The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชานาฏศิลป์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KruKhak Miss. Suttida Kredmee, 2022-03-19 23:52:26

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชานาฏศิลป์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชานาฏศิลป์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 2

6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
6.1 มวี นิ ยั

6.2 ใฝเรียนรู

7. กิจกรรมการเรยี นรู
1. ครูนำหุนประดิษฐของจริงหรือภาพหุนประดิษฐใหนักเรียนดู แลวรวมกันแสดงความคิดเห็น

โดยครใู ชค ำถาม ดงั นี้
 ภาพหุนประดษิ ฐท ่ีครูนำมาใหด เู ปนภาพหนุ ประดษิ ฐใ ด (ตวั อยา งคำตอบ ภาพหนุ สตั ว
ชนิดตาง ๆ เชน เสือ มา กระตา ย)
 นักเรียนเคยเห็นภาพหนุ ประดษิ ฐด ังกลา วท่ีใดบาง (ตวั อยางคำตอบ การแสดงหนุ
ละครในงานประจำปท ีโ่ รงเรยี น)
 นักเรียนคดิ วาหนุ ดงั กลา วทำมาจากวสั ดุใด (ตวั อยางคำตอบ ผา กระดาษ ไม)

จากน้ันครูอธบิ ายวา หนุ คอื ส่งิ ไมมชี ีวติ ท่ีมนุษยส รางขนึ้ มาเพื่อใชประโยชนตา ง ๆ เชน หุนไลกา

ที่ชาวนาสรางขึ้นเพื่อปองกันไมใหนกบินมาจิกขาวหรือพืชในไรในสวน นอกจากนี้หุนยังสามารถใช

เพอื่ ความสนุกสนานบนั ทกึ อีกดวย

การแสดงหุนหรอื ละครหุน เปนการแสดงอยางหนึ่งที่นิยมกันอยางแพรห ลายในสมัยโบราณ แตเดมิ

คนไทยก็มีการแสดงหุน หลายชนิด เชน หนุ หลวง หุน ละครเลก็ และหนุ กระบอก ปจจุบนั การเลนละครหุน

สมยั ใหมแ บบตะวันตกไดถ ูกนำเขามาแสดง โดยเฉพาะในกิจกรรมการเรยี นและการละเลน เพื่อพฒั นาเยาวชน

โดยนิยมนำนทิ านเรอื่ งทีส่ นุกสนานทเ่ี ดก็ รูจักมาใชแสดง มีการสรางตวั หนุ สรา งฉาก มีบทเพลงประกอบ และ

อนื่ ๆ อกี หลายอยา ง

2. ครูใหนักเรียนรวมกันศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับละครหุนที่นิยมเลนในปจจุบัน จากนั้นครูใหนักเรียน

รว มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชคำถาม ดงั น้ี
 ละครหนุ ท่ีนิยมมอี ะไรบาง (หุนเงา หนุ มอื หนุ นว้ิ มือ หุนชักใย หนุ กระบอก)
 หุนชนดิ ใดทม่ี คี วามสวยงามมากท่สี ดุ (หนุ กระบอก)
 หุนชนิดใดทำจากกระดาษและสีไมเ สยี บ (หนุ เงา)
 หนุ ชนิดใดทำดว ยถุงมือ (หนุ มอื )
 หุนชนดิ ใดชิ้นสว นของรางกายสามารถเคลอ่ื นไหวได (หุนชักใย)
 หนุ ชนดิ ใดทีส่ รา งจากกรวยกระดาษ (หุนนวิ้ มอื )

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 3

จากนนั้ ครูนำคำตอบท่ไี ดม าเขยี นสรุปเปน แผนภาพความคดิ บนกระดาน ดังตวั อยา งตอ ไปนี้

ห่นุ นวิ้ มือ ห่นุ มอื ห่นุ เงา

ละครหุ่นสร้างสรรค์

ห่นุ กระบอก ห่นุ ชกั ใยหรือหนุ่ ชกั
ดว้ ยเชือกและไม้

3. ครูและนักเรียนรวมกันศึกษาเนื้อหาในเรื่อง การสรางตัวหุนอยางงายเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ
และข้นั ตอนการทำหุนถุงกระดาษ โดยครูเปน ผูอ ธิบายจนนกั เรยี นเขา ใจ

4. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5 คน หรือตามความเหมาะสม รวมกันคิดนิทาน 1 เรื่อง เพื่อ
นำมาแสดงหุนมือ จากนั้นใหนักเรียนแบงหนาที่วาแตละคนไดแสดงเปนตัวละครใด โดยครูคอยดูแลและ
แนะนำอยา งใกลช ดิ

5. ครูใหนักเรียนแตละคนออกแบบหุนมือตัวละครที่ตัวเองจะตองแสดง โดยวาดภาพลงในกระดาษ
A4 ระบายสใี หส วยงาม พรอมบอกวัสดุ อปุ กรณใ นการผลติ โดยครคู อยแนะนำเพม่ิ เติม

6. ครใู หนักเรยี นจัดเตรยี มอปุ กรณสำหรบั ประดษิ ฐห ุนมอื ตามที่ไดออกแบบไว โดยใหน กั เรียนนำมา
ในชว่ั โมงถดั ไป

7. ใหนักเรยี นและครูรว มกนั สรปุ ความรู ดังนี้
หุนเปนสิ่งไมมีชีวิตที่มนุษยสรางเลียนแบบขึ้นมาเพื่อใหประโยชนตาง ๆ ตอมาไดมี

การนำหุนมาแสดงเปนละครหุน และมกี ารนำไปใชในกิจกรรมการเรยี นและการละเลนเพ่อื พัฒนาเยาวชน
โดยนิยมนำนิทานเรื่องที่สนุกสนานที่เด็กรูจักมาใชแสดง มีการสรางตัวหุน สรางฉาก มีบทเพลง
ประกอบ เพอ่ื ใหเ กดิ ความเพลิดเพลนิ สนุกสนาน และยงั ชวยสง เสรมิ ใหเ ดก็ มีความคิดริเรม่ิ สรา งสรรค
8. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมความรเู ก่ยี วกบั อาเซียน ดงั นี้
หุนกระบอกน้ำเปนศิลปะการแสดงของชาวเวยี ดนาม มตี น กำเนิดทฮ่ี านอย การแสดงหุนกระบอกน้ำ
ผูเชิดหุน จะอยูหลังมูลี่ไมไผ ตัวหุนเชิดจะอยูท ีป่ ลายไมท่ียาวพอท่ีจะย่ืนออกมานอกฉาก ผูเชิดมีกลไกบังคับมอื
และอวัยวะของหุนที่ทำจากไมฉำฉาที่เบาและพยุงน้ำหนักเมื่ออยูในน้ำ การเชิดตองไมใหเห็นไมบังคับหุน
จึงจะทำใหห ุนดมู ลี ลี าเปน ของตน

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 การแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละละคร 4

9. ใหน กั เรยี นรวมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชคำถามทาทาย ดังน้ี
 นักเรยี นจะประดษิ ฐห นุ ประเภทใด เพราะอะไร และมวี ธิ ปี ระดษิ ฐอ ยางไร

8. สือ่ /แหลงการเรยี นรู
1. หนุ ประดษิ ฐหรอื ภาพหุน
2. กระดาษ A4

9. การวัดและประเมินผล
1. วธิ ีการวัดและประเมินผล
1.1 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขารว มกจิ กรรม
1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขารว มกจิ กรรมกลมุ
2. เครือ่ งมอื
2.1 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรม
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรมกลุม
3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรม

• ผานตง้ั แต 2 รายการ ถอื วา ผาน
• ผาน 1 รายการ ถอื วา ไมผ าน
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรมกลมุ

• คะแนน 9-10 ระดบั ดมี าก
• คะแนน 7-8 ระดับ ดี

• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช
• คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 5

บันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู

 ผลการจดั การเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญหา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................................
ครผู สู อน

(นางสาวสุทธิดา เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 1

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 13 ชน้ั ประถมศึกษาปที่ 6
กลุม สาระการเรียนรศู ิลปะ รหสั วชิ า ศ 16101
รายวิชา นาฏศิลป เวลา 8 ชว่ั โมง
หนว ยการเรียนรทู ี่ 3 การแสดงนาฏศิลปและละคร เวลา 1 ชั่วโมง
เรอ่ื ง ละครหุน สรา งสรรค (2) ผสู อน นางสาวสุทธดิ า เกดิ มี
วันที.่ ...........................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู
ศ 3.1 เขาใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอยางสรา งสรรค วเิ คราะห วิพากษวิจารณค ุณคา
นาฏศิลป ถายทอดความรูสึก ความคิดตอนาฏศิลปอยางอิสระ ชื่นชมและประยุกตใชใน

ชวี ติ ประจำวนั

ตวั ชีว้ ดั
ศ 3.1 ป.6/3 แสดงนาฏศิลปแ ละละครงาย ๆ

2. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. อธิบายเกย่ี วกับละครหุนสรา งสรรค (K)

2. ปฏบิ ัตกิ ารแสดงละครหนุ สรา งสรรค (P)

3. เหน็ คณุ คาของละครหุนสรางสรรค (A)
3. สาระสำคญั

หุนเปนสิ่งไมมีชีวิตที่มนุษยสรางเลียนแบบขึ้นมาเพื่อใหประโยชนตาง ๆ ตอมาไดมีการนำหุนมา

แสดงเปนละครหุน และมีการนำไปใชในกิจกรรมการเรียนและการละเลนเพื่อพัฒนาเยาวชน โดยนิยมนำ

นทิ านเรอื่ งทส่ี นกุ สนานท่ีเดก็ รูจ กั มาใชแ สดง มีการสรางตวั หนุ สรา งฉาก มบี ทเพลงประกอบ เพือ่ ใหเ กิดความ

เพลดิ เพลนิ สนกุ สนาน และยงั ชวยสงเสริมใหเ ด็กมีความคิดรเิ ริ่มสรา งสรรค
4. สาระการเรยี นรู

 ละครหุนสรา งสรรค

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น
5.1 ความสามารถในการสือ่ สาร

5.2 ความสามารถในการคดิ

5.3 ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 การแสดงนาฏศลิ ป์และละคร 2

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
6.1 มวี นิ ัย

6.2 ใฝเ รยี นรู

7. กิจกรรมการเรยี นรู
1. ครูใหนักเรียนนำอุปกรณท ไ่ี ดจ ัดเตรียมมาประดิษฐหนุ มอื ตามที่ไดอ อกแบบไว โดยครูอธบิ ายและ

แนะนำเพิ่มเติม

2. ครูและนักเรียนรวมกันศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับบทละครหุนและองคประกอบสำคัญในการเลนหุน

แลวแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชคำถาม ดังน้ี
 บทละครหุนมีลักษณะที่สำคัญอยางไร (ตัวอยางคำตอบ เปนนิทานหรือเหตุการณ
ในชีวิตประจำวนั ท่สี นกุ สนานและนาประทับใจ แลวนำมาผูกเขาเปนเรอ่ื งราวตา ง ๆ)
 นักเรียนคิดวา ในบทละครหุนควรมีลักษณะอยางไร (ตัวอยางคำตอบ ควรปลูกฝงสอดแทรก
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
 องคประกอบสำคัญในการเลนหุนมีอะไรบาง (ผูเชิดหุน เวที หรือโรงสำหรับเชิดหุน
ผูพากย ดนตรแี ละเพลงประกอบการแสดง)
จากน้นั ครนู ำขอ มลู ที่ไดม าเขียนสรุปลงในแผนภาพบนกระดาน ดังตวั อยา งตอไปนี้

เวทหี รอื โรงสาํ หรบั ผพู้ ากย์
เชิดห่นุ

เนอื้ เรอ่ื งควรสอดแทรก องคป์ ระกอบสาํ คญั ดนตรแี ละเพลง
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในการเลน่ หนุ่ ประกอบการแสดง

เรื่องท่ีนาํ มาเลน่ มกั เป็น ผเู้ ชิดหนุ่
นิทานหรอื เหตกุ ารณต์ ่าง

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 3

3. ใหน กั เรียนแบง กลุม 3 กลุม และใหนกั เรียนแตละกลุม เลอื กนทิ านมา 1 เรอ่ื ง และนำหุน มือที่
ไดป ระดษิ ฐไ วออกมาแสดงหุนมอื ประกอบนิทานที่กลมุ ของตัวเองไดเตรียมไวห นา ชั้นเรียนจนครบทุกกลุม โดย
ครูคอยตรวจสอบความถูกตอ งและแนะนำเพม่ิ เติม

4. ใหน กั เรียนและครรู วมกันสรปุ ความรู ดังน้ี
หุนเปนสง่ิ ไมมชี ีวิตทมี่ นษุ ยสรางเลียนแบบข้นึ มาเพ่อื ใหป ระโยชนตา ง ๆ ตอมาไดม ีการนำหุนมาแสดง
เปนละครหุน และมีการนำไปใชในกิจกรรมการเรียนและการละเลนเพื่อพัฒนาเยาวชน โดยนิยมนำนิทาน
เรื่องที่สนุกสนานที่เด็กรูจักมาใชแสดง มีการสรางตัวหุน สรางฉาก มีบทเพลงประกอบเพื่อใหเกิดความ
เพลิดเพลิน สนุกสนาน และยงั ชวยสงเสริมใหเ ดก็ มีความคดิ รเิ ร่มิ สรา งสรรค
5. ใหน ักเรียนรวมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ชคำถามทาทาย ดงั น้ี

 นักเรียนอยากแสดงละครหุน เรื่องใด เพราะอะไร
8. ส่ือ/แหลงการเรียนรู

1. หุนประดษิ ฐหรอื ภาพหนุ
2. กระดาษ A4
9. การวัดและประเมนิ ผล
1. วธิ กี ารวัดและประเมินผล

1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขารวมกิจกรรม
1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเขารว มกิจกรรมกลมุ
2. เครอ่ื งมอื
2.1 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรม
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรมกลมุ
3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรม

• ผา นตั้งแต 2 รายการ ถอื วา ผาน

• ผา น 1 รายการ ถอื วา ไมผ า น
3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรมกลุม

• คะแนน 9-10 ระดับ ดมี าก

• คะแนน 7-8 ระดับ ดี

• คะแนน 5-6 ระดบั พอใช

• คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 4

บันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู

 ผลการจดั การเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญหา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................................
ครผู สู อน

(นางสาวสุทธิดา เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 มารยาทในการชมการแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 1

กลมุ สาระการเรียนรศู ิลปะ แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 14 ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 6

รายวิชา นาฏศลิ ป รหัสวิชา ศ 16101

หนว ยการเรยี นรทู ่ี 4 มารยาทในการชมการแสดงนาฏศลิ ปและละคร เวลา 1 ช่ัวโมง
เร่อื ง มารยาทในการชมการแสดงนาฏศิลปแ ละละคร เวลา 1 ชั่วโมง
วนั ท.่ี ........................................... ผสู อน นางสาวสทุ ธดิ า เกดิ มี

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู
ศ 3.2 เขาใจความสมั พันธระหวางนาฏศิลป ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคาของ
นาฏศลิ ปท ่ีเปนมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปญญาทองถ่ิน ภูมิปญ ญาไทยและสากล

ตัวช้วี ัด
ศ 3.2 ป.6/2 ระบปุ ระโยชนท ี่ไดรับจากการแสดงหรือการชมการแสดงนาฏศลิ ปและละคร

2. จดุ ประสงคการเรยี นรู
1. อธบิ ายหลกั การชมการแสดงนาฏศิลปแ ละละคร (K)

2. ปฏบิ ตั ิตนตามหลกั การชมการแสดงนาฏศิลปแ ละละคร (P)

3. เห็นประโยชนของการชมการแสดงนาฏศิลปและละคร (A)

3. สาระสำคัญ
การชมการแสดงที่ดีผูชมการแสดงควรมีมารยาทและมหี ลักในการชมการแสดงทีด่ ีจะทำใหผูชม

ซาบซงึ้ เขา ใจไปกับการแสดงมากขน้ึ และไดร บั ประโยชนจ ากการชมการแสดงดวย

4. สาระการเรียนรู
 หลักการชมการแสดงนาฏศิลปและละคร : ลกั ษณะของผูชมทีด่ ี ประโยชนข องการชมการ

แสดงนาฏศลิ ปแ ละละคร มารยาทในการชมการแสดงท่สี ำคญั

5. สมรรถนะสำคัญของผูเ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร

5.2 ความสามารถในการคิด

5.3 ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ

6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
6.1 มวี ินัย

6.2 ใฝเ รียนรู

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 มารยาทในการชมการแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 2

7. กิจกรรมการเรยี นรู
1. ครูนำแถบบันทึกภาพการแสดงนาฏศลิ ปใ หน ักเรียนดู แลวรว มกันสนทนา โดยครูใชคำถาม ดงั นี้

 นกั เรยี นเคยชมการแสดงนาฏศิลปน หี้ รือไม (เคย/ไมเ คย)
 นักเรยี นรจู ักการแสดงนาฏศลิ ปน ้ีหรือไม (รจู ัก/ไมรูจัก)
 นักเรียนเขา ใจการแสดงนาฏศลิ ปน ้ีหรอื ไม (เขา ใจ/ไมเ ขา ใจ)
 นักเรยี นควรปฏิบตั ิตนอยา งไรจึงจะเขาใจการแสดง (ศกึ ษาการแสดงกอนชม)
2. ครูตดิ บัตรคำ หลกั การชมการแสดงนาฏศลิ ป์ และละคร บนกระดาน โดยครอู ธิบายให

นกั เรียนฟง จนทกุ คนเขาใจ จากนน้ั ครตู ดิ แถบประโยคและปายสถานการณแ ลว ใหน กั เรยี นตอบคำถาม

ศกึ ษาทา่ ราํ ของการแสดงนาฏศิลป์ เขา้ ใจเนือ้ รอ้ งหรอื ภาษาของบทเพลงท่ีใชใ้ นการแสดง

เขา้ ใจดนตรีท่ีใชบ้ รรเลงในการแสดง เขา้ ใจการแตง่ กายของผแู้ สดง

เขา้ ใจฉาก แสง สี เสียง เขา้ ใจบทบาทของตวั แสดง

สถานการณท์ ี่ 1

วรนชุ ชมการแสดงระบาํ กฤดาภินิหารแลว้ ช่นื ชมความงามของ
เคร่ืองแตง่ กายของผแู้ สดง
 จากสถานการณ วรนุชเขาใจหลักการชมการแสดงเรื่องใด (เขาใจเครื่องแตงกาย

ของผแู สดง)

สถานการณท์ ี่ 2

ณฐั พลอ่านความหมายของท่าทางในการแสดงต่าง ๆ กอ่ นเขา้ ไป
ชมการแสดง

 จากสถานการณ ณัฐพลเขาใจหลักการชมการแสดงเรื่องใด (ศึกษาทารำของการ
แสดงนาฏศลิ ป)

สถานการณท์ ี่ 3

จิราพรบอกกบั เพ่อื นว่า เธอชมการแสดงนแี้ ลว้ เหมอื นอย่ใู นป่า
ภเู ขาและไดบ้ รรยากาศนา้ํ ตกเหมอื นจรงิ

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 4 มารยาทในการชมการแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละละคร 3

 จากสถานการณ จิราพรเขาใจหลักการชมการแสดงเรื่องใด (เขาใจฉาก แสง สี
เสียง)

สถานการณท์ ี่ 4

ปิตพิ ลซาบซงึ้ กบั การบรรเลงดนตรที ่ใี ชใ้ นการแสดงโขนเร่ือง
รามเกียรติ์

 จากสถานการณ ปติพลเขาใจหลักการชมการแสดงเรื่องใด (เขาใจดนตรีที่ใช
บรรเลงในการแสดง)

สถานการณท์ ี่ 5

อารีประทบั ใจในบทกลอนท่ีใชใ้ นการขบั เสภาประกอบการแสดง
ขนุ ชา้ งขนุ แผน

 จากสถานการณ วารีเขาใจหลักการชมการแสดงเรื่องใด (เขาใจเน้ือรองหรอื ภาษา
ของบทเพลงทใ่ี ชใ นการแสดง)

สถานการณท์ ี่ 6

กฤษดาชมการแสดงแลว้ เลา่ ใหแ้ ม่ฟังวา่ ตวั ละครแตล่ ะตวั ช่ือ
อะไร เป็นใคร มเี รอื่ งราวเป็นอย่างไร

 จากสถานการณ กฤษดาเขาใจหลักการชมการแสดงเรื่องใด (เขาใจบทบาทของตัว
ละคร)

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 มารยาทในการชมการแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละละคร 4

จากนน้ั ครูนำคำตอบท่ีไดมาเขียนสรุปเปนแผนภาพความคดิ บนกระดาน ดงั ตัวอยา งตอ ไปนี้

เขา้ ใจดนตรีท่ใี ช้ เขา้ ใจฉาก
บรรเลงในการแสดง แสง สี เสยี ง

ศกึ ษาทา่ ราํ ของ หลกั การชมการแสดง เขา้ ใจเนอื้ รอ้ งหรือภาษาของ
การแสดงนาฏศลิ ป์ นาฏศลิ ป์ และละคร บทเพลงท่ีใชใ้ นการแสดง

เขา้ ใจบทบาท เขา้ ใจการแตง่ กาย
ของผแู้ สดง ของผแู้ สดง

3. ครใู หน กั เรยี นศึกษาความรเู รอื่ ง ลกั ษณะของผูชมทดี่ แี ละมารยาทในการชมการแสดงที่สำคญั
จากนนั้ ใหน ักเรียนแบง กลมุ 3-4 กลุม รว มกันเลน เกมฉันมมี ารยาท โดยครูอธิบายวธิ ีการเลน ดังนี้
“ครูชูปายสถานการณแลวอานใหนักเรียนฟง จากนั้นใหนักเรียนแตละกลุมยกมือเมื่อครูอานสถานการณจบ
กลมุ ใดยกกอ นมสี ิทธติ์ อบกอน ซง่ึ ครทู ำปาย  และ  แจกใหแ ตละกลุม เมอ่ื ตอบใหย กปาย  ถา
สถานการณนั้นมีมารยาท และยกปาย  ถาสถานการณนั้นไมมีมารยาท พรอมทั้งบอกเหตุผลวา
เหมาะสมหรือไมเพราะอะไร กลุมใดตอบถูกได 1 คะแนน กลุมใดคะแนนมากที่สุดเปนกลุมชนะ” ปาย
สถานการณม ดี งั ตอไปนี้

สถานการณท์ ี่ 1 วจิ ารณก์ ารแสดงของผแู้ สดงตลอดเวลาการชมการ

สถานการณท์ ี่ 2 ไปชมการแสดงกอ่ นเวลาเร่มิ แสดง

สถานการณท์ ี่ 3 พดู คยุ กบั เพ่อื นในขณะชมการแสดงเป็นบางครงั้

สถานการณท์ ี่ 4 โคง้ คาํ นบั ผแู้ สดงและผชู้ มเม่ือออกไปทาํ ธรุ ะดา้ นนอก

สถานการณท์ ี่ 5 นาํ ขนมขบเคยี้ วไปรบั ประทานเม่อื พกั การแสดง

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 มารยาทในการชมการแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 5

4. ใหนักเรียนแตละกลุม (กลุมเดิม) รวมกันสรุปความรูลงในแผนภาพเกี่ยวกับมารยาทในการเปน
ผูชมที่ดี พรอ มทัง้ อธบิ ายเหตผุ ลทเ่ี กดิ ขึ้น แลว สง ผูแทนกลมุ ออกมานำเสนอหนา ชั้นเรยี น ดงั น้ี

มารยาทในการเป็นผชู้ มท่ีดี ผลท่เี กิดขึน้ ตอ่ ผชู้ มการแสดง
........................................ ............................................

ผลท่ีเกิดขึน้ ต่อผแู้ สดง
............................................

5. ใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชนของการชมการแสดงนาฏศิลปและละคร

โดยครใู ชคำถาม ดังนี้
 นกั เรยี นไดร ับประโยชนจ ากการชมการแสดงนาฏศลิ ปและละครอยา งไรบา ง

(ตัวอยา งคำตอบ ไดรบั ความสนุกสนาน ไดข อคิด)
จากนั้นครูอธิบายเกี่ยวกับการแสดงนาฏศิลปและละครในวันสำคัญของโรงเรียนและครูใหนักเรียน

แตละคนตอบคำถามลงในแบบบันทึกเกีย่ วกับเรือ่ งการแสดงละครในวนั สำคัญของโรงเรียน ดงั ตวั อยา งตอ ไปน้ี

ถา้ นกั เรียนไดร้ บั คดั เลอื กใหแ้ สดงละครในวนั สาํ คญั ของโรงเรียน นกั เรยี นจะแสดง
ละครเรอ่ื งอะไร
.........................................................................................................

เพราะเหตใุ ดจงึ อยากแสดงละครเรอื่ งนี้
.....................................................................

6. ใหน ักเรียนและครรู ว มกนั สรปุ ความรู ดงั น้ี
 การชมการแสดงท่ดี ี ผชู มการแสดงควรมมี ารยาทและมีหลกั ในการชมการแสดงที่ดี
จะทำใหผ ชู มซาบซึ้ง เขา ใจไปกับการแสดงมากขึ้นและไดรบั ประโยชนจากการชม
การแสดงดวย

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 มารยาทในการชมการแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละละคร 6

7. ใหน กั เรยี นรวมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค ำถามทา ทาย ดงั น้ี
 การปฏิบัติตนเปน ผชู มทดี่ ีจะกอ ใหเกดิ ผลดตี อ การแสดงนาฏศิลปแ ละละครอยา งไร

8. สอ่ื /แหลงการเรยี นรู
1. แถบบนั ทึกภาพการแสดงนาฏศลิ ป
2. เครือ่ งเลน แถบบนั ทึกภาพ
3. บตั รคำ
4. แถบประโยค
5. ปา ยสถานการณ
6. ปา ย  และ 
7. แผนภาพมารยาทในการเปนผูช มทดี่ ี

9. การวดั และประเมินผล
1. วธิ ีการวดั และประเมินผล
1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา รว มกิจกรรม
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา รวมกิจกรรมกลุม
2. เคร่อื งมอื
2.1 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รว มกจิ กรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรมกลมุ
3. เกณฑการประเมนิ
3.1 การประเมินพฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรม

• ผานตงั้ แต 2 รายการ ถือวา ผาน

• ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรมกลุม

• คะแนน 9-10 ระดบั ดมี าก

• คะแนน 7-8 ระดบั ดี

• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช

• คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 มารยาทในการชมการแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร 7

บนั ทึกหลังการจดั การเรยี นรู

 ผลการจดั การเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญ หา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอ เสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ......................................................
ครผู ูสอน

(นางสาวสุทธิดา เกิดม)ี
………../………………/…………

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 บทบาทหน้าทีง่ านนาฏศิลปแ์ ละการละคร 1

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 15 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 6
กลุมสาระการเรียนรศู ิลปะ รหัสวชิ า ศ 16101
รายวชิ า นาฏศิลป เวลา 4 ช่วั โมง
หนว ยการเรียนรทู ี่ 5 บทบาทหนาทงี่ านนาฏศิลปและการละคร เวลา 1 ช่ัวโมง
เรื่อง องคป ระกอบของนาฏศิลป ผสู อน นางสาวสทุ ธดิ า เกดิ มี
วันท่.ี ...........................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู
ศ 3.1 เขา ใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอ ยางสรางสรรค วิเคราะห วิพากษว จิ ารณคุณคา
นาฏศลิ ป ถา ยทอดความรูสกึ ความคดิ ตอนาฏศลิ ปอยางอสิ ระ ช่นื ชมและประยุกตใ ชใ ชวี ิตประจำวนั

ตัวช้ีวัด
ศ 3.1 ป.6/4 บรรยายความรสู กึ ของตนเองที่มตี องานนาฏศิลปแ ละการละครอยาง

สรางสรรค

ศ 3.1 ป.6/6 อธิบายความสัมพนั ธระหวา งนาฏศลิ ปแ ละการละครกบั สง่ิ ทป่ี ระสบใน
ชีวิตประจำวนั

2. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. อธิบายองคประกอบของนาฏศลิ ปได (K)

2. จำแนกองคประกอบของนาฏศลิ ปได (P)

3. เห็นคณุ คาองคป ระกอบของงานนาฏศิลปได (A)

3. สาระสำคัญ
นาฏศิลปเปนศิลปะการฟอนรำ ละคร และดนตรีที่มีคุณคา มีความสวยงามดานตาง ๆ ซึ่งเปน

องคป ระกอบของนาฏศลิ ปท ี่สำคญั ทำใหก ารแสดงมคี ุณคา มีเอกลักษณท่ีควรรักษาไวเ ปน มรดกทางวัฒนธรรม

ของชาติสบื ไป

4. สาระการเรยี นรู
 บทบาทหนาท่ีในงานนาฏศลิ ป : องคป ระกอบของนาฏศลิ ป

5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร

5.2 ความสามารถในการคดิ

5.3 ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 บทบาทหน้าที่งานนาฏศิลป์และการละคร 2

6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
6.1 มวี ินยั

6.2 ใฝเ รียนรู
7. กจิ กรรมการเรยี นรู

1. ครใู หน ักเรียนดภู าพการแสดงนาฏศิลปไทยแลว ใหนกั เรยี นรว มกนั สนทนา โดยครูใชค ำถาม ดังนี้
 นกั เรียนเคยชมการแสดงนหี้ รือไม (เคย/ไมเคย)
 การแสดงน้ีมีการใชน าฏยศพั ทและภาษาทา ทางนาฏศลิ ปไทยทาใดบางท่รี ูจัก

(ตัวอยา งคำตอบ จีบหงาย ลอ แกว ดีใจ)
 การแสดงชดุ น้มี คี วามสวยงามหรือไม (สวยงาม/ไมสวยงาม)
2. ครใู หน ักเรยี นศึกษาความรเู รือ่ ง องคประกอบของนาฏศิลป แลว ใหนกั เรยี นรว มกันตอบคำถาม

โดยครูใชคำถาม ดังนี้
 ลักษณะทาทางการรายรำของตัวละครเปนองคประกอบของนาฏศิลปดานใด (นาฏยศัพท
และภาษาทาทางนาฏศลิ ปไทย)
 การแสดงจะตองมคี วามสอดคลอ งกบั บทเพลง หมายถงึ องคป ระกอบของนาฏศลิ ปด า นใด

(เนอื้ รอ งและทำนองเพลง)
 องคป ระกอบของนาฏศลิ ปใ ดที่เปน พ้นื ฐานในการแสดงนาฏศลิ ป (จังหวะ)
 องคประกอบของนาฏศิลปใดที่ทำใหผูแสดงมีความสวยงามและเปนสิ่งที่บอก

ลกั ษณะของตวั ละคร (การแตง กายและการแตงหนา )
 องคประกอบของนาฏศลิ ปใดที่ใชบ รรเลงจังหวะ ทำนอง สรางบรรยากาศของการ

แสดง(เคร่ืองดนตรีท่ใี ชบรรเลงประกอบการแสดง)
 องคประกอบของนาฏศิลปใดที่เปนวัสดุหรือเครื่องมือประกอบในการแสดง

(อุปกรณก ารแสดง)
จากนนั้ ครูนำคำตอบทไ่ี ดมาเขยี นเปน แผนภาพความคดิ บนกระดาน ดังตัวอยางตอไปนี้

นาฏยศพั ทแ์ ละภาษาทา่ ทาง เนือ้ รอ้ งและ
นาฏศิลป์ ไทย ทาํ นองเพลง

การแตง่ กาย องคป์ ระกอบของ จงั หวะ
และการ นาฏศิลป์

เคร่อื งดนตรีท่ใี ชบ้ รรเลง อปุ กรณ์
ประกอบการแสดง การแสดง

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 5 บทบาทหน้าทง่ี านนาฏศิลปแ์ ละการละคร 3

และครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ อกี ครั้งจนนกั เรยี นทกุ คนเขาใจ
3. ใหนักเรยี นแบงกลมุ 5 กลุม แลวครแู จกบตั รคำตอไปนใ้ี หแตล ะกลมุ กลุม ละ 1 ชุด

นาฏยศพั ทแ์ ละภาษาท่าราํ ทางนาฏศลิ ป์ เนือ้ รอ้ งและทาํ นองเพลง อปุ กรณก์ ารแสดง

จงั หวะ การแต่งกายและการแตง่ หนา้ เครอ่ื งดนตรีทใ่ี ชบ้ รรเลงประกอบการแสดง
จากนั้นครนู ำแถบประโยคตอ ไปนี้ตดิ บนกระดานเพ่ือเลนเกมจบั คแู สนสนกุ

ใชไ้ มใ้ นการแสดงราํ ลาวกระทบไม้

เป็นพนื้ ฐานในการฝึกนาฏศลิ ป์ ทาํ ใหก้ ารแสดงสวยงามเกิดความพรอ้ มเพรียง

ลกั ษณะท่าทางท่ใี ชส้ อื่ ความหมายในการแสดง

สิง่ ท่ที าํ ใหผ้ แู้ สดงมคี วามสวยงามและเป็นสงิ่ ท่ีบอกลกั ษณะของตวั ละคร

การถา่ ยทอดอารมณไ์ ดต้ รงตามเนือ้ หาของบทเพลง

สิ่งท่ใี ชบ้ รรเลงประกอบการแสดงเพอ่ื ใหก้ ารแสดงสนกุ สนาน

ครูอานแถบประโยคใหนักเรียนฟง 1 ประโยค ประโยคใดก็ได แลวบอกนักเรียนวา ถาครูอาน
ประโยคจบใหแตละกลุมยกมือ กลุมใดยกกอนมสี ทิ ธิ์ตอบกอน โดยชูบัตรคำใหส ัมพันธกบั ประโยค ถายก
ถูกตองได 1 คะแนน ถายกไมถูกตองกลุมอ่ืนจะมีสิทธิ์ตอบ กลุมใดไดคะแนนมากที่สุดเปนกลุมชนะ โดย
ครูอา นแถบประโยคจนครบทุกประโยค

4. ใหน กั เรยี นและครรู ว มกันสรุปความรู ดังนี้
นาฏศิลปเปนศิลปะการฟอนรำ ละครและดนตรีที่มีคุณคา มีความสวยงามดานตาง ๆ
ซึ่งเปนองคประกอบของนาฏศิลปที่สำคัญทำใหการแสดงมีคุณคามีเอกลักษณที่ควรรักษาไวเปนมรดกทาง
วัฒนธรรมของชาติสืบไป
5. ใหน กั เรียนรวมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค ำถามทา ทาย ดังนี้

 ถาการแสดงนาฏศลิ ปมีองคป ระกอบท่ไี มสมบรู ณจ ะเกดิ ผลอยา งไร เพราะอะไร

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 บทบาทหนา้ ทงี่ านนาฏศลิ ปแ์ ละการละคร 4

8. ส่ือ/แหลงการเรียนรู
1. ภาพการแสดงนาฏศิลปไ ทย
2. บตั รคำ
3. แถบประโยค
4. เกมจับคูแสนสนกุ

9. การวดั และประเมนิ ผล
1. วิธกี ารวัดและประเมินผล
1.1 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา รวมกิจกรรม
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา รว มกิจกรรมกลุม
2. เครอ่ื งมอื
2.1 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รว มกจิ กรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรมกลมุ
3. เกณฑก ารประเมิน
3.1 การประเมินพฤตกิ รรมการเขารว มกิจกรรม

• ผา นตั้งแต 2 รายการ ถือวา ผา น

• ผา น 1 รายการ ถือวา ไมผา น
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรมกลุม

• คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก

• คะแนน 7-8 ระดบั ดี

• คะแนน 5-6 ระดบั พอใช

• คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 บทบาทหนา้ ทง่ี านนาฏศลิ ป์และการละคร 5

บนั ทกึ หลงั การจัดการเรยี นรู

 ผลการจัดการเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญ หา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................................
ครูผูสอน

(นางสาวสทุ ธิดา เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5 บทบาทหน้าท่งี านนาฏศิลปแ์ ละการละคร 1

แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 16 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ 6
กลมุ สาระการเรียนรศู ิลปะ รหสั วชิ า ศ 16101
รายวิชา นาฏศลิ ป เวลา 4 ช่วั โมง
หนว ยการเรียนรทู ่ี 5 บทบาทหนาทง่ี านนาฏศิลปแ ละการละคร เวลา 1 ช่ัวโมง
เรอ่ื ง บทบาทหนา ทใ่ี นงานนาฏศิลป ผสู อน นางสาวสุทธดิ า เกิดมี
วันท่.ี ...........................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู
ศ 3.1 เขา ใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอยา งสรา งสรรค วิเคราะห วิพากษวิจารณคณุ คา
นาฏศิลป ถา ยทอดความรสู กึ ความคดิ ตอ นาฏศิลปอยา งอสิ ระ ช่ืนชมและประยกุ ตใ ชใ ชีวติ ประจำวัน

ตวั ชีว้ ดั
ศ 3.1 ป.6/4 บรรยายความรสู ึกของตนเองท่มี ีตองานนาฏศลิ ปและการละครอยา ง

สรางสรรค

ศ 3.1 ป.6/6 อธบิ ายความสมั พันธระหวา งนาฏศิลปและการละครกับสิง่ ทปี่ ระสบใน
ชวี ติ ประจำวัน

2. จุดประสงคการเรยี นรู
1. อธบิ ายบทบาทหนาที่ในงานนาฏศิลปได (K)

2. จำแนกบทบาทหนาที่งานนาฏศิลปไ ด (P)

3. เหน็ คณุ คา ในบทบาทหนา ทใ่ี นงานนาฏศิลป (A)

3. สาระสำคัญ
บุคคลที่ไดรับหนาที่ในงานนาฏศิลปจะตองมีความรับผิดชอบในหนาที่ มีความตั้งใจทำงานอยางเต็ม

ความสามารถจะทำใหการแสดงออกมามคี วามสวยงามและมีคณุ คา ย่งิ

4. สาระการเรียนรู
 บทบาทหนาทีใ่ นงานนาฏศิลป

5. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร

5.2 ความสามารถในการคดิ

5.3 ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 บทบาทหน้าทงี่ านนาฏศิลปแ์ ละการละคร 2

6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
6.1 มวี นิ ัย

6.2 ใฝเรียนรู

7. กจิ กรรมการเรียนรู
1. ครูเลอื กผแู ทนนักเรียน 5 คน ออกมาแสดงบทบาทสมมุตเิ กีย่ วกับการแสดงนาฏศลิ ปใหน กั เรียน

ในชนั้ เรยี นดู โดยครูกำหนดใหผูแทนนกั เรียนคนที่ 1 แสดงบทบาทสมมตุ เิ ปน ครซู อ มการแสดง

 นกั เรียนคนที่ 2 แสดงบทบาทสมมุตเิ ปน ผูแสดง

 นกั เรียนคนที่ 3 แสดงบทบาทสมมตุ เิ ปนผดู ูแลเคร่อื งแตง กาย

 นกั เรยี นคนท่ี 4 แสดงบทบาทสมมตุ เิ ปน ผูจดั ฉาก

 นกั เรียนคนท่ี 5 แสดงบทบาทสมมตุ เิ ปนผูบ รรเลงดนตรี

จากนั้นใหน กั เรียนรวมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค ำถาม ดังน้ี

 ผูแทนนักเรียนคนที่ 1 แสดงบทบาทสมมุติเปนใคร (ตัวอยางคำตอบ ครูซอมการ
แสดง)

 ผแู ทนนักเรยี นคนท่ี 2 แสดงบทบาทสมมุติเปนใคร (ตัวอยางคำตอบ ผูแสดง)
 ผแู ทนนกั เรยี นคนที่ 3 แสดงบทบาทสมมุติเปนใคร (ผดู แู ลเคร่อื งแตง กาย)
 ผูแทนนกั เรยี นคนท่ี 4 แสดงบทบาทสมมตุ ิเปนใคร (ตัวอยางคำตอบ ผจู ดั ฉาก)
 ผูแทนนักเรียนคนที่ 5 แสดงบทบาทสมมุติเปนใคร (ตัวอยางคำตอบ ผูบรรเลง

ดนตรี)
2. ใหนักเรียนศึกษาความรูเรื่อง บทบาทหนาที่ในงานนาฏศิลป จากนั้นใหนักเรียนรวมกันสนทนา

โดยครูใชคำถาม ดังน้ี

 ผูฝกซอมการแสดงมีบทบาทหนาที่อยา งไร (ตัวอยา งคำตอบ เปนผูม ีความรูทางนาฏศลิ ป
ทำใหการแสดงมคี วามสวยงาม เปน ผดู แู ลการแสดง)

 ผูแสดงมีบทบาทหนาที่อยางไร (ตัวอยางคำตอบ มีบุคลิกเหมาะสมกับตัวละครมี
ความสามารถในการรำ)

 ผูดูแลเครื่องแตงกายและแตงหนามีบทบาทหนาที่อยางไร (ตัวอยางคำตอบ จัดเตรียม
เครื่องแตงกายใหเหมาะสมกับการแสดงและแตง หนาใหผ ูแ สดง)

 ผูดูแลอุปกรณประกอบการแสดงฉาก แสง สี เสียง มีบทบาทหนาที่อยางไร (ตัวอยาง
คำตอบ ดแู ลฉากอปุ กรณต าง ๆ ที่ใชในการแสดง รวมถงึ แสง เสียง)

 ผูบรรเลงดนตรีประกอบการแสดงมีบทบาทหนาท่ีอยางไร (ตัวอยา งคำตอบ บรรเลงดนตรี
ไดตรงตามจังหวะ ทำนอง และเหมาะสมกับชุดการแสดง)

จากนน้ั ครูนำคำตอบทไี่ ดมาเขียนสรุปเปนแผนภาพความคดิ บนกระดาน ดงั ตวั อยา งตอ ไปนี้

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 บทบาทหนา้ ที่งานนาฏศลิ ป์และการละคร 3

มีบคุ ลิกเหมาะสมกบั ตวั ละคร มคี วามสามารถในการราํ

เป็นผมู้ คี วามรู้ เป็นผดู้ แู ล ผแู้ สดง แต่งหนา้ ให้ จดั เตรียมเครอ่ื งแตง่ กาย
ทางนาฏศิลป์ การแสดง ผแู้ สดง ใหเ้ หมาะสมกบั การแสดง
บทบาทหนา้ ที่
ผฝู้ ึกซอ้ มการแสดง ในงาน ผดู้ แู ลเครอ่ื งแต่งกาย
และแตง่ หนา้

ทาํ ใหก้ ารแสดงมี ผบู้ รรเลงดนตรี ผดู้ แู ลอปุ กรณป์ ระกอบการ
ความสวยงาม ประกอบการแสดง แสดง ฉาก แสง สี เสียง

บรรเลงดนตรีไดต้ รง ดแู ลฉาก อปุ กรณต์ ่าง ๆ ท่ีใชใ้ น
ตามจงั หวะ ทาํ นองและ การแสดงรวมถงึ แสง เสยี ง
เหมาะสมกบั ชดุ การแสดง

3. ครูนำแถบประโยคตดิ บนกระดานแลวใหน กั เรยี นรวมกนั ตอบคำถามวา บุคคลในประโยคมีบทบาท
หนาทใ่ี ดในงานนาฏศลิ ป

สภุ ากาํ ลงั ซอ้ มการแสดงฟอ้ นเทยี นกบั เพ่ือนท่รี ว่ มแสดง

 จากประโยคสุภามบี ทบาทหนาท่ีใด (ผูแสดง)

นพิ นธก์ บั เพ่อื นรว่ มกนั ประดษิ ฐ์กอ้ นหนิ ตน้ ไม้ ภเู ขาในการแสดงโขน
 จากประโยคนพิ นธม บี ทบาทหนา ท่ใี ด (ผูดแู ลอปุ กรณประกอบการแสดง)

ครูพิมพากาํ ลงั ฝึกใหน้ กั เรียนแปรแถวในการแสดงระบาํ พดั
 จากประโยคครูพมิ พามีบทบาทหนาที่ใด (ผูฝก ซอ มการแสดง)

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5 บทบาทหน้าทีง่ านนาฏศิลป์และการละคร 4

กลมทาํ ความสะอาดเครอื่ งดนตรีท่ใี ชใ้ นการแสดงพืน้ เมอื ง

 จากประโยคกลมมบี ทบาทหนา ที่ใด (ผบู รรเลงดนตรปี ระกอบการแสดง)

พมิ มาดา และเพ่อื นกาํ ลงั เลอื กเคร่อื งประดบั และเสอื้ ผา้ ท่ใี ชใ้ นการแสดงเซิง้ กระตบิ

 จากประโยคพมิ มาดามีบทบาทหนาทีใ่ ด (ผดู ูแลเครื่องแตงกายและแตง หนา)
4. ใหนักเรียนแตละคนคิดวา ถาหองของนักเรียนไดรบั มอบหมายใหแสดงนาฏศิลปใ นงานประจำป
ของโรงเรียน นกั เรยี นจะเลือกแสดงอะไร และมสี ว นรวมอยางไร โดยครใู หนักเรยี นบอกทลี ะคนจนครบทกุ คน
5. ครูอธิบายเรื่องความสมั พันธข องนาฏศิลปก บั ชวี ติ ประจำวนั ใหน ักเรยี นฟงวา การแสดงนาฏศิลปมี
ความสัมพันธกับชีวิตของคนไทยมาชานาน เพราะนาฏศิลปเปนสิ่งที่แสดงถึงเอกลักษณและคุณคาทาง
วัฒนธรรมและประเพณี และชวยผอนคลายความเครยี ด ความเหน็ดเหนื่อยและใชป ระกอบพิธีกรรมตาง ๆ
จากนน้ั ครูใหนักเรียนรวมกนั แสดงความคิดเห็นโดยครูใชค ำถาม ดังนี้

 การแสดงนาฏศลิ ปใ ดทีน่ กั เรยี นเคยพบเห็น (ตวั อยางคำตอบ เซิง้ สวิง)
 การแสดงนี้มีความสัมพันธกับชีวิตประจำวันของนักเรียนอยางไร (ตัวอยางคำตอบ

เปนการประกอบอาชพี การหาปลา เพราะมกั จะหาปลามาใหแ มทำอาหารใหกนิ
ในครอบครัว)
6. ใหน กั เรยี นและครูรว มกันสรปุ ความรู ดงั นี้
 บคุ คลท่ไี ดร บั หนา ท่ใี นงานนาฏศิลปจ ะตอ งมีความรับผิดชอบในหนา ท่ี มีความตั้งใจ
ทำงานอยางเต็มความสามารถ จะทำใหการแสดงออกมามีความสวยงามและมี
คุณคา ย่ิง
7. ใหน กั เรยี นรวมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค ำถามทาทาย ดงั น้ี
 นกั เรียนจะเลือกปฏิบัตหิ นา ท่ีใดในการแสดงนาฏศลิ ปเ พ่อื ใหเ หมาะสมกับตนเอง เพราะ
อะไร
8. ส่ือ/แหลง การเรียนรู
1. การแสดงบทบาทสมมุติ
2. แถบประโยค

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 5 บทบาทหน้าท่ีงานนาฏศิลปแ์ ละการละคร 5

9. การวัดและประเมินผล
1. วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา รวมกิจกรรม
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขารวมกิจกรรมกลุม
2. เครอ่ื งมอื
2.1 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขารว มกิจกรรมกลุม
3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรม

• ผานต้ังแต 2 รายการ ถอื วา ผาน
• ผาน 1 รายการ ถอื วา ไมผา น
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรมกลุม

• คะแนน 9-10 ระดับ ดมี าก
• คะแนน 7-8 ระดับ ดี

• คะแนน 5-6 ระดบั พอใช

• คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 บทบาทหนา้ ทง่ี านนาฏศลิ ป์และการละคร 6

บนั ทกึ หลงั การจัดการเรยี นรู

 ผลการจัดการเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญ หา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................................
ครูผูสอน

(นางสาวสทุ ธิดา เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 บทบาทหนา้ ที่งานนาฏศลิ ป์และการละคร 1

แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 17 ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 6
กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ รหสั วิชา ศ 16101
รายวชิ า นาฏศลิ ป เวลา 4 ชั่วโมง
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 5 บทบาทหนาที่งานนาฏศลิ ปและการละคร เวลา 1 ชั่วโมง
เร่อื ง องคป ระกอบของนาฏศิลป ผสู อน นางสาวสทุ ธดิ า เกิดมี
วันที่............................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู
ศ 3.1 เขาใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอ ยา งสรา งสรรค วิเคราะห วิพากษวจิ ารณค ณุ คา
นาฏศิลป ถายทอดความรูสึก ความคิดตอนาฏศิลปอยางอิสระ ชื่นชมและประยุกตใชใน

ชีวติ ประจำวนั

ตัวช้วี ัด
ศ 3.1 ป.6/4 บรรยายความรสู ึกของตนเองทมี่ ีตองานนาฏศลิ ปและการละครอยา ง
สรา งสรรค

ศ 3.1 ป.6/6 อธบิ ายความสมั พนั ธร ะหวา งนาฏศิลปและการละครกบั สงิ่ ท่ีประสบใน
ชวี ิตประจำวนั

2. จดุ ประสงคการเรียนรู
1. อธิบายองคป ระกอบของละคร (K)

2. จำแนกองคประกอบของละคร (P)

3. เหน็ คุณคา ขององคประกอบละคร (A)

3. สาระสำคญั
ละครเปนการแสดงที่ผูกเรื่องราวตามจินตนาการ ซึ่งละครแตละเรื่องจะตองมีองคประกอบละครที่

ครบถวนสมบรู ณจ ะทำใหละครนน้ั เปน ท่นี า สนใจและทำใหผชู มเกิดความสนกุ สนาน เพลดิ เพลิน

4. สาระการเรยี นรู
 บทบาทหนาที่ในงานละคร : องคประกอบของละคร

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร

5.2 ความสามารถในการคดิ

5.3 ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 บทบาทหนา้ ที่งานนาฏศิลปแ์ ละการละคร 2

6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
6.1 มีวนิ ยั

6.2 ใฝเรยี นรู

7. กจิ กรรมการเรียนรู
1. ครูเปดแถบบันทึกภาพการแสดงละครเรื่อง สาวเครือฟา ใหนักเรียนดู ประมาณ 10 นาที

จากนัน้ ใหนกั เรียนรว มกันสนทนา โดยครูใชคำถาม ดงั นี้

 นกั เรยี นเคยชมการแสดงละครเรือ่ งนี้หรอื ไม (เคย/ไมเ คย)
 นักเรียนคิดวา ละครเรื่องนี้มีลักษณะอยา งไร (ตัวอยางคำตอบ เปนละครที่เศรา เกี่ยวกับ

ความรกั ความผิดหวัง ความเสยี ใจ)
 นกั เรียนชอบละครเรอื่ งน้หี รอื ไม (ชอบ/ไมช อบ)
 นักเรียนอยากแสดงเปนตัวละครใดในเรื่องนี้ เพราะอะไร (ตัวอยางคำตอบ สาวเครือฟา

เพราะเปนคนซื่อสตั ยตอ ความรกั )
2. ครใู หนักเรยี นศกึ ษาเก่ียวกบั องคประกอบของละคร จากนนั้ ใหน กั เรยี นรว มกนั สนทนา โดยครใู ช

คำถาม ดงั น้ี

 องคป ระกอบของละครใดที่เปน การลำดับเหตกุ ารณตาง ๆ (โครงเร่อื ง)
 องคประกอบโครงเรื่องใดท่ใี ชเ ปนสิ่งเปดตัวละคร (การเรมิ่ เรอื่ ง)
 องคประกอบโครงเรื่องใดท่ที ำใหเ กิดปญหาความขดั แยง การตอ สู ด้นิ รน (ปญ หาของเรอ่ื ง)
 องคป ระกอบโครงเรอื่ งใดเปน จดุ สำคัญที่สดุ ของเร่ือง (จุดวิกฤตการณ)
 องคประกอบโครงเรื่องใดเปนผลลงเอยของตวั ละคร (การจบเรอื่ ง)
 จุดมุง หมายสำคัญของการแสดงคือองคป ระกอบใด ของละคร (แกนของเร่ือง)
 บุคลกิ ลักษณะนสิ ัยเปนส่งิ ใดในองคป ระกอบของละคร (ตวั ละคร)
 บทสนทนาทีเ่ หมาะสมกบั เน้ือเรื่องคอื องคประกอบใดของละคร (การใชภาษา)
 ฉาก สถานทีห่ รือสง่ิ ทที่ ำใหผ ชู มซาบซึง้ คลอยตามคอื องคป ระกอบใดของละคร

(บรรยากาศ)

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 บทบาทหนา้ ทีง่ านนาฏศิลป์และการละคร 3

จากน้ันครนู ำคำตอบท่ีไดม าเขียนสรปุ เปนแผนภาพความคดิ บนกระดาน ดังตัวอยางตอ ไปนี้

จดุ วกิ ฤตการณ์ การจบเรอ่ื ง แก่นของเรอื่ ง

โครงเรอ่ื ง บทบาทหน้าที่ ตวั ละคร
ในงาน

ปัญหาของเรอ่ื ง การเรม่ิ เรื่อง การใชภ้ าษา บรรยากา

3. ใหนักเรียนแบงกลุม 2 กลุม ใหเลนเกมกระซิบบอกจับคูฉันใหถูก โดยครูนำบัตรคำตอไปนี้
ตดิ บนกระดาน จำนวนบตั รคำละ 2 ใบ

โครงเรอื่ ง แกน่ ของเรือ่ ง ตวั ละคร การใช้ บรรยากาศ

จากนั้นครูอธิบายวิธีการเลนเกมใหนักเรียนฟง ดังนี้ ใหนักเรียนแตละกลุมเขาแถวตอนแลวครูแจก

แถบประโยคที่ครูทำลงในกระดาษ แจกใหทั้ง 2 กลุม เปนประโยคเดียวกัน โดยแตละกลุมหามใหอีกกลุม

หนึ่งเห็นประโยคในกระดาษ จากนั้นใหคนที่ไดรับแถบประโยคกระซิบบอกประโยคตอไปเรื่อย ๆ จนถึงคน

สุดทาย ใหคนสุดทายรีบวิ่งมาเขียนประโยคนั้นและนำบัตรคำที่สัมพันธกับประโยคไปติดไวกับประโยคของ

กลุมตนเอง กลุมใดทำถูกตองเปนฝายชนะและได 1 คะแนน โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตองของ
1
ประโยคและบตั รคำ ถาเขียนประโยคไมส มบูรณแตต ิดบตั รคำถูกตองจะได 2 คะแนน แตถ า เขียนประโยคไม

ถูกตองและติดบตั รคำผิดอีกกลมุ หน่งึ จะมีสิทธถ์ิ กู ตรวจสอบคำตอบ และถา ตอบถกู จะได 1 คะแนน กลุมใด
2
ไดคะแนนมากทสี่ ดุ เปนฝายชนะ ประโยคทีค่ รกู ำหนด มดี ังนี้

กาํ หนดบคุ ลิกลกั ษณะของแตล่ ะคนใหส้ มั พนั ธก์ บั เหตกุ ารณ์

จดุ หมายสาํ คญั ของเรอ่ื ง

บทเจรจาหรือบทสนทนา

การกาํ หนดเคา้ โครงเรอ่ื งจากจดุ เร่มิ ตน้ จนจบ


สิ่งท่ีทาํ ใหซ้ าบซงึ้ และคลอ้ ยตามไปกบั การแสดง

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 บทบาทหน้าทง่ี านนาฏศิลป์และการละคร 4

4. ครูใหนักเรียนบันทึกประสบการณจากการชมละครที่นักเรียนเคยชมจากทางโทรทัศนลงในแบบ
บนั ทกึ ทค่ี รูกำหนดให ดังน้ี

แบบบนั ทกึ การชมละคร
1. ละครเรื่องนช้ี อื่ วา .....................................................................................................
2. มจี ุดมุงหมายสำคัญอยา งไร
......................................................................................................................................
3. มีตวั ละครท่สี ำคญั อะไรบาง
......................................................................................................................................
4. ตอนจบของเรอื่ งเปน อยา งไร
......................................................................................................................................
5. ถา ใหเ ปล่ียนตอนจบของละครเรอื่ งน้ีอยากใหเ ปน อยา งไร
......................................................................................................................................
6. ขอคดิ ท่นี ักเรยี นไดรับจากละครเรื่องน้ีคือ
......................................................................................................................................

จากนนั้ ครใู หน กั เรยี นแตละคนออกมานำเสนอผลการบนั ทกึ ของนกั เรียนทีละคนจนครบทุกคน
5. ใหนักเรียนและครรู ว มกนั สรุปความรู ดังน้ี

 ละครเปนการแสดงที่ผูกเรื่องราวตามจินตนาการ ซึ่งละครแตละเรื่องจะตองมี
องคประกอบละครทคี่ รบถว นสมบรู ณจะทำใหละครน้ันเปนทน่ี า สนใจและทำใหผูชม
เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลนิ

6. ใหนกั เรยี นรวมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค ำถามทา ทาย ดังน้ี
 นักเรยี นชอบละครเร่ืองใด เพราะอะไร มจี ดุ เดนอยางไร

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 บทบาทหนา้ ท่ีงานนาฏศลิ ป์และการละคร 5

8. สื่อ/แหลง การเรียนรู
1. แถบบนั ทกึ ภาพละคร เรือ่ ง สาวเครอื ฟา
2. เคร่ืองเลน แถบบันทึกภาพ
3. บตั รคำ
4. แถบประโยค
5. เกมกระซบิ บอก จบั คฉู ันใหถ ูก
6. แบบบันทึกการชมละคร

9. การวัดและประเมนิ ผล
1. วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขารวมกิจกรรม
1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา รว มกิจกรรมกลมุ
2. เครอ่ื งมอื
2.1 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขารว มกิจกรรมกลุม
3. เกณฑก ารประเมิน
3.1 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรม

• ผานตง้ั แต 2 รายการ ถอื วา ผา น

• ผา น 1 รายการ ถือวา ไมผ าน
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรมกลมุ

• คะแนน 9-10 ระดับ ดมี าก

• คะแนน 7-8 ระดบั ดี

• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช

• คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรุง

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 5 บทบาทหนา้ ทีง่ านนาฏศลิ ป์และการละคร 6

บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู

 ผลการจัดการเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญหา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................................
ครูผสู อน

(นางสาวสทุ ธดิ า เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 บทบาทหนา้ ท่ีงานนาฏศิลป์และการละคร 1

แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 18 ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 6
กลุม สาระการเรียนรศู ิลปะ รหสั วชิ า ศ 16101
รายวชิ า นาฏศิลป เวลา 4 ชวั่ โมง
หนว ยการเรียนรทู ี่ 5 บทบาทหนาทง่ี านนาฏศิลปแ ละการละคร เวลา 1 ชั่วโมง
เรอ่ื ง บทบาทหนาที่ในงานละคร ผสู อน นางสาวสุทธิดา เกิดมี
วันที่............................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรยี นรู
ศ 3.1 เขาใจและแสดงออกทางนาฏศิลปอยางสรางสรรค วเิ คราะห วิพากษว จิ ารณค ณุ คา
นาฏศิลป ถายทอดความรูสึก ความคิดตอนาฏศิลปอยางอิสระ ชื่นชมและประยุกตใชใน

ชีวติ ประจำวนั

ตัวชวี้ ดั
ศ 3.1 ป.6/4 บรรยายความรูสึกของตนเองทีม่ ตี องานนาฏศลิ ปและการละครอยาง
สรางสรรค

ศ 3.1 ป.6/6 อธบิ ายความสมั พันธร ะหวา งนาฏศลิ ปแ ละการละครกับสง่ิ ทป่ี ระสบใน
ชวี ิตประจำวนั

2. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. อธบิ ายบทบาทหนา ทใี่ นงานละคร (K)

2. จำแนกบทบาทหนา ที่ในงานละคร (P)

3. เหน็ คณุ คา ในบทบาทหนา ที่ในงานละครได (A)

3. สาระสำคัญ
บทบาทหนาที่ในงานละครมีความรับผิดชอบและมหี นา ที่แตกตางกันไปซึ่งบุคคลที่ไดรับมอบหมายใน

หนาที่นั้นจะตองมีความตั้งใจ ทุมเทกับงานละคร มีความรวมมือ ความสามัคคีกันจะทำใหงานละครมี

คุณภาพและทำใหผูชมไดรับความสนุกสนานและไดขอคดิ

4. สาระการเรียนรู
 บทบาทหนา ทีใ่ นงานละคร

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 บทบาทหนา้ ท่ีงานนาฏศิลป์และการละคร 2

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร

5.2 ความสามารถในการคดิ

5.3 ความสามารถในการใชท ักษะชวี ิต

6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
6.1 มวี ินัย

6.2 ใฝเรียนรู

7. กจิ กรรมการเรยี นรู
1. ครนู ำภาพผอูน จนั ทรศริ ิ และ เคน ธีรเดช หรอื ภาพผูกำกับและดาราคนอน่ื กไ็ ดม าใหนกั เรยี นดู

แลว รวมกันสนทนา โดยครใู ชค ำถาม ดงั น้ี

 นกั เรยี นรจู ักบคุ คลในภาพหรอื ไม (รจู ัก/ไมรจู กั )
 บคุ คลในภาพมีชอ่ื วา อะไร (ตวั อยางคำตอบ ผอนู จนั ทรศิริ และ เคน ธรี เดช)
 นักเรียนทราบหรือไมวา บุคคลในภาพทั้งสองมีบทบาทหนาที่ใดในงานละคร (ตัวอยาง

คำตอบ ผกู ำกบั และนักแสดง)
 นักเรียนเคยชมละครท่ีผูกำกับคนนี้กำกับหรอื นกั แสดงคนนี้แสดงหรือไม (เคย/ไมเคย)
 นกั เรยี นชอบละครทีผ่ ูกำกับคนนกี้ ำกบั หรือนักแสดงคนนีแ้ สดงหรอื ไม (ชอบ/ไมชอบ)
2. ครูใหนักเรียนศึกษาความรูเรื่อง บทบาทหนาที่ในงานละคร จากนั้นใหนักเรียนรวมกันแสดง

ความคิดเห็น โดยครใู ชคำถาม ดังนี้

 ผูอำนวยการแสดงมีบทบาทหนาที่อยางไร (ตัวอยางคำตอบ ควบคุมดูแลรูปแบบการ
แสดง)

 ผูกำกับการแสดงมีบทบาทหนาที่อยางไร (ตัวอยางคำตอบ ดูแลควบคุมผูแสดงและ
องคป ระกอบตาง ๆ ของละคร)

 ผูเขยี นบทมบี ทบาทหนา ที่อยางไร (ตัวอยา งคำตอบ เขียนโครงเรื่องสอดแทรกแงค ดิ )
 ผูก ำกบั เวทีมบี ทบาทหนาท่ีอยางไร (ตวั อยา งคำตอบ ดแู ลฉาก แสง เสยี ง อปุ กรณการ

แสดง)
 ผูดูแลเครื่องแตงกายและแตงหนามีบทบาทหนาที่อยางไร (ตัวอยางคำตอบ จัดเตรียม

เครือ่ งแตงกายและแตงหนา ใหผูแสดง)
 ผูแสดงมีบทบาทหนาที่อยางไร (ตัวอยางคำตอบ ถายทอดเรื่องราวของตัวละครที่ไดรบั

บทใหแสดง)

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 5 บทบาทหนา้ ท่ีงานนาฏศิลป์และการละคร 3

จากนั้นครูนำคำตอบทีไ่ ดมาเขยี นสรปุ เปน แผนภาพความคิดติดบนกระดาน ดงั ตัวอยางตอไปน้ี

ควบคมุ ดแู ลผแู้ สดงและ ดแู ลฉาก แสง เสยี ง
องคป์ ระกอบต่าง ๆ ของละคร อปุ กรณก์ ารแสดง

ผกู้ าํ กบั การ ผกู้ าํ กบั เวที

ผอู้ าํ นวย บทบาทหน้าที่ ผดู้ แู ลเครอื่ งแต่งกาย
การแสดง ในงานละคร และแตง่ หนา้

ควบคมุ ดแู ล ผเู้ ขยี นบท ผแู้ สดง จดั เตรียมเครอ่ื งแตง่
รูปแบบการแสดง กายและแตง่ หนา้ ใหผ้ ู้

เขียนโครงเร่อื ง ถ่ายทอดเรื่องราวของ แสดง
สอดแทรกขอ้ คดิ ตวั ละครท่ีไดร้ บั บทใหแ้ สดง

3. ครูใหนักเรียนเขียนสรุปบทบาทหนาท่ีในงานละครของบุคคลทีร่ ับผิดชอบหนาที่นั้นลงในกระดาษ

A4 จากหวั ขอ ท่ีครกู ำหนดให ดังนี้

ผอู้ าํ นวยการแสดง : .....................................................................................................
ผเู้ ขียนบท : ..................................................................................................................
ผกู้ าํ กบั การแสดง : .......................................................................................................
ผกู้ าํ กบั เวที : ................................................................................................................
ผดู้ แู ลเครอื่ งแตง่ กายและแตง่ หนา้ : ............................................................................
จาผกแู้ นสั้นดคงร:ูคัด...เ.ล..อื...ก..ผ...แู ..ท..น...น..กั...เ.ร..ยี..น.....5.....ค...น.....อ..อ..ก...ม..า..น...ำ..เ.ส..น...อ..ผ..ล...ส..ร..ปุ...ข..อ..ง..ต..น...เ.อ..ง..ห...น..า..ช...้นั ..เ.ร..ยี..น โดยครูและ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 5 บทบาทหนา้ ที่งานนาฏศลิ ป์และการละคร 4

เพ่อื นคนอน่ื ๆ รวมกันตรวจสอบความถูกตอ งและใหข อ เสนอแนะหากพบขอ แกไ ข
4. ครูอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธของละครกับชีวิตประจำวันใหนักเรียนฟงวา ละครเปนสิ่งที่
สะทอนชีวิตของมนุษยในดานตาง ๆ ใหออกมาในรูปแบบของการแสดง ละครชวยสรางความบันเทิง ผอน
คลายความเครียด ใหแงคิด คติคำสอนและสรา งความสนุกสนานใหม นุษย และละครยังมีความเกี่ยวขอ งกบั
มนุษยใ นดานตา ง ๆ เชน การแสดงทา ทางประกอบนิทาน การแสดงบทบาทสมมตุ ิ สิง่ เหลาน้แี สดงใหเห็นวา
ละครมีสวนเกย่ี วขอ งกบั มนษุ ยและเปนศลิ ปะทส่ี ะทอ นชวี ิตของมนุษย
จากน้นั ใหน กั เรยี นรว มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชคำถาม ดังนี้

 ละครมีความสัมพันธกับชีวิตของนักเรียนอยางไร (ตัวอยางคำตอบ นำขอคิด
จากละครมาปรบั ใชในชวี ติ ประจำวัน)

5. ใหน ักเรยี นและครูรว มกนั สรปุ ความรู ดังน้ี
 บทบาทหนา ทใี่ นงานละครมคี วามรับผิดชอบและมหี นาท่แี ตกตา งกนั ไปซ่ึงบคุ คลท่ี
ไดรับมอบหมายในหนาที่นั้นจะตองมีความตั้งใจ ทุมเทกับงานละคร มีความ
รวมมือสามัคคีกันจะทำใหงานละครมีคุณภาพและทำใหผูชมไดรับความ
สนกุ สนานและไดข อคดิ

6. ใหนกั เรยี นรว มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชคำถามทา ทาย ดงั น้ี
 ถา การแสดงละครทุก ๆ คนที่มีหนา ทตี่ า ง ๆ ไมใหความชวยเหลอื กนั จะเกิดผลตอ
ละครอยา งไร

8. สอื่ /แหลง การเรียนรู
1. ภาพผกู ำกบั หรือภาพนกั แสดง
2. กระดาษสรุปความรู (A4)

9. การวดั และประเมินผล
1. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขารวมกิจกรรม
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขารว มกจิ กรรมกลมุ
2. เคร่อื งมอื
2.1 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรมกลุม
3. เกณฑก ารประเมิน
3.1 การประเมินพฤติกรรมการเขารว มกิจกรรม

• ผานต้งั แต 2 รายการ ถอื วา ผา น

• ผา น 1 รายการ ถอื วา ไมผาน

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 บทบาทหน้าท่ีงานนาฏศิลปแ์ ละการละคร 5

3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรมกลุม
• คะแนน 9-10 ระดับ ดมี าก
• คะแนน 7-8 ระดบั ดี
• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช
• คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรงุ

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 5 บทบาทหนา้ ที่งานนาฏศลิ ป์และการละคร 6

บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู

 ผลการจัดการเรยี นรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญหา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................................
ครูผสู อน

(นางสาวสทุ ธดิ า เกดิ มี)
………../………………/…………

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 6 ประวตั นิ าฏศลิ ป์และการละครของไทย 1

แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 19 ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 6

กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ รหัสวิชา ศ 16101
เวลา 2 ช่วั โมง
รายวิชา นาฏศิลป
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 6 ประวตั นิ าฏศลิ ปแ ละการละครของไทย เวลา 1 ชั่วโมง
ผสู อน นางสาวสุทธิดา เกดิ มี
เรือ่ ง ประวัตนิ าฏศลิ ปไทย
วันท.่ี ...........................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู
ศ 3.2 เขา ใจความสัมพันธร ะหวางนาฏศลิ ป ประวตั ิศาสตรและวฒั นธรรม เหน็ คณุ คาของ
นาฏศลิ ปทเ่ี ปน มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญ ญาทอ งถ่ิน ภูมปิ ญ ญาไทยและสากล

ตวั ชี้วัด
ศ 3.2 ป.6/1 อธบิ ายส่งิ ทมี่ ีความสำคญั ตอ การแสดงนาฏศลิ ปและละคร

2. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
1. อธบิ ายประวัตินาฏศิลปไ ทยได (K)

2. แสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั ประวัตนิ าฏศิลปไทยได (P)

3. เหน็ คุณคา ประวตั ินาฏศลิ ปไทย (A)

3. สาระสำคญั
นาฏศิลปไทยเปนศิลปะการแสดงที่เปนเอกลักษณและมรดกประจำชาติไทย คนไทยทุกคนจึงควร

ศึกษาความรูเ กย่ี วกับนาฏศลิ ปและรวมมอื กันอนุรักษไ วใหค งอยูค ชู าติไทยสืบไป

4. สาระการเรยี นรู
 ประวตั นิ าฏศิลปไทย

5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ รยี น
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร

5.2 ความสามารถในการคิด

5.3 ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
6.1 มวี นิ ัย

6.2 ใฝเรยี นรู

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 6 ประวัตนิ าฏศิลปแ์ ละการละครของไทย 2

7. กิจกรรมการเรียนรู
1. ครูเปดแถบบันทึกภาพการแสดงเตนกำรำเคียวใหนักเรียนดู แลวใหนักเรียนรวมกันแสดง

ความคิดเหน็ โดยครูใชคำถาม ดงั นี้

 นกั เรียนรจู กั การแสดงนห้ี รือไม (รูจกั /ไมรจู ัก)
 การแสดงนี้มีชอื่ วา อะไร (ตวั อยางคำตอบ เตนกำรำเคียว)
 นกั เรียนคิดวา การแสดงนมี้ ีความเปน มาอยางไร (ตัวอยา งคำตอบ เลยี นแบบการประกอบ

อาชพี ทำนาของมนุษย)
2. ครูอธิบายความหมายของนาฏศิลปใหนักเรียนฟงวา นาฏศิลป หมายถึง ศิลปะแหงการฟอนรำ

เปนศิลปะที่มนุษยสรางขึ้นเพื่อความบันเทิงใจ การแสดงนาฏศิลปเปนศิลปะที่มีความงดงาม มีการบรรเลง

ดนตรีและการขบั รองประกอบเพือ่ ใหก ารแสดงนา สนใจและมคี ณุ คามากขนึ้

3. ครูใหนักเรียนศึกษาความรูเรื่อง ความเปนมาของนาฏศิลปไทย และใหนักเรียนรวมกันแสดง

ความคิดเหน็ โดยครใู ชคำถาม ดงั นี้

 นาฏศิลปไทยมีความเปนมาอยางไร (เกิดจากการเลียนแบบธรรมชาติ การบูชาเซนไหว
สิง่ ศกั ด์สิ ทิ ธ์ิ การรับอารยธรรมของอนิ เดยี )

 เพราะเหตุใด นาฏศิลปไทยจึงเกิดจากการเลียนแบบธรรมชาติ (ตัวอยางคำตอบ เพราะ
มนุษยต องการเลียนแบบกริ ิยาทา ทางของคน สัตว สงิ่ ตา ง ๆ เพ่อื ใชส่อื ความหมาย)

 เพราะเหตุใด นาฏศิลปไทยจึงเกิดจากการบูชาเซนไหวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (ตัวอยางคำตอบ
เพราะมนษุ ยม กี ารทำพิธบี ูชา และมกี ารฟอ นรำถวายสง่ิ ศักดิส์ ทิ ธ)์ิ

 เพราะเหตุใด นาฏศิลปไทยจึงเกิดจากการรับอารยธรรมของอินเดีย (ตัวอยางคำตอบ
เพราะประเทศไทยมกี ารตดิ ตอ กับประเทศอนิ เดยี จึงไดรบั อารยธรรมมาหลายดา น)

จากนนั้ ครนู ำคำตอบท่ีไดม าเขยี นสรปุ เปนแผนภาพความคดิ บนกระดาน ดงั ตวั อยา งตอไปน้ี

เลียนแบบกิรยิ าของคน การบชู าเซ่นไหว้ ทาํ พธิ ีบชู า ฟ้อนราํ
สตั ว์ เพ่อื สอื่ ความหมาย สงิ่ ศกั ดิส์ ทิ ธิ์ ถวายสงิ่ ศกั ดิส์ ิทธิ์

การเลยี นแบบ ความเป็ นมา การรบั อารยธรรม
ธรรมชาติ ของนาฏศลิ ป์ ของอนิ เดยี

ประเทศไทยมีการติดตอกับ
ประเทศอินเดียจึงไดร บั
อารยธรรมของอินเดยี

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ประวัตนิ าฏศลิ ป์และการละครของไทย 3

4. ใหนักเรียนแบงกลุม 3 กลุม รวมกันเลนเกมฉันมีที่มาอยางไร โดยครูติดแถบประโยคบน
กระดาน โดยนำกระดาษปด แถบประโยคไว ดงั น้ี

ทาํ ท่าทางตามกริ ยิ าอาการของ การแสดงละคร ระบาํ โขน

แสดงทา่ ทางเพ่อื สอ่ื อารมณต์ ่าง ๆ การบวงสรวงสงิ่ ศกั ดิส์ ทิ ธิ์

การฟ้อนราํ เพ่ือปัดเป่าสงิ่ ช่วั รา้ ย การตดิ ตอ่ กบั ตา่ งประเทศ

จากนน้ั ครูแจกบัตรคำตอ ไปนีใ้ หน ักเรยี นกลมุ ละ 2 ชดุ การรบั อารยธรรมของอินเดยี
เกดิ จากการเลยี นแบบธรรมชาติ การเซน่ สรวงบชู าบชู า

และครูอธิบายวิธีการเลน ดังนี้ ครูคอย ๆ เลื่อนกระดาษออกจากแถบประโยค เมื่อครูเลื่อน

กระดาษออกใหน กั เรียนแตละกลุมดวู า แถบประโยคนน้ั มีความเปนมาจากส่ิงใด โดยใหแ ตละกลุมสงผูแทนว่ิง

ออกมาติดบัตรคำกับประโยค กลุมใดมาตดิ บตั รคำไดกอ นและตดิ ถกู ได 1 คะแนน ถาติดไมถูก กลุมที่วิ่ง
1
อันดบั ตอมามสี ทิ ธิต์ อบแตได 2 คะแนน กลมุ ใดไดคะแนนมากทีส่ ุดเปนกลุม ชนะ

5. ครูอธิบายความสำคัญของนาฏศิลปไ ทยใหนกั เรียนฟง วา นาฏศิลปไ ทยมคี วามสำคัญ ดงั นี้

 นาฏศลิ ปไ ทยแสดงความเปนอารยประเทศ คือ แสดงใหเห็นวา ประเทศไทยมีความ

เจริญรุงเรืองดานศิลปะประชาชนในประเทศมีจิตใจงดงาม

 การแสดงนาฏศิลปไทยเปน ศูนยรวมของศิลปะตาง ๆ คือ ดานทัศนศิลป วรรณคดี

ตา ง ๆนำมารวบรวมเขากันจนเกิดเปนการแสดงนาฏศิลปทส่ี วยงาม

จากนน้ั ครใู ชคำถามเพื่อใหน กั เรียนรว มกันแสดงความคิดเหน็ ดงั น้ี

 นาฏศิลปไทยมีประโยชนตอคนไทยอยางไร (ตัวอยางคำตอบ ชวยขับกลอม

จติ ใจของคนในชาตใิ หเ กิดความรกั ความสามคั คกี ัน)

6. ครูนำภาพทานผูหญิงแผว สนทิ วงศเสนี และครูลมุล ยมะคุปต ติดบนกระดานใหนักเรียนดูแลว

ใหนักเรียนศึกษาเรื่อง บุคคลสำคัญของวงการนาฏศิลปไ ทยทัง้ 2 ทานนี้ จากนั้นครูนำแถบประโยคตอไปนี้

รตะิดบบาํ นนกกรยะงู ดใานนละครเรอื่ ง อเิ หนา ระบาํ ฉ่ิงทเิ บตรว่ มกบั นางเฉลย ศขุ ะวณิช

ประดษิ ฐท์ ่าระบาํ สตั วต์ า่ ง ๆ ประดษิ ฐท์ า่ ราํ ฟอ้ นโยคถี วายไฟ

ประดษิ ฐท์ ่าราํ ของมโนราห์ ตอน มโนราหบ์ ชู ายญั ละครดกึ ดาํ บรรพเ์ ร่ือง คาวี ตอน เผาพระขรรค์

ฟอ้ นจนั ทราพาฝัน ทา่ ราํ ของอิเหนา ตอน ตดั ดอกไมฉ้ ายกรชิ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 6 ประวัตนิ าฏศิลปแ์ ละการละครของไทย 4

จากนั้นใหนักเรียนแบงกลุม 2 กลุม โดยครูอธิบายวา ถาครูอานประโยคใดใหนกั เรียนแตละกลมุ
ยกมือตอบ กลุมใดยกกอนมสี ทิ ธิ์ตอบกอน โดยตอบวา ประโยคที่ครูอา นนั้นมคี วามสัมพันธกับบุคคลสำคัญ

ของนาฏศิลปไ ทยบคุ คลใด
และครูนำคำตอบที่ไดมาเขียนสรุปเปนแผนภาพความคิดบนกระดาน และใหนักเรียนรวมกัน

ตรวจสอบความถูกตอง
7. ครูอธิบายเกี่ยวกับคุณคาทางนาฏศิลปไทยใหนักเรียนฟง และใชคำถามเพื่อใหนักเรียนรวมกัน

แสดงความคิดเห็น ดงั น้ี
 นาฏศิลปไทยมีคุณคาอยางไร (ตัวอยางคำตอบ เปนเอกลักษณของชาติ มี
คุณคาดา นอารมณแ ละจติ ใจ)
 นักเรียนจะมีสวนรวมในการพัฒนานาฏศิลปไทยอยางไร (ตัวอยางคำตอบ
ศึกษาเก่ียวกับประวตั ินาฏศลิ ปไทย)

8. ใหนักเรียนและครรู วมกันสรุปความรู ดังนี้
 นาฏศิลปไทยเปนศิลปะการแสดงที่เปนเอกลักษณและมรดกประจำชาติไทย คน

ไทย

ทุกคนควรศึกษาความรูเก่ียวกับนาฏศิลปและรวมมือกันอนุรักษไวใหคงอยูคูชาติ
ไทยสบื ไป

9. ใหนกั เรียนรวมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชคำถามทาทาย ดงั น้ี
 นกั เรยี นจะมวี ธิ กี ารอนรุ ักษน าฏศลิ ปไทยใหคงอยสู ืบไปไดอยา งไร

8. สอ่ื /แหลง การเรียนรู
1. แถบบันทึกภาพ

2. เครอื่ งเลนแถบบันทกึ ภาพ
3. แถบประโยค

4. บตั รคำ
5. เกมฉนั มที ีม่ าอยา งไร

6. ภาพทา นผหู ญิงแผว สนทิ วงศเ สนี และครลู มุล ยมะคุปต
9. การวัดและประเมนิ ผล

1. วิธีการวดั และประเมินผล
1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขารวมกิจกรรม
1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขา รวมกิจกรรมกลุม

2. เคร่ืองมอื
2.1 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรม

2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรมกลุม

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ประวตั นิ าฏศลิ ป์และการละครของไทย 5

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรม
• ผา นตง้ั แต 2 รายการ ถือวา ผา น
• ผาน 1 รายการ ถอื วา ไมผ าน
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรมกลุม
• คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
• คะแนน 7-8 ระดับ ดี
• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช
• คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 6 ประวตั ินาฏศลิ ป์และการละครของไทย 6

บนั ทึกหลังการจดั การเรยี นรู

 ผลการจัดการเรียนรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญ หา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอ เสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................................
ครผู ูส อน

(นางสาวสทุ ธิดา เกิดม)ี
………../………………/…………

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 6 ประวตั นิ าฏศิลปแ์ ละการละครของไทย 1

แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 20 ช้ันประถมศึกษาปท ี่ 6
กลมุ สาระการเรียนรศู ิลปะ รหสั วิชา ศ 16101
รายวชิ า นาฏศลิ ป เวลา 2 ชวั่ โมง
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 6 ประวตั นิ าฏศิลปแ ละการละครของไทย เวลา 1 ช่ัวโมง
เรอื่ ง ประวตั นิ าฏศิลปไ ทย ผสู อน นางสาวสุทธิดา เกดิ มี
วนั ท่.ี ...........................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรยี นรู
ศ 3.2 เขาใจความสมั พันธระหวางนาฏศิลป ประวัติศาสตรและวัฒนธรรม เห็นคุณคาของ
นาฏศิลปท ่ีเปนมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญญาทองถิน่ ภมู ปิ ญญาไทยและสากล

ตวั ชีว้ ดั
ศ 3.2 ป.6/1 อธบิ ายส่ิงที่มีความสำคญั ตอ การแสดงนาฏศิลปและละคร

2. จดุ ประสงคการเรียนรู
1. อธบิ ายประวัตกิ ารละครไทยได (K)

2. แสดงความคิดเห็นเก่ยี วกบั ประวัตกิ ารละครไทยได (P)

3. เห็นคุณคาของประวตั กิ ารละครไทย (A)

3. สาระสำคัญ
ละครเปนศลิ ปะการแสดงทผี่ กู เปน เรอื่ งราวที่มมี าชานาน เปน ศิลปะการแสดงทส่ี ะทอ นชีวติ และสราง

ความบันเทงิ ใหแกมนุษย เปน ศลิ ปะทีค่ วรคา แกก ารอนรุ กั ษไ วใหคงอยสู ืบไป

4. สาระการเรยี นรู
 ประวัติการละครไทย

5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร

5.2 ความสามารถในการคดิ

5.3 ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
6.1 มวี ินัย

6.2 ใฝเ รยี นรู

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 6 ประวตั ินาฏศลิ ป์และการละครของไทย 2

7. กิจกรรมการเรยี นรู
1. ครูนำภาพ เรื่อง รามเกียรติ์ ใหนักเรียนดู แลวใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช

คำถาม ดงั นี้

 นกั เรยี นเคยชมการแสดงในภาพหรือไม (เคย/ไมเ คย)
 นกั เรยี นรูจักการแสดงในภาพหรือไม (รูจ ัก/ไมร จู กั )
 การแสดงในภาพเปน การแสดงใด (ตวั อยา งคำตอบ รามเกียรต)์ิ
 นกั เรยี นอยากเปน ตัวละครใดในเร่ือง (ตวั อยางคำตอบ หนุมาน)
2. ครูอธิบายความหมายของละครใหนักเรียนฟงวา ละคร หมายถึง ศิลปะการแสดงที่ผูกเปน

เรือ่ งราวท่มี าจากประสบการณ จินตนาการของมนษุ ย แลว นำเสนอตอผูชมเปน การแสดงโดยผา นผแู สดง

3. ครูใหนักเรียนศึกษาความรูเรื่อง ความเปนมาของละครไทย จากนั้นใหนักเรียนรวมกันแสดง

ความคดิ เห็น โดยครูใชค ำถาม ดงั นี้

 ละครไทยแบงเปน ก่ีสมยั สมัยใดบา ง (5 สมยั ไดแ ก สมยั นา นเจา สมัยสโุ ขทัย สมยั
อยุธยา สมยั กรุงธนบรุ ี สมยั รตั นโกสนิ ทร)

 ละครเรอื่ งแรกทนี่ ำมาแสดงคือเรอ่ื งใด ในสมัยใด (มโนราห สมัยนา นเจา)
 สมัยสโุ ขทัยเกดิ เหตกุ ารณใ ด (รำละครแกบ น)
 สมยั อยุธยามลี ะครใดเกิดข้นึ (ละครชาตรี ละครนอก ละครใน)
 สมัยกรงุ ธนบรุ มี ีบทละครไทยเรือ่ งใด (รามเกียรต์)ิ
 สมัยรตั นโกสนิ ทรร ชั กาลท่ี 1 ทรงพระราชนพิ นธบ ทละครเรอ่ื งใด (อณุ รุท รามเกียรติ์

อเิ หนา)
 สมัยรัตนโกสินทรรัชกาลที่ 2 ทรงพระราชนิพนธบทละครเรือ่ งใด (กาพยนางลอย ตอน

เบญกายแปลง เรอื่ งรามเกียรต์ิ)
 สมัยรตั นโกสนิ ทรร ชั กาลที่ 3 เกิดคณะละครใด (คณะละครของเจานายขนุ นาง)
 สมัยรัตนโกสินทรรัชกาลที่ 4 ทรงพระราชนิพนธบทละครเรื่องใด (รำกิ่งไมเงินทอง

รามเกียรต์ิ ตอน พระรามเดินดง)
 สมัยรัตนโกสินทรรัชกาลที่ 5 เกิดเหตุการณใด (การสนับสนุนของละครเอกชนคณะตาง

ๆ)
 สมัยรตั นโกสินทรรัชกาลที่ 6 ทรงจัดต้งั กรมใด (กรมมหรสพ)
 สมยั รตั นโกสนิ ทรร ชั กาลที่ 7 เกดิ เหตุการณใ ด (ยา ยกรมมหรสพไปอยูกรมศลิ ปากร)
 สมัยรัตนโกสินทรรัชกาลปจจุบัน เกิดเหตุการณใด (มีละครไทยปรับปรุงขึ้นเพื่อใหเขา

กบั ยคุ สมยั )

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 6 ประวตั นิ าฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทย 3

4. ใหนักเรียนแบงกลุม 5 กลุม รวมกันเลนเกมฉันอยูสมัยใด โดยครูนำแถบประโยคเหลานี้ติด
บนกระดาน

เกดิ ละครชาตรี ละครนอก ละครใน ภาษีมหรสพ เรียก ภาษีโขนละคร เรม่ิ มีละครแกบ้ น

จดั ตง้ั กรมมหรสพ พระราชนพิ นธก์ าพยน์ างลอย ตอน เบญกายแปลง ใหล้ ะครหลวงแสดงขา้ งนอก

แสดงละคร เร่ือง มโนราหเ์ ป็นเรื่องแรก พระราชนิพนธบ์ ทละคร เรอื่ ง อณุ รุท ทรงสนบั สนนุ คณะละครเอกชน

ยา้ ยกรมมหรสพใหส้ งั กดั อยกู่ รมศิลปากร พระราชนพิ นธร์ ามเกียรติ์ 4 ตอน เป็นบทละครชดุ แรกของไทย

จากนั้นครูอธิบายวิธีการเลนเกม ดังน้ี เมื่อครูอานประโยคใดประโยคหนึ่งจบ ใหนักเรียนแตละกลุม
ยกมือตอบ กลุมใดยกกอนมีสิทธิ์ตอบกอนโดยตอบเปนสมัยและรัชกาลใหมีความสัมพันธกับแถบประโยค
ถาตอบถูกได 1 คะแนน ถา ตอบไมถูกกลมุ ทเี่ หลือจะมีสทิ ธ์ิตอบ กลมุ ใดไดค ะแนนมากทีส่ ุดเปน กลุม ชนะ

5. ใหน กั เรยี นเลอื กขอ มูลของละครไทยในสมัยรตั นโกสนิ ทรม า 1 รชั กาล และบอกเหตุการณพ รอ มทั้ง
วเิ คราะหผ ลที่เกิดขนึ้ ลงในกระดาษ A4 ตามหัวขอ ที่ครกู ำหนดให ดังน้ี

รชั กาลท่ี ผลท่เี กิดขึน้
...................................................... .................................................

เหตกุ ารณท์ ่เี กิดขนึ้ ...............................................................
......................................
...............................................................

จากนั้นครูเลือกผูแทนนักเรียน 3 คน ออกมานำเสนอการวิเคราะห โดยครูและเพื่อนคนอื่นเปน
ผตู รวจสอบและใหค ำแนะนำเพม่ิ เติม

6. ครูใหนักเรียนดูภาพบุคคลสำคัญของไทย ภาพพระเจาบรมวงศเธอพระองคเจาวรวรรณากร
กรมพระนราธิปประพันธพงศ และอาจารยเสรี หวังในธรรม แลวใหนักเรียนศึกษาขอมูลบุคคลสำคัญทั้งสอง
ทาน จากนั้นครนู ำแถบประโยคเหลา น้ีตดิ บนกระดาน

แสดงเป็นชชู ก เรอื่ ง พระเวสสนั ดร พระบดิ าแห่งการละครรอ้ ง

ละคร เรอื่ ง สาวเครอื ฟ้า จดั ทาํ รายการศรสี ขุ นาฏกรรม

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 6 ประวตั ินาฏศิลปแ์ ละการละครของไทย 4

ประดษิ ฐ์ท่าราํ ในการแสดงระบาํ ไดโนเสาร์ โรงละครปรดี าลยั

จากนั้นครูอานใหนกั เรียนฟงแลวใหนักเรียนรวมกันตอบวาสัมพันธกับบุคคลสำคัญของการละครไทย

ทานใด โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และนำขอมูลที่ไดมาสรุปเปนแผนภาพความคิดบนกระดานอีก

ครง้ั

7. ครูอธิบายเกี่ยวกับความสำคญั ของละครไทยและคุณคาทางดา นงานละครไทยใหนักเรียนฟง แลว

ใหน ักเรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค ำถาม ดังน้ี
 ละครมีความสำคัญอยางไร (ตัวอยางคำตอบ สรางความบันเทิง พัฒนา
อารมณทำใหเ กิดความผอนคลาย)
 ละครมีคุณคาตอมนุษยอยางไร (ตัวอยางคำตอบ สงเสริมพัฒนาสติปญญา
จติ ใจ ประสบการณข องมนุษย)

8. ใหน กั เรียนแตละคนบอกวา ในอนาคตอยากใหวงการละครไทยเปน อยางไร ใหน ักเรยี นพดู ทีละคน

จนครบทุกคน

9. ใหน ักเรียนและครูรว มกนั สรุปความรู ดงั น้ี
 ละครเปนศิลปะการแสดงที่ผูกเปนเรื่องราวที่มีมาชานาน เปนศิลปะการแสดงท่ี

สะทอ นชีวิตและสรางความบนั เทิงใหแกมนษุ ย เปน ศลิ ปะที่ควรคาแกก ารอนุรักษ

ไวใหคงอยสู ืบไป

10. ใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค ำถามทา ทาย ดงั นี้
 นักเรียนจะมีสว นรว มในการอนรุ กั ษล ะครไทยอยา งไร

8. ส่อื /แหลงการเรียนรู
1. ภาพรามเกยี รติ์

2. เกมฉันอยูสมัยใด

3. แถบประโยค

4. กระดาษ A4

9. การวัดและประเมนิ ผล
1. วิธีการวัดและประเมินผล
1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขา รว มกิจกรรม

1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขารว มกจิ กรรมกลุม
2. เครอ่ื งมอื

2.1 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรม

2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรมกลุม

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 6 ประวตั ินาฏศิลปแ์ ละการละครของไทย 5

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขารว มกิจกรรม

• ผา นต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผา น
• ผา น 1 รายการ ถอื วา ไมผ าน

3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารว มกิจกรรมกลุม
• คะแนน 9-10 ระดบั ดมี าก
• คะแนน 7-8 ระดับ ดี
• คะแนน 5-6 ระดับ พอใช
• คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 6 ประวตั ินาฏศลิ ป์และการละครของไทย 6

บนั ทึกหลังการจดั การเรยี นรู

 ผลการจัดการเรียนรู
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ปญ หา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

 ขอ เสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................................
ครผู ูส อน

(นางสาวสทุ ธิดา เกิดม)ี
………../………………/…………


Click to View FlipBook Version