แบบฝึกทักษะรายวิชาภาษาไทย ๒ (ท๒๑๑๐๒)
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒
จดั ทำโดย
นางเทพกัญญา พูลนวล
นางสาวสริ าวรรณ พรหมอินทร์ (นักศึกษาฝึกประสบการณว์ ิชาชีพคร)ู
ชือ่ -สกุล ของ
ชั้น เลขที่
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
โรงเรยี นมหาวชิราวธุ จังหวดั สงขลา
สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามัธยมศึกษา เขต ๑๖
แบบฝึกทักษะรายวิชาภาษาไทย ๒ (ท๒๑๑๐๒)
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒
จดั ทำโดย
นางเทพกัญญา พูลนวล
นางสาวสริ าวรรณ พรหมอินทร์ (นักศึกษาฝึกประสบการณว์ ิชาชีพคร)ู
ชือ่ -สกุล ของ
ชั้น เลขที่
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
โรงเรยี นมหาวชิราวธุ จังหวดั สงขลา
สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามัธยมศึกษา เขต ๑๖
คำนำ
แบบฝึกทักษะรายวิชาภาษาไทย ๒ (ท๒๑๑๐๒) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนมหา
วชิราวุธ จังหวัดสงขลา จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแบบฝึกทักษะในการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ
มีความสามารถในการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ร้อยกรอง เขียนสื่อสารได้ถูกต้องชัดเจน ประเมิน
ความน่าเชื่อถือของสื่อที่มีเนื้อหาโน้มน้าวใจ นำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
อย่างสร้างสรรค์ มีมารยาทในการอ่านการเขียน การฟัง การดูและการพูด มีคุณธรรม จริยธรรม
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครอบคลุม ๕ มาตรฐานการเรียนรู้ รวมทั้งหมด ๒๓ ตัวชี้วัด
โดยประกอบด้วย ๔ หนว่ ยการเรียนรู้ ดงั นี้
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ สุภาษติ บรรพชน
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ ขุนพลแห่งรามัญ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๓ สารพันยอดอาหาร
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นทิ านสภี่ าค
ทั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแบบฝึกทักษะรายวิชาภาษาไทย ๒ ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้เรียน
ในการศึกษารายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน ท๒๑๑๐๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒
ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ ต่อไป
คณะผ้จู ดั ทำ
สารบญั หนา้
เรอ่ื ง ๑
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๑ สุภาษิตบรรพชน ๓
กิจกรรมการเรียนรทู้ ี่ ๑ ปรศิ นาอักษรไขว้ ใชค้ วามหมายไขคำศัพท์ ๕
กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ่ี ๒ จัดหมวดหมสู่ ภุ าษติ ๗
กิจกรรมการเรียนรูท้ ่ี ๓ สภุ าษติ จรรโลงจิตใจ ๘
กิจกรรมการเรยี นรู้ที่ ๔ วจิ กั ษว์ รรณคดี ๙
กิจกรรมการเรียนรู้ที่ ๕ สืบค้นข้อมูล เพมิ่ พูนความรู้ ๙
กิจกรรมการเรียนรู้ที่ ๖ บนั ทึกวรรณคดศี ึกษา ๑๐
กจิ กรรมการเรยี นรู้ที่ ๗ อ่านได้ เข้าใจเรื่อง ๑๒
กิจกรรมการเรียนรู้ที่ ๘ อา่ นได้ วิเคราะหเ์ ป็น
๑๔
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๒ ขนุ พลแห่งรามญั ๑๖
กจิ กรรมการเรยี นรู้ที่ ๑ ปรศิ นาอกั ษรไขว้ ใชค้ วามหมายไขคำศัพท์ ๑๘
กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี ๒ วเิ คราะหค์ ำซ้อน ยอ้ นดูคำประสม ๑๙
กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ี ๓ เติมคำ เพ่ิมความรูส้ ูป่ ัญญา ๒๑
กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี ๔ วิเคราะหภ์ าษาในราชาธิราช ๒๒
กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ี ๕ ไม้ยมกซำ้ คำ ๒๓
กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี ๖ สรรกจิ กรรมพฒั นาทักษะ ๒๔
กิจกรรมการเรยี นรู้ท่ี ๗ อา่ นก่อนใช้ ไร้ปัญหา ๒๕
กิจกรรมการเรยี นรู้ท่ี ๘ วิจกั ษว์ รรณคดี ๒๖
กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ี ๙ บันทึกวรรณคดีศึกษา ๒๖
กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี ๙ บันทึกวรรณคดศี ึกษา ๒๗
ตัวอย่างโครงงาน
๓๖
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๓ สารพันยอดอาหาร ๓๘
กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี ๑ ปริศนาอักษรไขว้ ใช้ความหมายไขคำศัพท์ ๔๐
กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี ๒ ภาพอาหาร คาวหวานเลิศรส ๔๑
กจิ กรรมการเรยี นรู้ที่ ๓ จดหมายลาครู ๔๒
กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี ๔ อาหาร...สื่อสมั พันธ์ทางใจจรงิ หรอื ๔๕
กิจกรรมการเรยี นรู้ท่ี ๕ พูดและเขียนใชต้ ่างกนั
สารบญั (ตอ่ ) หนา้
เรื่อง ๔๕
๔๖
กิจกรรมการเรียนรทู้ ี่ ๖ เตมิ คำย้ำความรู้ ๔๗
กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ี่ ๗ สัมพันธว์ รรณศลิ ป์ ๔๘
กิจกรรมการเรยี นรู้ท่ี ๘ วิจกั ษ์วรรณคดี
กจิ กรรมการเรียนรทู้ ี่ ๙ บนั ทึกวรรณคดีศึกษา ๔๘
๕๑
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๔ นทิ านส่ีภาค ๕๓
กิจกรรมการเรยี นรู้ที่ ๑ ปรศิ นาอกั ษรไขว้ ใชค้ วามหมายขยายวงศัพท์ ๕๔
กิจกรรมการเรยี นรทู้ ี่ ๒ สรรกิจกรรม นำพัฒนาทกั ษะ ๕๕
กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ี่ ๓ จำแนก แยกแยะ ๕๖
กิจกรรมการเรยี นรู้ท่ี ๔ จับคู่สภุ าษติ พินจิ ความ ๕๗
กจิ กรรมการเรียนร้ทู ่ี ๕ วจิ กั ษว์ รรณคดี
กิจกรรมการเรยี นรทู้ ่ี ๖ จบั คู่สมั พันธ์
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑
สภุ าษิตบรรพชน
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สภุ าษติ บรรพชน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ
แกป้ ญั หาในการดำเนินชีวติ และมีนสิ ัยรกั การอา่ น
ตัวชวี้ ัด ม. ๑/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้ถกู ต้องเหมาะสมกบั เรื่องที่อา่ น
ม. ๑/๖ ระบุข้อสังเกตและความสมเหตุสมผลของงานเขยี นประเภทชกั จูงโน้มนา้ วใจ
ม. ๑/๙ มีมารยาทในการอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และ
เขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
ตัวชี้วัด ม. ๑/๕ เขียนย่อความจากเรอ่ื งท่ีอา่ น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้
ความคดิ และความรสู้ กึ ในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
ตวั ชีว้ ัด ม. ๑/๕ การพูดรายงานเรื่องท่ีศึกษาค้นควา้ จากแหล่งเรียนร้ตู ่าง ๆ ในชุมชนและท้องถนิ่
ม. ๑/๖ มีมารยาทในการฟงั ดู และการพดู
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอ
บ่างเหน็ คณุ คา่ และนำมาประยุกต์ใช้ในชวี ติ จริง
ตัวชี้วัด ม. ๑/๑ การสรปุ เน้อื หาวรรณคดแี ละวรรณกรรม
ม. ๑/๒ การวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดแี ละวรรณกรรมทอ่ี า่ น
ม. ๑/๓ การอธิบายคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี ่าน
ม. ๑/๔ การสรุปความร้ปู ละขอ้ คดิ จากการอ่านเพอื่ ประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั
๓
ให้นักเรียนค้นหาคำศัพท์มคี วามหมายตรงกับความหมายท่ีใหไ้ ว้ในแนวตั้งและแนวนอน เติม
ลงในตารางปรศิ นาอักษรไขว้ตอ่ ไปน้ี
๑๒ ๓(๑)
๔
๕ (๒) (๓) ๖
(๔) (๕)
๘ ๗
(๙) (๘) (๖)
(๗) ๙ ๑๐ ๑๓ (๑๐) ๑๑
(๑๑)
๑๒
(๑๒)
(๑๓) ๑๔ (๑๔)
๑๕ ๑๗ (๑๕)
(๑๖) (๑๘) ๒๐
๑๖ ๑๘ ๑๙
(๑๗) (๒๒) ๒๓ ๒๑ ๒๒
(๒๐) (๑๙)
(๒๑)
(๑๔)
๒๔ ๒๕
(๒๓)
(๒๔) ๒๖
๔
แนวตงั้ แนวนอน
๑. การแสดงอาการเป็นช้ันเชงิ ใหร้ ูท้ ี (๑) ละอายใจ อบั อายมาก
๒. ตาม (๒) พดู ดว้ ยไมตรีจิต
๓. เครอ่ื งมือทใี่ ช้ในการตอ่ สู้ (๓) สงคราม การรบพงุ่
๔. พรเจา้ แผน่ ดนิ (๔) ชัด กระจ่าง
๕. คำสงั่ สอน (๕) เสมอไป สม่ำเสมอ
๖. วาง ทิ้ง (๖) พ้ืนแผ่นดนิ
๗. พดู (๗) เดนิ ไป เคล่อื นไป
๘. สนุ ขั (๘) แมว้ ่า
๙. ความลบั สิ่งทีค่ วรหวงแหน (๙) เงินตรา สมบัตพิ ัสถาน
๑๐. กว้างขวาง ละเอยี ดลออ (๑๐) ถ้อยคำทีก่ ล่าวสืบกันมา มคี วามหมายเปน็ คติ
๑๑. เอาใจใสค่ อยฟัง (๑๑) เลย้ี งดู ทะนถุ นอม
๑๒. แสดงอำนาจ (๑๒) ขอ้ ความทเี่ ป็นคำสงั่ สอน
๑๓. การเวียนวา่ ยตายเกิด (๑๓) ทร่ี กชฏั อันตราย
๑๔. มาก แจ้ง (๑๔) กระท่อม
๑๕. ทำอวดอำนาจ อวดเบ่ง (๑๕) ทง้ั ปวง
๑๖. คนทไี่ ม่มีที่พกั พงิ แน่นอน (๑๖) อุดหนุน บำรุง
๑๗. เปิด เปิดปากหรือพูด (๑๗) คนที่มเี ลห่ เ์ หลี่ยม คนทมี่ ีลบั ลมคมใน
๑๘. แขง็ ขอ้ ไมอ่ ่อนน้อม (๑๘) ของท่ีนำความเดือดรอ้ นมาให้
๑๙. เร่อื งราว ขอ้ ความ (๑๙) เชดิ ชสู งู สงู เดน่ เฉิดฉาย
๒๐. เน้อื ความ (๒๐) ไร้ ไมม่ ี เปลา่
๒๑. มีความชัว่ ปกปดิ ไว้ มีเลห่ เ์ หล่ยี ม (๒๑) บอก เล่า กล่าวอธบิ าย
๒๒. ถา้ (๒๒) ประเพณที เ่ี คยถือปฏบิ ัตกิ นั มาแต่อดตี
๒๓. เล่ืองลอื เอิกเกรกิ (๒๓) พูดเรอ่ื ยอยา่ งอ่อนหวานน่าฟัง
๒๔. กระดากอาย (๒๔) เอาเปรยี บผู้อนื่ ในการทำงาน
๒๕. เต็มแรง เตม็ กำลังความสามารถ
๒๖. ยกของท่ีมีนำ้ หนกั ขึ้นวางบนบา่
๕
ให้นักเรียนอ่านสภุ าษติ พระร่วงค้นหาบทสุภาษิตที่สอดคล้องกับเรอื่ งตอ่ ไปน้ี (๑๐ คะแนน)
๑. การปฏบิ ตั ติ นเอง
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๒. การปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผใู้ หญ่
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๓. การปฏิบตั ิตนต่อผ้อู ืน่
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๔. การปฏบิ ตั ติ นในฐานะผ้คู รองเรือน
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๖
๕. การปฏบิ ตั ติ นต่อพระมหากษัตรยิ ์
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๖. การปฏบิ ัติตนต่อผ้บู งั คับบญั ชา
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๗. การปฏิบตั ิตนตอ่ ครูอาจารย์
__________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๗
ให้นักเรียนพิจารณาผลที่เกิดขึ้นต่อตนเองและผู้อื่นหากนำสุภาษิตพระร่วงบทที่นักเรียนประทับใจไป
ปฏิบตั ิ และผลที่เกิดข้นึ หากนักเรียนไมป่ ฏบิ ัติ (๑๐ คะแนน)
ถา้ ปฏิบัติ ถ้าไมป่ ฏิบัติ
ผลทเ่ี กิดขึ้น ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ
__________________ __________________
__________________ __________________
__________________ __________________
__________________ __________________
__________________ __________________
__________________ __________________
__________________ __________________
๘
ใหน้ ักเรียนอธิบายคณุ คา่ ของสภุ าษิตพระร่วง แล้วร่วมกนั สนทนาเพื่อแลกเปล่ยี นความรู้
๑. คุณค่าดา้ นวรรณศิลป์
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
๒. คุณคา่ ดา้ นแนวคดิ
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
๓. คุณคา่ ด้านเน้ือหา
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
๔. คณุ คา่ ด้านสังคม
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
๙
ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสุภาษิตไทยจากแหล่งข้อมูลสารสนเทศ บันทึกชื่อเว็บไซต์
และรายละเอียดลงในบัตรข้อมูล แลว้ แลกเปลย่ี นความรู้กันในชั้นเรียน
ช่ือเว็บไซต์___________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
ข้อมูลที่พบ___________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
พิจารณาทบทวนบทเรียน และเขียนบันทึกการเรียนรู้แสดงความรู้สึกและความคิดเห็นของ
นักเรียนอย่างอสิ ระเกย่ี วกับสุภาษิตพระร่วง
บนั ทึกวรรณคดีศกึ ษา เรื่อง สุภาษิตพระร่วง
_____________________________________________________________________
_____________________________________________________________________
_____________________________________________________________________
_____________________________________________________________________
_____________________________________________________________________
_____________________________________________________________________
_____________________________________________________________________
๑๐
การเขียนย่อความ คือ การนำใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน ฟัง หรือดู มาเรียงลำดับใหม่
ใหส้ ้ัน เข้าใจงา่ ย และได้ใจความถูกต้อง ครบถว้ นตามเดิม
วธิ กี ารเขยี นยอ่ ความ
การย่อความมีวิธีการ ดังน้ี
๑. อา่ น ฟัง หรอื ดู เน้อื หาอย่างละเอียด
๒. จบั ใจความสำคัญของเรอื่ ง โดยแบ่งเน้ือเร่อื งเป็นย่อหนา้ เปน็ ชว่ ง หรือเปน็ ตอน
๓. นำใจความสำคญั มาเขยี นใหมด่ ้วยสำนวนภาษาของผูย้ ่อ โดยใช้วิธกี ารดังน้ี
๓.๑ เลอื กใชค้ ำทมี่ คี วามหายตรงกับคำในขอ้ ความเดิม เชน่ ใช้คำว่า แมน่ ำ้ แทนคำว่า นที
๓.๒ เปล่ยี นสรรพนามบรุ ษุ ท่ี ๑ และท่ี ๒ เปน็ สรรพนามบุรษุ ท่ี ๓
๓.๓ ถา้ เร่ืองเดิมเป็นร้อยกรองจะตอ้ งเรยี บเรยี งเป็นร้อยแก้ว
๓.๔ ถ้ามคี ำราชาศพั ท์ ต้องใช้ใหถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม
๓.๕ ไมใ่ ช้อกั ษรยอ่ และเคร่อื งหมายอัญประกาศ
๓.๖ เขยี นใจความทย่ี อ่ ต่อเนื่องกันไปโดยไมต่ อ้ งย่อหน้า
๔. บอกทม่ี าของเรอ่ื งทน่ี ำมาย่อ
องค์ประกอบของย่อความ
ย่อความประกอบด้วยส่วนสำคัญ ๒ สว่ น ดงั น้ี
๑. ส่วนคำนำ เป็นสว่ นแรกของย่อความ มีจุดมุ่งหมายเพื่อใหผ้ ูอ้ า่ นทราบท่ีมาของเรื่องทน่ี ำมาย่อ
๒. ส่วนเนื้อเรื่อง เป็นส่วนที่ผู้ย่อนำใจความสำคัญของเรื่องมาเขียนเรียบเรียงใหม่ด้วยถ้อยคำ
สำนวนของตนเอง
๑๑
รูปแบบการเขียนคำนำย่อความ
๑. การยอ่ ความจากหนงั สอื เช่น
ย่อเรอ่ื งสนั้ เร่ือง__________________________ของ___________________________
จากหนงั สอื _________________________________หนา้ _______ความวา่
๒. การย่อความจากการฟัง เชน่
ยอ่ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั พระราชทานแก่________________
เรือ่ ง___________________________ในโอกาส_______________________________
ณ___________________________วันท_่ี _______________ความว่า
๓. การย่อความจากการดู เชน่
ย่อรายการโทรทัศน์ ชอื่ รายการ_______________ตอน__________________________
จากสถานโี ทรทัศน์ช่อง__________________ออกอากาศวนั ท่ี_____________________
เวลา________________ความวา่
๔. การยอ่ ความจากข้อมลู อ่นื ๆ เช่น
ยอ่ ประกาศเรื่อง_______________________________
ของ______________________________ ลงวนั ที่________________ความว่า
ใหน้ ักเรียนเขยี นย่อความ เรอื่ ง สุภาษติ พระร่วง โดยเขยี นใหถ้ ูกต้องตามรูปแบบของการเขยี นย่อความ
๑๒
ให้นกั เรียนอ่านบทความต่อไปน้ี แลว้ วเิ คราะหค์ วามนา่ เชอ่ื ถอื ของบทความ
จากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพ้ืนท่ีภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในหลายจังหวัด
อาทิ จังหวัด นครราชสีมา ปราจีนบุรี ลพบุรี ฯลฯ ได้สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับพี่น้อง
ชาวไทยในพน้ื ที่ดังกล่าว ไม่ว่าจะเปน็ ปญั หาเรือ่ งไรท่ีอยู่อาศัย ขาดแคลนสง่ิ ของท่จี ำเป็นในการอุปโภค
บริโภค ศูนย์กลางรับบริจาคออนไลน์ไทยกิฟวิ่ง (..) ขอมีส่วนร่วมในการเป็นตัวกลาง ในช่วยเหลือ
ระหว่างท่าน (ผู้ให้) กับผู้ประสบภัย (ผู้รับ) ในครั้งนี้ศูนย์กลางรับบริจาคออนไลน์ ไทยกิฟวิ่ง (..)
จึงตั้งศูนย์ขึ้นมาเพื่อเป็นสื่อกลางในการรับของบริจาค จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทุกท่าน
องค์กร หน่วยงาน และห้างร้านต่าง ๆ ร่วมกันบริจาคเงิน และสิ่งของ เช่น เทียนไข อาหารแห้ง
ถ่านไฟฉาย และไฟฉาย ฯลฯ รวมถึงสิ่งของอุปโภคบริโภคท่ีจำเป็นอื่น ๆ ซึ่งทางศูนย์ฯ จะนำสิ่งของ
ที่ได้รับบริจาคมาทั้งหมดไปรวมกับ ศูนย์เปิดรับบริจาคนํ้าท่วม ของ ช่อง ๙ อสมท. ซึ่งได้ตั้งศูนย์รับ
บริจาค โดยเปิดรบั บริจาคทุกวันตั้งแต่บดั นี้เป็นต้นไป ท่านสามารถร่วมบริจาคได้ที่มูลนิธิอินเทอร์เน็ต
ร่วมพัฒนาไทย ๑๐๘ อาคารบางกอกไทยทาวเวอร์ ชั้น ๑๐ ห้อง ๑๐๐๔ ถนนรางน้ำ แขวงถนน
พญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐ โทรศัพท์ ๐-๒๖๔๒-๗๐๓๑ หรือสามารถร่วมบริจาค
เงินทาง ช่ือบัญชี มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ธนาคารกสิกรไทย สาขารางน้ำ ประเภท
ออมทรัพย์ เลขที่ ๐๕๒-๒-๗๗๓๙๒-๑ ระบุในใบสลิป โอนเงินวา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
และระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ของผู้บริจาคให้ชัดเจน แล้วแฟกซ์ใบสลิปนั้นมาที่เบอร์
๐-๒๖๔๒-๗๐๓๒ เพื่อออกใบเสรจ็
ทมี่ า : http://www.thaigiving.org/node/1326
๑๓
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๒
ขุนพลแหง่ รามญั
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๒ ขุนพลแห่งรามญั
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนินชีวติ และมนี ิสยั รกั การอา่ น
ตัวชี้วัด ม. ๑/๗ การอา่ นและปฏิบตั ติ ามเอกสารคมู่ ือ แนะนำวธิ กี ารใชง้ านของเครื่องมือหรือเครื่องใช้
ในระดบั ท่ยี ากขน้ึ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และ
เขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสิทธภิ าพ
ตวั ชี้วดั ม. ๑/๘ การเขยี นรายงานโครงงาน
ม. ๑/๙ มารยาทในการเขยี น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้
ความคดิ และความร้สู ึกในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
ตัวชี้วัด ม. ๑/๓ การพดู แสดงความคิดเห็นอยา่ งสรา้ งสรรค์เกี่ยวกับเรื่องท่ีฟังและดู
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
ตัวชว้ี ดั ม. ๑/๓ การวิเคราะหช์ นิดและหน้าท่ขี องคำ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอ
บ่างเห็นคุณค่าและนำมาประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จริง
ตวั ช้วี ัด ม. ๑/๑ การสรุปเน้ือหาวรรณคดีและวรรณกรรม
ม. ๑/๒ การวเิ คราะหค์ ณุ ค่าวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี า่ น
ม. ๑/๓ การอธิบายคณุ ค่าวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี ่าน
ม. ๑/๔ การสรปุ ความรู้ปละขอ้ คดิ จากการอ่านเพ่อื ประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั
๑๖
ให้นักเรียนคน้ หาคำศัพท์จากเร่ืองราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา ที่มีความหมายตรงกับ
ความหมายทใ่ี หไ้ ว้ในแนวตง้ั และแนวนอน และนำมาเตมิ ลงในตารางปริศนาอักษรไขว้ตอ่ ไปนี้
(๑) ๑ (๒) ๒
๖ ๔๕
๓ (๔)
(๓)
๗ ๘ ๘
(๕) (๗) (๖)
๑๐ (๙) ๑๑
(๘)
๑๒ (๑๐) (๑๒) (๑๑) ๑๕
๑๓ ๑๔ (๑๕)
๑๖
(๑๓) ๑๘ ๒๐ (๑๔)
๑๗
๑๙
(๑๖) (๑๗)
(๑๘)
(๑๙) (๒๐)
๑๗
แนวตง้ั แนวนอน
๑ อก ใจ (๑) นอน
๒ อาหารว่างดว้ ยไข่โรยเป็นร่างแหหอ่ ไสท้ ท่ี ำ (๒) สวยงาม เดน่
ดว้ ยกงุ้ สับปรงุ รส
๓ อาหารคลา้ ยพลา่ ทำจากกุ้งดบิ (๓) กองไฟทีด่ ับแล้วยงั ร้อนระออุ ยู่
๔ แกงปรุงดว้ ยเคร่ืองเทศ (๔) เคร่อื งผกั ต้มสำหรับรบั ประทานกับขนมจนี
นำ้ ยา
๕ เนอ้ื ทเ่ี ปน็ ก้อนอยู่ในกระเพาะปลาหมกั เกลือ (๕) กลน่ิ หอม
ปรงุ เป็นอาหารแบบเครื่องจ้มิ
๖ แกงคล้ายแกงค่วั ใสม่ ะระ มักแกงกับปลาดุก (๖ )รังของนกอีแอน่ ชนิดหนึ่ง เม่ือแช่นำ้ มี
ลักษณะคลา้ ยวุ้นใช้ทำอาหารคาวหวานได้
๗ อาหารชนิดหนึ่งเปน็ เคร่ืองจิ้มทำดว้ ยกงุ้ (๗) ปาล์มชนดิ หนง่ึ ออกผลเป็นกระปุก กินได้
๘ กลิน่ หอม นา่ รับประทาน (๘) พูด กลา่ วร้อง
๙ แกงกะทคิ ล้ายแกงเผด็ แต่มีรสเปร้ียว (๙) ทองคำเน้ือเกา้ เปน็ ทองบรสิ ทุ ธ์ิ
๑๐ อาหารคล้ายล่าเตียง แต่ไส้ทำดว้ ยหมู (๑๐) ความลบั
๑๑ อาหารยำทใี่ ช้เน้อื สัตว์สดๆ ปรงุ ด้วยนำ้ (๑๑) ยำแบบไทยชนิดหนึ่งมสี ่วนผสมหลายชนดิ
มะนาว น้ำปลา พริก
๑๒ ใบไม้ ปลายแหลมเรยี ว รสฝาดเล็กนอ้ ย (๑๒) อาหารว่างทำด้วยเนื้อหมบู ดและขา้ วป่น
ใบอ่อนรบั ประทานได้ ใช้ห่อปลาแนมเม่ยี งคำ
๑๓ แกงเผด็ ชนดิ หน่งึ ใสก่ ะทิ ผักบุ้งหมูสามชน้ั (๑๓) ทุบอก ตอี ก
๑๔ อร่อย (๑๔) ม้ามของหมู
๑๕ อร่อยมากจนแทบขาดใจ (๑๕) เคร่อื งเทศชนดิ หน่งึ มกี ลิ่นหอมฉนุ
๑๖ ลูกกระวานเทศมกี ลน่ิ หอม (๑๖) ทัง้ ปวง ทุกอย่าง
๑๘
นักเรียนรูจ้ กั ความแตกตา่ งระหว่างคำซ้อนและคำประสมมาแล้ว ใหน้ ักเรียนพิจารณาคำซ้อน
และคำประสมจากเรื่อง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสาต่อไปนี้ แล้วนำมาเขียนลงในกรอบคำ
ทกี่ ำหนดให้
เยื้องกราย ฝึกหดั เจา้ ของ เสียแรง คุน้ เคย กลอุบาย ขวัญตา หายใจ
เกยี่ วพนั ฝมี อื ขบกัด จนใจ รบั สัง่ หา่ งไกล ตา้ นทาน แกไ้ ข
คอยท่า นบั ถอื แผน่ ดิน เวียนวน รูปรา่ ง เสือ่ มเสยี ขา้ ศึก กลา้ หาญ
เครื่องประดับ คู่ครอง ใจความ หา้ มปราม จองจำ แปรปรวน หนว่ งเหนีย่ ว
ข้าราชการ ถ้อยคำ ฟ้อนรำ บ้านเมอื ง เปรียบเทยี บ ใหญ่
หลวง มน่ั คง ลค่วำงซเลอ้ ยนกราบทลู คำประสม
______________________________ ______________________________
______________________________ ______________________________
______________________________ ______________________________
______________________________ ______________________________
______________________________ ______________________________
______________________________ ______________________________
______________________________ ______________________________
______________________________ ______________________________
______________________________ ______________________________
______________________________ ______________________________
______________________________ ______________________________
______________________________ ______________________________
๑๙
๑. ซอ้ นคำตรงขา้ มกัน
ให้นักเรียนหาคำที่มีความหมายตรงข้ามกันตามที่ปรากฏในเรื่องราชาธิราช ตอน สมิง
พระรามอาสา มาซอ่ นลงในคำต่อไปน้ี
๑. หนา้ _____ ๒. สูง_____ ๓. ซ้ือ_____
๔. ผ้ใู หญ่_____ ๕. ยาก_____
๒. ซ้อนสามคำหรอื ส่ีคำ
ให้นักเรียนหาคำมาเติมคำต่อไปนี้ให้เป็นคำซ้อนสามคำหรือสี่คำตามที่ปรากฏในเรื่อง
ราชาธริ าช ตอน สมิงพระรามอาสา มาซอ่ นลงในคำตอ่ ไปนี้
๑. อยู่เย็น_____ ๒. ตฆี ้อง_____
๓. กำหนด_____ ๔. ยศฐา_____
๕. เหนด็ เหน่ือย_____ ๖. สมณ_____
๗. ชาวบา้ น_____ ๘. พระเดช_____
๙. ลำบาก_____ ๑๐. นายทัพ_____
๒๐
๓. ลักษณนามช่วยส่ือความหมายใหเ้ ขา้ ใจตรงกนั
ให้นักเรียนหาลักษณนามจากเรื่อง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา มาเติมลงในช่องว่าง
ตอ่ ไปน้ี (๑๐ คะแนน)
๑. แพรลายมงั กรรอ้ ย_____
๒. ฝนตก_____ใหญ่
๓. เครือ่ งยศประดบั หยก_____หน่งึ
๔. กระทอ่ นนอ้ ย_____หนึ่ง
๕ ผา้ สกั หลาดยี่สิบ_____
๖. นอระมาด_____ยอด
๗. น้ำดอกไม้เทศสามสบิ _____
๘. ช้างพลายผูกเครื่องทอง_____หนง่ึ
๙. ต้นตาลมีผลสกุ ต้นละส่ี_____บ้าง ห้า_____บา้ ง
๑๐. แล้วพงุ่ ผลตาลสกุ ทง้ั สามตน้ หลน่ ลงทลี ะ_____
๒๑
ให้นักเรยี นนำความรูเ้ รื่องคำพอ้ งและชนิดของคำมาวิเคราะหก์ ารใช้ภาษาในเรื่อง ราชาธริ าช
ตอนสมงิ พระรามอาสา
๑. “ม้าดไี ด้ตอ้ งเอามือตอ้ งหลังดกู ่อนจงึ จะร้วู า่ ดี”
ต้อง คำแรกทำหน้าท่ีเป็น____________________________________________________
ต้อง คำทส่ี องทำหน้าท่เี ป็น___________________________________________________
มคี วามหมายวา่ _______________________________________________________
“สตรรี ปู งามถ้าพร้อมด้วยลักษณะกิริยามารยาทต้องอย่างจึงควรนับวา่ งาม”
ตอ้ ง ในบริบทนี้ทำหน้าที่เปน็ __________________________________________________
มีความหมายวา่ _______________________________________________________
คำว่า “ตอ้ ง” ทั้ง ๓ คำนี้ จดั เปน็ คำ_________________________________________
๒. “ขณะเมอื่ สมิงพระรามรำส้ินเพลงทวนแลว้ แกลง้ ทำกลอุบายหวังจะดชู ่องเกราะหมายสำคัญ”
รำ ในบรบิ ทนท้ี ำหน้าที่เป็น__________________________________________________
มคี วามหมายวา่ _______________________________________________________
“หญิงเจ้าของจึงเอาขา้ วเปลอื กมาตำได้รำแล้ว กร็ ้องเรียกลกู มา้ ดุจดังทุกวัน”
รำ ในบรบิ ทนท้ี ำหน้าทเ่ี ปน็ __________________________________________________
มีความหมายวา่ _______________________________________________________
คำว่า “รำ” ทัง้ ๒ คำน้ี จัดเป็นคำ __________________________________________
๓. “ถา้ ใจดตี ้องทดลองให้ส้ินเชิงปญั ญาก่อนจะนบั วา่ ดี”
ถา้ ในบริบทน้ีทำหนา้ ที่เป็น__________________________________________________
มีความหมายว่า_______________________________________________________
“ตั้งพระทยั คอยทา่ สมิงพระรามอยู่”
ท่า ในบริบทนี้ทำหน้าท่ีเป็น__________________________________________________
มคี วามหมายวา่ _______________________________________________________
คำวา่ “ถ้า” และ “ท่า” จดั เปน็ คำ__________________________________________
๒๒
ให้นักเรียนพิจารณาการใช้ไม้ยมกในเรื่อง ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสาต่อไปนี้
ถ้าขอ้ ใดใช้ไมย้ มกไม่ถกู ต้อง ให้แกไ้ ขให้ถูกตอ้ ง
๑. “ผคู้ ุมได้ฟงั ก็ชอบใจ จงึ นำถ้อยคำสมงิ พระรามรบี เข้าไปแจ้งแกเ่ สนาบดี ๆ ได้ฟงั กม็ ีความชนื่ ชม”
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๒. “ม้าทั้งปวงนี้ก็สามารถเคยผจญทำสงครามได้รับอับจนมาเป็นอันมาก แต่ล้วนดี ๆ ทั้งนั้นเลือก
มิได้”
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๓. “ชกั มา้ เปน็ เพลงผ่าหมากแลกเปลีย่ นกันตา่ ง ๆ”
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๔. “สมงิ พระรามไดท้ กี ็สอดทวนแทงถูกซอหกรักแร้กามะนี ๆ เองตัวลง”
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๕. “ถึงท่านจะเอาทพิ ยสมบตั ิของสมเด็จอมรินทรม์ ายกใหเ้ รา ๆ กม็ ิไดป้ รารถนา”
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๖. “พระเจ้าฝรัง่ มังฆ้องกต็ รสั เตอื นว่ามาเร็ว ๆ”
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๗. “พระราชธดิ าเกรงพระราชอาญาขัดรับส่ังสมเดจ็ พระราชบิดามิได้ กย็ กพานพระศรีมาต้ังลงเฉพาะ
หน้าสมิงพระรามแต่หา่ ง ๆ”
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๒๓
๘. “เสนาบดขี ้าราชการใหญน่ ้อยรบั ๆ ส่ังแล้วกถ็ วายบงั คมลาออกจากเฝ้า”
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๙. “ฝ่ายสมงิ พระรามก็กลับมาที่อยู่ จงึ เขยี นหนังสือสองฉบบั ๆ หนงึ่ ซอ่ นไวใ้ ตห้ มอน”
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๑๐. “ความทราบถึงเสนาบดี ๆ ก็รีบเข้าไปกราบทูลพระเจ้ามณเฑียรทอง ๆ ได้แจ้งแล้วก็สะดุ้งตก
พระทยั ”
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
ให้นักเรียนพูดแสดงทรรศนะเกี่ยวกับบทบาทของสมิงพระรามเปรียบเทียบกับคำประพันธ์
ตอ่ ไปน้ีว่าเหมอื นหรือตา่ งกันอยา่ งไร
มโนมอบพระผู้ เสวยสวรรค์
แขนมอบถวายทรงธรรม์ เทอดหล้า
ดวงใจมอบเมยี ขวญั และแม่
เกียรติศักดริ์ ักขา้ มอบไว้แกต่ วั
๒๔
วธิ ีใช้เครือ่ งคอมพิวเตอร์ให้ประหยัดพลังงานและปลอดภัย
วิธีการใช้เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ให้ประหยัดพลงั งาน
๑. ไมเ่ ปิดเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ทิง้ ไว้นาน ๆ เพราะจะทาํ ให้ส้นิ เปลืองไฟฟ้า
๒. ควรปิดจอภาพถ้าไมใ่ ช้งานเกิน ๑๕ นาที
๓. เลือกใช้จอภาพทข่ี นาดไม่ใหญเ่ กนิ ไปเพราะจะทำให้กนิ ไฟฟ้า
๔. ควรตดิ ตงั้ คอมพวิ เตอร์ในทร่ี ะบายความร้อนไดด้ ี
๕. ควรติดตั้งระบบ เพื่อรักษาคุณภาพของหน้าจอ และยังช่วยประหยัดพลังงาน ในกรณี
ท่ียังไมป่ ิดเคร่อื ง
คาํ แนะนาํ ด้านความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์
๑. ถอดปล๊ักเมื่อเลกิ ใช้งาน
๒. อยา่ เปิดฝาครอบคอมพิวเตอร์ในขณะกําลังใช้งาน
๓. อย่านําเครื่องดื่มวางไว้บนคอมพิวเตอร์เพราะหากหกใส่เครื่องสามารถทําให้ไฟฟ้า
ลัดวงจรได้
๑. ประโยชน์ที่ได้จากการอา่ นคมู่ อื น้คี ืออะไร
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๒. เหตุใดจงึ ไมค่ วรเปิดเคร่ืองคอมพิวเตอร์ทิง้ ไว้นาน ๆ
_________________________________________________________________________
๓. เหตุใดจึงต้องติดตงั้ ระบบ Screen saver
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๔. การวางเครื่องด่ืมไว้บนเครือ่ งคอมพิวเตอร์อาจทําให้เกิดอนั ตรายอย่างไร
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๕. สามารถนําไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ ประจําวนั ไดอ้ ยางไร
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๒๕
ให้นักเรียนอธิบายคุณค่าของเรื่อง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา แล้วร่วมกันสนทนา
เพ่อื แลกเปลยี่ นความรู้
๑. คณุ คา่ ด้านวรรณศิลป์
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
๒. คณุ ค่าดา้ นแนวคดิ
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
๓. คณุ คา่ ดา้ นเนื้อหา
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
๔. คณุ คา่ ด้านสังคม
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
๒๖
พิจารณาทบทวนบทเรียน และเขียนบันทึกการเรียนรู้แสดงความรู้สึกและความคิดเห็นของ
นกั เรยี นอยา่ งอสิ ระเกี่ยวกบั เร่อื ง ราชาธริ าช ตอน สมงิ พระรามอาสา
บนั ทกึ วรรณคดศี กึ ษา เรื่อง ราชาธิราช ตอน สมงิ พระรามอาสา
_____________________________________________________________________
_____________________________________________________________________
_____________________________________________________________________
_____________________________________________________________________
_____________________________________________________________________
_____________________________________________________________________
_____________________________________________________________________
“ตวั ละครจากวรรณคดีเรื่องใดเป็นต้นแบบในดวงใจของวัยรุ่น”
ให้นักเรียนคัดเลือกตัวละครที่มีคุณธรรมในด้านต่าง ๆ จากวรรณคดี เช่น สมิงพระราม
พระสังข์ พระร่วง หนุมาน เพื่อศึกษาพฤติกรรม ลักษณะนิสัยของตัวละครเหล่านี้จากวรรณคดี
แล้ววิเคราะห์ให้เห็นคุณธรรมที่ปรากฏ ยกตัวอย่างประกอบให้เห็นชัดเจน รวมทั้งเสนอแนะแนวทาง
ที่สามารถนำคณุ ธรรมมาใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ให้เกดิ ผลดี
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๓
สารพันยอดอาหาร
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สารพนั ยอดอาหาร
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนนิ ชีวิต และมีนสิ ัยรักการอา่ น
ตวั ชี้วัด ม. ๑/๑ อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกับเรื่องท่ีอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ
และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า
อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ตัวช้ีวดั ม. ๑/๗ การเขียนจดหมายสว่ นตัวและกจิ ธุระ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้
ความคดิ และความรูส้ ึกในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
ตวั ชว้ี ัด ม. ๑/๔ การพดู ประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อที่มเี นื้อหาโน้มน้าวใจ
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ตัวชว้ี ัด ม. ๑/๔ การวเิ คราะห์ความแตกต่างระกวา่ งภาษาพูดและภาษาเขียน
ม. ๑/๕ การแต่งกาพยย์ านี ๑๑
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอ
บ่างเหน็ คุณค่าและนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจริง
ตัวชว้ี ดั ม. ๑/๑ การสรุปเนื้อหาวรรณคดแี ละวรรณกรรม
ม. ๑/๒ การวิเคราะห์คุณคา่ วรรณคดแี ละวรรณกรรมท่อี ่าน
ม. ๑/๓ การอธิบายคณุ คา่ วรรณคดแี ละวรรณกรรมท่อี า่ น
ม. ๑/๔ การสรปุ ความรปู้ ละขอ้ คดิ จากการอ่านเพ่ือประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั
๓๘
ให้นักเรียนค้นหาคำศัพท์จากเรื่องราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา ที่มีความหมายตรง
กบั ความหมายทีใ่ ห้ไว้ในแนวตง้ั และแนวนอน และนำมาเตมิ ลงในตารางปริศนาอกั ษรไขวต้ ่อไปนี้
๑
(๑)
๓ ๒ ๔
๕(๓) (๒)
๘ ๖
(๗) (๖) ๙(๔) ๗
๑๐
(๕)
๑๑(๘)
(๙) (๑๐) ๑๒
(๑๑)
๑๓ ๑๔ ๑๕
(๑๒)
(๑๔) (๑๓)
๑๖
(๑๕)
(๑๖)
๓๙
แนวตง้ั แนวนอน
๑ เดอื น (๑) สบิ เดือน
๒ ทปี่ ระทบั ช่ัวคร้งั คาวสำหรับรบั รองพระเจ้า (๒) การเลน่ ร่ืนเริง
แผ่นดนิ และพระบรมราชวงศ์ช้ันสงู
๓ ข้าวสาร (๓) ความใครในกามซงึ่ เป็นเหตแุ ห่งความทุกข์
๔ วัยกำลังซกุ ซน (๔) ร้องไหค้ รำ่ ครวญด้วยความรกั
๕ ตามคำสัง่ (๕) ชอ่ื ทา่ รำทวนมกี ารเคลอื่ นไหวฝ่าเขา้ กลางวง
๖ งูเหา่ (๖) ความดับสนทิ แห่งกิเลสและกองทุกข์
๗ พนกั งานจดั เตรียมกับข้าวของหลวง (๗) วชิ าความรู้ตา่ ง ๆ ในสมยั โบราณสำหรบั
นักรบและผู้ปกครอง
๘ กบั ขา้ วทง้ั พวกแกงและไมแ่ กง (๘) พานหมาก
๙ กองทัพ (๙) ชอ่ื ท่ารำทวนมกี ารเคลอ่ื นไหวเปน็ วงกลม
๑๐ การนำพระราชสาสน์ ไปถวาย (๑๐) ม้าท่ีอย่นู อกทะเบยี นหลวง
๑๑ ใยพชื ทใ่ี ช้ทอผา้ (๑๑) เชอื กเกลียวขนาดใหญ่
๑๒ ความผกู พนั รักใคร่ (๑๒) อารมณ์อันเป็นที่ต้งั แหง่ ความใคร่
๑๓ บริเวณท่ลี มุ่ กว้างใหญ่ ซึง่ อาจมีนำ้ ขังหรอื ไม่ (๑๓) หญิงผ้มู ีหน้าทร่ี บั ใชป้ ฏิบตั พิ ระเจา้ แผน่ ดิน
มีกไ็ ด้
๑๔ วิ่งเหยาะ ๆ (๑๔) การส้นิ สุดของกัลปแ์ สดงถงึ ระยะเวลาท่ี
ยาวนานมาก
๑๕ มา้ ที่อยใู่ นทะเบียนหลวง (๑๕) เดิน
๑๖ วิตกกังวล (๑๖) ตะกร้า
๑๗ ม่าน (๑๗) ดใี จ
๑๘ ชอื่ ยกั ษ์ตนหน่ึง เชื่อกนั ว่าเสยี งฟา้ รอ้ งเกิด (๑๘) รสหวาน รสอร่อย
จากยักษ์ตนนข้ี ว้างขวาน
๑๙ เสียใจ (๑๙) แรด
๒๐ งามมเี สน่ห์ งามอย่างสดใส (๒๐) การเวยี นว่ายตายเกดิ
๔๐
ให้นักเรียนดูภาพเครื่องคาวต่อไปนี้และระบุชื่อ โดยนำตัวอักษรหน้าชื่อเครื่องคาว
มาเติมลงในช่องวา่ งใหส้ มั พนั ธก์ บั ภาพ
น้ำยาแกงขม ลา่ เตยี ง แกงเทโพ พล่าเน้อื สด รงั นก หมแู นม มัสมั่น
แสรง้ วา่ ก้อยกุ้ง ยำใหญ่ ตัวเหล็กลวก แกงค่ัวส้ม หรุ่ม อ่อม
__________________ __________________ __________________
__________________ __________________ __________________
__________________ __________________ __________________
__________________ __________________ __________________
__________________ __________________
๔๑
จดหมายลาครู เป็นจดหมายกิจธุระรูปแบบหนึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อขออนุญาตครูผู้สอนเพ่ือ
หยุดเรียน อนั เนื่องมาจากนักเรียนมีกจิ ธรุ ะสว่ นตัวจะต้องไปปฏิบัติ หรอื มีอาการปว่ ยจนไม่สามารถมา
เรียนได้ ดังนั้น ใจความสำคัญที่นักเรียนจะต้องกล่าวถึงในจดหมายลาครู คือ การอธิบายสาเหตุแห่ง
ธุระหรืออาการเจ็บป่วยของตนให้ชัดเจน ตรงตามความเป็นจริง เพราะการหยุดเรียนนั้นมีผลกระทบ
กบั เวลาเรียนของนักเรยี น ซ่ึงเป็นเร่อื งที่สำคัญย่งิ
การเขยี นจดหมายลาครมู รี ปู แบบและองค์ประกอบการเขียนเหมือนจดหมายกจิ ธุระท่วั ไป แต่
มีความแตกต่างในด้านของสำนวนภาษาที่ใช้ กล่าวคือ จดหมายลาครูเป็นจดหมายที่ศิษย์เขียนถึงครู
สำนวนภาษาในเนื้อความจึงต้องแสดงถึงความสุภาพอย่างยิ่ง คำขึ้นต้นและคำลงท้ายของจดหมายจึง
ต้องใชค้ ำท่แี สดงความสุภาพ ดังน้ี
คำขนึ้ ต้น : เรยี น กราบเรียน
คำลงทา้ ย : ดว้ ยความเคารพอยา่ งสงู
นอกจากนี้ เนื้อความในย่อหน้าแรกจะต้องอธิบายสาเหตุการลาให้ชัดเจน เช่น หากเป็นการ
ลาป่วยจะต้องอธิบายว่าป่วยมีอาการใด ได้พบแพทย์แล้ว แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคใด และจะต้อง
รักษาหรือพักผ่อนเป็นระยะเวลามีกำหนดอย่างไร เพื่อให้ครูทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโรค ส่วนย่อ
หนา้ ทสี่ องใหร้ ะบุช่วงเวลาการขออนุญาตหยดุ เรียน
อนึ่ง เพือ่ ใหจ้ ดหมายของนักเรียนมีความนา่ เชื่อถือ นักเรยี นควรให้ผู้ปกครองลงชื่อเพื่อยืนยัน
ว่านักเรียนมีเหตุให้ต้องหยุดเรียนจริง และในกรณีลาป่วย นักเรียนควรสงเอกสารใบรับรองแพทย์มา
กับจดหมายลาด้วย
สมมุติว่านักเรียนมีไข้สูง และเมื่อไปพบหมอปรากฏว่าป่วยเป็นไข้เลือดออก นักเรียนมี
ความจำเป็นต้องขอลาเรียนกับครูประจำชั้น ๒ วัน ให้นักเรียนเขียดจดหมายลาครู ๑ ฉบับ
โดยสามารถสมมุตริ ายละเอียดอนื่ ๆ ได้ตามความเหมาะสม
๔๒
อาหารมื้อสำคญั
อาหารม้ือไหน...สำคัญทีส่ ุด
เปรยี บประดจุ อาหารทลี่ ำ้ คา่
เป็นวิเศษทิพยโภชนา
หลอ่ เลีย้ งกายาและดวงใจ
อาหารม้ือไหน...สำคัญที่สุด
หล่อเลย้ี งมนษุ ยจ์ นเตบิ ใหญ่
มือ้ เชา้ ม้ือกลางวนั หรือม้ือใด
มื้อที่สุขสดใสทกุ เวลา
หากถามว่าอาหารมื้อไหนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและสำคัญที่สุด คุณหมอและโภชนากร
ย่อมตอบว่าอาหารมื้อเช้าสำคัญที่สุด เพราะทำให้มีสารอาหารมาหล่อเลี้ยงร่างกายไปตั้งแต่เริ่มของวัน
นอกจากน้ี การรับประทานอาหารเช้ายังช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกายมปี ระสิทธิภาพมาก
ขึ้นและช่วยลดภาวะไขมันสะสมในร่างกาย คำอธิบายดังกล่าวเป็นการให้ความรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์
ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรนำมาปฏิบัติ แต่หากพิจารณาในแง่ของจิตใจประกอบด้วยแล้ว อาหารมื้อที่สำคัญที่สุด
อาจไม่ได้อยู่ที่จะเป็นมื้อเช้า กลางวัน หรือเย็น แต่เป็นมื้อที่เราได้รับประทานกับคนในครอบครัว
เพราะได้มโี อกาสอยูพ่ รอ้ มหนา้ กนั ไดพ้ บและพดู คุย ซงึ่ ช่วยสรา้ งความอบอนุ่ ได้เปน็ อย่างดี
ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนในสังคมเมืองแข่งขันกันสูง จนบางครั้งคนที่อยู่บ้านเดียวกันไม่มีเวลา
ที่จะพูดคุยหรือรับรู้ความเป็นไปซึ่งกันและกัน ท้ังนี้อาจเพราะเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงาน
หากเป็นนกั เรียนก็ใช้ชวี ิตสว่ นใหญ่อยู่ทโ่ี รงเรียนและบนท้องถนนขณะเดินทางไปเรียนหรือเดินทางกลับ
บ้าน นอกจากนี้ อาจต้องใช้เวลาในวันเสาร์และอาทิตย์เรียนพิเศษเพิ่มจนไม่มีเวลาได้อยู่บ้าน ดังนั้น
อาหารมื้อสำคัญจึงค่อย ๆ หายไป จนบางครั้งเวลาที่เรารับประทานอาหารจึงไม่ได้สนใจว่าจะต้อง
รับประทานพร้อมกับใคร บางคนคดิ เพยี งวา่ แคใ่ หอ้ ่ิมท้องเปน็ พอ
๔๓
การรับประทานอาหารร่วมกันเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัว ส่วนหนึ่งอาจ
เพราะการรับประทานอาหารที่อร่อย ถูกใจ ทำให้เกิดความสุข และการพูดสนทนาในวงรับประทาน-
อาหารแม้จะเป็นเพียงประเด็นเล็กน้อย เช่น บทเพลง ศิลปิน และรายการโทรทัศน์ที่ชอบ ประเด็น
เหล่านี้ลว้ นทำให้ผูฟ้ ังซึ่งรว่ มรบั ประทานอาหารได้เข้าใจ และเรียนรลู้ ักษณะนสิ ัยตา่ ง ๆ ของผู้พูดได้มาก
ยิ่งขึ้น บางครั้งครอบครัวอาจไม่ได้สนทนาเรื่องส่วนตัวกันมากนัก แต่การได้รับประทานอาหารร่วมกัน
ทำให้เกิดความร้สู กึ ปลอดภยั อบอ่นุ ใจ ซ่ึงสง่ ผลให้เป็นม้ือท่สี ำคัญและมคี วามสุขทส่ี ดุ
เวลาที่ผ่านมา หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญในเรื่องดังกล่าว เพียงเพราะคิดว่า
คนในครอบครวั พบกันอยู่ทุกวนั จะมารว่ มรบั ประทานอาหารพร้อมกันเมื่อไหร่ก็ได้ แตห่ ากมีโอกาสแล้ว
ขออย่าได้ละเลย หรือปล่อยช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ไป ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องการความรัก
ความเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ความอบอุ่นและปลอดภยั การรับประทานอาหารรว่ มกันแม้เพียงช่วงเวลา
เดียวก็ช่วยสร้างพลังในการดำเนินชีวิตต่อไปได้ คำพูดที่ให้กำลังใจเพียงไม่กี่คำขณะได้รับประทาน
อาหารร่วมกนั อาจชว่ ยคลายความทกุ ขห์ รอื เศรา้ หมองภายในใจได้ ดงั นั้น จงอยา่ รีรอ หรอื คิดหาข้ออ้าง
ต่าง ๆ ในการรับประทานอาหารมื้อสำคัญ เพราะคนในครอบครัวกำลังรอคอยให้ความรักความอบอุ่น
ขณะเดียวกันพวกเขาก็รอคอยที่จะได้รับความรู้สึกที่ดีจากเราเช่นเดียวกัน หากสามารถปฏิบัติได้เช่นนี้
อาหารท่รี ับประทานย่อมจะสำคัญทุกม้ือ และจะช่วยทำใหอ้ มิ่ กายและอ่ิมใจไปตลอดท้ังวัน
ธรรมเอก สคุ นธวทิ
ให้นกั เรียนฝึกประเมินความน่าเชื่อถือของเรื่องท่ีอ่าน โดยวิเคราะห์ความสมเหตุสมผลต่อไปนี้
๑. ผูเ้ ขียนกลา่ วถงึ สาเหตทุ ีท่ ำใหค้ นในครอบครวั ไม่ค่อยไดร้ ับประทานอาหารร่วมกนั ไว้วา่ อยา่ งไร
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๒. ผูเ้ ขียนกล่าวถึงผลของการทค่ี นในครอบครัวไดร้ บั ประทานอาหารรว่ มกนั ไวว้ ่าอย่างไร
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
๔๔
๓. ผู้เขียนต้องการโน้มน้าวใจผ้อู า่ นใหป้ ฏิบัติสงิ่ ใด
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
๔. จากการวเิ คราะห์เรื่องท่ีอา่ น ใหน้ กั เรยี นพูดประเมนิ ความนา่ เชือ่ ถือของงานเขียน
โดยปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้
๑) ศึกษาแหล่งท่ีมาของข้อมลู วา่ มคี วามน่าเชอ่ื ถือเพียงใด
๒) พจิ ารณาวตั ถปุ ระสงค์และรายละเอยี ดของขอ้ มูลวา่ ชัดเจน ครบถ้วนหรอื ไม่
๓) ประเมินค่าข้อมลู ที่ปรากฏในสอ่ื อยา่ งมีเหตผุ ล
๔) เรยี บเรียงความคิดเป็นบทพูด
๕) ตรวจสอบเน้อื หาและการใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสม
๔๕
ภาษาพูด มีลักษณะไม่ทางการ การใช้คำอาจไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ แต่ทำให้รู้สึกสนิท
สนมเปน็ กนั เอง
ภาษาเขียน เป็นภาษาระดับทางการ การใช้คำต้องถูกต้องตามแบบแผน ใช้ในการสื่อสารท่ี
เปน็ ทางการ
ให้นักเรียนวิเคราะห์การใช้ภาษาจากเรื่อง “อาหารมื้อสำคัญ” ในกิจกรรมการเรียนรู้ที่ ๓
วา่ มีคำใดบ้างทีเ่ ป็นภาษาพูด และหากจะแกไ้ ขคำนน้ั ให้เป็นภาษาเขียน ควรใชค้ ำใดจึงจะเหมาะสม
ภาษาพูด ภาษาเขยี น
ให้นกั เรยี นเตมิ คำในช่องวา่ งต่อไปน้ี
๑. กาพยเ์ หช่ มเคร่ืองคาวหวานเปน็ พระราชนพิ นธใ์ น___________________________________
๒. ลักษณะคำประพนั ธข์ องกาพย์เหช่ มเครื่องคาวหวาน ประกอบด้วย__________และ__________
โดยขึ้นต้นด้วย_________จำนวน_______บท จากนั้นเป็นกาพย์___________ไม่จำกัดจำนวน
ขยายความตอ่ จากโคลงบทนั้น
๓. เนือ้ ความในกาพย์บทแรกจะ____________โคลงส่สี ุภาพตอนต้น
๔. ลักษณะคำประพันธ์ข้อ ๒ และข้อ ๓ หาดพรรณนาความรู้เกี่ยวกับเรือหรือการเดินทางทางเรือ
เรียกว่า____________________แต่ถ้าพรรณนาเรื่องอืน่ ๆ เช่น ชมนก ชมธรรมชาติ หรือชมเครือ่ ง
คาวหวาน เรยี กวา่ ____________________
๕. เร่ืองกาพย์เห่ชมเครอื่ งคาวหวานนยิ มนำมากล่าวอ้างอิงในตำรา_________________________
๔๖
ให้นักเรียนพิจารณากาพย์เห่ต่อไปนี้ว่าใช้ศิลปะการประพันธ์และโวหารภาพพจน์ใด
โดยนำตัวอักษรหน้าศิลปะการประพันธ์และโวหารภาพพจน์ทางซ้ายไปเติมในช่องว่างหน้า
คำประพันธท์ างขวา
ศิลปะการประพันธแ์ ละภาพพจน์
ก. อตพิ จน์ ข. การเล่นคำ
ค. การเล่นสัมผสั อักษร ง. การเลน่ เสียงวรรณยกุ ต์
จ. อปุ มา
กาพยเ์ ห่ชมเคร่ืองคาวหวาน
__________๑. พศิ หอ่ เปน็ รางชาง หา่ งหอหวนปว่ นใจโหย
__________๒. กอ้ ยกงุ้ ปรุงประทิ่น วางถงึ ลิ้นด้นิ แดโดย
__________๓. เห็นหรุม่ รุมทรวงเศร้า รมุ่ รุ่มเรา้ คือไฟฟอน
__________๔. นกพรากจากรังรวง เหมือนเรยี มรา้ งห่างหอ้ งหวน
__________๕. ล่าเตยี งคิดเตยี งน้อง นอนเตียงทองทำเมอื งบน
๔๗
ให้นักเรียนอธิบายคุณค่าของเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน แล้วร่วมกันสนทนา
เพอ่ื แลกเปลี่ยนความรู้
๑. คุณค่าดา้ นวรรณศลิ ป์
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
๒. คณุ ค่าดา้ นแนวคิด
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
๓. คณุ คา่ ด้านเน้อื หา
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
๔. คุณค่าดา้ นสงั คม
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
๔๘
พิจารณาทบทวนบทเรียน และเขียนบันทึกการเรียนรู้แสดงความรู้สึกและความคิดเห็นของ
นกั เรียนอยา่ งอสิ ระเก่ียวกับเรอื่ ง กาพยเ์ ห่ชมเคร่ืองคาวหวาน
บันทึกวรรณคดีศึกษา เร่ือง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
____________________________
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๔
นิทานสี่ภาค
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๔ นิทานสีภ่ าค
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชวี ิต และมนี สิ ัยรักการอา่ น
ตวั ชว้ี ัด ม. ๑/๘ วิเคราะห์คณุ ค่าท่ีได้รับจากการอ่านงานเขยี นอยา่ งหลากหลายเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหา
ในชีวิต
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ
และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า
อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
ตวั ชีว้ ัด ม. ๑/๖ การเขียนแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกีบสารทีไ่ ดร้ ับ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง
ของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
ตัวชี้วัด ม. ๑/๖ จำแนกและใชส้ ำนวนที่เปน็ คำพงั เพยและสุภาษติ
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย
อยา่ งเห็นคุณคา่ และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จริง
ตวั ชี้วัด ม. ๑/๑ การสรุปเนือ้ หาวรรณคดีและวรรณกรรม
ม. ๑/๒ การวิเคราะหค์ ณุ คา่ วรรณคดแี ละวรรณกรรมที่อา่ น
ม. ๑/๓ การอธบิ ายคณุ คา่ วรรณคดีและวรรณกรรมทีอ่ ่าน
ม. ๑/๔ การสรุปความรูป้ ละขอ้ คิดจากการอ่านเพ่ือประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั
๕๑
ใหน้ กั เรียนค้นหาคำศพั ทจ์ ากนิทานพนื้ บา้ นในบทเรยี นที่มีความหมายตรงกบั ความหมายที่ให้
ไว้ในแนวตง้ั และแนวนอน แลว้ นำมาเติมลงในตารางปริศนาอักษรไขวต้ ่อไปนี้
๑
(๑)
(๒) ๒ ๓ ๔
๕(๓) ๖
๘ (๔) (๕) (๗) ๗
๙ ๑๑ (๖)
(๙)
๑๐ ๑๖ ๑๒
๑๗ ๑๓ (๘) ๑๔
(๑๓)
๑๘ (๑๐)
(๑๖)
(๑๑)
(๑๘)
๑๕
(๑๒)
(๑๕) ๑๙ (๑๔)
๒๐
๒๑
(๑๗)
(๑๙)
๕๒
แนวต้ัง แนวนอน
๑ การเล่นรนื่ เรงิ มโี ขน ละคร (๑) ผิดปรกติวิสยั ของธรรมชาติ
๒ ภาษาใตม้ ีความหมายวา่ อะไร (๒) ดอกไม้ไฟชนดิ หน่ึงมหี างยาวและมขี นาดใหญม่ าก
๓ คำทใี่ ชเ้ รยี กกระดูกของพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ (๓) ช่างวาดเขียน ช่างวาดภาพ
๔ ภาพฉายดว้ ยเครอ่ื งทำใหเ้ ห็นเปน็ ภาพเคล่ือนไหวได้ (๔) ท่ีประดิษฐานพระพุทธรูปคูก่ ับโบสถ์
๕ ศลิ ปะประเภทหนึง่ ในทศั นศิลป์ เกี่ยวกับการวาด (๕) เทวดาผ้เู ปน็ ใหญต่ ามความเชือ่ ของชาวอสี าน
ภาพ
๖ วิถชี วี ิตของหมู่คณะ (๖) บคุ คลอายุเกนิ ๑๔ ปบี รบิ ูรณ์ แตไ่ มเ่ กิน ๑๘ ปี
บริบูรณ์
๗ การแสดงหน่ึงของชาวมลายเู รยี กยเ่ี กก็มี (๗) ส่งิ ท่ตี กทอดมาจากบรรพบุรษุ หรอื ทสี่ ืบทอดกนั มา
แตบ่ รรพกาล
๘ พน้ื ความรู้ ความสามารถ (๘) ชือ่ นางเทพธดิ าประจำสมุทร
๙ เรอ่ื งราวนมนานทเ่ี ล่ากันสืบ ๆ มา (๙) เร่ืองท่ีเลา่ กนั อยใู่ นท้องถ่ินต่าง ๆ
๑๐ การบอกเลา่ ต่อ ๆ กนั มาดว้ ยปาก (๑๐) ชายทไี่ ดร้ ับยกย่องว่ามีความกล้าหาญ
๑๑ งูใหญ่มหี งอน เปน็ สัตว์ในนยิ าย (๑๑) กวนี ิพนธ์แบบหนึง่ มักใช้แตง่ รำพนั ความรกั หรือ
แต่งเป็นเร่อื ง
๑๒ บตุ รของผู้อนื่ ทีบ่ คุ คลได้จดทะเบยี นรบั เปน็ บุตรของ (๑๒) การแสดงตา่ ง ๆ เพ่ือความสนุกสนานร่ืนเรงิ
ตน
๑๓ ตัวหนงั สอื (๑๓) มรี ปู ร่างหน้าตาไม่ดี
๑๔ การสร้างภาพขึ้นในจิตใจ (๑๔) หนงั สอื ทร่ี วบรวมความรทู้ กุ แขนงเรยี งลำดบั ตาม
อกั ษร
๑๕ เรอ่ื งพระพทุ ธเจ้าทมี่ ีในชาติกอ่ นๆ (๑๕) ร้องเพลง ขับร้อง
๑๖ คางคก (๑๖) กินคู่กับอปุ โภค
๑๗ เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์คกู่ ับบรโิ ภค (๑๗) ช่อื จังหวัดหน่ึงของไทยมสี ถานทีท่องเท่ยี วช่อื ดงั
คอื หวั หิน
๑๘ ถอ้ ยคำท่ผี ูกเป็นเงื่อนงำให้ทาย (๑๘) ประเพณีทน่ี ิยมและประพฤติกันสบื มาถ้าฝ่าฝนื ถือ
วา่ เปน็ ผิดเปน็ ช่วั
๑๙ ช้ีแจง ขยายความ (๑๙) ผู้ทเี่ ก่ยี วข้องกับตำนานการสรา้ งพระปฐมเจดยี ์
๒๐ แบบอยา่ งที่นิยมกันมา
๒๑ การจบั สัตว์น้ำ
๕๓
การเขียนแสดงความคิดเห็น เป็นการเขียนที่ผู้เขียนใช้เหตุผลและหลักฐานอ้างอิง
มาประกอบ เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นของตนน่าเชื่อถือ รูปแบบการเขียนแสดงความคิดเห็น
อาจจะเป็นจดหมาย บทความ เรียงความ หรือการตอบข้อสอบอัตนัย นักเรียนจึงควรศึกษา
หลักการเขียนในเรื่องน้ใี ห้ชัดเจน
หลักการเขยี นแสดงความคิดเห็น มีดงั นี้
๑. เสนอความคิดเห็นทมี่ ปี ระโยชน์และสร้างสรรค์ สามารถปฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ
๒. มีข้อมูลสนบั สนุนที่ถูกต้อง น่าเชอ่ื ถือ
๓. ไมใ่ ชอ้ ารมณ์หรืออคตใิ นการแสดงความคดิ เห็น
การเขยี นแสดงความคิดเหน็ มีข้นั ตอน ดังนี้
๑. สรปุ ประเดน็ ทต่ี ้องการแสดงความคดิ เหน็
๒. วเิ คราะหค์ วามคดิ เห็นของตนเองเกยี่ วกับประเด็นนั้น
๓. หาขอ้ สนับสนุนหรอื เหตผุ ลท่เี พยี งพอมาประกอบความคิดเห็น
๔. นำเสนอความคิดเห็นโดยจดั ลำดบั ความคิดอยา่ งถกู ตอ้ งและต่อเนื่อง
ใหน้ ักเรียนเลือกทำกิจกรรมตอ่ ไปน้ี ๑ กิจกรรมเพื่อพฒั นาทักษะทางภาษาของนกั เรียน
๑. เขียนเล่าเรื่องจากประสบการณ์ตรงของนักเรียนที่นำคำสอนจากนิทานพื้นบ้านมาใช้ให้
เกิดประโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวนั
๒. เขียนแสดงทรรศนะว่าเราสามารถใช้ข้อคิดจากนิทานพื้นบ้านมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นใน
สังคมสมยั น้ีใหเ้ กิดสมานฉันท์และเกดิ ศานตสิ ขุ ได้