แนวทางปฏิบัติงาน
ในการสนับสนุนการปฏิบัติงาน
ในภาวะฉุกเฉิน
(EMERGENCY SUPPORT FUNCTION : ESF)
ส ป ฉ . 8 : ส่ ว น ง า น ก า ร แ พ ท ย์ แ ล ะ ส า ธ า ร ณ สุ ข
แนวทางปฏิบัติงาน
ในการสนับสนุนการปฏิบัติงาน
ในภาวะฉุกเฉิน
(EMERGENCY SUPPORT FUNCTION : ESF)
ส ป ฉ . 8 : ส่ ว น ง า น ก า ร แ พ ท ย์ แ ล ะ ส า ธ า ร ณ สุ ข
แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ.8 : สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
ปรบั ปรุงครง้ั ท่ี 1 มิถุนายน 2565
พิมพค์ รั้งท่ี 2 มิถนุ ายน 2565
จานวน 200 เลม่
ผู้จัดทา กล่มุ งานพฒั นาระบบการแพทยฉ์ กุ เฉิน กองสาธารณสุขฉุกเฉนิ
สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสขุ
อาคาร 7 ชัน้ 7 ตึกสานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
88/20 ถนนติวานนท์ ตาบลตลาดขวัญ อาเภอเมอื ง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทรศพั ท์ 0 2590 1099 โทรสาร 0 2590 1771
ก
คานา
แนวทางปฏิบัติงานในการสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Support
Function : ESF) สปฉ.8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข ให้ความสาคัญกับการพัฒนาระบบการ
เตรียมพร้อมเพ่ือเสริมสร้างความม่ันคงของชาติ พร้อมกับการพัฒนาศักยภาพด้านการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อรับมือกับสาธารณภัยต่างๆ ทั้งที่เกิดจากภัยธรรมชาติและภัย
ที่มนุษยส์ ร้างขึน้ การเตรียมการความพร้อมในการระดมทรัพยากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพ่ือสนับสนุนการ
ดาเนนิ งานของตอบโต้ภาวะฉุกเฉนิ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งในภาวะปกติ ภาวะฉุกเฉินและสาธารณภัย
ตั้งแต่ระยะก่อน ระหว่าง และหลังเกิดภัย โดยมีแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558
เป็นแผนหลักในการรองรับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ โดยกาหนดนโยบายการ
เตรยี มพรอ้ มแห่งชาติทเ่ี ป็นกรอบสาหรบั การกาหนดยทุ ธศาสตร์ แนวทาง มาตรการ แผนปฏบิ ัติการ เพื่อให้การ
บริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน และ ยุทธศาสตร์ชาติ ซ่ึงให้ความสาคัญกับการเตรียมพร้อมรองรับใน ๓ ด้าน
คอื ดา้ นสาธารณภยั ดา้ นภยั จากการสู้รบ และด้านวิกฤตการณ์ความมน่ั คง
ภายใต้แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 ได้กาหนดให้กระทรวง
สาธารณสุข เป็นหน่วยงานหลักในการประสานการปฏิบัติระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานภาคีเครือข่าย
ท่ีต้องมีการระดมทรัพยากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ให้มีกรอบและแนวการปฏิบัติที่สามารถปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน การเรียก
ระดมทรพั ยากรดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ไดท้ นั ท่วงทหี ากเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ
กระทรวงสาธารณสุข จึงมีความมุ่งหวังให้แนวทางปฏิบัติงานในการสนับสนุนการปฏิบัติงาน
ในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Support Function : ESF) สปฉ.8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
เป็นเคร่ืองมือในการสนับสนุนการลดผลกระทบจากสาธารณภัยและสนับสนุนแนวคิดการบริหารจัดการความ
เสีย่ งจากสาธารณภัยทกุ ระดบั ใหเ้ กดิ การพฒั นาทีเ่ ขม้ แขง็ ยง่ั ยนื ตอ่ ไป
แนวทางปฏิบัติงานในการสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Support
Function : ESF) สปฉ.8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องท้ังหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานในกากับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานนอก
กระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ กรมแพทย์ทหารบก กรมแพทย์ทหารอากาศ กรมแพทย์ทหารเรือ โรงพยาบาล
ตารวจ สภากาชาดไทย สมาคมโรงพยาบาลเอกชน สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และเครือข่ายโรงพยาบาล
กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) เป็นต้น ผู้จัดทาจึงขอขอบคุณทุกหน่วยงานมา ณ ที่น้ี
เปน็ อยา่ งยิ่ง
ผูจ้ ัดทา
มิถนุ ายน 2565
| แนวทางปฏบิ ัติงานในการสนบั สนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ข หน้า
สารบัญ ก
ข
คานา 1
สารบญั 3
บทท่ี 1 บทนา 3
4
- สาธารณภัย 7
- สถานการณ์สาธารณภยั โลก 8
- สถานการณส์ าธารณภัยในประเทศไทย 9
- ประเภทของสาธารณภัย 10
- ปฏทิ ินการเกดิ สาธารณภยั ในประเทศไทย
- ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข
- กรอบการจดั การภาวะฉกุ เฉนิ ดา้ นการแพทย์และสาธารณสขุ
บทที่ 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ และหลักการจดั การความเสย่ี งจากสาธารณภัย 11
- นโยบายการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ 14
- เปา้ หมายการจัดการความเสย่ี งจากสาธารณภัย 14
- วตั ถปุ ระสงค์ของแผน 14
- ยุทธศาสตรก์ ารจัดการความเสีย่ งจากสาธารณภยั 15
- แผนปฏบิ ตั ิการดา้ นการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยทางการแพทย์และสาธารณสุข 16
- ระดบั การจัดการสาธารณภัย
17
บทท่ี 3 บทบาทหน้าที่ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสขุ (สปฉ.8) 19
- โครงสร้างกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ/ศูนยบ์ ัญชาการเหตุการณ์ 21
- แนวทางปฏิบัติในการสนับสนนุ การปฏบิ ัติงานในภาวะฉุกเฉนิ 22
สปฉ.8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
- ขอบเขตหน้าที่ สปฉ.8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข ภายใต้แผนการป้องกัน 22
และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ.2558
- บทบาทหน้าที่หนว่ ยงานปฏบิ ัติร่วมท่เี กยี่ วขอ้ ง 23
บทที่ 4 แนวทางการปฏบิ ัติการฉุกเฉนิ ดา้ นการแพทย์และสาธารณสุข 35
- ระยะเตรยี มการ (ระยะก่อนเกิดภยั ) 37
+ ระบบเฝ้าระวงั และประเมินสถานการณ์ 37
+ ระบบการแจ้งเตือนภยั ด้านการแพทย์และสาธารณสขุ 37
+ การฝกึ การป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย 38
| แนวทางปฏบิ ัติงานในการสนบั สนนุ การปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ค หนา้
สารบัญ (ต่อ) 39
39
บทท่ี 4 แนวทางการปฏิบตั ิการฉกุ เฉินดา้ นการแพทย์และสาธารณสขุ (ต่อ) 40
- ระยะเผชญิ เหตุ (ระยะเกดิ ภัย)
+ การระดมทรพั ยากร 41
+ แนวทางการปฏบิ ัติในการระดมทรัพยากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข 41
(หนว่ ยงานหลักอืน่ ๆ) 41
+ การเชื่อมโยงการสื่อสาร 42
- ระยะหลงั เกิดภยั (ระยะฟ้ืนฟู) 43
+ หลักการสาคัญของการฟื้นฟู
+ แนวทางปฏิบตั ใิ นการสนบั สนนุ การฟื้นฟบู ริการสขุ ภาพ
+ การชว่ ยเหลือเยยี วยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤตของทีม MCATT ในระยะต่างๆ
บทท่ี 5 กรอบแนวทางการใชจ้ า่ ยงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉกุ เฉิน 51
- กรอบแนวทางการใชจ้ ่ายงบประมาณ 51
- หลกั เกณฑ์และวธิ ีการปฏบิ ัติในการเบิกจา่ ยเงินทดรองราชการของส่วนราชการเพือ่ ชว่ ยเหลอื 52
ผู้ประสบภยั พบิ ตั ิในส่วนภูมิภาค
- ระเบยี บท่ีเก่ียวข้อง 54
- การเบิกทดแทนในภาวะไม่ปกติ 55
- แนวทางการประสานงานด้านงบประมาณ 55
บทท่ี 6 ขอ้ มูลทรพั ยากรดา้ นการแพทย์และสาธารณสุข 59
- ขอ้ มลู ทางด้านทีมปฏิบัติการท่ีเกย่ี วข้องที่สามารถให้การสนบั สนุนได้ใน สปฉ.8 61
- ขอ้ มูลทรพั ยากรหรือหน่วยงานในสังกดั ท่ีสามารถใหก้ ารสนบั สนุนได้ใน สปฉ.8 71
- ขอ้ มูลทรพั ยากรด้านระบบส่อื สาร 77
- ขอ้ มูลหลักสตู รการพฒั นาบุคลากรทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ 78
และหลกั สตู รการให้ความรู้ประชาชน
- ข้อมลู รายการทรพั ยากรและช่องทางเข้าถงึ ข้อมลู 83
ภาคผนวก ก 85
- คานิยามและความหมาย 87
- กลไกการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยของกระทรวงสาธารณสขุ 91
- กระบวนการประสานงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข 92
| แนวทางปฏบิ ัติงานในการสนับสนนุ การปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
ง
สารบัญตาราง
ตารางท่ี หน้า
1-1 ประเภทภัยตามแผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 7
และ กระทรวงสาธารณสุข
1-2 ปฏทิ นิ การเกดิ สาธารณภัยในประเทศไทย 8
2-1 ระดับการจัดการภัยและอานาจตามกฎหมาย 17
4-1 ระดบั การแจ้งเตือนภยั ดา้ นการแพทย์และสาธารณสุข 37
6-1 แสดงรายการข้อมลู ทางดา้ นทีมปฏิบัติการทเ่ี กย่ี วข้องที่สามารถใหก้ ารสนบั สนนุ ไดใ้ น สปฉ.8 61
6-2 แสดงรายการข้อมูลดา้ นทรพั ยากรหรอื หนว่ ยงานในสงั กัดท่ีสามารถใหก้ ารสนับสนุนได้ใน สปฉ.8 71
6-3 แสดงรายขอ้ มูลทรัพยากรดา้ นระบบส่อื สาร 77
6-4 แสดงรายการข้อมลู หลกั สตู รการพัฒนาบุคลากรทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุข และ 78
หลกั สูตรการให้ความร้ปู ระชาชน
6-5 แสดงรายการข้อมลู รายการทรพั ยากรท่รี ับผดิ ชอบและช่องทางเขา้ ถึงข้อมูล 83
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
จ
สารบัญแผนภาพ
แผนภาพท่ี หน้า
2-1 ยทุ ธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561 – พ.ศ.2580 13
2-2 ยุทธศาสตรก์ ารจัดการความเสย่ี งจากสาธารณภยั 15
2-3 แผนปฏิบตั ิการดา้ นการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ทางการแพทย์และสาธารณสขุ 16
3-1 โครงสรา้ งกองบญั ชาการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาต/ิ ศูนยบ์ ัญชาการแหตุการณ์ 22
4-1 กลไกการประสานงานระหว่างหน่วยงานหลักและหน่วยงานสนับสนุน 39
ด้านการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
4-2 กลไกการประสานงานระหวา่ งหนว่ ยงาน 41
5-1 การใหช้ ่วยเหลือดว้ ยเงินทดรองราชการเพ่อื ช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภยั พิบัตฉิ ุกเฉิน 56
ตามระเบยี บกระทรวงการคลัง 47
5-2 แนวทางการขอสนับสนนุ งบประมาณเพื่อซ่อมแซมและฟ้ืนฟูสถานบรกิ ารดา้ นสาธารณสุข
หลังได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ
ก-1 กระบวนการประสานงานด้านการแพทยแ์ ละสาธารณสุขในกระทรวงสาธารณสุขในภาวะปกติ 92
ก-2 กระบวนการประสานงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขในกระทรวงสาธารณสขุ ในภาวะฉุกเฉิน 92
| แนวทางปฏบิ ัติงานในการสนับสนุนการปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ฉ หนา้
สารบัญรูปภาพ 3
4
ภาพที่ 4
5
1-1 รอ้ ยละของการเกดิ ภัยธรรมชาตริ ปู แบบต่างๆ ในห้วง ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๓๘ – ๒๕๕๘) 6
1-2 มลู ค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจท่เี กิดจากภยั พิบัตใิ นปี พ.ศ.2552-2561) 10
1-3 ผปู้ ระสบภยั จากภยั พิบัตใิ นปี พ.ศ.2552-2561 10
1-4 แผนท่เี หตกุ ารณ์แผน่ ดินไหวที่เกิดขนึ้ ภายในปี พ.ศ. 2564 จากระบบตรวจวัดแผน่ ดนิ ไหว 43
1-5 สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 ทว่ั โลก
1-6 ภาวะฉกุ เฉนิ ทางสาธารณสขุ
1-8 การจดั การภาวะฉุกเฉนิ ทางสาธารณสขุ
4-1 วงจรการจดั การสาธารณภยั สู่การสร้างใหมใ่ หด้ ีกวา่ เดิมและปลอดภยั กว่าเดมิ
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนับสนุนการปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
บทที ๑
บทนํา
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
บทท่ี 1
บทนา
1.สาธารณภัย
“สาธารณภัย” ภายใต้แผนการปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2558 หมายถึง อัคคีภัย วาตภัย
อุทกภยั ภยั แลง้ โรคระบาดในมนุษย์ โรคระบาดสัตว์ โรคระบาดสัตว์น้า การระบาดของศัตรูพืช ตลอดจนภัยอ่ืนๆ
อันมีผลกระทบต่อสาธารณชน ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ มีผู้ทาให้เกิดขึ้น อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใด ซึ่งก่อให้เกิด
อนั ตรายแก่ชวี ิตร่างกายของประชาชน หรือความเสยี หายแกท่ รพั ยส์ ินของประชาชนหรือของรัฐ และให้หมายความ
รวมภัยทางอากาศและการกอ่ วินาศกรรมด้วย
2. สถานการณ์สาธารณภยั โลก
องค์การสหประชาชาติ (World Population Prospects : The ๒๐๑๒ Revision, UN) คาดว่าในปี
พ.ศ. ๒๕๙๓ ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น ๙,๖๐๐ ล้านคน และ ๑๙,๐๐๐ ล้านคน ในปี พ.ศ. ๒๖๔๓ จากปัจจุบัน
ที่มีประชากรอยู่ประมาณ ๗,๒๐๐ ล้านคน ซ่ึงจะทาให้ความต้องการสิ่งจาเป็นขั้นพ้ืนฐานต่อการดารงชีวิต
ในโลกยุคปัจจุบันมีสูงมากขึ้น ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติท่ีมีอยู่ถูกใช้อย่างรวดเร็วและฟุมเฟือย การพัฒนา
ด้านต่างๆ ที่ไม่คานึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ขีดจากัดและศักยภาพในการฟื้นตัวของ
ทรัพยากรลดลง จงึ เปน็ เหตใุ ห้ระบบนเิ วศถูกทาลายอย่างตอ่ เนือ่ ง
ศูนย์วิจัยทางระบาดวิทยาภัยพิบัติ (Centre for Research on the Epidemiology of Disasters
:CRED, UNISDR) ได้รวบรวมสถิติในรอบ ๒๐ ปีของท่ัวโลกว่า ร้อยละของภัยรูปแบบต่างๆ ที่เกิดข้ึนมากน้อย
ต่างกัน ดังนี้ อุทกภัย วาตภัยแผ่นดินไหว อุณหภูมิสูง/ต่าผิดปกติ ดินโคลนถล่ม ภัยแล้ง ไฟปุา และภูเขาไฟ
ระเบดิ
ภาพท่ี 1-1 รอ้ ยละของการเกิดภัยธรรมชาตริ ูปแบบต่างๆ ในหว้ ง ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๓๘ – ๒๕๕๘)
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
-4-
3. สถานการณส์ าธารณภัยในประเทศไทย
ในชว่ งทศวรรษทผ่ี า่ นมา ประเทศไทยเผชิญกับโรคและภัยธรรมชาติหลายรูปแบบท่ีมีความรุนแรงและ
บ่อยครง้ั ขึ้น สง่ ผลกระทบตอ่ ประชาชนจานวนมาก โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมืองซึ่งมีประชากรหนาแน่นมากข้ึน
ซึ่งพบว่า “อุทกภัยและภัยแล้ง” ยังคงเป็นภัยพิบัติท่ีเกิดขึ้นบ่อยที่สุดและสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ
มากที่สดุ
3.1 อุทกภัยและภัยแล้ง : โดยจากรายงานสถิติการเกิดภัยพิบัติและตัวเลขความเสียหาย ของศูนย์
อานวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย ต้ังแต่ปี พ.ศ.2552-2561 พบว่า การ
เกิดอุทกภัยส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1,727 คน มีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 55 ล้านคน และมีมูลค่าความ
เสียหายทางเศรษฐกจิ กวา่ 50,000 ล้านบาท และภัยแลง้ ทเ่ี กดิ ข้นึ ในระหว่างปี พ.ศ.2551-2560 ส่งผลให้มี
ผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 100 ล้านคน สร้างความเสียหายต่อพ้ืนที่การเกษตรกว่า 14 ล้านไร่ และมีมูลค่า
ความเสียหายทางเศรษฐกจิ กวา่ 6,000 ล้านบาท
ภาพที่ 1-2 มูลคา่ ความเสียหายทางเศรษฐกจิ ท่เี กิดจากภัยพบิ ตั ใิ นปี พ.ศ.2552-2561
ภาพที่ 1-3 ผปู้ ระสบภัยจากภยั พบิ ัติในปี พ.ศ.2552-2561
| แนวทางปฏบิ ัติงานในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
-5-
3.2 แผ่นดินไหวและสึนามิ (Earthquake and Tsunami) : เป็นภัยธรรมชาติที่ก่อให้เกิดความ
เสียหายอย่างรุนแรงและส่งผลกระทบได้กว้างไกล โดยมีสาเหตุมาจากการส่ันสะเทือนอย่างรุนแรงของพื้นดิน
แรงเสียดทานระหว่างช้นั หนิ และชน้ั ดนิ ภายใต้ผิวโลกตามแนวรอยเล่ือนของเปลือกโลกท่ีมีพลังและยังเคล่ือนตัวอยู่
ความเสียหายที่เคยเกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวท่ีสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน
นอกจากนี้แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในมหาสมุทรยังอาจทาให้เกิดคลื่นสึนามิที่เคล่ือนตัวด้วยความเร็วสูง และ
สามารถเคลือ่ นตัวไปด้วยระยะทางไกล เมื่อเคล่ือนเข้าสู่ชายฝ่ังจะทาให้เกิดเป็นคล่ืนขนาดใหญ่ ก่อให้เกิดความ
เสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ท่ีอยู่อาศัยท่ีอยู่ตามบริเวณชายฝั่งได้ โดยข้อมูลสถิตการเกิดแผ่นดินไหว ของ
กองเฝูาระวังแผ่นดินไหว กรมอตุ ุนยิ มวิทยา (ธันวาคม 2564) ได้รายงานการเกิดแผ่นดินไหวบริเวณประเทศไทย
และพ้ืนทีใ่ กลเ้ คยี ง พ.ศ. 2564 จานวน 968 เหตุการณ์ ดงั นี้
- แผ่นดนิ ไหวขนาด นอ้ ยกวา่ 2.0 จานวน 198 เหตุการณ์
- แผน่ ดินไหวขนาด 2.0 - 2.9 จานวน 314 เหตกุ ารณ์
- แผ่นดินไหวขนาด 3.0 - 3.9 จานวน 237 เหตกุ ารณ์
- แผน่ ดินไหวขนาด 4.0 - 4.9 จานวน 192 เหตกุ ารณ์
- แผ่นดินไหวขนาด 5.0 - 5.9 จานวน 25 เหตกุ ารณ์
- แผ่นดนิ ไหวขนาด 6.0 - 6.9 จานวน 2 เหตุการณ์
- แผ่นดินไหวขนาด มากกว่า 7.0 จานวน - เหตกุ ารณ์
ภาพท่ี 1-4 แผนท่ีเหตุการณ์แผ่นดินไหวท่เี กดิ ขน้ึ ภายในปี พ.ศ. 2564 จากระบบตรวจวดั แผน่ ดนิ ไหว
| แนวทางปฏบิ ัติงานในการสนับสนุนการปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
-6-
3.3 ฝุนละอองขนาดเล็ก (PM2.5) : เป็นฝุนที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน เกิดจากการ
เผาไหม้ท้ังจากยานพาหนะ การเผาวัสดุการเกษตร ไฟปุา และกระบวนการอุตสาหกรรม สามารถเข้าไปถึง
ถุงลมในปอดได้ เป็นผลทาให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ และโรคปอดต่างๆ หากได้รับในปริมาณมากหรือ
เป็นเวลานานจะสะสมในเน้ือเยื่อปอด ทาให้การทางานของปอดเสื่อมประสิทธิภาพลง ทาให้หลอดลมอักเสบ
มีอาการหอบหืด จาสถิติในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ได้เกิดสถานการณ์ฝุน
ละอองขนาดเลก็ (PM2.5) ปกคลุมพ้นื ทห่ี ลายจงั หวดั ของประเทศไทย โดยบางจงั หวัดของประเทศค่าเฉลี่ยของ
ฝุนละอองทตี่ รวจวดั ได้สูงเป็นอนั ดับหน่ึงของโลก
3.4 ภัยจากการคมนาคม (Traffic accident) : การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง
ของประเทศซึ่งส่งผลให้เกิดภัยจากคมนาคมมากข้ึน และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่สาคัญในลาดับต้นๆ
ของประชากรของประเทศ ซ่ึงร้อยละ 90 ของภัยจากการคมนาคม คือ อุบัติเหตุทางถนน โดยมีสาเหตุจาก
พฤตกิ รรมเสีย่ งในการใชร้ ถใชถ้ นน การทาผิดจราจร และการดื่มเครื่องด่ืมแอลกอฮอล์แล้วขับข่ี การไม่สวมหมวก
นิรภยั สภาพถนน และส่ิงแวดลอ้ มไมป่ ลอดภยั ก่อให้เกิดความสูญเสียชีวติ และทรัพยส์ ิน
3.5 สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 : ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2562 ได้มีการแพร่ระบาด
ของเชื้อไวรัสอุบัติใหม่ “โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019” ซึ่งพบผู้ติดเช้ือรายแรก ณ มณฑลหูเปุย สาธารณรัฐ
ประชาชนจนี ภายหลังจากน้ันองคก์ ารอนามยั โลกได้ประกาศให้โรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 เป็นภาวะฉุกเฉิน
ทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern) และทุกประเทศ
ไดม้ กี ารเฝาู ระวัง และปอู งกนั ควบคุมโรค ซ่ึงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ท่ัวโลก มีการรายงานผู้ปุวยยืนยัน 228 ประเทศ และ 2 เขตบริหารพิเศษ (ข้อมูล ณ วันท่ี 25 พฤษภาคม
2565) 1จานวน 529,160,159 ราย เสียชวี ติ 6,303,961 ราย ประเทศตา่ งๆ ทวั่ โลกเร่งผลติ และกระจาย
วัคซีนเพ่ือสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ อย่างไรก็ตามในห้วงเดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2564 ได้เกิดการระบาดของโรค
ติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 กลายพันธ์ุชนิดใหม่ (นอกเหนือจากสายพันธุ์อัลฟา เบตา แกมมา และเดลตา) หรือ
สายพันธ์ B.1.1.529 ที่ถูกพบครั้งแรกในทวีปแอฟริกาใต้ ประเทศบอสตาวา ซึ่งองค์การอนามัยโลกต้ังชื่อว่า
“โอมิครอน” และยกระดบั ให้เป็นสายพันธร์ ะดับท่ีน่ากังวล (Variant of Concern : VOC) โดยที่ผู้ท่ีเคยติดเชื้อ
มาแล้ว อาจเกิดการติดเช้ือซ้าจากสายพันธ์ุดังกล่าวได้ง่าย เมื่อเทียบกับสายพันธ์อื่นๆ ดังนั้นประเทศต่างๆ
ยังคงตอ้ งเฝูาระวังและตดิ ตามการแพร่ระบาดของโรคอยา่ งใกลช้ ดิ
ภาพท่ี 1-5 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทวั่ โลก
1 https://www.worldometers.info/coronavirus/
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนุนการปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
-7-
4. ประเภทของสาธารณภัย
ตามแผนการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 ได้จาแนกประเภทภัยทั้งสิ้น
18 ประเภท แบ่งเป็น ด้านสาธารณภัย 14 ประเภท และ ด้านความมั่นคง 4 ประเภท ได้นามาจัดกลุ่มของ
ประเภทภยั ตามกระทรวงสาธารณสุข แบ่งได้เป็น 5 ดา้ น ตามตารางท่ี 1.1 ประกอบดว้ ย
๑) ภัยทเ่ี กิดจากเช้อื โรค/โรคระบาด
๒) ภยั ท่เี กดิ จากสารเคมแี ละวัตถอุ ันตราย
๓) สาธารณภยั
๔) ภยั ทางสิง่ แวดล้อม
๕) ภัยทเ่ี กิดจากการกระทาของมนุษย์และชุมนมุ
จาแนก 1) ภัยจากโรค 1) ภัยจาก ประเภทภยั 1) ภัยแลง้ 1) ภัยจากการคมนาคม
สารเคมี 2) ภยั จากไฟ และขนสง่
ระบาดใน และวตั ถุ 1) อทุ กภยั และดินโคลนถลม่
มนษุ ย์ อันตราย 2) ภยั จากพายหุ มนุ เขตรอ้ น ปาุ และ 2) ภยั จากเทคโนโลยี
ประเภทภยั ตาม 2) ภัยจากโรค 3) ภัยจากอัคคีภยั หมอก สารสนเทศ
แผนการ ภัยท่ีเกดิ จาก 4) ภยั จากอากาศหนาว ควัน 3) ภยั จากการกอ่
ปูองกนั และ แมลง สตั ว์ สารเคมีและ 5) ภัยจากแผน่ ดินไหวและ
บรรเทา ศัตรพู ืช วตั ถุอันตราย วนิ าศกรรม
สาธารณภัย ระบาด อาคารถล่ม 4) ภยั จากทุ่นระเบิดกับ
แห่งชาติ 3) ภัยจากโรค 6) ภัยจากคลื่นสนึ ามิ
พ.ศ.2558 ระบาดสตั ว์ ระเบิด
และสตั ว์นา้ สาธารณภัย 5) ภัยทางอากาศ
6) ภยั จากการชมุ นมุ
ประเภทภัยตาม ภัยทีเ่ กดิ จาก
กระทรวง เช้ือโรค/ ประท้วงและก่อการ
สาธารณสขุ โรคระบาด จลาจล
ภัยทาง ภยั ท่เี กิดจากการกระทา
สิง่ แวดล้อม ของมนษุ ย์และชุมนุม
ตารางท่ี 1-1 ประเภทภยั ตามแผนการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558
และ กระทรวงสาธารณสขุ
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนับสนุนการปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
-8-
5.ปฏิทินการเกดิ สาธารณภยั ในประเทศไทย (แหล่งข้อมูล : กรมอุตนุ ิยมวิทยา, ปี 2561)
ภาค/เดอื น มค กพ มคี เมย พค มยิ กค สค กย ตค พย ธค
ไฟปุา
ภาคเหนือ พายฤุ ดูร้อน อุทกภยั
ฝนแลง้
พายุหมุนเขตรอ้ น /ฝนฟูาคะนอง
ฝนท้งิ ชว่ ง
ภาค ไฟปุา/ฝนแล้ง อทุ กภัย
ตะวันออก พายุฤดูร้อน
เฉียงเหนือ พายหุ มุนเขตร้อน /ฝนฟูาคะนอง
ฝนทง้ิ ชว่ ง
ฝนแลง้ อุทกภัย อทุ กภยั
พายุฤดรู ้อน ฝนทงิ้ ชว่ ง
ภาคกลาง
พายุหมุนเขตร้อน /ฝนฟูาคะนอง
ภาค ฝนแลง้ ฝนท้งิ ชว่ ง
ตะวันออก อทุ กภัย
พายุหมุนเขตร้อน /ฝนฟูาคะนอง
ภาคใตฝ้ ่ัง พายุหมนุ อทุ กภยั
ตะวนั ออก ฝนแล้ง เขตร้อน
อุทกภยั
อทุ กภัย พายหุ มุนเขตร้อน /
ฝนฟูาคะนอง
ภาคใตฝ้ ่ัง ฝนแลง้
ตะวันตก อทุ กภยั อุทกภยั
แผ่นดินถลม่ /
ตารางที่ 1-2 ปฏทิ ินการเกดิ สาธารณภยั ในประเทศไทย คล่ืนพายซุ ดั ฝ่งั
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
-9-
6.ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข
“ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข” (Public Health Emergency) ถือเป็น “สาธารณภัย” ท่ีก่อให้เกิด
อันตรายต่อชีวิต สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน และเกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม “ภาวะ
ฉกุ เฉินทางสาธารณสขุ ” จงึ หมายถึง เหตุการณ์การเกิดโรคและภัยคุกคามสุขภาพ ซ่ึงมีลักษณะเข้าได้กับเกณฑ์
อยา่ งน้อย 2 ใน 4 ประการ ดงั นี้
๑) ทาใหเ้ กิดผลกระทบทางสุขภาพอยา่ งรุนแรง
๒) เปน็ เหตกุ ารณท์ ่ีผดิ ปกติหรือไม่เคยพบมาก่อน
๓) มีโอกาสท่จี ะแพร่ไปสู่พื้นท่ีอน่ื
๔) ต้องจากัดการเคลื่อนที่ของผคู้ นหรอื สนิ ค้า
ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข นอกจากภัยธรรมชาติและอุบัติภัยแล้ว ยังมีอันตรายจากโรคติดเชื้อ โรคติดต่อ
ระหว่างสัตวส์ ่คู น อาหารทไ่ี มป่ ลอดภัย อันตรายจากสารเคมี และอนั ตรายจากสารกัมมันตภาพรังสีและนิวเคลียร์
แบง่ ขอบเขตของโรคและภยั สขุ ภาพได้ 5 ประเภท ดงั นี้
1. โรคติดต่อ คือ เหตุการณ์การแพร่ระบาดอย่างผิดปกติของโรคติดต่อเฉียบพลัน เช่น ไข้หวัดใหญ่
สายพันธ์ุใหม่ ไข้หวัดนก โรคซาร์ส โรคชิคุกุนยา โรคติดเช้ือไวรัสอีโบลา โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 หรือ
โควิด-19 หรอื แม้แตโ่ รคท่ีเกิดขึ้นตามฤดูกาลและโรคประจาถิ่นท่ีมีการแพร่ระบาดอย่างผิดปกติ เช่น ไข้เลือดออก
ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ท้ังน้ีรวมถึงโรคที่ประกาศไว้ในกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR) ให้เป็นภาวะฉุกเฉิน
ทางสาธารณสขุ ระหวา่ งประเทศ เป็นต้น
2. เหตุการณ์ท่ีก่อให้เกิดการบาดเจ็บและอุบัติภัย คือ เหตุการณ์ที่ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บและ
เสยี ชวี ติ ได้ เช่น ตึกถล่ม อุบัติเหตุจากการขนส่งและโดยสาร การจลาจล สงคราม อุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน
เปน็ ตน้
3. โรคและภยั สขุ ภาพทีม่ ากับภัยธรรมชาติ เช่น น้าท่วม ลมพายุ ดินโคลนถล่ม หรือสึนามิ ผู้ประสบภัย
จะเผชญิ กับโรคระบาดและภยั สขุ ภาพ เช่น โรคฉ่ีหนู อุจจาระรว่ ง อาหารเป็นพิษ ไฟฟูาช็อต/ไฟฟูาดูด การเสียชีวิต
จากการจมน้า การขาดยาหรือการรกั ษาที่จาเป็นเน่อื งจากไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้ เป็นต้น
4. ภัยสขุ ภาพที่เกดิ จากสารเคมี คือ เหตกุ ารณ์ท่ีส่งผลถึงการบาดเจ็บและการเสียชีวิตของบุคคลท่ีเกิด
จากการมีสารเคมีท่เี ปน็ อนั ตรายต่อสุขภาพปนเปอ้ื นออกมาในส่งิ แวดล้อม ซึ่งอาจเกิดจากการกระทาของมนุษย์
ด้วยกนั เชน่ การร่ัวไหลออกจากโรงงานอุตสาหกรรม การก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพ/อาวุธเคมี เป็นต้น หรือ
เกดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติ เชน่ การปนเปอื้ นของสารหนูในธรรมชาตใิ นพ้นื ทีจ่ งั หวัดนครศรีธรรมราช เปน็ ต้น
5. ภัยสุขภาพท่ีเกิดจากกัมมันตภาพรังสีและนิวเคลียร์ คือ เหตุการณ์ที่ส่งผลถึงการบาดเจ็บและ
การเสียชีวิตของบุคคลจานวนมาก ซึ่งเกิดจากร่ัวไหลของกัมมันตรังสี และนิวเคลียร์ ซึ่งอาจเกิดได้จากการ
กระทาของมนุษย์หรือเกิดขึน้ ภายหลงั ภัยพบิ ตั ทิ างธรรมชาติ
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 10 -
ภาพท่ี 1-6 ภาวะฉกุ เฉนิ ทางสาธารณสุข
ในการจัดการภาวะฉุกเฉิน เป็นการปฏิบัติการเพ่ือลดความรุนแรงของสาธารณภัย รวมท้ังการรักษาขวัญ สร้าง
ความมั่นใจ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นระเบียบของเจ้าหน้าท่ีและประชาชน โดยให้ยึดถือว่า การรักษาชีวิตและ
ทรัพย์สินของประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วนลาดับแรกท่ีจะต้องเร่งเข้าระงับและให้ความช่วยเหลือ ดังน้ัน ในภาวะ
ปกติจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมไว้เพ่ือให้สามารถเผชิญกับเหตุสาธารณภัยท่ีเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รวดเรว็ ทนั เหตุการณ์
7.กรอบการจดั การภาวะฉุกเฉนิ ดา้ นการแพทย์และสาธารณสุข
สร้างกลไกการเตรียมความพร้อมตามหลักการลดความเสี่ยงจากสาธารณภยั (Disaster Risk Reduction)
ประกอบด้วย
๑) การปอู งกันและลดผลกระทบ (Prevention and Mitigation)
๒) การเตรียมความพร้อม (Preparedness)
๓) การเผชิญเหตุ (Response)
๔) การบรรเทาทุกข์ (Relief) การฟน้ื สภาพและการซ่อมสร้าง (Rehabilitation and Reconstruction)
ภาพท่ี 1-7 การจดั การภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสขุ
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
บทที ๒
นโยบาย ยุทธศาสตร์
และหลักการจัดการความเสียง
จากสาธารณภัย
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
บทท่ี 2
นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ และหลักการจดั การความเส่ยี งจากสาธารณภัย
ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 20 ปี ระหว่าง พ.ศ.2561 – พ.ศ.2580 ซึ่งประกอบไปด้วย แผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมแห่งชาติ ประกอบด้วย 3 แผนหลัก ได้แก่
แผนการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณภัย แผนเตรียมความพร้อมด้านการสู้รบ แผนเตรียมความพร้อมด้าน
วกิ ฤติการณ์ความมน่ั คง
ยทุ ธศาสตรช์ าติ
พ.ศ. 2561 - 2580
แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และ นโยบาย นโยบายและแผนระดับชาติ
สงั คมแห่งชาติ รัฐบาล วา่ ดว้ ยความมนั่ คงแหง่ ชาติ
แผนเตรยี มพรอ้ มแหง่ ชาติ
ด้านสาธารณภัย ด้านภยั ที่เกิดจากการส้รู บ ดา้ นวิกฤตการณค์ วามมน่ั คง
- แผนการปอู งกนั และบรรเทา - แผนปอู งกันประเทศ - ยุทธศาสตรก์ ารปอู งกันและแกไ้ ข
สาธารณภยั แหง่ ชาติ - แผนผนึกกาลังและทรพั ยากร ปญั หาอาชญากรรมข้ามชาติ
- แผนสนบั สนุนการปฏบิ ตั ิงาน เพอ่ื การปอู งกันประเทศ - ยุทธศาสตรต์ อ่ ตา้ นการก่อการ
ในภาวะฉกุ เฉนิ (สปฉ.) - แผนเตรยี มพรอ้ มดา้ น - แผนปฏิบตั กิ ารเพ่ือการรกั ษา
ทรัพยากร 10 ด้าน
- แผนการปอู งกันและบรรเทา ความมน่ั คงปลอดภัยไซเบอร์
สาธารณภยั จงั หวดั อาเภอ และ - แผนความมัน่ คงแห่งชาตทิ าง
ทอ้ งถิน่
- แผนปฏิบัติการด้านการปูองกัน ทะเล
และบรรเทาสาธารณภยั ทาง - นโยบาย/ยุทธศาสตร/์ แผน
การแพทย์และสาธารณสุข
แผนงาน/ โครงการ
ของหน่วยงาน
แผนภาพท่ี 2-1 ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561 – พ.ศ.2580
| แนวทางปฏบิ ัติงานในการสนับสนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 14 -
1.นโยบายการปูองกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ
คณะกรรมการปอู งกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้กาหนดกรอบนโยบายการปูองกันและบรรเทา
สาธารณภัยแห่งชาตไิ ว้ 4 ดา้ น ดงั นี้
1.1 การพัฒนาและส่งเสริมการลดความเส่ียงจากสาธารณภัย ด้วยการปูองกัน การลดผลกระทบ
และการเตรียมความพร้อมให้มีประสิทธิภาพ โดยการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เป็นชุมชนปลอดภัย และการ
ส่งเสริมให้ท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดการ เพื่อให้เกิดการรู้รับและปรับตัวต่อผลกระทบ
จากสาธารณภัยนาไปสู่การจัดการอยา่ งยั่งยนื
1.2 การบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาศักยภาพการจัดการสาธารณภัยในภาวะ
ฉุกเฉินให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล พร้อมทั้งการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบภัย
ไดอ้ ย่างรวดเรว็ ทั่วถงึ และทันเหตกุ ารณ์
1.3 การพัฒนาระบบการฟื้นฟูให้สามารถสนองตอบต่อความต้องการของผู้ประสบภัยได้อย่างท่ัวถึง
และเป็นธรรม พ้ืนท่ีประสบภัยได้รับการซ่อมสร้างและฟื้นสภาพให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วหรือดีกว่าและ
ปลอดภยั กวา่ เดิม
1.4 การพัฒนาและส่งเสริมมาตรฐานความร่วมมือระหว่างประเทศในการจัดการความเส่ียงจาก
สาธารณภัยร่วมกับหนว่ ยงานเครอื ข่ายทั้งภายในประเทศและตา่ งประเทศให้มปี ระสทิ ธิภาพ
2.เปูาหมายการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย
2.1 การจัดใหม้ รี ะบบการจดั การความเสยี่ งจากสาธารณภัยของประเทศที่มีความพร้อมรับสถานการณ์
ที่อาจเกิดขึ้น โดยการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งทาให้ผู้ประสบภัยได้รับ
การชว่ ยเหลอื ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งพ้นื ทีป่ ระสบภัยได้รับการฟน้ื ฟูอย่างท่ัวถึงและเป็นธรรม เพื่อเป็นการสร้าง
มาตรฐานในการจดั การความเสี่ยงจากสาธารณภยั ของประเทศ
2.2 สงั คมไทยเป็นสังคมท่ีมีการเรียนรู้และมีภูมิคุ้มกันในการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยโดยให้
ทอ้ งถนิ่ ชุมชน และภาคส่วนตา่ ง ๆ เขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยนาไปสู่การพัฒนา
ท่ยี ั่งยืน
2.3 ประชาชนมีความตระหนักถึงความปลอดภัย โดยให้ความสาคัญกับการสร้างองค์ความรู้
ความตระหนัก และวัฒนธรรมความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาศักยภาพสังคมและท้องถิ่นเพ่ือมุ่งเข้าสู่ "การรู้
รับปรับตัว- ฟน้ื เรว็ ท่วั - อยา่ งยง่ั ยืน" (Resilience)
3. วัตถปุ ระสงคข์ องแผน
3.1 เพื่อเป็นกรอบแนวคิดในการปฏิบัติ (Concept of Operations) ให้แก่หน่วยงานทุกภาคส่วน
ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศในการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างบูรณาการ เป็นระบบ และ
มที ิศทางเดียวกนั
3.2 เพื่อเป็นการประมวลแนวทางปฏิบัติและทิศทางการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยที่นานา
ประเทศใช้อย่ใู นปจั จุบันและเป็นท่ียอมรับมาประยุกต์ใช้ในการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยท่ีสอดคล้องกับ
บรบิ ทของประเทศไทย และสามารถนาไปปรับใชใ้ นการจดั ทาแผนระดับต่าง ๆ เช่น แผนการปูองกันและบรรเทา
สาธารณภัยจังหวัด/กรุงเทพมหานคร รวมถึงแผนปฏิบัติการในการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น และแผนปฏิบัติการสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉินด้านต่าง ๆ เป็นต้น ให้การ
จัดการความเสี่ยงจากสาธารณภยั มีประสทิ ธิภาพและประสทิ ธผิ ลมากยิ่งข้ึน
| แนวทางปฏบิ ัติงานในการสนบั สนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 15 -
3.3 เพอ่ื พฒั นาขดี ความสามารถในการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย ประกอบด้วย การลดความ
เสี่ยงจากสาธารณภัย (Disaster Risk Reduction) การจัดการในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Management)
และการฟื้นฟูให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม (Build Back Better and Safer) ตั้งแต่ระดับชุมชน ท้องถ่ินถึง
ระดับประเทศ รวมถึงระดบั นานาชาติ เพื่อใหม้ ีความเสยี หายน้อยท่ีสดุ เม่อื เกดิ สาธารณภัย
4.ยุทธศาสตรก์ ารจดั การความเส่ียงจากสาธารณภยั
ยุทธศาสตร์การจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยของแผนฉบับนี้ เป็นการตอบสนองต่อเปูาหมาย
การจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยของประเทศและวัตถุประสงค์ของแผนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ในอนั ท่ีจะยกระดบั ไปสู่มาตรฐานตามหลักสากล เพอ่ื สร้างความเช่ือมั่นและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ของประชาชนและของรัฐ รวมถึงความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างย่ังยืน
ประกอบด้วย
ยุทธศาสตรท์ ี่ 1 การม่งุ เนน้ การลดความเส่ยี งจากสาธารณภัย
ยุทธศาสตรท์ ี่ 2 การบรู ณาการการจดั การในภาวะฉุกเฉิน
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การเพ่ิมประสิทธิภาพการฟืน้ ฟูอยา่ งย่งั ยนื
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสง่ เสริมความร่วมมอื ระหวา่ งประเทศในการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย
แผนภาพที่ 2-2 ยุทธศาสตรก์ ารจดั การความเส่ยี งจากสาธารณภยั
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 16 -
5.แผนปฏบิ ัตกิ ารดา้ นการปอู งกันและบรรเทาสาธารณภยั ทางการแพทย์และสาธารณสขุ
วิสัยทัศน์ : ประชาชนในพ้ืนที่ประสบภัยได้รับบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ
ปลอดภัยและมีความมี่นใจในระบบบริการสาธารณสุขทุกระยะของการเกิดภัย อย่างทันท่วงที
ในทุกสถานการณ์ที่เกดิ ขึ้น
เปาู หมาย : เพอ่ื พฒั นาระบบบรู ณาการและการปฏิบตั ิด้านการปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภัยทาง
การแพทย์และสาธารณสุขตั้งแต่ะดับชุมชน ท้องถ่ิน และระดับประเทศ ให้ป็นเอกภาพและมี
ประสิทธภิ าพ ด้วยการมสี ว่ นรว่ มของภาครฐั ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายทั้งในและ
ต่างประเทศ สามารถลดความสญู เสยี ของประชาชนในพืน้ ทปี่ ระสบภัยได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
แผนปฏบิ ัตกิ ารด้านการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยทางการแพทย์และสาธารณสุข
ยุทธศาสตร์ท่ี 1 ยุทธศาสตร์ที่ 2 ยทุ ธศาสตร์ที่ 3 ยุทธศาสตรท์ ี่ 4
ส่งเสริมการลดความเสยี่ งตอ่ สา บูรณาการระบบและใหบ้ รกิ าร เพิม่ ประสทิ ธภิ าพการ พฒั นาศกั ยภาพและกลไกการ
ธารณภยั ทางการแพทยแ์ ละ ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุขใน ฟ้ืนฟดู า้ นการแพทยแ์ ละ บรหิ ารจดั การเชิงบูรณาการทาง
สาธารณสขุ ทม่ี มี าตรฐาน
ภาวะฉกุ เฉนิ และสาธารณภยั สาธารณสุขหลังเกดิ การแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
อยา่ งครอบคลมุ และมี สาธารณภยั ระหว่างประเทศในภาวะฉุกเฉิน
ประสทิ ธภิ าพ และสาธารณภยั ดว้ ยเทคโนโลยี
และนวตั กรรม
กลยทุ ธ์ กลยทุ ธ์ กลยทุ ธ์ กลยทุ ธ์
1. จัดต้ังและพัฒนาโครงสรา้ ง 1. พฒั นาขีดความสามารถ
1. พฒั นาสมรรถนะระบบและกลไก 1. พัฒนากลไกดา้ นการแพทย์และ
กฎหมาย ระเบียบ มาตรการ กลไก การบรหิ ารจัดการภาวะฉุกเฉิน การสาธารณสุขภายหลังเหตกุ ารณ์ เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมในการ
การส่ังการประสานงาน เช่ือมโยง ทางการแพทย์และการสาธารณสุข สาธารณภยั (Post Disaster Needs ปูองกนั และบรรเทาสาธารณภัยทาง
บูรณาการหน่วยงาน สอดรับกบั การ (Emergency Operation Assessment: PDNA) ร่วมกับ การแพทย์ และการสาธารณสขุ
จดั การภาวะฉกุ เฉนิ ท่ีมปี ระสิทธภิ าพ Center:EOC:3’S) รว่ มกับภาคี หนว่ ยงานภาคเี ครือข่าย ในระดบั 2. เสริมสรา้ งทกั ษะและความ
2. สรา้ งความเข้มแข็งของสังคม เครอื ขา่ ยปฏิบัติการ ปฏิบัติการพน้ื ที่ ชานาญของเครือขา่ ยด้านการ
ชมุ ชน และเครือข่ายความร่วมมอื 2. พฒั นาระบบส่ือสารในภาวะ 2. พัฒนาระบบปฏบิ ัติการฟนื้ ฟูด้าน บริหารจัดการภาวะฉกุ เฉนิ ทางการ
ทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและ ฉุกเฉินและเชอ่ื มโยงระบบ การแพทยแ์ ละการสาธารณสุขให้ แพทย์ และการสาธารณสขุ และ
ระหว่างประเทศในการเตรียมความ ฐานข้อมลู ระบบจัดการข้อมูล และ สอดคลอ้ งกับ แนวทางการฟ้ืนฟู ส่งเสริมมาตรฐานความร่วมมือ
พร้อม รวมถึงสร้างองค์ความรู้ด้าน การติดตามประเมนิ สถานการณ์ท่ี หลงั ภยั พิบัติ (Disaster Recovery ระหว่างประเทศในการจัดการความ
การแพย์และสาธารณสขุ ในภาวะ รวดเร็ว เปน็ ปจั จบุ ัน ถูกต้อง Framework: DRF) เสย่ี งจากสาธารณภัย
ฉุกเฉินและสาธารณภยั เหมาะสม เชื่อถือได้เพ่อื ใหม้ รี ะบบ 4. พฒั นาระบบสารสนเทศสาหรับ
3. จัดทาระบบบริหารความตอ่ เน่อื ง แจ้งเตอื น และเฝูาระวังที่สนับสนนุ สนบั สนุน ระบบการบริการดา้ น
ของภารกิจ (Business Continuity การการตัดสนิ ใจ จัดการ การแพทย์และสาธารณสุขฉุกเฉนิ
Management System : BCMS) สถานการณ์ฉกุ เฉนิ ได้อยา่ งมี ระบบการแพทย์ฉุกเฉนิ ที่บูรณาการ
ท่ีสามารถสนบั สนนุ บุคลากรและ ประสิทธิภาพ ด้านการแพทย์ฉุกเฉนิ นอก
ทรพั ยากรอ่ืนแก่การจัดการภาวะ 3. พฒั นาระบบบรหิ ารจัดการ โรงพยาบาล ระบบการรับ-สง่
ฉุกเฉนิ ทางการแพทยแ์ ละการ ทรพั ยากรในการจัดการภาวะฉุกเฉนิ ระหวา่ งโรงพยาบาล การบริการใน
สาธารณสุขอย่างยั่งยืน และสาธารณภัย ระบบบรกิ ารทาง หอ้ งฉกุ เฉนิ การส่งตอ่ ผปู้ ุวยและการ
4. ยกระดับหน่วยปฏบิ ัติฉุกเฉนิ และ การแพทย์ที่มมี าตรฐาน จัดการสาธารณภยั ด้านการแพทย์
การปฏิบตั ิทางการแพทยแ์ ละการ 4. การพัฒนาขีดความสามารถของ และการสาธารณสุข (National
สาธารณสุขท่มี มี าตรฐาน บคุ ลากรด้านการแพทยแ์ ละ Emergency Care
5. พฒั นาขีดความสามารถระบบ สาธารณสุข และทีมปฏิบตั ิการ InformationSystem)
เฝาู ระวัง ระบบวเิ ราะห์ความสเยง เฉพาะกิจให้มมี าตรฐาน เพ่อื รองรับ 4 พฒั นาศกั ยภาพดา้ นการส่อื สาร
ระบบการแจ้งเตือนภัย และกลไก การปฏบิ ตั ิการด้านการแพทย์และ ความเสีย่ ง และการประชาสมั พันธ์ท่ี
การจัดการภาวะฉุกเฉนิ ทางการ สาธารณสุขในภาวะฉุกเฉนิ และ ได้มาตรฐานสากล
แพทยแ์ ละการสาธารณสุขตาม ภาวะปกติ
มาตรฐานท่ีกาหนด
แผนภาพที่ 2-3 แผนปฏบิ ตั ิการดา้ นการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยทางการแพทย์และสาธารณสุข
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนุนการปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 17 -
6.ระดบั การจัดการสาธารณภัย
การจัดการสาธารณภัย เป็นการบริหารจัดการเพื่อลดความรุนแรงและลดการสูญเสียที่เกิดจาก
สาธารณภัย ต้องมีการเตรียมการเพ่ือรองรับภาวะฉุกเฉินทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ในด้านต่างๆ
ให้พรอ้ มตอ่ การจัดการภาวะฉกุ เฉนิ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพและเป็นระบบ โดยการจัดการสาธารณแบ่งเป็น 4 ระดบั ดงั นี้
ความรุนแรงระดับ 1 หมายถึง สาธารณภัยท่ีเกิดขึ้นท่ัวไปหรือมีขนาดเล็ก ท้องถ่ินสามารถจัดการได้
โดยตนเอง ในกรณีน้ี ให้ผู้อานวยการท้องถ่ิน และ/หรือ ผู้อานวยการอาเภอ และ/หรือ ผู้ช่วยผู้อานวยการ
กรุงเทพมหานคร สามารถควบคุมสถานการณ์และจัดการระงับภัยได้
ความรุนแรงระดับ 2 หมายถึง สาธารณภัยขนาดกลาง ซึ่งเกิดขีดความสามารถของท้องถ่ิน
ตอ้ งอาศยั การช่วยเหลือจากท้องถน่ิ ขา้ งเคียงและหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ งในจงั หวดั ในกรณีน้ีผอู้ านวยการในระดบั 1
ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ผู้อานวยการจังหวัด และ/หรือ ผู้อานวยการกรุงเทพมหานคร และ/หรือ
ผ้วู า่ ราชการจงั หวดั และ/หรือ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าควบคุมสถานการณ์
ความรุนแรงระดับ 3 หมายถึง สาธารณภัยขนาดใหญ่ ท่ีมีผลกระทบรุนแรงกว้างขวาง หรือ
สาธารณภัยจาเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญหรืออุปกรณ์พิเศษ เป็นสาธารณภัยขนาดใหญ่ท่ีมีพื้นที่เสียหายเป็น
บริเวณกว้าง หรือสถานการณ์ของสาธารณภัยท่ีเกิดขึ้น จาเป็นต้องอาศัยผู้เช่ียวชาญหรืออุปกรณ์พิเศษต้อง
ระดมหน่วยความช่วยเหลือจากทุกส่วนราชการ ภาคเอกชนและผู้เช่ียวชาญเฉพาะด้าน ผู้อานวยการจังหวัด
ไม่สามารถควบคุมและระงับสาธารณภัยได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกพ้ืนที่ ในกรณีนี้
ให้ผู้อานวยการกลาง และ/หรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ได้รับมอบหมาย และ/หรือ
ผู้บัญชาการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และ/หรือ ผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์
เข้าควบคุมสถานการณ์ (กระทรวงสาธารณสุข จะดาเนินการเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และ
สาธารณสุข Public Health Emergency Operation Center : PHEOC)
ความรุนแรงระดับ 4 หมายถึง สาธารณภัยขนาดใหญ่ท่ีมีผลกระทบร้ายแรงอย่างยิ่ง เป็น
สาธารณภัยขนาดใหญ่มากเป็นพิเศษ ท่ีมีผลกระทบร้ายแรงอย่างย่ิงต่อชีวิตทรัพย์สินและขวัญกาลังใจของ
ประชาชนท้ังประเทศ หรือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผู้บัญชาการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
ไม่สามารถท่ีจะควบคุมสถานการณ์และระงับภัยได้ นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีท่ีนายกรัฐมนตรี
มอบหมาย จะเปน็ ผูบ้ ัญชาการเหตกุ ารณ์เข้าควบคุมสถานการณ์
ระดบั การจัดการ ผมู้ อี านาจตามกฎหมาย
1 สาธารณภยั ขนาดเลก็ ผอู้ านวยการอาเภอ และ/หรือ ผู้อานวยการท้องถ่ินและ/หรือ ผู้ช่วยผู้อานวยการ
2 สาธารณภยั ขนาดกลาง กรงุ เทพมหานคร ควบคุมและส่งั การ
ผ้อู านวยการกลาง และ/หรือ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยหรือผูไ้ ด้รับ
3 สาธารณภยั ขนาดใหญ่ มอบหมาย และ/หรือ ผู้บัญชาการปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ และ/
หรือ ผู้ไดร้ ับมอบหมายเปน็ ผ้บู ัญชาการเหตกุ ารณ์ ควบคมุ สง่ั การและบัญชาการ
4 สาธารณภยั ร้ายแรง ผอู้ านวยการกลาง และ/หรอื รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทยหรือผไู้ ด้รับ
อยา่ งยงิ่ มอบหมาย และ/หรอื ผู้บญั ชาการปูองกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ
ควบคมุ สัง่ การและบญั ชาการ
นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรฐั มนตรีมอบหมาย ควบคุม
ส่งั การและบัญชาการ
ตารางท่ี 2-1 ระดบั การจัดการภัยและอานาจตามกฎหมาย
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
บทที ๓
บทบาทหน้าที
ส่วนงานการแพทย์และ
สาธารณสุข (สปฉ.8)
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
บทท่ี 3
บทบาทหนา้ ที่ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข (สปฉ.8)
1.โครงสรา้ งกองบญั ชาการปอู งกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาต/ิ ศนู ย์บัญชาการแหตุการณ์
สปฉ.8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข เป็นหน่ึงในโครงสร้างกองบัญชาการปูองกันและบรรเทา
สาธารณภยั แห่งชาติ/ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ของ “สว่ นปฏบิ ัตกิ าร” ดงั แผนภาพที่ 3.1
สว่ นปฏิบัตกิ าร มหี น้าท่ีในการปฏิบัตกิ ารลดอนั ตรายทเี่ กิดข้นึ โดยเร็ว โดยรักษาชีวิตและปกปูองทรัพย์สิน
เขา้ ควบคมุ สถานการณ์ ฟื้นฟูสู่สภาวะปกติ ดับเพลงิ ค้นหาและกู้ภัย สารเคมีและวัตถุอันตราย บริการการแพทย์
และสาธารณสุข คมนาคม รักษาความสงบเรียบร้อย ประสานทรัพยากร และทหาร โดยหน่วยงานที่มีหน้าที่
ดงั กล่าวรว่ มกันจดั ทา ขอบเขต แผนงาน ภารกิจ และโครงสร้างภายในของส่วนฯ
ผู้บัญชาการ/ผอู้ านวยการ
ศูนย์ข้อมูลประชาสัมพนั ธ์ร่วม ท่ีปรึกษา/ผูเ้ ช่ยี วชาญ
ศนู ยป์ ระสานการปฏบิ ัติ
ส่วนปฏบิ ัติการ ส่วนอานวยการ สว่ นสนับสนนุ
สปฉ.1 สปฉ.7 สปฉ.5 สปฉ.2 สปฉ.11
คมนาคม การสนบั สนนุ ทรัพยากรทางทหาร การจัดการ เทคโนโลยสี ารสนเทศ การเกษตร
และการสือ่ สาร
สปฉ.4 สปฉ.8 สปฉ.15 สปฉ.12
สปฉ.3
ผจญเพลิง การแพทยแ์ ละสาธารณสขุ การตา่ งประเทศ พลงั งาน
สาธารณูปโภค
สปฉ.9 สปฉ.10 กฎหมาย และโครงสร้างพื้นฐาน สปฉ.14
การคน้ หา สารเคมี วตั ถุอันตราย สปฉ.6 การเศรษฐกจิ
และกู้ภัย และกัมมันตรังสี การศกึ ษา
สวสั ดกิ ารสงั คม
สปฉ.13 และความมน่ั คงของมนษุ ย์ สปฉ.18
รักษาความสงบ สปฉ.17 งบประมาณ
เรียบรอ้ ย และการบริจาค
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม
แผนภาพท่ี 3-1 โครงสร้างกองบัญชาการปูองกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ/ศูนย์บัญชาการแหตุการณ์
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนับสนุนการปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 22 -
2.แนวทางปฏิบัติในการสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Support Function : ESF)
: สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข ที่บรรจุในส่วนปฏิบัติการ มีหน้าที่ในการปฏิบัติการ
ให้บริการการแพทย์และสาธารณสุข ลดอันตรายท่ีเกิดขึ้นโดยเร็วต่อชีวิต โดยรักษาชีวิตและปกปูองให้เกิด
ความสูญเสียน้อยท่ีสุด เข้าควบคุมสถานการณ์ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ครอบคลุมในทุกด้าน
ให้กลับพื้นฟูสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เช่น การช่วยชีวิตลดการเสียชีวิต การฟื้นฟูสภาพจิตใจ การพื้นฟูด้าน
การสุขาภิบาลและอนามัยส่ิงแวดล้อม การปูองกันและควบคุมโรค โดยการประสานการระดมสรรพกาลังและ
ทรัพยากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขแบบบูรณาการ จากทุกภาคส่วนกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องท้ังในและ
ต่างประเทศ โดยจัดหาและจัดเตรียมสารองทรัพยากรทางการแพทย์และสาธารณสุขรวมถึงการพัฒนาทีม
ปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ในภาวะฉุกเฉินในระดับต่าง ๆ ที่พร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
สนบั สนนุ แกก่ ารปฏบิ ตั ิงานของกองอานวยการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย
3.ขอบเขตหน้าท่ี สปฉ.8 : ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข ภายใต้แผนการปูองกันและบรรเทา
สาธารณภัย แหง่ ชาติ พ.ศ.2558
ขอ้ 1 จัดเตรียมและจัดหาทรัพยากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมท้ังประสานการระดมสรรพ
กาลังด้านการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
ขอ้ ที่ 2 จดั ทาระบบฐานข้อมลู ผู้เชย่ี วชาญทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมท้ังเคร่ืองมือทางการแพทย์
ในด้านต่าง ๆ ของรัฐและเอกชน เพอื่ ใหพ้ รอ้ มต่อการปฏิบัตเิ ม่ือเกดิ สาธารณภัย
ขอ้ ท่ี 3 พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (Emergency Medical Services : EMS) หน่วยปฏิบัติการกู้ชีพ
และทมี ตอบสนองด้านการแพทย์ ได้แก่ ทีมปฏิบัติการฉุกเฉนิ ทางการแพทย์ในภาวะฉุกเฉินระดับ
อาเภอ (Mini MERT) ทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ระดับตติยภูมิในภาวะฉุกเฉิน (MERT:
Medical Emergency Response Team) ทีมเฝูาระวังสอบสวนเคล่ือนท่ีเร็ว (SRRT :
Surveillance Rapid Response Team) ทีมปฏิบัติการด้านจิตเวช (MCATT : Mental
Health Crisis Assessment and Treatment Team) ที่พร้อมออกปฏิบัติงานช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ พร้อมทัง้ จดั ระบบเครือข่ายสาธารณสุขให้บริการและสนับสนุน
การปฏบิ ตั งิ านทัว่ ประเทศ โดยรว่ มมือกับหน่วยงานที่เก่ียวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถ
ใชป้ ระโยชน์ไดท้ ันทเี ม่ือเกดิ สาธารณภยั
ขอ้ ที่ 4 จัดให้มีการพัฒนาระบบสื่อสาร เพ่ือประสานงานและสั่งการภายในหน่วยงานสาธารณสุข และ
หนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวขอ้ งใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพ
ข้อท่ี 5 จดั ให้มีการเตรยี มพร้อมทางห้องปฏิบตั กิ ารท่ที นั สมัย และได้มาตรฐาน
ข้อท่ี 6 จัดให้มีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลความเสียหายทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงการ
รายงานผลอยา่ งถกู ตอ้ งและรวดเรว็
ข้อที่ 7 พัฒนาบุคลากรสาธารณสุขและอาสาสมัคร ให้มีความรู้และทักษะพร้อมที่จะปฏิบัติงานเม่ือเกิด
สาธารณภัย และปอู งกนั ตนเองจากภัยทเ่ี กดิ ขึ้นขณะปฏบิ ัตงิ าน
ขอ้ ท่ี 8 ให้ความรู้แก่ประชาชนและชุมชนในด้านการรักษาพยาบาลเบ้ืองต้นการสุขาภิบาลและอนามัย
ส่งิ แวดลอ้ ม เพื่อใหส้ ามารถชว่ ยเหลือตนเองและผู้อน่ื ได้เม่ือประสบภยั
ข้อท่ี 9 เฝูาระวัง ควบคุม และติดตามโรคติดต่อ พร้อมท้ังจัดให้มีการรักษาพยาบาล การอนามัย การ
สุขาภบิ าล และการปอู งกนั โรคแก่ผู้ประสบภยั
ขอ้ ที่ 10 ฟื้นฟสู ภาพจติ ใจของผ้ปู ระสบภัยใหก้ ลับมาดารงชวี ติ ได้ตามปกติ
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนับสนุนการปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 23 -
4.บทบาทหนา้ ท่ีหน่วยงานปฏบิ ัตริ ่วมท่เี ก่ียวข้อง
หน่วยงานหลกั : กระทรวงสาธารณสขุ
บทบาทหน้าที่ :
1. จดั ทาและเสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์การปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย
ดา้ นการแพทย์และการสาธารณสขุ ระดบั ชาติ
2. เป็นหน่วยงานหลักในการประสานและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปูองกันและ
บรรเทาสาธารณภัยด้านการแพทย์และการสาธารณสุขระดับชาติตามกฎหมาย
ว่าด้วยการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกระดับ ตลอดจนเป็นศูนย์
ประสานงานกลางของหน่วยงานทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นและภาคี
เครอื ข่ายทเ่ี ก่ียวข้อง
3. เป็นหน่วยงานหลกั ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขรับผิดชอบในการตอบสนอง
ต่อภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และการสาธารณสุข และจัดให้มีระบบบัญชาการ
เหตุการณ์ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข รวมท้ังจัดให้มีศูนย์ปฏิบัติการ
ภาวะฉกุ เฉนิ ตา้ นการแพทย์และการสาธารณสุขในระดับตา่ ง ๆ
4. สนับสนนุ และพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรในการจัดการภาวะฉุกเฉิน
และสาธารณภัย ทง้ั ระยะกอ่ นเกิดภยั ระหวา่ งเกดิ ภยั และหลงั เกดิ ภยั
5. พัฒนาและบรหิ ารจัดการระบบส่อื สารสั่งการ และเป็นศูนย์ประสานการเช่ือมโยง
ของหน่วยงานสาธารณสุขทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถ่ิน และภาคี
เครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะ
ฉุกเฉินและสาธารณภยั
6. สนับสนุนและพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ องค์ความรู้ และนวัตกรรม
ดา้ นบรหิ ารจดั การบริการ และวชิ าการ
7. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอ่ืนท่ีเก่ียวข้อง
หรือที่ไดร้ บั มอบหมาย
หนว่ ยงานในสังกดั กระทรวงสาธารณสขุ
หนว่ ยงาน บทบาทหนา้ ท่ี
สานกั งานปลัดกระทรวง 1. สร้างทมี พฒั นาบคุ ลากรตามและจัดโครงสรา้ งระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์
สาธารณสุข 2. วิเคราะหป์ ระเมินความเสี่ยงในระดบั พื้นท่ี พัฒนาระบบเฝูาระวังและแจ้งเตือนภัย
(กองสาธารณสุขฉุกเฉิน) ด้านการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
3. สนับสนุนและพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรในการจัดการภาวะฉุกเฉิน
และสาธารณภัย ทีมปฏิบัติการ ระบบสื่อสารสั่งการ ระบบเทคโนโลยี ระบบ
ฐานข้อมูล การเงิน เพ่ือสนับสนุนการจัดการภาวะฉุกเฉิน ท้ังระยะก่อนเกิดภัย
ระหว่างเกิดภยั และหลังเกดิ ภัย
4. พัฒนาและบริหารจัดการระบบส่ือสารส่ังการ และเป็นศูนย์ประสานการเชื่อมโยง
ของหน่วยงานสาธารณสุขท้ังส่วนกลางส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และภาคี
เครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือประชาชนท่ีได้รับผลกระทบจากภาวะ
ฉกุ เฉนิ และสาธารณภยั
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนับสนนุ การปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
หนว่ ยงาน - 24 -
สานกั งานปลดั กระทรวง บทบาทหน้าที่
สาธารณสุข
(กองสาธารณสุขฉุกเฉิน) 5. บูรณาการความร่วมมือและพัฒนาแผนการเตรียมความพร้อม แผนเชิญเหตุ
และแผนการฟน้ื ฟู และรว่ มซ้อมแผนรว่ มกับภาคเี ครือขา่ ยทเี่ กีย่ วข้อง
(ต่อ)
กรมควบคุมโรค 6. สรา้ งทมี พัฒนาบคุ ลากรตามและจัดโครงสรา้ งระบบบญั ชาการเหตุการณ์
7. วเิ คราะหป์ ระเมนิ ความเส่ียงในระดับพืน้ ท่ี พัฒนาระบบเฝูาระวังและแจ้งเตือนภัย
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
8. สนับสนุนและพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรในการจัดการภาวะฉุกเฉิน
และสาธารณภัย ทีมปฏิบัติการ ระบบสื่อสารส่ังการ ระบบเทคโนโลยี ระบบ
ฐานข้อมูล การเงิน เพ่ือสนับสนุนการจัดการภาวะฉุกเฉิน ท้ังระยะก่อนเกิดภัย
ระหวา่ งเกิดภยั และหลงั เกิดภัย
9. พัฒนาและบริหารจัดการระบบส่ือสารส่ังการ และเป็นศูนย์ประสานการเช่ือมโยง
หน่วยงานสาธารณสุขทั้งส่วนกลางส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย
ท่ีเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะฉุกเฉินและ
สาธารณภัย
10.บูรณาการความร่วมมือและพัฒนาแผนการเตรียมความพร้อม แผนเชิญเหตุ
และแผนการฟ้ืนฟู และร่วมซอ้ มแผนร่วมกับภาคีเครือข่ายทเี่ กยี่ วข้อง
11.จัดต้งั ศนู ย์ปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉนิ ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข (Public Health
Emergency Operation Center- PHEOC) เพื่อใช้เป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์
ในดาเนินงานและขน้ั ตอนต่างๆ ของการจัดการสาธารณภัย รวมถึงภารกิจสาคัญ
ในระดบั ประเทศท่ีเกย่ี วข้องกบั ด้านการแพทยแ์ ละการสาธารณสขุ
12.พัฒนางานด้านวิชาการ การสื่อสารความเส่ียง องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ
ภาวะฉุกเฉนิ พฒั นาให้เปน็ ศูนยศ์ กึ ษาดูงานและถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เก่ียวข้อง
ท้งั ในและต่างประเทศ
1. เป็นหน่วยงานหลักท่ีทาหน้าท่ีในการปูองกันและควบคุมโรคแก่ผู้ประสบ
สาธารณภัยหรือภัยพิบัติ โรคและภัยสุขภาพ โดยมีแนวปฏิบัติและหน่วยงาน
สนบั สนุนการปอู งกันควบคมุ โรค
2. พฒั นาระบบและกลไกศูนยป์ ฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน และระบบบัญชาการเหตุการณ์
ในการจัดการภาวะฉุกเฉนิ ทางสาธารณสุขให้เป็นไปตามมาตรฐาน
3. ประสานและบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องและภาคี
เครอื ข่ายในการจดั การภาวะฉุกเฉนิ ทางสาธารณสขุ
4. ศึกษา วิเคราะห์ วจิ ยั พัฒนา และถา่ ยทอดองค์ความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรม
ทเี่ ก่ยี วกับการจดั การภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสขุ
5. พัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลสนับสนุนการจัดการภาวะฉุกเฉินทาง
สาธารณสุข
6. สนับสนุนทีมปฏิบัติการด้านการปูองกันและควบคุมโรค เข้าเผชิญเหตุให้การ
ปูองกันและควบคุมโรคในพื้นที่ประสบภัย
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
หน่วยงาน - 25 -
กรมการแพทย์
- EMT-THAILAND บทบาทหน้าที่
เมื่อเหตุการณ์ภาวะฉุกเฉินหรือสาธารณภัย กระทรวงสาธารณสุขจะประกาศ
ภาวะฉกุ เฉนิ และจดั ต้งั ศนู ย์ส่งั การของกระทรวงสาธารณสุข( PHEOC) ในส่วนของ
กรมการแพทย์ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดท่ีมีหน้าท่ีในการดูแลรักษาสุขภาพของ
ประชาชนจะประกาศจัดตั้ง DMSEOC โดยมีอธิบดีการแพทย์เป็น Incident
Command เพ่ือแต่งต้ังบุคคลากรและหน่วยงานในสังกัดเพ่ือทาหน้าท่ีในส่วนของ
Liaison ,Logistics ,Operation ,Law and Finance โดยมบี ทบาทการดาเนินการ
ท้ัง ๓ ระยะ ดงั นี้
กอ่ นเกิดภัย
1. จัดทาโครงสร้างการดาเนินงานสาธารณภัยและแต่งตั้งคณะทางาน กรณี
สาธารณภัย เพ่ือประสานงานร่วมกับกองสาธารณสุขฉุกเฉิน สานักงานปลัด
กระทรวงสาธารณสุข ในนามของศูนย์สั่งการของกระทรวงสาธารณสุข (PHEOC)
และหนว่ ยงานที่เกยี่ วข้อง
2. ตดิ ตามรวบรวมสรุปสถานการณ์การเกิดสาธารณภัย ตามสถิติท่ีผ่านมาท้ังภายใน
และภายนอกประเทศในส่วนท่เี ก่ยี วข้อง เพ่ือพิจารณาเตรียมความพร้อมในพื้นท่ี
เส่ียงภัยและประสบภัย
3. จัดทาแผนและงบประมาณการดาเนนิ งานด้านสาธารณภัย
4. พัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพของทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์และ
สาธารณสุขระดบั ต่าง ๆ ตลอดจนบุคลากรแพทย์ท่ีเกี่ยวข้องให้มีความเหมาะสม
ต่อการนาไปใช้ในแต่ละบริบทและสถานการณ์ เช่น CLS, mini-MERT, MERT,
EMT รวมถึงการฝึกซ้อมแผนภายในหน่วยงานและร่วมกับกองสาธารณสุขฉุกเฉิน
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องรวมทั้งการพัฒนา
ใหม้ ที ีมท่ีพรอ้ มปฏบิ ตั ิงานได้อย่างเหมาะสมครอบคลมุ
5. ประเมนิ แผนรองรับสาธารณภัย
6. จัดระบบข้อมูลและรายงานผล การดาเนินงานให้กับหน่วยงานที่เก่ียวข้อง เช่น
PHEOC กระทรวงฯ เปน็ ตน้
7. จดั เตรยี มวสั ดุ อุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ท่ีจาเป็นตามแต่กรณี
8. จัดทีมแพทยผ์ เู้ ชย่ี วชาญจาก โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
และโรงพยาบาลเลิศสิน เป็นหลัก ตามคาสั่งของอธิบดีกรมการแพทย์ในฐานะ
Incident Command
9. ศกึ ษาวิจยั พัฒนาองคค์ วามรู้และแนวทางการดาเนนิ งาน
ขณะเกดิ ภัย
1. ประกาศใช้แผนเตรียมพร้อมด้านการแพทย์และการสาธารณสุขของกรม
คขู่ นานกับกรมตา่ งๆ
2. ประชุมศนู ย์ปฏบิ ตั กิ ารเตรียมพร้อมดา้ นการแพทยแ์ ละการสาธารณสุขของกรม
ติดตามรวบรวมสรุปสถานการณ์การเกิดสาธารณภัยเพื่อพิจารณาระดับความ
รนุ แรง และการใหก้ ารสนับสนุนตามระดบั ความรนุ แรง
| แนวทางปฏบิ ัติงานในการสนบั สนุนการปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
หนว่ ยงาน - 26 -
กรมการแพทย์ (ต่อ) บทบาทหน้าที่
กรมการแพทย์
(รพ.ราชวิถี) 3. ทมี ปฏบิ ตั กิ ารในพืน้ ที่
- ประสานหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นท่ี เพ่ือให้การสนับสนุน
การดาเนินงาน
- จดั ทมี แพทย์ ผเู้ ช่ยี วชาญ ลงไปให้บริการดา้ นการรกั ษาพยาบาลในพ้นื ท่ีประสบภยั
- สรุปผลสภาพปัญหาท่เี กิดขึน้ เพ่ือพิจารณาใหก้ ารสนับสนนุ
4. บันทึกข้อมูลและรายงานกิจกรรมท่ีดาเนินการให้กับหน่วยงานที่เก่ียวข้อง เช่น
สถาบนั การแพทยฉ์ ุกเฉนิ แหง่ ชาติ เป็นตน้
หลงั เกิดภัย
1. ให้การรกั ษาฟืน้ ฟผู ้ปู ุวยทางกาย และให้การช่วยเหลือกายอุปกรณ์กับผู้พกิ าร
1. จัดเตรียมความพร้อมสถานพยาบาลในการรบั มอื กับสาธารณภัยทกุ ประเภท
2. จัดเตรียมความพร้อมของทีมบุคลากรที่ผ่านการอบรมด้านสาธารณภัยตาม
หลักสูตรพัฒนาทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ระดับตติยภูมิเพ่ือเตรียม
ความพร้อมรองรับภัยพิบัติของกรมการแพทย์ (MERT และ Mini-MERT)
ให้พรอ้ มในการปฏบิ ัติการเมอ่ื มเี หตุ
3. จัดหาและจัดเตรียมสารองทรัพยากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงการ
พัฒนาทีมปฏิบตั กิ ารฉุกเฉินทางการแพทย์ในภาวะฉุกเฉินในระดับต่าง ๆ ที่พร้อม
ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถใช้ประโยชน์
ไดท้ นั ทีเมื่อเกิดสาธารณภยั
4. ประสานงานกับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องและพัฒนาระบบสื่อสารเพื่อการประสานงาน
และส่งั การภายในและภายนอกโรงพยาบาล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. เตรยี มขอ้ มลู ผู้เชยี่ วชาญทางการแพทย์และทมี บคุ ลากรในการปฏิบัติการ รวมท้ัง
เคร่อื งมือ ทางการแพทยแ์ ละเวชภณั ฑ์ของโรงพยาบาล
6. รับคาส่ังการจากกรมการแพทย์ในการออกปฏิบตั ิการ
7. จัดให้มีการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน (Emergency Care System) ครอบคลุม
การแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล (Emergency medical services : EMS)
การรักษาพยาบาลฉุกเฉินที่โรงพยาบาล (Emergency Care in hospital)
การส่งต่อ (Inter hospital care)
8. พัฒนาบุคลากรสาธารณสุขและอาสาสมัครในพ้ืนที่รับผิดชอบให้มีความรู้และ
ทักษะ พร้อมท่ีจะปฏิบัติงานเม่ือเกิดสาธารณภัย และปูองกันตนเองจากภัย
ท่ีเกดิ ข้นึ ขณะปฏิบตั ิงาน
9. ใหค้ วามรูแ้ ก่ประชาชนและชุมชนในด้านการปูองกนั การรักษาพยาบาลเบื้องต้น
การสขุ าภิบาล และอนามยั ส่งิ แวดล้อมเพื่อให้สามารถช่วยตนเองและผู้อื่นได้
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนบั สนุนการปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
หนว่ ยงาน - 27 -
กรมการแพทย์ บทบาทหน้าที่
(รพ.นพรัตนราชธานี)
กรมการแพทย์ 1. จัดเตรยี มความพรอ้ มสถานพยาบาลในการรับมอื กบั สาธารณภัยทุกประเภท
(รพ.เลิดสิน) 2. จัดเตรียมความพร้อมของทีมบุคลากรที่ผ่านการอบรมด้านสาธารณภัยตาม
หลักสูตรพัฒนาทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ระดับตติยภูมิเพ่ือเตรียม
ความพร้อมรองรับภัยพิบัติของกรมการแพทย์ (MERT) ให้พร้อมในการปฏิบัติการ
เม่อื มีเหตุ
3. จัดหาและจัดเตรียมสารองทรัพยากรทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุข รวมถึงการ
พัฒนาทมี ปฏิบตั กิ ารฉุกเฉินทางการแพทย์ในภาวะฉุกเฉินในระดับต่าง ๆ ที่พร้อม
ปฏบิ ัติการช่วยเหลือผ้ปู ระสบภยั อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถใช้ประโยชน์
ไดท้ นั ทเี ม่อื เกดิ สาธารณภยั
4. ประสานงานกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องและพัฒนาระบบสื่อสารเพื่อการประสานงาน
และส่ังการภายในและภายนอกโรงพยาบาล ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
5. เตรียมข้อมูลผู้เช่ียวชาญทางการแพทย์และทีมบุคลากรในการปฏิบัติการ รวมท้ัง
เคร่ืองมือ ทางการแพทย์และเวชภณั ฑข์ องโรงพยาบาล
6. รับคาสั่งการจากกรมการแพทย์ในการออกปฏิบัติการ
7. จัดให้มีการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน (Emergency Care System) ครอบคลุม
การแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล (Emergency medical services : EMS)
การรักษาพยาบาลฉุกเฉินที่โรงพยาบาล (Emergency Care in hospital)
การส่งต่อ (Inter hospital care)
8. พัฒนาบุคลากรสาธารณสุขและอาสาสมัครในพ้ืนท่ีรับผิดชอบให้มีความรู้และ
ทักษะ พร้อมท่ีจะปฏิบัติงานเม่ือเกิดสาธารณภัย และปูองกันตนเองจากภัย
ทเ่ี กดิ ขึน้ ขณะปฏิบัตงิ าน
9. ให้ความรแู้ ก่ประชาชนและชุมชนในด้านการปูองกัน การรักษาพยาบาลเบ้ืองต้น
การสุขาภิบาล และอนามยั ส่ิงแวดล้อมเพื่อใหส้ ามารถช่วยตนเองและผอู้ ื่นได้
1. จัดเตรยี มความพรอ้ มสถานพยาบาลในการรบั มือกับสาธารณภัยทกุ ประเภท
2. จัดเตรียมความพร้อมของทีมบุคลากรที่ผ่านการอบรมด้านสาธารณภัยตาม
หลักสูตรพัฒนาทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ระดับตติยภูมิเพ่ือเตรียม
ความพรอ้ มรองรับภัยพิบัติของกรมการแพทย์ (MERT) ให้พร้อมในการปฏิบัติการ
เมื่อมเี หตุ
3. จดั หาและจดั เตรียมสารองทรพั ยากรทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุข รวมถึงการ
พฒั นาทมี ปฏบิ ตั ิการฉุกเฉินทางการแพทย์ในภาวะฉุกเฉินในระดับต่าง ๆ ที่พร้อม
ปฏิบตั ิการช่วยเหลือผปู้ ระสบภยั อย่างมปี ระสิทธิภาพ โดยสามารถใช้ประโยชน์
ได้ทนั ทีเมอ่ื เกิดสาธารณภยั
4. ประสานงานกับหน่วยงานทีเ่ กีย่ วขอ้ ง และพัฒนาระบบส่ือสารเพ่ือการประสานงาน
และสั่งการภายในและภายนอกโรงพยาบาล ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
5. เตรยี มขอ้ มูลผู้เชี่ยวชาญทางการแพทยแ์ ละทมี บคุ ลากรในการปฏิบัติการ รวมท้ัง
เคร่อื งมือ ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาล
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 28 -
หน่วยงาน บทบาทหนา้ ท่ี
กรมการแพทย์ 6. รับคาสงั่ การจากกรมการแพทยใ์ นการออกปฏบิ ตั กิ าร
(รพ.เลดิ สิน) 7. จัดให้มีการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน (Emergency Care System) ครอบคลุม
(ตอ่ ) การแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล (Emergency medical services :
EMS) การรักษาพยาบาลฉุกเฉินท่ีโรงพยาบาล (Emergency Care in hospital)
การสง่ ตอ่ (Inter hospital care)
8. พัฒนาบุคลากรสาธารณสุขและอาสาสมัครในพื้นท่ีรับผิดชอบให้มีความรู้และ
ทักษะ พร้อมท่ีจะปฏิบัติงานเมื่อเกิดสาธารณภัย และปูองกันตนเองจากภัยท่ี
เกิดขึ้นขณะปฏบิ ตั ิงาน
9. ใหค้ วามร้แู กป่ ระชาชนและชุมชนในด้านการปูองกัน การรักษาพยาบาลเบ้ืองต้น
การสขุ าภิบาล และอนามัยส่ิงแวดล้อมเพอื่ ให้สามารถช่วยตนเองและผอู้ นื่ ได้
กรมสุขภาพจติ เป็นหนว่ ยงานหลกั ทท่ี าหน้าที่ในการช่วยเหลือเยียวยาและฟ้ืนฟูด้านจิตใจผู้ประสบ
(กองบริหารระบบบริการ สาธารณภัยหรือภัยพิบัติ โดยกรมสุขภาพจิตมีแนวปฏิบัติสาหรับเป็นแนวทางใน
สุขภาพจติ ) การช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตของประชาชน ด้านสุขภาพจิต ในภาวะวิกฤตกรณีภัย
พบิ ตั จิ ากธรรมชาติและภัยพิบัติ มีการดาเนินงานตามช่วงระยะเวลาของการเกิดภัย
พบิ ัติ ในระยะเตรียมการ ระยะเกิดภัยพิบัติ และระยะฟ้ืนฟูหลังเกิดภัยพิบัติ ให้การ
ฟื้นฟูสภาวะสุขภาพจิตผู้ประสบภัยให้กลับสู่สภาพปกติ โดยการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง
ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผนและฟ้ืนฟูชุมชนของตนเอง ให้การสนับสนุน
แนวทางการดาเนินงานด้านสุขภาพจิต เพื่อให้ท้องถ่ินและพ้ืนท่ีสามารถดาเนินงาน
ไดเ้ องอยา่ งต่อเน่ือง
การประสานการดาเนินงานทีม MCATT ในพื้นท่ีและกรมสุขภาพจติ มดี ังนี้
1. เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต/ ภัยพิบัติ ทีม MCATT ในพ้ืนที่ประเมินสถานการณ์
และระดับความรุนแรงของสถานการณ์วิกฤต/ ภัยพิบัติ ร่วมกับทีมช่วยเหลือ
ทางกาย พร้อมรายงานสถานการณเ์ บอื้ งต้นให้ผ้บู ัญชาการเหตุการณต์ ามลาดับ
2. ทีม MCATT ในพื้นท่ีประเมิน/คัดกรองความเส่ียงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิต
และให้การดูแลตามสภาพปัญหา หากพบปัญหาสุขภาพจิตให้วางแผนในการ
ดูแลชว่ ยเหลอื ตามความเหมาะสม พร้อมรายงานตามแบบรายงานสถานการณ์
เบ้อื งตน้ การช่วยเหลือเยยี วจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต
3. กรณีทีม MCATT ในพื้นที่ไม่สามารถบริหารจัดการและให้การช่วยเหลือเยียวยา
จิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤตในพ้ืนที่ได้ สามารถขอการสนับสนุนทีม MCATT
ในระดับเครือข่าย จังหวัด เขตสุขภาพและหน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพจิต
(ศูนย์สขุ ภาพจิต/โรงพยาบาลจิตเวชท่รี ับผิดชอบในเขตสขุ ภาพ) ตามลาดบั
4. ทมี MCATT ในระดบั เครอื ข่าย จงั หวัด เขตสขุ ภาพ และหน่วยงานในสังกัดกรม
สขุ ภาพจิต (ศูนย์สุขภาพจิต/ โรงพยาบาลจิตเวชท่ีรับผิดชอบในเขตสุขภาพ) ร่วม
ปฏบิ ตั ิงานกับทมี MCATT ในพ้นื ทีต่ ามความตอ้ งการการสนบั สนุน
5. ทีม MCATT ท่ีปฏิบัติงานสรุปรายงานผลการปฏิบัติงานให้ผู้บริหารในแต่ละ
ระดับและส่งข้อมูลใหก้ ับทีม MCATT ในหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจติ ในพนื้ ที่
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนบั สนนุ การปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
หน่วยงาน - 29 -
กรมอนามยั บทบาทหนา้ ที่
เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักดาเนินการที่เกี่ยวข้องสาหรับภัยจากส่ิงแวดล้อม
(Environment) ภายใต้หลักการ One Hazard One Department โดยภัยจาก
ส่ิงแวดล้อม (Environment) ประกอบด้วยหมอควัน-ไฟปุา ไฟไหม้สถานที่ฝังกลบ
มูลฝอย ภัยแล้ง ฝุนละอองขนาดเล็ก และภัยอ่ืนๆ ท่ีเก่ียวข้อง และดาเนินงาน
ภายใต้หลักการและแนวคิดการดาเนินงาน 2 ส่วน คือ 3S (Stuff Staff System)
และ 2P2R (Prevention Preparedness Response Recovery) โดยมีรายละเอียด
ดังนี้
1. ระยะปูองกันและลดผลกระทบ (Prevention & Mitigation) ดาเนินการพัฒนา
ระบบเฝูาระวังและติดตามข้อมูลด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม
เช่น ระบบศูนย์คาดการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพ ระบบเฝูาระวังอนามัย
ส่ิงแวดล้อม HDC โปรแกรมออนไลน์ เช่น Thai Stop COVID, NEHIS เป็นต้น
ตรวจจับและตรวจสอบข้อมูลจริง-ข้อมูลเท็จ ความสนใจของประชาชนและ
ผู้บริหาร รวมถึงการพัฒนาหรือยกระดับมาตรฐาน setting ท่ีเก่ียวข้อง โดย
การพัฒนาปรบั ปรงุ มาตรการ ขบั เคล่อื นการใช้มาตรการท่ีกาหนด และส่งเสริม
การบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการสื่อสารข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพ่ือให้ผู้รับผิดชอบ
setting ต่างๆ เตรียมดาเนินการและสรา้ งความรอบรู้แก่ประชาชน และพัฒนา
ศักยภาพเจา้ หน้าที่ทเ่ี กีย่ วข้อง
2. ระยะเตรียมความพร้อมรองรับ (Preparedness) ให้มีการจัดทา ฝึกซ้อม และ
ประเมินแผนปฏิบัติการ แผนเผชิญเหตุ และแผนอื่นๆ ที่เก่ียวข้อง ซ่ึงภายใน
แผนต้องประกอบด้วยประเด็นด้านวิชาการ ด้านการพัฒนาบุคลากร และด้าน
ทรพั ยากรต่างๆ เช่น วัสดุและอุปกรณ์ งบประมาณ เป็นต้น รวมท้ังการพัฒนา
ระบบการตัดสินใจเพื่อ Activate EOC ประกอบด้วยการจัดทาหลักเกณฑ์
ประกอบการตัดสินใจ การประมวลข้อมูลที่แสดงถึงภาวะวิกฤติ (Critical
information) และการจดั ทาข้อเสนอเพอ่ื ประกอบการตัดสนิ ใจของผู้บริหาร
3. ระยะตอบโต้ (Response) ใหม้ ีการเปิด-ปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน
กรมอนามยั การปฏิบัตกิ ารตามแผนเผชิญเหตุและระบบกลไกบัญชาการเหตุการณ์
(Incident Command System: ICS) รวมทั้งให้มีการประเมินสถานการณ์
ความเสี่ยงต่อประชากรกลุ่มเสี่ยง และ setting เสี่ยงต่างๆ อย่างสม่าเสมอ
สื่อสารความเสี่ยงเพื่อปกปูองสุขภาพและส่งเสริมให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่าง
เคร่งครัด และให้มีการกากับติดตาม และรายงานการดาเนินงาน
4. ระยะฟ้ืนฟู (Recovery) ดาเนินการตามแผนฟื้นฟูหลังเกิด โดยการประเมิน
ความเสียหาย เช่น ระบบประปา ระบบบาบัดน้าเสีย ระบบจัดการขยะ ฯลฯ
มีการปฏิบัติการและประสานการฟ้ืนฟูกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง สรุปผลการ
ดาเนินงานและจัดทาข้อเสนอ เพื่อพัฒนาระบบปฏิบัติการส่งเสริมสุขภาพและ
อนามยั ส่งิ แวดลอ้ ม (Operation Center: HP-EHOC)
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 30 -
หน่วยงาน บทบาทหนา้ ท่ี
กรมวิทยาศาสตร์ 1. ศึกษาวิจยั และพฒั นาทางห้องปฏิบัตกิ ารเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านการ
การแพทย์ สาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งตรวจวิเคราะห์เพ่ือประเมิน
ความเส่ียงและเตือนภัยทางสุขภาพ
2. ตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคตามกฎหมายรวมท้ัง
เป็นห้องปฏิบัติการอ้างองิ การตรวจชันสตู ร
3. พัฒนาและรับรองคุณภาพมาตรฐานทางห้องปฏิบัติการของรัฐและเอกชน
ดา้ นการแพทย์ และสาธารณสุขตามมาตรฐานสากล
4. สนบั สนนุ ทีมปฏบิ ตั ิสอบสวนเคลือ่ นท่ีเร็ว ลงพนื้ ที่ในการสอบสวน ปูองกัน และ
ควบคุมโรค
กรมสนบั สนุนบริการ 1. ส่งเสรมิ สนับสนุน พัฒนาและบริหารจดั การวศิ วกรรมการแพทย์ ประกอบด้วย
สขุ ภาพ ด้านเคร่ืองมือแพทย์ ด้านวิศวกรรมการความปลอดภัย ด้านวิศวกรรมส่ือสาร
และด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานวิชาชีพ และกฎหมายท่ีเก่ียวข้อง
ให้แกส่ ถานบริการสุขภาพ รองรับในภาวะปกตแิ ละภาวะฉกุ เฉนิ
2. สนับสนุนทีมปฏิบัติการ ทีมวิศวกรฉุกเฉินหรือเอ็มเสิร์ท (Medical Service
Emergency Response Team : MSERT) เข้าชว่ ยเหลือพื้นทเ่ี กิดเหตุ ประสานงาน
และจัดระบบการปฏิบัติการภาคสนามในการปฏิบัติการจัดการภาว ะฉุกเฉิน
ในการดูแลด้านโครงสร้างอาคารสถานพยาบาล และเครื่องมือแพทย์ ให้พร้อม
รับผู้ปุวยและอุบัติเหตุ เพ่ือสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรด้านสาธารณสุข
และประชาชน
กรมการแพทย์แผนไทย 1. จัดทาฐานข้อมูลหน่วยงาน สถานท่ีรักษาและดูแลสุขภาพประชาชนทางแพทย์
และการแพทย์ทางเลือก แผนไทย ให้พรอ้ มใช้
2. ประสาน เช่ือมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพ่ือสนับสนุนการ
ดาเนินงานเกยี่ วกับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
สานักงานคณะกรรมการ ดาเนินการรว่ มกบั หนว่ ยงานต่างๆ ทเี่ กยี่ วข้อง ดังน้ี
อาหารและยา 1. วางแผนและวิเคราะห์ความเสี่ยง การสารอง จัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์ เพื่อ
สนับสนุน พื้นทีป่ ระสบภยั
2. จัดทาแผนสารองและแผนสนับสนนุ เวชภัณฑท์ างการแพทย์
3. กระจาย กากับ ดูแล การจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ ตามแผนการสนับสนุนและ
ความเหมาะสม
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนุนการปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 31 -
หน่วยงานหลกั : สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
บทบาทหนา้ ท่ี :
1. ประสานงาน สนบั สนุน ติดตาม และประเมินผลการปฏบิ ัติการด้านการแพทย์
ฉุกเฉนิ ทงั้ ในภาวะปกติและภาวะภัยพิบตั ิ
2. เป็นหน่วยงานกลางในการประสานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ท้ังในและ
ตา่ งประเทศด้านการแพทย์ฉกุ เฉนิ
3. จัดทามาตรฐาน แนวทาง หลักเกณฑ์ เกณฑ์ และวิธีปฏิบัติการฉุกเฉินตาม
มาตรฐานระบบการแพทย์ฉุกเฉินภายในประเทศ และระบบการประสานงาน
ทางการแพทย์ระหว่างประเทศ
4. สนับสนนุ ให้มีระบบปฏบิ ัติการฉุกเฉิน และพฒั นาระบบสื่อสารและเทคโนโลยี
สารสนเทศเพื่อประโยชนใ์ นการปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉินทางการแพทย์
5. สนับสนุน อุดหนนุ ชดเชยคา่ ปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน ให้แก่ หน่วยปฏิบัติการ
ตามหลกั เกณฑ์ที่คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.) กาหนด ทั้งในภาวะ
ปกตแิ ละภาวะภัยพิบตั ิ
6. ส่งเสรมิ และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ และ
สถานพยาบาล ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ตั้งแต่ระดับต้นจนถึงระดับสูงและ
หลักสูตรต่อยอดในการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพ
และมคี วามพร้อมในการปฏบิ ตั ิการในภาวะภัยพิบัติ
7. ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนา รวมถึงเผยแพร่ความรู้
ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ในการปูองกันตนเองก่อนเกิดภัย รวมท้ังการปฐมพยาบาล
เบ้ืองตน้ และการแจ้งเหตเุ มื่อพบผู้ปวุ ยฉุกเฉนิ
8. ส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานเครือข่าย ท้ังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และมูลนิธิ/ภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากาไร จัดชุดปฏิบัติการฉุกเฉินให้เพียงพอ
ต่อความต้องการและมคี วามครอบคลุมพื้นท่ภี ยั พิบัติ
9. จัดเก็บข้อมูลผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตที่มาด้วยระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ท้ังใน
ภาวะปกติและภาวะภัยพบิ ัติ
หน่วยงานในสงั กดั สถาบันการแพทยฉ์ ุกเฉินแห่งชาติ
หนว่ ยงาน บทบาทหนา้ ท่ี
สานักสนับสนุนการ บทบาทหน้าท่ีของสานักสนับสนุนการปฏิบัติการฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับสาธารณภัย
ปฏิบตั ิการฉุกเฉิน ตามประกาศสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เรื่องโครงสร้าง ขอบเขตอานาจ
หนา้ ทีอ่ งคก์ าร และกรอบอตั ราผปู้ ฏิบตั งิ าน ปี 2561
1. พัฒนาระบบประสานงานเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการระบบการแพทย์ฉุกเฉินกับ
หนว่ ยงานทเี่ กยี่ วข้อง ทงั้ ในประเทศและต่างประเทศ ในชว่ งที่มีสาธารณภยั
2. ประสานและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการปฏิบัติการฉุกเฉินด้าน
สาธารณภยั
3. ดาเนินการในการเตรียมความพร้อม และติดตามการปฏิบัติการฉุกเฉินในกรณี
สาธารณภยั
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนับสนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
หน่วยงาน - 32 -
สานักสนับสนุนการ บทบาทหน้าที่
ปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉิน
(ต่อ) 4. ดาเนนิ การรับแจง้ เหตุ และเป็นศนู ยส์ ่อื สารส่งั การเฉพาะกิจ ในกรณีศูนย์สื่อสาร
สั่งการในพื้นท่ีเกิดปัญหาขัดข้อง เช่น อานวยการระบบสื่อสารบัญชาการทาง
การแพทย์ และสนับสนุนการประสานงานด้านการสื่อสารท้ังระบบวิทยุสื่อสาร
และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม หรือมีการเคลื่อนย้ายผู้ปุวยในสถานการณ์
พิเศษที่ยังไม่มีผู้รับผิดชอบท่ีชัดเจน เช่น การเคล่ือนย้ายผู้ปุวยทางอากาศ
เปน็ ตน้
5. เฝาู ระวังสถานการณ์ด้านการแพทยฉ์ ุกเฉินระดับชาติ
6. จัดสรรเงินเพ่ือสนับสนุน อุดหนุน หรือชดเชยการปฏิบัติการฉุกเฉิน ทางบก
ทางน้า ทางอากาศ ในเขตพน้ื ที่
หนว่ ยงานหลัก : สภากาชาดไทย
บทบาทหนา้ ที่ :
- สนบั สนุนการปฏบิ ตั ิใน สปฉ.8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสขุ
- สนับสนนุ การดาเนินงานข้อมูลทางวชิ าการในดา้ นต่างๆ
- สนับสนนุ ทมี ปฏบิ ัตกิ ารทางการแพทย์ โรงพยาบาลในสงั กัด ในสถานการณฉ์ ุกเฉนิ
หน่วยงานในสังกัดสภากาชาดไทย
หน่วยงาน บทบาทหนา้ ที่
สานกั งานบรรเทาทกุ ข์ ทีมสนับสนนุ ทางการแพทย์ในสถานการณ์ฉกุ เฉนิ
และประชานามัยพิทกั ษ์
สภากาชาดไทย
หน่วยงานหลกั : กระทรวงกลาโหม
บทบาทหน้าที่ :
1. สนบั สนนุ การปฏิบตั ใิ น สปฉ.8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสขุ
2. สนบั สนนุ สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข โดยมี สถานพยาบาลใน
สงั กัด กระทรวงกลาโหม เปน็ หน่วยสนับสนุน
หน่วยงานในสังกดั กระทรวงกลาโหม บทบาทหน้าท่ี
หน่วยงาน
กองทัพบก เปน็ หนว่ ยงานให้การสนับสนุนดา้ นการแพทย์ในการปฏบิ ตั ิงานดา้ นการ
ปูองกนั และบรรเทาสาธารณภัย
กองทพั เรือ(กองแผน กรม เปน็ หน่วยงานใหก้ ารสนับสนุนด้านการแพทยใ์ นการปฏบิ ตั ิงานดา้ นการ
แพทย์ทหารเรอื ) ปอู งกันและบรรเทาสาธารณภัย
กองทพั อากาศ เป็นหน่วยงานให้การสนับสนุนด้านการแพทย์ในการปฏิบัติงานด้านการปูองกัน
(ศูนยบ์ รรเทาสาธารณภัย และบรรเทาสาธารณภัย เตรยี มและดาเนินการปูองกันบรรเทาและลดอันตรายท่ี
กองทัพอากาศ) เกดิ ขึ้นแกช่ ีวิตและทรพั ย์สินของประชาชนและของรัฐ อันเน่ืองมาจากสาธารณภัย
เมื่อได้รับการร้องขอจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม (ศบภ.กห.)
และ/หรอื ฝาุ ยพลเรอื น
| แนวทางปฏบิ ัติงานในการสนับสนุนการปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 33 -
หน่วยงานหลกั : สานักงานตารวจแห่งชาติ
บทบาทหนา้ ที่ :
- สนับสนุนการปฏบิ ัตใิ น สปฉ.8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสขุ
- สนบั สนุนการดาเนนิ งานข้อมูลทางวิชาการในดา้ นตา่ งๆ
- สนับสนนุ ทีมปฏิบตั กิ ารทางการแพทย์ โรงพยาบาลในสงั กัด ในสถานการณฉ์ กุ เฉนิ
หนว่ ยงานในสงั กัดสานกั งานตารวจแห่งชาติ
หน่วยงาน บทบาทหน้าท่ี
โรงพยาบาลตารวจ ทมี สนับสนุนทางการแพทยใ์ นสถานการณ์ฉกุ เฉนิ
1.การสง่ กลบั สายแพทย์ (ศูนยส์ ่งกลับ และ รถพยาบาลโรงพยาบาลตารวจ)
2.การสนบั สนุนการใหบ้ ริการการรักษา
3.บริการหนว่ ยแพทย์เคลื่อนที่ สาหรับการดแู ลเจ้าหนา้ ที่และประชาชน
หนว่ ยงานหลกั : เครือข่ายโรงพยาบาลกลมุ่ สถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย
(UHosNet)
บทบาทหนา้ ท่ี :
- สนบั สนุนการปฏบิ ตั ิใน สปฉ.8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
- สนบั สนุนการดาเนินงานข้อมูลทางวชิ าการในด้านตา่ งๆ
- สนบั สนุนทมี ปฏิบัติการทางการแพทย์ โรงพยาบาลในสังกัด ในสถานการณฉ์ กุ เฉิน
หน่วยงานหลัก : สมาคมโรงพยาบาลเอกชน
บทบาทหนา้ ที่ :
- สนับสนนุ การปฏบิ ัติใน สปฉ.8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสขุ
- สนับสนนุ การดาเนินงานข้อมูลทางวิชาการในด้านตา่ งๆ
- สนับสนนุ ทมี ปฏบิ ตั กิ ารทางการแพทย์ โรงพยาบาลในสังกัด ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
บทที ๔
แนวทาง
การปฏิบัติการฉุกเฉิน
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
บทที่ 4
แนวทางการปฏิบัติการฉุกเฉนิ ดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
1. ระยะเตรียมการ (ระยะกอ่ นเกิดภยั )
เป็นการเตรียมความพร้อมเป็นการดาเนินการท่ีเน้นช่วงก่อนเกิดภัยเพ่ือให้ประชาชนหรือชุมชน และ
หนว่ ยงานท่เี กยี่ วขอ้ งมีองคค์ วามรู้ ขดี ความสามารถ และทักษะต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านทรัพยากร
ทางการแพทย์และสาธารณสุขพร้อมท่ีจะรับมือกับสาธารณภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบการเฝูาระวัง
และประเมินสถานการณ์ ระบบการแจ้งเตือนภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข การฝึกการปูองกันและบรรเทา
สาธารณภัย โดยมีความมุ่งหวังเพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสีย เกิดการสร้างระบบการเตรียมความพร้อมรับมือ
ต่อการเกิดภัยพบิ ตั ิ
๑.๑ ระบบการเฝูาระวังและประเมินสถานการณ์ เป็นการเฝูาระวังเหตุการณ์ด้านโรคและภัยสุขภาพ
เหตฉุ ุกเฉิน และสาธารณภัยที่ส่งผลกระทบทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยการเฝูาระวังจากแหล่งข่าว
ต่างๆ ท้ังในส่วนราชการและนอกส่วนราชการ สื่อมวลชน social media ซึ่งใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานของการ
ติดตาม ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงของสถานการณ์น้ันๆ และประเมินสถานการณ์และผลกระทบ ให้สามารถ
ตอบสนองได้อย่างทันทว่ งที โดยเฉพาะเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรอื สาธารณภัย
๑.๒ ระบบการแจ้งเตือนภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข เป็นการแจ้งเตือนภัย (Warning) ซึ่งเป็น
ขั้นตอนสาคัญของการเตรียมความพร้อม (Preparedness) เพื่อลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย โดยการแจ้งข้อมูล
ข่าวสารไปยังพ้ืนท่ีหรือหน่วยงานทุกระดับ ที่มีความเส่ียงหรือมีแนวโน้มที่จะเกิดสาธารณภัย (โอกาสในการเกิด
มากกว่ารอ้ ยละ ๖๐) เพื่อให้หน่วยงานได้รับทราบ ติดตามข้อมูลข่าวสาร และเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์
ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท้ังนี้ระยะเวลาการแจ้งเตือนขึ้นอยู่กับสาธารณภัย แต่ละประเภท โดย
ติดตามการแจ้งเตอื นภัยจากหน่วยงานหลักของประเทศ ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา, ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ,
กรมชลประทาน และกรมทรพั ยากรธรณี เม่ือมีการประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานหลัก หน่วยงานด้านการแพทย์
และสาธารณสุข ควรมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า (Early warning) ก่อนเกิดสาธารณภัยไม่ต่ากว่า 120 ชั่วโมง
และแจ้งเตอื น (Warning) ไมต่ ่ากวา่ 72 ชั่วโมง
ระดับการแจง้ เตือนภยั สี ความหมายของสี
ระดบั แจง้ เตือน สถานการณ์อยู่ในภาวะอันตรายสูงสุด ให้อาศัยอยู่แต่ในสถานที่
ภาวะเสย่ี งต้องอพยพ สีแดง ปลอดภัยและปฏบิ ตั ิตามข้อสัง่ การ
ระดบั แจง้ เตือน สถานการณ์อยู่ในภาวะเสย่ี งอันตรายสูง เจา้ หน้าท่ีกาลังควบคุม
ภาวะเส่ยี งให้อพยพ สีสม้ สถานการณใ์ ห้อพยพไปยงั สถานทปี่ ลอดภยั และปฏิบตั ิตามแนวทาง
ทก่ี าหนด
ระดับแจง้ เตือน สถานการณ์อยใู่ นภาวะเสย่ี งอันตราย มีแนวโน้มทีส่ ถานการณจ์ ะ
ล่วงหนา้ สีเหลอื ง รนุ แรงมากขน้ึ ให้จัดเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ และปฏิบัติ
ตามคาแนะนา
ระดับเฝูาระวัง สถานการณ์อยู่ในภาวะเฝูาระวงั ใหต้ ดิ ตามข้อมูลข่าวสารอยา่ ง
สนี า้ เงิน ใกลช้ ิด ทุกๆ 24 ช่ัวโมง
ระดบั แจง้ ข่าว สถานการณอ์ ยใู่ นภาวะปกติ ใหต้ ดิ ตามขอ้ มูลข่าวสารเป็นประจา
สีเขียว
(อ้างอิง : ระดบั สตี ามแผนการปอู งกันและบรรณเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ.2558)
ตารางท่ี 4-1 ระดับการแจ้งเตือนภัยด้านการแพทย์และสาธารณสขุ
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 38 -
๑.๓ การฝึกการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นเครื่องมือและกิจกรรมในการสร้างความพร้อม
และเพ่ิมศักยภาพของหน่วยงานและบุคลากรรวมท้ังเป็นการทดสอบการประสานงานและการบูรณาการความ
รว่ มมือ ทาให้ทราบจุดบกพร่องและช่องว่างในการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน เพ่ือนาไปสู่การปรับปรุงแผนการ
ปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย แผนปฏิบัติการ และแผนเผชิญเหตุแต่ละระดับ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ทัง้ น้ี การฝกึ การปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย ใหห้ มายรวมถึงการฝกึ ซอ้ มแผนการซักซ้อม และการฝึกปฏิบัติ
ตามความเหมาะสมและความจาเป็นของแต่ละหน่วยงานประเภทของการฝึกการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย
แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1.3.1 การฝึกเชิงอภิปราย (Discussion Base Exercise) เป็นการฝึกโดยใช้วิธีการหารืออภิปราย
เกีย่ วกับแผน มาตรการ หรอื วิธกี ารปฏิบตั ิเพ่ือมุ่งเน้นประเด็นยุทธศาสตร์และนโยบายของหน่วยงานเป็นสาคัญ
ซ่ึงเป็นการฝึกซ้อมท่ีมีความซับซ้อนน้อยท่ีสุด รวมท้ังเป็นการฝึกซ้อมท่ีไม่มีการเคลื่อนย้ายทรัพยากรใดๆ โดยแบ่ง
ออกเป็น 4 รูปแบบ ประกอบด้วย
การสัมมนา (Orientation Seminar) เป็นแลกเปล่ียนความรู้ความคิดเห็น ที่เป็นแนวทางในการ
ปฏิบัตงิ าน ซ่ึงอาจเปน็ นโยบาย แผนการปฏบิ ัติ
การประชมุ เชงิ ปฏบิ ัติการ (Workshop) เปน็ การตั้งสมมติฐานสถานการณ์สาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้น
เพือ่ ใหผ้ ู้เข้ารว่ มประชมุ เชงิ ปฏิบัติการได้แสดงความคิดเห็นร่วมกันในการค้นหาทางเลือกท่ีเหมาะสม
ตอ่ การเผชญิ เหตุ
การฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะ (Table Top Exercise) เป็นการจาลองสถานการณ์แบบกว้าง เพื่อค้นหา
จุดแข็ง จุดอ่อน ปัญหา อุปสรรคของแผนฯ เพื่อนามากาหนดแนวทางข้ันตอนการปฏิบัติ และ
ระเบียบปฏิบัติประจา (Standard Operating Procedure : SOP) โดยเน้นการฝึกในระดับ
ผ้บู ริหารและผมู้ ีอานาจตัดสินใจ
1.3.2 การฝึกเชิงปฏิบัติการ (Operation Base Exercise) เป็นการฝึกท่ีมีการจาลองสถานการณ์ให้
ใกล้เคียงความเป็นจริง โดยมีการเคลื่อนย้าย ระดมทรัพยากรและบุคลากรจริงตามสถานการณ์ โดยการนาแผน
นโยบาย และมาตรการไปสู่การปฏิบัติจริงเพื่อให้ทราบถึงบทบาทหน้าท่ีและความรับผิดชอบอย่างชัดเจน
ขณะเดยี วกนั สามารถที่จะพฒั นาประสทิ ธิภาพของบุคลากร และทีมงานได้ โดยแบง่ ออกเป็น 3 รูปแบบ ประกอบด้วย
การฝึกปฏิบัติ (Drill) เป็นการฝึกปฏิบัติของหน่วยงานขนาดเล็กระดับพ้ืนที่ โดยเน้นการเผชิญเหตุ
ของเจ้าหนา้ ท่ีภาคสนามเฉพาะดา้ น
การฝึกเฉพาะหน้าที่ (Functional Exercise) เป็นการฝึกของหน่วยงานหรือระหว่างหน่วยงานเพ่ือ
ทดสอบและประเมินขีดความสามารถของบุคคลที่มีหน้าท่ีความรับผิดชอบเฉพาะด้าน รวมทั้งบทบาท
หนา้ ทที่ ใี่ ช้ในการเผชิญเหตกุ ับสถานการณ์สมมตทิ ก่ี าหนดขน้ึ
การฝึกเต็มรูปแบบ (Full Scale Exercise) เป็นการฝึกท่ีมีความสลับซับซ้อน มีข้ันตอนการเตรียมการ
และการใช้ทรัพยากรมากท่ีสุด เม่ือเทียบกับการฝึกรูปแบบอ่ืน ๆรวมทั้งเกี่ยวข้องกับบุคลากรจาก
หลากหลายหน่วยงานในหลายระดับ โดยมีการเคล่ือนย้ายทรัพยากรและบุคลากรเพ่ือเผชิญเหตุ
ต้งั แต่การประสานขอ้ มลู การสนบั สนนุ ทรัพยากรของกองอานวยการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย
แต่ละระดับ จนถึงการเชื่อมโยงและการส่ังการจากศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ
ภาคสนาม
หน่วยงานท่ีรับผิดชอบแผนสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉินแต่ละด้าน ต้องจัดให้มีการฝึก
การปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย อย่างน้อยปีละ 1 คร้ัง และการประเมินผลแต่ละครั้ง ควรมีประเด็นคาถาม
อย่างน้อย ได้แก่ การฝึกบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ต้ังไว้หรือไม่ ความจาเป็นในการปรับปรุงระบบการจัดการใน
ภาวะฉุกเฉิน ข้ันตอน และแนวทางปฏบิ ัติในการประสานงาน การส่ือสาร ทรัพยากร ทักษะ ประสบการณ์ ความ
ตอ้ งการ การฝึกอบรมทรพั ยากรเพ่มิ เติม ขอ้ บกพร่อง อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการฝึกครัง้ ต่อไป
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนบั สนนุ การปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข