The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คำศัพท์ทางการแพทย์
เครื่องมือในการคัดกรอง และการประเมินภาวะโภชนาการ
Nutrition Care Process
Nutrition Life Cycle
อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ยน
Medical Nutrition Therapy
Enteral and Parenteral Nutrition
SOAP Note

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Athiphat Khunsanong, 2023-02-22 01:48:58

Nutri Note

คำศัพท์ทางการแพทย์
เครื่องมือในการคัดกรอง และการประเมินภาวะโภชนาการ
Nutrition Care Process
Nutrition Life Cycle
อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ยน
Medical Nutrition Therapy
Enteral and Parenteral Nutrition
SOAP Note

คำ นำ รายงานฉบับบันี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชวิาโภชนบำ บัดบัสาขาวิชวิา อาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยลัเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ปีการศึกษา 2/2565 โดยมีจุดประสงค์ เพื่อการศึกษาความรู้ที่ได้จาก เรื่อรื่ง Nutri Note ซึ่งรายงานนี้มีเนื้อหาเกี่ยกี่วกับกัคำ ศัพท์ แพทย์ เครื่อรื่งมือในการคัดคักรอง และการประเมินภาวะ โภชนาการ Nutrition Care Process Nutrition Life Cycle อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ยลี่น Medical Nutrition Therapy Enteral and Parenteral Nutrition และSOAP Note ผู้จัดจัทำ ได้รับรัหัวหัข้อนี้ในการทำ รายงานจากอาจารย์ผู้สอน ซึ่งถือหัวหัข้อรายงานถือได้ว่าเป็นหัวหัข้อที่มีความน่าสนใจ และ สำ คัญคัสำ หรับรันักศึกษาที่สนใจในด้านโภชนาการ ผู้จัดจัทำ จะ ต้องขอขอบคุณอาจารย์ลัดลัดาวัลวัย์ กลิ่นมาลัยลัผู้ให้ความรู้ และ แนวทางการศึกษา ผู้จัดจัทำ หวังวัว่ารายงานฉบับบันี้จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน คณะผู้จัดจัทำ นายอริญชย์ มหิทธิภิญโญ นางสาวทิพวัลวัย์ อ่ำ บุตร นางสาวดวงกมล แสงแก้ว นายณัฐวุฒิ วงศ์เสนา นายอธิภัทภัร คุณสนอง นายณัฐภูมิ อยู่ศรี


สารบัญ บั


สารบัญ บั


คำ ศัพศั ท์ทางการแพทย์ คำ ศัพท์ทางการแพทย์ เกี่ย กี่ วกับกั โรงพยาบาล (Hospital) 1


คำ ศัพศั ท์ทางการแพทย์ คำ ศั ย์ ศัพท์ทางการแพทย์ เกี่ยกี่วกับกัอาการป่วย ชื่อโรคติดต่อต่างๆ พื้นฐาน คำ ศัพท์ทางการแพทย์เกี่ยวกับยา 2


คำ ศัพศั ท์ทางการแพทย์ คำ ศัพท์ทางการแพทย์ เกี่ย กี่ วกับกัการรักรัษาทั่วไป คำ ศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับหมอสาขาต่างๆ 3


คำ ศัพศั ท์ทางการแพทย์ คำ ย่อแผนกต่างๆ ของโรงพยาบาลที่เรีย รี กกันกัทั่วไป คำ ย่อที่ใช้ในการบันทึกทั่วๆไป 4


คำ ศัพศั ท์ทางการแพทย์ คำ ย่อที่ใช้ในการ วินิ วิ นิ จฉัยฉั โรคที่ใช้กันกัทั่วๆไป หมายเหตุ ความหมายของ AVPU A = Alert รู้สึกตัวตัดี V = Response to voice ตอบสนองต่อเสียงเรียรีก P = Response to pain ตอบสนองต่อความเจ็บปวด U = Unresponsesivess ไม่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นใดๆ 5


คำ ศัพศั ท์ทางการแพทย์ คำ ศัพท์ทางการแพทย์ 6


คำ ศัพศั ท์ทางการแพทย์ กายวิภ วิ าค และสรีร รี ะวิท วิ ยา คำ ศัพท์ที่ควรรู้ งานกู้ภัยภั FR, EMS, EMT-B 7


คำ ศัพศั ท์ทางการแพทย์ การประเมิน การบาดเจ็บอย่างรวดเร็ว ร็ (Rapid trauma assessment) ควรถามอาการผู้ป่วยในขณะที่ประเมินการบาดเจ็บ และ ถ้ากลไกการบาดเจ็บอาจทำ ให้มีการบาดเจ็บต่อกระดูกสันสัหลังลัหรือรื ระดับดัความรู้สึกตัวตัผิดปกติควรยึดตรึงรึกระดูกสันสัหลังลั ไปพร้อมกับกัการ ทำ การ ประเมินแบบศีรษะจรดปลายเท้า (Head to toe) ต่อมาคือการ พิจารณาว่าผู้ป่วยต้องการกู้ชีพขั้นขั้สูง (ALS) ในขณะนั้นหรือรืทำ การส่งต่อ อย่างเร่งด่วน การประเมินซ้ำ ควรประเมินระดับดัความรู้สติ (AVPU) และ การประเมินเบื้องต้น (Primary survey, ABC) ในขณะที่ทำ การตรวจ ประเมินอย่างรวดเร็ว ร็ นั้นสิ่งสำ คัญคัคือการหาลักลัษณะของการบาด เจ็บ เช่น การผิดรูป Deformities (ดีฟอร์มิตี) รอยฟกช้ำ Contusion (คอนทูชั่น) แผลถลอก Abrasion (อะเบรชั่น) แผลไหม้Burns (เบริน) แผลจากการแทง Puncture/ Penetrations (พังพัเจอร์/ เพนเน เตชั่น) ตำ แหน่งเจ็บ Tenderness (เทนเดอร์เนส) อาการบวม Swelling(สวีลวีลิ่ง) แผลฉีกขาด Laceration (ลาซีเรชั่น) อักอัษรช่วยจำ (DCAP/BTLS) (ดี-แคป/บี-ที-แอล-เอส) 8


เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ การประเมินภาวะโภชนาการ (Nutritional assessment) หมายถึง กระบวนการที่ใช้เพื่อระบุภาวะโภชนาการของบุคคลหรือรื ประชากร • โดยอาศัยข้อมูลทางการวัดวัสัดสัส่วนต่างๆ ของร่างกาย, ข้อมูลทางห้อง ปฏิบัติบั ติการ, ข้อมูลจากการตรวจร่างกาย, และ/หรือรืข้อมูลจากการประเมิน อาหารบริโภค • ซึ่งข้อมูลดังดักล่าวจะนำ มาเทียบกับกัค่ามาตรฐาน หรือรืเกณฑ์อ้างอิงทาง โภชนาการและทางสาธารณสุขที่เกี่ยกี่วข้อง • เพื่อระบุหรือรืวินิวิ นิจฉัยฉั ปัญหาโภชนาการและสุขภาพที่เกี่ยกี่วข้องกับกัภาวะ โภชนาการในระดับดับุคคล กลุ่มบุคคล หรือรืชุมชน การประเมินภาวะโภชนาการ 9


เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ 1. บ่งชี้รชี้ะดับดัของภาวะโภชนาการของบุคคลหรือรื ประชากรใน ปัจจุบันบั 2. ค้นหาปัจจัยจัทางด้านอาหารหรือรืพฤติกรรมสุขภาพต่างๆ ที่เชื่อม โยงกับกัภาวะโภชนาการและภาวะสุขภาพ 3. คาดการณ์แนวโน้มของปัญหาทางด้านอาหารโภชนาการ และ ปัญหาสุขภาพที่เกี่ยกี่วข้องกับกั โภชนาการที่อาจเกิดขึ้นขึ้ ในอนาคต ความสำ คัญคัของการประเมินภาวะโภชนาการ ประโยชน์ของการประเมินภาวะโภชนาการ 1. วินิวิ นิจฉัยฉั ปัญหาโภชนาการที่เกิดขึ้นขึ้ ในชุมชน ทำ ให้ทราบถึงปัญหา ขนาดและความรุนแรงของปัญหา ขอบเขตและการกระจายของภาวะ สุขภาพหรือรื โรคที่เกี่ยกี่วข้องกับกั โภชนาการ ประชากรกลุ่มเสี่ยสี่งหรือรื ที่ประสบปัญหา เป็นต้น 2. ค้นหาสาเหตุของปัญหาโภชนาการที่เกิดขึ้นขึ้เพื่อใช้ในการ วางแผน และดำ เนินการแก้ไขปัญหา 3. ติดตามเฝ้าระวังวั ประเมินความก้าวหน้า และความสำ เร็จ ร็ ของ โครงการต่างๆ 4. เป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัดจัการโครงการ การรณรงค์ หรือรื กำ หนดนโยบายด้านอาหารและโภชนาการ 10


การประเมินภาวะโภชนาการ แบ่งได้ 2 วิธีวิ ธีการหลักลัคือ 1. การประเมินภาวะโภชนาการทางตรง (Direct methods of nutritional assessment) 1.1) การประเมินส่วนต่างๆ ของร่างกาย (Anthropometric assessment) 1.2) การประเมินทางด้านชีวเคมี (Biochemical assessment) 1.3) การประเมินทางคลินิก (Clinical assessment) 1.4) การประเมินอาหารบริโภค (Dietary assessment 2. การประเมินภาวะโภชนาการทางอ้อม (Indirect methods of nutritional assessment) 2.1) การประเมินปัจจัยจัทางนิเวศวิทวิยา (Assessment of ecological factors) ได้แก่ - ข้อมูลทางเศรษฐกิจสังสัคมและประชากร การคมนาคม - องค์ประกอบของครอบครัวรัระบบบริการสุขภาพ - สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ - แหล่งอาหาร ราคาอาหาร อุปกรณ์ในการเตรียรีมอาหาร และการ กักกัเก็บอาหาร - สัดสัส่วนของรายจ่ายสำ หรับรัอาหารบางชนิด - แหล่งน้ำ และสุขาภิบาลของครัวรัเรือรืน 2.2) การประเมินสถิติชีพ (Assessment of health statistics) - อัตอัราตายตามอายุ (Age specific mortality rate) - สาเหตุการเจ็บป่วยและตาย (Cause specific morbidity and mortality) - อัตอัราเด็กแรกเกิดน้ำ หนักน้อย - อุบัติบั ติการณ์ของโรคที่เกี่ยกี่วข้องกับกัทางด้านอาหาร (Nutritional relevant disease) เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ วิธี วิ ธี การประเมินภาวะโภชนาการ 11


เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ รูปแบบของการประเมินภาวะโภชนาการที่เกี่ย กี่ วข้อง กับกั ปัจจัยจัทางนิเวศวิท วิ ยา วิธี วิ ธี การประเมินภาวะโภชนาการทางการวัดวั สัดสัส่วนต่างๆ ของร่างกาย การประเมินภาวะโภชนาการ โดยอาศัยการวัดวัเป็นหลักลั ใหญ่ ซึ่งเป็น วิธีวิ ธีการที่ง่ายและนิยมใช้กันกัมากที่สุดทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ การวัดวัสัดสัส่วนของร่างกายจะใช้ประเมินภาวะโภชนาการ ในกรณีต่อไปนี้ คือ • วัดวัและติดตามการเจริญเติบโตในเด็ก • ติดตามน้ำ หนักที่เพิ่มขึ้นขึ้ ในหญิงตั้งตั้ครรภ์ • ประเมินอัตอัราทารกแรกคลอดที่มีน้ำ หนักน้อย • ติดตามประเมินการเพิ่ม/ลดน้ำ หนักในสภาวะต่างๆ หรือรืภาวะที่มีพยาธิ • ประเมินการเพิ่ม/ลดการสะสมไขมันมั (body fat) หรือรื โปรตีน (กล้าม เนื้อ) ในประชากรทุกกลุ่มอายุ 12


เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ วิธี วิ ธี การประเมินภาวะโภชนาการทางการวัดวั สัดสัส่วนต่างๆ ของร่างกาย ข้อดีของการวัดวัสัดสัส่วนของร่างกาย คือ • เป็นวิธีวิ ธีการวัดวัที่ไม่มีอันอัตราย • เครื่อรื่งมือที่ใช้ไม่แพง และมีความง่ายในการปฏิบัติบั ติ • สามารถเคลื่อนย้ายเครื่อรื่งมือไปท าได้ทุกๆที่ • วัดวั ได้รวดเร็วร็ ประเมินได้กับกัคนจำ นวนมาก • ได้ผลตรงตามวัตวัถุประสงค์ ประชาชนเข้าใจง่าย • ให้ผลเป็นตัวตัเลข สามารถแบ่งระดับดั ได้ และให้ข้อมูลเพียงพอในการระบุ ภาวะโภชนาการเกิน/ขาดสารอาหาร การนำ วิธีวิ ธีการวัดวัสัดสัส่วนของร่างกาย ไปใช้ประเมินภาวะโภชนาการได้อย่างมี ประสิทธิภาพ นอกจากปัจจัยจัการใช้เครื่อรื่งมือที่เหมาะสม และวิธีวิ ธีการวัดวัที่ถูก ต้องยังยัขึ้นขึ้อยู่กับกั ปัจจัยจัสำ คัญคัๆ อีกอีหลายประการ เช่น • จะต้องทราบอายุที่แน่นอน โดยเฉพาะในเด็ก • การเลือกใช้ดัชดันีชี้วัชี้ดวัที่เหมาะสมกับกัวัตวัถุประสงค์ของโครงการ • การเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิง (Reference data) ให้เหมาะสมกับกักลุ่มอายุ • การเลือกใช้เกณฑ์ตัดตัสิน (Cut – off point) ที่เหมาะสมในการเปรียรีบ เทียบข้อมูล การวัดวัสัดสัส่วนของร่างกายที่ใช้ในการประเมินภาวะทางโภชนาการ ประกอบ ด้วย 1. ส่วนสูง และความยาว (Height and Length) 2. น้ำ หนัก (Weight) 3. การวัดวั Body circumference • การวัดวัเส้นรอบศีรษะ (Head circumference) • วัดวัเส้นรอบวงของต้นแขน (Mid – upper arm circumference) • วัดวัเส้นรอบเอว (Waist circumference) • วัดวัเส้นรอบสะโพก (Hip circumference) 4.การวัดวั ปริมาณไขมันมั ใต้ผิวหนังบริเวณกล้ามเนื้อ Triceps, subscapular, และsuprailiac 13


1.ส่วนสูง และความยาว (Height and Length) วิธีวิ ธีการวัดวัส่วนสูงทำ ได้ง่าย แต่ต้องการความระมัดมัระวังวั • อุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดวัอาจเป็นไม้วัดวัหรือรืเทปที่มีมาตรฐาน • อุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดวัส่วนสูง มีดังดันี้ เด็กและทารกที่ไม่สามารถยืนได้ จะต้องใช้วิธีวิ ธีวัดวัความ ยาวในท่านอน (Recumbent length) แทนท่ายืน ในการรายงานผลควรบันบัทึกว่าใช้วิธีวิ ธีใดในการวัดวัส่วนสูง เพราะค่าความแตกต่างของส่วนสูงในการวัดวัท่ายืนและท่า นอนในเด็กจะแตกต่างกันกั ประมาณ 1 – 2 ซม. เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ เครื่อ รื่ งมือที่ใช้ประกอบในการคัดคักรอง 14


2.น้ำ หนัก (Weight) วิธีวิ ธีที่ดีที่สุดในการชั่งน้ำ หนักตัวตัคือ ควรชั่งในตอนเช้าก่อนรับรั ประทานอาหารเช้า เครื่อรื่งชั่งน้ำ หนักมีความหลากหลายผู้ใช้จะต้องเลือกใช้เครื่อรื่ง ชั่งให้เหมาะสมว่าจะใช้ชั่งเด็กหรือรืผู้ใหญ่ ต้องการความละเอียอีด ระดับดั ใด และเทคนิคและวิธีวิ ธีการชั่งก็แตกต่างกันกั ไป เครื่อรื่งชั่งที่ ใช้โดยทั่วไปมี 2 ชนิด คือ • ชนิดที่มีคานแขวน (Beam balance) • ชนิดที่มีสปริง การเตรียรีมอุปกรณ์ชั่งน้ำ หนัก • ควรใช้เครื่อรื่งชั่งที่มีความละเอียอีด 0.1 กิโลกรัมรัหรือรืเครื่อรื่งชั่ง น้ำ หนักแบบระบบดิจิตอล • ตรวจสอบเครื่อรื่งชั่งน้ำ หนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ก่อนท า การชั่งทุกครั้งรั้ดูเข็มให้ชี้ที่ชี้ที่เลขศูนย์หรือรืถ้าหากไม่ตรงให้ปรับรั ใหม่ หรือรืเครื่อรื่งชั่งที่ใช้ไฟฟ้า ต้องตรวจสอบกระแสไฟ • วางเครื่อรื่งชั่งอยู่บนพื้นราบ • ควรใช้เครื่อรื่งชั่งเดิมทุกครั้งรั้ ในการติดตามการเจริญเติบโต เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ เครื่อ รื่ งมือที่ใช้ประกอบในการคัดคักรอง 15


เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ วิธีวิ ธีการชั่งน้ำ หนัก • กรณีเด็ก ควรชั่งเมื่อเด็กยังยั ไม่ได้รับรั ประทานอาหารจนอิ่มอิ่ แล้ว • ควรตรวจสอบเครื่อรื่งชั่งก่อนใช้งาน ดูเข็มให้ชี้ที่ชี้ที่เลขศูนย์หรือรื ถ้าหากไม่ตรงให้ปรับรั ใหม่ หรือรืเครื่อรื่งชั่งที่ใช้ไฟฟ้า ต้องตรวจ สอบกระแสไฟ • ควรจัดจัสถานที่ชั่งน้ำ หนักให้เหมาะสม อากาศถ่ายเทสะดวก และเป็นส่วนตัวตั • ในการชั่งน้ำ หนัก ผู้ถูกชั่งจะต้องถอดรองเท้า และถุงเท้าออก • ตรวจสอบสิ่งที่จะทำ ให้ค่าน้ำ หนักไม่ถูกต้อง ได้แก่ เสื้อผ้าที่ หนา กระเป๋าถือกระเป๋าเงินงิพวงกุญแจ ฯลฯ • ยืนบนเครื่อรื่งชั่งโดยให้เท้าทั้งสองข้างอยู่ในตำ แหน่งของ เครื่อรื่งชั่งที่พอดี • เท้าชิด มือแนบข้างลำ ตัวตั • อ่านค่าให้ละเอียอีดถึง 0.1 กิโลกรัมรัชั่งทั้งหมด 3 ครั้งรั้แล้วนำ มาหาค่าเฉลี่ยลี่ • ในการเก็บข้อมูลน้ำ หนักในกลุ่มประชากรที่มีจำ นวนมาก ควร ใช้เครื่อรื่งชั่งประเภท ยี่ห้ยี่ ห้ อเดียวกันกั 16


3.วัดวัเส้นเส้นรอบอก (Chest circumference) ประเมินการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อทรวงอกที่สัมสัพันพัธ์กับกัการ สะสมโปรตีนและพลังลังานในเด็กเล็ก วิธีวิ ธีนี้เหมาะสำ หรับรัเด็กที่มีอายุ ต่ำ กว่า 2 ปี โดยปกติจะไม่ใช้เส้นรอบอกเพื่อการประเมินภาวะโภชนาการเพียง ลำ พังพัแต่จะใช้ร่วมกับกัเส้นรอบศีรษะ เส้นรอบอกต่อเส้นรอบศีรษะ ซึ่งจะใกล้เคียงหรือรืเท่ากับกั 1 เมื่ออายุ ประมาณ 6 เดือน หลังลัจากนี้เส้นรอบอกต่อเส้นรอบศีรษะจะ มากกว่า 1 ในเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นขึ้ ไปถ้าอัตอัราส่วนเส้นรอบอกต่อเส้นรอบศีรษะ น้อยกว่า 1 จะบ่งชี้ว่ชี้ ว่ าเด็กขาดสารอาหารโดยเฉพาะโปรตีนและ พลังลังาน วิธีวิ ธีการวัดวัเส้นรอบอก ดังดันี้ • ให้วัดวัส่วนที่กว้างที่สุดของรอบอก คือ ราวนม • ให้เด็กถอดเสื้อ ในเด็กเล็กให้นั่งตักตัแม่ สำ หรับรัเด็กโตให้ยืนตรง หันหัหน้าเข้าหาผู้วัดวั • ผู้วัดวั ใช้สายวัดวัวางทาบบนผิวหนังที่ระดับดัราวนมวนรอบลำ ตัวตั ใน ระดับดัเดียวกันกั (Horizontal line) • ไม่แน่นหรือรืหลวมเกิน ปล่อยแขนขนานลำ ตัวตัตามสบาย • อ่านค่าในจังจัหวะครึ่งรึ่หนึ่งของช่วงหายใจเข้า และอ่านค่าทศนิยม 1 ตำ แหน่ง เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ เครื่อ รื่ งมือที่ใช้ประกอบในการคัดคักรอง 17


4.วัดวัเส้นรอบวงของต้นแขน (Mid – upper arm circumference: MUAC) • สามารถบอกถึงภาพพจน์ของการสะสมไขมันมัและโปรตีนใน ร่างกายของเด็ก • เมื่อมีภาวะขาดอาหารที่ยังยั ไม่รุนแรง จะทำ ให้การสะสมไขมันมัและ โปรตีนลดลง เส้นรอบวงแขนน้อยกว่าเด็กปกติ • วิธีวิ ธีการวัดวัเส้นรอบแขน ดังดันี้ • ใช้สายวัดวัที่ไม่ยืดหรือรืหด • ทำ การวัดวัตรงจุดกึ่งกึ่กลางของแขนซ้ายส่วนบน (แขนที่ไม่ได้ใช้ งาน) • โดยให้ผู้ที่ถูกวัดวังอข้อศอกเป็นมุม 90 องศา • วัดวัระยะจากจุดที่ไหล่ (ปลายกระดูก acromion) ถึงข้อศอก (ปลาย กระดูกolecranon) แล้วแบ่งครึ่งรึ่ระยะทางโดยทำ เครื่อรื่งหมายจุด กึ่งกึ่กลางไว้บนผิวหนัง • เหยียดแขนลงในท่าสบาย แล้วจึงวัดวัเส้นรอบแขน บันบัทึกค่ามี ความละเอียอีด 0.1 ซม เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ เครื่อ รื่ งมือที่ใช้ประกอบในการคัดคักรอง 5.วัดวัเส้นรอบเอว (waist circumference) • เป็นดัชดันีชี้วัชี้ดวัของเนื้อเยื่อยื่ไขมันมั • ค่ารอบเอวที่มีความเสี่ยสี่งต่อการเกิดโรคสำ หรับรัคนไทย o ชาย> 90 ซม. (35 นิ้ว) o หญิง > 80 ซม. (31 นิ้ว) • วิธีวิ ธีการวัดวัเส้นรอบเอว คือ o วัดวัตรงส่วนที่แคบที่สุด โดยให้ผู้ถูกวัดวัยืนตรงปล่อยแขนในท่า สบาย เท้าชิด o ใช้สายวัดวัที่ไม่ยืดวัดวัรอบเอวในบริเวณเหนือสะดือขึ้นขึ้มา (ภาพที่ 1) แต่ถ้าไม่มีส่วนเว้าให้วัดวัรอบตามแนวสะดือ (ภาพที่ 2) o ผู้ถูกวัดวัอยู่ในท่าหายใจออก ห้ามแขม่วท้องหรือรืเบ่งท้องตึง และ ควรจะวัดวับนเนื้อที่ไม่มีเสื้อผ้าหนา o บันบัทึกค่ามีความละเอียอีด 0.1 ซม 18


6.วัดวัเส้นรอบสะโพก (Hip circumference) • เป็นการวัดวักระดูกเชิงกราน ( pelvic) ภายนอก สะท้อนให้เห็น เนื้อเยื่อยื่ไขมันมั ใต้ผิวหนังบริเวณนั้น • เส้นรอบสะโพก เป็นดัชดันีชี้วัชี้ดวัของความอ้วนในบริเวณส่วนล่างของ ร่างกาย • วิธีวิ ธีการวัดวัเส้นรอบสะโพก คือ • ให้ผู้ถูกวัดวัยืนตรงปล่อยแขนในท่าสบายเท้าชิด • ใช้สายวัดวัที่ไม่ยืดวัดวัรอบบริเวณกึ่งกึ่กลางสะโพก หรือรืแนวของหัวหั กระดูกต้นขา • บันบัทึกค่ามีความละเอียอีด 0.1 ซม • เมื่อคำ นวณเป็นสัดสัส่วนระหว่างเส้นรอบเอวและเส้นรอบสะโพก จะ เป็นดัชดันีบ่งชี้ถึชี้ถึงรูปแบบของการกระจายของเนื้อเยื่อยื่ไขมันมั ใต้ผิวหนัง ที่บอกถึงภาวะอ้วนลงพุง • สูตรคำ นวณ อัตอัราส่วนรอบเอวต่อรอบสะโพก (WHR) • ค่าที่ได้ • ชาย ควรมีอัตอัราส่วนรอบเอวต่อรอบสะโพก < 1 • หญิง ควรมีอัตอัราส่วนรอบเอวต่อรอบสะโพก < 0.85 • ผู้ที่มีไขมันมัสะสมในช่องท้องและร่างกายมากมีโอกาสเกิดเบาหวาน (type 2diabetes), ความดันดัเลือดสูง (hypertension) และโรค หัวหั ใจและหลอดเลือด(cardiovascular disease, CVD) • คนส่วนใหญ่จะมีการสะสมไขมันมั ในร่างกายใน 2 ลักลัษณะ คือ 1. สะสมบริเวณเอว (apple shape) พบมากในผู้ชาย 2. สะสมบริเวณสะโพก (pear shape) พบมากในผู้หญิง เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ เครื่อ รื่ งมือที่ใช้ประกอบในการคัดคักรอง 19


เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ 21


เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ เครื่อ รื่ งมือที่ใช้ประกอบในการคัดคักรอง 7.การวัดวั ปริมาณไขมันมั ใต้ผิวหนังบริเวณกล้ามเนื้อ Triceps, subscapular, และ suprailiac • การวัดวั ปริมาณไขมันมั ใต้ผิวหนังบริเวณกล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ ของ ร่างกายใช้เครื่อรื่งมือที่เรียรีกว่า Calipers • การใช้ Calipers วัดวัความหนาของไขมันมั ใต้ผิวหนังจะให้ เป็นวิธีวิ ธีที่ ทำ ได้ง่าย และไม่เป็นอันอัตรายขณะทำ การประเมิน • ข้อควรระวังวั ในการวัดวัความหนาของชั้นชั้ ไขมันมั ใต้ผิวหนัง เป็นการวัดวั เนื้อเยื่อยื่ที่นุ่ม ยืดหยุ่นได้ จึงวัดวั ให้มีความถูกต้องได้ยาก ขึ้นขึ้อยู่กับกั ภาวการณ์มีน้ำ หนัก อายุ เพศ และขนาดของแต่ละบุคคล 21


เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ เครื่อ รื่ งมือคัดคักรอง และแบบประเมิน ภาวะโภชนาการ The Malnutrition Screening Tool (MST) 22


เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ Nutritional Risk Screening (NRS 2002) Malnutrition Universal Screening Tool (MUST) 23


เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ Mini Nutritional Assessment (MNA) Short Nutritional Assessment Questionnaire (SNAQ) 24


เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ Nutrition Alert Form (NAF) 25


เครื่องมือในการคัดกรอง และ การประเมินภาวะโภชนาการ การแปลผลเครื่อ รื่ งมือคัดคักรอง และแบบ ประเมินภาวะโภชนาการ 26


Nutrition Care Process กระบวนการให้โภชนบำ บัดบั (Nutrition Care Process) คือ กระบวนการที่นักกำ หนดอาหารใช้ในการดูแลผู้ป่วยด้านโภชนาการอย่าง เป็นระบบ โดยเน้นการดูแลผู้ป่วยแบบรายบุคคล กระบวนการนี้ประกอบ ไปด้วย 4 ขั้นขั้ตอนหลักลัคือ การประเมินภาวะโภชนาการ (Nutrition Assessment) การวินิวิ นิจฉัยฉัทางด้านโภชนาการ (Nutrition Diagnosis) การให้แผนโภชนบำ บัดบั (Nutrition Intervention) และการติดตาม ประเมินผลของแผนโภชนบำ บัดบั (Nutrition Monitoring & Evaluation) ในทางปฏิบัติบั ติก่อนที่นักกำ หนดอาหารจะเริ่มริ่ใช้กระบวนการให้โภชนบำ บัดบัมักมั จะเริ่มริ่ต้นที่ขั้นขั้ตอน“การคัดคักรองภาวะโภชนาการ” (Nutrition Screening) ซึ่ง ในขั้นขั้ตอนนี้ อาจจะดำ เนินการโดยพยาบาล นักกำ หนดอาหาร หรือรืบุคคลากร ทางการแพทย์อื่นอื่ๆ โดยใช้เครื่อรื่งมือที่ไม่ซับซ้อน และใช้เวลาสั้นสั้เพื่อค้นหาว่าผู้ ป่วยรายใดมีความเสี่ยสี่งต่อภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) ซึ่งหลังลัจากการ คัดคักรองแล้ว เราจะสามารถจัดจัลำ ดับดัความเร่งด่วนในการดูแลผู้ป่วยได้อย่าง เหมาะสม และทันท่วงที ซึ่งจากหลายการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับรัการคัดคักรอง ความเสี่ยสี่งต่อภาวะทุพโภชนาการได้อย่างรวดเร็วร็และได้รับรั โภชนบำ บัดบัที่เหมาะ สมทันเวลา ทำ ให้มีโอกาสฟื้นตัวตั ได้อย่างรวดเร็วร็ตอบสนองต่อการรักรัษาจากทีม แพทย์ได้ดี รวมทั้ง ลดระยะเวลาในการนอนรักรัษาตัวตั ในโรงพยาบาล และลด ความเสี่ยสี่งต่อการติดเชื้อชื้ในโรงพยาบาลลงอย่างชัดชัเจน 27


Nutrition Care Process ในต่างประเทศมีการใช้เครื่อรื่งมือในการคัดคักรองความเสี่ยสี่งต่อภาวะทุพโภชนาการ หลายแบบยกตัวตัอย่างเช่น THE MUST หรือรื MST (Malnutrition Screening Tool) ซึ่งประกอบด้วยคำ ถามสั้นสั้ๆ เพียง 2 ข้อ ที่เกี่ยกี่วข้องกับกัการลดลงของน้ำ หนักตัวตัและ การลดลงของความอยากอาหาร โดยถ้าคะแนนจากการคัดคักรองมากกว่าหรือรืเท่ากับกั 2 คะแนน ก็จะแปลผลได้ว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยสี่งต่อภาวะทุพโภชนาการ ซึ่งผู้ป่วยจะต้องได้ รับรัการประเมินภาวะโภชนาการโดยละเอียอีดต่อไป สำ หรับรั ในประเทศไทย ทางสมาคมผู้ ให้อาหารทางหลอดเลือดดำ และทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย (SPENT) ได้เผยแพร่ แบบคัดคักรองภาวะโภชนาการ โดยประกอบด้วยคำ ถาม 4 ข้อ ที่เกี่ยกี่วข้องกับกั ปริมาณ อาหารที่ผู้ป่วยรับรั ประทาน การเปลี่ยลี่นแปลงของน้ำ หนักตัวตัค่าดัชดันีมวลกาย และภาวะกึ่งกึ่ วิกวิฤต – วิกวิฤตของผู้ป่วย โดยถ้าคะแนนจากการคัดคักรองมากกว่าหรือรืเท่ากับกั 2 คะแนน ก็จะแปลผลได้ว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยสี่งต่อภาวะทุพโภชนาการ ซึ่งผู้ป่วยจะเข้าสู่กระบวนการ ให้โภชนบำ บัดบัต่อไป ตัวตัอย่างแบบคัดคักรองควาเสี่ยสี่งต่อภาวะทุพโภชนาการ ดังดัราย ละเอียอีดด้านล่าง กระบวนการให้โภชนบำ บัดบั (NCP) เป็นวิธีวิ ธีการที่เป็นระบบเพื่อให้การ ดูแลด้านโภชนาการที่มีคุณภาพสูง NCP ประกอบด้วยสี่ขั้สี่ ขั้นขั้ตอนที่แตก ต่างกันกัและสัมสัพันพัธ์กันกั: • การประเมินภาวะโภชนาการ : RDN รวบรวมและจัดจัทำ เอกสารข้อมูล ต่างๆ เช่น ประวัติวั ติเกี่ยกี่วกับกัอาหารหรือรื โภชนาการ ข้อมูลทางชีวเคมี การ ทดสอบทางการแพทย์และหัตหัถการ การวัดวัสัดสัส่วนร่างกาย การค้นพบ ทางกายภาพที่เน้นโภชนาการ และประวัติวั ติลูกค้า • การวินิวิ นิจฉัยฉัภาวะโภชนาการ : ข้อมูลที่รวบรวมระหว่างการประเมินภาวะ โภชนาการจะแนะนำ RDN ในการเลือกการวินิวิ นิจฉัยฉัภาวะโภชนาการที่ เหมาะสม (เช่น การตั้งตั้ชื่อปัญหาเฉพาะ) • การแทรกแซงทางโภชนาการ : จากนั้น RDN จะเลือกการแทรกแซง ทางโภชนาการที่จะมุ่งไปที่สาเหตุ (หรือรืสาเหตุ) ของปัญหาโภชนาการ และมุ่งเป้าไปที่การบรรเทาอาการและอาการแสดงของการวินิวิ นิจฉัยฉั • การติดตาม/ประเมินผลโภชนาการ : ขั้นขั้ตอนสุดท้ายของกระบวนการ คือการติดตามและประเมินผล ซึ่ง RDN ใช้เพื่อพิจารณาว่าลูกค้าบรรลุ หรือรืมีความคืบหน้าตามเป้าหมายที่วางแผนไว้หรือรื ไม่ 28


การใช้ NCP ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าทุกรายได้รับรัการดูแลเหมือนกันกัการใช้ กระบวนการดูแลเป็นกรอบสำ หรับรั RDN ในการปรับรัการดูแลเป็นรายบุคคล โดยคำ นึง ถึงความต้องการและคุณค่าของลูกค้า และใช้หลักลั ฐานที่ดีที่สุดที่มีในการตัดตัสินใจ สาขา วิชวิาอื่นอื่ๆ ในการดูแลสุขภาพ ได้แก่ การพยาบาล กายภาพบำ บัดบัและกิจกรรมบำ บัดบั ได้ นำ กระบวนการดูแลเฉพาะสำ หรับรัสาขาวิชวิาของตนมาใช้ ในปี พ.ศ. 2546 สภาผู้แทน ของ Academy ได้นำ NCP มาใช้เพื่อให้ RDN มีกรอบความคิดเชิงวิพวิากษ์และการ ตัดตัสินใจ ซึ่งนำ ไปสู่การดูแลที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้นขึ้และการยอมรับรั บทบาทของ RDN มากขึ้นขึ้ ในสถานดูแลทั้งหมด Nutrition Care Process ในตอนแรก กระบวนการดูแลโภชนาการอาจดูเหมือนเป็นแนวทางเชิงเส้น อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการโต้ตอบ/นัดหมายกับกัลูกค้า RDN มักมัจะทำ ขั้นขั้ตอนการ ประเมินและวินิวิ นิจฉัยฉั ให้เสร็จร็สิ้น และอาจเริ่มริ่การแทรกแซงทางโภชนาการเมื่อ ลูกค้าเปิดเผยข้อมูล/ข้อมูลการประเมินใหม่อีกอีชิ้นหนึ่ง ซึ่งจะทำ ให้ RDN ต้องแก้ไข -ประเมินและวินิวิ นิจฉัยฉั ใหม่ และอาจปรับรัเปลี่ยลี่นแผนการที่เขา/เธอเริ่มริ่พูดคุยกับกั ลูกค้า ดังดันั้น กระบวนการดูแลโภชนาการจึงแสดงเป็นวงกลมใน โมเดลการ ดูแล โภชนาการ 29


ขั้นขั้ตอนที่ 1: การประเมินภาวะโภชนาการ คือ ขั้นขั้ตอนแรกของกระบวนการให้โภชนบำ บัดบัที่มีความสำ คัญคัอย่างยิ่งยิ่เนื่องจาก เป็นขั้นขั้ตอนที่นักกำ หนดอาหารจะต้องทำ การประเมินภาวะโภชนาการของผู้ป่วย โดยละเอียอีด เพื่อค้นหาปัญหาด้านโภชนาการของผู้ป่วยที่มีผลต่อโรคหรือรืระยะของ โรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ ซึ่งการประเมินภาวะโภชนาการนั้นโดยทั่วไป นักกำ หนด อาหารจะยึดหลักลั A – B – C – D A: Anthropometry assessment คือ การวัดวัสัดสัส่วนร่างกายของผู้ป่วย เช่น การ ชั่งน้ำ หนักตัวตัการวัดวัส่วนสูง เส้นรอบวงเอว เส้นรอบวงสะดวก ค่าดัชดันีมวลกาย รวมถึงการวัดวัองค์ประกอบของร่างกาย B: Biochemistry assessment คือ ข้อมูลต่าง ๆ จากห้องปฏิบัติบั ติการไม่ว่าจะเป็น ผลเลือด เช่น ระดับดัน้ำ ตาล ระดับดั ไขมันมัระดับดัของแร่ธาตุต่าง ๆ ในเลือด หรือรืจะ เป็นผลปัสสาวะ เช่น น้ำ ตาลหรือรื โปรตีนที่รั่วมาให้ปัสสาวะ ค่าความเป็นกรด-ด่าง C: Clinical Sign คือ อาการแสดงออกที่เกิดขึ้นขึ้จากการขาดสารอาหารบางชนิด หรือรืความผิดปกติของร่างกาย เช่น ภาวะโลหิตจางที่เกิดจากการขาดธาตุเหล็ก จะ พบว่า ผู้ป่วยมีภาวะซีดบริเวณเล็บมือ เหงืองืกหรือรืผิวหนังใต้ตา หรือรืภาวะบวมในผู้ ป่วยโรคไตเรื้อรื้รังรัจะพบว่า เมื่อใช้นิ้วกดที่บริเวณหน้าแข้งผิวหนังจะยุบบุ๋มลงไป และค้างอยู่นาน เป็นต้น D: Dietary assessment คือ การประเมินรายละเอียอีดการบริโภคอาหารของผู้ ป่วยโดยละเอียอีด ซึ่งเครื่อรื่งมือที่ใช้ส่วนใหญ่ คือ การจดบันบัทึกการบริโภคอาหาร 3 วันวั (3-day Dietary record) การซักประวัติวั ติการรับรั ประทานอาหารย้อนหลังลั 3 วันวั (3-day Dietary recall) การสอบถามความถี่ใถี่นการบริโภคอาหาร (Food frequency questionnaire, FFQ) ประวัติวั ติการรับรั ประทานอาหาร (Food history) เช่น การแพ้อาหารศาสนา ความชอบ และความเชื่อที่เกี่ยกี่วข้องกับกัการรับรั ประทานอาหาร เป็นต้น นอกจากการประเมินภาวะโภชนาการตามหลักลั A – B – C – D แล้ว อีกอีส่วนหนึ่งที่ สำ คัญคัและมีส่วนช่วยในการให้โภชนบำ บัดบั ประสบความสำ เร็จร็คือ การประเมิน ความพร้อมในการเปลี่ยลี่นแปลงพฤติกรรม (Stage of Change) ของผู้ป่วย Nutrition Care Process ขั้นขั้ตอนกระบวนการให้โภชนบำ บัดบั 30


Nutrition Care Process ขั้นขั้ตอนกระบวนการให้โภชนบำ บัดบั ขั้นขั้ตอนที่ 2: การวินิวิ นิจฉัยฉัทางด้านโภชนาการ (Nutrition Diagnosis) ขั้นขั้ตอนนี้เป็นการระบุปัญหาด้านโภชนาการที่เกี่ยกี่วข้องกับกั โรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ (Nutritionproblem) ซึ่งการวินิวิ นิจฉัยฉัแบบนี้จะแตกต่างกับกัการวินิวิ นิจฉัยฉั โรคของแพทย์ ยกตัวตัอย่างเช่น ตารางที่ 1 ตัวตัอย่างการวินิวิ นิจฉัยฉั โรคของแพทย์และการวินิวิ นิจฉัยฉัทางด้านโภชนาการ โดยทั่วไปในต่างประเทศ ใช้ระบบ IDNT standardized Nutrition Diagnosis ใน การวินิวิ นิจฉัยฉัทางด้านโภชนาการ เพื่อใช้เป็นคำ ศัพท์สากลในการสื่อสารระหว่างนัก กำ หนดอาหารกับกัทีมสหสาขาวิชวิาชีพที่ดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้ ควรใช้หลักลั “PES statement” เพื่อใช้ในการระบุปัญหา สาเหตุ และการวินิวิ นิจฉัยฉัทางด้านโภชนาการของ ผู้ป่วย P: Problem คือ การระบุปัญหาที่เกี่ยกี่วข้องกับกั โภชนาการของผู้ป่วย E: Etiology คือ สาเหตุของปัญหาที่ระบุไว้ S: Sign/symptoms คือ อาการแสดงของผู้ป่วย หรือรืหลักลั ฐานต่าง ๆ จากการประเมินผู้ ป่วย (ตามหลักลั A – B – C – D) ที่บ่งชี้ใชี้ห้เห็นถึงปัญหาที่ระบุไว้ ตัวตัอย่างของการเขียน “PES statement” P: Problem ผู้ป่วยน้ำ หนักลดลงโดยไม่ตั้งตั้ ใจ (NC-3.2) “related to” เนื่องจาก E: Etiology ไม่สามารถรับรั ประทานอาหารด้วยตนเองได้ต้องมีผู้ช่วย และมีอาการ หลงลืม “as evidenced by” สังสัเกตได้จาก S: Sign/Symptoms การได้รับรัพลังลังานน้อยกว่าความต้องการของร่างกาย วันวัละ 800 กิโลแคลอรี ร่วมกับกัน้ำ หนักตัวตัที่ลดลง 10 กิโลกรัมรัภายใน 2 เดือนที่ผ่านมา ขั้นขั้ตอนการวินิวิ นิจฉัยฉัทางด้านโภชนาการ ถือว่าเป็นขั้นขั้ตอนที่มีความสำ คัญคัอย่างยิ่งยิ่ เนื่องจากถ้าเราสามารถประเมินภาวะโภชนาการของผู้ป่วยได้อย่างครบถ้วน และนำ มา วิเวิคราะห์ เพื่อสรุปเป็นปัญหาที่ชัดชัเจนจะส่งผลให้ขั้นขั้ตอนต่อไป คือ ขั้นขั้ตอนการให้ แผนโภชนบำ บัดบั (Nutrition Intervention) ทำ ได้อย่างถูกต้องตรงจุด ตรงประเด็น ปัญหาของผู้ป่วย 31


ขั้นขั้ตอนที่ 3: การให้แผนโภชนบำ บัดบั ขั้นขั้ตอนนี้มีวัตวัถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาที่ได้วินิวิ นิจฉัยฉั ไว้ ซึ่งสามารถเลือกใช้วิธีวิ ธีการ ต่าง ๆ ได้หลากหลายวิธีวิ ธีขึ้นขึ้กับกัความเหมาะสมกับกัผู้ป่วยแต่ละราย เช่น การให้คำ แนะนำ ปรึกรึษาทางด้านโภชนาการเป็นรายบุคคลหรือรืรายกลุ่ม การให้โภชนศึกษา การวางแผนเมนูอาหาร หรือรืการจัดจัอาหารให้กับกัผู้ป่วย เป็นต้น สำ หรับรั ในขั้นขั้ตอน นี้จะประกอบไปด้วยขั้นขั้ตอนย่อย 2 ขั้นขั้คือ ขั้นขั้ที่ 1 การวางแผน โดยในการวางแผนนั้นจะต้องเน้นให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง และเป็นผู้วางแผนด้วยตนเองร่วมกับกันักกำ หนดอาหาร ส่วนนักกำ หนดอาหารท า หน้าที่เป็นเพียงพี่เพี่ลี้ยลี้งที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และปลอดภัยภัและเสริมพลังลั ให้กับกัผู้ ป่วย แผนที่ดีจะต้องสามารถแก้ไขปัญหาที่ระบุไว้ได้อย่างตรงจุด มีแนวทางปฏิบัติบั ติ ที่สามารถปฏิบัติบั ติได้จริง และมีการกำ หนดเป้าหมายรวมทั้งระยะเวลาที่ชัดชัเจนใน การปฏิบัติบั ติตัวตั ให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งตั้ ไว้นักกำ หนดอาหารสามารถใช้หลักลั SMART เพื่อช่วยผู้ป่วยในการตั้งตั้เป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วย S: Specific เฉพาะเจาะจง ไม่กว้างจนเกินไป M: Measurable สามารถวัดวัผลได้ ไม่ว่าจะวัดวัเป็นตัวตัเลขเชิงปริมาณ หรือรืวัดวั ใน เชิงคุณภาพ A: Action ต้องระบุแนวทางปฏิบัติบั ติที่จะสามารถทำ ให้บรรลุเป้าหมายได้ R: Realistic / R: Reasonable ต้องสามารถทำ ได้จริง หรือรืเป็นเป้าหมายที่สม เหตุสมผล T: Timely ต้องมีการกำ หนดกรอบระยะเวลาในการปฏิบัติบั ติที่ชัดชัเจน นอกจากนี้สิ่งที่สำ คัญคัที่สุด คือ แผนโภชนบำ บัดบัที่ดีควรจะสอดคล้องกับกัวิถีวิ ถีชีวิตวิ โดยรวมของผู้ป่วย ขั้นขั้ที่ 2 การนำ แผนที่วางไว้ให้ผู้ป่วยนำ ไปปฏิบัติบั ติซึ่งเปรียรีบได้กับกัการสั่งยาของ แพทย์ ดังดันั้น ในขั้นขั้ตอนนี้บางครั้งรั้จึงเรียรีกว่า “Nutrition prescription” โดยทั่วไปแล้วการให้แผนโภชนบำ บัดบักับกัผู้ป่วย นักกำ หนดอาหารจะต้องประเมินผู้ ป่วยจนแน่ใจว่าผู้ป่วยอยู่ในระยะพร้อมที่จะลงมือปฏิบัติบั ติ (Action phase) เพื่อให้ มั่นใจว่าแผนโภชนบำ บัดบัจะถูกนำ ไปปฏิบัติบั ติจริง และมีโอกาสประสบความสำ เร็จร็ ได้ ตามเป้าหมายที่ตั้งตั้ ไว้ นอกจากนี้ แผนโภชนบบัดบัควรจะต้องสื่อสารให้บุคลากร ทางการแพทย์อื่นอื่ๆ ที่ร่วมดูแลผู้ป่วยทราบด้วย Nutrition Care Process ขั้นขั้ตอนกระบวนการให้โภชนบำ บัดบั 32


ขั้นขั้ตอนที่ 4: การติดตาม ประเมินผลของแผนโภชนบำ บัดบั ขั้นขั้ตอนนี้มีวัตวัถุประสงค์เพื่อวัดวัผลการปฏิบัติบั ติตัวตัตามแผน โดยเป็นการ ติดตามผลดูว่าผู้ป่วยสามรถปฏิบัติบั ติตามแผนที่วางไว้ได้บรรลุตามเป้าหมาย หรือรื ไม่ ถ้าผู้ป่วยสามารถปฏิบัติบั ติตามได้อย่างดีมีความก้าวหน้าในแนวทางที่ดีขึ้นขึ้นัก กำ หนดอาหารควรมีการสรุปประเด็นที่ผู้ป่วยทำ ได้สำ เร็จร็ตามเป้าหมาย ให้ กำ ลังลั ใจ เสริมพลังลั ให้ผู้ป่วยสามารถที่จะปฏิบัติบั ติตัวตัต่อไปให้เป็นพฤติกรรมที่ ถาวร หรือรื ให้อยู่ในช่วงยั่งยืน (Maintenance Phase) ในขณะเดียวกันกัก็ให้ ทำ การประเมินภาวะโภชนาการซ้ำ อีกอีครั้งรั้(Re-Nutrition assessment) เพื่อค้นหาปัญหาด้านโภชนาการอีกอีครั้งรั้ โดยอาจจะเป็นปัญหาเดิมที่จะจะ ปรับรัเป้าหมายให้เพิ่มขึ้นขึ้หรือรือาจจะเป็นปัญหาใหม่ที่ประเมินพบเพิ่มเติม สำ หรับรั ในกรณีที่ผู้ป่วยที่ยังยั ไม่สามารถปฏิบัติบั ติตัวตั ได้บรรลุตามเป้าหมายได้นั้น นักกำ หนดอาหารมีหน้าที่ช่วยผู้ป่วยค้นหาว่า มีปัญหาอุปสรรคใดบ้างที่อาจจะ ขัดขัขวางทำ ให้ผู้ป่วยไม่สามารถบรรลุได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และร่วมกันกัหา ทางแก้ไขร่วมกับกัผู้ป่วย โดยต้องให้ผู้ป่วยเป็นหลักลั ในกระบวนการค้นหาวิธีวิ ธี ทางแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง โดยเราทำ หน้าที่เป็นผู้รับรั ฟังที่ดี และคอย แนะนำ ในสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการทราบเพิ่มเติม เพื่อที่จะช่วยให้ไปถึงเป้าหมายที่ ตั้งตั้ ไว้ โดยส่วนใหญ่การติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติบั ตินั้นไม่สามารถใช้เพียง ตัวตัชี้วัชี้ดวัเดียวเพื่อวัดวัความสำ เร็จร็ของการปฏิบัติบั ติตามแผนโภชนบำ บัดบั ได้ ดังดั นั้น แนะนำ ให้ตั้งตั้เป้าหมายหลักลัและเป้าหมายรองไว้เพื่อจะได้พิจารณาความ สำ เร็จร็ ได้จากหลายตัวตัชี้วัชี้ดวัร่วมกันกัซึ่งในบางครั้งรั้ผู้ป่วยอาจจะยังยั ไม่สามารถ บรรลุเป้าหมายหลักลั ได้ แต่สามารถทำ ตามเป้าหมายรองได้สำ เร็จร็ก็ถือว่าผู้ ป่วยมีความก้าวหน้าในทางที่ดีขึ้นขึ้ซึ่งในจุดนี้นักกำ หนดอาหารสามารถนำ มา สื่อสารกับกัผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยทราบถึงความก้าวหน้า และเป็นกำ ลังลั ใจให้ ปฏิบัติบั ติตัวตัต่อไปจนบรรลุเป้าหมายหลักลั ได้ในที่สุด Nutrition Care Process ขั้นขั้ตอนกระบวนการให้โภชนบำ บัดบั 33


Nutrition Life Cycle ขั้นขั้ตอนสำ คัญคัของวงจรชีวิตวิมนุษย์มีดังดันี้: • การตั้งตั้ครรภ์ การพัฒพันาไซโกตเป็นเอ็มบริโอและตัวตัอ่อนในครรภ์เพื่อ เตรียรีมพร้อมสำ หรับรัการคลอดบุตร • วัยวัเด็ก ช่วงแรกสุดของวัยวัเด็ก เป็นช่วงตั้งตั้แต่แรกเกิดจนถึงวัยวัหนึ่งขวบ • เด็กวัยวัหัดหัเดินปี เกิดขึ้นขึ้ ในช่วงอายุสองถึงสามและเป็นช่วงสิ้นสุดของ เด็กปฐมวัยวั • วัยวัเด็ก. เกิดขึ้นขึ้ตั้งตั้แต่อายุสี่ถึสี่ถึงแปดขวบ • วัยวัแรกรุ่น ช่วงอายุเก้าถึงสิบสามซึ่งเป็นจุดเริ่มริ่ต้นของวัยวัรุ่น • วัยวัรุ่นที่มีอายุมากกว่า เวทีที่เกิดขึ้นขึ้ระหว่างอายุสิบสี่ถึสี่ถึงสิบแปดปี • วัยวัผู้ใหญ่ ระยะเวลาตั้งตั้แต่วัยวัรุ่นจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตวิและเริ่มริ่เมื่อ อายุได้สิบเก้าปี • ยุคกลาง วัยวัผู้ใหญ่ที่ยืดจากอายุสามสิบเอ็ดถึงห้าสิบ วงจรชีวิต วิ ของมนุษย์ The Human Life Cycle A good life starts with us. 34


หลักลัการง่าย ๆ สำ หรับรัคุณแม่ตั้งตั้ครรภ์ในการรับรั ประทานอาหารนั่นคือ ทานให้หลากหลายและครบทุกหมู่เป็นประจำ ทุกวันวัอาทิ แป้ง โปรตีน ผัก ผลไม้ เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายได้รับรัสารอาหารครบถ้วนเพียงพอ แต่หาก ทำ ไม่ได้หรือรื ไม่แน่ใจควรให้ความสำ คัญคักับกัสารอาหารดังดัต่อไปนี้ โปรตีน โปรตีนสำ คัญคัสำ หรับรัการนำ ไปใช้เสริมสร้างอวัยวัวะและกล้ามเนื้อของ มารดาและทารกจึงควรรับรั ประทานโปรตีนจากสัตสัว์ ไข่ และพืชให้หลาก หลาย ปริมาณที่คนตั้งตั้ครรภ์ต้องการเท่ากับกั 75 – 110 กรัมรัต่อวันวั ในทาง ปฏิบัติบั ติเพื่อให้ง่าย ควรเพิ่มสัดสัส่วนโปรตีนแต่ละมื้อให้ไม่ต่ำ กว่า 30 – 40% ก็น่าจะเพียงพอ สารโฟลิก กรดโฟลิกหรือรื โฟเลตเป็นสารอาหารสำ คัญคัอันอัดับดัแรกที่คุณแม่ที่กำ ลังลั จะหรือรืตั้งตั้ครรภ์แล้วขาดไม่ได้ เพราะโฟเลต เป็นสารอาหารที่สำ คัญคัสำ หรับรั การสังสัเคราะห์ดีเอนเอของเซลล์เพื่อสร้างอวัยวัวะต่าง ๆ ของทารกในครรภ์ มีรายงานพบทารกสมองไม่ปกติและท่อหุ้มไขสันสัหลังลั ไม่ปิดในมารดาที่ขาด สารโฟเลต เนื่องจากสมองและไขสันสัหลังลัจะพัฒพันาอย่างรวดเร็วร็และสมบูรณ์ภายใน 28 วันวัหลังลัการปฏิสนธิ มีรายงานพบว่า การบริโภคสารโฟเลต 400 – 800 มิลลิกรัมรัต่อวันวัก่อนการตั้งตั้ครรภ์และในช่วง 28 วันวัหลังลัการปฏิสนธิ นี้ มีผลทำ ให้อุบัติบั ติการณ์ของการเกิดความผิดปกติของทารกลดลงอย่างมาก กระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐรัอเมริกาแนะนำ ให้สตรีวัรียวัเจริญพันพัธุ์รับรั ประทานสารโฟเลต 400 มิลลิกรัมรัต่อวันวั โดยโฟเลตพบมากในอาหาร จำ พวกพืช สัตสัว์ และจุลินทรีย์รี ย์พบมากในพืชใบเขียว ธัญธัพืช พืชตระกูลถั่ว ตับตั ไต และยีสต์ แต่อย่างไรก็ตามอาหารพวกนี้อาจไม่เพียงพอ ควรทาน อาหารเสริมที่มีสารโฟเลตร่วมด้วยจะดีที่สุด Nutrition Life Cycle A good life starts with us. โภชนาการช่วงตั้งตั้ครรภ์ 35


Nutrition Life Cycle A good life starts with us. โภชนาการช่วงตั้งตั้ครรภ์ ธาตุเหล็ก ธาตุเหล็กจำ เป็นสำ หรับรัการสร้างเม็ดเลือดที่เพิ่มจำ นวนอย่างมากใน ช่วงตั้งตั้ครรภ์ ปริมาณเลือดในร่างกายคุณแม่ตั้งตั้ครรภ์จะเพิ่มสูงขึ้นขึ้ถึง 70% เพื่อให้เพียงพอต่อการนำ สารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยลี้งทารกที่อาศัยอยู่ ในครรภ์มารดา จากสถิติพบว่า สตรีตั้รี ตั้งตั้ครรภ์มากกว่าครึ่งรึ่มีภาวะโลหิตจาง จากการได้รับรัธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ภาวะโลหิตจางของคุณแม่ถือเป็นสาเหตุอันอัดับดัต้น ๆ ของการคลอด ทารกที่มีน้ำ หนักแรกเกิดน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ องค์การอาหารและยาของ สหรัฐรัอเมริกาแนะนำ ให้หญิงมีครรภ์ควรได้ธาตุเหล็กไม่ต่ำ กว่า 27 มิลลิกรัมรั ต่อวันวันอกจากนี้ยังยัพบว่า 15% ของหญิงวัยวัเจริญพันพัธุ์มีภาวะโลหิตจางจาก การขาดธาตุเหล็กและมีผลต่อสภาวะมีบุตรยาก ดังดันั้นผู้หญิงกลุ่มนี้ควร พิจารณาทานธาตุเหล็กเสริมตั้งตั้แต่ก่อนจะตั้งตั้ครรภ์ แคลเซียม แคลเซียมมักมัดูดซึมได้ดีขึ้นขึ้ ในช่วงตั้งตั้ครรภ์ สตรีมีรี มีครรภ์ต้องการ แคลเซียมวันวัละไม่ต่ำ กว่า 1,000 มิลลิกรัมรัซึ่งสูงกว่าช่วงไม่ตั้งตั้ครรภ์ไม่ มากนัก ดังดันั้นจึงแนะนำ ให้สตรีมีรี มีครรภ์ที่ได้รับรัแคลเซียมจากอาหารไม่ เพียงพอ เช่น ดื่มนมไม่ได้ ควรได้รับรัแคลเซียมเสริมวันวัละ 600 มิลลิกรัมรั วิตวิามินรวม อาจมีประโยชน์ในคุณแม่ที่ไม่มีเวลาดูแลตัวตัเอง หากจะใช้ควรปรึกรึษา สูติแพทย์ที่ฝากครรภ์ เพราะวิตวิามินบางชนิด เช่น วิตวิามินเอ ในปริมาณที่ มากเกินไป เกิน 10,000 ยูนิตต่อวันวัทำ ให้ทารกพัฒพันาการผิดปกติได้ คุณแม่ตั้งตั้ครรภ์กลุ่มพิเศษต้องระวังวั คุณแม่ที่ทานมังมัสวิรัวิติรั ติควรเน้นพืชผักผลไม้ที่ให้โปรตีนและสาร อาหารตามที่ได้กล่าวมาให้เพียงพอ ควรหลีกเลี่ยลี่งผลไม้ที่มีรส หวานที่ทำ ให้เกิดภาวะเบาหวานหรือรืระวังวัน้ำ หนักตัวตั ไม่ให้เพิ่มมาก เกินไป คุณแม่กลุ่มที่มีโรคเลือด โรคไต โรคเบาหวาน โรคความดันดั โลหิตสูง ควรอยู่ในความดูแลของสูติ – นรีแรีพทย์และ อายุรแพทย์อย่างใกล้ชิด 36


Nutrition Life Cycle A good life starts with us. โภชนาการสำ หรับรัวัยวัทารก โภชนาการเป็นสิ่งสำ คัญคั ในเด็ก หากมีสิ่งใดมาทำ ให้การเจริญเติบโต ต้องชะงักงั ไป จะเป็นผลเสียต่อเด็กเป็นอย่างยิ่งยิ่อาจทำ ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ที่มีคุณภาพด้อยไปได้ เด็กจึงควรได้รับรัพลังลังานและสารอาหารอย่างเพียง พอกับกัความต้องการของร่างกาย การให้อาหารเด็กอย่างไม่เหมาะสมหรือรื ไม่ ครบทั้ง 5 หมู่ จะทำ ให้การเจริญเติบโตหยุดชะงักงัมีระดับดัสติปัญญาไม่ดี เท่าที่ควร และเจ็บป่วยบ่อย เด็กควรได้กินอาหารหลักลัครบทั้ง 5 หมู่ ใน แต่ละชนิดควรกินให้หลากหลายชนิด วันวัละ 3 มื้อ และดื่มนมเป็นอาหาร เสริม ทารก หมายถึงเด็กที่อยู่ในวัยวัตั้งตั้แต่เกิดจนถึงอายุหนึ่งขวบ อาหาร สำ หรับรัทารกเป็นสิ่งสำ คัญคัมากสำ หรับรัชีวิตวิ ในระยะนี้และระยะต่อไปในปี ขวบแรกการที่ทารกจะมีภาวะโภชนาการที่สมบูรณ์ได้นั้นย่อมขึ้นขึ้อยู่กับกัการ เลี้ยลี้งดูเป็นสำ คัญคั โดยเฉพาะการดูแลด้านโภชนาการและสุขภาพอนามัยมั ซึ่งหมายถึงทารกจะต้องได้อาหารที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการเจริญ เติบโตรวมถึงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันกัตลอดจนเฝ้าระวังวัสุขภาพอนามัยมั อย่างใกล้ชิดและสม่ำ เสมอเพราะวัยวัทารก เป็นระยะแรกของชีวิตวิที่มีการ เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วร็กว่าทุกกลุ่มอายุทั้งทางด้านร่างกายและสมอง ความต้องการสารอาหารในทารก ทารกจะเจริญเติบโตเป็นปกติดีก็ต่อเมื่อได้อาหารเพียงพอกับกัที่ร่างกาย ต้องการ โดย ทั่วๆไปแล้วความต้องการสารอาหารของทารกต่อหน่วยน้ำ หนักกิโลกรัมรัจะมากกว่าในวัยวัอื่นอื่ๆ เพราะระยะนี้ร่างกายมีการเจริญ เติบโตรวดเร็วร็มาก 37


พลังลังาน ร่างกายต้องการพลังลังานเมื่อการทำ งานของอวัยวัวะต่างๆ เพื่อการ เจริญเติบโตของทารกและเด็ก เพื่อการประกอบกิจกรรมต่างๆในชีวิตวิ ประจำ วันวัและเพื่อรักรัษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ร่างกายได้พลังลังานจากการ บริโภคอาหาร สารอาหารที่ให้พลังลังานได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมันมั โปรตีน ซึ่งเด็กในช่วงอายุ 9-12 เดือน จะต้องการพลังลังาน 100 กิโลแคลอรี่/รี่กก. หรือรื800 กิโลแคลอรี่ เด็กทารกที่อายุต่ำ กว่า 6 เดือน ควรได้รับรัน้ำ นมแม่เพียงอย่างเดียว ซึ่ง ธรรมชาติได้ปรุงแต่งให้สะอาด เหมาะสม มีคุณค่าและเพียงพอสำ หรับรัเด็กทุก คน เพราะนมแม่มีสารอาหารครบถ้วนทั้งโปรตีน วิตวิามิน ไขมันมัแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งเป็นสารอาหารสำ คัญคัที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันกั โรคให้ทารกได้อย่างดีและยังยั ช่วยระบาย “ขี้เขี้ทา” ซึ่งค้างอยู่ในลำ ไส้ตั้งตั้แต่ลูกยังยัอยู่ในท้อง มีฮอร์โมนและ สารกระตุ้นการเติบโตของสมองและอวัยวัวะอื่นอื่ๆ ทำ ให้ร่างกายและสมองของ ลูกพัฒพันาอย่างสมบูรณ์ขึ้นขึ้และ มีผลต่อการพัฒพันาระดับดัสติปัญญา การให้ อาหารอื่นอื่นอกจากนมแม่ก่อนลูกอายุได้ 6 เดือนนั้น จะมีผลเสีย ต่อทารก มากมาย เช่นทำ ให้ทารกท้องอืด เนื่องจากกระเพาะยังยั ไม่พร้อมที่จะรับรัอาหาร อื่นอื่ที่สำ คัญคัทำ ให้ทารกอิ่มอิ่จนกินนมแม่ได้น้อยกว่าปกติ เป็นผลทำ ให้ร่างกาย ได้รับรัสารอาหารน้อยกว่าที่ควร จึงควรเริ่มริ่อาหารเสริมสำ หรับรัทารกเมื่ออายุได้ 6 เดือน ประกอบกับกัหลังลั 6 เดือน น้ำ นมแม่ยังยัมีคุณภาพดี แต่ปริมาณไม่พอต่อ การเติบโตของลูก จึงจำ เป็นต้องให้อาหารทารกอย่างเพียงพอ ควบคู่กับกัการ กินนมแม่เพื่อป้องกันกัการขาดสารอาหาร Nutrition Life Cycle A good life starts with us. โภชนาการสำ หรับรัวัยวัทารก 38


ช่วงวัยวัเด็กเป็น ช่วงอายุตั้งตั้แต่เป็นทารกจนถึงวัยวัรุ่น โภชนาการที่ดีจึงมี บทบาทสำ คัญคัเป็นอย่างมากต่อการเจริญเติบโตและพัฒพันาการของ เด็ก อัตอัรา การเจริญเติบโตทั้งทางสมองและร่างกายที่เร็วร็ที่สุดจะเกิดในช่วงทารก น้ำ นม แม่จึงเป็นอาหารที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำ หรับรัเขา เพราะมีคุณค่าทาง โภชนาการครบถ้วน มีภูมิคุ้มกันกัตามธรรมชาติช่วยต้านทานเชื้อชื้โรคต่างๆ ทั้ง ยังยัสร้างความผูกพันพัระหว่างแม่และลูก หลังลั 6 เดือนไปแล้วควรให้อาหารเสริม ควบคู่กับกันม ช่วงก่อนวัยวัเรียรีน คือ ช่วง 1-5 ปี เด็กจะมีการเจริญเติบโตทาง สมองและร่างกายเป็นส่วนใหญ่ ควรให้กินอาหารครบ 5 หมู่ ดื่มนมวันวัละ 2–3 แก้ว โดยเลือกนมที่มีส่วนผสมที่เหมาะกับกัเด็กวัยวันี้ที่กำ ลังลัสนใจเรียรีนรู้สิ่ง ต่างๆ เช่น มีส่วนผสม DHA ช่วยเสริมพัฒพันาการทางสมอง หรือรืมีส่วนผสม ของสารที่ช่วยบำ รุงสายตา อย่างลูทีน ที่พบในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ และเพื่อการ เจริญเติบโตที่สมวัยวัควรให้กินปลา เนื้อสัตสัว์ ไข่ ผัก และผลไม้เป็นประจำ ซึ่ง ถ้าได้รับรัสารอาหารครบถ้วน สมองก็จะเจริญเติบโตเต็มที่ ควรหลีกเลี่ยลี่งของ หวานขบเคี้ยคี้วต่างๆ เด็กวัยวัเรียรีน หรือรืเด็กที่มีช่วงอายุ 6 – 12 ปี ซึ่งร่างกายกำ ลังลัเจริญเติบโต อย่างคงที่ ต้องได้รับรัอาหารครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม รับรั ประทานให้ ครบ 3 มื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้า เพราะการไม่รับรั ประทานอาหารเช้าจะทำ ให้ ร่างกายขาดพลังลังานที่จะไปเรียรีนรู้และ ทำ กิจกรรมต่างๆ ในช่วงอื่นอื่ๆ ของวันวั อาจทำ ให้ขาดสมาธิในการเรียรีนรู้ และส่งผลต่อการเรียรีนที่แย่ลงได้ อาหารว่าง ระหว่างมื้ออาหารหลักลัก็เป็นสิ่งสำ คัญคัสำ หรับรัเด็ก แต่ไม่ควรกินใกล้กับกัเวลามื้อ อาหารหลักลัอาหารว่างที่ดีควรมีพลังลังานเหมาะสม ประมาณ 100 – 150 กิโล แคลอรี มีน้ำ ตาลน้อย ที่ อย่างเช่น ผลไม้สด โยเกิร์ต ธัญธัพืชต่างๆ นอกจากนี้ การดื่มนมก็ยังยัเป็นสิ่งสำ คัญคัที่เด็กควรได้รับรัอย่างน้อยวันวัละ 2 แก้ว Nutrition Life Cycle A good life starts with us. โภชนาการสำ หรับรัวัยวัเด็ก 39


Nutrition Life Cycle A good life starts with us. โภชนาการสำ หรับรัวัยวัเด็ก ควรหลีกเลี่ยลี่งอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีรสจัดจัของขบเคี้ยคี้ว น้ำ อัดอัลม หากเด็กกินฟาสต์ฟู้ดเป็นอาหารกลางวันวัมื้อเช้ากับกัมื้อเย็นก็ควรมีผักและ ผลไม้เป็นส่วนประกอบ เพื่อให้ได้รับรัวิตวิามินและใยอาหารด้วย ซึ่งพ่อแม่ จะต้องคอยให้ความรู้กับกัลูกๆ เกี่ยกี่วกับกัการเลือกรับรั ประทานอาหารที่ดีต่อ สุขภาพ พร้อมกับกั ฝึกนิสัยสัการออกกำ ลังลักายอย่างสม่ำ เสมอควบคู่ไปด้วย อย่างไรก็ตาม อัตอัราการเจริญเติบโตของเด็กนั้นแตกต่างกันกัขึ้นขึ้อยู่กับกั โภชนาการที่เด็กได้รับรัและพื้นฐานทางพันพัธุกรรม โภชนาการที่ดีสำ หรับรัเด็ก พลังลังาน เป็นสิ่งจำ เป็นที่เด็กต้องการจากอาหารที่หลากหลาย เพื่อการ เจริญเติบโตและพัฒพันาการที่ดี โดยปกติแหล่งพลังลังงานหลักลัคือ อาหารที่ให้ คาร์โบไฮเดรต แต่ควรเลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอย่าง ข้าวกล้อง ผลิตภัณภัฑ์จากธัญธัพืชขัดขัสีน้อย ขนมปังโฮลวีทวีพาสต้าโฮลวีทวีเป็นต้น โปรตีน จำ เป็นมากสำ หรับรัการสร้างเนื้อเยื่อยื่ใหม่ ซ่อมแซม และทดแทนเนื้อเยื่อยื่ที่เสื่อม สภาพ แหล่งโปรตีนที่ดี ได้แก่ ปลานม และไข่ ส่วนไขมันมัก็ขาดไม่ได้ แต่เด็กก็ ต้องการในปริมาณน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นจากน้ำ มันมัพืช เนย นม สุดท้ายวิตวิามิน และเกลือแร่ เช่น แคลเซียม เหล็ก สังสักะสี และไอโอดีน ทำ ให้มีร่างกาย เติบโตอย่างเป็นปกติ และยังยัช่วยให้ร่างกายได้ได้รับรัพลังลังานจากสารอาหารตัวตั อื่นอื่ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ดังดันั้น พ่อแม่จึงเป็นกำ ลังลัสำ คัญคั ในการดูแลเรื่อรื่ง อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ควบคู่กับกัการสอนเรื่อรื่งการทานอาหารที่มี ประโยชน์ให้กับกัลูก เพื่อเตรียรีมพร้อมกับกัการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไป ในอนาคต 40


Nutrition Life Cycle A good life starts with us. โภชนาการสำ หรับรัวัยวัรุ่น วัยวัรุ่น หมายถึง ผู้ที่มีอายุ 12-20 ปี เป็นระยะที่ร่างกายมีการเจริญเติบโต อย่างเต็มที่และรวดเร็วร็รวมถึง มีการเปลี่ยลี่นแปลงทั้งขนาดโครงสร้างดังดันั้นการส่ง เสริมให้เด็กวัยวัรุ่นได้รับรัอาหารที่ถูกหลักลั โภชนาการเหมาะ สมกับกัความต้องการและ มีปริมาณเพียงพอเพื่อใช้สำ หรับรัการเจริญเติบโตและเป็นพลังลังานเพื่อการประกอบ กิจกรรม ในแต่ละวันวั ความสำ คัญคัของอาหารกับกัวัยวัรุ่น 1. เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒพันาระบบต่าง ๆ ของร่างกาย รวม ถึงสร้างพลังลังานสำ หรับรัการใช้ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวันวั 2. เพื่อให้ได้รับรัอาหารที่เหมาะสมกับกัความต้องการของช่วงวัยวั ความต้องการอาหารของวัยวัรุ่น - พลังลังาน วัยวัรุ่นชาย 1,700 – 2,300 กิโลแคลอรี่ วัยวัรุ่นหญิง 1,600 – 1,850 กิโลแคลอรี่ - คาร์โบไฮเดรต ให้พลังลังาน วรได้รับรั 55 – 60 % ของพลังลังานทั้งหมด ได้แก่ ข้าว แป้ง เผือก มันมัข้าวโพด ธัญธัพืช แนะนำ ข้าวไม่ขัดขัสี เช่น ข้าวกล้อง - โปรตีน เสริมสร้างกล้ามเนื้อ สร้างภูมิคุ้มกันกัและฮอร์โมนควรได้รับรั 10 – 15 % ของพลังลังานทั้งหมด ได้แก่ เนื้อสัตสัว์ต่าง ๆ แนะนำ เนื้อสัตสัว์ไขมันมัต่ำ เช่น ปลา เนื้อสัตสัว์ไม่ติดมันมัและหนัง นม ถั่วเมล็ดแห้ง ผลิตภัณภัฑ์จากถั่วต่าง ๆ เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร - ไขมันมั ให้พลังลังานและความอบอุ่น รวมถึงกรดไขมันมัที่จำ เป็นต่อระบบประสาท และช่วยในการละลายและดูดซึมวิตวิามินที่ละลายได้ในไขมันมัควรได้รับรั 30 % ของ พลังลังานทั้งหมด ได้แก่ ไขมันมัจากพืชและจากสัตสัว์ น้ำ มันมั ปลา เนย งา เน้นไขมันมั จากพืช - วิตวิามิน สำ คัญคัต่อปฏิกิริยสการสลายอาหารให้ได้พลังลังานมีมากในธัญธัพืช ผัก และผลไม้ นอกจากนี้ผักและผลไม้ยังยัช่วยลดการดูดซึมน้ำ ตาลและโคเลสเตอรอล ช่วยเสริมสร้างระบบขับขัถ่าย 41


Nutrition Life Cycle - แร่ธาตุ เป็นองค์ประกอบของเซลล์และกล้ามเนื้อ แร่ธาตุที่สำ คัญคักับกัวัยวั รุ่น คือ แคลเซียม ช่วยสร้างกระดูก แหล่งแคลเซียม ได้แก่ นม ผลิตภัณภัฑ์ จากนม ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งเล็ก กะปิ ปลากระป๋อง และผักใบเขียว ฟอสฟอรัสรัเป็นองค์ประกอบของกระดูก แหล่งอาหาร ได้แก่ ถั่ว ไข่ ปลา เนื้อสัตสัว์ เป็ด ไก่ นม และเนยแข็ง เหล็ก เป็นองค์ประกอบของเม็ดเลือด แดงผู้หญิงมีความต้องการมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากเสียไปกับกั ประจำ เดือน แหล่งอาหาร ได้แก่ เครื่อรื่งในสัตสัว์ ตับตัเลือด และเนื้อสัตสัว์ที่มีสีแดง - น้ำ เป็นส่วนประกอบของเซลล์ น้ำ ย่อย ฮอร์โมนน้ำ เป็นตัวตัละลาย ช่วย รักรัษาความสมดุลและอุณหภูมิของร่างกาย โดยปกติร่างกายต้องการน้ำ วันวั ละประมาณ 8 -10 แก้ว โภชนาการสำ หรับรัวัยวัรุ่น วัยวัรุ่นกับกั โภชนาการบัญบัญัติ 9 ประการ “4 อย่า 5 อยาก” 1. อยากให้กินอาหารครบ 5 หมู่ หลากหลายไม่ซ้ำ ซาก และดูแลน้ำ หนักตัวตั สม่ำ เสมอ 2. อยากให้กินข้าวเป็นหลักลัสลับลักับกัแป้งบ้างเน้นกินข้าวกล้อง ข้าวโพด ลูกเดือย หรือรือาหารไม่ขัดขัขาว 3. อยากให้กินพืชผักให้มาก และกินผลไม้ตามธรรมชาติ เน้นกินพืชผัก 5 สี เพื่อ ให้ได้รับรั ใยอาหารและสารไฟโตเอสโทรเจนอย่างเพียงพอ 4. อยากให้กินเนื้อสัตสัว์ไม่ติดมันมั ไข่ และถั่ว เมล็ดแห้ง เน้นกินปลา ไข่ และเนื้อ แดง 5. อยากให้ดื่มนมที่เหมาะสมกับกัวัยวัเน้นการดื่มนมรสธรรมชาติ (รสจืด) และนม ขาดมันมัเนยสำ หรับรัวันวัรุ่นที่ต้องการควบคุมน้ำ หนัก 6. อย่ากินอาการที่มีไขมันมัสูง เน้นวิธีวิ ธีการประกอบอาหารแบบไม่ใช้น้ำ มันมัและใช้ น้ำ มันมัน้อย ต้ม นึ่ง ลวก อบและลดการกินอาหารขนมอบที่มีไขมันมัทรานส์ประกอบ เช่น โดนัท คุกกี้ เป็นต้น 7. อย่ากินอาหารรสจัดจัเน้นกินอาหารรสจืดและซิมก่อนเติม ลดเครื่อรื่งดื่มรสหวาน 8. อย่ากินอาหารที่ปนเปื้อน เน้นกินอาหารสุกใหม่ ๆ เลือกร้านค้าที่ได้มาตรฐาน สุขาภิบาลอาหาร 9. อย่าดื่มน้ำ ที่มีแอลกอฮอล์ เน้นดื่มน้ำ เปล่าว วันวัละ 6 -8 แก้ว 42


Nutrition Life Cycle A good life starts with us. โภชนาการสำ หรับรัวัยวัผู้ใหญ่ วัยวัผู้ใหญ่เป็นวัยวัที่มีอายุตั้งตั้แต่ 21 ปี จนถึง 60 ปี ในวัยวันี้ร่างกายมีการเสริม สร้างเพื่อเจริญเติบโตอีกอีแต่ยังยัคงมีการเสริมสร้างเซลล์ต่างๆ เพื่อรักรัษา สมรรถภาพในการทำ งานของร่างกายให้คงที่ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นขึ้การทำ งาน ของเซลล์ต่างๆ เริ่มริ่มีการเปลี่ยลี่นแปลงทีละน้อยทุกวันวัอัตอัราการทำ งานของ อวัยวัวะต่างๆ ลดลง ประสิทธิภาพการทำ งานต่างๆ ลดลงเรื่อรื่ยๆ หากมีภาวะ โภชนาการที่ดี มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เครียรีดจนเกินไป การเปลี่ยลี่นแปลงของ ร่างกายจะเกิดอย่างช้าๆ ตามธรรมชาติ ดังดันั้นการได้รับรัอาหารอย่างเพียงพอและ เหมาะสมกับกัความต้องการองร่างกายจึงมีความสำ คัญคัเป็นอย่างมาก ลักลัษณะโดย ทั่วไปวัยวันี้เป็นวัยวัที่มีความรับรัผิดชอบสูง เริ่มริ่แต่งงาน และสร้างครอบครัวรัเป็น ของตนเอง มีหน้าที่ดูแลสมาชิกในครอบครัวรัทำ งานหาเลี้ยลี้งครอบครัวรัวัยวันี้ สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี มีเหตุผลมากขึ้นขึ้การเข้าสังสัคม มีความต้องการการ ยอมรับรั ในสังสัคม รู้จักจัการเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี เมื่ออยู่ในช่วงอายุของวัยวันี้ มักมั จะอุทิศเวลา และเสียสละให้แก่ชุมชนและสังสัคมมากขึ้นขึ้ 43


Nutrition Life Cycle A good life starts with us. โภชนาการสำ หรับรัวัยวัผู้ใหญ่ ความต้องการสารอาหารของวัยวัผู้ใหญ่ ในวัยวัผู้ใหญ่ถึงแม้ร่างกายจะไม่มีการเจริญเติบโตแล้ว แต่จำ เป็นต้องได้รับรัสาร อาหารต่างๆ เพื่อเสริมสร้างเซลล์ต่างๆ ในร่างกายให้ทำ งานปกติ จึงต้อได้รับรัสาร อาหารที่เพียงพอต่อร่างกาย ดังดัต่อไปนี้ พลังลังาน ขึ้นขึ้อยู่กับกัการประกอบกิจกรรม วัยวัผู้ใหญ่ควรได้รับรัวันวัละ 2,000- 2,800 แคลอรี โปรตีน ต้องการโปรตีนเพื่อเสริมสร้างเซลล์ต่างๆ ให้ทำ งานปกติ ควรได้รับรั วันวัละ 0.88 กรัมรัต่อน้ำ หนักตัวตั 1 กิโลกรัมรั เกลือแร่ ได้แก่ - แคลเซียม ควรได้รับรัวันวัละ 800 มิลลิกรัมรั - เหล็ก โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องมีประจำ เดือน ควรได้รับรัวันวัละ 15 มิลลิกรัมรั ส่วนผู้ชายควรได้รับรัวันวัละ 10 มิลลิกรัมรั - ไอโอดีน ควรได้รับรัวันวัละ 150 ไมโครกรัมรัควรกินอาหารทะเล และใช้เกลือ ผสมไอโอดีน วิตวิามิน ได้แก่ - วิตวิามินเอ ควรได้รับรัวันวัละ 600-700 RE ป้องกันกั โรคเกี่ยกี่วกับกั dark adaptation และโรคอื่นอื่ๆ - วิตวิามินบี1 ควรได้รับรัวันวัละ 1.0-1.4 มิลลิกรัมรัเมื่อใช้พลังลังานมากก็ควรได้รับรั วิตวิามินบี1 มาก - วิตวิามินบี2 ควรได้รับรัวันวัละ 1.2-1.7 มิลลิกรัมรั ป้องกันกั โรคปากนกกระจอก การเปลี่ยลี่นแปลงที่ผิวหนัง - วิตวิามินซี ควรได้รับรัวันวัละ 60 มิลลิกรัมรั ป้องกันกั โรคลักลั ปิดลักลัเปิด เลือดออก ตามไรฟัน - น้ำ เป็นส่วนประกอบของเซลล์ ควบคุมการทำ งานในร่างกาย ทำ ให้เกิดสมดุล ที่ดีควรดื่มน้ำ วันวัละ 6-8 แก้ว 44


Nutrition Life Cycle A good life starts with us. โภชนาการสำ หรับรัวัยวัผู้สูงอายุ ปัญหาด้านโภชนาการในผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่พบบ่อย และส่งผลกระทบต่อ สุขภาพอย่างชัดชัเจน เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงและลีบ กระดูกบางพรุน โลหิตจาง น้ำ หนักลด ความจำ เสื่อม อารมณ์แปรปรวน เป็นต้น พลังลังานที่ผู้สูงอายุควรได้รับรั ผู้สูงอายุควรได้รับรัพลังลังานอย่างเพียงพอ คือ วันวัละ 1,500-2,000 กิโล แคลอรี จากการรับรั ประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และหลากหลาย วันวัละ 3 มื้อ พอประมาณ และมีอาหารว่าง 2 มื้อ โดยทุกมื้อควรมีผักผลไม้เพื่อเพิ่มกาก อาหาร อาหารสำ หรับรัผู้สูงอายุ โปรตีน ผู้สูงอายุมีความต้องการโปรตีนประมาณ 1 กรัมรั /น้ำ หนักตัวตั (กิโลกรัมรั )/วันวัเพื่อรักรัษามวลกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ป้องกันกัภาวะกล้ามเนื้อลีบ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ตัวตัอย่างเช่น ผู้ที่มีน้ำ หนัก 60 กิโลกรัมรั ควรได้รับรั โปรตีนวันวัละ 60 กรัมรั โดยเลือกรับรั ประทานโปรตีนคุณภาพดี เช่น เนื้อสัตสัว์ที่ไม่ติดมันมั ไข่ดาว ดื่มนมพร่องมันมัเนยและผลิตภัณภัฑ์จากถั่วเหลือง เป็นประจำ คาร์โบไฮเดรต เป็นสารอาหารที่ให้พลังลังานกับกัร่างกาย ได้แก่ อาหารกลุ่ม ข้าว แป้ง ผู้สูงอายุควรรับรั ประทานอาหารกลุ่มนี้ให้เพียงพอเพื่อรักรัษาน้ำ หนักตัวตั ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และควรเลือกรับรั ประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีทวีลูกเดือย ไขมันมัผู้สูงอายุต้องการพลังลังานจากไขมันมัเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ร่างกายได้ รับรักรดไขมันมัจำ เป็นและวิตวิามินที่ละลายในไขมันมัเพียงพอ ผู้สูงอายุควรลดหรือรื จำ กัดกัการบริโภคอาหารที่มีไขมันมัสูง เช่น ไขมันมัจากสัตสัว์ เนย น้ำ มันมักะทิ ครีมรี เข้มข้น 45


Nutrition Life Cycle โภชนาการสำ หรับรัวัยวัผู้สูงอายุ แคลเซียม ช่วยป้องกันกั โรคกระดูกพรุนและสร้างมวลกระดูกให้มีความ หนาแน่น ผู้สูงอายุต้องการแคลเซียมอย่างน้อยวันวัละ 1,000 มิลลิกรัมรัอาหาร ทุกมื้อควรมีแคลเซียมโดยเฉลี่ยลี่มื้อละ 300 มิลลิกรัมรัอาหารที่เป็นแหล่งของ แคลเซียม ได้แก่ นมถั่วเหลืองเพิ่มแคลเซียม นมสด ผลิตภัณภัฑ์จากนม (เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยรี้วไม่หวานจัดจั ) ถั่วเหลือง ผลิตภัณภัฑ์จากถั่วเหลือง (เช่น ฟอง เต้าหู้) ปลาตัวตัเล็กที่รับรั ประทานได้ทั้งกระดูก (เช่น ปลาข้าวสาร) ผักใบเขียว เข้ม ผักสีส้ม (เช่น คะน้า กวางตุ้ง ตำ ลึง ใบยอ ฟักทอง แครอท) ธาตุเหล็ก ผู้สูงอายุอาจขาดธาตุเหล็กได้เนื่องจากรับรั ประทานอาหารที่มีธาตุ เหล็กไม่เพียงพอและประสิทธิภาพของการดูดซึมธาตุเหล็กลดลง ทั้งนี้ธาตุ เหล็กจะช่วยป้องกันกัภาวะซีด โลหิตจาง และอาการเหนื่อยง่าย อาหารที่มีธาตุ เหล็กสูง ได้แก่ เนื้อสัตสัว์สีแดง (เช่น สันสั ในหมู เนื้อวัววั ) ผักใบเขียว กะหล่ำ ปลี ดอกกะหล่ำ ถั่วเขียว ถั่วแดง งาดำ วิตวิามินซี ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหาร ป้องกันกัเลือดออกตามไรฟัน และทำ ให้แผลหายเร็วร็ขึ้นขึ้อาหารที่มีวิตวิามินซีสูง ได้แก่ บรอกโคลี มันมั ฝรั่ง พริกหวาน ผักโขม มะละกอ มะม่วง สตรอเบอร์รี ฝรั่ง ส้ม โพแทสเซียม ทำ หน้าที่รักรัษาระดับดัความดันดั โลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ช่วย ให้ระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาททำ งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รักรัษาสมดุล ของของเหลวในร่างกายให้อยู่ในระดับดัที่เหมาะสม แหล่งอาหารที่มี โพแทสเซียม ได้แก่ กล้วย ส้ม ฝรั่ง ผลไม้แห้ง มะเขือเทศ กะหล่ำ ปลี ดอก กะหล่ำ บรอกโคลี ผักโขม ข้าวโอ๊ต ข้าวซ้อมมือ วิตวิามีนบี 12 เป็นวิตวิามินที่มีความสำ คัญคัมากต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงและ เซลล์ระบบสมองและเส้นประสาท ถ้าขาดวิตวิามินบี 12 เป็นเวลานานอาจทำ ให้ เกิดภาวะโลหิตจางและมีความเสี่ยสี่งต่อภาวะความจำ เสื่อมได้ อาหารที่เป็นแหล่ง ของวิตวิามินบี 12 ได้แก่ เนื้อสัตสัว์ทุกชนิด (เช่น เนื้อวัววัเนื้อไก่ เนื้อหมู) ไข่ทั้ง ฟอง ปลา โยเกิร์ต เนยแข็ง นม หากผู้สูงอายุรับรั ประทานเนื้อสัตสัว์น้อยหรือรืมี ปัญหาการดูดซึมจากกระเพาะอาหารก็อาจขาดวิตวิามินบี 12 ได้ แมกนีเซียม เป็นแร่ธาตุที่มีความจำ เป็นต่อกระบวนการทำ งานภายใน ร่างกายหลายระบบ เช่น ระบบภูมิคุ้มกันกัระบบประสาท กล้ามเนื้อ หัวหั ใจ กระดูก แมกนีเซียมพบมากในเนื้อปลา ผักใบเขียว กล้วย และถั่วต่างๆ วิตวิามินเอ ช่วยรักรัษาสายตาของผู้สูงอายุไม่ให้เสื่อมสภาพเร็วร็ช่วยการเจริญ เติบโตของเนื้อเยื่อยื่และระบบภูมิคุ้มกันกัของร่างกาย แหล่งของวิตวิามินเอใน อาหาร ได้แก่ ผักโขม แครอท มันมัเทศ ฟักทอง มะละกอ มะม่วงสุก 46


Click to View FlipBook Version