The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by watpatamwua, 2022-07-16 22:36:29

หนังสือสวดมนต์วัดป่าถ้ำวัว

หนังสือสวดมนต์ ภาษาไทย

Keywords: หนังสือสวดมนต์ ภาษาไทย

สารบญั

ตารางฝึกสมาธิวปิ ัสสนาประจาํ วนั ...........................................................................๑
ขอ้ ปฏิบตั ิสาํ หรับญาติโยม อุบาสก-อุบาสิกา...........................................................๒
การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ.์ ...........................................................................๔
คาํ ขอบวชชีและเนกขมั มะ.......................................................................................๖
คาํ อาราธนาศีล ๘.....................................................................................................๗
คาํ ขอถึงไตรสรณคมน.์ ............................................................................................๙
คาํ สมาทาน ศีล ๘...................................................................................................๑๒
คาํ แปลคาํ สมาทานศีล ๘........................................................................................๑๓
คาํ ถวายสงั ฆทาน ...................................................................................................๑๗
คาํ ทาํ วตั รเชา้ ...........................................................................................................๑๙

คาํ บูชาพระรัตนตรัย....................................................................................๒๐
ปุพพภาคนมการ.........................................................................................๒๒

พทุ ธาภิถุติ.........................................................................................๒๓

ธมั มาภิถุติ...................................................................................................๒๘

สงั ฆาภิถุติ.....................................................................................................๓๐
รตนตั ตยปั ปณามคาถา..................................................................................๓๔
สงั เวคปริกิตตนปาฐะ....................................................................................๓๘
บทแผเ่ มตตายอ่ .............................................................................................๕๐
คาํ อาราธนา พระกรรมฐาน..........................................................................๕๑
บทแผเ่ มตตา.................................................................................................๕๒
บทพิจารณาอาหาร........................................................................................๕๔
ตงั ขณิกปัจจเวกขณปาฐะ..............................................................................๕๕
ธาตุปัจจเวกขณปาฐะ....................................................................................๕๗
คาํ สวดมนตป์ ฏิบตั ิสมาธิวปิ ัสสนาช่วงบ่าย.............................................................๕๙
คาํ บูชาพระรัตนตรัย.....................................................................................๕๙
ปุพพภาคนมการ..........................................................................................๖๑
คาํ อาราธนา พระกรรมฐาน.........................................................................๖๑
บทแผเ่ มตตายอ่ ............................................................................................๖๒
คาํ ทาํ วตั รเยน็ ..........................................................................................................๖๔
คาํ บชู าพระรัตนตรัย....................................................................................๖๕

ปุพพภาคนมการ...............................................................................................๖๗
พทุ ธานุสสติ......................................................................................................๖๘
ธมั มานุสสติ......................................................................................................๗๓
สงั ฆานุสสติ......................................................................................................๗๗
บทสวดมนตพ์ เิ ศษบางบท............................................................................................๘๓
โอวาทปาฏิโมกขคาถา......................................................................................๘๓
ภารสุตตคาถา...................................................................................................๘๗
ทวตั ติงสาการปาฐะ...........................................................................................๘๙
อภิณหปัจจเวกขณคาถา.....................................................................................๙๖
บทพิจารณาสงั ขาร...........................................................................................๑๐๐
ปัจฉิมพทุ โธวาทปาฐะ.....................................................................................๑๐๕
บทแผเ่ มตตายอ่ ...............................................................................................๑๐๗
อุททิสนาธิฏฐานคาถา.....................................................................................๑๐๙
บทสวดมนตก์ ่อนนอน...............................................................................................๑๑๖
คาํ บูชาพระรัตนตรัย........................................................................................๑๑๖
คาํ ถวายพรพระ...............................................................................................๑๑๗

พทุ ธชยั มงคลคาถา........................................................................................๑๑๘
มหาการุณิกชยมงั คลคาถา.............................................................................๑๒๗
กรณียะเมตตาสูตร.........................................................................................๑๓๑
อนุโมทนาวธิ ี...........................................................................................................๑๓๗
คาํ ลาศีล ๘................................................................................................................๑๔๐
คาํ อาราธนา ศีล ๕....................................................................................................๑๔๑
คาํ สมาทานศีล ๕....................................................................................................๑๔๓
คาํ แปลสมาทานศีล ๕.............................................................................................๑๔๓

******************************



ตารางฝึ กสมาธิวปิ ัสสนาประจําวนั

๐๕.๐๐ น. สวดมนต์ ทาํ วตั รเชา้ ฝึ กสมาธิวปิ ัสสนา
๐๖.๓๐ น. พระสงฆ์ รับบิณฑบาตร
๐๗.๐๐ น. รับประทานอาหารเชา้ พร้อมกนั
๐๘.๐๐ น. ฝึ กปฏิบตั ิสมาธิวปิ ัสสนาพร้อมกนั ที่ธรรมศาลา
๑๐.๓๐ น. ถวายอาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ พร้อมกนั ท่ีหอ้ งอาหาร
๑๑.๐๐ น. รับประทานอาหารพร้อมกนั ท่ีหอ้ งอาหาร
๑๓.๐๐ น. ฝึ กปฏิบตั ิสมาธิวปิ ัสสนาพร้อมกนั ท่ีธรรมศาลา
๑๖.๐๐ น. ทาํ ความสะอาด ปัดกวาด เสนาสนะบริเวณวดั พร้อมกนั
๑๗.๐๐น. ฉนั น้าํ ปานะ พกั ผอ่ นตามอธั ยาศยั
๑๘.๐๐น. สวดมนต-์ ทาํ วตั รเยน็ ฝึ กปฏิบตั ิสมาธิวปิ ัสสนาพร้อมกนั ท่ีธรรมศาลา
๒๒.๐๐น. เขา้ นอน พกั ผอ่ น

******************************



ข้อปฏบิ ตั สิ ําหรับ ญาตโิ ยม อบุ าสก-อุบาสิกา

ผู้มาปฏบิ ัตธิ รรม ณ วดั ป่ าถาํ้ ววั

๑. ท่านผมู้ ีความประสงคจ์ ะเขา้ พกั ปฏิบตั ิธรรม กรุณามาแจง้ ขออนุญาตจากท่าน
เจา้ อาวาส หรือผแู้ ทนและลงทะเบียนเสียก่อน

๒. กรุณาสาํ รวมกายในทุกอริยาบท ท้งั ยนื เดิน นงั่ นอน ใหเ้ หมาะสมกบั สถานท่ี
๓. กรุณาสาํ รวมวาจา พดู คุย ละเวน้ จากวจีทุจริต ๔ คือไม่พดู เทจ็ ไม่พดู หยาบ ไม่
พดู ส่อสียด ไม่พดู เพอ้ เจอ้ และไม่ส่งสียงดงั รบกวนสมาธิของผอู้ ่ืนและความสงบ
ของวดั

๔. หา้ มนาํ สิ่งของและการกระทาํ อนั ใดที่เป็นเร่ืองอบายมุขท้งั ปวง โดยเฉพาะ
บุหรี่ สุรา ส่ิงเสพติดทุกชนิด และการพนนั ทุกชนิด
๕. กรุณาทาํ กิจวตั รประจาํ วนั ตามเวลาท่ีกาํ หนด และร่วมทาํ กิจของสงฆแ์ ละหมู่
คณะตามสมควรแต่กาํ ลงั ความสามารถและหนา้ ที่

๖. กรุณารักษาความสะอาดของร่างกาย ที่พกั หอ้ งน้าํ ศาลา และบริเวณวดั
๗. กรุณาอยา่ นาํ เน้ือสตั วท์ ุกชนิดมาประกอบอาหารและนาํ มารับประทานในเขต
ของวดั

๘. หา้ มประกอบอาหารและรับประทานอาหารในที่พกั , ท่ีนอน



๙. หา้ มอุบาสิกา( ผหู้ ญิง) สนทนากบั พระภิกษุสงฆต์ ามลาํ พงั สองต่อสอง หา้ ม
เขา้ เขตของพระภิกสุ งฆห์ ลงั ๒๐.๐๐น.

๑๐. อุบาสก-อุบาสิกา( ชาย-หญิง) ไม่ควรอยใู่ นหอ้ งเดียวกนั ตามลาํ พงั สองต่อ
สอง

๑๑. ใหต้ ้งั ใจมาถือศีลปฏิบตั ิธรรม เชื่อฟังคาํ สงั่ สอนของท่านเจา้ อาวาส พระ
อาจารย์ หรือผแู้ ทน

๑๒. ผใู้ ดมีความประสงคจ์ ะออกไปขา้ งนอกหรือลากลบั บา้ น กรุณาทาํ ความ
สะอาดที่พกั เคร่ืองใชส้ อยเครื่องนุ่งห่ม คืนกญุ แจและกล่าวลาท่านจา้ อาวาส หรือ
ผแู้ ทนเสียก่อน

๑๓. หากผใู้ ดไม่สามารถปฏิบตั ิตามขอ้ วตั รของสงฆ์ และของหมู่คณะได้ ควร
พิจารณาปรับปรุงแกไ้ ขตนเอง หรือออกจากสงฆแ์ ละหมู่คณะภายใน ๓วนั

*******************************


การกราบแบบเบญจางคประดษิ ฐ์

“ เบญจางคประดิษฐ”์ แปลวา่ ต้งั ไวเ้ ฉพาะซ่ึงองคห์ า้ คือการกราบโดยใหอ้ วยั วะ
๕ ส่วนจดลงใหต้ ิดกบั พ้นื คือ เข่าท้งั สอง ฝ่ ามือท้งั สอง และหนา้ ผาก เป็นการ
กราบที่แสดงความเคารพอยา่ งสูงสุด ต่อบุคคลที่ควรเคารพนบั ถืออยา่ งสูง เป็น
การกราบท่ีใชส้ าํ หรับการกราบพระ เรียกวา่ เบญจางคประดิษฐ์

การกราบแบบน้ี ผชู้ ายใหน้ ง่ั คุกเข่า เรียกวา่ ท่านง่ั แบบพรหม หรือ ท่านงั่
แบบเทพบุตร ผหู้ ญิงใหน้ งั่ คุกเข่าราบคือ นงั่ ทบั ฝ่ าเทา้ ท้งั สอง เรียกวา่ ท่านงั่
เทพธิดา

ท่าที่ ๑ เรียกวา่ “ อญั ชลี “ เม่ือประนมมือไวท้ ่ีหนา้ อก
ท่าท่ี ๒ เรียกวา่ “ วนั ทา “ เม่ือยกมือข้ึนไหว้ โดยใหห้ วั แม่มือ อยรู่ ะดบั
หวา่ งคิ้ว ปลายนิ้วช้ีอยทู่ ่ีตีนผม
ท่าท่ี ๓ เรียกวา่ “ อภิวาท ”ใหห้ มอบลงทอดฝ่ ามือไวบ้ นพ้นื ใหฝ้ ่ ามือท้งั
สองห่างกนั เลก็ นอ้ ย วางหนา้ ผากลงจรดถึงพ้ืนระหวา่ งฝ่ ามือท้งั สอง

ท่าที่ ๑ “ อญั ชล”ี



ท่าที่ ๑ “อญั ชล”ี practice mindfulness ‘ ANSHALI’
ท่าท่ี ๒ “ วนั ทา ”practice mindfulness’WANTA”

ท่าท่ี ๓ “ อภวิ าท ”practice mindfulness ‘APIWAT”



ใหก้ ระทาํ อยา่ งน้ี ๓ คร้ัง โดยแต่ละคร้ัง ใหฝ้ ึ กสติ ในการใชจ้ ิตรู้สึกถึงอริยาบท
ของกายที่หมอบลง เป็นการแสดงความเคารพต่อพระพทุ ธเจา้ ในคร้ังที่๑ ,พระ
ธรรมเจา้ ในคร้ังท่ี๒ และพระสงฆ์ ในคร้ัง ๓ ตามลาํ ดบั และเม่ือครบท้งั สามคร้ัง
แลว้ ใหจ้ บลงที่การกระทาํ “ อญั ชลี “ “ วนั ทา” “ อญั ชลี “ แลว้ จึงวางมือลง

คาํ ขอบวชชี และเนกขมั มะ

เอสาหัง ภนั เต, สุจริ ะปะรินิพพตุ มั ปิ , ตงั ภะคะวนั ตงั สะระณงั
คจั ฉาม,ิ ธัมมญั จะ ภกิ ขุสังฆญั จะ, ปัพพชั ชัง มงั ภนั เต, สังโฆ ธาเรตุ,
อชั ชะตคั เค ปาณุเปตงั , สะระณงั คะตงั .

ขา้ แต่ท่านผเู้ จริญ, ขา้ พเจา้ ขอถึงพระสมเดจ็ พระผมู้ ีพระภาคเจา้ , แม้
เสดจ็ ดบั ขนั ธปรินิพพานนานแลว้ , กบั ท้งั พระธรรมและพระสงฆ,์ วา่ เป็น
สรณะเป็นที่พ่ึง, ขอพระสงฆจ์ งจาํ ขา้ พเจา้ ไวว้ า่ , เป็นผบู้ วชในพระธรรม
วนิ ยั , ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวติ , ต้งั แต่บดั น้ีเป็นตน้ ไป เทอญ

ESAHAM BHANTE, SUCIRAPARINIBBUTAMPI, TAM
BHAGAVANTAM SARANAM GACCHAMI DHAMMANCA
BHIKKHUSANGHANCA, BHAPBHACCANG MAM BHANTE, SANGHO
DHARETU, AJJATAGGE PANUPETAM, SARANAM GATAM

Meaning :



Venerable Sir, I go for refuge to that Lord ,though he has very
long attained to Parnibbana, together with the Dhamma and to the
Bhikkhusangha. May the Sangha hold me to be the Samanera gone for
refuge from this day forth while life shall last.

อาราธนาศีล ๘

มะยงั ภนั เต, ตสิ ะระเณนะ สะหะ, อฏั ฐะ สีลานิ ยาจามะ
ทุตยิ มั ปิ มะยงั ภนั เต, ตสิ ะระเณนะ สะหะ, อฏั ฐะ สีลานิ ยาจามะ
ตะตยิ มั ปิ มะยงั ภนั เต, ตสิ ะระเณนะ สะหะ, อฏั ฐะ สีลานิ ยาจามะ
( คาํ แปล) :

ขา้ แต่พระคุณเจา้ ผเู้ จริญ ขา้ พเจา้ ท้งั หลาย ขอศีล ๘ ประการ พร้อม
ดว้ ยไตรสรณคมน์
แมค้ ร้ังที่สอง ขา้ แต่พระคุณเจา้ ผเู้ จริญ ขา้ พเจา้ ท้งั หลาย ขอศีล ๘ ประการ
พร้อมดว้ ยไตรสรณคมน์
แมค้ ร้ังที่สาม ขา้ แต่พระคุณเจา้ ผเู้ จริญ ขา้ พเจา้ ท้งั หลาย ขอศีล ๘ ประการ
พร้อมดว้ ยไตรสรณคมน์



REQUESTING THE EIGHT PRECEPTS
MA YAM, BHAN TE, TI SA RA NE NA, SA HA, AT THA, SI LA
NI YA CA MA.
DU TI YAM PI, MA YAM BHAN TE, TI SA RA NE NA SA
HA, AT THA, SI LA NI ,YA CA MA.
TA TI YAM PI, MA YAM BHAN TE, TI SA RA NE NA SA
HA, AT THA, SI LA NI , YA CA MA.
Meaning:
Please Venerable Sir, we seek from your reverence, the Treefold refuge,
together with the Eight Precepts of the Holy Teaching kindly give us the
precepts.
For the second time. Please Venerable Sir, we seek from your reverence,
the Treefold refuge, together with the Eight Precepts of the Holy Teaching
kindly give us the precepts.
For the third time. Please Venerable Sir, we seek from your reverence, the
Treefold refuge, together with the Eight Precepts of the Holy Teaching kindly
give us the precepts.



คาํ ขอถงึ ไตรสรณคมน์

(พระสงฆ)์ นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต, สัมมาสัมพทุ ธัสสะ
( ๓ คร้ัง)

( โยม) นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต, สัมมาสัมพทุ ธัสสะ
( ๓ คร้ัง)

(จากน้ัน พระสงฆ์จะบอกคาํ ขอสรณะ ให้ว่าเป็นตอนๆว่า)
พทุ ธัง สะระณงั คจั ฉามิ
ธัมมงั สะระณงั คจั ฉามิ
สังฆงั สะระณงั คจั ฉามิ
ทุตยิ มั ปิ พทุ ธัง สะระณงั คจั ฉามิ
ทุตยิ มั ปิ ธัมมงั สะระณงั คจั ฉามิ
ทุตยิ มั ปิ สังฆงั สะระณงั คจั ฉามิ
ตะตยิ มั ปิ พทุ ธัง สะระณงั คจั ฉามิ
ตะตยิ มั ปิ ธัมมงั สะระณงั คจั ฉามิ
ตะตยิ มั ปิ สังฆงั สะระณงั คจั ฉามิ

๑๐

(พระสงฆ์) ตสิ ะระณะคะมะนัง นิฏฐิตงั ( โยมรับว่า) อามะภนั เต
(จากน้ันพระสงฆ์จะบอกคาํ สมาทานศีล๘ ให้ว่าตามเป็นตอนๆว่า)

REQUESTING THE THREE REFUGES

AFTER BOWING THREE TIMES, WITH HANDS JOINED IN " ANJALI " ,RECITE THE
FOLLOWING

(MONK /LEADER):
NA MO, TAS SA, BHA GA VA TO, A-RA HA TO, SAM MA

SAM BUD DHAS SA.
(THREE TIMES)

(ALL): REPEAT AFTER THE LEADER /MONK:

NA MO , TAS SA, BHA GA VA TO, A-RA HA TO , SAM MA
SAM BUD DHAS SA.
Meaning :
( Homage to the exalted One, far from defilements, perfectly enlightened by
himself. )

(THREE TIMES)

BUD DHAM, SA RA NUM, GAC CHA MI
DHAM MAM, SA RA NUM, GAC CHA MI

๑๑

SANG HAM, SA RA NUM, GAC CHA MI
DU TI YAM PI, BUD DHAM, SA RA NUM, GAC CHA MI
DU TI YAM PI , DHAM MAM, SA RA NUM, GAC CHA MI
DU TI YAM PI , SANG HAM, SA RA NUM, GAC CHA MI
TA TI YAM PI, BUD DHAM, SA RA NUM, GAC CHA MI
TA TI YAM PI, DHAM MAM, SA RA NUM, GAC CHA MI
TA TI YAM PI, SANG HAM, SA RA NUM, GAC CHA MI
(LEADER): TI SA RA NA GA MA NAM, NIT THI TAM
(RESPONSE): A MA, BHAN TE
REPEAT EACH PRECEPT AFTER THE LEADER LINE BY LINE:
Meaning :
To the Buddha I go for refuge.
To the Dhamma I go for refuge
To the Sangha I go for refuge
For the second time, to the Buddha I go for refuge.
For the second time, to the Dhamma I go for refuge
For the second time, to the Sangha I go for refuge

๑๒

For the third time, to the Buddha I go for refuge.
For the third time, to the Dhamma I go for refuge.
For the third time, to the Sangha I go for refuge.
(MONK/ LEADER ) : This is end of taking the triple Gem as refuge
(RESPONSE): Yes , Venerable Sir.

คาํ สมาทานศีล ๘

๑. ปาณาตปิ าตา เวระมะณี สิกขาปะทงั สะมาทยิ าม.ิ
๒. อะทนิ นาทานา เวระมะณี สิกขาปะทงั สะมาทยิ าม.ิ
๓. อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทงั สะมาทยิ าม.ิ
๔. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทงั สะมาทยิ าม.ิ
๕. สุรา เมระยะมชั ชะปะมาทฏั ฐานา เวระมะณี สิกขาปะทงั สะมาทยิ าม.ิ
๖. วกิ าละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทงั สะมาทยิ าม.ิ
๗. นัจจะคตี ะวาทติ ะวสิ ูกะทสั สะนะ มาลาคนั ธะ วเิ ลปะนะ

ธาระณะมณั ฑะนะวภิ ูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทงั สะมาทยิ าม.ิ
๘. อจุ จาสะยะนะ มะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทงั สะมาทยิ าม.ิ

๑๓

อมิ านิ อฏั ฐะ สิกขาปะทานิ สะมาทยิ ามิ
( พระสงฆ์กล่าว ๑ คร้ัง โยมว่าตาม ๓ ครั้ง)

คาํ แปลคาํ สมาทานศีล ๘

๑. ขา้ พเจา้ สมาทานสิกขาบท เจตนาเวน้ จากาการฆ่าสตั วม์ ีชีวติ
๒. ขา้ พเจา้ สมาทานสิกขาบท เจตนาเวน้ จากการถือเอาสิ่งของท่ีเจา้ ของ
ไม่ไดใ้ ห้
๓. ขา้ พเจา้ สมาทานสิกขาบท เจตนาเวน้ จากกรรมท่ีเป็นขา้ ศึกแก่
พรหมจรรย์
๔. ขา้ พเจา้ สมาทานสิกขาบท เจตนาเวน้ จากการกล่าวเทจ็
๕. ขา้ พเจา้ สมาทานสิกขาบท เจตนาเวน้ จากการด่ืมน้าํ เมา คือสุราและ
เมรัยอนั เป็นที่ต้งั แห่งความประมาท
๖. ขา้ พเจา้ สมาทานสิกขาบท เจตนาเวน้ จากการบริโภคอาหารในเวลา
วกิ าล
๗. ขา้ พเจา้ สมาทานสิกขาบท เจตนาเวน้ จากการฟ้ อนรํา ขบั ร้อง การดู
การเล่นบรรดาที่เป็นขา้ ศึกแก่กศุ ล การทดั ทรงประดบั ประดา ตกแต่ง
ร่างกายดว้ ยระเบียบดอกไมข้ องหอม เครื่องทา เคร่ืองยอ้ ม ผดั ผวิ ต่างๆ

๑๔

๘. ขา้ พเจา้ สมาทานสิกขาบท เจตนาเวน้ จากการนงั่ นอนบนที่สูงและที่
นอนใหญ่

THE EIGHT PRECEPTS

ATTHA SILA

1. PA NA TI PA TA, VE RA MA NI,SIK KHA PA DAM, SA MA DI
( I undertake the precept to refrain from destroying living creatures)
2. A DIN NA DA NA , VE RA MA NI, SIK KHA PA DAM,SA MA DI YA
MI
( I undertake the precept to refrain from taking that which is not given.)
3. A BRAH MA CA RI YA, VE RA MA NI, SIK KHA PA DAM,SA MA
DI YA MI
( I undertake the precept to refrain from sexual activity.)
4. MU SA VA DA, VE RA MA NI, SIK KHA PA DAM, SA MA DI YA MI
( I undertake the precept to refrain from incorrect speech.)
5. SU RA ME RA YA MAJ JA PA MA DAT THA NA, VE RA MA NI,
SIK KHA PA DAM, SA MA DI YA MI
( I undertake the precept to refrain from intoxicating drinks and drugs which
lead to carelessness.)

๑๕

6. VI KA LA BHO JA NA, VE RA MA NI, SIK KHA PA DAM, SA MA DI
YA MI
( I undertake the precept to refrain from eating at the forbidden time- i.e.,
afternoon.)
7. NAC CA, GI TA VA DI TA, VI SUK KA DAS SA NA, MA LA
GAN DHA, VI LE PA NA, DHA RA NA, MAN DA NA,VI BHU SA
NA THA NA, VE RA MA NI, SIK KHA PA DAM, SA MA DI YA
MI
( I undertake the precept to refrain from dancing, singing,music,going to see
entertainments,wearing garlands,using perfumes, and beautifying the body with
cosmetics.)
8. UC CA SA YA NA, MA HA SA YA NA, , VE RA MA NI, SIK KHA
PA DAM, SA MA DI YA MI
( I undertake the precept to refrain from lying on a high or luxurious sleeping
place.)

Concluding stanzas

I MANI ATTHA SIKKHAPADANI SAMADIYAMI ( 3 times )

( I undertake to observe these Eight Rules of training. )

๑๖

( จากนั้นพระสงฆ์กล่าว คาํ สรุปศีล)

สีเลนะ สุคะตงิ ยนั ต,ิ ศีลนาํ มาซ่ึงสวรรค์ และความสุข,

สีเลนะ โภคะสัมปะทา ศีลนาํ มาซ่ึงโภคทรัพย์

สีเลนะ นิพพตุ งิ ยนั ต,ิ ศีลนาํ มาซ่ึงมรรคผลและนิพพาน,

ตสั มา สีลงั วโิ สธะ เย. เพราะเหตุน้นั สาธุชนพึงชาํ ระศีลใหบ้ ริสุทธ์ิ

( โยม รับว่า สาธุ ภนั เต พร้อมกนั แล้วกราบ ๓ ครั้ง )

Concluding Stanzas

( MONK ):

SILENA SUGATIM YANTI, By the precepts(people )go to a good
bourne,

SILENA BHOGASAMPADA, by the precepts ( people) are possessed of
wealth ( both material and Dhamma wealth)

SILENA NIBBUTIM YANTI, by the precepts ( people) go to the Goal (
of Nibbana )

TASMA SILAM VISO DHAYE, Therefore the precepts should be
purified.`

๑๗

Laity response: SADHU BHANTE( 3 times ) ,
Meaning : It is well Venerable Sir,

คาํ ถวายสังฆทาน

อมิ านิ มะยงั ภนั เต, ภตั ตานิ , สะปะริวารานิ, ภกิ ขุสังฆสั สะ, โอโณ
ชะยามะ, สาธุ โน ภนั เต, ภกิ ขุ สังโฆ, อมิ านิ, ภตั ตานิ, สะปะริวารานิ,
ปะฏคิ คณั หาตุ, อมั หากงั , ทฆี ะรัตตงั , หิตายะ สุขายะ.

คาํ แปล

ขา้ แต่พระภิกษสุ งฆผ์ เู้ จริญ, ขา้ พเจา้ ท้งั หลาย, ขอนอ้ มถวายภตั ตาหาร,
กบั ท้งั บริวารท้งั หลายเหล่าน้ี, แก่พระภิกษสุ งฆ,์ ขอพระภิกษสุ งฆ์ จงรับ
ภตั ตาหาร, กบั ท้งั บริวารท้งั หลายเหล่าน้ี ของขา้ พเจา้ ท้งั หลาย , เพือ่
ประโยชน์และความสุข, แก่ขา้ พเจา้ ท้งั หลาย, สิ้นกาลนานเทอญ.

OFFERING GENERAL SANGHADANA

IMANI MAYAM BHANTE BHATTANI SAPARIVARANI BHIKKHU
SANGHASSA ONOJAYAMA SADHU NO BHANTE ,
BHIKKHUSANGHO. IMANI BHATTANI SAPARIVARANI

๑๘

PATIGGANHATU AMHAKAM DIGHARATTAM HITAYA
SUKHAYA.
Meaning:

May we, Venerable Sir, offer these food together with other
requisities to the Sangha. Will the Venerable Sir, please accept these
food and other requisities of ours, for our lasting benefit and
happiness.

**************************

๑๙

คาํ ทาํ วตั รเช้า

๒๐

คาํ บูชาพระรัตนตรัย

( น่ังคุกเข่า ประนมมือ)

อะระหัง สัมมา สัมพทุ โธ ภะคะวา, พระผมู้ ีพระภาคเจา้ , เป็นพระ
อรหนั ต,์ ดบั เพลิงกิเลสเพลิงทุกขส์ ิ้นเชิง, ตรัสรู้ชอบไดโ้ ดยพระองคเ์ อง

๒๑

( The Exalted One, far from defilements perfectly enlightened by
himself)
( ดิ เอก็ ซ็อลเทด็ วนั , ฟาร์ ฟรอม ดีฟาย เมนท์ส, เพอร์เฟคล่ี เอนไลท์เทน็
บาย ฮิม เซล์ฟ)
พทุ ธัง ภะคะวนั ตงั อะภวิ าเทม.ิ ขา้ พเจา้ อภิวาทพระผมู้ ีพระภาคเจา้ , ผรู้ ู้ ผู้
ตื่น , ผเู้ บิกบาน,
( I bow down before the Buddha, the Exalted One)
( ไอ บาว ดาวน์ บีโฟร์ เดอะ บดุ ดา , ดิ เอก็ ซอลท์เทด็ วนั )

( กราบเบญจางคประดิษฐ์)

สวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม, พระธรรม เป็นธรรมที่พระผมู้ ีพระภาคเจา้ ,
ตรัสไวด้ ีแลว้ ,
(The Dhamma is well expounded by the exalted One.)
( เดอะ ดามมา อิส เวล เอก็ สเปาด์ บาย ดิ เอก็ ซอลท์เทด็ วนั )
ธัมมงั นะมสั สาม.ิ ขา้ พเจา้ นมสั การพระธรรม.
( I pay homage to the Dhamma)
( ไอ เพย์ โฮมเมจ ทู เดอะ ดามมา)

(กราบเบญจางคประดิษฐ์ )

๒๒

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, พระสงฆส์ าวกของพระผมู้ ีพระ
ภาคเจา้ , ปฏิบตั ิดีแลว้ ,
( The Sangha of the blessed one 's disciples who have practiced well.)
( เดอะ สังฆะ ออฟ เดอะ เบรสเสด วนั ส์ ดีซายเพิล้ , ฮู แฮพ แพรกทิสด์ เวล)
สังฆงั นะมาม.ิ ขา้ พเจา้ นอบนอ้ มพระสงฆ์ ,
( I pay respect to the Sangha)
(ไอ เพย์ เรสเปค ทู เดอะ สังฆะ)

( กราบเบญจางคประดิษฐ์)

ปุพพภาคนมการ

(หันทะมะยงั พทุ ธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะเส)
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต, สัมมาสัมพทุ ธัสสะ.
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต, สัมมาสัมพทุ ธัสสะ.
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต, สัมมาสัมพทุ ธัสสะ.
ขอนอบนอ้ มแด่พระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองคน์ ้นั , ซ่ึงเป็นผไู้ กลจาก

กิเลส ตรัสรู้ชอบไดโ้ ดยพระองคเ์ อง,

๒๓

(Homage to the Exalted One, far from defilements, perfectly enlightened
by himself.)
( โฮม เมจ ทู ดิ เอก็ ซอลท์เทด็ วนั ฟาร์ฟรอม ดิ ฟายเมนทส์, เพอร์เฟคลี่
เอน็ ไลท์เทนด์ บาย ฮิม เซล์ฟ)

พทุ ธาภถิ ุติ

( หันทะมะยงั พทุ ธาภถิ ุตงิ กะโรมะเส)
โยโส ตะถาคะโต, พระตถาคตเจา้ น้นั พระองคใ์ ด,
( He who has attained the Truth.)
( ฮี ฮู แฮส แอทเทนด์ เดอะ ทรูท)
อะระหัง, เป็นผไู้ กลจากกิเลส,
(Far from defilements,)
( ฟาร์ ฟรอม ดีฟายเมนทส์ )
สัมมาสัมพทุ โธ, เป็นผตู้ รัสรู้ชอบไดโ้ ดยพระองคเ์ อง,
(Perfectly Enlightened by himself)
( เพอร์เฟคล่ี เอนไลท์เทนด์ บาย ฮิมเซล์ฟ)
วชิ ชาจะระณะสัมปันโน, เป็นผถู้ ึงพร้อมดว้ ยวชิ ชาและจรณะ,

๒๔

(Fully possessed of wisdom and excellent conduct,)
( ฟูลลี่ พอสเสท ออฟ วิสดอม แอนด์ เอก็ เซลเลนท์ คอนดคั ท์)
สุคะโต, เป็นผไู้ ปแลว้ ดว้ ยดี,
(One who has proceeded by the good way)
( วนั ฮู แอส โพรซีดเดด็ บาย เดอะ กดู เวย์)
โลกะวทิ ู, เป็นผรู้ ู้โลกอยา่ งแจ่มแจง้ ,
(Knower of worlds,)
( โนว์ เวอร์ ออฟ เวิลดส์ )
อะนุตตะโร ปุริสะทมั มะสาระถ,ิ เป็นผสู้ ามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้
อยา่ งไม่มีใครยงิ่ กวา่ ,
(Unexcelled Trainer of those who can be taught)
( อันเอก็ เซลด์ เทรนเนอร์ ออฟ โดส ฮู แคน บี ทอช)
สัตถา เทวะมะนุสสานัง, เป็นครู ผสู้ อนของเทวดาและมนุษยท์ ้งั หลาย,
(Teacher of deities and human,)
( ทีชเชอร์ ออฟ ดีทีส้ ์ แอนด์ ฮิวแมน )
พทุ โธ, เป็นผรู้ ู้, ผตู้ ่ืน, ผเู้ บิกบานดว้ ยธรรม,

๒๕

(The Awakened One)
(ดิ อเวคเคนด์ วนั )
ภะคะวา, เป็นผมู้ ีความจาํ เริญ จาํ แนกธรรมสงั่ สอนสตั ว,์
(The Lord skilled in teaching Dhamma.)
( เดอะ ลอร์ด สคิลด์ อิน ทีชชิ่ง ดามมา)
โย อมิ งั โลกงั สะเทวะกงั สะมาระกงั สะพรัหมะกงั สัสสะมะณะ
พราหมะณงิ ปะชัง สะเทวะมะนุสสัง สะยงั , อะภญิ ญา สัจฉิกตั วา ปะเว
เทสิ,

พระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองคใ์ ด, ไดท้ รงทาํ ความดบั ทุกขใ์ หแ้ จง้ ดว้ ย
พระปัญญาอนั ยงิ่ เองแลว้ , ทรงสอนโลกน้ีพร้อมท้งั เทวดา, มาร พรหม ,
และหมู่สตั วพ์ ร้อมท้งั สมณะพราหมณ์, พร้อมท้งั เทวดาและมนุษยใ์ หร้ ู้ตาม
( Who in this world with its devas, maras and brahmas, this generation
with its samanas and brahmas, together with its rulers and mankind, has
made known, the Truth, having realized it through higher knowledge.)
( ฮู อิน ดิส เวิล์ด วิท อิทส์ ดีวาส์ , มาราส์ แอนด์ บรามมาส์, ดิส เจนเนอ
เรช่ัน วิทส์ อิทส์ สมณะ แอนด์ บรามาส์, ทูเกต็ เตอร์ วิท อิทส์ รูลเลอร์

๒๖

แอนด์ แมนด์ไคน์, แฮส เมด โนน , เดอะ ทรูทส์ , แฮฟ วิ่ง รีอาไลส์ อิท ทรู
ไฮเออร์ โนวเลจช์)
โย ธัมมงั เทเสสิ, พระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองคใ์ ด ทรงแสดงธรรมแลว้
( Who pointed out Dhamma)
( ฮู พอยต์เตด็ เอาท์ ดามมา)
อาทกิ ลั ยาณงั , ไพเราะในเบ้ืองตน้ ,
( Good in the beginning)
( ก๊ดู อิน เดอะ บีกินนิ่ง)
มชั เฌกลั ยาณงั , ไพเราะในท่ามกลาง,
(Good in the middle)
( ก๊ดู อิน เดอะ มิดเดิล้ )
ปะริโยสานะกลั ยาณงั , ไพเราะในท่ีสุด,
( Good at the end)
(ก๊ดู แอท ดิ เอนด์)
สาตถงั สะพยญั ชะนัง เกวะละปะริปุณณงั ปะริสุทธัง พรัหมะจะริยงั ปะ
กาเสสิ,

๒๗

ทรงประกาศ พรหมจรรย์ คือแบบแห่งการปฏิบตั ิอนั ประเสริฐ บริสุทธ์ิ
บริบูรณ์ สิ้นเชิง, พร้อมท้งั อรรถะ พร้อมท้งั พยญั ชนะ,
( Who explained the brahmacariya with essential and literal meaning,
complete and perfect , of surpassing purity.)
( ฮู เอก็ สเพลนด์ เดอะ บรามมาจะริยา วิท เอเซ็นเชียล แอนด์ ลิทเทอรัล
มีนนิ่ง, คอมพลีท แอนด์ เพอร์เฟค , ออฟ เซอร์พาส เพียวริตี)้
ตะมะหัง ภะคะวนั ตงั อะภปิ ูชะยาม,ิ
ขา้ พเจา้ บูชาอยา่ งยงิ่ เฉพาะพระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองคน์ ้นั ,
( I worship most highly that Exalted One)
( ไอ วอร์ชิป โมสท์ ไฮล่ี แดท เอก็ ซอลท์เทด็ วนั )
ตะมะหัง ภะคะวนั ตงั สิระสา นะมาม,ิ
ขา้ พเจา้ นอบนอ้ มพระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองคน์ ้นั ดว้ ยเศียรเกลา้ ,
( To that Exalted One, I bow my head down)
( ทู แดท เอก็ ซอลท์เทด็ วนั , ไอ บาว มาย เฮด ดาวน์)

(กราบระลึกถึงพระพทุ ธคุณ)

๒๘

ธัมมาภถิ ุติ

( หันทะมะยงั ธัมมาภถิ ุตงิ กะโรมะเส)
โยโส สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,
พระธรรมน้นั ใด , เป็นสิ่งที่พระผมู้ ีพระภาคเจา้ , ไดต้ รัสไวด้ ีแลว้ ,
( That which is the well-expounded Dhamma of the Exalted One )
( แดท วิช อิส เดอะ เวล- เอก็ เพาวด์ ดามมา บาย ดิ เอก็ ซอลท์เทต็ วนั )
สันทฏิ ฐิโก, เป็นสิ่งที่ผศู้ ึกษาและปฏิบตั ิ พึงเห็นไดด้ ว้ ยดว้ ยตนเอง,
( To be seen here and now)
( ทู บี ซีน เฮียร์ แอนด์ นาว )
อะกาลโิ ก, เป็นส่ิงที่ปฏิบตั ิไดแ้ ละใหผ้ ลไดไ้ ม่จาํ กดั กาล,
( Not delayed in time)
( นอท ดีเลย์ อิน ไทม์ )
เอหิปัสสิโก, เป็นส่ิงที่ควรกล่าวกบั ผอู้ ื่นวา่ ท่านจงมาดูเถิด,
( Inviting one to come and see)
( อินไวท์ ท่ิง วนั ทู คัม แอนด์ซี )

๒๙

โอปะนะยโิ ก, เป็นส่ิงท่ีควรนอ้ มเขา้ มาใส่ตวั ,
( Leading inwards,)
( ลีดดิง้ อินเวิดส์ )
ปัจจตั ตงั เวทติ พั โพ วญิ �ูหิ, เป็นสิ่งที่ผรู้ ู้กร็ ู้ไดเ้ ฉพาะตน,
( To be seen by each wise man for himself.)
( ทู บี ซีน บาย อีช ไวซ์ แมน ฟอร์ ฮิมเซล์ฟ )
ตะมะหัง ธัมมงั อะภปิ ูชะยาม,ิ ขา้ พเจา้ บูชาอยา่ งยงิ่ เฉพาะพระธรรมน้นั ,
( I worship most highly that Dhamma.)
( ไอ วอร์ ชิพ โมสท์ ไฮลี่ แดท ดามมา )
ตะมะหัง ธัมมงั สิระสานะมาม,ิ .
ขา้ พเจา้ นอบนอ้ มพระธรรมน้นั ดว้ ยเศียรเกลา้ ,
( To that Dhamma, I bow my head down )
( ทู แดท ดามมา ไอ บาว มาย เฮด ดาวน์ )

(กราบระลึกถึงพระธรรมคุณ)

๓๐

สังฆาภถิ ุติ

(หันทะมะยงั สังฆาภถิ ุตงิ กะโรมะเส)
โยโส สุปะฏปิ ันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
สงฆส์ าวกของพระผมู้ ีพระภาคเจา้ น้นั หมู่ใด, ปฏิบตั ิดีแลว้ ,
(Those who are the Sangha of the Exalted One 's disciples, who have
practiced well.)
( โดส ฮู อาร์ เดอะ สังฆะ ออฟ ดิ เอก็ ซอลท์ เทตวนั ส์ ดีซายเพิลส , ฮู แฮฟ
แพรกทิสด์ เวล )
อชุ ุปะฏปิ ันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
สงฆส์ าวกของพระผมู้ ีพระภาคเจา้ หมู่ใด, ปฏิบตั ิตรงแลว้ ,
( The Sangha of the Exalted One 's disciples, who have practiced
straightly.)
( เดอะ สังฆะ ออฟ ดิ เอก็ ซอลท์ เทตวนั ส์ ดีซายเพิลส์ , ฮู แฮฟ แพรกทิสด์
สเตรทลี่)
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

๓๑

สงฆส์ าวกของพระผมู้ ีพระภาคเจา้ หมู่ใด, ปฏิบตั ิเพือ่ รู้ธรรมเป็นเคร่ือง
ออกจากทุกขแ์ ลว้ ,
( The Sangha of the Exalted One 's disciples, who have practiced rightly.)
( เดอะ สังฆะ ออฟ ดิ เอก็ ซอลท์ เทตวนั ส์ ดีซายเพิลส์ , ฮู แฮฟ แพรกทิส
ไรท์ ล่ี)
สามจี ปิ ะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
สงฆส์ าวกของพระผมู้ ีพระภาคเจา้ น้นั หมู่ใด, ปฏิบตั ิสมควรแลว้ ,
( The Sangha of the Exalted One 's disciples, who have practiced
properly.)
( เดอะ สังฆะ ออฟ ดิ เอก็ ซอลท์ เทตวนั ส์ ดีซายเพิลส์ , ฮู แฮฟ แพรกทิสด์
พรอพเพอล่ี)
ยะททิ งั , ไดแ้ ก่บุคคลเหล่าน้ีคือ
( That is to say)
( แดท อิส ทู เซย์ )
จตั ตาริ ปุริสะยคุ านิ อฏั ฐะ ปุริสะปุคคะลา,
คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ , นบั เรียงตวั บุรุษได้ ๘ บุรุษ,

๓๒

( The four pairs of men, the eight individual persons.)
( เดอะ ฟอร์ แพส์ ออฟ เมน, ดิ เอท อินดิวิดวล เพอร์ซันส์ )
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
นน่ั แหละสงฆส์ าวกของพระผมู้ ีพระภาคเจา้ ,
( That is the Sangha of the Exalted One 's disciples.)
( แดท อิส เดอะ สังฆะ ออฟ ดิ เอก็ ซอลท์เทต วนั ส์ ดีซายเพิลส์ )
อาหุเนยโย, เป็นสงฆค์ วรแก่สกั การะท่ีเขานาํ มาบูชา
( Worthy of gifts.)
( เวิร์ท ตี้ ออฟ กิฟทส์ )
ปาหุเนยโย, เป็นสงฆค์ วรแก่สกั การะที่เขาจดั ไวต้ อ้ นรับ,
( Worthy of hospitality.)
( เวิรท์ ตี้ ออฟ ฮอสปิ ทาลลิที )
ทกั ขเิ ณยโย, เป็นผคู้ วรรับทกั ษิณาทาน,
( Worthy of offerings.)
( เวิร์ท ตี้ ออฟ ออฟเฟอร่ิงส์ )
อญั ชะลกี ะระณโี ย, เป็นผทู้ ่ีบุคคลทว่ั ไปควรทาํ อญั ชลี,

๓๓

( Who should be respected.)
( ฮู ชูต บี เรสเปกเทต็ )
อะนุตตะรัง ปุญญกั เขตตงั โลกสั สะ,
เป็นเน้ือนาบุญของโลก, ไม่มีนาบุญอื่นยง่ิ กวา่ ,
( The incomparable field of merit for the world.)
(ดิ อินคอมแพเรเบิล ฟิ ลด์ ออฟ เมอริท ฟอร์ เดอะ เวิลด์ )
ตะมะหัง สังฆงั อะภปิ ูชะยามิ
ขา้ พเจา้ บูชาอยา่ งยงิ่ เฉพาะพระสงฆห์ มู่น้นั ,
( I worship most highly that Sangha )
( ไอ วอร์ชิบ โมสท์ ไฮล่ี แดท สังฆะ )
ตะมะหัง สังฆงั สิระสานะมามิ
ขา้ พเจา้ นอบนอ้ มพระสงฆห์ มู่น้นั ดว้ ยเศียรเกลา้
( To that Sangha, I bow my head down)
( ทู แดท สังฆะ ไอ บาวด์ มาย เฮด ดาวน์ )

(กราบระลึกถึงพระสังฆคุณ)

๓๔

รตนัตตยปั ปณามคาถา

(น่ังพบั เพียบประนมมือ)

(หันทะมะยงั ระตะนัตตะยปั ปะณามะคาถาโย เจวะ สังเวคะ
ปะริกติ ตะนะปาฐัญจะ ภะณามะ เส.)
พทุ โธ สุสุทโธ กะรุณามะหัณณะโว,
พระพทุ ธเจา้ ผบู้ ริสุทธ์ิ มีพระกรุณาดุจหว้ งมหรรณพ,
( The Bhuddha purified, compassion ocean-like)
( เดอะ บูดดาห์ เพียวริฟายด์ , คอมแพสช่ัน โอเช่ียน -ไลค์ )
โยจจนั ตะสุทธัพพะระญาณะโลจะโน,
พระองคใ์ ด มีตาคือญาณอนั ประเสริฐหมดจดถึงท่ีสุด
( Possessed of wisdom's eye completely purified )
( โพเสสท์ ออฟ วิสดอมส์ อาย คอมพลีตล่ี เพียวริฟายด์ )
โลกสั สะ ปาปูปะกเิ ลสะฆาตะโก,
เป็นผฆู้ ่าเสียซ่ึงบาปและอุปกิเลสของโลก,
( Destroyed of defilements, the evils of the world)
( เดสทรอยด์ ออฟ ดีฟายเมนทส์ , เดอะ อีวิลส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ )

๓๕

วนั ทามิ พทุ ธัง อะหะมาทะเรนะตงั ,
ขา้ พเจา้ ไหวพ้ ระพทุ ธเจา้ พระองคน์ ้นั โดยใจเคารพเอ้ือเฟ้ื อ,
( Devotedly indeed that the Bhuddha I revere )
( ดีโวตเตด็ ลี่ อินด๊ีด แดท เดอะ บดู ดา ไอ รีเวียร์ )
ธัมโม ปะทโี ป วยิ ะ ตสั สะ สัตถุโน,
พระธรรมของพระศาสดา สวา่ งรุ่งเรืองเปรียบดวงประทีป,
( The Dhamma of the Lord likened to a light)
( เดอะ ดามมา ออฟ เดอะ ลอร์ด ไลค์เค้นด์ ทู เดอะ ไลท์ )
โย มคั คะปากามะตะเภทะภนิ นะโก,
จาํ แนกประเภทคือมรรค ผล นิพพาน ส่วนใด,
( Is thus diversified : the Path, its Fruits, and Nibbana as well)
( อิส ทัส ดิเวอร์สสิฟายด์ : เดอะ พาท, อิทส์ ฟรุทส์ , แอนด์ นิบบานา แอส
เวล )
โลกตุ ตะโร โย จะตะทตั ถะทปี ะโน,
ซ่ึงเป็นตวั โลกตุ ตระ, และส่วนใดท่ีช้ีแนวแห่งโลกตุ ตระน้นั ,
( The deathless lighting up that beyond the world.)

๓๖

( เดอะ เดทเลส ไลท์ทิง อัพ แดท บียอน เดอะ เวิลด์ )
วนั ทามิ ธัมมงั อะหะมาทะเรนะตงั ,
ขา้ พเจา้ ไหวพ้ ระธรรมน้นั โดยใจเคารพเอ้ือเฟ้ื อ,
( Devotedly indeed that Dhamma I revere )
( ดีโวตเตด็ ลี่ อินดี๊ด แดท ดามมา ไอ รีเวียร์ )
สังโฆ สุเขตตาภยะตเิ ขตตะสัญญโิ ต,
พระสงฆเ์ ป็นนาบุญอนั ยงิ่ ใหญ่กวา่ นาบุญอนั ดีท้งั หลาย,
( The Sangha called a field of merits better than the best)
( เดอะ สังฆะ คอลด์ อะ ฟิ ลด์ ออฟ เมอริทส์ เบทเทอร์ แดน เดะ เบสต์ )
โย ทฏิ ฐะสันโต สุคะตานุโพธะโก,
เป็นผเู้ ห็นพระนิพพาน, ตรัสรู้ตามพระสุคต หมู่ใด,
( Who having seen are calmed, enlightened after Him)
(ฮู แฮพวิ่ง ซีน อาร์ คาลมด์ , เอน็ ไลท์เทนด์ อาฟเตอร์ ฮิม )
โลลปั ปะหีโน อะริโย สุเมธะโส,
เป็นผลู้ ะกิเลสเคร่ืองโลเล, เป็นพระอริยเจา้ มีปัญญาดี,
( Possessiveness destroyed, the noble ones, the wise)

๓๗

( โพเสสสิฟเนส เดสทรอยด์ , เดอะ โนเบิล วนั ส์ , เดอะ ไวส์)
วนั ทามิ สังฆงั อะหะมาทะเรนะตงั ,
ขา้ พเจา้ ไหวพ้ ระสงฆห์ มู่น้นั โดยใจเคารพเอ้ือเฟ้ื อ,
( Devotedly indeed that Sangha I revere )
( ดีโวตเตด็ ล่ี อินด๊ีด แดท สังฆะ ไอ รีเวียร์ )
อจิ เจวะเมกนั ตะภปิ ูชะเนยยะกงั ,
วตั ถุตตะยงั วนั ทะยะตาภสิ ังขะตงั ,
ปุญญงั มะยา ยงั มะมะ สัพพปุ ัททะวา,
มาโหนตุ เว ตสั สะ ปะภาวะสิทธิยา.
บุญใด ท่ีขา้ พเจา้ ผใู้ หวอ้ ยซู่ ่ึงวตั ถุสาม, คือพระรัตนตรัยอนั ควรบูชายง่ิ โดย
ส่วนเดียว, ไดก้ ระทาํ แลว้ เป็นอยา่ งยงิ่ เช่นน้ีน้ี, ขออุปัทวะท้งั หลาย,
จงอยา่ มีแก่ขา้ พเจา้ เลย, ดว้ ยอาํ นาจแห่งความสาํ เร็จอนั เกิดจากบุญน้นั
( All virtue derives from the respect I pay to the Triple Gem, worthy of
reverence. May the evils cease by the power of my virtue)
( ออล เวอร์ชู่ เดอไรฟส์ ฟรอม เดอะ เรสเพคท์ ไอ เพย์ ทู เดอะ ทริปเปิ ล

๓๘

เจม ,เวิร์ทตี้ ออฟ เรฟเฟอร์เรนส์ . เมย์ เดอะ อีวิลส์ ซีส บาย เดอะ เพาเวอร์
ออฟ มาย เวอร์ชู่ )

***************************

สังเวคปริกติ ตนปาฐะ

อธิ ะ ตะถาคะโต โลเก อปุ ปันโน,
พระตถาคตเจา้ เกิดข้ึนแลว้ ในโลกน้ี,
( Here One Attained to the Truth appears in the world)
( เฮียร์ วนั แอทเทน็ ทู เดอะ ทรูท แอพเพียรส์ อิน เดอะ เวิลด์ )
อะระหัง สัมมาสัมพทุ โธ,
เป็นผไู้ กลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบไดโ้ ดยพระองคเ์ อง,
( One far from defilements, perfectly Enlightened by himself )
( วนั ฟาร์ ฟรอม ดีฟายเมนทส์ , เพอร์เฟคล่ี เอน็ ไลท์เทน็ ด์ บาย ฮิมเซล์ฟ )
ธัมโม จะ เทสิโต นิยยานิโก,
และพระธรรมที่ทรงแสดง เป็นธรรมครื่องออกจากทุกข,์
( And the Dhamma is pointed out by Him, leading out of samsara )

๓๙

( แอนด์ เดอะ ดามมา อิส พอยต์เทต เอาท์ บาย ฮิม, ลีดดิง้ เอาท์ ออฟ
สังสารา )
อปุ ะสะมโิ ก ปะรินิพพานิโก,
เป็นเคร่ืองสงบกิเลส เป็นไปเพอื่ ปรินิพพาน,
(Calming, tending towards Final Nibbana.)
( คาล์มมิ่ง เทน็ ดิง้ โทว์เวิดส์ ไฟนอล นิบบานา )
สัมโพธะคามี สุคะตปั ปะเวทโิ ต,
เป็นไปเพ่อื ความรู้พร้อม เป็นธรรมท่ีพระสุคตประกาศ,
( Going to self-enlightenment, the Dhamma the Buddha declared.)
( โกอิง้ ทู เซล์ฟ เอน็ ไลท์เทน็ เมนท์ , เดอะ ดามมา, เดอะ บดู ดา ดีแคลร์ )
มะยนั ตงั ธัมมงั สุตวา เอวงั ชานามะ,
พวกเราเมื่อไดฟ้ ังธรรมน้นั แลว้ จึงไดร้ ู้อยา่ งน้ีวา่ ,
( We, having heard this Dhamma, know thus,)
( วี , แฮฟวิ่ง เฮิร์ด ดิส ดามมา , โนว์ ทัส )
ชาตปิ ิ ทุกขา, แมค้ วามเกิดกเ็ ป็นทุกข์
( Birth is suffering.)

๔๐

( เบิร์ท อิส ซัฟเฟอริ่ง )
ชะราปิ ทุกขา, แมค้ วามแก่กเ็ ป็นทุกข์
( Decay is suffering.)
( ดีเคย์ อิส ซัฟเฟอริ่ง )
มะระณมั ปิ ทุกขงั , แมค้ วามตายกเ็ ป็นทุกข์
( Death is suffering.)
( เดท อิส ซัฟเฟอริ่ง )
โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาปิ ทุกขา,
แมค้ วามโศก ความร่ําไรรําพนั ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ
ความคบั แคน้ ใจ กเ็ ป็นทุกข,์
( Sorrow , Lamentation, pain, grief and despair are suffering.)
( ซอโรว์ , ลาเมนเทชั่น , เพน , กรีฟ, แอนด์ เดสแพร์ อาร์ ซัฟเฟอริ่ง )
อปั ปิ เยหิ สัมปะโยโค ทุกโข,
ความประสบกบั สิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจ กเ็ ป็นทุกข์
( Encounter with the dislike, dissatisfaction is suffering.)
( เอน็ เคาน์เตอร์ วิท เดอะ ดิสไลค์, ดิสแซททิสแฟคช่ัน อิส ซัฟเฟอริ่ง )

๔๑

ปิ เยหิ วปิ ปะโยโค ทุกโข,
ความพลดั พรากจากสิ่งเป็นที่รักที่พอใจ กเ็ ป็นทุกข,์
( Separation from the like, satisfaction is suffering. )
( เซบเพอเรช่ัน ฟรอม เดอะ ไลค์, แซททิสแฟคชั่น อิส ซัฟเฟอร่ิง )
ยมั ปิ จฉัง นะ ละภะติ ตมั ปิ ทุกขงั ,
มีความปรารถนาสิ่งใด ไม่ไดส้ ่ิงน้นั นนั่ กเ็ ป็นทุกข,์
( Not getting what one wants is suffering)
( นอท เกต็ ติ่ง วทั วนั ว้อนทส์ อิส ซัฟเฟอร่ิง )
สังขติ เตนะ ปัญจุปาทานักขนั ธา ทุกขา,
วา่ โดยยอ่ อุปาทานขนั ธ์ท้งั ๕ เป็นตวั ทุกข,์
( In brief the attachments to the five aggregates are suffering)
( อิน บรีฟ เดอะ แอทแทชเมนต์ ทู เดอะ ไฟว์ แอคกรีเกต็ เตส อาร์
ซัฟเฟอริ่ง )
เสยยะถที งั , ไดแ้ ก่สิ่งเหล่าน้ีคือ,
( Which are as follows)
( วิช อาร์ แอส ฟอลโลวส์ )

๔๒

รูปูปาทานักขนั โธ, ขนั ธ์อนั เป็นท่ีต้งั แห่งความยดึ มนั่ คือ รูป,
( The attachment to the body )
( เดอะ แอทแทชเมนต์ ทู เดอะ บอดี้ )
เวทะนูปาทานักขนั โธ, ขนั ธ์ อนั เป็นที่ต้งั แห่งความยดึ มน่ั คือ เวทนา,
( The attachment to the feeling )
( เดอะ แอทแทชเมนต์ ทู เดอะ ฟิ ลลิ่ง )
สัญ�ูปาทานักขนั โธ, ขนั ธ์ อนั เป็นที่ต้งั แห่งความยดึ มน่ั คือ สญั ญา,
( The attachment to the memory )
( เดอะ แอทแทชเมนต์ ทู เดอะ เมมโมร่ี )
สังขารูปาทานักขนั โธ, ขนั ธ์ อนั เป็นที่ต้งั แห่งความยดึ มน่ั คือ สงั ขาร,
( The attachment to the volitions )
( เดอะ แอทแทชเมนต์ ทู เดอะ โวลลิช่ันส์)
วญิ ญาณูปาทานักขนั โธ, ขนั ธ์อนั เป็นท่ีต้งั แห่งความยดึ มน่ั คือ วญิ ญาณ,
( The attachment to the consciousness )
( เดอะ แอทแทชเมนต์ ทู เดอะ คอนเชียสเนส )
เยสัง ปะริญญายะ, เพ่ือใหส้ าวกกาํ หนดรอบรู้อุปาทานขนั ธ์เหล่าน้ีเอง,

๔๓

( For disciples full knowledge of those )
( ฟอร์ ดีซายเพิลส์ ฟูล โนวเลจช์ ออฟ โดส )
ธะระมาโน โส ภะคะวา, จึงพระผมู้ ีพระภาคเจา้ น้นั เมื่อยงั ทรงพระชนม์
อยู่
( While the Exalted One was still alive.)
( วาล เดอะ เอก็ ซอลท์เทต วนั วอส สติล อะไลว์ฟ )
เอวงั พะหุลงั สาวะเก วเิ นต,ิ ยอ่ มทรงแนะนาํ สาวกท้งั หลายเช่นน้ีเป็น
ส่วนมาก,
( He has frequently instructed disciples in this way )
( ฮี แฮส ฟรีเควนลี่ อินสตรั้คเทด็ ดีซายเพิลส์ อิน ดิส เวย์ )
เอวงั ภาคา จะ ปะนัสสะ ภะคะวะโต สาวะเกสุ อะนุสาสะนี พะหุลา
ปะวตั ตะต,ิ
อน่ึง คาํ สง่ั สอนของพระผมู้ ีพระภาคเจา้ น้นั ยอ่ มเป็นไปในสาวกท้งั หลาย
ส่วนมาก มีส่วนคือการจาํ แนกอยา่ งน้ีวา่ ,
( The section of teaching taught by the Exalted One to disciples was thus,
many times he has emphasized)

๔๔

( เดอะ เซคชั่น ออฟ ทีชช่ิง ทอจท์ บาย ดิ เอก็ ซอลเทตวนั ทู ดีซายเพิลส์
วอส ทัส, เมนี่ ไทมส์ ฮี แฮส เอม็ ฟาไซส์ )
รูปัง อะนิจจงั , รูปไม่เท่ียง
( The body is impermanent)
( เดอะ บอดี้ อิส อิมเพอร์มาเนนท์ )
เวทะนา อะนิจจา, เวทนาไม่เที่ยง
( The feeling is impermanent)
( เดอะ ฟิ ลลิ่ง อิส อิมเพอร์มาเนนท์ )
สัญญา อะนิจจา , สญั ญาไม่เท่ียง,
( The memory is impermanent)
( เดอะ เมมโมร่ี อิส อิมเพอร์มาเนนท์ )
สังขารา อะนิจจา, สงั ขารไม่เท่ียง
( The volitions are impermanent )
( เดอะ โวลิช่ัน อาร์ อิมเพอร์มาเนนท์ )
วญิ ญาณงั อะนิจจงั , วญิ ญาณไม่เท่ียง
( The consciousness is impermanent)

๔๕

( เดอะ คอนเชียสเนส อิส อิมเพอร์มาเนนท์ )
รูปังอะนัตตา, รูปไม่ใช่ตวั ตน
( The body is not self)
( เดอะ บอดี้ อิส นอท เซล์ฟ )
เวทะนา อะนัตตา , เวทนาไม่ใช่ตวั ตน
( The feeling is not self)
( เดอะ ฟิ ลล่ิง อิส นอท เซล์ฟ )
สัญญา อะนัตตา, สญั ญาไม่ใช่ตวั ตน
( The memory is not self)
( เดอะ เมมโมรี่ อิส นอท เซล์ฟ )
สังขารา อะนัตตา, สงั ขารไม่ใช่ตวั ตน
( The volition are not self)
( เดอะ โวลลิช่ัน อาร์ นอท เซล์ฟ )
วญิ ญาณงั อะนัตตา, วญิ ญาณ ไม่ใช่ตวั ตน
( The consciousness is not self)
( เดอะ คอนเชียสเนส อิส นอท เซล์ฟ )


Click to View FlipBook Version