The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tanaporn.01102550, 2021-12-11 10:56:59

Chemistry Chapter 3

Chemistry Chapter 3

* NTKIOHIUÑOOV

Ntlq . . - lnnionrn

คําชแี้ จง ใชขอมลู ตอไปนี้ตอบคาํ ถามขอ 7 - 8

สารละลาย ความสวางของหลอดไฟ ปฏกิ ริ ิยากับ Zn ปฏิกิริยากบั NaHCO3 การเปลย่ี นสลี ิตมัส

A มาก เกิดแกส เกดิ แกส นา้ํ เงิน แดง Alli

B นอย ไมเกิด ไมเกิด แดง นา้ํ เงิน Door

C ปานกลาง ไมเกิด ไมเกิด น้าํ เงนิ แดง lnñonrn

pH =/ POH D มาก เกิดแกส ไมเกิด แดง นํ้าเงนิ
E
0 14 นอย เกิดแกส เกดิ แกส นา้ํ เงิน แดง

/ Arn 11 7. สารละลาย A, B, C, D และ E เปนสารละลายของสารใดตามลําดับ
11
✗ก. กรHดCเlกลือ แอNมH)โมเนีย แอมโมเนียมคลอไรด โซNaดOาHไฟ กรดแCHอJซIOOติ Hิก
dd
ข. กรดไฮHโdดlรคลอริก แอมโมเนีย กรCดHแINอHซิตกิ แคCลaเlซoียtllมl ไฮดรอกไซด กรดHคาIMรบอนิก
7- AND 7 ค. กHรUดHซัลฟวรกิ แคลเซียมไฮCดAรIOอHกI ไซด กรดไฮโดtรiคllลอรกิ โซดาไฟ กรHดNไOนJตริก
ง. กรดไHนNตDรกิ โซเดยี มไฮNดaOรHอกไซด แอม(โมNHเน4)ยี 1ม50ซ4ัลเฟต แคลเซียมไฮดรอกไซด กรHดCฟOOอHรมิก
gf

9 bunts 8. ขอใดกลาวไดถูกตอง H2O

lt ก. สารละลาย A ทําปฏิกิรยิ ากับ นํา้ ปูนใส เกดิ เกลอื แล-ะแกส CO2
✗ข.
14 0 สารละลาย D ตมกับนํา้ มันพืชไดสบกู บั กลเี ซอรอล→ saponification ! % rontkiotitiiou
ค. สารละลาย E Minin
*ptltpotl -14 มคี า pOH นÑอยกวา 7 www.untsnniirorowtw-u; nin NHK . .
ง. สารละลาย C ทํา✓ปฏกิ ริ ิยากบั หินปนู เกดิ แกส CO2
pThnakeinnolpn-jjjj.lu'ÑÑ

9. ถานกั เรยี นตองการทําแกงสม ควรเลือกใชภาชนะใดจงึ จะปลอดภัยจากสารพิษมากทส่ี ุด indicator WJW WJW

ก. ภาชนะเหลก็ ✗ ✗ข. ภาชนะเคลอื บ INU: Hi -
ค. ภาชนะดนิ เผา✗ . . .IO, . . .IO} -
ง. ภาชนะอะลูมเิ นียม✗ At Col

10. มสี ารสขี าว 4 ชนิด คือ เกลอื คารบอเนต เกลอื แกง แปง และน้ําตาลกลโู คส บรรจุในขวด นักเรยี นคน

หนึ่ง ไดเลอื กสาร 3 ชนดิ มาทําการทดสอบ และบนั ทกึ ผลการทดลองไวดังตาราง

สารชนดิ ท่ี การละลายนา้ํ การเปลี่ยนแปลง HCl

เผาในชอนโลหะ เตมิ กรดไฮโดรคลอริก

1. ไมละลาย ไมเปล่ยี นแปลง เกิดฟองแกสที่ทาํ ใหนาํ้ ปนู ใสขุน 101

2 . ไมละลาย ตดิ ไฟ มีเขมา เหลือของแข็งสีดํา ไมเกิดฟองแกส

3 . ละลาย ตดิ ไฟ มีเขมา เหลือของแขง็ สีดํา ไมเกิดฟองแกส

สารในขอใด คอื สารชนดิ ท่ี 1, 2 และ 3 ตามลําดับto

✗ก. เกลอื "ค"า"รบอเนต แปง และนา้ํ ตาลกลโู คส

.tl#N1-hiwwi,niwCbHll0bข. เกลอื คารบอเนตeแcปงoแnลoะเmกลyือแกง
NVA-tonidrnuii-or.ru:1#Ijjivwi
ntiriuniviw

Iค. แปง เกลอื คารบอเนต และนา้ํ ตาลกลโู คส

ง. แปง เกลือคารบอเนต และเกลอื Nแaกilง

11. การทดสอบสมบตั ิของสารละลายไดผลดงั นี้

สารละลาย ทาํ ปฏิกิริยากับ Mg ทําปฏิกิริยากับหินปนู ทาํ ปฏกิ ิริยากบั น้ํามนั พืช กระดาษลติ มัส

A เกดิ แกส H2 เกดิ แกส CO2 ไมเกิด นํา้ เงิน - แดง
÷B ไมเกิด
ไมเกิด เขยาเกิดฟองแกส แดง - นํ้าเงิน

C ไมเกิด ไมเกิด ไมเกิด ไมเปลยี่ นสี i

✗ ¥+1ก.

ข.
กกรรดดHไไNฮนOโ,ตดHรCริกlค,ลโอซรเดิกµีย,Nมดa%คlาl งลคอลไรี, ดน,าํ้ นเชํา้ ่อืปมูนใ"ส
Nค. นา้ํ ข้เี ถKOาH, โซเดยี มไฮNดaOรHอกไซด, โซเดยี มคลอไรด

ง. โซดาซกั ผา, กรHดUเกลือ, โซเดียมคลอไรด

12. การทดสอบสมบัติของสารละลายเขมขน 0.1 mol/dm3 ไดขอมูลดังนี้

สารละลาย ความสวางของหลอดไฟ ปฏกิ ริ ยิ ากับ Mg ปฏกิ ริ ยิ ากับ NaHCO3 การเปลีย่ นสีลติ มัส

A สวางมาก เกดิ ฟองแกส เกิดฟองแกส นาํ้ เงนิ แดง Ain'

B สวางมาก ไมเกิด เกิดตะกอนสีขาว แดง นา้ํ เงิน Bui

C สวางมาก ไมเกิด ไมเกิดแกสและตะกอน ไมเปล่ยี นสี Ñ -electronic

D ไมสวาง ไมเกิด ไมเกิดแกสและตะกอน ไมเปล่ยี นสี Ñ : non-electronic

สาร A, B, C และ D คอื สารใดตามลําดับ

✗ก. กรดไฮโดtรilคl ลอรกิ , นาํ้ ปูนใส, น้าํ เกลือ, นา้ํ เชื่อม
ข. นาํ้ สมสายfชู, โซเดยี มไฮดรอกไซด, น้าํ เกลอื , นาํ้ ฝน

ค. กรดซลั ฟว,ริก, สาNรHลNะ/"ลายแอมโมเนยี , นาํ้ เกลือ, นา้ํ กลั่น
ง. กCHรดแอซิติก, ดางคลี, น้ําเกลือ, นํา้ เชื่อม

13. อนิ ดเิ คเตอรชนิดหนง่ึ เปนของเหลวใส ไมมสี ี นาํ มาตรวจสอบความเปนกรด - เบส ไดผลดงั ตาราง
HCl 1-110 KOH
กรดไฮโดรคลอรกิ นํา้ กลั่น โพแทสเซียมไฮดรอกไซด

เหลือง เขียว นํา้ เงิน

จากตารางขอใดกลาว ถกู ตอง ถา (IJSO)
1. ถาหยดอนิ ดเิ คเตอรชนดิ น้ีลงในน้ําเชอื่ AมNDแลวจะไดสารสเี ขยี ว ✓
2. สารชนิดหน่ึงท่ีมีคา pH =bu9nt.5 เมอ่ื หยดอนิ ดเิ คเตอรชนดิ นลี้ งไปจะเปลี่ยนเปนสนี าํ้ เงนิ ✓
3. ถาหยดอนิ ดิเคเตอรชนดิ นี้ลงในสาร A แลวเปล่ยี นเปนสีเหลอื ง แสดงวาสาร nArnสามารถ

ทําปฏิกริ ิยากบั แอมโมเนียมไนเตรตไดแกสท่ีม✓ีกลนิ่ ฉุน → NH¢ . . .tnrn→
✗ก. ขอ 1, 2 ข. ขอ 1,/3 NH4 - . .tWN→nÑotHNtNH,
ง. ถกู ทกุ ขอ✗
ค. ขอ 2,y3

14. ในการทดลองเมื่อหยดอนิ ดิเคเตอรชนิดตางๆ ลงในสารละลาย M N และ Q ปรากฏผลดังน้ี

อินดเิ คเตอร สารละลาย M สงิ่ ที่สังเกตเห็น สารละลาย Q
เหลอื ง สารละลาย N เหลือง
โทมอลบลู เหลอื ง สม
เมทลิ ออเรนจ เหลอื ง เขียว แดง
เขียว เหลอื ง เหลือง
เมทลิ เรด สม เหลอื ง เหลือง
โบรโมไทมอลบลู ไมมสี ี น้าํ เงิน ไมมสี ี
แดง
ฟนอลเรด ไมมสี ี
ฟนอลฟทาลีน

ตารางแสดงชวง pH ของอินดิเคเตอร เปนดงั นี้

อินดิเคเตอร ชวง pH ของการเปลี่ยนสี สที เี่ ปลย่ี น
ไทมอลบลู 1.2 - 2.8 และ 8.0 - 9.6 แดง – เหลือง และ เหลือง - นา้ํ เงิน
เมทลิ ออเรนจ
เมทลิ เรด 3.2 - 4.4 แดง - เหลือง
โบรโมไทมอลบลู 4.4 - 6.2 แดง - เหลือง
ฟนอลเรด 6.0 - 7.2 เหลือง - น้าํ เงิน
ฟนอลฟทาลีน 6.9 - 8.2 เหลือง - แดง
8.3 - 10.0 ไมมสี ี - ชมพู

จากขอมลู ขางตนจงเรียงลําดับ pH ของชวงการเปล่ียนแปลงสีในสารละลาย M N และ Q จากนอยไปหา

มาก

ก. M < N < Q ข. M < Q < N
✗ง. Q < M < N
ค. Q < N < M

15. ใชขอมูลตอไปน้ปี ระกอบการตอบคาํ ถาม

สารอนิ ดเิ คเตอร A B C D E

ชวง pH ของการเปลี่ยนสี 3.0 - 4.5 4.0 - 6.4 5.0 - 7.5 6.0 - 8.0 7.6 - 9.7

สีท่ีเปลี่ยน แดง-เหลือง แดง-เหลือง แดง-น้ําเงนิ เหลือง-น้ําเงนิ ไมมีส-ี แดง

นาํ สารละลาย X มาทดสอบดวยอินดิเคเตอรตางๆ ไดผลดงั นี้ PHVOJÑIRX

- ทดสอบดวย A ไดสีเหลือง - ทดสอบดวย B ไดสีสม sit :Ñunrn

- ทดสอบดวย C ไดสมี วง - ทดสอบดวย D ไดสีเหลือง

ขอใดไมควรเปนสมบัตขิ องสารละลาย X

ก. นาํ ไฟฟาได ข. ใส E ลงในสารละลาย X จะไดสารละลายไมมีสี
✗ค. เมอ่ื ใสลงใน NH4Cl✗จะเกดิ แกส NH3 ง. หยดลงบนหินปนู จะเกดิ ฟองแกสคารบอนไดออกไซด
ha .CH/-NN-oMniotH10tCOi
NH4 . . .tbUÑ→nÑotHWtNH, ..

16. นําแกสซลั เฟอรไดออกไซด (SO2) ไปละลายนาํ้ จะไดผลิตภณั ฑเปนขอใด

✗ก. กรดออน H2SO3 ข. กรดแก H2SO3 Hiotsoiothsogwñ

ค. กรดออน H2SO4 ง. กรดแก H2SO4 lsulturousacidl

1-1101-50501-11504 si

17. การเปรียบเทยี บคา pH ของสารชนดิ ท่ี 1 กับเมื่อหลังเตมิ สารชนิดท่ี 2 เปนดังขอใดlsulturicacidl

ชนดิ ที่ 1 ชนิดที่ 2 คา pH
ก. นาํ้ ยาเชด็ กระจก i น้าํ ยาลางหองนา้ํ ri
ข. กรดเกลอื A เพ✗ม่ิ ขน้ึ
เกลือแกง Ñ ล✗ดลง
✗ค. สารละลายโซดาแผดเผาi นํา้ สมสายชู ñ ลดลง
กาํ มะถันผง
ง. ดนิ ทม่ี ีข้เี ถาปน เพิม่ ข้ึน

18. การใชครมี นวดผมหลังจากสระผมดวยแชมพทู กุ ครัง้ ดงั นนั้ ครีมนวดผมทีด่ คี วรมีสมบัตดิ งั ขอใด

iก. เปนกรดออน เพ่ือสะเทินกับนาํ้ ยาสระผม

ข. เปนเบสออน เพราะมสี มบัติลน่ื มอื
ค. เปนกลาง เพ่ือไมเปนอันตรายตอหนงั ศรี ษะ
ง. เปนกรดออนหรือเบสออน แตไมควรมีสารลดแรงตงึ ผิว

19. แชมพทู ีใ่ ชสระผมทาํ ใหผมสะอาดได เน่ืองจากขอใด
ก. แชมพูทําใหไขมันและส่ิงสกปรกที่ไมละลายในนํ้ารวมตวั กบั นาํ้ ได
ข. แชมพเู ปนตัวทาํ ละลายของไขมันทําไหเกิดสารละลายหลดุ ออกจากเสนผมไดโดยตรง
ค. แชมพมู คี วามลื่นทําใหสิ่งสกปรกตางๆ เล่อื นหลดุ จากเสนผมได
ง. ถกู ทงั้ ขอ ก, ข และ ค

20. จากบนั ทกึ ผลการทดลองเพ่ือศกึ ษาสมบัตขิ องสารตอไปนี้ จงพิจารณาขอสรุปใด ถูกตอง

สาร สถานะ การละลายน้าํ การเปลยี่ นสีกระดาษลติ มัส การนาํ ไฟฟา การเผาสารเดมิ

A ของแขง็ สีขาว ละลาย ไมเปลย่ี นสี ไมนาํ ติดไฟไดเขมาดาํ → riosw.co

B ของแข็งสขี าว ละลาย ไมเปลีย่ นสี นาํ ไฟฟา ................... iwiinivnioooin

C ของเหลวไมมีสี ละลาย เปลี่ยนสีนาํ้ เงินเปนสแี ดง นาํ ไฟฟา ...................

สรุปผลการทดลองดงั นี้

1. สาร A มีคารบอนเปนองคประกอบ ✓

2. สาร B เปนสารประเภทเกลือท่ลี ะลายนาํ้ Naw

3. สาร C เปนกรดชนิดหนึง่ Hdtv

4. สาร A เปนนา้ํ ตาล สาร B เปนเกลือแกง สาร C เปนก✗รดแร→ ñoinnriouñoviovoivviiioiwn
ขอสรุปที่ ถูกตอง คอื
ก. 1, 2 ✗ข. 1, 2, 3

ค. 2, 3 ง. ถูกท้งั หมด

21. พิจารณาผลการทดลอง

สารละลาย การเปล่ียนสขี อง ทดสอบดวย ทดสอบดวย
กระดาษลติ มัส ฟนอลฟทาลนี เจนเซยี นโวโอเลต
ไมไดทดสอบ
A ไมไดทดสอบ ไมไดทดสอบ สเี ขยี ว Alli
ไมไดทดสอบ
B สีนาํ้ เงนิ สแี ดง สีมวง ñivnii
สชี มพู สีมวง B. aiiunii,Ñ
C ไมไดทดสอบ ไมไดทดสอบ i

D ไมไดทดสอบ

สาร A, B, C และ D นาจะเปนสารใดตามลาํ ดับ ข. นซาํ้HัลยUฟHาdHวลราิกงหเCออL/ทHงนSาOน้าํ HอนCลÑ้าํ Iสเกมลสือาแยกชงู นนาํ้ าํ้ตปานูลทใสราย นyํา้ เชือ่ ม
ง.
✗ก. น้าํ โซHดUHา น้าํ มะนาว น้ําปูนใส นํา้ สบู

ค. โซNดาaไoฟtนาํ้ อtัดoลม น้าํ มะนาว น้าํ ขีเ้ ถา

22. จงพิจารณาปฏิกริ ิยาตอไปน้ี go :wÑÑu

1. สงั กะสี + กรดซลั ฟวรกิ → HI
calltthoacalotlhtcithtiwuwihiiui.tn
2. แคลเซียมคารไบด + น้ํา • AÑUIUÑV
3. แคลเซียมคารบอเนต + กรดเกลือ→ 101

4.อะลูมเิ นียม + สารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด→ HI

ปฏิกิริยาขอใดใหสารผลิตภณั ฑเปนแกสชนดิ เดยี วกัน

ก.ขอ 1 และ ขอ 2 ข. ขอ 2 และขอ 3

✗ค. ขอ 1 และ ขอ 4 ง. ขอ 2 และ ขอ 4

23. นักเรียนคนหน่งึ ทดลองเตรยี มผลกึ ส2ังhก1ะ4สีซลั เฟต โดยนําโลหะสังกะสใี สในสารละลายกรดชนิดหนึ่ง

พรอมทงั้ ใหความรอนแกสารละลาย พบวาเกิดฟองแกสขนึ้ จากน้ันจงึ นําสารละลายมากรอง แลวต้งั ทงิ้ ไวให

เกดิ ผลึก สารละลายกรดที่ใชทาํ ปฏิกริ ิยาคืออะไร และเกิดท่แี กสขน้ึ คือแกสชนิดใด (IJSO) Znttksoysrnsoytg
ก. กKรNดไOนWตริก, เกิดแกส H2 ✗ข. กรดซัลฟวริก, เกดิ แกส H2

ค. กรด/ไนตรกิ , เกิดแกส NO2 ง. กรดซัลฟวริก, เกิดแกส SO2

24. ใหนกั เรียนพจิ ารณาปฏกิ ิริยาตอไปน้ี frou :tnrn→nÑotHl

1. โลหะ + AAM,WÑ เกลอื + แกสไฮโดรเจน Altbuntobniiottll
2. กรด + .CBi.CO} H/-เnกลอืrn+ น-ํ้า +oแbกสคnารบnอนiไoดอtอกtไซkด→0. . tC0lnrn
3. เบส + C เกลอื + นํา้ → wñtnrn→mÑoH-110

4. ไขมนั + DNot สบู +HนB้ําrorontosaponiticationovw-vtwntontlftnw.HUrun

5. แอมโมเนียมคลอไรด + ENÑ เกลอื + น้าํ + แกสแอมโมเนยี → Ntly . ..tbUÑ→mÑotH1OtNH,

นกั เรยี นคดิ วาสารในขอใดไมควรเปนสารชนิดเดยี วกนั อยางแนนอน

ก. A กบั C ✗ข. B กับ E

ค A กบั E ง. D กบั E

25. จากปฏิกิรยิ าเคมขี องสารตอไปนี้ แคลเซCียasมaซลั เฟต + tho + Mdo ,
1. กรดซัลHฟUวHริก + QCaco,
2. MCOL น้าํ แขง็ Cแoหl ง นํ้า
3. X +NDOH แอมโมNเนH4ียCมl คลอไรด
โซเดียNมaคclลอไรด + 1-110 + RNH }
โซเดยี มซงิ เกจ + YHI
นํ้า

4.NXDOH+ สังก2hะสี

ขอใดตอไปน้ีไมถกู ตอง

ก. Q เปนสารประกอบที่เปนองคประกอบสําคัญในหินออนtacos

ข. M เปนแกสที่สามารถทําใหน้ําปูนใสขุนCol

✗ค. Y เปนแกสที่ติดไฟ และเปนแกสท่เี กิดทางดานขว้ั บวกในการแยกนาํ้ ดวยไฟฟา HI - At
ง. สารละลายของ X, M, R นําไฟฟาได

เฉลย แบบทดสอบ ชดุ ที่ 6 เร่อื ง กรด-เบส

1. ข 2. ข 3. ก 4. ง 5. ก 6. ง 7. ก 8. ข 9. ข 10. ก
11. ข 12. ก 13. ก 14. ง 15. ค 16. ก 17. ค 18. ก 19. ก 20. ข
21. ก 22. ค 23. ข 24. ข 25. ค

แบบทดสอบ ชดุ ที่ 7 เรอื่ ง กรด-เบส

1. สารละลายของเกลอื ในขอใดมีสมบัตเิ ปนเบสทุกชนดิ *NTH ilnnionrn
.-

I ✓ก. HCOONa, KBr, NH4NO3 ข. NH4Cl, NaNO3, NaCl

ค. CH3COONa, NH4Cl, CH3COONH4 ง. KCN, CH3COONa, NaHCO3

2. จากผลการทดลองตอไปน้ี

สารละลาย การเปล่ียนสกี ระดาษลติ มสั การนําไฟฟา

A สนี า้ํ เงนิ สแี ดง warns
B AND
C -
D now
-

( = เปลี่ยนสี หรอื นาํ ไฟฟา, = ไมเปลี่ยนสี หรือไมนําไฟฟา, - = ไมไดทดสอบ)

ขอใดบอกประเภทของสาร A, B, C หรอื D ไมถกู ตองแนนอน

ก. A อาจเปนกรด หรือเกลือ ข. B เปนสารอนิ ทรีย

✗ค. C อาจเปนเบส หรือเกลือ ง. D เปนเกลอื

3. กาํ หนดสารละลายใหดังน้ี

A สารละลาย HCl เขมขน 5% โดยมวล/ปรมิ าตร fun - p h a t,
B สารละลาย HCl เขมขน 10% โดยมวล/ปรมิ าตร

C สารละลาย NaCl เขมขน 5% โดยมวล/ปริมาตร→ AND

D สารละลาย NaOH เขมขน 5% โดยมวล /ปริมาตร Hunt - ptldl ]
E สารละลาย NaOH เขมขน 10% โดยมวล /ปริมาตร

ลาํ ดับ pH ของสารละลายเรยี งจากนอยไปมาก ขอใด ถกู ตอง
✗ก. B < A < C < D < E
ข. A < B < C < D < E

ค. B < A < D < B < C ง. A < B < C < E < D

4. ขอใดคือสมบตั ิของสารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซด Naoki

1. เปล่ยี นสีกระดาษลติ มสั จากน#ํ้าเงินเปนแดง

2. ทาํ ปฏกิ ิรยิ ากับแอมโมเนียมไนเตรต ไดแกส/ไฮโดรเจน → Ntlq. . .tNñ→tnÑotHiOtNH,
3. ดูดแกสคารบ10อ1นไดAอMอกไซด CUCOHK ,NÑ

4. ทําใหโลหะอะลูมเิ นียมสึกกรอน AHNÑTIAÑOTHI

yก. 1 และ,2 Fข. 2 และ 3

ค. 2และ 4 ง. 3 และ 4

5.

ของเหลว ผลที่ไดเมอ่ื ทดสอบกับ

กระดาษลิตมัส สาร X สาร Y
เกดิ แกสกลน่ิ ฉนุ NH)
A IUÑ เปล่ียนจาก แดง นํา้ เงนิ ไมไดทดสอบ ไมเปลี่ยนแปลง
ไมเปลยี่ นแปลง
B nrn เปลย่ี นจาก นาํ้ เงนิ แดง เกดิ ฟองแกส

C AND ไมเปล่ยี นทง้ั สองสี ไมเปล่ียนแปลง

ขอสรุปใด ถูกตอง Calo H1

ก. ถาของเหลว A คอื น้าํ ปูนใส สาร Y คอื น-ํา้ มันพืช
✗ข. ถาของเหลว B คือกHรCดl เกลือ สาร X คือโลหะสังกะสี
ค. ของเหลว C ทําปฏกิ -ิริยากับหินปนู จะใหแกสซ่ึงทําใหของเหลว A ขุน

ง. แกสกลิ่นฉนุ ซ่งึ เกดิ จากของเหลว A ทําปฏกิ ิริยากบั สาร Y จะเปลี่ยนสกี ระดาษลิตมัส ข้ึนจาก นา้ํ เงิน nrn
เปนแดง NHJIIUÑI

6. สารในขอใดมี pH ตา่ํ สดุ ข. น้าํ สบู bunt
ง. นํา้ ขเ้ี ถา toUÑ
✗ก. ครมี นวดผมAM

ค. แชมพูสระผมIUÑ

7. กําหนดใหสารละลายทมี่ ีความเขมขนและปรมิ าตรเทาๆ กัน คือ

CH3COOH , C12H22O11 , NH4Cl , NH3 , HBr , HF , CH3COONa , KCl

สารละลาย การเปลย่ี นสีกระดาษลิตมัส ความสวางของหลอดไฟ ปฏิกริ ยิ ากบั NaHCO

A ไมเปลี่ยนสี สวางมาก ไมเกิดปฏิกริ ิยา

B นํ้าเงนิ แดง สวางมาก เกิดฟองแกส

C แดง น้ําเงนิ สวางเล็กนอย ไมเกิดปฏิกริ ยิ า

D ไมเปลยี่ นสี ไมสวาง ไมเกิดปฏกิ ริ ิยา

ขอใดถูกตอง

1. สารละลาย A ไดแก KCl

2. สารละลาย B ไดแก CH3COOH , HBr , HF
3. สารละลาย C ไดแก NH3 , CH3COONa

4. สารละลาย D ไดแก C12H22O11

ก. 1. และ 2. ข. 2. และ 3.

ค. 3. และ 4. ง. 1. และ 4.

คาํ ช้ีแจง ขอมลู ตอไปน้ีตอบคําถามขอ 8 - 9
8. สารละลาย A, B, C, D เมอื่ นํามาทาํ ปฏกิ ริ ิยากับอะลมู เิ นียม, แอมโมเนยี มไนเตรต, แคลเซยี มคารบอเนต
ไดผลดงั ตาราง (- หมายความวาไมเกดิ ปฏิกริ ยิ า)

สารละลาย ผลการทดลองเม่ือทําปฏกิ ริ ยิ ากัน

A อะลูมิเนียม แอมโมเนียมไนเตรต แคลเซียมคารบอเนต
เกดิ แกสท่ตี ิดไฟได
B เกิดแกสมีกลนิ่ ฉนุ เปลี่ยนสีกระดาษ -
C เกิดแกสทต่ี ิดไฟได ลติ มสั ชน้ื จากแดงเปนนาํ้ เงนิ
D เกิดแกสทต่ี ิดไฟได
เกดิ แกสท่ีติดไฟได เกดิ แกสมีกลน่ิ ฉุน เปลีย่ นสกี ระดาษ -
ลติ มสั ชนื้ จากแดงเปนน้าํ เงิน

- เกดิ แกสทีท่ าํ ใหนํา้ ปนู ใสขนุ

- เกดิ แกสท่ที าํ ใหน้ําปนู ใสขนุ

ขอความตอไปนี้ขอใด ไมถูกตอง เก่ียวกับสมบตั ขิ องสารละลาย A, B, C, D
ก. สารละลาย A จะไมทําปฏิกริ ยิ ากบั โลหะเหลก็
ข. สารละลาย B ทําปฏิกิริยากบั โพแทสเซยี มไฮดรอกไซดใหสบู
ค. สารละลาย C ทําปฏิกริ ิยากบั โลหะสงั กะสใี หฟองแกสไฮโดรเจน
ง. สารละลาย D จะมฤี ทธ์ิเปนกลางไดถาผสมกับสารละลาย B ในอตั ราสวนท่เี หมาะสม

9. จากขอ 8 ถาสารละลาย A และ D เปนสารทใี่ ชตามบาน ดังนนั้ A และ D ควรเปนสารละลายใด

ตามลําดบั

ก. โซดาแผดเผา, นาํ้ ยาเช็ดกระจก ข. นํา้ ยาลางหองนาํ้ , น้ําผงซักฟอก

ค. นํา้ สมสายชู, น้ําสบู ง. นาํ้ ยาเช็ดกระจก, นํ้ายาลางหองน้ํา

10. เม่ือนําสารละลาย A, B, C และ D ท่ีมคี วามเขมขนเทากันไปทดสอบการเปล่ยี นสีของ กระดาษลติ มัส
และความสามารถในการนาํ ไฟฟาไดขอมลู ดังน้ี

สารละลาย การเปลีย่ นสกี ระดาษลิตมัส ความสวางของหลอดไฟ
A ไมเปล่ียนสี สวางมาก
B สวางมาก
C แดง นาํ้ เงนิ ไมสวาง
D ไมเปลี่ยนสี
สวางเลก็ นอย
น้ําเงิน แดง

ขอมลู ในตาราง ขอใดถกู ตอง (ตอบไดมากกวา 1 ขอ)
ก. ตวั อยางของ A ไดแก นํา้ เกลือ, ดินประสวิ ละลายนํา้
ข. สารละลาย B เปนสารละลายอเิ ลก็ โทรไลดแกทมี่ ีสมบตั เิ ปนเบส
ค. ตวั อยางของ C ไดแก นาํ้ เช่อื ม, ดีเกลือละลายนํ้า
ง. ตัวอยางของ D ไดแก นาํ้ อัดลม, แอลกอฮอลจุดไฟ

11. พจิ ารณาขอมลู ชวง pH และการเปล่ียนสขี องอินดเิ คเตอร ทดสอบอนิ ดเิ คเตอรกับสารละลายตัวอยาง
ตาราง 1

อนิ ดเิ คเตอร ชวง pH ทสี่ เี ปล่ยี น สีท่ีเปลีย่ น

เมทลิ ออเรนจ 3.2 - 4.4 แดง - เหลือง

เมทลิ เรด 4.2 - 6.3 แดง - เหลอื ง
โบรโมไทมอลบลู 6.0 - 7.6 เหลือง - นาํ้ เงิน

ฟนอลฟทาลนี 8.3 - 10.0 ไมมีสี - ชมพู

ตาราง 2

อนิ ดิเคเตอร เมทลิ ออเรนจ เมทิลเรด โบรโมไทมอลบลู ฟนอลฟทาลีน
สารละลาย

A เหลือง เหลือง นํ้าเงิน ไมมีสี

B เหลอื ง สม เหลอื ง ไมมสี ี

C เหลือง เหลือง นํา้ เงิน ชมพู

D แดง แดง เหลอื ง ไมมสี ี

จงเรยี งลําดับคา pH ของสารละลายจากมากไปนอย (ENT-A)

ก. A > B > D > C ข. C > A > B > D

ค. B > D > A > C ง. C > B > D > A

12. การทดสอบสาร X ในอนิ ดิเคตอรตาง ๆ ใหผลดังตาราง

อนิ ดเิ คเตอร ชวง pH ของ การเปลี่ยนสี สที ่เี ปลี่ยน ผลการทดสอบ
เมทลิ เยลโล 2.9 - 4.0 แดง - เหลือง w
เมทลิ ออเรนจ 3.1 - 4.4 แดง - เหลือง x
เมทลิ เรด 4.2 - 6.3 แดง - เหลือง
โบรโมไทมอลบลู 6.0 - 7.6 เหลือง - น้ําเงนิ เหลือง
ฟนอลเรด 6.8 - 8.4 เหลือง - แดง y
ฟนอลฟทาลีน 8.3 - 10.0 ไมมสี ี - แดง สม
z

w, x, y, z ควรใหผลการทดลอง ตามขอใด
ก. เหลือง เหลือง เขยี ว ไมมีสี
ข. สม สม เหลือง ไมมีสี
ค. เหลือง สม นาํ้ เงิน แดง
ง. สม เหลือง นาเงนิ แดง

13. นกั เรยี นคนหนึ่งทําการทดลองและไดผลการทดลองดังนี้
1. หยดฟนอลฟทาลีนลงในสารละลาย X มีสแี ดงเกดิ ขน้ึ
2. หยดสารละลาย Y จากกระบอกฉีดยาลงในสารละลายขอ 1 ทีละหยด เขยาใหเขากนั
สีแดงจางลงเมือ่ เปล่ียนเปนไมมีสี หยุดหยดสารละลาย Y
3. นําสารละลายในขอ 2 ไประเหยจนแหงในถวยกระเบ้ืองไดของแข็งสขี าว
4. หยดคองโกเรดลงในสารละลาย Y ไดสนี ้ําเงนิ

กําหนด

อินดเิ คเตอร สีทเ่ี ปลี่ยน ชวง pH ของการเปล่ียนสี
โบรโมครีซอลเพอรเพิล
ฟนอลฟทาลนี เหลอื ง - มวง 5.2 – 6.8
คองโกเรด
ไมมสี ี - แดง 8.3 - 10.0

นํา้ เงนิ -แดง 3.0 - 5.0

ขอใดตอไปนีส้ อดคลองกับขอมลู ขางบน (ENT)
ก. สารละลายในขอ 2 pH 9
ข. หยดโบรโมครีซอลเพอรเพิล ลงในสารละลายท่ี 1 ไดสเี หลือง
ค. สารละลายในขอ 3 คอื เกลือ
ง. สารละลาย Y ไมทําปฏิกริ ยิ ากับหินปนู

14. เมอ่ื ของเหลว 2 ชนดิ ผสมกนั สารละลายผสมมี pH 7 pH ของสารละลายท้ังสองมีคาเทาใด

ของเหลวชนดิ ท่ี 1 ของเหลวชนิดท่ี 2

ก. 5 3

ข. 4 12

ค. 6 3

ง. 13 7

15. ถาดนิ เปนกรดสงู มาก เกษตรกรหาปูนขาวแกความเปนกรดไมได ควรแนะนาํ ใหเกษตรกรใชสิ่งใด

ทดแทน

ก. ปุยเคมี ข. มูลสัตว

ค. ขเ้ี ถาแกลบ ง. เศษใบไม

16. พืชบางชนดิ ไมสามารถดูดซมึ แรธาตทุ ตี่ องการ ซึ่งมีอยูในดินไปใชประโยชนได เน่อื งจากสภาพความ

เปนกรด - เบส ของดินไมเหมาะสม pH ของดนิ ท่ีเหมาะสม สําหรบั ปลกู สับปะรดเทากบั 5.0 –6.0 สําหรับ

ปลกู ฝายเทากับ 6.0 – 8.0 ถาตองการปรบั pH ของดินทีเ่ หมาะสาํ หรับปลกู สับปะรด ใหเหมาะสําหรบั ปลกู

ฝาย เกษตรกรควรผสมสารใดตอไปนี้ลงในดิน

ก. กาํ มะกนั ผง ข. แอมโมเนียมซลั เฟต

ค. ปูนขาว ง. ผงฟอกขาว

17. ความเปนกรด - เบส เปนสมบัตทิ สี่ ําคัญของดินท่ใี ชในการเกษตรประการหน่ึง เพราะคา pH ของดิน มี

ผลตอการเจรญิ เตบิ โตของพชื แตละชนิด ถาไรแหงหนึ่งตองการเพิ่มสมบตั ขิ องดินใหมชี วง pH 5 - 6 ปจจยั ขอ

ใดทีจ่ ะเพิม่ สมบัตดิ งั กลาว

ก. การใสปนู ขาวลงไป ข. การเนาเปอยของสารอนิ ทรียหรอื ใสปุยหมกั

ค. ปลูกพชื ชนิดเดยี วซาํ้ ในที่เดิม ง. การใสสารสมและคอปเปอรซลั เฟลลงไป

18. จากตารางแสดงคา pH ของดนิ ทีเ่ หมาะสมกบั พชื บางชนดิ

ชนดิ ของพชื คา pH ของดนิ ท่เี หมาะสม

ขาว 5.5 - 6.0

ฝาย 6.0 - 8.0

ยาสบู 5.4 - 5.7

ผักกาดหอม 7.5 - 8.0

นายแดงมีท่ีดนิ 3 แปลง ซ่ึงมีสภาพดินตางกนั
แปลง X มีสภาพดนิ เปรย้ี ว แปลง Y มสี ภาพดินเคม็ แปลง Z มีสภาพดนิ เปนกลาง

การปรับสภาพดินเพื่อปลูกพชื ของนายแดงขอใดไมเหมาะสม

แปลง ชนิดของพืชที่ตองการปลูก วิธกี ารปรบั สภาพดิน
ก. Z ผักกาดหอม เตมิ ดินมารล
ข. Y ขาว เตมิ ปยุ อินทริย
ค. X ยาสบู ไถกลบหนาดิน
ง. X ฝาย เตมิ ผงกาํ มะถัน

19. ผลการทดลอง
A
การทดลอง B
ก. สารละลายกรดไนตริก + สารละลายเจนเซยี นไวโอเลต C
ข. ผงฟู + นา้ํ สมสายชู D
ค. น้ําขีเ้ ถา + สารละลายแอมโมเนียมคลอโรด
ง. ตมน้าํ มนั มะพราวกับสารละลายโซดาไฟ

A, B, C และ D คอื ขอใดตามลําดบั
ก. ไดสารละลายสีมวง, เกดิ แกสคารบอนไดออกไซด, เกดิ แกสแอมโมเนยี , ไมเหน็ การเปลี่ยนแปลง
ข. ไดสารละลายสีมวง, เกิดแกสคารบอนไดออกไซด, ไมมีการเปลี่ยนแปลง, เกดิ สารท่ีทําใหเกดิ ฟองกบั นาํ้
ค. ไดสารละลายสีเขยี ว, ไมเห็นการเปลีย่ นแปลง, เกดิ แกสแอมโมเนยี , ไมเหน็ การเปล่ียนแปลง
ง. ไดสารละลายสีเขยี ว, เกิดแกสคารบอนไดออกไซด, เกดิ แกสแอมโมเนีย, เกิดสารท่ที ําใหเกดิ ฟองกับน้ํา

20. รูปดานลางเปนการทําปฏกิ ิรยิ าระหวางแอมโมเนียมคลอไรด และแคลเซียมไฮดรอกไซดไดแกสชนิด
หนึ่งเกดิ ขน้ึ (IJSO)

และจากการทดสอบดวยกระดาษลติ มสั พบวาแกสนี้ทําใหเกดิ การเปลี่ยนสีกระดาษจากสีแดงเปนสีนา้ํ เงนิ

แกสท่เี กิดขน้ึ นี้คือแกสชนิดใด

ก. CO2 ข. NH3

ค. H2 ง. Cl2

21. การผสมสารในขอใดตอไปนีเ้ กดิ แกส
ก. สารละลายกรดไนตริก + นา้ํ ปนู ใส
ข. สารละลายกรดแอซติ ิก + แอมโมเนียมคลอไรด
ค. สารละลายแอมโมเนียมไฮดรอกไซด + แคลเซยี มคารบอเนต
ง. สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด + สงั กะสี

22. จากสมการของปฏิกริ ิยาตอไปน้ี

a X(s) + b NH4NO3(s) c Y(g) + d H2O(ℓ) + e Ca(NO3)2(s)

สรปุ ไดวา

1. สารสะลาย Ca(NO3)2 มี pH = 7

2. สารละลาย X และสารละลาย Y นําไฟฟาได

3. a + b + c + d = 8

ขอทถ่ี ูกตองคือขอใด

ก. ขอ 1 และ 2 ข. ขอ 2 และ 3

ค. ขอ 1 และ 3 ง. ขอ 1, 2 และ 3

23. จากปฏกิ ิริยาเคมตี อไปน้ี

สมการ 1 Mg + X MgCl2 + H2

สมการ 2 X + Y NaCl + H2O

สมการ 3 Y + NH4Cl NaCl + H2O + Z

สมการ 4 X + CaCO3 CaCl2 + H2O + A

ขอใดถูกตอง

ก. Y คือ HCl, Z คอื NH3 ข. Z คอื NO2, A คอื CO2

ค. A คอื CO2 , X คือ NaOH ง. X คอื HCl, Y คือ NaOH

24. จงพิจารณาปฏิกริ ยิ าที่เกิดขึ้นตอไปน้ี
1. โซเดียมคารบอเนต + กรดเกลือ
2. แอมโมเนยี มคลอไรด + โซดาไฟ
3. อะลมู ิเนียม + ดางคลี
4. สงั กะสี + กรดกาํ มะถนั
5. กรดเกลือ + โซเดียมไฮดรอกไซด

ขอใดไมถกู ตอง
ก. ปฏกิ ริ ยิ าในขอ 3 และ 4 เกดิ แกสชนดิ เดยี วกนั
ข. ปฏกิ ิรยิ าในขอ 1, 2 และ 5 เกดิ เกลือชนิดเดียวถนั
ค. แกสที่เกิดจากปฏกิ ริ ิยาในขอ 2 เปลี่ยนสีกระดาษลติ มัสขน้ึ จากสีนํา้ เงินเปนสีแดง
ง. แกสท่ีเกิดจากปฏกิ ิรยิ าในขอ 1 ละลายนํา้ ไดสารละลายที่มคี า pH นอยกวา 7

เฉลย แบบทดสอบ ชุดที่ 6 เรื่อง กรด-เบส

1. ง 2. ค 3. ก 4. ง 5. ข 6. ก 7. ค, ง 8. ข 9. ง 10. ก, ข
11. ข 12. ก 13. ค 14. ข 15. ค 16. ค 17. ข 18. ง 19. ง 20. ข
21. ง 22. ง 23. ง 24. ค


Click to View FlipBook Version