41
= a11 a22 - a21 a12
2. การหาค่าดีเทอร์มิแนนต์ขนาด 3 × 3 สามารถหาไดด้ งั น้ี
a11 a12 a13 หาคา่ det A จะไดว้ ่า
เมื่อ A =
a21 a22 a23
det A = aa3111 aa3122 aa3133 _
a21 a22 a23
- นาหลักที่ 1 แaล31ะหลกั aท3ี่ 22 มาเขaยี33นซ้าทางดา้ นขวามือ
- แล้วทาการคณู ไขว้ กาหนดให้คูณลงเปน็ + , คณู ขนึ้ เปน็ –
__ _
a11 a12 a13 a11 a12
det A =
a21 a22 a23 a21 a22
ดงั น้ัน det A a31 = a32[ (a11 aa+3232 a33)a++31 (a12a+a3223 a31) + (a13 a21 a32) ] –
[ (a31 a22 a13) + (a32 a23 a11) + (a33 a21 a12) ]
การแกส้ มการโดยใชด้ ีเทอรม์ ิแนนต์
1. การแก้สมการไม่ทราบค่า 2 ตวั แปร
รูปแบบท่วั ไปของสมการไม่ทราบค่า 2 ตวั แปร
ax + by = e
cx + dy = f
ลาดับขัน้ ตอนการแก้สมการไมท่ ราบคา่ 2 ตัวแปร โดยใชด้ เี ทอรม์ ิแนนต์
1. นาสมการเขียนแทนลงในรูปของเมทรกิ ซ์
a b x= e
cd y f
2. หาค่าตัวหารรว่ ม หรือ หาดเี ทอร์มแิ นนตข์ องเมทรกิ ซ์
วิทยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
42
_
ab
= = ad - cb
c d+
3. หาคา่ ดเี ทอรม์ ิแนนต์ของเศษ Nx โดยนาค่าคงท่ีแทนลงในตาแหน่งตวั แปร x เพอ่ื นาไปหาคา่ ตัว
แปร x _
eb
Nx = = ed - fb
f d+
4. หาค่าดเี ทอร์มแิ นนต์ของเศษ Ny โดยนาค่าคงทแ่ี ทนลงในตาแหน่งตัวแปร y เพอ่ื นาไปหาค่าตัว
แปร y _ = af - ce
Ny = ae
c f+
5. หาค่าตัวแปร x และ y จากสมการ
x = Nx = ed - fb
ad - cb
y = Ny = af - ce
ad - cb
2. การแก้สมการไม่ทราบคา่ 3 ตัวแปร
รปู แบบทวั่ ไปของสมการไม่ทราบค่า 3 ตวั แปร
ax + by + cz = j
dx + ey + fz = k
gx + hy + iz = L
ลาดบั ขั้นตอนการแก้สมการไมท่ ราบคา่ 3 ตวั แปรโดยใชด้ เี ทอรม์ ิแนนต์ มดี ังน้ี
1. นาสมการเขยี นแทนลงในรูปของเมทริกซ์
abc x j
def y= k
ghi L
z
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
43
2. หาคา่ ตัวหารรว่ ม () หรอื หาดเี ทอร์มิแนนต์ของเมทรกิ ซ์
__ _
a b ca b
= d e f d e
g h +i g+ +h
= (a e i) + ( b f g) + (c d h) - (g e c) - (h f a) - (i d b)
3. หาค่าดีเทอร์มิแนนต์ของเศษ Nx โดยนาค่าคงทีแ่ ทนลงในตาแหน่งตวั แปร x เพอื่ นาไปหาค่าตัว
แปร x _ _ _
j b cj b
Nx = k e f k e
L h +i L+ h+
= ( j e i) + (b f L) + (c k h) - (L e c) - (h f j) - (i k b)
4. หาค่าดีเทอร์มิแนนต์ของเศษ Ny โดยนาคา่ คงท่แี ทนลงในตาแหน่งตัวแปร y เพือ่ นาไปหาคา่ ตัว
แปร y _ _ _
a j ca j
Ny = d k f d k
g L +i g+ L+
= (a k i) + (j f g) + (c d L) - (g k c) - (L f a) - (i d j)
5. หาค่าดีเทอร์มแิ นนต์ของเศษ Nz โดยนาค่าคงท่ีแทนลงในตาแหน่งตัวแปร z เพื่อนาไปหาคา่ ตัว
แปร z _ _ _
a b ja b
Nz = d e k d e
g h L+ g+ +h
= (a e L) + (b k g) + (j d h) - (g e j) - (h k a) - (L d b)
6. หาคา่ ตวั แปร x, y และ z จากสมการ
x = Nx
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
44
y= Ny
z= Nz
2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
1. บวกและลบเมทริกซ์ไดถ้ ูกต้อง
2. แกส้ มการโดยใช้ดเี ทอรม์ แิ นนต์ได้ถกู ต้อง
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
จุดประสงค์ท่ัวไป
1. เพือ่ ใหร้ ู้และเข้าใจความหมาย และ จาแนกชนิดของเมทรกิ ซ์
2. เพื่อใหร้ ้แู ละเขา้ ใจการบวก การลบ และการคณู ของเมทรกิ ซ์
3. เพือ่ ใหร้ ู้ เข้าใจความหมายดเี ทอรม์ ิแนนตท์ ่ีนาไปแก้สมการเชงิ เสน้
4. เพอื่ ใหร้ ู้ เข้าใจการแกส้ มการเชิงเสน้ โดยใชด้ ีเทอร์มิแนนต์
จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. อธบิ ายความหมายของเมทรกิ ซไ์ ด้
2. จาแนกชนิดของเมทรกิ ซไ์ ด้
3. อธบิ ายการบวก และการลบของเมทริกซ์ได้
4. อธบิ ายวธิ ีการคูณของเมทริกซไ์ ด้
5. อธบิ ายความหมายดเี ทอร์มแิ นนต์ท่ีนาไปแก้สมการเชิงเส้นได้
6. อธิบายการแกส้ มการเชงิ เสน้ โดยใชด้ เี ทอร์มแิ นนตไ์ ด้
7. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงคท์ ี่สามารถสงั เกตเห็น
ไดใ้ นด้านความรบั ผิดชอบและความรักสามัคคี
4. สาระการเรียนรู้
1. เมทรกิ ซ์
2. ชนดิ ของเมทรกิ ซ์
3. การบวกและการลบเมทรกิ ซ์
4. การคณู เมทรกิ ซ์
5. ดเี ทอรม์ ิแนนต์
6. การแก้สมการโดยใช้ดีเทอรม์ แิ นนต์
วิทยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
45
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครูทบทวนเนื้อหาในหน่วยที่ 6
2. ครูตัง้ คาถามให้นกั เรยี นชว่ ยกันตอบเกี่ยวกบั เรื่อง ดีเทอร์มิแนนต์
3. ครสู รปุ เพอ่ื นาเขา้ สบู่ ทเรียน
ขน้ั สอน
4. ครูอธิบายความหมายและชนิดของเมทรกิ ซ์พร้อมท้ังยกตัวอยา่ ง โดยใช้สื่อ PowerPoint และ
รูปภาพ แลว้ สุ่มตัวอย่างนักเรยี นให้จาแนกชนดิ ของเมทริกซ์
5. ครอู ธบิ ายพร้อมทั้งแสดงวิธีการบวกและการลบเมทรกิ ซ์ แล้วใหน้ ักเรยี นซกั ถาม จากนัน้ กาหนด
โจทยใ์ หน้ กั เรยี นฝึกการคานวณ
6. ครูอธบิ ายพร้อมท้ังแสดงวิธีการคูณเมทริกซ์โดยใช้รปู ภาพ แล้วให้นักเรียนฝึกการคณู เมทริกซ์
จากโจทย์ทคี่ รูกาหนดให้
7. ครใู ห้นักเรียนช่วยกันสรุปวธิ ีการบวก การลบ และการคณู เมทรกิ ซ์
8. ครูอธิบายพร้อมท้ังแสดงวิธีการหาค่าดีเทอร์มิแนนต์โดยใช้รูปภาพ แล้วให้นักเรียนซักถาม
จากนั้นใหน้ กั เรียนฝกึ การหาคา่ ดเี ทอรม์ แิ นนต์จากโจทยท์ ี่ครูกาหนดให้ แลว้ ใหน้ ักเรียนแลกกันตรวจคาตอบ
9. ครูอธบิ ายและแสดงวิธีการแก้สมการโดยใช้ดเี ทอรม์ ิแนนต์ จากน้ันให้นักเรียนฝึกการแก้สมการ
โดยใชด้ ีเทอร์มแิ นนต์จากโจทย์ทคี่ รูกาหนดให้
10. ครูส่มุ ตวั อย่างนกั เรียนให้ลาดบั ข้ันตอนการแกส้ มการไม่ทราบคา่ 2 ตัวแปรและ 3 ตวั แปร โดย
ใชด้ ีเทอรม์ ิแนนต์
ข้ันสรุปและการประยุกต์
11. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ เน้ือหาในบทเรียน และใหน้ ักเรียนศกึ ษาเพิม่ เติมในสอ่ื การเรยี นการ
สอนออนไลน์ ใน Google Classroom
12. ครูใหน้ กั เรยี นมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชว้ ธิ ีการถาม – ตอบ
13. ครใู หน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบท้ายบท ตอนที่ 1 และตอนท่ี 2 ในสอ่ื การเรยี นการสอนออนไลน์
ใน Google Classroom
14. ครใู หน้ ักเรยี นทากจิ กรรมการฝึกทักษะ โดยเน้นให้นักเรียนนาวัสดเุ หลอื ใชม้ าทากจิ กรรม
6. ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้
1. PowerPoint บทท่ี 7 ดีเทอร์มิแนนต์
2. ภาพแสดงรปู แบบทั่วไปของเมทริกซ์
3. ภาพแสดงลกั ษณะของเมทรกิ ซ์แตล่ ะชนิด
4. แผนภาพแสดงวธิ ีการคูณเมทรกิ ซ์
วิทยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
46
5. ภาพแสดงการหาคา่ ดเี ทอรม์ ิแนนต์
6. แบบทดสอบท้ายบทท่ี 7
7. หลกั ฐานการเรียนรู้
หลักฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทาแบบฝกึ หัด
3. ผลการตอบคาถามท้ายกจิ กรรม
หลกั ฐานการปฏิบัตงิ าน
1. แบบทดสอบท้ายบท
8. การวัดผลประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1. ตรวจแบบทดสอบทา้ ยบท
2. ตรวจใบกจิ กรรม
3. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค์
เครอื่ งมอื วัดผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท
2. แบบประเมินกิจกรรม
3. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและนกั เรียน
รว่ มกนั ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท เกณฑผ์ า่ น 60% ข้ึนไป
2. แบบประเมินกจิ กรรม เกณฑผ์ า่ น 60% ขึน้ ไป
3. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กบั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
47
9. บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
1 ขอ้ สรุปหลงั การจัดการเรยี นรู้
2 ปัญหาทีพ่ บ
3 แนวทางแก้ปัญหา
ผลท่ีจะเกิดขนึ้ กบั นกั ศกึ ษาจากการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ทบ่ี รู ณาการหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง
1. นักศกึ ษาจะได้ฝึกคิดและฝึกปฏิบตั ติ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เงอื่ นไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม
ความรทู้ ีผ่ เู้ รียนตอ้ งมีกอ่ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ คุณธรรมของนักเรียนในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
- ผู้เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกับชนิดของ - ความรบั ผิดชอบ
เมทริกซ์ การบวก การลบ และการคูณของเมทริกซ์ - ความรักสามคั คี
การแกส้ มการเชงิ เส้นโดยใชด้ เี ทอรม์ แิ นนต์
ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล ความมภี มู คิ ้มุ กันในตวั ที่ดี
1. ผเู้ รียนจัดเตรียมวัสดอุ ปุ กรณไ์ ด้ 3. ผเู้ รียนได้วิเคราะห์การหาค่า 4. ผูเ้ รียนไดป้ ฏบิ ตั งิ านดว้ ยความ
เหมาะสมกบั การเรยี นการสอน ของเมตริกซ์ และการแก้สมการ ถกู ตอ้ งและคานึงถงึ ความประหยดั
2. ผู้เรียนปฏบิ ัติการทากจิ กรรมตาม เชิงเส้นโดยใชด้ เี ทอร์มิแนนต์ คมุ้ ค่า
แผน
วิทยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
48
2. ผ้เู รียนจะได้เรยี นร้กู ารใช้ชีวิตที่สมดลุ และพร้อมรับการเปล่ียนแปลง 4 มิติตามหลักปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง
จุดมุ่งหมาย สมดลุ และพรอ้ มรับการเปลีย่ นแปลง
การเรียนรู้ ดา้ นเศรษฐกจิ ดา้ นสังคม ดา้ นส่ิงแวดล้อม ดา้ นวัฒนธรรม
ด้านพทุ ธพิ ิสัย 1. ผเู้ รยี นจัดเตรียมวัสดุ 1. ผ้เู รียนจัดเตรียม 1. ผเู้ รยี นได้ 1. ผเู้ รยี นได้
(K) อุปกรณ์ไดเ้ หมาะสมกบั วสั ดุอปุ กรณ์ได้ ปฏิบตั ิงานด้วย ปฏิบตั ิงานด้วยความ
การเรียนการสอน เหมาะสมกับการเรยี น ความถูกต้องและ ถูกต้องและคานงึ ถงึ
2. ผู้เรียนปฏบิ ัตกิ ารทา การสอน คานงึ ถงึ ความ ความประหยัดค้มุ ค่า
กิจกรรมตามแผน 2. ผเู้ รยี นได้ ประหยดั ค้มุ คา่
3. ผเู้ รยี นไดว้ เิ คราะห์ ปฏิบตั ิงานดว้ ยความ
การหาค่าของเมตรกิ ซ์ ถกู ตอ้ งและคานึงถงึ
และการแก้สมการเชิง ความประหยดั คุ้มคา่
เสน้ โดยใชด้ เี ทอรม์ ิแนนต์
ด้านทักษะ 1. ผู้เรยี นจดั เตรยี มวสั ดุ 1. ผ้เู รียนจดั เตรียม 1. ผูเ้ รียนได้ 1. ผู้เรียนได้
พิสยั (P) อุปกรณ์ได้เหมาะสมกบั วัสดุอุปกรณ์ได้ ปฏบิ ัตงิ านด้วย ปฏบิ ตั งิ านด้วยความ
การเรียนการสอน เหมาะสมกับการเรียน ความถกู ตอ้ งและ ถูกต้องและคานึงถงึ
2. ผู้เรยี นปฏบิ ัติการทา การสอน คานึงถึงความ ความประหยดั คมุ้ คา่
กจิ กรรมตามแผน 2. ผู้เรียนได้ ประหยดั คุ้มคา่
3. ผเู้ รียนได้วเิ คราะห์ ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความ
การหาค่าของเมตริกซ์ ถกู ต้องและคานงึ ถงึ
และการแกส้ มการเชิง ความประหยดั คมุ้ ค่า
เสน้ โดยใช้ดีเทอรม์ ิแนนต์
ด้านจิตพิสยั 1. ผูเ้ รียนจัดเตรียมวัสดุ 1. ผู้เรยี นจัดเตรยี ม 1. ผู้เรยี นได้ 1. ผ้เู รยี นได้
(A) อุปกรณไ์ ดเ้ หมาะสมกับ วัสดอุ ุปกรณไ์ ด้ ปฏบิ ัตงิ านดว้ ย ปฏบิ ัติงานด้วยความ
การเรียนการสอน เหมาะสมกับการเรียน ความถกู ต้องและ ถูกต้องและคานงึ ถงึ
2. ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ ารทา การสอน คานึงถึงความ ความประหยดั คมุ้ ค่า
กจิ กรรมตามแผน 2. ผเู้ รยี นได้ ประหยดั คมุ้ คา่
3. ผเู้ รยี นไดว้ ิเคราะห์ ปฏบิ ตั งิ านด้วยความ
การหาค่าของเมตรกิ ซ์ ถูกตอ้ งและคานงึ ถงึ
และการแก้สมการเชงิ ความประหยัดคุ้มคา่
เส้นโดยใชด้ เี ทอรม์ ิแนนต์
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
49
แผนการเรยี นรทู้ ี่ 8
หน่วยที่ 8 จานวน 8 ชว่ั โมง สปั ดาห์ที่ 10-11
ช่อื วิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง รหสั 20105-2002
ชื่อหน่วย กฎของเคอรช์ อฟฟ์
1. สาระสาคญั
กฎกระแสไฟฟ้าของเคอรช์ อฟฟ์
เคอร์ชอฟฟ์กล่าวไว้ว่า “ณ จุดใด ๆ ในวงจรไฟฟ้า ผลรวมทางพชี คณิตของกระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้า
จุดใด ๆ และไหลออกจากจุดใด ๆ มีค่าเท่ากับศูนย์” จดุ ใด ๆ หมายถึง จดุ ต่อวงจรไฟฟ้า หรือ “ณ จดุ ใด ๆ
ในวงจรไฟฟ้า ผลรวมทางพชี คณิตของกระแสไฟฟ้าทไี่ หลเขา้ จดุ มีค่าเท่ากับ ผลรวมของกระแสไฟฟา้ ที่ไหล
ออกจากจดุ ” เขยี นเปน็ สมการไดด้ งั นี้
ผลรวมของกระแสไฟฟ้าทไี่ หลเขา้ = ผลรวมของกระแสไฟฟา้ ทไ่ี หลออก
กฎแรงดันไฟฟ้าของเคอรช์ อฟฟ์
เคอร์ชอฟฟ์กล่าวว่า “ณ วงจรปิดใด ๆ ผลรวมทางพีชคณิตของแรงดันไฟฟ้าที่ตกคร่อมความ
ตา้ นทานท่ตี ่อในวงจรปิดนน้ั มคี ่าเท่ากับแรงดันไฟฟา้ ของแหลง่ จ่ายท่จี ่ายใหแ้ ก่วงจร” หรอื “ณ วงจรปิดใด
ๆ ผลรวมทางพีชคณิของแรงดันไฟฟ้าในวงจรปิดใด ๆ นั้น มีค่าเท่ากับศูนย์” เขียนสมการตามกฎ
แรงดันไฟฟา้ ของเคอรช์ อฟฟไ์ ด้ว่า
E = VR1 + VR2 + VR3
การนากฎของเคอรช์ อฟฟม์ าใชง้ าน มขี ้นั ตอนตอ่ ไปนี้
1. กาหนดทศิ ทางการไหลของกระแสไฟฟา้ โดยทจ่ี ะกาหนดไปทศิ ทางใดก็ได้ (กระแสไฟฟ้าไหลเขา้
แทนเคร่ืองหมาย + ; กระแสไฟฟา้ ไหลออก แทนเครื่องหมาย –)
2. กาหนดตัวอักษรแทนจุดในวงจรไฟฟ้า เช่น A, B, C, ... หรือ ก, ข, ค, .... เพ่ือให้ง่ายแก่การ
พิจารณา
3. เขยี นสมการจากกฎกระแสไฟฟา้ ของเคอรช์ อฟฟ์ และกฎแรงดันไฟฟา้ ของเคอรช์ อฟฟจ์ ากวงจร
4. แกป้ ัญหาโจทย์ หาคา่ ตา่ ง ๆ โดยใชเ้ มทริกซ์และดเี ทอรม์ แิ นนต์
5. พิจารณาผลการคานวณ
• ผลลัพธ์เมื่อกระแสไฟฟ้าเป็นบวก (+) แสดงว่าการกาหนดทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้า
ถูกตอ้ ง
• ผลลัพธ์เมอื่ กระแสไฟฟ้าเปน็ ลบ (-) แสดงว่าการกาหนดทศิ ทางการไหลของกระแสไฟฟ้าตรง
ขา้ มกับการไหลของกระแสไฟฟา้ จรงิ ในวงจร
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
50
2. สมรรถนะประจาหน่วย
1. เขียนสมการและคานวณหาค่ากระแสไฟฟ้าจากกฎกระแสไฟฟา้ ของเคอรช์ อฟฟไ์ ด้
2. คานวณหาคา่ กระแสไฟฟา้ และแรงดันไฟฟา้ ตามกฎของเคอรช์ อฟฟไ์ ด้ถกู ต้อง
3. ประกอบ ทดสอบ วดั และอ่านค่ากระแสไฟฟา้ และแรงดันไฟฟา้ ตามกฎของเคอรช์ อฟฟ์ได้
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
จุดประสงค์ทวั่ ไป
1. เพือ่ ใหร้ ู้และเขา้ ใจกฎกระแสไฟฟา้ ของเคอร์ชอฟฟ์
2. เพอ่ื ใหร้ แู้ ละเขา้ ใจการคานวณกฎแรงดนั ไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์
3. เพ่อื ใหร้ ู้ เข้าใจการนากฎของเคอร์ชอฟฟ์ไปใชง้ านในวงจรไฟฟ้า
จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
1. อธิบายกฎกระแสไฟฟ้าของเคอรช์ อฟฟ์ได้
2. คานวณกฎแรงดนั ไฟฟ้าของเคอรช์ อฟฟไ์ ด้
3. อธบิ ายการนากฎของเคอรช์ อฟฟ์ไปใช้งานในวงจรไฟฟ้าได้
4. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ทีส่ ามารถสงั เกตเห็น
ได้ในดา้ นความรับผิดชอบและความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์
4. สาระการเรียนรู้
1. กฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์
2. กฎแรงดนั ไฟฟา้ ของเคอรช์ อฟฟ์
3. การนากฎของเคอรช์ อฟฟ์มาใชง้ าน
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครูทบทวนเนือ้ หาในหน่วยท่ี 7
2. ครูให้นกั เรียนอภปิ รายรว่ มกนั เกยี่ วกบั เรอ่ื ง กฎของเคอรช์ อฟฟ์
3. ครสู รปุ เพอ่ื นาเข้าสบู่ ทเรยี น
ข้ันสอน
4. ครูอธิบายเกยี่ วกับกฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์ โดยใช้สื่อ PowerPoint และภาพประกอบ
พร้อมทง้ั ยกตวั ย่างการคานวณ แล้วใหน้ กั เรียนซกั ถาม
5. ครูอธิบายเก่ยี วกับกฎแรงดันไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์ พร้อมท้งั ยกตวั ย่างการคานวณโดยใช้ภาพ
แล้วใหน้ กั เรียนซักถาม
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
51
6. ครูกาหนดโจทยเ์ ก่ียวกบั กฎกระแสไฟฟา้ และกฎแรงดันไฟฟา้ ของเคอรช์ อฟฟ์ให้นักเรียนฝึกการ
คานวณ จากนัน้ ใหน้ ักเรยี นแลกกันตรวจคาตอบ
7. ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายเรื่องการนากฎของเคอร์ชอฟฟ์ไปใช้งานในวงจรไฟฟ้า แล้วครู
สรปุ อีกคร้งั พรอ้ มท้งั ยกตวั อย่างการคานวณ
8. ครูต้ังคาถามให้นักเรียนชว่ ยกนั ตอบเกยี่ วกับเรอ่ื งการนากฎของเคอรช์ อฟฟไ์ ปใชง้ านในวงจรไฟฟา้
แล้วกาหนดโจทย์ใหน้ กั เรยี นฝกึ การคานวณ
ขั้นสรุปและการประยกุ ต์
9. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรปุ เนื้อหาในบทเรยี น และให้นักเรยี นศึกษาเพ่ิมเติมในสือ่ การเรียนการ
สอนออนไลน์ ใน Google Classroom
10. ครใู หน้ ักเรียนมสี ่วนร่วมในการแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้วิธกี ารถาม – ตอบ
11. ครูให้นักเรียนทาแบบทดสอบทา้ ยบท ตอนท่ี 1 และตอนท่ี 2 ในสื่อการเรียนการสอนออนไลน์
ใน Google Classroom
12. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมการฝกึ ทักษะ โดยเนน้ ใหน้ ักเรียนนาวสั ดุเหลือใช้มาทากจิ กรรม
13. ครใู ห้นักเรยี นปฏบิ ัติใบงานการทดลองที่ 8.1 กฎกระแสไฟฟา้ ของเคอร์ชอฟฟ์ และใบงานการ
ทดลองที่ 8.2 กฎแรงดนั ไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์
6. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1. PowerPoint บทที่ 8 กฎของเคอรช์ อฟฟ์
2. ภาพแสดงกระแสไฟฟ้า ณ จุดตอ่ ใดๆ
3. ภาพแสดงอธิบายกฎแรงดันไฟฟ้าเคอร์ชอฟฟ์
4. มลั ตมิ เิ ตอร์
5. แหลง่ จ่ายไฟตรง 0 - 30 V
6. ตวั ตา้ นทาน 1 k, 2 k, 4.7 k
7. บอร์ดทดลองและสายตอ่ วงจร
8. แบบทดสอบทา้ ยบทท่ี 8
9. ใบงานการทดลองท่ี 8.1 กฎกระแสไฟฟา้ ของเคอรช์ อฟฟ์ และใบงานการทดลองที่ 8.2 กฎ
แรงดันไฟฟ้าของเคอรช์ อฟฟ์
7. หลักฐานการเรียนรู้
หลกั ฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทาแบบฝกึ หดั
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
52
3. ผลการตอบคาถามท้ายกจิ กรรม
หลกั ฐานการปฏบิ ตั ิงาน
1. ใบงานการทดลองที่ 8.1 กฎกระแสไฟฟ้าของเคอรช์ อฟฟ์
2. ใบงานการทดลองที่ 8.2 กฎแรงดันไฟฟา้ ของเคอร์ชอฟฟ์
8. การวัดผลประเมนิ ผล
วธิ ีวัดผล
1. ตรวจแบบทดสอบท้ายบท
2. ตรวจใบกจิ กรรม
3. ตรวจใบปฏิบัตงิ าน
4. การสังเกตและประเมินพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
เครอื่ งมอื วัดผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท
2. แบบประเมนิ กจิ กรรม
3. แบบประเมินใบปฏิบัติงาน
4. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน
รว่ มกนั ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท เกณฑ์ผ่าน 60% ข้นึ ไป
2. แบบประเมนิ กิจกรรม เกณฑ์ผ่าน 60% ข้นึ ไป
3. แบบประเมินใบปฏิบัติงาน เกณฑผ์ า่ น 60% ขน้ึ ไป
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนข้ึนอยกู่ บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
53
9. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้
1 ขอ้ สรุปหลังการจัดการเรียนรู้
2 ปัญหาท่พี บ
3 แนวทางแก้ปัญหา
ผลท่ีจะเกิดขน้ึ กบั นกั ศกึ ษาจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทบี่ ูรณาการหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
1. นกั ศกึ ษาจะได้ฝกึ คิดและฝึกปฏิบัติตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เงือ่ นไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม
ความรู้ท่ผี เู้ รียนต้องมีกอ่ นการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ คณุ ธรรมของนักเรียนในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
- ผู้เรียนมคี วามรูค้ วามเข้าใจเกย่ี วกับกฎ - ความรับผดิ ชอบ
กระแสไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์ การคานวณกฎ - ความคดิ รเิ ร่ิมสร้างสรรค์
แรงดนั ไฟฟา้ ของเคอรช์ อฟฟ์ การนากฎของเคอร์ชอฟฟ์
ไปใชง้ านในวงจรไฟฟา้
ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล ความมีภูมคิ มุ้ กันในตวั ที่ดี
1. ผูเ้ รยี นจดั เตรยี มวัสดอุ ปุ กรณไ์ ด้ 3. ผเู้ รียนไดว้ เิ คราะห์กฏของ 4. ผู้เรยี นได้ปฏบิ ัตงิ านด้วยความ
เหมาะสมกับการเรยี นการสอน เคอรช์ อฟฟ์ ถกู ต้องและคานงึ ถงึ ความประหยัด
2. ผ้เู รยี นปฏบิ ตั กิ ารทากจิ กรรมตาม ค้มุ ค่า
แผน
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
54
2. ผเู้ รยี นจะไดเ้ รยี นรกู้ ารใชช้ ีวิตท่สี มดุลและพรอ้ มรบั การเปลีย่ นแปลง 4 มิติตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียง
จุดม่งุ หมาย สมดุลและพร้อมรบั การเปลย่ี นแปลง
การเรยี นรู้ ดา้ นเศรษฐกิจ ด้านสงั คม ด้านสิง่ แวดล้อม ด้านวัฒนธรรม
ด้านพทุ ธิ 1. ผู้เรียนจัดเตรียมวัสดุ 1. ผเู้ รยี นจัดเตรยี มวัสดุ 1. ผ้เู รียนได้ 1. ผูเ้ รียนได้
พิสัย (K) อปุ กรณไ์ ด้เหมาะสมกบั การ อุปกรณไ์ ดเ้ หมาะสมกับ ปฏบิ ตั ิงานด้วย ปฏิบตั งิ านด้วย
เรียนการสอน การเรียนการสอน ความถกู ต้องและ ความถกู ต้องและ
2. ผู้เรียนปฏบิ ตั ิการทา 2. ผู้เรียนได้ปฏิบตั งิ าน คานงึ ถึงความ คานงึ ถงึ ความ
กจิ กรรมตามแผน ดว้ ยความถูกต้องและ ประหยดั คุ้มค่า ประหยดั คมุ้ ค่า
คานึงถึงความประหยดั
คมุ้ คา่
ด้านทักษะ 1. ผ้เู รียนจัดเตรยี มวัสดุ 1. ผู้เรียนจดั เตรียมวัสดุ 1. ผเู้ รียนได้ 1. ผเู้ รยี นได้
พสิ ยั (P) อปุ กรณไ์ ดเ้ หมาะสมกบั การ อปุ กรณ์ไดเ้ หมาะสมกบั ปฏิบตั ิงานด้วย ปฏบิ ัตงิ านด้วย
เรยี นการสอน การเรียนการสอน ความถูกต้องและ ความถูกต้องและ
2. ผเู้ รียนปฏบิ ัติการทา 2. ผู้เรียนไดป้ ฏบิ ัตงิ าน คานงึ ถึงความ คานึงถงึ ความ
กจิ กรรมตามแผน ด้วยความถูกต้องและ ประหยดั คุ้มคา่ ประหยดั คุ้มค่า
คานงึ ถึงความประหยัด
คุ้มค่า
ด้านจิต 1. ผ้เู รียนจดั เตรียมวัสดุ 1. ผ้เู รียนจดั เตรยี มวสั ดุ 1. ผูเ้ รยี นได้ 1. ผู้เรยี นได้
พสิ ัย อปุ กรณ์ได้เหมาะสมกับการ อปุ กรณไ์ ด้เหมาะสมกบั ปฏบิ ตั งิ านดว้ ย ปฏิบัตงิ านด้วย
(A) เรียนการสอน การเรยี นการสอน ความถูกตอ้ งและ ความถูกต้องและ
2. ผู้เรียนปฏบิ ัติการทา 2. ผู้เรียนได้ปฏบิ ัตงิ าน คานึงถึงความ คานึงถงึ ความ
กจิ กรรมตามแผน ดว้ ยความถกู ตอ้ งและ ประหยดั คมุ้ คา่ ประหยดั คมุ้ ค่า
คานึงถงึ ความประหยดั
คุ้มค่า
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
55
แผนการเรยี นรทู้ ่ี 9
หนว่ ยที่ 9 จานวน 4 ชั่วโมง สัปดาห์ที่ 12
ชือ่ วชิ า วงจรไฟฟ้ากระแสตรง รหัส 20105-2002
ชือ่ หนว่ ย เมชเคอรเ์ รนต์
1. สาระสาคญั
ทฤษฎขี องเมชเคอรเ์ รนต์
วิธเี มชเคอรเ์ รนต์ มีวิธกี ารแกป้ ญั หา ดงั น้ี
1. กาหนดทิศทางการไหลวนของกระแสไฟฟ้าในวงจรปิด หรือภายในลูป (Loop) แต่ละลูป โดย
กาหนดกระแสไฟฟา้ ใหไ้ ปทิศทางใดกไ็ ด้
2. เขียนสมการแรงดนั ไฟฟ้าโดยใชท้ ฤษฎขี องเคอรช์ อฟฟ์ (Kirchhoff’s Law) ในแต่ละลปู (Loop)
โดยมขี อ้ สงั เกต คือ
- ถา้ กระแสไฟฟา้ ไหลไปในทศิ ทางเดียวกัน ให้นากระแสไฟฟ้ามารวมกนั
- ถา้ กระแสไฟฟ้าไหลไปในทิศทางท่ีสวนทางกนั หรือหักล้างกนั ให้นากระแสไฟฟา้ มาลบกัน
3. แกส้ มการหาคา่ ตวั แปร โดยใชว้ ิธีการทางคณติ ศาสตร์ นน่ั คือ เมทรกิ ซ์และดเี ทอรม์ แิ นนต์
สาหรบั จานวนสมการของเมชเคอร์เรนต์ จะไดม้ าจากจานวนลปู (Loop) ทยี่ ังไมท่ ราบคา่ กระแสไฟฟ้า
น่ันคอื
จานวนสมการ = จานวนลปู (Loop) ที่ยงั ไม่ทราบคา่
2. สมรรถนะประจาหน่วย
1. คานวณหาคา่ ตา่ ง ๆ ตามทฤษฎีของเมชเคอร์เรนตไ์ ด้
2. วัดและอ่านค่าต่าง ๆ ตามทฤษฎขี องเมชเคอรเ์ รนตไ์ ด้
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
จดุ ประสงค์ทั่วไป
1. เพือ่ ใหร้ ูแ้ ละเข้าใจทฤษฎีของเมชเคอรเ์ รนตท์ ใ่ี ชใ้ นวงจรไฟฟา้
2. เพื่อใหร้ แู้ ละเข้าใจการคานวณคา่ กระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าขนาด 2 ลปู และขนาด 3 ลูป
3. เพ่อื ใหร้ ู้ เขา้ ใจการคานวณหาคา่ กระแสไฟฟา้ กับแรงดนั ไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าโดยใชว้ ิธีการของเมช
เคอร์เรนต์
จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. อธิบายทฤษฎขี องเมชเคอร์เรนตท์ ่ีใชใ้ นวงจรไฟฟา้ ได้
2. วิเคราะหว์ งจรเมชเคอรเ์ รนตท์ ่อี ย่ใู นรูปแบบตา่ ง ๆ ได้
วิทยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
56
3. คานวณค่ากระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟา้ ขนาด 2 ลปู และขนาด 3 ลปู ได้
4. คานวณหาค่ากระแสไฟฟา้ กบั แรงดนั ไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้าโดยใชว้ ธิ ีการของเมชเคอรเ์ รนต์ได้
5. มีการพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ท่สี ามารถสังเกตเห็น
ได้ในด้านความรับผิดชอบและการพึ่งตนเอง
4. สาระการเรยี นรู้
1. ทฤษฎีของเมชเคอรเ์ รนต์
2. ตวั อยา่ งการวิเคราะหว์ งจรด้วยเมชเคอรเ์ รนต์
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครทู บทวนเนอ้ื หาในหน่วยที่ 8
2. ครตู ้งั คาถามให้นกั เรียนช่วยกันตอบเกย่ี วกบั เรื่อง เมชเคอร์เรนต์
3. ครูสรปุ เพอ่ื นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
ขนั้ สอน
4. ครูอธบิ ายเกี่ยวกบั ทฤษฎีของเมชเคอร์เรนตท์ ่ีใชใ้ นวงจรไฟฟา้ โดยใช้ภาพและส่อื PowerPoint
แลว้ ต้งั คาถามให้นกั เรยี นช่วยกนั ตอบ
5. ครูและนักเรยี นรว่ มกันวิเคราะห์วงจรเมชเคอร์เรนตท์ อ่ี ยูใ่ นรปู แบบต่าง ๆ แลว้ ครสู รุปอกี ครงั้
6. ครูอธิบายพร้อมยกตัวอยา่ งการคานวณค่ากระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้าขนาด 2 ลปู และขนาด 3
ลปู และการคานวณหาคา่ กระแสไฟฟา้ กบั แรงดนั ไฟฟ้าในวงจรไฟฟา้ โดยใชว้ ธิ ีการของเมชเคอร์เรนต์ แลว้ ให้
นักเรยี นซกั ถาม
7. ครูกาหนดโจทยเ์ ก่ยี วกับการคานวณคา่ กระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าขนาด 2 ลูป และขนาด 3 ลูป
และการคานวณหาค่ากระแสไฟฟ้ากับแรงดันไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าโดยใช้วิธีการของเมชเคอร์เรนต์ ให้
นักเรียนฝึกการคานวณ
ขน้ั สรปุ และการประยกุ ต์
8. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปเน้อื หาในบทเรียน และให้นักเรยี นศึกษาเพ่ิมเติมในสื่อการเรียนการ
สอนออนไลน์ ใน Google Classroom
9. ครใู หน้ กั เรยี นมีส่วนรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชว้ ิธกี ารถาม – ตอบ
10. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบท้ายบท ตอนที่ 1 และตอนท่ี 2 ในส่ือการเรยี นการสอนออนไลน์
ใน Google Classroom
11. ครูใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรมการฝกึ ทักษะ โดยเน้นให้นักเรียนนาวัสดุเหลือใช้มาทากจิ กรรม
12. ครใู ห้นกั เรียนปฏิบัติใบงานการทดลองท่ี 9.1 ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
57
6. สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
1. PowerPoint บทที่ 9 เมชเคอรเ์ รนต์
2. ภาพแสดงวงจรไฟฟา้ 2 วงรอบ
3. มัลติมิเตอร์
4. แหลง่ จ่ายไฟตรง 0 - 30 V
5. ตัวตา้ นทาน 330 , 470 , 560
6. บอรด์ ทดลองและสายตอ่ วงจร
7. แบบทดสอบทา้ ยบทที่ 9
8. ใบงานการทดลองที่ 9.1 ทฤษฎเี มชเคอรเ์ รนต์
7. หลกั ฐานการเรียนรู้
หลักฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทาแบบฝกึ หดั
3. ผลการตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรม
หลักฐานการปฏบิ ตั ิงาน
1. ใบงานการทดลองที่ 9.1 ทฤษฎีเมชเคอร์เรนต์
8. การวดั ผลประเมินผล
วธิ ีวดั ผล
1. ตรวจแบบทดสอบท้ายบท
2. ตรวจใบกิจกรรม
3. ตรวจใบปฏบิ ัติงาน
4. การสงั เกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พึง
ประสงค์
เครอื่ งมอื วัดผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท
2. แบบประเมนิ กจิ กรรม
3. แบบประเมินใบปฏบิ ัตงิ าน
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครแู ละนกั เรียน
รว่ มกันประเมิน
วิทยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
58
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท เกณฑผ์ า่ น 60% ข้นึ ไป
2. แบบประเมนิ กิจกรรม เกณฑผ์ า่ น 60% ขึ้นไป
3. แบบประเมินใบปฏบิ ตั งิ าน เกณฑ์ผา่ น 60% ข้นึ ไป
4. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนข้ึนอยกู่ ับการ
ประเมนิ ตามสภาพจริง
9. บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1 ขอ้ สรปุ หลงั การจัดการเรยี นรู้
2 ปัญหาท่พี บ
3 แนวทางแกป้ ญั หา
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
59
ผลท่ีจะเกดิ ขน้ึ กบั นกั ศกึ ษาจากการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ทบี่ รู ณาการหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
1. นกั ศึกษาจะได้ฝึกคดิ และฝึกปฏิบตั ติ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เงอ่ื นไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม
ความร้ทู ่ีผเู้ รียนต้องมกี อ่ นการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ คณุ ธรรมของนกั เรยี นในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
- ผู้เรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจเกีย่ วกับทฤษฎขี อง - ความรับผดิ ชอบ
เมชเคอรเ์ รนตท์ ีใ่ ชใ้ นวงจรไฟฟ้า การคานวณค่า - การพ่ึงตนเอง
กระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้าขนาด 2 ลปู และขนาด 3 ลูป
การคานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้ากบั แรงดันไฟฟา้ ใน
วงจรไฟฟ้าโดยใชว้ ธิ ีการของเมช
เคอร์เรนต์
ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมภี ูมิค้มุ กันในตวั ท่ดี ี
1. ผ้เู รยี นจดั เตรียมวสั ดุอปุ กรณ์ได้ 3. ผเู้ รียนไดว้ เิ คราะหว์ งจรของ 4. ผเู้ รียนได้ปฏบิ ตั งิ านด้วยความ
เหมาะสมกับการเรยี นการสอน เมชเคอรเ์ รนต์ ถกู ต้องและคานึงถงึ ความประหยดั
2. ผู้เรียนปฏบิ ตั กิ ารทากจิ กรรมตาม คุ้มค่า
แผน
2. ผู้เรยี นจะได้เรียนรู้การใช้ชวี ิตที่สมดุลและพรอ้ มรับการเปลีย่ นแปลง 4 มิติตามหลักปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง
จุดมงุ่ หมาย สมดลุ และพร้อมรบั การเปลีย่ นแปลง
การเรยี นรู้ ด้านเศรษฐกิจ ดา้ นสงั คม ดา้ นสง่ิ แวดล้อม ด้านวัฒนธรรม
ด้านพทุ ธิ 1. ผเู้ รียนจดั เตรยี มวสั ดุ 1. ผูเ้ รยี นจัดเตรยี มวัสดุ 1. ผูเ้ รยี นได้ 1. ผเู้ รยี นได้
พสิ ยั (K) อปุ กรณ์ไดเ้ หมาะสมกบั อุปกรณ์ไดเ้ หมาะสมกบั ปฏิบตั ิงานดว้ ยความ ปฏิบตั งิ านด้วย
การเรยี นการสอน การเรยี นการสอน ถูกต้องและคานึงถงึ ความถูกต้องและ
2. ผเู้ รยี นปฏบิ ัติการทา 2. ผูเ้ รยี นไดป้ ฏิบัตงิ าน ความประหยัดคุ้มค่า คานงึ ถึงความ
กจิ กรรมตามแผน ด้วยความถูกตอ้ งและ ประหยดั คุ้มคา่
3. ผ้เู รียนได้วิเคราะห์ คานงึ ถึงความประหยดั
วงจรของเมชเคอรเ์ รนต์ คมุ้ ค่า
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
60
จดุ มุ่งหมาย สมดลุ และพรอ้ มรบั การเปล่ยี นแปลง
การเรียนรู้ ด้านเศรษฐกจิ
ด้านทกั ษะ 1. ผเู้ รียนจดั เตรียมวัสดุ ด้านสังคม ดา้ นสิง่ แวดล้อม ดา้ นวฒั นธรรม
พสิ ยั (P) อุปกรณไ์ ด้เหมาะสมกับ 1. ผู้เรยี นได้
1. ผเู้ รียนจัดเตรยี มวสั ดุ 1. ผเู้ รยี นได้ ปฏิบัติงานดว้ ย
การเรยี นการสอน ความถกู ตอ้ งและ
2. ผเู้ รียนปฏบิ ตั ิการทา อุปกรณ์ได้เหมาะสมกับ ปฏบิ ัตงิ านด้วยความ คานงึ ถงึ ความ
กจิ กรรมตามแผน ประหยดั คุ้มค่า
3. ผ้เู รยี นไดว้ เิ คราะห์ การเรียนการสอน ถกู ต้องและคานงึ ถงึ
วงจรของเมชเคอรเ์ รนต์
2. ผ้เู รียนไดป้ ฏบิ ัตงิ าน ความประหยดั คุ้มค่า
ดว้ ยความถูกตอ้ งและ
คานึงถงึ ความประหยัด
คมุ้ ค่า
ด้านจติ พสิ ัย 1. ผู้เรยี นจดั เตรยี มวสั ดุ 1. ผู้เรยี นจดั เตรียมวสั ดุ 1. ผูเ้ รียนได้ 1. ผู้เรียนได้
(A) อุปกรณไ์ ด้เหมาะสมกับ อปุ กรณ์ได้เหมาะสมกบั ปฏบิ ัติงานด้วยความ ปฏิบัตงิ านดว้ ย
การเรยี นการสอน ถูกตอ้ งและคานงึ ถงึ ความถกู ตอ้ งและ
การเรียนการสอน 2. ผูเ้ รียนไดป้ ฏิบตั งิ าน ความประหยัดคมุ้ คา่ คานงึ ถงึ ความ
2. ผ้เู รียนปฏบิ ัตกิ ารทา ดว้ ยความถกู ต้องและ ประหยัดคุ้มค่า
กิจกรรมตามแผน คานงึ ถึงความประหยดั
3. ผู้เรียนไดว้ เิ คราะห์ คุ้มค่า
วงจรของเมชเคอรเ์ รนต์
วิทยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
61
แผนการเรียนรูท้ ี่ 10
หน่วยท่ี 10 จานวน 8 ชว่ั โมง สัปดาห์ท่ี 13-14
ช่อื วชิ า วงจรไฟฟา้ กระแสตรง รหัส 20105-2002
ช่อื หนว่ ย การวเิ คราะหว์ งจรเครอื ขา่ ยโดยใชว้ ิธีโนดโวลตเ์ ตจและทฤษฎกี ารวางซอ้ น
1. สาระสาคญั
หลักการทฤษฎีโนดโวลตเ์ ตจ
นิยามของคาศัพทท์ ีใ่ ช้ในการวิเคราะหว์ ธิ ีโนดโวลตเ์ ตจทีต่ ้องทาความเขา้ ใจ ไดแ้ ก่
• โนด (Node) หมายถึง จุดต่อของวงจรไฟฟ้าที่มีจานวนสาขาการไหลของกระแสไฟฟ้าตั้งแต่ 2
สาขาขนึ้ ไป
• โนดหลัก (Principal Node) หรือ โนดโวลต์เตจ (Node Voltage) หมายถึง จุดต่อของวงจรที่
เปน็ จุดหลัก มจี านวนสาขาการไหลของกระแสไฟฟา้ ต้ังแต่ 3 สาขาขึ้นไป และมีความต่างศักยไ์ ฟฟ้าระหวา่ ง
จดุ 2 จดุ เม่ือเปรียบเทยี บกับโนดอ้างองิ
• โนดอ้างอิง (Reference Node) หมายถึง จุดต่อรว่ มหรือจุดท่ีเปน็ กราวด์ ใช้เป็นจุดเปรียบเทยี บ
กับโนดหลักมีศักย์ไฟฟ้าเท่ากบั ศูนย์
การเขียนสมการโนดโวลต์เตจ
ขัน้ ตอนการเขยี นสมการโนดโวลต์เตจ มดี งั น้ี
1. ตรวจสอบจานวนโนดในวงจรไฟฟ้า จากนั้นกาหนดจุดโนดท่ีเป็นโนดหลักและจุดท่ีเป็นโนด
อา้ งอิง
2. พจิ ารณาโนดหลัก โดยให้ระดับคา่ แรงดันไฟฟา้ ท่ีโนดหลักมคี ่าสงู กวา่ ระดับแรงดันไฟฟ้าท่ีโนด
อ้างองิ เสมอ
3. กาหนดทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้า โดยมีเงือ่ นไขและกฎเกณฑ์การพิจารณา คอื กาหนดให้
กระแสไฟฟา้ ไหลออกจากแหล่งจา่ ยไฟฟา้ ทม่ี ีศกั ยไ์ ฟฟา้ สูงกว่า ไปยังแหลง่ จา่ ยทมี่ ีคา่ ศักยไ์ ฟฟ้าตา่ กว่าเสมอ
4. เขยี นสมการตามกฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ชอฟฟ์จากโนดที่กาหนด โดยสมการกระแสไฟฟ้าใน
แตล่ ะค่าก5า. หนนาสดมไดก้จาารกขส้าตูงตรน้กฎทข่ีไดอห้งโาอคห่า์มตัวคแอืปรI ท=ี่ต้องกREารทราบค่าด้วยวธิ กี ารต่าง ๆ เช่น การแทนค่าตัวแปร
วธิ ีหาค่าดเี ทอร์มิแนนต์ การเทียบสมการ เปน็ ต้น
6. นาค่าตวั แปรท่ีคานวณจากขา้ งต้นแทนคา่ ในสมการ เพ่อื หาค่ากระแสไฟฟา้ แต่ละคา่ ในวงจร
ทฤษฎกี ารวางซ้อน
หลักการของทฤษฎกี ารวางซ้อน
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
62
1. เม่ือคิดแรงดันไฟฟ้าหรือกระแสไฟฟ้าของวงจรที่เกิดข้ึนกับแหล่งกาเนิดอิสระตัวใดให้ทาการ
กาจัดแหลง่ กาเนิดอิสระตัวอ่ืน ๆ โดย
1.1 แหลง่ กาเนิดแรงดนั ไฟฟา้ อิสระให้มีคา่ เทา่ กบั 0 โวลต์ (ลัดวงจร)
1.2 แหลง่ จา่ ยกระแสไฟฟ้าอสิ ระให้มคี า่ เท่ากับ 0 แอมแปร์ (เปดิ วงจร)
2. แหล่งกาเนิดแบบไม่อิสระให้คงไว้ในวงจรเหมอื นเดิม เนือ่ งจากแหลง่ จา่ ยแบบไม่อิสระถกู ควบคมุ
ดว้ ยแรงดันไฟฟา้ หรือกระแสไฟฟ้าในวงจร
2. สมรรถนะประจาหน่วย
1. ประกอบและทดสอบวงจรไฟฟ้าโดยใชโ้ นดโวลตเ์ ตจแกป้ ญั หา และโดยใช้ทฤษฎีการวางซ้อนได้
2. คานวณหาค่ากระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้าโดยใช้โนดโวลตเ์ ตจได้
3. คานวณหาค่ากระแสไฟฟ้าท่ไี หลผา่ นโหลดในวงจรไฟฟ้าโดยใช้ทฤษฎีการวางซอ้ นได้
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงคท์ วั่ ไป
1. เพอ่ื ใหร้ ู้และเข้าใจหลักการและเขยี นสมการทฤษฎโี นดโวลตเ์ ตจ
2. เพอ่ื ให้รแู้ ละเข้าใจการคานวณหาคา่ แรงดนั ไฟฟา้ และกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงโดย
ใชท้ ฤษฎีโนดโวลต์เตจ
3. เพื่อใหร้ ู้ เข้าใจหลกั การของทฤษฎีการวางซ้อน
4. เพอ่ื ใหร้ ู้ เข้าใจการคานวณหาคา่ แรงดนั ไฟฟา้ และกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงโดยใช้
ทฤษฎกี ารวางซ้อน
จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
1. อธบิ ายหลกั การทฤษฎีโนดโวลต์เตจได้
2. เขยี นสมการโนดโวลตเ์ ตจได้
3. อธบิ ายการคานวณหาค่าแรงดันไฟฟา้ และกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟา้ กระแสตรงโดยใช้ทฤษฎี
โนดโวลต์เตจ
4. อธิบายหลกั การของทฤษฎกี ารวางซอ้ นได้
5. คานวณหาคา่ แรงดนั ไฟฟา้ และกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงโดยใช้ทฤษฎีการวางซอ้ นได้
6. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท์ ่สี ามารถสงั เกตเห็น
ได้ในด้านความรับผิดชอบและความสนใจใฝ่รู้
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
63
4. สาระการเรียนรู้
1. หลักการทฤษฎีโนดโวลต์เตจ
2. การเขยี นสมการโนดโวลต์เตจ
3. ทฤษฎกี ารวางซอ้ น
5. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครทู บทวนเนอ้ื หาในหน่วยท่ี 9
2. ครตู ้งั คาถามให้นักเรียนช่วยกันตอบเกย่ี วกับเรื่อง การวิเคราะห์วงจรเครือขา่ ยโดยใชว้ ธิ ีโนดโวลต์
เตจและทฤษฎกี ารวางซอ้ น
3. ครสู รปุ เพอื่ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
ขั้นสอน
4. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเก่ียวกับหลักการทฤษฎีโนดโวลต์เตจ จากน้ันครสู รปุ อีกคร้งั โดย
ใช้สื่อ PowerPoint และภาพ แลว้ ตง้ั คาถามใหน้ กั เรียนช่วยกันตอบ
5. ครูอธิบายและยกตัวอย่างการเขียนสมการโนดโวลต์เตจ พร้อมท้ังแสดงวิธีการคานวณหาค่า
แรงดันไฟฟา้ และกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงโดยใช้ทฤษฎีโนดโวลตเ์ ตจ แล้วให้นกั เรยี นซกั ถาม
6. ครสู มุ่ ตวั อย่างนักเรยี นใหบ้ อกขน้ั ตอนการเขียนสมการโนดโวลต์เตจ แล้วให้ออกมาแสดงวธิ กี าร
คานวณหาคา่ แรงดันไฟฟา้ และกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงโดยใช้ทฤษฎโี นดโวลตเ์ ตจ ตามโจทย์ที่
ครูกาหนดหน้าชั้นเรียน
7. ครูอธบิ ายหลักการของทฤษฎีการวางซอ้ น พร้อมทั้งยกตัวอยา่ งการใช้ทฤษฎีการวางซอ้ นโดยใช้
ภาพประกอบ แลว้ ตงั้ คาถามใหน้ ักเรียนช่วยกนั ตอบ
8. ครูกาหนดโจทย์การคานวณหาค่าแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงโดยใช้
ทฤษฎกี ารวางซอ้ น เพื่อให้นักเรยี นฝึกการคานวณ
ขั้นสรุปและการประยุกต์
9. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปเนื้อหาในบทเรยี น และให้นกั เรียนศึกษาเพ่ิมเติมในสอื่ การเรยี น
การสอนออนไลน์ ใน Google Classroom
10. ครูใหน้ กั เรียนมสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้วิธกี ารถาม – ตอบ
11. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบทา้ ยบท ตอนที่ 1 และตอนท่ี 2 ในส่ือการเรยี นการสอนออนไลน์
ใน Google Classroom
12. ครูให้นกั เรียนทากิจกรรมการฝึกทกั ษะ โดยเนน้ ให้นกั เรยี นนาวัสดเุ หลอื ใช้มาทากิจกรรม
13. ครูให้นักเรียนปฏิบัติใบงานการทดลองท่ี 10.1 โนดโวลต์เตจ และใบงานการทดลองท่ี 10.2
ทฤษฎกี ารวางซอ้ น
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
64
6. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
1. PowerPoint การวเิ คราะหว์ งจรเครอื ข่ายโดยใช้วิธโี นดโวลตเ์ ตจและทฤษฎกี ารวางซ้อน
2. ภาพแสดงการกาหนดทศิ ทางของกระแสไฟฟ้าของวงจรโนดโวลต์เตจ
3. ภาพแสดงตวั อยา่ งการใชท้ ฤษฎีการวางซ้อน
4. แหล่งจา่ ยไฟตรงปรับค่าได้ 0 - 30 V
5. แอมมิเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง
6. โวลตม์ เิ ตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง
7. ชดุ ฝกึ วงจรไฟฟ้ากระแสตรง
8. ตวั ต้านทานคงท่ี 0.5 วัตต์ 1 % คา่ 560 , ค่า 2.2 k, ค่า 1 k, คา่ 3.3 k, ค่า 10 k
9. แบบทดสอบทา้ ยบทท่ี 10
10. ใบงานการทดลองท่ี 10.1 โนดโวลต์เตจ และใบงานการทดลองที่ 10.2 ทฤษฎีการวางซอ้ น
7. หลักฐานการเรียนรู้
หลักฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทาแบบฝกึ หัด
3. ผลการตอบคาถามท้ายกจิ กรรม
หลกั ฐานการปฏบิ ตั ิงาน
1. ใบงานการทดลองท่ี 10.1 โนดโวลต์เตจ
2. ใบงานการทดลองท่ี 10.2 ทฤษฎีการวางซอ้ น
8. การวัดผลประเมนิ ผล
วธิ ีวัดผล
1. ตรวจแบบทดสอบทา้ ยบท
2. ตรวจใบกิจกรรม
3. ตรวจใบปฏบิ ตั งิ าน
4. การสงั เกตและประเมนิ พฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึง
ประสงค์
เครือ่ งมอื วัดผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท
2. แบบประเมนิ กจิ กรรม
3. แบบประเมนิ ใบปฏบิ ตั ิงาน
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
65
4. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครแู ละนักเรียน
ร่วมกันประเมิน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท เกณฑ์ผา่ น 60% ขึน้ ไป
2. แบบประเมินกิจกรรม เกณฑผ์ า่ น 60% ขน้ึ ไป
3. แบบประเมนิ ใบปฏิบัติงาน เกณฑ์ผ่าน 60% ขน้ึ ไป
4. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการ
ประเมินตามสภาพจริง
9. บันทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
1 ขอ้ สรปุ หลังการจดั การเรียนรู้
2 ปัญหาท่ีพบ
3 แนวทางแก้ปัญหา
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
66
ผลทีจ่ ะเกดิ ขน้ึ กบั นกั ศกึ ษาจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทบ่ี รู ณาการหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
1. นกั ศกึ ษาจะได้ฝึกคดิ และฝึกปฏิบัตติ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เงอ่ื นไขความรู้ เง่อื นไขคุณธรรม
ความรู้ทีผ่ เู้ รยี นตอ้ งมีกอ่ นการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ คณุ ธรรมของนักเรียนในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
- ผู้เรียนมคี วามร้คู วามเข้าใจเกยี่ วกับหลกั การ - ความรับผดิ ชอบ
และเขยี นสมการทฤษฎีโนดโวลตเ์ ตจ - ความสนใจใฝร่ ู้
หลักการของทฤษฎีการวางซอ้ น การคานวณหาคา่
แรงดันไฟฟา้ และกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟา้ กระแสตรง
โดยใช้ทฤษฎโี นดโวลต์เตจ การคานวณหาค่า
แรงดนั ไฟฟา้ และกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟา้ กระแสตรง
โดยใชท้ ฤษฎีการวางซอ้ น
ความพอประมาณ ความมเี หตุผล ความมีภูมิคุม้ กันในตัวท่ีดี
1. ผเู้ รียนจดั เตรียมวัสดอุ ปุ กรณ์ได้ 3. ผ้เู รียนได้วิเคราะห์ทฤษฎีโนด 4. ผเู้ รยี นได้ปฏิบตั งิ านดว้ ยความ
เหมาะสมกบั การเรียนการสอน โวลตเ์ ตจ และทฤษฎกี ารวาง ถกู ตอ้ งและคานึงถงึ ความประหยัดคมุ้ คา่
2. ผ้เู รียนปฏบิ ตั ิการทากจิ กรรมตาม ซอ้ น
แผน
2. ผเู้ รยี นจะไดเ้ รยี นรกู้ ารใชช้ ีวติ ท่ีสมดลุ และพรอ้ มรบั การเปลี่ยนแปลง 4 มติ ติ ามหลักปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง
จุดม่งุ หมาย สมดลุ และพร้อมรบั การเปล่ียนแปลง
การเรียนรู้ ด้านเศรษฐกจิ ดา้ นสงั คม ด้านส่งิ แวดลอ้ ม ดา้ นวฒั นธรรม
ดา้ นพทุ ธิ 1. ผู้เรียนจัดเตรียมวสั ดุ 1. ผู้เรียนจัดเตรยี มวัสดุ 1. ผ้เู รียนได้ 1. ผเู้ รียนได้
พิสัย (K) อุปกรณ์ไดเ้ หมาะสมกับการ อุปกรณไ์ ด้เหมาะสมกบั ปฏิบตั งิ านด้วยความ ปฏบิ ัติงานดว้ ย
เรยี นการสอน การเรียนการสอน ถกู ตอ้ งและคานงึ ถงึ ความถกู ต้องและ
2. ผเู้ รียนปฏบิ ัติการทา 2. ผเู้ รียนไดป้ ฏิบตั งิ าน ความประหยัดคมุ้ คา่ คานงึ ถึงความ
กิจกรรมตามแผน ดว้ ยความถูกตอ้ งและ ประหยดั คุ้มค่า
3. ผ้เู รียนไดว้ เิ คราะห์ คานึงถึงความประหยดั
ทฤษฎีโนดโวลตเ์ ตจ และ คุ้มค่า
ทฤษฎีการวางซ้อน
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
67
จดุ มงุ่ หมาย สมดุลและพรอ้ มรับการเปล่ยี นแปลง
การเรยี นรู้ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสง่ิ แวดล้อม ดา้ นวัฒนธรรม
1. ผเู้ รยี นได้
ดา้ นทักษะ 1. ผเู้ รียนจดั เตรยี มวสั ดุ 1. ผูเ้ รยี นจัดเตรยี มวัสดุ 1. ผเู้ รยี นได้ ปฏบิ ัตงิ านด้วย
ความถกู ต้องและ
พสิ ัย (P) อุปกรณ์ได้เหมาะสมกบั การ อุปกรณไ์ ด้เหมาะสมกบั ปฏบิ ตั งิ านด้วยความ คานงึ ถึงความ
ประหยดั คมุ้ คา่
เรียนการสอน การเรยี นการสอน ถูกต้องและคานึงถงึ
1. ผ้เู รยี นได้
2. ผู้เรียนปฏบิ ตั ิการทา 2. ผู้เรียนไดป้ ฏิบตั งิ าน ความประหยดั คมุ้ คา่ ปฏบิ ตั งิ านด้วย
ความถกู ตอ้ งและ
กจิ กรรมตามแผน ดว้ ยความถกู ตอ้ งและ คานึงถึงความ
ประหยัดคุ้มค่า
3. ผเู้ รียนไดว้ ิเคราะห์ คานึงถงึ ความประหยัด
ทฤษฎีโนดโวลต์เตจ และ คุม้ คา่
ทฤษฎีการวางซ้อน
ดา้ นจิต 1. ผู้เรียนจัดเตรยี มวัสดุ 1. ผู้เรยี นจดั เตรยี มวสั ดุ 1. ผเู้ รียนได้
พสิ ยั อปุ กรณไ์ ด้เหมาะสมกบั การ อุปกรณ์ได้เหมาะสมกับ ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความ
(A) เรยี นการสอน การเรยี นการสอน ถกู ตอ้ งและคานึงถงึ
2. ผู้เรียนปฏบิ ตั กิ ารทา 2. ผเู้ รียนไดป้ ฏบิ ตั งิ าน ความประหยัดคมุ้ ค่า
กจิ กรรมตามแผน ด้วยความถกู ตอ้ งและ
3. ผูเ้ รยี นได้วิเคราะห์ คานึงถึงความประหยดั
ทฤษฎีโนดโวลตเ์ ตจ และ คมุ้ ค่า
ทฤษฎกี ารวางซ้อน
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
68
แผนการเรียนรูท้ ี่ 11
หนว่ ยที่ 11 จานวน 8 ช่ัวโมง สปั ดาห์ท่ี 15-16
ชอ่ื วชิ า วงจรไฟฟา้ กระแสตรง รหัส 20105-2002
ช่ือหน่วย ทฤษฎีของเทวนิ ินและนอร์ตนั
1. สาระสาคญั
ทฤษฎีของเทวินิน
ทฤษฎีเทวินิน (Thevenin’s Theorem) กล่าวไว้ว่า วงจรเชิงเส้นใด ๆ (Linear Circuit) ที่มี
แหล่งจ่ายพลังงานต่ออยู่ด้วย เราสามารถทดแทนไดโ้ ดยให้เป็นแหล่งกาเนิดแรงดันไฟฟ้า อันประกอบดว้ ย
แรงดันไฟฟ้าเทยี บเทา่ เทวนิ นิ (Eth) ทีต่ อ่ อนุกรมกบั ความตา้ นทานเทยี บเทา่ เทวนิ นิ (Rth)
แรงดนั ไฟฟ้าเทยี บเทา่ เทวินิน (Eth) หมายถึง แรงดันไฟฟา้ ที่วัดได้ระหวา่ งขั้ว AB ในขณะเปดิ วงจร
(Open Circuit)
ความต้านทานเทียบเทา่ เทวินนิ (Rth) หมายถึง ความต้านทานรวมทง้ั หมดของวงจร เมือ่ มองจาก
ขั้ว AB โดยการลัดวงจรแหล่งกาเนิดแรงดนั ไฟฟ้าทกุ ตัวท่มี ีในวงจร
ขั้นตอนการวเิ คราะหต์ ามทฤษฎขี องเทวนิ ิน
1. ปลดโหลด RL ภาระไฟฟ้าออกจากวงจร
2. หาคา่ แรงดนั ไฟฟา้ เทียบเท่าเทวนิ นิ
3. หาค่าความตา้ นทานเทยี บเท่าเทวนิ นิ
4. เขยี นวงจรเทยี บเทา่ เทวนิ ินโดยนาโหลด RL ต่อเขา้ ไปดว้ ย
5. คานวณหาคา่ กระแสไฟฟา้ ที่ไหลผ่านโหลด RL
ทฤษฎีของนอร์ตัน
ตามทฤษฎขี องเทวินนิ จะต้องยุบรวมวงจรใหอ้ ยู่ในรูปของแหลง่ กาเนิดแรงดนั ไฟฟ้า แต่ทฤษฎขี อง
นอร์ตัน (Norton’s Theorem) จะทาให้อยู่ในรูปของแหล่งกาเนิดกระแสไฟฟ้า อันประกอบด้วย
กระแสไฟฟา้ เทยี บเท่านอร์ตัน (In) และความตา้ นทานเทียบเท่านอรต์ ัน (Rn) ซ่ึงจะคล้ายกับทฤษฎขี องเทวิ
นนิ
กระแสไฟฟ้าเทียบเท่านอร์ตัน (In) หมายถึง กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผ่านข้ัว AB ในขณะท่ีลัดวงจร
(Short Circuit)
ความต้านทานเทียบเท่านอร์ตนั (Rn) หมายถึง ความตา้ นทานรวมทั้งหมดของวงจร เม่ือมองจากขว้ั
AB โดยการลัดวงจรแหล่งกาเนิดแรงดันไฟฟา้ ทกุ ตวั ทีม่ ีในวงจร
ข้ันตอนการวิเคราะหต์ ามทฤษฎีของนอรต์ นั
1. ลัดวงจรท่ีโหลด RL (ภาระไฟฟา้ ) ทข่ี ว้ั AB
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
69
2. หาค่ากระแสไฟฟา้ เทยี บเท่านอรต์ ัน
3. หาค่าความตา้ นทานเทยี บเทา่ นอร์ตนั
4. เขยี นวงจรเทียบเท่านอรต์ ัน โดยนาโหลด RL ตอ่ เขา้ ไปในวงจรด้วย
5. คานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านโหลด RL
2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
1. ต่อวงจรทดลองหาค่าแรงดันไฟฟ้าและคา่ ความตา้ นทานเทยี บเทา่ เทวนิ นิ ได้
2. ต่อวงจรทดลองหาคา่ กระแสไฟฟ้าและค่าความตา้ นทานเทียบเท่านอรต์ นั
3. ประกอบ ทดสอบ วดั และอ่านค่าในวงจรไฟฟ้าท่ใี ชท้ ฤษฎเี ทวินินและทฤษฎนี อรต์ ันได้
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
จุดประสงคท์ ่ัวไป
1. เพื่อใหร้ ้แู ละเข้าใจทฤษฎขี องเทวินินและนอรต์ นั
2. เพ่อื ให้ร้แู ละเขา้ ใจการเขยี นวงจรเทียบเท่าเทวินินและนอร์ตันในวงจรไฟฟา้
3. เพอ่ื ใหร้ ู้ เขา้ ใจการวเิ คราะห์วงจรไฟฟ้าโดยใช้ทฤษฎเี ทวินนิ และนอร์ตันแก้ปญั หา
จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
1. อธิบายทฤษฎีของเทวนิ นิ และนอรต์ ันได้
2. เขียนวงจรเทียบเท่าเทวินินในวงจรไฟฟ้าได้
3. เขยี นวงจรเทยี บเทา่ นอรต์ นั ในวงจรไฟฟา้ ได้
4. วเิ คราะหว์ งจรไฟฟ้าโดยใชท้ ฤษฎเี ทวินินและนอร์ตนั แกป้ ัญหาได้
5. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ท่สี ามารถสงั เกตเหน็
ไดใ้ นด้านความรับผิดชอบและความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
4. สาระการเรียนรู้
1. ทฤษฎขี องเทวินนิ
2. ทฤษฎขี องนอร์ตัน
5. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนาเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ครูทบทวนเน้ือหาในหนว่ ยที่ 10
2. ครใู ห้นกั เรียนชว่ ยกันแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับ ทฤษฎีของเทวินินและนอร์ตัน
3. ครสู รปุ เพอ่ื นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
70
ขน้ั สอน
4. ครูอธิบายทฤษฎีของเทวินินและนอร์ตันโดยใช้ภาพและสื่อ PowerPoint แล้วสุ่มตัวอย่าง
นกั เรยี นให้บอกขัน้ ตอนการวเิ คราะหต์ ามทฤษฎขี องเทวินนิ
5. ครูแสดงวธิ ีการคานวณหาค่าของแรงดันไฟฟา้ และความตา้ นทานเทียบเทา่ เทวินนิ และการเขียน
วงจรเทยี บเท่าเทวนิ นิ ในวงจรไฟฟ้า แลว้ ให้นกั เรยี นซกั ถาม จากน้ันใหน้ กั เรยี นฝึกปฏิบัติตามครู
6. ครูอธิบายทฤษฎีของนอร์ตันโดยใช้ภาพ แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกข้ันตอนการวิเคราะห์ตาม
ทฤษฎีของนอร์ตัน
7. ครูแสดงวิธีการคานวณและการเขยี นวงจรเทียบเท่านอร์ตันในวงจรไฟฟ้า จากนั้นให้นักเรียนฝึก
การคานวณและเขยี นวงจรตามโจทย์ท่คี รกู าหนด
8. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั วเิ คราะห์วงจรไฟฟ้าโดยใชท้ ฤษฎีเทวนิ ินและนอร์ตนั แกป้ ญั หา
ขัน้ สรุปและการประยกุ ต์
9. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปเนือ้ หาในบทเรยี น และให้นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมในสอ่ื การเรยี นการ
สอนออนไลน์ ใน Google Classroom
10. ครใู ห้นักเรยี นมีส่วนรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้วิธกี ารถาม – ตอบ
11. ครูใหน้ ักเรยี นทาแบบทดสอบทา้ ยบท ตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ในสื่อการเรียนการสอนออนไลน์
ใน Google Classroom
12. ครูให้นกั เรยี นทากจิ กรรมการฝกึ ทักษะ โดยเน้นใหน้ ักเรยี นนาวสั ดเุ หลอื ใชม้ าทากิจกรรม
13. ครูให้นักเรียนปฏิบัติใบงานการทดลองท่ี 11.1 ทฤษฎีของเทวินิน และใบงานการทดลองที่
11.2 ทฤษฎีของนอรต์ นั
6. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
1. PowerPoint บทท่ี 11 ทฤษฎีของเทวินินและนอรต์ ัน
2. ภาพแสดงวงจรเทยี บเท่าเทวินนิ
3. ภาพแสดงวงจรเทียบเท่านอร์ตนั
4. มัลติมิเตอร์
5. แหล่งจ่ายไฟตรง 0 - 30 V
6. ตัวตา้ นทาน 100 , 220 , 470 , 1 k, 680 ,
7. โพเทนชโิ อมิเตอร์ / ตัวต้านทานปรับค่าได้ 5 k
8. บอรด์ ทดลองและสายตอ่ วงจร
9. แบบทดสอบท้ายบทที่ 11
10. ใบงานการทดลองที่ 11.1 ทฤษฎีของเทวนิ ิน และใบงานการทดลองที่ 11.2 ทฤษฎีของนอร์ตัน
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
71
7. หลักฐานการเรียนรู้
หลักฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทาแบบฝกึ หัด
3. ผลการตอบคาถามท้ายกิจกรรม
หลกั ฐานการปฏิบตั ิงาน
1. ใบงานการทดลองที่ 11.1 ทฤษฎีของเทวนิ นิ
2. และใบงานการทดลองที่ 11.2 ทฤษฎขี องนอรต์ ัน
8. การวดั ผลประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1. ตรวจแบบทดสอบท้ายบท
2. ตรวจใบกิจกรรม
3. ตรวจใบปฏบิ ตั งิ าน
4. การสังเกตและประเมนิ พฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พึง
ประสงค์
เคร่ืองมอื วดั ผล
1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท
2. แบบประเมนิ กิจกรรม
3. แบบประเมนิ ใบปฏบิ ตั งิ าน
4. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครูและนักเรียนฃ
ร่วมกันประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท เกณฑ์ผ่าน 60% ขน้ึ ไป
2. แบบประเมนิ กิจกรรม เกณฑผ์ า่ น 60% ขึน้ ไป
3. แบบประเมินใบปฏบิ ตั งิ าน เกณฑ์ผา่ น 60% ขึ้นไป
4. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนข้ึนอย่กู บั การ
ประเมินตามสภาพจรงิ
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
72
9. บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
1 ข้อสรุปหลงั การจดั การเรยี นรู้
2 ปัญหาทพ่ี บ
3 แนวทางแก้ปญั หา
ผลที่จะเกดิ ขน้ึ กบั นกั ศกึ ษาจากการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ทบ่ี ูรณาการหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง
1. นักศกึ ษาจะได้ฝึกคิดและฝกึ ปฏิบตั ิตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เงอ่ื นไขความรู้ เงอื่ นไขคุณธรรม
ความรู้ทผ่ี เู้ รียนต้องมีกอ่ นการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ คุณธรรมของนกั เรียนในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
- ผู้เรียนมีความรูค้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกบั ทฤษฎีของเท - ความรบั ผดิ ชอบ
วนิ ินและนอรต์ นั - ความซอ่ื สัตย์สจุ ริต
ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล ความมภี มู คิ มุ้ กันในตัวทีด่ ี
1. ผู้เรียนจัดเตรียมวสั ดุอปุ กรณ์ได้
เหมาะสมกับการเรียนการสอน 3. ผเู้ รยี นได้วิเคราะห์วงจรของ 4. ผเู้ รียนไดป้ ฏบิ ตั งิ านด้วยความ
2. ผเู้ รียนปฏบิ ัติการทากิจกรรมตาม
แผน เทวินนิ และนอรต์ ัน ถกู ต้องและคานงึ ถงึ ความประหยัดคุ้มคา่
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
73
2. ผู้เรียนจะไดเ้ รียนรูก้ ารใช้ชีวติ ทสี่ มดลุ และพรอ้ มรบั การเปลยี่ นแปลง 4 มิตติ ามหลกั ปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง
จดุ มงุ่ หมาย สมดุลและพร้อมรบั การเปล่ียนแปลง
การเรยี นรู้ ด้านเศรษฐกิจ ดา้ นสงั คม ดา้ นสงิ่ แวดล้อม ดา้ นวัฒนธรรม
ดา้ นพทุ ธิ 1. ผ้เู รียนจัดเตรียมวัสดุ 1. ผูเ้ รยี นจัดเตรียมวัสดุ 1. ผูเ้ รียนได้ 1. ผู้เรยี นได้
พิสัย (K) อุปกรณ์ได้เหมาะสมกับ อปุ กรณไ์ ดเ้ หมาะสมกบั ปฏิบัตงิ านดว้ ย ปฏบิ ตั งิ านด้วยความ
การเรียนการสอน การเรยี นการสอน ความถูกต้องและ ถูกตอ้ งและคานึงถงึ
2. ผู้เรยี นปฏบิ ตั กิ ารทา 2. ผู้เรียนได้ปฏบิ ัตงิ าน คานงึ ถึงความ ความประหยัดคุ้มค่า
กิจกรรมตามแผน ด้วยความถูกตอ้ งและ ประหยัดคุ้มคา่
3. ผู้เรยี นได้วิเคราะห์ คานงึ ถงึ ความประหยัด
วงจรของเทวนิ ินและนอร์ ค้มุ ค่า
ตัน
ด้านทักษะ 1. ผู้เรยี นจดั เตรียมวัสดุ 1. ผเู้ รยี นจัดเตรียมวสั ดุ 1. ผู้เรียนได้ 1. ผเู้ รยี นได้
พิสัย (P) อุปกรณ์ไดเ้ หมาะสมกับ อปุ กรณไ์ ด้เหมาะสมกับ ปฏบิ ตั งิ านดว้ ย ปฏบิ ัติงานด้วยความ
การเรยี นการสอน การเรยี นการสอน ความถกู ตอ้ งและ ถูกต้องและคานึงถงึ
2. ผ้เู รียนปฏบิ ัติการทา 2. ผ้เู รยี นได้ปฏบิ ัตงิ าน คานงึ ถงึ ความ ความประหยัดคุ้มคา่
กจิ กรรมตามแผน ดว้ ยความถกู ตอ้ งและ ประหยดั ค้มุ คา่
3. ผู้เรยี นได้วเิ คราะห์ คานึงถงึ ความประหยดั
วงจรของเทวนิ ินและนอร์ คมุ้ คา่
ตนั
ดา้ นจติ พิสยั 1. ผ้เู รยี นจดั เตรียมวัสดุ 1. ผเู้ รียนจดั เตรียมวสั ดุ 1. ผู้เรียนได้ 1. ผ้เู รยี นได้
(A) อปุ กรณไ์ ดเ้ หมาะสมกบั อปุ กรณ์ได้เหมาะสมกับ ปฏบิ ตั งิ านด้วย ปฏิบัตงิ านด้วยความ
การเรยี นการสอน การเรยี นการสอน ความถกู ต้องและ ถูกตอ้ งและคานึงถงึ
2. ผู้เรยี นปฏบิ ัตกิ ารทา 2. ผูเ้ รยี นไดป้ ฏบิ ัตงิ าน คานงึ ถึงความ ความประหยดั คมุ้ ค่า
กิจกรรมตามแผน ด้วยความถูกต้องและ ประหยดั ค้มุ ค่า
3. ผเู้ รียนไดว้ เิ คราะห์ คานึงถึงความประหยัด
วงจรของเทวินินและนอร์ คุ้มคา่
ตัน
วิทยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ
74
แผนการเรียนรูท้ ่ี 12
หนว่ ยท่ี 12 จานวน 4 ชวั่ โมง สปั ดาหท์ ี่ 17
ชื่อวิชา วงจรไฟฟา้ กระแสตรง รหัส 20105-2002
ชือ่ หน่วย การสง่ ถา่ ยกาลังไฟฟ้าสูงสดุ
1. สาระสาคญั
ความหมายของการส่งถา่ ยกาลงั ไฟฟ้าสูงสดุ
การส่งถ่ายกาลังไฟฟ้าสูงสุด หมายถึง การทาให้โหลดท่ีอยู่ในวงจรไฟฟ้าได้มีค่ากาลังไฟฟ้าของ
โหลดสงู สดุ โดยไม่เกดิ ผลกระทบตอ่ แหล่งจ่ายแรงดนั ไฟฟ้าหรือโหลด แต่ถ้าระบบเกิดส่งผลกระทบตอ่ โหลด
หรือแหลง่ จ่ายแรงดันไฟฟา้ จะทาให้ประสิทธิภาพต่า เพราะว่ากาลังไฟฟ้าสูญเสียมีมาก ลักษณะเช่นน้ีจึง
สง่ ผลให้กาลังไฟฟา้ ของโหลดลดลงดว้ ย
หลกั การส่งถ่ายกาลงั ไฟฟ้าสูงสดุ
ทฤษฎีการส่งถ่ายกาลังไฟฟ้าสูงสุด กล่าวว่า “ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงที่มีแหล่งจ่ายพลังงาน
(แหล่งกาเนดิ แรงดันไฟฟ้า) ต่ออย่ดู ้วยนนั้ จะเกิดการสง่ ถ่ายกาลังไฟฟ้าสูงสุดจากแหลง่ จ่ายพลังงานไปหา
โหลดได้น้ัน ค่าความต้านทานของโหลดจะต้องมีค่าเทา่ กบั ค่าความตา้ นทานภายในของแหล่งจ่ายพลังงาน
ชุดนนั้ ”
2. สมรรถนะประจาหน่วย
1. ประกอบและทดสอบวงจรไฟฟา้ โดยใชห้ ลักการสง่ ถ่ายกาลังไฟฟ้าสงู สุดแกป้ ญั หาได้
2. ปรับค่ากระแสไฟฟ้าของโหลด เมือ่ โหลดไดร้ บั กาลงั ไฟฟ้าสูงสดุ ได้
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงค์ทวั่ ไป
1. เพือ่ ใหร้ ู้และเขา้ ใจความหมายและหลกั การของการสง่ ถา่ ยกาลงั ไฟฟา้ สูงสดุ
2. เพ่ือใหร้ ้แู ละเข้าใจการสง่ ถ่ายกาลงั ไฟฟ้าสงู สดุ ไปวเิ คราะหว์ งจรไฟฟ้ากระแสตรง เพ่ือคานวณหาคา่
กาลงั ไฟฟา้ สูงสดุ ที่เกดิ ข้ึนกับโหลด
3. เพอ่ื ใหร้ ู้ เข้าใจการแก้ปญั หาโจทยข์ องวงจรไฟฟา้ กระแสตรง โดยใชห้ ลกั การสง่ ถ่ายกาลงั ไฟฟ้า
สูงสดุ
จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. อธบิ ายความหมายของการสง่ ถ่ายกาลงั ไฟฟา้ สงู สดุ ได้
2. อธบิ ายหลกั การสง่ ถา่ ยกาลงั ไฟฟา้ สูงสดุ ได้
3. อธบิ ายการสง่ ถ่ายกาลงั ไฟฟ้าสูงสดุ ไปวิเคราะหว์ งจรไฟฟ้ากระแสตรง เพ่ือคานวณหาค่ากาลงั ไฟฟ้า
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
75
สงู สุดท่เี กิดข้ึนกับโหลดได้
4. อธบิ ายการแก้ปญั หาโจทย์ของวงจรไฟฟา้ กระแสตรง โดยใช้หลักการส่งถ่ายกาลงั ไฟฟา้ สงู สุดได้
5. มีการพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทส่ี ามารถสังเกตเห็น
ไดใ้ นด้านความรบั ผดิ ชอบและความมวี ินัย
4. สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของการส่งถา่ ยกาลงั ไฟฟา้ สงู สุด
2. หลักการสง่ ถา่ ยกาลงั ไฟฟา้ สงู สดุ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครูทบทวนเนื้อหาในหน่วยที่ 11
2. ครใู ห้นักเรยี นช่วยกนั แสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับเรอ่ื ง การส่งถา่ ยกาลงั ไฟฟ้าสูงสุด
3. ครูสรปุ เพอ่ื นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
ขั้นสอน
4. ครูใหน้ ักเรียนชว่ ยกันบอกความหมายของการสง่ ถา่ ยกาลังไฟฟ้าสูงสุด จากน้ันครสู รุปอีกครั้ง
โดยใชส้ อ่ื PowerPoint
5. ครูอธบิ ายหลกั การสง่ ถ่ายกาลงั ไฟฟ้าสงู สุดโดยใชภ้ าพและตาราง แลว้ ให้นกั เรยี นซกั ถาม
6. ครูอธิบายการส่งถ่ายกาลังไฟฟ้าสูงสุดไปวิเคราะห์วงจรไฟฟ้ากระแสตรง เพ่ือคานวณหาค่า
กาลังไฟฟ้าสงู สดุ ท่ีเกดิ ข้ึนกบั โหลด พร้อมท้ังแสดงตวั อยา่ งการคานวณ
7. ครูอธบิ ายการแก้ปัญหาโจทย์ของวงจรไฟฟ้ากระแสตรง โดยใชห้ ลักการสง่ ถา่ ยกาลังไฟฟ้าสูงสุด
แล้วให้นกั เรยี นซกั ถาม จากน้นั ให้นกั เรียนฝกึ การคานวณตามโจทยท์ คี่ รกู าหนด
ขัน้ สรปุ และการประยกุ ต์
8. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ เนือ้ หาในบทเรียน และใหน้ ักเรยี นศึกษาเพิ่มเตมิ ในสอ่ื การเรยี นการ
สอนออนไลน์ ใน Google Classroom
9. ครใู หน้ ักเรยี นมีสว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้วิธกี ารถาม – ตอบ
10. ครูให้นกั เรียนทาแบบทดสอบท้ายบท ตอนท่ี 1 และตอนที่ 2 ในสื่อการเรยี นการสอนออนไลน์
ใน Google Classroom
11. ครใู หน้ กั เรยี นทากิจกรรมการฝกึ ทกั ษะ โดยเนน้ ให้นกั เรยี นนาวสั ดเุ หลือใชม้ าทากิจกรรม
12. ครใู ห้นักเรียนปฏิบตั ิใบงานการทดลองท่ี 12.1 การสง่ ถา่ ยกาลงั ไฟฟา้ สูงสดุ
วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
76
6. ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้
1. PowerPoint บทที่ 12 การสง่ ถา่ ยกาลงั ไฟฟ้าสงู สุด
2. ภาพวเิ คราะหว์ งจรโดยใชท้ ฤษฎีการส่งถ่ายกาลังไฟฟา้ สงู สุด
3. ตารางแสดงกาลงั ไฟฟ้าเกิดข้นึ สงู สดุ เมื่อโหลด RL = RTH
4. แหล่งจ่ายไฟตรงปรบั คา่ ได้ 0 - 30 V
5. แอมมเิ ตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรง
6. โวลต์มิเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง
7. ชดุ ฝกึ วงจรไฟฟา้ กระแสตรง
8. ตัวตา้ นทานปรบั คา่ ได้ 0 - 1 k
9. ตวั ต้านทานคงท่ี 0.5 วตั ต์ 1 % ค่า 220 , คา่ 680 , คา่ 560
10. สวิตช์ 2 ขวั้ 1 ทาง
11. แบบทดสอบทา้ ยบทท่ี 12
12. ใบงานการทดลองที่ 12.1 การส่งถา่ ยกาลังไฟฟา้ สงู สดุ
7. หลกั ฐานการเรียนรู้
หลกั ฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทาแบบฝกึ หดั
3. ผลการตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรม
หลักฐานการปฏิบัติงาน
1. ใบงานการทดลองท่ี 12.1 การสง่ ถา่ ยกาลังไฟฟา้ สูงสุด
8. การวดั ผลประเมินผล
วธิ วี ัดผล
1. ตรวจแบบทดสอบท้ายบท
2. ตรวจใบกิจกรรม
3. ตรวจใบปฏิบตั ิงาน
4. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
เครื่องมอื วัดผล
1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบท้ายบท
2. แบบประเมนิ กจิ กรรม
วิทยาลยั การอาชีพบางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ
77
3. แบบประเมินใบปฏิบตั ิงาน
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครแู ละนักเรียน
รว่ มกันประเมิน
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท เกณฑผ์ า่ น 60% ขนึ้ ไป
2. แบบประเมินกิจกรรม เกณฑผ์ า่ น 60% ข้นึ ไป
3. แบบประเมินใบปฏิบัตงิ าน เกณฑผ์ ่าน 60% ข้ึนไป
4. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการ
ประเมนิ ตามสภาพจริง
9. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
1 ข้อสรปุ หลังการจัดการเรียนรู้
2 ปัญหาทพ่ี บ
3 แนวทางแกป้ ญั หา
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลงุ
78
ผลที่จะเกดิ ขน้ึ กบั นกั ศกึ ษาจากการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ทบ่ี รู ณาการหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
1. นกั ศกึ ษาจะไดฝ้ ึกคิดและฝึกปฏิบัติตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เงือ่ นไขความรู้ เงือ่ นไขคณุ ธรรม
ความรทู้ ี่ผเู้ รยี นต้องมกี อ่ นการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ คุณธรรมของนกั เรยี นในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
- ผเู้ รียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความหมาย - ความรบั ผดิ ชอบ
และหลกั การของการสง่ ถา่ ยกาลังไฟฟ้าสูงสดุ - ความมวี นิ ยั
ความพอประมาณ ความมเี หตุผล ความมภี มู คิ มุ้ กันในตัวทดี่ ี
1. ผู้เรยี นจัดเตรยี มวสั ดุอปุ กรณ์ได้ 3. ผเู้ รียนได้วิเคราะหก์ ารสง่ ถา่ ย 4. ผเู้ รยี นไดป้ ฏิบตั งิ านด้วยความ
เหมาะสมกับการเรียนการสอน กาลงั ไฟฟา้ สงู สดุ ไปวเิ คราะหง์ จร ถกู ตอ้ งและคานงึ ถงึ ความประหยดั
2. ผเู้ รียนปฏบิ ตั กิ ารทากิจกรรมตาม ไฟฟ้ากระแสตรง เพ่ือคานวณหา คมุ้ คา่
แผน ค่ากาลงั ไฟฟา้ สงู สดุ ทเี่ กิดขน้ึ กบั
โหลดได้
2. ผ้เู รยี นจะได้เรียนรู้การใชช้ ีวติ ท่สี มดลุ และพรอ้ มรับการเปลี่ยนแปลง 4 มิตติ ามหลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง
จดุ มงุ่ หมาย สมดุลและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
การเรียนรู้ ดา้ นเศรษฐกิจ ดา้ นสงั คม ดา้ นส่งิ แวดล้อม ด้านวฒั นธรรม
ด้านพุทธิ 1. ผเู้ รียนจดั เตรยี มวสั ดุ 1. ผู้เรียนจัดเตรยี มวัสดุ 1. ผเู้ รียนได้ 1. ผเู้ รียนได้
พสิ ยั (K) อปุ กรณไ์ ด้เหมาะสมกับ อปุ กรณ์ไดเ้ หมาะสมกบั ปฏิบัติงานด้วย ปฏิบตั ิงานด้วย
การเรียนการสอน การเรียนการสอน ความถกู ต้องและ ความถกู ตอ้ งและ
2. ผูเ้ รยี นปฏบิ ตั ิการทา 2. ผเู้ รยี นไดป้ ฏบิ ตั งิ าน คานึงถึงความ คานึงถึงความ
กจิ กรรมตามแผน ดว้ ยความถูกต้องและ ประหยดั ค้มุ ค่า ประหยดั คมุ้ คา่
3. ผู้เรียนไดว้ เิ คราะหก์ าร คานงึ ถึงความประหยัด
ส่งถา่ ยกาลังไฟฟ้าสูงสุดไป คุ้มคา่
วเิ คราะหง์ จรไฟฟ้า
กระแสตรง เพอื่ คานวณหา
ค่ากาลงั ไฟฟา้ สงู สดุ ทเ่ี กิด
ขนึ้ กบั โหลดได้
วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ
79
จุดมุง่ หมาย สมดลุ และพร้อมรบั การเปลยี่ นแปลง
การเรยี นรู้ ด้านเศรษฐกจิ ด้านสังคม ด้านสิง่ แวดล้อม ด้านวฒั นธรรม
1. ผู้เรียนได้
ด้านทักษะ 1. ผเู้ รยี นจัดเตรยี มวสั ดุ 1. ผู้เรียนจดั เตรียมวัสดุ 1. ผูเ้ รียนได้ ปฏบิ ัติงานดว้ ย
ความถูกต้องและ
พสิ ัย (P) อุปกรณ์ไดเ้ หมาะสมกับ อปุ กรณ์ได้เหมาะสมกบั ปฏิบัติงานดว้ ย คานึงถึงความ
ประหยัดคุ้มคา่
การเรียนการสอน การเรียนการสอน ความถกู ตอ้ งและ
1. ผู้เรยี นได้
2. ผเู้ รยี นปฏบิ ัติการทา 2. ผู้เรยี นไดป้ ฏบิ ัตงิ าน คานึงถึงความ ปฏิบัตงิ านด้วย
ความถกู ตอ้ งและ
กิจกรรมตามแผน ด้วยความถกู ต้องและ ประหยดั คมุ้ คา่ คานงึ ถงึ ความ
ประหยดั คมุ้ ค่า
3. ผเู้ รยี นได้วิเคราะหก์ าร คานึงถงึ ความประหยดั
สง่ ถ่ายกาลังไฟฟ้าสงู สุดไป คมุ้ คา่
วิเคราะหง์ จรไฟฟา้
กระแสตรง เพอื่ คานวณหา
คา่ กาลงั ไฟฟา้ สงู สดุ ทเี่ กิด
ข้นึ กับโหลดได้
ด้านจติ พิสยั 1. ผู้เรียนจัดเตรียมวสั ดุ 1. ผู้เรยี นจดั เตรียมวัสดุ 1. ผู้เรยี นได้
อุปกรณไ์ ดเ้ หมาะสมกับ ปฏิบตั งิ านด้วย
(A) อปุ กรณไ์ ด้เหมาะสมกบั การเรียนการสอน ความถกู ต้องและ
2. ผเู้ รยี นไดป้ ฏบิ ัตงิ าน คานึงถึงความ
การเรยี นการสอน ด้วยความถูกตอ้ งและ ประหยัดคุ้มค่า
คานึงถงึ ความประหยัด
2. ผ้เู รยี นปฏบิ ัติการทา คมุ้ คา่
กิจกรรมตามแผน
3. ผ้เู รยี นได้วเิ คราะหก์ าร
ส่งถ่ายกาลงั ไฟฟ้าสงู สุดไป
วเิ คราะหง์ จรไฟฟา้
กระแสตรง เพอ่ื คานวณหา
คา่ กาลงั ไฟฟา้ สงู สดุ ทเี่ กดิ
ข้นึ กับโหลดได้
วทิ ยาลยั การอาชีพบางแกว้ จงั หวดั พทั ลงุ