The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ไฟล์สรุปฉบับเต็มวิชาการศึกษา(กรณีพิเศษ)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wasan Taewan, 2021-01-05 03:11:16

ไฟล์สรุปฉบับเต็มวิชาการศึกษา(กรณีพิเศษ)

ไฟล์สรุปฉบับเต็มวิชาการศึกษา(กรณีพิเศษ)

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย

1. การพฒั นาผเู้ รยี น ต้องคานึงถึงหลักการใดเป็นสาคัญ

ก. ด้านรา่ งกาย

ข. ด้านสมอง

ค. ดา้ นจติ ใจ

ง. ดา้ นสมองและพหปุ ัญญา

เฉลย หน้า 57 51

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ออกขอ้ สอบบอ่ ย

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ

2. ข้อใดคือจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

ก. ดา้ นความสามารถ ทักษะและคุณลกั ษณะของผเู้ รยี น

ข. ด้านการจัดการเรียนรู้

ค. ดา้ นการจดั การเรียนการสอน

ง. ดา้ นการวดั และประเมนิ ผล

เฉลย หน้า 57 52

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย

3. ขอ้ ใดกลา่ วถูกตอ้ งที่สุดเกยี่ วกับ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ของ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ. 2551

ก. มงุ่ ใหผ้ ูเ้ รยี นได้พัฒนาตนเองตามศกั ยภาพ

ข. มุ่งให้ผู้เรยี นไดพ้ ัฒนาอย่างรอบดา้ น

ค. ม่งุ พัฒนาจิตสานกึ การทาประโยชนเ์ พ่ือสังคม

ง. มงุ่ พัฒนาผู้เรยี นให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อน่ื ในสงั คมไดอ้ ย่างมี
ความสุข

53

เฉลย หนา้ 57

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย

4. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ของหลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551

ก. ซ่ือสตั ย์สจุ รติ

ข. มีระเบยี บ

ค. ใฝเ่ รยี นรู้

ง. อยู่อย่างพอเพยี ง

เฉลย หนา้ 57 54

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย
เฉลย หนา้ 57 55
5. ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะสาคัญ
ก. การสอื่ สาร
ข. การคิดวเิ คราะห์
ค. การแกป้ ัญหา
ง. การใช้ทักษะชวี ติ

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย

6. กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นทสี่ อดคลอ้ งกับความสามารถความถนดั ของ
นักเรียน คอื กิจกรรมใด

ก. กิจกรรมนกั เรียน

ข. กิจกรรมแนะแนว

ค. สาธารณะประโยชน์

ง. นกั ศกึ ษาวชิ าทหาร

เฉลย หน้า 57 56

เฉลยขอ้ สอบ ค ว า ม เ ป็ น ค รู

1. ง ในแตล่ ะประเดน็ ทผ่ี า่ นมา
2. ก
3. ง
4. ข
5. ข
6. ก

57

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

5.

การบรหิ ารจัดการช้ันเรยี น

58

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย

1. บรรยากาศที่ที่ครูกระตุ้นใหก้ าลังใจนักเรียนให้ประสบความสาเรจ็
คือขอ้ ใด

ก. บรรยากาศทา้ ทาย

ข. บรรยากาศอิสระ

ค. บรรยากาศแห่งการควบคมุ

ง. บรรยากาศแห่งความสาเร็จ

เฉลย หนา้ 63 59

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย

2. ข้อใด ไม่ใช่ การจัดบรรยากาศในชั้นเรียน

ก. บรรยากาศทางกายภาพ

ข. บรรยากาศทางด้านจิตวิทยา

ค. บรรยากาศทางดา้ นสังคม

ง. บรรยากาศทางด้านสิง่ แวดลอ้ ม

เฉลย หนา้ 63 60

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย

3. เทคนิคการปกครองช้นั เรยี นของครู

ก. หลกั ความเปน็ กันเอง

ข. หลักความใกล้ชดิ

ค. หลักความอสิ ระ

ง. หลักความสะดวก

เฉลย หนา้ 63 61

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย

4. ครคู วรใช้หลกั ธรรมในขอ้ ใดในการบรหิ ารจดั การชนั้ เรยี น

ก. สังคหวัตถุ 4

ข. อริยสัจ 4

ค. อิทธิบาท 4

ง. พรหมวิหาร 4

เฉลย หนา้ 63 62

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

เฉลยขอ้ สอบ ในแตล่ ะประเดน็ ทผ่ี า่ นมา
1. ก
2. ง
3. ข
4. ง

63

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

6.

การวจิ ัยทางการศึกษา

64

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย

1. ขอ้ ใดคือความหมายของคาว่าวิจัย

ก. แก้ปัญหา อย่างเป็นระบบเชือ่ ถือได้

ข. กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

ค. การแก้ปญั หาในหอ้ งเรียน

ง. การคน้ หาซา้ แลว้ ซ้าอีก

เฉลย หน้า 71 65

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ออกขอ้ สอบบอ่ ย

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ

2. การวจิ ัยในชั้นเรียนจดั เป็นการวจิ ัยรูปแบบใด

ก. การวจิ ัยเชิงปรมิ าณ

ข. การวจิ ยั เชิงปฏิบตั กิ าร

ค. การวจิ ยั เพือ่ สรา้ งทฤษฏี

ง. การวจิ ยั เพอ่ื พฒั นาเคร่ืองมือ

เฉลย หน้า 71 66

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย
เฉลย หนา้ 71 67
3. ตัวบง่ ชีค้ ุณภาพวิจัย
ก. ถูกต้อง
ข. ความเช่อื มั่น
ค. ปรนยั
ง. ความตรงภายใน

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย

4. ความคงเสน้ คงวา หมายถึง

ก. ความเชื่อมัน่

ข. ความเที่ยงตรง

ค. ความยากงา่ ย

ง. อานาจจาแนก

เฉลย หนา้ 71 68

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย

5. ข้อใดคือความหมายของตัวแปรต้น

ก. ตวั แปรทีเ่ ป็นสาเหตใุ หต้ ัวแปรอ่ืนเกดิ ความเปล่ยี นแปลง

ข. ตวั แปรทน่ี กั วจิ ยั ไม่ได้จดั กระทา

ค. ตัวแปรท่เี ปล่ยี นแปลงหลงั จากการจัดกระทา

ง. ตวั แปรทเี่ ขา้ มาระหว่างการทดลอง

เฉลย หน้า 71 69

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย

6. การตรวจสอบวา่ แบบทดสอบน้นั วดั ตรงวัตถปุ ระสงคห์ รือไม่

ก. อานาจจาแนก

ข. ความยากง่าย

ค. ความเท่ียงตรง

ง. ความเชอ่ื ม่นั

เฉลย หน้า 71 70

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

เฉลยขอ้ สอบ ในแตล่ ะประเดน็ ทผ่ี า่ นมา

1. ข
2. ข
3. ง
4. ก
5. ก
6. ค

71

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

7.

สือ่ และนวตั กรรมและเทคโนโลยี
ทางการศกึ ษา

72

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ออกขอ้ สอบบอ่ ย

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ

1. ขอ้ ใดไม่ใชป่ ระเภทของส่อื การสอน

ก. วัสดุ

ข. อุปกรณ์

ค. วธิ กี าร

ง. เทคโนโลยี

เฉลย หน้า 77 73

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ออกขอ้ สอบบอ่ ย

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ

2. ข้อใดไม่ใชส่ อ่ื การเรียนรู้ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้น
พ้นื ฐาน พ.ศ.2551

ก. สอ่ื วสั ดุ

ข. สอ่ื ส่งิ พมิ พ์

ค. ส่ือเทคโนโลยี

ง. ส่อื อน่ื ๆ

เฉลย หน้า 77 74

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ออกขอ้ สอบบอ่ ย

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ

3. การเลอื กสื่อการเรยี นการสอนตามหลักการแล้วข้อใดสาคญั ท่ีสดุ

ก. ประสทิ ธภิ าพ

ข. ประสทิ ธิผล

ค. ประหยัด

ง. คุ้มค่า

เฉลย หนา้ 77 75

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ออกขอ้ สอบบอ่ ย

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ

4. e – learning หมายถึง

ก. คอมพวิ เตอรช์ ่วยสอน

ข. การเรียนรู้ผ่านระบบอนิ เทอร์เน็ต

ค. ระบบส่อื สารข้อมูลข่าวสารหลายชนิด

ง. คอรส์ เรยี นออนไลน์กับมหาวิทยาลยั ทั่วโลก

76

เฉลย หน้า 77

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

เฉลยขอ้ สอบ ในแตล่ ะประเดน็ ทผ่ี า่ นมา

1. ง
2. ก
3. ก
4. ข

77

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

8.

การวัดและการประเมนิ ผล

78

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ออกขอ้ สอบบอ่ ย

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ

1. การวัดผลประเมนิ ผลการเรยี นร้ขู องผเู้ รียนต้องอยู่บนพ้นื ฐานอะไร

ก. ตัดสนิ ผลการเรียนการสอน

ข. การปรับปรุงการเรยี นการสอน

ค. ตรวจสอบพัฒนาการของผูเ้ รียน

ง. พัฒนาผเู้ รียนและเพื่อตดั สินผลการเรยี น

เฉลย หน้า 83 79

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย

2. การประเมนิ เพ่ือพัฒนาผ้เู รยี น และเพอื่ ตัดสนิ ผลการเรยี น
ขอ้ ใดไมใ่ ช่

ก. ระดบั หอ้ งเรียน

ข. ระดบั สถานศกึ ษา

ค. ระดบั เขตพน้ื ที่การศึกษา

ง. ระดับชาติ

เฉลย หน้า 83 80

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ออกขอ้ สอบบอ่ ย

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ

3. การวดั ผลต้องสอดคลอ้ งกบั ขอ้ ใดมากทสี่ ุด

ก. ส่ือการสอน

ข. จุดประสงค์

ค. กจิ กรรม

ง. เนื้อหา

เฉลย หนา้ 83 81

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ออกขอ้ สอบบอ่ ย

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ

4. การประเมินแฟม้ สะสมผลงานเป็นการประเมนิ เพอ่ื อะไร

ก. เพ่ือตัดสินผลการเรียน

ข. ประเมินเพอ่ื พฒั นา

ค. ประเมินผลงานดีเดน่

ง. เพือ่ รายงานผปู้ กครอง

82

เฉลย หนา้ 83

เฉลยขอ้ สอบ ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ในแตล่ ะประเดน็ ทผ่ี า่ นมา

1. ง
2. ก
3. ข
4. ข

83

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

9.

ลกั ษณะงานทีป่ ฏบิ ตั ิตาม
มาตรฐานตาแหนง่

84

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ออกขอ้ สอบบอ่ ย

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ

1. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ หน้าท่ีตามความรบั ผิดชอบของครูผชู้ ่วย

ก. การจดั การเรียนการสอน

ข. การปฏิบตั ิงานวชิ าการของโรงเรียน

ค. ส่งเสริมการเรียนรูข้ องผเู้ รยี น

ง. การเรียนร้อู ยู่เสมอสร้างองคค์ วามรใู้ หม่

เฉลย หน้า 89 85

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ ออกขอ้ สอบบอ่ ย

2. ขอ้ ใด ไมใ่ ชล่ กั ษณะงานทีป่ ฏบิ ัตใิ นดา้ นต่างๆ ของครผู ้ชู ่วย

ก. ด้านการจดั การเรียนการสอน

ข. ดา้ นการบริหารจัดการช้นั เรยี น

ค. ดา้ นการพัฒนาตนเอง

ง. ด้านการวัดและประเมินผล

เฉลย หน้า 89 86

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ออกขอ้ สอบบอ่ ย

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ

3. ขอ้ ใดไมใ่ ช่มาตรฐานการปฏบิ ตั ิตนของตาแหนง่ ครผู ู้ช่วย

ก. การพัฒนาตนเอง

ข. วินัยและการรกั ษาวินัย

ค. จิตวิญญาณความเป็นครู

ง. จิตสานกึ ความรบั ผดิ ชอบในวชิ าชีพครู

เฉลย หน้า 89 87

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ออกขอ้ สอบบอ่ ย

ตวั อยา่ งขอ้ สอบ

4. ขอ้ ใดไม่ใชม่ าตรฐานการปฏิบัตงิ านของตาแหน่งครผู ้ชู ่วย

ก. บริหารจดั การช้ันเรยี น

ข. พัฒนาสถานศกึ ษา

ค. การจัดการเรียนการสอน

ง. การใชภ้ าษาและเทคโนโลยี

เฉลย หนา้ 89 88

เฉลยขอ้ สอบ ค ว า ม เ ป็ น ค รู

ในแตล่ ะประเดน็ ทผ่ี า่ นมา

1. ง
2. ง
3. ก
4. ข

89

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

แนวขอ้ สอบวชิ าการศกึ ษา

1. ขอ้ ใดคือความหมายของหลกั สูตร
ก. ความรู้ ทักษะ กระบวนการที่จัดใหผ้ เู้ รียน
ข. ความรู้ทัง้ มวลท่ีจัดใหผ้ เู้ รียน
ค. ประสบการณท์ ง้ั มวลท่จี ัดให้ผเู้ รยี น
ง. ประสบการณใ์ นระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย

2. หลกั สูตรท่ีดมี ลี ักษณะอยา่ งไร
ก. ยืดหยุ่นไดต้ ามครูผู้สอน
ข. ตรงตามจดุ มุ่งหมาย
ค. ตรงตามสาระการเรยี นรู้
ง. พัฒนาเด็กตรงตามคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

3. ผมู้ บี ทบาทสาคัญในการนาหลกั สูตรไปใช้คือ
ก. ผอ. สถานศกึ ษา
ข. ครู
ค. นักเรียน
ง. ศกึ ษานเิ ทศก์

4. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบท่ีสาคัญของหลกั สูตรสถานศกึ ษา
ก. โครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศึกษา
ข. คาอธิบายรายวชิ า
ค. หน่วยการเรียนรู้
ง. กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น

90

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

5. ขอ้ ใดคือหัวใจของหลกั สตู ร
ก. ตัวช้วี ดั
ข. มาตรฐานการเรียนรู้
ค. หน่วยการเรยี นรู้
ง. โครงสร้างเวลาเรยี น

6. ข้นั ตอนแรกของการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา
ก. ออกแบบหลักสูตร
ข. กาหนดโครงสร้างหลกั สูตร
ค. กาหนดคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ง. ศึกษาและวิเคราะหข์ ้อมลู ทเี่ กี่ยวข้อง

7. ขอ้ ใดกล่าวถกู ตอ้ ง
ก. หลกั สูตรสถานศึกษาและหลักสตู รท้องถิ่นเป็นส่ิงเดียวกนั
ข. หลักสูตรสถานศึกษาเปน็ ส่วนหน่ึงของหลกั สตู รทอ้ งถิ่น
ค. หลักสูตรท้องถน่ิ เปน็ ส่วนหนงึ่ ของหลกั สูตรสถานศึกษา
ง. หลักสตู รสถานศึกษาไม่เกี่ยวขอ้ งกับหลักสตู รทอ้ งถิน่

8. ข้อใดคอื ลกั ษณะของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551
ก. หลักสตู รอิงคุณภาพ
ข. หลกั สูตรองิ ตวั บ่งช้ี
ค. หลกั สูตรองิ สาระการเรยี นรู้
ง. หลักสูตรองิ มาตรฐาน

91

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

9. ข้อใดเป็นตวั กาหนดเป้าหมายของการเรยี น ให้รู้ว่าต้องการอะไร เรยี นสอนและ
ประเมนิ อย่างไร

ก. สมรรถนะ
ข. ตวั ช้ีวดั
ค. มาตรฐานการเรยี นรู้
ง. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1O. คณุ ภาพที่ตอ้ งการใหเ้ กดิ ขึ้นในตัวผเู้ รียนเป็นสง่ิ ท่ีผเู้ รยี นพึงร้แู ละปฏบิ ัติได้ เม่อื จบ
การศึกษาขน้ั พื้นฐาน
ก. มาตรฐานการเรียนรู้
ข. หน่วยการเรียนรู้
ค. ตัวช้วี ดั
ง. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
11. สิ่งใดที่ผ้เู รยี นพงึ รู้และปฏิบตั ิได้รวมท้ังคุณลักษณะของนกั เรยี นในแตล่ ะดับช้นั
ก. ตัวช้ีวัด
ข. มาตรฐานการเรียนรู้
ค. สาระการเรียนรู้
ง. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
12. เปน็ เกณฑ์สาคัญสาหรบั การวัดประเมินผลเพื่อตรวจสอบคุณภาพผู้เรียน คือ
ก. มาตรฐานการเรียนรู้
ข. ตวั ชวี้ ดั
ค. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
ง. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

92

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

13. ขอ้ ใดไมใ่ ชห่ ลักการ หลกั สูตรแกนกลาง 2551
ก. เพอ่ื ปวงชน
ข. สนองกระจายอานาจ
ค. เอกภาพของชาติ
ง. การศกึ ษาตามอธั ยาศัย

14. ข้อใดไมใ่ ช่จุดหมาย หลกั สตู รแกนกลาง 2551
ก. มคี วามรู้
ข. มส่ี ขุ ภาพกายและสุขภาพจติ ท่ดี ี
ค. มจี ติ สาธารณะ
ง. มคี วามรกั ชาติ

15. ครูพานกั เรยี นไปปลูกตน้ ไม้เฉลมิ พระเกียรติ เปน็ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ อ้ ใด
ก. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
ข. รกั ความเป็นไทย
ค. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ง. มีจิตสาธารณะ

16. สรรถนะ ผเู้ รียนขอ้ ใดสาคญั ที่สดุ
ก. ความสามารถในการสอ่ื สาร
ข. ความสามารถในการคิด
ค. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
ง. ความสามารถในการแก้ปญั หา

17. สมรรถนะของผูเ้ รียนใดมคี วามสาคญั ตอ่ ชีวติ ประจาวันมากทส่ี ุด
ก. ความสามารถในการสอ่ื สาร
ข. ความสามารถในการคดิ
ค. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
ง. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

93

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

18. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้องเก่ียวกบั การนาสาระการเรียนรู้ไปใชใ้ นหลกั สูตรแกนกลาง
ก. เพอื่ ให้เกดิ ความสมดุลทงั้ สมองและพหุปัญญา
ข. เพอ่ื ให้ผู้เรียนพงึ รแู้ ละปฏิบัติได้รวมทง้ั คุณลกั ษณะของผูเ้ รียน
ค. เพือ่ พฒั นาความรู้ ทักษะ และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ง. เพื่อให้ผูเ้ รียนมีคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์อยู่ร่วมกับผอู้ ืน่ ไดอ้ ย่างมีความสุข

19. กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียนท่ีสอดคลอ้ งกับความสามารถความถนัดของนกั เรียนคอื
กจิ กรรมใด

ก. กิจกรรมนักเรยี น
ข. กิจกรรมแนะแนว
ค. สาธารณะประโยชน์
ง. นักศกึ ษาวชิ าทหาร
2O. ผ้จู ัดทาหลักสูตรท้องถ่นิ คอื
ก. สถานศึกษา
ข. สานกั งานเขตพ้ืนที่
ค. ก.ค.ศ.
ง. สพฐ.
21. ปรัชญาการศึกษานามาใช้ประโยชน์โดยตรงในข้อใด
ก. กาหนดเน้ือหาสาระ
ข. กาหนดวิธกี ารสอนและหลักการสอน
ค. กาหนดการจดั กระบวนการเรยี นการสอน
ง. กาหนดเปา้ หมายและจุดมุ่งหมายของการศึกษา

94

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

22. ปรชั ญาการศกึ ษาในขอ้ ใดเน้นการลงมือปฏบิ ัติ
ก. สารัตถนยิ ม
ข. นิรันตรนิยม
ค. พิพัฒนนิยม
ง. ปฏิรปู นิยม

23. เนน้ ยา้ ทาซ้า ทบทวน น่าจะเก่ียวขอ้ งกับทฤษฏีและแนวคดิ ของใคร
ก. สกนิ เนอร์
ข. ดิวอ้ี
ค. พาฟลอฟ
ง. ธอรน์ ไดค์

24. ข้อใดคือการคดิ วเิ คราะห์
ก. ทอ่ งสตู รคูณได้
ข. เข้าใจวิธีการแก้สมการ
ค. จาแนกองคป์ ระกอบของต้นไม้ได้
ง. นาวธิ กี ารบวกลบไปใช้ในชีวิตประจาวนั

25. การจดั การเรียนรู้ของครูอยู่บนพ้ืนฐานความเช่ือเรื่องใด
ก. ทกุ คนสามารถเรียนรู้ได้
ข. การเรยี นรู้เกดิ ได้เฉพาะท่ี
ค. นกั เรยี นเก่งจะพัฒนาไดด้ ี
ง. ปญั ญาของคนปรับเปลย่ี นไม่ได้

26. การสอนแบบใดท่มี ีครูผู้สอนเพียงคนเดียวแลว้ มาบรู ณาการกับวิชาอื่น
ก. แบบขนาน
ข. แบบสอดแทรก
ค. แบบสหวิทยาการ
ง. แบบขา้ มวิชาหรือเปน็ คณะ

95

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

27. สิง่ ท่ีครูผู้สอนต้องดาเนนิ การเปน็ ลาดบั แรกในการจดั การเรียนรู้
ก. ศกึ ษาวเิ คราะห์ผเู้ รียนเป็นรายบุคคล
ข. ออกแบบการเรยี นรู้
ค. กาหนดเปา้ หมายที่ต้องการใหเ้ กิดกบั ผเู้ รยี น
ง. จัดบรรยากาศท่เี ออื้ ต่อการเรียนรู้

28. การกระตุน้ ให้นักเรียนเกิดคาถาม แสวงหาความรู้ และหาขอ้ สรุปดว้ ยตนเองเปน็
การจัดการสอน แบบใด

ก. การสอนแบบมโนทัศน์
ข. การสอนแบบสบื สวน
ค. การสอนแบบประสบการณ์
ง. การสอนแบบเน้นกระบวนการกลุม่
29. การจัดการเรยี นรดู้ ว้ ย CIPPA model ตัว P ตวั แรกคือ
ก. การประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั
ข. การปฏิสมั พนั ธร์ ะหว่างกัน
ค. การมสี ่วนรว่ มของผเู้ รยี น
ง. การแสวงหาความรู้
3O. การสอนแบบใดที่ผู้เรียนมีโอกาสไดฝ้ ึกประสบการณแ์ ละปฏิบัตจิ รงิ ได้ดีทีส่ ดุ
ก. การสอนแบบโครงงาน
ข. การสอนแบบสาธิต
ค. การสอนแบบการสอนโดยใชบ้ ทเรยี นโปรแกรม
ง. การสอนแบบกรณีตัวอย่าง

96

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

31. การลงโทษนักเรียนขอ้ ใดทีไ่ ม่สามารถกระทาได้
ก. ว่ากลา่ วตักเตือน
ข. ทาทณั ฑ์บน
ค. ทากจิ กรรมเพือ่ ปรับเปลีย่ นพฤติกรรม
ง. พกั การเรยี นหรือไล่ออก

32. จติ วิทยา มีประโยชนต์ ่อครูอยา่ งไร
ก. ชว่ ยใหค้ รดู ูแลชัน้ เรียนได้ดีข้นึ
ข. ช่วยให้ครูเข้าใจวิธีสอน
ค. ชว่ ยให้ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนสงู ข้ึน
ง. ชว่ ยให้ครูควบคุมพฤติกรรมของผูเ้ รยี นไดด้ ีขึ้น

33. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ งที่สดุ เกยี่ วกับหลกั จิตวิทยาการศึกษา
ก. เป็นการศกึ ษาเกี่ยวกบั การเรยี นรู้และพัฒนาการของผู้เรียนในสภาพการ

เรียนการสอนในชั้นเรยี น
ข. เป็นการศกึ ษาเกี่ยวกบั การเปลยี่ นแปลงพฤติกรรมอันเนอ่ื งมาจาก

ประสบการณ์และการฝึกหดั
ค. ศกึ ษาเกี่ยวกับพฤติกรรมหรือกิรยิ าอาการของมนษุ ย์และสัตวโ์ ดยอาศยั

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ง. ความรสู้ ึกของบุคคลทม่ี ตี ่อส่งิ ใดๆซึ่งแสดงออกมา

34. ครนู าเกมมาประกอบการเรียนการสอบเพือ่ ลดความเครยี ดใหก้ ับนกั เรยี น ตรงกบั
ขอ้ ใด

ก. เสริมแรงทางบวก
ข. เสรมิ แรงทางลบ
ค. ลงโทษทางบวก
ง. ลงโทษทางลบ

97

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

35. นักเรยี นไม่ทาการบา้ นส่ง ครูสัง่ คดั ไทย 8 จบ ตรงกบั ขอ้ ใด
ก. เสรมิ แรงทางบวก
ข. เสรมิ แรงทางลบ
ค. ลงโทษทางบวก
ง. ลงโทษทางลบ

36. การเรียนร้เู กิดจากการเสรมิ แรง เป็นทฤษฏีของใคร
ก. พลาฟลอฟ
ข. วตั สัน
ค. สกนิ เนอร์
ง. ธอรน์ ไดต์

37. ข้อใดเปน็ ความหมายของการแนะแนว
ก. การช่วยให้นักเรยี นได้มคี วามรดู้ ขี นึ้
ข. การช่วยให้นักเรียนรู้จักตนเอง ปรบั เข้ากบั ส่ิงแวดลอ้ มได้
ค. การชว่ ยใหน้ กั เรียนรู้จกั ผ่อนคลายอารมณ์
ง. การแกไ้ ขปัญหาทุกอยา่ งให้นักเรียน

38. เปา้ หมายของ การแนะแนว สาคัญทสี่ ุดของการแนะแนวคอื
ก. ปอ้ งกนั ปญั หา
ข. แกไ้ ขปัญหา
ค. สง่ เสริมพฒั นา
ง. สนับสนุนช่วยเหลอื

39. หัวใจของการแนะแนวคือขอ้ ใด
ก. การบรกิ ารให้คาปรึกษา
ข. บริการติดตามและประเมนิ ผล
ค. การบริการจดั วางตวั บคุ คล
ง. การบรกิ ารสารสนเทศ

98

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

4O. ข้อใดเปน็ การบริการตา่ งๆ ของการแนะแนวในโรงเรยี น
ก. บรกิ ารคัดกรอง
ข. บรกิ ารรูจ้ กั นกั เรียนรายบุคคล
ค. บริการสอนเสริม
ง. บรกิ ารชว่ ยเหลอื ระยะเรม่ิ แรก

41. ข้ันตอนสุดทา้ ยในระบบการดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี น คือข้อใด
ก. การรจู้ ักนกั เรยี นเปน็ รายบุคคล
ข. การคดั กรองนักเรยี น
ค. การปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หา
ง. การสง่ ตอ่

42. การพฒั นาผเู้ รียน ตอ้ งคานงึ ถงึ หลักการใดเปน็ สาคัญ
ก. ด้านร่างกาย
ข. ด้านสมอง
ค. ด้านจติ ใจ
ง. ด้านสมองและพหุปญั ญา

43. ข้อใดคือจุดเน้นการพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน
ก. ดา้ นความสามารถ ทักษะและคณุ ลักษณะของผเู้ รยี น
ข. ด้านการจัดการเรียนรู้
ค. ดา้ นการจดั การเรียนการสอน
ง. ดา้ นการวดั และประเมินผล

99

ค ว า ม เ ป็ น ค รู

44. ข้อใดกล่าวถูกต้องท่ีสุดเกย่ี วกับ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ของหลกั สตู ร
แกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พ.ศ. 2551

ก. ม่งุ ใหผ้ ้เู รียนไดพ้ ฒั นาตนเองตามศกั ยภาพ
ข. มงุ่ ให้ผู้เรียนได้พฒั นาอยา่ งรอบดา้ น
ค. มุ่งพฒั นาจิตสานึกการทาประโยชนเ์ พือ่ สังคม
ง. ม่งุ พฒั นาผ้เู รยี นให้สามารถอยู่รว่ มกับผู้อน่ื ในสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ
45. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้
พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551
ก. ซือ่ สตั ย์สุจริต
ข. มรี ะเบียบ
ค. ใฝ่เรยี นรู้
ง. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
46. ข้อใดไมใ่ ชส่ มรรถนะสาคัญ
ก. การสือ่ สาร
ข. การคิดวิเคราะห์
ค. การแกป้ ญั หา
ง. การใชท้ กั ษะชีวิต
47. กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนที่สอดคล้องกบั ความสามารถความถนัดของนักเรียน คือ
กจิ กรรมใด
ก. กจิ กรรมนกั เรียน
ข. กจิ กรรมแนะแนว
ค. สาธารณะประโยชน์
ง. นกั ศกึ ษาวิชาทหาร

100


Click to View FlipBook Version