The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง องค์ประกอบของสารละลาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Krukwannapa2541, 2022-03-03 10:41:20

แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง องค์ประกอบของสารละลาย

แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง องค์ประกอบของสารละลาย

1

2

แผนการจดั การเรยี นรู้
เรื่อง องคป์ ระกอบของสารละลาย
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง สารละลาย
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว22101

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2

โดย
นางสาวขวญั นภา วงษอ์ ยั รา

กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน

กระทรวงศกึ ษาธิการ

3ก

คำนำ

การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง องค์ประกอบของสารละลาย สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง สารละลาย รายวิชาวิทยาศาสตร์
รหัสวิชา ว22101 กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้เรียนบรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นรู/้
ตัวชี้วัด ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรังปรุง 2560) ผู้จัดทำ
ได้พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบโดยมีการวิเคราะห์หลักสูตร วิเคราะห์ผู้เรียนและความต้องการของ
ผู้เรียน เพื่อออกแบบการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ใช้กลยุทธ์ในการจัดการเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพ
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรงั ปรงุ 2560)

แนวทางการออกแบบการเรียนรู้ ผู้จัดทำได้ออกแบบการเรียนรู้ในรูปแบบสืบเสาะหาความรู้
(Inquiry cycle) (5Es) ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาแหง่ ชาติ พุทธศักราช 2551 ซ่ึง
เปน็ การถามคำถามที่สงสัยและเป็นปัญหา สามารถสืบค้นหาคำตอบได้ ผู้เรียนจะต้องสืบคน้ เสาะหา สำรวจตรวจสอบ
และค้นคว้าด้วยวิธีการต่าง ๆ จนทำให้ผู้เรียนเกิดเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสร้างเป็นองค์ความรู้ของผู้เรียนเอง
และเก็บเป็นข้อมูลไวใ้ นสมองได้อย่างยาวนาน สามารถนำมาใชไ้ ด้เมือ่ มีสถานการณ์ใด ๆ มาเผชิญหน้า

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ข้าพเจ้าพัฒนาจัดทำขึ้นสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีกิจกรรม
การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีความหลากหลาย ตอบสนองต่อความถนัดและความแตกต่างระหว่างบุคคล
มีวิธีการและเครื่องมือการวัดและประเมินผลอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ให้บรรลุ
เปา้ หมายตามหลกั สูตรท้ังในด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ขวัญนภา วงษอ์ ยั รา

สารบัญ 4ข

คำนำ หนา้
สารบัญ ก
สว่ นท่ี 1 การวเิ คราะห์ข้อมูลพ้นื ฐาน ข

• ตัวชี้วดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลางวิทยาศาสตร์ 2
สว่ นที่ 2 แผนการจดั การเรยี นรู้
20
• คำอธบิ ายรายวิชา 22
• โครงสรา้ งรายวิชา 28
• กำหนดการเรยี นรู้ 29
• หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 สารละลาย 39

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 องค์ประกอบของสารละลาย 48
49
สว่ นที่ 3 การวัดและการประเมินผล 52
• การวดั และประเมนิ ผล 55
• แบบประเมินดา้ นความรู้
• แบบประเมนิ ด้านทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
• แบบประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

ภาคผนวก
• ใบกิจกรรมการทดลองท่ี 2.1 เรอ่ื ง องคป์ ระกอบของสารละลาย
• เฉลยกิจกรรมการทดลองที่ 2.1 เร่ือง องค์ประกอบของสารละลาย
• ใบงานที่ 2.1 เร่ือง ระบุตัวละลายและตัวทำละลาย
• เฉลยใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง ระบตุ ัวละลายและตัวทำละลาย
• สื่อเทคโนโลยี
• สมุดออมคะแนน

1

สว่ นท่ี 1 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู พ้นื ฐาน
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว22101
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1
เวลาเรียน 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ

2

ตัวช้ีวัดและสาระการเรียนร้แู กนกลางวิทยาศาสตร์

สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัตขิ องสิ่งมชี วี ิต หน่วยพ้ืนฐานของสงิ่ มีชวี ิต การลำเลียงสารผ่านเซลล์ ความสมั พนั ธ์
ของโครงสร้าง และหนา้ ท่ขี องระบบตา่ ง ๆ ของสัตว์และมนษุ ยท์ ท่ี ำงานสมั พันธ์กัน ความสมั พันธข์ องโครงสรา้ ง
และหน้าทข่ี องอวยั วะต่าง ๆ ของพืชทท่ี ำงานสัมพันธก์ นั รวมทั้งนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ชน้ั ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ม.2 1. ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าท่ี •ระบบหายใจมอี วัยวะตา่ ง ๆ ท่ีเกยี่ วขอ้ ง ได้แก่ จมูก ทอ่ ลม ปอด
ของอวัยวะที่เกี่ยวข้องในระบบ กะบงั ลม และกระดูกซีโ่ ครง
หายใจ •มนุษย์หายใจเขา้ เพื่อนำแก๊สออกซเิ จนเขา้ สู่รา่ งกายเพื่อนำไปใช้
2. อธบิ ายกลไกการหายใจเข้าและ ในเซลล์ และหายใจออกเพ่ือกำจัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออก
ออกโดยใช้แบบจำลอง รวมท้ัง จากรา่ งกาย
อธบิ ายกระบวนการแลกเปลี่ยน
แกส๊ •อากาศเคลื่อนที่เข้าและออกจากปอดได้ เนื่องจากการ
เปลี่ยนแปลงปริมาตรและความดันของอากาศภายในช่องอกซ่ึง
3. ตระหนักถึงความสำคัญของ เก่ียวข้องกบั การทำงานของกะบังลม และกระดูกซีโ่ ครง
ระบบหายใจ โดยการบอก
แนวทางในการดูแลรักษา • การแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนกั บแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ใน
ร่างกายเกิดขึ้นบริเวณถุงลมในปอดกับหลอดเลือดฝอยที่ถุงลม
อวัยวะระบบหายใจให้ทำงาน และระหวา่ ง หลอดเลอื ดฝอยกับเนอ้ื เยอื่
เป็นปกติ
•การสูบบุหรี่ การสูดอากาศที่มีสารปนเปื้อน และการเป็นโรค

เก่ยี วกับระบบหายใจบางโรค อาจทำให้เกดิ โรคถงุ ลมโปง่ พอง ซง่ึ

มีผลให้ความจุอากาศของปอดลดลง ดังนั้น จึงควรดูแลรักษา

ระบบหายใจให้ทำหนา้ ท่เี ปน็ ปกติ

4. ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าท่ี •ระบบขับถ่ายมีอวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ ไต ท่อไต กระเพาะ
ของอวัยวะในระบบขับถ่าย ปัสสาวะ และ ท่อปสั สาวะ โดยมีไตทำหน้าทีก่ ำจดั ของเสีย เช่น
ในการกำจัดของเสียทางไต
ยูเรีย แอมโมเนยี กรดยูริก รวมทั้งสารที่ร่างกายไม่ต้องการออก
5. ตระหนักถึงความสำคัญของ จากเลือด และควบคมุ สารทม่ี ีมาก หรือนอ้ ยเกนิ ไป เช่น นำ้ โดย
ระบบขับถ่ายในการกำจัดของ ขบั ออกมาในรูปของปสั สาวะ
เ ส ี ย ท า ง ไ ต โ ด ย ก า ร บ อ ก •การเลอื กรบั ประทานอาหารทีเ่ หมาะสม เชน่ รับประทานอาหาร
แนวทางในการปฏิบตั ิตนทีช่ ่วย ทไี่ มม่ ี รสเค็มจดั การด่มื นำ้ สะอาดให้เพยี งพอเปน็ แนวทางหนึ่ง
ให้ระบบขับถ่ายทำหน้าที่ได้ ที่ชว่ ยใหร้ ะบบขบั ถ่ายทำหนา้ ท่ีไดอ้ ยา่ งปกติ
อยา่ งปกติ

3

ชั้น ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

6. บรรยายโครงสร้างและหน้าที่ •ระบบหมุนเวียนเลือดประกอบด้วยหัวใจ หลอดเลือด และเลือด
ของหัวใจ หลอดเลือด และ

เลอื ด

7. อธิบายการทำงานของระบบ •หวั ใจของมนษุ ย์แบ่งเปน็ 4 ห้อง ได้แก่ หัวใจหอ้ งบน 2 ห้อง และ
ห ม ุ น เ ว ี ย น เ ล ื อ ด โ ด ย ใ ช้ ห้องล่าง 2 ห้อง ระหว่างหัวใจห้องบนและหัวใจห้องล่างมีล้ิน
แบบจำลอง
หวั ใจกน้ั

•หลอดเลือด แบง่ เปน็ หลอดเลอื ดอาร์เตอรี หลอดเลอื ดเวน หลอด

เลอื ด-ฝอย ซึง่ มโี ครงสร้างตา่ งกนั

•เลือด ประกอบด้วยเซลลเ์ มด็ เลือด เพลตเลต และพลาสมา

•การบีบและคลายตวั ของหัวใจทำให้เลือดหมุนเวียน และลำเลียง

สารอาหาร แก๊ส ของเสีย และสารอื่น ๆ ไปยังอวัยวะและเซลล์

ต่าง ๆ ทั่วรา่ งกาย

• เลือดที่มีปริมาณแก๊สออกซิเจนสูงจะออกจากหัวใจไปยังเซลล์

ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ขณะเดียวกันแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จาก

เซลล์จะแพรเ่ ข้าสู่เลือด และลำเลียงกลับเข้าสหู่ ัวใจและถูกส่งไป

แลกเปลย่ี นแก๊สทปี่ อด

8. ออก แบบก าร ทดลอ ง แ ล ะ •ชีพจรบอกถงึ จังหวะการเต้นของหัวใจซง่ึ อตั ราการเต้นของหัวใจ
ทดลองในการเปรียบเทียบ ในขณะปกติและหลงั จากทำกิจกรรมต่าง ๆ จะแตกต่างกนั ส่วน
อัตราการเต้นของหัวใจขณะ ความดนั เลือดเกิดจากการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด
ปกติและหลงั ทำกิจกรรม
•อัตราการเต้นของหัวใจมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล คนที่
9. ตระหนักถึงความสำคัญของ เป็นโรคหวั ใจ และหลอดเลอื ดจะส่งผลทำใหห้ ัวใจสูบฉีดเลือดไม่
ระบบหมุนเวียนเลือด โดยการ เปน็ ปกติ
บอกแนวทางในการดูแลรักษา
อวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือด •การออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร การพักผ่อน
ให้ทำงานเปน็ ปกติ และการรกั ษาภาวะทางอารมณ์ใหเ้ ปน็ ปกติ จงึ เป็นทางเลือกหนึ่ง
ในการดูแลรักษาระบบ หมนุ เวียนเลอื ดให้เป็นปกติ

10. ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ •ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง จะ
ของอวัยวะในระบบประสาท ทำหน้าที่ร่วมกับเสน้ ประสาท ซึ่งเป็นระบบประสาทรอบนอกใน
ส่วนกลางในการควบคุมการ การควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงการแสดง
ทำงานตา่ ง ๆ ของร่างกาย
พฤตกิ รรมเพอ่ื การตอบสนองตอ่ ส่ิงเรา้

4

ชั้น ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

11. ตระหนักถึงความสำคัญของ •เมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้นหน่วยรับความรู้สึกจะเกิดกระแสประสาท
ระบบประสาทโดยการบอก ส่งไปตามเซลล์ประสาทรับความรู้สึกไปยังระบบประสาท
แนวทางในการดูแลรักษา
รวมถึงการป้องกันการ สว่ นกลาง แล้วส่งกระแสประสาทมาตามเซลล์ประสาทสงั่ การไป
ยังหน่วยปฏิบัติงาน เชน่ กล้ามเน้อื
กระทบกระเทอื นและการเปน็
อ ั น ต ร า ย ต ่ อ ส ม อ ง และ •ระบบประสาทเป็นระบบที่มีความซับซ้อนและมีความสัมพันธ์

ไขสนั หลงั กับทุกระบบในร่างกาย ดังนั้น จึงควรป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

ท่ี ก ร ะ ท บ ก ร ะ เ ท ื อ น ต ่ อ ส ม อ ง ห ล ี ก เ ล ี ่ ย ง ก า ร ใ ช ้ ส า ร เ ส พ ติ ด

หลกี เล่ยี งภาวะเครยี ด และรบั ประทานอาหารที่มปี ระโยชน์ เพื่อ

ดูแลรกั ษาระบบประสาทใหท้ ำงานเป็นปกติ

12. ระบุอวัยวะและบรรยาย •มนุษย์มีระบบสืบพันธุ์ที่ประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่
หน้าที่ของอวัยวะในระบบ เฉพาะ โดยรังไขใ่ นเพศหญงิ จะทำหนา้ ท่ผี ลิตเซลลไ์ ข่ ส่วนอณั ฑะ
สืบพันธุ์ของเพศชายและเพศ
ในเพศชายจะ ทำหน้าที่สรา้ งเซลลอ์ สจุ ิ
หญงิ โดยใช้แบบจำลอง •ฮอร์โมนเพศทำหน้าทคี่ วบคมุ การแสดงออกของลักษณะทางเพศ
13. อธิบายผลของฮอร์โมนเพศ
ชายและ เพศหญิงที่ควบคุม ที่แตกต่างกัน เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาวจะมีการสร้างเซลล์ไข่และ
การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เซลล์อสุจิ การตกไข่ การมีรอบเดือน และถ้ามีการปฏิสนธิของ

เมือ่ เขา้ สู่วยั หนุม่ สาว เซลล์ไข่และเซลลอ์ สุจจิ ะทำใหเ้ กดิ การต้งั ครรภ์

14. ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลง

ของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่ม

สาว โดยการดูแลรักษา

ร่างกายและจิตใจของตนเอง

ในชว่ งท่มี กี ารเปลยี่ นแปลง

15. อธิบายการตกไข่ การมี •การมีประจำเดือนมีความสัมพันธ์กับการตกไข่ โดยเป็นผลจาก
ประจำเดือน การปฏิสนธิ การเปลีย่ นแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิง
และการพัฒนาของไซโกต
จนคลอดเป็นทารก • เมื่อเพศหญิงมีการตกไข่และเซลล์ไข่ได้รับการปฏิสนธิกับเซลล์
อสุจิจะทำให้ได้ไซโกต ไซโกตจะเจริญเป็นเอ็มบริโอและฟีตัส
16. เลือกวิธีการคุมกำเนิดท่ี
เหมาะสมกับ สถานการณ์ท่ี จนกระทั่งคลอดเป็นทารก แต่ถ้าไม่มีการปฏิสนธิ เซลล์ไข่จะ
กำหนด สลายตัว ผนังด้านในมดลูก รวมทั้งหลอดเลือดจะสลายตัวและ

หลดุ ลอกออก เรียกว่า ประจำเดือน

5

ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

17. ตระหนักถึงผลกระทบของ •การคุมกำเนิดเป็นวิธีป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ โดยป้องกัน
การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ไม่ให้เกิดการปฏิสนธิหรือไม่ให้มีการฝังตัวของเอ็มบริโอ ซึ่งมี
โดยก าร ปร ะ พ ฤ ติ ต น ใ ห้
เหมาะสม หลายวิธี เชน่ การใช้ถงุ ยางอนามยั การกนิ ยาคุมกำเนดิ

6

สาระท่ี 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ

มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ
โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะ
ของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี

ชน้ั ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.2 1. อธิบายการแยกสารผสมโดย •การแยกสารผสมให้เป็นสารบริสุทธิ์ทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับ
การระเหยแห้ง การตกผลึก สมบัติของสารนั้น ๆ การระเหยแห้งใช้แยกสารละลาย ซ่ึง
การกลั่นอย่างง่าย โครมาโทก ประกอบด้วยตัวละลายที่เป็นของแข็งในตัวทำละลายที่เป็น
ราฟแี บบกระดาษ การสกัดด้วย ของเหลว โดยใช้ความร้อนระเหยตัวทำละลายออกไปจนหมด
ตัวทำละลาย โดยใช้หลักฐาน เหลือแต่ตัวละลาย การตกผลึกใช้แยกสารละลายที่ประกอบด้วย
เชงิ ประจักษ์
ตัวละลายที่เป็นของแข็งในตัวละลายที่เป็นของเหลว โดยทำให้
2. แยกสารโดยการระเหยแห้ง สารละลายอิ่มตัว แล้วปล่อยให้ตัวทำละลายระเหยออกไป
การตกผลึก การกลั่นอย่างง่าย บางส่วน ตัวละลายจะตกผลึกแยกออกมา การกลั่นอย่างง่าย
โครมาโท- กราฟีแบบกระดาษ ใช้แยกสารละลายที่ประกอบด้วยตัวละลายและตัวทำละลาย
การสกดั ดว้ ยตวั ทำละลาย ที่เป็นของเหลวที่มีจุดเดือดต่างกันมาก วิธีนี้จะแยกของเหลว

บริสุทธิ์ออกจากสารละลายโดยให้ความร้อนกับสารละลาย

ของเหลวจะเดือดและกลายเป็นไอแยกจากสารละลายแล้ว

ควบแน่นกลับเป็นของเหลวอีกครั้ง ขณะที่ของเหลวเดือด

อุณหภูมิของไอจะคงที่ โครมาโทกราฟีแบบกระดาษเป็นวิธีการ

แยกสารผสมที่มีปริมาณน้อยโดยใช้แยกสารท่มี ีสมบัติการละลาย

ในตัวทำละลายและการถูกดูดซับดว้ ยตัวดูดซับแตกต่างกัน ทำให้

สารแต่ละชนิดเคลื่อนทไี่ ปบนตัวดูดซับได้ต่างกัน สารจึงแยกออก

จากกันได้ อัตราส่วนระหว่างระยะทางที่สารองค์ประกอบแต่ละ

ชนิดเคลื่อนทีไ่ ด้บนตัวดูดซับกับระยะทางท่ตี ัวทำละลายเคลื่อนที่

ได้เป็นค่าเฉพาะตัวของสารแต่ละชนิดในตัวทำละลายและตัวดูด

ซับหนึ่ง ๆ การสกัดด้วยตัวทำละลายเป็นวิธีการแยกสารผสมที่มี

สมบัติการละลายในตัวทำละลายที่ต่างกัน โดยชนิดของ

ตัวทำละลายมีผลต่อชนิดและปริมาณของสารที่สกัดได้ การสกัด

โดยการกลั่นด้วยไอน้ำใช้แยกสารที่ระเหยง่าย ไม่ละลายน้ำ และ

ไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำออกจากสารที่ระเหยยากโดยใช้ไอน้ำ

เป็นตวั พา

7

ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

3. นำวิธีแยกสารไปใช้แก้ปัญหา •ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการแยกสาร บูรณาการกับ
ในชีวิตประจำวัน โดยบูรณา คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี โดยใช้กระบวนการทางวิศวกรรม
การวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันหรือปัญหาที่พบใน
เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ ชุมชนหรือสรา้ งนวตั กรรม โดยมีขนั้ ตอน ดงั น้ี

- ระบุปัญหาในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวกับการแยกสารโดยใช้

สมบัติทางกายภาพ หรือนวัตกรรมที่ต้องการพัฒนา โดยใช้

หลักการดงั กล่าว

- รวบรวมข้อมูลและแนวคิดเกี่ยวกับการแยกสาร โดยใช้สมบัติ

ทางกายภาพที่สอดคล้องกับปัญหาที่ระบุหรือนำไปสู่การ

พฒั นานวตั กรรมนน้ั

- ออกแบบวธิ กี ารแก้ปัญหา หรือพัฒนานวัตกรรมท่ีเก่ียวกับการ

แยกสารในสารผสม โดยใช้สมบัติทางกายภาพ โดยเชื่อมโยง

ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และ

กระบวนการทางวิศวกรรม รวมท้ังกำหนดและควบคุมตัวแปร

อย่างเหมาะสมครอบคลุม

- วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา หรือพัฒนานวัตกรรม

รวบรวมข้อมูลจัดกระทำข้อมูล และเลือกวิธีการส่ือ

ความหมายท่ีเหมาะสมในการนำเสนอผล

- ทดสอบ ประเมินผล ปรบั ปรุงวธิ กี ารแก้ปัญหา หรอื นวัตกรรม

ทพี่ ฒั นาขึ้นโดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจักษ์ทรี่ วบรวมได้

- นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา หรือผลของนวัตกรรมที่พัฒนาข้ึน

และผลท่ีได้ โดยใช้วิธีการส่อื สารท่ีเหมาะสมและน่าสนใจ

4. ออก แบบก าร ทดล อ ง แ ล ะ •สารละลายอาจมีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
ทดลองในการอธิบายผลของ สารละลายประกอบด้วยตัวทำละลายและตัวละลาย กรณี
ช น ิ ด ต ั ว ล ะ ล า ย ช น ิ ด ตั ว สารละลายเกิดจากสารที่มีสถานะเดียวกัน สารที่มีปริมาณมาก
ทำละลาย อุณหภูมิที่มีต่อ ที่สุดจัดเป็นตัวทำละลาย กรณีสารละลายเกิดจากสารที่มีสถานะ
สภาพละลายไดข้ องสาร รวมทงั้ ต่างกัน สารท่มี ีสถานะเดียวกันกบั สารละลายจัดเป็นตวั ทำละลาย
อธิบายผลของความดันที่มีต่อ •สารละลายที่ตัวละลายไม่สามารถละลายในตัวทำละลายได้อีก
สภาพละลายได้ของสาร โดยใช้ ทอ่ี ณุ หภมู หิ น่ึง ๆ เรยี กวา่ สารละลายอิ่มตวั
สารสนเทศ
• สภาพละลายได้ของสารในตัวทำละลายเป็นค่าที่บอกปริมาณของ

สารท่ีละลายได้ในตัวทำละลาย 100 กรัม จนไดส้ ารละลายอ่ิมตัว

ณ อุณหภมู ิ และความดันหน่งึ ๆ สภาพละลายได้ของสารบ่งบอก

8

ชั้น ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ความสามารถในการละลายได้ของตัวละลายในตัวทำละลาย ซ่ึง

ความสามารถในการละลายของสารข้ึนอยู่กับชนิดของตัวทำละลาย

และตวั ละลาย อณุ หภูมิ และความดัน

•สารชนิดหนึ่งมีสภาพละลายได้แตกต่างกันในตัวทำละลาย

ที่แตกต่างกัน และสารต่างชนิดกันมีสภาพละลายได้ในตัว

ทำละลายหนงึ่ ๆ ไมเ่ ท่ากัน

•เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สารส่วนมากสภาพละลายได้ของสารจะ

เพิ่มขึ้น ยกเว้นแก๊ส เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นสภาพการละลายได้จะ

ลดลง ส่วนความดนั มีผลต่อแก๊ส โดยเมื่อความดนั เพ่มิ ข้ึน สภาพ

ละลายไดจ้ ะสูงขึน้

•ความรู้เกี่ยวกับสภาพละลายได้ของสาร เมื่อเปลี่ยนแปลงชนิด

ตัวละลาย ตัวทำละลาย และอุณหภมู ิ สามารถนำไปใชป้ ระโยชน์

ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำน้ำเชื่อมเข้มข้น การสกัดสารออก

จากสมุนไพรให้ไดป้ รมิ าณมากท่ีสดุ

5. ระบุปริมาณตัว ละ ลา ย ใน •ความเข้มข้นของสารละลายเป็นการระบุปริมาณตัวละลายใน
สารละลายในหน่วยคว าม สารละลาย หน่วยความเข้มข้นมีหลายหน่วย ที่นิยมระบุเป็น
เข้มข้นเป็นร้อยละ ปริมาตรต่อ หน่วยเป็นร้อยละปริมาตรต่อปริมาตร มวลต่อมวล และมวลต่อ
ปริมาตร มวลต่อมวล และมวล ปริมาตร
ต่อปรมิ าตร
•รอ้ ยละโดยปริมาตรต่อปริมาตรเปน็ การระบุปริมาตรตัวละลายใน
6. ตระหนักถึงความสำคัญของการ สารละลาย 100 หน่วยปริมาตรเดียวกัน นิยมใช้กับสารละลายท่ี
นำความรู้เรื่องความเข้มข้นของ เป็นของเหลว หรอื แกส๊
สารไปใช้ โดยยกตัวอย่างการใช้
สารละลายในชีวิตประจำวัน • ร้อยละโดยมวลต่อมวลเป็นการระบุมวลตัวละลายในสารละลาย
อยา่ งถกู ตอ้ ง และปลอดภยั 100 หน่วยมวลเดียวกัน นิยมใช้กับสารละลายที่มีสถานะเป็น
ของแขง็

•ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตรเป็นการระบุมวลตัวละลายใน

สารละลาย 100 หน่วยปริมาตร นิยมใช้กับสารละลายที่มี

ตัวละลายเปน็ ของแขง็ ในตัวทำละลายที่เป็นของเหลว

•การใช้สารละลายในชวี ิตประจำวนั ควรพิจารณาจากความเข้มข้น

ของสารละลาย ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการใช้งาน และ

ผลกระทบตอ่ สิ่งชีวิตและสง่ิ แวดลอ้ ม

9

มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่
แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์

ช้ัน ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.2 1. พยากรณ์การเคลื่อนท่ขี องวัตถุ •แรงเป็นปริมาณเวกเตอร์ เมื่อมีแรงหลาย ๆ แรงกระทำต่อวัตถุ
ที่เป็นผลของแรงลัพธ์ที่เกิด แล้วแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุมีค่าเป็นศูนย์ วัตถุจะไม่
จากแรงหลายแรงที่กระทำต่อ เปล่ียนแปลงการเคลอ่ื นที่ แต่ถ้าแรงลัพธ์ทก่ี ระทำต่อวัตถุมีค่าไม่
วัตถุในแนวเดียวกันจาก เปน็ ศูนย์ วตั ถุจะเปลย่ี นแปลงการเคลอ่ื นที่
หลกั ฐานเชิงประจักษ์

2. เขยี นแผนภาพแสดงแรงและแรง

ลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงท่ี
กระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกนั

3. ออกแบบการทดลองและ •เมื่อวัตถุอยู่ในของเหลวจะมีแรงที่ของเหลวกระทำต่อวตั ถุในทกุ
ทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมใน ทิศทาง โดยแรงที่ของเหลวกระทำตั้งฉากกับผิววัตถุต่อหนึ่ง
การอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อ หนว่ ยพน้ื ท่ี เรยี กว่า ความดนั ของของเหลว
ความดนั ของของเหลว
• ความดันของของเหลวมีความสัมพันธ์กับความลึกจากระ ดับ

ผวิ หนา้ ของของเหลว โดยบริเวณที่ลึกลงไปจากระดับผิวหนา้ ของ

ของเหลวมากขึ้น ความดันของของเหลวจะเพิ่มขึ้น เนื่องจาก

ของเหลวที่อยู่ลึกกว่าจะมีน้ำหนักของของเหลวด้านบนกระทำ

มากกว่า

4. วิเคราะห์แรงพยุงและการจม •เมื่อวัตถุอยู่ในของเหลวจะมีแรงพยุง เนื่องจากของเหลวกระทำ
การลอยของวัตถุในของเหลว ต่อวัตถุ โดยมีทิศขึ้นในแนวดิ่ง การจมหรือการลอยของวัตถุ
จากหลกั ฐานเชิงประจักษ์
ขน้ึ อยู่กบั แรงพยุง ถ้าน้ำหนักของวัตถุและแรงพยงุ ของของเหลว
5. เขียนแผนภาพแสดงแรงท่ี มีค่าเท่ากัน วตั ถุจะลอยน่ิงอยใู่ นของเหลว แต่ถ้านำ้ หนักของวัตถุ
กระทำตอ่ วตั ถุในของเหลว มคี า่ มากกว่าแรงพยงุ ของของเหลว วัตถุจะจม

10

ช้ัน ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง

6. อธิบายแรงเสียดทานสถิตและ •แรงเสยี ดทานเป็นแรงทีเ่ กดิ ข้นึ ระหว่างผวิ สัมผัสของวัตถุเพ่ือต้าน
แรงเสยี ดทานจลนจ์ ากหลักฐาน การเคลื่อนที่ของวัตถุนั้น โดยถ้าออกแรงกระทำต่อวัตถุที่อยู่นิ่ง
เชิงประจักษ์
บนพื้นผิวให้เคลื่อนที่ แรงเสียดทานก็จะต้านการเคลื่อนที่ของ

วัตถุ แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นในขณะที่วัตถุยังไม่เคลื่อนที่เรียก

แรงเสียดทานสถติ แต่ถ้าวัตถุกำลังเคลื่อนที่ แรงเสียด-ทานกจ็ ะ

ทำใหว้ ัตถนุ น้ั เคลื่อนท่ชี ้าลงหรอื หยุดน่ิง เรียก แรงเสียดทานจลน์

7. ออกแบบการทดลองและ •ขนาดของแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุขน้ึ กับลักษณะ
ทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมใน ผวิ สัมผัสและขนาดของแรงปฏกิ ิรยิ าตงั้ ฉากระหว่างผวิ สัมผัส
การอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อ •กิจกรรมในชีวิตประจำวันบางกิจกรรมต้องการแรงเสียดทาน
ขนาดของแรงเสียดทาน
เช่น การเปิดฝาเกลียวของน้ำ การใช้แผ่นกันลื่นในห้องน้ำ
8. เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียด บางกิจกรรมไม่ต้องการแรงเสียดทาน เช่น การลากวัตถุบนพ้ืน
ทานและแรงอื่น ๆ ที่กระทำ การใช้นำ้ มันหลอ่ ลืน่ ในเคร่อื งยนต์
ต่อวตั ถุ
9. ตระหนักถึงประโยชน์ของ • ค ว า ม ร ู ้ เ ร ื ่ อ ง แ ร ง เ ส ี ย ด ท า น ส า ม า ร ถ น ำ ไ ป ใ ช ้ ป ร ะ โ ย ชน์ ใน
ความรเู้ รื่องแรงเสียดทาน โดย ชีวิตประจำวันได้

วิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหา

และเสนอแนะวิธีการลดหรือ

เ พ ิ ่ ม แ ร ง เ ส ี ย ด ท า น ท ี ่ เ ป็ น

ประโยชน์ต่อการทำกิจกรรม

ในชวี ิตประจำวนั

10. ออกแบบการทดลองและ •เมื่อมีแรงท่ีกระทำต่อวัตถุโดยไมผ่ ่านศูนยก์ ลาง มวลของวัตถจุ ะ
ทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมใน เกิดโมเมนต์ของแรง ทำให้วัตถุหมุนรอบศูนย์กลางมวลของวตั ถุ
การอธิบายโมเมนต์ของแรง นัน้
เมื่อวัตถุอยู่ในสภาพสมดุลต่อ •โมเมนตข์องแรงเปน็ ผลคูณของแรงที่กระทำต่อวตั ถกุ บั ระยะทาง
การหมุน และคำนวณการใช้ จากจุดหมุนไปตั้งฉากกับแนวแรง เมื่อผลรวมของโมเมนต์ของ
สมการ M = Fl
แรงมีค่าเป็นศูนย์ วัตถุจะอยู่ในสภาพสมดุลต่อการหมุน โดย

โมเมนต์ของแรงในทิศทวนเข็มนาฬิกาจะมีขนาดเทา่ กบั โมเมนต์

ของแรงในทิศตามเขม็ นาฬิกา

• ของเล่นหลายชนิดประกอบด้วยอุปกรณ์หลายส่วนที่ใช้หลักการ

โมเมนต์ของแรง ความรู้เรื่องโมเมนต์ของแรงสามารถนำไปใช้

ออกแบบและประดษิ ฐ์ของเล่นได้

11

ช้ัน ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

11. เ ป ร ี ย บ เ ท ี ย บ แ ห ล ่ ง ข อ ง •วัตถุที่มีมวลจะมีสนามโน้มถว่ งอยู่โดยรอบแรงโน้มถ่วงที่กระทำ
สนามแม่เหล็กสนามไฟฟ้าและ ต่อวตั ถุจะมีทศิ พ่งุ เข้าหาวตั ถุทีเ่ ป็นแหล่งของสนามโน้มถว่ ง
สนามโน้มถ่วง และทิศทางของ •วัตถุที่มีประจุไฟฟ้าจะมีสนามไฟฟ้าอยู่โดยรอบ แรงไฟฟ้า
แรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแต่ ที่กระทำต่อวัตถุท่ีมีประจุจะมีทศิ พุ่งเข้าหาหรือออกจากวัตถทุ ีม่ ี
ละสนาม จากข้อมูลที่รวบรวม ประจุที่เปน็ แหลง่ ของสนามไฟฟ้า
ได้
• วัตถุที่เป็นแม่เหล็กจะมีสนามแม่เหล็กอยู่โดยรอบแรงแม่เหล็ก
12. เข ี ยน แผน ภาพ แสดงแรง ทก่ี ระทำตอ่ ขั้วแม่เหล็กจะมีทิศพ่งุ เขา้ หาหรอื ออกจากขั้วแม่เหล็ก
แม่เหล็ก แรงไฟฟ้า และแรง ท่ีเป็นแหลง่ สนามแม่เหลก็
โนม้ ถ่วงทก่ี ระทำต่อวตั ถุ

13. วเิ คราะห์ความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง •ขนาดของแรงโน้มถ่วง แรงไฟฟ้า และแรงแม่เหล็กที่กระทำต่อ
ขนาดของแรงแม่เหล็ก แรง วัตถุที่อยู่ในสนามนั้น ๆ จะมีค่าลดลง เมื่อวัตถุอยู่ห่างจากแหลง่
ไฟฟ้า และแรงโน้มถ่วงที่ ของสนามนัน้ ๆ มากขึน้
กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในสนาม

นั้น ๆ กับระยะห่างจากแหล่ง

ของสนามถึงวัตถุจากข้อมูลท่ี

รวบรวมได้

14. อธิบายและคำนวณอัตราเร็ว •การเคลื่อนที่ของวัตถุเป็นการเปลี่ยนตำแหน่งของวัตถุเทียบกับ
และความเร็วของการเคลื่อนท่ี ตำแหน่งอ้างองิ โดยมปี ริมาณที่เก่ียวข้องกับการเคลื่อนท่ี ซ่ึงมีทั้ง
ของวัตถุ โดยใช้สมการ v =
ปริมาณสเกลาร์ และปริมาณเวกเตอร์ เช่น ระยะทาง อัตราเรว็

และ v⃑ = จากหลักฐานเชิง การกระจดั ความเร็ว ปริมาณ สเกลารเ์ ปน็ ปรมิ าณทม่ี ีขนาด เช่น
ระยะทาง อัตราเร็ว ปริมาณเวกเตอร์เป็นปริมาณที่มีทั้งขนาด

ประจกั ษ์
15. เขียน แผน ภาพแสดงการ และทิศทาง เช่น การกระจัด ความเร็ว
•เขียนแผนภาพแทนปริมาณเวกเตอรไ์ ด้ดว้ ยลูกศร โดยความยาว
กระจดั และความเร็ว
ของลกู ศรแสดงขนาด และหัวลกู ศรแสดงทศิ ทางของเวกเตอร์น้ัน

•ระยะทางเป็นปริมาณสเกลลาร์ โดยระยะทางเป็นความยาวของ

เสน้ ทางทีเ่ คลอื่ นท่ไี ด้

•การกระจัดเป็นปริมาณเวกเตอร์ โดยการกระจัดมีทิศชี้จาก

ตำแหน่งเริ่มต้นไปยังตำแหน่งสุดท้าย และมีขนาดเท่ากับระยะ

ท่สี ้นั ทสี่ ุดระหว่างสองตำแหน่งน้ัน

•อัตราเร็วเป็นปริมาณสเกลาร์ โดยอัตราเร็วเป็นอัตราส่วนของ

ระยะทางตอ่ เวลา

•ความเร็วปริมาณเวกเตอร์มีทิศเดียวกับทิศของการกระจัด โดย

ความเรว็ เปน็ อตั ราส่วนของการกระจัดตอ่ เวลา

12

มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปล่ยี นแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน ปฏิสัมพันธร์ ะหว่าง
สสาร และพลังงาน พลังงานใช้ชีวิตประจำวนั ธรรมชาตขิ องคล่นื ปรากฏการณ์ท่ีเกี่ยวข้องกับ
เสยี ง แสง และคลนื่ แม่เหล็กไฟฟา้ รวมทง้ั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชั้น ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.2 1. วิเคราะห์สถานการณ์และ •เมื่อออกแรงกระทำต่อวัตถุ แล้วทำให้วัตถุเคลื่อนที่ โดยแรงอยู่
คำนวณเกี่ยวกบั งาน และกำลัง ในแนวเดียวกบั การเคลอ่ื นทจี่ ะเกิดงาน งานจะมคี ่ามากหรอื น้อย
ที่เกิดจากแรงที่กระทำต่อวัตถุ ขนึ้ กบั ขนาดของแรงและระยะทางในแนวเดยี วกับแรง
โดยใช้สมการ
•งานที่ทำในหน่วยเวลา เรียกว่า กำลัง หลักการของงานนำไป
W = Fs และ P =
อธิบายการทำงานของเครื่องกลอย่างง่าย ได้แก่ คาน พื้นเอียง
2. วิเคราะห์หลักการทำงานของ รอกเดี่ยว ลิ่ม สกรู ล้อ และเพลา ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ด้าน
เครื่องกลอย่างง่าย จากข้อมูล ตา่ ง ๆ ในชวี ติ ประจำวนั
ทีร่ วบรวมได้

3. ตระหนักถึงประโยชน์ของ

ความรู้ของเครื่องกลอย่างงา่ ย

โดยบอกประโยชน์และการ

ประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั

4. ออกแบบและทดลองด้วยวิธีท่ี •พลังงานจลน์เป็นพลังงานของวัตถุที่เคลือ่ นที่ พลังงานจลน์จะมี
เหมาะสมในการอธบิ ายปัจจัยท่ี ค่ามากหรือน้อยขึ้นกับมวลและอัตราเร็ว ส่วนพลังงานศักย์
มีผลต่อพลังงานจลน์และ โน้มถ่วงเกี่ยวข้องกับตำแหน่งของวัตถุจะมีค่ามากหรือน้อย
พลงั งานศกั ย์โนม้ ถ่วง
ขึ้นกับมวลและตำแหน่งของวัตถุ เมื่อวัตถุอยู่ในสนามโน้มถ่วง

วัตถุจะมีพลังงานศักย์โน้มถ่วง พลังงานจลน์และพลังงาน

ศกั ย์โนม้ ถว่ งเปน็ พลงั งานกล

5. แปลความหมายข้อมูลและ •ผลรวมของพลังงานศักย์โน้มถ่วงและพลงังานจลน์เป็นพลังงาน
อธิบายการเปลี่ยนพลังงาน กล พลังงานศักย์โน้มถ่วงและพลังงานจลน์ของวัตถุหนึ่ง ๆ
ระหว่างพลังงานศักย์โน้มถ่วง สามารถเปลี่ยนกลับไปมาได้ โดยผลรวมของพลังงานศักย์โน้ม
และพลังงานจลน์ของวัตถุ โดย ถ่วงและพลังงานจลน์มีค่าคงตวั นั่นคือพลังงานกลของวัตถุมีค่า
พลังงานกลของวัตถุมีค่าคงตัว คงตัว
จากขอ้ มลู ท่ีรวบรวมได้

13

ชนั้ ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

6. วิเคราะห์สถานการณ์และ •พลังงานรวมของระบบมคี ่าคงตัวซึง่ อาจเปลี่ยนจากพลังงานหนึ่ง
อธิบายการเปลี่ยนและการถ่าย เป็นอีกพลังงานหนึ่ง เช่น พลังงานกลเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟา้
โอนพลังงานโดยใช้กฎการ พลังงานจลน์เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน พลังงานเสียง
อนุรักษพ์ ลงั งาน
พลังงานแสง เนื่องมาจากแรงเสียดทาน พลังงานเคมีในอาหาร

เปลี่ยนเป็น พลงั งานทไ่ี ปใชใ้ นการทำงานของสงิ่ มีชวี ติ

• นอกจากนี้พลังงานยังสามารถถ่ายโอนไปยังอีกระบบหนึ่งหรือ

ได้รับพลังงานจากระบบอื่นได้ เช่น การถ่ายโอนความร้อน

ระหว่างสสาร การถ่ายโอนพลังงานของการสั่นของแหล่งกำเนิด

เสียงไปยังผู้ฟัง ทั้งการเปลี่ยนพลังงานและการถา่ ยโอนพลังงาน

พลังงานรวมทงั้ หมดมีคา่ เท่าเดิมตามกฎการอนุรักษ์พลงั งาน

14

สาระท่ี 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ยี นแปลงภายในโลกและ
บนผวิ โลก ธรณีพิบัตภิ ยั กระบวนการเปล่ียนแปลงลมฟา้ อากาศและภมู ิอากาศโลก รวมทั้งผล

ต่อส่งิ มชี ีวิตและสิ่งแวดลอ้ ม

ช้นั ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.2 1. เปรียบเทียบกระบวนการเกิด •เชื้อเพลงิ ซากดกึ ดำบรรพ์เกิดจากการเปลยี่ นแปลงสภาพของซาก
และการใช้ประโยชน์ รวมท้ัง สิ่งมีชีวิตในอดีต โดยกระบวนการทางเคมีและธรณีวิทยา
อธิบายผลกระทบจากการใช้ เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ ได้แก่ ถ่านหิน หินน้ำมัน และ
เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์จาก ปิโตรเลียม ซึ่งเกิดจากวัตถุต้นกำเนิด และสภาพแวดล้อม การ
ขอ้ มูลท่ีรวบรวมได้
เกิดที่แตกต่างกนั ทำให้ได้ชนดิ ของเชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ทีม่ ี

ลักษณะ สมบัติ และการนำไปใช้ประโยชน์แตกต่างกัน สำหรับ

ปิโตรเลียมจะต้องมีผ่านการกลั่นลำดับส่วนก่อนการใช้งาน

เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ เชื้อเพลิงซาก

ดึกดำบรรพ์เป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปเนื่องจากต้องใช้

เวลานานหลายลา้ นปี จงึ จะเกิดขึน้ ใหม่ได้

2. แสดงความตระหนักถึงผลจาก •การเผาไหม้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ในกิจกรรมต่าง ๆ ของ
การใช้เชอ้ื เพลิงซากดึกดำบรรพ์ มนษุ ย์จะทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสงิ่ มชี ีวิต
โดยนำเสนอ แนวทางการใช้ และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ แก๊สบางชนิดที่เกิดจากการเผาไหม้
เชือ้ เพลงิ ซากดกึ ดำบรรพ์
เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และ

ไนตรัสออกไซด์ยังเป็นแก๊สเรือนกระจก ซึ่งส่งผลให้เกิดการ

เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกรุนแรงขึ้น ดังนั้น จึงควรใช้

เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์โดยคำนึงถึงผลที่เกิดขึ้นต่อสิ่งมีชีวิต

และสิ่งแวดล้อม เช่น เลือกใช้พลังงานทดแทน หรือเลือกใช้

เทคโนโลยีทล่ี ดการใช้เช้ือเพลิงซากดึกดำบรรพ์

3. เปรยี บเทียบข้อดีและข้อจำกัด •เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญในกิจกรรม
ของพลังงานทดแทนแต่ละ ต่าง ๆ ของมนุษย์ เนื่องจากเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์มีปริมาณ
ประเภทจากการรวบรวม จำกัดและมักเพิ่มมลภาวะในบรรยากาศมากขึ้น จึงมีการใช้
ข้อมูล และนำเสนอแนวทาง พลังงานทดแทนมากขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม
การใช้พลังงานทดแทนท่ี พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวล พลังงานคลื่น พลังงานความร้อน
เหมาะสมในท้องถ่ิน
ใต้พิภพ พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งพลังงานทดแทนแต่ละชนิดจะมี

ขอ้ ดแี ละข้อจำกัดท่ีแตกต่างกนั

15

ช้ัน ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.2 4. สร้างแบบจำลองที่อธิบาย •โครงสร้างภายในโลกแบ่งออกเป็นชั้นตามองค์ประกอบทางเคมี
โครงสร้างภายในโลกตาม ได้แก่ เปลือกโลกซึ่งอยู่นอกสุด ประกอบด้วยสารประกอบของ
องคป์ ระกอบทางเคมจี ากข้อมูล ซิลิกอน และอะลูมิเนียมเป็นหลัก เนื้อโลกคือส่วนที่อยู่ใต้
ที่รวบรวมได้
เปลือกโลกลงไปจนถึงแก่นโลก มีองค์ประกอบหลักเป็น

สารประกอบของซิลิกอน แมกนีเซียม และเหล็ก และแก่นโลก

คือส่วนที่อยู่ใจกลางของโลก มีองค์ประกอบหลักเป็นเหล็กและ

นิกเกิล ซึ่งแตล่ ะช้นั มีลักษณะแตกตา่ งกนั

5. อธิบายกระบวนการผุพังอยู่กบั •การผุพังอยู่กับที่ การกร่อน และการสะสมตัวของตะกอน เป็น
ที่การกร่อน และการสะสมตัว กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาที่ทำให้ผิวโลกเกิดการ
ของตะกอนจากแบบจำลอง
เปลย่ี นแปลงเป็นภมู ิลักษณ์แบบต่าง ๆ โดยมีปจั จยั สำคัญ คือ น้ำ
รวมทั้งยกตัวอย่างผลของ ลม ธารนำ้ แข็ง แรงโน้มถ่วงของโลก สงิ่ มชี ีวติ สภาพอากาศ และ
กระบวนการดังกล่าวที่ทำให้
ผวิ โลกเกดิ การเปลย่ี นแปลง ปฏกิ ริ ยิ าเคมี
•การผุพังอยู่กับที่ คือ การที่หินผุพังทำลายลงด้วยกระบวนการ

ต่าง ๆ ได้แก่ ลมฟ้าอากาศกบั น้ำฝน และรวมทัง้ การกระทำของ

ต้นไม้กับแบคทีเรีย ตลอดจนการแตกตัวทางกลศาสตร์ซึ่งมีการ

เพิ่มและลดอุณหภูมสิ ลบั กนั เป็นต้น

•การกร่อน คือ กระบวนการหนึ่งหรือหลายกระบวนการที่ทำให้

สารเปลือกโลกหลุดไปละลายไป หรือกร่อนไปโดยมีตัวนำพา

ธรรมชาติ คือ ลม นำ้ และธารน้ำแขง็ ร่วมกับปัจจยั อื่น ๆ ได้แก่

ลมฟา้ อากาศ สารละลาย การนำพา ทั้งนี้ ไมร่ วมถงึ การพังทลาย

เปน็ กลมุ่ ก้อน เช่น แผน่ ดนิ ถลม่ ภเู ขาไฟระเบิด

•การสะสมตวั ของตะกอน คอื การสะสมตวั ของวัตถจุ ากการนำพา

ของน้ำ ลม หรือธารนำ้ แขง็

6. อธิบายลักษณะของชั้นหน้าตัด •ดนิ เกดิ จากหนิ ทีผ่ พุ งั ตามธรรมชาติผสมคลกุ เคล้ากบั อินทรียวัตถุ
ดนิ และกระบวนการเกิดดนิ จาก ที่ได้จาก การเน่าเปื่อยของซากพืชซากสัตว์ทับถมเป็นช้ัน ๆ บน
แบบจำลอง รวมทั้งระบุปัจจัย
ผวิ โลก ช้นั ดนิ แบง่ ออกเป็นหลายช้ันขนานหรือเกือบขนานไปกับ
ทที่ ำให้ดินมลี ักษณะและสมบัติ หน้าดิน แต่ละชั้นมีลักษณะแตกต่างกันเนื่องจากสมบัติทาง
แตกต่างกัน
กายภาพ เคมี ชีวภาพ และลกั ษณะอ่ืน ๆ เช่น โครงสร้าง เน้อื ดิน

16

ช้ัน ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

สี การยืดตัว ความเป็นกรด-เบส สามารถสังเกตได้จากการ

สำรวจภาคสนาม การเรียกชื่อชั้นดินหลักจะใช้อักษร
ภาษาองั กฤษตวั ใหญ่ ไดแ้ ก่ O, A, E, B, C, R

• ชั้นหน้าตัดดินเป็นชั้นดินที่มีลักษณะปรากฏให้เห็นเรียงลำดับ
เป็นชัน้ จาก ชัน้ บนสดุ ถึงชนั้ ล่างสดุ

• ปัจจัยที่ทำให้ดินแต่ละท้องถิ่นมีลักษณะและสมบัติแตกต่างกัน
ได้แก่ วัตถุต้นกำเนิดดิน ภูมิอากาศ สิ่งมีชีวิตในดิน สภาพภูมิ
ประเทศ และระยะเวลาในการเกิดดิน

7. ตรวจวัดสมบัติบางประการของ •สมบัติบางประการของดิน เช่น เนื้อดิน ความชื้นดิน ค่าความ
ดิน โดยใช้เคร่อื งมือที่เหมาะสม เป็นกรด-เบส ธาตุอาหารในดิน สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจ
และนำเสนอแนวทางการใช้
ประโยชน์ดินจากข้อมูลสมบัติ ถึงแนวทางการใชป้ ระโยชนท์ ี่ดิน โดยอาจนำไปใช้ประโยชน์ทาง
ของดิน การเกษตร หรืออื่น ๆ ซึ่งดินที่ไม่เหมาะสมตอ่ การทำการเกษตร

เชน่ ดินจดื ดินเปรี้ยว ดินเคม็ และดนิ ดาน อาจเกิดจากสภาพดิน

ตามธรรมชาติ หรือการใช้ประโยชน์จะต้องปรับปรุงให้มีสภาพ

เหมาะสมเพื่อนำไปใชป้ ระโยชน์

8. อธิบายปัจจัย และกระบวนการ •แหล่งนำ้ ผิวดนิ เกิดจากน้ำฝนทตี่ กลงบนพ้ืนโลกไหลจากท่ีสูงลงสู่
เกิดแหล่งน้ำผิวดินและแหล่ง ที่ต่ำด้วยแรงโน้มถ่วง การไหลของน้ำทำให้พื้นโลกเกิดการกัด
นำ้ ใต้ดนิ จากแบบจำลอง
เซาะเป็นร่องน้ำ เช่น ลำธาร คลอง และแม่น้ำ ซึ่งร่องน้ำจะมี

ขนาดและรูปรา่ งแตกต่างกัน ขนึ้ อยูก่ ับปริมาณน้ำฝน ระยะเวลา

ในการกัดเซาะ ชนิดดินและหิน และลักษณะภูมิประเทศ เช่น

ความลาดชัน ความสงู ตำ่ ของพืน้ ที่ เม่ือน้ำไหลไปยงั บริเวณท่ีเป็น

แอ่งจะเกิดการสะสมเป็นแหลง่ น้ำ เช่น บงึ ทะเลสาบ ทะเล และ

มหาสมุทร

• แหล่งน้ำใต ้ด ินเ กิ ด จา กก ารซึ ม ของน้ ำ ผิ วด ิน ลงไป สะ สม ตั ว

ใต้พื้นโลก ซึ่งแบ่งเป็นน้ำในดินและน้ำบาดาล น้ำในดินเป็นน้ำที่

อย่รู ว่ มกบั อากาศตามช่องวา่ งระหว่างเม็ดดนิ สว่ นน้ำบาดาลเป็น

น้ำที่ไหลซึมลึกลงไปและถูก กักเก็บไว้ในชั้นหินหรือชั้นดินจน

อมิ่ ตัวไปด้วยน้ำ

17

ช้ัน ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

9. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการ •แหล่งน้ำผิวดินและแหล่งน้ำใต้ดินถูกนำมาใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ
ใชน้ ้ำ และนำเสนอแนวทางการ ของมนษุ ย์ ส่งผลตอ่ การจดั การการใช้ประโยชน์นำ้ และคุณภาพ
ใช้น้ำอยา่ งย่ังยืนในทอ้ งถ่นิ ของ ของแหล่งน้ำ เนื่องจากการเพิ่มข้ึนของจำนวนประชากร การใช้
ตนเอง ประโยชน์พื้นที่ในด้านต่าง ๆ เช่น ภาคเกษตรกรรม
ภาคอตุ สาหกรรม และการเปลีย่ นแปลงภูมิอากาศ ทำให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ลุ่มน้ำ และแหล่งน้ำผิวดิน
ไม่เพียงพอสำหรับกิจกรรมของมนุษย์ น้ำจากแหล่งน้ำใต้ดิน
ถูกนำมาใช้มากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำใต้ดินลดลงมากจึงต้องมี
การใช้น้ำอย่างเหมาะสมและยั่งยืน ซึ่งอาจทำได้โดยการจัดหา
แหล่งน้ำเพื่อให้มีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิต
การจัดสรรและการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การอนุรักษ์และ
ฟน้ื ฟูแหล่งนำ้ การปอ้ งกันและแก้ไขปญั หาคณุ ภาพนำ้

10. สร้างแบบจำลองที่อธิบาย •น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม หลุมยุบ แผ่นดินทรุด มี
กระบวนการเกิดและผลกระทบ กระบวนการเกิดและผลกระทบที่แตกตา่ งกัน ซง่ึ อาจสร้างความ
ของนำ้ ท่วม การกัดเซาะชายฝ่ัง เสียหายรา้ ยแรงแก่ชวี ิต และทรัพย์สิน
ดนิ ถล่ม หลมุ ยบุ แผ่นดนิ ทรุด •นำ้ ทว่ มเกดิ จากพน้ื ทห่ี นึง่ ได้รับปรมิ าณน้ำเกนิ กว่าที่จะกักเก็บได้
ทำใหแ้ ผน่ ดินจมอยใู่ ตน้ ำ้ โดยขึน้ อยกู่ บั ปริมาณน้ำและสภาพทาง
ธรณวี ทิ ยาของพ้ืนที่

• การกัดเซาะชายฝั่งเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่ง
ทะเลที่เกิดขนึ้ ตลอดเวลาจากการกัดเซาะของคลื่นหรือลม ทำให้
ตะกอนจากทหี่ นึง่ ไปตกทับถมในอีกบรเิ วณหน่ึง แนวของชายฝั่ง
เดิมจึงเปลี่ยนแปลงไป บริเวณที่มตี ะกอนเคล่ือนเขา้ มาน้อยกวา่
ปรมิ าณท่ตี ะกอนเคลอื่ นออกไป ถอื วา่ เป็นบริเวณที่มีการกัดเซาะ
ชายฝั่ง

• ดินถล่มเป็นการเคลื่อนที่ของมวลดินหรือหินจำนวนมากลงตาม
ลาดเขา เน่ืองจากแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นหลกั ซง่ึ เกิดจากปจั จัย
สำคัญ ได้แก่ ความลาดชันของพื้นที่ สภาพธรณีวิทยา ปริมาณ
น้ำฝน พชื ปกคลุมดนิ และการใช้ประโยชนพ์ ้นื ท่ี

•หลมุ ยุบ คอื แอง่ หรอื หลมุ บนแผน่ ดนิ ขนาดต่าง ๆ ทีอ่ าจเกิดจาก
การถล่มของโพรงถ้ำหินปูน เกลือหินใต้ดิน หรือเกิดจากน้ำพัด
พาตะกอนลงไปในโพรงถ้ำหรือธารนำ้ ใต้ดิน

18

ช้ัน ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

•แผ่นดินทรุดเกิดจากการยุบตัวของชัน้ ดิน หรือหินร่วน เมื่อมวล

ของแข็งหรือของเหลวปริมาณมากที่รองรับอยู่ใต้ชั้นดินบริเวณ
นั้นถูกเคลื่อนย้ายออกไปโดยธรรมชาติหรือโดยการกระทำของ
มนษุ ย์

ส่วนท่ี 2 แผนการจัดการเรียนรู้
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว22101
กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1
เวลาเรยี น 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ

20

รายวชิ า ว22101 วทิ ยาศาสตร์ คำอธิบายรายวิชา
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษา วิเคราะห์ อธิบายผลของชนิดตัวละลาย ชนิดตัวทำละลาย อุณหภูมิที่มีต่อสภาพละลายได้
ของสาร ผลของความดันที่มีต่อสภาพละลายได้ของสารโดยใช้สารสนเทศ ปริมาณตัวละลายในสารละลาย
ในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละ ปริมาตรต่อปริมาตร มวลต่อมวล และมวลต่อปริมาตร ความสำคัญของ
การนำความรู้เรอ่ื งความเข้มข้นของสารไปใช้ การใช้สารละลายในชวี ติ ประจำวันอยา่ งถกู ตอ้ งและปลอดภยั

ศึกษา วิเคราะห์ อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของหวั ใจ หลอดเลือด และเลือด การทำงานของระบบ
หมนุ เวียนเลอื ด การเปรียบเทยี บอัตราการเตน้ ของหัวใจขณะปกตแิ ละหลังทำกิจกรรม ความสำคัญของระบบ
หมนุ เวียนเลอื ด การดูแลรกั ษาอวยั วะในระบบหมนุ เวยี นเลือดให้ทำงานเป็นปกติ อวัยวะและหนา้ ท่ีของอวัยวะ
ที่เกย่ี วขอ้ งกับระบบหายใจ กลไกการหายใจเขา้ และออก กระบวนการแลกเปลย่ี นแกส๊ ความสำคญั ของระบบ
หายใจ การดูแลรักษาอวยั วะในระบบหายใจให้ทำงานเป็นปกติ อวัยวะและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบขับถ่าย
ในการกำจัดของเสียทางไต ความสำคัญของระบบขับถ่ายในการกำจัดของเสียทางไต การปฏิบัติตนทีช่ ่วยให้
ระบบขับถ่ายทำหน้าที่ได้อย่างปกติ อวัยวะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบประสาทส่วนกลางในการควบคุม
การทำงานตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย ความสำคญั ของระบบประสาท การดูแลรักษา การป้องกนั การกระทบกระเทือน
และอันตรายต่อสมองและไขสนั หลัง อวัยวะและหนา้ ทีข่ องอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ของเพศชายและเพศหญงิ
ผลของฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิงที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้า สู่วัยหนุ่มสาว
การเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว การดูแลรักษาร่างกายและจิตใจของตนเองในช่วงที่มี
การเปลี่ยนแปลง การตกไข่ การมีประจำเดือน การปฏิสนธิ และการพัฒนาของไซโกต จนคลอดเป็นทารก
วิธีการคมุ กำเนดิ ท่ีเหมาะสมกับสถานการณ์ท่กี ำหนด ผลกระทบของการตงั้ ครรภก์ ่อนวยั อนั ควร การประพฤติ
ตนใหเ้ หมาะสม

ศึกษา วิเคราะห์ อธิบายการเขียนแผนภาพแสดงการกระจัดและความเร็ว อัตราเร็ว ความเร็วของ

การเคลื่อนท่ีของวตั ถุ โดยใช้สมการ V = และ ⃑ = ⃑ จากหลักฐานเชิงประจักษ์ การเคลื่อนที่ของวัตถุ



ที่เป็นผลของแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่กระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกันจากหลักฐานเชิงประจักษ์
การเขียนแผนภาพแสดงแรงและแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่กระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกัน แรงเสียดทาน
สถิตและแรงเสียดทานจลน์จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ปัจจัยที่มีผลต่อขนาดของแรงเสียดทาน การเขียน
แผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงอื่น ๆ ที่กระทำต่อวัตถุ ประโยชน์ของความรู้เรื่องแรงเสียดทานจาก
สถานการณ์ปัญหา และวิธีการลดหรือเพิม่ แรงเสียดทานที่เป็นประโยชน์ต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
ปัจจัยที่มีผลต่อความดันของของเหลว แรงพยุงและการจม การลอยของวัตถุในของเหลวจากหลักฐาน
เชิงประจักษ์ การเขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุในของเหลว โมเมนต์ของแรง เมื่อวัตถุอยู่ในสภาพ
สมดุลต่อการหมุนและการใช้สมการ M = Fl แหล่งของสนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า และสนามโน้มถ่วง
และทิศทางของแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ใน แต่ละสนาม การเขียนแผนภาพแสดงแรงแม่เหล็ก แรงไฟฟ้า และ
แรงโน้มถ่วงทก่ี ระทำตอ่ วตั ถุ ความสมั พันธ์ระหว่างขนาดของแรงแม่เหลก็ แรงไฟฟ้า และแรงโน้มถ่วงที่กระทำตอ่
วตั ถทุ ี่อย่ใู นสนามนนั้ ๆ กบั ระยะหา่ งจากแหลง่ ของสนามถึงวตั ถุ

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ ออกแบบการทดลอง ทดลอง เขียนแผนภาพ
คำนวณ พยากรณ์ การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสาร
สิ่งท่ีเรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ นำเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์จากขอ้ มลู ทรี่ วบรวมได้

21

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม และเห็นคุณค่าของวิชา
วทิ ยาศาสตร์ รเู้ ทา่ ทนั เทคโนโลยี โดยอยูบ่ นหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชี้วัด
ว 1.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 , ม.2/5 , ม.2/6 , ม.2/7 , ม.2/8 , ม.2/9 , ม.2/10 ,
ม.2/11 , ม.2/12 , ม.2/13 , ม.2/14 , ม.2/15 , ม.2/16 , ม.2/17
ว 2.1 ม.2/4 , ม.2/5 , ม.2/6
ว 2.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 , ม.2/5 , ม.2/6 , ม.2/7 , ม.2/8 , ม.2/9 , ม.2/10 ,
ม.2/11 , ม.2/12 , ม.2/13 , ม.2/14 , ม.2/15

รวม 35 ตัวชว้ี ดั

22

โครงสรา้ งรายวิชา

รหสั วชิ า ว22101 รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ

ท่ี หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา คะแนน
เรยี นรู้ (ชว่ั โมง)
เรียนรู้/ 10
ตัวชีว้ ัด

1 สารละลาย ว 2.1 สารละลายประกอบด้วยตัวทำละลายและ 12

ม.2/4, ม.2/5 ตัวละลาย สารละลายมีทั้งสถานะของแข็ง

ม.2/6 ของเหลว และแก๊ส สารละลายที่เกิดจากสาร

ที่มีสถานะเดียวกัน สารที่มีปริมาณมากที่สุด

จัดเป็นตัวทำละลาย กรณีสารละลายเกิดจาก

สารที่มีสถานะต่างกัน สารที่มีสถานะเดียวกัน

กับสารละลายและมีปริมาณมากที่สุดจัดเป็น

ตัวทำละลาย สารละลายที่ตัวละลายไม่สามารถ

ละลายในตัวทำละลายปริมาณหนึ่ง ๆ ได้อีกที่

อุณหภูมิและความดันหนึ่ง ๆ เรียกว่า

สารละลายอิ่มตัว สภาพละลายได้ของสารใน

ตัวทำละลายเป็นค่าที่บอกปริมาณของสาร

เป็นกรัมที่ละลายได้ในตัวทำละลาย 100 กรัม

จนได้สารละลายอิ่มตัว ณ อุณหภูมิและความ

ดันหนึ่ง ๆ สภาพละลายได้ของสารบ่งบอก

ความสามารถในการละลายของตัวละลาย

ในตัวทำละลาย ขึ้นอยู่กับชนิดของตัวทำละลาย

และตัวละลาย อุณหภูมิ และความดัน สาร

ชนิดหนึ่ง ๆ มีสภาพละลายได้แตกต่างกัน

ในตัวทำละลายท่ีแตกตา่ งกนั สว่ นสารต่างชนิด

กันมีสภาพละลายได้ในตัวทำละลายหนึ่ง ๆ ไม่

เท่ากนั เมอื่ อุณหภูมิคงท่ี แต่เมอ่ื อณุ หภูมิสูงข้ึน

สภาพละลายได้ของสารส่วนมากจะเพิ่มข้ึน

ยกเว้นแก๊สเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นสภาพการ

ละลายได้จะลดลง สว่ นความดันมผี ลต่อสภาพ

ละลายได้ของแก๊ส โดยเมื่อความดันเพิ่มขึ้น

สภาพละลายได้ของแก๊สจะเพิ่มขึ้น ความรู้

เกี่ยวกับสภาพละลายได้ของสาร เม่ือ

เปลี่ยนแปลงชนิดตัวละลายและตัวทำละลาย

อุณหภูมิและความดัน สามารถนำไปใช้

ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ความเข้มข้นของ

23

ท่ี หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา คะแนน
เรยี นรู้ เรยี นรู้/ (ชั่วโมง)

ตวั ชวี้ ัด

สารละลาย เป็นปริมาณตัวละลายใน

สารละลายหรือในตัวทำละลาย หน่วยความ

เข้มข้นมีหลายหน่วย หน่วยที่นิยมใช้ใน

ชีวิตประจำวันคือหน่วยเป็นร้อยละโดย

ปริมาตรต่อปริมาตร โดยมวลต่อมวล และ

โดยมวลต่อปริมาตร ร้อยละโดยปริมาตรต่อ

ปริมาตรเป็นการระบุปริมาตรตัวละลายใน

สารละลาย 100 หน่วยปริมาตรเดียวกัน

ร้อยละโดยมวลต่อมวลเป็นการระบุมวล

ตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วยมวล

เดียวกัน ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตรเป็นการ

ระบุมวลตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วย

ปรมิ าตร การใชส้ ารละลายในชวี ติ ประจำวันควร

พิจารณาจากความเข้มข้นของสารละลาย

ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการใช้งานและ

ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสงิ่ แวดล้อม

2 ร่างกายมนษุ ย์ ว 1.2 ร่างกายมนุษย์มีระบบอวัยวะต่าง ๆ หลาย 15 15

ม.2/1,ม.2/2, ระบบที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ เช่น

ม.2/3, ม.2/4, ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบ

ม.2/5, ม.2/6, ขับถ่าย ระบบประสาท และระบบสืบพันธุ์

ม.2/7, ม.2/8, ระบบหมนุ เวียนเลอื ดของมนุษย์ประกอบด้วย

ม.2/9, หัวใจ หลอดเลอื ด และเลอื ด โดยเลือดทำหน้าท่ี

ม.2/10, ลำเลียงสารอาหาร แกส๊ ของเสยี และสารอืน่ ๆ

ม.2/11, ไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เลือดจะถูก

ม.2/12, ลำเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้โดย

ม.2/13, การทำงานของหัวใจ ซึ่งทำหน้าที่สูบฉีดเลือด

ม.2/14, ไปทั่วร่างกายโดยการบีบและคลายตัวเป็น

ม.2/15, จังหวะ นำเลือดที่มีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

ม.2/16, ไปยังปอด เกิดการแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอด

ม.2/17 เลือดที่มีปรมิ าณแก๊สออกซเิ จนสงู จากปอดจะ

เขา้ สู่หัวใจอีกครั้งก่อนสูบฉีดไปเล้ียงส่วนต่างๆ

ของร่างกาย ในการวดั อตั ราการเตน้ ของหัวใจ

วดั ได้จากการจับชพี จร โดยอัตรา การเต้นของ

หัวใจขณะพักและหลังทำกิจกรรมจะแตกตา่ ง

กัน ขณะที่หัวใจบีบและคลายตัวจะทำให้เกิด

24

ท่ี หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา คะแนน
เรียนรู้ เรยี นรู้/ (ชัว่ โมง)

ตัวชีว้ ัด

การเปลย่ี นแปลงความดนั เลอื ด จงึ วัดความดนั

เลือดเป็นค่าความดัน 2 ค่า ระบบหายใจ

ประกอบด้วยจมูก ท่อลม และปอด ทำหน้าท่ี

นำแก๊สออกซิเจนจากการหายใจเข้า เพ่ือ

ทำปฏิกิริยากับสารอาหารก่อให้เกิดพลังงาน

และกำจัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจาก

ร่างกายโดยการหายใจออก อากาศจะเคลื่อน

เข้าสู่ร่างกายทางจมูก ท่อลม หลอดลม

หลอดลมฝอย และถุงลมภายในปอด

กระบวนการหายใจเข้าและออกเกิดจากการ

ทำงานที่ประสานกันของกะบังลมและกระดกู

ซโี่ ครง การแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนและแก๊ส

คาร์บอนไดออกไซด์ เกิดขึ้น 2 บริเวณ คือ ท่ี

บริเวณถุงลมในปอดกับหลอดเลือดฝอย และ

ระหว่างหลอดเลือดฝอยกับเซลล์ ระบบขับถ่าย

ของมนุษย์มีไตเป็นอวัยวะสำคัญในการกำจัด

ของเสียออกจากร่างกาย ไตประกอบด้วย

หน่วยไตเล็ก ๆ จำนวนมาก ทำหน้าที่กรอง

ของเสียออกจากเลือด และดูดสารที่มี

ประโยชน์และน้ำบางส่วนกลับคืนสู่หลอด

เลือด ส่วนของเหลวที่เหลือซึ่งประกอบ ด้วย

ยูเรีย กรดยูริก น้ำ และสารบางชนิด รวม

เรียกว่า น้ำปัสสาวะจะถูกกำจัดออกนอก

ร่างกาย ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบดว้ ย

สมองและไขสันหลัง ทำหน้าที่ร่วมกับ

เสน้ ประสาทซ่ึงเปน็ ระบบประสาทรอบนอกใน

การควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ

รวมถึงการแสดงพฤติกรรมเพื่อตอบสนองต่อ

สิ่งเร้า ระบบสืบพันธุ์เพศชาย ประกอบด้วย

อวัยวะสำคัญ ได้แก่ อัณฑะซึ่งทำหน้าที่ผลิต

อสุจิและฮอร์โมนเพศชาย ส่วนระบบสืบพันธ์ุ

เพศหญิงประกอบด้วยอวัยวะสำคัญ ได้แก่

รังไข่ซ่ึงทำหนา้ ทผี่ ลิตเซลลไ์ ขแ่ ละฮอร์โมนเพศ

หญิงฮอร์โมนเพศทำหน้าที่ควบคุมการ

แสดงออกของลักษณะทางเพศที่แตกต่างกัน

25

ท่ี หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา คะแนน
เรียนรู้ เรยี นรู้/ (ช่ัวโมง) 25

ตวั ชีว้ ัด

การรวมกนั ระหวา่ งนวิ เคลียส แตล่ ะเซลล์ของ

อสจุ ิและเซลล์ไข่ เรยี กว่า การปฏสิ นธิ เกดิ เป็น

ไซโกต ไซโกตมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์

และเจริญเป็นเอ็มบริโอซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง

รูปรา่ งจนมอี วยั วะครบสมบูรณ์ การคุมกำเนิด

เป็นวิธีป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ โดย

ป้องกันไม่ให้เกิดการปฏิสนธิ ป้องกันไม่ให้มี

การตกไข่ หรือไม่ให้มีการฝังตัวของเอ็มบริโอ

ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีระบบอวัยวะต่าง ๆ

ในรา่ งกายมีความสำคัญมาก จงึ ต้องดูแลรกั ษา

อวยั วะในระบบต่าง ๆ ใหท้ ำหนา้ ทเ่ี ป็นปกติ

3 การเคล่อื นที่ ว 2.2 การเคลื่อนที่ของวัตถุมีปริมาณต่าง ๆ ท่ี 27
และแรง
ม.2/1, ม.2/2, เกี่ยวข้องหลายปริมาณ เช่น ระยะทาง

ม.2/6, ม.2/7, การกระจัด เวลา อัตราเร็ว ความเร็ว โดยเมื่อ

ม.2/8, ม.2/9, วัตถุเคลื่อนท่ี ตำแหน่งของวัตถุจะเปลี่ยนไป

ม.2/14, การระบุว่าวัตถุอยู่ที่ตำแหน่งใดต้องมีการ

ม.2/15 เทียบกับตำแหน่งอ้างอิง โดยตำแหน่งอ้างอิง

ต้องเป็น

ม.2/3, ม.2/4, ตำแหน่งที่สังเกตได้ง่ายและอยู่กับท่ี ในการ

ม2/5, เคลื่อนที่จากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่ง

ม.2/10, หนึ่ง ความยาวตามเส้นทางที่เคลื่อนที่จริง

ม.2/11, เรียกว่า ระยะทาง สว่ นระยะทางทวี่ ัดในแนวตรง

ม.2/12, จากตำแหนง่ เร่ิมตน้ ไปยังตำแหน่งสุดท้าย โดยมี

ม.2/13 ทิศชี้ไปยังตำแหน่งสุดท้าย เรียกว่า การ

กระจดั ซึ่งการกระจัดเป็นปริมาณที่ต้องระบุท้ัง

ขนาดและทิศทาง ปริมาณที่ต้องระบุทั้งขนาด

และทิศทาง เรียกว่า ปริมาณเวกเตอร์ เขียน

แทนดว้ ยลูกศร ความยาวของลกู ศร แทนขนาด

และหัวลูกศรแทนทิศทาง ส่วนปริมาณที่ระบุ

เฉพาะขนาดอย่างเดียว เรียกว่า ปริมาณ

สเกลาร์การเคลื่อนที่ของวัตถุจะเคลื่อนที่เร็ว

หรือช้าพิจารณาจากระยะทางที่ได้หรือการ

กระจัดที่ได้เทียบกับเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่

โดยระยะทางที่ได้ในหนึ่งหน่วยเวลา เรียกว่า

อัตราเร็ว เป็นปริมาณสเกลาร์ มีหน่วยใน

26

ท่ี หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา คะแนน
เรียนรู้ เรยี นรู้/ (ชัว่ โมง)

ตัวช้ีวัด

ระบบ SI เป็นเมตรต่อวินาที ส่วนการกระจัด

ที่ได้ในหนึ่งหน่วยเวลาหรือการเปลี่ยน

ตำแหน่งในหนึ่งหน่วยเวลา เรียกว่า ความเรว็

เป็นปริมาณเวกเตอร์ มีหน่วยในระบบ SI เป็น

เมตรต่อวินาที แรงเป็นปริมาณเวกเตอร์ เขียน

ลูกศรแทนแรงไดโ้ ดยความยาวของลกู ศรแทน

ขนาดของแรง และหัวลูกศรแทนทิศทางของ

แรง สามารถหาผลรวมของแรงหลายแรงหรอื

แรงลัพธ์ได้จากการเขียนแผนภาพแสดงแรง

การรวมเวกเตอร์ แบบหางต่อหัว ถ้าแรงลัพธ์

ที่กระทำต่อวัตถุเป็นศูนย์ วัตถุจะไม่

เปลี่ยนแปลงสภาพการเคลื่อนท่ี คือ วัตถุจะ

อยู่นิ่งหรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงท่ี แต่ถ้า

แรงลัพธ์ไม่เป็นศูนย์ วัตถุจะเปลี่ยนแปลง

สภาพการเคลื่อนที่ โดยเคลื่อนที่เร็วขึ้น ช้าลง

หรือเปลี่ยนทิศทาง เมื่อออกแรงกระทำต่อ

วตั ถุ เพอื่ พยายามทำให้วตั ถุเคลื่อนที่หรือออก

แรงกระทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไปบนพื้นผิวจะมี

แรงต้านการเคลื่อนที่หรือแรงเสียดทานเกิดข้ึน

ระหว่างผิวสัมผัส โดยแรงเสียดทานที่เกิดข้ึน

ขณะที่วัตถุยังไม่เคล่ือนที่เป็นแรงเสียดทาน

สถิต ส่วนแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นเมื่อระบบ SI

เป็นเมตรตอ่ วนิ าที สว่ นการกระจัดท่ไี ดใ้ นหนึ่ง

หน่วยเวลาหรือการเปลี่ยนตำแหน่งในหนึ่ง

หน่วยเวลา เรียกว่า ความเร็ว เป็นปริมาณ

เวกเตอร์ มีหน่วยในระบบ SI เปน็ เมตรต่อวินาที

แรงเป็นปริมาณเวกเตอร์ เขียนลูกศรแทนแรง

ได้โดยความยาวของลูกศรแทนขนาดของแรง

และหัวลูกศรแทนทิศทางของแรง สามารถหา

ผลรวมของแรงหลายแรงหรือแรงลัพธ์ได้จาก

การเขียนแผนภาพแสดงแรง การรวมเวกเตอร์

แบบหางต่อหัว ถ้าแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุ

เป็นศูนย์ วัตถุจะไม่เปลี่ยนแปลงสภาพการ

เคลื่อนท่ี คือ วัตถุจะอยู่นิ่งหรือเคลื่อนที่ด้วย

ความเร็วคงที่ แต่ถ้าแรงลัพธ์ไมเ่ ป็นศูนย์ วัตถุ

27

ท่ี หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา คะแนน
เรียนรู้ เรียนรู้/ (ชั่วโมง)

ตวั ชีว้ ัด

จะเปลี่ยนแปลงสภาพการเคลื่อนท่ี โดย

เคลื่อนที่เร็วข้ึน ช้าลงหรอื เปล่ียนทิศทาง เมื่อ

ออกแรงกระทำต่อวัตถุ เพื่อพยายามทำให้

ว ั ต ถ ุ เ ค ล ื ่ อ น ท ี ่ ห ร ื อ ออกแรงกระทำให ้ ว ั ตถุ

เคลื่อนที่ไปบนพื้นผิวจะมีแรงต้านการเคลื่อนท่ี

หรอื แรงเสียดทานเกิดขน้ึ ระหว่างผิวสัมผัส โดย

แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นขณะที่วัตถุยังไม่

เคลื่อนที่เป็นแรงเสียดทานสถิต ส่วนแรง

เสียดทานที่เกิดขึ้นเมื่อแรงและระยะตั้งฉาก

จากจุดหมุนไปยังแนวแรง ในกรณีที่ผลรวม

ของโมเมนต์ของแรงในทศิ ทางตามเข็มนาฬิกา

เท่ากับผลรวมของโมเมนต์ของแรงในทิศทาง

ทวนเข็มนาฬิกา วัตถุจะอยู่ในสภาพสมดุล

ต่อการหมุนแม่เหลก็ เป็นแหล่งสนามแม่เหลก็

วัตถุทมี่ ีประจุไฟฟา้ เปน็ แหลง่ สนามไฟฟา้ วัตถุ

ที่มีมวลจะเป็นแหล่งสนามโน้มถ่วง แรง

แม่เหล็ก แรงไฟฟ้า และแรงโน้มถ่วง ต่างเป็น

แรงไม่สัมผัส แรงที่กระทำต่อขั้วแม่เหล็ก

ในสนามแม่เหล็กและแรงที่กระทำต่อประจุ

ไฟฟ้าในสนามไฟฟ้าอาจมที ิศทางเดยี วกันหรือ

ทิศทางตรงข้ามกับทิศทางขอสนามแม่เหล็ก

หรือสนามไฟฟ้าได้ แตแ่ รงที่กระทำต่อวัตถุที่มี

ม ว ล ใ น สนามโน ้ มถ ่ วงจะม ี ท ิ ศทางเด ี ย ว กั บ

ทิศทางของสนามโน้มถ่วงเสมอ โดยความเข้ม

ของแต่ละสนามจะลดลง เมื่อมีระยะห่างจาก

แหลง่ สนามนนั้ ๆ มากข้นึ

รวม 54 50

สอบกลางภาคเรียน 3 20

สอบปลายภาคเรียน 3 30

รวมท้งั หมด 60 100

28

กำหนดการเรียนรู้

รหสั วชิ า ว22101 รายวชิ าวิทยาศาสตร์ กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต

ลำดบั กำหนดการเรียนรู้ เวลา
การเรียนรู้ (ชม.)
12
เรื่องท่ี หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 สารละลาย
1
1 ปฐมนิเทศและขอ้ ตกลงในการเรยี น 2
5
2 องค์ประกอบของสารละลาย 4
15
3 สภาพละลายได้และปจั จยั ทีม่ ผี ลต่อสภาพละลายได้ 5
3
4 ความเข้มขน้ ของสารละลาย 2
2
เรอื่ งที่ หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 รา่ งกายมนษุ ย์ 3
27
5 ระบบหมนุ เวียนเลอื ด 4
6
6 ระบบหายใจ 4
3
7 ระบบขับถา่ ย 3
2
8 ระบบประสาท 2
3
9 ระบบสืบพันธ์ุ

เรื่องที่ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 การเคลอื่ นทแี่ ละแรง

10 ตำแหนง่ ระยะทางและการกระจัด

11 อตั ราเรว็ และความเร็ว

12 แรงลพั ธ์

13 แรงเสยี ดทาน

14 แรงและความดนั ของของเหลว

15 แรงพยุงของของเหลว

16 โมเมนตข์ องแรง

17 แรงและสนามของแรง

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 29

ชอื่ หนว่ ยการเรียนรู้ สารละลาย เวลา 12 ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2

1. เป้าหมายการเรียนรู้
1.1 สาระ มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ดั
สาระที่ 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติ
ของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและ
ธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และ
การเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี
ตัวช้วี ัด
ว 2.1 ม.2/4 ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนิดตัวละลายชนิด
ตัวทำละลาย อุณหภูมิที่มีต่อสภาพละลายได้ของสาร รวมทั้งอธิบายผลของ
ความดันทมี่ ีต่อสภาพละลายได้ของสาร โดยใช้สารสนเทศ
ว 2.1 ม.2/5 ระบปุ รมิ าณตัวละลายในสารละลายในหน่วยความเข้มขน้ เป็นรอ้ ยละ ปริมาตร
ต่อปรมิ าตร มวลตอ่ มวล และมวลต่อปริมาตร
ว 2.1 ม.2/6 ตระหนักถึงความสำคัญของการนำความรู้เรื่องความเข้มข้นของสารไปใช้ โดย
ยกตัวอยา่ งการใชส้ ารละลายในชีวิตประจำวันอย่างถูกตอ้ ง และปลอดภัย

1.2 สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด
สารละลายประกอบด้วยตัวทำละลายและตัวละลาย สารละลายมีทั้งสถานะของแข็ง ของเหลว

และแก๊ส สารละลายที่เกิดจากสารที่มีสถานะเดียวกัน สารที่มีปริมาณมากที่สุดจัดเป็นตัวทำละลาย กรณี
สารละลายเกิดจากสารท่ีมีสถานะต่างกนั สารท่มี ีสถานะเดียวกนั กบั สารละลายและมีปรมิ าณมากท่ีสุดจัดเป็น
ตัวทำละลาย สารละลายที่ตัวละลายไม่สามารถละลายในตัวทำละลายปริมาณหนึ่ง ๆ ได้อีกที่อุณหภูมิและ
ความดันหนึ่ง ๆ เรียกว่า สารละลายอิ่มตัว สภาพละลายได้ของสารในตัวทำละลายเป็นค่าที่บอกปริมาณของ
สารเป็นกรัมที่ละลายได้ในตัวทำละลาย 100 กรัม จนได้สารละลายอิ่มตัว ณ อุณหภูมิและความดันหนึ่ง ๆ
สภาพละลายได้ของสารบ่งบอกความสามารถในการละลายของตัวละลายในตัวทาละลาย ขึ้นอยู่กับชนดิ ของ
ตัวทำละลายและตัวละลาย อุณหภูมิ และความดัน สารชนิดหนึ่ง ๆ มีสภาพละลายได้แตกต่างกันใน
ตวั ทำละลายท่ีแตกต่างกนั ส่วนสารต่างชนดิ กันมีสภาพละลายได้ในตวั ทาละลายหนึ่ง ๆ ไม่เทา่ กนั เมื่ออุณหภูมิ
คงที่ แต่เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สภาพละลายได้ของสารส่วนมากจะเพิม่ ขึ้น ยกเว้นแก๊สเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นสภาพ
การละลายได้จะลดลง สว่ นความดนั มีผลต่อสภาพละลายไดข้ องแก๊ส โดยเมอ่ื ความดนั เพม่ิ ข้ึน สภาพละลายได้
ของแก๊สจะเพิ่มขึ้น ความรู้เกี่ยวกับสภาพละลายได้ของสารเมื่อเปลี่ยนแปลงชนดิ ตัวละลายและตัวทำละลาย
อณุ หภูมแิ ละความดัน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวันความสมั พันธก์ นั อยา่ งใดอย่างหนึ่งเทา่ นัน้

ความเข้มข้นของสารละลาย เป็นปริมาณตัวละลายในสารละลายหรือในตัวทำละลาย หน่วย
ความเข้มข้นมีหลายหน่วย หน่วยที่นิยมใช้ในชีวิตประจำวันคือหน่วยเป็นร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร
โดยมวลต่อมวล และโดยมวลต่อปริมาตร ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตรเป็นการระบุปริมาตรตัวละลาย

30

ในสารละลาย 100 หน่วยปริมาตรเดียวกัน ร้อยละโดยมวลต่อมวลเป็นการระบุมวลตัวละลายในสารละลาย
100 หน่วยมวลเดียวกัน ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตรเป็นการระบุมวลตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วย
ปริมาตร การใช้สารละลายในชีวิตประจำวันควรพิจารณาจากความเข้มข้นของสารละลาย ซึ่งขึ้นอยู่กับ
จดุ ประสงค์ของการใชง้ านและผลกระทบต่อส่งิ มีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

1.3 สาระการเรียนรู้
1.3.1 สารละลายมีสถานะเปน็ ของแขง็ ของเหลว และแก๊ส สารละลายประกอบดว้ ยตวั ทำละลาย

และตัวละลาย กรณีสารละลายเกิดจากสารที่มีสถานะเดียวกัน สารที่มีปริมาณมากที่สุดจัดเป็นตัวทำละลาย
กรณีสารละลายเกดิ จากสารทม่ี ีสถานะต่างกัน สารที่มสี ถานะเดียวกนั กับสารละลายจดั เปน็ ตัวทำละลาย

1.3.2 สารละลายอิ่มตัว เป็นสารละลายที่ตัวละลายไม่สามารถละลายในตัวทำละลายปริมาณ
หนึ่ง ๆ ไดอ้ ีก ทอี่ ุณหภูมิและความดนั หนึ่ง ๆ

1.3.3 สภาพละลายได้ของสารในตัวทำละลายเป็นค่าที่บอกปริมาณของสารเป็นกรัมที่ละลายได้
ในตัวทำละลาย 100 กรัม จนได้สารละลายอิ่มตวั ณ อุณหภูมแิ ละความดนั หนึง่ ๆ

1.3.4 ความเข้มข้นของสารละลาย เปน็ ปรมิ าณตวั ละลายในสารละลายหรอื ในตัวทำละลาย

1.4 สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1.4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
1.4.2 ความสามารถในการคดิ
1.4.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา
1.4.4 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

1.5 คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์
1.5.1 มวี ินัย
1.5.2 ใฝ่เรียนรู้
1.5.3 ม่งุ ม่นั ในการทำงาน

2. หลักฐานการเรยี นรู้
2.1 ชนิ้ งาน / ภาระงาน
2.1.1 ใบกิจกรรมการทดลองท่ี 2.1 เรอื่ ง องค์ประกอบของสารละลาย
2.1.2 ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื งระบุตัวละลายและตัวทำละลาย
2.1.3 ใบกจิ กรรมการทดลองที่ 2.2 เรื่อง สารละลายอม่ิ ตัว
2.1.4 ใบกจิ กรรมการทดลองท่ี 2.3 เรอื่ ง ชนิดของตวั ละลายและตัวทำละลายมีผลตอ่ สภาพ
ละลายไดข้ องสารอยา่ งไร
2.1.5 ใบกิจกรรมการทดลองท่ี 2.4 เรอื่ ง อณุ หภมู มิ ผี ลต่อสภาพละลายไดข้ องสารอย่างไร
2.1.6 ใบกิจกรรมการทดลองท่ี 2.5 เรือ่ ง การระบุความเข้มขน้ ของสารละลายในหน่วยร้อยละ

2.2 การวัดและประเมนิ ผล
2.2.1 การประเมนิ ระหวา่ งจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1) การสังเกตพฤตกิ รรม (มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน)
2) ระบอุ งค์ประกอบของสารละลาย
3) อธิบายผลของชนดิ ตวั ละลาย ชนดิ ตวั ทำละลาย อณุ หภูมิ และความดนั ท่มี ผี ลตอ่ สภาพ

31

การละลาย
4) ระบปุ ริมาณตวั ละลายในสารละลายในหนว่ ยความเข้มข้นเปน็ ร้อยละโดยปรมิ าตรตอ่ ปริมาตร

โดยมวลตอ่ มวลและโดยมวลต่อปรมิ าตร
5) ยกตวั อยา่ งการใช้สารละลายในชีวิตประจำวัน

2.2.2 การประเมินเมอื่ สน้ิ สุดกิจกรรมการเรียนรู้
1) ช้นิ งาน
2) การนำเสนอผลงาน

เกณฑ์การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน การประเมินระหวา่ งจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

1. การสงั เกตพฤติกรรม (มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน)

รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
มีวินัย
3 2 10
ใฝ่เรยี นรู้
สง่ งานตรงเวลาตามที่ ส่ง ง าน ตร ง เว ล า สง่ งานตรงเวลาตามที่ ไมส่ ่งงาน
มุ่งมัน่ ในการ
ทำงาน กำหนดด้วยตนเอง ตามที่กำหนดโดย กำหนดโดยต้องมีการ

ต้องมีการเตือนเป็น เตอื นเปน็ สว่ นใหญ่

บางคร้งั

ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ ตงั้ ใจเรยี น และเอาใจ ไ ม ่ ต ั ้ ง ใ จ

และ มีคว ามเพียร และมีความเพียร ใส่ในการเรียนรู้มี เรียนไม่มี

พ ย า ย า ม ใ น ก า ร พ ย า ย า ม ใ น ก า ร ความเพียรพยายาม ความเพียร

เรียนรู้และการเข้า เรียนและเข้าร่วม น้อย พยายาม

ร ่ว มก ิจก ร ร มการ กิจกรรมการเรียนรู้

เรยี นรตู้ ่าง ๆ ทกุ ครั้ง ต่างๆ เปน็ บางครัง้

ตั้งใจและรับผิดชอบ ต้งั ใจและรบั ผิดชอบ ตั้งใจและรับผิดชอบ ไ ม ่ แ ส ด ง

ในการปฏิบตั ิหนา้ ทีท่ ่ี ในการปฏิบัติหน้าท่ี ในการปฏิบตั ิหน้าที่ท่ี พฤตกิ รรม

ได้รับมอบหมายให้ ที่ได้รับมอบหมาย ได้รับมอบหมายให้

สำเรจ็ มีการปรับปรุง ใ ห ้ ส ำ เ ร ็ จ ม ี ก า ร สำเรจ็

แ ล ะ พ ั ฒ น า ก า ร ปรับปรุงการทำงาน

ทำงานใหด้ ขี นั้ ให้ดีขัน้

2. ระบุองค์ประกอบของสารละลาย
ใบกจิ กรรมการทดลองท่ี 2.1 เรื่อง องค์ประกอบของสารละลาย

รายการประเมนิ 3 ระดบั คะแนน 1
บันทกึ ข้อมูลครบ 2 บนั ทึกขอมลู
บนั ทึกผลกจิ กรรม ถวน และถูกตอง ไมค่ รบถวน และผิดพลาดมาก
บันทึกขอมลู ครบถวน มี
ตอบคำถามท้าย ตอบคำถามถูกต้อง ผิดพลาดเล็กนอ้ ย ตอบคำถามถูกต้องเป็น
กิจกรรม (5 ข้อ) ส่วนนอ้ ย (ถกู 1-2 ข้อ)
ตอบคำถามถูกต้องเป็น
สว่ นใหญ่ (ถูก 3-4 ข้อ)

32

รายการประเมนิ 3 ระดับคะแนน 1
สรุปท้ายกจิ กรรม ไม่สอดคลองกบั
สอดคลองกบั 2
จดุ ประสงค ระบุชดั เจน สอดคลองกับจุดประสงค จดุ ประสงค์
แปลความหมายถกู ตอง
แปลความหมาย
ไม่ชดั เจน

ระดบั คุณภาพ

คะแนน 5 หมายถงึ ดีมาก
คะแนน 3 - 4 หมายถงึ ดี

คะแนน 1 – 2 หมายถงึ พอใช้
คะแนน 0 หมายถึง ปรบั ปรุง
เกณฑ์การประเมินแบบกจิ กรรมการทดลอง ตอ้ งไมต่ ำ่ กวา่ ระดบั ดี จึงถอื ว่าผ่าน

ใบงานที่ 2.1 เรื่องระบุตวั ละลายและตวั ทำละลาย

รายการประเมนิ 3 ระดบั คะแนน 1
2

บอกความหมายและ บอกได้ว่าสารละลายเป็น บอกไดว้ ่าสารละลายเป็น บอกได้วา่ สารละลายเป็น

ลักษณะสำคัญ ของ สารเนื้อเดียว เกิดจากสาร สารเนื้อเดียว เกิดจากสาร สารเนื้อเดยี ว เกดิ จาก

สารละลายได้ บริสุทธิ์ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป บริสทุ ธ์ติ ้งั แต่ 2 ชนิดขึน้ ไป สารบริสุทธิ์ต้ังแต่ 2 ชนิด

ผสมกันและมีตัวละลาย ผสมกนั และมีตัวละลาย ขนึ้ ไปผสมกนั

แ ล ะ ต ั ว ท ำ ล ะ ล า ย เ ป็ น และตัวทำละลาย เปน็

องคป์ ระกอบสารทีม่ ีปริมาณ องคป์ ระกอบ

มากสุดจัดเป็นตัวทำละลาย

สารอื่น ๆ ที่เหลือจัดเป็น

ตัวละลาย

อธิบายเกณฑ์พิจารณา - บอกได้วา่ ตวั ทำละลายและ - บอกไดว้ า่ สารท่ีมีปริมาณ - บอกได้ว่าสาร ที ่มี

ตัวทำละลาย และตัว ตัวละลายอยู่ในสถานะ มากกว่าเป็นตัวทำละลาย ปริมาณมากเป็นตัวทำ

ละลายในสารละลายได้ เดียวกันสารที่มีปริมาณ ส่วนสารที่มีปริมาณน้อย ละลาย

มากกว่าเป็นตัว ทำละลาย กว่าเป็นตวั ละลาย - บอกได้ว่าสารละลายมี

ส่วนสารท่มี ปี รมิ าณน้อยกว่า - บอกได้ว่าสารละลายมี สถานะเหมือนกับสาร

เปน็ ตัวละลาย สถานะเหมือนกับสารชนดิ ชนิดใดจะถือว่าสารนั้น

- บอกได้วา่ ตวั ทำละลายและ ใดจะถือว่าสารนั้นเป็นตัว เปน็ ตัวทำละลาย

ตัวละลายอยู่ในสถานะ ทำละลาย ส่วนสารอีก

ต่างกัน เมื่อผสมกันแล้ว ชนิดหน่งึ เป็นตัวละลาย

สารละลายมีสถานะ

เหมือนกับสารชนิดใดจะถือ

ว่าสารนั้นเป็นตัวทำละลาย

33

ส่วนสารอีกชนิดหนึ่งเป็นตวั

ละลาย

ระบุองค์ประกอบของ ระบุตัวทำละลาย ตัวละลาย ร ะ บุตัว ทำละลาย ตัว ระบุตัวทำละลาย ตัว

สารละลายได้ว่าสารใด ได้ถูกตอ้ งเป็นสว่ นใหญ่ ละลาย ได้ถูกต้องบางข้อ ละลาย ได้ถูกต้องเป็น

เป็นตัวทำละลายหรือ (12-16ข้อ) (6-11ข้อ) สว่ นนอ้ ย (1-5ข้อ)

ตวั ละลาย

บ อ ก ส ถ า น ะ ข อ ง บอกสถานะของสารละลาย บอกสถานะของ บอกสถานะของ

สารละลายได้ว่าเป็น ได้ถกู ต้องเปน็ สว่ นใหญ่ สารละลายไดถ้ ูกตอ้ งบาง สารละลายได้ถกู ตอ้ งเป็น

ของแข็ง ของเหลว (7-8ข้อ) ข้อ (4-6ขอ้ ) สว่ นน้อย (1-3ขอ้ )

หรือแกส๊

ระดบั คุณภาพ

คะแนน 10-12 หมายถงึ ดีมาก
คะแนน 7 - 9 หมายถึง ดี
คะแนน 4 – 6 หมายถึง พอใช้

คะแนน 0-3 หมายถึง ปรับปรงุ
เกณฑก์ ารประเมินแบบใบงาน ตอ้ งไมต่ ่ำกว่า ระดับ ดี จงึ ถอื วา่ ผา่ น

3. อธิบายผลของชนิดตวั ละลาย ชนดิ ตัวทำละลาย อุณหภูมิ และความดันทมี่ ีผลตอ่ สภาพการละลาย
ใบกจิ กรรมการทดลองที่ 2.2 เร่ือง สารละลายอม่ิ ตวั

รายการประเมนิ 3 ระดบั คะแนน 1
บันทึกผลกิจกรรม 2
บันทึกข้อมูลครบ บนั ทกึ ขอมลู
ถวน และถูกตอง บันทึกขอมลู ครบถวน มี ไมค่ รบถวน และผดิ พลาดมาก
ผิดพลาดเลก็ นอ้ ย

ตอบคำถามท้าย ตอบคำถามถกู ต้อง ตอบคำถามถกู ตอ้ งเปน็ ตอบคำถามถูกตอ้ งเปน็
กิจกรรม (5 ขอ้ ) ส่วนใหญ่ (ถกู 3-4 ขอ้ ) ส่วนนอ้ ย (ถกู 1-2 ขอ้ )

สรุปทา้ ยกจิ กรรม สอดคลองกบั สอดคลองกบั จุดประสงค ไม่สอดคลองกบั
จดุ ประสงค ระบุชดั เจน แปลความหมาย จดุ ประสงค์
แปลความหมายถูกตอง ไม่ชัดเจน

ระดบั คณุ ภาพ
คะแนน 5 หมายถงึ ดีมาก

คะแนน 3 - 4 หมายถงึ ดี
คะแนน 1 – 2 หมายถึง พอใช้

คะแนน 0 หมายถึง ปรบั ปรุง
เกณฑ์การประเมินแบบกจิ กรรมการทดลอง ตอ้ งไม่ต่ำกวา่ ระดับ ดี จงึ ถือว่าผ่าน

34

ใบกจิ กรรมการทดลองท่ี 2.3 เรื่อง ชนิดของตัวละลายและตัวทำละลายมผี ลตอ่ สภาพละลาย
ได้ของสารอย่างไร

รายการประเมิน 3 ระดบั คะแนน 1
บนั ทกึ ข้อมลู ครบ บนั ทกึ ขอมลู
บันทึกผลกิจกรรม ถวน และถูกตอง 2 ไม่ครบถวน และผิดพลาดมาก
บันทึกขอมลู ครบถวน มี
ตอบคำถามท้าย ตอบคำถามถกู ตอ้ ง
กจิ กรรม (5 ขอ้ ) ผดิ พลาดเล็กนอ้ ย
สรปุ ทา้ ยกจิ กรรม
สอดคลองกบั ตอบคำถามถกู ตอ้ งเปน็ ตอบคำถามถูกต้องเป็น
จดุ ประสงค ระบชุ ัดเจน สว่ นใหญ่ (ถูก 3-4 ขอ้ ) ส่วนนอ้ ย (ถกู 1-2 ขอ้ )
แปลความหมายถูกตอง
สอดคลองกับจดุ ประสงค ไม่สอดคลองกับ
แปลความหมาย จุดประสงค์
ไมช่ ดั เจน

ระดบั คุณภาพ

คะแนน 5 หมายถงึ ดมี าก
คะแนน 3 - 4 หมายถงึ ดี
คะแนน 1 – 2 หมายถึง พอใช้

คะแนน 0 หมายถึง ปรับปรุง
เกณฑ์การประเมนิ แบบกจิ กรรมการทดลอง ตอ้ งไมต่ ำ่ กว่า ระดบั ดี จึงถือวา่ ผ่าน

ใบกจิ กรรมการทดลองท่ี 2.4 เรอื่ ง อุณหภูมิมผี ลต่อสภาพละลายได้ของสารอยา่ งไร

รายการประเมนิ 3 ระดับคะแนน 1
บันทึกข้อมลู ครบ
บนั ทกึ ผลกิจกรรม ถวน และถกู ตอง 2 บนั ทกึ ขอมลู
ไมค่ รบถวน และผิดพลาดมาก
ตอบคำถามทา้ ย ตอบคำถามถกู ต้อง บันทึกขอมลู ครบถวน มี
กจิ กรรม (5 ข้อ) ผิดพลาดเลก็ นอ้ ย
สรปุ ท้ายกิจกรรม
สอดคลองกับ ตอบคำถามถกู ตอ้ งเปน็ ตอบคำถามถกู ตอ้ งเป็น
จดุ ประสงค ระบชุ ัดเจน สว่ นใหญ่ (ถูก 3-4 ข้อ) ส่วนน้อย (ถูก 1-2 ข้อ)
แปลความหมายถกู ตอง
สอดคลองกบั จดุ ประสงค ไม่สอดคลองกับ
แปลความหมาย จุดประสงค์
ไมช่ ัดเจน

ระดับคุณภาพ

คะแนน 5 หมายถึง ดมี าก
คะแนน 3 - 4 หมายถึง ดี

คะแนน 1 – 2 หมายถึง พอใช้
คะแนน 0 หมายถงึ ปรับปรงุ
เกณฑก์ ารประเมนิ แบบกิจกรรมการทดลอง ต้องไมต่ ่ำกวา่ ระดบั ดี จงึ ถอื วา่ ผา่ น

35

4. ระบุปรมิ าณตวั ละลายในสารละลายในหนว่ ยความเขม้ ข้นเปน็ รอ้ ยละโดยปริมาตรตอ่ ปริมาตร
โดยมวลตอ่ มวลและโดยมวลต่อปรมิ าตร

ใบกิจกรรมการทดลองที่ 2.5 เรอ่ื ง การระบุความเข้มข้นของสารละลายในหนว่ ยรอ้ ยละ

รายการประเมนิ 3 ระดับคะแนน 1
บันทึกผลกจิ กรรม
บันทกึ ข้อมลู ครบ 2 บนั ทึกขอมลู
ถวน และถกู ตอง ไม่ครบถวน และผิดพลาดมาก
บนั ทกึ ขอมลู ครบถวน มี
ผิดพลาดเล็กน้อย

ตอบคำถามทา้ ย ตอบคำถามถกู ต้อง ตอบคำถามถกู ต้องเปน็ ตอบคำถามถูกต้องเป็น
กิจกรรม (5 ขอ้ ) ส่วนใหญ่ (ถูก 3-4 ขอ้ ) สว่ นนอ้ ย (ถูก 1-2 ขอ้ )

สรปุ ท้ายกจิ กรรม สอดคลองกบั สอดคลองกบั จุดประสงค ไม่สอดคลองกับ
จุดประสงค ระบชุ ดั เจน แปลความหมาย จดุ ประสงค์
แปลความหมายถกู ตอง ไมช่ ัดเจน

ระดับคณุ ภาพ
คะแนน 5 หมายถึง ดีมาก

คะแนน 3 - 4 หมายถงึ ดี
คะแนน 1 – 2 หมายถึง พอใช้
คะแนน 0 หมายถงึ ปรับปรงุ

เกณฑก์ ารประเมินแบบกจิ กรรมการทดลอง ต้องไม่ต่ำกวา่ ระดบั ดี จงึ ถือวา่ ผ่าน

เกณฑก์ ารประเมินช้นิ งาน/ภาระงาน การประเมินเมอ่ื ส้ินสดุ กิจกรรมการเรยี นรู้

1. ชิน้ งาน

รายการประเมนิ ระดับคะแนน

ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)

ความคดิ แสดงออกถึงความคิด มีแนวคิดแปลก มคี วามนา่ สนใจแต่ยัง ไมแ่ สดงแนวคิดใหม่

สรา้ งสรรคใ์ นการ สรา้ งสรรค์แปลกใหม่ ใหมแ่ ต่ยังไม่เป็น ไม่มแี นวคดิ

นำเสนอข้อมูล และเป็นระบบ ระบบ แปลกใหม่

ความถกู ต้องของ เนื้อหาเป็นไปตามที่ เน้ือหาเป็นไปตามท่ี เน้ือหาเปน็ ไปตามที่ เนื้อหาไมเ่ ปน็ ไป

เน้ือหา กำหนดมีรายละเอียด กำหนดมีรายละเอยี กำหนดมีรายละเอียด ตามทก่ี ำหนด

ครอบคลมุ ทุกสว่ น ครอบคลมุ ครอบคลมุ บางสว่ น รายละเอียดไม่

ครอบคลมุ

ความเปน็ ระเบียบ งานมีความเป็น งานส่วนใหญม่ คี วาม งานมีความเปน็ งานสว่ นใหญ่ไม่เป็น

ระเบยี บแสดงออกถึง เปน็ ระเบยี บแตย่ ังมี ระเบียบแตม่ ี ระเบียบและมี

ความประณีต ขอ้ บกพรอ่ งเลก็ นอ้ ย ข้อบกพรอ่ งบางสว่ น ขอ้ บกพรอ่ ง

ความตรงต่อเวลา สง่ ชิ้นงานภายในเวลา สง่ ช้ินงานช้ากว่า สง่ ชิ้นงานชา้ กวา่ ส่งชนิ้ งานช้ากวา่

ทก่ี ำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วัน กำหนดเกนิ 3 วัน ขน้ึ

ไป

36

ระดบั คุณภาพ
ชว่ งคะแนน 16-20 คะแนน ระดบั ดีมาก

ช่วงคะแนน 11-15 คะแนน ระดบั ดี
ช่วงคะแนน 6-10 คะแนน ระดับ พอใช้
ชว่ งคะแนน 1-5 คะแนน ระดบั ปรบั ปรงุ

2. การนำเสนอผลงาน พฤติกรรมบ่งชี้ รวม

รายการประเมนิ 4 3 21

1. มคี วามพรอ้ มในการนำเสนอ
2. ความนา่ สนใจในการนำเสนอ
3. มีความคิดสรา้ งสรรค์
4. ประโยชน์-ความถูกตอ้ งของงานนำเสนอ

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1 หมายถงึ ต้องปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารประเมิน 2 หมายถงึ ปานกลาง

3 หมายถงึ ดี
4 หมายถึง ดีมาก
ได้คะแนนรวม 16 – 20 คะแนน ถอื ว่าผา่ นการประเมนิ อย่ใู นระดับดี

ได้คะแนนรวม 10 – 15 คะแนน ถือว่าผา่ นการประเมนิ อยู่ในระดบั พอใช้
ไดค้ ะแนนรวม 1 – 9 คะแนน ถือว่าผ่านการประเมนิ อย่ใู นระดับตอ้ งปรับปรุง

3. กจิ กรรมการเรียนรู้
3.1 ปฐมนิเทศและขอ้ ตกลงในการเรยี น

3.1.1 สร้างความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างครูกับนักเรียน โดยครูแนะนำตัวกับนักเรียนและ
สรา้ งความคุ้นเคยกบั นกั เรยี นโดยใหน้ กั เรียนแนะนำตัวเองทีละคน

3.1.2 ครชู ีแ้ จงรายละเอียดและแนวปฏบิ ตั ิในการเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ (ว22101) เชน่ การเก็บ

คะแนน การส่งงาน การวัดและประเมนิ ผล
3.1.3 แจกสมุดออมคะแนนให้นักเรียน โดยในสมุดออมคะแนนจะประกอบไปด้วยชื่อสมาชิก ที่ครู

แบ่งไว้ให้ โดยใช้วิธีการแบ่งแบบคละความสามารถให้ทำงานร่วมกัน จำนวนกลุ่มละ 5-6 คน
ตารางคะแนนที่มีชอ่ งวันที่ รายการ คะแนนบวก และช่องรวมคะแนน
3.1.4 นักเรียนและครูร่วมกันทำตกลงข้อตกลงในการเรียน เช่น การส่งงานทุกอาทิตย์ โดยให้

นักเรียนเลือกวันที่จะส่ง หากไม่เข้าใจให้ยกมือหรือถามหลังจากเลิกเรียน และกลับไปอ่าน
ทบทวนความรู้ทกุ ครง้ั นักเรยี นจะต้องช่วยเหลือเก้ือกลู กันในการทำงาน ทำการทดลองหรือ

การตอบคำถามอย่างเต็มความสามารถเพราะครูจะใหค้ ะแนนเป็นรายกล่มุ
3.1.5 นักเรียนเสนอข้อเสนอแนะอื่น ๆ ที่ต้องทำร่วมกันนอกเหนือจากที่ตกลงกันไปข้างต้น เช่น

การช่วยกนั ทำเวรหลังเลิกเรยี นทุกคร้ัง การเปดิ – ปดิ ไฟ

3.1.5 แจง้ ให้นกั เรียนทราบถึงเร่อื งท่ีจะศึกษาในช่ัวโมงต่อไป เพ่อื ใหน้ ักเรียนไดเ้ ตรียมตวั ลว่ งหน้า

37

3.2 องค์ประกอบของสารละลาย
3.2.1 สร้างความสนใจ โดยให้นักเรียนสังเกตสารละลายในชีวิตประจำวัน ได้แก่ น้ำยาบ้วนปาก
น้ำหวาน น้ำเกลอื และเอทลิ แอลกอฮอล์เขม้ ขน้ 70 %
3.2.2 บอกประโยชน์และลกั ษณะของสารละลายตัวอย่าง
3.2.3 ให้นักเรียนสงั เกต และระบุสว่ นประกอบของสารละลาย
3.2.4 อธิบายเพ่มิ เตมิ ลักษณะของสารละลายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจตรงกนั
3.2.5 นักเรียนทำกิจกรรมการทดลองที่ 2.1 เรื่อง องค์ประกอบของสารละลาย โดยครูใช้รูปแบบ
การเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื เทคนคิ LT
3.2.6 นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ สง่ ตวั แทนออกมานำเสนอผลการทดลอง
3.2.7 นกั เรยี นทุกคนรว่ มกันอภปิ รายผลการทดลองจนมีความเขา้ ใจท่ตี รงกัน
3.2.8 นักเรยี นดูภาพส่วนประกอบของอากาศ และกระทะทองเหลอื ง
3.2.9 นกั เรยี นได้ความรู้เพมิ่ เติมว่า สารละลาย วา่ สารละลายมีทง้ั สถานะของแข็ง ของเหลว และแกส๊
3.2.10 นักเรียนทำแบบฝกึ หดั ท่ี 2.1 เรอ่ื งระบุตัวละลายและตัวทำละลาย
3.2.11 ประเมนิ ผลกจิ กรรม

3.3 สภาพละลายไดแ้ ละปัจจัยทม่ี ผี ลต่อสภาพละลายได้
3.3.1 ทบทวนความรู้ก่อนเรียน เรื่อง สารละลาย โดยให้นักเรียนบอกองค์ประกอบและเกณฑ์
พิจารณาตัวทำละลาย และตวั ละลายในสารละลายได้ของสารละลาย
3.3.2 ดภู าพเหตกุ ารณ์เกี่ยวกับสารละลายอิม่ ตัวให้นักเรียนพจิ ารณา เชน่ การการทำน้ำเช่ือม
3.3.3 ต้งั คำถามต่อไปนเ้ี พ่ือให้นักเรียนเกิดความสงสัย “ถา้ ตอ้ งการทำน้ำเช่ือมให้เข้มข้นมาก ๆ จะ
ทำอยา่ งไร”
3.3.4 นักเรียนทำกิจกรรมการทดลองที่ 2.2 เรื่อง สารละลายอิ่มตัว โดยครูใช้รูปแบบการเรียนรู้
แบบรว่ มมือ เทคนิค LT
3.3.5 นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนออกมานำเสนอผลการทดลอง
3.3.6 นักเรียนทุกคนรว่ มกันอภิปรายผลการทดลองจนมีความเขา้ ใจท่ีตรงกนั เก่ยี วกบั สารละลายอิ่มตัว
3.3.7 นักเรียนได้ความรู้เพิ่มเติมว่า สภาพละลายได้ของสาร สารแต่ละชนิดในน้ำ 100 กรัมที่
อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียสมีคา่ ไม่เท่ากัน และถ้านำสารปริมาณมากกว่าสภาพละลายได้มา
ละลายในน้ำ 100 กรัมที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส จะมีสารส่วนหนึ่งไม่ละลาย แสดงว่า
อณุ หภมู ิมีผลต่อการละลายได้ของสาร
3.3.8 ตั้งคำถามต่อไปนีเ้ พื่อให้นักเรียนเกิดความสงสัย “ถ้าเปลี่ยนตัวทำละลายจากน้ำเป็นสารอนื่
เช่น เอทานอล สภาพละลายได้ของสารแต่ละชนิดในสารนั้นจะเท่ากับสภาพละลายได้
ของสารในน้ำหรือไม่ อย่างไร”
3.3.9 นักเรียนทำกิจกรรมการทดลองที่ 2.3 เรื่อง ชนิดของตัวละลายและตัวทำละลายมีผลต่อ
สภาพละลายได้ของสารอย่างไร โดยครูใชร้ ปู แบบการเรียนรแู้ บบรว่ มมอื เทคนิค LT
3.3.10 นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการทดลอง
3.3.11 นักเรียนได้ความรู้เพิ่มเติมว่า สารบางชนิดละลายได้ดีในตัวทำละลายหนึ่งแต่ไม่ละลายใน
ตัวทำละลายอ่นื ชนิดของตวั ละลายและตัวทำละลายมผี ลต่อสภาพละลายได้ของสาร
3.3.12 ตั้งคำถามตอ่ ไปนีเ้ พือ่ ให้นักเรียนเกิดความสงสัย “นอกจากชนดิ ตัวละลายและตัวทำละลาย
ยังมปี จั จยั อนื่ อกี หรอื ไมท่ ี่ส่งผลต่อสภาพละลายไดข้ องสาร”

38

3.3.13 นักเรยี นทำกจิ กรรมการทดลองท่ี 2.4 เรื่อง อณุ หภมู ิมผี ลตอ่ สภาพละลายได้ของสารอย่างไร
โดยครใู ช้รูปแบบการเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื เทคนิค LT

3.3.14 นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการทดลอง
3.3.15 นักเรียนได้ความรู้เพิม่ เตมิ ว่า อุณหภูมิมีผลต่อสภาพละลายได้ของสาร เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขน้ึ

สภาพละลายได้ของสารสว่ นใหญเ่ พม่ิ ขนึ้ แต่มีสารบางชนดิ เม่อื อุณหภูมิเพิม่ ขึ้น สภาพละลาย
ได้จะลดลง เช่น ซีเซียมซัลเฟต และสภาพละลายได้ของแก๊สจะลดลงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มข้ึน
แต่ถ้าความดันสูงขึ้น สภาพละลายได้ของแก๊สจะเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับอุณหภูมิถ้า
อณุ หภมู ิสงู ขน้ึ สภาพละลายได้ของแก๊สจะลดลง
3.3.16 ประเมินผลกจิ กรรม
3.3.17 นำเสนอผลงานเพ่ือแลกเปลยี่ นเรยี นรู้และรว่ มอภิปรายในช้ันเรยี น
3.4 ความเข้มขน้ ของสารละลาย
3.4.1 สรา้ งความสนใจ โดยใหน้ กั เรียนสงั เกตสารในชีวิตประจำวนั ได้แก่ นำ้ หวาน ทค่ี รเู ตรียมไว้ใน
ความเขม้ ข้นทแี่ ตกต่างกัน
3.4.2 บอกประโยชน์และเปรียบเทียบความเขม้ ข้นสารตัวอย่าง
3.4.3 นักเรียนตอบคำถาม “รู้อะไรบา้ งกอ่ นเรียน” เพื่อตรวจสอบความรู้เดิมของนกั เรยี นเกี่ยวกบั
ความเข้มข้นของสารละลาย
3.4.4 นักเรียนดูภาพฉลากส่วนประกอบของเครื่องดื่มที่ระบุส่วนประกอบและความเข้มข้นของ
ส่วนประกอบในหน่วยร้อยละโดยมวลตอ่ ปริมาตร
3.4.5 ตั้งคำถามต่อไปนี้เพื่อให้นักเรียนเกิดความสงสัย “นักเรียนทราบหรือไม่ว่าการระบุความ
เขม้ ข้นของสารละลายในหน่วยร้อยละทำไดอ้ ยา่ งไร”
3.4.6 นกั เรยี นทำกจิ กรรมการทดลองท่ี 2.5 เรื่อง การระบคุ วามเขม้ ขน้ ของสารละลายในหนว่ ยร้อยละ
โดยครูใชร้ ูปแบบการเรียนรแู้ บบร่วมมอื เทคนคิ LT
3.4.7 นักเรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานำเสนอผลการทดลอง
3.4.8 นักเรยี นทุกคนร่วมกนั อภิปรายผลการทดลองจนมคี วามเข้าใจที่ตรงกนั
3.4.9 นักเรียนได้ความรู้เพ่ิมเตมิ ว่า ความเข้มข้น (concentration) คือ อัตราส่วนระหว่างปริมาณ
ของตัวละลายกับปริมาณของสารละลายหรือปริมาณตัวทำละลาย โดยหน่วยของความ
เข้มข้นของสารละลายที่พบในชีวิตประจาวันส่วนใหญ่อยู่ในรูปร้อยละ ซึ่งเป็นการบอก
ปริมาณของตัวละลายเทียบกับปริมาณสารละลาย 100 ส่วน อาจเป็นหน่วยร้อยละโดยมวล
ต่อปริมาตร ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร หรือร้อยละโดยมวลต่อมวล การนำสารละลาย
ไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและปลอดภัยนอกจากจะต้องคำนึงถึงชนิดของตัวละลายและ
ตวั ทำละลายแล้ว ยงั ต้องคำนึงถงึ ความเข้มข้นของสารละลายอีกด้วย
3.4.10 ประเมนิ ผลกจิ กรรม

39

แผนการจดั การเรียนรู้

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว22101 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เร่อื ง สารละลาย เวลาเรยี น 12 ชัว่ โมง

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2 เรอื่ ง องค์ประกอบของสารละลาย เวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง

วนั ท่ี …. เดอื น …… พ.ศ. 2565 เ ว ล า .….…………………..น .

ผสู้ อน นางสาวขวัญนภา วงษ์อัยรา โรงเรยี น……………………..

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด

สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่าง

สมบัติของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลัก

และธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด

สารละลาย และการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี

ตัวชีว้ ัด

ว 2.1 ม.2/4 ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนิดตัวละลาย

ชนิดตัวทำละลาย อุณหภูมิที่มีต่อสภาพละลายได้ของสาร รวมทั้ง

อธิบายผลของความดันที่มีต่อสภาพละลายได้ของสาร โดยใช้

สารสนเทศ

2. การบรู ณาการ

แผนการจัดการเรียนรู้ เรอ่ื ง องค์ประกอบของสารละลาย เป็นการจัดการเรียนรทู้ ี่เน้นใหผ้ ู้เรียนเกิดทักษะ

กระบวนการคิด ทักษะการปฏิบัติการทดลอง การจัดการและการทำงานเป็นทีม โดยในการจัดการเรียนรู้มีการ

สอดแทรกเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เพื่อให้นักเรยี นสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

สง่ ผลใหก้ ารเรยี นรมู้ ีประสทิ ธภิ าพและบรรลุจุดประสงค์ของการจดั การเรียนรู้

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ 1. นกั เรยี นสามารถบอกลักษณะสำคญั ของสารละลายได้
2. นกั เรียนสามารถอธบิ ายเกณฑ์พจิ ารณาตัวทำละลาย และตวั ละลายในสารละลายได้
3. นักเรียนสามารถระบุองค์ประกอบของสารละลายได้ว่าสารใดเป็นตัวทำละลายหรือ
ตัวละลาย
ดา้ นทักษะและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ นักเรยี นสามารถทำการทดลองไดอ้ ย่างถูกวธิ ี
ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นักเรียนเปน็ ผทู้ ม่ี ี
1. มีวนิ ยั

40

2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
4. สมรรถนะท่เี กิดกับผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

5. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
สารละลาย (solution) เป็นการผสมท่ีประกอบดว้ ยสารบรสิ ทุ ธติ์ งั้ แต่ 2 ชนิดข้ึนไป โดยองคป์ ระกอบของ

สารละลายแบ่งออกเป็นตัวละลาย (solute) และตัวทำละลาย (solvent) เมื่อสารเกิดการละลายอนุภาคของ
ตัวละลายจะกระจายตัวอย่างสม่ำเสมออยู่ในอนุภาคของตัวทำละลาย สารละลายจึงเป็นสารผสมเนื้อเดียว
สารละลายมีทั้งสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส ในการระบุตัวละลายหรือตัวทำละลาย พิจารณาจากสถานะ
และปริมาณของสาร องค์ประกอบในสารละลายที่ประกอบด้วยสารที่มีสถานะตา่ งกัน สารที่มีสถานะเหมือนกับ
สารละลาย ซงึ่ ส่วนใหญ่เป็นสารทีม่ ีปรมิ าณมากทส่ี ดุ จดั เป็นตวั ทำละลาย (solvent) ส่วนสารละลายที่ประกอบด้วย
สารทีม่ ีสถานะเดยี วกนั สารทีม่ ปี ริมาณมากท่สี ุดจัดเปน็ ตัวทำละลาย สารอน่ื ๆ ทเ่ี หลอื จดั เปน็ ตัวละลาย (solute)

6. สาระการเรียนรู้
สารละลายมีสถานะเป็นของแขง็ ของเหลว และแก๊ส สารละลายประกอบดว้ ยตัวทำละลายและตัวละลาย

กรณสี ารละลายเกดิ จากสารท่ีมีสถานะเดยี วกนั สารทมี่ ีปรมิ าณมากท่ีสุดจัดเปน็ ตวั ทำละลาย กรณีสารละลายเกิด
จากสารทีม่ สี ถานะตา่ งกนั สารที่มีสถานะเดียวกนั กับสารละลายจัดเป็นตวั ทำละลาย

7. ช้นิ งาน / ภาระงาน
1. ใบกิจกรรมการทดลองท่ี 2.1 เร่อื ง องคป์ ระกอบของสารละลาย
2. ใบงานท่ี 2.1 เรือ่ งระบุตัวละลายและตวั ทำละลาย

8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ใช้รปู แบบการสอนสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry cycle) (5Es)

ขัน้ ท่ี 1 ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. นักเรียนสังเกตสารในชีวิตประจำวันท่ีครูเตรยี มไว้หนา้ ชนั้ เรียน คอื น้ำยาบว้ นปาก น้ำหวาน น้ำเกลือ
และเอทิลแอลกอฮอล์เข้มข้น 70 % จากนั้นครูใช้โปรแกรมสุ่มชื่อนักเรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ
ใหต้ อบคำถามตอ่ ไปนี้
คำถามท่ี 1 สารแต่ละชนดิ นำไปใประโยชนไ์ ดอ้ ย่างไรบ้าง
แนวคำตอบ : น้ำยาบว้ นปาก ใช้ทำความสะอาดชอ่ งปาก ช่วยขจัดแบคทีเรยี ป้องกันฟนั ผุ
น้ำหวาน ทำให้รา่ งกายสดชน่ื
น้ำเกลอื ใช้ล้างจมูก ทำความสะอาดผวิ หนา้ และลา้ งแผล

41

เอทิลแอลกอฮอล์เข้มข้น 70 % สามารถทำลายเชื้อแบคทีเรีย เชื้อวัณโรค เชื้อรา
และไวรสั โคโรนาได้
คำถามท่ี 2 นกั เรยี นสังเกตเหน็ สารแตล่ ะชนิดมลี ักษณะอยา่ งไร
แนวคำตอบ : เป็นสารเนือ้ เดยี ว ใส ไมม่ ีตะกอน
2. ให้นกั เรยี นสังเกตนำ้ หวาน และอภิปรายรว่ มกนั โดยใช้คำถามเพ่อื กระตุน้ ความคดิ ดังน้ี
คำถามท่ี 1 นกั เรยี นคดิ ว่าน้ำหวานประกอบด้วยอะไรบา้ ง
แนวคำตอบ : ประกอบด้วย นำ้ น้ำตาล สารแตง่ สแี ละกลน่ิ
คำถามท่ี 2 นำ้ หวานทมี่ ีองคป์ ระกอบดงั กลา่ วผสมกนั อาจเรียกได้วา่ เป็นสารชนดิ ใด
แนวคำตอบ : นักเรียนตอบตามความเข้าใจ เชน่ สารผสม สารละลาย
(คำตอบของนักเรียนอาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด ครูบันทึกคำตอบไว้ก่อน และอธิบายเพิ่มว่า สารที่
ผสมกันตง้ั แต่ 2 ชนดิ ขนึ้ ไป มลี กั ษณะเปน็ สารเน้ือเดยี ว ใส ไมม่ ตี ะกอน เรยี กว่า สารละลาย)
คำถามท่ี 3 สารอีก 3 ชนิดทค่ี รูยกตวั อยา่ งนักเรยี นคดิ ว่าเปน็ สารละลายหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
แนวคำตอบ : สารอีก 3 ชนิด เป็นสารละลาย เพราะเป็นสารผสมที่ประกอบด้วยสาร
หลายชนิดผสมกันเป็นเน้ือเดยี ว
คำถามท่ี 4 นอกจากสาร 4 ชนดิ ทค่ี รูยกตวั อย่าง รอบ ๆ ตวั นักเรยี นมอี ะไรทเ่ี ปน็ สารละลายอกี บา้ ง
แนวคำตอบ : (ให้นกั เรียนยกตัวอย่าง เชน่ น้ำมนั นำ้ สม้ สายชู นำ้ เชื่อม)
3. นำเขา้ สู่กิจกรรมการทดลองที่ 2.1 เรือ่ ง องคป์ ระกอบของสารละลาย โดยใช้การตง้ั คำถามให้นักเรียน
เกิดความสงสัย ดงั น้ี
คำถาม : ในสารละลายท่นี กั เรยี นเห็นจะทราบได้อย่างไรว่าองค์ประกอบแต่ละชนดิ ทำหน้าท่ีอย่างไร
ขั้นที่ 2 ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration)
1. นักเรียนนั่งตามกลุ่มท่ีครูได้แบ่งไว้ โดยใช้วิธีการแบ่งกลุ่มแบบคละความสามารถ ให้ทำงานร่วมกัน
จำนวนกลุม่ ละ 5-6 คน เพ่อื ทำกิจกรรมการทดลองที่ 2.1 เรอื่ ง องค์ประกอบของสารละลาย
2. นักเรยี นทำกิจกรรมการทดลองท่ี 2.1 เรื่อง องค์ประกอบของสารละลาย โดยครูใชร้ ูปแบบการเรียนรู้
แบบร่วมมือ เทคนิค LT มาจัดกระบวนการเรียนรู้ และกำหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่ม
มบี ทบาทหน้าทข่ี องตนเอง ดังนี้
• สมาชิกคนที่ 1 : ทำหน้าที่เตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง เรื่อง องค์ประกอบของ
สารละลาย
• สมาชกิ คนท่ี 2 : ทำหน้าทอ่ี ่านวธิ กี ารทดลอง ทำความเขา้ ใจ และอธิบายใหส้ มาชิกในกลมุ่ ฟงั
• สมาชิกคนท่ี 3 : ทำหนา้ ทบ่ี นั ทกึ ผลการทดลอง
• สมาชกิ คนท่ี 4 - 6 : ทำหนา้ ทน่ี ำเสนอผลการทดลอง
3. นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ วิธีดำเนินกิจกรรม และร่วมกันอภิปรายกันในกลุ่ม จากน้ัน
ครตู รวจสอบความเขา้ ใจโดยใช้คำถามต่อไปนี้
คำถามที่ 1 กจิ กรรมนี้เก่ียวกบั เรอื่ งอะไร
แนวคำตอบ : เรอ่ื งองคป์ ระกอบของสารละลาย

42

คำถามท่ี 2 กจิ กรรมนม้ี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พื่ออะไร
แนวคำตอบ : 1. ทดลองและสรปุ ผลเกีย่ วกับองค์ประกอบของสารละลายได้

2. สามารถระบุได้ว่าสารใดเปน็ ตัวละลายหรอื ตัวทำละลาย
คำถามท่ี 3 วธิ กี ารทดลองมีขนั้ ตอนอยา่ งไร

แนวคำตอบ :

4. สมาชิกทุกคนในกลุ่มช่วยกันลงมือทำกิจกรรมการทดลองที่ 2.1 เรื่อง องค์ประกอบของสารละลาย
โดยครูเป็นผ้สู ังเกตการทำกิจกรรมของนกั เรยี น พรอ้ มใหค้ ำแนะนำกรณนี กั เรยี นมีขอ้ สงสัยในประเด็น
ต่าง ๆ เช่น วิธีการสังเกตและบนั ทึกผลลงในตารางบันทกึ ผลการทดลอง

ขั้นที่ 3 ข้นั อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
1. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทน (สมาชกิ คนท่ี 4-6 ของกล่มุ ) ออกมานำเสนอผลการทดลอง หลังจากนนั้
ให้นักเรยี นทุกคนร่วมกันอภิปรายผลการทดลองจนมคี วามเข้าใจที่ตรงกัน
2. นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ผลจากการทำการทดลอง ซงึ่ ได้ข้อสรุป ดงั นี้
• สารละลายเป็นการผสมที่ประกอบด้วยสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป โดยองค์ประกอบของ
สารละลายแบ่งออกเปน็ ตวั ละลาย และตวั ทำละลาย เมอื่ สารเกิดการละลายอนภุ าคของตัวละลายจะ
กระจายตัวอยา่ งสม่ำเสมออยูใ่ นอนุภาคของตัวทำละลาย ดังน้ันสารละลายจึงเปน็ สารผสมเนอ้ื เดียว

ขัน้ ที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
1. นกั เรยี นดภู าพสว่ นประกอบของอากาศ และกระทะทองเหลือง เพ่ือขยายความร้เู รอ่ื งสารละลาย

• ในอากาศประกอบด้วย แก๊สไนโตรเจนร้อยละ 78
แก๊สออกซิเจนร้อยละ 21 แก๊สอนื่ ๆ เชน่ แก๊สอาร์กอน
แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ และไอนำ้ ประมาณร้อยละ 1

• ให้นักเรียนพิจารณาว่าอากาศเป็นสารละลายหรือไม่
จากคำถามตอ่ ไปน้ี

43

คำถาม : ในอากาศมีแก๊สมากกว่า 1 ชนิด อยู่รวมกัน
นกั เรยี นคดิ วา่ อากาศเปน็ สารละลายหรอื ไม่
แนวคำตอบ : อากาศเป็นสารละลายชนิดหนึ่งที่มี
สถานะเปน็ แก๊ส
คำถาม : อากาศมีแก๊สใดเป็นตัวละลาย และแก๊สใด
เป็นตวั ทำละลาย เพราะเหตุใด
แนวคำตอบ : อากาศมีแก๊สออกซิเจน แก๊ส
อาร์กอน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และไอน้ำ เป็น
ตัวละลายเพราะมีปริมาณที่น้อยกว่าแก๊สไนโตรเจน
และตัวทำละลาย คือ แก๊สไนโตรเจน เพราะมีปริมาณ
มากท่ีสุด

• ทองเหลือง เป็นโลหะผสมชนิดหนึ่งที่มีส่วนประกอบ
ระหว่างทองแดงและสังกะสี ทองเหลืองมีความ
ทนทานต่อสนิม ทนต่อทุกสภาพอากาศ และทนต่อ
รอยขดี ข่วนจากการใชง้ าน จึงมักจะมีการนำทองเหลือง
มาทำเป็นเครื่องประดับเพื่อตกแต่งบ้าน และเคร่ืองมือ
เครื่องใช้ต่าง ๆ

• ให้นักเรียนพิจารณาว่าทองเหลืองเป็นสารละลาย
หรือไมจ่ ากคำถามตอ่ ไปนี้
คำถาม : ทองเหลืองเป็นโลหะผสมท่ีเกิดจากทองแดง
และสังกะสี นักเรียนคิดว่าอากาศเป็นสารละลาย
หรอื ไม่
แนวคำตอบ : ทองเหลืองเป็นสารละลายชนิดหนึ่ง
ทม่ี สี ถานะเป็นของแข็ง
คำถาม : ทองเหลืองมีสารใดเป็นตวั ละลาย และสารใด
เปน็ ตัวทำละลาย เพราะเหตใุ ด
แนวคำตอบ : ทองเหลืองมีทองแดงเป็นตัวละลาย
เพราะมีปริมาณน้อยกว่าสังกะสี และตัวทำละลาย คือ
สงั กะสี เพราะมีปรมิ าณมากที่สุด

2. นกั เรยี นและครูอภิปรายรว่ มกันเกย่ี วกบั องค์ประกอบของสารละลาย เพ่อื รวบรวมความรจู้ ากกจิ กรรมว่า
สารละลาย (solution) เป็นสารผสมเนื้อเดียวที่ประกอบด้วยตัวละลาย (solute) และตัวทำละลาย
(solvent) สารละลายมีทั้งสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส ในการระบุตัวละลายหรือตัวทำละลาย
พจิ ารณาจากสถานะและปริมาณของสารองค์ประกอบในสารละลายประกอบดว้ ยสารทีม่ ีสถานะต่างกัน
สารที่มีสถานะเหมือนกับสารละลาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสารที่มีปริมาณมากที่สุดจัดเป็น ตัวทำละลาย

44

(solvent) ส่วนสารละลายที่ประกอบด้วยสารที่มีสถานะเดียวกัน สารที่มีปริมาณมากที่สุดจัดเป็น
ตัวทำละลาย สารอืน่ ๆ ทเี่ หลอื จัดเป็นตัวละลาย (solute)

3. นักเรียนทำแบบฝึกหัดที่ 2.1 เรื่องระบุตัวละลายและตวั ทำละลาย เพื่อตรวจสอบความรู้ความเข้าใจ
ของนกั เรียน

ขั้นที่ 5 ขน้ั ประเมนิ ผล (Evaluation)
1. การวดั และการประเมนิ ผลดา้ นทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

โดยการทำกิจกรรมการทดลองที่ 2.1 เรอื่ ง องค์ประกอบของสารละลาย
2. การวัดและการประเมินผลด้านความรู้ โดยใบงานท่ี 2.1 เร่อื งระบตุ วั ละลายและตวั ทำละลาย

9. สอื่ /วสั ดุและอุปกรณ์/แหลง่ เรียนรู้

1. นำ้ ยาบว้ นปาก
2. นำ้ หวาน
3. นำ้ เกลือ
4. เอทิลแอลกอฮอล์เขม้ ขน้ 70 %
5. น้ำสะอาด
6. น้ำตาลทราย
7. บีกเกอร์ ขนาด 100 mL
8. กระบอกตวง ขนาด 50 mL
9. แทง่ แกว้ คนสาร
10. ใบกจิ กรรมการทดลองที่ 2.1 เรอ่ื ง องค์ประกอบของสารละลาย
11. ใบงานท่ี 2.1 เร่ือง ระบุตัวละลายและตวั ทำละลาย

10. การวัดและการประเมินผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วิธีการประเมนิ เกณฑ์
เคร่อื งมอื ประเมนิ การ

ประเมนิ

ดา้ นความรู้ ตรวจใบงานที่ 2.1 ใบงานที่ 2.1 ไมต่ ่ำกว่า
เรอื่ ง ระบุตวั ละลาย เรอ่ื ง ระบตุ ัวละลาย ระดับดี
1. นักเรียนสามารถบอกลักษณะสำคัญของ และตวั ทำละลาย” และตวั ทำละลาย
สารละลายได้ จึงจะถือ
ว่าผ่าน
2. นกั เรยี นสามารถอธิบายเกณฑ์พจิ ารณาตัว
ทำละลาย และตวั ละลายในสารละลายได้
3. นักเรียนสามารถระบุองค์ประกอบของ

สารละลายได้ว่าสารใดเป็นตัวทำละลายหรือ
ตัวละลาย

45

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ กี ารประเมนิ เครอ่ื งมอื ประเมิน เกณฑ์
การ
ดา้ นทักษะและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ตรวจใบกิจกรรม ใบกิจกรรม ประเมิน
นกั เรยี นสามารถทำการทดลองได้อยา่ งถูกวธิ ี การทดลองที่ 2.1 การทดลองท่ี 2.1
เรือ่ ง องค์ประกอบ เรือ่ ง องคป์ ระกอบ
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ของสารละลาย ของสารละลาย
นกั เรียนเป็นผทู้ ม่ี ี
1. มีวินัย การสังเกต แบบสงั เกตด้าน
2. ใฝ่เรยี นรู้ คุณลักษณะอนั พงึ
3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
ประสงค์

46

บนั ทึกหลังการจัดการเรยี นรู้

รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว22101 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่อื ง สารละลาย แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่อง องค์ประกอบของสารละลาย

*********************************************************************************

1. ผลการจัดการเรียนรู้

1.1 การประเมินผลความรู้หลงั การเรียน พบว่า นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมนิ คดิ เปน็ รอ้ ยละ

นกั เรียนทีไ่ มผ่ า่ นเกณฑเ์ นอ่ื งจาก
1.2 การประเมินดา้ นทกั ษะกระบวนการเรียน พบว่า นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมินคิดเป็นรอ้ ยละ

นกั เรียนท่ีไม่ผา่ นเกณฑ์เนื่องจาก
1.3 การประเมินด้านคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ พบวา่ นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมนิ คิดเปน็ ร้อยละ

นักเรียนที่ไมผ่ า่ นเกณฑเ์ นอ่ื งจาก
2. ปญั หาและอุปสรรค

3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแก้ไขและพัฒนา

4. ประเดน็ ท่ีนา่ สนใจในการพฒั นาด้วยการวจิ ยั ในชั้นเรยี น/การสรา้ งชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ (PLC)

ลงชื่อ ผู้สอน

(นางสาวขวัญนภา วงษ์อัยรา)

วนั ท่ี เดอื น พ.ศ.


Click to View FlipBook Version