แบบบันทึกการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1
ฝ่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
นางสาวภิตยา สุขดี
นักศึกษาสาขาวิชาคณิตศาสตร์
รหัสนักศึกษา 61115200109
โรงเรียนโคกกระท้อนกิตติวุฒิวิทยา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระบุรีเขต 1
ออำำเเภภออ เเสสาาไไหห้้ จจัังงหหววััดดสสรระะบบุุรรีี
แบบบันทึกการฝึกปฏบิ ัตวิ ิชาชีพระหวา่ งเรียน 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564
นางสาวภิตยา สขุ ดี
รหสั ประจาตัวนักศกึ ษา 61115200109
สาขาวชิ าคณติ ศาสตร์
โรงเรียนโคกกระท้อนกิตตวิ ุฒวิ ิทยา
สงั กดั สานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษาสระบรุ ี
อาเภอ เสาไห้ จังหวัด สระบรุ ี
ฝา่ ยฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชพี ครู
คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เทพสตรี
คานา
เอกสารฉบับนี้เป็นคู่มือประกอบการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1 เป็นส่วนหน่ึงของ
กระบวนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู เพ่ือให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจวิชาชีพครู ซ่ึง
ได้แก่ กระบวนการการเรียนการสอน หลักสูตร ระบบการบริหารงานการศึกษาในโรงเรียนและได้
ทางานร่วมกับผู้อื่น ซ่ึงกิจกรรมเหล่านี้จะสามารถพัฒนาความรู้ ความสามารถของนักศึกษาได้เป็น
อยา่ งดี
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1 เป็นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูเพ่ือเตรียมความ
พร้อมก่อนออกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาโดยการสังเกตสภาพทั่วไปของโรงเรียน พฤติกรรมการ
เรียนรู้ของนักเรียน งานในหน้าท่ีครูผู้สอน ครูประจาช้ัน การศึกษางานด้านการบริหารและบริการ
สภาพชุมชนและความสัมพนั ธร์ ะหว่างโรงเรยี นกับชุมชน
โดยเอกสารฉบับนี้ได้มีการปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดการบันทึกงานท่ีต้องฝึกปฏิบัติต่าง ๆ ให้
สอดคล้องกับบริบทสถานการณ์ปจั จุบันในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 ซ่ึง
ทาให้นักศึกษาไม่สามารถฝึกปฏิบัติฯ ในสถานศึกษาได้ และให้ปรับมาใช้การฝึกปฏิบัติผ่านระบบ
ออนไลนเ์ พือ่ ทดแทนกระบวนการตา่ ง ๆ
หวังว่าเอกสารฉบับนี้คงให้ประโยชน์ในการเรียนรู้และเข้าใจในวิชาชีพครูก่อนที่จะออกฝึก
ปฏบิ ัตงิ านวชิ าชีพครใู นขน้ั ตอ่ ไป
ฝ่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เทพสตรี
สารบญั
เรอ่ื ง หน้า
การฝึกปฏบิ ตั ิวิชาชพี ระหวา่ งเรียน 1 ..................................................................................................3
จุดประสงค์ของการฝกึ ปฏิบตั ิวชิ าชีพระหว่างเรยี น 1...........................................................................4
ข้อเสนอแนะในการฝกึ และการใช้เอกสาร ..........................................................................................5
การประเมนิ ผลการฝึกปฏบิ ตั ิวชิ าชีพระหวา่ งเรยี น 1...........................................................................6
เกณฑ์ในการประเมนิ ผลการฝึกปฏบิ ตั ิวิชาชพี ระหว่างเรียน 1.............................................................7
ปว.1-1 แบบบันทึกการสงั เกตสภาพทั่วไปของโรงเรยี น .....................................................................8
ปว.1-2 แบบบนั ทึกการปฏิบตั ิงาน…………………….............................................................................16
ปว.1-3 แบบบันทึกการจดั การเรยี นรู้ (สมั ภาษณ์ครูพเี่ ล้ียง) .............................................................26
ปว.1-4 แผนการจดั การเรยี นรู้……………………………………………………………………………..……………....28
ปว.1-5 โครงร่างการวจิ ัย ..................................................................................................................41
ปว.1-6 แบบประเมนิ การปฏิบัติตนของนักศึกษา..............................................................................49
ปว.1-7 แบบประเมนิ แผนการจัดการเรียนร.ู้ .....................................................................................50
ปว.1-8 แบบประเมนิ ดา้ นคณุ ภาพการจดั การเรียนการสอน..............................................................53
ภาคผนวก 68
- แบบลงเวลาปฏบิ ัตงิ านนักศึกษา………………………………................................................................69
3
การฝึกปฏบิ ัตวิ ิชาชพี ระหวา่ งเรียน 1
มหาวิทยาลยั ราชภฏั เทพสตรี เป็นมหาวทิ ยาลัยทท่ี าหน้าที่ผลติ ครใู ห้กับโรงเรยี นประถมศึกษา
และมัธยมศึกษาในท้องถ่ินเขตรับผิดชอบ 3 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี และสิงห์บุรี การผลิตครู
ใหม้ ีคณุ ภาพสามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ครูได้เป็นอย่างดี และมีจติ วิญญาณของความเป็นครขู ้ึนอยู่กับ
กระบวนการผลิต ซึ่งได้แก่ กระบวนการเรียนการสอนหลักสูตร การฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
และกระบวนการประเมินผลการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูเป็นกิจกรรมท่ีเป็นหัวใจสาคัญของการ
ผลิตครู ในช่วงที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู นักศึกษาจะมีโอกาสนาความรู้ความเข้าใจในวิชาชีพครู
และวิชาเฉพาะท่ีศึกษาในมหาวิทยาลัยไปฝึกปฏิบัติในชั้นเรียน นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบ
การบริหารงานการศกึ ษาในโรงเรียนและได้ทางานร่วมกับบุคคลอื่นกิจกรรมเหลานี้ชว่ ยให้นักศึกษาได้
พัฒนาตนเองใหม้ ีทักษะในวิชาชพี จนสามารถปฏิบัตหิ นา้ ที่ครู ได้อย่างมัน่ ใจและมเี จตคตทิ ่ดี ีต่อวิชาชีพ
งานวิจัยหลายเร่ืองท้ังในและต่างประเทศยืนยันตรงกันว่านักศึกษาที่ประสบความสาเร็จในการฝึก
ประสบการณว์ ิชาชพี ครูจะมเี จตคตทิ ่ีดีตอ่ วิชาชีพครูและแนวโน้มจะเปน็ ครทู ่ีดใี นอนาคต
จากแผนหลักการปฏิรูปการฝึกหัดครู พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ความสาคัญ
กับการฝึกประสบการณว์ ิชาชพี ครู เพราะเปน็ กลไกสาคัญยิ่งในการสร้างบณั ฑิตครูทด่ี ี มีเจตคตทิ ่ีดีต่อ
วิชาชีพครู สถาบันฝึกหัดครูควรจะต้องปรับปรุงและพัฒนางานฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ให้
เอ้ืออานวยต่อการเรียนรู้งานครู จากครูท่ีเป็นแบบอย่างท่ีมีในโรงเรียนและชุมชน นอกจากนี้ควรจะ
พัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ท่ีส่งเสริมการฝึกหัดครูให้เปิดกว้างสู่ชุมชนขยายความร่วมมือระหว่าง
มหาวิทยาลัย ขยายแหล่งเรียนรู้ แหล่งวิทยากร และแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูอย่าง
กว้างขวาง
4
จุดประสงคข์ องการฝกึ ปฏิบัติวชิ าชีพระหวา่ งเรยี น 1
1. เพ่อื ให้นักศึกษามคี วามพร้อมก่อนออกปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศกึ ษา
2. เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษาสังเกตสภาพทั่วไปของโรงเรียนทั้งด้านการเรียนการสอน ด้าน
สถานทแ่ี ละด้านกจิ กรรม
3. เพ่ือให้นักศึกษาได้บูรณาการความรู้ท้ังหมดมาใช้ในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูใน
สถานศกึ ษา
4. เพ่ือใหน้ กั ศึกษาได้ศึกษาและฝึกปฏบิ ัติการวางแผนการศึกษาผู้เรยี นโดยการสงั เกต
5. เพอื่ ให้นกั ศึกษาไดส้ มั ภาษณง์ านในหน้าท่ีของครูผู้สอน งานในหน้าท่ีของครูประจาช้นั
6. เพอ่ื ให้นักศึกษาได้ศึกษาพฤติกรรมการจัดการเรยี นรู้ วิเคราะห์ลกั ษณะความแตกตา่ งและ
พฤตกิ รรมของผเู้ รียนงานบริหารและบริการของโรงเรยี น
7. เพ่อื ใหน้ ักศกึ ษาได้ทดลองเขียนแผนการจัดการเรยี นรู้วิชาเอก การฝึกเปน็ ผชู้ ่วยครดู า้ นการ
จัดการเรยี นรู้หรือสนับสนนุ การจดั การเรียนรู้งานธรุ การช้ันเรยี น
8. เพ่ือให้นักศึกษาได้ออกแบบการวิจัยในช้ันเรียนตามบริบทของสาขาวิชาท่ีศึกษา เพ่ือ
เตรยี มความพร้อมในการนาไปศกึ ษาวิจยั จริงเม่ือสามารถฝกึ ปฏบิ ตั ิวิชาชพี ในสถานศึกษาได้ตามปกติ
9. เพอ่ื ให้นักศึกษาได้ทาการทดลองสอนในสถานการณ์จาลองผ่านระบบออนไลน์ และมคี รูพ่ี
เล้ยี งให้คาแนะนาเพอื่ ปรับปรงุ พฒั นาการสอนของนักศึกษา เพ่ือเตรียมความพร้อมกอ่ นไปทาการสอน
จรงิ ในสถานศึกษา
5
ขอ้ เสนอแนะในการฝกึ และการใชเ้ อกสาร
การประกอบวิชาชีพให้เกิดประสิทธิผล ไม่เพียงแต่จะเรียนรู้ในภาคทฤษฎคี วามรอบรู้ในด้าน
วชิ าการเท่านั้น ที่สาคัญย่งิ กวา่ อืน่ ใดคือการฝกึ ภาคปฏิบตั อิ ย่างจริงจงั และต่อเนื่อง
วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ครูเป็นผู้รับผิดชอบ “ชีวิต” ของมนุษย์ เช่นเดียวกับแพทย์มี
หน้าที่รักษาโรคภัยไข้เจ็บ มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ แต่ครูนอกจากให้ชีวิตเหล่านั้นมีความรู้ สามารถ
อยู่ได้ในสังคมอย่างมีความสุข มีคุณธรรม เป็นพลเมืองดีของชาติแล้วยังต้องพัฒนาให้เขาเหล่าน้ันมี
คณุ ภาพชีวิตดว้ ย
นกั ศึกษาแพทย์ทุกคนต้องฝึกในโรงพยาบาลเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่องฉันใดนักศึกษาครูย่อม
ฝกึ ในโรงเรียนในสถานการณ์จริงฉันนน้ั การฝึกประสบการณ์วชิ าชีพครูตามหลักสูตรนบั เป็นโอกาสดีท่ี
ไดเ้ สริมสรา้ งคุณภาพในวิชาชพี ของตน
ข้อเสนอแนะต่อไปน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาและการพัฒนากระบวนการฝึกปฏิบัติ
วชิ าชพี ระหว่างเรยี น และการปฏิบัตกิ ารสอนในสถานศึกษาอยา่ งยงิ่ คือ
1. ศึกษาเอกสารโดยตลอดทาความเข้าใจและปฏิบัติตามขัน้ ตอนของส่งิ ที่ต้องจดั ทาตามแบบ
รายงาน
2. เข้าปฐมนเิ ทศชี้แจงการดาเนินงาน และกจิ กรรมตา่ ง ๆ ทก่ี าหนดมอบหมายไว้
3. ปฏบิ ตั งิ านเป็นข้นั ตอนตามกาหนดการ
4. บนั ทึกลงในแบบฟอรม์ ต่างๆ ตามลาดบั อยา่ งครบถว้ น
5. ให้ผู้รับผิดชอบลงช่ือในแบบบันทึกแต่ละแบบตามลาดับ (เป็นลายเซ็นต์อิเลก็ ทรอนิกส์ได้
แตต่ ้องมภี าพประกอบการทากิจกรรมต่าง ๆ กับครูพเี่ ล้ยี งประกอบในภาคผนวกดว้ ย)
6. ให้ผู้รับผิดชอบประเมินผลการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน เมื่อฝึกปฏิบัติวิชาชีพ
ระหว่างเรียนและบันทกึ การปฏิบัติงานครบถว้ นตามกาหนด
7. หลงั จากโรงเรียนประเมินผลการฝึกปฏิบัติวชิ าชีพระหวา่ งเรียนโดยครูพ่ีเลี้ยงแล้ว ฝ่ายฝึก
ประสบการณ์วิชาชีพครูและอาจารย์ผู้สอนจะประเมินผลคร้ังสุดท้ายหลังจากครบกาหนดเวลาการ
ปฏบิ ัตงิ านวิชาชีพครู
6
การประเมนิ ผลการฝกึ ปฏบิ ัติวิชาชีพระหวา่ งเรียน 1
การประเมินผลการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน ประเมินตามรายวิชาท่ีฝึกทุกปีการศึกษา
นักศึกษาต้องผ่านการฝึกเป็นข้ันตอนตามลาดับ หากไม่ผ่านในข้ันตอนใดต้องซ่อมเสริมให้ “ผ่าน” จึง
ฝึกในขน้ั ตอ่ ไปได้
การประเมินผลการปฏิบัติงานวิชาชีพครู เป็นการประเมินผลท่ีครอบคลุมท้ังคุณลักษณะ
ความเปน็ ครูและเทคนคิ วิธี โดยมีผู้ประเมินทงั้ ฝ่ายมหาวิทยาลัยและโรงเรียน
ในการประเมินผลการฝึกประสบการณ์ขั้นศึกษาสังเกตและมีส่วนร่วม นับตั้งแต่ปีการศึกษา
2542 เป็นต้นไป จะเปล่ียนระบบการประเมินผลจาก ผ่านดีเยี่ยม, ผ่าน, ไม่ผ่าน เป็นระบบการ
ประเมนิ แบบให้เกรดคือ A, B+, B, C+, C, D+, D และ E
ประเภทของแบบประเมนิ
แบบประเมินผลการฝึกปฏบิ ตั ิวิชาชีพระหว่างเรยี น หรอื ปว. มีท้ังหมด 8 ชดุ แบง่ เปน็ 2 ประเภท คือ
1. สาหรับนักศึกษา ปว.1-1 ถึง ปว.1-5 โดยมรี ายละเอียด ดังน้ี
ปว.1-1 แบบบนั ทึกการสงั เกตสภาพทวั่ ไปของโรงเรียน
ปว.1-2 แบบบันทึกการปฏิบัตงิ าน
ปว.1-3 แบบสมั ภาษณ์การจดั การเรียนรู้
ปว.1-4 แผนการจดั การเรียนรู้ 3 แผน
ปว.1-5 โครงร่างการวจิ ยั ในช้ันเรยี น
นักศึกษามหี น้าท่ีบนั ทกึ ผลการศึกษาสังเกตให้ถูกต้องตามความเป็นจรงิ หลังจากนั้น
ใหค้ รูพีเ่ ลย้ี งและอาจารยน์ ิเทศก์ลงชอ่ื รับรอง
2. สาหรบั ครูพเ่ี ล้ยี งและอาจารยผ์ ู้สอน ปว.1-6 ถงึ ปว.1-8 โดยมีรายละเอยี ด ดงั นี้
ปว.1-6 แบบประเมนิ การปฏบิ ัตติ นของนกั ศกึ ษา (โดยครูพเี่ ลีย้ ง)
ปว.1-7 แบบประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้ (โดยครพู ่เี ลย้ี ง)
ปว.1-8 แบบประเมินดา้ นคณุ ภาพการจดั การเรียนการสอน (โดยครูพี่เลี้ยง)
ครูพี่เล้ียงทาการประเมินตามแบบฟอรม์ แล้วสง่ ใหก้ ับนักศกึ ษาเพ่ือทาการรวบรวมใส่
ในเลม่ แบบบันทกึ การฝึกปฏบิ ัติวชิ าชพี ระหว่างเรียน 1
7
เกณฑใ์ นการประเมนิ ผลการฝกึ ปฏบิ ัตวิ ิชาชีพระหวา่ งเรียน 1
1. คะแนน ปว.1-6 ถึง ปว.1-8 ซึ่งได้รับการประเมินจากครูพ่ีเล้ียงประจาโรงเรียนหน่วยฝึก
ประสบการณว์ ชิ าชีพครู
2. คะแนนจากการประเมินของอาจารย์ผู้สอนรายวิชาฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1 ซ่ึง
ประกอบด้วย คะแนนจากแบบบันทึกการปฏิบัติงานของนักศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ งานวิจัยใน
ชั้นเรียน การมีส่วนร่วมในช้ันเรียน การนาเสนอ บุคลิกภาพ และการแต่งกาย การใช้วาจา กิริยา
ท่าทาง และความรบั ผดิ ชอบ
3. แนวทางการให้คะแนนรายวิชาการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1 กาหนดเกณฑ์การ
ใหค้ ะแนน ดงั นี้
3.1 อาจารย์ผู้สอน รวม 60 คะแนน
3.1.1 แบบบันทึกปฏิบตั งิ านของนกั ศึกษาในภาพรวม 30 คะแนน
3.1.2 โครงร่างงานวจิ ัยในช้นั เรียน 10 คะแนน
3.1.3 การมสี ่วนรว่ มในการจดั การเรยี นการสอน 10 คะแนน
3.1.4 พฤติกรรมการเรยี นของนักศกึ ษา 10 คะแนน
3.2 ครพู ่เี ล้ียง รวม 40 คะแนน
3.2.1 แบบประเมินการปฏิบัติตนของนักศึกษา 10 คะแนน
3.2.2 แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรู้ 10 คะแนน
3.2.3 แบบประเมินการจัดการเรยี นรู้ 20 คะแนน
รวมท้ังสิน้ 100 คะแนน
4. นาคะแนนจากขอ้ 1 และ 2 มารวมกนั แล้วประเมินเป็นเกรดโดยมีเกณฑ์ ดังนี้
คิดจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน
คะแนน 90 – 100 ได้ระดบั A
คะแนน 85 – 89 ได้ระดับ B+
คะแนน 80 – 84 ไดร้ ะดับ B
คะแนน 75 – 79 ได้ระดับ C+
คะแนน 70 – 74 ไดร้ ะดบั C
คะแนน 65 – 69 ไดร้ ะดบั D+
คะแนน 60 – 64 ได้ระดับ D
คะแนน 0 – 59 ไดร้ ะดบั E
8
ปว.1-1
แบบบันทึกการสงั เกตสภาพทั่วไปของโรงเรยี น
คาช้แี จงให้นักศึกษาบันทึกข้อมูลการศึกษาและสังเกตสภาพท่ัวไปตามความเป็นจริงของสถานศึกษา
ลงในช่องวา่ งตามหัวขอ้ ที่กาหนด
1. โรงเรยี น โคกกระท้อนกติ ติวุฒวิ ิทยา สังกัด สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามธั ยมศกึ ษาสระบุรี
เลขท่ี 46/4 หมู่ 5 ซอย/ถนน พัฒนพงษ์ ตาบล/แขวง งิ้วงาม อาเภอ/เขต เสาไห้
จังหวดั สระบรุ ี รหสั ไปรษณีย์ 18160 โทรศัพท์ 036-301023 โทรสาร 036-301307
2. คตพิ จน์/ปรชั ญาของโรงเรยี น/วิสัยทศั น์ของโรงเรยี น
คตพิ จน์ ปญั ญา นรานงั รตนัง “ ปญั ญาเป็นแก้วของนรชน ”
ปรชั ญาของโรงเรียน ศกึ ษาดี มีคุณธรรม นาชุมชน
วสิ ัยทัศน์ของโรงเรยี น มุง่ พัฒนาผ้เู รยี นให้มภี มู ิรแู้ ละทักษะชีวติ ก้าวทนั เทคโนโลยี
มคี ณุ ธรรม เชดิ ชวู ัฒนธรรมไท ยวน
3. ชอ่ื ผบู้ รหิ ารโรงเรียน นายสนุ ทร พริกจารญู
รองผู้อานวยการโรงเรยี น นางสพุ รรณี เสาใบ
หวั หน้ากลมุ่ บรหิ ารวิชาการ นางยุพดี ไพรวรรณ์
หัวหนา้ กลมุ่ บริหารงานงบประมาณ นางจีรนันท์ ทาแก้ว
หวั หน้ากลมุ่ งานบรหิ ารท่ัวไป นายปญั ญา จาเริญศกั ดิ์ศรี
หวั หนา้ กลมุ่ งานกิจการนักเรยี น นางสาวพกิ ลุ ต๊ะทองดี
9
4. บุคลากร
4.1 ครอู าจารย์
ระดบั การศึกษา สาขาวชิ า จานวน รวม
ชาย หญิง
ปรญิ ญาเอก - -- -
ปรญิ ญาโท ภาวะผู้นาการบริหารและ 1- 1
การจดั การศึกษา
ปริญญาตรี บรหิ ารการศึกษา -4 4
หลักสตู รการสอน 1- 1
วทิ ยาศาสตรศ์ ึกษา -1 1
11 2
คอมพวิ เตอร์
1- 1
ป.กศ.สูงหรอื เทียบเท่า ดนตรคี ีตศิลป์ ไทยศกึ ษา -1 1
ครูอัตราจ้าง ดนตรศี กึ ษา -2 2
คณิตศาสตร์ -1 1
การจดั การท่วั ไป -1 1
ภาษาไทย -1 1
ครุศาสตรบ์ ณั ฑิต -1 1
วิทยาการจดั การ 1- 1
ศิลปศกึ ษา 11 2
วทิ ยาศาสตรท์ ่วั ไป -1 1
การสอนภาษาองั กฤษ 1- 1
ภาษาองั กฤษ -1 1
ฟิสกิ ส์ 1- 1
เทคโนโลยีอตุ สาหกรรม -1 1
ชีวเคมี -1 1
เคมสี ง่ิ แวดลอ้ ม -- -
1- 1
- 1- 1
ภาษาตา่ งประเทศ -1 1
คณิตศาสตร์
บรหิ ารการจดั การท่วั ไป
10
ธุรการ - - - -
อื่นๆ - - - -
รวม 10 19 29
4.2 คนงาน มีทง้ั หมด 5 คน เปน็ หญิง 2 คน เปน็ ชาย 3 คน
4.3 นกั เรียน มีทัง้ หมด 422 คน เปน็ หญิง 158 คน เป็นชาย 264 คน
แยกตามลาดับขัน้ ต่าง ๆ ไดด้ งั น้ี จานวนห้อง จานวนนักเรยี น
หญงิ ชาย รวม
ระดับช้ัน 3 25 64 89
3 32 60 92
1. มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 3 42 45 87
2. มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 2 29 25 54
3. มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 2 18 37 55
4. มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 2 16 29 45
5. มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 15 158 264 422
6. มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6
รวม
สรุปอัตราส่วนระหวา่ งจานวนครอู าจารย์ตอ่ จานวนนกั เรยี น โดยประมาณ คอื
ครูอาจารย์ 1 คน ต่อนักเรียน 20 คน
5. อาคารสถานท่ี
5.1 ห้องเรียน มที ั้งหมด 40 หอ้ ง
5.2 หอ้ งพกั ครูอาจารย์ มีทงั้ หมด 4 หอ้ ง
5.3 ห้องสง่ เสริมวชิ าการ มีทั้งหมด 13 ห้อง คอื
หอ้ งปฏบิ ตั ิการทางคณติ ศาสตร์ จานวน 1 ห้อง
ห้องปฏิบัติการทางนาฏศิลป์ จานวน 1 หอ้ ง
ห้องปฏบิ ตั กิ ารทางศิลปะ จานวน 1 ห้อง
หอ้ งปฏิบตั กิ ารทางภาษา จานวน 1 หอ้ ง
หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทางวิทยาศาสตร์ จานวน 6 หอ้ ง
หอ้ งปฏิบัตกิ ารทางคณติ ศาสตร์ จานวน 3 ห้อง
11
6. สภาพแวดล้อม
6.1 สถานทสี่ าคัญท่อี ยู่ใกลโ้ รงเรยี น ไดแ้ ก่ วดั โคกกระทอ้ น ต.งิว้ งาม อ.เสาไห้ จ.สระบรุ ี
6.2 สถานทใ่ี กลเ้ คียงโรงเรียนที่เป็นแหลง่ วิทยาการสง่ เสรมิ การจัดการเรียนการสอน
- หอวฒั นธรรมพ้ืนบา้ นไทยวน สระบรุ ี
- สวนพฤกษศาสตร์ภาคกลางพุแค
- ต้นกล้าเกษตร สระบุรี
- ศูนย์ทอผา้ บา้ นตน้ ตาล
- ศึกษาประวตั ิศาสตร์วดั สมหุ ประดษิ ฐาราม
-วัดเขาแกว้ วรวหิ าร
7. สภาพของนักเรยี น
7.1 สภาพครอบครัว (อาชีพ ฐานะทางเศรษฐกจิ )
สถานภาพทางบ้านของนักเรียนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างท่ัวไป ซึ่งท้ังการทางาน
เป็นลูกจ้าง และทางานในจังหวัดและบริเวณจังหวัดใกล้เคียง บางครอบครัวประกอบอาชีพ
เกษตรกรรม ปลูกขา้ ว ปลูกพชื ไร่ เพราะพน้ื ทสี่ ่วนใหญ่เหมาะแก่การเพาะปลกู
7.2 พฤติกรรมนกั เรยี น
พฤติกรรมนักเรียนส่วนใหญ่จะมีสัมมาคารวะและอ่อนน้อม เมื่อพบครูหรืออาจารย์จะ
ทาความเคารพ เสมอด้วยความเต็มใจ มจี ติ สานึกที่ดี มีความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ยในดา้ นการแต่งกาย
มรี ะเบยี บวินยั รหู้ น้าท่ี ตัวเอง กระตือรือร้นในการทางาน
8. ภาระหนา้ ทขี่ องครูผู้สอน
8.1 ครปู ระจาชนั้
1. เข้าร่วมประชุมครูประจาชน้ั เพอ่ื รับฟงั คาชีแ้ จงเก่ียวกับแนวทางปฏบิ ัติงาน
2. เขา้ ร่วมปฐมนิเทศนกั เรยี นประจาปี
3. ใหค้ าปรกึ ษาเกย่ี วกบั การเรยี น และการรกั ษาสภาพการเป็นนักเรยี น
4. จัดทาประวตั ินกั เรียนท่รี บั ผดิ ชอบ
5. โฮมรูมนักเรียนประจาชั้นของตนเอง
6. ตรวจสอบผลการเรยี นทกุ ภาคเรยี นและแจง้ ให้ผู้ปกครองนกั เรยี นทราบ
7. ดูแลและติดตามนักเรียนใหม้ ีเวลาเรียนเกนิ รอ้ ยละ80
8. ดแู ลและแนะนานกั เรยี นให้มีพฤตกิ รรมการเรยี นทด่ี ีข้นึ เชน่ การใฝ่เรยี นรู้ ความรบั ผิดชอบ
ความซื่อสตั ย์ เปน็ ตน้ รวมถึงการกระตนุ้ ใหม้ ีสว่ นรว่ มในการทากิจกรรมระหวา่ งเรียน
12
9. ประสานงานกับครปู ระจารายวิชาเพือ่ ตรวจสอบเวลาเรยี นและพฤติกรรมการเรยี นของ
นกั เรียน
10. คอยดูแลชว่ ยเหลือให้คาปรกึ ษา และชว่ ยแก้ปญั หานกั เรยี นทม่ี พี ฤตกิ รรมอันเป็นเหตุที่จะ
ทาใหไ้ ม่สาเรจ็ การศกึ ษา
11. ประสานงานกับผปู้ กครองนกั เรยี น เพ่ือชว่ ยกันแก้ไขปัญหาท่เี กดิ ข้นึ กบั นักเรียน
12. เสนอรายชอ่ื นักเรยี นทม่ี คี ณุ สมบตั เิ หมาะสมควรไดร้ บั การเชิดชเู กียรติหรือได้รบั
ทุนการศกึ ษา
8.2 งานอืน่ ๆ
ครผู ้สู อนอาจไดร้ บั ผิดชอบงานในโรงเรยี นในกลุ่มงานอนื่ ๆ เชน่
1. งานวิชาการ
2. งานวดั และประเมินผล
3. งานอาคารและสถานท่ี
4. งานสหกรณ์
5. งานกิจการนกั เรยี น เปน็ ต้น
9. แผนผังแสดงบรเิ วณและทตี่ งั้ ของโรงเรียน
13
10. ประวตั โิ รงเรยี น
โรงเรียนโคกกระท้อนกิตติวุฒิวิทยา เดิมชื่อ โรงเรยี นโคกกระท้อนปล้ืมวิทยา ตามความจานง
มอบที่ดนิ ของนายคาป่ัน ปลกุ ปลื้ม จะทาการสร้างอาคารเรียนอยู่ทีต่ าบลท่าชา้ ง อาเภอเสาไห้
จงั หวัดสระบรุ ี โดยมีพระอธกิ ารถนอมปริปณุ โน เจ้าอาวาสวัดโคกกระทอ้ นในขณะนน้ั เป็นผู้ดาเนนิ การ
ก่อตั้งเบื้องต้นได้อาศัยเรียนท่ีโรงเรียนวัดโคกกระท้อนและศาลาวัดโคกกระท้อน โดยเปิดทาการสอน
ในระดบั ช้นั มัธยมศึกษาตอนตน้ (ม.ศ.1) และ ม.1 ตามหลกั สูตรมัธยมศึกษาตอนต้น พุทธศกั ราช2521
ซึง่ มี นกั เรยี นสมัครเรียนทง้ั หมด 49 คน และมคี รู 7 คน เม่ือโรงเรยี นเปิดทาการสอนไประยะหน่งึ
เกิดมีปัญหาอุปสรรคหลายอย่าง อาทิเช่น โรงเรียนอยู่ ห่างไกลจากวัดจากถนนใหญ่ การเดินทางมา
โรงเรยี นของนกั เรียนไมส่ ะดวกนา้ ไฟยงั พัฒนาไปไม่ถึง พระอธกิ ารถนอม ปริปุณโน พร้อมดว้ ย
นายเสงีย่ ม คัมภรี ะ ประธานคณะกรรมการศกึ ษาโรงเรียนตลอดจน นายคาปนั่ ปลุกปลื้ม และ
กานนั บุดดา วรี ะฉิมพลี ผู้นาชุมชนในขณะนั้นได้ร่วมกับประชาชนในท้องถิ่นบริจาคทุนทรัพย์เพ่ือหาที่
ก่อสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ท่ีมีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคและใกล้วัด ใกล้ชุมชนมีการคมนาคม
สะดวกซึ่งเป็นท่ีตั้งของโรงเรียนในปัจจุบันบนเนื้อท่ี 30 ไร่ 2 งาน 53 ตารางวา เลขที่ 46/4 หมู่ที่ 5
ถนนพฒั นพงษ์ หม่บู ้านโคกกระท้อน ตาบลงิ้วงาม อาเภอเสาไห้ จงั หวัดสระบุรี รหสั ไปรษณยี ์ 18160
โทรศัพท0์ 36-301023, โทรสาร 036-301307
14
เมื่อปีพ.ศ. 2522 พระคุณเจ้าพระอุดรคณารักษ์(พระอาจารย์กิตติวุฒโฑภิกขุ) ซึ่งขณะน้ันได้
เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระเทพกิตติปัญญาคุณ ผู้เป็นผู้อานวยการจิตภาวันวิทยาลัย อาเภอบางละมุง
จงั หวดั ชลบุรี ไดร้ บั เป็นองคอ์ ุปถัมภโ์ รงเรียน และมอบวัสดุก่อสร้างมาสมทบสร้างอาคารเรียนชั่วคราว
ท่ีกรมสามัญศึกษา จัดสรรงบประมาณมาให้ 1 หลัง 4 ห้องเรียน แต่เปล่ียนเป็นอาคารเรียนช่ัวคราว
แบบพิเศษ 11
ดังน้ัน โรงเรียนโคกกระท้อนปล้ืมวิทยา จึงเปล่ียนช่ือใหม่ว่าโรงเรียนโคกกระท้อนกิตติวุฒิ
วิทยา ตั้งแต่น้ันมาจนถึงปัจจุบันจนกระทั่งปี พ.ศ.2524 โรงเรียนได้รับอนุมัติงบประมาณจากกรม
สามัญศึกษาให้จัดสร้าง อาคารถาวร แบบ ค 216 ค ครึ่งหลังจานวน 8 ห้องเรียน โรงเรียนจึงย้าย
นกั เรียนออกจากโรงเรียนวดั โคกกระท้อนมาอยทู่ ี่อาคารถาวร และในปี พ.ศ. 2531 ได้รบั อนมุ ัติให้เปิด
เรยี นระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาตอน ปลาย แผนการเรียนวิทย์-คณติ ซึ่งมนี ักเรียนมาสมคั รเรยี นเป็นจานวน
41 คน
11. ขอ้ มูลโรงเรียนดเี ดน่
1. โรงเรียนได้รับคัดเลือกจากกระทรวงศึกษาธิการเข้าสูโ่ ครงการโรงเรียนในฝนั ประจาอาเภอ
เสาไหใ้ นปี พ.ศ. 2546
2. โรงเรียนได้รับ รางวัลระดับเหรียญทอง“นวัตกรรมการบริหารจัดการเรียนการสอนด้วย
วิธกี ารปฏิบตั ิที่ เป็นเลิศ (Best Practice )” พ.ศ. 2564
3. โรงเรียนเข้าร่วมโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ จากสานักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน
มหาวิทยาลัยจฬุ าลงกรณ์ราชวิทยาลัย
15
แผนภูมิโครงสรา้ งการบรหิ ารของโรงเรียน
นายสุนทร พริกจารูญ
นางบบุ ผา บญุ เพง็
ลงชอ่ื ผู้บนั ทกึ
(นางสาวภิตยา สุขด)ี
วนั ท่ี 4 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2564
ลงชอ่ื ครพู ี่เลยี้ ง
(นางสาวนสุ รา คาน้อย)
วันที่ 5 เดอื น ตลุ าคม พ.ศ. 2564
16
ปว.1-2
แบบบันทึกการปฏบิ ัติงาน
คาชี้แจง ให้นักศึกษาบันทึกผลการปฏิบัติงานในสถานศึกษาผ่านระบบออนไลน์ทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน
ตามท่กี าหนดให้
วนั ศุกร์ ที่ 3 เดือน กันยายน พ.ศ. 2564
งาน รายการท่ีปฏิบตั /ิ ส่ิงทไ่ี ด้รับจาก ลงชอ่ื ครพู เ่ี ล้ียง
ที่ได้เรียนรู้ การปฏิบัตงิ านนี้
1. สังเกตการสอนผา่ น - สังเกตวธิ ีการสอนผา่ น - ไดเ้ รียนรู้วธิ ีการสอน
ระบบออนไลน์ ชน้ั ม. ระบบออนไลน์ เรื่องพืน้ ที่ ออนไลน์ผ่านบน
3/1 ผิวและปรมิ าตร แอปพลเิ คชันไลน์ โดยจะ
- แนะนาตวั และช้ีแจงการ มีการเชค็ ชอ่ื ผ่านทางชอ่ ง
ปฏบิ ัตกิ ารสังเกตการสอน แชทกอ่ นทจี่ ะมกี ารเริม่
กบั นกั เรียน วิดีโอคอลเพื่อให้นักเรียน
และผสู้ อนไดเ้ ตรียม
ความพร้อม ระหวา่ งสอน
มกี ารเรยี กถามนักเรียน
เปน็ ระยะเพื่อเช็คความ
เขา้ ใจและดงึ ดดู ให้
นักเรียนมคี วามสนใจใน
การเรยี น
- ไดท้ าความรู้จักกบั
นกั เรียน มกี ารแนะนาตวั
ทักทายของนักเรยี น
17
วัน จนั ทร์ ท่ี 6 เดอื น กันยายน พ.ศ. 2564
งาน รายการทีป่ ฏบิ ัต/ิ ส่ิงที่ไดร้ ับจาก ลงช่ือครูพ่ีเล้ียง
ท่ีได้เรียนรู้ การปฏบิ ตั งิ านนี้
2. . สังเกตการสอน - สงั เกตการสอนและ - การแบง่ งานเปน็ กลุ่มทา
ผา่ นระบบออนไลน์ เรยี นรวู้ ธิ ีการทางานกลุ่ม ให้มกี ารทางานทต่ี ืน่ เต้น
และเรียนรู้แนว และการนาเสนองานกลุม่ และนา่ สนใจมากยิ่งข้ึน
ทางการนาเสนองาน ผ่าน google meet - นักเรยี นมีความมัน่ ใจใน
กล่มุ ของนกั เรียน - ครพู ีเ่ ลีย้ งให้ออกความ การนาเสนองาน และรับ
ช้นั ม.3/2 คดิ เห็นและแนะนาการ ฟงั ความคิดเหน็ จาก
นาเสนองานเพิม่ เติมกับ ผู้สอน
นกั เรียน
วนั องั คาร ที่ 7 เดอื น กนั ยายน พ.ศ. 2564 สิ่งท่ไี ด้รับจาก ลงชื่อครพู เี่ ลี้ยง
การปฏบิ ตั งิ านน้ี
รายการทป่ี ฏิบัติ/
งาน ท่ีได้เรียนรู้ - นักเรยี นท้ังสองห้องจะ
มกี ารตอบสนองจากการ
3. สงั เกตการณส์ อน - สงั เกตการณ์สอน ช้ัน สอนทตี่ า่ งกนั ครผู ้สู อน
ผา่ นระบบออนไลน์ ม.3/1และ ม.3/2 และ จะใชว้ ธิ ซี ักถามเพ่ือให้
ชั้น ม.3/1 ม.3/2 และ เรยี นรวู้ ธิ ีการทางานกล่มุ นักเรียนหาคาตอบไป
ม.3/3 และเรยี นรู้แนว และการนาเสนองานกล่มุ พรอ้ มกบั การสอนเพอื่
ทางการประพฤติ ผา่ นระบบออนไลน์ของ กระตนุ้ ให้เกดิ ความคดิ
ปฏบิ ัตติ นในการ นกั เรียนชน้ั ม.3/3 และความสนใจในการ
สงั เกตการสอนกับครู - ฟงั คาแนะนาและแนว เรยี นมากยง่ิ ขึ้น
พเี่ ลย้ี ง ทางการปฏบิ ตั ิตนในการ - นกั เรยี นช้นั ม.3/3 มี
การนาเสนองานกลุม่ มี
เขา้ สงั เกตการสอน กลุ่มท3่ี ไมไ่ ดน้ าเสนอ
สาเหตเุ กดิ จากขาด
ความพร้อมในการ
ทางานกลุ่ม
18
- ได้รู้วธิ ีการสรา้ ง
ความสมั พนั ธก์ ับ
นักเรยี นเพื่อดงึ ดดู ให้
นกั เรยี นอยากเรียนมาก
ขึ้น เรยี นรู้วิธีการพดู
การวางตัว และวิธี
จัดการชั้นเรยี นออนไลน์
เม่อื เกดิ ปญั หาจาก
การปฏิบตั ิการเข้าสงั เกต
การสอน
วัน พุธ ท่ี 8 เดือน กันยายน พ.ศ. 2564
งาน รายการที่ปฏิบตั ิ/ ส่งิ ที่ได้รับจาก ลงช่อื ครูพี่เล้ียง
ที่ไดเ้ รียนรู้ การปฏบิ ตั ิงานนี้
-ครผู ู้สอนอธิบายและให้
4. . สังเกตการสอน - สังเกตการสอนและ นกั เรยี นคิดตามเพื่อ
ความเขา้ ใจมากขน้ึ
ผ่านระบบออนไลน์ เรียนรวู้ ธิ ีการสอนผ่าน ผสู้ อนใช้คาพดู ท่ีเข้าใจ
ง่ายเพื่อให้นกั เรียนมี
ช้ัน ม.3/3 ระบบออนไลน์ เร่ืองพน้ื ที่ ความเขา้ ใจทมี่ ากยิ่งคิด
และมกี ารสอนให้
ผวิ และปริมาตร นักเรยี นใช้วธิ กี ารสงั เกต
โจทย์เพือ่ หาคาตอบได้
เรว็ ย่ิงข้ึน
19
วัน พฤหสั บดี ท่ี 9 เดือน กันยายน พ.ศ. 2564
งาน รายการท่ีปฏบิ ตั ิ/ ส่งิ ท่ีไดร้ บั จาก ลงชือ่ ครูพ่เี ล้ียง
ทไ่ี ดเ้ รยี นรู้ การปฏิบัตงิ านน้ี
- ครูผูส้ อนอธบิ ายและให้
5.สังเกตการสอนผ่าน - สงั เกตการสอนและ นกั เรียนคดิ ตามเพื่อ
ความเขา้ ใจมาขน้ึ ผสู้ อน
ระบบออนไลน์ ชนั้ เรยี นร้วู ธิ ีการสอนผา่ น ใชค้ าพูดที่เขา้ ใจงา่ ย
เพอื่ ใหน้ กั เรยี นมีความ
ม.3/3 และเรยี นรแู้ นว ระบบออนไลน์ เร่ืองพ้ืนที่ เข้าใจที่มากยิ่งคิด และมี
การสอนใหน้ ักเรยี นใช้
ทางการประพฤติ ผวิ และปริมาตร วิธีการสังเกตโจทยเ์ พื่อ
หาคาตอบไดเ้ ร็วยิ่งขึ้น
ปฏิบตั ติ นในการ - ไดเ้ รยี นรู้การปฏิบตั ิตน
และพฒั นาความเป็นครู
พฒั นาความเปน็ ครู มอื อาชีพ
มอื อาชีพ
20
วัน ศกุ ร์ ท่ี 10 เดอื น กนั ยายน พ.ศ. 2564
งาน รายการท่ีปฏิบตั /ิ สิ่งที่ได้รบั จาก ลงช่ือครพู ีเ่ ล้ียง
ท่ไี ด้เรียนรู้ การปฏบิ ัติงานนี้
6.ทดลองสอนผา่ น - ทดลองสอนออนไลน์ - มกี ารแจง้ ทางแชทไลน์
ระบบออนไลน์คร้งั ท่ี 1 ผา่ น google meet เรือ่ ง กอ่ นท่ีจะถึงเวลาเขา้
ชน้ั ม.3/1 เรอื่ ง สว่ นประกอบของทรงกลม เรียนกอ่ น 15 นาที
ปริมาตรทรงกลม และวิธกี ารหาปริมาตรของ เพอ่ื ใหน้ ักเรียนไดเ้ ตรยี ม
ทรงกลม ความพร้อม ไดร้ ้วู ่า
การสอนออนไลน์
นกั เรยี นจะมีความเข้าใจ
ท่ยี ากกวา่ การเรยี นใน
สถานศึกษาจรงิ จึงต้องมี
การอธิบายทเ่ี ข้าใจง่าย
และดึงดูความสนใจของ
นกั เรียนใหไ้ ด้มาก เชน่ มี
การถาม-ตอบระหวา่ ง
เรยี น
วัน จันทร์ ท่ี 13 เดือน กนั ยายน พ.ศ. 2564
งาน รายการทีป่ ฏิบตั ิ/ สิ่งทีไ่ ด้รับจาก ลงชอ่ื ครูพี่เล้ียง
ทไ่ี ดเ้ รยี นรู้ การปฏบิ ัตงิ านนี้
7. ฟงั คาแนะนาและ - รบั ฟังคาแนะนาจากครพู ี่ - ร้ขู อ้ บกพร่องของ
ประเมนิ การทดลอง เลยี้ งหลังจากทดลองสอน ตนเอง และร้วู ธิ ีการแก้ไข
สอน คร้ังท่ี 1 เพื่อใหก้ ารสอนคร้ังต่อไป
มปี ระสิทธภิ าพมากยิง่ ข้ึน
21
วนั อังคาร ท่ี 14 เดอื น กนั ยายน พ.ศ. 2564
งาน รายการที่ปฏิบตั ิ/ สง่ิ ที่ได้รบั จาก ลงชือ่ ครูพเ่ี ล้ียง
ท่ไี ดเ้ รยี นรู้ การปฏิบตั งิ านนี้
-นักเรียนมีความ
8. สงั เกตการณ์สอน - สังเกตการสอนและ กระตือรอื รน้ ในการทา
กจิ กรรม
ผา่ นระบบออนไลน์ เรยี นร้วู ิธกี ารสอนผ่าน - ครูพเ่ี ลย้ี งมกี ารช่ืนชม
นกั เรียนทีต่ อบคาถามถูก
ช้ัน ม.3/1 ม.3/2 และ ระบบออนไลน์ เรื่องพ้นื ท่ี เพื่อให้นักเรียนมีกาลงั ใจ
ในการเรยี น
ม.3/3 ผิวและปรมิ าตร
วนั พธุ ที่ 15 เดอื น กนั ยายน พ.ศ. 2564
งาน รายการทป่ี ฏบิ ัต/ิ สิ่งทไ่ี ดร้ บั จาก ลงชอื่ ครพู เ่ี ล้ียง
ท่ไี ดเ้ รยี นรู้ การปฏิบัตงิ านน้ี
9. สังเกตการณ์สอน - สังเกตการณ์สอนผ่าน - ได้เรียนรู้เกีย่ วกบั
ผ่านระบบออนไลน์ ชั้น ระบบออนไลน์ เร่ืองโจทย์ วิธีการสอนออนไลน์ เข้า
ม.3/3 ปัญหาปริมาตรทรงกลม เรยี น มีการเรยี กนักเรยี น
ให้ตอบเป็นระยะๆ
เพือ่ ทดสอบความเขา้ ใจ
หลงั จากน้นั ใหน้ กั เรียน
ทาแบบฝึกหัดในหนงั สอื
เรยี น
22
วัน พฤหสั บดี ที่ 16 เดอื น กันยายน พ.ศ. 2564
งาน รายการทป่ี ฏิบตั ิ/ สง่ิ ท่ไี ด้รับจาก ลงช่อื ครพู ีเ่ ล้ียง
ทไ่ี ดเ้ รยี นรู้ การปฏิบตั ิงานนี้
10. สงั เกตการณ์สอน - สงั เกตการณ์สอนผา่ น - รู้วิธีการนาเขา้ สู่
ผา่ นระบบออนไลน์ ระบบออนไลน์ ชัน้ ม.3/2 บทเรียนใหน้ า่ สนใจ โดย
ชัน้ ม.3/1 ม.3/2 และ และ ม.3/1 เร่ืองโจทย์ การยกตวั อย่างสิง่ ที่ใกล้
ม.3/3 ปัญหาปริมาตรทรงกลม ตวั นักเรยี น ใหเ้ กิด
และฟงั คาแนะนาการ และเรือ่ งความคล้ายในชัน้ จิตนาการภาพที่เขา้ ใจ
เขยี นแผนการสอน ม.3/1 งา่ ย
- รบั ฟงั คาแนะนาการ - ไดเ้ รยี นรู้วิธีการเขียน
เขยี นแผนการสอน แผนการสอนให้ถูกต้อง
และครบถว้ นตามหลัก
วิชาการ
วัน ศกุ ร์ ท่ี 17 เดือน กันยายน พ.ศ. 2564
งาน รายการทีป่ ฏิบัติ/ ส่ิงที่ได้รับจาก ลงชื่อครูพเี่ ล้ียง
ทีไ่ ดเ้ รียนรู้ การปฏิบัตงิ านนี้
11. .ทดลองสอนผ่าน - ทดลองสอนครั้งที่ 2 ดว้ ย - ได้นาขอ้ บกพรอ่ งใน
ระบบออนไลน์คร้งั ที่ 2 google meet เร่อื งรูป การทดลองสอนคร้ังที่ 1
ช้ัน ม.3/1 เร่อื งรปู สามเหลี่ยมทค่ี ล้าย มาปรับแก้ไขในการสอน
สามเหลี่ยมคล้ายและ - รบั ฟังคาชแ้ี จงท่ีครพู ี่ ครง้ั นี้
ฟงั คาแนะนาและ เล้ียงประเมนิ หลังจาก - ไดเ้ รียนร้กู ารจดั การ
ประเมนิ การทดลอง ทดลองสอนครั้งที่ 2 เรยี นการสอนท่ดี ี ควร
สอน ถามคาถามนักเรยี นเป็น
ระยะ เพอื่ ทดสอบความ
เขา้ ใจของนกั เรยี น และ
มอบหมายให้นกั เรยี นทา
แบบฝึกหัดเปน็ การ
ทดสอบความเข้าใจใน
เน้อื หา
23
วนั จนั ทร์ ที่ 20 เดือน กันยายน พ.ศ. 2564
งาน รายการท่ปี ฏิบัต/ิ ส่งิ ที่ไดร้ บั จาก ลงชื่อครูพี่เล้ียง
ท่ีได้เรยี นรู้ การปฏบิ ัติงานนี้
12. สัมภาษณ์การ - ไดท้ ราบถงึ การพบเจอ
จัดการเรยี นรจู้ ากครู - สมั ภาษณค์ รพู ่ีเล้ยี ง ปญั หาและวิธีการ
พเ่ี ล้ยี ง และคมุ สอบ เก่ียวกบั การจดั การเรียนรู้ แกป้ ัญหาในการจดั
นักเรยี นช้ัน ม.3/2 ในชั้นเรยี นตามหัวขอ้ การเรยี นร้ใู นช้ันเรียน
คาถามท่ีทางมหาวิทยาลยั ควรมกี ารจัดเตรียม สื่อ
ไดก้ าหนดไว้และถาม อุปกรณ์ในการจัด
เพมิ่ เติมเพื่อเพ่ิมความรู้ การเรยี นการสอนใหม้ ี
- สงั เกตการณส์ อบผ่าน สภาพท่พี ร้อมใช้
ระบบออนไลน์ ชั้น ม.3/2 ดาเนนิ การเรยี นการสอน
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและ
สรุปบทเรียนเปน็ ขนั้ ตอน
ท่สี าคัญเพอ่ื ความเขา้ ใจ
ทีต่ รงกันของครูผ้สู อน
และนกั เรยี น
- ได้ร้วู ิธีการสอน
ออนไลนผ์ า่ น
แอปพลเิ คชันไลน์มีการ
แบง่ เป็น 2 กลมุ่
การสอบมีการกาหนด
ระยะเวลาในการสง่
ขอ้ สอบ และมีการเปิด
กลอ้ งตลอดเวลาท่ที า
ขอ้ สอบเพื่อกนั การลอก
24
วัน อังคาร ที่ 21 เดอื น กันยายน พ.ศ. 2564
งาน รายการท่ปี ฏิบตั ิ/ สง่ิ ที่ได้รับจากการ ลงชอ่ื ครูพเ่ี ลี้ยง
ทีไ่ ด้เรยี นรู้ ปฏิบตั ิงานน้ี
13. .ทดลองสอนผา่ น - ทดลองสอนคร้ังท่ี 3 ด้วย - ไดร้ วู้ ธิ ีการจดั การเรียน
ระบบออนไลน์ครง้ั ท่ี 3 google meet เรอ่ื งการ การสอนไดด้ ขี ึน้
ชน้ั ม.3/1 หาความยาวดา้ นของรูป มีการนาเข้าสู่บทเรียน
และสังเกตการณ์สอน สามเหลีย่ มทค่ี ลา้ ยกนั ดว้ ยเกมออนไลนเ์ พื่อให้
ผา่ นระบบออนไลน์ - สังเกตการณส์ อน ผ่าน เด็กนักเรยี นคลายเครยี ด
ชน้ั ม.3/2 และ ม.3/3 ระบบออนไลน์ และศึกษา และไม่ร้สู ึกกดดันกบั
วธิ กี ารตามงานคา้ งของ การเรียนออนไลนม์ าก
นกั เรียนทีไ่ มส่ ่งงาน จนเกนิ ไป สอนเสร็จควร
สรุปและชี้แจงใหช้ ัดเจน
ถึงการบา้ นและเนื้อหาที่
เรียน
- จะมีบนั ทกึ การส่งงาน
ของแต่ละห้องเรยี น
สรา้ งกฎเกณฑเ์ พื่อ
กระตุน้ ใหน้ ักเรยี นเรง่
ทางานสง่
25
วัน พธุ ท่ี 22 เดอื น กนั ยายน พ.ศ. 2564
งาน รายการที่ปฏิบัต/ิ ส่งิ ทไ่ี ดร้ ับจาก ลงชื่อครพู ี่เล้ียง
ท่ไี ด้เรียนรู้ การปฏบิ ัติงานนี้
- ได้เรียนรขู้ อ้ บกพร่อง
14. ฟังคาแนะนาและ - รบั ฟังคาแนะนาและคา ของตนเอง และวิธี
การแก้ไข วิธีการพูดเพื่อ
การประเมินผลการ ชี้แจงหลงั จากการทดลอง กระตุน้ ให้เดก็ เกดิ
ความสนใจ ควรสรา้ ง
ทดลองสอนคร้ังท่ี 3 สอนครงั้ ที่3 ความประทับใจ
เสริมแรงทางบวก
ชว่ ยเหลอื ใส่ใจนกั เรยี น
จะทาใหเ้ ด็กร้สู ึกเข้าถงึ
และกล้าท่จี ะซักถามกับ
ครูผ้สู อนมากข้นึ
วัน ศุกร์ ที่ 24 เดือน กันยายน พ.ศ. 2564
งาน รายการที่ปฏบิ ัติ/ สิ่งท่ีได้รบั จาก ลงชอื่ ครพู เ่ี ล้ียง
ที่ไดเ้ รียนรู้ การปฏบิ ัติงานน้ี
- นกั เรยี นมีความเข้าใจ
15. พูดคยุ ฟงั ผลตอบ - รบั ฟังผลตอบรับจาก และชอบสอ่ื การสอนท่ี
ดึงดดู มีกิจกรรมเกม
รบั จากการทดลอง นกั เรยี นช้ัน ม.3 ในการ ออนไลน์ทไ่ี ด้แขง่ ขนั กับ
เพอ่ื นและเพม่ิ ความรู้ใน
สอนทัง้ 3 คร้งั จาก ทดลองสอนท้งั 3 ครั้งวา่ เรอ่ื งทเ่ี รียนทาให้อยาก
เรียนมากขน้ึ
นักเรียนชนั้ ม.3/1 นกั เรียนมีความเขา้ ใจมาก
น้อยเพยี งใดหรอื มีความ
คดิ เห็นอยา่ งไร
ลงชอ่ื บนั ทกึ
(นางสาวภติ ยา สขุ ดี)
ลงชือ่ ครพู ่ีเล้ยี ง
(นางสาวนุสรา คานอ้ ย)
26
ปว.1-3
แบบสมั ภาษณ์การจัดการเรียนรู้ (สัมภาษณ์ครูพ่เี ลี้ยง)
ชื่อ นางสาวนสุ รา สกลุ คาน้อย
โรงเรียน โคกกระท้อนกิตติวทิ ยา ตาบล งว้ิ งาม อาเภอ เสาไห้ จังหวัด สระบรุ ี
คาชแี้ จง ให้นกั ศกึ ษาสัมภาษณก์ ารจัดการเรียนรู้ของครูพีเ่ ลยี้ งและบนั ทกึ ลงในชอ่ งว่างที่กาหนด
1. ทา่ นสอนกรี่ ายวิชา วชิ าอะไรบา้ ง จานวนกชี่ ั่วโมงต่อสัปดาห์
1.1 สอน 6 รายวชิ า ดงั นี้
ที1่ รหสั วชิ า ชื่อวิชา ช้ัน จานวนหอ้ ง จานวน
ชั่วโมง/
1 ค21201 คณิตศาสตร์เพ่มิ เตมิ 1 ม.1/1 1 สัปดาห์
2 ค22201 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เติม 3 ม.2/1 1
3 ค23201 คณติ ศาสตรเ์ พม่ิ เติม 5 ม.3/1 1 2
4 ค23101 คณิตศาสตร์ 5 ม.1/1-3 3 2
5 ค32101 คณิตศาสตร์ 3 ม.5/1-2 2 2
6 ส30231 หน้าท่พี ลเมือง 1 ม.4/1 1 9
7 ชุมนมุ ม.5/1 1 4
1
รวม 1
21
2. ปัญหาท่ีพบในรายวิชาทีส่ อน มีอะไรบ้าง
ในชว่ งนี้สอนออนไลน์ นกั เรยี นบางคนไม่เข้าเรียน นักเรยี นบางคนไมม่ สี ญั ญาณอนิ เทอรเ์ น็ต
และนกั เรียนบางคนไมส่ ่งงาน
3. ทา่ นได้ดาเนนิ การแกไ้ ขอยา่ งไร/มเี ทคนิคใดในการดาเนนิ การแก้ไข
ติดตามนักเรยี นโดยตรง ให้ครทู ีป่ รึกษาชว่ ยตดิ ตาม ตดิ ตามนกั เรยี นโดยตดิ ตอ่ ผู้ปกครอง
นักเรียนทไี่ มม่ ีสญั ญาณอนิ เทอรเ์ น็ตให้รบั ใบงานไปทาที่บา้ น
27
4. ท่านมีข้อเสนอแนะอยา่ งไรในการดาเนนิ การจัดการเรียนรู้ หรอื งานดา้ นอนื่ ๆ
การจัดการเรียนรู้ต้องศึกษาหลักสูตรให้ละเอียด การจัดการเรียนรู้ต้องมีการเตรียมตัว
ล่วงหน้าก่อนดาเนินกิจกรรม รวมท้ังต้องศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนท่ีต้องสอน รับฟังความคิดเห็น
ของนกั เรยี น เสริมแรงทางบวกใหน้ กั เรียน จัดกจิ กรรมใหห้ ลากหลาย สว่ นงานด้านอนื่ ตอ้ งให้
ความร่วมมอื ในทุกงานและตอ้ งศกึ ษางานให้เขา้ ใจก่อนลงมือทา
5. ท่านมีการแลกเปลย่ี นเรียนรู้ระหวา่ งเพื่อนครหู รือไม่อยา่ งไร (PLC) ถา้ มีท่านดาเนนิ การ
อย่างไร และผลการดาเนนิ การเปน็ อย่างไร
มีชั่วโมงทา PLC โดยครใู นกลุ่มสาระการเรียนรู้รว่ มประชมุ แก้ปัญหาสงิ่ ที่พบจากการเรียน
ร่วมกัน ฝา่ ยบริหารมกี ารนเิ ทศติดตามและให้คาแนะนา สง่ ผลทาใหน้ กั เรียนมที ักษะทางคณิตศาสตร์
และผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นดีข้นึ
28
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ปว.1-4
รายวชิ า คณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหัสวชิ า ค23101 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
เวลาเรยี น 12 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 5 พ้นื ท่ีผิวและปริมาตร เวลา 1 ช่ัวโมง
เรอื่ ง ปรมิ าตรทรงกลม
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ัด
สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพืน้ ฐานเกี่ยวกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทีต่ ้องการ
วัดและนาไปใช้
ตัวชีว้ ดั ค 2.1 ม. 3/2 ประยกุ ตใ์ ช้ความรเู้ ร่ืองปรมิ าตรของพีระมดิ กรวย และทรงกลม
ในการแก้ปญั หาคณิตศาสตร์และปัญหาในชวี ิตจริง
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
หาปรมิ าตรทรงกลมได้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
ทกั ษะการแก้ปญั หา
ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
ดา้ นมวี ินัย
สาระสาคญั
ความรู้เรือ่ งปริมาตรทรงกลมสามาถนาไปใช้แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และชีวติ ประจาวันได้
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นา
ครทู บทวนนักเรยี นเกีย่ วกบั การหาปรมิ าตรทรงกลมโดยสุ่มนกั เรยี นในชน้ั มา 2 คน
ให้นักเรยี นคนทหี่ น่ึงกาหนดความยาวของเส้นผา่ นศูนย์กลาง ให้นักเรียนคนที่สองบอกความยาวของ
รัศมีจากท่ีนักเรียนคนแรกกาหนดความยาว และนักเรียนในช้ันเรียนช่วยกันหาปริมาตรของทรงกลม
จากนั้นครูและนักเรยี นรว่ มกันเฉลยคาตอบ
29
ขัน้ สอน
1. ครูใหน้ กั เรียนศึกษา เรอ่ื ง ปริมาตรทรงกลม โดยใชส้ อื่ จากYouTube
2. ใหน้ ักเรยี นทาใบงาน เร่ือง การหาปริมาตรของทรงกลม ใชเ้ วลา 15 นาที
3. ครสู มุ่ นักเรียน 2 คน เฉลยคาตอบและแสดงแนวคิด โดยครูและเพ่ือน ๆ ชว่ ยกนั
ตรวจสอบคาตอบทเี่ ฉลย ถา้ ไม่ถูกแก้ไขให้ถูกตอ้ ง
ขน้ั สรุป
ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ กจิ กรรมทท่ี า และสรุปสตู รการหาปรมิ าตรทรงกลม
ส่ือการเรียนรู้/ แหลง่ เรยี นรู้
1.สอ่ื Power Point เรอื่ งปรมิ าตรทรงกลม
2. https://www.youtube.com/watch?v=-r4P-xuCVzM
3. ใบงาน เร่อื งปริมาตรทรงกลม
4. หนงั สือเรียนรายวชิ าพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ของ สสวท.
5. google meet
การวัดผลประเมนิ ผล
1. ดา้ นความรู้
วิธีการวัด : ตรวจแบบฝึกหดั จากใบงาน
เครื่องมือวัดผล : แบบฝกึ หัดจากใบงาน
เกณฑก์ ารประเมินผล : คะแนนแบบฝึกทักษะ ตัง้ แต่รอ้ ยละ 60 ข้ึนไป
(6–10 คะแนน) หมายถงึ “ผา่ น”
2. ด้านทกั ษะ/กระบวนการ สงั เกตพฤตกิ รรมจากการรว่ มกิจกรรมของนักเรยี น
วิธกี ารวัด : แบบบนั ทกึ ผลการประเมนิ ทักษะ/กระบวนการ
เครอ่ื งมอื วัดผล :
30
เกณฑ์การประเมนิ ผล :
รายการ พฤติกรรม/การแสดงออก เกณฑ์การให้คะแนน
ประเมนิ
3 คะแนน หมายถึง ใช้วิธกี าร
ทักษะการ ใช้วธิ ีการแก้ปัญหาหลากหลาย แก้ปญั หาหลากหลาย เหมาะสม
และมวี ิธกี ารแก้ปัญหาท่ีถูกต้อง
แกป้ ัญหา เหมาะสม และมีวธิ ีการแก้ปัญหาท่ี อยา่ งสมา่ เสมอ อยู่ในระดับ ดี
2 คะแนน หมายถึง ใช้วิธีการ
ถูกต้อง แก้ปัญหาหลากหลาย เหมาะสม
และมวี ิธีการแก้ปัญหาท่ีถูกต้องเป็น
บางครัง้ อยู่ในระดบั ปานกลาง
1 คะแนน หมายถึง ไม่มวี ิธกี าร
แก้ปัญหาหลากหลาย เหมาะสม
และไมม่ ีวิธีการแกป้ ญั หาท่ีถูกตอ้ ง
อยู่ในระดับ ปรบั ปรุง
3. ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
วิธีการวดั : สงั เกตพฤติกรรมจากการร่วมกิจกรรมของนักเรยี น
เคร่ืองมอื วดั ผล : แบบบันทกึ ผลการประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล :
รายการ พฤติกรรม/การแสดงออก เกณฑ์การให้คะแนน
ประเมนิ
มีวนิ ยั ปฏิบัตติ นอยูใ่ นข้อตกลงทก่ี าหนดไว้ 3 คะแนน หมายถงึ ปฏิบตั ิตนอยู่ใน
ข้อตกลงที่กาหนดไว้อย่างสม่าเสมอ
อยู่ในระดับ ดี
2 คะแนน หมายถงึ ปฏิบตั ติ นอยู่ใน
ขอ้ ตกลงที่กาหนดไว้เป็นบางครั้ง
อยู่ในระดับ ปานกลาง
1 คะแนน หมายถึง ไมม่ ีการปฏบิ ตั ิ
ตนอยูใ่ นข้อตกลงท่ีกาหนดไว้
อยู่ในระดับ ปรบั ปรุง
31
บนั ทึกหลังการสอน
ด้านความรู้ นักเรียนทาแบบฝึกจากใบงานผา่ นเกณฑป์ ระเมินทกุ คน โดยคะแนนเต็ม 10
คะแนน มีคะแนนเฉลย่ี 7.2 คดิ เป็นรอ้ ยละ 72.00
ดา้ นทกั ษะ จากการสังเกตพฤติกรรมนกั เรียนพบว่านักเรียนมที ักษะดา้ นการแก้ปญั หา อยู่ใน
ระดับดี 18 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 60.00 ระดบั พอใช้ 12 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 40.00
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จากการสังเกตพฤติกรรมนักเรียนพบวา่ นักเรียนมี
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ด้านมีวนิ ัยอยูใ่ นระดับดี 22 คน คิดเปน็ ร้อยละ 73.33 ระดับพอใช้ 8 คน
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 26.67
ลงช่ือ ผู้สอน
(นางสาวภิตยา สุขด)ี
ข้อเสนอแนะ
แผนการจดั การเรยี นรู้นี้ใช้ในการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนได้
ลงชือ่ ครพู ี่เลยี้ ง
(นางสาวนุสรา คาน้อย)
32
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี2่
รายวิชาคณติ ศาสตรพ์ ้ืนฐาน รหัสวิชา ค23101 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี3
จานวน 10 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี4 เรือ่ งความคลา้ ย เวลา 1 ชว่ั โมง
เร่ือง รูปสามเหลี่ยมคล้าย
สาระท่ี 2 การวัดและเรขาคณิต
มาตรฐานการเรยี นรู้
ค 2.2 เขา้ ใจและวเิ คราะห์รปู เรขาคณติ สมบัตขิ องรปู เรขาคณติ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งรูป
เรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณิต และนาไปใช้
ตัวช้ีวัด
ค 2.2 ม.3/1 เข้าใจและใช้สมบตั ิของรปู สามเหลี่ยม ทค่ี ลา้ ยกันในการแก้ปญั หาคณติ ศาสตร์
และปัญหาในชีวติ จรงิ
สาระสาคัญ
ความร้เู ก่ียวกบั รูปสามเหล่ยี มทคี่ ล้ายกันสามารถนาไปแกป้ ัญหาในทางคณติ ศาสตรไ์ ด้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู/้ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
บอกเง่ือนไขท่ีทาให้รปู สามเหลยี่ มสองรูปคลา้ ยกันได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
ทักษะการส่ือสาร
ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
ดา้ นใฝเ่ รียนรู้
33
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนา
1. ครใู ห้นักเรยี นทากจิ กรรมทบทวนความร้โู ดยให้นักเรยี นสงั เกตรูปเรขาคณติ และรูป
สง่ิ ของท่มี ีอยู่ในชีวิตประจาวนั จากรปู ใน PowerPoint ทแ่ี สดง วา่ รูปไหนท่ีคล้ายกันบา้ ง
ขั้นสอน
1. ครูให้นักเรยี นศึกษาใบความรู้ท่ี 4.1 เรอ่ื ง รปู สามเหลี่ยมท่ีคล้ายกัน ครเู ปิดโอกาสให้
นักเรยี นซักถามข้อสงสยั ที่เกดิ ข้ึนจากการศกึ ษาใบความรู้
2. ครใู ห้นกั เรยี นทาใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง สามเหล่ยี มคลา้ ย โดยใหน้ ักเรียนสามารถซักถาม
เพอ่ื นและครูได้
3. ครูและนกั เรียนชว่ ยกันเฉลยคาตอบจากใบงาน
ขั้นสรปุ
ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรปุ สิง่ ทไ่ี ด้จากการทาใบงาน และให้นักเรยี นร้องเพลงสามเหล่ียม
คล้ายเพ่ือเป็นข้อควรจา
ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
2. หนังสือเรียนรายวิชาคณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของ สสวท.
3. PowerPoint
4. ใบความรู้ท่ี 4.1
5. ใบงาน
6. เพลงสามเหลี่ยมคลา้ ยจาก Youtube : Learn and Play MATHGROUP Co.,Ltd.
7. Google meet
34
การประเมนิ ผลการเรียนรู้
1. ดา้ นความรู้
วธิ กี ารวัด : ตรวจแบบฝกึ หัดจากใบงาน
เครือ่ งมือวดั ผล : แบบฝกึ หัดจากใบงาน
เกณฑ์การวัดผล : ถกู ตอ้ งร้อยละ 60 ขึน้ ไป หมายถึง “ผา่ น”
2. ดา้ นทักษะกระบวนการ
วิธกี ารวดั : สังเกตพฤตกิ รรมจากการรว่ มกิจกรรมของนักเรยี น
เครื่องมอื วัดผล : แบบบนั ทึกการผลประเมนิ ทักษะ/กระบวนการ
เกณฑ์การวดั ผล :
รายการประเมิน พฤติกรรม/การแสดงออก เกณฑ์การให้คะแนน
ทกั ษะการสื่อสาร อธบิ ายเง่ือนไขซักถามและแสดง 3 คะแนน หมายถึง อธบิ าย
ความคิดเหน็ รว่ มกับผ้อู ื่น เง่ือนไข ซกั ถามและแสดง
ความคิดเห็นรว่ มกบั ผู้อืน่
อย่างสมา่ เสมอ อยู่ใน
ระดับ ดี
2 คะแนน หมายถงึ อธบิ าย
เงือ่ นไข ซักถามและแสดง
ความคิดเห็นร่วมกับผอู้ ่นื
เป็นบางคร้ัง อยู่ในระดบั
ปานกลาง
1 คะแนน หมายถึง ไม่
อธบิ ายเงื่อนไข ไมซ่ ักถาม
และไมแ่ สดงความคิดเหน็
รว่ มกับผู้อืน่ อยู่ในระดับ
ปรบั ปรงุ
35
3. ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
วิธีการวดั : สงั เกตพฤติกรรมจากการรว่ มกจิ กรรมของนักเรียน
เครอ่ื งมอื วดั ผล : แบบบนั ทึกผลการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
เกณฑ์การวัดผล :
รายการประเมนิ พฤติกรรม/การแสดงออก เกณฑ์การให้คะแนน
ใฝเ่ รียนรู้ สนใจทากจิ กรรมด้วยตนเอง 3 คะแนน หมายถงึ สนใจ
ทากิจกรรมด้วยตนเองอย่าง
สมา่ เสมอ อยู่ในระดับ ดี
2 คะแนน หมายถงึ สนใจ
ทากิจกรรมดว้ ยตนเองเป็น
บางคร้ัง อยู่ในระดับ ปาน
กลาง
1 คะแนน หมายถึง ไม่
สนใจทากิจกรรมดว้ ยตนเอง
อยู่ในระดับ ปรับปรงุ
บนั ทึกหลังการสอน
ดา้ นความรู้ นกั เรียนทาแบบฝึกจากใบงานผ่านเกณฑ์ประเมินทุกคน
โดยมคี ะแนนเตม็ 10 คะแนน มีคะแนนเฉล่ยี 7.83 คะแนน คดิ เป็นรอ้ ยละ 78.30
ด้านทกั ษะ จากการสงั เกตพฤติกรรมนักเรียนพบวา่ นักเรียนมีทกั ษะดา้ น
การสอ่ื สาร อยูใ่ นระดับดี 20 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 66.67 ระดบั พอใช้ 10 คน คดิ เป็นร้อยละ 33.33
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ จากการสังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี นพบว่านักเรียน
มีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคด์ ้านใฝ่เรียนรูอ้ ยใู่ นระดับดี 21 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 70.00 ระดบั พอใช้ 9
คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 30
ลงช่อื นักศกึ ษา
(นางสาวภติ ยา สุขดี)
ข้อเสนอแนะ
แผนการจัดการเรียนรนู้ ใ้ี ชใ้ นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ลงชื่อ ครูพ่ีเลยี้ ง
(นางสาวนุสรา คานอ้ ย)
36
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี3
รายวิชาคณิตศาสตร์พนื้ ฐาน รหสั วชิ า ค23101 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่3ี
จานวน 15 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี4 เรอื่ งความคล้าย เวลา 1 ชวั่ โมง
เรือ่ ง การหาความยาวด้านของรปู สามเหลี่ยมท่คี ล้ายกนั
สาระท่ี 2 การวัดและเรขาคณิต
มาตรฐานการเรยี นรู้
ค 2.2 เขา้ ใจและวเิ คราะหร์ ูปเรขาคณติ สมบัตขิ องรูปเรขาคณิต ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งรูป
เรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ตัวชีว้ ัด
ค 2.2 ม.3/1 เขา้ ใจและใช้สมบตั ิของรปู สามเหลย่ี ม ทคี่ ล้ายกนั ในการแกป้ ญั หาคณิตศาสตร์
และปญั หาในชีวติ จริง
สาระสาคญั
ความรูเ้ กี่ยวกบั รูปสามเหลี่ยมท่คี ล้ายกันสามารถนาไปแก้ปัญหาในทางคณิตศาสตรไ์ ด้
จุดประสงค์การเรียนร/ู้ ผลการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
สามารถนาความรู้ เรื่อง สามเหลย่ี มคลา้ ย ไปคานวณเพ่ือหาความยาวดา้ นของรูปสามเหล่ียม
ทีค่ ลา้ ยกนั ได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
ทกั ษะการสื่อสาร
ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
ดา้ นมงุ่ ม่นั ในการทางาน
37
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนา
ครใู หน้ ักเรียนเล่นกจิ กรรมเกม “เข้าใจจริงหรือไม่” เพือ่ ทบทวนความรจู้ ากท่ีเรียนครั้งท่ีก่อน
โดยให้นักเรียนตอบคาถามเกมผ่านมือถอื หรือคอมพวิ เตอร์ ใช้ เวลา 10 นาที ถ้านกั เรียนคนไดค้ ะแนน
มากท่สี ุดถอื วา่ เป็นผชู้ นะ
ข้นั สอน
1. ครใู หน้ ักเรยี นศึกษาใบความรู้ที่ 4.2 เรอื่ ง การหาความยาวด้านของรปู
สามเหลีย่ มทีค่ ล้ายกนั
2. ครใู หน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั 4.2 ก. จากหนังสอื เรยี นคณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน ชนั้
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ขอ้ ท่ี 1-4 โดยข้อที่ 1 ครแู ละนักเรยี นช่วยกันเฉลยคาตอบ ข้อที่ 2-4 ให้นกั เรยี นทา
ดว้ ยตนเอง โดยสามารถซักถามข้อสงสยั จากครูได้
3. ครูสมุ่ จับฉลากตัวแทนนกั เรยี นเฉลยคาตอบ 3 คน คนละ 1 ขอ้ โดยครแู ละเพื่อน ๆ
ชว่ ยกนั ตรวจสอบคาตอบท่เี ฉลย ถา้ ไม่ถูกแก้ไขใหถ้ กู ตอ้ ง
ขั้นสรปุ
ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกนั สรุปส่ิงท่ีได้จากการกิจกรรมและสรปุ วธิ กี ารหาความยาวดา้ นของรูป
สามเหลี่ยมคล้าย เพื่อความเข้าใจท่ีมากยิ่งขนึ้
ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1. เกม “เข้าใจจรงิ หรอื ไม่” สรา้ งจาก htts://www.wordwall.net/ht
2. ใบความรู้ที่ 4.2
3. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าคณติ ศาสตรพ์ ้ืนฐาน ของ สสวท. ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
4. Google meet
การประเมินผลการเรียนรู้
1. ดา้ นความรู้
วิธีการวดั : ตรวจแบบฝึกหัดจากใบงาน
เครอื่ งมอื วดั : แบบฝกึ หัดจากใบงาน
เกณฑ์การวัดผล : ถูกตอ้ งร้อยละ 60 ข้นึ ไป หมายถงึ “ผ่าน”
38
2. ด้านทกั ษะกระบวนการ
วิธีการ : สงั เกตพฤติกรรมจากการรว่ มกจิ กรรมของนกั เรยี น
เครือ่ งมอื วัด : แบบบันทกึ การผลประเมนิ ทักษะ/กระบวนการ
เกณฑ์การวัดผล :
รายการประเมิน พฤติกรรม/การแสดงออก เกณฑ์การให้คะแนน
ทักษะการส่ือสาร อธิบายเง่อื นไข ซักถาม และแสดง 3 คะแนน หมายถึง อธบิ าย
ความคดิ เห็นร่วมกับผ้อู ่นื เงื่อนไข ซักถามและแสดง
ความคดิ เหน็ รว่ มกับผ้อู ื่น
อย่างสม่าเสมอ อยู่ใน
ระดับ ดี
2 คะแนน หมายถงึ อธิบาย
เงือ่ นไข ซกั ถามและแสดง
ความคิดเห็นรว่ มกับผู้อ่นื
เปน็ บางคร้ัง อยู่ในระดับ
ปานกลาง
1 คะแนน หมายถงึ ไม่
อธบิ ายเงอ่ื นไข ไม่ซักถาม
และไมแ่ สดงความคิดเห็น
รว่ มกับผู้อื่น อยู่ในระดบั
ปรับปรงุ
39
3. ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
วิธีการวดั : สงั เกตพฤติกรรมจากการรว่ มกิจกรรมของนักเรยี น
เคร่อื งมอื วัดผล : แบบบนั ทกึ ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
เกณฑ์การวดั ผล :
รายการประเมิน พฤติกรรม/การแสดงออก เกณฑ์การให้คะแนน
ม่งุ มน่ั ในการงาน มีความม่งุ มนั่ ตง้ั ใจทางานที่ 3 คะแนน หมายถึงมีความ
ได้รบั มอบหมาย มงุ่ ม่นั ตงั้ ใจทางานท่ไี ด้รับ
มอบหมายอยา่ งสมา่ เสมอ
อยู่ในระดับ ดี
2 คะแนน หมายถงึ มคี วาม
มงุ่ มั่นตั้งใจทางานทไี่ ดร้ ับ
มอบหมายเป็นบางครั้งอยู่
ใน ระดับ ปานกลาง
1 คะแนน หมายถงึ ไมม่ ี
ความมงุ่ มัน่ ตั้งใจทางานที่
ได้รับมอบหมายอยู่ในระดับ
ปรับปรงุ
40
บนั ทึกหลังการสอน
ดา้ นความรู้ นักเรยี นทาแบบฝึกหดั ผ่านเกณฑป์ ระเมินทุกคนโดยมีคะแนนเตม็
10 คะแนน มีคะแนนเฉลีย่ 8.5 คะแนน คิดเปน็ รอ้ ยละ 85.00
ดา้ นทกั ษะ จากการสงั เกตพฤติกรรมนักเรยี นพบวา่ นักเรียนมีทักษะด้านการ
ส่ือสาร อยใู่ นระดับดี 20 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 66.67 ระดับพอใช้ 10 คน คิดเปน็ ร้อยละ 33.33
ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ จากการสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี นพบวา่ นักเรยี นมี
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคด์ ้านมุ่งมนั่ ในการทางานอยู่ในระดับดี 23 คน คิดเป็นร้อยละ 76.67 ระดบั
พอใช้ 7 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 23.33
ลงชือ่ ผสู้ อน
(นางสาวภติ ยา สขุ ด)ี
ขอ้ เสนอแนะ
แผนการจดั การเรียนรนู้ ี้ใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนได้
ลงชื่อ ครพู ี่เล้ยี ง
(นางสาวนุสรา คานอ้ ย)
41
ปว.1-5
โครงรา่ งการวิจยั ในช้นั เรยี น
1. ชื่อเรือ่ ง
รายงานผลการพัฒนาแบบฝกึ ทกั ษะคณิตศาสตรโ์ ดยใชเ้ ทคนิค TAI เร่ือง จานวนจริง สาหรบั
นักเรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 โรงเรียนโคกกระทอ้ นกิตตวิ ุฒิวิทยา
2. ความสาคญั และที่มา หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กลุ่มสาระ
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ ที่กลา่ วว่า คณิตศาสตรม์ บี ทบาทสาคญั ยิง่ ตอ่ การพัฒนาการคิดของมนุษย์
เปน็ พืน้ ฐานในการศึกษาวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อ่นื ๆ รวมท้ังใชเ้ ป็นเครือ่ งมอื ใน
การพฒั นาการคิดท่ีหลากหลาย ทั้งการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คดิ อยา่ งเปน็ เหตุเปน็ ผล คิดอย่างมี
วิจารณญาณและคิดอย่างเป็นระบบและมีระเบียบแบบแผน ลักษณะการคิดดังกล่าวทาให้มนุษย์
สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ (สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2555: 1)
แต่ท่ีผ่านมาการจัดการเรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนโคกกระท้อน
กิตติวุฒิวิทยา พบว่านักเรียนยังขาดความรู้และทักษะ เร่ือง จานวนจริง เป็นอย่างมาก ไม่สามารถนา
สมบัตขิ องจานวนจรงิ มาใช้แกส้ มการ อสมการ และโจทยป์ ัญหาอยา่ งง่ายได้ ซ่งึ สง่ ผลกระทบต่อ
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ในเร่ืองอื่น ๆ ตามไปดว้ ย เพราะต้องอาศัยความรู้และทักษะ เรื่อง จานวนจริง
เป็นพื้นฐานในการศกึ ษา และอาจเปน็ สาเหตใุ หผ้ ลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติข้ันพื้นฐาน
(O-NET) ของโรงเรียนโคกกระท้อนกิตติวุฒิวิทยา มีคะแนนเฉล่ียในวิชาคณิตศาสตร์ต่าดังที่กล่าวไว้
ข้างต้น ผู้ศึกษาจึงเห็นควรเร่งพัฒนานักเรียนของโรงเรียนโคกกระท้อนกิตติวุฒิวิทยาให้มีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี นสูงขึน้ ในเร่ือง จานวนจรงิ เปน็ อันดบั แรก
3. วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจัย
1) เพ่ือพัฒนาแบบฝกึ ทักษะคณติ ศาสตร์โดยใชเ้ ทคนิค TAI เร่ือง จานวนจรงิ สาหรบั นกั เรยี น
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4 ให้มปี ระสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75
2) เพ่ือหาดชั นีประสทิ ธิผลของแบบฝึกทักษะคณติ ศาสตรโ์ ดยใช้เทคนคิ TAI เรื่องจานวนจรงิ
สาหรับนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4
3) เพื่อเปรียบเทยี บผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนของนักเรยี นท่เี รยี นด้วยแบบฝึกทักษะ
คณติ ศาสตร์โดยใชเ้ ทคนคิ TAI เรอื่ ง จานวนจริง สาหรับนกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 4
42
4) เพ่ือศึกษาความคงทนในการเรียนของนักเรียนท่ีเรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์
โดยใช้เทคนิค TAI เร่ือง จานวนจริง สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนส้ินสุดแล้ว2
สัปดาห์
5) เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนดว้ ยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้
เทคนิค TAI เรอ่ื ง จานวนจรงิ สาหรบั นกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
4. ขอบเขตของการวจิ ยั
ประชากร
เป็นนักเรียนโรงเรียนโคกกระทอ้ นกิตตวิ ุฒิวิทยา สงั กดั สานักงานเขตพนื้ ที่การศึกษา
มัธยมศึกษา เขต 4 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2558 จานวน 54 คน โดย
จาแนกเป็นนกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4/1 จานวน 22 คน และนกั เรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4/2
จานวน 32 คน
กลุ่มตัวอยา่ ง
เปน็ นกั เรยี นโรงเรยี นโคกกระทอ้ นกติ ติวฒุ ิวทิ ยา ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4/2 ภาคเรยี นที่ 1
ปกี ารศึกษา 2558 จานวน 32 คน ไดม้ าจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) และใช้
หอ้ งเรียนเปน็ หน่วยของการส่มุ จับสลาก
เน้อื หา
เปน็ เนอ้ื หารายวิชา คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน รหสั วชิ า ค31101 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4 เรอ่ื ง
จานวนจรงิ โดยวเิ คราะห์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
ซงึ่ มรี ายละเอียดของเนอื้ หา ดงั น้ี
2.1) จานวนจริง
2.2) สมบตั ิของจานวนจริง
2.3) การแยกตัวประกอบพหนุ าม
2.4) การแก้สมการกาลังสองตัวแปรเดียว
2.5) ช่วงและการแกอ้ สมการตวั แปรเดียว
2.6) คา่ สมั บูรณ์ของจานวนจริง
ระยะเวลา
ดาเนินการศกึ ษาในภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2558 เป็นเวลาท้งั ส้ิน 18 ชั่วโมง ดังนี้
3.1) ดาเนนิ การทดสอบก่อนเรยี นโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน
กอ่ นเรยี น เรื่อง จานวนจรงิ
3.2) จดั กิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝกึ ทกั ษะคณิตศาสตรโ์ ดยใช้
เทคนิค TAI เรอ่ื ง จานวนจรงิ สาหรับนกั เรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 เปน็ เวลา 15 ช่วั โมง
43
3.3) ดาเนินการทดสอบหลงั เรียนโดยใช้แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นหลงั
เรียน เร่ือง จานวนจริง ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นเป็นแบบทดสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 5 ตัวเลือก
จานวน 30 ขอ้ เปน็ เวลา 1 ช่ัวโมง
3.4) ทดสอบวดั ความคงทนในการเรียนของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4
โรงเรยี นโคกกระท้อนกิตตวิ ฒุ ิวิทยา หลงั เรยี นดว้ ยแบบฝกึ ทักษะคณติ ศาสตร์โดยใช้เทคนคิ TAI
เร่ือง จานวนจรงิ สาหรับนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ส้นิ สุดแลว้ 2 สปั ดาห์ เปน็ เวลา 1 ช่ัวโมง
5. นิยามศัพทเ์ ฉพาะ เพือ่ ใหเ้ กิดความเข้าใจความหมายเฉพาะของคาท่ีใช้ในการศึกษาในคร้ังนี้
ใหต้ รงกนั ผูศ้ กึ ษาไดน้ ิยามความหมายของคาตา่ ง ๆ ไวด้ งั ต่อไปนี้
1) การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค TAI หมายถึง การจัดการเรียนรู้ที่นา
กระบวนการกลุ่มเข้ามาช่วยส่งเสรมิ การเรียนรู้รายบุคคลของนักเรียนซึ่งมรี ะดับความสามารถแตกตา่ ง
กัน โดยให้นักเรียนเก่งช่วยอธิบายและถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนอ่อนจนสามารถคิดวิเคราะห์
แกป้ ัญหา และสร้างความร้ไู ด้ดว้ ยตนเอง
2) กลุ่มบ้านเรา หมายถึง กลุ่มของนักเรียนที่มีระดับความสามารถต่างกัน กลุ่มละ 4 คน
ประกอบด้วย นักเรียนเก่ง 1 คน นักเรียนปานกลาง 2 คน และนักเรยี นอ่อน 1 คน โดยพิจารณาจาก
คะแนนผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ในภาคเรยี นท่ีผ่านมา
ซึ่งมีแนวทางในการพจิ ารณาตามเกณฑ์ ดังนี้
นักเรียนเก่ง หมายถงึ นักเรยี นทีไ่ ด้คะแนนสงู กวา่ รอ้ ยละ 75
นกั เรยี นปานกลาง หมายถงึ นักเรยี นทีไ่ ด้คะแนนรอ้ ยละ 55 – 75
นักเรยี นอ่อน หมายถึง นกั เรยี นที่ไดค้ ะแนนต่ากว่าร้อยละ 55
3) แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค TAI หมายถึง เคร่ืองมือหรือแนวทางใน
การจัดประสบการณ์เรยี นรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค TAI สาหรับนักเรียนแต่ละกลุ่มท่เี รียกว่า “กลุ่ม
บ้านเรา”
4) แบบฝึกทักษะ หมายถึง สื่อการเรียนรู้ท่ีทาให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติด้วยรู ปแบบท่ี
หลากหลาย เพื่อเพ่ิมความรู้และทักษะต่าง ๆ จนเกิดความชานาญ อีกท้ังสามารถประเมิน
ความก้าวหนา้ ของตนเองได้
5) แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค TAI เร่ือง จานวนจริง สาหรับนักเรียนชั้น
มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 หมายถึง แบบฝกึ ทกั ษะที่ผ้ศู ึกษาสรา้ งขนึ้ เพื่อใหน้ ักเรียนได้รบั การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี น เร่อื ง จานวนจรงิ ใหส้ ูงขน้ึ ด้วยการจัดการเรียนรแู้ บบร่วมมือโดยใชเ้ ทคนิค TAI
6) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนความสามารถของนักเรียนที่เกิดจากการเรียนรู้
ด้วยแบบฝึกทกั ษะคณติ ศาสตร์โดยใชเ้ ทคนิค TAI เรือ่ ง จานวนจริง สาหรับนกั เรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่
44
4 โดยคะแนนท่ีได้มาจากการทาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เร่ือง จานวนจริงซ่ึงเป็น
แบบทดสอบปรนยั ชนดิ เลือกตอบ 5 ตัวเลอื ก จานวน 30 ข้อ ทีผ่ ศู้ ึกษาไดส้ รา้ งขึน้
7) ประสิทธิภาพ หมายถึง คุณภาพในการดาเนนิ งานใหส้ าเร็จ โดยกาหนดเป็นอัตราส่วนหรือ
ร้อยละระหว่างปัจจัยนาเข้ากระบวนการและผลลัพธ์ ซ่ึงผู้ศึกษาได้กาหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพของ
แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค TAI เร่ือง จานวนจริง สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ไว้ที่ 75/75 ดงั น้ี
75 ตวั แรก (E1) หมายถึง ประสิทธิภาพของกระบวนการ ซึ่งได้มาจากคะแนนรวม
ของแบบทดสอบหลงั เรียนจากแบบฝึกทกั ษะทกุ เล่ม
75 ตวั หลงั (E2) หมายถงึ ประสทิ ธภิ าพของผลลพั ธ์ ซ่ึงไดม้ าจากคะแนนรวมของ
แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นหลังเรียน
8) ดัชนีประสิทธิผล หมายถึง ค่าท่ีแสดงถึงความก้าวหน้าในการเรียนของนักเรียน ได้จากค่า
ความแตกต่างระหว่างคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ใช้ในการประเมินผลแบบฝึกทักษะ
คณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค TAI เร่ือง จานวนจริง สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ที่ผู้ศึกษาได้
สรา้ งข้ึน
9) ความคงทนในการเรียน หมายถึง การคงไว้ซ่งึ ผลที่เกดิ จากการเปลีย่ นแปลงพฤตกิ รรมหรือ
การเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค TAI เร่ือง จานวนจริง สาหรับนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 4 ประเมินผลจากคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสิ้นสุดทันทีกับหลังเรียน
สนิ้ สดุ แล้ว 2 สปั ดาห์
10) ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกพอใจ ชอบใจ หรือความรู้สึกในเชิงบวกของนักเรียน
ท่ีมีต่อการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค TAI เร่ือง จานวนจริง สาหรับนักเรียน
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ซึ่งวัดได้จากคะแนนการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ท่ีผู้ศึกษา
สร้างขึน้ โดยมีขอ้ คาถาม จานวน 10 ข้อ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scales) ซ่งึ กาหนด
เกณฑ์ความพึงพอใจเปน็ 5 ระดับ คือ มากท่สี ุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สดุ
6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะไดร้ ับ
1) ครมู ีแนวทางในการพฒั นาส่อื การเรยี นรคู้ ณิตศาสตรท์ ี่เหมาะสมกับนกั เรียน
จะสง่ ผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์สูงขน้ึ ในระดบั ชั้นอืน่ ๆ ตอ่ ไป
2) ผลการศกึ ษาคร้ังน้ีเป็นข้อมูลสารสนเทศสาหรับครใู นกลุม่ สาระการเรยี นรู้อืน่ ๆ
ใชเ้ ป็นแนวทางในการพฒั นาสอ่ื การเรยี นรู้ทเี่ หมาะสมกบั นักเรยี นตอ่ ไป
7. สมมติฐานการวจิ ยั
1) แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค TAI เร่ือง จานวนจริง สาหรับนักเรียนช้ัน
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75
45
2) แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค TAI เรื่อง จานวนจริง สาหรับนักเรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 มดี ชั นปี ระสทิ ธผิ ลต้ังแต่ 0.70 ขึ้นไป
3) นักเรียนท่ีเรียนด้วยแบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตรโ์ ดยใชเ้ ทคนิค TAI เรื่อง จานวนจรงิ สาหรับ
นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสาคัญ
ทางสถติ ิที่ระดบั .01
4) นักเรยี นทเี่ รียนดว้ ยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใชเ้ ทคนิค TAI เรื่อง จานวนจรงิ สาหรับ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีความคงทนในการเรียนหลังเรียนสิ้นสุดแล้ว 2 สัปดาห์ อย่างมี
นยั สาคัญทางสถติ ิที่ระดับ .01
5) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค TAI
เรื่อง จานวนจรงิ สาหรบั นักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 อยใู่ นระดับมาก
8. เอกสารงานวิจยั ทีเ่ กย่ี วข้อง
1. เอกสารทีเ่ กยี่ วกบั ทฤษฎีและแนวคดิ การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์
2. เอกสารทเ่ี กย่ี วกบั การจัดการเรยี นรู้แบบรว่ มมอื
3. เอกสารทีเ่ กี่ยวกบั การจดั การเรียนรูแ้ บบร่วมมอื โดยใช้เทคนคิ TAI
4. เอกสารท่เี กย่ี วกบั แผนการจัดการเรยี นรู้แบบรว่ มมอื โดยใช้เทคนิค TAI
5. เอกสารที่เกี่ยวกับแบบฝึกทักษะ
6. เอกสารที่เกีย่ วกบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น
7. เอกสารที่เกย่ี วกบั ประสทิ ธภิ าพ
8. เอกสารที่เกีย่ วกบั ดัชนปี ระสทิ ธผิ ล
9. เอกสารที่เก่ยี วกับความคงทนในการเรยี น
10. เอกสารทเ่ี ก่ียวกบั ความพงึ พอใจ
11. งานวจิ ยั ที่เก่ยี วข้อง
9. วิธดี าเนินการวิจัย
กลมุ่ ตวั อย่าง
เป็นนักเรยี นโรงเรียนโคกกระท้อนกิตติวฒุ ิวิทยา ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 4/2 ภาคเรยี นที่ 1
ปีการศึกษา 2558 จานวน 32 คน ไดม้ าจากการสมุ่ อยา่ งง่าย (Simple Random Sampling)
โดยใชห้ อ้ งเรยี นเปน็ หน่วยของการสุ่ม
เครือ่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการวิจัย
2.1) แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค TAI เร่ือง จานวนจริง สาหรับนักเรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
มจี านวน 6 เล่ม ดังนี้
46
เลม่ ที่ 1 จานวนจริง
เลม่ ที่ 2 สมบตั ิของจานวนจรงิ
เล่มที่ 3 การแยกตัวประกอบพหนุ าม
เลม่ ท่ี 4 การแก้สมการกาลังสองตัวแปรเดียว
เล่มที่ 5 ชว่ งและการแก้อสมการตัวแปรเดยี ว
เลม่ ท่ี 6 คา่ สัมบูรณ์ของจานวนจริง
2.2) แผนการจัดการเรยี นรูด้ ้วยแบบฝกึ ทักษะคณิตศาสตร์โดยใชเ้ ทคนิค TAI
เร่ือง จานวนจรงิ สาหรบั นกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 4
2.3) แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน เร่ือง จานวนจริง
2.4) แบบสอบถามความพงึ พอใจของนักเรยี นทม่ี ีต่อการเรยี นด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์
โดยใช้เทคนคิ TAI เร่อื ง จานวนจริง สาหรบั นักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
ผู้ศึกษาได้ดาเนนิ การทดลองใชจ้ ริง (Trial Run) กับกล่มุ ตวั อยา่ ง ซงึ่ เป็นนกั เรียนโรงเรียน
โคกกระท้อนกิตติวุฒิวทิ ยา ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4/2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 จานวน 32 คน
โดยดาเนินตามขนั้ ตอน ดงั น้ี
1. ทดสอบกอ่ นเรียน ใชแ้ บบทดสอบวัดผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนก่อนเรียน เร่อื ง จานวนจริง
2. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามแผนการจัดการเรยี นรู้
3. ทดสอบหลังเรยี น ใช้แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนหลังเรียน เร่อื ง จานวนจรงิ
4. สอบถามความพงึ พอใจ
5. วัดความคงทนในการเรยี น โดยใชแ้ บบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ใชเ้ วลา
1 ชั่วโมง
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู
1. การวเิ คราะห์ข้อมูล
ผศู้ ึกษานาขอ้ มูลทไี่ ด้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลมาวเิ คราะห์ ดังนี้
1.1 ตรวจสอบคุณภาพของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค TAI เรื่อง
จานวนจรงิ สาหรบั นกั เรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
1.2 ตรวจสอบความก้าวหน้าของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน
โคกกระท้อนกิตติวุฒิวิทยา ในการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค TAI เร่ือง
จานวนจรงิ สาหรับนกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
1.3 เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนและหลังเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะ
คณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค TAI เรื่อง จานวนจริง สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4 โดยใช้การ
47
ทดสอบค่าที (t–test) แบบกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระจากกัน (Dependent Sample) พิจารณาทาง
เดยี ว
1.4 เปรยี บเทยี บคะแนนทดสอบของนกั เรียนหลังเรยี นรู้ส้ินสุดทนั ที
1.5 วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรียนโคก
กระทอ้ นกิตตวิ ุฒวิ ทิ ยา ทม่ี ตี อ่ การเรียนรดู้ ้วยแบบฝกึ ทกั ษะคณติ ศาสตร์โดยใช้เทคนิค TAI
เรอื่ ง จานวนจริง
2. สถิตทิ ใ่ี ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมลู
ผศู้ กึ ษาไดใ้ ช้สถิติในการวเิ คราะห์ข้อมลู ครัง้ นี้ ดงั นี้
สถิติพ้นื ฐาน
(1) ร้อยละ (Percentage) คานวณจากสูตร (สมนึก ภทั ทิยธนี, 2553: 260) ดงั น้ี
P = f × 100
N
เมื่อ P แทน ร้อยละ
f แทน ความถที่ ่ตี ้องการแปลงรอ้ ยละ
N . แทน จานวนนักเรียนในกลุ่มตัวอยา่ ง
(2) คา่ เฉลีย่ (Mean) คานวณจากสูตร (สมนกึ ภัททิยธนี, 2553: 237) ดังนี้
X̅. = ∑X
N
เมือ่ X̅. แทน คา่ เฉลี่ย หรอื คะแนนเฉล่ีย
∑ X แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด
N แทน จานวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง
(3) สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.; Standard Deviation) คานวณจากสูตร
(สมนึก ภัททิยธนี, 2553: 250) ดังนี้
S.D. = √N ∑ X2 – ( ∑ X)2
N(N – 1)
48
เมอ่ื S.D. แทน สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
N แทน จานวนนกั เรียนในกลุ่มตวั อย่าง
∑ X2 แทน ผลรวมของกาลงั สองของคะแนนแต่ละตัว
∑ X แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด
10. เอกสารอ้างอิง
กฤตพร พงษ์เสดา. (2558). ผลการใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะ เร่อื ง การวเิ คราะห์ข้อมูลเบ้ืองต้น โดย
การเรยี นร้แู บบกล่มุ รว่ มมือเทคนิค TAI สาหรบั นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5.
วิทยานิพนธค์ รุศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าหลักสูตรและการจดั การเรยี นรู้ มหาวทิ ยาลยั ราช
ภัฏบุรีรมั ย.์
พจน์ ลานนท์. (2557). การพัฒนาแผนจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค TAI
ร่วมกบั วิธสี อนแบบกล่มุ เปิด กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 2.
วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยและพัฒนาหลักสูตรมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุร.ี
อาภรณ์ แข็งฤทธิ์. (2558.) ผลการใชแ้ บบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์ โดยใชก้ ารเรยี นร้แู บบรว่ มมือ
เทคนิค TAI สาหรบั นกั เรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชาหลักสตู ร และการจัดการเรยี นรู้ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏบรุ ีรมั ย์.