ธนาธิปัตย์ 49 ห้ามกดปุ่มยืนยันปรับปรุงหนี้อื่น ๆ เนื่องจาก ระบบจะดึงข้อมูลหนี้มาเฉพาะเจ้าหนี้รายที่ 2 -10 ราย เ จ้ า ห นี้ ร า ย ที่ 1 ร ะ บ บ จ ะไ ม่ ดึง เ ข้ า ร ะ บ บ ท าให้ข้อมูลหนี้ไม่ถูกต้อง - กดปุ่มน าเข้าไฟล์ข้อมูลหนี้ - ระบบจะแจ้งเตือนให้กดปุ่มยืนยันปรับปรุงหนี้สหกรณ์และหนี้อื่นๆ ,ยืนยันปรับปรุงหนี้อื่นๆ - ให้กดปุ่มยืนยันปรับปรุงหนี้สหกรณ์และหนี้อื่นๆ ระบบจะแจ้งเตือนการน าเข้าไฟล์ข้อมูลหนี้ ระหว่างรอการประมวลผลการน าเข้าข้อมูลไม่ควร น าเข้าข้อมูลหนี้ซ้ า
50 ธนาธิปัตย์ - ตรวจสอบผลการน าเข้าไฟล์ข้อมูลหนี้ สรจ.6 โดยใส่ข้อมูลตามหมายเลข 1 และ 2 - กดปุ่มค้นหา ตามหมายเลข 3 - ตรวจดูสถานะของการน าเข้าข้อมูลไฟล์ หากสถานะขึ้น ตรวจสอบรูปแบบไฟล์ (Format) แสดงว่า ระบบประมวลผลการน าเข้าข้อมูลไฟล์เรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้กดปุ่มที่เครื่องหมาย เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการโหลดข้อมูลหนี้
ธนาธิปัตย์ 51 ระบบจะแสดงขั้นตอนที่ 3 : ตรวจสอบรูปแบบไฟล์ Format และข้อมูลการหักหนี้ - โดยจะแสดงจ านวนรายการและยอดหนี้ที่ถูกต้อง, จ านวนรายการและยอดหนี้ที่ไม่ถูกต้อง ของข้อมูลหนี้ - กรณีมีจ านวนรายการที่ไม่ถูกต้อง ให้ดาวน์โหลดผลการตรวจสอบรูปแบบไฟล์และข้อมูลการหักหนี้ เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของจ านวนรายการที่ไม่ถูกต้อง ดังรูป - ระบบจะแสดงข้อมูล จ านวนรายการที่ไม่ถูกต้อง เป็นล าดับที่ของไฟล์หนี้ สรจ.6 ให้แก้ไขไฟล์ให้ถูกต้อง แล้วน าเข้าไฟล์ข้อมูลหนี้ใหม่
52 ธนาธิปัตย์ - กลับไปแก้ไขรายการที่ไม่ถูกต้องให้ครบถ้วน จากนั้นน าข้อมูลไฟล์หนี้ สรจ.6 เข้าใหม่อีกครั้ง โดยให้เปลี่ยนชื่อไฟล์ สรจ.6 - หากจ านวนรายการที่ไม่ถูกต้อง เป็น 0 และยอดหนี้เป็น 0 ดังรูป ให้กดปุ่มถัดไปได้ ระบบจะแสดงขั้นตอนที่ 4 : ตรวจสอบผลการหักหนี้ - กดปุ่มยืนยันผลการหักหนี้ - กดปุ่มตกลง ระบบจะแจ้งเตือนดังรูปให้รอระบบประมวลผลยืนยันการหักหนี้
ธนาธิปัตย์ 53 - ให้ตรวจสอบผลยืนยันการหักหนี้ โดยใส่ข้อมูลหน่วย ตามหมายเลข 1 และ 2 - กดปุ่มค้นหา ตามหมายเลข 3 - ระบบจะแสดงสถานะ บันทึกหนี้ ดังรูป - กดปุ่มยืนยันสรุปยอดหนี้ให้ส่วนราชการผู้เบิก (ส่วนราชการระดับกรม กง.ทบ.) - กดปุ่ม ตกลง เพื่อส่งข้อมูลให้ส่วนราชการระดับกรม เป็นอันเสร็จขั้นตอนการโหลดข้อมูลหนี้ประจ ารอบการจ่าย
54 ธนาธิปัตย์ หากยืนยันส่งไฟล์ข้อมูลหนี้ ไปยังส่วนราชการผู้เบิก (ส่วนราชการระดับกรม กง.ทบ.) แล้ว ระบบจะไม่ยอมให้น าเข้าไฟล์ข้อมูลหนี้ประจ ารอบการจ่าย หากเกิดข้อผิดพลาดขอได้ติดต่อประสานงานกับส่วนราชการระดับกรม (กง.ทบ.) กองเบี้ยหวัด บ าเหน็จ บ านาญ กรมการเงินทหารบก โทร. 0 2297 8297
ธนาธิปัตย์ 55 Fin.News. Fin.News.
56 ธนาธิปัตย์ หลักเกณฑ การอบรม สหกรณกําหนดจํานวน ไมเกิน 5 คน หรือ 1 นิติบุคคล สหกรณขนาดใหญตองมี ≥ 3 คนหรือ 1 นิติบุคคล เปนคณะผูตรวจสอบกิจการ ผูตรวจสอบกิจการสหกรณ สมาชิกของสหกรณนั้น หรือบุคคลภายนอกที่ไดรับ การเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญของสหกรณ โดยมีวาระดํารงตําแหนงไมเกิน 3 ปและไมเกิน 2 วาระติดตอกัน สาระนารู คุณสมบัติ สมาชิกของสหกรณนั้น หรือ บุคคลภายนอกที่ไดรับเลือก ผานอบรมหลักสูตรการตรวจสอบ กิจการจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ หรือหนวยงานที่ไดรับการรับรอง สหกรณขนาดใหญ อยางนอยหนึ่งคนตอง มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ดานการเงิน ดานการบัญชี ดานเศรษฐศาสตร ดานการบริหารธุรกิจ การปฏิบัติหนาที่ ตรวจสอบ และปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผูตรวจสอบกิจการสหกรณ ประเมิน สอบทานระบบ การปฏิบัติงาน ตรวจสอบและสอบทาน ระบบการควบคุม เสนอรายงาน (ประจําเดือน ประจําป และกรณีเรงดวน) เนื้อหาวิชา 1. หลักการ วิธีการ และกฎหมาย 1.30 ชม. 2. ระเบียบนายทะเบียน 1.30 ชม. 3. การเงินการบัญชีและการวิเคราะหงบการเงิน 4 ชม. 4. การบริหารความเสี่ยง 2 ชม. 5. การประเมินผลการควบคุมภายใน และการวางแผนการตรวจสอบ 3 ชม. 6. เทคนิค วิธีการ และการเขียนรายงาน 5 ชม. รวม 17 ชั่วโมง เวลาเขาอบรม คะแนนรวม ≥ 80% ≥ 75% หลักสูตรการอบรม หลักสูตรการตรวจสอบกิจการ สหกรณออมทรัพยอยาง ผูชํานาญการ หลักสูตรผูตรวจสอบกิจการ (อบรม 3 วัน) (อบรม 6 วัน) จัดทําโดย พ.อ.กฤษณกร สรอยสด และ ร.ท.วรวุฒิ ตั้งประดิษฐ ที่มา: พระราชบัญญัติสหกรณ พ.ศ. 2542 ประกอบกับฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2562, ระเบียบกรมตรวจบัญชีสหกรณ (2563) และแนวทางการจัดอบรมหลักสูตรผูตรวจสอบกิจการสหกรณ (2566)
ธนาธิปัตย์ 57 ผูสอบบัญชีสหกรณ บุคคลที่นายทะเบียนสหกรณแตงตั้งตามกฎหมายสหกรณ และขึ้นตรงกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ สาระนารู คุณสมบัติ ขาราชการกรมตรวจ บัญชีสหกรณ หรือ ผูสอบบัญชีรับอนุญาตที่ ผานอบรมและทดสอบ ความรูตามกําหนด จัดทําโดย พ.อ.กฤษณกร สรอยสด และ ร.ท.วรวุฒิ ตั้งประดิษฐ ที่มา: พระราชบัญญัติสหกรณ พ.ศ. 2542 ประกอบกับฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2562, ระเบียบกรมตรวจบัญชีสหกรณ (2565), ตามมาตรฐานการสอบบัญชี ระเบียบ คําสั่ง หรือ คําแนะนําของนายทะเบียนสหกรณ ตามกระบวนการตรวจสอบบัญชีสหกรณ วางแผน จัดทํา เสนอรายงาน ตามจรรยาบรรณของผูสอบบัญชีสหกรณ การปฏิบัติหนาที่ หลักเกณฑการอบรม 1. หลักและวิธีการสหกรณ กฎหมายสหกรณ 2. โครงสรางธุรกิจและระบบบัญชีสหกรณ 3. ระเบียบ คําแนะนํานายทะเบียน และกรมตรวจ บัญชีสหกรณเกี่ยวกับการเงินการบัญชี 4. ระเบียบและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของ 5. กระบวนงานสอบบัญชีสหกรณ 6. การสอบบัญชีสหกรณที่ประมวลผลดวยคอมพิวเตอร 7. การควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชีสหกรณ โดยมีเวลาเขารับการอบรมไมนอยกวา เนื้อหาวิชา 90% คะแนนรวม ผลการทดสอบ แตละวิชา≥ 60% ≥ 70% ผูที่ผานการทดสอบตองเขาอบรม เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวกับ ระบบงานสําหรับผูสอบบัญชี สหกรณ ระเบียบนายทะเบียนสหกรณ (2560) และประกาศนายทะเบียนสหกรณ (2560)
58 ธนาธิปัตย์
ธนาธิปัตย์ 59
60 ธนาธิปัตย์ ในอดีตกาลนานมาแล้ว มียักษ์ตนหนึ่งชื่อ หิรันต์ อยู่บนยอดเขาจักรวาล เดิมทียักษ์ตนนี้ก็ไม่มีฤทธาศักดานุภาพ อะไรนัก แต่ต่อมาได้บำเพ็ญตบะอย่างเคร่งครัด จนกระทั่ง พระอิศวรผู้เป็นใหญ่ต้องเสด็จลงมาให้พร ตั้งแต่ได้พร พระอิศวรแล้ว ยักษ์หิรันต์ก็กำเริบฤทธิ์ขึ้นมาทันที คืออยู่ดี ๆ ก็นึกอยากจะให้โลกมนุษย์พินาศฉิบหายให้เหลือแต่ตนเพียง ผู้เดียวเท่านั้น คิดดังนั้นแล้วก็กระโดดแผลงฤทธิ์ม้วนแผ่นดิน เอาดื้อ ๆ จนแผ่นดินที่มนุษย์อยู่กลายเป็นเสื่อไป พอม้วน แล้วยักษ์หิรันต์ก็ไม่ได้รอช้าหนีบใส่รักแร้พาแผ่นดินลงไปยัง เมืองบาดาลทันที พวกเทวดานางฟ้าเห็นยักษ์หิรันต์สำแดง แผลงฤทธิ์ดังนั้น ก็พากันตระหนกตกใจรีบเหาะไปเฝ้า พระอิศวรยังเขาไกลลาศแล้วทูลว่า “เวลานี้ยักษ์หิรันต์ มันบังอาจม้วนแผ่นดินพาไปยังบาดาลแล้ว ขืนพระองค์ไม่ ช่วย สัตว์โลกจะวายปราณหมด” พระอิศวรได้ทรงสดับ ดังนั้นก็กริ้วโกรธายิ่งนัก แล้วหันไปตรัสกับพระนารายณ์ ขอเชิญพระนารายณ์ผู้มีฤทธิ์ไปสังหารไอ้ยักษ์หิรันต์ในบัดนี้” พระนารายณ์รับราชโองการแล้วก็เสด็จไปยัง บาดาลทันที พอไปถึงแลเห็นยักษ์หิรันต์กำลังแผลงฤทธาอยู่ พระนารายณ์ก็แปลงร่างกลายเป็นหมูใหญ่เขี้ยวขาวยาวโง้ง คมกริบสีเผือกทั้งตัว กระโดดเข้าไล่ขวิดยักษ์หิรัญทันที เมื่อเห็นหมูไล่ขวิดอุตลุดเช่นนั้นยักษ์หิรันต์ก็เดือดดาล เป็นยิ่งนัก กระทืบบาทตวาดก้องคว้ากระบองเข้ารุกไล่หมู พระนารายณ์ทันที หมูพระนารายณ์หาหวาดหวั่นไม่ เมื่อ ยักษ์หิรันต์โผมาก็ตั้งเขี้ยวเข้ารับพอได้ทีก็ขวิดยังยักษ์หิรันต์ ไม่นับ ถูกตามเนื้อตามตัวทั่วไปหมด ยักษ์หิรัญเสียทีล้มลงหมู พระนารายณ์กระโดดเข้าขวิดอีกครั้งแล้วตวัดเต็มแรง หัวของยักษ์หิรันต์ก็ขาดกระเด็นหลุดไป หลังจากจัดการกับยักษ์หิรันต์แล้ว พระนารายณ์ ก็ขวิดงัดเอาแผ่นดินที่ยักษ์หิรันต์ม้วนมาไว้ที่บาดาล คลี่ให้ เป็นแผ่นดินอย่างเดิมแล้วกลายร่างเป็นพระนารายณ์ ทรงครุฑเหาะผ่านเมฆไปยังเกษียรสาครทันทีมาถึงก็เสด็จ เข้าที่บรรทมกลางสะดือทะเลเหนือบัลลังก์นาคแล้วสะกดใจ ร่ายเวทย์ ทันใดนั้นก็บังเกิดดอกบัวบานขึ้นที่พระอุทร ในดอกบัวนั้นมีพระกุมารน้อยอยู่ พระนารายณ์จึงอุ้มกุมาร น้อยนั้นมาเฝ้าพระอิศวรเพื่อถวายองค์พระกุมาร พระอิศวรดี พระทัยยิ่งนักที่พระนารายณ์สังหารยักษ์หิรันต์เสียได้ จึงมี วาจาปราศรัยว่า “เราขอบใจท่าน ตั้งแต่นี้ไปโลกก็จะอยู่เป็น สุขถาวร สำหรับพระกุมารนี้ไซร้ก็เป็นวงศ์พระนารายณ์ อันเรืองฤทธิ์ จะได้เป็นต้นวงศ์กษัตริย์อันสุขประเสริฐสำหรับ ดับเข็ญ จึงให้พระอินทร์ลงไปยังโลกมนุษย์ในชมพูทวีป เพื่อสร้างมหานครให้กุมารนี้ พ.อ. กฤษณ์กร สร้อยสด “ ธนบดี”
ธนาธิปัตย์ 61 พระอินทร์รับเทวบัญชาก็พาบริวารเหาะมาถึง ชมพูทวีป มองไปทั่วทิศานุทิศบูรพามีภูมิภาคอันประหลาด เนื่องจากมีฤาษีสี่องค์คือ อจหาคาวียุคอัคระ ทหะ และ ยาคะ นั่งบำเพ็ญภาวนาอยู่ พระอินทร์กับบริวารก็ลงจากหลังช้าง เอราวัณตรงเข้าไปมนัสการฤาษีทั้งสี่ทันที และเล่าเทวะ บัญชาจากพระอิศวรให้ฤาษีทั้งสี่ฟัง ฤาษีทั้งสี่จึงตอบ พระอินทร์ไปว่า “โอ ถ้าอย่างนั้นที่นี่ก็ดีนัก ป่านี้ชื่อป่า ทวาราวดีมีต้นฉัตรพระอิศวรอยู่กลาง ถ้าจะสร้างราชธานี ที่นี่แล้วไซร้ อาตมาทั้งสี่ก็จะขอตั้งชื่อให้โดยเอาชื่อป่า กับชื่ออาตมาภาพทั้งสี่มารวมกันเรียกว่า กรุงศรีอยุธยา ทวาราวดีชื่อนี้จะเป็นมงคลนาม” พระอินทร์ได้รับคำแนะนำจากฤาษีก็ดีพระทัยยิ่ง นักจึงมีเทวโองการให้พระวิษณุกรรมสร้างพระนครขึ้นทันที พระวิษณุกรรมเนรมิตพริบตาเดียวก็บังเกิดเป็นเมืองใหญ่โต มโหฬารยิ่งนัก มีมหาปราสาท มีป้อมค่าย มีสระแก้ว แลอุทยาน เหมือนเมืองสวรรค์เลยทีเดียว เมื่อเนรมิตแล้ว พระอินทร์ก็ตั้งชื่อพระนครว่า “กรุงศรีอยุธยาทวาราวดี” ตามที่ฤาษีแนะนำ เรียบร้อยแล้วก็พากันลาพระฤาษีเหาะ กลับไปทูลให้กับพระอิศวรทรงทราบทุกประการ พระอิศวร จึงมีพระบัญชาต่อกุมารว่า “ดูก่อนนัดดา บัดนี้พระนครของเจ้าเสร็จแล้ว จงไปครองกรุงเพื่อเป็นปิ่นโลก ดับทุกข์ยุคเข็ญ โดยให้มี พระนามว่า อโนมาตัน” ตรัสแล้วก็ประทานเทพอาวุธ ศร ตรีเพชร คฑา ธำรง และประสาทพรให้มีฤทธิ์รุ่งเรือง ปัจจามิตรอย่าต่อกรเจ้าได้อโนมาตันรับเทวบัญชา แล้วก็ เหาะจากเขาไกลลาสไปประทับที่อยุธยาทวาราวดี โดยมี พระอินทร์ตามไปส่งเสด็จด้วย ครั้นแล้วก็จัดนางในทวีป อุดรมีนามว่า “มณีเกสร” มาเป็นมเหสี มีสนมหกหมื่นหกพัน แวดล้อมราวกับดาวล้อมเดือน ไพร่ฟ้าประชาชนอยู่เป็นสุข สำราญโดยถ้วนหน้า ท่านผู้อ่านครับ อโนมาตันและนางมณีเกสร นี่แหละที่ต่อมากลายเป็นปู่ทวดย่าทวดของพระราม พระลักษณ์นั่นเอง เพราะว่า อโนมาตันกับนางมณีเกสรได้ให้ กำเนินดลูกชายชื่อว่า ท้าวอัชบาล เมื่อท้าวอัชบาลโตเป็นหนุ่ม ก็อภิเษกสมรสกับนางเทพอัปสรและมีลูกชื่อ ท้าวทศรถ ซึ่งก็ คือพ่อของพระราม พระลักษณ์นั่นเอง ที่ที่กล่าวมาผู้เขียนอาจจะนอกเรื่องมากไปหน่อย เพราะไม่เกี่ยวอะไรกับพระธนบดีเนื่องจากคนละเผ่าพงศ์วงศ์ ตระกูล แต่เพียงเพราะอยากจะให้ทราบที่มาของกรุงศรี อยุธยาและพระรามพระลักษณ์ในรามเกียรติ์เท่านั้น ต่อจาก นี่ไปจะเข้าเรื่องแล้วละครับว่าพระธนบดีคือใครที่ใหน แล้วยังได้ทราบที่มาของทศกัณฐ์และกรุงลงกาอีกด้วย ขอเริ่มที่สหบดีพรหมได้เกิดคิดถึงท้าวสหมลิวัน ขึ้นมา ซึ่งเคยได้ให้ท้าวสหมลิวันไปอยู่เกาะลังกา แต่ ท้าวสหมลิวันดันมาหนีพระนารายณ์ไปอยู่เสียที่เมืองบาดาล เกาะรังกาก็ว่างเว้นหาผู้ปกครองมิได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียดายว่า วงศ์พรหมจะสูญไปจึงคิดจะสร้างพระนครขึ้นใหม่ แล้วเชิญ องค์ท้าวธาดาพรหมลงไปเป็นเจ้าพระนครเพื่อจะได้เป็นหลัก ของวงศ์พรหมต่อไป ดำริดังนั้นแล้วก็เสด็จออกพร้อมด้วย หมู่พรหมตรงไปยังเกาะรังกาทันที มองจากข้างบนเห็น เกาะรังกามีภูเขานิลกาฬยอดสูงเยี่ยมเทียมอัมพรอยู่กลาง เกาะ ใหญ่กว่าภูเขาทั้งปวง ซ้ำมีสีดำราวกับผ้าดำ ปลายยอด เขานิลกาฬนั้นมีรังกามหากายสิทธิ์รังใหญ่อยู่ เห็นว่าตรง กลางเกาะนั้นเป็นทำเลดีนัก จึงมีรับสั่งให้วิษณุกรรมเนรมิต พระนครทันที วิษณุกรรมก็เนรมิตให้ดังประสงค์มีปราสาท ราชวังมากมาย มีป้อมค่ายดูประตูหอรบพร้อมเพรียงเรียบร้อย แล้ว สหบดีพรหมก็ให้ตั้งชื่อว่า “พิชัยลงกา” ให้เอาหมู่ยักษ์ มารทีเนินเขาจักรวาลและอัสสกัณณ์มาเป็นอำมาตย์เสนา แล้วก็อัญเชิญให้ท้าวธาดาพรหมครองสมบัติ ประทาน พระนางมลิกาเป็นอัครมเหสีและให้นามท้าวธาดาพรหมใหม่ ว่า “ท้าวจตุรพักตร” ท้าวจตุรพักตรครองนครลงกาด้วยความผาสุข อยู่ต่อมาพระมเหสีมลิกาได้ให้กำเนิดโอรสยักษ์สี่กร ทั้งสอง ชื่นชมโสมนัสเป็นอย่างยิ่งให้พระนามลูกว่าท้าวลัสเตียน โดยท้าวจตุรพักตรครองสมบัติได้หกหมื่นปีก็สวรรคต ท้าว ลัสเตียนได้ครองสมบัติต่อมา ซึ่งท้าวลัสเตียนมีมเหสี 5 องค์ พระนามว่า ชารีสุมณฑา, จิตรมาลี, สุวรรณมาลัย, ประไพโฉมศรี, รัชดาเทวี พระมเหสีทั้ง 5 องค์นั้นได้ให้กำเนินดโอรสธิดา ดังนี้กุเปรัน เกิดจากพระนางชารีสุมณฑา, ทัพนาสูร เกิดจาก พระนางจิตรมาลี, อัครธาดา เกิดแต่พระนางสุวรรณมาลัย มารันยักษ์เกิดแต่พระนางประไพโฉมศรี และพระมเหสีองค์ สุดท้ายคือพระนางรัชดาเทวี มีโอรสธิดาให้ท้าวลัสเตียนอีก 7
62 ธนาธิปัตย์ ตนคือ ทศกัณฐ์, กุมภกรรณ, พิเภก, ขร, ทูษณ์, ตรีเศียร และนางสำมนักขา สนุกกันไหมครับเรื่องราวของกรุงลงกาและ การกำเนิดเกิดขึ้นของทศกัณฐ์จะเห็นว่ายังไม่พบชื่อ พระธนบดีเลย ที่สำคัญผู้เขียนอยากจะบอกว่าอ่านจนจบก็ไม่ ปรากฎชื่อพระธนบดีหรอกครับ เพราะไม่ได้เป็นตัวละคร หลักในเรื่องรามเกียรติ์บทพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาล ที่ 1 ผู้อ่านต้องอ่านหนังสืออีกหลายเล่มดั่งที่ ร.ต. สุจิตร ตุลยานนท์ ได้เขียนอ้างอิงไว้ในนิตยสารธนาธิปัตย์ ปีที่ 5 พ.ศ.2504 เช่น เอกสารของกรมศิลปากร, พระเป็นเจ้าของ พราหมณ์, ไตรภูมิพระร่วง, อุสเรนทรจารีต, นารายณ์สิบปาง และเอกสารของกรมศิลปากร เป็นต้น ซึ่ง ร.ต.สุจิตร ตุลยานนท์ ได้เขียนถึงประวัติพระธนบดีไว้ดังนี้ คำว่า “ธนบดี” นี้ เป็นนามหนึ่งของท้าวจตุ โลกบาลหรือผู้ดูแลรักษา โลกทางทิศเหนือ คนไทย เรารู้จักโลกบาลองค์นี้ใน นามว่า “ท้าวกุเวร” ท้าว กุเวรนี้เป็นพรหมพงศ์ คือ มีกำเนิดในตระกูลอันสืบ เชื้อสายมาจากพระพรหม มีนามจริงว่า “ไวศระวัน” อัน แปลว่า เกิดแต่วิศระวัส นามนี้เป็นนามที่พระพรหมประทาน ให้ บิดาของท้าวกุเวรมีนามว่า วิศระวัส หรือชื่อตามกำเนิด ว่า เปาลัสตยะ อันแปลว่า เกิดแต่ปุลัสตยะ แต่ท่านที่สนใจ เรื่องรามเกียรติของไทยเราคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดีในนามว่า ลัสเตียน ส่วนมารดาเป็นบุตรของพระภรัทวาชประชาบดี เนื่องจากกุมารนี้มีรูปร่างไม่งดงามจึงได้รับฉายาว่า “กุเวร” ซึ่งแปลว่า ตัวขี้ริ้ว กุมารนี้ได้บำเพ็ญตะบะอยู่หลายพันปี จึงได้รับพรจากพระพรหมให้เป็น “ธนบดี” หรือเจ้าแห่ง ทรัพย์ทั้งหลายและให้ไปเป็นโลกบาลประจำทิศเหนือ และ ยังได้ประทานบุษบกให้ซึ่งผู้ที่นั่งอยู่ในบุษบกนี้ เมื่อประสงค์ จะไป ณ ที่ใดบุษบกก็จะพาลอยไปถึงที่นั้นได้ดังใจหมาย เมื่อกุมารได้รับพรจากพระพรหมแล้ว พระวิศระวัสผู้บิดา ก็แนะนำให้ไปอยู่ที่นคร “ลงกา” อันเป็นเมืองที่พระ วิษณุกรรมสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นที่อยู่ของพวกรากษ ส แต่พวกรากษสได้ทิ้งร้างไปเนื่องจากเกรงกลัวเดชของ พระนารายณ์ท้าวกุเวรจึงได้ไปอยู่ที่นครลงกาโดยมีพวกยักษ์ เป็นบริวาร เมื่อไปอยู่ที่นครลงกาแล้วก็ได้ขี่บุษบกขึ้นไป เข้าเฝ้าพระบิดาพระมารดาเสมอ ด้วยเหตุที่เป็นผู้ไม่ลืมคุณ ของบิดามารดานี้ จึงได้รับคำยกย่องว่าเป็นผู้ที่มีความกตัญญู เป็นอย่างยิ่ง ต่อมาวันหนึ่ง ท้าวสุมาลี เจ้าแห่งรากษส ซึ่งเป็น เชื้อสายของพวกรากษสที่หนีไปจากเมืองลงกา และไปอยู่ใน เมืองบาดล ได้ขึ้นมาเยี่ยมมนุษย์โลกและเห็นท้าวกุเวรนั่งอยู่ บนบุษบกที่พระพรหมประทานให้ลอยไปในอากาศเพื่อเฝ้า พระวิศระวัสผู้เป็นบิดาก็มีจิตอิจฉาคิดอยากจะได้เมืองลงกา คืนมาเป็นของตน จึงได้นำธิดาซึ่งมีนามว่าไกกะสีไปถวาย เป็นพระชายาของพระวิศระวัส ต่อมานางก็ได้ให้กำเนิดโอรส ธิดา รวม 4 คนคือ 1.ท้าวราพณ์หรือทศกัณฐ์ 2.กุมภกรรณ 3.นางศูรปนักขา และพิเภกษณ์ (ในรามเกียรติไทยเรก เรียกว่า พิเภก) นางไกกะสีได้แลเห็นความสง่างามของท้าว กุเวรในยามที่ขึ้นไปเฝ้าพระบิดา ก็มีความแค้นและยุยงให้ลูก ของนางคิดแข่งขันกับท้าวกุเวร ทศกัณฐ์ก็ตั้งใจบำเพ็ญตะบะ อยู่ช้านานหลายพันปี พระพรหมจึงได้เสด็จลงมาประทานพร ให้ตามที่ขอว่า มิให้แพ้ผู้ใดที่มีอิทธิฤทธิ์ยิ่งไปกว่ามนุษย์ เมื่อได้รับพรจากพระพรหมแล้ว ทศกัณฐ์ก็ไปแย่งเอานคร ลงกาพร้อมทั้งบุษบกจากท้าวกุเวรมาเป็นของตน และยังได้ เอาตัวท้าวกุเวรไปรับใช้ตำแหน่งขุนคลังด้วยคราวหนึ่ง ภายหลังท้าวกุเวรได้พาบริวารยักษ์หนีขึ้นไปเข้า เฝ้าพระบิดา พระบิดาจึงสร้างเมืองให้ใหม่มีชื่อว่า “เมือง อลกา” เมืองนี้ตั้งอยู่ในป่าหิมพานต์ ตั้งอยู่บนยอดเขามันทร ซึ่งอยู่ต่อเนื่องกับเขาพระสุเมรุ เมืองนี้มีกำแพงที่ล้วนทำจาก ทองคำเนื้อสุก โดยมีพวกยักษ์ที่ติดตามมาจากเมืองลงกา เป็นบริวารนอกจากนั้นยังมีกินนรและกินนรี เป็นบริวารอีกด้วย มเหสีของท้าวกุเวรเป็นธิดาของท้าวมุรทานพ มีโอรส 2 องค์ ชื่อ วรรณกวี และมยุราช กับมีธิดาอีกหนึ่งองค์ชื่อ มีนากษี เมื่ออ่านแล้วจะเห็นว่าทำความเข้าใจได้ยาก สักหน่อยทั้ง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเรื่องรามเกียรติ์ แต่ทำไมเราถึงไม่คุ้นเคยกับชื่อเหล่านั้นเลย ก็เพราะในเรื่อง รามเกียรติ์ที่เป็นบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 1 นั้น พระองค์ท่านทรงฟื้นฟูการประพันธ์ใหม่โดยยึดเค้าโครงเดิม
ธนาธิปัตย์ 63 มาจาก “รามายณะ” ของอินเดีย ฉะนั้นชื่อของตัวละคร อาจไม่ตรงกับเรื่องรามายะณะทั้งหมด รวมทั้งอาจมีการตบแต่ง เนื้อเรื่องให้สนุกไม่เยินเย้อจึงทำให้รายละเอียดบางช่วง บางตอนถูกตัดออกไป แต่ที่ผู้เขียนสังเกตุและพอจะยืนยัน เทียบเคียงกับรามเกียรติ์ได้ก็คือ 1. ท้าววิศระวัส หรือ ท้าว เปาลัสตยะ คือท้าวลัสเตียน 2. พวกรากษส น่าจะเป็นพวกที่ หนีพระนารายณ์ลงไปยังเมืองบาดาลพร้องกับท้าวสหมลิวัน 3. นางไกเกสี คือคนเดียวกันกับพระนางรัชดาเทวีซึ่งเป็นแม่ของ ทศกัณฐ์ และ 4. ลูกของนางไกเกสีมี 4 ตน ไม่ถึง 7 ตนก็จริง แต่ลูกทั้ง 4 ตนของนางไกเกสีก็มีชื่อเหมือนลูกของนางรัชดาเทวี จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคนเดียวกัน ในช่วงต้นของคอลัมน์ผู้อ่านคงเข้าใจถึงเทือกเขา เหล่ากอขอทศกัณฐ์กันแล้ว แต่ยังไม่พอครับยังต้องอาศัย ข้อมูลอื่น ๆ ประกอบเพิ่มเติมเพื่อหาจุเชื่อมโยงให้ได้ครับ และเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ง่ายที่สุดเกี่ยวกับที่มาขององค์ พระธนบดีผู้เขียนจะขออธิบายให้ทุกท่านได้ทราบตาม ความเข้าใจของผู้เขียนดังนี้ครับ พระธนบดีเกิดจากพรที่พระพรหมมอบให้ ท้าวกุเวรในฐานะที่บำเพ็ญตบะอยู่หลายพันปี แล้วท้าวกุเวร ละเป็นใครในรามเกียรติ์จากหนังสือเทพเจ้า และสิ่งน่ารู้ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า) สันนิฐานได้ว่าท้าวกุเวรคือ “ท้าวกุเปรัน” นั่นเอง คาดว่าพราหมณ์ผู้เป็นครูคงเรียกว่า “กุเพร” ซึ่งตามสำเนียงสันสกฤตก็คล้าย “กุเบรัน” ผู้จดคง จดลงตามที่ตนเองได้ยิน แต่เมื่อคัดลอกต่อ ๆ กันมาหาง ของตัว “บ” อาจจะยาวตามลักษณะการเขียนในสมัยก่อน จึงกลายเป็นตัว “ป” จึงสันนิฐานว่าน่าจะเป็นท้างกุเปรัน นั่นเอง ซึ่งถ้าหากเป็นจริงนั่นแสดงว่า “ธนบดี” หรือ “กุเวร” หรือ “กุเปรัน” คือคนเดียวกัน ฉะนั้นพอจะสรุปได้ว่าธนบดีเป็นลูกของ ท้าวลัสเตียน (วิศระวัส หรือ เปาลัสตยะ) กับนางชารีสุมณฑานั่นเอง มีปู่ คือท้าวธาดาพรหม หรือ ท้างจตุรพักตร (ปุลัสตยะ) และมีย่า คือนางมลิกา มีพี่น้องพ่อเดียวกันแต่คนละแม่รวมทั้งหมด 11 ตน คือ ธนบดี, ทัพนาสูร, อัครธาดา, มารันยักษ์, ทศกัณฐ์, กุมภกรรณ, พิเภก, ขร, ทูษณ์, ตรีเศียร, และนางสำมนักขา ส่วนพระมเหสีและบุตรธิดานั้นไม่ได้กล่าวไว้ในวรรณกรรม เรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 1 ผู้เขียนไม่ขอ แสดงความเห็นครับ แต่ตามข้อมูลที่พบพระมเหสีของท้าว กุเวร หรือ กุเปรัน หรือพระธนบดีชื่อ นางภัทราและมีลูกชาย 2 หญิง 1 คือ พระนลกุวร, พระมณีภัทร พระนางมีนากษีและ มีลิงอีก 1 ตัวชื่อคันธมาทน์ซึ่งชื่อลูกชายอาจไม่ตรงกับบทความ ของ ร.ต.สุจิตร ตุลยานนท์แต่ชื่อลูกสาวตรงกัน ก็คงต้องหา ข้อเท็จจริงกันต่อไป พ.ศ.2499กรมการเงินทหารบกได้ขอให้กรมศิลปากร ออกแบบดวงตราประกาศนียบัตรของ โรงเรียนทหารการเงิน กรมการเงินทหารบก ด้วยเหตุที่ โรงเรียนทหารการเงิน กรมการเงินทหารบก เป็นสถานที่ให้การศึกษาแก่ข้าราชการ เหล่าทหารการเงินซึ่งหน้าที่สำคัญของข้าราชการทหาร การเงินก็คือ การรับ - จ่าย เก็บรักษาและจัดทำบัญชี กรมศิลปากรจึงได้ออกแบบดวงตราเป็นรูป “พระธนบดี” อยู่ภายในบุษบกตามแนวความคิดของราชบัณฑิตยสถาน และการที่ขนานนามเทพเจ้าองค์นี้ว่า “พระธนบดี” ก็ด้วย ความหมายของคำว่า “ธนบดี” ซึ่งแปลว่า “เจ้าแห่งทรัพย์ ทั้งหลาย” ในปี พ.ศ. 2554 รร.กง.กง.ทบ.ได้มีการจัดสร้าง พระธนบดีของ รร.กง.กง.ทบ. ซึ่งสร้างตามแบบที่อาจารย์ สุดสาคร ชายเสม ประติมากรช่างสิบหมู่จากกรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบ โดยเพิ่มคำว่า “ธนบดี” ที่ชายผ้าทิพย์ ด้านหน้า โดยแบ่งออกเป็น 4 แบบดังนี้
64 ธนาธิปัตย์ 1. ขนาดหน้าตัก 19 นิ้ว สำหรับประดิษฐานที่ รร.กง.กง.ทบ. สร้างเป็น รูปหล่อ เนื้อนวโลหะ หรือทองเหลืองรมดำมันปู 2. ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว สำหรับที่ระลึก/บูชา สร้างเป็นรูปหล่อลอยองค์ เนื้อทองเหลืองรมดำมันปู 3. ขนาดหน้าตัก 0.7 นิ้ว สำหรับที่ระลึก/บูชา สร้างเป็นรูปหล่อลอยองค์ โดยไม่มีซุ้มแก้มและรัศมีบริเวณเศียรพระเป็นเนื้อทองเหลืองรมดำมันปู 4. การจัดทำเหรียญที่ระลึก ขนาด 0.9 * 1.3 นิ้ว สำหรับที่ระลึก/บูชา สร้างเป็นเหรียญรูปวงรีไม่มีห่วง ด้านหน้าเป็นรูปพระธนบดี เนื้อทองเหลืองรมดำมันปูส่วนด้านหลังเป็นรูปช้างสามเศียรจารึก ข้อความเหนือรูปช้างสามเศียรว่า “ที่ระลึกวันสถาปนากรมการเงินทหารบกครบรอบ 72 ปี” และ “6 มิถุนายน 2554”, “รุ่น 1” บริเวณใต้รูปช้างสามเศียร โดยหลังจัดสร้างเสร็จ รูปหล่อ “พระธนบดี” ขนาดหน้าตัก 19 นิ้ว จำนวน 2 องค์ 1. ได้ประดิษฐานที่ รร.กง.กง.ทบ. ด้านหน้ากองบัญชาการ รร.กง.กง.ทบ. 2. ได้ประดิษฐานที่ รร.กง.กง.ทบ. บริเวณห้องสมุด ชั้น 4 กองบัญชาการ รร.กง.กง.ทบ. ต่อมาในปี2565 ได้มีการจัดทำเหรียญสำหรับที่ระลึก/บูชา สร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดง เคลือบ กะไหล่เงิน/กะไหล่ทอง ด้านหน้าเป็นรูปลอยพระธนบดี ด้านหลังเป็นสัญลักษณ์ช้าง สามเศียร เพื่อเป็นของที่ระลึกวันสถาปนาโรงเรียนทหารการเงิน กรมการเงินทหารบก ปี 2565 แต่มีจำนวนการสร้างเพียงแค่ 100 ชุดเท่านั้น ประวัติของ “พระธนบดี” เทพที่เหล่าทหารการเงินเคารพนับถือ รวมทั้งประวัติ การจัดสร้าง “พระธนบดี” ของโรงเรียนทหารการเงิน กรมการเงินทหารบก ผู้เขียนหวังว่า ความเป็นมาทั้งสองเรื่องที่กล่าวมาเกี่ยวกับ “พระธนบดี” นั้น จะเป็นความรู้และอยู่คู่กับ โรงเรียนทหารการเงิน กรมการเงินทหารบกต่อไปครับ
ธนาธิปัตย์ 65 คอลัมน์นี้เป็น EP.2 ของ ล้วงลับ สาระ ที่นำเรื่อง ที่อยู่รอบตัวมากฝากผู้อ่านกันอีกครั้ง คอลัมน์นี้นำเรื่อง เกี่ยวกับภาษีบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นภาษีที่ต้องเรียกเก็บจาก ฐานเงินได้ของผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยยื่นแบบแสดงรายการภายในช่วง มกราคม ถึง มีนาคม ของปีภาษีถัดไป หากยื่นยื่นชำระภาษีผ่านอินเตอร์เน็ต สามารถขยายเวลาการยื่นแบบออกไปได้อีก 8 วัน ล้วงลับ สาระ จะนำผู้อ่านดูผลงานวิจัยที่ ผู้เขียน ได้ทำงานวิจัย เรื่องปัจจัยที่ส่งผลต่อการยื่นแบบชำระภาษี ผ่านอินเตอร์เน็ตของข้าราชการในสังกัดกรมการเงินทหารบก ซึ่งกรมสรรพากรอำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียภาษีและ ประชาชนทั่วไป ด้วยบริการด้าน อิเล็กทรอนิกส์ผ่านทาง เว็บไซต์ www.rd.go.th การใช้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ของ กรมสรรพากร ผู้เสียภาษีจะได้รับความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลา เนื่องจากผู้เสียภาษีสามารถ ดำเนิน กิจกรรมได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องมาติดต่อกรมสรรพากร บริการดังกล่าวยังช่วยสนับสนุน นโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้ส่วนราชการต่าง ๆ นำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาให้บริการประชาชนมากยิ่งขึ้น (กรมสรรพากร, 2547) จึงต้องหาปัจจัยที่ส่งผลต่อการยื่นแบบชำระภาษีผ่าน อินเตอร์เน็ต ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ยุคปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็สามารถ เข้าแหล่งเรียนรู้ หรือหาความรู้เพิ่มเติมได้ผ่านเทคโนโลยี ที่เราเรียกว่าออนไลน์ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าสื่อนั้นจะเลือกใช้ เทคโนโลยีอะไรให้เหมาะกับคอนเทนต์หรือเนื้อหาในการ นำเสนอ เพื่อให้ผู้เรียนได้ความรู้ และเพลิดเพลิน ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ อนิเมชั่น วิดีโอ AI AR VR ด้วยสถานการณ์ที่ถูกบีบ บังคับ ด้วยโรค covid-19 ถือเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่ทำให้ หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนได้รีบเร่งในการพัฒนา เทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการและเข้าถึงข้อมูล บุคคลได้มากที่สุด และทำให้ทุกคนในชาติได้ตื่นตัวและ เกิดการปรับตัวไปพร้อม ๆ กัน ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น เด็กนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ผู้ใหญ่ คนชรา คนพิการ ต่างหลีกหนีไม่พ้นที่จะต้องใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้รับรู้ ข่าวสารต่าง ๆ และผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ซึ่งจะสังเกตได้จาก ทุกภาคส่วนไม่จะเป็นภาครัฐ เอกชน หรือภาคการศึกษา ที่ต้องออกมาใช้เทคโนโลยีออนไลน์ให้มีการเข้าถึงกลุ่มคน ในสังกัดของตัวเองให้ได้มากที่สุดและดีที่สุด ซึ่งในบางกลุ่ม จะสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ยากเนื่องจากมีความพร้อมและมี การปรับตัวตามเทคโนโลยีอยู่เสมอ แต่ในบางกลุ่มอาจจะต้อง มีการปรับตัวอย่างก้าวกระโดดซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องร่วมด้วยช่วยกันในการพัฒนาทั้งระบบเพื่อให้เกิด ความเสถียร (สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ประเทศไทย, 2563) กรมสรรพกรจึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อ อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการและชำระภาษีของ กรมสรรพากร เกิดขึ้นภายใต้ 9 ระบบดิจิทัล (9 Digital Transformation) แบ่งออกเป็นด้านอานวยความสะดวก ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ ดังนี้ ลว ้ งลบ ั สาระ Ep 2 : ภาษ ี พ.ท. ดร. วีรยุทธ ศรีจันทรา
66 ธนาธิปัตย์ 1. Tax from Home มาตรการที่กรมสรรพากร ตั้งใจช่วยให้ภาคธุรกิจและประชาชนเข้าถึงการทำธุรกรรม ภาษีในทุกมิติได้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือที่ใด ๆ ก็ตาม ประกอบด้วย 1.1 e-Registration การลงทะเบียนขอยื่น แบบทางอินเทอร์เน็ต และนำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผ่านทาง e–mail ได้ทันที โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นด้วยตนเองที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาอีกต่อไป 1.2 e-Filing การยื่นแบบแสดงรายการภาษี ทางอินเทอร์เน็ต ได้สิทธิขยายเวลาการยื่นแบบฯ และชำระ ภาษีออกไปอีก ช่วยให้ภาคเอกชนมีเวลาในการบริหาร กระแสเงินสดได้อย่างคุ้มค่าที่สุด 1.3e-Payment การชำระภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ (ธนาคารเกือบทั้งหมดยกเว้นค่าธรรมเนียม การใช้บริการ สำหรับการยื่นแบบและชำระภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์) 1.4 e-Refund การคืนเงินภาษี สาหรับผู้เสีย ภาษีที่ชำระภาษีไว้เกิน กรมสรรพากรจะดำเนินการคืนภาษี ผ่านระบบพร้อมเพย์ที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ได้ทั้ง บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล 2. My Tax Account บัญชีรายการค่าลดหย่อน และสิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับผู้เสียภาษี บุคคลธรรมดา ที่กรมสรรพากรพัฒนาขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เสีย ภาษี เข้ามาตรวจสอบสิทธิค่าลดหย่อนภาษีต่าง ๆ เช่น ข้อมูล เบี้ยประกันสุขภาพ ข้อมูลการบริจาคผ่านระบบ e–Donation ข้อมูลเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ (กบข.) ข้อมูลเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ซึ่งจะช่วยลดภาระ ในการเก็บเอกสาร ช่วยให้การยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และการคืนภาษีสะดวกรวดเร็วขึ้น 3. e-Donation ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับข้อมูลการรับบริจาคของหน่วยรับ บริจาค ทั้งยังอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริจาค สามารถใช้ สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้โดยไม่ต้องเก็บหลักฐาน โดยเข้า ตรวจสอบข้อมูลการบริจาคด้วยตนเองได้ที่ ระบบ My Tax Account ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร 4. Open API การเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพเข้ามา มีส่วนร่วม โดยเชื่อมโยงระบบกับกรมสรรพากร ซึ่งจะช่วยให้ เกิดความคล่องตัวในการยื่นแบบและชำระภาษีผ่านระบบ ออนไลน์ของประชาชนผู้เสียภาษีมากขึ้น ช่วยให้การยื่นแบบ และเสียภาษีเป็นเรื่องง่ายแม้ไม่รู้เรื่องภาษีเลย โดยขณะนี้ เปิดให้บริการแล้วผ่านแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า iTAX และ noon 5. RD Smart Tax Application นวัตกรรมใหม่ ในการจัดการด้านภาษีช่วยให้ภาษีเป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ชีวิต ดีขึ้น มิติใหม่ของการให้บริการธุรกรรมของภาครัฐผ่าน Application ทั้งข่าวสารสรรพากร สาระความรู้ ภาษี ยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ออนไลน์ และแผนที่หน่วยงานสรรพากรทั่วประเทศ สามารถ Download ใช้งานได้ทั้ง App Store และ Google play 6. VRT on Blockchain ระบบการคืนเงินภาษี สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผ่านโมบายล์ แอปพลิเคชัน ที่ใช้ระบบเทคโนโลยีบล็อกเชนในการเชื่อมต่อข้อมูล ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเป็นที่แรกของโลก เพื่อให้บริการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มสาหรับนักท่องเที่ยว ไวขึ้น ง่ายขึ้น และไม่ต้องรอคิวอีกต่อไป 7. e-Tax Invoice & e-Receipt ใบกำกับภาษี รวมถึงใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ และใบรับ ที่จัดทำเป็นข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) ช่วยลดต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายและเวลาให้กับ ผู้ประกอบการ ในการจัดทำและนำส่งข้อมูลใบกากับภาษีในรูปแบบใหม่ 8. e-Withholding Tax ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อมีการจ่ายเงินได้ให้แก่ผู้รับเงิน ทั้งในและ ต่างประเทศ โดยนำส่งข้อมูลและภาษีพร้อมการชำระเงิน ผ่านธนาคารที่เป็นผู้ให้บริการระบบ e-Withholding Tax แทนการยื่นด้วยแบบกระดาษ ช่วยลดขั้นตอน ลดต้นทุน ลดภาษี ทั้งยังสามารถตรวจสอบ หลักฐานได้ตลอดเวลา ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร 9. e-Stamp Duty การชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสาหรับ ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยเพิ่มความสะดวกและเป็นการสนับสนุนนโยบาย National e-Payment ของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลา
ธนาธิปัตย์ 67 ในการเสียภาษี เป็นการส่งเสริมธุรกิจในรูปแบบ e-Business ให้มีความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น” (กรมสรรพากร, 2563) เพื่อให้กรมสรรพากรก้าวไปสู่การเป็นองค์กรของ ภาครัฐที่มีประสิทธิภาพในการ ขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ ให้กับประเทศและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล พร้อมการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานอันจะนำไปสู่การเพิ่ม ประสิทธิภาพในการบริหารการจัดเก็บภาษีประกอบกับ สร้างการให้บริการที่ดีของกรมสรรพากรให้แก่ผู้เสียภาษี ประเด็นปัญหาของการวิจัย 1. ขาดความรู้ความเข้าใจในการยื่นแบบและชำระ ภาษีผ่านอินเตอร์เน็ต 2. ขาดความเชื่อถือต่อระบบการยื่นแบบและ การชำระภาษีผ่านอินเตอร์เน็ต 3. คาดว่าจะมีปัญหาตามมาภายหลัง 4. ไม่มั่นใจในระบบตัดเงินผ่านบัญชีเงินฝาก 5. เกิดข้อผิดพลาดบ่อยในการยื่นแบบรายการ ชำระภาษีผ่านอินเตอร์เน็ต วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาถึงสถานภาพส่วนบุคคลการยื่นแบบ และชำระภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต จำแนกตามสถานภาพด้าน บุคคล ด้านเพศ และอายุ 2. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการยื่นแบบภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาส่วนบุคคลด้านเพศ และอายุ 3. เพื่อศึกษาความคิดเห็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการยื่น แบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านทางออนไลน์ จำแนก สถานภาพด้านบุคคล ด้านเพศ และอายุ 4. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ส่งผล ต่อการยื่นแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของข้าราชการ ทหารในสังกัดกรมการเงินทหารบก กับสถานภาพส่วนบุคคล ด้านเพศ และอายุ 5. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่ส่งผลต่อการยื่น แบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านทางออนไลน์ จำแนกตาม สถานภาพส่วนบุคคล ด้านเพศ และอายุ แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1. ภาษี หมายความว่า เงินที่มีกฎหมายกำหนด ให้รัฐหรือท้องถิ่นเรียกเก็บจากบุคคลในเหตุต่าง ๆ จากการมี รายได้ การมีทรัพย์สิน การประกอบกิจการ การบริโภค เพื่อ ใช้จ่ายในการบริหารประเทศหรือท้องถิ่น เช่น ภาษีเงินได้ ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีมูลค่าเพิ่ม (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน, 2554) 2. “อากร” หมายความว่า ค่าธรรมเนียมอย่างหนึ่ง ที่รัฐบาลเรียกเก็บ เช่น อากรรังน ก อากรมห รสพ (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน, 2554) 3. ภาษีอากร มีนักเศรษฐศาสตร์บางท่านได้ให้ คำนิยามว่า “ภาษีอากร คือ สิ่งที่รัฐบาลบังคับเก็บจาก ราษฎร โดยมิได้มีสิ่งตอบแทนแก่ผู้เสียภาษีอากรโดยตรง จะเห็นได้ว่าภาษีอากรจะต้องมีลักษณะเป็นการบังคับเก็บ มิใช่เกิดจากความสมัครใจ อาทิเช่น เงินบริจาคเพื่อการกุศล และรัฐไม่จาเป็นต้องมีสิ่งตอบแทนโดยตรงแก่ผู้เสียภาษี” ดังนั้นการจะสรุปว่า ภาษีอากรจะต้องมีลักษณะเป็นการ บังคับเก็บมิได้เป็นโดยสมัครใจ จึงเป็นบทสรุปที่อาจจะทำให้ เข้าใจผิดได้ง่าย เพราะภาษีบางประเภทก็มิได้มีลักษณะเป็น การบังคับเก็บ เช่น ภาษีสินค้าอุปโภคบริโภคที่ประชาชน อาจไม่ต้องเสียภาษีประเภทนี้ด้วยการไม่บริโภคสินค้าที่มี การจัดเก็บภาษีอากรประเภทนี้ ขอบเขตของการวิจัย การศึกษาครั้งนี้จะเลือกศึกษาเชิงปริมาณจาก ตัวอย่างใช้วิธีการสำรวจด้วยแบบสอบถามโดยกำหนด ขอบเขตของการศึกษาไว้ ดังนี้ 1. ผู้วิจัยได้ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องและรวมถึง ได้ทำการสำรวจข้อมูลด้วยแบบสอบถามกับผู้ที่เกี่ยวข้อง กับการที่ผู้เสียภาษีในกรมการเงินทหารบก ในระหว่างเดือน มกราคม จนถึง เดือนเมษายน 2565 2. พื้นที่ ที่ใช้ศึกษาในครั้งนี้ คือ กรมการเงินทหารบก 3. ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ ข้าราชการทหาร และลูกจ้างประจำในสังกัดกรมการเงินทหารบก จำนาน 150 คน 4. ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้กลุ่มตัวอย่าง
68 ธนาธิปัตย์ 4.1 ตัวแปรอิสระ คือ สถานะภาพส่วนบุคคล ของประชาชนที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เพศ อายุ ยศ ตำแหน่ง รายได้ และประเภทรายได้ 4.2 ตัวแปรตาม คือ ความรู้และความเข้าใจ ของข้าราชการทหารในกรมการเงินทหารบก 5. ระยะเวลาในการศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูล ในครั้งนี้ ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม - 30 ตุลาคม 2565 ผลการวิจัย การนำเสนอสรุปผลการวิจัย ผู้วิจัยขอนำเสนอเป็น ภาพรวม และข้อสรุปผลการวิจัยที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ของการวิจัยที่ตั้งไว้ ตามลำดับดังนี้ 1. ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุ 20-29 ปี 2. พฤติกรรมการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดาพบว่า การยื่นแบบด้วยวิธีออนไลน์ ยื่นภาษีประเภท ภ.ง.ด.91 ใช้บริการยืนแบบผ่านเว็บไซต์กรมสรรพกร 3. ความคิดเห็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการยื่นแบบภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาผ่านทางออนไลน์โดยภาพรวม อยู่ใน ระดับมีความเห็นด้วยปานกลาง เมื่อพิจารณาในด้านต่าง ๆ พบว่า ด้านการคาดหวังถึงประสิทธิภาพ ด้านการคาดหวัง การใช้งานง่าย ด้านอิทธิพลทางสังคม ด้านความพึงพอใจ ด้านความเคยชิน อยู่ในระดับปานกลาง 4. ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการยื่นแบบ ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ของข้าราชการทหารในสังกัด กรมการเงินทหารบกกับสถานภาพส่วนบุคคล ด้านเพศ และ ด้านอายุ พบว่า ทราบวิธีการยื่นแบบจากแหล่งใดไม่ขึ้นอยู่กับ สถานภาพส่วนบุคคลด้านเพศ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 ทราบวิธีการยื่นแบบจากแหล่งใดไม่ขึ้นอยู่กับ สถานภาพส่วนบุคคลด้านอายุ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 ใช้บริการยื่นแบบขึ้นอยู่กับสถานภาพส่วน บุคคลด้านเพศ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ใช้บริการยื่นแบบขึ้นอยู่กับสถานภาพส่วนบุคคลด้านอายุ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 5. เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยระดับ ความคิดเห็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดาผ่านทางออนไลน์ จำแนกตามสถานภาพส่วนบุคคล ด้านเพศ และอายุ พบว่า ความคิดเห็นเรื่องการยื่นแบบชำระ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านทางออนไลน์ของข้าราชการ ทหารในสังกัดกรมการเงินทหารบกโดยภาพรวม มีความ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะทั่วไป กรมสรรพากรควรมีช่องทางการประชาสัมพันธ์ ที่ทั่วถึง เพื่อให้ทราบถึงการยื่นแบบชำระภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดา และมีคำแนะนำในการยื่นแบบชำระภาษีที่ชัดเจน และเข้าใจง่ายให้กับบุคคลทั่วไป มีการสร้างสื่อให้ความรู้ บุคคลที่เพิ่งมีเงินได้บุคคลธรรมดาครั้งแรก ไปจนถึงบุคคล ที่ยังขาดความรู้ด้านเทคโนโลยีในการใช้งาน 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป ศึกษากับกลุ่มประชากรอื่น ๆ ของหน่วยงาน ภาครัฐ และเอกชน เพื่อเป็นการสำรวจถึงปัญหา และข้อติดขัด ในการยื่นแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านทางออนไลน์ และแนวทางแก้ไข เพื่อให้การยื่นแบบชำระภาษีมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ผู้เขียนหวังว่างานวิจัยนี้จะทำให้ ทุกท่าน เล็งเห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีในการยื่นแบบแสดงรายการ เสียภาษีและเสียภาษีบุคคลธรรมดาได้อย่างถูกต้องตามที่ กฎหมายกำหนด แล้วพบกันกับงานวิจัยดีๆในฉบับต่อไปครับ
ธนาธิปัตย์ 69 กองวทิยาการ กรมการเงินทหารบก
70 ธนาธิปัตย์
ธนาธิปัตย์ 71
72 ธนาธิปัตย์ อภินันทนาการ จาก นายไพบูลย์ อนันต์วลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพบูลย์เศรษฐกิจ จำกัด PHAIBOON COMMERCIAL CO., LTD 196 ถนนระนอง 1 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 02-668-1800 แฟกซ์ 02-668-1804 อีเมล์ [email protected]
ธนาธิปัตย์ 73 ผบ.ฯ ถาม : วันนี้อากาศดีมานั่งคุยกันหน่อยนะ ฝกง.ฯ คำถามแรก กองกำลังพล มทบ. ได้ออกคำสั่ง และจัดทำหลักฐาน การเบิกเงินค่าตอบแทนให้กับ ผู้ปฏิบัติหน้าที่เผชิญเหตุการณ์ ซึ่งปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ประจำเดือน ก.ค. 66 จำนวนยอด 30 นาย ประกอบด้วยนายทหารสัญญาบัตร จำนวน 5 นาย (อัตรา 120.- บาท ต่อคนต่อวัน) และ นายทหารประทวน จำนวน 25 นาย (อัตรา 108.- บาท ต่อคนต่อวัน) รวมเป็นจำนวนเงิน 102,300.- บาท และ ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปราชการในการฝึกประจำปีห้วงการฝึกวันที่ 11 - 20 ก.ค. 66 (9 วัน) จำนวน 9 นาย เป็น จำนวนเงิน 19,440.- บาท และทราบว่า ฝกง.ฯ ได้วางฎีกาเบิกเงินไปยังสำนักงานคลังจังหวัด และได้จ่ายเงินผ่าน ระบบ KTB Corporate Online เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของกำลังพลรายตัว ตามรายชื่อประกอบคำสั่งเรียบร้อย แล้ว เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 66 เมื่อเช้านี้กองกำลังพลเสนอแฟ้มขออนุมัติให้ ฝกง.ฯ ดำเนินการหักหนี้สินจากเงินเดือน ของกำลังพล ประจำเดือน ส.ค. 66 จำนวน 10 นาย (สัญญาบัตร 2 นาย และประทวน 5 นาย) รายการค่าตอบแทน ให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่เผชิญเหตุการณ์ฯ เพื่อนำส่งเงินคืนให้กับกำลังพลรายตัว เนื่องจากกำลังพลทั้ง 10 นาย แจ้งว่า ภรรยาได้กระทำการปฏิวัติด้วยการยึดและอายัดบัตร ATM จึงมีความประสงค์ขอให้หักหนี้สินดังกล่าวไว้ โดยขอรับ เป็นเงินสดคืนในภายหลัง เพื่อจะนำเงินไปร่วมทำบุญผ้าป่าสามัคคีสำนักสงฆ์ที่บ้านเกิด รวมเป็นจำนวนเงิน 24,180.- บาท และได้ขออนุมัติให้หักหนี้สินกำลังพลในรายการค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปราชการ จำนวน 9 นาย เป็น จำนวนเงิน 6,300.- บาท (อัตราคนละ 700.- บาท) ส่งคืนให้กับกองกำลังพลเพื่อที่จะนำเงินจำนวนดังกล่าว ส่งให้กับร้านตัดชุดวอร์ม เนื่องจากได้ว่าจ้างผู้ประกอบการ (ร้านตัดชุด ทรงอย่างแบดพาณิชย์) มาวัดตัวตัดชุด ให้กำลังพลในภาพรวมโดยไม่ได้ขออนุมัติ ผบ.แต่อย่างใด ถามว่าการดำเนินการในลักษณะเช่นนี้มันขัดกับ หลักเกณฑ์อะไรไหม? และ ผบ.ฯ สามารถลงนามอนุมัติให้ฝกง.ฯ ดำเนินการหักหนี้สินกำลังพลเหล่านี้ได้หรือไม่ อย่างไร? ฝกง.ฯ ตอบ : ขออนุญาตครับ สำหรับขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทน ให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่เวรเผชิญเหตุการณ์ซึ่งปฏิบัติงาน นอกเวลาราชการ และค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปราชการ นั้น หน่วยได้ดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องครบถ้วนครับ เช่น หนังสือ สปช.ทบ. ด่วนมาก ที่ กห 0406/4081 ลง 4 พ.ย. 59, หนังสือ สปช.ทบ. ด่วนมาก ที่ กห 0406/1221 ลง 26 เม.ย. 64, หนังสือ สปช.ทบ. ที่ กห 0406/3938 ลง 3 ธ.ค. 64, วิทยุราชการทหาร สปช.ทบ. ที่ กห 0406/102 ลง 6 พ.ค. 64, หนังสือ สปช.ทบ. ที่ กห 0406/919 ลง 31 มี.ค. 65, วิทยุราชการทหาร สปช.ทบ. ที่ กห 0406/277 ลง 2 ก.ย. 65 และ พ.ร.ฎ. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่ง สตน.ทบ. ก็ไม่ได้ ทักท้วงในประเด็นดังกล่าว แต่อย่างใด ครับ สำหรับประเด็นที่จะให้ผมดำเนินการหักหนี้สินจากกำลังพล จำนวน 10 นาย และ 9 นาย เพื่อจ่ายคืนให้กับกองกำลังพล หรือเพื่อจ่ายคืนให้กับกำลังพลที่ได้มีการแจ้งความประสงค์ หรือหนังสือยินยอมให้หักหนี้สินหรือจ่ายให้กับร้านตัดชุดวอร์มในภาพรวมนั้น ผมเกรงว่าจะไม่สามารถดำเนินการ ได้ครับ เนื่องจากการเบิกจ่ายเงินเดือนถือเป็นการเบิกจ่ายเงินให้แก่ข้าราชการเป็นรายเดือน จากเงินงบบุคลากร พ.ท. ธวชัชยัหาญสนัเทยีะ (หน.ต้ นคนเดมิ ) ‘ เมอ ่ ผบ.หน ่ วยถามมา ฝกง.หน ่ วย กต ็ อบไป ”
74 ธนาธิปัตย์ ส่วนค่าตอบแทนให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่เผชิญเหตุการณ์ ซึ่งปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ เบิกจ่ายจากเงินงบประมาณ งบงานการบริหารงานและบริหารหน่วย หมวดรายจ่าย ค่าตอบแทน (330) และค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปราชการใน การฝึกประจำปีเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณงบงานด้านยุทธการ การฝึกและวิจัย หมวดรายจ่าย รายจ่ายอื่น (900) ถึงแม้ว่าเราจะกำหนดให้ใช้ชื่อรายการหักเป็นชื่อเรียกอย่างอื่นใดก็ตาม ประกอบกับคำสั่ง กองทัพบก (คำชี้แจง) ที่ 121/2542 ลง 5 มี.ค. 42 ข้อ 3 ระบุว่า “ห้ามหัวหน้านายทหารการเงินหรือเจ้าหน้าที่การเงินหักเงินรายเดือนของ ข้าราชการ และลูกจ้างเพื่อชำระหนี้สินส่วนบุคคล หรือห้างร้านภายนอก แต่ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้มีหนี้สิน ต่อกันดำเนินการชำระหนี้กันเอง” ประกอบกับข้อ 4 ระบุไว้ว่า “ในกรณีจำเป็นที่ต้องหักเงินที่มิใช่เงินราชการให้ผู้มี อำนาจสั่งการเบิกจ่ายเงิน ออกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการซึ่งมิใช่หัวหน้านายทหารการเงิน หรือเจ้าหน้าที่การเงิน ดำเนินการและรับผิดชอบการส่งเงินชำระหนี้กันโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านเอกสารการเงินและบัญชีเงินของทาง ราชการ” ทั้งนี้ยังไม่รวมเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตนะครับท่าน เช่น สมมุติว่า จ.ส.อ. แอปพลิเคชัน ชอบโพสต์ ซึ่งเป็นกำลังพลในสังกัด มทบ. ถูกหักเงินดังกล่าวจากเงินเดือนและมีรายการถูกหักในสลิปเงินเดือน ประกอบกับไม่มีหนังสือยินยอมให้หักเงินจาก จ.ส.อ. แอปพลิเคชันฯ แต่อย่างใด ซึ่งหากกำลังพลรายนั้นไม่พอใจ อาจจะพลั้งเผลอถ่ายรูปลงในแอปพลิเคชันในรูปแบบต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก, ลาย,ติ๊กต็อกฯ ถึงเวลานั้น เราจะตอบคำถาม กันอย่างไรครับ? ผบ.ฯ ถาม : การนำส่งเงินของส่วนราชการผ่านระบบ Bill Payment คืออะไรอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ด้วยสิ? ฝกง.ฯ ตอบ : ขออนุญาตครับ ระบบ Bill Payment ก็จะคล้าย ๆ กับใบแจ้งยอดชำระเงินของแต่ละธนาคารส่งให้ลูกค้า ที่มีหนี้สินกับธนาคารครับ สำหรับการนำส่งเงินของส่วนราชการ ผ่านระบบ Bill Payment จะถือปฏิบัติตามหนังสือ สปช.ทบ. ที่ กห 0406/3947 ลง 1 ธ.ค. 65 โดยมีแบบฟอร์มเรียกว่า “แบบแจ้งการชำระเงินสำหรับกรณีผู้มีสิทธิ หรือบุคคลภายนอกนำส่งเงินคืนให้กับหน่วยงาน” โดยมีเลข Ref.1 เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน และ Ref.2 เบอร์ โทรศัพท์ผู้นำส่งเงิน และแบบแจ้งการชำระเงินสำหรับกรณีหน่วยรับการสนับสนุนการเบิกจ่ายเงินนำส่งให้กับ หน่วยให้การสนับสนุนการเบิกจ่ายเงิน โดยมีเลข Ref.1 รหัสหน่วยงานที่นำส่ง/ประเภท ของเงินที่นำส่ง และ Ref.2 เบอร์โทรศัพท์ผู้นำส่งเงิน เป็นเอกสารประกอบการนำส่งเงิน ทั้งนี้ให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน ก.พ. 66 เป็นต้นไป ครับ ผบ.ฯ ถาม : ผบ. สงสัยมานานแล้วว่า ฎีกาเบิกเงินอื่น กง.10 และหน้างบใบสำคัญคู่จ่ายเงิน กง.10.1 สังเกตเห็นว่าบางฎีกา ผบ. ก็ไม่ต้องลงนามบางฎีกาก็ลงนาม ถามว่า ผบ. จะลงนามได้ในกรณีใด? ฝกง.ฯ ตอบ : ขออนุญาตครับ ฎีกาเบิกเงินอื่น (กง.10) มีไว้สำหรับใช้เป็นหลักฐานในการเบิกเงินอื่น ๆ หรือเงินนอก งบประมาณ เป็นต้น ขออนุญาต ผบ. ดูในหน้าฎีกาช่อง “การตรวจจ่าย” นะครับ ผบ.จะลงนามในกรณีที่เป็นการเบิก ซึ่งจะรองจ่ายจากเงินทดรองราชการ หรือจากเงินนอกงบประมาณซึ่ง ผบ. จะต้องลงนามในฐานะการตรวจจ่ายด้วย ทุกครั้งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบควบคุมการเบิกเงินได้ลงลายมือชื่อรับรองการตรวจสอบรายการขอ เบิกถูกต้อง และนายทหารฝ่ายการเงินหรือเจ้าหน้าที่การเงินเป็นผู้ขออนุมัติรองจ่ายแล้ว (หรือง่าย ๆ คือ นายทหาร ควบคุมการเบิกจ่ายและ ฝกง.หน่วยลงนามแล้ว) สำหรับกรณีหน้างบใบสำคัญคู่จ่ายเงิน (กง.10.1) ใช้เป็นหลักฐาน ประกอบฎีกาเบิกเงินอื่น (กง.10) หรือใช้เป็นหลักฐานการเบิกเงินของหน่วยที่ไม่ได้จัดทำบัญชีเงินราชการ เช่น ร้อย.บก.มทบ., ร้อย.สห.มทบ. และกอง พธ. เป็นต้น ผบ. ต้องลงนามในช่องอนุมัติให้จ่ายได้ให้ครบถ้วนทุกหมวด รายจ่าย ครับ ถ้า ผบ. สงสัยผมมีคู่มือการใช้เอกสารประกอบการลงบัญชีตามระเบียบกระทรวงกลาโหมนะครับ ผมส่งไลน์ให้นะครับ !!
ธนาธิปัตย์ 75 ตรวจรายการขอเบิกถูกต้องแล้วให้จ่ายเงินได้ เงินตามฎีกาเบิกเงินฉบับนี้ ขออนุมัติ จ านวนเงิน บาท รองจ่าย จาก เงินทดรองราชการ (ตัวอักษร) รองจ่าย จาก เงินนอกงบประมาณ จ่ายจากฎีกาที่ วันรับเงิน ลายมือชื่อผู้ตรวจ ( ) ( ) วันที่ ต าแหน่ง วันที่ ลายมือชื่อผู้มีอ านาจสั่งจ่ายเงิน ต าแหน่ง ( ) วันที่ การตรวจจ่าย ลายมือชื่อผู้ตรวจ ต าแหน่ง ได้ตรวจสอบใบส าคัญหมายเลข............................ อนุมัติให้จ่ายได้ ถึงหมายเลข...............................เป็นการถูกต้องแล้ว ลายมือชื่อผู้ตรวจ ................................................... ลายมือชื่อผู้มีอ านาจสั่งจ่ายเงิน .......................................... (...............................................) (...........................................) ต าแหน่ง................................................................. ต าแหน่ง............................................................................. วันที่....................................................................... วันที่................................................................................... QR code ที่คิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับกำลังพลเหล่าทหารการเงิน ครับ ผบ.ฯ ถาม : อืม! ผบ.ขอเปลี่ยนมาถามเรื่องการบริหารงานในฝ่ายการเงินบ้าง ฝกง.ฯ มีหลักการทำงานอย่างไร ฝกง.ฯ ตอบ : สำหรับหลักการทำงานของผมก็ไม่มีอะไรเลยครับ ผมแค่ยึดหลัก 3 สมดุล คือ 1 สมดุลงาน, 2 สมดุลครอบครัว และ 3 สมดุลตัวเอง ครับ อย่าให้หนักไปทางใดทางหนึ่งและอย่าให้ขาดไปทางใดทางหนึ่ง เช่น การทำงานไม่ใช่ทุ่มเท มาทำงานทั้งวันหยุด เสาร์/อาทิตย์สุดท้ายผลงานก็อาจจะไม่มีประสิทธิภาพก็ได้หรือทุ่มเทให้กับครอบครัวจนลืม เพื่อนพ้องน้องพี่ ไม่เอาการเอางานเลยก็ไม่ได้ หรือเอาแต่ประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้งก็ใช้ไม่ได้ เช่นเดียวกันครับ สำหรับระบบงานในฝ่ายการเงินนั้นผมใช้หลักการทำงาน แบบพี่แบบน้องกันครับ ตั้งแต่ตัวผมเองไปถึงพลทหาร ประจำสำนักงานการเงิน ผมถือว่าทุกคนเป็นทหารเหมือนกันมีเกียรติมีศักดิ์ศรีเสมอกัน เพียงแต่ผมสวมหัวโขน ในบทบาทหัวหน้าที่มีหน้าที่คอยขับเคลื่อนภารกิจของฝ่ายการเงินให้บรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย และเสร็จ เรียบร้อยทันเวลาเท่านั้น ทั้งนี้ผมได้เขียนแนวทางปฏิบัติของกำลังพลติดไว้ที่บอร์ดในฝ่ายการเงินเพื่อให้กำลังพล ทุกนายได้ยึดถือเป็นเสมือนกลยุทธ์ 6 ข้อ ครับ 1. กำลังพลทุกนายต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ 2. กำลังพลทุกนายต้องเข้าใจในภารกิจของฝ่ายการเงิน 3. กำลังพลทุกนายต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน และมีความเสียสละ 4. กำลังพลทุกนายต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพของงาน (งานเสร็จเรียบร้อยและทันเวลา) 5. กำลังพลทุกนายต้องมีมิตรภาพระหว่างกัน และหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอก 6. กำลังพลทุกนายต้องมีความจริงใจต่อกัน รู้รักสามัคคีมีจิตอาสา และมีเมตตาต่อกัน
76 ธนาธิปัตย์ ถ้าทุกคนทำได้สัก 50.1% ขึ้นไป!! นอกจากนี้ผมจะเน้นย้ำ ไปที่นายทหารสัญญาบัตรที่บรรจุใหม่ (ร้อยตรีหรือหมวด ใหม่ป้ายแดง) ผมจะอาสาเป็นนายทหารพี่เลี้ยงทุกนายครับ เพราะเมื่อกำลังพลมีดาวบนบ่าแล้ว ผมจะไม่ยอมให้ ดาวดวงนั้นพากำลังพลรายนั้นไปสู่เส้นทางที่มันอับเฉาเด็ดขาด ซึ่งต้องยอมรับครับว่าร้อยตรีบรรจุใหม่ถึงแม้ว่า บางนายจะมีคุณวุฒิระดับปริญญา ป.ตรี/ ป.โท / ป.เอก แต่บางเรื่ององค์ความรู้อาจจะน้อยกว่าส.ท. หรือส.อ. บางนาย ก็ได้นะครับ ผมจึงต้องพาน้อง ๆ เหล่านี้แสวงหาความรู้จาก เพื่อนพ้องน้องพี่ในสำนักงานการเงินให้ครบทุกด้านครับ และเมื่อรู้แล้วต้องถ่ายทอดให้น้อง ๆ รุ่นหลังต่อไปด้วย พร้อมกับสอนการใช้ชีวิตให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท (อย่าห้าว, อย่าวู่วาม, อย่าเลือดร้อนวิชา/อวิชชา, อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องสีเทา/ดำ และอย่าใช้เงินเกินตัว) เป็นต้น อ๋อแถมครับ สุดท้ายผมก็ต้องให้การสนับสนุนในบางอย่างที่เขาขาดแคลนตามความจำเป็น และเหมาะสมครับ เช่น กรณีคลอดบุตรผมก็จะจัดหาของใช้สำหรับเด็กอ่อนรับขวัญหลาน, หรือกรณีกำลังพลหรือครอบครัวเจ็บป่วยผมก็จะ จัดหาของใช้จำเป็นสำหรับผู้ป่วย หรือกรณีมีงานเลี้ยงตามเทศกาลประจำปี ผมก็จะสนับสนุน สป.(พ.) ตามกำลัง เท่าที่จะทำได้(ไม่เกิน 3,000.- บาท) ผบ.ฯ ถาม : เวลา ผบ. ไปสัมมนาหรือไปประชุมร่วมกับส่วนราชการอื่น เขามองมาที่เรายังไง เห็นเขาชอบพูดว่ากองทัพบก มีความเห็นอย่างไรกับประเด็นโน้น นี่ นั่น ตกลง ผบ. คือ ผบ.มทบ. หรือ ทบ. กันแน่? ฝกง.ฯ ตอบ : กองทัพบกเป็นนิติบุคคล ตามมาตรา 22 ของ พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551ครับ หรือ กองทัพบกหมายถึง ส่วนราชการในราชการบริหารส่วนกลางที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค ครับ เช่น มทบ., ทภ. และ กองพล เป็นต้น ถือเป็นส่วนราชการที่ถูกแบ่งออกมาจากกองทัพบกนั่นเองครับท่าน แถมเรื่องสายการเบิก จ่ายเงินไปด้วยครับ ตาม ขกง.54 หมวด 5 การเบิกเงิน ข้อ 27 กำหนดไว้ว่า “การเบิกเงินระหว่างส่วนราชการในสังกัด กระทรวงกลาโหมให้เป็นไปตามที่ส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กำหนด” ซึ่งการเบิกจ่ายเงินราชการของกองทัพบกในส่วนกลาง จะมี 3 ระดับ ดังนี้ครับ 1. หน่วยรับการสนับสนุนการเบิกจ่ายเงินจากหน่วยที่เบิกเงินกับ กง.ทบ. เช่น พัน.ร.มทบ.11, ปตอ.1 พัน.7, กรม ขส.รอ., วพม., พล.1 รอ. และ ทน.1 เป็นต้น 2. หน่วยที่เบิกเงินกับ กง.ทบ. เช่น นปอ., ทภ.1,วทบ., พบ., รพ.รร.6,สง.ปรมน.ทบ.,ศปก.ทบ.และ มทบ.11เป็นต้น 3. หน่วยที่เบิกเงินกับคลัง (กรมบัญชีกลาง) คือ กง.ทบ. สำหรับการเบิกจ่ายเงินราชการของกองทัพบกในส่วนภูมิภาคจะมี 2 ระดับ คือ 1. หน่วยรับการสนับสนุนการเบิกจ่ายเงินจากหน่วยที่เบิกเงินกับสำนักงานคลังจังหวัด เช่น กช., ม.5 รอ., พล.ร.2 รอ., รพ.ค่ายสุรสีห์, ทน.2 และ ทภ.4 เป็นต้น 2. หน่วยที่เบิกเงินกับสำนักงานคลังจังหวัด เช่น ศม., บชร.2, รร.จปร., กอ.รมน.ภาค 3 และ มทบ.41 เป็นต้น (ผมขอโทษครับท่าน ผมลืมไปว่าท่านได้อันดับ 1 รร.สธ.ทบ. และ วทบ.!!) ผบ.ฯ ถาม : ฝกง.ฯ ได้ข่าวมาว่ากำลังพลสังกัด ร้อย.บก.มทบ. โดนมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ โดยหลอกให้ โอนเงินจากบัญชีผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารส่งผลให้เกิดความเสียหายหลายรายเลยนะ! เราจะมีวิธีการช่วยเหลือ หรือป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้ให้กับกำลังพลได้บ้างไหม? ฝกง.ฯ ตอบ : ขออนุญาตครับ แนวทางการป้องกันอยู่ที่ตัวกำลังพลต้องพึงตระหนักโดยยึดหลัก 7 ประการ คือ 1. ตั้งสติ ระวัง สังเกต อย่าเชื่ออะไรง่าย ๆ ไม่ว่าข้อความจะมาจากใครหรือช่องทางใด 2. ไม่กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัตรประชาชน, บัตรเครดิต/เดบิต, บัญชีธนาคาร, วัน เดือน ปี เกิด, รหัสผ่าน หรือรหัส OTP ผ่านทุกช่องทางออนไลน์ อีเมล, SMS, LINE, Facebook เป็นต้น ทั้งนี้หากไม่แน่ใจให้ถาม Call Center ของธนาคารก่อนเสมอ
ธนาธิปัตย์ 77 3. สังเกตชื่อเว็บไซต์ต้องขึ้นต้นด้วย https:// และตามด้วยชื่อเว็บของธนาคารจริง ๆ 4. ไม่ใช้ Wi - Fi สาธารณะทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ 5. จำกัดวงเงินเบิก - ถอน ต่อวัน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการสูญเงินจำนวนมาก 6. หากพลั้งเผลอให้ข้อมูลไปแล้วต้องรีบเปลี่ยนรหัสทำธุรกรรมต่าง ๆ ทันที หรือรีบตัดสัญญาณ การเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ตทันที แล้วสำรองข้อมูล จากนั้นให้รีบกดตั้งค่าโทรศัพท์เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน แล้วรีบติดต่อธนาคาร โดยด่วน 7. ส่งต่อความรู้ให้เพื่อนพ้อง ญาติพี่น้อง และคนในครอบครัว ให้รู้เท่าทันไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ทั้ง 7 ประการนี้เป็นเพียงเครื่องเตือนสตินะครับ แต่หากกำลังพลตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้ถือว่ากำลังพล ดังกล่าวเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ เมื่อไม่นานมานี้ ผมเคยอ่านการเปิดคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่ที่ 6233/2564 ที่ผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกให้กดลิงก์ควบคุมโทรศัพท์มือถือแล้วโอนเงินออกจากบัญชี จำนวน 3 บัญชี รวมเป็นเงิน 1,181,723.- บาท ซึ่งผู้เสียหายฟ้องบังคับให้ธนาคารเจ้าของบัญชีชำระเงินคืนตามจำนวนดังกล่าว ซึ่งศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้องของโจทก์ (ผู้เสียหาย) เพราะเห็นว่าเกิดจากความประมาทเลินเล่อ ของผู้เสียหายที่ไปกดลิงก์ดังกล่าวเอง ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาให้ผู้เสียหายและธนาคาร ร่วมรับผิดชอบกันคนละครึ่ง เพราะเห็นว่าธนาคารมีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย ซึ่งธนาคารควรหาทางป้องกันการโอนเงินของลูกค้าให้มากกว่า การเปิดช่องทางให้คนร้ายหรือมิจฉาชีพกระทำการดังกล่าวได้สำเร็จ ทั้งนี้ธนาคารทราบดีว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้วิธีการ หลอกประชาชนผู้สุจริตด้วยกลวิธีต่าง ๆ เพื่อให้หลงเชื่อด้วยข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อหลงให้เชื่อและกดลิงก์ปลอม หรือติดตั้งแอฟพลิเคชันปลอมเพื่อก่อการโจรกรรมเป็นจำนวนมากกว่า 1 ครั้ง ถือเป็นความประมาทเลินเล่อทั้ง 2 ฝ่าย ธนาคารจึงต้องชดใช้เงินคืนให้ลูกค้า 50% และเจ้าของบัญชีต้องยอมรับความเสียหายอีก 50% (ผมว่าอาจเป็นอีก ช่องทางหนึ่งที่จะช่วยเหลือกำลังพลที่ได้รับผลกระทบนะครับ แต่อาจจะมีค่าทนายความและค่าใช้จ่ายในการฟ้องคดี ด้วยครับ) ซึ่งปัจจุบันธนาคารจำนวน 12 แห่ง ได้เปิดศูนย์รับแจ้งเหตุภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยสกัดกั้นความเสียหายให้เร็วที่สุด และทางรัฐบาลกำลังเร่งผลักดัน พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ..... เพื่อเป็นกฎหมายที่เข้ามาช่วยจัดการปัญหาได้อย่างเด็ดขาด ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพการปราบปรามการกระทำผิด เช่น ตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติ ระงับธุรกรรมได้ทันทีภายใน 7 วัน เมื่อพบเหตุอันต้องสงสัย หรือได้รับแจ้งเหตุจากเจ้าของบัญชี กวาดล้างบัญชีม้าและเพิ่มบทลงโทษบุคคลรับจ้าง เปิดบัญชีม้า จำคุก 3 ปีเป็นต้น และล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้มีการยืนยันตัวตนด้วย biometric ผ่านหน้า Face Recognition โดยกำหนด 3 ธุรกรรมที่ต้องยืนยันตัวตนคือ การโอนวงเงินเกิน 50,000.- บาท ต่อรายการ, การโอนวงเงินเกิน 200,000.- บาท ต่อวัน และการปรับเพิ่มวงเงินเกิน 50,000.- บาท ต่อวัน โดยลูกค้าจะต้องมี การ Verify ยืนยันตัวตนลูกค้า ซึ่งจะเป็นการช่วยป้องกันภัยจากคนร้าย และช่วยแก้ปัญหากรณีบัญชีม้าได้ หากมี การบังคับใช้สแกนใบหน้าดังกล่าว ครับ
78 ธนาธิปัตย์ ผบ.ฯ ถาม : เพื่อน ผบ. เขาหย่ากับภรรยา ซึ่งก่อนหย่าร้างมีบุตรในสมรสและยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 คน ต่อมาไปแต่งงานใหม่ (จดทะเบียนสมรส) มีบุตรอีก 2 คน เขาทุกข์ใจมาก เพราะบุตรคนที่ 4 อายุ 6 เดือน 30 วัน ได้ป่วยเป็นโรคที่ต้องใช้ ยานอกบัญชีหลักแห่งชาติ และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูงมาก ถามว่าการเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ของบุตรคนที่ 4 จะมีสิทธิเบิกจ่ายเงินได้หรือไม่อย่างไร? ฝกง.ฯ ตอบ : ขออนุญาตครับ การเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย พ.ร.ฎ. เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555 และหลักเกณฑ์ กค. ว่าด้วยวิธีการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 ในกรณีบุตรนั้น ข้าราชการสามารถ ใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล ได้ไม่เกิน 3 คน เรียงลำดับการเกิดก่อนหลังและต้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย และ ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือบรรลุนิติภาวะแต่เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถที่อยู่ในอุปการะเลี้ยงดู ของข้าราชการ (ไม่รวมบุตรบุญธรรมและบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น) หากบุตรคนใดคนหนึ่งตายลงก่อน บรรลุนิติภาวะให้สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับบุตรคนถัดไปแทนได้จนกว่าบุตรคนนั้นบรรลุนิติภาวะ (กรณีมี บุตรมากกว่า 3 คน) ในกรณีนี้ผมเข้าใจว่าบุตรของเพื่อน ผบ. ลำดับที่ 1 - 3 ยังไม่บรรลุนิติภาวะและสุขภาพร่างกาย สมบูรณ์ปกติทุกประการ บุตรคนที่ 4 ก็ไม่สามารถใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ครับ ผบ.ฯ ถาม : นางละเอียด ทุกเม็ด เป็นผู้ประกอบการที่ส่งวัตถุดิบประกอบเลี้ยงให้โรงประกอบเลี้ยงของ นขต. มทบ. เขามีการหัก ภาษีอะไรบ้าง พอทราบเรื่องนี้ไหม? ฝกง.ฯ ตอบ : ขออนุญาตครับ เท่าที่ผมทราบ นางละเอียดฯ ถือเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาครับ เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(8) กรณี นางละเอียดฯ มีเงินได้ทั้งปี (ม.ค. - ธ.ค.) ตามมาตรา 40(1) - (8) แห่งประมวลรัษฎากร เกิน 60,000.- บาท จะต้องยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด. 90 แต่หาก นางละเอียดฯ มีเงินได้ครึ่งปี (ม.ค. - มิ.ย.) ตาม มาตรา 40(5)(6)(7) และ (8) ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดงรายการฯ ภ.ง.ด. 94 ทั้ง 2 วิธีนี้ จะมีการคำนวณภาษีที่ คล้ายคลึงกันจะแตกต่างกันคือ ห้วงเวลาการยื่นแบบและที่มาของเงินได้พึงประเมินครับ ในกรณีที่มียอดการซื้อ ตั้งแต่ 10,000.- บาทขึ้นไป ทั้งนี้ผู้ที่มีหน้าที่จ่ายเงินให้ผู้ประกอบการจะต้องมีหน้าที่ในการหักภาษี ณ ที่จ่าย อัตรา 1% เพื่อยื่นแบบรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส, มาตรา 69 ทวิและมาตรา 65 จัตวา แห่งประมวล รัษฎากร (ภ.ง.ด.53) สุดท้ายหากยื่นแบบเกินกำหนดจะต้องเสียค่าปรับอาญาและเงินเพิ่มด้วยนะครับ ผบ.ฯ ถาม : การสั่งปิดธนาคารซิลิคอนวัลเลย์แบงก์ หรือ SVB และธนาคารซิลเวอร์เกตแบงก์ (Silvergate Bank) ของ สหรัฐอเมริกา จะกระทบเราไหม? ฝกง.ฯ ตอบ : ขออนุญาตครับ ธนาคารซิลิคอนวัลเลย์แบงก์ (SVB) และธนาคารซิลเวอร์เกตแบงก์ (Silvergate Bank) เป็น ธนาคารที่เน้นให้บริการแก่บรรดาบริษัทสตาร์ทอัพ และได้มีการเปิดให้บริการมาแล้วประมาณ 40 ปี ซึ่งธนาคาร ดังกล่าวได้ขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงลูกค้าได้ถอนเงินอย่างมากมาย ถือเป็นการล่มสลายของสถาบันการเงินใหญ่ ของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะกระทบกับระบบธนาคารที่สนับสนุนคริปโตทำให้เกิดการไหลเวียนเงินทุนในตลาดคริปโต สำหรับในบ้านเรานั้นอาจจะปั่นป่วนในตลาดเงินบ้างหรือค่าเงินบาทอาจจะผันผวนบ้าง แต่ยังไม่มีอะไรน่ากังวลใจ ครับ เพราะฐานรากของระบบธนาคารของประเทศไทยเรายังแข็งแกร่งครับถึงแม้ว่าจะมีการควบรวมกิจการกันบ้าง บางธนาคารก็ตาม ล่าสุดเฟดและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เข้ามาอุ้มแบงก์ดังกล่าว เรียบร้อยแล้วนี่ครับ ผบ.ฯ ถาม : ฝกง.ฯ เรื่องคดีความของ ร.ท. ละเมิด สีเทา ที่ทุจริตเงินนอกงบประมาณของหน่วยไปเป็นจำนวนเงิน xxx บาท และปัจจุบันได้หนีราชการไปแล้ว ทำให้เงินค้างบัญชีนาน ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่น้อยด้วย พอจะมีแนวทาง การดำเนินการอย่างไรบ้างไหม?
ธนาธิปัตย์ 79 ฝกง.ฯ ตอบ : ขออนุญาตครับ เราได้ตั้งกรรมการสอบสวนแล้วครับ และคดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของ สธน.ทบ. แต่เรา ในฐานะที่เป็นผู้ยืมเงินจากหน่วยสนับสนุนการเบิกจ่ายเงิน จะต้องเป็นผู้ติดตามให้มีการชดใช้เงินจากผู้กระทำ ความผิดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการปฏิบัติเมื่อเกิดความเสียหายแก่เงินราชการหรือทรัพย์สินของ ทางราชการ อันเนื่องมากจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2542 (ขกล.42) ข้อ 7 และจะต้องชี้แจงหรือ รายงานให้ ทบ. (ผ่าน สตน.ทบ.) ทราบด้วย ซึ่งขั้นตอนต่อไป ทบ. จะได้รวบรวมส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการจังหวัด xx ฟ้อง ร.ท. ละเมิดฯ ให้รับผิดชดใช้ซึ่งศาลจังหวัด xx จะได้มีคำพิพากษาให้ ร.ท. ละเมิดฯ รับผิดชอบชดใช้เงิน ดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5% ต่อปี ให้แก่ ทบ. รวมทั้ง ทบ. จะได้แต่งตั้งให้ นธน. ของ มทบ.XX เป็นผู้แทน และผู้รับมอบอำนาจสืบหาหลักทรัพย์และทรัพย์สินของ ร.ท. ละเมิดฯ ทั้งนี้หากไม่พบทรัพย์สินใด ๆ เลย และ ระยะเวลาบังคับคดีใกล้ครบอายุ 10 ปีทบ. อาจส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการจังหวัด xx เพื่อฟ้อง ร.ท. ละเมิดฯ ให้ เป็นบุคคลล้มละลายตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังได้วางไว้ แต่หากสืบได้ว่า ร.ท. ละเมิดฯ ได้เสียชีวิตลงแล้ว ก็เป็นอันยุติและจำหน่ายหนี้ต่อไปครับ ผบ.ฯ ถาม : ฝกง.ฯ เงิน กบข. (สะสม) ที่ค้างอยู่ในบัญชีเงินรับฝากของ มทบ. เป็นจำนวนเงิน XXX บาท ซึ่งไม่สามารถ ตรวจสอบได้ว่าเงิน กบข. (สะสม) ดังกล่าว เป็นของกำลังพลรายใด ซึ่งเราพอจะมีแนวทางดำเนินการอย่างไรไหม ฝกง.ฯ ตอบ : ขออนุญาตครับ ผมได้ดำเนินการตรวจสอบและได้รับการยืนยันจากหน่วยรับการสนับสนุนการเบิกจ่ายเงิน ที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดและยืนยันได้ว่าเป็นของกำลังพลรายใด ซึ่งผมได้นำเรียน ขออนุมัตินำเงินส่งคลังเป็นเงินรายได้แผ่นดินตามแนวทาง หนังสือตอบข้อหารือของกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0402.3/61547 ลง 9 ธ.ค. 63 เรียบร้อยแล้วครับ ผบ.ฯ ถาม : ผบ. อยากทราบว่าตอนที่ พัน.ร.มทบ. ยืมเงินเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปราชการ หลักฐานการจ่ายเงินค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปราชการ (แบบ 8708) ส่วนที่ 2 หรือใบขวาง ตรงช่อง วัน เดือน ปีให้ลงวันที่หลังจบภารกิจ หรือวันสุดท้ายที่จบภารกิจ หรือวันใดกันแน่? ฝกง.ฯ ตอบ : ขออนุญาตครับ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2550 หมวด 3 การเบิกจ่ายเงิน ข้อ 22 กำหนดไว้ว่า “แบบรายงานการเดินทางเพื่อขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไปราชการ และเอกสารประกอบที่ใช้ในการเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด” ซึ่งปัจจุบัน มทบ. เราใช้แบบใบเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง (แบบ 8708) ตามหนังสือกรมบัญชีกลางที่ กค 0530.4/ว 1177 ลง 11 ม.ค. 2545 ซึ่งแบบ 8708 ประกอบไปด้วย 2 ส่วน โดยส่วนที่ 2 หรือที่เรียกกันว่าใบขวางนั้นในกรณีที่เป็นการ ยืมเงิน หน่วยผู้ยืมจะต้องจัดทำหลักฐานประกอบการใช้หนี้เงินยืม ซึ่งการลงลายมือชื่อผู้รับเงินและ วัน เดือน ปี จะต้องระบุเป็นวันที่กำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจนั้นได้รับเงินยืมจากหน่วยสนับสนุนการเบิกจ่ายเงินหรือหน่วยที่ให้ยืม เงินดังกล่าว ครับ เช่น มทบ. จ่ายเงินยืมให้ พัน.ร.มทบ. ในวันที่ 6 มิ.ย. 66 แบบ 8708 ส่วนที่ 2 ของ พัน.ร.มทบ. ก็จะต้องลงวันที่ 6 มิ.ย. 66 ในช่อง วัน เดือน ปี ที่รับเงินจาก มทบ. ครับ เช่นเดียวกัน ในกรณีที่เป็นการวางฎีกาเบิก การลงนามในแบบ 8708 ส่วนที่ 2 จะต้องลงวันที่ไม่ก่อนวันที่หน่วยนั้นจบภารกิจ ครับ ผบ.ฯ ถาม : ปัจจุบันนี้ หน.งบประมาณของ มทบ. เราย้ายไปรับราชการในตำแหน่งใหม่ช่วงนี้เลยยังไม่มีกำลังพลปรับย้ายเพื่อมา ทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง ผบ.จะให้ ฝกง.ฯ มานั่งรักษาราชการแทนอีกตำแหน่งหนึ่งเป็นการชั่วคราวสัก 6 เดือน ก่อนได้ไหม? ฝกง.ฯ ตอบ : ขออนุญาตครับ ท่านถามผมมาแบบนี้ผมว่าเราน่าจะใกล้เส้นทางที่จะโดนสอบสวนโดยพร้อมเพียงกันแล้วหล่ะ ครับท่านครับ! ซึ่งคำสั่งกองทัพบกที่ 481/2507 เรื่อง การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่งบประมาณ ในข้อ 3. กำหนดไว้ว่า “ห้าม
80 ธนาธิปัตย์ แต่งตั้งเจ้าหน้าที่งบประมาณกับผู้ช่วยจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเบิกจ่ายเงิน หรือ ฝกง. และ ผช.ฝกง.” และข้อ 5. กำหนดไว้ว่า “เมื่อเจ้าหน้าที่งบประมาณกับผู้ช่วยแต่งตั้งไม่อยู่หรือว่างลง ให้หัวหน้าหน่วยที่ถืองบประมาณ รับผิดชอบปฏิบัติการแทน จนกว่าเจ้าหน้าที่งบประมาณหรือผู้ช่วยจะกลับมาปฏิบัติงานหรือได้แต่งตั้งขึ้นใหม่” ผบ.ฯ ถาม : เมื่อวานนี้ จ.ส.อ. ด่วน ด่วนมาก เป็นกำลังพลในสังกัดเข้ามาขอยืมเงิน ผบ. ไป 30,000.- บาท (ไม่มีดอกเบี้ย) เพื่อนำไปชำระเงินค่ารักษาพยาบาลให้กับบุตรอายุ 3 ขวบ ซึ่งได้นอนโรงพยาบาลรัฐ ตั้งแต่วันที่1 - 5 มิ.ย. 66 (จำนวน 5 วัน) ผบ. รบกวนวานไปเอาใบเสร็จรับเงินจาก จ.ส.อ. ด่วนฯ ไปดำเนินการเบิกจ่ายเงินกลับมาคืนให้ ผบ. ด้วยนะ? ฝกง.ฯ ตอบ : ขออนุญาตครับ การนำใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยในมาเบิกที่ส่วนราชการต้นสังกัด อยู่นอกเหนือหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยวิธีการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 ครับ อย่างไรก็ตามผมคิดว่าสิ่งที่หน่วยจะทำได้ในขณะนี้ก็คือการขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง ผ่านหน่วย ตามสายการบังคับบัญชาผ่านกองพล หรือเทียบเท่า จนถึง ทบ. (สปช.ทบ.) เป็นผู้ดำเนินการในนามส่วนราชการ เจ้าของงบประมาณ ครับ ตามหนังสือหนังสือ สปช.ทบ. ที่ กห 0406/1762 ลง 17 พ.ค. 59 และ หนังสือ กระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0406.2/ว.40 ลง 19 เม.ย. 59 ครับ และหากกรมบัญชีกลางอนุมัติเบิกแล้ว จ.ส.อ. ด่วนฯ จะต้องเป็นผู้ตั้งเบิก ผบ.ฯ ถาม : ผบ. อยากทราบว่าค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งของ ผบ. ทำไมต้องเอาไปรวมเป็นเงินได้ พึงประเมินด้วยหล่ะ หาข้อมูลให้ ผบ.หน่อยสิ เอาให้ดีเอาให้ชัดนะ? ฝกง.ฯ ตอบ : ขออนุญาตครับ ผมขอไม่อธิบายในหลักเกณฑ์นะครับ ผมเจ็บคอ!! ผมขอนำเสนอคำพิพากษาฎีกาที่ 7536/2554 มาเพื่อนำเรียนให้ ผบ. ทราบเลยดีกว่าครับ รายละเอียดตามนี้เลยครับ!! คำพิพากษาฎีกาที่ 7536/2554 ..................XXXX...................... โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย เรื่อง เงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง กฎหมายที่เกี่ยวข้องประมวลรัษฎากร มาตรา 39 มาตรา 42 กฎกระทรวงฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ พ.ศ.2523 ข้อ 13 ที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535 ข้อ 8 ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39 บัญญัติว่า“เงินได้พึงประเมิน”หมายความว่า “เงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดนี้ เงินได้ที่กล่าวนี้ให้หมายความรวมตลอดถึงทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน เงินค่าภาษี อากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ตามมาตรา 40 และเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ ด้วย” นอกจากนี้ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติถึงประเภทเงินได้พึงประเมินไว้ว่ารวมถึง (1) เงินได้เนื่องจากการจ้าง แรงงาน ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่า ของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน
ธนาธิปัตย์ 81 ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงานเมื่อโจทก์ได้รับค่าพาหนะเหมาจ่ายแทนการจัดหารถ ประจำตำแหน่งเป็นรายเดือนเท่ากันทุกเดือน ถือได้ว่าค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งนั้น เป็นเงินที่ โจทก์ได้รับเป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการทำงานนอกเหนือไปจากเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งซึ่งคิดคำนวณได้เป็นเงิน จึงเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเงินได้พึงประเมินนี้ไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อ เสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร และกฎกระทรวงฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) ออกตามความในประมวล รัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2509 แต่อย่างใด แม้เงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหา รถประจำตำแหน่งที่โจทก์ได้รับนั้นจะเป็นการจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นกรณีที่โจทก์จะไม่ต้อง เสียภาษีเงินได้สำหรับประโยชน์ที่ได้จากการใช้รถประจำตำแหน่งก็ตาม แต่เงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายที่โจทก์ได้รับมาแล้วย่อ มตกเป็นของโจทก์โดยไม่มีข้อบังคับหรือข้อจำกัดการใช้จ่ายเงินนี้ โจทก์ใช้จ่ายได้อย่างอิสระ อาจนำไปซื้อหรือเช่าซื้อรถยนต์ ประเภทใด ราคาเท่าใด และอาจเหลือเงินเป็นประโยชน์แก่โจทก์เองก็ได้ เมื่อพ้นจากตำแหน่งก็ยังมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์นั้น ต่อไป จึงเป็นเงินได้ทำนองเดียวกับเงินเดือนของโจทก์ กรณีจึงแตกต่างไปจากรถประจำตำแหน่ง ซึ่งเป็นการอำนวยความ สะดวกให้เฉพาะข้าราชการระดับสูงระดับรองอธิบดี อธิบดีหรือปลัดกระทรวงและตามข้อ 13 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยรถราชการ พ.ศ.2523 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยรถราชการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535 ข้อ 8 กำหนดว่า รถประจำตำแหน่งให้ใช้ในการปฏิบัติราชการในตำแหน่งหน้าที่ หรือที่ได้รับมอบหมายโดยชอบ หรืองานที่ เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับงานในตำแหน่งหน้าที่หรือฐานะที่ดำรงตำแหน่งนั้น รวมตลอดถึงการใช้เพื่อเดินทางไปกลับระหว่างที่พัก และสำนักงาน และเพื่อการอื่นที่จำเป็นและเหมาะสมแก่การดำรงตำแหน่งหน้าที่ในหมู่ราชการและสังคม ดังนั้น รถประจำ ตำแหน่งจึงต้องใช้เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นสำคัญ เปรียบได้กับ กรณีที่ข้าราชการใช้เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องปรับอากาศของทางราชการ ในการปฏิบัติหน้าที่ให้ได้ผลงานตามวัตถุประสงค์ของทางราชการ และเมื่อพ้นจาก ตำแหน่ง ก็ไม่มีสิทธิในรถประจำตำแหน่งอีกเลย การได้รับรถประจำตำแหน่งจึงมิได้เป็นประโยชน์ที่ได้รับส่วนตัวอันจะถือเป็น เงินได้พึงประเมิน เมื่อสิทธิได้รับเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งกับสิทธิได้รับรถประจำตำแหน่งมี ความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญอันเป็นเหตุให้เกิดผลทางกฎหมายในอันที่จะถือเป็นเงินได้พึงประเมินหรือไม่แตกต่างกันแม้ เงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง จะมีที่มาจากรถประจำตำแหน่งดังที่โจทก์อ้างก็มิใช่เป็นเหตุผล โดยกฎหมายอันจะทำให้เงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งไม่เป็นเงินได้พึงประเมิน ผบ.ฯ ถาม : ผบ. อยากทราบว่าการหักเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในระบบจ่ายตรงเงินเดือนและ ค่าจ้างประจำ หักเพิ่มเติมได้เท่าไหร่ และอย่างไร ฝกง.ฯ ตอบ : ขออนุญาตครับ ล่าสุดหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0411.4/ว181 ลง 27 มี.ค. 66 เรื่อง การหักเงิน สะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในระบบจ่ายตรงเงินเดือนและค่าจ้างประจำ ซึ่งกรมบัญชีกลาง ได้ดำเนินการปรับปรุงระบบจ่ายตรงเงินเดือนและค่าจ้างประจำเพื่อรองรับการหักเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จ บำนาญในอัตรารวมกันไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินเดือน ซึ่งสามารถเริ่มปฏิบัติได้ตั้งแต่รอบการเบิกจ่ายประจำเดือน เม.ย. 66 ครับ โดย พ.ท. ธวัชชัย หาญสันเทียะ “หน.ต้นคนเดิม ครับ”
82 ธนาธิปัตย์
ธนาธิปัตย์ 83 “พ่ จีะพาน้ องล่ องใต้ ไปเทย่ีวทะเล นัง่เรอืลงเลดา ดปูะการงั พ่ จีะพาน้ องตกหมกึตอนดกึทกุวนัแล้ วมานัง่ชมจนัทร์ด้ วยกนัสองคน” สวัสดีค่ะ พี่น้องเหล่าทหารการเงินทุกท่าน ได้ยินบทเพลงนี้ทีไรก็คิดถึงบรรยากาศของภาคใต้ วันนี้เลยจะพาทุกท่านไป รักแลล่องท่องทัพภาค 4 กันค่ะ ☺ ในหลักสูตรชั้นนายพัน เหล่า กง. รุ่นที่ 65 พวกเรา นทน.ฯ ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ สำนักงานการเงิน ศึกษาสังคมและจิตวิทยาพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 ห้วงวันที่ 23-27 ม.ค. 66 23 ม.ค. 66 เริ่มกันที่การศึกษาการปฏิบัติงานในสำนักการเงินมณฑลทหารบกที่ 44 และโรงพยาบาลค่ายเขตอุดมศักดิ์ ตั้งอยู่ภายในค่ายเขตอุดมศักดิ์ อ.เมือง จ.ชุมพร ก่อนจะเข้าไป นทน. ได้กราบสักการะพระอนุสาวรีย์พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์ เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าค่าย ซึ่งชื่อค่ายนี้ได้รับพระราชทานนาม จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อ 26 ธ.ค. 2511 โดยใช้ชื่อตามท้าย พระนามของพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เนื่องจากพระองค์ฯมี ความผูกพันกับจังหวัดชุมพรมาก เพราะในบั้นปลายชีวิตของพระองค์ ได้เสด็จมาประทับและสิ้นพระชนม์ที่ ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2466 ต่อกันด้วยการศึกษาการปฏิบัติงานในสำนักการเงินมณฑลทหารบกที่ 45 และโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต ตั้งอยู่ ภายในค่ายวิภาวดีรังสิต อ.เมือง จ.สุราษฏร์ธานีชื่อค่ายนี้ก็มาจากนามของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต โดย พระองค์ได้สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2520 ในขณะทรงปฏิบัติภารกิจตรวจเยี่ยม บำรุงขวัญตำรวจ ทหาร ที่ปฏิบัติ หน้าที่อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะทรงเฮลิคอปเตอร์ถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตใน เวลาต่อมา ด้วยภารกิจที่ยิ่งใหญ่ มิได้หวาดกลัวภัยอันตราย ด้วยพระทัยแน่วแน่เพื่อประโยชน์แก่บ้านเมือง ชั้นนายพัน รุ่นที่ 65
84 ธนาธิปัตย์ สำนักการเงินที่นี่มีการปฏิบัติงานที่น่าสนใจ จากการที่สำนักงานการเงินโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต ได้รับการคัดเลือก จากกรมการเงินทหารบกให้เป็นหน่วย “บัญชีใสสะอาดในระดับดี” ประจำปี 2564 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการบริหาร สำนักงานการเงิน และเหมาะสมกับการศึกษาดูงานเป็นอย่างยิ่ง 24 ม.ค. 66 พวกเราไปศึกษาสังคมและจิตวิทยากัน ณ เขื่อนรัชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยาน แห่งชาติเขาสก เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็ต่างเรียกว่า กุ้ยหลินเมืองไทย เพราะที่นี่มีความงดงามทางธรรมชาติอันอุดม สมบูรณ์ ภายในเขื่อนรายล้อมไปด้วยหุบเขาพร้อมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของธรรมชาติ โดดเด่นสุด ๆ ด้วยทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ไพศาล น้ำสีเขียวมรกตราวกับภาพวาด เป็นเสน่ห์ของธรรมชาติที่น่าหลงใหล พวกเราได้นั่งเรือหางยาวสัมผัสบรรยากาศ ใกล้ชิด ธรรมชาติ ให้ธรรมชาติช่วยบำบัด เติมเต็มพลัง ชาร์จแบตชีวิต ให้กับร่างกายและหัวใจกันเต็มเปี่ยม ขอบอกว่าร้านอาหารบน เขื่อนอร่อยมาก อิ่มทั้งท้องอิ่มทั้งใจกันเลยทีเดียว ต่อจากเขื่อนฯ พวกเรามุ่งหน้าไป จว.ภูเก็ต ณ จุดชมวิวแหลมพรหมเทพ แลนด์มาร์กของจังหวัดภูเก็ตที่ใครไม่มานั้นถือว่า มาไม่ถึงภูเก็ต เพราะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่เขาว่ากันว่าสวยที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียว แหลมพรหมเทพมีลักษณะเป็น แหลมโค้งทอดตัวลงสู่ทะเล สามารถเดินลงไปที่ปลายแหลมได้ เมื่อไป ถึงตรงปลายแหลมจะสามารถมองเห็นวิวด้านซ้ายเป็นหาดในยะ ส่วน ด้านขวาก็จะเป็นชายหาดในหานสวยงามมาก ชมพระอาทิตย์ตกแล้ว ก็แวะเข้าไปเที่ยวย่านเมืองเก่า จว.ภูเก็ต (Old Phuket Town) เป็น ย่านของอาคารบ้านเรือน ที่มีสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ถนน สายหลักในย่านเมืองเก่า ประกอบไปด้วยถนนถลาง, ถนนพังงา, ถนน ดีบุก และถนนกระบี่ ที่มีเส้นทางเดินเชื่อมต่อถึงกัน ทำให้สามารถเดิน เท้าท่องเที่ยวไปอย่างสบาย ๆ ตลอดเส้นทาง
ธนาธิปัตย์ 85 ผ่านอาคารสไตล์ชิโนโปรตุกีส อายุนับร้อยปีที่มีสีสันสวยงาม ที่มีเอกลักษณ์ ทางเดิน ที่เชื่อมยาวต่อกัน ผ่านซุ้มประตูโค้ง ของบ้านแต่ละหลัง ดื่มด่ำกับ บรรยากาศเมืองเก่ากันแล้วก็ถึงเวลาพักผ่อนเอาแรงพร้อมเดินทางวันต่อไป 25 ม.ค. 66 วันนี้พวกเราออกเดินทางกันแต่เช้า พร้อมกันที่ท่าเรือ รอยัลภูเก็ตอารีน่า นั่งเรือสปีดโบ๊ทไปอ่าวมาหยา อ่าวมาหยาเกิดขึ้นจาก กระบวนการพังทลายของส่วนหนึ่งของเขาหินปูนเป็นหน้าผาที่โอบล้อมที่ พังทลายกลายเป็นช่องเปิดขนาดใหญ่เมื่อหลายพันปีก่อน เชื่อมต่อกับทะเลภายนอก น้ำทะเลไหลเวียนเข้าออกได้ดี เกาะหินปูน แห่งนี้ยังตั้งอยู่ห่างชายฝั่งหลายสิบกิโลเมตร อ่าวมาหยา ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเล เกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เป็นเวิ้งอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมด้วยเขาหินปูน ประกอบกับน้ำทะเลสีเขียวสดใสจนมองเห็นพื้น ทราย และมีหาดทรายขาวสะอาด ทรายละเอียด ทำให้มีทิวทัศน์สวยงาม พวกเรายังได้เจอ “ฉลามหูดำ” ที่มาว่ายน้ำเล่นบริเวณหาดทราย เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึง ความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศของอ่าวมาหยา แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ได้เป็นอย่างดี ที่นี่ ห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำบริเวณอ่าวมาหยา เพื่อเป็นการไม่รบกวนสัตว์น้ำและแนว ปะการังค่ะ 26 ม.ค. 66 วันนี้เราเดินทางไปท่าเรือเกาะ ปันหยี นั่งเรือชมบริเวณอ่าวพังงา เรือจอดแวะจุดชม วิวเขาตาปู- เขาพิงกัน เขาพิงกัน มีลักษณะเป็นเกาะเล็ก ๆ บริเวณปากอ่าวพังงา เขาพิงกัน เป็น ภูเขาที่มีลักษณะพิเศษ แปลกตากแตกต่างจากภูเขาอื่นใดทั้งสิ้น โดยมีลักษณะเป็น ภูเขาสองลูกที่แนบยึดติดกัน เป็นแนวเส้นตรงจากยอดเขาสู่ตีนเขา สันนิษฐานว่าในอดีตกาล คาดว่าจะเป็นภูเขาลูกเดียวกัน แต่ได้ถูกฟ้าผ่าหรือสายฟ้าฟาดอย่างประณีตจนแยกภูเขา ดังกล่าวออกเป็นสองลูก ที่แนบชิดติดกันหรือพิงกันหรืออาจเกิดจากปรากฏการณ์ทาง ธรรมชาติอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ภูเขาดังกล่าวเกิดรอยร้าวหรือปริแยกเป็นสองส่วน ที่มี ลักษณะคล้ายถูกของมีคมตัดเป็นเส้นตรงจากยอดเขาสู่ตีนเขา แต่ยังไม่ได้ถูกแยกออกจาก กันกลับถูกปล่อยให้ยังคงแนบชิดติดกัน จนถูกเรียกว่า เขาพิงกัน
86 ธนาธิปัตย์ ส่วนเขาตาปู หรืออีกชื่อหนึ่งว่า เกาะเจมส์บอนด์ เพราะเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์ 007 เกาะตาปูมีลักษณะเป็นเกาะเดี่ยว ส่วนบนโปนออกและคอดกิ่วลงที่บริเวณฐานเหมือนกับตาของปู ขากลับเราแวะทานอาหารกลางวันที่เกาะปันหยี เป็นเกาะเล็ก ๆ มีพื้นที่ราบอยู่ ประมาณ 1 ไร่ พื้นที่เกาะปันหยีมีจำนวนจำกัด ทำให้ต้องสร้างบ้านเรือน ร้านค้า และโรงเรียน ในน้ำ แลดูเหมือนว่าหมู่บ้านปันหยีลอยอยู่กลางท้องทะเล ชาวบ้านบนเกาะปันหยีส่วนใหญ่ นับถือศาสนา และการทำประมงพื้นบ้านเป็นอาชีพหลัก สังเกตได้จากกระชังเลี้ยงปลาที่อยู่รอบ ๆ เกาะ มีร้านขายของที่ระลึก รวมถึงร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยว ไฮไลต์สำคัญของเกาะปันหยี นั่นคือ สนามฟุตบอลลอยน้ำ แห่งเดียวในประเทศไทย ที่กลายเป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของ เกาะปันหยีที่โด่งดังไปทั่วโลก ที่มาจากความตั้งใจของเด็ก ๆ ในชุมชน จนพัฒนาเป็นทีม "ปันหยี เอฟซี" และประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์ฟุตบอลหลาย พวกเราคณะ นทน.ฯ ยังได้จัดทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) นำอุปกรณ์เครื่องเขียนของเล่นต่าง ๆ มามอบให้กับโรงเรียนเกาะปันหยี น้อง ๆ นักเรียนที่นี่น่ารักมาก ๆ ค่ะ 27 ม.ค. 66ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ พวกเราได้แวะขอพรวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหารพระเจดีย์เป็นโบราณสถาน สร้างขึ้นตามแบบลัทธิมหายานตั้งแต่ครั้งอาณาจักรศรีวิชัยรุ่งเรือง ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพุทธสถานเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมสมัยศรีวิชัยได้ อย่างสมบูรณ์แบบ การไปศึกษาดูงานครั้งนี้ทำให้คณะ นทน.ฯ มีความเข้าใจกรอบ แนวคิดเกี่ยวกับการจัดสำนักงานการเงินมาตรฐาน ตลอดจนการเชื่อมโยง แนวคิดในการปฏิบัติงานตามนโยบายการปฏิบัติงานของผู้บังคับบัญชา ชั้นสูงของเหล่า เรียนรู้และเข้าใจในวิทยาการต่าง ๆ ที่ได้รับจากการศึกษา โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานจริง สามารถนำไปปรับใช้ ให้เหมาะสมกับการจัดสำนักงานการเงินที่หน่วยตนเอง เพื่อให้สามารถ ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การศึกษาสังคมและจิตวิทยา ตามภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ภูมิสังคม ได้เรียนรู้ขนบธรรมเนียม ประเพณี ชีวิตความเป็นอยู่ อาหาร การอยู่ร่วมกันของคนในสังคม ภูมิสถาปัตย์ ภูมิเศรษฐกิจของพื้นที่นั้น ๆ พวกเราคณะ นทน.ชั้นนายพัน เหล่า กง.รุ่นที่ 65 ขอขอบพระคุณคณะครูและอาจารย์ และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนทหารการเงิน กรมการเงินทหารบกทุกท่าน ที่ได้เตรียมการและให้ความช่วยเหลือ รวมถึงปกครองบังคับบัญชาจนทำให้การศึกษาดูงานครั้งนี้ สมบูรณ์และสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีสุดท้ายต้องขอขอบคุณเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในหลักสูตรชั้นนายพัน เหล่า กง. รุ่นที่ 65 ที่ได้มารู้จักพบเจอ ได้เรียนรู้และใช้เวลาร่วมกัน ไว้เจอกันใหม่หลักสูตรหน้านะคะ ☺ คนเก่ง...การเงิน ร.อ. วีรวัฒน์ กากีกุล สวัสดีครับคอลัมน์ คนเก่ง “การเงิน” ฉบับนี้ ผมขอน าเสนอ คนเก่ง “การเงิน” ที่มีทั้งความเก่งในด้านการเงิน และ การงบประมาณ เพื่อทราบถึงมุมมองทางความคิด แนวทางการท างาน เพื่อให้สมาชิกสามารถน าเป็นปรับใช้กับการท างาน หรือ การศึกษา ของสมาชิกครับ เรามาท าความรู้จักกับพวกเขากันเลยครับ... บรรณาธิการ : สวัสดีครับ ขออนุญาติแนะน าตัวให้พวกเรารู้จัก หน่อยครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ: สวัสดีค่ะ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ นันทะเสนา เรียกผู้กองโบก็ได้ค่ะ ปัจจุบันต าแหน่ง ฝกง.ศฝ.นศท.มทบ.14 จ.ชลบุรี บรรณาธิการ : หลักสูตรที่ส าเร็จการศึกษาที่ผ่านมาคือหลักสูตร ใดครับ ล าดับที่เท่าไหร่ครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ : หลักสูตรชั้นนายพันเหล่า กง. รุ่นที่ 65 สอบได้ล าดับที่ 1 เกรดเฉลี่ย 3.89 ค่ะ บรรณาธิการ : เรียนเก่งขนาดน้ีไม่ทราบว่าทางพลเรือนเรียนจบ อะไรมาครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ:จบปริญญาตรี สาขาวิชาการบัญชี ม.แม่ฟ้าหลวงค่ะ บรรณาธิการ : ส่วนตัวคิดว่าการศึกษาทางพลเรือน กับ หลักสูตร ตามแนวทางการรับราชการมีความแตกต่างกันไหมครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ :แตกต่างกันนะคะ หลักสูตรทางพลเรือน เราจะเรียนตามต าราโดยที่ยังไม่มีประสบการณ์การท างานจริง แต่หลักสูตรตามแนวทางการรับราชการ เราจะเรียนรู้จาก ประสบการณ์ จากงานที่เราท าจริง ๆ ได้ใช้ความรู้ความสามารถ จากการท างานมาประยุกต์กับการเรียนอีกที และสามารถน าไป ต่อยอดปรับใช้กับการท างานของเราได้เลยค่ะ บรรณาธิการ : คราวน้ีมาที่หลกัสูตรชน้ันายพนัรุ่นที่65กันบ้างครับ ยากไหมครบัหลกัสูตรน้ี ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ : เรียนไม่ยากค่ะ แต่งานเยอะมาก 555 สมค าร ่าลือ งานกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย งานเดี่ยว งานคู่ มีหมด แต่ก็ถือว่าเป็นการเรียนที่ท้าทายความสามารถนายทหารเหล่าการเงิน
ธนาธิปัตย์ 87 คนเก่ง...การเงิน ร.อ. วีรวัฒน์ กากีกุล สวัสดีครับคอลัมน์ คนเก่ง “การเงิน” ฉบับนี้ ผมขอน าเสนอ คนเก่ง “การเงิน” ที่มีทั้งความเก่งในด้านการเงิน และ การงบประมาณ เพื่อทราบถึงมุมมองทางความคิด แนวทางการท างาน เพื่อให้สมาชิกสามารถน าเป็นปรับใช้กับการท างาน หรือ การศึกษา ของสมาชิกครับ เรามาท าความรู้จักกับพวกเขากันเลยครับ... บรรณาธิการ : สวัสดีครับ ขออนุญาติแนะน าตัวให้พวกเรารู้จัก หน่อยครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ: สวัสดีค่ะ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ นันทะเสนา เรียกผู้กองโบก็ได้ค่ะ ปัจจุบันต าแหน่ง ฝกง.ศฝ.นศท.มทบ.14 จ.ชลบุรี บรรณาธิการ : หลักสูตรที่ส าเร็จการศึกษาที่ผ่านมาคือหลักสูตร ใดครับ ล าดับที่เท่าไหร่ครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ : หลักสูตรชั้นนายพันเหล่า กง. รุ่นที่ 65 สอบได้ล าดับที่ 1 เกรดเฉลี่ย 3.89 ค่ะ บรรณาธิการ : เรียนเก่งขนาดน้ีไม่ทราบว่าทางพลเรือนเรียนจบ อะไรมาครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ:จบปริญญาตรี สาขาวิชาการบัญชี ม.แม่ฟ้าหลวงค่ะ บรรณาธิการ : ส่วนตัวคิดว่าการศึกษาทางพลเรือน กับ หลักสูตร ตามแนวทางการรับราชการมีความแตกต่างกันไหมครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ :แตกต่างกันนะคะ หลักสูตรทางพลเรือน เราจะเรียนตามต าราโดยที่ยังไม่มีประสบการณ์การท างานจริง แต่หลักสูตรตามแนวทางการรับราชการ เราจะเรียนรู้จาก ประสบการณ์ จากงานที่เราท าจริง ๆ ได้ใช้ความรู้ความสามารถ จากการท างานมาประยุกต์กับการเรียนอีกที และสามารถน าไป ต่อยอดปรับใช้กับการท างานของเราได้เลยค่ะ บรรณาธิการ : คราวน้ีมาที่หลกัสูตรชน้ันายพนัรุ่นที่65กันบ้างครับ ยากไหมครบัหลกัสูตรน้ี ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ : เรียนไม่ยากค่ะ แต่งานเยอะมาก 555 สมค าร ่าลือ งานกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย งานเดี่ยว งานคู่ มีหมด แต่ก็ถือว่าเป็นการเรียนที่ท้าทายความสามารถนายทหารเหล่าการเงิน คนเก่ง...การเงิน ร.อ. วีรวัฒน์ กากีกุล สวัสดีครับคอลัมน์ คนเก่ง “การเงิน” ฉบับนี้ ผมขอน าเสนอ คนเก่ง “การเงิน” ที่มีทั้งความเก่งในด้านการเงิน และ การงบประมาณ เพื่อทราบถึงมุมมองทางความคิด แนวทางการท างาน เพื่อให้สมาชิกสามารถน าเป็นปรับใช้กับการท างาน หรือ การศึกษา ของสมาชิกครับ เรามาท าความรู้จักกับพวกเขากันเลยครับ... บรรณาธิการ : สวัสดีครับ ขออนุญาติแนะน าตัวให้พวกเรารู้จัก หน่อยครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ: สวัสดีค่ะ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ นันทะเสนา เรียกผู้กองโบก็ได้ค่ะ ปัจจุบันต าแหน่ง ฝกง.ศฝ.นศท.มทบ.14 จ.ชลบุรี บรรณาธิการ : หลักสูตรที่ส าเร็จการศึกษาที่ผ่านมาคือหลักสูตร ใดครับ ล าดับที่เท่าไหร่ครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ : หลักสูตรชั้นนายพันเหล่า กง. รุ่นที่ 65 สอบได้ล าดับที่ 1 เกรดเฉลี่ย 3.89 ค่ะ บรรณาธิการ : เรียนเก่งขนาดน้ีไม่ทราบว่าทางพลเรือนเรียนจบ อะไรมาครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ:จบปริญญาตรี สาขาวิชาการบัญชี ม.แม่ฟ้าหลวงค่ะ บรรณาธิการ : ส่วนตัวคิดว่าการศึกษาทางพลเรือน กับ หลักสูตร ตามแนวทางการรับราชการมีความแตกต่างกันไหมครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ :แตกต่างกันนะคะ หลักสูตรทางพลเรือน เราจะเรียนตามต าราโดยที่ยังไม่มีประสบการณ์การท างานจริง แต่หลักสูตรตามแนวทางการรับราชการ เราจะเรียนรู้จาก ประสบการณ์ จากงานที่เราท าจริง ๆ ได้ใช้ความรู้ความสามารถ จากการท างานมาประยุกต์กับการเรียนอีกที และสามารถน าไป ต่อยอดปรับใช้กับการท างานของเราได้เลยค่ะ บรรณาธิการ : คราวน้ีมาที่หลกัสูตรชน้ันายพนัรุ่นที่65กันบ้างครับ ยากไหมครบัหลกัสูตรน้ี ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ : เรียนไม่ยากค่ะ แต่งานเยอะมาก 555 สมค าร ่าลือ งานกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย งานเดี่ยว งานคู่ มีหมด แต่ก็ถือว่าเป็นการเรียนที่ท้าทายความสามารถนายทหารเหล่าการเงิน
88 ธนาธิปัตย์ อย่างพวกเราค่ะ ต้องจัดสรรแบ่งปันเวลาเรียงล าดับก่อนหลังให้ดี ที่ส าคัญ คือได้ทบทวนสิ่งเดิมที่เรารู้อยู่แล้ว และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพิ่มเติมค่ะ บรรณาธิการ : หลกัสูตรน้ีเป็นอย่างไรบา้งครบัส าหรับรุ่นน้ี เรียนออนไลน์ หรือ เรียนที่โรงเรียนครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ:มีทั้ง Online และ Onsite ค่ะ บรรณาธิการ : ขณะเรียนเป็ นอย่างไรบ้างครับ บรรยากาศ ในการเรียนเป็นเช่นไรบ้างครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ:บรรยากาศในการเรียนค่อนข้างสนุก เลยค่ะ ได้เจอเพื่อน ๆ นายทหารนักเรียนที่มาจากทั่วประเทศ ได้มาแชร์ประสบการณ์การท างาน แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกัน และกัน ได้เจอวิทยากรหลายท่านจากหลายองค์กรที่มาให้ความรู้ ในเรื่องต่าง ๆ ในระหว่างการเรียนก็มีกิจกรรมที่หลากหลาย มากมาย ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดจากการเรียน เช่น การไป ศึกษาดูงานที่ส านักงานการเงินพื้นที่ของ มทบ.44 และ มทบ.45 การดูงานที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือจะเป็นกิจกรรมกีฬาสานสัมพันธ์ ระหว่างหลักสูตร ค่ะ บรรณาธิการ : คราวน้ีมาถึงเทคนิคการเรียนที่ท าให้ ประสบความส าเร็จกันบ้างครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ : เทคนิคในการเรียนคือ ตั้งใจเรียน ในห้องค่ะ ฟังที่อาจารย์สอน ท าความเข้าใจตาม อาจมีการ จดเลคเชอร์ตามความเข้าใจของตัวเอง เก็บไว้ทบทวนก่อนสอบ ประมาณนี้ค่ะ บรรณาธิการ : ถือว่าเป็นคนเก่งคนนึงเลยนะครับเนี่ย อยากให้ฝาก อะไรถึง เพื่อนสมาชิกในเรื่องการท างานหรือการเรียนหน่อยครับ ร.อ.หญิง ปิยภรณ์ฯ:อยากฝากเพื่อน ๆ นายทหารเหล่า การเงินค่ะ ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการท างาน ด้านการเงินเป็นอย่างมาก เราต้องเรียนรู้เทคโนโลยี ก้าวให้ทันโลก อย่าทิ้งโอกาส พยายามอัพเดทหาความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มเติม ตลอดเวลา การที่ได้เข้ามารับการศึกษาในหลักสูตรตามแนวทาง การรับราชการทั้งชั้นนายร้อยหรือชั้นนายพัน ก็เป็นอีกหนทางหนึ่ง ที่จะช่วยให้เราได้เปิดโอกาสรับสิ่งใหม่ ได้เพิ่มพูนศักยภาพ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเองต่อไปค่ะ ☺ ผ่านไปแล้วนะครับส าหรับคนเก่ง การเงิน คนแรก ของเรา เป็นคน นายทหารการเงิน ที่มีความรู้ ความสามารถ มีเทคนิคในการเรียนที่ดี มีแนวทางการท างานที่น่าสนใจ มากเลยครับ คราวนี้มาถึงคนที่สองของฉบับนี้กันบ้างนะครับ คนนี้มาในสายงานงบประมาณ ที่เกี่ยวข้องกับการท างานของเหล่า ทหารการเงินของเรา เรามารู้จักกับเขากันครับ บรรณาธิการ : แนะน าตัวให้สมาชิกได้รู้จักหน่อยครับ พ.ต.หญิง แสงวันฯ:สวัสดีค่ะ พ.ต.หญิง แสงวัน โรจนธรรม เรียกสั้น ๆ ผู้พันอ๋อม ก็ได้ค่ะ ต าแหน่ง นวช.กง.บช.สสน.ศปป.1 กอ.รมน. จ.กรุงเทพมหานคร บรรณาธิการ : ไม่ทราบว่าเรียนจบทางพลเรือนอะไรมาครับ พ.ต.หญิง แสงวันฯ : จบปริญญาโท ศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ค่ะ บรรณาธิการ : หลักสูตรทางทหารผ่านหลักสูตรใดมาบ้างครับ พ.ต.หญิง แสงวันฯ :หลักสูตรปฐมนิเทศนายทหารใหม่ รุ่นที่ 25, หลักสูตรข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร รุ่นที่ 98, หลักสูตรชั้นนายร้อยเหล่าสารบรรณ รุ่นที่ 68,
ธนาธิปัตย์ 89 ชั้นนายพันเหล่าสารบรรณ รุ่นที่ 74 และ หลักสูตรนายทหาร ประชาสัมพันธ์รุ่นที่ 34 ที่ รร.กร.กร.ทบ. ค่ะ บรรณาธิการ : เป็นอย่างไรบ้างครับกับการเรียนที่ รร.กง.กง.ทบ. พ.ต.หญิง แสงวันฯ :อยากเรียนต่อไปเรื่อย ๆ เลยค่ะ อาจารย์สอนสนุก ท่านใช้ประสบการณ์จากการท างานมาสอนเรา ท าให้เราเข้าใจและเห็นภาพมากขึ้น ทราบถึงปัญหาและอุปสรรค ที่จะเจอในการท างาน มากไปกว่านั้นได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ จาก ทั่วประเทศเลยค่ะ เพื่อนที่มาจากการเงินหรือที่ท างานด้าน งบประมาณก็จะคอยช่วยเพื่อน ๆ ที่มาจากต่างเหล่าและคนไม่มี ประสบการณ์ค่ะ ช่วยกันจดบันทึกที่อาจารย์สอน ช่วยกันติว ก่อนสอบ และ รร.กง.กง.ทบ. อาหารอร่อยมาก ๆ ค่ะ ☺ บรรณาธิการ : ช่วยบอกจุดเด่นของหลักสูตร นายทหารปลัด บัญชี หน่อยครับ พ.ต.หญิง แสงวันฯ :แบบฟอร์ม ทบ. ต่าง ๆ ค่ะ เยอะมาก ๆ ได้เห็นและลองเขียนในแบบฟอร์มนั้น ๆ ท าให้มั่นใจในการท างาน มากขึ้น และสามารถน าไปใช้ปฏิบัติงานจริง รวมถึงท าให้ทราบถึง ขั้นตอนและกระบวนการท างานสายงานปลัดบัญชีด้วยค่ะ บรรณาธิการ : มีเทคนิคเช่นไรครบัถงึไดเ้รียนไดด้ีขนาดน้ีครบั พ.ต.หญิง แสงวันฯ : หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่เรียน ยากนะคะ ต้องพยายามท าความเข้าใจที่อาจารย์สอน และกลับมา ทบทวนที่บ้านอีกทีค่ะ เพื่อน ๆ มีส่วนส าคัญมากเลยค่ะ อ๋อมจะถาม เพื่อนที่เคยท างานทางด้านนี้มาให้ช่วยอธิบายจุดที่เราไม่เข้าใจ อ๋อมเองเข้าใจมากขึ้นตอนท างานกลุ่ม และตอนฝึกแก้ปัญหา การปฏิบัติงานค่ะ ด้านงบประมาณต้องลงมือท าจริง ๆ ค่ะ ถึงจะเข้าใจ บรรณาธิการ : อยากให้ฝากถึงสมาชิกนิตยสารธนาธิปัตย์ เกี่ยวกับการท างานหรือเทคนิคการเรียนหน่อยครับ พ.ต.หญิง แสงวันฯ:ท าแบบฝึกหัดเยอะ ๆ ตอนเรียนค่ะ อ๋อมไม่มีประสบการณ์ด้านงบประมาณเลย การบ้านและ แบบฝึกหัดส่วนใหญ่อ๋อมจะเขียนมากกว่าท าใน Excel จะได้จ า ได้และทราบถึงที่มาของตัวเลขนั้น ๆ และน าความรู้ที่อาจารย์สอน และการฝึกปฏิบัติไปใช้ในการท างานอย่างถูกต้องอย่างมีหลักการ และมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ ผ่านไปแล้วนะครับส าหรับ คนเก่งการเงิน ฉบับนี้ซึ่งทั้งสองท่านนั้นเป็นคนเก่งจากทั้งฝั่งการเงิน และ ฝั่งงบประมาณ ซึ่งถือว่าเป็นบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ด้านการเงิน การงบประมาณ ของกองทัพบกเลยนะครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนเก่ง การเงิน ทั้งสองคนนี้จะเป็นแรงบันดาลใจในการท างาน หรือการศึกษาให้แก่สมาชิกทุกท่านไม่มากก็น้อยนะครับฉบับหน้าจะมี คนเก่ง การเงิน ด้านใดมาติดตามต่อในฉบับหน้านะครับสวัสดีครับ ☺
90 ธนาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันจะมาเล่าให้ฟังถึงเทรนด์หนึ่ง ซึ่งเป็นเทรนด์ในการดูแลตัวเอง และเป็นเทรนด์ในการใช้ชีวิตที่ก�ำลังมาแรงในกลุ่ม คนรุ่นใหม่ (Gen Z) ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มอายุน้อยที่สุดในปัจจุบันเทรนด์ที่ว่านี้ชื่อ LOHAS ซึ่งมาจากค�ำว่า Lifestyle on Health and Sustainability ก็ตรงตัวเลยนะคะ คือเทรนด์ของการใช้ชีวิตที่ให้ความส�ำคัญกับสุขภาพ (Health) และความยั่งยืน (Sustainability) ความจริงแล้ว เราจะได้ยินเทรนด์การใช้ชีวิตแบบนี้มานานแล้ว ซึ่งในครั้งแรกก็ประมาณช่วงปี 1990 โดยคนที่พูดถึงประเด็นนี้ เป็นครั้งแรกก็คือ องค์กรที่ท�ำเกี่ยวกับเรื่องของการตลาด มีชื่อองค์กรว่า “Natural Marketing in Still” ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นพบว่า จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่มีความสนใจ และให้ความส�ำคัญกับเรื่องของสุขภาพ รวมไปถึงการดูแลสุขภาพให้ดี วิธีการของพวกเขาเหล่านั้น ก็คือ การที่คนกลุ่มนี้จะตัดสินใจที่จะซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค หรือซื้อบริการต่างๆ ตลอดจนการท�ำกิจกรรมอะไรก็ตาม แทนที่ พวกเขาจะตัดสินใจซื้อราคา หรือความนิยม แต่คนกลุ่มพวกนี้จะไม่ได้มองทั้งราคา และความนิยมเป็นเป็นปัจจัยส�ำคัญในการ ตัดสินใจซื้อสินค้า บริการ หรือท�ำกิจกรรม แต่พวกเขาจะให้ความส�ำคัญกับสิ่งต่างๆ ที่มันส�ำคัญต่อสุขภาพหรือตัดสินใจจากสิ่ง ที่จะดีกับสุขภาพของตัวเอง ไม่เพียงแต่สิ่งนั้นจะดีต่อสุขภาพตัวเองแต่ต้องเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของโลกด้วย กล่าวคือ กลุ่มคนเหล่านี้ ไม่ได้สนใจเลือกแค่ สุขภาพส่วนตัว (Personal Health) แต่สนใจสุขภาพของโลกใบนี้ด้วย (Planet health) วิธีการเลือกซื้อสินค้า บริการ หรือท�ำกิจกรรมต่างๆ พวกเขาจะต้องการซื้อจากบริษัทที่เป็นของจริงไม่หลอกลวง แล้วก็ไม่ได้ผลิตสินค้าโดยการที่ท�ำให้เกิด ความไม่เป็นธรรมกับแรงงาน หรือว่าเกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ว่าเทรนด์นี้มันจะมีมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว แต่พบว่า ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบนี้ มีแนวโน้มของการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า ในกลุ่ม Gen z จะมีแนวโน้มจะอยู่ในกลุ่ม LOHAS มากขึ้น ยกตัวอย่างจากทั่วโลกจะมีสัดส่วน ที่ไม่เท่ากัน แต่พบในยุโรป และในอเมริกาเหนือมีการโตของกลุ่ม LOHAS มากถึง 20% ในส่วนของเอเชียเทรนด์การใช้ชีวิตแบบนี้ LOHAS ไลฟ์สไตล์นี้ดีอย่างไร ท�ำไมถึงฮิตในกลุ่ม Gen Z ร.อ.หญิง อรพรรณ เขนยอิง 90 ธนาธิปัตย์
ธนาธิปัตย์ 91 เริ่มต้นชัดเจนในประเทศญี่ปุ่นมีผู้บริโภคที่อยู่ในกลุ่ม LOHAS มากทีเดียว หรือจะมีกลุ่มผู้บริโภคที่ซึมซับเทรนด์ LOHAS เข้ามา โดยจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม แต่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เรียกว่า มีสติ ในการซื้อสินค้า หรือบริการ ที่ต้องตอบสนองความต้องการ ในเรื่องของ “ดีต่อสุขภาพ ดีต่อสิ่งแวดล้อม ดีต่อสังคม และ ก็ดีต่อความรู้สึกของตัวเอง” ส�ำหรับในไทยไม่เห็นงานวิจัยที่เกี่ยวกับ LOHAS ตรงๆ แต่สามารถดูได้จากตลาดผู้บริโภคในปัจจุบันของบ้านเรา จะพบว่า มีการโตขึ้นของสินค้าประเภทออแกนิคมากขึ้น ในปัจจุบันเราจะ พบว่ากลุ่มผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าตามร้านสะดวกซื้อ หรือซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นทางเลือกในกลุ่มสินค้า ออแกนิคมากขึ้น หรือสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงจากแฟชั่นการณรงค์ด้าน สิ่งแวดล้อม หลายคนอาจจะเคยเห็น “#wereวนไป” เป็น แฮชแท็ก ในสื่อสังคมออนไลน์โดยเป้าหมายเพื่อการรณรงค์ ในเรื่องของใส่เสื้อผ้าตัวเดิม ภายใต้แนวคิด ซื้อมาใช้แล้วก็ต้องใช้ ให้คุ้ม อย่าเขินที่จะใส่วนๆ ไป นอกจากนี้ ยังมีเทรนด์ของ Ecotourism (อีโคทัวร์ลิซึ่ม) คือการเที่ยวแบบที่ไม่ท�ำร้ายสิ่งแวดล้อม สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ การรณรงค์เรื่องการใช้ครีมกันแดด ที่จากเดิมครีมกันแดดอะไร ที่ปกป้องผิวได้ดีสุดก็จะใช้ แต่ในปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้จะเลือกครีม กันแดดที่ไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ท�ำลายปะการัง เทรนด์ เหล่านี้จะท�ำให้เห็นอะไรหลายๆ อย่างในการตัดสินใจเลือกของ กลุ่มผู้บริโภค ทีนี้เรามาลองดูไลฟ์สไตล์ LOHAS จะสามารถ แบ่งเป็นได้อย่างไรบ้างมาดูกันค่ะ 1. แฉกเรื่องของการกิน (EATTING) 2. แฉกเรื่องของการออกก�ำลังกาย การเลือกใช้ชีวิต (LIFESTYLE ) 3. แฉกเรื่องของการจัดการเรื่องของความเครียดต่างๆ (STRESS ) 4. แฉกเรื่องของการดูแลตัวเอง PERSONAL CARE เรามาในเรื่องของอาหารก่อนนะคะ อาหารในแบบของ LOHAS หรือว่า Diet LOHAS เป็นอย่างไร อย่างแรกเลยก็ พยายามเน้นในเรื่องของอาหารที่เป็นออแกนิค เพราะไม่ต้องการ ได้รับยาฆ่าแมลง หรือสารปนเปื้อน ในมุมมองของการเกษตร กรรมแบบออแกนิค จะมีความยั่งยืนมากกว่าการใช้ยาฆ่าแมลง ซึ่งจะท�ำลายสิ่งแวดล้อม แล้วก็ท�ำลายทั้งตัวเรานะคะ นอกจากนี้ ยังให้ความส�ำคัญกับการกินพวกธัญพืชไม่ขัดสี โฮเกรน การกิน ผักผลไม้ หลายๆ คนหลายสไตล์ก็เป็นวีแกน (Vegan) หรือ ในบางครั้งหลายๆ คนก็อาจจะเป็นพวกที่ทานมังสวิรัติเมื่อมี โอกาส (Set to tarian ) หรือบางคนก็เรียนตัวเองว่ากินเนื้อแบบ มีสติ (conscious Meat Eater) พยายามดูให้พอประมาณไม่มาก เกินไป ซึ่งทั้งหมดคือกลุ่มที่ให้ความส�ำคัญกับเรื่องของการกิน Plan beat ส่วนของไขมันก็จะเน้นเรื่องของ Healthy Fat เช่น อโวคาโด้ หรือว่าถั่ว เป็นต้น
92 ธนาธิปัตย์ ส�ำหรับไลฟ์สไตล์ของ LOHAS ก็อย่างที่บอกคะว่าจะต้อง ดีกับตัวเรา และดีทั้งกับโลกด้วย ดั้งนั้นเสื้อผ้าก็จะเป็นในกลุ่มที่ เน้น wereวนไป หรือแบรนด์ที่ดังในกลุ่มของ LOHAS ก็จะให้ ความส�ำคัญกับการผลิตสินค้าที่รักษ์โลก ยั่งยืน และก็ให้ความ ส�ำคัญกับการคืนกลับสังคม Supermarket แบรนด์ที่เจาะกลุ่ม LOHAS ได้ดีก็คือในต่างประเทศได้ดีคือ โฮลฟูดส์มาร์เก็ต ส่วนของประเทศไทยก็มี lemon farmจะเป็นไลฟ์สไตล์ของ LOHAS ได้ดีเลยทีเดียว ในส่วนของผลิตภัณฑ์ท�ำความสะอาด บ้าน เทรนด์ LOHAS คือ ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม เรื่องของการเดินทาง เทรนด์ LOHAS พยายามจะเน้นในเรื่องของ การเดินทางที่ไม่ได้ท�ำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยการใช้ขนส่งสาธารณะ ส่วนในเรื่องของการให้ความส�ำคัญกับ การดูแลจิตใจนะคะกลุ่ม LOHAS ใช้การเล่นโยคะ หรือมีดิจิตอล ดีท็อกซ์มีวันที่ปิดมือถือบ้าง การออกก�ำลังกายที่เข้าสู่ธรรมชาติ เช่น การวิ่งเทล การวิ่งในสวนสาธารณะ ให้ธรรมชาติได้โอบล้อม ตัวเรา สิ่งเหล่านี้ก็เป็นหนึ่งในเทรนด์ของ LOHAS เช่นกัน จะเห็นได้ว่าเทรนด์ของ LOHAS มันก็เป็นอะไรที่ดีต่อสุขภาพ ของเรา แล้วก็ตรงกับแนวทางของการชะลอวัยเพื่อสุขภาพดี ในระยะยาว สุดท้ายแล้วการดูแลตัวเอง และการดูแลโลก มันต้องไปด้วยกันนะคะ อาหารบางอย่างที่มันอาจจะอร่อยแต่ว่ามันอาจจะไม่ดีต่อ สุขภาพเราถ้ากินมากเกินไป อาจจะมีการผลิตคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เยอะไม่ดีต่อโลก เราก็อาจจะกินแค่พอประมาณ ไม่กินบ่อยเกิน ใช้สติในการควบคุมตัวเองในการกินบ้าง หรือว่าเวลาจะซื้อสินค้า เราก็ต้องมีสติ ลดการซื้อในกลุ่มเสื้อผ้าตามกระแส (Fast Fashion) ประเภทซื้อมาใส่ไป ครั้งสองครั้งทิ้ง แต่กลับมาซื้อ เสื้อผ้าที่เราชอบและใส่ซ�้ำได้นานๆ น่าจะดีต่อโลกใบนี้ และดีต่อ กระเป๋าเงินของเรามากกว่า นอกจากนี้ฝึกที่จะอยู่แบบมีสติ อยู่กับปัจจุบันแล้วก็อยู่กับธรรมชาติให้มากขึ้น หลายๆ งานวิจัย พบว่า การที่เราได้อยู่เข้าใกล้ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นป่าเขา ล�ำเนาไพร สนามหญ้าหน้าบ้านต้นไม้หรืออะไรก็ตาม มันช่วย คลาวความเครียดและช่วยให้เรามีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดีขึ้น หวังว่า เทรนด์ LOHAS หรือว่า Lifestyle on Health and Sustainability ที่เล่าให้ฟังวันนี้จะมีประโยชน์กับทุกท่าน ขอบคุณค่ะ
ธนาธิปัตย์ 93 สรุปแบบธรรมเนียมทางด้านการเงินและการบัญชี ประจ�ำเดือน ต.ค. 65 – มี.ค. 66 เรื่องที่ 1 ก�ำหนดอัตราค่ายาประเภทผู้ป่วยนอกกรณีผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรค โควิด 19 เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการ อ้างอิง หนังสือ สปช.ทบ. ด่วนมาก ที่ กห 0406/3156 ลง 28 ก.ย. 65 สปช.ทบ. แจ้งให้ทราบว่า ผบ.ทบ. (ปช.ทบ. รับค�ำสั่งฯ) ได้กรุณาอนุมัติให้ นขต.ทบ. จนถึงระดับกองพันทราบ และ ให้ พบ. แจ้งสถานพยาบาลในสังกัด ทบ. ถือปฏิบัติตามกรมบัญชีกลางก�ำหนดอัตราค่ายาประเภทผู้ป่วยนอกกรณีผู้มีสิทธิหรือบุคคล ในครอบครัวติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการ และผ่อนคลาย วิธีการปฏิบัติในการเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีที่ผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวเข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอกด้วย โรคโควิด 19 ในสถานพยาบาลการทางราชการที่ยังไม่เข้าสู่ระบบเบิกจ่ายตรง หรือสถานพยาบาลของทางราชการที่เข้าสู่ระบบ เบิกจ่ายตรงแล้ว แต่ไม่สามารถให้สิทธิได้ เนื่องจากข้อมูลในระบบทะเบียนประวัติไม่สมบูรณ์ ให้หน่วยต้นสังกัดพิจารณาให้เบิกได้ ตามสิทธิที่ก�ำหนดไว้ โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 ก.ย. 65 ทั้งนี้รวมถึงใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลโรคโควิด 19 ที่เกิดขึ้นก่อน 1 ก.ย. 65 ด้วย เรื่องที่ 2 แนวทางการเบิกจ่ายเงินเพิ่มส�ำหรับต�ำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ท�ำหน้าที่ปกครอง พ.ศ. 2564 (พ.ป.ค.) อ้างอิง หนังสือ กง.กห. ที่ กห 0203/2641 ลง 13 ก.ย. 65 รมว.กห. (จก.กง.กห. ท�ำการแทน ปล.กห. รับค�ำสั่งฯ) ได้กรุณาอนุมัติให้เหล่าทัพ ทราบแนวทางการเบิกจ่ายเงินเพิ่ม ส�ำหรับต�ำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ท�ำหน้าที่ปกครอง พ.ศ. 2564 (พ.ป.ค.) และทราบ แหล่งที่มาของเงินงบประมาณที่จะรองรับการ เบิกจ่ายจาก สปช.ทหาร และ สปช.เหล่าทัพ และแจ้งต่อ กง.กห. เพื่อประสานกรมบัญชีกลางก่อนการเบิกจ่ายต่อไป เรื่องที่ 3 การก�ำหนดรหัสและชื่อเรียกเงินเพิ่มส�ำหรับบันทึกข้อมูลการได้รับเงินเพิ่มพิเศษส�ำหรับการสู้รบ (พ.ส.ร.) ในระบบ จ่ายตรงเงินเดือนและค่าจ้างประจ�ำของกรมบัญชีกลาง อ้างอิง หนังสือ กง.กห. ที่ กห 0203/2589 ลง 12 ก.ย. 65 รมว.กห. (จก.กง.กห. ท�ำการแทน ปล.กห. รับค�ำสั่งฯ) ได้กรุณาอนุมัติให้ นขต.กห. และเหล่าทัพ ทราบ เพื่อด�ำเนิน การในส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามที่กรมบัญชีกลาง แจ้งรหัสและชื่อเรียกเงินเพิ่มพิเศษส�ำหรับการสู้รบ (พ.ส.ร.) ส�ำหรับบันทึกข้อมูลการ ได้รับเงินเพิ่มพิเศษส�ำหรับการสู้รบ (พ.ส.ร.) ในระบบจ่ายตรงเงินเดือนและค่าจ้างประจ�ำของกรมบัญชีกลางรายละเอียดตามหนังสือ กรมบัญชีกลาง ที่ กค 0411.4/31358 ลง 30 ส.ค. 65 เรื่องที่ 4 แนวปฏิบัติในการจัดท�ำรายงานการเงินภาพรวมเพื่อการบริหารส�ำหรับหน่วยงานภาครัฐ อ้างอิง หนังสือ สปช.ทบ. ที่ กห 0406/3356 ลง 17 ต.ค. 65 สปช.ทบ. แจ้งให้ทราบว่า ผบ.ทบ. (ปช.ทบ. รับค�ำสั่งฯ) ได้กรุณาอนุมัติให้ กง.ทบ. ในฐานะผู้จัดท�ำรายงานการเงินของ ทบ. รับทราบ และด�ำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามที่กรมบัญชีกลางได้ก�ำหนด แนวปฏิบัติในการจัดท�ำรายงานการเงินภาพรวม เพื่อการบริหาร ส�ำหรับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นแนวทางในการบริหารข้อมูลทางการเงินและบัญชีภายในของ หน่วยงาน ที่ให้ถือเป็นทางเลือกโดยไม่บังคับ ให้ปฏิบัติ และไม่ต้องส่งรายงานการเงินภาพรวมดังกล่าวให้ สตง. และกรมบัญชีกลาง โดยให้มีผลตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 เป็นต้นไป รายละเอียดดังนี้ 1. ยกเลิกแนวปฏิบัติในการจัดท�ำรายงานการเงินภาพรวมส�ำหรับหน่วยงานของรัฐ ตามหนังสือ กค. ที่ กค 0410.2/ ว 2 ลง 28 ม.ค. 62 2. รูปแบบรายงานการเงินภาพรวมฯ สอดคล้องตามรูปแบบการน�ำเสนอรายงานการเงิน ของหน่วยงานภาครัฐ ที่ใช้ในปัจจุบันตามหนังสือ กรมบัญชีกลาง ที่ กค 0410.2/ว 479 ลง 2 ต.ค. 63
94 ธนาธิปัตย์ 3. ข้อมูลที่ใช้ในการจัดท�ำรายงานการเงินภาพรวมฯ เป็นการรวบรวมข้อมูลรายงานการเงินเพื่อการบริหารของ แต่ละหน่วยงาน ซึ่งยังไม่ต้องผ่านการรับรองจากผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอก 4. แนวปฏิบัติในการจัดท�ำรายงานการเงินภาพรวมฯ เป็นเพียงแนวทางปฏิบัติเบื้องต้น โดยหน่วยงานสามารถพิจารณา ความพร้อมของบุคลากร ข้อมูล หรือเทคโนโลยี และเลือกไปปรับตามความเหมาะสม 5. ระยะเวลาในการจัดท�ำรายงานการเงินภาพรวมฯ ให้ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของหน่วยงานเกี่ยวกับความต้องการ ใช้ประโยชน์ในข้อมูลจากรายงานการเงินภาพรวมนั้น 6. แนวปฏิบัติในการจัดท�ำรายงานการเงินภาพรวมฯ เป็นการน�ำข้อมูลรายงานการเงินของหน่วยงานของรัฐ มารวมกันเสมือนว่าเป็นหน่วยงานทางเศรษฐกิจหน่วยงานเดียว เช่น ส่วนราชการได้รวบรวมข้อมูลทางการเงินและบัญชีของหน่วย เบิกจ่ายทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อมาจัดท�ำเป็นรายงานการเงินประจ�ำปีของส่วนราชการ ซึ่งนอกเหนือจากหน่วยเบิกจ่าย ส่วนราชการยังอาจมีทุนหมุนเวียนที่ต้องดูแล ควบคุม ก�ำกับ และ/หรือรับผิดชอบการด�ำเนินงานของทุนหมุนเวียนนั้น ซึ่งได้จัดท�ำ รายงานการเงินแยกต่างหากจากส่วนราชการ ดังนั้น เพื่อแสดงให้เห็นภาพถึงฐานะการเงิน ผลการด�ำเนินงานทางการเงินและ การเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุนของส่วนราชการ และทุนหมุนเวียน ส่วนราชการจึงอาจจัดท�ำรายงานการเงินภาพรวม เพื่อการบริหาร โดยการน�ำข้อมูลรายงานการเงินของส่วนราชการ และทุนหมุนเวียนมารวมกันเสมือนว่าเป็นหน่วยงานเดียวกัน เป็นต้น ทั้งนี้ สปช.ทบ. พิจารณาแล้วว่า ทบ. ไม่มีทุนหมุนเวียน และหน่วยบริการรูปแบบพิเศษที่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลหรือ หน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่นใดที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ก�ำกับดูแล ก�ำหนดนโยบายการด�ำเนินงานหรือควบคุมการใช้ จ่ายเงิน จึงไม่ต้องจัดท�ำรายงานการเงินภาพรวม ถึงแม้ว่า ปัจจุบัน ทบ. จะยังไม่มีหน่วยงานภายใต้การก�ำกับดูแลที่มีกฎหมายก�ำหนด ให้จัดท�ำรายงานการเงินแยกต่างหาก แต่อย่างไรก็ตาม หากในอนาคต ทบ. มีหน่วยงานในลักษณะดังกล่าว โดยให้ กง.ทบ. น�ำแนวปฏิบัติที่กรมบัญชีกลางก�ำหนดมาพิจารณาจัดท�ำรายงานการเงินภาพรวมของ ทบ. เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารข้อมูล ทางการเงินและบัญชีภายใน ทบ. ต่อไป เรื่องที่ 5 แนวทางการเบิกค่าเลี้ยงดู ส�ำหรับการนอนพักรักษาพยาบาลของทหารกองประจ�ำการ อ้างอิง วิทยุราชการทหาร กพ.ทบ. ที่ กห 0401/1388 ลง 6 ต.ค. 65 กพ.ทบ. ในฐานะหน่วยรับผิดชอบงบประมาณหลักฯ ได้ร่วมหารือแนวทางในการเบิกค่าเลี้ยงดู ส�ำหรับการนอนพัก รักษาพยาบาลทหารกองประจ�ำการในที่พยาบาลที่จัดตั้งขึ้นภายในหน่วยทหาร ซึ่งมิใช่โรงพยาบาลของรัฐหรือโรงพยาบาลในสังกัด กห. กับ สปช.ทบ., กง.ทบ. และ สตน.ทบ. แล้ว จึงได้ก�ำหนดแนวทางในการด�ำเนินการ รายละเอียดดังนี้ 1. ทหารกองประจ�ำการที่มีอาการเจ็บป่วยต้องนอนพักรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล ให้หน่วยต้นสังกัดน�ำตัวส่ง โรงพยาบาลของรัฐ หรือโรงพยาบาลในสังกัด กห. โดยจะได้รับค่ากินอยู่ในหน่วยบริการจากโรงพยาบาลของรัฐ หรือโรงพยาบาล ในสังกัด กห. ตามระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 2. ทหารกองประจ�ำการที่อาการป่วยเล็กน้อย ไม่จ�ำเป็นต้องนอนพักรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐ หรือ โรงพยาบาลในสังกัด กห. แต่นอนพักรักษาพยาบาลที่จัดตั้งขึ้นในหน่วยทหาร ให้หน่วยงดเบิกค่าอาหารผู้เจ็บป่วย โดยให้จัดอาหาร ส�ำหรับผู้เจ็บป่วยจากค่าประกอบเลี้ยงที่หักจากเบี้ยเลี้ยงประจ�ำตามปกติแทน เรื่องที่ 6 แนวทางพิจารณาช่วยเหลือทหารใหม่ ผลัดที่ 1/2565 และผลัดที่ 2/2565 ที่มีเหตุจ�ำเป็น อ้างอิง วิทยุราชการทหาร กพ.ทบ. ด่วนมาก ที่ กห 0401/1575 ลง 10 พ.ย. 65 กพ.ทบ. แจ้งให้ทราบว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูง มีด�ำริให้ ทบ. พิจารณาช่วยเหลือทหารใหม่ ผลัดที่ 1/2565 และ ผลัดที่ 2/2565 ที่มีความจ�ำเป็นกรณีต่าง ๆ ให้หน่วยด�ำเนินการดังนี้ 1. การด�ำเนินการในโครงการจ่ายตรงเงินเดือนทหารกองประจ�ำการผ่านระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (รายการเงินเดือนและเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว (พ.ช.ค.)) ให้หน่วยต้นสังกัดเดิมที่มีทหารกองประจ�ำการปรับย้ายหรือไปบรรจุ ในหน่วยใหม่ทุกกรณี ส่งข้อมูลของทหารกองประจ�ำการรายบุคคล เช่น เลขประจ�ำตัวประชาชน, ยศ ชื่อ สกุล, ชั้นเงินเดือน, เงิน พ.ช.ค., บัญชีธนาคาร เป็นต้น ให้หน่วยต้นสังกัดใหม่ ด�ำเนินการเบิกจ่ายต่อไป 2. การขอรับการสนับสนุนงบประมาณเงินประจ�ำงวด เช่น เงินค่าเบี้ยเลี้ยงทหารกองประจ�ำการ, เงินค่าอาหารและ ค่ายานพาหนะทหารปลดฯ เป็นต้น ให้หน่วยต้นสังกัดเดิมบริหารงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนตามปกติ หากมีงบประมาณ
ธนาธิปัตย์ 95 คงเหลือให้โอนไปใช้ในงวดถัดไปหรือส่งคืน ทบ. แล้วแต่กรณี ส�ำหรับหน่วยต้นสังกัดใหม่ ให้บริหารงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุน เช่นกัน หากมีงบประมาณไม่เพียงพอให้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม ผ่านหน่วยเจ้าของงบประมาณหลัก (นขต.ทบ.) เพื่อรวบรวมเสนอ กพ.ทบ. เพื่อด�ำเนินการต่อไป 3. ให้หน่วยเจ้าของงบประมาณหลัก (นขต.ทบ.) ควบคุม ก�ำกับดูแลและแจ้งหน่วยเจ้าของงบประมาณรองที่มีทหาร กองประจ�ำการต้องปรับย้ายหรือไปบรรจุในหน่วยใหม่ทราบและด�ำเนินการตามแนวทางที่ กพ.ทบ. ชี้แจงอย่างเคร่งครัด เรื่องที่ 7 สรุปผลการปฏิบัติเกี่ยวกับการจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยใน ทบ. ณ 30 ก.ย. 65 อ้างอิง หนังสือ สปช.ทบ. ที่ กห 0406/3764 ลง 15 พ.ย. 65 ผบ.ทบ. ได้กรุณาอนุมัติให้ กง.ทบ. ทราบและปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามที่ สปช.ทบ. ได้สรุปผลการปฏิบัติเกี่ยวกับ การจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยใน ทบ. ณ 30 ก.ย. 65 โดยใช้ข้อมูลจากรายงานผลการตรวจสอบภายในของ สตน. ทบ. ถึงวันที่ 30 ก.ย. 65 (ห้วงการตรวจสอบ 1 ต.ค. 63 - 31 มี.ค. 65) รายละเอียดดังนี้ 1. หน่วยที่เบิกเงินจากคลัง จ�ำนวน 129 หน่วย (เข้าตรวจสอบครบทุกหน่วย) 1.1 ไม่มีข้อตรวจพบ จ�ำนวน 87 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 67.44 1.2 มีข้อตรวจพบ จ�ำนวน 42 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 32.56 โดยบางหน่วยอาจมีข้อตรวจพบหลายประเด็น สรุปได้ดังนี้ 1.2.1 หน่วยยังมีการจ่ายเงินผ่านระบบไม่ครบถ้วนทุกรายการ (หน่วยยังมีการโอนจ่ายเงินให้กับผู้รับเงิน ที่ไม่ได้เป็นผู้มีสิทธิรับเงินโดยตรง และยังมีการใช้เงินสด/เช็ค) จ�ำนวน 29 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 22.48 1.2.2 ข้อตรวจพบอื่น ๆ 1.2.2(1) หน่วยใช้รหัสผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ของผู้ปฏิบัติงานในระบบฯ คนเดิม จ�ำนวน 4 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 3.10 1.2.2(2) หน่วยไม่ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงค�ำสั่งบุคคลผู้ปฏิบัติหน้าที่ในระบบ KTB Corporate Online จ�ำนวน 6 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 4.65 1.2.2(3) หน่วยไม่มีหลักฐานการจ่ายเงินที่ได้จากระบบ KTB Corporate Online และไม่ได้เก็บ รักษาไว้ให้ สตน.ทบ. และ สตง. ตรวจสอบ จ�ำนวน 5 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 3.88 1.2.2(4) หน่วยไม่ตรวจสอบการจ่ายเงิน และไม่ลงนามรับรองการตรวจสอบในรายงานต่าง ๆ ในทุกสิ้นวันท�ำการ รวมถึงไม่น�ำเรียนผลการตรวจสอบประจ�ำเดือน ให้ ผบ.หน่วยทราบ จ�ำนวน 6 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 4.65 1.2.2(5) หน่วยเรียกรายงานสรุปผลการโอนเงินจากระบบฯ ไม่ครบถ้วน จ�ำนวน 1 หน่วย คิดเป็น ร้อยละ 0.78 2. หน่วยที่ไม่ได้เบิกเงินจากคลัง จ�ำนวน 281 หน่วย (ยังเข้าตรวจสอบไม่ครบทุกหน่วย) 2.1 ไม่มีข้อตรวจพบ จ�ำนวน 134 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 47.69 2.2 มีข้อตรวจพบ จ�ำนวน 147 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 52.31 โดยบางหน่วยอาจมีข้อตรวจพบหลายประเด็น สรุปได้ดังนี้ 2.2.1 หน่วยยังไม่ด�ำเนินการจ่ายเงินผ่านระบบ KTB Corporate Online (ด�ำเนินการในวันที่ชุดตรวจเข้า ตรวจสอบ) จ�ำนวน 15 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 5.34 2.2.2 หน่วยยังมีการจ่ายเงินผ่านระบบไม่ครบถ้วนทุกรายการ (หน่วยยังมีการโอนจ่ายเงินให้กับผู้รับเงิน ที่ไม่ได้เป็นผู้มีสิทธิรับเงินโดยตรง และยังมีการใช้เงินสด/เช็ค) จ�ำนวน 129 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 45.91 2.2.3 ข้อตรวจพบอื่น ๆ 2.2.3(1) หน่วยไม่ตรวจสอบการจ่ายเงิน และไม่ลงนามรับรองการตรวจสอบในรายงานต่าง ๆ ในทุกสิ้นวันท�ำการ รวมถึงไม่น�ำเรียนผลการตรวจสอบประจ�ำเดือน ให้ ผบ.หน่วยทราบ จ�ำนวน 5 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 1.78 2.2.3(2) หน่วยเรียกรายงานสรุปผลการโอนเงินจากระบบฯ ไม่ครบถ้วน จ�ำนวน 1 หน่วย คิดเป็น ร้อยละ 0.36
96 ธนาธิปัตย์ เรื่องที่ 8 การช�ำระหนี้สินเชื่อสวัสดิการอเนกประสงค์ ทีทีบี แบบไม่มีหลักทรัพย์ค�้ำประกัน อ้างอิง 1. หนังสือ กค. ด่วนที่สุด ที่ กค 0402.2/ว 140 ลง 19 ส.ค. 63 2. หนังสือ กวก.กง.ทบ. ที่ กห 0422.2/1024 ลง 13 ก.ย. 6 3. หนังสือ ทีเอ็มบีธนชาต ที่ ผงบ.ผสย 108/2565 ลง 15 พ.ย. 65 ธนาคารทหารไทยธนชาต จ�ำกัด (มหาชน) ขอความร่วมมือให้ กง.ทบ. มีหนังสือแจ้งให้หน่วยต้นสังกัดของผู้กู้สินเชื่อ สวัสดิการอเนกประสงค์ ทีทีบี แบบไม่มีหลักทรัพย์ค�้ำประกัน (ประเภทไม่มีหลักประกัน) ช�ำระหนี้เงินกู้ให้กับธนาคารด้วยวิธีสั่งจ่ายเช็ค เนื่องด้วยอยู่ในระหว่างพิจารณาการปรับเปลี่ยนขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อรองรับการช�ำระหนี้โดยวิธีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ KTB Corporate Online หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมธนาคารจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง 1. ข้อเท็จจริง 1.1 กค. ได้ก�ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจ่ายเงิน การรับเงิน และการน�ำส่งคลังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ สรุปในส่วนที่เกี่ยวข้องได้ดังนี้ 1.1.1 ข้อ 1.3 ก�ำหนดว่า การจ่ายเงินผ่านระบบ KTB Corporate Online ให้จ่ายในกรณีการจ่ายเงินเพื่อ ช�ำระหนี้บุคคลที่สามที่มีกฎหมายอนุมัติให้จ่ายได้ 1.1.2 ข้อ 1.4 ก�ำหนดว่า บัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิรับเงิน ให้ใช้บัญชีเงินฝากธนาคาร ดังนี้ (2) กรณีเป็นผู้รับบ�ำนาญ ผู้รับเบี้ยหวัด บุคลากรต่างสังกัด หรือกรณีบุคคลภายนอกที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ให้โอนเงินเข้า บัญชีเงินฝากธนาคารตามที่ผู้มีสิทธิรับเงินแจ้งความประสงค์ไว้ 1.2 สปช.ทบ. ชี้แจงแนวทางปฏิบัติกรณีหน่วยไม่สามารถจ่ายหนี้สินตามกฎหมายเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของ ผู้มีสิทธิรับเงินผ่านระบบ KTB Corporate Online เนื่องจากผู้มีสิทธิรับเงินที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลไม่สะดวกในการรับ เงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร เช่น กรณีจ่ายช�ำระหนี้สินของก�ำลังพลที่กู้เงินให้กับธนาคารต่าง ๆ ในภาพรวมของหน่วย ให้หน่วย มีหนังสือถึงเจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิรับเงินตามกฎหมาย โดยขอให้ผู้มีสิทธิรับเงินตามกฎหมายยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าไม่สะดวก ในการรับช�ำระเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร กรณีดังกล่าว ให้หน่วยจ่ายช�ำระหนี้ให้เจ้าหนี้เป็นเช็คหรือเงินสดได้ โดยเก็บรักษาหนังสือ ยืนยันจากเจ้าหนี้ไว้ เพื่อรอรับการตรวจสอบต่อไป เรื่องที่ 9 อนุมัติแบบแจ้งการช�ำระเงินส�ำหรับการรับเงินผ่านบริการรับช�ำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online อ้างอิง หนังสือ สปช.ทบ. ที่ กห 0406/3947 ลง 1 ธ.ค. 65 สปช.ทบ. แจ้งให้ทราบว่า ผบ.ทบ. (ปช.ทบ. รับค�ำสั่งฯ) กรุณาอนุมัติแบบแจ้งการช�ำระเงินส�ำหรับการรับเงินผ่านบริการ รับช�ำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ให้หน่วยตั้งแต่ระดับกองพันหรือเทียบเท่าขึ้นไปที่เป็นหน่วย จัดท�ำบัญชีตามระบบบัญชีส่วนราชการถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด พร้อมทั้ง กรุณาอนุมัติให้ กง.ทบ. ในฐานะหัวหน้าเหล่าสายวิทยาการ ด้านการเงินการบัญชีก�ำกับดูแลการปฏิบัติในภาพรวมของนายทหารการเงิน ให้สามารถปฏิบัติเกี่ยวกับการรับเงินผ่านบริการรับ ช�ำระเงิน (Bill Payment) ได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ตั้งแต่ เดือน ก.พ. 66 เป็นต้นไป เรื่องที่ 10 พิธีมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ครั้งที่ 8 ประจ�ำปีงบประมาณ 2564 อ้างอิง หนังสือ สปช.ทบ. ที่ กห 0406/3893 ลง 28 พ.ย. 65 สปช.ทบ. แจ้งให้ทราบว่า ผบ.ทบ. (เสธ.ทบ. รับค�ำสั่งฯ) กรุณาอนุมัติให้ กง.ทบ. ทราบ ตามที่ กรมบัญชีกลางก�ำหนดการ จัดพิธีมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ครั้งที่ 8 ประจ�ำปีงบประมาณ 2564 ให้แก่ ส่วนราชการที่มีการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังเป็นเลิศใน 5 มิติ ได้แก่ มิติด้านการจัดซื้อจัดจ้าง, มิติด้านการเบิกจ่าย, มิติด้าน การบัญชีภาครัฐ, มิติด้านการตรวจสอบภายในภาครัฐ และมิติด้านปลอดความรับผิดทางละเมิด ในวันพฤหัสบดีที่ 1 ธ.ค. 65, 0700 - 1130 ณ ตึกสันติไมตรี ท�ำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีและมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานของรัฐที่ได้รับรางวัล ผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ ทบ. ไม่ได้รับรางวัลฯ แต่เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและให้เกียรติกับหน่วยงานที่ได้รับรางวัล ซึ่งเป็นตัวอย่าง
ธนาธิปัตย์ 97 ที่ดีให้กับส่วนราชการอื่น ๆ และเพื่อให้ผู้บริหารของ ทบ. ตระหนักถึงความส�ำคัญของการประเมินผลด้านการเงินและการบัญชีของ หน่วยงานภาครัฐ จึงสมควรให้ สปช.ทบ. จัดผู้แทน จ�ำนวน 2 นาย เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลผ่านระบบ Zoom พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ พิธีมอบรางวัลดังกล่าวให้หน่วยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กง.ทบ., กพ.ทบ., กบ.ทบ., สตน.ทบ. และ สธน.ทบ. เข้าร่วมรับชมผ่านช่องทาง ที่ก�ำหนด รายละเอียดดังนี้ 1. Facebook กรมบัญชีกลาง "https://www.facebook.com/CGDthailand” หรือ “กรมบัญชีกลาง The Comptroller General’s Department” 2. Youtube กรมบัญชีกลาง “กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง” เรื่องที่ 11 อนุมัติแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเงินรายรับเพื่อบูรณะทรัพย์สินของ ทบ. อ้างอิง หนังสือ สปช.ทบ. ที่ กห 0406/3929 ลง 29 พ.ย. 65 สปช.ทบ. แจ้งให้ทราบว่า ผบ.ทบ. (ปช.ทบ. รับค�ำสั่งฯ) กรุณาอนุมัติปรับแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ เงินรายรับเพื่อบูรณะทรัพย์สินของ ทบ. และเพิ่มเติมข้อความในวิธีปฏิบัติในการจ่ายเงิน เพื่อความรอบคอบรัดกุมในการปฏิบัติให้ ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการบัญชีให้สอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐที่มีผลบังคับ ใช้ในปัจจุบัน ตามที่ กง.ทบ. ขออนุมัติแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจ่ายเงิน รับเงิน และการน�ำเงินส่งคลังหรือฝากคลังของ ส่วนราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e – Payment) เรื่องที่ 12 ขอชี้แจงแนวทางการปฏิบัติในการจ่ายเงินโดยวิธีเลตเตอร์ออฟเครดิต (Letter of Credit (L/C)) และวิธี Foreign Military Sales (FMS)) อ้างอิง 1. หนังสือ กค. ด่วนที่สุด ที่ กค 0402.2/ว 140 ลง 19 ส.ค. 63 2. หนังสือ กค. ที่ กค 0526.5/ว 95 ลง 25 ก.ค. 39 3. พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 1. กค. ได้ก�ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจ่ายเงิน การรับเงิน และการน�ำเงินส่งคลังหรือฝากคลังของส่วน ราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) สรุปในส่วนที่เกี่ยวข้องได้ดังนี้ 1.1 ข้อ 1.3 การจ่ายเงินผ่านระบบ KTB Corporate Online ให้จ่ายในกรณีดังนี้ 1.1.1 การจ่ายเงินเพื่อเป็นเงินสวัสดิการ ค่าตอบแทน หรือกรณีอื่นใด หรือกรณีที่กระทรวงการคลังก�ำหนด 1.1.2 การจ่ายเงินของส่วนราชการส�ำหรับการซื้อทรัพย์สิน จ้างท�ำของ หรือ เช่าทรัพย์สินตามระเบียบ กระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินและการน�ำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2560 ข้อ 28 (2) 1.1.3 การจ่ายเงินเพื่อชดใช้คืนเงินทดรองราชการ 1.1.4 การจ่ายเงินยืม 1.1.5 การจ่ายเงินค่าจ้างตามสัญญาจ้างเหมาบริการจากบุคคลธรรมดา 1.1.6 การจ่ายเงินเพื่อช�ำระหนี้บุคคลที่สามที่มีกฎหมายอนุญาตให้จ่ายได้ 1.2 ข้อ 1.4 ก�ำหนดว่าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิรับเงิน ให้ใช้บัญชีเงินฝากธนาคาร ดังนี้ 1.2.1 กรณีเป็นข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการในหน่วยงาน ให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่ใช้ ส�ำหรับรับเงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทน แล้วแต่กรณี หรือบัญชีเงินฝากธนาคารอื่นของผู้มีสิทธิรับเงินตามที่หัวหน้าส่วนราชการ ผู้เบิกอนุญาต 1.2.2 กรณีเป็นผู้รับบ�ำนาญ ผู้รับเบี้ยหวัด บุคลากรต่างสังกัด หรือกรณีบุคคลภายนอกที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารตามที่ผู้มีสิทธิรับเงินแจ้งความประสงค์ไว้ 2. กค. ได้ก�ำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อทรัพย์สินหรือจ้างท�ำของ ซึ่งต้องช�ำระเงินแก่ผู้ขายในต่างประเทศเป็น การเฉพาะ โดยให้ใช้บริการในการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต (L/C) ในการช�ำระเงินให้แก่ผู้ขายในต่างประเทศ 3. พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ได้ก�ำหนดไว้ดังนี้ มาตรา 7 (2) ก�ำหนดว่า พ.ร.บ. นี้ มิให้บังคับแก่การจัดซื้อจัดจ้างยุทโธปกรณ์และการบริการที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติโดยวิธีรัฐบาลต่อรัฐบาล หรือโดยการจัดซื้อ
98 ธนาธิปัตย์ จัดจ้างจากต่างประเทศ ที่กฎหมายประเทศนั้นก�ำหนดไว้เป็นอย่างอื่น แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายประกาศ ก�ำหนดในราชกิจจานุเบกษา เรื่องที่ 13 การก�ำหนดวันด�ำเนินการและวันมีผลเข้าบัญชีส�ำหรับงบบุคลากรและเงินอื่นที่ก�ำหนดจ่ายสิ้นเดือน อ้างอิง หนังสือ กรมบัญชีกลาง ที่ กค 0412.4/ว 1474 ลง 29 พ.ย. 65 กรมบัญชีกลาง แจ้งให้ทราบว่า ได้ท�ำหน้าที่อนุมัติและสั่งจ่ายเงินรายการขอเบิกงบบุคลากรและเงินอื่นที่ก�ำหนดจ่าย สิ้นเดือน (Ko) ของหน่วยงานภาครัฐในระบบ New GFMIS Thai เพื่อให้การสั่งจ่ายเงินดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ ก�ำหนดด�ำเนินการและวันมีผลเข้าบัญชีส�ำหรับรายการขอเบิกบุคลากรและเงินอื่นที่ก�ำหนดจ่านสิ้นเดือน (Ko) ตั้งแต่เดือนมกราคม - ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้จากเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th. หัวข้อ “กฎหมายและระเบียบการ คลัง>การใช้จ่ายของส่วนราชการ” เรื่องที่ 14 ผลการตรวจสอบและประเมินการปฏิบัติงานด้านบัญชีของหน่วยที่เบิกเงินจากคลัง ประจ�ำปีงบประมาณ 2565 และขออนุมัติออกใบประกาศชมเชยให้หน่วยที่ได้รับรางวัล อ้างอิง หนังสือ สปช.ทบ. ด่วนมาก ที่ กห 0406/3788 ลง 21 พ.ย. 65 ผบ.ทบ. ได้กรุณาอนุมัติผลการตรวจสอบและประเมินการปฏิบัติงานด้านบัญชีของหน่วยที่เบิกจากคลัง ประจ�ำปี งบประมาณ 2565 ผลการตรวจสอบของ กง.ทบ. ตั้งแต่ สิ้นไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ 2564 ถึง สิ้นไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ 2565 รวม 5 ไตรมาส และขออนุมัติออกใบประกาศชมเชยให้กับหน่วยที่ได้รับรางวัล รายละเอียดของผลการตรวจสอบดังนี้ ไม่มีหน่วยที่ได้คะแนนประเมินเฉลี่ยร้อยละ 100 มีหน่วยที่ได้คะแนนประเมินเฉลี่ยร้อยละ 80 – 99 หน่วย จ�ำนวน 14 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 26.41 มีหน่วยที่ได้คะแนนประเมินเฉลี่ยร้อยละ 50 – 79 จ�ำนวน จ�ำนวน 35 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 66.04 มีหน่วยที่ได้คะแนนประเมินเฉลี่ยต�่ำกว่าร้อยละ 50 จ�ำนวน จ�ำนวน 4 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 7.55 1. สปช.ทบ. ได้จัดท�ำเกณฑ์การให้รางวัลใบประกาศชมเชย โดยใช้ขนาดหน่วยเบิกจ่าย (จ�ำนวนหน่วยรับการสนับสนุน การเบิกจ่ายเงิน) มาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเพิ่มเติม พร้อมทั้งพิจารณาให้รางวัลใบประกาศชมเชยส�ำหรับหน่วยที่มีการพัฒนาการ ปฏิบัติงานด้านบัญชี (มีผลคะแนนสูงขึ้นในทุกไตรมาส) เพื่อเป็นก�ำลังใจให้กับหน่วยที่มีการพัฒนาตนเองด้วย โดยมีหน่วยที่เบิกเงิน จากคลังที่ได้รับรางวัล 3 ประเภทรางวัล รวมจ�ำนวน 6 หน่วย ดังนี้ 1.1 รางวัล “ดีมาก” ส�ำหรับหน่วยเบิกจ่ายขนาดใหญ่ ได้แก่ กง.ทบ. ทั้งนี้หน่วยเบิกจ่ายขนาดกลาง และ ขนาดเล็ก ไม่มีหน่วยได้รับรางวัล 1.2 รางวัล “ดี” 1.2.1 หน่วยเบิกจ่ายขนาดใหญ่ ได้แก่ มทบ.21 1.2.2 หน่วยเบิกจ่ายขนาดกลาง ได้แก่ มทบ.23 1.2.3 หน่วยเบิกจ่ายขนาดเล็ก ได้แก่ รร.จปร. 1.3 รางวัล “ส�ำหรับหน่วยที่มีการพัฒนาการปฏิบัติงานด้านบัญชี” (มีผลคะแนนสูงขึ้นในทุกไตรมาส จนไตรมาส สุดท้ายได้ร้อยละ 100 เต็ม) จ�ำนวน 2 รางวัล ได้แก่ มทบ.38 และ ศสท.กส.ทบ. เรื่องที่ 15 อนุมัติแนวทางการเบิกจ่ายเงินของแผนกส่งก�ำลังเสบียง กก.พธ.ทบ. อ้างอิง หนังสือ สปช.ทบ. ที่ กห 0406/4235 ลง 27 ธ.ค. 65 สปช.ทบ. แจ้งให้ทราบว่า ผบ.ทบ. (ปช.ทบ. รับค�ำสั่งฯ) กรุณาอนุมัติแนวทางการเบิกจ่ายเงินของแผนกส่งก�ำลังเสบียง กก.พธ.ทบ. เพื่อให้แผนกส่งก�ำลังเสบียงฯ มีแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน ถูกต้อง และเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับหน่วยอื่น ๆ ใน ทบ. จึงเห็นควรให้แผนกส่งก�ำลังเสบียงฯ ด�ำเนินการเบิกจ่ายเงินทุกประเภทผ่าน พธ.ทบ. เท่านั้น โดยด�ำเนินการในลักษณะหน่วย รองของ พธ.ทบ. มิใช่หน่วยจัดท�ำบัญชีตามระบบบัญชีส่วนราชการ