๖.๓ คณุ ลักษณะของคนในศตวรรษที่ ๒๑
คุณลกั ษณะดา้ นการทำงาน ไดแ้ ก่ การปรับตัว ความเป็นผูน้ ำ
คุณลักษณะดา้ นการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การช้ีนำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรขู้ องตนเอง
คุณลกั ษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ ความเคารพผอู้ น่ื ความซอ่ื สตั ย์ ความสำนึกพลเมอื ง
๗. การบูรณาการ
โครงการสถานศกึ ษาพอเพยี ง
โครงการโรงเรียนคุณธรรม
อาเซียนศึกษา
คุณธรรม คา่ นิยม ๑๒ ประการ
อนุรักษ์พลงั งานและสงิ่ แวดลอ้ ม
อืน่ ๆ (ระบุ)..................................................................................................................
๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/รอ่ งรอยแสดงความร้)ู
กิจกรรมการอา่ น
๙. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นท่ี ๑ ขั้นนำเขา้ สู่บทเรยี น
ครูใหน้ ักเรยี นอ่านบทอา่ น กลัวทำไม จากหนังสือภาษาพาที
ขัน้ ที่ ๒ จำแนกความแตกตา่ ง
ให้นักเรียนแข่งขันกันอา่ นออกเสียงบทเพลง “กลัวทำไม”
ขัน้ ท่ี ๓ หาความหมาย
ให้นกั เรยี นบอกความหมายจากเรื่องทีอ่ ่าน
ข้ันที่ ๔ ความคิดรวบยอด
นักเรยี นบอกข้อคดิ ท่ไี ดจ้ ากเพลง กลัวทำไม
ขนั้ ที่ ๕ ทดสอบและนำไปใช้
นักเรยี นคัดบทเพลงลงในสมุด
ใหน้ ักเรียนเขยี นตามคำบอก จากบทเรียน ๑๐ คำ ครเู ขยี นเฉลยบนกระดาน และให้นักเรยี น
อา่ นออกเสยี ง
๑๐. ส่อื การสอน
หนังสือเรยี น ชุด ภาษาพาที ช้ัน ป. ๒
๑๑. แหลง่ เรียนรู้ในหรอื นอกสถานที่
๑. ห้องสมุดโรงเรยี น
๑๒. การวดั และประเมนิ ผล
- สังเกตพฤติกรรมการอา่ น ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
- ประเมินการตรวจผลงาน ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๘๐
๑๓. กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................................... ........................................
..............................................................................................................................................................................
๑๔. บนั ทึกผลหลังการสอน
๑๔.๑ ผลการจดั การเรียนการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน.................... คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ ....................คน คดิ เป็นร้อยละ...............
ไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรยี นร้.ู ....................คน คิดเปน็ ร้อยละ................
๒. นกั เรยี นมคี วามร้คู วามเข้าใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นักเรยี นมีความรเู้ กิดทักษะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. ปญั หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. ขอ้ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.....................................
()
ตำแหนง่
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ มคี วามคดิ เห็นดังนี้
๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้
ครบถ้วนและถูกตอ้ ง
ยงั ไม่ครบถว้ นหรอื ไม่ถกู ต้อง ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๒. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศกึ ษา
สอดคลอ้ ง
ยังไม่สอดคล้อง ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
๓. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู้
เนน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ
ยงั ไมเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
๔. สอื่ การเรยี นรู้
เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู้
ยงั ไมเ่ หมาะสมกบั รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
ครอบคลุมจดุ ประสงค์การเรียนรู้
ยงั ไม่ครอบคลมุ จุดประสงค์การเรยี นรู้ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
๖. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………....……………………………………………………………………………………………………………………………
.........................................
()
ตำแหน่ง ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๘
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๔ กลวั ทำไม ๑๕ ชั่วโมง
รายวชิ า ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
เรือ่ ง สำนวนชวนใช้
เวลา ๑ ชั่วโมง
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒
๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ / ผลการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นเขียนส่อื สาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ
และเขยี นเรอ่ื งราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูล
สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้
ความคดิ และความรสู้ ึกในโอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและ
สร้างสรรค์
ตวั ชว้ี ัด
ท ๒.๑ ป. ๒/๑ คัดลายมอื ตัวบรรจงเตม็ บรรทัด
ท ๒.๑ ป. ๒/๒ เขยี นเรือ่ งสน้ั ๆ เกีย่ วกับประสบการณ์
ท ๒.๑ ป. ๒/๓ เขียนเรอ่ื งส้ันๆ ตามจินตนาการ
ท ๓.๑ ป. ๒/๕ พดู แสดงความคิดเห็นและความรูส้ กึ จากเร่ืองที่ฟงั และดู
ท ๓.๑ ป. ๒/๖ พูดสอ่ื สารได้ชัดเจนตรงตามวตั ถปุ ระสงค์
๒ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. ตอบคำถามและเลา่ เร่ืองได้ K
๒. พูดแสดงความคิดเห็นและความรสู้ กึ จากเร่ืองได้ P
๓. ฟงั คำแนะนำ คำส่งั งา่ ยๆ และปฏิบัติตามได้ A
๓. สาระสำคญั
การอา่ นคำและร้องเพลง “อร่อย อร่อย” เป็นการฝกึ ประสบการณ์ทางภาษา ท้ังทำให้เกิดความ
สนุกสนานในการเรียน
๔. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
- มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจและสามารถส่ือสารกับครแู ละเพื่อนได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
๒. ความสามารถในการคิด
- คิดวิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คิดสรา้ งสรรค์ สรา้ งองค์ความรูด้ ว้ ยตนเอง
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
- ใชท้ ักษะกระบวนการทางภาษาไทยตัดสนิ ใจแกป้ ญั หา
- คิดตัดสินใจโดยคำนงึ ผลกระทบทีม่ ตี ่อตนเองและสงั คม
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
- นำกระบวนการตา่ ง ๆ ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้อย่างเหมาะสม
- ปรบั ตวั ใหเ้ ข้ากบั การเปลี่ยนแปลงของสงั คมและสภาพแวดล้อมได้อยา่ งเหมาะสม
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
- เลือกใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นขอ้ มลู เพ่ือพฒั นาตนเองด้านการเรียนรู้
๕. สาระการเรยี นรู้
๕.๑ ด้านความรู้ (Knowledge : K)
๑. ตอบคำถามและเล่าเรื่องได้
๕.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
๑. พูดแสดงความคดิ เห็นและความรู้สกึ จากเรื่องได้
๕.๓ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude : A)
๑. ฟังคำแนะนำ คำสัง่ ง่ายๆ และปฏิบตั ติ ามได้
๖.จดุ เน้นสู่การพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น
๖.๑ ทักษะของคนในศตวรรษที่ ๒๑ คอื การเรยี นรู้ ๓R X ๘C
Reading (อา่ นออก)
(W) Riting (เขยี นได)้
(A) Rithemetics (คดิ เลขเป็น)
ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแกไ้ ขปัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความเข้าใจความตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
Understanding)
ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผนู้ ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
ทักษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication, Information, and Media Literacy)
ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning)
ทกั ษะการเปล่ียนแปลง (Change)
๖.๒ ทกั ษะด้านชีวติ และอาชพี ของคนในศตวรรษท่ี ๒๑
ความยืดหยุ่นและการปรับตวั
การริเริ่มสรา้ งสรรค์และเป็นตวั ของตวั เอง
ทกั ษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม
การเป็นผสู้ รา้ งหรอื ผผู้ ลิต (Productivity) และความรับผิดชอบเชอ่ื ถือได้ (Accountability)
ภาวะผนู้ ำและความรบั ผิดชอบ (Responsibility)
๖.๓ คณุ ลกั ษณะของคนในศตวรรษท่ี ๒๑
คณุ ลักษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตวั ความเป็นผนู้ ำ
คณุ ลกั ษณะด้านการเรยี นรู้ ได้แก่ การชนี้ ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรขู้ องตนเอง
คุณลกั ษณะด้านศีลธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผู้อ่นื ความซื่อสัตย์ ความสำนึกพลเมอื ง
๗. การบูรณาการ
โครงการสถานศึกษาพอเพียง
โครงการโรงเรยี นคณุ ธรรม
อาเซยี นศึกษา
คุณธรรม ค่านิยม ๑๒ ประการ
อนรุ กั ษ์พลงั งานและส่ิงแวดล้อม
อน่ื ๆ (ระบุ)..................................................................................................................
๘. ชน้ิ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/รอ่ งรอยแสดงความรู)้
ใบงาน
๙. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ ข้นั นำเข้าส่บู ทเรียน
นักเรยี นรอ้ งเพลงกลัวทำไม และปรบมือให้เป็นจงั หวะพร้อมกนั
ข้ันที่ ๒ จำแนกความแตกต่าง
ครเู ปรยี บเทียบคำใหน้ กั เรียนฟงั เช่น ดำเหมอื นอกี า อ้วนเหมอื นหมู
ข้ันที่ ๓ หาความหมาย
ให้นกั เรยี นคิดคำเปรียบเทยี บรว่ มกัน
-ขาวเหมอื น............... -มดื เหมอื น................
-สว่างเหมือน............. -เรยี บเหมอื น.............
-หินยอ้ ยลงมาเหมอื น............
ขน้ั ท่ี ๔ ความคิดรวบยอด
ครใู หน้ ักเรียนเข้ากล่มุ รว่ มกนั ค้นหาสำนวนพร้อมกบั ความหมายใหไ้ ด้มากท่ีสดุ
ขั้นที่ ๕ ทดสอบและนำไปใช้
ใหน้ ักเรียนออกมาออกมานำเสนอสำนวนทีน่ กั เรียนได้คน้ ควา้
ใหน้ กั เรยี นทำใบงาน
๑๐. ส่อื การสอน
หนังสอื เรยี น ชดุ ภาษาพาที ชั้น ป. ๒
๑๑. แหล่งเรยี นรู้ในหรอื นอกสถานท่ี
๑. หอ้ งสมดุ โรงเรยี น
๑๒. การวดั และประเมินผล
- สงั เกตพฤติกรรมการอ่าน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
- ประเมนิ การตรวจผลงาน ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ ๘๐
๑๓. กิจกรรมเสนอแนะ
.......................................................................................................... ....................................................................
..............................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................... .....................................
๑๔. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
๑๔.๑ ผลการจดั การเรยี นการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน.................... คน
ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้.....................คน คดิ เปน็ ร้อยละ...............
ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ................
๒. นักเรียนมีความร้คู วามเข้าใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นักเรยี นมีความรู้เกิดทักษะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. ขอ้ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.....................................
()
ตำแหนง่
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ มีความคดิ เห็นดังน้ี
๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้
ครบถ้วนและถูกตอ้ ง
ยงั ไม่ครบถว้ นหรอื ไม่ถกู ต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๒. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา
สอดคลอ้ ง
ยังไม่สอดคล้อง ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
๓. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู้
เนน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ
ยงั ไมเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
๔. สอื่ การเรยี นรู้
เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู้
ยงั ไมเ่ หมาะสมกบั รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
ครอบคลุมจดุ ประสงค์การเรียนรู้
ยงั ไม่ครอบคลมุ จุดประสงค์การเรยี นรู้ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
๖. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………....……………………………………………………………………………………………………………………………
.........................................
()
ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรียน
ใบงาน
เรือ่ ง การเปรียบเทยี บสำนวน
คำช้แี จง เตมิ สำนวนต่อไปนใี้ หส้ มบรู ณ์
๑.
.......ไป........มา
๒.
จบั ...............
ชน ................
๔. ๓.
...........หยอก ...........ไมอ่ ยู่
........ร่าเริง
..........
๖. ๕.
.............เหมือน .......ปลา........
เกลือ มือ
เฉลยใบงาน
เร่ือง การเปรียบเทียบสำนวน
คำช้แี จง เตมิ สำนวนตอ่ ไปน้ใี ห้สมบูรณ์
๑.
...หม.ู ...ไป....ไก่
มา
๒.
จับ....แพะ....
ชน ...แกะ......
๔. ๓.
.....หมา......
หยอก...ไก่....... ....แมว.......ไมอ่ ย่.ู .
หนู......ร่าเรงิ
๖. ๕.
....เคม็ ......... ...จบั ....ปลา..
เหมอื นเกลือ สอง......มอื
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๙
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๔ กลวั ทำไม ๑๕ ชว่ั โมง
รายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
เรอ่ื ง สรปุ องค์ความรู้
เวลา ๑ ชว่ั โมง
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๒
๑.มาตรฐานการเรยี นรู้ /ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ / ผลการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นำไปใช้ตดั สนิ ใจ
แก้ปญั หาในการดำเนนิ ชีวิต และมีนสิ ยั รักการอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้
เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
อยา่ งเหน็ คุณค่าและนำมาประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จรงิ
ตวั ช้ีวดั
ท ๑.๑ ป. ๒/๔ ระบุใจความสำคัญและรายละเอียดจากเร่ืองท่ีอา่ น
ท ๑.๑ ป. ๒/๕ แสดงความคิดเหน็ และคาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรอื่ งทอี่ า่ น
ท ๔.๑ ป. ๒/๕ เลอื กใช้ภาษาไทยมาตรฐานและ ภาษาถ่ินได้เหมาะสมกับกาลเทศะ
ท ๕.๑ ป. ๒/๑ ระบขุ อ้ คิดท่ไี ด้จากการอ่านหรือการฟงั วรรณกรรมสำหรับเด็กเพื่อนำไปใช้ใน
ชวี ิตประจำวัน
ท ๕.๑ป. ๒/๓ ทอ่ งจำบทอาขยานตามทก่ี ำหนด และบทร้อยกรองทีม่ ีคุณคา่ ตามความสนใจ
๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. ตอบคำถามเกย่ี วกับเรื่องที่อ่าน K
๒. บอกความหมายของคำ และข้อความท่ีอา่ นได้ K
๓. อา่ นและเขยี นแสดงความคดิ เห็นและคาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองที่อา่ น P
๔. มีความม่งุ มน่ั ในการทำงาน A
๓. สาระสำคัญ
การสรุปเร่ืองโดยใช้ทักษะการฟัง การดู การพูด การอ่านการเขียน จะช่วยให้นักเรียนมีความรู้และ
สามารถนำความรู้ท่ีไดร้ บั ไปใช้ในชีวติ ประจำวัน และเกดิ นสิ ยั รกั การอา่ นตามมาได้
๔. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
- มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจและสามารถส่ือสารกับครูและเพ่ือนได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม
๒. ความสามารถในการคิด
- คิดวิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คิดสรา้ งสรรค์ สรา้ งองค์ความรู้ดว้ ยตนเอง
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
- ใช้ทักษะกระบวนการทางภาษาไทยตัดสินใจแก้ปญั หา
- คดิ ตดั สินใจโดยคำนึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
- นำกระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้อย่างเหมาะสม
- ปรับตวั ให้เข้ากับการเปล่ยี นแปลงของสงั คมและสภาพแวดล้อมได้อยา่ งเหมาะสม
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
- เลือกใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นขอ้ มลู เพื่อพัฒนาตนเองด้านการเรยี นรู้
๕. สาระการเรยี นรู้
๕.๑ ดา้ นความรู้ (Knowledge : K)
๑. ตอบคำถามเกี่ยวกบั เร่อื งท่ีอา่ น
๒. บอกความหมายของคำ และข้อความที่อา่ นได้
๕.๒ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
๑. อ่านและเขียนแสดงความคดิ เหน็ และคาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองทีอ่ า่ น
๕.๓ ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attitude : A)
๑. มคี วามมุ่งมั่นในการทำงาน
๖.จดุ เน้นสกู่ ารพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รยี น
๖.๑ ทกั ษะของคนในศตวรรษที่ ๒๑ คือการเรียนรู้ ๓R X ๘C
Reading (อ่านออก)
(W) Riting (เขยี นได)้
(A) Rithemetics (คดิ เลขเปน็ )
ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปญั หา (Critical Thinking and Problem
Solving)
ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความเขา้ ใจความต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
Understanding)
ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผนู้ ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
ทกั ษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication, Information, and Media Literacy)
ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning)
ทักษะการเปล่ียนแปลง (Change)
๖.๒ ทกั ษะดา้ นชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ ๒๑
ความยืดหยนุ่ และการปรับตวั
การรเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์และเป็นตวั ของตวั เอง
ทกั ษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม
การเป็นผ้สู รา้ งหรอื ผผู้ ลติ (Productivity) และความรับผดิ ชอบเช่อื ถือได้ (Accountability)
ภาวะผ้นู ำและความรับผิดชอบ (Responsibility)
๖.๓ คุณลกั ษณะของคนในศตวรรษท่ี ๒๑
คุณลักษณะด้านการทำงาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตัว ความเปน็ ผนู้ ำ
คณุ ลกั ษณะด้านการเรยี นรู้ ได้แก่ การชน้ี ำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง
คณุ ลักษณะดา้ นศีลธรรม ได้แก่ ความเคารพผู้อน่ื ความซอ่ื สัตย์ ความสำนึกพลเมือง
๗. การบูรณาการ
โครงการสถานศึกษาพอเพยี ง
โครงการโรงเรียนคณุ ธรรม
อาเซยี นศึกษา
คณุ ธรรม ค่านยิ ม ๑๒ ประการ
อนุรักษ์พลงั งานและสง่ิ แวดลอ้ ม
อน่ื ๆ (ระบุ)..................................................................................................................
๘. ชนิ้ งานหรือภาระงาน (หลักฐาน/รอ่ งรอยแสดงความรู)้
ทำแบบทดสอบหลังเรียน
๙. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั ที่ ๑ ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรียน
ครูทบทวนความรจู้ ากเรอ่ื ง กลัวทำไม
ขั้นท่ี ๒ จำแนกความแตกตา่ ง
ใหน้ กั เรยี นบอกตัวละครท่ีชอบพร้อมบอกเหตุผล
ขน้ั ที่ ๓ หาความหมาย
ใหน้ กั เรยี นบอกเหตุการณท์ ชี่ อบทสี่ ดุ จากเรอื่ งพรอ้ มบอกเหตุผลประกอบ
ขนั้ ที่ ๔ ความคิดรวบยอด
ให้นักเรียนบอกถงึ ข้อคิดท่ีได้จากเรอื่ ง
ขน้ั ท่ี ๕ ทดสอบและนำไปใช้
ใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน
๑๐. สื่อการสอน
หนังสือเรยี น ชดุ ภาษาพาที ช้นั ป. ๒
๑๑. แหล่งเรียนรูใ้ นหรอื นอกสถานท่ี
๑. ห้องสมดุ โรงเรียน
๑๒. การวดั และประเมนิ ผล
- สังเกตพฤติกรรมการอ่าน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
- ประเมินการตรวจผลงาน ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ ๘๐
๑๓. กิจกรรมเสนอแนะ
.......................................................................................................................................................................... ....
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
๑๔. บนั ทึกผลหลังการสอน
๑๔.๑ ผลการจดั การเรยี นการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน.................... คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนร.ู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ...............
ไมผ่ ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้.....................คน คิดเป็นรอ้ ยละ................
๒. นกั เรยี นมคี วามร้คู วามเข้าใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นักเรยี นมีความรเู้ กิดทักษะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. ปญั หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. ขอ้ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.....................................
()
ตำแหนง่
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ มคี วามคิดเห็นดังน้ี
๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้
ครบถ้วนและถูกตอ้ ง
ยงั ไม่ครบถว้ นหรอื ไม่ถกู ต้อง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป
๒. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนร้กู ับหลกั สูตรสถานศกึ ษา
สอดคลอ้ ง
ยังไม่สอดคล้อง ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
๓. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู้
เนน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ
ยงั ไมเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
๔. สอื่ การเรยี นรู้
เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู้
ยงั ไมเ่ หมาะสมกบั รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
ครอบคลุมจดุ ประสงค์การเรียนรู้
ยงั ไม่ครอบคลมุ จุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
๖. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………....……………………………………………………………………………………………………………………………
.........................................
()
ตำแหนง่ ผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
แบบทดสอบหลงั เรียน
คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนเลอื กคำตอบทีถ่ ูกทีส่ ดุ เพียงขอ้ เดยี ว
๑. จากเรื่องเพราะอะไรทำใหก้ างเตน็ ทน์ อนในป่าไม่ได้
ก. มีสัตว์ร้ายมาใกล้
ข. อากาศหนาวมาก
ค. ฝนกำลงั จะตก
๒. เพราะอะไรน้ำใสจึงตกใจร้อง
ก. มองไม่เหน็ ภผู า
ข. อยู่ดีๆกม็ ดื มองไม่เหน็
ค. มองไม่เหน็ ใบบวั
๓. ภายในถำ้ สวยงามเพราะอะไร
ก. ภายในถำ้ มีสมบตั ิลำ้ ค่า ข. มนี ้ำตกไหลผ่าน
ค. มหี ินงอก หนิ ย้อย รูปรา่ งต่างๆ
๔. ผ้ใู หญ่บา้ นใชใ้ บตะไคร้มาสุม่ ไฟเพราะอะไร
ก. ไล่ยงุ และแมลง ข. ปอ้ งกันผี
ค. ปอ้ งกันสตั ว์ร้าย
๕. “ ค่ำ....................” เติมคำในข้อใดจงึ จะเหมาะสม
ก. มือ ข. มดื ค. ลมื
๖. ข้อใดเป็นคำท่ีมีสระอือ
ก. ตีนเขา ข. หลีกทาง ค. บานชืน่
๗. “อ.ั .............จรรย์” เติมพยัญชนะในขอ้ ใด
ก. ด ข. ศ ค. ม
๘. ขอ้ ใดมีพยญั ชนะตัวสะกดอยูใ่ นแมก่ ด
ก. ยทุ ธ์ ข. สวย ค. ผง้ึ
๙. “ ขณะนเี้ จา้ หนา้ ท.่ี ..........กำลงั จับผู้ร้าย” เตมิ คำข้อใดจงึ ประโยคใจความสมบูรณ์
ก. ประเทศ ข. ตำรวจ ค. คนสวย
๑๐. “ปากกดั กน้ ต่อย มาเปน็ ร้อยเปน็ พนั ” จากปริศนาหมายถงึ ส่งิ ใด อยู่ในมาตราแม่อะไร
ก. ยงุ อยู่ในมาตราแม่ กง
ข. ผง้ึ อยู่ในมาตราแม่ กง
ค. มด อยใู่ นมาตราแม่ กด
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
๑ค
๒ข
๓ค
๔ก
๕ข
๖ค
๗ข
๘ก
๙ข
๑๐ ค