น.ส.สภุ สั สรา เพชรหวั บัว ม.5/5 26
{จากขอ1ไดแกอะไรบา ง}
2 ประเภท
คล่ืนตามยาว
คลนื่ ตามขวาง
คลน่ื ตามยาว
คล่นื ตามขวาง
คล่นื ตามยาว
คลน่ื ตามขวาง
คลืน่ ตามยาวตวั กลางเคลอื่ นท่ไี ปในทศิ ทางเดียวกับคลนื่ สวนคลนื่ ตามขวางตวั กลางเคลือ่ นทต่ี ้งั ฉากกับทศิ การ
เคลือ่ นที่ของคล่ืน
คลืน่ เสยี ง
คล่นื แมเ หล็กไฟฟา
นางสาว รงุ นภา เพช็ รสุริยา ม.5/5 11
{จากขอ 1ไดแกอ ะไรบาง}
2
คลื่นตามยาว
คลนื่ ตามขวาง
คลื่นตามยาว
คลื่นตามขวาง
คลนื่ ตามยาว
คล่นื ตามขวาง
คลน่ื ตามยาวตวั กลางเคลื่อนทีไ่ ปในทิศทางเดยี วกบั คลน่ื สว นคลน่ื ตามขวางตวั กลางเคลอื่ นท่ตี ง้ั ฉากกับทศิ การ
เคล่อื นที่ของคลนื่
คลืน่ เสียง คล่ืนใตผ ิวนา้ํ คลื่นอัดขยายในสปริง
คล่นื ในเสนเชือก คล่ืนแมเ หล็กไฟฟาทุกชนดิ
นาเดียร กาซอ ม.5/5 16
{จากขอ1ไดแกอ ะไรบาง}
3ประเภท
คล่ืนตามยาว
คลนื่ ตามขวาง
คลน่ื ตามยาว
คลน่ื ตามขวาง
คล่นื ในสปรงิ
คลื่นกล
คลนื่ ตามยาวอนุภาคตวั กลางคล่นื ท่ไี ปทิศเดยี วกับคลื่น สวนคลื่นตามขวางอนุภาคตวั กลางเคล่ือนทต่ี งั้ ฉากกบั
คล่นื
คลน่ื เสียง
คลืน่ ในเสน เชือก
นางสาวกญั ญาพชั ร อนิ ทกาญจน ม.5/7 13
{จากขอ1ไดแ กอะไรบา ง}
2 ประเภท
คลน่ื ตามยาว
คล่นื ตามขวาง
คลื่นตามยาว
คลืน่ ตามขวาง
คล่นื ตามยาว
คลน่ื ตามขวาง
คลื่นตามยาวตอ งอาศัยตัวกลางในการเคล่ือนท่ี สวนคลื่นตามขวางไมตองอาศยั ตัวกลางในการเคล่อื นที่
คลืน่ เสียง คลืน่ ในสปริง
คลื่นน้ํา คล่นื ในเสนเชือก
นายพรหมเดชะ ณ นคร ม.5/7 10
{จากขอ1ไดแกอ ะไรบาง}
2ประเภท
คลน่ื ตามยาว
คลน่ื ตามขวาง
คลน่ื ตามยาว
คล่นื ตามขวาง
คล่นื ตามยาว
คลื่นตามขวาง
คล่ืนตามยาวตอ งอาศยั ตวั กลางในการเคล่อื นที่ สวนคล่นื ตามขวางไมตอ งอาศัยตวั กลางในการเคล่ือนที่
คลนื่ เสียง คลื่นใตผิวนํ้า คล่ืนในสปรงิ
คลืน่ แมเ หล็กไฟฟา คล่นื ในเสนเชือก
นางสาวรุสมี แวเด็ง ม.5/5 17
{จากขอ 1ไดแกอ ะไรบา ง}
3ประเภท
คลื่นตามยาว
คลน่ื ตามขวาง
คลืน่ ตามยาว
คลื่นตามขวาง
คลื่นในสปรงิ
คล่นื กล
คล่นื ตามยาวอนภุ าคตัวกลางคล่นื ท่ไี ปทิศเดียวกับคลน่ื สวนคล่ืนตามขวางอนภุ าคตวั กลางเคล่ือนทีต่ ั้งฉากกับ
คลนื่
คลื่นเสียง
คลื่นในเสนเชือก
นาอีม เจะสะแม ม.5/5 31
{จากขอ1ไดแกอะไรบาง}
2ประเภท
คลื่นตามยาว
คลน่ื ตามขวาง
ตามยาว
ตามขวาง
คลนื่ ตามยาว
คลน่ื ตามขวาง
คล่ืนตามยาวอนุภาคตัวกลางคล่นื ที่ไปทศิ เดยี วกบั คล่ืน สว นคล่ืนตามขวางอนุภาคตวั กลางเคลอื่ นทต่ี ง้ั ฉากกบั
คลืน่
คลนื่ เสยี ง
คลื่นในเสนเชอื ก คล่ืนนา้ํ คล่นื แมเ หล็กไฟฟา
นางสาวจนั ทรท ิพย สรอยเสม ม.5/7 5
{จากขอ 1ไดแ กอ ะไรบา ง}
2ประเภท
คล่ืนตามยาว
คลื่นตามขวาง
คลื่นตามยาว
คลืน่ ตามขวาง
คล่นื ตามยาว
คลืน่ ตามขวาง
คลน่ื ตามยาวอาศยั ตัวกลางในการเคลอ่ื นที่สว นคลน่ื ตามขวางไมต อ งอาศัยตัวกลางในการคลนื่ ที่
คลนื่ เสยี ง,คลื่นใตผ วิ นาํ้ ,คลืน่ ในสปริง
คลื่นแมเหลก็ ไฟฟา,คล่นื ในเสน เชือก
น.ส.จารวุ รรณ คงชุม ม.5/5 1
{จากขอ1ไดแ กอะไรบาง}
3ประเภท
คลื่นตามยาว
คล่ืนตามขวาง
คล่นื ตามยาว
คลืน่ ตามขวาง
คลน่ื ในสปริง
คลื่นกล
อนุภาคตัวกลางจะเคลืน่ ทีไ่ ปพรอ มกับคลื่น
คลืน่ เสยี ง
คล่นื ในเสนเชอื ก
นางสาวนรู ุลฟารานี สะมาแอ ม.5/5 38
{จากขอ1ไดแ กอะไรบา ง}
2 ประเภท
คล่ืนตามยาว
คล่ืนตามขวาง
ตามยาว
ตามขวาง
คลน่ื ตามยาว
คล่นื ตามขวาง
คลน่ื ตามยาวอนภุ าคตวั กลางคลืน่ ท่ไี ปทศิ เดียวกับคลน่ื สวนคลืน่ ตามขวางอนุภาคตวั กลางเคล่อื นทตี่ ง้ั ฉากกบั
คล่นื
คลื่นเสยี ง
คลื่นในเสน เชอื ก คลืน่ น้าํ คลื่นแมเหลก็ ไฟฟา
ณพงศ นลิ ประเสรฐิ ม.5/7 8
{จากขอ1ไดแ กอ ะไรบา ง}
2ประเภท
คลืน่ ตามยาว
คลนื่ ตามขวาง
ยาว
ขวาง
ตามยาว
ตามขวาง
คลื่นตามยาวตอ งอาศยั ตัวกลางในการเคลื่อนท่ี สว นคลน่ื ตามขวางไมต อ งอาศยั ตวั กลางในการเคล่อื นท่ี
คล่นื เสยี ง,คลื่นใตผวิ น้าํ ,คลน่ื ในสปรงิ
คลน่ื แมเหลกไฟฟา,คล่ืนในเสนเชอื ก
มารษิ า พว่ั พันธ ม.5/7 17
{จากขอ 1ไดแกอ ะไรบา ง}
2ประเภท
คลน่ื ตามยาว
คลนื่ ตามขวาง
คล่ืนตามยาว
คลื่นตามขวาง
คล่นื ตามยาว
คลน่ื ตามขวาง
ไมเคลื่อนทไ่ี มต ามคล่นื แตอนุภาคจะเคล่อื นทขี่ น้ึ ลงๆ
คลืน่ เสยี ง คล่นื ใตผ วิ นา้ํ คล่ืนอัดขยายในสปรงิ
คล่นื น้ํา คล่นื ในเสนเชอื ก
อสั มะ โตะปโู ระ ม.5/5 29
{จากขอ1ไดแกอะไรบา ง}
2ประเภท
คลน่ื ตามยาว
คลื่นตามขวาง
คล่นื ตามยาว
คลน่ื ตามขวาง
คล่ืนตามยาว
คล่ืนตามขวาง
คลนื่ ตามยาวอนุภาคตัวกลางเคลอ่ื นทไี่ ปพรอ มกับคล่ืน คลน่ื ตามขวางอนุภาคการเคลื่อนท่ีตงั้ ฉากกบั ทศิ ทาง
การเคลอ่ื นท่ี
สปรงิ
คลืน่ บนผวิ นํา้ คลื่นในเสนเชือก
นาย ซอฟรอน สาและ ม.5/7 1
4 พฤติกรรม การสะทอ น การหกั เห การเลย้ี วเบน และการแทรกสอด
การเปลีย่ นแปลงทศิ ทางของหนาคลืน่ ทีร่ อยตอ ของตัวกลางสองชนดิ
และทําใหหนา คลน่ื หันกลับไปยังฝง ของตวั กลางชนดิ แรก
กจข
คง
คล่นื ที่เคลือ่ นทีไ่ ปกระทบส่ิงกดี ขวาง
การท่ีคลน่ื เคลอ่ื นทไ่ี ปตกกระทบกับสงิ่ กดี ขวางหรือรอยตอ ระหวา ง
สตนวั กทลี่ลาางกแตล้ังว ฉเาปกลกย่ี บั นตทัวศิ สสะะททอ อนนกณลบตั ํามแาหในนงตทัว่ีคกลลน่ืางตเกดกิมระทบ
คอื มมุ ที่รงั ศีตกกระทบทํากบั เสนปกติ
มุมที่รงั สสี ะทอ นทํากบั เสน ปกติ
2 ขอ
1.รงั ศีตกกระทบ รงั ศสี ะทอ น และเสนแนวต้งั ฉากหรือเสนปกติจะ
อยูในระนาบเดียวกัน 2.มมุ ตกกระทบเทา กบั มุมสะทอ น
ศภุ กาณจน สาและ ม.5/7 19
4 พฤติกรรม การสะทอ นกลับ การหกั เห การเลย้ี วเบน การแทรกสอด
การเปล่ยี นแปลงทศิ ทางของหนาคลืน่ ท่รี อยตอ ของตัวกลางสองชนดิ
และทําใหหนา คล่นื หนั กลับไปยงั ฝงของตัวกลางชนดิ แรก
กจข
คง
การทคี่ ลืน่ เคล่ือนท่ีไปตกกระทบกับสงิ่ กดี ขวางหรือรอยตอระหวาง
จตะัวเกกลดิ าขงึ้นแลเมว่อืเปคลลี่ย่ืนนเคทลิศือ่ สนะทท่ีไอปนพกบลสบั ิง่ กมดี าขในวตางวั กหลราอื งเเปดลิมี่ยนตวั กลางใน
กคาือรเเสคนลท่ือน่ลี ากตง้ั ฉากกบั ตัวสะทอน ณ ตาํ แหนง ทค่ี ล่ืนตกกระทบ
คือ มมุ ทีร่ ังสตี กกระทบทํากบั เสน ปกติ
มมุ ท่รี งั สีสะทอ นทาํ กบั เสน ปกติ
มีอยู 2 ขอ
“เม่ือเกดิ การสะทอ นแสงทกุ ครัง้ มุมตกกระทบเทา กบั มุมสะทอน
เสมอ”
นายซากิฟ ยอื ลาแป ม.5/5 30
4พฤตกิ รรม 1.การสะทอ น 2.หกั เห 3.เลี้ยวเบน 4.แทรกสอด
การที่เปลีย่ นแปลงทศิ ทางของหนา คล่ืนท่รี อยตอของตัวกลาง 2
ชนิดและทาํ ใหห นาคลน่ื หันกลับไปยังฝง ของตวั กลางชนิดแรก
กจข
คง
คลน่ื ทเ่ี คลอื่ นท่ไี ปกระทบสิ่งกีดขวาง
คลนื่ ทส่ี ะทอนออกมา
เสน ท่ลี ากตัง้ ฉากกบั ตวั สะทอน ณ ตําแหนงทีค่ ลื่นตกกระทบ
มมุ ทร่ี ังสตี กกระทบกบั เสน ปกติ
มุมทร่ี ังสสั ะทอ นกับเสน ปกติ
มี2ขอ
1. รงั สีตกกระทบ รงั สสี ะทอ น และเสน แนวตัง้ ฉากหรือเสนปกตจิ ะ
อยูใ นระนาบเดยี วกัน 2. มมุ ตกกระทบเทากบั มุมสะทอน
นางสาวรุสมี แวเด็ง ม.5/5 17
4พฤตกิ รรม 1.การสะทอ น2.การหักเห3.การเล้ยี วเบน4.การแทรกสอด
การทค่ี ลนื่ เคล่ือนท่ไี ปตกกระทบกับสิ่งกดี ขวางหรอื รอยตอ ระหวาง
ตัวกลางแลว เปล่ยี นทศิ สะทอนกลับมาในตวั กลางเดมิ
กจข
คง
คอื คลนื่ ท่เี คลอื่ นที่ไปกระทบสิ่งกีดขวาง
คล่ืนทีส่ ะทอนออกมา
เสน ที่ลากต้ังฉากกบั ตวั สะทอน ณ ตาํ แหนงทีค่ ลน่ื ตกกระทบ
มุมท่รี ังสีตกกระทบทาํ กับเสนปกติ
มมุ ท่รี งั สีสะทอ นทํากบั เสนปกติ
ม2ี ขอ
ไดแก1. รังสีตกกระทบ รังสสี ะทอน และเสน แนวตั้งฉากหรือเสน
ปกติจะอยูในระนาบเดยี วกนั 2. มุมตกกระทบเทากบั มุมสะทอน
นางสาวปญ ญาพร บญุ ละเอียด ม.5/5 10
4 พฤติกรรม 1. สะทอน 2.หักเห 3.เลีย้ วเบน 4.เเทรกสอด
การท่ีคลื่นเคล่อื นที่ไปกระทบกับสิง่ กดี ขวางแลว สะทอ นกลับมา
กจข
ค. ง
คลืน่ ทเ่ี คลอ่ื นที่ไปกระทบกบั สง่ิ กดี ขวาง
คลื่นท่ีสะทอ นออกมา
เสนทล่ี ากตง้ั ฉากกบั ตัวสะทอน
มุมที่รงั สีตกกระทบทาํ กับเสน ปกติ
มุมทีร่ งั สีสะทอนทาํ กบั เสนปกติ
2ขอ
1. มมุ ตกกระทบเทา กบั มมุ สะทอ นเสมอ 2. รงั สีตกกระทบ เสน ปกติ
รังสสี ะทอ น อยใู นระนาบเดียวกัน
น.ส.สุภัสสรา เพชรหัวบัว ม.5/5 26
4 พฤติกรรม 1.การสะทอ นของคล่ืน 2.การหักเหของคลืน่ 3.การแทรกสอดของ
คลน่ื 4.การเลี้ยวเบนของคลน่ื
คล่ืนเคลื่อนท่ีมาถึงขอบเขตของตัวกลาง เมอ่ื กระทบรอยตอ ของ
ตวั กลางพบวาเกิดคลน่ื ออกมาจากรอยตอ กลับมายังตัวกลางเดมิ
ก. จ. ข.
ค. ง.
คลนื่ ท่เี คล่อื นทีเ่ ขา หารอยตอของตัวกลาง
คล่นื ท่ีเคลือ่ นทีอ่ อกมาจากรอยตอ กลับมายงั ตวั กลางเดมิ
เสน แนวฉากหรอื เสน ปกติ คอื เสน ที่ลากต้ังฉากกับพื้นผวิ ของวัตถุ
ตรมงมุ จรดุ ะทห่แี วสา งงตรกงั สกีตรกะทกรบะทบกับเสนปกติทล่ี ากผา นจุดตกกระทบบน
พมุมนื้ รผะวิ หววัตาถงุ รังสีสะทอนกบั เสนปกติทีล่ ากผานจดุ ตกกระทบบนผิว
มวัตี 2ถุขอ
1. รังสีตกกระทบ รังสีสะทอน และเสนแนวต้งั ฉากหรือเสน ปกตจิ ะ
อยูในระนาบเดียวกนั 2. มุมตกกระทบเทา กับมมุ สะทอน
ธติ ิวฒั น อรัญญภาค ม.5/7 3
4 การสะทอ นกลับ การหกั เห การเล้ยี วเบน เเละ การรบกวน
การเปล่ียนเเปลงทิศทางของหนา คล่ืนที่รอยตอ ของตวั กลางเเลว เปลี่
ยนทิศสะทอ นกลบั มาตัวกลางเดมิ
กจข
คบ
คลืน่ ท่ีพุง เขาหาพ้ืนผวิ ของวตั ถุ
คลน่ื ทพี่ ุง ออกจากพื้นผิวของวัตถุ
เสนท่ลี ากต้ังฉากกับพ้ืนผวิ ของวัตถุตรงทเี่ เสงกระทบ
มุมทรี่ ักสีตกกระทบทาํ กับเสนปกติ
มมุ ที่รังสีสะทอ นกระทํากบั เสนปกติ
2
ในระนาบเดียวกนั 2 มมุ ตกกระทบจะเทา กับมุมสะทอ น
นางสาวฟาฎีลา อาแว ม.5/5 18
4 พฤติกรรม 1.การสะทอ น 2.การหักเห 3.การเล้ียวเบน 4.การแทรกสอด
การทค่ี ลนื่ เคลอื่ นทไ่ี ปตกกระทบกับสิ่งกดี ขวางหรอื รอยตอ ระหวาง
ตวั กลางแลว เปล่ียนทิศสะทอนกลับ มาในตวั กลางเดิม
ก. จ. ข.
ค. ง.
คล่ืนท่เี คลอื่ นทไ่ี ปกระทบสิง่ ท่กี ดี ขวาง
คลนื่ ทีส่ ะทอนออกมา
เสน ที่ลากตั้งฉากกบั ตวั สะทอ น ณ ตําแหนงที่คลื่นตกกระทบ
มมุ ท่รี ังสตี กกระทบกบั เสน ปกติ
มุมทีร่ ังสสี ะทอ นกับเสนปกติ
2 ขอ
1. รังสีตกกระทบ รงั สีสะทอน และเสน แนวตง้ั ฉากหรอื เสนปกตจิ ะ
อยูในระนาบเดยี วกนั 2. มุมตกกระทบเทา กบั มมุ สะทอ น
นางสาวจันทรทพิ ย สรอยเสม ม.5/7 5
4พฤตกิ รรม การสะทอ นกลับ การหกั เห การเล้ยี วเบน การแทรกสอด
คลน่ื เคล่ือนท่ีกระทบสง่ิ กดี ขวาง หลังการกระทบคล่นื จะเคล่อื นท่ี
กลบั มาในตวั กลางเดมิ
กจข
คง
คลนื่ ท่ีเคลอ่ื นทไี่ ปกระทบส่งิ กดี ขวาง
คลื่นทเ่ี คลอ่ื นทีก่ ลับออกจากสิง่ กีดขวาง
เสนที่ลากตงั้ ฉากกบั ตัวสะทอน ณ ตาํ แหนง ท่คี ลื่นตกกระทบ
มุมทรี่ ังสตี กกระทบทํากบั เสน ปกติ ณ จุดที่เกดิ การสะทอน
มมุ ท่ีรังสีสะทอนทํากับเสนปกติ ณ จุดทีเ่ กดิ การสะทอ น
2ขอ
1. มมุ ตกกระทบเทากบั มุมสะทอนเสมอ 2. รงั สีตกกระทบ เสน
ปกติ รังสีสะทอ น อยใู นระนาบเดยี วกัน
น.ส.จารวุ รรณ คงชุม ม.5/5 1
4 1.การสะทอ นของคล่ืน 2.การหักเหของคล่ืน 3.การแทรกสอดของ
คลืน่ 4.การเล้ยี วเบนของคล่นื
การทค่ี ลน่ื เคลื่อนที่ไปกระทบกบั สิ่งกีดขวางหรือรอยตอระหวาง
ตัวกลางแลว เปลย่ี นทิศสะทอนกลับมาในตัวกลางเดมิ
คจง
กข
คลื่นท่คี ลืน่ ท่ีไปกระทบส่งิ กดี ขวาง
คล่นื ทส่ี ะทอ นออกมา
เสน ท่ีต้งั ฉากกบั พื้นผิวของตัวกลางตา งๆ
มุมระหวา งรงั สะตกกระทบกับเสนปกตทิ ลี่ ากผา นจุดตกกระทบบน
ผมิวมุ วรตัะถหุวา งรังสีสะทอนกบั เสน ปกตทิ ล่ี ากผานจุดตกกระบนผิววัตถุ
2
1.มมุ ตกกระทบเทากับมุมสะทอ นเสมอ 2.รงั สีตกกระทบ เสนปกติ
รังสสี ะทอนอยใู นระนาบเดียวกัน
กวินวสิ าข หลีเยาว ม.5/7 7
6 1การสะทอ น 2การหักเห 3เลี้ยวเบน 4.การแทรกสอด 5การ
กระจาย 6การแผเชิงเสน ตรง
คล่นื เปลย่ี นทิศทางโดยการสะทอ นเมอ่ื ตกกระทบพืน้ ผวิ
กจข
คง
คลื่นทรี่ อยตอของตัวกลางสองชนิดและทําใหห นาคลน่ื หนั กลับไปยัง
ฝกงาขรเอปงลต่ยีวั นกแลปางลชงนทดิ ิศแทรากงของหนาคล่นื ทีร่ อยตอของตัวกลางสองชนดิ
วแัตลถะอุทยําใาหงเหชนนาเสคนลตน่ื รหงนั หกรลือับเวไกปเยตังอฝรงทขต่ีอ้งังฉตาัวกกกลบั าวงชตั นถิดทุ แ่ีกราํ กหนด
มมุ ระหวางรงั สีตกกระทบกับเสนปกติ
มมุ ระหวา งรงั สสี ะทอนกับเสน ปกติ
2
1. รงั สตี กกระทบ รงั สีสะทอน และเสนแนวตงั้ ฉากหรือเสน ปกติจะ
อยูใ นในระนาบเดียวกนั 2. มุมตกกระทบเทากับมมุ สะทอ น
นรู ดญี านา เจะโซะ ม.5/7 14
4พฤติกรรม การสะทอ นกลบั การหักเห การเลยี้ วเบน การรบกวน
การเปลี่ยนแปลงทิศทางของหนา คลื่นท่รี อยตอของรังสีตกกระทบ
กบั รังสีสะทอนมุมตกกระทบและมุมสะทอน
กจข
คง
คล่ืนทีพ่ ุง เขา หาพ้นื ผวิ ของวตั ถุ
คลนื่ ที่พุงออกจากพ้นื ผวิ ของวัตถุ
เสนลากตง้ั ฉากกับพืน้ ผิวของวตั ถตุ รงจดุ ท่แี สงกระทบเสนตั้งฉาก
หรมือมุ เทสรี่น งั ตสรตี งกกระทบทาํ กับเสนปกติ
มมุ ท่ีรงั สีสะทอนทาํ กับเสน ปกติ
2
ในระนาบเดยี วกัน2มมุ ตกกระทบเทากับมุมสะทอ น
นางสาวธนวรรณ สดุ เพช็ รโรจน ม.5/5 36
4 การสะทอน การหกั เห การเล้ยี วเบน การแทรกสอด การสะทอน
ของคลน่ื
การเปลย่ี นแปลงทศิ ทางของหนาคลืน่ ที่รอยตอของตวั กลางสองชนิด
และทาํ ใหห นาคลื่นหันกลบั ไปยงั ฝง ของตวั กลางชนิดแรก
ก. จ. ข.
ค. ง.
คลืน่ ทเ่ี คลอ่ื นทไ่ี ปกระทบสิง่ กีดขวาง
การที่คล่ืนเคลอื่ นทไ่ี ปตกกระทบกับส่ิงกดี ขวางหรือรอยตอระหวาง
ตเสัวน กทลตี่างัง้ แฉลากวเกปบั ลผยี่ วิ นวทตั ศิถสุกะั้นทแอสนง กลบั
มมุ ระหวา งรงั สีตกกระทบกับเสนปกตทิ ่ีลากผา นจดุ ตกกระทบบนผวิ
มวตัมุ ถรุะหวา งรังสสี ะทอนกับเสนปกตทิ ี่ลากผา นจุดตกกระทบบนผวิ
ว2ัตขถอุ
1.รงั สตี กกระทบ รงั สีสะทอ น และเสนแนวตั้งฉากหรอื เสนปกติจะ
อยใู นในระนาบเดียวกนั 2.มมุ ตกกระทบเทากับมุมสะทอน
นางสาวกัญญารตั น บญุ ชวย ม.5/5 9
4 พฤตกิ รรม 1.การสะทอ น 2.การหกั เห 3.การเลยี้ วเบน 4.การเเทรกสอด
การท่คี ลืน่ เคล่ือนทไ่ี ปตกกระทบกับสิ่งกดี ขวางหรอื รอยตอระหวาง
ตวั กลางแลว เปลี่ยนทิศสะทอนกลับ มาในตวั กลางเดมิ
กจข
คง
คลื่นที่เคลอ่ื นทไี่ ปกระทบส่ิงกีดขวาง
คล่ืนทสี่ ะทอนออกมา
เสนท่ีลากต้ังฉากกับตัวสะทอน ณ ตําแหนง ทคี่ ลื่นตกกระทบ
คลื่นเคล่อื นทีไ่ ปกระทบว่งิ กดี ขวาง
คลื่นที่สะทอนออกมา
2 ขอ
1. รงั สตี กกระทบ รงั สีสะทอ น และเสนแนวตง้ั ฉากหรอื เสนปกตจิ ะ
อยใู นระนาบเดียวกนั 2. มุมตกกระทบเทากบั มุมสะทอ น
นางสาวธิมาพร ทองเพชรแกว ม.5/5 24
4 พฤตกิ รรม 1.การสะทอนของคลนื่ 2.การหักเหของคลื่น 3.การเลี้ยวเบนของ
คล่ืน 4.การรวมคลื่น
การทคี่ ล่นื เคล่อื นทไ่ี ปตกกระทบกบั ส่ิงกดี ขวางหรอื รอยตอ ระหวา ง
ตวั กลางแลวเปล่ยี นทิศสะทอนกลับมาในตัวกลางเดมิ
ก. จ. ข.
ค. ง.
คลื่นที่เคลอ่ื นที่ไปกระทบกับสิง่ กดี ขวาง
คลืน่ ท่ีเคล่ือนทก่ี ลับออกมาจากส่ิงกีดขวาง
เสนทล่ี ากตง้ั ฉากกบั พื้นผิวของวตั ถุตรงจุดทแ่ี สงตกกระทบ
มุมท่รี งั สีตกกระทบทํากับเสนแนวฉาก
มมุ ที่รงั สีสะทอ นทาํ กบั เสนแนวฉาก
2 ขอ
1.มุมตกกระทบ=มมุ สะทอน 2.รงั สตี กกระทบ รงั สสี ะทอน และ
เสนแนวฉากจะอยูใ นระนาบเดียวกัน
ธิติวัฒน อรัญญภาค ม.5/7 3
เกิดข้ึนเมื่อคลื่นเคลอื่ นท่ผี านแนวรอยตอ ระหวางสองตัวกลางเชน
คลน่ื น้าํ เคลื่อนที่จากบรเิ วณนํา้ ตืน้ ไปสนู ้าํ ลึกโดยตกกระทบทาํ มุม
เฉยี งกับแนวรอยตอ ระหวางตัวกลาง จะทาํ ใหเ กิดการเบ่ียงเบน
ทิศทางการเคลอ่ื นที่
{เมอื่ คลื่นเคล่อื นท่ีผานรอยตอจากน้าํ ลึกเขาสูน้ําต้นื ความยาวคลน่ื
ผวิ นาํ้ เปลี่ยนแปลงอยา งไรและทิศทางของคลน่ื ผิวนํา้ มีทศิ ทาง
อยา งไร}
เทา เดิม การหกั เห
คลื่นหักเหช
ทิศการเคลือ่ นทีไ่ มเปลีย่ นเเปลงเเตค วามยาวคล่นื เเละความถีเ่ ปลี่ยน
อตั ตราเรว็ เเละความนาวเปลี่ยนเเปลงเเตความถ่เี ทา เดิม
คลนื่ ทะเล มาจากการหกั เหนํา้ ลกึ นูนาํ้ ตน้ื
ณพงศ นลิ ประเสริฐ ม.5/7 8
การที่คลน่ื เปล่ียนทศิ ทางการเคลอ่ื นที่จากตัวกลางหนงึ่ ไปอกี
ตวั กลางหน่งึ
{เมื่อคลนื่ เคล่ือนทีผ่ านรอยตอจากนํ้าลกึ เขา สนู าํ้ ต้ืนความยาวคลื่น
ผวิ น้ําเปลี่ยนแปลงอยางไรและทิศทางของคลน่ื ผิวนํ้ามที ิศทาง
อยางไร}
เทาเดมิ การหักเห
คลนื่ หักเห
ทศิ ทางการเคลอ่ื นทไี่ มเปลี่ยนแปลงแตคามยาวคลื่นและความถ่ีเปล่ียนแปลง
อัตราเร็วและความยาวเปลี่ยนแปลงแตความถ่เี ทา เดิม
คลืน่ ทะเล มาจากการหกั เหนาํ้ ลกึ สูนา้ํ ต้ืน
พิชญธดิ า ศรีเมือง ม.5/7 16
คลนื่ ทีเ่ คลื่อนท่จี ากตัวกลางหนึ่งไปยงั อีกตวั กลางหน่ึงมผี ลใหเ กิด
การเปลย่ี นทศิ
{เมือ่ คลื่นเคลอ่ื นท่ผี า นรอยตอ จากนํ้าลึกเขา สนู ้ําตน้ื ความยาวคลน่ื
ผิวนํ้าเปลีย่ นแปลงอยา งไรและทศิ ทางของคล่นื ผวิ นํา้ มีทศิ ทาง
อยา งไร}
เหมือนเดิม การหกั เห
คลื่นหักเห
ทศิ การเคลอื่ นท่ีไมเ ปลี่ยนแปลงแตค วามยาวคล่ืนและความเร็วเปล่ยี น
อัตราเร็วและความยาวเปล่ียนแปลงแตค วามถ่เี ทาเดมิ
คลื่นทะเล มาจากการหกั เหนา้ํ ลึกสนู า้ํ ต้ืน
นางสาวสายอษุ า สุวรรณแกว ม.5/5 4
คลน่ื เดนิ ทางจากตวั กลางหน่ึง ไปยงั อกี ตัวกลางหนงึ่ ทีม่ คี ุณสมบัติ
แตกตา งกัน ซง่ึ เปน ตนเหตใุ หอตั ราเรว็ คล่นื เกดิ การเปล่ยี นแปลงไป
ทําใหค วามยาวคลื่นเปลย่ี นแปลงตามไปดว ย
{เม่อื คล่ืนเคลอ่ื นท่ีผา นรอยตอ จากน้ําลกึ เขาสนู ้ําตนื้ ความยาวคล่นื
ผวิ น้าํ เปลย่ี นแปลงอยา งไรและทิศทางของคล่นื ผวิ นํา้ มที ศิ ทาง
อยา งไร}
คงเดิม การหกั เห
การหกั เห
ทศิ ทางการเคลอื่ นทไ่ี มเ ปลย่ี นแปลงแตค วามยาวคลื่นน้าํ ตน้ื มีคา นอ ยกวา บริเวณนาํ้ ลกึ
ทิศทางการเคล่อื นทเ่ี บ่ยี งเบนไปจากแนวเดมิ และ
ความยาวคลนื่ น้ําต้ืนมคี านอ ยกวาบริเวณนาํ้ ลกึ
การหักเห
สุภาพรรณ ชมู ณี ม.5/7 2
คลืน่ ทเ่ี คล่อื นทจี่ ากตัวกลางหนึงไปยังอกี ตวั กลางหนึงมีผลใหเ กิด
การเปล่ยี นทศิ
{เมอื่ คลน่ื เคล่อื นทผ่ี านรอยตอ จากน้าํ ลกึ เขาสนู า้ํ ตนื้ ความยาวคลื่น
ผวิ น้าํ เปลี่ยนแปลงอยา งไรและทศิ ทางของคลื่นผิวน้ํามที ิศทาง
อยางไร}
เหมอื นเดิม การหกั เห
คล่นื หักเห
ทศิ การเคล่อื นท่ีไมเปลีย่ นแปลงแตค วามยาวคลืน่ และความเรว็ เปลยี่ น
อัตราเร็วและความยาวเปลี่ยนแปลงแตค วามถ่เี ทา เดิม
คลื่นทะเล มาจากการหกั เหนา้ํ ลึกสูนา้ํ ต้ืน
น.ส.จารวุ รรณ คงชุม ม.5/5 1
คล่ืนเดนิ ทางจากตัวกลางหนงึ่ ไปยังอกี ตวั กลางหนึ่งทมี่ ีคณุ สมบตั ิ
แตกตา งกัน ซ่งึ เปนตน เหตุใหอัตราเรว็ คลื่นเกิดการเปล่ยี นแปลงไป
ทําใหความยาวคล่ืนเปลยี่ นแปลงตามไปดวย
{เม่ือคลื่นเคลอ่ื นท่ผี านรอยตอจากนาํ้ ลกึ เขา สูนา้ํ ต้นื ความยาวคลน่ื
ผวิ นาํ้ เปล่ยี นแปลงอยางไรและทศิ ทางของคล่นื ผวิ นํ้ามที ิศทาง
อยางไร}
คงเดิม การหกั เห
การหกั เห
ทศิ ทางการเคลื่อนที่ไมเปลย่ี นแปลงแตความยาวคลืน่ นา้ํ ตนื้ มคี า นอ ยกวา บริเวณนาํ้ ลกึ
ทิศทางการเคลอื่ นท่เี บ่ยี งเบนไปจากแนวเดิม และ
ความยาวคล่ืนนา้ํ ตนื้ มคี า นอ ยกวา บริเวณน้าํ ลึก
การหักเห
นายซากิฟ ยือลาแป ม.5/5 30
คล่นื เดนิ ทางจากตัวกลางหนึง่ ไปยงั อกี ตวั กลางหน่งึ ทมี่ ีคุณสมบัติ
แตกตางกัน ซงึ่ เปน ตนเหตุใหอ ัตราเร็วคลื่นเกดิ การเปลี่ยนแปลงไป
ทําใหความยาวคล่ืนเปลยี่ นแปลงตามไปดวย
{เม่ือคลื่นเคล่อื นท่ีผา นรอยตอจากน้ําลึกเขา สนู า้ํ ตื้นความยาวคล่ืน
ผิวนา้ํ เปลยี่ นแปลงอยา งไรและทิศทางของคล่นื ผิวนา้ํ มีทิศทาง
อยางไร}
คงเดมิ การหักเห
การหกั เห
ทศิ ทางการเคล่ือนทไี่ มเ ปล่ยี นแปลงแตค วามยาวคลืน่ นาํ้ ตน้ื มีคานอยกวา บรเิ วณน้าํ ลกึ
ทิศทางการเคลื่อนทเ่ี บยี่ งเบนไปจากแนวเดิม และ
ความยาวคล่นื นํ้าตนื้ มีคานอยกวา บริเวณนํา้ ลึก
การหกั เห
นางสาวโซเฟย บากา ม.5/5 21
คลน่ื เดินทางจากตวั กลางหน่ึง ไปยงั อกี ตวั กลางหน่งึ ทม่ี ีคณุ สมบตั ิ
แตกตา งกัน ซึ่งเปนตนเหตใุ หอ ตั ราเรว็ คลน่ื เกิดการเปลี่ยนแปลงไป
ทาํ ใหค วามยาวคล่นื เปลีย่ นแปลงตามไปดวย
{เม่อื คล่ืนเคลอื่ นทีผ่ า นรอยตอจากน้ําลกึ เขา สนู า้ํ ตื้นความยาวคลืน่
ผวิ นํา้ เปลย่ี นแปลงอยางไรและทศิ ทางของคล่นื ผวิ นาํ้ มที ศิ ทาง
อยางไร}
ความถี่คล่ืนคงเดมิ การหักเห
การหักเห
ทศิ ทางการเคล่อื นทไี่ มเปลี่ยนแปลงแตค วามยาวคลน่ื นํ้าตน้ื มคี า นอ ยกวา บริเวณน้ําลึก
ทิศทางการเคลอ่ื นท่เี บย่ี งเบนไปจากแนวเดมิ และ
ความยาวคลน่ื น้าํ ตืน้ มคี า นอ ยกวา บริเวณนาํ้ ลกึ
การหักเห
กวินวิสาข หลเี ยาว ม.5/7 7
การหักเห เกดิ ขน้ึ เมอ่ื คล่ืนเคลอื่ นที่ผา นแนวรอยตอระหวางสอง
ตัวกลาง
{เม่อื คล่นื เคล่ือนทผ่ี า นรอยตอ จากน้าํ ลึกเขา สนู ้ําตื้นความยาวคล่นื
ผวิ นา้ํ เปล่ียนแปลงอยา งไรและทศิ ทางของคลื่นผิวนาํ้ มที ศิ ทาง
อยางไร}
เหมอื นเดมิ การหักเห
คลื่นหักเห
ทิศทางการเคล่ือนที่ไมเปล่ียนแปลงแตค วามยาวคลืน่ และความถ่ี
อัตราเรว็ และความยาวเปล่ียนแปลงความถเี่ ทา เดมิ
คลน่ิ ทะเล มาจากการหักเหนาํ้ ลึกสูน้ําต้ืน
แวนาดียา เปาะแว ม.5/5 40
คล่ืนเดินทางจากตัวกลางหน่ึง ไปยังอกี ตวั กลางหนง่ึ ท่ีมีคณุ สมบัติ
แตกตางกนั ซง่ึ เปนตนเหตใุ หอัตราเร็วคล่นื เกิดการเปล่ยี นแปลงไป
ทาํ ใหค วามยาวคลน่ื เปล่ียนแปลงตามไปดวย
{เม่อื คลน่ื เคลอื่ นท่ผี านรอยตอ จากนํ้าลกึ เขาสูนํ้าต้นื ความยาวคลน่ื
ผิวนา้ํ เปล่ยี นแปลงอยางไรและทศิ ทางของคล่นื ผิวนํา้ มที ศิ ทาง
อยา งไร}
คงเดมิ การหกั เห
คล่ืนหักเห
ทศิ ทางการเคลื่อนท่ีไมเปลย่ี นแปลงแตค วามยาวคล่ืนนํา้ ต้ืนมีคา นอยกวา บริเวณน้ําลึก
ทิศทางการเคล่อื นทเ่ี บี่ยงเบนไปจากแนวเดมิ และ
ความยาวคล่นื นํ้าต้นื มีคา นอ ยกวาบริเวณนํา้ ลึก
การหกั เห
นางสาวอธชิ า แกวนพรตั น ม.5/5 12
คลื่นเดินทางจากตวั กลางหนง่ึ ไปยังอกี ตัวกลางหน่ึงที่มีคุณสมบตั ิ
แตกตางกนั ซึ่งเปนตน เหตใุ หอ ัตราเรว็ คลืน่ เกิดการเปลี่ยนแปลงไป
ทาํ ใหค วามยาวคลนื่ เปลี่ยนแปลงตามไป
{เม่อื คลนื่ เคลอื่ นท่ผี า นรอยตอจากนํา้ ลกึ เขา สนู ้าํ ตน้ื ความยาวคลื่น
ผวิ น้าํ เปลยี่ นแปลงอยางไรและทศิ ทางของคลืน่ ผวิ นาํ้ มที ศิ ทาง
อยางไร}
คงเดิม การหักเห
การหักเห
ทศิ ทางการเคลอ่ื นทไ่ี มเปลี่ยนแปลงแตความยาวคล่นื น้ําตน้ื มีคานอ ยกวา บรเิ วณนํา้ ลกึ
ทิศทางการเคลื่อนทเี่ บี่ยงเบนไปจากแนวเดมิ และ
ความยาวคลืน่ นาํ้ ตนื้ มคี า นอ ยกวา บรเิ วณนา้ํ ลึก
การหักเห
กญั ตีณี สาเมาะ ม.5/5 19
คลื่นเดินทางจากตัวกลางหนึง่ ไปยงั อีกตวั กลางหน่ึงทีม่ ีคณุ สมบตั ิ
แตกตา งกนั ซ่ึงเปนตนเหตใุ หอตั ราเรว็ คลืน่ เกดิ การเปล่ียนแปลงไป
ทาํ ใหความยาวคลื่นเปล่ยี นแปลงตามไปดวย
{เม่ือคลืน่ เคล่อื นที่ผา นรอยตอจากน้ําลกึ เขา สนู ้ําต้ืนความยาวคล่ืน
ผิวนาํ้ เปลี่ยนแปลงอยางไรและทิศทางของคลื่นผวิ นํ้ามที ศิ ทาง
อยางไร}
คงเดมิ การหักเห
การหกั เห
ทิศทางการเคลอ่ื นทไี่ มเปล่ยี นแปลงแตค วามยาวคลนื่ นํา้ ตนื้ มีคานอ ยกวา บริเวณนํ้าลึก
ทิศทางการเคลอื่ นที่เบ่ยี งเบนไปจากแนวเดมิ และ
ความยาวคลน่ื นา้ํ ตืน้ มีคานอ ยกวา บริเวณนํ้าลกึ
การหกั เห
น.ส.หฤทยั ยอดพดุ ม.5/5 3
คลน่ื เดินทางจากตวั กลางหน่ึง ไปยังอกี ตวั กลางหนง่ึ ท่มี ีคุณสมบตั ิ
แตกตา งกนั ซง่ึ เปน ตน เหตุใหอ ตั ราเร็วคลนื่ เกดิ การเปล่ยี นแปลงไป
ทาํ ใหความยาวคล่นื เปลย่ี นแปลงตามไปดวย
{เมอ่ื คล่นื เคลอ่ื นท่ผี า นรอยตอจากน้ําลกึ เขาสูนํ้าตน้ื ความยาวคลน่ื
ผวิ นํา้ เปล่ยี นแปลงอยางไรและทศิ ทางของคลืน่ ผวิ นํา้ มีทิศทาง
อยางไร}
คงเดิม การหักเห
การหกั เห
ทศิ ทางการเคล่ือนท่ไี มเปล่ียนแปลงแตค วามยาวคล่นื นํ้าตน้ื มคี า นอยกวาบริเวณนํ้าลึก
ทิศทางการเคลื่อนทีเ่ บีย่ งเบนไปจากแนวเดิม และ
ความยาวคลนื่ น้าํ ตื้นมีคา นอ ยกวา บรเิ วณน้ําลกึ
การหักเห
นส รงุ นภา เพ็ชรสรุ ยิ า ม.5/5 11
การที่คลื่นเคล่ือนทจ่ี ากตัวกลางหนึ่งเขา ไปในอีกตวั กลางหนึ่งทม่ี ี
คณุ สมบตั ิตางกนั แลว เปน ผลใหอตั ราเรว็ คลืน่ เปล่ยี นไปโดยทิศการ
เคลอ่ื นที่ของคลน่ื อาจเปล่ยี นหรอื ไมเ ปล่ียนก็ได
{เมอ่ื คล่นื เคลื่อนทผี่ านรอยตอจากน้ําลกึ เขาสูน า้ํ ตน้ื ความยาวคลื่น
ผิวน้ําเปลี่ยนแปลงอยา งไรและทศิ ทางของคลืน่ ผิวนา้ํ มที ิศทาง
อยา งไร}
ความถี่ยงั คงเทา เดมิ การหักเห
คลื่นหกั เห
ทศิ ทางการเคลื่อนทไ่ี มเ ปลีย่ นแปลงแตค วามยาวคล่ืนน้าํ ตืน้ มีคานอ ยกวาบรเิ วณน้าํ ลกึ
ทศิ ทางการเคลือ่ นท่เี บยี่ งเบนไปจากแนวเดมิ และ
ความยาวคลน่ื นํา้ ตื้นมคี า นอ ยกวาบริเวณน้าํ ลกึ
การหักเห
นางสาวอาทิตยา ยะมะหดั ม.5/5 14
คล่นื เดินทางจากตัวกลางหน่งึ ไปยังอกี ตวั กลางหนงึ่ ที่มีคณุ สมบตั ิ
แตกตา งกนั ซึ่งเปนตนเหตุใหอัตราเร็วคลนื่ เกิดการเปลี่ยนแปลงไป
ทําใหความยาวคลน่ื เปล่ยี นแปลงตามไปดว ย
{เมื่อคลน่ื เคลอ่ื นท่ผี านรอยตอจากนํา้ ลึกเขา สนู ํา้ ตน้ื ความยาวคลื่น
ผวิ นํ้าเปลีย่ นแปลงอยางไรและทิศทางของคลนื่ ผวิ นาํ้ มที ศิ ทาง
อยา งไร}
คงเดิม การหักเห
การหกั เห
ทศิ ทางการเคล่ือนที่ไมเปลีย่ นแปลงแตความยาวคล่ืนนา้ํ ตืน้ มคี านอ ยกวา บรเิ วณนา้ํ ลกึ
ทศิ ทางการเคลื่อนท่เี บี่ยงเบนไปจากแนวเดมิ และ
ความยาวคล่ืนนาํ้ ต้ืนมคี า นอ ยกวาบริเวณน้าํ ลึก
การหักเห
มาริษา พ่วั พันธ ม.5/7 17
เมื่อเคลื่อนที่ผา นส่งิ กดี ขวาง
ไมแ ทรดสอด เปน จดุ
ไมแทรกสอด แตเ ลยี้ งเบนเดนชัดทส่ี ุด
แบบเเทรกสอด
ภาพข.
ณพงศ นลิ ประเสรฐิ ม.5/7 8
เม่อื คล่นื จากแหลงกําเนิดเดินทางไปพบส่ิงกดี ขวางที่มีลกั ษณะเปน
ขอบหรอื ชอง ทาํ ใหคลืน่ เคลื่อนที่เลย้ี วออ มผา นส่งิ กีดขวางไปได
d<λ เกิดการเล้ยี วเบนไมเกิดการแทรกสอด เปน จุดกําเนดิ คลนื่
แบบจุด
d=λเกดิ การเลย้ี วเบนไมเกดิ การแทรกสอด (เล้ยี วเบนเดนชัดท่สี ดุ )
d>λเกิดการเล้ยี วเบนและเกดิ การแทรกสอด(ทําใหคล่ืนรวมตวั ได)
ข.
น.ส.จารวุ รรณ คงชุม ม.5/5 1
เมอื่ คลื่นจากแหลง กําเนิดเดินทางไปพบสิ่งกดี ขวางท่มี ีลักษณะเปน
ขอบหรือชอ ง ทาํ ใหคล่ืนเคลื่อนทีเ่ ลี้ยวออมผา นสิ่งกีดขวางไปได
เกดิ ขึน้ เมือ่ ชอ งมขี นาดเลก็ กวาความยาวคลนื่ ไมเ กิดการแทรกสอด
เปน จุดกําเนเิ คล่นื แบบจุด
เกิดขึ้นเม่ือชอ งขนาดใหญกวาความยาวคลื่น ไมเกดิ การแทรกสอด
เกิดขน้ึ เมอ่ื ชองขนาดใหญม ากเมอื่ เทยี บกับความยาวคล่ืนเกิดการ
แทรกสอด มีแนวบัพ,ปฏบิ พั
ภาพ ข.เลยี้ วเบนไดด ที ส่ี ดุ
นางสาว กัญญาพชั ร อินทกาญจน ม.5/7 13
เกิดจากการพบสิ่งกีดขวาง ทาํ ใหต อ งออ มผา น
D < แลมบด าเลี้ยวเบนแบบวงกลมไมมกี ารแทรกสอดและเปนการ
กาํ เนดิ คลน่ื แบบจดุ
D = แลมบดาเปน การเลี้ยวเบนที่ชดั เดนชดั และไมมกี ารแทรกสอด
D> แลมบด า เลยี้ วเบนไมช ัดเจนอาจเกดิ การแทรกสอดและการรวม
กนั ของคล่นื
D = แลมบด า
นายซอฟรอน สาและ ม.5/7 1
เกดิ ขน้ึ ได เม่ือคลน่ื จากแหลงกําเนิดเดินทางไปพบสง่ิ กดี ขวางที่มี
ลักษณะเปน ขอบหรือชอ ง ทําใหค ลน่ื เคล่อื นทเี่ ลยี้ วออ มผา นสิ่ง
กดี ขวางไปได
คลน่ื เกดิ การเล้ียวเบน ไมเกดิ การแทรกสอด เปนจดุ กาํ เนิดคลืน่ แบบ
จุด
คลนื่ เกดิ การเลี้ยวเบนที่เดนชดั มาก แตไมเ กดิ การแทรกสอด
คลน่ื เกดิ การเลยี้ วเบน และ เกิดการแทรกสอด
ภาพ ข.
สมุ ลั ลกี ะฮ โตะแม ม.5/7 20
การเล้ียวเบนของคลน่ื เกดิ ขน้ึ ได เมือ่ คลนื่ จากแหลง ก าเนดิ เดนิ ทาง
ไปพบสง่ิ กดี ขวางทมี่ ีลักษณะเปน ขอบหรอื ชอง ทาใหคลนื่ เคลอ่ื นท่ี
เลี้ยวออ มผา นส่ิงกีดขวางไปได
เกดิ การเลย้ี วเบน ไมเ กดิ การแทรกสอด เปนจุดกําเนดิ คลื่นแบบจุด
เกดิ การเล้ียวเบน ไมเ กิดการแทรกสอด
เกิดการเลย้ี วเบนและเกิดการแทรกสอด
ข
ปญ ญากร ปลอดทองสม ม.5/7 9
คลื่นเคล่อื นทีอ่ อกไปทุกทิศทุกทางดว ยอตั ราเร็วของคล่ืนเทาเดิม
เกดิ การเล้ยี วเบน ไมเกิดการแทรกสอด เปน จุดกําเนดิ คล่นื แบบจุด
เกดิ การเลย้ี วเบน ไมเ กิดการแทรกสอด
เกดิ การเลย้ี วเบนและการแทรกสอด
ภาพ ข เพราะเกดิ การเลย้ี วเบนท่ชี ดั เจนมาก