The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตร ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by hameedahkongbok, 2022-08-26 00:19:49

หลักสูตร ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล

หลักสูตร ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล 2565

Keywords: หลักสูตร ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล 2565

ศูนย์การศึ หวัดสตูล
กษาพิเศษ ประจำจัง

หลกั สตู รสถานศึกษา
สำหรบั เดก็ ทมี่ คี วามตอ้ งการจำเปน็ พิเศษ
ของศูนย์การศกึ ษาพเิ ศษประจำจงั หวดั สตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔

(ฉบับแก้ไขปรับปรุง ๒๕๖๕)

ศูนยก์ ารศึกษาพเิ ศษ ประจำจงั หวดั สตูล
สำนกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพเิ ศษ

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

คำนำ

สภาพการเปล่ียนแปลงดา้ นเศรษฐกิจ สงั คม และความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รวมทั้งกรอบยุทธศาสตร์ชาติ
ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-
๒๕๖๔) แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙) เป้าหมายยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษา
ในทศวรรษท่ี ๒ (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑) แผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔)
นำไปสู่การกำหนดทักษะสำคัญสำหรับเด็กในศตวรรษท่ี ๒๑ ที่มีความสำคัญต่อการกำหนดเป้าหมาย
ในการพัฒนาเดก็ ปฐมวัย ใหม้ คี วามสอดคล้องและทนั ต่อการเปล่ียนแปลงทุกดา้ น

ศนู ยก์ ารศึกษาพิเศษ ประจำจงั หวัดสตูล เปน็ สถานศึกษาของรฐั ทีจ่ ัดการศึกษานอกระบบ
หรือตามอัธยาศัยแก่คนพิการ ต้ังแต่แรกเกิดหรือแรกพบความพิการจนตลอดชีวิต และจัดการศึกษา
อบรมแก่ผู้ดูแลคนพิการ ครู บุคลากรและชุมชน รวมทั้งการจัดสื่อ เทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก
บริการและความช่วยเหลืออื่นใด ตลอดจนปฏิบัติหน้าท่ีอ่ืนตามที่กำหนดในประกาศกระทรวง
ซ่ึงมีกลุ่มเป้าหมายบริการสาธารณะได้แก่ เด็กพิการรับบริการในศูนย์การศึกษาพิเศษ เด็กพิการ
รับบริการท่ีบ้านหรือหน่วยบริการหรือศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ เด็กพิการรับบริการ
ในห้องเรียนสำหรับเด็กในโรงพยาบาล และเด็กพิการรับบริการในโรงเรียนเรียนรวมโดยมีเด็กที่เรียน
ในระดับปฐมวัยรวมอยู่ด้วย ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล จึงได้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา
สำหรบั เด็กท่ีมีความต้องการจำเป็นพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจงั หวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔
(ฉบับแก้ไขปรับปรุง ๒๕๖๕) ขึ้น ซึ่งพัฒนาจากหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และ
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กท่ีมีความต้องการจำเป็นพิเศษ พุทธศักราช ๒๕๖๒ เพ่ือเป็น
หลักสูตรสถานศึกษาท่ีได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพโดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มี
ความตอ้ งการจำเปน็ พิเศษให้มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคมและสติปญั ญาที่เหมาะสม
กับวัย ความสามารถ และความแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะเรียนรู้
และสร้างรากฐานชีวิตใช้พัฒนาเด็กปฐมวัยไปสู่ความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจ
ในตนเอง และมคี วามรบั ผิดชอบตอ่ ตนเอง ครอบครวั ชุมชน สงั คม และประเทศชาติ



ขอขอบคุณ คณะครูและบุคลากรศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูลทุกท่าน
ที่มีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กท่ีมีความต้องการจำเป็นพิเศษ หลักสูตร
สถานศึกษาสำหรับเด็กท่ีมีความต้องการจำเป็นพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล
พุ ท ธ ศั ก ร า ช ๒ ๕ ๖ ๔ (ฉ บั บ แ ก้ ไข ป รั บ ป รุ ง ๒ ๕ ๖ ๕ ) ฉ บั บ น้ี ให้ มี ค ว า ม ส ม บู ร ณ์
ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ (๒)
พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๑๐ และพระราชบัญญตั กิ ารจดั การศกึ ษาสำหรบั คนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา๕

ลงชื่อ……………………………………
(นางสาวพนารตั น์ มาลลี ัย)

ผ้อู ำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวดั สตลู
……๑๗…/…พ.ค…../ ๒๕๖๕



สารบญั หนา้

ประกาศศูนยก์ ารศึกษาพเิ ศษ ประจำจงั หวดั สตลู ............................................................... ข
คำนำ......................................................................................................................... ............ ง
สารบญั ................................................................................................................................... ฉ
สารบัญแผนภาพ................................................................................................................. ... ซ
ความนำ............................................................................................ ...................................... ๑
คำชแี้ จง.................................................................................................................................. ๒
ปรชั ญาการศกึ ษาปฐมวยั สำหรบั เดก็ ท่มี ีความต้องการจำเป็นพเิ ศษ....................................... ๓
วสิ ยั ทัศน.์ ................................................................................................................................ ๓
เป้าหมาย................................................................................................................................ ๓
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น.................................................................................................... ๕
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค.์ .................................................................................................... ๖
โครงสร้างหลักสูตร............................................................................................................ .....
คำอธิบายโครงสรา้ งหลักสูตร................................................................................................. ๑๖
คำอธิบายรายวชิ า.................................................................................................................. ๑๗
โครงสร้างเวลาเรยี น............................................................................................................... ๒๑
ตวั บ่งชี้.................................................................................................................................... ๒๓
สภาพทพี่ งึ ประสงค.์ ................................................................................................................ ๒๓
มาตรฐานคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์........................................................................................ ๒๓
หน่วยการเรยี นร.ู้ ................................................................................................................... ๕๘
เวลาเรียน.................................................................................................................... ........... ๖๐
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน............................................................................................................ ๖๐
กลมุ่ เปา้ หมาย......................................................................................................................... ๖๓
การจดั การประสบการณ์........................................................................................................ ๖๔
การจดั กิจกรรมประจำวัน....................................................................................................... ๖๕
บรรยากาศการเรียนร.ู้ ............................................................................................................ ๖๗



สารบัญ (ตอ่ )

บทบาทของผู้บริหาร ครผู ู้สอน คณะสหวชิ าชพี ผ้ปู กครอง และบุคลากรสนับสนนุ ............... ๗๐
เทคโนโลยีสง่ิ อำนวยความสะดวก สื่อ และแหล่งเรียนร้.ู ........................................................ ๗๑
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้.......................................................................................... ๗๒
ผลระดับการเรียนร้.ู ................................................................................................................ ๗๒
การจบหลกั สูตร.................................................................................................................... ๗๓
เอกสารอา้ งองิ .................................................................................................................... ๕๖
ภาคผนวก
คณะผูจ้ ดั ทำ.................................................................................................................. ............. ๘๕



แผนภาพท่ี ๑ สารบญั แผนภาพ หนา้
แผนภาพที่ ๒ ๖
แผนภาพท่ี ๓ โครงสร้างหลกั สูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย สำหรับเดก็ ท่มี ีความต้องการจำเป็น ๗
แผนภาพที่ ๔ พิเศษ ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔ (ฉบับ ๘
แผนภาพที่ ๕ แกไ้ ขปรบั ปรงุ ๒๕๖๕) ๙
แผนภาพท่ี ๖ โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กท่ีมีความบกพร่อง ๑๐
แผนภาพที่ ๗ ทางการเห็น ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔ ๑๑
แผนภาพที่ ๘ (ฉบับแก้ไขปรับปรุง ๒๕๖๕) ๑๒
แผนภาพที่ ๙ โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กท่ีมีความบกพร่อง ๑๓
ทางการได้ยิน ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔ ๑๔
(ฉบบั แกไ้ ขปรบั ปรุง ๒๕๖๕)
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทาง
สติปัญญา ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔
(ฉบับแกไ้ ขปรับปรงุ ๒๕๖๕)
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กท่ีมีความบกพร่องทาง
รา่ งกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัด
สตูล พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔(ฉบบั แก้ไขปรับปรุง ๒๕๖๕)
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กท่ีมีความบกพร่อง
ทางการเรียนรู้ ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔
(ฉบบั แก้ไขปรับปรงุ ๒๕๖๕)
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กท่ีมีความบกพร่อง
ทางการพูดและภาษา ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช
๒๕๖๔(ฉบบั แก้ไขปรบั ปรงุ ๒๕๖๕)
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กท่ีมีความบกพร่องทาง
พฤติกรรม หรืออารมณ์ ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล
พุทธศกั ราช ๒๕๖๔(ฉบับแก้ไขปรบั ปรงุ ๒๕๖๕)
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กออทิสติก ของศูนย์



แผนภาพที่ ๑๐ การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔(ฉบับแก้ไขปรับปรุง ๑๕
แผนภาพท่ี ๑๑ ๒๕๖๕) ๒๑
แผนภาพที่ ๑๒ โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กพิการซ้อน ของศูนย์ ๖๒
แผนภาพที่ ๑๓ การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔(ฉบับแก้ไขปรับปรุง ๗๖
๒๕๖๕)
โครงสร้างเวลาเรียน ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กที่มีความ
ต้องการจำเป็นพิเศษ ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช
๒๕๖๔(ฉบับแกไ้ ขปรบั ปรงุ ๒๕๖๕)
ความสัมพันธ์ของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษา
ปฐมวยั สำหรบั เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพเิ ศษ ของศนู ย์การศกึ ษาพเิ ศษ ประจำ
จงั หวัดสตูล พทุ ธศักราช ๒๕๖๔(ฉบับแก้ไขปรับปรงุ ๒๕๖๕)
การบรหิ ารจัดการหลกั สตู ร

คำชี้แจง

หลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ของศูนย์การศึกษาพิเศษ
ประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔ ฉบับแก้ไขปรับปรุง ๒๕๖๕ ฉบับนี้ เป็นหลักสูตรสถานศกึ ษา
สำหรับเด็กพิการของศูนย์การศึกษาพิเศษ ๙ ประเภทความพิการ ประกอบด้วย เด็กที่มีความ
บกพร่องทางการเห็น เดก็ ท่ีมีความบกพร่องทางการได้ยนิ เด็กท่ีมคี วามบกพร่องทางสตปิ ญั ญา เดก็ ทม่ี ี
ความบกพร่องทางการเรียนรู้ เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ
เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์
เด็กออทิสติก และเด็กพิการซ้อน ที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง ๖ ปี เพื่อพัฒนามาตรฐานคุณลักษณะ
ที่พึงประสงค์ ได้แก่ พัฒนาการด้านร่างกาย พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ พัฒนาการด้านสังคม
พัฒนาการด้านสตปิ ัญญา และพัฒนาการด้านทักษะจำเป็นเฉพาะความพิการ รวมทั้งกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการดูแลช่วยเหลือ
กระตุ้นพัฒนาการและพัฒนาศักยภาพ ให้เทียบเคียงกับพัฒนาการเด็กทั่วไปให้มากที่สุด และตาม
ความต้องการจำเปน็ พิเศษ สำหรบั เด็กพกิ ารแต่ละประเภท ดังน้ี

๑. เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น ได้แก่ เด็กเห็นเลือนราง และเด็กตาบอด
มุ่งพัฒนาทักษะการใช้ประสาทสัมผัสท่ีเหลืออยู่ เช่น การมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส การดมกลิ่น
ฯลฯ โดยเด็กเห็นเลือนราง ฝึกใช้อุปกรณ์ช่วยการเห็น เช่น แว่นขยาย เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ขยาย
ข้อความและภาพ สำหรับเด็กตาบอด ฝึกการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดลอ้ มและการเคลื่อนไหว
การเดินทางของคนตาบอด การใช้ลูกคิด การเตรียมความพร้อมการอ่าน และการเขียน อักษรเบรลล์
ไทย

๒. เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ได้แก่ เด็กหูตึง และเด็กหูหนวก โดยเด็กหูตึง
ฝึกฟัง ฝึกพูด ฝึกการใช้เครื่องช่วยฟัง ฝึกการใช้ประสาทหูเทียม สำหรับเด็กหูหนวก ฝึกการใช้
ภาษามือการอา่ นริมฝปี าก การสะกดนว้ิ มือ

๓. เดก็ ทีม่ คี วามบกพรอ่ งทางสตปิ ัญญามุง่ เน้นฝึกปฏบิ ัตกิ จิ วัตรประจำวัน การรบั ผิดชอบ
งานบา้ น การดแู ลสขุ อนามยั ส่วนบคุ คล และความปลอดภยั ในชวี ติ ประจำวนั

๔. เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ฝึกด้านการอ่าน โดยการจำแนกพยัญชนะ
สระ ฝกึ ดา้ นการเขียนคำ สะกดคำ ฝึกด้านการคำนวณ โดยการทำความเข้าใจเกี่ยวกบั ตวั เลข จำนวน
การใช้สัญลักษณท์ างคณติ ศาสตร์

๕. เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรอื สุขภาพ ฝึกการใช้อปุ กรณ์
เครื่องช่วยเดิน กายอุปกรณ์เสริม กายอุปกรณ์เทียม อุปกรณ์ดัดแปลง สิ่งอำนวยความสะดวก
และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล เพื่อป้องกัน
ภาวะแทรกซอ้ น

๖. เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา ฝึกการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร
โดยการฝึกทักษะการฟัง การพูด การอ่าน การเขยี น การใช้รูปภาพสญั ลกั ษณ์ในการส่อื สาร



๗. เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม หรืออารมณ์ ฝึกการควบคุมอารมณ์ ความรู้สกึ
ความสนใจ การตอบสนองต่อสิ่งเรา้ เพ่ือลดพฤติกรรมทไ่ี ม่พึงประสงค์ และปฏิบตั ิตามกตกิ าของสังคม
ไดอ้ ย่างเหมาะสม

๘. เด็กออทิสติก ฝึกการเข้าใจภาษา การแสดงออกทางภาษา อารมณ์ ความรู้สึก
ฝกึ การมปี ฏิสัมพนั ธท์ างสงั คม ความสนใจ การตอบสนองตอ่ ส่งิ เร้า การลดพฤตกิ รรมที่ไม่พึงประสงค์
การปฏิบัตติ ามกตกิ าของสังคม การเลียนแบบ การหลกี หนีจากอนั ตราย

๙. เด็กพิการซ้อน ฝึกโดยเน้นความบกพร่องที่จะพัฒนาศักยภาพเด็กพิการ เพื่อพัฒนา
ศกั ยภาพดา้ นอ่ืน ที่สง่ ผลต่อการดำรงชวี ติ

ทั้งนี้ การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยสำหรับเด็กพิการแต่ละประเภท ครูและผู้ปกครอง
ควรเลือกใช้เทคนิค วิธสี อน ส่ือ และเทคโนโลยสี ิง่ อำนวยความสะดวก ที่สอดคล้องเหมาะสมกับระดับ
และประเภทความพิการ สำหรับเด็กพิการอายุต่ำกว่า ๓ ปี เน้นให้ครอบครัวมีบทบาทสำคัญ
ในการดูแล ช่วยเหลือ กระตนุ้ พฒั นาการในระยะแรกเร่ิม ส่วนเดก็ พกิ ารอายุ ๓-๖ปี เนน้ ใหศ้ ูนย์การศึกษา
พิเศษ ร่วมกับคณะสหวิชาชีพ ครอบครัวและชุมชน พัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อมให้กับ
เด็กพิการ

ปรชั ญาการศึกษาปฐมวยั สำหรับเดก็ ทีม่ ีความตอ้ งการจำเป็นพิเศษ

การศกึ ษาปฐมวยั สำหรบั เดก็ ทม่ี คี วามต้องการจำเป็นพิเศษ เปน็ การพัฒนาเดก็ ต้ังแต่แรก
เกดิ ถึง ๖ ปบี ริบูรณ์ อย่างเป็นองคร์ วมบนพน้ื ฐานการอบรมเลีย้ งดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้
ทส่ี นองต่อธรรมชาติและพฒั นาการตามสภาพความพิการของเด็กแตล่ ะบุคคลให้เต็มศักยภาพ ภายใต้
บริบทสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของทุกคน
เพื่อสร้างรากฐาน คุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเอง
ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

วสิ ัยทัศน์

หลกั สูตรสถานศึกษา สำหรับเดก็ ท่ีมคี วามต้องการจำเปน็ พิเศษของศูนย์การศึกษาพิเศษ
ประจำจังหวัดสตลู พุทธศักราช ๒๕๖๔ ฉบับแก้ไขปรับปรุง ๒๕๖๕ มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กพิการ
ใหไ้ ด้รบั การพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปญั ญา ตามประเภทความพิการอย่างคุณภาพ
และต่อเนื่องมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้วยกระบวนการพัฒนาในรูปแบบที่หลากหลายบนพื้นฐาน
พัฒนาการตามวัยและตามศักยภาพของแต่ละบุคคล สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้
อย่างมีความสุข โดยความร่วมมอื ของทมี นักสหวชิ าชพี ครอบครัว ชมุ ชน และหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งทุก
ฝ่าย



ภารกิจ

หลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ของศูนย์การศึกษาพิเศษ
ประจำจังหวัดสตลู พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ฉบบั แก้ไขปรบั ปรงุ ๒๕๖๕

มีหลักการสำคัญ ดังนี้
๑. พัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษา สำหรับเดก็ ท่มี คี วามต้องการจำเป็นพเิ ศษ ของศนู ย์การศึกษา
พิเศษประจำจงั หวัดสตูล พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามข้นั ตอนการพฒั นาหลกั สตู ร
๒. ส่งเสริมให้เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ได้รับการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ด้วยกระบวนการพัฒนาในรูปแบบที่หลากหลายบนพื้นฐานพัฒนาการ ตามวัยและตามศักยภาพ
ของแตล่ ะบคุ คลเหมาะสมตามประเภทความพิการ
๔. ส่งเสริมและพฒั นาเทคโนโลยสี ่งิ อำนวยความสะดวก ส่ือ บรกิ าร และความชว่ ยเหลือ
อ่ืนใดทางการศกึ ษา ให้ตรงกบั ความตอ้ งการจำเปน็ พเิ ศษเฉพาะบุคคล
๕. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับครอบครัว คณะสหวิชาชีพ สถานศึกษา ชุมชน และ
ผเู้ กีย่ วขอ้ งในการพัฒนาเดก็ พกิ าร

เปา้ หมาย

๑. เพอ่ื ใหศ้ ูนย์การศกึ ษาพเิ ศษ ประจำจงั หวดั สตูล มหี ลกั สูตรสถานศึกษาที่มคี วาม
เหมาะสมกบั เด็กทมี่ ีความตอ้ งการจำเปน็ พเิ ศษระดับปฐมวยั

๒. เพอ่ื ให้เดก็ ทมี่ คี วามต้องการจำเป็นพิเศษ ได้รับการพัฒนาการพัฒนาดา้ นร่างกาย
อารมณ์ สงั คม และสตปิ ัญญา ตามประเภทความพิการอย่างมีคณุ ภาพและต่อเน่ือง

๓. เพื่อให้เด็กทมี่ คี วามต้องการจำเป็นพเิ ศษ มีคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และสามารถ
อยู่ร่วมกบั ผู้อนื่ ในสังคมได้อยา่ งมีความสขุ

๔. เพ่อื ให้เดก็ ทม่ี คี วามต้องการจำเปน็ พเิ ศษได้รบั สง่ิ อำนวยความสะดวก สื่อ บรกิ าร
และความชว่ ยเหลืออน่ื ใดทางการศึกษา ท่ีเหมาะสมตรงตามความต้องการจำเป็นพิเศษเฉพาะบุคคล

๕. เพื่อใหค้ รอบครวั นักสหวชิ าชีพ ชมุ ชน และผ้ทู เ่ี ก่ยี วข้องมสี ่วนร่วมในการพัฒนาศกั ยภาพ
เด็กท่มี ีความต้องการจำเป็นพิเศษใหม้ ีพฒั นาการเตม็ ตามศักยภาพ สามารถดำรงชวี ิตในสังคม
พหุวฒั นธรรมได้อยา่ งมคี วามสขุ

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น

การพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยใช้หลักสูตรสถานศึกษา
สำหรบั เดก็ ท่ีมีความต้องการจำเป็นพิเศษศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔
(ฉบับแก้ไขปรับปรุง ๒๕๖๕) ผู้เรียนควรมีสมรรถนะสำคัญ ๗ ข้อ ตามสำนักงานเลขาธิการสภา



การศึกษาและองค์กรทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ประเทศไทย (๒๕๖๑. ๓๐-๗๐)
ดังตอ่ ไปน้ี

๑. การเคล่อื นไหว และสุขภาวะทางกาย (Motor Development /Physical Well – Being)
๑.๑ เด็กสามารถแสดงความแข็งแรงและประสานการทำงานของกล้ามเน้ือมดั ใหญ่
๑.๒ เดก็ สามารถแสดงความแขง็ แรงและประสานการทำงานของกล้ามเน้ือมดั เล็ก
๑.๓ เด็กสามารถใชป้ ระสาทสัมผสั ตา่ ง ๆ (เชน่ การเห็น ได้ยนิ กายสัมผสั ฯลฯ)

เป็นการนำในการเคลื่อนไหว
๑.๔ เดก็ รบั ประทานอาหารหลาย ๆ ชนิด ทมี่ ีประโยชน์และปลอดภัย
๑.๕ เดก็ แสดงความแข็งแรงและความทนทานทางร่างกาย
๑.๖ เดก็ แสดงออกวา่ มีความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความปลอดภยั
๑.๗ เด็กสามารถช่วยและพง่ึ ตนเองในกจิ วัตรของตน

๒. พัฒนาการด้านสงั คม (Social Development)
๒.๑ เดก็ แสดงทักษะในการมีปฏิสมั พนั ธก์ บั ผใู้ หญ่
๒.๒ เดก็ แสดงทักษะทางสังคมเชงิ บวก
๒.๓ เดก็ แสดงความตระหนักรู้ว่าพฤตกิ รรมมีผลกระทบต่อบคุ คลและสิง่ แวดลอ้ ม
๒.๔ เดก็ ตระหนกั รู้ เหน็ คณุ ค่า และ ยอมรบั นับถอื ในความเหมอื นและความแตกตา่ ง

ระหว่างบุคคล
๓. พัฒนาการด้านอารมณ์ (Emotional Development)
๓.๑ เดก็ สามารถรบั ร้เู ก่ยี วกบั ตนเอง และตระหนักรู้ว่าตนเองชอบหรือไมช่ อบอะไร
๓.๒ เดก็ ปฏบิ ัติตนตามกฎระเบยี บและกิจวตั ร และคมุ อารมณ์ได้ตามสมควร
๓.๓ เด็กแสดงความเชอื่ มั่นในความสามารถของตน
๓.๔ เดก็ สามารถแสดงความคิดพืน้ ฐานในเรื่องเกี่ยวกับเวลา ช่องว่าง ตำแหนง่

แหล่งทีอ่ ยู่ คุณลกั ษณะ ฯลฯ รวมท้ังการจัดกลุ่มส่ิงต่าง ๆ ที่อยูแ่ วดลอ้ ม
๓.๕ เดก็ แสดงความรคู้ วามเข้าใจเกีย่ วกบั เหตุและผล
๓.๖ เดก็ สามารถเปรยี บเทียบแยกแยะความเหมือน ความแตกตา่ ง และประเมินสถานภาพ
๓.๗ เด็กสามารถแกป้ ัญหาได้
๓.๘ เดก็ สามารถจดจ่อกับการทำกจิ กรรมดว้ ยความตงั้ ใจ
๓.๙ เดก็ สามารถอ่านตัวเลข นบั เลข และรจู้ ำนวน

๔. พฒั นาการด้านการคดิ และสติปัญญา (Cognitive Development)
๔.๑ เดก็ แสดงพฤติกรรมอยากร้อู ยากลอง โดยการมอง การฟงั การถาม จับต้อง

และลงมือทำเกย่ี วกับส่งิ แวดล้อมที่มชี ีวติ ตา่ ง ๆ
๔.๒ เดก็ แสดงพฤติกรรมอยากรู้ อยากลอง โดยการมอง การฟงั การถามจบั ต้อง

และลงมือทำเก่ียวกับส่งิ แวดล้อมที่ไมม่ ชี ีวิตต่าง ๆ
๔.๓ เด็กแสดงออกถึงความตระหนักรู้เกี่ยวกับคุณลักษณะของครอบครัว และ

บทบาทของครอบครวั
๔.๔ เดก็ แสดงออกถึงความตระหนกั รเู้ ก่ียวกบั ชมุ ชนของตน การพงึ่ พาซงึ่ กันและกัน



และบทบาททางสงั คมของคนตา่ ง ๆ
๔.๕ เด็กแสดงพฤติกรรมรักษาสิ่งแวดล้อมและหลีกเล่ียงมลภาวะ
๔.๖ เดก็ แสดงออกถึงความตระหนักรเู้ กยี่ วกับคณุ ค่าเชิงเศรษฐกิจของสง่ิ ต่าง ๆ

๕. พฒั นาการด้านภาษา (Language Development)
๕.๑ เดก็ สามารถรับรู้ เข้าใจ และใชค้ ำศพั ท์ได้
๕.๒ เด็กแสดงพัฒนาการการใชไ้ วยากรณ์ และการเรยี บเรียงคำใหเ้ ปน็ ประโยค
๕.๓ เด็กสามารถแสดงพฤติกรรมเข้าใจความหมายและจับใจความได้จากการฟังภาษาพดู
๕.๔ เดก็ สามารถรับรู้และใช้ภาษาพูด สื่อความหมาย ได้ตรงตามความต้องการของตน
๕.๕ เด็กสามารถส่ือความหมายอย่างมีประสิทธภิ าพด้วยสีหน้า ท่าทางและสัญลักษณ์
๕.๖ เดก็ สามารถบ่งชีแ้ ละออกเสยี งตัวพยญั ชนะ และคำง่าย ๆ ได้
๕.๗ เดก็ สามารถเขียนตวั อักษะและคำง่าย ๆ ได้

๖. พัฒนาการดา้ นจรยิ ธรรม (Moral Development)
๖.๑ เด็กสามารถแสดงพฤติกรรรมควบคุมตนเอง
๖.๒ เด็กสามารถแสดงพฤติกรรมสะท้อนความเขา้ ใจเกย่ี วกบั การกระทำใดถกู หรือผดิ

๗. พัฒนาการดา้ นการสรา้ งสรรค์ (Creative Development)
๗.๑ เด็กสามารถแสดงพฤติกรรมทางดนตรีและเคล่ือนไหวตามดนตรี
๗.๒ เด็กสามารถแสดงพฤติกรรมทางศิลปะการละคร
๗.๓ เด็กสามารถแสดงพฤติกรรมดา้ นการวาด การป้นั และการประดษิ ฐ์

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

หลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๕ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมคี วามสุข ในฐานะเป็นพลเมือง
ไทยและพลโลก ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
กระทรวงศึกษาธิการ (๒๕๕๑, หน้า ๗) มาวิเคราะห์เพื่อกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สำหรับ
เดก็ ท่มี คี วามต้องการจำเปน็ พเิ ศษของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจงั หวัดสตลู ดังนี้

๑. รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
๒. ซื่อสตั ยส์ จุ รติ
๓. มีวินัยตอ่ ตนเองและผ้อู นื่
๔. มีความต้ังใจ ใฝ่เรียนรู้
๕) ดำรงชีวิตอย่างพอเพยี ง
๖. ตง้ั ใจและรับผดิ ชอบในการทำงาน
๗) รักความเป็นไทย
๘) มีส่วนร่วมในกิจกรรมทเ่ี ป็นประโยชนต์ ่อชุมชน และสงั คม



โครงสรา้ งหลกั สูตร

การพัฒนาศักยภาพเด็กพิการ หลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการ

จำเป็นพิเศษ ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔(ฉบับแก้ไขปรับปรุง

๒๕๖๕) จำเปน็ ตอ้ งคำนงึ ถงึ โครงสร้างหลักสตู ร ดงั น้ี

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

๑. รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ๕. ดำรงชีวิตอย่างพอเพยี ง
๒. ซอื่ สตั ย์สุจรติ ๖. ต้ังใจและรบั ผิดชอบในการทำงาน
๓. มวี นิ ัยต่อตนเองและผู้อ่นื ๗. รักความเป็นไทย
๔. มีความตง้ั ใจ ใฝเ่ รียนรู้ ๘. มีสว่ นรว่ มในกิจกรรมที่เปน็ ประโยชนต์ อ่ ชมุ ชนและสังคม

มาตรฐานคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์

๑. พัฒนาการด้านรา่ งกาย ๕. พฒั นาการด้านทกั ษะจำเปน็ เฉพาะความพกิ าร
๒. พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ๑) พัฒนาการทักษะจำเป็นเฉพาะความบกพรอ่ งทางการเหน็
๓. พฒั นาการด้านสงั คม
๔. พัฒนาการดา้ นสตปิ ัญญา ๒) พฒั นาการทกั ษะจำเป็นเฉพาะความบกพรอ่ งทางการไดย้ นิ

๓) พฒั นาการทกั ษะจำเปน็ เฉพาะความบกพรอ่ งทางสติปัญญา

๔) พฒั นาการทักษะจำเปน็ เฉพาะความบกพรอ่ งทางรา่ งกาย หรือการ
เคลอื่ นไหว หรือสขุ ภาพ

๕) พฒั นาการทกั ษะจำเปน็ เฉพาะความบกพรอ่ งทางการเรยี นรู้

๖) พัฒนาการทักษะจำเปน็ เฉพาะความบกพรอ่ งทางการพดู และภาษา

๗) พัฒนาการทักษะจำเปน็ เฉพาะความบกพรอ่ งทางพฤตกิ รรมหรือ
อารมณ์
๘) พฒั นาการทกั ษะจำเปน็ เฉพาะออทสิ ตกิ
๙) พฒั นาการทกั ษะจำเป็นเฉพาะพกิ ารซ้อน

เวลาเรียน ตามอายุพัฒนาการตั้งแต่แรกเกิดถงึ ๖ ปี และยืดหยุ่นตามความพร้อมพัฒนาการและศักยภาพของเด็กพกิ าร ตาม
ประเภทและสภาพความพกิ ารของแตล่ ะบคุ คลแตไ่ ม่เกิน ๑๘ ปี มีเวลาเรียนไม่นอ้ ยกว่า ๑๘๐ วนั และในแตล่ ะวนั ไม่นอ้ ยกว่า ๕
ชว่ั โมง

กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
๑. กิจกรรมวิชาการ (กจิ กรรมพทุ ธิศึกษา (Head) ,กจิ กรรมจริยศึกษา (Heart),กิจกรรมหตั ถศกึ ษา (Hand),กิจกรรมพละศึกษา

(Health))
๒. กจิ กรรมคณุ ธรรม จริยธรรม

๓. กจิ กรรมทัศนศึกษา

๔. กิจกรรมการบรกิ ารเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร (ICT)

๕. กจิ กรรมการจัดการเรียนการสอนทางไกลในชว่ งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)

๖. กจิ กรรมอน่ื ๆ

แผนภาพที่ ๑ โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
ของศูนยก์ ารศึกษาพิเศษประจำจงั หวัดสตลู พุทธศักราช ๒๕๖๔ (ฉบับแกไ้ ขปรบั ปรุง ๒๕๖๕)



จากโครงสร้างหลักสูตรสถานศกึ ษาข้างต้นได้วเิ คราะห์จัดทำโครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษา

เฉพาะความบกพร่องทางการเหน็ ดังน้ี

การพฒั นาศักยภาพเด็กท่ีมีความต้องการจำเป็นพิเศษ ตามคูม่ อื หลักสูตรสถานศึกษาการศึกษา

ปฐมวัย สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล

พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ จำเป็นต้องคำนงึ ถึงโครงสร้างหลกั สตู รดังน้ี

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

๑. รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ๕. ดำรงชีวติ อย่างพอเพียง
๒. ซ่อื สัตย์สจุ ริต ๖. ต้งั ใจและรบั ผิดชอบในการทำงาน
๓. มีวินัยต่อตนเองและผอู้ น่ื ๗. รกั ความเป็นไทย
๔. มคี วามต้งั ใจ ใฝเ่ รยี นรู้
๘. มีสว่ นร่วมในกิจกรรมทเี่ ป็นประโยชนต์ ่อชุมชนและสงั คม
๑. พัฒนาการด้านร่างกาย
๒. พฒั นาการด้านอารมณ์ จติ ใจ มาตรฐานคุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
๓. พัฒนาการด้านสังคม
๔. พัฒนาการด้านสติปญั ญา ๕. การพฒั นาด้านทกั ษะจำเป็นเฉพาะความบกพรอ่ งทางการเหน็

๑) การบูรณาการประสาทสัมผสั ทเี่ หลืออยใู่ นการดำรงชวี ติ

๒) การสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม และการเคลื่อนไหวของ
คนตาบอด

๓) การเตรยี มความพร้อมการอา่ นอักษรเบรลล์
๔) การเตรยี มความพรอ้ มการเขยี นอกั ษรเบรลล์

๕) การอา่ นอกั ษรเบรลล์พยญั ชนะไทยที่มเี ซลล์เดยี วและตัวเลข

๖) การเขยี นอกั ษรเบรลล์พยัญชนะไทยทมี่ ีเซลล์เดยี วและตัวเลข

๗) การใชล้ กู คิด

๘) การใชเ้ ทคโนโลยสี ่งิ อำนวยความสะดวก เคร่อื งชว่ ยในการเรยี นรู้

เวลาเรยี น ตามอายพุ ัฒนาการตัง้ แตแ่ รกเกดิ ถึง ๖ ปี มีเวลาเรยี นไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๘๐ วัน และในแตล่ ะวนั ไม่น้อยกว่า ๕ ช่ัวโมง

กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
๑. กิจกรรมวิชาการ (กจิ กรรมพุทธศิ กึ ษา (Head) ,กจิ กรรมจริยศกึ ษา (Heart),กิจกรรมหัตถศกึ ษา (Hand),กจิ กรรมพละศกึ ษา

(Health))
๒. กิจกรรมคุณธรรม จรยิ ธรรม

๓. กจิ กรรมทศั นศกึ ษา

๔. กิจกรรมการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร (ICT)

๕. กจิ กรรมการจดั การเรียนการสอนทางไกลในช่วงสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)

๖. กิจกรรมอ่ืนๆ

แผนภาพที่ ๒ โครงสร้างคู่มือหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กที่มีความบกพร่อง
ทางการเห็น ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔(ฉบับแก้ไขปรับปรุง
๒๕๖๕)



จากโครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษาข้างตน้ ได้วเิ คราะหจ์ ดั ทำโครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศึกษา

เฉพาะความบกพร่องทางการได้ยนิ ดังน้ี

การพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ตามคู่มือหลักสูตรสถานศึกษา

สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช

๒๕๖๔(ฉบับแกไ้ ขปรบั ปรุง ๒๕๖๕) จำเปน็ ต้องคำนงึ ถงึ โครงสรา้ งหลกั สตู รดงั น้ี

๑. รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๒. ซื่อสตั ยส์ จุ รติ
๓. มีวินัยตอ่ ตนเองและผู้อ่ืน ๕. ดำรงชีวติ อยา่ งพอเพียง
๔. มคี วามต้ังใจ ใฝเ่ รยี นรู้ ๖. ตง้ั ใจและรับผดิ ชอบในการทำงาน
๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มีส่วนร่วมในกจิ กรรมท่ีเปน็ ประโยชนต์ อ่ ชุมชนและสงั คม

๑. พัฒนาการด้านรา่ งกาย มาตรฐานคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์

๒. พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ๕. พฒั นาการดา้ นทักษะจำเปน็ เฉพาะความบกพร่องทางการได้ยนิ
๓. พฒั นาการด้านสงั คม ๑) ใช้และดูแลเครอ่ื งช่วยฟงั หรอื เครือ่ งประสาทหูเทยี ม
๔. พฒั นาการด้านสตปิ ญั ญา ๒) ใชก้ ารไดย้ ินท่ีหลงเหลอื อยู่ในชีวิตประจำวัน
๓) เปล่งเสยี งหรือพูดตามแบบ
๔) อ่านรมิ ฝปี าก

๕) ใชภ้ าษาทา่ ทางและภาษามือในการสอื่ สาร

๖) สะกดน้วิ มือ

๗) ใช้เทคโนโลยสี ่ิงอำนวยความสะดวก เคร่อื งช่วยในการเรยี นรู้

๑) ใชแ้ ละดแู ลเคร่ืองช่วยฟังหรอื เคร่ืองประสาทหูเทียม

เวลาเรียน ตามอายุพฒั นาการตั้งแตแ่ รกเกดิ ถงึ ๖ ปี มเี วลาเรยี นไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน และในแต่ละวันไม่นอ้ ยกว่า ๕ ชัว่ โมง
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
๑. กจิ กรรมวิชาการ (กจิ กรรมพทุ ธศิ ึกษา (Head) ,กิจกรรมจรยิ ศึกษา (Heart),กจิ กรรมหัตถศึกษา (Hand),กจิ กรรมพละศกึ ษา

(Health))
๒. กิจกรรมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม

๓. กจิ กรรมทัศนศกึ ษา

๔. กิจกรรมการบรกิ ารเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)

๕. กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนทางไกลในช่วงสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)

๖. กจิ กรรมอน่ื ๆ

แผนภาพท่ี ๓ โครงสร้างคูม่ ือหลักสตู รสถานศกึ ษาการศกึ ษาปฐมวยั สำหรับเดก็ ที่มคี วามบกพร่อง
ทางการไดย้ นิ ของศนู ยก์ ารศกึ ษาพิเศษประจำจังหวดั สตลู พุทธศักราช ๒๕๖๔ (ฉบบั แก้ไขปรับปรุง
๒๕๖๕)



จากโครงสรา้ งหลักสตู รสถานศึกษาข้างตน้ ได้วิเคราะห์จัดทำโครงสรา้ งหลักสตู รสถานศึกษา
เฉพาะความบกพร่องทางสติปัญญา ดงั น้ี
การพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ตามคู่มือหลักสูตรสถานศึกษา

สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช

๒๕๖๔(ฉบับแกไ้ ขปรับปรงุ ๒๕๖๕) จำเปน็ ต้องคำนงึ ถึงโครงสรา้ งหลักสูตรดงั นี้

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

๑. รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ ๕. ดำรงชวี ิตอยา่ งพอเพยี ง
๒. ซอื่ สตั ยส์ จุ ริต ๖. ตั้งใจและรบั ผดิ ชอบในการทำงาน
๓. มวี นิ ัยต่อตนเองและผ้อู นื่ ๗. รกั ความเปน็ ไทย
๔. มคี วามตัง้ ใจ ใฝ่เรยี นรู้ ๘. มีส่วนร่วมในกจิ กรรมทเี่ ปน็ ประโยชนต์ ่อชุมชนและสังคม

๑. พฒั นาการดา้ นร่างกาย มาตรฐานคุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์
๒. พฒั นาการด้านอารมณ์ จิตใจ
๓. พฒั นาการดา้ นสังคม ๕. พฒั นาการดา้ นทกั ษะจำเป็นเฉพาะความบกพรอ่ งทางสตปิ ญั ญา
๔. พัฒนาการด้านสติปญั ญา ๑) ส่อื สารได้เหมาะสมกบั สถานการณ์
๒) ดแู ลตวั เองและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
๓) มปี ฏิสัมพันธ์ทางสังคมกบั ผู้อน่ื อย่างเหมาะสม

๔) รู้จักใชท้ รัพยากรในชุมชน

๕) ใช้เทคโนโลยสี ง่ิ อำนวยความสะดวกเครือ่ งชว่ ยในการเรยี นรู้

เวลาเรยี น ตามอายพุ ฒั นาการต้งั แต่แรกเกิด ถึง ๖ ปี มีเวลาเรยี นไมน่ ้อยกว่า ๑๘๐ วัน และในแต่ละวนั ไม่นอ้ ยกว่า ๕ ช่ัวโมง

กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
๑. กจิ กรรมวิชาการ (กจิ กรรมพุทธศิ ึกษา (Head) ,กจิ กรรมจริยศกึ ษา (Heart),กจิ กรรมหัตถศกึ ษา (Hand),กิจกรรมพละศึกษา

(Health))
๒. กิจกรรมคณุ ธรรม จริยธรรม

๓. กิจกรรมทศั นศึกษา

๔. กจิ กรรมการบริการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร (ICT)

๕. กจิ กรรมการจัดการเรยี นการสอนทางไกลในชว่ งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)

๖. กิจกรรมอ่ืนๆ

แผนภาพที่ ๔ โครงสร้างคู่มือหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องสติปัญญา
ของศนู ย์การศกึ ษาพิเศษประจำจังหวดั สตูล พุทธศักราช ๒๕๖๕(ฉบบั แกไ้ ขปรบั ปรงุ ๒๕๖๕)

๑๐

จากโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาข้างต้นได้วิเคราะห์จัดทำโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา
เฉพาะความบกพรอ่ งทางด้านรา่ งกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพดงั นี้
การพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ตามคู่มือหลักสูตรสถานศึกษา

สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพของศูนย์การศึกษาพิเศษ

ประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔(ฉบับแก้ไขปรับปรุง ๒๕๖๕) จำเป็นต้องคำนึงถึงโครงสร้าง

หลกั สตู รดงั นี้

๑. รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๒. ซื่อสัตย์สจุ ริต
๓. มีวนิ ัยต่อตนเองและผู้อ่นื ๕. ดำรงชีวิตอย่างพอเพียง
๔. มคี วามต้งั ใจ ใฝเ่ รยี นรู้ ๖. ตง้ั ใจและรับผดิ ชอบในการทำงาน
๗. รักความเป็นไทย
๑. พฒั นาการดา้ นร่างกาย ๘. มีสว่ นร่วมในกจิ กรรมทเี่ ป็นประโยชนต์ อ่ ชุมชนและสงั คม
๒. พัฒนาการด้านอารมณ์ จติ ใจ
๓. พฒั นาการดา้ นสงั คม มาตรฐานคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์
๔. พฒั นาการดา้ นสติปญั ญา
๕. พัฒนาการดา้ นทักษะจำเป็นเฉพาะความบกพร่องทางดา้ นร่างกายหรือการ
เคลื่อนไหวหรอื สุขภาพ

๑) ดแู ลสขุ อนามัยเพ่ือปอ้ งกันภาวะแทรกซ้อน
๒) สามารถใชแ้ ละดแู ลรักษาอุปกรณ์ เคร่อื งช่วยในการเคลื่อนยา้ ยตนเอง (Walker
รถเขน็ ไมเ้ ท้า ไม้คา้ ยัน ฯลฯ)
๓) สามารถใชแ้ ละดูแลรักษากายอปุ กรณเ์ สริม กายอปุ กรณ์ อปุ กรณ์ดดั แปลง
๔) สามารถใช้เทคโนโลยีส่งิ อานวยความสะดวก เครื่องชว่ ยในการเรยี นรู้
๕) ควบคุมอวัยวะที่ใช้ในการพูด การเค้ยี ว และการกลืน

เวลาเรียน ตามอายพุ ฒั นาการตง้ั แต่แรกเกดิ ถงึ ๖ ปี มีเวลาเรียนไมน่ ้อยกวา่ ๑๘๐ วนั และในแต่ละวนั ไมน่ อ้ ยกว่า ๕ ชว่ั โมง
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
๑. กจิ กรรมวิชาการ (กจิ กรรมพุทธิศกึ ษา (Head) ,กจิ กรรมจริยศึกษา (Heart),กิจกรรมหัตถศึกษา (Hand),กิจกรรมพละศกึ ษา
(Health))
๒. กจิ กรรมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
๓. กิจกรรมทศั นศึกษา
๔. กิจกรรมการบริการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (ICT)
๕. กิจกรรมการจัดการเรยี นการสอนทางไกลในชว่ งสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)
๖. กจิ กรรมอ่นื ๆ

แผนภาพที่ ๕ โครงสร้างคู่มือหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางทางด้านร่างกาย
หรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔(ฉบับ
แกไ้ ขปรับปรงุ ๒๕๖๕)

๑๑

จากโครงสร้างหลักสตู รสถานศกึ ษาขา้ งตน้ ไดว้ ิเคราะห์จดั ทำโครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศึกษา
เฉพาะความบกพร่องทางการเรียนรู้ ดงั น้ี
การพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ตามคู่มือหลักสูตรสถานศึกษา

สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูลพุทธศักราช

๒๕๖(ฉบับแก้ไขปรับปรุง ๒๕๖๕) จำเปน็ ตอ้ งคำนึงถึงโครงสร้างหลกั สูตรดงั นี้

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

๑. รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ ๕. ดำรงชวี ติ อยา่ งพอเพียง
๒. ซือ่ สัตยส์ ุจริต ๖. ตัง้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทำงาน
๓. มีวินยั ตอ่ ตนเองและผูอ้ ืน่ ๗. รักความเป็นไทย
๔. มคี วามต้งั ใจ ใฝเ่ รียนรู้ ๘. มีส่วนรว่ มในกิจกรรมทีเ่ ป็นประโยชน์ต่อชมุ ชนและสังคม
มาตรฐานคุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์
๑. พฒั นาการดา้ นร่างกาย ๕. การพฒั นาดา้ นทกั ษะจำเป็นเฉพาะความบกพรอ่ งทางการเรยี นรู้
๒. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ
๓. พัฒนาการดา้ นสังคม ๑) มคี วามสามารถในการรับรู้การได้ยนิ
๔. พฒั นาการดา้ นสติปญั ญา
๒) มีความสามารถในการรับร้กู ารเหน็

๓) มีความสามารถในการจัดลำดับความคิด

๔) มีความสามารถในการจัดระเบยี บตัวเอง

๕) มคี วามสามารถในการบอกตำแหนง่ /ทศิ ทาง

๖) สามารถใช้เทคโนโลยีสิง่ อำนวยความสะดวก เครอ่ื งช่วยในการเรยี นรู้

เวลาเรียน ตามอายุพฒั นาการตงั้ แตแ่ รกเกดิ ถึง ๖ ปี มเี วลาเรยี นไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วนั และในแตล่ ะวันไม่นอ้ ยกว่า ๕ ชวั่ โมง

กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
๑. กจิ กรรมวิชาการ (กจิ กรรมพทุ ธศิ ึกษา (Head) ,กจิ กรรมจริยศึกษา (Heart),กิจกรรมหัตถศึกษา (Hand),กิจกรรมพละศกึ ษา

(Health))
๒. กิจกรรมคุณธรรม จริยธรรม

๓. กจิ กรรมทศั นศึกษา

๔. กิจกรรมการบริการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร (ICT)

๕. กจิ กรรมการจดั การเรียนการสอนทางไกลในชว่ งสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)

๖. กจิ กรรมอืน่ ๆ

แผนภาพที่ ๖ โครงสร้างคู่มือหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
ของศนู ยก์ ารศึกษาพิเศษประจำจงั หวัดสตูล พุทธศกั ราช ๒๕๖๔(ฉบับแก้ไขปรบั ปรุง ๒๕๖๕)

๑๒

จากโครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษาข้างตน้ ได้วิเคราะหจ์ ัดทำโครงสรา้ งหลักสตู รสถานศึกษา

เฉพาะเด็กทีม่ คี วามบกพรอ่ งทางการพูดและภาษาดงั นี้
การพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ตามคู่มือหลักสูตรสถานศึกษา

สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล

พุทธศักราช ๒๕๖๔(ฉบับแกไ้ ขปรบั ปรงุ ๒๕๖๕) จำเป็นต้องคำนึงถึงโครงสรา้ งหลกั สูตรดังนี้

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

๑. รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ๕. ดำรงชีวิต อยา่ งพอเพยี ง
๒. ซ่ือสตั ยส์ ุจรติ ๖. ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทำงาน
๓. มีวินยั ต่อตนเองและผอู้ ่นื ๗. รกั ความเปน็ ไทย
๔. มีความตงั้ ใจ ใฝเ่ รยี นรู้ ๘. มสี ่วนร่วมในกจิ กรรมทเี่ ปน็ ประโยชน์ต่อชุมชนและสงั คม

๑. พฒั นาการด้านร่างกาย มาตรฐานคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์
๒. พัฒนาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ๕. การพฒั นาดา้ นทกั ษะจำเปน็ เฉพาะความบกพร่องทางการพดู และภาษา
๑) การควบคมุ อวยั วะในการออกเสียง

๓. พัฒนาการดา้ นสังคม ๒) การออกเสยี งตามหน่วยเสียงไดช้ ัดเจน

๔. พัฒนาการด้านสตปิ ัญญา ๓) การเปลง่ เสยี งใหเ้ หมาะสมกับธรรมชาตขิ องแตล่ ะคน

๔) การควบคมุ จังหวะการพดู

๕) การใช้ภาษาพดู ได้

๖) การใชเ้ ทคโนโลยีสงิ่ อำนวยความสะดวก เครื่องชว่ ยในการเรยี นรู้

เวลาเรยี น ตามอายุพัฒนาการต้ังแต่แรกเกิด ถึง ๖ ปี มเี วลาเรียนไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน และในแตล่ ะวนั ไมน่ ้อยกว่า ๕ ชั่วโมง

กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
๑. กิจกรรมวิชาการ (กจิ กรรมพุทธศิ กึ ษา (Head) ,กจิ กรรมจรยิ ศกึ ษา (Heart),กจิ กรรมหัตถศึกษา (Hand),กิจกรรมพละศึกษา

(Health))
๒. กจิ กรรมคณุ ธรรม จริยธรรม

๓. กิจกรรมทศั นศกึ ษา

๔. กิจกรรมการบริการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร (ICT)

๕. กจิ กรรมการจดั การเรียนการสอนทางไกลในชว่ งสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)

๖. กิจกรรมอื่นๆ

แผนภาพที่ ๒ โครงสร้างคู่มือหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา
ของศนู ย์การศึกษาพิเศษประจำจงั หวัดสตูล พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ (ฉบบั แกไ้ ขปรับปรงุ ๒๕๖๕)

๑๓

จากโครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษาขา้ งตน้ ได้วิเคราะหจ์ ดั ทำโครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษา
เฉพาะความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ ดังนี้
การพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ตามคู่มือหลักสูตรสถานศึกษา

สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล

พทุ ธศักราช ๒๕๖๔(ฉบบั แกไ้ ขปรับปรงุ ๒๕๖๕) จำเปน็ ตอ้ งคำนึงถึงโครงสรา้ งหลกั สตู รดังนี้

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ๕. ดำรงชีวติ อย่างพอเพยี ง
๒. ซอื่ สตั ยส์ จุ ริต ๖. ตั้งใจและรับผดิ ชอบในการทำงาน
๓. มวี ินยั ตอ่ ตนเองและผอู้ น่ื ๗. รักความเป็นไทย
๔. มีความตั้งใจ ใฝเ่ รยี นรู้ ๘. มสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมทีเ่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ ชมุ ชนและสังคม

๑. พฒั นาการด้านรา่ งกาย มาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์
๒. พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ
๓. พฒั นาการด้านสังคม ๕. การพัฒนาด้านทักษะจำเป็นเฉพาะความบกพร่องทางพฤติกรรมและ
๔. พัฒนาการดา้ นสติปัญญา อารมณ์

๑) การจดั การกับอารมณข์ องตนเองได้

๒) การควบคุมพฤติกรรมของตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสม

๓) การปรับตัวอยรู่ ่วมกบั สงั คม
๔) การใช้เทคโนโลยี ส่งิ อำนวยความสะดวก เครอื่ งช่วยในการเรียนรู้

เวลาเรยี น ตามอายพุ ฒั นาการตั้งแต่แรกเกดิ ถงึ ๖ ปี มเี วลาเรยี นไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๘๐ วัน และในแต่ละวันไมน่ อ้ ยกว่า ๕ ชั่วโมง
กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
๑. กิจกรรมวชิ าการ (กจิ กรรมพทุ ธิศกึ ษา (Head) ,กจิ กรรมจรยิ ศกึ ษา (Heart),กจิ กรรมหตั ถศึกษา (Hand),กิจกรรมพละศกึ ษา

(Health))
๒. กจิ กรรมคณุ ธรรม จริยธรรม
๓. กิจกรรมทัศนศึกษา
๔. กจิ กรรมการบริการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)
๕. กจิ กรรมการจัดการเรยี นการสอนทางไกลในช่วงสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)
๖. กิจกรรมอื่นๆ

แผนภาพที่ ๒ โครงสร้างคูม่ ือหลักสตู รสถานศึกษา สำหรบั เดก็ ทมี่ คี วามบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์

ของศนู ยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษประจำจงั หวดั สตลู พทุ ธศักราช ๒๕๖๔(ฉบับแก้ไขปรบั ปรงุ ๒๕๖๕)

๑๔

จากโครงสร้างหลกั สูตรสถานศกึ ษาข้างต้นไดว้ เิ คราะหจ์ ัดทำโครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศึกษา
เฉพาะเด็กออทิสตกิ ดงั นี้
การพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ตามคู่มือหลักสูตรสถานศึกษา

สำหรับเด็กออทิสติก ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔ (ฉบับแก้ไข

ปรับปรงุ ๒๕๖๕) จำเปน็ ต้องคำนงึ ถงึ โครงสร้างหลกั สูตรดังนี้

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

๑. รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ๕. ดำรงชวี ติ อยา่ งพอเพียง
๒. ซ่ือสัตยส์ จุ ริต ๖. ต้งั ใจและรบั ผิดชอบในการทำงาน
๓. มีวินัยต่อตนเองและผอู้ ืน่ ๗. รกั ความเปน็ ไทย
๔. มคี วามต้งั ใจ ใฝ่เรียนรู้
๘. มีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมท่ีเปน็ ประโยชน์ตอ่ ชุมชนและ สังคม

๑. พัฒนาการดา้ นรา่ งกาย มาตรฐานคุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์
๒. พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ๕. การพัฒนาดา้ นทักษะจำเปน็ เฉพาะเดก็ ออทสิ ตกิ
๓. พัฒนาการดา้ นสงั คม ๑) ความสนใจ (การควบคุมตนเองในการทำกิจกรรม)
๔. พฒั นาการดา้ นสติปัญญา
๒) การตอบสนองต่อสงิ่ เร้าไดอ้ ย่างเหมาะสม
๓) การเข้าใจภาษา
๔) การแสดงออกทางภาษา

๕) การแสดงออกทางอารมณค์ วามรสู้ กึ

๖) การลดพฤติกรรมทไ่ี มพ่ ึงประสงค์

๗) การปฏบิ ตั ติ ามกตกิ าของสังคม

๘) การเลยี นแบบ

๙) การหลีกหนีจากอันตราย
๑๐) สามารถใช้เทคโนโลยี อำนวยความ สะดวก เครอ่ื งชว่ ยในการเรียนรู้

เวลาเรียน ตามอายุพัฒนาการต้ังแต่แรกเกดิ ถึง ๖ ปี มเี วลาเรียนไมน่ ้อยกว่า ๑๘๐ วัน และในแตล่ ะวนั ไม่นอ้ ยกว่า ๕ ชั่วโมง

กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
๑. กจิ กรรมวชิ าการ (กจิ กรรมพุทธิศึกษา (Head) ,กิจกรรมจรยิ ศกึ ษา (Heart),กิจกรรมหตั ถศกึ ษา (Hand),กิจกรรมพละศึกษา

(Health))
๒. กิจกรรมคณุ ธรรม จริยธรรม

๓. กิจกรรมทัศนศกึ ษา

๔. กิจกรรมการบริการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร (ICT)

๕. กิจกรรมการจดั การเรียนการสอนทางไกลในชว่ งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)

๖. กจิ กรรมอ่ืนๆ

แผนภาพท่ี ๒ โครงสรา้ งค่มู อื หลกั สตู รสถานศึกษา สำหรบั เด็กออทิสติก ของศูนยก์ ารศกึ ษาพิเศษ ประจำ
จงั หวดั สตูล พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ (ฉบบั แก้ไขปรับปรงุ ๒๕๖๕)

๑๕

จากโครงสร้างหลกั สูตรสถานศกึ ษาขา้ งต้นไดว้ เิ คราะหจ์ ดั ทำโครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศึกษา
เฉพาะพิการซ้อน ดงั น้ี
การพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ตามคู่มือหลักสูตรสถานศึกษา

สำหรับพิการซ้อน ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔(ฉบับแก้ไข

ปรบั ปรุง ๒๕๖๕) จำเปน็ ตอ้ งคำนึงถึงโครงสรา้ งหลักสูตรดังน้ี

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

๑. รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ๕. ดำรงชีวติ อย่างพอเพยี ง
๒. ซ่อื สัตยส์ จุ ริต ๖. ตัง้ ใจและรับผิดชอบในการทำงาน
๓. มวี ินยั ตอ่ ตนเองและผู้อ่ืน ๗. รักความเปน็ ไทย
๔. มีความตั้งใจ ใฝ่เรียนรู้ ๘. มีส่วนรว่ มในกิจกรรมที่เปน็ ประโยชนต์ ่อชมุ ชน และสงั คม
มาตรฐานคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์
๑. พัฒนาการด้านรา่ งกาย ๕. การพฒั นาด้านทกั ษะจำเป็นเฉพาะพิการซ้อน
๒. พัฒนาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ๑) ทักษะการใชป้ ระสาทสมั ผสั
๓. พฒั นาการด้านสงั คม
๔. พัฒนาการดา้ นสตปิ ญั ญา ๒) ทักษะการสื่อสาร

๓) ทักษะการมีปฏสิ ัมพันธ์ทางสังคม

๔) ทกั ษะการจดั การและการควบคุมตนเอง

เวลาเรียน ตามอายุพฒั นาการต้งั แต่แรกเกิด ถงึ ๖ ปี มเี วลาเรยี นไม่น้อยกวา่ ๑๘๐ วนั และในแตล่ ะวนั ไมน่ ้อยกว่า ๕ ชัว่ โมง

กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
๑. กิจกรรมวิชาการ (กจิ กรรมพุทธิศกึ ษา (Head) ,กจิ กรรมจริยศกึ ษา (Heart),กจิ กรรมหตั ถศกึ ษา (Hand),กิจกรรมพละศกึ ษา

(Health))
๒. กจิ กรรมคุณธรรม จรยิ ธรรม

๓. กจิ กรรมทัศนศกึ ษา

๔. กจิ กรรมการบรกิ ารเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร (ICT)

๕. กิจกรรมการจดั การเรยี นการสอนทางไกลในช่วงสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)

๖. กจิ กรรมอนื่ ๆ

แผนภาพที่ ๒ โครงสร้างคู่มือหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น
ของศนู ยก์ ารศึกษาพิเศษ ประจำจังหวดั สตูล พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ (ฉบับแกไ้ ขปรบั ปรุง ๒๕๖๕)

๑๖

คำอธบิ ายโครงสรา้ งหลักสตู ร
๑. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาศักยภาพเด็กพิการ

ตามหลักสูตรกำหนดหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๕ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมือง
ไทยและพลโลก ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
กระทรวงศึกษาธิการ (๒๕๕๑, หน้า ๗) มาวิเคราะห์เพื่อกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์
สำหรบั เดก็ ที่มคี วามต้องการจำเป็นพเิ ศษของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวดั สตลู ดังนี้

๑. รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หมายถึง การแสดงออกถึง คุณลักษณะที่แสดงออก
ถึงการเปน็ พลเมอื งดขี องชาติ ธำรงไว้ซึ่งความเปน็ ชาตไิ ทย ศรทั ธา ยึดมนั่ ในศาสนา และเคารพเทดิ ทูน
สถาบันพระมหากษัตริย์ ได้แก่ พฤติกรรม ผู้ที่มีลักษณะซึ่งแสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติ
มีความสามัคคีปรองดอง ภูมิใจ เชิดชูความเป็นชาติไทย ปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ
และแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์

๒. ซื่อสัตย์สุจริต หมายถึง การแสดงออกถึงคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดมั่น
ในความถูกต้อง ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อตนเองและผู้อื่น ทั้งทางกาย วาจา ใจ
ได้แก่ พฤติกรรม ผู้ที่ประพฤติตรงตามความเป็นจริงทั้งทางกาย วาจา ใจ และยึดหลักความจริง
ความถกู ต้องในการดำเนินชวี ติ มคี วามละอายและเกรงกลัวตอ่ การกระทำผดิ

๓. มีวินัยต่อตนเองและผู้อื่น หมายถึง การแสดงออกถึงการยืดมั่นในข้อตกลง กฎเกณฑ์
และระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว ห้องเรียน โรงเรียน และสังคม เช่น ๑. ปฏิบัติตามข้อตกลง
กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว ห้องเรียน โรงเรียน และสังคม ๒. ตรงต่อเวลา
ในการปฏบิ ัติหรือการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจำวัน ๓. เก็บส่งิ ของให้เข้าที่เมื่อใช้เสร็จ หรือ
ส่อื สารใหผ้ ้อู ื่นช่วยเหลือ ๔. การดแู ลสขุ อนามัยของตนเอง เช่น ล้างมอื แปรงฟัน ด้วยตนเองหรือผู้อ่ืน
ช่วยเหลอื เป็นต้น

๔. มีความตั้งใจ ใฝ่เรียนรู้ หมายถึง การแสดงออกถึงคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการตั้งใจ
ในการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมและมีปฏิกิริยาตอบโต้กับผู้สอน เช่น การฟัง จ้อง มอง จดจ่อ
ปฏบิ ตั ิตามข้นั ตอน รว่ มกจิ กรรมจนสำเร็จ และตอบโต้กบั ผ้สู อนด้วยวาจาหรอื ทา่ ทาง เป็นต้น

๕) ดำรงชีวิตอย่างพอเพียง หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการดำเนินชีวิต
อย่างพอประมาณ มีเหตุผลรอบคอบ มีคุณธรรม มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคม
ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ

๖. ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงาน หมายถึง การแสดงออกถึงคุณลักษณะที่แสดงออก
ถึงความตั้งใจ และรับผิดชอบในการทำหน้าที่การงานด้วยความเพียรพยายาม อดทน
เพ่อื ให้งานสำเรจ็ ตามเปา้ หมาย ไดแ้ ก่ พฤตกิ รรม ผทู้ ม่ี ีลักษณะซ่งึ แสดงออกถงึ ความตงั้ ใจปฏิบัติหน้าท่ี

๑๗

ที่ได้รับมอบหมายด้วยความเพียรพยายาม ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ
ใหส้ ำเร็จลุลว่ งตามเปา้ หมายทกี่ ำหนดดว้ ยความรับผดิ ชอบ และมคี วามภาคภมู ใิ จในผลงาน

๗) รักความเป็นไทย หมายถึง การแสดงออกถึงความภาคภูมิใจเห็นคุณค่า ร่วมอนุรักษ์
สืบสานภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรม ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้
อย่างถูกต้องและเหมาะสม เช่น ทักทายผู้อื่นโดยการ ยิ้ม ไหว้ หรือให้สลาม พูดหรือแสดงท่าทาง
เพ่อื แสดงออกถึงการขอบคณุ แตง่ กายเรยี บรอ้ ย เหมาะสมกับสถานท่ี

๘) มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน และสังคม หมายถึง การแสดงออกถึง
ลักษณะของการมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมหรือสถานการณ์ที่กอ่ ให้เกดิ ประโยชน์แก่ผู้อ่ืน ชุมชน และสังคม
ด้วยความเต็มใจ กระตือรือร้น โดยไม่หวังผลตอบแทน ได้แก่ พฤติกรรมการเข้าร่วมในกิจกรรม
ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ชุมชน และสังคม พฤติกรรมการเป็นผู้ให้และแบ่งปันความสุขส่วนตน
เพื่อทำประโยชน์แก่ส่วนรวม อาสาช่วยเหลือสังคม ลงมือปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา หรือร่วมสร้างสรรค์
สิง่ ท่ดี งี ามให้เกดิ ในชมุ ชน และร่วมอนรุ ักษ์ส่งิ แวดลอ้ มด้วยแรงกาย สตปิ ัญญา โดยไม่หวงั ส่งิ ตอบแทน

คำอธบิ ายรายวิชา

๑) พัฒนาการด้านร่างกาย เป็นการสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ มีโอกาสพัฒนาการใช้กล้ามเนื้อ
ใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนือ้ และ ระบบประสาท ในการทำกิจวัตร
ประจำวันหรือทำกิจกรรมต่างๆ และสนับสนุนให้เด็กมีโอกาสดูแล สุขภาพและสุขอนามัย สุขนิสัย
และการรกั ษาความปลอดภัย

๒) พัฒนาการดา้ นอารมณ์ จิตใจ เป็นการสนับสนุนให้ผู้เรียน ได้แสดงออกทางอารมณ์และ
ความรู้สึกของตนเองที่เหมาะสมกับวัย ตระหนักถึงลักษณะพิเศษเฉพาะ ที่เป็นอัตลักษณ์ ความเป็น
ตัวของตัวเอง มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ได้พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม
สุนทรยี ภาพ ความรูส้ ึกทด่ี ตี อ่ ตนเอง และความเช่อื มั่นในตนเองขณะปฏบิ ตั ิกจิ กรรมต่างๆ

๓) พัฒนาการด้านสังคม เป็นการสนับสนุนให้ผู้เรียนได้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและ
สิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวจากการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ผ่านการเรียนรู้ ทางสังคม เช่น การเล่น กา
ทำงานกับผ้อู ่นื การปฏบิ ตั ิกิจวตั รประจำวัน การแกป้ ญั หาขอ้ ขัดแยง้ ตา่ งๆ

๔) พฒั นาการดา้ นสตปิ ญั ญา เปน็ การสนบั สนนุ ให้ผูเ้ รียน ไดร้ ับรแู้ ละเรยี นร้สู ่ิงต่างๆ รอบตัว
ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคลและสื่อต่าง ๆ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพ่ือ
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนพัฒนาการใช้ภาษา จินตนาการความคิด สร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การคิดเชิง
เหตุผล และการคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวและมี ความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ที่เป็น
พื้นฐานของการเรียนร้ใู นระดบั ที่สูงข้นึ ตอ่ ไป

๑๘

๕) พัฒนาการและการทำงานของสมองที่เหมาะกับอายุ วุฒิภาวะและระดับพัฒนาการ
เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ ให้สอดคล้องกับแบบการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละ
ประเภท ผู้เรียนได้ลงมือกระทำ เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้เคลื่อนไหว สำรวจ เล่น สังเกต
สืบค้น ทดลอง และคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง โดยมีแนวการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละประเภท
ดงั น้ี ๑) เดก็ ท่ีมคี วามบกพร่องทางการเห็น ควรจัดการเรียนรู้ทเ่ี น้นการใช้ประสาทสัมผัสที่เหลืออยู่ใน
การทำกิจกรรม ๒) เดก็ ทีม่ ีความบกพร่องทางการได้ยิน ควรจดั การเรียนรู้ท่ีเน้นการสื่อสารโดยการใช้
ภาษามือ ภาษาท่าทาง การอ่านริมฝีปาก การฝึกพูด ๓) เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ควร
จัดการเรียนรู้ที่เน้นการสอนช้ำๆ สอนจากง่ายไปยาก เป็นขั้นตอน และการวิเคราะห์งาน ๔) เด็กที่มี
ความบกพรอ่ งทางรา่ งกายหรอื การเคล่ือนไหวหรือสขุ ภาพ ควรจดั การเรยี นรทู้ ี่เน้นการใช้เทคโนโลยสี ่ิง
อำนวยความสะดวก ๕) เด็กที่มีความบกพรอ่ งทางการเรียนรู้ ควรจัดการเรียนรู้ที่เนน้ การจำจากการ
เห็นและได้ยิน การเรียงลำดับ การจัดระเบียบตัวเอง ๖) เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา
ควรจัดการเรียนรู้ที่เน้นการออกเสียงให้ชัดเจน การสื่อสารที่ผู้อื่นเข้าใจได้ ๗) เด็กที่มีความบกพร่อง
ทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ ควรจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นการควบคุมพฤติกรรมและอารมณ์ของตนเอง การ
แสดงออกทางพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสม ๘) เด็กออทิสติก ควรจัดการเรียนรู้ที่เน้นการสื่อสาร การ
อยู่ร่วมกันในสังคม การตอบสนองต่อประสาทสัมผัสทั้ง ๗ ๙) เด็กพิการซ้อน ควรจัดการเรียนรู้ที่น้
นตามลักษณะความพิการแตล่ ะประเภท

๖) ทกั ษะจำเป็นพิเศษ หมายถึง ทกั ษะจำเปน็ เฉพความพิการหรือทกั ษะจำเป็นอื่นๆเป็นการ
พัฒนาศักยภาพเฉพาะของผู้เรียนตามความต้องการจำเป็นพิเศษแต่ละประเภทความพิการ และได้
จดั ทำไว้ดังน้ี๑) เด็กทม่ี คี วามบกพร่องทางการเหน็ ๒) เดก็ ท่มี คี วามบกพร่องทางการได้ยิน ๓) เด็กท่ีมี
ความบกพรอ่ งทางสตปิ ัญญา ๔) เด็กที่มคี วามบกพร่องทางร่างกายหรือการเคล่ือนไหวหรือสุขภาพ ๕)
เด็กท่ีมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ๖) เดก็ ทมี่ ีความบกพร่องทางการพูดและภาษา ๗) เด็กท่ีมีความ
บกพรอ่ งทางพฤติกรรมหรอื อารมณ์ ๘) เด็กออทิสตกิ ๙) เดก็ พกิ ารซอ้ น

๗) กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมเสริมเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนครอบคลุมตาม
หลักสูตร ซึ่งหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษของศูนย์การศึกษา
พิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔ ฉบับแก้ไขปรับปรุง ๒๕๖๕ ได้กำหนดให้มีการจัด
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามแนวทางการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยได้จดั กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน ดงั สาระสำคัญตอ่ ไปนี้

๑๙

กิจกรรมคุณธรรมและจริยธรรม เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม
ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดยปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกการทำประโยชน์ต่อ
ตนเองและสังคม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มีจิตสาธาราณะ ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และ
พระมหากษัตริย์ ปลูกฝังความรักความภาคภูมิใจในความเป็นไทย เช่น การมาโรงเรียนทันเวลา การ
ทำความเคารพผู้ปกครองและครู กิจกรรมหน้าเสาธง นิทานคุณธรรม กิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม
และประเพณี ในวันสำคัญต่างๆ กิจกรรม วันวิสาขบูชา กิจกรรมวันมาฆบูชา กิจกรรมวันเข้าพรรษา
กจิ กรรมการรักษาธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม กจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรมจริยธรรมและจิตสาธารณะเป็น
ต้น ส่วนการให้บริการที่บ้าน อาจมีการจัดกิจกรรมตามความสนใจของเด็ก และสภาพความพิการ
ภายใต้บริบทของครอบครัว เช่น การสวดมนต์ ฟังหรือดูนิทานธรรมะ การฟังอัลกรุอ่าน การร่วม
กจิ กรรมต่างๆเป็นตน้

กิจกรรมทัศนศึกษา เป็นกิจกรรมที่สง่ เสริมการเรียนรู้สภาพแวดล้อมของชุมชน ท้องถิ่นชาติ
และ/หรือทัศนศึกษาตามแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ตรงให้กับผู้เรียนที่เพิ่มเติม
จากที่ระบุไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล เช่น การเดินทางไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชน
การทัศศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน กิจกรรมท่องสวนสัตว์ เป็นต้น โดยกำหนดให้ดำเนินการกิจกรรม
ดังกล่าวอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ส่วนการให้บริการหน่วยบริการและการให้บริการที่บ้านอาจมีการจัด
กิจกรรมตามความสนใจของเด็กและสภาพความพิการภายใต้บรบิ ทของครอบครัว เชน่ ดภู าพสถานท่ี
ทอ่ งเท่ียวจากหนงั สอื จากรายการโทรทัศน์ เปน็ ต้น

กิจกรรมการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เป็นกิจกรรมการ
ให้บริการแกเ่ ดก็ หรอื ผูป้ กครอง เช่น การใหบ้ รกิ ารสบื ค้นขอ้ มลู ผา่ นระบบอนิ เตอร์เนต็ การใหบ้ ริการ
คอมพิวเตอร์ในการจัดทำสื่อ การบริการสืบค้นผลงานของศูนย์การศึกษาพิเศษ ผ่านคอมพิวเตอร์
บริการแท็บเลต็ เคล่ือนที่ การให้บริการสอื่ สงิ่ อำนวยความสะดวก บรกิ ารอ่ืนใดทางการศึกษา บัญชีก.
เป็นต้น เป็นต้น ส่วนการให้บริการหน่วยบริการ และการให้บริการที่บ้าน อาจมีการจัดกิจกรรมตาม
ความสนใจของเด็กและสภาพความพิการภายใต้บริบทของ ครอบครวั

กิจกรรมเสริมทักษะ เป็นกิจกรรมที่มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูความเสื่อมสภาพของร่างกายจิตใจ
อรมณ์ สังคมและสติปัญญา ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ทางบวก เพื่อลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ได้แก่
ธาราบำบดั ดนตรบี ำบัด ศลิ ปะบำบดั กจิ กรรม ๔ H เป็นตน้

กิจกรรมวิชาการ เป็นกิจกรรมทีสถานศึกษาจัดเพิ่มเติม นอกเหนือจากการเรียนปกติในชัน้
เรยี นเพ่อื ใหผ้ ู้เรียนทุกคนไดร้ ับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ สง่ เสรมิ ให้ผ้เู รียนมศี ักยภาพสูงข้ึน และให้
โอกาสผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมการออกกำลังกาย กิจกรรมดนตรี กิจกรรม
ศิลปะ กิจกรรมกีฬา กิจกรรมโภชนาการและพื้นฐานอาชีพ เป็นต้น การให้บริการที่บ้าน อาจจัด

๒๐

กจิ กรรมตาม ความสนใจของเด็กและสภาพความพิการ ภายใต้บริบทของครอบครวั เชน่ การฟังเพลง
จากวิทยุ จากโทรทศั น์ รว่ มงานนนั ทนาการในชุมชน เปน็ ตน้





โครงสร้างเวลาเรียน

ตามคู่มอื หลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย สำหรบั เด็กที่มีความบกพร่องทางการพ

แก้ไขปรับปรงุ ๒๕๖๕)

สำหรับผู้เรยี นอายุแรกเกิด -๖ ปี เป็นการจัดการศึกษาในลักษณะของการอบ
สังคม สติปัญญา และทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กพิการแต่ละประเภทตามส

ตามหลักสูตร ใหส้ ถานศึกษาจัดสรรเวลาให้ผเู้ รยี นปฏิบัตกิ ิจกรรม ดังน้ี

มาตรฐานคณุ ลกั ษณะ
ที่พึงประสงค์

ระดับการศกึ ษา อายุแรกเกดิ - ๓ ปี
๑.พัฒนาการด้านรา่ งกาย
มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี ม

๒๔

๒.พัฒนาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ๓๗

๓.พฒั นาการด้านสงั คม ๓ ๕
๔.พัฒนาการด้านสตปิ ญั ญา ๔
๕. ทักษะจำเปน็ เฉพาะความบกพรอ่ งทางการเหน็ ๒

๖.ทกั ษะจำเปน็ เฉพาะความบกพรอ่ งทางการได้ยนิ จำนวนมาตรฐา
จำนวนตวั บ่งช
๗.ทกั ษะจำเป็นเฉพาะความบกพรอ่ งทางสตปิ ัญญา
จำนวนมาตรฐา
จำนวนตวั บง่ ช

จำนวนมาตรฐา
จำนวนตวั บ่งช

๒๑

พดู และภาษาของศนู ย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวดั สตูล พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ (ฉบบั

บรมเลี้ยงดแู ละใหก้ ารศึกษา ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาท้ังด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ
สภาพความพิการ และความสามารถของแต่ละบุคคล การปฏิบัติกิจกรรม

ระดบั การศึกษา

อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ - ๖ ปี

มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี

๒๕ ๒๕ ๒๕

๓๗ ๓๗ ๓๗

๓ ๙ ๓ ๙๓๙

๒ ๙ ๒ ๙๒๙

าน ๑ จำนวนมาตรฐาน ๑
ชี้ ๘ จำนวนตวั บ่งช้ี ๘

าน ๑ จำนวนมาตรฐาน ๑
ชี้ ๗ จำนวนตวั บ่งชี้ ๗

าน ๑ จำนวนมาตรฐาน ๑
ชี้ ๕ จำนวนตวั บ่งชี้ ๕



มาตรฐานคณุ ลักษณะ
ทพ่ี ึงประสงค์

ระดับการศึกษา อายแุ รกเกิด - ๓ ปี

๘.ทักษะจำเปน็ เฉพาะความบกพรอ่ งทาง มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี ม
ร่างกาย หรอื การเคลอ่ื นไหว หรอื สขุ ภาพ
๙.ทักษะจำเป็นเฉพาะความบกพรอ่ งทางการ จำนวนมาตรฐา
เรยี นรู้
๑๐.ทกั ษะจำเปน็ เฉพาะความบกพร่องทางการ จำนวนตัวบง่ ช
พดู และภาษา
๑๑.ทกั ษะจำเปน็ เฉพาะความบกพรอ่ งทาง จำนวนมาตรฐา
พฤติกรรมหรอื อารมณ์
๑๒.ทกั ษะจำเปน็ เฉพาะออทิสติก* จำนวนตวั บ่งช

๑๓.ทกั ษะจำเปน็ เฉพาะพกิ ารซอ้ น จำนวนมาตรฐา

๑๔. ทักษะจำเป็นเฉพาะความพกิ ารซ้อน จำนวนตัวบ่งช

รวม จำนวนมาตรฐา

จำนวนตัวบ่งช

จำนวนมาตรฐา

จำนวนตัวบ่งช้ี

จำนวนมาตรฐา

จำนวนตวั บง่ ช

จำนวนมาตรฐาน

จำนวนตัวบง่ ช

๘๑ ๘๗

กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๔๐ ชว่ั โมง

แผนภาพท่ี ๑ โครงสร้างเวลาเรียน ตามคมู่ ือหลกั สูตรสถานศึกษาของศูนยก์ ารศกึ ษาพ

หมายเหตุ * พฒั นาการดา้ นทักษะท่จี ำเปน็ เฉพาะความพิการใหเ้ ลือกเรียนตามความต

๒๒

ระดบั การศกึ ษา

อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ - ๖ ปี

มาตรฐาน ตัวบง่ ช้ี มาตรฐาน ตวั บง่ ช้ี มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี

าน ๑ จำนวนมาตรฐาน ๑

ช้ี ๕ จำนวนตัวบง่ ช้ี ๕

าน ๑ จำนวนมาตรฐาน ๑

ช้ี ๖ จำนวนตัวบ่งชี้ ๖

าน ๑ จำนวนมาตรฐาน ๑

ช้ี ๖ จำนวนตวั บ่งชี้ ๖

าน ๑ จำนวนมาตรฐาน ๑

ชี้ ๔ จำนวนตัวบ่งชี้ ๔

าน ๑ จำนวนมาตรฐาน ๑

๑๐ จำนวนตวั บง่ ช้ี ๑๐

าน ๑ จำนวนมาตรฐาน ๑

ช้ี ๔ จำนวนตวั บง่ ช้ี ๔

น ๑ จำนวนมาตรฐาน ๑

ช้ี ๔ จำนวนตวั บ่งชี้ ๔

๗๙ ๙๘ ๗๙ ๙๘ ๗๙ ๙๘

๔๐ ชัว่ โมง ๔๐ ชั่วโมง ๔๐ ชั่วโมง

พเิ ศษประจำจงั หวัดสตลู พุทธศักราช ๒๕๖๔ (ฉบับแกไ้ ขปรับปรงุ ๒๕๖๕)
ต้องการจำเปน็ พิเศษเฉพาะบุคคล



๒๓

๒๓

ตัวบง่ ช้ี

ตวั บ่งช้เี ปน็ เปา้ หมายในการพัฒนาเด็กทม่ี ีความสัมพนั ธส์ อดคล้องกับมาตรฐานคุณลักษณะ
ทพี่ ึงประสงค์

สภาพทีพ่ งึ ประสงค์

สภาพที่พึงประสงค์เป็นพฤติกรรมหรือความสามารถตามวัยที่คาดหวังให้เด็กเกิดบนพื้นฐาน
พัฒนาการตามวัยหรือความสามารถตามธรรมชาติในแต่ละระดับอายุ เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดสาระการ
เรียนรู้ในการจัดประสบการณ์ และประเมินพัฒนาการเด็ก โดยมีรายละเอียดของมาตรฐาน คุณลักษณะ
ทพ่ี งึ ประสงค์ ตัวบง่ ชี้ และสภาพท่ีพงึ ประสงค์ ดังนี้

มาตรฐานคณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์
ประกอบด้วยพัฒนาการ ๕ ด้าน ได้แก่ พัฒนาการด้านร่างกาย พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ
พัฒนาการด้านสังคม พัฒนาการด้านสติปัญญา และพัฒนาการด้านทักษะจำเป็นเฉพาะความพิการ ซึ่ง
มาตรฐานคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์กำหนดไว้ในพฒั นาการแตล่ ะด้าน ดังนี้
๑. พฒั นาการดา้ นรา่ งกาย ประกอบด้วย ๒ มาตรฐาน คือ

มาตรฐานที่ ๑ รา่ งกายเจริญเติบโตตามวยั และมสี ขุ นสิ ยั ทดี่ ี

ตวั บ่งช้ี ๑.๑ นำ้ หนัก ส่วนสูงและเส้นรอบศีรษะตามเกณฑ์

อายุ สภาพท่พี ึงประสงค์ / พัฒนาการทคี่ าดหวงั
แรกเกิด - ๓ ปี
นำ้ หนกั และสว่ นสูงตามเกณฑ์
๓ - ๖ ปี เส้นรอบศีรษะตามเกณฑ์
นำ้ หนกั และส่วนสูงตามเกณฑ์ของกรมอนามัย

๒๔

ตัวบง่ ชี้ ๑.๒ มสี ุขภาพอนามัยสุขนสิ ยั ท่ดี ี

อายุ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ / พัฒนาการที่คาดหวัง
แรกเกิด - ๓ ปี
๑. มีภมู ติ ้านทานโรค ไมป่ ่วยบอ่ ย ขับถ่ายเปน็ เวลา รับประทานอาหาร นอนและ
๓ - ๔ ปี พกั ผ่อนเหมาะสมกบั วยั
๒. กิจกรรมการเคล่ือนไหวสอดคล้องตามพัฒนาการ

๑. ยอมรบั ประทานอาหารที่มีประโยชนแ์ ละด่ืมนำ้
ท่สี ะอาดเม่ือมผี ้ชู ้ีแนะ
๒. ลา้ งมอื กอ่ น-หลังรับประทานอาหารและหลงั จากขับถ่าย การใช้หอ้ งนำ้ ห้อง
ส้วมเมื่อมผี ู้ชีแ้ นะ
๓. แปรงฟนั และบว้ นปากสะอาดตามคำสงั่ ทบี่ อก
๔. นอนพักผอ่ นเป็นเวลา
๕. ออกกำลงั กายเป็นเวลา

๔ - ๕ ปี ๑. รบั ประทานอาหารทมี่ ีประโยชนแ์ ละดมื่ นำ้ สะอาดไดด้ ้วยตนเอง
๒. ล้างมอื ก่อน-หลงั รบั ประทานอาหารและหลังจากขับถ่าย การใชห้ อ้ งน้ำ ห้อง
ส้วมไดด้ ว้ ยตนเอง
๓. ใชผ้ า้ หรือกระดาษเชด็ ปาก
๔. ดูแลสุขภาพชอ่ งปากและฟันโดยการบว้ นปาก/แปรงฟันได้ดว้ ยตนเอง
๔. นอนพกั ผ่อนเปน็ เวลา
๕. ออกกำลังกายเปน็ เวลา

ตัวบ่งช้ี ๑.๓ รกั ษาความปลอดภัยของตนเองและผอู้ นื่

อายุ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ / พัฒนาการทีค่ าดหวัง
๓ - ๔ ปี
๑. เล่น และทำกจิ กรรมอย่างปลอดภยั เม่อื มีผู้ชีแ้ นะ
๔ - ๕ ปี ๒. เลน่ อยใู่ กล้ๆกับเด็กอืน่ และพูดคุยกนั บ้าง
๕ - ๖ ปี ๑. เลน่ และทำกิจกรรมอย่างปลอดภยั ด้วยตนเอง
๒. เล่น และทำกจิ กรรม และปฏิบตั ิตอ่ ผอู้ ่นื อยา่ งปลอดภยั

๒๕

มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนอ้ื ใหญ่และกลา้ มเน้ือเลก็ แข็งแรง ใชไ้ ดอ้ ยา่ งคล่องแคลว่ และ ประสาน
สมั พันธก์ นั

ตัวบ่งชี้ ๒.๑ เคล่อื นไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่วประสานสัมพนั ธ์และทรงตัวได้

อายุ สภาพที่พงึ ประสงค์ / พัฒนาการท่ีคาดหวงั

แรกเกิด – ๒ เดือน ๑. นอนคว่ำ ยกศรี ษะและหนั ไปข้างใดข้างหน่ึงได้
๒ – ๔ เดอื น ๒. พลิกหน้าไปมาท้ังด้านซา้ ยและขวา
๔ - ๖ เดือน ๓. พลกิ ตัวตะแคงข้างได้เม่ือนอนหงาย
๔. ขยบั เคลื่อนไหวแขนขา ๒ ข้างเท่ากนั
๖ - ๙ เดือน
๑. นอนคว่ำยกศรี ษะและอกพ้นพื้นได้
๙ เดอื น - ๑ ปี ๒. พลกิ ตัวจากทา่ นอนหงายเปน็ ทา่ นอนคว่ำ
๓. เมือ่ จบั ยนื เริ่มลงน้ำหนักทีเ่ ท้าทงั้ สองขา้ งได้

๑. ยันหนา้ อกพน้ พนื้ โดยใชแ้ ขนช่วย
๒. ยกส่วนอกขึ้นโดยใช้ข้อศอกและแขนท่อนล่างพยุงตวั
๓. ยนั ตวั ขึ้นจากท่านอนคว่ำโดยเหยยี ดแขนตรงทั้งสองข้างได้
๔. นง่ั ไดโ้ ดยต้องมผี ูป้ ระคอง
๕. นั่งไดโ้ ดยมีเครื่องชว่ ยพยุงตวั ไว้
๖. น่ังโดยใชม้ ือยนั พ้นื ดว้ ยตนเอง
๗. คืบ พลิกคว่ำพลิกหงาย

๑. นัง่ หลงั ตรงและเอ้ยี วตวั ใช้มือเลน่ ได้อย่างอิสระ
๒. น่งั ทรงตัวเองและใชม้ ือท่ขี ้างทีว่ า่ งทำกจิ กรรม
๓. คลานโดยใช้มอื และเข่า
๔. ยืนเกาะเครื่องเรือนสงู ระดับอกได้
๕. ลุกขนึ้ นัง่ เองได้
๖. ลุกขึ้นน่ังไดจ้ ากทา่ นอน

๑. คลานไดค้ ล่อง
๒. คบื คลาน ไปดว้ ยมือและเขา่ ท้งั สองข้าง
๓. คลานขน้ึ บันไดได้
๔. ยนื อยตู่ ามลำพังได้นาน ๒ วนิ าที
๕. หยอ่ นตวั ลงน่ังจากท่ายืน

๒๖

ตัวบง่ ช้ี ๒.๑ เคล่ือนไหวรา่ งกายอย่างคลอ่ งแคล่วประสานสมั พนั ธ์และทรงตัวได้

อายุ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ / พัฒนาการทค่ี าดหวัง

๑ ปี – ๑ ปี ๖. เกาะเดินได้
๖ เดอื น
๑. ลุกขนึ้ ยืนด้วยตนเอง
๑ ปี ๖ เดอื น - ๒ ปี ๒. ดึงตวั เองขน้ึ ในทา่ ยนื
๓. ยืนอย่ตู ามลำพังไดน้ านอย่างน้อย ๑๐ วนิ าที
๒ - ๓ ปี ๔. ยืนแลว้ กม้ ลงหยบิ ของที่พื้นได้
๕. เดนิ ได้เองโดยปลอ่ ยแขนเปน็ อสิ ระและแกวง่ แขนตามสบาย
๖. เดินลากของเล่นหรอื ส่งิ ของได้
๗. เดินถือลูกบอลไปไดไ้ กล ๓ เมตร
๘. เรมิ่ ว่ิงหรอื เดนิ เร็วๆ ได้
๙. วิง่ หรอื เดนิ เรว็ ๆ โดยสายตาอาจจอ้ งมองอยู่ทพี่ ้นื
๑๐ ว่ิงไดแ้ ต่การทรงตวั ยังไม่ดี อาจหกล้มได้
๑. เดินถอยหลัง
๒. เดนิ ขึน้ บันได โดยมือขา้ งหนึง่ จบั ราวบนั ไดอีกมือจับมือผใู้ หญก่ า้ วเทา้ โดยมี
การ๓. พกั เท้าในข้นั เดียวกัน
๔. เดนิ ข้ึน-ลง บันไดโดยช่วยจบั มือข้างหนงึ่ ไว้
๕. วง่ิ และหยุดไดท้ ันที และเริ่มวิ่งใหม่ *
๖. วง่ิ ได้แต่การทรงตวั ยังไม่ดี อาจหกล้มบา้ ง
๗. เหวย่ี งขาเตะลกู บอลได้
๑. นง่ั ยอง ๆ เลน่ โดยไมเ่ สยี การทรงตัว
๒. นั่งยองเพ่ือหยบิ วัตถุจากพ้ืน และลุกขนึ้ ยืนตรง
๓. เดินถอยหลงั ได้
๔. เดนิ ถอยหลังได้ ๓ ก้าวถงึ ไกล ๒ เมตร
๕. เดนิ ขึ้นลงบนั ได โดยมอื ขา้ งหนง่ึ จับราวและกา้ วเท้าโดยมสี องเทา้ ในขนั้
เดยี วกนั
๖.เดนิ ข้นึ ลงบนั ไดสลับเท้าโดยชว่ ยจบั มอื ขา้ งหน่ึงไว้
๗. กระโดดอยกู่ บั ทโี่ ดยเท้าพ้นพ้ืนทัง้ สองข้าง
๘. ยืนขาเดียวได้

๒๗

ตวั บง่ ชี้ ๒.๑ เคล่อื นไหวรา่ งกายอยา่ งคล่องแคล่วประสานสัมพนั ธ์และทรงตัวได้

อายุ สภาพที่พึงประสงค์ / พัฒนาการท่ีคาดหวัง
๓ – ๔ ปี
๙. พยายามกระโดดดว้ ยขาท่ีถนดั ขา้ งเดยี ว
๔ – ๕ ปี
๕ – ๖ ปี ๑. เดินตามทศิ ทางทีก่ ำหนดได้
๒. เดินบนเสน้ ตรงไปข้างหน้าไกล ๓ เมตร
๓. กระโดดสองขา ข้นึ ลงอยู่กับทไ่ี ด้
๔. กระโดดพร้อมกนั ทั้งสองขาไดต้ ิดต่อกนั ๓-๖ ครงั้
๕. กระโดดสองเท้าพรอ้ มกนั ไปดา้ นขา้ งและถอยหลังได้
๖. กระโดดสองขาขน้ึ ลงบนพื้นตา่ งระดับได้
๗. กระโดดขาเดียวอย่างนอ้ ย ๒ ครง้ั
๘. กระโดดข้ามสง่ิ กีดขวางได้
๙. วง่ิ แลว้ หยดุ ไดต้ ามท่ีกำหนด
๑๐. รบั ลกู บอลโดยใช้มอื และลำตัวช่วย
๑. เดินตอ่ เทา้ ไปข้างหน้าเป็นเส้นตรงไดโ้ ดยไม่ต้องกางแขน
๒. เดินไปข้างหนา้ ต่อส้นเทา้ บนปลายน้ิว ไกล ๒ เมตร
๓. กระโดดขาเดียวอยู่กับท่ีได้โดยไมเ่ สียการทรงตัว
๔. กระโดขาเดียวไปข้างหนา้ ๔ ครง้ั ทีละข้าง
๕. กระโดดดว้ ยขาทถ่ี นดั ข้างเดียวเปน็ ระยะทาง ๑ เมตร
๖. วงิ่ หลบหลีกสิ่งกีดขวางได้
๗. รบั ลกู บอลโดยใช้มือท้งั สองขา้ ง
๘. รับลกู บอลขนาดใหญท่ ี่โยนส่งมาด้วยมือท้งั ๒ ข้าง
๑. เดนิ ต่อเท้าถอยหลังเป็นเส้นตรงได้โดยไม่ต้องกางแขน
๒. กระโดดขาเดยี วไปขา้ งหน้าได้อย่างตอ่ เน่ืองโดยไมเ่ สยี การทรงตวั
๓. กระโดดเชือกติดต่อกัน ๒-๔ ครง้ั
๔. ว่งิ หลบหลกี ส่งิ กีดขวางได้อยา่ งคล่องแคลว่
๕. รบั ลูกบอลที่กระดอนขนึ้ จากพ้ืนได้

๒๘

ตัวบ่งชี้ ๒.๒ ใช้มือ-ตาประสานสมั พนั ธ์กนั

อายุ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ / พัฒนาการท่คี าดหวงั
แรกเกิด - ๒ เดือน
๑. จอ้ งมอง ไดม้ องเหน็ ในระยะห่าง ๘-๑๒ นิ้ว
๒ – ๔ เดือน ๒. มองสบตาขณะต่นื
๔ - ๖ เดือน ๓. มองตามถึงกึง่ กลางตัว
๖ - ๙ เดอื น ๑. มองตามวัตถุทเี่ คลอื่ นไหว
๒. มองตามสิง่ ของทีเ่ คล่อื นได้ เปน็ มุม ๑๘๐ องศา
๙ เดือน - ๑ ปี ๓. กำหรอื จับส่ิงของทใ่ี สใ่ ห้ในมอื
๔. เรมิ่ คว้าจับสง่ิ ของ
๕. เอื้อมคว้าจบั สิง่ ของ
๑. เอื้อมมือคว้าของใกล้ๆตัว
๒. เออ้ื มมือหยบิ และถือวตั ถุไวข้ ณะอยใู่ นทา่ นอนงายหรือน่ังตัก
๓. เอือ้ มมือท้ังสองข้างไปหาวัตถุหรอื ส่ิงของ
๔. เปล่ียนมอื ถือของไดท้ ีละมือ
๕. มองตามสิง่ ทผี่ ่านไปเร็วๆได้
๑. มองตามของตก
๒. จบั ของมากระทบกนั ด้วยมือ ๒ ขา้ ง
๓. หยิบจับสิง่ ของดว้ ยอ้งุ มือ
๔. หยิบก้อนไม้จากพ้นื และถือไว้มือละช้ิน
๕. เริม่ ใชน้ ้ิวหัวแมม่ อื นิ้วชี้ และน้ิวกลาง หยิบของชน้ิ เล็ก ๆ
๖. ใช้นิว้ หวั แมม่ ือ และน้ิวอ่นื ๆ หยบิ ของขึ้นจากพ้ืน
๗. หยิบจบั วัตถสุ ิง่ ของด้วยคร่ึงอ้งุ มือ ครึ่งน้ิวมือ
๑. หยบิ ของใสแ่ ละเอาออกจากภาชนะได้
๒. จีบน้ิวเพ่ือหยบิ ของชน้ิ เลก็
๓. ถอื กัด และเคีย้ วอาหารได้ดว้ ยตนเอง
๔. ใช้มือทั้งสองขา้ งทำงานทง้ั สองอยา่ งได้
๕. ตบมอื โบกมอื ได้

๒๙

ตัวบง่ ช้ี ๒.๒ ใชม้ ือ-ตาประสานสมั พนั ธ์กนั

อายุ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ / พัฒนาการทค่ี าดหวงั

๑ ปี – ๑ ปี ๖ เดอื น ๑. วางกอ้ นไมซ้ ้อนกนั ได้ ๒ ก้อน
๒. ตอ่ ก้อนไม้ได้ ๒ ก้อน
๑ ปี ๖ เดือน – ๒ ปี ๓. เปิดหน้าหนงั สอื ทีท่ ำด้วยกระดาษแขง็ ทลี ะแผ่นไดเ้ อง
๒ – ๓ ปี ๔. เปดิ หนังสือทลี ะ ๓ – ๔ หนา้
๓ – ๔ ปี ๕. กล้งิ ลูกบอลขนาดใหญอ่ อกไปขณะอยใู่ นทา่ น่งั
๖. ขีดเขยี น (เปน็ เส้น) บนกระดาษได้
๗. เลียนแบบการขดี เขียนของผูอ้ นื่
๘. ถอดเสือ้ ผ้างา่ ย ๆ เองได้ เชน่ กางเกงเอวรดู ถงุ เท้า
๙. ถอดถุงเท้าส้ันเองได้
๑๐. ใหค้ วามร่วมมอื ในการถอดและสวมเสื้อผ้าได้
๑๑. ถือช้อนและแก้วน้ำได้
๑๒. ใชม้ อื ทั้งสองขา้ งจบั ถ้วยด่ืมน้ำโดยทำน้ำหกเล็กนอ้ ย
๑๓. ใช้ชอ้ นตกั อาหารในจานกินเองเปน็ คำโดยทำหกบา้ ง

๑. วางกอ้ นไม้ซ้อนกันได้ ๔ - ๖ กอ้ น
๒. เปดิ พลกิ หน้าหนังสอื ไดท้ ลี ะแผน่
๓. ใชข้ อ้ มือไดม้ ากขนึ้ เช่น หมุนมือ หมนุ สิ่งของ ฯลฯ
๔. บดิ หรือหมุนป่มุ ต่างๆจากของเลน่

๑. จับสเี ทียนแท่งใหญเ่ พื่อขีดเขยี นได้
๒. เลียนแบบลากเส้นเปน็ วงตอ่ เน่อื งหรือเส้นตรงแนวด่งิ
๓. พยายามเขียนรูปทปี่ ระกอบดว้ ยเส้นแนวต้งั เสน้ แนวนอน จดุ และเสน้
โค้งซ่ึงยังไมส่ ื่อความหมาย

๑. ใช้กรรไกรตัดกระดาษขาดจากกนั ได้โดยใช้มอื เดียว
๒. จดั กระดาษเป็นแถบเสน้ กว้าง ๒ เซนตเิ มตร
๓. เขยี นรูปวงกลมตามแบบได้
๔. เลยี นแบบวาดรปู บวก (+)
๕. ระบายสีออกนอกเสน้ ของรูปไมเ่ กนิ ๑.๒ เซนติเมตร
๖. รอ้ ยลกู ปดั ขนาดเล็ก ครงึ่ น้ิว ได้อย่างน้อย ๕ เมด็
๗. รอ้ ยวสั ดุที่มรี ูขนาดเสน้ ผา่ นศนู ย์กลาง ๑ เซนตเิ มตร ได้

๓๐

ตวั บ่งช้ี ๒.๒ ใชม้ ือ-ตาประสานสมั พนั ธก์ นั

อายุ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ / พัฒนาการทค่ี าดหวัง

๔ – ๕ ปี ๑. แยกรปู ทรงเรขาคณติ ได้ ๓ แบบ
๕ – ๖ ปี ๒. ใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนวเสน้ ตรงได้
๓. เขยี นรปู ส่ีเหล่ียมตามแบบได้อยา่ งมมี ุมชัดเจน
๔. รอ้ ยวัสดุที่มรี ูขนาดเสน้ ผา่ นศูนย์กลาง ๐.๕ เซนตเิ มตร ได้

๑. ใช้กรรไกรตดั กระดาษตามแนวเส้นโคง้ ได้
๒. เขียนรปู สามเหล่ียมตามแบบได้อย่างมมี ุมชดั เจน
๓. ใชน้ วิ้ มอื ชว่ ยระบายสภี าพ
๔. รอ้ ยวัสดุทีม่ ีรขู นาดเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง ๐.๒๕ เซนติเมตร ได้
๕. สอดดา้ ยเขม็ ขึ้น ลง ผา่ นรูที่เจาะบนกระดาษฝกึ เย็บ

๒.พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จิตใจ ประกอบด้วย ๓ มาตรฐาน
มาตรฐานที่ ๓ มสี ุขภาพจิตดีและมีความสขุ

ตวั บ่งช้ี ๓.๑ แสดงออกทางอารมณไ์ ดอ้ ยา่ งเหมาะสม

อายุ สภาพท่พี ึงประสงค์ / พัฒนาการท่คี าดหวงั

แรกเกดิ – ๓ ปี อารมณ์ดี ย้ิมแยม้ หัวเราะง่าย แววตามีความสุข

๓ - ๔ ปี แสดงอารมณ์ความรู้สึกไดเ้ หมาะสมกบั บางสถานการณ์

๔ - ๕ ปี แสดงอารมณค์ วามรู้สึกไดต้ ามสถานการณ์

๕ - ๖ ปี แสดงอารมณ์ ความร้สู ึกได้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม

ตวั บ่งชี้ ๓.๒ มีความรูส้ ึกที่ดีตอ่ ตนเองและผู้อืน่

อายุ สภาพท่พี ึงประสงค์ / พัฒนาการทีค่ าดหวงั
แรกเกิด -๒ เดือน
๑. ยม้ิ และหัวเราะได้เมอื่ พอใจ หรอื เหน็ หนา้ คนคนุ้ เคย
๒ - ๔ เดือน ๒. สบตา จอ้ งหนา้ พอ่ แม่หรอื ผู้เลย้ี งดู
๑. ผกู พนั กับพ่อแม่ หรือผเู้ ล้ียงดูใกลช้ ดิ
๔ - ๖ เดอื น ๒. ยิ้มทักทายเหน็ หนา้ คนคุ้นเคย
๖ - ๙ เดอื น ๑. แสดงอารมณ์ทหี่ ลากหลายผา่ นการสง่ เสียง

๑. แสดงอารมณต์ ามความรูส้ ึก
๒. แสดงอาการกลวั คนแปลกหน้า

๓๑

อายุ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ / พัฒนาการท่คี าดหวงั
๙ เดอื น - ๑ ปี
๑. แสดงความสนใจติดผ้เู ล้ยี งดูตนเองมากกว่าคนอื่น
๑ ปี – ๑ ปี๖ เดอื น ๒. แสดงความต้องการของตนเองมากขน้ึ
๑ ปี ๖ เดอื น - ๒ ปี ๓. แสดงความต้องการโดยท่าทาง หรือเปลง่ เสียง
๑. แสดงความชอบไมช่ อบสว่ นตวั อย่างชดั เจน
๒ ปี - ๓ ปี
๓ ปี - ๔ ปี ๑. แสดงความรกั ต่อผู้อื่น
๔ ปี - ๕ ปี ๒. แสดงความกังวลเม่ือแยกจากคนใกล้ชิด
๕ ปี – ๖ ปี ๑. แสดงความภาคภูมิใจ เมื่อทำสิ่งตา่ งๆสำเร็จ

๑. กล้าพูดกลา้ แสดงออก
๒. แสดงความพงึ พอใจในผลงานตนเอง
๑. กลา้ พูดกล้าแสดงออกอยา่ งเหมาะสมบางสถานการณ์
๒. แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของตนเอง
๑. กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์
๒ .แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของตนเองและผู้อ่นื

มาตรฐานท่ี ๔ ชนื่ ชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว

ตวั บ่งชี้ ๔.๑ สนใจ มคี วามสุขและแสดงออกผา่ นงานศลิ ปะดนตรี และการเคลอ่ื นไหว

อายุ สภาพที่พึงประสงค์ / พัฒนาการทค่ี าดหวัง

แรกเกิด – ๓ ปี ๑. ตอบสนองต่อธรรมชาติ เสียงเพลง จงั หวะดนตรี และส่ิงสวยงามต่าง ๆ
แรกเกิด -๒ เดอื น อยา่ งเพลนิ เพลิง
๑. หยดุ ร้องไห้เม่ือมีคนอุ้ม
๒ - ๔ เดือน
๑. มปี ฏิกริ ยิ าโตต้ อบด้วยการเคลอื่ นไหวร่างกายเม่ือเหน็ หรือไดย้ นิ เสยี งคน
๔ - ๖ เดือน และสิ่งทีค่ ุ้นเคย
๒. หยุดรอ้ งไห้เมื่อมคี นอุม้
๖ - ๙ เดอื น ๓. มองหนา้ ผ้พู ดู คุยไดน้ าน ๕ วินาที
๔. ยม้ิ หรอื ส่งเสียงตอบได้ เมื่อเตะตอ้ งตวั และพูดคุยด้วย
๑. ย้มิ ทักทายแสดงอาการดีใจ เมอื่ เหน็ ส่งิ ท่ีตวั เองพอใจ
๒. จำหนา้ แมแ่ ละคนท่ีคุ้นเคยได้
๓. เล่นของเลน่ ทม่ี เี สยี งได้
๔. เลยี นแบบการเลน่ ทำเสียงได้
๑. แสดงออกถึงการรบั รอู้ ารมณแ์ ละความร้สู ึกของผอู้ ืน่
๒. เลียนแบบกิริยาทา่ ทางของผู้อ่นื อย่างง่ายๆ

๓๒

อายุ สภาพที่พึงประสงค์ / พัฒนาการท่คี าดหวัง

๙ เดอื น – ๑ ปี ๑. มองผูใ้ หญ่หรอื เด็กคนอน่ื ๆทำกิจกรรมอยา่ งใกลช้ ิด
๑ ปี – ๑ ปี ๖ เดือน
๑. เริ่มค้นุ เคยกบั ผอู้ ่นื
๑ ปี ๖ เดือน- ๒ ปี ๒. ขอความชว่ ยเหลอื เม่ือตอ้ งการ
๒ ปี – ๓ ปี ๓. แสดงความต้องการโดยทำทา่ ทางหรือเบง่ เสยี ง
๓ ปี – ๔ ปี ๔. เลยี นแบบทา่ ทางการทำงานบ้าน
๑. ชอบการไปเทย่ี วนอกบ้าน
๒. แสดงความเปน็ เจ้าของ
๑. สนใจหรือมีความสขุ เมื่อได้ยนิ เสยี งดนตรี

๑. สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออกผ่านงานศิลปะ
๒. สนใจ มีความสขุ และแสดงออกผา่ นเสียงดนตรี
๓. สนใจ มคี วามสุข และแสดงท่าทาง/เคล่อื นไหวประกอบเพลง จงั หวะ
และดนตรี

ตวั บง่ ช้ี ๔.๑ สนใจ มคี วามสุขและแสดงออกผา่ นงานศลิ ปะดนตรี และการเคลอ่ื นไหว

อายุ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ / พัฒนาการทคี่ าดหวงั

๔ ปี - ๕ ปี ๑. สนใจ มีความสขุ และแสดงออกผ่านงานศลิ ปะ
๕ ปี - ๖ปี ๒. สนใจ มคี วามสขุ และออกผา่ นเสียงเพลง ดนตรี
๓. สนใจ มีความสุข และแสดงทา่ ทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลง จงั หวะ
และดนตรี

๑. สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่านงานศลิ ปะ
๒. สนใจ มีความสุข และออกผา่ นเสยี งเพลง ดนตรี
๓. สนใจ มีความสุข และแสดงท่าทาง/เคล่อื นไหวประกอบเพลง จังหวะ
และดนตรี

๓๓

มาตรฐานท่ี ๕ มีคณุ ธรรม จริยธรรม และมีจติ ใจทดี่ ีงาม

ตวั บ่งช้ี ๕.๑ ซอ่ื สตั ย์สุจรติ

อายุ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ / พัฒนาการทีค่ าดหวัง

๒ ปี - ๒ปี ๖ เดือน ๑. รจู้ ักรอใหถ้ ึงรอบของตนเองในการเล่น โดยมผี ใู้ หญ่ค่อยบอก
๓ – ๔ ปี ๑. บอกหรือชีไ้ ด้วา่ สิง่ ใดเปน็ ของตนเองและส่ิงใดเปน็ ของผู้อืน่
๔ - ๕ ปี ๑. ขออนุญาตหรือรอคอยเมอ่ื ตอ้ งการสง่ิ ของของผอู้ น่ื เมอ่ื มีผูช้ ีแ้ นะ
๕ - ๖ ปี ๑. ขออนญุ าตหรือรอคอยเมื่อตอ้ งการส่ิงของของผอู้ ื่นดว้ ยตนเอง

ตัวบ่งช้ี ๕.๒ มคี วามเมตตากรุณา มีนำ้ ใจและชว่ ยเหลือแบง่ ปนั

อายุ สภาพที่พงึ ประสงค์ / พัฒนาการทีค่ าดหวงั

๓ - ๖ ปี ๑. แสดงความรกั เพื่อนและเมตตาสัตว์เลีย้ ง
๔ - ๕ ปี ๒. แสดงความมีนำ้ ใจ ช่วยเหลือ แบง่ ปนั บุคคลอน่ื

๑. แสดงความรักเพ่ือนและเมตตาสตั ว์เลย้ี ง
๒. แสดงความมีน้ำใจ ช่วยเหลือ แบง่ ปนั บคุ คลอื่น เมื่อมผี ู้ชแ้ี นะ

ตัวบ่งชี้ ๕.๒ มคี วามเมตตากรุณา มีน้ำใจและช่วยเหลอื แบ่งปัน

อายุ สภาพที่พึงประสงค์ / พัฒนาการทค่ี าดหวงั

๕ - ๖ ปี ๑. แสดงความรกั เพื่อนและเมตตาสตั วเ์ ลย้ี ง
๒. แสดงความมนี ้ำใจ ชว่ ยเหลอื แบง่ ปัน ผู้อืน่ ได้ ดว้ ยตนเอง

ตวั บ่งชี้ ๕.๓ มีความเห็นอกเห็นใจผูอ้ ืน่

อายุ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ / พัฒนาการท่คี าดหวงั

๓ - ๔ ปี ๑. แสดงสหี น้าหรือทา่ ทางรบั รคู้ วามรู้สึกผู้อ่นื
๔ - ๕ ปี
๑. แสดงสหี นา้ หรอื ทา่ ทางรบั รูค้ วามร้สู กึ ผอู้ น่ื
๕ - ๖ ปี ๒. แสดงความเห็นอกเหน็ ใจ เมื่อเห็นเพื่อนไมส่ บาย
๑. แสดงสีหน้าหรือทา่ ทางรบั ร้คู วามรู้สกึ ผ้อู น่ื อย่างสอดคล้องกับสถานการณ์
๒. แสดงความเหน็ อกเหน็ ใจ เมือ่ เหน็ เพอื่ นไมส่ บาย

๓๔

ตัวบ่งช้ี ๕.๔ มคี วามรับผดิ ชอบ

อายุ สภาพท่ีพึงประสงค์ / พัฒนาการทค่ี าดหวงั

๓ - ๔ ปี ๑. ทำงานทไี่ ด้รับมอบหมายจนสำเร็จ เมื่อมผี ้ชู ่วยเหลือ
๔ - ๕ ปี ๑. ทำงานทีไ่ ด้รบั มอบหมายจนสำเร็จ เมอ่ื มผี ้ชู ้แี นะ
๕ - ๖ ปี ๑. ทำงานท่ีได้รบั มอบหมายจนสำเร็จดว้ ยตนเอง

๓ พัฒนาการดา้ นสังคม ประกอบดว้ ย ๓ มาตรฐาน

มาตรฐานที่ ๖ มที ักษะชวี ติ และปฏบิ ัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ตัวบ่งช้ี ๖.๑ ชว่ ยเหลือตนเองในการปฏบิ ตั ิกิจวตั รประจำวนั

อายุ สภาพที่พึงประสงค์ / พัฒนาการท่คี าดหวัง

๖ – ๙ เดอื น ๑. สบตากบั ผูอ้ ืน่ ได้
๙ เดอื น - ๑ ปี ๒. ตอบสนองตอ่ เสียงได้
๑ ปี - ๑ ปี ๖ เดือน ๓. ตอบสนองตอ่ ทา่ ทางและการสัมผสั ได้
๔. เปดิ และปดิ ปากเมอื่ รบั อาหาร
๕. ใชร้ ิมฝีปากเม้มปากแน่นสนิท
๖. ต้องการถือขวดนมด้วยตนเอง
๗. เอ้ือมมือหยิบและถือวตั ถไุ วข้ ณะอยใู่ นท่านอนหงาย
๘. เออื้ มมือหยิบและถือวัตถุไว้ขณะอยู่ในท่าน่ังตัก
๙. ดูดนมจากขวดนมได้
๑๐. กลนื อาหารอ่อนหรือเหลว

๑. หยิบอาหารกนิ ได้
๒. ป้อนอาหารชนิ้ เล็ก เชน่ ขนมปังไดด้ ้วยตนเอง
๓. เลกิ ด่ืมนมจากขวด
๔. ด่ืมน้ำจากแกว้
๕. ใหค้ วามร่วมมือเวลาแตง่ ตัว
๖. เลน่ ส่งิ ของตามประโยชนข์ องสงิ่ ของ
๗. แสดงความตอ้ งการ โดยทำทา่ ทางหรือเปล่งเสยี ง

๑. ควบคุมนำ้ ลายไม่ให้ไหลย้อย
๒. เคี้ยวอาหารได้
๓. กลนื อาหารได้
๔. ถือถว้ ยน้ำดืม่ เองหกเล็กน้อย
๕. ยกแก้วนำ้ ขน้ึ ดม่ื ด้วยตนเอง

๓๕

อายุ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ / พัฒนาการท่คี าดหวัง

๖. ถอดเคร่ืองแต่งกายง่าย ๆ ได้
๗. เริ่มช่วยเหลอื ตนเองในการแปรงฟนั ล้างมือ โดยมีผทู้ ดสอบดแู ล
๘. เร่มิ ฝึกขบั ถ่าย

ตัวบง่ ชี้ ๖.๑ ชว่ ยเหลือตนเองในการปฏบิ ัติกจิ วัตรประจำวนั

อายุ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ / พัฒนาการท่คี าดหวงั

๑ ปี ๖ เดอื น - ๒ ปี ๑. ดดู ของเหลวโดยใชห้ ลอดได้
๒ - ๓ ปี ๒. ใชช้ อ้ นตักอาหารเข้าปากแตห่ กบ้าง
๓. ถอดรองเทา้ ดว้ ยตนเอง
๓ - ๔ ปี ๔. รดู ซปิ ทอ่ี ยู่ดา้ นหนา้ ของเส้ือผ้า
๕. ชอบชว่ ยเหลืองานบา้ นง่าย ๆ ได้
๖. สวมเสื้อผา้ โดยมีคนชว่ ย

๑. ถอดเส้อื ผ่าหนา้ ไดด้ ว้ ยตนเอง
๒. ถอดกระโปรงและกางเกงเองได้
๓. จับแก้วมือเดยี ว
๔. แกะห่อขนม
๕. ลา้ งและเช็ดมือไดเ้ อง

๖. ถอดเสอ้ื ผา่ หน้าไดด้ ้วยตนเอง
๗. ถอดกระโปรงและกางเกงเองได้
๘. จับแกว้ มือเดยี ว
๙. แกะหอ่ ขนม
๑๐. ล้างและเชด็ มือได้เอง
๑๑. บอกได้วา่ ตนเองต้องการขบั ถ่าย
๑๒. แปรงฟนั โดยผ้ใู หญช่ ว่ ยเหลือ
๑๓. สง่ั น้ำมกู ดว้ ยตนเอง
๑๔. ชว่ ยทำงานขนั้ ตอนเดียวไดเ้ อง

๑. รับประทานอาหารไดด้ ว้ ยตนเอง
๒. ดม่ื น้ำจากแก้วได้ด้วยตนเอง
๓. แต่งตัวงา่ ย ๆ
๔. แต่งตวั โดยมผี ชู้ ่วยเหลือ
๕. ใสเ่ สอ้ื ผา่ หนา้ ไดเ้ องโดยไม่ต้องตดิ กระดุม
๖. กลดั กระดมุ ขนาดใหญบ่ นเสอ้ื ผา่ หนา้ ได้
๗. สวมเส้อื มีกระดุมได้
๘. ถอดถุงเท้าด้วยตนเอง
๙. สวมถงุ เทา้ ดว้ ยตนเอง

๓๖

ตัวบง่ ช้ี ๖.๑ ชว่ ยเหลือตนเองในการปฏบิ ัตกิ ิจวตั รประจำวนั

อายุ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ / พัฒนาการท่ีคาดหวัง

๔ - ๕ ปี ๑๐. ใชห้ ้องนำ้ ห้องสขุ า โดยมีผู้ชว่ ยเหลอื
๕ - ๖ ปี ๑๑. แต่งตัวด้วยตนเอง

๑. รับประทานอาหารได้ดว้ ยตนเอง
๒. ใช้ชอ้ นส้อมตักอาหารได้ถูกวธิ ี
๓. ใช้หอ้ งน้ำ ห้องส้วม ไดด้ ้วยตนเอง
๔. ทำความสะอาดตนเองหลงั จากอจุ จาระได้

๑. แตง่ ตวั ด้วยตนเองได้อย่างคล่องแคลว่
๒. แปรงฟันไดท้ ั่วทั้งปาก
๓. รบั ประทานอาหารไดด้ ว้ ยตนเอง อย่างถกู วิธี
๔. ใช้และทำความสะอาดหลังใชห้ ้องน้ำ ห้องส้วม ไดด้ ้วยตนเอง
๕. ชว่ ยงานบา้ น

ตัวบ่งชี้ ๖.๒ มีวินัยในตนเอง

อายุ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ / พัฒนาการทค่ี าดหวงั

๒ - ๓ ปี ๑. รู้จกั รอให้ถงึ รอบของตนเองในการเลน่ โดยมีผใู้ หญ่คอยบอก
๓ - ๔ ปี ๒. รอคอยชว่ งส้นั ๆ
๓. สนใจฟงั นทิ านไดน้ าน ๕ นาที
๔ - ๕ ปี ๔. รูจ้ กั ขอและเริ่มรู้จกั ให้

๑. เก็บของเล่น ของใชเ้ ข้าท่ี เมอ่ื มีผู้ชแ้ี นะ
๒. เกบ็ ของเล่นของใช้เข้าท่ี
๓. เขา้ แถวตามลำดบั ก่อนหลังได้เม่ือมีผู้ชี้แนะ
๔. สนใจฟงั นิทานหรือเพลงได้ ๕ - ๑๐ นาที
๕. พดู “ขอ” หรือ“ขอบคุณ”หรือ “ให้” ได้เอง
๖. ปฏิบัติตามกฎหรือกติกาของกลุ่มทีผ่ ู้ใหญ่นำการเลน่
๗. ปฏบิ ตั ติ ามกฎหรือกติกาโดยเลยี นแบบเดก็ อื่น

๑. เกบ็ ของเลน่ ของใชเ้ ข้าท่ีดว้ ยตนเอง
๒. เล่นแบบบทบาทสมมตุ ิ

๓๗

ตัวบง่ ช้ี ๖.๒ มีวินัยในตนเอง

อายุ สภาพท่พี งึ ประสงค์ / พัฒนาการทีค่ าดหวงั

๕ - ๖ ปี ๓. ขอของเล่นจากเพื่อนได้
๔. เข้าแถวตามลำดบั ก่อนหลังไดด้ ้วยตนเอง
๕. ปฏบิ ัติตามกติกาหรือมารยาททางสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม
๖. อยรู่ ว่ มกบั ผู้อ่ืนได้อย่างเหมาะสม
๗. เล่นกบั เพือ่ นเปน็ กลมุ่ ๒ - ๓ คน โดยมีกฎกติกาได้
๘. ปฏิบตั ติ ามกฎหรอื กติกาของกลุ่มทม่ี ีเด็กโตเปน็ ผูน้ ำเลน่
๙. ผลัดกันพดู คยุ กับเพื่อนในกลมุ่

๑. เกบ็ ของเลน่ ของใช้เข้าท่ีอยา่ งเรยี บร้อยด้วยตนเอง
๒. เข้าแถวตามลำดบั ก่อนหลังไดด้ ้วยตนเอง
๓. แสดงความเห็นอกเหน็ ใจเมอื่ เหน็ เพอ่ื นเจ็บหรือไม่สบาย
๔. รจู้ กั การรอคอยโดยการเข้าคิวเพือ่ รับบรกิ ารในห้องเรียน สถานศกึ ษา

ชุมชนและสังคม เชน่ การรับของ การสง่ งาน การรบั อาหารและสิ่งของ
ตา่ ง ๆการซือ้ สินค้าหรือการรับบริการการชำระคา่ สนิ ค้าการเข้าควิ รับ
บริการโรงพยาบาลหา้ งสรรพสนิ ค้า หรอื เลน่ ของเลน่ สาธารณะเป็นต้น
๕. ปฏบิ ัติตามกฎหรอื กติกาการเลน่ ที่ครูอธิบายด้วยวาจา

ตัวบ่งช้ี ๖.๓ ประหยดั และพอเพยี ง

อายุ สภาพท่ีพึงประสงค์ / พัฒนาการท่ีคาดหวัง

๓ - ๔ ปี ๑. ใชส้ ิ่งของเคร่อื งใชอ้ ย่างประหยัดและพอเพยี ง โดยการช่วยเหลอื
๔ - ๕ ปี ๒. ใชส้ ิง่ ของเครื่องใช้อย่างประหยดั และพอเพียง เม่อื มีผู้ช้แี นะ
๕ - ๖ ปี
๑. ใช้สง่ิ ของเคร่ืองใชอ้ ยา่ งประหยัดและพอเพียง เม่ือมผี ู้ชี้แนะ
๒. รู้จักพดู อย่างมเี หตผุ ล

๑. ใช้สง่ิ ของเคร่ืองใช้อย่างประหยดั และพอเพียง ด้วยตนเอง


Click to View FlipBook Version