โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (1) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม รายงานบทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม การเพิ่มผลิตภาพการผลิตของปัจจัยการผลิตรวม (Total Factor Productivity Growth: TFPG หรือ Residual Growth) เป็นการเพิ่มของผลผลิตที่ไม่ได้เกิดจากการใช้ปัจจัยการผลิตนำเข้าปกติเพิ่มขึ้นอันได้แก่ ที่ดิน ทุน แรงงาน แต่เป็นการเพิ่มขึ้นของผลผลิตที่เกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากปัจจัยนำเข้าปกติการที่ ผลผลิตสามารถขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ด้วย TFPG เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุหรือหลายปัจจัย อาทิ การสะสมสต็อกของ ความก้าวหน้าของความรู้และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัยมากขึ้นในกระบวนการผลิต หรือกระบวนการผลิตที่มี ประสิทธิภาพสูงขึ้นจากกระบวนการจัดการหรือบริหารที่เหมาะสม เป็นต้น ดังนั้นผลิตภาพการผลิตจึงมี ความสำคัญอย่างยิ่งที่สามารถยกระดับความสามารถในการแข่งขัน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนให้ดีมากขึ้น และยังสามารถช่วยให้เศรษฐกิจมีการเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ได้เห็นถึงความสำคัญของการยกระดับผลิตภาพ จึงได้ดำเนินการจัดทำ แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 เพื่อยกระดับผลิตภาพ สถานประกอบการภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนยกระดับองค์ความรู้บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม และพัฒนา ศักยภาพของปัจจัยแวดล้อม เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพที่นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 โดยได้ยกระดับสถานประกอบการและบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ไปแล้วกว่า 1,100 สถานประกอบการ และ 16,000 คน ตลอดจนพัฒนาปัจจัยแวดล้อมเพื่อสนับสนุนการเพิ่มผลิตภาพ การดำเนินการข้างต้นนับเป็นการนำร่องและสร้างความตระหนักให้ภาคอุตสาหกรรมและบุคลากรใน ภาคอุตสาหกรรมได้เห็นความสำคัญของผลิตภาพและร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ดี สถานประกอบการภาคอุตสาหกรรมมีกว่า 60,000 สถานประกอบการ และมีแรงงานในภาคอุตสาหกรรมกว่า 6,000,000 คน ดังนั้น การเพิ่มผลิตภาพการผลิตภาคอุตสาหกรรมจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และทำให้เกิดการขยายผลไปสู่วงกว้างให้ครอบคลุม กลุ่มอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-curve) กลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องปฏิรูป (Second Wave S-Curve) ดังนั้น เพื่อให้การยกระดับผลิตภาพการผลิตภาคอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน และครอบคลุม ทุกกลุ่มอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม จึงเห็นควรติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้ แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 เพื่อประเมิน ผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมาต่อการยกระดับผลิตภาพภาคอุตสาหกรรม และวางแนวทางการเพิ่มผลิตภาพ การผลิตที่เหมาะสมสำหรับภาคอุตสาหกรรมในระยะต่อไป
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (3) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ก. การติดตามและประเมินผลการเพิ่มผลิตภาพการผลิตภาคอุตสาหกรรม ภายใต้หัวข้อนี้ประกอบไปด้วยการศึกษา 2 ส่วน ดังนี้ 1. กลุ่มสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ 1) ภาพรวมการดำเนินงานโครงการภายใตแผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพการผลิต ของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทฯ มีทั้งสิ้น 64 โครงการ งบประมาณรวมทั้งสิ้น 437,677,200 บาท จัดอยู่ในแต่ละยุทธศาสตร์ตามแผนแม่บทฯ และกลุ่มอุตสาหกรรม ได้ดังนี้ (1) ยุทธศาสตร์ตามแผนแม่บทฯ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ยกระดับผลิตภาพภาคอุตสาหกรรมไทยโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม และ ระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ จำนวน 44 โครงการ งบประมาณ 337,044,800 บาท ยุทธศาสตร์ที่ 2 ยกระดับผลิตภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะรอบด้าน สามารถตอบสนองต่อ การเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมทั้งในปัจจุบันและอนาคต จำนวน 15 โครงการ งบประมาณ 77,367,400 บาท ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาศักยภาพของปัจจัยแวดล้อมเพื่อสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการเพิ่ม ผลิตภาพที่นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน จำนวน 5 โครงการ งบประมาณ 23,265,000 บาท (2) กลุ่มอุตสาหกรรม* กลุ่มอุตสาหกรรม First S-Curve จำนวน 27 โครงการ กลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve จำนวน 18 โครงการ กลุ่มอุตสาหกรรม Second Wave S-Curve จำนวน 17 โครงการ กลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ จำนวน 20 โครงการ *หมายเหตุ1 โครงการ อาจมีผู้ประกอบการเข้าร่วมได้มากกว่า 1 อุตสาหกรรม ในส่วนการจัดสรรงบประมาณ พบว่า งบประมาณประมาณร้อยละ 50 ถูกจัดสรรไปยังสถานประกอบการ (รวมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ) และอีกประมาณร้อยละ 20 เกี่ยวกับการฝึกอบรม นอกจากนี้ ยังพบได้ว่า จำนวนผลิตภัณฑ์มีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนสถานประกอบการ ดังนั้น ในอนาคตควรจะมีเป้าหมายใน การเพิ่มโครงการที่ส่งเสริมให้สถานประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้เพิ่มมากขึ้น สำหรับการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพ (% Productivity) การเพิ่มขึ้นของผลิตภาพแรงงาน (% Labor Productivity) และอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment: ROI) ของ โครงการที่จัดประเภท ตามกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า การดำเนินงานของโครงการในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมถือว่าประสบความสำเร็จในการ เพิ่มผลิตภาพการผลิต ผลิตภาพแรงงาน รวมถึง ROI โดย พบได้ว่ากลุ่มอุตสาหกรรม First S-Curve ให้อัตรา
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (4) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ผลตอบแทนสูง ทั้งนี้โครงการทั้งหมดเป็นปีงบประมาณ 2564 จัดสรรอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม First S-Curve และ New S-Curve เท่านั้น ไม่มีโครงการในกลุ่มอุตสาหกรรม Second Wave S-Curve และอุตสาหกรรมอื่น ๆ อย่างไรก็ตามภาครัฐ ยังมีการจัดสรรงบประมาณผ่านไปยังหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรม Second Wave S-Curve และอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกด้วย ดังนั้น จึงยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าภาครัฐ ไม่ได้ให้ ความสำคัญต่อกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวได้อย่างชัดเจน สำหรับการประเมินระดับยุทธศาสตร์ พบว่า งบประมาณถึงร้อยละ 77 อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 1 ซึ่งมี ความสมเหตุสมผลต่อเป้าหมายในการเพิ่มผลิตภาพจากนวัตกรรม ส่วนการสร้าง Ecosystem เพื่อเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต ยังมีความจำเป็นที่ต้องอาศัยการสนับสนุนความร่วมมือจาก ภาครัฐด้วย ซึ่งพบว่าในอนาคต กระทรวงอุตสาหกรรมควรที่จะเพิ่มโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 3 ให้มากขึ้น เพื่อให้ในอนาคตการดำเนินธุรกิจของภาคอุตสาหกรรม/ภาคเอกชนมีความราบรื่นและปรับตัวได้อย่างรวดเร็วตาม สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป เมื่อวิเคราะห์รายกลยุทธ์ในแต่ละยุทธศาสตร์ได้พบว่า การดำเนินโครงการฯ ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 1 เป็นไปตามกลยุทธ์ ทั้ง 4 กลยุทธ์ ในขณะที่โครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 2 ไม่ได้ตอบสนองกลยุทธ์ที่ 2 และ โครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 3 ไม่ได้ตอบสนองกลยุทธ์ที่ 3 ซึ่งทั้ง 2 กลยุทธ์ (ที่ 2 และ 3) นี้เกี่ยวข้องกับ Productivity Specialist ดังนั้นในอนาคตจึงควรจัดสรรให้มีโครงการประเภทนี้ด้วย 2) การประเมินตามกรอบแบบจำลอง OECD/DAC การประเมินผลสำเร็จและวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ของโครงการฯ จำนวน 64 โครงการ ดำเนินงาน ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ของแผนแม่บทฯ โดยได้มีการนำทั้งข้อมูลทุติยภูมิและข้อมูลปฐมภูมิมาใช้ในการประเมิน ตามโครงสร้างการประเมินแบบ OECD/DAC ซึ่งเป็นการนำข้อมูลปฐมภูมิผ่านการทำแบบสำรวจผู้ประกอบการ ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ทั้งนี้แบบสอบถามแบ่งออกได้เป็น 5 หมวด ได้แก่ (1) ความสอดคล้องกับแผนแม่บท (Relevance) (2) การบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ได้คาดไว้จากโครงการฯ (Effectiveness) (3) การใช้/จัดสรร ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency) (4) ความสำเร็จในการจัดการผลกระทบจากการเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสังคมในระยะยาว (Impact) และ (5) ความยั่งยืน การต่อยอด และการพัฒนา ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมในระยะยาวหลังโครงการฯ เสร็จสิ้น (Sustainability) แบบสำรวจประกอบด้วยคำถาม 38 ข้อ เป็นคำถามตัวเลือกจำนวน 35 ข้อ และข้อเขียน 3 ข้อ ครอบคลุมผู้ประกอบการที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ ต่างๆ จำนวน 427 รายกลุ่มมิติในการวิเคราะห์ได้แก่ (1) กลุ่มตามขนาด ผู้ประกอบการที่เข้าร่วม 3 ขนาด ได้แก่ ขนาดย่อม ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ (2) กลุ่มตามตามความสอดคล้อง ของกิจกรรมที่มีต่อยุทธศาสตร์ภายใต้แผนแม่บท 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม และระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ ยุทธศาสตร์ที่ 2 ยกระดับผลิตภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะรอบด้าน และ
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (5) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาศักยภาพของปัจจัยแวดล้อมเพื่อสนับสนุนและผลักตันให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพที่นำไปสู่การ เติบโตอย่างยั่งยืน และ (3) กลุ่มตามอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการ 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ First S-Curve, New S-Curve และ Second Wave S-Curve ทำให้สามารถเปรียบเทียบข้อมูลตามมิติย่อยได้ทั้งหมดจำนวน 27 มิติ จากค่าเฉลี่ยประสิทธิผลจากการนำข้อมูลแบบสำรวจผู้ประกอบการโดยรวม พบว่า การดำเนินโครงการ ทั้ง 64 โครงการ มีประสิทธิผลอยู่ในระดับปานกลาง 2 หมวด ระดับดีจำนวน 2 หมวด และดีมากจำนวน 1 หมวด สรุปได้คือ อยู่ในเกณฑ์ดีโดยเฉพาะในหมวดของผลกระทบ จึงชี้ว่าโครงการดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อ สังคมภายนอกอุตสาหกรรมทั้งโดยตรงและโดยอ้อมในระยะยาวเป็นหลัก ในส่วนความยั่งยืน การต่อยอด และ การพัฒนาที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมในระยะยาว รวมกับการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการที่วางไว้อยู่ใน เกณฑ์ที่ดีโดยสามารถวิเคราะห์ตามกลุ่มมิติในการวิเคราะห์ ได้ดังนี้ (1) กลุ่มตามขนาดผู้ประกอบการ พบสิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ประกอบการขนาดย่อมมีประสิทธิผล สอดคล้องกับแผนแม่บทเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าผู้ประกอบการขนาดอื่น ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนา คุณภาพสินค้าและการจัดการของเสียที่เกิดขึ้นจากการผลิต นอกจากนี้ผู้จัดโครงการฯ มีแนวโน้มในการจัดโครงการ ตอบสนองผู้ประกอบการขนาดย่อมได้ดีกว่าผู้ประกอบขนาดอื่น ๆ และวัตถุประสงค์ของโครงการที่ตรงตาม ความต้องการจัดอบรม เนื่องจากผู้ประกอบการขนาดย่อมมีงบประมาณเพื่ออบรมพัฒนาตนเองที่จำกัดกว่าขนาดอื่น ๆ ในอนาคตรัฐควรให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดย่อม เนื่องจากได้ประสิทธิผลที่สูงกว่า พร้อมทั้ง ควรปรับการอบรมให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่มากขึ้น (2) กลุ่มตามตามความสอดคล้องของกิจกรรมที่มีต่อยุทธศาสตร์พบว่า ยุทธศาสตร์ที่ 1 ที่ส่งเสริมให้ มีการนําเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตก่อให้เกิดประสิทธิผลในทางความสอดคล้องระหว่างผลิตผลจาก โครงการฯ กับวัตถุประสงค์ของแผนแม่บทในระดับที่สูงกว่าโครงการตามแผนยุทธศาสตร์อื่น ๆ โดยเฉพาะการเพิ่ม คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ จึงเป็นเหตุผลทำให้มีความสอดคล้องกับผู้เข้าร่วม ที่มาจากกลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve, First S-Curve และ Second Wave S-Curve ที่เน้นใช้เทคโนโลยีเป็น หลักได้เป็นอย่างดี (3) กลุ่มตามอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการ พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve พบความสอดคล้อง โครงการฯ (Relevance) มีค่าตํ่ากว่ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ มาก โดยเฉพาะเรื่องนวัตกรรม เนื่องจากกลุ่ม อุตสาหกรรมนี้มีนวัตกรรมที่เฉพาะทางและได้มีการคิดค้นนวัตกรรมของตนเองมาก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมโครงการ ชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นการเข้าร่วมโครงการฯ ของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้อาจไม่ก่อให้เกิดประสิทธิผลตามวัตถุประสงค์ ของแผนแม่บทมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับอีกสองกลุ่มอุตสาหกรรมที่พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับดี ดังนั้น ในการ จัดโครงการในระยะต่อไป ควรวางแผนงานเนื้อหาการอบรมที่มีความทันสมัยและตรงตามความต้องการของผู้เข้าร่วมใน กลุ่ม New S-Curve ที่ผู้ประกอบการมาจากอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามช่วงเวลา
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (6) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จากการประเมินรายโครงการตามกรอบ OECD สามารถกล่าวได้ว่าทุกโครงการสามารถบรรลุผลในทุก มิติของ OECD กล่าวคือ ผลผลิตของโครงการที่เกิดขึ้นจริงไม่ต่ำไปกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ในทุกโครงการ หรือ ทุกโครงการมีผลการดำเนินงานสำเร็จตามเป้าทมายที่กำหนดไว้นอกจากนี้พบว่า สัดส่วนค่าใช้จ่ายจริงต่อค่าใช้จ่าย ตามแผนเท่ากับร้อยละ100 ในทุกโครงการ และสัดส่วนเวลาที่ใช้จริงต่อเวลาที่กำหนดเท่ากับร้อยละ100ในทุกโครงการ จากการประเมินแบบกลุ่มอุตสาหกรรม (จำนวน 4 กลุ่มอุตสาหกรรม) และระดับยุทธศาสตร์ (จำนวน 3 ยุทธศาสตร์) สามารถบรรลุผลในทุกมิติตามกรอบการประเมินของ OECD โดยตัวชี้วัดผลผลิตที่สำคัญ คือ สถานประกอบการที่ได้รับการยกระดับผลิตภัณฑ์ต้นแบบ บุคลากร เข้าอบรม และวิทยากรเข้าอบรม สำหรับ การวัดความพึงพอใจจากผู้เข้าร่วมโครงการเกี่ยวกับ 5 มิติ(Relevance, Effectiveness, Efficiency, Impact และSustainability) ทั้งในระดับกลุ่มอุตสาหกรรมและระดับยุทธศาสตร์ พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ตั้งแต่ ปานกลาง ดี และดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยของผลกระทบ (Impact) อยู่ในระดับดีมากในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและ ในทุกยุทธศาสตร์ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้ว่า ทักษะ/ความรู้จากการเข้าร่วมโครงการฯ สามารถช่วยให้เกิดประโยชน์ ต่อสังคมภายนอกธุรกิจ (Externality) ได้เป็นอย่างดี 3) ปัญหา/อุปสรรค สำหรับอุปสรรคที่ส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการฯ พบว่า 1. โครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาเครือข่ายและการสร้าง Ecosystem จากภาครัฐยังมีไม่มากนัก 2. มีความไม่ต่อเนื่องของบางโครงการ ทำให้ไม่ทราบปัญหาและอุปสรรคของสถานประกอบการ และ ผู้เข้าอบรม หลังจบโครงการ เพื่อที่จะได้จัดทำโครงการครั้งต่อไปให้มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ 3. ผู้ประกอบการและผู้เข้ารับการอบรม ไม่ได้นำความรู้ที่ได้รับจากการถ่ายทอดความรู้ ไปต่อยอด ความรู้ด้วยตนเองในอนาคตต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง 4. ผู้ประกอบการบางรายยังขาดแคลนเงินทุนและขาดการสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต ข้อเสนอแนะมีดังนี้ 1. ในอนาคตควรจัดโครงการเกี่ยวกับการพัฒนา Productivity Specialist เพื่อให้ตอบสนองต่อ ยุทธศาสตร์ที่ 2 กลยุทธ์ที่ 2 และยุทธศาสตร์ที่ 3 กลยุทธ์ที่ 3 2. ควรเพิ่มการพัฒนาเครือข่ายและการสร้าง Ecosystem ของภาครัฐ ให้ภาคอุตสาหกรรม/ ภาคเอกชน มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นในยุทธศาสตร์ที่ 3 3. ควรจัดให้โครงการมีความต่อเนื่องมากขึ้น เพื่อให้สามารถติดตามทราบถึงปัญหาและอุปสรรคที่สถาน ประกอบการและผู้เข้าอบรมได้ประสบภายหลังโครงการเสร็จสิ้น 4. ให้การสนับสนุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยีเนื่องจากได้พบว่า ผู้ประกอบการบางรายขาดแคลน เงินทุนและขาดการสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยี
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (7) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม 2. กลุ่มสถานประกอบการที่ต้องมีการปฏิรูป (Second Wave S-Curve) ดำเนินการวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจ โดยใช้แบบจำลองเพชรจากความได้เปรียบของ ประเทศ (Diamond Model) (ภาพที่ 1) โดยทำการสำรวจผู้ประกอบการ จำนวน 403 ตัวอย่าง ซึ่งสามารถ สรุปผลที่สำคัญได้ ดังนี้ 1) ปัจจัยด้านความต้องการของผู้บริโภค (Demand Conditions) เป็นปัจจัยสำคัญส่งผลกระทบต่อ การดำเนินกิจการของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่ต้องปฏิรูป โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมวิถีชีวิตใหม่ ของผู้บริโภคหลังการระบาดของโควิด ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลง กระแสการ เปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมผู้บริโภค และการมีสินค้าทดแทนสินค้าของผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมที่ต้องปฏิรูป 2) ปัจจัยด้านเงื่อนไขการผลิต (Factor Conditions) เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนิน กิจการของผู้ประกอบกอบการในอุตสาหกรรมที่ต้องมีการปฏิรูป โดยพบว่า วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตมีราคาปรับสูงขึ้น ส่งผลกระทบกับกระบวนการผลิต มีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีด้านการผลิตที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้อง นำมาใช้ในกระบวนการผลิต และไม่มีทุนพัฒนาเทคโนโลยีการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะและการขาดแคลน กำลังคน (แรงงานมีฝีมือ องค์วามรู้ของพนักงาน และบุคลากร) 3) เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของอุตสาหกรรมที่ต้องปฏิรูปในแต่ละ อุตสาหกรรม โดยพบดังนี้ (1) ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติก อุตสาหกรรม สิ่งทอและเครื่องนุ่มห่ม อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อุตสาหกรรมโลหะ และอุตสาหกรรมแก้วและ กระเบื้อง ระดับมากที่สุด ได้แก่ ปัจจัยด้านความต้องการของผู้บริโภค และปัจจัยด้านเงื่อนไขการผลิต (2) ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของอุตสาหกรรมไม้แปรรูป ระดับมากที่สุด ได้แก่ ปัจจัย ด้านความต้องการของผู้บริโภค และปัจจัยที่เป็นผลกระทบด้านอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและสนับสนุน (3) ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ระดับมากที่สุด ได้แก่ ปัจจัยด้านอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนและปัจจัยด้านกลยุทธ์ระดับองค์กร โครงสร้างและการแข่งขัน (4) ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของอุตสาหกรรมเซรามิก ระดับมากที่สุด ได้แก่ ปัจจัยด้าน เงื่อนไขการผลิต และปัจจัยที่เป็นผลกระทบด้านเหตุสุดวิสัยหรือโอกาสทางธุรกิจ (5) ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของอุตสาหกรรมเครื่องหนัง ระดับมากที่สุด ได้แก่ ปัจจัยด้านอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนและ ปัจจัยด้านกลยุทธ์ระดับองค์กร โครงสร้างและการแข่งขัน
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (8) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ภาพที่ 1 แสดงสรุปค่าเฉลี่ยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการภาพรวมของแต่ละรายอุตสาหกรรม ของผู้ประกอบการ ข. การวิเคราะห์ช่องว่างของความแตกต่าง (Gap Analysis) โดยสามารถแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1) การวิเคราะห์Gap Analysis ของผลจาก การติดตามและประเมินผลโครงการฯ ที่ดำเนินการอยู่เปรียบเทียบกับแผนแม่บทฯ 2) การวิเคราะห์Gap Analysis ของ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการของอุตสาหกรรมที่ต้องปฏิรูป (Second Wave S-Curve) และ 3) การวิเคราะห์ Gap Analysis ของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยกับต่างประเทศ โดยสรุปผลได้ ดังนี้ 1. การวิเคราะห์Gap Analysis ของผลจากการติดตามและประเมินผลโครงการฯ เปรียบเทียบกับแผนแม่บทฯ จากการเปรียบเทียบช่องว่างของการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมและระบบบริหารสมัยใหม่ พบว่า มีการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพเฉลี่ยโดยรวมสูงกว่าในแผนแม่บทฯ กล่าวคือ การเพิ่มของผลิตภาพสูงขึ้นถึง ร้อยละ 35.77 ในด้านการยกระดับผลิตภาพทรัพยากรมน ุษย์ให้มีทักษะรอบด้าน ให้สามารถตอบสนองต่อ การเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมทั้งในปัจจุบันและอนาคต พบว่า เกิดการเพิ่มขึ้นผลิตภาพแรงงาน ร้อยละ 33.36 สูงกว่าเป้าหมายของแผนแม่บทฯ ตัวเลขของการเพิ่มผลิตภาพการผลิตที่ได้รับ พบว่าสูงกว่าเป้าหมายของแผนแม่บท และการเพิ่ม ผลิตภาพแรงงานที่สูงกว่าแผนแม่บท แต่ตัวเลขประเมินผลดังกล่าวเป็นตัวเลขที่ประเมินผลจากแต่ละโครงการย่อย ๆ 0 1 2 3 4 5 อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และพลาสติก อุตสาหกรรมไม้แปรรูป อุตสาหกรรมสิ่งทอและ เครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรมโลหะ อุตสาหกรรมเซรามิก อุตสาหกรรมแก้วและ กระจก อุตสาหกรรมเครื่องหนัง Factor conditions: F Demand conditions: D Related and supporting industries: R Firm strategy, structure and rivalry: S Government: G
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (9) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ดำเนินงานจริง จึงไม่สามารถจะเปรียบเทียบกันได้อย่างสมบูรณ์โดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ประเมินผล รายโครงการเฉลี่ยนี้ ก็สามารถกล่าวได้ว่าอยู่ในระดับที่สูงมากเป็นที่น่าพอใจ ในการวิเคราะห์ผลการพัฒนาศักยภาพของปัจจัยแวดล้อมเพื่อสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพ ที่นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน จากการติดตามและประเมินผลการเพิ่มผลิตภาพการผลิตภาคอุตสาหกรรมไทย ในปัจจุบัน พบว่า มีการยกระดับศักยภาพของปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจในเกณฑ์ที่น่าพอใจ กล่าวคือ มีระดับความสำเร็จ ของการรวมกลุ่มเครือข่ายความร่วมมือระดับอยู่ในระดับที่ดีมาก มีอัตราความพึงพอใจเฉลี่ยต่อบริการภาครัฐ มากกว่าร้อยละ 80 เทียบกับแผนแม่บทฯ มีระดับความสำเร็จของการรวมกลุ่มเครือข่ายความร่วมมือที่เพิ่มมากขึ้น 2. การวิเคราะห์Gap Analysis ของปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการของอุตสาหกรรมที่ต้องปฏิรูป (Second Wave S-Curve) จากการวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน (Diamond Model) ของธุรกิจ สามารถสรุปผลได้ ดังนี้ ▪ ปัจจัยด้านเงื่อนไขการผลิต (Factor Conditions) มีช่องว่าง (Gap) จากราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการ ผลิตสูงขึ้นส่งผลกระทบในกระบวนการผลิต กระแสการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีด้านการผลิตที่ผู้ประกอบการ จำเป็นต้องนำมาใช้ในกระบวนการผลิต และขาดทุนในการพัฒนาเทคโนโลยี การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะและ การขาดแคลนกำลังคน (แรงงานฝีมือ องค์ความรู้ของพนักงานและบุคลากร) ▪ ปัจจัยด้านความต้องการของผู้บริโภค (Demand Conditions) มีช่องว่าง (Gap) จากการปรับตัวของ ผู้ประกอบการต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคตามวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) และการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค ตลอดจนการทดแทนจากสินค้าอื่นจากคู่แข่งขันอยู่ในระดับต่ำ ▪ ปัจจัยด้านอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและสนับสนุน (Related and Supporting Industries) มีช่องว่าง (Gap) จากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ขีดความสามารถในการลงทุนใน อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของบริษัทอยู่ในระดับต่ำ ▪ ปัจจัยด้านกลยุทธ์ระดับองค์กร โครงสร้างและการแข่งขัน (Firm strategy, Structure and Rivalry) มีช่องว่าง (Gap) จากแนวโน้มการขยายตัวขององค์กรอยู่ในระดับต่ำ และขาดการมีสัมพันธ์และเชื่อมโยงพันธมิตร ข้ามธุรกิจอื่น ตลอดจนการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมขององค์กร ▪ ปัจจัยด้านนโยบายและมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล (Government) มีช่องว่าง (Gap) จากการเข้าถึง การสนับสนุนสินเชื่อจากภาครัฐของผู้ประกอบการอยู่ในระดับต่ำ ตลอดจนการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ วิจัยและ พัฒนา และด้านการพัฒนาบุคลากรขององค์กร ▪ ปัจจัยด้านเหตุสุดวิสัยหรือโอกาสทางธุรกิจ (chance) มีช่องว่าง (Gap) จากโอกาสทางธุรกิจอยู่ใน ระดับต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับกิจการอื่น ตลอดจนโอกาสการจ้างงานต่ำเนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด-19
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (10) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม 3. การวิเคราะห์Gap Analysis ของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยกับต่างประเทศ การวิเคราะห์ Gap Analysis ของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยกับต่างประเทศ ประกอบด้วย 1) การวิเคราะห์ โดยพิจารณาจากดัชนีนวัตกรรม (GII) และ 2) การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค 1) การวิเคราะห์โดยพิจารณาจากดัชนีนวัตกรรม (GII) 7 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) ปัจจัยความมั่นคงเชิงสถาบัน 2) ปัจจัยด้านทุนมนุษย์และการวิจัย 3) ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน 4) ปัจจัยด้านการตลาด 5) ปัจจัยด้านธุรกิจ 6) ปัจจัยด้านผลลัพธ์จากการสะสมองค์ความรู้และเทคโนโลยี 7) ปัจจัยด้านผลลัพธ์จากความคิดสร้างสรรค์ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาจัดอยู่ในกลุ่มตามยุทธศาสตร์ภายใต้แผนแม่บทฯ 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม 2) ด้านทรัพยากรมนุษย์(บุคลากร/แรงงาน) และ 3) ด้านปัจจัยแวดล้อมอุตสาหกรรม โดยสามารถสรุปได้ดังนี้ (1) ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม พบว่า ไทยมีข้อจำกัดหลายประการ (ภาพที่ 2) ได้แก่ (ก) ข้อจำกัด ด้านปัจจัยธุรกิจ เช่น แรงงานที่มีความรู้ยังอยู่ในระดับต่ำ ยังให้ความสำคัญกับการอบรมความรู้อย่างเป็นทางการ ค่อนข้างน้อย ด้านความเชื่อมโยงทางนวัตกรรมยังน้อย และมีการรับรู้และนำความรู้มาประยุกต์กับงานค่อนข้างน้อย และ (ข) ข้อจำกัดผลผลิตจากความรู้และเทคโนโลยียังมีต่ำ ทั้งในด้านการสร้างองค์ความรู้ ผลกระทบของความรู้ และการกระจายความรู้ ภาพที่2 แสดงสรุปผลการวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap) ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม (2) ด้านทรัพยากรมนุษย์พบว่ายังคงมีข้อจำกัดใน 3 ด้าน (ภาพที่ 3) ได้แก่ (ก) ข้อจำกัดด้านการวิจัย และการพัฒนา เช่น จำนวนนักวิจัยยังมีน้อยโดยเปรียบเทียบ งบประมาณค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนายังมี ค่อนข้างต่ำ และการที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในไทยที่ติดอันดับโลกยังอยู่ในอันดับที่ไม่ดีนักเทียบกับประเทศคู่เทียบ - 10.0 20.0 30.0 40.0 50.0 60.0 70.0 ด้านปัจจัยทางธุรกิจ ด้านผลผลิตจากความรู้และเทคโนโลยี ด้านปัจจัยทางธุรกิจ ด้านผลผลิตจากความรู้และเทคโนโลยี ไต้หวัน 29.9 56.8 เกาหลีใต้ 58.0 54.7 สิงคโปร์ 65.7 49.3 ไทย 35.5 30.0 ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (11) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (ข) ข้อจำกัดด้านการศึกษาในระดับอุดมศึกษาไทย โดยพบว่ามีอัตราการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่า สามประเทศนี้ โดยเฉพาะในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ (ค) ข้อจำกัดด้านสถาบันการศึกษา ที่พบว่ายัง มีความร่วมมือกับสถานประกอบการน้อยทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนา และการฝึกอบรม ทักษะความรู้ ทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำ ภาพที่3 แสดงสรุปผลการวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap) ด้านทรัพยากรบุคคล (บุคลากร/แรงงาน) (3) ด้านปัจจัยแวดล้อมทางอุตสาหกรรม พบว่า ไทยยังมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ (ภาพที่ 4) ได้แก่ (ก) ข้อจำกัดปัจจัยเชิงสถาบัน พบว่ามีความมั่นคงทางการเมือง และความรุนแรงของการก่อการร้าย ที่อยู่ใน ลำดับที่ต่ำโดยเปรียบเทียบคุณภาพของกฎหมายข้อบังคับ และหลักนิติธรรม (ข) ข้อจำกัดปัจจัยขั้นพื้นฐาน พบว่า ไทยยังมีการใช้ ICT และการมีส่วนร่วมในการใช้ระบบออนไลน์ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ประสิทธิภาพระบบขนส่งไทย ยังมีคะแนนต่ำ (ค) ข้อจำกัดด้านปัจจัยการตลาด ที่พบว่ากลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ (ง) ข้อจำกัดด้านผลลัพธ์และผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์ ด้านการจดทะเบียนเว็บไซต์โดเมนประจำชาติ ยังพบว่ามีน้อย ยังมีการใช้ระบบ ICT สร้างโมเดลธุรกิจของประเทศไทยอยู่ในสัดส่วนน้อย เป็นต้น ภาพที่4 แสดงสรุปผลการวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap) ด้านปัจจัยแวดล้อมอุตสาหกรรม - 20.0 40.0 60.0 80.0 100.0 การศึกษา การศึกษาในระดับอุดมศึกษา การวิจัยและพัฒนา การศึกษา การศึกษาในระดับอุดมศึกษา การวิจัยและพัฒนา ไต้หวัน 69.3 19.4 70.5 เกาหลีใต้ 65.1 47.3 86.8 สิงคโปร์ 59.0 66.3 59.2 ไทย 39.2 32.3 17.9 ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (12) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม 2) การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) โดยสรุปได้ ดังนี้ (1) จุดแข็ง มีแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 ระยะ 20 ปี นโยบายและกลยุทธ์ของ กระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ตลอดจนแผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพการผลิตของ ภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต และ เป็นอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนาในด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมรองรับ ประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิต อุตสาหกรรมพื้นฐานในการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (2) จุดอ่อน ไทยมีจุดอ่อนด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นผลมาจากบุคลากรและ การสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยมีจำนวนน้อย ขาดความร่วมมือด้านเชื่อมโยงนวัตกรรมระหว่าง ภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตในปัจจุบันยังเป็นรูปแบบการรับจ้างผลิต (OEM) และผลิตสินค้าในระดับกลางน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มไม่มากนัก นอกจากนี้ ปัจจัยแวดล้อมด้านประสิทธิภาพของรัฐบาล และความมั่นคงทางการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพ ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศ (3) โอกาส จากกระแสการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ อุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจน SMEs ส่วนใหญ่ในประเทศ เหล่านี้ก็ปรับใช้เครื่องมือดิจิทัล (Digital tools) ในการดำเนินธุรกิจด้วยแล้ว เมื่อคำนึงถึงความสำคัญของการ - 20.0 40.0 60.0 80.0 100.0 120.0 ปัจจัยเชิงสถาบัน ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจัยด้านการตลาด ผลลัพธ์/ผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์ ปัจจัยเชิงสถาบัน ปัจจัยด้านโครงสร้าง พื้นฐาน ปัจจัยด้านการตลาด ผลลัพธ์/ผลผลิตจาก ความคิดสร้างสรรค์ ไต้หวัน 64.8 57.5 56.0 49.3 เกาหลีใต้ 70.5 60.3 48.0 55.1 สิงคโปร์ 95.9 61.4 68.4 38.5 ไทย 52.5 47.7 45.3 25.2 ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (13) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม แสวงหาโอกาสใหม่ ๆ และมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิData analytics, Internet of Things, Robots, Artificial Intelligence (AI), Drones, Blockchain, Virtual reality, 3D Printing และ Electric vehicle ซึ่งเข้ามามีบทบาทในโลกมากขึ้น รวมถึงสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ที่นำไปสู่การย้ายฐานการผลิต จากจีนไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงเป็นโอกาสสำคัญของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (4) อุปสรรค อุปสรรคทางการค้าและเศรษฐกิจที่ทั่วโลกต้องเผชิญ คือ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ปัญหาในห่วงโซ่อุปทาน และปัญหาเงินเฟ้อ นอกจากนี้ วิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลให้เกิดเงื่อนไขหรือข้อกีดกันการทำการค้าระหว่างประเทศ ปัญหา Disruptive Technology และ Cyber threat ที่มาพร้อมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นประเด็นท้าทาย ที่ภาคธุรกิจและทุกประเทศต้องปรับตัวและหาวิธีการป้องกัน สำหรับประเทศไทย โครงสร้างของสังคมผู้สูงอายุ ที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นอีกหนึ่งความท้าทายด้านแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ค. การศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้บริบทปกติใหม่ New Normal ส่วนของความปกติใหม่ (New Normal) ในบริบทของสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “โควิด-19” นั้น เป็นสถานการณ์ทางโรคติดต่อที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงและแพร่กระจายไปในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ประชาชนจึงจำเป็นต้องป้องกันตนเองเพื่อให้มีชีวิตรอดด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ผิดไปจากวิถีเดิม จนกระทบต่อวิถีการดำรงชีวิตแบบใหม่ เพื่อให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อควบคู่ไปกับความพยายามที่ต้องรักษาและ ฟื้นฟูศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการสรรค์สร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ เมื่อเวลาผ่านไปก็ทำให้เกิดความคุ้นชิน และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตปกติของผู้คนในสังคม นอกจากปัญหาโรคระบาดนั้นแล้ว ยังคงมีแนวโน้มสำคัญของโลกอีกนานับประการ ท่านกลางความปั่นป่วน และการเปลี่ยนแปลงของโลก (Global Megatrend) ที่เป็นปัจจัยเร่งสำคัญทำให้ทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่เป็นภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศเปลี่ยนแปลงไป อาทิการเข้าสู่โลกดิจิทัล ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างพลิกผัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม การเจริญเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และวิกฤติเศรษฐกิจโลก เป็นต้น การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้บริบทปกติใหม่ (New Normal) ตามโครงการ ติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพการผลิตของ ภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 นี้ครอบคลุมทั้งแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก (Global Megatrend) และสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างมีนัยสำคัญ การเร่งให้ การเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินการอยู่แล้วเกิดเร็วขึ้น หรือลดทอนความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรม
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (14) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงและสามารถรับมือและลดความเสี่ยง ในขณะเดียวกันยังมีการพิจารณาศักยภาพ ในการนำจุดแข็ง และโอกาสมาสร้างสรรค์ผลประโยชน์ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ในการศึกษานี้ได้กำหนดกรอบการศึกษาออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1) สิ่งที่ต้องเผชิญจากความปกติใหม่ (New Normal) 2) สิ่งที่ต้องปรับตัวเพื่อรองรับความปกติใหม่ (New Normal) และ 3) จุดแข็ง และโอกาส ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดยข้อเสนอแนะทิศทางการพัฒนา อุตสาหกรรมภายใต้บริบทใหม่ (New Normal) ผลของการศึกษาในส่วนนี้ นำไปสู่ข้อเสนอแนะทิศทางการพัฒนาผลิตภาพภาคการผลิตของอุตสาหกรรม ที่ครอบคลุมฉากทัศน์ในอนาคต 6 ด้าน ดังนี้ 1. ด้านการพัฒนากำลังคนในศตวรรษที่ 21 (21st -Century Manpower) (ภาพที่ 5) 1) สนับสนุนให้แรงงานไทยมีทักษะ ความรู้ ความสามารถ สมรรถนะที่สามารถทำงานในยุคที่ภาคเศรษฐกิจ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมเต็มรูปแบบได้อย่างราบรื่น โดยพัฒนากำลังคนทุกระดับทั้งที่เป็น Un-Skill, Semi-Skill, Skill Labor and Knowledge Worker 2) สนับสนุนการสร้างแรงงานฝีมือและผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอต่อภาคการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาล (Frist S-Curve, New S-Curve) สอดรับกับ “Future of Work” ที่ส่งผลให้เกิดความต้องการแรงงานที่มีทักษะความสามารถเฉพาะเกี่ยวกับเทคโนโลยี 3) สนับสนุนด้านการขับเคลื่อนวงจรแรงงาน (มีระบบการจ้างงานที่หลากหลายรูปแบบ เป็นระบบ ที่ยืดหยุ่นเหมาะสมกับคุณลักษณะของทรัพยากรมนุษย์หลากหลายประเภท) 4) ส่งเสริมการยกระดับฝีมือแรงงานในสถานประกอบการอุตสาหกรรม S-Curve เพื่อเตรียมความพร้อม ด้านเทคโนโลยีรองรับการทำงานในศตวรรษที่ 21 โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สถาบันวิจัยและพัฒนา สถานศึกษา และภาคเอกชน 5) พัฒนาบุคลากรและแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่ม Generation Y 6) พัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ด้วยการให้ การศึกษา การฝึกปฏิบัติ การอบรมทบทวน ให้ความรู้ ความสามารถ มีทักษะ พร้อมที่จะปฏิบัติงานด้านไซเบอร์ อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (15) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ภาพที่ 5 แสดงข้อเสนอแนะด้านการพัฒนากำลังคนในศตวรรษที่ 21 (21st - Century Manpower) 2. ด้านการพัฒนาศักยภาพและยกระดับผลิตภาพผู้ประกอบการไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) (ภาพที่ 6) 1) สนับสนุนการนำทักษะความรู้ด้านกระบวนการผลิตสมัยใหม่ มาประยุกต์ใช้ในสถานประกอบการ เพื่อลดต้นทุนการผลิต ลดเวลาในการทำงาน (Down time) เช่น การนำเทคโนโลยี Metaverse ระบบ Automation เข้ามาประยุกต์ใช้กับเครื่องจักรกล การนำระบบ IoT มารองรับการปรับเปลี่ยนการผลิตในรูปแบบใหม่ การนำ แพลตฟอร์ม IDA (Industrial IoT and Data Analytics Platform) ซึ่งสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากจากอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) มาตรวจจับสัญญาณต่าง ๆ จากเครื่องจักรกล ทำให้ทราบสถานะการทำงานของ เครื่องจักรกล นำไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-Time ที่ช่วยให้สามารถบริหารจัดการการผลิต ลดต้นทุนและ บำรุงรักษาเครื่องจักรในโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นต้น 2) ยกระดับผู้ผลิตเครื่องจักรอัตโนมัติและผู้เชี่ยวชาญด้านบูรณาการระบบอัตโนมัติ โดยพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรมตามมาตรฐานสากล ซึ่งผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับการสนับสนุนให้เข้ารับงานจากภาคอุตสาหกรรม 3) แผนยกระดับขีดความสามารถด้านระบบอัตโนมัติ(Automation) ให้กับผู้ผลิตเครื่องจักร ผู้ผลิต ซอฟต์แวร์ ผู้ผลิตอุปกรณ์ IoT และผู้ประกอบการ SI (System Integrator) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (First S-Curve, New S-Curve)
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (16) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม 4) ส่งเสริมมาตรการด้านภาษีสำหรับสถานประกอบการที่นำหุ่นยนต์/ระบบอัตโนมัติไปใช้ปรับปรุง ประสิทธิภาพการผลิต 5) สร้าง/ขยาย/ต่อยอดสถานประกอบการต้นแบบที่เข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 6) สนับสนุนการนำงานวิจัยด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสู่กระบวนการผลิตภาคอุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) 7) การพัฒนาศักยภาพและยกระดับผลิตภาพผู้ประกอบการไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) โดยสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อช่วยในการบริหารจัดการวัตถุดิบ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบเผื่อผลิต การผลิตสินค้า และการจัดส่งสินค้าให้ถึงลูกค้าปลายทาง เพื่อลดปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่การผลิต 8) ผลักดันการป้องกันและควบคุมโรคโควิดอย่างจริงจัง โดยการส่งเสริมการปรับตัวของภาคเกษตร และ อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) 9) ส่งเสริมการยกระดับผลิตภาพ (Productivity) ในทุกภาคส่วน ในการเพิ่มทักษะความสามารถของ แรงงาน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพขององค์กร ให้สามารถเติบโตและ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเท่าทัน โดยเฉพาะการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมกลุ่ม First S-Curve/New SCurve ให้เข้มแข็ง 10) ส่งเสริมการนำนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์มาใช้ในกระบวนการผลิตและการให้บริการตลอด ห่วงโซ่อุปทานเพื่อให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง สอดรับเทรนด์ของโลก โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม เป้าหมายในการพัฒนาของประเทศไทย (S-Curve) 11) ส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัล ที่เกี่ยวข้องกับการ Cyber threat เพื่อลดความเสี่ยงจากภัย คุกคามทางไซเบอร์ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ อาทิ การพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศและไซเบอร์ (Cyber Security) การพัฒนาซอฟต์แวร์ ระบบฝึกอบรมด้านความ มั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แบบออนไลน์ และระบบการฝึกทักษะการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ผ่านสถานการณ์ จำลอง เป็นต้น 12) ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Metaverse เพื่อยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการไทย 13) สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่รองรับ Metaverse เช่น เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) 5G/6G Blockchain และอุปกรณ์ดิจิทัลใหม่ ๆ ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อที่จะสามารถ สร้างสังคมผู้ใช้จำนวนมากพอที่จะสร้างโลกเสมือนที่ทำได้เกือบทุกอย่างและมีมูลค่าในระบบเศรษฐกิจไม่ต่างจากโลกจริง
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (17) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ภาพที่ 6 แสดงข้อเสนอแนะด้านการพัฒนาศักยภาพและยกระดับผลิตภาพผู้ประกอบการไทยสู่ อุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) 3. ด้านการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดสู่สากลด้วยดิจิทัล (Connected Global) (ภาพที่ 7) 1) กำหนดมาตรการและแนวทางการปรับตัวเพื่อแสวงประโยชน์และโอกาสของผู้ประกอบการ SMEs จากตลาด E-commerce ในภาคอุตสาหกรรม 2) เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ให้มีความรู้และทักษะด้าน E-Commerce อย่างรอบด้าน รวมถึงปรับปรุงกฎหมายและนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปรับบทบาทภาครัฐให้กลายเป็น ผู้อำนวยความสะดวก ให้เงินอุดหนุนในรายการที่จำเป็น และให้การคุ้มครองผู้บริโภค 3) ส่งเสริมงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมและจับคู่ธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ 4) พัฒนาระบบการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายออนไลน์ กับคู่ค้า ที่อยู่ต่างประเทศ 5) ส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและข้อบังคับทางอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ประกอบการ 6) ส่งเสริมเทคโนโลยีที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในยุค Metaverse ได้แก่เทคโนโลยีความเป็น จริงเสมือน (Augmented Reality – AR) และภาพเสมือนจริง (Virtual Reality–VR) ให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะระดับสตาร์ทอัพ (Start-Up)
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (18) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ภาพที่ 7 แสดงข้อเสนอแนะด้านการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดสู่สากลด้วยดิจิทัล (Connected Global) 4. ด้านความยั่งยืนของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Sustainability) (ภาพที่ 8) 1) ส่งเสริมและสนับสนุนมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรม และนวัตกรรมดิจิทัล อาทิ สาขาอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่และยานยนต์อัจฉริยะ EV (2) ดิจิทัลและ 5G (3) อุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ (4) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และ (5) อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ Green and Circular Economy เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG 2) ส่งเสริมองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ไป บริหารจัดการให้เกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์เพื่อความยั่งยืนของฐานทรัพยากรและ ความหลากหลายทางชีวภาพ ตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจ BCG 3) ส่งเสริมให้สถานประกอบการอุตสาหกรรมนำระบบวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กรโดยรวม (Enterprise Resource Planning: ERP) มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุดของทรัพยากร ทางธุรกิจ 4) สนับสนุนการพัฒนาระบบการเงินสีเขียว (Green Finance) เพื่อให้ภาคธุรกิจพัฒนาองค์กรให้เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม โดยการมีข้อกำหนดให้ภาคธุรกิจเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์กรให้เป็นมิตรกับ
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (19) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากลเพื่อประโยชน์ต่อนักลงทุนในการตัดสินใจลงทุนในภาคธุรกิจนั้น ๆ ตลอดจนผู้บริโภค เช่น การลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดการบริโภคพลังงานและน้า ลดน้ำเสีย เป็นต้น ภาพที่8 แสดงข้อเสนอแนะด้านความยั่งยืนของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Sustainability) 5. ด้านมาตรการทางการเงิน (Financial Measures) (ภาพที่ 9) 1) ส่งเสริมการยืดระยะเวลาพักชำระหนี้ให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ SMEs เพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น 2) กำหนดมาตรการส่งเสริมทางการเงินเพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมให้ฟื้นฟู กิจการหลังสถานการณ์โควิด-19 และเพื่อก้าวสู่การเป็นเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม 3) ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขยายการค้ำ ประกันสินเชื่อให้มีบทบาทมากขึ้น
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (20) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ภาพที่9 แสดงข้อเสนอแนะด้านมาตรการทางการเงิน (Financial Measures) 6. ด้านคลัสเตอร์/การแสวงหาความร่วมมือระดับภูมิภาค (Cluster) (ภาพที่ 10) 1) สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัยของมหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ที่ เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (First S-Curve, New S-Curve) ในการพัฒนาเครื่องจักร อุปกรณ์ และเทคโนโลยีการผลิต 2) ส่งเสริมการจัดทำแนวทางรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เพื่อสนับสนุนการดำเนินการด้าน เศรษฐกิจของอาเซียนด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BGC 3) ประสานกลไกหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (First S-Curve, New S-Curve) อย่าง เป็นระบบ และมีโครงการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันสำหรับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง 4) ส่งเสริมการร่วมทุนกับผู้ประกอบการชั้นนำในห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ที่เป็นกลไก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (First S-Curve, New S-Curve) ที่มีศักยภาพผ่านการเจรจาระหว่างประเทศใน ระดับรัฐบาลทั้งในระดับทวิภาคี และพหุภาคี เพื่อให้เกิดความร่วมมือในด้านต่าง ๆ จนถึงขั้นเกิดการร่วมทุนการ ผลิตขั้นภายในประเทศ
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (21) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ภาพที่10 แสดงข้อเสนอแนะด้านคลัสเตอร์/การแสวงหาความร่วมมือระดับภูมิภาค (Cluster) ง. การประมาณการอัตราการเพิ่มผลิตภาพปัจจัยการผลิตรวม (TFPG) ของไทย ในการศึกษาตามโครงการฯ นี้ได้ทำการศึกษาเพิ่มเติมเรื่องการประมาณอัตราการเพิ่มผลิตภาพการ ผลิตผลของปัจจัยการผลิตรวม (TFPG) สรุปได้ว่า การเติบโตของ TFPG ทั้งในระดับเศรษฐกิจส่วนรวมและ ภาคอุตสาหกรรมไทยพบว่ามีการขยายตัวลดน้อยลง ระหว่างปี2010 – 2020 (พ.ศ. 2553-2563) (ภาพที่ 11) โดยเฉพาะในช่วงปัจจุบัน ระหว่างปี2017 – 2020 (พ.ศ. 2560 - 2563) อันเป็นผลกระทบจากปัญหาโรคระบาด โควิด อย่างไรก็ตาม ยังสามารถยืนยันได้ว่า TFPG มีความสำคัญต่อความยั่งยืนของความเจริญเติบโตและจะเป็น แหล่งปัจจัยที่ช่วยฟื้นการเติบโตได้ดี นอกจากนี้แล้ว ยังสามารถแสดงให้เห็นได้ว่าผลิตภาพแรงงาน (Labour productivity) (ภาพที่ 12) ก็มีความสำคัญต่อการช่วยเพิ่มผลผลิตอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (22) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ภาพที่ 11 แสดง TFP index (2010 – 2020) ภาพที่ 12 แสดงความสัมพันธ์ระหว ่างผลิตภาพแรงงาน (LP) และความเติบโต (Growth) ของ ภาคอุตสาหกรรม จากการเปรียบเทียบ TFP index ระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่พัฒนาแล้วรวมถึงประเทศทาง เอเชีย ซึ่งจะต้องคำนึงถึงการปรับค่าครองชีพที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศให้สามารถเปรียบเทียบกันได้ (TFP level index at PPP) จากข้อมูลล่าสุด จากปี 2017–2019 (พ.ศ. 2560-2562) พบว่า ค่าของ TFP index ของ 0.00 50.00 100.00 150.00 200.00 250.00 1 2 3 4 5 6 7 8 91011121 2 3 4 5 6 7 8 91011121 2 3 4 5 6 7 8 91011121 2 3 4 5 6 7 8 91011121 2 3 4 5 6 7 8 91011121 2 3 4 5 6 7 8 91011121 2016 2017 2018 2019 2020 2021 2022 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (VA) และ Labour Productivity ดัชนีผลผลิต (มูลค่าเพิ่ม) ดัชนีผลิตภาพแรงงาน
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (23) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหมดมีค่า TFP สูงกว่าประเทศไทย ยกเว้นประเทศฟิลิปปินส์ที่มีค่า TFP level ที่สูงกว่าไทย เล็กน้อย อันน่าจะเป็นผลมาจากการที่ฟิลิปปินส์มีต้นทุนค่าครองชีพที่ต่ำกว่าไทยค่อนข้างมาก (ตารางที่ 1) ตารางที่ 1 แสดงการเปรียบเทียบ TFP level (PPP) ของบางประเทศ year DEU AUS TAI CAN UK SIN HKG 2560 0.9428 0.8481 0.8477 0.8465 0.7901 0.7540 0.6678 2561 0.9235 0.8584 0.8230 0.8437 0.7781 0.7260 0.7232 2562 0.9088 0.8379 0.8191 0.8389 0.7677 0.6911 0.7292 year JPN KOR MAL PHL THA IND CHN 2560 0.6519 0.6210 0.5741 0.5241 0.4605 0.4392 0.4319 2561 0.6334 0.6102 0.5724 0.5168 0.4556 0.4459 0.4098 2562 0.6348 0.6036 0.5752 0.5067 0.4552 0.4381 0.4005 นอกจากนี้การที่ TFPG สามารถเป็นแหล่งปัจจัยที่มาของการเจริญเติบโตของผลผลิตที่ยั่งยืนด้วย ดังนั้น ในการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าของ TFPG นั้น จึงนำไปสู่การวิเคราะห์เทียบเคียงความสามารถในการแข่งขันได้อีก ทางหนึ่งได้ด้วย และจากการเปรียบเทียบขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ระหว่างปี2011–2021 (พ.ศ. 2554-2564) พบว่า ไทยมีคะแนนขีดความสามารถในการแข่งขันโดยเฉลี่ยรวมอยู่อันดับใกล้เคียงเดิม ๆ มาโดยตลอดช ่วงระยะเวลาที ่ศึกษา โดยมีรายละเอียดของอันดับคะแนนเพิ ่มสูงขึ้นในปี2017–2019 (พ.ศ. 2560-2562) และกลับมีคะแนนลดลงอีกครั้งล่าสุดในปี2020–2021 (พ.ศ. 2563-2564) ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทย ตลอดช ่วงปี2011-2021 (พ.ศ. 2554-2564) (ภาพที ่ 13) แล้วพบว ่า ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยโดยเปรียบเทียบกับ ต่างประเทศที่มีอันดับสูงสุด 10 อันดับได้ลดลงใน 2 ด้าน ได้แก่ ประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) และ โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ (Infrastructure) ในขณะที่อีก 2 ด้านมีอันดับเพิ่มขึ้น เล็กน้อย ได้แก่ ประสิทธิภาพของการดำเนินการทางเศรษฐกิจ (Economic performance) และ ประสิทธิภาพ ของธุรกิจ (Business efficiency)
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ รายงานบทสรุปผู้บริหาร และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (24) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ภาพที่ 13 แสดงแนวโน้มของความสามารถในการแข่งขันของไทย ระหว่างปี 2011–2021 ในแต่ละเสาหลัก (Pillars) และภาพโดยรวม (Overall)
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2 จ. แนวทาง กิจกรรม เป้าหมายและแผนที่นำทาง (Road 1. แนวทาง กิจกรรม เป้าหมายและแผนที่นำทาง (Roadmap) การเพิ่มประสิ ภาคอุตสาหกรรมเป็นกลไกสำคัญทางเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้และกา และสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ได้ตรงความต้องการของตลาดโลก อย่างไรก็ ขณะเดียวกันรูปแบบการผลิตและการค้าโลกที่เปลี่ยนไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโน นำไปสู่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น แนวทางส่งเสริมและพัฒนาอ ปรับใช้เทคโนโลยี และเกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นการผลักดันและส่งเสริมเพื่อ ที่เป็นเทรนด์กระแสโลกอยู่ในขณะนี้ 1) แนวทาง และกิจกรรมการดำเนินงาน เพื่อยกระดับผลิตภาพภาคอุตสาหก ระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ (Modern management) แนวทางการการดำเนินงาน 1) สนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการ (SMEs/Start up) ให้ ประกอบธุรกิจอย่างมืออาชีพเพื่อก้าวสู่ธุรกิจสมัยใหม่ใน ยุคดิจิทัล - ฝึกอบรมผู้ประ - ฝึกอบรมเพื่อย ธุรกิจ เพื่อให้ส 2) ผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล เทคโนโลยีและ นวัตกรรมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันเครือข่าย (อก.) สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง - จัดนิทรรศกา ภาคอุตสาหกร 3) ส่งเสริมการเติบโตของสิทธิบัตรนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ของไทยในระดับโลก - ถ่ายทอดองค์ค - สร้างระบบพี่เ นวัตกรรมมาข - จัดทำ Busine สิ่งประดิษฐ์ทั้ง
รายงานบทสรุปผู้บริหาร 25) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม dmap) การพัฒนาอุตสาหกรรม 4 กลุ่มอุตสาหกรรม สิทธิภาพและผลิตภาพภาคการผลิตของอุตสาหกรรมในภาพรวม (Over All) ารจ้างงานให้กับประเทศ โดยอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ของไทยเป็นการผลิตสินค้าและบริการ ดี อุตสาหกรรมไทยกลับสร้างมูลค่าเพิ่มจากการผลิตสินค้าได้ไม่ มากเท่าที่ควร นโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 อุตสาหกรรมมาประยุกต์และผสมผสานกับเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนา อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการรักษ์โลก และสุขภาพ กรรมไทยโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม องค์ความรู้ มาตรฐานผลิตภัณฑ์และ กิจกรรมการดำเนินงาน ะกอบการ Start Up ให้ใช้เทคโนโลยี ICT สร้างโมเดลธุรกิจและ/หรือสร้างโมเดลองค์กร ยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ให้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนิน สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ารแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมของสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยง รรม ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาต่อภาคธุรกิจ เลี้ยงในการให้คำปรึกษา/แนะนำผู้ประกอบการในการนำผลการวิจัยเทคโนโลยีและ ขอจดสิทธิบัตร ess Matching การจับคู่ธุรกิจ เพื่อขยายช่องทางในการผลิต และจำหน่ายผลงาน/ งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้น
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2 แนวทางการการดำเนินงาน - จัดตั้งกลไกคว ทั้งนวัตกรรมด้ 4) ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและยกระดับผลิตภาพ ผู้ประกอบการไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 - ฝึกอบรม เสริม - จัดทำหลักสูตร - การประเมินคว - การเตรียมควา การทดสอบเพื่อ - ลงมือปฏิบัติจ เหมาะสม 2) แนวทาง และกิจกรรมการดำเนินงาน เพื่อยกระดับผลิตภาพทรัพยากรมนุ กับความต้องการภาคอุตสาหกรรม และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยน ปัจจุบันและอนาคต แนวทางการการดำเนินงาน กิจกรรมการดำเนิ 1) ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นเพื่อเตรียมความพร้อม กำลังคนเข้าสู่ตลาดแรงงานในศตวรรษที่ 21 - ฝึกอบรมพัฒน คิดทางคณิตศา - พัฒนาหลักสูต ให้สอดคล้องแ - พัฒนาหลักสูต เทคโนโลยี อย ของตลาดแรงง - ถ่ายทอดทักษ Media literac
รายงานบทสรุปผู้บริหาร 26) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กิจกรรมการดำเนินงาน วามร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมในการสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญา ด้านผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อการพาณิชย์ มความรู้ และเอื้ออำนวยสถานที่เพื่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ร Digital Transformation เพื่อธุรกิจยุคใหม่ วามพร้อมและวิเคราะห์ปัญหาของโรงงานอุตสาหกรรม ามพร้อมใน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนากำลังคนที่มีทักษะเชี่ยวชาญรองรับการเปลี่ยนแปลง อพัฒนาเทคโนโลยี และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนรวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านภาษี จริง ด้วยการให้คำปรึกษาเพื่อเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ใช้งานได้จริง ในราคาที่ ษย์ (แรงงานในระดับปฏิบัติการและระดับบริหารจัดการ) ให้มีทักษะรอบด้าน ตรง นแปลงของภาคอุตสาหกรรมภายใต้สถานการณ์ปกติใหม่ (New Normal) ทั้งใน นินงาน นาทักษะด้านความรู้ (Hard Skill) ได้แก่ การอ่าน (Reading) การเขียน (Writing) การ าสตร์ (Arithmetic) ตร สื่อ ต้นแบบการจัดการกระบวนการเรียนรู้และเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และเหมาะสมแก่ผู้รับการศึกษาในแต่ละช่วงวัย ตรการเรียนการสอน และการฝึกอบรมฐานสมรรถนะวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ ย่างมีส่วนร่วม (ภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน) ให้สอดคล้องกับความต้องการ งานในปัจจุบันและอนาคต ษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information & cy)
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2 แนวทางการการดำเนินงาน กิจกรรมการดำเนิ - ถ่ายทอดทักษ literacy) - จัดตั้งกลไกคว เพื่อตอบโจทย์ Digital mark control engi - เพิ่มบุคลากร Workshop, S 2) ฝึกอบรมพัฒนาทักษะทางอารมณ์ (Soft Skills) - ทักษะด้านกา solving) - ทักษะด้านการ - ทักษะความเข้ - ทักษะด้านควา Leadership) 3) การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การสร้างนวัตกรรม การ สร้างมูลค่าเพิ่มในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในการพัฒนา ประเทศ - ผลักดันให้สถ กระบวนการเช นวัตกรรม - สร้างกลไกคว และสถาบันก ปัจจุบันและอน
รายงานบทสรุปผู้บริหาร 27) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม นินงาน ษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing & ICT วามมือในการร่วมออกแบบโมเดลการศึกษา พัฒนาคน ทั้งเชิงการทำงานและร่วมลงทุน ย์ความต้องการทักษะอาชีพในอนาคต และมีความต้องการสูงในภาคอุตสาหกรรม อาทิ keting, Aerospace engineer, Food stylist, Automation engineer, Robotics neer, Biologist ฯลฯ รด้านวิทยาศาสตร์ และการพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม อาทิ Training, Seminar, Technology Trips, Digital Learning Platform รคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking & Problem รสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity & Innovation) ้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) ามร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ (Collaboration, Teamwork & าบันการศึกษา และภาคเอกชนสามารถนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ต่อยอด เข้าสู่ ชิงพาณิชย์ และสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่มของทรัพย์สินค้าทางปัญญา สินค้า บริการ และ ามร่วมมือด้านการเชื่อมโยงนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา ระหว่างภาคอุตสาหกรรม ารศึกษาเพื่อพัฒนาผลิตใหม่ ๆ ตอบสนองต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของตลาดใน นาคต (Mega Trend)
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2 3) แนวทาง และกิจกรรมการดำเนินงานพัฒนาศักยภาพของปัจจัยแ ภาคอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร และนำไปสู่การเติบโตอย่างเข้มแข็งแล แนวทางการการดำเนินงาน กิจกรรมการดำเนิ 1) สร้างปัจจัยแวดล้อมอุตสาหกรรมเพื่อดึงดูดนักลงทุนจาก ต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะกิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง - ปรับปรุงประสิ - สร้างสภาพแว - กำหนดแนวทา - ช่วยเหลือทาง ด้านภาษี (Tax 2) พัฒนาให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านผลิตภาพ (Productivity Specialist) ในภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง - สร้างผู้เชี่ยว ภาคอุตสาหกร 3) พัฒนาเครือข่ายและการสร้าง Ecosystem ของภาครัฐ - สร้าง Ecosys ธุรกิจของภาค 4) ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในพื้นที่เขต เศรษฐกิจพิเศษ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งสู่การ บรรลุเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ - ขยายผลการจั ขีดความสามา - พัฒนาฐานข้อม ในการพัฒนาป - พัฒนาที่ปรึกษ 5) พัฒนาแพลตฟอร์มบริการข้อมูลดิจิทัลที่ปลอดภัยของ หน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้บริการแบบครบวงจรแก่ ผู้ประกอบการ และช่วยให้ผู้ประกอบการบรรลุการ เปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และเชื่อมต่อกับตลาดทั้งในประ ต่างประเทศ - สร้างกลไกสำคั ซึ่งเป็นระบบ System -ISM - เปิดช่องทางบิ - พัฒนาพาณิช ปลอดภัยไซเบ
รายงานบทสรุปผู้บริหาร 28) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม แวดล้อมอุตสาหกรรม เพื ่อสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการเพิ ่มผลิตภาพ ละยั่งยืน นินงาน สิทธิภาพของกฎเกณฑ์ อัตราภาษีที่โปร่งใส ปกป้องสิทธิ์ของผู้เสียภาษี ดล้อมด้วยบริการภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่สะดวกสบาย และปลอดภัย างปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศผ่านนโยบายกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้น ด้านเงินทุนจากภาครัฐ เช่น การให้เงินทุน (Grant) การให้กู้ยืม (Loan) และแรงจูงใจ x Incentive) ชาญด้านผลิตภาพในภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับผลิตภาพ รรม tem ภาคอุตสาหกรรมของภาครัฐ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง และลดต้นทุนการดำเนิน เอกชน ัดทำ Carbon Footprint ขององค์กรในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนฝึกอบรมเสริมสร้าง รถบุคลากรด้าน Life Cycle Assessment (LCA) ในภาคอุตสาหกรรม มูลสิ่งแวดล้อมของวัสดุพื้นฐาน และพลังงานของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ประเทศ ษา และเครื่องคำนวณด้านการประเมิน Carbon Footprint ในภาคอุตสาหกรรม คัญในการกระตุ้นให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนนำมาตรฐาน ISO 27001 บบริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ( Information Security Management MS) มาใช้ ในการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ขั้นพื้นฐานให้แก่องค์กร ริการของภาครัฐให้เป็นรูปแบบดิจิทัลที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายและทั่วถึง ย์อิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ที่หลากหลาย พร้อมสร้างกลไกเพื่อให้เกิดความมั่นคง บอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2 4) เป้าหมายและแผนที่นำทาง (Roadmap) (ภาพที่ 14) ภาพที่ 14 แสดงเป้าหมายและแผนที่นำทาง (Roadmap) การเพิ่มประสิทธิภา Roadm เป้าหมาย: ผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมเดินหน้าสู่อุตสาหกรรม 4 ของภาคอุตสาหกรรม และการสร้างปัจจัยแวดล้อมส o ผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเทคโนโลยีและนวัตกรรม ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันเครือข่าย (อก.) สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง o การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การสร้างนวัตกรรม การสร้าง มูลค่าเพิ่มในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ o ส่งเสริมการเติบโตของสิทธิบัตรนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ของไทย ในระดับโลก o พัฒนาแพลตฟอร์มบริการข้อมูลดิจิทัลที่ปลอดภัยของหน่วยงาน ภาครัฐ เพื่อให้บริการแบบครบวงจรแก่ผู้ประกอบการ และช่วยให้ ผู้ประกอบการบรรลุการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และเชื่อมต่อกับ ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ o พัฒนาให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านผลิตภาพ (Productivity Specialist) ในภาครัฐและหน่วยงาน o ที่เกี่ยวข้อง o ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะที เข้าสู่ตลาดแรงงานในศตวร o ฝึกอบรมพัฒนาทักษะทาง o สนับสนุนการพัฒนาผู้ประ ธุรกิจอย่างมืออาชีพเพื่อก้า ROAD MAP : OVERALL o ผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเทคโนโลยีและนวัตกรรม ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันเครือข่าย(อก.) สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง o การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การสร้างนวัตกรรม การสร้าง มูลค่าเพิ่มในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ o ส่งเสริมการเติบโตของสิทธิบัตรนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ของ ไทยในระดับโลก o พัฒนาแพลตฟอร์มบริการข้อมูลดิจิทัลที่ปลอดภัยของ หน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้บริการแบบครบวงจรแก่ ผู้ประกอบการ และช่วยให้ผู้ประกอบการบรรลุการ เปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และเชื่อต่อกับตลาดทั้งในประ ต่างประเทศ o พัฒนาให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านผลิตภาพ(Productivity Specialist) ในภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง o ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะที่จ าเป็นเพื่อเตรียมความ พร้อมก าลังคนเข้าสู่ตลาดแรงงานในศตวรรษที่ 21 o กอบรมพัฒนาทักษะทางอารมณ์ (Soft Skills) o สนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการ (SMEs/Start up) ให้ประกอบธุรกิจอย่างมืออาชีพเพื่อก้าวสู่ธุรกิจ สมัยใหม่ในยุคดิจิทัล o o o o เป้าหมาย “ผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมเดินหน้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ด้วยเทคโนโลยีนวัต ตรงต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และการสร้างปัจจัยแวดล้อมสนับ อุตสาหกรรมให้ก้าวทันโลกอย่างยั่งยืน” แผนระยะเริ่มต้น (Short – Range Plan) แผนระยะกลาง (Intermediate range plan) ROAD o ผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเทคโนโลยีและนวัตกรรม ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันเครือข่าย(อก.) สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง o การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การสร้างนวัตกรรม การสร้าง มูลค่าเพิ่มในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ o ส่งเสริมการเติบโตของสิทธิบัตรนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ของ ไทยในระดับโลก o พัฒนาแพลตฟอร์มบริการข้อมูลดิจิทัลที่ปลอดภัยของ หน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้บริการแบบครบวงจรแก่ ผู้ประกอบการ และช่วยให้ผู้ประกอบการบรรลุการ เปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และเชื่อต่อกับตลาดทั้งในประ ต่างประเทศ o พัฒนาให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านผลิตภาพ(Productivity Specialist) ในภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง o ส่งเสริมการเี พร้อมก าลังค o กอบรมพัฒ o สนับสนุนการ up) ให้ประก สมัยใหม่ในยุ เป้าหมาย “ผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมเดินหน้าสู ตรงต่อความต้องการของภาคอุตสาหก อุตสาหกรรมให้ก้าวทันโลกอย่างยั่งยืน แผนระยะเริ่มต้น (Short – Range Plan) (Interm o ผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ย ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาค o การส่งเสริมการวิจัยและพัฒ มูลค่าเพิ่มในกลุ่มอุตสาหกร o ส่งเสริมการเติบโตของสิทธิ ไทยในระดับโลก o พัฒนาแพลตฟอร์มบริการข้ หน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้บริ ผู้ประกอบการ และช่วยให้ผ เปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล แล ต่างประเทศ o พัฒนาให้มีผู้เชี่ยวชาญทาง Specialist) ในภาครัฐและ เป้าหมา แ (Sho แผนระยะสั้น (Short – Range Plan) แผ (Intermed
รายงานบทสรุปผู้บริหาร 29) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม าพและผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรมในภาพรวม (Over All) map Over All 4.0 ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม/พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะตรงต่อความต้องการ สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมให้ก้าวทันโลกอย่างยั่งยืน ที่จำเป็นเพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคน รรษที่ 21 อารมณ์ (Soft Skills) ะกอบการ (SMEs/Start up) ให้ประกอบ าวสู่ธุรกิจสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล o สร้างปัจจัยแวดล้อมอุตสาหกรรมเพื่อดึงดูดนักลงทุนจาก ต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะกิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง o ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในพื้นที่เขตเศรษฐกิจ พิเศษ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งสู่การบรรลุเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ o ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและยกระดับผลิตภาพผู้ประกอบการไทย สู่อุตสาหกรรม 4.0 o พัฒนาเครือข่ายและการสร้าง Ecosystem ของภาครัฐ สร้างปัจจัยแวดล้อมอุตสาหกรรมเพื่อดึงดูดนักลงทุนจาก ต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะกิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ าในพื้นที่เขต เศรษฐกิจพิเศษ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งสู่การ บรรลุเป้าหมาย การปล่อยก าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและยกระดับผลิตภาพ ผู้ประกอบการไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 พัฒนาเครือข่ายและการสร้าง Ecosystem ของภาครัฐ ตกรรม/พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะ ับสนุนภาคอุตสาหกรรมเพื่อการพัฒนา แผนระยะยาว (Long – Range Plan) D MAP : OVERALL เรียนรู้ทักษะที่จ าเป็นเพื่อเตรียมความ คนเข้าสู่ตลาดแรงงานในศตวรรษที่ 21 ฒนาทักษะทางอารมณ์ (Soft Skills) รพัฒนาผู้ประกอบการ (SMEs/Start กอบธุรกิจอย่างมืออาชีพเพื่อก้าวสู่ธุรกิจ ยุคดิจิทัล o สร้างปัจจัยแวดล้อมอุตสาหกรรมเพื่อดึงดูดนักลงทุนจาก ต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะกิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง o ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ าในพื้นที่เขต เศรษฐกิจพิเศษ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งสู่การ บรรลุเป้าหมาย การปล่อยก าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ o ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและยกระดับผลิตภาพ ผู้ประกอบการไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 o พัฒนาเครือข่ายและการสร้าง Ecosystem ของภาครัฐ สู่อุตสาหกรรม 4.0 ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม/พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะ กรรม และการสร้างปัจจัยแวดล้อมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเพื่อการพัฒนา ” แผนระยะยาว (Long – Range Plan) แผนระยะกลาง mediate range plan) ROAD MAP : OVERALL ยนข้อมูลเทคโนโลยีและนวัตกรรม สถาบันเครือข่าย(อก.) เอกชนอย่างต่อเนื่อง ฒนา การสร้างนวัตกรรม การสร้าง รรมเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ ธิบัตรนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ของ ข้อมูลดิจิทัลที่ปลอดภัยของ ริการแบบครบวงจรแก่ ผู้ประกอบการบรรลุการ ะเชื่อต่อกับตลาดทั้งในประ ด้านผลิตภาพ(Productivity ะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง o ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะที่จ าเป็นเพื่อเตรียมความ พร้อมก าลังคนเข้าสู่ตลาดแรงงานในศตวรรษที่ 21 o กอบรมพัฒนาทักษะทางอารมณ์ (Soft Skills) o สนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการ (SMEs/Start up) ให้ประกอบธุรกิจอย่างมืออาชีพเพื่อก้าวสู่ธุรกิจ สมัยใหม่ในยุคดิจิทัล o สร้างปัจจัยแวดล้อมอุตสาหกรรมเพื่อดึงดูดนักลงทุนจาก ต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะกิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง o ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ าในพื้นที่เขต เศรษฐกิจพิเศษ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งสู่การ บรรลุเป้าหมาย การปล่อยก าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ o ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและยกระดับผลิตภาพ ผู้ประกอบการไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 o พัฒนาเครือข่ายและการสร้าง Ecosystem ของภาครัฐ ย “ผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมเดินหน้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม/พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะ ตรงต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และการสร้างปัจจัยแวดล้อมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเพื่อการพัฒนา อุตสาหกรรมให้ก้าวทันโลกอย่างยั่งยืน” แผนระยะเริ่มต้น ort – Range Plan) แผนระยะยาว (Long – Range Plan) แผนระยะกลาง (Intermediate range plan) ผนระยะกลาง diate - Range Plan) แผนระยะยาว (Long–Range Plan)
( โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2. แนวทาง กิจกรรม เป้าหมายและแผนที่นำทาง (Roadmap) การเพิ่มประสิทธิ อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ประ ในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและมูลค่าการค้า ในขณะเดียวกัน ด้วยภาวะการแข่งข กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวมีความสามารถในการเติบโตต่ำ จึงช่วยให้เศรษฐกิจเติบโต พัฒนาให้มีความเข้มแข็งและเติบโตได้ต่อไป 1) แนวทาง และกิจกรรมการดำเนินงาน เพื่อยกระดับผลิตภาพภาคอุตสาห ระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ (Modern management) แนวทางการการดำเนินงาน กิจกรรมการดำเนินงาน 1) ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างระบบธุรกิจนิเวศ ดิจิทัลใหม่ (Digital Ecosystem) เชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ซื้อ - ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ออกแบบผลิตภัณฑ์ 2) สนับสนุนการใช้องค์ความรู้และการต่อยอดงานวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง - การผลิตระบบอิเล็กทรอ - การผลิตอุปกรณ์โทรคม - การผลิตอุปกรณ์อิเล็กท - สร้างระบบที่อยู่อาศัยอัจ - การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอ - การออกแบบวงจรอิเล็กท - การผลิตสารหรือแผ่นไม 3) พัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมสู่ความเป็น Smart Factory ตามแนวทาง Industry 4.0 - ใช้เทคโนโลยีและนวัต เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้าง 4) ส่งเสริมการลงทุนและการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี การเกษตรขั้นสูง และเทคโนโลยีชีวภาพ - ระบบเครื่องรับรู้ (Sen อัตโนมัติในการตรวจสอ - การปรับปรุงพันธุ์พืชแล - การผลิตผลิตภัณฑ์จากย
(30) รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ฉบับปรับปรุง สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ธิภาพและผลิตภาพการผลิตของกลุ่มอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) ะเทศไทยมีศักยภาพ และมีความเชี่ยวชาญในการผลิต เป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง ขันด้านเศรษฐกิจในปัจจุบัน และสถานการณ์การค้าโลก ที่เปลี่ยนไปจากผลกระทบต่างๆ ทำให้ ได้เพียงระยะสั้น-กลางเท่านั้น จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาช่วย หกรรมไทยโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม องค์ความรู้ มาตรฐานผลิตภัณฑ์และ IoT จำลองกระบวนการผลิตอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และยานยนต์อัตโนมัติ และการ อนิกส์ที่ใช้ในยานยนต์ นาคม รอนิกส์แบบสวมใส่ (Smart Watch) จฉริยะ (Smart Home) อัจฉริยะ (Smart Appliances) รอนิกส์ขนาดเล็ก (Microelectronics) และการออกแบบระบบฝังตัว (Embedded Systems) มโครอิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตวงจรรวมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ตกรรมการผลิตที่มีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูง (Catalytic Manufacturing) งทั้งด้านผลิตภัณฑ์ (Product) กระบวนการผลิต (Process) และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง (People) sors) การใช้เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูง (Advance Dianalytic) และระบบ อบเนื้อในผลไม้ ะสัตว์ ยางธรรมชาติ
( โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนวทางการการดำเนินงาน กิจกรรมการดำเนินงาน 5) ส่งเสริมการวิจัยโภชนาการอาหาร - อาหารเพื่อสุขภาพ อาหา - สารออกฤทธิ์ (Active In - อาหารทางการแพทย์ (M - อาหารเสริม (Food Su - อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อ 6) ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำ Productivity Tools มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ - ระบบการผลิตแบบลีน ( - ระบบการจัดการโรงงาน - การนำเทคโนโลยีสารสน 7) ปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์/กระบวนการผลิตตาม มาตรฐานสากล (ISO 9001, GMP HACCP, FSC 2200, BRC, ISO 22000 และ AS 9100) เพื่อสร้าง ศักยภาพการแข่งขันและการส่งออก - นำผลิตภัณฑ์อาหารสำเ - ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกี่ยว - พัฒนาต่อยอดงานวิจัย มาตรฐาน ให้ภาคอุตสา - พัฒนาธุรกิจอุปกรณ์อิเล็ ชิ้นส่วนระบบกำลังส่ง (T 8) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่ช่วยสนับสนุน การพัฒนานวัตกรรม - สร้างเครือข่ายนวัตกรรม - ส่งเสริมการจับคู่ระหว่าง 9) ส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมตระหนักถึงการเติบโต อย่างยั่งยืนและการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม - ปรับปรุงและยกระดับผ พลังงาน เช่น การจัดการห การลดการปล่อยคาร์บอ - เพิ่มมูลค่าในกระบวนกา กลับมาใช้ประโยชน์ใหม
(31) รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ฉบับปรับปรุง สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม รที่มีการเติมสารอาหาร (Fortified Foods) อาหารไทยไขมันต่ำ พลังงานต่ำ และน้ำตาลต่ำ ngredient) และสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ Medical Food) pplement) อาหารแปรรูปที่ใช้โปรตีนจากแหล่งทางเลือก เช่น โปรตีนเกษตร โปรตีนจากแมลง (Lean Manufacturing) และการจัดการซัพพลายเชนแบบลีน (Lean Supply Chain) นด้วยคู่มือปฏิบัติ (Code of Practice) นเทศ (IT) มาใช้ในการบริหารจัดการเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล (Data analytics) ร็จรูปมาตรวจสอบรสชาติเพื่อกำหนดมาตรฐานอาหารไทยให้ได้รสชาติเดียวกันทั่วโลก วกับการเพิ่มมาตรฐานด้านการตรวจสอบย้อนกลับในกฎระเบียบความปลอดภัยด้านอาหาร และประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มผลิตภาพและพัฒนา หกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนรถยนต์ที่ก้าวทันมาตรฐานโลก (เช่น ชิ้นส่วนระบบความปลอดภัย Transmission System Parts) มภาคอุตสาหกรรมในหลากหลายสาขาอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ งผู้ประกอบการอุตสาหกรรม นักวิจัย และแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัย ผลิตภาพของกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบและ ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อน ารผลิต จากวัสดุเหลือใช้/ของเสียไปใช้ประโยชน์ รวมถึงการนำของเสียอุตสาหกรรม ม่
( โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนวทางการการดำเนินงาน กิจกรรมการดำเนินงาน - ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสะ Green Productivity 2) แนวทาง และกิจกรรมการดำเนินงานเพื่อยกระดับผลิตภาพทรัพยากรมน ตรงกับความต้องการภาคอุตสาหกรรม และสามารถตอบสนองต่อการเป ทั้งในปัจจุบันและอนาคต แนวทางการการดำเนินงาน กิจกรรมการดำเนินงาน 1) พัฒนาแรงงานให้มี Multiple Skill ที่ตรงกับความต้องการ ของภาคอุตสาหกรรมในยุควิถีชีวิตใหม่ (New Normal) - การฝึกอบรมพัฒนานักอ - การฝึกอบรมพัฒนาควา - การฝึกอบรมพัฒนาควา - การฝึกอบรมด้านการบริ - การฝึกอบรมด้านความส 2) ยกระดับความรู้และทักษะที่จำเป็นแก่แรงงาน เพื่อเป็นผู้นำการปฏิบัติการด้านผลิตภาพในสถาน ประกอบการ - การฝึกอบรมทักษะและฝี - ดำเนินการอบรมเพิ่มองค 3) ยกระดับผู้ประกอบการด้านทักษะการบริหาร จัดการที่เป็นเลิศ - การบริหารจัดการที่เป็น และการบริหารความเสี่ย - พัฒนาประกอบร่วมกับผู้ เป็นฐานการผลิตยานยน 4) พัฒนาผู้ที่กำลังเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ให้มีทักษะ ฝีมือแรงงาน ตรงกับความต้องการของแต่ละสาขา อุตสาหกรรม โดยความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง - จัดทำหลักสูตรรองรับอ ภาคอุตสาหกรรมมีควา
(32) รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ฉบับปรับปรุง สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ะอาด (Cleaner Technology) ในการประเมิน Environmental Footprint เพื่อเพิ่ม นุษย์ (แรงงานในระดับปฏิบัติการและระดับบริหารจัดการ) ให้มีทักษะรอบด้าน ปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมภายใต้สถานการณ์ปกติใหม่ (New normal) อกแบบ SI SD ามสามารถแก้ปัญหาซับซ้อน (Complex Problem Solving) ามคิดสร้างสรรค์ (Creative) ริหารจัดการคน (People Management) สามารถร่วมมือกับผู้อื่น (Coordinating with others) ฝมือแรงงานให้มีความทันสมัยและตามเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นปัจจุบัน ค์ความรู้ให้แก่แรงงานอย่างสม่ำเสมอ เลิศ ด้านการบริหารจัดการนวัตกรรมสมัยใหม่ การบริหารความต่อเนื่องการดำเนินงาน ยง เป็นต้น ผู้ผลิต (OEM) เพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรมแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนรถไฟไฟ้า เพื่อพัฒนา นต์ไฟฟ้า (EV) อุตสาหกรรมเป้าหมาย และส่งเสริมให้ภาคการศึกษาพัฒนาแรงงานใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ มรู้และทักษะตรงความต้องการ
( โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 3) แนวทาง และกิจกรรมการดำเนินงานพัฒนาศักยภาพของปัจจัยแวดล้อม ภาคอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร และนำไปสู่การเติบโตอย่างเข้มแข็งและ แนวทางการการดำเนินงาน กิจกรรมการดำเนินงา 1) พัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน - ส่งเสริมเครือข่ายนวั ไปสู่หน่วยงานสนับส ความเชี่ยวชาญหลักข - ขยายธุรกิจในห่วงโซ (Surface Integratio 2) บริหารจัดการองค์กรภาครัฐแบบเป็นองค์รวม (Holistic Approach) ที่สอดคล้องกับบริบทภายในและภายนอก ประเทศ - สนับสนุนการบริหาร ไม่แน่นอน (Uncerta 3) พัฒนาให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านผลิตภาพ (Productivity Specialist) ในภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง - สร้างผู้เชี่ยวชาญด้าน 4) สนับสนุนข้อมูลสารสนเทศในการวิเคราะห์อนาคต สำหรับการวางยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรม ที่นำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพ - ประเมินระดับความพ - ประเมินผลโครงการ - จัดทำระบบการประเมิ 5) ส่งเสริมปัจจัยแวดล้อมสนับสนุนในการยกระดับ ผลิตภาพภาคอุตสาหกรรม - สร้างกระบวนการมี ที่เกี่ยวข้องให้สามาร
(33) รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ฉบับปรับปรุง สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม มอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพ ะยั่งยืน าน วัตกรรมภาคอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงความต้องการนวัตกรรมของภาคอุตสาหกรรม สนุนงานวิจัย เพื่อผลักดันให้เกิดการผลิตในเชิงพาณิชย์บูรณาการการใช้ทรัพยากรและ ของแต่ละองค์กร เพื่อสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะในด้านการออกแบบและจัดทำต้นแบบ on Design & Prototyping) รจัดการแบบบูรณาการและนำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการความ ainty Management) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้กับองค์กรภาครัฐ นผลิตภาพในภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับผลิตภาพภาคอุตสาหกรรม พร้อมของอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมวิเคราะห์โอกาสและกำหนดแนวทาง เพื่อนำข้อมูลไปกำหนดแนวทางการปรับปรุงโครงการและแผนแม่บทในระยะต่อไป มินการบริหารจัดการที่สามารถประเมินและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตได้ด้วยตนเอง มีส่วนร่วมทุกภาคส่วนในการยกระดับคุณภาพการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ ถตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของผู้รับบริการ
( โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4) เป้าหมายและแผนที่นำทาง (Roadmap) (ภาพที่ 15) ภาพที่ 15 แสดงเป้าหมายและแผนที่นำทาง (Roadmap) การเพิ่มประสิทธิภา Roadma เป้าหมาย: เสริมสร้างผลิตภาพอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีแล Management) ของบุคลากรให้สามารถตอบสน (New Normal) ทั้งปัจจุบันและอนาคต o ส่งเสริมการลงทุนและการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรขั้นสูง และเทคโนโลยีชีวภาพ o ส่งเสริมการวิจัยโภชนาการอาหาร o สนับสนุนการใช้องค์ความรู้และการต่อยอดงานวิจัยพัฒนา ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง o ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำ Productivity Tools มาประยุกต์ใช้ ในการบริหารจัดการธุรกิจ o พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนา นวัตกรรม o สนับสนุนข้อมูลสารสนเทศในการวิเคราะห์อนาคตสำหรับการวาง ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมที่นำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพ o พัฒนาผู้ที่กำลังเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ให้มีทักษะฝีมือแรงงาน ตรงกับความต้องการของแต่ละสาขาอุตสาหกรรม โดยความ ร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง o พัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม Industry 4.0 o พัฒนาแรงงานให้มี Mult ภาคอุตสาหกรรมในยุควิถีชี o ยกระดับความรู้และทักษ การปฏิบัติการด้านผลิตภา o ยกระดับผู้ประกอบการด้า o ปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ (ISO 9001, GMP HACC AS 9100) เพื่อสร้างศักยภ NEXT-GENERATION AUTOMOTIVE SMART ELECTRONICS AFFLUENT, MEDICAL AND WELLNESS TOURISM o ส่งเสริมการลงทุน/การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร ขั้นสูง และเทคโนโลยีชีวภาพ o ส่งเสริมการวิจัยโภชนาการอาหาร o สนับสนุนการใช้องค์ความรู้และต่อยอดงานวิจัยพัฒนา ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง o ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการน า Productivity Tools มา ประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ o พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลช่วยสนับสนุนการ พัฒนานวัตกรรม o สนับสนุนข้อมูลสารสนเทศส าหรับการวางยุทธศาสตร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมที่น าไปสู่การเพิ่มผลิตภาพ o พัฒนาผู้ที่ก าลังเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ให้มีทักษะ ีมือ แรงงาน ตรงกับความต้องการของแต่ละสาขา อุตสาหกรรม โดยความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง o พัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมสู่ความเป็น Smart Factory ตามแนวทาง Industry 4.0 o พัฒนาแรงงานให้มี Multiple Skill ที่ตรงกับคว ต้องการของภาคอุตสาหกรรมในยุควิถีชีวิตใหม่ (New Normal) o ยกระดับความรู้และทักษะที่จ าเป็นแก่แรงงาน เพื เป็นผู้น าการปฏิบัติการด้านผลิตภาพในสถาน ประกอบการ o ยกระดับผู้ประกอบการด้านทักษะการบริหารจัด ที่เป็นเลิศ o ปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์/กระบวนการผลิตตา มาตรฐานสากล (ISO 9001, GMP HACCP, FS 2200, BRC, ISO 22000 และ AS 9100) เพื่อส ศักยภาพการแข่งขันและการส่งออก ROAD MAP FIRST S-CURVE เป าหมาย “เสริมสร้างผลิตภาพอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม พัฒ management) ของบุคคลากรให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยน ใหม่ (New normal) ทั้งในปัจจุบันและอนาคต” แผนระยะเริ่มต้น (Short – Range Plan) แผนระยะกลาง (Intermediate range plan) NEXT-GENERATION AUTOMOTIVE SMART ELECTRONICS AFFLUENT, MEDIC WELLNESS TOU o ส่งเสริมการลงทุน/การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร ขั้นสูง และเทคโนโลยีชีวภาพ o ส่งเสริมการวิจัยโภชนาการอาหาร o สนับสนุนการใช้องค์ความรู้และต่อยอดงานวิจัยพัฒนา ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง o ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการน า Productivity Tools มา ประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ o พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลช่วยสนับสนุนการ พัฒนานวัตกรรม o สนับสนุนข้อมูลสารสนเทศส าหรับการวางยุทธศาสตร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมที่น าไปสู่การเพิ่มผลิตภาพ o พัฒนาผู้ที่ก าลังเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ให้มีทักษะ ีมือ แรงงาน ตรงกับความต้องการของแต่ละสาขา อุตสาหกรรม โดยความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง o พัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมสู่คว Factory ตามแนวทาง Indust o พัฒนาแรงงานให้มี Multiple ต้องการของภาคอุตสาหกรรมใ (New Normal) o ยกระดับความรู้และทักษะที่จ า เป็นผู้น าการปฏิบัติการด้านผลิ ประกอบการ o ยกระดับผู้ประกอบการด้านทัก ที่เป็นเลิศ o ปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์/กร มาตรฐานสากล (ISO 9001, G 2200, BRC, ISO 22000 และ ศักยภาพการแข่งขันและการส่ง ROAD MAP FIRST เป าหมาย “เสริมสร้างผลิตภาพอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและ management) ของบุคคลากรให้สามารถตอบสนอ ใหม่ (New normal) ทั้งในปัจจุบันและอนาคต” แผนระยะเริ่มต้น (Short – Range Plan) แผนระยะกล (Intermediate ran NEXT-GENERATION AUTOMOTIVE SMART ELECTRONICS AF o ส่งเสริมการลงทุน/การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร ขั้นสูง และเทคโนโลยีชีวภาพ o ส่งเสริมการวิจัยโภชนาการอาหาร o สนับสนุนการใช้องค์ความรู้และต่อยอดงานวิจัยพัฒนา ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง o ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการน า Productivity Tools มา ประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ o พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลช่วยสนับสนุนการ พัฒนานวัตกรรม o สนับสนุนข้อมูลสารสนเทศส าหรับการวางยุทธศาสตร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมที่น าไปสู่การเพิ่มผลิตภาพ o พัฒนาผู้ที่ก าลังเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ให้มีทักษะ ีมือ แรงงาน ตรงกับความต้องการของแต่ละสาขา อุตสาหกรรม โดยความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง o พัฒนาโรงงานอุ Factory ตามแ o พัฒนาแรงงานใ ต้องการของภา (New Normal o ยกระดับความรู เป็นผู้น าการปฏิ ประกอบการ o ยกระดับผู้ประก ที่เป็นเลิศ o ปรับปรุงคุณภา มาตรฐานสากล 2200, BRC, IS ศักยภาพการแข ROAD M เป าหมาย “เสริมสร้างผลิตภาพอุตสาหกรรมด้วยเท management) ของบุคคลากรให้สาม ใหม่ (New normal) ทั้งในปัจจุบันและ แผนระยะเริ่มต้น (Short – Range Plan) (Interm NEXT-GENERATION AUTOMOTIVE SMART ELECTRONICS o ส่งเสริมการลงทุน/การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร ขั้นสูง และเทคโนโลยีชีวภาพ o ส่งเสริมการวิจัยโภชนาการอาหาร o สนับสนุนการใช้องค์ความรู้และต่อยอดงานวิจัยพัฒนา ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง o ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการน า Productivity Tools มา ประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ o พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลช่วยสนับสนุนการ พัฒนานวัตกรรม o สนับสนุนข้อมูลสารสนเทศส าหรับการวางยุทธศาสตร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมที่น าไปสู่การเพิ่มผลิตภาพ o พัฒนาผู้ที่ก าลังเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ให้มีทักษะ ีมือ แรงงาน ตรงกับความต้องการของแต่ละสาขา อุตสาหกรรม โดยความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง o o o o o เป าหมาย “เสริมสร้างผลิตภาพอุตสา management) ของบุคค ใหม่ (New normal) ทั้งใน แผนระยะเริ่มต้น (Short – Range Plan) NEXT-GENERATION AUTOMOTIVE o ส่งเสริมการลงทุน/การวิจัยพัฒนาเทคโน ขั้นสูง และเทคโนโลยีชีวภาพ o ส่งเสริมการวิจัยโภชนาการอาหาร o สนับสนุนการใช้องค์ความรู้และต่อยอดง ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง o ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการน า Productivi ประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ o พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลช่วยส พัฒนานวัตกรรม o สนับสนุนข้อมูลสารสนเทศส าหรับการวา การพัฒนาอุตสาหกรรมที่น าไปสู่การเพิ่ม o พัฒนาผู้ที่ก าลังเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ให แรงงาน ตรงกับความต้องการของแต่ละ อุตสาหกรรม โดยความร่วมมือกับภาคส่ว เป าหมาย “เสริมสร้ manage ใหม่ (New แผนระยะเริ่ม (Short – Range แผนระยะสั้น (Short – Range Plan) แผ (Intermed
(34) รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ฉบับปรับปรุง สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม าพและผลิตภาพการผลิตของกลุ่มอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) ap First S-Curve ละนวัตกรรม พัฒนาทักษะและระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ (Modern นองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมภายใต้สถานการณ์ปกติใหม่ มสู่ความเป็น Smart Factory ตามแนวทาง tiple Skill ที่ตรงกับความต้องการของ ชีวิตใหม่ (New Normal) ษะที่จำเป็นแก่แรงงาน เพื่อเป็นผู้นำ าพในสถานประกอบการ นทักษะการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ ฑ์/กระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากล P, FSC 2200, BRC, ISO 22000 และ ภาพการแข่งขันและการส่งออก o พัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน o บริหารจัดการองค์กรภาครัฐแบบเป็นองค์รวม (Holistic Approach) ที่สอดคล้องกับบริบทภายในและภายนอกประเทศ o พัฒนาให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านผลิตภาพ (Productivity Specialist) ในภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง o ส่งเสริมปัจจัยแวดล้อมสนับสนุนในการยกระดับผลิตภาพ ภาคอุตสาหกรรม o ส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมตระหนักถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนและ การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม o ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างระบบธุรกิจนิเวศดิจิทัลใหม่ (Digital Ecosystem) เชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ซื้อ AGRICULTURE AND BIOTECHNOLOGY FOOD FOR THE FUTURE วาม พื่อ การ าม C สร้าง o พัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน o บริหารจัดการองค์กรภาครัฐแบบเป็นองค์รวม (Holistic Approach) ที่สอดคล้องกับบริบทภายใน และภายนอกประเทศ o พัฒนาให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านผลิตภาพ (Productivity Specialist) ในภาครัฐและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง o ส่งเสริมปัจจัยแวดล้อมสนับสนุนในการยกระดับผลิต ภาพภาคอุตสาหกรรม o ส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมตระหนักถึงการเติบโต อย่างยั่งยืนและการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม o ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างระบบธุรกิจนิเวศ ดิจิทัลใหม่ (Digital Ecosystem) เชื่อมโยงผู้ผลิต และผู้ซื้อ ฒนาทักษะและระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ (Modern นแปลงของภาคอุตสาหกรรมภายใต้สถานการณ์ปกติ แผนระยะยาว (Long – Range Plan) CAL AND URISM AGRICULTURE AND BIOTECHNOLOGY FOOD FOR THE FUTURE วามเป็น Smart try 4.0 Skill ที่ตรงกับความ ในยุควิถีชีวิตใหม่ าเป็นแก่แรงงาน เพื่อ ตภาพในสถาน กษะการบริหารจัดการ ระบวนการผลิตตาม GMP HACCP, FSC ะ AS 9100) เพื่อสร้าง งออก o พัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน o บริหารจัดการองค์กรภาครัฐแบบเป็นองค์รวม (Holistic Approach) ที่สอดคล้องกับบริบทภายใน และภายนอกประเทศ o พัฒนาให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านผลิตภาพ (Productivity Specialist) ในภาครัฐและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง o ส่งเสริมปัจจัยแวดล้อมสนับสนุนในการยกระดับผลิต ภาพภาคอุตสาหกรรม o ส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมตระหนักถึงการเติบโต อย่างยั่งยืนและการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม o ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างระบบธุรกิจนิเวศ ดิจิทัลใหม่ (Digital Ecosystem) เชื่อมโยงผู้ผลิต และผู้ซื้อ T S-CURVE ะนวัตกรรม พัฒนาทักษะและระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ (Modern องต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมภายใต้สถานการณ์ปกติ แผนระยะยาว (Long – Range Plan) าง nge plan) FFLUENT, MEDICAL AND WELLNESS TOURISM AGRICULTURE AND BIOTECHNOLOGY FOOD FOR THE FUTURE อุตสาหกรรมสู่ความเป็น Smart แนวทาง Industry 4.0 ให้มี Multiple Skill ที่ตรงกับความ าคอุตสาหกรรมในยุควิถีชีวิตใหม่ l) รู้และทักษะที่จ าเป็นแก่แรงงาน เพื่อ ฏิบัติการด้านผลิตภาพในสถาน กอบการด้านทักษะการบริหารจัดการ าพผลิตภัณฑ์/กระบวนการผลิตตาม ล (ISO 9001, GMP HACCP, FSC SO 22000 และ AS 9100) เพื่อสร้าง ข่งขันและการส่งออก o พัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน o บริหารจัดการองค์กรภาครัฐแบบเป็นองค์รวม (Holistic Approach) ที่สอดคล้องกับบริบทภายใน และภายนอกประเทศ o พัฒนาให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านผลิตภาพ (Productivity Specialist) ในภาครัฐและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง o ส่งเสริมปัจจัยแวดล้อมสนับสนุนในการยกระดับผลิต ภาพภาคอุตสาหกรรม o ส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมตระหนักถึงการเติบโต อย่างยั่งยืนและการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม o ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างระบบธุรกิจนิเวศ ดิจิทัลใหม่ (Digital Ecosystem) เชื่อมโยงผู้ผลิต และผู้ซื้อ MAP FIRST S-CURVE ทคโนโลยีและนวัตกรรม พัฒนาทักษะและระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ (Modern ารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมภายใต้สถานการณ์ปกติ ะอนาคต” แผนระยะยาว (Long – Range Plan) แผนระยะกลาง mediate range plan) AFFLUENT, MEDICAL AND WELLNESS TOURISM AGRICULTURE AND BIOTECHNOLOGY FOOD FOR THE FUTURE พัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมสู่ความเป็น Smart Factory ตามแนวทาง Industry 4.0 พัฒนาแรงงานให้มี Multiple Skill ที่ตรงกับความ ต้องการของภาคอุตสาหกรรมในยุควิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ยกระดับความรู้และทักษะที่จ าเป็นแก่แรงงาน เพื่อ เป็นผู้น าการปฏิบัติการด้านผลิตภาพในสถาน ประกอบการ ยกระดับผู้ประกอบการด้านทักษะการบริหารจัดการ ที่เป็นเลิศ ปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์/กระบวนการผลิตตาม มาตรฐานสากล (ISO 9001, GMP HACCP, FSC 2200, BRC, ISO 22000 และ AS 9100) เพื่อสร้าง ศักยภาพการแข่งขันและการส่งออก o พัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน o บริหารจัดการองค์กรภาครัฐแบบเป็นองค์รวม (Holistic Approach) ที่สอดคล้องกับบริบทภายใน และภายนอกประเทศ o พัฒนาให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านผลิตภาพ (Productivity Specialist) ในภาครัฐและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง o ส่งเสริมปัจจัยแวดล้อมสนับสนุนในการยกระดับผลิต ภาพภาคอุตสาหกรรม o ส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมตระหนักถึงการเติบโต อย่างยั่งยืนและการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม o ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างระบบธุรกิจนิเวศ ดิจิทัลใหม่ (Digital Ecosystem) เชื่อมโยงผู้ผลิต และผู้ซื้อ ROAD MAP FIRST S-CURVE าหกรรมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม พัฒนาทักษะและระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ (Modern คลากรให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมภายใต้สถานการณ์ปกติ นปัจจุบันและอนาคต” แผนระยะยาว (Long – Range Plan) แผนระยะกลาง (Intermediate range plan) SMART ELECTRONICS AFFLUENT, MEDICAL AND WELLNESS TOURISM AGRICULTURE AND BIOTECHNOLOGY FOOD FOR THE FUTURE นโลยีการเกษตร านวิจัยพัฒนา ity Tools มา สนับสนุนการ างยุทธศาสตร์ มผลิตภาพ ห้มีทักษะ ีมือ สาขา วนที่เกี่ยวข้อง o พัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมสู่ความเป็น Smart Factory ตามแนวทาง Industry 4.0 o พัฒนาแรงงานให้มี Multiple Skill ที่ตรงกับความ ต้องการของภาคอุตสาหกรรมในยุควิถีชีวิตใหม่ (New Normal) o ยกระดับความรู้และทักษะที่จ าเป็นแก่แรงงาน เพื่อ เป็นผู้น าการปฏิบัติการด้านผลิตภาพในสถาน ประกอบการ o ยกระดับผู้ประกอบการด้านทักษะการบริหารจัดการ ที่เป็นเลิศ o ปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์/กระบวนการผลิตตาม มาตรฐานสากล (ISO 9001, GMP HACCP, FSC 2200, BRC, ISO 22000 และ AS 9100) เพื่อสร้าง ศักยภาพการแข่งขันและการส่งออก o พัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน o บริหารจัดการองค์กรภาครัฐแบบเป็นองค์รวม (Holistic Approach) ที่สอดคล้องกับบริบทภายใน และภายนอกประเทศ o พัฒนาให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านผลิตภาพ (Productivity Specialist) ในภาครัฐและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง o ส่งเสริมปัจจัยแวดล้อมสนับสนุนในการยกระดับผลิต ภาพภาคอุตสาหกรรม o ส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมตระหนักถึงการเติบโต อย่างยั่งยืนและการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม o ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างระบบธุรกิจนิเวศ ดิจิทัลใหม่ (Digital Ecosystem) เชื่อมโยงผู้ผลิต และผู้ซื้อ ROAD MAP FIRST S-CURVE ร้างผลิตภาพอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม พัฒนาทักษะและระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ (Modern ement) ของบุคคลากรให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมภายใต้สถานการณ์ปกติ w normal) ทั้งในปัจจุบันและอนาคต” มต้น e Plan) แผนระยะยาว (Long – Range Plan) แผนระยะกลาง (Intermediate range plan) ผนระยะกลาง diate - Range Plan) แผนระยะยาว (Long–Range Plan)
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ( 3. แนวทาง กิจกรรม เป้าหมายและแผนที่นำทาง (Roadmap) การเพิ่มประสิ อุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ มี ในการแข่งขันให้สูง มีความสามารถในการเติบโตต่อไปในอนาคตสูง แต่เนื่องจาก มูลค่าทางเศรษฐกิจยังไม่มากเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิม (First S-cur ในการลงทุน สร้างช่องทางตลาด และเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใน (New Engine of Growth ) ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างก้าวกระโดด และต 1) แนวทาง และกิจกรรมการดำเนินงาน เพื่อยกระดับผลิตภาพภาคอุตสาหก ระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ (Modern management) แนวทางการการดำเนินงาน กิจกรรมการดำเนินงา 1) ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างระบบธุรกิจนิเวศ ดิจิทัลใหม่ (Digital Ecosystem) เชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ซื้อ - ประยุกต์ใช้เทคโนโ การออกแบบผลิตภัณ 2) สนับสนุนการใช้องค์ความรู้และการต่อยอดงานวิจัยมา พัฒนาผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม (Robotic) ให้มีมูลค่าเพิ่มสูง - ส่งเสริมการผลิตหุ่น เป็นแขนหุ่นยนต์ที่มี - ส่งเสริมการผลิตหุ่น - ส่งเสริมการผลิตหุ่น แบบหมุน และรูปแบ 3) พัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมสู่ความเป็น Smart Factory ตามแนวทาง Industry 4.0 - ใช้เทคโนโลยีและน เพื่อปรับเปลี่ยนโค ที่เกี่ยวข้อง (People 4) ส่งเสริมการลงทุนและการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี อุตสาหกรรมอากาศยาน - พัฒนาการบริการซ ชิ้นส่วน (Compone - การร่วมทุนกับสายก
รายงานบทสรุปผู้บริหาร (35) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สิทธิภาพและผลิตภาพการผลิตของกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบสินค้าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ กเป็นอุตสาหกรรมใหม่ยังมีผู้ประกอบการไม่มากนัก กลุ่มอุตสาหกรรมยังไม่เข้มแข็ง rve) ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ เพิ่มโอกาส นการสร้างผลิต เป็นต้น เพื่อผลักดันให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต ต่อยอดอุตสาหกรรมเดิม กรรมไทยโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม องค์ความรู้ มาตรฐานผลิตภัณฑ์และ าน ลยี IoT จำลองกระบวนการผลิตอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และยานยนต์อัตโนมัติ ตลอดจน ัณฑ์ นยนต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ โดยเฉพาะหุ่นยนต์ที่ใช้ในการเชื่อมโลหะ ีแกนเคลื่อนที่แบบหมุน (Articulated Robot) ยนต์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (หุ่นยนต์ดำน้ำ และหุ่นยนต์ทางการแพทย์) ยนต์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตอัดฉีดพลาสติก เป็นแขนหุ่นยนต์ที่มีทั้งรูปแบบแกนเคลื่อน บบแกนเคลื่อนที่แบบเชิงเส้น (Linear Gantry Robot) นวัตกรรมการผลิตที่มีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูง (Catalytic Manufacturing) ครงสร้างทั้งด้านผลิตภัณฑ์ (Product) กระบวนการผลิต (Process) และบุคลากร e) ซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance, Repair and Overhaul: MRO) การซ่อมบำรุง ent MRO) และการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ (Engine MRO) การบิน ผู้ให้บริการซ่อมบำรุง (Third-Party MRO Provider) หรือผู้ผลิตชิ้นส่วน (OEM)
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ( แนวทางการการดำเนินงาน กิจกรรมการดำเนินงา - พัฒนาอุตสาหกรรม เข้ามาลงทุนในไทย - สนับสนุนให้ผู้ผลิตท ส่วนผู้ผลิตระดับ 3 ที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับคว 5) สร้างและยกระดับอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและ เคมีชีวภาพเพื่อการเติบโตอย่างยิ่งยืน - สร้างอุตสาหกรรมเค จากเอทานอล เป็นส ที่มีอยู่แล้วรวมถึงผลิ - ยกระดับอุตสาหกรร ชีวภาพที่ผลิตจากว เทคโนโลยีการผลิตเ 6) ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการ ทางการแพทย์สมัยใหม่เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) - ส่งเสริมการให้บริกา ใช้เทคโนโลยีการเชื เพื่อให้คำปรึกษาทา - ส่งเสริมการวิจัยยาแ - ส่งเสริมการวิจัยและ ของยาชีววัตถุต้นแบ 7) ส่งเสริมธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งในและ ต ่ า ง ปร ะเ ทศ ( Domestic and International Ecommerce Player) - การยกระดับภาคกา เริ่มต้นธุรกิจ (Start U - ต่อยอดจากศักยภา เพื่อยกระดับสู่การเป็
รายงานบทสรุปผู้บริหาร (36) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม าน ผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน (OEM) โดยการชักชวนผู้ผลิตระดับที่ 1 และ 2 (Tier 1 and 2) ที่มีฐานผลิตในไทยอยู่แล้วแต่ยังไม่มีการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานริเริ่มธุรกิจดังกล่าว (Tier 3) ควรสนับสนุนผู้ผลิตในไทยให้เริ่มผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน โดยเริ่มจากชิ้นส่วน วามปลอดภัยก่อน (Non-safety Parts) คมีชีวภาพครบวงจร (อุตสาหกรรมกลางน้ำ) เช่น การผลิตกรดแลคติกและกรดซักซินิก สะพานเชื่อมระหว่างอุตสาหกรรมต้นน้ำ (ผลิตเอทานอล) และปลายน้ำ (อุตสาหกรรมเคมี) ลิตภัณฑ์เคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ชนิดพิเศษ รมเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยขยายการใช้เทคโนโลยีผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นที่สอง (เชื้อเพลิง วัตถุดิบที่ไม่ใช่อาหาร เช่น ซังข้าวโพดและชานอ้อย) และเพิ่มการวิจัยและพัฒนา เชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นที่สาม (เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตจากสาหร่ายที่สามารถเพาะเลี้ยงได้) ารด้านการแพทย์ผ่านอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน (eHealth and mHealth) โดยการ ชื่อมต่อและระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Medical Records: EMRs) งการแพทย์และให้บริการรักษาทางไกลกับผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศ และการผลิตยาที่ทันสมัย ะผลิตชีวเวชภัณฑ์โดยมุ่งเน้นที่การผลิตยาชีววัตถุคล้ายคลึง (Biosimilar) ซึ่งคือยาสามัญ บบ (Biologic) ที่มีการวิจัยและจดสิทธิบัตรแต่สิทธิบัตรหมดอายุลงแล้ว ารค้าปลีกของไทยสู่การใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการ Up) สำหรับผู้บริโภคในประเทศ และดึงดูดผู้ประกอบการ E-commerce ต่างชาติให้เข้ามาลงทุน พด้านการออกแบบสื่อสร้างสรรค์และแอนิเมชั่น (Creative Media and Animation) ป็นเจ้าของเนื้อหา (Digital Contents) และร่วมทุนกับธุรกิจแอนิเมชั่นระดับโลก
โครงการติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการภายใต้แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560-2564 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ( แนวทางการการดำเนินงาน กิจกรรมการดำเนินงา 8) ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำ Productivity Tools มา ประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ - ระบบการผลิตแบบลี - ระบบการจัดการโรง - การนำเทคโนโลยีสารส 9) พัฒนาการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อการวินิจฉัย และติดตามผลระยะไกล (Remote Health Monitoring Devices) - กลุ่มผู้มีโรคเรื้อรัง เช วินิจฉัยโรคด้วยตนเอ 10) ปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์/กระบวนการผลิตตาม มาตรฐานสากล (ISO 9001, GMP HACCP, FSC 2200, BRC, ISO 22000 และ AS 9100) เพื่อสร้าง ศักยภาพการแข่งขันและการส่งออก - พัฒนาต่อยอดงานวิ มาตรฐาน ให้ภาคอุต 11) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่ช่วยสนับสนุน การพัฒนานวัตกรรม - สร้างเครือข่ายนวัตก - ส่งเสริมการจับคู่ระห 12) ส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมตระหนักถึงการเติบโต อย่างยั่งยืนและการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม - ปรับปรุงและยกระด และพลังงาน เช่น ก มีประสิทธิภาพ การ - เพิ่มมูลค่าในกระบว กลับมาใช้ประโยชน์ใ - ประยุกต์ใช้เทคโน เพื่อเพิ่ม Green Pro
รายงานบทสรุปผู้บริหาร (37) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม าน ลีน (Lean Manufacturing) และการจัดการซัพพลายเชนแบบลีน (Lean Supply Chain) งงานด้วยคู่มือปฏิบัติ (Code of Practice) สนเทศ (IT) มาใช้ในการบริหารจัดการเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล (Data analytics) ช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ที่ต้องการ อง เช่น วัดความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ เป็นต้น จัย และประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มผลิตภาพและพัฒนา ตสาหกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า กรรมภาคอุตสาหกรรมในหลากหลายสาขาอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ หว่างผู้ประกอบการอุตสาหกรรม นักวิจัย และแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัย ดับผลิตภาพของกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ การจัดการห่วงโซ่อุปทานสีเขียว การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานอย่าง รลดการปล่อยคาร์บอน นการผลิต จากวัสดุเหลือใช้/ของเสียไปใช้ประโยชน์ รวมถึงการนำของเสียอุตสาหกรรม ์ใหม่ นโลยีสะอาด (Cleaner Technology) ในการประเมิน Environmental Footprint oductivity