The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นิตยสารเหล่าทหารการเงิน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ธนาธิปัตย์ ปีที่ 67 ฉบับที่ 1

นิตยสารเหล่าทหารการเงิน

ธนาธิปัตย์ปีที่ 67ฉบับที่ 1มกราคม - มิถุนายน 2566 ISSN 0125-0481 ฝากเง�นที�บัญช� ทีทีบี ออลล์ฟร� รับ ฟร� ประกันอุบัติเหตุ • เคลมค่ารักษาได้สูงสุด 3,000 บาท/อุบัติเหตุ ไม่จํากัดครัง้ ไม่ต้องสํารองจ่าย • คุ้มครองชีวิต 20 เท่าของเงินฝาก สูงสุด 3 ล้านบาท รับฟรีประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในเดือนถัดไป เพียงคงเงินฝากไว้ในบัญชี ทีทีบี ออลล์ฟรี ไม่ต�ากว่า 5,000 บาท ทุกวันตลอดทังเดือน ตั� งแต่วันที� 1 ถึงวันสิ � � นเดือน ผลิตภัณฑ์เพิ�มเติม สแกนเพื�ออ่านรายละเอียด ฝากเง�นที�บัญช� ทีทีบี ออลล์ฟร� รับ ฟร� ประกันอุบัติเหตุ • เคลมค่ารักษาได้สูงสุด 3,000 บาท/อุบัติเหตุ ไม่จํากัดครัง้ ไม่ต้องสํารองจ่าย • คุ้มครองชีวิต 20 เท่าของเงินฝาก สูงสุด 3 ล้านบาท รับฟรีประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในเดือนถัดไป เพียงคงเงินฝากไว้ในบัญชี ทีทีบี ออลล์ฟรี ไม่ต�ากว่า 5,000 บาท ทุกวันตลอดทังเดือน ตั� งแต่วันที� 1 ถึงวันสิ � � นเดือน ผลิตภัณฑ์เพิ�มเติม สแกนเพื�ออ่านรายละเอียด ฝากเง�นที�บัญช� ทีทีบี ออลล์ฟร� รับ ฟร� ประกันอุบัติเหตุ • เคลมค่ารักษาได้สูงสุด 3,000 บาท/อุบัติเหตุ ไม่จํากัดครัง้ ไม่ต้องสํารองจ่าย • คุ้มครองชีวิต 20 เท่าของเงินฝาก สูงสุด 3 ล้านบาท รับฟรีประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในเดือนถัดไป เพียงคงเงินฝากไว้ในบัญชี ทีทีบี ออลล์ฟรี ไม่ต�ากว่า 5,000 บาท ทุกวันตลอดทังเดือน ตั� งแต่วันที� 1 ถึงวันสิ � � นเดือน ผลิตภัณฑ์เพิ�มเติม สแกนเพื�ออ่านรายละเอียด ฝากเง�นที�บัญช� ทีทีบี ออลล์ฟร� รับ ฟร� ประกันอุบัติเหตุ • เคลมค่ารักษาได้สูงสุด 3,000 บาท/อุบัติเหตุ ไม่จํากัดครัง้ ไม่ต้องสํารองจ่าย • คุ้มครองชีวิต 20 เท่าของเงินฝาก สูงสุด 3 ล้านบาท รับฟรีประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในเดือนถัดไป เพียงคงเงินฝากไว้ในบัญชี ทีทีบี ออลล์ฟรี ไม่ต�ากว่า 5,000 บาท ทุกวันตลอดทังเดือน ตั� งแต่วันที� 1 ถึงวันสิ � � นเดือน ผลิตภัณฑ์เพิ�มเติม สแกนเพื�ออ่านรายละเอียด


เพียงเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ พร้อมผูกบัญชีเงินเดือนกับธนาคาร ฟรีค่าทําบัตรและค่าธรรมเนียมรายปี (ปีแรก) ฟรีค่าธรรมเนียมการทําธุรกรรมผ่านบัตร กดเงิน โอนเงิน จ่ายบิลทุกตู้ ATM ทุกธนาคาร ฟรีความคุ้มครองทั้งอุบัติเหตุและเสียชีวิต พร้อมรับดอกเบี้ยสูงสุด 1.50%* ต่อปี เมื่อเปิดบัญชี Krungthai NEXT Saving ผ่านแอป Krungthai NEXT *กรณียอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท สิทธิพิเศษ สําหรับบุคลากรกองทัพบก สังกัดกระทรวงกลาโหม สําหรับนายทหารชั้นประทวน ทหารกองประจําการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของกองทัพบก ที่มีบัญชีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทย บัตรเดบิตกรุงไทย มาสเตอร์การ์ด เบรฟ อาร์มี่ คลาสสิค • คุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 120,000 บาท • คุ้มครองการเสียชีวิตจากการขับขี่หรือโดยสาร รถจักรยานยนต์ 20,000 บาท • ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ (ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุ ขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์) 5,000 บาท • ต้องสํารองจ่ายล่วงหน้า • อายุสูงสุดที่รับประกันภัย ไม่เกิน 65 ปี สิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครองอุบัติเหตุ อัตราค่าธรรมเนียม ปกติ 100 200 ยกเว้น ยกเว้น ทําบัตร (บาท) รายปี (บาท) ทําบัตร (บาท) รายปี ปีแรก (บาท) อัตราพิเศษ • รับประกันโดย บริษัท ทิพยประกันภัย จํากัด (มหาชน) •เงื่อนไขการยกเว้นค่าธรรมเนียมการจ่ายบิลด้วยบัตรผ่านทุกตู้ ATM ทุกธนาคารเป็นไปตามที่ธนาคารกําหนด • คุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 100,000 บาท • คุ้มครองการเสียชีวิตจากการขับขี่หรือโดยสาร รถจักรยานยนต์ 30,000 บาท • ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ 5,000 บาท • ไม่ต้องสํารองจ่ายล่วงหน้า • อายุสูงสุดที่รับประกันภัย ไม่เกิน 75 ปี *อัตราค่าธรรมเนียมรายปี ปีถัดไปเหลือเพียง 250 บาท (จากปกติ 599 บาท) สิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครองอุบัติเหตุ อัตราค่าธรรมเนียม ปกติ 100 599* ยกเว้น ยกเว้น ทําบัตร (บาท) รายปี (บาท) ทําบัตร (บาท) รายปี ปีแรก (บาท) อัตราพิเศษ บัตรเดบิตกรุงไทย วีซ่า เบรฟ อาร์มี่ สุพรีม สําหรับนายทหารสัญญาบัตร ที่มีบัญชีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทย สแกนดูรายละเอียดเพิ่มเติม สแกนดูรายละเอียดเพิ่มเติม เพียงเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ พร้อมผูกบัญชีเงินเดือนกับธนาคาร ฟรีค่าทําบัตรและค่าธรรมเนียมรายปี (ปีแรก) ฟรีค่าธรรมเนียมการทําธุรกรรมผ่านบัตร กดเงิน โอนเงิน จ่ายบิลทุกตู้ ATM ทุกธนาคาร ฟรีความคุ้มครองทั้งอุบัติเหตุและเสียชีวิต พร้อมรับดอกเบี้ยสูงสุด 1.50%* ต่อปี เมื่อเปิดบัญชี Krungthai NEXT Saving ผ่านแอป Krungthai NEXT *กรณียอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท สิทธิพิเศษ สําหรับบุคลากรกองทัพบก สังกัดกระทรวงกลาโหม สําหรับนายทหารชั้นประทวน ทหารกองประจําการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของกองทัพบก ที่มีบัญชีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทย บัตรเดบิตกรุงไทย มาสเตอร์การ์ด เบรฟ อาร์มี่ คลาสสิค • คุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 120,000 บาท • คุ้มครองการเสียชีวิตจากการขับขี่หรือโดยสาร รถจักรยานยนต์ 20,000 บาท • ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ (ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุ ขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์) 5,000 บาท • ต้องสํารองจ่ายล่วงหน้า • อายุสูงสุดที่รับประกันภัย ไม่เกิน 65 ปี สิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครองอุบัติเหตุ อัตราค่าธรรมเนียม ปกติ 100 200 ยกเว้น ยกเว้น ทําบัตร (บาท) รายปี (บาท) ทําบัตร (บาท) รายปี ปีแรก (บาท) อัตราพิเศษ • รับประกันโดย บริษัท ทิพยประกันภัย จํากัด (มหาชน) •เงื่อนไขการยกเว้นค่าธรรมเนียมการจ่ายบิลด้วยบัตรผ่านทุกตู้ ATM ทุกธนาคารเป็นไปตามที่ธนาคารกําหนด • คุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 100,000 บาท • คุ้มครองการเสียชีวิตจากการขับขี่หรือโดยสาร รถจักรยานยนต์ 30,000 บาท • ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ 5,000 บาท • ไม่ต้องสํารองจ่ายล่วงหน้า • อายุสูงสุดที่รับประกันภัย ไม่เกิน 75 ปี *อัตราค่าธรรมเนียมรายปี ปีถัดไปเหลือเพียง 250 บาท (จากปกติ 599 บาท) สิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครองอุบัติเหตุ อัตราค่าธรรมเนียม ปกติ 100 599* ยกเว้น ยกเว้น ทําบัตร (บาท) รายปี (บาท) ทําบัตร (บาท) รายปี ปีแรก (บาท) อัตราพิเศษ บัตรเดบิตกรุงไทย วีซ่า เบรฟ อาร์มี่ สุพรีม สําหรับนายทหารสัญญาบัตร ที่มีบัญชีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทย สแกนดูรายละเอียดเพิ่มเติม สแกนดูรายละเอียดเพิ่มเติม เพียงเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ พร้อมผูกบัญชีเงินเดือนกับธนาคาร ฟรีค่าทําบัตรและค่าธรรมเนียมรายปี (ปีแรก) ฟรีค่าธรรมเนียมการทําธุรกรรมผ่านบัตร กดเงิน โอนเงิน จ่ายบิลทุกตู้ ATM ทุกธนาคาร ฟรีความคุ้มครองทั้งอุบัติเหตุและเสียชีวิต พร้อมรับดอกเบี้ยสูงสุด 1.50%* ต่อปี เมื่อเปิดบัญชี Krungthai NEXT Saving ผ่านแอป Krungthai NEXT *กรณียอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท สิทธิพิเศษ สําหรับบุคลากรกองทัพบก สังกัดกระทรวงกลาโหม สําหรับนายทหารชั้นประทวน ทหารกองประจําการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของกองทัพบก ที่มีบัญชีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทย บัตรเดบิตกรุงไทย มาสเตอร์การ์ด เบรฟ อาร์มี่ คลาสสิค • คุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 120,000 บาท • คุ้มครองการเสียชีวิตจากการขับขี่หรือโดยสาร รถจักรยานยนต์ 20,000 บาท • ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ (ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุ ขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์) 5,000 บาท • ต้องสํารองจ่ายล่วงหน้า • อายุสูงสุดที่รับประกันภัย ไม่เกิน 65 ปี สิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครองอุบัติเหตุ อัตราค่าธรรมเนียม ปกติ 100 200 ยกเว้น ยกเว้น ทําบัตร (บาท) รายปี (บาท) ทําบัตร (บาท) รายปี ปีแรก (บาท) อัตราพิเศษ • รับประกันโดย บริษัท ทิพยประกันภัย จํากัด (มหาชน) •เงื่อนไขการยกเว้นค่าธรรมเนียมการจ่ายบิลด้วยบัตรผ่านทุกตู้ ATM ทุกธนาคารเป็นไปตามที่ธนาคารกําหนด • คุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 100,000 บาท • คุ้มครองการเสียชีวิตจากการขับขี่หรือโดยสาร รถจักรยานยนต์ 30,000 บาท • ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ 5,000 บาท • ไม่ต้องสํารองจ่ายล่วงหน้า • อายุสูงสุดที่รับประกันภัย ไม่เกิน 75 ปี *อัตราค่าธรรมเนียมรายปี ปีถัดไปเหลือเพียง 250 บาท (จากปกติ 599 บาท) สิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครองอุบัติเหตุ อัตราค่าธรรมเนียม ปกติ 100 599* ยกเว้น ยกเว้น ทําบัตร (บาท) รายปี (บาท) ทําบัตร (บาท) รายปี ปีแรก (บาท) อัตราพิเศษ บัตรเดบิตกรุงไทย วีซ่า เบรฟ อาร์มี่ สุพรีม สําหรับนายทหารสัญญาบัตร ที่มีบัญชีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทย สแกนดูรายละเอียดเพิ่มเติม สแกนดูรายละเอียดเพิ่มเติม


กองจัดการ พ.ท. คมชัย ไกรฤกษ์ หัวหน้ากองฯ / เลขานุการ ร.อ. ธนาวุฒิ ป้องโพนทองิเหรัญญิก กองอำ นวยการ พล.ต. เกรียงศักดิ์ ไข่ถาวร ผู้อำ นวยการ พ.อ.หญิง ปิยวรรณ มหายศนันทน์รองผู้อำ นวยการ พ.อ. เทอดศักดิ์ วงศ์จันทร์ ผู้ช่วยผู้อำ นวยการ ฝ่ายบริหาร พ.อ. วัชรภัทร นุชอำ พันธ์ ผู้ช่วยผู้อำ นวยการ ฝ่ายวิชาการ ที่ปรึกษา พ.อ.หญิง นุชประกร แสงอากาศ พ.อ. สุวิทย์ กนกอุดม พ.อ. เริงศานติ์ ทยามันทิรนันท์ พ.อ. เสมา จิตรอำ ไพ พ.อ. เพทาย ผดุงยศ พ.อ.หญิง สมลักษณ์ สุระวิญญู พ.อ. ชาญณรงค์ ทิพย์ทวีสุข พ.อ. อรรถชัย กลิ่นหอม พ.อ. สุราษ ฤทธิรณ พ.อ. สถาพร บุญเกิด พ.อ. ศักดิ์ชัย ทองสุข พ.อ. คึกฤทธิ์ บุญมาก พ.อ. วิโรจน์ มูสิกะเจริญ พ.อ. ทรงภพ เปี่ยมทองคำ พ.อ. ปฏิวัติ คำ หอม พ.อ. อมรฤทธิ์ แผ้วสกุล พ.อ. ธนากร ใจเอื้อ พ.อ. วิษณุ ปทะวานิช กองสมาชิกสัมพันธ์ พ.อ. ฉันทวงศ์ โพธิ์ทองนาค ประจำกองสมาชิกสัมพันธ์ พ.อ. เสมา จิตรอำ ไพ ประจำกองบรรณาธิการ พ.อ.หญิง พร้อมศิริ โรจนวิศวกรรม พ.อ.หญิง สุกัญญา คลังทอง พ.อ. กฤษณ์กร สร้อยสด พ.อ.หญิง บุษบงทิพย์ สุวรรณวิเชียร เจ้าหน้าที่ประจำกองบรรณาธิการ ส.อ.หญิง สุกัญญา วุฒิยา กองบรรณาธิการ พ.อ. โอภาส วัดโส บรรณาธิการ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการ พ.ท. ฐิติธร ผิวทองงาม พ.ท.หญิง ณัฐนันท์ ป่าขมิ้น พ.ท.หญิง วราภรณ์ สวยค้าข้าว พ.ท. เบญจสิทธิ์ ไกรสุข พ.ท. สุกิจ สงวนวัจนะ พ.ท. ประทวน พรมวรรณ พ.ท. สงกรานต์ ม่วงถึก พ.ต.หญิง วชิรา หย่ำ วิลัย ร.อ. กฤษฎา ลีเลียง สำ นักงาน โรงเรียนทหารการเงิน กรมการเงินทหารบก 41/10 ถ.เทอดดำ ริ แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. 10300 โทร. 02-241-4052 เว็บไซต์ กง.ทบ. : www.findept.com เว็บไซต์ รร.กง.กง.ทบ : www.armyfinanceschool.com อีเมล์ [email protected] พิมพ์ที่ บริษัท โรงพิมพ์ คลังวิชา จำกัด 198/1 หมู่ 9 ต. บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 11000 โทร. 02-9686997 นิตยสารรายหกเดือนของกรมการเงินทหารบก กำ เนิด 1 พฤษภาคม 2500 เจ้าของ กรมการเงินทหารบก


2 ธนาธิปัตย์ ปีที่ 67 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน 2566 สารบัญ • บรรณาธิการแถลง......................................................... 3 • สารผู้บัญชาการทหารบก................................................ 5 • สารเจ้ากรมการเงินทหารบก............................................ 6 • การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด............................................... 7 • การวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา.....พ.ต.หญิง ณวรานุช เกตุทิม 12 • สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ : การเบิกส ่วนขาดประกันภัย.................พ.ต. เดชด�ำรง บุญเต็ม 19 • เมื่อลูกต้องย้ายโรงเรียน เบิกค่าการศึกษาบุตรอย่างไร.................. ....................................................พ.ต. เดชด�ำรง บุญเต็ม 25 • เตือนความจ�ำ!!! การหักเงินรายเดือนของข้าราชการและลูกจ้าง..... .................................................พ.ต. เดชด�ำรง บุญเต็ม 30 • มารู้จักกระเป๋าสุขภาพกันเถอะ...........พ.ท. ธวัชชัย หาญสันเทียะ 33 • ลดปัญหาในการท�ำงานด้วยวงจรคุณภาพ PDCA..................... 34 • กิจกรรมที่ส�ำคัญของกรมการเงินทหารบก............................ 37 • ค�ำอ่านพระปรมาภิไธยและการเอ่ยพระนาม.......................... 43 • DigitalPension..........................................กบน.กง.ทบ. 45 • Fin.News. ยื่นขอรับบ�ำเหน็จบ�ำนาญล่วงหน้า 8 เดือน............... 55 • สาระน่ารู้ผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์.................................. 56 • เรื่องน่ารู้การเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์.......................... 58 • Q & A การเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์............................ 59 • สนุกกับประวัติศาสตร์………………..พ.อ. กฤษณ์กร สร้อยสด 60 • ล้วงลับ สาระ Ep2 : ภาษี...............พ.ท. ดร. วีรยุทธ ศรีจันทรา 65 • การบริหารแผนการเงินส�ำหรับวัยเริ่มต้นท�ำงาน....................... สู่ความอิสระภาพทางการเงิน.............................กวก.กง.ทบ. 69 • เมื่อ ผบ.หน่วยถามมา ฝกง.หน่วย ก็ตอบไป.......................... .............................................พ.ท. ธวัชชัย หาญสันเทียะ 73 • รักแลล่องท่องทัพภาค4..........................ชั้นนายพัน รุ่นที่ 65 83 • คนเก่ง “การเงิน”................................ร.อ. วีรวัฒน์ กากีกุล 87 • LOHAS ไลฟ์สไตล์นี้ดีอย่างไร ท�ำไมถึงฮิตในกลุ่ม GenZ........... ...........................................ร.อ.หญิง อรพรรณ เขนยอิง 90 • สรุปแบบธรรมเนียมทางด้านการเงินและการบัญชี ประจ�ำเดือน ต.ค. 65 – มี.ค. 66.......................................... 93 • ค�ำสั่งปรับย้ายนายทหาร................................................ 103 วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นสื่อกลางสำหรับเผยแพร่ และแลกเปลี่ยนความรู้ทางการเงิน การบัญชีการงบประมาณ ระเบียบการเงิน เศรษฐกิจ สังคมและการบริหาร ค่าบำรุง ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไป นายทหารสัญญาบัตรปีละ 150 บาท นายทหารชั้นประทวนปีละ 100 บาท การเข้าเป็นสมาชิก และชำระค่าบำรุง แจ้งความจำนงยัง กองสมาชิกสัมพันธ์ โรงเรียนทหารการเงิน กรมการเงินทหารบก โทร. 02-241-4052 หรือโอนเงิน ผ่านธนาคารทหารไทย สาขาศรีย่าน บัญชีออมทรัพย์ เลขที่041-2-20133-7 ชื่อบัญชี“ค่าบำรุงสมาชิกนิตยสาร ธนาธิปัตย์” “ข้อมูลในฉบับนี้มิใช่ข้อมูลของ ทางราชการเป็นความเห็นส่วนตัว”


ธนาธิปัตย์ 3 เรียน สมาชิกนิตยสารธนาธิปัตย์ทุกท่าน นิตยสารธนาธิปัตย์ฉบับนี้ เป็นฉบับที่ 1 ปีที่ 67 ประจ�ำเดือน มกราคม – มิถุนายน 2566 ซึ่งอยู่ในห้วง วันคล้ายวันสถาปนากรมการเงินทหารบก ครบรอบปีที่ 85 ในวันที่ 6 มิถุนายน 2566 ด้วย โดยตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมากรมการเงินทหารบกและก�ำลังพลเหล่าทหารการเงินได้ปฏิบัติภารกิจอันส�ำคัญยิ่ง ด้านการเงินและ การบัญชี ที่มีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยเต็มรูปแบบให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐาน หลักเกณฑ์ แนวทางปปฏิบัติด้านกฎหมายการคลัง การบัญชี ภาครัฐ ของกองทัพบกตามวิสัยทัศน์ “กรมการเงินทหารบก เป็นหน่วยในการบริหารจัดการด้านการเงินและการบัญชีที่ทันสมัย และมีมาตรฐานของ กองทัพบก” (The Finance Department is a unit of the Royal Thai Army, providing, high-standard financial and accounting management.) นิตยสารธนาธิปัตย์ฉบับครบรอบวันคล้ายสถาปนากรมการเงินทหารบกปีที่ 85 นี้ยังมีเนื้อหาภายในเล่มที่ครอบคุม ความรู้ด้านการเงิน การบัญชี คอลัมป์ประจ�ำนิตยสาร และสาระความรู้ทั่วไปที่ทันยุคทันสมัยทันเหตุ ให้สมาชิก น�ำสาระที่ได้รับไปใช้ประโยชน์สูงสุด เช่น การหักเงินดือน การเบิกค่าการศึกษา การบริหารเงิน การวางแผนภาษี คนเก่งการเงิน สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ประกันชีวิต ผู้ตรวจสอบกิจการและผู้สอบบัญชีสหกรณ์ ลดปัญหา ในการท�ำงาน คอลัมป์ ล้วงลับสาระ เป็นต้น สุดท้ายนี้ กองบรรณาธิการขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลพิภพ เดชะพระบารมีอันแผ่ไพศาลแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี โปรดดลบันดาลพระราชทานพรให้ท่านสมาชิก และผู้ให้การสนับสนุน พร้อมทั้งครอบครัว จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีก�ำลังกาย ก�ำลังใจ และก�ำลังสติปัญญา ที่เข้มแข็ง คิดปรารถนาสิ่งใดขอให้สัมฤทธิ์ผล และขอขอบคุณท่านที่ให้ค�ำติชม ข้อเสนอแนะต่างๆ ตลอดจนร่วม ส่งบทความที่ทรงคุณค่ามายังกองบรรณาธิการฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นก�ำลังใจให้คณะผู้จัดท�ำน�ำไปปรับปรุงพัฒนา เพื่อให้ท่านผู้อ่านที่สนใจในนิตยสารธนาธิปัตย์และเป็นนิตยสารสื่อกลางของเหล่าทหารการเงินต่อไป ขอบคุณครับ บรรณาธิการ


4 ธนาธิปัตย์


ธนาธิปัตย์ 5 สารของ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เนื่องในวันสถาปนากรมการเงินทหารบก ครบรอบปีที่ ๘๕ พลเอก ( ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้) ผู้บัญชาการทหารบก ในโอกาสวันสถาปนากรมการเงินทหารบก ครบรอบปีที่ ๘๕ ในวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ ผมขอแสดงความยินดี และขอส่งความปรารถนาดีมายังผู้บังคับบัญชาและก�ำลังพลของกรมการเงินทหารบกที่ได้เสียสละ ก�ำลังกาย ก�ำลังใจ และก�ำลังสติปัญญา ปฏิบัติหน้าที่เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ส่วนรวมและกองทัพบกตลอดมา กรมการเงินทหารบก เป็นหน่วยที่มีบทบาทส�ำคัญในการบริหารจัดการด้านการเงินและการบัญชี ที่ทันสมัย และมีมาตรฐานของกองทัพบก โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการด�ำเนินงานของเหล่าทหารการเงิน เป็นไปอย่าง มีระบบ โปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนของทางราชการและมาตรฐานที่กรมบัญชีกลางก�ำหนด ตลอดจนมีการพัฒนาและปรับปรุงระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน ่วยภายใต้การบริหารงาน ที่มีความทันสมัย ซึ่งสามารถให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินและการบัญชีกับหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพบกได้อย่าง มีประสิทธิภาพ จึงขอให้เพื่อนเหล่าทหารการเงินทุกนายรักษาคุณภาพในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็น รูปธรรม ด้วยความเสียสละ มีสติรอบคอบ ยึดถือกฎระเบียบและความถูกต้องเป็นที่ตั้ง พัฒนาความรู้ด้วยหลักนิยม และแบบธรรมเนียมให้ก้าวทันวิทยาการและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลอดจนมีความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม ยึดมั่นในอุดมการณ์ และจุดยืนของกองทัพบก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นรากฐานของการปฏิบัติงานให้บรรลุ ผลส�ำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างเกียรติศักดิ์ศรีและความเข้มแข็ง ให้กับกองทัพบกสืบไป ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่านเคารพนับถือ ดวงพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนเดชะพระบารมีอันแผ่ไพศาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพรให้เพื่อนทหาร เหล ่าทหารการเงิน และครอบครัว ประสบแต่ความสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูลผลในสิ่งอันพึงปรารถนาและเป็นก�ำลังส�ำคัญ ของกองทัพบกในการปฏิบัติภารกิจให้เกิดประโยชน์อันถาวรต่อส่วนรวมต่อไป


6 ธนาธิปัตย์ พลตรี ( เกรียงศักดิ์ ไข่ถาวร ) เจ้ากรมการเงินทหารบก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมการเงินทหารบก ครบรอบ ๘๕ ปี ๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ ผมขอส่ง ความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังข้าราชการ เหล่าทหารการเงิน ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ที่รักทุกท่าน ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เพื่อพัฒนางานการเงินและการบัญชีของกองทัพบกให้มีความเจริญก้าวหน้า มาอย่างต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบดิจิทัลของรัฐบาล ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทส�ำคัญในการปฏิบัติงาน ท�ำให้หน่วยงานต้องมีการปรับตัว เพื่อน�ำระบบสารสนเทศมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการด�ำเนินงานและการให้บริการ ประชาชน นั้น กรมการเงินทหารบกมีบทบาทส�ำคัญต่อการสนับสนุนทางการเงิน และการบัญชีให้แก่หน่วยต่าง ๆ ของกองทัพบก ได้พัฒนาโปรแกรมการเบิกจ่ายและจัดการฝึกอบรมเพื่อปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน เกี่ยวกับการจ่ายเงิน การรับเงิน และการน�ำเงินส่งคลังของส่วนราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยเบิกจ่ายเงิน ในสังกัดกองทัพบกทุกระดับ ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ตลอดจนเพื่อให้เกิด ความโปร่งใสในเรื่องการเงินและการบัญชี ทั้งนี้ด้วยอาศัยความเสียสละ และความร่วมมือร่วมใจกันของก�ำลังพลเหล่าทหารการเงิน และเจ้าหน้าที่การเงิน ในส�ำนักงานการเงินหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพบก ได้มุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและการ เปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อสนองตอบนโยบายของกองทัพบกให้สัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรม ผมขอขอบคุณ และเป็นก�ำลังใจให้ก�ำลังพลเหล่าทหารการเงินทุกนาย ที่ร่วมแรงร่วมใจกันในการปฏิบัติงาน จนประสบผลส�ำเร็จตามเป้าหมาย และขอขอบคุณอดีตผู้บังคับบัญชาทุกท่าน ที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างความเจริญรุ่งเรือง ความเป็นปึกแผ่น ให้แก่กรมการเงินทหารบก ท้ายที่สุดนี้ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ในสากลโลก อีกทั้ง เดชะพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีได้โปรด ดลบันดาลพระราชทานพร ให้ข้าราชการเหล่าทหารการเงิน ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ทุกนาย ประสบแต่ความ สุขสวัสดิ์ พิพัฒนมงคล สัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนา มีก�ำลังกายก�ำลังใจ ก�ำลังสติปัญญาที่เข้มแข็ง มุ่งมั่น ในการปฏิบัติหน้าที่ความรับผิดชอบ ด้วยความละเอียดรอบคอบ และตั้งมั่นอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ และเชื่อมั่นของผู้บังคับบัญชาทุกระดับ อันจะเป็นประโยชน์ต่อกองทัพบก ประเทศชาติและประชาชน สืบไป สารเจ้ากรมการเงินทหารบก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมการเงินทหารบก ครบรอบ ๘๕ ปี วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๖


ธนาธิปัตย์ 7 การเป็นหนี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่เสมอไป เพราะถ้าใคร "ใช้หนี้เป็น" กลับจะกลายเป็นตัวช่วยที่ทำให้เราสร้างความมั่งคั่ง ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ในเมื่อมีความจำเป็นต้องเป็นหนี้ เพื่อนำไปใช้ตามความจำเป็น การขอสินเชื่อหรือขออนุมัติวงเงินกู้ต้องใช้ เอกสารมากมาย มีขั้นตอนหลายอย่าง คิดแล้วปวดหัว ดังนั้นเราควรคิดให้ดี ศึกษาให้แน่ใจก่อนตัดสินใจเป็นหนี้กันนะคะ ถ้าแบ่งตามประโยชน์ที่ได้จากการเป็นหนี้ เราอาจแบ่งหนี้เป็น 2 ประเภทคือ 1. หนี้รวย หนี้รวยหมายถึง หนี้สร้างรายได้ เช่น การลงทุนกู้ยืมเงินจากธนาคารมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่า แล้วได้ส่วนต่างเป็นกระแสเงินสด หนี้สร้างอนาคต หนี้เพื่อความมั่นคงระยะยาว หนี้เพื่อการประกอบอาชีพ 2. หนี้จน ส่วนหนี้จน หมายถึง หนี้ไม่สร้างรายได้ เช่น หนี้ที่เกิดจากการซื้อของฟุ่มเฟือย หรือใช้จ่ายเกินตัว และไม่ สามารถจัดการควบคุมได้จนส่งผลให้เกิดหนี้สินวนเวียนเป็นวงจรจนไม่อาจแก้ไขอะไรได้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้รวยหรือหนี้จน ก็อย่าลืมว่าในโลกหนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี มันมีราคาที่ต้องจ่ายกันทั้งนั้น ฉะนั้นก่อนตัดสินใจเป็นหนี้ลองถามใจตัวเองดูอีกครั้งว่า.......สิ่งนั้น needs or wants และสิ่งนั้น รอได้ไหม "needs" คือสิ่งที่เราต้องการ และจำเป็น เช่น ปัจจัย 4 อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค "wants" คือสิ่งที่เราต้องการ แต่ไม่จำเป็น (ความอยาก) เมื่อคิดได้แล้วว่าเรา needs หรือ wants ให้ถามตัวเองต่อไปว่าสิ่งนั้น รอได้ หรือ รอไม่ได้ ถ้าคิดแล้วว่า "จะเป็นหนี้" อยากให้ถามตัวเองต่ออีกนิดว่า หาข้อมูลและเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย อย่างรอบคอบแล้วหรือยัง มั่นใจแค่ไหนว่าจะผ่อนได้ตามเงื่อนไข มีแผนสำรองไหมหากผ่อนไม่ไหวตลอดอายุ สัญญา เพื่อที่จะได้เป็นหนี้อย่างมีความสุข การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด รอได้ needs วางแผนเก็บเงินจนครบ รอได้ Wants เอาชนะใจตนเอง ตั้งกฎกับตัวเองไว้ เก็บ เงินครบค่อยซื้อ ถ้ามีแล้วแน่ใจนะว่า ค่าใช้จ่าย แอบแฝงเราจะจ่ายไหว รอไม่ได้ ใช้เงินออมที่เก็บสะสม หากไม่พอต้องกู้ยืมควรเลือก สินเชื่อให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ ไม่กู้นอกระบบ รอไม่ได้ เอาชนะใจตัวเองให้ได้พยายามไม่ไปค้นหา ติดตาม หรือ เฝ้าดูหากิจกรรมอื่นทำเพื่อให้ลืม ไม่เห็นก็ไม่อยากได้ เรียบเรียงโดย : หลักสูตรชั้นนายพัน เหล่าทหารการเงิน รุ่นที่ 65 ธนาธิปัตย์ 7


8 ธนาธิปัตย์ นอกจากจะต้องประเมินความจำเป็นเร่งด่วนแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างในการขอสินเชื่อ คือการเลือกขอสินเชื่อ ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการใช้เงินของเรา และเพราะ สินเช ื่อแต่ละประเภทมีลักษณะที่แตกต่างกัน จึงถูกออกแบบมาให้มีอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลา การผ่อนชำระที่เหมาะสมกับสินเชื่อประเภทนั้น ๆ นอกจากนี้ ขอให้ดูความสามารถในการผ่อนของเราด้วย ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนก่อหนี้ ความสามารถในการผ่อนชำระ สัดส่วนการผ่อน ชำระหนี้ทั้งหมดในแต่ละเดือนไม่ควรเกิน 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดือนเพื่อให้เราไม่มีภาระหนี้และความหนักใจ มากจนเกินไป การมีหนี้มากเกินไปจะทำให้เราผ่อนได้น้อย แต่ผ่อนนาน สุดท้ายอาจสร้างปัญหาให้เราภายหลังได้ ประเภทของสินเชื่อ มีหลากหลายประเภทมีลักษณะและ วัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ควรพิจารณาประเภทของสินเชื่อ ที่เหมาะกับความจำเป็นในการใช้เงิน อัตราดอกเบี้ยและวิธีการคิดดอกเบี้ย ควรศึกษาหาข้อมูล ให้ครบถ้วนว่าสถาบันการเงินที่เราสนใจจะใช้บริการใช้ อัตราดอกเบี้ยเท่าใด เป็นแบบคงที่หรือลอยตัว และใช้วิธี คำนวณแบบเงินต้นคงที่ หรือลดต้นลดดอกเพื่อนำมาใช้เป็น ข้อมูลเปรียบเทียบประกอบการตัดสินใจ ระยะเวลาในการผ่อนชำระ ระยะเวลาในการผ่อนชำระ มีผลต่อดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเพราะยิ่งระยะเวลานานก็ยิ่งต้อง จ่ายดอกเบี้ยมากจึงไม่ควรติดกับดักจ่ายน้อยๆ (แต่จ่ายนาน ๆ) นอกจากนี้ ตรวจสอบค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยง สินเชื่อนอกระบบ พิจารณาคุณภาพการให้บริการ และ ความสะดวกของช่องทางการชำระหนี้และค่าใช้จ่ายที่ เกี่ยวข้องด้วย เมื่อรู้จักสินเชื่อกันแล้วคราวนี้ก็มาทำความรู้จักกับ ประเภทและวิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้ซึ่งเป็นเสมือนภาระที่ ตามมากันบ้าง ประเภทของดอกเบี้ยเงินกู้ โดยทั่วไปอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักได้แก่ อัตราดอกเบี้ยคงที่ (fixed rate) คืออัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้เป็นตัวเลขคงที่ในช่วงเวลา ที่กำหนดเช่น ดอกเบี้ย 3% ต่อปี ตลอดอายุสัญญาหรือ 3% ในช่วง 3ปีแรก อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (floating rate) คืออัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไปตามต้นทุนของสถาบัน การเงินแต่ละแห่ง ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อใดก็จะประกาศ อัตราใหม่ให้ลูกค้าทราบตัวอย่างที่ได้ยินกันบ่อยๆ เช่น MLR (Minimum Loan Rate) สำหรับลูกค้าสินเชื่อราย ใหญ่ชั้นดีใช้กับเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน MOR (Minimum Overdraft Rate) สำหรับลู ก ค้ า สินเชื่อรายใหญ่ชั้นดีใช้กับวงเงินเบิกเกินบัญชี MRR (Minimum Retail Rate) สำหรับลูกค้ารายย่อย ชั้นดีเช่น สินเชื่อส่วนบุคคลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย วิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้มี 2 วิธีคือ 1. แบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) ส่วนมากใช้สำหรับการเช่าซื้อรถยนต์และ รถจักรยานยนต์โดยเริ่มคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นทั้งจำนวน และระยะเวลาในการผ่อนชำระทั้งหมดจากนั้นจะนำ ดอกเบี้ยที่คำนวณได้มารวมกับเงินต้นแล้วหารด้วยจำนวน งวดที่จะผ่อนชำระก็จะได้เงินที่ผ่อนชำระซึ่งจะเท่ากันทุกงวด เรียบเรียงโดย : หลักสูตรชั้นนายพัน เหล่าทหารการเงิน รุ่นที่ 65 สิ่งที่ควรรู้เมื่อคิดจะเป็นหนี้ รู้จักดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยที่ต้องชำระทั้งหมด = เงินต้น X อัตราดอกเบี้ยต่อปี(FlatRate) X ระยะเวลา (ปี) จำนวนเงินที่ต้องชำระในแต่ละงวด = (เงินต้น + ดอกเบี้ยที่ต้องชำระทั้งหมด) / จำนวนงวด 2. แบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) ใช้คิดดอกเบี้ยของสินเชื่อเกือบทุกประเภทโดยคิดดอกเบี้ยที ละงวด จากยอดเงินต้นคงเหลือที่ทยอยลดลงในแต่ละงวด ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดนั้น = (เงินต้นคงเหลือ X อัตราดอกเบี้ยต่อปี X จำนวนวันในงวด) / จำนวนวันใน 1 ปี เงินต้นที่จ่ายในงวดนั้น = จำนวนเงินทั้งหมดที่ต้องจ่ายในงวดนั้น - ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ในงวดนั้น เงินต้นคงเหลือ (เพื่อคำนวณดอกเบี้ยงวดถัดไป) = เงินต้นคงเหลือต้นงวด - เงินต้นที่จ่ายในงวดนั้น สัญญาณบ่งบอกว่า คุณกำลังมีปัญหาทางการเงิน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เครื่องมือทางการเงินใน ปัจจุบัน สร้างความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยของ ผู้บริโภค อย่างมาก หลายคนอาจจะช้อปเพลินเกินห้ามใจ รู้สึกตัวอีกทีก็เริ่มจะมีปัญหาด้านการใช้จ่ายเสียแล้ว แต่ ก่อนที่เราจะใช้จ่ายอย่างเพลิดเพลินจนทำให้หนี้ท่วม ลอง มาดูสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าคุณเริ่มจะกำลังมีหนี้มาก เกินไปแล้วล่ะ สัญญาณทั้ง 7 มีอะไรบ้าง 1. เงินตึงมือ ต้องกู้ยืมเงินมาใช้หนี้เมื่อคุณมีเงินไม่พอใช้หนี้ คุณมักจะกู้เงินจากแหล่งที่ (คุณคิดว่า) ประนีประนอมง่ายกว่า เพื่อมาโปะหนี้ส่วนที่ต้องรีบจ่าย ฟังดูเหมือนง่าย แต่จริง ๆ แล้วเป็นแค่การหนีปัญหาเฉพาะหน้า หากเป็นแบบนี้หลาย งวดเข้า บัญชีหนี้สินของคุณก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย แค่เปลี่ยนเจ้าหนี้ไปเรื่อย ๆ เท่านั้น 2. ใช้รายได้มากกว่า 45% ไปจ่ายชำระหนี้คุณต้องนำ เงินรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือนนั้นมาชำระหนี้จนทำให้ใน แต่ละเดือนเงินแทบจะไม่มีติดกระเป๋า บางครั้งถึงกับเงิน ขาดมือไปเลยก็มี 3. ไม่มีเงินเก็บในบัญชีเลยสักบาท เงินของคุณส่วนใหญ่ที่ หามาได้ หมดไปกับการจ่ายหนี้ที่เรียกเก็บในทุกๆ เดือน และหากหยิบยืมใครไม่ได้ ก็ต้องนำเงินเก็บมาใช้ก่อนจนหมด 4. ใช้บัตรเครดิตผ่อนทุกอย่าง แม้กระทั่งค่าอาหาร คุณไม่ มีเงินเหลือที่จะนำมาใช้จ่ายประจำวัน ในเมื่อเงินก็ไม่มีเหลือ เก็บ การใช้บัตรเครดิตจึงเป็นทางออกที่ง่ายกว่าการหยิบยืม เงินคนรอบข้าง 5. ชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำทุกเดือน การจ่ายขั้นต่ำจะทำให้ หนี้ที่มีอยู่ของคุณนั้นไม่มีวันหมดไปได้ง่ายๆ ซึ่งนั่นก็เป็น เหตุผลที่ทำให้คุณเข้าสู่วงจรความยากจนเข้าไปทุกที 6. หมุนหนี้โดยรูดบัตรเครดิตอีกใบหนึ่งเพื่อชำระหนี้บัตร อีกใบหนึ่ง ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ผิด เพราะนอกจากจะ ไม่ช่วยให้หนี้ของคุณหมด แล้วยังเป็นการเพิ่มหนี้สินขึ้นไป เรื่อย ๆ สุดท้ายเมื่อคุณหาเงินมาชำระหนี้ได้ไม่ทัน ก็ต้องจบ ลงด้วยการเสียเครดิตทางการเงินหนักสุดอาจจะถึงขั้น ล้มละลาย 7. ไม่มีเงินสำรองสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน หลายคนไม่ได้ คำนึงถึงเหตุการณ์ฉุกเฉินมาก่อน เมื่อตนเองหรือสมาชิก ในครอบครัวเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ และคุณไม่มีเงิน เพียงพอ จนต้องหยิบยืมคนอื่นมาใช้จ่ายเฉพาะหน้า สัญญาณบ่งบอกว่า คุณกำลังมีปัญหาทางการเงิน เรียบเรียงโดย : หลักสูตรชั้นนายพัน เหล่าทหารการเงิน รุ่นที่ 65 8 ธนาธิปัตย์


ธนาธิปัตย์ 9 ดอกเบี้ยที่ต้องชำระทั้งหมด = เงินต้น X อัตราดอกเบี้ยต่อปี(FlatRate) X ระยะเวลา (ปี) จำนวนเงินที่ต้องชำระในแต่ละงวด = (เงินต้น + ดอกเบี้ยที่ต้องชำระทั้งหมด) / จำนวนงวด 2. แบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) ใช้คิดดอกเบี้ยของสินเชื่อเกือบทุกประเภทโดยคิดดอกเบี้ยที ละงวด จากยอดเงินต้นคงเหลือที่ทยอยลดลงในแต่ละงวด ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดนั้น = (เงินต้นคงเหลือ X อัตราดอกเบี้ยต่อปี X จำนวนวันในงวด) / จำนวนวันใน 1 ปี เงินต้นที่จ่ายในงวดนั้น = จำนวนเงินทั้งหมดที่ต้องจ่ายในงวดนั้น - ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ในงวดนั้น เงินต้นคงเหลือ (เพื่อคำนวณดอกเบี้ยงวดถัดไป) = เงินต้นคงเหลือต้นงวด - เงินต้นที่จ่ายในงวดนั้น สัญญาณบ่งบอกว่า คุณกำลังมีปัญหาทางการเงิน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เครื่องมือทางการเงินใน ปัจจุบัน สร้างความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยของ ผู้บริโภค อย่างมาก หลายคนอาจจะช้อปเพลินเกินห้ามใจ รู้สึกตัวอีกทีก็เริ่มจะมีปัญหาด้านการใช้จ่ายเสียแล้ว แต่ ก่อนที่เราจะใช้จ่ายอย่างเพลิดเพลินจนทำให้หนี้ท่วม ลอง มาดูสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าคุณเริ่มจะกำลังมีหนี้มาก เกินไปแล้วล่ะ สัญญาณทั้ง 7 มีอะไรบ้าง 1. เงินตึงมือ ต้องกู้ยืมเงินมาใช้หนี้เมื่อคุณมีเงินไม่พอใช้หนี้ คุณมักจะกู้เงินจากแหล่งที่ (คุณคิดว่า) ประนีประนอมง่ายกว่า เพื่อมาโปะหนี้ส่วนที่ต้องรีบจ่าย ฟังดูเหมือนง่าย แต่จริง ๆ แล้วเป็นแค่การหนีปัญหาเฉพาะหน้า หากเป็นแบบนี้หลาย งวดเข้า บัญชีหนี้สินของคุณก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย แค่เปลี่ยนเจ้าหนี้ไปเรื่อย ๆ เท่านั้น 2. ใช้รายได้มากกว่า 45% ไปจ่ายชำระหนี้คุณต้องนำ เงินรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือนนั้นมาชำระหนี้จนทำให้ใน แต่ละเดือนเงินแทบจะไม่มีติดกระเป๋า บางครั้งถึงกับเงิน ขาดมือไปเลยก็มี 3. ไม่มีเงินเก็บในบัญชีเลยสักบาท เงินของคุณส่วนใหญ่ที่ หามาได้ หมดไปกับการจ่ายหนี้ที่เรียกเก็บในทุกๆ เดือน และหากหยิบยืมใครไม่ได้ ก็ต้องนำเงินเก็บมาใช้ก่อนจนหมด 4. ใช้บัตรเครดิตผ่อนทุกอย่าง แม้กระทั่งค่าอาหาร คุณไม่ มีเงินเหลือที่จะนำมาใช้จ่ายประจำวัน ในเมื่อเงินก็ไม่มีเหลือ เก็บ การใช้บัตรเครดิตจึงเป็นทางออกที่ง่ายกว่าการหยิบยืม เงินคนรอบข้าง 5. ชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำทุกเดือน การจ่ายขั้นต่ำจะทำให้ หนี้ที่มีอยู่ของคุณนั้นไม่มีวันหมดไปได้ง่ายๆ ซึ่งนั่นก็เป็น เหตุผลที่ทำให้คุณเข้าสู่วงจรความยากจนเข้าไปทุกที 6. หมุนหนี้โดยรูดบัตรเครดิตอีกใบหนึ่งเพื่อชำระหนี้บัตร อีกใบหนึ่ง ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ผิด เพราะนอกจากจะ ไม่ช่วยให้หนี้ของคุณหมด แล้วยังเป็นการเพิ่มหนี้สินขึ้นไป เรื่อย ๆ สุดท้ายเมื่อคุณหาเงินมาชำระหนี้ได้ไม่ทัน ก็ต้องจบ ลงด้วยการเสียเครดิตทางการเงินหนักสุดอาจจะถึงขั้น ล้มละลาย 7. ไม่มีเงินสำรองสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน หลายคนไม่ได้ คำนึงถึงเหตุการณ์ฉุกเฉินมาก่อน เมื่อตนเองหรือสมาชิก ในครอบครัวเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ และคุณไม่มีเงิน เพียงพอ จนต้องหยิบยืมคนอื่นมาใช้จ่ายเฉพาะหน้า สัญญาณบ่งบอกว่า คุณกำลังมีปัญหาทางการเงิน เรียบเรียงโดย : หลักสูตรชั้นนายพัน เหล่าทหารการเงิน รุ่นที่ 65 ธนาธิปัตย์ 9


10 ธนาธิปัตย์ เมื่อเงิน (เริ่ม)ไม่พอใช้หนี้ ทำไงดี หากพบว่าตนเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เงิน ไม่พอใช้หนี้ต้องตั้งสติดีๆ แล้วค่อย ๆ พยายามหาทางแก้ไข เราจึงนำแนวทางจัดการจากธนาคารแห่งประเทศไทยมาฝากกัน 1. ยอมรับความจริง ตั้งใจมั่นว่าจะแก้ปัญหาหนี้สิน ด้วยความมุ่งมั่น อดทนและมีสติ 2. หาสาเหตุ เพื่อแก้ปัญหาได้ถูกจุดเช่น ถ้าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แก้ด้วยการจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายเพื่อหาว่า (ค่าใช้จ่าย ที่ไม่จำเป็นหรือจำเป็นแต่มากไป) แล้วหาทางลดค่าใช้จ่าย ถ้าไม่มีเงินออมเผื่อฉุกเฉินเช่น เจ็บป่วยตกงาน แก้ด้วย การพยายามออมอาจจะเริ่มจาก 10% ของรายได้เพื่อออม ให้ได้ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายจำเป็นในแต่ละเดือน 3. สำรวจภาระหนี้สิน มีหนี้สินเท่าไรให้จดออกมาให้หมด แยกรายละเอียดเป็นประเภทของหนี้ยอดหนี้อัตราดอกเบี้ย กำหนดชำระของแต่ละเดือน แล้วคำนวณว่าภาระหนี้ต่อ เดือนเกิน 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดือนหรือไม่ 4. หาวิธีปลดหนี้ เช่น สำรวจสินทรัพย์ของตนเองเพื่อดูว่า มีสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็น และสามารถขายมาจ่ายหนี้ได้ไหม หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้เช่น ขยายระยะเวลาการชำระ หนี้ลด จำนวนเงินผ่อนต่องวดลง ลดหย่อนค่าธรรมเนียม หรือค่าปรับกรณีผิดนัดชำระโอนหลักประกันชำระหนี้ รีไฟแนนซ์รวมทั้งการแฮร์คัต (HairCut) 5. สร้างพฤติกรรมใหม่ เช่น วางแผนก่อนใช้จ่ายมีรายได้ ต้องออมและจ่ายหนี้ก่อน ออมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายก้อนโต ล่วงหน้า (จ่ายค่าเทอมจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยซื้อบ้าน ซื้อรถ) เพื่อจะได้ไม่กลับมามีปัญหาหนี้สินอีก ถึงเวลาแล้ว... ที่จะต้องสร้างวินัยทางการเงินอย่างจริงจัง ผ่อนไม่ไหวทำอย่างไรดี ไม่ก่อหนี้เพิ่ม เพื่อไม่ให้เงินต้นและดอกเบี้ย เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม สำรวจพฤติกรรมการใช้เงิน อาจทำบัญชีรายรับ รายจ่าย เพื่อดูว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ไม่จำเป็นและ พอจะลด ละ เลิก ได้บ้าง เช่น เหล้า บุหรี่ หวย เที่ยว กลางคืน ของแบรนด์เนม หารายได้เสริม จากความสามารถพิเศษที่มี เช่น ทำขนมขาย รับจ้างซ่อมแซมสิ่งของ ประกวดความสามารถ ชิงรางวัลต่าง ๆ ไม่ควรหนีหน้าเจ้าหนี้ เพราะอาจทำให้สถานการณ์ เลวร้ายมากขึ้น เรียบเรียงโดย : หลักสูตรชั้นนายพัน เหล่าทหารการเงิน รุ่นที่ 65 เมื่อเงิน (เริ่ม)ไม่พอใช้หนี้ ทำไงดี 10 ธนาธิปัตย์


ธนาธิปัตย์ 11 เมื่อเงิน (เริ่ม)ไม่พอใช้หนี้ ทำไงดี หากพบว่าตนเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เงิน ไม่พอใช้หนี้ต้องตั้งสติดีๆ แล้วค่อย ๆ พยายามหาทางแก้ไข เราจึงนำแนวทางจัดการจากธนาคารแห่งประเทศไทยมาฝากกัน 1. ยอมรับความจริง ตั้งใจมั่นว่าจะแก้ปัญหาหนี้สิน ด้วยความมุ่งมั่น อดทนและมีสติ 2. หาสาเหตุ เพื่อแก้ปัญหาได้ถูกจุดเช่น ถ้าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แก้ด้วยการจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายเพื่อหาว่า (ค่าใช้จ่าย ที่ไม่จำเป็นหรือจำเป็นแต่มากไป) แล้วหาทางลดค่าใช้จ่าย ถ้าไม่มีเงินออมเผื่อฉุกเฉินเช่น เจ็บป่วยตกงาน แก้ด้วย การพยายามออมอาจจะเริ่มจาก 10% ของรายได้เพื่อออม ให้ได้ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายจำเป็นในแต่ละเดือน 3. สำรวจภาระหนี้สิน มีหนี้สินเท่าไรให้จดออกมาให้หมด แยกรายละเอียดเป็นประเภทของหนี้ยอดหนี้อัตราดอกเบี้ย กำหนดชำระของแต่ละเดือน แล้วคำนวณว่าภาระหนี้ต่อ เดือนเกิน 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดือนหรือไม่ 4. หาวิธีปลดหนี้ เช่น สำรวจสินทรัพย์ของตนเองเพื่อดูว่า มีสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็น และสามารถขายมาจ่ายหนี้ได้ไหม หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้เช่น ขยายระยะเวลาการชำระ หนี้ลด จำนวนเงินผ่อนต่องวดลง ลดหย่อนค่าธรรมเนียม หรือค่าปรับกรณีผิดนัดชำระโอนหลักประกันชำระหนี้ รีไฟแนนซ์รวมทั้งการแฮร์คัต (HairCut) 5. สร้างพฤติกรรมใหม่ เช่น วางแผนก่อนใช้จ่ายมีรายได้ ต้องออมและจ่ายหนี้ก่อน ออมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายก้อนโต ล่วงหน้า (จ่ายค่าเทอมจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยซื้อบ้าน ซื้อรถ) เพื่อจะได้ไม่กลับมามีปัญหาหนี้สินอีก ถึงเวลาแล้ว... ที่จะต้องสร้างวินัยทางการเงินอย่างจริงจัง ผ่อนไม่ไหวทำอย่างไรดี ไม่ก่อหนี้เพิ่ม เพื่อไม่ให้เงินต้นและดอกเบี้ย เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม สำรวจพฤติกรรมการใช้เงิน อาจทำบัญชีรายรับ รายจ่าย เพื่อดูว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ไม่จำเป็นและ พอจะลด ละ เลิก ได้บ้าง เช่น เหล้า บุหรี่ หวย เที่ยว กลางคืน ของแบรนด์เนม หารายได้เสริม จากความสามารถพิเศษที่มี เช่น ทำขนมขาย รับจ้างซ่อมแซมสิ่งของ ประกวดความสามารถ ชิงรางวัลต่าง ๆ ไม่ควรหนีหน้าเจ้าหนี้ เพราะอาจทำให้สถานการณ์ เลวร้ายมากขึ้น เรียบเรียงโดย : หลักสูตรชั้นนายพัน เหล่าทหารการเงิน รุ่นที่ 65 เมื่อเงิน (เริ่ม)ไม่พอใช้หนี้ ทำไงดี บัญญัติ ประการเพื่อ เป็นหนี้อย่างเป็นสุข เมื่อเตรียมตัวเตรียมใจและพร้อมสำหรับ "การเป็น หนี้" ก็ต้องมีวินัยในการใช้จ่าย วางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อ ไม่ให้คำว่า "หนี้" มามีปัญหากับอนาคต วันนี้เราจึงนำ บัญญัติ 8 ประการจากธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้คุณ เป็นหนี้อย่างเป็นสุขมาฝากกัน 1. ก่อหนี้เมื่อจำเป็น เพราะเงินทุกบาทที่กู้มาเราต้องหามา จ่ายคืนพร้อมกับ "ดอกเบี้ย" 2. ไม่เน้นตามกระแส หักห้ามใจไม่ก่อ "หนี้ที่ไม่สร้างรายได้" หรือไม่นำไปใช้กินอยู่อย่างฟุ่มเฟือย ลองพยายามลดละหรือ เลิกการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปเช่น เหล้าบุหรี่ หวย เที่ยว กลางคืน ของใช้แบรนด์เนม 3. ไม่ดีแน่ถ้าภาระหนี้เกิน 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดือน และ ควรวางแผนการจ่ายหนี้ให้เหมาะสม เพราะจ่ายน้อยแต่ นานจะเสียดอกเบี้ยมากแต่ถ้าจ่ายมากจนไม่มีเงินออมวัน หลังมีเหตุฉุกเฉินต้องใช้เงินก็ต้องไปกู้เพิ่มอีก 4. อ่านและถามก่อนเซ็นสัญญา ต้องเข้าใจเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างชัดเจนและตรวจความถูกต้องของจำนวนเงินหรือ ข้อมูลอื่น ๆ ถ้าสงสัยต้องกล้าที่จะถามเพื่อป้องกันความ ยุ่งยากจากภาระหรือเงื่อนไขที่ไม่ต้องการภายหลัง 5. ใช้เงินกู้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ เช่น ไม่เอาเงินกู้เพื่อ ประกอบอาชีพไปกินไปใช้จนมีเงินไม่พอทำทุน 6. จ่ายตรงตามเวลา เพื่อรักษาประวัติเครดิตจะได้ไม่ต้องถูก ทวงหนี้ไม่เสียเบี้ยปรับ 7. รีบเจรจาก่อนหนี้ท่วม หากเริ่มจ่ายหนี้ไม่ไหวควรรีบ หารือกับ เจ้าหนี้เพื่อหาทางแก้ไขร่วมกันแต่เนิ่น ๆ หรือ หาทางปรับปรุงโครงสร้างหนี้ร่วมกันไม่ควรหนีหนี้เพราะ อาจทำให้ถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นเช่น ถูกฟ้องร้องถูกยึด หลักประกัน 8. ไม่ติดบ่วงหนี้นอกระบบ เจ้าหนี้นอกระบบมักจะคิด ดอกเบี้ยสูงมากและอาจทวงหนี้ด้วยวิธิโหด เช่น ทำร้าย ร่างกายทำลายทรัพย์สินจึงควรเปลี่ยนมาเป็นหนี้ในระบบ แทนโดยกู้กับ สถาบันการเงินหรือ Non-Bank ที่มีทางการ กำกับดูแลเพราะดอกเบี้ยมักจะถูกกว่า “เป็ นยังไงกนับ้ างค่ ะ ได้ เรยีนรู ้ เกย่ีวกบั เรือ่งราวทเ่ีราน าเสนอกนั ไปแล้ ว ตอนน้ี ยังตดัสิ นใจท่ี จะเป็ นหน้ี กนัอยู่ไหม การเป็ นหนไ้ีม่ ใช่ เรือ่งผดิแต่ ถ้ าจะผดิ คอื ใช้ หนไ้ีม่ เป็ น ฉะนน้ัคดิสกันดิก่ อน จะตดัสนิ ใจเป็ นหน้ีเพื อ่สร้ างชวีติทาง การเงนิทร่ีาบรืน่กนันะค่ ะ ” บัญญัติ ประการเพื่อ เป็นหนี้อย่างเป็นสุข เรียบเรียงโดย : หลักสูตรชั้นนายพัน เหล่าทหารการเงิน รุ่นที่ 65 ธนาธิปัตย์ 11


12 ธนาธิปัตย์ การวางแผนภาษเ ี งน ิ ได ้ บ ุ คคลธรรมดา พ.ต.หญิง ณวรานุช เกตุทิม การวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือการกำหนดแนวทางปฏิบัติในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อให้เสียภาษีได้อย่างถูกต้องและสามารถประหยัด ภาษีได้สูงสุด ซึ่งไม่ใช่แนวทางการหลีกเลี่ยงภาษี แต่เป็นการใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มาคำนวณภาษีอย่างถูกต้องทำให้ภาษีที่ต้อง จ่ายจริงสามารถลดลงจากเดิมที่ไม่ได้วางแผนภาษีได้ เรียกว่าทำให้เกิดการประหยัดในภาษีที่ต้องชำระอย่างถูกกฎหมาย การวางแผนภาษเ ี งน ิ ได ้ บ ุ คคลธรรมดา พ.ต.หญิง ณวรานุช เกตุทิม การวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือการกำหนดแนวทางปฏิบัติในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อให้เสียภาษีได้อย่างถูกต้องและสามารถประหยัด ภาษีได้สูงสุด ซึ่งไม่ใช่แนวทางการหลีกเลี่ยงภาษี แต่เป็นการใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มาคำนวณภาษีอย่างถูกต้องทำให้ภาษีที่ต้อง จ่ายจริงสามารถลดลงจากเดิมที่ไม่ได้วางแผนภาษีได้ เรียกว่าทำให้เกิดการประหยัดในภาษีที่ต้องชำระอย่างถูกกฎหมาย


ธนาธิปัตย์ 13 การวางแผนภาษเ ี งน ิ ได ้ บ ุ คคลธรรมดา พ.ต.หญิง ณวรานุช เกตุทิม การวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือการกำหนดแนวทางปฏิบัติในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อให้เสียภาษีได้อย่างถูกต้องและสามารถประหยัด ภาษีได้สูงสุด ซึ่งไม่ใช่แนวทางการหลีกเลี่ยงภาษี แต่เป็นการใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มาคำนวณภาษีอย่างถูกต้องทำให้ภาษีที่ต้อง จ่ายจริงสามารถลดลงจากเดิมที่ไม่ได้วางแผนภาษีได้ เรียกว่าทำให้เกิดการประหยัดในภาษีที่ต้องชำระอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งรายได้ทั้งหมด จะถือเป็น เงินได้พึงประเมิน นำมารวมคิดเป็น รายได้ของเราทั้งสิ้น แล้วค่อยนำ เงินได้ ที่ได้รับการยกเว้น และค่าใช้จ่ายตาม ประเภทของเงินได้ (แบบเหมาจ่าย) นำไปหักออกเพื่อที่จะได้เงินได้พึง ประเมินหลังหักค่าใช้จ่าย หลังจากนั้นเราก็นำรายได้พึง ประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายมาหัก ค่าลดหย่อน คือ ค่าลดหย่อนพื้นฐาน ค่าลดหย่อนด้านการออม การลงทุน ค่าลดหย่อนอื่น ๆ และค่าลดหย่อน พิเศษในแต่ละปี (ถ้ามี) ส่วนลดในการลดหย่อนภาษี 2566 นี้ ก็ไม่ค่อยจะแตกต่างจากปี ก่อน ๆ เท่าไหร่ แต่ก็มีเกณฑ์ที่แตกต่าง จากปีก่อน เช่น เงินประกันสังคมที่ ทำให้ลดหย่อนได้มากขึ้นในปีนี้ และ เงื่อนไขโครงการช้อปดีมีคืนที่เพิ่ม วงเงินลดหย่อนภาษีมากขึ้น เป็นคนละ 40,000 บาท แต่เงื่อนไขของโครงการ ช้อปดีมีคืนก็จะมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นมา อีกเล็กน้อย นอกจากเงื่อนไขต่าง ๆ แล้ว ถ้าอยากลดภาษี จะมีวิธีคํานวณภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไรบ้าง ไปดูกัน สถานภาพสมรส ➢ โสด ➢ หม้าย/หย่า ➢ คู่สมรสมีรายได้แยกยื่นแบบ ➢ คู่สมรสไม่มีเงินได้ ➢ คู่สมรสมีเงินได้ยื่นรวม (Trik ให้แยกยื่นแบบจะดีกว่า) ➢ ผู้มีเงินได้ และ/หรือ คู่สมรส จะลดหย่อนได้ไม่เกิน 60,000 บาท บุตร ➢ บุตรจะลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาทต่อคน ➢ แต่ถ้าบุตรตั้งแต่คนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิด ในหรือหลังปี พ.ศ. 2561 จะลดหย่อนได้ คนละ 60,000 บาท ➢ ค่าฝากครรภ์หรือคลอดบุตร (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป) ได้ค่าลดหย่อนด้วยนะคะ


14 ธนาธิปัตย์ บิดา - มารดา ➢ บิดา และ/หรือ มารดาของผู้มีเงินได้ สามารถ หักค่าลดหย่อนได้คนละ 30,000บาท (บิดา มารดาต้องไม่มีเงินได้) ➢ อุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือทุพพลภาพ ได้คนละ 60,000บาท แต่ไม่เกิน 3 คน ➢ ประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้และ คู่สมรส ไม่เกิน 15,000บาท ค่าลดหย่อนด้านการออม การลงทุน ค่าลดหย่อนตัวนี้จะมีเรทในการคำนวณจำนวนเงินที่ ลดหย่อนจากที่เราจ่ายออกไปจริง ซึ่งมีดังต่อไปนี้ ➢ ประกันสังคม ➢ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กบข. (มีอัตราสะสม ให้เลือกคำนวณด้วย) ➢ ประกันสุขภาพ ➢ ประกันชีวิต ➢ ประกันแบบบำนาญ ➢ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ➢ กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ค่าลดหย่อนอื่น ๆ และค่าลดหย่อนพิเศษในแต่ละปี (ถ้ามี) ➢ ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน ➢ ค่าลดหย่อนพิเศษในแต่ละปี เช่น SSFX/ ช้อปดีมีคืน เป็นต้น ค่าลดหย่อนเงินบริจาค ➢ เงินบริจาคพรรคการเมือง ➢ เงินบริจาคสนับสนุนการศึกษา/กีฬา/การพัฒนา สังคม/โรงพยาบาลรัฐ (บางหน่วยงานได้ 2 เท่า แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้หักค่าใช้จ่าย ร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และหัก ค่าลดหย่อนพื้นฐาน ค่าลดหย่อนด้านการออม การลงทุน ค่าลดหย่อนด้านการออม การลงทุน ค่าลดหย่อนอื่น ๆ และค่าลดหย่อนพิเศษ ในแต่ละปี) ➢ เงินบริจาคทั่วไป (ไม่เกินร้อยละ 10 ของยอด คงเหลือในข้อก่อนหน้านี้) หรือสรุปง่าย ๆ ด้วยรูปภาพ ดังนี้


ธนาธิปัตย์ 15 คำอธิบายเพิ่มเติม ลดหย่อนภาษีหมวดค่าใช้จ่ายส่วนตัวและครอบครัว ลดหย่อนภาษีส่วนตัว ทุกคนที่จะยื่นแบบสามารถใช้ ส่วนลดได้ทุกคน คนละ 60,000 บาท ไม่ว่าจะมีเงินเดือนเท่าไหร่ ก็ตาม เช่น ถ้าหากเราได้ค่าจ้างใน 1 ปี เป็นเงิน เกินกว่า 120,000 บาท จะได้ส่วนลด 60,000 บาท เท่ากับว่าเราต้องยื่นรายได้ทั้งปี เป็นยอด 60,000 บาทนั่นเองค่ะ ลดหย่อนภาษีคู่สมรส สำหรับคนมีคู่ และมีการจด ทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และอีกฝ่ายไม่มีรายได้จะได้ส่วนลด 60,000 บาท หากนำรายได้ของทั้งสองมารวมกัน และยื่นแบบ พร้อมกัน ลดหย่อนภาษีบุตร บุตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย อายุ ต่ำกว่า 25 ปี จะยื่นลดหย่อนภาษีได้ไม่จำกัดจำนวนคน แต่ถ้าหาก เป็นบุตรบุญธรรม จะยื่นสูงสุดได้แค่ 3คน คนละ 30,000 บาท ถ้ามีทั้งบุตรบุญธรรมและบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมกัน สูงสุดยื่นได้แค่ 3คน ** บุตรที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ที่สามารถยื่นลดหย่อนภาษีบุตรได้ต้อง เป็นบุตรที่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ ลดหย่อนค่าฝากครรภ์/คลอดบุตร สำหรับคุณแม่ ที่ฝากครรภ์ หรือคลอดบุตร จะได้ลดหย่อนภาษีตามจ่ายจริง ไม่เกิน 60,000 บาท หากคลอดลูกแฝด ก็จะได้ส่วนลดสูงสุด ไม่เกิน 60,000 บาท เช่นกัน แต่ถ้าเป็นคุณแม่ที่ไม่มีรายได้ สามารถให้สามีเป็นคนยื่นแทนได้ สามารถใช้ลดหย่อน และ นำไปรวมกับสิทธิการเบิกค่าฝากครรภ์/คลอดบุตรจากสวัสดิการ รัฐและเอกชน ได้ แต่ต้องห้ามเกิน 60,000 บาท ลดหย่อนค่าเลี้ยงดูพ่อแม่ สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 4คน ทั้งพ่อแม่ของตัวเอง และของคู่สมรส คนละ 30,000 บาท รวมทั้งหมด ไม่เกิน 120,000 บาท พ่อแม่หรือบิดามารดา ต้องอายุ 60 ปีขึ้นไป มีรายได้ในปีนั้น ๆ ไม่เกิน 30,000 บาท บิดามารดาของ คู่สมรส จะยื่นลดหย่อนได้ หากคู่สมรสไม่มีรายได้ แต่ถ้ามีรายได้ จะไม่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ และถ้ามีลูกหลานหลายคน สามารถใช้สิทธิยื่นลดหย่อนภาษีได้แค่คนเดียว ลดหย่อนค่าเลี้ยงดูผู้พิการหรือบุคคลทุพลภาพ 60,000 บาท การใช้สิทธิลดหย่อนต้องมีบัตรประจำตัวคน พิการตามกฎหมาย หรือเป็นคนทุพพลภาพที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี การลดหย่อนภาษีหมวดนี้ สามารถใช้สิทธิซ้ำกันได้ เช่น ถ้าบุตร/บิดามารดา เป็นผู้พิการหรือทุพลภาพ จะได้ ส่วนลดในการลดหย่อนภาษีได้สูงสุด คือ 30,000 + 60,000 = 90,000 บาท ลดหย่อนภาษีหมวดประกันชีวิต ลดหย่อนภาษีประกันชีวิต/ประกันสะสมทรัพย์ ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท ต้องเป็นประกันที่มีความคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป มีผลตอบแทน ไม่เกิน 20% ประกันสุขภาพ ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 25,000 ** ทั้งประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ถ้ามีหลายเล่ม และ ต้องการจะลดหย่อน สองรายการรวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท ประกันสุขภาพพ่อแม่ ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บาท โดยพ่อแม่ต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปีถ้าลูก 2คน สามารถช่วยหารกันจ่ายได้ เช่น สูงสุด 15,000 บาท ยื่นลดหย่อน คนละ 7,500 บาทได้ เงินประกันสังคม มาตรา 33, มาตรา 39, มาตรา 40 ลดหย่อนตามยอดจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 6,300 บาท ประกันชีวิตแบบบำนาญ ตามจ่ายจริงไม่เกิน 200,000 บาท ต้องเป็นประกันที่มีความคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ** ประกันชีวิต/ลงทุนเพื่อการวางแผนเกษียณ รวมกันทั้งหมด ไม่เกิน 500,000 บาท เช่น ประกันชีวิต 10,000 บาท + ประกันสะสม ทรัพย์20,000 บาท + ประกันสุขภาพ 25,000 บาท = 55,000 บาท แบบนี้ยื่นได้ ลดหย่อนภาษีหมวดการลงทุน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กบข./กองทุนสงเคราะห์ 15% ของรายได้ สามารถใช้สิทธิ์ยื่นรวมกันทั้งหมดได้ ไม่เกิน 500,000 บาท กองทุน RMF 30% ของรายได้ ไม่เกิน 500,000 บาท ต้องซื้อระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2564 - 31 มกราคม 2564 เท่านั้น และถืออย่างน้อย 10 ปี ลดหย่อนรวมกับ SSF และ รายการที่ 1ด้านบนได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท กองทุน SSF 30% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000 บาท เงื่อนไขเดียวกับ RMF กองทุนการออม (กอช.) ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 13,200 บาท


16 ธนาธิปัตย์ ค่าธรรมเนียมรับชำระด้วยบัตรเดบิต ตามจ่ายจริง สำหรับคนที่ได้ค่าจ้าง ค่าวิชาชีพอิสระ ค่ารับเหมาทั้งค่าแรงและ ค่าของ หรือเงินได้การประกอบธุรกิจอื่น ๆ ลงทุนธุรกิจวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ตามจ่ายจริง ไม่เกินปีละ 100,000 บาท ลดหย่อนภาษีหมวดกระตุ้นเศรษฐกิจ ดอกเบี้ยซื้อที่อยู่อาศัย ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท ถ้าใครกู้ซื้อบ้าน คอนโด หรือที่อยู่อาศัย สามารถนำดอกเบี้ยที่ จ่ายไปยื่นลดหย่อนภาษีได้ และสามารถใช้สิทธิมากกว่า 1 ที่ เช่น มีทั้งบ้านและคอนโด สามารถยื่นได้ทั้งสอง แต่รวมกันแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ช้อปดีมีคืน ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 40,000 บาท ช้อปดีมีคืน สามารถกรอกรายจ่ายที่ใช้ไปตามจริงได้เลย และใช้แค่ ใบกำกับภาษีเป็นหลักฐาน ในปีนี้ จะแยกเป็นยอดเงินที่ใช้ซื้อ ของในร้านค้าทั่วไปที่มีใบกำกับภาษี 30,000 บาท และใช้ซื้อ ของผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ออกใบกำกับภาษีแบบ อิเล็กทรอนิกส์ได้ 10,000 บาท สินค้าและบริการที่เข้าร่วมเงื่อนไขช้อปดีมีคืน ได้แก่สินค้าและบริการทั่วไปที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม, หนังสือ (e-book ก็ได้), สินค้า OTOP ขอคืนภาษี 2566 จากช้อปดีมีคืนอย่างไร? ช้อปดีมี คืน ไม่ได้หมายความว่าเราซื้อของ 30,000 แล้วจะได้ลดภาษี 30,000 บาท ถ้าเงินได้ต่อปี 150,000 บาท ก็จะได้เงินคืน 5% หรือ 1,500 บาท, ได้เงิน 150,000 บาท ขึ้นไป ได้เงินคืน 10% หรือได้เงินคืน 3,000 บาท แบบนี้เป็นลำดับขั้นไปเรื่อย ๆ ถ้า อยากได้เงินคืนเยอะ ๆจากนโยบายนี้ต้องมีเงินเดือน 5,000,000 บาทขึ้นไป จะได้ลดหย่อนสูงสุดถึง 35% หรือลดหย่อนได้ 10,500 บาท หรือมากกว่านั้น ลดหย่อนภาษีหมวดเงินบริจาค เงินบริจาคทั่วไป ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 10% ของเงิน ได้หลังลดหย่อน บริจาคเพื่อการศึกษา/กีฬา/พัฒนาสังคม/รพ.รัฐ จะได้รับการลดหย่อนภาษี 2 เท่าของเงินบริจาค <10% หลังลดหย่อน เช่น ถ้าบริจาค 2,000 บาท จะสามารถหัก ลดหย่อนได้ 2 เท่า คือ 4,000 บาท การบริจาคผ่านระบบ e-Donation สามารถนำมาลดหย่อนได้ บริจาคให้พรรคการเมือง ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 10,000 บาท


ธนาธิปัตย์ 17 บัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เริ่มใช้ปีภาษี 2560 เงินได้สุทธิ (บาท) ช่วงเงินได้สุทธิ อัตราภาษีของแต่ละขั้น อัตราภาษีของแต่ละขั้น (ร้อยละ) 1 - 150,000 150,000 ได้รับยกเว้น 150,001 - 300,000 150,000 5 300,001 - 500,000 200,000 10 500,001 - 750,000 250,000 15 750,001 - 1,000,000 250,000 20 1,000,000 - 2,000,000 1,000,000 25 2,000,001 - 5,000,000 3,000,000 30 5,000,001 บาทขึ้นไป - 35 วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปีจะต้องทำอย่างไร? โดยทั่วไปผู้มีเงินได้ต้องนำเงินได้พึงประเมินทุกประเภทของตน ตลอดปีภาษี (ไม่รวมเงินได้ที่กฎหมายยกเว้นภาษี หรือ ที่ไม่ต้องเสียภาษี) ไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปี เพื่อยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีภายในเดือนมีนาคมของปี ถัดจากปีที่มีเงินได้ การคำนวณภาษีให้ทำเป็น 3 ขั้น คือ ขั้นที่หนึ่ง คำนวณหาจำนวนภาษีตาม วิธีที่ 1 เสียก่อน การคำนวณภาษีตามวิธีที่ 1 เงินได้พึงประเมินทุกประเภทรวมกันตลอดปีภาษี xx (1) หัก ค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด xx (2) (1)-(2) เหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย xx (3) หัก ค่าลดหย่อนต่าง ๆ (ไม่รวมค่าลดหย่อนเงินบริจาค) ตามที่กฎหมายกำหนด xx (4) (3)-(4) เหลือเงินได้หลังจากหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ xx (5) หัก ค่าลดหย่อนเงินบริจาค ไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด xx (6) (5-6) เหลือเงินได้สุทธิ xx (7) นำเงินได้สุทธิตาม (7) ไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา xx จำนวนภาษีตามการคำนวณภาษีวิธีที่ 1 xx (8) ขั้นที่สอง ให้พิจารณาว่าจะต้องคำนวณภาษีตาม วิธีที่ 2หรือไม่ ถ้าเข้าเงื่อนไขที่จะต้องคำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 จึงคำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 อีกวิธีหนึ่ง กรณีที่ต้องคำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 ได้แก่ กรณีที่เงินได้พึงประเมินทุกประเภทในปีภาษี แต่ไม่รวม เงินได้พึงประเมินตามประเภทที่ 1 มีจำนวนรวมกันตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป การคำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 นี้ ให้คำนวณ ในอัตราร้อยละ 0.5 ของยอดเงินได้พึงประเมิน (= เงินได้พึงประเมินทุกประเภทลบเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 คูณด้วย 0.005) ดังกล่าวนั้น


18 ธนาธิปัตย์ ขั้นที่สาม สรุป จำนวนภาษีที่ต้องเสียภาษี กำหนดให้ (10) คือ จำนวนภาษีที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 2 การคำนวณภาษี จำนวนภาษีเงินได้สิ้นปีที่ต้องเสีย เทียบ (8) และ (10) จำนวนที่สูงกว่า xx (11) หัก ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายแล้ว xx ภาษีเงินได้ครึ่งปีที่ชำระไว้แล้ว xx ภาษีเงินได้ชำระล่วงหน้า xx เครดิตภาษีเงินปันผล xx xx (12) (11-12) เหลือ ภาษีเงินได้ที่ต้องเสีย (หรือที่เสียไว้เกินขอคืนได้) xx หมายเหตุสำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป หากคำนวณตามวิธีที่ 2 แล้วมีภาษีเงินได้ ที่ต้องเสียจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 5,000 บาท ผู้มีเงินได้ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามวิธีที่ 2 (10) แต่ยังคงมีหน้าที่เสียภาษีตาม จำนวนที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 1 (8) โดยนำมาสรุปจำนวนภาษีที่ต้องเสียขั้นที่สาม หรือถ้าใครไม่อยากคำนวนเอง สามารถใช้ โปรแกรมคำนวณภาษีได้ ที่นี่ https://www.set.or.th/project/caltools/www/html/tax/index.html?theme=default ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.rd.go.th/62337.html https://www.set.or.th/project/caltools/www/html/tax/index.html?theme=default https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2595941 https://www.wongnai.com/articles/tax-deductions อภินันทนาการ จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจ.เอส.ซี. (2007) 49/33 หมู่ 2 ตำ บลคุ้งกระถิน อำ เภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี


ธนาธิปัตย์ 19 หลายคนก็คงคิดว่า “ทำไมต้องทำประกัน” ด้วย ไม่เห็นจะต้องจ่ายเบี้ยแพง ๆ ให้เปลืองเงิน แถมยังเสียเวลา อีกต่างหาก! ทั้ง ๆ ที่ ข้าราชการก็สามารถเบิกสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลได้ และการทำประกันภัยจะมีประโยชน์อะไร มีแต่ การสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การทำประกันภัยจะทำให้สามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ทางการเงินได้ และการเบิกสวัสดิการรักษาพยาบาลก็ไม่สามารถเบิกได้เต็มจำนวน ประกันภัยก็สามารถช่วยทำให้ลดค่าใช้จ่าย ในส่วนเกินนี้ได้ ข ้ อดีการท าประกัน!! 1. ป้องกันความเสี ่ ยงในอนาคตที ่ อาจเกิดขึ ้ น ไม่มีใครรู้หรอกครับ ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากเราประสบอุบัติเหตุหนักจำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาล ไหนจะ ค่ายา ค่ารักษา หรือถ้าเกิดเสียชีวิตกะทันหัน ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายทำศพเพิ่มเข้ามาอีก ยิ่งสมัยนี้ค่าจัดงานศพก็แพงไม่ใช่น้อย ๆ ขอยกตัวอย่างกรณีคุณลุงท่านหนึ่งลื่นล้มในห้องน้ำจนเสียชีวิต แล้วไม่ได้ทำประกันไว้ ลูกของคุณลุงก็ต้องเสียค่าทำศพ เป็นหลักแสนเลย !! แต่ถ้าสมมติว่าคุณลุงทำประกันอุบัติเหตุเอาไว้ก่อนหน้านี้ ทางบริษัทประกันก็จะเข้ามาดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย ให้ทันที ถือเป็น ข้อดีของการซื้อประกันอบุัติเหตุที่คุณต้องรู้รวมถึงประกันอื่น ๆ ด้วย เพราะว่ามันจะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจ เกิดขึ้นได้ในอนาคตโดยความเสี่ยงที่เราพูดถึงก็คือ ความเสี่ยงที่เราจะเจ็บป่วย ไม่สบายต่าง ๆ นานา รวมถึงอุบัติเหตุไม่คาดฝัน จนถึงเสียชีวิตด้วย เพราะอย่าลืมนะครับว่าปัจจุบันนี้ค่ารักษาพยาบาลก็แพงเช่นกัน ถ้าไม่ได้เตรียมตัวเอาไว้ ก็อาจจะต้อง ไปกู้ยืมจนเกิดหนี้สิน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องทำประกันขึ้นมา ก็เพราะประกันจะเข้ามาช่วยกระจายความเสี่ยงดังกล่าว โดยเราสามารถเลือกประกันที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ประกันเดินทาง หรือประกันอื่น ๆ ทั้งหมดนี้ก็จะช่วยรองรับค่าใช้จ่าย พร้อมทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้น ไม่เป็นภาระของ ลูกหลานแน่นอน 2. เป็ นมรดกให้กับคนในครอบครัว แล้วทำประกันดีไหม ขอตอบว่า ดีครับ !! ถึงแม้จะเกิด อะไรขึ้นกับเรา อย่างน้อยคนข้างหลังก็จะได้มีเงินเอาไว้ใช้ติดตัว โดยเฉพาะคนที่ยังมีครอบครัวพึ่งพาอยู่ ก็ควรทำประกันเผื่อไว้เลย ลองคิดดูนะครับ ว่าถ้าเกิดคุณมีลูกน้อย และยังไม่สามารถดูแล ตัวเองได้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับคุณ แล้วลูกน้อยของ คุณจะอยู่ยังไง? แต่ถ้าคุณมีประกันอยู่แล้ว ทางครอบครัวของคุณก็จะได้รับเงินก้อนเอาไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น หรือเพื่อเป็น ทุนการศึกษาให้กับบุตรหลาน ด้วยข้อดีการทำประกันก็เปรียบเสมือนมรดกมอบให้กับลูกหลานของคุณนั่นเองครับ สว ัสดก ิ ารรก ั ษาพยาบาลข ้ าราชการ : การเบ ิ กส่ วนขาดประกน ั ภย ั พ.ต. เดชดา รง บญุเต็ม หลายคนก็คงคิดว่า “ทำไมต้องทำประกัน” ด้วย ไม่เห็นจะต้องจ่ายเบี้ยแพง ๆ ให้เปลืองเงิน แถมยังเสียเวลา อีกต่างหาก! ทั้ง ๆ ที่ ข้าราชการก็สามารถเบิกสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลได้ และการทำประกันภัยจะมีประโยชน์อะไร มีแต่ การสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การทำประกันภัยจะทำให้สามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ทางการเงินได้ และการเบิกสวัสดิการรักษาพยาบาลก็ไม่สามารถเบิกได้เต็มจำนวน ประกันภัยก็สามารถช่วยทำให้ลดค่าใช้จ่าย ในส่วนเกินนี้ได้ ข้ อดีการท าประกัน!! 1. ป้องกันความเสี ่ ยงในอนาคตที ่ อาจเกิดขึ ้ น ไม่มีใครรู้หรอกครับ ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากเราประสบอุบัติเหตุหนักจำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาล ไหนจะ ค่ายา ค่ารักษา หรือถ้าเกิดเสียชีวิตกะทันหัน ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายทำศพเพิ่มเข้ามาอีก ยิ่งสมัยนี้ค่าจัดงานศพก็แพงไม่ใช่น้อย ๆ ขอยกตัวอย่างกรณีคุณลุงท่านหนึ่งลื่นล้มในห้องน้ำจนเสียชีวิต แล้วไม่ได้ทำประกันไว้ ลูกของคุณลุงก็ต้องเสียค่าทำศพ เป็นหลักแสนเลย !! แต่ถ้าสมมติว่าคุณลุงทำประกันอุบัติเหตุเอาไว้ก่อนหน้านี้ ทางบริษัทประกันก็จะเข้ามาดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย ให้ทันที ถือเป็น ข้อดีของการซื้อประกันอบุัติเหตุที่คุณต้องรู้รวมถึงประกันอื่น ๆ ด้วย เพราะว่ามันจะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจ เกิดขึ้นได้ในอนาคตโดยความเสี่ยงที่เราพูดถึงก็คือ ความเสี่ยงที่เราจะเจ็บป่วย ไม่สบายต่าง ๆ นานา รวมถึงอุบัติเหตุไม่คาดฝัน จนถึงเสียชีวิตด้วย เพราะอย่าลืมนะครับว่าปัจจุบันนี้ค่ารักษาพยาบาลก็แพงเช่นกัน ถ้าไม่ได้เตรียมตัวเอาไว้ ก็อาจจะต้อง ไปกู้ยืมจนเกิดหนี้สิน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องทำประกันขึ้นมา ก็เพราะประกันจะเข้ามาช่วยกระจายความเสี่ยงดังกล่าว โดยเราสามารถเลือกประกันที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ประกันเดินทาง หรือประกันอื่น ๆ ทั้งหมดนี้ก็จะช่วยรองรับค่าใช้จ่าย พร้อมทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้น ไม่เป็นภาระของ ลูกหลานแน่นอน 2. เป็นมรดกให้กับคนในครอบครัว แล้วทำประกันดีไหม ขอตอบว่า ดีครับ !! ถึงแม้จะเกิด อะไรขึ้นกับเรา อย่างน้อยคนข้างหลังก็จะได้มีเงินเอาไว้ใช้ติดตัว โดยเฉพาะคนที่ยังมีครอบครัวพึ่งพาอยู่ ก็ควรทำประกันเผื่อไว้เลย ลองคิดดูนะครับ ว่าถ้าเกิดคุณมีลูกน้อย และยังไม่สามารถดูแล ตัวเองได้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับคุณ แล้วลูกน้อยของ คุณจะอยู่ยังไง? แต่ถ้าคุณมีประกันอยู่แล้ว ทางครอบครัวของคุณก็จะได้รับเงินก้อนเอาไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น หรือเพื่อเป็น ทุนการศึกษาให้กับบุตรหลาน ด้วยข้อดีการทำประกันก็เปรียบเสมือนมรดกมอบให้กับลูกหลานของคุณนั่นเองครับ สว ัสดก ิ ารรก ั ษาพยาบาลข ้ าราชการ : การเบ ิ กส่ วนขาดประกน ั ภย ั พ.ต. เดชดา รง บญุเต็ม


20 ธนาธิปัตย์ 3. มีความคุ้มครอง (ส ารอง) ไว้ใช้เมื ่ อยามฉุกเฉิน รู้หรือไม่ว่า? จำนวนเงินที่คุณจ่ายเบี้ยประกัน ทุกครั้ง จะกลายเป็นความคุ้มครองให้ใช้เมื่อยามจำเป็น อีกด้วยนะ สามารถนำมาสำรองค่ารักษาพยาบาล หรือเบิก ค่าสินไหมทดแทนได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละ ประกัน อย่างเช่น ประกันชีวิตพ่วงกับสุขภาพ อันนี้ก็จะคุ้มครองกรณีคุณเข้ารับการรักษาตัวด้วย ควรเลือกให้เหมาะกับไลฟ์ สไตล์ของคุณ ถือว่าทำเพื่อความสบายใจ พร้อมรับผลตอบแทนในระยะยาวของคุณ จึงเป็นเหตุผลทำไมเราต้องทำประกันไว้ เพราะจะได้มีเงินเอาไปใช้ในยามฉุกเฉินนั่นเอง ขอยกตัวอย่างกรณี ดังนี้ครับ • มีความคุ้มครองไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น • มีความคุ้มครองสำหรับค่ารักษาพยาบาล • มีความคุ้มครองใช้รักษาโรคร้ายแรง • มีความคุ้มครองด้านเงินทุนเลี้ยงชีพกรณีทุพพลภาพถาวร • มีความคุ้มครองช่วยเลี้ยงชีพกรณีสูญเสียอวัยวะสำคัญ จากข้างต้น คุณก็สามารถนำเงินทุนสำรองในกรณีต่าง ๆ ไปใช้ได้ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของคุณ หากจะกล่าวข้อดี การทำประกันแบบรวม ๆ ก็คือ เจ็บป่วยเราช่วยได้ เสียชีวิตก็จ่ายคืน หรือมี ปัญหาก็เคลมให้นั่นแหละครับ ดังนั้น การออมเงินกับประกันก็เป็นทางเลือกที่ช่วยการันตีได้ว่า คุณจะมีเงินเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน หรือดูแลชีวิตของคุณอย่างแน่นอน 4. มีกรมธรรม์ประกันภัยช่วยเพิ ่ มความน่าเชื ่ อถือได้ดี นอกจากการซื้อประกันจะทำให้เรามีเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉินแล้ว การทำประกันก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างเครดิตให้กับ เราอย่างไม่น่าเชื่อด้วยนะ เช่นกรณีกู้ยืมเงินเพื่อผ่อนบ้าน หากเรามีประกันบ้าน หรือประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ทางธนาคารก็จะ อนุมัติเงินกู้ให้ผ่านง่ายขึ้น (บางครั้งก่อนขอสินเชื่อธนาคารจะต้องทำประกันบ้านด้วยนะ) นอกจากนี้ยังเพิ่มความน่าเชื่อถือในการเดินทางไปเที่ยวยุโรป อีกด้วยนะ สำหรับการซื้อประกันเดินทางไว้ขอวีซ่าเชงเก้น ซึ่งประกัน เดินทางจะมีความคุ้มครองวีซ่าด้วย ถือเป็นหลักประกันได้ว่าคุณจะมี คนคอยดูแล เรื่องค่ารักษาพยาบาล เมื่อยามไม่สบาย หรือบาดเจ็บ ระหว่างเดินทางนั่นเอง นี่เป็นตัวอย่างที่ทำให้เรามองเห็นและเข้าใจข้อดี การทำประกันต่าง ๆเอาไว้ จะช่วยเพิ่มสร้างเครดิตให้กับเราได้มากเลยล่ะ !! 5. มีประกันก็มีคนคอยช่วยเหลือ และดูแลคุณ หลายคนไม่น้อยยังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรทำประกันดีไหม สุดท้ายแล้ว ก็ไม่ได้ทำประกันอะไรไว้เลย เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินก็จะขาดคนคอยช่วยเหลือ หรือให้บริการกับคุณนะครับ แต่ถ้าคุณทำประกันเอาไว้ ทางบริษัทประกัน ก็จะเข้ามาดูแลพร้อมกับประสานงานทันที ส่วนเรื่องคดีความทางกฎหมายก็ไม่ต้องห่วงเลย เพราะจะมีทางเจ้าหน้าที่ประกัน คอยให้คำแนะนำไม่ให้คุณเสียเปรียบแน่นอน ต้องขอบอกว่า เมื่อเกิดเหตุอะไร คุณก็จะอุ่นใจมากขึ้นหรือใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือก ประกันแบบไหนดี ? ก็สอบถามทางเจ้าหน้าที่ประกันภัย หรือโบรกเกอร์ได้เลย เช่น แฟรงค์ อินชัวร์รันซ์ โบรกเกอร์ เรามีบริการเลือกประเภทของกรมธรรม์ประกันภัยให้เหมาะสมกับคุณอีกด้วย เห็นไหมล่ะ ว่าทำไมถึงต้องทำประกัน เพราะ


ธนาธิปัตย์ 21 ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าได้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากคุณทำประกันเอาไว้ก่อน ก็จะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก เสมือนเป็น การลงทุนอย่างหนึ่ง แต่คุ้มค่ามากเมื่อเกิดเรื่องร้ายแรงกับคุณ แถมยังเป็นเสาหลักให้กับคนในครอบครัวอีกด้วย เพื่อให้ชีวิตของ เราปลอดภัยไว้ก่อน และคนที่เรารักอยู่อย่างสบาย ลองมองหาประกันไว้ให้อุ่นใจกันดีกว่าหรือถ้ายังไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อประกัน ที่ไหนดี ก็สามารถซื้อประกันออนไลน์กับ frank.co.th ได้เช่นกันนะ วิถีการซื้อขายประกันแบบใหม่ ซื้อปุ๊ป ได้ปั๊ป พร้อมรับ ความคุ้มครองทันที !! ดั่งตามสโลแกนว่า “รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ” ไม่เพียงแค่นั้นนะ หากคุณต้องการปรึกษา เกี่ยวกับเรื่องประกัน ก็สามารถสอบถามกับเราได้ ซึ่งเรายินดีให้คำปรึกษาคุณอยู่เสมอ เพราะเรามุ่งหวังให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดี และคุ้มค่าที่สุดครับ ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0422.2 ว 380 ลง 30 กันยายน 2553 อาศัยอำนาจตาม มาตรา 11 แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการ รักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 เพื่อให้การเบิกจ่ายเงิน สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่มีการทำสัญญา ประกันภัย เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการ รักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 ผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัว ที่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ซึ่งได้รับการชดเชยในกรณีที่ทำสัญญาประกันภัยได้ดังนี้ 1. ผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวที่มีสิทธิ ได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ซึ่งได้รับ การชดเชยในกรณีที่ทำสัญญาประกันภัย ให้นำต้นฉบับ หลักฐานการรับเงินของสถานพยาบาลไปขอรับเงิน จากบริษัทประกันภัยก่อนการมาขอเบิก ณ หน่วยงานต้นสังกัด 2. กรณีที่ได้รับเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลจาก บริษัทประกันภัยต่ำกว่าค่ารักษาพยาบาลที่ได้จ่ายจริงใน คราวนั้น หากผู้มีสิทธิประสงค์จะเบิกส่วนที่ขาดอยู่ ให้ใช้สำเนาหลักฐานการรับเงินของสถานพยาบาลที่บริษัท ประกันภัยรับรองว่า ได้จ่ายเงินเป็นค่ารักษาพยาบาล ให้ผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวไปเป็นจำนวนเงินเท่าไร เป็นหลักฐานประกอบการขอเบิกเงินจากทางราชการ 3. การเบกเงินค่ารักษาพยาบาล ให้ผู้มีสิทธิ ขอเบิกเงินโดยถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลัง ว่าด้วยวิธีการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล 4. การเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลในส่วนที่ ขาดอยู่ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 ทั้งนี้เงินค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายให้ผู้มีสิทธิ เมื่อรวมกับเงิน ชดเชยค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับจากบริษัทประกันภัยต้อง ไม่เกินกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ตัวอย่างที่ 1 1. นาย ก เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการประเภทผู้ป่วยนอกและได้ชำระค่า รักษาพยาบาลเป็นจำนวนเงิน 8,700 บาท ซึ่งมีรายละเอียดังนี้ หลกัเกณฑ ์ การเบกิค่ ารกัษาพยาบาลส่ วนทข ่ าดจากสัญญาประกนัภยั ตวัอย่ าง : การคา นวณการเบกิจ่ ายเงนิกรณทีม ่ กีารทา สญัญาประกนัภยั ของผ ู ้ มสีทิธหิรอืบคุคลในครอบครวั


22 ธนาธิปัตย์ ` 1.1 ค่ายานอกบัญชีหลักแห่งชาติ 1,650 บาท 1.2 ค่าบริการผู้ป่วยนอก (รหัส 55021) 50 บาท 1.3 ค่าตรวจหลอดเลือก (รหัส 51421) 4,000 บาท 1.4 ค่าตรวจ Ultrasound (รหัส 43003) 3,000 บาท 2. นาย ก นำใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลไปเบิกกับบริษัทประกันภัย และได้รับเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาล จำนวน 5,000 บาท โดยนำสำเนาใบเสร็จรับเงินที่ได้รับรองจากบริษัทประกันภัยว่า นาย ก ได้รับการชดเชยค่ารักษาพยาบาลไปแล้วจำนวนเงิน 5,000 บาท เป็นหลักฐานประกอบการยื่นเบิกกับส่วนราชการต้นสังกัด 3. จากจำนวนเงินที่ได้จ่ายจริง 8,700 บาท ส่วนราชการต้นสังกัด พิจารณาสิทธิของนาย ก ตามพระราชกฤษฎีกา จะสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้จำนวนเงิน 7,200 บาท 3.1 ค่ายานอกบัญชีหลักแห่งชาติ 1,650 บาท 3.2 ค่าบริการผู้ป่วยนอก (รหัส 55021) 50 บาท 3.3 ค่าตรวจหลอดเลือก (รหัส 51421) 3,000 บาท 3.4 ค่าตรวจ Ultrasound (รหัส 43003) 2,500 บาท 4. ส่วนราชการจำสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลให้นาย ก ได้จำนวน 3,700 บาท เนื่องจาก 4.1 ยอดค่ารักษาจริง 8,700 บาท 4.2 บริษัทประกันภัยให้สิทธิ 5,000 บาท 4.3 ดังนั้นจะมีส่วนขาด (8,700 – 5,000) 3,700 บาท 4.4 มีสิทธิเบิกจ่ายจากทางราชการไม่เกินสิทธิ ที่นาย ก จะพึงได้รับ 3,700 บาท ตัวอย่างที่ 2 1. นาย ข เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางเอกชนประเภทผู้ป่วยในและได้ชำระค่ารักษาพยาบาล เป็นจำนวนเงิน 20,700 บาท ซึ่งมีรายละเอียดังนี้ 1.1 ค่ายาในบัญชีหลักแห่งชาติ 5,000 บาท 1.2 ค่าบริการผู้ป่วยใน 1,200 บาท 1.3 ค่าตรวจหลอดเลือก 5,000 บาท 1.4 ค่าตรวจ Ultrasound 4,500 บาท 1.5 ค่าห้องและค่าอาหาร (2 วัน ๆ ละ 2,500 บาท) 5,000 บาท 2. นาย ข นำใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลไปเบิกกับบริษัทประกันภัย และได้รับเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาล จำนวน 11,000 บาท ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 2.1 ค่าห้องและค่าอาหาร (2 วัน ๆ ละ 2,000 บาท) 4,000 บาท 2.2 ค่ารักษาพยาบาลประเภทอื่น ๆ 7,000 บาท จ่ายจริง บ.ประกันจ่ายให้ ส่วนขาด สิทธิที่เบิกจากราชการได้ ข้าราชการสามารถเบิกได้ 8,700 5,000 3,700 8,700 3,700


ธนาธิปัตย์ 23 นาย ข ได้นำสำเนาใบเสร็จรับเงินที่ได้รับรองจากบริษัทประกันภัยว่าได้รับการชดเชยค่ารักษาพยาบาลไปแล้ว จำนวนเงิน 11,000 บาท เป็นหลักฐานประกอบการยื่นเบิกกับส่วนราชการต้นสังกัด 3. เพื่อพิจารณาตามพระราชกฤษฎีกา ฯ นาย ข จะสามารถเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลได้ดังนี้ 3.1 ค่าห้องและค่าอาหาร (2 วัน ๆ ละ 500 บาท) 1,000 บาท (ตามสิทธิ คือวันละ 1,000 บาท เนื่องจากบริษัทประกันภัยจ่ายค่าห้องและค่าอาหารให้แล้ววันละ 2,000 บาท จึงเบิกจากต้นสังกัดได้ 500 บาท ซึ่งรวมแล้วไม่เกินค่าห้องที่จ่ายจริงวันละ 2,500 บาท) ตารางการค านวณค่าห้องและค่าอาหารที ่ เบิกได้ 3.2 ค่ารักษาพยาบาลประเภทอื่น ๆ 7,850 บาท (ให้เบิกได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ได้จ่ายไปจริง แต่ต้องไม่เกิน แปดพันบาท ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยใน สถานพยาบาลของเอกชน ประสบอุบัติเหตุ อุบัติภัย หรือมีเหตุจำเป็น เร่งด่วน ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่ 29 กันยายน พ.ศ.2553 เป็นต้นไป รวม (ข้อ 3.1 และ 3.2) 8,850 บาท 4. ส่วนราชการจำสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลให้นาย ข ได้จำนวน 3,700 บาท เนื่องจาก 4.1 ยอดค่ารักษาจริง 20,700 บาท 4.2 บริษัทประกันภัยให้สิทธิ 11,000 บาท 4.3 ดังนั้นจะมีส่วนขาด (20,700 – 11,000) 9,700 บาท 4.4 มีสิทธิเบิกจ่ายจากทางราชการไม่เกินสิทธิ 8,850 บาท 4.5 นาย ข จะพึงได้รับ 8,850 บาท ทั้งนี้ค่ารักษาพยาบาลที่นาย ค ได้รับ (8,850 บาท) เมื่อรวมกับเงินที่ได้รับจากบริษัทประกันภัยแล้ว (11,000 บาท) ไม่ เกินความเสียหาย (20,700 บาท) ตัวอย่างที่ 3 1. นาย ค เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางเอกชนประเภทผู้ป่วยในและได้ชำระค่ารักษาพยาบาล เป็นจำนวนเงิน 21,700 บาท ซึ่งมีรายละเอียดังนี้ 1.1 ค่ายาในบัญชีหลักแห่งชาติ 5,000 บาท 1.2 ค่าบริการผู้ป่วยใน 1,200 บาท 1.3 ค่าตรวจหลอดเลือก 5,000 บาท 1.4 ค่าตรวจ Ultrasound 4,500 บาท 1.5 ค่าห้องและค่าอาหาร (2 วัน ๆ ละ 3,000 บาท) 6,000 บาท 2. นาย ข นำใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลไปเบิกกับบริษัทประกันภัย และได้รับเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาล จำนวน 11,000 บาท ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 2.1 ค่าห้องและค่าอาหาร (2 วัน ๆ ละ 2,000 บาท) 4,000 บาท จ่ายจริง บ.ประกันจ่ายให้ ส่วนขาด สิทธิที่เบิกจากราชการได้ ข้าราชการสามารถเบิกได้ 5,000 4,000 1,000 2,000 1,000


24 ธนาธิปัตย์ 2.2 ค่ารักษาพยาบาลประเภทอื่น ๆ 7,000 บาท นาย ค ได้นำสำเนาใบเสร็จรับเงินที่ได้รับรองจากบริษัทประกันภัยว่าได้รับการชดเชยค่ารักษาพยาบาลไปแล้ว จำนวนเงิน 11,000 บาท เป็นหลักฐานประกอบการยื่นเบิกกับส่วนราชการต้นสังกัด 3. เพื่อพิจารณาตามพระราชกฤษฎีกา ฯ นาย ค จะสามารถเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลได้ดังนี้ 3.1 ค่าห้องและค่าอาหาร (2 วัน ๆ ละ 1,000 บาท) 2,000 บาท (ตามสิทธิ คือวันละ 1,000 บาท เนื่องจากบริษัทประกันภัยจ่ายค่าห้องและค่าอาหารให้แล้ววันละ 2,000 บาท จึงเบิกจากต้นสังกัดได้เพียงวันละ 1,000 บาท ซึ่งรวมแล้วไม่เกินค่าห้องที่จ่ายจริงวันละ 3,000 บาท) ตารางการค านวณค่าห้องและค่าอาหารที ่ เบิกได้ 3.2 ค่ารักษาพยาบาลประเภทอื่น ๆ 7,850 บาท (ให้เบิกได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ได้จ่ายไปจริง แต่ต้องไม่เกิน แปดพันบาท ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยใน สถานพยาบาลของเอกชน ประสบอุบัติเหตุ อุบัติภัย หรือมีเหตุจำเป็น เร่งด่วน ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่ 29 กันยายน พ.ศ.2553 เป็นต้นไป รวม (ข้อ 3.1 และ 3.2) 9,850 บาท 4. ส่วนราชการจำสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลให้นาย ข ได้จำนวน 3,700 บาท เนื่องจาก 4.1 ยอดค่ารักษาจริง 21,700 บาท 4.2 บริษัทประกันภัยให้สิทธิ 11,000 บาท 4.3 ดังนั้นจะมีส่วนขาด (21,700 - 11,000) 10,700 บาท 4.4 มีสิทธิเบิกจ่ายจากทางราชการไม่เกินสิทธิ 9,850 บาท ที่นาย ค จะพึงได้รับ 9,850 บาท ทั้งนี้ค่ารักษาพยาบาลที่นาย ค ได้รับ (9,850 บาท) เมื่อรวมกับเงินที่ได้รับจากบริษัทประกันภัยแล้ว (11,000 บาท) ไม่เกินความเสียหาย (21,700 บาท) จ่ายจริง บ.ประกันจ่ายให้ ส่วนขาด สิทธิที่เบิกจากราชการได้ ข้าราชการสามารถเบิกได้ 5,000 4,000 1,000 2,000 1,000


ธนาธิปัตย์ 25 พ.ต. เดชดำรง บุญเต็ม ในช่วงที่ผ่านมาข่าวความรุนแรงภายในสถานศึกษามีมากมาย ทั้งการถูกทารุณจากครูผู้สอน การถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนดูถูก เหยียดหยาม ทำให้ลูก ๆ เกิดความเครียด ส่งผลหลาย ๆ ด้านต่อเด็ก ๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ วิธีการที่ดีที่สุดของพ่อแม่ คือ ช่วย บุตรหลานในการย้ายสถานศึกษาที่เหมาะสมกับเด็ก ๆ หลังจากย้ายไปแล้วเด็ก ๆ ต้องปรับตัวให้เข้ากับโรงเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ สังคมใหม่ ซึ่งเขาอาจพบว่าตัวเองล้าหลังเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ เด็กหลายคนกังวลเกี่ยวกับการเป็น “เด็กใหม่” และบางคนพบว่า การหาเพื่อนใหม่นั้นเป็นเรื่องยาก สำหรับครอบครัวข้าราชการทหาร หรือครอบครัวที่พ่อแม่ต้องย้ายที่ทำงานไปในต่างจังหวัดบ่อยครั้งนั้น มีความท้าทาย อย่างมากสำหรับเด็ก ๆ เขามักจะรู้สึกโดดเดี่ยวจากคนรอบ สับสน ต่อต้านต่อการเปลี่ยนแปลง และรู้สึกเครียดกับการไป โรงเรียนใหม่ ดังนั้นหากบุตรหลานของท่านย้ายโรงเรียนสิ่งที่ดีที่สุดที่ ท่านเตรียมบุตรหลานให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง ท่านสามารถทำได้โดยให้บุตรหลานของพ่อแม่ มีส่วนร่วมมากที่สุดในกระบวนการย้ายโรงเรียน สิ่งนี้จะช่วยให้บุตรหลานของท่าน มองเห็นแง่มุมที่น่าตื่นเต้น เขาจะมีความสุขมากขึ้นถ้าเขารู้ว่าความต้องการของเขาได้ถูกตอบสนองและให้ความสำคัญ เคล็ดลับในการทำให้ลูกมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง บอกลูกก่อนล่วงหน้า ถ้าเป็นไปได้ควรคุยเรื่องการย้ายโรงเรียนกับลูกของท่านก่อนล่วงหน้า อย่าย้ายโรงเรียนโดยไม่ได้บอกให้ลูกรู้เพราะจะ ทำให้เขาสับสนเป็นอย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเขา ทำไมต้องย้ายโรงเรียน สร้างบรรยากาศ ตัวท่านเองต้องมีความกระตือรือร้นในการย้ายด้วย (กรณีที่ต้องย้ายถิ่นฐาน) ให้ลูกบอกสิ่งคาดหวังในที่ใหม่ ให้บุตรหลานของท่านพูดคุยถึงสิ่งที่เขาคาดหวังในการย้ายไปโรงเรียนใหม่ ให้ลูกบอกสิ่งกังวลในใจ ให้บุตรหลานของท่านพูดคุยถึงสิ่งที่เขากำลังกังวล ใช้เวลาเพื่อหารือพูดคุยเกี่ยวกับข้อกังวลที่เขามีในแต่ละข้อ เพื่อที่ ตัวท่านจะได้ช่วยหาทางแก้ไข คลายความกังวลให้ลูก หาข้อมูล ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนในพื้นที่ที่ท่านกำลังจะย้ายไป ทำรายชื่อโรงเรียนและให้ลูกของท่านดู หากลูกของท่านโต พอที่จะรู้เรื่อง ก็ให้พูดคุยเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของแต่ละโรงเรียน และถ้าเป็นไปได้ท่านควรเข้าไปเยี่ยมชมโรงเรียนพร้อมกับ บุตรหลานของท่าน เมื่อลูกต้องย้ายโรงเรียน เบิกค่าการศึกษาบุตรอย่างไร พ.ต. เดชดำรง บุญเต็ม ในช่วงที่ผ่านมาข่าวความรุนแรงภายในสถานศึกษามีมากมาย ทั้งการถูกทารุณจากครูผู้สอน การถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนดูถูก เหยียดหยาม ทำให้ลูก ๆ เกิดความเครียด ส่งผลหลาย ๆ ด้านต่อเด็ก ๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ วิธีการที่ดีที่สุดของพ่อแม่ คือ ช่วย บุตรหลานในการย้ายสถานศึกษาที่เหมาะสมกับเด็ก ๆ หลังจากย้ายไปแล้วเด็ก ๆ ต้องปรับตัวให้เข้ากับโรงเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ สังคมใหม่ ซึ่งเขาอาจพบว่าตัวเองล้าหลังเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ เด็กหลายคนกังวลเกี่ยวกับการเป็น “เด็กใหม่” และบางคนพบว่า การหาเพื่อนใหม่นั้นเป็นเรื่องยาก สำหรับครอบครัวข้าราชการทหาร หรือครอบครัวที่พ่อแม่ต้องย้ายที่ทำงานไปในต่างจังหวัดบ่อยครั้งนั้น มีความท้าทาย อย่างมากสำหรับเด็ก ๆ เขามักจะรู้สึกโดดเดี่ยวจากคนรอบ สับสน ต่อต้านต่อการเปลี่ยนแปลง และรู้สึกเครียดกับการไป โรงเรียนใหม่ ดังนั้นหากบุตรหลานของท่านย้ายโรงเรียนสิ่งที่ดีที่สุดที่ ท่านเตรียมบุตรหลานให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง ท่านสามารถทำได้โดยให้บุตรหลานของพ่อแม่ มีส่วนร่วมมากที่สุดในกระบวนการย้ายโรงเรียน สิ่งนี้จะช่วยให้บุตรหลานของท่าน มองเห็นแง่มุมที่น่าตื่นเต้น เขาจะมีความสุขมากขึ้นถ้าเขารู้ว่าความต้องการของเขาได้ถูกตอบสนองและให้ความสำคัญ เคล็ดลับในการทำให้ลูกมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง บอกลูกก่อนล่วงหน้า ถ้าเป็นไปได้ควรคุยเรื่องการย้ายโรงเรียนกับลูกของท่านก่อนล่วงหน้า อย่าย้ายโรงเรียนโดยไม่ได้บอกให้ลูกรู้เพราะจะ ทำให้เขาสับสนเป็นอย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเขา ทำไมต้องย้ายโรงเรียน สร้างบรรยากาศ ตัวท่านเองต้องมีความกระตือรือร้นในการย้ายด้วย (กรณีที่ต้องย้ายถิ่นฐาน) ให้ลูกบอกสิ่งคาดหวังในที่ใหม่ ให้บุตรหลานของท่านพูดคุยถึงสิ่งที่เขาคาดหวังในการย้ายไปโรงเรียนใหม่ ให้ลูกบอกสิ่งกังวลในใจ ให้บุตรหลานของท่านพูดคุยถึงสิ่งที่เขากำลังกังวล ใช้เวลาเพื่อหารือพูดคุยเกี่ยวกับข้อกังวลที่เขามีในแต่ละข้อ เพื่อที่ ตัวท่านจะได้ช่วยหาทางแก้ไข คลายความกังวลให้ลูก หาข้อมูล ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนในพื้นที่ที่ท่านกำลังจะย้ายไป ทำรายชื่อโรงเรียนและให้ลูกของท่านดู หากลูกของท่านโต พอที่จะรู้เรื่อง ก็ให้พูดคุยเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของแต่ละโรงเรียน และถ้าเป็นไปได้ท่านควรเข้าไปเยี่ยมชมโรงเรียนพร้อมกับ บุตรหลานของท่าน เมื่อลูกต้องย้ายโรงเรียน เบิกค่าการศึกษาบุตรอย่างไร


26 ธนาธิปัตย์ หาเพื่อนใหม่ให้ลูก ลองสอบถามว่ามีเด็กคนอื่นที่จะย้ายไปเรียนโรงเรียนเดียวกับลูกของท่านหรือไม่ พยายามหาโอกาสให้ลูกของท่าน พูดคุยกับเด็กเหล่านี้ ท่านอาจนัดลูกของท่านไปโรงเรียนพร้อมกับเด็กเหล่านี้ในวันแรก ขอคำแนะนำ หากท่านรู้จักครอบครัวหรือเพื่อนที่เพิ่งย้ายไปโรงเรียนนี้ ขอคำแนะนำจากพวกเขาเพื่อแบ่งปันประสบการณ์กับลูกของท่าน วิธีเตรียมตัวก่อนย้ายโรงเรียนให้ลูก ท่านอาจจะต้องเขียนรายการที่ท่านต้อง ทำเกี่ยวกับการย้ายโรงเรียน จากนั้นท่านสามารถ ติ๊กถูกเมื่อท่านทำเสร็จ มาดูกันครับว่ามีรายการ อะไรบ้าง จัดการกับโรงเรียนเก่าของลูก ▪ ทำเรื่องลาออก / ย้ายโรงเรียน โดยเข้าไปพูดคุยกับผู้อำนวยการ / ครูใหญ่ และครูของโรงเรียนที่ลูกของท่านกำลังจะออก ▪ จัดทำแฟ้มผลงานของบุตรหลานเพื่อนำไปโรงเรียนใหม่ ▪ ทำสมุดบันทึกเกี่ยวกับกิจกรรม และความทรงจำ (สมุดเฟรนชิป) จากโรงเรียนเก่าของลูกของท่าน ▪ ทำรายชื่อและเบอร์ติดต่อของเพื่อนจากโรงเรียนเก่าและเพื่อนบ้าน (หากต้องย้ายที่อยู่ด้วย) ของลูกของท่าน ▪ ให้ที่อยู่บ้านใหม่ของท่านกับผู้ปกครองของเพื่อนสนิทของบุตรหลาน หากลูกโตพอก็สามารถติดต่อกันได้ทางอีเมล ข้อความหรือโซเชียลมีเดียได้ ▪ อาจจะจัดงานปาร์ตี้อำลาเล็ก ๆ รวมตัวกันเฉพาะเพื่อนสนิทของลูก ▪ ให้ชุดเครื่องแบบเก่าของลูกกับเพื่อน ๆ โรงเรียนเก่า จัดการกับโรงเรียนใหม่ของลูก ▪ สมัครเข้าโรงเรียนใหม่ โดยเข้าไปพูดคุยกับผู้อำนวย / ครูใหญ่ ของโรงเรียนใหม่ ท่านสามารถสอบถามเกี่ยวกับกิจกรรม ของโรงเรียน ที่สามารถช่วยให้เด็กใหม่ปรับตัวเข้ากับโรงเรียน เพื่อนได้เร็วขึ้น เช่น ระบบเพื่อนช่วยเพื่อน, ชุมนุม เป็นต้น ▪ ซื้อเครื่องแบบชุดนักเรียนและหนังสือใหม่ ▪ เดินสำรวจไปบริเวณรอบ ๆ อาคารของโรงเรียนใหม่กับบุตรหลานของท่าน สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกของท่านได้รับรู้ว่าแผนผัง โรงเรียนเป็นอย่างไร และจุดสำคัญแต่ละที่ เช่น โรงอาหาร, ห้องน้ำ, ห้องพักครู, ห้องสมุด เป็นต้น อยู่ที่ไหน ท่านและ ลูกของท่านอาจใช้เวลาสักหนึ่งวันในโรงเรียนก่อนที่ลูกท่านจะเริ่มเรียนวันแรก ▪ เข้าสำรวจชมสถานดูแลเด็กหลังเลิกเรียน (หากบุตรหลานของท่านจะต้องใช้บริการ) ▪ ต้องแน่ใจว่าบุตรหลานของท่านรู้วิธีเดินทางไปและกลับจากโรงเรียน เช่นท่านจะไปรับและส่งเขา โดยใช้เส้นทางไหน หากเขาเดินทางไปเอง ต้องไปอย่างไร หรือป้ายรถประจำทาง หรือสถานีรถไฟอยู่ที่ไหน ▪ พูดคุยกับเพื่อนบ้านใหม่ หรือครูคนใหม่ของลูก บางทีลูกของท่านอาจพบเพื่อนร่วมชั้นใหม่ก่อนวันแรกที่จะไปโรงเรียน ▪ หากภาษาไทยไม่ใช่ภาษาแรกของลูก ให้ถามโรงเรียนเกี่ยวกับโปรแกรมที่จะช่วยสนับสนุนด้านภาษาของเขาได้ ▪ หากลูกของท่านมีเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (โรคออทิสติกหรือความพิการ เป็นต้น) ให้พูดคุยกับโรงเรียนใหม่เรื่อง สิ่งอำนวยความสะดวกและโครงการที่มีสามารถสนับสนุนช่วยเหลือลูกของท่าน


ธนาธิปัตย์ 27 วิธีช่วยเหลือลูกหลังจากย้ายโรงเรียน เมื่อท่านย้ายที่อยู่แล้ว พยายามหาเวลาเพื่อช่วยให้บุตรหลานของท่านปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่ของเขาด้วย โดยมี แนวคิดมาแนะนำดังนี้ ▪ พบกับผู้อำนวยการ / ครูใหญ่ ครู หรือผู้ประสานงานของโรงเรียน ท่านอาจจะต้องขอเข้าพบครูเพื่อสอบถามถึง การปรับตัวของลูก และเรื่องอื่น ๆ ที่ท่านกังวล ▪ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกมีอุปกรณ์และเสื้อผ้าที่ต้องใช้ในโรงเรียนครบหรือยัง เช่น ชุดกีฬาในวันกีฬาสี, ชุดกิจกรรมพิเศษ ชุดลูกเสือ, ชุดเนตรนารี, ชุดยุวกาชาด เป็นต้น รวมถึงหนังสือเรียน, ปากกา, สมุด, ยางลบ, สีไม้, แฟ้มใส่กระดาษ และ กระเป๋านักเรียนตามกฎของโรงเรียนหรือกระเป๋าลากล้อสำหรับเด็กก็ได้ ความท้าทายจากการย้ายโรงเรียน การย้ายโรงเรียนอาจเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับบุตรหลานและสมาชิกในครอบครัวของท่าน แต่การเปลี่ยนโรงเรียน ไม่ว่าจะย้ายไปอยู่ต่างอำเภอ ต่างจังหวัด หรือแม้แต่ประเทศต่าง ๆ ก็มีความท้าทายหลายประการเช่นกัน ความท้าทายเหล่านี้รวมถึงสิ่งต่อไปนี้ ▪ ลูกอาจจะพูดเปรียบเทียบโรงเรียนใหม่กับโรงเรียนเก่า ในหลาย ๆ ครั้งที่ท่านคุยกับลูก อย่าเพิ่งรำคาญนะครับ เหตุการณ์แบบนี้เป็นแค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้นนะครับ เพราะเป็นเรื่องใหม่ของเขา ▪ ภาษาที่แตกต่างไปจากเดิม หากโรงเรียนใหม่ใช้ภาษาที่แตกต่างจากประเทศที่ท่านย้ายมา นี่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกเกิด การกังวล (หากย้ายประเทศ) ▪ คิดถึงเพื่อนเก่าจากโรงเรียนเก่า หรือเพื่อนข้างบ้าน (หากย้ายบ้าน) ซึ่งแน่นอนครับว่าไม่มีใครสามารถแทนที่ใคร ได้ง่าย ๆ อันนี้ก็ต้องรอให้ลูกใช้เวลาปรับตัว แล้วเขาอาจจะเจอเพื่อนสนิทคนใหม่


28 ธนาธิปัตย์ การเบิกเงินสวัสดิการการศึกษาบุตร กรณีบุตรของผู้มีสิทธิเปลี่ยนประเภทสถานศึกษาในระหว่างปีการศึกษา ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0408.5/ว 371 ลง 22 ก.ย. 60 เรื่องแนวทางการเบิกเงินสวัสดิการ เกี่ยวกับการศึกษาบุตร กรณีบุตรของผู้มีสิทธิเปลี่ยนแปลงสถานศึกษาในระหว่างปีการศึกษา โดยเมื่อบุตรหลาน มีการย้าย สถานศึกษาระหว่างปีการศึกษา และอัตราเงินบำรุงการศึกษาและเงินค่าเล่าเรียนที่สามารถเบิกได้มีอัตราที่ไม่เท่าเทียมกัน เช่น การย้ายโรงเรียนจากรัฐบาล ไปโรงเรียนเอกชน ทำให้ผู้มีสิทธิเกิดความสับสนในการเบิกเงินดังกล่าว โดยหากมีการย้าย สถานศึกษาของบุตร จะต้องปฏิบัติดังนี้ 1. กรณีในปีการศึกษาเดียวกัน บุตรของผู้มีสิทธิมีการเปลี่ยนประเภทสถานศึกษาในภาคเรียนใด ภาคเรียนหนึ่ง ให้ผู้มีสิทธิเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรเป็นรายภาคเรียนตามที่จ่ายจริง หรือครึ่งหนึ่งอของจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินสัดส่วนจำนวนภาคเรียนของอัตราเบิกทั้งปีการศึกษา ตามประเภทสถานศึกษาของทางราชการหรือสถานศึกษาเอกชน ส่วนในกรณีที่เป็นสถานศึกษาเรียกเก็บเงินค่าการศึกษาบุตรครั้งเดียวตลอดปี ให้มีสิทธิขอเบิกไม่เกินครึ่งหนึ่งของอัตราเบิกทั้งปี การศึกษาตามประเภทของสถานศึกษาของทางราชการหรือสถานศึกษาเอกชน 2. กรณีที่มีการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรเกินสิทธิไป โดยไม่ถูกต้อง ซึ่งส่วนราชการจะต้องเรียกคืน เงินจากผู้มิสทธิหรือ ไม่ ให้พิจารณาตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการปกครอง พ.ศ. 2539 ตัวอย่าง การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร กรณีบุตรของผู้มีสิทธิเปลี่ยนประเภทสถานศึกษาในระหว่างปีการศึกษา ตัวอย่างที่ 1 เปลี่ยนจากสถานศึกษาของทางราชการ ไปสถานศึกษาเอกชน ปีการศึกษา 2560 มีจำนวน 2 ภาคเรียน บุตรของนายไก่ ผู้มีสิทธิเข้าศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ภาคเรียนที่ 1 ในสถานศึกษาของเอกชนที่ไม่รับเงินอุดหนุน ซึ่งตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0422.3/ ว 257 ลง 28 มิ.ย. 59 ได้กำหนดให้เบิกจ่ายในอัตราทั้งปีการศึกษา ปีการศึกษาละไม่เกิน 15,800 บาท โดยนายไก่ มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาบุตร ในภาคเรียนที่ 1 จำนวน 20,500 บาท ต่อมาบุตรของนายไก่ ผู้มีสิทธิเข้าศึกษาระดับมัธยมศึกษา ตอนต้น ภาคเรียนที่ 2 ในสถานศึกษาของทางราชการ ซึ่งตาม หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0422.3/ ว 257 ลง 28 มิ.ย. 59 ได้กำหนดให้เบิกจ่ายในอัตราทั้งปีการศึกษา ปีการศึกษา ละไม่เกิน 4,800 บาท โดยนายไก่ มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา บุตรในภาคเรียนที่ 2 จำนวน 5,000 บาท แนวทางการเบิกเงินค่าการศึกษาบุตร ภาคเรียนที่ 1 นายไก่ ผู้มีสิทธิมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรจำนวน 20,500 บาท แต่ มีสิทธิเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรได้ไม่เกิน 7,900 บาท ( 15,800 ÷ 2 = 7,900 บาท) ภาคเรียนที่ 2 นายไก่ ผู้มีสิทธิมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาบุตรจำนวน 5,000 บาท แต่มี สิทธิเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับยการศึกษาบุตรได้ไม่เกิน 2,400 บาท ( 4,800 ÷ 2 = 2,400 บาท)


ธนาธิปัตย์ 29 ตัวอย่างที่ 2 เปลี่ยนจากสถานศึกษาเอกช ไปสถานศึกษาของทางราชการ ปีการศึกษา 2560 มีจำนวน 2 ภาคเรียน บุตรของนายไข่ ผู้มีสิทธิเข้าศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียน ที่ 1 ในสถานศึกษาของทางราชการ ซึ่งตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0422.3/ ว 257 ลง 28 มิ.ย.59 ได้กำหนดให้ เบิกจ่ายในอัตาทั้งปีการศึกษา ปีการศึกษาละไม่เกิน 4,800 บาท โดยนายไข่ มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาบุตรในภาคเรียนที่ 1 จำนวน 6,000 บาท ต่อมาบุตรของนายไข่ ผู้มีสิทธิเข้าศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 2 ในสถานศึกษาของทางเอกชน ที่ไม่รับเงินอุดหนุน ซึ่งตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0422.3/ ว 257 ลง 28 มิ.ย.59 ได้กำหนดให้เบิกจ่าย ในอัตราทั้งปีการศึกษา ปีการศึกษาละไม่เกิน 16,200 บาท โดยนายไข่ มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาบุตรในภาคเรียนที่ 2 จำนวน 20,000 บาท แนวทางการเบิกเงินค่าการศึกษาบุตร ภาคเรียนที่ 1 นายไข่ ผู้มีสิทธิมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาบุตรจำนวน 6,000 บาท แต่มีสิทธิเบิกจ่ายเงินสวัสดิการ เกี่ยวกับการศึกษาบุตรได้ไม่เกิน 2,400 บาท ( 4,800 ÷ 2 = 2,400 บาท) ภาคเรียนที่ 2 นายไข่ ผู้มีสิทธิมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาบุตรจำนวน 20,000 บาท แต่มีสิทธิเบิกจ่ายเงินสวัสดิการ เกี่ยวกับการศึกษาบุตรได้ไม่เกิน 8,100 บาท ( 1 6,200 ÷ 2 = 8,100 บาท) อภินันทนาการ จาก บริษัท จันทร์เกษมอินเตอร์เนทชั่นแนล จำกัด 90 ซอยแจ้งวัฒนะ 12 แยก 4 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210


30 ธนาธิปัตย์ การหักเงินรายเดือนของข้าราชการและลูกจ้าง พ.ต. เดชดำรง บุญเต็ม หากกล่าวถึงเงินเดือนแล้ว ล้วนมีแต่คนชื่นชอบ ยิ่งถ้าได้รับเงินเดือนในอัตราที่สูงขึ้นก็ยิ่งชื่นชอบมากยิ่งขึ้น โดยที่แท้จริงแล้ว เงินเดือนที่ได้รับนั้นได้ผ่านการหักหนี้สินของทางราชการแล้ว ไม่ได้รับเงินเดือนเต็มจำนวนตามอัตราเงินเดือน ที่ได้ ประกาศไว้ ซึ่งเมื่อลองดูรายละเอียดการหักหนี้สินของทางราชการแล้ว ก็ทำให้เกิดความมึนงง ว่ารายการที่ทำการหักเงินเดือนนั้น ใช้ระเบียบอะไรในการหักหนี้สินของทางราชการ แล้วถ้ามีหนี้สินมากมายจะหักตัวไหนก่อนดี ในฉบับนี้เราจะมาเรียนรู้รายการหักเงิน รายเดือนของข้าราชการและลูกจ้างกัน ก่อนอื่นเลย ต้องมารู้ก่อนว่าเงินที่ได้รับรายเดือน ปกติแล้วรับอะไรกันบ้าง ตามพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปีบำเหน็จบำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2535 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติมได้กำหนดไว้ดังนี้ เงินเดือน เงินเดือนตามพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปีบำเหน็จบำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หมายถึง เงินเดือนและเงินอื่นที่มีกำหนดจ่ายเป็นรายเดือน จากเงินงบประมาณรายจ่ายประเภทงบบุคลากร ที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน (มาตรา 4) การจ่ายเงินเดือน การปฏิบัติราชการ การจ่ายเงินเดือนของข้าราชการซึ่งมีสิทธิได้รับเงินเดือนไม่เต็มเดือน ให้จ่ายตามส่วนของจำนวนวันที่มีสิทธิ ได้รับเงินเดือนในเดือนนั้น (มาตรา 11) บรรจุใหม่ การจ่ายเงินเดือนข้าราชการกรณีบรรจุใหม่หรือกลับเข้ารับราชการใหม่ ให้จ่ายตั้งแต่วันที่เริ่มเข้าปฏิบัติหน้าที่ ราชการ (มาตรา 12) เลื่อน แต่งตั้ง โยกย้าย โอน การจ่ายเงินเดือนกรณีเลื่อนชั้น เลื่อนระดับ หรือเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้จ่ายตั้งแต่วันที่ระบุในคำสั่งของผู้มีอำนาจ สั่งเลื่อน (มาตรา 13) การจ่ายเงินเดือนข้าราชการที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ ให้เป็นไปตามคำสั่ง ของผู้มีอำนาจแต่งตั้ง ซึ่งต้องระบุว่าได้รับเงินเดือนในอัตราใด และให้ขาดจากอัตราเงินเดือนเดิมไปรับอัตราเงินเดือนตำแหน่งใหม่หรือให้โอน อัตราเงินเดือนเดิมไป ตั้งจ่ายสำหรับตำแหน่งใหม่ตั้งแต่เมื่อใด (มาตรา 14) การจ่ายเงินเดือนในกรณีโอนข้าราชการ ให้จ่ายทางสังกัดใหม่และงดจ่ายเงินเดือน ทางสังกัดเดิมตั้งแต่วันที่ระบุ ในคำสั่งของผู้มีอำนาจสั่งโอน (มาตรา 15) การหักเงินรายเดือนของข้าราชการและลูกจ้าง ตามคำสั่ง กองทัพบก (คำสั่งชี้แจง) ที่ 121/2542 ลง 5 มี.ค. 42 เพื่อให้การหักเงินรายเดือนของข้าราชการและ ลูกจ้าง ครอบคลุมถึงหนี้สินของกิจการสวัสดิการตามระเบียบฯ จึงให้หักหนี้สินของทางราชการดังนี้


ธนาธิปัตย์ 31 1. หน่วยต่าง ๆ ที่มีหน้าที่จ่ายเงินรายเดือน จะหักหนี้สินต่าง ๆ จากเงินรายเดือนของข้าราชการและลูกจ้าง ได้เฉพาะหนี้สินของทางราชการ ได้แก่ หนี้สินที่เกี่ยวกับเงินราชการและหนี้สินของกิจการสวัสดิการประเภทต่าง ๆ ที่ดำเนินการ โดยหน่วยงานของกองทัพบก ตามระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในกองทัพบก พ.ศ. 2541 เช่น สหกรณ์ ออมทรัพย์ กิจการจัดสรรที่ดินตามโครงการหลักประกันกองทัพบก กิจการจัดสรรที่ดินและหรืออาคารพร้อมที่ดินโครงการที่ดิน เพื่อสวัสดิการของกองทัพบก เป็นต้น ซึ่งจะต้องผ่อนชำระค่าหุ้นหรือเงินกู้ให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ ค่าซื้อที่ดินหรือชำระเงินกู้ ให้หน่วยงานในกองทัพบก ธนาคารหรือสถาบันการเงิน 2. ห้ามหัวหน้าการเงินหรือเจ้าหน้าที่การเงินหักเงินรายเดือนของข้าราชการและลูกจ้าง เพื่อชำระหนี้สินส่วน บุคคลหรือห้างร้านภายนอก แต่ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้มีหน้สินต่อกันดำเนินการชำระหนี้สินกันเอง 3. ในกรณีที่จำเป็นหักเงินที่มิใช่เงินราชการ ให้ผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเบิกจ่ายเงินออกคำสั่งแต่งตั้งข้าราช ซึ่งมิใช่ หัวหน้านายทหารการเงินหรือเจ้าหน้าที่การเงิน ดำเนินการและรับผิดชอบการสั่งเงินชำระหนี้กันโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านเอกสาร เงินและบัญชีเงินของทางราชการ เงินที่กฎหมายกำหนดหักจากเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำ ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0411.5/ว 56 ลง 28 พ.ค. 61 ได้กำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่าย เงินเดือน /ค่าจ้างประจำ ตามโครงการจ่ายเงินข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของข้าราชการ/ลูกจ้างประจำ (โครงการจ่ายตรงฯ) พ.ศ.2561 เงินที่หักจากเงินเดือน/ค่าจ้างประจำ ก่อนโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของข้าราชการและลูกจ้างประจำ ประกอบด้วย 2 ประเภทคือ 1. เงินที่กฎหมายกำหนดให้หักจากเงินเดือน/ค่าจ้างประจำ ได้แก่ - ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


32 ธนาธิปัตย์ - เงินสะสม กรณีข้าราชการและลูกจ้างประจำ เป็นสมาชิก กบข. / กสจ. - เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) - เงินอื่นใดนอกเหนือจตากที่กำหนด ตามความเห็นชอบของกรมบัญชีกลาง 2. เงินที่ไม่มีกฎหมายกำหนดให้หักจากเงินเดือน/ค่าจ่างประจำ ของข้าราชการและลูกจ้างประจำ ส่วนราชการ ผู้เบิกจะหักเงินเดือน/ค่าจ้างประจำ ของข้าราชการหรือลูกจ้างประจำที่เบิกจากคลังไว้ เพื่อการใด ๆ เว้นแต่มีหนังสือยินยอมจาก ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำผู้ถูกหักเงินเดือน/ค่าจ้างประจำ และเพื่อชำระเงินให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ และค่าสวัสดิการต่าง ๆ หรือตามข้อผูกพันกับทางราชการเท่านั้น อภินันทนาการ จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที แอล เอ็ม 9 หมู่3 ถนนเศรษฐกิจ 1 ตำ บลอ้อมน้อย อำ เภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร 74130 โทร 02-810-9381


ธนาธิปัตย์ 33 มารู้จักกระเป๋าสุขภาพกันเถอะ วันนี้คุณดาวน์โหลดใช้แล้วหรือยัง ? พ.ท. ธวัชชัย หาญสันเทียะ (ผู้พันต้นคนเดิม) กรมบัญชีกลางร่วมกับธนาคารกรุงไทย จ�ำกัด (มหาชน) ได้พัฒนาจัดท�ำระบบเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลส�ำหรับผู้ป่วยนอก ในการให้บริการกระเป๋าสุขภาพ (Health Wallet) ซึ่งเป็นการบริการเพื่อเพิ่มศักยภาพ เพิ่มความทันสมัย และเพิ่มความสะดวก ในการให้บริการของระบบเบิกจ่ายตรง เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของข้าราชการ (ประเภทผู้ป่วยนอก) เพื่อให้เข้าถึง การให้บริการในด้านสุขภาพ สามารถให้บริการบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ให้แก่ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว ตลอดจนเป็นการก�ำกับ ดูแล การใช้จ่ายเงินงบประมาณของแผ่นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีจุดเด่นแบ่งออกได้เป็น 6 ข้อ ใหญ่ๆ ดังนี้ 1. ช่วยให้สามารถเข้าถึงและท�ำการตรวจสอบสิทธิหลักประกันสุขภาพของตนเองได้ 2. การนัดหมาย เรียกดูและจัดการนัดหมายของตนเองได้ พร้อมทั้งบริการแจ้งเตือนการนัดหมายล่วงหน้าได้อย่างสะดวกสบาย 3. สามารถสร้าง Digital Health ID ด้วยการใช้ QR Health ID เพื่อให้ผู้เข้าใช้บริการสามารถ ใช้ยืนยันตัวตนแทนบัตรประชาชนได้ 4. สามารถดูประวัติการใช้สิทธิย้อนหลังได้ 5. สามารถค้นหาหน่วยบริการของสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้ได้ทันที 6. กรณีที่มีค่าใช้บริการเพิ่มเติม สามารถท�ำธุรกรรมผ่านแอปเปาตังได้ทันที เห็นหรือยังครับว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเพียงใด ทั้งนี้ก�ำลังพลสามารถดาวน์โหลดแอปได้ทั้งระบบ iOS และ Android นะครับ จะไปโรงพยาบาลทั้งที่ท่านจะไปนั่งรอคิวพบคุณหมอตั้งแต่ตี 5 เพื่อ !! และท่านจะไปนั่งรอคิวจ่ายค่ายาด้วยเงินสด เป็นเพื่อ !!


34 ธนาธิปัตย์ ลดปัญหาในการทำงานด้วยวงจรคุณภาพ PDCA ถ้าพูดถึงงานในสำนักงานการเงินเราอาจจะมอง ได้ว่าเป็นงานมีความเสี่ยงสูงเพราะต้องทำเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ ซึ่งมีโอกาสทุจริต หรือมีข้อผิดพลาดที่อาจนำไปสู่ การชดใช้เงินจำนวนหลักแสนหลักล้าน ดังนั้นการทำงาน ในสำนักงานการเงินควรจะต้องวางตามหลักของสำนักงาน การเงินที่ดี และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความ เสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งสำนักงานการเงินสมัยใหม่ โดยเฉพาะหัวหน้าสำนักงานจึงควรคิดนำหลักการต่าง ๆ ในการบริหารงานสมัยใหม่มาปรับใช้ เพื่อลดความเสี่ยง ที่จะเกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน รวมถึงการทำงานได้รวดเร็ว ไม่ติดขัดในส่วนใดส่วนหนึ่ง งานที่ได้มีความถูกต้อง โปร่งใส อันนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นให้กำลังพล ในหน่วย รวมถึงผู้บังคับบัญชา โดยหลักการในการบริหาร การทำงานอย่างมีคุณภาพก็มีอยู่หลายหลักการเช่น การวิเคราะห์ SWOT, Balance Scorecard ฯลฯ ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ หรือปรับให้เข้าตามลักษณะขององค์กร ในวันนี้ขอแนะนำ เรื่องวงจรคุณภาพ PDCA (Plan–Do–Check–Act) PDCA คืออะไร? PDCA คือแนวคิดซึ่งถูกคิดค้น โดย Dr. Edwards W. Deming เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญ สำหรับการวางแผนแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอน Plan-Do-Check-Act หรือ วางแผน-ปฏิบัติ- ตรวจสอบ-ปรับปรุง เป็นกระบวนการที่ใช้ปรับปรุงการทำงาน ขององค์กรอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาและ เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สามารถประยุกต์ใช้กับองค์กร ทุกประเภท ธุรกิจทุกรูปแบบ แม้กระทั่งชีวิตประจำวัน ประยุกต์ใช้ได้หลายแง่มุม เช่น การวางแผนพัฒนาความรู้ การพัฒนาทักษะทางเทคนิค ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ประโยชน์ของ PDCA คือสร้างประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลของงานที่ดี, เกิดการปรับปรุงพัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง, ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงในการ จัดการโดยเฉพาะสำนักงานการเงินที่มีความเสี่ยงสูง แต่ลักษณะของวงจรนี้จะเหมาะกับการทำงานที่ต้องใช้ ระยะเวลาควรที่จะใช้ในการปรับปรุงงานที่เป็นลักษณะประจำ ไม่เหมาะกับงานระยะสั้นเนื่องจากต้องใช้เวลาในการประเมิน และปรับปรุงถ้างานระยะสั้นควรเลือกใช้เครื่องมือตัวอื่น ที่เหมาะสมกว่า ขั้นตอนการทำ PDCA 1. Plan (การวางแผน) ก่อนการวางแผนเราต้องตั้งเป้าหมายก่อนว่าแผนงานของเราที่จะทำนี้เพื่อวัตถุประสงค์ใด เช่นให้ส่วนรับจ่ายทำแผนเพื่อเป้าหมายการจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิ์รับเงินได้ถูกคน ถูกตามยอด โปร่งใส ตรวจสอบได้ ถ้าเป็นแผน ในภาพรวมสำนักงานการเงิน อาจจะตั้งเป้าหมายว่าเพื่อเป็นสำนักงานการเงินที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ นำไปสู่การได้ผลลัพธ์ที่ดีในการรับการตรวจสอบภายในเป็นต้น โดยเป้าหมายที่เราตั้งไว้เพื่อกำหนดทิศทางให้เราเดินทางไป พ.ต. รักษิต ปัญญากาศ


ธนาธิปัตย์ 35 ในทางเดียวกัน อาจจะตั้งเป้าหมายในภาพรวมของสำนักงาน แล้วให้แต่ละส่วนตั้งเป้าหมายย่อยในส่วนงานของตนเอง ให้สอดคล้องกันกับเป้าหมายหลักโดยเป้าหมายที่ตั้งไว้ควรจะต้องวัดผลได้จริง เมื่อตั้งเป้าหมายแล้วเราต้องนำเป้าหมายนั้นมา กำหนดรายละเอียด สิ่งที่ต้องทำโดยเรียงตามลำดับความสำคัญ รายละเอียดขั้นตอน ปัจจัยต่าง ๆ ที่ต้องใช้ ระยะเวลาเริ่ม-สิ้นสุด บุคคลหรือทีมงานที่เกี่ยวข้อง,รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอน และที่สำคัญที่สุดคือ ตัวชี้วัดผล (KPI) เนื่องจากแผนงานหมายถึง เราจะเดินทางไปสถานที่นั้นด้วยวิธีไหน ไปถึงเมื่อไหร่ ดังนั้น ตัวชี้วัดจึงเป็นตัวที่จะคอยบอกว่าวิธีการที่เราเลือกใช้นั้นถูกต้อง หรือไม่ เร็ว-ช้าอย่างไร ทรัพยากรที่ใช้ไปเป็นไปตามแผนหรือเกินกว่าที่กำหนดไว้ เพื่อที่จะได้ปรับแผนหรือวิธีได้อย่างทันท่วงที โดยในการทำอาจมีการตั้งคำถามเพื่อช่วยในการทำแผนดังนี้ - ปัญหาสำคัญที่จะต้องได้รับการแก้ไขคืออะไร - ทรัพยากรที่ต้องการคืออะไร - ทรัพยากรที่มีอยู่คืออะไร -อะไรคือทางออกที่ดีที่สุดภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่ - แผนนี้จะสำเร็จด้วยเงื่อนไขอะไรบ้าง - อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงที่เราต้องการ 2. ขั้นตอนการทำ (Do) เมื่อเราได้เป้าหมายไปสู่การเขียนแผนเรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อมาคือการลงมือทำตาม แผนงานที่เราวางไว้ โดยจริง ๆ ในขั้นตอนนี้จะเป็นลักษณะการทำเพื่อเป็นการทดสอบแผน แล้วเก็บข้อมูล, ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง, ทรัพยากรที่ใช้เป็นไปตามแผนหรือไม่, อุปสรรคที่เกิดขึ้นทำให้แผนไม่เป็นไปตามที่วางไว้ ฯลฯ ซึ่งจดบันทึกอย่างละเอียดว่า เมื่อนำแผนไปปฏิบัติจริงเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากเป็นไปได้ควรแบ่งทดลองในส่วนงานเล็ก ๆ หรือในกรอบแคบ ๆ ก่อนเผื่อถ้าเกิด ปัญหาจะไม่เป็นไปในวงกว้าง 3. ขั้นตอนการตรวจสอบ (Check) ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนการนำผลที่ได้จริงจากการทำแผนมาตรวจสอบดูว่า เป็นไปตามแผนหรือไม่โดยการดูตัวชี้วัดที่เราตั้งไว้ในแผน ถ้าการปฏิบัติจริงแล้วได้ผลตามตัวชี้วัดที่ตั้งไว้เลยก็ผ่านไปยังขั้นตอน ต่อไปได้เลย แต่ถ้าเรื่องใดผลที่ได้ไม่เป็นไปตามตัวชี้วัดที่ตั้งไว้ก็ให้กลับไปเริ่มขั้นตอนที่ 1 - 3 ใหม่จนกว่าจะผ่านตามตัวชี้วัดที่เราตั้งไว้ 4. ขั้นตอนการแก้ไข ปรับปรุง (Act) ขั้นตอนนี้คือการปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนวิธีการหรือทรัพยากรบางอย่างเพื่อ ทำให้ผลลัพธ์กลับมาอยู่ในแผนงานหรือเส้นทางสู่เป้าหมายตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในครั้งแรก ซึ่งกระบวนการปรับปรุงเริ่ม จากการวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่เราวางแผนหรือกำหนดไว้ ว่าเกิดจากองค์ประกอบหรือปัจจัยภายใน/ ภายนอกใดบ้าง แล้วจึงมากำหนดมาตรการแก้ไข ปรับปรุงต่อไป ซึ่งเมื่อได้แผนที่ผ่านการปรับปรุง,พัฒนาแล้ว จึงนำมาใช้เป็น แผนงานในการดำเนินการขององค์กรต่อไป ซึ่งในการดำเนินการทั้งหมดก็อาจมีการปรับเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ เช่นตัวชี้วัด ทรัพยากร ที่ใช้ ฯลฯ ในแผนงานได้ตลอดตามความเหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ มีหลักธรรมที่เราสามารถประยุกต์ใช้เป็นขั้นตอนการทำงานคุณภาพได้เช่นกัน ในที่นี้จะยกหลักธรรม อริยสัจ 4 ของพุทธศาสนาที่ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ขั้นที่ 1 ทุกข์ขั้นรู้จักปัญหา กล่าวคือเราต้อง สำรวจตัวเองว่าตัวเราประสบปัญหาอะไรบ้าง จำแนก ปัญหา ถ้าเปรียบกับงานในสำนักงานคือปัญหาที่เกิดขึ้นจาก การปฏิบัติงาน อาจเก็บรวบรวมได้จากคนในสำนักงาน สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องเช่นผู้รับบริการจากสำนักงานของเรา ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ แล้วจำแนกปัญหาต่าง ๆ ที่ได้ รวบรวมมาจัดความสำคัญ และความเร่งด่วนของปัญหาที่ อยากจะแก้ในสำนักงาน ขั้นที่ 2 สมุทัย ขั้นสาเหตุของปัญหา นำปัญหา ที่อยากแก้ไขมาวิเคราะห์และวินิจฉัยมูลเหตุของปัญหา โดยแสวงหาสาเหตุปัจจัยต่าง ๆ ที่เป็นตัวก่อให้เกิดปัญหา หรือเกิดความติดขัดบกพร่องต่าง ๆโดยเน้นหาสาเหตุที่ทำให้ เกิดปัญหา ให้ถูกต้องชัดเจน สิ่งที่เราพบอาจมีหลายปัจจัย ทั้งสาเหตุต้นตอจริง ๆ หรือปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก ที่มีผลทำให้เกิดปัญหา บางปัจจัยเราสามารถแก้ไขได้ บางปัจจัยอาจแก้ไขไม่ได้โดยตรงแต่อาจลดความรุนแรง


36 ธนาธิปัตย์ ในการก่อให้เกิดปัญหา เมื่อเราวิเคราะห์จนทราบสาเหตุ ของปัญหาได้เข้าใจดีแล้วก็จะนำไปสู่ขั้นถัดไป ขั้นที่ 3 นิโรธ ขั้นดับปัญหา เมื่อเราทราบถึง ปัญหาและเข้าใจสาเหตุที่มาแล้วขั้นนี้เราต้องหาวิธีแก้ไข ปัญหาและดำเนินการแก้ไข จากสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด ปัญหาก่อน โดยอาจพิจารณาการแก้ไขจากลำดับตาม ความสำคัญของปัญหา ความเร่งด่วน ความยากง่ายในการ แก้ไขปัญหา ความเป็นไปได้ในการแก้ไข โดยกำหนด เป้าหมายที่แน่นอนทั้งเป้าหมายหลักและเป้าหมายรอง ในขั้นนี้คล้าย ๆ กับการวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหา ขั้นที่ 4 มรรค ขั้นลงมือแก้ปัญหา เป็นขั้นที่ต้อง ปฏิบัติในการลงมือแก้ปัญหาเป็นไปตามขั้นตอน ตามที่เรา ได้กำหนดวางวิธีการ วางแผนงานและรายการที่จะต้องทำ ให้ละเอียด อาจเลือกการลงมือทำจากสิ่งที่ทำได้ง่ายก่อน ไปจนถึงการแก้ปัญหาที่ยากใช้เวลานาน หรือมีข้อจำกัด ที่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอกช่วย เป็นยังไงกันบ้างครับกับหลักการทำงานเชิงคุณภาพที่นำมาเสนอในวันนี้ เราสามารถนำหลักการนี้มาปรับใช้ได้ ไม่ใช่แค่ในการทำงาน แต่เป็นชีวิตประจำวันของเราได้อีกด้วย บางคนอาจจะนำมาใช้โดยไม่รู้ตัว เช่นวางแผนซื้อบ้าน วางแผน ซื้อรถ วางแผนในการแต่งงาน หรือวางแผนทางการเงินของตัวเราเอง ซึ่งจะนำพาให้เราใช้ชีวิตแบบไม่ประมาท ไม่เกิด ความเครียดสะสมจากปัญหาต่าง ๆ แล้วเราก็จะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ถ้าเป็นสำนักงานการเงินที่มีการจัดการ การวางแผน ที่ดี ก็จะลดความเสี่ยงที่อาจเกิดการทุจริต ความผิดพลาดในการทำงาน อย่าลืมนะครับหากมีเงินสูญหายก็ต้องมีคน รับผิดชอบชดใช้ ถ้าเรามีการจัดการที่ดีแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดได้อย่างเป็นระบบ ก็จะเกิดผลลัพธ์ที่ดีจากการทำงานเป็น การเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้สำนักงานการเงิน และเป็นหนทางหนึ่งที่จะสร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจต่อผู้บังคับบัญชาอีกด้วย อภินันทนาการ จาก บริษัท ช.ไพศาล จำกัด 179 หมู่11 ตำ บลบ้านเชี่ยน อำ เภอหันคา จังหวัดชัยนาท 17130 โทร. 056-451-982-6


พล.ต. เกรียงศักดิ์ ไข่ถาวรจก.กง.ทบ. และคณะฯเดิน ทางไปตรวจเยี่ยมส�ำนักงานการเงินในเขตพื้นที่ทภ.3(มทบ. 33) ระหว่างวันที่21-22 ก.พ.66 ธนาธิปัตย์ 37 พล.ท. อัฏฐพล ลัดใหม่กุลวัฒน์ปช.ทบ. ตรวจเยี่ยม กง.ทบ. โดยมีพล.ต. เกรียงศักดิ์ ไข่ถาวร จก.กง.ทบ. และ หน.นขต.กง.ทบ. ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม กง.ทบ. เมื่อวันที่30 มี.ค.66


พล.ต. บรรเจิด สนามทอง ผอ.สกศ.ยศ.ทบ. ประธานคณะกรรมการประเมินคุณภาพการฝึกอบรมของ ทบ. พร้อมด้วยคณะกรรมการประเมินคุณภาพการฝึกอบรม ประเมินคุณภาพการฝึกอบรมและให้การแนะน�ำกับ โรงเรียนทหารการเงิน กรมการเงินทหารบก โดยมีพ.อ.วัชรภัทร นุชอ�ำพันธ์รอง ผบ.รร.กง.กง.ทบ. และคณะฯให้การต้อนรับ ณ รร.กง.กง.ทบ. เมื่อวันที่30 ม.ค.66 กง.ทบ. จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การวางระบบการจ่ายเงิน การรับเงิน และการน�ำเงินฝากคลังผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ของสถานพยาบาลกองทัพบก ณ ศูนย์ฝึกอบรมธนาคารกรุงไทย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 22-24 ก.พ.66 38 ธนาธิปัตย์


ธนาธิปัตย์ 39 กง.ทบ.จัดกิจกรรมสวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาณหอประชุมกิติขจรในกองบัญชาการกองทัพบก โดยมีพล.ต. เกรียงศักดิ์ไข่ถาวร จก.กง.ทบ. เป็นประธานในพิธีเมื่อวันที่27 มี.ค.66 กง.ทบ. จัดพิธีรดน�้ำขอพรสืบสานประเพณีเนื่องในวันสงกราต์ให้กับสมาชิกชมรมเหล่าทหารการเงินนอกราชการ ณ โรงแรมรอยัล รัตนโกสินทร์กรุงเทพฯ โดยมีคณะผู้บังคับบัญชา และสมาชิกชมรมเหล่าทหารการเงินนอกราชการ เข้าร่วมพิธีเมื่อวันที่3เม.ย.66 กง.ทบ. ร่วมกิจกรรมจิตอาสาบ�ำเพ็ญสาธารณประโยชน์ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันพระราชสมภพ ณ วัดเทพธิดารามวรวิหาร เมื่อวันที่31 มี.ค.65


พล.ต. เกรียงศักดิ์ ไข่ถาวรจก.กง.ทบ. มอบถุงยังชีพ และมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรของข้าราชการ ลูกจ้างประจ�ำ และพนักงานราชการของ กง.ทบ. ณ ห้องอเนกประสงค์กง.ทบ. เมื่อวันที่4เม.ย.66 พล.ต. เกรียงศักดิ์ ไข่ถาวร จก.กง.ทบ. และก�ำลังพล เข้าร่วมกิจกรรมท�ำบุญตักบาตร ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ร.5 กองบัญชาการกองทัพบก โดยมีผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีเมื่อวันที่12เม.ย.66 40 ธนาธิปัตย์ พล.ท.อัฏฐพล ลัดใหม่กุลวัฒน์ปช.ทบ. เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรม หลักสูตรนายทหารปลัดบัญชีรุ่นที่42 ณ ห้องบรรยายรวม ชั้น 2รร.กง.กง.ทบ. เมื่อวันที่24 มี.ค.66


ธนาธิปัตย์ 41 พล.ต. เกรียงศักดิ์ ไข่ถาวรจก.กง.ทบ. เป็นประธานในการแถลงผลการสัมมนาทางการเงิน ของหลักสูตรชั้นนายพัน เหล่า กง. รุ่นที่ 65 ในหัวข้อเรื่อง “แนวทางการสร้างนวัตกรรมเพื่อการบริหารงานด้านการเงินและการบัญชีกองทัพบก” ณ ห้องบรรยายรวม ชั้น 2รร.กง.กง.ทบ. เมื่อวันที่19 ม.ค.66 พล.ต. เกรียงศักดิ์ ไข่ถาวร จก.กง.ทบ. เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรม หลักสูตรชั้นนายพัน เหล่า กง. รุ่นที่ 65 ณ ห้องบรรยายรวม ชั้น 2รร.กง.กง.ทบ. เมื่อวันที่1 มี.ค.66 พ.อ.วัชรภัทร นุชอ�ำพันธ์รอง ผบ.รร.กง.กง.ทบ. และก�ำลังพล รร.กง.กง.ทบ. เข้าร่วมการอบรม GoogleWorkspace เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการท�ำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้สอดคล้องกับนโยบายการศึกษา ของ ทบ. โดยมี ดร. เมธวิน กิติคุณที่ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรในการบรรยายณห้องคอมพิวเตอร์ชั้น 2รร.กง.กง.ทบ. เมื่อวันที่12 ม.ค.66


42 ธนาธิปัตย์


พระบรมฉายาลักษณ์ พระปรมาภิไธย (ย่อ) พระปรมาภิไธย (ENG) การเอ่ยพระนาม พระบาทสมเด็จ พระมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร His Majesty King Bhumibol Adulyadej The Great สมเด็จพระบรมราชชนนี พันปีหลวง Her Majesty Queen Sirikit The Queen Mother สมเด็จพระพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว His Majesty King Maha Vajiralongkorn Phra Vajiraklaochaoyuhua พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี Her Majesty Queen Suthida Bajrasudhabimalalakshana สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา Her Royal Highness Princess Bajrakitiyabha Narendiradebyavati Kromluangrajasarinisiribajra Mahavajrarajadhita กรมหลวงพัชร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ Her Royal Highness Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya ทูลกระหม่อมหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ ฯ His Royal Highness Prince Dipangkorn Rasmijoti ทูลกระหม่อมชายทีปังกร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยาม บรมราชกุมารี Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรี สวางควัฒน วรขัตติยราชนารี Her Royal Highness Princess Chulabhorn Krom Phra Srisavangavadhana สมเด็จกรมพระศรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ ฯ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ Her Royal Highness Princess Soamsawali Krom Muen Suddhanarinatha กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ Her Royal Highness Princess Siribhachudabhorn พระองค์สิริภา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ Her Royal Highness Princess Aditayadornkitikhun พระองค์อทิตยาทร เจ้าคุณพระสินีนาฏ Chaogunaphrasininata Bilasakalyani ท่านเจ้าคุณพระ


44 ธนาธิปัตย์ พระบรมฉายาลักษณ์ พระปรมาภิไธย คำอ่านพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระ-บาด-สม-เด็ด-พระ-บอ-รม-ชะ-นะ-กา-ทิ-เบด-มะ-หาพู-มิ-พน-อะ-ดุน-ยะ-เดด-มะ-หา-ราด-บอ-รม-มะ-นาด-บอ-พิด สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สม-เด็ด-พระ-นาง-เจ้า-สิ-หริ-กิด-พระ-บอ-รม-รา-ชิ-นี-นาดพระ-บอ-รม-มะ(ออกครึ่งเสียง)-ราด-ชะ-ชน-นะ-นี-พัน-ปี-หลวง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพล ราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระ-บาด-สม-เด็ด-พระ-ปะ-ระ-เมน-ทะ-ระ-รา-มา-ทิบ-บอดี-สี-สิน-ทระ(ออกเสียงเบา)-มะ-หา-วะ-ชิ-รา-ลง-กอน-มะหิ-สอน-พู-มิ-พน-ราด-ชะ-วะ-ราง-กูน-กิ-ติ-สิ-หริ-สม-บูนอะ-ดุน-ยะ-เดด-สะ-หยาม-มิน-ทรา-ทิ-เบด-ราด-วะ-โร-ดมบอ-รม-มะ-นาด-ถะ-บอ-พิด-พระ-วะ-ชิ-ระ-เกล้า-เจ้า-อยู่-หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี สม-เด็ด-พระ-นาง-เจ้า-สุ-ทิ-ดา-พัด-ชะ-ระ-สุ-ทาพิ-มน-ลัก-พระ-บอ-รม-รา-ชิ-นี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สม-เด็ด-พระ-เจ้า-ลูก-เทอ-เจ้า-ฟ้า-พัด-ชะ-ระ-กิ-ติ- ยา-พา-นะ-เรน-ทิ-รา-เทบ-พะ-ยะ-วะ-ดี-กรม-มะหลวง-ราด-(ชะ)-สา-ริ-นี-สิ-หริ-พัด-มะ-หา-วัด-(ชะ)- ระ-ราด-ชะ-ทิ-ดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สม-เด็ด-พระ-เจ้า-ลูก-เทอ-เจ้า-ฟ้า-สิ-หริ-วัน-วะ-รี- นา-รี-รัด-ราด-ชะ-กัน-ยา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกร รัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร สม-เด็ด-พระ-เจ้า-ลูก-ยา-เทอ-เจ้า-ฟ้า-ที-ปัง-กอน-รัด-สะ-หมี- โชด-มะ-หา-วะ-ชิ-โรด-ตะ-มาง-กูน-สิ-หริ-วิ-บูน-ราด-ชะ-กุ-มาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณี พีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สม-เด็ด-พระ-กะ-นิด-ถา-ทิ-ราด-เจ้า-กรม-สม-เด็ด-พระเทบ-พะ-รัด-ราด-สุ-ดา-เจ้า-ฟ้า-มะ-หา-จัก-กรี-สิ-ริน-ทอนมะ-หา-วะ-ชิ-รา-ลง-กอน-วอ-ระ-ราด-ชะ-พัก-ดี-สิ-หริ-กิดจะ(ออกครึ่งเสียง)-กา-ริ-นี-พี-ระ-ยะ-พัด-รัด-ถะ-สี-มา-คุ-นากอน-ปิ-ยะ-ชาด-สหยาม-บอ-รม-มะ-ราด-ชะ-กุ-มา-รี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัย ลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี สม-เด็ด-พระ-เจ้า-น้อง-นาง-เธอ-เจ้า-ฟ้า-จุ-ลา-พอน-วะ-ลัยลัก-อัก-คระ-ราด-ชะ-กุ-มา-รี-กรม-พระ-สี- สะ-หวาง-คะ-วัด-วอ-ระ-ขัด-ติ-ยะ-ราด-ชะ-นา-รี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พระ-เจ้า-วอ-ระ-วง-เทอ-พระ-อง-เจ้า-โสม-สะ-วะ-ลี-กรม-มะหมื่น-สุด-ทะ-นา-รี-นาด พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระ-เจ้า-วอ-ระ-วง-เทอ-พระ-อง-เจ้า-สิ-หริ-พา-จุ-ทา-พอน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ พระ-เจ้า-วอ-ระ-วง-เทอ-พระ-อง-เจ้า-อะ-ทิด-ตะ-ยา-ทอน-กิ-ติ-คุน เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เจ้า -คุน - พระ -สิ -นี - นาด – พิ -ลาด -กัน -ละ -ยา - นี


ธนาธิปัตย์ 45 เมื่อกล่าวถึง ข้าราชการวัยเกษียณ ปัจจุบันต้องรู้จักระบบ Digital Pension ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการใหม่ในการเบิกจ่าย เบี้ยหวัด บ าเหน็จบ านาญ และเงินอื่นในลักษณะ เดียวกัน เริ่มประกาศใช้เมื่อ 1 ก.พ. 2565 เป็นระยะเวลากว่า 1 ปี ที่ส่วนราชการผู้ขอ และส่วนราชการผู้เบิก ด าเนินการขอเบิกเบี้ยหวัดบ าเหน็จบ านาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน ซึ่งได้พบเจอ ปัญหาการท างานต่าง ๆ ผ่านระบบมากมาย ตัวอย่างปัญหาที่พบบ่อยในการปฏิบัติงานของ ส่วนราชการผู้เบิก คือการน าเข้าไฟล์ข้อมูลหนี้(สรจ.6) ผ่านระบบ Digital Pension การน าเข้าไฟล์ข้อมูลหนี้ (สรจ.6) จะด าเนินการหลังขั้นตอนการจัดการจ านวนรายการ และขั้นตอนการ จัดการรายรับ ซึ่งการน าเข้าไฟล์ข้อมูลหนี้ จะต้องทราบแน่นอนก่อนว่า จ านวนรายการขอเบิกประจ าเดือน มีจ านวนกี่รายการและจ านวนรายรับเท่าใด จึงจะสามารถน าไฟล์ข้อมูลเข้าระบบได้ ขั้นตอนที่ 1 เข้าระบบขอเบิกเงินเพื่อจัดการจ านวนรายการขอเบิก ตรวจสอบจ านวนรายการขอเบิก ถ้าถูกต้องให้กดปุ่มยืนยันจ านวนสรุปรายการขอเบิก - จากนั้น กดปุ่มถัดไป ไปเรียนรู้ขั้นตอนการน าเข้าไฟล์ข้อมูลหนี้กันครับ กบน.กง.ทบ.


46 ธนาธิปัตย์ ขั้นตอนที่ 2 จัดการรายรับ : ตรวจสอบจ านวนรายรับ ถ้าต้องการแก้ไขรายรับ รายบุคคลให้ กดปุ่ม จัดการรายรับ ถ้ารายรับถูกต้องแล้ว ให้กดปุ่มยืนยันจัดการรายรับ - จากนั้น กดปุ่มถัดไป ขั้นตอนที่ 3 จัดการรายจ่าย : เป็นขั้นตอนการน าไฟล์ข้อมูลหนี้ เข้าระบบแบบ Excel File (แบบ สรจ.6) - กดปุ่มโหลดข้อมูลหนี้


ธนาธิปัตย์ 47 - กดปุ่ม เครื่องหมายบวก - ระบบจะขึ้นหน่วยงานมาให้อัตโนมัติ ระบบจะแสดงขั้นตอนที่ 1 : Download ไฟล์ข้อมูลหนี้ปัจจุบัน - ให้เลือกประเภทไฟล์ ข้อมูลหนี้อื่น ๆ ตามหมายเลข 1 “ไม่ควรเลือก” ข้อมูลหนี้สหกรณ์ ระบบจะดึงข้อมูลหนี้มาเฉพาะ เจ้าหนี้รายที่ 1 เท่านั้น ท าให้ยอดหนี้ สรจ.6 ไม่ตรงตามข้อมูลที่โหลดเข้าระบบ - กดปุ่มข้าม ตามหมายเลข 2 “ไม่แนะน าให้ใช้ไฟล์ข้อมูลเดิมจากเดือนก่อน” - กดปุ่มถัดไป ตามหมายเลข 3


48 ธนาธิปัตย์ ระบบจะแสดงขั้นตอนที่ 2 : Upload ข้อมูลหนี้ประจ ารอบการจ่าย - กดปุ่มน าเข้าไฟล์ข้อมูลหนี้Browse - เลือกไฟล์หนี้ (สรจ.6) ที่เตรียมไว้ส าหรับน าเข้าข้อมูลหนี้ ตามหมายเลข 1 - กดปุ่ม Open ตามหมายเลข 2 ส่วนราชการผู้เบิกจะสามารถหักหนี้ของผู้รับเบี้ยหวัด บ านาญ หรือเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน ที่รับเงินกับหน่วยของตนเท่านั้น - ต้องไม่มีรายชื่อในรายการงดเบิก - ต้องไม่มีรายชื่อในการโอนย้ายส่วนราชการผู้เบิก


Click to View FlipBook Version