The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนอิเล็กอุตสาหกรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suchart klinkheaw, 2021-06-18 04:25:58

แผนการสอนอิเล็กอุตสาหกรรม

แผนการสอนอิเล็กอุตสาหกรรม

แผนการจดั การเรียนรู้

รหัสวชิ า 20105-2111 วชิ า อิเลก็ ทรอนกิ สอ์ ุตสาหกรรม
หลักสตู ร ประกาศนยี บัตรวิชาชพี
ประเภทวิชา ชา่ งอตุ สาหกรรม

สาขาวิชา อิเล็กทรอนิกส์ สาขางาน อิเลก็ ทรอนิกส์

จัดทำโดย
นายสชุ าติ กลิน่ เขียว

วทิ ยาลัยการอาชีพบางแกว้
อำเภอบางแก้ว จังหวัดพทั ลงุ
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา



คำนำ

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาอิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรมรหัสวิชา
20105-2111 ระดับประกาศนยี บตั รวิชาชพี พุทธศกั ราช 2562 กลุ่มทักษะวชิ าชพี
เฉพาะสาขาวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ ผู้จัดทำได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชานี้
ตรงกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชาที่กำหนดไว้ใน
หลกั สูตรของสำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา

การแบ่งหน่วยการเรียนรู้แบ่งเป็น 8 บท ได้แก่ ทรานสดิวเซอร์ สเตรนเกจ
อุปกรณต์ รวจจับอณุ หภมู ิด้วยเทอร์โมคปั เปิล RTD และเทอร์มิสเตอร์ ระบบเซนเซอร์
ด้วยแสง เสียง ควัน ความร้อน และก๊าซ อุปกรณ์ควบคุมการเปิดปิดวงจร มอเตอร์
ไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ วงจรควบคุมไฟฟ้ากระแสตรง วงจรจ่าย
แรงดันไฟฟ้าคงที่ แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็น
ประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน หากมีข้อเสนอแนะประการใด ผู้จัดทำยินดี
นอ้ มรับไวด้ ว้ ยความขอบคุณย่ิง

ลงชอื่ ………………………………………. ครผู ู้สอน
(นายสชุ าติ กลนิ่ เขยี ว)

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลุง

สารบญั ค

คำนำ หน้า
สารบญั ข
ลกั ษณะรายวิชา ค
ตารางวเิ คราะห์การเรยี นรู้ ง
ตารางกำหนดการสอน จ
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 1 ทรานสดวิ เซอร์ ฉ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 สเตรนเกจ 1
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 อุปกรณ์ตรวจจบั อณุ หภมู ิดว้ ยเทอรโ์ มคัปเปิล RTD และ 10
16
เทอร์มสิ เตอร์
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 4 ระบบเซนเซอรด์ ว้ ยแสง เสียง ควนั ความร้อน และกา๊ ซ 23
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 5 อปุ กรณ์ควบคมุ การเปิดปิดวงจร 31
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6 มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรงและกระแสสลบั 38
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 7 วงจรควบคมุ ไฟฟ้ากระแสตรง 45
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 8 วงจรจา่ ยแรงดนั ไฟฟ้าคงที่ 52

วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พทั ลุง



ลกั ษณะรายวชิ า

รหสั วิชา 20105-2111 ชื่อวชิ า อิเลก็ ทรอนิกสอ์ ตุ สาหกรรม
หนว่ ยกิต 3 หนว่ ยกิต เวลาเรียน 5 ช่ัวโมงต่อสัปดาห์
_________________________________

จุดประสงคร์ ายวิชา

1. เข้าใจการทำงานของอปุ กรณค์ วบคมุ ในงานอิเล็กทรอนิกส์อตุ สาหกรรม
2. มีทกั ษะในการวดั ทดสอบ ตรวจซ่อม และบำรงุ รักษาอปุ กรณใ์ นงานอิเลก็ ทรอนกิ ส์

อตุ สาหกรรม และการประยุกต์ใช้งาน
3. มีกจิ นสิ ัยท่ดี ีในการทำงานด้วยความเป็นระเบียบเรียบรอ้ ย มีลำดบั ขั้นตอนในการ

ทำงานอย่างถกู ต้องและปลอดภยั

สมรรถนะรายวิชา

1. แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประยุกต์ใช้ใน
งานอิเลก็ ทรอนกิ สอ์ ตุ สาหกรรม

2. ประกอบและทดสอบอุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ในงานอิเลก็ ทรอนกิ ส์อตุ สาหกรรม
3. ตรวจซ่อมและบำรงุ รักษาอุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ในงานอเิ ลก็ ทรอนิกส์อุตสาหกรรม

คำอธิบายรายวชิ า

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ในงานอุตสาหกรรม โครงสร้าง การทำงานและ
คุณลักษณะของอุปกรณ์ควบคุม การเปิด ปิดวงจร อุปกรณ์ทรานสดิวเซอร์และเซนเซอร์ความ
ร้อน อุณหภูมิ แสง เสียง แรงกล ระดับของเหลว สนามแม่เหล็ก ความชื้น ก๊าซ ควัน ความดัน
(Pressure) อตั ราการไหล ความเร็วรอบ การควบคมุ แบบตา่ งๆ และการประยุกตใ์ ชง้ าน

วิทยาลัยการอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พทั ลงุ



ตารางวิเคราะหห์ ลักสตู ร
รหสั วชิ า 20105-2111 ช่ือวชิ า อเิ ล็กทรอนกิ ส์อุตสาหกรรม หนว่ ยกติ 3 หนว่ ยกติ

ระดับชน้ั ปวช.3 สาขาวชิ า / กลุ่มวชิ า อเิ ลก็ ทรอนิกส์

พฤติกรรม พุทธพิ สิ ยั

ชือ่ หนว่ ย ความรู้
ความเข้าใจ
การนำไปใ ้ช
วิเคราะ ์ห/ ัสงเคราะห์
ประเ ิมน ่คา
สร้างสรร ์ค
ัทกษะพิ ัสย
ิจตพิ ัสย
ลำ ัดบความสำ ัคญ
จำนวนคาบ

1. ทรานสดวิ เซอร์ 1 2 2 1 - - 1 2 3 20

2. สเตรนเกจ 1 1 2 1 - - 1 225

3. อุปกรณ์ตรวจจับอณุ หภมู ิด้วย 1 2 2 1 1 2 2 10

เทอรโ์ มคัปเปิล RTD และ

เทอร์มิสเตอร์

4. ระบบเซนเซอรด์ ว้ ยแสง เสียง 1 1 2 2 - - 1 2 1 10

ควัน ความรอ้ น และก๊าซ

5. อปุ กรณ์ควบคมุ การเปิดปดิ 2 1 2 2 - - 1 2 1 10

วงจร

6. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงและ 2 2 2 1 - - 1 2 1 15

กระแสสลบั

7. วงจรควบคมุ ไฟฟ้ากระแสตรง 2 1 2 2 - - 1 2 1 10

8. วงจรจ่ายแรงดนั ไฟฟ้าคงที่ 2 2 2 2 - - 1 4 1 5

สอบปลายภาค 4842- - - - 5

สดั สว่ น 70 10 20 90

รวม 100

วิทยาลัยการอาชพี บางแกว้ จังหวัดพทั ลงุ



กำหนดการสอน

ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ / สมรรถนะประจำหน่วย / สัปดาห์ ช่ัวโมงที่
ท่ี 1 – 20
รายการสอน เกณฑก์ ารปฏบิ ตั ิงาน
1–4 21 – 25
1. ทรานสดิวเซอร์ สมรรถนะ

1.1 ทรานสดิวเซอร์ชนดิ ความต้านทาน 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับทรานสดิวเซอร์ชนิด

เปลี่ยนแปลงตามตำแหน่ง ตา่ งๆ

1.2 ทรานสดิวเซอรช์ นดิ หมอ้ แปลงแสดง 2. นำทรานสดวิ เซอรไ์ ปใชง้ านอยา่ งเหมาะสม

ความแตกตา่ ง ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

1.3 ทรานสดวิ เซอร์ชนิดความเหน่ยี วนำและ เกณฑ์การปฏิบัตงิ าน

ชนิดความจุ 1. ปฏิบัติงานด้วยความถูกต้องและรอบคอบ

1.4 ทรานสดิวเซอร์ชนดิ ความดนั 2. มคี วามสนใจใฝร่ ู้ ความรบั ผิดชอบ ความ

ซอ่ื สตั ย์

3. นอ้ มนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้

ในการปฏบิ ตั งิ าน

2. สเตรนเกจ สมรรถนะ 5
1. แสดงความรู้เกย่ี วกบั สเตรนเกจ
1. ลักษณะสเตรนเกจ 2. นำสเตรนเกจไปใช้งานอยา่ งเหมาะสมตาม
2. ความเค้นความเครียด หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
3. วัสดุใช้ผลิตสเตรนเกจ เกณฑ์การปฏิบัติงาน
4. รูปร่างสเตรนเกจ 1. ปฏิบัตงิ านด้วยความถูกตอ้ งและรอบคอบ
5. สเตรนเกจชนดิ แยกออกจากกนั 2. มีความคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์ ความรกั สามัคคี
6. การตอ่ สเตรนเกจไปใช้งาน การมีวนิ ยั
3. นอ้ มนำหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงไป
ใช้ในการปฏบิ ตั งิ าน

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพทั ลงุ



ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ / สมรรถนะประจำหน่วย / สปั ดาห์ ชั่วโมงท่ี
ท่ี 26 – 35
รายการสอน เกณฑ์การปฏบิ ัติงาน
6–7 36 – 45
3. อปุ กรณต์ รวจจับอุณหภูมิด้วยเทอร์ สมรรถนะ
8-9
โมคปั เปลิ RTD และ เทอร์มสิ เตอร์ 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับอปุ กรณ์ตรวจจับ

1. หลักการเบือ้ งต้นเทอรโ์ มคัปเปิล อณุ หภมู ิด้วยเทอร์โมคัปเปิล RTD และ เทอร์

2. ชนดิ ของเทอร์โมคัปเปลิ มสิ เตอร์

3. การใช้งานของเทอรโ์ มคปั เปลิ 2. นำอปุ กรณ์ตรวจจบั อุณหภมู ิด้วยเทอร์

4. หลักการเบือ้ งต้นตัวตรวจจบั อณุ หภมู ดิ ว้ ย โมคปั เปิล RTD และ เทอรม์ ิสเตอร์

ความตา้ นทาน ไปใช้งานอย่างเหมาะสมตามหลกั ปรชั ญา

5. รูปแบบของตัวตรวจจับอุณหภูมิด้วย เศรษฐกจิ พอเพียง

ความตา้ นทาน เกณฑก์ ารปฏบิ ตั งิ าน

6. โครงสรา้ งและการใช้งาน RTD 1. ปฏิบัติงานดว้ ยความถูกต้องและรอบคอบ
7. หลกั การเบื้องตน้ ของทอร์มสิ เตอร์ 2. มีความมมี นษุ ยสมั พนั ธ์ ความเชอ่ื มน่ั ใน
8. ชนดิ ของทอร์มสิ เตอร์ ตนเอง การตรงต่อเวลา

3. นอ้ มนำหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้

ในการปฏบิ ัตงิ าน

4. ระบบเซนเซอรด์ ้วยแสง เสียง ควัน สมรรถนะ

ความรอ้ น และกา๊ ซ 1. แสดงความรู้เกีย่ วกบั ระบบเซนเซอรด์ ว้ ย

1. อุปกรณท์ ่ที ำงานดว้ ยแสง LDR , Photo แสง เสียง ควนั ความรอ้ น และก๊าซ

Diode , Photo Transister , Solar cell 2. นำอุปกรณ์ระบบเซนเซอร์ด้วยแสง เสียง

2. เซนเซอร์คล่ืนเสยี ง ควนั ความรอ้ น และกา๊ ซ ไปใชง้ านอย่าง

3. อปุ กรณต์ รวจจบั ความรอ้ น เหมาะสมตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

4. อปุ กรณต์ รวจจับควัน เกณฑก์ ารปฏบิ ตั งิ าน

5. เซ็นเซอร์ตรวจจบั กา๊ ซ 1. ปฏิบัตงิ านดว้ ยความถกู ตอ้ งและรอบคอบ

2. มีการอดทนอดกลนั้ ความสนใจใฝร่ ู้ ความ

รับผิดชอบ

3. นอ้ มนำหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้

ในการปฏบิ ตั งิ าน

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พัทลุง



ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ / สมรรถนะประจำหน่วย / สัปดาห์ ชั่วโมงท่ี
รายการสอน 46 – 55
เกณฑ์การปฏบิ ัตงิ าน ที่
5. อุปกรณค์ วบคุมการเปดิ ปิดวงจร 56 - 70
1. อุปกรณค์ วบคมุ วงจร สมรรถนะ 10 – 11
2. สวิตช์ทำงานดว้ ยมือ
3. สวิตช์ทำงานด้วยกลไก 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ควบคุมการ
4. สวิตช์ทำงานด้วยแมเ่ หลก็
5. สวิตช์อเิ ล็กทรอนกิ ส์ เปิดปิดวงจร

6. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงและ 2. นำอุปกรณค์ วบคมุ การเปิดปดิ วงจร
กระแสสลบั
1. มอเตอร์และชนิดมอเตอร์ ไปใชง้ านอย่างเหมาะสมตามหลักปรชั ญา
2. มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรง
3. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั เศรษฐกิจพอเพียง
4. การกลบั ทิศทางการหมุนของเตอร์
5. การควบคมุ ความเรว็ มอเตอร์ เกณฑ์การปฏิบัติงาน
6. วงจรบรดิ จค์ วบคมุ อาร์มาเจอร์
7. สเตปเปอรม์ อเตอร์ 1. ปฏบิ ัติงานดว้ ยความถูกต้องและรอบคอบ

2. มีความซือ่ สัตย์ ความคิดรเิ รมิ่ สร้างสรรค์

ความรักสามัคคี

3. นอ้ มนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งไป

ใช้ในการปฏบิ ตั ิงาน

สมรรถนะ 12 – 14

1. แสดงความรเู้ ก่ียวกับมอเตอร์ไฟฟ้า

กระแสตรงและกระแสสลบั

2. นำมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลบั

ไปใช้งานอย่างเหมาะสมตามหลกั ปรชั ญา

เศรษฐกจิ พอเพียง

เกณฑก์ ารปฏบิ ตั ิงาน

1. ปฏิบัติงานด้วยความถกู ต้องและรอบคอบ

2. มีการมวี ินยั ความมีมนุษยสมั พนั ธ์ ความ

เช่อื ม่ันในตนเอง

3. นอ้ มนำหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้

ในการปฏิบตั งิ าน

วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพทั ลุง



ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ / สมรรถนะประจำหนว่ ย / สัปดาห์ ชั่วโมงท่ี
71 – 80
รายการสอน เกณฑ์การปฏิบัติงาน ที่
81 – 85
7. วงจรควบคุมไฟฟ้ากระแสตรง สมรรถนะ 15 – 16

1. วงจรเรียงกระแสแบบต่างๆ 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับวงจรควบคุมไฟฟ้า

2. วงจรเรียงกระแสเฟสเดียวใช้ไดโอด กระแสตรง

3. วงจรเรียงกระแสชนิดสามเฟสใช้ไดโอด 2. นำวงจรควบคุมไฟฟา้ กระแสตรง

4. วงจรเรยี งกระแสเฟสเดียวใช้ SCR ไปใช้งานอยา่ งเหมาะสมตามหลกั ปรัชญา

5. วงจรเรยี งกระแสชนดิ สามเฟสใช้ SCR เศรษฐกจิ พอเพยี ง

เกณฑ์การปฏบิ ัตงิ าน

1. ปฏบิ ัติงานด้วยความถกู ต้องและรอบคอบ

2. มกี ารตรงตอ่ เวลา การอดทนอดกล้ัน

ความสนใจใฝร่ ู้

3. นอ้ มนำหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งไป

ใชใ้ นการปฏิบตั งิ าน

8. วงจรจ่ายแรงดันไฟฟา้ คงท่ี สมรรถนะ 17

1. การรกั ษาระดบั แรงดนั คงท่แี บบเชิงเส้น 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับวงจรจ่ายแรงดันไฟฟ้า

2. พ้ืนฐานการรักษาระดับแรงดันคงที่แบบ คงที่

เชงิ เสน้ 2. นำวงจรจา่ ยแรงดันไฟฟ้าคงที่ไปใช้งานอย่าง

3. การควบคมุ รอบการทำงาน เหมาะสมตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

4. ชนิดตวั รักษาระดบั แรงดันคงที่แบบเชงิ เกณฑก์ ารปฏบิ ัตงิ าน

เส้น 1. ปฏิบัตงิ านด้วยความถูกตอ้ งและรอบคอบ

5. การใช้งานตวั รักษาระดบั แรงดันคงที่ 2. มคี วามรับผดิ ชอบ ความซอื่ สัตย์ ความคดิ

แบบเชิงเสน้ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์

6. วงจรปอ้ งกันภายในตวั ไอซรี ักษาระดับ 3. นอ้ มนำหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไป

คงท่ีแบบเชงิ เส้น ใชใ้ นการปฏบิ ัติงาน

7. ไอซีรักษาระดับแรงดันคงที่แบบเชงิ

เสน้ ชนิด 3 ขา

8. วงจรใชง้ านไอซรี กั ษาระดบั แรงดันคงที่

แบบเชิงเสน้ ชนดิ 3 ขา

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จังหวดั พัทลงุ

แผนการเรียนรู้ท่ี 1

หนว่ ยท่ี 1 จำนวน 20 ช่ัวโมง สปั ดาหท์ ่ี 1-4

ชื่อวิชา อเิ ล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม รหสั 20105-2111

ชอ่ื หน่วย ทรานสดิวเซอร์

1. สาระสำคญั

ทรานสดิวเซอร์ หรือตัวแปลง ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานรูปหนึ่งไปเป็นพลังงานอีกรูปหนึ่ง เช่น แสง
เสียง สนามแม่เหล็ก ความร้อน ความเย็น ความชื้น แรงดัน แรงกด ก๊าซ และ ควัน หน้าที่ทรานสดวิ เซอร์
คือ รับรู้ แสดงค่า จำนวน ขนาด ปละความถี่ จ่ายไปยังอปุ กรณ์ภายนอก ทรานสดิวเซอร์เรียกอีกอย่างว่า
เซ็นเซอร์ ทรานสดิวเซอร์มหี ลายชนดิ เช่น

1. ทรานสดิวเซอร์ชนิดความต้านทานเปลี่ยนแปลงตามตำแหน่ง หรือทรานสดิวเซอร์ตัวแบ่งไฟฟ้า
เรียกว่า ตัวโพเทนชิโอมิเตอร์ ถูกนำมาใช้งานทางด้านไฟฟ้า อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ และด้านอุตสาหกรรม
ได้แก่ ตวั แบ่งแรงดนั ไฟฟ้า วงจรควบคุมการไหลกระแส ใช้เป็นส่วนประกอบวงจรบริดจ์เพ่ือปรับ
สมดุลวงจรบริดจ์

2. ทรานสดิวเซอรช์ นิดหมอ้ แปลงแสดงความแตกตา่ ง ทำงานเกย่ี วกบั สนามแม่เหลก็ ไฟฟ้า ด้วยการใช้
วิธกี ารแปลคา่ การเคลือ่ นไหวเชงิ เสน้ ของอารม์ าเจอร์ไปเปน็ แรงดันไฟสลับ หรอื เรยี กวา่ LVDT

3. ทรานสดิวเซอร์ชนิดความเหนี่ยวนำ มีทั้งชนิดกำเนิดสัญญาณด้วยตัวเอง หรือส่งผ่านสัญญาณ
ทรานสดิวเซอร์ชนิดความเหนี่ยวนำที่สร้างมาใช้งาน มีรูปร่าง ขนาด ลักษณะการทำงาน และการ
นำไปประยุกต์ใชง้ านแตกต่างกนั

4. ทรานสดิวเซอร์ชนดิ ความจุ อาศัยความจุของตัวเก็บประจุในการทำงานตามตัวแปรของพ้ืนที่แผน่
โลหะและระยะหา่ งระหวา่ งแผน่ โลหะ ประยุกตใ์ ชง้ านตรวจวัดความดัน

5. ทรานสดิวเซอรช์ นิดความดนั ทำหนา้ ท่ีในการวัดความดันแตกต่างกันตามความดนั ทท่ี ำการวัด ถูก
นำมาใชง้ านดา้ นอุตสาหกรรม ทำหน้าท่ีเปลยี่ นความดันไปเป็นการเคลือ่ นทที่ างกล แยกเป็นหลาย
ประเภทเช่น ประเภทไดอะแฟรม ประเภทลูกสูบ ประเภทแคปซูล ประเภทหลอดบูรดอน
ประเภทหลอดยดึ ตึง ประเภทเดอื ย แรงบิด ประเภทก้อนวัสดวุ างบนแขนโลหะ

2. สมรรถนะประจำหน่วย

1. แสดงความร้เู ก่ยี วกบั ทรานสดิวเซอรช์ นิดต่างๆ
2. นำทรานสดิวเซอร์ไปใชง้ านอยา่ งเหมาะสมตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

วทิ ยาลัยการอาชพี บางแก้ว จังหวดั พทั ลุง

2

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

จุดประสงคท์ ั่วไป
1. เพ่อื ให้ร้แู ละเขา้ ใจความหมายของทราสดิวเซอร์
2. เพ่อื ให้ร้แู ละเขา้ ใจโครงสรา้ ง หลักการทำงานของทรานสดวิ เซอร์แต่ละชนิด
3. เพ่อื ให้รแู้ ละเขา้ ใจรายละเอียดคณุ สมบตั ิของทรานสดวิ เซอรแ์ ต่ละชนิด
4. เพอ่ื ให้รแู้ ละเขา้ ใจวธิ ปี ระยกุ ตใ์ ช้งานของทรานสดิวเซอร์แตล่ ะชนดิ
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. บอกความหมายของทราสดิวเซอรไ์ ด้
2. อธบิ ายโครงสร้าง หลักการทำงานของทรานสดิวเซอรแ์ ต่ละชนดิ ได้
3. บอกรายละเอียดคณุ สมบตั ิของทรานสดวิ เซอรแ์ ต่ละชนดิ ได้
4. อธิบายวิธีประยกุ ตใ์ ชง้ านของทรานสดิวเซอรแ์ ต่ละชนิดได้
5. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ท่สี ามารถสงั เกตเหน็ ได้ในดา้ น
ความสนใจใฝร่ ู้ ความรับผิดชอบ ความซ่ือสัตย์

4. สาระการเรียนรู้

1. ทรานสดวิ เซอรช์ นิดความต้านทานเปลย่ี นแปลงตามตำแหน่ง
2. ทรานสดิวเซอร์ชนดิ หม้อแปลงแสดงความแตกต่าง
3. ทรานสดิวเซอร์ชนิดความเหน่ียวนำและชนิดความจุ
4. ทรานสดิวเซอร์ชนดิ ความดัน

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

สอนครั้งที่ 1 ชั่วโมงท่ี 1 – 5
ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูเรียกชื่อ สำรวจการแต่งกายของผู้เรียน การเตรียมอุปกรณ์การเรียน พร้อมบันทึกลงใน

แบบประเมินผลคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
2. ครแู จ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรแู้ ละความสำคัญของเน้อื หาในหน่วยการเรียนรู้
3. ผเู้ รียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
4. ครผู ้สู อนใหผ้ ู้เรียนเตรียมอุปกรณ์การเรียน
ขัน้ สอน
5. ผู้สอนซักถามผูเ้ รยี นเก่ยี วกับความรู้พื้นฐานเกี่ยวกบั ทรานสดิวเซอร์
6. ครูผู้สอนใหน้ ักเรียนร่วมกนั อภปิ รายเกี่ยวกบั ทรานสดิวเซอร์ชนดิ ความตา้ นทานเปลย่ี นแปลงตาม

ตำแหน่ง

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จังหวัดพทั ลุง

3

7. ครผู สู้ อนใชส้ ื่อจากเอกสารท่ีใช้ในการเรยี นเรอื่ ง ทรานสดิวเซอร์ชนดิ ความตา้ นทานเปลีย่ นแปลงตาม

ตำแหน่ง

8. ครผู ู้สอนให้ผู้เรียนศึกษาจากใบความรู้เรื่อง ทรานสดิวเซอรช์ นดิ ความตา้ นทานเปลีย่ นแปลงตาม
ตำแหน่ง

9. ใหผ้ ู้เรยี นพิจารณาและหาความรู้เพ่มิ เตมิ เกี่ยวกบั ทรานสดวิ เซอรช์ นดิ ความต้านทานเปล่ียนแปลง
ตามตำแหน่ง

ขั้นสรปุ
10. ครผู ู้สอนและผูเ้ รยี น รว่ มกันสรปุ ทบทวนหวั ข้อตา่ ง ๆ ในใบความรู้ และตอบคำถามทีผ่ ู้เรียนถาม
11. ครผู สู้ อนเนน้ ย้ำผู้เรียนตระหนกั ถงึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและคุณธรรม จรยิ ธรรม

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคท์ ่สี ามารถสังเกตเหน็ ไดใ้ นดา้ นความสนใจใฝ่รู้ ความรบั ผิดชอบ ความ
ซอ่ื สตั ย์ของการปฏบิ ัติงาน

สอนคร้งั ที่ 2 ช่ัวโมงที่ 6 – 10
ขัน้ นำเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. ครูเรียกชื่อ สำรวจการแต่งกายของผู้เรียน การเตรียมอุปกรณ์การเรียน พร้อมบันทึกลงใน

แบบประเมินผลคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
2. ครแู จง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูแ้ ละความสำคัญของเน้อื หาในหน่วยการเรียนรู้
3. ผเู้ รยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน
4. ครูผู้สอนใหผ้ เู้ รยี นเตรยี มอุปกรณ์การเรยี น
ขั้นสอน
5. ผ้สู อนซกั ถามผเู้ รียนเกี่ยวกบั ความรูพ้ ื้นฐานเก่ียวกบั ทรานสดวิ เซอร์
6. ครูผู้สอนใหน้ กั เรยี นร่วมกนั อภิปรายเกย่ี วกบั ทรานสดิวเซอร์ชนดิ หมอ้ แปลงแสดงความแตกต่าง
7. ครูผ้สู อนใช้สอื่ จากเอกสารทใ่ี ช้ในการเรยี นเร่อื ง ทรานสดวิ เซอรช์ นดิ หม้อแปลงแสดงความแตกต่าง
8. ครผู ู้สอนให้ผเู้ รียนศกึ ษาจากใบความรู้เร่อื ง ทรานสดวิ เซอรช์ นิดหม้อแปลงแสดงความแตกต่าง
9. ให้ผู้เรยี นพจิ ารณาและหาความรเู้ พิม่ เตมิ เกย่ี วกับทรานสดวิ เซอร์ชนิดหม้อแปลงแสดงความแตกต่าง
ขน้ั สรปุ
10. ครูผสู้ อนและผเู้ รยี น รว่ มกันสรปุ ทบทวนหัวข้อตา่ ง ๆ ในใบความรู้ และตอบคำถามทผี่ เู้ รียนถาม
11. ครผู สู้ อนเนน้ ยำ้ ผู้เรยี นตระหนักถึงหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและคณุ ธรรม จริยธรรม

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคท์ ีส่ ามารถสังเกตเห็นไดใ้ นดา้ นความสนใจใฝ่รู้ ความรบั ผิดชอบ ความ
ซื่อสตั ย์ของการปฏบิ ัตงิ าน

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จังหวัดพัทลุง

4

สอนคร้งั ที่ 3 ชั่วโมงท่ี 11 – 15
ขั้นนำเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ครูเรียกชื่อ สำรวจการแต่งกายของผู้เรียน การเตรียมอุปกรณ์การเรียน พร้อมบันทึกลงใน
แบบประเมนิ ผลคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
2. ครูแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรแู้ ละความสำคัญของเนื้อหาในหน่วยการเรียนรู้
3. ผเู้ รยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
4. ครูผู้สอนใหผ้ ู้เรยี นเตรียมอุปกรณก์ ารเรยี น
ขัน้ สอน
5. ผูส้ อนซักถามผูเ้ รยี นเก่ียวกบั ความรูพ้ น้ื ฐานเกย่ี วกับทรานสดวิ เซอร์
6. ครูผู้สอนใหน้ ักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเก่ียวกบั ทรานสดวิ เซอรช์ นิดความเหน่ียวนำและชนดิ ความจุ
7. ครูผสู้ อนใช้ส่อื จากเอกสารทใ่ี ช้ในการเรียนเรอ่ื ง ทรานสดิวเซอร์ชนิดความเหน่ยี วนำและชนิดความจุ
8. ครูผู้สอนให้ผู้เรียนศึกษาจากใบความรเู้ รือ่ ง ทรานสดวิ เซอร์ชนิดความเหน่ียวนำและชนดิ ความจุ
9. ใหผ้ ้เู รียนพจิ ารณาและหาความรู้เพมิ่ เตมิ เกย่ี วกับทรานสดิวเซอร์ชนิดความเหนย่ี วนำและชนิดความจุ
ขน้ั สรุป
10. ครผู ูส้ อนและผเู้ รียน รว่ มกันสรปุ ทบทวนหวั ข้อตา่ ง ๆ ในใบความรู้ และตอบคำถามท่ผี ้เู รียนถาม
11. ครูผสู้ อนเนน้ ยำ้ ผู้เรยี นตระหนักถงึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและคุณธรรม จรยิ ธรรม
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ทีส่ ามารถสังเกตเหน็ ได้ในด้านความสนใจใฝ่รู้ ความรบั ผิดชอบ ความ
ซ่อื สัตย์ของการปฏบิ ัติงาน

สอนครั้งท่ี 4 ชว่ั โมงที่ 16 – 20
ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูเรียกชื่อ สำรวจการแต่งกายของผู้เรียน การเตรียมอุปกรณ์การเรียน พร้อมบันทึกลงใน
แบบประเมนิ ผลคุณธรรมและจริยธรรม
2. ครแู จ้งจดุ ประสงค์การเรยี นรู้และความสำคัญของเนอื้ หาในหน่วยการเรยี นรู้
3. ผเู้ รียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
4. ครผู สู้ อนใหผ้ ู้เรยี นเตรียมอปุ กรณก์ ารเรียน
ขน้ั สอน
5. ผสู้ อนซกั ถามผเู้ รยี นเกีย่ วกับความรพู้ ื้นฐานเกีย่ วกบั ทรานสดิวเซอร์
6. ครูผสู้ อนใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภิปรายเกย่ี วกบั ทรานสดวิ เซอรช์ นิดความดนั
7. ครผู ู้สอนใช้สอ่ื จากเอกสารทใี่ ช้ในการเรียนเร่ือง ทรานสดิวเซอรช์ นิดความดัน
8. ครผู ู้สอนใหผ้ ู้เรยี นศกึ ษาจากใบความรเู้ รื่อง ทรานสดิวเซอร์ชนิดความดัน
9. ให้ผเู้ รียนพจิ ารณาและหาความรูเ้ พิม่ เติมเกี่ยวกับทรานสดวิ เซอรช์ นดิ ความดัน

วิทยาลัยการอาชพี บางแก้ว จงั หวัดพทั ลงุ

5

ขั้นสรปุ
10. ครผู สู้ อนและผเู้ รยี น ร่วมกนั สรุปทบทวนหัวขอ้ ตา่ ง ๆ ในใบความรู้ และตอบคำถามทผี่ ู้เรียนถาม
11. ครผู ูส้ อนเน้นยำ้ ผเู้ รยี นตระหนักถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและคุณธรรม จริยธรรม
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคท์ สี่ ามารถสังเกตเหน็ ได้ในดา้ นความสนใจใฝร่ ู้ ความรับผิดชอบ ความ
ซื่อสัตย์ของการปฏบิ ัติงาน

6. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้

1. PowerPoint ทรานสดวิ เซอรช์ นดิ ความต้านทานเปล่ยี นแปลงตามตำแหนง่
2. PowerPoint ทรานสดวิ เซอรช์ นิดหม้อแปลงแสดงความแตกต่าง
3. PowerPoint ทรานสดิวเซอร์ชนดิ ความเหนี่ยวนำและชนดิ ความจุ
4. PowerPoint ทรานสดวิ เซอรช์ นดิ ความดนั
5. หนงั สือเรยี นอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์อตุ สาหกรรม
6. ใบความรูเ้ รอ่ื งทรานสดวิ เซอรช์ นิดความตา้ นทานเปลี่ยนแปลงตามตำแหน่ง
7. ใบความรู้เรอ่ื งทรานสดวิ เซอรช์ นิดหม้อแปลงแสดงความแตกต่าง
8. ใบความรู้เรอื่ งทรานสดวิ เซอร์ชนดิ ความเหนยี่ วนำและชนดิ ความจุ
9. ใบความรู้เรอ่ื งทรานสดิวเซอรช์ นดิ ความดนั
10. แบบฝึกหดั เรอื่ งทรานสดวิ เซอร์
11. แบบทดสอบเรือ่ งทรานสดิวเซอร์
12. ใบงานการทดลองท่ี 1 การตรวจสอบความต้านทานของโพเทนชโิ อมเิ ตอร์
13. ใบงานการทดลองที่ 2 การปรับสมดลุ ของวงจรบรดิ จ์ดว้ ยโพเทนชโิ อมิเตอร์
14. ใบงานการทดลองที่ 3 การทดสอบความตา้ นทานของสเตรนเกจ
15. ใบงานการทดลองที่ 4 การทำงานของสเตรนเกจในวงจรวตี สโตนบรดิ จ์
16. ใบงานการทดลองที่ 5 การทำงานของหมอ้ แปลงแสดงความแตกต่าง LADT
17. ใบงานการทดลองที่ 6 การศึกษาคณุ สมบตั ทิ รานสดวิ เซอรช์ นดิ ความเหนี่ยวนำ ชนิดความจุ

และชนดิ ความดัน

7. หลกั ฐานการเรียนรู้

หลักฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทำแบบฝึกหดั
3. ผลการตอบคำถามท้ายกิจกรรม

วทิ ยาลัยการอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลุง

6

หลักฐานการปฏบิ ัตงิ าน
1. แบบประเมินผลการเรียนรแู้ ละแบบประเมินพฤติกรรม
2. ใบงานการทดลองที่ 1-6

8. การวดั ผลประเมนิ ผล

วิธวี ดั ผล
1. ตรวจแบบทดสอบท้ายบท
2. ตรวจแบบฝึกหัด
3. ตรวจใบงานการทดลอง
4. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครอ่ื งมอื วัดผล
1. แบบประเมนิ ผลการทำแบบทดสอบทา้ ยบท
2. แบบประเมินฝกึ หดั
3. แบบประเมนิ ใบงาน
4. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนกั เรียน
รว่ มกันประเมิน

เกณฑ์การประเมินผล

1. แบบประเมนิ ผลการทำแบบทดสอบท้ายบท เกณฑ์ผา่ น 60% ขน้ึ ไป
2. แบบประเมนิ ฝกึ หัด เกณฑผ์ ่าน 60% ข้ึนไป
3. แบบประเมนิ ใบงาน เกณฑผ์ ่าน 60% ข้นึ ไป
4. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขึน้ อยู่กับการ
ประเมนิ ตามสภาพจริง

วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จังหวดั พทั ลงุ

7

9. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้

1 ขอ้ สรุปหลงั การจัดการเรยี นรู้

2 ปัญหาทพ่ี บ
3 แนวทางแกป้ ญั หา

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จังหวดั พัทลงุ

8

ผลท่ีจะเกิดขึ้นกับนกั ศึกษาจากการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ทีบ่ รู ณาการหลกั ปรชั ญาของ

เศรษฐกจิ พอเพียง

1. นกั ศึกษาจะได้ฝึกคดิ และฝกึ ปฏบิ ัตติ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เง่อื นไขความรู้ เง่ือนไขคุณธรรม

ความรูท้ ่ีผูเ้ รียนต้องมกี ่อนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ คุณธรรมของนกั เรยี นในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

- ผ้เู รยี นมีความรู้ความเข้าใจเกยี่ วกับ ผู้เรียนมีความสนใจใฝ่รู้ ความรับผิดชอบ ความซือ่ สัตย์

ทรานสดวิ เซอร์ชนิดต่างๆ ในการปฏบิ ัติงาน

ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล ความมีภูมิคุม้ กันในตัวท่ดี ี
4. ผูเ้ รียนได้ปฏบิ ตั งิ านด้วยความถกู ตอ้ ง
1. ผเู้ รยี นเตรียมเครือ่ งมืออปุ กรณ์อย่าง 3. ผ้เู รยี นไดว้ เิ คราะหก์ ารใช้งาน และคำนงึ ถึงความประหยดั คุ้มค่า

เหมาะสมกับการทำงานดว้ ยความ ทรานสดวิ เซอรแ์ ต่ละชนดิ

ปลอดภยั

2.ผู้เรียนเลอื กใช้อุปกรณท์ ี่นำมาทดสอบ

ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง

2. ผเู้ รียนจะไดเ้ รียนรกู้ ารใช้ชวี ิตท่สี มดลุ และพร้อมรบั การเปล่ยี นแปลง 4 มติ ิตามหลักปรัชญา

ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

จุดม่งุ หมาย สมดุลและพร้อมรบั การเปลยี่ นแปลง

การเรยี นรู้ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ดา้ นสง่ิ แวดล้อม ด้านวฒั นธรรม

ด้านพทุ ธิ 1. ผ้เู รียนเตรียมเคร่อื งมือ 1. ผเู้ รียนเตรียม 1. ผ้เู รียนได้ปฏบิ ตั งิ าน 1. ผเู้ รียนได้

พิสัย (K) อุปกรณ์อย่างเหมาะสมกบั เครือ่ งมอื อปุ กรณ์อย่าง ด้วยความถูกตอ้ งและ ปฏบิ ัติงานด้วยความ

การทำงานดว้ ยความ เหมาะสมกับการ คำนงึ ถึงความประหยัด ถกู ตอ้ งและคำนงึ ถึง

ปลอดภยั ทำงานด้วยความ คุม้ คา่ ความประหยัดคุ้มค่า

2.ผู้เรยี นเลอื กใชอ้ ุปกรณท์ ี่ ปลอดภยั

นำมาทดสอบได้อยา่ งถูกต้อง 2. ผ้เู รียนไดป้ ฏบิ ตั งิ าน

3. ผู้เรยี นไดว้ เิ คราะหก์ ารใช้ ด้วยความถกู ต้องและ

งานทรานสดวิ เซอรแ์ ตล่ ะ คำนงึ ถงึ ความประหยัด

ชนิด คมุ้ คา่

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จังหวัดพัทลงุ

9

จุดมุง่ หมาย สมดลุ และพรอ้ มรบั การเปลยี่ นแปลง

การเรยี นรู้ ดา้ นเศรษฐกจิ ดา้ นสังคม ดา้ นส่ิงแวดล้อม ดา้ นวัฒนธรรม
1. ผเู้ รียนได้
ด้านทกั ษะ 1. ผูเ้ รยี นเตรียมเครอื่ งมือ 1. ผ้เู รยี นเตรยี ม 1. ผูเ้ รยี นได้ปฏิบัตงิ าน ปฏบิ ตั งิ านด้วยความ
ถกู ต้องและคำนงึ ถงึ
พิสยั (P) อุปกรณอ์ ย่างเหมาะสมกับ เครอ่ื งมอื อุปกรณอ์ ย่าง ดว้ ยความถกู ต้องและ ความประหยดั ค้มุ ค่า

การทำงานดว้ ยความ เหมาะสมกับการ คำนงึ ถึงความประหยัด

ปลอดภยั ทำงานด้วยความ คุ้มค่า

2.ผู้เรียนเลือกใช้อุปกรณ์ที่ ปลอดภัย

นำมาทดสอบได้อย่างถูกต้อง 2. ผู้เรียนได้ปฏบิ ัติงาน

3. ผเู้ รียนได้วิเคราะหก์ ารใช้ ดว้ ยความถกู ต้องและ

งานทรานสดิวเซอร์แตล่ ะ คำนึงถึงความประหยัด

ชนดิ คมุ้ ค่า

ดา้ นจิต 1. ผเู้ รียนเตรียมเครื่องมือ 1. ผู้เรียนเตรยี ม 1. ผเู้ รยี นไดป้ ฏิบัตงิ าน 1. ผเู้ รยี นได้

พิสยั อุปกรณ์อยา่ งเหมาะสมกับ เครือ่ งมอื อปุ กรณอ์ ยา่ ง ด้วยความถูกต้องและ ปฏบิ ัตงิ านด้วยความ

(A) การทำงานด้วยความ เหมาะสมกบั การ คำนึงถงึ ความประหยดั ถูกตอ้ งและคำนงึ ถงึ

ปลอดภัย ทำงานดว้ ยความ คุม้ ค่า ความประหยดั คุม้ ค่า

2.ผเู้ รยี นเลือกใช้อุปกรณ์ที่ ปลอดภัย

นำมาทดสอบไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 2. ผเู้ รยี นได้ปฏิบัติงาน

3. ผ้เู รียนไดว้ ิเคราะห์การใช้ ด้วยความถูกตอ้ งและ

งานทรานสดวิ เซอรแ์ ตล่ ะ คำนงึ ถงึ ความประหยดั

ชนิด คุ้มค่า

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวัดพทั ลุง

แผนการเรียนรูท้ ี่ 2

หน่วยที่ 2 จำนวน 5 ช่วั โมง สปั ดาห์ที่ 5

ช่อื วชิ า อเิ ล็กทรอนกิ ส์อุตสาหกรรม รหสั 20105-2111

ชื่อหน่วย สเตรนเกจ

1. สาระสำคัญ

สเตรนเกจ เป็นทรานสดิวเซอร์ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงทางกล ให้เป็นการเปลี่ยนแปลงของความ
ต้านทาน ใช้งานในด้านอุตสาหกรรม เพื่อการใช้งานทางด้านการวัดความดัน วัดแรงทางกล ตรวจวัด
น้ำหนัก วัดการเคล่ือนตัวของวตั ถุ ส่วนประกอบเบ้ืองต้นของสเตรนเกจประกอบด้วย ลวดความต้านทาน
บนฐานรองทย่ี ืดหยุ่นได้ สเตรนเกจใช้สำหรับการวัดความเคน้ ความเครียด ของวตั ถุ สเตรนเกจผลิตจาก
โลหะหลายชนิด มีรูปร่างแตกต่างกันเช่น ขดลวดความต้านทานเส้นเล็ก แผ่นบางๆ โดยมีหลายลักษณะ
เช่น แบบแกนเดียว สองแกน สามแกน หรือหลายทิศทาง การใช้งานต้องต่อขาของสเตรนเกจเข้าเป็น
สว่ นหนึง่ ของวงจรวตี สโตนบรดิ จ์

2. สมรรถนะประจำหนว่ ย

1. แสดงความรูเ้ กี่ยวกบั สเตรนเกจ
2. นำสเตรนเกจไปใช้งานอยา่ งเหมาะสมตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

จดุ ประสงค์ทั่วไป
1. เพอ่ื ให้รแู้ ละเขา้ ใจลักษณะและโครงสรา้ งของสเตรนเกจ
2. เพ่ือใหร้ ู้และเข้าใจการคำนวณหาค่าความเค้นและความเครียด
3. เพื่อให้รูแ้ ละเขา้ ใจรปู รา่ งสเตรนเกจแบบต่างๆและบอกวสั ดุแต่ละชนิดท่ใี ช้ผลติ สเตรนเกจ
4. เพอื่ ให้ร้แู ละเขา้ ใจหลักการทำงานสเตรนเกจชนดิ แยกออกจากกัน
5. เพื่อใหร้ ู้และเขา้ ใจลกั ษณะการต่อสเตรนเกจไปใช้งาน
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. บอกลกั ษณะและโครงสรา้ งของสเตรนเกจได้
2. แสดงวธิ กี ารคำนวณหาค่าความเค้นและความเครยี ดได้
3. บอกวัสดแุ ตล่ ะชนิดท่ีใชผ้ ลติ สเตรนเกจได้
4. อธิบายรูปร่างสเตรนเกจแบบต่างๆได้
5. อธิบายหลักการทำงานสเตรนเกจชนิดแยกออกจากกนั ได้
6. อธบิ ายลกั ษณะการตอ่ สเตรนเกจไปใชง้ านได้

วทิ ยาลัยการอาชพี บางแก้ว จังหวัดพัทลุง

11

7. มีการพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ท่ีสามารถสงั เกตเห็นได้ในด้าน
ความคิดริเรม่ิ สร้างสรรค์ ความรกั สามัคคี การมวี ินยั

4. สาระการเรียนรู้

1. ลกั ษณะสเตรนเกจ
2. ความเค้นความเครยี ด
3. วสั ดุใชผ้ ลิตสเตรนเกจ
4. รปู ร่างสเตรนเกจ
5. สเตรนเกจชนดิ แยกออกจากกนั
6. การตอ่ สเตรนเกจไปใช้งาน

5. กิจกรรมการเรียนรู้

สอนคร้งั ท่ี 5 ชว่ั โมงที่ 21 – 25
ขั้นนำเข้าส่บู ทเรียน
1. ครูเรียกชื่อ สำรวจการแต่งกายของผู้เรียน การเตรียมอุปกรณ์การเรียน พร้อมบันทึกลงใน

แบบประเมินผลคุณธรรมและจรยิ ธรรม
2. ครูแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้และความสำคญั ของเนื้อหาในหนว่ ยการเรียนรู้
3. ผเู้ รียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
4. ครผู สู้ อนให้ผ้เู รยี นเตรยี มอปุ กรณก์ ารเรยี น
ขน้ั สอน
5. ผสู้ อนซกั ถามผ้เู รียนเก่ยี วกับความร้พู ้ืนฐานเก่ยี วกับสเตรนเกจ
6. ครผู ูส้ อนใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเกี่ยวกบั สเตรนเกจ
7. ครผู ู้สอนใช้สื่อจากเอกสารที่ใช้ในการเรยี นเร่อื ง สเตรนเกจ
8. ครผู ู้สอนให้ผ้เู รยี นศกึ ษาจากใบความรเู้ รอ่ื ง สเตรนเกจ
9. ใหผ้ ูเ้ รียนพจิ ารณาและหาความร้เู พิม่ เติมเก่ียวกบั สเตรนเกจ
ขน้ั สรปุ
10. ครผู ูส้ อนและผเู้ รยี น รว่ มกนั สรุปทบทวนหวั ขอ้ ตา่ ง ๆ ในใบความรู้ และตอบคำถามทีผ่ ู้เรยี นถาม
11. ครผู ู้สอนเน้นยำ้ ผเู้ รียนตระหนักถงึ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและคณุ ธรรม จรยิ ธรรม

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ท่ีสามารถสังเกตเหน็ ได้ในดา้ นความคิดริเรม่ิ สร้างสรรค์ ความรกั สามคั คี
การมวี ินยั ของการปฏิบัติงาน

วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพทั ลงุ

12

6. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้

1. PowerPoint สเตรนเกจ
2. หนงั สือเรียนอิเลก็ ทรอนิกส์อุตสาหกรรม
3. ใบความรู้เรื่องสเตรนเกจ
4. แบบฝึกหัดเรอ่ื งสเตรนเกจ
5. แบบทดสอบเรื่องสเตรนเกจ
6. ใบงานการทดลองที่ 7 การตรวจทดสอบความต้านทานของสเตรนเกจ
7. ใบงานการทดลองที่ 8 การทำงานของสเตรนเกจในวงจรวตี สโตนบรดิ จ์

7. หลักฐานการเรียนรู้

หลักฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทำแบบฝกึ หัด
3. ผลการตอบคำถามทา้ ยกิจกรรม
หลกั ฐานการปฏิบตั งิ าน
1. แบบประเมนิ ผลการเรียนร้แู ละแบบประเมินพฤติกรรม
2. ใบงานการทดลองท่ี 7-8

8. การวดั ผลประเมินผล

วธิ ีวดั ผล
1. ตรวจแบบทดสอบท้ายบท
2. ตรวจแบบฝึกหดั
3. ตรวจใบงานการทดลอง
4. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครอื่ งมอื วดั ผล
1. แบบประเมินผลการทำแบบทดสอบทา้ ยบท
2. แบบประเมินฝึกหดั
3. แบบประเมนิ ใบงาน
4. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนกั เรียน
รว่ มกันประเมิน

วิทยาลัยการอาชพี บางแก้ว จงั หวัดพทั ลงุ

13

เกณฑ์การประเมนิ ผล

1. แบบประเมนิ ผลการทำแบบทดสอบท้ายบท เกณฑผ์ ่าน 60% ขึ้นไป
2. แบบประเมนิ ฝกึ หัด เกณฑผ์ ่าน 60% ข้นึ ไป
3. แบบประเมินใบงาน เกณฑผ์ ่าน 60% ขน้ึ ไป
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อยู่กับการ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

9. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้

1 ขอ้ สรุปหลังการจัดการเรียนรู้

2 ปญั หาท่ีพบ

3 แนวทางแก้ปัญหา

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จังหวดั พทั ลุง

14

ผลทจี่ ะเกดิ ขึ้นกับนักศึกษาจากการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูท้ ี่บรู ณาการหลกั ปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี ง

1. นักศกึ ษาจะได้ฝึกคิดและฝกึ ปฏิบัตติ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เง่ือนไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม

ความรทู้ ีผ่ ูเ้ รยี นต้องมีก่อนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ คณุ ธรรมของนักเรียนในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

- ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะและ ผเู้ รียนมีความคิดริเรมิ่ สรา้ งสรรค์ ความรกั สามัคคี

โครงสร้างของสเตรนเกจ การมวี นิ ัย ในการปฏบิ ัติงาน

ความพอประมาณ ความมเี หตุผล ความมภี ูมคิ ุ้มกนั ในตัวที่ดี

1. ผูเ้ รยี นเตรียมเครื่องมอื อปุ กรณ์อยา่ ง 3. ผ้เู รยี นไดว้ ิเคราะห์การคำนวณ 4. ผู้เรียนไดป้ ฏบิ ัติงานด้วยความถูกต้อง

เหมาะสมกบั การทำงานดว้ ยความ ค่าความเค้นและความเครยี ด และคำนงึ ถงึ ความประหยัดคุ้มค่า

ปลอดภยั ของสเตรนเกจ และการต่อใช้

2.ผเู้ รยี นเลือกใชอ้ ุปกรณท์ นี่ ำมาทดสอบ งานสเตรนเกจ

ได้อย่างถกู ตอ้ ง

2. ผู้เรยี นจะไดเ้ รียนรกู้ ารใช้ชีวิตทีส่ มดลุ และพร้อมรบั การเปล่ียนแปลง 4 มิตติ ามหลักปรชั ญา

ของเศรษฐกจิ พอเพียง

จุดม่งุ หมาย สมดลุ และพรอ้ มรบั การเปลย่ี นแปลง

การเรียนรู้ ด้านเศรษฐกจิ ดา้ นสังคม ด้านสงิ่ แวดล้อม ด้านวัฒนธรรม

ดา้ นพทุ ธิ 1. ผู้เรียนเตรียมเครอ่ื งมอื 1. ผเู้ รียนเตรียม 1. ผู้เรียนได้ปฏิบัติงาน 1. ผู้เรียนได้

พิสยั (K) อุปกรณอ์ ย่างเหมาะสมกบั เคร่ืองมืออปุ กรณ์อย่าง ด้วยความถูกตอ้ งและ ปฏิบตั งิ านดว้ ยความ

การทำงานด้วยความ เหมาะสมกับการ คำนงึ ถงึ ความประหยดั ถกู ตอ้ งและคำนึงถงึ

ปลอดภยั ทำงานด้วยความ คมุ้ คา่ ความประหยดั คุม้ ค่า

2.ผู้เรยี นเลอื กใช้อุปกรณ์ที่ ปลอดภัย

นำมาทดสอบได้อย่างถกู ตอ้ ง 2. ผเู้ รียนได้ปฏิบัติงาน

3. ผู้เรียนได้วิเคราะห์การ ด้วยความถกู ต้องและ

คำนวณคา่ ความเค้นและ คำนงึ ถงึ ความประหยัด

ความเครยี ดของสเตรนเกจ คมุ้ คา่

และการต่อใชง้ านสเตรนเกจ

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จังหวัดพทั ลงุ

15

จุดม่งุ หมาย สมดลุ และพร้อมรับการเปลย่ี นแปลง

การเรยี นรู้ ดา้ นเศรษฐกิจ ดา้ นสงั คม ดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม ด้านวัฒนธรรม
1. ผ้เู รยี นได้
ดา้ นทกั ษะ 1. ผเู้ รียนเตรียมเครือ่ งมอื 1. ผ้เู รยี นเตรียม 1. ผ้เู รยี นได้ปฏบิ ัตงิ าน ปฏบิ ัตงิ านด้วยความ
ถกู ตอ้ งและคำนึงถึง
พสิ ยั (P) อุปกรณอ์ ย่างเหมาะสมกบั เคร่อื งมืออปุ กรณ์อยา่ ง ด้วยความถกู ตอ้ งและ ความประหยดั คมุ้ ค่า

การทำงานด้วยความ เหมาะสมกับการ คำนึงถงึ ความประหยัด

ปลอดภยั ทำงานดว้ ยความ คมุ้ คา่

2.ผเู้ รียนเลอื กใช้อุปกรณ์ท่ี ปลอดภยั

นำมาทดสอบไดอ้ ย่างถกู ต้อง 2. ผ้เู รยี นไดป้ ฏบิ ัติงาน

3. ผ้เู รยี นได้วิเคราะหก์ าร ด้วยความถูกต้องและ

คำนวณค่าความเคน้ และ คำนึงถึงความประหยดั

ความเครยี ดของสเตรนเกจ คมุ้ ค่า

และการต่อใช้งานสเตรนเกจ

ด้านจติ 1. ผู้เรยี นเตรยี มเคร่ืองมอื 1. ผู้เรียนเตรยี ม 1. ผูเ้ รียนไดป้ ฏิบตั งิ าน 1. ผู้เรียนได้

พิสยั อุปกรณ์อยา่ งเหมาะสมกบั เคร่ืองมืออปุ กรณอ์ ย่าง ดว้ ยความถูกตอ้ งและ ปฏิบัตงิ านด้วยความ

(A) การทำงานดว้ ยความ เหมาะสมกับการ คำนึงถึงความประหยัด ถกู ต้องและคำนึงถงึ

ปลอดภยั ทำงานดว้ ยความ คุ้มค่า ความประหยัดคมุ้ ค่า

2.ผูเ้ รยี นเลือกใช้อุปกรณท์ ่ี ปลอดภยั

นำมาทดสอบไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 2. ผเู้ รียนได้ปฏิบัติงาน

3. ผเู้ รยี นไดว้ เิ คราะห์การ ดว้ ยความถูกตอ้ งและ

คำนวณค่าความเคน้ และ คำนงึ ถึงความประหยดั

ความเครยี ดของสเตรนเกจ คุ้มคา่

และการตอ่ ใช้งานสเตรนเกจ

วิทยาลัยการอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพัทลงุ

แผนการเรียนรทู้ ่ี 3

หนว่ ยที่ 3 จำนวน 10 ช่ัวโมง สัปดาห์ท่ี 6-7

ชื่อวชิ า อิเลก็ ทรอนกิ ส์อุตสาหกรรม รหัส 20105-2111

ชื่อหนว่ ย อปุ กรณต์ รวจจบั อณุ หภูมิดว้ ยเทอรโ์ มคปั เปลิ RTD และ เทอร์มิสเตอร์

1. สาระสำคัญ

เทอรโ์ มคัปเปลิ นยิ มใชใ้ นการวัดอุณหภมู ิ ใช้งานในดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละด้านอุตสาหกรรม สามารถวัด
อุณหภูมิได้ย่านกว้างตั้งแต่ 0 องศา ถึงสูงกว่า 2,000 องศา ส่วนประกอบเบื้องต้นประกอบด้วย
เสน้ ลวดตวั นำ ตา่ งชนิดกันสองเส้น นำปลายข้างหนึ่งมาตอ่ กัน จุดตอ่ ลวดตวั นำเป็นจุดวดั อณุ หภูมิ ท่ีข้ัวเอ้า
พตุ มแี รงดนั ไฟฟ้าค่าตำ่ ๆส่งออกมา นำแรงดนั ไฟฟ้าไปใช้งาน เทอรโ์ มคปั เปลิ ผลิตมาใช้งาน 13 ชนดิ

ตัวตรวจวัดอุณหภมู ิด้วยความต้านทาน RTD คอื ตวั ตา้ นทานชนดิ ที่มีความไวในการทำงานต่ออุณหภูมิ
วัสดุความต้านทานที่ผลิต RTD ได้แก่ นิกเกิล ทองแดง พลาสตินัม มี 3 แบบ คือ แบบกระเปราะแก้ว
แบบโปรบ และแบบฟิล์มบาง RTD ที่ผลิตจากพลาสตินัม แบ่งเป็น 3 ชนิดคือ ชนิด 2 ขั้วต่อ ชนิด 3
ข้วั ตอ่ และ ชนดิ 4 ข้ัวตอ่

เทอร์มิสเตอร์ คือตัวต้านทานที่มีความไวต่ออุณหภูมิ เป็นเซ็นเซอร์ที่เปลี่ยนแปลงการทำงานตาม
อุณหภูมิ โดยใช้การเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทาน ไปตามความร้อนที่เปล่ียนไปใช้ในการตรวจวัดอุณหภูมิ
เทอร์มิสเตอร์ผลติ จากวัสดุหลายชนิด เช่น เจอรเ์ มเนียม ซิลิคอน โคบอลต์ นกิ เกิล สตรอนเตยี ม เหล็ก
ทองแดง ไททาเนียม แยกเป็น สองประเภทคือ ประเภทสัมประสิทธ์อุณหภูมิเป็นลบ (NTC) และ
ประเภทสมั ประสิทธ์เป็นบวก (PTC)

2. สมรรถนะประจำหน่วย

1. แสดงความร้เู ก่ียวกบั อุปกรณ์ตรวจจบั อณุ หภมู ิด้วยเทอร์โมคัปเปลิ RTD และ เทอรม์ สิ เตอร์
2. นำอปุ กรณต์ รวจจับอุณหภมู ดิ ้วยเทอรโ์ มคปั เปิล RTD และ เทอรม์ สิ เตอร์

ไปใชง้ านอยา่ งเหมาะสมตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

จดุ ประสงค์ท่ัวไป
1. เพอื่ ให้รู้และเขา้ ใจลกั ษณะโครงสรา้ งของ เทอรโ์ มคปั เปิล RTD และ เทอร์มิสเตอร์
2. เพอื่ ใหร้ แู้ ละเข้าใจชนิดของเทอร์โมคปั เปิล และเทอรม์ สิ เตอร์
3. เพื่อให้ร้แู ละเขา้ ใจหลกั การทำงานของของ เทอร์โมคปั เปิล RTD และ เทอรม์ ิสเตอร์
4. เพอ่ื ใหร้ ู้และเขา้ ใจการคำนวณหาค่าความต้านทานเอา้ พุตของ RTD

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พทั ลุง

17

จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. บอกลกั ษณะโครงสรา้ งของ เทอร์โมคัปเปิล RTD และ เทอรม์ สิ เตอรไ์ ด้
2. บอกชนิดของเทอรโ์ มคัปเปลิ และเทอร์มิสเตอร์ได้
3. อธิบายหลักการทำงานของของ เทอรโ์ มคปั เปลิ RTD และ เทอรม์ ิสเตอร์ ได้
4. แสดงการคำนวณหาค่าความต้านทานเอา้ พตุ ของ RTDได้
5. มีการพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคท์ ่ีสามารถสังเกตเห็นได้ในดา้ น

ความมีมนษุ ยสมั พันธ์ ความเชอื่ มั่นในตนเอง การตรงตอ่ เวลา

4. สาระการเรยี นรู้

1. หลกั การเบ้ืองต้นเทอร์โมคัปเปลิ
2. ชนิดของเทอรโ์ มคัปเปลิ
3. การใช้งานของเทอรโ์ มคปั เปลิ
4. หลักการเบอื้ งต้นตัวตรวจจับอุณหภมู ดิ ้วยความต้านทาน
5. รูปแบบของตัวตรวจจับอุณหภมู ดิ ว้ ยความตา้ นทาน
6. โครงสรา้ งและการใชง้ าน RTD
7. หลักการเบือ้ งต้นของทอรม์ ิสเตอร์
8. ชนดิ ของทอร์มสิ เตอร์

5. กิจกรรมการเรียนรู้

สอนคร้งั ท่ี 6 ชวั่ โมงที่ 26 – 30
ข้นั นำเข้าสู่บทเรียน
1. ครูเรียกชื่อ สำรวจการแต่งกายของผู้เรียน การเตรียมอุปกรณ์การเรียน พร้อมบันทึกลงใน

แบบประเมนิ ผลคณุ ธรรมและจริยธรรม
2. ครแู จ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูแ้ ละความสำคญั ของเนื้อหาในหน่วยการเรยี นรู้
3. ผ้เู รียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
4. ครูผ้สู อนให้ผเู้ รยี นเตรยี มอปุ กรณก์ ารเรยี น
ข้ันสอน
5. ผู้สอนซกั ถามผ้เู รียนเก่ยี วกับความรพู้ ้นื ฐานเกย่ี วกบั เทอร์โมคปั เปิล
6. ครผู สู้ อนใหน้ กั เรยี นร่วมกันอภิปรายเก่ียวกบั เทอรโ์ มคัปเปิล
7. ครผู สู้ อนใชส้ อื่ จากเอกสารท่ีใช้ในการเรยี นเรอื่ ง เทอรโ์ มคปั เปิล
8. ครูผู้สอนให้ผูเ้ รียนศกึ ษาจากใบความรู้เรื่อง เทอร์โมคปั เปลิ

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแก้ว จังหวดั พัทลุง

18

9. ใหผ้ ู้เรียนพิจารณาและหาความรู้เพ่ิมเตมิ เกี่ยวกบั เทอรโ์ มคัปเปิล

ข้นั สรปุ
10. ครผู ูส้ อนและผูเ้ รียน รว่ มกันสรุปทบทวนหวั ขอ้ ตา่ ง ๆ ในใบความรู้ และตอบคำถามทผี่ ู้เรยี นถาม
11. ครผู สู้ อนเน้นยำ้ ผ้เู รยี นตระหนกั ถงึ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและคุณธรรม จริยธรรม

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคท์ สี่ ามารถสังเกตเห็นได้ในด้านความมีมนุษยสมั พนั ธ์ ความเชอื่ ม่ันใน
ตนเอง การตรงตอ่ เวลาของการปฏิบัติงาน

สอนครัง้ ที่ 7 ชั่วโมงที่ 31 – 35
ขั้นนำเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ครูเรียกชื่อ สำรวจการแต่งกายของผู้เรียน การเตรียมอุปกรณ์การเรียน พร้อมบันทึกลงใน
แบบประเมินผลคุณธรรมและจริยธรรม
2. ครูแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้และความสำคญั ของเน้ือหาในหน่วยการเรียนรู้
3. ผเู้ รียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
4. ครผู สู้ อนใหผ้ เู้ รยี นเตรยี มอุปกรณก์ ารเรียน
ขั้นสอน
5. ผสู้ อนซักถามผู้เรยี นเกี่ยวกับความรู้พนื้ ฐานเก่ยี วกับ RTD และ เทอรม์ สิ เตอร์
6. ครูผู้สอนใหน้ ักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเกย่ี วกับ RTD และ เทอรม์ ิสเตอร์
7. ครูผูส้ อนใช้สอ่ื จากเอกสารทใี่ ชใ้ นการเรียนเรื่อง RTD และ เทอรม์ สิ เตอร์
8. ครูผสู้ อนให้ผู้เรียนศึกษาจากใบความรูเ้ รอ่ื ง RTD และ เทอรม์ สิ เตอร์
9. ใหผ้ เู้ รียนพิจารณาและหาความรเู้ พิม่ เตมิ เกี่ยวกับ RTD และ เทอร์มสิ เตอร์

ขน้ั สรุป
10. ครูผูส้ อนและผเู้ รยี น ร่วมกันสรปุ ทบทวนหัวข้อตา่ ง ๆ ในใบความรู้ และตอบคำถามท่ผี ู้เรยี นถาม
11. ครูผสู้ อนเนน้ ย้ำผ้เู รยี นตระหนกั ถงึ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและคณุ ธรรม จรยิ ธรรม

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ท่สี ามารถสงั เกตเห็นไดใ้ นด้านความมมี นษุ ยสมั พนั ธ์ ความเชือ่ มั่นใน
ตนเอง การตรงต่อเวลาของการปฏบิ ัติงาน

6. สอื่ และแหล่งการเรียนรู้

1. PowerPoint สเตรนเกจ
2. หนงั สอื เรียนอเิ ลก็ ทรอนิกส์อุตสาหกรรม
3. ใบความรเู้ รื่องสเตรนเกจ
4. แบบฝึกหดั เร่ืองสเตรนเกจ
5. แบบทดสอบเรือ่ งสเตรนเกจ

วิทยาลัยการอาชพี บางแก้ว จังหวัดพทั ลงุ

19

6. ใบงานการทดลองท่ี 9 การทำงานของเทอรโ์ มคปั เปลิ กบั ความร้อน กับความเย็น
7. ใบงานการทดลองที่ 10 การทำงานของ RTD
8. ใบงานการทดลองท่ี 11 การทำงานของ เทอรม์ สิ เตอร์ แบบ NTC และ PTC

7. หลักฐานการเรยี นรู้

หลักฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทำแบบฝึกหดั
3. ผลการตอบคำถามท้ายกิจกรรม
หลกั ฐานการปฏิบัติงาน
1. แบบประเมนิ ผลการเรยี นร้แู ละแบบประเมินพฤติกรรม
2. ใบงานการทดลองที่ 9 – 11

8. การวดั ผลประเมนิ ผล

วธิ ีวดั ผล
1. ตรวจแบบทดสอบท้ายบท
2. ตรวจแบบฝึกหัด
3. ตรวจใบงานการทดลอง
4. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครื่องมอื วดั ผล
1. แบบประเมินผลการทำแบบทดสอบท้ายบท
2. แบบประเมนิ ฝกึ หัด
3. แบบประเมินใบงาน
4. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน
ร่วมกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล

1. แบบประเมนิ ผลการทำแบบทดสอบท้ายบท เกณฑผ์ า่ น 60% ข้ึนไป
2. แบบประเมนิ ฝกึ หดั เกณฑผ์ า่ น 60% ข้นึ ไป
3. แบบประเมินใบงาน เกณฑ์ผ่าน 60% ข้นึ ไป
4. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนข้นึ อยู่กับการ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

วิทยาลัยการอาชพี บางแกว้ จังหวัดพัทลงุ

20

9. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้

1 ขอ้ สรปุ หลงั การจัดการเรียนรู้

2 ปญั หาท่พี บ
3 แนวทางแกป้ ญั หา

วิทยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ

21

ผลทีจ่ ะเกดิ ขึน้ กบั นักศกึ ษาจากการจัดกจิ กรรมการเรยี นรทู้ บ่ี ูรณาการหลกั ปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี ง

1. นกั ศึกษาจะได้ฝึกคิดและฝกึ ปฏบิ ัตติ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

เง่ือนไขความรู้ เงือ่ นไขคุณธรรม

ความรทู้ ่ีผเู้ รียนต้องมกี อ่ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ คุณธรรมของนกั เรยี นในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

- ผเู้ รยี นมคี วามรู้ความเข้าใจเก่ยี วกับเทอร์ ผเู้ รียนมีความมีมนษุ ยสมั พันธ์ ความเช่ือมน่ั ใน

โมคปั เปิล RTD และเทอร์มิสเตอร์ ตนเอง การตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัติงาน

ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีภูมิค้มุ กันในตวั ท่ดี ี

1. ผ้เู รียนเตรยี มเครอื่ งมอื อปุ กรณอ์ ย่าง 3. ผเู้ รยี นไดว้ ิเคราะห์การทำงาน 4. ผู้เรียนไดป้ ฏบิ ตั ิงานดว้ ยความถกู ต้อง

เหมาะสมกับการทำงานด้วยความ ของของ เทอรโ์ มคัปเปิล RTD และคำนงึ ถงึ ความประหยดั คุม้ คา่

ปลอดภัย และ เทอร์มสิ เตอร์

2.ผเู้ รยี นเลือกใช้อุปกรณ์ที่นำมาทดสอบ

ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง

2. ผูเ้ รยี นจะได้เรียนรู้การใช้ชวี ิตทสี่ มดุลและพร้อมรบั การเปล่ียนแปลง 4 มติ ิตามหลักปรัชญา

ของเศรษฐกจิ พอเพียง

จุดมงุ่ หมาย สมดลุ และพรอ้ มรับการเปลี่ยนแปลง

การเรียนรู้ ด้านเศรษฐกจิ ด้านสังคม ด้านส่ิงแวดลอ้ ม ด้านวัฒนธรรม

ดา้ นพทุ ธิ 1. ผ้เู รยี นเตรยี มเครื่องมอื 1. ผเู้ รียนเตรียม 1. ผเู้ รยี นได้ปฏบิ ตั งิ าน 1. ผู้เรยี นได้

พิสยั (K) อปุ กรณ์อยา่ งเหมาะสมกับ เคร่อื งมืออปุ กรณ์อย่าง ด้วยความถูกตอ้ งและ ปฏิบตั งิ านดว้ ยความ

การทำงานดว้ ยความ เหมาะสมกับการ คำนึงถึงความประหยัด ถกู ต้องและคำนึงถึง

ปลอดภยั ทำงานด้วยความ คมุ้ ค่า ความประหยดั คุ้มค่า

2.ผูเ้ รยี นเลือกใช้อุปกรณท์ ี่ ปลอดภัย

นำมาทดสอบได้อยา่ งถกู ต้อง 2. ผู้เรยี นไดป้ ฏบิ ตั งิ าน

3. ผู้เรยี นได้วเิ คราะหก์ าร ด้วยความถกู ตอ้ งและ

ทำงานของของ เทอร์ คำนึงถงึ ความประหยดั

โมคปั เปิล RTD และ เทอร์ คมุ้ คา่

มสิ เตอร์

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพัทลงุ

22

จดุ มงุ่ หมาย สมดุลและพร้อมรับการเปลย่ี นแปลง

การเรียนรู้ ด้านเศรษฐกจิ ดา้ นสงั คม ดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม ด้านวัฒนธรรม
1. ผ้เู รยี นได้
ดา้ นทักษะ 1. ผู้เรียนเตรียมเครอ่ื งมือ 1. ผู้เรยี นเตรียม 1. ผ้เู รยี นได้ปฏบิ ัตงิ าน ปฏบิ ัตงิ านด้วยความ
ถกู ตอ้ งและคำนึงถึง
พิสยั (P) อุปกรณ์อย่างเหมาะสมกบั เครอื่ งมอื อปุ กรณ์อยา่ ง ด้วยความถกู ตอ้ งและ ความประหยดั คมุ้ ค่า

การทำงานด้วยความ เหมาะสมกับการ คำนึงถงึ ความประหยัด

ปลอดภยั ทำงานด้วยความ คมุ้ คา่

2.ผู้เรียนเลือกใช้อุปกรณท์ ่ี ปลอดภัย

นำมาทดสอบได้อยา่ งถูกต้อง 2. ผู้เรียนไดป้ ฏบิ ัติงาน

3. ผู้เรยี นได้วิเคราะห์การ ด้วยความถูกต้องและ

ทำงานของของ เทอร์ คำนึงถงึ ความประหยดั

โมคปั เปิล RTD และ เทอร์ คุ้มคา่

มสิ เตอร์

ดา้ นจติ 1. ผเู้ รียนเตรียมเครื่องมอื 1. ผ้เู รยี นเตรยี ม 1. ผูเ้ รียนไดป้ ฏิบตั งิ าน 1. ผู้เรียนได้

พิสัย อปุ กรณอ์ ยา่ งเหมาะสมกบั เครื่องมืออุปกรณอ์ ย่าง ดว้ ยความถูกตอ้ งและ ปฏิบัตงิ านด้วยความ

(A) การทำงานด้วยความ เหมาะสมกับการ คำนึงถึงความประหยัด ถกู ต้องและคำนึงถงึ

ปลอดภยั ทำงานดว้ ยความ คุ้มค่า ความประหยัดคมุ้ ค่า

2.ผเู้ รยี นเลอื กใชอ้ ุปกรณท์ ่ี ปลอดภยั

นำมาทดสอบได้อยา่ งถกู ตอ้ ง 2. ผเู้ รียนไดป้ ฏิบัติงาน

3. ผู้เรยี นได้วิเคราะห์การ ดว้ ยความถกู ตอ้ งและ

ทำงานของของ เทอร์ คำนึงถึงความประหยดั

โมคัปเปิล RTD และ เทอร์ คุ้มค่า

มสิ เตอร์

วิทยาลัยการอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพัทลงุ

แผนการเรยี นรทู้ ี่ 4

หน่วยที่ 4 จำนวน 10 ช่ัวโมง สัปดาห์ที่ 8 - 9

ชื่อวิชา อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม รหัส 20105-2111

ชอ่ื หน่วย ระบบเซนเซอร์ดว้ ยแสง เสียง ควนั ความรอ้ น และกา๊ ซ

1. สาระสำคญั

แสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ถูกส่งออกมาจากแหล่งกำเนิดแสงหลายชนิด เช่น จากดวงอาทิตย์ จาก
หลอดไฟฟ้า เป็นตน้ แสงทกี่ ำเนิดข้นึ มาแบง่ ออกได้เป็น 2 ประเภท คือ แสงธรรมดา เป็นแสงที่มีความยาว
คล่ืนแสงหลายคา่ รวมกัน มีเฟสไมแ่ นน่ อน แสงเลเซอร์ เปน็ แสงท่ีกำเนดิ มามีความยาวคล่นื แสงค่าเดียวคงท่ี
มีเฟสสัญญาณทแ่ี น่นอน

ตวั ตา้ นทานเปลยี่ นคา่ ตามแสง LDR เปน็ อปุ กรณ์ประเภทสารกงึ่ ตัวนำชนิด 2 ขวั้ ต่อ ท่คี ่าความต้านทาน
ระหว่างขั้วต่อทั้งสองสามารถเปลี่ยนแปลงค่าได้ตามความเข้มของแสงที่มาตกกระทบ ความเข้มของแสง
นอ้ ย LDR มีความต้านทานสูง ความเข้มของแสงมาก LDR มีความต้านทานตำ่

โฟโตไดโอด คือไดโอดทำงานด้วยแสง เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำอีกชนิดหนึ่ง ที่ค่าความต้านทานในตวั
ไดโอดเปลีย่ นแปลงไป ขน้ึ อยกู่ บั แสงทสี่ ่องมากระทบกบั สารกง่ึ ตัวนำในตวั ไดโอด

โฟโตทรานซสิ เตอร์ เป็นสารกง่ึ ตวั นำทำงานด้วยแสง ท่ถี กู ผลิตและพัฒนามาใช้งานแทนไดโอด เพราะมี
คุณสมบัติในการทำงานดีกวา่ และโฟโตทรานซิสเตอรส์ ามารถผลิตให้โครงสรา้ งอยู่ในรปู โฟโตดารล์ ิงตันได้

เซลล์แสงอาทติ ยห์ รอื โซลาร์เซลล์ เปน็ อุปกรณอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ สอ์ กี ชนิดหนึง่ ที่ทำงานตามแสง โดยสามารถ
ใหก้ ำเนดิ พลังงานไฟฟา้ ขน้ึ มาได้เมือ่ มีแสงมาตกกระทบ ซงึ่ มีคุณสมบตั ิในการทำงานเหมือนกับโฟโตไดโอด
ขนาดใหญ่ นำมาใช้งานในสภาวะตัวกำเนิดแรงดันทำงานตามแสงจึงจัดเป็นทรานสดิวเซอร์ชนิดจ่าย
พลงั งานออกมา

เสียงเป็นคลื่นชนิดหนึ่ง กำเนิดขึ้นได้จากการสั่นสะเทือนของวัตถุ ส่งผลให้อากาศโดนรอบเกิดการ
สน่ั สะเทือนตามไปด้วย อากาศจะเปน็ ตัวนำเสียงจากตน้ กำเนิดแพร่กระจายออกไป เสียงจัดเปน็ คลนื่ ความถ่ี
ต่ำ มีย่านความถี่ประมาณ 20 Hz ถึง 20KHz ทรานสดิวเซอรค์ ลื่นเหนือเสียง คืออุปกรณ์ทำหน้าท่ีกำเนดิ
คลื่นเหนือเสียงขึ้นมา ซึ่งนิยมใช้งานมี 2 ชนิด คือ ชนิดใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้า เรียกว่า แมกนิโตสตริกตฟี
และชนิดผลกึ แร่ เรยี กวา่ เพยี โซอเิ ลก็ ตริก

2. สมรรถนะประจำหน่วย

1. แสดงความรเู้ กยี่ วกับระบบเซนเซอร์ดว้ ยแสง เสียง ควนั ความร้อน และก๊าซ
2. นำอุปกรณ์ระบบเซนเซอร์ดว้ ยแสง เสยี ง ควนั ความร้อน และกา๊ ซ ไปใชง้ านอยา่ งเหมาะสม
ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

วิทยาลัยการอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลุง

24

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

จุดประสงค์ทั่วไป
1. เพื่อใหร้ ู้และเขา้ ใจโครงสรา้ งของ LDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซิสเตอร์และโซลารเ์ ซลล์
2. เพ่อื ให้รู้และเขา้ ใจหลักการทำงานของLDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซิสเตอรแ์ ละโซลารเ์ ซลล์
3. เพอ่ื ให้รแู้ ละเขา้ ใจวิธกี ารนำLDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซสิ เตอรแ์ ละโซลารเ์ ซลล์ไปใชง้ าน
4. เพอื่ ใหร้ ู้และเข้าใจคุณสมบัติและรายละเอยี ดของคลื่นเสียง และการทำงานของคลื่นเสียง
5. เพอื่ ให้รู้และเข้าใจชนดิ ของเซน็ เซอรป์ ้องกันอัคคภี ัยและเซน็ เซอร์ก๊าซ
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. อธิบายโครงสร้างของ LDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซิสเตอรแ์ ละโซลารเ์ ซลล์ได้
2. อธิบายหลกั การทำงานของLDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซิสเตอร์และโซลาร์เซลล์ได้
3. แสดงวธิ ีการนำLDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซสิ เตอรแ์ ละโซลารเ์ ซลล์ไปใช้งาน ได้
4. บอกคุณสมบตั ิและรายละเอยี ดของคล่ืนเสียงได้
5. อธบิ ายการทำงานของคลื่นเสียงได้
6. บอกชนิดของเซน็ เซอร์ปอ้ งกันอัคคีภยั และเซ็นเซอรก์ ๊าซได้
7. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ทส่ี ามารถสงั เกตเห็นไดใ้ นด้าน

การอดทนอดกลั้น ความสนใจใฝ่รู้ ความรบั ผดิ ชอบ

4. สาระการเรียนรู้

1. อุปกรณ์ทท่ี ำงานดว้ ยแสง LDR , Photo Diode , Photo Transister , Solar cell
2. เซนเซอร์คลน่ื เสียง
3. อุปกรณต์ รวจจบั ความร้อน
4. อุปกรณ์ตรวจจับควนั
5. เซน็ เซอร์ตรวจจับก๊าซ

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

สอนครง้ั ท่ี 8 ชวั่ โมงที่ 36 – 40
ขัน้ นำเข้าสู่บทเรยี น
1. ครูเรียกชื่อ สำรวจการแต่งกายของผู้เรียน การเตรียมอุปกรณ์การเรียน พร้อมบันทึกลงใน

แบบประเมนิ ผลคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
2. ครูแจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้และความสำคัญของเน้ือหาในหนว่ ยการเรยี นรู้
3. ผเู้ รียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
4. ครูผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนเตรียมอุปกรณก์ ารเรยี น

วิทยาลัยการอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พทั ลุง

25

ข้ันสอน
5. ผูส้ อนซักถามผู้เรยี นเก่ยี วกบั ความรพู้ ื้นฐานเกยี่ วกบั LDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซิสเตอร์และโซลาร์

เซลล์

6. ครผู ู้สอนให้นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเกย่ี วกับ LDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซิสเตอร์และโซลาร์เซลล์
7. ครูผสู้ อนใช้สอ่ื จากเอกสารท่ใี ช้ในการเรียนเรื่อง LDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซิสเตอร์และโซลาร์

เซลล์
8. ครูผูส้ อนให้ผเู้ รียนศกึ ษาจากใบความรู้เรือ่ ง LDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซิสเตอร์และโซลาร์เซลล์
9. ใหผ้ ู้เรยี นพจิ ารณาและหาความรู้เพม่ิ เตมิ เกย่ี วกับ LDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซสิ เตอร์และโซลาร์

เซลล์
ข้ันสรปุ
10. ครผู ู้สอนและผู้เรยี น ร่วมกนั สรปุ ทบทวนหวั ข้อตา่ ง ๆ ในใบความรู้ และตอบคำถามท่ีผเู้ รียนถาม
11. ครูผู้สอนเนน้ ย้ำผู้เรยี นตระหนักถงึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและคณุ ธรรม จริยธรรม

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคท์ ีส่ ามารถสงั เกตเห็นได้ในด้านการอดทนอดกลน้ั ความสนใจใฝร่ ู้ ความ
รับผิดชอบของการปฏบิ ตั งิ าน
สอนครงั้ ท่ี 9 ชั่วโมงที่ 41 – 45
ขั้นนำเขา้ สู่บทเรียน
1. ครูเรียกชื่อ สำรวจการแต่งกายของผู้เรียน การเตรียมอุปกรณ์การเรียน พร้อมบันทึกลงใน
แบบประเมนิ ผลคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
2. ครูแจง้ จุดประสงค์การเรียนรแู้ ละความสำคัญของเนอ้ื หาในหนว่ ยการเรียนรู้
3. ผเู้ รียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
4. ครผู สู้ อนให้ผู้เรียนเตรยี มอปุ กรณ์การเรียน
ขนั้ สอน
5. ผสู้ อนซกั ถามผเู้ รยี นเกยี่ วกับความร้พู ื้นฐานเก่ยี วกบั เซ็นเซอร์ คลน่ื เสียง ควนั ความร้อน กา๊ ซ
6. ครูผสู้ อนให้นักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายเกีย่ วกับ เซน็ เซอร์ คลนื่ เสยี ง ควนั ความร้อน กา๊ ซ
7. ครผู สู้ อนใช้สือ่ จากเอกสารท่ีใช้ในการเรยี นเรื่อง เซน็ เซอร์ คล่นื เสียง ควัน ความรอ้ น กา๊ ซ
8. ครูผู้สอนให้ผู้เรียนศกึ ษาจากใบความร้เู ร่อื ง เซ็นเซอร์ คล่ืนเสยี ง ควัน ความรอ้ น กา๊ ซ
9. ใหผ้ เู้ รยี นพิจารณาและหาความรูเ้ พม่ิ เตมิ เกี่ยวกบั เซน็ เซอร์ คล่นื เสยี ง ควัน ความร้อน ก๊าซ
ขั้นสรุป
10. ครผู สู้ อนและผู้เรยี น รว่ มกนั สรุปทบทวนหวั ขอ้ ตา่ ง ๆ ในใบความรู้ และตอบคำถามท่ผี ู้เรยี นถาม
11. ครผู ้สู อนเน้นยำ้ ผเู้ รยี นตระหนักถึงหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
คุณลักษณะอนั พึงประสงคท์ ี่สามารถสงั เกตเห็นไดใ้ นด้านการอดทนอดกล้ัน ความสนใจใฝร่ ู้ ความ
รบั ผดิ ชอบของการปฏบิ ตั งิ าน

วิทยาลัยการอาชพี บางแกว้ จังหวัดพัทลุง

26

6. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้

1. PowerPoint LDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซสิ เตอรแ์ ละโซลาร์เซลล์
2. PowerPoint เซน็ เซอร์ คลน่ื เสยี ง ควนั ความร้อน ก๊าซ
3. หนงั สอื เรยี นอเิ ล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม
4. ใบความรู้เรื่อง LDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซสิ เตอรแ์ ละโซลารเ์ ซลล์
5. ใบความร้เู รอื่ ง เซ็นเซอร์ คลืน่ เสียง ควนั ความรอ้ น กา๊ ซ
6. แบบฝึกหัดเรือ่ ง LDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซสิ เตอร์และโซลาร์เซลล์
7. แบบฝึกหดั เรือ่ ง เซน็ เซอร์ คลน่ื เสยี ง ควัน ความร้อน ก๊าซ
8.. แบบทดสอบเรื่อง LDR โฟโตไดโอด โฟโตทรานซิสเตอรแ์ ละโซลารเ์ ซลล์
9. แบบทดสอบเร่อื ง เซ็นเซอร์ คลนื่ เสยี ง ควนั ความร้อน กา๊ ซ
6. ใบงานการทดลองท่ี 12 การทำงานของ LDR
7. ใบงานการทดลองที่ 13 การทำงานของโฟโตไดโอด
8. ใบงานการทดลองท่ี 14 การทำงานของ โฟโตทรานซสิ เตอร์
9. ใบงานการทดลองท่ี 15 การกำเนิดแรงดันของเซลล์แสงอาทติ ย์
10. ใบงานการทดลองที่ 16 การทำงานของทรานสดวิ เซอรค์ ลื่นเหนือเสียง

7. หลักฐานการเรียนรู้

หลกั ฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทำแบบฝกึ หดั
3. ผลการตอบคำถามท้ายกิจกรรม
หลกั ฐานการปฏิบัติงาน
1. แบบประเมนิ ผลการเรียนรูแ้ ละแบบประเมนิ พฤติกรรม
2. ใบงานการทดลองท่ี 12 – 16

8. การวดั ผลประเมนิ ผล

วิธีวดั ผล
1. ตรวจแบบทดสอบท้ายบท
2. ตรวจแบบฝกึ หดั
3. ตรวจใบงานการทดลอง
4. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์

วทิ ยาลัยการอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพัทลงุ

27
เครอื่ งมือวดั ผล
1. แบบประเมินผลการทำแบบทดสอบท้ายบท
2. แบบประเมินฝกึ หัด
3. แบบประเมนิ ใบงาน
4. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน
ร่วมกนั ประเมิน

เกณฑก์ ารประเมินผล

1. แบบประเมนิ ผลการทำแบบทดสอบท้ายบท เกณฑผ์ ่าน 60% ขนึ้ ไป
2. แบบประเมนิ ฝกึ หดั เกณฑผ์ า่ น 60% ขนึ้ ไป
3. แบบประเมนิ ใบงาน เกณฑผ์ ่าน 60% ขน้ึ ไป
4. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพทั ลงุ

28

9. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้

1 ขอ้ สรปุ หลงั การจัดการเรียนรู้

2 ปญั หาท่พี บ
3 แนวทางแกป้ ญั หา

วิทยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ

29

ผลทจ่ี ะเกดิ ขึ้นกบั นกั ศึกษาจากการจดั กิจกรรมการเรยี นร้ทู บี่ รู ณาการหลักปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี ง

1. นกั ศกึ ษาจะไดฝ้ ึกคดิ และฝกึ ปฏิบัติตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

เงอื่ นไขความรู้ เง่ือนไขคุณธรรม

ความรูท้ ี่ผ้เู รยี นตอ้ งมกี อ่ นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คุณธรรมของนักเรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

- ผเู้ รยี นมีความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกบั LDR โฟโต ผเู้ รยี นมีการอดทนอดกล้นั ความสนใจใฝร่ ู้ ความ

ไดโอด โฟโตทรานซิสเตอรแ์ ละโซลาร์เซลล์ และ รับผดิ ชอบในการปฏิบตั ิงาน

ทรานสดวิ เซอร์คล่นื เสยี ง เซน็ เซอรค์ วัน ความร้อน ก๊าซ

ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุ้มกนั ในตัวท่ดี ี

1. ผเู้ รียนเตรียมเคร่อื งมอื อุปกรณอ์ ยา่ ง 3. ผู้เรยี นได้วเิ คราะห์การนำLDR 4. ผเู้ รียนได้ปฏบิ ัติงานด้วยความถกู ตอ้ ง

เหมาะสมกบั การทำงานด้วยความ โฟโตไดโอด โฟโตทรานซิสเตอร์ และคำนึงถงึ ความประหยัดค้มุ คา่

ปลอดภยั และโซลาร์เซลล์ และเซ็นเซอร์

2.ผ้เู รยี นเลือกใชอ้ ุปกรณ์ท่นี ำมาทดสอบ เสยี ง ควัน ความรอ้ น ก๊าซไปใช้

ได้อย่างถกู ตอ้ ง งาน

2. ผเู้ รยี นจะได้เรียนรูก้ ารใชช้ ีวิตที่สมดลุ และพร้อมรับการเปล่ยี นแปลง 4 มติ ติ ามหลักปรัชญา

ของเศรษฐกิจพอเพียง

จุดมงุ่ หมาย สมดลุ และพรอ้ มรบั การเปลยี่ นแปลง

การเรียนรู้ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสงิ่ แวดลอ้ ม ดา้ นวัฒนธรรม

ด้านพุทธิ 1. ผเู้ รียนเตรยี มเคร่ืองมอื 1. ผ้เู รยี นเตรียม 1. ผู้เรียนได้ปฏิบตั งิ าน 1. ผเู้ รียนได้

พิสยั (K) อปุ กรณ์อย่างเหมาะสมกับ เคร่ืองมืออปุ กรณอ์ ยา่ ง ด้วยความถกู ตอ้ งและ ปฏิบัติงานด้วยความ

การทำงานด้วยความ เหมาะสมกับการ คำนงึ ถึงความประหยดั ถูกต้องและคำนงึ ถึง

ปลอดภยั ทำงานดว้ ยความ คุ้มค่า ความประหยัดคุม้ ค่า

2.ผู้เรียนเลือกใชอ้ ุปกรณท์ ี่ ปลอดภัย

นำมาทดสอบไดอ้ ย่างถกู ต้อง 2. ผเู้ รยี นไดป้ ฏบิ ตั งิ าน

3. ผเู้ รียนได้วเิ คราะห์การนำ ดว้ ยความถูกต้องและ

LDR โฟโตไดโอด คำนงึ ถงึ ความประหยดั

โฟโตทรานซสิ เตอรแ์ ละ คุ้มค่า

โซลารเ์ ซลล์ และเซ็นเซอร์

เสยี ง ควนั ความร้อน ก๊าซไป

ใช้งาน

วทิ ยาลัยการอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพทั ลุง

30

จดุ มุ่งหมาย สมดลุ และพร้อมรับการเปลย่ี นแปลง
การเรียนรู้
ด้านทักษะ ด้านเศรษฐกจิ ดา้ นสังคม ดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม ด้านวัฒนธรรม
พสิ ัย (P) 1. ผู้เรยี นเตรยี มเครอื่ งมอื 1. ผ้เู รยี นได้
อุปกรณอ์ ยา่ งเหมาะสมกบั 1. ผู้เรียนเตรียม 1. ผ้เู รยี นได้ปฏบิ ัตงิ าน ปฏบิ ัตงิ านด้วยความ
การทำงานดว้ ยความ ถกู ตอ้ งและคำนึงถึง
ปลอดภัย เคร่ืองมืออปุ กรณ์อยา่ ง ด้วยความถกู ตอ้ งและ ความประหยดั คมุ้ ค่า
2.ผู้เรยี นเลือกใชอ้ ุปกรณ์ท่ี
นำมาทดสอบไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง เหมาะสมกบั การ คำนึงถงึ ความประหยัด
3. ผ้เู รยี นไดว้ ิเคราะห์การนำ
LDR โฟโตไดโอด ทำงานดว้ ยความ คมุ้ คา่
โฟโตทรานซิสเตอร์และ
โซลาร์เซลล์ และเซน็ เซอร์ ปลอดภัย
เสียง ควัน ความร้อน กา๊ ซไป
2. ผู้เรยี นได้ปฏบิ ัติงาน
ใชง้ าน
ด้วยความถูกต้องและ

คำนงึ ถึงความประหยดั

คมุ้ คา่

ดา้ นจติ 1. ผ้เู รยี นเตรยี มเคร่ืองมอื 1. ผู้เรยี นเตรียม 1. ผูเ้ รียนไดป้ ฏิบตั งิ าน 1. ผู้เรียนได้
พิสัย อปุ กรณอ์ ยา่ งเหมาะสมกบั เครือ่ งมอื อุปกรณอ์ ย่าง ดว้ ยความถูกตอ้ งและ ปฏิบัตงิ านด้วยความ
(A) การทำงานด้วยความ เหมาะสมกบั การ คำนึงถึงความประหยัด ถกู ต้องและคำนึงถงึ
ปลอดภยั ทำงานดว้ ยความ คุ้มค่า ความประหยัดคมุ้ ค่า
2.ผ้เู รยี นเลือกใชอ้ ุปกรณท์ ี่ ปลอดภยั
นำมาทดสอบได้อยา่ งถูกต้อง 2. ผู้เรยี นได้ปฏิบัติงาน
3. ผเู้ รียนไดว้ ิเคราะห์การนำ ดว้ ยความถกู ตอ้ งและ
LDR โฟโตไดโอด คำนึงถึงความประหยดั
โฟโตทรานซสิ เตอรแ์ ละ ค้มุ คา่
โซลาร์เซลล์ และเซ็นเซอร์
เสียง ควนั ความร้อน ก๊าซไป

ใช้งาน

วิทยาลัยการอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพัทลงุ

แผนการเรียนรทู้ ี่ 5

หน่วยท่ี 5 จำนวน 10 ชั่วโมง สัปดาห์ท่ี 10 - 11

ช่ือวชิ า อิเลก็ ทรอนิกสอ์ ุตสาหกรรม รหัส 20105-2111

ชอื่ หน่วย อุปกรณค์ วบคมุ การเปิดปิดวงจร

1. สาระสำคัญ

อุปกรณ์ควบคุมวงจร เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากต่อการใช้งานในระบบการทำงานของโรงงาน
อุตสาหกรรม โดยทำหน้าที่ควบคุมการเปิดปิดการทำงานของวงจร ด้วยการจ่ายพลังงานไฟฟ้าใหก้ ับภาระ
ทางไฟฟ้าชนิดต่างๆในวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคมุ ชนิดพืน้ ฐานในการใช้งานคือ สวิตช์ ซ่ึงถูกผลิตมาใช้งาน
จำแนกได้เป็น 4 ประเภทใหญๆ่

สวิตช์ทำงานด้วยมือ เป็นสวิตช์ที่ต้องใช้มือในการควบคุมการทำงาน แบ่งได้เป็น สวิตช์แบบปุ่มกด
สวติ ชแ์ บบกา้ นโยก สวิตช์แบบกา้ นเลื่อน สวิตชแ์ บบกา้ นหมนุ และสวติ ช์นริ ภัย

สวิตช์ทำงานด้วยกลไก เป็นสวิตช์ที่การทำงานของระบบกลไกภายในตัว จะถูกควบคุมด้วยกลไกจาก
ภายนอก แบง่ ไดเ้ ปน็ ลิมติ สวติ ช์ ไมโครสวิตช์ และสวติ ช์ปรอท

สวิตช์ทำงานด้วยสนามแม่เหล็ก เป็นสวิตช์ที่การทำงานของระบบกลไกภายในตัว จะถูกควบคุมด้วย
สนามแม่เหล็ก ทั้งจากภายนอกและภายใน สนามแม่เหล็กที่ใช้ในการควบคุมเป็นไปได้ทั้งแม่เหล็กถาวร
หรือแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ แบ่งเป็น แมกเนตกิ คอนแทกเตอร์ รีเลย์ โซลนิ อยด์ และรีดสวติ ช์

สวิตชอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ เปน็ สวิตช์ท่ีผลติ จากอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ต่างๆมาประกอบวงจร ใหท้ ำหน้าที่เป็น
สวิตช์ตัดต่อวงจรไฟฟ้า การตัดต่อวงจรใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะไม่มีหน้าสัมผัส ทำให้ไม่เกิดการอาร์
กของหน้าสมั ผสั ไม่เกิดประกายไฟในขณะตดั ต่อ เกิดความปลอดภัยมากข้ึน และสามารถตัดต่อไดเ้ ร็วกว่า
ระบบกลไก เป็นประเภทอิเล็กทรอนิกส์กำลัง สามารถทำงานได้กับกำลังไฟฟ้าสูงๆ แบ่งเป็น ไดโอดกำลัง
ทรานซิสเตอร์กำลัง มอสเฟตกำลงั IGBT SCR และไตรแอค

2. สมรรถนะประจำหนว่ ย

1. แสดงความร้เู ก่ยี วกบั อุปกรณค์ วบคมุ การเปดิ ปดิ วงจร
2. นำอปุ กรณ์ควบคุมการเปดิ ปิดวงจรไปใชง้ านอย่างเหมาะสมตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

จุดประสงคท์ ่ัวไป
1. เพอ่ื ใหร้ ู้และเขา้ ใจชนิดและการทำงานของสวติ ช์ที่ทำงานด้วยมือ
2. เพอ่ื ให้รแู้ ละเข้าใจชนิดและการทำงานของสวติ ชท์ ี่ทำงานดว้ ยกลไก
3. เพอ่ื ใหร้ แู้ ละเขา้ ใจชนิดและการทำงานของสวิตชท์ ่ีทำงานดว้ ยสนามแมเ่ หลก็
4. เพอื่ ใหร้ ้แู ละเขา้ ใจชนิดและการทำงานของสวิตชอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์

วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพัทลุง

32

5. เพือ่ ให้รแู้ ละเข้าใจประโยชน์ของอปุ กรณค์ วบคมุ วงจร
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. อธิบายชนิดและการทำงานของสวติ ชท์ ท่ี ำงานด้วยมือได้
2. อธบิ ายชนดิ และการทำงานของสวติ ช์ท่ีทำงานด้วยกลไกได้
3. อธิบายชนิดและการทำงานของสวติ ช์ทที่ ำงานด้วยสนามแม่เหลก็ ได้
4. อธิบายชนิดและการทำงานของสวิตชอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์ได้
5. บอกประโยชนข์ องอุปกรณ์ควบคุมวงจรได้
6. มีการพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคท์ ่สี ามารถสังเกตเหน็ ไดใ้ นดา้ น

ความซ่ือสตั ย์ ความคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์ ความรกั สามัคคี

4. สาระการเรยี นรู้

1. อปุ กรณค์ วบคมุ วงจร
2. สวิตช์ทำงานดว้ ยมือ
3. สวิตช์ทำงานด้วยกลไก
4. สวติ ช์ทำงานด้วยแม่เหล็ก
5. สวิตช์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

5. กิจกรรมการเรียนรู้

สอนครงั้ ท่ี 10 - 11 ช่วั โมงที่ 46 – 55
ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูเรียกชื่อ สำรวจการแต่งกายของผู้เรียน การเตรียมอุปกรณ์การเรียน พร้อมบันทึกลงใน

แบบประเมนิ ผลคุณธรรมและจริยธรรม
2. ครแู จ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้และความสำคญั ของเน้อื หาในหน่วยการเรยี นรู้
3. ผเู้ รียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
4. ครูผสู้ อนให้ผู้เรียนเตรียมอุปกรณ์การเรยี น
ข้นั สอน
5. ผสู้ อนซักถามผเู้ รยี นเกีย่ วกับความรู้พนื้ ฐานเกย่ี วกบั อปุ กรณ์ควบคุมการเปิดปิดวงจร
6. ครูผู้สอนให้นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายเกย่ี วกบั อุปกรณค์ วบคุมการเปิดปิดวงจร
7. ครผู ูส้ อนใช้สื่อจากเอกสารที่ใช้ในการเรยี นเรอ่ื ง อปุ กรณค์ วบคุมการเปดิ ปดิ วงจร
8. ครผู ้สู อนใหผ้ เู้ รียนศึกษาจากใบความรูเ้ รือ่ ง อุปกรณค์ วบคมุ การเปดิ ปดิ วงจร
9. ใหผ้ เู้ รียนพิจารณาและหาความรเู้ พิม่ เตมิ เกีย่ วกบั อปุ กรณค์ วบคุมการเปดิ ปดิ วงจร

วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวดั พทั ลุง

33

ข้ันสรุป
10. ครผู ู้สอนและผู้เรียน ร่วมกันสรปุ ทบทวนหวั ขอ้ ต่าง ๆ ในใบความรู้ และตอบคำถามท่ผี เู้ รียนถาม
11. ครูผู้สอนเนน้ ย้ำผูเ้ รยี นตระหนกั ถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและคณุ ธรรม จรยิ ธรรม

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ที่สามารถสงั เกตเห็นได้ในดา้ นความซื่อสัตย์ ความคิดรเิ รมิ่ สร้างสรรค์
ความรักสามัคคีของการปฏิบัตงิ าน

6. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้

1. PowerPoint อปุ กรณ์ควบคุมการเปิดปดิ วงจร
2. หนงั สือเรียนอิเล็กทรอนกิ ส์อตุ สาหกรรม
3. ใบความรเู้ รอ่ื ง อปุ กรณ์ควบคมุ การเปิดปิดวงจร
4. ใบความรเู้ รอื่ ง อุปกรณ์ควบคมุ การเปิดปิดวงจร
5. แบบฝึกหดั เรอ่ื ง อปุ กรณค์ วบคมุ การเปดิ ปดิ วงจร
6.. แบบทดสอบเร่อื ง อุปกรณ์ควบคุมการเปดิ ปดิ วงจร
7. ใบงานการทดลองที่ 17 อปุ กรณ์ควบคุมการเปดิ ปดิ วงจร

7. หลกั ฐานการเรยี นรู้

หลกั ฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทำแบบฝกึ หัด
3. ผลการตอบคำถามท้ายกิจกรรม
หลักฐานการปฏบิ ัติงาน
1. แบบประเมนิ ผลการเรียนรูแ้ ละแบบประเมินพฤติกรรม
2. ใบงานการทดลองที่ 17

8. การวดั ผลประเมนิ ผล

วิธีวดั ผล
1. ตรวจแบบทดสอบท้ายบท
2. ตรวจแบบฝึกหัด
3. ตรวจใบงานการทดลอง
4. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จังหวดั พทั ลุง

34
เคร่ืองมอื วดั ผล
1. แบบประเมินผลการทำแบบทดสอบท้ายบท
2. แบบประเมินฝึกหดั
3. แบบประเมนิ ใบงาน
4. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน
ร่วมกนั ประเมิน

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล

1. แบบประเมินผลการทำแบบทดสอบทา้ ยบท เกณฑผ์ ่าน 60% ขึ้นไป
2. แบบประเมนิ ฝึกหัด เกณฑผ์ า่ น 60% ขนึ้ ไป
3. แบบประเมนิ ใบงาน เกณฑผ์ ่าน 60% ขน้ึ ไป
4. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการ
ประเมนิ ตามสภาพจริง

วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพทั ลงุ

35

9. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้

1 ขอ้ สรปุ หลงั การจัดการเรียนรู้

2 ปญั หาท่พี บ
3 แนวทางแกป้ ญั หา

วิทยาลยั การอาชพี บางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ

36

ผลทจ่ี ะเกิดขึ้นกบั นกั ศกึ ษาจากการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ท่บี รู ณาการหลกั ปรชั ญาของ

เศรษฐกิจพอเพียง

1. นกั ศกึ ษาจะไดฝ้ ึกคดิ และฝกึ ปฏบิ ัติตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

เงอ่ื นไขความรู้ เง่ือนไขคณุ ธรรม

ความรทู้ ีผ่ ูเ้ รียนต้องมีก่อนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ คณุ ธรรมของนักเรยี นในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

- ผ้เู รยี นมีความรู้ความเข้าใจเกยี่ วกบั ชนดิ และการ ผูเ้ รียนมีความซอื่ สตั ย์ ความคดิ รเิ รม่ิ สร้างสรรค์

ทำงานของสวติ ช์แต่ละแบบในการควบคมุ การเปดิ ปดิ ความรักสามัคคีในการปฏบิ ัตงิ าน

วงจร

ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมภี ูมิคมุ้ กนั ในตัวท่ดี ี

1. ผเู้ รยี นเตรยี มเครือ่ งมืออุปกรณ์อยา่ ง 3. ผเู้ รียนได้วเิ คราะห์การนำ 4. ผเู้ รียนไดป้ ฏบิ ตั ิงานด้วยความถกู ตอ้ ง

เหมาะสมกบั การทำงานด้วยความ สวิตช์แต่ละชนดิ ไปใช้งานในการ และคำนึงถงึ ความประหยดั คุม้ คา่

ปลอดภัย ควบคุมการเปิดปดิ วงจร

2.ผเู้ รียนเลอื กใชอ้ ุปกรณท์ น่ี ำมาทดสอบ

ได้อย่างถกู ต้อง

2. ผเู้ รียนจะได้เรยี นร้กู ารใช้ชวี ิตที่สมดุลและพร้อมรับการเปลีย่ นแปลง 4 มติ ิตามหลักปรชั ญา

ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

จดุ มงุ่ หมาย สมดลุ และพร้อมรับการเปลยี่ นแปลง

การเรยี นรู้ ดา้ นเศรษฐกจิ ด้านสังคม ดา้ นสิง่ แวดลอ้ ม ดา้ นวฒั นธรรม

ดา้ นพุทธิ 1. ผเู้ รยี นเตรยี มเครือ่ งมอื 1. ผู้เรยี นเตรยี ม 1. ผ้เู รียนได้ปฏิบตั งิ าน 1. ผเู้ รยี นได้

พสิ ยั (K) อุปกรณอ์ ย่างเหมาะสมกบั เครอ่ื งมอื อปุ กรณ์อยา่ ง ดว้ ยความถูกต้องและ ปฏิบตั งิ านด้วยความ

การทำงานด้วยความ เหมาะสมกับการ คำนึงถึงความประหยดั ถกู ต้องและคำนึงถึง

ปลอดภยั ทำงานดว้ ยความ คมุ้ คา่ ความประหยัดคุม้ ค่า

2.ผเู้ รยี นเลอื กใช้อุปกรณท์ ี่ ปลอดภยั

นำมาทดสอบได้อย่างถูกตอ้ ง 2. ผู้เรียนได้ปฏบิ ตั ิงาน

3. ผเู้ รยี นไดว้ ิเคราะห์การนำ ดว้ ยความถูกตอ้ งและ

สวติ ชแ์ ต่ละชนิดไปใช้งานใน คำนึงถงึ ความประหยดั

การควบคมุ การเปิดปิดวงจร คมุ้ คา่

วิทยาลัยการอาชพี บางแกว้ จังหวัดพทั ลุง

37

จุดมงุ่ หมาย สมดลุ และพร้อมรับการเปลย่ี นแปลง

การเรียนรู้ ดา้ นเศรษฐกจิ ดา้ นสังคม ดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม ด้านวัฒนธรรม
1. ผ้เู รยี นได้
ด้านทกั ษะ 1. ผเู้ รยี นเตรียมเครอื่ งมือ 1. ผเู้ รยี นเตรียม 1. ผ้เู รยี นได้ปฏบิ ัตงิ าน ปฏบิ ัตงิ านด้วยความ
ถกู ตอ้ งและคำนึงถึง
พิสัย (P) อุปกรณ์อย่างเหมาะสมกบั เคร่ืองมอื อปุ กรณ์อยา่ ง ด้วยความถกู ตอ้ งและ ความประหยดั คมุ้ ค่า

การทำงานดว้ ยความ เหมาะสมกับการ คำนึงถงึ ความประหยัด

ปลอดภยั ทำงานด้วยความ คมุ้ คา่

2.ผ้เู รียนเลือกใช้อุปกรณท์ ่ี ปลอดภัย

นำมาทดสอบไดอ้ ย่างถูกต้อง 2. ผู้เรียนได้ปฏบิ ัติงาน

3. ผู้เรียนได้วเิ คราะห์การนำ ด้วยความถูกต้องและ

สวิตช์แต่ละชนดิ ไปใช้งานใน คำนงึ ถึงความประหยดั

การควบคุมการเปิดปิดวงจร คุ้มคา่

ดา้ นจติ 1. ผู้เรยี นเตรยี มเครื่องมือ 1. ผู้เรียนเตรียม 1. ผูเ้ รียนไดป้ ฏิบตั งิ าน 1. ผู้เรียนได้

พสิ ัย อุปกรณอ์ ย่างเหมาะสมกับ เครอ่ื งมอื อุปกรณอ์ ย่าง ดว้ ยความถูกตอ้ งและ ปฏิบัตงิ านด้วยความ

(A) การทำงานด้วยความ เหมาะสมกบั การ คำนึงถึงความประหยัด ถกู ต้องและคำนึงถงึ

ปลอดภยั ทำงานด้วยความ คุ้มค่า ความประหยัดคมุ้ ค่า

2.ผู้เรยี นเลือกใช้อุปกรณท์ ี่ ปลอดภัย

นำมาทดสอบได้อยา่ งถูกตอ้ ง 2. ผู้เรียนได้ปฏิบัติงาน

3. ผู้เรียนได้วิเคราะหก์ ารนำ ดว้ ยความถูกตอ้ งและ

สวติ ชแ์ ต่ละชนิดไปใชง้ านใน คำนึงถึงความประหยดั

การควบคมุ การเปิดปิดวงจร ค้มุ ค่า

วิทยาลัยการอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพัทลงุ

แผนการเรยี นรู้ที่ 6

หนว่ ยที่ 6 จำนวน 15 ช่ัวโมง สัปดาห์ท่ี 12 - 14

ชื่อวชิ า อเิ ล็กทรอนกิ สอ์ ุตสาหกรรม รหสั 20105-2111

ชื่อหนว่ ย มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรงและกระแสสลับ

1. สาระสำคญั

มอเตอร์ คือ เครอื่ งกลไฟฟา้ ทำหนา้ ทเี่ ป็นตวั เปล่ียนพลงั งานไฟฟ้า เป็นพลงั งานกลในรูปของการหมุน
เคลือ่ นที่ โครงสรา้ งมอเตอรม์ สี ่วนประกอบ 2 ส่วน คือ ส่วนของแมเ่ หลก็ คงทีห่ รอื สว่ นคงท่ี และสว่ นขดลวด
เคล่ือนทห่ี รอื สว่ นเคลอ่ื นที่ เรยี กว่า อารม์ าเจอร์ มอเตอร์ผลติ มาใช้งานแบ่งเปน็ 2 ประเภท คอื

1. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง คือ มอเตอร์ที่ทำงานด้วยแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง และกระแสไฟตรง
ทำให้เกิดสนามแมเ่ หล็กข้นึ 2 ชุด มีอำนาจแมเ่ หลก็ ผลักดนั กนั สง่ ผลให้มอเตอร์หมุนเคลอ่ื นทีไ่ ด้

2. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ คือ มอเตอร์ที่ทำงานด้วยแหล่งจ่ายกำลังไฟฟ้ากระแสสลับทำให้เกิด
สนามแม่เหล็กไฟฟ้าข้ึน 2 ชุด มีอำนาจผลักดันกัน มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับแบ่งเปน็ 2 แบบ คือ
มอเตอร์เหนี่ยวนำ หรืออินดักชั่นมอเตอร์ และแบบมอเตอร์ได้จังหวะ หรือซิงโครนัสมอเตอร์
มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั ผลติ มาใช้งานแยกเป็นใช้กับไฟฟา้ เฟสเดียวและใชก้ ับไฟฟา้ 3เฟส

การกลับทิศทางการหมุนมอเตอร์ ถ้าเป็นมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงเพียงกลับขั้วแหล่งจ่ายไฟตรงให้
มอเตอร์ ถ้าเป็นมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั ทำไดห้ ลายวิธีด้วยกนั เชน่ วิธกี ลับทศิ ทางการจ่ายแหล่งจ่ายไฟ
ใหอ้ ารม์ าเจอร์ หรือการกลับทิศทางการจ่ายแหลง่ จา่ ยไฟใหข้ ดลวดแม่เหล็กไฟฟ้า การควบคมุ ความเร็ว
มอเตอร์ คือ การควบคุมให้มอเตอร์มีความเร็วในการหมนุ เรว็ ข้นึ หรือชา้ ลงตามความต้องการ
สเตปเปอร์มอเตอร์ เป็นมอเตอร์ที่มีความสำคัญในการทำงานมาก ถูกนำไปใช้งานแพร่หลายมากขึ้น
ด้วยคุณสมบัติในการทำงานที่แตกต่างไปจากมอเตอร์ทั่วไป สามารถหมุนเคลื่อนที่ไปในทิศทางและ
ตำแหน่งทต่ี ้องการได้ถกู ตอ้ งแม่นยำตอบสนองไดด้ ีเยีย่ มตอ่ การเริม่ ทำงาน การหยุดการทำงาน และการ
หมนุ กลบั ทิศทาง ตัวสเตปเปอร์มอเตอรไ์ ม่มีแปรงถา่ นสัมผัสรว่ มในตัวมอเตอร์ ทำให้มอเตอร์ทมี่ ีอายุการ
ใช้งานยาวนานขน้ึ

2. สมรรถนะประจำหนว่ ย

1. แสดงความรู้เกยี่ วกับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลบั
2. นำมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับไปใชง้ านอยา่ งเหมาะสมตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ

พอเพียง

วิทยาลยั การอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพัทลุง

39

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

จุดประสงค์ท่ัวไป
1. เพื่อให้รู้และเข้าใจลักษณะมอเตอรแ์ ละชนิดมอเตอร์
2. เพอ่ื ให้รู้และเขา้ ใจหลักการทำงานของมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรง
3. เพื่อให้รู้และเข้าใจหลักการทำงานของมอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั
4. เพอ่ื ให้รู้และเขา้ ใจหลกั การควบคุมความเรว็ และการกลบั ทศิ ทางของมอเตอร์
จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. บอกลักษณะมอเตอร์และชนดิ มอเตอร์ได้
2. อธิบายหลกั การทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงได้
3. อธิบายหลกั การทำงานของมอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั ได้
4. อธิบายหลักการควบคุมความเร็วและการกลับทศิ ทางของมอเตอร์ได้
5. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคท์ ีส่ ามารถสังเกตเหน็ ได้ในดา้ น

การมีวินยั ความมมี นุษยสัมพนั ธ์ ความเช่ือมนั่ ในตนเอง

4. สาระการเรียนรู้

1. มอเตอรแ์ ละชนดิ มอเตอร์
2. มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรง
3. มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ
4. การกลับทิศทางการหมนุ ของเตอร์
5. การควบคุมความเรว็ มอเตอร์
6. วงจรบรดิ จ์ควบคมุ อาร์มาเจอร์
7. สเตปเปอรม์ อเตอร์

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

สอนครัง้ ท่ี 12 - 14 ชว่ั โมงที่ 56 – 70
ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูเรียกชื่อ สำรวจการแต่งกายของผู้เรียน การเตรียมอุปกรณ์การเรียน พร้อมบันทึกลงใน

แบบประเมนิ ผลคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
2. ครแู จง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้และความสำคัญของเน้อื หาในหนว่ ยการเรียนรู้
3. ผเู้ รยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
4. ครผู ู้สอนให้ผ้เู รียนเตรยี มอปุ กรณ์การเรียน

วิทยาลัยการอาชพี บางแกว้ จังหวดั พัทลงุ

40

ขั้นสอน
5. ผู้สอนซักถามผู้เรียนเก่ยี วกบั ความร้พู ื้นฐานเกย่ี วกับ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลบั
6. ครผู สู้ อนใหน้ กั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายเกย่ี วกับ มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรงและกระแสสลับ
7. ครผู ู้สอนใช้ส่ือจากเอกสารทใ่ี ชใ้ นการเรยี นเรอ่ื ง มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ
8. ครูผ้สู อนให้ผู้เรยี นศึกษาจากใบความรู้เรอื่ ง มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรงและกระแสสลับ
9. ใหผ้ ูเ้ รียนพิจารณาและหาความรู้เพิ่มเตมิ เก่ียวกบั มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรงและกระแสสลบั
ขน้ั สรปุ
10. ครผู ู้สอนและผ้เู รยี น ร่วมกันสรปุ ทบทวนหัวข้อตา่ ง ๆ ในใบความรู้ และตอบคำถามทผ่ี ูเ้ รียนถาม
11. ครูผสู้ อนเนน้ ยำ้ ผู้เรยี นตระหนักถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและคุณธรรม จริยธรรม

คณุ ลักษณะอันพึงประสงคท์ ส่ี ามารถสงั เกตเหน็ ได้ในด้านการมวี ินยั ความมีมนุษยสัมพนั ธ์ ความ
เช่อื มน่ั ในตนเอง ของการปฏบิ ตั งิ าน

6. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้

1. PowerPoint มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรงและกระแสสลับ
2. หนงั สือเรียนอิเลก็ ทรอนกิ ส์อตุ สาหกรรม
3. ใบความรูเ้ รอ่ื ง มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรงและกระแสสลับ
4. ใบความรู้เร่อื ง มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรงและกระแสสลบั
5. แบบฝึกหัดเร่ือง มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรงและกระแสสลบั
6.. แบบทดสอบเร่อื ง มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ
7. ใบงานการทดลองที่ 18 การทำงานของมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรงและกระแสสลับ
8. ใบงานการทดลองท่ี 19 การทำงานของสเตปเปอรม์ อเตอร์

7. หลักฐานการเรียนรู้

หลกั ฐานความรู้
1. ผลการทดสอบ
2. ผลการทำแบบฝึกหัด
3. ผลการตอบคำถามทา้ ยกิจกรรม
หลักฐานการปฏบิ ัติงาน
1. แบบประเมินผลการเรยี นรแู้ ละแบบประเมินพฤติกรรม
2. ใบงานการทดลองที่ 18 และใบงานการทดลองท่ี 19

วิทยาลัยการอาชพี บางแกว้ จงั หวัดพัทลุง

41

8. การวดั ผลประเมนิ ผล

วิธีวดั ผล
1. ตรวจแบบทดสอบทา้ ยบท
2. ตรวจแบบฝกึ หัด
3. ตรวจใบงานการทดลอง
4. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครอื่ งมอื วัดผล
1. แบบประเมินผลการทำแบบทดสอบทา้ ยบท
2. แบบประเมินฝึกหัด
3. แบบประเมนิ ใบงาน
4. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน
รว่ มกนั ประเมิน

เกณฑก์ ารประเมินผล

1. แบบประเมนิ ผลการทำแบบทดสอบทา้ ยบท เกณฑผ์ า่ น 60% ข้ึนไป
2. แบบประเมนิ ฝกึ หัด เกณฑผ์ ่าน 60% ขนึ้ ไป
3. แบบประเมินใบงาน เกณฑผ์ ่าน 60% ข้นึ ไป
4. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

วทิ ยาลยั การอาชพี บางแกว้ จังหวัดพัทลงุ


Click to View FlipBook Version