หนว ยการเรียนรทู ี่ 1 นาฏศลิ ปส รา งสรรค เวลา 1 ช่ัวโมง
เร่อื ง การประดิษฐท า รำประกอบเพลงพ้ืนเมือง : ระบำชาวนา (1)
วันท.ี่ ........................................... ผสู อน นางสาวสทุ ธดิ า เกิดมี

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู
ศ 3.1 เขา ใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอยา งสรา งสรรค วิเคราะห วิพากษว ิจารณค ณุ คา
นาฏศิลป ถายทอดความรสู กึ ความคิดตอ นาฏศลิ ปอ ยา งอิสระ ชนื่ ชมและประยกุ ตใชใ น

ชีวติ ประจำวัน

ตัวชวี้ ัด
ศ 3.1 ป.6/1 สรางสรรคก ารเคลือ่ นไหวและการแสดงโดยเนนการถา ยทอดลลี าหรอื อารมณ

2. จดุ ประสงคการเรยี นรู
1. อธิบายการประดษิ ฐท ารำได (K)

2. แสดงทารำประกอบเพลงระบำชาวนา (P)

3. ชน่ื ชมในทา รำประกอบเพลงพืน้ บาน (A)

3. สาระสำคญั
ระบำชาวนาเปนการแสดงที่มีลีลาทารำสื่อความหมายถึงการทำนา เปนศิลปะการแสดงของไทยที่

สะทอนใหเห็นถึงวิถีชีวิตการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เปนมรดกที่มีคุณคาและควรคาแกการอนุรักษไวให

คงอยสู ืบไป

4. สาระการเรียนรู
 การประดษิ ฐทารำประกอบเพลงพื้นเมอื ง : ระบำชาวนา

5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร

5.2 ความสามารถในการคดิ

5.3 ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ

6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 นาฏศลิ ปส์ ร้างสรรค์ 2

6.1 มวี นิ ยั

6.2 ใฝเ รยี นรู

7. กจิ กรรมการเรียนรู
1. ครใู หน กั เรียนดูภาพการแสดงเตนกำรำเคยี ว แลว ใหน ักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครู

ใชค ำถาม ดงั นี้

 ในภาพเปนการแสดงอะไร (ตัวอยา งคำตอบ เตน กำรำเคยี ว)
 นกั เรยี นเคยดูการแสดงนห้ี รือไม (เคย/ไมเคย)
 การแสดงนี้แสดงใหเ ห็นถึงสิ่งใด (ตวั อยา งคำตอบ การประกอบอาชพี ของคนในทอ งถน่ิ )
 การแสดงน้คี ลา ยกับการแสดงใด (ตวั อยางคำตอบ ระบำชาวนา)
2. ครูนำบัตรคำ ระบำชาวนา ตดิ บนกระดาน และครใู หน ักเรยี นศกึ ษาความรูเ รอ่ื งระบำ

ชาวนา แลว ใหน ักเรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชคำถาม ดังนี้

 ระบำชาวนาเปนการแสดงเกย่ี วกบั สิง่ ใด (การประกอบอาชพี การทำนา)
 การแตงกายฝายชายมีลักษณะอยางไร (สวมเสื้อมอฮอม นุงกางเกงเตี่ยวสะดอ มี

ผาขาวมาคาดเอว)
 การแตงกายฝา ยหญงิ มีลกั ษณะอยางไร (สวมเสอ้ื แขนกระบอกคอกลมสีกรมทา นงุ ผา

โจงกระเบนสีดำสวมงอบ)
 อปุ กรณก ารแสดงคืออะไร (ชอรวงขาว เคยี วเกย่ี วขาว)
 ดนตรีประกอบการแสดง (วงปพ าทย)
จากนั้นครูนำคำตอบที่ไดมาเขียนสรุปเปนแผนภาพความคิดบนกระดาน โดยใหนักเรียนเปน

ผตู รวจสอบความถูกตอง ดงั ตัวอยางตอ ไปนี้

การประกอบอาชีพทาํ นา ฝ่ายชายสวมเสอื้ มอ่ ฮอ่ ม น่งุ
กางเกงเตี่ยวสะดอ มผี า้ ขาวมา้ คาด
เคียวเกี่ยวขา้ ว เอว

อปุ กรณก์ ารแสดง ระบาํ ชาวนา การแต่งกาย

ช่อรวงขา้ ว ฝ่ายหญิงสวมเสอื้ แขนกระบอก
คอกลมสีกรมทา่ นงุ่ ผา้ โจงกระเบน
สดี าํ สวมงอบ
3.วงคปร่ีพูสาาธทิตยท์ ารำประกอบเดพนลตงรรปี ะรบะำกชอาบวกนาารทแาสทดี่ ง1-18 ใหนักเรียนดู และปฏิบัติตามทีละทาจน

ถกู ตอ งพรอ มเพรียงกนั

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 นาฏศิลปส์ ร้างสรรค์ 3

4. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 6 คน รวมกันฝกซอมปฏิบัติทารำประกอบเพลงระบำชาวนาให
ถูกตองพรอมเพรยี งกนั โดยครูเปน ผคู อยดูแลและแนะนำอยา งใกลชิด

5. ใหนกั เรียนและครูรว มกันสรุปความรู ดังนี้
ระบำชาวนาเปนการแสดงที่มีลีลาทารำสื่อความหมายถึงการทำนาเปนศิลปะการแสดงของ

ไทยที่สะทอนใหเห็นถึงวิถีชีวิตการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เปนมรดกที่มีคุณคาและควรคา
แกการอนุรกั ษไ วใ หคงอยูสบื ไป
6. ใหนักเรยี นรว มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชคำถามทา ทาย ดังน้ี

นักเรียนจะประดิษฐทารำเลยี นแบบอาชพี ใด เพราะอะไร
8. สอื่ /แหลงการเรยี นรู

1. ภาพการแสดงเตน กำรำเคยี ว
2. บัตรคำ
9. การวัดและประเมินผล
1. วธิ กี ารวดั และประเมินผล

1.1 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเขารว มกจิ กรรม
1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขา รวมกจิ กรรมกลุม
2. เครื่องมอื
2.1 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รว มกจิ กรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรมกลุม
3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรม

• ผา นต้ังแต 2 รายการ ถือวา ผา น

• ผาน 1 รายการ ถอื วา ไมผ า น
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรมกลมุ

• คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก

• คะแนน 7-8 ระดับ ดี

• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช

• คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรุง

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 นาฏศลิ ปส์ ร้างสรรค์ 4

บันทึกหลังการจดั การเรียนรู

 ผลการจดั การเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญหา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอ เสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................................
ครูผูส อน

(นางสาวสุทธิดา เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 นาฏศลิ ปส์ ร้างสรรค์ 1

แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 2 ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 6
กลมุ สาระการเรียนรศู ิลปะ รหสั วชิ า ศ 16101
รายวิชา นาฏศิลป เวลา 3 ชวั่ โมง
หนว ยการเรยี นรูที่ 1 นาฏศลิ ปส รา งสรรค เวลา 1 ช่ัวโมง
เร่อื ง การประดษิ ฐท ารำประกอบเพลงพน้ื เมอื ง : ระบำชาวนา (2) ผสู อน นางสาวสุทธดิ า เกิดมี
วันที่............................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู
ศ 3.1 เขา ใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอยางสรางสรรค วเิ คราะห วิพากษว ิจารณคณุ คา
นาฏศิลป ถายทอดความรูสึก ความคิดตอนาฏศิลปอยางอิสระ ชื่นชมและประยุกตใชใน

ชวี ิตประจำวนั

ตัวช้ีวัด
ศ 3.1 ป.6/1 สรา งสรรคก ารเคลื่อนไหวและการแสดงโดยเนน การถายทอดลลี าหรอื อารมณ

2. จุดประสงคการเรยี นรู
1. อธิบายการประดษิ ฐท ารำได (K)

2. แสดงทารำประกอบเพลงระบำชาวนา (P)

3. ชน่ื ชมในทารำประกอบเพลงพนื้ บา น (A)

3. สาระสำคญั
ระบำชาวนาเปนการแสดงที่มีลีลาทารำสื่อความหมายถึงการทำนา เปนศิลปะการแสดงของไทยที่

สะทอนใหเห็นถึงวิถีชีวิตการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เปนมรดกที่มีคุณคาและควรคาแกการอนุรักษไวให

คงอยสู ืบไป
4. สาระการเรียนรู

 การประดษิ ฐทารำประกอบเพลงพน้ื เมือง : ระบำชาวนา

5. สมรรถนะสำคัญของผูเ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร

5.2 ความสามารถในการคิด

5.3 ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 นาฏศิลปส์ ร้างสรรค์ 2

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
6.1 มวี นิ ยั

6.2 ใฝเรียนรู
7. กจิ กรรมการเรยี นรู

1. ครูเปดเพลงระบำชาวนาใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนทุกคนปฏิบัติทารำประกอบเพลง

ระบำชาวนาทาท่ี 1-18 จากนนั้ ใหน ักเรียนรวมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชคำถาม ดงั นี้
 นกั เรียนปฏบิ ัตทิ า รำไดถูกตองหรือไม (ถูกตอ ง/ไมถกู ตอ ง)
 ถา ปฏบิ ตั ไิ มถ กู ตอ ง นักเรียนมวี ิธีแกไขอยางไร (ตัวอยาง ฝก ซอมบอย ๆ จนทำไดถูกตอ ง)

2. ใหครูสาธิตทารำประกอบเพลงระบำชาวนาทาที่ 19-36 ใหนักเรียนดู และปฏิบัติตามทีละทา
จนถูกตอ งพรอ มเพรียงกัน โดยครูคอยดแู ลแนะนำอยางใกลช ดิ

3. ใหนกั เรียนแบงกลุม 3 กลุม ใหแตละกลมุ ฝกซอมทา รำประกอบเพลงระบำชาวนาทา ท่ี 1 - 36

ใหถูกตองพรอมเพรียงกันและออกมาแสดงหนาชั้นเรียนทีละกลุม และใหครูและเพื่อนกลุมอื่นคอยตรวจสอบ
ความถูกตองและใหค ำแนะนำเพิม่ เตมิ

4. ใหนักเรียนในแตละกลุม (กลุมเดิม) รวมกันสรุปความรูเกี่ยวกับระบำชาวนาลงในแผนภาพที่ครู
กำหนดให ดังตัวอยา งตอไปน้ี

การแต่งกาย

........................................................................
........................................................................

ประโยชนท์ ไี่ ดร้ ับ ระบาํ ชาวนา ผู้แสดง

......................................... ดนตรีทใ่ี ช้ประกอบการ .........................................
แสดง ....
......................................... ...........................................
.... .........................................
โอกาสในการแสดง อ.ุป...กรณป์ ระกอบการ
แสดง
.........................................
. .........................................

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 นาฏศลิ ป์สร้างสรรค์ 3

5. ครูและนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการอนุรักษการแสดงระบำชาวนา โดยครูใช
คำถาม ดังนี้

 นักเรียนจะมีวิธีการอนุรักษการแสดงระบำชาวนาอยา งไร (ตัวอยางคำตอบ ฝกแสดง
ระบำชาวนาเปน ประจำ ศึกษาเก่ียวกบั การแสดงระบำชาวนา)

6. ใหนักเรียนและครรู ว มกนั สรปุ ความรู ดงั น้ี
 ระบำชาวนาเปนการแสดงที่มีลีลาทารำสื่อความหมายถึงการทำนาเปนศิลปะการแสดง
ของไทยที่สะทอนใหเห็นถึงวิถีชีวิตการประกอบอาชพี เกษตรกรรม เปนมรดกที่มีคุณคา
และควรคา แกการอนรุ ักษไ วใ หคงอยสู บื ไป

7. ใหนักเรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชคำถามทาทาย ดงั น้ี
 นักเรยี นจะประดษิ ฐทา รำประกอบเพลงพ้นื เมืองใด เพราะอะไร

8. สื่อ/แหลงการเรียนรู
1. ภาพการแสดงเตน กำรำเคยี ว
2. บตั รคำ

9. การวดั และประเมินผล
1. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา รว มกิจกรรม
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา รว มกิจกรรมกลมุ
2. เคร่อื งมอื
2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรมกลมุ
3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 การประเมินพฤติกรรมการเขารว มกิจกรรม

• ผานต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผา น

• ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผ า น
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขารว มกิจกรรมกลุม

• คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก

• คะแนน 7-8 ระดับ ดี

• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช

• คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรงุ

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 นาฏศิลปส์ ร้างสรรค์ 4

บันทึกหลงั การจดั การเรียนรู

 ผลการจัดการเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญหา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอ เสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................................
ครูผูสอน

(นางสาวสุทธดิ า เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 นาฏศิลปส์ ร้างสรรค์ 1

แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 3 ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ 6
กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ รหสั วิชา ศ 16101
รายวิชา นาฏศิลป เวลา 3 ช่ัวโมง
หนว ยการเรียนรูท่ี 1 นาฏศลิ ปส รางสรรค เวลา 1 ช่ัวโมง
เร่อื ง งานออกแบบนาฏศิลป ผสู อน นางสาวสทุ ธิดา เกดิ มี
วนั ท.ี่ ...........................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานการเรียนรู
ศ 3.1 เขาใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอยางสรา งสรรค วิเคราะห วิพากษว จิ ารณคุณคา
นาฏศิลป ถายทอดความรูสกึ ความคดิ ตอนาฏศิลปอ ยา งอสิ ระ ชื่นชมและประยกุ ตใ ชใ น

ชีวติ ประจำวนั

ตัวช้วี ดั
ศ 3.1 ป.6/2 ออกแบบเครอื่ งแตงกายหรอื อปุ กรณป ระกอบการแสดงอยา งงา ย ๆ

2. จุดประสงคก ารเรียนรู
1. อธิบายงานออกแบบนาฏศลิ ปไ ด (K)

2. ออกแบบงานนาฏศลิ ปไ ด (P)

3. ช่ืนชมในงานออกแบบนาฏศลิ ป (A)
3. สาระสำคัญ

งานออกแบบนาฏศิลปเปนการออกแบบประดิษฐอุปกรณ องคประกอบในการแสดงตาง ๆ ที่ใชใน

การแสดงซ่งึ ควรสอดคลองกับการแสดง และการนำวัสดทุ ่มี ีอยูมาใชใ หเ กดิ ประโยชน อกี ทั้งควรคำนึกถึงการ

ใชประโยชนใ หมากทส่ี ุด

4. สาระการเรียนรู
 งานออกแบบนาฏศลิ ป

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น
5.1 ความสามารถในการสือ่ สาร

5.2 ความสามารถในการคดิ

5.3 ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 นาฏศลิ ป์สร้างสรรค์ 2

6.1 มีวนิ ยั

6.2 ใฝเ รียนรู

7. กิจกรรมการเรยี นรู
1. ครูนำภาพการแสดงระบำดอกบัวใหนักเรียนดู แลวรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชคำถาม

ดังน้ี
 นักเรียนเคยเหน็ การแสดงในภาพหรอื ไม (เคย/ไมเ คย)
 การแสดงในภาพเปน การแสดงอะไร (ตวั อยา งคำตอบ ระบำดอกบวั )
 การแสดงนีม้ ีอุปกรณประกอบการแสดงหรือไม ถามีคืออะไร (มคี อื ดอกบวั ประดิษฐ)
 นักเรียนประดษิ ฐด อกบวั ประดษิ ฐไ ดห รอื ไม (ได/ไมไ ด)

2. ครูนำบตั รคำ งานออกแบบนาฏศลิ ป ติดบนกระดาน แลวครอู ธบิ ายเก่ยี วกับองคป ระกอบใน

การแสดงตา ง ๆ ใหน ักเรยี นฟง จนทุกคนเขา ใจ จากน้นั อธิบายเก่ยี วกับหลักการออกแบบทค่ี วรคำนงึ ถงึ

ความประหยัด ประโยชน และความปลอดภัยใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนรวมกนั แสดงความคิดเห็น โดย

ครใู ชคำถาม ดังนี้
 เคร่ืองแตง กายที่ใชในการแสดงควรมลี ักษณะอยางไร (เหมาะสมกบั ชดุ การแสดง)
 อปุ กรณก ารแสดงควรมีลักษณะอยา งไร (ตัวอยางคำตอบ เหมาะสมกับชุดการแสดงและ
ใชว สั ดุท่หี างา ยหรือวัสดุเหลอื ใชม าประดิษฐ)
 ฉากที่ใชในการแสดงควรมีลักษณะอยางไร (ตัวอยางคำตอบ เหมาะสมกับการแสดง
ทำใหการแสดงนา สนใจ)
 การออกแบบเคร่ืองแตง กายหรืออุปกรณประกอบการแสดงควรคำนึงถึงส่ิงใด

(ตัวอยางคำตอบ คำนงึ ถึงหลักความประหยัด ประโยชนและปลอดภัย)
จากนั้นครนู ำคำตอบทไ่ี ดม าเขียนสรุปเปน แผนภาพความคิดบนกระดาน ดงั ตัวอยา งตอ ไปนี้

ฉาก

เครื่องแตง่ กาย งานออกแบบนาฏศลิ ป์ อปุ กรณก์ ารแสดง

ประหยดั หลกั การออกแบบ ประโยชน์
ปลอดภยั

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 นาฏศิลป์สร้างสรรค์ 3

3. ใหนักเรียนแบง กลุม กลมุ ละ 5 คน เพื่อรว มกนั ประดษิ ฐอ ปุ กรณป ระกอบการแสดงระบำชาวนา
โดยใชวสั ดุเหลอื ใชร อบตวั ทมี่ อี ยู จากน้ันใหแตล ะกลุมออกมานำเสนออปุ กรณหนา ชนั้ เรยี น โดยครูและเพอื่ น
กลุม ท่ีเหลือคอยตรวจสอบใหค ำแนะนำ และชืน่ ชมการประดษิ ฐ

4. ใหนักเรียนและครรู วมกันสรปุ ความรู ดงั น้ี
 งานออกแบบนาฏศิลปเปนการออกแบบประดษิ ฐอ ุปกรณองคประกอบในการแสดงตา ง
ๆ ทใี่ ชใ นการแสดง ซงึ่ ควรสอดคลอ งกบั การแสดง และควรนำวสั ดทุ ่มี อี ยูมาใชใหเ กิด
ประโยชน อกี ท้ังควรคำนกึ ถึงการใชป ระโยชนใ หม ากที่สดุ

5. ใหนักเรยี นรวมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค ำถามทา ทาย ดังน้ี
 วัสดุเหลอื ใชใดบางท่สี ามารถนำมาประดษิ ฐ อปุ กรณประกอบการแสดงระบำชาวนาได
และนำมาประดษิ ฐเ ปนอะไร

8. สื่อ/แหลง การเรียนรู
1. ภาพการแสดงระบำดอกบวั
2. บตั รคำ

9. การวดั และประเมินผล
1. วิธีการวัดและประเมนิ ผล
1.1 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขารว มกจิ กรรม
1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา รวมกจิ กรรมกลุม
2. เครื่องมอื
2.1 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขารว มกิจกรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารว มกิจกรรมกลมุ
3. เกณฑการประเมนิ
3.1 การประเมินพฤติกรรมการเขา รว มกจิ กรรม

• ผา นต้ังแต 2 รายการ ถือวา ผา น

• ผา น 1 รายการ ถอื วา ไมผ า น
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรมกลุม

• คะแนน 9-10 ระดับ ดมี าก

• คะแนน 7-8 ระดบั ดี

• คะแนน 5-6 ระดบั พอใช

• คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรงุ

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 นาฏศิลปส์ ร้างสรรค์ 4

บันทึกหลงั การจดั การเรียนรู

 ผลการจัดการเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญหา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอ เสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................................
ครูผูสอน

(นางสาวสุทธดิ า เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 นาฏยศัพทแ์ ละภาษาท่าทางนาฏศลิ ปไ์ ทย 1

แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 4 ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 6
กลุมสาระการเรียนรศู ิลปะ รหัสวิชา ศ 16101
รายวชิ า นาฏศิลป เวลา 2 ชั่วโมง
หนว ยการเรยี นรูท่ี 2 นาฏยศพั ทและภาษาทา ทางนาฏศลิ ปไทย เวลา 1 ชัว่ โมง
เรือ่ ง นาฏยศพั ท ผสู อน นางสาวสทุ ธดิ า เกิดมี
วนั ที่............................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ช้วี ัด
มาตรฐานการเรยี นรู
ศ 3.1 เขาใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอ ยา งสรางสรรค วเิ คราะห วพิ ากษวจิ ารณคณุ คา
นาฏศิลป ถายทอดความรูสึก ความคิดตอนาฏศิลปอยางอิสระ ชื่นชมและประยุกตใชใน

ชวี ติ ประจำวัน

ตัวช้วี ดั
ศ 3.1 ป.6/3 แสดงนาฏศิลปแ ละละครงา ย ๆ

2. จุดประสงคก ารเรียนรู
1. อธิบายนาฏยศัพทได (K)

2. ปฏิบตั นิ าฏยศัพทได (P)

3. เห็นประโยชนและคณุ คา ของนาฏยศัพท (A)

3. สาระสำคัญ
นาฏยศพั ทเ ปนคำทใ่ี ชเ รยี กชือ่ กริ ยิ าทาทางในการแสดงนาฏศลิ ปซ ง่ึ เปน พนื้ ฐานในการรำและการแสดง

นาฏศิลป ทำใหก ารแสดงมีความสวยงาม นา สนใจ

4. สาระการเรียนรู
 นาฏยศพั ท : ลักคอ หม เขา ขยน่ั เทา ปอ งหนา เทา ฉาก

5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร

5.2 ความสามารถในการคดิ

5.3 ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 นาฏยศพั ท์และภาษาท่าทางนาฏศิลป์ไทย 2

6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
6.1 มวี นิ ัย

6.2 ใฝเรียนรู

7. กจิ กรรมการเรียนรู
1. ครูใหนักเรียนดูภาพการแสดงนาฏศิลปไทย ชุด ระบำเทพบันเทิง แลวใหนักเรียนรวมกันแสดง

ความคดิ เห็น โดยครูใชคำถาม ดงั น้ี
 นกั เรียนเคยชมการแสดงในภาพหรือไม (เคย/ไมเคย)
 การแสดงนีช้ ื่อวา การแสดงอะไร (ตวั อยางคำตอบ ระบำเทพบันเทงิ )
 การแสดงชดุ นีม้ กี ารใชน าฏยศัพทห รอื ไม (ม/ี ไมม)ี
 ถามีการใชนาฏยศพั ท คอื นาฏยศัพทใ ดบา ง (ตวั อยางคำตอบ จีบ ต้ังวง)

2. ครนู ำบตั รคำ นาฏยศพั ท์ ตดิ บนกระดาน แลวอธิบายความหมายของนาฏยศัพทใ ห
นักเรยี นฟง จนทุกคนเขา ใจ ลกั คอ หม่ เขา่ ขย่นั เทา้ ปอ้ งหนา้ เทา้ ฉาก

3. ครนู ำบตั รคำ

ติดบนกระดาน จากนน้ั ครสู าธิตนาฏยศัพทใหน กั เรียนดูทลี ะทา และใหน ักเรยี นปฏบิ ัตติ ามจนถูกตอง

พรอ มเพรียงกัน
4. ใหนักเรียนจบั คฝู กปฏบิ ตั นิ าฏยศัพท โดยครเู ปน ผตู รวจสอบ ดแู ลและใหคำแนะนำอยางใกลชิด

5. ครูใหนักเรียนเลนเกมลูกบอลวิเศษ โดยใหนักเรียนในชั้นเรียนยืนเปนวงกลมแลวสงลูกบอลให

เพ่อื นตอ ไปเรื่อย ๆ โดยครเู ปน ผเู ปด เพลงและถาครหู ยุดเพลงแลว ลกู บอลอยูที่มือของใครใหปฏิบัตินาฏยศัพท
และใหเพ่อื นท่เี หลอื ทายวา ทา ใด ถา เพ่อื นทายถูกตองครูเปด เพลงแลว สงลกู บอลตอไปแตถ าทายไมถกู เพื่อนท่ี

เหลอื ทุกคนจะตอ งปฏบิ ตั ทิ า นาฏยศัพทน้ันทุกคน
6. ใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชนและความสำคัญของนาฏยศัพท โดยครู

ใชคำถาม ดงั นี้
 นาฏยศัพทมีประโยชนตอการแสดงนาฏศิลปอยางไร (ตัวอยางคำตอบ ทำใหการแสดง
นา สนใจ สวยงาม)
 นาฏยศัพทมีประโยชนตอ นักเรยี นอยางไร (ตัวอยางคำตอบ ทำใหร างกายแข็งแรงและมี
ทกั ษะในการแสดงนาฏศลิ ป)
 นาฏยศัพทมีความสำคัญตอนาฏศิลปไทยอยางไร (ตัวอยางคำตอบ ทำใหการแสดง
นาฏศิลปสวยงาม มีเอกลักษณ)

จากนั้นครูนำคำตอบที่ไดมาเขียนสรุปเปนแผนภาพความคิดบนกระดาน โดยใหนักเรียนเปน ผู

ตรวจสอบความถูกตอ ง
7. ใหนักเรยี นและครรู ว มกนั สรุปความรู ดงั น้ี

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2 นาฏยศัพทแ์ ละภาษาทา่ ทางนาฏศลิ ป์ไทย 3

 นาฏยศัพทเปนคำที่ใชเรียกชื่อกิริยาทาทางในการแสดงนาฏศิลปซึ่งเปนพื้นฐานในการ
แสดงนาฏศิลป ทำใหการแสดงมคี วามสวยงาม นาสนใจ

8. ใหนักเรียนรวมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชคำถามทาทาย ดงั นี้
 นาฏยศัพทใดที่นกั เรยี นชอบมากทีส่ ุด เพราะอะไร

8. สอ่ื /แหลง การเรียนรู
1. ภาพการแสดงนาฏศลิ ปไ ทย
2. เกมลกู บอลวิเศษ
3. เครอ่ื งเลน แถบบันทกึ เสยี ง
4. แถบบนั ทึกเสียง
5. บัตรคำ

9. การวัดและประเมินผล
1. วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล
1.1 สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขารว มกจิ กรรม
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา รว มกจิ กรรมกลุม
2. เคร่อื งมอื
2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรมกลมุ
3. เกณฑการประเมนิ
3.1 การประเมินพฤติกรรมการเขารว มกิจกรรม

• ผานตั้งแต 2 รายการ ถอื วา ผา น

• ผา น 1 รายการ ถอื วา ไมผ า น
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรมกลมุ

• คะแนน 9-10 ระดบั ดมี าก

• คะแนน 7-8 ระดบั ดี

• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช

• คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรุง

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 นาฏยศพั ท์และภาษาท่าทางนาฏศลิ ปไ์ ทย 4

บันทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู

 ผลการจัดการเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญหา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ......................................................
ครูผูสอน

(นางสาวสทุ ธิดา เกิดมี)
………../………………/…………

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3 การแสดงนาฏศิลป์และละคร 1

แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 6 ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี 6
กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ รหัสวชิ า ศ 16101
รายวชิ า นาฏศิลป เวลา 8 ชว่ั โมง
หนว ยการเรียนรูที่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ ละละคร เวลา 1 ชว่ั โมง
เรอ่ื ง รำวงมาตรฐาน (1) ผสู อน นางสาวสทุ ธดิ า เกิดมี
วันที่............................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู
ศ 3.1 เขาใจและแสดงออกทางนาฏศิลปอยา งสรางสรรค วเิ คราะห วิพากษว จิ ารณคุณคา
นาฏศลิ ป ถายทอดความรสู กึ ความคิดตอนาฏศลิ ปอ ยา งอิสระ ชืน่ ชมและประยกุ ตใชใ น

ชวี ติ ประจำวนั

ตวั ช้วี ดั
ศ 3.1 ป.6/3 แสดงนาฏศลิ ปและละครงาย ๆ

2. จดุ ประสงคการเรียนรู
1. อธิบายทารำวงมาตรฐานได (K)

2. ปฏบิ ตั ิทา รำวงมาตรฐานได (P)

3. เห็นคุณคา ของการรำวงมาตรฐาน (A)

3. สาระสำคญั
รำวงมาตรฐานเปนการแสดงนาฏศิลปที่มีความสนุกสนานนิยมเลนกันในงานรื่นเริง ซึ่งมีบทเพลง

ทัง้ หมด 10 เพลง มที า รำ 14 ทา รำ เปน การแสดงนาฏศลิ ปทีม่ ีเอกลกั ษณที่ควรรักษาไวใ หค งอยูสืบไป

4. สาระการเรยี นรู
 รำวงมาตรฐาน : เพลงหญิงไทยใจงาม

5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร

5.2 ความสามารถในการคิด

5.3 ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 การแสดงนาฏศิลป์และละคร 2

6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
6.1 มวี นิ ัย
6.2 ใฝเรยี นรู

7. กิจกรรมการเรียนรู
1. ครูเปดแถบบันทึกภาพการแสดงรำวงมาตรฐานใหนักเรียนดู แลวใหนักเรียนรวมกันแสดง

ความคิดเห็น โดยครใู ชค ำถาม ดังนี้
 นักเรียนชมการแสดงอะไร (ตวั อยา งคำตอบ รำวงมาตรฐาน)
 นักเรียนเคยรำวงมาตรฐานหรอื ไม (ตัวอยา งคำตอบ เคย/ไมเ คย)
 ลกั ษณะการเดินในการรำวงมาตรฐานเปน รูปอะไร (ตวั อยา งคำตอบ วงกลม)
 รำวงมาตรฐานมจี ำนวนคนรำกี่คน (ตัวอยา งคำตอบ กีค่ นก็ได แตรำเปน คูห ญงิ ชาย)

2. ครตู ิดบตั รคำ ราํ วงมาตรฐาน บนกระดาน แลว ครอู ธิบายรำวงมาตรฐานใหน กั เรยี นฟงจน
นกั เรยี นทกุ คนเขา ใจ จากนนั้ ครูนำแผนภูมเิ พลงหญงิ ไทยใจงามตดิ บนกระดาน แลวรอ งใหนกั เรยี นฟง และ
ใหนกั เรียนรอ งตามจนถูกตอ ง

3. ครูสาธติ ทารำพรหมสหี่ นาและทา ยูงฟอนหางใหนกั เรยี นดูและปฏิบตั ิตามจนถกู ตองพรอ มเพรียงกนั
4. ใหนักเรียนจับคูฝกปฏิบัติทารำวงมาตรฐาน โดยครูเปดแถบบันทึกเสียงเพลงหญิงไทยใจงาม
ใหน กั เรียนฟงและปฏบิ ตั ทิ า รำประกอบบทเพลง โดยครคู อยดแู ลและใหคำแนะนำอยา งใกลชิด
5. ใหครูและนักเรยี นรวมกันแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับรำวงมาตรฐาน โดยครใู ชค ำถาม ดังนี้

 รำวงมาตรฐานมกี ี่เพลง ก่ีทา รำ (10 เพลง 14 ทา รำ)
 ลักษณะของการแสดงรำวงมาตรฐานเปนอยา งไร (ตัวอยาง รำเปนคูชาย-หญิงและรำเปน

วง)
 กอ นเร่มิ รำวงจะตอ งทำความเคารพอยา งไร (ตวั อยา งคำตอบ ไหวซึง่ กันและกนั )
จากนั้นครูนำคำตอบทไ่ี ดมาเขียนสรปุ เปน แผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตัวอยา งตอ ไปนี้

ราํ คชู่ าย-หญงิ

เป็นวงกลม

10 เพลง 14 ท่า ราํ วงมาตรฐาน ไหวซ้ ง่ึ กนั และกนั
ก่อนเรม่ิ ราํ วง

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 การแสดงนาฏศลิ ป์และละคร 3

6. ใหนกั เรียนและครรู วมกนั สรุปความรู ดงั นี้
รำวงมาตรฐานเปนการแสดงนาฏศิลปที่มีความสนุกสนาน นิยมเลนกันในงานรื่นเริง

ซงึ่ มบี ทเพลงทัง้ หมด 10 เพลง มที า รำ 14 ทา รำ เปน การแสดงนาฏศิลปท ่มี ีเอกลักษณท ่คี วรรกั ษา
ไวใ หค งอยูสบื ไป
7. ใหนกั เรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค ำถามทา ทาย ดังนี้

 นักเรียนเคยรำวงมาตรฐานเพลงใดบาง และมีทา รำอยา งไร
8. ส่อื /แหลงการเรียนรู

1. แถบบนั ทกึ ภาพ
2. เครื่องเลน แถบบันทกึ ภาพ
3. บัตรคำ
4. เครื่องเลน แถบบันทึกเสียง
5. แถบบันทกึ เสยี ง
6. แผนภมู เิ พลงหญงิ ไทยใจงาม
9. การวัดและประเมนิ ผล
1. วิธีการวดั และประเมนิ ผล

1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา รว มกจิ กรรม
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา รวมกิจกรรมกลมุ
2. เครื่องมอื
2.1 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรม
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรมกลมุ
3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 การประเมินพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม

• ผา นตั้งแต 2 รายการ ถือวา ผา น

• ผา น 1 รายการ ถือวา ไมผาน
3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรมกลมุ

• คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก

• คะแนน 7-8 ระดับ ดี

• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช

• คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 4

บันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู

 ผลการจดั การเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญหา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................................
ครผู สู อน

(นางสาวสุทธิดา เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 การแสดงนาฏศิลป์และละคร 1

แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 7 ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 6
กลุม สาระการเรียนรศู ิลปะ รหัสวชิ า ศ 16101
รายวิชา นาฏศลิ ป เวลา 8 ชว่ั โมง
หนว ยการเรียนรทู ่ี 3 การแสดงนาฏศิลปแ ละละคร เวลา 1 ชว่ั โมง
เรือ่ ง รำวงมาตรฐาน (2) ผสู อน นางสาวสทุ ธดิ า เกดิ มี
วนั ท.ี่ ...........................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ช้ีวดั
มาตรฐานการเรียนรู
ศ 3.1 เขาใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอยา งสรา งสรรค วิเคราะห วพิ ากษวิจารณคณุ คา
นาฏศิลป ถายทอดความรูสึก ความคิดตอนาฏศิลปอยางอิสระ ชื่นชมและประยุกตใชใน

ชวี ิตประจำวนั

ตวั ชี้วดั
ศ 3.1 ป.6/3 แสดงนาฏศิลปแ ละละครงาย ๆ

2. จุดประสงคการเรยี นรู
1. อธิบายทา รำวงมาตรฐานได (K)

2. ปฏบิ ัติทา รำวงมาตรฐานได (P)

3. เห็นคณุ คา ของการรำวงมาตรฐาน (A)

3. สาระสำคัญ
รำวงมาตรฐานเปนการแสดงนาฏศิลปที่มีความสนุกสนานนิยมเลนกันในงานรื่นเริง ซึ่งมีบทเพลง

ทง้ั หมด 10 เพลง มที ารำ 14 ทารำ เปนการแสดงนาฏศลิ ปท ี่มเี อกลักษณท ีค่ วรรักษาไวใหคงอยูส บื ไป

4. สาระการเรยี นรู
 รำวงมาตรฐาน : เพลงดอกไมข องชาติ

5. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร

5.2 ความสามารถในการคิด

5.3 ความสามารถในการใชท ักษะชวี ิต

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การแสดงนาฏศิลป์และละคร 2

6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
6.1 มีวนิ ยั

6.2 ใฝเรยี นรู
7. กิจกรรมการเรยี นรู

1. ครูเปดเพลงหญิงไทยใจงามใหนักเรียนฟง แลวใหน ักเรียนรว มกันแสดงทา รำประกอบเพลง

1-2 รอบ จากน้ันใหนักเรียนรวมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค ำถาม ดงั นี้
 นกั เรยี นปฏบิ ตั ทิ า รำไดดีหรอื ไม (ด/ี ไมด ี)
 นกั เรยี นปฏบิ ัตทิ า รำถกู ตองหรือไม (ถูกตอง/ไมถ ูกตอง)
 นักเรยี นมวี ิธีแกไ ขหรือไม ถา ปฏิบตั ิทารำไมถ ูกตอง (ฝก ซอมรำวงมาตรฐานเปนประจำ)

2. ครูติดแผนภูมิเพลงดอกไมของชาติบนกระดาน แลวรองใหนักเรียนฟงทีละทอนและใหนักเรียน

รอ งตามจนถกู ตอง พรอมเพรยี งกัน
3. ครูสาธิตทารำใหนักเรียนดูและปฏิบัติตามจนถกู ตองพรอ มเพรียงกัน จากนั้นใหน ักเรียนจับคฝู ก

ปฏบิ ตั ทิ า รำประกอบเพลงดอกไมของชาติ โดยครเู ปด แถบบันทึกเสยี งและใหน กั เรียนปฏบิ ัติทา รำและครูคอย
ดแู ลตรวจสอบและใหค ำแนะนำ

4. ใหนักเรียนเลนเกมเกาอี้หรรษา โดยครูนำเกาอี้มาวางเปนวงกลมใหมีจำนวนนอยกวานักเรียน
จากนั้นใหนักเรียนยืนเปนวงกลมแลวครูเปดแถบบันทึกเสียงเพลงรำวงมาตรฐาน ถาครูเปดเพลงหญิงไทยใจ

งาม ทุกคนตองรำทาพรหมส่ีหนาและยูงฟอนหาง ถาเปดเพลงดอกไมของชาติจะตองรำทารำยั่ว ถาใครรำ

ผิดจะถูกตัดสิทธิ์การเลนเกมทันที ใหครูเปดเพลงไปเรื่อย ๆ และใหนักเรียนรำรอบวงกลมที่วางเกาอี้
จากนั้นครูหยุดเพลง เมื่อครูหยุดเพลงใหนักเรียนแยงกันนั่งเกาอี้ ถาใครไดนั่งจะมีสิทธิ์เลนเกมตอไป ถา

ใครไมไดน ่ังจะถกู คัดออก และครูเปด เพลงอกี โดยการเปด เพลงในแตละรอบใหส ลับเพลงกันเปด เลน เกมจน
เหลือผูช นะ 1 คน

5. ใหครูและนกั เรยี นรว มกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับการอนรุ กั ษการแสดงรำวงมาตรฐาน โดยครู

ใชค ำถาม ดังน้ี
 นักเรียนจะมีสวนชวยอนุรักษการแสดงรำวงมาตรฐานอยางไร (ตัวอยางคำตอบ
ฝกซอมแสดงรำวงมาตรฐานและนำไปแสดงใหคนในครอบครัวไดชม ศึกษา
เกย่ี วกบั รำวงมาตรฐาน)

6. ใหน กั เรียนและครูรว มกันสรปุ ความรู ดงั นี้
รำวงมาตรฐานเปนการแสดงนาฏศิลปที่มีความสนุกสนาน นิยมเลนกันในงานรื่นเริง

ซง่ึ มีบทเพลงทัง้ หมด 10 เพลง มที า รำ 14 ทา รำ เปนการแสดงนาฏศลิ ปท ม่ี เี อกลกั ษณที่ควรรกั ษา
ไวใหคงอยสู บื ไป

7. ใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชคำถามทาทาย ดังนี้ ถารำวงมาตรฐานไมมีบท
เพลงและทา รำจะเกดิ ผลอยางไร

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การแสดงนาฏศิลป์และละคร 3

8. สอื่ /แหลง การเรียนรู
1. เครอื่ งเลน แถบบนั ทกึ เสียง
2. แถบบนั ทกึ เสยี ง
3. แผนภูมเิ พลงดอกไมของชาติ
4. เกมเกา อ้หี รรษา

9. การวัดและประเมนิ ผล
1. วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล
1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขา รวมกิจกรรม
1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขา รว มกจิ กรรมกลมุ
2. เคร่ืองมอื
2.1 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรมกลุม
3. เกณฑก ารประเมิน
3.1 การประเมินพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม

• ผานตั้งแต 2 รายการ ถอื วา ผา น
• ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรมกลุม

• คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
• คะแนน 7-8 ระดบั ดี
• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช
• คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 4

บันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู

 ผลการจดั การเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญหา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................................
ครผู สู อน

(นางสาวสุทธิดา เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 การแสดงนาฏศลิ ป์และละคร 1

แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 8 ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 6
กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ รหัสวิชา ศ 16101
รายวชิ า นาฏศิลป เวลา 8 ชั่วโมง
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ ละละคร เวลา 1 ช่ัวโมง
เรอ่ื ง ระบำตารีกปี ส ผสู อน นางสาวสุทธดิ า เกิดมี
วันท่.ี ...........................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู
ศ 3.1 เขา ใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอยางสรางสรรค วเิ คราะห วพิ ากษวิจารณคณุ คา
นาฏศิลป ถายทอดความรูสกึ ความคิดตอ นาฏศลิ ปอยางอิสระ ชืน่ ชมและประยกุ ตใ ชใ ชวี ิตประจำวนั
ตวั ชว้ี ดั
ศ 3.1 ป.6/3 แสดงนาฏศิลปแ ละละครงา ย ๆ

2. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
1. อธิบายเกี่ยวกบั การแสดงระบำตารกี ปี ส (K)

2. ปฏิบตั ิทารำระบำตารีกีปส (P)

3. เหน็ คุณคา ของการระบำตารกี ีปส (A)

3. สาระสำคญั
ระบำตารีกีปส เปนการแสดงพื้นเมืองของภาคใต เปนศิลปะที่มีความเปนเอกลักษณสะทอนให

เห็นการดำรงชวี ิตของชาวใต คือ การออกเรือหาปลา เปนการแสดงที่มีจงั หวะ ทำนอง สนุกสนาน และควรคา

แกการอนรุ กั ษไ วใหคงอยสู บื ไป

4. สาระการเรยี นรู
 ระบำตารกี ปี ส

5. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร

5.2 ความสามารถในการคิด

5.3 ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 2

6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
6.1 มีวินัย

6.2 ใฝเรยี นรู

7. กิจกรรมการเรยี นรู
1. ครูและนกั เรียนรว มกันแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับประสบการณก ารชมการแสดงนาฏศลิ ปพ น้ื เมือง

ของนกั เรยี น โดยครูใชค ำถาม ดังน้ี

 นักเรยี นเคยชมการแสดงนาฏศิลปพ้นื เมอื งหรือไมอ ยา งไร (ตัวอยางคำตอบ เคย โดยเคยดู
การฟอนผไู ทย (ภูไท) )

 การแสดงนาฏศิลปพื้นเมืองที่นักเรียนเคยชมมีการแตงกายอยางไร (ตัวอยางคำตอบ นุง
ผา ถุงสีดำ สวมเสื้อผาสดี ำ ขอบแขนเส้ือและขอบผา ถงุ สแี ดง ตดิ ดอกไมสีแดงที่ผม)
 การแสดงนาฏศิลปพืน้ เมืองที่นักเรียนเคยชมมีบทขับรองประกอบหรือไม (ตัวอยาง
คำตอบ ม/ี ไมม ี)

2. ครนู ำบัตรคำ ระบาํ ตารีกีปัส มาติดไวบนกระดานแลว ใหน กั เรียนอานจำนวน 1 รอบ
และครใู ชคำถามเพอ่ื ใหน กั เรยี นรวมกนั แสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับบัตรคำดงั กลาว ดงั นี้

 นักเรียนเคยชมระบำตารกี ปี ส หรอื ไม (เคย/ไมเคย)
 นักเรียนคิดวาระบำตารีกีปสเปนการแสดงนาฏศิลปพื้นเมืองของภาคใดในประเทศ

ไทย (ตัวอยา งคำตอบ ภาคใต)
จากนน้ั ครใู หน กั เรยี นศึกษาความรูเรอื่ ง ระบำตารกี ปี ส และครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมจนนกั เรยี นเขาใจ

3. ครูใชคำถามเพื่อใหน ักเรียนรว มกันแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั การแสดงระบำตารกี ปี ส ดงั น้ี

 การแสดงระบำตารกี ีปส เปน การแสดงของภาคใด (ภาคใต)
 ทำนองเพลงที่ใชประกอบการแสดงมีช่อื วา อะไร (ตาเรียนเนรายงั )
 เครื่องดนตรีที่ใชประกอบการแสดงมีอะไรบาง (ขลุย รำมะนา ไวโอลิน แมน

โดลินมาราคัส)
 การแตงกายมลี กั ษณะอยา งไร (ผแู สดงชาย-หญิง ชาย : สวมเสอื้ ตือโละ นงุ กางเกง

ขายาว นุงผาทอยกดอกทับกางเกง สวมหมวกหนีบซอแกะ หญิง : สวมเสื้อบา
นง นุง ผา นุงหรอื ปาเตะ สวมเคร่อื งประดับ ทดั ดอกไมซ มั เปง ผแู สดงหญิงลว น ใส
เสื้อนางใน นุงผาโสรง มีผาผืนใหญคลุมไหล สวมเครื่องประดับ ทัดดอกไม
ซัมเปง)
 อุปกรณป ระกอบการแสดงท่สี ำคญั คืออะไร (พดั )
 ใชแสดงในโอกาสใดบาง (เทศกาลสำคัญตา ง ๆ เชน วนั ฮารีรายอ วันมาโซะยา)
จากนั้นครูนำคำตอบท่ีไดมาเขียนสรปุ เปนแผนภาพความคิดบนกระดาน โดยนักเรียนเปนผูตรวจสอบ

ความถูกตอ ง ดังตัวอยา งตอ ไปนี้

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 3

แสดงในวนั ใชพ้ ดั ประกอบ ผแู สดงหญงิ ลว น ใสเ สอื้ นางใน นงุ ผา
สาํ คญั ต่าง ๆ การแสดง โสรง มผี าผืนใหญคลมุ ไหล
สวมเครอื่ งประดบั ทดั ดอกไมซ มั เปง

ใชท้ าํ นองเพลง ระบาํ ตา การแต่งกาย
ตาเรียนเนรายงั
ผูแสดงชาย-หญงิ
การแสดง ใชเ้ ครื่องดนตรี ขลยุ่ ชาย : สวมเสื้อตอื โละ นงุ กางเกงขายาวนงุ ผา ทอ
พนื้ เมอื งภาคใต้ ราํ มะนา ไวโอลิน ยกดอกทับกางเกง สวมหมวกหนีบซอแกะ
แมนโดลนิ มาราคสั หญงิ : สวมเสอ้ื บานง นุงผา นุง หรอื
ปาเตะ สวมเคร่อื งประดับ ทัดดอกไมซ ัมเปง

4. ครูนำแถบประโยคตอไปนต้ี ดิ บนกระดาน

ผแู้ สดงหญิงนงุ่ ปาเตะ๊ ผชู้ ายสวมกางเกงซอแกะ

ระบาํ ตารีกีปัสนยิ มนาํ ไปแสดงในวนั ฮารรี ายอ

ระบาํ ตารีกีปัสเกิดขนึ้ ครง้ั แรกในงานชมุ นมุ ลกู เสอื แหง่ ชาติ

การแสดงระบาํ ตารกี ีปัสเป็นการจาํ ลองท่าทางการกรดี
รยะาบงาํ ตารกี ีปัสเป็นการแสดงพนื้ เมืองภาคใต้

เคร่ืองดนตรตี ะวนั ตกท่ีใช้ คอื แทมบรู นี

จากนั้นใหนักเรียนแบงกลุมเปน 3 กลุม แลวครูแจกปายวงกลม และ ทุกกลุม โดยถา
ครูชี้ท่ปี า ยแถบประโยคใดใหแตละกลมุ ตอบวา ถกู หรือผิด โดยใหแ ตล ะกลุมยกมอื ตอบ กลมุ ใดยกไดก อ นมีสิทธ์ิ
ชูปายตอบกอนโดยหามใชเสียง ถาตอบผิดกลุมที่เหลือมีสิทธิ์ตอบ ตอบถูกได 1 คะแนน กลุมใดไดคะแนน
มากที่สุดเปน กลุมชนะ

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 การแสดงนาฏศิลป์และละคร 4

5. ใหนักเรียนออกแบบพัดโดยวาดภาพลงในกระดาษ A4 พรอมทั้งเขียนเหตุผลที่ออกแบบและครู
คดั เลือกผูแทนนักเรียน 5 คน ออกมานำเสนอผลงานหนา ชนั้ เรยี น โดยครแู ละเพ่อื นคนอ่นื ๆ รว มกันใหกำลังใจ
และชื่นชม

6. ใหน ักเรียนและครรู วมกันสรุปความรู ดงั นี้
 ระบำตารีกีปส เปนการแสดงพ้ืนเมืองของภาคใต เปนศิลปะที่มีความเปนเอกลักษณ
สะทอนใหเห็นการดำรงชีวิตของชาวใต คือการออกเรือหาปลา เปนการแสดงที่มีจังหวะ
ทำนองสนุกสนานและควรคาแกการอนุรักษไ วใ หค งอยสู บื ไป

7. ใหนกั เรียนรว มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชคำถามทา ทาย ดังน้ี
 นกั เรยี นจะประดิษฐพดั ประกอบการแสดงระบำตารีกีปสไดอ ยางไร

8. ส่ือ/แหลงการเรียนรู
1. บัตรคำ
2. แถบประโยค
3. ปา ย  และ 
4. กระดาษ A4
5. ประสบการณการชมการแสดงนาฏศิลป

9. การวดั และประเมนิ ผล
1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขารว มกจิ กรรม
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขารวมกจิ กรรมกลุม
2. เคร่ืองมอื
2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารว มกิจกรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรมกลมุ
3. เกณฑการประเมิน
3.1 การประเมินพฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรม

• ผา นตัง้ แต 2 รายการ ถือวา ผา น

• ผา น 1 รายการ ถือวา ไมผา น
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรมกลุม

• คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก

• คะแนน 7-8 ระดับ ดี

• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช

• คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 5

บันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู

 ผลการจดั การเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญหา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................................
ครผู สู อน

(นางสาวสุทธิดา เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 การแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละละคร 1

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 9 ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 6
กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ รหสั วิชา ศ 16101
รายวิชา นาฏศลิ ป เวลา 8 ชว่ั โมง
หนว ยการเรยี นรูท่ี 3 การแสดงนาฏศิลปแ ละละคร เวลา 1 ชั่วโมง
เร่อื ง ระบำตารีกปี ส (2) ผสู อน นางสาวสุทธิดา เกดิ มี
วนั ท.่ี ...........................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู
ศ 3.1 เขา ใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอยางสรางสรรค วิเคราะห วิพากษวจิ ารณค ณุ คา
นาฏศิลป ถายทอดความรูสึก ความคิดตอนาฏศิลปอยางอิสระ ชื่นชมและประยุกตใชใน

ชีวิตประจำวนั

ตวั ชว้ี ัด
ศ 3.1 ป.6/3 แสดงนาฏศลิ ปและละครงาย ๆ

2. จุดประสงคการเรียนรู
1. อธบิ ายเกย่ี วกบั การแสดงระบำตารกี ปี ส (K)

2. ปฏิบัตทิ า รำระบำตารกี ีปส (P)

3. เหน็ คุณคา ของการระบำตารีกีปส (A)
3. สาระสำคัญ

ระบำตารีกีปส เปนการแสดงพื้นเมืองของภาคใต เปนศิลปะที่มีความเปนเอกลักษณสะทอนให

เห็นการดำรงชีวิตของชาวใต คือ การออกเรือหาปลา เปนการแสดงที่มีจงั หวะ ทำนอง สนุกสนาน และควรคา

แกก ารอนุรกั ษไวใหคงอยูสบื ไป

4. สาระการเรียนรู
 ระบำตารกี ีปส

5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร

5.2 ความสามารถในการคิด

5.3 ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 การแสดงนาฏศลิ ป์และละคร 2

6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
6.1 มวี ินยั

6.2 ใฝเรยี นรู
7. กจิ กรรมการเรียนรู

1. ครูเปดแถบบันทึกภาพการแสดงระบำตารีกีปสใหนักเรียนดู แลวใหนักเรียนรวมกันแสดง

ความคิดเห็นโดยใชค วามรเู ดิม โดยครูใชค ำถาม ดังน้ี
 การแสดงระบำตารีกปี สเปนการแสดงพืน้ เมืองของภาคใด (ภาคใต)
 นกั เรียนชอบการแสดงระบำตารกี ีปสหรอื ไม (ชอบ/ไมช อบ)
 การแสดงระบำตารีกปี สทน่ี ักเรียนชมมคี วามสวยงาม พรอ มเพรยี งกันหรอื ไม
(ตัวอยา งคำตอบ สวยงาม พรอ มเพรยี ง)

2. ครูเปดแถบบันทึกเสียงเพลงระบำตารีกีปสและสาธิตทาระบำตารีกีปสใหนักเรียนดูทีละทา แลว
ใหนักเรียนปฏิบัติทารำตามทีละทาจนถูกตองพรอมเพรียงกัน จากนั้นครูเปดแถบบันทึกเสียงแลวใหนักเรียน

รว มกันฝก ปฏิบตั ทิ า ระบำตารีกีปส โดยครูเปนผตู รวจสอบ ใหคำแนะนำและดแู ลอยางใกลช ิด
3. ใหนักเรียนแบงกลุม 3 กลุม ใหแตละกลุมฝกปฏิบัติทารำระบำตารีกปี ส ใหถูกตอ งพรอมเพรยี ง

กัน แลว ออกมาแสดงหนาช้นั เรยี นทลี ะกลมุ โดยครูและเพ่ือนกลมุ อน่ื เปนผูตรวจสอบและใหคำแนะนำ ถา
พบขอบกพรอ ง และชน่ื ชมถา ทำไดถกู ตอ งพรอ มเพรยี งกนั

4. ใหนักเรียนแตละกลุม (กลุมเดิม) รวมกันสรุปความรูเกี่ยวกับระบำตารีกีปสลงในแผนภาพใน

กระดาษ A4 ดังตวั อยา งตอไปนี้

การแตง่ กายและอุปกรณก์ ารแสดง
..................................................................................
..................................................................................

ประโยชนท์ ไี่ ด้รับ ระบาํ ตารีกปี ัส โอกาสในการแสดง
..................................... .....................................

5. ใหทน าํักนเรอียงนเแพลละงคแรลรู วะมเคกนัรื่อสรงุปดคนวตารมีรู ดงั น้ี วิธีการสง่ เสรมิ และอนุรักษ์
ประกอบการแสดง นาฏศลิ ป์ พนื้ เมือง

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 3

 ระบำตารีกีปส เปนการแสดงพื้นเมืองของภาคใตที่มีลีลาทารำที่สนุกสนานและ
มีเอกลักษณ มีอุปกรณในการแสดงคือ พัด เปนการแสดงที่สวยงาม ควรคาแกการ
อนุรักษไวใ หค งอยูสืบไป

6. ใหนักเรยี นรวมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชคำถามทาทาย ดังนี้
 นักเรียนอยากประดษิ ฐทารำเลยี นแบบการประกอบอาชีพใด เพราะอะไร

8. ส่อื /แหลง การเรยี นรู
1. แถบบนั ทกึ ภาพ
2. เครอื่ งเลนแถบบันทึกภาพ
3. แถบบันทกึ เสยี ง
4. เครอ่ื งเลนแถบบันทึกเสยี ง
5. ชน้ิ งานท่ี 16 เรื่อง ระบำตารีกีปส
6. กระดาษ A4

9. การวดั และประเมนิ ผล
1. วิธีการวัดและประเมินผล
1.1 สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขารว มกิจกรรม
1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเขา รวมกิจกรรมกลมุ
2. เคร่ืองมอื
2.1 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรม
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรมกลมุ
3. เกณฑก ารประเมิน
3.1 การประเมินพฤตกิ รรมการเขารว มกิจกรรม

• ผา นตั้งแต 2 รายการ ถอื วา ผาน

• ผา น 1 รายการ ถอื วา ไมผา น
3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขารว มกิจกรรมกลุม

• คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก

• คะแนน 7-8 ระดบั ดี

• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช

• คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 4

บันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู

 ผลการจดั การเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญหา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................................
ครผู สู อน

(นางสาวสุทธิดา เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 1

แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 10 ชั้นประถมศึกษาปที่ 6
กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ รหสั วิชา ศ 16101
รายวิชา นาฏศิลป เวลา 8 ชวั่ โมง
หนว ยการเรียนรูท ี่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ ละละคร เวลา 1 ชว่ั โมง
เรอื่ ง ฟอ นเล็บ (1) ผสู อน นางสาวสุทธิดา เกิดมี
วันท่ี............................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู
ศ 3.1 เขาใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอ ยา งสรา งสรรค วิเคราะห วิพากษวิจารณค ุณคา
นาฏศลิ ป ถายทอดความรสู กึ ความคิดตอนาฏศิลปอ ยา งอิสระ ชน่ื ชมและประยุกตใชใ ชวี ิตประจำวนั

ตวั ชีว้ ดั
ศ 3.1 ป.6/3 แสดงนาฏศลิ ปแ ละละครงา ย ๆ

2. จดุ ประสงคการเรียนรู
1. อธบิ ายเกย่ี วกบั การฟอ นเล็บได (K)

2. ปฏิบตั ทิ ารำฟอนเลบ็ (P)

3. เห็นคณุ คาของการฟอ นเล็บ (A)

3. สาระสำคญั
การฟอ นเล็บ เปนศิลปะการแสดงของภาคเหนอื ท่มี คี วามออนชอย งดงาม มีเอกลกั ษณคอื ผูฟอ น

ตองสวมเลบ็ ทองเหลอื ง เปน การแสดงทค่ี วรคาแกก ารอนุรักษไวใ หคงอยสู ืบไป

4. สาระการเรยี นรู
 ฟอนเลบ็

5. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร

5.2 ความสามารถในการคิด

5.3 ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 2

6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค

6.1 มวี นิ ัย

6.2 ใฝเรยี นรู

7. กจิ กรรมการเรยี นรู

1. ครูเปดแถบบันทึกภาพแสดงการฟอนเล็บใหนักเรียนชมแลวรวมกันสนทนา โดยครูใชคำถาม

ดังน้ี

 นักเรยี นเคยชมการแสดงนี้หรอื ไม (เคย/ไมเ คย)

 นักเรียนคิดวา การแสดงนเี้ ปน ของภาคใด (ตัวอยางคำตอบ ภาคเหนอื )
 การแสดงนี้มเี อกลกั ษณอ ยางไร (ตัวอยา งคำตอบ สวมเล็บทองเหลอื ง)
 นกั เรยี นคิดวา การแสดงน้คี อื การแสดงอะไร (ตวั อยางคำตอบ ฟอ นเลบ็ )

2. ครูติดบัตรคำ ฟอ้ นเลบ็ บนกระดาน แลวใหนักเรียนศึกษาความรูเรื่อง การฟอนเล็บ

จากน้ันครอู ธบิ ายเก่ียวกับการฟอ นเลบ็ ใหน กั เรยี นฟง จนนกั เรียนทุกคนเขาใจ และครใู หน กั เรียนรว มกนั แสดง

ความคิดเหน็ โดยครูใชคำถาม ดงั น้ี

 การฟอนเลบ็ เปน การแสดงของภาคใด (ภาคเหนอื )
 ใครคอื บุคคลสำคัญในการฟอ นเล็บ (พระราชชายาเจา ดารารศั มี)
 การแสดงฟอ นเลบ็ แสดงขนึ้ ในงานใด (งานสมโภชชา งเผอื ก)

 เครื่องดนตรีใดบา งที่ใชประกอบการฟอนเล็บ (กลองแอว กลองตะโลดโปด ฉาบ ปแน
ฆองโหมงใหญ ฆอ งโหมงเลก็ )
 การแตงกายมีลักษณะอยางไร (นุงผาซิ่นมีเชิงหรือแบบตีนจก สวมเสื้อแขนกระบอก

ผาหนา ตดิ กระดุม หมผาสไบทบั เกลา ผมมวยสูง ตดิ ดอกไม สวมเครื่องประดบั )
 ผูแสดงเปนชายหรือหญงิ (ผแู สดงเปน หญงิ ลว น)
 อปุ กรณสำคญั ทีส่ ุดในการฟอนเลบ็ คืออะไร (เล็บทองเหลอื ง)

จากน้ันครูนำคำตอบท่ีไดม าเขียนสรปุ เปน แผนภาพความคดิ บนกระดาน ดังตัวอยา งตอ ไปนี้

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 การแสดงนาฏศิลป์และละคร 3

เป็นการแสดงของ แสดงเร่มิ แรกในงาน ฉาบ กลองแอว
ภาคเหนอื สมโภชชา้ งเผือก
กลองโลด้ โป๊ ด
ผทู้ ่มี บี ทบาทสาํ คญั คอื อปุ กรณส์ าํ คญั คอื ป่ีแน ฆอ้ งโหมง่ เลก็
พระราชชายาเจา้ ดารารศั มี เลบ็ ทองเหลอื ง

ฟ้อนเลบ็ เครอื่ งดนตรีทใ่ี ช้

ผแู้ สดงเป็น ฆอ้ งโหมง่ ใหญ่
หญิงลว้ น การแต่งกาย : นงุ่ ผา้ มเี ชิงหรอื
แบบตีนจก สวมเสือ้ แขน
กระบอกผ่าหนา้ ตดิ กระดมุ ห่ม
สไบ สวมเคร่อื งประดบั

3. ใหนกั เรียนเลน เกมจบั คูใหห นูหนอย โดยครูนำบตั รคำ แถบประโยค และบัตรภาพตอ ไปนี้
ตดิ บนกระดาน

กลองแอว 8 นิว้ ภาคเหนือ ฉาบ ตนี จก ฟ้อนเมือง ฆอ้ งโหมง่ ใหญ่

ผหู้ ญิงลว้ น กลองตะโลด้ โป๊ ด นวิ้ หวั แมม่ อื เล็บทองเหลือง ฆอ้ งโหมง่ เลก็

อปุ กรณส์ าํ คญั ในการฟอ้ นเล็บ จะตอ้ งสวมเลบ็ ปลอมจาํ นวน น่งุ ผา้ ซน่ิ มีลาย

คือ ผแู้ สดงเป็น บตั รภาพฆอ้ งโหมง่ เล็ก
บตั รภาพฉาบ บตั รภาพกลองตะโลด้ โป๊ ด

บตั รภาพฆอ้ งโหมง่ ใหญ่ ฟ้อนเป็นการแสดงของ บตั รภาพกลองแอว

ฟอ้ นเล็บหรอื บางครง้ั ก็เรียกว่า ผแู้ สดงจะไมส่ วมเลบ็ ท่ี

จากนน้ั ใหนักเรยี นแบงกลุม กลมุ ละ 5 คน โดยครอู ธบิ ายวธิ ีการเลนเกมจบั คพู าเพลิน ดังน้ี ครูคว่ำ
บัตรคำ บัตรภาพ และแถบประโยคคละกัน จากนั้นใหแตละกลุมยกมือ โดยครูจะนับ 1-3 ถาครูนับถึง 3
กลุมใดยกมือกอนมีสิทธิ์เปดบัตรคำ บัตรภาพ และแถบประโยค ถาเปดแลวมีความสัมพันธกันจับคูถูกตอง
กลุมนั้นจะได 2 คะแนน แตถาเปดมาแลวไมใชคูกันแตตอบถูกวาเปนอะไรจะได 1 คะแนน ถาเปดมาแลว

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 การแสดงนาฏศลิ ป์และละคร 4

ไมใ ชคกู ันและตอบไมถูกวาเปน อะไร จะหมดสิทธเ์ิ ปด บัตรและใหกลุมทีเ่ หลอื มสี ิทธิ์เปดตอ กลุมใดไดคะแนน
มากท่สี ุดเปนกลมุ ชนะ

4. ใหนกั เรียนและครรู ว มกันสรุปความรู ดงั นี้
 การฟอ นเลบ็ เปน ศลิ ปะการแสดงของภาคเหนือที่มีความออ นชอ ย งดงาม มเี อกลักษณ
คือผูฟอนตอ งสวมเล็บทองเหลอื ง เปน การแสดงทค่ี วรคาแกการอนรุ กั ษไวใ หคงอยสู บื ไป

5. ใหน ักเรยี นรว มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค ำถามทาทาย ดังนี้
 การแสดงนาฏศลิ ปพ ้นื เมอื งในทอ งถน่ิ ของนักเรยี นมเี อกลกั ษณอยา งไร

8. สอ่ื /แหลงการเรยี นรู
1. แถบบนั ทึกภาพ
2. เคร่อื งเลน แถบบนั ทึกภาพ
3. บัตรคำ
4. แถบประโยค
5. เกมจบั คใู หหนหู นอ ย

9. การวดั และประเมนิ ผล
1. วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา รว มกจิ กรรม
1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขารว มกจิ กรรมกลมุ
2. เครอื่ งมอื
2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารว มกิจกรรม
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรมกลมุ
3. เกณฑการประเมนิ
3.1 การประเมินพฤติกรรมการเขา รว มกจิ กรรม

• ผานต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผาน

• ผา น 1 รายการ ถอื วา ไมผา น
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรมกลุม

• คะแนน 9-10 ระดับ ดมี าก

• คะแนน 7-8 ระดบั ดี

• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช

• คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 5

บันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู

 ผลการจดั การเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญหา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................................
ครผู สู อน

(นางสาวสุทธิดา เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 1

แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 11 ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 6
กลุม สาระการเรียนรศู ลิ ปะ รหัสวชิ า ศ 16101
รายวชิ า นาฏศิลป เวลา 8 ชวั่ โมง
หนว ยการเรียนรทู ี่ 3 การแสดงนาฏศลิ ปแ ละละคร เวลา 1 ชั่วโมง
เรอ่ื ง ฟอ นเล็บ (2) ผสู อน นางสาวสุทธดิ า เกดิ มี
วันที่............................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู
ศ 3.1 เขาใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอ ยา งสรางสรรค วิเคราะห วพิ ากษวิจารณคณุ คา
นาฏศิลป ถายทอดความรูสึก ความคิดตอนาฏศิลปอยางอิสระ ชื่นชมและประยุกตใชใน

ชีวติ ประจำวนั

ตวั ชีว้ ัด
ศ 3.1 ป.6/3 แสดงนาฏศลิ ปและละครงา ย ๆ

2. จุดประสงคการเรยี นรู
1. อธิบายเก่ยี วกบั การฟอ นเลบ็ ได (K)

2. ปฏิบัติทา รำฟอ นเล็บ (P)

3. เหน็ คณุ คาของการฟอ นเล็บ (A)

3. สาระสำคัญ
การฟอ นเลบ็ เปนศลิ ปะการแสดงของภาคเหนือทม่ี คี วามออ นชอย งดงาม มเี อกลกั ษณค อื ผฟู อ น

ตองสวมเล็บทองเหลอื ง เปนการแสดงทีค่ วรคา แกการอนรุ ักษไวใหคงอยูสืบไป

4. สาระการเรียนรู
 ฟอ นเล็บ

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร

5.2 ความสามารถในการคิด

5.3 ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 การแสดงนาฏศลิ ป์และละคร 2

6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
6.1 มีวนิ ยั

6.2 ใฝเรยี นรู

7. กิจกรรมการเรียนรู
1. ครเู ปดแถบบนั ทึกภาพการแสดงฟอ นเลบ็ ใหน ักเรยี นดแู ลว รวมกนั สนทนา โดยครใู ชคำถาม ดังนี้
 การแสดงที่นกั เรียนดูมีความสวยงามหรือไม (สวยงาม/ไมสวยงาม)
 การแสดงฟอ นเลบ็ ดงั กลาวมคี วามพรอ มเพรยี งกนั หรอื ไม (พรอ มเพรียง/ไมพ รอม
เพรียง)
2. ครูเปดแถบบันทกึ เสียงเพลงฟอนเลบ็ ใหน กั เรียนฟง และปรบมือประกอบจังหวะจนถกู ตอง

พรอ มเพรยี งกนั โดยครเู ปน ผแู นะนำ

3. ครูสาธติ ทารำฟอนเลบ็ ใหนักเรียนดูทีละทาจนครบทุกทา แลวฝกปฏิบัตติ ามจนถูกตองพรอมเพรียง

กนั โดยครเู ปน ผูตรวจสอบและใหคำแนะนำ

4. ใหนักเรียนแบงกลุม 3 กลุม ใหแตละกลุมฝกปฏิบัติทารำประกอบเพลงฟอนเล็บจนถูกตอง

พรอมเพรียงกันแลวใหแตละกลุมออกมาแสดงหนาชั้นเรียน โดยครูและเพื่อนกลุมอื่นรวมกันตรวจสอบและ

ใหค ำแนะนำเพ่ิมเติมถาพบขอบกพรอ ง ถาแสดงไดถ ูกตองพรอมเพรยี งกนั ใหรวมกันกลาวคำชน่ื ชม

5. ใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการอนุรักษการแสดงฟอนเล็บ โดยครูใชคำถาม

ดงั นี้
 นกั เรียนมวี ธิ ีการอนรุ กั ษก ารแสดงฟอนเล็บอยา งไร (ตวั อยา งคำตอบ ฝกซอ มการ
แสดงแลวนำไปแสดงในงานโรงเรยี น ศึกษาความรูเกยี่ วกบั การฟอ นเลบ็ จัด
นิทรรศการฟอนเลบ็ )

6. ใหน กั เรยี นและครรู ว มกันสรุปความรู ดังน้ี
 การฟอนเลบ็ มีทารำทม่ี คี วามออ นชอ ย งดงาม และมเี อกลักษณคือผฟู อ นจะสวมเล็บ

ทองเหลอื งเวลาฟอ น เปน การแสดงท่ีเปนมรดกทางวฒั นธรรมของภาคเหนือทคี่ วร

อนุรกั ษไวใหคงอยสู ืบไป

7. ใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชคำถามทาทาย ดังนี้ นักเรียนสามารถนำการ

แสดงฟอ นเล็บไปแสดงในโอกาสใดไดบา ง

8. สื่อ/แหลงการเรียนรู
1. แถบบันทึกภาพ

2. เคร่ืองเลนแถบบันทกึ ภาพ

3. แถบบนั ทกึ เสยี ง

4. เครือ่ งเลนแถบบนั ทึกเสยี ง

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละละคร 3

9. การวัดและประเมินผล
1. วธิ ีการวดั และประเมินผล
1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเขารวมกจิ กรรม
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขารวมกจิ กรรมกลุม
2. เครอ่ื งมอื
2.1 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรมกลมุ
3. เกณฑการประเมนิ
3.1 การประเมินพฤติกรรมการเขารว มกิจกรรม
• ผา นตงั้ แต 2 รายการ ถือวา ผา น
• ผาน 1 รายการ ถอื วา ไมผ าน
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา รว มกจิ กรรมกลมุ
• คะแนน 9-10 ระดบั ดมี าก
• คะแนน 7-8 ระดับ ดี
• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช
• คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 4

บันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู

 ผลการจดั การเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญหา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................................
ครผู สู อน

(นางสาวสุทธิดา เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 การแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละละคร 1

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 12 ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 6
กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ รหัสวิชา ศ 16101
รายวิชา นาฏศิลป เวลา 8 ช่ัวโมง
หนว ยการเรยี นรูท่ี 3 การแสดงนาฏศลิ ปแ ละละคร เวลา 1 ชั่วโมง
เรอ่ื ง ละครหนุ สรา งสรรค (1) ผสู อน นางสาวสทุ ธดิ า เกิดมี
วันท่ี............................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู
ศ 3.1 เขาใจและแสดงออกทางนาฏศิลปอยางสรา งสรรค วิเคราะห วิพากษว จิ ารณค ณุ คา
นาฏศิลป ถา ยทอดความรูสกึ ความคิดตอนาฏศลิ ปอ ยางอสิ ระ ชน่ื ชมและประยุกตใชใ ชวี ิตประจำวนั

ตัวช้ีวัด
ศ 3.1 ป.6/3 แสดงนาฏศลิ ปและละครงาย ๆ

2. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
1. อธบิ ายเกี่ยวกับละครหุนสรางสรรค (K)

2. ปฏบิ ัติการแสดงละครหนุ สรางสรรค (P)

3. เห็นคุณคาของละครหนุ สรางสรรค (A)
3. สาระสำคัญ

หุนเปนสิ่งไมมีชีวิตที่มนุษยสรางเลียนแบบขึ้นมาเพื่อใหประโยชนตาง ๆ ตอมาไดมีการนำหุนมา

แสดงเปนละครหุน และมีการนำไปใชในกิจกรรมการเรียนและการละเลนเพื่อพัฒนาเยาวชน โดยนิยมนำ

นิทานเรื่องที่สนุกสนานที่เด็กรูจักมาใชแสดง มีการสรางตัวหุน สรางฉาก มีบทเพลงประกอบ เพื่อใหเกิด

ความเพลดิ เพลิน สนุกสนาน และยงั ชวยสง เสรมิ ใหเ ด็กมคี วามคิดริเร่มิ สรางสรรค

4. สาระการเรียนรู
 ละครหนุ สรางสรรค

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น
5.1 ความสามารถในการส่อื สาร

5.2 ความสามารถในการคดิ

5.3 ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ


Click to View FlipBook Version