The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชาการถ่ายภาพเบื้องต้น 20308-2005

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ธนิสร คงสมบูรณ์, 2024-03-25 07:58:52

วิชาการถ่ายภาพเบื้องต้น

วิชาการถ่ายภาพเบื้องต้น 20308-2005

50 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......5............. ชื่อหน่วย ถ่ายภาพตามหลักองค์ประกอบการถ่ายภาพ สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...50.......... จำนวนชั่วโมง...10...... 9. การวัดผลและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียน - แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน/หลังเรียน 10 ข้อ - ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน 9.2 ขณะเรียน - สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม - การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - นักศึกษาผ่านเกณฑ์การประเมินด้านพุทธิพิสัยภายหลังการเรียน คะแนนประเมินความรู้ หลังการ เรียนรายหน่วย ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า …๘๐….% 9.3 หลังเรียน - แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน/หลังเรียน 10 ข้อ - แบบสังเกตคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง - เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง - แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียนไม่มีเกณฑ์ผ่าน เก็บคะแนนไว้เปรียบเทียบกับคะแนนที่ได้จากการ ทดสอบหลังเรียน


51 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......5............. ชื่อหน่วย ถ่ายภาพตามหลักองค์ประกอบการถ่ายภาพ สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...50.......... จำนวนชั่วโมง...10...... 10. บันทึกหลังสอน 10. บันทึกหลังสอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ - นักเรียนสามารถอธิบายความหมายประวัติการถ่ายภาพและวิวัฒนาการของกล้อง - นักเรียนสามารถอธิบายประวัติการถ่ายภาพและวิวัฒนาการของกล้อง - นักเรียนสามารถอธิบายประโยชน์ประวัติการถ่ายภาพและวิวัฒนาการของกล้อง 10.2 ผลการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา - นักเรียนขาดทักษะการเข้าใจวิวัฒนาการของกล้อง - นักเรียนบางคนขาดเรียนบ่อยในคาบเรียนทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน - นักเรียนมีการพัฒนา หลังจากได้ทำการเรียนในหน่วยการเรียนนี้ โดยจากการทดสอบ ก่อนเรียน และ หลังเรียน 10.3 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ ครูผู้สอน จะนำสื่อการเรียนรู้ และผลิตสื่อการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับรายวิชา นำมาใช้กับนักเรียนให้เกินประโยชน์ มากที่สุด


52 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......6............. ชื่อหน่วย เรื่องควบคุมแสงในการถ่ายภาพ สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...60........... จำนวนชั่วโมง...10...... 1. สาระสำคัญ ปัจจุบันวิวัฒนาการของการถ่ายก้าวหน้าไปมากมีอุปกรณ์อํานวยความสะดวกมากมายความเข้าใจแต่ ความรู้พืนฐานในเรื่องของแสง ยังถือว่าเป็่นสิ่งสําคัญสําหรับผู้ที่มฝึกหัดถ่ายภาพอยูดีแสงสว่างที่สุดคือแสง จากดวงอาทิตย์และแสงอื่นๆเช่น แสงไฟ ประเภทของแสงที่ใช้ในก่ายภาพรถ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.แสงธรรมชาติ Natural( light) คือ แสงสว่างที่ได้จากดวงอาทิตย์ในเวลากลางวันและแสงที่ได้จากการสะท้อน ทางอ้อม 2. แสงเทียนArtificial( light) คือ แสงสว่างที่ได้จากสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์โดยกรรมวิธีต่างๆเช่น แสงสว่างจากหลอดไฟฟ้่าทุกชนิด แสงจากไฟแฟลชทุกชนิด แสงจากตะเกียงหรือ เทียนไข และแสงรังสีต่างๆ ที่ใช้ในงานวิทยาศาสตร์และการแพทย์ 2. สมรรถนะประจำหน่วย 1.บอกประเภทของแสงในการถ่ายภาพ 2.บอกหลักการจัดแสงให้วัตถุ 3.ควบคุมแสงในการถ่ายภาพ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 4.เพื่อให้นักศึกบอกประเภทของแสงในการถ่ายภาพ 5.เพื่อให้นักศึกษาบอกหลักการจัดแสงให้วัตถุ 6.เพื่อให้นักศึกษาควบคุมแสงในการถ่ายภาพ 3.2 ด้านทักษะ 4.สามารถบอกประเภทของแสงในการถ่ายภาพ 5.สามารถบอกหลักการจัดแสงให้วัตถุ 6.สามารถควบคุมแสงในการถ่ายภาพ 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 3.3.1.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการควบคุมแสง


53 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......6............. ชื่อหน่วย เรื่องควบคุมแสงในการถ่ายภาพ สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...60........... จำนวนชั่วโมง...10...... 4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ ทฤษฎีสีของแสง การรับรู้ทางการเห็นนั้นขึ้นอยู่กับเรื่องของแสง แสงสีขาว ประกอบด้วยแสงสีแดงเขียว และน้ำเงิน จุดตัดกันของทั้ง 3 สี เกิดเป็น สีขาว และสีสามสีดังกล่าว เรียกว่าสีพื้นฐาน (Primary Colors)เมื่อเอาสีพื้นฐานที่มีปริมาตรเท่ากัน สองสีรวมกันจะเกิดสีใหม่ขึ้นมาดังนี้ สีแดง บวก สีเขียว เกิดเป็น สีเหลือง สีแดง บวก สีน้ำเงิน เกิดเป็น สีม่วงแดง สีน้ำเงิน บวก สีเขียว เกิดเป็น สีฟ้า สีที่เกิดขึ้นใหม่ทั้งสามสี อันมี สีเหลือง สีม่วง และสีฟ้า เรียกว่า (Secondary Colors) นอกจากสีพื้นฐาน และสีที่สองแล้วจะเห็นว่าเกิดสีตรงข้ามกัน (Comple-mentary Color) คือสีของแสงอันมีสี พื้นฐาน และสีที่สองที่อยู่ตรงกันข้าม ในแผนภูมิการจัดสีอันมีสีแดงกับสีฟ้า สีม่วงกับสีเขียว สีเหลืองกับสีน้ำเงิน ข้อควรจำในการพิจารณาสี คือ การเกิดแสงสีขาวมีการเกิดดังนี้ สี แดง + สีน้ำเงิน + สีเขียว ได้ สีขาว สี แดง + สีฟ้า (สีเขียว + สีน้ำเงิน) ได้ สีขาว สี เขียว + สีม่วง (สีแดง + สีน้ำเงิน) ได้ สีขาว สี น้ำเงิน + สีเหลือง (สีแดง + สีเขียว) ได้ สีขาว การหาค่าของแสง (Metering) ชนิดของเครื่องวัดแสงในกล้องถ่ายรูป นักถ่ายภาพใช้เครื่องวัดแสงเพื่อให้ได้ค่าของแสงที่ถูกต้อง เพื่อใช้ตั้งความเร็วชัตเตอร์และกำหนดรูรับแสง หรือพูด อีกนัยหนึ่งคือ การให้แสงที่ถูกต้องหากแบ่งชนิดของเครื่องวัดแสงและกล้องถ่ายภาพแล้วพอแยกได้ดังนี้ คือ


54 1. ระบบธรรมดาไม่มีเครื่องวัดแสง เป็นแบบที่เริ่มแรก โดยไม่มีเครื่องวัดแสงอยู่ในตัวกล้องเลยผู้ใช้ต้องหา เครื่องวัดแสงแบบมือถือ (Hand Held Meter) กำหนดความเร็วชัตเตอร์และขนาดรูรับแสง 2. ระบบมีเครื่องวัดแสงสัมพันธ์กับระบบกล้องบางส่วนกล้องชนิดนี้ จะทำงานเมื่อตั้งความเร็วชัตเตอร์แล้ว เครื่องวัดแสงภายในกล้องจะบอกขนาดหน้ากล้องผู้ใช้ต้องปรับขนาดหน้ากล้องที่ตัวเลนส์ตามที่เครื่องวัด แสงกำหนด การวัดแสงแบบนี้เป็นแบบไม่ผ่านเลนส์ และมีใช้กับกล้องรุ่นเก่า ๆ 3. ระบบปรับความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัติ แบบนี้ผู้ใช้จะเลือกตั้งขนาดหน้ากล้องและกล้องจะเลือกปรับ ความเร็วชัตเตอร์โดยอัตโนมัติให้สัมพันธ์กับขนาดของหน้ากล้องที่เลือกใว้ ระบบนี้ผู้ใช้ต้องมีความคุ้นเคย บ้างและต้องระมัดระวังความเร็วชัตเตอร์ที่ช้า เพราะจะได้ภาพไหวพร่ามัว 4. ระบบมีเครื่องวัดแสงแต่ไม่สัมพันธ์กับกล้อง แบบนี้เหมือนแบบที่หนึ่ง หากแต่มีเครื่องวัดแสงด้วยมือมาติด ไว้บนตัวกล้องอ่านขนาดหน้ากล้องและความเร็วชัตเตอร์ได้ที่ช่องบอก แล้วค่อยตั้งค่าต่าง ๆ ตามที่ได้นั้น กล้อง 35 มม. ที่ผลิตจากประเทศรัสเซียส่วนมากจะมีลักษณะนี้ 5. ระบบมีเครื่องวัดแสงผ่านเลนส์ และสัมพันธ์กับระบบกล้อง ระบบนี้มีระบบวัดแสงอยู่ในตัวกล้องอ่านแสงที่ ผ่านเลนส์เข้าไป จะวัดแสงได้ถูกต้องโดยการปรับความเร็วชัตเตอร์และขนาดหน้ากล้องให้เข็มสัญญาณหรือ ไฟสัญญาณต่าง ๆ เกิดความสัมพันธ์กันพอดี ระบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบระบบอัตโนมัติที่ผู้ใช้ไม่ต้อง ทำอะไรเลย 6. ระบบหน้ากล้องโดยอัตโนมัติ เป็นแบบผู้ที่ใช้เลือกตั้งความเร็วชัตเตอร์และกล้องจะเลือกปรับขนาดหน้า กล้องให้สัมพันธ์กันโดยอัตโนมัติ เป็นระบบที่ใช้ง่าย แต่ต้องใช้กับเลนส์เทเลโฟโต้แบบสะท้อนระยะ(Mirror lens) และกับท่อต่อเลนส์หรือเบลโลว์ (Bellow) หรือใช้กับกล้องจุลทัศน์ 7. ระบบอัตโนมัติผสม เป็นแบบที่เลือกใช้ระบบปรับความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัติหรือระบบปรับหน้ากล้องโดย อัตโนมัติอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือได้ทั้งสองอย่าง บางรุ่นมีระบบปรับตั้งโปรแกรม เพื่อให้ทำงานโดยอัตโนมัติ พร้อม ๆ กัน และอาจมีระบบธรรมดาอยู่ด้วยก็ได้เป็นกล้องที่มีระบบต่าง ๆ มากมายจนบางครั้งทำให้เกิด ความสับสนเหมาะ 8. ระบบโปรแกรมอัตโนมัติ เป็นระบบที่กล้องเลือกปรับความเร็วชัตเตอร์ และขนาดหน้ากล้องทั้งสองอย่างให้ สัมพันธ์กันโดยอัตโนมัติ รับแสงพอดี เหมาะสำหรับการถ่ายภาพฉับพลัน ผู้ใช้อาจชอบ และสนุกในตอน แรก เพราะไม่ต้องใช้ความคิด เพราะกล้องควบคุมระบบต่าง ๆ ให้หมดแต่อาจเบื่อหน่ายเมื่อใช้ไปนาน ๆ แบบนี้เหมาะกับนักถ่ายภาพที่เพิ่มเริ่มเรียนการถ่ายภาพ 9. ระบบอัตโนมัติตายตัวอย่างเดียว เป็นระบบที่กำหนดไว้ตายตัวเพียงอย่างเดียว ของความเร็วชัตเตอร์ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นถ่ายภาพ เพื่อเพียงแต่ให้ได้ภาพเท่านั้น การใช้ง่ายสดวกมีช่วงการปรับแสงอัตโนมัติ กว้าง 10.กล้องที่ใช้ระบบธรรมดาได้ทุกระดับ เป็นกล้องอัตโนมัติที่สามารถตั้งความเร็วชัตเตอร์หรือขนาดหน้ากล้อง ในระบบธรรมดาได้ทุกระดับด้วยตามค่าแสงที่เครื่องวัดแสงอ่านได้ ช่วยให้การควบคุมการถ่ายภาพได้ตาม ต้องการจึงเป็นระบบอัตโนมัติที่ช่างภาพมืออาชีพนำมาใช้มาก 11.ระบบปรับแสงชดเชยอัตโนมัติ กล้องอัตโนมัติ จะปรับให้รับแสงพอดีอย่างเดียว เมื่อใช้ ระบบปรับแสง ชดเชยอัตโนมัติ จะช่วยควบคุมให้ภาพรับแสงมากน้อยต่างกันได้ ประมาณ 2 สต๊อป เพียงพอสำหรับการ ถ่ายภาพในที่ต่าง ๆ กันทั่วไป เมื่อเลิกใช้ต้องตั้งกลับตำแหน่งธรรมดา 12.ระบบบันทึกความจำแสง เป็นระบบที่ช่วยให้การถ่ายภาพย้อนแสงได้ผลดีโดยวิธีการวัดแสงสิ่งที่ต้องการ ถ่ายในระยะใกล้ ๆ แล้วกดปุ่มบันทึกความจำไว้ ระบบความจำแสงก็จะ บันทึกความจำของทิศทางแสงนั้น ๆ เมื่อถอยออกมาเลือกมุมภาพตามที่ต้องการแล้วถ่ายภาพก็จะรับแสงได้พอดีในทิศทางของแสงที่ได้วัดไว้ แล้วนั้น 13.


55 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......6............. ชื่อหน่วย เรื่องควบคุมแสงในการถ่ายภาพ สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...60........... จำนวนชั่วโมง...10...... 5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.10 การนำเข้าสู่บทเรียน 1. ผู้สอนอธิบายถึงความสําคัญของการควบคุมแสง 2. นักศึกษาฟังและจดบันทึก ขั้นสอน 1 . ผู้สอนอธิบายความหมายของควบคุมแสงในการถ่ายภาพและวิธีการควบคุม 2. ประเภท คือแสงธรรมชาติและแสงเทียม โดยแสงแต่ละประเภท เกิดจากตัวกาหนดที่แตกต่าง กันอยูกับการนําไปใช้งานและลักษณะของงาน 3. ผู้สอนให้นักศึกษาจัดแสงและควบคุมแสงในการทำงาน 4. เรียนปฏิบัติงานตามผู้สอนแนะนํา กล้องดิจิตอล 5.11 การเรียนรู้ ผู้สอนอธิบายการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ มีดังนี้ เครื่องวัดแสง กล้องขาตั้งกล้อง ฟินเตอร์กรองแสง่ สายลันไก ไฟแฟลชอิเลคโทรนิค เลนส์ ฮูด กระเป๋ากล้อง 5.12 การสรุป 1 .ควบคุมแสงในการถ่ายภาพ 2. นักศึกษาถามข้อที่สงสัยและข้อที่ต้องการทราบ สมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 • การทำงานเป็นทีม ฝึกการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา • การใช้สื่อ/เทคโนโลยี/คำศัพท์ภาษาอังกฤษ/สิ่งที่น่าสนใจ • การใช้ทักษะรับรู้ • การใช้ทักษะการตัดสินใจ/การประยุกต์ใช้/การควบคุมกำกับตนเอง ทักษะชีวิต • ฝึกสังเกต/รวบรวมข้อมูล (กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้) • การศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือ วารสาร 5.4 การวัดและประเมินผล การทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน


56 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......6............. ชื่อหน่วย เรื่องควบคุมแสงในการถ่ายภาพ สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...60........... จำนวนชั่วโมง...10...... 6. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือเรียน เฉลยแบบประเมินผลการเรียนรู้ 6.2 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. เครื่องคอมพิวเตอร์ 2. โปรเจคเตอร์ 3. โปรแกรม Lightroom 4. ตัวอย่างสื่อมัลติมีเดียด้านการถ่ายภาพ 5. ภาพถ่ายจากอินเทอร์เน็ต 6.3 หุ่นจำลองหรือของจริง (ถ้ามี) ๓.๑ สื่อสิ่งพิมพ์ แผ่นพับ 6.4 อื่น ๆ (ถ้ามี) ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... 7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ) 7.1 งานนำเสนอข้อมูล PowerPoint 7.2 ใบงานมอบหมายในรายวิชา 8. การบูรณาการ / ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น ๑. การถ่ายภาพดิจิทัล ๒. การสร้างสร้างสื่อสิงพิมพ์ ๓. การผลิตสื่อโฆษณา


57 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......6............. ชื่อหน่วย เรื่องควบคุมแสงในการถ่ายภาพ สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...60........... จำนวนชั่วโมง...10...... 9. การวัดผลและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียน - แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน/หลังเรียน 10 ข้อ - ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน 9.2 ขณะเรียน - สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม - การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - นักศึกษาผ่านเกณฑ์การประเมินด้านพุทธิพิสัยภายหลังการเรียน คะแนนประเมินความรู้ หลังการ เรียนรายหน่วย ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า …๘๐….% 9.3 หลังเรียน - แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน/หลังเรียน 10 ข้อ - แบบสังเกตคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง - เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง - แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียนไม่มีเกณฑ์ผ่าน เก็บคะแนนไว้เปรียบเทียบกับคะแนนที่ได้จากการ ทดสอบหลังเรียน


58 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......6............. ชื่อหน่วย เรื่องควบคุมแสงในการถ่ายภาพ สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...60........... จำนวนชั่วโมง...10...... 10. บันทึกหลังสอน 10. บันทึกหลังสอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ - นักเรียนสามารถอธิบายความหมายประวัติการถ่ายภาพและวิวัฒนาการของกล้อง - นักเรียนสามารถอธิบายประวัติการถ่ายภาพและวิวัฒนาการของกล้อง - นักเรียนสามารถอธิบายประโยชน์ประวัติการถ่ายภาพและวิวัฒนาการของกล้อง 10.2 ผลการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา - นักเรียนขาดทักษะการเข้าใจวิวัฒนาการของกล้อง - นักเรียนบางคนขาดเรียนบ่อยในคาบเรียนทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน - นักเรียนมีการพัฒนา หลังจากได้ทำการเรียนในหน่วยการเรียนนี้ โดยจากการทดสอบ ก่อนเรียน และ หลังเรียน 10.3 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ ครูผู้สอน จะนำสื่อการเรียนรู้ และผลิตสื่อการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับรายวิชา นำมาใช้กับนักเรียนให้เกินประโยชน์ มากที่สุด


59 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......7............. ชื่อหน่วย ถ่ายภาพให้สื่อความหมาย สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม....65.......... จำนวนชั่วโมง...5...... 1. สาระสำคัญ เมื่อนักศึกษาวางจุดประสงค์ไว้เรียบร้อยแล้วก็เลือกสร้างบรรยากาศและอารมณ์ให้คล้อยตาม จุดประสงค์ที่วางไว้ ภาพที่แสดงถึงบรรยากาศและอารมณ์จะให้ความรู้สึกแกผู้ดูได้ดีไม่น่าเบื่อหนาย เช่นภาพ ดอกไม้ควรมีสีสันที่สดใสอาจมีละอองน้ำาเกาะทําให้บรรยากาศดูสดชื่นอาจใช้เส้นที่มีอยูตามธรรมชาติทุกหน ทุกแห่งมาช่วยสร้างภาพเหล่านีได้ เช่น เส้นตรงทังแนวตั้งและแนวนอน เป็นเส้นที่ให้ความรู้สึกแกผู้ดูในแง่ ความสงบ มันคง่ แข็งแรง การใช้เส้นประเภทนีต้องระวังมากในเรื่องของการแบงครึ่งภาพจะทําให้ผู้ดูรู้สึกว ภาพนั้นถูกแยกออกเป็นสองส่วน จึงควรให้อยู่อนไปทางใดทางหนึ่งของภาพ่นเชเส้นนําทะเลควรให้อยู่ แนว 3 ใน 4 ส่วน 2. สมรรถนะประจำหน่วย 1.อธิบายการใช้เส้นและรูปทรง 2.บอกหลักการถายภาพสื่อความหมาย 3.ถายภาพให้สื่อความหมาย 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 4.เพื่อให้นักศึกษาอธิบายการใช้เส้นและรูปทรง 5.เพื่อให้นักศึกษาบอกหลักการถายภาพสื่อความหมาย 6.เพื่อให้นักศึกษาถายภาพให้สื่อความหมาย 3.2 ด้านทักษะ 4. สามารถอธิบายการใช้เส้นและรูปทรง 5. สามารถบอกหลักการถายภาพสื่อความหมาย 6. สามารถถายภาพให้สื่อความหมาย 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 3.3.1.เข้าใจและสามารถถ่ายทอดสื่อความหมายได้


60 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......7............. ชื่อหน่วย ถ่ายภาพให้สื่อความหมาย สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม....65.......... จำนวนชั่วโมง...5...... 4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ ความสำคัญของ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากๆในตอนนี้ ไม่ว่าใครก็ตามล้วนสามารถเข้าถึงการถ่ายภาพได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีกล้องราคาแพง ขอเพียงแค่มี Smartphone สักเครื่องทุกคนก็สามารถถ่ายภาพได้แล้ว การ แบ่งปันรูปภาพ การถ่ายภาพมีหลากหลายรูปแบบ หลายสไตล์ แถมในยุคนี้มี โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ มากมาย สำหรับแบ่งปัน ภาพถ่าย โดยเฉพาะ เป็นจำนวนมากอีกด้วย มาดูกันว่าทำไม การถ่ายภาพมันถึงมีความสำคัญ และ 4 ความสำคัญของ การถ่ายภาพ นั้นมีอะไรบ้าง 1.ภาพถ่ายคือมรดกของเราทุกคน ภาพถ่ายคือมรดกของพวกเราทุกคน มันคือสิ่งที่เราทอดทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง ทอดทิ้งไว้ให้ครอบครัวของเรารุ่นๆ ต่อไป และทุกภาพถ่ายของเราคือสิ่งที่บอกเรื่องราวของเรา เหตุการณ์สำคัญ วิถีชีวิต อย่างเช่นเหล่ารูปถ่ายการ จบการศึกษา ที่ทุกคนต้องมี และภาพถ่ายก็เปรียบเสมือน มรดกของเราทุกคนที่จะทิ้งไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้เห็นว่า ชีวิตของเรานั้นเคยเป็นอย่างไร 2.ภาพถ่าย คือสิ่งที่บ่งบอกว่าอะไรที่สำคัญจริงๆกับเรา ถ้าเกิดวันนี้บ้านของเราต้องมอดไหม้ หรือ ต้องไปอาศัยอยู่ที่อื่น เดินทางย้ายถิ่นฐาน หากในวันที่ไม่เหลืออะไรแล้ว สามารถหยิบสิ่งของติดตัวไปได้หนึ่งอย่าง รูปภาพ ภาพถ่าย มักจะเป็นสิ่งที่คนส่วนมากเลือกที่จะนำมาพกติดตัว ไปด้วยมากที่สุด บางคนพกรูปครอบครัวไว้ในกระเป๋าเงิน , จี้ที่มีรูปคนรัก หรือ ภาพถ่ายคนที่สำคัญติดตัวไว้กับ ตัวเองเสมอ ในช่วงเวลาที่สำคัญ ความทรงจำ ภาพถ่าย อัลบั้ม ดูเหมือนจะมีคุณค่าและความสำคัญมากกว่า ข้าว ของเงินทอง เครื่องประดับ ของใช้ต่างๆเสียอีก ก็เพราะว่า รูปถ่าย หนึ่งใบ นั้นเป็นความทรงจำ ในทุกๆรูปภาพ ล้วนมีความทรงจำที่ไม่สามารถย้อนกลับไปหาได้อีกแล้ว โดยเฉพาะ เหล่าคนที่คิดถึงครอบครัวที่จากไป สิ่งที่ หลงเหลือนอกจากความทรงจำในใจถึงพวกเขาแล้วก็มีเพียงรูปถ่าย นี้และที่สำคัญ หรือ อัลบั้มภาพถ่ายของ ครอบครัวก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปไหนแค่ไหน ภาพถ่าย ก็จะยังเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าอะไรที่ สำคัญจริงๆกับเราอยู่ สิ่งสำคัญบางคนอาจเป็นภาพถ่ายครอบครัว คนรัก บ้าน หรือแม้แต่เจ้าสุนัขตัวโปรดที่เคย เลี้ยง และคุณค่าของมันไม่มีทางเลือนลางหายไปตามกาลเวลาอีกด้วย 3.ภาพถ่าย คือการสื่อสารแบบใหม่


61 สำหรับ ภาพถ่าย นั้นก็เปรียบเสมือนการสื่อสารรูปแบบใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้องพูด ไม่จำเป็นต้องได้ยิน เพียงแค่มอง รูปภาพ ก็สามารถเข้าใจสิ่งที่ต้องการจะสื่อได้แล้ว แถมความมหัศจรรย์ของภาพถ่าย คือมันสามารถสื่อสารได้ มากมาย แม้เพียงจากรูปๆ รูปเดียว คน 10 คนมองภาพถ่าย ภาพหนึ่งอาจจะมองไม่เห็นสิ่งเดียวกันทั้งหมด นอกจากนี้ ภาพถ่ายนั้นเปรียบเสมือน ภาษาที่มีความซับซ้อนมากอีกด้วย บางรูปภาพมันอาจจะสื่อสารว่า เศร้า , หดหู่ หรือ มีความสุข และ เบิกบานใจ ก็ได้ในภาพเดียวกัน มนุษย์ทุกคนล้วนมีอารมณ์ของตัวเองที่เชื่อมโยงกับ ภาพถ่ายที่แตกต่างกัน แน่นอนพวกเขาอาจจะเข้าใจว่ามันสื่อถึงอะไรในภาพใหญ่ ความหมายคร่าวๆ แต่ว่ารายละเอียดปลีกย่อย ความรู้สึกที่ได้รับย่อมแตกต่างกันไปอย่างแน่นอน นั้นคือการสื่อสารแบบใหม่ของภาพถ่าย มันสามารถสื่อสารกับ คนได้หลากหลายช่องทาง และไม่ซ้ำกับใคร และการถ่ายภาพ สามารถนำ ภาพถ่ายมาสื่อสารเป็นเรื่องราวโดยไม่ จำเป็นต้องใช้คำพูดเยอะอีกด้วย 4.ภาพถ่ายคือการส่งต่อพลังความรู้สึก เคยมั้ย ที่มองภาพที่เศร้าหดหู่ ภาพสีขาวดำหรือแม้แต่ภาพความโหดร้ายของภัยแล้ง สงคราม แล้วทำให้เกิดความ หดหู่ได้ หรือมองภาพที่มีสีสันงดงาม ภาพการท่องเที่ยว การสังสรรค์ แล้วรู้สึกมีพลัง มีแรงบันดาลใจ นั้นก็ เพราะว่า ภาพถ่าย การถ่ายภาพ นั้นคือการส่งต่อพลังต่างๆนั้นเอง มันคือการส่งต่อความรู้สึก การจับความรู้สึก มาใส่ไว้ในภาพถ่ายและเมื่อมีคนมองภาพถ่ายเหล่านั้น ในแต่ล่ะภาพถ่ายก็จะส่งพลังต่างๆที่แตกต่างกันไปให้กับผู้ ที่ชมมัน แรงบันดาลใจ พลังใจก็สามารถได้รับมากมายจากการชมภาพถ่ายดีๆเช่นกัน


62 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......7............. ชื่อหน่วย ถ่ายภาพให้สื่อความหมาย สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม....65.......... จำนวนชั่วโมง...5...... 5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.13 การนำเข้าสู่บทเรียน 1. ผู้สอนเตรียมเอกสารประกอบการเรียนเกี่ยวกับหลักการถายภาพให้สื่อความหมาย 2. นักศึกษาฟังและจดบันทึก ขั้นสอน 1 . . ผู้สอนอธิบายถึงความสําคัญของการสื่อความหมายของภาพถ่าย 2. ผู้สอนอธิบายความหมายของเส้นและรูปทรงในการถ่ายภาพ เพื่อให้สื่อความหมายตรงตาม 3. ผู้สอนอธิบายเส้นและรูปทรงที่ใช้ในการถ่ายภาพ รวมถึงการใช้สีเพื่อให้มีการสื่อความหมาย 4. ผู้สอนให้นักศึกษาถายภาพตามหลักการสื่อความหมาย 5.14 การเรียนรู้ ผู้สอนอธิบายการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ มีดังนี้ เครื่องวัดแสง กล้องขาตั้งกล้อง ฟินเตอร์กรองแสง่ สายลันไก ไฟแฟลชอิเลคโทรนิค เลนส์ ฮูด กระเป๋ากล้อง 5.15 การสรุป 1 .ผู้สอนให้นักศึกษาถายภาพตามหลักการสื่อความหมาย 2. นักศึกษาถามข้อที่สงสัยและข้อที่ต้องการทราบ สมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 • การทำงานเป็นทีม ฝึกการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา • การใช้สื่อ/เทคโนโลยี/คำศัพท์ภาษาอังกฤษ/สิ่งที่น่าสนใจ • การใช้ทักษะรับรู้ • การใช้ทักษะการตัดสินใจ/การประยุกต์ใช้/การควบคุมกำกับตนเอง ทักษะชีวิต • ฝึกสังเกต/รวบรวมข้อมูล (กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้) • การศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือ วารสาร 5.4 การวัดและประเมินผล การทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน


63 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......7............. ชื่อหน่วย ถ่ายภาพให้สื่อความหมาย สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม....65.......... จำนวนชั่วโมง...5...... 6. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือเรียน เฉลยแบบประเมินผลการเรียนรู้ 6.2 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. เครื่องคอมพิวเตอร์ 2. โปรเจคเตอร์ 3. โปรแกรม Lightroom 4. ตัวอย่างสื่อมัลติมีเดียด้านการถ่ายภาพ 5. ภาพถ่ายจากอินเทอร์เน็ต 6.3 หุ่นจำลองหรือของจริง (ถ้ามี) ๓.๑ สื่อสิ่งพิมพ์ แผ่นพับ 6.4 อื่น ๆ (ถ้ามี) ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... 7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ) 7.1 งานนำเสนอข้อมูล PowerPoint 7.2 ใบงานมอบหมายในรายวิชา 8. การบูรณาการ / ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น ๑. การถ่ายภาพดิจิทัล ๒. การสร้างสร้างสื่อสิงพิมพ์ ๓. การผลิตสื่อโฆษณา


64 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......7............. ชื่อหน่วย ถ่ายภาพให้สื่อความหมาย สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม....65.......... จำนวนชั่วโมง...5...... 9. การวัดผลและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียน - แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน/หลังเรียน 10 ข้อ - ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน 9.2 ขณะเรียน - สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม - การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - นักศึกษาผ่านเกณฑ์การประเมินด้านพุทธิพิสัยภายหลังการเรียน คะแนนประเมินความรู้ หลังการ เรียนรายหน่วย ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า …๘๐….% 9.3 หลังเรียน - แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน/หลังเรียน 10 ข้อ - แบบสังเกตคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง - เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง - แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียนไม่มีเกณฑ์ผ่าน เก็บคะแนนไว้เปรียบเทียบกับคะแนนที่ได้จากการ ทดสอบหลังเรียน


65 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......7............. ชื่อหน่วย ถ่ายภาพให้สื่อความหมาย สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม....65.......... จำนวนชั่วโมง...5...... 10. บันทึกหลังสอน 10. บันทึกหลังสอน 10. บันทึกหลังสอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ - นักเรียนสามารถอธิบายความหมายประวัติการถ่ายภาพและวิวัฒนาการของกล้อง - นักเรียนสามารถอธิบายประวัติการถ่ายภาพและวิวัฒนาการของกล้อง - นักเรียนสามารถอธิบายประโยชน์ประวัติการถ่ายภาพและวิวัฒนาการของกล้อง 10.2 ผลการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา - นักเรียนขาดทักษะการเข้าใจวิวัฒนาการของกล้อง - นักเรียนบางคนขาดเรียนบ่อยในคาบเรียนทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน - นักเรียนมีการพัฒนา หลังจากได้ทำการเรียนในหน่วยการเรียนนี้ โดยจากการทดสอบ ก่อนเรียน และ หลังเรียน 10.3 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ ครูผู้สอน จะนำสื่อการเรียนรู้ และผลิตสื่อการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับรายวิชา นำมาใช้กับนักเรียนให้เกินประโยชน์ มากที่สุด


66 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......8............. ชื่อหน่วย เลือกใช้ระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...70......... จำนวนชั่วโมง...5...... 1. สาระสำคัญ การเลือกใช้โหมดในการถ่ายรูปในรูปแบบต่างขึ้นอยูกบวัตถุประสงค์ในก่ายภาพและวัตถุที่รถ ต้องการจะถ่าย โดยระบบการถ่ายรูปมีดังนี้P(Programe), Auto, Manual, Tv, Av โดยรูปแบบการทํางานของ ระบบการถ่ายภาพจะได้ภาพถายที่แตกต่างกัน ซึ่งนักศึกษาจะต้องทราบถึงการใช้งานระบบการถ่ายภาพใน แบบต่างๆ เช่น ต้องการถายภาพที่วัตถุมีความเร็ว ต้องเลือกใช้ระบบการถายภาพที่speed shutter มีค่าสูง จะทํา ให้ภาพที่จากก่ายมีความคมชัดรถ ไม่เบลอ เป็นต้น 2. สมรรถนะประจำหน่วย 1.บอกประเภทของระบบการถ่ายภาพ 2.อธิบายความหมายของระบบถ่ายภาพแบบต่างๆ 3.เลือกระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 4.เพื่อให้นักศึกษาบอกประเภทของระบบการถ่ายภาพ 5.เพื่อให้นักศึกษาอธิบายความหมายของระบบถ่ายภาพแบบต่างๆ 6.เพื่อให้นักศึกษาเลือกระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล 3.2 ด้านทักษะ 4.สามารถบอกประเภทของระบบการถ่ายภาพ 5.สามารถอธิบายความหมายของระบบถ่ายภาพแบบต่างๆ 6.สามารถเลือกระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 3.3.1.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล


67 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......8............. ชื่อหน่วย เลือกใช้ระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...70......... จำนวนชั่วโมง...5...... 4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ ชนิดของกล้องและระบบของกล้อง มาต่อกันเรื่องขนาดของภาพกันอีกนิด แต่เป็นเรื่องของสัดส่วนของภาพ สัดส่วนของภาพที่อัดกระดาษออกมาตามมาตรฐาน คือ 4×6 นิ้ว ซึ่งเท่ากับว่าภาพมีสัดส่วน 1:1.5 กล้อง ดิจิตอลระดับมือสมัครเล่นจะมีสัดส่วนภาพอยู่ประมาณ 1600×1200 pixels หรือ 1:1.33 เพื่อให้เข้ากับ จอมอนิเตอร์หรือ TV ทำให้เวลานำภาพไปอัดจึงต้องตัดส่วนภาพบนกระดาษไป ส่วนกล้องดิจิตอลระดับมือ อาชีพ(จำพวก DSLR) จะมีสัดส่วนประมาณ 1:1.5 ซึ่งเท่ากับฟิล์มขนาด 35 มม.เวลานำไปอัดจึงไม่เป็นปัญหา พูดถึงระดับของกล้องดิจิตอล ก็แบ่งเป็น 3 ระดับคือ 1.Compact – เป็นกล้องที่เน้นไปทาง สะดวกสบาย พกง่าย ถ่ายง่าย เรียกว่าอัตโนมัติแทบจะทั้งหมด แต่ปรับ อะไรไม่ค่อยได้ 2.Prosumer – เป็นกล้องที่ระบบการทำงานดีขึ้นมาหน่อย เช่น มีระบบวัดแสง ชดเชยแสง ปรับความชัดผ่าน เลนส์ ระบบ Manual การต่อ Flash ภายนอก ซึ่งทำให้ยืดหยุ่นต่อการใช้งานมากขึ้น แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ ได้


68 3.Professional – เป็นกล้องระดับมืออาชีพที่คล้ายกับกล้อง SLR ในระบบฟิล์ม แต่เปลี่ยนจากการใช้ฟิล์มมา เป็นการใช้เซ็นเซอร์รับแสง ซึ่งระบบการทำงานสามารถปรับได้ทั้งหมดตามความสามารถของผู้ถ่าย(กล้องดีคน ถ่ายไม่เก่ง เอากล้อง compact ถ่ายออกมาก็อาจจะดีกว่าก็ได้นะ) ต่อจากชนิดของกล้องก็จะมาว่ากันต่อเรื่องระบบการใช้งานภายในกล้องดีกว่า เรียงไปเป็นข้อๆ เลยแล้วกัน 1.ระบบจัดเก็บไฟล์รูป โดยทั่วไปก็จะมีอยู่ 2 ชนิด ที่นิยม คือ JPEG , CCD-RAW (ส่วน TIFF จะไม่ขอพูดถึง เพราะไม่ค่อยมีคนใช้ และ ส่วนตัวไม่รู้ด้วย แหะๆ) – JPEG ก็คือไฟล์รูปที่ถ่ายออกมาแล้วสำเร็จรูปเลย สามารถนำไปใช้ได้ทันที ใช้พื้นที่ในการจัดเก็บน้อย แต่ก็เอา มาปรับแต่งอะไรไม่ได้มากนัก – CCD-RAW เป็นไฟล์ของภาพที่เหมือนกับข้อมูลดิบที่ยังไม่ได้รับการปรุงแต่งและบีบอัดใดๆ เลย ซึ่งการจะ นำไปใช้ จำเป็นต้องใช้ Software ของกล้องแต่ละตัว หรือใช้ Photoshop ที่ติด Plugins ที่สำหรับอ่านไฟล์ของ กล้องนั้นๆ 2.ระบบปรับความชัดโฟกัส


69 โดยทั่วไปจะมีอยู่ 3 แบบ คือ – ปรับเอง – ปรับความชัดทีละภาพ (Single Auto Focus , AF-S) คือ ระบบปรับความชัดที่เมื่อเรากดปุ่มล๊อคโฟกัส (โดยทั่วไปคือการกดปุ่ม Shutter ไว้ครึ่งหนึ่ง) มันก็จะหาโฟกัสจนได้ แล้วจะไม่มีการหาโฟกัสใหม่อีก ก็จะทำให้ เราสามารถจัดองค์ประกอบภาพได้หลังจากล๊อคโฟกัสแล้ว – ปรับความชัดแบบต่อเนื่อง (Continue Auto Focus , AF-C) คือระบบปรับความชัดที่จะคอยหาโฟกัส อัตโนมัติตลอดที่เรากดปุ่มล๊อคโฟกัสค้างไว้ อีกทั้งอาจจะมีการคำนวณการหาโฟกัสล่วงหน้าของวัตถุที่เคลื่อนที่ ด้วย ซึ่งเหมาะสำหรับการถ่ายภาพเคลื่อนไหว 3.ความไวชัตเตอร์ ก็คือระยะเวลาที่กล้องเปิดรูรับแสงนั่นเอง เปิดนานก็รับแสงได้มาก เปิดไม่นานก็รับแสงได้น้อย โดยปกติที่เรียก กัน 125 , 250 , 500 ก็จะหมายถึง 1/125 , 1/250 , 1/500 วินาทีนั่นเอง โดยถ้าเปิดนานๆ ก็จะมีหน่วย ตามมา เช่น 1″ ก็คือ 1 วินาที 4.ความไวแสง จะพูดกันเป็น ISO เช่น ISO100 , ISO200 , ISO400 ถ้าจะถามว่า ที่มาของ ISO มาจากไหน – ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่า ไอ้คำว่า ISO มันก็แปลว่ามาตรฐาน เหมือนกับเราเรียก ISO9001 อะไรทำนอง เนี้ยแหละ แล้ว ISO100 มันคือขนาดไหน เอาอะไรวัดล่ะ – อันนี้ต้องอ้างว่ามาจากฟิล์มครับ ซึ่งการผลิตฟิล์มนั้น มีออกมาความไวหลากหลายมาก ดังนั้นเขาจึงกำหนด มาตรฐานออกมาว่า เท่านี้แหละ เท่ากับ 100 และไวแสงมากกว่านี้เท่านึง ก็จะเป็น 200 ก็ว่ากันไป และนั่นก็ เอามาใช้กับกล้อง digital ด้วย นั่นก็หมายความว่า ถ้าเอาฟิล์มที่ ISO100 มาวางแทน CCD ที่เราปรับความไว แสงไว้ที่ ISO100 เท่ากัน แล้วใช้ปริมาณแสงเท่ากัน เลนส์ตัวเดียวกัน ความไวชัตเตอร์เท่ากัน และรูรับแสง เท่ากัน เราก็จะได้รูปที่มีปริมาณแสงเท่ากันนั่นเอง แบบนี้ยิ่งตั้งไวก็ยิ่งดีสิ ถ่ายง่าย ไม่ต้องกลัวสั่น – ก็ใช่ครับ แต่ว่า ก็มีข้อเสียนะครับ คือ ยิ่งเราทำให้ CCD ไวแสงมาก CCD ก็จะยิ่งโดนรบกวนได้ง่าย ซึ่งจะทำให้ เกิด noise คุณภาพของภาพก็จะลดลง 5.ระบบวัดแสง มีอยู่หลายชนิด แต่ขอพูดถึงแค่สัก 4 ชนิดหลักก็พอ


70 – Spot แบบจุด เป็นระบบวัดแสงที่จะวัดแค่ตรงกลางภาพจุดเดียว(กินพื้นที่ราวๆ 2-3% ของภาพ) โดยจะไม่ สนบริเวณนอกจุดนั้นเลย – Center-Weight แบบเฉลี่ยน้ำหนักกลาง เป็นระบบวัดแสงที่นำค่าแสงรอบๆ จุดกลางมาคิดด้วยแต่อาจจะไม่มี น้ำหนักมากนัก(มากเท่าไหร่ต้องศึกษาจากตัวกล้องนั่นเอง) เช่น 60:40 , 80:20 – Average แบบเฉลี่ยทั้งภาพ เป็นระบบวัดแสงที่เฉลี่ยทั้งภาพเท่ากัน – Multi-Segment แบบแบ่งส่วน เป็นระบบ ที่ฉลาดที่สุด โดยจะแบ่งภาพเป็นส่วนๆ (แล้วแต่กล้องอีกว่าจะแบ่ง กี่ส่วน) จากนั้นจะนำมาคำนวณเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลที่กล้องเก็บไว้ แล้วออกมาเป็นค่าแสงที่เหมาะสม(หรือ


71 บางทีก็ไม่เหมาะนะ เหอๆ) 6.ระบบชดเชยแสง ก็คือการตั้งให้กล้องชดเชยแสงนั่นเอง เช่น เราตั้งไว้ที่ +1 กล้องก็จะคำนวณให้ภาพสว่าง กว่าปกติ 1 stop นั่นเอง (1 Stop ก็คือ ปริมาณแสงที่เปลี่ยนไป 1 เท่าตัวนั่นเอง ไว้อธิบายละเอียดทีหลังนะ) 7.ระบบล๊อคค่าแสง เป็นปุ่มที่ให้กล้องจำค่าแสงตอนที่เรากดปุ่มนั้นไว้ บางกล้องกล้องก็เก็บไว้ 10 วิ หรือบาง กล้องก็ล๊อคไว้ตราบเท่าที่เราล๊อคซัตเตอร์ไว้


72 8.ระบบถ่ายภาพ (Exposure Mode) คือระบบที่กล้องคำนวณและปรับ รูรับแสง และ/หรือ ความไวชัตเตอร์ ให้อัตโนมัติ โดยจะแบ่งเป็นหลายๆโหมดดังนี้ – Program (P) เป็นโหมดที่กล้องปรับแบบอัตโนมัติทั้งหมด เรียกว่าให้กล้องคิดเองหมดว่าแบบนี้จะเป็นถ่ายวิว ป่าวหว่า หรือว่าถ่ายดอกไม้หว่า อะไรทำนองนี้ – Macro (รูปดอกไม้) เป็นโหมดที่กล้องจะคำนวณค่าให้เหมาะสมกับการถ่ายระยะใกล้ – Protrait (รูปสาว) เป็นโหมดที่กล้องคำนวณค่าให้เหมาะกับการถ่ายภาพบุคคล(หน้าชัดหลังเบลอ อะไร ประมาณนั้น) – Landscape (รูปภูเขา) เป็นโหมดที่กล้องคำนวณค่าให้เหมาะกับการถ่ายวิว(ชัดลึกไว้ก่อนมั้ง) – Night Scene (รูปสาวมึนหัว) เป็นโหมดที่กล้องคำนวณค่าให้เหมาะกับการถ่ายภาพบุคคลในเวลากลางคืนให้ ติดวิวข้างหลัง(ใช้แฟลช+ความไวชัตเตอร์ช้า) – Sport (รูปวิ่งราว) เป็นโหมดที่กล้องคำนวณค่าให้เหมาะกับการถ่ายภาพเคลื่อนไหว(ใช้ AF-C และ ความไวชัต เตอร์สูงมากๆ) – ความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัติ Tv(หรือ A ในางกล้อง) เป็นโหมดที่กล้องจะปรับความเร็วชัตเตอร์ให้อัตโนมัติเมื่อ เราเปลี่ยนค่ารูรับแสง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระยะชัดลึกเอง – ช่องรับแสงอัตโนมัติ Av(หรือ S ในบางกล้อง) เป็นโหมดที่กล้องจะปรับขนาดรูรับแสงให้อัตโนมัติเมื่อเรา เปลี่ยนค่าความไวชัตเตอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายภาพที่เกี่ยวกับความเร็ว เช่น น้ำตก – ปรับตั้งเอง M เป็นโหมดที่อยากได้อะไรก็ปรับเองแล้วกัน เก่งดีนัก กล้องบอกว่า ตูไม่ยุ่งก็ได้ฟะ แต่ใจดีช่วย บอกค่าแสงให้แล้วกัน ว่าที่เอ็งปรับน่ะ มันมากหรือน้อยเกินไปอยู่กี่ stop 9.ระบบสมดุลสีของแสง เป็นระบบที่กล้องจะชดเชยสภาพแสงให้ตามที่เราปรับ โดยจะมีหลายโหมด เช่น(จะ ยกไปเท่าที่จะนึกได้แล้วกัน) – Auto ก็ให้กล้องคิดเองหมด กล้องดีสีก็สวย กล้องห่วยสีก็ตุ่นๆ ไม่ได้อารมณ์ – DayLight เหมาะกับสภาพแสงแดดตอนกลางวัน – Shade เหมาะกับในร่มเงาของแสงตอนกลางวัน – Cloud เหมาะกับการถ่ายภาพในเวลาที่แสงโดนเมฆบังหมด


73 – Fluorescent เหมาะกับการถ่ายภาพในสภาพแสงที่เป็นหลอดฟลูออเรสเซนท์ ซึ่งยังแบ่งได้ 3 ชนิดอีก คือ Daylight , WarmWhite , Cool White – Incandescent หรือ Tungstan(เขียนถูกป่าวหว่า) สำหรับการถ่ายในแสงหลอดไส้ หรือกองไฟ – Custom แบบเลือกเอง โดยเลือกโหมดแล้วใช้กล้องส่องไปหากระดาษขาวแล้วกดชัตเตอร์ กล้องจะทำการหา สมดุลแสงให้เอง 10.ระบบแฟลช ไม่ขอพูดถึงระบบทำงานของมัน ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ไหนจะ TTL ที่หมายถึงให้แฟลชควบคุม แสงผ่านเลนส์ว่าใส่แสงไปนานแค่ไหนถึงจะพอ อะไรอีกก็ไม่รู้ วุ่นวาย ขอเอาแค่โหมดใช้งานแล้วกัน โดยจะ แบ่งเป็น – แก้ตาแดง ก็เอาไว้ถ่ายคนเวลากลางคืนไม่ให้น้องพันซ์มาร้องแซว – Slow Speed Sync ก็คือใช้แฟลชคู่กับความเร็วชัตเตอร์ต่ำ เช่นในโหมดของการถ่ายบุคคลเวลากลางคืน – High Speed Sync ใช้แฟลชกับความเร็วชัตเตอร์สูงๆ เหมาะกับการจับภาพเคลื่อนไหวให้หยุดนิ่ง – แฟลชสัมพันธ์กับม่ายชัดเตอร์คู่หน้า/หลัง ขี้เกียจอธิบายว่าคู่หน้า/หลังคืออะไร แต่อยากให้เข้าใจว่า ถ้าเราใช้ ความเร็วชัตเตอร์ 1/125 วิ แต่แฟลชมันไม่ได้ออกตลอดเวลา อาจจะออกแค่ 1/1000 วิ โดยถ้าแฟลชสัมพันธ์กับคู่หน้า เมื่อเรากดชัตเตอร์ปุ๊บแฟลชก็จะยิงทันที พอครบ 1/1000 แล้วแฟลชก็จะหยุด แต่ม่ายชัตเตอร์ยังเปิดอยู่ ซึ่งจะส่งผลให้ถ้าคนวื่งอยู่ เราก็จะเป็นคนชัดด้านหลังสุด แล้วจะมีเงาเลื่อนไปด้านหน้า ยังกับคนวิ่งถอยหลัง แต่ถ้าแแฟลชสัมพันธ์กับคู่หลัง เมื่อเรากดชัตเตอร์ แฟลชก็จะยังไม่ถูกยิง แต่พอเหลืออีก 1/1000 วิม่านจะปิด แฟลชถึงจะเริ่มยิงไปจนปิดม่านชัตเตอร์ ซึ่งจะส่งผลให้ถ้าคนวื่งอยู่ เราก็จะเป็นคนชัดด้านหน้าสุด แล้วจะมีเงาวิ่ง ตามหลัง เหมือนกับคนวิ่งด้วยความเร็วซะงั้น 11.ระบบถ่ายภาพต่อเนื่อง ก็คือระบบที่เรากดชัตเตอร์ค้างไว้ กล้องก็จะยิงชัตเตอร์รัวๆให้ตามกำลังที่มันจำทำ ได้นั่นเอง 12.ระบบถ่ายภาพคร่อม เป็นระบบที่กล้องจะถ่ายภาพชดเชยแสงไปทาง + และ – ให้อัตโนมัติ ทำให้เราได้ ภาพมาก 3 ภาพ คือ ตามที่ตั้งค่าแสงไว้ มากว่า และน้อยกว่า โดยมากกว่าและน้อยกว่าเท่าไหร่เราก็กำหนดได้ 13.ระบบถ่ายภาพแบบตั้งเวลา ก็จะแบ่งเป็น 2 แบบคือ – ตั้งเวลาเฉยๆ ราวๆ 10 วิ หรือ 12 วิ มีเวลาพอให้วิ่งไปเก็กหล่อหน้ากล้องได้ – ตั้งเวลา 2 วิ พร้อมล๊อคกระจก ซึ่งใน DSLR นั้น ด้วยกลไกแล้วต้องมีการสะบัดกระจกขึ้นไปเพื่อเปิดทางให้ แสงไปหาเซ็นเซอร์รับภาพได้ การสะบัดนี้แหละ ทำให้กล้องสั่นได้ ซึ่งก็ส่งผลกับความชัดของภาพ(แม้จะเล็กน้อย ก็ตาม) กอปรกับแรงกดชัตเตอร์ก็มีผลด้วย ดังนั้นระบบนี้จึงเกิดขึ้นมเพื่อช่วยช่างภาพมืออาชีพโดยเฉพาะ โดย


74 เมื่อเราใช้โหมดนี้แล้วกดชัตเตอร์ กล้องจะสะบัดกระจกขึ้นก่อน แล้วหน่วงเวลาไว้ 2 วิ ก่อนที่จะเปิดม่านชัต เตอร์ ทำให้ไม่เกิดแรงสะเทือนขึ้นเลย (โอวว พระเจ้ายอด มันจอร์จมาก) 14.ระบบเช็คชัดลึก อันนี้จะเป็นปุ่มเช็คระยะชัดลึกของภาพ โดยเมื่อกดแล้วกล้องจะทำการเปิดรูรับแสงตามที่ เราตั้งไว้ขณะนั้น ทำให้เราเห็นภาพว่าออกมาแล้วจะชัดลึกแค่ไหน(ถ้าไม่เข้าใจ แนะนำให้อ่านเรื่อง Depth of field ที่ผมทำไว้) 15.ระบบสีคือช่วงความกว้างของสีที่ครอบคลุมถึง โดยทั่วไปกล้องจะมีให้เลือก 2 แบบ คือ Adobe RGB และ sRGB ต่างกันอย่างไร ดูรูปเอาเข้าใจง่ายกว่า ร่ายยาวเลยตอนนี้ หมดยังหว่า คิดว่าคงหมดแล้วนะ ไว้แค่นี้แล้วกัน ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมไว้ตอนหลังแล้วกัน แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......8.............


75 ชื่อหน่วย เลือกใช้ระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...70......... จำนวนชั่วโมง...5...... 5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.16 การนำเข้าสู่บทเรียน 1. ผู้สอนอธิบายถึงความสําคัญของการเลือกระบบการถ่ายภาพกล้องดิจิตอลโดยแสดงรูปภาพที่ ถ่ายจากระบบที่แตกต่างของกล้องดิจิตอล 2. นักศึกษาฟังและจดบันทึก ขั้นสอน 1 .ผู้สอนอธิบายความหมายและการใช้งานระบบการถ่ายภาพกล้องดิจิตอล 2. ผู้สอนอธิบายความแตกต่างของระบบการถ่ายภาพและแสดงรูปภาพตัวอย่าง 3.ผู้สอนให้นักศึกษาถ่ายภาพโดยเลือกใช้ระบบการถ่ายภาพประเภทต่างๆ และให้นักศึกษาสรุป 4. ผู้สอนให้นักศึกษาถายภาพตามหลักการสื่อความหมาย 5.17 การเรียนรู้ ผู้สอนอธิบายการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ มีดังนี้ เครื่องวัดแสง กล้องขาตั้งกล้อง ฟินเตอร์กรองแสง่ สายลันไก ไฟแฟลชอิเลคโทรนิค เลนส์ ฮูด กระเป๋ากล้อง 5.18 การสรุป 1 .ผู้สอนให้นักศึกษาสรุปความหมายและการใช้งานระบบการถ่ายภาพกล้องดิจิตอล 2. นักศึกษาถามข้อที่สงสัยและข้อที่ต้องการทราบ สมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 • การทำงานเป็นทีม ฝึกการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา • การใช้สื่อ/เทคโนโลยี/คำศัพท์ภาษาอังกฤษ/สิ่งที่น่าสนใจ • การใช้ทักษะรับรู้ • การใช้ทักษะการตัดสินใจ/การประยุกต์ใช้/การควบคุมกำกับตนเอง ทักษะชีวิต • ฝึกสังเกต/รวบรวมข้อมูล (กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้) • การศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือ วารสาร 5.4 การวัดและประเมินผล การทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......8.............


76 ชื่อหน่วย เลือกใช้ระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...70......... จำนวนชั่วโมง...5...... 6. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือเรียน เฉลยแบบประเมินผลการเรียนรู้ 6.2 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. เครื่องคอมพิวเตอร์ 2. โปรเจคเตอร์ 3. โปรแกรม Lightroom 4. ตัวอย่างสื่อมัลติมีเดียด้านการถ่ายภาพ 5. ภาพถ่ายจากอินเทอร์เน็ต 6.3 หุ่นจำลองหรือของจริง (ถ้ามี) ๓.๑ สื่อสิ่งพิมพ์ แผ่นพับ 6.4 อื่น ๆ (ถ้ามี) ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... 7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ) 7.1 งานนำเสนอข้อมูล PowerPoint 7.2 ใบงานมอบหมายในรายวิชา 8. การบูรณาการ / ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น ๑. การถ่ายภาพดิจิทัล ๒. การสร้างสร้างสื่อสิงพิมพ์ ๓. การผลิตสื่อโฆษณา


77 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......8............. ชื่อหน่วย เลือกใช้ระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...70......... จำนวนชั่วโมง...5...... 9. การวัดผลและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียน - แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน/หลังเรียน 10 ข้อ - ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน 9.2 ขณะเรียน - สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม - การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - นักศึกษาผ่านเกณฑ์การประเมินด้านพุทธิพิสัยภายหลังการเรียน คะแนนประเมินความรู้ หลังการ เรียนรายหน่วย ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า …๘๐….% 9.3 หลังเรียน - แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน/หลังเรียน 10 ข้อ - แบบสังเกตคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง - เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง - แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียนไม่มีเกณฑ์ผ่าน เก็บคะแนนไว้เปรียบเทียบกับคะแนนที่ได้จากการ ทดสอบหลังเรียน


78 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......8............. ชื่อหน่วย เลือกใช้ระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...70......... จำนวนชั่วโมง...5...... 10. บันทึกหลังสอน 10. บันทึกหลังสอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ - นักเรียนสามารถอธิบายความหมายประวัติการถ่ายภาพและวิวัฒนาการของกล้อง - นักเรียนสามารถอธิบายประวัติการถ่ายภาพและวิวัฒนาการของกล้อง - นักเรียนสามารถอธิบายประโยชน์ประวัติการถ่ายภาพและวิวัฒนาการของกล้อง 10.2 ผลการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา - นักเรียนขาดทักษะการเข้าใจวิวัฒนาการของกล้อง - นักเรียนบางคนขาดเรียนบ่อยในคาบเรียนทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน - นักเรียนมีการพัฒนา หลังจากได้ทำการเรียนในหน่วยการเรียนนี้ โดยจากการทดสอบ ก่อนเรียน และ หลังเรียน 10.3 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ ครูผู้สอน จะนำสื่อการเรียนรู้ และผลิตสื่อการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับรายวิชา นำมาใช้กับนักเรียนให้เกินประโยชน์ มากที่สุด


79 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......9............. ชื่อหน่วย เลือกใช้ระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...75......... จำนวนชั่วโมง...5...... 1. สาระสำคัญ จากที่ศึกษาในเรื่องการเลือกใช้ระบบการถายภาพดิจิตอล นักศึกษาได้เห็นถึงความแตกต่างของการ เลือกระบบการถ่ายภาพประเภทต่างๆ โดยการที่จะให้ได้รูปภาพตามที่ต้องการ สามารถปรับการ ตั้งค่าต่างๆ ของกล้องดิจิตอลจะต้องเรียนรู้การใช้งานและการควบคุมระบบการถ่ายภาพแบบManual เพื่อให้ได้ภาพถาย ตามต้องการโดยวิธีตั้งค่าโหมด M มีเทคนิคคือเน้นถ่ายภาพแบบใดก็ตั้งค่านั้นไปก่อน เช่นการเน้นการดีไซน์ ภาพ (ชัดตื้นชัดลึก)ต้องตังค่ารูรับแสง แล้วมาตังค่าอื่นๆ ตามมาทีหลัง โดยการเช็คจากการสเกลวัดแสงมาอยูที่ 0 พอดีนั้นคือคาแสงที่เหมาะสม ถ้าค่าไม่อยูที่ 0 พอดีให้ปรับทีสปรีดชัตเตอร์ ข้อควรระวังคือปรับให้สามารถ ถือได้ ภาพจะได้ไม่เบลอ อยาปรับให้ค่าสปรีตชัดเตอร์น้อยจนไป ถ้าปรับสปีตชัดเตอร์แล้วสเกล วัดแสงไม่อยูที่ 0 ก็ให้ปรับISO 2. สมรรถนะประจำหน่วย 1. บอกการใช้เมนูในการควบคุมการถ่ายภาพ 2.ควบคุมระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 3.เพื่อให้นักศึกษาบอกการใช้เมนูในการควบคุมก่ายภาพรถ 4.เพื่อให้นักศึกษาควบคุมระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล 3.2 ด้านทักษะ 3.สามารถบอกการใช้เมนูในการควบคุมก่ายภาพรถ 4.สามารถควบคุมระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 3.3.1.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การควบคุมระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล


80 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่......9............. ชื่อหน่วย เลือกใช้ระบบการถ่ายภาพของกล้องดิจิตอล สอนครั้งที่...2............. ชั่วโมงรวม...75......... จำนวนชั่วโมง...5...... 4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ รวมพ้ืนฐานการถ่ายภาพครบเคร่ืองในอัลบั้มเดียว เริ่มต้นได้ง่าย อ่านคนเดยีวก็ได้พยายามทา ให้เขา้ใจง่าย ท่ีสุดแล้ว เริ่มต้ังแต่เร่ืองรูรับแสง, ความเร็วชัตเตอร์, ISO, ทางยาวโฟกัส , คอมโพซิชั่น และโหมดการ ถ่ายภาพ คือพยายามอธิบายให้ง่ายท่สีุด แล้วก็ให้ทุกคนท่ีอยากถ่ายภาพเริ่มต้นได้ง่ายท่สีุดครับ หวังวา่จะ เป็นประโยชน์ส าหรับคนท่อียากเริ่มต้นถ่ายภาพนะครับ Aperture – รูรับแสง เรื่องของรูรับแสง เลนส์ที่รูรับแสงกว้าง แสงจะเข้าที่กล้องมาก ถ่ายภาพกลางคืนได้ดีครับ และที่ส าคัญคือท า ให้เกิดเอฟเฟคที่ชอบมากคือหน้าชัดหลังเบลอ ส่วนรูรับแสงแคบ คือตรงกันข้าม ภาพจะเข้าท่ีกล้องนอ้ยลง แต่จะได้เอฟเฟคท่ีเกดิการชัดลึก คือภาพชัดท้ัง ภาพเลย เหมาะกับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ครับ


81 พื ื้นฐานการถ่ายภาพ เรื่องรูรับแสง Shutter Speed – ความเร็วชัตเตอร์ ว่ากันด้วยเร่ืองของความเรว็ชัตเตอร์ความเร็วชัตเตอร์หลักเลยคือเราใช้จับภาพท่เีคล่ือนไหวให้นิ่งครับ แต่ก็ ผลกระทบเหมือนกันคือเม่อืความเร็วชัตเตอร์เราเพิ่มขึ้น แสงจะเขา้กล้องน้อยลง เพราะง้ันการใช้ความเร็ว ชัตเตอร์ที่สูงควรใช้ในสถานที่ ท่ีอยู่กลางแจง้มีแสงมากครับ เพ่ือจะได้ไม่ต้องเพิ่ม ISO แต่ Speed Shutter ที่ช้าลงจะท าให้เราเก็บแสงได้มากขึ้น และก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่เราใช้ในการลากแสงไฟ นั่นเองดังนั้นการจะใช้ชัตเตอร์เท่าไหร่นั้นไม่มีกฎตายตัวนะครับ อยู่กับว่าเราอยากได้ภาพแบบไหน และเรา ก าลังเจอสถานการณ์ไหนนนั่เองครับ


82 พื้นฐานการถ่ายภาพ เรื่องความเร็วชัตเตอร์ ISO – ค่าความไวแสง ISO เป็นความไวแสงท่ีกล้องมีครับ ถ้ายงิ่ ISO มาก กล้องก็จะไวแสงมาก ข้อดีคือ ISO สูงจะท าให้เราถ่ายภาพ ในที่มืดได้ แต่การที่ ISO สูงมากก็จะท าให้เกิดสัญญาณรบกวนหรือว่า Noise นั่นเองครับ ดังนั้นการเลือกใช้ISO ก็ควรดูด้วยว่าเราต้องการอะไรในภาพตอนนั้น ถ้าเราถา่ย Landscape กลางแจ้ง มีขา ต้ัง เราก็ไม่ต้องดัน ISO ครับ ใช้ต่าที่สุดที่กล้องให้ก็ได้ แต่ถ้าหากเราถ่ายภาพในอาคาร เราไม่สามารถเพิ่มรูรับแสง หรือลดสปีดจนถือกล้องได้แล้ว เราก็ควรเลือกท่ี จะดัน ISO เพื่อให้กล้องรับแสงได้ไวขึ้นครับ มี Noise ดีกว่าไม่ได้ภาพเลยนะครับ


83 พื้นฐานการถ่ายภาพ ค่า ISO หรือ ความไวแสง Focal Length – ทางยาวโฟกัส ทางยาวโฟกัส ถ้าจะให้ละเอียดวันนึงคงไม่จบแน่ ทางยาวโฟกัสที่อยากให้มือใหม่เข้าใจง่าย ๆ คือก็จะมี 3 ระยะด้วยกันคือ 1. มุมกว้าง ระยะประมาณ 50mm ลงมาครับ ส่วนใหญ่ปัจจุบันเลนส์กว้างที่ใช้มาก ๆ คือ Ultra Wide ระยะ ประมาณ 12mm – 16mm เพราะว่าถ่ายภาพได้อลังการงานสร้างมาก


84 2. ระยะ Normal ระยะ 50mm ครับ เป็นช่วงระยะประมาณสายตา ถ่ายง่าย และเลนส์ 50mm เป็นเลนส์ครู ที่มือใหม่ทุกคนควรใช้ครับ เพราะเราจะรู้สไตล์ตัวเองได้จากเลนส์ 50mm นั่นเองว่าควรใช้เลนส์แคบหรือ กว้างกันแน่ 3. ระยะ Telephoto คือเลนส์ที่มีช่วงซูมมาก ๆ เหมาะกับการถ่ายดึงภาพไกล ๆ อย่างทิวทัศน์เน้นมุมแคบ ดึงภาพจากภูเขามาได้เลย หรือว่าถ่ายภาพบุคคลที่เน้นเจาะครึ่งตัวก็จะใช้ Tele ประมาณ 85mm ครับ ระยะเลนส์ท่ีเหมาะสมนั้นอยู่ท่ีเราจะเลือกใช้แต่สิ่งสา คัญคือเม่ือช่วงทางยาโฟกัสเลนส์มากขึ้น มุมภาพท่ีรับ ได้ก็จะแคบลงครับ ควรเข้าใจถึงข้อจ ากัดตรงนี้ด้วยนะ พื้นฐานการถ่ายภาพ เรื่องทางยาวโฟกัส


85 ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยระยะประมาณ 50mm F กว้างครับ ซึ่งจะท าให้หลังละลาย ตัวแบบเด่น เด้งขึ้นมา เป็ นระยะที่นิยมกันในการ ถ่ายภาพ Portrait White Balance – ค ่ าสมดุลแสงส ี ขาว White Balance จะคอยท าหน้าที่ควบคุมให้สีของภาพออกมาตรงอย่างที่ตาเห็นโดยดูจากสมดุลของแสงสี ขาวนั่นเองครับ ประโยชน์ของ White Balance คืออะไร อย่างที่บอกว่าเมื่อกล้องรับภาพ รับแสงเข้ามา เมื่อสีในภาพเกิดอาการผิดเพี้ยน ติดสีส้มเยอะเกินไป หรือสี ฟ้าเยอะเกินไป กล้องก็จะคอยปรับค่า White Balance ให้สมดุลกับภาพที่เราเห็น ท าให้ภาพของเราออกมาสี ตรงนั่นเองครับ สังเกตว่าอาการสีเพี้ยน ๆ นี้มักจะเกิดเม่ือเราถ่ายภาพในอาคาร ในห้อง ท่ีแสงจะไม่มากนัก


86 ซึ่งอาการนี้จะเกิดกับกล้องมือถือหรือกล้องมิลเรอร์เลส (mirrorless) ก็ได้ แล้วในเมื่อกล้องปรับให้เรา ท าไม เราต้องมาเรียนเรื่อง White Balance กันล่ะ? ค่าของ White Balance มีอะไรบ้าง และ หมายถึงอะไร? ค่าของ White Balance โดยหลักแล้วจะมีอยู่ 8 อย่างดว้ยกันครับ ไม่ต้องจ าท้ังหมดนะครับ ให้เข้าใจว่ากล้อง มีโหมดอะไรบ้าง แล้วถ้าจะเลือกปรับโหมดเองควรไปที่ไหน Auto – กล้องคิดให้จะเป็นการปรับค่าแสงสมดุลสีขาวแบบอัตโนมัติ Tungsten – แก้สีส้มในภาพโดยใส่สีน้าเงิน สีฟ้าเข้าไป Fluorescent – แก้สีน้าเงิน สีเขียวในภาพ โดยใส่สีม่วงลงไป Daylight – แก้สีฟ้าอ่อน ซึ่งจะเป็นสีที่เกิดจากดวงอาทิตย์ในตอนกลางวัน โดยใส่สีส้มเข้าไป Flash – แก้สีฟ้าอ่อน คล้ายกับ Daylight โดยใส่สีส้ม สีเหลืองเข้าไป Cloudy – แก้สีฟ้า ที่เกิดจากการมีเมฆ จะมีสีฟ้ามากกว่าปกติ กล้องก็ใส่สีส้มเข้าไป Shade – แก้สีฟ้า ที่เกิดจากการถ่ายภาพในร่ม ซึ่งอาจจะมีสีฟ้ามากกว่าปกติ กล้องจะใส่สี ส้มเข้าไป Custom – เลือกปรับเติมสีของ White Balance เอง ในกรณีที่เราเลือกปรับค่า White Balance แล้วแต่สีก็ยัง ออกมาไม่ตรง ถ้าใครอยากรู้เรื่อง White Balance สามารถอ่านได้ที่ White Balance คืออะไร


87 พื้นฐานการถ่ายภาพ – White Balance คืออะไร Composition & Rule of Third – การจัดองค์ประกอบภาพ และ กฎสามส่วน เราจะเห็นได้ว่าในช่องมองภาพของกล้องเราที่ผู้ผลิตท ามาจะมีจุดตัด 9 ช่อง ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักใน แนวต้ัง และ 3 ส่วน หลักในแนวนอน โดยจุดตัดนี้เราจะใช้วิธีการจัดองค์ประกอบร่วมกันสองแบบครับ วิธีแรกที่จะใช้ก่อนเลยคือ กฎสามส่วน วิธีนี้มักจะใช้แบ่งสัดส่วนของพื้นดินและท้องฟ้า ถ้าต้องการน าเสนอ ท้องฟ้าให้เด่น ก็เป็นท้องฟ้า 2 ส่วน พื้นดิน 1 ส่วน, ถ้าเน้นพื้นดินก็ พื้นดิน 2 ส่วน ท้องฟ้า 1 ส่วน


88 จากนั้นเราจะสร้างจุดสนใจให้กับแบบ ถ้าเราสงัเกตเวลาถ่ายภาพเราจะไม่วางจุดสนใจไว้ตรงกลางภาพ เท่าไหร่วิธีการนั้นคือวางแบบหลักให้อยู่ตรงจุดตัด 9 ช่อง ดูต้นไม้นี้นะครับ ถูกวางไว้ในจุดตัดอย่างชัดเจน ท าให้แบบดูน่าสนใจเลย กฎสามส่วน – Rule of Third Mode Auto – โหมดถ่ายภาพอัตโนมัติ Auto Modes, โหมดอัตโนมัติ ,โหมด Auto (เหมาะส าหรับมือใหม่ที่สุด) โหมดนี้แทบจะไม่ต้องอธิบายก็เข้าใจกันได้ โหมด Auto เป็นโหมดกล้องที่จะท าให้ทุกคนในโลกใบนี้สามารถ ถ่ายภาพไดเ้ลย เพราะการค านวณทุกอย่างกล้องคดิ ให้ซึ่งหลายคนมักจะคิดว่าโหมดนี้ถ่ายภาพได้ออกมาง้นั ๆ แต่แท้จริงแล้วปัจจุบันเทคโนโลยีถูกพัฒนามาไกลมาก และเก็บปัญหารายละเอียดมาพัฒนาเพื่อให้ Auto


89 Mode นั้นมีประสิทธิภาพท่สีุด ดังนั้นโหมด Auto ไม่ไดด้ ้อยอย่างท่ีเราคิด ยิ่งทุกวันนี้เราบอกว่ากล้อง โทรศัพท์ดีมากก็เปรียบได้ว่ากล้องดิจิตอลในโหมดกล้องออโตยุคนี้ก็มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าท่ีเราคิดอีก สถานะการณ์ที่เหมาะสมจะใช้โหมด Auto เรียกว่าได้หมด เพียงแต่ว่าเราจะได้ภาพแบบมาตรฐานของตัวกล้องที่คิดให้เหมาะส าหรับมือใหม่ท่ียังต้งัค่า โหมดอ่ืนไม่เก่ง หรือยังไม่รู้จักวิธีคิดของกล้องในโหมดอ่ืนเลย โหมดนี้จะท าให้คนเล่นระดับเริ่มต้นจริง ๆ อุ่น ใจว่ายังมีโหมดที่ช่วยให้เขาถ่ายภาพได้ดี แม้จะยังไม่ดีที่สุดก็ตาม พื้นฐานการถ่ายภาพ โหมดอัตโนมัติ Mode Program (P) – โหมดโปรแกรม


90 Mode P, โหมดโปรแกรม โหมดกล้อง P หรือโหมดถ่ายภาพ Program เป็นอีกโหมดที่มีการท างานคล้ายกับ Auto มาก กล้องจะคิดทุก อย่างให้แต่จะอนุญาตให้เราต้ังคา่บางอย่างได้ตามใจ เช่น ISO (ค่าความไวแสง), White Balance (แสงสุมดุล สีขาว), ค่าชดเชยแสง หรือแม้แต่โปรไฟล์สีของการถ่ายภาพ (Picture Style) สถานะการณ์ที่เหมาะจะใช้โหมด Program เหมือนกับโหมด Auto ทุกอย่าง เพียงแต่คา่ท่ีเราปรับแต่งเพิ่มจะส่งผลต่อภาพท่ีออกมาด้วย เป็นโหมดที่ควร ฝึกใช้เพ่ือเรียนรู้การท างานของกล้องก่อนจะเริ่มใช้โหมดท่ีเริ่มให้เราปรับได้ยืดหยุ่นมากกว่านี้ถ้าเรารู้จัก กล้องของเรามากขึ้น เราก็สามารถคุมภาพที่ออกมาได้มากขึ้นไปด้วยครับ Mode Program (P) –โหมดโปรแกรม


91 Portrait Mode – โหมดการถ ่ ายภาพบุคคล โหมด Portrait, โหมดถ่ายภาพบุคคล (สา หรับมือใหม่สุด ท่ีอยากให้กล้องปรับการต้ังค่าสา หรับภาพบุคคล) เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมด Portrait หรือโหมดถ่ายภาพบุคคล กล้องจะเลือกรูรับแสงขนาดกว้างสุดไว้ก่อนเสมอ (F น้อย รูรับแสงกว้าง) เพื่อท าให้พื้นหลังมีการละลายมากที่สุด และถ้าเป็นกล้องที่ถูกออกแบบมาให้มีฟีเจอร์ พิเศษที่จะมาเสริมความสามารถของโหมด Portrait กล้องมักจะน ามาใช้ด้วย เช่น หน้าเนียน หรือว่าผิวสว่าง ขึ้น ซึ่งความสามารถนี้ก็จะต่างกันไปตามรุ่นกล้องครับ สถานการณ์ที่เหมาะสมจะใช้โหมด Portrait เหมาะกับตอนที่ต้องการถ่ายภาพแฟน ภาพบุคคลเป็นหลักตามชื่อโหมดเลย โดยที่กล้องจะเลือกความ เหมาะสมทุกอย่างให้ตามที่กล้องคิดไว้ให้ เป็นโหมดที่สะดวกกับมือใหม่และใช้งานง่ายมากครับ *เพิ่มเติมสา หรับมือใหม่ท่ีอาจจะสงสัยวา่แล้วโหมดอ่ืนส าหรับคนท่ีถา่ยภาพเก่ง ๆ แล้วท าไมไม่ใช้โหมดนี้กัน ก็มีตัวอย่างหลายแบบครับ เช่น ช่างภาพต้องการคุมความชัดลึกของตัวแบบ อาจจะไม่ได้ใช้ค่ารูรับแสงกว้าง สุด, หรือว่าเขาไม่ต้องอยากจะถ่ายเอาหน้าเนียน, หรือต้องการชดเชยค่ารายละเอียดต่าง ๆ เอง ถ่ายย้อนแสง สวย ๆ เพราะเขาสามารถคุมภาพถ่ายย้อนแสงได้ดีแล้ว ช่างภาพจะเลือกโหมดกล้องตามที่ตัวเองต้องการจะ ใช้ให้เหมาะสมครับ


92 Portrait Mode –โหมดการถ่ายภาพบุคคล Landscape Mode – โหมดถ่ายภาพทิวทัศน์ โหมด Landscape, โหมดทิวทัศน์, โหมดถ่ายภาพวิว (ส าหรับมือใหม่สุดที่อยากจะถ่ายภาพวิว) โหมดกล้องส าหรับมือใหม่ตัวนี้ จะบอกว่าการค านวณจะตรงกันข้ามจากโหมด Portrait เลย เพราะเขาจะ ก าหนดให้กล้องถา่ยภาพแบบชัดท้ังภาพ รูรับแสงท่ีถกูต้ังค่าจะเล็ก เพราะการถา่ยภาพทิวทัศน์จะเน้นการชัด ท้ังภาพเป็นหลัก บางครั้งกล้องในโหมดนี้จะมีความเรว็ของชัตเตอร์ท่ีลดลงเพ่ือให้ใช้รูรับแสงท่ีแคบ, ISO ต่า ที่สุด ดังนั้นมือใหม่ท่ียังต้งักล้องไม่เก่ง และอยากถ่ายภาพวิว ควรมีขาต้ังติดไปด้วยครับ เพราะเม่ือแสงเริ่มน้อย แล้วต้ังแต่ช่วงห้าโมงเย็น หรือสถานท่ีท่ีมีแสงสลัว แสงน้อยลง กล้องจะเลือกปรับ Shutter Speed ลงมา


93 อาจจะถือถ่ายตามปกติยากหน่อยครับ ควรมีขาต้ังเสมอ แล้วก็ช่างภาพ Landscape ทุกคนก็ต้องมีขาต้ังเปน็ เร่ืองปกติ(อธิบายไว้เผ่ือบางคนคิดวา่ โหมดนี้ท าไมวุ่นวาย ต้องมีขาต้งัด้วยเหรอ อะไรแบบนั้น) สถานการณ์ที่เหมาะจะใช้โหมด Landscape เมื่อไหร่ที่เราอยากจะถ่ายภาพวิว โหมดนี้จะตอบโจทย์มือใหม่ได้ดีที่สุดครับ อย่างที่ผมบอก ให้จ าไว้เลยว่าถ้า แสงน้อย โอกาสท่ีภาพเบลอจะเยอะขึ้น เพราะกล้องจะลดสปีดลงมา ควรมีขาต้ังกล้องครับ โหมดถ่ายภาพวิว –Landscape Mode Sport Mode – โหมดถ่ายภาพกีฬา


94 โหมด Sport, Sport Mode, โหมดถ่ายภาพกีฬา (เหมาะส าหรับมือใหม่สุด ที่อยากจะจับภาพที่เคลื่อนไหว ด้วยความเร็วสงูให้หยุดนงิ่เช่น เด็กวิ่ง คนวิ่ง รถวิ่ง คนกระโดด นกบิน อะไรก็ตามท่ีเคล่ือนท่ีเร็ว) โหมดนี้กล้องจะให้ความส าคัญ Shutter Speed เป็นหลัก เพ่ือให้ได้ภาพท่ีหยุดนิ่ง และการโฟกัสก็จะถูกเซ็ต ให้สามารถสนับสนุนการจับภาพท่ีรวดเร็วด้วย เป็นโหมดท่ีมือใหม่ท่ีอยากถ่ายภาพลูก หรือเด็ก ๆ วิ่งเล่นกัน ครับ ข้อจ ากัดท่ีควรรู้ไว้คือ เม่ือความเร็วชัตเตอร์สูงขึ้น แสงจะเขา้ท่ีกล้องน้อยลง กล้องมักจะต้ังค่ารูรับแสง ให้กว้าง แต่เมื่อแสงยังเข้าไม่มากพอ กล้องก็จะเริ่มขยับค่า ISO (ความไวแสง) ให้มากขึ้น เพื่อให้ปริมาณแสง เพียงพอ ข้อเสียที่ตามมาคือถ้าถ่ายในอาคาร ในห้อง แล้วใช้โหมดนี้ โอกาสที่ Noise ในภาพจะมี ค่อนข้างมาก อาจจะต้องเข้าใจข้อจ ากัดนิดนึงครับ สถานการณ์ที่เหมาะจะใช้โหมด Sport เม่ือต้องการถ่ายภาพเด็กวิ่ง ถ่ายภาพรถวงิ่เร็ว ๆ หรือภาพกีฬาครับ เป็นโหมดกล้องท่ีเหมาะส าหรับมือใหม่ อีกโหมดหนึ่ง ใครบอกว่าถ่ายรูปเด็กแล้วภาพเบลอ แนะน าหมุนไปโหมดนี้แล้วกดได้เลยครับ


95 โหมดถ่ายภาพกีฬา – Sport Mode Macro Mode – โหมดมาโคร, โหมดถ่ายภาพระยะใกล้ โหมด Macro, Macro Mode, โหมดมาโคร (ส าหรับมือใหม่ที่อยากถ่ายภาพ Macro) แม้ว่าน้อยคนจะถ่ายภาพมาโคร แต่ก็มีแน่นอน ถ้าผมเป็นมือใหม่แล้วต้องการถ่ายภาพเห็ดขนาดเล็ก หรือ ภาพสิ่งของเล็ก ๆ ก็จะเลือกโหมดนี้แน่นอน มาโครโหมดถ้าอยู่ในกล้อง Compact หรือกล้องขนาดเล็ก ใช้ ง่าย ๆ จะยิ่งทรงพลังมาก เพราะเขาจะปรับต้ังค่าทุกอย่างให้ถา่ยได้“ใกล้” และถา่ยได้“ชัด” นั่นเองครับ สถานการณ์ที่เหมาะจะใช้โหมด Macro เม่ือต้องการถ่ายภาพวัตถุสงิ่ของขนาดเล็ก เพ่ือเน้นรายละเอียดของวัตถเุล็กน้อยออกมา สามารถใช้โหมดนี้ ได้เลยครับ หรือถ้าจะลองประยุกต์หน่อยก็เอาโหมด Macro นี้มาลองถ่ายขนตา ถ่ายภาพโคลสอัพต่าง ๆ แต่


96 ต้องระมัดระวังเรื่องรายละเอียดที่ไม่ต้องการจะโผล่ออกมา เช่น สิว ขน รายละเอียดเล็ก ๆ ในส่วนพื้นผิวที่ เราไม่ต้องการ Macro Mode –โหมดมาโคร, โหมดถ่ายภาพระยะใกล้ Night Portrait, Night – โหมดถ่ายภาพกลางคืน โหมด Night, โหมดถ่ายภาพกลางคืน, Night Mode กล้องบางรุ่นมี Night Portrait ด้วย (ส าหรับมือใหม่ อยากถ่ายภาพกลางคืน) โหมดนี้เป็นโหมดที่ท าให้ชัตเตอร์ช้าลงเพื่อเก็บแสงในที่กลางคืนให้มากขึ้น เวลาที่เก็บภาพมาแบคกราวน์จะ มีรายละเอียดเพมิ่ขึ้น จะไม่เป็นสีดา จม ๆ เวลาเปิดแฟลชก็จะท าให้กล้องไม่ต้องยิงแฟลชออกมาแรงมาก เกินไปครับ เหมาะส าหรับมือใหม่ที่อยากจะถ่ายภาพกลางคืน กล้องบางตัวมีโหมด Night Portrait ซึ่งกล้องก็ จะไม่ลด Speed Shutter ให้ต่าเกินไป เน้นเปิดรูรับแสงกว้าง ประมาณนี้ครับ แต่ถ้าหากว่าต้องเปิด Night Mode แล้วถา่ยภาพสถานท่ีหรืออะไรท่ีนิ่ง ๆ ใช้ขาต้ังแล้วปิดแฟลชก็ได้ครับ


97 สถานการณ์ที่เหมาะจะใช้โหมดกลางคืน สภาพในที่แสงน้อยมาก ๆ หรือถ่ายตอนกลางคืนเลย เป็นโหมดส าหรับมือใหม่ Night Portrait –โหมดถ่ายภาพกลางคืน โหมด A – Mode A โหมด A, Mode A, Mode AV , Aperture Priority (ส าหรับคนที่ช านาญแล้ว) โหมดนี้ส าหรับคนที่ต้องการค่ารูรับแสงที่คงที่ (F) เม่ือเราต้ังค่ารูรับแสงไว้แล้ว คา่อ่ืน ๆ กล้องจะเซ็ตให้เรา เองครับ โดยที่เราอาจจะใช้การเซ็ต Auto อื่น ๆ ร่วมได้ เช่น Auto ISO Sensitivity เป็นต้นครับ ส่วนใหญ่คน ที่ถ่ายภาพ Portrait จะเลือกแบบนี้ครับ เน้นการคุมความชัดตามที่ต้องการ ส่วนที่เหลือให้กล้องจัดการ


98 สถานการณ์ที่เหมาะจะใช้โหมด A การถ่ายภาพ Portrait ครับ ส่วนใหญ่เน้นการท าให้หน้าชัดหลังเบลอ เราก็จะเปิด F1.4, F1.8 ค้างไว้ ส่วนที่ เหลือให้กล้องเลือกให้เรา ปกติผมก็จะท าแบบนี้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของปริมาณแสง กล้องก็จะปรับค่า Speed Shutter ให้เอง สบายดีนะ โหมด A – Mode Aperture Priority โหมด S – Shutter Priority โหมด S, TV, Shutter Priority (ส าหรับคนที่ช านาญแล้ว) โหมดนี้กล้องจะให้ความส าคัญกับ Shutter Speed เป็นหลัก โดยเราสามารถก าหนดค่า Shutter Speed ที่ ต้องการไว้ ส่วนที่เหลือกล้องจะจัดการให้กับเราเองครับ เราอาจจะใช้การเซ็ต Auto อื่น ๆ ร่วมได้ เหมือนข้อ


99 ก่อนหน้านี้ เช่น Auto ISO Sensitivity เป็นต้นครับ ส่วนใหญ่คนที่ถ่ายภาพ Portrait จะเลือกแบบนี้ครับ เน้น การคุมความชัดตามที่ต้องการ ส่วนที่เหลือให้กล้องจัดการ สถานการณ์ที่เหมาะจะใช้โหมด S การถ่ายภาพ Sport ต่าง ๆ เราก็จะเซ็ตค่า Speed Shutter ที่สูงค้างไว้เลวย หรือการถ่ายภาพที่ต้องการค่า Speed Shutter ต่าคงที่เพื่อใช้ลากเส้นไฟถนน เราก็สามารถเลือกตรงนี้ค้างไว้ได้เช่นเดียวกัน โหมด Shutter Priority โหมด M, Mode M, Manual (ส าหรับคนที่ช านาญแล้ว) โหมด M ส าหรับคนที่ช านาญแล้ว และก็รู้ว่าการควบคมุแต่และแบบในสไตล์ของตนเอง แบบไหนท่ีเข้ากับสิ่ง ท่ีต้องการมากท่ีสุด เราสามารถปรับต้ังคา่ทุกอย่างได้อสิระ ท้ังความเร็วชัตเตอร์, ค่าความไวแสง, รูรับแสง


Click to View FlipBook Version