แผนการจัดการเรียนรู้
รหสั 20105-2002 วิชาวงจรไฟฟา้ กระแสตรง
หลักสตู ร ประกาศนียบตั รวชิ าชพี
ประเภทวชิ า ชา่ งอตุ สาหกรรม
สาขาวิชา อเิ ลก็ ทรอนิกส์ สาขางาน อิเล็กทรอนกิ ส์
จัดทาโดย
นายสุชาติ กลิ่นเขยี ว
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้
อาเภอบางแกว้ จังหวดั พทั ลงุ
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
ข
คานา
แผนการจดั การเรยี นรู้ วิชาวงจรไฟฟ้ากระแสตรง รหัส 20105-2002
จดั ทาข้ึนตามหลกั สตู รประกาศนียบัตรวิชาชพี พทุ ธศกั ราช 2562 ของสานกั งาน
คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธิการ เน้ือหาภายในแบ่งออกเป็น 14 หน่วย
ประกอบด้วยแหล่งกาเนิดไฟฟา้ กระแสตรง เซลลไ์ ฟฟ้า การอ่านค่าและการตอ่ วงจรความ
ตา้ นทาน การแปลงหนว่ ย กฎของโอห์ม กาลังไฟฟา้ และพลงั งานไฟฟา้
วงจรแบง่ กระแสไฟฟา้ และวงจรแบ่งแรงดันไฟฟา้ การแปลงวงจรความต้านทานสตาร์-เดลตา ดี
เทอร์มิแนนต์ วงจรบริดจ์ กฎของเคอรช์ อฟฟ์ เมชเคอรเ์ รนต์ ทฤษฎีเทวนิ นิ และทฤษฎีนอรต์ ัน
โนดโวลตเ์ ตจ ทฤษฎกี ารวางซ้อน ทฤษฎกี ารสง่ ถ่ายกาลังไฟฟา้ สูงสดุ
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาน้ี ผูเ้ รยี บเรียงได้จัดทาโดยมุ่งเนน้ ฐานสมรรถนะและการ
เรียนรแู้ บบบรู ณาการของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพือ่ ใช้เป็นแนวทางการสอนในรายวิชาเพอ่ื พัฒนา
ผู้เรียนเป็นสาคัญ มีแบบทดสอบและกิจกรรมการฝึกทักษะท่ีเหมาะสมกับผู้เรียน การจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนโดยยึดผ้เู รียนเปน็ สาคญั โดยมีความมงุ่ หวงั ที่จะใหเ้ กิดประสิทธิผลแก่
ผ้เู รียนและเกดิ ประสทิ ธิภาพตอ่ การเรียนการสอนมากยิ่งขึน้ ไปดว้ ย
ผู้เรียบเรียงขอขอบคุณผู้ที่สร้างแหล่งความรู้และผู้ที่มีส่วนเก่ียวข้องทุกท่าน และหวัง
เป็นอย่างยิ่งว่าแผนการจัดการเรียนรู้เล่มน้ีคงจะเป็นประโยชน์ต่อครู-อาจารย์ และผู้ที่สนใจ
ท่ัวไป หากพบขอ้ บกพร่องหรอื มขี ้อเสนอแนะประการใด โปรดแจ้งผเู้ รียบเรียงทราบดว้ ยเพ่ือจะ
ไดป้ รบั ปรงุ ในคร้ังต่อไป
ลงชื่อ ………………………………………. ครูผ้สู อน
(นายสุชาติ กลนิ่ เขยี ว)
วิทยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
ค
สารบญั หน้า
ข
คานา ค
สารบญั ง
ลกั ษณะรายวชิ า จ
ตารางวเิ คราะหห์ ลักสตู ร ฉ
หนว่ ยการเรียนรู้ 1
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 แหลง่ กาเนิดไฟฟ้ากระแสตรง 8
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 การอ่านค่าตวั ต้านทานและการตอ่ วงจรไฟฟา้
15
ของตวั ต้านทาน 21
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 3 การตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม แบบขนาน และแบบผสม 27
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4 กฎของโอหม์ 33
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 5 วงจรแบง่ แรงดันไฟฟา้ และวงจรแบ่งกระแสไฟฟา้ 39
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 6 วงจรบริดจ์ 49
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 7 ดีเทอร์มิแนนต์ 55
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 8 กฎของเคอร์ชอฟฟ์ 61
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 9 เมชเคอร์เรนต์
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 10 ทฤษฎีเทการวเิ คราะหว์ งจรเครอื ข่ายโดยใช้วธิ โี นดโวลตเ์ ตจ 68
74
และทฤษฎีการวางซอ้ นวนิ นิ และทฤษฎนี อรต์ นั
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 11 ทฤษฎีของเทวินนิ และนอร์ตัน
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 12 ทฤษฎกี ารสง่ ถ่ายกาลงั ไฟฟา้ สงู สุด
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
ง
ลักษณะรายวชิ า
รหัสวชิ า 2105-2002 วชิ า วงจรไฟฟ้ากระแสตรง
หน่วยกติ 2 หน่วยกิต เวลาเรยี น 4 ช่วั โมงต่อสัปดาห์
_________________________________
จดุ ประสงค์รายวชิ า
1. เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจกฎและทฤษฎีวงจรไฟฟา้ กระแสตรง
2. เพอื่ ให้มที ักษะในการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้ากระแสตรง
3. เพือ่ ให้มที กั ษะในการประกอบวงจร และใชเ้ ครอื่ งมอื และทดสอบวงจรไฟฟา้
กระแสตรง
4. เพอื่ ใหม้ กี ิจนิสยั ในการปฏิบตั ิงานดว้ ยความละเอยี ดรอบคอบ ถูกตอ้ งและปลอดภัย
สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ความสมั พนั ธ์ของคา่ พารามิเตอรต์ า่ งๆ ในวงจรไฟฟา้ กระแสตรง
2. ประกอบและทดสอบวงจรไฟฟา้ กระแสตรง
คาอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับแหล่งกาเนิดไฟฟ้ากระแสตรง แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า
กาลังและพลงั งานไฟฟ้า การอ่านค่าตัวต้านทาน การต่อวงจรตวั ต้านทานและเซลล์ไฟฟ้าแบบ
อนุกรม แบบขนาน และแบบผสม การคานวณหาคา่ ความต้านทาน กระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า
และกาลงั ไฟฟ้า โดยใชก้ ฎของโอห์ม วงจรแบ่งแรงดันและกระแสไฟฟา้ วงจรบริดจ์ กฎของเคอร์
ชอฟฟ์ ทฤษฎีของเทวนิ ินและนอรต์ ัน โนดโวลตเ์ ตจ เมชเคอร์เรน ทฤษฎกี ารวางซ้อน การส่ง
ถา่ ยกาลังไฟฟ้าสงู สุดในวงจรไฟฟา้ กระแสตรง การประกอบวงจรและ วดั หาความสัมพนั ธข์ อง
แรงดนั ไฟฟา้ กระแสไฟฟ้า และความตา้ นทานตามทฤษฎีวงจรไฟฟา้ กระแสตรง
วิทยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
จ
ตารางวิเคราะห์หลักสูตร
รหัสวชิ า 2105-2002 ช่อื วิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง หน่วยกิต 2 หนว่ ยกติ
ระดับช้นั ปวช.1 สาขาวิชา / กลุ่มวชิ า อิเลก็ ทรอนกิ ส์
พทุ ธิพสิ ัย
พฤตกิ รรม
ความ ู้ร
หนว่ ยการเรียนรู้ท่/ี หัวข้อย่อย ความเข้าใจ
นาไปใ ้ช
ิวเคราะ ์ห/สังเคราะ ์ห
ประเมินค่า
ส ้รางสรร ์ค
ัทกษะ ิพสัย
ิจต ิพสัย
ลา ัดบความสา ัคญ
จานวน ั่ชวโมง
1. แหล่งกาเนิดไฟฟา้ กระแสตรง 111 - - -- 15 4
-1 2 2 8
2. การอา่ นคา่ และการตอ่ วงจรไฟฟา้ ของตวั 1 2 1 1 -
-1 1 3 4
ตา้ นทาน
-1 1 4 4
3. การต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนกุ รม แบบขนาน 1 2 1 1 - -1 1 4 8
และแบบผสม -1 2 3 4
-- 24 4
4. กฎของโอห์ม 1111 - -1 2 3 8
-1 2 3 4
5. วงจรแบง่ แรงดันไฟฟ้าและวงจรแบ่ง 1111 - -1 2 2 8
กระแสไฟฟ้า -1 2 3 8
-1 2 3 4
6. วงจรบริดจ์ 1111 - -- - 1 4
72
7. ดเี ทอรม์ แิ นนต์ 1111 - 10 20
8. กฎของเคอรช์ อฟฟ์ 1111 -
9. เมชเคอรเ์ รนต์ 1111 -
10.ทฤษฎีเทการวิเคราะห์วงจรเครอื ข่ายโดยใช้ 1 2 1 1 -
วธิ โี นดโวลต์เตจ และทฤษฎีการวางซ้อนวนิ ิน
และทฤษฎนี อร์ตนั
11. ทฤษฎีเทวนิ ินและทฤษฎนี อร์ตนั 1111 -
12. ทฤษฎีการส่งถา่ ยกาลงั ไฟฟา้ สงู สุด 1111 -
สอบปลายภาค 4844 -
สดั สว่ น 70
รวม 100
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
ฉ
กาหนดการสอน
ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ / สมรรถนะประจาหนว่ ย / สัปดาหท์ ่ี ชั่วโมงท่ี
รายการสอน เกณฑก์ ารปฏิบตั งิ าน 14
2-3 5-12
1.แหล่งกาเนิดไฟฟา้ กระแสตรง สมรรถนะ
ความหมายของแหลง่ กาเนิดไฟฟ้า 1. ประกอบและทดสอบวงจรไฟฟ้าไดถ้ กู ต้อง 4 13-16
แหล่งกาเนดิ ไฟฟา้ ต่าง ๆ 2. ตรวจซ่อมวงจรไฟฟ้าได้
ประเภทของไฟฟ้า เกณฑก์ ารปฏบิ ตั งิ าน
1. ปฏิบตั ิงานดว้ ยความถกู ต้องและรอบคอบ
แบตเตอรี่และเซลลส์ รุ ยิ ะ 2. ความรับผิดชอบและสนใจใฝร่ ู้
3. นอ้ มนาหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้
2.การอา่ นคา่ ตวั ต้านทานและการต่อ ในการปฏบิ ตั งิ าน
วงจรไฟฟา้ ของตวั ต้านทาน สมรรถนะ
1. คานวณหาค่าความต้านทานไฟฟ้า
การอา่ นคา่ ตวั ตา้ นทาน แรงดนั ไฟฟ้า และกระแสไฟฟ้าในวงจรอนุกรม
การตอ่ วงจรไฟฟ้าของตัวต้านทาน วงจรขนาน และวงจรผสมได้
การต่อตวั ตา้ นทาน 2. ปฏิบตั ิการประกอบ ทดสอบ วดั และอา่ นคา่
วงจรไฟฟ้า ความต้านทานไฟฟ้า แรงดนั ไฟฟ้า และ
กระแสไฟฟ้า ในวงจรอนกุ รม วงจรขนาน และ
3.การตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนุกรม แบบ วงจรผสมได้
ขนาน และแบบผสม เกณฑ์การปฏิบตั ิงาน
1. ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความถกู ตอ้ งและรอบคอบ
เซลล์ไฟฟา้ 2. ความรบั ผิดชอบและความมมี นษุ ยส์ ัมพันธ์
การตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม 3. น้อมนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงไปใช้
การตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบขนาน ในการปฏบิ ตั งิ าน
การต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบผสม สมรรถนะ
1. ปฏบิ ตั กิ ารวัดและอา่ นคา่ กระแสไฟฟา้
แรงดันไฟฟา้ ในวงจรของเซลล์ไฟฟา้ ได้
2. คานวณหาคา่ กระแสไฟฟา้ แรงดันไฟฟา้ ใน
วงจรการตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบต่างๆ ได้
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
ช
ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ / สมรรถนะประจาหนว่ ย / สปั ดาห์ที่ ชั่วโมงท่ี
รายการสอน เกณฑก์ ารปฏิบตั งิ าน 5 17-20
6-7 21-28
4.กฎของโอหม์ เกณฑ์การปฏิบตั ิงาน
กฎของโอหม์ 1. ปฏิบัตงิ านด้วยความถูกต้องและรอบคอบ
การคานวณค่ากระแสไฟฟ้า 2. ความรบั ผดิ ชอบและความมวี นิ ยั
แรงดันไฟฟา้ และความต้านทาน 3. น้อมนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงไปใช้
กาลงั ไฟฟ้า ในการปฏบิ ตั งิ าน
พลังงานไฟฟ้า สมรรถนะ
1. คานวณหาค่าแรงดนั ไฟฟา้ กระแสไฟฟา้ และ
5.วงจรแบง่ แรงดนั ไฟฟ้าและวงจร ความตา้ นทานไฟฟา้ โดยใชก้ ฎของโอห์มได้
แบง่ กระแสไฟฟา้ 2. วัดและอา่ นค่าแรงดันไฟฟ้า
กระแส ความต้านทาน
วงจรแบง่ แรงดนั ไฟฟา้ เกณฑ์การปฏิบัติงาน
วงจรแบง่ กระแสไฟฟ้า 1. ปฏบิ ตั งิ านด้วยความถูกตอ้ งและรอบคอบ
2. ความรบั ผิดชอบและความซื่อสัตยส์ จุ รติ
3. นอ้ มนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงไปใช้
ในการปฏิบตั งิ าน
สมรรถนะ
1. คานวณหาค่ากระแสไฟฟ้ากับแรงดันไฟฟา้
จากวงจรแบง่ แรงดนั ไฟฟา้ ได้
2. ปฏบิ ัติการประกอบ ทดสอบ วดั และอา่ นคา่
กระแสไฟฟ้ากับแรงดันไฟฟ้า จากวงจรแบ่ง
แรงดนั ไฟฟ้าได้
เกณฑก์ ารปฏิบัติงาน
1. ปฏิบัตงิ านด้วยความถูกต้องและรอบคอบ
2. ความรบั ผดิ ชอบและความเชอื่ ม่ันในตนเอง
3. น้อมนาหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้
ในการปฏบิ ัตงิ าน
วิทยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
ซ
ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ / สมรรถนะประจาหน่วย / สัปดาหท์ ่ี ช่วั โมงท่ี
รายการสอน เกณฑก์ ารปฏิบตั งิ าน 8 29-32
6.วงจรบริดจ์ สมรรถนะ 9 33-36
วงจรบรดิ จ์ในสภาวะสมดลุ 1. คานวณหาค่ากระแสไฟฟ้ากับแรงดนั ไฟฟ้าใน
วงจรบริดจ์ในสภาวะไม่สมดุล วงจรบริดจ์ได้ 10-11 37-44
2. ปฏบิ ัตกิ ารประกอบ ทดสอบ วดั และอ่านค่า
7.ดีเทอร์มแิ นนต์ กระแสไฟฟา้ กับแรงดนั ไฟฟา้ ในวงจรบรดิ จไ์ ด้
เมทรกิ ซ์ ชนิดของเมทริกซ์ เกณฑก์ ารปฏิบตั งิ าน
การบวกและการลบเมทรกิ ซ์ 1. ปฏิบตั งิ านด้วยความถกู ต้องและรอบคอบ
การคณู เมทรกิ ซ์ 2. ความรับผิดชอบและการตรงตอ่ เวลา
ดีเทอรม์ แิ นนต์ 3. น้อมนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้
การแกส้ มการโดยใช้ดเี ทอร์มิแนนต์ ในการปฏบิ ัตงิ าน
สมรรถนะ
8.กฎของเคอร์ชอฟฟ์ 1. บวกและลบเมทรกิ ซไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง
กฎกระแสไฟฟา้ ของเคอรช์ อฟฟ์ 2. แกส้ มการโดยใชด้ เี ทอรม์ ิแนนตไ์ ด้ถูกต้อง
กฎแรงดันไฟฟา้ ของเคอรช์ อฟฟ์ เกณฑ์การปฏิบตั ิงาน
การนากฎของเคอรช์ อฟฟม์ าใชง้ าน 1. ปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความถูกตอ้ งและรอบคอบ
2. ความรับผิดชอบและความรกั สามัคคี
3. นอ้ มนาหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้
ในการปฏบิ ตั งิ าน
สมรรถนะ
1. เขียนสมการและคานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้า
จากกฎกระแสไฟฟ้าของเคอรช์ อฟฟไ์ ด้
2. คานวณหาค่ากระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้า
ตามกฎของเคอร์ชอฟฟ์ไดถ้ กู ตอ้ ง
3. ประกอบ ทดสอบ วัดและอา่ นค่ากระแสไฟฟ้า
และแรงดนั ไฟฟ้าตามกฎของเคอร์ชอฟฟไ์ ด้
เกณฑก์ ารปฏิบตั ิงาน
1. ปฏิบัตงิ านดว้ ยความถูกต้องและรอบคอบ
2. ความรบั ผดิ ชอบและความคิดรเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์
3. น้อมนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้
ในการปฏิบัตงิ าน
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
ฌ
ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ / สมรรถนะประจาหนว่ ย / สัปดาหท์ ี่ ช่วั โมงท่ี
รายการสอน เกณฑก์ ารปฏิบตั ิงาน 12 45-48
9.เมชเคอร์เรนต์ สมรรถนะ 13-14 49-56
ทฤษฎขี องเมชเคอร์เรนต์ 1. คานวณหาคา่ ตา่ ง ๆ ตามทฤษฎีของเมชเคอร์
ตวั อย่างการวเิ คราะห์วงจรดว้ ย เรนตไ์ ด้ 15-16 57-64
เมชเคอรเ์ รนต์ 2. วัดและอ่านคา่ ตา่ ง ๆ ตามทฤษฎีของเมชเคอร์
เรนต์ได้
10.การวเิ คราะห์วงจรเครือข่ายโดยใช้ เกณฑก์ ารปฏิบตั งิ าน
โนดโวลต์เตจและทฤษฎกี ารวางซ้อน 1. ปฏิบัตงิ านด้วยความถกู ต้องและรอบคอบ
2. ความรบั ผดิ ชอบและการพ่ึงตนเอง
หลักการทฤษฎโี นดโวลตเ์ ตจ 3. นอ้ มนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงไปใช้ใน
การเขยี นสมการโนดโวลตเ์ ตจ การปฏบิ ัตงิ าน
ทฤษฎกี ารวางซ้อน สมรรถนะ
1. ประกอบและทดสอบวงจรไฟฟา้ โดยใช้โนด
11.ทฤษฎขี องเทวินินและนอร์ตัน โวลตเ์ ตจแกป้ ญั หา และโดยใช้ทฤษฎีการวางซ้อน
ทฤษฎีของเทวนิ นิ ได้
ทฤษฎีของนอร์ตัน 2. คานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้าและแรงดนั ไฟฟ้าใน
วงจรไฟฟ้าโดยใชโ้ นดโวลตเ์ ตจได้
3. คานวณหาค่ากระแสไฟฟา้ ท่ีไหลผ่านโหลดใน
วงจรไฟฟา้ โดยใชท้ ฤษฎกี ารวางซอ้ นได้
เกณฑก์ ารปฏบิ ัติงาน
1. ปฏิบัตงิ านดว้ ยความถูกต้องและรอบคอบ
2. ความรับผดิ ชอบและความสนใจใฝร่ ู้
3. น้อมนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงไปใชใ้ น
การปฏบิ ัตงิ าน
สมรรถนะ
1. ตอ่ วงจรทดลองหาคา่ แรงดันไฟฟา้ และคา่
ความตา้ นทานเทยี บเท่าเทวนิ นิ ได้
2. ตอ่ วงจรทดลองหาค่ากระแสไฟฟ้าและค่า
ความต้านทานเทยี บเท่านอรต์ นั
3. ประกอบ ทดสอบ วัดและอา่ นคา่ ในวงจรไฟฟ้า
ทีใ่ ช้ทฤษฎเี ทวินินและทฤษฎีนอรต์ นั ได้
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
ญ
ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ / สมรรถนะประจาหนว่ ย / สัปดาห์ท่ี ชั่วโมงท่ี
รายการสอน เกณฑ์การปฏิบัติงาน 17 65-68
12.การส่งถา่ ยกาลงั ไฟฟ้าสงู สดุ เกณฑก์ ารปฏิบัตงิ าน
ความหมายของการสง่ ถ่าย 1. ปฏบิ ตั ิงานดว้ ยความถกู ตอ้ งและรอบคอบ
กาลังไฟฟา้ สงู สดุ 2. ความรบั ผดิ ชอบและความซอื่ สัตยส์ จุ ริต
หลักการส่งถ่ายกาลังไฟฟา้ สูงสุด 3. นอ้ มนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้ใน
การปฏิบัตงิ าน
สมรรถนะ
1. ประกอบและทดสอบวงจรไฟฟ้าโดยใช้
หลักการส่งถา่ ยกาลังไฟฟา้ สงู สุดแกป้ ญั หาได้
2. ปรับค่ากระแสไฟฟ้าของโหลด เม่อื โหลดไดร้ บั
กาลงั ไฟฟา้ สงู สุดได้
เกณฑ์การปฏบิ ตั งิ าน
1. ปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความถูกต้องและรอบคอบ
2. ความรับผิดชอบและความมีวินยั
3. นอ้ มนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใชใ้ น
การปฏิบตั งิ าน
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
แผนการเรยี นร้ทู ่ี 1
หน่วยที่ 1 จานวน 4 ช่ัวโมง สัปดาหท์ ี่ 1
ชอื่ วิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง รหสั 20105-2002
ชือ่ หนว่ ย ไฟฟา้ กระแสตรง
1. สาระสาคญั
ความหมายของแหล่งกาเนิดไฟฟ้า
แหล่งกาเนิดไฟฟ้า (Electrical Generator) หมายถึง แหล่งกาเนิดพลังงานไฟฟ้าที่ป้อนให้กับ
อปุ กรณ์เคร่ืองใช้ไฟฟ้า เปน็ การให้พลังงานแก่อิเลก็ ตรอนอิสระ (Free Electron) ทาให้อิเล็กตรอนอิสระ
เกิดการเคล่อื นทโี่ ดยวิ่งรอบอะตอมของธาตุน้ัน ส่งผลให้เกดิ พลงั งานไฟฟา้ รูปแบบต่าง ๆ
แหล่งกาเนิดไฟฟ้าตา่ ง ๆ
1. แหลง่ กาเนิดไฟฟ้าท่ีเกิดจากการเสียดสี
2. แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้าท่เี กิดจากการทาปฏกิ ิรยิ าเคมี
3. แหลง่ กาเนิดไฟฟ้าทเ่ี กิดจากความร้อน
4. แหล่งกาเนิดไฟฟ้าท่ีเกดิ จากสนามแม่เหลก็
5. ไฟฟ้าทเ่ี กิดจากแสงสว่าง
ประเภทของไฟฟา้ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. ไฟฟ้าสถติ เปน็ ไฟฟ้าซง่ึ เกดิ อยกู่ ับทบี่ นฉนวน โดยมกี ารเสียดสีกนั ของวัตถุ 2 ชนิด ท่ีมีคณุ สมบัติ
ตา่ งกนั เมือ่ วัตถทุ ง้ั สองเสียดสีกันทาให้เกดิ ประจไุ ฟฟา้
2. ไฟฟ้ากระแส เกิดขน้ึ จากการไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนาไฟฟ้า โดยอิเลก็ ตรอนจะไหลจาก
ที่ทีห่ น่งึ ไปหาอกี ท่ีหนึง่ แบง่ ออกเปน็ 2 ชนดิ คือ
2.1 ไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current, DC) เป็นไฟฟ้าที่มีทิศทางการไหลไปทางเดียว
ตลอดเวลา
2.2 ไฟฟ้ากระแสสลบั (Alternating Current, AC) เป็นไฟฟา้ ที่เกิดการเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา
แบตเตอรแ่ี ละเซลล์สุริยะ
1. แบตเตอร่ี (Battery) คอื อุปกรณท์ ่ีใช้เก็บพลังงานไฟฟา้ ประกอบดว้ ยขั้วไฟฟ้าบวก ขัว้ ไฟฟ้าลบ
และสารเคมีภายในเซลล์ แบง่ ออกเป็น 2 กลุ่ม คอื
1.1 แบตเตอร่ีชนดิ ประจไุ ฟฟา้ ใหมไ่ มไ่ ด้ (ใชแ้ ลว้ ทิ้ง) เรยี กว่า เซลล์ปฐมภมู ิ (Primary Cell)
1.2 แบตเตอรี่ชนดิ ประจุไฟฟา้ ใหมไ่ ด้ เรยี กว่า เซลลท์ ุติยภูมิ (Secondary Cell)
2. เซลล์สรุ ิยะ (Solar Cell) หรอื เซลล์แสงอาทติ ย์ เปน็ สิ่งประดิษฐ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ทส่ี ร้างจาก
สารกึ่งตัวนา เมื่อพลังงานแสงตกกระทบที่เซลลส์ ุรยิ ะจะเกิดการสร้างพาหะนาไฟฟ้าประจุลบ (อิเล็กตรอน,
Electron) และประจุบวก (โฮล, Hole) ถ้าต้องการจ่ายไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์เคร่ืองใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ
จะต้องต่อเซลล์สุริยะเข้ากับอินเวอร์เตอร์ (Inverter) เพ่ือผลติ แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับขนาด 220 โวลต์
จ่ายใหก้ ับอุปกรณเ์ คร่ืองใช้ไฟฟ้ากระแสสลบั เชน่ หลอดไฟฟ้า มอเตอร์ เป็นต้น
2
2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
1. แสดงความรเู้ ก่ยี วกบั แหล่งกาเนดิ ไฟฟา้ กระแสตรง
2. เขา้ ใจชนิดของไฟฟา้
3. นาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงไป ใชใ้ นการปฏิบัติงาน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
จุดประสงคท์ ว่ั ไป
1. เพ่อื ใหร้ ู้และเขา้ ใจแหล่งกาเนดิ ไฟฟ้ากระแสตรง
2. เพ่ือใหร้ ู้และเข้าใจชนดิ ของไฟฟ้า
3. เพอื่ ใหร้ ู้ เขา้ ใจการใช้งานของแหลง่ กาเนิดไฟฟ้ากระแสตรงที่นาไปใชใ้ นวงจรไฟฟา้ กระแสตรง
จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1. บอกความหมายของแหล่งกาเนิดไฟฟ้าได้
2. อธิบายแหล่งกาเนดิ ไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีของวัตถไุ ด้
3. อธบิ ายแหลง่ กาเนดิ ไฟฟา้ ท่เี กดิ จากการทาปฏิกิรยิ าเคมีได้
4. อธิบายแหล่งกาเนดิ ไฟฟ้าทเ่ี กดิ จากความรอ้ นได้
5. อธิบายแหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้าทีเ่ กดิ จากสนามแม่เหล็กได้
6. อธบิ ายแหล่งกาเนดิ ไฟฟ้าท่ีเกดิ จากแสงสว่างได้
7. จาแนกไฟฟา้ สถิตกบั ไฟฟา้ กระแสได้
8. จาแนกไฟฟา้ กระแสตรงกบั ไฟฟ้ากระแสสลับได้
9. อธบิ ายการใชง้ านของแหล่งกาเนิดไฟฟ้ากระแสตรงทีน่ าไปใช้ในวงจรไฟฟา้ กระแสตรงได้
10. มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ท่ีสามารถ
สังเกตเห็นไดใ้ นดา้ นความรับผิดชอบและสนใจใฝ่รู้
4. สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของแหลง่ กาเนิดไฟฟา้
2. แหลง่ กาเนิดไฟฟา้ ต่าง ๆ
3. ประเภทของไฟฟ้า
4. แบตเตอรแ่ี ละเซลลส์ รุ ยิ ะ
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
3
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนาเข้าส่บู ทเรยี น
1. ครูอภิปรายถึงขอบข่ายสาระการเรยี นรู้ วิธกี ารวัดผลและแนวทางการประเมนิ ผลการเรียนรใู้ น
วิชาวงจรไฟฟ้ากระแสตรง รหสั วชิ า 2105 - 2002
2. ครูสุ่มตัวอย่างนกั เรยี นใหแ้ สดงความคิดเห็นเกีย่ วกับ แหล่งกาเนิดไฟฟ้า
3. ครสู รปุ เพอ่ื นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
ขั้นสอน
4. ครูอธบิ ายความหมายของแหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้าและแหลง่ กาเนิดไฟฟ้าตา่ ง ๆ โดยใชร้ ูปภาพและส่ือ
PowerPoint แลว้ สุ่มตวั อย่างนักเรียนใหต้ อบคาถาม
5. ครูใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั ระบุประเภทของไฟฟา้ แล้วครอู ธิบายเพิ่มเตมิ โดยใช้ภาพประกอบ
6. ครูให้นกั เรียนศึกษาเก่ียวกบั แบตเตอร่แี ละเซลลส์ ุริยะ จากนน้ั ครูอธบิ ายสรุปโดยใช้ภาพแลว้ ให้
นกั เรียนตอบคาถาม
7. ครูอธิบายการใชง้ านของแหล่งกาเนิดไฟฟ้ากระแสตรงที่นาไปใช้ในวงจรไฟฟา้ กระแสตรง แล้ว
ให้นักเรยี นซักถาม
ขั้นสรปุ และการประยกุ ต์
8. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปเนอ้ื หาในบทเรียน และใหน้ ักเรยี นศึกษาเพิ่มเตมิ ในสอื่ การเรียนการ
สอนออนไลน์ ใน Google Classroom
9. ครใู ห้นกั เรียนมีสว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชว้ ิธีการถาม – ตอบ
10. ครูให้นกั เรียนทาแบบทดสอบท้ายบท ตอนที่ 1 และตอนท่ี 2 ในสอื่ การเรียนการสอนออนไลน์
ใน Google Classroom
11. ครูให้นักเรียนทากจิ กรรมการฝึกทกั ษะ โดยเน้นใหน้ ักเรียนนาวสั ดเุ หลอื ใช้มาทากจิ กรรม
12. ครใู ห้นกั เรียนปฏบิ ตั ิใบงานการทดลองที่ 1.1 แหลง่ กาเนิดไฟฟา้ กระแสตรง
6. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1. PowerPoint บทท่ี 1 แหล่งกาเนิดไฟฟา้
2. ภาพแสดงแหลง่ กาเนิดไฟฟ้ารูปแบบต่าง ๆ
3. ภาพแสดงการผลกั และการดูดของประจไุ ฟฟ้าบวกและลบ
4. ภาพแสดงรปู คลืน่ แรงดนั ไฟฟ้ากระแสตรง
5. ภาพแสดงวงจรไฟฟ้าของไฟฉาย
6. ภาพแสดงรูปคลนื่ แรงดันไฟฟา้ กระแสสลบั
7. ภาพแสดงแบตเตอรี่ชนิดสงั กะส-ี คารบ์ อน
8. ภาพแสดงแบตเตอรีช่ นิดนิกเกลิ -แคดเมยี ม
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
4
9. ภาพแสดงโครงสร้างเซลล์สรุ ิยะ
10. ภาพแสดงโฮลและอเิ ลก็ ตรอนของเซลลส์ รุ ยิ ะ
11. ภาพแสดงเซลลส์ ุริยะตอ่ เขา้ กบั อินเวอรเ์ ตอร์
12. แบตเตอร่ีพรอ้ มข้ัวตอ่ ใช้งาน ขนาดแรงดนั ไฟฟา้ 3 โวลต์
13. สวิตช์ 2 ขัว้ ทางเดยี ว
14. หลอดไฟฟ้า 3 โวลต์
15. โวลต์มเิ ตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง
16. บอรด์ ทดลองและสายต่อวงจร
17. แบบทดสอบท้ายบทท่ี 1
18. ใบงานท่ี1 แหลง่ กาเนิดไฟฟา้ กระแสตรง
7. หลักฐานการเรยี นรู้
หลักฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทาแบบฝกึ หัด
3. ผลการตอบคาถามท้ายกจิ กรรม
หลักฐานการปฏบิ ตั งิ าน
1. ใบงานท1่ี แหลง่ กาเนดิ ไฟฟา้ กระแสตรง
8. การวดั ผลประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1. ตรวจแบบทดสอบท้ายบท
2. ตรวจใบกจิ กรรม
3. ตรวจใบปฏบิ ัติงาน
4. การสงั เกตและประเมนิ พฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์
เครอื่ งมือวดั ผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท
2. แบบประเมนิ กจิ กรรม
3. แบบประเมินใบปฏิบตั ิงาน
4. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน
รว่ มกนั ประเมนิ
วิทยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
5
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบท้ายบท เกณฑ์ผ่าน 60% ขึน้ ไป
2. แบบประเมินกจิ กรรม เกณฑผ์ ่าน 60% ข้ึนไป
3. แบบประเมินใบปฏบิ ตั ิงาน เกณฑผ์ ่าน 60% ข้ึนไป
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยกู่ บั การ
ประเมินตามสภาพจริง
9. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
1 ขอ้ สรปุ หลงั การจัดการเรียนรู้
2 ปัญหาทพ่ี บ
3 แนวทางแกป้ ญั หา
วิทยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
6
ผลที่จะเกดิ ขนึ้ กบั นกั ศกึ ษาจากการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ทบี่ รู ณาการหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. นกั ศึกษาจะได้ฝึกคดิ และฝึกปฏิบัตติ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เงื่อนไขความรู้ เงือ่ นไขคณุ ธรรม
ความรู้ทผ่ี เู้ รียนตอ้ งมีกอ่ นการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ คณุ ธรรมของนักเรียนในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
- ผู้เรียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกับแหลง่ กาเนดิ - ความรับผิดชอบ
ไฟฟ้ากระแสตรง ชนดิ ของไฟฟา้ แรงดนั ไฟฟ้า - ความและสนใจใฝร่ ู้
กระแสไฟฟ้า และความตา้ นทาน
ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล ความมภี มู ิคุ้มกันในตัวท่ีดี
1. ผเู้ รยี นจัดเตรยี มวัสดุอปุ กรณไ์ ด้ 3. ผเู้ รียนได้วเิ คราะห์ 4. ผู้เรียนได้ปฏบิ ัตงิ านด้วยความถูกตอ้ ง
เหมาะสมกบั การเรยี นการสอน แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้ากระแสตรง และคานึงถึงความประหยัดคมุ้ ค่า
2. ผเู้ รยี นปฏิบตั กิ ารทากิจกรรมตามแผน และ ชนิดของไฟฟา้
2. ผูเ้ รยี นจะได้เรียนรูก้ ารใชช้ ีวิตท่สี มดุลและพรอ้ มรบั การเปล่ียนแปลง 4 มติ ิตามหลักปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง
จุดมุ่งหมาย สมดลุ และพร้อมรับการเปลย่ี นแปลง
การเรยี นรู้ ดา้ นเศรษฐกิจ ดา้ นสงั คม ดา้ นสิง่ แวดลอ้ ม ด้านวัฒนธรรม
ด้านพทุ ธิ 1. ผ้เู รียนจดั เตรียมวสั ดอุ ปุ กรณ์ 1. ผูเ้ รียนจัดเตรยี ม 1. ผเู้ รียนได้ 1. ผ้เู รียนได้
พสิ ยั (K) ไดเ้ หมาะสมกบั การเรียนการสอน วัสดุอปุ กรณไ์ ด้ ปฏบิ ตั งิ านด้วย ปฏบิ ัติงานดว้ ยความ
2. ผูเ้ รียนปฏบิ ตั กิ ารทากิจกรรม เหมาะสมกับการ ความถกู ตอ้ งและ ถูกตอ้ งและคานงึ ถงึ
ตามแผน เรียนการสอน คานึงถงึ ความ ความประหยัดคุ้มค่า
3. ผเู้ รยี นได้วิเคราะห์ 2. ผูเ้ รยี นได้ ประหยดั คุ้มค่า
แหล่งกาเนิดไฟฟ้ากระแสตรง ปฏบิ ตั ิงานดว้ ยความ
และ ชนดิ ของไฟฟ้า ถูกต้องและคานึงถงึ
ความประหยดั คุม้ คา่
วิทยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
7
จุดมงุ่ หมาย สมดุลและพรอ้ มรบั การเปลีย่ นแปลง
การเรยี นรู้ ดา้ นเศรษฐกิจ ดา้ นสงั คม ดา้ นสิง่ แวดลอ้ ม ด้านวัฒนธรรม
1. ผู้เรียนได้
ด้านทักษะ 1. ผู้เรยี นจัดเตรยี มวสั ดุอปุ กรณ์ 1. ผูเ้ รยี นจดั เตรียม 1. ผเู้ รยี นได้ ปฏบิ ัติงานดว้ ยความ
ถูกต้องและคานงึ ถงึ
พิสยั (P) ได้เหมาะสมกบั การเรียนการสอน วสั ดอุ ปุ กรณ์ได้ ปฏบิ ัตงิ านดว้ ย ความประหยัดคุ้มคา่
2. ผเู้ รียนปฏบิ ัติการทากิจกรรม เหมาะสมกับการ ความถกู ตอ้ งและ 1. ผ้เู รียนได้
ปฏิบตั ิงานด้วยความ
ตามแผน เรยี นการสอน คานึงถงึ ความ ถกู ต้องและคานึงถงึ
ความประหยดั คมุ้ ค่า
3. ผ้เู รยี นไดว้ เิ คราะห์ 2. ผเู้ รียนได้ ประหยัดคมุ้ ค่า
แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้ากระแสตรง ปฏิบัตงิ านด้วยความ
และ ชนดิ ของไฟฟา้ ถกู ต้องและคานงึ ถงึ
ความประหยดั คมุ้ คา่
ดา้ นจิตพิสยั 1. ผูเ้ รียนจดั เตรยี มวสั ดุอปุ กรณ์ 1. ผเู้ รียนจัดเตรียม 1. ผู้เรยี นได้
(A) ไดเ้ หมาะสมกบั การเรยี นการสอน วสั ดุอุปกรณ์ได้ ปฏิบตั งิ านดว้ ย
2. ผเู้ รียนปฏบิ ัติการทากิจกรรม เหมาะสมกับการ ความถูกต้องและ
ตามแผน เรียนการสอน คานึงถงึ ความ
3. ผเู้ รียนไดว้ ิเคราะห์ 2. ผู้เรียนได้ ประหยดั ค้มุ ค่า
แหล่งกาเนิดไฟฟา้ กระแสตรง ปฏบิ ัติงานดว้ ยความ
และ ชนิดของไฟฟ้า ถกู ต้องและคานงึ ถงึ
ความประหยดั ค้มุ คา่
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
8
แผนการเรยี นรทู้ ่ี 2
หนว่ ยท่ี 2 จานวน 8 ช่วั โมง สัปดาห์ท่ี 2-3
ช่อื วชิ า วงจรไฟฟา้ กระแสตรง รหัส 20105-2002
ชือ่ หน่วย การอ่านค่าตวั ตา้ นทานและการต่อวงจรไฟฟา้ ของตวั ต้านทาน
1. สาระสาคญั
การอ่านค่าตวั ต้านทาน
ตัวตา้ นทาน (Resistor) เรียกสนั้ ๆ ว่า อาร์ (R) ทาหน้าทีต่ ้านทานการไหลของกระแสไฟฟา้ ท่ีอยใู่ น
วงจรไฟฟ้า ทาให้วงจรวงจรไฟฟา้ ทางานได้อย่างเหมาะสม ถกู ต้อง และปลอดภัย แตถ่ ้าตัวต้านทานเกดิ ขาด
วงจร จะทาใหค้ ่ากระแสไฟฟา้ ในวงจรเปลย่ี นแปลง ส่งผลให้โหลด (Load) หรือภาระทางไฟฟา้ ไม่สามารถที่
จะทางานได้ หนว่ ยของค่าความตา้ นทานเรียกว่า โอห์ม (Ohm, )
1. การอา่ นค่าตัวต้านทานชนดิ รหสั 4 แถบสี
รหัสแถบสขี องตัวต้านทาน มีทั้งหมด 12 สี ได้แก่ สีดาสีนา้ ตาล สีแดง สีส้ม สีเหลือง สเี ขยี ว สีน้า
เงิน สมี ่วง สีเทา สขี าว สีทอง และสีเงิน การอา่ นค่าตวั ต้านทานชนดิ 4 แถบสี มขี อ้ พจิ ารณาคอื สที ่ี 4 แสดง
ค่าความผิดพลาดของคา่ ความต้านทาน ซึ่งมี 2 สีคอื สีทองกับสีเงิน โดยสที องแสดงคา่ ความผิดพลาด 5%
ขณะที่สเี งินแสดงค่าความผดิ พลาด 10% สว่ นสีที่ 3 คอื ตัวคูณของสิบแล้วยกกาลัง
2. การอา่ นค่าตัวตา้ นทานชนิดรหัส 5 แถบสี
รหสั สีของตวั ตา้ นทานชนดิ 5 แถบสี มแี ถบสเี ชน่ เดยี วกับตัวต้านทานชนิดรหสั 4 แถบสี เพียงแต่คา่
ประจาสีแตกต่างกนั การอ่านค่าตวั ต้านทานชนิด 5 แถบสี มีข้อพิจารณาคือ สีท่ี 5 แสดงคา่ ความผดิ พลาด
ของค่าความตา้ นทาน ซึง่ มี 2 สีคือ สีน้าตาลกับสแี ดง โดยสนี า้ ตาลแสดงค่าความผิดพลาด 1% ขณะทส่ี ีแดง
แสดงคา่ ความผิดพลาด 2% ส่วนสที ่ี 4 คือตัวคณู ของสิบแล้วยกกาลัง ขณะทสี่ ที ี่ 1 คอื ตวั ตง้ั ท่ี 1 สที ่ี 2 คือ
ตัวต้ังท่ี 2 และสที ่ี 3 คอื ตัวตงั้ ที่ 3
การตอ่ วงจรไฟฟ้าของตวั ตา้ นทาน
พิจารณา 2 ประเด็นหลัก คือ การต่อตัวต้านทานในกรณีที่ปราศจากกระแสไฟฟ้า ได้แก่ วงจร
อนุกรม วงจรขนาน และวงจรผสม และการนาตัวต้านทานไปต่ออยู่ในวงจรไฟฟ้า ไดแ้ ก่ วงจรไฟฟ้าแบบ
อนุกรม วงจรไฟฟ้าแบบขนาน และวงจรไฟฟ้าแบบผสม
การตอ่ ตัวตา้ นทาน
หมายถึง การนาตวั ต้านทานไฟฟ้ามาต่อเปน็ วงจรในลักษณะตา่ ง ๆ ซึง่ แบ่งการต่อวงจรออกเป็น 3
แบบ คือ
1. การต่อตัวตา้ นทานแบบอนกุ รม คือ การนาตวั ต้านทานมาต่อเรยี งกันในลกั ษณะหัวต่อปลาย
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
9
2. การตอ่ ตัวต้านทานแบบขนาน คอื การนาตวั ต้านทานต้ังแต่ 2 ตัว มาต่อร่วมกันระหวา่ งจดุ สอง
จดุ ในลักษณะการตอ่ แบบหวั ต่อหัว - ปลายตอ่ ปลาย
3. การต่อตัวต้านทานแบบผสม คือ การนาวงจรตัวต้านทานแบบอนุกรมและแบบขนานมาต่อ
รวมกันใหเ้ ป็นวงจรเดยี วกนั
วงจรไฟฟ้า (Electric Circuit) คือ วงจรทป่ี ระกอบดว้ ย 1. แหลง่ จ่ายไฟฟา้ (Power Supply) 2.
ตัวนาไฟฟ้า (Conductor) และ 3. ภาระทางไฟฟ้า ที่เรียกว่า โหลด (Load) เมื่อนาองค์ประกอบทั้ง 3
ดงั กล่าวมาต่อให้ครบเปน็ วงจรทาให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหลวนอยใู่ นวงจรไฟฟ้าได้ ซ่ึงการตอ่ วงจรไฟฟ้าแบ่ง
ออกได้ 3 แบบ คือ
1. วงจรอนุกรม คือ วงจรท่ีมีองค์ประกอบของภาระไฟฟ้า (Load) หรือตัวต้านทาน (R) ตั้งแต่ 2
ตัวข้ึนไป ต่ออันดบั หรือเรียงกันไปเร่อื ย ๆ จนครบเปน็ วงจร
2. วงจรขนาน คอื วงจรท่มี อี งคป์ ระกอบของโหลดภาระไฟฟ้า หรือตวั ตา้ นทาน (R) ตง้ั แต่ 2 ตวั ข้ึน
ไปตอ่ ลกั ษณะขนานกัน โดยทต่ี วั ตา้ นทานทกุ ตวั จะตอ่ ครอ่ มอยู่กบั แหล่งจา่ ยไฟฟา้ (E)
3. วงจรผสม คือ วงจรที่ประกอบดว้ ยภาระไฟฟ้า หรอื ตวั ต้านทาน (R) ท่ตี ่อเป็นวงจรอนุกรมและ
วงจรขนานรวมกันเปน็ วงจรเดียว ซ่งึ สามารถแบง่ การตอ่ วงจรได้ 2 ลกั ษณะ คอื
3.1 วงจรอนุกรม – ขนาน คือ วงจรตัวต้านทานที่ต่อแบบอนุกรมก่อนแล้วนามาต่อขนานกันอีก
ครั้ง
3.2 วงจรขนาน – อนุกรม คือ วงจรของตัวต้านทานท่ีต่อแบบขนานกันก่อนแล้วนามาต่อ
อนุกรมกันอีกคร้งั
2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
1. คานวณหาคา่ ความต้านทานไฟฟา้ แรงดันไฟฟ้า และกระแสไฟฟา้ ในวงจรอนุกรม วงจรขนาน
และวงจรผสมได้
2. ปฏิบัติการประกอบ ทดสอบ วัดและอา่ นคา่ ความต้านทานไฟฟา้ แรงดนั ไฟฟ้า และกระแสไฟฟา้
ในวงจรอนุกรม วงจรขนาน และวงจรผสมได้
3. นาหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไป ใช้ในการปฏบิ ัติงาน
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
จุดประสงคท์ ั่วไป
1. เพอ่ื ใหร้ ู้และเข้าใจอ่านคา่ ตัวตา้ นทาน ชนดิ รหัส 4 แถบสี และ 5 แถบสี
2. เพ่ือใหร้ ้แู ละเข้าใจการต่อตวั ต้านทานแบบอนกุ รม แบบขนาน และแบบผสม
3. เพื่อใหร้ ู้ เข้าใจคานวณหาค่ากระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้าและความต้านทาน ในวงจรไฟฟ้าแบบ
อนกุ รม แบบขนาน และแบบผสม
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
10
จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. อ่านค่าตวั ต้านทาน ชนิดรหสั 4 แถบสีได้
2. อ่านค่าตัวต้านทาน ชนดิ รหสั 5 แถบสไี ด้
3. อธิบายการต่อตัวต้านทานแบบอนุกรม แบบขนาน และแบบผสม ในกรณีท่วี งจรปราศจาก
กระแสไฟฟ้าได้
4. คานวณหาคา่ ความต้านทานรวมในแบบอนกุ รม แบบขนาน และแบบผสม ในกรณที ีว่ งจร
ปราศจากกระแสไฟฟา้ ได้
5. อธิบายหลักการทางานวงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รม แบบขนาน และแบบผสม ในกรณที ี่วงจรมี
กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นได้
6. คานวณหาคา่ กระแสไฟฟา้ แรงดันไฟฟ้าและความตา้ นทาน ในวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม แบบ
ขนาน และแบบผสมได้
7. มีการพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคท์ ่สี ามารถสังเกตเห็น
ไดใ้ นดา้ นความรับผิดชอบและความมมี นุษยส์ ัมพันธ์
4. สาระการเรยี นรู้
1. การอ่านค่าตวั ต้านทาน
2. การตอ่ วงจรไฟฟ้าของตวั ต้านทาน
3. การต่อตัวต้านทาน
4. วงจรไฟฟ้า
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรียน
1. ครทู บทวนเน้อื หาในหน่วยท่ี 1
2. ครตู ้ังคาถามให้นักเรียนชว่ ยกนั ตอบเกยี่ วกบั เรื่อง การอ่านคา่ ตวั ต้านทานและการต่อวงจรไฟฟา้
ของตัวตา้ นทาน
3. ครูสรปุ เพอื่ นาเข้าสบู่ ทเรียน
ขนั้ สอน
4. ครอู ธิบายและยกตัวอยา่ งการอ่านค่าตัวตา้ นทานชนดิ รหสั 4 แถบสีและชนดิ รหัส 5 แถบสี โดย
ใชส้ อ่ื PowerPoint ภาพประกอบ และตาราง
5. ครูสมุ่ ตวั อย่างนักเรยี นให้อ่านคา่ ตวั ต้านทานชนิดรหัส 4 แถบสีและชนดิ รหสั 5 แถบสี จากโจทย์
ท่คี รูกาหนดให้
6. ครอู ธิบายและยกตวั อยา่ งเก่ยี วกบั การตอ่ ตัวตา้ นทานแบบอนกุ รม แบบขนาน และแบบผสม
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
11
กรณที ่ีวงจรปราศจากกระแสไฟฟ้าโดยใชภ้ าพประกอบ แลว้ ตงั้ คาถามใหน้ ักเรยี นช่วยกันตอบ
7. ครแู สดงวธิ ีการคานวณหาคา่ ความตา้ นทานรวมในแบบอนกุ รม แบบขนาน และแบบผสม ใน
กรณีท่ีวงจรปราศจากกระแสไฟฟ้า จากนนั้ กาหนดโจทยใ์ ห้นกั เรียนฝกึ การคานวณ
8. ครูอธิบายหลกั การทางานวงจรไฟฟา้ แบบอนุกรม แบบขนาน และแบบผสม ในกรณที ่วี งจรมี
กระแสไฟฟ้าไหลผ่านโดยใชภ้ าพประกอบ แล้วใหน้ ักเรียนซักถาม
9. ครูแสดงวธิ ีการคานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟา้ และความตา้ นทาน ในวงจรไฟฟา้ แบบ
อนุกรม แบบขนาน และแบบผสม แลว้ ให้นักเรียนแขง่ กันคานวณตามโจทยท์ คี่ รกู าหนดให้ ใครที่
คานวณได้ถูกต้องและเร็วทีส่ ดุ เป็นผชู้ นะ
ขั้นสรุปและการประยุกต์
10. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ เน้อื หาในบทเรยี น และให้นักเรียนศึกษาเพม่ิ เติมในสอื่ การเรียนการ
สอนออนไลน์ ใน Google Classroom
11. ครใู หน้ กั เรยี นมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้วธิ กี ารถาม – ตอบ
12. ครูให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบทา้ ยบท ตอนท่ี 1 และตอนท่ี 2 ในสื่อการเรียนการสอนออนไลน์
ใน Google Classroom
13. ครูใหน้ ักเรียนทากจิ กรรมการฝกึ ทกั ษะ โดยเนน้ ให้นักเรยี นนาวัสดุเหลือใชม้ าทากจิ กรรม
14. ครใู หน้ กั เรียนปฏิบตั ิใบงานการทดลองที่ 2.1 วงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รม ใบงานการทดลองที่ 2.2
วงจรไฟฟา้ แบบขนาน และใบงานการทดลองที่ 2.3 วงจรไฟฟ้าแบบผสม
6. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1. PowerPoint บทท่ี 2 การอา่ นคา่ ตัวต้านทานและการต่อวงจรไฟฟ้าของตัวต้านทาน
2. ภาพแสดงสัญลกั ษณข์ องตวั ตา้ นทาน
3. ภาพแสดงแถบสี 4 สี บนตัวต้านทาน
4. ตารางแสดงรหสั แถบสี 4 สี ของตัวตา้ นทาน
5. ภาพแสดงแถบสี 5 สี บนตัวตา้ นทาน
6. ตารางแสดงรหัสแถบสี 5 สี ของตัวตา้ นทาน
7. ภาพแสดงการตอ่ ตวั ตา้ นทานแบบอนกุ รม แบบขนาน และแบบผสม
8. ภาพแสดงวงจรอนุกรม วงจรขนาน และวงจรผสม
9. ภาพแสดงวงจรอนกุ รม – ขนาน และวงจรขนาน – อนุกรม
10. มลั ตมิ เิ ตอร์
11. แหล่งจ่ายไฟตรง 0 - 30 V
12. ตัวตา้ นทาน 470 , 680 , 1 k
13. บอรด์ ทดลองและสายต่อวงจร
วิทยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
12
14. แบบทดสอบท้ายบทที่ 2
7. หลกั ฐานการเรียนรู้
หลกั ฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทาแบบฝกึ หดั
3. ผลการตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรม
หลักฐานการปฏบิ ัตงิ าน
1. ใบงานการทดลองที่ 2.1 วงจรไฟฟา้ แบบอนุกรม
2. ใบงานการทดลองที่ 2.2 วงจรไฟฟ้าแบบขนาน
3. ใบงานการทดลองท่ี 2.3 วงจรไฟฟา้ แบบผสม
8. การวัดผลประเมินผล
วธิ วี ัดผล
1. ตรวจแบบทดสอบทา้ ยบท
2. ตรวจใบกิจกรรม
3. ตรวจใบปฏบิ ัตงิ าน
4. การสงั เกตและประเมนิ พฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครือ่ งมอื วัดผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท
2. แบบประเมนิ กิจกรรม
3. แบบประเมินใบปฏบิ ตั ิงาน
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนกั เรียน
ร่วมกันประเมิน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท เกณฑ์ผ่าน 60% ข้ึนไป
2. แบบประเมินกิจกรรม เกณฑ์ผา่ น 60% ข้นึ ไป
3. แบบประเมินใบปฏิบัติงาน เกณฑ์ผ่าน 60% ข้นึ ไป
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการ
ประเมนิ ตามสภาพจริง
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
13
9. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
1 ข้อสรุปหลงั การจัดการเรยี นรู้
2 ปัญหาทีพ่ บ
3 แนวทางแก้ปัญหา
ผลทีจ่ ะเกิดขน้ึ กบั นกั ศกึ ษาจากการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ทบี่ รู ณาการหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
1. นกั ศกึ ษาจะได้ฝึกคดิ และฝึกปฏิบัตติ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เง่อื นไขความรู้ เงอ่ื นไขคณุ ธรรม
ความร้ทู ่ีผเู้ รียนต้องมกี อ่ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ คุณธรรมของนกั เรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
- ผเู้ รยี นมีความรคู้ วามเข้าใจเก่ยี วกับอ่านคา่ ตัว - ความรับผิดชอบ
ต้านทาน ชนดิ รหัส 4 แถบสี และ 5 แถบสีการต่อตัว - ความมีมนุษย์สัมพันธ์
ตา้ นทานแบบอนุกรม แบบขนาน และแบบผสม และ
การคานวณค่าแรงดัน กระแส และความตา้ นทาน
ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล ความมีภมู คิ ุ้มกันในตวั ทีด่ ี
1. ผเู้ รยี นจดั เตรียมวสั ดุอปุ กรณไ์ ด้ 3. ผเู้ รียนไดว้ ิเคราะห์การตอ่ ตวั 4. ผ้เู รียนได้ปฏิบตั งิ านด้วยความ
เหมาะสมกับการเรียนการสอน ต้านทานแบบอนกุ รม แบบ ถกู ตอ้ งและคานงึ ถงึ ความประหยัดคุ้มคา่
2. ผเู้ รยี นปฏบิ ัตกิ ารทากจิ กรรมตาม ขนาน และแบบผสม
แผน
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
14
2. ผ้เู รยี นจะได้เรยี นรกู้ ารใชช้ ีวิตท่สี มดลุ และพรอ้ มรับการเปลีย่ นแปลง 4 มติ ติ ามหลกั ปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
จดุ มงุ่ หมาย สมดลุ และพรอ้ มรบั การเปลีย่ นแปลง
การเรยี นรู้ ด้านเศรษฐกจิ ดา้ นสงั คม ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ดา้ นวัฒนธรรม
ด้านพทุ ธพิ ิสัย 1. ผเู้ รียนจดั เตรยี มวัสดุ 1. ผเู้ รียนจดั เตรียม 1. ผเู้ รยี นได้ 1. ผ้เู รียนได้
(K) อปุ กรณไ์ ดเ้ หมาะสมกบั การ วัสดอุ ุปกรณไ์ ด้ ปฏิบัตงิ านด้วย ปฏบิ ตั ิงานด้วยความ
เรียนการสอน เหมาะสมกบั การ ความถูกตอ้ งและ ถกู ต้องและคานงึ ถงึ
2. ผู้เรียนปฏบิ ตั ิการทา เรียนการสอน คานึงถงึ ความ ความประหยดั คมุ้ คา่
กจิ กรรมตามแผน 2. ผ้เู รียนได้ ประหยดั ค้มุ คา่
3. ผเู้ รียนไดว้ ิเคราะห์การ ปฏิบัตงิ านดว้ ยความ
ต่อตวั ต้านทานแบบอนุกรม ถกู ต้องและคานึงถงึ
แบบขนาน และแบบผสม ความประหยดั คุ้มค่า
ดา้ นทักษะ 1. ผเู้ รียนจัดเตรยี มวสั ดุ 1. ผเู้ รยี นจัดเตรียม 1. ผเู้ รยี นได้ 1. ผู้เรยี นได้
พิสยั (P) อุปกรณ์ไดเ้ หมาะสมกบั การ วัสดุอุปกรณไ์ ด้ ปฏิบัติงานด้วย ปฏบิ ัติงานดว้ ยความ
เรียนการสอน เหมาะสมกบั การ ความถูกตอ้ งและ ถูกต้องและคานงึ ถงึ
2. ผเู้ รยี นปฏบิ ตั ิการทา เรยี นการสอน คานึงถงึ ความ ความประหยัดค้มุ คา่
กจิ กรรมตามแผน 2. ผเู้ รียนได้ ประหยดั คมุ้ ค่า
3. ผเู้ รียนไดว้ ิเคราะห์การ ปฏิบัติงานดว้ ยความ
ต่อตวั ตา้ นทานแบบอนกุ รม ถูกตอ้ งและคานึงถงึ
แบบขนาน และแบบผสม ความประหยัดคมุ้ คา่
ดา้ นจิตพสิ ยั 1. ผู้เรียนจัดเตรียมวัสดุ 1. ผูเ้ รยี นจัดเตรียม 1. ผเู้ รยี นได้ 1. ผเู้ รียนได้
(A) อปุ กรณ์ไดเ้ หมาะสมกบั การ วัสดอุ ุปกรณ์ได้ ปฏบิ ัติงานดว้ ย ปฏบิ ตั ิงานด้วยความ
เรยี นการสอน เหมาะสมกับการ ความถูกต้องและ ถกู ต้องและคานึงถงึ
2. ผ้เู รียนปฏบิ ตั กิ ารทา เรียนการสอน คานงึ ถงึ ความ ความประหยัดคุม้ ค่า
กิจกรรมตามแผน 2. ผเู้ รยี นได้ ประหยดั ค้มุ คา่
3. ผู้เรยี นไดว้ เิ คราะห์การ ปฏบิ ตั ิงานด้วยความ
ตอ่ ตวั ตา้ นทานแบบอนกุ รม ถูกตอ้ งและคานงึ ถงึ
แบบขนาน และแบบผสม ความประหยดั คมุ้ คา่
วิทยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
15
แผนการเรยี นรู้ที่ 3
หน่วยที่ 3 จานวน 4 ชั่วโมง สัปดาหท์ ี่ 4
ชอ่ื วชิ า วงจรไฟฟา้ กระแสตรง รหัส 20105-2002
ช่อื หน่วย การต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนุกรม แบบขนาน และแบบผสม
1. สาระสาคญั
เซลล์ไฟฟ้า (Electric Cell) หมายถึง แหล่งกาเนิดไฟฟา้ ชนิดหน่งึ ซง่ึ สามารถเปล่ยี นพลงั งานเคมีให้เป็น
พลงั งานไฟฟา้ ได้ เชน่ แบตเตอรี่ (Battery) ถา่ นไฟฉาย เป็นตน้
การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม (Series Cell) หมายถึง การนาเซลล์ไฟฟ้ามาต่อเรียงกันอย่าง
ตอ่ เน่อื ง โดยสามารถแบ่งการตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนกุ รมได้ 2 แบบ คือ
1. การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมเสรมิ แรงดนั ไฟฟา้
2. การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนกุ รมหักลา้ งแรงดนั ไฟฟา้
การตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าแบบขนาน (Parallel Cell) หมายถงึ การนาเซลล์ไฟฟ้าตัง้ แต่ 2 เซลล์ ข้ึนไป
มาต่อเข้าด้วยกัน โดยที่การต่อจะต่อข้ัวเดียวกันเข้าหากันไปเร่ือย ๆ ซึ่งการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบขนาน
สามารถแบง่ การพิจารณาออกเป็น 2 กรณี คือ
1. กรณีที่ไมค่ ดิ ความตา้ นทานภายในเซลล์
2. เม่อื ความตา้ นทานภายในแตล่ ะเซลลม์ ีคา่ เทา่ กนั
การตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าแบบผสม (Combination Cell) หมายถงึ การนาเซลล์ไฟฟ้าแบบอนกุ รมและ
เซลล์ไฟฟา้ แบบขนานมาตอ่ รวมกันในวงจร ซ่ึงสามารถแบ่งการตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าแบบผสมได้ 2 แบบ คือ
1. การตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนุกรม - ขนาน
2. การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบขนาน – อนุกรม
2. สมรรถนะประจาหน่วย
1. ปฏบิ ตั กิ ารวดั และอ่านค่ากระแสไฟฟา้ แรงดันไฟฟ้าในวงจรของเซลลไ์ ฟฟา้ ได้
2. คานวณหาคา่ กระแสไฟฟา้ แรงดันไฟฟา้ ในวงจรการตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าแบบตา่ งๆ ได้
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
จุดประสงค์ทัว่ ไป
1. เพ่อื ใหร้ แู้ ละเข้าใจความหมายของเซลลไ์ ฟฟ้า
2. เพ่อื ใหร้ ู้และเขา้ ใจการต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนกุ รม ขนาน ผสม
3. เพ่อื ใหร้ ู้ เขา้ ใจการคานวณหาค่ากระแสไฟฟา้ แรงดนั ไฟฟ้า และความตา้ นทานของเซลล์ไฟฟา้
แบบอนกุ รม แบบขนาน และแบบอนกุ รม
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
16
จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1. อธบิ ายความหมายของเซลลไ์ ฟฟ้าได้
2. อธิบายการตอ่ เซลล์ไฟฟา้ แบบอนุกรมได้
3. อธิบายการตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบขนานได้
4. อธิบายการตอ่ เซลล์ไฟฟา้ แบบผสมได้
5. การคานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า และความต้านทานของเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมได้
6. คานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้า แรงดนั ไฟฟ้า และความตา้ นทานของเซลลไ์ ฟฟา้ แบบขนานได้
7. คานวณหาค่ากระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟา้ และความตา้ นทานของเซลลไ์ ฟฟ้าแบบผสม
8. มีการพัฒนาคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคท์ ่ีสามารถสงั เกตเหน็
ได้ในด้านความรบั ผดิ ชอบและความมีวนิ ยั
4. สาระการเรียนรู้
1. เซลลไ์ ฟฟา้
2. การต่อเซลล์ไฟฟา้ แบบอนกุ รม
3. การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบขนาน
4. การต่อเซลลไ์ ฟฟา้ แบบผสม
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนาเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครูทบทวนเน้อื หาในหนว่ ยท่ี 2
2. ครูให้นกั เรียนช่วยกนั แสดงความคดิ เหน็ ในเร่ือง การตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม แบบขนาน และ
แบบผสม
3. ครสู รปุ เพอื่ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
ขั้นสอน
4. ครูใหน้ ักเรียนช่วยกันอธิบายความหมายของเซลลไ์ ฟฟ้าจากนนั้ ครูสรุปอีกครั้ง โดยใช้ภาพและ
ส่ือ PowerPoint
5. ครูใหน้ ักเรียนแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกันเรื่อง
การต่อเซลลไ์ ฟฟ้ากลุ่มละ 1 แบบ จากนน้ั ใหส้ ่งตัวแทนมารายงานหนา้ ชน้ั ดังนี้
กลมุ่ ที่ 1 การตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนุกรม
กลุ่มท่ี 2 การตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบขนาน
กลมุ่ ท่ี 3 การตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบผสม
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
17
6. ครูอธิบายสรปุ เกี่ยวกับการต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแตล่ ะแบบโดยใชภ้ าพ และยกตัวอย่างการคานวณหา
คา่ กระแสไฟฟ้า แรงดนั ไฟฟา้ และความต้านทานของเซลล์ไฟฟ้าแบบอนกุ รม
7. ครูกาหนดโจทย์ใหน้ ักเรียนแต่ละกล่มุ แข่งกนั คานวณหาค่ากระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟา้ และความ
ตา้ นทานของเซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนุกรม กลุ่มทีค่ านวณได้ถูกต้องและเรว็ ทส่ี ดุ เปน็ ฝ่ายชนะ
ขัน้ สรุปและการประยุกต์
8. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปเนอื้ หาในบทเรียน และให้นักเรยี นศึกษาเพิ่มเตมิ ในส่ือการเรียนการ
สอนออนไลน์ ใน Google Classroom
9. ครูใหน้ กั เรียนมีส่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชว้ ิธกี ารถาม – ตอบ
10. ครูให้นักเรยี นทาแบบทดสอบทา้ ยบท ตอนท่ี 1 และตอนที่ 2 ในส่ือการเรยี นการสอนออนไลน์
ใน Google Classroom
11. ครูใหน้ กั เรียนทากจิ กรรมการฝึกทักษะ โดยเนน้ ใหน้ ักเรียนนาวัสดเุ หลอื ใชม้ าทากจิ กรรม
12. ครใู หน้ กั เรียนปฏิบตั ิใบงานการทดลองที่ 3.1 การต่อเซลลไ์ ฟฟ้า
6. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1. PowerPoint บทท่ี 3 การต่อเซลล์ไฟฟา้ แบบอนุกรม แบบขนาน และแบบผสม
2. ภาพแสดงสัญลักษณข์ องเซลล์ไฟฟา้
3. ภาพแสดงการต่อเซลล์แบบเสริมแรงดนั ไฟฟา้ และโครงสร้างภายใน
4. ภาพแสดงวงจรเทียบเคยี งของการต่อเซลลไ์ ฟฟา้ รว่ มกับตวั ตา้ นทานภายนอก
5. ภาพแสดงการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบหกั ลา้ งแรงดันไฟฟ้าและโครงสรา้ งภายใน
6. ภาพแสดงวงจรเทยี บเคยี งเซลล์ไฟฟ้า
7. ภาพแสดงการตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบขนาน
8. ภาพแสดงเมื่อไมค่ ิดและคิดความตา้ นทานภายในเซลล์
9. ภาพแสดงการต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนกุ รม-ขนาน
10. ภาพแสดงการตอ่ เซลล์ไฟฟา้ แบบขนาน-อนกุ รม
11. มลั ติมิเตอร์
12. เซลล์ไฟฟา้ ขนาด 9 V
13. ตวั ต้านทาน 330 , 1 k
14. บอร์ดทดลองและสายตอ่ วงจร
15. แบบทดสอบทา้ ยบทที่ 3
16. ใบงานที่ 3 การตอ่ เซลล์ไฟฟ้า
วิทยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
18
7. หลักฐานการเรียนรู้
หลกั ฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทาแบบฝกึ หดั
3. ผลการตอบคาถามทา้ ยกิจกรรม
หลกั ฐานการปฏิบัตงิ าน
1. ใบงานที่ 3 การตอ่ เซลล์ไฟฟ้า
8. การวดั ผลประเมินผล
วธิ วี ดั ผล
1. ตรวจแบบทดสอบท้ายบท
2. ตรวจใบกจิ กรรม
3. ตรวจใบปฏบิ ัตงิ าน
4. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พึง
ประสงค์
เคร่ืองมอื วดั ผล
1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบท้ายบท
2. แบบประเมนิ กจิ กรรม
3. แบบประเมินใบปฏิบัตงิ าน
4. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและนกั เรียน
รว่ มกนั ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท เกณฑผ์ ่าน 60% ขนึ้ ไป
2. แบบประเมินกจิ กรรม เกณฑผ์ ่าน 60% ขน้ึ ไป
3. แบบประเมินใบปฏิบัติงาน เกณฑผ์ า่ น 60% ขึ้นไป
4. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการ
ประเมินตามสภาพจริง
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
19
9. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
1 ข้อสรปุ หลังการจดั การเรียนรู้
2 ปัญหาที่พบ
3 แนวทางแกป้ ญั หา
ผลทีจ่ ะเกิดขน้ึ กบั นกั ศกึ ษาจากการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ทบ่ี รู ณาการหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. นกั ศึกษาจะไดฝ้ ึกคดิ และฝึกปฏิบตั ิตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เงอื่ นไขความรู้ เง่ือนไขคณุ ธรรม
ความรู้ท่ีผเู้ รยี นตอ้ งมีกอ่ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ คณุ ธรรมของนักเรียนในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
- ผูเ้ รียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจเก่ยี วกบั ความหมาย - ความรับผดิ ชอบ
ของเซลล์ไฟฟ้า การต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนกุ รม แบบ - ความมวี นิ ยั
ขนาน แบบผสม และคานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้า
แรงดนั ไฟฟ้า และความตา้ นทานของเซลล์ไฟฟา้ แบบ
อนุกรม แบบขนาน แบบผสม
ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมภี ูมิคมุ้ กันในตวั ท่ีดี
1. ผเู้ รียนจดั เตรียมวัสดุอปุ กรณ์ได้ 3. ผู้เรยี นจดั เตรียมวสั ดุอปุ กรณ์ 4. ผ้เู รียนไดป้ ฏบิ ตั งิ านดว้ ยความถกู ตอ้ ง
เหมาะสมกบั การเรียนการสอน ไดเ้ หมาะสมกบั การเรยี นการ และคานึงถงึ ความประหยดั คมุ้ ค่า
2. ผเู้ รยี นปฏบิ ัตกิ ารทากิจกรรมตาม สอน
แผน
วิทยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
20
2. ผู้เรยี นจะไดเ้ รยี นรกู้ ารใช้ชีวติ ทส่ี มดุลและพร้อมรับการเปล่ียนแปลง 4 มติ ติ ามหลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง
จุดมุ่งหมาย สมดุลและพร้อมรบั การเปล่ียนแปลง
การเรยี นรู้ ดา้ นเศรษฐกิจ ด้านสงั คม ดา้ นส่ิงแวดล้อม ด้านวัฒนธรรม
ด้านพุทธิพิสยั 1. ผเู้ รียนจดั เตรยี มวัสดุ 1. ผ้เู รยี นจดั เตรียม 1. ผู้เรยี นได้ 1. ผเู้ รียนได้
(K) อปุ กรณไ์ ด้เหมาะสมกบั วัสดอุ ปุ กรณ์ได้ ปฏบิ ตั ิงานด้วยความ ปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความ
การเรยี นการสอน เหมาะสมกับการเรียน ถูกต้องและคานึงถงึ ถกู ตอ้ งและคานึงถงึ
2. ผู้เรยี นปฏบิ ัติการทา การสอน ความประหยัดคมุ้ คา่ ความประหยัดคุม้ คา่
กจิ กรรมตามแผน 2. ผูเ้ รยี นได้
3. ผู้เรียนจดั เตรียมวัสดุ ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความ
อุปกรณ์ไดเ้ หมาะสมกับ ถูกตอ้ งและคานงึ ถงึ
การเรยี นการสอน ความประหยัดคมุ้ คา่
ด้านทักษะ 1. ผู้เรียนจัดเตรียมวสั ดุ 1. ผเู้ รยี นจดั เตรียม 1. ผ้เู รยี นได้ 1. ผเู้ รยี นได้
พิสัย (P) อปุ กรณไ์ ดเ้ หมาะสมกับ วสั ดุอปุ กรณ์ได้ ปฏบิ ัติงานดว้ ยความ ปฏิบตั ิงานดว้ ยความ
การเรียนการสอน เหมาะสมกับการเรียน ถูกตอ้ งและคานึงถงึ ถกู ต้องและคานงึ ถงึ
2. ผูเ้ รยี นปฏบิ ัตกิ ารทา การสอน ความประหยัดคมุ้ คา่ ความประหยัดคุม้ คา่
กิจกรรมตามแผน 2. ผู้เรียนได้
3. ผเู้ รียนจัดเตรียมวัสดุ ปฏิบัติงานด้วยความ
อปุ กรณ์ไดเ้ หมาะสมกบั ถูกตอ้ งและคานงึ ถงึ
การเรียนการสอน ความประหยัดคุ้มคา่
ดา้ นจติ พิสยั 1. ผู้เรียนจัดเตรียมวสั ดุ 1. ผเู้ รียนจดั เตรียม 1. ผเู้ รียนได้ 1. ผเู้ รียนได้
(A) อุปกรณ์ไดเ้ หมาะสมกบั วัสดุอุปกรณไ์ ด้ ปฏิบัตงิ านดว้ ยความ ปฏิบัตงิ านดว้ ยความ
การเรียนการสอน เหมาะสมกบั การเรียน ถกู ตอ้ งและคานงึ ถงึ ถูกต้องและคานึงถงึ
2. ผเู้ รยี นปฏบิ ัติการทา การสอน ความประหยัดคุ้มค่า ความประหยดั คมุ้ ค่า
กิจกรรมตามแผน 2. ผเู้ รียนได้
3. ผเู้ รียนจดั เตรียมวัสดุ ปฏิบตั งิ านดว้ ยความ
อุปกรณไ์ ดเ้ หมาะสมกับ ถกู ตอ้ งและคานงึ ถงึ
การเรียนการสอน ความประหยดั คุม้ คา่
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
21
แผนการเรยี นรทู้ ี่ 4
หนว่ ยท่ี 4 จานวน 4 ชว่ั โมง สัปดาห์ที่ 5
ชอ่ื วชิ า วงจรไฟฟา้ กระแสตรง รหัส 20105-2002
ชอ่ื หน่วย กฎของโอหม์
1. สาระสาคญั
กฎของโอหม์
จอร์จ ไซมอน โอห์ม (George Simon Ohm) นักฟิสิกส์ชาวเยอรมันได้ทาการทดลองวัดหา
ความสัมพันธ์ของแรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และค่าความต้านทานในวงจรไฟฟ้า พบวา่ “ในวงจรไฟฟ้าใด
ๆ กระแสไฟฟา้ จะแปรผนั ตรงกับแรงดนั ไฟฟ้า และกระแสไฟฟ้าจะแปรผกผนั กบั ตัวต้านทาน” นัน่ คอื I E
และ I 1
R
ความสัมพันธ์ของแรงดนั ไฟฟา้ กระแสไฟฟ้า และตวั ต้านทานในวงจรไฟฟ้า สามารถเขียนเปน็ สูตร
ได้ ดงั นี้ I = E
1. กระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจร R
2. แรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้กับวงจร E = IR
3. ความตา้ นทานในวงจรไฟฟ้า R =อัตราEIการเปลี่ยนแปลงพลังงาน หรืออัตราของการ
กำลังไฟฟ้า (Electrical Power) หมายถึง
ทางานจากรปู แบบหน่งึ ไปอีกรูปแบบหนงึ่ เขยี นแทนดว้ ยสญั ลกั ษณ์ P และมีหนว่ ยเป็น วตั ต์ Watt (W)
กาลังไฟฟา้ P = EI Watt (W)
P = I2R Watt (W)
E2 Watt (W)
P = R
พลังงานไฟฟ้า (Electrical Energy) หมายถึง กาลังไฟฟา้ ท่ีถูกนาไปใช้ในช่วงระยะเวลาใดเวลา
หนึ่งของปริมาณไฟฟ้าท้ังหมด ซึ่งก็คือ ผลคูณของกาลังไฟฟ้าเป็นวัตต์กบั ระยะเวลาท่ีใช้เป็นวินาที เขียน
แทนดว้ ยสัญลักษณ์ W โดยจะได้ความสัมพันธข์ องพลังงานไฟฟา้ และเวลา ดงั น้ี
W = Pt
หนว่ ยและการเปลี่ยนหน่วยการวัดพลังงานไฟฟ้า
1. วัตต์ - วินาที (Watt - Second) คือ พลังงานไฟฟ้าท่ีเกิดจากกาลังไฟฟ้า 1 วัตต์ ในเวลา 1
วินาที หรือมพี ลังงานไฟฟ้า 1 จูล (Joule)
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
22
2. วตั ต์ - ชว่ั โมง (Watt - Hour) คือ พลังงานไฟฟ้าท่ีเกิดจากกาลงั ไฟฟา้ 1 วตั ต์ ในเวลา 1 ช่ัวโมง
3. กิโลวัตต์ - ชั่วโมง (Kilowatt - Hour) คือ พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากกาลังไฟฟ้า 1,000 วัตต์ ใน
เวลา 1 ชั่วโมง (Hour) เรียกวา่ 1 หนว่ ย หรือ 1 ยูนิต (Unit)
2. สมรรถนะประจาหน่วย
1. คานวณหาคา่ แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และความต้านทานไฟฟ้าโดยใชก้ ฎของโอห์มได้
2. วดั และอ่านค่าแรงดันไฟฟา้ กระแสไฟฟ้า ความต้านทาน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
จดุ ประสงคท์ ัว่ ไป
1. เพอ่ื ใหร้ ู้และเข้าใจกฎของโอหม์
2. เพื่อใหร้ ้แู ละเข้าใจการคานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้า แรงดนั ไฟฟ้า และความตา้ นทาน ใน
วงจรไฟฟ้ากระแสตรง
3. เพือ่ ใหร้ ู้ เข้าใจกาลงั ไฟฟา้ ท่เี กิดจากผลคูณของกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟา้
4. เพื่อใหร้ ู้ เข้าใจพลงั งานไฟฟ้าท่ีเกดิ จากกาลังไฟฟา้ และนามาคิดค่าไฟฟา้
จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. อธบิ ายกฎของโอห์มได้
2. คานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้า แรงดนั ไฟฟ้า และความต้านทาน ในวงจรไฟฟา้ กระแสตรงได้
3. อธิบายกาลังไฟฟ้าทเี่ กิดจากผลคณู ของกระแสไฟฟา้ และแรงดนั ไฟฟ้าได้
4. อธิบายพลงั งานไฟฟา้ ทเี่ กิดจากกาลังไฟฟ้าและนามาคิดค่าไฟฟ้าได้
5. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ทสี่ ามารถสังเกตเหน็
ไดใ้ นดา้ นความรับผดิ ชอบและความซ่ือสัตย์สุจริต
4. สาระการเรยี นรู้
1. กฎของโอห์ม
2. การคานวณคา่ กระแสไฟฟา้ แรงดนั ไฟฟา้ และความต้านทาน
3. กาลังไฟฟ้า
4. พลงั งานไฟฟ้า
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนาเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ครูทบทวนเนอ้ื หาในหน่วยที่ 3
2. ครสู มุ่ ตัวอย่างนกั เรยี นใหต้ อบคาถามเรือ่ ง กฎของโอห์ม
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
23
3. ครสู รปุ เพอ่ื นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
ขน้ั สอน
4. ครูให้นักเรียนศึกษาเก่ียวกับกฎของโอห์ม จากน้ันครูอธิบายเพ่ิมเติมโดยใช้สื่อ PowerPoint
และภาพ แล้วตงั้ คาถามให้นักเรยี นชว่ ยกนั ตอบ
5. ครูแสดงตัวอยา่ งวธิ กี ารคานวณหาค่ากระแสไฟฟา้ แรงดันไฟฟา้ และความต้านทาน ในวงจรไฟฟ้า
กระแสตรง แล้วใหน้ กั เรียนซักถาม จากนั้นใหน้ กั เรยี นฝึกการคานวณโดยครกู าหนดโจทย์ให้
6. ครูอธิบายกาลังไฟฟา้ ท่ีเกิดจากผลคูณของกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้า พร้อมท้งั ยกตัวอย่าง
การคานวณโดยใช้ภาพประกอบ แลว้ ให้นกั เรียนฝึกการคานวณจากโจทย์ทคี่ รูกาหนด
7. ครูอธิบายเกี่ยวกับพลังงานไฟฟา้ ทเ่ี กดิ จากกาลังไฟฟ้าและนามาคิดค่าไฟฟา้ จากนั้นใหน้ ักเรยี น
ฝึกการคานวณจากโจทย์ทคี่ รูกาหนดให้
ขนั้ สรุปและการประยุกต์
8. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปเนื้อหาในบทเรียน และใหน้ ักเรียนศึกษาเพ่ิมเติมในสื่อการเรียนการ
สอนออนไลน์ ใน Google Classroom
9. ครูให้นกั เรยี นมสี ่วนร่วมในการแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้วิธกี ารถาม – ตอบ
10. ครใู ห้นกั เรยี นทาแบบทดสอบท้ายบท ตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ในส่ือการเรยี นการสอนออนไลน์
ใน Google Classroom
11. ครูให้นักเรยี นทากจิ กรรมการฝกึ ทกั ษะ โดยเน้นให้นักเรียนนาวัสดุเหลอื ใชม้ าทากิจกรรม
12. ครใู หน้ ักเรียนปฏิบัติใบงานการทดลองท่ี 4.1 กฎของโอห์ม
6. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1. PowerPoint บทท่ี 4 กฎของโอหม์
2. ภาพแสดงวงจรไฟฟา้
3. ภาพแสดงความสมั พนั ธก์ ฎของโอห์ม
4. ภาพสรุปสูตรปริมาณไฟฟา้ P, E, I และ R
5. มลั ตมิ เิ ตอร์
6. แหลง่ จา่ ยไฟตรง 0 - 30 V
7. ตวั ต้านทาน 100 , 330 , 470 , 680
8. บอรด์ ทดลองและสายต่อวงจร
9. แบบทดสอบท้ายบทที่ 4
10. ใบงานการทดลองที่ 4.1 กฎของโอหม์
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
24
7. หลกั ฐานการเรยี นรู้
หลกั ฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทาแบบฝกึ หดั
3. ผลการตอบคาถามท้ายกิจกรรม
หลักฐานการปฏิบตั งิ าน
1. ใบงานที่ 4 กฎของโอห์ม
8. การวัดผลประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1. ตรวจแบบทดสอบทา้ ยบท
2. ตรวจใบกจิ กรรม
3. ตรวจใบปฏบิ ัติงาน
4. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พงึ
ประสงค์
เครอื่ งมอื วดั ผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท
2. แบบประเมนิ กจิ กรรม
3. แบบประเมินใบปฏบิ ัตงิ าน
4. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและนกั เรียน
รว่ มกันประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท เกณฑ์ผ่าน 60% ข้นึ ไป
2. แบบประเมินกิจกรรม เกณฑ์ผา่ น 60% ขึ้นไป
3. แบบประเมนิ ใบปฏบิ ัตงิ าน เกณฑผ์ า่ น 60% ขึน้ ไป
4. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กบั การ
ประเมินตามสภาพจริง
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
25
9. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
1 ขอ้ สรปุ หลงั การจัดการเรยี นรู้
2 ปัญหาทพ่ี บ
3 แนวทางแก้ปญั หา
ผลทจี่ ะเกิดขนึ้ กบั นกั ศกึ ษาจากการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ทบ่ี ูรณาการหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. นกั ศึกษาจะไดฝ้ ึกคิดและฝึกปฏิบัตติ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เงื่อนไขความรู้ เงอื่ นไขคุณธรรม
ความรู้ท่ีผเู้ รียนต้องมกี อ่ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ คุณธรรมของนักเรยี นในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
- ผูเ้ รียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกับกฎของ - ความรับผดิ ชอบ
โอห์ม คานวณหาค่ากระแสไฟฟา้ แรงดันไฟฟา้ และ - ความซอื่ สัตยส์ จุ รติ
ความต้านทาน ในวงจรไฟฟา้ กระแสตรง
ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
1. ผ้เู รียนจัดเตรียมวสั ดอุ ปุ กรณ์ได้ 3. ผู้เรยี นไดว้ ิเคราะห์ 4. ผู้เรยี นได้ปฏิบัตงิ านดว้ ยความ
เหมาะสมกบั การเรยี นการสอน กาลงั ไฟฟ้าและพลงั งานไฟฟ้า ถูกตอ้ งและคานงึ ถงึ ความประหยัด
2. ผู้เรียนปฏบิ ตั ิการทากิจกรรมตาม คมุ้ คา่
แผน
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
26
2. ผเู้ รยี นจะไดเ้ รียนร้กู ารใช้ชีวิตที่สมดลุ และพรอ้ มรับการเปล่ียนแปลง 4 มิตติ ามหลักปรชั ญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
จดุ มุง่ หมาย สมดลุ และพร้อมรบั การเปล่ียนแปลง
การเรียนรู้ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสงั คม ดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม ดา้ นวฒั นธรรม
ด้านพุทธิ 1. ผเู้ รียนจดั เตรียมวัสดุ 1. ผเู้ รียนจัดเตรยี มวสั ดุ 1. ผเู้ รียนได้ 1. ผเู้ รยี นได้
พสิ ยั (K) อุปกรณไ์ ดเ้ หมาะสมกบั การ อุปกรณ์ไดเ้ หมาะสมกบั ปฏบิ ตั ิงานด้วย ปฏิบตั งิ านด้วย
เรยี นการสอน การเรียนการสอน ความถกู ต้องและ ความถูกตอ้ งและ
2. ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ ารทา 2. ผเู้ รยี นได้ปฏิบัตงิ าน คานงึ ถึงความ คานงึ ถงึ ความ
กจิ กรรมตามแผน ด้วยความถกู ตอ้ งและ ประหยดั คุม้ คา่ ประหยดั คุม้ คา่
3. ผ้เู รียนได้วิเคราะห์ คานึงถึงความประหยัด
กาลงั ไฟฟ้าและพลังงาน คุ้มคา่
ไฟฟ้า
ด้านทักษะ 1. ผูเ้ รยี นจัดเตรียมวัสดุ 1. ผูเ้ รียนจดั เตรียมวัสดุ 1. ผูเ้ รียนได้ 1. ผู้เรยี นได้
พสิ ัย (P) อปุ กรณ์ไดเ้ หมาะสมกบั การ อปุ กรณไ์ ด้เหมาะสมกับ ปฏบิ ัตงิ านด้วย ปฏิบัตงิ านด้วย
เรียนการสอน การเรยี นการสอน ความถกู ต้องและ ความถกู ต้องและ
2. ผูเ้ รยี นปฏบิ ตั กิ ารทา 2. ผู้เรียนไดป้ ฏิบตั งิ าน คานงึ ถึงความ คานึงถึงความ
กจิ กรรมตามแผน ด้วยความถกู ต้องและ ประหยัดคุม้ คา่ ประหยัดคมุ้ คา่
3. ผู้เรียนไดว้ ิเคราะห์ คานึงถงึ ความประหยัด
กาลังไฟฟา้ และพลงั งาน ค้มุ คา่
ไฟฟา้
ด้านจิต 1. ผเู้ รียนจดั เตรียมวสั ดุ 1. ผู้เรยี นจัดเตรยี มวสั ดุ 1. ผูเ้ รียนได้ 1. ผู้เรยี นได้
พิสัย อปุ กรณ์ได้เหมาะสมกบั การ อปุ กรณ์ไดเ้ หมาะสมกับ ปฏิบัตงิ านด้วย ปฏบิ ัตงิ านด้วย
(A) เรียนการสอน การเรยี นการสอน ความถกู ต้องและ ความถกู ตอ้ งและ
2. ผเู้ รยี นปฏบิ ัตกิ ารทา 2. ผู้เรยี นได้ปฏบิ ตั งิ าน คานึงถงึ ความ คานงึ ถงึ ความ
กจิ กรรมตามแผน ด้วยความถูกตอ้ งและ ประหยัดคุ้มคา่ ประหยัดคุ้มค่า
3. ผ้เู รียนไดว้ เิ คราะห์ คานึงถึงความประหยดั
กาลังไฟฟ้าและพลังงาน คุ้มค่า
ไฟฟ้า
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
27
แผนการเรียนรทู้ ี่ 5
หนว่ ยที่ 5 จานวน 8 ชว่ั โมง สปั ดาหท์ ี่ 6-7
ชือ่ วชิ า วงจรไฟฟ้ากระแสตรง รหสั 20105-2002
ชอ่ื หน่วย วงจรแบง่ แรงดันไฟฟ้าและวงจรแบง่ กระแสไฟฟ้า
1. สาระสาคญั
วงจรแบ่งแรงดันไฟฟ้า (Votltage Divider Circuit) หมายถงึ วงจรทป่ี ระกอบด้วย ตัวตา้ นทาน
ต้ังแต่ 2 ตัวขึ้นไป ต่ออนุกรมกับแหล่งจ่ายไฟฟ้า (Power Supply) โดยท่ีแรงดันไฟฟ้าที่ตกคร่อมความ
ต้านทานในวงจรจะแบ่งแรงดันไฟฟา้ จากแหล่งจ่ายไฟฟ้า ซ่งึ แบง่ วงจรออกเปน็ 2 แบบ คอื
1. วงจรแบ่งแรงดันไฟฟ้าแบบไม่มีภาระไฟฟ้า เป็นวงจรที่ยังไม่มีการนาภาระไฟฟ้าต่อเข้าไปใน
วงจรแบ่งแรงดันไฟฟ้า โดยท่ีมีตัวต้านทานต่ออนุกรมอยู่กับวงจร และจะไม่มีกระแสไฟฟ้าจ่ายไปสู่ภาระ
ไฟฟ้าท่ีตอ่ อยภู่ ายนอก
2. วงจรแบ่งแรงดันไฟฟ้าแบบมีภาระไฟฟ้า เป็นวงจรแบ่งแรงดันไฟฟ้าที่มีการต่อตัวภาระไฟฟ้า
หรือโหลด (Load) เพิ่มในวงจร ทาใหม้ ีกระแสไฟฟ้าในวงจร โดยกระแสไฟฟา้ ที่ไหลผา่ นค่าความต้านทาน
แต่ละตัวจะทาหน้าท่ีแบ่งแรงดันไฟฟ้าของวงจร เรียกวา่ กระแสไฟฟ้าบลีดเดอร์ (Bleeder Current) ซ่ึง
ค่ากระแส ไฟฟา้ บลีดเดอรม์ คี า่ ประมาณ 10 - 20 % ของกระแสไฟฟ้าโหลด (IL)
วงจรแบ่งกระแสไฟฟ้า (Crurent Divider Circuit) หมายถึง วงจรที่ประกอบด้วยตัวตา้ นทาน
ต้ังแต่ 2 ตัวข้ึนไป ต่อแบบขนานกันโดยคร่อมกับ แหล่งจ่ายไฟฟ้า (Power Supply) โดยท่ีกระแสไฟฟ้า
ไหลผ่านตัวตา้ นทานแต่ละตัว จะได้จากการแบ่งกระแส ไฟฟ้าจากกระแสไฟฟา้ รวมของวงจร
2. สมรรถนะประจาหน่วย
1. คานวณหาค่ากระแสไฟฟ้ากับแรงดันไฟฟา้ จากวงจรแบง่ แรงดนั ไฟฟ้าได้
2. ปฏิบัตกิ ารประกอบ ทดสอบ วดั และอา่ นค่ากระแสไฟฟา้ กับแรงดันไฟฟ้า จากวงจรแบง่
แรงดนั ไฟฟา้ ได้
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
จดุ ประสงคท์ ัว่ ไป
1. เพ่อื ใหร้ ู้และเขา้ ใจหลักการทางานวงจรแบง่ แรงดนั ไฟฟา้
2. เพอ่ื ใหร้ ู้และเขา้ ใจหลกั การทางานวงจรแบง่ กระแสไฟฟ้า
3. เพื่อใหร้ ู้ เข้าใจการคานวณแรงดนั ไฟฟ้าตกครอ่ มโหลดโดยใชห้ ลกั การแบง่ แรงดนั ไฟฟา้
4. เพอ่ื ให้รู้ เขา้ ใจการคานวณกระแสไฟฟ้าของโหลดโดยใชห้ ลกั การแบง่ กระแสไฟฟ้า
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
28
จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
1. อธิบายหลกั การทางานวงจรแบ่งแรงดนั ไฟฟา้ ได้
2. คานวณแรงดนั ไฟฟ้าตกคร่อมโหลดโดยใชห้ ลกั การแบ่งแรงดนั ไฟฟา้ ได้
3. อธบิ ายหลักการทางานวงจรแบ่งกระแสไฟฟ้าได้
4. คานวณกระแสไฟฟา้ ของโหลดโดยใช้หลกั การแบ่งกระแสไฟฟ้าได้
5. มกี ารพัฒนาคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ท่สี ามารถสังเกตเห็น
ไดใ้ นด้านความรับผิดชอบและความเช่อื ม่นั ในตนเอง
4. สาระการเรียนรู้
1. วงจรแบง่ แรงดนั ไฟฟา้
2. วงจรแบง่ กระแสไฟฟ้า
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนาเข้าส่บู ทเรยี น
1. ครทู บทวนเนื้อหาในหนว่ ยท่ี 4
2. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรื่อง วงจรแบ่งแรงดันไฟฟ้าและวงจรแบ่ง
กระแสไฟฟ้า
3. ครสู รปุ เพอ่ื นาเข้าสบู่ ทเรียน
ข้นั สอน
4. ครูอธิบายหลักการทางานวงจรแบ่งแรงดันไฟฟ้า โดยใช้สื่อ PowerPoint และภาพประกอบ
แล้วให้นักเรยี นซกั ถาม
5. ครูแสดงวิธีการคานวณแรงดันไฟฟ้าตกคร่อมโหลดโดยใช้หลักการแบ่งแรงดันไฟฟ้า แล้วให้
นักเรียนซักถาม จากน้ันให้นกั เรยี นฝึกการคานวณแล้วจบั คู่กันตรวจคาตอบ
6. ครใู หน้ ักเรียนศกึ ษาเก่ยี วกบั หลักการทางานวงจรแบ่งกระแสไฟฟา้ จากน้นั ครูสรุปอกี ครั้งโดยใช้
ภาพประกอบ แล้วตัง้ คาถามให้นกั เรียนชว่ ยกนั ตอบ
7. ครูอธิบายพร้อมท้ังแสดงวิธีการคานวณกระแสไฟฟา้ ของโหลดโดยใช้หลักการแบ่งกระแสไฟฟ้า
แล้วใหน้ กั เรียนซักถาม
8. ครูกาหนดโจทย์การคานวณเกี่ยวกับคานวณกระแสไฟฟ้าของโหลดโดยใช้หลักการแบ่ง
กระแสไฟฟา้ ให้นักเรยี นฝกึ การคานวณ
ข้ันสรปุ และการประยกุ ต์
9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาในบทเรียน และใหน้ กั เรยี นศกึ ษาเพม่ิ เตมิ ในสอื่ การเรียน
การสอนออนไลน์ ใน Google Classroom
วิทยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
29
10. ครใู หน้ กั เรยี นมีส่วนรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้วิธกี ารถาม – ตอบ
11. ครูใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบทา้ ยบท ตอนท่ี 1 และตอนท่ี 2 ในส่ือการเรียนการสอนออนไลน์
ใน Google Classroom
12. ครูใหน้ กั เรียนทากจิ กรรมการฝึกทกั ษะ โดยเนน้ ให้นักเรียนนาวสั ดเุ หลือใช้มาทากจิ กรรม
13. ครใู ห้นกั เรียนปฏบิ ัติใบงานทดลองท่ี 5.1 วงจรแบ่งแรงดันไฟฟ้า และใบงานทดลองท่ี 5.2 วงจร
แบ่งกระแสไฟฟา้
6. สือ่ และแหลง่ การเรียนรู้
1. PowerPoint บทท่ี 5 วงจรแบ่งแรงดนั ไฟฟา้ และวงจรแบ่งกระแสไฟฟา้
2. ภาพแสดงวงจรแบ่งแรงดนั ไฟฟ้าแบบไม่มภี าระไฟฟา้
3. ภาพแสดงวงจรแบง่ แรงดันไฟฟา้ แบบมภี าระไฟฟ้า
4. ภาพแสดงวงจรแบง่ กระแสไฟฟา้
5. ภาพแสดงวงจรแบ่งกระแสไฟฟ้าทม่ี ตี ัวตา้ นทานมากกว่า 2 ตัว
6. มลั ติมเิ ตอร์
7. แหลง่ จ่ายไฟตรง 0 - 30 V
8. ตวั ต้านทาน 100 , 220 , 330 และตวั ตา้ นทาน 1 k, 4.7 k, 10 k
9. บอรด์ ทดลองและสายต่อวงจร
10. แบบทดสอบทา้ ยบทท่ี 5
11. ใบงานทดลองที่ 5.1 วงจรแบง่ แรงดนั ไฟฟา้ และใบงานทดลองที่ 5.2 วงจรแบง่ กระแสไฟฟา้
7. หลักฐานการเรยี นรู้
หลกั ฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทาแบบฝกึ หัด
3. ผลการตอบคาถามทา้ ยกิจกรรม
หลกั ฐานการปฏิบัตงิ าน
1. ใบงานทดลองที่ 5.1 วงจรแบง่ แรงดนั ไฟฟ้า
2. ใบงานทดลองที่ 5.2 วงจรแบง่ กระแสไฟฟ้า
8. การวดั ผลประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1. ตรวจแบบทดสอบท้ายบท
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
30
2. ตรวจใบกจิ กรรม
3. ตรวจใบปฏบิ ัตงิ าน
4. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมค่านิยมและคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครือ่ งมือวดั ผล
1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบท้ายบท
2. แบบประเมินกจิ กรรม
3. แบบประเมนิ ใบปฏบิ ตั งิ าน
4. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและนกั เรียน
ร่วมกนั ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท เกณฑ์ผา่ น 60% ข้นึ ไป
2. แบบประเมินกิจกรรม เกณฑผ์ า่ น 60% ข้ึนไป
3. แบบประเมินใบปฏบิ ตั ิงาน เกณฑผ์ ่าน 60% ขึ้นไป
4. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กบั การ
ประเมินตามสภาพจรงิ
9. บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
1 ขอ้ สรปุ หลงั การจดั การเรยี นรู้
2 ปัญหาท่พี บ
3 แนวทางแก้ปญั หา
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
31
ผลทจี่ ะเกดิ ขน้ึ กบั นกั ศกึ ษาจากการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ทบ่ี ูรณาการหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. นกั ศึกษาจะไดฝ้ กึ คิดและฝกึ ปฏิบัตติ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เงือ่ นไขความรู้ เง่ือนไขคณุ ธรรม
ความรทู้ ผ่ี เู้ รยี นต้องมกี อ่ นการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ คณุ ธรรมของนกั เรียนในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
- ผเู้ รยี นมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกับหลักการ - ความรับผดิ ชอบ
ทางานวงจรแบง่ แรงดันไฟฟ้า หลักการทางานวงจรแบ่ง - ความเช่ือมนั่ ในตนเอง
กระแสไฟฟ้า
ความพอประมาณ ความมเี หตุผล ความมีภมู ิคุ้มกันในตวั ทดี่ ี
1. ผู้เรยี นจัดเตรยี มวสั ดุอปุ กรณ์ได้ 3. ผู้เรยี นไดว้ ิเคราะห์วงจรแบง่ 4. ผู้เรยี นได้ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความ
เหมาะสมกับการเรียนการสอน แรงดนั ไฟฟา้ และวงจรแบง่ ถูกตอ้ งและคานงึ ถงึ ความประหยดั
2. ผูเ้ รยี นปฏบิ ตั กิ ารทากิจกรรมตาม กระแสไฟฟา้ คุ้มคา่
แผน
2. ผูเ้ รยี นจะไดเ้ รยี นรู้การใชช้ วี ติ ทสี่ มดุลและพรอ้ มรบั การเปลย่ี นแปลง 4 มิติตามหลกั ปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียง
จดุ ม่งุ หมาย สมดลุ และพรอ้ มรบั การเปล่ยี นแปลง
การเรยี นรู้ ดา้ นเศรษฐกิจ ดา้ นสังคม ดา้ นส่งิ แวดล้อม ด้านวัฒนธรรม
ดา้ นพุทธิ 1. ผูเ้ รียนจดั เตรียมวัสดุ 1. ผู้เรียนจัดเตรียมวัสดุ 1. ผเู้ รยี นได้ 1. ผเู้ รยี นได้
พสิ ยั (K) อปุ กรณไ์ ดเ้ หมาะสมกับการ อปุ กรณไ์ ด้เหมาะสมกบั ปฏิบตั ิงานดว้ ย ปฏบิ ตั ิงานดว้ ย
เรยี นการสอน การเรยี นการสอน ความถูกตอ้ งและ ความถกู ต้องและ
2. ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ ารทา 2. ผ้เู รยี นได้ปฏิบตั งิ าน คานึงถึงความ คานงึ ถึงความ
กิจกรรมตามแผน ดว้ ยความถกู ต้องและ ประหยัดคมุ้ ค่า ประหยดั คมุ้ ค่า
3. ผเู้ รยี นได้วิเคราะห์วงจร คานงึ ถงึ ความประหยัด
แบง่ แรงดนั ไฟฟ้า และวงจร คมุ้ คา่
แบ่งกระแสไฟฟ้า
วิทยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
32
จุดมงุ่ หมาย สมดุลและพร้อมรบั การเปลี่ยนแปลง
การเรยี นรู้
ดา้ นทกั ษะ ดา้ นเศรษฐกจิ ดา้ นสังคม ด้านสิ่งแวดลอ้ ม ดา้ นวฒั นธรรม
พสิ ัย (P) 1. ผู้เรียนจดั เตรียมวัสดุ 1. ผูเ้ รียนได้
อปุ กรณ์ไดเ้ หมาะสมกบั การ 1. ผเู้ รยี นจัดเตรยี มวัสดุ 1. ผ้เู รียนได้ ปฏบิ ัติงานด้วย
เรยี นการสอน ความถูกต้องและ
2. ผเู้ รยี นปฏบิ ตั ิการทา อปุ กรณ์ได้เหมาะสมกบั ปฏบิ ัตงิ านดว้ ย คานงึ ถงึ ความ
กจิ กรรมตามแผน ประหยดั คุ้มคา่
3. ผูเ้ รยี นไดว้ ิเคราะห์วงจร การเรียนการสอน ความถูกตอ้ งและ
แบ่งแรงดนั ไฟฟา้ และวงจร 2. ผเู้ รียนได้ปฏิบตั งิ าน คานงึ ถึงความ
แบง่ กระแสไฟฟ้า ด้วยความถกู ตอ้ งและ ประหยดั คุ้มค่า
คานึงถงึ ความประหยดั
ค้มุ ค่า
ด้านจิตพิสัย 1. ผเู้ รยี นจัดเตรียมวัสดุ 1. ผูเ้ รยี นจัดเตรียมวัสดุ 1. ผูเ้ รยี นได้ 1. ผเู้ รียนได้
(A) อปุ กรณ์ไดเ้ หมาะสมกบั การ อุปกรณไ์ ด้เหมาะสมกบั ปฏบิ ัติงานด้วย ปฏบิ ัตงิ านดว้ ย
การเรยี นการสอน ความถูกต้องและ ความถูกตอ้ งและ
เรียนการสอน 2. ผูเ้ รยี นไดป้ ฏบิ ัตงิ าน คานึงถึงความ คานึงถึงความ
2. ผเู้ รียนปฏบิ ัตกิ ารทา ด้วยความถกู ตอ้ งและ ประหยัดคมุ้ ค่า ประหยดั คมุ้ ค่า
กิจกรรมตามแผน คานงึ ถึงความประหยดั
3. ผเู้ รียนไดว้ ิเคราะห์วงจร คมุ้ ค่า
แบ่งแรงดันไฟฟ้า และวงจร
แบง่ กระแสไฟฟ้า
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
33
แผนการเรยี นรูท้ ี่ 6
หน่วยท่ี 6 จานวน 4 ชั่วโมง สปั ดาห์ท่ี 8
ชอื่ วิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง รหสั 20105-2002
ช่อื หน่วย วงจรบรดิ จ์
1. สาระสาคญั
วงจรบรดิ จ์ (Bridge Circuit) คอื วงจรทปี่ ระกอบดว้ ยคา่ ความต้านทาน 4 ตัว ตอ่ เป็นวงจรคล้ายกบั วงจร
สตาร์ (Y) หรือวงจรเดลตา้ () โดยมกี ลั วานอมิเตอร์ (Galvanormeter ; G) ต่อเชอ่ื มระหวา่ งจดุ ต่อของค่า
ความตา้ นทาน R1 กบั R2 และ R3 กับ Rx ท่ีจุด A, B วงจรบรดิ จ์ แบ่งออกได้ 2 ลกั ษณะ คอื
1. วงจรบริดจใ์ นสภาวะสมดลุ (Balanced Bridge Circuit) ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง วงจรบรดิ จ์ท่ี
นิยมแพร่หลายและใชก้ นั มาก คอื วงจรวีทสโตนบริดจ์ (Wheatstone Bridge) ซึง่ จะใชว้ ิธกี ารปรับคา่ ความ
ต้านทานปรับค่าได้ โดยทว่ี งจรบริดจจ์ ะประกอบด้วย คา่ ความตา้ นทาน R1, R2, R3 (ค่าความตา้ นทานคงที่)
และ Rx (คา่ ความต้านทานไม่ทราบค่า)
การปรับค่าความต้านทานในวงจรบริดจ์ จะปรับค่าความต้านทาน R3 โดยปรับใหต้ าแหน่งของเข็ม
กัลวานอมิเตอร์ช้ีไปท่ีตาแหน่งศูนย์ ในสภาวะเช่นนี้ เรียกว่า สภาวะวงจรบริดจ์สมดุล (Balance Bridge
Circuit) เน่ืองจากไมม่ ีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านกัลวานอมิเตอร์ (IG = 0) และค่าแรงดนั ไฟฟา้ ระหวา่ งจดุ A (VA)
และ B (VB) จะมคี ่าเท่ากัน นนั่ คอื VA = VB
2. วงจรบริดจ์ในสภาวะไม่สมดุล (Unbalanced Bridge Circuit) ในสภาวะวงจรบริดจ์ไม่สมดุล
ทาใหเ้ กดิ อตั ราสว่ นของคา่ ความต้านทานในวงจรบริดจ์ไมเ่ ท่ากันจะได้
RR21 RR3x
ทาใหค้ า่ แรงดนั ไฟฟ้าตกคร่อมความต้านทานในวงจรบริดจไ์ มเ่ ทา่ กนั คือ
แรงดันไฟฟ้า VR1 VRx
และแรงดนั ไฟฟ้า VR2 VR3
ส่งผลให้คา่ ความตา่ งศกั ย์ที่จดุ A และ B มีค่าไมเ่ ท่ากับศูนย์ คือ VAB 0 จึงทาให้มีกระแสไฟฟ้า
ไหลผ่านกัลวานอมิเตอร์ (IG) เข็มกัลวานอมิเตอร์จะชี้และเบ่ียงเบนได้ ซ่ึงปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน
เช่นนเ้ี รียกวา่ สภาวะวงจรบริดจ์ไมส่ มดลุ (Unbalanced Bridge Circuit)
2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
1. คานวณหาคา่ กระแสไฟฟา้ กับแรงดันไฟฟา้ ในวงจรบริดจ์ได้
2. ปฏบิ ัตกิ ารประกอบ ทดสอบ วัดและอ่านคา่ กระแสไฟฟ้ากบั แรงดนั ไฟฟา้ ในวงจรบริดจ์ได้
วิทยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
34
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
จดุ ประสงค์ทั่วไป
1. เพอื่ ใหร้ แู้ ละเขา้ ใจการเขียนวงจรบรดิ จ์ในสภาวะสมดลุ
2. เพือ่ ใหร้ แู้ ละเข้าใจการคานวณวงจรบรดิ จ์ในสภาวะไม่สมดุล
3. เพอื่ ใหร้ ู้ เข้าใจการคานวณคา่ ความตา้ นทานในสภาวะที่วงจรบริดจส์ มดลุ
4. เพื่อให้รู้ เข้าใจการคานวณหาค่าแรงดันไฟฟ้ากับกระแสไฟฟ้าในสภาวะท่วี งจรบรดิ จไ์ มส่ มดุล
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. เขยี นวงจรบรดิ จ์ในสภาวะสมดลุ ได้
2. คานวณวงจรบรดิ จ์ในสภาวะไม่สมดลุ ได้
3. คานวณคา่ ความตา้ นทานในสภาวะที่วงจรบริดจส์ มดลุ ได้
4. คานวณหาค่าแรงดนั ไฟฟา้ กบั กระแสไฟฟา้ ในสภาวะท่ีวงจรบริดจไ์ ม่สมดลุ ได้
5. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ทส่ี ามารถสงั เกตเห็น
ได้ในด้านความรบั ผดิ ชอบและการตรงตอ่ เวลา
4. สาระการเรยี นรู้
1. วงจรบรดิ จ์ในสภาวะสมดลุ
2. วงจรบริดจ์ในสภาวะไม่สมดุล
5. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ครทู บทวนเนื้อหาในหนว่ ยท่ี 5
2. ครูให้นกั เรียนช่วยกนั แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับเรื่อง วงจรบรดิ จ์
3. ครูสรปุ เพอื่ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
ขนั้ สอน
4. ครูอธิบายความหมายของวงจรบริดจ์ โดยใช้สอื่ PowerPoint และภาพประกอบ
5. ครอู ธิบายเกี่ยวกบั วงจรบริดจ์ในสภาวะสมดุลและไม่สมดุล โดยใช้ภาพประกอบ แล้วตง้ั คาถาม
ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั ตอบ
6. ครูแสดงวิธีการคานวณวงจรบรดิ จ์ในสภาวะไม่สมดุล คา่ ความต้านทานในสภาวะที่วงจรบริดจ์
สมดุล และคา่ แรงดันไฟฟา้ กับกระแสไฟฟ้าในสภาวะที่วงจรบรดิ จไ์ ม่สมดลุ แลว้ ใหน้ ักเรียนซกั ถาม
7. ครูกาหนดโจทย์การคานวณเกยี่ วกับวงจรบริดจใ์ นสภาวะไม่สมดุล คา่ ความต้านทานในสภาวะท่ี
วงจรบรดิ จ์สมดลุ และค่าแรงดนั ไฟฟ้ากบั กระแสไฟฟ้าในสภาวะท่ีวงจรบรดิ จไ์ มส่ มดุล ใหน้ กั เรียนทามาส่งครู
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
35
ขัน้ สรุปและการประยกุ ต์
8. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปเนื้อหาในบทเรียน และให้นักเรียนศึกษาเพ่ิมเติมในสื่อการเรียนการ
สอนออนไลน์ ใน Google Classroom
9. ครูให้นักเรียนมสี ่วนร่วมในการแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้วิธกี ารถาม – ตอบ
10. ครูใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบท้ายบท ตอนที่ 1 และตอนท่ี 2 ในสื่อการเรียนการสอนออนไลน์
ใน Google Classroom
11. ครใู ห้นกั เรียนทากจิ กรรมการฝึกทักษะ โดยเนน้ ให้นกั เรยี นนาวัสดเุ หลอื ใชม้ าทากจิ กรรม
12. ครูใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั ิใบงานทดลองท่ี 6.1 วงจรบรดิ จ์
6. สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
1. PowerPoint บทท่ี 6 วงจรบริดจ์
2. ภาพแสดงวงจรบริดจ์
3. ภาพแสดงวงจรบรดิ จ์ในสภาวะสมดลุ
4. ภาพแสดงวงจรบริดจใ์ นสภาวะไม่สมดลุ
5. มลั ตมิ ิเตอร์
6. แหลง่ จ่ายไฟตรง 0 - 30 V
7. ตัวต้านทาน 47 , 50 , 56 และตวั ตา้ นทานปรบั ค่าได้
8. บอร์ดทดลองและสายตอ่ วงจร
9. แบบทดสอบทา้ ยบทท่ี 6
10. ใบงานทดลองท่ี 6.1 วงจรบริดจ์
7. หลักฐานการเรยี นรู้
หลักฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทาแบบฝกึ หัด
3. ผลการตอบคาถามทา้ ยกิจกรรม
หลกั ฐานการปฏบิ ัติงาน
1. ใบงานทดลองท่ี 6.1 วงจรบรดิ จ์
8. การวดั ผลประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1. ตรวจแบบทดสอบทา้ ยบท
2. ตรวจใบกจิ กรรม
วิทยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
36
3. ตรวจใบปฏบิ ตั งิ าน
4. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบท้ายบท
2. แบบประเมินกจิ กรรม
3. แบบประเมนิ ใบปฏิบัตงิ าน
4. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน
รว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท เกณฑ์ผ่าน 60% ขึ้นไป
2. แบบประเมินกิจกรรม เกณฑผ์ า่ น 60% ขน้ึ ไป
3. แบบประเมนิ ใบปฏิบตั ิงาน เกณฑผ์ า่ น 60% ข้นึ ไป
4. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กบั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
9. บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
1 ขอ้ สรปุ หลังการจัดการเรียนรู้
2 ปัญหาท่พี บ
3 แนวทางแกป้ ัญหา
วิทยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
37
ผลทจี่ ะเกิดขนึ้ กบั นกั ศกึ ษาจากการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ทบ่ี รู ณาการหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
1. นักศึกษาจะไดฝ้ กึ คดิ และฝกึ ปฏิบัตติ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เงอ่ื นไขความรู้ เงือ่ นไขคณุ ธรรม
ความร้ทู ่ีผเู้ รียนต้องมีกอ่ นการจดั กจิ กรรมการ คุณธรรมของนักเรียนในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
เรียนรู้ - ความรบั ผิดชอบ
- ผ้เู รยี นมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกบั การ - การตรงตอ่ เวลา
เขยี นวงจรบริดจใ์ นสภาวะสมดุล การคานวณวงจร
บรดิ จ์ในสภาวะไมส่ มดลุ การคานวณคา่ ความ
ต้านทานในสภาวะที่วงจรบริดจส์ มดลุ การ
คานวณหาคา่ แรงดนั ไฟฟ้ากับกระแสไฟฟา้ ใน
สภาวะท่วี งจรบรดิ จ์ไมส่ มดลุ
ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมภี มู คิ ุ้มกันในตัวทีด่ ี
1. ผู้เรียนจดั เตรยี มวัสดอุ ปุ กรณ์ 3. ผู้เรยี นไดว้ เิ คราะห์วงจร 4. ผเู้ รียนไดป้ ฏบิ ตั งิ านดว้ ย
ได้เหมาะสมกบั การเรียนการ บริดจใ์ นสภาวะสมดลุ และวงจร ความถกู ต้องและคานงึ ถงึ ความ
สอน บริดจ์ไมส่ มดุล ประหยัดคุม้ คา่
2. ผเู้ รยี นปฏบิ ัติการทากจิ กรรม
ตามแผน
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
38
2. ผเู้ รยี นจะได้เรียนรู้การใช้ชวี ิตทสี่ มดลุ และพรอ้ มรบั การเปลีย่ นแปลง 4 มติ ิตามหลักปรชั ญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียง
จดุ มุ่งหมาย สมดลุ และพร้อมรับการเปลีย่ นแปลง
การเรยี นรู้ ดา้ นเศรษฐกิจ ด้านสงั คม ด้านสง่ิ แวดล้อม ดา้ นวัฒนธรรม
ดา้ นพุทธิ 1. ผเู้ รยี นจัดเตรยี มวัสดอุ ปุ กรณ์ 1. ผ้เู รียนจัดเตรียม 1. ผู้เรียนได้ 1. ผู้เรยี นได้
พสิ ัย (K) ไดเ้ หมาะสมกบั การเรยี นการ วสั ดอุ ุปกรณ์ได้ ปฏิบตั ิงานด้วย ปฏบิ ตั งิ านด้วยความ
สอน เหมาะสมกบั การ ความถกู ตอ้ งและ ถกู ต้องและคานึงถงึ
2. ผู้เรียนปฏบิ ัตกิ ารทา เรียนการสอน คานึงถงึ ความ ความประหยัดคุม้ ค่า
กจิ กรรมตามแผน 2. ผ้เู รียนได้ ประหยดั คุ้มค่า
3. ผเู้ รยี นไดว้ เิ คราะห์วงจร ปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความ
บรดิ จ์ในสภาวะสมดลุ และ ถูกตอ้ งและคานงึ ถงึ
วงจรบรดิ จ์ไมส่ มดุล ความประหยดั คุ้มคา่
ดา้ นทักษะ 1. ผู้เรียนจดั เตรียมวสั ดุอปุ กรณ์ 1. ผเู้ รียนจดั เตรียม 1. ผเู้ รียนได้ 1. ผู้เรียนได้
พสิ ยั (P) ปฏบิ ัตงิ านด้วย ปฏบิ ตั ิงานดว้ ยความ
ไดเ้ หมาะสมกบั การเรียนการ วัสดุอปุ กรณ์ได้ ความถูกต้องและ ถกู ตอ้ งและคานงึ ถงึ
คานึงถงึ ความ ความประหยัดคมุ้ คา่
สอน เหมาะสมกบั การ ประหยัดคุ้มคา่
2. ผเู้ รียนปฏบิ ตั กิ ารทา เรียนการสอน
กิจกรรมตามแผน 2. ผ้เู รยี นได้
3. ผู้เรียนไดว้ ิเคราะห์วงจร ปฏบิ ตั งิ านด้วยความ
บริดจ์ในสภาวะสมดลุ และ ถกู ตอ้ งและคานงึ ถงึ
วงจรบริดจ์ไมส่ มดลุ ความประหยัดคุ้มคา่
ด้านจิตพสิ ัย 1. ผู้เรยี นจดั เตรียมวสั ดอุ ปุ กรณ์ 1. ผู้เรยี นจดั เตรยี ม 1. ผูเ้ รยี นได้ 1. ผู้เรียนได้
ปฏบิ ัตงิ านด้วย ปฏบิ ตั ิงานด้วยความ
(A) ได้เหมาะสมกบั การเรียนการ วัสดอุ ุปกรณ์ได้ ความถกู ต้องและ ถูกต้องและคานึงถงึ
คานึงถงึ ความ ความประหยดั คมุ้ ค่า
สอน เหมาะสมกับการ ประหยดั คมุ้ ค่า
2. ผเู้ รยี นปฏบิ ัตกิ ารทา เรยี นการสอน
กจิ กรรมตามแผน 2. ผู้เรยี นได้
3. ผู้เรียนได้วเิ คราะห์วงจร ปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความ
บริดจ์ในสภาวะสมดลุ และ ถกู ตอ้ งและคานึงถงึ
วงจรบริดจไ์ ม่สมดลุ ความประหยัดคุ้มค่า
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
39
แผนการเรยี นรู้ท่ี 7
หนว่ ยที่ 7 จานวน 4 ชวั่ โมง สปั ดาหท์ ี่ 9
ชื่อวิชา วงจรไฟฟา้ กระแสตรง รหสั 20105-2002
ชือ่ หน่วย ดีเทอรม์ ิแนนต์
1. สาระสาคญั
เมทริกซ์ (Matrix) คือ กล่มุ ตวั เลขที่จัดวางเรยี งกันเป็นลาดบั ในลกั ษณะแนวต้งั หรือเรยี กว่า หลัก
(Column) และแนวนอน หรือเรยี กว่า แถว (Row) ภายในเคร่ืองหมายปกี กา [ ] เชน่ Matrix A
A 32
23
เมทรกิ ซ์ A มีขนาดเท่ากับ A(2 2) หรอื A22 หมายความว่า เมทริกซ์ A มจี านวนแถวเทา่ กับ 2 แถว
และมจี านวนหลักเท่ากับ 2 หลัก
รปู แบบท่ัวไปของเมทริกซ์
a11 a12 . . . a1n
a21 a22 . . . a2n
. .. ...
. .. ...
m n
ความหมายของเมทรกิ ซ์ คือ แถวในแนวนอน m แถว และแถวในแนวตั้ง n คอลมั น์ เรยี กว่า ขนาด
ของเมทริกซ์ (Order) m n จานวนซงึ่ สมาชกิ aij เราเรียก i เป็นตัวห้อยแสดงตาแหนง่ แถว และ j เปน็ ตัว
ห้อยแสดงตาแหน่งหลัก เช่น a12 หมายถงึ สมาชิกในแถวท่ี 1 และหลักที่ 2
ชนดิ ของเมทรกิ ซ์
1. เมทริกซ์สเี่ หลย่ี ม (Square Matrix) คอื ลกั ษณะของเมทริกซ์ทม่ี ีจานวนหลักและแถวเทา่ กนั
2. เมทริกซ์แนวต้งั (Column Matrix) คอื ลักษณะของเมทริกซ์ท่มี ีจานวนคอลัมน์ เท่ากบั หนึ่ง (มี
หลัก 1 หลัก) แตจ่ ะมีแถวในแนวนอนกแ่ี ถวกไ็ ด้
3. เมทริกซแ์ นวนอน (Row Matrix) คือ ลกั ษณะของเมทริกซท์ มี่ จี านวนแถว เท่ากับหน่ึง (มแี ถว 1
แถว) แตจ่ ะมหี ลักกห่ี ลกั กไ็ ด้
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
40
4. เมทริกซศ์ นู ย์ (Zero Matirx) คอื ลกั ษณะของเมทรกิ ซท์ ่ีมสี มาชิกทงั้ หมดเปน็ ศนู ย์ (0)
5. เมทริกซ์ทแยงมุมหลัก (Diagonal Matrix) คือ เมทริกซ์จตั ุรัสท่ีมีสมาชิกอยู่นอกเส้นทแยงมุม
หลักเป็นศนู ย์
6. เมทริกซห์ นึง่ หน่วย (Unity Matrix) คือ เมทริกซ์ทม่ี ีสมาชิกในแนวทแยงมุมหลักมคี ่าเท่ากับ 1
สว่ นสมาชกิ ทีอ่ ยู่นอกแนวทแยงมมุ หลกั จะมคี ่าเป็นศูนย์
7. ซงิ กูลาร์เมทริกซ์ (Singular Matrix) คอื เมทริกซ์ทม่ี คี า่ ของดเี ทอร์มิแนนตเ์ ท่ากับศนู ย์
8. เมทรกิ ซส์ ลับท่ี (Transpose Matrix) คือ เมทริกซ์ทเ่ี ปลีย่ นสมาชกิ ในแนวตัง้ สลับแถวใหส้ มาชิก
อย่ใู นแนวนอน สัญลักษณค์ อื AT อ่านว่า ทรานสโพสของ A
การบวกและการลบเมทรกิ ซ์
สามารถทาไดโ้ ดยขนาดของเมทริกซ์จะต้องมคี ่าเท่ากัน และนาตวั เลขในตาแหน่งเดยี วกันมาทาการ
บวกหรือลบ ซงึ่ ผลลพั ธ์ที่ได้จะมขี นาดเทา่ กนั
กาหนดให้ A = [ aij ] และ B = [ bij ] เปน็ เมทรกิ ซข์ นาด m × n
ผลรวมของ A + B = [ aij + bij ]
การคณู เมทรกิ ซ์
กาหนดให้ [ A ] m × n เป็นเมทริกซ์ตัวต้ัง ส่วน [ B ]n × p เป็นเมทริกซต์ ัวคูณ ซ่ึงเมทริกซ์ A จะคูณ
กบั เมทรกิ ซ์ B ไดก้ ็ตอ่ เมอ่ื จานวนหลักของเมทริกซต์ ัวตงั้ (n) จะตอ้ งมคี ่าเทา่ กับจานวนแถวของเมทริกซต์ ัว
คูณ (n) โดยผลลัพธ์ท่ีได้มีค่าเท่ากับ [ C ] m × p มีขนาดเท่ากับจานวนแถวของเมทริกซ์ตัวตั้ง (m) คูณกับ
จานวนหลักของเมทรกิ ซต์ ัวคูณ (p)
ดเี ทอรม์ ิแนนต์ (Determinants) เปน็ การรวมผลทางพีชคณิตของการคณู ในทุก ๆ ตาแหน่งของ
จานวนตัวเลขในแนวทแยงมมุ ของเมทริกซ์ (Diaganal Matrix) หรอื เรียกว่า การคูณไขว้ โดยกาหนดใหก้ าร
คูณไขวน้ ัน้ แทนเคร่ืองหมายบวก (+) และลบ (-) นน่ั คือ การคูณไขว้ลง กาหนดให้เป็นเครื่องหมายบวก (+)
และการคูณไขว้ขน้ึ กาหนดใหเ้ ป็นเครอ่ื งหมายลบ (-)
ถ้ากาหนดให้ [ A ] เป็นเมทริกซ์จตุรัส ฟังก์ชันดีเทอร์มิแนนต์ เกี่ยวข้องกับ A เป็นจานวนจริงที่
เรียกวา่ ดเี ทอร์มีแนนต์ของ | A | เขียนแทนดว้ ย | A | หรือ det A หรอื | |
[A] จานวนจริง A = ดเี ทอรม์ แิ นนตข์ อง A
1. การหาคา่ ดีเทอรม์ ิแนนท์ ขนาด 2 × 2 สามารถหาไดด้ ังน้ี
เมอื่ A = a11 a12 หาค่า det A จะไดว้ า่
a21 a22 _
det A = | A | = a11 a12
a21 a22+
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ