นางสาวจันทรท พิ ย สรอ ยเสม ม.5/7 5
เม่ือคลื่นเคลอ่ื นจากแหลง กําเนิดเดินทางไปพบส่ิงกดี ขวางท่ีมลี กั ษณะ
เปนขอบหรือชอง ทําใหค ลื่นเคลื่อนทเ่ี ลีย้ วออมผานสงิ่ กดี ขวางไปได
ขนาดชองแคบนอยกวาแลมบดาทาํ ใหคล่ืนเล้ยี วเบนหลงั สิ่งกีดขวาง
ไดแ ตไ มเกิดการแทรกสอด เปนจดุ กําเนิดคล่นื แบบจดุ
ขนาดชองแคบเทา กบั แลมบด า เกิดการเล้ียวเบนเดนชดั มาก คล่นื
ออ มหลงั ส่งิ กดี ขวางได ชอ งแคบเม่ือคลน่ื เคลือ่ นทต่ี รงกลางของการ
เลีย้ วเบนจะเปนเสน ตรง สวนทเ่ี หลอื ออ ม
ขนาดชองแคบมากกวา แลมบดา ความกวางมากกวา แลมบดา มนั จะ
เกดิ การเล้ียวเบน แตเ ปน การเล้ยี วเบนท่ีไมชัดเจนและยังเกดิ การ
แทรกสอด บรเิ วณตรงกลางชอ งแคบจะเกดิ การรวมกันของคลื่นดว ย
ภาพ ข
นางสาว รุงนภา เพ็ชรสรุ ยิ า ม.5/5 11
เม่ือคล่ืนจากแหลงกาํ เนดิ เดินทางไปพบสงิ่ กดี ขวางทีม่ ลี กั ษณะเปน
ขอบหรือชอง ทําใหค ลืน่ เคลอ่ื นทเี่ ล้ียวออ มผา นส่ิงกีดขวางไปได
คลนื่ ผา นชอ งเปดมีความกวา งนอ ยกวาความยาวคลน่ื ทําใหมีลักษณะ
เลยี้ วเบนออกมาเปนโคงวงกลม
มชี อ งเปดกวา งกวา รูปก. มลี กั ษณะโคงเฉพาะบรเิ วณใกลขอบ แต
คลน่ื ทเ่ี คลอ่ื นทผ่ี านชองบรเิ วณตรงกลางจะเปน คลน่ื หนา ตรงตามเดิม
มีชองเปด กวางมากทีส่ ุด มีลักษณะโคง เฉพาะบริเวณใกลข อบ แต
คล่นื ทเี่ คล่อื นท่ผี า นชองบริเวณตรงกลางจะเปนคลนื่ หนา ตรงตามเดมิ
รูปก.
กญั ตณี ี สาเมาะ ม.5/5 19
เมื่อคลืน่ จากแหลง กําเนดิ เดินทางไปพบส่ิงกีดขวางที่มีลักษณะเปน
ขอบหรอื ชอง ทาํ ใหคลืน่ เคลื่อนทเ่ี ลี้ยวออ มผา นส่ิงกีดขวางไปได
คลน่ื ผา นชอ งเปด มคี วามกวา งนอ ยกวาความยาวคลน่ื ทําใหมลี ักษณะ
เลี้ยวเบนออกมาเปนโคง วงกลม
มชี องเปด กวางกวา รปู ก. มีลกั ษณะโคงเฉพาะบริเวณใกลข อบ แต
คลื่นทเ่ี คล่ือนทผ่ี านชอ งบรเิ วณตรงกลางจะเปนคลนื่ หนา ตรงตามเดิม
มชี องเปดกวางมากท่ีสดุ มลี ักษณะโคงเฉพาะบรเิ วณใกลขอบ แต
คลนื่ ท่เี คล่ือนทผ่ี า นชอ งบริเวณตรงกลางจะเปน คลนื่ หนา ตรงตามเดมิ
รูปก.
นางสาวมิมฟต า เจะ เละ ม.5/5 13
การเลี้ยวเบนของคล่ืนเกดิ ขนึ้ ได เมอื่ คลืน่ จากแหลง ก าเนดิ เดินทาง
ไปพบสง่ิ กดี ขวางทีม่ ีลกั ษณะเปน ขอบหรอื ชอ ง ทาใหคลื่นเคล่อื นที่
เลีย้ วออ มผา นส่ิงกีดขวางไปได
การเลยี้ วเบนเมอ่ื ชองขนาดใกลเคียงกบั ความยาวคล่ืน
การเลยี้ วเบนเม่อื ชอ งขนาดใหญกวา ความยาวคลน่ื
การเลีย้ วเบนเมื่อชอ งขนาดใหญม ากเมอ่ื เทยี บกับความยาวคลน่ื
ภาพ ก
นางสาวธิมาพร ทองเพชรแกว ม.5/5 24
เมือ่ คล่ืนจากแหลง กําเนดิ เดนิ ทางไปพบส่ิงกดี ขวางทมี่ ีลกั ษณะเปน
ขอบหรือชอง ทาํ ใหคลื่นเคลื่อนท่เี ล้ยี วออมผา นส่งิ กีดขวางไปได
คลนื่ ผานชองเปด มีความกวา งนอ ยกวาความยาวคลืน่ ทาํ ใหมีลกั ษณะ
เลย้ี วเบนออกมาเปน โคง วงกลม
มชี อ งเปดกวา งกวา รูปก. มีลักษณะโคง เฉพาะบรเิ วณใกลข อบ แต
คลนื่ ทเ่ี คลอื่ นทผี่ า นชองบริเวณตรงกลางจะเปนคลน่ื หนา ตรงตามเดิม
มชี อ งเปด กวางมากทส่ี ุด มลี ักษณะโคง เฉพาะบรเิ วณใกลขอบ แต
คลื่นทเ่ี คลอื่ นทีผ่ านชองบรเิ วณตรงกลางจะเปนคลน่ื หนาตรงตามเดมิ
รูปก.
นายพรหมเดชะ ณ นคร ม.5/7 10
คล่ืนท่ีออ มสิ่งกดี ขวาง
เกิดการเลี้ยวบนไมแทรกสอดจุดกาํ เนิดคลน่ื แบบจุด
เกิดการเลย้ี วเบนไมแทรกสอด
เกดิ การเล้ียวเบนและแทรกสอด
ข
กญั ญารัตน บญุ ชว ย ม.5/5 9
เมื่อคล่ืนสองขบวนเคลือ่ นทมี่ าพบกัน จะเกิดการ
รวมกนั เปน คลื่นใหม โดยที่คล่นื เเดเบมิ บซอเสนรรมิ ูปกอนั ยู ใน
คลืน่ ใหม
เเบบหกั ลางกัน
การแทรกสอด คอื คลืน่ สองขบวนเคลื่อนทบ่ี นตวั กลางเดยี วกันมาพบกัน ทําใหเ กิดคล่นื ลพั ธจ าก
การรวมกันของคลน่ื ทั้งสองขณะทีเ่ กิดการซอนทบั กนั
มารษิ า พวั่ พนั ธ ม.5/7 17
การซอนทับของคลื่นหรือการเสริม
แบบการเสริมกนั
แบบหักลา ง
การส่ันพอง
นายวรศกั ด์ิ เเกวลอย ม.5/5 8
สันคลืน่ เจอกับสนั คลน่ื ทอ งคลื่นเจอกบั ทองคลืน่
เเบบเสรมิ
เเบบหักลาง
การเเทกสอด เปน ปรากฏการณท ่เี กิดข้นึ ไดเมอื่ คลนื่ สองขบวนเคลือ่ นทบ่ี นตวั กลางเดยี วกนั มาพบ
กัน
นายซากิฟ ยอื ลาแแ ม.5/5 30
เมอื่ คลนื่ สองขบวนเคลือ่ นทีม่ าพบกนั จะเกดิ การ
รวมกนั เปน คล่นื ใหม โดยที่คลืน่ เแดบิมบซอเสนรริมปู กอนั ยู ใน
คลื่นใหม
แบบหกั ลางกนั
การแทรกสอด คอื คลน่ื สองขบวนเคล่อื นทบ่ี นตัวกลางเดียวกันมาพบกัน ทาํ ใหเ กิดคลน่ื ลัพธจาก
การรวมกันของคลื่นทงั้ สองขณะที่เกิดการซอนทับกัน
น.ส.หฤทยั ยอดพดุ ม.5/5 3
สนั คลน่ื เจอกับสนั คลน่ื ทองคล่นื เจอกับทอ งคลื่น
แบบเสริม
แบบหักลาง
การแทรกสอดเปนปรากฏการณท ่เี กิดขน้ึ ไดเมอื่ คลื่นสองขบวนเคลอื่ นทบ่ี นตัวกลางเดยี วกันมาพบ
กนั ทาํ ใหค ลน่ื ลพั ธจ์ิ ากการรวมกนั ของคล่นื ทง้ั สองขณะที่เกิดการทบั ซอ นกนั
นางสาวอธิชา แกวนพรตั น ม.5/5 12
สันคลน่ื เจอกับสนั คลน่ื /ทอ งคลนื่ เจอกบั ทอ งคล่นื
แบบเสรมิ
แบบหกั ลาง
การแทรกสอด เปน ปรากฏการณท เ่ี กิดขน้ึ ไดเม่ือคล่นื 2 ขบวนเคลือ่ นท่ีบนตัวกลางเดียวกนั มาพบ
กันทาํ ใหเกดิ คลืน่ ลัพธจ ากการรวมกนั ของคลนื่ ทง้ั สองขณะท่ีเกดิ การซอนทับกัน
นางสาวอาทติ ยา ยะมะหัด ม.5/5 14
สนั คลน่ื เจอกบั สนั คลน่ื ทองคล่นื เจอกบั ทองคลื่น
แบบเสริม
แบบหกั ลาง
การแทรกสอดเปน ปรากฏการณทเ่ี กดิ ขนึ้ ไดเม่ือคล่นื 2 ขบวนเคล่ือนท่ีบนตวั กลางเดียวกนั มาพบกนั
ทําใหเกิดคล่ืนลัพธจ ากการรวมกันของคล่ืนทง้ั 2 ขณะที่เกดิ การซอ นทับกนั
นางสาวสุภัสสรา เพชรหวั บัว ม.5/5 26
เกดิ จากคล่ืน 2 ขบวนจากแหลงกําเนดิ อาพันธม า
พบกนั และเกดิ การซอ นทบั กนั ขอแงบคบลเืน่ สริม
แบบหกั ลาง
การแทรกสอด คือ คลื่นสองขบวนเคลอ่ื นท่ีบนตัวกลางเดยี วกนั มาพบกัน ทําใหเ กิดคลืน่ ลัพธจ าก
การรวมกนั ของคลื่นทง้ั สองขณะทเ่ี กดิ การซอนทับกนั
น.ส.ธมิ าพร ทองเพชรแกว ม.5/5 24
เกดิ จากคลืน่ 2ขบวนเคล่ือนทีมาพบกันจากแหลง
ไกคปําลเเืน่ คนลดิ ่ือคนลทืน่ ม่ีอาาพพบนั กธนั 2แแลหะเลกงดิ หกราือรคแแตซบบลง้ั อแื่นบบนตหเทส กั2รับลิมกแา กันหงันกขลนัองคขงือค้นึ อื สันสคันลคื่นล+ืน่ ส+ันทคอ ลง่นืคลหืน่ รือหรทอื อทงคอ ลงนื่ค+ลน่ืท+อ สงนั
คลื่น
เกิดการแทรกสอด คอื คลื่น2ขบวนเคล่อื นท่บี นตัวกลางเดียวกนั มาพบกนั ทาํ ใหเ กดิ คลื่นลัพธจ าก
การรวมกนั ของคลืน่ ท้ังสองขณะท่ีเกดิ การซอนทบั กัน
น.ส.จารุวรรณ คงชุม ม.5/5 1
สนั คล่ืนเจอกบั สันคล่ืน , ทอ งคลื่นเจอกบั ทอ งคลืน่
แบบเสรมิ
แบบหกั ลา ง
การแทรกสอด คอื ปรากฎการณที่เกดิ ขนึ้ ไดเ มื่อคลืน่ สองขบวนเคลอ่ื นที่บนตัวกลางเดียวกันมาพบ
กันทําใหเกดิ คลื่นลพั ธิจ์ ากการรวมกนั ของคลน่ื ทง้ั สองขณะทีเ่ กดิ การซอนทับกัน
นรู ฮี า มามะ ม.5/5 23
เมื่อคล่ืนสองขบวนเคลือ่ นท่มี าพบกัน จะเกิดการ
รวมกนั เปน คลื่นใหม
เเบบเสริม
เเบบหกั ลางกนั
การเเทรกสอด
นางสาวฟาฎีลา อาแว ม.5/5 18
เมอื่ คล่นื สองขบวนเคลือ่ นทีม่ าพบกนั จะเกดิ การ
รวมกนั เปน คล่นื ใหม โดยที่คลืน่ เแดบิมบซอเสนรริมปู กอนั ยู ใน
คลนื่ ใหม
แบบหักลางกนั
การแทรกสอด คอื คล่ืนสองขบวนเคล่อื นทบ่ี นตัวกลางเดียวกันมาพบกัน ทาํ ใหเ กิดคลน่ื ลัพธจาก
การรวมกันของคลื่นทงั้ สองขณะทีเ่ กดิ การซอนทบั กนั
นางสาวจนั ทรท ิพย สรอยเสม ม.5/7 5
เมือ่ คลน่ื ตั้งแตส องคล่ืนเคลอ่ื นท่มี าพบกนั จะเกิด
กกาารรกรวรมะคจัดลข่ืนอซงึง่ อขนณุภะาทคีค่ ตลัวนื่ กพลบางกขันกอจางระครเลกวนื่ิดมทกคาีม่ลราน่ื รพแวบบมกบันเสรมิ
การรวมคลืน่ แบบหกั ลา ง
เกิดการรวมกนั เปนคล่นื ใหม
นายณัฐกติ ต์ิ ดวงมะลิ ม.5/5 5
ความถธ่ี รรมชาติ การส่ันพอ งของลกู ตุม
ความถีธ่ รรมชาติ
การสัน่ พอง
ลกู ตมุ Dเพราความเชือกเทา กนั
การทรุดตวั ลงของสะพาน
นางสาวนรู ุลฟารานี สะมาแอ ม.5/5 38
ความถีธ่ รรมชาตขิ องลูกตุม การส่นั ทอ งของลกู ตมุ
ความถ่ธี รรมชาติ
การสน่ั ทอง
D เพราะ ความยาวเชอื กเทากัน
สะพานทาโคมา
แวนาดียา เปาะแว ม.5/5 40
ความถี่ธรรมชาติของลูกตมุ เกิดการสนั่ พองของลกู ตมุ
ความถธ่ี รรมชาติ
การสั่นพอง
D เพราะความยาวเชอื กเทา กนั
การพังของสะพาน
น.ส.ธิมาพร ทองเพชรแกว ม.5/5 24
ความถ่ธี รรมชาติของลกู ตุม การส่ันพองของลกู ตมุ
ความถีธ่ รรมชาติ
การส่ันพอ ง
ลูกตมุ D เพราะความยาวเชือกเทากัน
การพงั ของสะพานทาโคมา
นรู ฮี า มามะ ม.5/5 23
ความถ่ีธรรมชาติ การสน่ั พอ งของลกู ตุม
ความถธ่ี รรมชาติ
การสน่ั พอ ง
Dเพราะวา เชอื กมีความยาวเทากัน
สะพานทาโคมา
บซั ลาอ ปูลา ม.5/5 28
ความถธ่ี รรมชาติของลกู ตุม การส่นั พอ งของลกู ตมุ
ความถ่ีธรรมชาติ
การสั่นพอง
D เพราะมคี วามยาวตามเชอื กเทากัน
การพังของสะพานทาโคมา
สภุ าพรรณ ชูมณี ม.5/7 2
ความถ่ธี รรมชาติของลกู ตมุ การส่นั พองของลกู ตุม
ความถ่ีธรรมชาติ
การสัน่ พอ ง
D การสนั่ พอ งทาํ ใหล ูกตมุ ทีม่ ีความยาวเชือกเทา กันสนั่ ไปดวย
สะพาน
อลิ ฮัม อาแว ม.5/7 12
ความถีธ่ รรมชาตขิ องลกู ตุม การสัน่ พอ งของลูกตุม
ความถี่ธรร
การส่นั นพอง
D เพราะการส่ันพอ งจะทาํ ใหลูกตมุ ที่มคี วามยาวเชือกเทากัน
สะพานคาโทมา
น.ส.ดาร่มี ัส บุญมาหลา ม.5/5 22
ความถ่ธี รรมชาติของลกู ตุม การส่ันพองของลกู ตมุ
ความถธี่ รรมชาติ
การส่ันพอ ง
ลูกตมุ D เพราะความยาวเชือกเทากัน
การพังของสะพานทาโคมา
ซอฟรอน สาและ ม.5/7 1
ความถธ่ี รรมชาตขิ องลกู ตมุ การสัน่ พองของลูกตุม
ความถี่ธรรมชาติ
การสั่นพอง
ลกู ตมุ D เพราะมคี วามยาวเทากนั กับลูกตุมB
สะพานทาโคมา(Takoma)
น.ส.จารุวรรณ คงชุม ม.5/5 1
ความถี่ธรรมชาตขิ องลกู ตุม การส่นั พอ งของลูกต้มั
ความถี่ธรรมชาติ
การส่นั พอง
ลกู ตุมDแกวง และแกวง เทา กบั ลูกตมุ Bเพราะเสนเชือกของลกู ตมุ Dเทากบั
เสนเชอื กของลูกตมุ B
สะพานทาโคมา
นางสาว กัญญาพัชร อินทกาญจน ม.5/7 13
ความถธี่ รรมชาติของลกู ตมุ การส่ันพอ งของลูกตุม
ความถีธ่ รรมชาติ
การสน่ั พอ ง
D เพราะความยาวไมเทา กนั
สะพานทาโคมา
น.ส.กวนิ วสิ าข หลีเยาว ม.5/7 7
ความภธ่ี รรมชาติของลกู ตุม การสน่ั พองของลกู ตมุ
ความถ่ธี รรมชาติ
การสั่นพอ ง
Dเพราะการส่นั พอ งจะทําใหลูกตมุ ท่ีมีความยาวเชือกเทากัน
สะพานคาโทมา
นายพรหมเดชะ ณนคร ม.5/7 10
ความถ่ีธรรมชาตขิ องลูกตุม การส่นั พองของลูกตมุ
ความถีธ่ รรมชาติ
การสน่ั พอ ง
D เพราะการสั่นพอ งจะทาํ ใหล ูกตมุ ท่มี ีความยาวเชือกเทา กนั จะทําให
ลกู ตมุ สัน่ ไปดว ย
สะพานคาโทมา
มารษิ า พัว่ พันธ ม.5/7 17
ความถ่ธี รรมชาตขิ องลูกตมุ การสน่ั พองของลกู ตมุ
ความถธ่ี รรมชาติ
การสนั่ พอ ง
D เพราะความยาวเชือกเทา กัน
สะพานตา งๆ