- 39 -
2.ระยะเผชญิ เหตุ (ระยะเกดิ ภัย)
เป็นการปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข การบริหารจัดการ
ทรัพยากร กาลังคน โดยการบูรณาการและการระดมสรรพกาลังจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมให้ความช่วยเหลือ
ประชาชนท่ีประสบภัย รวมท้ังการวิเคราะห์ขีดความสามารถด้านการบริการทางการแพทย์เพื่อให้สามารถ
ตอบสนองตอ่ สถานการณ์น้นั ๆ ได้
2.1 การระดมทรัพยากร คือ การบูรณาการในการรวบรวม และประมาณการตามความต้องการทาง
ทรัพยากรด้านการแพทย์และสาธารณสขุ เพ่อื สนับสนุนประชาชนในภาวะไม่ปกติ รวมทั้งวิเคราะห์ขีดความสามารถ
ดา้ นบรกิ ารทางการแพทย์ท่ีสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์น้ันๆ ซ่ึงมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลัก
ในการประสานการปฏบิ ตั ิ ในการระดมทรัพยากรท้ังยา เวชภัณฑ์ ทมี ปฏิบัตกิ าร ตา่ งๆ
แผนภาพท่ี 4-1 กลไกการประสานงานระหวา่ งหนว่ ยงานหลกั และหนว่ ยงานสนับสนุน
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนุนการปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 40 -
ทีมปฏบิ ัติการทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง ได้แก่
- MERT = Medical Emergency Response Team (ทีมปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉนิ ทางการแพทย์ระดบั ตตยิ ภูมิ)
- Mini MERT = Mini Medical Emergency Response Team
(ทมี ปฏบิ ัติการฉุกเฉนิ ทางการแพทยร์ ะดับอาเภอ)
- SRRT = Surveillance and rapid response team (ทีมเฝูาระวังสอบสวนเคลอื่ นท่ีเร็ว)
- CDCU = Communicable Disease Control Unit (หน่วยปฏบิ ัติการควบคุมโรคตดิ ต่อ)
- JIT = Joint Investigation team (ทีมปฏิบตั ิการสอบสวนควบคมุ โรค)
- MCATT = Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team
(ทมี ใหก้ ารชว่ ยเหลือเยียวยาจติ ใจผปู้ ระสบภาวะวิกฤต)
- SEhRT = Special Environmental Health Response Team
(หน่วยปฏบิ ัตกิ ารเฉพาะกจิ ดา้ นอนามัยสงิ่ แวดลอ้ ม)
- MSERT = Medical Supportive Emergency Response Team (ทีมวศิ วกรฉุกเฉนิ )
- หนว่ ยแพทย์เคล่ือนท่ี = หน่วยแพทย์หรอื ทมี แพทยท์ ่ีออกให้บริการนอกสถานพยาบาล
- อ่นื ๆ = ทมี สนับสนนุ ภาคเอกชนหรือหนว่ ยงานอสิ ระ เชน่ มลู นธิ ิ กู้ชพี เปน็ ตน้
2.2 แนวทางการปฏบิ ตั ิในการระดมทรพั ยากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข (หนว่ ยงานหลักอน่ื ๆ)
2.2.1 แจ้งเตือนหน่วยงานในสังกัดทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ท้ังภาครัฐและเอกชน องค์กรการ
กุศล และมูลนิธิ ให้เตรียมทรัพยากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขท่ีอยู่ในความควบคุม กากับดูแล และ
รบั ผิดชอบใหพ้ รอ้ มใหก้ ารสนับสนนุ การปฏิบัติงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขได้อย่างเพียงพอและทันเวลา
ตามทไี่ ด้รบั การร้องขอ
2.2.2 ประสานกับศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขส่วนหน้า และกรมปูองกันและบรรเทา
สาธารณภัย เพ่ือทบทวนความต้องการทรัพยากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ทีเ่ กิดขน้ึ
2.2.3 สนับสนุนด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และเวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึง
การปูองกันและแก้ไขปัญหาด้านสขุ ภาพของผ้ปู ระสบภัยตามความจาเป็นและเหมาะสม โดยประสานกับหน่วยงาน
ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
2.2.4 ดาเนนิ การให้บรกิ ารทางการแพทย์และสาธารณสขุ อย่างต่อเนอ่ื งในภาวะไม่ปกติ
2.2.5 จดั เตรยี มหน่วยปฏบิ ัติการฉุกเฉนิ ทางการแพทย์ ในการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข
เพื่อให้มคี วามพร้อมทจ่ี ะให้การสนบั สนุนต่อหนว่ ยปฏิบตั ิในพ้นื ท่ีอยา่ งทันท่วงที
2.2.6 จัดเตรียมสถานพยาบาลหรือสถานที่ที่กาหนดให้มีความพร้อม โดยระดมเจ้าหน้าที่และวัสดุ
อุปกรณจ์ ากทง้ั ภาครฐั ท้องถน่ิ และเอกชน เพ่ือรองรับการส่งต่อผู้บาดเจ็บของชุดปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินหรือ
หน่วยปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉนิ ในพนื้ ท่ี
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนับสนุนการปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 41 -
3) การเช่อื มโยงการส่ือสาร
การสื่อสารระหว่างหน่วยงานเพื่อให้เกิดการปฏิบัติงาน สามารถให้การช่วยเหลือด้านการแพทย์
ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
กองบัญชาการปูองกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ
(กอปภ.ช)
สปฉ.8 สปฉ.อนื่ ๆทเ่ี กี่ยวข้อง
ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสขุ
หนว่ ยงานภายใน หนว่ ยงานภายนอกรว่ มบูรณาการ
กระทรวงสาธารณสขุ ภายใต้ สปฉ.8
กระทรวง <->จังหวัด <-> อาเภอ
โรงพยาบาล <-> โรงพยาบาล
แผนภาพที่ 4-2 กลไกการประสานงานระหวา่ งหน่วยงาน
3. ระยะหลังเกิดภัย (ระยะฟ้ืนฟ)ู
เป็นการดาเนินการภายหลังจากท่ีภาวะฉุกเฉินจากสาธารณภัยบรรเทาลง หรือได้ผ่านพ้นไปแล้ว เพ่ือ
ปรบั สภาพระบบสาธารณปู โภค การดารงชวี ติ และสภาวะวถิ ีความเป็นอยู่ของชุมชนท่ีประสบภัยให้กลับสู่สภาวะ
ปกติ หรือพัฒนาให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม (Build Back Better and Safer) ตามความเหมาะสม โดยการ
นาปัจจัยต่าง ๆ ในการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยเข้ามาช่วยในการฟื้นฟูซ่ึงหมายรวมถึง การซ่อมสร้าง
(Reconstruction) และการฟ้นื สภาพ (Rehabilitation) โดยมีหลักการสาคัญของการฟ้ืนฟู ไดแ้ ก่
3.1 หลกั การสาคญั ของการฟืน้ ฟู
การช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เพ่ือให้การดารงชีวิตกลับเข้าสู่
ภาวะปกติ โดยไมจ่ าเป็นต้องพึ่งพิงความชว่ ยเหลือจากภายนอกแตเ่ พยี งอย่างเดียว
ผู้ประสบภัยต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ เพ่ือให้เกิดกระบวนการยอมรับและ
มสี ว่ นรว่ มในขน้ั ตอนตา่ ง ๆ ทีจ่ ะดาเนนิ การ
การพิจารณาความเสย่ี งต่อภัยในการฟื้นคืนสภาพและการสร้างใหม่เสมอ เพ่ือไม่ให้งบประมาณ
ต้องสญู เสยี ไปโดยเปล่าประโยชน์จากการเกดิ สาธารณภยั ครง้ั ต่อไป
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 42 -
3.2 แนวทางปฏิบัตใิ นการสนับสนนุ การฟื้นฟบู รกิ ารด้านสขุ ภาพ
เพ่ือให้เสริมสร้างความพร้อมที่จะรับมือ และการฟื้นกลับสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วของ
ท้องถ่ินในการบริการด้านสุขภาพ และการบริการด้านสังคมของบุคคลและชุมชนที่ประสบภัย ครอบคลุมถึงการ
สาธารณสขุ สุขภาพจติ และการบริการทางการแพทย์ ซงึ่ การฟืน้ ฟู ประกอบดว้ ย 3 ระยะ คอื
3.2.1 การฟื้นฟูระยะส้ัน เป็นการดาเนินการต่อเน่ืองจากการจัดการในภาวะฉุกเฉินได้ยุติลง
เพ่ือสนองความต้องการที่จาเป็นของผู้ประสบภัย ธุรกิจ และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยในระยะ
เร่งด่วนหรือระยะส้ัน รวมถึงการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยไม่ให้เกิดอันตรายหรือสาธารณภัยซ้าข้ึนอีก
การประเมินความเสียหายของโครงสร้างพ้ืนฐานการจัดเตรียมที่พักอาศัยชั่วคราวและการให้บริการสาธารณะ
โดยมีแนวทางการปฏิบัติ ดังน้ี
การฟื้นฟูผู้ประสบภัย เป็นการฟ้ืนฟูด้านสมรรถภาพทางกายให้แก่ผู้ประสบภัย เช่น
การตรวจรักษา ปูองกัน ควบคุมโรค และการฟ้ืนฟูความแข็งแรงทางร่างกาย รวมถึงการฟ้ืนฟูด้านสภาพจิตใจ
และสังคมของผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนการกระตุ้นและช่วยเหลือให้เกิดการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง
ตามความจาเป็น และมแี นวทางปฏิบัติ ดังน้ี
- จัดให้มีการรักษาพยาบาลแก่ผู้ประสบภัยอย่างต่อเน่ืองจนกว่าจะหายกลับมา
ดารงชีวิตได้ตามปกติ รวมท้ังการจัดที่พักอาศัยช่ัวคราว และระบบสุขาภิบาลแก่
ผปู้ ระสบภยั ในกรณที ี่ตอ้ งอพยพจากพน้ื ทีอ่ ันตราย
- การปูองกัน เฝาู ระวงั และควบคุมโรคระบาดท้ังคนและสตั ว์
การฟ้ืนฟูพื้นที่ประสบภัย เป็นการบูรณะที่อยู่อาศัย โครงสร้างพ้ืนฐานต่าง ๆ ที่ได้รับ
ความเสียหายจากเหตุการณ์สาธารณภัยให้กลับสู่สภาพที่สามารถใช้งานได้ดังเดิม ท้ังนี้ ควรให้ความสาคัญกับ
การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยตามความเหมาะสมกับสถานการณ์และการใช้งาน หากการ
บูรณะโครงสร้างและสิ่งก่อสร้าง หรือการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมที่ต้องฟ้ืนฟูให้ดีกว่าเดิมอาจ
ต้องใช้เวลาและงบประมาณในการฟ้ืนฟูควรกาหนดแผนงานไว้ในกรอบของการฟื้นฟูระยะยาวต่อไป และการ
ฟ้ืนฟพู นื้ ทป่ี ระสบภัยในระยะเร่ิมต้นให้ปฏิบัติ ซ่งึ เป็นการประสานงานหน่วยรับผิดชอบหรือความร่วมมือการใน
การบูรณาการในการฟ้ืนฟพู ้นื ท่ปี ระสบภยั ดังนี้
- ล้างตลาดหลังน้าลดตามหลักสุขาภิบาล ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ โดยทาความสะอาด
ต้ังแต่ตัวอาคาร แผงจาหน่ายอาหาร พื้น ผนัง เพดาน ทางระบายน้า ตะแกรงดักมูล
ฝอย บ่อดักไขมัน บ่อพักน้าเสีย ที่เก็บรวบรวมขยะ ห้องส้วม อ่างล้างมือ และบริเวณ
โดยรอบของตลาดให้สะอาดรวมท้งั การฆ่าเชื้อโรค ซ่ึงการล้างตลาดควรคานึงถึง 3 จุด
หลักสาคญั ไดแ้ ก่ พื้น เขียง แผง เพราะเป็นจุดทส่ี มั ผสั กับอาหารมากทสี่ ุด
3.2.2 การฟ้ืนฟูระยะกลาง เป็นการดาเนินการต่อเนื่องในการประสานและสนับสนุนชุมชน
ท่ปี ระสบภัย ฟ้นื ฟูหรือสรา้ งส่ิงอานวยความสะดวกในการดารงชีวิตข้ึนใหม่ การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
รวมทั้งสภาพจิตใจ รา่ งกาย และสงั คมของผปู้ ระสบภยั
3.2.3 การฟนื้ ฟรู ะยะยาว เปน็ การดาเนนิ การต่อเน่ืองจากระยะกลาง ซ่ึงอาจใช้เวลาหลายเดือน
หรือหลายปีนับจากหลังเกิดสาธารณภัย โดยมุ่งเน้นการกลับสู่สภาวะปกติ หรือให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม
โดยให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องสารวจและจัดทาแผนงานโครงการ เพ่ือวางแผนการฟ้ืนฟูพื้นท่ีเกิดภัยให้สามารถ
รองรบั ภัยพบิ ัติทจี่ ะเกิดขนึ้ ในอนาคต
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 43 -
สร้างใหม่ใหด้ ีกวา่ เดมิ และปลอดภยั กวา่ เดมิ
ภาพที่ 4-1 วงจรการจัดการสาธารณภัยสกู่ ารสรา้ งใหมใ่ ห้ดกี ว่าเดิมและปลอดภยั กว่าเดิม
4.การช่วยเหลอื เยยี วยาจิตใจผปู้ ระสบภาวะวิกฤตของทีม MCATT ในระยะต่างๆ
หลังจากเกิดสถานการณ์วิกฤต/ภัยพิบัติ ผู้ประสบภาวะวิกฤตส่วนใหญ่ต้องการความช่วยเหลือท้ังทาง
ด้านร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะด้านจิตใจพบว่าจะมีความเครียด วิตกกังวล หวาดผวา ซึมเศร้า ท้อแท้ ส้ินหวัง
ซ่ึงปฏิกิริยาทางร่างกาย จิตใจและสังคมที่เกิดข้ึนจะมีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาของการเกิดสถานการณ์
วิกฤต/ภัยพิบัติ ดังน้ันการดาเนินงานให้ความช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤตในแต่ละช่วงเวลา
จึงมีความแตกต่างกันด้วย จาเป็นท่ีผู้ให้การช่วยเหลือต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของช่วงเวลาของการ
ตอบสนองตอ่ สถานการณว์ กิ ฤต/ภัยพิบัติ ซ่ึงแบ่งเป็น 4 ระยะ ประกอบดว้ ย
1.ระยะเตรียมการ
2.ระยะวกิ ฤตและฉุกเฉิน
2.1 ระยะวกิ ฤต (ตง้ั แต่เกิดเหตุ - 72 ชัว่ โมง)
2.2 ระยะฉุกเฉนิ (72 ชว่ั โมง – 2 สปั ดาห)์
3.ระยะหลงั เกดิ เหตุการณ์ (2 สัปดาห์ - 3 เดือน)
4.ระยะฟืน้ ฟู (หลังเกดิ เหตุการณ์ 3 เดือนข้ึนไป)
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนุนการปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 44 -
4.1 ระยะเตรียมการ ระยะการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤต/ภัยพิบัติต่างๆ อย่าง
ทันท่วงที ซึ่งการเตรียมความพร้อมจะมีความแตกต่างจากสถานการณ์ปกติและมีความแตกต่างกันระหว่าง
ชุมชนทมี่ ีประสบการณ์จากสถานการณว์ ิกฤต/ภยั พบิ ตั ิ และชมุ ชนท่ไี มเ่ คยประสบสถานการณ์วิกฤต/ภัยพิบัติมา
ก่อน แต่อย่างไรก็ตามการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดสถานการณ์วิกฤต/ภัยพิบัติ เป็นสิ่งที่สาคัญอย่างย่ิง
จาเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งระดับบุคคล องค์กรและชุมชน โดยมีขั้นตอนการดาเนินงานช่วยเหลือ
เยยี วยาจติ ใจผปู้ ระสบภาวะวิกฤต ระยะเตรียมการ ดังนี้
4.1.1 การเตรยี มบุคลากร
- พัฒนาความรู้และทักษะโดยการฝึกอบรมเก่ียวกับการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบ
ภาวะวิกฤต เช่น การให้การปฐมพยาบาลทางจิตใจ (Psychological First Aid: PFA)
การช่วยเหลือทางจิตใจในภาวะวิกฤต (Crisis Intervention) การบาบัดทางพฤติกรรม
ความคิด (Cognitive Behavior Therapy: CBT) และการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตตาม
แบบ Satir เป็นต้น รวมทั้งความรู้เรื่องการใช้แบบประเมิน/แบบคัดกรองภาวะ
สุขภาพจติ ทงั้ เด็กและผู้ใหญต่ ลอดจนความรู้เร่ืองวัฒนธรรม ธรรมเนียมปฏิบัติ และหลัก
คาสอนทางศาสนา
- ฟ้ืนฟคู วามร้แู ละทกั ษะอนื่ ๆ ที่จาเป็นในการปฏิบตั งิ าน
- เตรียมความพร้อมของชุมชนเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤต/ ภัยพิบัติ เช่น การให้
ความรู้เรื่องภัยพิบัติแก่ชุมชน การปฏิบัติตัวเม่ือเกิดภัยพิบัติ ระบบการเตือนภัย
หน่วยงานทใ่ี หค้ วามช่วยเหลอื
- การประสานความรว่ มมือกับภาคีเครอื ขา่ ยและหน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้อง
4.1.2 เตรียมงบประมาณการดาเนินงาน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายด้านเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ด้านวัสดุ
อุปกรณ์ท่ีจาเป็น ค่ายานพาหนะและน้ามันเช้ือเพลิง รวมท้ังค่าเบ้ียเลี้ยงของผู้ออกปฏิบัติงานในพื้นท่ีและด้าน
เคร่ืองมือสอ่ื สารต่างๆ เช่น โทรศัพท์มอื ถือ Line application วิทยุส่ือสาร คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
4.1.3 เตรียมเครื่องมือ แบบประเมิน/คัดกรองภาวะสุขภาพจิต แบบรายงาน วัสดุ อุปกรณ์ และ
เวชภัณฑท์ างการแพทย์ สื่อ/เอกสารความรใู้ นการช่วยเหลือผปู้ ระสบภาวะวกิ ฤต
4.1.4 เตรียมเคร่ืองมือสื่อสารที่จาเป็นในการติดต่อประสานงาน เช่น โทรศัพท์มือถือ วิทยุ
สือ่ สาร เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ ฯลฯ
4.1.5 จัดทาฐานข้อมูล/ทะเบียนผู้ประสบภาวะวิกฤตท่ีเป็นกลุ่มเสี่ยง ข้อมูลทีม MCATT ใน
พนื้ ที่ภาคเี ครือข่ายและหนว่ ยงานอ่นื ๆ ที่เกี่ยวข้อง
4.1.6 จัดทาช่องทางการสื่อสารและระบบการส่งต่อข้อมูลแบบบูรณาการ เช่น การติดต่อทาง
หนังสือราชการ โทรศัพท์ การส่งข้อมูลของแต่ละหน่วยงานเข้าสู่ Website ของสานักงานสาธารณสุขจังหวัด/
กรมสุขภาพจติ (ถา้ มี)
4.1.7 จัดเตรียมข้อมูลความรู้ ด้านสุขภาพจิต สาหรับประชาชนและทีม MCATT เพ่ือใช้ในการ
ส่ือสารในหลายช่องทาง เช่น โทรทัศน์ วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว Info graphic Website เอกสาร/แผ่นพับ
Line และ application ต่างๆ
4.1.8 ซ้อมแผนการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตผู้ประสบภาวะวิกฤต โดยเน้นการซ้อมแผนแบบ
บูรณาการร่วมกับหนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวขอ้ งซึง่ กาหนดเป็นแผนประจาปี เพื่อประเมินความพร้อมเก่ียวกับการช่วยเหลือ
เยียวยาจิตใจผปู้ ระสบภาวะวกิ ฤต
4.1.9 สรุป/ รายงานผลจากการเตรียมความพร้อมในแต่ละข้ันตอน และความพร้อมเพ่ือรองรับการ
ปฏบิ ตั ิงานเม่ือเกิดสถานการณว์ กิ ฤต/ ภยั พิบตั ิ
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 45 -
4.2 ระยะวิกฤตและฉุกเฉิน ประกอบด้วย 2 ระยะ คือ ระยะวิกฤต (ตั้งแต่เกิดเหตุ - 72 ชั่วโมง)
และระยะฉกุ เฉนิ (72 ช่ัวโมง – 2 สัปดาห์)
4.2.1 ระยะวกิ ฤต (ตงั้ แต่เกดิ เหตุ - 72 ชั่วโมง)
ระยะนผ้ี ้ปู ระสบภาวะวิกฤตจะมกี ารตืน่ ตวั ทางสรรี ะและพฤตกิ รรม มีพลงั อยา่ งมากเพอ่ื ให้รอด
ชีวิต เกิดความเครียด หวาดผวา หวาดกลวั ชอ็ ก วติ กกงั วล สบั สน ผปู้ ระสบภาวะวกิ ฤตจะช่วยเหลือซ่ึงกนั และ
กันมีผูค้ นจานวนมากเข้ามาให้การชว่ ยเหลืออย่างไม่มีระบบ/ระเบียบ การชว่ ยเหลอื จะมงุ่ ให้ความช่วยเหลอื
เฉพาะหนา้ โดยเน้นการช่วยเหลอื ตามสภาพความเป็นจริง ท้ังดา้ นร่างกาย ความตอ้ งการพ้ืนฐาน เชน่ ที่อยู่
อาศัย อาหาร เคร่ืองนุ่งหม่ ของใช้ท่จี าเปน็ เป็นตน้ สว่ นด้านจติ ใจนั้น ปฏกิ ิรยิ าที่แสดงออกถือวา่ เปน็ ปฏิกริ ิยา
ปกตใิ นสถานการณ์ไมป่ กติ (Normal Reaction at Abnormal Situation) ซงึ่ ระยะนีเ้ ป็นระยะทสี่ าคญั ต้องให้
การปฐมพยาบาลดา้ นจิตใจแก่ผู้ประสบภาวะวกิ ฤต (Psychological First Aid: PFA) และให้การชว่ ยเหลือท่ี
ตรงตามความต้องการของผปู้ ระสบภาวะวิกฤต การดาเนนิ งานใหค้ วามชว่ ยเหลือเยยี วยาจิตใจผู้ประสบภาวะ
วิกฤต ระยะวกิ ฤต และฉุกเฉิน ดงั นี้
1) เมอื่ เกดิ สถานการณ์วิกฤตทมี MCATT เขา้ พ้ืนทีใ่ ห้การช่วยเหลือผู้ประสบภาวะวิกฤต
ในพื้นที่เส่ียงโดยลงพ้ืนท่ีร่วมกับทีมให้การช่วยเหลือทางกาย เพ่ือประเมิน
สถานการณ์ด้านสุขภาพจิตและกาหนดพ้ืนที่ที่จะลงไปช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
เตรียมความพร้อมของทีม รับทราบบทบาทหน้าท่ี จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์แบบ
ประเมนิ / คัดกรองภาวะสุขภาพจติ ทบทวนความรู้เรื่องการใช้แบบประเมิน/แบบคัด
กรองภาวะสุขภาพจติ
2) คัดกรองและค้นหาลุ่มเส่ียงต่อปัญหาสุขภาพจิตตามเวชระเบียนสาหรับผู้ประสบภาวะ
วิกฤต/ภยั พบิ ัติ
3) สารวจความตอ้ งการชว่ ยเหลือทัง้ ด้านร่างกายและจิตใจ และให้การช่วยเหลอื เยียวยา
จติ ใจเบือ้ งตน้ โดยการปฐมพยาบาลดา้ นจติ ใจ (Psychological first aid: PFA)
4) กรณีพบความเส่ียงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิต ให้จัดทาทะเบียนกลุ่มเส่ียง เพ่ือการ
ตดิ ตามดแู ล
5) สรปุ รายงาน สถานการณ์เบอ้ื งตน้ พร้อมทะเบียนกลุ่มเสย่ี ง
4.2.2 ระยะฉุกเฉิน (72 ช่ัวโมงหลงั เกิดเหตุ – 2 สัปดาห์)
ระยะนีผ้ ้ปู ระสบภาวะวิกฤต ทงั้ ผู้สูญเสียหรือผู้รอดชีวิตจะมองโลกในแง่ดี การช่วยเหลือหลั่งไหล
เข้ามามากมาย ได้รับความสนใจจากผู้บริหารระดับประเทศสื่อมวลชนให้ความสนใจ ผู้ประสบภาวะวิกฤต เกิด
กาลังใจว่าครอบครัวและชุมชนจะสามารถฟื้นตัวได้ ระยะนี้สามารถสารวจหาข้อมูลของสถานการณ์และความ
ต้องการของผ้ปู ระสบภาวะวิกฤต ไดช้ ัดเจนมากข้ึน เพื่อวางแผนในการให้ความช่วยเหลือได้ตรงกับความต้องการ
ของผู้ประสบภาวะวิกฤตและประเมินคัดกรองภาวะสุขภาพจิตเพื่อค้นหากลุ่มเส่ียงในแต่ละวัย และนามา
วางแผนในการช่วยเหลือท่ีถูกต้อง เหมาะสม รวมถึงมีการจัดลาดับความต้องการของกลุ่มเส่ียงท่ีต้องได้รับการ
ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง การดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปูาหมายจะพิจารณาตามความรุนแรง 8 กลุ่ม
คือ 1) กลุ่มผู้บาดเจ็บ 2) กลุ่มญาติผู้เสียชีวิต 3) กลุ่มผู้พิการ 4) กลุ่มผู้สูงอายุติดบ้านหรือติดเตียง 5) ผู้มี
ประวัติใช้สารเสพติดในช่วง 2 สัปดาห์ท่ีผ่านมา 6) ผู้มีประวัติรักษาทางจิตเวช 7) กลุ่มผู้มีความเครียด กังวล
ท้อแท้สิ้นหวัง จนรบกวนการดาเนินชีวิตในช่วง 2 สัปดาห์ 8) กลุ่มที่มีความคิดฆ่าตัวตายในช่วง 2 สัปดาห์
โดยมีข้นั ตอน การดาเนินงานให้ความช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต ระยะวกิ ฤตและฉกุ เฉิน ดังน้ี
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนุนการปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 46 -
1) หลังเกิดสถานการณ์วิกฤต 72 ช่ัวโมง ทีม MCATT เข้าพ้ืนท่ีให้การช่วยเหลือผู้
ประสบภาวะวิกฤต ในพื้นที่เสี่ยง โดยลงพ้ืนท่ีร่วมกับทีมให้การช่วยเหลือทางกาย เพื่อ
ประเมินสถานการณ์ด้านสุขภาพจิตและกาหนดพื้นท่ีที่จะลงไปช่วยเหลืออย่างต่อเน่ือง
เตรียมความพร้อมของทีม รับทราบบทบาทหน้าท่ี จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์แบบ
ประเมนิ /คดั กรองภาวะสขุ ภาพจติ ทบทวนความรู้เรื่องการใช้แบบประเมิน/แบบคัด
กรองภาวะสุขภาพจิต
2) ประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิต ค้นหา คัดกรองกลุ่มเสี่ยงเพ่ิมเติม
ด้วยเวชระเบียนสาหรับผู้ประสบภาวะวิกฤต/ภัยพิบัติ เพ่ือประเมินภาวะสุขภาพจิต
กรณีพบความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิต ให้จัดทาทะเบียนกลุ่มเสี่ยงเพ่ือการ
ตดิ ตามดูแลตอ่ เนอื่ ง รวมท้งั ใหก้ ารช่วยเหลือทางด้านสุขภาพจิตผู้ประสบภาวะวิกฤต
ในกรณีท่ีพบว่าผู้ประสบภาวะวิกฤต มีความเครียด วิตกกังวล หวาดผวา หวาดกลัว
นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า โดยใช้วิธีให้การปฐมพยาบาลด้านจิตใจ
(Psychological First Aid: PFA) กรณีไม่พบความเส่ียงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิต
ให้สุขภาพจิตศึกษาเรื่องปฏิกิริยาทางด้านจิตใจภายหลังเผชิญสถานการณ์วิกฤต และ
การดแู ลตนเองตลอดจนบุคคลใกลช้ ดิ เพ่ือเฝูาระวังปัญหาสุขภาพจิตที่อาจเกิดข้นึ ได้
3) สรุป/ประเมินผลการปฏิบัติงานของทีม MCATT และส่งรายงานผลการปฏิบัติงาน
ตามขัน้ ตอน
4.3 ระยะหลังเกิดเหตุการณ์ (2 สัปดาห์ - 3 เดือน)เป็นระยะท่ีผู้ประสบภาวะวิกฤตเร่ิมเผชิญกับ
ความเป็นจริงมากข้ึน พละกาลังเร่ียวแรงเร่ิมถดถอย อ่อนล้า หงุดหงิด และมีความหวังว่าจะได้รับความ
ชว่ ยเหลือจากทางราชการ ขณะเดียวกันเร่ิมไม่แน่ใจว่าจะได้รับความช่วยเหลือจริงหรือไม่ เพราะการช่วยเหลือ
จากหนว่ ยงานหรอื องค์กรตา่ งๆ เริม่ นอ้ ยลง ผปู้ ระสบภาวะวิกฤตจะมีความเครียด วิตกกังวล ท้อแท้ ซึมเศร้า ไม่
แน่ใจในอนาคตของตนเองว่าจะเป็นอย่างไร จะอยู่อย่างไรไม่ว่าจะเป็นด้านท่ีอยู่อาศัยหรือการประกอบอาชีพ
การให้ความช่วยเหลือทางด้านจิตใจในระยะนี้ จะมีการประชุมปรึกษาหารือ เพื่อประเมินสถานการณ์ปัญหาและ
ความต้องการของผู้ประสบภาวะวิกฤต รวมท้ังปัจจัยท่ีเก่ียวข้อง กาหนดแผน และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การ
ปฏิบัตงิ านใหท้ ันกบั เหตุการณแ์ ละสอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เปล่ียนไป มีการกาหนดกลุ่มเส่ียงที่ชัดเจน และมี
การคัดกรองภาวะสุขภาพจิตซ้า เพ่ือประเมินสภาพปัญหาสุขภาพจิตให้เป็นปัจจุบัน พร้อมท้ังเตรียมทีม
ผู้เชี่ยวชาญลงไปให้ความชว่ ยเหลอื ใหส้ อดคล้องกับกลุ่มเสี่ยงน้ันๆ รวมท้ังมีการติดตามและการส่งต่อข้อมูลของ
ผู้ประสบภาวะวิกฤตเพื่อการบาบัดรักษาต่อเน่ืองและเหมาะสม โดยมีขั้นตอนการดาเนินงานช่วยเหลือเยียวยา
จติ ใจผปู้ ระสบภาวะวิกฤต ระยะหลงั เกิดเหตกุ ารณ์ ดังนี้
4.3.1 หลังได้รับผลกระทบ 2 สัปดาห์ – 3 เดือน ทีม MCATTพ้ืนที่/กรมสุขภาพจิต ประเมิน
ปัญหาสขุ ภาพจิต ผปู้ ระสบภาวะวกิ ฤตรายใหม่และตดิ ตามกล่มุ เสีย่ ง ดังนี้
กรณที ี่เปน็ ผูใ้ หญ่ โดยใช้
- เวชระเบียนสาหรบั ผู้ประสบภาวะวิกฤต/ภยั พิบัติ อายุ 18 ปีขน้ึ ไป
- แบบประเมนิ ระดบั ความเครียด (Visual Analog Scale)
- แบบคัดกรองภาวะซึมเศรา้ 2Q 9Q
- แบบประเมินผลกระทบทางจิตใจหลังประสบเหตุการณส์ ะเทอื นขวญั (2P)
- แบบประเมนิ PISCES-10
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 47 -
กรณีเดก็ โดยใช้
- เวชระเบียนสาหรับเด็กทป่ี ระสบภาวะวิกฤต/ภัยพิบัติอายตุ ่ากวา่ 18 ปี
- การประเมินภาวะสุขภาพสาหรบั เดก็ (Symptom Checklists)
- แบบประเมนิ CRIES-13
- แบบคดั กรอง CDI
- แบบคดั กรอง CES-D
4.3.2 หากผลการประเมนิ ปัญหาสขุ ภาพจติ พบวา่
กรณีพบว่าผู้ประสบภาวะวิกฤตไม่มีปัญหาสุขภาพจิต ให้การช่วยเหลือตามสภาพ
ปัญหาแต่ถ้ามีปัญหาสุขภาพจิต ให้การช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ/ บาบัดรักษา เช่น ปฐม
พยาบาลด้านจิตใจ (Psychological First Aid: PFA) การให้สุขภาพจิตศึกษา
(psycho education) การให้การปรึกษา (counseling) การช่วยเหลือทางจิตใจใน
ภาวะวกิ ฤต (crisis intervention)
กรณีพบวา่ ผู้ประสบภาวะวกิ ฤตมีปญั หาสุขภาพจิต ท่ีทีม MCATT ในพื้นที่ไม่สามารถ
บริหารจัดการและให้การช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤตให้ส่งต่อหน่วย
บริการสาธารณสขุ ตามระบบบริการสุขภาพ
4.3.3 การตดิ ตามดูแลอยา่ งตอ่ เนื่อง ในกรณีพบผปู้ ระสบภาวะวิกฤตมปี ัญหาสขุ ภาพจิต
4.3.4 สรุป/ประเมินผลการปฏิบตั งิ าน สง่ ต่อข้อมูลและรายงานผลการปฏิบัติงานตามขนั้ ตอน
4.4 ระยะฟ้ืนฟู (หลงั เกิดเหตุการณ์ 3 เดือนขน้ึ ไป)
ระยะนเ้ี นน้ การสง่ เสรมิ ปอู งกัน บาบัด ฟ้ืนฟูสุขภาพจิต การเฝูาระวังและค้นหาโรคระยะเร่ิมแรกเพื่อ
ปูองกันความพิการทางจิตใจ (Early Detection and Early Intervention) โดยจัดทีม MCATT ในการให้การ
ช่วยเหลือผู้ประสบภาวะวิกฤตท่ีเป็นกลุ่มเสี่ยงตามแบบประเมิน/คัดกรอง เช่น โรคเครียดภายหลังเหตุการณ์
สะเทือนขวัญ (PTSD) โดยมีการเฝูาระวังติดตาม ให้การบาบัดอย่างต่อเนื่องตามสภาพปัญหา เช่น การให้ยา
การให้การบาบัดทางจิตเพ่ือการปรับเปล่ียนพฤติกรรม การให้การปรึกษารายบุคคล ครอบครัวบาบัด การให้
ขอ้ มูลความร้โู ดยส่อื ตา่ งๆ การสอนทักษะการคลายเครยี ด กรณีทีกลุ่มเส่ียงอาการยังไม่ดีข้ึนให้การดูแลต่อเน่ือง
โดยทมี ฟน้ื ฟสู ุขภาพจิต กรณีที่กลุ่มเส่ียงมีอาการดีข้ึนให้ส่งต่อเครือข่ายสาธารณสุข โดยมีข้ันตอนการดาเนินงาน
ช่วยเหลือเยยี วยาจติ ใจผปู้ ระสบภาวะวิกฤต ระยะฟื้นฟู ดงั นี้
4.4.1 ทมี MCATT เขา้ พ้ืนท่เี พ่ือวางแผนให้การช่วยเหลือผู้ประสบภาวะวิกฤตกลุ่มเส่ียงท่ีส่งต่อ
จากการประเมนิ /คัดกรองภาวะสุขภาพจิตในระยะหลังเกิดเหตุการณ์ตามทะเบียนติดตามผู้ประสบภัยต่อเนื่อง
กรณีมคี วามเส่ยี งต่อการฆา่ ตัวตายหรอื แพทยพ์ ิจารณาใหต้ ดิ ตามตอ่ เนื่อง รวมทั้งค้นหาผู้ประสบภาวะวิกฤตราย
ใหม่ทีอ่ าจเกดิ ปัญหาสุขภาพจติ ภายหลัง
4.4.2 คัดกรองภาวะสุขภาพจิตของผู้ประสบภาวะวิกฤตในพ้ืนท่ีเส่ียงภัยซ้า กรณีผู้ใหญ่ ให้
ติดตามต่อโดยใช้แบบประเมินระดับความเครียด แบบคัดกรอง 2Q9Q แบบคัดกรอง 2P และแบบประเมิน
PISCES -10 ซ้าอีกครั้งตามขั้นตอนเดียวกันกับระยะหลังได้รับผลกระทบ ผู้ประสบภาวะวิกฤต/ภัยพิบัติกลุ่ม
เสี่ยงที่จะต้องส่งพบแพทย์เพ่ือรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมได้แก่ ผู้ท่ีมีระดับความเครียดมีค่า 4
คะแนนขน้ึ ไป หรือ ผู้ทมี่ คี ะแนนจากแบบคดั กรอง 9Q มีคา่ 7 คะแนนขึ้นไป หรือ ผู้ท่ีมีความเส่ียงต่อการฆ่าตัว
ตาย (คะแนน 9Q ข้อ 9 มีค่า 1 คะแนนข้ึนไป) หรือผู้ท่ีมีผลการประเมินด้วยเคร่ืองมือ PISCES-10 มีค่า 9
คะแนนขน้ึ ไป หากพบความเสย่ี ง พจิ ารณาส่งพบแพทยห์ รอื บคุ ลากรสาธารณสขุ
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 48 -
กรณีเด็ก ให้ติดตามต่อโดยใช้แบบประเมิน symptoms checklist แบบประเมิน CRIES-13
และแบบคดั กรองภาวะซมึ เศร้า CDI หรอื CES-D ตามชว่ งอายซุ ้าอกี ครัง้ ตามขั้นตอนเดียวกันกับระยะหลังได้รับ
ผลกระทบ เดก็ กลุ่มเสย่ี งทจี่ ะต้องสง่ พบแพทยเ์ พอ่ื รับการวินิจฉยั และการรักษาท่ีเหมาะสม ได้แก่ เด็กที่มีอาการ
ตาม symptoms checklist อยา่ งนอ้ ย 1 อาการ หรือ เด็กที่มีคะแนนจากแบบประเมิน CRIES-13 มีค่าคะแนน
25 คะแนนข้ึนไป หรือ เด็กท่ีมีคะแนนจากแบบคัดกรอง CDI มีค่าคะแนน 16 คะแนนขึ้นไป หรือวัยรุ่น ที่มี
คะแนนจากแบบคดั กรอง CES-D มคี า่ คะแนน 23 คะแนนขึ้นไป โรคหรืออาการที่มักพบและควรเฝูาระวังหลัง
ประสบภาวะวิกฤต/ภยั พิบตั ิ ซึ่งหากพบอาการดงั ต่อไปนี้หรอื กรณที ีอ่ าการไมด่ ีขึน้ ใหส้ ง่ ต่อตามระบบบรกิ ารสุขภาพ
- ภาวะความผิดปกติเกี่ยวกับความเครียดภายหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) อาการ
ปรากฏคือ ผู้ประสบภาวะวิกฤตยังคงรู้สึกถึงเหตุการณ์นั้นอยู่ พยายามหลีกเลี่ยงเหตุการณ์
สถานการณ์ หรือเหตกุ ารณ์น้ัน มีอาการไม่สบายทางกายท่ีบอกถึงความเครียดและอาการวิตก
กงั วล เช่น ใจสั่น มือสน่ั เหง่ือออก เวยี นศีรษะ
- ภาวะซมึ เศร้า และอาจเสย่ี งต่อการฆา่ ตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย
- ภาวะติดสรุ า และการติดสารเสพตดิ
- ภาวะความรุนแรงในครอบครัวและชุมชน
4.4.1 ถ้าไมพ่ บปญั หาสขุ ภาพจิตให้การชว่ ยเหลือตามสภาพของปัญหา ถ้ามปี ญั หาสุขภาพจิตทีม
MCATT ให้การช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ/บาบัดรักษา หากพบว่าผู้ประสบภาวะวิกฤต/ภัยพิบัติ มีปัญหาที่
ไม่สามารถบริหารจัดการและช่วยเหลือได้ เช่น มีโรคทางกาย ผู้พิการ เด็กเล็ก มีปัญหาท่ีอยู่อาศัย เคร่ืองมือ
ประกอบอาชีพ ควรส่งต่อใหห้ น่วยบริการสุขภาพหรือแหล่งชว่ ยเหลือทางสงั คมอ่ืนๆ เพ่ือการฟืน้ ฟจู ิตใจและอาชีพ
4.4.2 ในกรณีท่ีอาการดีข้ึนส่งต่อเครือข่ายในชุมชน เพื่อให้การช่วยเหลือต่อเนื่องและเฝูาระวัง
ปัญหาที่อาจเกิดขึน้
4.4.3 ตดิ ตามดูแลตอ่ เนือ่ งเปน็ ระยะๆ ภายหลงั การสง่ ตอ่ จนกว่าจะหมดความเสี่ยง
4.4.4 ในกรณีการฟ้ืนฟูผู้ประสบภาวะวิกฤตเพ่ือเฝูาระวังปัญหาสุขภาพจิต โดยมีการจัดกิจกรรม
เสริมพลัง (Empowerment) ของคนในชุมชน การแลกเปล่ียนเรียนรู้ กิจกรรรมเพ่ือสร้างความเข้มแข็งในชุมชน
(Community resilience) และการสรา้ งความตระหนักในชุมชน
4.4.5 สรุปผลการปฏิบัติงานให้การช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภาวะวิกฤตให้แก่หน่วยงานที่
เก่ยี วข้องและส่งตอ่ ขอ้ มูล/สรุปรายงานการปฏิบตั ิงานตามข้นั ตอน
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
บทที ๕
กรอบแนวทางการใช้จ่าย
งบประมาณเพื อช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
บทท่ี 5
กรอบแนวทางการใชจ้ ่ายงบประมาณเพอื่ ช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภยั กรณีฉกุ เฉิน
1.กรอบแนวทางการใช้จา่ ยงบประมาณ
การใช้จ่ายงบประมาณสาหรบั การให้ความช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภยั กรณีฉุกเฉนิ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยเงนิ ทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผปู้ ระสบภัยพบิ ัตกิ รณฉี กุ เฉนิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้ส่วนราชการมีวงเงินทดรอง
ราชการในการใหค้ วามช่วยเหลือหรือสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติเป็นกรณีจาเป็นเร่งด่วน
ที่ไมส่ ามารถรอการเบิกเงนิ จากงบประมาณได้
(๑) สานกั เลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี สานกั นายกรฐั มนตรี ๑๐๐,๐๐๐,๐๐0 บาท
(๒) สานกั งานปลัดกระทรวงกระทรวงกลาโหม ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๓) สานักงานปลัดกระทรวงกระทรวงการพฒั นาสังคมฯ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๔) สานักงานปลดั กระทรวงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๕) สานกั งานปลัดกระทรวงกระทรวงมหาดไทย ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๖) สานักงานปลดั กระทรวงกระทรวงสาธารณสุข ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๗) กรมปูองกนั และบรรเทาสาธารณภัย ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๘) สานกั งานปูองกนั และบรรเทาสาธารณภยั จงั หวัด แหง่ ละ ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(9) สานกั งานตารวจแห่งชาติ 50,000,000 บาท
ให้ปลัดกระทรวงกลาโหมมีอานาจจัดสรรเงินทดรองราชการตาม (๒) แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
กลาโหมตามความจาเป็นและเหมาะสม และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอานาจจัดสรรเงินทดรองราชการตาม (๘)
แก่อาเภอหรือก่ิงอาเภอตามความจาเป็นและเหมาะสม ซึ่งแต่ละแห่งต้องมีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ท้ังนี้
ในกรณที ีม่ คี วามจาเปน็ จะจัดสรรเพ่ิมเตมิ ใหอ้ กี กไ็ ด้และให้แจง้ กระทรวงการคลังทราบดว้ ย
ในการน้ีให้ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ มีอานาจจัดสรรเงินทดรองราชการตาม (9) แก่หน่วยงานในสังกัด
สานกั งานตารวจแหง่ ชาติตามความจาเป็นและเหมาะสม
กรณีเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอานาจอนุมัติให้ส่วนราชการอ่ืนมีวงเงิน
ทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินได้ตามความเหมาะสมจาเป็น และกรณีท่ีวงเงินทดรอง
ราชการไม่พอ ให้ส่วนราชการดังกล่าวหรือส่วนราชการตามวรรคหน่ึงสามารถขอขยายวงเงินทดรองราชการเพ่ิม
โดยตรงต่อกระทรวงการคลังได้ แล้วใหร้ ายงานการอนมุ ัตดิ งั กลา่ วใหน้ ายกรฐั มนตรีทราบ
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 52 -
2.หลกั เกณฑ์และวิธีการปฏบิ ตั ใิ นการเบกิ จ่ายเงนิ ทดรองราชการของส่วนราชการเพอ่ื ชว่ ยเหลือผูป้ ระสบ
ภยั พบิ ตั ิ ในส่วนภูมภิ าค
เพือ่ ใหก้ ารปฏบิ ตั ใิ นการเบกิ จ่ายเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในความรับผิดชอบของ
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 ประกอบหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ
กรณีฉุกเฉนิ พ.ศ. 2563 ดงั น้ี
1) การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามระเบียบ มีวัตถุประสงค์เพ่ือวางหลักเกณฑ์สาหรับส่วน
ราชการในการดาเนินการช่วยเหลือโดยเร่งด่วนตามความจาเป็นและเหมาะสมเมื่อเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินข้ึนใน
ท้องท่ีใด โดยมุ่งหมายที่จะบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของผู้ประสบภัยพิบัติ แต่มิได้มุ่งหมายที่จะชดใช้
ความเสยี หายแก่ผูใ้ ด
2) การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในอาเภอหรือก่ิงอาเภอหรือในจังหวัดอื่น นอกจาก
กรงุ เทพมหานคร ใหด้ าเนนิ การตามมติของคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับจังหวัดหรือ
อาเภอ การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในแต่ละอาเภอหรือก่ิงอาเภอให้นายอาเภอหรือปลัดอาเภออนุมัติ
จา่ ยเงินทดรองราชการเพื่อดาเนนิ การช่วยเหลือผปู้ ระสบภัยพบิ ัตภิ ายในวงเงินที่ผูว้ ่าราชการจังหวัดจัดสรรให้
ถา้ มีความจาเป็นตอ้ งใช้เงินเพื่อดาเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติมากกว่าวงเงินท่ีได้รับจัดสรร ให้
ดาเนินการตามลาดบั ต่อไปนี้
(2.1) ให้อาเภอหรือกิ่งอาเภอขอรับการสนับสนุนโดยตรงต่อจังหวัด และให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
อนุมตั ิจ่ายเงินทดรองราชการของจงั หวัด เพอื่ สนับสนุนการดังกลา่ วตามมติ ก.ช.ภ.จ.
(2.2) ในกรณที ่วี งเงินทดรองราชการทีอ่ ย่ใู นอานาจอนมุ ัติจ่ายของผู้ว่าราชการจังหวัดมีไม่เพียงพอ
ให้จงั หวดั ดาเนินการขอรบั การสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือในจานวนเงินส่วนที่เกิดโดยตรงจากกรมปูองกัน
และบรรเทาสาธารณภัย เว้นแต่การให้ความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบภัย การให้ความ
ชว่ ยเหลอื ด้านการเกษตร และการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และการสาธารณสุขให้ขอรับการสนับสนุน
การให้ความช่วยเหลือจากส่วนราชการเจ้าของเงินทดรอง **ในส่วนนี้สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
รับผิดชอบเฉพาะดา้ นการแพทย์และสาธารณสุข**
3) การขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือตามข้อ 2. ให้ทาเป็นหนังสือซ่ึงอย่างน้อยให้มี
รายการดังต่อไปน้ี
(3.1) ประเภทของภัยพบิ ัติกรณฉี ุกเฉิน
(3.2) วนั เดือน ปที ่ีเกิดภยั พบิ ัตกิ รณฉี กุ เฉิน และ วนั เดือน ปที เ่ี กิดความเสียหาย
(3.3) สถานทเี่ กดิ เหตุ (ให้ระบุชือ่ ถนน หมู่บา้ น ตาบล อาเภอ)
(3.4) จานวนผ้ปู ระสบภยั พิบตั โิ ดยประมาณ
(3.5) ความเสยี หายโดยประมาณ เช่น จานวนทรัพยส์ นิ ทเ่ี สยี หาย รวมท้ังมูลค่าความเสียหาย
ทเ่ี กิดขึ้นโดยประมาณ จานวนผู้บาดเจบ็ ผูเ้ สยี ชวี ิต เป็นต้น
(3.6) การช่วยเหลือแกไ้ ขปญั หาความเดือนร้อนเฉพาะหน้าท่ีไดด้ าเนินการไปแล้ว
(3.7) ความต้องการในการขอรบั ความช่วยเหลือหรือสนบั สนุนการให้ความช่วยเหลือ
กรณีที่มีความจาเป็นเร่งด่วนไม่อาจขอรับการสนับสนุนเป็นหนังสือได้ ให้ขอรับการสนับสนุนการให้
ความช่วยเหลือโดยเครอื่ งมือสื่อสารโดยวิธอี ืน่ และให้ยนื ยนั เป็นหนงั สอื ในภายหลังโดยดว่ นท่สี ุด
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนับสนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 53 -
4) ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินและจาเป็นต้อง
ได้รับความชว่ ยเหลอื โดยด่วน ใหห้ วั หน้าส่วนราชการยื่นขอรับความชว่ ยเหลือตอ่
(4.1) การปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือกระทรวงกลาโหมหรือหน่วยงานในสังกัด
กระทรวงกลาโหม สาหรับสว่ นราชการหรือหนว่ ยงานทมี่ ีสานกั งานต้งั อยใู่ นกรุงเทพมหานคร
(4.2) จงั หวัดหรือหนว่ ยงานในสงั กดั กระทรวงกลาโหม สาหรับส่วนราชการหรือหน่วยงานท่ีมี
สานกั งานตัง้ อยู่ในจังหวดั น้นั
(4.3) สานกั งานตารวจแห่งชาติหรอื หน่วยงานในสงั กดั สานักงานต้ังอย่ใู นจงั หวดั น้ัน
กรณีหน่วยงานในสังกดั สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไดร้ ับการสนับสนุนจากการเงินทด
รองราชการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุ ขที่จังหวัดร้องขอสนับสนุนมา
ตามข้อ 2 (2.2) ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามความจาเป็น ตามท่ีจ่ายจริง ภายในรายการและวงเงิน
ท่ีระเบยี บกาหนดไว้ ตามขอ้ 5
5) รายการค่าใช้จ่ายท่ีจ่ายได้ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการดาเนินการให้ความช่วยเหลือ
ผปู้ ระสบภัยพบิ ตั กิ รณีฉกุ เฉนิ พ.ศ. 2551 ขอ้ 5.3 ดา้ นการแพทย์และสาธารณสุข ตามเอกสารแนบหมายเลข 1
6) เมื่อจงั หวดั ใดใชจ้ ่ายเงนิ ทดรองราชการท่ไี ดรับหารสนบั สนนุ การใหค้ วามช่วยเหลือจากส่วนกลางไป
แล้ว ให้จังหวัดจัดทารายงานการใช้จ่ายเงินซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดรับรอง พร้อมมติ ก.ช.ภ.จ. เพ่ือให้ส่วนกลาง
ดาเนินการขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายชดใช้เงินทดรองราชการดังกล่าว พร้อมแนบหลักฐาน
ใบสาคัญต้นฉบบั ท่ไี ดเ้ บิกจา่ ยตามหลกั เกณฑ์
กรณีรายการค่าใช้จา่ ยทเ่ี บิกจา่ ยไม่เปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ดังกล่าว สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
จะพิจารณาจ่ายเฉพาะรายการ จานวนเงินท่ีกาหนดไว้ตามระเบียบ ถ้าหากจานวนเงินในใบสาคัญไม่ครบตาม
วงเงินทใี่ ห้เงนิ ทดรองไป สานักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุขจะเรยี กคืนเป็นเงนิ สด
7) วิธีการปฏิบัติที่เก่ียวกับการเงิน การบัญชี ให้ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติทางบัญชีเกี่ยวกับการเงิน
ทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณฉี ุกเฉิน ตามหลักเกณฑ์
8) วิธีการปฏิบัติที่เก่ียวกับการเงิน การบัญชี ในเร่ืองใดที่มิได้กาหนดไว้ในระเบียบตามหลักเกณฑ์ ให้ถือ
ปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บปกตขิ องทางราชการที่กาหนดไว้
9) การส่งรายงานและส่งใบสาคัญตามข้อ 4(2) โดยให้หน่วยงานรวบรวมหลักฐานทางการเงินท้ังหมด
และจัดส่งต้นฉบับใบสาคัญและเอกสารท่ีเก่ียวข้องและปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรอง
ราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 ภายในระยะเวลาที่กาหนด เพื่อชดใช้เงินทดรอง
ราชการให้แกส่ ่วนราชการต่อไป
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 54 -
3.ระเบียบท่เี ก่ียวข้อง
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพ่ือการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
พ.ศ.2562
หลักเกณฑ์การจ่ายเงนิ ทดรองราชการเพื่อชว่ ยเหลอื ผ้ปู ระสบภยั พิบตั ฉิ ุกเฉิน พ.ศ.2563
ประกาศกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขการจ่ายเงินทดรอง
ราชการกรณีเชิงปูองกนั หรือยับยง้ั ภัยพิบตั ิกรณฉี ุกเฉนิ ลงวนั ท่ี 25 กรกฎาคม 2556
ประกาศกรมปูองกนั และบรรเทาสาธารณภัย เรอ่ื ง หลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไขการประกาศเขต
การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั พิบตั ิกรณีฉกุ เฉิน ลงวันท่ี 25 กรกฎาคม 2556
ประกาศกระทรวงกลาโหม เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย
พิบตั ิกรณฉี ุกเฉิน ลงวันท่ี 22 ตุลาคม 2556
ข้อกาหนดกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยว่าด้วยวิธีปฏิบัติเก่ียวกับสิ่งของสารองจ่ายช่วยเหลือ
ผูป้ ระสบภยั พ.ศ. 2547
ประกาศกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย เร่ือง รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและกาหนดราคา
กลางส่งิ ของสารองจ่าย พ.ศ. 2559
แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการใหค้ วามช่วยเหลอื ผ้ปู ระสบภยั พบิ ัติกรณีฉุกเฉนิ ตามระเบียบกระทรวงการคลงั ฯ
- แนวทางปฏิบัติในการให้ความชว่ ยเหลือผู้ประสบภยั พิบัติกรณฉี ุกเฉินตามระเบียบกระทรวงการคลงั ฯ
- สรุปการใชจ้ ่ายเงนิ ทดรองราชการในเชิงปูองกันหรือยับย้ังภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (วงเงิน 10 ล้านบาท)
ในพืน้ ทจ่ี ังหวัด
- สรุปการใช้จ่ายเงินทดรองราชการในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (วงเงิน
20 ล้านบาท) ในพืน้ ทจ่ี งั หวดั
- สรุปอัตราค่าใช้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อ
ช่วยเหลอื ผูป้ ระสบภัยพิบตั ิกรณฉี กุ เฉนิ พ.ศ.2563
- สรุปหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติ
กรณีฉุกเฉนิ พ.ศ. 2563
- แผนผังการใช้จา่ ยเงินทดรองราชการเพื่อชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภยั พบิ ตั ิกรณีฉุกเฉนิ
- แผนผงั การประกาศเขตการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภัยพิบตั กิ รณีฉกุ เฉิน
- แผนผังข้ันตอนการให้ความชว่ ยเหลือผูป้ ระสบภยั พบิ ตั ใิ นกรณีฉุกเฉนิ ในพื้นทีจ่ งั หวัด
เชงิ ปูองกนั หรือยับยงั้ ภัยพบิ ัติกรณีฉุกเฉิน (วงเงิน 10 ลา้ นบาท)
เชงิ บรรเทาความเดือดรอ้ น (วงเงิน 20 ล้านบาท)
วงเงินในอานาจอธบิ ดีปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภัย (เชงิ บรรเทาความเดือดร้อน วงเงนิ
50 ลา้ นบาท)
ประกาศสานักงานตารวจแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเง่ือนไขการให้ความช่วยเหลือ
ผู้ประสบภยั พบิ ตั ิกรณีฉกุ เฉิน
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนับสนนุ การปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 55 -
ในภาวะไม่ปกติ การดาเนินการประสานกับสานักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณา
ดาเนินการแปลงงบประมาณในภาวะปกติ เป็นงบประมาณในภาวะไม่ปกติ เพ่ือตอบสนองความต้องการทาง
ทหารในภาวะไมป่ กติ
4. การเบกิ ทดแทนในภาวะไมป่ กติ
4.1 เมื่อเกิดภาวะไม่ปกติ ประเทศไทยต้องปฏิบัติการรบหรือการสงครามเพ่ือปูองกันเอกราชและอธิปไตย
จากภัยคกุ คามภายในและภายนอกประเทศ ซง่ึ การดาเนินการด้านงบประมาณผ่านกระทรวงกลาโหม (โดยกรมการ
สรรพกาลัง) เพื่อเสนองบประมาณในภาพรวม กบั สานกั งานสภาความมั่นคงแหง่ ชาติ โดยคณะรัฐมนตรีให้ความ
เหน็ ชอบและอนมุ ตั จิ ดั สรรงบประมาณ
4.2 สานักนายกรัฐมนตรี โดยสานักงบประมาณอนุมัติจัดสรร และส่ังจ่ายงบประมาณจากงบกลาง
เงินสารองราชการ หมวดเงินอุดหนุนท่ัวไป แก่หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ กระทรวงที่รับผิดชอบหลักให้
เป็นไปตามอานาจของคณะรัฐมนตรีในการนาจ่ายท่ีกาหนดสาหรับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจไปใช้จ่ายใน
รายการต่างๆ เมอ่ื เกิดภาวะไมป่ กตจิ ากสถานการณร์ บหรือการสงคราม
4.3 การรายงานสถานภาพงบประมาณในส่วนราชการ รัฐวิสาหกจิ กระทรวงที่รับผิดชอบหลักรายงานตาม
วงรอบ 10 วัน ผา่ นกระทรวงกลาโหม (โดยกรมการสรรพกาลัง กระทรวงกลาโหม,ศูนย์ระดมสรรพกาลัง)เสนอ
ผ่านสานกั งานสภาความม่นั คงเพอ่ื ให้คณะรฐั มนตรีทราบ
4.4 กระทรวงกลาโหมประสานการปฏิบัติงาน ด้านงบประมาณระหว่างหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ
กระทรวงทรี่ ับผดิ ชอบเป็นหน่วยประสานงานหลกั อยา่ งใกล้ชดิ
4.5 สานักงานสภาความม่ันคงแห่งชาติ หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ กระทรวงท่ีรับผิดชอบเป็นหน่วย
ประสานงานหลักให้มีการประสานปฏิบัติอย่างใกล้ชิดเพ่ือให้การสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือทางทหารมี
ความพรอ้ มรบและมปี ระสทิ ธภิ าพสูงสดุ ในการปอู งกนั ประเทศ
4.6 หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ กระทรวงที่รับผิดชอบเป็นหน่วยประสานงานหลักท่ีได้รับจัดสรร
งบประมาณจากสานักงบประมาณให้เบิกเงินจากกรมบัญชีกลาง (คลัง) ตามท่ีได้รับอนุมัติให้เป็นไปตามสายงาน
ในภาวะปกตใิ ห้มากทส่ี ดุ
4.7 หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ กระทรวงท่ีรับผิดชอบเป็นหน่วยงานประสานงานหลักให้รายงานสถานภาพ
การเบิกจ่ายงบประมาณรายงานตามวงรอบ 10 วันผ่านกระทรวงกลาโหม โดยกรมการสรรพกาลังกลาโหม/
ศนู ย์ระดมสรรพกาลงั เพื่อเสนอผ่านสานักงานสภาความม่ันคงแหง่ ชาตใิ ห้คณะรัฐมนตรีทราบ
5. แนวทางการประสานดา้ นงบประมาณ
5.๑ การปฏิบัติงานด้านงบประมาณและการเงินในภาวะไม่ปกติให้ดาเนินการเช่นเดียวกับภาวะปกติเพ่ือ
ปอู งกนั การสับสนในการปฏิบตั งิ าน
5.๒ ขัน้ ตอนการปฏบิ ัตใิ ห้ส้ันทีส่ ดุ เพื่อความรวดเร็วและทนั เวลา
5.๓ การปฏิบัติให้อ้างอิงระเบียบ คาสั่ง กฎหมาย และมติคณะรัฐมนตรีโดยไม่เป็นอุปสรรคขัดข้องต่อการ
ปฏิบตั ิการทางทหาร
| แนวทางปฏบิ ัติงานในการสนับสนุนการปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 56 -
แผนภาพที่ 5-1 การใหช้ ว่ ยเหลือด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัตฉิ กุ เฉนิ
ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
1. สารวจความเสยี หาย - 57 - เงินบารงุ รพ.สต.
2. เอกสารใบประมาณการ รพ.สต. รวบรวมข้อมลู จากพื้นที่
การซอ่ มแซม (BOQ) CUP
3. หนังสอื ของรับการสนบั สนุน สสอ.+รพช.+รพ.สต.
งบประมาณ
ฉุกเฉนิ ฯ จงั หวัด สสจ.
(เลขาฯฉุกเฉิน จังหวดั )
สปฉ.8
งบกลาง (ฉุกเฉิน)
แผนภาพท่ี 5-2 แนวทางการขอสนับสนนุ งบประมปารณะเเทพศ่ือซ่อมแซมและฟ้นื ฟสู ถานบริการดา้ นสาธารณสขุ
หลงั ไดร้ ับผลกระทบจากภัยพิบัติ
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
บทที ๖
ข้อมูลทรัพยากร
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
บทที่ 6
ขอ้ มลู ทรพั ยากรดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
การสนับสนุนการปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉิน สปฉ.8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข มีภารกิจการ
ปฏบิ ัติในการใหค้ วามชว่ ยเหลือประชาชนต้ังแต่ระยะก่อน ระหว่าง และหลงั เกดิ ภัย ทคี่ รอบคลุมด้านต่างๆ ไดแ้ ก่
๑) ดา้ นการประเมินสถานการณ์
๒) ดา้ นการรกั ษาพยาบาล
๓) ดา้ นการฟน้ื ฟูสภาพจติ ใจ/ภาวะสุขภาพจิต
๔) ดา้ นการควบคุมโรค/ระบาดวทิ ยา
๕) ด้านอนามยั ส่งิ แวดลอ้ ม/สุขาภิบาล
๖) ดา้ นห้องปฏบิ ัตกิ ารวทิ ยาศาสตร์/lab/ตรวจพิษวิทยา/สารเคม/ี การตรวจทางวิทยาศาสตร์การแพทย์
๗) ดา้ นการฟื้นฟูโครงสร้างขนั้ พ้ืนฐานดา้ นการแพทย์และสาธารณสุข
๘) ด้านการประสานทางการแพทย์ (Emergency Medical Team Coordinating Cell : EMTCC)
๙) ดา้ นการสื่อสารความเสย่ี งด้านการแพทยแ์ ละสาธารณสุข (Risk Communication)
๑๐) ด้านอน่ื ๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง
1.ข้อมลู ทางดา้ นทีมปฏบิ ัติการท่ีเก่ยี วข้องที่สามารถใหก้ ารสนบั สนุนไดใ้ น สปฉ.8
1.1 ดา้ นการประเมินสถานการณ์
ท่ี หน่วยงาน ทีมปฏิบัตกิ ารที่ ความเช่ยี วชาญ องคป์ ระกอบของทีม ห้วงเวลา
เกย่ี วขอ้ ง จานวน ประเภทของ ปฏิบัตงิ าน
1 สานักงานปลัด บคุ ลากร ได้สงู สุด
กระทรวงสาธารณสุข ทีมตระหนักรู้ เฝูาระวัง ตดิ ตาม 3-5 คน -
-
2 กรมควบคมุ โรค สถานการณ์ และประเมิน -
สถานการณ์ 3 วัน
3 กรมการแพทย์ ทีมตระหนักรู้ เฝาู ระวัง ติดตาม 3-5 คน -
สถานการณ์ และประเมนิ
สถานการณ์
ทีมปฏบิ ตั ิการฉุกเฉนิ การรองรบั ดา้ น 16 - 20 -แพทย์ 2
ทางการแพทย์ระดบั การรกั ษาพยาบาล คน -พยาบาล 4
ตตยิ ภมู ิ ฉกุ เฉินในสถานการณ์ -เภสัชกร 1
Medical ภัยพิบัตอิ ย่างเปน็ -เจ้าหนา้ ทก่ี ชู้ ีพ 6
Emergency หมู่คณะเพอ่ื ให้ -เจา้ หน้าทส่ี นับสนุน
Response Team ผปู้ ุวยไดร้ ับการ (ช่างซ่อมบารุง
(MERT) รักษาในระดบั เจา้ หนา้ ทส่ี อ่ื สาร
ตติยภมู ไิ ด้อย่างมี เจ้าหน้าทบี่ รหิ าร/
ประสทิ ธภิ าพ การเงิน แม่บ้าน) 4
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนบั สนุนการปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 62 -
1.1 ดา้ นการประเมินสถานการณ์ (ต่อ)
ท่ี หนว่ ยงาน ทมี ปฏบิ ัติการท่ี ความเชีย่ วชาญ องคป์ ระกอบของทีม ห้วงเวลา
เกีย่ วข้อง จานวน ประเภทของ ปฏบิ ตั งิ าน
ไดส้ ูงสุด
3 กรมการแพทย์ (ตอ่ ) ทีมปฏิบัติการฉุกเฉนิ ดแู ลรักษาอาการ บคุ ลากร
ทางการแพทย์ เบอื้ งต้นให้กับ 5-6 คน -แพทย์ 1 คน 1 วัน
4 กรมแพทย์ ระดับอาเภอ หรือ ผูป้ ระสบภยั รวมถึง
ทหารอากาศ ทมี ปฏบิ ัติการฉกุ เฉิน การประเมนิ อาการ -พยาบาล 2 คน 6 – 8 ชม.
ทางการแพทย์ และการส่งตอ่ ท่ี -เจา้ หน้าทก่ี ูช้ ีพ 5 วัน
5 สภากาชาดไทย เคล่อื นท่ีเรว็ เหมาะสม อกี ภารกจิ 2-3 คน
(Mini Medical หนง่ึ คอื การประเมิน ห้วงเวลา
Emergency สถานการณ์ ในการ 5 คน -แพทย์ 1 ปฏบิ ตั งิ าน
-พยาบาล 2 ไดส้ งู สุด
Response Team) รับมือ และ ประสาน -สหสาขาวิชาชีพ 2
กบั ผสู้ ่งั การ 3 วนั
ชุดปฏบิ ัตกิ ารแพทย์ - 5 คน -แพทย์ 1
-พยาบาล 2
เรง่ ด่วน ทอ. -ผช.พยาบาล 1
(Medical Rapid -พนกั งานขบั รถ 1
Response Team,
องค์ประกอบของทีม
RTAF : MRRT, จานวน ประเภทของ
RTAF) บคุ ลากร
16 – -แพทย์ 2
ทมี ฝุายบรกิ ารทาง ACLS 20 คน -พยาบาล 4
การแพทย์, -เภสัชกร 1
สภากาชาดไทย -เจา้ หนา้ ทก่ี ้ชู ีพ 6
Medial -เจ้าหน้าทส่ี นับสนุน
(ช่างซอ่ มบารุง
Service,TRC เจ้าหนา้ ทสี่ ื่อสาร
เจ้าหนา้ ท่ีบริหาร/
1.2 ด้านการรกั ษาพยาบาล การเงนิ แม่บา้ น) 4
ที่ หนว่ ยงาน ทมี ปฏิบตั กิ ารที่ ความเชี่ยวชาญ
เก่ียวขอ้ ง
1 สานักงานปลัด ทมี ปฏิบัตกิ ารฉุกเฉนิ การรองรับดา้ นการ
กระทรวงสาธารณสุข ทางการแพทย์ระดับ รกั ษาพยาบาล
ตติยภมู ิ ฉุกเฉนิ ใน
Medical สถานการณภ์ ัยพิบตั ิ
Emergency อย่างเปน็ หม่คู ณะ
Response Team เพอ่ื ใหผ้ ู้ปุวยได้รบั
(MERT) การรกั ษาในระดบั
ตติยภมู ไิ ด้
อย่างมีประสทิ ธิภาพ
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนับสนุนการปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 63 -
1.2 ด้านการรักษาพยาบาล (ต่อ)
ที่ หน่วยงาน ทมี ปฏบิ ตั กิ ารที่ ความเชี่ยวชาญ องคป์ ระกอบของทีม หว้ งเวลา
เก่ยี วขอ้ ง ดแู ลรกั ษาอาการ จานวน ประเภทของ ปฏิบตั งิ าน
เบอ้ื งต้นใหก้ ับ ได้สงู สุด
1 สานักงานปลัด ทีมปฏบิ ตั ิการฉุกเฉนิ ผู้ประสบภยั รวมถงึ บคุ ลากร
กระทรวงสาธารณสุข ทางการแพทย์ การประเมนิ อาการ 5-6 คน -แพทย์ 1 คน 1 วนั
ระดับอาเภอ หรือ และการสง่ ตอ่ ท่ี 3 วนั
ทมี ปฏิบัติการฉกุ เฉิน เหมาะสม อีกภารกจิ -พยาบาล 2 คน 1 วัน
ทางการแพทย์ หนึ่งคือ การประเมนิ -เจา้ หน้าท่ีกู้ชพี
เคล่ือนท่ีเร็ว สถานการณ์ ในการ 2-3 คน
(Mini Medical รบั มอื และ ประสาน
Emergency กับ ผสู้ งั่ การ
การรองรบั ดา้ นการ
Response Team) รักษาพยาบาล
ฉกุ เฉนิ ใน
2 กรมการแพทย์ ทมี ปฏบิ ตั กิ ารฉุกเฉิน สถานการณ์ภัยพบิ ตั ิ 16 – -แพทย์ 2
ทางการแพทย์ระดับ อย่างเป็นหม่คู ณะ 20 คน -พยาบาล 4
ตติยภมู ิ เพอ่ื ให้ผปู้ ุวยไดร้ บั 5-6 คน -เภสชั กร 1
Medical การรกั ษาในระดบั -เจา้ หนา้ ที่กชู้ ีพ 6
Emergency ตตยิ ภมู ิได้อยา่ งมี -เจา้ หน้าที่สนับสนนุ
Response Team ประสิทธภิ าพ (ชา่ งซ่อมบารงุ
(MERT) ดูแลรกั ษาอาการ เจ้าหน้าทสี่ ือ่ สาร
เบ้อื งต้นให้กับ เจา้ หน้าทบ่ี ริหาร/
ทีมปฏิบตั กิ ารฉุกเฉิน ผปู้ ระสบภยั รวมถึง การเงิน แมบ่ า้ น) 4
ทางการแพทย์ การประเมนิ อาการ -แพทย์ 1 คน
ระดับอาเภอ หรอื และการสง่ ตอ่ ท่ี -พยาบาล 2 คน
ทีมปฏบิ ัติการฉุกเฉิน เหมาะสม อีกภารกิจ -เจ้าหนา้ ทกี่ ชู้ พี
ทางการแพทย์ หนึ่งคอื การประเมิน 2-3 คน
เคล่อื นที่เร็ว สถานการณ์ ในการ
(Mini Medical รบั มอื และ ประสาน
Emergency กบั ผ้สู ่ังการ
Response Team)
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 64 -
1.2 ด้านการรักษาพยาบาล (ตอ่ ) ความเชี่ยวชาญ องค์ประกอบของทมี ห้วงเวลา
ชดุ บรกิ ารแพทยแ์ ละ จานวน ประเภทของ ปฏิบตั งิ านได้สูงสดุ
ท่ี หน่วยงาน ทมี ปฏิบตั ิการที่ สาธารณสขุ ท่ี
เก่ยี วข้อง เตรยี มพร้อมไว้ บุคลากร Operating
สาหรับเหตกุ ารณ์ ชุดแรก 32 -Clinical team House :
2 กรมการแพทย์ ทมี ปฏิบตั ิการ ภัยพิบัติท่อี าจ คน และ (18) Normal
(ต่อ) ฉกุ เฉินทางการ เกิดขึ้นอย่าง ผูป้ ระสาน -Logistic team operating house
แพทย์และ กะทันหนั และ งาน 3 คน (14) : 8 AM Until 4
สาธารณสขุ ใน ต้องการความ PM (Timing
ภาวะภยั พิบตั ิ ชว่ ยเหลือดา้ น may be
EMT- การแพทยแ์ ละ adjusted
THAILAND สาธารณสขุ อยา่ ง according to
รวดเรว็ situation)
3 กรมแพทย์ ทีมปฏิบัติการ 16 คน -แพทย์ 1 นาย
ทหารบก ฉกุ เฉนิ ทางการ การรองรับดา้ นการ -พยาบาล 2 นาย Number of
แพทย์ระดบั รักษาพยาบาล -ผชู้ ่วยพยาบาล/นาย patients :
ตติยภมู ิ ฉกุ เฉินใน สิบพยาบาล 4 นาย Maximum of
Medical สถานการณ์ภัยพิบตั ิ (ชุดละ 2 นาย) พล 100 patients
Emergency อยา่ งเปน็ หม่คู ณะ -เปล 4 นาย per day
Response เพือ่ ให้ผ้ปู วุ ยไดร้ ับ -เภสชั กร/จนท. For 14 day
Team (MERT) การรกั ษาในระดับ เภสชั กร (Incase of MCI
ตติยภมู ิได้อยา่ งมี 1 นาย surge capacity
ประสทิ ธภิ าพ -นายทหารส่งกาลัง 1 to 200
นาย patient/day)
-ช่างซ่อม 1 นาย
และ -
-พลขับ 2 นาย
-ยานพาหนะ 3 คัน
ประกอบด้วย
รถพยาบาลแบบ 5
จานวน 1 คัน
และรถบรรทกุ
(FTS) จานวน 2 คัน
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 65 -
1.2 ดา้ นการรักษาพยาบาล (ต่อ) ความเช่ียวชาญ องคป์ ระกอบของทีม ห้วงเวลา
สามารถใหก้ ารดแู ลผปู้ ุวยเจ็บ จานวน ประเภทของ ปฏบิ ตั งิ านได้
ท่ี หน่วยงาน ทมี ปฏิบัตกิ ารท่ี ฉกุ เฉิน จานวนมากจากภัย
เกีย่ วขอ้ ง พบิ ตั ิต้ังแตใ่ นระยะแรกจน บคุ ลากร สูงสุด
สามารถประสาน ลาเลียง 2 ชุด แพทย์ พยาบาล 72 ชม.
4 กรมแพทย์ ชดุ ปฏบิ ตั กิ าร สง่ ตอ่ ไป รพ. ได้อยา่ ง 14-17 นวก.
ทหารเรือ ฉุกเฉินทางการ เหมาะสม โดยสามารถพง่ึ พา คน/ชุด 24 ชม.
แพทยร์ ะดับสงู ตนเองได้ในระยะเวลาจากดั 48 ชม.
ในภาวะภยั พิบตั ิ (อย่างนอ้ ย 72 ชม.) โดยไม่ 4 ชุด แพทย์ พยาบาล
(MERT) รบกวนทรพั ยากรของท้องถนิ่ 10คน/ นวก.
โดยพรอ้ มปฏบิ ัตไิ ดใ้ น 6-12
5 กรมแพทย์ ชุดปฏิบัติ ชม.ตาม ชดุ
ทหารอากาศ การแพทย์ คารอ้ งของหรอื ส่งั การ 7 คน -แพทย์ 1
เคล่อื นทเ่ี รว็ สามารถให้การดแู ลผู้ปุวยเจ็บ
(Mini MERT) ฉุกเฉินจานวนมากนอก รพ. -พยาบาล 4
1.ชุดปฏิบตั ิ จนสามารถส่งตอ่ -สหสาขาวิชาชพี 2
การแพทย์ ได้อยา่ งเหมาะสม
ฉกุ เฉิน ทอ. 1.การเคลอื่ นยา้ ยบคุ ลากร
(Medical และอุปกรณไ์ ด้ทางอากาศ
Emergency ยาน
Response ด้วย ฮ.11 (EC-725)
Team, RTAF : 1 เครือ่ ง และทางบก
MERT, RTAF) 2.ใหก้ ารปฐมพยาบาลและ
กชู้ พี ข้นั สงู
3.สามารถรบั ผบู้ าดเจ็บได้
26 คนต่อวัน
4.พร้อมออกปฏิบตั จิ ากท่ีต้งั
ภายใน 2 ชม.
5.ตดิ ตั้งเตน็ ทแ์ ละพร้อมให้
การรกั ษาพยาบาลภายใน
10 นาที
6.ส่งกาลังบารุงทกุ 48 ชม.
7.มียา เวชภณั ฑแ์ ละอุปกรณ์
การแพทย์สาหรบั ชว่ ยชวี ติ
และอปุ กรณ์ดารงชพี ดว้ ย
ตนเอง
8.เตรียมพรอ้ มสง่ กลบั สาย
แพทย์ ด้วยรถยนต์ หรอื ฮ.
11 (EC-725)
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนบั สนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 66 -
1.2 ด้านการรักษาพยาบาล (ตอ่ )
ท่ี หน่วยงาน ทีมปฏบิ ัตกิ ารที่ ความเชย่ี วชาญ องค์ประกอบของทมี ห้วงเวลา
5 กรมแพทย์ เก่ยี วขอ้ ง รพ.เคล่อื นที่พรอ้ มปฏิบตั ิใน จานวน ประเภทของ ปฏบิ ตั งิ านได้
48 ชม.โดยการปฏบิ ตั ภิ ารกิจ
ทหารอากาศ 2.ชุดปฏิบตั ิ เคล่อื นยา้ ย รพ.เคลื่อนท่ี ทอ. บุคลากร สงู สดุ
(ต่อ) การแพทย์ จะดาเนนิ การเคลือ่ นย้ายทาง 29 คน -แพทย์ 3 72 ชม.
ประจา รพ. อากาศยานเป็นลาดับแรก ห้วงเวลา
เคล่ือนที่ ทอ. กรณีทไี่ มส่ ามารถเคล่อื นย้าย -พยาบาล 9 ปฏบิ ัตงิ านได้
(Mobile ทางอากาศยานได้ จะ -สหสาขาวิชาชีพ 9 สูงสุด
Hospital, พิจารณาทาการเคลอ่ื นยา้ ย -จนท.สนับสนนุ 3 วนั
RTAF: MH, ทางถนนและทางรถไฟตาม อน่ื ๆ 8
RTAF) ความเหมาะสม โดยต้อง -
คานึงถึงความรวดเร็ว คมุ้ คา่
และความปลอดภยั เปน็ หลัก
1.3 ด้านการฟน้ื ฟสู ภาพจิตใจ/ภาวะสขุ ภาพจติ
ที่ หน่วยงาน ทมี ปฏิบตั กิ ารที่ ความเชี่ยวชาญ องค์ประกอบของทีม
1 กรมสุขภาพจติ เกยี่ วขอ้ ง จานวน ประเภทของ
ให้การเฝูาระวัง และ
ทมี ช่วยเหลือเยยี วยา ดูแลผปู้ ระสบภาวะ บุคลากร
จิตใจผปู้ ระสบภาวะ วกิ ฤตกลมุ่ เสีย่ งยุ่งยาก 6 คน หมายถงึ
วกิ ฤต ซับซ้อนและจดั บริการ
(Mental Health ด้านสขุ ภาพจิต และ ทีมสหวิชาชพี ท่ี
Crisis Assessment กิจกรรมการมสี ่วนร่วม ให้การช่วยเหลอื
and Treatment ของชุมชน ทางด้านจิตใจผู้
Team; MCATT) Empowerment) ประสบภาวะ
ในศูนยพ์ กั พิงขนาดกลาง วกิ ฤต ได้แก่
และใหญ่ ในพื้นที่ แพทย์ พยาบาล
ประสบภยั ท่หี นว่ ยงาน เภสชั กร
รับผิดชอบ นักจิตวิทยา นกั
สังคมสงเคราะห์
นักวิชาการ
สาธารณสขุ
รับผดิ ชอบงาน
ด้านสขุ ภาพจิต
และผ้ทู เี่ กยี่ วขอ้ ง
2 กรมแพทย์ ชดุ ชว่ ยเหลือผ้ปู ระสบ ดแู ล และประเมนิ คัด 1 ชดุ -จติ แพทย์หรอื
ทหารเรอื ภาวะวิกฤตสุขภาพจติ กรองผู้ประสบภาวะ 4 8 แพทย์
เบอ้ื งต้น (MCATT) วิกฤตได้ 10 20 ราย คน/ชดุ -พยาบาลจิตเวช
ต่อบคุ ลากร 1 คนต่อวนั -นักจิตวทิ ยา
คลนิ ิก
-นักสงั คม
สงเคราะห์
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
1.4 ดา้ นการควบคุมโรค/ระบาดวิทยา - 67 - องคป์ ระกอบของทมี ห้วงเวลา
จานวน ประเภทของ ปฏบิ ตั งิ าน
ท่ี หนว่ ยงาน ทีมปฏิบัติการที่เก่ยี วข้อง ความเชย่ี วชาญ ไดส้ ูงสดุ
บคุ ลากร
1 กรมควบ หน่วยปฏิบตั ิการควบคุม การตรวจจับ การ 3 คน -เจา้ พนักงานควบคุม -
คมุ โรค โรคตดิ ต่อ (CDCU : รายงานและการ ขน้ึ ไป โรคตดิ ต่อ 1 คน
Communicable ตอบสนองกรณี -
2 กรมแพทย์ Disease Control Unit) โรคตดิ ต่ออันตราย -เจ้าหนา้ ทท่ี าง -
ทหารเรือ ทมี ปฏิบัตกิ ารสอบสวน โรคตดิ ต่อที่ตอ้ งเฝาู การแพทยแ์ ละการ
ควบคมุ โรค ระวงั และโรคระบาด สาธารณสุข 2 คน
(Joint Investigation ทมี ปฏบิ ัตกิ ารที่มี 4 คน หวั หน้าทมี แพทย์
team : JIT) ความสามารถในการ ข้นึ ไป หรือ พยาบาล นกั
เฝูาระวงั สอบสวน ระบาดวิทยา และ
ชุดเฝูาระวังสอบสวน ควบคุมโรคหรอื ภยั ผู้ปฏบิ ตั งิ านใน
เคลอ่ื นที่เร็ว (SRRT) สุขภาพ โดยสามารถ หน่วยงานท่ี
อธิบายการกระจาย รบั ผิดชอบโรคและภยั
การเกดิ โรค สขุ ภาพเฉพาะดา้ น
ตามบคุ คล เวลา
สถานท่ี สามารถ 1 ชดุ นกั ระบาดวิทยา/
คน้ หาสาเหตุ และ 4 คน แพทย/์ พยาบาลเวช
แหลง่ รงั โรค เพือ่ ขึน้ ไป ปฏิบตั ,ิ ผ้เู ชีย่ วชาญ
นาไปสกู่ ารควบคมุ
และปอู งกนั โรค ทางหอ้ งปฏบิ ัติการ/
1.เฝาู ระวงั โรคตดิ ต่อ ผ้เู ชีย่ วชาญด้าน
ทแี่ พรร่ ะบาดรวดเรว็ ควบคุมโรค/นกั
รุนแรง สอ่ื สารความเส่ียง/นัก
2.ตรวจจบั ภาวะ สขุ ศกึ ษา/นัก
ฉุกเฉินทาง สขุ าภบิ าลและ
สาธารณสุข อนามยั สิ่งแวดลอ้ ม
3.สอบสวนโรคอย่าง 6 คน สหสาขาวิชาชพี 6
มีประสทิ ธภิ าพ
ทนั การณ์
3 กรมแพทย์ ชุดควบคมุ ปูองกันโรค -
ทหารอากาศ และอนามัยสงิ่ แวดลอ้ ม
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนบั สนุนการปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 68 -
1.5 ดา้ นอนามยั ส่งิ แวดล้อม/สุขาภิบาล
ท่ี หนว่ ยงาน ทมี ปฏิบัติการท่เี กีย่ วข้อง ความเชีย่ วชาญ องค์ประกอบของทีม ห้วงเวลา
1 กรมอนามัย จานวน ประเภทของ ปฏิบตั งิ าน
ทีมปฏิบตั ิการเฉพาะกจิ ดา้ น การเฝาู ระวงั ไดส้ งู สดุ
2 กรมแพทย์ อนามยั สิ่งแวดล้อม ปฏิบัติการ และ บคุ ลากร
ทหารอากาศ Special Environmental ดาเนินงานดา้ น 5 คน นักวิชาการ 5 วัน
Health Response Team อนามัยส่ิงแวดล้อม -
: SEhRT และการสุขาภิบาล สาธารณสุข
6 คน สหสาขาวชิ าชพี 6
ชุดควบคุมปูองกันโรคและ
อนามยั สิง่ แวดล้อม
1.6 ดา้ นหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารวทิ ยาศาสตร์/lab/ตรวจพษิ วิทยา/สารเคม/ี การตรวจทางวิทยาศาสตร์การแพทย์
ที่ หนว่ ยงาน ทมี ปฏบิ ตั ิการที่ ความเชี่ยวชาญ องค์ประกอบของทมี หว้ งเวลา
เกี่ยวขอ้ ง ปฏิบัตงิ านได้
จานวน ประเภทของบคุ ลากร สูงสดุ
1 กรมวทิ ยาศาสตร์ สถาบันวิจัยสมุนไพร พชื พษิ / 5 -นกั วทิ ยาศาสตร์ 8 ชัว่ โมง
การแพทย์ รถตรวจทาง สารสาคัญในพชื การแพทย์ 3 8 ช่วั โมง
ห้องปฏิบตั ิการ สมนุ ไพร -เภสชั กร 2
เคลื่อนที่ โรคตดิ เชอื้ 8 ช่ัวโมง
5 -นกั วิทยาศาสตร์
สานกั เคร่ืองสาอาง วัตถุอนั ตราย การแพทย์ 3
และวตั ถอุ นั ตราย -นักเทคนคิ การแพทย์
2
5 -นกั วิทยาศาสตร์
การแพทย์ 3
-เภสชั กร 2
1.7 ดา้ นการฟ้นื ฟูโครงสรา้ งขน้ั พืน้ ฐานดา้ นการแพทย์และสาธารณสุข
ท่ี หน่วยงาน ทีมปฏิบัตกิ ารท่ี ความเชี่ยวชาญ องคป์ ระกอบของทมี หว้ งเวลา
1 กรมสนบั สนุน เกีย่ วข้อง จานวน ประเภทของ ปฏบิ ัตงิ านได้
บริการสุขภาพ ทีมวิศวกรฉกุ เฉนิ หน่วยปฏิบตั ิการ บุคลากร สูงสุด
(Medical ชว่ ยเหลอื ฟืน้ ฟูฉกุ เฉนิ - วิศวกรการแพทย์ -
2 กรมแพทย์ Supportive โดยดูแลในระบบท่ี
ทหารอากาศ Emergency สาคัญ 5 ดา้ น 6 คน สหสาขาวิชาชีพ 6 -
Response Team ประกอบด้วย ระบบ
: MSERT) ไฟฟาู ระบบประปา
ระบบสอ่ื สาร
ชดุ ควบคมุ ปูองกนั เคร่ืองมอื แพทย์ และ
โรคและอนามยั อาคารสถานท่ี
สิง่ แวดล้อม
-
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนบั สนนุ การปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 69 -
1.8 ดา้ นการประสานทางการแพทย์ (Emergency Medical Team Coordinating Cell : EMTCC)
ที่ หน่วยงาน ทีมปฏิบตั กิ ารที่ ความเช่ยี วชาญ องคป์ ระกอบของทีม ห้วงเวลา
1 สานักงาน เกี่ยวขอ้ ง ประสานงานด้าน จานวน ประเภทของ ปฏบิ ัตงิ านได้
การแพทยก์ ับ
ปลดั กระทรวง ทีม EMTCC จากการ ระดับนานาชาติ บุคลากร สงู สดุ
สาธารณสุข อบรม หลักสูตร ประสานงานดา้ น 20- แพทย์ พยาบาล นวก -
2 กรมการแพทย์ EMTCC ของ WHO การแพทยก์ บั 30 คน -
3 สถาบันการแพทย์ ทมี EMTCC จากการ ระดบั นานาชาติ 20- แพทย์ พยาบาล นวก -
ฉุกเฉินแหง่ ชาติ อบรม หลักสตู ร องค์ความรเู้ รอ่ื ง 30 คน
EMTCC ของ WHO ในการ 9 คน -แพทย์ = 3 คน 5 วนั
4 สภากาชาดไทย สพฉ.ไดส้ นบั สนนุ ประสานงาน
บคุ ลากรเขา้ รบั การ ทางการแพทย์ -พยาบาล = 1 คน
อบรม หลกั สูตร (EMTCC) -จนท.กสธฉ = 2 คน
EMTCC ของ WHO ACLS -จนท.คร = 1 คน
-จนท.สพฉ = 2 คน
ทีมฝาุ ยบริการทาง 5 คน -แพทย์ 1
การแพทย์, -พยาบาล 2
สภากาชาดไทย -ผช.พยาบาล 1 -
Medial พนกั งานขบั รถ 1
Service,TRC
1.9 ด้านการสอ่ื สารความเสีย่ งด้านการแพทย์และสาธารณสุข (Risk Communication)
ที่ หนว่ ยงาน ทมี ปฏบิ ัตกิ าร ความเชี่ยวชาญ องคป์ ระกอบของทมี ห้วงเวลา
1 สานกั งานปลดั กระทรวง ท่เี กยี่ วขอ้ ง จัดทาขอ้ มลู ขา่ ว จานวน ประเภทของ ปฏบิ ตั งิ านได้
ทีมสอื่ สาร ประเดน็ สารท่ี
สาธารณสขุ ความเสยี่ ง ถูกต้องแม่นยา บุคลากร สูงสดุ
2 กรมควบคุมโรค สอ่ื สารความเสย่ี ง - แพทย์ พยาบาล -
ทมี ส่อื สาร ผ่านช่องทางตา่ งๆ -
3 กรมการแพทย์ ความเสยี่ ง จัดทาขอ้ มูลข่าว นวก นกั สอ่ื สาร -
ประเดน็ สารท่ี ประชาสมั พนั ธ์ -
4 กรมอนามยั ทมี สอ่ื สาร ถูกต้องแมน่ ยา เจ้าหน้าที่อน่ื ๆ
ความเสย่ี ง สอ่ื สารความเสยี่ ง - แพทย์ พยาบาล
ผา่ นช่องทางต่างๆ นวก นักสื่อสาร
ทมี สอ่ื สาร จดั ทาขอ้ มูลขา่ ว ประชาสมั พันธ์
ความเสยี่ ง ประเด็นสารที่ เจา้ หนา้ ทีอ่ น่ื ๆ
ถกู ตอ้ งแมน่ ยา - แพทย์ พยาบาล
สื่อสารความเสี่ยง นวก นักส่อื สาร
ผ่านชอ่ งทางตา่ งๆ ประชาสมั พนั ธ์
จัดทาขอ้ มลู ข่าว เจ้าหน้าที่อน่ื ๆ
ประเด็นสารท่ี - แพทย์ พยาบาล
ถูกตอ้ งแม่นยา นวก นกั ส่อื สาร
สื่อสารความเสี่ยง ประชาสมั พันธ์
ผ่านชอ่ งทางต่างๆ เจ้าหนา้ ทอี่ ืน่ ๆ
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 70 -
1.9 ดา้ นการสื่อสารความเส่ยี งดา้ นการแพทย์และสาธารณสุข (Risk Communication (ต่อ)
ที่ หนว่ ยงาน ทมี ปฏบิ ัตกิ าร ความเชย่ี วชาญ องคป์ ระกอบของทมี ห้วงเวลา
5 กรมสขุ ภาพจิต ท่ีเกี่ยวขอ้ ง จดั ทาขอ้ มูลขา่ ว จานวน ประเภทของ ปฏบิ ัตงิ านได้
ทีมสือ่ สาร ประเดน็ สารท่ี
1.10 ดา้ นอ่นื ความเสย่ี ง ถูกต้องแมน่ ยา บุคลากร สูงสุด
สือ่ สารความเสี่ยง - แพทย์ พยาบาล -
ท่ี หนว่ ยงาน ผ่านช่องทางตา่ งๆ
1 กรมการแพทย์ นวก นักสื่อสาร หว้ งเวลา
ประชาสมั พันธ์ ปฏบิ ัตงิ านได้
2 สถาบันการแพทย์ เจา้ หนา้ ท่อี น่ื ๆ
ฉกุ เฉินแหง่ ชาติ สงู สุด
ทมี ปฏบิ ัตกิ ารที่ ความเชี่ยวชาญ องค์ประกอบของทีม 14 วัน
เก่ียวข้อง จานวน ประเภทของ
การให้การดแู ล -
มีบุคลากรเข้าร่วม รักษาทางการ บุคลากร
ฝึกทีมค้นหาและ แพทยใ์ ห้พืน้ ท่ี 4 คน แพทย์ 1
กภู้ ยั เขตเมอื งของ อบั อากาศ
กรมปูองกนั และ สนับสนุนการ พยาบาล 2
บรรเทาสาธารณภยั ประสานการ เจา้ หน้าทกี่ ู้ชีพ 1
ทีมปฏิบัตกิ าร เคลอื่ นยา้ ยผู้ปุวย/ --
ฉุกเฉนิ พิเศษ ผสู้ งสยั
ตดิ เชื้อจากจุดเกิด
เหตไุ ปยงั
โรงพยาบาลหรอื
สถานที่
กกั กันโรค หรอื
นาส่งผปู้ ุวยไปใน
จดุ ทีป่ ลอดภยั
*การยก
เคลอื่ นยา้ ยผูป้ ุวย
ตารางท่ี 6-1 แสดงรายการข้อมลู ทางดา้ นทีมปฏิบัติการทเ่ี ก่ียวขอ้ งทีส่ ามารถให้การสนับสนนุ ไดใ้ น สปฉ.8
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนับสนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 71 -
2.ขอ้ มูลด้านทรัพยากรหรือหนว่ ยงานในสงั กัดท่สี ามารถใหก้ ารสนบั สนนุ ไดใ้ น สปฉ.
2.1 ดา้ นการประเมินสถานการณ์
ที่ หนว่ ยงาน ชื่อ/รายการของทรัพยากร ประเภท สถานทข่ี องทรัพยากร
(เช่น ยา เวชภัณฑ์
1 กรมการแพทย์ เครื่องมอื อุปกรณ)์
Triage tag
อปุ กรณส์ าหรบั ใชก้ ารประเมิน -โรงพยาบาลราชวิถี
สถานการณแ์ ละคดั แยกผู้ปวุ ย ไดแ้ ก่ -โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
เชือกกั้นแนว กรวยจราจร โทรโข่ง อุปกรณ์ -โรงพยาบาลเลิดสนิ
วทิ ยุสือ่ สาร เปน็ ต้น
อปุ กรณ์สาหรับทา SALT Triage
ได้แก่ OPA, Stop bleed kit
2 กรมแพทยท์ หารอากาศ MRRT, RTAF ALS กรมแพทย์ทหารอากาศ
MERT, RTAF
3 สภากาชาดไทย รถ Ambulance อปุ กรณ์ชว่ ยชวี ติ ยา เวชภณั ฑ์ สานกั งานบรรเทาทกุ ขแ์ ละ
AED ยาฉุกเฉนิ เคร่อื งมือแพทย์ ประชานามัยพิทักษ์
2.2 ด้านการรักษาพยาบาล
ที่ หนว่ ยงาน ชือ่ /รายการของทรัพยากร ประเภท สถานที่ของทรพั ยากร
(เช่น ยา เวชภณั ฑ์ โรงพยาบาลราชวถิ ี
1 กรมการแพทย์ อปุ กรณ์การดแู ลรกั ษาผ้ปู ุวย เครอื่ งมือ อุปกรณ)์
emergency และ การชว่ ยชีวิต ACLS ยาฉุกเฉนิ
อุปกรณใ์ ส่ทอ่ ช่วยหายใจและการหายใจ เครอื่ งมอื
อปุ กรณ์การใหส้ ารนา้ อปุ กรณ์
อปุ กรณด์ ูแลรักษา Trauma ตาม
PHTLS และATLS เบ้อื งต้น
อุปกรณช์ ่วยคลอดฉุกเฉนิ
อปุ กรณป์ ฐมพยาบาลเบ้อื งต้น
อุปกรณส์ าหรบั การเคล่ือนย้ายผ้ปู วุ ย
อปุ กรณส์ าหรบั การสง่ ตอ่ ผูป้ วุ ย
อุปกรณก์ ารสอ่ื สารภายในทมี แพทยเ์ พ่อื
การรักษา
| แนวทางปฏบิ ัติงานในการสนบั สนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 72 -
2.2 ดา้ นการรักษาพยาบาล (ต่อ)
ท่ี หนว่ ยงาน ช่อื /รายการของทรพั ยากร ประเภท สถานท่ีของทรัพยากร
(เช่น ยา เวชภัณฑ์ -โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
กรมการแพทย์ (ต่อ) อปุ กรณก์ ารดูแลรกั ษาผปู้ ุวย เคร่อื งมือ อปุ กรณ)์ -โรงพยาบาลเลิดสนิ
emergency และ การชว่ ยชีวติ ยาฉุกเฉนิ
ACLS และ PALS, NALS เคร่อื งมือ -กรุงเทพฯ 1 ชดุ
อปุ กรณ์ใสท่ อ่ ช่วยหายใจและการ อปุ กรณ์ -อ.สัตหบี จว.ชลบรุ ี 1 ชดุ
หายใจ -กรุงเทพฯ 2 ชดุ
อุปกรณ์การใหส้ ารน้า ชุดปฏบิ ตั ิการฉกุ เฉิน -อ.สตั หีบ จว.ชลบรุ ี 2 ชุด
อปุ กรณ์ดแู ลรักษา Trauma ตาม ทางการแพทย์
PHTLS และATLS เบื้องต้น ระดับสูงในภาวะภยั
อุปกรณช์ ว่ ยคลอดฉุกเฉนิ พิบตั ิ (MERT)
อุปกรณป์ ฐมพยาบาลเบอื้ งต้น ชดุ ปฏบิ ัตกิ ารแพทย์
อปุ กรณ์สาหรบั การเคล่อื นยา้ ย เคล่อื นท่ีเร็ว (Mini
ผปู้ ุวย MERT)
อปุ กรณส์ าหรบั การส่งต่อผูป้ ุวย
อุปกรณ์การสอ่ื สารภายในทมี แพทย์
เพอื่ การรักษา
2 กรมแพทย์ทหารเรือ ชดุ ปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์
ระดับสูงในภาวะภยั พิบัติ(MERT)
ชุดปฏบิ ตั กิ ารแพทยเ์ คลือ่ นทเ่ี รว็
(Mini MERT)
3 กรมแพทย์ทหาร MERT, RTAF ALS กรมแพทย์ทหารอากาศ
อากาศ MH, RTAF MERT set
4 สภากาชาดไทย รถ Ambulance อุปกรณ์ช่วยชีวติ ยา เวชภัณฑ์ สานักงานบรรเทาทุกขแ์ ละ
AED เครอ่ื งมอื แพทย์ ประชานามยั พทิ กั ษ์
ยาฉุกเฉนิ
2.3 ด้านการฟ้ืนฟสู ภาพจติ ใจ/ภาวะสขุ ภาพจติ
ที่ หนว่ ยงาน ชือ่ /รายการของทรัพยากร ประเภท สถานท่ขี อง
1 กรมสุขภาพจติ (เช่น ยา เวชภัณฑ์ ทรพั ยากร
Amitriptyline 25 mg. 100 tab เครอ่ื งมอื อปุ กรณ)์ โรงพยาบาลจติ เวช
2 กรมแพทย์ทหารเรอื Chlorprmazine 100 mg. 100 เวชภณั ฑท์ างการแพทย์
tab. ยาจติ เวช -กรงุ เทพฯ 1 ชดุ
Fluoxetine 20 mg. 100 tab. ชดุ ชว่ ยเหลือผู้ประสบภาวะ
Haloperdol 5 mg. 100 tab.etc วิกฤตสุขภาพจติ เบื้องต้น
ชดุ ชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภาวะวกิ ฤต (MCATT)
สขุ ภาพจิตเบอื้ งตน้ (MCATT)
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 73 -
2.4 ดา้ นการควบคุมโรค/ระบาดวิทยา
ที่ หนว่ ยงาน ชอื่ /รายการของทรัพยากร ประเภท สถานท่ีของทรัพยากร
(เช่น ยา เวชภัณฑ์ กรมควบคุมโรค (ส่วนกลาง)
1 กรมควบคุมโรค เวชภณั ฑค์ วบคมุ และปูองกนั โรค เครอื่ งมอื อปุ กรณ)์ สานกั งานปูองกันควบคุมโรค
เวชภัณฑ์ ท่ี 1 เชียงใหม่
2 กรมแพทย์ทหารเรือ ชุดเฝาู ระวังสอบสวนเคล่ือนที่เร็ว ชดุ เฝูาระวังสอบสวน ท่ี 2 พิษณุโลก
(SRRT) เคลอ่ื นทเี่ รว็ (SRRT) ท่ี 3 นครสวรรค์
ที่ 4 สระบรุ ี
3 กรมแพทย์ทหาร ชดุ ควบคุมปูองกันโรคและอนามยั ที่ 5 ราชบรุ ี
อากาศ สิ่งแวดลอ้ ม ที่ 6 ชลบุรี
ที่ 7 ขอนแก่น
ที่ 8 อดุ รธานี
ที่ 9 นครราชสมี า
ที่ 10 อบุ ลราชธานี
ที่ 11 นครศรธี รรมราช
ท่ี 12 สงขลา
-กรุงเทพฯ 1 ชุด
กรมแพทยท์ หารอากาศ
2.5 ดา้ นอนามัยสิ่งแวดลอ้ ม/สุขาภบิ าล
ที่ หนว่ ยงาน ชือ่ /รายการของทรัพยากร ประเภท สถานท่ีของทรพั ยากร
(เชน่ ยา
เวชภัณฑ์ บริษทั จาหน่าย
เครอ่ื งมือ บริษทั จาหนา่ ย
อปุ กรณ)์ บริษัทจาหนา่ ย
1 กรมอนามยั คลอรนี ชนดิ เมด็ (ชนิดใสน่ า้ ดื่ม) 100 เมด็ / สารเคมี ศูนยห์ อ้ งปฏิบตั กิ ารกรมฯ
(จานวนน้อยเพ่ือ กระปอ๋ ง บรษิ ัทจาหนา่ ย
การสาธติ และให้ คลอรนี ผง 65% ขนาดบรรจุ 450 กรมั / สารเคมี ศูนยห์ ้องปฏิบตั กิ ารกรมฯ
ความรู้กบั กระปอ๋ ง ศนู ยห์ อ้ งปฏบิ ัตกิ ารกรมฯ
ประชาชน) คลอรนี ผง 65% ขนาดบรรจุ 50 กโิ ลกรมั /ถงั สารเคมี ศนู ย์ห้องปฏบิ ัติการกรมฯ
คลอรนี น้า (หยดทิพย์ : อ32) สารเคมี ศูนยห์ ้องปฏบิ ตั กิ ารกรมฯ
สารสม้ ก้อน ขนาดบรรจุ 1 กก./ถงุ สารเคมี ศูนยห์ ้องปฏบิ ัตกิ ารกรมฯ
ชุดตรวจคลอรีนอสิ ระคงเหลือในนา้ (อ 31) ชดุ ทดสอบ ศูนยห์ อ้ งปฏบิ ตั กิ ารกรมฯ
นา้ ยาเตมิ ชดุ ตรวจคลอรนี อสิ ระคงเหลือ (อ 31) ชุดทดสอบ บริษทั จาหนา่ ยอปุ กรณ์
ชดุ ตรวจโคลฟิ อรม์ แบคทีเรยี ในนา้ (อ 11) ชุดทดสอบ บริษัทจาหนา่ ยอปุ กรณ์
น้ายาเตมิ ชุดตรวจโคลฟิ อร์มในน้า(อ 11) ชดุ ทดสอบ
ชดุ ตรวจโคลิฟอรม์ ในอาหาร (อ 13) ชุดทดสอบ
น้ายาเตมิ ชดุ ตรวจโคลิฟอร์มในอาหาร(อ 13) ชุดทดสอบ
ถุงดาขนาดเล็ก ขนาด 18 x 20 นิว้ อปุ กรณ์
ถงุ ดาขนาดใหญ่ ขนาด 30 x 40 นิ้ว อุปกรณ์
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนบั สนนุ การปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 74 -
2.5 ดา้ นอนามัยสงิ่ แวดล้อม/สขุ าภิบาล (ตอ่ )
ที่ หน่วยงาน ชื่อ/รายการของทรพั ยากร ประเภท สถานทข่ี องทรัพยากร
2 กรมแพทย์ (เชน่ ยา
อีเอม็ น้า (แกลลอนละ 5 ลิตร) เวชภณั ฑ์ บรษิ ัทจาหน่าย
ทหารอากาศ ปนู ขาว ชนดิ 1 กิโลกรมั /ถุง เครื่องมือ บรษิ ัทจาหนา่ ย
3 สภากาชาดไทย หน้ากากอนามยั 3 ช้ัน (50 ช้นิ /กล่อง) อุปกรณ)์ บริษัทจาหนา่ ย
ถงุ มือยางอยา่ งหนาแบบยาว จลุ ินทรยี ์ บรษิ ัทจาหนา่ ย
ชดุ ควบคุมปูองกันโรคและอนามยั ส่ิงแวดล้อม สารเคมี กรมแพทย์ทหารอากาศ
รถผลติ นา้ เคลอ่ื นท่ี อุปกรณ์ สานักงานบรรเทาทกุ ข์และ
อุปกรณ์ ประชานามัยพทิ ักษ์
เวชภัณฑ์
รถอปุ กรณ์
2.6 ดา้ นห้องปฏิบัตกิ าร/lab/ตรวจพษิ วิทยา/สารเคม/ี การตรวจทางวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์
ที่ หน่วยงาน ชื่อ/รายการของ ประเภท สถานที่ของทรัพยากร
1 กรม ทรัพยากร (เชน่ ยา เวชภัณฑ์ สานักเครอ่ื งสาอางและวตั ถุอนั ตราย
เครอ่ื งมอื อุปกรณ)์ สถาบนั วจิ ยั สมุนไพร
วทิ ยาศาสตร์ กรมวทิ ยาศาสตร์ ห้องปฏิบตั กิ าร สถาบนั วจิ ัยวิทยาศาสตร์สาธารณสขุ
การแพทย์ การแพทย์ หอ้ งปฏบิ ตั ิการ สถาบันชีววตั ถุ
(สว่ นกลาง) สานกั ยาและวัตถเุ สพตดิ
สานกั คุณภาพและความปลอดภยั อาหาร
ศูนย์วทิ ยาศาสตร์ สถาบันชีววทิ ยาศาสตร์ทางการแพทย์
การแพทย์กรม สานกั รงั สแี ละเครือ่ งมอื แพทย์
วิทยาศาสตร์ กองการแพทย์จีโนมิกสแ์ ละสนับสนุนนวตั กรรม
การแพทย์ ศูนย์วิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ ที่ 1 เชยี งใหม่
(ส่วนภูมภิ าค) ศูนย์วทิ ยาศาสตร์การแพทย์ ท่ี 1/1 เชยี งราย
ศนู ยว์ ิทยาศาสตร์การแพทย์ ท่ี 2 พิษณุโลก
ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์การแพทย์ ที่ 3 นครสวรรค์
ศนู ย์วิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ ที่ 4 สระบรุ ี
ศนู ยว์ ิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ 5 สมทุ รสงคราม
ศูนย์วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ ที่ 6 ชลบรุ ี
ศูนย์วทิ ยาศาสตร์การแพทย์ ที่ 7 ขอนแก่น
ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์การแพทย์ ที่ 8 อดุ รธานี
ศูนยว์ ิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ ที่ 9 นครราชสมี า
ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์การแพทย์ ที่ 10 อุบลราชธานี
ศนู ยว์ ิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ ท่ี 11 สุราษฎร์ธานี
ศูนยว์ ิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ ท่ี 11/1 ภเู กต็
ศูนย์วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ ท่ี 12 สงขลา
ศูนยว์ ทิ ยาศาสตร์การแพทย์ ท่ี 12/1 ตรัง
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนบั สนนุ การปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 76 -
2.6 ด้านหอ้ งปฏบิ ตั ิการ/lab/ตรวจพิษวิทยา/สารเคม/ี การตรวจทางวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ (ตอ่ )
ท่ี หนว่ ยงาน ชื่อ/รายการของ ประเภท สถานทข่ี องทรพั ยากร
ทรพั ยากร (เช่น ยา เวชภณั ฑ์
เคร่ืองมอื อุปกรณ)์
รถตรวจทาง เครื่องมอื กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์
ห้องปฏิบตั กิ ารเคลือ่ นท่ี
เครอื ข่ายหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร ขอ้ มูลทาง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
โควดิ -19 ห้องปฏิบตั ิการ
เครอื ขา่ ยห้องปฏิบตั กิ าร เครอ่ื งมอื กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์
2.7 ด้านการฟ้นื ฟโู ครงสรา้ งขน้ั พนื้ ฐานด้านการแพทย์และสาธารณสุข
ที่ หนว่ ยงาน ชื่อ/รายการของทรัพยากร ประเภท สถานท่ีของทรพั ยากร
1 กรมสนบั สนุนบรกิ าร อปุ กรณเ์ พอ่ื การฟืน้ ฟู (เชน่ ยา เวชภณั ฑ์
โครงสร้างขั้นพน้ื ฐานด้าน เครื่องมอื อปุ กรณ)์
สุขภาพ การแพทย์และสาธารณสขุ อุปกรณ์ กรมสนับสนนุ บริการสุขภาพ
(ส่วนกลาง)
ศนู ยส์ นบั สนนุ บรกิ ารสุขภาพท่ี 1
ศนู ย์สนับสนนุ บริการสุขภาพท่ี 2
ศนู ย์สนับสนุนบริการสขุ ภาพที่ 3
ศนู ยส์ นบั สนนุ บริการสขุ ภาพที่ 4
ศนู ยส์ นบั สนุนบรกิ ารสุขภาพท่ี 5
ศูนย์สนบั สนุนบริการสขุ ภาพท่ี 6
ศูนย์สนบั สนนุ บริการสขุ ภาพที่ 7
ศูนย์สนับสนนุ บริการสขุ ภาพที่ 8
ศนู ยส์ นับสนุนบริการสุขภาพท่ี 9
ศนู ย์สนบั สนุนบริการสุขภาพท่ี 10
ศนู ยส์ นบั สนนุ บรกิ ารสุขภาพท่ี 11
ศูนย์สนบั สนุนบริการสุขภาพท่ี 12
2.8 ดา้ นการประสานทางการแพทย์ (Emergency Medical Team Coordinating Cell : EMTCC)
ที่ หนว่ ยงาน ชอ่ื /รายการของทรัพยากร ประเภท สถานท่ขี อง
สถาบันการแพทย์ (เช่น ยา เวชภณั ฑ์ ทรัพยากร
ฉุกเฉินแหง่ ชาติ เครื่องมอื อปุ กรณ)์ สถาบันการแพทย์
หลักสตู รฝกึ อบรมพัฒนาความรูแ้ ละทกั ษะ หลกั สตู รฝึกอบรม ฉุกเฉนิ แหง่ ชาติ
ทางเวชศาสตรภ์ ัยพิบตั ิพนื้ ฐาน (Basic
Disaster Health Management: BDHM)
| แนวทางปฏบิ ัติงานในการสนับสนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 76 -
2.9 ดา้ นอื่น ชอื่ /รายการของทรพั ยากร ประเภท สถานทข่ี อง
อปุ กรณก์ ารดารงชีพขณะปฏิบัติงาน (เชน่ ยา เวชภณั ฑ์ ทรัพยากร
ที่ หนว่ ยงาน เชน่ เตนท์ ทน่ี อน เครือ่ งครัว เปน็ เคร่ืองมือ อปุ กรณ)์ โรงพยาบาลราชวถิ ี
1 กรมการแพทย์ ตน้ อปุ กรณ์ โรงพยาบาลเลดิ สนิ
-อุปกรณ์ safety กรมสนบั สนนุ
2 กรมสนบั สนุนบริการ -อุปกรณก์ ารซ่อมบารุง ระบบส่ือสาร วทิ ยสุ อ่ื สาร บรกิ ารสุขภาพ
สุขภาพ ระบบส่อื สารสังการสารองดา้ น สถาบนั การแพทย์
การแพทย์และสาธารณสขุ เพื่อให้ ระบบอานวยการ ฉกุ เฉินแห่งชาติ
3 สถาบนั การแพทย์ เกดิ การสถาปนาระบบสอื่ สารเมือ่
ฉกุ เฉินแหง่ ชาติ เกดิ ภาวะภัยพิบัติ ระบบสอื่ สารสารองดา้ น สถาบนั การแพทย์
1.ด้านระบบสือ่ สารสั่งการสารอง การแพทย์ฉกุ เฉนิ เช่น ฉกุ เฉนิ แห่งชาติ
ดา้ นการแพทย์ฉกุ เฉนิ กรณีเครอื ขา่ ย ระบบ วทิ ยุ HF / VHF
ศูนย์รับแจ้งเหตแุ ละสง่ั การไม่ /UHF /ระบบรีพที เตอร์ สถาบันการแพทย์
สามารถดาเนนิ การได้ VHF, UHF ฉุกเฉินแหง่ ชาติ
แนวทาง/มาตรฐานข้ันตอน
ศูนย์นเรนทร สถาบนั การแพทย์ การประสานงานและ
ฉุกเฉนิ แหง่ ชาติ เครอื่ งมอื ท่ใี ช้ในการ
ประสานงานดา้ นการแพทย์
2.ดา้ นระบบสื่อสารสารองด้าน ฉกุ เฉินในภาวะภยั พบิ ัติ
การแพทย์ฉุกเฉนิ กรณีเกดิ ปญั หากับ ระหว่างประเทศสมาชกิ
เครอื่ ขา่ ยวทิ ยสุ ่อื สารในพน้ื ท่ีประสบ อาเซยี น (ASEAN
ภยั Emergency Medical
Team
รถสือ่ สารเฉพาะกจิ เคลอ่ื นที่ Standard Operating
รถสือ่ สารดาวเทียม C-Band Procedure: ASEAN EMT
3.ด้านระบบการประสานงานความ SOP)
ช่วยเหลือทางการแพทยใ์ นกรณีภยั
พบิ ัติ ระหวา่ งประเทศสมาชกิ
อาเซียน
ตารางท่ี 6-2 แสดงรายการข้อมลู ดา้ นทรัพยากรหรือหนว่ ยงานในสงั กดั ที่สามารถใหก้ ารสนับสนนุ ได้ใน สปฉ.
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนับสนุนการปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 77 -
3.ข้อมลู ทรัพยากรดา้ นระบบสือ่ สาร รายละเอยี ด ความสามารถทจ่ี ะส่อื สารได้
ที่ หน่วยงาน เครอื่ งมอื สอ่ื สาร
โทรศัพ ์ท สื่อสาร สอื่ สาร ส่ือสารกบั
FAX ภายใน ภายนอก สปฉ. National
สปฉ. (ระหวา่ ง
ิวท ุยส่ือสาร EOC
อื่น ๆ
8 สปฉ.)
1 สานกั งานปลัด / / / / โทรศพั ท์ : 02 590 1771 / / /
กระทรวงสาธารณสุข
(กองสาธารณสุข Fax : 02 590 1771 / / /
ฉุกเฉนิ )
วิทยุสื่อสาร : HF/VHF / / /
2 กรมการแพทย์
-รพ.ราชวถิ ี อน่ื : Line // /
-รพ.นพรัตนราชธานี
-รพ.เลิดสนิ / / / - โทรศพั ท์เคลื่อนทสี่ ่วนบุคคล / / /
3 กรมสนับสนนุ บรกิ าร โทรศพั ท์เคล่ือนทส่ี ว่ นกลาง
สขุ ภาพ
โทรศพั ท์ Land line
4 สถาบนั การแพทย์
ฉุกเฉินแหง่ ชาติ Fax : // -
วทิ ยุสอ่ื สาร // -
- - / - วทิ ยสุ อ่ื สาร // /
- - / / วิทยสุ ือ่ สาร : วิทยสุ ่อื สาร / / /
โครงขา่ ย RoIP / วิทยุสอ่ื สาร / / /
ระบบ HF / VHF / UHF / / / /
Repeater VHF, UHF
อ่นื ๆ
1.รถสอื่ สารเฉพาะกิจ
เคล่อื นท่ี
รถส่อื สารดาวเทียม C-Band
2.ศนู ยร์ บั แจง้ เหตุ
และสง่ั การสารอง (ศูนย์
นเรนทร สถาบันการแพทย์
ฉกุ เฉนิ แห่งชาต)ิ
ตารางท่ี 6-3 แสดงรายการข้อมลู ทรัพยากรดา้ นระบบส่ือสาร
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนุนการปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 78 -
4.ขอ้ มลู หลกั สูตรการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และ หลกั สูตรการใหค้ วามรู้ประชาชน
4.1 หลกั สูตรการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
ท่ี หน่วยงาน หลักสตู ร กลุ่มเปูาหมาย
1 กรมการแพทย์ 1.หลักสตู รการพฒั นาทีมปฏิบตั ิการฉกุ เฉินทางการ ทมี บคุ ลากรสหสาขาวิชาชีพ จานวน
แพทย์ (Medical Emergency Response Team: 17 คน/ทมี จากหน่วยงานตา่ งๆ ที่มี
(สว่ นกลาง) MERT) จิตอาสาและความคล่องตวั สูง
2 กรมการแพทย์ เป็นตวั แทนของทีม MERT ระดบั
จงั หวัด ทผ่ี ่านการสรรหาโดยจังหวดั
(โรงพยาบาล นน้ั ๆประกอบด้วย แพทย์เวชศาสตร์
ราชวิถ)ี ฉกุ เฉิน หรือแพทยท์ ป่ี ฏบิ ัตงิ านหอ้ ง
ฉุกเฉิน, พยาบาล ท่ปี ฏิบตั ิงานทีห่ อ้ ง
ฉุกเฉิน หรือ ณ จุดเกิดเหตุ (ER/
EMS), พฉพ.หรอื จฉพ.หรอื เจ้าหนา้ ท่ี
กู้ชีพ หรอื พนักงานเวชกิจฉุกเฉิน
(EMT-B / EMT-I),
เภสชั กร ,ช่างซอ่ มบารุง ,
ประชาสมั พนั ธ์ หรอื เจา้ หนา้ ทสี่ อื่ สาร,
เจา้ หนา้ ที่ฝาุ ยบรหิ าร หรอื การเงนิ
(ฝุายสนับสนุน)
2.หลักสตู รการพัฒนาทีมปฏบิ ตั ิการฉุกเฉนิ ทางการ ทีมบคุ ลากรทางการแพทย์ จานวน 5-
แพทย์ ระดบั อาเภอ 6 คน/ทมี ไดแ้ ก่ แพทยเ์ วชศาสตร์
(Mini Medical Emergency Response Team) ฉุกเฉนิ หรือแพทยท์ ่ปี ฏิบตั ิงานห้อง
ฉกุ เฉิน, พยาบาล ท่ปี ฏิบตั งิ านทหี่ อ้ ง
ฉกุ เฉิน หรอื ณ จุดเกิดเหตุ (ER/
EMS), พฉพ.หรอื จฉพ.หรือ เจ้าหน้าท่ี
ก้ชู ีพ หรือ พนกั งานเวชกจิ ฉกุ เฉิน
(EMT-B / EMT-I)
1.แพทยป์ ระจาบา้ น สาขาเวชศาสตร์ฉกุ เฉิน แพทย์
2.หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางเวชปฏิบตั ิฉกุ เฉนิ พยาบาลวิชาชพี ทปี่ ฏิบัตงิ านใน
(รว่ มวิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี กรงุ เทพ) อุบัตเิ หตุและฉุกเฉนิ
3.หลกั สูตรการพยาบาลกู้ชพี (Pre hospital nurse) พยาบาลวชิ าชพี ที่ปฏบิ ตั ิงานใน
อุบัติเหตุและฉุกเฉนิ
4.หลกั สูตรการบริหารจัดการหนว่ ยปฏบิ ตั ิการการแพทย์ พยาบาลวิชาชีพที่ปฏบิ ตั งิ านใน
ฉุกเฉินสาหรับพยาบาล (EMS Management for อบุ ตั ิเหตุและฉุกเฉิน
nurse)
5.หลกั สตู รพนกั งานฉกุ เฉินการแพทย์ อาสาสมคั รในส่วนกลางและส่วน
(EMT-B) 110 ชวั่ โมง ภูมภิ าค
6.หลักสูตรอาสาสมคั รฉุกเฉินการแพทย์ (40 ชั่วโมง) อาสาสมคั รในพืน้ ทก่ี รุงเทพมหานคร
7. Refresher course EMT EMT
8.หลักสูตรครูการกชู้ พี องค์รวมสาหรับบคุ ลากรทาง แพทยแ์ ละพยาบาล
การแพทย์ (CLS)
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 79 -
4.1 หลกั สตู รการพฒั นาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข (ตอ่ )
ท่ี หนว่ ยงาน หลักสตู ร กลุ่มเปาู หมาย
3 กรมการแพทย์ 1.แพทย์ประจาบ้าน สาขาเวชศาสตรฉ์ กุ เฉิน แพทย์
2.หลกั สตู รการพยาบาลเฉพาะทางเวชปฏบิ ตั ิฉุกเฉิน พยาบาลวิชาชีพที่ปฏบิ ัตงิ านใน
(โรงพยาบาล อบุ ัตเิ หตแุ ละฉุกเฉนิ
นพรัตนราชธานี) 3.หลักสูตรอาสาสมคั รฉกุ เฉนิ การแพทย์ (40 ช่วั โมง) อาสาสมคั รในพน้ื ท่ี
4 กรมการแพทย์ กรุงเทพมหานคร/ผชู้ ว่ ยเหลือคนไข้
(โรงพยาบาล 4. Refresher course EMT EMT
เลิดสนิ ) 5.หลักสตู ร OCC med เกี่ยวกับสารเคมี
5 กรมอนามัย 1.แพทยป์ ระจาบา้ น สาขาเวชศาสตรฉ์ ุกเฉิน แพทย์
6 กรมสุขภาพจติ 2.หลักสตู รการพยาบาลเฉพาะทางเวชปฏบิ ตั ิฉกุ เฉิน พยาบาลวชิ าชีพท่ปี ฏิบตั งิ านใน
7 กรมวทิ ยาศาสตร์ (ร่วมกบั คณะพยาบาลศาสตร์ ม.มหดิ ล (ศิรริ าช) อบุ ัตเิ หตแุ ละฉุกเฉิน
การแพทย์ 3.หลกั สูตรการพยาบาลเฉพาะทางเวชปฏบิ ตั ิฉุกเฉิน พยาบาลวชิ าชพี ทีป่ ฏิบัติงานใน
(รว่ มกับวทิ ยาลัยบรมราชชนนีกรงุ เทพฯ) อุบตั เิ หตแุ ละฉกุ เฉนิ
8 กรมแพทย์ 4.หลกั สตู รอาสาสมคั รฉกุ เฉนิ การแพทย์ (40 ชั่วโมง) อาสาสมัครในพนื้ ที่
ทหารอากาศ กรุงเทพมหานคร/ผชู้ ่วยเหลอื คนไข้
5. Refresher course EMT EMT
1.หลักสูตร อสม. เชีย่ วชาญด้านการจัดการอนามยั อสม.
ส่ิงแวดล้อม บทท่ี 2 การจัดการสาธารณภัยในชมุ ชน
2.หลกั สูตร EHA 5000 การรองรับภาวะฉกุ เฉินและภยั เจา้ หน้าที่องคก์ รปกครองสว่ น
พบิ ัติ ท้องถิ่น
3.เทคโนโลยีการจัดการอนามัยสงิ่ แวดล้อม กรณสี าธารณภยั ศูนยอ์ นามัย/สสจ.
1.ค่มู อื ผู้เข้าอบรมหลกั สูตรเร่ือง การสร้างความเข้มแข็งใน บุคลากรสาธารณสุข MCATT
ชมุ ชนเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤต (Community
Resilience Enhancement in Crisis Readiness)
2.อบรมความรเู้ รื่อง Psychotraumatology บุคลากรสาธารณสุข MCATT
1.การปูองกนั อันตรายจากรงั สีตาม พ.ร.บ. พลงั งาน นักฟิสกิ ส์รังสี นกั รังสที างการแพทย์
นวิ เคลยี ร์เพือ่ สนั ติ (ฉ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ นกั วิทยาศาสตรก์ ารแพทย์
ผปู้ ฏบิ ตั งิ านดา้ นรงั สี
2.อบรมบคุ ลากรกรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ และเครอื ข่าย บคุ ลากรกรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์
ทปี่ ฏิบตั งิ านในห้องปฏิบัตกิ าร BSL-3 และเครือขา่ ย ทป่ี ฏิบตั งิ านใน
ห้องปฏิบัติการ BSL-3
3.อบรมบคุ ลากรเพือ่ ฟื้นฟคู วามรูใ้ นการปฏบิ ัตงิ านดา้ น บคุ ลากรทีป่ ฏบิ ัตงิ านใน
ความปลอดภัย ในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์
4.การอบรมให้ความรคู้ วามปลอดภยั หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารดา้ น บุคลากรกรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์
เคมี ทง้ั สว่ นกลางและส่วนภูมิภาค
5.การพัฒนาผตู้ รวจตดิ ตามภายใน (Internal auditor) บุคลากรกรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์
ของระบบความปลอดภยั ทางหอ้ งปฏิบัติการดา้ นเคมี ท้ังส่วนกลางและสว่ นภูมิภาค
1.เวชศาสตร์ทหารอากาศ บคุ ลากรสายแพทยท์ ่ีมหี นา้ ท่ีปฏบิ ตั ิ
ภารกจิ ดา้ นยุทธการ และการ
บรรเทาสาธารณภยั
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 80 -
4.1 หลกั สตู รการพฒั นาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข (ตอ่ )
ที่ หนว่ ยงาน หลักสูตร กลุ่มเปาู หมาย
9 สถาบัน 1.การฝึกอบรมปฐมพยาบาลและปฏบิ ตั กิ ารแพทย์ขน้ั พน้ื ฐาน อาสาสมคั รฉกุ เฉินการแพทย์
2.การฝึกอบรมปฏบิ ัตกิ ารแพทย์ขน้ั พ้ืนฐานและช่วยปฏบิ ตั ิ พนักงานฉุกเฉินการแพทย์
การแพทย์ การแพทยข์ ัน้ สงู เจ้าพนักงานฉุกเฉินการแพทย์
ฉกุ เฉิน 3.หลักสตู รประกาศนียบตั รวิชาชพี ขน้ั สูง สาขาปฏิบัตกิ าร นักปฏิบัติการฉุกเฉนิ การแพทย์
แหง่ ชาติ ฉกุ เฉินการแพทย์ ผปู้ ฏิบัติการในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
4.หลกั สตู รวิทยาศาสตรบณั ฑติ สาขาปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉนิ และหน่วยงานทเ่ี กยี่ วข้องกบั การกากับ
การแพทย์ การปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉิน
5.หลักสตู รการกากบั การปฏิบตั ิการฉกุ เฉนิ ผูป้ ฏิบตั กิ ารในระบบการแพทย์ฉุกเฉนิ
6.หลกั สตู รการจา่ ยงานปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ และหนว่ ยงานทเี่ กี่ยวขอ้ งกับการจา่ ยงาน
7.หลักสตู รการประสานปฏบิ ตั ิการฉุกเฉิน ปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉนิ
8.หลกั สูตรพนกั งานรบั แจง้ การเจบ็ ปวุ ยฉกุ เฉนิ ผู้ปฏบิ ตั กิ ารในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
9.หลกั สูตรการปฐมพยาบาลและช่วยปฏบิ ตั ิการแพทยข์ ั้น และหน่วยงานทีเ่ กยี่ วข้องกับการจา่ ยงาน
พื้นฐาน (กรมอุทยานแห่งชาตสิ ตั วป์ ุาและพนั ธ์พุ ืช) ปฏิบัตกิ ารฉุกเฉนิ
10.หลักสตู รการปฐมพยาบาลฉกุ เฉนิ และการกชู้ พี ข้ันพนื้ ฐาน ผปู้ ฏิบัติการในระบบการแพทย์ฉุกเฉนิ
(Emergency First Aid and Basic LifeSupport Training และหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วข้องกับการจา่ ยงาน
Course: EFA & BLS) สาหรบั อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจา ปฏิบตั กิ ารฉุกเฉนิ
หมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมคั รสาธารณสุขเรอื นจา (อสรจ.) และ อาสาสมคั รฉุกเฉนิ การแพทย(์ กรม
อาสาฉุกเฉินชมุ ชน (อฉช.) อทุ ยานแห่งชาตสิ ตั วป์ ุาและพันธุ์พชื )
การปฐมพยาบาลฉกุ เฉินและการชว่ ยชีวิตขัน้ พื้นฐาน ระดบั 4 บุคลากรในระบบการแพทย์ฉุกเฉนิ และ
(ผ้อู านวยการหลักสตู ร) สาธารณสขุ
การปฐมพยาบาลฉกุ เฉนิ และการชว่ ยชวี ิตขน้ั พื้นฐาน ระดับ 3
(ครูผสู้ อน) ผบู้ ริหารหนว่ ยงานท่เี ก่ยี วข้องกับงาน
การปฐมพยาบาลฉกุ เฉินและการชว่ ยชวี ติ ขั้นพื้นฐาน ระดบั 2 การแพทย์ฉกุ เฉนิ และสาธารณสขุ
(ผชู้ ่วยครผู สู้ อน) บุคลากรในระบบการแพทย์ฉุกเฉินและ
การปฐมพยาบาลฉกุ เฉนิ และการช่วยชวี ิตข้นั พนื้ ฐาน ระดับ 1 สาธารณสุข
(ประชาชนท่วั ไป)
11.หลักสูตรนกั บริหารการแพทยฉ์ กุ เฉนิ
12.หลักสตู รวทิ ยสุ ่อื สารทางการแพทยฉ์ กุ เฉิน
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 81 -
4.1 หลักสตู รการพฒั นาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสขุ (ต่อ)
ท่ี หนว่ ยงาน หลักสูตร กล่มุ เปูาหมาย
สถาบัน 13.หลักสตู รฝกึ อบรมพัฒนาความร้แู ละทักษะทางเวชศาสตรภ์ ยั ผู้ปฏบิ ตั ิการในระบบการแพทย์
การแพทย์ พิบัตพิ ้นื ฐาน (Basic Disaster Health Management: BDHM) ฉกุ เฉนิ และหน่วยงานท่เี กย่ี วข้องกบั
ฉุกเฉิน อุบัติภัยหมู่และสาธารณภัย
แหง่ ชาติ (ตอ่ ) 14.หลกั สตู รการกู้ชีพและช่วยเหลือผปู้ ระสบภัยทางน้า ผปู้ ฏิบัตกิ ารในระบบการแพทย์
(Maritime Aquatic Life Support: MALS) (เปน็ หลักสูตรรว่ ม ฉกุ เฉิน
ระหวา่ ง สถาบันการแพทย์ฉกุ เฉินแหง่ ชาติ และ กรมแพทย์
ทหารเรอื )
15.หลกั สูตรการแพทยฉ์ กุ เฉนิ ทางยทุ ธวิธี (Thailand Tactical ผปู้ ฏิบตั ิการในระบบการแพทย์
Emergency Medical Service : TTEMS) (เปน็ หลักสตู รร่วม ฉุกเฉินทต่ี ้องปฏิบัติงานใน
ระหว่าง สถาบันการแพทย์ฉกุ เฉนิ แห่งชาติ และ กรมแพทย์ สถานการณ์พเิ ศษ หรือพ้นื ที่
ทหารเรือ) เหตกุ ารณ์ความมั่นคง
16.หลักสตู รการลาเลยี งผู้ปุวยทางอากาศข้นั พืน้ ฐาน (Basic แพทย์ พยาบาล นกั ปฏบิ ัตกิ าร
Aeromedical Evacuation: BAME) (เปน็ หลักสตู รร่วมระหว่าง ฉกุ เฉนิ การแพทย์ (นฉพ.)
สถาบันการแพทยฉ์ กุ เฉนิ แห่งชาติ และ สถาบันเวชศาสตร์การบิน เจ้าพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ (จฉพ.)
กองทพั อากาศ) พนักงานฉกุ เฉินการแพทย์ (พฉพ.)
17.หลกั สตู รการลาเลยี งผูป้ วุ ยทางอากาศขน้ั สูง (Advanced บุคลากรทผี่ ่านการฝกึ อบรม
Care Air Transport: ACAT) (เป็นหลกั สตู รร่วมระหวา่ ง สถาบนั หลักสตู รการลาเลยี งผปู้ วุ ยทาง
การแพทย์ฉกุ เฉินแห่งชาติ และ โรงพยาบาลกรุงเทพ) อากาศขนั้ พื้นฐาน (Basic
Aeromedical Evacuation:
BAME) และ/หรอื ACLS, ATLS
18.หลักสูตรการส่งต่อผ้ปู วุ ยฉุกเฉนิ ทางบก (Basic Inter facility ผปู้ ฏิบัตกิ ารในระบบการแพทย์
Ground Transportation: BIGT) (เป็นหลักสตู รร่วมระหว่าง ฉุกเฉินท่เี ก่ียวขอ้ งกับการส่งตอ่
สถาบันการแพทย์ฉกุ เฉินแห่งชาติ และ โรงพยาบาลกรุงเทพ) ผปู้ ุวย
19.หลกั สตู รการแพทย์ฉกุ เฉินดา้ นการกฬี าขน้ั พน้ื ฐาน (Sport ผปู้ ฏบิ ัตกิ ารในระบบการแพทย์
EMS -Basic Course) (เปน็ หลักสตู รรว่ มระหวา่ ง สถาบัน ฉกุ เฉิน และบุคลากรทีเ่ กย่ี วข้อง
การแพทยฉ์ ุกเฉนิ แหง่ ชาติ โรงพยาบาลกรุงเทพ และวทิ ยาลยั ด้านการกฬี าซึ่งมพี น้ื ฐานดา้ น
แพทยฉ์ กุ เฉินแหง่ ประเทศไทย)
20.หลกั สูตรการจดั การทางการแพทย์ กรณีอุบตั ิภยั หม่แู ละสา ผู้ปฏิบัตกิ ารในระบบการแพทย์
ธารณภยั (Thai Simulation in Mass Casualty ฉกุ เฉินและหน่วยงานท่ีเกีย่ วข้องกบั
Management: Thai SIMM) (เป็นหลกั สตู รร่วมระหว่าง สถาบนั อบุ ตั ภิ ยั หมู่และสาธารณภัย
การแพทย์ฉุกเฉินแหง่ ชาติ และ คณะแพทยศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์)
21.หลกั สตู รการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บก่อนถงึ โรงพยาบาล (Pre - แพทย์ พยาบาล และนักปฏบิ ัติการ
hospital Trauma Life Support : PHTLS) (เป็นหลักสูตรร่วม ฉุกเฉนิ การแพทย์
ระหว่าง สถาบนั การแพทยฉ์ กุ เฉนิ แห่งชาติ
คณะแพทยศาสตร์มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ ราชวิทยาลัย
ศลั ยแพทย์แหง่ ประเทศไทย และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า)
22.หลกั สตู รประกาศนยี บตั รแพทยอ์ านวยการปฏบิ ตั กิ ารฉุกเฉิน แพทยป์ ระจาบา้ นเวชศาสตร์ฉกุ เฉนิ
(EMS Medical Director Course) ที่ผา่ นหลกั สตู รแพทย์สั่งการ
(เปน็ หลกั สตู รร่วมระหวา่ ง สถาบนั การแพทยฉ์ กุ เฉนิ แหง่ ชาติ ปฏบิ ตั ิการฉุกเฉนิ
และวทิ ยาลัยแพทยฉ์ ุกเฉนิ แหง่ ประเทศไทย)
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 82 -
4.1 หลกั สูตรการพฒั นาบคุ ลากรทางการแพทย์และสาธารณสขุ (ต่อ)
ที่ หนว่ ยงาน หลักสตู ร กล่มุ เปูาหมาย
10 สภากาชาดไทย 1.การกชู้ วี ิตขน้ั สูง (ACLS) บคุ ลากรทางการแพทย์
2.การแพทย์ฉุกเฉินเคลือ่ นทเี่ ร็วตอบโตภ้ ยั พบิ ตั ิ (DMERT: บุคลากรทางการแพทย์
Disaster Medical Emergency Response Team)
4.2 หลกั สตู รการให้ความรู้ประชาชน
ท่ี หน่วยงาน หลกั สูตร หมายเหตุ
1 กรมการแพทย์ 1.หลกั สูตรการก้ชู พี องคร์ วมสาหรบั ประชาชน (CLS) โรงพยาบาลราชวถิ ี
2.หลักสตู รการช่วยฟนื้ คนื ชีพข้ันพน้ื ฐานและAED โรงพยาบาลราชวถิ ี
3.ปฐมพยาบาลเบ้อื งตน้ สาหรับประชาชน
โรงพยาบาลเลดิ สนิ
โรงพยาบาลนพรตั นราชธานี
2 กรมอนามยั 1.คมู่ ือความรสู้ ูป่ ระชาชน อนามัยสิ่งแวดล้อม เตรยี มพร้อม
ประชาชน
2.คมู่ ือ ร้อื ...ลา้ ง...หลังนา้ ลด
3. VDO การทาสว้ มช่ัวคราวสาธารณะในช่วงเกดิ อุทกภยั
4.คาแนะนาสาหรับประชาชน เพอ่ื รบั มือกรณอี ทุ กภัย และหลังนา้
ทว่ ม
5.คาแนะนาการจดั การอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม เพ่ือปูองกนั โรค
ไขเ้ ลือดออก
3 กรมสุขภาพจติ 1.คู่มอื ผู้เข้าอบรมหลกั สตู รเรอ่ื ง การสร้างความเขม้ แขง็ ในชมุ ชนเพอ่ื
รองรับสถานการณ์วิกฤต (Community Resilience
Enhancement in Crisis Readiness) (อสม. ประชาชน)
4 สถาบัน 1.หลักสูตรการปฐมพยาบาลฉุกเฉนิ และการกชู้ พี ขัน้ พนื้ ฐาน
การแพทย์ (Emergency First Aid and Basic Life Support Training
ฉกุ เฉนิ แหง่ ชาติ Course: EFA & BLS)
สาหรบั อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจาหมบู่ า้ น (อสม.) อาสาสมคั ร
สาธารณสุขเรอื นจา (อสรจ.) และอาสาฉุกเฉินชุมชน (อฉช.)
การปฐมพยาบาลฉุกเฉนิ และการช่วยชีวติ ข้นั พน้ื ฐาน ระดับ 3
(ครูผสู้ อน)
การปฐมพยาบาลฉกุ เฉินและการชว่ ยชีวิตข้ันพืน้ ฐาน ระดับ 2
(ผู้ช่วยครผู สู้ อน)
การปฐมพยาบาลฉุกเฉนิ และการชว่ ยชีวิตข้นั พน้ื ฐาน ระดับ 1
ตารางท่ี 6-4 แสดงรายการข้อมลู หลกั สตู รการพฒั นาบุคลากรทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
และ หลักสตู รการให้ความร้ปู ระชาชน
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนับสนนุ การปฏิบตั งิ านในภาวะฉุกเฉนิ
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 83 -
5.ขอ้ มูลรายการทรัพยากรและช่องทางเข้าถึงข้อมูล
ท่ี หนว่ ยงาน รายการทรพั ยากร ช่องทางเขา้ ถงึ ขอ้ มลู
1 สานกั งานปลัดกระทรวง หนว่ ยงานบริการสขุ ภาพในสังกัด 1.https://ops.moph.go.th/public
สาธารณสขุ สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ 2.http://bps.moph.go.th/new_bps
1.1 กองยทุ ธศาสตรแ์ ละ ได้แก่ สานักงานสาธารณสขุ จงั หวัด/ 3.https://phdb.moph.go.th/phdb2017/i
แผนงาน สานักงานสาธารณสขุ อาเภอ/ ndex.php?p=1&id=1
1.2 กองบริหารการ โรงพยาบาล (โรงพยาบาลศูนย์/
สาธารณสขุ โรงพยาบาลทั่วไป/โรงพยาบาลชมุ ชน/
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตาบล)
2 กรมควบคุมโรค สานกั งานปอู งกันควบคมุ โรคที่ 1-12 https://ddc.moph.go.th
และ สถาบันปอู งกันควบคุมโรคเขตเมือง
ทมี SRRT ส่วนกลาง และระดบั เขต
สถานพยาบาลในสงั กัดกรม
3 กรมการแพทย์ สานกั การแพทย์เขตบรกิ ารสขุ ภาพ https://www.dms.go.th/
1-12
ทมี MERT และ Mini MERT
ในสังกัดกรม
สถานพยาบาลในสังกดั กรม
4 กรมสุขภาพจิต ศนู ยส์ ุขภาพจติ ท่ี 1-12 https://www.dmh.go.th/
ทีม MCATT ในสงั กัดกรม
สถานพยาบาลในสงั กดั กรม
5 กรมสนับสนุน สานักงานสนับสนุนบริการสุขภาพ http://hss.moph.go.th/index2.php
บรกิ ารสุขภาพ เขต 1-12
ทมี MSERT
โรงพยาบาลเอกชน
ข้อมลู ห้องแยกโรคในโรงพยาบาล
สังกัดสานักงานปลัดกระทรวง
สาธารณสุข
ข้อมูลอาสาสมัครสาธารณสุขประจา
หมู่บา้ น
6 กรมวิทยาศาสตร์ ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ที่ 1-12 https://www3.dmsc.moph.go.th/
การแพทย์
7 กรมอนามยั ศูนยอ์ นามยั ที่ 1-12 https://www.anamai.moph.go.th/
ทีม SEhRT
8 สานกั งานคณะกรรมการ สถานทผี่ ลติ ยาทไี่ ด้มาตรฐานวธิ ีการท่ี https://www.fda.moph.go.th/Pages/Hom
อาหารและยา ดใี นการผลติ (GMP) eP_D2.aspx
| แนวทางปฏิบัติงานในการสนับสนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข
- 84 -
5.ขอ้ มลู รายการทรัพยากรและชอ่ งทางเขา้ ถึงข้อมูล (ต่อ)
ลาดับ หน่วยงาน รายการทรัพยากร ชอ่ งทางเขา้ ถงึ ขอ้ มูล
9 สานกั งานสาธารณสขุ ทีม MERT และ Mini MERT https://www.moph.go.th/index.php/link_
จงั หวดั ทมี SRRT department
ทมี MCATT
ทมี SEhRT ในระดับจงั หวดั
10 กรมแพทยท์ หารบก ทีมปฏิบัตกิ ารทางการแพทย/์ https://amed.rta.mi.th/main
สถานพยาบาลในสงั กดั กรม
11 กรมแพทย์ทหารเรือ ทีมปฏบิ ัติการทางการแพทย/์ https://www.nmd.go.th/mainpage/
สถานพยาบาลในสังกัดกรม
12 กรมแพทยท์ หารอากาศ ทีมปฏิบตั ิการทางการแพทย/์ https://medical.rtaf.mi.th/
สถานพยาบาลในสงั กัดกรม
13 สถาบนั การแพทยฉ์ กุ เฉิน ข้อมลู ครภุ ณั ฑ์(รถพยาบาล/ทีม https://www.niems.go.th/1/Home/Main
แหง่ ชาติ ปฏบิ ตั กิ ารฉุกเฉิน/เฮลคิ อปเตอร์)
14 สภากาชาดไทย ศูนย์บรกิ ารโลหติ แห่งชาติที่ https://www.redcross.or.th/
1-12
15 องค์การเภสชั กรรม คลังยาและเวชภณั ฑ์ https://www.gpo.or.th/
16 โรงพยาบาลตารวจ ทีมปฏบิ ตั ิการการแพทย/์ http://www.policehospital.org/content/h
สถานพยาบาลในสังกดั โรงพยาบาล ome.php
ตารวจ
ตารางที่ 6-5 แสดงรายการข้อมลู รายการทรัพยากรที่รบั ผิดชอบและช่องทางเขา้ ถึงข้อมูล
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ภาคผนวก ก
| แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 87 -
คานยิ ามและความหมาย
1.ความหมายและประเภทของสาธารณภัยประเภทภยั ตามแผนการปูองกันและบรรเทาสาธารณ
ภยั แห่งชาติ พ.ศ.2558
สาธารณภัย ตามพระราชบัญญัติปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.๒๕๕๐ สาธารณภัย หมายความ
วา่ อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดในมนุษย์ โรคระบาดในสัตว์ การระบาดของศัตรูพืช ตลอดจน
ภยั อืน่ ๆ อันมีผลกระทบต่อสาธารณชน ไม่วา่ เกิดจากธรรมชาติ มีผู้กระทาให้เกิดขึ้น อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใดซ่ึง
ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน หรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ และ
ให้หมายความถึงภยั ทางอากาศ และการกอ่ วนิ าศกรรมด้วย ประกอบด้วย
1.1 ภัยจากอุทกภัย
เป็นสาธารณภัยท่ีเกิดจากฝนตกหนัก และฝนตกสะสมเป็นเวลานาน ทาให้เกิดน้าปุาไหลหลาก น้าท่วม
ฉับพลัน น้าท่วมขัง และน้าล้นตล่ิง ประชาชนได้รับความเดือนร้อน สิ่งสาธารณประโยชน์ และทรัพย์สินของ
ประชาชนได้รับความเสยี หาย สาเหตขุ องการเกิดอุทกภัย ได้แก่ ลมมรสุม หย่อมความกดอากาศ พายุหมุนเขตร้อน
(ดีเปรสชัน่ โซนรอ้ น และไตฝ้ ุน) การระบายนา้ จากเข่ือน นา้ ล้นตลงิ่ อา่ งเกบ็ นา้ หรือเข่ือนเกบ็ น้าแตก เป็นต้น
1.2 ภยั จากวาตภัย
เป็นสาธารณภยั ทีม่ สี าเหตจุ ากพายุ ลมแรง จนทาให้เกดิ ความเสียหายแก่อาคาร บ้านเรือน ต้นไม้ และ
สิง่ ก่อสรา้ ง รวมถึงชีวิตของประชาชน โดยมสี าเหตจุ ากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
1) ภัยจากพายุหมุนเขตร้อน (ดีเปรสชั่น โซนร้อน ไต้ฝุน) คือภัยท่ีก่อให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณ
กวา้ งจากความแรงของลมทพ่ี ดั เวยี นเข้าหาศูนยก์ ลางของพายุหมุนเขตร้อน ตามแนวเส้นทางเดิน
ของพายุ โดยปกติจะมีความกว้าง 50 - 100 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดและความแรง ของพายุ
แตล่ ะลูก
2) ภัยจากคล่ืนพายุซัดฝั่ง คือ ภัยธรรมชาติซึ่งเกิดจากพายุหมุนเขตร้อนเคล่ือนเข้าหาฝั่ง เม่ือมีความ
แรงลมมากกวา่ 100 กโิ ลเมตรตอ่ ชวั่ โมง ก่อใหเ้ กิดความเสยี หายตอ่ พื้นที่ราบชายฝ่ังทะเล
3) ภยั จากพายุฤดรู ้อน คอื ภยั จากพายุทเ่ี กดิ ในชว่ งทมี่ ีลักษณะอากาศร้อนอบอ้าวติดต่อกันหลาย
วัน และเมื่อมีอากาศเย็นมาปะทะกับอากาศร้อน จะทาให้เกิดพายุฟูาคะนอง ลมกรรโชกแรง
ฟูาผ่า และมักมีลูกเห็บตกตามมาด้วย พายุฤดูร้อน มักเกิดขึ้นและสิ้นสุดลงในช่วงเวลาส้ัน ๆ
ไม่เกินหนึ่งช่ัวโมง และครอบคลุมบริเวณพ้ืนที่ไม่เกิน 20-30 กิโลเมตร แต่จะมีลมกระโชก
แรงที่เร่ิมสร้างความเสียหาย เมอ่ื มีความแรงลมตั้งแต่ 50 กโิ ลเมตรต่อชว่ั โมงขน้ึ ไป
4) ภัยจากลูกเห็บ หมายถึง ภัยท่ีเกิดจากก้อนน้าลักษณะเหมือนน้าแข็งรูปร่างไม่แน่นอน เกิด
จากละอองหยาดฝนซึ่งเย็นแบบย่ิงยวดในเมฆฝน (ยังอยู่ในสภาพของเหลวที่อุณหภูมิต่ากว่าจุด
เยือกแข็ง) ปะทะกับวัตถุแข็ง เช่น ผงฝุน หรือก้อนลูกเห็บที่เกาะตัวอยู่ก่อนแล้ว จนเกิดการ
แข็งตวั เกาะรอบวตั ถนุ น้ั ๆ และกลายเป็นก้อนลกู เห็บ ซึ่งมกั เกดิ ขึน้ พร้อมกับพายุฤดูร้อน
5) ภัยจากพายุฤดูร้อน หมายถึง ภัยที่เกิดจากลมกรรโชกแรง พายุ ฝนฟูาคะนอง หรือลูกเห็บ มัก
เกิดในระยะเวลาสั้นๆ 10 -15 นาที ในช่วงการเปล่ียนฤดูจากฤดูหนาวไปสู่ฤดูร้อนและช่วง
ก่อนเริม่ ตน้ ฤดฝู น กอ่ ใหเ้ กิดความเสยี หายของอาคารบา้ นเรือน ต้นไม้ และสิ่งก่อสร้างต่างๆท่ี
เกดิ ขน้ึ เป็นบริเวณแคบๆ
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนับสนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 สว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
- 88 -
1.3 ภยั จากดินถล่มหรอื โคลนถล่ม
เปน็ สาธารณภัยท่ีมกั เกิดข้นึ พร้อมกันหรอื เกดิ ตามมาหลังจากเกิดน้าปุาไหลหลากอันเน่ืองมาจาก
พายฝุ นทีท่ าใหเ้ กิดฝนตกอยา่ งหนักต่อเนือ่ งรุนแรง ส่งผลให้มวลดินและหินไม่สามารถรองรับการอุ้มน้าได้ จึงเกิด
การเคลือ่ นตัวตามอิทธพิ ลของแรงโน้มถ่วงของโลก ปัจจุบันปัญหาดินโคลนถล่มเกิดบ่อยมากขึ้นและมีความรุนแรง
เพิ่มมากข้ึน อนั มสี าเหตมุ าจากพฤตกิ รรมของมนษุ ย์ เชน่ การตัดไม้ทาลายปาุ การทาการเกษตรในพ้ืนที่ลาดชัน
การทาลายหนา้ ดิน เปน็ ตน้
1.๔ ภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถลม่
1) ภัยจากแผ่นดินไหว หมายถึง ภัยธรรมชาติซ่ึงเกิดจากการปลดปล่อยพลังงานใต้พิภพ
ทาให้เกิดการสั่นสะเทือนของพ้ืนดิน การส่ันสะเทือนนี้อาจมีระดับความรุนแรงขั้นต่า
ที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ แต่บางคร้ังก็อาจมีระดับความรุนแรงในข้ันที่เป็นอันตราย
จนกอ่ ให้เกิดความเสียหายตอ่ ชวี ิตและทรัพยส์ นิ
2) ภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่ม หมายถึง ภัยท่ีเกิดจากอาคารและส่ิงปลูกสร้าง ได้แก่
ตึก บา้ น โรงเรอื น รา้ น แพ คลังสนิ ค้า สานกั งาน ท่ีได้รับความเสียหายจากการโยกไหวตัว
รนุ แรงของแผน่ ดิน ซ่ึงเป็นผลมาจากแผน่ ดินไหวและกอ่ ให้เกิดความเสียหายหรอื พังทลาย
1.5 ภัยจากอัคคภี ัย
เป็นภัยประเภทหน่ึงที่เกิดจากไฟ ที่ขาดการควบคุมดูแล ทาให้เกิดการติดต่อลุกลาม ไปตาม
บริเวณท่ีมีเช้ือเพลิงและเกิดการลุกไหม้ต่อเน่ือง สภาวะของไฟจะรุนแรงมากขึ้น ถ้าการลุกไหม้มีเชื้อเพลิงหนุน
หรือมีไอของเชื้อเพลิงถูกขับออกมามาก ความร้อนแรงก็จะมากยิ่งข้ึน สิ่งท่ีทาให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย ได้แก่
เช้ือเพลิง สารเคมี หรอื วัตถุใดๆ ท่มี สี ถานะเป็นของแข็งหรือของเหลว หรือก๊าซที่อยู่ในภาวะพร้อมที่จะเกิดการ
สนั ดาปจากการจดุ ตดิ ใดๆ หรือจากการสนั ดาปเอง
1.6 ภยั แล้ง
ภยั ที่เกดิ จากความแห้งแล้งของลมฟูาอากาศ อนั เกดิ จากการที่มีปริมาณฝนน้อย หรือฝนไม่ตก
เปน็ ระยะเวลานานและครอบคลุมพื้นท่ีเป็นบริเวณกว้าง ทาให้เกิดการขาดแคลนน้าด่ืม น้าใช้ พืชพันธุ์ไม้ต่างๆ
ขาดนา้ ไมส่ ามารถเจรญิ เตบิ โตได้ตามปกติ เกดิ ความเสียหายและส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง รุนแรงต่อประชาชน
โดยภัยแล้งเกดิ จากสาเหตุ ดังนี้
1) ฝนแล้ง หมายถึง สภาวะท่ีมีฝนน้อยหรือไม่มีฝนเลยในช่วงเวลาหน่ึงซึ่งตามปกติจะต้องมีฝน
(ภาวะท่ีปริมาณฝนตกน้อยกว่าปกติหรือไม่ตกต้องตามฤดูกาล) โดยข้ึนอยู่กับสถานท่ีและ
ฤดกู าล ณ ที่น้ันๆ
2) ฝนทิ้งชว่ ง หมายถึง ช่วงทีม่ ีปรมิ าณฝนตกไม่ถงึ วันละ 1 มลิ ลเิ มตรตดิ ตอ่ กันเกนิ 15 วัน
1.7 ภยั จากไฟปุาและหมอกควัน
ภัยที่เกิดจากไฟปุาไม่ว่าจะจากสาเหตุใดก็ตามเกิดข้ึน ในปุาธรรมชาติหรือสวนปุาก็ตาม แล้ว
ลุกลามไปได้โดยอิสระปราศจากการควบคุม ตลอดจนเป็นผลให้ฝุน ควัน และอนุภาคแขวนลอยในอากาศ
รวมตวั กันในสภาวะทอ่ี ากาศปดิ เกดิ อนั ตรายต่อทรพั ย์สินและสขุ ภาพของประชาชน
1.8 ภัยจากอากาศหนาว
เป็นสาธารณภัยท่ีเกิดจากสภาพอากาศท่ีหนาวเย็น ท่ีมีระดับของอุณหภูมิลดติดต่อกันอย่าง
น้อย 3 วัน ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนยังส่งความเสียหายต่อพืช
พนั ธุแ์ ละสัตวเ์ ล้ียงต่างๆ โดยมีเกณฑอ์ ุณหภมู ติ า่ สุดในชว่ งฤดูหนาว ดังนี้
- อากาศเยน็ ทอ่ี ุณหภมู ิ 16.0 - 22.9 องศาเซลเซียส
- อากาศหนาว ทอ่ี ุณหภมู ิ 8.0 - 15.9 องศาเซลเซยี ส
- อากาศหนาวจดั ท่อี ณุ หภูมิตา่ กวา่ 8.0 องศาเซลเซียส
| แนวทางปฏิบัตงิ านในการสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Support Function : ESF) สปฉ. 8 ส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุข