The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นิตยสารเหล่าทหารการเงิน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ธนาธิปัตย์ ปีที่ 66 ฉบับที่ 1

นิตยสารเหล่าทหารการเงิน

Keywords: เหล่าการเงิน,ทหารการเงิน

TANATHIPAT

ธนาธิปัตย์

”คนสำ�ราญ
งานสำ�เรจ็ ”

YEAR 66th ISSUE 1 / JANUARY - JUNE ISSN 0125-0481













































































2. "อาการโควิด" ผู้ป่ วยสีเขียว เหลือง แดง

นพ.เกียรติภมู ิ วงศร์ จิต ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ใหข้ อ้ มูลแนวทางการดแู ลรกั ษาผตู้ ิดเชือ้ โควิด 19 ท่ีเร่มิ ใชต้ งั้ แต่วนั ที่
16 มีนาคม 2565 นี้ ระบวุ ่า ผปู้ ่ วยยงั ไดร้ บั การรกั ษาฟรที กุ ราย โดยแบง่ ตามกลมุ่ ระดบั อาการโควิด ดงั นี้

 ผปู้ ่ วยสีเขียว : ไมม่ ีอาการหรอื อาการเล็กนอ้ ย คือ มีไข้ 37.5 องศาฯ ขนึ้ ไป ลิน้ ไมร่ บั รส จมกู ไม่รบั กลนิ่ ไอมีนา้ มูก

เจ็บคอ ตาแดง มีผื่น ถ่ายเหลว

กลมุ่ นีเ้ ขา้ รบั การรกั ษาไดฟ้ รี ในโรงพยาบาลตามสิทธิ์ ไดแ้ ก่ บตั รทอง สวสั ดิการขา้ ราชการ ประกนั สงั คม โดยกกั ตวั

ท่ีบา้ น(HI) กกั ตวั ในชุมชน(CI) หรือ ฮอสพิเทล ติดตอ่ สปสช.1330 กด14, ประกนั สงั คม 1506, กรม สบส.1426

 ผปู้ ่ วยสีเหลือง : แน่นหนา้ อก หายใจลาบาก หายใจเร็ว หายใจเหน่ือย ปอดอกั เสบ ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครงั้ ต่อวนั ,

เด็กมีอาการหายใจลาบาก ซมึ ลง ด่ืมนมนอ้ ยลง, กลมุ่ 608 คือ ผสู้ งู อายุ 60 ปีขนึ้ ไป ผมู้ ีโรคเรอื้ รงั หญิงตงั้ ครรภ์ ภาวะ
อว้ น (นา้ หนกั เกิน 90 กก.)

กลมุ่ นีเ้ ขา้ รบั รกั ษาฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิ์ และรกั ษาฟรีกับ UCEP พลสั ไดท้ กุ โรงพยาบาลทงั้ ภาครฐั และ

เอกชน ติดตอ่ สปสช.1330 กด14, สพฉ.1669, กรม สบส.1426, UCEP พลสั 0-2872-1669

 ผปู้ ่ วยสีแดง : หอบเหน่ือย พดู ไม่เป็นประโยค แนน่ หนา้ อก หายใจเจ็บหนา้ อก ปอดอกั เสบรุนแรง มีภาวะช็อก มี

ภาวะโคมา่ มีไขส้ งู กว่า 39 องศาฯ นานกวา่ 24 ชม. ค่าออกซิเจนนอ้ ยกว่า 94%

กลมุ่ นีเ้ ขา้ รบั รกั ษาฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิ์ และรกั ษาฟรีกับ UCEP พลสั ไดท้ กุ โรงพยาบาลทงั้ ภาครฐั และ

เอกชน ติดต่อ สปสช.1330 กด14, สพฉ.1669, กรม สบส.1426, UCEP พลสั 0-2872-1669

3. ปรับลดวันรักษานอน รพ. จาก 10 วัน เหลือ 7 วัน

สาหรบั จานวนวนั รกั ษาโควิด-19 ในโรงพยาบาล ซ่งึ เดิมกาหนดไว้ 10 วนั จะมีการหารือปรบั ลดเป็นลกั ษณะ 7 + 3 คือ รกั ษา
ในโรงพยาบาล 7 วนั และกลบั ไปแยกกกั ตวั ท่ีบา้ นต่ออีก 3 วนั แต่ทงั้ นีจ้ ะตอ้ งพิจารณาบนหลกั ของความปลอดภยั โดยแพทย์

4. ผู้มีสิทธิในพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกย่ี วกับการรักษาพยาบาล เบกิ
สถานพยาบาลของรัฐอย่างไร ?

ตามหนงั สือ กรมบญั ชีกลาง ดว่ นที่สดุ ที่ กค 0416.4/ว 157 ลง 28 ก.พ. 2565 กรณีผมู้ ีสิทธิหรือบคุ คลในครอบครัว
เสี่ยงหรอื ติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 หรอื โรคโควิด 19 มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หอบเหนื่อย หรอื มีอาการของโรคปอดอกั เสบ
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ซึ่งจาเป็นตอ้ งตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการเพื่อยืนยนั ว่าติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 ผมู้ ีสิทธิและ
บคุ คลในครอบครวั สามารถเบิกคา่ รกั ษาพยาบาลไดด้ งั นี้

38 ธนาธปิ ตั ย์

ประเภทผู้ป่ วยนอก

1. การตรวจยนื ยนั การตดิ เชือ้ โควดิ -19

1.1 การตรวจยืนยนั การตดิ เชือ้ ดว้ ยวิธี Real Time PCR โดยการทาปา้ ยหลงั โพรงจมกู และลาคอ ประเภท 2 ยีน ใหเ้ บิกได้
เทา่ ทจ่ี ่ายจรงิ ไมเ่ กิน 900 บาท จากเดิม 1,300 บาท

1.2 การตรวจยืนยนั การติดเชือ้ ดว้ ยวิธี Real Time PCR โดยการทาป้ายหลงั โพรงจมกู และลาคอ ประเภท 3 ยีนขนึ้ ไป
ใหเ้ บิกไดเ้ ทา่ ท่ีจา่ ยจรงิ ไมเ่ กิน 1,100 บาท จากเดิม 1,500 บาท

1.3 การตรวจการติดเชือ้ ดว้ ยวิธี Antigen test ดว้ ยเทคนิค Chromatography ใหเ้ บิกไดเ้ ทา่ ที่จ่ายจริงไม่เกิน 250 บาท
จากเดิม 300 บาท

1.4 การตรวจการติดเชือ้ ดว้ ยวิธี Antigen test ดว้ ยเทคนิค Fluorescent Immuunoassay (FIA) ใหเ้ บิกไดเ้ ทา่ ท่ีจ่ายจริง
ไมเ่ กิน 350 บาท จากเดิม 400 บาท

1.5 การตรวจการติดเชือ้ ดว้ ยวธิ ีอื่น ๆ นอกเหนือจาก 1.3-1.4 ใหเ้ บกิ ไดเ้ ทา่ ที่จา่ ยจรงิ ไมเ่ กิน 350 บาท จากเดมิ 400 บาท

2. การเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีใหก้ ารรักษาพยาบาลผู้ป่ วยทบ่ี ้าน (Home Isolation) หรอื ท่ีทชี่ ุมชนจัดไว้
(Community Isolation) หรือสถานทอ่ี ่ืนของสถานพยาบาลของทางราชการ

2.1 คา่ บรกิ ารของสถานพยาบาลและการดแู ลผปู้ ่ วย ใหเ้ บกิ ไดเ้ ทา่ ทจี่ ่ายจรงิ ไมเ่ กิน 1,000 บาทตอ่ วนั ไมเ่ กิน 10 วนั
2.2 คา่ อปุ กรณท์ างการแพทยท์ ี่จาเป็นตอ้ งใชใ้ นการตดิ ตามอาการผปู้ ่ วย ค่ายา คา่ เอกซเรย์ ค่าตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการ
และคา่ รกั ษาพยาบาลอ่นื ๆ ใหเ้ บกิ ไดใ้ นอตั ราเทา่ ทีจ่ า่ ยจรงิ ไมเ่ กิน 2,000 บาทตอ่ ราย

ประเภทผู้ป่ วยใน

1. ค่าห้องพักสาหรับควบคุมหรอื ดูแลรักษาผู้ป่ วยใน

1.1 ผปู้ ่ วยอาการสเี ขยี ว กรณีไมใ่ ช้ Oxygen ใหเ้ บกิ ไดใ้ นอตั ราเทา่ ทีจ่ ่ายจรงิ ไมเ่ กิน 1,000 บาท จากเดิม 1,500 บาท
(กรณีท่ีไมส่ ามารถใหก้ ารรกั ษาพยาบาลทบ่ี า้ นหรอื สถานทที่ ี่ชมุ ชนจดั ไวไ้ ด)้

1.2 ผปู้ ่ วยอาการสเี หลอื ง
 กรณีใช้ Oxygen Canula เบกิ ไดใ้ นอตั ราเทา่ ทจี่ า่ ยจรงิ ไมเ่ กิน 1,500 บาทตอ่ วนั
 กรณีใช้ Oxygen High Flow เบกิ ไดใ้ นอตั ราเทา่ ทจ่ี ่ายจรงิ ไมเ่ กิน 3,000 บาทตอ่ วนั
1.3 ผปู้ ่ วยอาการสแี ดง กรณใี สเ่ ครอ่ื งชว่ ยหายใจ ใหเ้ บกิ ไดใ้ นอตั ราเทา่ ทจี่ า่ ยจรงิ ไมเ่ กิน 7,500 บาทตอ่ วนั (อตั ราเดมิ )

2. ค่าอุปกรณป์ ้องกันส่วนบุคคล

2.1 ผปู้ ่ วยอาการสเี ขยี ว ใหเ้ บิกไดใ้ นอตั ราเทา่ ทจี่ ่ายจรงิ ไมเ่ กิน 300 บาทตอ่ วนั (อตั ราเดมิ )
2.2 ผปู้ ่ วยอาการสเี หลอื ง
 กรณีใช้ Oxygen Canula เบิกไดใ้ นอตั ราเทา่ ทจ่ี ่ายจรงิ ไมเ่ กิน 550 บาทตอ่ ชดุ (เดมิ 600 บาทตอ่ ชดุ ) ไมเ่ กิน 5 ชดุ

ตอ่ วนั

ธนาธิปัตย์ 39

 กรณีใช้ Oxygen High Flow เบิกไดใ้ นอตั ราเทา่ ทจี่ ่ายจรงิ ไมเ่ กิน 550 บาทตอ่ ชดุ (เดมิ 600 บาทตอ่ ชดุ ) ไมเ่ กิน 10
ชดุ ตอ่ วนั

2.3 ผปู้ ่ วยอาการสแี ดง
 กรณีใสเ่ ครื่องช่วยหายใจ ใหเ้ บิกไดใ้ นอตั ราเทา่ ท่ีจ่ายจริงไมเ่ กิน 550 บาทตอ่ ชุด (เดิม 600 บาทต่อชุด) ไมเ่ กิน 20
ชดุ ตอ่ วนั (เดมิ 30 ชดุ ตอ่ วนั )

“สาหรบั หลกั เกณฑแ์ ละอตั ราคา่ รกั ษาพยาบาลประเภทผปู้ ่ วยนอกและผปู้ ่ วยในสถานพยาบาลของทางราชการ กรณีผมู้ ีสิทธิหรอื
บคุ คลในครอบครวั เสย่ี งหรอื ติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 หรอื โควดิ -19 มีผลใชบ้ งั คบั ตงั้ แตว่ นั ท่ี 1 มีนาคม 2565 เป็นตน้ ไป

40 ธนาธปิ ัตย์

5. ผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวทม่ี ีสิทธิในสวัสดิการรักษาพยาบาล หากตดิ เชือ้ ไวรัส
โคโรนา 2019 สามารถใช้สิทธิสถานพยาบาลเอกชนได้หรือไม่?

ตามหนงั สือ กรมบญั ชีกลาง ด่วนที่สดุ ที่ กค 0416.4/ว 213 ลง 16 มี.ค. 2565 มีมติ ครม.เห็นชอบตามขอ้ เสนอของ
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อวันท่ี 8 มีนาคม 2565 ให้กรณีติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 หากมีการ
รกั ษาพยาบาลในสถานพยาบาลเอกชนเป็นไปตามหลกั เกณฑว์ ิกฤตฉกุ เฉินตามเกณฑท์ ี่สถาบนั การแพทยฉ์ กุ เฉินแหง่ ชาติ
(สพฉ.) ไดก้ าหนดแนวทางและเกณฑป์ ระเมินคดั แยกระดบั ความฉกุ เฉิน ใชร้ ะดบั ความรุนแรงของผปู้ ่ วย (สแี ดง สีเหลืองและ สี
เขียว) เป็นเกณฑใ์ นการพิจารณาใหเ้ ขา้ รบั การรกั ษาพยาบาลในสถานพยาบาลของเอกชน โดยมีผลบงั คบั ใชต้ งั้ แตว่ นั ที่ 16
มี.ค. 65

ทงั้ นี้ การใหบ้ รกิ ารผปู้ ่ วยโควดิ -19 จะแบง่ เป็น 2 กลมุ่ คือ

1.กลุ่มผู้ป่ วยสีเหลืองและแดง เป็ นผู้ป่ วยฉุกเฉินวกิ ฤต ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการแพทยฉ์ กุ เฉินเฉพาะกรณี

โรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด-19 ซึ่งการประเมินผปู้ ่ วยจะเป็นไปตามหลกั เกณฑข์ องสถาบนั การแพทยฉ์ ุกเฉิน
(สพฉ.) ซึ่งการเบิกจ่ายตามสิทธิประโยชนย์ เู ซปพลสั กาหนดใหเ้ ฉพาะสถานพยาบาลประเภทท่ีรบั ผปู้ ่ วยคา้ งคืนเท่านนั้ เป็นการ
เบิกจ่ายตามรายการที่กาหนด (Fee Schedule) โดยสถานพยาบาลตอ้ งดาเนินการตามระบบ Pre-Authorize ของ สพฉ. และ
ยืนยนั ตวั ตนการใชส้ ทิ ธิ Authentication Code ของ สปสช.

2. กล่มุ ผู้ป่ วยสีเขยี วทไ่ี ม่มอี าการหรือมอี าการเลก็ น้อย คา่ บรกิ ารใหเ้ บกิ จา่ ยจากกองทนุ รกั ษาพยาบาลของ

ผปู้ ่ วยทีม่ ีสทิ ธิอยตู่ ามเงื่อนไขตามสทิ ธิประโยชนข์ องกองทนุ นนั้ โดยในสว่ นของผปู้ ่ วยสทิ ธิหลกั ประกนั สขุ ภาพแห่งชาติ (สิทธิบตั ร
ทอง 30 บาทหรือสิทธิ สปสช.) สถานพยาบาลสามารถใหก้ ารดแู ลทงั้ บริการผปู้ ่ วยนอกแยกกกั ตวั ท่ีบา้ น (เจอ แจก จบ) ตาม
นโยบายกระทรวงสาธารณสขุ และบรกิ ารดแู ลผปู้ ่ วยที่บา้ นและในชุมชน Home Isolation / Community Isolation) และบริการ
Hospitel ซึง่ ไมส่ ามารถใชส้ ิทธิเบิกจา่ ยจากสถานพยาบาลเอกชนได้


บริการผู้ป่ วยนอกแยกกักตัวที่บ้าน สถานพยาบาลสามารถเบิกจ่ายค่ารกั ษาเบือ้ งตน้ แบบเหมาจ่าย 1,000

บาท/ราย ครอบคลมุ บรกิ ารใหค้ าแนะนาแยกกกั ตวั ที่บา้ น ยารกั ษาโรคโควดิ -19 ไดแ้ ก่ ยาฟา้ ทะลายโจร ยาฟาวิพิราเวียร์ (เบิกจาก
สธ.) และยารกั ษาตามอาการ เป็นตน้ และการติดตามอาการผปู้ ่ วยหลงั ครบ 48 ช่วั โมง รวมถึงการสง่ ตอ่ หากผปู้ ่ วยมีอาการแยล่ ง
และคา่ บริการใหค้ าปรกึ ษาแบบเหมาจ่าย 300 บาท สาหรบั กรณีท่ีผปู้ ่ วยมีการโทรศพั ทก์ ลบั มาภายหลงั 48 ช่วั โมง ซ่ึงอาจจะมา
จากอาการไมด่ ขี นึ้ หรอื จาเป็นตอ้ งสง่ ตอ่

บริการดูแลผู้ป่ วยท่ีบ้านและในชุมชน (,KD /^K> d/KE ͬ KDDhE/dz /^K> d/KEͿ
และบริการ ,K^W/d > เป็นการเบิกจ่ายค่าบริการเหมาจ่าย โดยครอบคลมุ ค่าบริการดูแลผปู้ ่ วย ทงั้ ค่าอาหาร 3 มือ้

การประเมินและติดตามอาการ การใหค้ าปรึกษา นอกจากนีย้ ังมีค่าอุปกรณ์ในการดูแลและติดตามสญั ญาณชีพ ค่ายาท่ีเป็น
การรกั ษาโรคโควิด-19 และค่า Chest X-ray กรณีท่ีมีความจาเป็น โดยกรณีใหบ้ ริการรกั ษาและติดตาม 1-6 วนั เป็นจานวน
6,000 บาท และกรณีใหบ้ รกิ ารรกั ษาและตดิ ตาม 7 วนั ขนึ้ ไป เป็นจานวน 12,000 บาท

ธนาธปิ ัตย์ 41

สสาารระะนน่าร่าู้จราู้จกาคกาคพำิพสพาูงิพกสษาุดากศษาาลศปากลคปรอกงคสรูงสอุดง

พล.ท. สขุ สนั ต์, สงิ หเดช

สาระน่'ารู้)เร่ืองนี้สรุปความมาจากคาำพิพากษาศาล โดยผู้ร) ้อ) งได้แ) จจ้ง)งใในนใใบบสสูตูติบิบัตัตรรวว่า'าผผู้ร)ูร้อ)องงเปเป็นTนบบิดิดาาแแลละะยยออมมใหให้ผู้)

ปกครองสูงสุดคดีหมายเลขแดงท่ี อ.1040/2560 ระหว่'าง ฟผู)ฟ้อNองคงคดดีใชีใช้น)นามามสสกกุลุลขขอองงผผู้ร)ูร้อ)องงผผู้รู)ร้อ)องงเเคคยยไไปปตติดิดตต่อ' ที่สาำนักงาน

นางสาว จ. ผ)ู้ฟN้องคดี กรมบัญชีกลาง ผู้)ถูกฟNอ้ งคดี อันเป็Tนคดี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพ่ือจดทะเบียนรับผู้ฟ) ้อN งคดีเป็นT บุตร

ทที่ ายาทผู้ม) สี ิทธริ บั เงินบาำเหน็จตกทอดของบิดาผู้ต) ายในฐานะ แต่ม' ีเหตุขัดข้อ) ง เนื่องจากผู้)ฟ้อN งคดีอายุยังน้อ) ยไม่'สามารถให)้

บุตร ซึ่งได)้มีคำาพิพากษาว่'าเปT็นบุตรชอบด้)วยกฎหมายของ ความยินยอมได้จ) ึงมาร้)องขอต่'อศาลโดยมารดาของผู้)ฟ้Nองคดี

ผู้ต) ายโดยได้ม) กี ารฟ้อN งคดีขอให้ร) ับเด็กเปน็T บุตรกอ่' นหรือภายใน ก็ให้ค) วามยินยอมแล้ว) ศาลเยาวชนและครอบครวั กลาง เห็นว่า'

หน่ึงปีน` ับแต่ว' ันที่บิดาตาย หรือนับแต่ว' ันท่ีได้ร) ู้ห) รือควรได้ร) ู้ถ) ึง ผรู้) ้อ) งเป็นT บิดาท่ีแท้จ) ริงของผู้ฟ) ้อN งคดีจึงมีคาำส่ังอนุญาตให้ผ) ู้ร) ้อ) ง

ความตายของบดิ าตามพระราชบัญญตั บิ าำเหน็จบาำนาญข้า) ราชการ จดทะเบียนผู้ฟ) ้อN งคดีเป็นT บุตรชอบด้ว) ยกฎหมายของผู้ร) ้อ) งและ

พ.ศ. 2494 มาตรา 4 ได)้ฟ้Nองขอให้)ศาลมีคำาพิพากษาให้เ) พิกถอน คดถี ึงท่สี ดุ แลว้) แตห่' ลังจากนนั้ มา จ.ส.อ. ร. ก็ไม่ไ' ด้ไ) ปดาำเนินการ

คาำสั่งของกรมบัญชีกลางท่ีแจ้ง) ว่า' ผู้ฟ) ้อN งคดีไม่ม' ีสิทธิได้ร) ับเงิน จดทะเบียนรับผู้ฟ) ้อN งคดีเป็นT บุตรตามที่ได้ร) ับอนุญาตจากศาล

บาำเหน็จตกทอด (สว่' นที่กันไว้)) ของบิดาและมีคาำสั่งไม่ใ' ห้ผ) ู้ฟ) ้อN ง และได้เ) สียชีวิตเม่ือวันที่ 8 พฤษภาคม 2550 หลังจากนั้น นาง ส.

คดีได้)รับเงินดังกล่'าว ตามมาตรา 48 แห'่งพระราชบัญญัติ มารดาได้น) าำคาำสงั่ ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ดังกล่า' ว

บาำเหน็จบาำนาญขา้) ราชการ พ.ศ. 2494 ไปยื่นขอจดทะเบียนรับรองบุตรเนื่องจากบิดาได้เ) สียชีวิตซ่ึง

สรุปข้)อเท็จจริงในคดี ผู้)ฟ้Nองคดีเกิดเมื่อวันที่ 10 สาำนกั ทะเบียนอาำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้จ) ดทะเบียน

มีนาคม 2537 เป็นT บุตรของง จ.ส.อ. ร. กับนาง ส. โดยบิดา รบั รองผฟู้) ้อN งคดเี ป็นT บุตรของ จ.ส.อ. ร. เมอ่ื ววันที่ 27 มิถุนายน 2551

มารดาไม่ไ' ด้ส) มรสกันตามมกกฎฎหหมมาายยตต่อ'อมมาาจจ..ส.อ. ร. ได้ย) ่ืนคาำร้อ) ง ตอ่' มา กองทัพบก โดย กรมสารบรรณทหารบก ในฐานะเจ้า) สังกัด

ต่อ' ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ให)้ศาลมีคาำส่ังอนุญาตให้) ของ จ.ส.อ. ร. ผู)ต้ ายได)้มีหนังสือลงวันที่ 29 สิงหาคม 2551 ถึง

ผู้)ร้)องจดทะเบียนผู้)ฟ้Nองคดีเป็Tนบุตรโดยชอบด้)วยกฎหมาย กรมบญั ชกี ลาง ผู้ถ) กู ฟ้อN งคดีเพอ่ื พิจารรณาสั่งจ่า' ยบาำเหน็จตกทอด

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พิจารณาแล้)ว มีคำาสั่งในคดี ให้แ) ก่ท' ายาทของ จ.ส.อ. ร. ให้แ) ก่ท' ายาทผู้ม) ีสิทธิประกอบด้ว) ย

หมายเลขดาำที่ 318/2541 คดีหมายเลขแดงที่ 490/2541 ลง นายบุรินทร์j (บิดา) นางจินตนา (มารดา) นางเจนลักษณ์j (ภรรยา)

วันที่ 20 พฤษภาคม 2541 ว่า' ผู)้ร)้องได้)อยู่'กินฉันสามีภริยากับ และผู้)ฟ้Nองคดี (บุตร) แต่' กรมบัญชีกลางได้)มีหนังสือ ท่ี กค

นาง ส. เม่ือป`ี 2536 และมีบุตรด)้วยกัน 1 คน คือผู)้ฟN้องคดี 0420.6/262 ลงวันท่ี 20 มกราคมม 225553 แจ้ง) ให้น) าง ส. มารดา

42 ธนาธปิ ตั ย์

ของผู้ฟ้องคดีทราบว่าได้พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีที่นาง ส. นาคาสั่ง ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ไปย่ืนจดทะเบียนรับรองบุตร ผฟู้ อ้ งคดีอทุ ธรณค์ าพิพากษาของศาลปกครองกลางดังกล่าว

และสานักทะเบียนอาเภอปากเกร็ด ได้รับจดทะเบียนให้เม่ือ ศาลปกครองสงู สุดพจิ ารณาแล้วเห็นว่า โดยท่ีมาตรา 4

วันท่ี 27 มิถนุ ายน 2551 ซ่งึ เปน็ การจดทะเบียนเมื่อ จ.ส.อ. ร. แห่งพระราชบัญญัติบาเหน็จบานาญข้าราชการ พ.ศ. 2494

ถงึ แก่ความตายไปแล้ว จึงเป็นกรณีท่ีการจดทะเบียนรับรองบุตร บัญญัติบทนิยาม คาว่า ทายาทผู้มีสิทธิ หมายความว่า (1)

มไิ ด้กระทาโดย จ.ส.อ. ร. จงึ ได้หารอื ต่อสานักงานคณะกรรมการ บุตรและให้ความรวมถึงบุตรซึ่งได้มีคาพิพากษาของศาลว่า

กฤษฎีกา ซ่ึงคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าตามบทบัญญัติ เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายซ่ึงได้มีการฟ้องคดีขอให้

แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1547 และ รับเด็กเป็นบุตรก่อนหรือภายในหนึ่งปีนับแต่วันท่ีบิดาตาย

มาตรา1548 บัญญัติไว้ว่า การจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรชอบด้วย หรอื นบั แตว่ นั ทีไ่ ด้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของบิดา (2) สามี

กฎหมายจะต้อง ทาโดยบิดาเด็กเทา่ นั้น การท่ีนาง ส. นาคาสั่งศาล หรือภริยา (3) บิดาและมารดา และมาตรา 48 วรรคหน่ึงแห่ง

ดังกล่าวไปจดทะเบียนรับรองบุตรไม่ทาให้ผู้ฟ้องคดีเป็นบุตร พระราชบัญญัติเดียวกัน บัญญัติว่าข้าราชการผู้ใดตายในระหว่าง

โดยชอบด้วยกฎหมายของ จ.ส.อ. ร. เม่ือเปน็ เชน่ นน้ั ตอ่ มาผู้ฟ้องคดี รบั ราชการอยู่ หรอื ทหารกองหนนุ มีเบย้ี หวัดตาย ถ้าความตายน้ัน

จึงได้ยื่นคาร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี แผนกคดีเยาวชนและ มิได้เกิดขึ้นเนื่องจากการประพฤติช่ัวอย่างร้ายแรงของตนเอง

ครอบครัว ขอให้ศาลสั่งเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายและศาลได้ ให้จ่ายเงินเป็นบาเหน็จตกทอดเป็นจานวนตามเกณฑ์คานวณ

มีคาส่ังในคดีหมายเลขดาท่ี 251/2553 คดีหมายเลขแดงท่ี ในมาตรา 32 (1) ให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิตามเกณฑ์ ดังนี้ (1)

317/2553 ลงวนั ท่ี 20 ธนั วาคม 2553 วินิจฉยั ว่า การท่ี จ.ส.อ. ร. บุตรให้ได้รับสองส่วนถ้าผู้ตายมีบุตรต้ังแต่สามคนขึ้นไปให้ได้รับ

ผู้ตายย่ืนคาร้องขออนุญาตจดทะเบียนรับรองผู้ฟ้องคดีเป็น สามสว่ น (2) สามีหรอื ภรยิ าให้ได้รับหนึ่งสว่ น (3) บดิ ามารดา หรือ

บุตรชอบด้วยกฎหมายของ จ.ส.อ. ร. และศาลมีคาสั่งอนุญาต บิดาหรือมารดาท่ีมีชีวิตอยู่ให้ได้รับหนึ่งส่วน..... มาตรา 1547

แตผ่ ู้ตายไม่ได้ไปดาเนินการจดทะเบียน ถือได้ว่าผู้ตายได้รับรอง แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติว่า เด็กเกิดจาก

ผู้ฟอ้ งคดีเป็นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมายของตน จงึ มีคาส่ังว่าผู้ฟ้องคดี บิดามารดาที่มิได้สมรสกัน จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อ

เป็นบตุ รชอบด้วยกฎหมายของ จ.ส.อ. ร. บิดาผู้ตาย ซึ่งคดีได้ถึง บิดามารดาได้สมรสกันในภายหลัง หรือบิดาได้จดทะเบียน

ทีส่ ุดแล้ว ตามใบสาคัญแสดงว่าคดีถึงทสี่ ุด ลงวนั ที่ 24 มกราคม 2554 วา่ เป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร มาตรา 1548 วรรคหนึ่ง

ต่อมาผู้ฟ้องคดีจึงได้มีหนังสือ ลงวันท่ี 2 กุมภาพันธ์ บัญญัติว่า บิดาจะจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย

2554 ถึงผูถ้ ูกฟอ้ งคดีพรอ้ มกบั นาส่งคาส่ังศาลดังกล่าว เพ่ือใช้ ได้ตอ่ เมื่อได้รับความยินยอมของเด็กและมารดาเด็ก วรรคสาม

พิจารณาอนุมัติจ่ายบาเหน็จตกทอดแก่ผู้ฟ้องคดี แต่ผู้ถูกฟ้อง บัญญัติว่าในกรณีที่เด็กหรือมารดาเด็กคัดค้านว่าผู้ขอ

คดีได้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ฟ้องคดีทราบตามหนังสือ ที่ กค จะทะเบียนไม่ใช่บิดาหรือไม่ให้ความยินยอม หรือไม่อาจ

0420.6/572 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2554 ว่า เม่ือการจดทะเบียน ให้ความยินยอมได้ การจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรต้อง

รับผู้ฟ้องคดีเป็นบุตรของ จ.ส.อ. ร. ในคร้ังแรกไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีคาพิพากษาของศาล วรรคสี่ บัญญัติว่า เมื่อศาลได้พิพากษา

ต่อมาการท่ีผฟู้ อ้ งคดีได้ยื่นคารอ้ งขอให้ศาลมีคาส่ังว่า ผู้ฟ้องคดี ให้บิดาจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรได้ และบิดาได้นาคาพิพากษา

เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาผู้ตาย แม้ศาลจะมีคาส่ัง ไปขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนให้นายทะเบียนดาเนินการ

ดังกล่าวก็ตาม แต่การที่ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคาร้องเมื่อปี 2553 จดทะเบียนให้ และมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติจดทะเบียน

ซึง่ พ้นกาหนดหนง่ึ ปีนบั แตว่ ันท่ี จ.ส.อ. ร. ถึงแก่ความตาย ผู้ฟ้องคดี ครอบครัวพุทธศกั ราช 2478 บัญญตั ิว่า เมื่อศาลได้พิพากษาว่า

จึงมิใช่ทายาทผู้มีสิทธิตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ ผู้ใดเป็นบุตรชอบดว้ ยกฎหมายแล้ว ผ้มู สี ่วนได้เสียจะย่ืนสาเนา

บาเหน็จบานาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 อันจะก่อให้เกิดสิทธิในการรับ คาพิพากษาอันถึงท่ีสุดซ่ึงรับรองถูกต้องมาแล้วมาให้บันทึก

บาเหนจ็ ตกทอดตามมาตรา 48 แห่งพระราชบญั ญัติดังกลา่ ว ในทะเบียนก็ได้

ธนาธปิ ัตย์ 43

จากบทบัญญัติตามมาตรา 1547.....การท่ีเด็กท่ีเกิด เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ จ.ส.อ. ร. ตามมาตรา 1547
จากบิดามารดาท่ีมิได้สมรสกัน จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ประกอบกับมาตรา 1548 วรรคสาม.....ซ่ึงมีผลต้ังแต่วันท่ี
ก็ต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลัง หรือบิดาได้จด คาพพิ ากษาดงั กล่าวถึงที่สุดตามมาตรา 1557 (3) ..... ซ่ึงใช้บังคับ
ทะเบยี นว่าเปน็ บุตร หรือศาลพพิ ากษาวา่ เปน็ บตุ ร เม่ือข้อเท็จจริง อยู่ในขณะน้ันที่บัญญัติว่า การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตาม
ปรากฏวา่ ผฟู้ อ้ งคดีเปน็ บตุ รของ จ.ส.อ. ร. และนาง ส. บิดาและ มาตรา 1547 มีผลนับแต่วันท่ีคาพิพากษาถึงที่สุด ในกรณีที่
มารดาซ่ึงไม่ได้สมรสกันตามกฎหมาย ต่อมา จ.ส.อ. ร. ได้ไป ศาลพิพากษาว่าเปน็ บุตร แต่ท้ังนี้จะอ้างเป็นเหตุเส่ือมสิทธิของ
ติดต่อท่ีสานักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพ่ือจดทะเบียน บคุ คลภายนอกผทู้ าการโดยสุจริตไมไ่ ดเ้ ว้นแต่จะได้จดทะเบียน
รับผู้ฟ้องคดีเป็นบุตร แต่เน่ืองจากมาตรา 1548 วรรคหนึ่ง..... เด็กเป็นบุตรตามคาพิพากษา และข้อเท็จจริงปรากฏภายหลัง
บัญญัติให้กรณีบิดาจะจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรชอบด้วย จากที่ จ.ส.อ. ร. เสียชีวิต มารดาของผู้ฟ้องคดีในฐานะผู้มีส่วน
กฎหมายจะต้องได้รับความยินยอมจากเด็กและมารดา ได้เสียได้นาคาสั่งของศาลเยาวชนและครอบครวั กลาง ดังกล่าว
ของเด็กโดยในขณะน้ันผู้ฟ้องคดีอายุยังน้อยจึงไม่สามารถให้ ไปจดทะเบียนรับรองบุตรให้กับผู้ฟ้องคดีตามคาสั่งศาล ณ
ความยนิ ยอมได้ จ.ส.อ. ร. จึงได้ย่ืนคาร้องขอจดทะเบียนผู้ฟ้องคดี สานักทะเบียนอาเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ตามมาตรา 20
เป็นบตุ รชอบด้วยกฎหมายต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง แห่งพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พุทธศักราช 2478
ซ่ึงเป็นวิธีการตามที่กฎหมายกาหนดในกรณีท่ีเด็กหรือมารดา และนายทะเบียน สานักทะเบียนอาเภอปากเกร็ด ก็ได้
ของเดก็ ไมอ่ าจใหค้ วามยนิ ยอมได้ โดยมาตรา 1548 วรรคสาม จดทะเบียนรับรองผู้ฟ้องคดีเป็นบุตรของ จ.ส.อ. ร. แล้วเมื่อ
บัญญัติในกรณีเช่นนี้จะต้องมีคาพิพากษาของศาลอนุญาตให้ วันที่ 27 มิถนุ ายน 2551 ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย
จดทะเบียนได้กอ่ นบดิ าจงึ สามารถไปดาเนินการขอจดทะเบียน ของ จ.ส.อ. ร. โดยสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว ตามมาตรา
เด็กเป็นบุตรได้ ซ่ึงในกรณีของผู้ฟ้องคดีศาลเยาวชนและ 1547 ประกอบมาตรา 1548 วรรคสาม....ประกอบกับการท่ี
ครอบครัวกลางได้พจิ ารณาแล้วเหน็ ว่า จ.ส.อ. ร. เปน็ บิดาที่แท้จริง มาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติบาเหน็จบานาญข้าราชการ
ของผู้ฟ้องคดีและมารดาของผู้ฟ้องคดีได้ให้ความยินยอมแล้ว พ.ศ. 2494 บัญญัติความว่า ทายาทผู้มีสิทธิ หมายความว่า บุตร
จึงมีคาส่ังอนุญาตให้ จ.ส.อ. ร. จดทะเบียนผู้ฟ้องคดีเป็นบุตร และให้หมายความถึงบุตรซึ่งได้มีคาพิพากษาของศาลว่าเป็น
ชอบด้วยกฎหมายของตนได้ โดยศาลได้มีคาสั่งเม่ือวันท่ี 20 บตุ รชอบดว้ ยกฎหมายของผตู้ ายซึง่ ได้มกี ารฟ้องคดีขอให้รับเด็ก
พฤษภาคม 2541 ในคดีหมายเลขดาท่ี 318/2541 คดีหมายเลข เป็นบุตรก่อนหรือภายในหนึ่งปีนับแต่วันท่ีบิดาตายหรือนับแต่
แดงที่ 490/2541 และคดีถึงท่ีสุดแล้ว เจตนารมณ์ของ วันทีไ่ ด้รหู้ รอื ควรไดร้ ถู้ ึงความตายของบิดาน้นั เม่ือปรากฏว่าต้ังแต่
กฎหมายเก่ียวกบั การให้สิทธิบิดาจดทะเบียนเด็กที่เกิดจากบิดา ก่อนวันท่ี จ.ส.อ. ร. ถงึ แก่ความตาย เมื่อวันท่ี 8 พฤษภาคม 2550
มารดาท่ีมิได้สมรสกัน เป็นบุตรท่ีชอบด้วยกฎหมายของบิดา จ.ส.อ. ร. ได้ยื่นคาร้องขอจดทะเบียนผู้ฟ้องคดีเป็นบุตรชอบด้วย
ได้ตามมาตรา 1547.....นั้น มีความมุ่งหมายเพ่ือให้สิทธิเฉพาะ กฎหมายตอ่ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ซ่ึงศาลเยาวชนและ
กับบิดาท่ีแท้จริงของเด็กดังกล่าวเท่าน้ันท่ีจะขอจดทะเบียน ครอบครัวกลางได้พิจารณาแล้วเห็นว่า จ.ส.อ. ร. เป็นบิดาที่แท้จริง
เด็กว่าเป็นบุตรของตนได้ในกรณีท่ีบิดาจะต้องได้รับคาสั่ง ของผู้ฟ้องคดีและมารดาของผู้ฟ้องคดีได้ให้ความยินยอมแล้ว
อนุญาตจากศาลให้จดทะเบียนเด็กเป็นบุตรได้ก่อนตามมาตรา จึงมีคาส่ังอนุญาตให้ จ.ส.อ. ร. จดทะเบียนผู้ฟ้องคดีเป็นบุตร
1548 วรรคสาม.....ผู้ย่ืนคาร้องขอต่อศาลต้องพิสูจน์ให้ศาล ชอบด้วยกฎหมายของตนได้ โดยศาลได้มีคาสั่ง เม่ือวันที่ 20
เห็นว่าตนเป็นบิดาท่ีแท้จริงของเด็ก เม่ือศาลได้พิจารณา พฤษภาคม 2541 ในคดีหมายเลขดาท่ี 318/2541 หมายเลขแดงท่ี
พยานหลักฐานต่าง ๆ จนรับฟังได้แน่ชัดว่าผู้ย่ืนคาร้องขอเป็น 490/2541 และคดถี ึงท่สี ุดแล้ว กรณีนจ้ี งึ ถือว่าการที่ จ.ส.อ. ร.
บิดาท่ีแท้จริงของเด็ก จึงจะมีคาพิพากษาหรือคาส่ังอนุญาตให้ ได้ยนื่ คารอ้ งขอจดทะเบียนผู้ฟ้องคดีเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย
จดทะเบียนเด็กเป็นบุตรได้ ดังน้ัน กรณีนี้จึงถือได้ว่าศาล ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมาต้ังแต่ก่อนวันท่ี จ.ส.อ. ร.
เยาวชนและครอบครัวกลางได้มีคาพิพากษาแล้วว่าผู้ฟ้องคดี ถึงแก่ความตาย เมื่อวันท่ี 8 พฤษภาคม 2550 และการที่ศาล

44 ธนาธิปตั ย์

ได้มีคาสั่งอนุญาตให้ จ.ส.อ. ร. จดทะเบียนผู้ฟ้องคดีเป็นบุตร ตกทอดสว่ นท่กี ันไวข้ อง จ.ส.อ. ร. ให้แก่ผู้ฟ้องคดี ตามหนังสือ
ชอบดว้ ยกฎหมายของ จ.ส.อ. ร. ได้น้นั ผฟู้ อ้ งคดจี ึงเป็นทายาท ท่ี กค 0420.6/572 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2554 ตั้งแต่
ผู้มีสิทธิรับบาเหน็จตกทอดของ จ.ส.อ. ร. ส่วนท่ีผู้ถูกฟ้องคดี วันท่ีมีคาสง่ั ดังกล่าว คาขออืน่ ให้ยก
กันไว้ได้ ตามมาตรา 4 และมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติ
บาเหน็จบานาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 การที่ผู้ถูกฟ้องคดี ค า พิ พ า ก ษ า ศ า ล ป ก ค ร อ ง สู ง สุ ด ฉ บั บ น้ี ใ ห้ ห ลั ก
มีคาส่ังไม่จ่ายเงินบาเหน็จตกทอดดังกล่าว ให้ผู้ฟ้องคดีตาม ใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ ร า ช ก า ร โ ด ย เ ฉ พ า ะ อ ย่ า ง ย่ิ ง ก า ร วิ นิ จ ฉั ย
หนังสือ ที่ กค 0420.6/572 ลงวันท่ี 20 พฤษภาคม 2554 ค ว า ม เ ป็ น บุ ต ร ช อ บ ด้ ว ย ก ฎ ห ม า ย ข อ ง บุ ต ร น อ ก ส ม ร ส
จึงเป็นคาสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สมควรเพิกถอนเสียและ ซึ่งบิดาได้ใช้ในการร้องขอต่อศาลในกรณีที่เด็กหรือมารดา
เมื่อศาลเพิกถอนคาสั่งดังกล่าวแล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีย่อมมีหน้าที่ ไ ม่ ใ ห้ ค ว า ม ยิ น ย อ ม ห รื อ ไ ม่ อ า จ ใ ห้ ค ว า ม ยิ น ย อ ม ไ ด้
ดาเนินการใหผ้ ูฟ้ อ้ งคดีได้รับเงินบาเหน็จตกทอดตามมาตรา 48 ตามมาตรา 1548 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
แห่งพระราชบัญญัติบาเหนจ็ บานาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 หากศาลพิพากษา ให้บิดาจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรได้
ถือว่าบุตรนั้น เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดานับแต่ท่ี
การท่ีศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้องน้ัน ศาลพิพากษาดังกล่าว ส่วนการนาคาพิพากษาน้ัน ไปจด
ศาลปกครองสูงสดุ ไม่เห็นพ้องดว้ ย ทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีในภายหลังหรือไม่ อย่างไรนั้น
ไม่กระทบกระเทือนต่อความเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย
พิพากษากลับคาพิพากษาของศาลปกครองช้ันต้น ซึ่งได้รับการรับรองโดยคาพิพากษาถึงที่สุดแล้วแต่อย่างใด
เป็นให้เพิกถอนคาสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีท่ีไม่จ่ายเงินบาเหน็จ

ธนาธปิ ัตย์ 45

"Digital Pension" คอื อะไร ทำไมตอ้ ง "Digital Pension"

ต้งั แตป่ ี 2552 เปน็ ต้นมา สว่ นราชการต่าง ๆ ได้ทำการเบกิ จ่ายเบีย้ หวัด บำเหนจ็ บำนาญและเงินอื่น
ในลกั ษณะเดยี วกนั โดยจ่ายผ่านระบบบำเหนจ็ บำนาญ (e-Pension) และไดใ้ ช้เรื่อยมาเปน็ ระยะเวลามากกว่า
10 ปี จนกระท่ัง 1 กมุ ภาพนั ธ์ 2565 กรมบญั ชีกลางได้เริม่ ใช้ระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดกิ ารรักษาพยาบาล
(Digital Pension) ซึ่งเป็นการบูรณาการฐานข้อมูลภาครัฐของกรมบัญชีกลาง โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ
จ่ายตรงเงินเดอื นและค่าจ้างประจำ (e-Payroll) ฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ เพ่อื อำนวยความสะดวกให้กับผู้มี
สทิ ธิรับเงนิ และเจ้าหนา้ ที่ผปู้ ฏิบัตงิ าน ตลอดจนลดกระบวนงานอนมุ ัติสง่ั จ่าย การขอหนงั สอื รับรองสิทธิในบำเหน็จ
ตกทอด เพอื่ ใช้เปน็ หลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้เงนิ นอกจากนี้ไดม้ กี ารเช่ือมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เก่ียวข้อง
อาทิ กรมการปกครอง กรมสรรพากร กรมบังคับคดี กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และธนาคาร
แห่งประเทศไทย เราลองมาดูกันว่าระบบ e-Pension กับ ระบบ Digital Pension มีความแตกต่างกนั อย่างไร

ระบบ e–Pension (ระบบเดมิ ) ระบบ Digital Pension (ระบบใหม่)
1. ไม่มีการเชื่อมโยงหน่วยงานภายนอกเพื่อตรวจสอบ 1. นายทะเบียนบนั ทกึ ขอ้ มูลในระบบ Digital Pension โดย
ความถกู ตอ้ งของข้อมูล มีการเชื่อมโยงกับระบบ e–Payroll ลดภาระการบันทึก
ขอ้ มลู และขอ้ ผิดพลาด
2. เน้นการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอกพร้อมทบทวน
การเชอื่ มโยงข้อมลู ท่ีมีอย่เู ดิมใหม้ คี วามทันสมยั และอัตโนมัติ
มากขึ้น ไดแ้ ก่ กรมการปกครอง กรมสรรพากร กรมบังคับคดี
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ธนาคารแห่งประเทศ
ไทย
3. เพิ่มการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ งานภ าย ใน
กรมบัญชีกลางเพื่อตรวจสอบและให้บริการข้อมูล ได้แก่
ระบบเงินเดือนและค่าจ้างประจำ (e-Payroll) ระบบ
ตรวจสอบสิทธิรกั ษาพยาบาล (MBDB) ระบบบริหารการเงิน
การคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) ระบบบูรณาการ
ฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e–Social Welfare) ข้อมูลของ
กรมบญั ชกี ลาง (Big Data)

46 ธนาธิปัตย์

ระบบ e–Pension (ระบบเดิม) ระบบ Digital Pension (ระบบใหม่)
2. ไม่มี Mobile Application สามารถรองรบั Mobile Application ได้
3. ในระบบ e–Filing เดิม ผู้ใช้งานเป็นข้าราชการ ในระบบ Digital Pension ใหม่ e–Filing จะครอบคลุม
ลูกจ้างประจำ ที่จะพ้นจากราชการเพื่อยื่นขอบำเหน็จ ประชาชนทั่วไป ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ผู้ที่จะพ้น
บำนาญเท่านน้ั จากราชการ ผู้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ ทายาท ผู้รับ
มอบอำนาจ ตลอดจนผูจ้ ัดการมรดก
4. การยืนยันตัวตนแบบเดิม ไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูล การยนื ยนั ตัวตน
กับหน่วยงานและระบบท่ีน่าเช่อื ถอื 1. ระบุข้อมลู ผลู้ งทะเบียน
- ตรวจสอบข้อมูลกบั ทะเบยี นราษฎร
- รองรับภาพถา่ ยผลู้ งทะเบียน
2. ยืนยัน e-mail ด้วย OTP
3. ระบขุ ้อมลู บุคลากรภาครัฐ
- มชี ดุ คำถาม 2 ชดุ
- ตรวจ e-Payroll
4. กำหนดรหัสผ่านตามนโยบายความปลอดภัยของ
กรมบัญชีกลาง
5. ไม่มกี ารจดั กลุ่มประเภทเงนิ จดั กลุ่มประเภทเงนิ ใหม่ และเพิม่ ประเภทเงิน ดังนี้
- หนี้ท่ีกรมบัญชีกลางชำระแทน
- ขอรับเงิน กบข. (ไมม่ ีสิทธไิ ด้รับบำเหน็จบำนาญ)
6. กระบวนงานอนมุ ัติสงั่ จ่ายผา่ นหลายขน้ั ตอน ลดกระบวนงานอนมุ ัตสิ ง่ั จา่ ย
7. หนังสือสงั่ จา่ ยรูปแบบกระดาษ 1. หนงั สอื ส่ังจ่ายอิเล็กทรอนิกส์
2. หนังสือรับรองเงินบำนาญและบำเหน็จรายเดือน
อิเล็กทรอนิกส์
3. หนังสอื รับรองสทิ ธิบำเหน็จค้ำประกนั อิเลก็ ทรอนิกส์ และ
เพ่มิ การกำหนดวันหมดอายุ (1 ป)ี
8. ไมม่ ีการแจ้งเตือนในระบบ ฯ 1. มีการแจ้งเตือนผ่านระบบฯ จำแนกตามสทิ ธิของผ้ใู ชง้ าน
2. การแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ส่วนราชการและกรมบัญชีกลาง
แสดงภาระงานที่คงคา้ งสามารถเปิดเข้าโปรแกรมท่ีเกี่ยวข้อง
ไดท้ นั ที พร้อมสืบค้นขอ้ มลู ให้
3. มีการแจ้งเตือนสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้ผู้รับเบี้ยหวัด
บำเหน็จบำนาญ ผา่ น Mobile Application
9. กระบวนการจดั ทำขอ้ มลู ขอเบกิ เงินจัดทำโดยเจ้าหน้าท่ี 1. กระบวนการจัดทำข้อมูลขอเบิกเงินจัดทำโดยเจ้าหน้าที่
กรมบัญชกี ลาง ส่วนราชการผู้เบิกและส่วนราชการระดับกรม โดยระบบ
จะสร้างขอ้ มูลการเบกิ เงินใหโ้ ดยอตั โนมตั ิ
2. กรมบญั ชกี ลางทำหน้าที่กำกับดูแลส่วนราชการผู้เบิกและ
จดั ทำใบโอนเงิน
10. การโหลดข้อมลู หน้ี สรจ. รองรับการใชแ้ บบ Upload การโหลดข้อมลู หนี้ สรจ. ส่วนราชการสามารถทำไดโ้ ดย
เท่านน้ั - แบบ Upload
- แบบบนั ทกึ ผา่ นจอในรูปแบบคล้าย Excel แบบ Online
- แบบบนั ทกึ เป็นรายบุคคล

ธนาธปิ ัตย์ 47

จะเห็นไดว้ า่ ระบบ Digital Pension ได้มีการพฒั นา ปรับปรงุ เปลีย่ นแปลง เพือ่ ใหก้ ารเบกิ จา่ ยเงินเป็นไปด้วย
ความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง ลดข้อผิดพลาดจากการบันทึกข้อมูลโดยมีการเชื่อมโยงกับฐานขอ้ มูลกับระบบ
ตา่ ง ๆ ตามยคุ สมยั ในปัจจุบัน และยังครอบคลุมถึงขา้ ราชการ ลกู จ้างประจำ ผู้ท่ีพน้ จากราชการ ผู้รับเบ้ียหวัด
บำเหน็จบำนาญ ทายาท ผู้รับมอบอำนาจ ตลอดจนผู้จัดการมรดก โดยบุคคลดังกล่าวสามารถดาวน์โหลด
แอพพลิเคชั่น Digital Pension เพื่อยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญฯ และติดตามผลการยื่นขอรับเงิน รวมถึง
ตรวจสอบสิทธปิ ระโยชน์ต่าง ๆ ไดท้ ี่....

ฉบับหน้าเราจะมาดูกันว่าระบบ Digital Pension สำหรับผู้ที่ปฏิบัติงาน
การเบิกจ่ายเงินในระบบ มีหลกั เกณฑ์และวธิ ีปฏิบตั ิอยา่ งไร
รวมถึงปญั หาที่พบเจอกนั บอ่ ย ๆ

หากมขี ้อสงสัยเกี่ยวกับการเบิกจ่ายสามารถติดตอ่ สอบถามไดท้ ี่
กองเบ้ยี หวดั บำเหนจ็ บำนาญ กรมการเงินทหารบก
โทร. 0 2297 8296

48 ธนาธปิ ัตย์


Click to View FlipBook Version