The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

4 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ กลัวทำไม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thanapat Nathasa, 2022-09-18 10:10:49

4 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ กลัวทำไม

4 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ กลัวทำไม

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๑

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๔ กลัวทำไม ๑๕ ช่วั โมง
รายวชิ า ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
เรื่อง รูจ้ ักคำนำเรือ่ ง (๑)
เวลา ๓ ชวั่ โมง
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๒

๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ผลการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพอื่ นำไปใชต้ ดั สินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนนิ ชีวิต และมนี สิ ัยรกั การอ่าน

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้
ความคิด และความรู้สึกในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและ
สรา้ งสรรค์

ตวั ชว้ี ัด
ท ๑.๑ ป. ๒/๑ อา่ นออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ ได้ถูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป. ๒/๒ อธบิ ายความหมายของคำและข้อความท่ีอ่าน
ท ๑.๑ ป. ๒/๖ อ่านหนงั สอื ตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและนำเสนอเร่ืองที่อา่ น
ท ๑.๑ ป. ๒/๘ มมี ารยาทในการอา่ น
ท ๓.๑ ป. ๒/๑ ฟงั คำแนะนำ คำส่ังทซี่ บั ซอ้ น และปฏิบตั ติ าม
ท ๓.๑ ป. ๒/๖ พูดส่อื สารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์

๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. อ่านและบอกความหมายของคำในเร่อื งไดถ้ ูกต้อง K
๒. เล่าเร่อื งที่ฟงั ได้ถูกต้อง P
๓. มนี ิสยั รกั การอา่ น A

๓. สาระสำคัญ
ทักษะการฟงั เป็นการสร้างประสบการณ์อย่างหนึ่ง ท่ีทำให้มีความรจู้ ากส่ิงท่ีฟัง สามารถเลา่ เรอ่ื ง

และตอบคำถามจากเรื่องได้ถูกตอ้ ง

๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
- มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจและสามารถส่ือสารกับครูและเพื่อนได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม
๒. ความสามารถในการคดิ
- คดิ วเิ คราะห์ คิดสงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ สร้างองค์ความรดู้ ว้ ยตนเอง
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา

- ใชท้ กั ษะกระบวนการทางภาษาไทยตัดสินใจแก้ปญั หา
- คิดตดั สนิ ใจโดยคำนึงผลกระทบที่มตี ่อตนเองและสงั คม
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
- นำกระบวนการตา่ ง ๆ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันไดอ้ ย่างเหมาะสม
- ปรบั ตวั ใหเ้ ข้ากบั การเปล่ยี นแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมได้อยา่ งเหมาะสม
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- เลือกใช้เทคโนโลยใี นการสบื คน้ ขอ้ มลู เพื่อพัฒนาตนเองด้านการเรียนรู้
๕. สาระการเรยี นรู้
๕.๑ ดา้ นความรู้ (Knowledge : K)
๑. อา่ นและบอกความหมายของคำในเรอื่ งได้ถูกต้อง
๕.๒ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
๑. เลา่ เรือ่ งท่ฟี งั ได้ถูกต้อง
๕.๓ ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude : A)
๑. มีนสิ ัยรกั การอา่ น
๖.จุดเนน้ สู่การพฒั นาคุณภาพผูเ้ รยี น
๖.๑ ทักษะของคนในศตวรรษที่ ๒๑ คือการเรยี นรู้ ๓R X ๘C
 Reading (อา่ นออก)
 (W) Riting (เขยี นได)้
 (A) Rithemetics (คดิ เลขเปน็ )
 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแกไ้ ขปัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
 ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
 ทักษะด้านความเขา้ ใจความตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural
Understanding)
 ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผ้นู ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
 ทักษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศและรู้เท่าทันสือ่ (Communication, Information, and Media Literacy)
 ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
 ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and Learning)
 ทกั ษะการเปล่ยี นแปลง (Change)
๖.๒ ทักษะด้านชีวติ และอาชพี ของคนในศตวรรษที่ ๒๑
 ความยืดหยนุ่ และการปรับตวั
 การริเริ่มสร้างสรรค์และเปน็ ตวั ของตัวเอง
 ทกั ษะสงั คมและสงั คมข้ามวัฒนธรรม
 การเปน็ ผสู้ ร้างหรือผผู้ ลิต (Productivity) และความรับผดิ ชอบเชื่อถือได้ (Accountability)
 ภาวะผนู้ ำและความรบั ผิดชอบ (Responsibility)
๖.๓ คุณลกั ษณะของคนในศตวรรษที่ ๒๑
 คณุ ลักษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตวั ความเป็นผู้นำ

 คณุ ลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ได้แก่ การชีน้ ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรขู้ องตนเอง
 คุณลกั ษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ ความเคารพผูอ้ ื่น ความซ่ือสตั ย์ ความสำนึกพลเมือง
๗. การบูรณาการ
 โครงการสถานศกึ ษาพอเพียง
 โครงการโรงเรยี นคณุ ธรรม
 อาเซียนศึกษา
 คุณธรรม คา่ นิยม ๑๒ ประการ
 อนรุ ักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
 อ่นื ๆ (ระบ)ุ ..................................................................................................................
๘. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้)

กจิ กรรมการอ่านคำจากบทเรียน
๙. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
ครูร่วมกันสนทนากบั นักเรยี นเก่ียวกับการเดินทางไปทอ่ งเทยี่ ว นกั เรยี นเคยไปเทยี่ วที่

ใดบ้างเชน่ นำ้ ตก ทะเล วา่ มอี ะไรสวยงามบา้ ง สวยอยา่ งไร แลว้ นกั เรยี นเคยไปเทีย่ วถำ้ หรอื เปล่า ถา้ เคยมี
ลกั ษณะเปน็ อยา่ งไร

ข้ันท่ี ๒ จำแนกความแตกตา่ ง
ครูร่วมกนั สนทนาเก่ียวกับภาพในบทเรียน โดยดูรปู ภาพ แล้วโยงไปชื่อเร่ือง “กลวั ทำไม”

ขั้นที่ ๓ หาความหมาย
ครูครสู ุ่มใหน้ ักเรยี นอ่านเร่ือง กลัวทำไม เปน็ คแู่ ละบอกความหมายของคำ

ครูเล่าเร่ืองทีจ่ ะเรียนใหน้ ักเรยี นฟงั เชน่
- เรอื่ งน้ีมตี ัวละครกี่ตวั
- ในเรือ่ งภูผาทำอะไร
- ผลเป็นอยา่ งไร

โดยใหน้ กั เรียนดูภาพจากเร่ืองจนจบเรื่อง
ข้นั ที่ ๔ ความคิดรวบยอด

ครูใหน้ กั เรียนชว่ ยกันเล่าเรอื่ งท่ีฟัง ถา้ เลา่ ไม่ไดค้ รูถามนำให้นักเรยี นตอบต่อเรื่องจนจบ
ให้นักเรยี นทุกคนฝึกอ่านคำจากภาพ “รู้จกั คำ นำเร่อื ง” อ่านตามครพู ร้อมกัน โดยฝกึ อา่ น
จนคล่อง
ขัน้ ที่ ๕ ทดสอบและนำไปใช้
ใหน้ กั เรยี นฝึกอ่านคำจากหนงั สอื ภาษาพาที “รู้จกั คำ นำเร่ือง” ครูทดสอบรายบุคคล
ครูใหน้ ักเรยี นบันทึกคำท่อี ่านลงในสมุดดว้ ยตัวบรรจงเตม็ บรรทัด
๑๐. สื่อการสอน
หนงั สือเรยี น ชุด ภาษาพาที ชั้น ป. ๒
๑๑. แหลง่ เรียนร้ใู นหรอื นอกสถานที่
๑. หอ้ งสมดุ โรงเรียน

๑๒. การวดั และประเมนิ ผล
- สังเกตพฤติกรรมการอา่ น ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๘๐
- ประเมนิ การตรวจผลงาน ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ ๘๐

๑๓. กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................ ..................................................................................
................................................................................. ............................................................................................ .
............................................................................................................................. .................................................

๑๔. บนั ทกึ ผลหลังการสอน

๑๔.๑ ผลการจัดการเรียนการสอน

๑. นักเรยี นจำนวน.................... คน

ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู.้ ....................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ...............

ไมผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนร.ู้ ....................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ................

๒. นักเรยี นมีความร้คู วามเข้าใจ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

.....................................
()

ตำแหนง่

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ มคี วามคิดเห็นดงั น้ี

๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้
 ครบถ้วนและถูกตอ้ ง
 ยงั ไม่ครบถว้ นหรอื ไม่ถกู ต้อง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป

๒. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนร้กู ับหลกั สูตรสถานศึกษา
 สอดคลอ้ ง
 ยังไม่สอดคล้อง ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป

๓. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู้
 เนน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ
 ยงั ไมเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

๔. สอื่ การเรยี นรู้
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู้
 ยงั ไมเ่ หมาะสมกบั รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
 ครอบคลุมจดุ ประสงค์การเรียนรู้
 ยงั ไม่ครอบคลมุ จุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอ่ ไป

๖. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………....……………………………………………………………………………………………………………………………

.........................................
()
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียน

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๒

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๔ กลัวทำไม ๑๕ ช่ัวโมง
รายวชิ า ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
เรอ่ื ง อา่ น คดิ วเิ คราะห์เรื่อง
เวลา ๒ ช่ัวโมง
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๒

๑.มาตรฐานการเรยี นรู้ /ตัวช้ีวดั /ผลการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ / ผลการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดเพอื่ นำไปใช้ตัดสนิ ใจ
แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนสิ ยั รกั การอา่ น

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้
ความคิด และความรสู้ ึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและ
สรา้ งสรรค์

ตัวชีว้ ัด
ท ๑.๑ ป. ๒/๑ อา่ นออกเสียงคำ คำคล้องจอง ขอ้ ความ และบทร้อยกรองง่ายๆ ไดถ้ กู ต้อง
ท ๑.๑ ป. ๒/๓ ตัง้ คำถามและตอบคำถามเกย่ี วกบั เรื่องทอี่ ่าน
ท ๑.๑ ป. ๒/๕ แสดงความคิดเหน็ และคาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเรื่องที่อ่าน
ท ๓.๑ ป. ๒/๑ ฟังคำแนะนำ คำสง่ั ทีซ่ บั ซอ้ น และปฏบิ ัติตาม
ท ๓.๑ ป. ๒/๒ เล่าเรอ่ื งท่ีฟงั และดูทั้งท่เี ปน็ ความรู้และความบันเทงิ
ท ๓.๑ ป. ๒/๓ บอกสาระสำคัญของเรือ่ งท่ีฟังและดู
ท ๓.๑ ป. ๒/๔ ตั้งคำถามและตอบคำถามเกี่ยวกับเร่ืองท่ฟี ังและดู
ท ๓.๑ ป. ๒/๕ พูดแสดงความคิดเห็นและความรูส้ ึกจากเรื่องที่ฟงั และดู

๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. ตอบคำถามจากเร่ืองท่ีอ่านได้ K
๒. คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรอ่ื งทีอ่ ่าน K
๓. เลา่ เรอ่ื งที่เล่าได้ P
๔. มีนิสัยรกั การอา่ น A

๓. สาระสำคัญ
การอา่ นออกเสียงจะชว่ ยใหเ้ รารู้ได้ว่าเราสามารถออกเสียงคำและประโยคท่ีอา่ นถูกต้องหรอื ไม่ เพ่อื จะ

ไดป้ รับปรุงการอา่ นให้ดีขึ้น

๔. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
- มคี วามรูค้ วามเข้าใจและสามารถส่ือสารกับครแู ละเพื่อนได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

๒. ความสามารถในการคดิ
- คิดวเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คดิ สร้างสรรค์ สร้างองค์ความร้ดู ้วยตนเอง

๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
- ใชท้ กั ษะกระบวนการทางภาษาไทยตัดสินใจแก้ปัญหา
- คิดตัดสนิ ใจโดยคำนึงผลกระทบทม่ี ีต่อตนเองและสงั คม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- นำกระบวนการตา่ ง ๆ ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ไดอ้ ย่างเหมาะสม
- ปรบั ตวั ให้เข้ากบั การเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
- เลอื กใชเ้ ทคโนโลยีในการสบื ค้นขอ้ มูลเพ่ือพฒั นาตนเองด้านการเรียนรู้

๕. สาระการเรยี นรู้
๕.๑ ดา้ นความรู้ (Knowledge : K)

๑. ตอบคำถามจากเร่อื งที่อ่านได้
๒. คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเรื่องทอ่ี า่ น
๕.๒ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
๑. เล่าเรอ่ื งท่เี ลา่ ได้
๕.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude : A)
๑. มีนิสัยรักการอา่ น
๖.จดุ เน้นส่กู ารพัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รียน

๖.๑ ทกั ษะของคนในศตวรรษท่ี ๒๑ คือการเรยี นรู้ ๓R X ๘C
 Reading (อ่านออก)
 (W) Riting (เขยี นได)้
 (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น)
 ทกั ษะด้านการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกไ้ ขปญั หา (Critical Thinking and Problem
Solving)
 ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
 ทกั ษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
Understanding)
 ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
 ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศและรู้เท่าทันสือ่ (Communication, Information, and Media Literacy)
 ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
 ทกั ษะอาชีพ และทักษะการเรยี นรู้ (Career and Learning)
 ทักษะการเปล่ียนแปลง (Change)
๖.๒ ทักษะดา้ นชีวิตและอาชพี ของคนในศตวรรษท่ี ๒๑
 ความยืดหยุน่ และการปรับตัว
 การรเิ รมิ่ สร้างสรรคแ์ ละเปน็ ตัวของตัวเอง
 ทักษะสงั คมและสงั คมข้ามวัฒนธรรม

 การเปน็ ผ้สู ร้างหรือผูผ้ ลติ (Productivity) และความรับผิดชอบเช่ือถือได้ (Accountability)
 ภาวะผู้นำและความรบั ผิดชอบ (Responsibility)
๖.๓ คุณลกั ษณะของคนในศตวรรษที่ ๒๑
 คณุ ลกั ษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรับตัว ความเปน็ ผนู้ ำ
 คณุ ลักษณะด้านการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นร้ขู องตนเอง
 คณุ ลกั ษณะดา้ นศลี ธรรม ได้แก่ ความเคารพผู้อืน่ ความซอ่ื สัตย์ ความสำนึกพลเมือง
๗. การบูรณาการ
 โครงการสถานศกึ ษาพอเพยี ง
 โครงการโรงเรียนคณุ ธรรม
 อาเซยี นศึกษา
 คณุ ธรรม ค่านิยม ๑๒ ประการ
 อนุรกั ษ์พลังงานและสง่ิ แวดล้อม
 อ่นื ๆ (ระบ)ุ ..................................................................................................................
๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/รอ่ งรอยแสดงความร)ู้
กจิ กรรมการอา่ น
ใบงาน
๙. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น

ครใู ห้นกั เรยี นอา่ นคำในบทเรียน

ขั้นท่ี ๒ จำแนกความแตกต่าง
ครูเขียนคำบนกระดานดำให้นักเรยี นอา่ นคำ เชน่ ทเุ รยี น หินงอก หินย้อย ท่ีพัก แมม่ ด

พนมมือ หนี เพลิดเพลนิ ตะไคร้หอม อธิษฐาน
ขัน้ ที่ ๓ หาความหมาย
ครูให้นกั เรยี นอ่านบทเรียนเร่ือง กลัวทำไมในใจ
นักเรยี นรว่ มกนั ตอบคถามจากเร่ือง เช่น ใคร ทำอะไร ทไ่ี หน เมื่อไร ผลเป็นอย่างไร
ครใู ห้นกั เรยี นเรยี งลำดับของเรือ่ ง และฝึกเล่าเรือ่ ง
ขน้ั ที่ ๔ ความคดิ รวบยอด
ครูแบ่งกลมุ่ นักเรียนกลุ่มละเท่า ๆ กัน ให้แต่ละกลุ่ม ร่วมกันสรปุ ประเด็นสำคญั ของเรื่อง

ว่าใคร ทำอะไร ท่ีไหน เม่อื ไร ผลเป็นอยา่ งไร และใหต้ ัวแทนกล่มุ ออกมาเล่าเร่ืองหน้าชน้ั เรยี น
ขน้ั ที่ ๕ ทดสอบและนำไปใช้
นกั เรียนทำใบงาน

๑๐. ส่อื การสอน
หนงั สอื เรยี น ชุด หนงั สอื เรยี น ชดุ ภาษาพาที ช้ัน ป. ๒

๑๑. แหล่งเรียนร้ใู นหรอื นอกสถานที่
๑. หอ้ งสมุดโรงเรยี น

๑๒. การวดั และประเมนิ ผล
- สังเกตพฤติกรรมการอา่ น ผ่านเกณฑร์ ้อยละ ๘๐
- ประเมินการตรวจผลงาน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐

๑๓. กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................... ....................................................................... ............

๑๔. บนั ทกึ ผลหลังการสอน

๑๔.๑ ผลการจัดการเรียนการสอน

๑. นักเรยี นจำนวน.................... คน

ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู.้ ....................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ...............

ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนร.ู้ ....................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ................

๒. นักเรยี นมีความร้คู วามเข้าใจ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นักเรียนมีความรูเ้ กิดทักษะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

.....................................
()

ตำแหนง่

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ มคี วามคิดเห็นดงั น้ี

๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้
 ครบถ้วนและถูกตอ้ ง
 ยงั ไม่ครบถว้ นหรอื ไม่ถกู ต้อง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป

๒. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนร้กู ับหลกั สูตรสถานศึกษา
 สอดคลอ้ ง
 ยังไม่สอดคล้อง ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป

๓. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู้
 เนน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ
 ยงั ไมเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

๔. สอื่ การเรยี นรู้
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู้
 ยงั ไมเ่ หมาะสมกบั รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
 ครอบคลุมจดุ ประสงค์การเรียนรู้
 ยงั ไม่ครอบคลมุ จุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอ่ ไป

๖. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………....……………………………………………………………………………………………………………………………

.........................................
()
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียน

ใบงาน
คำชีแ้ จง ใหเ้ ลอื กเลอื กคำท่กี ำหนดใหเ้ ตมิ ในช่องวา่ งทเ่ี ปน็ คำตอบ

ถำ้ ศลิ าเพชร ตะไครห้ อม

เตน็ ท์

กอ่ ไฟ หนีฝน

๑. ทีพ่ ักของควาญชา้ งในปา่ โดยปรกติคอื อะไร
ตอบ ทีพ่ กั ของควาญชา้ งในปา่ โดยปรกติ คือ………………….

๒. ขบวนชา้ งเร่งเดนิ ทางเพราะ
ตอบ ขบวนชา้ งเร่งเดินทางเพราะ………………………

๓. ทำไมนำ้ ใสตกใจรอ้ งกรีด๊
ตอบ น้ำใสตกใจรอ้ งกรี๊ดเพราะขบวนชา้ งวงิ่ เข้า....................โดยไมร่ ตู้ ัว

๔. ผูใ้ หญ่ทำอะไรเพอื่ ปอ้ งกนั อนั ตรายจากสัตวร์ า้ ย
ตอบ ผู้ใหญช่ ว่ ยกนั .............................. เพอ่ื ป้องกนั อนั ตรายจากสตั ว์
รา้ ย

๕. พืชอะไรทใี่ ชส้ มุ ไฟเพอ่ื ไลย่ ุงและแมลง
ตอบ .......................ใช้สมุ ไฟเพอ่ื ไลย่ งุ และแมลง

เฉลยใบงาน
คำชแ้ี จง ให้เลอื กคำท่กี ำหนดใหเ้ ติมในชอ่ งว่างทเ่ี ป็นคำตอบ

ถ้ำศิลาเพชร ตะไคร้หอม

เตน็ ท์

ก่อไฟ หนีฝน

๑. ท่พี กั ของควาญชา้ งในป่าโดยปรกตคิ ืออะไร
ตอบ ทพี่ กั ของควาญชา้ งในปา่ โดยปรกติ คอื ……เตน็ ท…์ ………….

๒. ขบวนชา้ งเร่งเดินทางเพราะ
ตอบ ขบวนช้างเรง่ เดนิ ทางเพราะ……หนฝี น…………………

๓. ทำไมนำ้ ใสตกใจรอ้ งกรีด๊
ตอบ นำ้ ใสตกใจรอ้ งกรี๊ดเพราะขบวนชา้ งวิ่งเขา้ ...ถ้ำศลิ าเพชร...... โดย
ไมร่ ู้ตวั

๔. ผู้ใหญท่ ำอะไรเพ่อื ปอ้ งกนั อันตรายจากสตั วร์ ้าย
ตอบ ผใู้ หญ่ช่วยกัน ........ก่อไฟ............ เพ่ือปอ้ งกนั อนั ตรายจากสตั วร์ า้ ย

๕. พชื อะไรทีใ่ ชส้ ุมไฟเพอื่ ไลย่ งุ และแมลง
ตอบ ........ตะไคร้หอม...............ใช้สุมไฟเพอื่ ไลย่ ุงและแมลง

ใบงาน
คำช้ีแจง เรยี งตัวอักษรให้ตรงกบั ความหมายของคำ

๑. หมายถงึ รสู้ ึกหวาดต่อภัย

สระ
อวั

ลวก

๒. ตรงข้ามกับมดื

ไม้เอก

ต่
ว ส ดา ง

๓. แกว้ ทีแ่ ขง็ แรงทส่ี ุด ราคาแพงใช้เปน็ เคร่อื งประดับ
ร ชพ เ

๔. ผลไม้ลกั ษณะเปน็ พู มหี นามแหลม

สระ
อี

นเยรท

สระ
อุ

๕. เครือ่ งใชส้ อ่ งไฟ

สระ
อี

ณะ เ ย ต ก ง

เฉลยใบงาน
คำช้แี จง เรยี งตัวอักษรให้ตรงกับความหมายของคำ

๑. กลัว หมายถึง รู้สึกหวาดต่อภยั
๒. สว่าง ตรงขา้ มกับมดื
๓. เพชร แก้วทีแ่ ขง็ แรงทส่ี ดุ ราคาแพงใช้เป็นเครอื่ งประดับ
๔. ทเุ รียน ผลไม้ลักษณะเปน็ พู มหี นามแหลม
๕. ตะเกียง เคร่ืองใชส้ อ่ งไฟ

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๓

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๔ กลัวทำไม ๑๕ ชัว่ โมง
รายวชิ า ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
เรอื่ ง อา่ นคิดพนิ ิจภาษา (สระอือ)
เวลา ๒ ชั่วโมง
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๒

๑.มาตรฐานการเรยี นรู้ /ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ผลการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพอ่ื นำไปใชต้ ดั สนิ ใจ
แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนสิ ัยรักการอา่ น

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้
เปน็ สมบัตขิ องชาติ

ตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ป. ๒/๑ อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป. ๒/๒ อธิบายความหมายของคำและข้อความท่ีอา่ น
ท ๑.๑ ป. ๒/๗ อ่านข้อเขียนเชงิ อธบิ าย และปฏบิ ตั ติ ามคำสั่งหรือข้อแนะนำ
ท ๔.๑ ป. ๒/๑ บอกและเขยี นพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย
ท ๔.๑ ป. ๒/๒ เขยี นสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ

๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. บอกความหมายของคำได้ K
๒. อ่านสะกดคำและเขยี นคำ ในบทเรยี นได้ K P
๓. เขยี นคำตามคำบอกไดถ้ กู ตอ้ ง P
๔. มนี ิสัยรักการเขียน A

๓. สาระสำคัญ
การอา่ นออกเสยี งจะชว่ ยใหเ้ รารไู้ ด้ว่าเราสามารถออกเสียงคำและประโยคที่อ่านถูกต้องหรอื ไม่ เพอื่ จะ

ไดป้ รบั ปรุงการอา่ นใหด้ ีขึ้น และการเขียนเปน็ พื้นฐานในการสอื่ สาร

๔. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
- มคี วามรคู้ วามเข้าใจและสามารถส่ือสารกับครแู ละเพ่ือนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
๒. ความสามารถในการคดิ
- คดิ วิเคราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ สร้างองค์ความรู้ดว้ ยตนเอง

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
- ใชท้ ักษะกระบวนการทางภาษาไทยตดั สนิ ใจแกป้ ัญหา
- คดิ ตดั สินใจโดยคำนึงผลกระทบท่มี ตี ่อตนเองและสังคม

๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
- นำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวติ ประจำวันไดอ้ ย่างเหมาะสม
- ปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั การเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมได้อยา่ งเหมาะสม

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
- เลอื กใช้เทคโนโลยีในการสบื ค้นข้อมูลเพ่ือพฒั นาตนเองดา้ นการเรียนรู้

๕. สาระการเรยี นรู้
๕.๑ ดา้ นความรู้ (Knowledge : K)

๑. บอกความหมายของคำได้
๕.๒ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)

๑. เขยี นคำตามคำบอกได้ถกู ต้อง
๕.๓ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude : A)

๑. มนี ิสัยรกั การเขยี น
๖.จุดเนน้ สกู่ ารพฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี น

๖.๑ ทักษะของคนในศตวรรษท่ี ๒๑ คือการเรยี นรู้ ๓R X ๘C
 Reading (อ่านออก)
 (W) Riting (เขยี นได้)
 (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น)
 ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปญั หา (Critical Thinking and Problem
Solving)
 ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
 ทักษะด้านความเขา้ ใจความต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural
Understanding)
 ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผูน้ ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
 ทกั ษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศและรูเ้ ท่าทันส่ือ (Communication, Information, and Media Literacy)
 ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
 ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning)
 ทกั ษะการเปลยี่ นแปลง (Change)
๖.๒ ทกั ษะด้านชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษท่ี ๒๑
 ความยดื หย่นุ และการปรับตวั
 การรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์และเปน็ ตัวของตัวเอง
 ทกั ษะสงั คมและสงั คมข้ามวัฒนธรรม
 การเปน็ ผสู้ ร้างหรอื ผูผ้ ลิต (Productivity) และความรับผดิ ชอบเชื่อถือได้ (Accountability)
 ภาวะผนู้ ำและความรับผิดชอบ (Responsibility)

๖.๓ คุณลักษณะของคนในศตวรรษท่ี ๒๑
 คุณลกั ษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรับตัว ความเป็นผู้นำ
 คุณลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ได้แก่ การช้นี ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
 คณุ ลกั ษณะด้านศลี ธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผู้อนื่ ความซอื่ สตั ย์ ความสำนึกพลเมือง
๗. การบรู ณาการ
 โครงการสถานศึกษาพอเพียง
 โครงการโรงเรยี นคุณธรรม
 อาเซยี นศกึ ษา
 คณุ ธรรม คา่ นิยม ๑๒ ประการ
 อนรุ กั ษ์พลังงานและสิง่ แวดลอ้ ม
 อ่นื ๆ (ระบุ)..................................................................................................................
๘. ช้นิ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/รอ่ งรอยแสดงความร)ู้
กิจกรรมการอ่านสะกดคำ
ใบงาน

๙. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั ท่ี ๑ ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรียน
ครูใหน้ กั เรยี นอ่านพยัญชนะไทย ๔๔ ตวั สระและวรรณยกุ ต์
ข้นั ที่ ๒ จำแนกความแตกต่าง
ครใู ห้นกั เรียนอ่านสระออื จากหนงั สอื ภาษาพาที ให้นักเรยี นสังเกตสระอือจากบทเรยี น

ที่อา่ น
ครูให้นกั เรียนคน้ หาคำท่ีมีสระออื คนละ ๕ คำ จากหนังสอื เรียน ภาษาพาที และตอบครดู ้วย

ปากเปล่า
ขน้ั ที่ ๓ หาความหมาย
ครใู หน้ กั เรียนหาความหมายของคำท่ีมีสระอือ จากคำท่นี ักเรียนค้นหา
ครูใหน้ กั เรียนเขยี นตามคำบอกคำจากการอา่ นสระอือ ๑๐ คำ และบอกความหมาย
ของคำ
ข้นั ท่ี ๔ ความคิดรวบยอด
ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปความรทู้ ่ไี ดจ้ ากการอา่ นสระอือ
ขั้นที่ ๕ ทดสอบและนำไปใช้
ใหน้ กั เรยี นทำใบงาน

๑๐. ส่อื การสอน
หนังสอื เรยี น ชุด ภาษาพาที ช้นั ป. ๒

๑๑. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานท่ี
๑. หอ้ งสมดุ โรงเรียน

๑๒. การวัดและประเมนิ ผล
- สังเกตพฤติกรรมการอ่าน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
- ประเมนิ การตรวจผลงาน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐

๑๓. กิจกรรมเสนอแนะ
....................................................................................................................................................... .......................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

๑๔. บนั ทกึ ผลหลังการสอน

๑๔.๑ ผลการจัดการเรียนการสอน

๑. นักเรียนจำนวน.................... คน

ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู.้ ....................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ...............

ไมผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้.....................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ................

๒. นักเรยี นมีความร้คู วามเข้าใจ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นักเรียนมีความรู้เกดิ ทกั ษะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

.....................................
()

ตำแหน่ง

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ มีความคดิ เห็นดังน้ี

๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้
 ครบถ้วนและถูกต้อง
 ยงั ไม่ครบถว้ นหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป

๒. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรยี นรู้กับหลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคล้อง
 ยังไม่สอดคลอ้ ง ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

๓. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้
 เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ
 ยงั ไมเ่ นน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

๔. สอื่ การเรยี นรู้
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู้
 ยงั ไมเ่ หมาะสมกบั รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป

๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
 ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้
 ยงั ไม่ครอบคลุมจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป

๖. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………....……………………………………………………………………………………………………………………………

.........................................
()
ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรียน

ใบงาน
เร่อื ง สะกดคำท่ปี ระสมสระ อือ
คำชี้แจง ให้นักเรยี นสะกดคำท่ปี ระสมสระออื

ตัวอยา่ ง มือ
มอื มอ- ออื ร้ือ
รือ้ รอ - อือ - รือ - ไม้โท

๑. ถือ ..................................................................................................
๒. คือ ..................................................................................................
๓. ซือ้ ..................................................................................................
๔. ดือ้ ..................................................................................................
๕. ฝืน ..................................................................................................
๖. ชน่ื ..................................................................................................
๗. ลมื ..................................................................................................
๘. จดื ..................................................................................................
๙. คืบ ..................................................................................................
๑๐. สบื ..................................................................................................

เฉลยใบงาน
เรือ่ ง สะกดคำท่ีประสมสระ ออื
คำชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นสะกดคำทปี่ ระสมสระอือ

ตวั อยา่ ง มือ
มือ มอ- อือ รอื้
ร้ือ รอ - ออื - รือ - ไม้โท

๑. ถือ ........ถอ -อือ - ถือ..................................
๒. คือ ........คอ - อือ - คือ......................
๓. ซ้อื ........ซอ - อือ - ซือ - ไมโ้ ท - ซ้ือ...................................
๔. ด้ือ ........ดอ - อือ - ดอื - ไมโ้ ท - ดื้อ..................................
๕. ฝืน ........ฝอ - อือ - นอ - ฝนื ..............................................
๖. ชืน่ ........ชอ - ออื - นอ -ชนื - ไม้เอก - ชืน่ ...........................................
๗. ลืม .........ลอ - ออื - มอ - ลมื ........................................
๘. จดื ..........จอ - อือ - ดอ - จดื .........................................
๙. คืบ ...........คือ - ออื - บอ - คืบ...........................................
๑๐. สืบ ..........สอ - อือ – บอ - สืบ...................................................

ใบงาน
เร่อื ง เตมิ คำเปน็ ประโยค
คำชีแ้ จง ให้นักเรียนนำคำท่ปี ระสมสระออิ ทกี่ ำหนดให้ เติมลงในชอ่ งว่าง

ลืม ถอื ดือ้ ช่อื ผนื
ดม่ื ซือ้ หรอื คือ

๑. พช่ี ่วยแม่......................ของ
๒. น้อง......................อะไรเอ่ย
๓. เดด็ ดไี ม่....................เดก็ ..................ไม่ดี
๔. ผ้า.....................นร้ี าคาแพงคดิ กอ่ นซอ้ื กด็ นี ะ
๕. คำแมส่ อนไวค้ ำพ่อสอนไว้ใส่ใจไม่...........
๖. เดก็ ดีต้อง.....................นมทุกวัน
๗. ฉนั กินแกง...................เป็นอาหารเช้า
๘. ของท่ขี อ..................มีอะไรบา้ ง
๙. แมค่ ้าขายของได.้ ...............ไม่ เพราะอะไร
๑๐. ครอบครวั ของฉนั มี ๓ คน...............พอ่ แม่ และตวั ฉนั

เฉลยใบงาน
เร่อื ง เตมิ คำเป็นประโยค
คำช้แี จง ใหน้ กั เรียนนำคำทปี่ ระสมสระออิ ท่ีกำหนดให้ เติมลงในช่องวา่ ง

ลมื ถอื ดื้อ ชื่อ ผนื
ดื่ม ซือ้ หรอื คอื

๑. พีช่ ว่ ยแม่.......ถอื ...............ของ
๒. น้อง.........ชอ่ื .............อะไรเอย่
๓. เด็ดดไี ม.่ ......ดอ้ื .............เด็ก.......ดือ้ ...........ไม่ดี
๔. ผ้า........ผืน.............นี้ราคาแพงคดิ กอ่ นซอ้ื กด็ ีนะ
๕. คำแมส่ อนไวค้ ำพ่อสอนไว้ใส่ใจไม่....ลืม.......
๖. เด็กดีต้อง..........ด่มื ...........นมทกุ วัน
๗. ฉันกนิ แกง.....จดื ..............เปน็ อาหารเช้า
๘. ของทีข่ อ.....ซอื้ .............มอี ะไรบา้ ง
๙. แมค่ ้าขายของได้......หรอื ..........ไม่ เพราะอะไร
๑๐. ครอบครัวของฉันมี ๓ คน....คือ...........พอ่ แม่ และตวั ฉัน

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๔ ๑๕ ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๔ กลวั ทำไม กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
รายวชิ า ภาษาไทย
เรอื่ ง อ่านคำนำไปใช้ (คำควบกลำ้ ว ) เวลา ๒ ชั่วโมง
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๒

๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ผลการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพื่อนำไปใชต้ ดั สนิ ใจ
แก้ปญั หาในการดำเนินชีวิต และมนี สิ ยั รักการอ่าน

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นสื่อสาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และ
เขยี นเรือ่ งราว ในรูปแบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและ
รายงานการศกึ ษาค้นควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้
เปน็ สมบัติของชาติ

ตวั ชว้ี ัด
ท ๑.๑ ป. ๒/๑ อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้อง
ท ๑.๑ ป. ๒/๗ อ่านขอ้ เขยี นเชิงอธบิ าย และปฏบิ ตั ิตามคำส่ังหรือข้อแนะนำ
ท ๒.๑ ป.๒/๑ คัดลายมอื ตัวบรรจงเตม็ บรรทัด
ท ๔.๑ ป.๒/๑ บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย
ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขยี นสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ

๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. อ่านสะกดคำ ในบทเรียน ได้ K
๒. เขยี นคำตามคำบอกไดถ้ ูกต้อง KP
๓. มคี วามมงุ่ มน่ั ในการทำงาน A

๓. สาระสำคญั
การอ่านออกเสยี งจะช่วยให้เราร้ไู ดว้ ่าเราสามารถออกเสยี งคำและประโยคท่ีอ่านถูกต้องหรือไม่ เพ่ือจะ

ได้ปรับปรงุ การอา่ นใหด้ ีข้นึ และการเขยี นเปน็ พื้นฐานในการส่อื สาร
๔. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

๑. ความสามารถในการส่ือสาร
- มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจและสามารถส่ือสารกับครูและเพ่ือนได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

๒. ความสามารถในการคดิ
- คดิ วิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสรา้ งสรรค์ สรา้ งองค์ความร้ดู ้วยตนเอง

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
- ใช้ทกั ษะกระบวนการทางภาษาไทยตัดสนิ ใจแก้ปญั หา
- คิดตดั สินใจโดยคำนึงผลกระทบทีม่ ีต่อตนเองและสงั คม

๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
- นำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชวี ติ ประจำวันไดอ้ ย่างเหมาะสม
- ปรับตวั ใหเ้ ข้ากับการเปลยี่ นแปลงของสงั คมและสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม

๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- เลอื กใช้เทคโนโลยีในการสบื ค้นขอ้ มูลเพ่ือพฒั นาตนเองด้านการเรียนรู้

๕. สาระการเรียนรู้
๕.๑ ด้านความรู้ (Knowledge : K)

๑. อ่านสะกดคำ ในบทเรยี นได้
๕.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)

๑. เขยี นตามคำบอกไดถ้ ูกต้อง
๕.๓ ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attitude : A)

๑. มีความมุ่งมัน่ ในการทำงาน
๖.จดุ เนน้ สกู่ ารพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียน

๖.๑ ทักษะของคนในศตวรรษที่ ๒๑ คอื การเรยี นรู้ ๓R X ๘C
 Reading (อ่านออก)
 (W) Riting (เขียนได้)
 (A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
 ทกั ษะด้านการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกไ้ ขปัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
 ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
 ทกั ษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
Understanding)
 ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผนู้ ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
 ทักษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศและร้เู ท่าทันส่ือ (Communication, Information, and Media Literacy)
 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
 ทักษะอาชีพ และทักษะการเรยี นรู้ (Career and Learning)
 ทกั ษะการเปล่ยี นแปลง (Change)
๖.๒ ทักษะด้านชีวิตและอาชพี ของคนในศตวรรษที่ ๒๑
 ความยดื หย่นุ และการปรับตวั
 การรเิ ร่มิ สรา้ งสรรคแ์ ละเปน็ ตัวของตัวเอง
 ทักษะสังคมและสงั คมข้ามวัฒนธรรม
 การเป็นผสู้ ร้างหรอื ผ้ผู ลิต (Productivity) และความรับผิดชอบเชื่อถือได้ (Accountability)
 ภาวะผู้นำและความรบั ผิดชอบ (Responsibility)
๖.๓ คณุ ลกั ษณะของคนในศตวรรษท่ี ๒๑

 คุณลักษณะดา้ นการทำงาน ไดแ้ ก่ การปรับตัว ความเปน็ ผ้นู ำ
 คณุ ลักษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การช้นี ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรขู้ องตนเอง
 คณุ ลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผู้อน่ื ความซ่อื สัตย์ ความสำนึกพลเมือง
๗. การบูรณาการ
 โครงการสถานศึกษาพอเพยี ง
 โครงการโรงเรียนคุณธรรม
 อาเซยี นศกึ ษา
 คณุ ธรรม คา่ นยิ ม ๑๒ ประการ
 อนุรกั ษ์พลังงานและส่งิ แวดล้อม
 อ่ืน ๆ (ระบ)ุ ..................................................................................................................
๘. ช้นิ งานหรือภาระงาน (หลักฐาน/รอ่ งรอยแสดงความรู้)
กจิ กรรมการอา่ นคำจากบทเรยี น
ใบงาน เรื่อง คำควบกล้ำ
๙. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั ที่ ๑ ขน้ั นำเข้าสูบ่ ทเรยี น

ครทู บทวน คำทีมี กร กล กล คร คล ควบ

ขน้ั ที่ ๒ จำแนกความแตกต่าง
นักเรยี นจบั คฝู่ ึกอา่ นสะกดคำมี่ ว ควบ จากหนังสือภาษาพาทจี นคล่อง และสังเกตคำท่ีมี ว

ควบ
ข้ันที่ ๓ หาความหมาย
นักเรยี นฝึกอา่ นสะกดคำควบ เป็นรายบคุ คลและบอกความหมายของคำท่ีอา่ น
ขน้ั ท่ี ๔ ความคดิ รวบยอด
ครใู หน้ กั เรียนเขียนตามคำบอกคำท่ี ว ควบ ๑๐ คำ
ขั้นที่ ๕ ทดสอบและนำไปใช้
ให้นักเรยี นทำใบงาน เรื่อง คำควบกลำ้ แท้

๑๐. ส่อื การสอน
หนงั สือเรยี น ชดุ ภาษาพาที ช้นั ป. ๒

๑๑. แหล่งเรยี นรใู้ นหรือนอกสถานท่ี
๑. หอ้ งสมดุ โรงเรยี น

๑๒. การวดั และประเมนิ ผล
- สงั เกตพฤติกรรมการอ่าน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
- ประเมินการตรวจผลงาน ผ่านเกณฑร์ ้อยละ ๘๐

๑๓. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

๑๔. บนั ทกึ ผลหลังการสอน

๑๔.๑ ผลการจดั การเรยี นการสอน

๑. นักเรยี นจำนวน.................... คน

ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนร.ู้ ....................คน คิดเป็นรอ้ ยละ...............

ไมผ่ ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้.....................คน คิดเป็นรอ้ ยละ................

๒. นกั เรียนมคี วามร้คู วามเข้าใจ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นักเรียนมีความรเู้ กิดทักษะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. ปญั หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. ขอ้ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

.....................................
()

ตำแหนง่

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ มคี วามคิดเห็นดงั น้ี

๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้
 ครบถ้วนและถูกตอ้ ง
 ยงั ไม่ครบถว้ นหรอื ไม่ถกู ต้อง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป

๒. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนร้กู ับหลกั สูตรสถานศึกษา
 สอดคลอ้ ง
 ยังไม่สอดคล้อง ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป

๓. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู้
 เนน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ
 ยงั ไมเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

๔. สอื่ การเรยี นรู้
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู้
 ยงั ไมเ่ หมาะสมกบั รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
 ครอบคลุมจดุ ประสงค์การเรียนรู้
 ยงั ไม่ครอบคลมุ จุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอ่ ไป

๖. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………....……………………………………………………………………………………………………………………………

.........................................
()
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียน

ใบงาน
เรอื่ ง คำควบ ว
คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนเขยี นคำทมี่ ีพยัญชนะ ว ควบกลำ้ ลงในแผนผัง

……………………………….. ………………………………..
……………………………….. ………………………………..

………………………………..
………………………………..

……………………………….. ………………………………..
……………………………….. ………………………………..

……………………………….. คำท่มี พี ยญั ชนะ ………………………………..
……………………………….. ว ควบกลำ้ ………………………………..

……………………………….. ………………………………..
……………………………….. ………………………………..

………………………………..
………………………………..

ใบงาน
คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนคน้ หาคำควบ ว แลว้ นำมาแตง่ ประโยค

๑. คำ

แตง่ ประโยค...............................................................................................
๒. คำ

แต่งประโยค...............................................................................................

๓. คำ
แตง่ ประโยค...............................................................................................

๔. คำ

แตง่ ประโยค...............................................................................................

๕. คำ
แตง่ ประโยค...............................................................................................

๖. คำ

แตง่ ประโยคป...ร..ะ..โ.ย...ค.แ...ต..่ง.............................................................................

๗. คำ .......................
.......................

แตง่ ประโยปค..ร......ะ......โ......ย......ค......แ......ต.........่ง.............................................................................................

.......................

.......................

.......................

.......................

..

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๕ ๑๕ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๔ กลัวทำไม กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
รายวชิ า ภาษาไทย
เรื่อง อ่านคำนำไปใช้ (มาตรา กด) เวลา ๒ ชวั่ โมง
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒

๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ / ผลการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพือ่ นำไปใช้ตดั สนิ ใจ
แกป้ ัญหาในการดำเนนิ ชีวติ และมีนิสยั รักการอา่ น

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้
เป็นสมบตั ขิ องชาติ

ตัวชว้ี ดั
ท ๑.๑ ป. ๒/๑ อา่ นออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทร้อยกรองง่ายๆ ไดถ้ ูกต้อง
ท ๑.๑ ป. ๒/๗ อา่ นข้อเขยี นเชิงอธิบาย และปฏบิ ัตติ ามคำส่ังหรือขอ้ แนะนำ
ท ๔.๑ ป.๒/๑ บอกและเขยี นพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย
ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขยี นสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ

๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. อา่ นสะกดคำ ในบทเรยี น ได้ K
๒. บอกมาตราตัวสะกด มาตรา กด ได้ KP
๓. มีความมุ่งม่นั ในการทำงาน A

๓. สาระสำคญั
การอา่ นออกเสียงจะชว่ ยให้เราร้ไู ดว้ า่ เราสามารถออกเสียงคำและประโยคที่อ่านถูกต้องหรือไม่ เพอ่ื จะ

ได้ปรับปรุงการอา่ นให้ดีขึน้ และการเขียนเป็นพื้นฐานในการสือ่ สาร
๔. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น

๑. ความสามารถในการส่ือสาร
- มคี วามรู้ความเขา้ ใจและสามารถสื่อสารกับครูและเพ่ือนได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม

๒. ความสามารถในการคดิ
- คิดวิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
- ใชท้ กั ษะกระบวนการทางภาษาไทยตัดสนิ ใจแก้ปัญหา
- คดิ ตดั สนิ ใจโดยคำนงึ ผลกระทบที่มีต่อตนเองและสงั คม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

- นำกระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันไดอ้ ย่างเหมาะสม
- ปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กบั การเปลยี่ นแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ มได้อย่างเหมาะสม
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- เลือกใชเ้ ทคโนโลยใี นการสบื ค้นข้อมลู เพ่ือพฒั นาตนเองดา้ นการเรยี นรู้
๕. สาระการเรียนรู้
๕.๑ ด้านความรู้ (Knowledge : K)
๑. อ่านสะกดคำ ในบทเรยี น ได้
๕.๒ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
๑. บอกมาตราตวั สะกด มาตรา กด ได้
๕.๓ ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude : A)
๑. มีความมุ่งมนั่ ในการทำงาน
๖.จุดเน้นสกู่ ารพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียน
๖.๑ ทักษะของคนในศตวรรษท่ี ๒๑ คอื การเรยี นรู้ ๓R X ๘C
 Reading (อา่ นออก)
 (W) Riting (เขียนได้)
 (A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
 ทักษะด้านการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแกไ้ ขปญั หา (Critical Thinking and Problem
Solving)
 ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
 ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural
Understanding)
 ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผนู้ ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
 ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศและรูเ้ ท่าทันสอ่ื (Communication, Information, and Media Literacy)
 ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
 ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning)
 ทักษะการเปลีย่ นแปลง (Change)
๖.๒ ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ ๒๑
 ความยดื หยุน่ และการปรับตวั
 การริเรมิ่ สร้างสรรคแ์ ละเปน็ ตวั ของตัวเอง
 ทกั ษะสังคมและสงั คมข้ามวฒั นธรรม
 การเปน็ ผสู้ ร้างหรือผ้ผู ลิต (Productivity) และความรับผิดชอบเชื่อถือได้ (Accountability)
 ภาวะผ้นู ำและความรบั ผิดชอบ (Responsibility)
๖.๓ คุณลกั ษณะของคนในศตวรรษท่ี ๒๑
 คุณลกั ษณะด้านการทำงาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตวั ความเปน็ ผ้นู ำ
 คุณลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชน้ี ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนร้ขู องตนเอง
 คุณลกั ษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ ความเคารพผู้อนื่ ความซือ่ สตั ย์ ความสำนึกพลเมือง

๗. การบูรณาการ
 โครงการสถานศกึ ษาพอเพียง
 โครงการโรงเรยี นคณุ ธรรม
 อาเซยี นศึกษา
 คุณธรรม คา่ นยิ ม ๑๒ ประการ
 อนรุ กั ษ์พลงั งานและสงิ่ แวดล้อม
 อ่นื ๆ (ระบุ)..................................................................................................................

๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/รอ่ งรอยแสดงความรู)้
กจิ กรรมการอ่านคำจากบทเรียน
ใบงาน เรอ่ื ง มาตรา กด
๙. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ ที่ ๑ ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
ครูทบทวนมาตราตวั สะกดโดยใหน้ ักเรยี นแยกคำที่อยใู่ นแมส่ ะกด กง เกย กม กบ
ตอบครูด้วยปากเปลา่

ครใู ห้นกั เรยี นอา่ นบทเรียนเร่ืองครวั ปา่ และใหส้ ังเกตคำท่ีมีตัวสะกดด้วย กด

ขน้ั ท่ี ๒ จำแนกความแตกตา่ ง
ครูอธิบายเกีย่ วกับคำมาตรา คือ คำทม่ี ี ด จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ต ถ ท ธ ศ ษ ส เป็นตวั สะกด

เชน่ แหวนเพชร เกล็ดปลา ปรากฏ กฎหมาย วิทยาศาสตร์ วิทยุ สจุ ริต กจิ วตั ร
นกั เรยี นจบั คฝู่ กึ อ่านสะกดคำมาตรา กด จากหนังสือภาษาพาทีจนคล่อง และบอกคำมาตรา

กด ท่ีปรากฏในเรื่อง
ขั้นท่ี ๓ หาความหมาย
นักเรยี นฝกึ อา่ นสะกดคำมาตรา กด เป็นรายบุคคลและบอกความหมายของคำทอี่ า่ น
ขน้ั ท่ี ๔ ความคดิ รวบยอด
ครใู หน้ กั เรยี นเขยี นตามคำบอกในมาตรา กด ๑๐ คำ
ข้นั ท่ี ๕ ทดสอบและนำไปใช้
ให้นกั เรยี นทำใบงาน เร่ือง มาตรา กด

๑๐. สื่อการสอน
หนังสอื เรยี น ชุด ภาษาพาที ชนั้ ป. ๒

๑๑. แหลง่ เรียนร้ใู นหรอื นอกสถานท่ี
๑. ห้องสมดุ โรงเรียน

๑๒. การวัดและประเมนิ ผล
- สงั เกตพฤติกรรมการอ่าน ผ่านเกณฑร์ ้อยละ ๘๐
- ประเมนิ การตรวจผลงาน ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ ๘๐

๑๓. กจิ กรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................ ..............
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

๑๔. บนั ทกึ ผลหลังการสอน

๑๔.๑ ผลการจดั การเรียนการสอน

๑. นักเรียนจำนวน.................... คน

ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนร้.ู ....................คน คดิ เปน็ ร้อยละ...............

ไม่ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนร.ู้ ....................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ................

๒. นกั เรียนมคี วามรู้ความเข้าใจ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นักเรยี นมีความร้เู กิดทักษะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. ปญั หา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. ขอ้ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

.....................................
()

ตำแหนง่

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ มีความคดิ เห็นดังน้ี

๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้
 ครบถ้วนและถูกตอ้ ง
 ยงั ไม่ครบถว้ นหรอื ไม่ถกู ต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป

๒. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา
 สอดคลอ้ ง
 ยังไม่สอดคล้อง ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป

๓. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู้
 เนน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ
 ยงั ไมเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

๔. สอื่ การเรยี นรู้
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู้
 ยงั ไมเ่ หมาะสมกบั รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
 ครอบคลุมจดุ ประสงค์การเรียนรู้
 ยงั ไม่ครอบคลมุ จุดประสงค์การเรยี นรู้ ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอ่ ไป

๖. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………....……………………………………………………………………………………………………………………………

.........................................
()
ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรียน

ใบงาน
เรอ่ื งมาตรา กด

ใบงาน

คำชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนเขียนคำทีม่ ีตวั สะกดมาตรา กด ในแผนผงั

……………………………….. ………………………………..
……………………………….. ………………………………..

………………………………..
………………………………..

……………………………….. คำมาตรา กด ………………………………..
……………………………….. ………………………………..

……………………………….. ………………………………..
……………………………….. ………………………………..

……………………………….. ………………………………..
……………………………….. ………………………………..

………………………………..
………………………………..

ใบงาน
เรื่อง เขยี นสะกดคำมาตรา กด

คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนคำเขียน จากคำอ่านที่กำหนกดใหต้ ่อไปน้ี

คำอ่าน คำเขยี น
ตัวอย่าง บด บท

เมด - ตา
บวด
พดื

อา - กาด
กระ - ดาด
อำ - นาจ
พิ - เสด
ปรา - กด

กด
เลดิ

เฉลยใบงาน
เรอ่ื ง เขยี นสะกดคำมาตรา กด

คำช้แี จง ให้นักเรียนคำเขียน จากคำอ่านทีก่ ำหนกดให้ต่อไปนี้

คำอา่ น คำเขียน
ตวั อย่าง บด บท
เมตตา
เมด - ตา บวช
บวด พชื
พดื อากาศ

อา - กาด กระดาษ
กระ - ดาด อำนาจ
อำ - นาจ พเิ ศษ
พิ - เสด ปรากฏ
ปรา - กด
กด
กด เลิศ
เลดิ

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๖

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๔ กลวั ทำไม ๑๕ ชวั่ โมง
รายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
เรอ่ื ง อ่านเขียนเรยี นประโยค
เวลา ๑ ช่วั โมง
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒

๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรียนรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ผลการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นส่ือสาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และ
เขยี นเร่อื งราว ในรปู แบบต่าง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและ
รายงานการศกึ ษาค้นควา้ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้
เปน็ สมบัติของชาติ

ตัวช้ีวดั
ท ๒.๑ ป. ๒/๑ คดั ลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทดั
ท ๒.๑ ป. ๒/๒ เขยี นเรอ่ื งสั้นๆ เก่ียวกบั ประสบการณ์
ท ๔.๑ ป. ๒/๓ เรียบเรยี งคำเป็นประโยคได้ตรงตามเจตนาของการสอ่ื สาร
ท ๔.๑ ป. ๒/๕ เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถนิ่ ไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ

๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. บอกความหมายของประโยคคำ และขอ้ ความท่ีอ่าน K
๒. คดั ลายมือไดส้ วยงาม ถูกตอ้ ง เป็นระเบียบ P
๓. มีมารยาทและนสิ ัยรักเขยี น A

๓. สาระสำคญั
การอา่ นออกเสียงจะช่วยให้เรารู้ไดว้ ่าเราสามารถออกเสียงคำและประโยคท่ีอ่านถกู ต้องหรอื ไม่ เพอื่ จะ

ไดป้ รับปรุงการอ่านใหด้ ีขน้ึ

๔. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
- มคี วามรูค้ วามเข้าใจและสามารถส่ือสารกับครูและเพ่ือนได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม
๒. ความสามารถในการคดิ
- คดิ วเิ คราะห์ คิดสงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ สรา้ งองค์ความรู้ด้วยตนเอง
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
- ใชท้ กั ษะกระบวนการทางภาษาไทยตดั สนิ ใจแก้ปัญหา

- คิดตัดสินใจโดยคำนึงผลกระทบทีม่ ตี ่อตนเองและสังคม
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

- นำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
- ปรับตวั ใหเ้ ขา้ กับการเปล่ียนแปลงของสงั คมและสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
- เลือกใช้เทคโนโลยีในการสบื คน้ ข้อมลู เพื่อพัฒนาตนเองด้านการเรยี นรู้
๕. สาระการเรยี นรู้
๕.๑ ด้านความรู้ (Knowledge : K)
๑. บอกความหมายของประโยคคำ และข้อความท่ีอ่าน
๕.๒ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
๑. คดั ลายมือไดส้ วยงาม ถูกตอ้ ง เป็นระเบยี บ
๕.๓ ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude : A)
๑. มีมารยาทและนิสัยรักเขยี น
๖.จดุ เนน้ สู่การพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี น
๖.๑ ทักษะของคนในศตวรรษท่ี ๒๑ คอื การเรยี นรู้ ๓R X ๘C
 Reading (อา่ นออก)
 (W) Riting (เขยี นได้)
 (A) Rithemetics (คดิ เลขเปน็ )
 ทักษะด้านการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปญั หา (Critical Thinking and Problem
Solving)
 ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
 ทกั ษะด้านความเข้าใจความตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
Understanding)
 ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
 ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศและรู้เท่าทันส่อื (Communication, Information, and Media Literacy)
 ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
 ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and Learning)
 ทักษะการเปลย่ี นแปลง (Change)
๖.๒ ทักษะดา้ นชีวิตและอาชพี ของคนในศตวรรษที่ ๒๑
 ความยืดหยนุ่ และการปรับตัว
 การริเรม่ิ สรา้ งสรรค์และเป็นตัวของตวั เอง
 ทกั ษะสังคมและสังคมข้ามวฒั นธรรม
 การเปน็ ผสู้ ร้างหรอื ผผู้ ลิต (Productivity) และความรับผดิ ชอบเชอ่ื ถือได้ (Accountability)
 ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ (Responsibility)
๖.๓ คณุ ลักษณะของคนในศตวรรษท่ี ๒๑
 คุณลักษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตวั ความเป็นผนู้ ำ
 คุณลักษณะด้านการเรยี นรู้ ได้แก่ การชีน้ ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรขู้ องตนเอง

 คุณลกั ษณะด้านศลี ธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผอู้ ่นื ความซ่ือสตั ย์ ความสำนึกพลเมอื ง
๗. การบรู ณาการ

 โครงการสถานศกึ ษาพอเพียง
 โครงการโรงเรยี นคณุ ธรรม
 อาเซียนศกึ ษา
 คณุ ธรรม คา่ นยิ ม ๑๒ ประการ
 อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
 อ่ืน ๆ (ระบ)ุ ..................................................................................................................
๘. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้)
ใบงาน เรื่องการแต่งประโยค
ใบงานเร่อื ง การคัดลายมอื
๙. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั ที่ ๑ ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรียน

ครูนำนักเรยี นฝึกอา่ นประโยคจากหนงั สือภาษาพาที

ข้นั ท่ี ๒ จำแนกความแตกต่าง
นักเรยี นจับคู่กันฝกึ อ่านประโยค จากหนงั สอื ภาษาพาที จนคลอ่ ง

โดยให้เพือ่ นบอกถ้าอ่านไมถ่ ูก
ขน้ั ท่ี ๓ หาความหมาย

ครแู ละนกั เรียนร่วมกันอภิปรายถงึ ลกั ษณะของประโยค
ครใู ห้นักเรยี นแข่งขนั แตง่ ประโยคจากคำที่ครกู ำหนดใหด้ ว้ ยปากเปลา่ คนใดแตง่ ไดเ้ รว็ ทส่ี ดุ
และถูกตอ้ งท่สี ุดเป็นผูช้ นะ
ขั้นท่ี ๔ ความคิดรวบยอด
ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ความร้ทู ี่ได้จากการอา่ นประโยค
ขัน้ ที่ ๕ ทดสอบและนำไปใช้
ใหน้ ักเรียนแต่งประโยค จากคำทีก่ ำหนดให้
ให้นักเรียนคัดลายมอื จากประโยคท่กี ำหนดให้
๑๐. สอ่ื การสอน
หนงั สอื เรียน ชดุ ภาษาพาที ชน้ั ป. ๒
๑๑. แหล่งเรียนรู้ในหรอื นอกสถานที่
๑. หอ้ งสมดุ โรงเรยี น

๑๒. การวดั และประเมนิ ผล
- สงั เกตพฤติกรรมการอา่ น ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๘๐
- ประเมินการตรวจผลงาน ผ่านเกณฑร์ ้อยละ ๘๐

๑๓. กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

๑๔. บนั ทึกผลหลังการสอน

๑๔.๑ ผลการจดั การเรยี นการสอน

๑. นักเรยี นจำนวน.................... คน

ผา่ นจุดประสงค์การเรียนร.ู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ...............

ไมผ่ ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้.....................คน คิดเป็นร้อยละ................

๒. นกั เรยี นมคี วามร้คู วามเข้าใจ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นักเรยี นมีความรู้เกิดทักษะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. ปญั หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. ขอ้ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

.....................................
()

ตำแหน่ง

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ มีความคดิ เห็นดังน้ี

๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้
 ครบถ้วนและถูกต้อง
 ยงั ไม่ครบถว้ นหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

๒. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรยี นรู้กับหลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคล้อง
 ยังไม่สอดคลอ้ ง ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

๓. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้
 เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ
 ยงั ไมเ่ นน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

๔. สอื่ การเรยี นรู้
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู้
 ยงั ไมเ่ หมาะสมกบั รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป

๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
 ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้
 ยงั ไม่ครอบคลุมจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป

๖. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………....……………………………………………………………………………………………………………………………

.........................................
()
ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรียน

ใบงาน
เรือ่ ง การแต่งประโยค
คำชี้แจง ให้นกั เรียนแต่งประโยคจากคำท่ีกำหนดให้ต่อไปนี้
๑. ไฟฉาย ………………………………………………………………………………
๒. ก้อนหิน ………………………………………………………………………………
๓. ตะเกียง ………………………………………………………………………………
๔. กอ่ ไฟ ………………………………………………………………………………
๕. เต็นท์ ………………………………………………………………………………
๖. พนมมอื ………………………………………………………………………………
๗. ถ้ำ ………………………………………………………………………………
๘. ฟนื ………………………………………………………………………………
๙. ยงุ ………………………………………………………………………………
๑๐. กลวั ………………………………………………………………………………

ใบงาน
เรอื่ ง การเขียนคดั ลายมอื

คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนคดั ลายมือจากคำที่กำหนดให้ต่อไปนี้

วนั นที้ ้องฟา้ มดื ครมึ้
…………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………..

ลกู ช้างพากนั วงิ่ สดุ กำลัง
…………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………..

ในถำ้ อากาศค่อนข้างเย็น
…………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………..

ภูผาฉายไฟไปท่ัวเพดานถ้ำ
…………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………..

ทุกคนลอ้ มวงกนิ อาหารจนอมิ่
…………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………..

ผใู้ หญ่กอ่ ไฟทปี่ ากถ้ำเพอ่ื ป้องกนั สตั วร์ า้ ย
…………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………..

กอ่ นนอนทกุ คนพนมมือไหวอ้ ธษิ ฐานขอใหป้ ลอดภยั
…………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………….

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ๗

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๔ กลวั ทำไม ๑๕ ชั่วโมง
รายวชิ า ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
เรื่อง อา่ นคลอ่ ง รอ้ งเลน่
เวลา ๑ ช่ัวโมง
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๒

๑.มาตรฐานการเรยี นรู้ /ตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ผลการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิดเพอื่ นำไปใช้ตัดสินใจ
แกป้ ัญหาในการดำเนินชีวติ และมนี สิ ยั รักการอ่าน

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้
เป็นสมบัติของชาติ

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย

อยา่ งเห็นคุณค่าและนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง

ตัวชว้ี ัด
ท ๑.๑ ป. ๒/๑ อา่ นออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป. ๒/๘ มีมารยาทในการอ่าน
ท ๔.๑ ป. ๒/๔ บอกลกั ษณะคำคล้องจอง

ท ๕.๑ป. ๒/๒ รอ้ งบทรอ้ งเล่นสำหรับเด็กในท้องถิน่

๒. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. สามารถสะกดคำในบทเรยี นได้ K
๒. สามารถเขียนคำในบทเพลง ไดถ้ ูกตอ้ ง P
๓. มมี ารยาทในการอา่ น A

๓. สาระสำคัญ
การอา่ นคำและร้องเพลง “อร่อย อร่อย” เปน็ การฝึกประสบการณ์ทางภาษา ทั้งทำใหเ้ กิดความ

สนุกสนานในการเรยี น

๔. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
- มีความรคู้ วามเขา้ ใจและสามารถสื่อสารกบั ครแู ละเพ่ือนได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม
๒. ความสามารถในการคิด
- คิดวิเคราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คิดสรา้ งสรรค์ สรา้ งองค์ความรู้ด้วยตนเอง

๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
- ใชท้ ักษะกระบวนการทางภาษาไทยตัดสินใจแก้ปญั หา
- คิดตดั สนิ ใจโดยคำนึงผลกระทบท่ีมีต่อตนเองและสงั คม

๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
- นำกระบวนการตา่ ง ๆ ไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้อย่างเหมาะสม
- ปรับตวั ใหเ้ ขา้ กับการเปล่ียนแปลงของสงั คมและสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
- เลือกใชเ้ ทคโนโลยใี นการสืบคน้ ข้อมลู เพ่ือพัฒนาตนเองดา้ นการเรียนรู้

๕. สาระการเรียนรู้
๕.๑ ดา้ นความรู้ (Knowledge : K)

๑. สามารถสะกดคำในบทเรียนได้
๕.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)

๑. สามารถเขยี นคำในบทเพลง ได้ถูกต้อง
๕.๓ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude : A)

๑. มีมารยาทในการอ่าน
๖.จดุ เนน้ สู่การพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น

๖.๑ ทกั ษะของคนในศตวรรษท่ี ๒๑ คือการเรยี นรู้ ๓R X ๘C
 Reading (อ่านออก)
 (W) Riting (เขยี นได)้
 (A) Rithemetics (คดิ เลขเปน็ )
 ทักษะด้านการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกไ้ ขปญั หา (Critical Thinking and Problem
Solving)
 ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
 ทกั ษะด้านความเขา้ ใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
Understanding)
 ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผูน้ ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
 ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศและรเู้ ท่าทันสอื่ (Communication, Information, and Media Literacy)
 ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
 ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and Learning)
 ทักษะการเปล่ียนแปลง (Change)
๖.๒ ทักษะด้านชีวิตและอาชพี ของคนในศตวรรษท่ี ๒๑
 ความยืดหย่นุ และการปรับตัว
 การริเริ่มสร้างสรรคแ์ ละเป็นตวั ของตวั เอง
 ทกั ษะสังคมและสังคมข้ามวฒั นธรรม
 การเปน็ ผู้สร้างหรอื ผู้ผลติ (Productivity) และความรับผิดชอบเชื่อถือได้ (Accountability)
 ภาวะผนู้ ำและความรบั ผิดชอบ (Responsibility)


Click to View FlipBook Version