The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารเทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อการจัดการอาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เอกสารเทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อการจัดการอาชีพ

เอกสารเทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อการจัดการอาชีพ

เอกสารประกอบการสอน

วชิ า 30001-2003 เทคโนโลยดี ิจิทัลเพอื่ การจัดการอาชีพ

(Digital Technology for Works)

เรยี บเรยี งโดย
ครูปรียา ปนั ธิยะ
สาขาวชิ าการจัดการสานักงาน
วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาลาปาง
สังกัดสานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ

30001-2003 เทคโนโลยีดีจทิ ัลเพ่ือการจัดการอาชพี (Digital Technology for Works) 2-2-3
จุดประสงคร์ ายวิชา เพอื่ ให้

1. เข้าใจเก่ียวกับความรพู้ ้นื ฐาน ความหมาย องค์ประกอบ การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
อินเทอรเ์ นต็ ทุกสรรพสิ่ง (Internet of Think) เทคโนโลยที ่ใี ชใ้ นการทาํ ธรุ กกรรมโดยไม่ตอ้ งผา่ น บคุ คลที่สาม
(Block Chain) ธุรกรรมการเงินดิจิทัล (Fintech) ระบบเงินดิจิทัล สกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซี
(cryptocurrency) ธรุ กจิ ดจิ ทิ ัลบนส่ือสงั คมออนไลน์

2. กรณศี กึ ษาเทคโนโลยดีจิทัลเชอ่ื มโยงอาชพี และประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยดี ีจิทลั ในอาชพี ยคุ ดจิ ิทัล
3. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและความรบั ผดิ ชอบ ตระหนักถงึ การเป็นพลเมอื งดิจิทัล
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้พื้นฐานเก่ียวกับความหมาย องค์ประกอบการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
อินเทอรเ์ นต็ ทกุ สรรพสง่ิ (Internet of Think) เทคโนโลยที ่ใี ชใ้ นการทําธุรกรรมโดยไม่ต้องผ่าน บุคคลที่สาม
(Block chain) ธุรกรรมการเงินดิจิทัล (Fintech) ระบบเงินดิจิทัล สกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซี
(Cryptocurrency) ธรุ กิจดิจทิ ลั บนสื่อสงั คมออนไลน์ และการเช่อื มโยง เทคโนโลยีดิจทิ ัลในอาชีพ
2. กรณีศึกษา วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ ความรู้ด้านเทคโนโลยีดีจทิ ลั ในการจดั การอาชพี
3. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยดี จิ ิทลั การจัดการอาชีพ และการเป็นพลเมอื งดจิ ิทัล
คาอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกบั ความร้พู ้ืนฐาน ความหมาย องคป์ ระกอบ การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big
Data) อินเทอรเ์ น็ตทุกสรรพสง่ิ (Internet of Think) เทคโนโลยที ่ใี ชใ้ นการทาํ ธุรกรรมโดยไมต่ ้องผา่ น บุคคลท่ี
สาม (Block Chain) ธรุ กรรมการเงินดจิ ทิ ลั (Fintech) ระบบเงินดิจิทลั สกุลเงนิ ดิจิทัล หรอื ครปิ โทเคอร์เรน
ซี (Cryptocurrency) การทําธุรกิจดิจิทัลบนส่ือสังคมออนไลน์ กรณีศึกษาเทคโนโลยีดิจิทัลเช่ือมโยงอาชีพ
และประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ทิ ัลในอาชพี ของการเปน็ พลเมอื งยุคดจิ ิทลั

1

บทที่ 1
ความรู้พ้ืนฐาน ประวตั ิความเป็นมา ความหมาย ลกั ษณะ ความสาคญั องคป์ ระกอบ

และการจัดการขอ้ มลู ขนาดใหญ่ (Big Data)

บทนา

ในยุคปัจจุบันท่ีโลกถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ผู้คนมีการพึ่งพิงข้อมูลในการตัดสินใจต่าง ๆ โดยมี
กระบวนการคิดของคนทวั่ ไปหรือแมแ้ ต่องค์กรต่าง ๆ ในทุกวันน้ีส่วนใหญ่อยู่บนฐานของการรวบรวมข้อมูล
ประมวลผล เพ่อื ใชป้ ระกอบการตดั สินใจทาํ อะไรบางอย่าง แต่ด้วยความทข่ี ้อมูลในปัจจุบนั มีอยู่มากมาย และ
กระจัดกระจาย คําถามสําคัญ คือ เราจะเข้าถึงข้อมูลมหาศาลเหล่าน้ันและใช้ข้อมูลเหล่านั้น ให้เป็น
ประโยชน์ ได้อย่างไร จากคําถามดังกล่าวจึงทําให้คนหันมาสนใจสิ่งท่ีเรียกว่า Big data กันมากขึ้นจน
กลายเปน็ กระแสสงั คมในปัจจุบัน

Big Data เป็นคําศัพท์ คําหน่ึงซ่ึงอธิบายถึงปริมาณข้อมูลที่มหาศาล ทั้งแบบข้อมูลที่มีโครงสร้าง
และไม่มโี ครงสรา้ ง ซ่ึงปะปนอยู่มากมายในการทําธุรกิจในแต่ละวัน หากแต่ไม่ใช่ปริมาณของข้อมูลท่ีเป็นส่ิง
สาํ คญั สิ่งสําคญั กค็ ือการทอ่ี งคก์ รจัดการกบั ขอ้ มลู ต่างหาก การวิเคราะห์Big Data นําไปสู่ขอ้ มลู เชิงลึกเพือ่ การ
ตัดสินใจท่ีดีกวา่ และการเคลือ่ นไหวในกลยุทธ์ธุรกิจ

รปู ภาพที่ 1.1 Big Data

2

ประวัติความเปน็ มาของ Big Data

ถึงแม้วา่ แนวคดิ เร่ืองขอ้ มูลขนาดใหญห่ รอื Big Data จะเปน็ ของใหม่และมกี ารเร่ิมทาํ กันในไม่กี่ปีมานี้
เอง แต่ต้นกําเนิดของชุดขอ้ มลู ขนาดใหญ่ได้มกี ารริเริ่มสร้างมาต้ังแต่ยุค 60 และในยุค 70 โลกของข้อมูลก็ได้
เร่มิ ต้น และได้พัฒนาศนู ย์ขอ้ มลู แหง่ แรกขน้ึ และทําการพฒั นาฐานขอ้ มูลเชงิ สัมพนั ธ์ข้นึ มา

ประมาณปี 2005 เร่มิ ได้มกี ารตะหนกั ถงึ ข้อมูลปริมาณมากทีผ่ ้คู นได้สร้างข้นมาผ่านสื่อออนไลน์ เช่น
เฟสบุ๊ค ยูทปู และส่ือออนไลน์แบบอ่ืน ๆ Hadoop เป็นโอเพ่นซอร์สเฟรมเวิร์ค ที่ถูกสร้างข้ึนมาในช่วงเวลา
เดยี วกันให้เป็นท่ีเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และในช่วงเวลาเดียวกัน NoSQL ได้ก็เริ่มข้ึนและได้รับ
ความนยิ มมากข้ึน

การพฒั นาโอเพ่นซอรส์ เฟรมเวิร์ค เช่น Hadoop (และเมื่อเรว็ ๆ น้ีกม็ ี Spark) มีความสาํ คญั ตอ่ การ
เติบโตของข้อมูลขนาดใหญ่ เน่ืองจากทําให้ข้อมูลขนาดใหญ่ทํางานได้ง่าย และประหยัดกว่าโดยท่ีใน ช่วง
หลายปที ีผ่ ่านมา ปริมาณข้อมลู ขนาดใหญ่ไดเ้ พมิ่ ขน้ึ อยา่ งรวดเร็ว ผู้คนยงั คงสรา้ งขอ้ มูลจาํ นวนมาก ซึ่งไม่ใช่แค่
มนษุ ย์ที่ทาํ มนั ขึน้ มา

การพฒั นาการของ IOT (Internet of Thing) ซง่ึ เป็นเครือ่ งมืออปุ กรณ์ทีเ่ ชอ่ื มตอ่ กับอนิ เตอรเ์ น็ตก็ทํา
การเก็บ และรวบรวมข้อมูลซ่ึงอาจเป็นเร่ืองท่ีเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้า รวมถึงในเรื่องของ
ประสทิ ธภิ าพของสินค้า หรอื การเรียนรขู้ องเครื่องจกั รพวกนี้ลว้ นทาํ ใหม้ ขี ้อมูลขนาดใหญ่

แม้ว่ายุคของข้อมูลขนาดใหญ่ Big Data มาถึงและได้เร่ิมต้นข้ึนแล้ว แต่มันก็ยังเป็นเพียงแค่ตอน
ช่วงแรก ๆ และระบบระบบคราวนค์ อมพิวต้งิ ก็ไดข้ ยายความเป็นไปได้มากข้ึน คราวน์มีความสามารถในการ
ในการใช้งานได้อย่างยืดหยนุ่ ได้

3

ความหมายของ ข้อมลู ขนาดใหญ่ (Big Data)

Big Dataเป็นคาํ ศพั ทค์ าํ หน่ึง ซ่งึ อธบิ ายถึงปรมิ าณข้อมูลท่ีมหาศาล ทั้งแบบข้อมูลท่ีมโี ครงสร้างและไม่
มีโครงสร้าง ซงึ่ ปะปนอยมู่ ากมายในการทาํ ธุรกิจในแต่ละวัน หากแต่ไมใ่ ช่ปรมิ าณของข้อมลู ทเี่ ป็นสิ่งสําคัญ สิ่ง
สําคญั ก็คือการที่องค์กรจดั การกบั ข้อมลู ต่างหาก

การวิเคราะห์ Big Data นําไปสู่ข้อมูลเชิงลึกเพ่ือการตัดสินใจท่ีดีกว่าและการเคลื่อนไหวในกลยุทธ์
ธรุ กิจ

Big Data คือ จํานวนปริมาณขอ้ มลู ทม่ี าก มคี วามซบั ซ้อน โดยเฉพาะทีม่ าจากแหล่งขอ้ มลู ใหม่ ๆ ด้วย
จํานวนปริมาณที่มากมายมหาศาล ทําให้ไม่สามารถที่จะประเมินและวิเคราะห์ด้วยวิธีการ ซอฟต์แวร์
ฮารด์ แวรแ์ บบเดิม ๆ แตข่ ้อมูลมากมายมหาศาลเหลา่ นส้ี ามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้ในทางธุรกิจ ท่ีในอดีตไม่
สามารถใชไ้ ด้

Big Data คือ การรวบรวมข้อมูลทั้ง Structured (พวกที่เก็บในโครงสร้างตารางข้อมูล) และมี
Unstructured (พวกท่ีเป็น text ยาว ๆ รูปภาพ และ วิดีโอต่าง ๆ) มาทําการประมวลวิเคราะห์ข้อมูล
และนําไปใช้ประโยชน์ Big Data คือ การพยายามสร้างมลู คา่ ของธุรกิจจากการนําเข้ามูลจํานวนมากทั้งที่มา
จากภายในและภายนอกองคก์ ร มาวิเคราะหป์ ระมวลผล

Big Data คือ คํานิยามของข้อมูลท่ีมีขนาดใหญ่ทุกชนิดที่อยู่ในองค์กรของเราไม่ว่าจะเป็น ข้อมูล
บริษัท ข้อมูลลูกค้า Suppliers พฤติกรรมผู้บริโภค ไฟล์เอกสารต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องท้ังหมด รวมไปจนถึง
รูปภาพ URLs ลิงค์ต่าง ๆ ที่เราเก็บไว้ ฯลฯ ที่มีปริมาณมากจนกระท่ังซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ปกติทั่วไป
ไม่สามารถรองรบั การเกบ็ ข้อมลู หรอื ประมวลผลได้อยา่ งเตม็ ประสิทธภิ าพ ซง่ึ อกี นัยหนึ่ง

Big Data คือ เทคโนโลยี และสถาปตั ยกรรมไอทรี นุ่ ใหม่ ท่ีสามารถรองรับการจดั เกบ็ การจดั การกรอง
เลือกข้อมลู การวิเคราะห์ และการใชง้ านขอ้ มลู ทีม่ คี ณุ ลกั ษณะดังต่อไปนี้

Big Data คอื ขอ้ มลู ทุกอย่าง ทเี่ รามีอยใู่ นบรษิ ัท ท้งั ดา้ นขอ้ มลู ที่มแี หล่งทม่ี าจากภายในบรษิ ทั เองและ
ขอ้ มูลท่มี าจากแหลง่ ท่ีมาภายนอกอยา่ ง Social medias ซง่ึ ทั้งหมดเป็นข้อมลู ที่เราสามารถทจี่ ะนํามาวเิ คราะห์
ได้หรอื ก็คือ ข้อมูลดบิ น้นั เอง ท้งั นี้ข้อมลู เหลา่ นีส้ ามารถนาํ มาวิเคราะห์ไดด้ ว้ ยวธิ กี ารที่หลากหลาย วิธีข้ึนอยู่
กับว่าเราต้องการนําข้อมูลเหล่านั้นไปใช้งานด้านไหน ในปัจจุบันนิยมทํา Big Data Analysis เพื่อใช้ในการ
สําหรับการคาดการณเ์ หตุการณใ์ นอนาคต หรอื ก็คอื เพือ่ ใชด้ แู นวโน้มส่งิ ที่จะเกดิ ข้ึนน้นั เอง

โดยรูปแบบของขอ้ มลู ของ big data กส็ ามารถเป็นไปได้หลากหลาย ตงั้ แต่
1. Behavioral data

ข้อมูลเชิงพฤติกรรมการใช้งานต่าง ๆ เช่น server log, พฤติกรรมการคลิกดูข้อมูล, ข้อมูลการใช้
ATM เปน็ ตน้

2. Image & sounds
ภาพถ่าย, วีดีโอ, รูปจาก google street view, ภาพถ่ายทางการแพทย์, ลายมือ, ข้อมูลเสียงที่ถูก
บนั ทกึ ไว้ เป็นต้น

4
3. Languages: text messag ขอ้ ความที่ถกู tweet, เนอ้ื หาต่าง ๆ ในเวบ็ ไซต์ เปน็ ต้น
4. Records: ขอ้ มูลทางการแพทย์, ขอ้ มูลผลสาํ รวจท่มี ีขนาดใหญ่, ข้อมูลทางภาษี เป็นตน้
5. Sensors: ขอ้ มูลอุณหภมู ิ, accelerometer, ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เปน็ ต้น

รูปภาพที่ 1.2 ความหมาย Big Data

5

ลกั ษณะของ Big Data

รูปภาพที่ 1.3 ลกั ษณะของ Big Data 3Vs
3Vs ประกอบดว้ ย

1. 3Vs ที่มีปริมาณมาก (Volume) ปัจจัยข้อแรกแน่นอนว่าคําว่า Big Data “Big” น่ันก็คือ
ขอ้ มูลทมี่ ีขนาดใหญ่ ซ่งึ สามารถเปน็ ไดท้ ัง้ รูปแบบ Online และ Offline ซึง่ ส่วนมากแล้วจะมีปริมาณมากกว่า
หนว่ ย TB (Terabyte) ข้นึ ไป

2. มีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว (Velocity) ส่งผ่านข้อมูลกันอย่างต่อเน่ือง (Real-time)
ทาํ ใหก้ ารวเิ คราะห์งา่ ย ๆ แบบ Manual เกดิ ขอ้ จํากัด หรอื ไม่สามารถจบั รูปแบบหรือทศิ ทางของขอ้ มูลได้

3. หลากหลายประเภทหรือแหลง่ ที่มา (Variety) หมายถึงรูปแบบของข้อมูลที่แตกต่างกันออก
ไป ทงั้ ในรปู แบบ ตวั อกั ษร วดิ โี อ รูปภาพ ไฟล์ต่าง ๆ ฯลฯ และหลากหลายแหล่งท่ีมาเช่น Social Network
ตา่ ง ๆ ยังไม่ผ่านการประมวลผล (Veracity) ยังไม่ผ่านการ Process ให้อยู่ในรูปแบบของข้อมูลที่ประโยชน์
ตอ่ องค์กร

ในขณะที่ผเู้ ช่ียวชาญบางคนใสล่ กั ษณะเพมิ่ เติมในการบ่งบอกความเป็น Big Data:
1. การแสดงขอ้ มูล (Visualization)
2. ความน่าเช่ือถอื Veracity (Reliability)
3. การผันแปร (Variability)
4. คณุ คา่ (Value)

ซ่ึงขอ้ มลู เหล่านี้ ทีม่ ีคณุ ลกั ษณะขา้ งต้น ในอดตี ทผี่ ่านมายังไมม่ เี คร่ืองมือมารองรบั และจดั การ หรือยัง
ไม่เคยนํามารวมกนั เพอ่ื ต้งั โจทย์ท่เี ปน็ ประโยชน์กับธรุ กิจ คน้ หาผลลัพธ์ และผ่านกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล
และดูความสัมพันธ์กันด้วยเคร่ืองมือที่เหมาะสม เพ่ือให้เกิดเป็นข้อมูลท่ีสามารถจะนํามาใช้งานได้จริง
(Information) และเกิดประโยชน์กับธุรกิจ เมื่อบริษัทมีข้อมูลท่ีมีความพร้อมและมีประโยชน์ ทําให้
กระบวนการตดั สนิ ใจของผูบ้ รหิ ารมคี วามถูกตอ้ งและแม่นยาํ มากข้นึ

1. Volume มีขนาดใหญม่ าก (ซง่ึ ไม่สาํ คญั มากนกั แกป้ ญั หาไดไ้ มย่ าก เพราะคอมพิวเตอรท์ ํางานไดไ้ ว
และกระจายกนั คํานวณไดไ้ ม่ยาก

2. Velocity มคี วามเรว็ ในการไหลเข้าไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ โดยเฉพาะอนิ เทอรเ์ น็ตทกุ สรรพสิ่ง
(Internet of Things) และ Sensor ต่าง ๆ ตลอดจน Barcode Scanner แต่เร่ืองนี้ก็ไม่ได้ท้าทายมาก
เท่าไหร่

6

3. Variety ความหลากหลายของข้อมูล ซ่ึงสมัยนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เพราะข้อมูลไม่ได้มีเพียง
ตัวเลขและตาราง มีท้ังขอ้ ความ ภาพ วีดิโอ เสียง คล่ืน ส่ือสังคม และต่อไปในอนาคตคงมีความซับซ้อนยาก
มากข้ึนไปอีกเรอ่ื ยๆ ซง่ึ ในทางการทหารนัน้ ตอ้ งใชข้ ้อมูลทกุ รปู แบบท่กี ล่าวถงึ น้ี

4. Veracity ข้อมูลที่เข้ามามีคุณภาพ และมีความถูกต้องหรือไม่ ย่ิงข้อมูลมาจากหลาย ๆ แหล่งก็
ยากลําบาก

5. Value ตอ้ งดวู ่าขอ้ มูลท่มี ีอย่นู ั้นมนั มีคณุ ค่ามากน้อยแคไ่ หน และจะนาํ มาวิเคราะห์เพ่ือสร้างคุณค่า
เปน็ ความรู้ เปน็ นวัตกรรมได้ดมี ากน้อยเพียงใด
Data Science น้ันเป็น สหวทิ ยาการทางดา้ น

1. คณติ ศาสตร์และสถิติศาสตร์
2. วทิ ยาการคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ
3. ความรู้ในเนื้อหาสาขาวิชาน้ัน ๆ ที่นําข้อมูลมาวิเคราะห์และสร้างองค์ความรู้ให้นําไปใช้ได้จริง
ในทางปฏบิ ตั ิ (Actionable knowledge)

7
Big data ทม่ี คี ุณภาพสูงควรมีลักษณะพนื้ ฐานอยู่ 6 ประการหลกั ๆ (6 Vs) ดังน้ี

1. ปรมิ าณ (Volume) หมายถึง ปริมาณของขอ้ มลู ควรมจี ํานวนมากพอ ทาํ ใหเ้ ม่อื นาํ มาวิเคราะห์แล้ว
จะได้ insights ทตี่ รงกับความเปน็ จริง เชน่ การท่เี รามขี อ้ มูลอายุ เพศ ของลกู ค้าส่วนใหญ่ ทําให้เราสามารถหา
demographic profile ทั่วไปของลูกค้าท่ีถูกต้องได้ ถ้าเรามีข้อมูลลูกค้าแค่ส่วนน้อย ค่าที่ประมาณออกมา
อาจจะไม่ตรงกบั ความเป็นจรงิ

2. ความหลากหลาย (Variety) หมายถึง รูปแบบของข้อมูลควรหลากหลายแตกต่างกันออกไป ท้ัง
แบบโครงสร้าง, กึ่งโครงสร้าง, ไม่มีโครงสร้าง ทําให้เราสามารถนํามาวิเคราะห์ประกอบกันจนได้ insights
ครบถ้วน

3. ความเร็ว (Velocity) หมายถึง คุณลักษณะข้อมูลท่ีถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเน่ืองและทัน
เหตกุ ารณ์ ทาํ ให้เราสามารถวิเคราะห์ข้อมูลแบบ real-time นําผลลัพธ์มาทําการตัดสินใจและตอบสนองได้
อย่างทนั ท่วงที เชน่ ขอ้ มลู GPS ที่ใชต้ ิดตามตาํ แหนง่ ของรถ อาจจะนํามาวเิ คราะหโ์ อกาสที่ทําให้เกิดอุบัติเหตุ
และออกแบบระบบปูองกนั อุบัติเหตไุ ด้

4. ความถกู ต้อง (Veracity) หมายถงึ มคี วามน่าเชื่อถือของแหล่งท่ีมาข้อมูลและความถูกต้องของชุด
ข้อมูล มีกระบวนการในการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของข้อมูล ซ่ึงมีความเก่ียวเนื่องโดยตรงกับ
ผลลัพธ์การวเิ คราะห์ข้อมูล

5. คณุ คา่ (Value) หมายถึง ข้อมูลมีประโยชน์และมีความสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจ ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่า
ไมใ่ ช่ทุกขอ้ มลู จะมีประโยชน์ในการเกบ็ และวเิ คราะห์ ขอ้ มูลทม่ี ปี ระโยชน์จะตอ้ งเกยี่ วข้องกับวัตถุประสงค์ทาง
ธุรกจิ เชน่ ถ้าต้องการเพม่ิ ขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั ในตลาดของผลิตภณั ฑท์ ่ขี าย ขอ้ มูลท่ีมปี ระโยชน์ที่สุด
นา่ จะเปน็ ขอ้ มูลผลติ ภณั ฑ์ของคแู่ ข่ง

6. ความแปรผันได้ (Variability) หมายถงึ ขอ้ มลู สามารถในการเปลยี่ นแปลงรปู แบบไปตามการใช้งาน
หรอื สามารถคดิ วิเคราะห์ไดจ้ ากหลายแงม่ ุม และรูปแบบในการจัดเก็บข้อมูลก็อาจจะต่างกันออกไปในแต่ละ
แหลง่ ของข้อมลู

รปู ภาพที่ 1.4 6Vs Big Data

8

ความสาคญั ของ Big Data

ปัจจุบันอะไร ๆ ก็ Big data แล้วทําไมมันถึงสําคัญ แท้จริงแล้วความสําคัญของ Big data ไม่ได้
เกี่ยวข้องกับข้อมูลท่ีองค์กรของเรามีอยู่ แต่เป็นส่ิงท่ีเราสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ
องคก์ รได้อย่างไร

Big Data ชว่ ยให้เราสามารถใชข้ ้อมูลจากทุกแหล่งที่เป็นไปได้ และวิเคราะห์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ส่วนท่ี
เราตอ้ งการ ซึ่งช่วยให้เราสามารถเข้าใจผู้บริโภคได้มากขึ้น ลดต้นทุนได้ ลดเวลาระยะเวลาดําเนินการ และ
สามารถตดั สนิ ใจไดอ้ ย่างแม่นยํามากข้นึ ปัจจบุ ันหลายบรษิ ัทไดน้ าํ Big Data มาประยุกต์ใช้ในส่วนของการขาย
และการตลาดของธุรกจิ เครอ่ื งมอื ทใี่ ช้สาํ หรบั การรองรับ Big Data แบบท่ีเราเข้าใจได้ง่าย ๆ และเห็นกันอยู่
บ่อย ๆ ก็อย่างเช่น Google Analytics หรอื ระบบ ERP เป็นต้น

ขอยกตัวอย่างเช่น Amazon นํา Big Data ไปใช้ในการแนะนําสินค้าแบบอัตโนมัติและปรับราคา
สินคา้ แบบ Real-time (Pricing Engine) ใหต้ รงกบั จดุ ท่ีลูกคา้ เหน็ ค่าของสนิ คา้ (Value) และเกิดความเต็มใจ
ที่จะจา่ ย โดยอาศัยข้อมลู พฤติกรรมการเข้าชมเวบ็ ไซตแ์ ละเลือกซอ้ื สนิ คา้ ข้อมลู จากการซื้อในอดีต ข้อมูลการ
ค้นหาขอ้ มลู การเลอื กซือ้ สินค้าผ่านทาง Search Engine ราคาสินค้าของคู่แข่ง จํานวนสินค้าที่เหลืออยู่ เพ่ือ
เพิ่มยอดขายในกับธุรกิจจากการทลี่ ูกค้าตดั สนิ ใจซ้อื ได้ง่ายขึน้

ตัวอย่างตัวอย่างของการใช้ Big Data ขอยกตัวอย่าง Netflix ย้อนกลับไปราว ๆ ปี 2008 ลูกค้า
ผู้ใชบ้ รกิ าร Video on demand กลุม่ ใหญ่ต้องเผชิญหนา้ กับปัญหาจอดํา ในขณะที่ลูกค้า Streaming ที่ใช้
บรกิ ารผ่านคราวนบ์ างรายสามารถใชง้ านได้เป็นปกติ ผลกระทบคร้งั ใหญ่ในคร้ังน้ี กดดันให้ Netflix ตอ้ งเร่งหา
ทางแก้ไข ก่อนที่คิดจะให้ขยายการให้บริการออกไปยังต่างประเทศ Big Data คือกุญแจสําคัญ ในการ
แก้ปัญหา ทีมงานนําข้อมูลในทุกด้าน ท้ังส่วนท่ีมีความหนาแน่นในการใช้บริการเครือข่ายความเร็วเน็ต จุด
เช่อื มต่อระหวา่ งการใหบ้ รกิ ารดา้ นข้อมูล ฯลฯ ถกู นาํ มาวเิ คราะหเ์ พือ่ หาทางปูองกันปัญหา Down-time ท่ีจะ
เกดิ ขนึ้ อีกในอนาคต

ERP คือ ระบบ ERP หรอื ERP ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning คือ เครื่องมือหรือ
มีระบบท่ีช่วยวางแผนและจัดการฐานข้อมูลองค์กร เพ่ือให้มีการบริหาร และใช้ทรัพยากรร่วมกันภายใน
องค์กรมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยท่ี ระบบ ERP น้ันสามารถที่จะประยุกต์ใช้ได้ในหลายหลากธุรกิจ มีความ
ยดื หยุ่นสงู สามารถปรับแต่งให้ มคี วามเหมาะสมกับธุรกิจแต่ละประเภทได้ดี มีความสามารถในการบูรณา
การ (Integration) การทาํ งานของแต่ละหน่วยงานเข้าเอาไว้ภายในระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ การ
ผลิต Manufacturing ระบบสินคา้ คงคลงั (Inventory) การบริหารความสัมพนั ธล์ ูกค้า CRM งานขาย (Sales)
งานซ้ือ (Purchasing) งานบัญชีและการเงิน Accounting and Finance หรืองานบริหารทรัพยากรมนุษย์
HRM เป็นต้น ซึง่ ทั้งหมดท่กี ล่าวมาข้างต้นนี้เราเรียกกนั วา่ โมดลู (Modules)

9

องคป์ ระกอบของ Big Data

หากจะเร่ิมศึกษาการทํา Big Data Project ต้องเริ่มจากอะไร จะต้องมีการเริ่มต้นจาก คือ เราต้อง
เรยี นร้กู ่อนวา่ องค์ประกอบของระบบ Data คืออะไร เพราะแต่ละองค์ประกอบมีองค์ความรู้ที่ไม่เหมือนกัน
และต้องอาศัยทักษะของผู้เชี่ยวชาญทแ่ี ตกตา่ งกัน

รูปภาพท่ี 1.5 องค์ประกอบของระบบ Big Data

จากภาพ จะเหน็ ได้วา่ องค์ประกอบของระบบ Data แบ่งออกเปน็ 5 สว่ นด้วยกัน ไดแ้ ก่
1. Data Source แหลง่ ทม่ี าของขอ้ มลู ซ่งึ ถอื ได้ว่า เปน็ ต้นนํ้า เปน็ แหลง่ กาํ เนดิ ของข้อมลู อาจจะ

เป็นระบบ โปรแกรม หรือจะเป็นมนุษย์เรา ท่ีสร้างให้เกิดข้อมูลขึ้นมา ทั้งน้ี เม่ือได้ช่ือว่าเป็น Big Data แล้ว
ข้อมลู ต่าง ๆ มักจะมาจากแหลง่ ขอ้ มูลทห่ี ลากหลาย นําพามาซึ่งความยากลําบากในการจัดการโครงสรา้ ง หรอื
จดั เตรียมใหข้ อ้ มูลท่นี ํามารวมกนั น้ัน มีความพรอ้ มใช้ตอ่ ไป

2. Gateway ช่องทางการเชื่อมโยงข้อมูล การเชื่อมโยงข้อมูล เป็นส่วนที่สําคัญมาก และเป็น
ปัญหาใหญ่ในการทํา Big Data Project ต้องอาศัยทักษะของ Data Engineer ทั้งการเขียนโปรแกรมเอง
และใช้เครื่องมือที่มีอยู่มากมาย ทั้งนี้การจะออกแบบช่องทางการเช่ือมโยงข้อมูลได้อย่างส มบูรณ์แบบ
จาํ เปน็ ต้องทราบก่อนวา่ จะนําข้อมลู ใดไปทาํ อะไรตอ่ บ้าง มเิ ช่นนน้ั การสรา้ งชอ่ งทางการเชื่อมทีไ่ มม่ ีเปาู หมาย
ก็อาจเป็นการเสียเวลาโดยเปลา่ ประโยชน์

3. Storage แหล่งเก็บขอ้ มูล แหล่งเกบ็ น้ี ไม่ใช่แค่การเกบ็ ขอ้ มลู จากแหลง่ ข้อมูล แต่เป็นการเก็บ
ขอ้ มูลจากแหล่งข้อมูลหลาย ๆ แหล่ง เอามาไวเ้ พ่ือรอการใช้งาน ซงึ่ อาจจะเปน็ ท่พี กั ข้อมูลใหพ้ รอ้ มใช้ หรอื จะ
เปน็ แหลง่ เก็บข้อมลู ในอดีตก็เปน็ ได้

4. Analytics การวิเคราะหข์ อ้ มลู ส่วนนี้เป็นหนา้ ที่หลักของ Data Scientist ซ่ึงแบ่งงานออกเปน็
2 ลักษณะ คือ การวิเคราะห์เบ้ืองต้น โดยการใช้วิธีทางสถิติ หรือจะเป็นการวิเคราะห์เชิงลึกโดยการสร้าง
Model แบบต่าง ๆ รวมไปถึงการใช้ Machine Learning เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เฉพาะจงเจาะในแต่ละปัญหา
และแตล่ ะชดุ ขอ้ มูล

10

5. Result/Action การใช้ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลลัพธ์ท่ีได้จากการวิเคราะห์สามารถนําไปใช้
งานได้ 2 รูปแบบ คือ ออกเป็นรายงาน เพ่ือให้ Data Analyst นําผลลัพธ์ท่ีได้ไปใช้กับงานทางธุรกิจต่อไป
หรอื จะเป็นการนาํ ไปกระทําเลยโดยท่ีไม่ต้องมี “มนุษย์” คอยตรวจสอบ ซึ่งจําเป็นต้องมีการเขียนโปรแกรม
เพ่ิม เพื่อใหม้ ีการกระทาํ ออกไป ทีเ่ รียกว่า Artificial Intelligence

การท่จี ะเขา้ ใจส่วนประกอบทั้งหมดของ Big Data System ได้นั้น อาจต้องใช้เวลา เพราะในแต่ละ
ส่วน คอ่ นข้างมีรายละเอียดมากมาย เช่น ส่วนของการเชื่อมโยงข้อมูล สามารถใช้โปรแกรม ETL (Extract-
Transform-Load) ได้ แต่โปรแกรม ETL ก็มีหลายแบบ ท้ังเป็นโปรแกรม Software หรือ เป็น Function
หนึ่งใน Cloud Computing

ในส่วนของ Analytics เองกเ็ ชน่ กนั เฉพาะ Machine Learning กม็ ี Algorithm มากมาย และยงั ตอ้ ง
มีการปรับค่า Parameter อีกด้วย ไมร่ วมไปถึงการออกแบบตัวแปร ว่าจะนําข้อมูลใดมาวิเคราะห์ เพ่ือให้ได้
ผลลัพธอ์ ะไร เรียกได้ว่า แค่ความรู้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีประสบการณ์ในการระบุปัญหา และทักษะในการ
ออกแบบการใช้ Model อกี ดว้ ย

ดังนั้น การจะเขา้ ใจ Big Data Ecosystem ให้ได้ท้งั หมดน้ันมันค่อนข้างยาก และยังต้องใช้เวลา แต่
ไมใ่ ช่ว่า จะทาํ ไม่ได้ต้องวางเปาู หมายใหช้ ัดก่อนว่า ท่ีต้องการเข้าใจ หมายถึงต้องการเข้าใจในภาพรวม หรือ
ต้องการ ทําเองใหเ้ ปน็ ด้วย ถา้ เป็นข้อแรกการเข้าใจเพ่ือให้รู้ว่าองค์ประกอบแต่ละส่วนทํางานอย่างไร ไม่ใช่
เรอื่ งยากแตต่ ้องแยกใหอ้ อกวา่ สง่ิ ทเี่ ราต้องการรคู้ อื เร่ืองอะไร แต่ถา้ เปน็ ขอ้ สอง นนั้ คอื ต้องการใชเ้ คร่ืองมอื เปน็
หรอื ต้องการเขียนโปรแกรมได้ ต้องบอกวา่ ใชเ้ วลาพอสมควร

การเริม่ ตน้ ทาํ Big Data Project ที่ดี คือ การเข้าใจว่าปัญหาขององค์กรคืออะไร อยู่ ณ ส่วนใดของ
องค์ประกอบของระบบ Data บางทมี่ ีปัญหาเรอื่ งไมม่ ีแหลง่ ทีม่ าของข้อมูล บางที่มีปัญหาไม่สามารถเชื่อมโยง
ข้อมลู ได้ บางที่มปี ญั หาไม่สามารถวิเคราะหไ์ ด้ บางที่ไมส่ ามารถแสดงผลได้ และหลายท่ี มีปัญหาที่ไม่รูว้ ่าตวั เอง
มีปัญหาอะไร

11

การจัดการขอ้ มูลขนาดใหญ่ (Big Data)

การจดั การขอ้ มูลขนาดใหญ่ เป็นการผสมผสานไอทีเข้ากับธุรกิจ ออกแบบและวิเคราะห์ข้อมูลเพ่ือ
แก้ไขปัญหาธุรกิจเป็นการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่มาก ๆ มาวิเคราะห์จัดการเชื่อมโยงให้เกิดประโยชน์ต่อ
องค์กรหรือสถาบันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน โดยนําความรู้ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ แนวทางการ
ประกอบอาชีพ ได้แก่ นักวิเคราะห์ธุรกิจ นักวางแผนข้อมูล นักวิจัยการตลาด นักพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ
เจ้าของกิจการทางดา้ น big data เป็นต้น

การจดั การขอ้ มูล มีความสาํ คัญในการจัดการองคก์ ร และการจดั การไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ ซ่ึงอาจจะ
ตอ้ งการเกบ็ อย่างถาวร หรือสง่ ไฟล์ขนาดใหญท่ ้ังข้อมูลที่มีโครงสร้าง และไม่มีโครงสร้างหรือเอกสารเพ่ือให้
แน่ใจว่าทกุ แผนกของบรษิ ทั สามารถเข้าถงึ ได้ โดยบริษัท ตา่ ง ๆ กําลงั ใชโ้ ซลชู ่ันขอ้ มูลขนาดใหญเ่ พอ่ื รองรบั การ
เติบโตของกลุ่มข้อมูลอยา่ งรวดเร็ว การจัดการข้อมูลท่ีมีประสิทธิภาพช่วยให้องค์กรสามารถค้นหาข้อมูลท่ีมี
โครงสร้าง และที่ไม่มีโครงสร้างได้อย่างง่ายดาย เพื่อรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่จากแหล่งต่าง ๆ เช่น ไซต์
โซเชียลมีเดียเว็บไซต์และบันทึกระบบ อย่างไรก็ตามบ่อยครั้งท่ีผู้เร่ิมต้นจะติดปัญหาในการจัดการทุกอย่าง
เก่ยี วกับข้อมลู ขนาดใหญบ่ ้าง

สภาพแวดล้อมของข้อมูล ในธุรกิจทุกวันนี้เหนือกว่าแพลตฟอร์มฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์และที่เป็น
คลงั ขอ้ มูลด้ังเดมิ คณุ อาจต้องใชเ้ ทคโนโลยีในการจดั เก็บ และประมวลผลข้อมลู ในรูปแบบทไ่ี มใ่ ช่ธรุ กรรม การ
วเิ คราะหข์ อ้ มูลขนาดใหญ่ กําลังเปล่ยี นแปลงวิธีการทํางานของหน่วยงานอย่างช้า ๆ ดังน้ันจึงเป็นส่ิงสําคัญที่
จะต้องเรยี นรู้การวเิ คราะหแ์ ละจดั เก็บข้อมูลเพือ่ ปรบั ปรงุ กระบวนการทางธุรกิจ ในความเป็นจริงการจัดการ
ขอ้ มูลที่มปี ระสทิ ธิภาพช่วยใหธ้ ุรกิจมคี วามไดเ้ ปรยี บในการแขง่ ขันมากข้ึน ซึง่ หวั ขอ้ ดงั ต่อไปนีเ้ ปน็ เคลด็ ลบั ทจี่ ะ
ช่วยใหอ้ งค์กรจดั การฐานข้อมลู ได้อยา่ งราบรนื่

รูปภาพท่ี 1.6 การจดั การข้อมูลขนาดใหญ่ Big Data

12
วธิ กี ารจัดการข้อมลู มีดงั น้ี

Big Data ข้อมูลขนาดใหญ่ มีการทํางานโดยข้อมูลขนาดใหญ่ให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ เพื่อเปิด
โอกาสและรปู แบบธุรกจิ ใหม่ ๆ การเริ่มต้นใช้งานประกอบดว้ ย 3 ขนั้ ตอนสาํ คญั ดงั น้ี

1. การรวบรวมข้อมูล การรวบรวมข้อมูลของ Big Data เป็นการรวบรวมข้อมูลของจาก
หลากหลายท้ังที่มาและการใช้งานท่ีแตกต่างกันอย่างมากมาย ซึ่งกลไกและเทคโนโลยีแบบด้ังเดิม ETL
(extract, transform, and load) ไม่สามารถทําได้ ซึ่ง Big Data หรือ ข้อมูลขนาดใหญ่ต้องการเทคนิค
วธิ กี าร และเทคโนโลยีใหม่ในการรวบรวมขอ้ มูลขนาด เทราไบต์ และอาจจะเป็นระดับเพธาไบต์เลยก็มีในการ
รวบรวมขอ้ มูลน้นั ตอ้ งมกี ารประมวลผล จัดรูปแบบ ใหเ้ หมาะสําหรบั การใชใ้ นการวิเคราะห์หรือใช้งานสําหรับ
ธรุ กิจหรอื วตั ถุประสงค์นน้ั ๆ

2. การจัดการข้อมูล ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data น้ันมีความต้องการสถานท่ีจัดเก็บ
ขนาดใหญ่ การจัดเก็บข้อมูลมูลขนาดใหญ่จะเป็นชนิดใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็นแบบ on premises หรือ แบบ
cloud ข้ึนกับความต้องการหรือความสะดวกในการใช้ ซึ่งเราสามารถใช้และประเมินผลได้เช่นเดียวกัน
บางครั้งก็มีความจําเป็น ท่ีต้องจัดเก็บไว้ใกล้กับแหล่งข้อมูล หรือข้อมูลบางอันยังต้องการความยืดหยุ่นสูง
และไมต่ อ้ งการบรหิ ารจดั การกใ็ ช้เปน็ แบบ Cloud ซึ่งกําลงั เปน็ ที่นยิ มกนั เปน็ อย่างมาก

3. การวเิ คราะห์ การลงทุนสร้างขอ้ มลู ขนาดใหญ่ หรือ Big data จะมีประโยชนห์ รอื คุม้ ค่าก็
ตอ่ เมอ่ื คุณใช้และวเิ คราะหข์ อ้ มูล การวเิ คราะห์ข้อมูลทําให้เกิดความกระจา่ งและชัดเจนในชุดข้อมูลที่คุณมีอยู่
การสาํ รวจข้อมูลยังทําให้เราค้นพบสิ่งใหม่ แชรส์ ง่ิ ท่ีคน้ พบใหม่ๆตอ่ คนอน่ื สร้างรปู แบบจําลองข้อมูล ด้วยการ
เรยี นรขู้ องเครอ่ื งจกั รและปัญญาประดษิ ฐ์ AI และนําขอ้ มูลเหล่าน้ันไปใช้งาน

รูปภาพที่ 1.7 วิธกี ารจดั ข้อมลู Big Data

13

เทคนิควธิ ีการจัดการขอ้ มลู มดี งั น้ี
1. สรุปเป้าหมายของเรา เราต้องกําหนดเปูาหมายเพ่ือให้ทราบข้อมูลท่ีธุรกิจจําเป็นต้อง

เจริญเตบิ โต ไมเ่ ชน่ นั้นอาจพบกบั กลมุ่ ข้อมูลจาํ นวนมากท่ี ไมเ่ กยี่ วขอ้ งกับความต้องการทางธรุ กิจของเรา การมี
สว่ นร่วมของทีมงานทั้งหมดในการกาํ หนดเปูาหมายของ บริษัท เป็นส่ิงสําคัญ องค์กรอาจสิ้นสุดการรวบรวม
ข้อมูลท่ีไม่ถูกต้องหากไม่มีเปูาหมายที่ชัดเจน คุณต้องกําหนดกลยุทธ์เพ่ือช่วยให้บรรลุเปูาหมายเหล่าน้ัน
แนน่ อนว่าทกุ คนตอ้ งการรวบรวมข้อมูลท่เี กยี่ วขอ้ งซึง่ จะสง่ ผลตอ่ ประสิทธิภาพของธรุ กจิ คุณตอ้ งมีทศิ ทางก่อน
เร่มิ การดาํ เนนิ การ

2. การปอ้ งกันข้อมลู ไม่มีใครต้องการรวบรวมข้อมูลด้วยความยากลําบากและจบลงด้วย การ
สญู เสยี มนั ดังนัน้ องคก์ รควรรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสามารถเข้าถึงได้ เป็นไปไม่ได้ท่ีจะวิเคราะห์
ขอ้ มลู ที่ไมส่ ามารถเข้าถึงได้ อีกวิธีหน่ึงในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลก็คือ การใช้การสแกน มัลแวร์การ
รักษาความปลอดภัยไฟร์วอลล์ และการกรองแปม คุณสามารถใช้เว็บไซต์หรือบทวิจารณ์ผลิตภัณฑ์เพ่ือ
รวบรวมข้อมูลจากลูกคา้ อย่างไรกต็ ามมีผู้ประกอบการเพียงไมก่ ร่ี ายเทา่ น้นั ทใ่ี ช้เวลาในการบังคับใช้มาตรการ
รักษาความปลอดภัยขอ้ มลู อยา่ ใช้การจัดการขอ้ มูลเพ่ือรบั สทิ ธิ์ เพราะอาจจะเกดิ ปัญหาข้นึ ได้ ในความเปน็ จริง
ความปลอดภยั ของขอ้ มลู เปน็ องค์ประกอบทส่ี าํ คัญของการจดั การข้อมูลของบรษิ ัท

3. ปรับให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงใหม่ หนึ่งในแนวปฏิบัติที่ดีท่ีสุดสําหรับการจัดการข้อมูล
ขนาดใหญ่คือการรักษาแนวโน้มการจัดการข้อมูล โปรดรู้ว่าข้อมูลและซอฟต์แวร์มีการเปล่ียนแปลงอยู่
ตลอดเวลา ดังน้ันจึงมีเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มากมายท่ีออกสู่ตลาดทุกวัน การก้าวไปตามเทรนด์
เทคโนโลยีใหม่ ๆ จะชว่ ยให้ บริษทั สามารถสร้างฐานขอ้ มลู ที่ดีขึ้นและก้าวลํ้านําหน้า สิ่งสําคัญคือต้องมีความ
ยืดหยนุ่ และปรบั ให้เข้ากับการเปล่ียนแปลงในการจดั การข้อมูลอย่เู สมอ

4. เชื่อมโยงข้อมูลของคุณ มีช่องทางมากมายท่ีสามารถใช้ในการเข้าถึงฐานข้อมูล คุณไม่
จําเป็นต้องปรับใช้เคร่ืองมือเทคโนโลยีท่ีแตกต่างกันสําหรับแต่ละแอปพลิเคช่ัน อีกวิธีหน่ึงในการปรับปรุง
กระบวนการคือการเช่ือมโยงข้อมูลทั้งหมดของคุณเข้าด้วยกัน การส่ือสารผิดพลาดระหว่างข้อมูลและ
แอปพลิเคช่ัน อาจทาํ ใหเ้ กิดปญั หามากมาย การเก็บข้อมลู บนคราวน์ถือเปน็ เคร่ืองมอื ที่ช่วยใหธ้ ุรกจิ สามารถใช้
เพื่อเช่ือมโยงข้อมูล แน่นอนว่าทุก บริษัท ต้องการแอปพลิเคช่ันและข้อมูลทั้งหมดในการประมวลผลอย่าง
ราบรนื่ การประสานข้อมลู เปน็ สิง่ สําคญั สําหรบั ทมี ทีจ่ ะใช้ฐานข้อมลู เดียวกันและจะทําใหเ้ กิดปญั หานอ้ ยลงอกี
ดว้ ย

5. อย่ามองข้ามกฎการตรวจสอบ จําเป็นอย่างยิ่งท่ีจะต้องมั่นใจว่าแม้แต่ผู้จัดการฐานข้อมูล
ยงั คงต้องรกั ษากฎในการตรวจสอบ ไมว่ ่าเปาู หมายคอื การจัดการข้อมูลในเรื่องของการชําระเงินหรือคะแนน
เครดติ ส่ิงสําคญั ท่สี ดุ คอื การปฏิบัติตามกฎการตรวจสอบอย่างเคร่งครดั

14

อา้ งอิง

sas.com เกรด็ ความร้เู ก่ยี วกับประวตั คิ วามเป็นมาของ Big Data. [ระบบออนไลน์]. แหล่งทม่ี า
https://www.sas.com/th_th/insights/big-data/what-is-big-data.html
(1 ตลุ าคม 2563)

medium.com เกรด็ ความรเู้ กี่ยวกับความหมายของขอ้ มูลขนาดใหญ่ Big Data. [ระบบออนไลน]์ . แหล่งทมี่ า
https://medium.com/@thanachart.rit/big-data- (1 ตลุ าคม 2563)

khundee.com เกรด็ ความรู้เก่ียวกับลักษณะของ Big Data. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ท่ีมา
https://www.khundee.com/big-data (1 ตุลาคม 2563)

coraline.co.th เกร็ดความรเู้ กยี่ วกบั องค์ประกอบของ Big Data. [ระบบออนไลน์]. แหล่งทมี่ า
https://www.coraline.co.th/single-post/2018/10/15/Composition-of-data-systems
(1 ตลุ าคม 2563)

mgronline.com เกรด็ ความรู้เกีย่ วกับความสาคัญของ Big Data. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ท่ีมา
https://mgronline.com/mutualfund/detail/9610000037714 (1 ตลุ าคม 2563)

khundee.com เกรด็ ความรเู้ กีย่ วกบั การจดั การข้อมลู ขนาดใหญ่ (Big Data). [ระบบออนไลน์]. แหล่งท่มี า
https://www.khundee.com/big-data-% (1 ตลุ าคม 2563)

15

บทที่ 2
อินเทอรเ์ นต็ ทุกสรรพส่งิ (Internet of Thing)

บทนา

ในทุกวันน้ี อินเทอร์เน็ต (Internet of Thing) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจําวันของเรามากข้ึน
ส่ิงของที่เราใช้มักจะเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตอยู่เสมอ เห็นได้จากโทรศัพท์มือถือ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต
ยานพาหนะ หรอื แม้กระทง่ั เคร่อื งใช้ไฟฟาู และบางอย่างในบ้านที่มกี ารพฒั นาใหฉ้ ลาดและอํานวยความสะดวก
ตอ่ ผูใ้ ช้มากข้ึน โดยสามารถเชือ่ มต่อกับระบบอนิ เทอร์เน็ตได้

ความหมายของ Internet of Things

ทกุ วนั นี้ ปฏเิ สธไม่ไดเ้ ลยว่า เทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจําวันเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่า
หลายสิง่ ใกลต้ วั เราไมว่ า่ จะเปน็ เคร่ืองใช้ไฟฟูา หรือ อุปกรณ์ต่าง ๆ เร่ิมมีการใช้อินเทอร์เน็ตในการเช่ือมต่อ
โดยไม่จําเป็นต้องเข้าไปส่ังงานอุปกรณ์เหล่าน้ันด้วยตนเองหลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ Internet of Things
หรือเรียกแบบยอ่ ๆ วา่ IoT กนั มาบ้าง แลว้ สงิ่ นีม้ ันคืออะไร มีบทบาทในชวี ติ ประจาํ วันมากขนาดไหน

รปู ภาพที่ 2.1 Internet of Things

Internet of Things (IoT) หรอื “อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” หมายถึง การที่วัตถุ อุปกรณ์ พาหนะ
สิ่งปลูกสร้าง และส่ิงของต่าง ๆ ท่ีมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ มีการเชื่อมโยงกับเครือข่าย
อนิ เทอร์เนต็ ทาํ ใหอ้ ปุ กรณ์เหล่านเี้ ก็บบนั ทกึ และรบั ส่งข้อมูลระหว่างกันได้ มนุษย์จึงสามารถสั่งการ ควบคุม
การใช้งานอุปกรณ์จากระยะไกลได้ จากโครงสร้างพ้ืนฐานด้านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตท่ีมีอยู่แล้วจะทําให้
สามารถผสานระบบอินเทอร์เนต็ กบั โลกทางกายภาพได้มากขึ้น

16

IoT หรือ Internet of Things (อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง) หมายถึง วัตถุ อุปกรณ์ พาหนะ ส่ิงของ
เคร่ืองใช้ และสิ่งอํานวยความสะดวกในชีวิตอื่น ๆ ท่ีมนุษย์สร้างข้ึนโดยมีการฝังตัวของวงจรอิเล็กทรอนิกส์
ซอฟต์แวร์ เซน็ เซอร์ และการเชื่อมตอ่ กับเครอื ข่าย ซึ่งวัตถุสง่ิ ของเหลา่ น้ี สามารถเก็บบันทึก และแลกเปลี่ยน
ขอ้ มูลกนั ได้ อีกท้งั ยังสามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและถูกควบคุมได้จากระยะไกล ผ่านโครงสร้างพ้ืนฐานการ
เช่ือมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนเท่าน้ัน แต่ IoT สามารถประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ทุกอย่างท่ีถูกออกแบบมาให้
เชื่อมโยงกันไดบ้ นเครอื ข่ายอินเทอรเ์ นต็ เพอื่ ทจี่ ะสามารถสอื่ สารกันได้

IoT มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า M2M ย่อมาจาก Machine to Machine คือ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่
เช่ือมต่ออปุ กรณ์กับเครื่องมอื ตา่ ง ๆ เข้าไว้ด้วยกันนั่นเอง
IoT หมายถึง การเชือ่ มตอ่ ทุกส่งิ เขา้ กบั อินเตอรเ์ นต็ ซึ่งสามารถจําแนกออกได้เปน็ สามรปู แบบหลัก ๆ

- สิง่ ทีร่ วบรวมจัดเก็บขอ้ มูลและทาํ การส่งขอ้ มลู ออกไป
- สง่ิ ที่รบั ขอ้ มลู และนําข้อมลู ไปประเมินผล
- สง่ิ ที่ทาํ ไดท้ ้ังสองอย่าง (รวบรวมจัดเก็บขอ้ มูล และ ประเมินผลข้อมลู เอง)
โดยท้ังสามรปู แบบนีส้ ามารถสร้างประโยชนใ์ หแ้ กก่ นั ได้อย่างมหาศาล
1. จัดเกบ็ ขอ้ มูลและสง่ ต่อขอ้ มลู ในส่วนนี้หมายถึงอุปกรณ์ sensor โดยท่ีอาจจะเป็นได้ท้ัง sensor
ตรวจวัดอุณหภูมิ sensor ตรวจจบั การเคลื่อนไหว sensor ตรวจวัดคุณภาพอากาศ sensor ตรวจวดั แสง และ
อน่ื ๆ อีกมากมาย ซึง่ sensor ดงั กลา่ วเมอื่ ถกู นําไปเช่ือมต่อกับอินเตอร์เน็ตแล้ว จะทําให้เราสามารถจัดเก็บ
ข้อมลู สภาพแวดล้อมได้อยา่ งอตั โนมัตแิ ละรวดเร็ว จึงทําให้เราตดั สินใจไดค้ ลอ่ งแคล่ววอ่ งไวข้นึ
ในส่วนของการเกษตร 4.0 ขอ้ มูลเกีย่ วกับความช้นื ในดิน ที่ได้รบั มาอย่างอัตโนมัตนิ ้ันจะเปน็ ตัวบ่งชี้ให้
เกษตรกรได้ทราบ ถึงช่วงเวลาท่ีต้องทําการรดน้ําผลผลิตของตน แทนท่ีจะส้ินเปลืองนํ้าในการรดน้ําเป็น
ปรมิ าณมาก ๆ หรือแทนท่ีการรดนํ้าในปริมาณท่ีน้อยจนเกินไป (ซึ่งอาจจะทําให้เกิดการสูญเสียผลผลิตและ
รายได้เปน็ จํานวนมาก) เมอื่ นาํ เทคโนโลยี IoT และ sensor ตรวจวัดคา่ เหลา่ นม้ี าใช้ เกษตรกรจะสามารถมัน่ ใจ
ได้วา่ ผลผลติ ของตนนน้ั ไดร้ ับนาํ้ ในปรมิ าณทเี่ หมาะสม ทาํ ให้เกษตรกรมรี ายไดเ้ พิ่มมากขน้ึ น่ันเอง
เปรยี บเสมือนประสามสัมผสั ของเรา ไมว่ า่ จะเป็นทัง้ การมองเห็น การได้ยิน การได้กล่ิน การสัมผัส
และการลิ้มรส ทท่ี ําใหม้ นุษยไ์ ด้สมั ผสั กับโลก อุปกรณ์ sensor IoT เองก็จะทาํ ให้เครอื่ งจักรสามารถสัมผัสกับ
โลกได้เช่นเดียวกนั
2. รบั ขอ้ มลู และนาํ ข้อมูลไปใช้ เราทุกคนตา่ งคุ้นชินกบั การใชอ้ ุปกรณเ์ ครอ่ื งจักรในการรับข้อมูลและ
นําเอาข้อมลู ไปใช้ เช่นเครอ่ื งพิมพ์เอกสารที่รับข้อมูลเอกสารจากคอมพิวเตอร์หรือมือถือของเราและทําการ
พิมพอ์ อกมาบนกระดาษ รถยนต์ของคณุ ทรี่ ับสัญญาณจากรีโมตกญุ แจและปลดล็อคประตูรถยนตข์ องเรา และ
ตัวอย่างอ่นื ๆ อีกมากมาย
ถงึ แม้ว่ามันจะง่ายในการส่งข้อมลู คําส่ังใหอ้ ุปกรณ์ตา่ ง ๆ ทํางาน หรือขอ้ มลู ทซี่ บั ซ้อนอยา่ งการสง่ั พมิ พ์
แม่แบบ 3 มิติไปยงั เคร่อื งพมิ พ์ เราต่างรู้กนั ดีวา่ เราสามารถส่งั ใหเ้ ครอ่ื งจกั รทํางานได้ แม้จะอยู่ห่างออกไปไม่
เพียงเท่าน้ี ประสิทธิภาพทแ่ี ทจ้ รงิ ของ IoT จะเกิดขึ้นเมื่ออุปกรณ์สามารถรวบรวมข้อมูลท่ีได้รับจาก sensor
ตา่ ง ๆ และนาํ เอาขอ้ มูลเหลา่ น้ีไปประเมินผล

17

3. ดําเนนิ การไดท้ ัง้ สองรูปแบบ (รวบรวมจัดเกบ็ ขอ้ มลู และ ประเมินผลข้อมูลเอง) ซึ่งลองย้อนกลับ
ไปดูตวั อยา่ งในภาคการเกษตร 4.0 ตัวอุปกรณ์ sensor ที่สามารถตรวจวัดค่าความชื้นในดินได้อย่างเดียวนั้น
จะสามารถเตือนใหเ้ กษตรกรทําการรดนํา้ เม่ือความช้นื ลดลง แต่เม่ืออุปกรณ์ IoT สามารถตรวจวัดค่าความช้ืน
ใต้ดินไปพร้อมกับกับ ประเมินผลเองและส่งข้อมูลไปที่ระบบรดนํ้า IoT ระบบรดนํ้าก็จะทําการรดน้ํา โดย
อัตโนมัติตามปริมาณความช้ืนที่ต้องการ โดยที่เกษตรกรไม่จําเป็นต้องออกไปทําการรดน้ําเอง ซ่ึงเป็นการ
ประหยดั ทั้งคา่ แรงและค่าน้าํ

นอกเหนือจากนี้ เรายงั สามารถพัฒนาอปุ กรณ์ใหก้ า้ วหนา้ ต่อไปได้ ยกตัวอย่างเช่น หากระบบการรด
น้ํา IoT ไดร้ ับขอ้ มูลสภาพอากาศจากการเช่ือมต่อผ่านอินเตอร์เน็ตและรับรู้ว่าภายในอีก 1 ช่ัวโมงฝน จะตก
หนกั ระบบรดนาํ้ IoT ก็จะตัดสินใจได้วา่ ไม่ต้องทําการรดน้ําผลผลิต เนือ่ งจากผลผลิตเหลา่ น้นั จะได้รับนํ้าจาก
ฝน ซึ่งจะสามารถปูองกันไม่ให้เกษตรกรสูญเสียผลผลิตจากปริมาณน้ําท่ีมากเกินไปอีกด้วย ไม่เพียงเท่าน้ี
ข้อมูลท้งั หมดทีร่ วบรวมเกี่ยวกบั ความชน้ื ในดินและปริมาณน้ําท่ีใช้ ก็สามารถนํามาเทียบกับอัตราการเติบโต
ของผลผลติ ได้ โดยข้อมูลอาจถกู สง่ ไปในคอมพวิ เตอร์เพอ่ื วเิ คราะห์ขอ้ มลู วา่ ความช้นื อยรู่ ะดบั ใดและปริมาณนํา้
มากนอ้ ยแค่ไหนทจี่ ะสง่ ผลให้ได้รบั ผลผลติ มากทสี่ ุด

ซงึ่ สง่ิ ทีก่ ล่าวมากอ่ นหนา้ นี้เป็นเพียงตัวอย่างในการใช้งาน sensor การตรวจวัดความชื้นใต้ดินอย่าง
เดยี ว ยังไมร่ วมถงึ sensor ประเภทอื่น ๆ เช่น sensor ตรวจวัดแสง ตรวจคุณภาพอากาศ ตรวจวัดอุณหภูมิ
และประเภทอืน่ ๆ อีกมากมายทเี่ รายงั ไม่รบั ร้ถู งึ ความสามารถ

สรปุ ความหมายของ IoT คอื อะไร: อินเตอรเ์ น็ตของสรรพสง่ิ (Internet of Thing) หรือคําย่อคือ IoT
คือการเพมิ่ ประสทิ ธิภาพของอินเตอรเ์ นต็ ท่ีเหนอื กวา่ การเชื่อมต่อกบั คอมพวิ เตอร์หรอื อปุ กรณ์สมาร์ทโฟนไปยัง
วตั ถุอืน่ ๆ และส่ิงแวดล้อม โดยที่การถกู เชอ่ื มต่อผา่ นเทคโนโลยี IoT น้นั ดําเนินการเพ่ือรวบรวมจัดเก็บข้อมูล
สง่ ข้อมลู ออกไป หรือท้ังสองรปู แบบ

18

แนวคดิ Internet of Things

“อนิ เตอร์เนต็ ของสรรพส่งิ ” หรอื “Internet of Things (IoT)” ถอื วา่ เปน็ แนวคิดท่ีค่อนข้างเรียบง่าย
ซึง่ หมายถึงการรวบรวมทกุ สรรพส่งิ ในโลกมาเช่ือมต่อเข้ากบั อินเตอร์เน็ต

แนวคิดเร่ือง Internet of Things คิดขึ้นโดย เควิน แอชตัน (Kevin Ashton) ซึ่งเป็นบุกเบิก
เทคโนโลยีของอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) เขาเป็นผู้ร่วมก่อต้ังศูนย์ข้อมูลอัตโนมัติท่ีสถาบัน
เทคโนโลยแี มสซาชเู ซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา ซึ่งสร้างระบบมาตรฐานสากลสําหรับ RFID* ท่ีในขณะนั้นถือ
เป็นมาตรฐานโลกสาํ หรับการจบั สัญญาณเซน็ เซอรต์ ่าง ๆ (RFID Sensors) และเปน็ ผูเ้ ร่มิ ต้นโครงการ Auto-ID
Center ซ่ึงทําให้ตัวเซ็นเซอร์เหล่าน้ัน สามารถที่จะเชื่อมต่อกันได้ เควิน แอชตัน ได้ใช้คําว่า Internet of
Things ในสไลด์การบรรยายของเขาเป็นครั้งแรก โดยนยิ ามเอาไวต้ อนน้ันวา่ อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ใดก็ตามท่ี
สามารถส่ือสารกันได้ได้ก็ถือเป็น “internet-like” หรือพูดง่าย ๆ ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สื่อสารแบบ
เดียวกับกับระบบอินเตอร์เน็ตน้ันเอง โดยคําว่า “Things” ก็คือคําใช้แทนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ
เหลา่ นนั้ และเขายงั กลา่ วไวว้ ่า Internet of Things อาจจะเปลี่ยนแปลงโลกได้เชน่ เดียวกับอินเทอร์เน็ต และ
อาจจะมากกว่าทีอ่ นิ เทอร์เนต็ เคยทํา

ต่อมาในยคุ หลงั ปี ค.ศ. 2000 เปน็ ตน้ มา โลกมีจาํ นวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกมาเป็นจํานวนมาก
และมักมีการใช้คําว่า Smart กับส่ิงเหล่านั้น เช่น อุปกรณ์อัจฉริยะ (smart device) มีกริดไฟฟูา อัจริยะ
(smart grid) บ้านอัจฉริยะ (smart home) เครือข่ายอัจฉริยะ (smart network) ระบบขนส่งอัจฉริยะ
(smart intelligent transportation) ซง่ึ สิง่ ต่าง ๆ เหลา่ น้ี ล้วนมโี ครงสรา้ งพ้ืนฐานท่ีสามารถเช่ือมต่อกับโลก
อินเตอรเ์ น็ตได้ จงึ มาเป็นแนวคดิ ท่ีวา่ อปุ กรณเ์ หลา่ นัน้ กย็ ่อมทีจ่ ะสามารถสอื่ สารกนั ไดด้ ้วยเชน่ กนั โดยอาศัยตัว
Sensor ในการสื่อสารถึงกนั นั่นแปลว่านอกจาก Smart devices ตา่ ง ๆ จะมีการเช่ือมตอ่ อินเตอรเ์ นต็ ได้แล้ว
มันยังสามารถเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ตัวอื่นได้ด้วย หรือพูดง่าย ๆ ก็คืออุปกณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถส่ือสาร
พดู คยุ กันเองได้

19

อปุ กรณ์ทเี่ ปน็ Internet of Things

รปู ภาพที่ 2.1 อุปกรณท์ ี่เป็น Internet of Things

สรรพสงิ่ (Things)
ในความหมายของ IoT "สรรพส่ิง" หมายถึง อุปกรณ์ สิ่งของเครื่องใช้ท่ีแตกต่างหลากหลาย เช่น

เครือ่ งจกั รต่าง ๆ ในโรงงาน รถยนต์ สกูต๊ เตอร์ จกั รยานทมี่ ีเซน็ เซอรใ์ นตวั เคร่อื งใชภ้ ายในบา้ น กล้องอจั ฉริยะ
นาฬิกาเด็ก อุปกรณ์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ แท็กไบโอชิปท่ีติดกับปศุสัตว์ อุปกรณ์วิเคราะห์ดีเอ็นเอใน
สิ่งแวดลอ้ มหรอื อาหาร หรอื อุปกรณภ์ าคสนามของนักผจญเพลิงในภารกิจค้นหาและช่วยเหลือ หุ่นยนต์ดูแล
ผ้ปู วุ ยและผ้สู ูงอายุ และอ่ืน ๆ ซึ่งไม่เวน้ แม้ เสียงพูดสงั่ งานของมนษุ ย์

“Things หรือ สรรพสิ่ง” ในความหมายของ Internet of Things สามารถหมายถึงอุปกรณ์ที่
แตกตา่ งหลากหลาย เชน่ อุปกรณ์วัดอตั ราหวั ใจแบบฝังในร่างกาย แท็กไบโอชิปท่ีติดกับปศุสัตว์ ยานยนต์ท่ีมี
เซน็ เซอร์ในตวั อุปกรณ์วิเคราะหด์ เี อ็นเอในสิง่ แวดลอ้ มหรืออาหาร และอุปกรณภ์ าคสนามทช่ี ่วยในการทํางาน
ของนักผจญเพลิงในภารกิจค้นหาและช่วยเหลือ อุปกรณ์เหล่านี้จะจัดเก็บข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ด้วยการใช้
เทคโนโลยีหลากหลายชนดิ และจากการส่งตอ่ ขอ้ มูลระหวา่ งอุปกรณ์อื่น ๆ โดยอตั โนมัติ ตวั อยา่ งเช่น

1. อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ที่ถอื ว่าเปน็ Internet of Things ชิ้นแรกของโลกก็คือ ตู้ ATM ที่ใช้กดเงิน
เพราะมันสามารถเชอื่ มต่อสอ่ื สารหากันไดผ้ ่านเครือข่ายของธนาคารและสาขาต่าง ๆ ซึ่ง ATM น้ันถือกําเนิด
ขึ้นมาต้งั แต่ปี 1974 กอ่ นท่ีจะมกี ารนยิ ามคาํ วา่ Internet of Things เครอ่ื งซักผ้า-อบผา้ ทต่ี ่อกบั เครือข่ายไวไฟ
เพ่อื ให้สามารถดูสถานะจากระยะไกลได้

20

2. เครือ่ งควบคมุ อุณหภมู ิอจั ฉริยะ (Smart thermostat) จะปรับค่าตา่ ง ๆ เองได้ สามารถเรียนรู้ได้
ด้วยตัวเองโดยดูจากพฤติกรรมของผู้ใช้ อาศัยข้อมูลจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีไร้สาย และ
โทรศัพทส์ มารต์ โฟน ทาํ ใหป้ รับต้งั อณุ หภมู ิไดเ้ หมาะสมกับการใช้งาน เช่น สามารถเปิดปิดระบบปรับอากาศ
เมื่อตอ้ งการใช้โดยอตั โนมัติ เช่น สามารถรู้ว่าเจา้ ของบ้านไม่อยู่บ้านจากตําแหน่ง GPS ที่ส่งมาจากมือถือของ
เจ้าของบ้านเทอร์โมสตัทก็จะทําการตัดการทํางานเคร่ืองปรับอากาศ และในทางกลับกันเมื่อเจ้าของบ้าน
กลับมาใกล้บา้ น กจ็ ะเรมิ่ เปดิ แอร์ปรับอุณหภมู ิลงให้พอเหมาะ เม่ือเจ้าของบา้ นถงึ บา้ นพอดี และเทอรโ์ มสตทั
บางรุ่น มี Sensor ในตัว สามารถรู้ได้ว่ามีคนอยู่ในห้องหรือไม่ ถ้าห้องไหนไม่มีคนก็จะปรับอุณหภูมิห้องให้
สูงขึ้น ห้องไหนมีคนใช้งานก็จะปรับอุณหภูมิให้พอดี เหมาะกับบ้านหรือสํานักงานท่ีมีหลายห้องแต่ไม่ได้มี
ประตกู ้ันแยกหอ้ ง และไมไ่ ดใ้ ช้งานพรอ้ มกัน

3. กล้องวงจรปดิ หรอื CCTV อัจฉรยิ ะ ปัจจุบนั กลอ้ ง CCTV ราคาถกู ลงมาก กล้องช่วยตรวจจับ
ความผดิ ปกติท้ังในบา้ นหรือในเมืองต่าง ช่วยปูองกันภัยคุกคามได้ จึงเป็นท่ีนิยมในบ้านอยู่อาศัยมากข้ึนด้วย
เชน่ กัน เนอื่ งจากต่ออนิ เทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย โดยการเช่ือมต่อสัญญาณ WiFi หรือบางรุ่นสามารถใส่ซิม
เข้าไปในเคร่อื งไดเ้ ลย และสามารถตรวจสอบข้อมูลภาพและเสียงจากมือถือได้ รวมถึงสามารถเก็บภาพคลิป
ต่าง ๆ ไปสํารองขอ้ มลู ไว้ทรี่ ะบบ Cloud

4. นาฬิกาอจั ฉริยะ นอกจากใชด้ ูเวลาแล้วยงั ถ่ายรปู บันทกึ วดิ ีโอ รับ-ส่ง อีเมล จับเวลา การนับ
ก้าวเดิน การคํานวณระยะทาง และพลังงานที่ร่างกายใช้ นอกจากน้ียังใช้เป็นรีโมตคอนโทรลของโทรทัศน์
ไดอ้ ีกด้วย

อยา่ งไรก็ดี Internet of Things นีไ้ ม่ไดเ้ ป็นเพียงส่วนขยายของอินเทอร์เน็ต ท่ีเรารู้จักกันอยู่เท่าน้ัน
แตจ่ ะเกิดเปน็ โครงสร้างพน้ื ฐานใหม่ของตนได้ โดยพงึ่ พาอยกู่ บั อนิ เทอร์เนต็ ซง่ึ เกิดประโยชนจ์ ะเปน็ ในรูปแบบ
พึ่งพากับบริการ หรือธุรกิจใหม่ และจะสามารถครอบคลุมการสื่อสารในหลายรูปแบบ เช่น เครื่องสู่เคร่ือง
เครอ่ื งสคู่ นเป็นต้น

21

การประยกุ ต์ใชง้ าน IoT (Internet of Things) ในปจั จบุ นั

Wearables คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ท่ีสามารถติดต้ังใช้งานบนส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
เพื่อความสะดวกในการใชง้ านเพราะสามารถนาํ ติดตัวไปได้ทกุ ที่ Wearable Computer สามารถทาํ งานได้ทั้ง
ในแบบ Stand alone หรือทํางานร่วมกับอุปกรณ์อื่นอย่าง Smartphone ผ่านทางแอพพลิเคชั่น อาทิ
เซ็นเซอรว์ ดั ระยะทางของการวิง่ วดั อตั ราการเต้นของหัวใจ วดั อณุ หภมู ิรอบ ๆ การบอกพิกัดตําแหน่งบนโลก
อปุ กรณ์ท่วี ดั การตรวจจบั พฤติกรรมของผู้สวมใสแ่ ล้วแปลงค่าออกมา เช่น พฤติกรรมการนอนหลับ พฤติกรรม
การออกกําลังกาย รวมถึงการเก็บข้อมูลของผู้ใช้ เพ่ือแปลงผลไปใช้ในการทําข้อมูลสถิติ และการเข้าใจใน
พฤติกรรมดา้ นตา่ ง ๆ เป็นต้น ส่วนการทํางานใช้ในการควบคุม และการทํางานร่วมกันกับอุปกรณ์อย่างเช่น
Smartphone เช่น การสั่งให้เล่นเพลงจาก Smartphone การแสดงสถานะของการโทรเข้าโทรออก มีการ
แจ้งเตือนเม่ือมขี ้อความ อเี มล Facebook Twitter เข้ามา

ภาครัฐบาล ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรมการผลิต ตลอดจนประชาชนท่ัวไป ได้นํา IoT ไป
ประยุกต์ใช้ในการทํางานและชีวิตประจําวัน เพ่ือสร้างรายได้ โอกาส และความสะดวกสบายย่ิงขึ้นใน
อุตสาหกรรมและโครงการตา่ ง ๆ

Wearable Computer ปัจจุบันมีการพัฒนาออกมาเป็นรูปแบบของ Gadget ต่าง ๆ มากมาย
ซึ่งแบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท ดงั นี้

1. Watch – Wearable Computer แบบประเภทนาฬกิ า
2. Wrist band – Wearable Computer แบบประเภทสายรัดข้อมือ
3. Glass – Wearable Computer แบบประเภทแว่นตา
4. Smart Industry เพอื่ เตรยี มความพร้อมกอ่ นเข้าสูย่ ุคของการปฏิวตั อิ ุตสาหกรรม Industry 4.0
5. Smart City หรอื เมอื งอัจฉริยะ หมายถึง เมอื งทมี่ ีการนําเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อทําให้ คุณภาพ
ชวี ิตของพลเมืองนนั้ ดีขึ้น ส่งผลใหก้ ารใช้ชีวิตน้นั สะดวกสบายพลเมอื งสามารถเขา้ ถงึ การบริการของ เมอื งนน้ั ได้
อยา่ งรวดเรว็ รวมไปถึงระบบรกั ษาความปลอดภัยท่เี พิ่มมากข้นึ ด้วย ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน เช่น การจัด
การพลังงานไฟฟาู ระบบจดั การนา้ํ จัดการขยะ ระบบตรวจจับและเฝาู ระวงั ความปลอดภัยจากเพ่ือนํามาปรับ
ใชร้ ว่ มกับโครงสรา้ งพ้ืนฐาน และระบบตา่ ง ๆ ของเมอื งใน 4 ดา้ น คือ ด้านการท่องเที่ยว ด้านความปลอดภัย
ดา้ นส่ิงแวดล้อม และด้านเศรษฐกิจ โดยพัฒนา IoT เพ่ือตอบสนอง และอํานวยความสะดวก ในแต่ละด้าน
ของเมอื ง อาทิ

22
-Smart Living เมอื งนา่ อยู่
-Smart Governance เมืองทีบ่ ริหารจัดการโปรง่ ใส
-Smart Mobility เมืองทสี่ ามารถติดตอ่ สอ่ื สารและเดินทางได้อยา่ งสะดวกสบาย
-Smart People เมืองท่ใี หค้ วามเทา่ เทยี มกนั ในสงั คม
-Smart Safety เมืองปลอดภยั
-Smart Economy เมอื งท่เี ออื้ ตอ่ การทาํ ธุรกจิ
-Smart Environment เมืองประหยัดพลงั งาน
-Smart Tourism เมืองท่องเท่ยี ว
-Smart Farming เมอื งเกษตรกรรมทนั สมัย
3. Smart Life หรือ Smart home หรือบ้านอัจฉริยะเพื่อให้รูปแบบของการใช้ชีวิตของมนุษย์
เปลีย่ นไปจากเดมิ มนุษยส์ ามารถพดู คยุ กบั สิ่งของไดส้ งิ่ ของสามารถพดู คุยและรบั รู้พฤติกรรมของมนุษย์ได้ ซึ่ง
ในอนาคตเทคโนโลยจี ะมกี ารพัฒนา ใหส้ ิง่ ของสามารถพดู คุยกันเองได้โดยไม่ต้องผ่านมนษุ ย์
เป็นการรวมโครงข่ายการสื่อสาร (Communication Network) ของที่อยู่อาศัยรวมเข้าด้วยกัน
เพอ่ื ท่จี ะเชอ่ื มตอ่ เครือ่ งใช้ไฟฟาู การบริการ การตรวจตราดูแล รวมท้ัง สามารถเข้าถงึ การควบคุมอุปกรณ์ต่าง
ๆ ไดซ้ ง่ึ การควบคุม อาจจะควบคุมได้ทั้งจากภายในท่ีบ้านเองหรือควบคุม จากภายนอกก็ได้ โครงสร้างของ
Smart home จะต้องประกอบไปด้วย 3 สว่ นหลกั ได้แก่ ส่วนแรกต้องมี อุปกรณ์ Smart Device ใช้สําหรับ
เชอ่ื มโยงเข้ากับส่วนที่สอง คือ เครือข่าย (Smart home network) และ ส่วนท่ีสาม คือ ส่วนควบคุมหลักที่
เปรียบเสมือนสมองของบ้าน ซึ่งสามารถเขียนโปรแกรมให้บ้านทํางาน ตามแบบท่ีเราต้องการได้ เรียกว่า
Intelligent control system เมือ่ บ้านดังกล่าวมีองค์ประกอบครบท้ัง 3 ส่วนแล้วจึงจะถือได้ว่าเป็น Smart
home งานวิจัยของ smart home ในปัจจุบันจะเป็นการวิจัยเพ่ือตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัย
ภายในบา้ น สามารถแบ่งกลุม่ งานวิจยั ออกได้เป็น 4 กลมุ่ ตามความตอ้ งการคอื
1. เพอื่ ความสะดวกสบาย เชน่ ประตอู ตั โนมัติรโี มทอัจฉริยะ
2. เพ่ือความปลอดภัยในชีวติ และทรัพยส์ นิ เป็นงานวจิ ยั ในการเพิม่ ความสามารถให้กับกลอ้ งวงจรปดิ
นอกเหนอื จากการบนั ทึกภาพเพียงอย่างเดียว เชน่ เซนเซอร์ตรวจจับความเคล่ือนไหวและระบบการแจง้ เตือน
3. เพ่อื ประหยัดพลงั งาน เชน่ การเปดิ ปดิ ไฟอัตโนมัตติ ามแสงอาทติ ย์ หรือปดิ ไฟอัตโนมัติเม่ือไม่มีคน
อยู่ รวมไปถงึ การบรหิ ารจดั การพลงั งานในกรณที ่ตี ดิ ต้ังแผงวงจรโซลารเ์ ซลล์
4. เพอ่ื ดแู ลสขุ ภาพของผู้อาศัยภายในบา้ น เชน่ จะตดิ ตงั้ เซนเซอรต์ รวจคลืน่ หวั ใจ ตรวจจบั ไฟไหม้
จะเหน็ ได้ว่า Internet of Things (IoT) เริ่มเข้ามาเป็นสว่ นหนึง่ ในชวี ิตของคนเรามากขึน้ ไมว่ า่ จะเป็น
การดาํ เนนิ ชีวติ ภายในบ้าน หรือท่ีทํางาน หรือระหว่างการเดนิ ทาง IoT จะเข้ามาชว่ ยอาํ นวยความสะดวก ลด
ขั้นตอนการทํางาน และทําให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี IoT ที่เชื่อมโยงอุปกรณ์ต่าง ๆ
เขา้ ด้วยกัน ก็อาจมีผลกอ่ ให้เกิดความเส่ยี งตอ่ ภัยคกุ คามตง้ั แตร่ ะดับบุคคลไปจนถึงองค์กรมากขึ้น ดังน้ัน การ
เตรียมความพร้อมรบั มือภัยคกุ คามทม่ี าพร้อมกับเทคโนโลยีเปน็ ประเด็นที่ทุกคนให้ความสาํ คัญ เพอื่ ขับเคล่ือน
นวัตกรรมให้เกดิ ประสทิ ธิภาพสูงสุดในยคุ ดจิ ิทัล

23

1. Smart Industry เพ่อื เตรียมความพร้อมกอ่ นเข้าสูย่ ุคของการปฏิวัติอตุ สาหกรรม
Industry 4.0 การประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยี Internet of Things ร่วมกบั ระบบความปลอดภยั
ในโรงงานอตุ สาหกรรรม

รปู ภาพท่ี 2.2 การประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยี Internet of Things ร่วมกบั ระบบความปลอดภยั
ในโรงงานอตุ สาหกรรรม

Industrial Internet of Things (IIoT) Smart Security
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Internet of Things ร่วมกับระบบความปลอดภัยในโรงงาน

อตุ สาหกรรม
ในปัจจุบนั เทคโนโลยดี จิ ิทัลและอนิ เทอรเ์ นต็ เขา้ มามีบทบาทสําคัญในการปรับเปล่ียนกระบวนการ

ผลติ ในยุคของการปฏิวัติอตุ สาหกรรมครั้งท่ี 4 หรือ Industry 4.0 ใหม้ ีประสทิ ธภิ าพมากขนึ้ เพิม่ ผลผลติ ได้เร็ว
ขึ้นด้วยคุณภาพท่ีสูงขึ้น และมีการลดปริมาณของเสียที่เกิดจากการผลิต นอกจากนี้ยังสามารถนําเอา
Industrial IoT มาใช้เพ่ิมความฉลาดของระบบความปลอดภัย ในโรงงานอุตสาหกรรม ซ่ึงเป็นการช่วยเพ่ิม
ประสทิ ธภิ าพในการจดั การด้านความปลอดภัย และมกี ารเพม่ิ ประสทิ ธิภาพการทํางานอย่างต่อเน่อื ง IIoT ยัง
เปน็ การปรับปรุงกระบวนการดําเนินการหลัก ๆ ได้แก่ เร่ืองของการตรวจสอบสถานะ การทํางานได้จาก
ระยะไกล การซ่อมบํารุงที่คาดการณ์ได้ การควบคุมที่ลํ้าหน้า รวมถึงการเฝูาระวังและรักษาความปลอดภัย
ซ่ึงเราเรียกรวมกนั ว่า ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ หรอื Smart Security โดยทมี่ ีแตล่ ะองค์ประกอบ ของส่ิง
ท่ีกล่าวมาช่วยเรื่องของอัพไทม์ ซ่ึงเป็นระยะเวลาท่ีอุปกรณ์หรือระบบต่าง ๆ ทํางานได้อย่างเต็มท่ี ในเร่ือง
ประสทิ ธภิ าพ และความปลอดภัย ผา่ นการใช้ซอฟตแ์ วร์ เซนเซอร์ การเชื่อมต่อ และการวเิ คราะหข์ อ้ มูล

จากการวิจัยของ ศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, สวทช. พบว่าโรงงานขนาดกลาง
และขนาดใหญม่ คี วามตอ้ งการท่ีจะปรับตัวไปสโู่ รงงานอจั ฉริยะ (Smart Factory) ตามแนวทางของ Industry
4.0 โดยในเบ้อื งต้นต้องการใช้ IoT เพือ่ เช่อื มตอ่ เคร่อื งจักรเขา้ กบั ระบบและบูรณาการข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์
เคร่อื งจกั ร หรอื สภาวะแวดลอ้ มตา่ ง ๆ มาตอ่ ยอดใหเ้ กดิ ประโยชน์ เน่อื งจากโรงงานแต่ละแหง่ มคี วามพร้อมใน
การพัฒนาและใช้เทคโนโลยี IoT แตกตา่ งกันไป การเตรยี มความพร้อมควรพิจารณาตามองค์ประกอบสําคัญ
ดงั ตอ่ ไปน้ี

24
1. การเช่อื มต่อ (Connectivity)
2. การเกบ็ ขอ้ มูล (Data Collection/ Data Acquisition)
3. การบรู ณาการขอ้ มูล (Data Integration)
4. การวิเคราะหข์ ้อมลู (Data Analysis / Data Analytics) และการแสดงผล (Visualization)
การเตรียมความพร้อมสําหรับ IoT ในภาคอุตสาหกรรมน้ัน จากองค์ประกอบต่าง ๆ ท่ีกล่าวมา
โรงงาน ที่สนใจนําเทคโนโลยี IoT มาใช้มีความพร้อมแตกต่างกัน โรงงานในกลุ่มขนาดกลางและขนาดย่อม
(SME) มีความต้องการเปลี่ยน การบันทึกข้อมูลการผลิต หรือการตรวจสอบเคร่ืองจักรด้วยมือมาเป็นแบบ
อิเล็กทรอนิกส์ ที่เก็บข้อมูลเข้าระบบโดยอัตโนมัติ และต้องการให้เครื่องจักรเชื่อมต่อกันเพ่ือให้สามารถนํา
ข้อมูล การผลิตออกมาวิเคราะห์ ส่วนโรงงานขนาดใหญ่ที่มีการเชื่อมต่อ (Connectivity) ในระดับของ
เครอ่ื งจกั รและมรี ะบบตรวจสอบ (Monitoring) อยู่บา้ งแล้วต้องการการบูรณาการข้อมูล ของระบบย่อย ต่าง
ๆ ใหเ้ ชอ่ื มโยงไปถงึ ระบบ ERP และเริ่มมีการศึกษาการวเิ คราะหห์ รือตคี วามขอ้ มลู ในมติ ติ ่าง ๆ

รูปภาพท่ี 2.3 เทคโนโลยี IOT ที่ทาํ งานร่วมกบั ระบบ Security ในภาคอุตสาหกรรม

จากภาพตัวอย่างด้านบน เป็นภาพที่แสดงการทํางานองค์รวมของระบบ IIOT ท่ีสามารถทํางาน
ร่วมกับฟังก์ช่ันงานด้านต่าง ๆ ในกระบวนการผลิตได้ ระบบจะทําหน้าที่ในการตรวจสอบการทํางานจาก
ระยะไกล การซ่อมบํารุงที่คาดการณ์ได้ การควบคุมท่ีลํ้าหน้า รวมถึงการเฝูาระวังการทํางานในด้านของ
กระบวนการต่าง ๆ ซึ่งในจะขอกล่าวถึงการทํางานด้านระบบ รักษาความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ (Smart
Security) โดยเปน็ การทํางานจากระบบกลอ้ งวงจรปดิ Avigilon สนิ ค้าชั้นนําระดับโลกจากประเทศแคนาดา
ท่ีมาพร้อมซอฟท์แวร์บริหารจัดการจากภาพวิดีโอ, ระบบวิเคราะห์ภาพและค้นหาอัจฉริยะ (Appearance
Search) คน้ หาบุคคลได้งา่ ยและรวดเรว็ เพยี งแคร่ ะบุ เพศ สผี ม สีเส้อื ผ้า, ตรวจจับการเคล่ือนไหวแบบผดิ ปกติ
ระบบควบคมุ การเข้าออก, การวิเคราะหภ์ าพจดจาํ ปาู ยทะเบยี น พร้อมทั้งรองรบั การสนบั สนนุ อปุ กรณ์วิดโี อรนุ่
ใหม่ให้ใช้งานไดง้ า่ ย และสะดวกมากยงิ่ ขึ้น

25
Industrial internet เปน็ IoT สําหรบั ภาคอุตสาหกรรมและโรงงานการผลิต ขณะท่ีบริษัททางด้าน
วิจัยทางการตลาด เช่น Gartner หรือบริษัททางด้านเครือข่ายเช่น Cisco ได้มองว่า Industrial internet น้ี
เป็นสิ่งทส่ี ามารถสรา้ งโอกาสและความเป็นไปได้มากที่สุดแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม Industrial internet ก็ไม่ใช่
สินค้าสําหรับผบู้ รโิ ภคท่ัวไป อย่างเช่น Smart home หรือ Wearable ที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจมากกว่า
โดยส่งสญั ญาณ เม่ือเวลาเกิดเหตุการณท์ ่ีผดิ ปกติ

รูปภาพที่ 2.5 เทคโนโลยี IOT ทีท่ าํ งานร่วมกบั ระบบ Security ในภาคอุตสาหกรรม

Smart grid หรือโครงข่ายไฟฟูาอัจฉริยะ เป็นโครงข่ายไฟฟูาที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการ
สื่อสารมาบรหิ ารจดั การควบคุมการผลิต ส่ง และจ่ายพลังงานไฟฟูา สามารถรองรับการเชื่อมต่อระบบ ไฟฟูา
จากแหล่งพลังงานทางเลือกท่ีสะอาด (Distributed Energy Resource : DER) และระบบบริหารการใช้
สินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งให้บริการกับผู้เชื่อมต่อกับโครงข่ายผ่านมิเตอร์อัจฉริยะได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ มีความม่ันคงปลอดภัยเชื่อถือได้ พร้อมทั้งคุณภาพของไฟฟูาได้มาตรฐานสากล Smart grid
เกดิ จากการเชอื่ มโยงระบบไฟฟูา ระบบสารสนเทศ และระบบสอื่ สารเข้าไวด้ ว้ ยกันเป็น โครงข่าย ซ่ึงโครงข่าย
ดังกลา่ วจะสนบั สนนุ การทํางานซ่ึงกันและกนั อย่างเป็นระบบ โดยอาศัยในด้านความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยี
สําคัญ 3 ด้าน ไดแ้ ก่

1. อเิ ลก็ ทรอนิกส์และระบบฝังตวั (Electronics and Embedded Systems)
2. ระบบควบคมุ อัตโนมตั ิ (System Control and Automation)
3. สารสนเทศและการส่ือสาร (Information and Communication)
Connected car เปน็ รถยนต์อัจฉริยะท่ีมกี ารติดตั้งระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย ซ่ึงการ
ตดิ ต้งั ระบบเครอื ข่ายดงั กลา่ ว จะชว่ ยใหร้ ถยนต์สามารถเช่ือมต่ออินเตอร์เน็ต และแบ่งปันอินเทอร์เน็ตให้กับ
อปุ กรณอ์ ่ืน ๆ ทอี่ ยู่ภายในและภายนอกนอกรถยนต์ไดเ้ ทคโนโลยี Connected car เปน็ การพัฒนาตอ่ ยอดจาก
แนวคิดของรถยนต์อัจฉริยะซ่ึงมีการติดต้ังเทคโนโลยีพิเศษอันเป็นประโยชน์ต่อผู้ขับรถ ทั้งในด้านความ
ปลอดภัยและความสะดวกสบาย โดยมีการเพ่ิมเติมในเร่ืองของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ส่งผลให้รถยนต์
สามารถติดตอ่ ส่อื สารกบั ส่ิงอ่ืน ๆ ได้เองอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม Connected car ก็ยังมีการปรับตัวท่ีช้ากว่า
รูปแบบอื่น เนอ่ื งมาจากวงรอบในการพัฒนาอตุ สาหกรรมรถยนตจ์ ะต้องใช้เวลาประมาณ 2 – 4 ปี ทําให้มีการ
พดู ถงึ ในเร่อื งนีย้ ังมไี มม่ ากนัก ในสว่ นของ BMW และ Ford กย็ งั ไมไ่ ดป้ ระกาศออกมาเป็นรูปร่างมากนกั ถึงแม้
ทาง Google, Microsoft และ Apple ได้ประกาศเปิดตัวฟอรม์ สาํ หรับ Connected car ไปกันบา้ งแลว้

26
Connected health เปน็ แนวคิดการสร้างเครอื ขา่ ย เช่ือมโยงชุมชนเข้ากับระบบสุขภาพแบบ ครบ
วงจร โดยเชื่อมโยงบริการทุกอย่างท่ีเก่ียวข้องกับการบริการสุขภาพตั้งแต่ต้นนํ้าไปจนถึงผู้รับบริการ ปลาย
ทางเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสถานพยาบาลทั้งในเมืองและในพ้ืนที่ห่างไกล ผู้ปุวย แพทย์ ร้านขายยา
สถาบันวิจัย หน่วยงานของรัฐท่ีเกี่ยวข้อง บริษัทประกัน ไปจนถึงลูกจ้าง พนักงาน และบ้านเรือนระบบ
Connected health น้ีจะช่วยให้โรงพยาบาล ขยายขอบเขตการประสานความร่วมมือกันได้อย่างครอบคลุม
ทําให้ลดความซํ้าซอ้ นใน การทํางาน ชว่ ยพฒั นาการให้บริการควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายนอกจากน้ียัง
ชว่ ยเชอื่ มโยงบุคลากรทางการแพทยถ์ งึ กนั และเช่อื มโยงแพทย์เขา้ กบั ข้อมลู สาํ คัญตา่ ง ๆ ช่วยให้แพทยส์ ามารถ
หลีกเล่ียงขอ้ ผดิ พลาดและใหค้ ําแนะนาํ ผ้ปู ุวยไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ขณะเดยี วกันกช็ ว่ ยให้ผู้ปุวยมีบทบาทใน
การตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลหรือดูแลสุขภาพตัวเองมากข้ึน แนวคิดของระบบ Connected
health, Digital health หรือ Smart medical ยงั ไม่ไดเ้ ป็นท่ีแพร่หลายมากนักซึ่งทางผู้พัฒนาก็ได้ปล่อยตัว
ระบบและอุปกรณ์มาให้ใชง้ านบ้างแลว้ เชน่ CellScope หรือSwaive สาํ หรบั ในประเทศไทยทางโรงพยาบาล
สมิติเวชและบีเอ็นเอช ในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ได้ร่วมมือกันคิดค้นแอพพลิเคช่ันช่ือว่า Samitivej
Connect by TrueMove H และ BNH Connect by TrueMove H เพ่อื ชว่ ยให้ผู้ปวุ ยส่อื สารกับโรงพยาบาล
ได้ทนั ทว่ งทโี ดยมฟี งั ก์ชั่นการใชง้ านทหี่ ลากหลายไม่วา่ จะเปน็ ตารางการ นดั แพทย์ การส่งรถพยาบาลมาเม่อื
เกิดเหตฉุ ุกเฉนิ ปรกึ ษาปัญหาสุขภาพทั่วไป เสมือนได้รับการดูแลจาก โรงพยาบาลตลอดเวลาในแบบที่เป็น
ส่วนตัว ถือว่าเป็นมิติใหม่ของการให้บริการทางการแพทย์ในยุคดิจิตอล โดยนําเทคโนโลยีทางด้านไอทีมา
เชือ่ มโยงกบั โรงพยาบาลเพอ่ื ให้บรกิ ารแบบไร้ขอ้ จาํ กดั
Smart farming หรอื ฟารม์ อัจฉริยะ คือ การนําเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผสมผสานเข้ากับงาน
ด้านการเกษตรเพอ่ื ช่วยแกไ้ ขปญั หาต่างๆ ให้กบั เกษตรกร เทคโนโลยีฟาร์มอัจฉริยะนั้นตั้งอยู่บนแนวคิด ของ
การทาํ เกษตรสมัยใหม่ทเี่ รียกว่าเกษตรแม่นยําสูง เป็นกลยุทธ์ในการทําการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
โดยทาํ ใหเ้ กษตรกรสามารถปรบั การใช้ทรพั ยากรใหส้ อดคล้องกบั สภาพของพ้ืนที่มากที่สุด รวมไปถึงเร่ืองการ
ดแู ลอย่างมีประสทิ ธภิ าพ ซ่ึงแนวคดิ น้สี ามารถนาํ ไปปรบั ใช้ไดท้ ้ังฟาร์มพืชและสัตว์ ฟาร์มอัจฉริยะน้ีจะมีความ
แตกต่างกับฟาร์มธรรมดาอยู่ตรงท่ี การใช้ทรัพยากรนั้นทําได้อย่างแม่นยําและตรงต่อความต้องการของพืช
และสัตว์ซึ่งช่วยลดการสญู เสยี ทรัพยากรและไดผ้ ลผลติ ทอ่ี อกมาตรงตามความตอ้ งการของผ้ดู แู ลมากที่สดุ
Smart retail เปน็ การนาํ เทคโนโลยตี ่าง ๆ เข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสในการดําเนินธุรกิจห้างร้านได้เป็น
อย่างดีด้วยการเพ่ิมประสบการณ์ท่ีดีสําหรับลูกค้าในการซื้อสินค้า โดยส่งข้อมูลสินค้าไปยังอุปกรณ์ Smart
Phone ของลูกค้าส่งผลให้ธุรกิจห้างร้านมีความน่าสนใจมากยิ่งข้ึน แต่ในตอนน้ีระบบดังกล่าวยังอยู่ในช่วง
เร่มิ ต้นใช้งานซง่ึ ยังไม่เป็นทแ่ี พรห่ ลายมากนกั เพราะยังมกี ารใช้งานกับสินค้าเฉพาะกลุ่ม จึงต้องดูกันต่อไปว่า
ในอนาคตจะมีแนวโนม้ พัฒนาไปในทศิ ทางใด
Smart Supply Chain หรอื การจัดการหว่ งโซอ่ ปุ ทาน หมายถงึ การจัดการในสว่ นของกระบวนการท่ี
เกิดข้ึนระหว่างผู้ผลติ กบั ผขู้ ายวตั ถุดิบทใ่ี ชใ้ นการผลติ เพอ่ื ช่วยลดตน้ ทนุ ในการผลิตอันนาํ ไปสู่ การเพ่ิมผลกําไร
ของกิจการได้ในท่ีสุด โดยกระบวนการจะเร่ิมต้ังแต่ข้ันตอนการจัดซ้ือ ( Procurement) การผลิต
(Manufacturing) การจดั เกบ็ (Storage) เทคโนโลยสี ารสนเทศ(Information Technology) การจัดจําหน่าย

27

(Distribution) ตลอดจนการขนส่ง (Transportation) ซึ่งมีผลสําคัญต่อการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
นอกจากนี้ Smart Supply Chain ไมไ่ ดค้ รอบคลุมเฉพาะหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ภายในองค์กรเท่าน้ัน แต่ที่ สําคัญ
จะสรา้ งความสัมพนั ธ์เช่อื มต่อกับองคก์ รอ่นื ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ผู้จัดหาวัตถุดิบ/สินค้า (Suppliers)
บรษิ ทั ผผู้ ลติ (Manufactures) บริษทั ผู้จําหน่าย (Distribution) รวมถงึ ลูกค้าของบริษัท จึงเป็นการเช่ือมโยง
กระบวนการ ดําเนินธุรกจิ ทุกข้นั ตอนทเ่ี กีย่ วขอ้ งด้วยกัน เป็นห่วงโซ่หรือเครือข่ายให้เกิดการประสานงานกัน
อยา่ งต่อเนือ่ ง ซ่งึ ในกระบวนการต่าง ๆ น้นั จะมีการนาํ เทคโนโลยเี ข้ามาช่วยเหลือ ทําให้การดําเนนิ ธุรกจิ เป็นไป
อย่างสะดวกและรวดเรว็ มากยงิ่ ขึน้

ตวั อย่างการประยกุ ตใ์ ช้ Smart home หรอื บา้ นอจั ฉรยิ ะ

เป็นการรวมโครงข่ายการสอื่ สาร (Communication Network) ของที่อยู่อาศยั รวมเข้าด้วยกัน เพ่ือ
เช่อื มตอ่ เคร่อื งใช้ไฟฟูา การบริการ การตรวจตราดแู ล รวมท้ัง สามารถเข้าถึงการควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ซึ่ง
การควบคมุ อาจควบคุมได้ท้งั จากภายในทบี่ า้ นเองหรือควบคุม จากภายนอกกไ็ ด้ โครงสร้างของ Smart home
จะต้องประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนแรกต้องมี อปุ กรณ์ Smart Device ใช้สําหรับเช่ือมโยงเข้ากับ
ส่วนท่ีสอง คือ เครือข่าย (Smart home network) และ ส่วนท่ีสาม คือ ส่วนควบคุมหลักที่เปรียบเสมือน
สมองของบ้าน ซ่ึงสามารถเขียนโปรแกรมให้บ้านทํางาน ตามแบบท่ีเราต้องการได้ เรียกว่า Intelligent
control system เม่ือบ้านดังกล่าวมีองค์ประกอบครบทั้ง 3 ส่วนแล้วจึงจะถือได้ว่าเป็น Smart home
งานวจิ ัยของ smart home ในปัจจบุ ันจะเปน็ การวจิ ยั เพือ่ ตอบโจทยค์ วามตอ้ งการของผอู้ ยู่อาศัย ภายในบ้าน
สามารถแบง่ กลุม่ งานวจิ ัยออกไดเ้ ปน็ 4 กล่มุ ตามความต้องการคอื

1. เพ่ือความสะดวกสบาย เช่น ประตอู ัตโนมตั ริ ีโมทอจั ฉริยะ
2. เพอื่ ความปลอดภยั ในชวี ติ และทรพั ยส์ ิน เปน็ งานวจิ ัยในการเพ่ิมความสามารถใหก้ ับกลอ้ งวงจร
ปดิ นอกเหนือจากการบนั ทกึ ภาพเพยี งอย่างเดยี ว เช่น เซนเซอรต์ รวจจับความเคล่ือนไหว และระบบการแจ้ง
เตอื น
3. เพื่อประหยัดพลังงาน เช่น การเปดิ ปดิ ไฟอัตโนมตั ติ ามแสงอาทติ ย์ หรอื ปดิ ไฟอตั โนมัติเมอื่ ไม่มี
คนอยู่ รวมไปถงึ การบริหารจดั การพลงั งานในกรณที ีต่ ิดตั้งแผงวงจรโซลาร์เซลล์
4. เพ่ือดูแลสุขภาพของผ้อู าศยั ภายในบา้ น เช่น จะตดิ ตัง้ เซนเซอร์ตรวจคลน่ื หัวใจ เคร่อื งตรวจจับ
ไฟไหม้

28

1. เทคโนโลยกี ารค้นหาอจั ฉริยะจากการปรากฏ (Appearance Search)

รูปภาพที่ 2.6 เทคโนโลยีการค้นหาอจั ฉริยะจากการปรากฏ (Appearance Search)

คน้ หาบุคคล หรือ ยานพาหนะ ได้ง่ายและรวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง (AI) เพียง
ระบเุ พศ สีผม สเี สื้อผ้า กส็ ามารถสร้างวดี ีโอหลกั ฐานลาํ ดบั เรอื่ งราวเหตกุ ารณไ์ ด้อยา่ งรวดเร็ว

2. การวิเคราะหจ์ ดจาํ ปาู ยทะเบียน (LPR)

รปู ภาพท่ี 2.7 การวเิ คราะหจ์ ดจําปูายทะเบียน (LPR)

แม่นยําในการจับภาพ ระบุและค้นหายานพาหนะได้อย่างรวดเร็ว สามารถทาํ เปน็ รายการ เฝาู ระวงั ได้
(Watch List) และสง่ สญั ญาณเตือนเมอื่ เกดิ ความผดิ ปกติ จากเทคโนโลยีท่ีกล่าวมาน้ัน ทางบรษิ ทั ขอแนะนํา
อุปกรณ์กล้องวงจรปิด ระบบซอฟท์แวร์ และอุปกรณ์ที่สามารถ เชื่อมต่อการทํางาน ควบคุมรวมทุก
กระบวนการไวใ้ นท่เี ดียวได้ ทาํ ใหก้ ารทาํ งานง่าย เพียงแคป่ ลายนวิ้ ลดเวลา ลดต้นทุน ในกระบวนการทํางาน
ทํางานได้อยา่ งอัจฉริยะ (Smart Security) เพ่ือตอบโจทย์ Industrial IoT เทคโนโลยี 4.0 ไดอ้ ย่างลงตวั

29

1. กลอ้ งวงจรปิดความละเอยี ดสงู สดุ ระดับ 7K H4 HD Pro

รูปภาพท่ี 2.8 กล้องวงจรปิดความละเอยี ดสูงสุดระดบั 7K H4 HD Pro
– ความละเอยี ดสูง 30 Mega Pixels
– ระบบวเิ คราะห์ภาพอัจฉรยิ ะ เรียนรู้เชิงลึกได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องต้ังค่าใด ๆ (Advanced Deep
Learning AI) รองรับความละเอยี ดสงู สดุ ถงึ 16 Mega Pixels
– ระบบจดั การแบนดว์ ิดธ์ ประสิทธิภาพสูง (HDSM Technology) ประหยัดพ้ืนท่ีการบันทึกและส่ง
ขอ้ มูลไดร้ วดเรว็
4. กล้องวงจรปิดความละเอียดสูงพร้อมระบบวิเคราะห์ภาพอัจฉริยะ H4A Camera with Self-
Learning Video Analytics

รูปภาพท่ี 2.9 กล้องวงจรปดิ ความละเอียดสูงพรอ้ มระบบวิเคราะหภ์ าพอจั ฉริยะ
H4A Camera with Self-Learning Video Analytics

– ความละเอยี ดสงู สุดระดบั 4K (8 Mega Pixels)
– พร้อมระบบวิเคราะหภ์ าพอัจฉริยะ เรยี นร้เู ชงิ ลึกด้วยตัวเองไดโ้ ดยไม่ต้องตั้งคา่ ใด ๆ
(Advanced Deep Learning AI)
– สามารถปรับระยะแสงของ IR ได้ตามการปรบั ระยะของเลนส์ (Adaptive IR) โดยอัตโนมัติจากตัว
กลอ้ ง

30

5. กลอ้ งวงจรปิด 4 เซนเซอร์ H4 Multisensor Preview

รูปภาพที่ 2.10 กลอ้ งวงจรปดิ 4 เซนเซอร์ H4 Multisensor Preview
– จบั ภาพทุกมมุ มอง > 360 องศา
– มี 4 เซนเซอรใ์ นกลอ้ งเดยี ว
– ความละเอยี ดสูงสุด 32 Mega Pixels
– พรอ้ มระบบวิเคราะห์ภาพอจั ฉริยะ
6. อปุ กรณส์ าํ หรบั เชื่อมต่อระบบ รองรบั Solution ไดห้ ลากหลาย ตอบโจทย์ความตอ้ งการไดต้ รงจดุ
คุ้มคา่ การลงทุน

รปู ภาพที่ 2.11 อุปกรณ์สําหรบั เชื่อมตอ่ ระบบ รองรับ Solution ได้หลากหลาย
ตอบโจทย์ความต้องการไดต้ รงจดุ คุ้มค่าการลงทนุ

31

อ้างอิง

ops.go.th เกร็ดความรเู้ กย่ี วกบั ความหมายของ Internet of Things. [ระบบออนไลน์].แหลง่ ท่มี า
https://www.ops.go.th/main/index.php/knowledge-base/article-pr/655-iot-
(1 ตลุ าคม 2563)

northnfe.blogspot.com เกรด็ ความรู้เกยี่ วกับแนวคดิ Internet of Things. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ทมี่ า
https://northnfe.blogspot.com/2018/07/internet-of-things-iot.html (1 ตุลาคม 2563)

northnfe.blogspot.com เกรด็ ความร้เู กี่ยวกับอุปกรณ์ท่ีเป็น Internet of Things. [ระบบออนไลน์]. แหล่งท่ีมา
https://northnfe.blogspot.com/2018/07/internet-of-things-iot.html (1 ตลุ าคม 2563)

eventpop.me เกร็ดความรเู้ กี่ยวกบั การประยกุ ตใ์ ชง้ าน IoT [Internet of Things] ในปัจจุบัน. [ระบบออนไลน์].
แหลง่ ทม่ี า

https://www.eventpop.me/blogs/113-internet-of-things (1 ตุลาคม 2563)
entech.co.th เกร็ดความรู้เกี่ยวกับตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Smart home หรือบ้านอัจฉริยะ.
[ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา

https://www.entech.co.th/cctv-internet-of-things/?lang=th (1 ตลุ าคม 2563)

32

บทที่ 3
เทคโนโลยที ่ีใช้ในการทาธุรกรรมโดยไม่ตอ้ งผ่านบคุ คลทสี่ าม (Blockchain)

บทนา

Blockchain (บลอ็ กเชน) คาํ ศพั ท์ใหม่ ท่เี ราเริ่มได้ยนิ ตามสื่อต่าง ๆ รวมถึงตามงานสัมมนากันมากข้ึน
โดยเฉพาะอย่างย่ิงในด้าน FinTech หรือ Financial Technology ซ่ึงเร่ิมเป็นกระแสโด่งดังต้ังแต่ปลายปีท่ี
แล้ว Fintech สามารถแบ่งย่อยลงไปอีกได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับ การชําระค่าสินค้าและบริการ
การลงทุน หรือแม้แต่การโอนเงิน โดยเฉพาะเรอื่ งประโยชนแ์ ละการนาํ เทคโนโลยไี ปประยุกตใ์ ช้ Blockchain

ความหมายของ Blockchain

ในปัจจุบันนั้นเทคโนโลยีของการเงินการธนาคาร (Fintech หรือ Financial technology) น้ันได้มี
การพฒั นาและมีการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิตอลมากขึ้นเรื่อย ๆ ซ่ึงเราจะเห็นได้จากปริมาณของการทําธุรกรรม
การเงินออนไ์ ลน์ ท่มี ีปรมิ าณเพ่มิ มากขึน้ แบบกา้ วกระโดด จนธนาคารและสถาบันการเงนิ ตา่ ง ๆ เร่ิมทจ่ี ะมีการ
ปรับตัว ของการทําธุรกรรมในรูปแบบใหม่ ๆ ในการให้บริการทางการเงินบนโลกออนไลน์ เพ่ือให้มีความ
รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึน้ ซง่ึ ทําให้ในปจั จุบนั น้นั เราจะได้ยินคาํ วา่ บลอ็ กเชน (Blockchain) กันมากข้ึน
เรือ่ ย ๆ โดยธนาคารและบรษิ ัทเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็ได้เตรียมพร้อมและกระโดดเข้าสู่การใช้งานบล็อกเชนกัน
มากข้ึน ตัวอย่างอย่างเช่น ธนาคารชั้นนําของประเทศสวิสเซอร์แลนด์อย่าง UBS หรือแม้กระทั่งบริษัท
เทคโนโลยีช้ันนําอย่าง IBM เอง ที่เร่ิมออกผลิตภัณฑ์ด้านการให้บริการบล็อกเชนออกมาสําหรับในหลาย ๆ
ภาคอุตสาหกรรม แต่ก่อนอื่นเราควรไปทาํ ความเข้าใจกนั กอ่ นวา่ บลอ็ กเชนนัน้ คืออะไร แล้วทําไมธนาคารและ
บรษิ ัทต่าง ๆ ถงึ ใหค้ วามสนใจกันมากนัก

ทมี่ าของคาํ วา่ Blockchain (บลอ็ กเชน) มาจากคําว่า “Block” ที่แปลว่า กล่อง โดยให้มองว่ากล่อง
แต่ละใบเป็นตวั เก็บข้อมูล ส่วนของ “Chain” นนั้ แปลวา่ โซ่ หรอื การผูกมัดกัน ซง่ึ เมอื่ เอาทั้งสองคํามารวมกัน
จะให้ความหมายวา่ กลอ่ งเก็บข้อมูลท่เี ชอ่ื มโยงกนั เปน็ แบบลกู โซ่

Blockchain กค็ อื เทคโนโลยแี บบ peer-to-peer ทเ่ี ชื่อมคอมพวิ เตอร์แตล่ ะเครอื่ งในเครือขา่ ยเข้าหา
กัน และทําการส่งข้อมูลไปมาไดโ้ ดยไมจ่ าํ เปน็ ท่ีจะต้องผา่ นคนกลาง ซึ่งแตล่ ะคนก็จะมีการเก็บข้อมูลหลักฐาน
ของตวั เองไว้หน่ึงชดุ กอ่ นท่จี ะสง่ ตัวสําเนาไปให้อีกคนหนึ่งได้ โดยที่คนท่ีรับจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลชุดแรก
ได้ ทําให้ Blockchain มีความปลอดภัยในการปูองกันการปลอมแปลงชุดข้อมูลสูงมาก โดยเทคโนโลยีที่นํา
Blockchain มาประยุกต์ใช้และทําให้ Blockchain เป็นที่รู้จักกันเป็นวงกว้าง ก็คือ Bitcoin ซึ่งเป็น
Cryptocurrency ประเภทหนึ่งท่ีต้องการความปลอดภัยสูง เพราะว่า Bitcoin เป็นสกุลเงินท่ีจับต้องไม่ได้
จึงเหมาะต่อการใช้ Blockchain เขา้ ชว่ ย

33

Blokchain บล็อกเชน คือ โครงสรา้ งของการจดั เก็บขอ้ มูลทอี่ ยู่ในรปู แบบของบล็อกข้อมูลที่ต่อเชื่อม
กัน โดยในแตล่ ะบลอ็ กขอ้ มูลน้นั จะแสดงถึงประวัติหรือบันทึก (ledger) ของการทําธุรกรรมทางการเงินด้วย
เงินดิจิตอล (cryptocurrency) ท่ีเปรียบได้กับสมุดบัญชีดิจิตอล ซ่ึงในแต่ละบันทึกของการทําธุรกรรมที่
เช่ือมโยงกันเหล่านั้นจะถูกเซ็นกํากับไว้ด้วยลายเซ็นดิจิตอล (digital signature) เพ่ือให้ทราบว่าเป็นการทํา
ธรุ กรรมท่ีถกู ต้อง ครบถว้ นและไม่ไดถ้ ูกแกไ้ ขหรือเปลี่ยนแปลง ทําให้สมุดบัญชีดิจิตอลและข้อมูลของการทํา
ธรุ กรรมเหล่านั้นมคี วามถูกต้องของขอ้ มลู สูงนั่นเอง

ซึง่ ข้อดขี องการเกบ็ บนั ทึกของการทาํ ธุรกรรมดจิ ติ อล (digital ledger) ไวใ้ นรูปแบบของบลอ็ กเชนนั้น
กค็ ือ ข้อมลู ของการทําธุรกรรมในแต่ละครงั้ นนั้ จะถูกจัดเก็บและทําสําเนากระจายออกไป (distributed) บน
ระบบและเครือข่ายของผู้ใหบ้ ริการบล็อกเชนท้ังหมด

Blockchain คอื เทคโนโลยีที่ใช้ในการทําธุรกรรม โดยไม่ต้องผ่านบุคคลท่ีสาม หรือไม่ต้องผ่านคน
กลาง ดว้ ยแนวคดิ ทว่ี า่ การทาํ ธรุ กรรมการเงินทีไ่ มต่ ้องผ่านคนกลางน้ัน จะมคี วามน่าเชือ่ ถอื ไดม้ ากกว่าซ่ึงมีการ
ใช้ Blockchain นั้นจะทําให้การทําธุรกิจออนไลน์ต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างสะดวกสบายมากข้ึน โดยการใช้
Blockchain ก็เปรียบเสมอื นการเก็บข้อมลู แบบหนง่ึ ซง่ึ สามารถแชร์ไปไดเ้ ปน็ หว่ งโซ่ หรือ Chain โดยท่ีทราบ
ได้วา่ ใครเป็นเจา้ ของของข้อมลู น้ัน ๆ ดังนั้นเม่ือข้อมูลถูกบันทึกไว้ใน Blockchain แล้วจึงยากต่อการที่จะทํา
การเปล่ียนแปลงหรอื ถูกแกไ้ ข

Blockchain น้ันเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยนํามาซึ่งความปลอดภัย น่าเช่ือถือ โดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง
โดยปกตแิ ลว้ เรามกั ตอ้ งพ่ึงพิงบคุ คลทส่ี าม มาช่วยทําหน้าทีเ่ ป็นคนกลางคอยตรวจสอบความน่าเช่ือถือเวลาทํา
ธุรกรรม อาทิ ธรุ กรรมออนไลน์ จะสังเกตเห็นว่า มักจะต้องมีคําท่ีระบุว่า Secured by หรือ Protected by
ตามด้วยช่อื ตวั กลางใด ๆ แนน่ อนวา่ ความเช่อื ถอื ไว้ใจเป็นเรือ่ งทสี่ ําคัญมาก ไมอ่ ยา่ งนน้ั เราจะกล้ากรอกข้อมูล
บตั รเครดิตไดอ้ ย่างไร โดยท่ยี ังมั่นใจวา่ มนั จะไม่ร่ัวไหล หรอื ถกู ทาํ ใหเ้ ปลี่ยนแปลง

การมาของบลอ็ กเชนมสี ่วนชว่ ยอย่างมาก เพราะบลอ็ กเชนเป็นเทคโนโลยใี หม่ ที่ประโยชน์ของมันคือ
มันเปน็ เทคโนโลยีทนี่ ํามาซง่ึ ความปลอดภัย น่าเชื่อถอื โดยไมต่ ้องอาศยั คนกลาง ทนี ้ธี รุ กรรมออนไลน์ใด ๆ ก็จะ
สามารถทําได้อย่างสะดวกมากข้ึน ใส่ความคิดสร้างสรรค์ได้มากขึ้น creative มากขึ้น innovative มากขึ้น
ประหยดั ข้ึน รวดเรว็ ขึน้ เพราะถงึ แม้สองบคุ คลจะไม่เคยรูจ้ กั กันมากอ่ น ก็สามารถแลกเปลย่ี นขอ้ มูลกันได้ด้วย
ความมัน่ ใจ

34

แนวคดิ จดุ กาเนดิ ของ Blockchain

แนวคิดท่ีถือเป็นจุดกําเนิด Blockchain และความสําคัญของเทคโนโลยีมาจากการเปลี่ยนแปลงใน
ตลาดดา้ นการเงนิ ของโลก โดยในช่วงปี 2008 ได้มีผู้ท่ีนําเอาระบบแลกเปล่ียนเงินบนโลกออนไลน์ที่เรียกว่า
Bitcoin มาใช้ ซึง่ เป็นส่งิ ทท่ี ําใหผ้ ูค้ นเช่อื มัน่ ในเทคโนโลยีไดโ้ ดยไม่ต้องเช่อื มนั่ ในตวั บุคคล ด้วยการแลกเปล่ียน
เงนิ ออนไลนร์ ะหวา่ งผูใ้ ช้ดว้ ยกนั ขณะเดียวกนั ไม่ตอ้ งอาศยั สถาบันการเงินท่ีมีความน่าเชื่อถือจากคนทั่วไปมา
เป็นตัวกลาง

นั่นคือจากเดิมที่ต้องอาศัยสถาบันการเงินเป็นตัวกลางในการโอนเงินออนไลน์ แต่ด้วยรูปแบบของ
Bitcoin ทาํ ให้เกิดเปน็ การแลกเปลย่ี นกนั ระหว่างบุคคลต่อบคุ คลไดท้ นั ทีโดยมคี ่าใช้จ่ายทนี่ อ้ ยกว่าการโอนเงิน
ผ่านบัญชีที่มีธนาคารเป็นศูนย์กลาง เรียกง่ายๆ ว่าไม่จําเป็นต้องรู้จักผู้ท่ีทําธุรกรรมในเครือข่ายด้วยกัน
แต่สามารถเช่ือม่ันได้ด้วยระบบโดยที่ Bitcoin น้ี มีองค์ประกอบสําคัญท่ีเรียกว่า “Blockchain” อยู่ใน
กระบวนการดงั กล่าวตรวจสอบ กระนน้ั จึงทําให้เทคโนโลยี Blockchain ไดร้ ับความเชอ่ื ม่นั ด้านความปลอดภยั
และความถกู ต้องสงู จากความสามารถของระบบด้านความเช่อื มั่นและความปลอดภัยที่เกิดข้ึน จึงทําให้ผู้ท่ีอยู่
ในระบบ Blockchain ทาํ การแลกเปลี่ยนหรอื ทําส่ิงตา่ งๆ ร่วมกนั ไดโ้ ดยไม่ต้องผา่ นคนกลางที่มีความนา่ เชอื่ ถือ
ดังเช่นปจั จุบนั สถาบันการเงินทาํ หน้าทเ่ี ปน็ คนกลางในการรบั จ่ายโอนเงนิ เพอ่ื สร้างความเช่ือม่ัน เป็นตน้

35

ชนดิ ของ Blockchain

รูปภาพท่ี 3.1 ชนิดของ Blockchain
Blockchain แบง่ ออกเป็น 2 ชนดิ คือ

1. บล็อกเชนสาธารณะ (Public Blockchain/Permissionless Ledger) บล็อกเชนสาธารณะ
คอื บลอ็ กเชนแบบทอ่ี นญุ าตให้ใครๆ ก็ได้ สามารถที่จะร่วมบันทึกข้อมลู ประวตั ิของการทําธรุ กรรมดจิ ติ อล
ลงไปได้ โดยผเู้ ข้าร่วมในบล็อกเชนแบบนจี้ ะทําการจดั เกบ็ สาํ เนาบญั ชีประวตั ิของการทาํ ธรุ กรรม (ledger)
ท้ังหมดเอาไวด้ ว้ ย โดยจะเหน็ ได้วา่ บล็อกเชนแบบน้ีน้ันจะไมม่ ใี ครเพยี งคนใดคนหน่งึ เปน็ เจ้าของบัญชปี ระวัติ
ของการทําธรุ กรรมเลย ซง่ึ จะทาํ ใหเ้ หมาะกบั การใช้งานแบบท่ีตอ้ งการปอู งกันการถูกเซน็ เซอร์ หรือ
censorship resistance อยา่ งเช่น บทิ คอยน์ (Bitcoin) เปน็ ตน้

2. บล็อกเชนส่วนตวั (Private Blockchain/Permissioned Ledger) บลอ็ กเชนส่วนตัว คอื
บลอ็ กเชนแบบท่ีอนญุ าตให้เฉพาะผู้ทไี่ ดร้ ับอนญุ าตหรือผทู้ ่เี ชื่อถอื ได้เทา่ นน้ั ทีจ่ ะสามารถทาํ การจัดเกบ็ สําเนา
บัญชีประวัติของการทําธุรกรรมได้ ซึง่ เครือข่ายของบล็อกเชนแบบนี้มักจะมีเจ้าของทแี่ ทจ้ รงิ อยู่ ทาํ ใหม้ นั
เหมาะที่จะใช้งานกับระบบทตี่ ้องการความเรยี บงา่ ย ไม่ซบั ซอ้ น ตอ้ งการความรวดเร็วและความโปรงใส
อยา่ งเชน่ ธนาคาร เปน็ ตน้

36

องคป์ ระกอบของ Blockchain

4 องค์ประกอบขบั เคลอ่ื นความเชือ่ ม่นั

รปู ภาพที่ 3.2 องค์ประกอบของเทคโนโลยี Blockchain

Blockchain ประกอบด้วย 4 สว่ นหลักสาํ คญั ที่ทําใหร้ ะบบได้รบั ความเชือ่ ม่นั จากผู้ใช้ ได้แก่ กล่องเก็บ
ข้อมลู หรือ Block ทําหนา้ ท่ีกระจายไปใหท้ กุ คนทีเ่ ก่ียวขอ้ งเกบ็ เอาไว้ โดยขอ้ มลู เหล่านน้ั ไม่สามารถแก้ไขหรอื
เปลยี่ นแปลงได้ และทุกๆ คร้ังท่มี ีการทําธุรกรรมใหมเ่ กดิ ข้ึนจะมกี ารสร้างกล่องใหมข่ ึน้ มา จากนั้นจึงนาํ กลอ่ ง
มาผกู เขา้ ดว้ ยกนั หรอื ทเี่ รยี กวา่ Chain โดยการผูกดว้ ยวิธี Hash Function ซึ่งเปรียบเสมือนลายนิ้วมือของ
ไฟลท์ ่ีใชใ้ นการ Verify หรอื ยนื ยนั ความถูกตอ้ งจากขอ้ มลู ทแี่ ต่ละคนถือเอาไว้ ถอื เปน็ ตวั แทนของขอ้ มลู ต้นฉบับ
ซึง่ ค่าที่ได้จากการ Hash นี้มโี อกาสท่ีซํ้ากันยากมาก จึงเปน็ คุณสมบัติทเ่ี ช่ือมนั่ ได้ในการนํามาใช้ยนื ยนั (Verify)
ขอ้ มูลท่ีแตล่ ะบคุ คลถือไว้

องค์ประกอบทส่ี าํ คัญอกี ประการคือ การตกลงรว่ มกัน หรือ Consensus เพอื่ กาํ หนดข้อตกลงท่ีตอ้ ง
เห็นพ้องร่วมกันดว้ ยอัลกอริทมึ ตา่ ง ๆ แล้วแตก่ ารตกลง ท้ังนีเ้ พอ่ื ใหเ้ กิดความเขา้ ใจท่ีตรงกันในเรือ่ งกฎและ
เครือ่ งมือทีใ่ ช้ในเครอื ข่ายของผใู้ ช้ รวมทงั้ จะตอ้ งมขี ้ันตอนการตรวจสอบหรือ Validation เพอื่ ให้เกิดความ
เชอ่ื ม่นั รว่ มกัน ซึง่ กระบวนการตรวจสอบต้องเกิดข้ึนได้อย่างรวดเรว็ ดังนั้นเมอื่ มกี ารทาํ ธรุ กรรมใด ๆ เกดิ ข้นึ
จะสร้างกล่องใหม่ขึ้น จากนัน้ จะเข้าสู่กระบวนการเชอ่ื มโยงกลอ่ งนัน้ เข้ากบั ห่วงโซ่เดิมที่ผกู รวมกัน โดยมีการ
ยนื ยันตวั เองของผ้ทู ี่มสี ว่ นเก่ียวขอ้ งกับธุรกรรมน้ัน ซงึ่ ขอ้ มลู ธุรกรรมทส่ี ร้างใหมจ่ ะตอ้ งได้รบั การเห็นชอบจาก
ผูใ้ ชค้ นอน่ื ๆ ในหว่ งโซผ่ า่ นขอ้ ตกลงทมี่ รี ่วมกนั กอ่ นหน้าน้ีและระบบจะทําการตรวจสอบ กระนัน้ จงึ ทาํ ให้
เทคโนโลยี Blockchain ได้รบั ความเชือ่ ม่นั ด้านความปลอดภยั และความถกู ต้องสงู

จากความสามารถของระบบด้านความเชอื่ มั่นและความปลอดภัยท่เี กิดขึ้น จงึ ทําใหผ้ ทู้ ่อี ยู่ในระบบ
Blockchain ทําการแลกเปล่ียนหรอื ทําสงิ่ ต่าง ๆ ร่วมกนั ได้โดยไมต่ อ้ งผา่ นคนกลางทมี่ คี วามน่าเชอ่ื ถอื ดงั เชน่
ปจั จุบนั สถาบันการเงินทําหน้าท่ีเป็นคนกลางในการรบั จ่ายโอนเงินเพ่ือสรา้ งความเช่อื ม่นั เป็นต้น

37

การทางานของ Blockchain

รูปภาพท่ี 3.3 การทํางานของ Blockchain
บล็อกเชน เป็นรูปแบบการเก็บข้อมูล (Data structure) แบบหนึ่ง ท่ีทําให้ข้อมูล Digital
transaction ของแต่ละคนสามารถแชร์ไปยังทุก ๆ คนได้ เป็นเสมือนห่วงโซ่ (Chain) ท่ีทําให้ block
ของข้อมูล ตอ่ ไปยังทกุ ๆ คนเป็น โดยท่ที ราบว่าใครทเี่ ปน็ เจา้ ของและมสี ทิ ธใิ นขอ้ มลู น้ันจริง ๆ
เมือ่ บล็อกของขอ้ มลู ไดถ้ ูกบนั ทกึ ไว้ในบล็อกเชน มนั จะเป็นเรื่องยากมาก ๆ ท่ีจะเข้าไปเปล่ียนแปลง
เวลาท่ีมีใครต้องการจะเพิ่มข้อมูล ทุก ๆ คนในเครือข่ายซ่ึงล้วนแต่มีสําเนาของบล็อกเชน สามารถรัน
Algorithm เพ่ือตรวจสอบ Transaction โดย Transaction ใหม่นี้จะได้รับอนุญาต ต่อเม่ือในเครือข่ายส่วน
ใหญเ่ หน็ ดว้ ยว่ามนั ถูกตอ้ ง

Bitcoin (บิทคอยน์) กบั Blockchain (บลอ็ กเชน) เก่ยี วข้องกันอย่างไร

บล็อกเชน เปน็ เทคโนโลยี ดา้ นความปลอดภยั ของข้อมูล
บิทคอยน์ ว่าด้วย เร่อื งสกุลเงนิ บนโลกดจิ ิตอล
จะเห็นได้ว่า บลอ็ กเชน ไมใ่ ช่ บทิ คอยน์ และบิทคอยน์ ก็ไม่ใช่บล็อกเชน แต่โมเดลบิทคอยน์ มีความ
ต้องการนําเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ เพื่อให้การซ้ือขายสกุลเงินดิจิตอลนี้ มีความปลอดภัยและเพราะว่า
บล็อกเชน ว่าด้วยเร่ืองความปลอดภัยของข้อมูล ดังนั้นมันจึงเป็นเร่ืองท่ีเก่ียวข้องได้กับทุกอุตสาหกรรม
ไม่เจาะจงเฉพาะบิทคอยน์ หรือ FinTech เพียงแต่เทคโนโลยีน้ีเรียกได้ว่าส่งผลกระทบต่อวงการ FinTech
คอ่ นข้างเหน็ ได้ชดั เจน และการบมู ของเทคโนโลยีตวั น้ี มาจากความพยายามในการทําบทิ คอยน์

38

ข้อดีของ Blockchain ในทางธุรกจิ

ข้อดีที่ 1 ประสิทธิภาพ การทําธุรกรรมระหว่างบุคคลหรือกลุ่มท่ีเกี่ยวข้องสามารถเสร็จสมบูรณ์ได้
โดยตรงและไมต่ อ้ งมีคนกลาง ทัง้ ยังสามารถใชข้ ้อมลู ในรูปแบบดจิ ทิ ัล จงึ ทําใหก้ ารดําเนนิ ธุรกรรมเป็นไปอย่าง
รวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้ ‘สัญญาอัจฉริยะ’ (Smart Contract) เพ่ือผลักดันให้การดําเนินการด้าน
การค้าเป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกําหนดไว้ในสัญญาดังกล่าว แนวทางน้ีช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพให้กับ
กระบวนการทํางานได้อย่างมาก อีกทั้งยังช่วยกําจัดเวลาและต้นทุนในการทําธุรกรรมด้วย บทความเรื่อง
“How Utilities Are Using Blockchain to Modernize the Grid” โดย Oliver Wyman Consulting
มีรายละเอียดเกย่ี วกบั การใช้ประโยชนแ์ นวทางนใี้ นอุตสาหกรรมพลังงาน

ข้อดีท่ี 2 ความพร้อมที่จะให้ตรวจสอบบัญชี เนื่องจากธุรกรรมแต่ละรายการได้รับการเก็บบันทึก
อยา่ งต่อเนอ่ื งและไมม่ กี าํ หนด ดังน้ันจึงสามารถดาํ เนินการตรวจสอบได้ตลอดท้ังวงจรชีวิตของสินทรัพย์ ส่ิงนี้
จะย่ิงมีความสําคัญอย่างมากหากข้อมูลต้นฉบับเป็นสิ่งจําเป็นที่ต้องใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของ
สนิ ทรพั ย์ และข้อดีดังกล่าวนไี้ ด้รบั การยืนยนั แลว้ จากบรษิ ทั Everledger ในการตดิ ตามตรวจสอบเพชรตามท่ี
มีข้อมูลสรุปไว้ในบทความเรื่อง “How the blockchain is helping stop the spread of conflict
diamonds” ในนิตยสาร Wired

ข้อดีที่ 3 ความสามารถด้านการติดตาม การติดตามสินค้าในซัพพลายเชนจะได้รับประโยชน์หาก
ต้องการตดิ ตามตรวจสอบว่าตอนนี้ชิ้นส่วนต่างๆ อยู่ท่ีใดบ้าง โดยข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับชิ้นส่วนดังกล่าวจะถูก
ส่งไปยังหรือได้รับจากเจ้าของใหม่เพื่อดําเนินการในด้านอ่ืนๆ ต่อไป ข้อดีน้ีมีรายละเอียดในบทความของ
Harvard Business Review เร่ือง “Global Supply Chains Are About to Get Better, Thanks to
Blockchain”

ข้อดีที่ 4 ความโปร่งใส ในบางครั้งการขาดความโปร่งใสทางการค้าอาจนําไปสู่ความล่าช้าในการ
ดําเนินธรุ กจิ และสามารถทําลายความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ ซ่ึงการให้รายละเอียดของการทําธุรกรรมอย่าง
ชัดเจนจะชว่ ยเพ่มิ ความน่าเชอ่ื ถอื ใหก้ ับกระบวนการค้าขาย ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้ม่ันคงยิ่งข้ึน
ตามระดบั ความโปรง่ ใสทมี่ ีอยู่ดว้ ย

ข้อดีที่ 5 ความปลอดภัย ธุรกรรมแต่ละรายการจะได้รับการตรวจสอบภายในเครือข่ายโดยใช้การ
เข้ารหสั ลับท่ีซบั ซอ้ นและไดร้ บั การตรวจสอบอยา่ งอิสระ ดังนั้นจึงสามารถม่ันใจในความถูกต้องของข้อมูลได้
และข้อมูลที่น่าเชื่อถือดังกล่าวเป็นหนึ่งในพื้นฐานสําคัญของ การใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ จากแนวทาง
อนิ เทอร์เนต็ ออฟธงิ ค์ (Internet of Things: IoT) ซึ่งเปน็ กระบวนการทํางานเช่ือมโยงสินทรัพย์ที่ใช้งานอยู่
ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่มีการควบคุมในระบบปิด แนวทางน้ีกําลังได้รับการนําไปใช้ในอุตสาหกรรมด้าน
กลาโหมสําหรับการตรวจสอบความถูกต้องของคําส่ังและการปูองกันทรัพย์สินทางปัญญา ซ่ึงสามารถดู
รายละเอียดได้ในบทความของ Ascent เรื่อง “Securing 3D-Printing: Could Blockchain be the
Answer?”

39

ข้อดีที่ 6 ความเห็นด้วยความสามารถในการติดตามสินทรัพย์ครอบคลุมท้ังวงจรชีวิต ผู้ออกแบบ
และผู้ผลิตสินทรัพย์จึงสามารถปรับรูปแบบการบริหารจัดการสินทรัพย์ตลอดวงจรชีวิตได้อย่างเหมาะสม
และมีประสิทธภิ าพมากยง่ิ ขึ้น โดยอาศยั ข้อมลู ในดา้ นต่าง ๆ ไม่วา่ จะเปน็ การจัดส่ง การติดตั้ง การบํารุงรักษา
และการร้อื ถอน

ประโยชน์ของ Blockchain

ประโยชน์ของ Blockchain มดี ังน้ี
1. มคี วามโปรง่ ใสสูง สามารถตรวจสอบยอ้ นหลงั ไดจ้ ากทุกฝุาย
2. ไม่สามารถเกดิ การทุจรติ ได้ เพราะข้อมลู ไม่สามารถถกู ปลอมแปลงได้
3. เม่อื ธรุ กรรม หรือสัญญาถูกจดั เกบ็ ในรปู ของขอ้ มูล การนําข้อมูลเหล่าน้ันมาประมวลผล

เพอื่ บังคับให้ทําตามสัญญา หรอื ธุรกรรมต่างๆ เหล่าน้นั ก็สามารถทําได้โดยอัตโนมัติ และยังนําไปประยุกต์ใช้
รูปแบบอน่ื เชน่ การแจ้งเตือนเม่อื สญั ญากําลงั จะหมดอายไุ ด้ เป็นต้น

4. เมื่อการทําธุรกรรม หรือสัญญาเหล่าน้ีไม่ต้องมีตัวกลาง ก็จะสามารถประหยัดทั้งเวลา
และคา่ ใชจ้ ่ายลงไปได้อีกมาก

ดังน้นั เรียกไดว้ ่า Blockchain น้นั จงึ นํามาประยกุ ตใ์ ชท้ ําอะไรไดห้ ลากหลายมาก ถ้าหากสิ่งเหล่าน้ัน
ต้องการ “ความโปรง่ ใส” และ “ความน่าเชื่อถอื ” น่นั เอง

วิธกี ารนา Blockchain ไปใช้งาน

เน่ืองจาก Blockchain นี้เป็นเทคโนโลยีที่เก่ียวข้องกับการจัดการข้อมูลเท่าน้ัน ดังน้ัน ในการนํา
Blockchain ไปใช้งานก็ต้องมีการพัฒนา Application ขึ้นมาทํางานร่วมกับ Blockchain อีกทีหนึ่ง เพื่อทํา
การจัดเกบ็ ขอ้ มูลทเ่ี ราต้องการใหม้ ีความโปรง่ ใส และน่าเชือ่ ถือในระบบของ Blockchain และเปิดให้ผู้ใช้งาน
คนอืน่ ๆ สามารถเขา้ ถึงขอ้ มูลภายใน Blockchain หรือบันทกึ ข้อมูลลงไปยังระบบของ Blockchain ได้อย่าง
งา่ ยดาย

40

ตวั อย่างการนา Blockchain ไปใชง้ านท่เี กิดขน้ึ จรงิ แล้ว มีดงั น้ี

1. ใชง้ านในธุรกจิ ทมี่ ีการทําธรุ กรรม หรอื สญั ญาเปน็ หลกั เช่น การเงนิ , การทาํ ประกัน โดยสามารถ
ใชง้ านแทนเอกสารในรูปแบบเดมิ ๆ ได้เลย

2. ใชง้ านในธุรกิจที่ต้องการความโปรง่ ใส เชน่ การบริจาคเงนิ ใหก้ ับองคก์ รหรอื บุคคลตา่ ง ๆ ก็จะ
ม่นั ใจได้วา่ เงนิ นนั้ จะไปถึงปลายทางอยา่ งแน่นอน

3. ใช้ในการติดตามสนิ ค้าตา่ ง ๆ เช่น การตดิ ตามเส้นทางขนส่งของอาหารสดแตล่ ะช้นิ ก็จะทําให้
ทราบได้ทันทวี ่าวตั ถุดิบรายการไหนถูกสง่ ออกมาจากฟารม์ แห่งใด, ขายไปยงั ลกู คา้ รายใด, หมดอายวุ ันไหน
รวมถงึ หากเกิดปัญหากับสินค้าชน้ิ นัน้ ๆ กส็ ามารถสบื สวนไปถงึ ตน้ ตอไดท้ นั ที เปน็ ต้น

4. การสํารองขอ้ มลู ย้อนหลงั ใหม้ ั่นใจวา่ จะไม่ถกู ทาํ ลายหรือไมถ่ กู เปล่ียนแปลง กส็ ามารถใช้
Blockchain ในการบนั ทกึ ขอ้ มลู ท่ตี อ้ งการสํารองเอาไว้ได้

5. ล่าสุดนใี้ นประเทศไทย ก็มกี ารนํา Blockchain มาเปิดบริการการจดั เกบ็ เอกสารสําหรบั ใช้ทาํ
สญั ญาโดยเฉพาะแลว้ เชน่ กัน จะเห็นได้ว่าการนํา Blockchain มาใชเ้ หลา่ นก้ี จ็ ะเน้นไปที่ธรุ กจิ ทต่ี อ้ งการความ
น่าเช่อื ถือและความโปร่งใสของข้อมลู เป็นหลกั น่ันเอง

รปู ภาพท่ี 3.4 การนาํ Blockchain ไปใช้งานท่เี กดิ ขน้ึ จรงิ

41

ตัวอย่างการนา Blockchain มาประยุกตก์ บั โลก Internet of Think

ดว้ ยคุณสมบตั ิของ Blockchain จงึ เข้ามาตอบโจทย์ Internet of Things (IoT) ได้ เพราะเม่ือวันท่ีมี
อปุ กรณ์ devices เพิม่ ขน้ึ มากมาย การจัดการผ่านส่วนกลางจะยุ่งยากน่าดู แต่ Blockchain สามารถเข้ามา
ช่วยกลุ่ม IoT devices ที่กําลังมีจํานวนมากได้ง่ายขึ้น ดังน้ัน Internet of Things ในยุคของ Blockchain
จะกลายเป็น Ledger of Things คือมี “บัญชีธรุ กรรมอิเล็กทรอนิกส์”เพื่อจะ track อุปกรณ์ท่ีนํามาเชื่อมต่อ
ทีนีเ้ ม่ือหลังบ้านเป็นดังน้ี กจ็ ะมนี กั พฒั นาต่อยอด เพือ่ ให้อปุ กรณ์ต่าง ๆ สื่อสาร เช่ือมต่อกันและเชื่อถือกันได้
ง่ายขึน้

1. การขนส่งพาหนะต่าง ๆ ที่เรานั่งไปน้ันจะช่วยเลือกเส้นทางท่ีเร็วที่สุดให้ หลีกเล่ียงจุดก่อสร้าง
จดั การเรอ่ื งค่าใชจ้ ่ายทางดว่ น ที่จอดรถ และสื่อสารกับสัญญาณจราจรได้ การขนส่งสินค้าต่าง ๆ จะจัดการ
เร่อื งการตรวจสอบภาษไี ด้ไวขึ้น

2. มอนิเตอร์โครงสร้างต่าง ๆ ในเมืองสามารถติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ และใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในการ
มอนิเตอร์ดูปัจจัยความเสี่ยง บนท้องถนน รางรถไฟ แหล่งกําเนิดไฟฟูา สะพาน ท่าเรือ runways เพื่อ
ตรวจสอบดูปญั หาต่าง ๆ ไดอ้ ย่างรวดเรว็ และลดตน้ ทนุ ไปได้

3. สายพลงั งาน การบรหิ ารจัดการด้านพลังงานเป็นอุตสหกรรมทผ่ี กู อยู่กับศูนยก์ ลางมาอย่างยาวนาน
ใครจะคิดว่าในอนาคตอันใกล้ เราสามารถที่จะสร้างสิ่งเหล่าน้ีเองได้ แต่ด้วย Blockchain จะทําให้การ
ดําเนนิ การดา้ นพลังงานจะถูกกระจายศนู ย์ ตวั อยา่ งบริษทั Transaction Grid สามารถใหผ้ ู้ใช้ผลิตพลังงานมา
ขาย หรอื ซ้ือจากเพื่อนบา้ นได้แลว้

4. การเกษตร ดูสภาพอากาศ ดิน พืชท่ปี ลกู สามารถตดิ เซนเซอรไ์ ด้ วิเคราะห์และแนะนําว่าควรต้อง
ดูแลอย่างไร จากประวัติท่ีผ่านมา ต่อไปจะดูได้ว่าวัวของเรากินอะไรกันลงไปบ้าง ดูประวัติสุขภาพที่ผ่านมา
เหมือนคนเลยทีเดยี ว

5. มอนิเตอร์ส่ิงแวดล้อม อุปกรณ์เซนเซอร์จะช่วยเราหาเงินได้ โดยการขายข้อมูลต่าง ๆ เช่น
มอนิเตอรค์ ุณภาพอากาศ น้าํ และทําการแจง้ เตอื นเมอื่ มีมลภาวะ หรอื ภัยอยา่ ง สนึ ามิ เม่อื เกา้ ไปอีกขึ้นคือการ
วิเคราะห์ Pattern และทาํ การคาดการณ์อนาคตว่าอะไรจะเกดิ ขนึ้ บ้าง

6. สายธรุ กิจสุขภาพ ดว้ ย Blockchain ข้อมูลต่าง ๆ สามารถแชรไ์ ด้โดยปราศจากความกงั วลทางดา้ น
ความปลอดภัยดังเช่นในอดีต มีแพลตฟอร์มอย่าง Gem ท่ีเปิดตัวมาเป็น Blockchain Network เพื่อให้
นกั พัฒนาด้านสขุ ภาพสามารถพฒั นาต่อยอดจากเครือข่ายนไ้ี ด้ อปุ กรณ์ IoT ต่าง ๆ อย่างอวยั วะเทยี มเช่น เข่า
สะโพก แจ้งเตอื นได้ว่าถงึ เวลาตอ้ งเปล่ยี นแล้ว

42

ตัวอย่างการนา Blockchain มาใชใ้ นวงการอสังหารมิ ทรัพย์

วงการอสงั หาริมทรพั ย์ สามารถประยกุ ต์ใชท้ าํ Smart contract โดยถ้าสญั ญาอยใู่ นบลอ็ กเชน ทุกคน
จะเห็นข้อมูลตรงกัน เราจึงสามารถไว้ใจให้ระบบ Automate ปฏิบัติงานใด ๆ ตามท่ีระบุไว้ในสัญญาได้
นอกจากนย้ี งั มกี ารประยุกตใ์ ชไ้ ด้อีกมากมาย ดังที่มีการสรปุ ไวใ้ นแผนภาพน้ี

รปู ภาพที่ 3.5 การนาํ Blockchain มาใช้ในวงการอสังหารมิ ทรัพย์

43

อ้างอิง

uih.co.th เกรด็ ความรูเ้ ก่ยี วกบั ความหมายของ Blockchain. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ที่มา
https://www.uih.co.th/th/knowledge/blockchain-is (1 ตลุ าคม 2563)

siambc.com เกรด็ ความรเู้ กี่ยวกับแนวคิดจุดกาเนดิ ของ Blockchain. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทม่ี า
https://siambc.com/what-is-blockchain/ (1 ตุลาคม 2563)

techsauce.co เกร็ดความรู้เกย่ี วกับชนิดของ Blockchain. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ท่มี า
https://techsauce.co/tech-and-biz/understand-blockchain-in-5-minutes
(1 ตุลาคม 2563)

library2.parliament.go.th เกร็ดความรูเ้ กีย่ วกบั องค์ประกอบของ Blockchain. [ระบบออนไลน]์ .
แหล่งที่มา

https://library2.parliament.go.th/ejournal/content_af/2560/feb2560-3.pdf
(1 ตลุ าคม 2563)
acinfotec.com เกรด็ ความรูเ้ กีย่ วกบั การทางานของ Blockchain. [ระบบออนไลน]์ . แหล่งท่ีมา
https://www.acinfotec.com/2016/11/28/blockchain/ (1 ตุลาคม 2563)
aware.co.th เกรด็ ความร้เู ก่ียวกบั ฺ Bitcoin (บทิ คอยน)์ กับ Blockchain (บล็อกเชน)เก่ยี วขอ้ งกัน
อย่างไร. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทม่ี า
https://www.aware.co.th (1 ตลุ าคม 2563)
techtalkthai.com เกรด็ ความรูเ้ กี่ยวกับประโยชนแ์ ละขอ้ ดขี อง Blockchainc ในทางธรุ กจิ . [ระบบ
ออนไลน์]. แหล่งท่มี า
https://www.techtalkthai.com/6-business-benefits-of-blockchain/ (1 ตุลาคม2563)
medium.com เกร็ดความรู้เกี่ยวกบั วิธกี ารนา Blockchain ไปใช้งาน. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทมี่ า
https://medium.com/teamappman (1 ตุลาคม 2563)
uih.co.th เกรด็ ความรูเ้ ก่ียวกบั ตัวอยา่ งการนา Blockchain มาประยกุ ต์กบั โลก Internnet of
Think. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ทม่ี า
https://www.uih.co.th/th/knowledge/5-min (1 ตลุ าคม 2563)
g-able.com เกร็ดความรู้เกี่ยวกับตัวอย่างการนา Blockchain มาใชใ้ นวงการอสังหารมิ ทรัพย.์
[ระบบออนไลน]์ . แหล่งทมี่ า
https://www.g-able.com/digital-review/ (1 ตุลาคม 2563)

44

บทที่ 4
ธรุ กรรมการเงินดิจทิ ลั (Fintech)

บทนา

คาํ ว่า FinTech ในปจั จุบนั ส่วนใหญ่ถูกนาํ มาใชใ้ นการเรยี กบรษิ ัท กลุ่มธรุ กจิ หรอื กลมุ่ ผู้ประกอบการ
ที่คดิ ค้น นวัตกรรมทางการเงินในรูปแบบใหม่ ๆ ท่ีทําให้ผู้บริโภคไม่ต้องยึดติดกับการทําธุรกรรมท่ีจํากัดอยู่
เพยี ง เงินสด เชค็ บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรอื การโอนเงินผา่ นบัญชธี นาคารเท่านั้น โดยที่ผู้บริโภคสามารถทํา
ธุรกรรมผา่ นคอมพิวเตอรแ์ ละ Smart Phone สว่ นตวั ได้ดว้ ยตวั เอง โดยไม่ต้องผ่านตวั กลางทางการเงินอย่าง
ระบบธนาคารอีกตอ่ ไป แม้ FinTech จะเปน็ เร่อื งค่อนขา้ งใหม่ แตบ่ ทบาทของ FinTech มกี ารใชม้ าหลาย 10
ปี โดยตัวอยา่ งรปู แบบของ FinTech ด้ังเดมิ (Traditional FinTech) ท่ีเหน็ ได้ชดั และยงั มีการใชอ้ ยู่ในปัจจุบัน
ได้แก่ ATM, Internet Banking, Mobile Banking ตู้กดเติมเงนิ โทรศัพท์มือถือ การซ้ือขายหุ้นผ่านออนไลน์
เปน็ ตน้ ซ่งึ ทุกอยา่ งเป็นการทําธุรกรรมด้วยตนเองโดยไม่ต้องผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ในขณะท่ี FinTech ใน
รูปแบบใหม่ (Emergent FinTech) จะเกดิ ขึน้ ผา่ นองค์กรขนาดเลก็ ทเ่ี ป็นผนู้ ําทางเทคโนโลยใี หม่ ๆ และนาํ มา
สร้างนวัตกรรมทางการเงิน

รูปภาพท่ี 4.1 ธรุ กรรมการเงินดจิ ทิ ัล (Fintech)

45

ความหมายของธุรกรรมการเงนิ ดิจิทัล (Fintech)

คล่นื ลกู ใหมท่ ั้ง FinTech และ Startup กําลังก้าวสู่ยคุ เฟ่ืองฟูในหลายประเทศ เป็นคล่ืนท่ีต้องจับตา
มองอย่างใกล้ชิด เพราะมีแนวโน้มว่าจะเปล่ียนรูปแบบการดําเนินธุรกิจสถาบันการเงินด้วยนวัตกรรมใหม่
ท่ีช่วยให้ผู้ใช้บริการเกิดความสะดวก รวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า FinTech กําลังได้รับความนิยมอย่าง
แพร่หลายทั่วโลก เป็นผลมาจากเทคโนโลยี 4 ด้าน ประกอบด้วย Social Media, Mobile, Analytics
และ Cloud ท่เี กิดการประยกุ ตใ์ ชบ้ นแนวโนม้ การเตบิ โตด้านอินเทอรเ์ นต็ ทม่ี ีผใู้ ช้จาํ นวนมากขนึ้ เรือ่ ย ๆ

FinTech หรือ Financial Technology คือ การนําเอาเทคโนโลยีดิจิตอลมาประยุกต์ใช้กับบริการ
ทางการเงนิ ในรปู แบบต่าง ๆ ทั้งการชําระเงิน การลงทุน การระดมทุน หรือด้านประกันภัย เพ่ือให้สามารถ
ตอบโจทยก์ ารใชง้ านของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากข้ึน ซ่ึงการนําเอา Technology
ของ Fin Tech ผ่านระบบ online มาใชจ้ ะชว่ ยใหผ้ บู้ ริโภคสามารถเข้าถึงบริการไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ทกุ ท่ีและ ทุก
เวลา (Anywhere Anytime) และมคี า่ ใชจ้ า่ ยในการทาํ ธรุ กรรมทล่ี ดลง

FinTech คือ การนําเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้หรือสร้างบริการในธุรกิจการเงิน ทําให้เกิดการ
เปลีย่ นแปลงพฤตกิ รรมผูบ้ ริโภค เช่น การจา่ ยเงินออนไลน์, การซือ้ หุ้นออนไลน์ ฯลฯ

Fintech ย่อมาจาก Financial Technology หรือเทคโนโลยีทางการเงิน โดยคําว่า Fintect มักถูก
นํามาใช้ในการเรียกบริษัท กลุ่มธุรกิจ หรือกลุ่มผู้ประกอบการที่คิดค้นนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ
โดยประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีในการพัฒนาการ ให้บริการด้านการเงินและการลงทุนให้มี ความสะดวก รวดเร็ว
ปลอดภยั และมีประสทิ ธภิ าพมากยง่ิ ขึ้น

FinTech (Financial Technology) คอื กล่มุ ธรุ กจิ ท่ีประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาทําให้การบริการท่ี
เกีย่ วขอ้ งกับการเงินและการลงทุนมปี ระสทิ ธิภาพมากย่ิงข้นึ เช่น การทําธุรกรรมรับ-จา่ ย-โอนเงนิ ออนไลน์ของ
ธนาคาร หรือการวเิ คราะห์ขอ้ มลู หนุ้ เพอื่ ชว่ ยการตดั สนิ ใจของนกั ลงทุน โดยบริการเหล่าน้ีมักจะอยู่ในรูปแบบ
ของบริการออนไลนแ์ ทบทัง้ สนิ้

ชอื่ FinTech มีที่มาจากคาํ วา่ Financial และ Technology แปลตรงตัวได้ว่า เทคโนโลยีท่ีเกี่ยวข้อง
กับการเงิน หรือการนาํ เทคโนโลยมี าประยกุ ตใ์ ช้ในธรุ กิจการเงนิ ไม่ว่าจะเป็นนวตั กรรมตู้ ATM ทชี่ ว่ ยใหค้ นกด
เงินสดไดส้ ะดวก เพียงแคม่ ีบตั ร, บตั รเครดิต, การโอนเงนิ ออนไลน์ เปน็ ต้น เหลา่ น้ีก็ล้วนเป็น FinTech อย่าง
หนึง่

สรุป FinTech คือ เทคโนโลยใี นการทาํ ธรุ กรรมทางการเงิน หรือ กลุ่มธุรกิจเกิดใหม่ที่เน้นการนําไป
ประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยแี ละกําลงั เข้ามาพลิกโฉมหนา้ รปู แบบการทาํ ธรุ กรรมในภาคส่วนตา่ ง ๆ ใหฉ้ กี ออกไปจาก
การทําธุรกรรมแบบเก่า ทั้งการชําระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ (mobile payment) การโอนเงิน (money
transfer) การกู้ยืมเงนิ (loan) การระดมทุน (fundraising) และ การจัดการทรพั ย์สนิ (asset management)
โดยอาศยั ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ หรือ IT รวมไปถงึ แอพพลิเคชั่น และ สมารท์ โฟนทพี่ บเห็น
ได้ท่วั ไปในยุคดจิ ทิ ลั ปัจจุบนั จงึ ทําให้ FinTech ท่เี กดิ ขึน้ และได้รบั การตอบรับเป็นอย่างดีในบ้านเรา

46

จดุ เดน่ ของ FinTech

คือ การสร้างมูลค่าในรูปแบบของความง่ายต่อการใช้งาน ความสะดวกรวดเร็ว ต้นทุนหรือ
คา่ ธรรมเนียมท่ีต่าํ กวา่ และ ความปลอดภัยในการทําธุรกรรม ท้ังนี้ ปัจจุบัน FinTech กําลังเข้ามาส่ันคลอน
รูปแบบทเ่ี งนิ เปลย่ี นมอื จากคนหน่ึงไปสูอ่ กี คนหนงึ่ ดังน้นั เมื่อเรามองย้อนกลับไปดูสิ่งที่กลุ่มบริษัท FinTech
ทาํ มาในชว่ ง 2-3 ปที ่ผี ่านมา จะทาํ ใหเ้ ราสามารถเห็นภาพทิศทางการเปลี่ยนแปลงทีจ่ ะเกดิ ขึ้นในอุตสาหกรรม
ใหม่ท่นี ่าต่นื ตาต่ืนใจนี้ในอนาคตอนั ใกล้

รปู แบบ Fintech

รูปแบบ Fintech แบ่งออกเปน็ 2 รูปแบบ คือ
1. Traditional Fintech องคก์ รเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เปน็ เสมอื น Facilitator สนบั สนุนบรกิ าร

ดา้ นการเงนิ ต่าง ๆ ที่อํานวยความสะดวกและสนับสนุนด้านเทคโนโลยี ขนาดใหญ่ แก่ภาคการเงินโดยทั่วไป
เช่น บริษัทผ้พู ฒั นาบริการ internet banking หรือ mobile banking ให้แกส่ ถาบันการเงิน

2. Emergent Fintech Emergent Fintech องค์กรขนาดเล็กท่ีเป็นเสมือน Disruptor
นําเทคโนโลยี ใหม่ ๆ สร้างนวัตกรรมตัวกลางในการให้บริการด้านการเงิน ซึ่งเราจะเห็นผู้ประกอบการ
Startup ใหม่ ๆ เกิดขน้ึ เช่น Paypal, Silkspan, Gobear และอ่นื ๆ อีกมากมาย

ประเภทของ Fintech

Fintech สามารถแบ่งออกได้เปน็ 7 แบบ ดงั น้ี
1. Banking Technology การนาํ เทคโนโลยีมาใช้กบั ระบบธนาคาร ซึ่งเป็นสง่ิ แรกท่ีคนมักคิดถึงเมื่อ
พูดถึง Fintech เพราะหลายคนคุ้นเคยและเช่ือว่าในโทรศัพท์ของคนวัยทํางานส่วนใหญ่จะมีแอปพลิเคชั่น
ธนาคารติดตั้งอยู่แล้ว Fintech ประเภทนี้คือ Mobile Banking ท่ีมีข้ึนเพื่อให้ลูกค้าของธนาคารสามารถทํา
ธุรกรรมต่าง ๆ ที่เปน็ การบริหารจดั การเงินของตวั เองได้ด้วยตัวเอง ทํางานในฟังก์ช่ันเดียวกับที่ธนาคารแบบ
ด้ังเดมิ ทํา ยกเวน้ การจดั การกบั เงนิ สด
2. Lending Technology เทคโนโลยีเพื่อการขอสนิ เชื่อ กยู้ ืม เพียร์ พาวเวอร์จัดอย่ใู นประเภทนี้ คือ
มลี ักษณะเป็นแพลตฟอรม์ ท่ีเกดิ ขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพอ่ื ใหเ้ กดิ การขอและใหส้ นิ เชือ่ Fintech ประเภทนจ้ี ะอยู่
บนพนื้ ฐานการสมัครขอสินเชือ่ ตรวจสอบเครดติ และอนมุ ัติสนิ เชือ่
3. Cryptocurrency สกุลเงินดิจิทัลท้ัง Cryptocurrency หรือเทคโนโลยี Blockchain เป็นการ
สมมติชุดข้อมูลขึ้นมาด้วยวิธีใดวิธีหน่ึงในโลกออนไลน์ แล้วทําให้ใช้งานได้เหมือนเงินจริง สามารถใช้จ่ายได้
รวมถงึ เกง็ กาํ ไรไดด้ ้วย โดยสกุลเงินดจิ ทิ ลั สกลุ แรกที่ถือกําเนิดมาในโลกคือ Bitcoin และท่ีส่ันสะเทือนวงการ
การเงนิ ลา่ สุดคอื การประกาศเปิดตวั Libra สกลุ เงนิ ดจิ ิทัลของ Facebook ที่จับมือกับพาร์ทเนอร์ เจ้าใหญ่
ท่ัวโลกซึ่งถูกคาดการณ์ว่าจะเป็น Technology Disruptive ท่ีใหญ่ท่ีสุดในอนาคต การเกิดข้ึนของ Fintech
ประเภทนี้ บ้างก็ถูกมองเป็นโอกาสท่ีจะสร้างความเท่าเทียมทางการเงิน บ้างก็ถูกมองว่าเป็นภัยต่อระบบ
การเงินด้ังเดิมของโลก จึงได้รับทั้งการต้อนรับและขับไล่จากท่ัวโลก อย่างไรก็ดี Cryptocurrency ถือเป็น
ระบบการเงนิ แห่งอนาคตทีม่ ีการขยายขอบเขตความสนใจเพิ่มขึ้นเรือ่ ย ๆ

47

4. Payment Technology ระบบการจ่ายเงินท่ีดําเนินการด้วยเทคโนโลยี Fintech ประเภทนี้คือ
ระบบตัวแทนการใช้จา่ ย ที่ผใู้ ช้ตอ้ งเปดิ บญั ชกี บั ทางแพลตฟอร์มจงึ จะสามารถใช้งานได้ ตัวอยา่ งเช่นระบบ
E-Wallet ตา่ ง ๆ เครดติ การ์ด ซึ่งระบบ Payment จะต่างจาก Mobile Banking ตรงท่ีเจ้าของแพลตฟอร์ม
ไมใ่ ชธ่ นาคาร และให้บริการเฉพาะการใช้จา่ ยเทา่ นน้ั

5. Application Programing interface (API Data) ระบบ API Data ทําหนา้ ที่เปน็ เหมือนสะพาน
เชือ่ มตอ่ ระหว่างผู้ใชก้ บั แพลตฟอรม์ เป็นเหมอื นประตบู า้ นทจ่ี ะอนญุ าตให้เฉพาะเจา้ ของบญั ชีหรอื ผใู้ ช้ทถี่ ูกต้อง
เข้าถึงขอ้ มลู นนั้ ๆ ได้ ระบบนส้ี ามารถใชไ้ ดท้ ้งั กับ Mobile banking และแพลตฟอรม์ อื่น ๆ

6. Regulation Technology นอกจากจะใช้เพ่ือเข้าถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินแล้ว
Fintech ยังสามารถใชเ้ พ่ือตรวจสอบและปูองกันการเข้าถึงบริการเหล่าน้ันในลักษณะท่ีไม่ถูกต้องได้อีกด้วย
Regulation Technology หรอื Regtech ถูกพัฒนาขึ้นเพ่ือตรวจสอบการทําธุรกรรมให้เป็นไปอย่างถูกต้อง
และราบรน่ื อาจเป็น AI หรอื เป็นระบบภายในของธนาคารหรือแพลตฟอรม์ กไ็ ด้

7. Insurance Technology/ Insurtech หลายคนมองว่าการซื้อประกันภัย ประกันชีวิตคือการ
ลงทุนรูปแบบหนึง่ รวมทงั้ ระบบการคํานวณเบ้ียประกนั มีความซับซอ้ น การใช้ Fintech เข้ามาชว่ ยท้ังดา้ นการ
คํานวณเบี้ยประกัน ผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงอัตราส่วนลดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ช่วยให้ทั้งผู้ซื้อและผู้
เสนอขายประกันภยั ประกนั ชีวติ บรหิ ารจดั การระบบประกันไดง้ ่ายขึน้

ประโยชน์ Fintech

ในเมื่อรูปแบบของ Fintech มีอยู่มากมาย ครอบคลุมการใช้บริการแทบทุกระดับ ประโยชน์ของ
Fintech จงึ มมี ากตามไปด้วย โดยอาจแบ่งประโยชน์ของ Fintech ตามกลุม่ ผู้ใช้งานได้ดังนี้

1. บคุ คลทั่วไป ได้ประโยชน์จาก Fintech ในลกั ษณะการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงิน
(Financial Inclusion) ท่ีทําให้คนท่ีไม่มีบัญชีธนาคารสามารถใช้จ่าย ทําธุรกรรม รวมถึงสามารถขอสินเช่ือ
ลงทนุ ไดด้ ว้ ยตนเอง

2. สถาบันการเงิน ใช้ประโยชน์จาก Fintech ได้ด้วยการนําระบบ API Data มาใช้ หรือการ
ตรวจสอบความปลอดภัยด้วย Regtech รวมถึงส่ิงท่ีง่าย และเป็นประโยชน์ท่ีสุดคือการสร้างระบบธนาคาร
ย่อย ๆ แบบ Mobile Banking ลงมาใหอ้ ยใู่ นโทรศพั ท์มือถอื

3. ผู้ใหบ้ รกิ าร E-Commerce ใช้ประโยชน์ได้ท้ังในรูปแบบของระบบ Payment การเช่ือมต่อ API
Data และ Banking Technology เพราะเปน็ การขายออนไลน์ทเี่ กิดการใชจ้ า่ ยขนึ้ ในแพลตฟอร์ม

4. นักลงทุน Fintech เอื้อต่อการลงทุนทั้งในรูปแบบตลาด Cryptocurrency, Insurtech และ
Lending Technology ซ่งึ ถอื เป็นโอกาสสําหรบั นกั ลงทนุ ทอี่ ยากลองลงทนุ ในรูปแบบใหม่ ๆ

ตัวอย่าง FinTech

FinTech ท่ีให้บริการรับชําระเงินค่าสินค้าและโอนเงินผ่านออนไลน์ ได้แก่ Paypal, Alipay, Line
Pay, Paysbuy และการให้บริการของ 3 ค่ายมือถือ AIS Mpay, Jaew Wallet และ Wallet by
TrueMoney ทม่ี ีบริการรับชําระเงินค่าสนิ ค้า/ บรกิ ารทางออนไลน์จากกระเป๋าเงินเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet)
ท่ีลูกคา้ สามารถเตมิ เงนิ ไวส้ าหรับการชาํ ระเงนิ

48

นวัตกรรมทางการเงนิ
1. Facial Recognition เพียงสแกนหน้าก็สามารถโอนเงินได้ เป็นรูปแบบหน่ึงของการตรวจสอบ

ตัวตนทางอิเล็กทรอนกิ ส์ (Electronic Know Your Customer : e-KYC) ด้วยเทคโนโลยีชวี ภาพ (Biometric)
โดยใชเ้ ทคโนโลยจี ดจาํ ใบหนา้ หรอื Facial Recognition มาพสิ ูจน์และยืนยันตัวตนของผใู้ ชบ้ ริการทางการเงนิ
ซึ่งจะมาช่วยลดข้อจํากัดและความซับซ้อนให้ผู้ใช้บริการไม่จําเป็นต้องเดินทางมาที่สาขา เพียงแค่ คุณมี
โทรศพั ทม์ อื ถือท่มี กี ลอ้ งกส็ ามารถใชบ้ ริการของธนาคารได้แล้ว ไม่ว่าจะเปน็ การเปดิ บัญชี การโอนเงนิ และการ
ขอสินเช่ือ คาดวา่ ธนาคารตา่ งๆ จะนาํ เทคโนโลยนี มี้ าใชใ้ นเดือนตลุ าคมทจี่ ะถงึ น้ี

2. Face Pay และ Palm Vein Pay จ่ายเงนิ ด้วยใบหนา้ และฝุามอื ในอนาคตเราอาจไม่ต้องพกเงิน
ติดตวั ไปซอื้ ของท่ตี ลาดและห้างสรรพสนิ คา้ แล้ว เพราะธนาคารต่าง ๆ ไดพ้ ัฒนานวัตกรรมที่มาเปน็ ทางเลอื กใน
การซื้อของและจา่ ยเงนิ ดว้ ยใบหนา้ และฝุามอื ของเราเอง โดยทางธนาคารกสกิ รไทยได้มาแสดงขั้นตอนการซื้อ
สนิ ค้าดว้ ยการใชใ้ บหน้าในชอ่ื วา่ “Face Pay” ซงึ่ หลังจากท่ีเราได้ใช้การสแกนใบหน้ามาเปิดบัญชีแล้ว เราก็
สามารถชาํ ระสนิ คา้ ด้วยเพยี งการสแกนใบหน้า ระบบจะสแกนใบหน้าผู้ซื้อและเชื่อมไปยังบัญชีที่คุณผูกไว้อยู่
จากนั้นก็ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติ อีกอันคือ “Palm Vein” หรือ การสแกนเส้นเลือดในฝุามือ นวัตกรรมที่
ธนาคารไทยพาณชิ ย์นาํ มาแสดงในงาน โดยมีความแมน่ ยําถึง 99.99999% และสามารถมาเป็นทางเลือกหน่ึง
ในการจา่ ยเงินซ้ือของและการชาํ ระเงินท่สี ะดวกและปลอดภัยย่งิ ขน้ึ นอกจากบัตรเครดิต และการสแกน
คิวอาร์โคด้

3. เช่ือมระบบพสิ จู นแ์ ละยืนยันตวั ตนจากภาครฐั สเู่ อกชนด้วย NDID บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี
จาํ กัด ได้เปดิ ตวั ระบบโครงสรา้ งพน้ื ฐานการพิสจู นแ์ ละยนื ยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (National Digital ID :
NDID) ในการเปน็ ตัวกลางเชอ่ื มตอ่ และแลกเปล่ียนข้อมูลระหว่างหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องท้ังภาครัฐและเอกชน
โดยระบบ NDID จะไมม่ กี ารรวมศูนย์เก็บข้อมูล แตข่ ้อมูลจะถูกเก็บแบบกระจายศูนย์ภายใต้หน่วยงานท่ีดูแล
ข้อมูลนั้น ๆ ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ทําให้เกิดความน่าเช่ือถือและปลอดภัยย่ิงข้ึน โดยใน
ระยะแรกทีจ่ ะเปดิ ใหใ้ ชง้ านตอนตน้ ไตรมาส 4 ของปนี ี้ จะเป็นการให้บรกิ ารการเปิดบญั ชธี นาคารออนไลน์และ
การขอสินเชอื่ ออนไลน์ แต่หลังจากนัน้ จะขยายใหค้ รอบคลุมการให้บริการท่ีหลากหลายต่อไป ไม่ว่าจะเป็น
การเปดิ บัญชีลงทุนออนไลน์ การทาํ ประกนั ชวี ติ หรอื อาจเป็นไปไดถ้ งึ การพบแพทย์ผา่ นระบบออนไลน์

MyPromptQR มิตใิ หม่ของการชําระเงนิ ดว้ ยควิ อาร์โคด้
เป็นบริการ QR Payment รูปแบบใหม่ซึ่งขยายวงไปสู่ภาคธุรกิจ เพ่ือช่วยตอบโจทย์ร้านสะดวกซ้ือและ
ห้างสรรพสินค้าท่ีมีเครือข่ายสาขาจํานวนมาก ให้สามารถรับชําระเงินได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น จากการ
ให้บรกิ ารคิวอาร์โคด้ ในปัจจุบนั ทล่ี ูกค้าตอ้ งกรอกยอดเงนิ และสแกนคิวอารโ์ ค้ดของร้านคา้ แต่บริการนีจ้ ะทําให้
ลูกคา้ สามารถกดควิ อาร์โคด้ ของตวั เองไดจ้ ากแอปพลเิ คชั่นของธนาคารพาณิชยแ์ ละกระเปา๋ เงินอิเล็กทรอนิกส์
(e-Wallet) ต่าง ๆ ซึง่ คิวอารโ์ คด้ นจี้ ะสามารถใชแ้ คค่ รัง้ เดียวเท่านนั้ จากน้ัน เม่อื ลูกคา้ ไดร้ บั คิวอาร์โค้ดท่ีเชื่อม
เข้ากับบัญชีตัวเองแล้ว ก็จะสามารถให้ร้านค้าต่าง ๆ สแกนเพื่อชําระเงินค่าสินค้าและบริการได้ โดยตอนนี้
หา้ งสรรพสนิ คา้ ขนาดใหญ่ อย่างเชน่ เดอะมอลล์ กรุป๊ เซน็ ทรัล เจดี มนั น่ี และบ๊กิ ซี ซเู ปอร์เซ็นเตอร์ พร้อมท่ี
จะใหบ้ ริการสแกน MyPromptQR เพื่อชําระเงนิ ไดแ้ ลว้


Click to View FlipBook Version