The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คำศัพท์ทางการแพทย์
เครื่องมือในการคัดกรอง และการประเมินภาวะโภชนาการ
Nutrition Care Process
Nutrition Life Cycle
อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ยน
Medical Nutrition Therapy
Enteral and Parenteral Nutrition
SOAP Note

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Athiphat Khunsanong, 2023-02-22 01:48:58

Nutri Note

คำศัพท์ทางการแพทย์
เครื่องมือในการคัดกรอง และการประเมินภาวะโภชนาการ
Nutrition Care Process
Nutrition Life Cycle
อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ยน
Medical Nutrition Therapy
Enteral and Parenteral Nutrition
SOAP Note

วิตวิามินดี ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและป้องกันกั โรคที่เกี่ยกี่วกับกักระดูก โดยปกติร่างกายสามารถสังสัเคราะห์วิตวิามินดีได้เมื่อได้รับรัแสงแดด สำ หรับรัผู้ สูงอายุที่ไม่ได้รับรัแสงแดด ร่างกายอาจสร้างวิตวิามินดีได้ไม่เพียงพอ ควรรับรั ประทานอาหารประเภทธัญธัพืช เห็ด และดื่นนมที่เสริมวิตวิามินดีเป็นประจำ วิตวิามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ช่วยป้องกันกัเซลล์ในร่างกายไม่ให้ ถูกทำ ลาย วิตวิามินดีพบมากในอะโวคาโด ถั่วต่างๆ เมล็ดทานตะวันวัเนยถั่ว งา และน้ำ มันมัสำ หรับรั ปรุงอาหารทุกชนิด สังสักะสี ช่วยให้การทำ งานของระบบภูมิคุ้มกันกั ในร่างกายมีประสิทธิภาพ มากขึ้นขึ้อย่างไรก็ดีผู้สูงอายุอาจมีความต้องการธาตุสังสักะสีน้อยกว่าคนวัยวัหนุ่ม สาว รวมถึงเมื่ออายุมากขึ้นขึ้การดูดซึมสังสักะสีจะลดลง แหล่งอาหารที่มีสังสักะสี ได้แก่ เนื้อสัตสัว์ อาหารทะเล ไข่ เส้นใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับขัถ่ายทำ งานได้ตามปกติและป้องกันกั ปัญหา เกี่ยกี่วกับกัลำ ไส้ที่อาจเกิดขึ้นขึ้ ได้ การบริโภคเส้นใยอาหารที่เหมาะสมจะช่วย ป้องกันกัร่างกายจากโรคหัวหั ใจ เบาหวาน และมะเร็งร็บางชนิด ซึ่งอาหารที่มี เส้นใยสูงมักมัพบได้ในผัก ผลไม้ และถั่วเปลือกแข็ง ผู้สูงอายุจึงควรรับรั ประทานผักและผลไม้ทุกมื้ออาหารเป็นประจำ น้ำ ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำ สะอาดหรือรืเลือกดื่มน้ำ สมุนไพรไม่หวานจัดจัสลับลั กับกัน้ำ เปล่าอย่างน้อยวันวัละ 6-8 แก้ว น้ำ ช่วยนำ สารอาหารต่างๆ ไปยังยัอวัยวัวะ ภายในร่างกายและช่วยขับขัถ่ายของเสีย ทำ ให้รู้สึกสดชื่น Nutrition Life Cycle A good life starts with us. โภชนาการสำ หรับรัวัยวัผู้สูงอายุ 47


อาหารเฉพาะโรค (Therapeutic Diet) หมายถึง อาหารที่ได้รับรัการดัดดัแปลงส่วน ประกอบ เช่น ปริมาณสารอาหาร เนื้อสัมสัผัส หรือรืวัตวัถุดิบ ให้เหมาะสมและเฉพาะ เจาะจงกับกัตัวตัผู้ป่วยทั้งในแง่ของภาวะร่างกาย ความเจ็บป่วย และความรุนแรงของโรค โดยช่วยชะลอความรุนแรงของโรค รักรัษาอาการเจ็บป่วย และส่งเสริมให้การรักรัษา ด้วยวิธีวิ ธีทางการแพทย์มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ เช่น ผู้ป่วยเบาหวานก็จะได้รับรัอาหาร เฉพาะโรคที่ถูกดัดดัแปลงมาให้เหมาะสำ หรับรั โรคเบาหวาน เป็นต้น จุดประสงค์ในการใช้ อาหารเฉพาะโรค •ให้สารอาหารอย่างเพียงพอและเหมาะสมกับกัสุขภาพของผู้ป่วยในขณะนั้น •ให้อวัยวัวะและระบบร่างกายที่ผิดปกติได้รับรัการฟื้นฟูอย่างเหมาะสม และเป็นไปตาม แผนการรักรัษา •ดำ รงและส่งเสริมภาวะโภชนาการให้เป็นไปอย่างเหมาะสม •ให้ความรู้และข้อมูลกับกัผู้ป่วยในการดูแลตัวตัเองต่อไปได้ อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ย ลี่ น อาหารเฉพาะโรค 48


ประเภทของ อาหารเฉพาะโรค แบ่งตามพลังลังาน • อาหารที่ให้พลังลังานสูง • อาหารที่ให้พลังลังานต่ำ แบ่งตามสารอาหาร • อาหารไขมันมัต่ำ • อาหารโปรตีนสูง • อาหารจำ กัดกั โปรตีน • อาหารโซเดียมต่ำ • อาหารที่มีใยอาหารสูง • อาหารปราศจากใยอาหาร แบ่งตามลักลัษณะอื่นอื่ๆ ตามจุดประสงค์เฉพาะ • อาหารมังมัสวิรัวิติรั ติ • อาหารที่ลดโอกาสปนเปื้อนเชื้อชื้(Neutropenic diet) • อาหารจำ กัดกัสารอาหารบางประเภท เช่น Low FODMAPs diet อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ย ลี่ น อาหารเฉพาะโรค 49


อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ย ลี่ น อาหารเฉพาะโรค โดยเราอาจอธิบายผ่านการให้ชื่อเพื่อสื่อสารให้ตรงกันกัและเข้าใจง่ายมากขึ้นขึ้ ได้ เช่น อาหารเบาหวาน หมายถึงอาหารที่เหมาะสำ หรับรัผู้เป็นเบาหวาน ซึ่งคุณสมบัติบั ติจะ เพิ่มใยอาหาร มีโปรตีนสูง เน้นแหล่งไขมันมั ไม่อิ่มอิ่ตัวตัและเลี่ยลี่งแหล่งคาร์โบไฮเดรต เชิงเดี่ยดี่วเท่าที่ทำ ได้ อาหารความดันดั โลหิตสูง หมายถึง อาหารที่ควบคุมปริมาณโซเดียมให้ไม่เกินที่ กำ หนดไว้ โดยปรุงให้รสชาติดีผ่านทางเครื่อรื่งเทศหรือรืสมุนไพรอื่นอื่ๆ เน้นใยอาหาร ไขมันมั ไม่อิ่มอิ่ตัวตัสูง อาหารโรคไต หมายถึง อาหารที่มีการควบคุมโซเดียม และโปรตีนรวมไปถึงสาร อาหารอื่นอื่ๆ ที่แตกต่างกันกั ไปตามระยะการเป็นของโรค ทั้งนี้ผู้ที่ให้คำ แนะนำ ด้านอาหารเฉพาะโรคจะต้องได้รับรัการฝึกปฏิบัติบั ติโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งยิ่การจัดจัการอาหารแก่ผู้ป่วยที่มีโรคซับซ้อน และมีปัจจัยจัทางด้านร่างกาย เศรษฐกิจ และสังสัคมที่แตกต่างกันกั ไป เพื่อทำ ให้การรักรัษาพยาบาลมีประสิทธิภาพสูงที่สุด นอกเหนือจากโรคที่ได้กล่าวไปแล้วก็ยังยัมีอาหารเฉพาะโรคอื่นอื่ๆ อีกอีเช่น โรค ความดันดั โลหิตสูง โรคอ้วน จนไปถึงผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับรัการผ่าตัดตัหรือรืภายหลังลัการ ผ่าตัดตัซึ่งใครที่สนใจเรียรีนรู้เพิ่มเติมเกี่ยกี่วกับกัอาหารเฉพาะโรค ก็สามารถปรึกรึษาแพทย์ เฉพาะทางโภชนาการหรือรืนักกำ หนดอาหารได้ ส่วนใครที่กำ ลังลัรับรั ประทานอาหาร เฉพาะโรคตามคำ สั่งแพทย์อยู่ หากมีคำ ถามหรือรืข้อสงสัยสัก็สามารถปรึกรึษานักกำ หนด อาหารได้เช่นกันกั โดยควรเลือกปรึกรึษาจากนักกำ หนดอาหารที่มีใบประกอบโรคศิลปะ หรือรื ใบรับรัรองนักกำ หนดอาหารวิชวิาชีพเท่านั้น 50


อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ย ลี่ น อาหารแลกเปลี่ย ลี่ น อาหารแลกเปลี่ยลี่น ( Food Exchange) เป็นการจัดจักลุ่มอาหารโดยยึดปริมาณ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันมัเป็นหลักลั โดยที่อาหารในแต่ละหมวดจะให้ พลังลังานและสารอาหารหลักลัดังดักล่าวในปริมาณที่ใกล้เคียงกันกัจึงสามารถนำ อาหาร ภายในหมวดเดียวกันกัมาแลกเปลี่ยลี่นกันกั ได้ ซึ่งองค์กรเกี่ยกี่วกับกัด้านอาหารแห่ง สหรัฐรัอเมริกา คือ American Dietetic Association และ American Diabetes Association เป็นผู้ที่วางแผนจัดจัทำ เมื่อประมาณปี ค.ศ. 1950 เพื่อนำ มาใช้ในการ เป็นคู่มือการจัดจัอาหารให้แก่ ผู้ป่วยทำ ให้ผู้ใช้รายการอาหารแลกเปลี่ยลี่นสามารถเลือก กินอาหารได้หลากหลายชนิดมากขึ้นขึ้ โดยที่ยังยั ได้รับรัพลังลังาน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันมัที่ไม่แตกต่างจากเดิมต่อมา ฝ่ายโภชนาการโรงพยาบาลรามาธิบดี คณะ กรรมการชมรมนักกำ หนดอาหาร และคณะกรรมการชมรมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน ได้ระดมความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยกี่วข้องทั้งนักกำ หนดอาหาร นักโภชนาการ อาจารย์ใน สถาบันบัศึกษาต่างๆ มาร่วมกันกัจัดจัทำ “ ตารางคุณค่าอาหาร และรายการอาหารแลก เปลี่ยลี่นไทย ” เพื่อให้เหมาะสมกับกัอาหารไทย โดยใช้รายการอาหารแลกเปลี่ยลี่นจาก ต่างประเทศ และข้อมูลจากตารางคุณค่าอาหารในส่วนที่กินได้ 100 กรัมรัของกอง โภชนาการ กรมอนามัยมักระทรวงสาธารณสุขและต่างประเทศมาดัดดัแปลง และได้นำ มาใช้ในการกำ หนดอาหารให้แก่ผู้ป่วยและประชาชนคนไทยทั่วไป ประโยชน์ของรายการอาหารแลกเปลี่ยลี่น รายการอาหารแลกเปลี่ยลี่น มีประโยชน์ต่อนักกำ หนดอาหาร ผู้ป่วย และผู้สนใจ ในการจัดจัอาหาร เพื่อสามารถเลือกกินได้หลากหลาย ครบหมวดหมู่ เพียงพอกับกัความ ต้องการของร่างกาย และเหมาะสมกับกั โรคที่เป็น ทำ ให้ไม่เบื่อและไม่ต้องกินอาหารที่ จำ เจเพราะสามารถแลกเปลี่ยลี่นกินอาหารชนิดต่างๆที่อยู่ในหมวดเดียวกันกัทดแทนกันกั ได้ ตัวตัอย่างเช่น หมวดข้าว แป้ง ธัญธัพืช ซึ่งมีข้าว ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ฯลฯ อยู่ ในกลุ่มนี้ ดังดันั้นถ้าไม่กินข้าวก็สามารถเปลี่ยลี่นเป็นกินขนมปัง หรือรืก๋วยเตี๋ยว หรือรื ขนมจีนแทน ซึ่งก็จะทำ ให้ ร่างกายได้รับรัพลังลังานและสารอาหารใกล้เคียงกันกักับกักิน ข้าว เป็นต้น 51


อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ย ลี่ น อาหารแลกเปลี่ย ลี่ น หมวดรายการอาหารแลกเปลี่ยลี่น รายการอาหารแลกเปลี่ยลี่นจำ แนกออกเป็น 6 หมวด เพื่อให้ง่ายต่อการจัดจั รายการอาหาร ดังดัต่อไปนี้ • หมวดนม • หมวดผัก • หมวดผลไม้ • หมวดข้าว แป้ง ธัญธัพืช • หมวดเนื้อสัตสัว์ • หมวดไขมันมั 52


อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ย ลี่ น อาหารแลกเปลี่ย ลี่ น 53


อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ย ลี่ น อาหารแลกเปลี่ย ลี่ น 54


อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ย ลี่ น อาหารแลกเปลี่ย ลี่ น 55


อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ย ลี่ น อาหารแลกเปลี่ย ลี่ น 56


อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ย ลี่ น อาหารแลกเปลี่ย ลี่ น 57


อาหารเฉพาะโรค และอาหารแลกเปลี่ย ลี่ น อาหารแลกเปลี่ย ลี่ น 58


Medical Nutrition Therapy โภชนบำ บัดบัทางการแพทย์ โภชนาการบำ บัดบั (Medical Nutrition Therapy) เป็นการบำ บัดบัจากแพทย์หรือรืนัก โภชนาการ โดยการจัดจัทำ แผนโภชนาการกำ หนดอาหาร และปรับรัพฤติกรรมการรับรั ประทาน อาหารให้เหมาะ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของคุณ นอกจากนี้ แพทย์ก็จะคอยติดตาม ความคืบหน้าของอาการทั้งในเชิงบวกและในเชิงลบอยู่เรื่อรื่ย ๆ การบำ บัดบันี้ค่อนข้างเหมาะกับกัผู้ที่มีปัญหาในเรื่อรื่งของการลดน้ำ หนัก และมีความ ต้องการที่จะลดความเสี่ยสี่งของการเกิดโรคเรื้อรื้รังรัต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวหั ใจ โรค เกี่ยกี่วข้องกับกัทางเดินอาหาร ถ้าหากคุณไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ของการเกิดโรคดังดักล่าว แต่อยาก เข้าร่วมรับรัการบำ บัดบั ในการเสริมสุขภาพตนเองก็อาจสามารถขอเข้ารับรัคำ ปรึกรึษาเบื้องต้นจาก แพทย์ก่อน เพื่อรับรัคำ แนะนำ หรือรืการบำ บัดบัด้วยเทคนิคอื่นอื่ๆ พร้อมการวางแผนจัดจั โภชนาการที่เหมาะสมกับกัตัวตัคุณ เป้าหมายของโภชนบำ บัดบั เป้าหมายของการรักรัษาและฟื้นฟูผู้ป่วยโรคมะเร็งร็ด้วยโภชนบำ บัดบั ได้แก่ ·ป้องกันกัและรักรัษาภาวะทุพโภชนาการ ·ป้องกันกัการสูญเสียกล้ามเนื้อ กระดูก อวัยวัวะ และมวลร่างกายอื่นอื่ๆ ·ช่วยผู้ป่วยให้สามารถทนต่อการรักรัษาได้ ·ป้องกันกัผลข้างเคียงและผลกระทบในด้านโภชนาการ ·คงความแข็งแรงและพลังลังานของร่างกาย ·รักรัษาความสามารถในการต้านทานการติดเชื้อชื้ ·ช่วยในการฟื้นฟูและรักรัษา ·ปรับรั ปรุงคุณภาพชีวิตวิ ให้ดีขึ้นขึ้ 60


Medical Nutrition Therapy ผู้ป่วยที่มีปัญหาหรือรืข้อจำ กัดกั ในด้านการกินเนื่องมาจากความเชื่อทางศาสนาอาจจะ ต้องมีการหารือรืกับกัผู้นำ ทางศาสนาเพื่อขอละเว้นข้อจำ กัดกับางอย่างในระหว่างการรักรัษาและ ฟื้นฟูจากโรคมะเร็งร็และการได้รับรัสารอาหาร อย่างเพียงพอ ยังยัคงเป็นเรื่อรื่งสำ คัญคัแม้ว่าผู้ ป่วยจะมีอาการบรรเทาหรือรืหายจากโรคมะเร็งร็แล้วก็ตาม เป้าหมายของโภชนบำ บัดบั สำ หรับรัผู้ป่วยมะเร็งร็ขั้นขั้รุนแรงคือการพัฒพันาคุณภาพชีวิตวิ ให้แก่คนไข้ในด้านต่างๆ ได้แก่ • ลดผลข้างเคียงจากการรักรัษา • ลดความเสี่ยสี่งจากการติดเชื้อชื้ • รักรัษาความแข็งแรงและพลังลังานของร่างกาย • พัฒพันาคุณภาพชีวิตวิ ภาวะโภชนาการ ภาวะโภชนาการ (Nutrition Status) หมายถึง สภาวะทางสุขภาพของบุคคลมีผลเนื่องมา จากการรับรั ประทานอาหาร การย่อยอาหาร การดูดซึม การขนส่ง การสะสม และผลของ การเผาผลาญสารอาหารในระดับดัซลล์ โดยสามารถประเมินได้ด้วยการชั่งน้ำ หนักและวัดวั ส่วนสูง ภาวะโภชนาการแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1) ภาวะโภชนาการที่ดี (Good Nutritional Status) คือ ภาวะที่ร่างกายได้รับรัอาหารที่มี คุณค่าครบถ้วน มีสัดสัส่วนและปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายทำ ให้ร่างกาย สุขภาพดี 2) ภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) คือ ภาวะที่ร่างกายได้รับรัอาหารที่ไม่เพียงพอหรือรื มากเกินความต้องการของร่างกาย ทำ ให้เกิดความไม่สมดุล และส่งผลเสียต่อร่างกาย แล 61


Medical Nutrition Therapy อาหารบำ บัดบั โรค (Diet therapy) หมายถึง การใช้อาหารช่วยในการรักรัษาโรคโดยการดัดดัแปลงอาหารธรรมดาให้เป็น อาหารที่เหมาะสมกับกั โรคที่เป็นอยู่ และจัดจั ให้ถูกหลักลั โภชนาการ โดยมีจุดมุ่งหมายที่ สำ คัญคัคือ ช่วยรักรัษาหรือรืบรรเทาอาการของโรค รวมทั้งป้องกันกัการเกิดอาการทุพ โภชนาการที่อาจเกิดขึ้นขึ้ ในระหว่างที่ได้รับรัการรักรัษาโรค อาหารมีประโยชน์และความ สำ คัญคัต่อผู้ป่วยมาก เพราะอาหารที่ผู้ป่วยได้รับรัขณะเจ็บป่วยมีส่วนทำ ให้อาการของโรค บรรเทาลง หรือรืกำ เริบขึ้นขึ้ ได้ดั้งดั้นั้นการให้โภชนบำ บัดบัที่เหมาะสม จะทำ ให้เกิดประโยชน์ ดังดันี้ • ป้องกันกัและแก้ไขภาวะโภชนาการของผู้ป่วย • ปรับรั ปริมาณสารอาหารบางอย่างให้อยู่ในระดับดัที่ร่างกายจะสามารถใช้ได้ • ปรับรัน้ำ หนักของผู้ป่วยให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้มี สุขภาพที่แข็งแรงและ ป้องกันกัอาการทุพโภชนาการที่อาจเกิดขึ้นขึ้ • ช่วยบรรเทาและรักรัษาอาการของโรคที่เป็นอยู่ เช่น โรคตับตัอักอัเสบ การลดอาหารไขมันมั และเพิ่มคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน จะช่วยในการ เสริมสร้างเซลล์ของตับตัทำ ให้อาการของ โรคดีขึ้นขึ้ • ช่วยทำ ให้อวัยวัวะที่พิการได้พักพัหรือรืลดการทำ งานลง เช่น การให้ อาหารอ่อนแก่ผู้ป่วยโรค กระเพาะ จะช่วยให้กระเพาะอาหารและลำ ไส้ ได้พักพัผ่อน หรือรืทำ งานน้อยลง ทำ ให้อาการ ของโรคบรรเทาลง 62


ผู้ที่ควรได้รับรั โภชนบำ บัดบั • ผู้ที่มีภาวะขาดสารอาหารหรือรืมีความเสี่ยสี่งต่อการเกิดภาวะขาดสารอาหาร เช่น กินอาหาร ได้น้อยลงเกิน 7 วันวัน้ำ หนักลดลงโดยไม่ได้ตั้งตั้ ใจ ดัชดันีมวลกายต่ำ กว่า 18.5 หรือรื มากกว่า 25 • กินอาหารได้ไม่เพียงพอหรือรืคาดว่าจะไม่เพียงพอ (น้อยกว่า ร้อยละ 60) กับกัความต้องการ ของร่างกายเกิน 7 วันวัเช่น การผ่าตัดตัทางเดินอาหาร, การให้เคมีบำ บัดบั • มีสัญสัญาณชีพคงที่ ควรให้อาหารทางไหน “ถ้าทางเดินอาหารยังยั ใช้ได้ ให้ทางเดินอาหารดีกว่า” • ทางระบบทางเดินอาหาร จะให้เมื่อระบบทางเดินอาหารของผู้ป่วยสามารถทำ งานได้ปกติ และไม่มีข้อห้าม • กินเองได้ แต่อาหารไม่เหมาะสม เช่น ไม่มีประโยชน์ กินจุบจิบ ไม่เหมาะกับกั โรคประจำ ตัวตั แก้ไขโดย ปรับรัลักลัษณะอาหารให้เหมาะกับกั โรค ทั้งชนิด ปริมาณ คุณภาพ และวิถีวิ ถีชีวิตวิ ความชอบ • กินเองทางปากได้ แต่น้อย ไม่เพียงพอ แก้ไขโดย ONS : oral nutritional support หรือรือาหารทางการแพทย์ ดื่มเสริมจาก อาหารที่กินปกติ มักมัมีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน แต่แตกต่างที่สัดสัส่วน จึงใช้แทนอาหาร หลักลั ได้ มักมัมีรสชาติที่กินทางปากง่ายกว่าอาหารปั่นผสม Medical Nutrition Therapy 63


วิธีวิ ธีเลือกให้เลือกตามโรคประจำ ตัวตัเช่น สูตรปกติ สูตรเบาหวาน สูตรมะเร็งร็สูตรโรคไต เป็นต้น ปัจจุบันบัมีหลายยี่ห้ยี่ ห้ อ และหาได้ง่ายตามห้างสรรพสินค้า ร้านขายยา ร้านออนไลน์ โดยอาจชงด้วยความเข้มข้น 1 ml : 1 kcal ตามคำ แนะนำ ข้างกระป๋องนั้น ๆ ให้ได้ ปริมาณ 200-300 วันวัละ 3-4 มื้อ หรือรืตามที่แพทย์แนะนำ • กินเองทางปากได้ น้อย และดื่มอาหารทางการแพทย์ไม่ได้ หรือรื ได้ไม่เพียงพอ แก้ไขโดย ใส่สายให้อาหารเข้าทางเดินอาหาร แล้วให้เป็นอาหารทางการแพทย์ หรือรื อาหารปั่นผสม 1.อาหารปั่นผสม อาหารปั่นผสม คือ อาหารที่ประกอบด้วยอาหารหลายชนิดทั้ง 5 หมู่ เช่น หมู อกไก่ ฟักทอง ไข่ ผัก นำ มาปั่นเข้าด้วยกันกัจนมีลักลัษณะเป็นของเหลวสามารถผ่านสายให้อาหาร เข้าสู่ร่างกาย โดยผสมตามสูตรที่นักกำ หนดอาหารออกแบบให้แต่ละคนเพื่อให้มีคุณค่า ทางด้านโภชนาการเพียงพอกับกัความต้องการของร่างกาย การให้กินรังรันก ซุปไก่สกัดกันมกระป๋อง หรือรืนมกล่อง ผลไม้ ขนม จึงไม่ให้พลังลังานและ สารอาหารที่ครบถ้วน และไม่นับเป็นอาหารหลักลัที่ควรได้รับรัอีกอีทั้งอาจมีความหวาน หรือรื โซเดียมสูง ไม่เหมาะกับกับางโรค Medical Nutrition Therapy 64


2.สายให้อาหาร มีหลายแบบ โดยมีหลักลัการเลือกใส่ให้ตามความ เหมาะสม ดังดันี้ 2.1 ปลายสายอยู่ในกระเพาะอาหาร • ใช้สายระยะเวลาน้อยกว่า 4-6 สัปสัดาห์ ควรใส่สายผ่านทางจมูก ด้วยสาย NG (Nasogastric tube) • ใช้สายระยะเวลานานกว่า 4-6 สัปสัดาห์ ควรใส่สายผ่านทางผนังหน้าท้อง หรือรืสาย PEG, Gastrostomy 2.2 ปลายสายอยู่ในลำ ไส้เล็ก ใช้เฉพาะในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยสี่งต่อการสูดสำ ลักลัสูง ใช้กระเพาะอาหารไม่ได้ เช่น มะเร็ง ร็ กระเพาะ อาหารค้างกระเพาะปริมาณมาก • ใช้สายระยะเวลาน้อยกว่า 4-6 สัปสัดาห์ ควรใส่สายผ่านทางจมูก ด้วยสาย NJ (Nasojejunal tube) • ใช้สายระยะเวลานานกว่า 4-6 สัปสัดาห์ ควรใส่สายผ่านทางผนังหน้าท้อง หรือรืสาย PEG-J, Open Jejunostomy 3.การเปลี่ยลี่นเป็นเจาะที่ผนังหน้าท้องแทนทางจมูก สำ หรับรัเมื่อต้องใส่สายนานๆนั้นเพื่อลดภาวะสายกดจมูก แผลกดทับ สำ ลักลัและไม่ ต้องเปลี่ยลี่นสายบ่อย โดยเมื่อกลับลัมากินทางปากได้ดีก็สามารถดึงสายออกแล้วแผล จะปิดได้เอง เป็นหัตหัถการเล็กโดยการส่องกล้องทางปาก ปลอดภัยภั ในทุกอายุ โอกาสติดเชื้อชื้ต่ำ มาก ใช้เพียงการฉีดยาชาเฉพาะที่ จึงเป็นวิธีวิ ธีมาตราฐานในปัจจุบันบั ที่ได้รับรัการยอมรับรัทั่วโลก Medical Nutrition Therapy 65


Medical Nutrition Therapy 4.ทางหลอดเลือดดำ จะให้เมื่อทางเดินอาหารใช้การไม่ได้ เช่น ลำ ไส้อุดตันตัเลือดออกทางเดินอาหาร หลังลัผ่าตัดตัทางเดินอาหาร หรือรื ให้เสริมในผู้ป่วยขาดสารอาหารที่กำ ลังลั ปรับรัการกิน อาหารทางปาก มีความซับซ้อน และข้อควรระวังวัมากกว่า ให้ทางเส้นเลือดดำ ส่วนปลาย เช่น เส้นที่แขน ขา ใช้เมื่อให้น้อยกว่า 2 สัปสัดาห์ ให้ทางเส้นเลือดดำ ส่วนกลาง เช่น เส้นที่คอ หรือรืหน้าอก ใช้เมื่อให้นานกว่า 2 สัปสัดาห์ เนื่องจากเส้นขนาดใหญ่กว่า ลดโอกาสติดเชื้อชื้และไม่ต้องเปลี่ยลี่นเส้นบ่อย ควรให้เท่าไหร่ คนทั่วไปควรได้รับรัอาหารที่มีพลังลังานเพียงพอต่อความต้องการร่างกาย โดยขึ้นขึ้ อยู่กับกัอายุ เพศ น้ำ หนัก และกิจกรรมที่ทำ ของแต่ละคน โดยการคำ นวณอย่างง่าย สามารถคำ นวนได้เองจากน้ำ หนัก โดยพลังลังานที่ควรได้คือ 30-35 kcal/kg/day และได้รับรั โปรตีน 1.2 – 1.5 g/kg/day และได้สารอาหารครบ 5 หมู่ และพิจารณา กับกั โรคประจำ ตัวตัด้วย เช่น ลดหวาน แป้ง ในโรคเบาหวาน ลดมันมั ในโรคไขมันมั ใน เลือดสูง ลดเค็มในโรคความดันดั โลหิตสู 66


ตัวตัอย่างเช่น คุณแม่สมศรี ไม่มีโรคประจำ ตัวตัสูง 160 cm น้ำ หนัก 45 kg กิน อาหารได้น้อยมาสองสัปสัดาห์ สังสัเกตว่าผอมลง คำ นวนดัชดันีมวลกาย BMI ของคุณแม่สมศรี คิดจาก น้ำ หนัก หาร ส่วนสูงกำ ลังลั สอง BMI = 45÷1.6÷1.6 = 17.5 kg/m2 พลังลังานที่ควรได้รับรั 30-35 kcal/kg/day คิดน้ำ หนักปัจจุบันบัขณะที่ไม่บวม ต่อวันวั Goal kcal = 45 x 30 ถึง 45 x 35 = 1350 ถึง 1575 kcal ปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับรั 1.2 – 1.5 g/kg น้ำ หนักปัจจุบันบัต่อวันวั Goal protein = 45 x 1.2 ถึง 45 x 1.5 = 54 ถึง 67.5 g ดังดันั้นปริมาณอาหารที่คุณแม่สมศรีครีวรได้รับรัต่อวันวัคือประมาณ 1400 kcal, protein 60 g เช่น หากรับรัอาหารจากสายทั้งหมด ควรให้อาหารปั่น หรือรือาหาร ทางการแพทย์ ความเข้มข้น 1:1 ที่ 350 ml เป็นจำ นวน 4 มื้อ หากกินทางปากได้ 50% อาจให้กินอาหารเสริม 200 ml เป็นจำ นวน 4 มื้อ เป็นต้น ผู้ขาดสารอาหารมานาน ส่งผลกระทบต่อหลายอวัยวัวะ มักมัมีภาวะเกลือแร่ผิด ปกติ จำ เป็นต้องได้รับรัการตรวจเลือด และแก้ไข ก่อนและระหว่างการปรับรัสูตร อาหาร บางรายอาจต้องใช้เวลาหลายวันวัเพื่อให้ร่างกายปรับรัตัวตักับกัอาหาร จนถึงสูตร ที่เหมาะสมต่อความต้องการร่างกาย Medical Nutrition Therapy 67


โภชนาการทางหลอดเลือด การให้สารอาหารทางหลอดเลือด เป็นวิธีวิ ธีที่ผู้ป่วยจะได้รับรัสารอาหารโดยการ ผ่านระบบย่อยอาหาร ผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ระบบย่อยอาหารได้เนื่องจากสภาวะ ต่างๆ สามารถรับรัสารอาหารทางเส้นเลือดได้ชั่วคราว หรือรืถาวรผ่านทางสายสวน IV สารอาหารทางหลอดเลือดอาจเป็นอาหารเสริม (บางส่วน) หรือรืสารอาหารครบ ถ้วน (สารอาหารทางหลอดเลือดทั้งหมด) สารอาหารทางหลอดเลือด สารอาหารทางหลอดเลือด หมายถึงการให้อาหารทางหลอดเลือดดำ "Parenteral" หมายถึง "นอกทางเดินอาหาร" ในขณะที่สารอาหารทางลำ ไส้จะถูก ส่งผ่านท่อไปยังยักระเพาะอาหารหรือรืลำ ไส้เล็กของผู้ป่วย สารอาหารทางหลอด เลือดจะผ่านระบบย่อยอาหารทั้งหมดของผู้ป่วย ตั้งตั้แต่ปากไปจนถึงทวารหนัก สภาวะทางการแพทย์บางอย่างอาจต้องการสารอาหารทางหลอดเลือดเป็นเวลาสั้นสั้ หรือรืนานกว่านั้น บางคนต้องการมันมัเพื่อเสริมอาหารของพวกเขาและบางคน จำ เป็นต้องได้รับรัแคลอรี่ทั้รี่ ทั้งหมดทางหลอดเลือดดำ Enteral and Parenteral Nutrition 68


ประเภทสารอาหารทางหลอดเลือด 1.สารอาหารทางหลอดเลือดบางส่วน (PPN)คือสารอาหารทางหลอดเลือดที่ให้ เพื่อเสริมการให้อาหารประเภทอื่นอื่หากผู้ป่วยกำ ลังลัรับรั ประทานอาหารแต่ยังยัมีภาวะ ทุพโภชนาการ ผู้ให้บริการด้านสุขภาพอาจเสนอสารอาหารทางหลอดเลือดบาง ส่วนเพื่อทดแทนองค์ประกอบที่ขาดหายไปในอาหารของคุณหรือรื ให้แคลอรีเรีพิ่ม เติมแก่ผู้ป่วย 2.สารอาหารทางหลอดเลือดทั้งหมด (TPN) คือสารอาหารครบถ้วนที่ส่งเข้า เส้นเลือดดำ แก่ผู้ที่ไม่สามารถใช้ระบบย่อยอาหารได้เลย อาจจำ เป็นต้องใช้ TPN เมื่อสภาวะบางอย่างบั่นทอนความสามารถในการแปรรูปอาหารและการดูดซึมสาร อาหารผ่านระบบทางเดินอาหารของคุณ หรือรืเมื่อคุณต้องการหลีกเลี่ยลี่งการใช้ ระบบย่อยอาหารของคุณสักสัระยะหนึ่งเพื่อให้สามารถรักรัษาได้ บางครั้งรั้การให้สารอาหารทางหลอดเลือดแบ่งตามประเภทของหลอดเลือดดำ ที่ใช้ ในการส่งสารอาหาร 3.สารอาหารทางหลอดเลือดดำ ส่วนกลาง (CPN)จะถูกส่งผ่านทางหลอดเลือด ดำ ส่วนกลาง โดยปกติแล้วvena cava ที่เหนือกว่าจะอยู่ใต้กระดูกไหปลาร้าของ คุณ ซึ่งส่งตรงไปยังยัหัวหั ใจของคุณ หลอดเลือดดำ ส่วนกลางที่ใหญ่ขึ้นขึ้ช่วยให้สาย สวนที่ใหญ่ขึ้นขึ้สามารถให้สารอาหารที่มีความเข้มข้นสูงขึ้นขึ้พร้อมแคลอรีที่รี ที่สูงขึ้นขึ้ ด้วยเหตุนี้ CPN จึงถูกนำ มาใช้เพื่อให้สารอาหารทางหลอดเลือดทั้งหมด 4.สารอาหารทางหลอดเลือดส่วนปลาย (PPN)จะถูกส่งผ่านเส้นเลือดดำ ส่วน ปลายที่มีขนาดเล็กลง อาจอยู่ในคอของคุณหรือรื ในแขนขาข้างใดข้างหนึ่งของคุณ PPN ใช้ในการให้สารอาหารทางหลอดเลือดบางส่วนเป็นการชั่วคราว โดยใช้การ เข้าถึงหลอดเลือดดำ ส่วนปลายได้เร็วร็และง่ายขึ้นขึ้ ส่วนประกอบสารอาหารทางหลอดเลือด สารอาหารทางหลอดเลือดเป็นสูตรทางเคมีที่มีรูปแบบมาตรฐานและสามารถปรับรั แต่งตามความต้องการทางโภชนาการเฉพาะของผู้ป่วยได้ อาจรวมถึงสารอาหารที่ จำ เป็นหกชนิดที่ร่างกายต้องการได้แก่ น้ำ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมันมัวิตวิามิน และแร่ธาตุในปริมาณต่างๆ กันกัแม้ว่าผู้ป่วยจะได้รับรัสารอาหารทางหลอดเลือด ทั้งหมด สูตรอาหารของผู้ป่วยก็จะปรับรั ให้เหมาะกับกัผู้ป่วยตามผลการทดสอบใน ห้องปฏิบัติบั ติการ สารอาหารทางหลอดเลือดครบถ้วนเพียงพอที่จะทดแทนการให้ อาหารทางปากได้นานเท่าที่จำ เป็น แม้กระทั่งตลอดชีวิตวิ Enteral and Parenteral Nutrition 69


การให้สารอาหารทางหลอดเลือดบางส่วนใช้เมื่อใด การให้สารอาหารทางหลอดเลือดบางส่วนมักมัจะให้ชั่วคราวแก่ผู้ที่ต้องการเพิ่ม แคลอรีทัรี ทันทีก่อนที่จะเปลี่ยลี่นไปใช้วิธีวิ ธีแก้ไขปัญหาในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการป้อน อาหารทางปากหรือรืค่อยๆ กลับลัมาให้อาหารทางปาก PPN มักมัจะมอบให้กับกัผู้ป่วยใน โรงพยาบาลระยะยาวที่มีแนวโน้มที่จะมีภาวะทุพโภชนาการโดยทั่วไปด้วยเหตุผล หลายประการ สารอาหารทางหลอดเลือดทั้งหมดจะใช้เมื่อใด ผู้ป่วยต้องการสารอาหารทางหลอดเลือดทั้งหมดหากระบบย่อยอาหารของผู้ ป่วยไม่ทำ งานหรือรืหากคุณผู้ป่วยมีโรคทางเดินอาหารที่ทำ ให้ผู้ป่วยต้องพักพัผ่อน อย่างเต็มที่ บางคนอาจต้องการเพียงโภชนาการบำ บัดบัทั่วไป แต่อาจมีเหตุผล ทางการแพทย์ว่าทำ ไมการให้อาหารทางสายยางจึงไม่ได้ผลสำ หรับรัผู้ป่วย เงื่องื่นไขเฉพาะที่อาจต้องใช้ TPN ได้แก่: • การผ่าตัดตัช่องท้อง. • ยาเคมีบำ บัดบั. • ลำ ไส้ขาดเลือด • ลำ ไส้เล็กหรือรื ใหญ่อุดตันตั • ลำ ไส้อุดตันตัหลอก . • ท้องอืด เป็น เวลานาน • เลือดออกในทางเดินอาหาร • ลำ ไส้อักอัเสบจากรังรัสี • การคลอดก่อนกำ หนดอย่างมาก • Necrotizing enterocolitis . • ท้องร่วงเป็นเวลานาน • โรคลำ ไส้อักอัเสบ . • อาการลำ ไส้สั้นสั้ • การรั่วไหลของไคล์อย่างต่อเนื่อง • โรครับรัสินบนกับกั โฮสต์ของลำ ไส้ Enteral and Parenteral Nutrition 70


ขั้นขั้ตอนการให้สารอาหารทางหลอดเลือด 1.การเตรียรีมตัวตั ทีมดูแลสุขภาพของผู้ป่วยจะกำ หนดความต้องการทางโภชนาการของผู้ป่วย ตามประวัติวั ติสุขภาพค่าดัชดันีมวลกาย และผลการทดสอบในห้องปฏิบัติบั ติการ หลักลั เกณฑ์แนะนำ ให้แพทย์ พยาบาล นักโภชนาการ และเภสัชสักรร่วมกันกัออกแบบ สูตรของผู้ป่วย ผู้เชี่ยชี่วชาญจะเตรียรีมสูตรของผู้ป่วยในปริมาณ 24 ชั่วโมง ปริมาณ ทั้งหมดต้องแช่เย็นจนกว่าจะใช้และสามารถเก็บไว้ได้นานถึงเจ็ดวันวัควรนำ สูตร แช่เย็นออกมาก่อนใช้งานสักสัสองสามชั่วโมงเพื่อปรับรั ให้เข้ากับกัอุณหภูมิห้อง 2.การติดตั้งตั้สาย IV การวางสายสวน IV ในร่างกายของผู้ป่วยจะต้องเจาะผ่านผิวหนังของผู้ป่วย สองจุด ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยจะเสนอยาสลบเพื่อระงับงัความ เจ็บปวด และช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย พร้อมทั้งทำ ความสะอาด และฆ่าเชื้อชื้จุดทั้ง สองอย่างระมัดมัระวังวัแพทย์จะเริ่มริ่ต้นด้วยการสอดเข็มที่มีลวดนำ ทางผ่านผิวหนัง เข้าไปในเส้นเลือดของผู้ป่วย จากนั้นจะถอดเข็มออก วางท่อสายสวนไว้เหนือ เส้นลวดและนำ เข็มนั้นออก แพทย์อาจใช้อุปกรณ์อัลอัตราซาวนด์ขนาดเล็ก เพื่อ เป็นแนวทางในการวางสายสวนหรือรื X-ray เพื่อยืนยันยัตำ แหน่งที่ถูกต้องในภาย หลังลั มีสามประเภทของสายสวนที่อาจใช้: • สายสวน "อุโมงค์" ภายนอก . อุโมงค์สายสวนภายนอกจะอยู่ใต้ผิวหนังของผู้ ป่วยและทางออกแยกต่างหากที่เลือกไว้เพื่อความสะดวกสบายของผู้ป่วย จุด ทางออกต้องมีแผลขนาดเล็กเพื่อให้สายสวนออกมา และเย็บแผลชั่วคราวเพื่อให้ เข้าที่เป็นเวลาสี่ถึสี่ถึงหกสัปสัดาห์ • สายสวนที่ปลูก ถ่ายอย่างเต็มที่ สายสวนที่ฝังไว้จะอยู่ใต้ผิวหนังของผู้ป่วยโดย สมบูรณ์ โดยมีช่องสอดเข็มติดอยู่ที่ปลาย พอร์ตนี้ติดอยู่กับกั ปลายสายสวนใต้ ผิวหนังผ่านรอยบากเล็กๆ ที่ตำ แหน่งนั้น • สายสวนส่วนกลางที่ใส่อุปกรณ์ต่อพ่วง (PICC ) สายสวน PICC ถูกใส่เข้าไป ในหลอดเลือดดำ ที่ต้นแขนและร้อยเข้ากับกัvena cava ที่เหนือกว่าของผู้ป่วย พอร์ตเข็มยังยัคงอยู่นอกร่างกายของคุณ PICC สามารถใช้ได้เมื่อต้องการสาร อาหารทางหลอดเลือดเป็นเวลาน้อยกว่าหกสัปสัดาห์ Enteral and Parenteral Nutrition 71


Enteral and Parenteral Nutrition 3.สายสวนหลอดเลือด สายสวนหลอดเลือดส่วนกลางที่ใช้ระยะยาว ( Hickman and Broviac Catheters) คือ ท่อสาย ยางพิเศษที่ใช้สอดเข้าไปในหลอดเลือดดำ ใหญ่ส่วน กลางของร่างกาย จนถึงใกล้หัวหั ใจด้วยวิธีวิ ธีการผ่าตัดตั โดยส่วนปลายของสายอีกอีข้าง หนึ่งจะอยู่ภายนอก ร่างกาย มี 2 ชนิดคือ ชนิดหางเดียว (single lumen) และ 2 หาง ( double lumen) ซึ่งหางสีแดงมีขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางภายในสายใหญ่ กว่าทางสีขาว ใช้ สำ หรับรัผู้ป่วยปลูกถ่ายไขกระดูกชนิดที่รับรัเซลล์ต้นกำ เนิด จากผู้ อื่นอื่(allogeneic stem cell transplantation) หรือรื ให้สารอาหารทางหลอด เลือดดำ 4.การให้สารอาหารทางหลอดเลือด หากมีสายสวนภายนอก ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยจะต่อ ปลายภายนอกเข้ากับกัท่ออีกอีอันอัที่เชื่อมต่อกับกัถุง IV ที่มีสารอาหารของผู้ป่วย หาก ผู้ป่วยมีสายสวนภายใน ผู้ป่วยจะติดถุง IV เข้ากับกัท่อที่เชื่อมต่อกับกัเข็มพิเศษ (เรียรีกว่าเข็ม Huber) ที่สอดเข้าไปในพอร์ตที่ฝังไว้ การให้สารอาหารทางหลอด เลือดใช้เวลาประมาณ 10 ถึง 12 ชั่วโมงในการถ่ายโอนจากถุง IV เข้าสู่ร่างกาย ของผู้ป่วยอย่างเต็มที่ ผู้ป่วยอาจเลือกที่จะใช้ตอนกลางคืนในขณะที่ผู้ป่วยนอน หลับลั สามารถให้สารอาหารทางหลอดเลือดในโรงพยาบาล สถานดูแลระยะยาว หรือรืที่ บ้านได้ ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพที่ให้สารอาหารทางหลอดเลือดระมัดมัระวังวั ในการรักรัษามาตรฐานการฆ่าเชื้อชื้ที่เข้มงวดเพื่อป้องกันกัการติดเชื้อชื้ทุกคนที่ให้สาร อาหารทางหลอดเลือดที่บ้านจะได้รับรัการฝึกอบรมอย่างละเอียอีดเกี่ยกี่วกับกัวิธีวิ ธีการรับรั รู้สัญสัญาณของการปนเปื้อนหรือรืการติดเชื้อชื้ผู้ป่วยจะต้องเปลี่ยลี่นวัสวัดุปิดแผลที่ บริเวณรอยบากอย่างน้อยสัปสัดาห์ละครั้งรั้และเปลี่ยลี่นท่อที่เชื่อมต่อสายสวนกับกัถุง แช่ทุกวันวั 5.การตรวจสอบการให้สารอาหารทางหลอดเลือด ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพจะตรวจสอบปริมาณของเหลวและปริมาณ ของเหลวของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง และชั่งน้ำ หนักและวัดวัค่าของผู้ป่วยเป็นระยะๆ แพทย์จะทำ การตรวจเลือดเป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยมีสารอาหารที่จำ เป็น ในปริมาณที่สมดุลและปรับรัสูตรอาหารของผู้ป่วยให้เหมาะสม บางสิ่งที่พวกเขาจะ ตรวจสอบรวมถึง: ·อิเล็กโทรไลต์และยูเรียรี ไนโตรเจน/ครีเรีอตินินในเลือด — เพื่อป้องกันกัภาวะขาด น้ำ หรือรืภาวะขาดน้ำ มากเกินไป ·ระดับดัน้ำ ตาลในเลือด — เพื่อป้องกันกัภาวะน้ำ ตาลในเลือดสูงหรือรืภาวะน้ำ ตาลใน เลือดต่ำ ·ระดับดัแร่ธาตุ — เพื่อคัดคักรองข้อบกพร่อง ·ตัวตับ่งชี้ การทำ งานของตับตั ได้แก่ อะมิโนทรานสเฟอเรสและบิลิรูบิน 72


Enteral and Parenteral Nutrition ความเสี่ย สี่ ง / ผลประโยชน์ 1.สารอาหารทางหลอดเลือดมีประโยชน์อย่างไร ข้อได้เปรียรีบหลักลัของการให้สารอาหารทางหลอดเลือดคือการทำ ให้ระบบทาง เดินอาหารของผู้ป่วยมีโอกาสหายจากอาการป่วยรุนแรงหรือรืการผ่าตัดตัสำ หรับรัผู้ ป่วยในโรงพยาบาลในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่ผู้ป่วยสูงอายุที่มีปัญหาในการคง สภาพความต้องการทางโภชนาการด้วยการรับรั ประทานอาหารหรือรืการให้สารอาหาร ทางลำ ไส้ การให้สารอาหารทางหลอดเลือดบางส่วนสามารถให้การส่งเสริมที่สำ คัญคั เพื่อช่วยให้ร่างกายของพวกเขาจัดจัการกับกั ปัญหาอื่นอื่ๆ ได้ สำ หรับรัผู้ที่มีการทำ งาน ของระบบทางเดินอาหารบกพร่องอย่างถาวร หรือรืสำ หรับรัทารกที่คลอดก่อนกำ หนด และป่วยอย่างมากซึ่งยังยั ไม่พัฒพันาความสามารถในการกินอาหารตามปกติ การให้ สารอาหารทางหลอดเลือดทั้งหมดสามารถช่วยชีวิตวิ ได้ 2.ความเสี่ยสี่งหรือรืภาวะแทรกซ้อนของขั้นขั้ตอนนี้ การให้สารอาหารทางหลอดเลือดถือว่าเหมาะสมน้อยกว่าการให้อาหารทางสาย ยางเนื่องจากมีความเสี่ยสี่งสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยกี่วข้อง ข้อกังกัวลหลักลัคือ การติดเชื้อชื้ในกระแสเลือดจากสายสวน IV และการฝ่อของทางเดินอาหารเมื่อไม่ ได้ใช้งาน อย่างไรก็ตามมีความเสี่ยสี่งอื่นอื่ๆ 73


2.1 ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย ได้แก่ : • การติดเชื้อชื้. แบคทีเรียรีจากสายสวน IV สามารถติดเชื้อชื้ในกระแสเลือดของคุณ หากการติดเชื้อชื้แพร่กระจายไปทั่วร่างกายของคุณ อาจนำ ไปสู่ ภาวะ ติดเชื้อชื้ใน กระแสเลือดซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่คุกคามชีวิตวิ ได้ • ลิ่มเลือดสามารถก่อตัวตัขึ้นขึ้ที่บริเวณที่สายสวนสัมสัผัสกับกัหลอดเลือดดำ • การฝ่อของ GIสามารถเริ่มริ่เกิดขึ้นขึ้ ได้หลังลัจากผ่านไปประมาณสองสัปสัดาห์ ฟังก์ชันชั GI มักมัจะกลับลัมาทีละน้อย • ความไม่สมดุลของกลูโคส ( ภาวะน้ำ ตาลในเลือดสูงหรือรืภาวะน้ำ ตาลใน เลือดต่ำ ) เป็นเรื่อรื่งปกติ เหล่านี้ได้รับรัการรักรัษาด้วย การปรับรัอินซูลินและเดกซ์โทรส • ปฏิกิริยาชั่วคราวของตับตัต่อสูตรโภชนาการสามารถเกิดขึ้นขึ้ ได้ ผู้ให้บริการด้าน สุขภาพจัดจัการสิ่งเหล่านี้โดยการปรับรัสูตร • โรคตับตัที่เกี่ยกี่วข้องกับกัสารอาหารทางหลอดเลือด (PNALD)เป็นภาวะแทรกซ้อน ของการได้รับรัสารอาหารทางหลอดเลือดในระยะยาว โรคตับตัส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย มากถึง 50% หลังลัจากห้าถึงเจ็ดปี เราไม่ทราบแน่ชัดชัว่าทำ ไม ในทารกที่คลอดก่อน กำ หนดอาจเป็นเพราะตับตัยังยั ไม่พัฒพันาเต็มที่ ในผู้ใหญ่ อาจเกี่ยกี่วข้องกับกัแบคทีเรียรี ในลำ ไส้ที่ลดลงซึ่งเป็นผลมาจากลำ ไส้ของคุณไม่ได้ใช้งาน • ปัญหาถุงน้ำ ดีอาจเกิดขึ้นขึ้เมื่อขาดการกระตุ้นจากระบบย่อยอาหาร ทำ ให้น้ำ ดีสะสม โดยไม่ถูกปล่อยออกสู่ลำ ไส้เล็กตามปกติ ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพของคุณ อาจสามารถกระตุ้นการหดตัวตัของถุงน้ำ ดีได้โดยการเปลี่ยลี่นสูตรอาหารของคุณ และ สนับสนุนการให้อาหารทางปากอย่างน้อยจำ นวนเล็กน้อย • ภาวะกระดูกเสื่อม ( โรคกระดูกพรุนหรือรื โรคกระดูกพรุน ) สามารถเกิดขึ้นขึ้ ได้ใน ผู้ที่ได้รับรัสารอาหารทางหลอดเลือดในระยะยาว อาจเป็นเพราะการขาดวิตวิามินและ แร่ธาตุ (แคลเซียม แมกนีเซียม และวิตวิามินดี ) 2.2 ภาวะแทรกซ้อนอื่นอื่ๆ ที่เป็นไปได้ ได้แก่ : • การบาดเจ็บระหว่างการใส่สายสวน • ของเหลวเกิน • ปฏิกิริยาต่ออิมัลมัชันชั ไขมันมั ในสูตรเนื่องจากการแพ้อาหาร • ความหิวโหย Enteral and Parenteral Nutrition 74


SOAP Note SOAP Note เป็นวิธีวิ ธีการจัดจัทำ เอกสารที่ผู้ให้บริการด้านการแพทย์ใช้ เขียนบันบัทึกในแผนภูมิของผู้ป่วย พร้อมกับกัรูปแบบทั่วไปอื่นอื่ๆ เช่นบันบัทึกการ รับรัเข้า การจัดจัทำ เอกสารการพบผู้ป่วยในเวชระเบียนเป็นส่วนสำ คัญคัของ เวิร์วิ ร์กโฟลว์การฝึกปฏิบัติบั ติ โดยเริ่มริ่จากการจัดจัตารางนัดหมายการเช็คอิน และ การสอบของผู้ป่วย การจัดจัทำ เอกสารบันบัทึกการเช็คเอาท์ การจัดจัตารางใหม่ และการเรียรีกเก็บเงินงิทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังยัทำ หน้าที่เป็นกรอบความ คิดทั่วไปสำ หรับรัแพทย์ในการปฏิบัติบั ติตามเมื่อประเมินผู้ป่วย ต้นกำ เนิดของ SOAP Note SOAP Note มีต้นกำ เนิดมาจากเวชระเบียนเชิงปัญหา (POMR) ซึ่งพัฒพันา ขึ้นขึ้เมื่อเกือบ 50 ปีก่อนโดยLawrence Weed , MD มันมัถูกพัฒพันาขึ้นขึ้ ในขั้นขั้ ต้นสำ หรับรัแพทย์ เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าใกล้ผู้ป่วยที่ซับซ้อนและมีปัญหา หลายอย่างได้อย่างเป็นระบบ ปัจจุบันบัมีการใช้กันกัอย่างแพร่หลายในฐานะ เครื่อรื่งมือสื่อสารระหว่างผู้ให้บริการด้านการแพทย์แบบสหสาขาวิชวิาชีพ เพื่อ บันบัทึกความก้าวหน้าของผู้ป่วย หมายเหตุ SOAP Note มักมัพบในเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) และถูก ใช้โดยผู้ให้บริการที่มีภูมิหลังลัต่างกันกั โดยทั่วไป SOAP Note ใช้เป็นแม่แบบ เพื่อแนะนำ ข้อมูลที่แพทย์เพิ่มใน EMR ของผู้ป่วย ผู้ให้บริการดูแลก่อนถึงโรง พยาบาล เช่นช่างเทคนิคการแพทย์ฉุกเฉินอาจใช้รูปแบบเดียวกันกั ในการ สื่อสารข้อมูลผู้ป่วยไปยังยัแพทย์แผนกฉุกเฉิน เนื่องจากวัตวัถุประสงค์ที่ชัดชัเจน SOAP Note ช่วยให้แพทย์มีวิธีวิ ธีสร้างมาตรฐานในการจัดจัระเบียบข้อมูลของผู้ ป่วย เพื่อลดความสับสัสนเมื่อบุคลากรทางการแพทย์หลายๆ คนเห็นผู้ป่วย ผู้ ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพจำ นวนมาก ตั้งตั้แต่แพทย์ไปจนถึงผู้เชี่ยชี่วชาญ ด้านพฤติกรรมสุขภาพไปจนถึงสัตสัวแพทย์ ใช้รูปแบบ SOAP Note สำ หรับรั การเยี่ยยี่มชมครั้งรั้แรกของผู้ป่วย และเพื่อติดตามความคืบหน้าในระหว่างการ ติดตามผล 75


SOAP Note ส่วนประกอบของ SOAP Note องค์ประกอบทั้งสี่ขสี่อง SOAP Note ได้แก่ • อัตอันัย • วัตวัถุประสงค์ • การประเมิน • แผนการรักรัษา ความยาวและจุดเน้นของแต่ละส่วนประกอบของ SOAP Note จะแตกต่างกันกั ไปตามลักลัษณะเฉพาะ ตัวตัอย่างเช่น SOAP Note เกี่ยกี่วกับกัการผ่าตัดตัมักมัจะสั้นสั้ กว่า SOAP Note ทางการแพทย์ และจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นที่เกี่ยกี่วข้องกับกั สถานะหลังลัการผ่าตัดตั ขั้นขั้ตอนการบันบัทึก SOAP Note 1.อัตอันัย นี่คือหัวหัเรื่อรื่งแรกของ SOAP Note เอกสารในหัวหัข้อนี้มาจากประสบการณ์ "ส่วนตัวตั " ความเห็นส่วนตัวตัหรือรืความรู้สึกของผู้ป่วยหรือรืคนใกล้ชิด ในการตั้งตั้ ค่าผู้ป่วยใน ข้อมูลชั่วคราวจะรวมอยู่ที่นี่ ส่วนนี้ให้บริบทสำ หรับรัการประเมิน และแผน 2. Chief Complaint (CC) CC หรือรื ปัญหาที่นำ เสนอได้รับรัการรายงานโดยผู้ป่วย นี่อาจเป็นอาการ เงื่องื่นไข การวินิวิ นิจฉัยฉัก่อนหน้า หรือรืข้อความสั้นสั้ๆ ที่อธิบายว่าทำ ไมผู้ป่วยถึงมา ในวันวันี้ CC คล้ายกับกัชื่อเรื่อรื่งของกระดาษ ทำ ให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเอกสารที่เหลือ จะเกี่ยกี่วข้องกับกัอะไร ตัวตัอย่าง: อาการเจ็บหน้าอก ความอยากอาหารลดลง หายใจถี่ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยอาจมี CC หลายรายการ และข้อร้องเรียรีนแรกของพวกเขา อาจไม่ใช่ข้อที่สำ คัญคัที่สุด ดังดันั้น แพทย์ควรสนับสนุนให้ผู้ป่วยระบุปัญหา ทั้งหมดของพวกเขา ในขณะที่ใส่ใจในรายละเอียอีดเพื่อค้นหาปัญหาที่น่าสนใจ ที่สุด การระบุปัญหาหลักลัจะต้องเกิดขึ้นขึ้เพื่อทำ การวินิวิ นิจฉัยฉัที่มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล 76


SOAP Note 3.History of Present Illness (HPI) HPI เริ่มริ่ต้นด้วยคำ แถลงเปิดบรรทัดเดียวอย่างง่าย รวมถึงอายุ เพศ และ เหตุผลของผู้ป่วยในการนัดตรวจ ตัวตัอย่าง: หญิงอายุ 47 ปี มีอาการปวดท้อง นี่คือส่วนที่ผู้ป่วยสามารถอธิบายรายละเอียอีดเกี่ยกี่วกับกัข้อร้องเรียรีนหลักลัของ พวกเขาได้ คำ ย่อที่มักมั ใช้เพื่อจัดจัระเบียบ HPI เรียรีกว่า "OLDCARTS": • เริ่มริ่มีอาการ: CC เริ่มริ่ต้นเมื่อใด • ที่ตั้งตั้: CC ตั้งตั้อยู่ที่ไหน? • ระยะเวลา: CC ดำ เนินไปนานแค่ไหน? • ลักลัษณะเฉพาะ: ผู้ป่วยอธิบาย CC อย่างไร? • ปัจจัยจับรรเทาและทำ ให้รุนแรงขึ้นขึ้: อะไรทำ ให้ CC ดีขึ้นขึ้แย่ลง? • การแผ่รังรัสี: CC เคลื่อนที่หรือรือยู่ในตำ แหน่งเดียวหรือรื ไม่? • ปัจจัยจัชั่วคราว: CC แย่ลง (หรือรืดีกว่า) ในช่วงเวลาหนึ่งของวันวัหรือรื ไม่? • ความร้ายแรง: ใช้สเกล 1 ถึง 10, 1 คือน้อยที่สุด, 10 คือแย่ที่สุด ผู้ป่วยให้ คะแนน CC อย่างไร เป็นสิ่งสำ คัญคัสำ หรับรัแพทย์ที่จะต้องให้ความสำ คัญคักับกัคุณภาพและความ ชัดชัเจนของบันบัทึกของผู้ป่วย แทนที่จะใส่รายละเอียอีดมากเกินไป 4.History • ประวัติวั ติทางการแพทย์: เงื่องื่นไขทางการแพทย์ที่เกี่ยกี่วข้องในปัจจุบันบัหรือรื ใน อดีต • ประวัติวั ติการผ่าตัดตั: พยายามระบุปีที่ทำ การผ่าตัดตัและศัลยแพทย์หากเป็นไปได้ • ประวัติวั ติครอบครัวรั: รวมประวัติวั ติครอบครัวรัที่เกี่ยกี่วข้อง หลีกเลี่ยลี่งการบันบัทึก ประวัติวั ติทางการแพทย์ของทุกคนในครอบครัวรัของผู้ป่วย • ประวัติวั ติสังสัคม: ตัวตัย่อที่อาจใช้ในที่นี้คือ HEADSS ซึ่งย่อมาจาก Home and Environment; การศึกษา การจ้างงาน การกิน ; กิจกรรม; ยาเสพติด; เรื่อรื่ง เพศ; และการฆ่าตัวตัตาย/ซึมเศร้า 77


SOAP Note 5.Review of Systems (ROS) • ทั่วไป: น้ำ หนักลด ความอยากอาหารลดลง • ระบบทางเดินอาหาร: ปวดท้อง, hematochezia • กล้ามเนื้อและกระดูก: ปวดนิ้วเท้า ช่วงการเคลื่อนไหวของไหล่ขวาลดลง • ยาแผนปัจจุบันบั โรคภูมิแพ้ • ยาและอาการแพ้ในปัจจุบันบัอาจระบุไว้ในส่วนอัตอันัยหรือรืวัตวัถุประสงค์ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำ คัญคัคือต้องระบุชื่อยา ขนาดยา วิถีวิ ถีทาง และความถี่ใถี่นการ บันบัทึกยาด้วย ตัวตัอย่าง: มอทริน 600 มก. รับรั ประทานทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเป็นเวลา 5 วันวั วัตวัถุประสงค์ของ SOAP Note ข้อมูลวัตวัถุประสงค์จากการพบผู้ป่วย ซึ่งรวมถึง: • สัญสัญาณชีพ • ผลการตรวจร่างกาย • ข้อมูลห้องปฏิบัติบั ติการ • ผลการถ่ายภาพ • ข้อมูลการวินิวิ นิจฉัยฉัอื่นอื่ๆ • การรับรัรู้และการทบทวนเอกสารของแพทย์อื่นอื่ๆ ข้อผิดพลาดทั่วไปคือการแยกแยะระหว่างอาการและอาการแสดง อาการเป็น คำ อธิบายแบบอัตอันัยของผู้ป่วยและควรได้รับรัการบันบัทึกไว้ภายใต้หัวหัข้อ อัตอันัย ในขณะที่สัญสัญาณคือการค้นหาวัตวัถุประสงค์ที่เกี่ยกี่วข้องกับกัอาการที่ เกี่ยกี่วข้องที่รายงานโดยผู้ป่วย ตัวตัอย่างนี้คือผู้ป่วยที่ระบุว่าเขามี “อาการปวด ท้อง” ซึ่งเป็นอาการที่บันบัทึกไว้ภายใต้หัวหัข้ออัตอันัย เทียบกับกั “ความกดเจ็บ ท้องจนคลำ ได้” เครื่อรื่งหมายวัตวัถุประสงค์ที่บันบัทึกไว้ภายใต้หัวหัข้อ วัตวัถุประสงค์ 78


6.การประเมิน การสังสัเคราะห์หลักลั ฐาน "อัตอันัย" และ "วัตวัถุประสงค์" เพื่อให้ได้การวินิวิ นิจฉัยฉั นี่คือการประเมินสถานะของผู้ป่วยผ่านการวิเวิคราะห์ปัญหา ปฏิสัมสัพันพัธ์ที่เป็น ไปได้ของปัญหา และการเปลี่ยลี่นแปลงสถานะของปัญหา องค์ประกอบรวมถึง ต่อไปนี้ 6.1 ปัญหา • ทำ รายการปัญหาตามลำ ดับดัความสำ คัญคั ปัญหามักมัจะเรียรีกว่าการวินิวิ นิจฉัยฉั 6.2 การวินิวิ นิจฉัยฉัแยกโรค • การวินิวิ นิจฉัยฉัที่เป็นไปได้ที่แตกต่างกันกัจากโอกาสมากไปหาน้อย และ กระบวนการคิดที่อยู่เบื้องหลังลัรายการนี้ นี่คือที่ที่อธิบายกระบวนการตัดตัสินใจ ในเชิงลึก รวมถึงความเป็นไปได้ของการวินิวิ นิจฉัยฉัอื่นอื่ๆ ที่อาจเป็นอันอัตรายต่อ ผู้ป่วย แต่มีโอกาสน้อย ตัวตัอย่าง: ปัญหาที่ 1 การวินิวิ นิจฉัยฉัแยกโรค การอภิปราย แผนสำ หรับรั ปัญหาที่ 1 (อธิบายไว้ในแผนด้านล่าง) ทำ ซ้ำ สำ หรับรั ปัญหาเพิ่มเติม 6.3 วางแผน • ให้รายละเอียอีดเกี่ยกี่วกับกัความจำ เป็นในการทดสอบเพิ่มเติมและการปรึกรึษา หารือรืกับกัแพทย์อื่นอื่ๆ เพื่อจัดจัการกับกัอาการเจ็บป่วยของผู้ป่วย นอกจากนี้ยังยั กล่าวถึงขั้นขั้ตอนเพิ่มเติมใด ๆ ในการรักรัษาผู้ป่วย ส่วนนี้ช่วยให้แพทย์ใน อนาคตเข้าใจว่าต้องทำ อะไรต่อไป สำ หรับรัแต่ละปัญหา: • ระบุการทดสอบที่จำ เป็นและเหตุผลในการเลือกการทดสอบแต่ละครั้งรั้เพื่อ แก้ไขความกำ กวมในการวินิวิ นิจฉัยฉัขั้นขั้ต่อไปจะเป็นอย่างไรถ้าเป็นบวกหรือรืลบ 6.4 การบำ บัดบัที่จำ เป็น (ยา) • ผู้อ้างอิงผู้เชี่ยชี่วชาญหรือรืที่ปรึกรึษา • การศึกษาผู้ป่วยการให้คำ ปรึกรึษา SOAP Note ที่ครอบคลุมต้องคำ นึงถึงข้อมูลส่วนตัวตัและวัตวัถุประสงค์ทั้งหมด และประเมินอย่างถูกต้องเพื่อสร้างการประเมินและแผนเฉพาะผู้ป่วย SOAP Note 79


SOAP Note ตัวตัย่อของ SOAP Note ตัวตัย่อที่ใช้กันกัทั่วไปสำ หรับรั SOAP Note ได้แก่ : • b/c- because • CC- chief complaint • c/o- complained of • cl- client • d/t- due to • Dx- diagnostic test • Ed- education • e.g.- exempli gratia, use when giving an example • HPI- history of present illness • i.e.- id est, use when giving alternative explanation or wording • min, mod, max- minimum, moderate, maximum • Mx- monitoring test • Rx- treatments • sx- symptoms • w/, w/o- with, without 80


Click to View FlipBook Version