The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tanaporn.01102550, 2021-12-11 10:56:59

Chemistry Chapter 3

Chemistry Chapter 3

I

บทท่ี 3 เรื่อง กรด – เบส

3.1 สารอิเลก็ โทรไลต และนอนอิเล็กโทรไลต

Ali

NWE ÑIRNE

* iwñn ✓ 1-110+1111-111011

✓ HIOTNDCI

- ÉnMN

SEIS trong WEC weak 4411-111011

electrolyte ) electrolyte ) 4441106

www.voioi iiiwihñ - Alcohol

44-1,01-1

' www.miw?iiiiiiiij,nrnoouiuw-iowb4Hs0H

ninth

- HCl - AINIAÑO www.liOH.CACOHK -1-1110 }
' 1-11001-1
NHsnwwrwniv.tl/3rIVANwww.NAOH.srlOHII
-
iiiiiñl,nisnÑ← - KOH ' BACOHK
' NH¢0H

iinwwrwnih-HNA-nrnnyvr.no- RBOH -Ralotlli
' HI ' Ctlscootl www.nnr.vn

' 1-1110 , 1501-1 #Belittling 101-111
' FROH thin:NN
' 1-1404

' Hlsoqoonrnrilw:ñw

1.1 สารอิเล็กโทรไลต (Electrolyte) คือ สารท่ีสามารถแตกตัวเปนไอออนไดเม่ืออยูในรูปสารละลาย
โดยสารละลายทไ่ี ด เรียกวา สารละลายอิเลก็ โทรไลต

- อเิ ลก็ โทรไลตแก คือ สารท่เี ม่อื ละลายแลวสามารถแตกตวั ได 100% และทาํ ใหสารละลายนนั้ นําไฟฟา
ไดดี เชน

กรดแก : HCl , HBr , HI , HNO3 , HClO3 , HClO4 , H2SO4
เบสแก : สารประกอบไฮดรอกไซด (OH-) ของโลหะหมู IA และ IIA ยกเวน Be(OH)2
- อิเล็กโทรไลตออน คือ สารท่ีเมื่อละลายแลวสามารถแตกตัวไดนอยกวา 100% และทําใหสารละลาย
นนั้ นาํ ไฟฟาได เชน กรดออน เบสออน

1.2 สารนอนอิเล็กโทรไลต (Non electrolyte) คือ สารที่เมื่อละลายแลวไมสามารถแตกตัวเปนไอออน
ได และทาํ ใหสารละลายนั้นไมสามารถนาํ ไฟฟาได

ตวั อยางที่ 1 จากขอความที่กาํ หนดใหจงระบวุ า ขอความใดถูกตอง

I.............. 1. HCl , H2SO4 , HClO4 และ H2✗CO3 เปนกรดแก

.............. 2. NaOH , KOH และ Ca(OH)2 เปนเบสแก
.............. 3. กรดแก – เบสแก จดั เปนสารอิเลก็ โทรไลตแก

.....✓......... 4. สสาารรลลMะะลลtoาาsยยnกทrnร่ีมiuดฤี iดทินธป์เิ ปรนะสกิวรดน-เาํ บไฟสฟทากุ ไดชดนcีกดิ tวbนาcนําไo้ําฟสoฟมtlาสnไาrดnยเชjสoูมwแอลcะaนloํ้าtป✗lkูนlใaสqlwn.tn'
.....✗......... 5.

.............. 6. น้ําแอมโมเนยี สามารถเปลี่ยนสกี ระดาษลติ มัสจากสแี ดง เปนสีนํา้ เงินได✓และจดั เปนสาร
อเิ ล็ก✗โทรไลตแก NH4OH Your

3.2 การทดสอบความเปน กรด – เบส

กรด : เปลยี่ นสกี ระดาษลิตมสั จากสนี ้ําเงินเปนแดง sarin
เบส : เปล่ียนสีกระดาษลติ มัส จากสีแดงเปนนํ้าเงนิ ng :bUÑ

ñ ii

ตัวอยางท่ี 1 จากสารที่กําหนดใหตอไปนีจ้ งระบุวาสารใดมีฤทธ์ิเปน กรด หรือ เบส nm

....Ñ........... โซดาไฟ NaOH .....1.5......... นาํ้ ขเี้ ถา KOH .....Ñ.......... น้ํามะนาว
....Ñ........... น้ําโซดา 1-1101-1-1110} .....Ñ.......... สารละลายจลุ สีcvsog.SI-110 .....1.5......... โซดาซกั ผา Navy
....a:.B.......... นาํ้ ลาย .....i.......... นํ้าดี ...a..i.s......... เลือด
....r.i.......... น้าํ ฝน .....ri.......... แอสไพรนิ .....r.i......... นํ้ากล่ัน
....Ñ........... นํ้ายาเชด็ กระจกNH¢0H .....Ñ.......... นาํ้ ยาลางหองน้าํ HCl ....B........... น้าํ ทะเล
....B........... สบูเหลว ....B........... ผงซกั ฟอก ....Ñ........... น้ําเกลอื Nailing
....Ñ........... น้ําสมสายชูctbcootllaql ....Ñ........... ดเี กลอื Mgm ....Ñ........... กรดกาํ มะถนั HIM
* Fj............... กรดเกลือ "" ....i........... วิตามนิ ซี ....i........... นํา้ เชอื่ ม1111-1110111991
..m...y.,..,.m...... NH4Cl ..m...y..,.,.m...... NH4NO3
NH40H - BUÑ ............... NH4OH
....Ñ........... นาํ้ อดั ลมtuco , ....Ñ........... ....Ñ........... นํ้าฝรั่ง
NH4 . . . - BAÑOAIN ....i........... นม ....i........... สารละลายผงฟู ....r.i.......... ครมี นวดผม
แชมพสู ระผม
Naotblaql

0 CI ....r.i.......... ดนิ ประสิว KNO} ....r.i.......... กรดดนิ ประสิว HND ....i........... เบียร
....Ñ........... แอลกอฮอลลางแผลCelts ....Ñ........... น้ําองุน ...j............ กาแฟ
Inu:B N ....B........... นาํ้ ชา caql ....B........... CaO
...j............ KCl
orwu: A A

....Ñ........... NO2 ....Ñ........... SO2 ...Ñ.......... นา้ํ สมสายชูปลอมHim
....Ñ........... สารละลายปูนขาวcalotte ....Ñ........... สารสมKANON -111-110
....1.3.......... นาํ้ ปูนใส Calotllicaql ....I........... แกสแอมโมเนยี can ...i............ ยาหยอดตา

....A........... แกสไขเนา
....i........... ยาลดกรด ....i........... นา้ํ มะเขือเทศ ...i............ LiOH
...A............ ไขแดง ....Ñ........... เมทานอลCtbotll Alcohol ) ....I........... นาํ้ ยาบวนปาก

?⃝

ตวั อยางที่ 2 จากขอมูลทกี่ าํ หนดให จงระบุวาสารใดมีสมบัติสอดคลองกับ สาร A, B, C, D, E และ F

0 It สาร การละลายนา้ํ การเปลย่ี นสกี ระดาษลติ มสั การนําไฟฟาของสารละลาย

INU:B N A' ละลาย สีนํ้าเงนิ เปนแดง นาํ ไฟฟาดมี ากSE
Arnim ละลาย สีแดง เปนนา้ํ เงิน นาํ ไฟฟาดี WE
orwu: A A ละลาย สีนํ้าเงิน เปนแดง นาํ ไฟฟาดี
B BUNION ละลาย ไมเปลี่ยนท้ังสองสี ไมนาํ ไฟฟา NE
C nrniou ละลาย ไมเปล่ียนทัง้ สองสี
D AND ละลาย สีแดง เปนนา้ํ เงิน นาํ ไฟฟาดีมาก
E nous นําไฟฟาดีมาก
F wÑWÑ

.....F.......... โซดาไฟ NaOH .....A.......... กรดเกลอื HCl ....C........... กรดนาํ้ สม dtbdootl
.....A.......... กรดดินประสิวHNO, .....E.......... น้ําเกลอื Nalllaql .....D.......... นาํ้ เชอ่ื ม411-111011
.....F..-........ ดินประสวิ KNOJCNI .....I.......... นาํ้ อดั ลม 1-1101-1-1110} .....D.......... เอทานอล CIHSOHINI
......f.-........ นาํ้ ขี้เถา kotllaql .....B.......... NH4OH Nation ....F........... นํา้ ปูนใสCalotte

3.3 การแบงชนิดของกรด *nirnnniounrniunriiiiiunii

www.vuioro nintnrniunri-aiosnrnoiunri-ivonms-aios

IUÑ - dig

4. COOH around
i. Grini ,HHH

กรดอนิ ทรยี สูตรเคมี แหลงทีพ่ บ
HCOOH มดแดง
กรดฟอรมิก หรือกรดมด
กรดแอซิตกิ หรอื CH3COOH นาํ้ สมสายชู
กรดน้าํ สม
กรดซติ ริก C6H8O7 สม มะนาว มะขาม
กรดแอสคอรบิก หรือ ฝร่ัง สม มะนาว มะขาม
วติ ามนิ ซี C6H8O6 มะเขือเทศ พริกหยวก
กรดแลคติก นา้ํ นม
กรดมาลกิ C3H6O3 แอปเปล
C4H6O5

ตวั อยางที่ 1 จากขอมลู ท่ีกําหนดให

สาร การเปลย่ี นสกี ระดาษลติ มสั การเปลี่ยนสเี จนเชียนไวโอเลต
A nrniii สนี ้ําเงนิ เปนแดง สีมวง เปนเขียว
B nrniunrii สีนํ้าเงนิ เปนแดง ไมเปลยี่ นสี
C nm ไมเปลยี่ นทง้ั สองสี ไมเปล่ียนสี
D NÑ สแี ดง เปนนํ้าเงิน ไมเปลย่ี นสี

จงระบวุ า สารใดมีสมบตั เิ หมือนสาร A, B, C และ D

.....A.......... กรดเกลอื 1-14 .....B.......... นา้ํ มะนาว .....B.......... นา้ํ สมสายชู 11-1,1001-1

.....A.......... น้าํ อดั ลม1-110+1-1110] .....A.......... กรดดนิ ประสิว HNO, .....D.......... นาํ้ ปูนใส Calvin
....C........... เอทานอลCIHSOH .....A.......... กรดกาํ มะถนั HISN .....D.......... ดางคลี KOH

.....C.......... น้ําเกลอื Nackaql .....D.......... กรดมาลกิ .....B.......... กรดแลคตกิ

.....B.......... กรดฟอรมิก HCOOH ......D......... โซดาไฟ NaOH .....B.......... วติ ามนิ ซี

3.4 ปฏกิ ริ ิยาสะเทนิ (neutralization reaction) ooohiwunnniwoonniouiov

Noc,-oisoi-POI-HCOIOH-NI-ki ti c-i i-n.ci

Nang Alsip s
k case"cutnGa6e

กรด + เบส เกลือ + นา้ํ F- 11 He krxtoinñoonrouiov

ตวั อยางที่ 1 จากสารที่กาํ หนดใหจงเขียนสมการตอไปนใ้ี หถูกตอง U Ne In
Dr At
Ar Rn

1. HCl + NaOH Ain bunt MÑo hit
…H……tc…l…-……N…a…to…t…l …- …→…H…II…T…N…AO…H……-…N…d…d…lt…tl…io…………………………………………………………………………

2. HCl + KOH
…H……t…c…t…k…t……O…H…- …→……H…c…lt…k…o…tt…o…k…c…lt…l-…11…0 ……………………………………………………………………………

3. HCl + Ca(OH)2

ltkltcaloHK-cacltl-KOH-cl-NHIOF-HCHNHaot .NL…H……tc……tc…a……tl…o…t…l -…→…………………………………………………………………………………………………………………

4. HCl + NH4OH
……………………………………………………………-1…41…11…-1…-1…10………………………………………………………………………

1-110

5. H2SO4 + NaOH

…ts…o…¥…,…N…a…t#…→……H…H……O…¢…t…N…a…O…H……- …N…av…o…n…-1…1-1…10………………………………………………………………………

6. H2SO4 + Ca(OH)2
…………………………………1…-1…15…0…4…+1…9…10…1…-1…11…7…95…0…4…11…14…1…0………………………………………………………………

7. HNO3 + KOH
…………………………………H…N…OJ…T…KO…H…-……K…N…OJ…H…-1…10……………………………………………………………………………

8. H2CO3 + NaOH
…………………………………HI…C…OJ…T…IN…A…OH……-…N…A…IC…O…J…H…HI…O……………………………………………………………………
9. กHรดuกlkํามะถนั + ดาKงOHคลี
............................................1.-..1.1.5..0.4..1.%...0..1.-.1..-....K...l.s..o...y..t..l.t.l.l.o.............................................................. ................
10. กรดดHนิ NปAระสวิ + โซNดaOาHไฟ
............................................H...N..O...J.T..N...A..O..H...-.....N..A...N...N...Y..-.1.1.0.............................................................................
11. กรHดCเlกลือ + น้ําCปaนู loใtสll
...........................................1..1..-..1.1..1..1..1.9...1.0...1.-..1..1..7..0..1..1.1..+...4..1..1.0..................................... ......................................

n.lti/n:HtChhHDriHI,HN0j,tKl0j,Hl 04,HH04-1b,U11N6-0w1il-110,14:l0i01H-1iN,1a=O1H0i1k-01l,19101-111

.SN/tkiBal0Hl1,Ral0HknmtlUnt-tni otH10Awit1jm'3.5 การแบงชนดิ ของเกลือ
→ snwislptt-711-1-110

A' tuition - snrnlptktlttlio
ÑioutÑwi→swrlpH > 711-1-110
A' ioutljiou - s
1-1-110

FYI ginnyRNDN………….NaCl Natsumi …IA…N…"…. CKNNCCaHHa(lN34NCNOOOO3C3MO3)h2oKinrNNiNNnanocNtiioilntwaoHjbrnwjincnitwnoriIwi.nioNiiiitiiininNr-nuj-oiirijno……………Ijj.uNaam……………mmjÑ……………ng,……………,r.....nKCH(NssÑNwiNaiaCs"HC2ÑOs"OS4ili3)tO2sO2iiSN4w"O"a4- w* e5-astrkon.gi '
…jn…i…n….
jiving /OINA A…ja…m……, . a- nrniii …jn…r…n…. Ñikid n.in
…jp…p…p…. NHIWN.in
NTHOTHNÑÑOV NH4Cl …ja…m……, . DBase
NH4 . . - → n'Ñonin…………. a- nrniii
…IA…N…"….
.sÑWÑktwn-wi.i.coo.i.NU:CaSO4Caitiuñiii
…jf…U…Ñ….
Socinian'
ngitiuwejou
MgCl2
www.i
Natlurilli
CH3COONa
ctbcooiirnjou
bnnÑ0WÑ

* Hat NaOH ' Natcl - 1-1-110

Ario

3.6 การบอกความเปนกรด – เบสของสารละลายโดยใชคา pH

Potential of Hydrogen ion (pH) : หนวยที่ใชบอกความเปน กรด – เบส ของสารละลาย

nine AND INN

antiwar

IwNwNw].wonv=.pptH/wÑonvPH4nrtni1NrwnVUl UNTwn:pHwnl UNT.hpito/UhiovPHNwwlUw.NunJrs

ตวั อยางท่ี 1 ' จงเรยี งลําดับ pH ของสารละลายใหถูกตอง → pHÑov→pHNN

จากสารที่กาํ หนดให

1. นาํ้ laมiะnขาม , นํา้ IยNาÑลางจาน , น้ํา"เชNอื่"ม.........1...1...3....1...1.............................................................................

2. น้าํ INปนูNใส , 1AM , JANI .......1...1....3....4......................................................................... ...................

นาํ้ โซดา น้ําเชอื่ ม

3. HnCrnl เขมขน 2PH0ÑO%V w/v , AM เขมขน 1P0HN%" w/v ……1…-1…111…0…4-…11…11…0 ………………………………………………

HCl

4. NoauOr H เขมขน 2PH0N%IA w/v , NNaoOt H เขมขน 1P0HÑ%OVw/v …N…A…O…H…IO…C…N…A…O…H…IO…………………………………
HA2SirOi 4 Dion
/ 5. สารละลาย CHA3ioClOi OH , , , NÑaCl , NaOH เขมขน 10 % w/v
NH4OH

MWIT ! …………1-…111…04…11…1-…111…00…1-…1 …C…NA…IK…N…T…K…IO…H…CN…A…O…H…………………………….……………………………………………….
Bini
6. สารละลาย HACin'l , , NinHnio4nCrnl , C12H2Ñ2O11 , MgD(oOorH)2 เขมขน 10 % w/v
KOH
NHHHNN.in …………H…C…KN…I…-1…41…14…11…1-…111…0…110…1…91…01…-1…111…11…01…-1………………………………………………………………………………..
Nita .nÑonrn ,

nBj. 7. สารละลาย A เกิดจากการนาํ HCl เขมขน 20 % w/v 20 cm3 ผสมนํ้ากล่ัน 10 cm3 A
สารละลาย B เกิดจากการนํา HCl เขมขน 20 % w/v 20 cm3 ผสมนํ้ากลัน่ 20 cm3 Inn] him
………………………………A- …C…D………………………………………………………………………………………PH…U…VV……p…Hw…n..

8. สารละลาย X เกดิ จากการนาํ Ca(OH)2 เขมขน 20 % w/v 20 cm3 ผสมน้าํ กลนั่ 10 cm3 IUÑ NÑ
สารละลาย Y เกิดจากการนํา Ca(OH)2 เขมขน 20 % w/v 20 cm3 ผสมน้ํากลน่ั 20 cm3 INM Chiou]
………………………………Y…CX………………………………………………………………………………………………PH…WM………pt.lh.iov

9. สารละลาย A เกิดจาก HCl เขมขน 10 % w/v 10 cm3 ผสมกับ NaOH เขมขน 10 % w/v c5mc3m3Alio⑥bnlurtwnin
สารละลาย B เกิดจาก HCl เขมขน 10 % w/v 10 cm3 นําไปเคย่ี วใหปริมาตรลดเหลือ 5
………………………………BC…A………………………………………………………………………………………………………p…tl.w. lnptliiov

10. สารละลาย X เกิดจาก NaOH เขมขน 10 %w/v 10 cm3 ผสมกับ HCl เขมขน 10 %w/v 5 cm3 grin
สารละลาย Y เกดิ จาก NaOH เขมขน 10 %w/v 10 cm3 นาํ ไปเคยี่ วใหปริมาตรลดเหลือ 5 cm3 him twin

………………………………✗…( Y…………………………………………………………………………………………………………p.t.lhiovptlwin

minions ;Ñnmiiu

3.7 สมบัตขิ องสารละลาย กรด – เบส

ตารางเปรยี บเทยี บสมบตั ิ และความแตกตางของสารละลายกรดเบส

สมบัติ สารละลายกรด สารละลายเบส
1. รสชาติ
lviii win

2. การเปลยี่ นสี Inititaotinng n→j
กระดาษลิตมัส
llntobiiiih

* 3. การเปลย่ี นสี www.wnivvril 9ÑHWYHN
ฟนอลฟทาลีน
www.wnivwi
I Ñn ñ niiuiiiviiivvii.

4. การทาํ ปฏกิ ิรยิ า Dine
กบั สารประกnอrบn.i.cojtnrn-nnniotthotcoi.HN
......CO3 hougiiiui
www.miuoiuncalotlkcaq/tl0lgtoCaCoslsltH10llNt#Hr5.การทาํ ปฏกิ ริ ิยา
ÑII sonniiroir.
www.voww กบั สารประกอบ
n-wr irioo.io
NH4.itluntolnnioNH4……… →oivniwurwuivu
tHIOITN'ÑNEHJWN-ioMuarikwii
NHTfwn-iinwwwniiovwvnionrnniouwnn.IE6. การทําปฏิกริ ิยา

กับ โลหะบางชนดิ
www.ni-rnuitnrnaHmNAHjIoO yyirriNW.vinAlr,NLi'init-lUoÑi→mnÑirUtHl
1in.int iñritiios
www.ptitgiairil

7. การทาํ ปฏกิ ริ ยิ า IN'ÑE iuwwsaponni'fiFca-tiontvwirtwwmriworowtoiujcwu.MN"ownrNVÑH
กับไขมัน นา้ํ มนั
www.rlnini

ตัวอยางท่ี 1 จงพิจารณาขอความตอไปน้ี
....✗............ 1. เมื่อนําก✗รดไNปoทrดสอบดวยกระดาษลิตมสั พบวากระดาษลิตมัสเปลีย่ นสีจากสีแดงเปนสีนํ้าเงิน
....✗............ 2. กรดทาํ ปฏกิ ริ ยิ ากบั โลหะ✓บางชนดิ ไดแกสอ✗อกซเิ จน rwu:tnrnmÑotHi

....✓............ 3. เมอื่ กรดทําปฏกิ ิรยิ ากับสารประกอบคารบอเนต จะไดแกสคารบอนไดออกไซด . . .CN/-nrn-tnniotH1OtCo,

....✓............ 4. เมอ่ื เบสทําปฏิกิรยิ ากบั แอมโมเนียมไนเตรต จะใหแกสแอมโมเนยี NH¢ . . .tbUÑtMÑ0tHiOtNH ,
....✗............ 5.
กรดและเบสไ✗มสามารถนาํ ไฟฟาได
....✗............ 6. เบสไ✗มทาํ ปฏิกริ ิยากับโลหะ Alin
....✓............ 7. น้าํ ขี้เถาเขมขนตมกบั เกลือแอมโมเนียมคลอไรดเกิดแกสแอมโมเนยี NH¢lHk0HYnÑottk0tNH,

....✗............ 8. น้ําสมสายชทู ําปฏกิ ิริยากับโลหะเกิดเกลอื กบั น้ํา

ตัวอยางที่ 2 จากขอมลู ทกี่ ําหนดใหจงระบวุ าสารใดมสี มบตั ิสอดคลองกับสาร A, B, C และ D

สาร Al การเปลย่ี นแปลงท่ีสังเกตไดเม่ือผสมกับ
Mg หินปนู นํ้ามันพืช NH4Cl เจนเชียนไวโอเลต

A เกิดแกส เกดิ แกส เกดิ แกส ไมเกิด ไมเกิดแกส เขียว

B เกิดแกส ไมเกิดแกส ไมเกิดแกส ไดสบู เกดิ แกส มวง

C เกดิ แกส เกิดแกส เกดิ แกส ไมเกิด ไมเกิดแกส มวง

D ไมเกิดแกส ไมเกิดแกส ไมเกิดแกส ไมเกิด ไมเกิดแกส มวง

จงระบุวาสารใดมสี มบัติสอดคลองกบั สาร A, B, C และ D

........... HCl ........... CH3COOH ........... Ca(OH)2
........... NaOH
........... KCl ........... HNO3 ........... HCOOH

........... KOH ........... NaCl

ตวั อยางที่ 3 จงระบชุ นดิ ของแกสทเ่ี กิดขึน้ จากปฏิกริ ิยาตอไปน้ี

สาร CaCO3 Mg Zn NH4NO3
HCl
NaOH
H2SO4
KOH

ตัวอยางท่ี 4 จงเขยี นสมการตอไปนี้ใหถกู ตอง

1….…Z…Zn…+…nH…C…tl…t…i…i…i ……………………………………………………………………………………………………………………

2….…Z…nI…n+…tH…l2…S…O…4 ………S…h…i…'……………………………………………………IN……G………T…H……I ………………………………

3….…M…g…+……H…Cl……………………m………g…t…l…t…k…l……………M……G……C……II…T…H……L……………………………………………

4. Mg + HNO3

……………………………………………………………………………M……G…N…U……J…T…H…L……………………………………………

5. Al + HNO3
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

6. Al + H2SO4
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

7. CaCO3 + HCl
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

8. Na2CO3 + HNO3
…I…N…A…IT…N…O…S…T…H…IO…T…C…O…I ……………………………………………………………………………………………………………

9. Na2CO3 + H2SO4
……N…a…ls…o…c…lt…l-…11…01…-1…01…………………………………………………………………………………………………………………

10. NaHCO3 + HCl
………N…a…C…l 1…-1…-1…10…1-…10…1 …………………………………………………………………………………………………………………

11. NaHCO3 + HNO3
………N…A…N…O…J…T…H…IO…T…C…O…L……………………………………………………………………………………………………………

12. NH4Cl + NaOH
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

13. NH4Cl + Ca(OH)2
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

14. NH4NO3 + KOH
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

15. NH4NO3 + Ca(OH)2
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ตัวอยางที่ 5 จงเขียนสมการตอไปน้ีใหถกู ตอง

1. สงั Iกnะสี + กnรrดniดiwนิ .nปuร/-ะl1สSวิ04
coisoii-POI-HCOIOH-NI-kiznlttltsoi.int/-kS04-2nso4tHI………………………………………………………………………………………………………………ii…ti…ij…ic……t…………Ii………i…f 'd-

No ,

2….…แ…มMM…กggน…"เี…ซ…ยี ม…H…+ts…กo…รiด…H-ก…UlําM…มH…ะgถ…tันH…W……¢…→…M……g…s…o…¢…tH…i……………………………………Nk …an…cg…as…e"……ca…i…n'…bA…alb…se…ip… s
F- ' He kr
3. อAะtลูมเิ นยี ม + กรดHเCกlลอื dl -1 2h
Ne

…………A…M……H…t…c…i………11…1-…11…-1…1-…11…1 -…1…1-…1%……+1…1…-1…1……………………………………Dr……A…t ……Ar………Rn………………

4. หCินaปllูนs + กรHดNดOนิ I ประสวิ

……………………………………C…aC…O…s…t…1H…N…O…s…→…c…al…N…O…, )…,…+…1-…1…10…+…1…01…………………………………………………

Cally + HISV4

5. ชอลก + กรดกาํ มะถนั
………………(…a…co…s…tH…I…S…0¢…→…C…a…so…y…t…1…-1…10…1…-1…01………………………………………………………………………………

6. โซดาซักผา + กรดเกลอื
………………N…a…i…co…s…tI…H…C…I …→…IN……a…ll…4…-…11…01…-…10…1……………………………………………………………………………

7. ผงฟู + กรดกํามะถนั
……………IN……a H…l…o…s…tH…IS……04…→…N…A…IS…0…¢…1-…11…-1…10…1…-1…10…1………………………………………………………………………

8. แอมโมเนยี มคลอไรด + ดางคลี
……………N……H…il…l …1- …KO…H…→…K…C…1…1-1…-1…10…+…N…H…s……………………………………………………………………………………

9. แอมโมเนยี มไนเตรต + โซดาไฟ
………………N…H…4 …NO…s…+…N…a…OH……→…N…a…N…os…t…H…l…o…t N…H…J…………………………………………………………………………

10. แอมโมเนยี มไนเตรต + น้ําปนู ใส
……………IN……1-…14N…o…s…+ …C…al…0…1-1…11…→…C…a…l…No…, I…,…t…11…-1…10…+…1 …N…H…,……………………………………………………………

ตัวอยางที่ 6 พจิ ารณาปฏกิ ริ ิยาตอไปนี้ Call I
สาร A + แอมโมNเHนีย¢1ม1 คลอไรด
แคลเซียมคลอไรด + แกส B + ของเหลว C

สาร A + คารบอนไดออกไซด แคลเซียมคารบอเนต + ของเหลว C

สาร D + กรดเกลอื แคลเซียมคลอไรด + ของเหลว C + แกส E

กรดเกลอื + สาร F เกลอื แกง + นํา้

สาร F + สาร G เกลือแกง + นํา้ + แกส B

ขอใดระบสุ มบัติของสารไดถูกตอง

............. สารละลายของสาร A และ F เมื่อเขยากบั น้ํามนั เบนซนิ จะเกดิ ฟอง
............. แกส B ละลายนาํ้ จะไดสารละลาย pH < 7
............. ของเหลว C เปนสารบรสิ ทุ ธิ์ จะมีจุดเดือด 100 oC
............. D เปนสารประกอบท่ีเปนองคประกอบสาํ คญั ในหินออน
............. E เปนแกสทสี่ ามารถทําใหนาํ้ ปูนใสขุนได
............. สารละลายของ F สามารถเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากแดงเปนน้ําเงิน แตสารละลายของ

สาร G ไมเปล่ยี นสกี ระดาษลติ มสั ทั้งสองสี
............. สาร F ละลายนํ้าแตสาร G ไมละลายนํ้า
............. สารละลาย F ไมทําปฏิกริ ยิ ากบั นํา้ ปนู ใส แตสารละลาย G ทาํ ปฏกิ ริ ยิ ากบั น้ําปูนใสไดแกสNH3
............. สารละลาย F ทาํ ปฏกิ ริ ยิ ากับ Al ไดแกสชนิดเดยี วกับที่เกิดขน้ึ ท่ีข้วั บวก ของการแยกนํา้ ดวย

ไฟฟา

3.8 อินดิเคเตอร (indicator)
อนิ ดเิ คเตอร คอื สารทใี่ ชทดสอบความเปนกรด – เบสของสารละลาย

ตัวอยางที่ 1 จากตารางทก่ี ําหนดใหจงตอบคําถามตอไปน้ี

อินดเิ คเตอร ชวง pH ทเี่ ปลีย่ นสี สิ่งทเ่ี ปลีย่ น
เหลอื ง – นาํ้ เงิน
โบรโมฟนอลบลู 3.0 – 4.6 แดง – เหลอื ง
แดง – นํา้ เงนิ
เมทิลออเรนจ 3.2 – 4.4 เหลอื ง – น้ําเงิน
ไมมสี ี – แดง
อะโซลติ มัน 5.0 – 8.0

โบรโมไทมอลบลู 6.0 – 7.6

ฟนอลฟทาลีน 8.3 – 10.0

1. ถาหยดโบรโมฟนอลบลู ลงในสารละลาย 3 หลอด ไดผลดังนี้
หลอดที่ 1 ไดสารละลายสเี หลือง แสดงวามีสมบัตเิ ปน ......n....o...n..... คา pH …3...0.........
หลอดที่ 2 ไดสารละลายสเี ขียว แสดงวามสี มบัตเิ ปน .................. คา pH …............
หลอดที่ 3 ไดสารละลายสีน้ําเงนิ แสดงวามีสมบัตเิ ปน ................. คา pH …….........

2. ถาหยดโบรโมไทมอลบลู ลงในสารละลาย 3 หลอด ไดผลดงั นี้
หลอดท่ี 1 ไดสารละลายสีเหลอื ง แสดงวามสี มบัติเปน .................. คา pH …............
หลอดท่ี 2 ไดสารละลายสีเขยี ว แสดงวามีสมบตั เิ ปน .................. คา pH …….........
หลอดที่ 3 ไดสารละลายสนี ํา้ เงิน แสดงวามสี มบตั ิเปน ................. คา pH …............

3. ในสารละลาย pH ตอไปนี้ อนิ ดเิ คเตอรจะใหสีใด
pH = 3 เมทิลออเรนจ ใหสี ......................................................................................
pH = 6 ลิตมัส ใหสี ....................................................................................................
pH = 8 ฟนอลฟทาลีน ใหสี .......................................................................................

ตัวอยางที่ 2 เม่ือนําสารละลาย X มาตรวจสอบกับอนิ ดเิ คเตอรตอไปน้ี

อนิ ดเิ คเตอร ชวง pH การเปล่ียนสี สขี องสารละลาย X คา pH

A 8.3 - 10.4 ไมมสี ี - แดง ไมมสี ี
B 4.4 - 6.0 แดง - เหลือง เหลือง
C 6.0 - 7.6 เหลอื ง - นา้ํ เงิน เขยี ว
D 6.7 - 8.3 เหลือง - แดง สม

สารละลาย X มี pH เทาใด .................................................................................................

ตัวอยางท่ี 3 เม่ือน้าํ ท้ิงจากโรงงานแหงหน่งึ มาเตมิ อนิ ดเิ คเตอรตางๆ ไดผลดังนี้

อินดิเคเตอร ชวง pH การเปล่ยี นสี สีของน้ําท้ิงเมื่อเตมิ อนิ ดิเคเตอร คา pH
เมทิลเรด 3.8 - 6.3 แดง - เหลือง สม
ลติ มสั 5.8 - 8.1 แดง - นํา้ เงิน มวง
ฟนอลเรต 6.6 - 8.3 เหลือง - แดง เหลอื ง
เมทิลออเรนจ 3.1 - 4.4 แดง - เหลอื ง เหลอื ง
โบรโมไทมอลบลู 6.0 - 7.1 เหลอื ง - น้ําเงนิ
เขยี วอมเหลอื ง

สารละลายมี pH เทาใด ..........................................................................................................

ตัวอยางที่ 4 จากการศึกษาความเปนกรด - เบส ของสาร A ซงึ่ เปนสารละลายใสไมมีสี ดวยอินดิเคเตอร
ชนิดตางๆ ดังนี้

อนิ ดเิ คเตอร ชวง pH การเปล่ียนสี สขี องสารละลาย A เม่อื หยด อินดิเคเตอร

คองโกเรด 3.0 – 5.0 น้ําเงนิ – แดง แดง
ไทมอลฟทาลนี 9.4 – 10.6 ไมมสี ี – นา้ํ เงิน ไมมีสี
คลีซอลเรด 7.0 – 8.8 เหลือง – แดง แดง
อะลซิ าลนิ เยลโล 10.1 – 12.0 เหลือง – แดง เหลอื ง
8.0 – 9.6 เหลอื ง – นาํ้ เงิน
ไทมอลบลู

จากการทดลองสามารถสรปุ ไดดงั นี้
................ นาํ สารละลาย A มาทดสอบดวยกระดาษลิตมัสจะเปล่ยี นสีกระดาษลิตมสั สีแดงเปนน้ําเงิน
................ เม่ือนํานาํ้ สมสายชูเติมลงในสารละลาย A จะทําใหสารละลายมี pH มากขึน้
................ เม่ือหยดไทมอลบลูลงในสารละลาย A จะทาํ ใหสารละลายมีสนี ํ้าเงิน

3.9 กรด - เบสในชีวิตประจําวนั

1. ใชทําความสะอาดเครอ่ื งสุขภัณฑ 3010712011

2. ใชทาํ ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร

เนือ่ งจากกรดสามารถทาํ ปฏิกิริยากบั เบสได ทําใหความเปนกรดลดลง ดังสมการ

NaOH + HCl NaCl + H2O
Ca(OH)2 + H2SO4 CaSO4 + 2H2O

ดังนน้ั ยาลดกรดจะมเี บสเปนสวนผสม ยาลดกรดบางชนดิ อาจมกี รดเปนสวนผสมเพยี งชนิดเดยี ว หรอื

หลายชนดิ โดยเบสบางชนิดจะทาํ ใหเกดิ แกส เชน

MgCO3 + 2HCl MgCl2 + CO2 + H2O
NaHCO3 + HCl NaCl + CO2 + H2O

- ยาลดกรดท่มี ี Mg(OH)2 และ MgCO3 ผสมอยู จะมสี มบัติเปนยาระบายดวย
- ยาลดกรดท่ีมี CaCO3 ผสมอยู อาจทําใหเกิดทองผูกได
- ยาลดกรดที่มี NaHCO3 ผสมอยจู ะทําใหเกิดแกสในกระเพาะ ทําใหเกดิ อาการทองอดื หรือความดนั โลหติ
สูงขนึ้ ได

3. ใชทําความสะอาดรางกาย
สารทใี่ ชทาํ ความสะอาดรางกาย เชน สบู แชมพู จะมีสารที่เปนเบสเปนองคประกอบ อยูดวยถาสระผม

ดวยนาํ้ กระดางจะมีไคลสบู ที่มสี มบัตเิ ปนเบสจบั อยูทเ่ี สนผม ในสมัยกอนใชนาํ้ มะนาว นา้ํ มะกรูด ลางออกได

4. ใชปรับสภาพดนิ
เพ่อื ใหดินเหมาะแกการเพาะปลูก เชน ดินทม่ี ีสภาพเปนกรดเนือ่ งจากการใชปยุ บางชนิด หรือเกดิ จาก

ฝนกรด ตองใชปนู ขาว (CaO) หรอื ดนิ มารล ปรบั สภาพดิน

5. ฝนกรด
ฝนกรด มีคา pH 5.5 - 6.0 เกิดจากแกสคารบอนไดออกไซด (CO2) แกสซลั เฟอรไดออกไซด (SO2)

แกสซัลเฟอรไตรออกไซด (SO3) และ แกสไนโตรเจนไดออกไซด (NO2) ทาํ ปฏิกิรยิ ากับนํา้ ฝน เกิดเปนกรด
ตางๆ ดังสมการ

CO2(g) + H2O(l) H2CO3(aq) : (กรดคารบอนิก)
SO2(g) + H2O(l) H2SO3(aq) : (กรดซลั ฟวรัส)
SO3(g) + H2O(l) H2SO4(aq) : (กรดซลั ฟวริก)
2NO2(g) + H2O(l) HNO2(aq) + HNO3(aq) : (กรดไนตรสั + กรดไนตริก)

ผลกระทบของฝนกรดตอสง่ิ แวดลอม เชน ทําใหส่งิ กอสราง อาคารเกิดการผุกรอน ทาํ ใหพืชสจี าง
สงั เคราะหแสงไมได ทาํ ใหสัตวน้ําตาย

3.10 น้ําออน นํ้ากระดาง

ตัวอยางที่ 1 ในนาํ้ 4 ชนดิ มีสารตางๆละลายดงั นี้

เม่ือแบงน้ําแตละชนดิ มาทดสอบดวยวธิ ีตางๆ ผลการทดสอบขอใดถูกตอง

ชนิดของน้าํ การเกิดฟอง การเกดิ ตะกอน การเกดิ ตะกอน
เมื่อเตมิ สบู เม่ือนาํ ไปตม เมื่อเตมิ โซดาซักผา
ก. ชนดิ ท่ี 1 เกิดฟองมาก ไมเกดิ ตะกอน
ข. ชนิดท่ี 2 เกดิ ฟองมาก เกดิ ตะกอน ไมเกดิ ตะกอน
ค. ชนดิ ท่ี 3 ไมเกดิ ฟอง เกดิ ตะกอน เกิดตะกอน
ง. ชนิดท่ี 4 ไมเกดิ ฟอง เกิดตะกอน เกิดตะกอน
เกดิ ตะกอน

ตวั อยางท่ี 2 ในการทดลองตอไปนีต้ อบคําถาม

การทดลอง สาร เขยากับ ตมแลวเขยา เตมิ Na2CO3
ที่ สบู กับสบู แลวเขยากับสบู
1 น้าํ ทะเล ฟองนอย
2 สารละลายแมกนเี ซียมคลอไรด ฟองนอย ฟองมาก ฟองมาก
สารละลายโซเดียมคลอไรด ฟองนอย ฟองมาก
3 สารละลายแคลเซยี มไฮโดรเจนคารบอเนต ฟองมาก
4 ฟองนอย ฟองนอย ฟองมาก
ฟองนอย ฟองมาก

การทดลองครั้งใดบนั ทึกผลไมถูกตอง ข. การทดลองที่ 2 และ 3
ง. การทดลองท่ี 2, 3 และ 4
ก. การทดลองท่ี 1 และ 2
ค. การทดลองที่ 1, 2 และ 3

ตวั อยางท่ี 3 เม่ือนําสาร A มาละลายนํา้ แลวแบงสารละลายทไ่ี ดเปน 3 สวน นํามาทดลองไดผลดังนี้
สวนท่ี 1 นํามาเตมิ สบแู ลวเขยา เกิดฟองนอยมาก
สวนท่ี 2 นํามาตม พบวาเกดิ ตะกอนของสาร B แลวเติมสบู เขยา เกิดฟองมาก
สวนท่ี 3 เตมิ โซดาซกั ผาเกิดตะกอนของสาร C แลวเตมิ สบู เขยา เกดิ ฟองมาก

ขอใดไมถูกตอง
ก. ถา A คือ Ca(HCO3)2, B คอื CaCO3 ข. ถา B คอื CaCO3, C คือ CaCO3
ค. ถา A คอื Mg(HCO3)2, C คือ MgCO3 ง. ถา A คอื MgCO3, C คือ Na2CO3

ตัวอยางที่ 4 สารในขอใดสามารถใชขจัดตะกรันในกาตมนํ้าได

ก. น้าํ ยาเช็ดกระจก ข. นํ้ายาลางหองนาํ้

ค. โซดาซักผา ง. โซดาไฟ

ตัวอยางที่ 5 จากขอมูลทก่ี ําหนดให

ชนดิ ของนาํ้ เติมสบู (ไมตม) ความสูงของฟองสบู (cm)
4.5 เตมิ สบู (ตม) เตมิ โซเดยี มคารบอเนต และสบู
A 0.6
B 0.4 4.7 4.9
C 0.5 0.7 4.4
D 2.5 4.5
0.6 4.2

ขอใดถกู ตองเกี่ยวกบั นํ้าออน นาํ้ กระดางช่ัวคราว และนาํ้ กระดางถาวร

นํ้ากระดางชัว่ คราว นํ้ากระดางถาวร นาํ้ ออน
ก. D A B,C
ข. A D B,C
ค. B D
ง. C A,C A
B,D

ตวั อยางท่ี 6 เตรยี มสาร 2 ชุด โดยแตละชดุ ใสนา้ํ กลั่นลงในหลอดทดลอง 4 หลอด หลอดละ 10 cm3
จากน้ันเตมิ เกลอื ชนิดตางๆ ชนดิ ละ 1 ชอน เบอร 1 ลงในหลอดทดลองแตละหลอดดงั ตอไปนี้

หลอดที่ 1 โซเดยี มไฮโดรเจนคารบอเนต + แมกนีเซยี มคลอไรด + แคลเซียมไฮโดรเจนคารบอเนต
หลอดท่ี 2 แคลเซียมไฮโดรเจนคารบอเนต + แมกนเี ซียมไฮโดรเจนคารบอเนต + โซเดยี มไฮโดรเจน

คารบอเนต
หลอดท่ี 3 แคลเซียมคารบอเนต + โซเดียมซลั เฟต + แมกนีเซยี มไฮโดรเจนคารบอเนต
หลอดท่ี 4 แมกนีเซยี มซัลเฟต + โซเดยี มคารบอเนต + แคลเซยี มไฮโดรเจนซลั เฟต

นําสารท้งั สองชุดมาทาํ การทดลองดังน้ี

ชดุ ที่ 1 เติมนา้ํ สบลู งในแตละหลอด หลอดละ 5 cm3 เขยา
ชดุ ที่ 2 นาํ สารทุกหลอดไปตม แลวจึงเตมิ นา้ํ สบูลงในแตละหลอด หลอดละ 5 cm3 เขยา

จงพจิ ารณาวาหลอดใดในชุดที่ 1 มีฟองมากทส่ี ุด และหลอดใดในชุดท่ี 2 มีฟองนอยทีส่ ุด

ชดุ ที่ 1 (เตมิ สบู) ชดุ ท่ี 2 (ตมแลวจงึ เติมสบู)
หลอดท่มี ีฟองมากท่ีสดุ หลอดท่ีมีฟองนอยที่สุด
ก. 4 1
ข. 3 2
ค. 4 3
ง. 3 4

ตวั อยางที่ 7 จากการทดลองตอไปนี้

หลอด สาร เขยากบั สบู ตมแลวเขยากับสบู เตมิ โซดาซักผาแลว
ท่ี เขยากับสบู
ฟองนอย ฟองมาก ฟองมาก
1 สารละลาย X ฟองมาก a b
ฟองนอย c
2 สารละลาย Y ฟองนอย E
D ฟองมาก h
3 สารละลาย Z f
g
4 สารละลาย W + X

5 สารละลาย Y + Z

กําหนดให W, X, Z เปนสารประกอบที่มี Ca เปนองคประกอบ ขอใดตอไปน้ีไมถกู ตอง
ก. d, f, g ใหผลการทดลองแบบเดยี วกนั คอื ฟองมาก
ข. สารละลายในหลอดที่ 1, 3, 4 สามารถนําไฟฟาได
ค. สารละลายในหลอดที่ 5 เม่ือนําไปตมจะเกิดตะกรัน
ง. สารละลายในหลอดที่ 1 มีสมบัติเปนเบส และสารละลายในหลอดที่ 3 มสี มบตั ิเปนกลาง

ตวั อยางที่ 8 ขอความใดตอไปนี้ถกู ตอง

1. เมื่อตมสารละลายทม่ี แี คลเซยี มคลอไรด และแคลเซยี มไฮโดรเจนคารบอเนตจะเกิดตะกอน แตไม

สามารถแกความกระดางได

2. เมอื่ เตมิ โซเดียมคารบอเนตลงในสารละลายแมกนเี ซียมซัลเฟตสามารถแกความกระดางได และไดนาํ้

บริสุทธิจ์ งึ เปนนา้ํ ออน

3. นําสารละลายแคลเซยี มซลั เฟตมากลั่นธรรมดา อุณหภมู ขิ ณะกล่นั คงทแ่ี ละของเหลวทไ่ี ดเปนนํ้า

ก. ขอ 1 และ 2 ข. ขอ 1 และ 3

ค. ขอ 2 และ 3 ง. ขอ 1, 2 และ 3

ตวั อยางท่ี 9 จากการทดสอบนา้ํ ตัวอยางจากแหลงตางๆ A, B, C, และ D ไดผลการทดลองดังตาราง

หลอด วธิ ที ดสอบ A นํา้ ตวั อยาง C D
ที่ B ฟองนอย ฟองนอย
ฟองมาก ฟองนอย
1 เติมนา้ํ สบู ฟองนอย ฟองมาก
X Z
2 ตมแลวเตมิ นา้ํ สบู ฟองมากขึน้ เล็กนอย

3 เติมสารละลายโซเดียม ฟองมากข้ึนกวาหลอดท่ี Y ฟองมาก
คารบอเนต แลวเตมิ นํ้า 2

สบู

จากขอมลู ในตาราง ขอใดสรปุ ไมถูกตอง
ก. X, Y, Z ใหผลการทดลองเชนเดียวกัน คอื ฟองมาก
ข. น้าํ ตัวอยาง A มีเกลือละลายมากกวา 1 ชนดิ
ค. น้ําตวั อยาง A, C, D ไมบริสุทธิ์ แตน้าํ ตวั อยาง B เปนนํา้ บรสิ ุทธิ์
ง. นํา้ ตัวอยาง A เมอื่ นําไปตมจะมีตะกอนของแขง็ เกดิ ขน้ึ

ตัวอยางท่ี 10 ใชการทดลองในตารางตอไปนี้ประกอบการตอบคําถาม

การ สาร ผลการทดลอง
ทดลองที่ เกิด pH ของ
ตะกอน ของเหลว
1 สารละลายแคลเซียมคลอไรด + โซเดียมคารบอเนต X7
2 สารละลายแมกนเี ซยี มไฮโดรเจนคารบอเนต + โซเดียมคารบอเนต MgCO3 Y

ถาเตมิ โซเดียมคารบอเนตลงไปทาํ ปฏิกิรยิ าพอดี ตะกอน X คือสารใด และคา pH Y มีคาเทาไร
ก. CaCO3, นอยกวา 7
ข. CaCO3, มากกวา 7
ค. CaCO3, เทากบั 7
ง. MgCO3, เทากับ 7

แบบทดสอบ ชดุ ท่ี 1 เร่อื ง กรด-เบส

IATOH
1. สารในขอใดเปนเบสแกทั้งหมด→ IIATOHIVAIÑU Being

ก. NH✗4OH , NaOH , KOH , Ca(OH)2 , Sr(OH)2
ข. NaOH , Ca(OH)2 , B✗e(OH)2 , Ba(OH)2 , KOH
✗ค. RbOH , Sr(OH)2 , KOH , Ba(OH)2 , LiOH
ง. Mg✗(OH)2 , Al✗(OH)3 , NaOH , KOH , Ca(OH)2
.

2. สารในขอใดทีเ่ ปล่ียนสีลติ มัสสีนํ้าเงินเปนสแี ดงทกุ สาร nrn

✗ก. มะนาว แอสไพรนิ นํ้ายาลางหองนํา้
ข.

UNaicgrrminwicusqm.fmค.
นสาาํ้ รสลมะสลาาย"ยชจู ผุนงสซี✗นกั Hฟ้ําลอuIากยโนซาํ้เดyทียoะมเลค✗ารบอเนต
can ง. นํ้ายาเ✗ช็ดกUระจก สมมะขาม ฝร่ังสกุ
3. ถาจมุ Nกtรkะoดtาllษaลqิตlมสั สนี า้ํ เงินในสารละลายใดตอไปน้ี แลวกระดาษลิตมัสจะไมเปลีย่ นสี

1. NaCl Ñ 2. NaOH D 3. นํ้าโซดา ñ 4. นาํ้ ปนู ใส I

✗ก. ขอ 1, 2 และ ✗3 Ifข. ขอ 2, 3 และ 4

ค. ขอ 1, 2 และ 4 ง. ขอ 1, 2, 3 และ 4

4. ขอใดเรยี งลาํ ดบั คา pH ของสารละลายจากนอยไปมากได ถูกตอง
✗ก. นํา้ มะAขาม น้ําNกลน่ั น้าํ ยDาลางจาน
ผงซกั Dฟอก นํา้ Aฝน นาํ้ ยAาลางหองนาํ้ nrn→nNW→NÑ
ข.
ค. นํา้ ยาDเช็ดกระจก นาํ้ มันNพืช สบเู หB ลว
ง. น้ําเชอื่ Nม นาํ้ โซAดา นา้ํ Dปูนใส
www.tnrn-olniottll
5. A + กรดไฮโดรคลอรกิ เจือจาง B + แกสไฮโดรเจน A และ B คอื สารใด

ก. A คือสงั กะสี B คือ เกลือคา✗รบอเนต 2ntH4→2nCktH1

ข. A คอื ห✗นิ ปูน B คอื เกลือคลอไรด Cacogtnrnsr . . .t . . -1-101
ค. A คอื แมกนีเซยี ม B คอื เกลอื คาร✗บอเนต Mgttlctongclittll
✗ง. A คือสงั กะสี B คือ เกลอื คลอไรด

6. ขอใดกลาวไดถกู ตอง

✗ก. นเบํา้ สขไเ้ี BมถUทาเาํÑขปXมฏขิกนิรตยิ มากกับบั เโกลลหือะแAอhมhโมเนNียHมค, ลอไรดเกิดแกสแอมโมเนียNH4 . . .tbUÑ→MÑUtHNtNH,
นาํ้ สมสAาrยnชูทําปฏิกริ ยิ ากับโลหะเกดิ เกลือกบั ✗นา้ํ fnu:tnrn→MÑUtH1
ข.
ค.

ง. หินปนู ทาํ ปฏกิ ริ ิยากับโซดาไฟเกดิ เกลือ นา้ํ และแกสคารบอนไดออกไซด

b. . .CgtNN→MÑUH-1101-101

7. สารละลาย 5 ชนดิ มคี วามเขมขนเทากันมีคา pH ดังนี้ iii

dow Wi

Ain bunt

ขอใดระบุชนิดของสารละลายไดถูกตอง w, ,

CHJCOOH HUH NHJ Nall NaOH
กรดแอซิติก กรดซัลฟวริก
แอมโมเนีย โซเดียมคลอไรด โซเดียมไฮดรอกไซด

ก. ✗P Q RS T
✗ข. Q
P SR T

ค. ✗S T QR P

Dioufง. Q P TS R
ñoiu i
rini Ñ
8. ผลการทดลองในขอใดสามารถระบุไดวาของแข็งสีขาวเปน NaOH หรอื NH4NO3

IA ก. NaOH ละลายในนาํ้ ✓แต NH4NO3 ไมละลายน้าํ ✓

;NH ข. สารละลาbยuntNaOH เปลยี่ นสีลติ มัสจากแดNงÑเปนนา้ํ เงนิ ✓แตสารละลาย NH4NO3 ไมเป✗ล่ยี นสีกระดาษ
✗Noj ลติ มสั
NH401-YWN.in/NHg...;nnionrn

*ñMVÑ ค. สารละลาย NaOH ไมทาํ ปฏิกริ ยิ ากับนาํ้ ปูนใส แตสารละลาย NH4NO3 ทําปฏิกริ ิยากบั นาํ้ ปนู ใสเกดิ

แกส bonny . .+µj→mjotHµtNH, tÑ0NM "" '
.
list • million
ง. เมอื่ เผา NaOH เกดิ เปลวไฟเขียว แต NH4NO3 ไมมีสใี นเปลวไฟ • nriov

9. Dana Kmg
IÑVOBUÑUJ

สารละลาย กระดาษลติ มัส ทดสอบกับ Mg ทดสอบกบั CaCO3

:A ไมเปลีย่ นสี ไมเกิดแกส ไมเกิดแกส
ไมเกิดแกส
B แดง - นา้ํ เงิน ไมเกิดแกส

C A นํา้ เงนิ - แดง เกิดแกส เกดิ แกส

D A นาํ้ เงิน - แดง เกิดแกส เกดิ แกส

สารละลาย A, B, C, D คือสารใด ตามลาํ ดับ www.tnrnb.icojtnrn

ก. นาํ้ เชอ่ื ม , น้ําสม✗สาAยชู , นา้ํ xปDูนใส , น้ํา✗เกNลือ

✗ข. นํ้าเกลอื , น้าํ ปนู ใส , นา้ํ สมสายชู , กรดซลั ฟวริก

ค. กร✗ดซลั Aฟวรกิ , น้ําปูนใส , นํา้ ✗เกลือN , นาํ้ เ✗ช่ือมN
ง. น้าํ เกลอื , นํา้ ✗เชื่อมN , น้าํ สมสายชู , กรดซลั ฟวรกิ

10. ฟนอลฟทาลนี เปนอนิ ดิเคเตอร ซ่งึ เปล่ยี นสีจากไมมีสเี ปนสีแดง ถาหยดฟนอลฟทาลีนลงใน สารละลาย

A จะไดสีแดง แตถาหยดลงในสารละลาย B จะไมมสี ี แสดงวาอยางไร (ENT)
tก. A เปนเบส B เปน✗กรด
ข. pH ของสารละลาย A และ B ไมเทากัน

ค. A และ B ทําปฏิกริ ิยาสะเทนิ ได ง. A เปนกรด B เปนเบส
1
pfyojwmjy Minimum
Armour

to ( IN ) MUNTARI )

MÑOtHi0

cusogt-ocusq.SI-110
( V10 ) ( ÑII

11. สาร A, B, C, D เปนของเหลวใสไมมีสี มสี มบัตดิ ังน้ี

ÑHIOO สาร A เมอ่ื หยดลงบนจุนสสี ะตุ จุนสีสะตุจะเปล่ยี นจากสขี าวเปนสีฟา

nrn สาร B เมอ่ื หยดลงบนชอลกจะเกิดแกสท่ีผานลงไปในนา้ํ ปนู ใสแลวนา้ํ ปนู ใสขนุ ขาว

สาร C นาํ ไฟฟาได 4. . .C0gtNN→nÑOtH1OtCO,

IUÑ สาร D ตมกบั แอมโมเนียมคลอไรดจะไดแกสแอมโมเนีย → NH¢ . . .tbUÑ→nÑotHiOtNH,

การเรยี งลําดบั สาร A, B, C, D ขอใด ถูกตอง ✗ข. นํา้ กรด น้ําเกลอื เบส

ก. ก✗รด ✗นํ้า นา้ํ เกลือ เบส ง. เ✗บส ✗น้ํา กรด นํ้าเกลอื
ค. นาํ้ เกลือ เ✗บส กรด นํ้า

คําช้ีแจง จากขอมลู ดานลาง ตอบคําถามขอ 12- 14 (IJSO)

อินดเิ คเตอรชนดิ หน่ึงเปนของเหลวใส ไมมสี ี นาํ มาตรวจสอบความเปนกรด-เบส ไดผลดังตาราง
HCl 1-110
KOH

กรดไฮโดรคลอริก นํ้ากลน่ั โพแทสเซียมไฮดรอกไซด

เหลอื ง เขยี ว นาํ้ เงิน

ในการตรวจสอบสาร 4 ชนิด คือ สาร A, B, C และ D โดยใชอินดิเคเตอรชนิดนี้และการทดสอบอน่ื ๆ

ไดผลดงั ตาราง อนิ ดิเคเตอร go .CA/-nrn-o...tCo , การนําไฟฟา
สาร ..

ผลการทดสอบเมื่อใช
แคลเซียมไฮโดรเจนคารบอเนต

A i สีเหลือง เกดิ ฟองแกส v นาํ ไฟฟา

B i สีนา้ํ เงนิ ไมเกิดฟองแกส ✓ นาํ ไฟฟา

C Ñ สเี ขียว ไมเกิดฟองแกส ✓ ไมนาํ ไฟฟา

D Ñ สเี ขยี ว ไมเกิดฟองแกส ✓ นําไฟฟา

12. สารใดใหผลการทดลองเชนเดียวกบั สาร A * AN " www.iruiwhh

✗ก. นา้ํ มะนาว A ข. นํ้าสบู ' www.iwiiiiwnh

D

ค. นาํ้ ปนู ใส i ง. นํา้ เช่ือมÑ

13. สารละลายชนิดหนึ่งมีคา pH = 9 เมือ่ นาํ มาตรวจสอบจะใหผลการทดลองเชนเดยี วกบั สารใด
✗ข. สาร B
ก. สาร A blunt

ค. สาร C ง. สาร D

14. เมอื่ นาํ สารละลายเกลือแกงมาตรวจสอบจะใหผลการทดลองเชนเดียวกับสารใด
ก. สาร A horns,iNWÑl
ข. สาร B

ค. สาร C ✗ง. สาร D

4.4 or
a 1.7

15. พจิ ารณาจากขอมลู ตอไปน้ี

สารอนิ ดิเคเตอร ชวง pH การเปลี่ยนสี สีทปี่ รากฏเม่ือหยดลงในสารละลาย A 4.4-b7

เมทลิ ออเรนจ 3.2 - 4.4 แดง - เหลือง เหลอื ง
เมทลิ เรด 4.2 - 6.3
ฟนอลเรด 6.7 -8.3 แดง - เหลือง X ÑWTUÑUI

โบรโมไทมอลบลู 6.3 - 7.6 เหลือง - แดง เหลือง

เหลือง - นํ้าเงิน Y IUÑUJ-vivo

ขอใดถกู ตองเก่ยี วกบั X และ Y ข. Y คอื สีเขยี ว
ก. X คอื สีเหลือง
ค. X คือ สีสมหรือสีแดง ✗ง. Y คอื สีเหลืองหรือสีเขยี ว

16. สารละลายผสมในขอใดมี pH มากกวา 7 ถาสารละลายทีน่ ํามาผสมกันมีความเขมขนและปริมาณ

เทากนั สารละลายกรด HA'Cinl' กบั สารละลาย Dini ✗ Ñliitljiwisrsnwisttho
ก. NaOH
ข. สารละลายกรด HA'NnOi 3 กับสารละลาย BKuOiH ✗ ÑwitÑiou→snrntHio
สสาารรลละะลลาายยกกA'รรinดAด'' iCnHHC3ICกOบั OสHารกลบัะDลสiาoาBยรruลriNะHล3าย ÑioutDÑ→SNÑtHiO
ค.
NaOH
✗ง.

17. ฝนกรดจากแกสชนดิ ใดท่ีทําใหส่ิงปลกู สรางที่อยใู กลเคียงกับโรงไฟฟาท่ใี ชถานหินเปนเช้ือเพลงิ ผุกรอน

มากที่สุด

✗ก. ซัลเฟอรไดออกไซด (SO2) ข. คารบอนไดออกไซด (CO2)
ง. ไนโตรเจนไดออกไซด (NO2)
ค. คารบอนมอนอกไซด (CO)

18. การทําการเกษตรแบบอินทรียจะทําใหเกิดแกสชนิดหน่งึ ที่มีผลอยางมากที่ทําใหเกดิ ภาวะโลกรอน

เพราะ สามารถดูดความรอนไดดีกวาแกสคารบอนไดออกไซดประมาณ 60 เทา แกสดงั กลาวเปนแกสชนดิ ใด

ก. อเี ทน ข. ซลั เฟอรไดออกไซด
✗ค. มเี ทนCHA
ง. แอมโมเนีย

19. หลงั จากเกดิ ภเู ขาไฟระเบิดจะพบวามีแกสบางชนิดทส่ี ามารถทาํ ปฏกิ ริ ยิ ากบั นํา้ ฝน เกิดเปนฝนกรดดัง

สมการ (B) I"ttyo→ij"H
1. (A) + นํา้

2. (B) + แคลเซียมไฮดรอกไซด แคลเซียมซลั เฟต + น้าํ Dtdalotlltocasoqttlio
สาร (A) และ (B) คอื สารในขอใดตามลาํ ดบั 1-11104

✗ก. แกสซัลเฟอรไตรออกไซด และกรดซัลฟวรกิ

ข. แกสซัลเฟอรไตรออกไซด และกรดค✗ารบอนิก

¥ค. แกสซัลเฟอรไดออกไซด และกรดซลั ฟวรกิ

ง. แกสซลั เฟอรไดออกไซด และกรดคารบอนิก

www.vuioroiwn

คาํ ช้ีแจง : จากแผนภาพใชตอบคําถามขอ 20 - 21

A + เจนเชยี นไวโอเลต B + เจนเชยี นไวโอเลต 1-11504

กรดซลั ฟวริก + เจนเชยี นไวโอเลต

nrniwnr.li nrniij ninth'→tK1 Helo,
,

bunions HDR 1-1404

หลอดที่ 1 ไมเปลี่ยนแปลง หลอดที่ 2 เปล่ยี นเปนสเี ขียว หลอดที่ 3 เปลีย่ นเปนสีเขียว HI 1-11504

20. A และ B เปนสารใด HNO}

กกรรดดเฟกอลHรCอื OมOHิกเกลกอืรNดแAอกHะงซI4N-ีต'1t1ิก001-1 ✗ข. กCรHดSอIOะOซHตี ิก กรดHCเกl ลือ
HUX ✗ก. ✗ง. กรดคารบ1-1อ11น01ิก ก1-ร111ด04ซัลฟวรกิ

ค.

21. หลอดใดเปนกรดท่ีไดจากแรธาตุ
ก. 1 และ 3 borrow
ข. 1, 2 และ 3
✗ง. 2 และ 3
ค. 1 และ 2

nrn

22. สารละลายในขอใดเปลยี่ นสีกระดาษลิตมสั จากสีนํ้าเงนิ เปนสีแดง แตไมเปลีย่ นสีเจนเซยี นไวโอเลต
ก. นา้ํ โซดาHicosnrniiinrnjhinfii ✗ข. สารละลายวิตามนิ ซี
ค. นา้ํ ยาเชด็ กระจก NH¢0HNÑ ง. นํ้าเชื่อม AND

23. ใสของแขง็ X ลงในกรด Y ปรากฏวาเกิดแกสขน้ึ และเม่อื ใชธปู ท่ีมเี ปลวไฟ ไปจอทปี่ ากหลอดมี

เสียงดังเกดิ ขึน้ แกสที่เกิดขนึ้ คือแกสใด www.wwiwt-hvwiwninguniniun skiwoin

ก. แกสออกซิเจน

ข. แกสคารบอนไดออกไซด

HI ค. แกสไนโตรเจน

rwu: ✗ง. แกสไฮโดรเจน

24. จากขอ 23 ของแข็ง X คอื สารใด

www.tnrnnnntottkcacoi#coiก. แคลเซยี มคารบอเนต
ข. โซเดยี มไฮดรอกไซด NaOH
ค. โซเดียมไฮโดรเจนคารบอเนตNaHCgHงo.iเ✗หลµก็ fNU:

25. เมอ่ื ใหสารละลายแอMมMโม-1เ4น11ียมคลอไรด ทาํ ปฏกิ ิรยิ ากับpดhาoงtคลี เกิดแกสชนิดหน่ึงขน้ึ แกสดังกลาวมี

สมบตั ิอยางไร → NH¢Cltk0H→KdltH10tNHj NH,

ก. เปลี่ยนสกี ระดาษลติ มสั จากสนี ํ้าเงินเปนแดงnm www.UU

ข. ไมละลายนาํ้ และติดไฟได HI

✗ค. เมอื่ ละลายนาํ้ สารละลายที่ไดนาํ ไฟฟาไดนอย✓

ง. เม่ือละลายนา้ํ เปนสารละลายทาํ ปฏิกริ ิยากบั Mg เกดิ แกส H2 Altbuntobnniottll

2ntbUÑ-oMÑOtH1

เฉลย แบบทดสอบ ชดุ ที่ 1 เร่อื ง กรด-เบส

1. ค 2. ก 3. ค 4. ก 5. ง 6. ข 7. ข 8. ค 9. ข 10. ข
11. ข 12. ก 13. ข 14. ง 15. ง 16. ง 17. ก 18. ค 19. ก 20. ข
21. ง 22. ข 23. ง 24. ง 25. ค

Ht :Htci

Hu

HDR :HtDr '

แบบทดสอบ ชุดที่ 2 เรอื่ ง กรด-เบส HI :µtz -

two, :HtNoj

1. สารหรือไอออนใดแสดงความเปนกรด→ Ht.HN/-;nrn -
look_iขN.ÑH+ และ OH-
✗ก. H+ และ H3O+ OH
ค. OH- และ H3O+ ง. H+ และ H2O
11-+1 -1A

KOH

2. สารในชวี ิตประจาํ วันทเ่ี ปลีย่ นสกี ระดาษลติ มัส จากน้าํ เงินเปนแดง

✗ก. น้าํ อดั ลม นาํ้ สมสายชู นาํ้ ยาลางหองนํา้ warn

ข. นx้ําสDบู น้าํ ยา✗ลาง"จาน น้าํ Xเกลอื "
¥ ¥ค. สารละล,ายผงซักฟอก นาํ้ ป,ูนใส สาร✗ลiะs ลายผงฟู

ง. นาํ้ เชื่อม นํ้ามAะนาว น้ํา"ขี้เถา
pain
3. สารในขอใดเปล่ยี นสีกระดาษลิตมัส จากสนี ้ําเงินเปนสแี ดง
ขKO.Hนํ้าข✗้ีเถาD นํ้าทDะเล นาํ้ BปCนู ACใOสHII
✗ก. น้าํ ฝร่ัง นา้ํ ฝน น้าํ นม น✗้ํากNลน่ั tho ง. นf้ํา'สบู นา้ํ ผง✗ชกั ฟ" อก แชมพXูสร"ะผม
น้าํ มAะนาว น้าํ ผDงXซกั ฟอก
ค.

4. นกั เรียนคนหนึ่งทดสอบสารละลาย 4 ชนิด ดวยกระดาษยนู เิ วอรแซลอนิ ดฺ ิเคเตอร ไดคา pH ดังน้ี 3, 7,
11, 14 แตลืมเขยี นช่ือสารละลายบนขวด ใหนักเรยี นชวยจบั คูคา pH กับสารละลายตอไปนี้ให ถกู ตอง (IJSO)

NaCl Ñ NaOH iwi NH3 Dior CH3COOH ñiou

pH 3 pH 7 pH 11 pH 14 0 Cl

✗ก. CH3COOH NaCl NH3 NaOH Inu:B N

ข. N✗H3 NaCl CH3✗COOH NaOH orwu: A A

ค. CH3COOH Na✗OH NH3 N✗aCl

ง. CH3COOH NaCl Na✗OH N✗H3

5. สารในขอใดเม่ือผสมกบั นํา้ มนั มะกอกแลวตมเกดิ สบูได saponification
ข. กรดไฮโด"ร"คลอริก
ก. หนิ ปูนlady www.mniworowtru;
✗ง. ดางคลี bb
ค. โซเดียมไนเตรต nano,
÷÷:¥ii%¥ii
6. สกา.รนใน้ําDปขinอูนi ใใดสมนีคา้ํ วสามมDสเiปoาnยนชเบู นส้าํจiสjาjoบกuนู ดอายงไคปลหี าbมy าBกUÑAUMOVTBUNÑoWt IA
ข. กรดในAแhบimตเsตaอร่ี นาํ้ อัดriลioมu นา้ํ สมAสnjาouยชู นํ้าปDinนู i ใส *vision

✗ค. นํ้ามriiะoนu าว ครีมนñioวuดผม ผงBซowักฟอก นํ้าiwปiูนใสcacotlhaq

ง. เบยี ร นํ้าอัดลม น้าํ สบู นํ้าข้ีเถา

7. สารในขอใดมี pH ระหวาง 7 ถึง 14 ข. นา้ํ สมสายชู nrn
ก. นํา้ องุน nrn blunt ง. นาํ้ ฝร่งั nrn

✗ค. นํ้าทะเล
iiiiurrrwriñiuvnrn
vniihhiln :w

HH0¢ rock
8. หยดกรดซลั ฟวริกลงบนสาร X พบวาเกดิ แกสชนดิ หนึ่งซึ่งทาํ ใหนํ้าปูนใสขนุ สาร X ไมใชสารใดอยาง

แนนอน ✗ tArn→ .. . . . + COL
ก. โซดาปงขนมปง Nancy
ค. โซดาแอช Narco, ✗ข. โซดาไฟ NaOH . . .CH/-nrn-onJotthOtC01
ง. โซดาซกั ผา Narco,

9. ผลจากการตรวจสอบ กรณีใดท่บี ันทึกผลไมถกู ตอง

NAOHIÑI KOHIÑI สารท่ีใช HISCHIÑI NACIIÑI

โซเดียมไฮดรอกไซด โพแทสเซยี มไฮดรอกไซด กรดซัลฟวรกิ นาํ้ เกลอื

เติมเศษ - มีฟองแกสเกิดขึน้ ✓ HI - มีฟองแกสเกิดขน้ึ ✓ HI - มฟี องแกสเกิดข้นึ HI -มฟี องแกสเกิดขนึ้ ✗
อะลูมเิ นยี ม - เศษอะลมู ิเนียมผุ ✓ - เศษอะลูมเิ นยี มผุ ✓ ✓

12 - เศษอะลูมเิ นียมผุ ✓ -เศษอะลูมเิ นยี มผุ✗

34

ก. ขอ 1 ข. ขอ 2
ค. ขอ 3
✗ง. ขอ 4

10. ขอใดตอไปนี้ ถูกตอง (IJSO)→ . . .lOjtnin→MÑoH-110+101

✗ก. สารละลายกรดทําปฏกิ ิริยากับสารประกอบคารบอเนตไดฟองแกสคารบอนไดออกไซด ✓

ข. สารละลายกรดสามารถเปลยี่ นเปนกลางโดยการเติมนํ้าxñosiiiivo:n

ค. สารละลายกรดมีรส✗ฝาดwin

ง. เมือ่ นาํ สารละลายก✗รดมาทดสอบกับฟนอลฟทาลนี จะใหสชี มพู
bunt

11. โบรโมไทมอลบลเู ปนอนิ ดิเคเตอร ซ่งึ เปลยี่ นสจี ากเหลืองเปนน้ําเงนิ ในสารละลายทมี่ ีชวง pH เปลย่ี น

จาก 6.0 เปน 7.6 เมอ่ื เติมโบรโมไทมอลบลลู งไปในสารละลายชนดิ หนึ่ง ซ่งึ มี pH เทากับ 6.8 จะปรากฏเปนสี

อะไร (ENT)

ก. สเี หลอื ง ข. สีน้ําเงิน
ง. ไมมีสี
✗ค. สเี ขยี ว

12. อินดเิ คเตอร A, B และ C มชี วง pH ของการเปลยี่ นสี และสีทเี่ ปล่ยี น ดงั น้ี

อินดิเคเตอร ชวง pH ของการเปล่ียนสี สที ่เี ปลีย่ น
A 3.1 - 4.4 BUÑUJ แดง - เหลอื ง
B 6.0 - 7.6 vivo เหลือง - น้าํ เงนิ
C 8.3 - 10.0 tahini ไมมสี ี - แดง

นาํ สารละลายชนดิ หนึ่งใส ไมมีสี มคี า pH = 6.5 ใสลงในหลอดทดลองท่ี 1, 2 และ 3 จากนน้ั
หยดอินดิเคเตอร A, B และ C ลงไปในหลอดทดลองขางตน ตามลําดับ สีของสารละลายในหลอด
ท่ี 1, 2 และ 3 เปนไปตามขอใดตอไปนี้

สีของสารละลายเมื่อหยดอนิ ดิเคเตอร

หลอด 1 หลอด 2 หลอด 3

ก. เหลอื ง เห✗ลอื ง ไมมีสี
ข. ✗สม เขียว ชมพู
✗ค. เหลอื ง เขยี ว ไมมสี ี
ง. เหลอื ง น้าํ✗เงนิ แดง

คําชี้แจง จากขอมลู ในตาราง จงตอบคําถามขอ 13 - 14 (IJSO)

อนิ ดิเคเตอร ลติ มัส ฟนอลฟทาลีน เมทิลเรด โบรโมไทมอลบลู
(8.3 - 10.0)
(ชวงการเปลี่ยนสี) (5.0 - 8.0) (ไมมีสี - ชมพู) (4.2 - 6.8) (6.0 - 7.6) * oiñinñiñvsñiin
(แดง - น้ําเงนิ ) (แดง - เหลือง) (เหลือง - นํ้าเงนิ )
ไมมีสี
ขวด A มวง ไมมีสี เหลือง เขียว ✓
ไมมีสี
ขวด B แดง ชมพู แดง เหลอื ง

ขวด C มวง สม เหลือง

ขวด D นํ้าเงิน เหลอื ง นา้ํ เงิน

13. ถาสารละลายผสมทัง้ สชี่ นดิ มคี วามเขมขนและปริมาตรเทากัน สารละลายผสมในขอใดมีความเปนกลาง

มากทสี่ ดุ
✗ก. ขวด A
ข. ขวด B

ค. ขวด C ง. ขวด D

14. จงเรยี งลําดับ pH ของสารละลายผสมท้ังสช่ี นิดจากนอยไปมาก

ก. A < B < C < D ข. C < B < A < D

ค. B < A < D < C ✗ง. B < C < A < D

NIUÑAÑ :b'inw→n:

ผลการทดสอบ
15. จากผลการทดลองบนั ทึกไวตามตาราง Cuatro.

( nowniunsjriuywn-rvrn.hr#V%A1rnnwoswirioivniwสาร ทดสอบกบั สาร
A เตมิ สารละลายคอปเปอร (II) ซัลเฟตในสารละลายเบส สารละลาย เปลี่ยนเปนสีมวง → ÑIUIÑU

BAid,WÑ เตมิ ชนิ้ สงั กะสี 2h เกิดฟองแกส ไมมีสี ติดไฟได HI

CAND เติมนาํ้ แลวจมุ กระดาษลิตมสั สีแดงและนํา้ เงิน ละลายน้ําเปนสารละลายไมเปลีย่ นสลี ิตมสั ทั้ง 2 สี

Ain D เตมิ ชิ้นหนิ ปูน Calo , เกิดฟองแกสไมมสี ี ชวยดบั ไฟ KOH

สาร A, B, C และ D คือสารใดตามลาํ ดับ

✗ก. ไขขาว โซดาไฟ เกลือแกง กรดเกลอื ข. นํา้ นม กรดกาํ มะถัน เกลอื แกง ดา✗งคลี
ค. โซ✗ดาไฟ กรดเกลอื กรดก✗ํามะถนั เกลอื แกง ง. ไขขาว กรดกํามะถัน กรด✗เกลือ เกลือแกง
brant

16. นักเรียนเตรยี มเกลือโซเดียมคลอไรด (NaCl) โดยนําโซเดยี มไฮดรอกไซด (เปนเบส) มาละลายในนา้ํ
แลวเตมิ ฟนอลฟทาลีนลงไปเล็กนอย หลังจากนน้ั จึงเตมิ กรดไฮโดรคลอรกิ (HCl) เจือจางลงไปจนทําให
โซเดียมไฮดรอกไซดเปนกลางพอดี ปฏิกิริยาเกิดขนึ้ ดังสมการ

NaOH (aq) + HCl (aq) NaCl (aq) + H2O (l)

นกั เรียนเตมิ ฟนอลฟทาลีน ลงในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซดเพ่อี อะไร
ก. เพอื่ แสดงวา โซเดียมไฮดรอกไซดเปนเบส
ข. เพอ่ื แสดงวาฟนอลฟทาลนี เปนสแี ดงในเบส และไมมีสเี ม่ืออยูในกรด
ค. เพ่อี แสดงวา กรดไฮโดรคลอริกทําปฏิกริ ยิ ากับโซเดยี มไฮดรอกไซดแลว

✗ง. เพอื่ แสดงวาปรมิ าณกรดไฮโดรคลอรกิ ทเ่ี ติมลงไปไดทําปฏิกิริยากบั โซเดยี มไฮดรอกไซดพอดีแลว

17. นกั เรยี นทราบวาเหลก็ ในของผึ้งมฤี ทธ์ิเปนกรด นักเรียนจะปฐมพยาบาลคนถูกผ้ึงตอยเบื้องตน โดยการ
ใชสารใดเพอื่ ทาํ ใหเปนกลาง

www.iovnrnก. กรดแอซิกติกเจอื จาง
ข. โซเดยี มคลอไรด now
✗ง. โซเดียมไฮโดรเจนคารบอเนต NAHCO,
ค. นํ้าปนู ใส dalotllibuniiii

18. สารใดเตมิ ลงในดนิ เพอื่ ลดความเปนกรดของดิน
ข. แอมโม•เนNยีotมซลั เฟต NH¢ . . .mÑonrn
ก. แอมโมเนยี มคลอไรด Ntkllnrn
✗ค. แคลเซียมไฮดรอกไซดCalotllils ) ง. โซเดยี มคลอไรด NaCl

19. ใสกรดไฮโดรคลอริกลงในของแขง็ สขี าวเกดิ ฟองแกสไมมสี ี ทาํ อยางไรจงึ จะทราบวาของแข็งน้ันเปน

NH HWNiov.ilojtnrno.info/-HlOtCoเกลอื คารบอเนต
ก. ผานแกสน้นั ลงในน้ําแอมโมเนียจะเกิดควนั สขี าว ,
ข. จุดไฟจะชวยใหไฟติด
✗ค. ผานแกสลงในน้ําปูนใสจะทําใหนาํ้ ปนู ใสขุน
ง. ผานแกสลงในน้าํ แลวจุมกระดาษลิตมสั จะเปลีย่ นจากสนี ํ้าเงินเปนสีแดง

20. จากสมบัตขิ องสารตอไปน้ี สาร A, B, C, D ควรเปนสารใดตามลําดบั

สาร A เมือ่ ทดสอบดวยกระดาษลิตมัสสีแดงปรากฏวาไมเปล่ียนสี nrnlnwis

สาร B เม่อื ผสมกบั แอมโมเนยี มซลั เฟตจะไดแกสแอมโมเนีย NHq.r.tbuntotniiottll.HN/-lg

สาร C เมอ่ื ทดสอบดวยเจนเซียนไวโอเลตจะเปลย่ี นจากสีมวงเปนสีเขยี ว

สาร D เมอ่ื นําไปละลายนา้ํ ไดสารละลายทมี่ ี pH = 7 และไมนําไฟฟา AND

ก. นนา้ําํ้ อสัดมลสมายสช✗งัู กนะIา้ํ nKสขOีเ้ี Hถนา้าํ สนมํา้ สHโซาUยดAชาูปเกลลอ✗ือมแนกํ้างตาลทราย
ข.
✗ค. นํ้าเกลือ น้าํ cปaนูotใllสaqนl ้ํายtาiลllางหองน้าํ เอ41ท-1า50น1-อ1 ล
ง. นา้ํ เช่ือม โซNดaOาHไฟ นํ้าส✗มสายชู โซดาซกั ผา

CHJCOOH

primal ronraiuniv
21. สารในขอใดไมเปล่ยี นสีฟนอลฟทาลีนเปนสีชมพูและไมเปลยี่ นสีเจนเซยี นไวโอเลต

ก. นํา้ กลั่น นํา้ ปนู ใส นํ้ามะนาว ข. นํา้ ขเี้ ถา น้ํายาลางหองนาํ้ น้ําอดั ลม

ค. น้าํ สมสายชู นาํ้ มะขาม น้าํ สบู ง. น้ําเกลือ นํา้ เชื่อม น้ํามะนาว

22.

HI 01 101

รปู ท่ี 1 รูปท่ี 2 รปู ที่ 3

การทดสอบแกสดวยเปลวไฟ การทดสอบแกสดวยธปู ติดไฟ การทดสอบแกสดวยสารละลาย

เหลือแตถานแดง นํ้าปูนใส

ปฏกิ ริ ยิ าท่ี 1 กร1-ด11ก50ํา4มะถัน + หCนิ ปAนูN ได แกส A :( 01
ปฏกิ ริ ยิ าที่ 2 โลห2hะสังกะสี + กHรCดlเกลือ ได แกส B -1-11

ปฏกิ ิริยาที่ 3 การแยกนํ้าดวยไฟฟาโดยมีโซเดยี มซลั เฟตเปนอิเล็กโทรไลต จะได แกส C ทขี่ ้ัวบวก
40,
และ แกส D ทขี่ ว้ั ลบ → HI

รปู ใดระบวุ ิธีการทดสอบแกสได ถกู ตอง ข. รูปท่ี 2 - แกส B และ แกส D
ก. รูปที่ 1 - แกส A และ แกส B
ค. รปู ท่ี 3 - แกส B และ แกส D ✗ง. รูปท่ี 1 - แกส B และ แกส D รปู ท่ี 2 - แกส C

23. พิจารณาปฏกิ ริ ิยาตอไปน้ี แคลเซยีCมacคtลi อไรด + แกNสHSB + ขอ1ง-1เ1ห0 ลว C
1. สาBรUÑA + แอมโมเนยี Nมคtkลcอl ไรด แคลเซียCมocคoาsรบอเนต + ของ1เ-ห110ลว C
2. สCาaรloAtll+l แกสคารบCอOนLไดออกไซด
3. แคลเซCียaมcคo,ารบอเนต + กHรCดlเกลือ แคลเซียtมaคlkลอไรด + ของ1-เ1ห10ลว C + แกสคารบ10อ1นไดออกไซด
4. แคลเซยี Cมaคllารไบด + ของ1-เ1ห10ลว C สCาAรIOAHK+ แก4ส1-D11

ขอใดระบุสมบัติของสารได ถูกตอง

ก. สารละลายของสาร A เขยากบั นา้ํ ✗มนั เบนซินจะเกิดฟอง→IVÑVtWÑ→nÑworoNtÑU;
-

ข. แกส B ละลายน้าํ ใหสารละลายที่มี pH✗< 7 PHA

tค. ของเหลว C เปนสารบริสทุ ธ์ิ มจี ุดเดือด 100°C

ง. แกส D เปนองคประกอบชนดิ หน่ึงของแกส✗หุงตม

NH¢ .tbUÑ→nÑotH1OtNHj
..

เฉลย แบบทดสอบ ชดุ ที่ 2 เรื่อง กรด-เบส

1. ก 2. ก 3. ก 4. ก 5. ง 6. ค 7. ค 8. ข 9. ง 10. ค
11. ค 12. ค 13. ก 14. ง 15. ก 16. ง 17. ง 18. ค 19. ค 20. ค
21. ง 22. ง 23. ค

แบบทดสอบ ชุดที่ 3 เร่ือง กรด-เบส

1. การทดลองดังแสดงในภาพ ควรเปนผลการทดลองของสารละลายในขอใด (IJSO)

on :nrn
NJ :NÑ

ii ข. น้าํ มjะนาว, น้าํ สมjสายชู,Hนa้ํา✗เtกhลiอื
calotte
ก. NaOH นํา้ มjะนาว ✗ง. นํ้าสมctสbcาooยtlชñ ,ู นํ้ามะiนาว, กรñดซลั Hฟimูริก
น้ําปูนใส,
โซดาไฟ,
สÑารสม, โซBดาyไฟ, '
ค.
KAIISOHI.tl/-kO กรดAเกลือ

HCl

2. สารประกอบในขอใดทจี่ ดั อยูในประเภทเดยี วกันทั้งหมด
ก. เกNลaCอื l แNกง, ดนิKNปOรJะNสิว, กรHดUเAกลอื
cvsขoy..SจI-1นุ 10สNี, โซNดAาNซOกัIDผา, นาํ้ โซHIดLDาA
ค. แcคaลsเoซyียtมivซr.ัลvnเฟต, แคdaลoเvซosยี hมไนNเตรด, ก1ร-11ด10ก4 ํามAะกนั
✗ง. แNอTมKIโOมHDเนยี มไฮดรอกไซด, ดาKOงHคDลี, โซNaดOHาไBฟ
RSKOHCIUÑI

3. เมอ่ื นําขเ้ี ถามาละลายในนา้ํ สารละลายทไ่ี ดควรมีสมบัติตามขอใด
ก. สะเทินไดกับเ✗บ"ส"nrntbuntoinniuthi;
ข. เปนก✗ลาNงN
✗ค. เปลีย่ นลติ มัสจากสแี ดงเปนสีน้าํ เงนิ ง. เปลยี่ นลิตมสั จากสีนาํ้ เงนิ เปนสีแดง

4. นักเรยี นคนหนึ่งทําการทดสอบความเปน กรด – เบส ของดนิ โดยตกั ดินใสบีกเกอร เทนา้ํ ใสพอทวมดิน

ใชแทงแกวคนใหทัว่ ตงั้ ทิ้งไว 5 นาที แลวนําไปกรอง จากนั้นใชแทงแกวจุมของเหลวจากการกรอง ไปแตะกบั

กระดาษยนู ิเวอรแซลอินดเิ คเตอร เพ่ือเทียบสกี ับแถบสีแสดงคา pH ขนั้ ตอนใด ไมจําเปน ในการทดสอบความ

เปน กรด – เบส ของดิน

ก. เทนา้ํ ใสพอทวมดนิ ñww:NMii ข. ใชแทงแกวคนใหทวั่ ñusiiiwiwwiii

✗ค. นาํ ไปกรอง ง. ทดสอบดวยยนู เิ วอรแซลอินดเิ คเตอรinni

5. สารใดตอไปน้ีท่ที าํ ใหโลหะ ทองแดง สึกกรอน → INU:tnrn→nÑotH1 CUTTINO,→ . . .
✗ก. กรดไฮโดรคลอริก
ข. นาํ้ ปูนใส /Au

0ค. กรดดนิ ประสวิ ง. กรดคารบอนิก Pt nrnñnnos
Ag
คําช้แี จง ใชขอมูลตอไปน้ตี อบคาํ ถามขอ 6 – 7

สารละลาย ABCD
pH 3 7 5 11

6. สารละลายใดคือกาแฟ→ nrn ข. B
ก. A ÑMWÑ ง. D

✗ค. C

MM-14 . . .tbUÑ→bAÑ0tH1OtNH,

7. สารละลายใดเมือ่ ตมกบั เกลอื แอมโมเนยี มไนเตรตเกดิ แกสแอมโมเนีย
ก. A ข. B

ค. C ✗ง. D

8. สารในขอใดมคี วามเปนเบสมากทีส่ ดุ เมื่อเขมขนเทากนั

ก. นา้ํ โซดา Hiya ✗ข. นํา้ แอมโมเนีย NH¢OHÑdou

ค. น้าํ ปูนใส Calamine' ง. นาํ้ สบู Deion

9. เมอ่ื นาํ สารเคมีชนดิ หนึ่งมาตมกบั น้ํามนั พืช ปรากฏวาเกิดเกลอื ของกรดไขมนั และของเหลวใส นักเรียน
;Nu
คดิ วาสารเคมีชนดิ นน้ั ควรเปนสารใด saponification
ข. โซNเดavยี yมคารบอเนต
ก. กyรดน้ําสม,µµµ, ง. โซเดียมNคa"ลอไรด www.yyw.gymgww, ,
ค. โพแทสเซียมไฮดรอกไซดKai 41¥ !÷%Y
,

10. จากการทดสอบสารตอไปนี้

สาร ผลการทดสอบเม่ือทดสอบกับ

CHJEOOHÑ นาํ้ สมสายชู หินปูน Calo, สงั กะสี 2h ฟนอลฟทาลนี
นา้ํ ปูนใส
CACOHKIJ กรดเกลือ A D ✗G
✗B E H
HCIÑ C F ✗I

หลอดทเ่ี กดิ การเปล่ียนแปลงคอื ขอใด ข. ✗B, D, F AltbVN→mÑotH1

✗ก. A, E, H ง. C, F,✗I 2htNÑFnÑotH1

ค. C,✗G, H

TV 11. ขอใดเปนคุณสมบตั ขิ องสารละลายเบส (IJSO)

1. ทําปฏกิ ิริยากบั กรดแลวไดเกลอื กบั น้ํา ✓ nrntbvntotniiottlio

2. เปล่ียนสกี ระดาษลิตมสั สแี ดงเปนน้ําเงิน ✓ nrntbot
มเปีคลวยี่ านมสเขามรขลนะลขาอยงฟไฮนดอรลอฟกทไซาดลนี [OจาHก-]สมีชมากพกูเปวานไ[มHม3Oสี ี+y] jNjgUNnNrnN-Ñn→mrWtY.tw'ÑÑ
3. IUÑOH -
4.
☒☒☒
ก. 1, 2 และ✗3 ✗ข. 1, 2 และ 4
Ain bunt AND
ค. 1, ✗3 และ 4 ง. 2,✗3 และ 4
thot > OH- OH-11-1,0+1-1,01=01-1 -

12. ขอความเก่ียวกบั pH ขอใดถกู ตอง

ก. เปนคาท่ีใชชี้บอกวาสารละลายเปนประเภทกรด หรือเบส หร✗ือเกลือ

§ข. คาความเปนกรดของสารละลายจะแปรผกผันกับคา pH ของสารละลาย

ค. สารละลายเบสแกจะมี pH มากกวาสารละลายเบสออน → iirovjiunnwiiwiu

ง. ถกู ทงั้ ขอ 1, 2 และ 3

?⃝

13. ถาการเปลี่ยนสีของอนิ ดเิ คเตอร A E ในชวง pH ตางๆ เปนดงั นี้

อนิ ดิเคเตอร สใี นกรด ชวง pH สีในเบส

A แดง 3.1 - 4.4 (สม) เหลือง
B แดง 4.4 - 6.0 (สม) เหลือง
C เหลือง 6.0 - 7.6 (เขียว) นํ้าเงนิ
D เหลือง 6.7 - 8.3 (สม) แดง
E ไมมสี ี 8.1 - 10.4 (ชมพู) แดง

ขอใด ไมถกู ตอง อนิ ดเิ คเตอร อินดิเคเตอร
D, สม
สารละลาย C, เขยี ว E, ชมพู
ก. NH4OH A, เหลอื ง A, เหลอื ง
ข. NaOH E, ไมมสี ี C, เขยี วฺ
ค. HCl
B, ส✗ม
✗ง. H2O ¥"

14. พจิ ารณาจากสมบตั ขิ องอินดิเคเตอรตอไปนี้ * NHWHWN.IN
NH4 . - ibnnionrn
อินดิเคเตอร ชวง pH ทเ่ี ปลย่ี นสี สีทเี่ ปลี่ยน
A 4.2 - 6.3 แดง - เหลอื ง
B 6.0 - 7.6 เหลอื ง - นา้ํ เงิน
C 9.4 - 10.6 ไมมสี ี - นํา้ เงิน

เม่ือนาํ สารละลายชนดิ หนง่ึ มาหาคา pH พบวาเมอ่ื หยด

อินดเิ คเตอร A ไดสารละลายสีเหลือง

อินดิเคเตอร B ไดสารละลายสนี าํ้ เงนิ

อินดเิ คเตอร C ไดสารละลายไมมีสี

สารละลายดงั กลาวควรเปนสารใด

ก. แอมโมเนยี มซลั เฟตlNH¢hS0¢nrn ข. ครีมนวดผม nrn

ค. ดินประสวิ KNOJIÑI ✗ง. นํา้ แอมโมเนีย
15. โรงnงrnาñนuผvลriิตniไoฟtinฟoา,ทําการลดปรมิ าณแกสซัลเฟอรไดrsอoอiกไYซEดTท,"ี่ปลอยออกมาโดยใชสารใด

ก. เกลือแกงNall ✗ข. หินปูน Caco,
ค. ดนิ ประสวิ KNO,
ง. แอมโมเนยี มคลอไรดNH¢H

16. ถาปลูกบานอยูใกลโรงไฟฟาถานหนิ ไมควรใชวัสดุใดมุงหลงั คา nrn
✗ข. แผนโพลีคารบอเนต. !cg→nÑoH-110+101
ก. ใบจาก

ค. กระเบื้องซเี พคโมเนียร ง. แผนเหลก็ ชุบสงั กะสี

17. จากการศึกษาความเปนกรด - เบส ของสาร A ซ่งึ เปนสารสะลายใส ไมมีสี ดวยอินดเิ คเตอรชนดิ ตางๆ

ไดผลดังน้ี

อินดิเคเตอร ชวง pH การเปล่ียนสี สีของสารละลาย A เม่ือหยด อินดิเคเตอร

คองโกเรด 3.0 - 5.0 นํ้าเงิน - แดง แดง

ไทมอลฟทาลนี 9.4 - 10.6 ไมมสี ี - น้ําเงิน ไมมสี ี

ครซี อลเรด 7.0- 8.8 เหลือง - แดง แดง

อะลซิ าลนิ เยลโล 10.1- 12.0 เหลือง - แดง เหลือง

ไทมอลบลู 8.0 - 9.6 เหลือง - นา้ํ เงิน

จากการทดลองสามารถสรปุ ไดดงั น้ี

1. เม่อื นําสารละลาย A มาทดสอบดวยกระดาษลิตมสั จะเปล่ยี นสกี ระดาษลิตมัสสีแดงเปนสนี าํ้ เงิน

2. เมอื่ นําน้าํ สมสายชูเติมลงในสารละลาย A จะทาํ ใหสารละลายมี pH เพิม่ ขึ้น

3. เม่ือหยดไทมอลบลลู งในสารละลาย A จะทาํ ใหสารละลายมีสนี ้าํ เงิน

ขอสรุปขอใดถกู ตอง 8.8-9.4

✗ก. เฉพาะขอ 1 เทานัน้ ข. เฉพาะขอ 2 เทาน้ัน BUÑ

ค. ขอ 1 และ 3 ง. ขอ 2 และ 3

18. ถานําสารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด (NaOH) เขมขน 10% ลงในบีกเกอร 2 ใบ A และ B ใบละ

40 cm3 แลวเติมสารละลายกรดไฮโดรคลอริกเขมขน 10% จาํ นวน 10 cm3 ลงในบีกเกอร A สวนบกี เกอร B

นาํ ไปเค่ยี วใหสารละลายมีปริมาตรลดลงเหลือ 30 cm3 ขอความใด ถูกตอง (ENT)

ก. pH ของสารละลายในบีกเกอร A มากกวาบีกเกอร B grin Uptltniw

✗ข. pH ของสารละลายในบกี เกอร A นอยกวาบกี เกอร B PHNNU B

ค. ความเขมขนของเบสในบีกเกอร A มากกวาบีกเกอร B A
ง. ความเขมขนของเบสในบกี เกอร A และ B เทากนั

V1 19. “ฝนกรด (acid rain)” ที่มกั ปรากฏในเมืองใหญๆ เกิดจากการมีแกสใดในบรรยากาศมาก

ก. คารบอนไดออกไซดและคารบอนมอนอกไซด

✗ข. ซลั เฟอรไดSoอi อกไซดและไนโตNรOเIจนไดออกไซด

ค. ซัลเฟอรไดออกไซดและคารบอนไดออกไซด

ง. คารบอนมอนอกไซดและไนโตรเจนไดออกไซด

20. เม่ือเทน้าํ ยาลางหองนาํ้ ชนิดหน่ึงซ่งึ มีกรดไฮHโdดl รคลอริกเปนสวนประกอบลงบนพ้ืนหองนํ้าทปี่ ดู วย
กระเบื้องเคลือบปรากฏวามีฟองแกสเกิดข้ึนทร่ี อยตอของกระเบ้ือ10ง1เคลือบ และท่ีชองระบายนํา้ ทําดวHยiโลหะ
ทานคดิ วา แกสทเี่ กิดขนึ้ น้ันเปนแกสอะไรบางตามลําดับ Humid Caco,

ก. คารบอนไดออกไซด, ออกซิเจน ข. ออกซิเจน, คารบอนไดออกไซด
ง. ออกซิเจน, ไฮโดรเจน
✗ค. คารบอนไดออกไซด, ไฮโดรเจน

คาํ ชีแ้ จง ขอมูลตอไปนี้ใชตอบคําถาม ขอ 21 - 22
ผสมสารละลาย A และสาร B เกดิ ตะกอน สาร C และสารละลาย D กรองสาร C ออกจาก สารละลายแลว
เตมิ กรด HNO3 ลงบนตะกอน C จะเกิดแกส X

21. สาร A, B, C, D คอื สารในขอใด pannikin:wwÑI %mrñ'Ñom -1
สาร c ,
สาร A สาร B Ca✗(NO3)2 สาร D NHI Noi
ก. NaNO3 CaCl2 K2✗SO4 NaCl v. www.iioi
MgSO4 ✗KCl MgCl2
✗ข. NaCl CaCl2 CaCO3 iiuvir CaSO4
Na2CO3 NaCl
ค. K2SO4
0ง. CaCl2

22. แกส X ที่เกดิ ขน้ึ คือสารใด ✗ข. CO2
ก. NO2
ค. H2 ง. NH3

23. ผลการทดสอบสารและการสรุปขอใดตอไปนี้ถกู ตอง
1. นําของแข็งสีขาวมาละลายนํา้ แลวเตมิ สารละลา→ยnเnบnเioนuดhiิกinตiw อนุ ใหรอนไดตะกอนสีสม แสดงวา

ของแข็ง นัน้ เปนนาํ้ ตาล ✓
2. นําของแNH4 ... ข็งสีขาวมาละลายน้าํ และเตมิ สารละลายโซเดbียunมt ไฮดรอกไซด อนุ จะไดกลน่ิ แกสแอมโมเนีย

แสดงวาของแข็งน้ันเปนเกลือแอมโมเนยี ม✓ nrnvi
3. หยดเจนเซยี นไวโอเลตลงในนํา้ สมสายชู ไดสารสีเขยี ว แสดงวาเปนนาํ้ สมสายชูปลอม✓

ก. ขอ 1 และ 2 ข. ขอ 1 และ 3✗

ค. ขอ 2 และ 3✗ ✗ง. ขอ 1, 2 และ 3 \

24. สาร A, B, C, D และ E ท่เี กิดจากปฏกิ ริ ิยาตอไปนี้
AKU + H2O IAÑOANII
HCl + KOH
HNO3+ NH4OH B + H ONH4N0t 2 MJoNN
H2CO3+ NaOH C + H ONails
2 BAÑOBUÑ

Na2O+ H2O D NAOH-XOH-KOHOHIN.io/-fNU:
CO2+ H2O E Hilo,

ขอใดไมถกู ตอง

ก. คา pH ของสารละลาย C > A > B ✓

✗ข. สารละลาย AA, B, Ctไมเปล่ียนสีกระดาษลิตมสั ทั้งสแี ดงและสนี า้ํ เงิน
ค. สารละลาย B และ E✓มคี า pH ต่าํ กวา 7✓ แตสารละลาย C และ D มคี า pH สงู กวา 7


ง. A, C และ D คือ สาร KCl, Na2CO3 และ NaOH✓ตามลําดบั

เฉลย แบบทดสอบ ชุดท่ี 3 เร่อื ง กรด-เบส

1. ง 2. ง 3. ค 4. ค 5. ค 6. ค 7. ง 8. ค 9. ค 10. ก
11. ข 12. ข 13. ง 14. ง 15. ข 16. ง 17. ก 18. ข 19. ข 20. ค
21. ง 22. ข 23. ง 24. ข

แบบทดสอบ ชดุ ที่ 4 เรIื่อง กรด-เบส

1. สารละลายของสารในขอใดทีท่ ง้ั หมดไมเปล่ียนสีกระดาษลติ มัสทั้งสีแดงและสีน้ําเงนิ
ก. เNกลอื Nแaกilง โNซaดilาซกั ผา เอCIทHSาOนHอNล
ข. โพNแทKสCเIซยี มคลอไรด กNลCโู IคIHสIIOแIIคBลเซยี Cมอaอlกfไซด
นแา้ํคN4ตล11า-เ1ลซ11ทยี 01มCร1าaคcยลtiอโซไรเดดNยี แaมnอoไมsนโเตมIAรเÑนตOียAโIมNพ¥ซINแลัI-ท14เ4ฟส111เต0ซ¢ยีไนมโซตA/ัลรเเฟจตนN→ไIOดKiอyngอoก, ไซดkstoBiH-n.l.iin'
✗ค.

ง.

2. สารในขอใดไมนําไฟฟา เม่ือเตมิ ลงในน้ํากล่ัน ไดสารละลายทไี่ มนําไฟฟาเหมอื นเดิม
✗ก. C2H5OH
ข. HCl nrn

ค. NaCl ง. Ca(OH)2 IUÑ

3. สารในขอใดทล่ี ะลายน้าํ แลวเปลย่ี นสีลิตมัสจากนา้ํ เงนิ เปนแดง non
ก. นา้ํ สมñสายชู ผiงซ/ักฟอก ผงขัดพ้นื หองน้าํ

ข. ดMเี กgล%อื นํ้าตÑาล สารสKมAHANI -111-110

✗ค. นํ้ายHCาlลางหองนาํ้ มะนาว แกสซลั Sเoฟl อรไดออกไซด

ง. น้าํ ขี้เถา นํา้ แตงโม แกสคารบอนไดออกไซด

4. สารละลาย A เปล่ียนสกี ระดาษลิตมัสน้าํ เงนิ - แดง เมื่อหยดสารละลาย A ลงบนหินปนู จะเกดิ ฟองแกส

ท่ีทําใหนํา้ ปนู ใสขนุ สารละลาย A ควรเปนสารใด

ก. NaOH iwi ข. KCl lniionwis
ค. Ca(OH)2 iwi
✗ง. HCN irvniniioin

5. ขอใดเปนสมบัติของสารละลายกรดทั่วไป

1. ทาํ ปฏิกริ ิยากับโซดาแอซ เกดิ แกสคารบอนไดออกไซด→ Naiojtnin- IAÑOH-1101-101

2. เปลยี่ นสฟี นอลฟทาลีนจากไมมีสีเปน✗สีชมพูIWIVÑVU
3. มีปริมาณไฮโดรเนียมไอออนมากกวาไฮดรอกไซดไอออน→ 1-1,0+101-1 -
4. ทาํ ปฏิกิรยิ ากับโลหะทุก✗ชนดิ เกดิ เกลือและแกสไฮโดรเจนwww.tnrnoniiottk
5. สารละลายกรดนาํ ไฟฟาได✗ดี Ku

ก. 1,✗2 และ 3 XXXข.1 และ 3 5 AV
ค. 1, 3 และ✗4 2, 3, 4 และ Pt
ง.
Ag

6. การเรยี งลําดบั คา pH ของสารตวั อยางในขอใดถูกตอง
นนา้ํา้ํ ยสAามลสAาางยหชอู <งนนํ้า้ํา<เÑกนลา้ํือÑเช<อื่ นมาํ้ <เชสื่อÑามร15ละลาNยaโxซoเsดยี มคารบอเนต
ก.

✗ข.
ค. น้ําโซAดาi<nน้ําสมrสi ายชูปลอม < นํ้าปi นู ใส
น้าํ เÑกลอื ' นํา้ ยIาi เชด็ กระจก
ง. < <
นํ้ามAะนาว

7. ลําดบั ความเปนกรsดaจาriกnม_าoกbUไปÑหานอยของสารสะลายตอไปนท้ี ่ถี ูกตองคือ
ก. น้ําสมAสายชู, นาํ้ มAะนาว, นาํ้ เNกลอื , นาํ้ Nกลัน่
ข. น้ําปBนู ใส, น้ํากNล่ัน, น้าํ Nเกลอื , น้ํามA ะนาว

✗ค. น้าํ มะAนาว, นํา้ สมAสายชู, นาํ้ กNล่ัน, นํา้ ปB นู ใส

ง. นํา้ มะนA าว, น้าํ ยาลAางหองนํ้า, นาํ้ สมAสายช,ู นํา้ Dข้เี ถา

8. การเลือกภาชนะบรรจุสาร ขอใดเหมาะสม
ก. ภาชนะสงั กะสี บรรจุนํา้ มะขาม→ 2ntNn→lnÑotH1
ข. ภาชนะอะลมู เิ นียม บรรจุนํ้าปนู ใส→ AHNÑ→MÑOtHl
ค. ภาชนะแมกนีเซียม บรรจุนา้ํ ยาลางหองนา้ํ → MgtHIHMgCktH1

✗ง. ถวยกระเบอื้ ง บรรจุนํ้ามันพืชผสมสารละลายดางคลี

9. bro;

การทดลอง สารละลายทใี่ ช/ผลการทดลอง
ทดสอบกับกระดาษลิตมสั
โซดาแผดเผา NaOH นํา้ สมสายชูCHIIOOH นาํ้ ขี้เถา KOH

(1) แดงเปนนํ้าเงนิ (2) นา้ํ เงินเปนแดง (3) ไมเปล✗ยี่ นทั้งสองสี

ทดสอบการนาํ ไฟฟา (4) นาํ (5) นาํ เลก็ นอย (6) นาํ

ทดสอบกบั ผงชอลก (7) ไดแกสไมมีสี กลน่ิ ฉุน (8) ไดแกสไมมสี ี ไมมกี ลน่ิ (9) ไดแกสไมมสี ี

เตมิ แอมโมเนียมไนเตรต (10) ไดแกสไมมสี ี กล่นิ (11) ไดแกสไมมสี ี ไมมี (12) ไดแกสกลิน่ ฉุน
ฉุน กลนิ่

ผลการทดลองที่ ไมถกู ตอง คือหมายเลขใด

ก. (1), (6), (7), (8) ข. (5), (6), (8), (11)
✗ค.
(3), (7), (9), (11) ง. (6), (8), (10), (12)


10. นักเรยี นนําสารตวั อยางมาทดสอบความเปนกรด - เบส ซึ่งไดผลการทดลอง ดงั ตาราง (IJSO)

วธิ ีทดสอบ ผลการสังเกตเมื่อทดสอบ
กระดาษลิตมสั สีแดง เปนสีน้ําเงิน bunt
กระดาษลติ มสั สีนา้ํ เงิน ไมเปลยี่ นแปลง
สารละลายฟนอลฟทาลีน ชมพเู ขม

ดงั นั้นสารตัวอยางมีสมบตั ิเปน ✗ข. เบส
ก. กรด
ค. กลาง ง. ไมสามารถบอกได

11. ใหพิจารณาปฏิกริ ิยาตอไปน้ี
A +nrn เกลือคารบอเนต
B +bunt เกลือแอมโมเนยี ม แกสคารบอนไดออกไซด→ . ..ly/-nrnHnntotH1OtCo ,

A + BAIN bunt MCÑ0+ นํ้า แกสแอมโมเนีย→ NH4 .tbUÑ→MÑ0tH1OtNHj
..

A + Dnrnrwu: แกสไฮโดรเจนwww.tnrnnniiottll

สาร A, B, C และ D ควรเปนสารประกอบประเภทใดตามลําดับ

Iก. กรด, เกลือ, สารประกอบออกไซด, เบส

ข. เ✗บส, เกลือ, โลหะ, กรด

✗ค. กรด, เบส, เกลือ, โลหะ

ง. กรด, โล✗หะ, เบส, เกลือ

12. นาํ สารละลาย A ซง่ึ เปนสารละลายใส ไมมีสี มาศึกษาความเปนกรด - เบส โดยทดสอบกบั อนิ ดิเคเตอร
ชนดิ ตางๆ ไดผลดงั น้ี

อินดเิ คเตอร ชวง pH ท่ีเปลี่ยน สที เ่ี ปล่ียน สขี องสารละลาย A pH --8.8 -9.4
เม่ือหยดอินดเิ คเตอร
คองโกเรด 3.5 - 5.0 น้าํ เงินเปนแดง
กรซี อลเรด 7.0 - 8.8 เหลืองเปนแดง แดง
ไทมอลบลู 8.0 - 9.6 เหลอื งเปนนํ้าเงิน แดง
ฟนอลฟทาลีน 9.4- 10.6 ไมมสี เี ปนชมพู ? vivo
อะลิซาลินเยลโลว 10.1 - 12.0 เหลืองเปนแดง ไมมสี ี
เหลือง

จากการทดลอง สรปุ ไดดังนี้

1. เมือ่ นําสารละลาย A มาทดสอบกบั กระดาษลิตมัส สารจะเปลี่ยนสกี ระดาษลิตมัส จากแดงเปนนาํ้ เงิน ✓
2. เมื่อหยดไทมอลบลูลงไปในสารละลาย A จะทําใหสารละลายมสี ✗ีนาํ้ เงิน
3. เมอื่ นํานา้ํ สมสายชมู าเติมลงในสารละลาย A จะทําใหสารละลายมี pH เพ✗่ิมข้ึนrows
ขอสรุปใดถกู ตอง
Iข. ขอ 2 เทานนั้
✗ก. ขอ 1 เทานั้น
ง. ขอ 2 และ 3
ค. ขอ 1 และ✗2

13. การกําจัดแกสซลั เฟอรไดออกไซดทีเ่ กิดจากโรงงานอุตสาหกรรม ซ่งึ เปนตนเหตุใหเกิดฝนกรดนัน้ ให

แกสทําปฏกิ ิริยากับสารในขอใดจงึ จะไดผลดีที่สดุ

ก. นาํ้ ข. นํา้ เกลือที่อิม่ ตัว
ง. นํา้ โซดา
✗ค. นาํ้ ปนู ใส→ 5014¥'m,

14. จากตารางแสดงชวง pH ทเ่ี ปลี่ยนสีของอินดเิ คเตอรกรด - เบสตอไปน้ี

สารอินดเิ คเตอร ชวง pH สที เ่ี ปลยี่ น ptt-7.to -8.1
เมทลิ เรด 4.2 - 6.3 แดง-เหลือง
6.0 - 7.6 เหลอื ง-นา้ํ เงิน
โบรโมไทมอลบลู 8.3 - 10.0 ไมมีสี-แดง
ฟนอลฟทาลีน 6.7 - 8.3 เหลอื ง-แดง

ฟนอลเรด

เมื่อนาํ สารละลายใสชนิดหนง่ึ มาทดสอบโดยหยดอินดเิ คเตอรตาง ๆ ไดผลดงั น้ี
หยดเมทลิ เรด - มสี เี หลือง
หยดโบรโมไทมอลบลู - มีสีนํา้ เงิน
หยดฟนอลฟทาลนี - ไมมีสี

ขอสรุปใดถกู ตอง

ก. สารละลายน้ีมคี า pH ประมาณ 6.3✗- 7.6

ข. สารละลายนอ้ี าจเปน✗กรด หรือเปนเบส หรอื เปนก✗ลาง

ค. สารละลายนี้ไมเ✗ปล่ยี นสีกระดาษลิตมัส

✗ง. ถานําสารละลายน้ีมาหยดฟนอลเรดจะมสี ีสมแดง

15. นักเรียนศึกษาการปรบั คา pH ของสารละลายกรด โดยการเตมิ เบส ตามข้นั ตอนดังน้ี

A. นําสารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ (HCl) เขมขน 20%w/v จํานวน 20 หยดใสในหลอดทดลอง

B. นําสารละลายเบสโซเดียมไฮดรอกไซด (NaOH) เขมขน 20%w/v หยดลงในหลอดทดลองทมี่ ี

สารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ ทีละหยดจนครบ 20 หยด

C. นําสารผสมระหวางกรดไฮโดรคลอรกิ กบั เบสโซเดียมไฮดรอกไซดที่ไดไปทดสอบคา pH โดยใช

กระดาษลติ มัส พบวา กระดาษลติ มสั สีน้ําเงนิ เปลี่ยนเปนสแี ดง กระดาษลิตมัสสีแดงไมเปล่ียนแปลง

นกั เรยี นอภปิ รายผลการทํากิจกรรมไดดังน้ี nin

1. นักเรียนหยดสารละลายเบสโซเดียมไฮดรอกไซดไมครบ 20 หยด

¥2. นักเรียนหยดสารละลายกรดไฮโดรคลอริกไมครบ 20 หยด

3. นกั เรียนบีบจุกยางหยดสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซดแรงเกินไปทาํ ใหหยดมีขนาดใหญ
การอภปิ รายขอใด ถกู ตอง (O -NET)
✗ก. 1
Iข. 2
ค. 1 และ✗2
ง. 2 และ✗3

16. ดินแหงหนึ่งมคี า pH เทากับ 6.2 ดินแหงนม้ี ีความเปนกรดหรอื เบส ถาตองการปลกู ฝายท่ขี ึ้นไดดี ในดนิ

ทเ่ี ปนเบส ควรปรบั ปรุงดนิ อยางไร

ก. กรด, เตมิ ก✗ํามะถันsrnin Ifข. เบส, เติมปนู ขาว

✗ค. กรด, เตมิ ดนิ มารล ง. เบส, ไมตองปรบั ปรุงดนิ

17. สารใดใชเติมในแบตเตอร่ี กอนอัดไฟครัง้ แรก

ก. นาํ้ กลน่ั ✗ข. สารละลายกรดซลั ฟวริก His0¢

ค. สารละลายกรดไฮโดรคลอริก ง. สารละลายกรดไนตรกิ

18. นกั วชิ าการเกษตรไดปรงั ปรุงพื้นท่ี 2 บริเวณ ดังน้ี
บรเิ วณพนื้ ท่ี A ปรบั ปรุงดนิ โดยการทดน้ําจืดเขาพนื้ ทที่ ้งิ ไวระยะหน่ึง จากนัน้ ระบายนํ้าออกจากพื้นท่ี
บริเวณพ้นื ท่ี B ปรับปรุงโดยการโรยปนู bขuาntวและคลุกเคลาใหเขากบั ดิน

นกั เรยี นคดิ วาสภาพของดนิ กอนการปรับปรุงเปนอยางไร

พน้ื ท่ี A พนื้ ที่ B
✗ก. ดนิ ขาดฮิวมสั ñ✓uiñw ดินเปนกรด✓
ข. ดนิ เปนเบส ดนิ เปนกรด

ค. ดินขาดฮิวมัส ดินเปนเ✗บส

ง. ดนิ เปนเบส ดนิ ขาดฮ✗ิวมสั Ñ

19. ทําการทดลองอยางไรจึงจะทราบวาของเหลวไมมสี ี 3 ชนดิ เปน นา้ํ นํ้าสมAสายชู หรอืÑน้ําเกลือ

✗ก. ทดสอบดวยกระดาษลิตมสั สนี ้าํ เงนิ แลวนาํ ของเหลวที่ไมเปล่ยี นสีลิตมัสอีก 2 ชนิดไปเผาในจานหลมุ

โลหะ www.IW

ข. หาจุดเดอื ด ทดสอบดวยกระดาษลติ มสั ช✗ิมรส
ค. ทดสอบดวยกระดาษลติ มัส แลวนําของเหลวอีก 2 ชนดิ ที่ไมเปล่ยี นสกี ระดาษลิตมัสไปกลนั่ → unitwww.rw

ง. ดมกลิน่ ช✗ิมรส และใชกระดาษลิตมสั liriiñww

คําชีแ้ จง จากขอมูลตอไปนใี้ ชในการตอบคาํ ถามขอ 20 - 22 (IJSO)
ในการตรวจสอบสาร 4 ชนิดคอื สาร A, B, C และ D ไดผลดังตาราง

สาร ผลการทดสอบเมื่อใช

เจนเซยี นไวโอเลต หินปูน การนาํ ไฟฟา

A สีเขียว เกดิ ฟองแกส นาํ ไฟฟา

B สีมวง ไมเกิดฟองแกส นาํ ไฟฟา

C สีมวง ไมเกิดฟองแกส ไมนาํ ไฟฟา

D สมี วง เกดิ ฟองแกส นาํ ไฟฟา

20. สารชนดิ หน่ึงมีคา pH 9.2 เมื่อนํามาตรวจสอบจะใหผลการทดลองเชนเดยี วกบั สารใด

ก. สาร A BUÑ ✗ข. สาร B
ค. สาร C
ง. สาร D

21. สารใดใหผลการทดลองเชนเดียวกบั สาร D→ nrniwnii
✗ก. นาํ้ มะนาว
ข. กรดไฮโดรคลอริก HCIA

ค. น้ําปนู ใสCAIOHIIB ง. น้ําเช่อื ม411-11101, N

22. เมอ่ื นํานํา้ โซดามาตรวจสอบจะใหผลการทดลองเชนเดียวกับสารใด
✗ก. สาร A WHICH
ข. สาร B

ค. สาร C ง. สาร D

23. เมอ่ื ใสโลหะแมกนีเซยี ม (Mg) ลงในสารละลายกรดไฮโดรคลอริก (HCl) จะเกดิ ฟองแกสชนดิ ใดขึน้
(IJSO) www.tnrnolniiottk

ก. CO2 ข. O2
ค. Cl2
✗ง. H2

24. จากสมการแสดงการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมีตอไปน้ี
สมการ 1 A +NaOH BHCl
สมการ 2 B +HCl Zn NaCl + H2OMMHUÑ→MÑUtH1o
ZnCl2 +H2 → H4t2n→lndhtH1

สมการ 3 A + NH4Cl NaCl + H2O + C → NH¢ . . .tNÑ→nÑotHNtNH,

สมการ 4 B + D CaCl2 + H2O + CO2

A, B, C, D คอื สารใด

A BC D
ก. NaOH HCl -CO2 Na2CO3

=ข. HCl :NaOH CO2 HCl
CaCO3
✗ค. NaOH HCl NH3
Ca(OH)2
ง. HCl NaOH NH3

เฉลย แบบทดสอบ ชุดท่ี 4 เร่อื ง กรด-เบส

1. ง 2. ก 3. ค 4. ง 5. ข 6. ข 7. ค 8. ง 9. ค 10. ข
11. ค 12. ก 13. ค 14. ง 15. ก 16. ค 17. ข 18. ข 19. ก 20. ข
21. ก 22. ก 23. ง 24. ค

แบบทดสอบ ชดุ ท่ี 5 เรอ่ื ง กรด-เบส

1. สารในขอใดเปนสารอเิ ล็กโทรไลตแบบกรดแกทั้งหมด (IJSO)

ก. HCl , H2SO4 , HCIO4 , HNO3 ข. CH3COOH , KOH , Ca(OH)2 , Sr(OH)2

ค. Na2CO3 , HCl , H2CO3 , HIO3 ง. NH4Cl , HCIO4 , CH3COOH , H3PO4

2. สารในขอใดทลี่ ะลายน้ําแลวเปล่ียนสกี ระดาษลิตมัส จากแดงเปนนํา้ เงนิ
ก. ผงฟู ผงซกั ฟอก นํา้ ยาเชด็ กระจก ข. น้ํายาลางหองน้าํ นํ้าขี้เถา นาํ้ อัดลม
ค. เกลือแกง นํ้าตาลทราย โซดาแอช ง. นาํ้ มะนาว นํ้าสมสายชู สบู

3. สารละลายของสารในขอใดตอไปนี้ท่ที ุกชนิดไมสามารถเปล่ยี นสีกระดาษลิตมัสสีแดง
ก. น้าํ ตาล, โซดาไฟ, ดางคลี
ข. โซดาซักผา, ซลั เฟอรไดออกไซด, ปนู ขาว
ค. นาํ้ ยาลางหองนาํ้ , เกลือแกง, น้าํ มะนาว
ง. โซเดียมไฮดรอกไซด, แอมโมเนีย, คารบอนไดออกไซด

4. สารใดตอไปน้ีท่ีทาํ ใหโลหะสังกะสกี รอนได (IJSO)

ก. กรดซลั ฟวริก ข. นํา้ ปนู ใส

ค. แคลเซียมคลอไรด ง. แอมโมเนียมคลอไรด

5. จากขอมลู ท่ีกําหนดให 2. สารละลายนาํ ไฟฟา
1. ไมเปลย่ี นสีกระดาษลติ มสั สนี ้าํ เงนิ 4. ทาํ ปฏิกริ ยิ าไดกับนํา้ สมสายชู
3. ทําปฏกิ ิรยิ ากับเหล็กเกดิ แกสไฮโดรเจน
ข. ขอ 2 และ 3
ขอใดเปนสมบัตขิ องสารละลายเบส ง. ขอ 1, 3 และ 4
ก. ขอ 1 และ 2
ค. ขอ 1, 2 และ 4

6. สารละลาย 5 ชนดิ มีความเขมขนเทากัน มีคา pH ดงั น้ี

C

ขอใดระบชุ นดิ ของสารละลายถกู ตอง D E F
น้ํากล่นั น้ํานม โซดาไฟ
A BC นาํ้ เกลือ น้าํ ทะเล น้าํ ขี้เถา
ก. น้าํ สมสายชู นํ้าอดั ลม ครมี นวดผม นาํ้ เชอื่ ม นาํ้ ข้เี ถา เลอื ด
ข. นํ้ายาลางหองนํา้ น้าํ สมสายชู น้าํ ฝน นํ้ากลนั่ นํา้ ทะเล นํา้ ปูนใส
ค. กรดซลั ฟวรกิ นํา้ ฝน นาํ้ อดั ลม
ง. กรดเกลอื น้าํ ประปา น้าํ ฝน

7. เมื่อทําการทดลองดงั น้ี
ครัง้ ที่ 1 นาํ้ มันพืชตมกับสารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซดไดสาร A
ครั้งที่ 2 ตมสารละลายโพแทสเซียมไฮดรอกไซดกบั แอมโมเนยี มไนเตรตไดสาร B กล่นิ ฉุน
คร้ังที่ 3 ใสชนิ้ สงั กะสีลงในหลอดสารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ จะไดฟองแกส C

สาร A, B, C, ควรเปนขอใดตามลาํ ดับ
ก. สบู, แกสแอมโมเนีย, ไฮโดรเจน
ข. โซเดยี มคารบอเนต, แกสแอมโมเนีย, ออกซเิ จน
ค. แกสแอมโมเนยี , แกสไนโตรเจน, คลอรนี
ง. สบ,ู โพแทสเซียมคลอไรด, ไฮโดรเจน

8. ในชดุ เครอ่ื งปรุงกวยเตยี๋ ว ควรใชภาชนะและชอนที่ทําดวยวสั ดชุ นดิ ใด จงึ จะปลอดภยั ตอผบู รโิ ภค

มากทส่ี ุด

ก. พลาสติก ข. กระเบื้อง

ค. อะลมู เิ นยี ม ง. สังกะสี

9. ระหวางตวั อยางผงสขี าว 2 ชนิด สมบัติในขอใดสามารถใชระบชุ นิดของผงสีขาวน้ีได (IJSO)

ผงสขี าว สมบตั ิของสาร
ก. โซดาซกั ผา และสารสม การนาํ ไฟฟา
ข. เบกก้ิงโซดา และชอลก ทาํ ปฏิกริ ยิ ากบั กรดแลวเกดิ แกส
ค. แปงขาวโพด และผงฟู ทาํ ปฏกิ ิรยิ ากับสารละลายไอโอดีน

ง. เกลอื แกง และเกลือยบิ ซั่ม ปฏิกิริยาดดู - คายความรอนเม่ือละลายนํ้า

10. มสี ารสีขาวอยู 3 ชนิด อยูในขวดท่ีไมมสี ลาก นักเรียนคนหนงึ่ ไดทําการทดลองและบันทึกผลการ
ทดลองไวดังน้ี

สาร ละลายนํ้า วธิ ีทดลอง เติมกรดไฮโดรคลอริก
เผาสารในชอนโลหะ

1 ไมละลาย ไมเหน็ การเปลี่ยนแปลง เกดิ ฟองแกส ทําใหน้าํ ปูนใสขุน

2 ไมละลาย ตดิ ไฟมเี ขมา เหลอื ของแข็งสีดํา ไมเกิดฟองแกส

3 ละลาย ตดิ ไฟมเี ขมา เหลือของแขง็ สีดํา ไมเกิดฟองแกส

นักเรยี นผูนน้ั ไดสรปุ ผลการทดลองไวดังนี้
A. สารชนิดที่ 1 เปนเกลือคารบอเนต
B. สารชนิดท่ี 1 และ 2 เปนสารอินทรียที่คารบอนเปนองคประกอบ
C. สารชนดิ ท่ี 1 และ 2 ไมละลายน้ําเปนแคลเซียมคารบอเนตและแปงตามลําดับ สวนสารชนดิ ที่ 3
ละลายนาํ้ เปนนาํ้ ตาล

ขอสรุปทถ่ี กู ตองคอื ขอใด ข. ขอ B และ C
ก. ขอ A และ B ง. ถูกทกุ ขอ
ค. ขอ A และ C

11. การทดสอบขอใดใหผลการทดลองผดิ พลาด

การทดลอง การเปลี่ยนแปลงท่ีสงั เกตไดเมื่อใช

1. เตมิ แอมโมเนียมคลอไรด โซเดยี มไฮดรอกไซด โพแทสเซยี มไฮดรอกไซด แคลเซยี มไฮดรอกไซด
2. เตมิ นาํ้ มนั ถั่วเหลือง
3. เติมแผนอะลูมิเนียม แกสแอมโมเนีย ไมเปล่ยี นแปลง แกสแอมโมเนีย

ไมเปลย่ี นเปนสบู มีสมบัติเหมือนสบู ไมเปล่ียนแปลง

โลหะผุกรอน มีฟองแกส โลหะผุกรอน มีฟองแกส โลหะผกุ รอน มีฟองแกส

ก. ขอ 1 และ 3 ข. ขอ 1 และ 2
ค. ขอ 2 และ 3 ง. ขอ 1, 2 และ 3

12. อินดิเคเตอรชนิดหน่ึงเปนของเหลวใส ไมมีสี นาํ มาหยดลงในสารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ และโซเดียม
ไฮดรอกไซด ไดผลดงั ตาราง

กรดไฮโดรคลอรกิ นํา้ กลน่ั โซเดียมไฮดรอกไซด
ไมมสี ี ไมมสี ี มวงแดง

จากขอมลู ในตาราง ขอใดตอไปน้ี ถกู ตอง (IJSO)
ก. อินดิเคเตอรชนดิ น้มี ีชวง pH ของการเปลยี่ นสเี ทากับ 7
ข. เมื่อหยดอินดเิ คเตอรชนดิ นี้ลงไปในโซดา จะเปลี่ยนเปนสีมวงแดง
ค. ถาหยดอนิ ดเิ คเตอรชนิดน้ีลงในสาร A แลวเปลยี่ นเปนสีมวงแดง แสดงวาสาร A เปนเบส
ง. ถูกทกุ ขอ

13. พิจารณาสขี องสารละลาย X เมอื่ เตมิ อินดิเคเตอรชนิดตาง ๆ ตอไปนี้

อินดิเคเตอร ชวง pH ท่ีเปลย่ี นสี สที ่เี ปลย่ี น สขี องสารละลาย X
เขยี วอมนา้ํ เงนิ
โบรโมฟนอลบลู 3.0 - 4.6 เหลอื ง - น้าํ เงนิ สมเหลือง
สมแดง
เมทลิ ออเรนจ 3.2 - 4.4 แดง - เหลอื ง

เมทลิ เรด 4.2 - 6.3 แดง - เหลอื ง

สารละลาย X ควรมี pH อยใู นชวงใด (ENT)

ก. 3.0 - 6.3 ข. 3.2 - 4.6

ค. 4.2 - 4.4 ง. 4.2 - 4.6

14. นักเรียนไดศกึ ษาสมบัติของสาร X Y และ Z ไดผลการทดลองดังตอไปนี้

สาร ลักษณะ การละลายนา้ํ การเปล่ียนสกี ระดาษลิตมสั สภาพการนาํ ไฟฟา
นาํ ไฟฟา
X ของแขง็ สีขาว ละลาย สแี ดงเปนสนี าํ้ เงนิ ไมนาํ ไฟฟา
นําไฟฟา
Y ของเหลวใส ไมมีสี ไมละลาย ไมเปล่ยี นสกี ระดาษลิตมสั

Z ของเหลวสฟี า ละลาย สีนํ้าเงนิ เปนสแี ดง

จากผลการทดลอง นกั เรียนสรุปไดดังน้ี

1. สารละลาย X แตกตัวเปนไอออนได และมสี มบตั ิเปนเบส

2. สาร Y เปนโมเลกุลท่ีมีข้วั และมสี มบัตเิ ปนกลาง

3. สารละลาย Z เปนโมเลกลุ ที่มขี ้ัวและมสี มบตั ิเปนกรด

4. ถานาํ สาร Y และ Z และผสมกันจะไดสารละลายสฟี า

ขอสรุปขอใด ถูกตอง

ก. ขอ 1 และ 2 ข. ขอ 1 และ 3

ค. ขอ 2 และ 3 ง. ขอ 3 และ 4

15. ถารินสารสะลายกรดแก HA เขมขน 10% ลงในบีกเกอร 2 ใบ M และ N ใบละ 40 cm3 และเติม
สารละลายเบสแก BOH เขมขน 10% จํานวน 10 cm3 ลงในบีกเกอร M สวนในบกี เกอร N นําไป เคยี่ วให
สารละลายมปี ริมาตรลดลงเหลอื 20 cm3 ขอความใด ถูกตอง (ENT)

ก. ความเขมขนของกรดในบกี เกอร M และ N เทากนั
ข. ความเขมขนของกรดในบกี เกอร M มากกวาในบีกเกอร N
ค. pH ของสารละลายในบีกเกอร M มากกวาในบีกเกอร N
ง. pH ของสารละลายในบีกเกอร M นอยกวาในบีกเกอร N

16. ถาผิวหนังโดยกรดทม่ี ีฤทธ์ิกัดรุนแรงควรใชสารใดลาง

ก. น้ําสมสายชเู จือจาง ข. สารละลายโซเดยี มโฮดรอกไซดเจอื จาง

ค. สารละลายผงฟูเจือจาง ง. นา้ํ ปูนใสเจือจาง

17. ดนิ เปรีย้ วควรเกิดจากการใชปยุ ชนิดใด ข. ปุยแอมโมเนียมไนเตรต
ก. ปุยโพแทสเซยี มไนเตรต ง. ปยุ ยเู รีย
ค. ปุยแอมโมเนียมฟอสเฟต

18. นายาขดั หองนํ้าท่มี สี วนประกอบเปนสารละลายกรดผสมอยู เม่ือนาํ ไปใชจะเกิดผลตามขอใด
ก. ทาํ ใหหองนํ้าสะอาด สดใสย่ิงขน้ึ
ข. ทําใหแผนกระเบื้องปหู องน้าํ แข็งแรงมากขึ้น
ค. ทําใหแผนกระเบื้องปูหองนํ้าหลดุ ลอนไดงาย
ง. ทาํ ใหหองนํา้ มีกลนิ่ หอมและจุลนิ ทรียถูกทาํ ลาย

19. จากสมบัติของสารตอไปนี้

สาร สถานะ การละลายนา้ํ คา pH ของสารละลาย การนําไฟฟาของสารละลาย

A ของเหลว ละลาย นอยกวา 7 นําได

B ของเหลว ละลาย 7 ไมนาํ

C ของแขง็ ละลาย 7 นําไดดี

D ของเหลว ไมละลาย - -

E แกส ละลาย มากกวา 7 นําได

A, B, C, D และ E ควรเปนสารในขอใด

A B C D E
ก. HCl C6H12O6 NaCl C2H5OH H2
ข. CH3COOH C6H14 NH4Cl C6H12O6 CO2
ค. HNO3 C2H5OH NaCl CH3COOH CH4
ง. CH3COOH C2H5OH NaCl C6H14 NH3

20. จากสารตวั อยางตอไปน้ี

สารชนิดท่ี 1 แกสไนโตรเจนไดออกไซด สารชนดิ ที่ 2 ดางคลี

สารชนดิ ท่ี 3 โซดาซักผา สารชนิดท่ี 4 โซเดียมออกไซด

สารชนิดที่ 5 ดางทบั ทิม สารชนดิ ที่ 6 ผงชรู ส

สารชนดิ ที่ 7 สารสม สารชนิดที่ 8 นมสด

สารชนดิ ที่ 9 แกสแอมโมเนยี สารชนดิ ท่ี 10 แกสซัลเฟอรไดออกไซด

ขอใดตอไปน้ีถูกตอง

1. เมอ่ื หยดเจนเซยี นไวโอเลตลงในสารละลายของสารชนิดท่ี 1 และสารชนิดท่ี 2 จะไดผลการทดลอง

แตกตางกนั

2. เมอื่ ทดสอบสารละลายของสารชนดิ ที่ 3 และสารชนิดท่ี 4 ดวยกระดาษลิตมสั จะไดผลการทดลอง

ทาํ นองเดยี วกนั แตจะใหผลการทดลองแตกตางจากการทดสอบกบั สารสะลายของสารชนิดท่ี 10

3. เม่ือทดสอบการนําไฟฟาของสารละลายของสารชนิดที่ 6 กับสารชนิดที่ 7 จะไดผลการทดลอง

เหมือนกัน

4. เมอื่ นําสารชนดิ ท่ี 5 และสารชนดิ ที่ 8 ไปละลายนา้ํ แลวทดลองฉายแสงผาน จะไดผลการทดลอง

เหมือนกนั

ก. ขอ 1 และ 2 ข. ขอ 1, 2 และ 3

ค. ขอ 2 และ 3 ง. ขอ 1, 2, 3 และ 4

21. สารตั้งตนในขอใดไมทําปฏิกิรยิ าเคมกี นั

ก. Mg + 2NaOH Na2MgO2 + H2
ข. 2AI + 6NaOH 2Na3AlO3 + 3H2

ค. Fe + H2SO4 FeSO4 + H2
ง. Zn + Cu2+ Zn2+ + Cu

22. การผสมสารเคมีคใู ดตอไปนไี้ มเกิดแกส

1. กรดเกลอื + โซเดียมคารบอเนต

2. นาํ้ ปนู ใส + กรดแอซิติก

3. สารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด + แมกนเี ซยี ม

4. สารละลายดางทบั ทมิ + อะลมู เิ นียม

5. น้าํ สมสายชู + ปุยแอมโมเนยี มซัลเฟต

ก. ขอ 1, 2 และ 3 ข. ขอ 1, 3 และ 4

ค. ขอ 2, 4 และ 5 ง. ขอ 2, 3 4 และ 5

23. จากปฏิกิรยิ าเคมตี อไปนี้

1. แคลเซยี มคารบอเนต + กรดซัลฟวรกิ แคลเซียมซลั เฟต + น้าํ + สาร A

2. แอมโมเนียมซลั เฟต + สาร B โซเดียมซลั เฟต + นาํ้ + แกสแอมโมเนีย

3. สังกะสี + สาร C เกลอื + แกส H2

สาร A B และ C คอื สารในขอใดเรียงตามลําดบั

ก. แกสคารบอนไดออกไซด โซเดยี มไฮดรอกไซด โซเดยี มไฮดรอกไซด

ข. แกสไฮโดรเจน โซเดียมไฮดรอกไซด กรดไฮโดรคลอรกิ

ค. แกสไฮโดรเจน โซเดียมคารบอเนต กรดซัลฟวริก

ง. แกสคารบอนไดออกไซด กรดไฮโดรคลอรกิ กรดไนตริก

24. ผสมสารเขาดวยกัน เปนคูๆ ดงั นี้
1. แอมโมเนียมคลอไรด + โซเดียมไฮดรอกไซด
2. ผงฟู + กรดเกลือ
3. หินปนู + กรดกาํ มะถัน
4. สังกะสี + กรดแอซีตกิ
5. แมกนเี ซยี มคารบอเนต + กรดเกลอื

ปฏกิ ริ ิยาที่เกิดข้นึ เปนดงั ขอใด
ก. ปฏิกิรยิ า 1 ใหแกสกลน่ิ ฉุน และเปล่ียนสกี ระดาษลิตมัสชื้นจากนํ้าเงินเปนแดง
ข. ปฏิกิริยา 2, 3, 5 ใหแกสที่ทาํ ปฏิกริ ิยากับสารละลายแคลเซยี มไฮดรอกไซดไดตะกอนขาว
ค. ปฏกิ ิรยิ า 3 ใหแกสทช่ี วยใหไฟตดิ
ง. ปฏกิ ริ ยิ า 4 ใหแกสทีเ่ ปลยี่ นสีกระดาษลติ มัสช้ืนจากแดงเปนน้ําเงิน

เฉลย แบบทดสอบ ชุดท่ี 5 เร่อื ง กรด-เบส

1. ก 2. ก 3. ค 4. ก 5. ค 6. ข 7. ก 8. ข 9. ค 10. ข
11. ข 12. ค 13. ค 14. ข 15. ค 16. ค 17. ข 18. ค 19. ง 20. ข
21. ก 22. ง 23. ก 24. ข

แบบทดสอบ ชุดท่ี 6 เร่ือง กรด-เบส

Mrn

1. สารละลายของสารในขอใดเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสนี ้ําเงนิ เปนสีแดงไดทง้ั หมด

ก.HแISกสไขเนาNเบaกtกt้ิงilโyซดา ซัล5เ0ฟ1อรไดออกไซด

ข. คารบ1อ0น1 ไดออกไซด แNอHม4โNมgเนยี มไนเตรต แกสHไISขเนา

✗ค. ดนิKNปOร,ะสวิ กรHดCเlกลอื นาํ้ สมCสHาIDยUชOู H

toง. น้ําโซดา วิตามินซี เบ/กกิ้งโซNดAาHID

2. การเตรยี มสารละลายกรดซลั ฟวรกิ เจอื จาง จากกรดซลั ฟวรกิ เขมขนควรปฏบิ ัติอยางไร
ก. เทกรดและนํ้าสลับกนั ทีละนอยผานแทงแกวคน

✗ข. คอยๆ รนิ กรดลงในน้ําผานทางแทงแกวคน

ค. คอยๆ รนิ นาํ้ ลงในกรดทลี ะนอยๆ ผานแทงแกวคน
ง. เอากรดและนํ้าคอยๆ เทใสภาชนะพรอมๆ กัน

3. สารละลายในขอใดตอไปนี้เปลี่ยนสีสารละลายฟนอลฟทาลนี เปนสีชมพทู ุกสาร
YNÑI✗คก.. นนา้ํํ้า✓KขเOชเ้ี Hถื่อาม นนํา้ า้ํ ยอาดั เลชมด็"ก"ระNจHก4OH
ข. นํา้ ยHาลาaงหyองน้าํ นาํ้ สมสายชปู ลอม-11104

ง. นcาํ้ aปcูนaใส.lkน/้าํHโซll0ดาs
4. สารขอใดทส่ี ามารถทําใหโลหะสงั กะสสี กึ กรอนได

ก. สารละลายผงชกั ฟอก bunt ข. สารละลายโซเดียมคลอไรด
ค. สารละลายแคลเซียม ไฮดรอกไซด IUÑ ✗ง. นา้ํ ยาลางหองน้ํา HII
Calum
5. นักเรียนผูหน่งึ ไดนาํ สารละลาย 4 ชนดิ มาทดสอบกับกระดาษลิตมสั ไดผลดงั น้ี

ชนิดของ การเปลยี่ นสีกระดาษลิตมสั
สารละลาย
สีน้าํ เงนิ สแี ดง
A
B nrn - = เปล่ยี นสี
C = ไมเปลีย่ นสี
D - bunt - = ไมไดทดสอบ

AND -
our,nND

สารละลายในขอใดเปนสารละลายอเิ ล็กโทรไลดอยางแนนอน
✗ก. A และ B
2. C และ D

ค. A, B และ C ง. ท้ัง 4 ชนดิ

6. สารในขอใดมี pH สูงสุด ขI. เลอื ด NÑ
ก. นํ้านม Ain
ค. นํ้าฝน nrn ง. นา้ํ ดี Mgm


Click to View FlipBook Version